เส้นยาแดงผ่าแปด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กับผู้นำอิหร่าน เห็นพ้องในข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้นำสหรัฐฯเลื่อนกำหนดเส้นตายที่สหรัฐฯและอิสราเอลจะเดินหน้าถล่มครั้งใหญ่ โดยอิหร่านจะยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือบรรทุกสินค้าพาณิชย์ผ่านไปได้ โดยไม่มีการดักโจมตีเป็นข่าวดีของพลเมืองโลก แม้จะแค่ช่วงสั้นๆ แต่โดยสัญญาณมันคือจุดเริ่มต้นนำไปสู่การเจรจาหยุดยิงแบบถาวร ถึงตอนนี้แนวรบตะวันออกกลางลดระดับตึงเครียดลงไปพอสมควร จุดสำคัญคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้เรือบรรทุกน้ำมัน และก๊าซ ผ่านได้ อย่างน้อยก็น่าจะบรรเทาภาวะพลังงานโลกขาดแคลนได้ระดับหนึ่งวิกฤติน้ำมันลดโทนลงตามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว จังหวะที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯคงได้ตั้งหลัก มีเวลาพักหายใจหายคอกับการแก้โจทย์คับขันด้านพลังงาน ราคาน้ำมัน โดยเฉพาะดีเซลที่พุ่งทะลุลิตรละ 50 บาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ บันทึกเป็นสถิติที่ไม่น่าจดจำ “อนุทิน” คือผู้นำยุคน้ำมันแพงสุดโดยเฉพาะจุดที่ทำให้ประเทศไทย ปั่นป่วนวุ่นวายมากกว่าใครในโลกที่ตกอยู่ภายใต้วิบากกรรมหมู่พลังงานเหมือนกัน เพราะการเมืองมั่วน้ำมัน ทำให้เกิดภาพประชาชนแย่งคิวเติมน้ำมัน ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ถือแกลลอนไปต่อคิวรอหน้าปั๊ม เกือบถึงขั้นมิคสัญญีเพราะน้ำมันขาดแคลน ประจานแผนบริหารจัดการของรัฐบาลปล่อยไอ้โม่งปล้นซ้ำวิกฤติ ความผิดปกติที่เกิดจากแก๊งฉวยสถานการณ์โกยกำไรน้ำมัน ยืนยันโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม ที่แกะรอยจนเจอขบวนการลักลอบกักตุน ขนน้ำมันขายต่างประเทศ หักมุมกับการโทษประชาชนแตกตื่นตุนน้ำมันทำวงจรปกติขาดตอน หรือโยนความผิดให้โรงกลั่นน้ำมันกักตุนเก็งกำไรณ จุดที่สังคมค้างคาใจ พุ่งเป้าจับตาการจัดการไอ้โม่งที่โยงไปถึงบิ๊กใน รัฐบาล มีอำนาจกำกับ ศบก. แต่ก็หยุดอยู่ที่ข้อมูลดีเอสไอพบน้ำมันหายระหว่างทางไป จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งข้อสงสัยเรือลอยลำในอ่าวไทยขนไปขายกัมพูชา ขณะที่นายกฯคุยว่ารู้ข้อมูลอยู่แล้วแต่ไม่กระโตกกระตากให้ไอ้โม่งรู้ตัว ถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการไล่ล็อกตัวประจานมีแต่บทดุปิดประตูตีแมว รัฐบาลโดยกระทรวงพลังงานมุ่งไปที่การไล่บี้ไล่ทุบโรงกลั่นน้ำมันให้คายกำไร ลดค่าการกลั่นมาโปะน้ำมันแพง ทำเสมือนโรงกลั่นเอกชนเป็นผู้ร้ายปล้นประชาชน เบี่ยงไอ้โม่งตัวจริงที่แฝงอยู่ในแวดวงการเมือง เป็นแผนเอาตัวรอดระยะสั้นๆ แต่เสี่ยงทำระบบเศรษฐกิจ การลงทุนพังพาบในระยะยาว.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม