ตอนที่ 8
“พูดจริงๆนะคะ ฉันอยากให้หมอพิกุลมาเป็นหลานสะใภ้ฉันมากกว่ายัยพอลลี่นั่นอีก ถ้าหมอพิกุลยังไม่มีใคร ช่วยพิจารณานายนุด้วย นายนุก็คงมีใจให้หมอพิกุลไม่น้อย ไม่อย่างนั้นวันนี้คงไม่อยากอยู่กับหมอพิกุลสองต่อสองหรอกค่ะ” ดาเรศเชียร์พิกุลเต็มที่
“ผู้หญิงมักไว้ใจผู้ชายง่ายๆ เจ็บแล้วไม่เคยจำ” พิกุลนึกถึงอดีตแล้วแค้นใจ
“หมอพิกุลพูดเหมือนเคยถูกผู้ชายหักอกใครกันที่มันโง่เง่าตาต่ำ”
“เป็นเพราะตัวเราเองต่างหากค่ะ กรรมของเรา กรรมนำพาให้พบ ให้พราก และมาพบกันอีก หลับตา เถอะค่ะ”
สิ้นเสียงพิกุล ดาเรศเหมือนถูกสะกดจิต ยื่นมือไปแตะมือหญิงสาวลึกลับแล้วเอนลงบนเตียงหลับสนิท ส่วนพิกุลหายไปแล้ว...
ดานุขับรถพาพรรวีมาปรับความเข้าใจกันเงียบๆ ชายหนุ่มเล่าตามตรงว่าเขาอาจมีปัญหาทางจิตเพราะฝันเห็นตัวเองซ้ำๆ และอาการละเมอที่กำเริบหนักจนไม่มีใครหาสาเหตุได้แม้แต่จิตแพทย์...แต่พรรวีไม่เชื่อและชวนดานุกลับไปรักษาที่ต่างประเทศ
“ผมยังไปไม่ได้ คำตอบที่ผมต้องการมันอยู่ที่นี่”
“หมอพิกุลใช่ไหมคะ คำตอบของนุ”
“ไม่ใช่ มันไม่ได้เกี่ยวกับพิกุล...คือจะว่าไม่เกี่ยวก็ไม่ได้ คำตอบบางอย่างผมก็ต้องเคลียร์กับเขา”
พรรวีน้อยใจคำตอบของดานุ ขอให้พากลับบ้าน ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกจำใจไปส่งทั้งที่ยังค้างคาใจกัน
ทางบ้านธนารักษ์ ดารากับพัวเห็นปลอดคนรีบไปท่าน้ำเพื่อแปะยันต์ที่เรือมาดของพิกุล แต่ผีไอ้ทองโผล่จากน้ำยุดมือ ดาราตกใจสะบัดผ้ายันต์โดนหน้าผากผีร้าย มันร้องโหยหวนจมน้ำหายไป ครูสาวเห็นแล้วเริ่มมีกำลังใจ ยื่นมือไปแปะยันต์ที่หัวเรือมาด
ด้านพิกุลหายตัวไปดักเพียงฟ้ากับจอมขวัญที่กลางทาง หลอกว่าจะช่วยดูเรื่องเนื้อคู่ แต่ต้องตามไปดูที่บ้าน สองสาวหลวมตัวเพราะอยากรู้อยากเห็น พิกุลจึงให้กินอาหารคาวหวานที่เตรียมไว้ในภาชนะสวยงามให้อิ่มก่อนดูดวง จากนั้นยื่นมือมาแตะมือ หลับตา...ภาพเนื้อคู่จะปรากฏ
เมื่อลืมตา สองสาวกลับอยู่ในป่าช้า เห็นผีร้ายรุมหลอกทุกทิศทุกทาง ทั้งคู่กลัวแทบสิ้นสติ หลับตาร้องลั่น แต่เมื่อลืมตาอีกครั้งกลับอยู่ในศาลาผุพังกลางป่าหญ้า ภาชนะสวยงามกลายเป็นจานสังกะสีเก่าๆ เต็มไปด้วยใบไม้ หนอน หนู และแมลงสาบวิ่งพล่าน
เพียงฟ้ากับจอมขวัญตกใจวิ่งหนีไปเจอผีพิกุลยืนดัก และยื่นมือจิกผมหวังสั่งสอนให้หลาบจำ แต่จู่ๆ ผีสาวก็ชะงัก แขนทั้งสองข้างแดงก่ำ แสบร้อนจนร่างหายไป สองสาวเลยได้โอกาสวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง
พิกุลปรากฏร่างที่ท่าน้ำบ้านธนารักษ์ เห็นยันต์แปะหัวเรือจึงรู้ว่าเสียทีดารา ไฟเริ่มลุกไหม้เรือและตัวเธอ หน้าสวยงามเริ่มเละเป็นผี พัววิ่งมาบอกว่าคุณทับ คุณดวงกลับมาแล้ว ดาราจึงสั่งให้ไปตามทั้งสองมาดูให้เห็นกับตา พิกุลร้อนแทบทนไม่ไหว ทรุดลงกับพื้น จ้องดาราอย่างเคียดแค้น
ooooooo
บนบ้านธนารักษ์ คุณทับกับคุณดวงยืนอยู่หน้าห้องพระ ถามยงด้วยความสงสัยว่าใครเปิดห้องพระ แต่ยงไม่ทราบ และพบดาเรศเดินมากับพันตามหาพิกุลที่หายตัวไป จู่ๆพันวิ่งเข้ามาตามให้ไปดูผีหมอพิกุลที่ท่าน้ำ ทุกคนตกใจแต่ก็รีบตามไป
ดารายืนมองพิกุลดิ้นเร่าๆเพราะปวดแสบปวดร้อนด้วยความสะใจ พัววิ่งนำทุกคนมาพอดี ดาราจึงบอกให้ดูพิกุลให้เห็นกับตาว่าเป็นอะไร
“คราวนี้ก็ดูกันเสียให้เต็มตาเลยค่ะ ว่าหมอพิกุลที่นับถือศรัทธากันนักหนา ที่จริงมันเป็นอะไร ดู”
แต่ไม่มีร่างของพิกุลเสียแล้ว ดารารีบวิ่งไปที่บันไดท่าน้ำ พบว่าเรือที่ผูกไว้ก็หายไปด้วย
คุณดวงสงสัยถามสาวใช้เก่าแก่ “ตกลงเรื่องมันเป็นอย่างไรกันหรือพัว”
“คือคุณหนูเอาผ้ายันต์ไปแปะเรือของหมอพิกุลค่ะ แล้วหมอพิกุลก็กลายเป็นผี”
คุณทับส่ายหน้าอย่างเหลืออด ขณะที่ดาเรศต่อว่าพี่สาวด้วยความไม่พอใจ
“ตกลงพี่ดาราจะไม่เลิกหาเรื่องใส่ร้ายหมอพิกุลใช่ไหมคะ”
“ฉันไม่ได้ใส่ร้าย แต่มันเป็นผีจริงๆ เพราะผ้ายันต์ของหมอเวก ทำให้มันรักษาร่างที่เป็นคนไว้ไม่ได้ มันเลยหายไปทั้งคนทั้งเรือ”
“ที่หมอพิกุลรีบกลับก็คงเป็นเพราะพี่ดารานี่เอง พี่ดาราทำอะไรหมอพิกุลคะ บอกมานะ บอกมา” ดาเรศโกรธมากเขย่าตัวดาราอย่างแรง
“โอ๊ย ก็บอกแล้วไงว่ามันเป็นผีๆๆๆ”
“ถ้าเขาเป็นผีจริง เขาก็น่าจะหักคอพี่ดาราไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด”
ดาเรศไม่เชื่อแม้ดารายืนยันหนักแน่น สองพี่น้องเถียงกันจนดาเรศโมโหกลับเข้าบ้าน
คุณดวงขอร้องลูกสาวคนกลาง “ดารา...พอเถอะ นึกว่าเห็นแก่แม่ อย่าหาเรื่องหมอพิกุลอีกเลย”
“มันไม่ใช่หมอ มันเป็นผี ได้ยินไหมคะ มันเป็นผี มันเป็นผี”
คุณทับโกรธมากที่ดาราสร้างเรื่องจนลืมตัวตบหน้าลูกสาว ทุกคนตกใจ แต่ดาราไม่สนใจ
“ช่างเถอะค่ะ หนูยอมให้คุณพ่อตบหนูอีกกี่ทีก็ได้ แลกกับการปราบนังผีพิกุล คุ้มจะตาย...ไปเถอะพัว วันนี้ฉันจะกลับไปนอนให้สบาย เพราะป่านนี้พวกผีสิบแปดมงกุฎมันคงลงนรกไปหมดแล้ว” ดาราเดินนำคนรับใช้ไปด้วยความสะใจ
พิกุลโซซัดโซเซกลับไปโรงเก็บเรือ จับเรือมาดที่ยังมีเปลวไฟท่วมเพราะอิทธิฤทธิ์ผ้ายันต์ ผีไอ้ทองนอนฟุบหมดสภาพอยู่ไม่ไกล
“ข้าเตือนแล้วว่าให้ฆ่าพวกมันเสีย แต่คุณพิกุลก็หาเชื่อข้าไม่ ในที่สุดก็เสียรู้มันจนได้”
“ข้าประมาทมันเกินไป อีจวน อีบ่าวชั่ว”
พิกุลแค้นใจมากที่ไม่เชื่อคำผีหนุ่มบริวารให้กำจัดคนบ้านธนารักษ์ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวเจ็บใจขนาดนี้!
ooooooo
ดานุไม่รู้เรื่องวุ่นวายที่บ้านบางโพ หลับฝันถึงอดีตอีกครั้ง เขาเห็นชมเข้าพระนครเพื่อสืบข่าว ได้ยินบ่าวบ้านธนารักษ์คือนางจวนโอ้อวดแม่ค้าในตลาดว่าคุณแขภรรยาของหลวงธนารักษ์ฯกำลังตั้งครรภ์ ชมรีบเอาความมาบอกพิกุล
“พิกุลเอ๊ย ข้าจะบอกให้เอาบุญ ไอ้คุณหลวงของเอ็งน่ะ มันมีเมียแล้วอยู่ที่พระนคร”
“ข้านึกแล้วว่าเอ็งมานี่ต้องไม่มีเรื่องดี คิดว่าข้าจะเชื่อคำลวงเอ็งหรือ รีบไปก่อนที่ข้าจะเรียกบ่าวมาแพ่นกบาลเอ็ง”
“ถ้าข้าไม่ได้ไปสืบความที่พระนครจนได้ยินมากะหู ข้าก็ไม่กล้ามาบอกเอ็งดอก ตอนนี้เมียเอกของไอ้คุณหลวงมันกำลังท้อง ไอ้คุณหลวงมันทั้งรักทั้งหลง เอ็งโดนผัวเอ็งหักหลังเสียแล้วพิกุล”
“ข้าไม่เชื่อ”
“ถ้าอย่างนั้นไปกับข้า ไปพระนครให้เห็นกับตาตัวเอง เอ็งกล้าไหมล่ะ”
พิกุลไม่อยากเชื่อแต่อดระแวงไม่ได้ ตัดสินใจปลอมตัวเป็นแม่ค้านั่งเรือขายของไปพระนครพร้อมกับชม จนถึงบ้านธนารักษ์
“นี่ไงบ้านไอ้หลวงธนารักษ์ฯ รอตรงนี้แหละ ข้าสืบมาแล้วว่าไอ้คุณหลวงผัวเอ็งมันกลับเพลานี้ทุกวัน ประเดี๋ยวนังเมียเอกมันก็จะออกมารับ”
“ถ้าไม่เป็นอย่างที่เอ็งว่า ข้าเอาเลือดหัวเอ็งแน่ไอ้ชม”
“แทนที่เอ็งจะขู่ข้า เอ็งควรจะขอบใจข้าเสียด้วยซ้ำที่ช่วยทำให้เอ็งตาสว่าง”
