ต้องแสดงความยินดีกับ “จอมยุทธ์กวง” ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯมือเศรษฐกิจที่ได้รับปริญญา “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์” จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมๆ กับเตรียมรับปริญญา “ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (บริหารธุรกิจ) หลักสูตรนานาชาติ” จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) 2 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก 2 สถาบันชั้นนำของเมืองไทย“ธรรมศาสตร์–นิด้า” พิจารณามอบให้ในปีเดียวกัน มันคือเครื่องการันตีคุณสมบัติของ “นักเศรษฐศาสตร์ชั้นอ๋อง” ประทับตรา “มือบริหารอาชีพระดับปรมาจารย์” ของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”ผู้มีผลงาน สร้างคุณูปการต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติ“จอมยุทธ์กวง” กวาด “รางวัลเกียรติยศ” ขึ้น “ฮอลล์ออฟเฟรม” บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นต่อไปได้เรียนรู้ ชื่อของ “เทคโนแครต” ที่มีส่วนสำคัญในการวางรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งยุครุ่งเรืองเศรษฐกิจฟูเฟื่องของรัฐบาลไทยรักไทย จนมาถึงการช่วยประคองเศรษฐกิจตกต่ำในยุครัฐบาลทหารเฒ่า 3 ป.มีส่วนปลุกปั้นยี่ห้อ “ประชานิยม–ประชารัฐ” รวมถึงสารพัดเมกะโปเจกต์ ผจญมาทุกโจทย์สถานการณ์ ไม่เว้นวิกฤติโรคระบาดมรณะ “โควิด” ปิดเมืองโดยไม่มีเรื่องของ “คอร์รัปชัน” กินเมืองติดเป็นคราบแม้แต่นิดเดียวเรื่องของเรื่อง “สมคิด” ขึ้นแท่นตำนานไปแล้ว ตามแนวโน้มสถานการณ์ยังหามือไปเทียบชั้นยาก ยิ่งโฟกัสจากสภาพการเมือง ณ ห้วงปัจจุบันที่กำลังอยู่ในฤดูเลือกตั้งใหญ่ป้อมค่ายต่างๆยังไม่ไร้ตัวโชว์มือเศรษฐกิจเบอร์ใหญ่ อย่างดีก็พอไปวัดไปวาตอนสายๆเป้าโฟกัสจับจ้องไปที่ค่ายเซราะกราว ภูมิใจไทย ในสภาพของสินค้าโอทอปต่างจังหวัดมาเปลี่ยนห่อใหม่เพื่อให้หรูหราขึ้นห้างเมืองกรุง มุ่งขาย “นางกวัก” อย่าง “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ สวมมาด “แม่ค้าสาวใหญ่คนสวย” พร้อมเดินสายขายผักผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศหวังอาศัยความขลัง “กุมารทอง” อย่าง “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ “ศิษย์ก้นกุฏิจอมยุทธ์กวง” ช่วยเสกโปรฯ “คนละครึ่งพลัส” มัดใจคนไทยชอบของฟรีสถานะของพรรคภูธรที่ขายได้แค่ร้านของชำ ไร้จุดขายเชิงเศรษฐกิจ รอบนี้มีตัวชูโรงอินเตอร์ ทำให้ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ออกลีลาคึกกว่าม้าดีดนำขบวนแห่ “ดร.เอก–มาดามแต๋ม” คุยฟุ้งไปทั่วทุกตลาด เยาวราช สำเพ็งส่วนพรรคเพื่อไทยที่ดูเซ็งๆก็ยังได้อาศัย “บุญเก่า” ตั้งแต่ยุคไทยรักไทยรุ่งเรือง ภาพจำของยี่ห้อ “ทักษิณ” มือบริหารเศรษฐกิจปากท้องยังพอเหลือให้ขายประทังกระแสแต่มือเศรษฐกิจใหม่ๆที่เป็นตัวความหวังในการฟื้นศรัทธายังหาไม่เจอได้แค่อัปเกรดเศรษฐศาสตร์ห้องแถวเป็นเฮลิคอปเตอร์มันนี เน้นอัดประชานิยม ลดแลกแจกแถมประคองปากท้องชาวบ้านร้านตลาด แก้อดอยากปากแห้งกันไปวันๆแดง–น้ำเงิน ประชันเทกระจาด “รัฐจ่าย 70 ชาวบ้าน 30–คนละครึ่งพลัส”สภาพขาดมือเศรษฐกิจในระดับอ๋อง ไม่อาจมองไกลไปถึงการปรับฐานโครงสร้างประเทศในระยะยาว รองรับการตลาดโลกยุคใหม่ ภายใต้ศึกภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า เศรษฐกิจดิจิทัลและนั่นก็ทำให้โฟกัสฉายส่องไป “เต็งหนึ่ง” อย่างค่ายส้ม พรรคประชาชนตามคิวรัวกลองชุดเสียงดังๆของ “ไพร่หมื่นล้าน” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง แต่คือเบอร์ใหญ่ตัวจริงเสียงจริงของทีมการเมืองรุ่นใหม่ เปิดฟลอร์โชว์วิสัยทัศน์แห่ “Orange Megaprojects” การลงทุนครั้งใหญ่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยฟันธงเศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในสภาพ “ต้มยำกบ” ติดหล่ม ซึมยาว สถานการณ์น่าเป็นห่วงกว่าปี 2540 เพราะเป็นการถดถอยเชิงโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันลดลงเรื่อยๆ อัตราการใช้กำลังผลิตลดลงต่ำสุดในรอบ 5 ปีหลัง ไม่มีการลงทุนเครื่องจักรใหม่เกิดขึ้น และการกระตุ้นบริโภคอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้“เจ้าสัวไทยซัมมิทฯ” เปิดแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม เร่งเครื่องเมกะโปรเจกต์ 6.2 แสนล้านบาท พร้อมลุยอุตสาหกรรมไฮเทคสัญชาติไทย ผ่านโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 7 ด้านหลักไฟฟ้าอัจฉริย การจัดการขยะมาตรฐานโลก น้ำประปาดื่มได้“ธนาธร” โชว์วิชันระดับเจ้าสัวธุรกิจหมื่นล้าน ในระนาบเดียวกับรุ่นใหญ่อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร”แต่ในทางปฏิบัติ ยังขาดมือบริหารจัดการดีกรีระดับ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์”.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม