ข่าว

วิดีโอ

"สึนามิ" แม่น้ำโขงทุกข์ซ้ำกลางฤดูหนาว

โดย

กลางฤดูหนาว...ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ช่วงตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2556...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เกิดความปั่นป่วนกับชุมชนที่อาศัยตลอดริมฝั่งลำน้ำโขง

ไล่เรียงไปตั้งแต่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เรื่อยลงมา เพราะแม่น้ำโขงเพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว ดั่ง “สึนามิ”...เห็นได้

อย่างชัดเจนที่พรมแดนไทย-ลาว ตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำจนถึง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

ปรากฏการณ์นี้เรียกได้ว่า “น้ำโขงท่วมกันกลางฤดูหนาว” ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน

ที่เชียงแสน โดยเฉพาะบริเวณ “สบกก” ที่ราบลุ่มปากแม่น้ำกกที่บรรจบแม่น้ำโขง แปลงเกษตรขนาดใหญ่ของชาวบ้านแถบนั้น

ถูกน้ำท่วมเสียหายภายในเช้าเดียว เพียงไม่กี่ชั่วโมง...ระดับน้ำโขงเอ่อเข้าท่วม น้ำสูงหลายสิบเซนติเมตร ข้าวโพด ยาสูบ ถั่ว และพืชผักอื่นๆ ที่ปลูกบนผืนดินตะกอนกลับจมน้ำไปกับตา

ต่อมาในวันที่ 19 ธันวาคม หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ส (Vientiane Times) รายงานข่าวว่า “น้ำโขง”...เอ่อทะลักไปถึงหัวงานเขื่อนไซยะบุรีในลาว เข้าท่วมพื้นที่ซึ่งกำลังสร้างเขื่อนชั่วคราว...จนบริษัทต้องหยุดการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีกั้นแม่น้ำโขง ที่แขวงไซยะบุรี ซึ่งมูลค่าเขื่อนแห่งนี้อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท

จากนั้นมีรายงานว่า น้ำได้ไหลท่วมลงมาถึงอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ในเช้าวันที่ 20 ธันวาคม 2556 ท่ามกลางอากาศหนาว

เหน็บ คุณยาย หลาน และชาวบ้านที่บ้านผาแบ่น ต้องยืนตะลึงมองแปลงเกษตร แปลงต้นหอม ค่อยๆ ถูกน้ำโขงท่วมอย่างที่ทำอะไร...แก้ไขไม่ได้เลย

เช้าวันถัดมา 21 ธันวาคม ที่ตำบลหอคำ จังหวัดบึงกาฬ ชาวบ้านพบว่าน้ำโขงเพิ่มระดับขึ้นอย่างมากเช่นกัน เกษตรกรต่างตะลึงเมื่อพบว่าแปลงพืชผักของตนกำลังจมน้ำไปต่อหน้าต่อตา

ทั้งผักคะน้า ผักบุ้ง ต้นหอม กะหล่ำปลี มะเขือเทศ ชาวบ้านหลายคนยังพยายามเก็บเกี่ยวพืชผักเท่าที่ทำได้ หลายคนถอนต้นมะเขือเทศที่เพิ่งปลูกและยังไม่ทันออกลูก ย้ายไปเพื่อปลูกที่อื่น ในขณะที่พืชผักส่วนหนึ่งถูกกระแสน้ำพัดพาหายไป

จินตนา เกษรสมบัติ ชาวบ้านตำบลหอคำ จังหวัดบึงกาฬ ระบุว่า นอกจากพืชผักแล้วยังเกิดความเสียหายต่อเครื่องมือหาปลา เรือที่ชาวบ้านผูกไว้ริมตลิ่ง เพราะไม่มีใครคาดฝันว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้

“แพเครื่องสูบน้ำของหมู่บ้านและ อบต.หลายแห่งก็ถูกน้ำโขงพัดหายไป เพราะอยู่ๆน้ำก็ขึ้นอย่างรวดเร็ว เรือหาปลาของชาวประมงถูกน้ำพัดหายไปจำนวนมาก เจ้าของเรือต่างได้ออกตามหา สูญเสียเงินทองสร้างใหม่...”

จินตนา เล่าต่อไปอีกว่า ช่วงที่น้ำโขงขึ้น 2-3 วัน ทำให้ออกหาปลาไม่ได้ สูญเสียรายได้...เกิดขึ้นตลอดริมน้ำโขงเลย ชาวประมงในทุกพื้นที่ไม่ได้หาปลาเลยค่ะช่วงนี้ เหตุเกิดขึ้นแล้ว แต่ชาวบ้านก็ไม่รู้จะไปร้องเรียนกับใคร

หลายคน...สงสัยว่า “สึนามิแม่น้ำโขง” คราวนี้ เกิดจากน้ำฝนตอนบนที่เขื่อนในจีนปล่อยลงมาหรือไม่?

