ตอนที่ 8
ooooooo
ชมมาจากศาลเจ้าแม่วารี แอบซุ่มอยู่ใกล้เพิงเล็กๆที่สายตั้งสำนักหมอผี หาโอกาสเล่าเรื่องหลวงธนารักษ์ฯมีเมียแล้วที่พระนคร ตอนแรกสายไม่อยากเชื่อ แต่ด้วยอคติที่มีต่อผู้ชาย และชมสบถสาบานรุนแรงต่อเจ้าแม่วารี เธอเริ่มลังเล
“หรือว่าที่ไอ้คุณหลวงไม่ยอมพานังพิกุลไปตกแต่งที่พระนครจะด้วยเหตุนี้”
“เอ็งรีบหาวิธีช่วยนังพิกุลเถอะ เวลาไม่คอยท่าแล้ว”
“เอ็งพูดถูก เราต้องสาวไส้ไอ้คุณหลวงให้น้องข้า ได้เห็นธาตุแท้ของมัน”
คืนนั้นสายซึ่งมีวิชาอาคมเสกหุ่นให้กลายเป็นสาวสวยแกล้งป่วยเดินไม่ไหว นั่งร้องขอความช่วยเหลืออยู่ใกล้ท่าน้ำ หลวงธนารักษ์ฯเสร็จจากงานเดินผ่านเห็นผู้หญิงตกระกำลำบากก็อดช่วยไม่ได้ หลงกลเข้าประคองพาส่งบ้าน...ซึ่งเป็นแค่กระท่อมร้าง ส่วนชมลากพิกุลไปที่กระท่อมร้างนั่นหมายให้เห็นหลวงธนารักษ์ฯมีสัมพันธ์กับหญิงอื่น
สายกับชมร่วมมือกันทำให้พิกุลมาเห็นภาพบาดตาจนได้ เธอตะลึงด้วยความเสียใจก่อนจะวิ่งร้องไห้หนีไปโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆของคุณหลวง พอคุณหลวงจะตามก็ถูกสาวนางนั้นกอดไม่ปล่อย
ชมชักมีดขู่หลวงธนารักษ์ฯให้เลิกยุ่งกับพิกุล แล้ววิ่งตามหญิงสาวไปทันกันที่ทางเดิน ชมพยายามขอความรัก แต่ถูกด่ากลับ ทำให้โกรธจนหน้ามืดเข้าปล้ำพิกุล ตาชดผ่านมาช่วยลูกสาวทัน ขู่และไล่ชมอย่างรุนแรง
“แต่ข้าจริงใจกับพิกุล ไม่เหมือนไอ้คุณหลวงธนารักษ์ฯที่มันมากชู้หลายเมีย” ชมขอความเห็นใจ
“ข้ายกพิกุลให้กับคุณหลวงแล้ว เท่ากับคุณหลวงเป็นเขยข้า หากเอ็งพูดให้ร้ายท่านอีกคำเดียว ข้าจะตัดลิ้นเอ็งเสีย”
พิกุลร้องไห้บอกพ่อจะไม่แต่งงานเพราะเห็นกับตาว่าหลวงธนารักษ์ฯนอกใจมีหญิงอื่น ตาชดไม่เชื่อ ลากพิกุลกลับมาที่กระท่อม เห็นหญิงสาวกอดรัดว่าที่ลูกเขยจึงควักมีดหมอมาบริกรรมคาถาแล้วจัดการจนไฟลุกไหม้ ร่างเธอกลายเป็นหุ่นดังเดิม...ขณะเดียวกันอ่างน้ำมนต์ของสายแตกกระจายเมื่อหุ่นถูกทำลาย
ตาชดพอจะรู้ว่าเป็นฝีมือของใคร จึงไปหาสายที่เพิงสำนักแล้วโยนหุ่นลงต่อหน้าถามว่าเป็นฝีมือเธอหรือไม่ ลูกสาวคนโตปฏิเสธเสียงแข็ง
“เอ็งไม่ทำก็ดี เพราะขืนเอ็งทำร้ายคุณหลวงเอ็งนั่นแหละที่จะเดือดร้อน...ข้าสอนวิชาให้เอ็งเอาไว้ป้องกันตัว ไม่ใช่เอาไว้ทำร้ายคนอื่น อย่าให้ข้ารู้นะว่าเอ็งริอ่านเอาวิชาที่ข้าสั่งสอนไปทำระยำตำบอน ไม่อย่างนั้นเอ็งกับข้าได้เห็นดีกันแน่” ตาชดคาดโทษแล้วหันกลับ
สายไม่สำนึก กล่าวอาฆาต “คนอย่างข้าไม่โง่รอให้คนอื่นมันทำข้าก่อนดอก”
พิกุลเมื่อรู้ว่าหลวงธนารักษ์ฯถูกกลั่นแกล้งก็รู้สึกผิดและยกโทษให้ แต่ด้วยจริตหญิงจึงแง่งอนให้ขุนนางหนุ่มตามง้อ ทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด หลวงธนารักษ์ฯกอดพิกุลไว้เต็มอกพลางขอคำสัญญา
“ฉันอยากให้พิกุลหนักแน่น อย่าได้เชื่อคนอื่น แต่ขอให้พิกุลดูที่การกระทำของฉัน ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่าฉันรักพิกุล รักเพียงคนเดียวเท่านั้น”
“ต่อไปข้าจะไม่หูเบาเชื่อใครง่ายๆอีก ข้าจะเชื่อแต่คุณหลวงผู้เดียว”
ooooooo
หลวงธนารักษ์ฯแต่งงานกับพิกุลอย่างหวานชื่นและเรียบง่ายที่เรือนไทยสร้างใหม่ของเขา เมื่ออยู่ในห้องหอเพียงลำพัง หลวงธนารักษ์ฯได้มอบปิ่นปักผมรูปดอกพิกุลให้เป็นของขวัญพิเศษ
“รู้ไว้นะพิกุล ชีวิตฉันมีหล่อนคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงคำว่ารัก หามีหญิงใดทำให้ฉันรู้สึกเช่นนี้มาก่อน”
“ข้าจะจำคำของเอ็งไว้” พิกุลไม่วายติดคำพูดแบบเดิม
“คุณพี่...ลองเรียกให้ชื่นใจสักครั้งซิ”
“คุณพี่...” พิกุลพูดเสียงหวาน เสียงของผู้หญิงที่ได้รับความรักจากชายที่เธอรักอย่างเต็มเปี่ยม
หลังพิธีแต่งงาน ผัวหนุ่มเมียสาวกลับสู่วงจรชีวิตปกติ หลวงธนารักษ์ฯลาพิกุลลงเรือไปทำงานที่พระนคร
“เสร็จงานที่พระนครแล้วพี่จะรีบกลับมา ยิ้มให้พี่นิดเถิด พี่จะได้เก็บรอยยิ้มของแม่พิกุลเอาไว้ในใจยามที่คิดถึง”
“หญิงงามที่พระนครมีถมไป ขี้คร้านคุณพี่จะลืมน้อง”
“ไม่มีใครงามเท่าพิกุลเมียพี่คนนี้อีกแล้ว” คุณหลวงหยอดคำหวานจนพิกุลเคลิบเคลิ้ม
เมื่อหลวงธนารักษ์ฯกลับถึงบ้านที่พระนคร รู้จากทาสว่าคุณแขภรรยาเอกไม่สบายนอนอยู่ในห้องจึงรีบไปหา นางจวนบ่าวคนสนิทของคุณแข หรือดาราในปัจจุบัน ดักรออยู่แล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าเจ้านายสาวป่วยเป็นอะไร อยากให้คุณหลวงหนุ่มไปดูเอง ครั้นหลวงธนารักษ์ฯเข้ามาเห็นภรรยาอาเจียนหนักจึงช่วยลูบหลังด้วยความเป็นห่วง นางจวนแอบดูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่เจ้านายของตนจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์
ooooooo
ดาราโทร.หาพัวเรื่องภารกิจติดผ้ายันต์ สาวใช้รายงานว่ายังไม่สำเร็จเพราะพิกุลพาดานุเข้าไปคุยในห้องสองต่อสอง แถมแอบฟังไม่ได้เพราะดาเรศให้พันมาเฝ้าหน้าห้อง
พิกุลตั้งใจให้ดานุเห็นอดีตแค่นั้น จึงเอามือออก ดานุแปลกใจว่าหญิงสาวใช้วิธีอะไร เขาเล่าว่าเห็นตัวเองเป็นคุณหลวง พาคู่รักหน้าตาและชื่อเหมือนพิกุลไปไหว้ศาลเจ้าแม่วารี แต่งงานกันที่เรือนไทยริมน้ำจังหวัดระยอง มีภรรยาเอกอยู่พระนครอีกคนชื่อแข และมีบ่าวชื่อจวนที่หน้าเหมือนดารา แต่เขายังไม่เห็นหน้าคุณแข
“คุณก็เลยอยากเห็นว่าคุณแขจะหน้าเหมือนใครในชาติภพนี้”
“คุณกำลังพยายามจะทำให้ผมเชื่อว่าเราเคยรู้จักกันมาในชาติก่อน นี่คุณคงทำแบบนี้กับคุณตา คุณยาย น้าดาเรศ แล้วก็แม่ผมมาแล้ว”
“ทำไมคุณถึงไม่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดล่ะคะ”
“ผมไม่ได้ไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด แต่ผมไม่เชื่อว่าเราจะเห็นอดีตชาติภพที่แล้วได้ด้วยการแค่แตะมือกัน”
พิกุลจงใจยั่วโมโห “แล้วเรื่องที่คุณละเมอเดินไปในที่ที่คุณฝันถึงล่ะคะ”
ดานุโกรธจนลืมตัวจับไหล่พิกุลเขย่า “คุณรู้...ตกลงมันเป็นฝีมือคุณใช่ไหม ทั้งหมดที่ทำให้ผมเหมือนคนบ้าเป็นเพราะคุณ บอกผมมาเดี๋ยวนี้ว่าคุณทำยังไง”
พรรวีพาเพียงฟ้ากับจอมขวัญมาหาดานุพอดี
พัวขอวางสายดาราและตั้งใจยุแยงสามสาวให้เข้าใจผิดเรื่องดานุกับพิกุล ได้ผล...พรรวีหึงจนหน้ามืด รีบบุกไปหาแฟนหนุ่ม
สามสาวกับพัวมาถึงหน้าห้องรับรอง เพียงฟ้าผลักพันไม่ให้ขวาง พรรวีจะเคาะประตูแต่พิกุลใช้อำนาจปลดล็อกให้ พรรวีเห็นภาพแฟนหนุ่มกำลังจับไหล่พิกุล หน้าเกือบชนหน้า ความโกรธพลุ่งทันที พันเห็นท่าไม่ดีรีบไปตามดาเรศ
พิกุลยั่วโมโหจนพรรวีมีปากมีเสียงกับดานุท่ามกลางเสียงยุของสองสาวเพื่อนสนิท พันพาดาเรศมาห้ามทัพ แต่สถานการณ์กลับแย่ลงเพราะดาเรศเข้าข้างพิกุล พรรวีน้อยใจมาก จู่ๆดาราที่รีบกลับบ้านหลังวางสายจากพัวก็โผล่มาแกล้งไกล่เกลี่ย แล้วชวนทุกคนไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องรับแขก
พรรวีเล่าเรื่องทั้งหมด ดาราได้ทียุแยง “อ๋อ ที่แท้เป็นอย่างนี้ เรื่องเล็กจะตาย น้าเดาได้เลยว่าตานุต้องให้หมอพิกุลสแกนดูเรื่องเนื้อคู่ให้แน่ๆ คงจะอายละสิ ถึงไม่กล้าบอกหนูพอลลี่”
“ไม่ใช่หรอกครับน้าดารา ผมรู้ดีว่าผมรักใคร และนั่นก็หมายความว่าผมรู้ว่าใครเป็นเนื้อคู่ของผม” ดานุไม่พอใจคำพูดของดารา
พิกุลพูดเป็นนัย “ความรักมีได้ก็หมดได้ ถ้าไม่เคยสร้างบุญกรรมร่วมกันมา ก็ไม่มีทางได้อยู่ด้วยกัน”
ดาเรศเข้าข้างพิกุลตามเคย “หมอพิกุลพูดถูก บางทีมันอาจจะเป็นแค่ความหลง พอตาสว่างก็จะเจอคู่แท้เอง”
พรรวีฟังคนโน้นคนนี้พูดจนหมดความอดทน “แล้วตกลงคู่แท้ของนุเป็นใครคะ บอกออกมาตรงนี้เลยได้ไหม”
ดานุตำหนิพรรวีว่าพูดเหลวไหล พรรวีน้อยใจมากเลยแดกดันพิกุล ดาเรศโกรธจัดตอบโต้ ดานุเห็นท่าไม่ดีจึงพาแฟนสาวไปคุยกันที่อื่น เพียงฟ้ากับจอมขวัญถือโอกาสลากลับแต่ไม่วายแขวะพิกุลทิ้งท้าย พิกุลไม่พูดอะไรแต่มองตามนิ่ง แววตาอาฆาต หมายเอาเรื่อง
ooooooo
เวลาใกล้ค่ำที่บ้านธนารักษ์ ดารากับพัวซุบซิบวางแผนเปิดโปงพิกุล ส่วนพิกุลคุยกับดาเรศในห้องนอน ดาเรศบ่นทนพรรวีไม่ไหว ขอพิกุลให้ใช้เวทมนตร์กำจัดออกจากชีวิตดานุ พิกุลย้ำคำเดิมว่าคนเราถ้าไม่ได้สร้างบุญสร้างกรรมร่วมกันจะพลัดพรากกันไปเอง










