ตอนที่ 8
ooooooo
พิกุลทำบุญเสร็จจะกลับบ้าน แต่อยากไหว้ศาลเจ้าแม่วารี จึงให้บ่าวถือข้าวของกลับไปรอที่เรือ แล้วแยกไปอีกทางโดยไม่รู้ว่ามีคนร้ายมุ่งเอาชีวิต
พิกุลเสียใจที่ถูกชายคนรักหลอกให้เป็นเมียน้อย ทรุดหมดแรงหน้าศาลเจ้าแม่วารี น้ำตาไหลกล่าว
คำอธิษฐานโดยไม่ทันระวังตัว พวกนักเลงที่นางจวนจ้างมาปิดปากลากเข้าป่ารกทันที
พิกุลดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถูกทำร้ายเพราะไม่เคยมีศัตรู
“พวกเอ็งเป็นใคร จะเอาอะไรจากข้า”
“เอาชีวิตเอ็งยังไงล่ะ”
“ข้าไปทำอะไรให้พวกเอ็ง”
“ไม่ใช่ข้าดอกนังคนสวย แต่เอ็งมันดันไปแย่งผัวชาวบ้าน ก็เลยต้องกลายเป็นผีเฝ้าวัดวังลุ่ม”
พิกุลพอได้ยินคำพูดนักเลง คิดว่าคุณแขคงเป็นคนจ้างพวกนี้มาทำร้ายเธอ พยายามตะเกียกตะกายหนีแต่ถูกทำร้ายจนสลบ
เมื่อเห็นพิกุลแน่นิ่งไป นางจวนที่ซุ่มอยู่เดินมาจิกหัวขึ้นดู
“หน้าตาสวยใช่ย่อย มิน่าคุณหลวงถึงได้หลงหัวปักหัวปํา ถึงกับสร้างเรือนให้”
จวนปล่อยหัวพิกุลแล้วโยนถุงเงินให้พวกนักเลง “ถ่วงน้ำมันซะ อย่าให้ใครเจอศพ”
พวกนักเลงเสียดายความสวยของพิกุล หมายข่มขืนก่อนทำตามคำสั่งนางจวน แต่ไม่ทันได้ล่วงเกิน
หลวงธนารักษ์ฯที่ตามมาวัดวังลุ่มเห็นเข้า ควักปืนยิงขู่คนร้ายจนพวกมันล่าถอยวิ่งหนีไป
หลังจากนั้นหลวงธนารักษ์ฯอุ้มพิกุลกลับมาเรือนไทย ปฐมพยาบาลจนเมียรักฟื้นคืนสติ
“แม่พิกุล ฟื้นแล้วรึ เป็นอย่างไร พี่เป็นห่วงแม่แทบคลั่งรู้ไหม”
พิกุลร้องไห้โผกอดหลวงธนารักษ์ฯ “น้องนึกว่าชาตินี้จะไม่ได้พบหน้าคุณพี่เสียแล้ว”
“โถ แม่คุณของพี่ พี่ไม่ยอมปล่อยให้พิกุลเป็นกระไรไปดอก...คอยดูพี่จักต้องจับไอ้คนชั่วที่มันทำร้ายแม่มาลงโทษให้หนัก”
พิกุลพอนึกได้ว่าใครเป็นคนสั่งทำร้ายก็แค้นวูบ ผลักอกสามี
“แล้วถ้าอ้ายอีคนชั่วนั่นมันเป็นคนของเมียคุณพี่ที่พระนครล่ะ”
“พิกุลว่ากระไรนะ”
“เสียแรงน้องมอบชีวิตให้ คุณพี่กลับหลอกลวงน้อง คงเห็นน้องเป็นวัวควายจะสนตะพายลากจูงไปทางไหนก็ได้” พิกุลตัดพ้อ
“ฟังพี่ก่อนพิกุล”
“ออกไป ไปให้พ้น”
หลวงธนารักษ์ฯพยายามกอดปลอบใจแต่พิกุลผลักออกทุกครั้ง จนเขาต้องยอมแพ้ลุกขึ้น พิกุลได้โอกาสดันสามีออกจากห้องแล้วลั่นดาลประตูแน่น
ไม่ว่าเขาจะเคาะเรียกอย่างไรก็ไม่สนใจ ทรุดนั่งพิงประตูร้องไห้ด้วยความแค้น...
ภาพพิกุลร้องไห้สะอึกสะอื้นยังติดตา ดานุพึมพำเรียกชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสะดุ้งตื่นเหงื่อชุ่มเต็มตัว พอรู้สึกตัวเต็มที่เขายิ่งเครียดเมื่อนึกถึงความฝัน...
ฝันถึงพิกุลอีกแล้ว
ooooooo
ดานุติดใจความฝันเมื่อคืน เขานั่งหน้าเครียดค้นอัลบั้มรูปถ่ายเก่าๆของครอบครัวมาดูภาพในอดีตของบรรพบุรุษ เมื่อดาริกาเดินเข้ามาทัก ดานุเห็นหน้าแม่ก็อดนึกถึงสายพี่สาวของพิกุลในฝันไม่ได้
“นุ จ้องแม่ทำไมเนี่ย มีอะไรรึเปล่า”
“เปล่าครับ เออ แม่ครับ เราไม่มีรูปของคุณเทียดเลยเหรอครับ”
“พระยาธนารักษ์ฯน่ะเหรอ”
“ครับ ผมอยากเห็นครอบครัวของท่าน แม่รู้ไหมครับว่าท่านมีภรรยากี่คน”
“แม่ไม่รู้หรอก โอ๊ย คนแรกก็ยังจำชื่อไม่ได้เลย”
“คุณแขครับ”
“ฮะ! ทำไมนุรู้ล่ะ”
“ถ้าผมบอกว่าผมฝัน แม่จะเชื่อไหม”
“เชื่อสิ แม่ก็ยังเคยฝันเห็นตัวเองเป็นพวกหมอผีอะไรซักอย่างเลย นี่ถ้าชาติก่อนมีจริง แม่ก็อาจจะเคยเป็นเจ้าแม่คุณไสยก็ได้”
“จริงเหรอครับ...ผมเองก็เห็นแบบนั้น”
พอดีศิตาโทร.เข้ามาแจ้งเรื่องเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน ดาริกาดีใจรีบรวบรัดตัดความ
“นี่นุ แม่น่ะไม่สนใจหรอกนะว่าอดีตมันจะเป็นยังไง เว้นเสียแต่ว่าอดีตนั้นจะให้ผลประโยชน์กับปัจจุบัน อย่างเรือนไทยที่ระยองไงล่ะ นุไม่รู้หรอกว่ามูลค่ามันมหาศาลขนาดไหน”
“นี่คุณตายอมขายแล้วเหรอครับ”
“ยัง แต่แม่ต้องทำให้คุณตายอมขายให้ได้ เรื่องอาถรรพณ์หรือคำสาปบ้าบออะไรมันจะได้จบไปเสียที ขายแล้วยัยเรศอาจจะหายขาดเลยก็ได้”
หลังจากนั้นดาริกาบอกแม่บ้านให้เตรียมของเซ่นนางโหงแล้วออกจากบ้าน ทิ้งดานุจมกับความคิดของตัวเองต่อไป
ooooooo
ที่บ้านธนารักษ์ ดาเรศโวยวายจะไปแจ้งตำรวจว่าดาราจ้างคนทำร้ายพิกุล คุณทับกับคุณดวงห้ามก็ไม่ฟัง จนต้องปล่อยให้อาละวาดหมดแรงไปเอง
คุณทับให้คุณดวงอยู่เป็นเพื่อนลูกสาว ส่วนตัวเองรีบไปห้องพระเพราะยงมาฟ้องว่าดานุขอกุญแจไป
ดานุต้องการค้นหาสิ่งที่ค้างคาใจ เมื่อได้เจอคุณตาจึงถือโอกาสถามประวัติครอบครัว คุณทับเล่าว่าเจ้าสัวหอคือต้นตระกูลที่สร้างตัวจากการขายข้าวสาร ท่านมีลูกชายชื่อเหล็ง ซึ่งต่อมาได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาธนารักษ์ราชภักดี เป็นพ่อคุณทิว ทวดของดานุ
ดานุพยายามหลอกถามเรื่องพระยาธนารักษ์ฯตอนหนุ่มกับภรรยา แต่คุณทับก็รู้แค่พระยาธนารักษ์ฯมีภรรยาชื่อแข
“ช่วงสุดท้ายของชีวิต พระยาธนารักษ์ฯกับคุณหญิงแขแยกกันอยู่ พระยาธนารักษ์ฯยกบ้านในกรุงเทพฯให้คุณหญิง ส่วนตัวเองไปอยู่ที่ระยองแล้วก็เสียที่นั่นพวกรูปข้าวของก็กระจายไปหมด”
