พระราม 2 ถนนสายมรณะระทึกซ้ำอีก เพลิงไหม้ใต้ซากเครนถล่มทับรถกระบะ 2 ศพ ขณะวิศวกรระดม ทีมงานตัดแยกโครงเหล็ก สะเก็ดไฟกระเด็นตกใส่คราบน้ำมันไฟลุกพึ่บ ทำผู้คนแตกตื่น รถติดหนึบ ขณะที่กรมทางหลวงสรุปยอดเยียวยาได้ศพละ 1,705,000 บาท ด้านนายกฯมอบเงินชดเชย 30 ชีวิตสังเวยเครนยักษ์รถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟที่ อ.สีคิ้ว รายละ 1,490,000 บาท บี้ยกเลิกสัญญาผู้รับเหมา ไม่หวั่นถูกฟ้องเสียค่าโง่ ขณะที่การซ่อมเปลี่ยนรางใหม่สำเร็จ เปิดเดินรถไฟสายอีสานได้แล้วเกิดเหตุระทึกซ้ำไฟไหม้ซากเครนและคานปูนสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 ที่ถล่มลงมาทับรถกระบะเสียชีวิต 2 ศพ เมื่อหลายวันก่อน โดยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ม.ค. ร.ต.ท.สยามรัฐ เกตุรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเกิดเหตุไฟลุกไหม้ใต้กองซากเครนและคานปูนก่อสร้างทางยกระดับทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 หรือ M 82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอน 7 ถนนพระราม 2 ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร ประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลท่าจีน และบริษัทพี เอส พี สเปเชียลตี้ส์ จำกัด รวม 2 คันเข้าดับไฟที่เกิดเหตุอยู่บริเวณ กม.ที่ 30+300 ถึง กม.ที่ 30+400 เป็นจุดเดียวกับเครนก่อสร้างทางยกระดับถล่มทับรถกระบะเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมาจนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ไฟลุกไหม้ใต้ซากเครนที่รื้อลงมาจากด้านบนเพลิงยังลุกไหม้รถกระบะที่ถูกทับอยู่ใต้คานปูนและยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกได้ มีคราบน้ำมันกระจายเต็มพื้น ทำให้ไฟลุกลามไหม้ซากรถกระบะเสียหายไปด้วย เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำกว่า 20 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการรื้อถอนเครนที่ถล่มลงมา ระหว่างทีมงานบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ตัดแยกโครงเหล็กชิ้นส่วนเครนและคานปูน เกิดสะเก็ดไฟไปตกใต้กองซากเครนที่มีคราบน้ำมันจากรถกระบะถูกเครนหล่นทับ ทำให้ไฟลุกไหม้ขึ้น เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่เปลวไฟไม่รุนแรง หลังเกิดเหตุทีมวิศวกรจะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยการทำงานจุดที่มีความร้อน (Hot Work) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟลุกไหม้ซ้ำอีก อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงรถค่อนข้างหนาแน่น ตำรวจต้องเร่งระบายรถ เนื่องจากส่วนใหญ่จะชะลอรถและจอดถ่ายคลิปส่งผลให้การจราจรติดยาวส่วนความคืบหน้าการกู้ซากเครนมรณะโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟสายกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานีขณะผ่านบ้านถนนคต ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 30 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งนี้ ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาวิศวกรบริษัทอิตาเลียนไทยระดมทีมงานตัดเครนสีส้มตัวแรกลงมาด้านล่าง และเช้าวันรุ่งขึ้นได้ตัดเครนสีส้มตัวที่ 2 สำเร็จพร้อมเร่งเคลียร์พื้นที่ด้านล่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเข้าซ่อมรางที่ชำรุด เจ้าหน้าที่การรถไฟฯจะเร่งดำเนินการติดตั้งรางใหม่ให้เสร็จภายในวันนี้ เพื่อคืนสภาพการเดินรถให้กลับมาใช้งานโดยเร็วที่สุดด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการการรถไฟฯเปิดเผยถึงความคืบหน้าการรื้อย้ายโครงเหล็กจากเหตุเครนในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนถล่มทับรถไฟ อ.สีคิ้ว ว่า ทีมวิศวกรของการรถไฟฯร่วมกับบริษัท อิตาเลียนไทยฯและที่ปรึกษาควบคุมงานร่วมกันวางแผนและเคลื่อนย้ายชุด Launcher อย่างเป็นระบบ ได้แยกชิ้นส่วนคอนโทรลลิฟต์ยกออกจากโครงสร้างและตัดโครงสร้าง Truss บางจุด ขณะนี้รื้อย้ายโครงสร้างแล้วเสร็จ ฝ่ายการช่างโยธาการรถไฟฯ เร่งซ่อมแซมทางรถไฟสามารถเปิดเดินรถเส้นทางดังกล่าวได้ตามปกติเวลา 17.00 น. เริ่มขบวนแรกด้วยขบวนรถธรรมดาที่ 233 กรุงเทพ (หัวลำโพง)-สุรินทร์ ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล ช่วงสายวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว. มหาดไทย เป็นประธานสักขีพยานมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตเหตุการณ์เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นายกฯมอบเงินเยียวยาครอบคลุมครอบครัวหรือทายาทผู้เสียชีวิต 30 ครอบครัว เป็นเงินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยรายละ 340,000 บาท เงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) รายละ 1,000,000 บาท และเงินช่วยเหลือจากบริษัทผู้รับจ้างรายละ 150,000 บาทนายอนุทินกล่าวว่า ในนามของรัฐบาลขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่อาจประเมินค่าได้ การมอบเงินเยียวยาเป็นความตั้งใจช่วยเหลือดูแลและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้เป็นไปได้โดยเร็วที่สุด สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม จะไม่มีการละเว้นหรือยกเว้นการกระทำผิดแก่ผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำเข้าข่ายเป็นการผิดกฎหมายและฝ่าฝืนกฎหมายและประมาทเลินเล่อ รัฐบาลจะใช้วิธีการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟว่ารัฐบาลจะหารืออัยการสูงสุดพิจารณาเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาและอาจจะให้อัยการสูงสุดฟ้องเรียกค่าเสียหาย หากผู้ได้รับความเสียหายจะเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม รัฐบาลจะให้การสนับสนุน เพราะเหตุการณ์ไม่ได้เกิดครั้งเดียว เรื่องความปลอดภัยสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญ สัญญาทางปกครองแบบนี้ไม่เหมือนสัญญาทางแพ่ง ต้องดูประโยชน์สาธารณะ ความปลอดภัยสาธารณะประกอบด้วย รัฐบาลจะไม่อยู่เฉยต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงเหตุไฟไหม้ซ้ำบริเวณเครนถล่มถนนพระราม 2 ช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เดี๋ยวคงรายงานเข้ามา ที่ผ่านมารัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครองหาวิธีบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา ให้นโยบายกับหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ ถ้าไม่ดำเนินการก็มีความผิด ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการไปแล้ว เมื่อถามว่าในฐานะวิศวกรเหตุไฟไหม้ดังกล่าวถือเป็นการทำลายหลักฐานหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าถ้าถามว่าตนในฐานะวิศวกร เราต้องวางแผนงานควบคุมและใส่ใจระมัดระวังให้มาก ต้องมีความปลอดภัย ส่วนข้อสังเกตทำลายหลักฐานจะเป็นการไปทำลายหลักฐานได้อย่างไร ถ่ายรูปกันไปชัดเจนแล้ว หลักฐานคือเครนที่ร่วงลงมา เป็นความเสียหายทางโครงสร้างทางวิศวกรรม จะไปเผาเหล็กเผาเครนตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเมื่อถามว่าผู้ประกอบการการท่องเที่ยวออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง นายอนุทินกล่าวว่า นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา ได้มอบนโยบายกรมทางหลวง การรถไฟฯ กระทรวงคมนาคมว่าต้องไม่ฟังเงื่อนไขในสัญญา แต่มันมีเรื่องกฎหมายทางปกครอง เพราะมันเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ทำให้ประโยชน์สาธารณะเสียไป รวมถึงความมั่นใจของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ไม่เว้นแม้แต่ความมั่นใจของคนในชาติวันนี้ ตอนที่ตนบอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ก็มีคนว่าไม่ใส่ใจ แต่ตอนที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดก็บอกว่าระวังเสียค่าโง่“คำว่าเสียค่าโง่คืออะไร คือบริษัทไปฟ้องหรือ เครนล้มลงมาขนาดนี้ มีผู้เสียชีวิต 30 กว่าคน เหตุเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก จะไม่ให้รัฐทำอะไรเลยหรือ ผมทำในสิ่งที่ควรทำและไม่ได้เป็นคนเสียค่าโง่ แค่บอกหน่วยงานว่าต้องทำอย่างไร มันไม่โง่หรอกที่ต้องทำแบบนี้ ทำแล้วทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น จะได้ทำอะไรด้วยความระมัดระวัง เพราะคนที่เสียหายคือประชาชน ญาติเจ้าของบริษัทเสียชีวิตเสียเมื่อไหร่ล่ะ คนสัญจรไปมา ขับรถไปมาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องมาเสียชีวิตตรงนี้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เสียหายกับประเทศ” นายกฯกล่าวนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานพิจารณาดำเนินการในเรื่องต่างๆ กรณีเครนถล่มทั้งที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และถนนพระราม 2 จ.สมุทรสาคร รวมถึงกรณีถนนทรุดบริเวณใกล้เคียง นายกฯขอติดตามความก้าวหน้า 2 ประเด็นคือ 1.ให้กระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาการเยียวยาผู้เสียชีวิตและการดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 2.สั่งให้กระทรวงคมนาคมพิจารณายกเลิกสัญญาบริษัทที่รับผิดชอบการก่อสร้าง รวมทั้งให้สอบสวนหาสาเหตุเพื่อให้มีผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการยกเลิกสัญญาต้องดำเนินการด้วยความรัดกุม ระมัดระวัง แต่ต้องรวดเร็วด้วย ไม่ใช่รอตรวจสอบอีกหลายเดือนแล้วระหว่างนี้ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันขึ้นอีกนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดการพื้นที่โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 กรณีโครงสร้างเหล็กติดตั้งสะพาน (Launching Gantry-LG) ทรุดตัวบนถนนพระราม 2 ว่า กรมทางหลวงผนึกกำลังร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ และบริษัทผู้รับจ้างจัดตั้งทีมปฏิบัติงานเฉพาะกิจเพื่อรื้อย้ายโครงสร้างเหล็กและชิ้นส่วนต่างๆ ส่วนความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินข้อสันนิษฐานเบื้องต้นทางวิศวกรรมที่เป็นสาเหตุของการร่วงหล่นของโครงเหล็ก LG และเร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูล เอกสาร รวมถึงหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและสาเหตุของเหตุการณ์ต่อไปอธิบดีกรมทางหลวง กล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต กรมทางหลวงได้สรุปยอดเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นรวมทั้งสิ้น 1,705,000 บาทต่อราย แบ่งเป็นเงินสงเคราะห์พระราชทาน (และรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรม ราชานุเคราะห์) 20,000 บาท ค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาท และค่าสินไหมทดแทน 500,000 บาทตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พ.ร.บ.รถยนต์) และเงินชดเชยเยียวยาบริษัทอิตาเลียนไทย 1,150,000 บาทอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่