ตอนที่ 8
ดานุขับรถจากระยองกลับบ้านธนารักษ์ที่บางโพแต่เช้า เพราะอยากรู้เรื่องบรรพบุรุษกับศาลเจ้าแม่วารี แต่ดันเจอเรื่องชวนหงุดหงิด ทั้งคำที่เตรียมรถพาคุณทับกับคุณดวงไปซื้อเครื่องเซ่นนางโหง และห้องพระที่ถูกปิดตาย
พันเดินมาเห็นดานุกำลังเขย่ากุญแจห้องพระ จึงเอ่ยถามว่าจะเข้าไปทำอะไร ดานุไม่ตอบแต่ย้อนถามว่า ทำไมใส่กุญแจห้องพระ
“ตั้งแต่บูชานางโหง...หมอพิกุลสั่งให้ปิดค่ะ เอาผ้าคลุมพระพุทธรูปไว้ด้วย”
“เพราะอะไร”
“กลัวจะสับสนมั้งคะ คือผีกับพระไม่ถูกกันค่ะ จะไหว้อะไรก็ต้องเลือกซักอย่าง”
พอดีคุณทับกับคุณดวงออกจากห้อง คุณทับทักทายดานุ ส่วนคุณดวงไล่พันไปเตรียมจัดโต๊ะบูชานางโหง แล้วหันมาคุยกับหลานชาย
“ยัยเรศเพิ่งตื่น ยังสวดมนต์อยู่ในห้อง นุกินอะไรรอก่อนแล้วกัน”
“ผมไม่ได้มาหาน้าเรศครับ ผมมีเรื่องอยากจะถามคุณตา”
“เหรอ งั้นเดี๋ยวตากลับมาค่อยคุยกัน”
ดานุกำลังโกรธจึงไม่อ้อมค้อม “ทำไมคุณตาไม่บอกผมว่าต้นตระกูลของเราเป็นคนสร้างศาลเจ้าแม่วารี”
คุณทับตกใจ “แกรู้ได้ยังไง”
“ผมไปที่วัดวังลุ่มมา มัคนายกเล่าให้ผมฟัง แล้ว...ผมก็ไปที่เรือนไทยของคุณทวดด้วย”
เวลาเดียวกันนั้นเอง พรรวีเรียกเพียงฟ้ากับจอมขวัญเพื่อนสนิทมาที่บ้าน เพื่อเล่าเหตุการณ์บนโต๊ะอาหารเย็นบ้านธนารักษ์เมื่อวานและขอคำปรึกษา เพียงฟ้ากับจอมขวัญลงความเห็นว่าพิกุลเป็นตัวการใหญ่อยู่เบื้องหลังคอยเป่าหูดาเรศให้เกลียดพรรวี และสั่งคนใช้ให้ขับรถไปซ่อน
พรรวีลังเลเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเกินกว่าเหตุ แต่จอมขวัญฟันธงว่าพิกุลเป็นสิบแปดมงกุฎ หวังทั้งเงิน ทั้งผู้ชาย การลงทุนแสดงละครและสะกดจิตขนาดนี้ให้ผลคุ้มเกินคุ้ม
คำพูดมั่นใจของจอมขวัญทำให้พรรวีอดนึกถึงคำพูดแปลกๆที่พิกุลเคยพูดกับเธอไม่ได้
“ถ้าคุณไม่เคยสร้างบุญสร้างกรรมร่วมกับพวกเขามา คุณก็ไม่มีสิทธิ์ปกป้องพวกเขาหรอกค่ะ เชื่อฉันเถอะ มันไม่คุ้มจริงๆ”
พรรวีเชื่อคำยุยงของสองเพื่อนสนิท มั่นใจว่าทุกอย่างเป็นฝีมือพิกุล พากันไปสะสางปัญหาที่บ้านธนารักษ์ทันที
ooooooo
คุณทับพาดานุมาคุยเรื่องบรรพบุรุษและศาลเจ้าแม่วารีในมุมสงบของบ้าน คุณทับยอมรับว่าต้นตระกูลธนารักษ์ราชภักดีเป็นผู้สร้างศาลเจ้าแม่วารี แต่ไม่เคยเล่าเพราะไม่ใช่เรื่องที่หลานต้องรู้ และตอนนี้ศาลก็ถูกรื้อทิ้งแล้ว
ดานุไม่วายสงสัย “แล้วเราเกี่ยวพันอะไรกับเจ้าแม่วารี ทำไมเราต้องสร้างศาลไว้ที่วัดวังลุ่มด้วยครับ”
“ท่านเจ้าสัวหอต้นตระกูลของเรา ท่านก็คงนับถือของท่าน เรื่องของบรรพบุรุษ บางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้”
“แต่ผมคิดว่าเราควรรู้ครับ ถ้ามันเป็นเรื่องที่มามีอิทธิพลกับชีวิตปัจจุบันของเรา”
“หมายความว่าอะไร แกได้เจออะไรเข้าหรือตานุ”
“คุณตาคิดว่าผมเจอกับอะไรล่ะครับ เจ้าแม่วารีหรือว่านางโหงที่คุณตาบูชาแทนพระอยู่ทุกวันนี้”
ยงเดินมาได้ยินที่สองตาหลานคุยกัน ชะงักก่อนบอกคุณทับว่ารถพร้อมแล้ว คุณดวงให้มาตามไปซื้อของ
“เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกัน ตาขอสั่งห้ามขาด อย่าไปยุ่งวุ่นวายที่ระยองอีก ทั้งที่เรือนไทย แล้วก็วัดนั่น ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะจบแล้ว ปล่อยให้มันหายไปกับอดีตเถอะ”
คุณทับกำชับหลานชายทิ้งท้ายก่อนออกไป ดานุเห็นยงไม่กล้าสบตามีพิรุธและเดินหนี จึงพยายามคาดคั้น และขู่ว่า ถ้าไม่เล่าจะตามหาพระหรือใครที่สั่งรื้อศาลเจ้าแม่วารีเพื่อสอบถามจนรู้ความจริง ยงใจอ่อนเพราะเป็นห่วงเจ้านาย ยอมเล่าว่าพระยันผู้เป็นพี่ชายเป็นคนสะกดวิญญาณที่เรือนไทย และสั่งรื้อศาลเจ้าแม่วารี
ดานุอยากเจอพระยัน แต่ยงบอกไม่ทราบข่าวมาหลายปี ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน จู่ๆเสียงเย็นเยือกของพิกุลก็แทรกขึ้น
“พระท่านต้องการความสงบ เราไม่ควรไปรบกวนท่านนะคะ”
ดานุกับยงแปลกใจที่พิกุลมาแต่เช้า และแต่งตัวทันสมัยแปลกตา ชายหนุ่มขอคุยกับหญิงสาวสักครู่ ยงจึงขอตัวกลับ สวนทางกับดาเรศและพันที่จะไปรอพิกุลที่ท่าน้ำ คนสวนบอกว่าหมอพิกุลมาถึงแล้ว กำลังคุยกับดานุ ดาเรศดีใจเดินลิ่วไปทันที
ที่ท่าน้ำ ดานุถามพิกุลเรื่องความฝันประหลาดและอาการละเมอที่หนักขึ้น เธอตอบแฝงความนัยเหมือนทุกครั้ง
“คำตอบบางอย่างก็ไม่ต้องไปหาจากที่อื่น แต่ค้นพบได้ด้วยตัวเอง เชื่อฉันไหมล่ะคะ”
“คุณกำลังเล่นเกม ต้อนให้ผมจนมุมจนต้องกลับมาหาคุณ”
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย คุณต่างหากที่พยายามวิ่งหนี และเมื่อหาทางออกไม่ได้ก็ต้องวนกลับมา”
“คุณพยายามจะบอกผมว่า ทางออกมันอยู่ที่คุณใช่ไหม”
“แล้วคุณคิดว่าใช่ไหมล่ะคะ” พิกุลท้าทาย
“ได้ ผมจะลองดู”
ดาเรศกับพันมาถึง เห็นดานุคว้าข้อมือพิกุลที่จะเดินหนีจึงหลบแอบดู พอพิกุลเดินนำดานุเข้าบ้าน ก็รีบตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ooooooo
พัวสบโอกาสตอนไม่มีใครอยู่บ้าน แอบไปหน้า ห้องรับรองพิกุลเพื่อแปะยันต์ตามคำสั่งดารา พิกุลเดินนำดานุมาถึงเสียก่อน พัวรีบหลบ พิกุลรู้สึกผิดปกติแต่ไม่มีเวลาค้นหา มัวท้าทายดานุให้ยอมเข้าไปคุยในห้องแบบสองต่อสอง
พัวแอบฟังหน้าประตูและจะแปะยันต์ ดาเรศมาเห็นไล่ไปเพราะอยากให้ดานุกับพิกุลลงเอยกัน แล้วสั่งพันเฝ้าหน้าห้อง อย่าให้ใครขัดจังหวะเด็ดขาด
พิกุลกวนดานุโดยนั่งวางท่าเป็นหมอ ชายหนุ่มหงุดหงิดแต่ก็ยอมเล่าอาการโดยดีว่าฝันถึงเธอ
“นี่คิดถึงฉันจนเก็บไปฝันเลยเหรอคะ”
“ผมไม่ได้คิดถึงคุณ แต่ผมเห็นคุณ...ผมเห็นคุณกับผม เราอยู่ด้วยกัน...ทุกครั้งที่ผมละเมอ ผมจะเห็นคุณทุกครั้งในฝันเป็นภาพอดีต มันชวนสับสน และผม...ผมกับคุณเป็นคู่รักกัน”
พิกุลยิ้มให้ก่อนยื่นมือไปหาเพื่อรักษาตามวิธีของเธอ ชายหนุ่มปฏิเสธเพราะคิดว่าเป็นปาหี่หลอกลวง พิกุลรู้ว่าต้องทำอย่างไรดานุถึงจะยอม พูดกวนประสาทให้เขาโกรธ แล้วก็ได้ผลจริงๆ เขาคาดคั้นเธอเสียงแข็ง
“บอกความจริงผมมาว่าคุณใช้วิธีอะไรกันแน่ ถึงทำให้ผมเห็นภาพแบบนี้ ยากล่อมประสาทเหมือนที่คุณใช้กับแม่ผมใช่ไหม”
“เอาที่คุณสบายใจเลยค่ะคุณดานุ แต่ดิฉันบอกคุณได้เพียงประโยคเดียวว่า คำตอบของคำถามที่คุณกำลังเพียรพยายามหาอยู่ ตอนนี้มันอยู่ตรงหน้าของคุณแล้ว”
ดานุอึ้งคิดตาม พิกุลพูดต่อ “ถึงเวลาต้องเลือกแล้วค่ะคุณดานุ เพราะตอนนี้มีประตูอยู่สองบาน บานแรกอยู่ข้างหลังคุณ ส่วนบานที่สองอยู่ตรงหน้าคุณ ถ้าคุณกลัวก็เชิญเลือกบานแรกและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติของคุณได้เลย แต่ถ้าไม่ และคิดว่ากล้าพอที่จะเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆล่ะก็ ประตูบานนี้รอคุณอยู่ค่ะคุณดานุ”
พิกุลท้าทายจนดานุตัดสินใจรับคำท้า เขาลากเก้าอี้มานั่ง และยื่นมือทั้งสองไปแตะมือหญิงสาว พิกุลสบตาก่อนใช้มนตร์ดำสะกดชายหนุ่มให้ดำดิ่งสู่ห้วงอดีต...
ooooooo
ดานุเห็นหลวงธนารักษ์ราชภักดีกับพิกุลที่ความรักกำลังสุกงอมไปสาบานรักต่อหน้าศาลเจ้าแม่วารีที่วัดวังลุ่ม
“ขอให้เจ้าแม่วารีเป็นพยานว่าลูก...หลวงธนารักษ์ฯ รักพิกุลคนนี้ และจะดูแลพิกุลจวบจนตายจากกัน”
“คุณหลวง...” พิกุลอุทาน มองหลวงธนารักษ์ฯอย่างคาดไม่ถึง
“แล้วพิกุลล่ะ อยากให้ฉันอยู่ดูแลพิกุลตลอดไปไหม...ต่อหน้าเจ้าแม่ห้ามมุสา” หลวงธนารักษ์ฯสบตาพิกุลลึกซึ้งจนหญิงสาวสะเทิ้นอาย
พลันหลวงธนารักษ์ฯเหลือบไปเห็นอาหลิว...บ่าวชาวจีนจากพระนครเดินมาพร้อมเครื่องเซ่นไหว้ คุณหลวงหนุ่มตกใจ รีบพาหลบไปคุยอีกทางก่อนพิกุลจะสงสัย
หลวงธนารักษ์ฯแปลกใจที่รู้จากปากอาหลิวว่าเจ้าสัวหอ บิดาเป็นคนสร้างศาลเจ้าแม่วารีเมื่อหลายปีก่อน พร้อมกับซื้อที่ดินริมน้ำซึ่งเป็นที่ตั้งเรือนไทยของเขาและสั่งเสียก่อนตายให้บ่าวมาไหว้ศาลทุกปี คุณหลวงหนุ่มงงว่าทำไมต้องมาสร้างไกลถึงที่นี่
อาหลิวตอบตามตรง และเรียกเหล็ง ชื่อเดิมของคุณหลวงหนุ่มตามความเคยชิน “อั๊วก็ไม่รู้ แต่ท่านเจ้าสัวกำชับไว้ว่าอย่าบอกใคร คุณเหล็งอย่าถามอั๊วเลย”
“ได้ แต่อั๊วขออะไรลื้ออย่าง ลื้อห้ามไปโพนทะนาเรื่องที่เจออั๊วที่นี่ให้คนที่พระนครรู้เด็ดขาด”
“ทำไมล่ะขอรับ คุณแขก็รู้อยู่ว่าคุณเหล็งมาคุมขนส่งสินค้าที่ระยองนี่ เอ๊ะ หรือว่าแม่หญิงที่อั๊วเห็นเมื่อตะกี้เป็น...เมียคุณเหล็งอีกคน”
หลวงธนารักษ์ฯขู่อาหลิวไม่ให้ปากโป้ง แต่ชม... นักเลงหัวไม้ที่หลงรักพิกุลแอบได้ยินถึงกับโกรธจัด
เมื่อสาบานรักต่อหน้าศาลเจ้าแม่วารีเรียบร้อย หลวงธนารักษ์ฯไปสู่ขอพิกุลกับตาชดยายแสถึงบ้าน สองผู้เฒ่าแม้ประหลาดใจแต่ดีใจมากกว่าที่ลูกสาวสัปเหร่อต่ำต้อยมีวาสนาได้เป็นเมียคุณหลวง เอ่ยปากยกให้โดยไม่ขอสินสอดทองหมั้น แต่หลวงธนารักษ์ฯไม่ยอม ให้เหตุผลว่าพิกุลมีพ่อมีแม่ต้องจัดพิธีแต่งงานให้สมหน้าตา
สายกลับมาได้ยินอดแดกดันไม่ได้ “พูดได้ดีนี่คุณหลวง ข้าเห็นด้วย ต้องตกแต่งให้เอิกเกริก ให้มันสมฐานะ คุณหลวงจากพระนครหน่อย จะให้ดีนี่ก็ไปแต่งให้ใหญ่โตที่พระนครเสียเลย”
พิกุลปฏิเสธไม่ไปพระนคร เข้าทางหลวงธนารักษ์ฯที่ไม่อยากให้รู้เรื่องบ้านใหญ่ รีบบอกว่าอยู่ระยองดีแล้วจะได้ดูแลบ้านเรือนบ่าวไพร่ ทุกคนพูดคุยกันสนิทสนม ยกเว้นสายที่มองหลวงธนารักษ์ฯอย่างจับผิด...ยังไม่ไว้ใจว่าที่น้องเขย










