ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

วนิดา

SHARE
ตอนที่ 18

ประจักษ์ไปถึงบ้านวนิดา สมหมายรีบออกมารับหน้าบอกวนิดาไม่อยู่ นายดาวก็ไม่อยู่ ประจักษ์บอกว่าถ้าอย่างนั้นตนจะเข้าไปรอ สมหมายผายมือตามความเคยชิน แต่พอนึกได้รีบบอกว่าเข้าไม่ได้ พอประจักษ์ ถามหน้าขึงขังว่าทำไมไม่ได้ สมหมายประหม่าโพล่งออกไปว่า "คุณนิดสั่งไว้" พอนึกได้ก็รีบเอามือปิดปากตัวเอง

ประจักษ์หรี่ตาถามอย่างรู้ทันว่าว นิดาอยู่แต่ไม่อยากพบตนใช่ไหม สมหมายจนแต้มอ้อนวอนว่าอย่าทำให้ตนต้องลำบากใจเลย ประจักษ์ไม่สนใจเดินเข้าไปในบ้านทันที สมหมายวิ่งตามไปหน้าตาตื่น

ปรากฏ ว่าประจักษ์เข้าไปเจอจวงเข้า จวงตกใจ พอประจักษ์ ถามว่าวนิดาอยู่ไหน จวงตอบเร็วปรื๋อว่าอยู่บนห้องค่ะ ประจักษ์ เดินขึ้นไปทันที สมหมายเพิ่งตามมาถึงเอ็ดจวงเบาๆว่าบอกทำไม จวงหน้าจ๋อยเสียงอ่อยว่าลืมไป

ประจักษ์ ขึ้นไปเคาะประตูห้องวนิดาร้องเรียกเธอ "นิด... นิด..." วนิดาผงะตกใจที่เสียงเขามาร้องเรียกอยู่หน้าห้องประตูนี่เอง ละล้าละลังไม่รู้จะทำอย่างไรดี ประจักษ์ร้องถามว่า

"เปิดประตูให้ฉันเข้าไปหน่อยได้ไหม"

"คุณกลับไปเถอะค่ะ แล้วฉันจะให้คุณพ่อโทร.ไปนัดวันหย่ากับคุณนะคะ" วนิดามายืนพูดตรงประตู

"ไม่ ฉันไม่กลับ แล้วฉันก็ไม่ยอมหย่าด้วย ฉันมีบางอย่างต้องพูดกับเธอนะนิด"

วนิดา ยืนพิงประตูจะร้องไห้ขอร้องเขาว่าอย่าทำให้ตนลำบากใจเลย ขอให้กลับไปเสียเถิด ประจักษ์เงียบไปนาน  จึงตอบไปด้วยน้ำเสียงเศร้ามากว่า

"ก็ได้...ฉัน จะกลับ แต่ขอให้เธอรู้ไว้นะนิด ว่าจะไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจฉันได้ ถึงตอนนี้ฉันจะยังบอกคำสามคำนั้น" ประจักษ์เว้นไว้อย่างเข้าใจกันว่าคือคำ ฉัน-รัก-เธอ "กับเธอไม่ได้ เพราะฉันต้องรับผิดชอบคำพูดที่ให้ไว้กับคนคนหนึ่งก่อน แต่เมื่อถึงวันที่ทุกอย่างเรียบร้อย ฉันจะมาหาเธอ รอฉันวนิดา อย่าเพิ่งหย่ากับฉัน รอฉันนะ..."

น้ำเสียงสุดท้ายของประจักษ์นั้น เว้าวอน...เศร้า...จนวนิดาต้องรีบเอามือปิดปากไม่ให้เสียงร้องไห้ดังออกมา เธอร้องไห้กลั้นสะอื้นจนสะท้านไปทั้งตัว

เมื่อประจักษ์เดินออกจาก บ้าน วนิดามายืนมองจากทางหน้าต่างน้ำตาไหลพราก   และเมื่อเขาหยุดค่อยๆหันกลับมองขึ้นมาที่หน้าต่าง   เธอก็ทรุดตัวลงนั่งใต้หน้าต่างร้องไห้ สะอึกสะอื้น

ประจักษ์เข้าไปนั่งในรถด้วยความเศร้าเสียใจอย่างที่สุด...

ooooooo

ส่วน ประจวบไปหาชุมศรีที่บ้านเช่า เล่าเรื่องของพี่ชายให้ฟัง ชุมศรีตกใจถามว่าแล้วพิสมัยจะทำอย่างไร ประจวบบอกว่านั่นคือปัญหา แต่ปัญหาใหญ่กว่านั้นคือคุณแม่ ถ้าพี่ชายรักวนิดาคุณแม่ไม่ยอมแน่ บางทีอาจถึงกับบ้านแตกเลยก็ได้

"แล้วเรื่องของเราจะทำให้บ้านคุณแตกรึเปล่าคะ" ชุมศรีกังวลมาก

"ไม่ ต้องห่วงนะชุมศรี ฉันจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เราได้อยู่ด้วยกัน" พูดให้กำลังใจชุมศรีอย่างนั้น แต่ประจวบเองก็หน้าเครียดด้วยความกังวล

อีก คนที่เกี่ยวข้องอย่างมากคือมนตรี วันนี้เขามาที่บ้าน มหศักดิ์อย่างร่าเริง ประจวบเข้ามายกมือไหว้บอกว่ามีเรื่องอยากเจอพอดี มนตรีถามว่าอะไรหรือ

"ผมอยากถามเรื่องพี่ใหญ่กับคุณนิด พี่มนตรีรู้รายละเอียดทุกอย่างดีแน่ๆ"

"ไอ้จักษ์กับคุณนิด? ทำไม?"

"เขาสองคนรักกันพี่ไม่รู้เหรอ"  ประจวบถามเหวอๆแต่ทำเอามนตรีหน้าเจื่อนสนิท

ooooooo

จน เมื่อประจักษ์กลับจากบ้านวนิดามาถึงบ้าน มนตรีไม่พูดพร่ำทำเพลงตรงเข้าชกเปรี้ยงเดียวเลือดกบปาก ประจักษ์ไม่ชกตอบแต่ถามว่าเป็นบ้าอะไร ส่วนประจวบรีบเข้ารั้งตัวมนตรีไว้บอกให้ใจเย็นๆ เมื่อประจักษ์ถามว่าต่อยตนทำไม มนตรีโพล่งออกไปอย่างรับไม่ได้ว่า

"ฉัน รู้เรื่องทุกอย่างจากเจ้าเล็กหมดแล้ว นายคิดจะบอกฉันเรื่องความรู้สึกของนายที่มีต่อคุณนิดเมื่อไหร่" เมื่อประจักษ์รู้ว่าเพื่อนชกเรื่องอะไรก็หันไปมองหน้าน้องชาย ประจวบยิ้มเจื่อนๆอย่างรู้สึกผิด มนตรีถามต่อว่า "เนี่ยเหรอวะเพื่อน...ปล่อย...ปล่อยฉันเจ้าเล็ก"

ประจวบถามว่าถ้า ปล่อยแล้วเขาจะทำร้ายประจักษ์ไหม มนตรีพูดเครียดๆว่าไม่ทำแล้วเจ็บมือ พลางเอามือข้างที่ต่อยประจักษ์ขึ้นดูอย่างรู้สึกเจ็บจริงๆ

"มนตรี...ฉัน..." ประจักษ์กระอักกระอ่วนใจ

"ไม่ ต้องพูด!!" มนตรีเข้ากระชากคอเสื้อประจักษ์จนเขาตกใจนึกว่าจะชกอีก แต่กลายเป็นพูดว่า "ถ้านายรักคุณนิดจริง ฉันจะเอาใจช่วย แต่นายต้องสัญญากับฉันว่านายจะดูแลทะนุถนอมเอาใจใส่รักคุณนิดให้มากๆ นายสัญญากับฉันได้ไหมไอ้จักษ์ ว่านายจะทำตามที่ฉันพูด"

ประจักษ์พยักหน้าอึ้งๆก่อนตอบว่า "ฉันสัญญา แต่คงต้องรอดูว่านิดเขาจะรับรักฉันรึเปล่า"

"คนดีอย่างนาย ผู้หญิงที่ไหนไม่รักก็โง่แล้ว จำไว้นะไอ้จักษ์ ถ้านายทำให้คุณนิดของฉันเสียใจเมื่อไหร่ ก็ไม่ต้องเป็นเพื่อนกันอีก!!"

มนตรี รีบปล่อยมือจากประจักษ์เพราะกำลังจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ประจักษ์ตบบ่าขอบใจเพื่อนด้วยความซึ้งใจ มนตรีเมินหน้าจากประจักษ์ไปแล้ว แต่ยังเอี้ยวตัวยกมือขึ้นอย่างเท่บอกว่า

"ไม่ต้องขอบใจ อะไรที่ทำให้คุณนิดมีความสุข ฉันก็ควรยินดีไม่ใช่เหรอ"

มนตรีจากไปอย่างพระเอกสุดเท่ ประจักษ์ถอนใจโล่งอกหันมองประจวบที่ถอนใจและยิ้มให้พี่ชายอย่างโล่งอกเช่นกัน

ooooooo

ความเสียใจทำให้มนตรีเดินไปนั่งพิงประตูเหล็กหน้าร้านสองอนงค์โดยไม่รู้ตัว อำไพมาพบร้องทักอย่างตกใจ "คุณมนตรี คุณเป็นอะไร" แล้วพาเข้าไปนั่งในร้าน มนตรีจึงเล่าเรื่องที่เกิดกับประจักษ์และวนิดาให้ฟัง เล่าไปร้องไห้ไปอย่างเสียใจมาก

อำไพให้กำลังใจจับไหล่เขาเรียก "คุณมนตรี..." ทำให้ มนตรีรู้สึกอบอุ่นขอกอดเธอได้ไหม อำไพมองนิ่งๆอย่างสงสาร มนตรีโผเข้ากอดเธอร้องไห้อย่างหนัก เธอให้กำลังใจว่า

"คุณมนตรีคะ ฉันรู้ว่าคุณเสียใจ แต่อย่าลืมว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตคุณ คุณเป็นคนดี และฉันก็เชื่อว่าคนดีๆอย่างคุณต้องเจอคนที่เขารักในความเป็นคุณแน่นอน"

คำพูดดีๆ การให้กำลังใจอย่างอบอุ่นของอำไพ ทำให้ มนตรีซาบซึ้งมีกำลังใจจับมือเธอไว้ ขออยู่ที่นี่กับเธอสักพักได้ไหม ในภาวะนี้อำไพไม่อาจปฏิเสธได้ สองมือกุมกันไว้อย่างอบอุ่น

ooooooo

คืนนี้ ประจักษ์ตัดสินใจจะคุยขั้นสุดท้ายกับพิสมัย เมื่อเธอเข้าไปหาขณะเขายืนอยู่คนเดียว ประจักษ์ รวบรวมกำลังใจขอโทษเธอสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาที่ทำให้เธอเสียใจหลายครั้ง

พิสมัยใจหายเดาได้ว่าเขาจะพูดอะไรอีก รีบบอกเขาว่าตนไม่เคยโกรธเขาเลยสักนิดเดียว ประจักษ์บอกว่าเขาโกรธตัวเอง โกรธที่คำสัญญาของตนปิดโอกาสของเธอไว้ ไม่เช่นนั้นเธออาจจะได้เจอคนที่ดีกว่าตนไปแล้ว

"คุณพี่คือคนที่ดีที่สุดในชีวิตของน้อง ไม่มีใครในโลกนี้ อีกแล้วที่จะดีเท่ากับคุณพี่" พูดแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง "น้องรู้ค่ะว่าคุณพี่รู้สึกผิดที่ทำให้น้องต้องรอคุณพี่ แต่น้องไม่เคยคิดอะไรแบบนั้นเลยนะคะ น้องเต็มใจรอคุณพี่เสมอ เพราะหัวใจของน้องมอบให้คุณพี่คนเดียว อย่ารู้สึกผิดอีกเลยนะคะ... น้องขอตัวก่อน"

ประจักษ์เรียกเธอไว้ พูดตรงๆว่า "พิสมัย...เราเลิกหลอกตัวเองสักที ไม่มีประโยชน์ที่จะยื้อความสัมพันธ์นี้ต่อไปอีกแล้ว เธอกับฉันรู้อยู่แก่ใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกของฉันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ฉันอยากให้เธอเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่เขาดีกับเธอ ดีกว่าฉัน ฉันเสียใจนะพิสมัยที่ไม่อาจทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเธอได้ โปรดเข้าใจและให้อภัยฉันด้วย"

พิสมัยยืนนิ่งไม่หันมาแต่น้ำตาไหลพราก ประจักษ์ ตัดสินใจหันหลังเดินไปเงียบๆ

ooooooo

พิสมัยเจ็บปวดแทบขาดใจ รุ่งขึ้นเธอไปหาปราณี ที่บ้านเล่าให้ฟังว่าประจักษ์บอกเลิกตนแล้ว ปราณีตกใจถามว่าแล้วเธอบอกไปอย่างไร พอรู้ว่าพิสมัยไม่ได้ พูดอะไร ปราณีชี้แนะทันที

"พิสมัย ตราบใดที่คุณใหญ่ยังไม่ได้พูดคำว่าไม่รักเธอ เธอก็ยังมีหวัง เธอจะปล่อยให้เรื่องระหว่างเธอกับคุณใหญ่จบลงไม่ได้ ถ้าจบเท่ากับว่านังวนิดาแย่งคุณใหญ่จากเธอได้สำเร็จ"

ปราณีวางแผนให้พิสมัยต้องยอมทอดกายให้ประจักษ์ เชื่อว่าผู้ชายร้อยทั้งร้อยไม่มีใครรอดแผนนี้สักคน ย้ำว่า "ถ้าเธอรักคุณใหญ่อยากได้คุณใหญ่กลับมา เธอต้องทำ"

สุดท้ายพิสมัยรับปากว่าจะลองดู สองสาวยิ้มให้กันอย่างให้กำลังใจกันเต็มที่

แล้วโอกาสทองก็มาถึง เมื่อประจวบจะไปสังสรรค์กับเพื่อนและกลับดึก พิสมัยอาศัยจังหวะนี้ใส่ชุดนอนวาบหวิวมีเสื้อคลุมไปเคาะประตูห้องประจักษ์ขอเข้าไปคุยด้วย  พอประจักษ์เปิดประตูเห็นเธอในชุดนอนจึงยืนกันไว้ชวนไปคุยกันข้างนอกดีกว่าเพราะถ้าใครมาเห็นเข้าคงดูไม่ดี

เมื่อเตรียมจะมาทอดกายแล้ว พิสมัยรุกเต็มที่เดินตรงไปที่เตียงชวนเขามานั่งคุยกันตรงนี้

"พิสมัย ฉันคิดว่าเราพูดกันเข้าใจแล้วเสียอีก" ประจักษ์ พูดอย่างไม่พอใจ

"น้องเข้าใจค่ะ เข้าใจทุกอย่าง แต่น้องทำตามที่คุณพี่ บอกไม่ได้" แล้วเธอก็คร่ำครวญว่าตนละทิ้งทุกอย่างจากในวัง มาอยู่บ้านมหศักดิ์เพราะมั่นใจว่าจะได้แต่งงานกับเขา พูดแล้วก็เข้าเล้าโลมลูบไล้หน้าอกเขาอย่างเย้ายวน อ้อนขอว่า

"น้องขอแค่คุณพี่แต่งงานกับน้องเท่านั้น แต่งงานแต่ ในนามก็ได้ คุณพี่แต่งกับน้องนะคะ"

ประจักษ์มองหน้าพิสมัยอย่างนึกไม่ถึงว่าเธอจะกล้าถึงเพียงนี้แนะให้เธอกลับไปอยู่ในวังเสีย

"น้องกลับไปไม่ได้แล้ว น้องอยากมีครอบครัวกับคุณพี่ น้องไม่อยากรับใช้ใครอีก คุณพี่แต่งงานกับน้องนะคะ...น้องขอร้อง" พลันก็โผเข้ากอดประจักษ์ไว้ ถูกเขาผลักออก เธอกลับถอดเสื้อคลุมออกโชว์ชุดนอนที่เซ็กซี่จนประจักษ์ตกใจถอยห่างร้องห้ามว่าอย่าทำแบบนี้

พิสมัยรุกหนักผลักเขานอนบนเตียงแล้วล้มทับเขาทันทีซุกไซ้เขาอย่างกระสัน

"อย่าทำให้ฉันรังเกียจเธอมากไปกว่านี้เลยพิสมัย" ประจักษ์ดันตัวเธอออกแล้วลุกขึ้น พิสมัยกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ เมื่อเขาขอให้เธอออกไปจากห้องนี้เสียเพราะทุกอย่างมันจบแล้ว พอเธอปึงปังออกไป ประจักษ์ก็ปิดประตูอย่างโล่งอก

ooooooo

วันต่อมา ป้าทองกับไปล่ก็ไปร้องเรียกวนิดาที่หน้าบ้านเธอ ไม่ไกลจากนั้นนักประจักษ์ยืนพิงรถจ้องมองอย่างรอคอย แต่คนที่ออกมากลับกลายเป็นจวงกับสมหมาย ประจักษ์รีบเดินสวนเข้าไป สมหมายวิ่งตามร้องบอกว่าวนิดาไม่อยู่ ประจักษ์ไม่หยุดบอกว่าไม่อยู่ตนก็จะเข้าไป

นายดาวออกมาพอดี พอเห็นประจักษ์ก็ถามว่ามาทำไม ประจักษ์ตอบชัดเจนว่า "ผมมาหาเมียผม" พูดแล้วเดินดุ่ยเข้าไป นายดาวรีบตามไป เมื่อประจักษ์เข้าไปร้องเรียกวนิดา นายดาวบอกว่าตนบอกแล้วว่าวนิดาไม่อยู่ มีธุระอะไรคุยกับตนก็ได้

ประจักษ์บอกว่าเป็นเรื่องระหว่างตนกับวนิดา ตนจะมารับเธอกลับไปอยู่ด้วยกัน ถูกนายดาวท้วงติงว่าให้เขาไปแก้ปัญหาของตัวเองก่อนดีกว่า ซึ่งประจักษ์ก็เดาได้ว่านายดาวหมายถึงเรื่องของมณฑา แล้วนายดาวก็สาธยายว่า

"ผมกับลูกสาวไม่เคยเรียกร้องอะไรจากคุณ บางสิ่งที่ยัยนิดอยากให้คุณเปิดปาก แต่คุณกลับทำเฉย แค่นี้ผมก็เห็นแล้วว่าคุณไม่สามารถปกป้องลูกสาวผมได้ จัดการอะไรไม่ได้ ผมจะจัดการตามวิธีของผม"

ประจักษ์รีบชี้แจงว่าตอนนี้ปัญหาระหว่างตนกับพิสมัยชัดเจนแล้วตนมีเรื่องสำคัญต้องบอกวนิดา นายดาวจึงตัดบทว่าแล้วตนจะบอกวนิดาเองว่าเขามาหาแต่ตอนนี้ "เชิญ" เขากลับไปก่อน

พอกลับถึงบ้าน ประจักษ์นั่งทบทวนความหวังและความเชื่อใจของวนิดาที่มีต่อตน หวังว่าเขาจะเป็นคนเปิดเผยเรื่องของย่ามณฑาของเธอ แต่จนบัดนี้เขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย

คุณนายน้อมเข้ามาถามว่าพิสมัยหายไปไหน มองหน้าลูกแล้วถามว่าเป็นอะไรหย่ากับวนิดาแล้วใช่ไหม พอเขานิ่งคุณนายย้ำว่า

"อย่าปล่อยให้นังวนิดามันจูงจมูกได้เหมือนตอนที่ย่าของมันจูงจมูกคุณลุงนะ"

นี่เองทำให้ประจักษ์ฉุนขึ้นมาแย้งว่าให้เลิกพูดถึงป้ามณฑาในแง่นี้เสียที แต่เขาก็ไม่กล้าพูดความจริงออกมาอยู่ดี

ooooooo

เพราะนายดาวต้องไปงานเลี้ยงกลับดึกจึงฝากจวงให้บอกวนิดาว่าประจักษ์มาหา จวงพูดไม่ทันไรสะอิ้งก็เข้ามาบอกว่าพิสมัยมาขอพบ

เมื่อออกไปพบ พิสมัยขอร้องวนิดาให้คืนประจักษ์ให้ตน คร่ำครวญว่าความรักที่ตนมีต่อประจักษ์นั้นมากมายจนเอาชีวิตเข้าแลกได้ เล่าชีวิตในวัยเด็กให้ฟังหมายเรียกความสงสารจากวนิดาว่า

แม่เอาตนมาทิ้งไว้หน้าวัง เสด็จท่านมาพบจึงเลี้ยงไว้ ชีวิตจึงอยู่ในระเบียบที่เสด็จวางไว้อย่างเข้มงวดไม่เคยมีความเบิกบานหรือความรื่นรมย์ใดๆเลย

"จนกระทั่งฉันได้เจอคุณพี่ฉันถึงได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่จะมาเติมเต็มชีวิตของฉัน ถ้าฉันไม่มีคุณพี่ชีวิตก็ไม่เหลืออะไร ฉันขอร้องนะวนิดาโปรดช่วยฉัน ทำยังไงก็ได้ให้คุณพี่หย่ากับเธอแล้วกลับมาหาฉัน"

"ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้จะช่วยคุณยังไง เชิญคุณกลับไปเถอะ" วนิดาตอบเรียบๆ

ทันใดนั้นพิสมัยปัดแก้วตกแตกแล้วคว้าเศษแก้วมา กรีดข้อมือตัวเองจนเป็นลมหมดสติไป วนิดากับจวงต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล จนเมื่อพิสมัยฟื้นขึ้นมาคร่ำครวญถามว่า "ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตาย"

"ถ้าคุณตายแล้วใครจะดูแลคุณประจักษ์ ฉันจะช่วยคุณ แต่คุณต้องรับปากกับฉัน ห้ามทำให้คุณประจักษ์เสียใจเด็ดขาด คุณต้องรักและดูแลเขาให้ดีที่สุด" วนิดาตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ทำให้พิสมัยดีใจสุดชีวิตขอบคุณเธอครั้งแล้วครั้งเล่า โผเข้ากอดวนิดาไว้แต่แววตาเจ้าเล่ห์ร้ายกาจนัก!

วนิดาห้ามจวงเล่าเรื่องพิสมัยมาหาและเกิดเรื่องให้ใครฟังเด็ดขาด เธอรอจนนายดาวกลับมาจึงชวนพ่อว่าพรุ่งนี้ไปบ้าน มหศักดิ์กันให้พาทนายไปด้วยตนจะไปหย่ากับประจักษ์

ooooooo

รุ่งขึ้นนายดาว วนิดา และสุธีทนายความก็ไปที่บ้านมหศักดิ์ เจอคุณนายและพิสมัยนั่งอยู่จึงแจ้งจุดประสงค์พร้อมกับมอบสัญญาที่เขียนไว้ก่อนแต่งงานกับวนิดามอบให้ประจักษ์เซ็นเพื่อจะได้เสร็จสิ้นการหย่ากัน

ปรากฏว่าจวงทนไม่ได้เล่าให้ป้าทองกับไปล่และสมหมายฟัง ป้าทองบอกจวงว่าต้องเล่าให้ประจักษ์ฟังเพราะบางทีอาจจะทำให้ประจักษ์กับวนิดากลับมาคืนดีกันก็ได้

ในที่สุดจวงยอมเสี่ยงตายดักพบและเล่าให้ประจักษ์ฟัง ดังนั้นเมื่อเขาเจอพิสมัยเขาถามอย่างเอาเรื่องว่า เมื่อวานเธอไปหาวนิดาทำไม พิสมัยอึกอัก เขาพูดต่ออย่างโกรธจัดว่า

"ฉันนึกว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วเสียอีก ไม่นึกเลยว่าเธอจะใช้วิธีสกปรกอย่างนี้ เธอทำแบบนี้ทำไมพิสมัย เธอทำทำไม!"

พิสมัยอ้างว่าตนทำเพราะรักและไม่อยากเสียเขาไป ถูกประจักษ์พูดใส่หน้าอย่างดุดันว่า

"แต่ฉันไม่ได้รักเธอแล้วพิสมัย!"

คุณนาย ได้ยินเสียงเอะอะรีบมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น พิสมัยโกหกว่าไม่มีอะไร คุณนายเลยเร่งว่าถ้าอย่างนั้นก็รีบจัดการตามที่ทนายบอกเสีย นายดาวแย้งขึ้นว่าตนขอถามอะไรประจักษ์ก่อน แล้วถามว่า

"คุณแน่ใจนะคุณประจักษ์ ว่าคุณจะหย่ากับลูกสาวผมจริงๆ"

"ผม ไม่หย่า! ผมไม่มีวันยอมให้นิดไปจากผม" ประจักษ์ประกาศอย่างเด็ดเดี่ยวต่อหน้าทุกคนย้ำว่า "นิดแต่งงานเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม ฉะนั้นนิดต้องอยู่กับผมที่นี่" แล้วหันไปบอกวนิดา "ฉันรักเธอวนิดา...ฉันรักเธอ"

พิสมัยแทบคลั่งลุกพรวดไปตบหน้าวนิดา  แต่ประจักษ์ลุกขึ้นขวางเลยถูกตบแทน ประจวบลุกไปรวบตัวพิสมัยลากออกไป ส่วนคุณนายหน้าตาเหลอหลาทำอะไรไม่ถูก

ooooooo

พอตั้งหลักได้ คุณนายก็ประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมรับวนิดาเป็นสะใภ้เด็ดขาด เมื่อนายดาวขอให้เป็นการตัดสินใจของประจักษ์กับวนิดา คุณนายก็ประกาศอย่างอาฆาตว่าถ้าวนิดาอยู่ที่บ้านมหศักดิ์ต่อไป ตนก็จะแกล้งให้เลือดตากระเด็นเลยทีเดียว

"ไม่ต้องกลัวนะนิด ฉันจะปกป้องเธอให้พ้นจากทุกสิ่งที่จะทำให้เดือดร้อน ฉันเป็นสามีของเธอ ฉันรักเธอด้วยใจจริง ฉันขอรับประกันภัยที่จะเกิดกับเธอด้วยชีวิตและเกียรติยศของฉัน เธอไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เราจะสู้ด้วยกันนะนิด"

คุณนายยังหา เรื่องด่าประจักษ์ว่าไอ้ลูกโง่ ไม่รู้หรือว่าวนิดาเป็นเชื้อสายของมณฑาที่ต้องการจองล้างจองผลาญเรา ต้องการทำลายมหศักดิ์ของเรา!

ทั้งประจักษ์และวนิดาเถียงไปทันทีพร้อม กันว่าไม่จริง คุณนายคาดคั้นว่าให้พูดมาเดี๋ยวนี้เลยว่าไม่จริงอย่างไร ประจักษ์ยังไม่กล้า บอกว่าตนยังไม่พูดตอนนี้ ทำให้วนิดาผิดหวังที่แค่นี้เขาก็ไม่กล้าแล้ว วนิดาวิ่งออกไป นายดาวพูดขึ้นกับประจักษ์และคุณนายว่าแค่ประจักษ์บอกรักวนิดาต่อหน้าทุกคนตน ก็นับถือเขาแล้ว บอกประจักษ์ว่า "เรื่องนี้ต้องใช้เวลา ผมจะเข้าข้างคุณช่วยเหลือคุณทุกอย่าง"

ประจักษ์ยกมือไหว้ขอบคุณนายดาวเป็นครั้งแรก นายดาวจับมือรับไหว้แล้วชวนสุธีกลับ

พอนายดาวกับสุธีไปแล้ว คุณนายหันมาพูดกับประจักษ์ด้วยความเสียใจอย่างที่สุดว่า

"ยังไงแม่ก็จะจัดงานเปิดตัวพิสมัยกับปราณี สองคนนี้เท่านั้นที่จะเป็นสะใภ้มหศักดิ์ ไปตาเล็กพาแม่ไปพักผ่อนที แม่ดีใจนะที่มีตาเล็กเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวน ไม่งั้นแม่ขาดใจตายแน่ๆ"

ประจวบฟังแล้วเครียดกับชะตากรรมที่ตนต้องเผชิญต่อไป

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน นายดาวปลอบใจวนิดาว่าอย่าโมโหประจักษ์เลย ถ้าเกิดเรื่องอย่างนี้กับตน ลูกก็คงทำแบบเดียวกับประจักษ์ ย้ำกับวนิดาว่า

"ชีวิต คู่ ย่อมต้องมีอุปสรรค แต่ถ้าเรามีรักแท้ เราก็จะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่างไปได้ คุณประจักษ์เขาเป็นคนดี เป็นคนกตัญญู เขาถึงต้องปกป้องแม่ของเขา เมื่อเรารู้ว่าคุณประจักษ์เขารักลูกและลูกก็รักเขา ถ้าอย่างนั้นลูกต้องให้เวลาเขา บางทีพ่ออาจจะต้องยื่นมือหาทางช่วยเพื่อให้เรื่องมันจบเร็วขึ้น"

วนิดามองหน้านายดาวอย่างสงสัยว่าพ่อจะทำอะไร นายดาวได้แต่ยิ้มอำๆกับเธอ

ส่วน ที่บ้านมหศักดิ์ ประจวบพาคุณนายขึ้นไปพักผ่อนพอคุณนายหลับเขาก็ลงมา ประจักษ์ถามว่าเขาจะจัดการอย่างไรกับเรื่องชุมศรีเพราะคุณแม่ฝากความหวัง ทั้งหมดไว้กับเขา

"การที่วันนี้ผมเห็นพี่กล้าบอกรักคุณวนิดาต่อหน้า คุณแม่ มันทำให้ผมศรัทธาในความรักมากขึ้นและเชื่อว่ารักแท้มีอยู่ในโลก ผมจะทำตามหัวใจตัวเองครับพี่ใหญ่"

"ทำในสิ่งที่แกคิดว่าดีที่สุดสำหรับแกและชุมศรีเถอะตาเล็ก" ประจักษ์ให้กำลังใจน้องชาย

ooooooo

เมื่อ ประจักษ์ประกาศชัดเจนเช่นนั้น วันต่อมาพิสมัยก็ขนของออกจากบ้าน คุณนายให้ประจักษ์ไปรั้งไว้ แต่เขากลับบอกว่าเมื่อเธอจะไปก็อย่าให้อนาคตของเธอมาพังเพราะเราเลย ในที่สุด พิสมัยก็ไปแต่ไม่วายพูดอาฆาตไว้ว่าถ้าวันไหนที่เขาถูกวนิดาทิ้งวันนั้นตนจะ มีความสุขมาก

พิสมัยไปหาปราณี ปราณีปลอบใจว่าไม่ต้องกลัวตนจะหาคนที่ดีกว่าประจักษ์ให้เอง และบอกให้พิสมัยพักอยู่กับตนที่บ้านนี้

แต่ คุณนายก็ยังไม่ยอมรับความจริง บอกให้ประจวบไปตามพิสมัยกลับมา ประจวบอ้างว่าตนไม่ว่าง คุณนายคิดว่าเขาจะไปหาปราณีเพื่อขอแต่งงานแน่ๆ รำพึงว่ามีแต่ประจวบเท่านั้นที่ทำให้ตนมีความสุข

หารู้ไม่ว่า ประจวบไปหาปราณีเพื่อจะบอกเธอว่าเขาจะแต่งงาน หลังแต่งงานจะย้ายไปอยู่ทางใต้ ปราณีดีใจมากแต่เอะใจว่าทำไมต้องย้ายไปอยู่ทางใต้ ประจวบบอกว่าเพราะเจ้าสาวของตนชื่อชุมศรี

เท่านั้นเองปราณีก็เปลี่ยน เป็นคนละคน เกรี้ยวกราดด่าว่าเขาว่าหลอกตน ประจวบโต้ว่าเธอต่างหากที่หลอกตนให้หลงเชื่อคำสัญญาลมๆแล้งๆ จดหมายจากเธอฉบับเดียวที่เขาได้รับนับแต่ไปอยู่ทางใต้ก็เป็นจดหมายที่ทำร้าย เขาอย่างเจ็บปวดที่สุด

ปราณีโกรธแค้นประณามว่ามหศักดิ์เป็นตระกูลที่ มีแต่เปลือก การที่ตนยอมลดลงไปแต่งงานด้วยก็ถือว่าเป็นบุญคุณ ท่วมหัวแล้ว แต่เมื่อเขายังโง่ก็จงโง่ต่อไปเถิด แล้วไล่ประจวบให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้

ประจวบหัวเราะสะใจก่อนเดิน ออกไป ครู่เดียวพิสมัยก็เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอปราณีบอกว่าประจวบทิ้งตนไปแล้ว สองสาวก็กอดกันร้องไห้ด้วยความเห็นใจกันและกัน

ooooooo

หลังจากบอกปราณีอย่างชัดเจนแล้ว ประจวบกลับมาพาชุมศรีไปไหว้คุณนายที่บ้านแนะนำว่าชุมศรีคือน้องของคุณชวนและ เป็นคู่หมั้นตน   เท่านั้นเอง เป็นเรื่องทันที คุณนายรับไม่ได้บอกประจวบว่า

"แม่ไม่ยอม คนที่เราต้องแต่งงานมีคนเดียว คือปราณี!!"

ชุมศรีไม่สบายใจชวนประจวบกลับ แต่ประจวบยืนยันว่าวันนี้ทุกอย่างต้องจบ แล้วหันไปบอกคุณนายให้เลิกบังคับจิตใจคนอื่นเสียที เพราะตลอดเวลาตั้งแต่เล็กจนโตตนกับพี่ชายไม่มีโอกาสคิดทำอะไรอย่างที่ใจ ต้องการเลย ต้องทำทุกอย่างตามความรู้สึกและต้องการของคุณแม่แต่เพียงคนเดียวเท่านั้น

คุณนาย โกรธผิดหวังอย่างมากบอกประจวบว่าถ้าเห็นผู้หญิงคนนี้ดีกว่าแม่ก็ไม่ต้องมา เรียกตนว่าแม่อีก อยากไปไหนก็ไปเลย ประจวบตัดใจกราบลาแม่แต่ย้ำว่าให้แม่รู้ไว้ด้วยว่าตนยังรักและห่วงคุณแม่ เสมอ

พอประจวบกราบลาแล้ว คุณนายยืนช็อกอยู่ครู่หนึ่งก็เป็นลมจนถมเข้ามาประคองรับแทบไม่ทัน เมื่อประจักษ์รับรู้การตัดสินใจของน้องชาย เขาแสดงความยินดีด้วยและฝากชุมศรีช่วยดูแลประจวบด้วย

แต่ครั้งนี้ก็ ไม่ทำให้คุณนายเปลี่ยนความตั้งใจลดทิฐิ หากแต่ยังเตรียมการที่จะให้ลูกชายทั้งสองแต่งงานกับผู้หญิงที่ตนหาให้ ทิฐิว่า ตนคนเดียวเท่านั้นที่จะบอกให้ใครทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้

ooooooo

คุณนายเรียกพิสมัยกับปราณีมาพบที่บ้านมหศักดิ์ สองสาวมาตามนั้นแต่ไม่ได้มาเพื่อจะเป็นสะใภ้ของมหศักดิ์ เธอมาเพื่อจะกล่าวโทษตำหนิต่อว่าคุณนายที่หลอกตนทั้งสองตลอดมาทำเหมือนว่า คุณนายทำเพื่อตนทั้งสองคนแต่ที่แท้ "คุณแม่ไม่ได้ทำเพื่อเราสองคน แต่คุณแม่ทำเพื่อตัวเอง คุณแม่เห็นแก่ตัว!!" ปราณีสรุป

พิสมัยยัง เสริมอย่างรู้ลึกถึงแก่นใจของคุณนายว่า "เพราะวนิดาเป็นหลานของมณฑา คุณแม่ก็เลยกลัวเสียหน้าถ้าต้องมีสะใภ้เป็นหลานของศัตรู คุณแม่ถึงพยายามใช้เราสองคนเป็นเครื่องมือแก้แค้นแทนตัวเอง"

ทั้งสองว่าคุณนายจนสะใจแล้วพากันกลับ ทิ้งคุณนายให้นั่งจมอยู่กับความโกรธแค้นเสียใจโดดเดี่ยวคนเดียว

ooooooo

แล้ว โอกาสที่จะยื่นมือเข้าช่วยวนิดาของนายดาวก็มาถึง  เมื่อมีงานเลี้ยงวันเกิดของพระยาศิริรัตน์ นายดาว ขอให้วนิดาไปงานด้วยกัน บอกวนิดาว่าชื่อเดิมของท่านคือนายเจริญ ทำให้วนิดาชะงักจำได้ว่าจดหมายของท่านเจ้าคุณได้เอ่ยถึงชื่อนี้

ส่วนคุณนายเมื่อได้รับการ์ดเชิญก็ชวนประจักษ์ไปด้วยกัน เปรยๆว่าท่านกลับจากเมืองนอกแล้วหรือ ประจักษ์ถามว่าท่านเป็นใคร

"ท่านเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่สนิทสนมกับคุณลุง แม่นึกว่าเขาจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว เราไปงานด้วยกันนะลูก แม่อยากลบคำสบประมาทของนังปราณีที่บอกว่าเราเป็นพวกจอมปลอม แม่จะใช้งานนี้ทำให้มหศักดิ์กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง" คุณนายยังหวังดิ้นเฮือกสุดท้ายต่อไป

เมื่อถึงวันงาน นายดาวพาวนิดาไปแนะนำให้รู้จักท่านเจ้าของงาน ครู่หนึ่งคุณนายมากับประจักษ์ คุณนายอวยพรท่านว่า "สุขสันต์วันเกิดนะคะท่าน" ท่านยิ้มรับบอกว่าเรียกว่าเจริญเหมือนเดิมก็ได้ ทำให้ประจักษ์สะดุดหูกับชื่อนี้เช่นเดียวกับที่วนิดารู้สึกและจำได้

เมื่อประจักษ์เจอนายดาวจึงรู้ว่านายดาวเป็นคนส่งการ์ดเชิญไปให้คุณนายน้อมเอง เพราะเมื่อเขาไม่กล้าทำอะไรตนก็จะจัดการให้เอง ย้ำกับเขาว่า

"ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย อย่าได้กังวลว่าคุณจะเป็นลูกอกตัญญู ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลอย่างนั้น"

ระหว่างงานเลี้ยงนั่นเอง ด้วยความเห็นชอบของพระยาศิริรัตน์ นายดาวขึ้นพูดบนเวทีประกาศความบริสุทธิ์ล้างมลทินที่ถูกใส่ร้ายให้มณฑาผู้เป็นป้าของตนว่า

พระยาศิริรัตน์คนนี้คือคุณเจริญที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับป้ามณฑาของตน ถูกหาว่าป้าขโมยเครื่องเพชรให้ชายชู้ จากนั้น พระยาศิริรัตน์ขึ้นมาเล่าด้วยตัวเองว่า

ตนเป็นรุ่นน้องของมณฑา อยู่ในวัยฉกรรจ์และติดการพนัน เล่นเสียจนเป็นหนี้สินรุงรังเกือบถูกฆ่าตาย แต่โชคดี ที่มณฑาช่วยไว้ โดยเอาเครื่องเพชรที่ท่านเจ้าคุณให้ไว้เอาให้เขาไปใช้หนี้ก่อน เขาจึงเอาไปจำนำและใช้หนี้จนหมด เวลานั้นเขายังพูดกับมณฑาว่ามากมายเกินไปคงรับไว้ไม่ได้ แต่มณฑาพูดอย่างเปี่ยมด้วยความรักและเมตตาว่า "มันไม่มากหรอก ถ้าได้แลกกับชีวิตของเธอ"

"ขอบคุณมากนะครับพี่มณฑา" เขายกมือไหว้กุมมือมณฑาไว้แน่นด้วยความซึ้งใจก่อนโผเข้ากอด เวลานั้นคุณนายน้อมมาเห็นถึงกับอ้าปากค้าง แอบดูจนเห็นพระยาศิริรัตน์ถือกล่องเครื่องเพชรออกไป

ข้อสรุปเกิดขึ้นในสมองคุณนายทันที ไปฟ้องท่านเจ้าคุณว่ามณฑาเป็นชู้กับพระยาศิริรัตน์และขโมยเครื่องเพชรให้ชายชู้

พระยาศิริรัตน์เล่าอีกว่าหลังจากนั้นคุณพ่อก็เร่งส่งท่านไปต่างประเทศโดยไม่ทันได้ล่ำลาใครเลยแม้แต่มณฑาผู้มีพระคุณ ตนไม่รู้เลยว่าต่อมามณฑาถูกตราหน้าว่าเป็นชู้กับตนจนถูกสังคมประณาม

ต่อมาเมื่อหาเงินได้ไถ่เครื่องเพชรทั้งหมดจึงได้นำมาคืนท่านเจ้าคุณฯที่กำลังป่วยหนักเพราะตรอมใจ คิดว่ามณฑามีชู้จริง เมื่อท่านเจ้าคุณฯรู้ความจริง ท่านร้องไห้พยายามจะพูด อะไรแต่ก็เบามาก ถูกคุณนายน้อมมาเรียกให้ออกไปเสีย อยากให้ท่านเจ้าคุณฯพักผ่อน ก่อนกลับได้ถามถึงมณฑา คุณนายบอกว่าไม่อยู่ แล้วพามาส่งที่รถ

เล่าความจริงทั้งหมดแล้ว พระยาศิริรัตน์เอ่ยอย่างผิดหวังเสียใจมากว่า

"ผมนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีคนใช้วิธีสกปรก ใส่ร้ายป้ายสีพี่มณฑาเพราะต้องการสมบัติของมหศักดิ์" ท่านตำหนิตัวเองว่าถ้าตอนนั้นระแวงสักนิดพี่มณฑาคงไม่ต้องตายโดยที่ยังไม่ได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง"

คุณนายฟังจบก็โวยลั่นว่าไม่จริง ทุกคนอย่าไปเชื่อตนไม่ได้ทำอย่างนั้น พยายามจะให้ประจักษ์ช่วยแก้ต่างให้ แต่ประจักษ์กลับรับรองว่าสิ่งที่พระยาศิริรัตน์พูดมานั้นเป็นความจริง คุณนายแทบจะคลั่ง ถามว่ามีหลักฐานไหม พระยาศิริรัตน์บอกวนิดาว่าให้เอาจดหมายของท่านเจ้าคุณฯที่พบในวิหารพระออกมาเลยยืนยันว่า "เพราะข้อความในจดหมายที่ท่านเจ้าคุณฯเขียนระบุชัดเจนว่าใครเป็นคนใส่ร้ายพี่มณฑา"

คุณนายโต้เสียงลั่นว่าเป็นจดหมายปลอม ประจักษ์ ยืนยันว่าเป็นของจริงที่ตนกับวนิดาพบที่ใต้ฐานพระที่เก็บอัฐิของคุณลุง นายดาวหันบอกวนิดาให้เอาจดหมายออกมาอ่านดังๆเลย

วนิดานิ่งไปอึดใจก่อนจะพูดอย่างชัดเจนว่า "ไม่มีจดหมายค่ะ ฉันทำลายมันไปแล้ว คุณย่าคงไม่คิดอาฆาตพยาบาทใครคนนั้นเช่นเดียวกับดิฉันแล้วค่ะ"

ประจักษ์มองวนิดาอย่างแปลกใจ ถามว่าเธอต้องการแค่นี้เองหรือ เธอยิ้มให้เขา ยืนยันว่าต้องการแค่นี้ ให้ความ บริสุทธิ์ของคุณย่าไม่ใช่ตนรู้แค่คนเดียวก็พอแล้ว

"ขอบใจนะนิด ขอบใจมาก" ประจักษ์กุมมือวนิดาไว้ด้วยความซาบซึ้งใจมาก

คุณนายสุดจะทนกับสายตาของแขกในงานที่มองตนเป็นตาเดียว ค่อยๆหลบเลี่ยงออกไป

วนิดาตามออกไปบอกคุณนายว่าตนไม่โกรธไม่อาฆาตอีกแล้ว ความจริงที่คุณพ่อได้บอกแก่ทุกคนวันนี้ ตนกับคุณพ่อก็พอใจแล้ว ไม่ได้ต้องการทำลายคุณนายเลย

คุณนายสำนึกยอมรับความผิดของตัวเองและขอโทษวนิดา บอกว่าต่อไปสิ่งแรกที่จะทำได้ดีที่สุดคือ จะทำตัวเป็นแม่สามีที่ดีของเธอ ขอให้วนิดาเรียกตนว่าแม่ วนิดาจึงเรียก ด้วยความเต็มใจ ยังความปลื้มปีติแก่คุณนายยิ่งนัก

ooooooo

วันต่อมาคุณนายเอาพวงมาลัยมาขออโหสิที่เก็บอัฐิของมณฑา บอกกล่าวแก่มณฑาว่า

"ความดีของวนิดาหลานสาวของเธอทำให้ฉันสำนึกผิด อโหสิกรรมให้ฉันด้วยนะมณฑา"

ต่อมาก็มีข่าวดีเมื่อประจักษ์ได้รับโทรเลขจากประจวบว่าไปถึงที่แล้วโดยสวัสดิภาพและฝากกราบคุณแม่ด้วย คุณนายดีใจมากบอกประจักษ์ให้เอากระดาษปากกามาแม่จะเขียนจดหมายหาตาเล็ก

พอได้กระดาษปากกามาปรากฏว่าคุณนายไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ต้องอาศัยป้าทองที่บัดนี้คุณนายมองด้วยสายตาที่ต่างจากเดิมให้ช่วยคิดให้ที แล้วคุณนายก็เขียนตามคำบอกของป้าทองที่สั้นแต่ได้ใจความตรงประเด็นจนเอ่ยปากขอบใจป้าทองที่ตลอดมาไม่ทิ้งตนไปไหน

จากนั้นสั่งป้าทองให้พาพวกคนรับใช้ในบ้านให้ทำความสะอาดห้องของประจักษ์เผื่อเขาจะพาวนิดากลับมาอยู่

ooooooo

เมื่อปัญหาทุกอย่างคลี่คลายแล้ว ประจักษ์ไปขอแต่งงานครั้งที่สองกับวนิดา โดยแหวนแต่งงานครั้งนี้เขาเป็นคนเลือกเองและขอสวมให้ด้วยหัวใจที่เกิดจากความรักไม่ใช่การแต่งงานที่เกิดจากการถูกบังคับ

การแต่งงานครั้งที่สองจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเอิกเกริกเปี่ยมไปด้วยความยินดีความสุขของทุกคนที่มาร่วมงาน

นอกจากนี้มนตรีกับอำไพยังควงกันมาในงาน ไปล่ก็ทำกะลิ้มกะเหลี่ยกับจวงอย่างเปิดเผย

ประจักษ์ผ่านด่านประตูเงินประตูทองมาอย่างราบรื่น จนมาถึงด่านนายดาว

"เดี๋ยวก่อน ก่อนจะเข้าไปรับยัยนิด ผมต้องพูดอะไรกับคุณสักหน่อย...ผมมีลูกสาวคนเดียว...ยัยนิดเปรียบเสมือนเป็นชีวิตของผม ผมเคยยกชีวิตของผมให้คุณครั้งหนึ่งและมันทำให้ผมรู้ว่าผมคิดไม่ผิด   แต่ครั้งนั้นกับครั้งนี้ต่างกัน คุณกับยัยนิดมีหัวใจดวงเดียวกัน   โปรดดูแลเอาใจใส่และปกป้องยัยนิดทำให้ยัยนิดมีความสุข"   พูดถึงตรงนี้นายดาวร้องไห้ออกมาจนประจักษ์ตกใจ   "รักลูกสาวผมให้มากๆนะคุณประจักษ์ ฮือๆๆ"

นายดาวโผเข้ากอดประจักษ์ร้องไห้เสียงดัง ประจักษ์ อยากจะขำแต่ก็ขำไม่ออก ตบหลังนายดาวดังอั้กบอกว่า "คุณไม่ต้องห่วง นิดอยู่กับผม นิดจะไม่รู้จักคำว่าเสียใจเลย"

งานที่มีความสุขนี้ ทำให้คุณนายคิดถึงประจวบพึมพำว่าอยากให้มาอยู่ที่นี่ด้วยกันจังเลย   ปรากฏว่าประจวบมายืนอยู่ตรงหน้าแล้วพร้อมกับชุมศรี คุณนายดีใจมากโผเข้ากอดประจวบและเรียกชุมศรีเข้าไปกอดพร้อมกับขอโทษที่ครั้งแรกที่เจอกันไม่ได้ให้โอกาสเธอ จากนั้นชวนให้รีบเข้าไปในงานกัน

ฉลองงานกันอย่างสนุกสนานแล้ว ถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ นายดาวยังอวยพรให้ลูกทั้งสองรักและเข้าใจกันให้คิดเสมอว่าเราต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายมาขนาดไหน ส่วนคุณนายอยากอุ้มหลานเร็วๆ

ooooooo

เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้องหอ ประจักษ์เข้าสวม กอดวนิดาจากข้างหลังอย่างอ่อนโยน แต่วนิดาก็ตกใจถามเขินๆว่าจะทำอะไร

"รีบมีหลานให้คุณแม่อุ้มเร็วๆไงล่ะ" ประจักษ์กระซิบเมื่อเธอเขิน เขาออดอ้อนว่า "นิดจ๋า...โปรดรู้ไว้นะว่าเธอคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฉัน ฉันรักเธอจนหมดทั้งหัวใจของฉันที่มี...นิด...ฉันขออะไรเธออย่างได้ไหม"

"อะไรคะ" เสียงประหม่าเพราะตื่นเต้น

"ฉันอยากได้ยินเธอบอกว่ารักฉัน บอกให้ฉันชื่นใจหน่อยได้ไหม" วนิดาอิดออดว่าก็รู้อยู่แก่ใจแล้วยังต้องพูดอีกทำไม "ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะบอกรักเธอไปเรื่อยๆจนถึงเช้า คิดว่าฉันไม่กล้าเหรอ" แล้วประจักษ์ก็พูดเป็นจังหวะไปเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าจะหยุดว่า "ฉันรักเธอ...ฉันรักเธอวนิดา...ฯลฯ"

"พอได้แล้วค่ะ" วนิดาเขินจนทนไม่ได้ บอกเขาด้วยหัวใจ "ฉันรักคุณค่ะ พันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ คะ ฉันรักคุณ รักคุณคนเดียว พอใจหรือยังคะ"

ประจักษ์ส่ายหน้า วนิดาถามว่าอะไรอีกหรือ

"ถ้าอยากให้ฉันพอใจก็..." เขายื่นหน้าเข้ามาจูบอย่างอ่อนหวานด้วยความรักแล้วผละออกมามองหน้าเธอเต็มตา พูดจากหัวใจที่เปี่ยมสุขว่า

"วนิดา เธอจะเป็นยอดรักของฉันตลอดไป"

ทั้งคู่กอดและยิ้มให้กันด้วยความปลื้มปีติ...

ooooooo


'อวสาน'

ตอนที่ 17

เพราะถูกทั้งแม่และพิสมัยกดดันบีบคั้นหนัก ประจักษ์หงุดหงิดงุ่นง่านจนป้าทองสงสัยว่าเป็นอะไรพอถามก็บอกว่าไม่มีอะไร เขามองหาถามป้าทองว่าวนิดาไปไหน พอป้าทองบอกว่าไปบ้านอำไพตั้งแต่เช้า เขาก็ยิ่งเศร้า ป้าทองสงสัยเขม้นมองคิดจนหน้ายับก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร

วนิดาไปบ้านอำไพแต่เช้า ไปทำต้มยำแต่ไม่มีสมาธิเลยเหยาะน้ำปลาไม่หยุดจนอำไพแซวว่าจะทำต้มยำหรือทำต้มเค็ม กันแน่  มองหน้าวนิดาถามอย่างห่วงใยว่ามีอะไรหรือเปล่าดูหน้าตาหมองๆ

"เปล่าค่ะ" วนิดาฝืนยิ้มให้ ครั้นอำไพดักคอว่าเห็นจวงบอกว่าประจวบใกล้จะกลับมาแล้ว เป็นเพราะเรื่องนี้หรือเปล่า เธอย้อนยิ้มๆว่า "คุณประจวบกลับมา นิดต้องดีใจสิคะ คุณจี๊ดออกไปเถอะค่ะ มื้อนี้นิดจะทำอาหารเอง เพราะอาจจะเป็นมื้อสุดท้ายของนิดกับที่นี่แล้ว"

อำไพมองวนิดาถอนใจอย่างห่วงใยแล้วจึงเดินออกไป แล้วก็ต้องผงะเมื่อเจอมนตรีเดินอ้าวเข้ามา เขาบอกว่าป้าทอง บอกว่าวนิดามาที่นี่เลยรีบตามมา พูดแค่นั้นก็จ้ำอ้าวจะเข้าไปในครัว ถูกอำไพคว้าคอเสื้อไว้สั่ง "ไม่ต้องเข้าไปเลย"

พอถูกห้ามมนตรีก็ยิ่งอยากเข้าเพราะคิดว่าอำไพกีดกันตนจากวนิดาให้พี่ชาย อำไพพูดอย่างเหนื่อยหน่ายว่าอำพันธ์ ไม่อยู่ มนตรีตะแบงว่าถ้าอย่างนั้นยิ่งดีจะได้หมดศัตรูหัวใจ

"แต่คุณก็ยังห้ามเข้าอยู่ดี" อำไพขวางไว้ บอกมนตรีว่า "คุณประจวบบอกว่าจะกลับมาภายในอาทิตย์นี้"

"เหรอ...ในที่สุดฝันก็เป็นจริง ฉันจะได้จีบคุณนิดสักทีฮ่าๆๆ"

อำไพด่าว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวที่สุด เพราะวนิดากับประจักษ์ยังไม่ได้หย่ากัน มนตรีก็อ้างข้างๆคูๆว่าตนตกลงกับประจักษ์ไว้แล้ว และให้เธอบอกพี่ชายด้วยว่าห้ามจีบวนิดาเพราะตนจองก่อน

"คุณชอบคุณนิดมากรึไง" อำไพถามโพล่งไปด้วยอารมณ์ ที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร

"ใช่ ชอบมาก ยิ่งเวลาคุณนิดอยู่กับเธอ ก็ยิ่งเห็นชัดว่าคุณนิดทั้งสวยกว่า น่ารักกว่า อ่อนหวานกว่า ผู้หญิงอย่างเธอชาตินี้คงไม่มีใครจีบหรอก"

"คนบ้า!" อำไพด่ามนตรี ผลักเขากระเด็นแล้วเดินปึงปังเข้าบ้านไป มนตรีตกใจที่อำไพโกรธจริงจังขึ้นมา

ooooooo

อำไพหนีไปนั่งร้องไห้อยู่มุมหนึ่ง วนิดามาเจอตกใจถามว่าเป็นอะไร กล่อมอยู่นานกว่าอำไพจะเล่าให้ฟังว่าถูกมนตรีว่าเอาว่าคนอย่างตนชาตินี้ไม่มีใคร มาจีบ  ทำไมเขาต้องว่าอย่างนี้ด้วย แล้วร้องไห้ฮือๆท่าทางเสียอกเสียใจจริงๆ

วนิดาอ่านใจอำไพออกแต่ถามว่าเธอชอบมนตรีหรือเปล่า อำไพตกใจปฏิเสธเสียงหลงว่าไม่จริงไม่มีทาง จนวนิดาบอกให้เธอยอมรับความจริงเสียเถอะว่าชอบมนตรีจริงๆ คราวนี้ อำไพหน้าแดงตัดพ้อว่า

"คุณนิดพูดอะไร จี๊ดอายนะคะ จี๊ดไม่รู้ตัวหรอกนะคะว่าชอบคุณมนตรีตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่หลังๆเวลาที่จี๊ดเห็นคุณมนตรีหัวใจของจี๊ดมันเต้นแรง คุณนิดเคยเป็นไหมคะ"

วนิดาฟังแล้วอึ้งเพราะมันคือความรู้สึกของตัวเองเมื่อได้เจอประจักษ์ เผลอยกมือทาบอก พออำไพถามว่าเป็นอะไร เธอแก้เกี้ยวว่าตรงนี้อากาศมันร้อนแล้วเบือนหน้าหนี

ooooooo

ประจวบกลับมาแล้ว เขามายืนมองดูบ้านมหศักดิ์อย่างปลื้มปีติที่ได้กลับบ้านอีกครั้ง ควักกุญแจออกมาไขประตูเข้าบ้าน...

วนิดากลับมาบ้านมหศักดิ์เอามืดค่ำ ความคิดคำนึงยังจดจ่ออยู่กับคำพูดของอำไพที่ถามว่า

"คุณนิดบอกให้จี๊ดยอมรับความรู้สึกของตัวเอง แล้ว

เมื่อไหร่คุณนิดจะยอมรับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อคุณประจักษ์ล่ะคะ"

คิดถึงคำถามของอำไพแล้ว เธอบอกกับตัวเองว่า "ถึงอยากจะยอมรับแต่มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้" คิดแล้วถอนใจเดินเข้าบ้าน พลันสายตาก็เห็นเงาร่างของใครคนหนึ่งเดินอยู่หน้าบ้าน

"ใคร...หรือว่าจะเป็นขโมย" วนิดาสงสัยเพราะวันนี้ไม่มีใครอยู่บ้าน เธอคว้าไม้กวาดทางมะพร้าวกระชับแน่นในมือ ย่องไปทางด้านหลังแล้วฟาดเข้ากลางหลังเต็มแรง จนประจวบร้องโอ๊ย!

วนิดาตะโกนไล่หัวขโมยให้ออกไป ประจวบพยายามบอกว่าตนเป็นใคร แต่เธอไม่ฟังเสียงตะโกนให้มาช่วยกันจับขโมย จนป้าทอง จวง และไปล่วิ่งหน้าตั้งมา พอเห็น "หัวขโมย" เต็มตาป้าทองกับไปล่ก็อุทานด้วยความดีใจ

"คุณเล็ก...คุณประจวบ..."

"คุณประจวบ?" วนิดายืนเหวอหันมองประจวบเต็มตา เขาแนะนำตัวเองอย่างผึ่งผายว่า

"ใช่ ฉันประจวบ มหศักดิ์ แล้วเธอ...เป็นใคร?"

เมื่อพากันเข้ามานั่งในห้องรับแขกแล้ว   ประจวบจึงรู้ว่าวนิดาเป็นลูกสาวของนายดาว เขาถามอย่างแปลกใจว่าแล้วคนบ้านนี้หายไปไหนกันหมดถึงได้ปล่อยให้วนิดาเฝ้าบ้าน

วนิดาไม่ทันตอบ เสียงคุณนายก็ร้องเข้ามาอย่างดีใจสุดขีด "ตาเล็ก!!"

คุณนายโผเข้าหาลูก ประจวบกอดแม่ไว้ ต่างดีใจจนน้ำตาซึม พิสมัยยิ้มไม่หุบ ในขณะที่ประจักษ์มองหน้าน้องชายอย่างคาดไม่ถึงว่าจะกลับมาเร็วกว่าที่คิด   เขามองหน้าวนิดา

ต่างอ่านแววตากันออกถึงความรู้สึกหลังจากประจวบกลับมา วนิดาค่อยๆเลี่ยงออกจากห้องรับแขกอย่างรู้สถานะของตัวเอง

ooooooo

ประจวบทรุดลงกราบคุณนายและประจักษ์ คุณนายเชยหน้าลูกชายขึ้นดู ลูบไล้รำพัน

"แม่ดีใจเหลือเกินที่ลูกกลับมา   แม่รอวันนี้มานานแสนนาน ดูลูกของแม่สิ โถๆๆ ผอมลงไปมาก ผิวก็กร้านดำ คงทำงานหนักมาใช่ไหมลูก"

"ถึงงานจะหนักแค่ไหนผมก็ไม่เคยท้อหรือเหนื่อยครับ ผมคิดแต่ว่าจะต้องรีบหาเงินมาใช้หนี้นายดาวให้เร็วที่สุด"

ประจักษ์บอกน้องชายขึ้นนั่งข้างบนเสีย ประจวบหันไปพูดกับพี่ชายอย่างรู้สึกผิดว่า

"ผมต้องขอโทษที่ทำให้พี่ใหญ่เดือดร้อน ทำให้พี่กับพิสมัยไม่ได้แต่งงานกัน แต่ปัญหาทุกอย่างจะจบลงในวันสองวันนี้ครับ"

พิสมัยรีบขอบคุณประจวบที่ทำตามสัญญา คร่ำครวญถึงความทุกข์ทรมานกับการรอคอย ส่วนประจวบก็ขอบคุณพิสมัยที่ช่วยดูแลคุณแม่และพี่ชายตน

พิสมัยบอกว่าตนไม่ทันย้ายออกจากห้องของเขา ประจวบบอกว่าไม่เป็นไรอยู่ไปตามสบาย ตนนอนห้องประจักษ์ก็ได้เพราะมีเรื่องมากมายอยากเล่าให้พี่ชายฟัง คืนนี้คืนเดียวคงเล่าไม่หมด

ประจักษ์เห็นแม่กับน้องกำลังดีอกดีใจกอดอ้อนกันอยู่

เลยลุกเลี่ยงออกไปเพราะใจอยากไปหาวนิดานานแล้ว

ooooooo

แต่พอไปถึงเจอป้าทองกับจวง  รู้ว่าวนิดาอยู่ในห้อง เขาไปยืนตรงประตูห้องเรียกเบาๆ "นิด..." วนิดาผงะเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียก เขาถามอีกว่า "นอนหรือยัง"

"ยังค่ะ คุณประจักษ์มีอะไรหรือคะ"

ประจักษ์บอกว่าไม่มีอะไรแต่ขอนั่งอยู่แถวๆนี้ก่อนได้ไหม ทั้งสองยืนคุยกันแค่มีประตูกั้นแต่ต่างก็ยืนกันอยู่อย่างนั้น วนิดาไม่เปิดประตูและประจักษ์ก็ไม่เรียกร้องให้เปิด ยืนกันอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่งประจักษ์จึงเอ่ย "เธอคงจะง่วงแล้วซินะ งั้นฉันกลับแล้วกันเธอจะได้เข้านอน" พูดแล้วเดินออกไป แต่ก็ชะงักเรียกอีก "นิด..." พอวนิดาขานรับคอยฟังว่าเขาจะพูดอะไร ครู่หนึ่งเขาเอ่ย "ราตรีสวัสดิ์...ฝันดีนะ" วนิดาเอ่ยตอบเสียงเศร้าๆ แต่พอได้ยินเสียงประจักษ์เดินห่างไป วนิดาทนไม่ได้เปิดประตูออกมา

ประจักษ์หันมอง ต่างมองกันนิ่งเหมือนจะบอกเล่าถึงความรู้สึกที่ไม่ได้เจอกันมาหลายวัน...

ooooooo

ทั้งสองลงไปเดินคุยกันที่สวน ประจักษ์เอ่ยขึ้นอย่างเจ็บปวดว่า

"คำอธิษฐานของเธอเป็นจริงแล้วนะนิด ตาเล็กกลับมาแล้ว เราจะได้หย่ากัน เธอจะได้กลับบ้านไปอยู่กับคุณพ่อของเธอ" ประจักษ์มองหน้าเธอนิ่งเหมือนอยากบอกความในใจแต่ก็ทำไม่ได้เพราะยังติดที่พิสมัย  ส่วนวนิดาก็มองเขาเต็มตา  เอ่ยจากใจจริงว่า

"ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำให้ฉันระหว่างที่ฉันอาศัยอยู่ที่นี่นะคะคุณประจักษ์"

"ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำลงไป ฉันทำด้วยความเต็มใจ... นิด...เธอจะลืมฉันไหม..."

"แล้วคุณล่ะคะ คุณจะลืมฉันไหม"  วนิดาย้อนถาม

เสียงเครือ ต่างมองกันน้ำตารื้น

"ถ้าเธออยู่ในนี้" ประจักษ์ชี้ที่หัวตัวเอง "ฉันคงลืม แต่ถ้าเธออยู่ในนี้" เขาชี้ที่หัวใจตัวเองแล้วพูดอย่างลึกซึ้งว่า "ต่อให้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ฉันก็ไม่มีวันลืมเธอ...วนิดา"

วนิดากลั้นน้ำตาไม่อยู่ เธอเบือนหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา ประจักษ์ทนใจตัวเองไม่ได้อีกแล้ว เขากอดเธอจากข้างหลัง วนิดาร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเอง ปล่อยให้เขากอดด้วยความเต็มใจ...

"ฉันขออะไรอย่างได้ไหมนิด วันที่เธอจะไปจากบ้านหลังนี้ ขอให้เรามีโอกาสได้บอกลากันก่อนได้ไหม ฉันมีบางสิ่งบางอย่างที่จะบอกเธอ รับปากฉันนะนิด..."

วนิดานิ่ง ไม่ตอบ ค่อยๆแกะมือเขาออก พูดโดยไม่หันมอง

"ฉันต้องไปแล้ว"

พูดแล้ววนิดารีบเดินออกไปพลางยกมือปาดน้ำตา ประจักษ์มองตามไปด้วยความเสียใจสุดซึ้ง

ooooooo

ประจักษ์กลับมาถึงห้องปรากฏว่าประจวบรออยู่แล้ว ถามพี่ชายว่าไปไหนมา เขาบอกว่าไปเดินเล่น ครั้นประจวบทักว่าหน้าตาพี่ชายดูไม่มีความสุขเลยคิดว่าเป็นทุกข์เพราะตนเขารีบขอโทษที่ทิ้งภาระไว้ให้

"ฉันไม่เคยโกรธแกเลย เห็นแกแข็งแรงกลับมาฉันก็ดีใจแล้ว ว่าแต่ทำไมแกถึงกลับมาเร็วนัก"

ประจวบไม่พูดเหตุผลที่แท้จริงแต่กลับบอกว่าเพราะต้องการให้พี่ชายเป็นอิสระ และได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองรัก ย้อนถามอย่างแปลกใจว่า "อ้าว...นี่พี่ไม่ดีใจเหรอ"

ประจักษ์ฝืนยิ้มบอกว่าดีใจ ประจวบนึกได้เอ่ยขึ้นว่าดูๆไปวนิดาก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนพ่อเธอเลย แล้วเขาก็เอะใจ สะดุดใจเมื่อพี่ชายตอบอย่างสนิทปากว่า

"นิดเขาเป็นคนดี...ดีมาก"

"พี่สนิทสนมกับเธอมากเหรอครับ ถึงเรียกเธอว่านิดเฉยๆ"

"คนอยู่บ้านเดียวกันทุกวัน จะไม่สนิทกันได้ยังไง ไป... ไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว"

ประจักษ์ เปลี่ยนเรื่อง ประจวบลุกขึ้น นึกขึ้นได้บอกพี่ชายว่าพรุ่งนี้จะไปหานายดาวเพื่อเรื่องจะได้จบเสียที ฟังแล้วประจักษ์ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้นคาดไม่ถึงว่าวันนั้นจะมาถึง ในวันพรุ่งนี้แล้ว

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนไปทำงาน ประจักษ์ไปหาวนิดาที่ห้อง เคาะประตูเรียก คนที่เปิดประตูออกมากลายเป็นป้าทองกับจวง เขาถามว่าวนิดาตื่นหรือยัง ป้าทองบอกว่ายัง เขารีบสั่ง

"ถ้านิดตื่น บอกเขาว่าอย่าเพิ่งทำอะไรจนกว่าฉันจะกลับมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นให้เขารอฉันก่อน" ป้าทองถามงงๆว่าแล้วจะเกิดอะไรขึ้นหรือ ประจักษ์ตัดบทว่า "เพราะฉันไม่รู้ฉันถึงบอกป้ากับจวงไว้ก่อน บอกไอ้ไปล่เอาไว้ด้วยอีกคนนะ ฉันไปล่ะ"

พอหันหลังจะเดินไปยังหันกลับมาย้ำอีกว่า

"อย่าลืมที่ฉันสั่ง ฉันจะลางานครึ่งวันแล้วรีบกลับมา อย่าเพิ่งให้เขาไปไหนฉันมีบางอย่างที่จะต้องบอกเขา เข้าใจนะ"

ป้าทองกับจวงมองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ พอประจักษ์ ไปแล้วจวงถามวนิดาว่าทำไมไม่ยอมเจอประจักษ์

"เจอไปก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ยังไงฉันก็ต้องกลับบ้านอยู่ดี" วนิดาตอบเศร้าๆ

"คุณ ใหญ่สั่งว่าให้คุณนิดรอเธอกลับมาก่อนอย่าเพิ่งทำอะไร" จวงบอก วนิดาฟังนิ่งๆ มองเหม่อไปนอกหน้าต่าง ป้าทองกับจวงเห็นแล้วแอบถอนใจเฮือก...เฮือก...

ooooooo

คุณนาย น้อมกระหยิ่มยิ้มย่องบอกปราณีที่แต่งตัว สวยเป็นพิเศษมารอพบประจวบว่าเดี๋ยวคงลงมา  ปราณีตอบอย่างมีความหวังว่าตนรอมาได้เกือบปีจะรออีกไม่กี่ นาทีทำไมจะรอไม่ได้  ถามว่าแล้วเมื่อไหร่ประจวบจะเอาเงินไปใช้หนี้นายดาว

พอ รู้ว่าวันนี้ พิสมัยชวนฉลองใหญ่กันดีไหม คุณนายบอกว่ารอฉลองพร้อมงานแต่งของทั้งสองคนพร้อมกันไปเลยจะดีกว่า แล้วผู้หญิงทั้งสามก็มองหน้ากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ขณะนั้นเอง ประจวบลงมา พอเห็นปราณีเขาชะงักกึก ปราณีรีบลุกขึ้นยิ้มหวานตาเป็นประกายเรียกเขาอย่างสนิทสนม "คุณเล็ก..."

แต่ พอไปเดินคุยกันในสวน ปราณีรู้สึกได้ทันทีถึงน้ำเสียง ที่ห่างเหินและท่าทีที่หมางเมินของประจวบที่พูดประชดเมื่อเธอถามเขาว่า "สบายดีนะคะคุณเล็ก"

"คนที่ต้องลาออกจากงานระหกระเหินไปทำงานในที่ที่ไม่เคยไป คุณว่าผมจะสบายดีไหมครับ"

"แหม...คุณเล็ก ตอบมาคำเดียวก็ได้นี่คะ คุณพูดอย่างกับว่าที่คุณต้องไปทำงานหาเงินใช้หนี้เป็นความผิดของดิฉัน"

ประจวบ หัวเราะขื่นๆ บอกว่าตนไม่กล้ากล่าวหาคุณหญิงหรอก ปราณีชะงักถามว่าทำไมต้องเรียกตนอย่างนั้นด้วย ประจวบ บอกว่าตนไม่ทราบจะเรียกว่าอย่างไรในเมื่อเธอเป็นภรรยาท่านเจ้าคุณฯ

"แต่ตอนนี้ดิฉันเป็นม่าย คุณเล็กก็ทราบ" ปราณีเริ่มฉุน

"แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็ยังเป็นคุณหญิงภักดีราชา ผมขอตัวก่อนนะครับ มีธุระต้องทำอีกมาก"

ประจวบเดินแยกไปแล้ว ปราณีมองตามด้วยความผิดหวัง เสียใจ

ที่แท้ ประจวบพาชุมศรีมาเช่าบ้านอยู่ต่างหากเพื่อรอจัดการหนี้สินเรียบร้อยแล้วค่อย พาเธอไปพบคุณนายน้อม เขากลับไปชวนชุมศรีไปหาอะไรทานกันข้างนอกไหม เธอลำบากใจเพราะเมื่อเขายังไม่ได้บอกคุณนายเกรงเจอกันรู้ภายหลังจะไม่ดี

"ฉัน ขอโทษนะชุมศรี ที่ยังไม่ได้บอกคุณแม่เรื่องของเรา แต่เธอไม่ต้องกังวลใจไปนะ ฉันหาทางบอกคุณแม่เร็วๆนี้ และไม่ว่าคุณแม่จะว่ายังไง ฉันก็จะไม่ทิ้งเธอ"

ชุมศรีพยักหน้ารับทราบ ต่างยิ้มให้กัน

ooooooo

เพียงสายๆ   ประจวบก็นำเงินไปชำระหนี้ให้นายดาวทั้งหมด รับเงินแล้วนายดาวสั่งสมหมายให้โทร.ไปบอกวนิดาว่าตนกำลังจะไปรับกลับบ้านเรา

พอ รับโทรศัพท์ วนิดาสั่งป้าทอง จวง และไปล่เก็บข้าวของขนมากองรวมกันนอกห้องรอพ่อมารับ ระหว่างนั้นถูกคุณนายน้อม พิสมัย และถมมาพูดถากถางเยาะเย้ยกระทั่งขับไล่ไสส่งอย่างสะใจ จวงทนไม่ได้ทำท่าจะสะอึกเข้าไปเอาเรื่อง วนิดาห้ามไว้ เร่งให้เรารีบไปกันเถอะ

ส่วนประจักษ์ไม่เป็นอันทำงาน รอเวลาครึ่งวันเตรียมจะกลับบ้าน ยังถูกมนตรีเข้ามาถามอย่างดีใจว่าประจวบไปใช้หนี้นายดาวแล้วใช่ไหม เวลาของตนมาถึงแล้ว ประจักษ์ฉุนไล่ให้ออกจากห้อง

"อ้าว! ทำไมวะ ไอ้จักษ์นายเป็นบ้าอะไรของนาย ไอ้จักษ์... ไอ้จักษ์..." มนตรีโวยวายเมื่อถูกประจักษ์จับลากออกไปนอกห้องแล้วปิดประตูปัง

ประจักษ์ ร้อนใจโทร.ไปที่บ้านนายดาว รู้จากสะอิ้งที่เป็นแม่บ้านว่านายดาวเพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้เอง เขาร้อนใจว้าวุ่นจนไม่รู้จะทำอย่างไร เลยโทร.ไปที่บ้านขอสายวนิดา

เจอ ถมรับสาย นังตัวแสบแกล้งทำเป็นฟังไม่ชัดฟังไม่รู้เรื่องแล้ววางสายเลย ขณะประจักษ์กำลังจะออกไปจากห้อง นั่นเอง วิชิตก็เดินมาอย่างเร่งรีบบอกว่าท่านเจ้ากรมสั่งให้เขาต้องไปราชการกับตน ด่วน

"ฉันไม่ว่าง นายหาคนอื่นไปแทนแล้วกัน" ประจักษ์ปัดอย่างหัวเสีย

"ไม่ได้ ท่านเจ้ากรมระบุว่าต้องเป็นนายคนเดียวเท่านั้น" วิชิตยืนยันคำสั่งเจ้านาย

"โธ่เว้ย!! งั้นก็รีบไปเสร็จแล้วฉันจะได้รีบกลับ" ประจักษ์ หัวเสียเร่งเสียจนวิชิตงงว่าเป็นอะไรของเขา

ooooooo

นายดาวมาถึงบ้านมหศักดิ์แล้ว  พร้อมสัญญาเงินกู้ที่ทำไว้กับประจวบ ประจวบรับไปตรวจดูแล้วถามว่าใบหย่าของประจักษ์กับวนิดาอยู่ไหน

"เรื่องหย่าเป็นเรื่องของลูกสาวผมกับพี่ชายคุณ ต้องให้เขาสองคนตกลงกันเอง" นายดายตอบยิ้มกวนๆ พิสมัยกับคุณนายปรี๊ดแตกทันที พิสมัยลุกยืนตวาดลั่น

"ไอ้ขี้โกง! พูดออกมาได้หน้าด้านๆ คุณเล็กใช้หนี้แกหมดแล้ว แกยังจะมาอ้างอะไรอีกหา!"

"ใช่ เอาใบหย่ามาเดี๋ยวนี้!" คุณนายจ้องนายดาวตาแทบถลน

"คุณสองคนนี่ท่าทางจะพูดไม่รู้เรื่อง การแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน ก็ต้องให้คนสองคนเขาตัดสินใจ พิจารณาด้วยตัวเองว่าจะหย่าหรือไม่หย่า ถ้าคุณประจักษ์ไม่อยู่ ผมก็ทำอะไรไม่ได้ ผมกลับล่ะ"

พูดเสร็จนายดาวเดินฉับๆออกไป ประจวบมองเหวอ คุณนายกับพิสมัยโกรธจนตัวสั่น

ooooooo

วนิดายืนรอนายดาวอยู่หน้าบ้านด้วยใบหน้าซึมเศร้า จวงเข้ามาบอกว่าขนของขึ้นรถหมดแล้ว ถามกลัวๆกล้าๆว่า "คุณนิดคะ คุณนิดจะไม่รอคุณใหญ่กลับมาจริงๆเหรอคะ"

วนิดาเงียบ ไปล่เอ่ยขึ้นบ้างว่าให้รอคุณใหญ่กลับมาก่อน อย่าเพิ่งไปเลย ส่วนป้าทองร้องไห้เข้ามาจับแขนวนิดาอ้อนวอนคร่ำครวญ...

"คุณนิด...อย่าไปเลยนะคะ คุณนิดบอกคุณพ่อสิคะ ว่าคุณนิดยังไม่ไป อย่างน้อยคุณนิดก็อยู่รอคุณใหญ่ก่อนนะคะ ถ้าคุณใหญ่กลับมาไม่เจอคุณนิด คุณใหญ่ต้องเสียใจมากแน่ๆคุณนิดอย่าใจร้ายเลยนะคะ คุณใหญ่ต้องการคุณนิดนะคะ  ป้าขอร้อง..."

ป้าทองร้องไห้สะอึกสะอื้น จวงกับไปล่ทนไม่ไหวเลยร้องไปด้วย พอดีนายดาวออกมา

"นิดไปได้แล้วลูก"

วนิดาหันไปมองหน้าพ่อพยายามกลั้นน้ำตา เห็นคุณนาย พิสมัย และถมตามออกมาทำหน้าเยาะเย้ยใส่ ประจวบมองวนิดารู้สึกสงสัยบางอย่าง

วนิดาหันไปลาป้าทองกับไปล่ ขอบใจที่ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ได้รับการดูแลอย่างดี วนิดาบอกไปล่ให้ดูแลป้าทองให้ดีด้วยเพราะอายุมากแล้ว ไปล่หน้าเบะทั้งเพราะอาลัยวนิดาและคิดถึงจวงเสียใจเป็นสองเท่า

ทั้งหมดนี้คุณนายน้อมและพิสมัยยืนจ้องอย่างเหยียดเย้ยกระทั่งพูดประชดประชันขับไล่ไสส่งให้รีบไปเหมือนตอนที่รีบมา นายดาวหันมองทั้งสองคนแล้วเร่งลูกสาวพาเดินไปที่รถ

เมื่อเดินมาถึงรถ นายดาวสงสารลูกที่ซึมเศร้ามากถามอย่างทนไม่ได้ว่า แน่ใจนะว่าจะไม่รอประจักษ์กลับมาก่อน วนิดากล้ำกลืนความรู้สึก แข็งใจบอกว่าแน่ใจ เราไปกันเถอะตนอยากกลับบ้านแล้ว

แต่พอขึ้นรถและสมหมายออกรถ วนิดาก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น น้ำตาพรั่งพรูอาบแก้ม นายดาวทนดูไม่ได้สั่งสมหมายให้จอดรถ บอกวนิดาว่า

"ถ้ารักก็ต้องสู้ อยู่รอเขาสิลูก" แล้วสั่งสมหมาย "ถอยรถ..."

วนิดาพูดทั้งน้ำตาปนสะอื้น "ไม่ค่ะพ่อ เขามีพิสมัย เขามีคนรักของเขาอยู่แล้ว ลูกอยากกลับบ้านค่ะพ่อ" แล้วสั่งสมหมาย "ออกรถเดี๋ยวนี้"

พวกที่อออยู่หน้าบ้านมหศักดิ์ต่างมองอย่างสงสัยกับรถของนายดาวที่ขับๆหยุดๆจนสุดท้ายเห็นรถขับออกไป

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้านตัวเอง สมหมายกับสะอิ้งช่วยกันขนของของวนิดาลงจากรถ แต่วนิดายังยืนซึมอยู่ ครู่หนึ่งจึงบอกนายดาวว่าขอตัวขึ้นไปบนห้องก่อน สั่งสมหมายกับจวงว่า

"ถ้ามีใคร...จากบ้านมหศักดิ์มา บอกว่าฉันไม่อยู่"

พอวนิดาเดินเข้าบ้านขึ้นข้างบน สมหมายพูดกับนายดาวว่า

"ดูคุณนิดไม่ดีใจเลยนะครับที่ได้กลับมาบ้าน"

นายดาวถอนใจยาวอย่างกลุ้มใจ...

พอเข้าห้องนอนเท่านั้น วนิดาก็ปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างไม่เก็บกลั้น เธอทรุดนั่งตรงประตูร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

จนถึงเวลาอาหารค่ำ จวงขึ้นไปตามเธอบอกว่าไม่หิว นายดาวนั่งรออยู่ได้แต่ถอนใจอย่างเป็นห่วง ตัดสินใจยกถาดอาหารขึ้นไปหาวนิดาที่ห้องเอง

นายดาวเข้าไปเกลี้ยกล่อมหว่านล้อมอ้อนวอนให้วนิดาทานสักสามสี่คำก็ยังดี กระทั่งจะนั่งทานเป็นเพื่อน แล้วก็ทำท่าเอร็ดอร่อยอยากให้วนิดาผ่อนคลาย แต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้ทั้งๆที่รู้ว่าพ่อพยายามปลอบใจ จนขอร้องว่า

"คุณพ่อ ลูกรู้นะคะว่าคุณพ่อเป็นห่วงลูก แต่ลูกไม่อยากทานอะไรจริงๆ ลูกขออยู่คนเดียวได้ไหมคะ"

"ไม่ได้" นายดาวกลายเป็นจริงจังขึ้นมา "ตั้งแต่ลูกกลับมา ลูกขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง ถึงเวลาไม่กินข้าว แล้วจะให้พ่อปล่อยลูกอยู่คนเดียวได้ยังไง พ่อจะไปหาคุณประจักษ์ ไปพาเขามาหาลูก พ่อทนไม่ได้ที่เห็นลูกเป็นแบบนี้"

"ไม่นะคะคุณพ่อ ลูกไม่อยากพบเขา" วนิดาจับแขนนายดาวไว้อย่างวอนขอ

"ลูกไม่อยากพบเขา...จริงน่ะเหรอ...ลูกรักเขาใช่ไหม" นายดาวถามตรงๆ

คำถามที่แทงใจดำนั้นทำให้วนิดาปล่อยโฮออกมาทันที นายดาวดึงลูกเข้าไปกอดด้วยความสงสารจับใจ ในอ้อมกอดของพ่อทำให้วนิดายิ่งร้องไห้หนักจนนายดาวร้องตามไปด้วย

"ยัยนิดลูกพ่อ...ร้องออกมาเถอะลูก อย่าได้เก็บความทุกข์ ไว้คนเดียวอีกเลย แบ่งปันความเสียใจมาให้พ่อ จำไว้นะลูกว่าเรามีกันแค่สองคนพ่อลูก ลูกคือแก้วตาดวงใจของพ่อ ลูกเจ็บ พ่อเจ็บยิ่งกว่า"

วนิดากอดพ่อไว้แน่นร้องไห้ระบายความอัดอั้นทั้งหมดออกมาอย่างหยุดไม่ได้ นายดาวกอดลูกไว้แนบอกร้องไห้ไปกับลูกด้วย...

ooooooo

ประจักษ์กลับมาถึงบ้านมหศักดิ์ตอนกลางคืน เจอป้าทองกับไปล่คอยอยู่ พอเห็นหน้าเขาทั้งสองก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น ถามไถ่จึงรู้ว่าวนิดาไปแล้ว ประจักษ์ แทบช็อกกระชากคอเสื้อไปล่ถามว่า

"ทำไมแกไม่ห้าม ฉันบอกแล้วใช่ไหมให้เขารอฉันก่อน"

ไปล่ตาเหลือกพูดไม่ออก ป้าทองชี้แจงว่าตนบอกแล้ว แต่วนิดายืนยันจะกลับท่าเดียว ประจักษ์จึงปล่อยมือจากไปล่ ทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง เสียใจจนเหมือนหัวใจจะสลาย น้ำตาลูกผู้ชายชาติทหารไหลรินออกมาอาบหน้า ป้าทองกับไปล่สงสารจับใจ ป้าเข้าไปกอดประจักษ์ไว้ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ร้องไห้จนตาแดงบวมช้ำ ประจักษ์เดินกลับมาที่ห้องนอนอย่างไร้ชีวิตจิตใจ กวาดตามองรอบห้องอย่างเจ็บปวด พลันก็เห็นจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ เขาพุ่งเข้าไปจับอ่านใจระรัว

"คุณประจักษ์...ฉันอยากขอบคุณอีกครั้งกับสิ่งดีๆต่างๆมากมายที่คุณทำให้ฉัน จากวันแรก...ฉันเข้ามาอยู่ในบ้านมหศักดิ์ด้วยความกลัว แต่เพราะความดีของคุณ ทำให้ความกลัวของฉันหมดไป...ฉันรู้สึกรักและผูกพันกับบ้านมหศักดิ์ แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉัน ฉันขอโทษที่ฉันไม่สามารถอยู่รอคุณได้ ฉันขออวยพรให้คุณมีความสุขกับคุณพิสมัย...คนรักของคุณนะคะ ลาก่อน วนิดา"

ประจักษ์น้ำตาไหลพราก ทรุดนั่งลงบนเตียง เอาจดหมายแนบอกกอดไว้แน่น ขณะนั้นเอง ประจวบในชุดนอนเดินเข้ามาทักพี่ชาย แต่พอเห็นหน้าประจักษ์ประจวบก็ร้องอย่างตกใจถามว่า

"พี่ใหญ่...พี่ใหญ่เป็นอะไร"

"นิด...เขาทิ้งฉันไปแล้ว"

เป็นประโยคที่ทำให้ประจวบผงะอึ้งนึกรู้ทันที ถามพี่ชายว่า "พี่ใหญ่รักคุณวนิดาเหรอครับ" ประจักษ์นิ่งก่อนที่จะพยักหน้ารับ ทำให้ประจวบทั้งตกใจและเสียใจจนบอกไม่ถูก บอกพี่ชายว่า

"ทำไมพี่ไม่ยอมบอกผม ผมไม่รู้ พี่กับคุณวนิดารักกัน นี่ผมทำอะไรลงไป...ผมจะไปตามคุณวนิดากลับมา" ประจวบทำท่าจะพุ่งออกไป ประจักษ์จับแขนน้องชายไว้ พูดทั้งที่น้ำตายังคลอเต็มตาว่า

"ไม่ต้อง...นิดไม่ได้รักฉัน นิดเขารอวันที่จะได้ไปจากบ้านมหศักดิ์มานานแล้ว วันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขมากที่สุด เพราะฉะนั้น ฉันไม่ควรไปรั้งเขาไว้"

ประจวบมองพี่ชายอย่างเห็นใจที่สุด เขาดึงประจักษ์ เข้าไปกอดให้กำลังใจ พูดอย่างเจ็บช้ำแทนว่า

"แต่ถ้าพี่รักคุณวนิดา พี่ต้องบอกให้เขารู้ ถึงเขาจะรักหรือไม่รักก็ตาม...พี่ต้องบอกให้เขารู้นะพี่"

ประจักษ์ฟังและมองหน้าน้องชายอย่างครุ่นคิด

ooooooo

เช้าวันต่อมา ประจวบเดินออกมา เจอพิสมัยกับปราณีและคุณนายน้อมผู้เป็นแม่นั่งอยู่ในสวน ประจวบชะงักกึก ปราณียิ้มหวานให้แต่เขากลับมองอย่างไร้ความรู้สึกจนปราณีหน้าเจื่อน คุณนายจึงเปิดฉาก

"ตาเล็ก แม่ปราณีเขามาชวนลูกไปเที่ยวข้างนอกแน่ะ"

ประจวบตอบทันทีว่าตนไม่ว่างมีธุระ คุณนายเสียงแข็งทันทีถามว่าธุระอะไร พอประจวบตอบว่า "ธุระส่วนตัวครับ" เท่านั้น คุณนายเหมือนถูกตอกหน้าถึงกับพูดไม่ออก บอกแม่ แล้วประจวบเดินออกไป

อึดใจต่อมา ประจักษ์เดินออกมา พิสมัยรีบเข้าไปควงแขนยิ้มหวานฉอเลาะ "คุณพี่ขา..." คุณนายช่วยพูดอีกตามเคย บอกประจักษ์ว่าพิสมัยรออยู่ ประจักษ์หันมองหน้าเครียดถามห้วนๆว่า "รอทำไม"

พิสมัยผงะแต่ยังฝืนยิ้มพูดเสียงหวาน

"น้องจะชวนคุณพี่ไปเฝ้าเสด็จค่ะ เราสองคนไม่ได้ไปเฝ้าเสด็จด้วยกันนานแล้วนะคะ"

"ไม่ว่าง มีธุระ" ประจักษ์เสียงกระด้าง คุณนายแสดงบทบาททันที ชักสีหน้าไม่พอใจถามว่า

"มีธุระอะไร ตาเล็กก็มีธุระไปคน เราก็มีธุระอีกคน มันจะมีธุระอะไรกันนักกันหนา"

ประจักษ์นิ่งเงียบ พิสมัยปล่อยแขนเขาวิ่งมาหาคุณนาย พยายามทำใจเย็นพูดนำไปตามใจตัวเองว่า

"คุณ แม่ขา ใจเย็นก่อนนะคะ ดิฉันพอจะทราบค่ะว่าธุระของคุณพี่คืออะไร" แล้วหันมาหวานกับประจักษ์ว่า "คุณพี่จะไปหานังวนิดา เพื่อไปจัดการเรื่องหย่ากับมันใช่ไหมคะ"

"ใช่" ประจักษ์ตอบหนักแน่น พิสมัยยิ้มดีใจ ประจักษ์พูดต่อไปอีกว่า "ฉันจะไปหานิด แต่ไม่ได้ไปหย่า" พิสมัยหน้าเหวอ หันมองคุณนายและปราณีที่ยังนั่งหน้าเจื่อนกับเรื่องของตัวเองอยู่

แต่ประจักษ์ไม่รอฟังอะไรอีก เขาเดินอ้าวออกไปไม่สนใจใครทั้งสิ้น

"คุณแม่ขา...คุณพี่พูดแบบนี้แสดงว่าคุณพี่จะไม่หย่ากับนังวนิดาใช่ไหมคะ" พิสมัยเสียงเครียดเครือด้วยความน้อยใจอย่างที่สุด

ooooooo

ขณะประจวบตั้งหน้าตั้งตาเดินมาตามถนนใกล้บ้านนั้น ประจักษ์ขับรถตามออกมาทัน เขาชะลอรถแฉลบเข้าไปจอดเรียกน้องให้ขึ้นรถ ถามว่าจะไปไหน

"ผม จะไปหาชุมศรี" ประจวบตอบอย่างพร้อมที่จะเปิดตัวชุมศรีแล้ว พอพี่ชายทำหน้างงถามว่าชุมศรีคือใคร ประจวบจึงเล่าอย่างภูมิใจว่า "ชุมศรีเป็นน้องสาวพี่ชวน และเป็นผู้หญิงที่ผมจะแต่งงานด้วย"

ประจักษ์ตกใจ ปรามน้องว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดเล่นกัน แน่ใจแล้วหรือ ประจวบหันมองหน้าพี่ชายตอบจริงจังว่า

"แน่ใจ ครับ ชุมศรีเธอเป็นคนดี ตอนผมอยู่ที่ใต้ เกือบเสียผู้เสียคน ก็ได้ชุมศรีนี่แหละครับที่คอยให้กำลังใจ ไม่เคยทอดทิ้ง ไม่เคยมีใครดีกับผมเท่ากับเธอมาก่อนเลยนะครับ"

ประจักษ์หน้าเครียด เปิดประตูลงจากรถ ประจวบตามลงมาถามว่าโกรธตนหรือ

"ทำไม พี่ต้องโกรธแกด้วย"   ประจักษ์หันมาตบบ่าน้องชายพูดอย่างคนใจเดียวกันว่า "พี่เข้าใจแกทุกอย่าง แกกับพี่ก็ไม่ต่างกันหรอก สรุปว่าเราสองคนไม่สามารถแต่งงานกับคนที่คุณแม่เลือกได้ ฉันจะเอาใจช่วยแกนะเจ้าเล็ก"

"ผมก็จะเอาใจช่วยพี่เหมือนกันครับ"

สองพี่น้องยิ้มให้กัน ให้กำลังใจกัน ก่อนที่ต่างคนจะต่างก็ถอนใจออกมาพร้อมกัน...

ooooooo

วนิดา ยังนั่งเศร้าอยู่ในห้องนอน จวงเอาน้ำส้มเข้ามาให้แล้วก้มหน้าก้มตาจะออกไป วนิดาเห็นผิดปกติถามว่าเป็นอะไร จวงแทบจะกลั้นร้องไห้ ไม่อยู่ตอบเสียงสั่นว่า "เปล่าค่ะ"

ถามไปถามมา จวงยอมรับว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับคิดถึงป้าทองกับพี่ไปล่ แล้วถามวนิดาว่า "คุณนิด...ไม่คิดถึงคุณใหญ่บ้างเหรอคะ"

"คิดถึง แล้วมีประโยชน์อะไร ในเมื่อเขาเป็นของคนอื่น" พูดแล้วน้ำตาพานจะรื้นขึ้นมา วนิดาเลยเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา

จวงหน้าเบะทำท่าจะร้องไห้ด้วยความสงสารวนิดา...

ooooooo

ตอนที่ 16

ทางฝ่ายคุณนายน้อมกับพิสมัย พากันไปหาหลวงพ่อที่วัด ปรากฏว่าท่านออกธุดงค์ คุณนายหงุดหงิดบ่นอย่างไม่เห็นแก่ผ้าเหลืองขณะเดินเข้าบ้านว่า

"โชคร้ายอะไรอย่างนี้ ร้อยวันพันปีหลวงพ่อไม่เคยออกไปไหน แต่ดั๊น...ไปธุดงค์ช่วงนี้พอดี!"

เมื่อกลับมาแล้วไม่เห็นประจักษ์ ทั้งสองคาดคั้นจนรู้จากป้าทองว่าทั้งสองไปพระวิหารกลางน้ำกันสองคน พิสมัยแทบจะคลั่งทั้งหึงประจักษ์และห่วงเพราะฝนตกหนัก ตัดสินใจให้ ไปล่พายเรือตามไป

ระหว่างลงเรือไปล่พยายามจะบอกอะไรบางอย่าง แต่พิสมัยกำลังหึงหน้ามืดไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้นสั่งไปล่ให้รีบพายไปเลย

ไปล่พายเรือออกไปครู่เดียวน้ำก็เข้าท้องเรือเกือบครึ่ง พิสมัยตกใจถามว่าน้ำอะไร

"อ๋อ...เรือมันรั่วน่ะขอรับ" ไปล่บอกอย่างไม่ทุกข์ร้อน แต่พิสมัยโกรธจี๊ดด่าว่าทำไมไม่บอกแต่แรกว่าเรือรั่ว  "ผมพยายามจะบอกตั้งแต่ที่ท่าน้ำ แต่คุณพิสมัยสั่งไม่ให้ผมพูดมาก
ผมก็เลยไม่กล้าพูดขอรับ"

พิสมัยบังคับให้ไปล่เอากะลาวิดน้ำออก ไปล่จึงส่งพายให้เธอพายแทน พิสมัยไม่ยอมพาย"

"โอ๊ย...ผมมีแค่สองมือนะขอรับ ทั้งพายทั้งวิดน้ำมีหวัง เรือจม คุณพิสมัยอยากจมน้ำตายก็เอา"

สุดท้ายพิสมัยเลยต้องเอากะลามาวิดน้ำ ไปล่พายเรือไป มองพิสมัยไปอย่างแสนจะสะใจ

จนมาถึงเกาะกลางน้ำ พิสมัยสั่งไปล่ให้เดินลุยพงรกไป ไปล่ทำคอย่นไม่ยอมไปเพราะที่นั่นผีดุ พิสมัยด่าว่าเหลวไหลแต่ก็สะดุ้งผวาเข้ากอดไปล่เมื่อมีเสียงนกร้องดังขึ้น พอเงยหน้าอีกทีฟ้ามืดครึ้มอีกแล้ว พิสมัยมองไปล่สั่งเฉียบขาด

"พาฉันไปที่วิหารพระเดี๋ยวนี้!!"

ไปล่ทำตาปริบๆ มองไปรอบๆ พนมมือขึ้นท่วมหัวเดินขาสั่นนำไป

ooooooo

วนิดาน้ำตารื้นด้วยความตื้นตันใจดีใจที่รู้ว่าคุณย่าของตนเป็นคนบริสุทธิ์ ประจักษ์เองก็ยินดีด้วย เขาบอกเธอว่ารู้สึกละอายใจที่คุณแม่ของตนใส่ร้ายย่า ของเธอเพียงเพราะความอิจฉาอยากมีอยากได้ บอกวนิดา ว่าตนจะทำตามที่คุณลุงท่านสั่งไว้ จะประกาศให้ทุกคนได้รับรู้

วนิดาเข้าใจความรู้สึกของประจักษ์และเชื่อในความจริงใจของเขา เธอยกให้เขาเป็นคนตัดสินใจเพราะตนแค่รู้ว่าคุณย่าบริสุทธิ์จริงและอย่าให้ ใครมาใส่ร้ายคุณย่าอีกก็พอใจแล้ว

"ถึงอย่างไรฉันก็จะต้องเปิดเผยเรื่องนี้ คุณป้ามณฑาท่านควรจะได้รับการยกย่องและกอบกู้เกียรติของท่านกลับมา อัฐิของท่านก็ควรที่จะนำมาเก็บไว้เคียงข้างกับคุณลุงของฉันที่นี่"

เห็นความมุ่งมั่นของประจักษ์แล้ว วนิดาขอให้เขาไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนอย่าลืมนึกถึงคุณแม่เขาด้วย บอกเขาว่า "คุณยังมีเวลา จนกว่าจะถึงวันที่คุณประจวบกลับมาและดิฉันต้องไปจากมหศักดิ์"

พูดถึงตรงนี้ ทั้งสองต่างก็เจื่อนไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

ooooooo

หลังจากรู้ข้อความในจดหมายแล้ว จึงเปิดหีบทองเหลืองออก ทั้งสองตะลึงงันเมื่อเห็นเครื่องเพชรของตระกูลส่องประกายอยู่เต็มหีบ วนิดาพูดอย่างภูมิใจในตัวคุณย่าว่า "คุณย่าไม่ได้เอาไปไหนเลย"

ประจักษ์บอกว่าทั้งหมดนี้เป็นของเธอ วนิดาส่ายหน้าบอกว่าควรเป็นของเขาเพราะอยู่ในวิหารของมหศักดิ์

เมื่อประจักษ์ยืนยันในคำสั่งเสียว่าเมื่อคุณลุงยกเครื่องเพชรนี้ให้คุณป้า เธอเป็นหลานท่านก็ควรได้รับแทน

"ฉันไม่ต้องการของเหล่านี้มากไปกว่าได้พบจดหมายที่แสดงความบริสุทธิ์ของคุณย่า เราเก็บของพวกนี้ไว้ที่นี่ตามเดิม เถอะนะคะ แล้วก็กรุณาอย่าให้ใครทราบเรื่องนี้"

ทั้งสองสัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ วนิดายังให้เขาเป็นคนเก็บจดหมายฉบับนั้นไว้ด้วย ระหว่างปิดหีบเก็บไว้ตามเดิมนั้นวนิดาถูกเสี้ยนตำมือจนเลือดไหล ประจักษ์หันมาเห็นจับมือเธอไปดูดเลือดออก

เป็นเวลาที่พิสมัยเข้ามาในวิหารเห็นเข้าพอดี ความหึงพุ่งสุดขีด เธอจะพุ่งไปหาทั้งสองแต่สะดุดอะไรบางอย่างเลยคว้าประตูไว้โดยสัญชาตญาณ ประจักษ์ตกใจร้องลั่น

"อย่า!!"

แต่ช้าไปแล้ว ประตูเคลื่อนเข้ากรอบวงกบสนิทปิดปัง!

ประจักษ์กับวนิดาตกใจเพราะรู้ว่านั่นเป็นประตูกล แต่พิสมัยไม่รู้ยังตั้งหน้าตั้งตาด่าและพุ่งเข้าตบหน้าวนิดาสุดแรง

ในที่สุด ทั้งหมดถูกขังอยู่ในวิหาร ประจักษ์กับวนิดาคิดหาทางแก้ปัญหาในขณะที่พิสมัยเอาแต่โวยวายกลัวสุดขีด ร้องขอให้ประจักษ์ช่วยตนด้วย จนประจักษ์หงุดหงิดบอกให้ หยุดโวยวายเสียทีแค่นี้ตนก็ปวดหัวจะแย่แล้ว

แม้ว่าประจักษ์และวนิดาจะพยายามหาทางแก้ปัญหาแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ปีนขึ้นไปที่หน้าต่างก็ตกลงมา ทั้งวนิดา และประจักษ์ต่างห่วงใยกัน มีแต่พิสมัยเท่านั้นที่ยืนร้องโหวกเหวก โวยวาย ทั้งยังแสดงความหมั่นไส้ประจักษ์ที่เป็นห่วงวนิดาหึงหน้ามืดจนไม่คิดถึงความเป็นจริง

ข้างนอกฝนตกลงมาอย่างหนัก ลมกระโชกแรง ฟ้าแลบฟ้าร้องไม่หยุด  ประจักษ์บอกทั้งสองว่าสงสัยคืนนี้ต้องค้างกันที่นี่แล้ว

"ค้างที่นี่!!" พิสมัยช็อกเกาะแขนประจักษ์แน่นหน้าซีดเผือด

ooooooo

ระหว่างที่เดินตรงไปที่วิหารพระนั้นฝนตกหนัก กอปรกับพิสมัยร้อนรนวิ่งเข้าไปในวิหารแล้วทำประตูปิด ไปล่ยังอยู่ข้างนอก เมื่อหาพิสมัยไม่เจอจึงกลับบ้านไป คิดว่าเธอคงกลับไปก่อนแล้ว

คุณนาย แทบจะคลั่งเมื่อประจักษ์ก็ไม่กลับซ้ำพิสมัยยังหายไปอีก ไปล่โดนด่าแหลกลาญ แล้วคุณนายก็นั่งคอยลูกชายกับว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความเป็นห่วง คร่ำครวญภาวนาว่า

"ตอนนี้ฉันเหลือพ่อใหญ่คนเดียว ถ้าพ่อใหญ่เป็นอะไรไป ฉันจะทำยังไง ฉันไม่อยากเสียใครอีกแล้ว ฮือ...ฮือ..."

แม้จะชังคุณนายที่ร้ายกาจกับวนิดาแต่เมื่อเห็นคุณนายร้องไห้ป้าทองก็ยังมีแก่ใจปลอบว่า

"คุณนาย ใจเย็นๆนะคะ อีฉันว่าคุณใหญ่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณใหญ่เธอเป็นทหาร ทั้งเก่งทั้งเข้มแข็ง เธอต้องพาคุณพิสมัยกับคุณนิดกลับมาโดยปลอดภัย เชื่ออีฉันนะคะ"

ooooooo

ความเห็นแก่ตัวของพิสมัยทำให้ ประจักษ์นึก รังเกียจและยิ่งเห็นใจวนิดามากขึ้น ไม่ว่าวนิดาจะทำอะไรพิสมัยก็คอยแต่เขม่นเอาเปรียบ วนิดาหาเทียนไขและไม้ขีดได้เอามาจุด พิสมัยก็แย่งไปหมด เอาไปจุดรอบตัวเองให้ความอบอุ่นและแสงสว่าง

โดยเฉพาะคือเธอเกาะ ประจักษ์แจไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัว ตกดึกอ้างว่าหนาวก็อิงแอบแนบอกเขา   ทำให้ประจักษ์ยิ่งเห็นใจวนิดาที่เธอต้องกอดตัวเองคุดคู้อยู่อย่างนั้นจนหนาว สั่นโดยไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว

จนรุ่งขึ้นฟ้าสว่างแล้ว วนิดาตัดสินใจจะปีนหน้าต่างออกไป เมื่อประจักษ์อุ้มส่งเธอจนคว้าขอบหน้าต่างได้ เธอปีนออกไปคว้ากิ่งไม้ได้ก็พยายามไต่ลงไป แต่โชคร้ายไปเหยียบเอากิ่งไม้แห้ง เธอร่วงลงไปดีแต่คว้าอีกกิ่งได้ทัน เลยห้อยต่องแต่งอยู่

ประจักษ์ตะโกนจากในวิหารคุยกับเธอตลอดเวลา เตือนให้ระวัง พอเห็นเธอเงียบไปก็ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง วนิดาตอบเสียงปกติว่า "สบายดีค่ะ" ทั้งที่ห้อยต่องแต่งอยู่ที่กิ่งไม้

เวลานั้น วนิดาได้แต่ภาวนาให้คุณย่าช่วยตนด้วย

แต่ แล้วเธอก็ไปเหยียบเอากิ่งไม้แห้งเข้าจนได้ กิ่งหักร่างเธอร่วงลงพื้นดังพลั่ก! ประจักษ์ได้ยินถามอย่างตกใจว่าเธออยู่ไหน ไม่เป็นไรใช่ไหม

"ดิฉัน อยู่นี่ค่ะ ถึงพื้นแล้ว" วนิดาพยายามทำเสียงปกติ บอกประจักษ์ว่าตนถึงพื้นแล้วและปลอดภัยดี เธอพยายามลุกขึ้น กัดฟันตะเกียกตะกายไปจนถึงประตูเพื่อจะเปิดจากข้างนอก แต่หมดแรงเสียก่อนดึงอย่างไรก็ไม่ออก

"คุณประจักษ์คะ ดิฉันดึงประตูไม่ออก คุณช่วยดันจากข้างในด้วยนะคะ"

ประจักษ์ ยืนอยู่ตรงประตูแล้ว เขาช่วยดันสุดแรงโดยพิสมัยยืนดูเฉยๆ แต่ดันอย่างไรก็ไม่ออก พยายามครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายประตูเปิดผลัวะออก แรงดันของประตูกระแทกวนิดากระเด็นไป

"ไชโย...เราออกมาได้แล้ว เราออกมาแล้วค่ะคุณพี่" พิสมัยดีใจร้องตะโกนหัวเราะร่า

ประจักษ์ไม่สนใจเขามองหาและร้องเรียกวนิดา ตามไปจนเจอเธอล้มอยู่ตรงกำแพงวิหารประคองขึ้นมาจึงเห็นว่าเธอหัวแตก

ขณะนั้นเอง ไปล่กับมาที่วิหาร ร้องตะโกนเรียกประจักษ์ พิสมัยได้ยินรีบส่งเสียงแล้ววิ่งไปหาไปล่ไม่สนใจใครทั้งสิ้น

ประจักษ์ประคองวนิดาขึ้นมา เธอพยายามจะเดินเอง ประจักษ์ไม่ยอมอุ้มเธอขึ้นมารีบพาออกไปหาไปล่

อุ้มวนิดาลงเรือให้เธอนั่งพิงอก ถามว่าเจ็บแผลมากไหม พิสมัยทนไม่ได้เรียกร้องความสนใจโวยวายขึ้นมาว่า

"น้องหิวค่ะ หิวมากด้วย" เห็นประจักษ์ทำเฉยก็หันไปแว้ดไปล่ "ไปล่แกพายเร็วๆหน่อยไม่ได้เหรอ ฉันหิวไส้จะขาดแล้ว"

"เต็ม ที่แล้วครับผม ถ้าจะให้เร็วกว่านี้ คุณพิสมัยช่วยอีกแรงเถอะครับ ที่หัวเรือมีพายอีกอันนั่นไง" ไปล่ชี้ไปที่พาย พิสมัยจำต้องจับพายขึ้นมาจ้วงน้ำอย่างกระแทกกระทั้น

ooooooo

กลับ มาถึงบ้านพักบางปะอิน ประจักษ์อุ้มวนิดาขึ้นจากเรือ พิสมัยกับไปล่ตามขึ้นมา คุณนายมองอึ้ง ป้าทองถามวนิดาเป็นอะไร เธอบอกว่าหกล้มนิดหน่อยไม่เป็นอะไรมาก คุณนายถามจิกว่า

"ไม่เป็นอะไรแล้วทำไมถึงเดินเองไม่ได้"

ประจักษ์บอกว่าเธอเป็นแผลนิดหน่อยแล้วรีบขอตัวพาเธอไปทำแผล ท่ามกลางสายตาชิงชังของคุณนายและพิสมัยที่ตาแดงก่ำด้วยความโกรธ

ทำ แผลแล้วประจักษ์บอกให้วนิดานอนพักเสียเพราะเหนื่อยมามากแล้ว แต่พอออกมาก็เจอคุณนายยืนหน้าถมึงทึงถามว่า นึกยังไงถึงไปที่วิหาร ประจักษ์ตอบอย่างเบื่อหน่ายว่าก็ไม่นึกอะไร

"พ่อใหญ่!! เราอย่ามากวนแม่นะ ในนั้นมีแต่กระดูกผีมันน่าสำราญตรงไหน"

"มัน ไม่น่าสำราญหรอกครับ แต่ในนั้นเป็นที่เก็บกระดูกคุณปู่คุณย่าคุณลุงบรรพบุรุษของเรา การที่ผมจะไปเคารพพวกท่านมันน่าแปลกตรงไหน คุณแม่ต่างหากล่ะครับที่แปลก ทำไมคุณแม่ถึงไม่ยอมไปที่นั่น หรือว่าคุณแม่กลัวอะไร" ประจักษ์จ้องหน้าแม่อย่างจับพิรุธ คุณนายชะงักย้อนถามว่า

"ทำไมแม่ ต้องกลัว" ประจักษ์ไม่พูดต่อบอกว่าตนก็ไม่รู้แค่พูดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้นเองแล้วจะ เดินออกไป คุณนายไม่ยอมให้ไป "จะไปไหน แม่ยังพูดไม่จบ นับวันเราชักเหลวไหลใหญ่ทำอะไรไม่ไว้ตัวไปอุ้มชูนังวนิดามันทำไม นังนั่นมันมารยาทำตัวน่าสงสาร พ่อใหญ่ดูไม่ออกรึไง!"

ประจักษ์สุดทนเสียงดังใส่ว่า "คนที่ผมดูไม่ออก คือคุณแม่ต่างหาก"

"พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง" คุณนายตาลุกจ้องประจักษ์ตาแทบถลน

"คุณแม่แน่ใจเหรอครับว่าป้ามณฑามีชู้ และล้างผลาญสมบัติของคุณลุงจริง"

คุณนาย หน้าถอดสี ประจักษ์มองหน้าแม่อย่างผิดหวังหันหลังจะเดินไป คุณนายตะโกนให้กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แต่เขาไม่สนใจ คุณนายเลยยืนงงกับคำพูดของเขาอยู่ตรงนั้น

ooooooo

เย็นแล้ว มนตรีเดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ในร้านเสื้อสองอนงค์ เพราะเขามาหาวนิดาแล้วอำไพบอกว่าวนิดายังไม่กลับจากบางปะอิน

ลูกค้า ร้านเสื้อหลายคนเข้าร้านมาเกือบชนกับมนตรีที่เดินวนไปมา อำไพเตือนเขาว่าเดินวนจนลูกค้าเกือบชนหลายรอบแล้ว มนตรีถามอย่างหงุดหงิดว่า เมื่อไหร่วนิดาจะกลับมา อำไพบอกว่ายังไม่มาหรอก ก็ถูกมนตรีตำหนิว่าเป็นเพื่อนภาษาอะไรถึงไม่รู้ว่าวนิดาจะกลับวันไหนเวลาใด

"แล้วคุณเป็นเพื่อนสนิทคุณประจักษ์ภาษาอะไร ทำไมถึงไม่รู้ว่าคุณประจักษ์จะกลับวันไหนเวลาอะไร" อำไพสวนไปทันควันอย่างเหลืออดเหลือทน

มนตรีพาลถามว่าทำไมต้องเสียงดังกับตน อำไพเถียงว่าเขาเสียงดังกับตนก่อน พอเถียงสู้อำไพไม่ได้ มนตรีก็บ่น

"ฉัน ไม่เข้าใจว่าคุณนิดคบเธอเป็นเพื่อนได้ยังไง คุณนิดออกจะน่ารัก อ่อนหวาน แต่เธอ...สวยก็ไม่สวย กิริยาก็กระโดกกระเดก ไม่มีความเป็นผู้หญิง...หาดีไม่ได้ซักข้อ"

อำไพไล่เขาออกจากร้านไป เลย มนตรีดื้อด้านไล่อย่างไรก็ไม่ยอมไป จนอำไพคว้าของในร้านขว้างปาเขาก็หลบได้ไวราวกับลิง แต่ก็พลาดจนได้ถูกของปาเข้าหัวจังๆ รู้สึกเสียฟอร์มเลยยอมกลับไป แต่ยังไว้เชิงขู่ว่า

"ไปก็ได้ ฝากไว้ก่อนเถอะ" แล้วผลุนผลันออกไปชนกับประตูร้านที่ลูกค้าผลักเข้ามาพอดีจนร้องโอ๊ย ยกมือคลำหน้าผากป้อยๆ เดินออกไป

"คนบ้า..." อำไพด่าเบาๆ ทั้งเคืองทั้งน้อยใจ

ooooooo

ที่ ทำงานของประจวบ....เย็นนี้เขาเข้าไปหาชวนผู้เป็นเพื่อนรักของประจักษ์ขอลา ออกจากงาน ชวนถามงงๆว่าจะกลับบ้านหรือ ประจวบบอกว่าจะลาไปทำงานเหมืองแร่เพราะทางโน้นให้เงินมากกว่า

"เหตุผลเท่านั้นเองน่ะเหรอ" ชวนถามขรึมๆ ประจวบส่ายหน้าเล่าเสียงสะเทือนใจว่า

"ผม ได้รับจดหมายจากคุณแม่ ท่านรำพึงรำพันถึงความลำบากของพี่ใหญ่ที่ต้องแต่งงานกับลูกสาวนายดาว ทั้งหมดมันเป็นความผิดของผม ผมอยากรีบหาเงินไปใช้หนี้ให้เร็วที่สุด"

"ตามใจนะ คิดให้ดีก็แล้วกัน พี่รู้ว่าเรื่องนี้ใครก็ห้ามนายไม่ได้"

แต่ พอชุมศรีรู้ เธอทักท้วงให้เขาคิดให้ดี เพราะงานเหมืองนั้นเสี่ยงน่ากลัวมาก เวลาที่เหมืองถล่มแล้วเกิดเขาติดอยู่ในนั้นมันอันตรายถึงตาย ถามเขาด้วยความเป็นห่วง วิตกว่า

"ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ดิฉันจะทำยังไง ดิฉันเป็นห่วงคุณนะคะ"

น้ำ เสียงที่เครือสะท้านของชุมศรี ทำให้ประจวบเริ่มลังเล แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ จนชุมศรีถามว่า ทำไมเขาถึงต้องยอมเสี่ยง หรือว่าเบื่ออึดอัดใจกับงานที่นี่ ประจวบกลับ บอกว่าเขามีความสุขที่สุดที่ได้อยู่ที่นี่

"ถ้าอย่างนั้นคุณจะหนีไปจากที่นี่ทำไม" ชุมศรีถาม

"ฉัน ไม่ได้หนี...แต่ยิ่งฉันมีความสุขมากเท่าไหร่ ฉันก็อดนึกไม่ได้ว่าฉันกำลังเห็นแก่ตัว กำลังเอาเปรียบพี่ใหญ่ที่กำลังเดือดร้อนอยู่ ฉันควรจะรีบหาเงินไปให้เขาเร็วที่สุด"

ฟังเหตุผลของประจวบแล้วชุมศรีนิ่งอึ้ง ตัดสินใจบอกเขาว่า ถ้าอย่างนั้นตนจะไปด้วย เพราะว่า "ฉันคงทนไม่ได้ถ้าคุณจะต้องเป็นอะไรไป"

"ชุมศรี ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ฉันสัญญา"

"ไม่ ค่ะ ดิฉันไม่ต้องการคำสัญญา ดิฉันต้องการเพียงแค่ได้อยู่ใกล้ๆคุณ ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ขอให้ดิฉันได้คอยอยู่ช่วยเหลือดูแลคุณเถอะนะคะ"

ประจวบมองชุมศรีเต็มตามด้วยความซึ้งใจ พึมพำอย่างตื้นตันว่า

"ทำไมเธอถึงได้ดีกับฉันขนาดนี้นะ"

ชุมศรีไม่ตอบ แต่มองหน้าเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรัก

และเมื่อชวนรู้จากชุมศรี เขาถามน้องสาวคนเดียวว่ารักเขาล่ะสิ ชุมศรียอมรับว่ารัก ครั้นชวนถามว่าแล้วเขารักเธอหรือเปล่า ชุมศรีตอบเขินๆแล้วอ้อนวอนว่า

"รัก...มังคะ...พี่ชวนให้น้องไปทำงานเหมืองกับคุณประจวบเถอะนะคะ"

ชวนบอกว่าตนมีน้องสาวอยู่คนเดียว ฉะนั้นจะไม่ยอมให้ต้องไปทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอย่างนั้น ปลอบใจน้องว่าอย่าห่วงเลย ตนจะไม่ให้ว่าที่น้องเขยไปเสี่ยงตายเหมือนกัน จากนั้นเรียกประจวบมาพบ บอกให้ชุมศรีออกไปก่อน ตนจะคุยกับประจวบแบบผู้ชายคุยกัน

เมื่อประจวบมาพบที่ห้องทำงาน ชวนเอาเงินให้เขาไปใช้หนี้นายดาว แต่ก็มีงานให้เขาทำก็คือ ให้เขาช่วยดูแลชุมศรี ถามว่า

"นายพอจะคุ้มครองชุมศรีให้เขาอยู่ดีมีสุข และซื่อสัตย์กับเขาไปตลอดได้ไหม"

"ได้ครับ" ประจวบยิ้มเต็มหน้าด้วยความมั่นใจ

"ถ้าอย่างนั้น ก็รีบเอาเงินไปใช้หนี้ แล้วรีบกลับมาที่นี่นะ น้องเขย"

ooooooo

ที่บ้านมหศักดิ์...

เช้านี้ ประจักษ์ประคองวนิดาให้นั่งที่เก้าอี้ เตือนอย่างห่วงใยว่า

"ระหว่างที่ฉันไปทำงาน เธอต้องทานข้าว ทานยาให้ตรงเวลา ถ้ารู้สึกไม่ดีรีบโทร.หาฉันทันที"

วนิดาบอกว่าตนไม่ใช่เด็กแล้ว ดูแลตัวเองได้ แผลที่ขาแค่นี้ยังไกลหัวใจอีกเยอะ ประจักษ์มองเธอด้วยความรักบอกว่า "ไกลหัวใจเธอ แต่ใกล้หัวใจฉัน ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมา ใจฉันคงทนไม่ได้"

"คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ มีป้าทองกับจวงคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ" วนิดาตอบด้วยความรู้สึกดีมากๆ

"มันก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี ใครจะดูแลเธอได้ดีเท่าฉัน"

ฟังประโยคนี้แล้ว วนิดาถึงกับพูดไม่ออก ป้าทองกับจวงที่คอยชำเลืองมองเงี่ยหูฟังอยู่หัวเราะกันคิกคักทำเขินแทนวนิดา จนทั้งสองรู้ตัวผละจากกัน ประจักษ์บอกว่าไปทำงานแล้วจะรีบกลับ

"ค่ะ" วนิดาตอบแผ่วเบายิ้มค้างอยู่อย่างนั้น แต่พอเห็นป้าทองกับจวงมองอยู่ก็เขินทำหน้าไม่ถูก

พอประจักษ์ออกไปหน้าบ้านไปล่เดินตัวงอเข้ามาบอกหน้าบานว่ารถสะอาดเอี่ยมอ่อง อรทัยแล้วผายมือเชิญประจักษ์ ไปที่รถ เขาเดินไปที่รถแต่แล้วก็ชะงักหันกลับมา ไม่ทันจะอ้าปากพูดไปล่ก็ชิงพูดว่า

"ดูแลคุณนิดให้ดีอย่าให้ใครรังแกไม่งั้นไอ้ไปล่ถูกเตะ" พูดเร็วปรื๋อติดกันเป็นพรืดแล้วยิ้มแฉ่งถามว่า   "ใช่ไหมครับคุณใหญ่" ประจักษ์ชมว่าจำแม่นอย่างนี้ก็ดีและถ้าทำตามที่พูดไม่ได้จะโดนเตะเป็นสอง เท่า ไปล่ทำคอย่นรีบอ้าง "นึกขึ้นได้

พอดี๊พอดีว่าต้องไปช่วยป้าทอง ไปก่อนนะขอรับ" ว่าแล้วโกยแน่บไปเลย

ประจักษ์หันมาเจอพิสมัยพอดี เขาถามว่าเย็นนี้ว่างไหมตนมีเรื่องอยากคุยด้วย พิสมัยตัวเย็นวาบเดาได้ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไรแต่แกล้งถาม ก็ได้รับคำตอบที่ทำให้หนาวยิ่งขึ้นว่า "เรื่องของเรา"

"ได้สิคะ คุณพี่อยากให้น้องไปเจอที่ไหน"

ooooooo

วันนี้ทั้งวัน พิสมัยกระวนกระวายใจกับเรื่องที่จะต้องเผชิญในเย็นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้อง ปราณีเข้ามาถามว่าเป็นอะไร เท่านั้นเอง พิสมัยร้องไห้โฮโผเข้ากอดปราณีเล่าเรื่องที่เกิดที่วิหารพระให้ฟังว่า

"ตอนที่คุณพี่ ฉัน แล้วก็นังวนิดาติดอยู่ในวิหารพระ คุณพี่ไม่สนใจไม่ห่วงฉัน คุณพี่เอาใจแต่นังวนิดา ดูแลมันจนออกนอกหน้า ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน สิ่งที่คุณพี่ทำมันทำให้ฉันมั่นใจว่าคุณพี่รักนังวนิดา เย็นนี้คุณพี่นัดฉันให้ออกไปพบ คุณพี่บอกว่าจะคุยเรื่องของเรา คุณพี่ต้องบอกเลิกฉันแน่ๆ ปราณี ฉันจะทำยังไงดี ฉันไม่อยากเสียคุณพี่ไป ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าขาดคุณพี่ ฉันอยู่ไม่ได้...อยู่ไม่ได้!!" พิสมัยร้องไห้อย่างหนัก

ปราณีจับไหล่เพื่อนรักให้หันมาเผชิญหน้า พูดจริงจังว่า

"พิสมัย! ตั้งสติแล้วฟังฉัน เธอจะอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเธออ่อนแอ เธอจะเสียคุณใหญ่ให้นังวนิดา เธอจะยอมแพ้มันเหรอพิสมัย!"

"แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง?" พิสมัยถามอย่างเชื่อมั่นในความคิดของเพื่อน

ooooooo

พอรู้ว่าวนิดากลับมาแล้วมนตรีก็รีบไปหาเธอที่บ้านมหศักดิ์ทันที เจออำไพมาเยี่ยมอยู่ก่อนแล้ว มนตรีเข้าไปหาวนิดาเหมือนไม่มีอำไพอยู่ตรงนั้น ตรงเข้าจับมือถือแขนวนิดาจนสองสาวตกใจ พออำไพเตือนเขาก็รีบขอโทษบอกว่าลืมตัวไปหน่อย แล้วหยิบตั๋วหนังออกมาบอกว่าอยากชวนไปดูหนังด้วยกัน

วนิดาขอบคุณแต่ตนไม่ค่อยสบาย มนตรีถามอาการเจ็บป่วยยาวเป็นพรืดจนอำไพขัดคอว่าถามแบบนี้จะให้วนิดาตอบ อย่างไร มนตรีโอดครวญอย่างเสียดายว่ากว่าตนจะซื้อตั๋วหนังรอบแรกมาได้เลือดตาแทบ กระเด็น วนิดาเลยให้อำไพไปเป็นเพื่อนก็แล้วกัน

อำไพตกใจ ส่วนมนตรีร้องลั่นว่า "โอ๊ย ไม่เอาหรอกครับ" เลยทำให้อำไพตัดสินใจจะไปให้ดู! ดึงตั๋วหนังจากมือมนตรีเดินอ้าวออกไป มนตรีวิ่งไล่ตามจะเอาตั๋วคืน

สุดท้ายทั้งคู่ก็ไปดูหนังด้วยกัน แต่เป็นหนังผีที่ดูแล้วน่ากลัว อำไพตกใจทีก็จิกแขนมนตรีที กว่าหนังจะจบมนตรีบ่นออดว่าถูกร้องกรี๊ดๆอยู่ข้างหูซ้ำยังจิกแขนไม่หยุดจน เจ็บไปหมดทั้งแขนแล้ว

"อุ๊ย! ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ" อำไพมองรอยถูกจิกที่แขนเขาหน้าเจื่อน มนตรีส่ายหน้าเซ็งๆที่นอกจากจะไม่ได้รื่นรมย์ใจแล้วยังต้องมาเจ็บตัวอีก

ooooooo

ป้าทองดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้วนิดาอย่างดีทั้งเพราะใจรักและที่สำคัญคือกลัว ถูกประจักษ์ดุเอา ระหว่างนั้นถมเข้ามาบอกว่ามีโทรศัพท์ถึงวนิดา

เป็นสายจากพิสมัยบอกว่าต้องการพบวนิดา แม้จะสงสัยว่าพิสมัยนัดพบทำไมแต่เธอก็ตอบตกลงโดยพิสมัยจงใจนัดพบวนิดาที่ เดียวกับนัดพบประจักษ์ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน

ประจักษ์มาถึงก่อน พิสมัยตีหน้าเศร้าเข้าไปขอโทษเขาที่ทำตัวไม่ดีกับเขาและวนิดาขณะติดอยู่ที่ วิหารพระ อ้อนว่า อย่าโกรธตนเลย ที่ทำไปเพราะกลัวจะออกจากที่นั่นไม่ได้ และที่สำคัญคือกลัวว่าเขาจะทิ้งตนไป ยิ่งเห็นเขาดูแลวนิดามากเท่าไรหัวใจตนก็แทบแตกสลาย จนแสดงความก้าวร้าวออกไป อ้อนว่า "คุณพี่อภัยให้น้องนะคะ"

พิสมัยทำท่าจะคุกเข่าลงกราบ ประจักษ์รีบประคองตัวเธอขึ้นมาบอกว่าทั้งตนและวนิดาไม่ได้โกรธเธอเลย พิสมัยทำเป็นดีใจโผเข้ากอดเขาแน่น แต่พอหน้าตัวเองพ้นจากสายตาของประจักษ์ก็เปลี่ยนเป็นร้ายกาจทันที และเมื่อผละออกมา เธอถามเขาว่า

"คุณพี่ยังจำสัญญาที่ว่าจะแต่งงานกับน้องคนเดียวได้ไหมคะ"

"จำได้สิ" ประจักษ์กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอกับคำถามนี้

"ชายชาติทหารอย่างคุณพี่รักษาคำมั่นสัญญายิ่งชีพ น้องจะรอวันนั้น วันที่เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ ขอให้คุณพี่รู้ไว้นะคะว่า น้องเป็นคนเดียวที่รักคุณพี่ด้วยหัวใจที่แท้จริง ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณพี่ได้เท่าน้องอีกแล้ว" พิสมัยกอดประจักษ์ไว้แนบแน่น

ประจักษ์ตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปากพูดไม่ออก

วนิดามาตามนัด เห็นภาพนั้นเข้าเต็มตา พิสมัยปรายตาใส่อย่างเย้ยหยัน วนิดาได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บปวดกลับไป

ooooooo

วนิดาเดินซึมกลับเข้ามาในบ้าน ป้าทอง จวง และไปล่รีบเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงว่าเธอเป็นอะไรไป ไปล่ถึงกับคร่ำครวญว่า "ถ้าคุณใหญ่กลับมาเห็นคุณนิดสภาพนี้ไปล่ถูกเตะน่วมแน่"

ครู่เดียว ประจักษ์ก็ควงพิสมัยเข้ามา ทุกคนเห็นเข้าก็เดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับวนิดา เธอถึงได้กลับมาแบบนี้

ตกกลางคืน วนิดานอนไม่หลับ รู้สึกเจ็บปวด เสียใจไม่หาย เช่นเดียวกับประจักษ์ เขาเดินหน้าเครียดมาหยุดยืนหลังม้านั่งในสวนที่วนิดานั่งอยู่ เขาคิดหนักเรื่องที่พิสมัยตอกย้ำสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ จนไม่กล้าบอกเลิกพิสมัยอย่างที่ตั้งใจไว้

ทั้งประจักษ์และวนิดาต่างถอนใจออกมาพร้อมกัน ต่างก็ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายหันมาเจอกันจังๆ วนิดาลุกขึ้นยืนเก้อๆ พอเขาถามว่ายังไม่นอนอีกหรือ เธอตอบอึกอักว่า กำลังจะไปนอนแล้ว...

"นิด..." ประจักษ์เรียกไว้ เธอหันมอง เห็นแววตาที่สับสนของเขา ครั้นถามว่ามีอะไรจะพูดหรือ เขากลับมองเธอด้วยความรัก เอ่ยแค่ "เอ้อ...ราตรีสวัสดิ์"

"ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" วนิดาตอบแล้วรีบเดินออกไป แต่ก็เจอพิสมัยเข้ากลางทางจนได้ วนิดาไม่อยากมีเรื่องจะเดินเลี่ยงไป ถูกพิสมัยพูดขึ้นเหมือนเรียกไว้ว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ วนิดาชิงพูดขึ้นก่อนว่า

"ถ้าเป็นเรื่องคุณประจักษ์ ขอให้คุณสบายใจว่าฉันจะไม่มีวันเป็นมือที่สามแย่งคุณประจักษ์มาจากคุณ ถ้าทุกอย่างสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ ฉันจะหย่ากับคุณประจักษ์ทันทีและคุณประจักษ์ก็จะไม่มีวันได้พบหน้าฉันอีก"

พิสมัยชะงักที่วนิดารู้ความคิดของตน แต่ก็ยังพูดอย่างไว้เชิงว่า

"รู้เองอย่างนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพูด จำคำพูดของเธอวันนี้เอาไว้ให้ดีก็แล้วกันวนิดา"

พิสมัยจิกมองวนิดาก่อนเดินผละไป แม้วนิดาจะยืนหลังตรงคอแข็งอย่างทรนงแต่ในหัวใจนั้นเจ็บปวดนัก...

ตอนที่ 15

งานเลี้ยงเลิกแล้ว แขกพากันกลับไปเกือบหมด เหลือแต่นายดาว อำพันธ์ อำไพ และมนตรี นายดาวขอกลับก่อน อำพันธ์จึงชวนน้องสาวกลับบ้าง ส่วนมนตรียังไม่อยากกลับ ชวนประจักษ์กรึ๊บกันสักหน่อย

ประจักษ์ ปฏิเสธเพราะจะช่วยวนิดาเก็บกวาด วนิดาบอกว่าไม่เป็นไรเชิญทั้งสองตามสบาย มนตรีได้ทีเลยลากประจักษ์ไป บอกให้เขารอที่สวนตนจะไปเตรียมเครื่องดื่มเอง

ระหว่างนั้นประจักษ์ชูสองนิ้วให้สัญญาวนิดาว่า "ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ดื่มจนเมา"

มนตรี ไปหาแก้ว พิสมัยทำทีเข้ามาถามว่าหาอะไร พอรู้ว่าหาแก้วจะเอาไปดื่มวิสกี้ พอพิสมัยรู้ว่าเขาจะดื่มกับประจักษ์ก็อาสาจัดให้ ไล่มนตรีให้ไปรอที่สวนกับประจักษ์

พอมนตรีไป พิสมัยก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นร้ายกาจหยิบแก้ววิสกี้แล้วเทยานอนหลับใส่แก้วด้าน ขวาก่อนยกไปที่สวน จงใจวางแก้วที่มียานอนหลับไปตรงหน้าประจักษ์แล้วหยิบอีกแก้วส่งให้มนตรี อย่างเจาะจง

ประจักษ์มองพิสมัยแปลกใจที่วันนี้ทำดีไม่ถือตัว

สองหนุ่มชนแก้วดื่ม ประจักษ์จิบนิดๆในขณะที่มนตรีกระดกรวดเดียวหมด

พิสมัย แอบดูอยู่ ยิ้มอย่างพอใจ จากนั้นรีบขึ้นไปที่ห้องนอนตัวเองที่เป็นห้องเก่าของประจวบ แต่งชุดนอนวาบหวามจนปราณีกับคุณนายชมว่าสวยเหลือเกิน ปราณีขอตัวกลับก่อน จึงเหลือแต่คุณนายที่คอยกำกับแผนการอย่างใจจดจ่อ

เพราะมนตรีดื่ม ราวกับกรอกน้ำ ไม่นานก็พูดเสียงลิ้นไก่สั้น คะยั้นคะยอให้ประจักษ์ดื่มถ้าประจักษ์ไม่ดื่มให้หมดแก้วตนก็จะไม่เลิก ประจักษ์เลยตัดสินใจยกแก้วดื่มรวดเดียวหมด

"มนตรีฉันไม่ไหวแล้ว" ประจักษ์บอกมนตรีเมื่อยาเริ่มออกฤทธิ์ มนตรีเลยหิ้วปีกเพื่อนรักไปส่งที่ห้อง

คุณนาย กับถมนั่งดักประจักษ์อยู่ที่ห้องรับแขก แต่เพราะ ดึกมากคุณนายง่วงจัดเลยของีบก่อน บอกถมว่าถ้าเห็นประจักษ์มาเมื่อไรให้ปลุก ถมรับคำแต่เพียงครู่เดียวก็ฟุบหลับไปอีกคน

มนตรีทั้งหิ้วปีกทั้งลาก ประจักษ์ผ่านคุณนายและถมที่หลับอยู่พาไปส่งที่หน้าห้องนอนแล้วตัวเองก็เดิน ตุปัดตุเป๋กลับ แต่ยังรู้สึกตัวบ่นตัวเองว่า "ท่าจะไม่ไหวเหมือนกัน"

ขณะ ผ่านห้องพิสมัยที่แต่งชุดนอนนั่งรอประจักษ์อยู่ หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แอลกอฮอล์ทำให้เขาตาฝาดเห็นพิสมัยเป็นวนิดา เลยเดินเซๆเข้าไปกอดพิสมัยจากข้างหลัง พูดเสียงอ้อแอ้

"ขอจูบหน่อยนะคร้าบบบบ"

พิสมัยเคลิ้มไปชั่วขณะแต่พอหันมาเห็นหน้ากลายเป็นมนตรีก็ร้องลั่น

"ไอ้บ้า...ออกไปนะ ออกไป๊!"

มนตรีชะงักนิ่ง พิสมัยทุบตีไม่ยั้ง ครู่เดียวเขาก็อ้วกออกมารดพิสมัย เธอร้องกรี๊ดผลักเขาล้มลงนอนแผ่สองสลึงกรนเสียงสนั่น

พิสมัยกรี๊ดลั่น วิ่งลงไปปลุกคุณนายกับถมให้ช่วยกันขึ้นมาลากมนตรีออกไปพาไปทิ้งไว้ที่หน้าศาลาในสวน

ooooooo

ส่วน ประจักษ์    เมื่อมนตรีพาไปส่งที่ห้องแล้วตัวเองกลับไป ประจักษ์ทิ้งตัวโครมลงบนเตียงทับวนิดาที่นอนหลับอยู่จนเธอตกใจ ลุกขึ้นมาพยายามปลุกเขา

"คุณประจักษ์...คุณประจักษ์ ไหนบอกว่าจะไม่ดื่มจนเมาไงคะ"

ประจักษ์ไม่ตอบแต่กลับกอดวนิดาไว้แน่นจนเธอขยับไม่ได้ต้องปล่อยให้เขานอนกอดอยู่อย่างนั้น

จนกระทั่งเช้าวนิดาตื่นขึ้นมายังเห็นประจักษ์กอดตนอยู่ เธอเมื่อยมากค่อยๆแกะมือเขาออกทำให้เขารู้สึกตัวลืมตาขึ้น เธอรีบหลับตาทำเป็นยังไม่ตื่น ประจักษ์มองหน้าสวยใน อ้อมกอดเกลี่ยผมออกจะหอมแก้ม วนิดาลืมตามองพอดี เขาตกใจปล่อยมือรีบพลิกตัวหลบแต่พลิกแรงไปหน่อยเลยตกเตียงโครม!

กลายเป็นเรื่องหัวเราะขำๆกันตั้งแต่เช้า

ส่วน มนตรีจนตะวันโด่งแล้วก็ยังนอนกรนครอก...ครอกอยู่ อำไพถือถุงผ้าเล็กๆผ่านมาได้ยินเสียงมองหาจนเจอมนตรีนอนแผ่อยู่ เธอเข้าไปปลุก พอรู้สึกตัวมนตรีก็หลับหูหลับตาจับมืออำไพเพ้อเรียก

"คุณนิด...คุณนิดของมนตรี"

อำไพหมั่นไส้มากเลยตบหน้าเพียะ! แล้วถอยไปยืนห่างๆมนตรีลุกพรวดขึ้นมาถามว่าตบหน้าตนทำไม อำไพบอกว่าเขาลวนลามตน

"บ้าน่ะสิ ต่อให้ฉันสติไม่ดีฉันก็ไม่มีทางลวนลามผู้หญิง อย่างเธอ" อำไพฉุนขาดถามว่าผู้หญิงอย่างตนเป็นยังไง "ก็ไม่สวย ไม่มีเสน่ห์ยังไงล่ะ"

"คนบ้า" อำไพด่าผลักมนตรีอย่างแรงแล้วเดินหนีไป เขาหงายตกลงไปในแอ่งโคลนเปื้อนไปทั้งตัว ลุกขึ้นมามองดูสภาพตัวเองบ่นงึมงำ

"หมดกัน..."

ooooooo

เมื่อ เรื่องกลับกลายเป็นแบบนี้ คุณนายโทษถมที่เผลอหลับไป ถมไม่ยอมเถียงว่าคุณนายหลับก่อน ทำไม ส่วนพิสมัยวิตกกังวลว่าเมื่อคืนประจักษ์คงเสร็จวนิดาไปแล้วเพราะจนป่านนี้ ยังไม่ลงมากันเลย

ระหว่างนั้นอำไพถือห่อผ้าเล็กๆเดินเข้ามาพอดี คุณนายลุกไปขวางทันทีถามว่ามาทำไม

อำไพ บอกว่าจะเอาของมาคืนวนิดาแต่ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร คุณนายเรียก "ถม!" คำเดียวนังถมก็รู้หน้าที่พุ่งเข้าแย่งถุงจากอำไพส่งต่อให้คุณนาย พอคุณนายเปิดดูถึงกับอุทานเสียงแหลม

"สร้อยเพชร!"

อำไพบอกว่า เป็นของวนิดาให้ยืมใส่ในงานเมื่อคืน คุณนายเปิดฉากด่าว่าเป็นเครื่องเพชรที่มณฑาขโมยไปเพราะพวกนั้นไม่มีปัญญาหา ซื้อของพวกนี้ใช้แน่

อำไพฟังแล้วโกรธแทนวนิดาขึ้นมาทันทีเพราะเคยรู้เรื่องราวในบ้านมหศักดิ์มาบ้างแล้ว

เป็นเวลาที่วนิดาบอกประจักษ์ว่าตนหายดีแล้วจะขอกลับไปนอนที่ห้องกับป้าทอง และจวงตามเดิม เธอขอบคุณเขาที่ดูแลตนอย่างดี ยิ้มให้เขาแล้วเดินออกไป ประจักษ์ทำใจไม่ได้ เดินตามไปด้วย

ลงมาเจออำไพกำลังโต้เถียงกับคุณนายพอดี อำไพเถียงว่าที่คุณนายพูดมาไม่ใช่เรื่องจริง คุณหญิงมณฑาไม่ใช่คนแบบนั้น

"เธอจะรู้อะไร เครื่องเพชรแต่ละชุดที่นังนั่นเอาไป สวยๆทั้งนั้น ราคาก็สูงลิบ ประมาณค่าไม่ถูก มันเป็นของสำหรับคนที่เป็นสะใภ้ตระกูลนี้ หรือภรรยาหัวหน้าตระกูลอย่างฉัน!!"

วนิดากับประจักษ์หยุดฟัง คุณนายยังด่าอีกว่า เจ้าคุณมหศักดิ์โง่เองที่ไปคว้าผู้หญิงแบบนั้นมาเป็นเมียแล้วยังโง่ เสียทีให้เอาสมบัติไปปรนเปรอชู้อีก ถึงตอนนี้วนิดาทนไม่ได้ ก้าวออกไปเผชิญหน้า

"หยุดกล่าวหาคุณย่าฉันสักที คุณย่าของฉันเป็นผู้บริสุทธิ์"

อำไพรีบดึงกล่องเพชรจากคุณนายน้อมเดินไปหาวนิดา ในขณะที่วนิดายังโต้เถียงคุณนายว่า

"คุณย่าของฉันไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสีย ถ้าคุณนายไม่มี หลักฐานก็อย่ามาใส่ความคุณย่าฉัน"

ประจักษ์ยืนฟังอยู่เรียกปรามวนิดา แต่เธอเลือดขึ้นหน้า แล้วยังคงว่าคุณนายว่า วันนี้ตนยังไม่มีหลักฐาน แต่สักวัน ตนต้องหาหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ของคุณย่าให้ได้ ตนไม่ใช่ พวกชอบปั้นน้ำเป็นตัว

คุณนายเดือดพล่านหาว่าวนิดาด่าว่าตนปั้นน้ำเป็นตัว ด่าวนิดาว่า "อีนังชาติไพร่!" แล้วหันไปสั่งประจักษ์ "สั่งสอนเมียตัวเองบ้างนะพ่อใหญ่ ผู้หญิงอะไรมารยาททรามที่สุด"

โดยมีพิสมัยคอยประสานเสียงยุให้ตบเลย

"ตบเลยสิคะ ถ้าคิดว่าสิ่งที่พวกคุณพูดและทำมันถูกต้อง ดีงาม" วนิดาท้า

"วนิดา ฉันขอให้หยุด ไม่ว่าใครจะถูกจะผิดยังไง เขาก็เป็นแม่ฉัน" ประจักษ์ตรงเข้าหาวนิดา เธอสะอึกเข้าไปหาเขาท้าว่า

"ฉันทราบค่ะ นั่นแม่คุณ และนั่นก็คู่รักคุณ ถ้าคุณเห็นว่าฉันผิดที่พูดจาลบหลู่คุณแม่และคู่รักคุณละก็ เชิญตบฉันได้เลย"

พิสมัยยุให้ประจักษ์ตบ   แต่กลับถูกเขาตวาดให้หยุดพูด ดุว่าเธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ตนตบหน้าใครทั้งนั้น ย้ำใส่พิสมัยว่า "โดยเฉพาะวนิดาที่เขาเป็นเมียฉัน"

ทั้งคุณนายและพิสมัยอุทานลั่นปากคอสั่น ประจักษ์ปราม ให้หยุดสั่งให้แยกย้ายกันไปเสียที

"เข้าข้างเมียเหลือเกินนะพ่อใหญ่ อีกหน่อยก็ให้มันมาด่าแม่เล่นทุกวันเลยซิ"

ประจักษ์ชี้แจงว่าตนพยายามให้อยู่กันอย่างสงบไม่ได้ เข้าข้างใคร พิสมัยแหวขึ้นมาว่าไม่จริง พูดเสียงสั่นว่า

"คุณพี่รักมันน่ะสิ คุณพี่รักมันใช่ไหมถึงได้ทำอย่างนี้ มันมีดียังไงเหรอ คุณพี่ถึงไม่เห็นแก่น้องไม่เห็นแก่คุณแม่เลย... ตอบสิคะ ถ้ามันไม่เป็นความจริงคุณพี่ก็พูดออกมาซิคะ คุณพี่ บอกน้องซิคะว่าคุณพี่ไม่ได้รักมัน"

ประจักษ์ไม่ตอบโต้เขาเดินออกไปนิ่งๆ คุณนายกับพิสมัยมองหน้าอย่างรู้กันว่าประจักษ์รักวนิดาเข้าแล้วจริงๆ...ครู่ เดียว พิสมัยก็ร้องไห้โฮออกมา...

ประจักษ์ความคิดสับสน ว้าวุ่น ใจหนึ่งสงสารและกังวลกับสัญญาที่ให้ไว้กับพิสมัย อีกใจหนึ่งนั้นคือความรู้สึกที่ไม่อาจตัดใจรักจากวนิดาได้ นอนก่ายหน้าผากถามตัวเองว่าจะทำอย่างไรดี...

ooooooo

ส่วนประจวบไปทำงานเพื่อเก็บเงินมาใช้หนี้ เขาทำบัญชีทุกวันจนวันนี้เขาดูบัญชีแล้วยิ้มอย่างดีใจที่อีกไม่นานก็จะใช้ หนี้ได้หมดแล้ว ชุมศรีดีใจกับเขาด้วย ที่ความพยายามของเขาใกล้สำเร็จแล้ว

"เพราะเธอด้วยต่างหากล่ะ" ประจวบกุมมือชุมศรีไว้ "ถ้าไม่มีเธอคอยยืนเคียงข้างให้กำลังใจฉัน ฉันคงไม่ทำสำเร็จเร็วอย่างนี้ ขอบใจมากนะชุมศรี"

แม้จะซึ้งใจที่ช่วยประจวบได้แต่พอนึกถึงความจริงขึ้นมา ชุมศรีก็หน้าสลด ถามเขาว่าถ้าเขาใช้หนี้หมดก็ต้องกลับกรุงเทพฯ เราคงไม่ได้เจอกันอีก

"ไม่...ฉันจะพาเธอไปแนะนำให้คุณแม่ให้พี่ใหญ่รู้จัก เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ฉันจะแต่งงานด้วย" ประจวบมองหน้าชุมศรีจริงจังจริงใจ ชุมศรียิ้มออกมาอย่างดีใจ

ประจวบเขียนจดหมายบอกข่าวดีนี้แก่คุณนายน้อม คุณนายอ่านแล้วดีใจมากเล่าให้ประจักษ์กับพิสมัยฟังว่า ถ้าเอาเงินที่ประจวบสะสมไว้ได้รวมกับของประจักษ์คงใช้หนี้นายดาวได้หมด

พิสมัยเองดีใจยิ่งกว่าเพราะนั่นหมายความว่าสัญญาต่างๆที่ตกลงกันไว้ก็จะสิ้นสุด

"โชคกลับมาเป็นของเราอีกครั้งแล้ว แม่อยากให้ถึงเวลานั้นเร็วๆเหลือเกิน แม่อยากจะเห็นวันที่ลูกกับนังวนิดาหย่ากัน แล้วแม่จะจัดงานแต่งงานให้ลูกกับพ่อใหญ่ทันที"

ประจักษ์ใจหาย พิสมัยดีใจมากหันมองเขากลับเห็นเขาหน้านิ่งเธอเลยหน้าเจื่อน

"เฮ้อ...โล่งใจ นี่เป็นเรื่องที่ทำให้แม่มีความสุขในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา แม่ว่าเราไปเที่ยวบางปะอินกันดีไหม" คุณนายยังเพ้อเจ้อฝันเฟื่องคุยอย่างมีความสุขว่า "ถือว่าเป็นการฉลองล่วงหน้าแล้วแม่จะไปหาหลวงพ่อที่แม่นับถือที่อยุธยา จะได้หาฤกษ์หายามวันแต่งงานของลูกกับแม่พิสมัย ถึงเวลาจะได้ไม่ฉุกละหุก"

ประจักษ์บอกคุณนายว่าเอาไว้ถึงเวลาก่อนแล้วค่อยพูดกันอีกทีดีกว่า พิสมัยพูดหน้าตึงว่าดูเขาไม่อยากแต่งงานกับตน ประจักษ์ไม่ตอบ ลุกเดินออกไปเงียบๆ

"อย่าคิดมากสิลูก แม่ว่าพ่อใหญ่คงยังอึ้งๆงงๆอยู่ อ้อ...แม่ว่าข่าวดีๆแบบนี้เราต้องขยายนะลูกนะ"
พิสมัยถามว่าหมายความว่าอย่างไร คุณนายไม่ตอบแต่ยิ้มเจ้าเล่ห์แทน

ooooooo

คุณนายขยายผลด้วยการเอาจดหมายของประจวบไปให้นายดาวอ่าน จับสังเกตสีหน้านายดาวเยาะเย้ยว่าถึงกับหน้าซีดเลยหรือ นายดาวแสดงความมีน้ำใจบอกว่าตนยินดีกับคุณนายด้วยจริงๆ

"แกควรจะบอกให้ลูกสาวของแกทยอยขนข้าวของกลับมาได้แล้วนะ พอถึงเวลาที่ต้องหย่ากับพ่อใหญ่ลูกสาวแก จะได้ออกจากบ้านฉันทันที เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้าลูกสาวของแกแม้แต่วินาทีเดียว"

พิสมัยลอยหน้าเย้ยว่าถึงตอนนั้นตนก็จะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนวนิดาก็เป็นแค่เมียเก่า คุณนายพูดกลั้วหัวเราะว่าหวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีกไม่ว่าชาตินี้หรือ ชาติหน้า แล้วหัวเราะร่ากลับไป

"ทำไมคราวนี้คุณท่านถึงไม่พูดอะไรบ้างเลยล่ะครับ" สมหมายเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง

"ฉันนึกไม่ถึงว่ามันจะมาถึงเร็วขนาดนี้" สีหน้าและน้ำเสียงของนายดาวเวลานี้เศร้าเหงามาก

ooooooo

คืนนี้เอง วนิดาก็รู้จากป้าทองว่า คุณนายน้อม พิสมัย  และประจักษ์จะไปที่บ้านบางปะอินกัน  วนิดาถามว่าที่บางปะอินเป็นที่เที่ยวหรือเป็นอะไร ป้าทองเล่าอย่างผู้รู้ว่า

"มันเป็นบ้านพักเก่าแก่ของตระกูลมหศักดิ์น่ะค่ะ ท่านเจ้าคุณมหศักดิ์ท่านชอบไปที่นั่นเป็นประจำที่นั่นน่ะอากาศดีค่ะ อยู่ติดแม่น้ำ ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิง...ย่าของคุณนิดน่ะค่ะ ชอบพายเรือเล่น ท่านชอบไปที่เกาะกลางน้ำมากที่สุดเลยค่ะ"

"แล้วป้าทองเคยไปไหมจ๊ะ"

"อู๊ยยย..." ป้าทองร้องปากบิดปากเบี้ยว "ป้าไม่กล้าไปหรอกค่ะ ใครๆเขาก็ลือกันว่ามันน่ากลัว เขาสร้างเป็นตึกสูงๆ ไว้สำหรับเก็บกระดูกของคนในตระกูลมหศักดิ์"

จวงทำหน้าสยองถามว่าอย่างนั้นก็ต้องมีผี บอกวนิดาว่าไม่ไปน่ะดีแล้ว วนิดาถามป้าทองว่าตึกสูงๆที่ป้าว่าเขาเรียกว่า "วิหาร" รึเปล่า

"ค่ะ...วิหารกลางน้ำ ที่บางปะอินเขาเรียกกันอย่างนั้น"

วนิดานิ่งอึ้ง คิดถึงย่าขึ้นมาทันที ก่อนที่ย่าจะสิ้นใจ ท่านเพ้อว่า

"วิหาร...วิหาร...พระกลาง...น้ำ...นิดสัญญากับย่า สัญญา... ว่าจะช่วยย่า"

"ค่ะ...นิดสัญญา นิดสัญญาค่ะคุณย่า" เวลานั้นเธอให้ สัญญาย่าทั้งที่ไม่เข้าใจที่ย่าพูดเลย

แต่วันนี้  เมื่อได้ยินคำว่าวิหารกลางน้ำจากป้าทอง  ทำให้ วนิดาถึงกับขนลุกซู่

ooooooo

คืนนี้เอง วนิดาปีนระเบียงเข้าห้องนอนของประจักษ์ เขาตกใจถามอย่างเป็นห่วงว่าปีนขึ้นมาทำไมตกลงไปจะว่ายังไง

วนิดา ไม่สนใจรีบบอกเขาว่าจะขอไปบางปะอินด้วย ประจักษ์เสียงเข้มไปทันทีว่า "ไม่ได้" วนิดายังพยายามออดอ้อน เขาจึงระบายความอึดอัดออกมาว่า ตนไม่อยากเป็นคนกลางที่ต้องมาเห็นสองฝั่งทะเลาะกัน ฝั่งหนึ่งก็แม่อีกฝั่งก็เธอ

"ฉันสัญญาค่ะว่าจะไม่เถียงคุณแม่คุณ แม้แต่คำเดียวและก็จะไม่สร้างความวุ่นวายใดๆ" วนิดารีบให้สัญญาแต่ประจักษ์ บอกว่าตนรู้จักเธอดีว่าเธอทำไม่ได้แน่ยังไงก็ไม่ให้ไป วนิดาต่อรองว่า "ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะอยู่อย่างนี้จนกว่าคุณจะยอม" ว่าแล้วปักหลักยืนเป็นหุ่นอยู่ตรงนั้น

วนิดายืนอยู่อย่างนั้น แม้ประจักษ์จะทำเป็นไม่สนใจเหมือนไม่มีเธออยู่ด้วย แต่ในที่สุดก็ทนลูกตื๊อของเธอไม่ได้แกล้งมุดเข้ามุ้งครอบวนิดาที่มานั่งขวาง อยู่ที่เตียง ต่างฝ่ายต่างนั่งจ้องกันอยู่ในมุ้ง จนแววตาที่แข็งกร้าวเริ่มอ่อนแสงลง ในที่สุด ประจักษ์เห็นว่าเธออยากไปจริงๆจึงอนุญาตให้ไปด้วย

"ขอบคุณค่ะ" วนิดายิ้มหวานแล้วเดินไปที่ระเบียง ประจักษ์เรียกไว้บอกว่าไม่อยากเห็นเธอตกลงไปหัวแตกหรือขาหักเดี๋ยวจะอดไป บางปะอิน แล้วจูงมือเธอให้ออกไปทางประตูห้องนอนแทน...

พอออกจากห้อง เขาเร่งให้รีบไปเสียเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า วนิดายังรับรองกับเขาว่าตนจะไม่สร้างความวุ่นวายให้เขาแล้วรีบไป ประจักษ์ยิ้มให้กลับเข้าห้องอย่างอารมณ์ดี

พิสมัยเห็นเหตุการณ์ เธอทั้งโกรธแค้นทั้งเสียใจจนบอกไม่ถูก

ooooooo

รุ่งขึ้น เมื่อประจักษ์มาบอกคุณนาย ถูกคุณนายประกาศิต "แม่ไม่ให้ไป!!" ครั้นประจักษ์บอกว่าตนอนุญาตแล้ว ก็ถูกคุณนายตัดพ้อต่อว่าที่รู้ว่าแม่เกลียดวนิดาขนาดไหนก็ยังจะให้ร่วมทางไป อีก

ประจักษ์พยายามชี้แจงว่าเราต่างคนต่างไปไม่เกี่ยวกันเลย คุณนายจาระไนว่าไหนจะค่ารถค่ากินอีก ทำไมเราต้องจ่ายให้ด้วย

"เขาจะออกค่าใช้จ่ายเองทุกอย่าง ไม่ให้เราเดือดร้อน เขาขอแค่ไปด้วยเท่านั้น"

"ถึงอย่างนั้นแม่ก็ไม่ให้มันไป!!" คุณนายเสียงเข้มแล้วเดินฉับๆออกไป ประจักษ์ได้แต่ยืนถอนใจเหนื่อยใจแม่ตัวเอง

แต่เมื่อเขามาบอกวนิดา เธอกลับบอกเขาสบายๆว่าตนไม่ไปก็ได้ ทำให้ประจักษ์โล่งใจมากขอบใจเธอที่เข้าใจและขอโทษที่ช่วยเธอไม่ได้จริงๆ

"ไม่เป็นไรค่ะ" วนิดาตอบนิ่งๆ แต่ที่แท้ในใจมีแผนแล้ว

ดัง นั้น สองวันต่อมาอันเป็นวันเดินทางไปบางปะอิน คุณนาย พิสมัย ยิ้มแย้มดีใจที่จะได้ไปเที่ยวกันโดยไม่มีวนิดามาให้เกะกะตา ระหว่างรอรถออกคุณนายใช้ถมให้ไปซื้อของกินเล่นบนรถไฟ พิสมัยขอไปด้วย คุณนายจึงหันมาชวนประจักษ์ขึ้นไปรอบนรถไฟกันดีกว่า

ขณะไปซื้อของที่ ร้านนั่นเอง ถมเหลือบเห็นวนิดา ป้าทอง จวง และไปล่เดินมาเป็นกลุ่ม ถมตาเหลือกสะกิดพิสมัยบอกว่าพวกนั้นตามเรามา พิสมัยมองไปอย่างไม่พอใจ แล้วหาทางกันไม่ให้พวกวนิดาไป ตรงเข้าไปเผชิญหน้าวนิดาพูดใส่หน้าว่า

"ฉันไม่มีวันยอมให้พวกแกไปด้วยแน่ๆ"

ป้าทองยักแย่ยักยันยื่นหน้าเข้าไปถามว่าแล้วจะทำอะไรพวกตนได้ ตัวเองมากันสองคนแต่พวกตนมีตั้งสี่

"จะ สี่คนหรือจะกี่คน ถ้าพวกแกไม่มีตั๋วก็ขึ้นรถไฟไม่ได้" พิสมัยเข้าแย่งกระเป๋าถือวนิดา แต่วนิดาไม่ยอมปล่อย ป้าทอง จวง กับไปล่จะเข้ามาช่วย ถูกถมกระโดดออกมาขวางเลยชะงัก

ooooooo

ประจักษ์ สงสัยว่าพิสมัยกับถมไปซื้อของนานผิดปกติลงไปตาม ไปเจอพิสมัยกับวนิดากำลังยื้อแย่งกระเป๋ากันอยู่ เขาเข้าไปร้องเรียกพิสมัย เธอตกใจปล่อยมือจากวนิดา ป้าทองรีบยื่นหน้าเข้าไปขอให้ประจักษ์ ช่วยวนิดาด้วย

"ฉันขอโทษที่ตามมาโดยไม่ได้ขออนุญาตแต่ฉันอยากไปบางปะอินจริงๆ" วนิดารีบเข้ามาพูด

"ไม่ต้องพูดแล้ว" ประจักษ์เสียงดังจนพวกวนิดาหน้าเสีย ส่วนพิสมัยกับถมยิ้มสะใจ แต่แล้วก็ต้องเหวอเมื่อประจักษ์บอกเสียงอ่อนลงว่า"รีบขึ้นรถไฟเถอะ ใกล้จะออกแล้ว"

"ขอบคุณนะคะ" วนิดายิ้มหวานทั้งที่ผมเผ้าหน้าตายับเยิน แล้วชวนป้าทอง จวง กับไปล่รีบขึ้นรถไฟ

ประจักษ์ หันมองพิสมัยอย่างตำหนิแล้วตามพวกวนิดาไป พิสมัยวิ่งตามร้องเรียกให้รอตนด้วย พอดีเสียงหวูดรถไฟดังขึ้น ถมกระหืดกระหอบพยายามลุกขึ้น ร้องเรียกพิสมัยให้รอตนด้วย แต่ลมตีขึ้นจนเป็นลมหมดแรงที่จะวิ่งตามรถไฟไป

พิสมัยกลับขึ้นไปนั่ง กับคุณนายหน้าบอกบุญไม่รับ คุณนายบอกว่าประจักษ์ไปตามเธอแล้วหายไปไหน เธอบอกว่าเขาขึ้นรถมาแล้วแต่ไปนั่งกับวนิดาที่อีกโบกี้หนึ่ง คุณนายฉุนกึกถามว่ามันโผล่มาได้ยังไง แล้วถามถึงถมว่าทำไมยังไม่มา พิสมัยจึงนึกได้ว่าถมหายไป

ประจักษ์ไปนั่งอยู่กับพวกวนิดาบอกเธอว่า ดีใจที่เธอมาด้วย ป้าทองลุ้นให้เขาพาวนิดาไปชมวิวที่ท้ายขบวน พอทั้งสองคนไปป้าทองหันไปยิ้มกริ่มกับจวงและไปล่

เมื่ออยู่กันที่ ท้ายขบวนก็ชี้ชวนกันชมวิวทิวทัศน์สองข้างทาง ในจังหวะที่รถไฟเลี้ยววนิดาไม่ทันระวังเลยเซเข้าไปอิงอกประจักษ์  เขากอดเธอไว้อย่างปกป้อง  กอดอยู่อย่างนั้นไม่ยอมปล่อยจนเธอต้องบอกว่าปล่อยได้แล้ว เขากลับพูดหน้าตาเฉยว่า

"ข้างหน้าจะถึงทางเลี้ยวอีก ให้ฉันประคองเธอไว้ก่อนดีกว่า ไม่งั้นเดี๋ยวเธอจะล้ม"

วนิดา รู้ทันเธอเมินไปทางอื่นแก้เขินใจเต้นแรงจนอีกฝ่ายรู้สึก ประจักษ์ก้มมองหน้าเธอต่างมีความสุขกับบรรยากาศที่เป็นใจและไม่ต้องตกอยู่ใน สายตาของใคร จนอิ่มเอมใจแล้วจึงพากันกลับที่นั่ง

แต่แล้วก็มีมารมา ขวางจนได้ เมื่อพิสมัยตามมาเจอบอกเขาว่าคุณนายเรียกหา ประจักษ์บอกว่าเดี๋ยวจะตามไป เธอไม่ยอมต้องให้ไปกับตนเดี๋ยวนี้ ทันใดนั้นรถไฟถึงทางเลี้ยวกะทันหันวนิดาเซเข้าไปชนประจักษ์ เขากอดเธอไว้ด้วยความเป็นห่วง ส่วนพิสมัยเสียหลักนั่งจ้ำเบ้าเข้าตักไปล่เต็มๆ พอลุกขึ้นก็ด่าไปล่ไอ้บ้า ไปล่โดนนั่งกระแทกแล้วยังโดนด่าอีกเลยงง บ่นว่ามาล้มทับตนแท้ๆยังมาด่าอีก

พอ ลุกขึ้นได้พิสมัยชวนประจักษ์ให้ไปนั่งกับคุณแม่กันเถอะ ประจักษ์จึงต้องลุกขึ้นถูกพิสมัยควงแขนหมับหันมาทิ้งค้อนใส่วนิดาก่อนเดิน ออกไป

วนิดารู้สึกใจแป้วที่ประจักษ์ถูกฉกไปอย่างท้าทาย

เมื่อ ประจักษ์กลับมานั่งที่เดิม ถูกคุณนายต่อว่าที่ไปอยู่กับวนิดาทั้งๆที่แม่มาด้วย ส่วนพิสมัยก็ฉอเลาะเอาใจถามว่าหิวไหม ประจักษ์ตอบอย่างเย็นชาว่าไม่ เธอเลยหมดคำที่จะพูดหมดเรื่องที่จะคุยต่างนั่งเซ็งกันไป

ooooooo

เมื่อ ถึงอยุธยา คุณนายกับพิสมัยลงจากรถไฟก็เดินอ้าวไป ประจักษ์ร้องบอกให้รอวนิดาด้วยเพราะตนชวนไปพักที่บ้านเรา  ถูกคุณนายมองอย่างไม่พอใจ  ประจักษ์รีบชิงชี้แจงเสียก่อนว่า

"เขามีสิทธิ์ที่จะไปพักกับเรา เพราะเขาเป็นภรรยาผม" แล้วประจักษ์ก็พาวนิดาเดินไป ป้าทอง จวง และไปล่ลอยหน้ายิ้มแฉ่งตามไปด้วย

คุณนายกับพิสมัยพูดไม่ออก เดินหน้าบอกบุญไม่รับทั้งสองคน

แต่ พอเข้าบ้านพัก คุณนายก็แผลงฤทธิ์อีก ปรามวนิดาว่าอยู่ที่นี่อย่าสร้างความวุ่นวาย ตนมาพักผ่อนต้องการความสงบ วนิดาบอกว่าถ้าไม่มีใครมายุ่งกับตนก่อนตนก็จะอยู่เฉยๆไม่ไปรบกวนใคร

พอ คุณนายไปแล้ว วนิดาถามประจักษ์ว่าวิหารพระกลางน้ำอยู่ไหน  เขาชี้ให้ดู  วนิดาเห็นอยู่ไกลลิบๆ  เธอมองวิหารด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังว่าจะเจอหลักฐานที่มาแก้ต่างให้ คุณย่าได้

วันรุ่งขึ้น ประจักษ์ออกมาจะไปหาวนิดา เจอพิสมัยเสียก่อน เธอบอกว่าวันนี้เราจะไปวัดด้วยกัน ประจักษ์หน้าเสีย พอดีวนิดากับป้าทองเดินมา พิสมัยแกล้งเข้าเกาะแขนประจักษ์ไว้อย่าง แนบชิดมองวนิดาพูดเย้ยว่า พวกตนกำลังจะไปหาหลวงพ่อให้ดูฤกษ์แต่งงาน จะเอาวันที่เร็วที่สุด เพราะถ้าถึงวันที่เธอหย่ากับประจักษ์ตนก็จะแต่งงานกันทันที

วนิดาหน้าเสียแต่ก็พูดแสดงความยินดีล่วงหน้าให้ แล้วเดินออกไปกับป้าทอง

พิสมัยพยายามจะรั้งประจักษ์ให้ไปกับตนแต่เขาไม่ไป อ้างว่ามีนัดกับผู้ใหญ่แล้วจ้ำอ้าวไปเลย

ประจักษ์ ไปทันวนิดาที่ลงเรือจะพายไปที่เกาะสั่งป้าทองที่ไม่กล้าไปให้ดูต้นทางให้ ด้วย แต่เธอพายเรือไม่เป็นเรือจึงวนอยู่ตรงนั้น ประจักษ์มาถึงดึงเรือไว้ พอรู้ว่าวนิดาจะไปวิหารพระกลางน้ำก็ไม่ยอมให้ไป วนิดาจึงจำต้องบอกความจริงว่า

"วิหารพระกลางน้ำเป็นสิ่งที่คุณย่าฉัน พูดไว้ก่อนตาย ฉันก็เลยอยากไปดูว่าที่นั่นมีอะไร บางทีอาจจะมีเงื่อนงำบางอย่างที่ทำให้คุณย่าฉันพ้นจากข้อกล่าวหาว่ามีชู้ ก็ได้   ฉันบอกคุณแล้ว อนุญาตให้ฉันไปได้หรือยัง"

ประจักษ์มองหน้า วนิดาอย่างทึ่ง ยิ่งเมื่อเธอบอกว่าถ้าต้องตายโดยที่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณย่าได้ ตนก็พร้อมยอมตาย ประจักษ์บอกเธอทันทีว่า

"แต่ฉันไม่ยอมให้เธอตาย...ฉันจะไปกับเธอเอง" แล้วประจักษ์ก็ก้าวลงเรือ วนิดาขอบคุณเขาด้วยความดีใจ ประจักษ์ เอาไม้พายจากวนิดามาพายเอง ทั้งคู่บ่ายหน้าไปที่เกาะกลางน้ำ

ooooooo

เมื่อไปถึงทั้งคู่เดินฝ่าทางรกๆเข้าไปยังใจกลางเกาะกลางน้ำ จับจูงกันไปอย่างอบอุ่นจนถึงวิหารพระกลางน้ำ วนิดาพูดอย่างตื้นตันใจว่า

"ฉันนึกไม่ถึงนะคะว่าในที่สุดฉันก็ได้มาเห็นวิหารพระกลางน้ำตามที่คุณย่าท่านบอกเอาไว้จริงๆ"

ประจักษ์เร่งให้รีบเข้าไปดูข้างในกัน ต้องออกแรงมากกว่าจะเปิดประตูได้ และเมื่อเข้าไปแล้วต้องเปิดไว้อย่างนั้นเพราะท่านเจ้าคุณสร้างเป็นประตูกล เปิดจากข้างในไม่ได้เพื่อกันขโมย

หลังจากพยายามเปิดหน้าต่างที่ทั้งสูงทั้งฝืดสำเร็จ แสงสว่างส่องเข้ามาเป็นลำ ทำให้เห็นพระพุทธรูปทองเหลืองขนาดใหญ่มากมาย ประจักษ์บอกว่าพระเหล่านี้เป็นพระประจำวันเกิดแต่ละท่าน ส่วนใต้ฐานเป็นที่เก็บอัฐิ

"แล้วองค์ไหนเป็นของท่านเจ้าคุณมหศักดิ์คะ"วนิดามองหาพลางถามเพราะในนั้นเต็มไปด้วยฝุ่น

เมื่อช่วยกันหาแล้วไม่เจอ วนิดาตั้งจิตอธิษฐาน...

"คุณปู่คะ ดิฉันมาที่นี่ตามคำร้องขอของคุณย่ามณฑา ถ้าวิญญาณของท่านยังสถิตอยู่ที่นี่ ขอให้ท่านช่วยดิฉันหาในสิ่งที่คุณย่าต้องการเจอด้วยเถอะนะคะ"

ทันใดนั้นฟ้าผ่าเปรี้ยง! แล้วฝนก็ตกลงมาซู่ใหญ่ทั้งที่เมื่อครู่นี้ฟ้ายังสว่างใส วนิดานึกรู้ว่าตนใกล้จะเจอในสิ่งที่คุณย่า ต้องการแล้ว เธอมองไปที่พระประจำวันของท่านเจ้าคุณ กระเถิบเข้าไปจ้องนิ่งนึกในใจ "ท่านได้ยินที่ดิฉันอธิษฐานใช่ไหมคะ คุณปู่...บอกให้นิดรู้สิคะว่าทำไมคุณย่าถึงต้องการให้นิดมาที่นี่"

มือวนิดาปัดฝุ่นบริเวณฐานพระเป็นป้ายชื่อท่านเจ้าคุณแต่เธอยังไม่ทันเห็น ฝนตกหนักมากจนครู่ใหญ่จึงซาลง ประจักษ์ ชวนกลับเกรงเดี๋ยวฝนตกลงมาอีกจะกลับไม่ได้

"ถ้าฉันยังหาสิ่งที่คุณย่าต้องการไม่เจอ ฉันไม่กลับค่ะ คุณอย่าห้ามฉันเลยนะคะ ฉันมาถึงที่นี่แล้ว ฉันต้องหาสิ่งที่คุณย่าต้องการให้ได้"

เหมือนปาฏิหาริย์ มีแสงสว่างบางอย่างสาดเข้ามาที่ ฐานองค์พระของท่านเจ้าคุณเกิดประกายระยิบระยับ ทำให้วนิดาเห็นป้ายชื่อท่านเจ้าคุณ เธอชี้ให้ประจักษ์ดู เขามองตามอุทานอย่างตื่นเต้น

"จริงด้วย ที่แท้ก็โดนฝุ่นจับนั่นเอง" ประจักษ์เอามือปัดฝุ่นจนเห็นป้าย "พระยามหศักดิ์ธำรงค์" วนิดาเอะใจเอามือค่อยๆเลื่อนป้ายไปข้างๆจึงเห็นมีช่องลึกเข้าไปข้างใน วนิดาจะล้วงแต่ประจักษ์เกรงเธอจะได้รับอันตรายจึงล้วงเข้าไปเอง ได้หีบใบหนึ่งออกมาเขารีบเปิดฝาหีบ

ในหีบนั้นมีหีบทองเหลืองขนาดปานกลาง ข้างหีบมีกุญแจวางอยู่ ข้างๆนั้นมีจดหมายวางอยู่ฉบับหนึ่ง ที่จดหมายจ่าหน้าไว้ว่า "บันทึกของเจ้าคุณมหศักดิ์" ประจักษ์อุทานว่าเป็นลายมือคุณลุงเอง เขารีบแกะซองออกอ่านอย่างตื่นเต้น วนิดาชะโงกมาดูด้วยความตื่นเต้นตื้นตัน

"ข้าพเจ้า เจ้าพระยามหศักดิ์ธำรงค์ มีความในใจอยากจะขอแจ้งให้ผู้ที่พบจดหมายฉบับนี้ทราบว่า...คุณหญิงมณฑามห ศักดิ์ธำรงค์ ภรรยาของข้าพเจ้าซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีชู้ และยักยอกทำลายทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้านั้น ความจริงคุณหญิงมณฑาเป็นผู้บริสุทธิ์...ไม่มีราคีแม้แต่น้อย หล่อนเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อข้าพเจ้าอย่างจะหาสตรีคนใดมาเปรียบได้"

ขณะเขียนจดหมายนั้นท่านเจ้าคุณนอนป่วยหนักอยู่บนเตียง แต่ท่านยังพยายามเขียนต่อ...

"ข้าพเจ้าเองเป็นผู้โง่เขลา หลงลงโทษหล่อนเพราะเชื่อคำยุยงของน้องสะใภ้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขับไล่มณฑาออกไปโดยไม่มีทรัพย์สินติดตัว ภายหลังข้าพเจ้าจึงทราบว่าข้าพเจ้าเป็นฝ่ายเข้าใจผิด แต่ข้าพเจ้าไม่มีโอกาสรับหล่อนคืนมาดั่งเก่าเสียแล้ว..."

วนิดาน้ำตาคลอด้วยความสงสารทั้งท่านเจ้าคุณและคุณย่ามณฑา...ประจักษ์ยังคงอ่านต่อไปว่า

"ตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังป่วยหนัก และถูกกีดกันการติดต่อทุกๆทางกับมณฑา โดยผู้หญิงคนเดียวกันกับที่ทำให้ ข้าพเจ้าเป็นบ้าด้วยความหึงหวง ภายหลังข้าพเจ้าได้รับเครื่องเพชรที่หายไปคืนมาจาก "เจริญ" ชายที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับมณฑา ข้าพเจ้าจึงได้ซ่อนเครื่องเพชรทั้งหมดไว้กับจดหมายฉบับนี้"

ประจักษ์ชะงักเงยมองหน้าวนิดานิ่งแล้วจึงก้มลงอ่านต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ

"ข้าพเจ้าขอยกสมบัติทั้งหมดให้กับนางมณฑา มหศักดิ์ ภรรยายอดรักของข้าพเจ้า ถ้าท่านผู้ใดมาพบ ขอให้นำไปมอบคืนให้แก่มณฑา และขอได้กรุณาประกาศให้ได้ทราบถึงความบริสุทธิ์ของมณฑาด้วย วิญญาณของข้าพเจ้าจะขอบคุณอย่างยิ่ง พระยามหศักดิ์ธำรงค์"

ประจักษ์อ่านจดหมายจบ ทั้งเขาและวนิดาต่างนิ่งอึ้งพูดไม่ออก...

ooooooo

ตอนที่ 14

อาทิตย์หน้าจะเป็นวันแซยิดของคุณนายน้อม ปราณีขอเป็นธุระจัดฉลองวันเกิด 60 ปีให้เอง ส่วนพิสมัยขอเป็นแม่งานให้

ปราณีเสนอว่าอายุ 60 ปีทั้งทีน่าจะหาอะไรใหม่ๆเข้ามาในบ้าน เช่นพวกของตกแต่งบ้านและอะไรที่เก่าๆ ก็น่าจะโละทิ้งไป สิ่งไม่ดีจะได้ออกไปและจะได้มีแต่โชคลาภเข้ามา

"ความคิดเข้าท่า จะว่าไป ไอ้ข้าวของในบ้านหลังนี้มันก็เก่าเกินทนแล้วเหมือนกัน ทิ้งมันไปเสีย  ชีวิตแม่อาจจะดีขึ้น" คุณนายเห็นด้วย

แล้วการโละก็เริ่มขึ้น ชิ้นแรกคือรูปของท่านเจ้าคุณ ถูกปลดและให้คนใช้ช่วยกันแบกลงไป ประจักษ์มาเห็นถามว่าจะเอาไปไหน พอรู้ว่าคุณนายจะให้เอาไปไว้ที่ห้องเก็บของ เขาเสียงดังว่าไม่ได้

เท่านั้นเอง ทั้งคุณนายและพิสมัยก็ช่วยกันพูดว่ารูปทั้งเก่าทั้งซีดจะเก็บไว้ในบ้านทำไม หาของใหม่ๆสวยๆงามๆ เข้ามาบ้านจะได้มีแต่เรื่องดีๆ

"คุณแม่จะทิ้งของเก่าของเน่าอะไรก็ทิ้งไปสิครับ แต่รูปของคุณลุงต้องอยู่ที่เดิม"

ประจักษ์ยืนกรานจะต้องเอารูปของท่านเจ้าคุณไว้ ตนจะเอาไปติดที่ห้องรับแขกให้สมเกียรติยศของท่าน แล้วประจักษ์ ก็เข้าไปเอารูปจากถมและคนใช้ คุณนายถามว่าจะแบกลงไปคนเดียวยังไงรูปหนักขนาดนี้ ส่วนพิสมัยบ่นอย่างไม่ชอบใจว่า ทำไมต้องโมโหร้ายขนาดนี้ด้วย

เพราะรูปหนักมาก ประจักษ์ร้องเรียกไปล่ให้มาช่วย ป้าทองบอกว่าตนใช้ไปล่ไปตลาด เขาเลยให้ป้าทองมาช่วย ป้าทองตกใจถามว่าจะให้ตนช่วยหรือ เขาไม่ตอบแต่ค่อยๆยกรูปลงมา

เดินไม่กี่ก้าวรูปก็เอียงเสียศูนย์ทำท่าจะหล่นแต่เขาคว้าไว้ทันแล้วค่อยๆประคับประคองลงมา แต่เพราะรูปหนักมาก สุดท้ายกรอบรูปหลุดเลื่อนลงบันไดมา

ขณะที่ทุกคนกำลังตะลึงนั่นเอง วนิดาพุ่งสวนขึ้นมาจะรับแต่พลาดถูกมุมกรอบรูปกระแทกโดนหัวเต็มๆ เธอร้องโอ๊ยได้คำเดียวก็กลิ้งตกบันได

ประจักษ์รีบคว้ากรอบรูปไว้แน่น ส่วนป้าทองวิ่งย่องแย่งไปพลิกตัววนิดาขึ้นมาดูเห็นเลือดที่หัว แกตกใจปากคอสั่นร้องไห้ลั่น

"คุณพระช่วย คุณนิด...คุณนิดตายแล้ว คุณนิด"

ประจักษ์วางกรอบรูปตรงที่พักบันไดแล้วรีบลงไปช่วยป้าทองดูวนิดา พิสมัยกับคุณนายโผล่มาเห็น พิสมัยร้องห้ามประจักษ์ว่าไปประคองทำไมเดี๋ยวเนื้อตัวเปื้อนเลือดหมด

"พิสมัย...หยุดสักทีได้ไหม" ประจักษ์ตวาดอย่างเหลืออดเหลือทน แล้วประคองหน้าวนิดาเรียกจะให้เธอได้สติ

คุณนายบอกว่าวนิดาแกล้งมากกว่า ประจักษ์โต้ว่าเลือดออกขนาดนี้ เห็นๆอยู่ว่าเธอไม่ได้สติแล้ว ขอให้ช่วยโทร.เรียกหมอ คุณนายปฏิเสธ เขาหันมองพิสมัยไม่ทันพูดเธอก็ปฏิเสธ "น้องก็ไม่โทร.ค่ะ"

"อีฉันโทร.เองค่ะคุณใหญ่" ป้าทองอาสาลุกเดินออกไป ประจักษ์พาวนิดาขึ้นบันไดไปที่ห้อง ท่ามกลางความหมั่นไส้  ไม่พอใจของคุณนายและพิสมัย

ooooooo

อุ้มวนิดาขึ้นไปที่ห้องวางเธอไว้บนเตียงแล้ว ประจักษ์บอกเหมือนเธอรับรู้ได้ว่า

"วนิดา ทำใจดีๆไว้ ฉันมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกเธอ เธออย่าทิ้งฉันไปนะนิด...อย่าทิ้งฉัน"

ณ นาทีนี้ ประจักษ์รู้แก่ใจตัวเองดีว่า เขาไม่อาจหักห้ามใจตัวเองไม่ให้รักวนิดาได้แล้ว เมื่อป้าทองเข้ามาเขาถามว่า หมอมาหรือยัง ป้าทองบอกว่ายัง แต่ให้ไปล่กับจวงไปรออยู่ที่หน้าบ้านแล้ว เขาบอกป้าให้ลงไปดูอีกทีว่าทำไมหมอมาช้านัก

"ใจเย็นๆนะคะคุณใหญ่ คุณนิดเป็นคนดี เธอต้องไม่เป็นอะไรค่ะ"

เมื่อหมอมาตรวจแล้วบอกว่าทำแผลเรียบร้อยและไม่มีอันตรายอะไรแล้ว แต่ย้ำว่า

"คืนนี้คนไข้อาจจะมีไข้นะครับ เป็นเพราะการอักเสบของแผล ส่วนเรื่องล้างแผล ถ้าคุณประจักษ์สามารถทำเองได้ ก็ดีครับ  เพราะช่วงอาทิตย์แรกผมอยากให้ล้างแผลทุกวันจะได้ไม่ติดเชื้อ"

"ผมทำได้ครับ" เขารับปากทันที แต่ก็ยังห่วงถามหมอว่า "ว่าแต่คุณหมอแน่ใจนะครับว่าคุณนิดไม่เป็นอะไรแล้ว"

"แน่ใจสิครับ ไม่ต้องห่วง แล้วยังไงผมจะให้คนเอายามาส่งให้อีกที ผมกลับนะครับ"

ประจักษ์ไหว้หมอแล้วหันไปดูวนิดาด้วยความเป็นห่วง ป้าทองกับจวงเดินตามกันไปส่งหมอ

ooooooo

ถึงเวลาอาหารเย็น ประจักษ์บอกถมว่าตนไม่ทาน คุณแม่ไม่ต้องรอ พิสมัยไม่พอใจขึ้นไปตาม เมื่อประจักษ์ย้ำว่า ตนบอกป้าถมไปแล้วว่าไม่ทานพลางจะปิดประตู พิสมัยดันเอาไว้จะขอเข้าไปดูวนิดา

"นิดเขาหลับอยู่ เธอลงไปได้แล้ว" ประจักษ์ออกมายืนกันพิสมัยไว้ เธอทำท่าจะดื้อแพ่ง เขาเสียงเข้มใส่ว่า "ฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำซาก" พูดแล้วเข้าห้องปิดประตูเลย พิสมัยกำมือแน่นอย่างโกรธจัด

ปรากฏว่าคืนนี้ วนิดาไข้ขึ้นเพ้อจริงๆ เธอเพ้อถึงพ่อ ถึงย่าว่า

"คุณพ่อ...คุณย่า...นิดหนาว...หนาว...."

ประจักษ์จึงประคองตัวเธอขึ้นมาเอนบนอกเขาแล้วห่มผ้าให้ เขากอดเธอไว้เหมือนจะให้ความอบอุ่นจากร่างกายเขาถ่ายเทสู่ตัวเธอ

จนรุ่งเช้า วนิดารู้สึกตัวขึ้นมา พอเห็นว่าประจักษ์กอดตนอยู่เธอขยับจะลุกทำให้เขาตื่น

"นิด..." ประจักษ์เรียกเบาๆ ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

คุณนายน้อมจับผิดบีบคั้นประจักษ์อย่างหนัก เมื่อรู้ว่าเขาให้ป้าทองไปซื้อยาบำรุงมาให้วนิดาก็พูดอย่างไม่พอใจว่า มีเงินเยอะทำไมไม่ช่วยน้องใช้หนี้ และเงินที่ให้ตนใช้ทุกเดือนถ้าขาดไปแม้แต่สตางค์แดงเดียวบ้านแตกแน่ กระทั่งของใช้ ส่วนตัวของเขาก็เอาไปเก็บไว้อยากใช้เมื่อไรให้มาเอา อย่าหวังว่าจะเอาไปให้ "แม่นั่น" ใช้ได้

"ผมไม่นึกเลยว่าคุณแม่จะใจจืดใจดำได้มากขนาดนี้"

คุณนายฉุนขาดหาว่าประจักษ์ขึ้นเสียงกับตน ยิ่งเมื่อประจักษ์เดินหนีอย่างไม่อยากมีเรื่องกับแม่ คุณนายก็ด่าตามหลังว่า "เข้ากับเมียจนไม่เห็นหัวแม่!"

ooooooo

ด้วยการดูแลอย่างดีของประจักษ์ ทำให้วนิดารู้สึกดีๆกับเขาขึ้นมาก เมื่อเขาบอกว่ายังไม่ได้โทร.บอกพ่อเธอ วนิดารีบห้ามไว้ว่า

"ไม่ต้องบอกคุณพ่อหรอกค่ะ ฉันไม่อยากให้คุณพ่อเป็นห่วง คุณประจักษ์คะฉันจะกลับไปนอนที่ห้อง"

เขาบอกว่าห้องนั้นเล็กน่าอึดอัดให้เธออยู่ที่นี่ตนจะดูแลเอง ขอร้องเธออย่าพูดอะไรอีก แล้วก็บอกเธอด้วยสีหน้าจริงจังว่า

"วนิดา หลายวันที่ผ่านมา ฉันทำอะไรโง่ๆ ฉันฝืนความรู้สึกตัวเองไม่ได้อีกแล้ว ฉัน..."เขาอยากพูดคำว่ารักแต่พูดไม่ออก สุดท้ายก็พูดได้แค่ว่า "ฉันขอโทษที่ทำร้ายจิตใจเธอ"

วนิดาบอกว่าตนไม่โกรธ เขาขอบใจบอกว่าอยากอ่านหนังสือให้เธอฟัง เขาหยิบพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่าออกมานั่งข้างเตียง เปิดอ่านอย่างตั้งใจ

"โอ้ว่าชมพลาของเมียเอ๋ย ไฉนเลยมาสั่งดังนี้ได้ พ่อเดาจิตเมียผิดจึงพ้นไป ด้วยคิดว่าวิสัยนารี..."

ประจักษ์อ่านและหยุดมองหน้าวนิดาเป็นระยะ ทั้งคู่ยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกดีๆที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง...

ooooooo

การทุ่มเทเอาใจใส่ดูแลวนิดาอย่างดีของประจักษ์ ทำให้พิสมัยริษยาหึงหวงและระแวงว่าจะเสียเขาไป ปราณียุว่า

"นังวนิดามันคงได้ใจคิดว่าคุณใหญ่ถือหางมัน เธอต้องข่มมันบ้างนะพิสมัย"

ไม่ทัน ข้ามวัน พิสมัยกับปราณีก็บุกเข้าไปที่ห้องประจักษ์ที่วนิดาพักอยู่ ป้าทองกับจวงเพิ่งให้ยาวนิดาเสร็จกำลังจะออกไปก็เจอสองสาวลุยเข้ามา ป้าทองกับจวงพยายามกันไม่ให้เข้าไปในห้อง ก็ถูกทั้งสองจับโยนออกไปนอกห้องแล้วเข้าไปปิดประตูล็อกทันที

ป้าทอง กับจวงร้องโวยวายอยู่ที่ประตูห้องจะพังประตูเข้าไปก็ไม่มีแรง จึงไปตามไปล่ให้มาช่วยพังประตูแต่ไปล่พุ่งเข้ากระแทกประตูครั้งเดียวก็หมด แรง

"ไม่ได้เรื่องเล้ยพี่ไปล่" จวงบ่นอย่างหงุดหงิดร้อนใจ

ooooooo

ภายใน ห้อง   พิสมัยกับปราณีคุกคามวนิดาอย่างหนัก พิสมัยบอกวนิดาว่าไม่ต้องกลัวตนไม่ทำอะไรหรอก แค่จะมาบอกให้เธอย้ายลงไปอยู่ห้องตัวเองเท่านั้น

"ฉันเคยบอกคุณประจักษ์แล้ว แต่คุณประจักษ์ไม่ยอม"

"ไม่ต้องเอาคุณใหญ่มาอ้าง รู้ทั้งรู้ว่าคุณใหญ่กับพิสมัย เขารักกัน แต่เธอก็ยังคิดจะแย่งคุณใหญ่ไปจากพิสมัยอีก" ปราณีแว้ดใส่

วนิดา พูดอย่างอ่อนเพลียว่าตนไม่เคยคิดจะแย่งของใคร พิสมัยตวาดว่าโกหก แล้วหาว่าถ้าไม่คิดแย่งแล้วทำไมประจักษ์ จึงเอาแต่ขลุกอยู่กับเธอ พอถูกวนิดาย้อนเอาว่าเรื่องนี้เธอควรถามตัวเองมากกว่า ทำไมเขาจึงอยู่ด้วยไม่ได้

พิสมัยโกรธสุดขีดพุ่งเข้าไปตบหน้าวนิดาอย่างแรงจนเลือดซึมออกมาที่มุมปาก ปราณียุพิสมัยว่าแค่นี้ยังน้อยไป

พิสมัย ขู่วนิดาว่าจะเตือนครั้งนี้ครั้งเดียวให้ไสหัวออก จากบ้านหลังนี้ และให้บอกนายดาวด้วยว่าเธอจะหย่ากับประจักษ์ ถ้าไม่ทำตามนี้ตนไม่รับรองความปลอดภัย

"คุณประจักษ์เขาจะรู้ไหมนะว่า คนรักที่แสนดีของเขาเลือดเย็นขนาดไหน" วนิดามองท้าทายถูกพิสมัยปราดเข้าตบอีกหลายทีจนวนิดาร่วงจากเตียง พิสมัยไปยืนค้ำหัวขู่อีกว่า

"นอกจากเลือดเย็นแล้ว   รู้เอาไว้อีกด้วยนะว่าฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียคุณพี่ไป!" พูดเสร็จจิกหัววนิดาขึ้นมาตบไม่ยั้ง ปราณีตกใจรีบเข้าไปห้ามกลัววนิดาตายขึ้นมาจริงๆจะยุ่ง

แต่ พิสมัยบ้าเลือดเสียแล้ว สะบัดจากปราณีเข้าไปจะตบวนิดาอีกแต่วนิดาหลบทันผลักพิสมัยไปชนปราณีจนล้มไป ด้วยกัน วนิดาพยายามประคองตัวเองลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังมึนหัวมาก

โชคดีจริงๆที่ประจักษ์กลับมาแล้ว ป้าทองบอกให้รีบไปช่วยวนิดา เขาพุ่งขึ้นไปที่หน้าห้องทุบประตูเรียกพิสมัยให้เปิด

พิสมัยตกใจว่าทำไมเขากลับมาตอนนี้ หันไปมองปราณีแล้วรีบผละออกจากวนิดา เป็นเวลาที่วนิดาล้มลงพอดี

ประจักษ์พังประตูเข้ามาสำเร็จ เขาเข้าประคองวนิดา จวงมองไปรอบห้อง ถามว่าพิสมัยกับปราณีหายไปไหน

ปรากฏว่าพิสมัยกับปราณีหลบออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าหวาดเสียวกลัวจะตก ไม่นานประจักษ์โผล่มา ทั้งสองตกใจมากจนแทบจะร่วงลงไป

"ถ้าไม่อยากตกลงไปตายก็รีบเข้ามา" ประจักษ์พูดอย่างไม่พอใจ สองสาวมองหน้ากันแล้วค่อยๆปีนกลับเข้ามาหน้าซีดเซียว

ooooooo

เมื่อถูกจับได้คาตาเช่นนี้ พิสมัยยอมรับว่าครั้งนี้ตนทำเกินไปแต่ทำเพราะไม่อยากเสียประจักษ์ไป ประจักษ์ฟังแล้วสวนไปทันทีว่า

"แต่การกระทำของเธอกำลังจะทำให้เธอเสียฉันไป รู้ไว้ด้วยพิสมัย"

พิสมัยโวยวายทวงสัญญาที่เขาบอกว่าจะรักตนคนเดียว เลยถูกสวนเป็นครั้งที่สองจากประจักษ์ว่า

"เธอ เองก็สัญญากับฉันว่าเธอจะไม่ทำร้ายนิด แต่เธอก็ทำไม่ได้!! เพราะฉะนั้นอย่ามาทวงสัญญากับฉัน" พูดแล้วประจักษ์เดินออกไปอย่างไม่พอใจ

เมื่อพิสมัยถูกจับมั่นคั้นตายขนาดนี้ คุณนายก็ตีสองหน้า ทำเป็นไม่พอใจการกระทำของเธอ บอกว่าครั้งนี้ตนเข้าข้างไม่ได้จริงๆ ปรามว่า

"อย่าให้อารมณ์มาควบคุมสติสิ จะเล่นงานนังวนิดา มันต้องใช้สมอง เราต้องคิด คิดให้เยอะๆ"

ส่วน ประจักษ์เรียกไปล่ ป้าทองและจวงมาตำหนิ คาดโทษไปล่ว่าถ้าวนิดาถูกใครรังแกอีกโดนเตะแน่ ไปล่ทำตาปริบๆ สัญญาว่าต่อไปนี้จะปกป้องวนิดายิ่งกว่าชีวิตตัวเองเสียอีก

"อย่าไป ว่าไปล่เขาเลยค่ะ เขาพยายามแล้ว" วนิดาช่วยไปล่ ประจักษ์บอกเธอว่าเสียใจที่มีเรื่องแบบนี้ นึกไม่ถึงว่าพิสมัยกับปราณีจะไม่เห็นใจเธอบ้างเลย วนิดาก็ยังใจดี บอกเขาว่า "ความรักทำให้คนเราทำได้ทุกอย่าง คุณพิสมัยกลัวว่าคุณจะทิ้งเธอไป คุณควรกลับไปเอาใจใส่คุณพิสมัยบ้างนะคะ ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนที่แย่งคุณมาจากเขา"

"เธอไม่ได้แย่งฉันมา จากพิสมัย  ถ้าวันนึงมันจะเกิดอะไรขึ้น นั่นเป็นเพราะฉันกับพิสมัย ไม่เกี่ยวกับเธอ" ประจักษ์พูดกันไว้ก่อนเพราะเชื่อว่าเรื่องไม่จบลงง่ายแน่ๆ

ooooooo

ที่ คุณนายน้อมบอกพิสมัยว่าต้องควบคุมสติ ต้องใช้สมอง และต้องคิดให้เยอะๆ ในการที่จะเล่นงานวนิดานั้น วันนี้คุณนายคิดเองเสร็จสรรพ เรียกพิสมัยกับปราณีไปนั่งคุยที่ศาลาในสวน แจ้งว่า

งานวันเกิดครบรอบ 60 ปีที่จะจัดในอีก 3 วันข้างหน้านั้น ตนจะให้วนิดาเป็นแม่งานจัดให้เพราะตนมีแผนจะเล่นงานวนิดาและจะใช้งานนี้ จัดการรวบหัวรวบหางประจักษ์ให้พิสมัยได้ลงเอยกันเลย

พิสมัยทำเป็นอายหน้าแดงซ่านถามว่าจะดีหรือ ตนเป็นผู้หญิงจะโดนตำหนิเอาได้

"ลูกไม่ได้ลักลอบได้เสียกับพ่อใหญ่จริงๆสักหน่อย เราแค่จัดฉากหลอกให้พ่อใหญ่เชื่อ วิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ พ่อใหญ่ไม่กล้าทิ้งลูก"

พิสมัยยิ้มประกายตาเต็มด้วยความหวัง ชมว่า "คุณแม่ นี่เก่งจริงๆเลยค่ะ แบบนี้เขาเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว" แล้วทั้งสามก็หัวเราะกันคิกคักอย่างถูกใจ

จากนั้น คุณนายก็ให้ถมไปเรียกวนิดามาสั่งการ ป้าทอง จวง และไปล่ไม่ไว้ใจตามกันมาเป็นพรวน ถูกคุณนายด่าว่าเรียกคนเดียวมากันเป็นฝูง แล้วเริ่มสั่งงานวนิดา โดยมีพิสมัยกับปราณีนั่งเชิดฟังด้วย

"ฉันจะจัดงานวันเกิดครบรอบ 60 ปีในอีกสามวันข้างหน้า ในฐานะที่เธอเป็นสะใภ้มหศักดิ์ เธอควรจะเป็นแม่งานจัดงานนี้ และรำฉุยฉายแสดงในงานของฉันด้วย"

"ตกลงค่ะ" วนิดาตอบอย่างไม่ต้องคิด คุณนายชมว่าตัดสินใจเร็วดี แล้วร่ายยาวถึงสิ่งที่ตนต้องการในวันนั้น

ฟังคุณนายเสร็จ วนิดา ป้าทอง จวง และไปล่กลับมาที่หลังบ้าน จวงบ่นว่าแค่สามวันจะเอาโน่นเอานี่ยาวเป็นหางว่าวแบบนี้จงใจแกล้งกันชัดๆ ไปล่เห็นด้วยว่าแค่สามวันจะทำอะไรได้ทัน

"พวกเขาคิดว่าฉันทำไม่ได้ ฉันถึงต้องทำ" วนิดาพูดอย่างมุ่งมั่น ป้าทองเห็นด้วยอาสาจะช่วยเต็มที่ จวงกับไปล่ เอาด้วย วนิดาจึงหยิบเงินมาให้จวง บอกให้ไปซื้อของตามรายการที่จดมาโดยต้องใช้เงินส่วนตัวเพราะคุณนายไม่จ่าย แม้แต่แดงเดียว ป้าทองบ่นปากเบี้ยวปากบูดว่าคุณนายขี้งก งกตั้งแต่สาวยันแก่

"ช่างเถอะ เงินแค่นี้ฉันมีปัญญาจ่าย" วนิดาตัดบท แล้วสั่งไปล่ให้ไปเอาของที่จดให้นี้ที่บ้านพ่อจะได้ไม่ต้องหาซื้อ ส่วนป้าทอง ให้มาช่วยคิดรายการอาหารกับตน

ทุกคนรับหน้าที่ไปดำเนินการกันอย่างแข็งขัน ต่างมุ่งมั่นที่จะทำงานนี้สำเร็จให้ได้

ooooooo

ไปล่นอกจากใจเสาะแล้วปากเปราะด้วย พอไปเอาของที่บ้านนายดาวบ่นให้นายดาวฟังว่า "น่าสงสารคุณนิด เพิ่งหายเจ็บแท้ๆก็ต้องทำงานเสียแล้ว" เลยได้เรื่อง!

นายดาวตรงดิ่งไปบ้านมหศักดิ์ทันที ต่อว่าคุณนายที่ใช้งานลูกสาวตน ทั้งที่เพิ่งหายเจ็บจากการตกบันไดหัวแตก ด่าคุณนายว่าเลือดเย็นไม่เปลี่ยน อยากจะแหวะอกมาดูว่าหัวใจสีดำหรือว่าสีแดง

"ไอ้บ้า!! แกออกไปจากบ้านฉันเลยนะ ออกไป!!" พอนายดาวบอกว่าไม่ไปเว้ย คุณนายก็คว้ากิ่งไม้ใกล้มือขว้างใส่ นายดาวจนหน้าหงายเงิบ

นายดาวไม่ยอมให้คุณนายทำฝ่ายเดียว ย่างสามขุมเข้าหา ทำเอาคุณนายถอยกรูด นายดาวย่ามใจเดินดุ่มเข้าไปเลยถูกคุณนายเตะผ่าหมากเข้าเปรี้ยง! คราวนี้ไม่ใช่แค่หงายเงิบ แต่ทรุดลงไปกุมเป้าหน้าเขียวปั้ด คุณนายหัวเราะสะใจแล้วเดินผละไป

วนิดาพาพ่อไปนั่งพักที่มุมบ้าน แม้จะเจ็บแต่นายดาวก็ไม่ห่วงตัวเอง ถามวนิดาว่าเป็นอย่างไรบ้าง เอามืออังหน้าผากลูก ถามว่าเจ็บขนาดนี้ทำไมไม่บอกพ่อ วนิดาบอกว่าตนเป็นคนห้ามประจักษ์บอกพ่อเองเพราะไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง

นายดาวเลยถามว่าประจักษ์ปฏิบัติต่อเธออย่างไรบ้าง พอได้ยินวนิดาบอกว่าเขาปฏิบัติดีมาก  ทำให้นายดาวรู้สึกดีขึ้น แต่ยังห่วงเรื่องจัดงานวันเกิดคุณนาย

"คุณพ่อไม่ต้องห่วงค่ะ ถึงจะเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่ แต่ลูกทำทันแน่ค่ะ"

"พ่อเชื่อว่าลูกทำได้ แต่พ่อรู้สันดานนังคุณนายนั่นดีว่ามันต้องมีอะไรอีกแน่ๆ ไว้วันงานพ่อจะมาด้วย"
ฟังพ่อพูดถึงความร้ายกาจของคุณนายแล้ว วนิดาก็อดกังวลขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

วนิดามองโลกในแง่ดีเสมอ วันนี้ประจักษ์ประคองช่อดอกไม้สดจะเอามาให้วนิดา เจอพิสมัยเสียก่อน เธอกระดี๊กระด๊าเข้ามาขอบคุณและรับดอกไม้ไป ประจักษ์เลยพูดไม่ออก แต่เห็นวนิดายืนดูอยู่

พอเขาบอกวนิดาว่าดอกไม้นั้นตั้งใจซื้อให้เธอแต่พิสมัยเข้าใจผิดและตนก็ไม่มี โอกาสพูด วันหลังจะซื้อมาให้ใหม่ วนิดาแอบดีใจเงียบๆตอบเขายิ้มๆว่า

"ไม่เป็นไรค่ะ คุณก็เคยให้แล้วตั้ง 99 ดอก"

จวงเดินเข้ามาบอกวนิดาว่าผ้าที่จะใช้ตกแต่งในงานส่งมาแล้ว ประจักษ์จึงเพิ่งรู้ว่าคุณนายให้วนิดาจัดงานวันเกิดให้ แต่เมื่อเขาไปติติงแม่ว่าวนิดายังไม่หายดีทำไมจึงใช้งานเธอ วนิดากลับบอกว่าตนเต็มใจทำ อย่าตำหนิท่านเลย ประจักษ์จึงอาสาช่วยเธออีกแรง คุณนายเลยค้อนลูกชายทำปากขมุบขมิบว่า "เห็นเมียดีกว่าแม่ กะอีแค่ไพร่สถุล!"

ในการเตรียมงานนี้ อำไพมาช่วยเต็มที่ เธอเอ่ยปากขอยืมสร้อยใส่ไปงาน วนิดาเอาสร้อยเพชรมาให้ยืมทำเอาอำไพทั้งดีใจและตกใจ บอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะประจักษ์เชิญก็คงไม่มาเพราะขี้เกียจมาให้เมื่อยหน้า ต้องคอยปั้นหน้าใส่คนโน้นคนนี้ เธอฉีกยิ้มหันซ้ายหันขวาให้ดูจนวนิดาหัวเราะขำออกมา

บรรยากาศการเตรียมงานคึกคักมาก เพราะนอกจากอำไพแล้ว อำพันธ์กับมนตรีก็มาช่วยอย่างเอาการเอางานอำพันธ์มาพร้อมกับไข่ไก่เต็ม ตะกร้า ส่วนมนตรีมีกำลังกายและความครึกครื้นมาสร้างบรรยากาศ โดยเฉพาะคือการหยอกแหย่กันของเขากับอำไพ ทำให้ทุกคนพลอยสดชื่นไปด้วย

ประจักษ์มาช่วยงานเพราะต้องการอยู่ใกล้ชิดและผ่อนแรงวนิดา แต่เพราะมีอำพันธ์และมนตรีที่เขาระแวงระวังมาด้วย จึงทำให้เขาต้องคอยกีดกันสองหนุ่มให้อยู่ห่างวนิดา บางครั้งก็ดูเครียด แต่บางครั้งก็ดูเป็นเรื่องขำๆ

คุณนายกับพิสมัยยืนดูวนิดากับประจักษ์ช่วยกันเอาผ้าคลุมโต๊ะอย่างใกล้ชิดสนิทสนม พิสมัยกัดฟันบอกคุณนายว่า

"ดูนังวนิดาสิคะคุณแม่ คึกคักเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ นี่เราคิดถูกรึเปล่าคะที่ให้มันจัดงาน"

"ไม่เอาน่าลูก อย่าโมโห วันนี้ให้มันได้ใจไปก่อน แม่รับรองว่าวันงานพรุ่งนี้นังวนิดาได้อับอายขายหน้าแน่ๆ" คุณนายยิ้มร้ายกับแผนการของตน

ooooooo

สองวันของการเตรียมงานที่ต้องช่วยกันเต็มที่ ทำให้อำไพกับมนตรียิ่งสนิทสนมกันแต่ทั้งสองเหมือนคู่กัด เจอกันเป็นจิกกัดกันทุกที แต่เป็นไปแบบสนุกๆเขินๆ

จนกระทั่งถึงวันงาน...ทุกอย่างก็เรียบร้อย  ทั่วทั้งบริเวณงานสวยงามด้วยดอกไม้และแสงไฟ มีเปียโนบรรเลงคลอฟังสบายๆ

คุณนายยืนยิ้มแย้มหน้าบานต้อนรับแขกที่มางาน หม่อมที่มากับคุณหญิงมองไปรอบๆแล้วถามอย่างชื่นชมว่าใครเป็นแม่งานตกแต่งงาน ได้น่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มดีแท้

"ต้องขอบใจแม่พิสมัยกับแม่ปราณีเขาค่ะ" คุณนายยิ้มกว้าง "สองคนนี้เขาดูแลทุกรายละเอียดใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่ ตกแต่งสถานที่จนถึงกับข้าวกับปลา"

"คุณแม่อย่ายกความดีความชอบให้ดิฉันกับปราณีเลยค่ะ  ที่งานออกมาดีได้อย่างนี้เพราะคุณแม่ด้วยค่ะ" พิสมัยทำเป็นถ่อมตัว

ประจักษ์ที่ยืนรับแขกกับคุณนาย กระซิบถามแม่ว่าทำไมคุณแม่โกหกทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าใครเป็นคนจัดงานนี้ คุณนายแอบถลึงตากัดฟันปรามว่า "เราไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ยืนยิ้มอยู่ข้างๆแม่ก็พอ"

ขณะที่คุณนายหันไปยิ้มแย้มกับแขกที่มางานนั้น ประจักษ์ ส่ายหน้าปลงๆแล้วแว่บหายไป พอคุณหญิงที่มาถามว่าประจักษ์หายไปไหนเมื่อกี้ยังเห็นยืนอยู่ เลยทำให้คุณนายและพิสมัยมองกันเลิ่กลั่ก แล้วคุณนายก็บอกให้พิสมัยรีบไปตามประจักษ์มา

ตามไปเจอประจักษ์อยู่ในห้องครัว พิสมัยบอกว่าคุณนายให้มาตามเพราะใครๆก็ถามถึงเขา ประจักษ์บอกว่าจะรอวนิดาออกไปด้วยกัน พิสมัยจะเอาตัวเขาไปให้ได้ จวงถือจานอาหารมาเลยแกล้งชน ลอยหน้าบอกว่า ในนี้วุ่นวายมากถ้าไม่อยากให้ชุดสวยๆเปื้อนก็ออกไปเสีย พิสมัยเลยกระแทกเท้าออกไป พอคุณนายรู้ว่าประจักษ์ไม่ยอมออกมา ก็ออกโรงไปตามเอง

ระหว่างนั้นประจักษ์หว่านล้อมวนิดาว่าในครัวมีคนช่วยงานมากแล้วให้เธอเตรียม ตัวออกไปกับตนเถอะ ป้าทองลุ้นเต็มที่ วนิดาจึงให้เขารอสักครู่ขอไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวเดียว

เดี๋ยวเดียวจริงๆ พอวนิดาเดินออกมาในชุดสวยสง่าราวกับเจ้าหญิง ประจักษ์มองอึ้งแล้วยื่นแขนให้ควงอย่างภูมิใจ

คุณนายกับถมเดินอ้าวมา เจอประจักษ์ควงวนิดาออกมาพอดี ทั้งคู่ต่างผงะจังงัง พิสมัยกับปราณีที่ตามมาก็ชะงักอึ้งตะลึงงันในความสวยสง่าน่ารักของวนิดา

ooooooo

วนิดากลายเป็นเป้าสายตาของแขกในงาน ต่างมองอย่างชื่นชม   คุณหญิงคนหนึ่งถามประจักษ์ว่า

"เนี่ยเหรอจ๊ะภรรยาพ่อใหญ่"

"ครับ นี่วนิดาภรรยาผมครับ" ประจักษ์แนะนำอย่างภูมิใจ

เพื่อแก้เกมไม่ให้วนิดาเป็นดาวดวงเด่นไปกว่านี้ คุณนายยิ้มแย้มเข้าไปชวนนั่งโต๊ะจะได้ทานอาหารกันเสียที ประจักษ์แอบมองหน้าวนิดาพูดเบาๆว่าถ้าไม่สะดวกใจที่จะนั่งโต๊ะเดียวกับแม่ตน ก็ไม่เป็นไร แต่วนิดาตอบอย่างมั่นใจว่า

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว"

ประจักษ์ถูกคุณนายกะเกณฑ์ให้นั่งข้างๆพิสมัย   แต่เขาก็เลื่อนเก้าอี้ให้วนิดานั่งข้างเขา   ที่โต๊ะมีคุณหญิงและหม่อมร่วมด้วย หม่อมถามว่าวนิดาเป็นลูกเต้าเหล่าใครหรือ

เข้าทางคุณนายพอดี! คุณนายตอบเสียงดังฟังชัดไปทั้งโต๊ะว่า

ตอนที่ 13

คืนนี้ เป็นคืนแรกที่วนิดากับประจักษ์จะต้องนอนในห้องเดียวกัน ต่างเคอะๆเขินๆ คอยชำเลืองและสังเกตกันจนบางครั้งตาสบตากันอย่างจังจนต่างยิ้มแหยๆเขินกันไป

วิธีแก้เขินของทั้งคู่ก็ไม่ต่างกัน คือหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านหนังสือกางอยู่ตรงหน้าแต่ใจและตาวอกแวก พอมองเจอกัน ประจักษ์ถามแก้เขินว่าเธออ่านหนังสืออะไร วนิดาอ่านรามเกียรติ์ แต่ประจักษ์อ่านหนังสือกฎหมาย

ทักถามกันเพียงเท่านั้น แล้วต่างก็ยกหนังสือขึ้นปิดหน้า ลอบถอนใจทั้งคู่

ข้างฝ่ายพวกคุณนายน้อม ร้อนรุ่มหัวใจจนไม่เป็นอันกินอันนอน พอวนิดากับประจักษ์เข้าห้องก็ย่องมาแอบฟังเสียงจากในห้อง ทีแรกก็ให้ถมฟังก่อน พอถมฟังไม่ได้ยินเสียงอะไร คุณนายขัดใจเข้าไปฟังแทน

ประจักษ์นอนที่เก้าอี้ยาว แต่เพราะตัวยาวกว่าเก้าอี้ ขยับตัวไปมาเท้าเลยไปกระแทกกำแพงดังปึง! คุณนายผงะหันกระซิบบอกพิสมัยว่า ไม่รู้ทำอะไรกันเสียงดังโครมคราม

"ขอดิฉันฟังหน่อยสิคะ" พิสมัยเอียงหูเข้าแนบประตูแทน

ภายในห้อง วนิดาเห็นประจักษ์นอนไม่สบาย เลยบอกเขาว่า "ฉันว่าคุณขึ้นมานอนข้างบนเถอะค่ะ" พิสมัยผงะตาโต พอคุณนายถามว่ามีอะไรหรือ เธอให้คุณนายเข้ามาฟังเอง

ประจักษ์บอกวนิดาว่าตนนอนตรงนี้ดีแล้ว    วนิดา คะยั้นคะยอว่า

"แต่ดูคุณไม่สบาย จะปวดหลังเอานะคะ"

"ฉันทนได้ ท่านี้อาจจะไม่ปวดหลังสักเท่าไหร่" ประจักษ์เปลี่ยนเป็นนอนตะแคง

คุณนายได้ยินเต็มสองหูอ้าปากค้างทำตาโตหันมองหน้าพิสมัยเหมือนรู้กันว่าข้าง ในทำอะไรกัน พิสมัยทนไม่ได้บอกคุณนายว่าตนจะเข้าไปขวาง คุณนายห้ามไว้กลัวตาเป็นกุ้งยิง

"แล้วคุณแม่จะปล่อยให้คุณพี่กับวนิดามันเสพสุขกันอยู่อย่างนี้น่ะเหรอคะ ดิฉันทนต่อไปไม่ไหวแล้ว"

พิสมัยจะเข้าไปให้ได้ คุณนายรั้งไว้แต่สู้แรงเธอไม่ไหวเลยเรียกถมให้มาช่วยอีกคน ยื้อกันไปฉุดกันมาเกิดเสียงดังจนประจักษ์กับวนิดาได้ยินเสียงต่างหันมองมา ที่ประตู

พิสมัยสะบัดจากคุณนายและถมอย่างแรงจนทั้งสองกระเด็นไปล้มทับกัน ส่วนแขนเธอเองก็ไปกระแทกประตูดังปัง!

ooooooo

ประจักษ์กับวนิดาได้ยินเสียงชัดเจนมองหน้ากันงงๆ แล้วประจักษ์ก็ตัดสินใจเปิดประตูออกมาเห็นคุณนาย พิสมัยกับถมก็แปลกใจ

ประจักษ์ถามคุณนายว่า "คุณแม่ พิสมัยมาทำอะไรกันน่ะครับ"

ยังไม่ทันที่จะมีใครตอบ พิสมัยก็ปราดเข้าไปตบหน้าวนิดาเพียะ!  ทีแรกวนิดาอึ้ง  แต่พอตั้งหลักได้เธอตบคืนทันที พิสมัยแทบช็อก

คุณนายเองก็ตกใจ พิสมัยถามวนิดาว่าตบตนทำไม คุณนายไม่รอช้าพุ่งเข้าตบวนิดาซ้ายขวา ครั้งแรกฐานให้ท่าลูกชายตน ครั้งที่สองฐานตบว่าที่ลูกสะใภ้ตน

พอตั้งหลักได้ประจักษ์เข้าไปขวางกลางบอกให้คุณแม่หยุด ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน

สงบศึกแล้วพากันไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขก พอประจักษ์รู้ว่าพิสมัยกับแม่ตัวเองคิดอย่างไร   เขาถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า "ผมกับนิดเนี่ยนะครับ" แล้วบอกพิสมัยที่ร้องไห้ฟูมฟายตัดพ้อต่อว่าเขาว่า ให้หยุดได้แล้วเพราะไม่มีอะไรอย่างที่เธอกับคุณแม่คิดเลย ตำหนิว่า

"ฟังยังไม่ทันได้ศัพท์ก็จับเอาไปกระเดียด" คุณนายแก้เกี้ยวว่ากลัวอยู่กันสองคนถูกวนิดายั่วยวนเขาจะหลงหัวปักหัวปําจน ลืมพิสมัย แล้วตอกย้ำให้เขาจำใส่ใจว่า

"อย่าลืมนะพ่อใหญ่ ว่าคู่รักของลูกคือแม่พิสมัย แม่พิสมัยเป็นคนที่ลูกต้องแต่งงานด้วย ไม่ใช่นังวนิดา อย่าเผลอไปรักมันเข้าล่ะ"

ประจักษ์หลบตาพิสมัยที่มองมาอย่างคาดคั้น ทำให้ พิสมัยยิ่งใจไม่ดีกลัวเขาเปลี่ยนใจไปจริงๆ

เมื่อพาวนิดากลับห้อง ประจักษ์เอายาทารอยตบที่แก้มทั้งสองข้างให้วนิดา ได้ยินเธอร้องว่าเจ็บ เขาขอโทษ แต่วนิดาบอกว่าไม่ใช่ความผิดของเขา ประจักษ์จึงได้แต่ลูบไล้ยาไปตามรอยตบเบาๆอย่างสงสาร...จนเริ่มเป็นหวั่น ไหว...

วนิดากลัวเผลอใจรีบผละออก ขอบคุณเขาแล้วลุกไป ต่างฝ่ายต่างรู้สึกสับสนในอารมณ์ วนิดากลับไปนอนที่เตียง ส่วนประจักษ์ล้มตัวนอนบนเก้าอี้ยาวยกมือก่ายหน้าผาก...

ooooooo

ที่สวนยางทางใต้ ประจวบไปที่สวนยางแต่เช้ามืด ในขณะที่ชุมศรีกำลังกรีดยาง เผลอทำมีดกรีดยางบาดนิ้วตัวเองร้อง "อุ๊ย" ประจวบรีบเข้าไปดูแผล เอาผ้าเช็ดหน้าตัวเองเช็ดเลือดให้ แต่ชุมศรีกลับดึงมือตัวเอง ออกแล้วผละห่างออกไป ประจวบถามอย่างไม่เข้าใจว่า

"เธอเป็นอะไรไป เมื่อวาน อยู่ดีๆเธอก็ทิ้งฉันให้ทานข้าวคนเดียว พอฉันไปหาที่บ้าน พี่ชวนก็บอกว่าเธอนอนแล้ว ทั้งๆที่ยังหัวค่ำ แล้วเช้านี้เธอก็มากรีดยางโดยที่ไม่รอฉันเหมือนอย่างเคย ฉันทำอะไรให้เธอโกรธงั้นเหรอ"

"คุณไม่ได้ทำอะไรหรอกค่ะ ดิฉันขอตัวนะคะ" ชุมศรีรีบเดินหนี แต่ประจวบไม่ยอมให้ไป

"เธอเห็นจดหมายของปราณีใช่ไหม" ถามแล้วเห็นชุมศรีอึกอัก เขาชี้แจงว่า "เรื่องระหว่างฉันกับปราณีมันเป็นอดีตไปแล้ว ต่อให้เขาเป็นม่ายผัวตาย หรือจะเป็นยังไง ฉันก็ไม่มีวันกลับไปรักเขาได้อีก คนอย่างฉัน เจ็บแล้วจำ"

ประจวบหยุดมองหน้าชุมศรีเหมือนจะบอกอะไร เธอหลบตาเขาก้มหน้านิ่ง

"ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า การที่เราจะรักใครสักคน เราควรจะรักคนที่เขาดีกับเราด้วยใจจริง เต็มใจที่จะร่วมทุกข์กับเรามากกว่าร่วมสุข และฉันคิดว่าฉันเจอคนคนนั้นแล้ว"

ประจวบมองหน้าชุมศรีอย่างมีความหมาย เธอรู้สึกเต็มตื้นกับคำพูดของเขา ต่างยิ้มให้กันเป็นครั้งแรกอย่างเปิดเผยความรู้สึกลึกๆของกันและกัน

ooooooo

คุณนายน้อมวางแผนใหม่หมายจะเรียกร้องความสนใจเห็นใจจากประจักษ์ ด้วยการเอายาถ่ายให้ พิสมัยกินแล้วป้ายสีว่าวนิดาวางยา พิสมัยฟังแล้วทำหน้าสยองถามว่า

"ถ้าอย่างนั้นคุณแม่ทานเองไม่ดีกว่าเหรอคะ"

"แม่จะทานเองได้ยังไง ตอนนี้ลูกก็เห็นว่าพ่อใหญ่ทำตัวติดกับนังนั่นเป็นตังเม คอยดูแลมันไม่ห่าง แผนนี้นอกจากจะทำให้พ่อใหญ่เห็นนังวนิดาเป็นผู้ร้ายแล้ว ลูกยังจะได้รับความเห็นใจจากพ่อใหญ่กลับคืนมาอีกนะ ลูกลองคิดดู ถ้าลูกไม่สบาย พ่อใหญ่เขาก็ต้องเป็นห่วง คอยดูแลลูก"

"ตะ...แต่...แต่คุณแม่ให้ดิฉันแกล้งป่วยจะง่ายกว่านะคะ"

คุณนายอ้างว่าประจักษ์ฉลาดมากถ้าจับได้ขึ้นมาเราจะเดือดร้อนกันหมด แล้วกล่อมพิสมัยให้ยอมทำเพราะแค่ยาถ่ายไม่ถึงตายหรอก และนี่เป็นวิธีเดียวที่จะดึงประจักษ์ออกห่างจากวนิดาได้

พิสมัยนิ่งคิด คุณนายเปิดขวดยาถ่ายส่งให้ พิสมัยมองด้วยสีหน้าแหยงๆ

คุณนายอาศัยจังหวะที่วนิดานั่งสามล้อไปตลาดย่องเข้าไปในห้องประจักษ์โดยให้ถมเฝ้าต้นทาง คุณนายเอาขวดยาออกมามองอย่างร้ายกาจ

แต่โชคไม่เข้าข้างคุณนาย วนิดาลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ห้องเลยย้อนกลับมาเอา ถมวิ่งหน้าตาตื่นมาบอก คุณนายตกใจมุดเข้าใต้เตียงรีบร้อนจนชนขวดยาตกที่พื้น กลั้นใจรีบคว้าขวดยาก็พอดีวนิดาหยิบกระเป๋าสตางค์เดินออกไป

คุณนายรีบคลานออกจากใต้เตียงโดยทิ้งขวดยาถ่ายไว้ที่นั่น รีบร้อนจนไม่รู้ว่าทำต่างหูหล่นไว้ข้างหนึ่ง พอออกมาแล้วก็รีบไปดูพิสมัยที่อยู่ในห้องน้ำ เธอเปิดประตูออกมาหน้าซีดจนปากเขียว เกาะขอบประตูแต่ยังทรุดลงไปอย่างหมดแรง บอกคุณนายเสียงระโหยว่า

"ไม่ไหวแล้วค่ะคุณแม่"

คุณนายเห็นอาการแล้วยิ้มอย่างพอใจที่แผนการเป็นไปอย่างที่คิด

ooooooo

พาพิสมัยไปส่งโรงพยาบาลแล้ว คุณนายส่งข่าวประจักษ์ เขารีบไปดูถามว่าพิสมัยท้องเสียได้อย่างไร คุณนายแกล้งทำหน้าลำบากใจ แต่ในที่สุดก็ทำเป็นจำใจเล่าตามแผนการของตน เล่าแล้วพากันกลับไปที่ห้องประจักษ์

เป็นเวลาที่วนิดาเหลือบเห็นต่างหูเพชรข้างหนึ่งหล่นอยู่ตรงพื้นปลายเตียง เธอหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย ก็พอดีประจักษ์ คุณนาย และถมเดินเข้ามา คุณนายทำเป็นถามประจักษ์ว่าเขาจะพูดเองหรือให้ตนพูด

พอวนิดาถามว่ามีอะไรหรือ ประจักษ์บอกว่า "พิสมัยอยู่โรงพยาบาล คุณแม่บอกว่าเธอแอบใส่ยาถ่ายในอาหารให้ พิสมัยกิน"

วนิดาตกใจถามว่ามีหลักฐานอะไร คุณนายชิงพูดว่าเพราะอย่างนี้ถึงต้องมาค้นหาหลักฐานที่นี่ วนิดาหลีกทางให้ค้นตามสบาย

ระหว่างนั้นประจักษ์แอบกระซิบบอกวนิดาว่า

"ฉันพยายามห้ามคุณแม่แล้ว แต่คุณแม่ไม่ฟัง"

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ" วนิดากระซิบตอบ

ถมทำเป็นมองไปใต้เตียงแล้วอุทานพร้อมกับหยิบขวดยาถ่ายออกมา บอกคุณนายว่าเจอแล้วขวดอะไรก็ไม่รู้ คุณนายเอาขวดยาชูขึ้นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า บอกประจักษ์ว่าเห็นหรือยังว่าแม่นี่มันงูพิษ

"ใครกันแน่คะที่เป็นงูพิษ" วนิดาย้อนถาม คุณนายชะงัก เธอจึงเอาต่างหูเพชรออกมาให้ดู คุณนายถึงกับหน้าเสียแต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตน วนิดายิ้มเยาะพูดอย่างเยือกเย็นว่า "ฉันยังไม่ได้บอกสักคำว่าเป็นของคุณ แต่ก็น่าแปลกนะคะถ้าไม่ใช่ของคุณแล้วทำไมมันถึงเหมือนต่างหูข้างที่คุณใส่อยู่"

คุณนายตกใจรีบจับหูตัวเองพบว่าหายไปข้างหนึ่ง เลยพูดไม่ออกหน้าเจื่อน

"ผมไม่นึกเลยนะครับว่าคุณแม่กับพิสมัยจะใช้วิธีสกปรกอย่างนี้!" ประจักษ์ผิดหวังมาก

คุณนายเงียบกริบ แต่แค้นสุดๆที่แผนถูกจับได้จังๆ

พอพิสมัยรู้ว่าแผนแตกถูกประจักษ์จับได้ก็ร้องไห้เสียใจว่าตนเป็นถึงขนาดนี้ แล้วประจักษ์ยังไม่มาดูดำดูดีอีก วันต่อมาก็ลุกขึ้นแต่งตัวจะออกจากโรงพยาบาลจนปราณีถามว่าแน่ใจหรือว่าหาย ดีแล้ว

"ถึงไม่หายฉันก็ทนนอนเฉยๆต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ต่อไปนี้ฉันคงพึ่งใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง นังวนิดามันต้องได้ รู้ซะบ้างว่า ถ้ามันกล้ามายุ่งกับคุณพี่ของฉัน มันจะเป็นยังไง!"

ซึ่งก็ไม่เกินความคาดหมายของวนิดาที่บอกอำไพว่าแผนนี้ไม่สำเร็จ คุณนายกับพิสมัยอาจจะคิดหาแผนใหม่อยู่ก็ได้

วนิดาพูดไม่ทันข้ามวัน พิสมัยก็ไปที่ร้านเสื้อสองอนงค์ อำไพทักว่าท่าทางจะถ่ายท้องไปเยอะดูซูบไปเลย พิสมัยชะงักนิ่งมองวนิดาอย่างมาดร้าย พูดเสียงดังว่า

"วันนั้นอาจจะไม่ใช่วันของฉัน แต่วันนี้จะไม่เหมือนวันนั้นอีกแล้ว"

ท่าทางและคำพูดของพิสมัย ทำให้ลูกค้าที่เข้าร้านค่อยๆ ทยอยออกไปอย่างหวาดกลัว

พิสมัยกับปราณีเดินอาดๆเข้าไปในร้านกวาดตามองชุดที่แขวนโชว์ พริบตานั้นปราณีหยิบกรรไกรจากกระเป๋าออกมา ตรงไปตัดชุดเหล่านั้นอย่างบ้าดีเดือด วนิดาเข้าไปขวางก็ถูกพิสมัยผลักจนกระเด็นไปชนอำไพล้มไปด้วยกัน

ทั้งสี่สาวจับคู่ตะลุมบอนกันนัวเนียจนข้าวของในร้านล้มระเนนระนาด ดีที่มนตรีมาเจอ แม้จะโดนลูกหลงไปจนร้องโอ๊ยแต่เขาก็สามารถหยุดสงครามย่อยๆนั้นได้ด้วยการขู่ ว่าถ้าไม่หยุดจะแจ้งความ

พอพิสมัยชะงัก เขาย้ำว่าตนเอาจริง ถ้าตำรวจมาเธอกับปราณีโดนตั้งข้อหาบุกรุกแน่ พิสมัยกับปราณีจึงได้แต่กล่าวคำอาฆาตว่าวันพระไม่ได้มีหนเดียว แล้วเดินออกไปในสภาพยับเยินทั้งสองคน

วนิดากับอำไพก็ยับเยินไม่น้อยกว่ากันแต่ทั้งสองห่วงร้านมากกว่า และเมื่อมนตรีกลับไปที่กรเสนาธิการทหาร เขาตรงเข้าไปบอกประจักษ์อย่างโมโหจัดว่า

"นายต้องจัดการเรื่องนี้นะเว้ย!!"

ส่วนวนิดากับอำไพกลับไปที่บ้านมหศักดิ์ เล่าให้ป้าทอง จวง และไปล่ฟัง ทั้งสามคันมือยิกๆบ่นเสียดาย ถ้าได้อยู่ด้วยก็จะเล่นงานสองคนนั้นให้สาสม ไปล่ถามว่าต้องปิดร้านกี่วัน

"แค่สามสี่วัน ยังโชคดีที่ลูกค้าเข้าใจ แต่ก็คงต้องเร่งมือ ตัดชุดให้พวกเขาใหม่" วนิดาบอกแล้วเอ่ยปากขอแรงป้าทองกับจวงต้องช่วยกันทำ

ทันใดนั้น ประจักษ์เข้ามาท่าทางขึงขังจนทุกคนชะงัก เขาบอกวนิดากับอำไพว่า

"ฉันรู้เรื่องทุกอย่างจากมนตรีแล้ว มากับฉันหน่อย เธอด้วยอำไพ"

ooooooo

ครู่ต่อมา คู่กรณีทั้งสี่ก็มาเผชิญหน้ากันที่ห้องรับแขก พิสมัยไม่ยอมขอโทษวนิดาอ้างว่าตนไม่ผิด วนิดา เป็นฝ่ายผิดที่มาแย่งประจักษ์ไปจากตน เมื่อจัดการอะไรไม่ได้ ประจักษ์บอกพิสมัยอย่างไม่พอใจว่า

"ถ้าเธอไม่ขอโทษวนิดากับอำไพ ก็ไม่ต้องมาพูดกับฉันอีก!!"

พิสมัยเสียใจร้องไห้ลุกวิ่งไปจากห้อง ประจักษ์มองตามตกใจไม่น้อย เขามองวนิดากับอำไพอย่างรู้สึกผิดที่แก้ปัญหาอะไรให้ไม่ได้ บอกวนิดาว่าถ้ามีอะไรเกี่ยวกับร้านจะให้ช่วยตนยินดีเต็มที่

"ขอบคุณค่ะ ถ้าอย่างนั้นจี๊ดขอตัวกลับก่อนนะคะ" อำไพเอ่ยแล้วหันไปชวนวนิดา

"ฉันว่าคุณควรจะไปดูคุณพิสมัยเธอหน่อยนะคะ" วนิดาหันมาบอกประจักษ์แล้วเดินตามอำไพไป

ooooooo

แต่พอเขาไปหาพิสมัยที่ห้อง กลับเจอคุณนายน้อม เปิดประตูออกมา พูดด้วยสีหน้ามึนตึงว่า รู้เรื่องทุกอย่าง จากพิสมัยหมดแล้ว ประจักษ์จึงฝากแม่ไปช่วยบอกพิสมัย ให้ขอโทษวนิดากับอำไพด้วย

คุณนายไม่พอใจถามเสียงเข้มว่ารู้ตัวไหมว่าตั้งแต่กลับจากชะอำเปลี่ยนแปลงไป มาก ประจักษ์หันมาแย้งว่า คนที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ใช่ตน แต่เป็นคุณแม่กับพิสมัยที่ทำกับวนิดาราวกับเราเป็นพวกไม่มีการศึกษา ทำให้คุณนายฉุนขาดหาว่าเขาปกป้องวนิดาจนไม่เห็นหัวแม่กับพิสมัย

เล่นบทดุดันจนประจักษ์ชะงักหันมาฟัง คุณนายก็ตีบทโศก ทำเสียงสั่นคร่ำครวญรำพันยาเหยียด...รำพันถึงความทุกข์ของคนที่เคยมีแล้ว ไม่มี ซ้ำยังต้องรับลูกคนที่ตนเกลียดมาเป็นสะใภ้อีก

รำพันความทุกข์ของตัวเองแล้วก็บรรยายหัวอกของ พิสมัยว่า เธอรักเขามากแต่เขากลับนับวันเอาใจออกห่าง หันไปใกล้ชิดวนิดาถามว่า "ผู้หญิงดีๆที่ไหนจะทนได้ที่ต้องเห็นคนรักของตัวเองไปสนิทสนมกับผู้หญิงอื่น"

ประจักษ์นิ่งไปเหมือนถูกล้างสมอง เขารู้สึกว่าตัวเองผิดจริงๆ คุณนายเห็นดังนั้นรีบพูดต่อ

"แม่รู้ว่าสิ่งที่แม่พิสมัยทำในวันนี้มันผิด แต่ที่เขาทำก็เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียลูกไป" แล้วเข้าไปจับมือประจักษ์เว้าวอน "ลูกต้องเข้าใจแม่พิสมัย ต้องเข้าใจแม่นะลูก ตอนนี้ แม่กลัวเหลือเกิน กลัวลูกจะลืมว่าลูกแต่งงานกับวนิดาเพราะอะไร"

คำพูดของคุณนายทำให้ประจักษ์กลับมาสู่โลกแห่งความจริง นึกได้ว่าเหตุการณ์ที่ชะอำเป็นเพียงแค่ความฝัน...พอกลับมาสู่โลกแห่งความ จริง ความเครียดก็ครอบงำทันที

พอคุณนายกลับเข้าห้องของพิสมัยก็พูดอย่างกระหยิ่มยินดีว่า

"แม่พูดจนพ่อใหญ่รู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุทำให้เราสองคนต้องทำเรื่องเลว ร้ายกับนังวนิดา พ่อใหญ่เขารับปากว่าเขาจะอยู่ให้ห่างจากนังนั่น เขาไม่อยากให้ลูกเสียใจเพราะเขาอีก"

พิสมัยปลื้มจนน้ำตาคลอ โผเข้ากอดคุณนายไว้ด้วยความดีใจ

ooooooo

กลับมาถึงหน้าห้อง ประจักษ์ลังเลเมื่อคิดถึงคำพูดของคุณนาย สุดท้ายตัดสินใจเดินไปหลังบ้านเจอไปล่นั่งดวดอยู่คนเดียว ไปล่ชวนดื่มด้วยกัน เขา ปฏิเสธแต่นั่งลงข้างๆถามว่าไปล่เชื่อในรักแท้ไหม

ไปล่ถามเสียงยานคางว่ารักแท้มันเป็นยางงาย... ประจักษ์จึงเล่าความรู้สึกของตนให้ฟังว่า ตอนที่เจอพิสมัยตนนึกว่านั่นคือรักแท้ แต่พอได้เจอ...ใครอีกคน...ประจักษ์ไม่กล้าเอ่ยชื่อ ไปล่พูดแทรกขึ้นว่าถึงได้รู้ว่าพิสมัยไม่ใช่ แนะนำว่าถ้าอย่างนั้นก็เลิกเสียเลยไม่เห็นจะยากตรงไหน

"มันยากตรงที่ฉันสัญญากับเขาเอาไว้ ฉันจะผิดสัญญาไม่ได้ สิ่งที่ฉันทำได้คือหักห้ามใจไม่ให้ถลำลึกไปมากกว่านี้" ประจักษ์เล่าอย่างกลัดกลุ้ม แล้วหันมองไปล่ ปรากฏว่าฟุบหลับไปแล้ว...

รุ่งขึ้น คุณนายมาเห็นประจักษ์นอนอยู่ที่โซฟา คุณนายยิ้มพอใจแต่แกล้งถามว่าทำไมมานอนตรงนี้ ประจักษ์คิดหาข้อแก้ตัวไม่ทันเลยโมเมไปว่าตนเผลอหลับไป แล้วรีบขอตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน

คุณนายมองตามยิ้มอย่างมีความสุข ไม่เสียแรงที่เมื่อวานพูดเสียยืดยาวเสียน้ำตาไปหลายหยด

พอประจักษ์เข้าห้องเห็นชุดทหารแขวนไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้ว วนิดาเข้ามาถามว่าเขาหายไปไหนมาแต่เช้า เมื่อเขาไม่ตอบ เธอบอกว่า "เอ้อ...ฉันเตรียมชุดไว้ให้แล้วนะคะ"

ปรากฏว่าประจักษ์ไม่ใส่ชุดนั้นแต่กลับเอาชุดอื่นในตู้ มาใส่ วนิดาสงสัยว่าเขาเป็นอะไรเมื่อเรียกก็ทำเป็นไม่ได้ยิน อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วขับรถออกไปเลย

ด้วยความสงสัยตอนกลางวันวนิดาแว่บออกจากร้านเสื้อไปที่สนามม้า เห็นประจักษ์ควงแขนอยู่กับพิสมัยต่างยิ้มแย้มให้กันอย่างมีความสุข ไม่เพียงเท่านั้น ยังเห็นเขาสอนพิสมัยขี่ม้าโอบกันอย่างแนบชิดด้วย

เห็นภาพนั้นแล้ววนิดาเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด บอกกับตัวเองก่อนกลับไปว่า

"วันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคุณเป็นอะไร"

ooooooo

คืนนี้ วนิดาดักพบเขา ประจักษ์เมากลับมา พอเธอเข้าไปขอคุยด้วยถามว่าดื่มเหล้ามาหรือก็ถูกสะบัดตวาดว่า "ยุ่งอะไรด้วย ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน" ทั้งยังปากแข็งว่าตนไม่ได้เมา มีสติดี

"คุณเป็นอะไรของคุณ ตั้งแต่เช้าคุณไม่คุยกับฉัน คอยหลบหน้าฉัน ฉันทำอะไรให้คุณไม่พอใจเหรอคะ" วนิดาพยายามระงับความไม่พอใจ

"จะไปไหนก็ไป...ไปสิ!!" ประจักษ์จ้องหน้าไล่เสียงดัง ครั้นวนิดาบอกว่าตนเป็นห่วงก็ถูกด่าว่า "ไม่ต้องมาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยฉัน ฉันไม่หลงกลไอ้แผนตื้นๆของเธอเหมือนนายอำพันธ์แล้วก็มนตรีหรอก ต่อไปอย่ามายุ่งกับฉันอีก เธอ มันน่ารำคาญมากรู้ตัวรึเปล่า!!"

พูดจบประจักษ์หันหลังให้อย่างเร็วด้วยความรู้สึกเสียใจที่ต้องพูดไปอย่าง นั้น วนิดาโมโหเดินไปทันที ประจักษ์จึงหันมองตามด้วยความรู้สึกเสียใจที่ต้องฝืนทำในสิ่งที่ทำให้ตัวเอง ก็เจ็บปวด...

วนิดาเข้าไปขนเครื่องนอนออกจากห้อง ประจักษ์ถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะไปนอนห้องป้าทองกับจวง พูดประชดว่า "เพราะถ้าฉันยังอยู่ห้องเดียวกับคุณ คุณคงจะหาว่าฉันให้ท่า"

ประจักษ์อึ้ง แต่พอเข้าห้องเขาทิ้งตัวนั่งบนเตียง กุมขมับ พึมพำ "วนิดา ฉันขอโทษ แต่ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ฉันคงหักห้ามใจจากเธอไม่ได้" พูดแล้วทิ้งตัวหงายลงบนเตียงอย่างหมดสภาพ...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ถมก็ไปลอยหน้ารายงานคุณนายกับพิสมัยว่าเมื่อคืนวนิดาหอบที่นอนไปนอนกับป้า ทองและจวง คุณนายกับพิสมัยหัวเราะดีใจที่แผนของพวกตนได้ผลเร็วเกินคาด พอดีวนิดา ป้าทอง และจวงเดินผ่านมา ถูกพิสมัยกับคุณนายพูดเยาะเย้ยหัวเราะกันคิกคัก วนิดาหันไปบอกยิ้มๆว่า

"ช่วยเงียบๆหน่อยก็ดีค่ะ เช้าๆแบบนี้ฉันไม่อยากมีเรื่องกับใคร" เท่านั้นเองทั้งพิสมัยและคุณนายก็ลุกเผชิญหน้าด่าว่าจองหอง หัดเจียมตัวไว้บ้างเพราะต่อไปนี้ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวแล้ว วนิดาสวนไปทันทีว่า "ไม่ต้องการให้ใครคุ้มกะลาหัวฉันหรอกค่ะ ฉันมีมือมีเท้า ป้องกันตัวเองได้ ขอบคุณนะคะที่เตือน" พูดแล้วเดินคอแข็งผ่านไป จวงกับป้าทองหันมาค้อนสะบัดใส่พิสมัยกับคุณนายแล้วเดินตามไป

เมื่อป้าทองเอาอาหารเช้ามาให้ประจักษ์ เลียบเคียงถามว่าเขาโกรธอะไรวนิดาหรือ เพราะดูหน้าตาวนิดาแย่มากจนตนไม่สบายใจ

"ฉัน ไม่ได้โกรธอะไรเขา ฉันโกรธตัวเองมากกว่า" ประจักษ์ตัดบท แม้ป้าทองฟังไม่เข้าใจแต่ก็ไม่กล้าถาม มองลุ้นๆว่าเขาจะพูดอะไรอีก แต่ก็เปล่า...

ooooooo

ที่สนามเทนนิส พิสมัยควงประจักษ์เข้ามากับปราณี ปราณีบ่นว่ามาเห็นสนามแล้วคิดถึงประจวบ พิสมัยปลอบใจว่าอีกไม่นานเขาคงกลับมาเล่นเทนนิสกับพวกเราได้แล้ว เพราะจดหมายฉบับล่าสุดเขียนมาว่าเก็บเงินได้พอสมควรแล้ว

ปราณีดีใจแต่ประจักษ์กลับรู้สึกใจหายเพราะถ้าประจวบกลับมาหมายถึงเขาต้องหย่ากับวนิดาทันทีเพราะใช้หนี้หมดแล้ว

"ถึงตอนนั้นเมื่อไหร่ เราจะได้แต่งงานกันเสียทีนะคะ" พิสมัยออดอ้อนอย่างมีความสุข

ปราณีเหลือบไปเห็นวนิดากำลังตีเทนนิสกับอำพันธ์ อำไพ และมนตรี บ่นอย่างหงุดหงิดว่า

"ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้"

ประจักษ์มองตามไปเห็นวนิดากำลังยิ้มแย้มกับอำพันธ์ อย่างสดใสก็ไม่พอใจหน้าบึ้งทันที

เมื่อ มาเจอกันแล้วเช่นนี้ พิสมัยหาทางแกล้งวนิดา ต้องการทำให้เห็นว่าระหว่างวนิดากับตนประจักษ์จะเลือกใคร โดยหาเรื่องเปลี่ยนคู่เล่นกัน ตนคู่กับประจักษ์และวนิดาคู่กับอำพันธ์ เธอแกล้งหวดลูกไปถูกหัววนิดาอย่างจัง แม้จะเจ็บแต่วนิดาก็ไม่แสดง พอถึงทีเธอบ้างก็แกล้งเสิร์ฟลูกไปทางพิสมัย

ทำไปทำมาเลยกลายเป็นสอง สาวตีลูกใส่กันอยู่สองคน ส่วนผู้ชายสองคนก็คอยแต่วิ่งไปวิ่งมา เมื่อเอาชนะกันในเกมไม่ได้ พิสมัยแกล้งวิ่งสะดุดล้มกลิ้งไปแล้วร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ประจักษ์รีบเข้าไปดู สุดท้ายทนลูกอ้อนของพิสมัยไม่ได้อุ้มเธอออกจากสนาม

"ตอแหลที่สุด ดูก็รู้ว่าไม่ได้เจ็บจริง คุณนิดไม่ต้องไปสนใจหรอกนะคะ" อำไพค้อนพิสมัยกับประจักษ์ ส่วนวนิดาได้แต่ยืนมองตามไปเซ็งๆ

ไม่ เพียงอ้อนให้ประจักษ์อุ้มออกจากสนามเท่านั้น เมื่อไปนั่งพักที่มุมหนึ่ง พิสมัยเห็นวนิดาเดินมา วนิดาก็เห็นทั้งสองจึงหลบมุมแอบดู พิสมัยแกล้งหอมแก้มประจักษ์ ทำเอาเขาสะดุ้งตำหนิว่าไม่ควรทำแบบนี้

"น้อง อยากขอบคุณคุณพี่นี่คะ แล้วก็คิดว่าไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เพราะยังไงเราสองคนก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว" พิสมัยยิ้มหน้าระรื่น ในขณะที่ประจักษ์ทำหน้าไม่ถูก เขารู้สึกผิดกับวนิดาขึ้นมาทันที

ส่วนวนิดาเสียใจจนบอกไม่ถูก เธอเดินเลี่ยงไปอย่างเจ็บปวด

ooooooo

ความ สับสนของประจักษ์ทำให้เขาฝากรูปที่ถ่ายกับวนิดาก่อนเดินทางกลับจากชะอำไปให้ เธอ พอป้าทองเอาไปให้ วนิดาถามว่าประจักษ์บอกหรือเปล่าว่าฝากมาทำไม พอป้าทองบอกว่าไม่ได้บอก วนิดาก็ถือรูปเดินจ้ำอ้าวไปที่สวนเพราะประจักษ์กำลังยืนดูดอกกุหลาบอยู่ที่ นั่น ถามว่าเอารูปมาให้ตนทำไม

"ฉันไม่อยากเก็บไว้ ฉันก็เลยฝากป้าทองเอาไปให้ เผื่อเธอจะอยากได้"

พริบตานั้นเอง วนิดาฉีกรูปแควกแยกเธอกับเขาออกจากกันแล้วขว้างทิ้งก่อนเดินกลับไป

วัน แล้ววันเล่าผ่านไป วนิดามีแต่ความเจ็บปวดสับสนเมื่อถูกพิสมัยออดอ้อนประจักษ์และตัวเขาก็ตอบรับ ด้วยดีทั้งๆที่ลึกๆแล้วเขาสะเทือนใจทุกครั้งที่วนิดาเห็นภาพเหล่านั้น

จน วันนี้จวงทนไม่ได้บ่นกับป้าทองว่าสามสี่วันมานี้คุณผู้ชายเป็นอะไรก็ไม่รู้ ทำเย็นชาใส่คุณนิดไม่เห็นเหมือนอยู่ที่ชะอำเลย ป้าทองเองก็รู้สึกว่าประจักษ์พยายามหลบหน้าวนิดาตลอดเวลา

"คุณใหญ่อาจจะกำลังมีปัญหาอยู่ก็ได้ เพราะหลายวันก่อนคุณใหญ่มานั่งปรับทุกข์ให้ฉันฟัง" ไปล่บอก

"เรื่องอะไร" จวงตาลุกหูผึ่ง

"มันผ่านมาหลายวันแล้วพี่ไปล่จำไม่ได้หรอกจ้ะน้องจวง แล้วคืนนั้นพี่ไปล่ก็เมามากเลยหลับไปก่อนที่จะฟังคุณใหญ่พูดจบ"

จวงฟังแล้วเซ็งสนิทบ่นไปล่ว่าไม่ได้เรื่องเลย ป้าทองเปรยๆขึ้นว่า

"ข้าว่างานนี้คนที่มีความสุขมากที่สุดคงจะเป็นคุณนายน้อม"

ooooooo

คุณนาย น้อมกับพิสมัยหัวเราะกันระรื่นเมื่อคุยกันถึงเรื่องที่สนามเทนนิสและยิ่ง เมื่อถมมารายงานว่าวนิดาไปบ้านอำพันธ์อีกแล้ว ทั้งสองก็ยิ่งสะใจที่ทุกอย่าง จะเป็นไปตามแผนและความต้องการของตน

แต่ประจักษ์กลับหงุดหงิดงุ่นง่านเมื่อเห็นอำพันธ์เดินมาส่งวนิดาและจับหิ่งห้อยให้กันอย่างร่าเริง

การ ไปที่บ้านอำพันธ์และสนิทสนมกับสองพี่น้องนี่เอง ทำให้วนิดาเพิ่งรู้ว่าแม่ของอำพันธ์กับอำไพเป็นคนที่อยู่กับคุณย่ามณฑาของ เธอนานและรู้เรื่องของย่าดีที่สุด วนิดาขอให้อำไพเล่าให้ฟัง

อำไพ เล่าว่า "แม่จี๊ดบอกว่าท่านเจ้าคุณรักคุณหญิงมาก สมัยที่ท่านเจ้าคุณยังมีชีวิตอยู่ คุณนายน้อมไม่มีอำนาจอย่างทุกวันนี้หรอกค่ะ อะไรๆก็ต้องแล้วแต่คุณหญิง คุณนายน้อมจึงริษยาคุณหญิงมาก แม่ของจี๊ดเคยเตือนให้คุณหญิงระวังตัว แต่คุณหญิงเป็นคนซื่อไม่สงสัยอะไร"

วนิดาตั้งใจฟังมาก จ้องหน้าอำไพเขม็ง จนอำไพเล่าต่ออีกว่า

"จน กระทั่งคุณหญิงถูกกล่าวหาว่ามีชู้ แม่บอกว่าคุณหญิงถูกใส่ความและคนนั้นคือคุณนาย หลังจากคุณหญิงออกไปแล้ว ท่านเจ้าคุณก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องกับขวดเหล้า คุณนายน้อมก็เลยตั้งตัวเองเป็นผู้มีอำนาจสิทธิ์ขาดในบ้านมหศักดิ์เพียงคน เดียว จนกระทั่งท่านเจ้าคุณล้มเจ็บหนักและเสียชีวิต"

ฟังอำไพเล่า แล้ว วนิดายิ่งมุ่งมั่นที่จะรู้ให้ได้ว่าคุณนายน้อมเป็นคนใส่ร้ายคุณย่าของเธอ จริงหรือเปล่า ดังนั้นเมื่อกลับไปที่บ้านมหศักดิ์จึงให้ป้าทองพาไปดูที่ห้องเก็บของที่เต็ม ไปด้วยฝุ่น บอกว่าตนอยากรู้ว่ามีของของคุณย่าบ้างหรือเปล่า ป้าทองบอกว่าไม่มีหรอกเพราะคุณนายเอาไปทิ้งหมดแล้ว

แต่วนิดาก็เจอรูป ของประจักษ์กับประจวบในวัยเด็ก ถ่ายสะสมมาจนกระทั่งเข้าเรียนทหารใหม่ๆและรูปคุณนายในวัยสาว วนิดาถามป้าทองว่าทำไมคุณนายถึงเอารูปพวกนี้มาเก็บในห้องเก็บของ

"คุณนายแกเป็นคนไม่ชอบนึกถึงเรื่องในอดีตค่ะ" ป้าทองรู้ดีเพราะเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของท่านเจ้าคุณ ส่วนจวงฟังแล้วตั้งข้อสังเกตว่า

"แสดงว่าอดีตของยัยคุณนายน้อมอาจจะเคยทำเลวอะไรเอาไว้ก็ได้นะคะคุณนิด"

วนิดาก้มดูรูปถ่ายของคุณนายในวัยสาวอีกครั้งอย่างครุ่นคิด

ooooooo

ตอนที่ 12

วนิดาจะออกไปตามหาประจักษ์ แต่ถูกอำพันธ์ กับอำไพห้ามไว้เกรงเธอเองจะได้รับอันตราย เธอจึงได้แต่เฝ้ามองที่หน้าต่างมองฝ่าสายฝนออกไปด้วยความหวังว่าจะได้เห็น ประจักษ์ขี่ม้ากลับมา...

จนเช้ามืด วนิดาตื่นขึ้นมาฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน เสียงน้ำค้างหลังคายังเปาะแปะอยู่   เธอมองไปรอบตัวเห็นอำพันธ์ อำไพ และจวงบ้างฟุบหลับ บ้างเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ด้วย ความอ่อนเพลียจากการรอคอยประจักษ์มาทั้งคืน วนิดาตัดสินใจย่องออกจากบ้านเพื่อไปตามหาประจักษ์ด้วยตัวเองคนเดียว

เธอไปถึงป่าริมหาดร้องเรียกประจักษ์ไปตลอดทาง จนเจอม้าของเขายืนเล็มหญ้าอยู่ไม่เห็นตัวเขาก็ยิ่งใจเสีย เดินดุ่มเข้าไปในป่า ไปถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ เห็นประจักษ์นอนหมดสติอยู่ เธอถลาเข้าประคองเขาพบว่าตัวร้อนราวกับไฟ เธอยิ่งร้อนรุ่มทำอะไรไม่ถูก

จนเมื่ออำพันธ์กับอำไพช่วยกันไปเอาตัวประจักษ์กลับมาที่บ้านพัก ตามหมอมาตรวจหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากก็พากันโล่งใจ

"ค่ะ โชคดีที่ไม่ได้บาดเจ็บภายนอกรุนแรง มีแค่รอยฟกช้ำดำเขียวนิดหน่อย นี่ถ้าคุณประจักษ์เป็นอะไร นิดคงไม่ให้อภัยตัวเอง ขอบคุณคุณอำพันธ์กับคุณจี๊ดมากนะคะที่ช่วยพาคุณประจักษ์กลับมา แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้หมดสนุก"

สองพี่น้องพูดให้เธอสบายใจว่าไม่เป็นไรอย่าคิดแบบนั้นมีอะไรช่วยกันได้ตนทั้งสองก็ยินดี

"ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ถ้าอย่างนั้นนิดขอตัวไปดูคุณประจักษ์ ก่อนนะคะ"

วนิดาลุกเดินเข้าไปดูประจักษ์ในห้อง อำพันธ์มองตามเศร้าๆเซ็งๆ ส่วนอำไพมองพี่ชายด้วยความเห็นใจ

เมื่อเข้าไปนั่งข้างเตียงประจักษ์ วนิดากุมมือเขาขึ้นมาแนบแก้ม พูดเสียงเครือสะท้าน

"ฉันขอโทษนะคะ..."

ooooooo

พิสมัยทนรอประจักษ์อยู่ที่บ้านมหศักดิ์ไม่ไหว บอกคุณนายน้อมว่าจะไปตามเขาที่ชะอำ คุณนายท้วงติงว่าจะไปหาที่ไหนชะอำไม่ใช่เล็กๆ บอกพิสมัยว่าคนเดียวที่รู้ว่าประจักษ์อยู่ที่ไหนคือนายดาว แต่นายดาวคงไม่บอกเราง่ายๆนอกจากต้องมีอะไรมาง้างปาก

"ดิฉันรู้แล้วค่ะว่าจะใช้อะไรง้างปากไอ้ดาว" พิสมัยดีใจที่คิดแผนการออก

แผนของพิสมัยคือไปแจ้งความว่าประจักษ์หายและเกี่ยวพันกับนายดาว แล้วพาตำรวจไปหานายดาวที่บ้าน ครู่ใหญ่ตำรวจก็ไปที่บ้านนายดาว แนะนำตัวเองว่า

"ผม ร.ต.อ.พิชัย จงใจหาญ" นายดาวชะงักนิดหนึ่งเมื่อได้ยินนามสกุล "ผมได้รับแจ้งจากคุณนายน้อมว่าคุณประจักษ์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน และก่อนที่คุณประจักษ์จะหายไปคุณประจักษ์ได้มาพบคุณที่นี่"

นายดาวชะงัก นึกรู้ทันทีว่าพวกนี้คงไม่ใช่มาเรื่องประจักษ์หายตัวไป บอกว่ารอเดี๋ยวแล้วลุกเดินเข้าข้างใน คุณนายกับปราณีกระซิบกระซาบกันว่านายดาวคงจะกลัวตำรวจเลยเข้าไปทำใจ นับว่าแผนของเราได้ผลเกินคาด ส่วนพิสมัยกระหยิ่มยิ้มอย่างมั่นใจว่าแผนนี้ต้องสำเร็จ

แต่ที่ไหนได้ นายดาวออกมาพร้อมกับสมุดลูกหนี้ มองหน้าตำรวจถามเพื่อความแน่ใจอีกทีว่านามสกุลอะไร พอตำรวจบอกว่า "จงใจหาญ" นายดาวร้องอย่างดีใจ

"เจอแล้ว...นี่ไงลูกหนี้คนที่ 589 นางวันดี จงใจหาญ"

ตำรวจตกใจบอกว่านั่นคือเมียตน นายดาวรุกทันทีว่าผัวเมียเหมือนคนคนเดียวกัน ฉะนั้นให้ใช้หนี้ตนเสีย เพราะเมียเขาเป็นหนี้อยู่ 800 บาท รวมดอกเบี้ยก็ 900 บาทพอดี ถามว่าจะจ่ายตอนนี้เลยไหมเพราะเมียเขาค้างชำระตนมาสองเดือนแล้ว

"อ้า...คือ...พอดีผมนึกได้ว่ามีราชการงานด่วน ต้องขอตัว สวัสดี" ตำรวจลุกไปเลย

คุณนายน้อมมองเหวอร้องเรียกก็ไม่หยุดบ่น "เป็นตำรวจภาษาอะไร" พอทั้งสามหันมาก็เจอนายดาวยิ้มเผล่ถามว่าจะใช้วิธีนี้กับตนหรือ คุยโวว่า

"รู้ไว้ด้วยนะว่า นายดาวมีลูกหนี้ทั่วราชอาณาจักร กลับกันไปได้แล้ว ยังไงผมก็ไม่มีวันบอกว่าลูกสาวผมกับลูกชายคุณไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่ไหน"

คุณนายยืนกรานไม่กลับจนกว่านายดาวจะบอกว่าประจักษ์อยู่ไหน นายดาวยื่นหน้าเข้ามายิ้มเห็นฟันเต็มปากถามว่าแน่ใจหรือ คุณนายเชิดหน้าใส่บอกว่าเป็นไงเป็นกัน ตายเป็นตาย!!

นายดาวร้องเรียกสมหมายมากระซิบอะไรบางอย่าง สมหมายรับคำแล้ววิ่งออกไป ครู่ใหญ่ก็กลับมาพร้อมตำรวจ นายดาวชี้ไปที่ทั้งสามคนบอกตำรวจว่า

"คุณสารวัตร ผมขอแจ้งความจับกุมผู้หญิงสามคนนี้ข้อหาบุกรุก"

ตำรวจจะเข้าจับกุม คุณนายลุกพรวดบอกว่าไม่ต้องตนกลับเอง พูดอาฆาตนายดาวว่าฝากไว้ก่อนแล้วกัน แล้วเดินจ้ำอ้าวออกไป

เดินไปสะดุดอะไรบางอย่างที่หน้าบ้านจะล้มเลยคว้าพิสมัยกับปราณีล้มไปด้วย ทั้งสามล้มกระแทกต้นไม้ ถูกรังมดแดงที่หล่นลงมา ตกใส่ตัว มดแดงแตกรังกรูกันออกมาไต่และรุมกัดจนทั้งสามร้องกันระงม ท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของนายดาว สมหมายเองก็กลั้นขำครืดๆอยู่ในคอ

ooooooo

ในภาวะวิกฤติที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายนั้นพิสูจน์ใจคนได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ในยามที่ประจักษ์อยู่ในภาวะป่วยจนไม่ได้สติ ก็ทำให้วนิดาไม่อาจปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองได้ เธอเป็นห่วงเขามากเฝ้าดูแลไม่ห่าง ภาวนาให้เขาฟื้น ให้เขาหาย

เมื่อประจักษ์รู้สึกตัวขึ้นมาเห็นวนิดาฟุบหลับอยู่ข้างเตียงมือยังกุมมือเขาไว้ พอเธอตื่นเห็นเขามองอยู่ก็ดีใจ

"คุณฟื้นแล้ว...ไม่มีไข้แล้วด้วย"

"ฉันหิวน้ำ" ประจักษ์พูดเสียงอ่อนล้า เมื่อเธอเอาน้ำมาป้อนให้ น้ำหกก็เช็ดให้อย่างอ่อนโยน

ประจักษ์ทบทวนความจำได้ว่า ฝนตกฟ้าผ่ากิ่งไม้หล่นมาโดน จากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้เลย

"คุณหมดสติไปค่ะ ฉัน คุณอำพันธ์ แล้วก็คุณจี๊ดเป็นคนพาคุณกลับมา ฉันขอโทษนะคะเพราะฉันเป็นต้นเหตุทำให้คุณไม่สบาย"

"ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ เพราะฉันทำให้เธอยุ่งยากใจ"

เมื่อต่างฝ่ายต่างรู้สึกตัวเองผิดและขอโทษอีกฝ่าย ความรู้สึกดีๆจึงมีต่อกัน วนิดาถามว่าหิวไหมตนจะได้ทำข้าวต้มให้กิน ประจักษ์พยักหน้าด้วยความรู้สึกปลื้มปีติ ยิ่งเมื่อเธอเอาข้าวต้มมาป้อนให้อย่างตั้งอกตั้งใจ ประจักษ์อ้าปากกินข้าวต้มแต่ตามองเธอตลอดเวลา จนวนิดาเขินถามว่าหน้าตนมีอะไรติดหรือ

ตอนที่ 11

ที่หน้าเรือนหลังเล็ก วนิดากับอำไพเดินคุยมาด้วยกัน วนิดาดีใจมากที่อำไพกับอำพันธ์จะไปงานแข่งลีลาศด้วยตนจะได้มีเพื่อน อำไพบอกว่าตนไม่ได้ชอบงานแบบนี้แต่เพราะพี่ชายขอควงไปด้วยเลยไปเป็นเพื่อน เท่านั้นเอง

อำไพถามถึงชุดที่วนิดาจะใส่ไปว่าเสร็จหรือยัง พอรู้ว่าเสร็จแล้วเลยขอดู ครู่เดียววนิดาก็เอาชุดลงมาให้ดู จวง ป้าทอง กับไปล่รดน้ำอยู่แถวนั้นเห็นเข้าต่างตื่นตาตื่นใจ จวงบอกว่าสวยเหมือนชุดเจ้าหญิงเลย อำไพเลยอวดว่า

"คุณนิดออกแบบแล้วก็ตัดเย็บเองเลยนะจ๊ะ"

ระหว่างนั้นจวงเห็นถมมาซุ่มดูอยู่เลยแอบไปข้างหลังแล้วพรวดเข้าจี้เอว ถมบ้าจี้กระโดดไปกลางวงที่กำลังคุยกันอยู่ จวงร้องบอกวนิดาว่าตนเจอแมวขโมยเข้าพอดีเลย ป้าทองถามว่ามาสอดแนมเพื่อไปรายงานเจ้านายใช่ไหม

"สอดแนมอะไรข้าไม่เห็นเข้าใจ" ถมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ วนิดาตัดบทว่า

"ป้ากลับไปบอกเจ้านายของป้าเถอะว่า ถ้าอยากรู้อะไรให้มาถามฉันตรงๆ  ฉันไม่มีอะไรปิดบังและฉันก็ไม่ใช่พวกหน้าไหว้หลังหลอก"

ถมหน้าตึง มองจิกวนิดาแล้วรีบกลับไปรายงานคุณนายน้อม ย้ำในตอนท้ายว่า

"มันบอกว่าคุณท่านกับคุณพิสมัยไม่แน่จริงและยังตอแหลอีกด้วยค่ะ"

เท่านั้นเองคุณนายก็เต้นเร่าๆจะไปตบวนิดาให้ได้ พิสมัยรีบเบรกไว้บอกว่าตนมีวิธีที่ดีกว่านั้น แล้วถามถมว่า "แกบอกว่านังวนิดามันตัดชุดสำหรับไปงานแข่งลีลาศเหรอ"

"เจ้าค่ะ" ถมยืนยัน พิสมัยยิ้มร้ายกลอกตาเจ้าเล่ห์อย่างมีแผน

ooooooo

เช้าวันต่อมา ประจักษ์บอกวนิดาว่าเย็นนี้เจอกันที่บ้านแล้วไปงานพร้อมกันเลย

แต่ไม่ทันไร ถมกับคนใช้อีกสองคนก็เดินกร่างเข้ามา พอป้าทอง จวง กับไปล่เห็นก็ปักหลักตั้งป้อมเตรียมด่าแหลก แต่ว่าแค่เตรียมเท่านั้นป้าทองก็ถูกถมพุ่งเข้ามาตบเสียแล้ว ป้าทองเลือดขึ้นหน้าประกาศสู้ตาย จวงเข้าไปช่วยป้าทอง ไปล่ เข้าไปบ้างแต่ก็ถูกลูกหลงทั้งมือทั้งเท้ากระเด็นออกมาหลายที

ที่แท้แล้วนั่นเป็นแผนลวงของถม ล่อให้ป้าทอง จวง และไปล่วุ่นอยู่ทางนี้ แต่คุณนายกับพิสมัยย่องไปอีกทาง แอบขึ้นไปเอากรรไกรตัดชุดของวนิดาจนขาดวิ่น

จนเย็นวนิดาจะมาแต่งตัวเตรียมไปงาน เจอชุดถูกตัดขาดวิ่นก็ถึงกับอึ้ง

"ต้องเป็นฝีมือนังคุณนายแน่ๆเลยค่ะมันให้นังถมกับพวกมาเบี่ยงเบนความสนใจพวก อีฉัน" ป้าทองฟันธง ส่วนจวงเป็นห่วงวนิดาถามว่าใกล้เวลาจะไปงานแล้วจะหาชุดใส่ไปงานทันได้ยังไง

วนิดาเดินเข้าไปก้มมองชุดเหมือนคิดอะไรออก

เวลาเดียวกัน พิสมัยไปโกหกประจักษ์ว่าวนิดาฝากมาบอกว่าไปงานกับเขาไม่ได้ให้ตนไปแทน ตนก็แปลกใจเหมือนกันแต่ไม่กล้าถาม

"งั้นฉันจะไปถามเขาเอง" ประจักษ์ขยับจะไปจริงๆพิสมัยตกใจเพราะถ้าเขาไปถามความแตกแน่ คุณนายน้อมเลยทำเป็นโกรธหาว่าประจักษ์ไม่เชื่อพิสมัยหาว่าพิสมัยโกหกใช่ไหม

"ครับ" ประจักษ์ตอบตรงๆทำเอาทั้งคุณนายและพิสมัยมองกันหน้าเหวอ แล้วคุณนายก็ทำเป็นเรื่องใหญ่เพื่อไม่ให้ ประจักษ์ไปหาวนิดา ตีโพยตีพายร้องไห้ฮือๆจนประจักษ์รู้สึกผิด เลยต้องหันมาปลอบใจคุณนายกับพิสมัย

ที่หน้าบ้าน วนิดา ป้าทอง จวง และไปล่จะหาประจักษ์ เพื่อคุยกับเขาด้วยตัวเอง แต่ถูกถมกับคนใช้คู่หูอีกสองคนกีดกันไม่ให้เข้า จวง ป้าทองกับไปล่เลยช่วยกันดึงทึ้งถมกับพวกไว้แล้วให้วนิดาวิ่งเข้าไป เธอวิ่งเข้าไปได้สำเร็จแต่ไปเจอคุณนายที่มาดักลอยหน้าบอกว่า

"เสียใจด้วย พ่อใหญ่เขาไปงานกับพิสมัยแล้ว อย่างเธอมันก็เป็นได้แค่ตัวสำรอง ฮ่าๆๆ"

ooooooo

มนตรีเห็นประจักษ์มากับพิสมัยก็ถามว่าแล้วทำไมวนิดาไม่มา ประจักษ์ตอบฉุนๆว่าไม่รู้ ทำเอามนตรีงง   แต่อึดใจเดียวก็รู้สึกถึงความไม่ปกติในบริเวณงานเพราะผู้คนพากันสะกิดแล้ว มองไปที่ทางเข้าประจักษ์มองตามสายตาคนเหล่านั้นไปแล้วก็ตะลึงอึ้ง

เพราะวนิดาในชุดสวยเดินเข้ามาในงานเป็นจุดเด่นสวยสง่าราวกับนางฟ้ากรายมา พิสมัยมองอึ้งไปครู่หนึ่งแล้วคำรามในใจ "มันมาได้ยังไง!"

ประจักษ์ตาเป็นประกายกำลังจะเดินไปหาวนิดา พลันก็ชะงักหุบยิ้มหน้าบึ้งเมื่อเห็นอำพันธ์เดินมาข้างๆวนิดาตามด้วยอำไพ พิสมัยใส่ไฟทันทีว่า ที่แท้วนิดาก็อยากมางานนี้กับ อำพันธ์นั่นเอง ส่วนมนตรีได้ที แถเข้าไปกระซิบบอกประจักษ์ หมายจะปั่นให้ประจักษ์ไม่พอใจวนิดาว่า

"เห็นไหม ฉันบอกนายแล้ว"

เมื่อเข้าไปในงานแล้วอำพันธ์แยกไปเอาน้ำให้สุภาพ สตรีทั้งสอง ประจักษ์ได้ทีรีบแทรกเข้าไปต่อว่าวนิดาว่า ถ้าไม่อยากมากับตนก็บอกตรงๆไม่ต้องให้คนอื่นมาบอกแทน

"มันไม่ใช่อย่างนั้น" วนิดาพูดอย่างใจเย็น "พอดีชุดที่ฉันต้องใส่มามีปัญหานิดหน่อยต้องใช้เวลาแก้  ฉันก็เลยมากับคุณอำพันธ์"

มนตรีเชื่อ แต่ประจักษ์ไม่เชื่อ หาว่าเธอแก้ตัวอ้างไปอย่างนั้นเอง ถ้าเป็นอย่างที่ว่าทำไมไม่ไปบอกเขาด้วยตัวเอง วนิดาเสียงดังใส่ว่า "ฉันพยายามจะเข้าไปบอกคุณแต่พวกของแม่คุณไม่ยอมให้ฉันเข้าไป"

"เลิกโกหกเสียที แล้วก็บอกความจริงมาดีกว่าว่าเธออยากมากับนายอำพันธ์"

อำไพไม่สบายใจ แต่ก็พอดีอำพันธ์กลับมาจึงให้พี่ชายช่วยชี้แจง แต่วนิดาบอกว่าไม่ต้องเพราะถ้าประจักษ์ไม่เชื่อก็เรื่องของเขา วนิดามองหน้าเขาอย่างไม่แคร์

พอดีพิสมัยเดินเข้ามาบอกว่าให้เตรียมตัวกันได้แล้ว พูดเสร็จพิธีกรก็ประกาศเชิญผู้แข่งขันที่กลางฟลอร์พอดี

พริบตานั้นประจักษ์จับแขนวนิดาพาไปที่กลางฟลอร์ พิสมัยแทบจะบ้าจะตามเข้าไปก็ถูกเจ้าหน้าที่มาขวางบอกว่าถ้าไม่มีคู่ห้ามเข้า เธอเลยหันไปมองอำพันธ์แล้วดึงเขาเข้าไป เหลือแต่อำไพกับมนตรีเลยมองหน้ากันว่าจะเอาไงดี?

ooooooo

การแข่งขันเริ่มขึ้นแล้วด้วยจังหวะเร็วก่อน กลาง ฟลอร์ นอกจากคู่อื่นๆแล้วมีคู่ของประจักษ์กับวนิดา อำไพกับมนตรี และพิสมัยกับอำพันธ์ สองคู่หลังเต้นกัน อย่างไม่มีสมาธิ เหวี่ยงกันเกินเหตุบ้าง เหยียบเท้ากันบ้าง เพราะมัวแต่คอยชำเลืองคู่ของประจักษ์กับวนิดา

ระหว่างนั้นกรรมการจะคอยดูและคัดออก รอบนี้คู่มนตรี กับอำไพถูกคัดออกไปด้วย

ต่อมาเป็นรอบตัดสินแข่งขันกันด้วยจังหวะวอลตซ์ ปรากฏว่าประจักษ์กับวนิดาเต้นกันได้อย่างสวยสง่างาม สายตาของประจักษ์ไม่เคยละไปจากใบหน้างามของวนิดาเลย และเมื่อถึงจังหวะหมุนตัว เขาจับวนิดาหมุนไปสองสามรอบแล้วดึงเข้ามา แต่แทนที่จะแค่ประคองเขากลับกอดเธอไว้ วนิดาตกใจร้องให้ปล่อย เขาไม่ปล่อยแต่ยิ้มให้อย่างมีความสุข

คู่เต้นของประจักษ์กับวนิดาได้รับความชื่นชมจากผู้ชม และคู่เต้นอื่นๆอย่างมาก  เว้นแต่อำพันธ์ที่เต้นไปมองไปอย่างเซ็งๆ พิสมัยยิ่งมองก็ยิ่งหัวเสีย

และแล้ว เมื่อคู่ประจักษ์เต้นเข้ามาใกล้คู่พิสมัย เธอแกล้งยื่นเท้าออกไปทำให้วนิดาสะดุดหกล้มถลาไป พริบตานั้น พิสมัยก็คว้าประจักษ์ไปเต้นแทน อำพันธ์รีบประคองวนิดาขึ้น เธอขอให้เขารีบพาออกไปจากที่นี่เสีย

ประจักษ์เห็นอำพันธ์ประคองวนิดาออกไปก็ผละจากพิสมัยตามออกไปทันที คู่พิสมัยเลยถูกกรรมการยกธงขาวให้ ออกไป พิสมัยแค้นใจมากที่แผนคืนนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ooooooo

เมื่ออำพันธ์พาวนิดาออกมาแล้วเขากำลังรอเรียกรถอยู่ ประจักษ์ก็ขับรถเข้ามาจอดสั่งวนิดาให้ขึ้นรถ วนิดาไม่ยอมไปกับเขา ก็ถูกเขาลากไปขึ้นรถจนได้ อำพันธ์จะตามไปเอาเรื่องแต่อำไพจับแขนไว้เตือนพี่ชายว่า

"ยังไงเขาก็เป็นสามีภรรยากัน ปล่อยให้เขาได้คุยกันเถอะค่ะ"

อำพันธ์จึงหยุดมองประจักษ์ขับรถพาวนิดาออกไปอย่างขัดใจ

"คุณพี่จะพามันไปไหน คุณพี่..." พิสมัยออกมากับมนตรี ร้องถามแต่รถของประจักษ์ก็ขับออกไปแล้ว เธอเลยหันมามองอำพันธ์ อำไพ และมนตรีแทบจะกินเลือดกินเนื้อ

ooooooo

ประจักษ์ขับรถพาวนิดาไปไม่นาน เธอบอกให้เขาหยุดรถไม่อย่างนั้นจะเปิดประตูรถลงเอง ประจักษ์ จึงต้องจอดรถที่กลางสะพาน แต่เขาก็ยังคอยขวางไม่ให้วนิดาเดินไปไหน หนักเข้าก็สั่งให้ขึ้นรถ

"หยุดออกคำสั่งกับฉันสักที!!" วนิดาเสียงแหลมอย่างไม่พอใจมาก

"ทำไมฉันจะออกคำสั่งกับเธอไม่ได้ เธอเป็นเมียฉัน!!"

"เลิกพูดว่าฉันเป็นเมียคุณเสียที เราต่างก็รู้อยู่แก่ใจว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน ฉันรู้ว่าที่คุณทำลงไปเพราะคุณกลัวว่าฉันจะทำให้ชื่อเสียงมหศักดิ์เสื่อม เสียมากกว่า"

"ไม่ใช่" ประจักษ์สวนไปทันที

"ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้นแล้วอะไร" วนิดาถามจ้องหน้ารอคำตอบ เมื่อประจักษ์นิ่งสีหน้าแววตาสับสน วนิดารุก "ตอบฉันมาสิคุณประจักษ์ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณห่วงว่ามหศักดิ์จะเสียเกียรติเพราะมีสะใภ้อย่างฉัน แล้วสิ่งที่คุณทำมันคืออะไร ตอบฉันมาสิ ตอบฉันมา!"

พริบตานั้นเขาดึงเธอเข้าไปจูบ วนิดาตกใจดันตัวออกมาตบหน้าเขาอย่างแรง ประจักษ์จึงได้สติยืนอึ้งกับการกระทำของตัวเอง จนวนิดาวิ่งหนีไปต่อหน้าเขาก็ยังได้แต่เรียก "นิด...นิด..."

กว่าจะวิ่งตามไป วนิดาก็หายไปแล้ว ประจักษ์เดินหาก็ไม่เห็น หาจนคิดว่าไม่เจอแล้วเขาจึงขับรถกลับไป วนิดาที่แอบอยู่ในความมืดแถวนั้นจึงโผล่ออกมา น้ำตายังคลอเบ้าด้วยความรู้สึกสับสน

จนดึกประจักษ์กลับถึงบ้าน ถูกคุณนายถามว่าทำไมถึงปล่อยให้พิสมัยกลับคนเดียว เขาตอบอย่างเหนื่อยหน่ายว่า

"ผมเหนื่อยมากแล้ว ไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันนะครับคุณแม่" แล้วเดินขึ้นห้องไปเลย

ส่วนวนิดากลับถึงบ้านเจออำพันธ์ อำไพ ป้าทอง จวง และไปล่คอยอยู่อย่างเป็นห่วง เธอเป็นฝ่ายบอกพวกเขาว่า

"อย่าเพิ่งถามอะไรนิดตอนนี้เลยนะคะ นิดขอตัวก่อน" แล้วเดินเข้าห้องไป

บรรดาพวกที่คอยอยู่อย่างเป็นห่วง พากันมองหน้ากันงงๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

ooooooo

รุ่งขึ้น วนิดาไปที่บ้านอำไพกับอำพันธ์แต่เช้าเตรียมข้าวเหนียวสังขยามาด้วย อำไพทำท่าจะถามเรื่องเมื่อคืน เธอตัดบทว่า

"นิดไม่อยากพูดถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วค่ะ เรามาทานข้าวเหนียวกันดีกว่า"

อำพันธ์เสนอว่าเราทานอาหารเช้ากันก่อนดีกว่า ส่วนข้าวเหนียวสังขยาเอาไว้ทานทีหลัง วนิดาเห็นด้วยทันที เร่งให้กินกันเลยตนหิวแล้ว

ท่าทางที่สดชื่นร่าเริงเกินเหตุของวนิดาเช้านี้ ทำให้ อำไพกับอำพันธ์มองอย่างกังวลอยู่เงียบๆ

แต่พอลงมือไปได้ไม่กี่คำ ประจักษ์ก็โผล่มา เขาเดินเข้าไปที่โต๊ะอาหาร พูดประชดว่า

"ขอโทษที่มาโดยไม่ได้บอก ฉันแค่อยากรู้ว่าบ้านนี้ มีอะไร ทำไมเมียฉันถึงได้ชอบมานัก"

ทุกคนเงียบไปหมด อำไพพูดทำลายความอึดอัดว่า "จี๊ดชวนคุณนิดมาเองแหละค่ะ คุณประจักษ์จะอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนก็ได้นะคะ"

ประจักษ์ไม่ตอบอำไพ แต่หันมองไปที่วนิดาอย่างครุ่นคิด

ประจักษ์นั่งร่วมโต๊ะกับอำไพ อำพันธ์และวนิดา พอตักข้าวต้มเข้าปากเขาชมว่า "อร่อยมากอำไพ" พออำไพบอกว่าเป็นฝีมือของอำพันธ์ ประจักษ์ก็ทำหน้าแปลกๆว่างานพวกนี้มันหน้าที่ของผู้หญิง

"ฉันว่าผู้ชายที่ทำอาหารน่ารักดีออกค่ะ แสดงว่าคุณอำพันธ์ต้องเป็นผู้ชายที่อ่อนโยน เข้าใจผู้หญิงแน่ๆเลยค่ะ" วนิดาพูดอย่างชื่นชมทำเอาอำพันธ์เขิน แต่ประจักษ์ไม่พอใจอยู่เงียบๆ

อารมณ์ที่สับสนทำให้ประจักษ์ตักข้าวต้มอีกคำโดยไม่ระวังเลยถูกข้าวต้มลวกปากเสียฟอร์มไปอีกรอบ

ระหว่างเดินกลับด้วยกันกับวนิดา เขาบอกเธอว่าวันหลัง ถ้าจะมาบ้านนี้อีกตนจะมาด้วย เพื่อดูแลไม่ให้เธอนอกลู่นอกทางเพราะเธอมีสามีแล้วไม่ใช่สาวโสด ถึงได้หว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายคนอื่น

ครั้นวนิดาอ้างว่าเขาพูดเองว่าตนมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ ประจักษ์เลยขอถอนคำพูดแล้วเปลี่ยนใหม่เป็นว่า "ต่อไปนี้ไม่ว่าเธอจะไปไหนไปกับใคร หรือไปทำอะไร เธอต้องขออนุญาตฉันก่อน"

"การที่ฉันยอมแต่งงานกับคุณมันก็ทำให้ชีวิตฉันไม่เป็นตัวของตัวเองมากพอแล้ว เพราะฉะนั้น คุณจะมาบังคับให้ฉันทำหรือไม่ทำอะไรไม่ได้ อะไรที่ฉันอยากทำ ฉันจะทำ!"

เสียงเข้มคำพูดแข็งๆของวนิดาทำให้ประจักษ์คว้ามือเธอดึงเข้าหาตัวถามว่าเมื่อไรจะเลิกเถียงตนสักที วนิดาลอยหน้าใส่ บอกเขาว่า

"ถ้าอยากให้ฉันเลิกเถียงคุณ ก็รีบหาเงินมาใช้หนี้พ่อฉันเร็วๆสิคะ คุณจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าฉันอีก"

เป็นคำท้าที่เหมือนตบหน้าเขาอย่างแรง พอดีพิสมัยเดินตามมาเจอ เธออุทานเมื่อเห็นประจักษ์จับมือวนิดาอยู่ เขารีบปล่อยมือวนิดา เธอเดินหนีไปทันที ส่วนพิสมัยมองประจักษ์ อย่างตัดพ้อไม่พอใจ

ooooooo

เมื่อเดินมาด้วยกันสองคน พิสมัยถามว่าเมื่อคืนเขาพาวนิดาหายไปไหน เมื่อประจักษ์บอกว่าตนไม่ได้ไปไหนกับวนิดา พิสมัยโล่งใจแต่ถามว่าแล้วเมื่อกี้ทำไมถึงอยู่ด้วยกัน

"วนิดาเขาไปบ้านอำไพ"

"อ๋อ...ไปหาชู้รักนี่เอง" พิสมัยทำเสียงแหลมเยาะ พอประจักษ์เรียกปรามอย่างไม่พอใจ เธอก็ฟ้องฉอดๆว่า ตนเชื่อว่าอำพันธ์ต้องคิดอะไรกับวนิดาแน่ๆ เห็นวนิดาก็ชอบแวะเวียนไปที่นั่นบ่อยๆแล้วอำพันธ์ก็เดินมาส่งทุกครั้ง

พิสมัยเป่าหูแล้วยุประจักษ์ว่า เราน่าจะสนับสนุนเขาสองคน เพราะถ้าวนิดาชอบอำพันธ์จริงๆอาจจะมาขอหย่ากับเขา แล้วเราก็จะได้ไม่เป็นฝ่ายผิดสัญญาและตัวเขาก็จะได้เป็นอิสระ

ระหว่างพูดพิสมัยคอยจับสังเกตสีหน้าอารมณ์ของประจักษ์ตลอดเวลา จนเมื่อกลับไปเล่าให้คุณนายฟังว่าดูท่าประจักษ์จะเชื่อจริงๆว่าวนิดากับอำพันธ์รักกัน

"ถ้าอย่างนั้นก็ดี เราจะได้กำจัดนังวนิดาออกไปจากบ้านนี้โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อย"

เหตุการณ์เหมือนจะเข้าข้างพิสมัยเต็มที่ เมื่อปราณีที่แต่งงานกับผู้ชายคราวพ่อไม่นานสามีก็ตายยกสมบัติให้มากมาย ปราณีเสนอว่าตนจะช่วยใช้หนี้ให้ประจวบเพื่อประจักษ์จะได้ เป็นอิสระ แต่ก็ขอให้พิสมัยช่วยให้ตนได้กลับมารักกับประจวบอีกเพราะใจยังผูกพันกับเขาอยู่

พิสมัยจับมือปราณียิ้มให้แทนคำตอบ

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ประจักษ์ฮึดขึ้นมาไปขอให้ป้าทองช่วยสอนทำอาหารให้ จนป้าทองแปลกใจที่จู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงถึงขนาดนี้ แต่ป้าก็ช่วยสอนให้ด้วยความเต็มใจ ประจักษ์เข้าครัวทำอาหารด้วยท่าทางที่ทะมัดทะแมงมาก แต่ที่แท้ท่าดีทีเหลว เพราะทำครัวเลอะเทอะอาหารหกเรี่ยราดไปหมด

ส่วนพิสมัยเมื่อรับข้อเสนอของปราณีแล้ว เย็นวันนั้นเองก็เอาเงินไปให้นายดาวที่บ้านบอกว่าเพื่อแลกกับอิสรภาพของประจักษ์ นายดาวหัวเราะทำหน้าล้อๆว่าอิสรภาพอะไรก็เห็นประจักษ์มีความสุขดีกับลูกสาวตน

นายดาวทั้งกวนโทสะ เยาะเย้ย ไล่ต้อนพิสมัยว่า ประจวบเพิ่งทำงานไม่นานจะมีเงินที่ไหนมาใช้หนี้ได้เร็วขนาดนี้ แล้วปฏิเสธว่าถ้ามันเป็นเงินร้อนตนจะซวยไปด้วย

ครั้นพิสมัยรับรองว่าเป็นเงินที่ตนหามาโดยสุจริต นายดาวก็เล่นแง่ว่าประจักษ์เป็นคู่สัญญากับตน พิสมัยไม่เกี่ยว เธออ้างว่าประจักษ์เป็นคนให้เอาเงินมาแทนเขา ให้นายดาวรับเงินแล้วให้วนิดาไปหย่าเสีย

"คุณนี่มันดื้อด้านจริงๆไม่ใช่เรื่องของตัวแต่อยากข้องเกี่ยวเสียเหลือเกิน" พอพิสมัยอ้างว่าตนเป็นคนรักของประจักษ์ นายดาวก็สวนไปกวนๆว่า "รู้ไหมสภาพคุณเหมือนอะไร เหมือนเมียน้อยที่พยายามแย่งผัวคนอื่น ผมจะบอกอะไรให้นะคุณพิสมัย บางทีคุณประจักษ์เขาอาจจะไม่ต้องการหย่าก็ได้ ลองใช้สมองอันน้อยนิดของคุณคิดดูก็แล้วกัน เชิญออกไปจากบ้านผมได้แล้ว"

พิสมัยโกรธจนน้ำตาคลอทนอยู่ต่อไปไม่ไหว ลุกเดินจ้ำอ้าวออกไป ได้ยินเสียงนายดาวตามหลังมาว่า

"เล่นกับใครไม่เล่นฮ่ะๆๆๆ"

พิสมัยกลับไปเล่าให้คุณนายน้อมฟัง คุณนายปลอบใจว่าไม่ต้องห่วงตราบใดที่แม่ยังอยู่ประจักษ์ต้องหย่ากับวนิดาแน่ พูดแล้วสงสัยถามว่าแล้วพิสมัยไปเอาเงินมาจากไหน

พิสมัยอึกอักครู่หนึ่งจึงเล่าเรื่องปราณีให้ฟัง ทีแรกคุณนายก็หน้าตึง แต่พอนึกได้ก็ยินดีบอกพิสมัยว่าว่างๆก็ให้ปราณีมาหาแม่บ้างก็ดี เพราะ "เราจะได้ช่วยกันหาวิธีกำจัดนายดาวกับลูกสาวของมัน"

ooooooo

นายดาวลิ่วไปหาประจักษ์ถึงสโมสรเล่า เรื่องพิสมัยเอาเงินไปไถ่ตัวเขาโดยพิสมัยอ้างว่าเขาเป็นคนให้เธอไปทำ เยาะเย้ยว่า การกระทำของเขาไม่สมกับเป็นลูกผู้ชายเลย

ประจักษ์ฉุนขาดลุกขึ้นตบโต๊ะบอกว่าตนไม่เคยมีความคิดอยากให้พิสมัยหรือใครหาเงินมาใช้หนี้แทน พูดแล้วเอะใจถามว่าแล้วนายดาวรับเงินนั่นไปหรือเปล่า พอนายดาวบอกว่าเปล่า เขาถอนใจโล่งอก

"ดี...คุณจำไว้นะ หนี้สินของมหศักดิ์ ต้องเป็นคนของมหศักดิ์ หามาใช้หนี้เท่านั้น"

ฟังแค่นี้นายดาวก็ยิ้มพอใจเพราะรู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้ก็อีกนาน...

เมื่อกลับถึงบ้าน ประจักษ์เรียกพิสมัยมาถามว่าเอาเงินจากไหน ทีแรกเธอก็ทำไขสือตีหน้าตาย แต่พอเขาบอกว่ารู้เรื่องมาหมดแล้ว พูดประชดว่า

"ฉันเพิ่งรู้นะว่าเดี๋ยวนี้เธอมีหน้าที่หาเงินมาไถ่ถอนตัวฉัน ทำอะไรนึกถึงหน้าฉันบ้าง"

พอเห็นว่าประจักษ์รู้จริงและไม่พอใจ พิสมัยก็อ้อน ร้องไห้รำพึงรำพันถึงความรักที่มีต่อเขาและความน้อยใจที่เขาไม่ได้ให้เวลา แก่ตนเหมือนเมื่อก่อน อ้อนเขาว่าอย่าลืมสัญญา ถ้าใช้หนี้ครบเมื่อไหร่ต้องหย่ากับวนิดาทันที ถ้าไม่เช่นนั้นตน จะขอตาย...

ooooooo

วันนี้อำพันธ์ไปหาวนิดาที่ร้านเสื้อสองอนงค์ บอกเธอว่า ตนจะไปประชุมที่ชะอำ 3 วัน ทางบริษัท ให้พาครอบครัวไปด้วย ตนอยากให้เธอไปด้วยจะได้เป็นเพื่อนอำไพ

ขอโทษที่บอกกระชั้นไปนิดหนึ่งเพราะจะต้องเดินทางพรุ่งนี้แล้ว

"คุณนิดต้องขออนุญาตคุณประจักษ์ก่อนใช่ไหมคะ" อำไพถาม วนิดาตอบรับว่าใช่แล้วบอกอำพันธ์ว่าตนขอไปบอกประจักษ์ก่อนก็แล้วกัน

วนิดาไปที่เรือนใหญ่ เดินเข้าไปในห้องรับแขกเจอคุณนายน้อมเข้าพอดี คุณนายถามว่ามาทำไม พอรู้ว่าจะมาหาประจักษ์ คุณนายดูถูกว่ามาหาผู้ชายถึงห้อง วนิดาถามหน้าใสๆว่า

"ก็ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นสามีของดิฉัน แล้วมันจะผิดอะไรล่ะคะ"

คุณนายโกรธจัดที่ถูกย้อนเลยไล่วนิดาให้ออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้เลย พลางร้องสั่งถมให้มาเอาวนิดาออกไปด้วย พอถูกไล่ออกไป วนิดาก็แอบปีนหน้าต่างขึ้นไปหาประจักษ์เธอชะงักเมื่อเห็นพิสมัยอยู่ในห้อง

ประจักษ์กลับมานอนอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องนอน พิสมัยเข้าไปขอโทษที่วันนี้พูดจาไม่ดีกับเขา ประจักษ์เองก็รู้สึกตัวเองพูดไม่ดี จึงต่างขอโทษกัน

พิสมัยชวนเขาว่าพรุ่งนี้ไปเที่ยวกันดีไหมเพราะเราไม่ได้ ไปกันสองคนมานานแล้ว เพื่อเราจะได้รักกันมากขึ้น วนิดาแอบฟังอยู่หูผึ่งตาลุก

"ได้สิ ไปแถวๆชานเมืองหน่อยก็แล้วกัน ออกกันแต่เช้า ฉันก็อยากพักสมองเหมือนกัน รู้ไว้ด้วยนะพิสมัยว่าฉันไม่ได้ อยากอารมณ์เสียใส่เธอ" เขาจับไหล่พิสมัยมองหน้าอ่อนโยน

"ค่ะ น้องรู้แล้วค่ะว่าคุณพี่รักน้อง"

ประจักษ์ดึงพิสมัยเข้าไปกอด แต่หน้าเขาเครียดเหมือนคิดอะไรหนักใจอยู่

วนิดาแอบได้ยินคำสนทนาและโผล่ขึ้นมาเห็นภาพนั้น เธอตัดสินใจไม่บอกประจักษ์เรื่องจะไปชะอำกับอำพันธ์และอำไพ ค่อยๆปีนหน้าต่างกลับลงไป...

ooooooo

รุ่งขึ้น วนิดา อำไพ อำพันธ์ และจวงก็ไปถึงบ้านพักริมหาดที่ชะอำแต่เช้า พวกผู้หญิงลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน  โดยเฉพาะจวงไม่เคยเห็นทะเลลงเล่นน้ำไม่ยอมขึ้น

อำพันธ์บ่นเสียดายที่ไม่ได้อยู่เล่นน้ำด้วยเพราะต้องไปสัมมนา

ส่วนพิสมัยกับประจักษ์ไปไหว้พระ ให้อาหารปลาเที่ยวกันแบบหนุ่มสาวที่อยากอยู่กันตามลำพัง แต่พอกลับถึงบ้านก็ต้องอารมณ์เสียเมื่อคุณนายน้อมบอกว่า วนิดาไปเที่ยวกับอำพันธ์ที่ชะอำ

ทั้งคุณนาย พิสมัย และถม รุมกันว่าวนิดาเสียๆหายๆ ป้าทองช่วยแก้ต่างให้ว่า วนิดาไม่ได้ไปกับอำพันธ์สองคน แต่มีอำไพและจวงไปด้วย

ประจักษ์ฟังแล้วลุกพรวดออกไป คุณนายถามว่าจะไปไหน ประจักษ์บอกว่าจะไปถามนายดาวว่าลูกสาวเขาหายไปไหน เพราะวนิดาได้ชื่อว่าเป็นเมียตน ปล่อยให้ไปเที่ยวกับผู้ชายอื่นจะตกเป็นขี้ปากเขาเปล่าๆ

แต่ทั้งพิสมัยและคุณนายไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้ประจักษ์ถือเป็นอารมณ์ เพราะวนิดาก็เป็นแค่เมียขัดดอกจะไปสนใจทำไม พิสมัยนี่สิถึงจะเป็นตัวจริง

"ผมปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้ครับคุณแม่ ไม่ใช่ผมคนเดียวที่เสียหาย มันจะเสียมาถึงคุณแม่แล้วก็มหศักดิ์ด้วย"

ประจักษ์ขึ้นรถขับออกไปทันที ทั้งคุณนายและพิสมัยที่ตามมาห้ามต่างพากันยืนเหวอที่ห้ามไม่สำเร็จ ถมเห็นแล้วเปรยๆว่า "ท่าทางคุณใหญ่เหมือนหึงหวงแม่นั่นเลยนะคะ" แต่พอถูกพิสมัยหันมาค้อนพร้อมกับคุณนาย ถมก็ก้มหน้าหลบตาหุบปากสนิท

ooooooo

ประจักษ์ไปถามนายดาว นายดาวฟังเขาพูดอย่างมีอารมณ์แล้วก็หัวเราะชอบใจ  ประจักษ์ถามว่าหัวเราะอะไร นายดาวตอบกลั้วเสียงหัวเราะว่า

"ผมหัวเราะเพราะผมมีความสุข  ผมขอแก้ตัวแทน ลูกสาวผมนิดนึงนะคุณประจักษ์ ยัยนิดไม่ได้ไปคนเดียวกับผู้ชายสองคน คุณก็รู้ว่ามีคนอื่นไปด้วย"

"แล้วไง"

"แล้วไงเหรอ ก็การที่มีเรื่องเกิดขึ้น มันทำให้ผมเห็นว่าคุณเปลี่ยนไปน่ะสิ ฮ่ะๆๆ คุณหึงลูกสาวผม นั่นแปลว่าคุณชอบยัยนิด เห็นไหมผมบอกแล้ว สักวันคุณจะรักลูกสาวผมจนหมดหัวใจ ฮ่ะๆๆๆ"

"เลิกคิดบ้าๆได้แล้ว ผมไม่ได้หึง แล้วผมก็ไม่ได้ชอบลูกสาวคุณ สิ่งที่ผมทำ ผมทำเพื่อมหศักดิ์ รีบบอกมาว่าลูกสาวคุณอยู่ไหน"

นายดาวจ้องหน้าขำๆกับความปากแข็งของประจักษ์ เชื่อเต็มอกว่าประจักษ์รักวนิดาเข้าแล้วจริงๆ

ooooooo

พวกสาวๆที่เล่นน้ำอยู่ชายหาด อำไพกับจวงนึกสนุกขึ้นมาเลยขี่ม้าเล่นกัน ขี่กันเก้ๆกังๆแล้วต่างก็ขำให้กัน มีแต่วนิดาคนเดียวที่ต้องเหนื่อยคอยสอนทั้ง อำไพและจวงหัดขี่ม้า

"นี่ถ้าคุณประจักษ์มาด้วยก็คงดีนะคะ คนนั้นเขาเป็นแชมป์แข่งม้าโปโลหลายสมัย จะได้มาช่วยคุณนิดสอนจี๊ดกับจวง คุณนิดจะได้ไม่ต้องเหนื่อยคนเดียว"

วนิดาฟังอำไพแล้วหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง เมื่อคิดถึงประจักษ์

เกือบเย็นแล้ว ประจักษ์ไปถึงบ้านพักที่ชะอำ เขาไปร้องเรียกหน้าบ้านก็ไม่มีเสียงตอบ มองไปที่ชายหาดเห็นพวกสาวๆกำลังสนุกสนานกับการหัดขี่ม้า เขาตามไปที่นั่นอย่างไม่พอใจ

ไปถึงเขาเรียกวนิดาแล้วสั่งให้กลับบ้าน อำไพตกใจรีบแก้ต่างให้วนิดาว่าตนเป็นคนชวนมาเอง ถูกประจักษ์ดุว่าไม่ต้องแก้ตัวแทน เจ้าตัวเขายังไม่เดือดร้อนเลย แล้วดุวนิดาต่อ

"ไอ้เรื่องที่เธอจะไปไหนมาไหนกับใครฉันไม่ห้าม แต่ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าเธอต้องขออนุญาตฉันทุกครั้ง"

"คนที่ฉันจะขออนุญาตมีคนเดียวคือคุณพ่อ คุณเป็นคนอื่น" วนิดาจ้องหน้าเขาเขม็งเถียงเสียงดัง

ประจักษ์แอบน้อยใจที่ถูกวนิดาจัดไว้เป็นคนอื่น เขาตรงไปจับแขนเธอจะดึงลงจากม้าสั่งให้กลับบ้านไปกับเขาเดี๋ยวนี้ วนิดาแกะมือเขาออกแล้วควบม้าหนีไปเลย จวงรู้หน้าที่รีบเอาม้าของตัวเองให้

"เชิญค่ะคุณผู้ชาย"

ooooooo

วนิดาขี่ม้าหนีไปสุดฝีเท้า ประจักษ์ควบม้าตาม ระหว่างนั้นฝนตั้งเค้าทำท่าจะตกหนัก แต่ม้าสองตัวก็ยังควบไล่ตามกันไปไม่หยุด จนเมื่อวนิดาขี่เข้าพงหญ้า ประจักษ์ตามไปพอพ้นพงหญ้า ปรากฏว่าวนิดาหายไปแล้ว เขาตกใจร้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ

อำพันธ์กลับมาพอรู้ว่าประจักษ์ขี่ม้าไล่ตามวนิดาไป ก็ดุสองสาวว่าทำไมไม่ช่วยวนิดา เดี๋ยวเกิดเรื่องจะทำอย่างไร อำไพกับจวงก็เป็นห่วง ยิ่งเมื่อเห็นฝนทำท่าจะตกใหญ่อำพันธ์บ่นอย่างหงุดหงิดว่า

"ไอ้ฝนบ้าก็ดันจะมาตกตอนนี้เสียอีก"

พอดีประจักษ์ขี่ม้ากลับมาถามว่าวนิดามาแล้วหรือยัง พอรู้ว่ายังเขาหน้าเสีย อำพันธ์ถามว่า

"คุณตามคุณนิดไม่ทันเหรอครับ"

ประจักษ์ไม่ตอบเขาหันกลับรีบเดินออกไป ขี่ม้าฝ่าสายฝนไปเพื่อตามหาวนิดา ขี่ม้าไปก็ตะโกนเรียกวนิดาแข่งกับเสียงฟ้าฝนตลอดทางสุดท้ายม้าตื่นเสียง ฟ้าผ่า เขาจึงผูกม้าไว้แล้วเดินลุยเข้าไปในป่าตามหาวนิดาต่อ ตะโกนเรียกหาจนเสียงแหบแห้งก็ไม่มีเสียงตอบรับ

ขณะที่อำพันธ์กำลังจะออกไปช่วยตามหาวนิดานั่นเอง เธอก็เดินตัวเปียกปอนเข้ามา ทุกคนดีใจแต่พอรู้ว่าประจักษ์ไปตามหาเธอยังไม่กลับ เลยกลายเป็นทุกคนเป็นห่วงประจักษ์ขึ้นมาแทน

ประจักษ์เดินตามหาไปในป่าจนถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ ถูกกิ่งไม้หักหล่นลงมาทับจนหมดสติอยู่ใต้ต้นไม้ในป่านั่นเอง...

ooooooo

ตอนที่ 10

คุณนายน้อมด่าป้าทองกับไปล่ว่าเนรคุณ แปรพักตร์ ไปเข้ากับวนิดา พิสมัยยุให้ไล่ออกไปเสีย เลี้ยงงูเห่า ไว้สักวันมันต้องแว้งกัดเรา คุณนายเลยไล่ตะเพิดให้ เก็บข้าวของออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้

"อีฉันไปแน่ ไม่ต้องเปลืองน้ำลายไล่หรอกเจ้าค่ะ

อีทองยอมเป็นคนอกตัญญูดีกว่าต้องรับใช้คุณนายใจดำ!"