ตอนนี้เป็นกลางฤดูหนาวที่น้ำโขงตามธรรมชาติจะลดระดับ ใสสะอาด เป็นเวลานับร้อยๆปีที่ชาวบ้านริมโขงต่างใช้ช่วงเวลานี้ปลูกพืชผักบนที่ดินริมน้ำโขง ซึ่งอุดมสมบูรณ์ด้วยตะกอนธรรมชาติ แต่ตอนนี้เสียหายหนัก เพราะน้ำท่วมแบบไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่น้ำโขงเกิดวิปริต น้ำขึ้นผิดฤดูกาล ก่อนนี้...เมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ก็เคยเกิดเหตุการณ์น้ำโขงหลากท่วมบ้านเรือนริมฝั่งแม่น้ำโขงเสียหายในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายมาแล้ว ทั้งๆที่ไม่มีฝนตก และหลายคนเชื่อว่าฝนตกหนักทางภาคเหนือและในประเทศจีนทำให้เขื่อนในจีนต้องปล่อยน้ำ แต่กลับไม่มีระบบเตือนภัยแจ้งให้ชาวบ้านท้ายน้ำเตรียมตัวรับสถานการณ์ไว้ก่อน

ครั้งนั้นเมื่อกลุ่มรักษ์เชียงของ ติดต่อสอบถามไปยัง คณะกรรมการแม่น้ำโขง (MRC : Mekong River Commission) ก็ได้คำตอบว่า “ได้มีการแจ้งเตือนไว้บนเว็บไซต์แล้ว” ส่วนครั้งนี้...เมื่อตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ MRC ก็พบว่ามีข้อมูลชี้ให้เห็นว่าระดับน้ำที่เชียงแสนกลายเป็น 7 เมตร ในวันที่ 17 ธันวาคม

สูงขึ้นกว่า 2 เมตร...ภายในเวลาเพียง 2 วัน

ระดับน้ำที่เพิ่มอย่างรวดเร็วขนาดนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่าคงเป็นอื่นได้ยากนอกจากเขื่อนทางตอนบนระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำหลังจากมีฝนตกอย่างหนัก

คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ การสื่อสารในเรื่องการบริหารเขื่อนระหว่างประเทศที่สร้างบนแม่น้ำที่ใช้ร่วมกัน 6 ประเทศ อย่างแม่น้ำโขง ระบบการสื่อสารที่สำคัญนี้จะมีได้เมื่อไหร่...ชุดโครงการเขื่อนแม่น้ำโขงทางตอนบนในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน สร้างไปแล้ว 5 เขื่อน จากที่วางแผนไว้ในระยะแรกจำนวน 8 เขื่อน

นอกจากนี้ แม่น้ำโขงตอนล่างยังมีโครงการเขื่อนอีก 11 โครงการ เขื่อนแห่งแรกคือ... “เขื่อนไซยะบุรี” ที่แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยไทยเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้ากว่า 95 เปอร์เซ็นต์ และโครงการที่สองคือ “เขื่อนดอนสะโฮง” บริเวณสีพันดอน ลาวใต้ ก็มีการประกาศว่าเริ่มเตรียมการก่อสร้างแล้ว

น้ำที่ทะลักลงมา สร้างรอยน้ำตาให้กับคนตัวเล็กตัวน้อย คนปลูกผัก ปลูกฝ้าย คนหาปลา คนทำนาแซงปลูกข้าวริมโขง แต่จะหาคำตอบได้อย่างไรว่า...ใครบ้างจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

คงถึงเวลาแล้วที่กลไกสร้างความร่วมมือในลุ่มน้ำโขงต้องเห็นประชาชนเป็นที่ตั้ง เห็นความเดือดร้อนและความเสียหายเป็นสิ่งที่ต้องป้องกัน (Precautionary Principle) รัฐบาลสมาชิก 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงใน MRC อันได้แก่ ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ต้องมีความจริงจังที่จะเรียกร้องให้ประเทศต้นน้ำ...คือ “จีน”

เปิดเผยข้อมูลระดับน้ำโขง ปริมาณฝน ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนทั้ง 5 แห่ง ตลอดจนข้อมูลทางอุทกวิทยาที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

ถึงเวลาแล้ว...ที่ข้อมูลเหล่านี้ต้องมีความโปร่งใส ควรให้สาธารณะและภาคส่วนต่างๆ เข้าถึงได้ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ และสามารถเตือนภัย หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

สำหรับ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างเอง ต้องยึดมั่นในหลักการ คือ “เพื่อส่งเสริม และประสานงานด้านการจัดการและการพัฒนาแหล่งน้ำ และทรัพยากรอันเกี่ยวเนื่องอื่นๆ แบบยั่งยืน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศสมาชิกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน”...

“สึนามิ...ทางทะเล” มาแล้วก็ไป ความเสียหายต่างๆ ได้รับการเยียวยา ยังมีการเตรียมการรับมือเตือนภัย ป้องกันปัญหาในครั้งต่อไป แต่ “สึนามิแม่น้ำโขง” ระลอกแล้วระลอกเล่า สร้างความเสียหายให้กับชุมชนสองฝั่ง แต่ละครั้งไม่มีการเตือนภัยล่วงหน้า

ความเสียหายก็ไม่ได้รับการเหลียวแลจากฝ่ายใด

ถึงเวลาแล้วที่ “MRC” หรือ “คณะกรรมการแม่น้ำโขง” ต้องทำหน้าที่อย่างจริงจัง.

26 ธ.ค. 2556 08:28 26 ธ.ค. 2556 08:29 ไทยรัฐ