“หมายความว่าพระยาธนารักษ์ฯเลิกกับภรรยาเอกแล้วไปอยู่กับพิกุล”
คุณทับสงสัยเพราะไม่เคยรู้เรื่องพระยาธนารักษ์ฯมีภรรยาอีกคน ดานุเฉไฉ ไม่บอกเรื่องความฝันแปลกๆ แต่อ้างว่าได้ยินจากพิกุลว่าครอบครัวธนารักษ์ราชภักดีเคยทำไม่ดีกับคนอื่น เขาเลยอยากรู้เผื่อช่วยแก้ไขได้บ้าง
“ไม่หรอก ไม่ต้องแก้ไขอะไรทั้งนั้น ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นแล้ว”
คุณทับบ่ายเบี่ยงเดินออกนอกห้องพระ ดานุก้าวตามไม่ลดละ
“เพราะพิกุลอย่างนั้นเหรอครับ” คำถามนั้นทำให้คุณทับชะงัก ดานุได้ทีถามจี้จุด “คุณตาเชื่อจริงๆเหรอครับว่าทุกอย่างดีขึ้นจริงๆ คุณตามีอะไรปิดบังอยู่ ผมสังเกตว่าคุณตากังวล มีความกลัวอยู่ตลอดเวลา ที่จริงคุณตารู้ใช่ไหมครับว่าบรรพบุรุษของเราเคยทำอะไรไว้”
“ไม่มี ไม่มีอะไรทั้งนั้น คืนกุญแจนายยงไปซะ” คุณทับสั่งแล้วเดินหนี
ยงที่ยืนรอคุณทับหน้าห้องพระแต่แรกได้ยินทุกอย่าง อดเตือนดานุไม่ได้
“หีบบางหีบเราก็ไม่ควรไปเปิดมันนะครับคุณนุ”
“แต่ฉันเป็นคนชอบเสี่ยง นายยง ฉันจะเปิดมันเอง”
ooooooo
ที่โรงเก็บเรือบ้านเรือนไทย ผีอีแก้วโผล่มาเห็นพิกุลกับผีไอ้ทองหมดเรี่ยวแรงเพราะฤทธิ์ผ้ายันต์
หมอเวก เลยคิดจะไปแก้แค้นดารา ผีไอ้ทองเห็นผีอีแก้วไม่ถูกกักขังและทรมานเพราะผ้ายันต์ก็สงสัย พิกุลบอกผีอีแก้วไม่ได้ตายในเรือลำนี้ จิตไม่ผูกพันกับเรือ ยันต์ที่แปะอยู่จึงทำอะไรไม่ได้
ดาราหงุดหงิดเรื่องที่บ้านจนใครๆเข้าหน้าไม่ติด เด็กนักเรียนในชั้นกลัวจนลนลาน ผีอีแก้วรอจังหวะอยู่แล้ว ทันทีที่ดาราปล่อยนักเรียนไปพักจึงปรากฏตัว ดารากลัวมากแต่จู่ๆผีร้ายก็หายไปเพราะเจอฤทธิ์ตะกรุดของหมอเวกที่เธอพกติดตัว
ผีอีแก้วหายตัวไปพร้อมความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ดารายังหลอน แหวใส่ครูและนักเรียนจนถูกร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสม ผู้อำนวยการอ่อนใจมากกับท่าทางแปลกๆของดาราในระยะหลัง และสั่งให้ครูคนอื่นช่วยจับตาอย่างจริงจัง
เมื่อโรงเรียนเลิก ดารารีบกลับบ้านบอกพัวเรื่องถูกผีตามหลอกถึงที่ทำงาน และสั่งให้ไปเอากุญแจรถจากคำ ตนจะไปหาหมอเวก
ดาเรศเห็นดารากับพัวทำท่าทีลับๆล่อๆ จึงแอบขึ้นรถไปด้วย เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าสองคนนี้ต้องมีส่วนเรื่องพิกุลถูกทำร้ายแน่ๆ
เวลาเดียวกัน ดานุขับรถเข้าไปในซอยโรงไม้ เพื่อตามหาบ้านเก่าของเจ้าสัวหอที่ฝันเห็นตามคำบอกเล่าของยง และต้องการคำตอบว่าชาติที่แล้วตัวเองคือ
พระยาธนารักษ์ฯหรือไม่ ชายหนุ่มจอดรถหน้าห้องแถวที่คิดว่าน่าจะเป็นที่ตั้งของบ้าน...ภาพเก่าๆในอดีตย้อนกลับมาอีกครั้ง...