สักพักรถลากวิ่งมาจอดหน้าบ้าน หลวงธนารักษ์ฯลงจากรถ คุณแขมารับและช่วยถือกระเป๋าทำงานจนคุณหลวงหนุ่มเป็นห่วง
“คุณแข ท้องไส้อย่างนี้ไม่ควรถือของหนัก แล้วทีหลังก็ไม่ต้องออกมารับฉัน เดี๋ยวโดนแดดโดนลมจะป่วยไข้เอา”
นางจวนรับกระเป๋าจากคุณแขและเสนอหน้าตอบแทนนาย “บ่าวบอกแล้ว คุณแขก็ไม่เชื่อเจ้าค่ะ จะออกมารับคุณหลวงให้ได้”
พิกุลเห็นภาพสามีของเธอประคองภรรยาเอกเข้าบ้านก็อึ้งทำอะไรไม่ถูก ชมพูดซ้ำ “ทีนี้เอ็งเชื่อข้ารึยัง”
จวนเดินมาหน้ารั้วเห็นพิกุลกับชมนึกว่าขอทานจึงออกปากไล่ พิกุลได้แต่เก็บความช้ำใจกลับบ้าน
ooooooo
พิกุลกลับถึงระยอง เดินร้องไห้หมดแรง ทรุดนั่งที่แคร่หน้าบ้าน สายลงจากเรือนเห็นก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟที่น้องสาวถูกผู้ชายหลอกให้เป็นเมียน้อย
“ได้ยินเสียงร้องไห้ ข้าก็นึกแล้วว่าต้องเป็นเอ็ง นี่คงรู้เช่นเห็นชาติผัวเอ็งแล้วสิ”
“พี่สาย พี่รู้เหรอว่าคุณหลวงมีเมียอยู่แล้ว”
“ข้าสงสัยมัน ตั้งแต่บอกให้เอ็งไปตกแต่งกับมันที่พระนคร แล้วมันบ่ายเบี่ยง พวกผู้ชาย...ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น”
“ข้าผิดเองที่โง่ ยอมเชื่อใจเขาง่ายๆ”
“นี่เอ็งกลายเป็นคนอ้อยส้อยแต่เมื่อไรวะ
ถ้าอยากดึงผัวไว้เป็นของเอ็งก็ต้องสู้”
“แต่เมียของคุณหลวงกำลังท้อง”
“นั่นล่ะ ดีนัก ผ่าท้องมัน เอาลูกมันมาทำ ลูกกรอกซะ”
ตาชดได้ยิน ปรามลูกสาวคนโต “พอได้แล้วนังสาย เอ็งมายุให้น้องทำบาปทำกรรม นรกจะกินหัวเอ็ง”
สายไม่เห็นด้วย พูดกระแทกกระทั้นก่อนเดินกระทืบเท้าออกไป “อยากเป็นคนดี ก็นั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าไปก็แล้วกัน”
พิกุลสะอึกสะอื้นทำอะไรไม่ถูก ยายแสให้กำลังใจลูกสาว “เอ็งก็เป็นเมียคนนึงของคุณหลวง ทำหน้าที่เมียให้ดีที่สุด สุดท้ายความดีจะชนะทุกสิ่ง”
หลวงธนารักษ์ฯกลับถึงบ้านเรือนไทยที่ระยอง ทันทีที่ก้าวขึ้นท่าน้ำก็ถามหาเมียรัก
“เมียฉันอยู่ไหน ฉันซื้อของจากพระนครมาฝาก”
บ่าวหญิงที่อยู่แถวนั้นรีบรายงาน “คุณพิกุลไปไหว้พระที่วัดวังลุ่มเจ้าค่ะ หมู่นี้คุณพิกุลไปไหว้พระทุกวัน”
คุณหลวงหนุ่มขมวดคิ้วสงสัยพฤติกรรมเมียที่แปลกไป ตัดสินใจไปตาม










