อาสาสมัคร อปพร.สายไหม ยกพวกบุกทำร้ายอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูบาดเจ็บ 2 ราย ตบหน้าเตะตัดขาล้มทั้งยืน ชนวนเหตุเริ่มต้นจากทั้งสองฝ่ายไปช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุในซอยพหลโยธิน 54/1 เกิดพิพาทกันก่อนนัดเคลียร์กันที่ปั๊ม ปตท.ย่านบางเขน ผกก.สน.บางเขน เผยคนตบมามอบตัวแล้ว สอบสวนสาเหตุเกิดจากเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับองค์กรและพื้นที่รับผิดชอบทับซ้อนกัน ส่วนคนเตะกำลังเรียกมาสอบปากคำแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย พร้อมประสานผู้บริหารทั้งคู่มาพูดคุยหย่าศึกไม่ให้เกิดเรื่องขึ้นอีกอาสาสมัคร อปพร.ยกพวกทำร้ายอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูบาดเจ็บ เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 18 มี.ค. ร.ต.อ.วีระวัฒน์ ไพรบึง รอง สว. (สอบสวน) สน.บางเขน ไปสอบสวนเหตุทะเลาะวิวาทภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนเทพรักษ์ แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. พร้อมนำกำลังสายตรวจไประงับเหตุ เบื้องต้นทราบว่า อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร.สายไหม เป็นชาย 20-30 คนยกพวกมาที่ปั๊ม หนึ่งในกลุ่มเข้าไปตบหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและทำร้ายร่างกาย นายพีรพัฒน์ แพน้อย และนายทรงวุฒิ หวังผล ได้รับบาดเจ็บนำตัวส่ง รพ.ซีจีเอช พหลโยธิน กลุ่มผู้ก่อเหตุวิ่งขึ้นรถกระบะ 4 ประตู รถ จยย. และมีรถพยาบาลประกบท้ายขับหลบหนีไปจากการสอบสวนนายพิมพ์ชนก ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุอาสาร่วมกตัญญู และ อปพร.สายไหม รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุภายในซอยพหลโยธิน 54/1 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้ง 2 ฝ่ายไปถึงที่เกิดเหตุแล้วมีปากเสียงทะเลาะกัน อาสาร่วมกตัญญูนำผู้บาดเจ็บ ส่ง รพ.ไปก่อนแล้ว ทั้งคู่นัดเคลียร์ปัญหาที่ปั๊ม ปตท. หลังได้รับแจ้งข้อพิพาทระหว่างอาสาสมัครของทั้ง 2 หน่วย ได้ส่งกรรมการอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูมาช่วยไกล่เกลี่ย เมื่อฝ่ายคู่กรณีมาถึงปั๊มน้ำมันยังไม่ทันพูดคุยก็ถูกทำร้าย หลังเกิดเรื่องอาสาสมัคร ร่วมกตัญญูไปตามหาตัวผู้ก่อเหตุที่หน่วยของ อปพร.สายไหม ระหว่างเดินทางกลับมีคนร้ายขี่รถ จยย.ยิงปืนใส่รถด้วยต่อมาเวลา 15.00 น. นายศิริรักษ์ หรือเอ็กซ์ ศรีพินิจ อายุ 35 ปี ผู้ก่อเหตุ เดินทางเข้ามอบตัวที่ สน.บางเขน นายศิริรักษ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับองค์กรและไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อปี 61 เพราะเคลียร์จบไปแล้ว ตนไปตบหน้า “บังซา” เพราะมีปมในใจไม่ขอบอกว่าเพราะอะไร มีหลายเรื่อง ตนไปแค่สังเกตการณ์ เพราะไม่ได้เป็นอาสาฯแต่อย่างใดด้าน พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน กล่าวว่า นายศิริรักษ์เป็นคนตบหน้านายทรงวุฒิ หรือบังซา ส่วนชายอีกคนหนึ่งที่เตะตัดขาจนล้มหัวฟาดพื้นกำลังเรียกมาสอบปากคำ สาเหตุเกิดจากเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับองค์กรหรือพื้นที่รับผิดชอบทับซ้อนกัน นายศิริรักษ์ผูกใจเจ็บคิดว่า “บังซา” เป็นคนให้ตัวเองต้องติดคุก ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายกันถึงตายเพราะไม่มีอาวุธ พร้อมทั้งเตรียมนัดผู้บริหารทั้งสองฝ่ายมาคุยกันเพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้นอีก ดำเนินคดีนายศิริรักษ์ข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย ส่วนกรณีการแจ้งว่ามีการยิงปืนข่มขู่ใส่รถ สน.สายไหม ไปตรวจสอบแล้วไม่พบปลอกกระสุนอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่