ooooooo
หลวงธนารักษ์ฯรีบกลับจากระยองมาหาอาหลิวเพื่อเค้นถามเรื่องจ้างคนไปทำร้ายพิกุล บ่าวเก่าแก่ยืนยันไม่ได้ทำ คุณหลวงหนุ่มจึงขู่สำทับไม่ให้ปากโป้งเรื่องพิกุลเด็ดขาด
พอดีพระยาศรีศักดิ์บริบาลกับคุณหญิงอิ่มมาเยี่ยมคุณแขลูกสาวแต่ไม่ทันได้คุยกัน บ่าวหญิงก็วิ่งหน้าตื่นมาแจ้งว่าคุณแขล้ม ทั้งหมดรีบไปดูคุณแขด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะหลวงธนารักษ์ฯที่พาลโมโหจวน บ่าวคนสนิทของภรรยาที่ดันลากลับบ้านในเวลาแบบนี้
จริงๆแล้วจวนไม่ได้ลากลับบ้าน แต่ไประยองและจ้างนักเลงให้ทำร้ายพิกุล ชมซึ่งแท้จริงเป็นคนบอกเรื่องหลวงธนารักษ์ฯมีพิกุลเป็นเมียอีกคน รู้ทันและมาดักรอเอาเรื่อง
“ที่กูเอาเรื่องพิกุลมาบอกมึงก็พราะอยากให้มึงบอกเมียเอกไอ้หลวงธนารักษ์ฯ ให้มันห้ามผัวมันไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับพิกุล ไม่ใช่ไปฉุดคร่าพิกุลมัน”
“นี่ไอ้ชม ถ้ามึงรักพิกุล อยากได้มันเป็นเมีย ทำไมมึงไม่ฉุดพิกุลไปเสียเองแล้วก็ปล้ำมันทำเมียเสีย อย่างนี้เอ็งก็สมรัก คุณแขของข้าก็หมดเสี้ยนหนามตำใจ หมดเรื่องหมดราว”
จวนยุจนชมเริ่มลังเล อยากได้พิกุลเป็นเมียใจแทบขาดแต่ยังไม่กล้าพอ
ระหว่างที่ดานุดำดิ่งสู่อดีต ดารากับพัวมาหาหมอเวกที่วัด โดยมีดาเรศแอบตามมา และได้ยินทั้งหมดคุยกันเรื่องกำจัดผีพิกุลและบริวาร จึงกดโทรศัพท์ถ่ายคลิป ดาเรศได้ยินบทสนทนาไม่ชัดเลยคิดว่าพิกุลถูกเผา
เธอโกรธมากก้าวออกมาแสดงตัว
“ถ้าเรศไม่แอบขึ้นรถมาก็คงไม่รู้ว่าพี่ดาราสมรู้ร่วมคิดกับไอ้พวกนี้ลักพาตัวพิกุลไปหรอก เรศถ่ายคลิปไว้หมดแล้ว คอยดูเถอะเรื่องนี้ถึงตำรวจแน่”
“นี่แกกล้าแบล็กเมล์ฉันเหรอนังดาเรศ ความจริงแล้วแกควรจะต้องขอบใจฉันด้วยซ้ำที่ฉันไล่นังผีพิกุลได้”
“อย่ามาใส่ร้ายพิกุลนะ พิกุลไม่ใช่ผี ที่พี่กำจัดเขาก็เพราะพี่เกลียดฉัน ไม่อยากให้เขามารักษาฉัน”
“ฉันขี้เกียจจะอธิบายแล้ว เอาโทรศัพท์มานี่”
ดาเรศสู้แรงดาราไม่ไหวจึงกัดแขนแล้ววิ่งหนี หมอเวกกับเมี้ยนเห็นท่าไม่ดีเลยปลีกตัวไม่อยากยุ่ง ทิ้งดารากับพัวให้วิ่งตามหาดาเรศกันเอง
ขณะนั้นเองที่บ้านธนารักษ์ คุณทับเพิ่งรู้ว่าดาเรศหายไปพร้อมโทรศัพท์ของคุณดวงจึงโทร.ตามดานุให้ช่วยตามหา