"นังทอง!!" คุณนายตวาดลั่น

"อีฉันยังพูดไม่จบ" ป้าทองเสียงดังกว่าแล้วลอยหน้าพูดไม่เว้นวรรคให้แทรกได้เลยว่า "เมื่อก่อนบ้านหลังนี้ให้แต่ ความอบอุ่นและความสุข แต่หลังจากที่ท่านเจ้าคุณเสียชีวิต มหศักดิ์ก็เหมือนตายไปด้วย อีฉันอยู่โดยที่ถูกปิดหูปิดตา เข้าใจผิดคิดว่าพวกผู้ดีอย่างคุณคือคนดี"

ป้าทองหยุดหายใจ เมื่อเห็นคุณนายกับพิสมัยหน้าเหวอพูดไม่ออก แล้วก็รีบใส่ต่อ

"แต่ความจริงไม่ใช่ คุณนิดทำให้อีฉันรู้ว่าคนดีเป็นยังไง พวกใจคอคับแคบ ชอบดูถูกคน ตัดสินคนอื่นโดยที่ยังไม่รู้จัก มันทำให้คำว่าผู้ดีที่ฉาบผิวคุณนายไม่มีค่าอะไรเลย"

"นังทอง!!" คุณนายเงื้อมือจะตบป้าทอง ถูกไปล่จับแขนไว้แน่นทำหน้าขึงขังขู่ว่าถ้าคุณนายตบป้าทอง ตนจะไม่เกรงใจ คุณนายลอยหน้าถามว่า "แกจะทำอะไรฉันหาไอ้ไปล่!"

"ทำในสิ่งที่คุณนายคิดไม่ถึง" ไปล่แสยะยิ้มใส่คุณนายแล้วหันไปประคองป้าทอง "ไปกันเถอะป้า ตายเอาดาบหน้า ดีกว่าต้องอยู่ที่นี่"

แล้วสองป้าหลานคู่หูคู่กัดก็จัดกระเป๋าเข้าไปลาวนิดา เธอถามว่าจะไปอยู่ที่ไหนกัน ไปล่บอกว่าจะกลับสุรินทร์จะพาป้าทองไปอยู่ด้วย ครั้นวนิดาถามว่าแล้วจะไปทำอะไร

"คงเลี้ยงช้างมังครับ" ไปล่ตอบ ป้าทองได้ยินถึงกับร้องไห้โฮที่ต้องไปเลี้ยงช้างเอาบั้นปลายชีวิต วนิดาเลยบอกทั้งสองคนว่าไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น  ให้อยู่ที่นี่ตนจะดูแลทั้งสองคน เอง ดีแล้วจะได้มีเพื่อน

ถม คนใช้ประจำตัวของคุณนาย แจ้นกลับมาบอกว่าวนิดาให้ป้าทองกับไปล่อยู่รับใช้ตัวเอง พิสมัยก็ยุว่า

"มันทำอย่างนี้เท่ากับมันประกาศความเป็นศัตรูกับคุณแม่นะคะ"

ooooooo

ครู่ใหญ่ต่อมา ขณะที่วนิดาจัดห้องให้ไปล่และให้ป้าทองกับจวงนอนกับตนอยู่นั้น คุณนาย ถม และพิสมัยก็เดินอาดๆเข้ามาพูดจาดูถูกถากถางต่างๆนานา แล้วคุณนายก็หาเรื่องวนิดาว่า

"คิดว่าที่นี่เป็นบ้านของเธอรึไง ถึงได้เจ้ากี้เจ้าการจัดแจงให้ใครมาอยู่ก็ได้"

"ใช่ค่ะ" วนิดาตอบชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาคุณนาย พิสมัยและถมชะงักกึก แล้ววนิดาก็ชี้แจงว่า "ฉันเป็นภรรยาคุณประจักษ์ เท่ากับว่าครึ่งหนึ่งของฉันเป็นเจ้าของบ้านมหศักดิ์ไม่ถูกต้องเหรอคะ ดิฉันว่าถ้าคุณแม่ไม่พอใจอะไรก็ไปบอกคุณประจักษ์เถอะค่ะ"

พอเถียงไม่ขึ้นคุณนายก็พาลตวาดว่า "ฉันไม่ใช่แม่แก ไม่ต้องมาเรียก"

วนิดายิ้มอย่างใจเย็นบอกให้ทำใจเสียเพราะยังไงเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน แล้วจงใจย้ำว่า "ฝึกให้ชินไว้สิคะคุณแม่"

คุณนายน้อมโมโหจนตัวซี้ตัวสั่น ยิ่งเมื่อป้าทองประกาศว่าตอนนี้ตนไม่ใช่ขี้ข้าของคุณนายแล้วถ้าทำอะไรวนิดา นิดเดียวพวกตนก็จะใช้วิธีไพร่ๆกับคุณนาย ก็ทำเอา "ผู้ดี" อย่างคุณนายกับพิสมัยหน้าเสีย สุดท้ายคุณนายก็สั่งกลับ ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะไล่ส่งของป้าทอง จวง และไปล่

ooooooo

ประจักษ์ย้ายไปอยู่กรมเสนาธิการแล้ว จู่ๆวันนี้มนตรีก็โผล่พรวดเข้าไปหาที่ห้องโดยไม่เคาะประตู พอถูกต่อว่าก็อ้างว่ามีเรื่องร้อนใจอยากคุยด้วย แล้วพูดธุระ ทันทีว่า

"ฉันจะมาขออนุญาตพาคุณนิดไปเป็นคู่ควงงานแข่งขันลีลาศแห่งสยาม"

ประจักษ์มองหน้าเพื่อนรักอย่างตรึกตรอง แล้วพูดชัดเจนไม่ลังเลว่า

"ฉันว่านายมาเสียเที่ยวแล้วล่ะ วนิดาต้องเป็นคู่ควงไปงานนี้กับฉัน"

มนตรีงง อึ้ง ถามว่าเขาไม่เคยชอบงานแบบนี้ไม่ใช่หรือ ประจักษ์ตอบหน้านิ่งๆว่าคนเราเปลี่ยนแปลงกันได้ ให้มนตรีไปหาคู่ควงคนอื่นเสีย มนตรีพยายามตื๊อถามว่าแล้วเขาเอาพิสมัย ไปไว้ที่ไหน ถ้าพิสมัยรู้เข้าถึงตายทีเดียว

"เรื่องของฉัน" ประจักษ์ตอบอย่างมีแผนและไม่สนใจมนตรีอีกเลย มนตรีเลยฮึดฮัดผิดหวังกลับไป

ooooooo

ด้วยความแค้นใจ คุณนายใช้ให้ถมกับคนใช้อีกสองคนไปก่อกวนป้าทองกับจวงจนทั้งสองจะเข้าครัวทำ อาหารก็ไม่ได้  พอจวงเอ็ดตะโรว่าอย่ามาหาเรื่อง  ถม ก็อวดศักดาว่า

"ฉันไม่ได้หาเรื่อง คุณนายสั่งให้ฉันเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้ ฉันมีอำนาจที่จะให้ใครทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้ แกสองคนไม่ใช่คนของมหศักดิ์ เพราะฉะนั้นข้าวของทุกอย่างในบ้าน มหศักดิ์แกสองคนไม่มีสิทธิ์ยุ่ง"

ป้าทองถามว่าแล้วจะให้ตนทำครัวที่ไหน ถมชี้ไปที่เรือนหลังเล็กบอกว่าทำที่หน้าห้องวนิดา จวงทนไม่ไหวตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้ เลยไปหานายดาว พอเจอนายดาวจวงก็ฟ้องฉอดๆว่าคุณนายให้วนิดาไปอยู่เรือนหลังเล็ก บรรยายให้เห็นภาพน่าสมเพชว่า

"ที่นั่นทั้งเล็กทั้งเก่ายิ่งกว่าเรือนคนใช้อีกนะคะคุณท่าน แถมมันยังพูดจาดูถูกคุณนิดสารพัด กลั่นแกล้งคุณนิดทุกเรื่องแล้วยังปฏิบัติกับคุณนิดเหมือนคุณนิดไม่ใช่ลูก สะใภ้ แต่เป็นขี้ข้า ตอนนี้คุณนิดซูบไปเป็นกองหน้าตาไม่สดใสเหมือนเก่า จวงเห็นแล้วสงซ้าน...สงสาร แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง จวงถึงต้องมาขอให้คุณท่านช่วยนี่แหละค่ะ"

นายดาวฟังแล้วฉุนขาดลุกพรวดสั่งสมหมายเตรียมรถตนจะไปบ้านมหศักดิ์ จวงยิ้มหน้าบานสะใจนัก!

ooooooo

นายดาวไปถึงบ้านมหศักดิ์ เป็นเวลาที่คุณนายกำลังนั่งรอถมมานวดตัวให้ นายดาวเข้าไป คุณนายนึกว่าถมจัดแจงให้นวด นายดาวสวมรอยเข้าไปบีบไหล่นวดไปมา คุณนายชมว่าวันนี้แรงดีจัง นายดาวเลยนวดแรงขึ้นอีกจนคุณนายร้องหันมองหน้า ตกใจลุกพรวด

"นายดาว แกจะทำอะไรฉัน"

นายดาวหัวเราะกวนประสาทถามว่าคุณนายแก่จนเป็นป้าตนได้แล้วตนจะกล้าทำอะไร พอถูกคุณนายไล่ตะเพิดให้ ออกจากบ้านตน นายดาวจึงถามขึงขังว่า

"ได้ข่าวว่าคุณนายไล่ลูกสาวผมไปอยู่เรือนหลังเล็ก คุณนายทำแบบนี้เท่ากับไม่ให้เกียรติลูกสาวผมสักนิด" พอคุณนายย้อนว่าตนยอมให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันก็บุญแล้วจะมาเรียกร้องอะไร อีก

"คุณนายทำแบบนี้มันเหมือนแกว่งเท้าเข้าหาเสี้ยนนะ" นายดาวขู่ พอคุณนายถามว่าจะทำอะไร นายดาวตอบกวนๆตามเคยว่า "ก็แค่ทำให้เสี้ยนมันตำเข้าไปในเท้าคุณนายยังไงล่ะ"

คุณนายน้อมเสียวสันหลังขึ้นมาเลยรีบโทร.ไปบอกประจักษ์ เขารีบออกจากที่ทำงานทันที

ประจักษ์ไปถึงบ้านนายดาวเป็นเวลาที่นายดาวกำลังสั่งให้สมหมายตามทนายสุธีมา พบ แต่พอประจักษ์มาคุยด้วยดีบอกว่า ตนอยากมาเพิ่มสัญญาอีกข้อหนึ่ง นายดาวมองอย่างระแวง

"สัญญาข้อที่ว่าก็คือ" ประจักษ์เดินไปยืนตรงหน้านายดาว "ผมจะดูแลวนิดาในฐานะภรรยาให้ดีที่สุด ผมจะยกย่องให้เกียรติและปกป้องไม่ให้ลูกสาวของคุณต้องเจ็บช้ำน้ำใจหรือพบกับ ความลำบากอีก"

ฟังประจักษ์พูดจบ นายดาวก็สั่งสมหมายว่าไม่ต้องโทร.หา ทนายสุธีแล้ว บอกประจักษ์ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า "ฝากคุณ ดูแลยัยนิดด้วย" เมื่อประจักษ์กลับไปนายดาวก็พูดกับสมหมาย อย่างพอใจว่า

"ในที่สุด ฉันก็คิดถูกจริงๆสมหมาย"

แต่พอประจักษ์กลับมาบอกคุณนายน้อมว่าตนไปเพิ่มเติมสัญญาอีกข้อหนึ่งว่าจะ ดูแลวนิดาให้ดีที่สุด คุณนายก็ไม่พอใจชักสีหน้าถามว่า ทำไมถึงไปพูดแบบนี้มันเท่ากับมัดตัวเองแท้ๆ

"หรือคุณแม่อยากให้เขาฟ้องเราครับ จะต้องให้ผมขอร้องคุณแม่อีกสักกี่ครั้ง เลิกยุ่งกับวนิดาและคนของเขาเสียที"

คุณนายเห็นประจักษ์โกรธ เลยเปลี่ยนท่าทีใหม่เพื่อเอาใจลูก ขอให้พาไปขอโทษวนิดาที แม้ประจักษ์จะรู้สึกแปลกๆ แต่พอคุณนายทำตาปริบๆ อย่างสำนึกผิด เขาจึงพาไปหาวนิดาที่ร้านเสื้อสองอนงค์

พอเจอหน้าวนิดาคุณนายก็เข้าไปกอด ขอโทษด้วยคำพูด และน้ำเสียงอ่อนหวาน สารภาพผิด ขออย่าได้โกรธตนเลยอภัยให้กันแล้วเรามาเริ่มต้นใหม่

แต่ระหว่างพูดเสียงดังขอโทษขอโพยนั้น ก็แอบกระซิบข้างหูวนิดาว่า

"อย่าเข้าใจผิดคิดว่าฉันยอมแกนะนังวนิดา ฉันแค่ ไม่อยากให้ลูกชายฉันลำบากใจ"

วนิดาถึงกับตะลึงอึ้ง แต่พอตั้งหลักได้ก็กอดคุณนาย ไว้แน่นราวกับมัดตราสัง พูดหวานกว่าอีกว่า

"ได้สิคะคุณแม่ขา...เราสองคนมาเริ่มต้นกันใหม่นะคะ"

พอวนิดาคลายมือ คุณนายก็อ้าปากฮุบอากาศเหมือนจะขาดใจแต่ต้องฝืนยิ้ม อำไพเห็นทั้งสองแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่ ประจักษ์ไม่ได้สนใจรายละเอียด เห็นแม่กับวนิดากอดและพูดหวานให้กันก็ยิ้มสบายอกสบายใจ

ooooooo

พาคุณนายกลับมาที่บ้านมหศักดิ์แล้ว ประจักษ์ ขอบคุณแม่ที่ยอมเป็นฝ่ายขอโทษวนิดาแล้วขอตัวไปทำงาน  พิสมัยสวนเข้ามา  คุณนายเปลี่ยนสีหน้าเป็นร้ายกาจทันทีบอกพิสมัยว่า

"แผนของเราเริ่มต้นได้ไม่เลวเลยล่ะ"

คืนนี้ ประจักษ์หยิบการ์ดเชิญแข่งขันลีลาศขึ้นมาดูแล้วออกจากห้องจะไปชวนวนิดา เจอพิสมัยเข้าพอดี เธอถามว่าจะไปไหน ประจักษ์อึกอักแล้วปดว่าจะไปเดินเล่น

"ใจตรงกับน้องเลยค่ะ น้องจะมาชวนคุณพี่ลงไปเดินเล่นพอดี" ว่าแล้วควงไปเลย

เป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวงทอแสงนวลสวย วนิดาออกมายืนชมจันทร์อยู่กับจวง มองไปเห็นพิสมัยควงประจักษ์เดินอยู่ข้างล่าง เธอหมดอารมณ์ชมจันทร์ชวนจวงเข้าบ้าน

พิสมัยจงใจควงประจักษ์มาฉอเลาะใกล้ๆห้องพักของวนิดา ทำเป็นหนาวกอดแขนประจักษ์ไว้แนบตัว พอประจักษ์ บอกว่าถ้าหนาวก็กลับขึ้นข้างบนเสีย เธอก็ไม่ยอมกลับกอดเขาไว้แน่น

ประจักษ์รู้ว่าวนิดาเห็น เขาอึดอัดใจ เลยชวนเข้าข้างในกันดีกว่าอ้างว่าเดี๋ยวเธอจะไม่สบาย พิสมัยเลยพูดไม่ออก

ooooooo

วันถัดมา ประจักษ์ตัดสินใจจะชวนวนิดาไปงาน แข่งขันลีลาศ เขาตึงเครียดตื่นเต้น ต้องซ้อมเรียบเรียงคำพูดอยู่นานจนได้ประโยคที่คิดว่าเหมาะสม อ่อนโยนที่สุดแล้ว คือ "พอดีฉันได้รับเชิญไปงานแข่งขันลีลาศ แต่ฉันไม่มีคู่ไปด้วย เธอเป็นคู่ให้ฉันนะ" คิดแล้วบอกตัวเองว่า "เอาแบบนี้ล่ะวะ" แล้วตัดสินใจออกจากห้อง ไปเคาะประตูห้องวนิดา ยืนพูดอยู่หน้าห้อง

"วนิดา ฉันเอง...ฉันขอโทษที่มากวนเธอแต่เช้า ฉันอยากรู้ว่าคืนวันศุกร์หน้าเธอว่างรึเปล่า ฉันมีบัตรเชิญไปงานแข่งขันลีลาศ ฉันอยากชวนเธอไปด้วย ถ้าเธอไม่ว่างก็ไม่เป็นไร" ประจักษ์พูดประโยคสุดท้ายหลังจากพูดมายืดยาวแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากในห้องเลย

แต่พอหันกลับก็เจอป้าทองยืนยิ้มอยู่ ป้าทองบอกว่าวนิดาไม่อยู่ไปบ้านอำไพ ทำเอาเขาเขินต่อว่าป้าทองว่า "แล้วปล่อยให้ฉันพูดอยู่คนเดียวได้ยังไง" แล้วเดินงุดๆกลับห้องตัวเอง

ต่อมาเขาจะเดินไปหาวนิดาอีกเพื่อบอกเรื่องงานแข่งขัน ลีลาศ เจอคุณนายน้อมเข้าถามว่าจะไปไหน วันหยุดก็น่าจะพา พิสมัยออกไปกินข้าวฟังเพลงกันบ้างปล่อยให้เธออยู่กับคนแก่ อย่างแม่เบื่อตาย แล้วคะยั้นคะยอให้เขาพาพิสมัยไปกินข้าว พูดดักคอว่า

"อ้อ หรือว่าเป็นห่วงหนูนิด ไม่ต้องห่วงหรอก แม่จะอยู่เป็นเพื่อนเขาเอง รีบไปเอารถออกสิ"

"ครับ" ประจักษ์จำใจรับคำ พอเขาเดินออกไป พิสมัยก็ไหว้ขอบคุณคุณนายอย่างอ่อนช้อย

"ไปเถอะลูก เที่ยวให้สนุกนะ" คุณนายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองพิสมัยที่เดินตัวปลิวไปอย่างสบายใจ

ooooooo

วันนี้วนิดาไปทานอาหารที่บ้านอำไพกับอำพันธ์ ทานเสร็จเธอช่วยล้างจานเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน สองพี่น้องไม่ชอบใจเมื่อรู้ว่าคุณนายให้วนิดาไปอยู่เรือนหลังเล็ก และให้พิสมัยมาอยู่ที่ห้องประจวบแทนวนิดา กระทั่งอำพันธ์พูดอย่างเหลือเชื่อว่าคุณนายมักทำอะไรที่คาดไม่ถึงตลอดเวลา เล่นละครได้เก่งมาก

อำพันธ์ถามวนิดาว่าการที่พิสมัยมาอยู่ที่บ้าน เธอไม่คิดอะไรบ้างหรือ วนิดาตอบสบายๆใสๆว่าไม่คิดอะไรเลย เพราะตนไม่ชอบประจักษ์ ฟังแล้วอำพันธ์เผลอพูดออกมาอย่างโล่งใจว่า "ค่อยยังชั่ว" พูดแล้วรู้สึกตัวเลยแก้เกี้ยวว่า

"ค่อยยังชั่วที่คุณนิดไม่ได้ชอบคุณประจักษ์ เพราะถ้าคุณนิดชอบคุณประจักษ์ขึ้นมาจริงๆ คุณนิดคงเสียใจแย่ เพราะยังไงคุณประจักษ์กับคุณพิสมัยก็ไม่มีทางตัดขาดกันได้หรอกครับ"

ตลอดเวลาที่วนิดาอยู่ที่บ้านอำไพ อำพันธ์มองเธอเคลิ้ม จนอำไพจิกแขนดึงออกไปถามว่าบ้าไปแล้วหรือ กลับถูก อำพันธ์ถามว่า "มองคนที่ตัวเองชอบมันบ้าตรงไหน"

อำไพสะดุดหูกึกคาดคั้นถามจนอำพันธ์ยอมรับว่าตนชอบวนิดา เมื่อวนิดาไม่ได้รักประจักษ์ เขาก็จะรอเธอจนกว่าเธอจะเป็นอิสระ

พอดีวนิดามาขอตัวกลับ อำพันธ์จึงให้อำไพไปเอาไข่ใส่ตะกร้าฝากไปให้ป้าทองด้วยและขอไปส่ง

ส่วนทางบ้านมหศักดิ์ มนตรีมาหาวนิดาที่เรือนหลังเล็ก จวงบอกว่าไม่อยู่ ครั้นถามว่าไปไหนจะกลับกี่โมง พอป้าทองบอกว่าไปบ้านคุณอำไพกลับกี่โมงไม่รู้ มนตรีถามอย่างไม่สบายใจว่า บ้านอำไพอยู่ที่ไหน

ป้าทองถามขวางๆว่าจะรู้ไปทำไม มนตรีอ้างว่าจะได้ ไปรับกลับ เพราะวนิดาไปคนเดียวมันอันตราย จวงปากไวโพล่งไปว่า

"โอ๊ย ไม่อันตรายหรอกค่ะ บ้านคุณอำไพอยู่ข้างหลังนี่เอง"

เลยเสียท่ามนตรี เขาขอบใจแล้วจ้ำอ้าวไปเลย จวงอ้าปากหวอถูกป้าทองเขกหัวโป๊กหนึ่ง ฐานโง่หลุดปากบอกมนตรีไป

ooooooo

อำพันธ์เดินมาส่งวนิดา คุยกันอย่างถูกคอ เขาอยากให้วนิดามาที่บ้านบ่อยๆ อำไพจะได้ไม่เหงา เพราะเขาเองทำงานบริษัทฝรั่งต้องเดินทางบ่อยๆไม่ค่อยได้อยู่บ้าน

ขณะทั้งสองเดินคุยกันมาอย่างถูกคอนั่นเอง มนตรีมาเจอเข้าหน้าตึงทันที ปรี่เข้าไปหาวนิดา อำพันธ์เห็นมนตรีก็ชักสีหน้าเป็นปฏิปักษ์ทันทีเช่นกัน พอวนิดาถามว่ามนตรีมาหาประจักษ์หรือ เขากลับบอกว่ามาหาเธอฐานะเพื่อนสนิท แล้วกวาดตาไปทางอำพันธ์ถามวนิดาว่า นั่นเป็นใคร อำพันธ์ ฉุนขึ้นมาย้อนถามว่า แล้วคุณเป็นใคร

สองหนุ่มไม่กินเส้นกันอย่างแรง จนอำพันธ์ไม่อยากมีปัญหาเลยบอกวนิดาว่าฝากไข่ไก่ไปให้ป้าทองด้วย  ส่งตะกร้าไข่ ให้แล้วหันหลังเดินไป ยังไม่วายถูกมนตรีกระแนะกระแหนว่า

"แค่ไข่หนึ่งตะกร้า คิดว่ามันเท่นักเหรอวะ"

ได้เรื่องเลย! อำพันธ์หันขวับมาพูดเสียงแข็งว่าไม่พอใจอะไรตนก็พูดมาตรงๆเลยดีกว่า

มนตรีตอบไปตรงๆ อย่างชายชาติทหารว่า ตนไม่พอใจที่เขามาใกล้ชิดกับวนิดาที่เป็นภรรยาของประจักษ์เพื่อนรักของตน วนิดาเห็นท่าจะไปกันใหญ่เลยแยกสองคนออกมาบอกว่าอำพันธ์แค่เดินมาส่งตนเฉยๆ มนตรีคงเข้าใจผิดมากกว่า

"ไม่ผิดหรอกครับคุณนิด เห็นหน้าผมก็รู้แล้วว่าเขาต้องคิดไม่ซื่อกับคุณ" มนตรีพูดใส่หน้าอำพันธ์

ระหว่างนั้นถมมาเห็นเหตุการณ์ได้ยินการโต้เถียงกันรุนแรง ก็วิ่งแจ้นกลับไปบอกคุณนาย ครู่เดียวคุณนายก็เดินอ้าวมากับถม

มนตรีกับอำพันธ์เถียงกันไปมาจนอำพันธ์ไม่อยากมีเรื่องเลยหันหลังกลับ ถูกมนตรีคว้าไข่ในตะกร้าขว้างใส่หัวอำพันธ์แตกดังโพละ ไข่ย้อยลงมาจากหัว อำพันธ์ฉุนขาดเดินกลับมาคว้าไข่ยีใส่หัวมนตรีและปาใส่ มนตรีหลบ เป็นจังหวะที่คุณนายเดินหน้าตั้งมาพอดีเลยถูกหน้าคุณนายเข้าเต็มเปา

ศึกปาไข่ยุติลงทันที ทั้งอำพันธ์และมนตรีต่างยกมือไหว้คุณนายที่ยืนโกรธจนตัวสั่น

ooooooo

พากันกลับไปที่บ้านมหศักดิ์ ขณะที่คุณนายเอาผ้าเช็ดไข่บนผมตัวเองอยู่นั้น อำพันธ์เข้าไปขอโทษอีกครั้ง คุณนายทั้งด่าทั้งบ่นระบายอารมณ์จงใจประชดวนิดาว่า

"เห็นบ้านมหศักดิ์เป็นโรงงิ้วรึไง ร้อยวันพันปีบ้านนี้ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย แต่พอมีคนอื่นเข้ามาอยู่ก็ทำเรื่องน่าบัดสี อย่าลืมสิว่าลูกชายฉันเป็นผัวเธอ นี่ถ้าพ่อใหญ่รู้เข้าคงต้องดิ้นตายเพราะเมียมีชู้ถึงสองคน!"

"ไม่ใช่นะครับ!!" ทั้งอำพันธ์และมนตรีปฏิเสธพร้อมกัน ต่างก็ปกป้องวนิดาว่าไม่ผิด   แล้วโยนกลองให้อีกฝ่ายว่าผิด เถียงกันจนคุณนายทนไม่ไหวตวาดลั่น

"หยุด!! เห็นหัวหงอกคนนี้บ้างไหม เถียงข้ามหัวฉันไปมา ไม่มีสมบัติผู้ดี" แล้วบอกอำพันธ์ให้กลับไปได้แล้ว มนตรียิ้มเยาะพูดเบาๆ "สมน้ำหน้า" พูดไม่ทันขาดคำก็ถูกคุณนายไล่ไปอีกคน แต่พอวนิดาจะลุกไปบ้างคุณนายกลับไม่ให้ไป

"อยากต่อว่าอะไรฉันก็ต่อว่ามาเลยค่ะ"  วนิดานั่งลงตามเดิม

"ต่อว่าเธอมันจะไปสนุกอะไร ถ้าจะต้องต่อว่ากันมันต้องต่อว่าไปถึงย่าของเธอถึงจะถูก สั่งสอนหลานสาวได้เก่งมาก สันดานเหมือนกันไม่มีผิด มักมาก ไม่รู้จักพอ!"

"ใช่ค่ะ" วนิดายิ้มรับจนคุณนายแปลกใจ "ฉันเป็นผู้หญิงไม่รู้จักพอ คุณแม่เตรียมหาปี๊บคลุมหัวได้เลย เพราะดิฉันจะละเลงมหศักดิ์กับลูกชายของคุณแม่ให้เละ!" พูดเสร็จลุกไปเลย

"แกได้ยินมันพูดไหมนังถม มันผิดจากที่ฉันคิดที่ไหน" คุณนายหันไปพูดกับถม แล้วนั่งหน้าวิตกระแวงสุดๆ

ooooooo

เมื่อประจักษ์กลับมาตอนเย็น คุณนายฟ้องลูกชาย ทันที ประจักษ์ท้วงติงว่าวนิดาไม่ใช่คนแบบนั้น พิสมัยแย้งขึ้นมาว่าเขาเชื่อใจวนิดามากเกินไป  การทำแบบนี้ เท่ากับไม่ให้เกียรติเขาไม่ให้เกียรติมหศักดิ์เลย

"ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง" ประจักษ์ตัดบทแล้วเดินออกไป เขาตรงไปที่เรือนหลังเล็กแต่ไม่ใช่ไปต่อว่าตำหนิวนิดา หากไปชวนเธอออกงานแข่งขันลีลาศด้วยกัน วนิดาตอบรับทันทีเพราะเป็นงานที่เธอใฝ่ฝันอยากไปมานานแล้ว

จากนั้นทั้งคู่วางแผนซ้อมเต้นรำกันเพื่อให้เข้าขากันได้ วนิดานัดซ้อมกันทุกเย็นที่นี่ก็แล้วกัน

ส่วนมนตรีหลังจากวันนั้นแล้ว เขาร้อนใจจนทนไม่ได้ วันนี้จึงไปบอกประจักษ์ว่าอำพันธ์มีท่าทีจีบวนิดา ประจักษ์ ไม่เชื่อ มนตรีโมโหที่เขาไม่เชื่อเลยหัวเสียบอกว่าแล้วสักวันประจักษ์จะรู้เองว่าที่ ตนพูดเป็นความจริง

ประจักษ์กำลังเพลิดเพลินกับการหัดเต้นรำกับวนิดา เขาเต้นแข็งทื่อจนบางครั้งเหยียบเท้าวนิดา เธอจึงหยุดถามเขาว่าเวลาเต้นเขาคิดถึงอะไร ประจักษ์บอกว่าคิดถึงว่าต้องก้าวเท้ายังไง  เดินหน้าหรือถอยหลัง  วนิดาเลยแนะนำว่า

"ว่าแล้วเชียวว่าคุณต้องคิดแบบนี้ เพราะคุณมัวแต่ คิดถึงแต่จังหวะ เวลาคุณเต้นมันถึงดูไม่มีอารมณ์ร่วมไปกับคู่เต้นยังไงล่ะคะ"

วนิดาช่วยเขาสร้างอารมณ์ด้วยการเปิดเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง บอกว่าเพลงอาจจะช่วยเขาได้ ย้ำว่า "อย่าให้จังหวะกำหนดการเต้น แต่ให้ใช้ความรู้สึก"

ทั้งสองซ้อมเต้นกันยิ่งใกล้ชิดความรู้สึกต่อกันก็ยิ่งลึกซึ้ง จนบางครั้งเขินต้องเมินหน้าไปทางอื่นแก้เก้อ

ooooooo

ถมมาเห็นประจักษ์ซ้อมเต้นรำกับวนิดาก็แจ้นไปบอกคุณนายน้อม ส่วนพิสมัยสงสัยว่าประจักษ์หายไปไหนทุกเย็นก็เข้าไปหาที่ห้อง เห็นการ์ดเชิญงานแข่งขัน ลีลาศวางอยู่ เธอดูแล้วยิ้มอย่างมั่นใจว่าประจักษ์ต้องชวนตนไปงานนี้แน่ๆ

พอรู้ว่าประจักษ์ซ้อมเต้นรำอยู่กับวนิดา ทั้งคุณนาย พิสมัย และถมก็ดาหน้ากันไปที่เรือนหลังเล็กทันที พิสมัยตีสองหน้าได้อย่างแนบเนียน ทำเป็นเข้าไปขอบใจวนิดาที่ช่วยเป็นคู่ซ้อมให้ประจักษ์ บอกเขาว่า

"คุณพี่ไม่เห็นต้องรบกวนคุณวนิดาให้เป็นคู่ซ้อมเต้นให้เลย" คุณนายพูดเอาใจว่าประจักษ์กลัวเธอจะเหนื่อย พิสมัยเล่นละครต่อไปทำเป็นซึ้งใจว่า "โถๆ คนดีของน้อง ฉันต้องขอบใจคุณมากนะที่สละเวลามาช่วยซ้อมเป็นคู่เต้นให้คุณพี่แทนฉัน แต่หลังจากนี้คงไม่ต้องรบกวนคุณแล้วล่ะ เพราะเหลืออีกแค่ไม่กี่วันก็จะถึงวันงานแล้ว ฉันจะซ้อมกับคุณพี่เอง"

"พิสมัย เธอกำลังเข้าใจผิด" ประจักษ์ดึงแขนพิสมัยเพื่อจะบอกความจริง พิสมัยเอะใจทำตาโตถามว่า อย่าบอกนะว่าเขาจะชวนวนิดาไปงานแข่งขันลีลาศ ประจักษ์ไม่ตอบแต่สายตาบอกว่าใช่

พิสมัยแทบช็อก จนเมื่อกลับถึงห้องนอนก็อาละวาดแผดเสียงกรีดร้องอย่างกดดัน บอกคุณนายน้อมว่าตนทนไม่ไหวแล้วถ้าไม่ระบายออกมาเส้นเลือดในสมองต้องแตกแน่ๆ พูดอย่างอาฆาตกับคุณนายว่า

"ดิฉันเกลียดมันค่ะคุณแม่ ดิฉันเกลียด..เกลียด..คอยดูนะ นังวนิดา ฉันจะทำให้ชีวิตแกไม่มีความสุข!!!"

ooooooo

ตอนที่ 9

ประจักษ์กลับถึงบ้านด้วยความรู้สึกผิด เขาเดินไปที่หน้าห้องวนิดา ยกมือจะเคาะประตูแล้วลดมือลง เป็นอย่างนี้อยู่สองสามครั้ง สุดท้ายตัดสินใจจะเคาะ ประตูก็เปิดออกมาพอดี พอเห็นหน้ากันต่างคนต่างอึ้ง พริบตาเดียว วนิดาก็ปิดประตูใส่หน้าปัง! ประจักษ์สะดุ้งฉุนกึกขึ้นมา   หันหลังเดินกลับห้องตัวเองเลย

หลังจากนั้นอีกหลายวัน บรรยากาศก็ยังอึมครึม คนหนึ่งมาอีกคนหนึ่งก็ไป คนหนึ่งออกหน้าบ้านอีกคนก็ออกหลังบ้าน จนไปล่ จวง และป้าทองพลอยเงียบเหงาไปด้วยต่างจับตาดูอยู่อย่างกลุ้มอกกลุ้มใจ

บรรยากาศไม่ทันคลี่คลายก็มีเรื่องใหม่ให้เข้ามาอึดอัดยิ่งกว่า เมื่อวนิดามาขอความร่วมมือจากจวง ป้าทอง และไปล่ อย่าให้ประจักษ์รู้ว่าคืนนี้ตนจะไม่อยู่

ขณะกำลังปรึกษาวางแผนกันอย่างเคร่งเครียดนั่นเอง ทุกคนก็สะดุ้งเฮือกเมื่อประจักษ์โผล่เข้ามาถามอย่างจับผิดว่า

"คุยอะไรกัน"

วงแตกทันที ป้าทองลุกไปตำน้ำพริก จวงหยิบมีดมาหั่นผัก ส่วนไปล่ก็ก้มหน้าก้มตาเด็ดผัก อาการลุกลี้ลุกลนมีพิรุธ ของทั้งสามทำให้ประจักษ์ถามดักคอว่า "วางแผนอะไรกันอยู่"

ป้าทองตั้งหน้าตั้งตาโขลกน้ำพริกสนั่น จวงกับไปล่ ก้มหน้าก้มตาหั่นผักเด็ดผักทำหูทวนลม แต่ในใจลุ้นให้วนิดาตอบแทน แล้วก็สมใจเมื่อวนิดาทำหน้าตายย้อนเขาว่ามองโลกในแง่ร้ายหรือเปล่า

"พฤติกรรมของเธอทำให้ฉันไม่ไว้ใจ" ประจักษ์สวนไปทันควัน วนิดาไม่ต่อล้อต่อเถียงหันเดินออกไป ประจักษ์หันมองป้าทอง จวง และไปล่ ทำเอาทั้งสามหนาวไปตามกัน

ooooooo

ความสงสัยของประจักษ์พานลากยาวมาถึงกลางคืน เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น เขาสั่งจวงให้ไปตามวนิดามาทานข้าว

จวงสะดุ้งแต่เพราะวางแผนกันไว้แล้วจึงตอบไปว่าตนไปตามแล้วแต่วนิดาบอกว่าไม่ หิว เพราะจงใจจะจับพิรุธ ประจักษ์ทำเป็นห่วงใยว่าเดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะแล้วลุกขึ้นจะไปตามเอง จวงรีบอาสาจะไปตามให้ พอขึ้นไปถึงหน้าห้องก็ทำเป็นร้องเรียก พูดเป็นตุเป็นตะ พูดเองเออเองว่า

"คุณนิดขา คุณผู้ชายให้ออกไปทานข้าวค่ะ...อะไรนะคะ...จะนอนแล้ว...ได้ค่ะ...ได้"

พอได้ยินว่าวนิดานอนแต่หัวค่ำ ประจักษ์ก็เป็นห่วงว่าจะเป็นไข้ถามจวงว่าทำไมไม่เข้าไปดู จวงคิดไม่ทัน ป้าทองเลยรีบพูดว่า ให้พาตนเข้าไปดูวนิดา จวงรีบพาป้าทองออกไป

ทั้งหมดนี้ยิ่งทำให้ประจักษ์สงสัยมากขึ้น

ครู่หนึ่งป้าทองมาบอกประจักษ์ว่า วนิดาบอกว่าปวดหัวตนเลยให้จวงคอยดูแลอยู่ไม่ต้องห่วง ประจักษ์พยักหน้ารับรู้ ไม่ซักถามอะไรอีก ป้าทองลอบถอนใจอย่างโล่งอก

ooooooo

ที่แท้ วนิดาอยู่ที่โรงเรียนในงาน "คืนสู่เหย้าชาวสีน้ำเงินเหลือง" โดยมีสุมาลีกับกัลยาเพื่อนรักอยู่ด้วย สุมาลีติงว่า วนิดาน่าจะพาประจักษ์มาด้วยจะได้พามาเปิดตัว เพราะมีแต่คนอยากเห็นสามีเธอ

พอวนิดาบอกว่าเขาไม่ว่าง กัลยาก็บ่น "น่าเสียดาย เป็นฉันถ้าได้แต่งงานกับคนหล่อขนาดนี้  ฉันต้องหนีบเข้าเอวพาไปทุกที่ น่าภูมิใจออก"

วนิดายิ้มๆ แต่ในใจคิดกังวลกลัวประจักษ์จะจับได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่บ้าน

ooooooo

ป้าทองกับจวงนึกว่าคลื่นลมสงบแล้ว ต่างพากันโล่งใจที่ประจักษ์ทำท่าเหมือนไม่สงสัยอะไรอีก

ที่ไหนได้ ตกดึกประจักษ์เกิดเป็นห่วงวนิดาขึ้นมาอีก ตัดสินใจเคาะประตูห้องขณะเดินผ่าน   ถามเข้าไปว่าเป็นอย่างไรบ้างจวงใจหายใจคว่ำไม่รู้จะทำอย่างไร  เลยทำเสียงแหบๆ ตอบไปว่า

"ฉันไม่เป็นอะไร"

เรื่องเลยยิ่งไปกันใหญ่ ประจักษ์ไม่เชื่อว่าไม่เป็นอะไรเพราะฟังเสียงแหบบอกอาการหนักจะเปิดประตู เข้าไปดู ป้าทองก็มายืนขวางพยายามบอกว่าวนิดาไม่เป็นอะไร ร้อนรุ่มวุ่นวายจนผิดสังเกต ทำให้ประจักษ์ยิ่งสงสัยจะเข้าไปให้ได้ ป้าทองเลยแกล้งพูดดังๆให้จวงเตรียมรับสถานการณ์ว่า

"คุณใหญ่เข้าไปดูคุณนิดก็ได้ค่ะ"

จวงแทบช็อก ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จะปีนหน้าต่างหนีอยู่แล้ว แต่ฉุกคิดได้หันกลับมามองที่เตียง

ดังนั้น พอประจักษ์เข้ามาจึงเห็นร่างที่นอนอยู่บนเตียงสั่นสะท้านจนผ้าห่มไหว เขาบอกป้าทองให้รีบไปตามหมอ ป้าทองเงอะงะไม่ทันใจก็สั่งไปล่แทน ไปล่สติแตกเสียงสั่น พูดผิดพูดถูก

"ครับ...ไม่ได้ครับ"

ประจักษ์เอะใจหันมองที่เตียงเห็นร่างใต้ผ้าห่มยิ่งหนาวสั่นจนเตียงสะเทือน เขาดึงผ้าห่มออกทันที แล้วทุกคนก็ตะลึงงัน เมื่อจวงลุกขึ้นนั่งพนมมือแต้สารภาพว่า "จวงผิดไปแล้วเจ้าค่ะ จวงขอโทษ"

"วนิดาไปไหน" ประจักษ์หันมาคาดคั้นป้าทองอย่างเอาเรื่อง

ooooooo

ที่งาน "คืนสู่เหย้าชาวเหลืองน้ำเงิน" นี่เอง ขณะที่สุมาลีกับกัลยากำลังสนุกสนานกับเพื่อนเก่าที่มาร่วมงานอยู่นั้น ทั้งสองก็มองตาโตเมื่อเห็นประจักษ์เดินเข้ามาในงาน สุมาลีรีบเข้าไปรับถามว่า

"อ้าว คุณประจักษ์ ไหนยัยนิดบอกว่าคุณไม่ว่างมายังไงคะ"

ประจักษ์อึกอัก ไม่ตอบ แต่กลับถามว่าวนิดาอยู่ไหน กัลยาบอกว่ากำลังเตรียมตัวอยู่ ขณะที่ประจักษ์มองหน้างงๆนั้น สุมาลีก็เร่งว่า

"รีบไปเถอะค่ะ ยัยนิดต้องดีใจแน่ๆเลยที่คุณมาให้กำลังใจ"

ว่าแล้วสองสาวก็ควงแขนประจักษ์คนละข้างหนีบเขาเข้าไปที่หน้าเวที

"นั่งหน้าเลยนะคะ ยัยนิดออกมาเห็นคุณจะได้ประหลาดใจ" สุมาลีพาไปนั่งติดหน้าเวทีเลย

"จบไปแล้วนะคะกับการแสดงดนตรีไทยของนักเรียนชั้น ม.ศ.3 ลำดับต่อไปเป็นการแสดงชุดสุดท้ายจากศิษย์เก่าของโรงเรียนเรา ขอเชิญทุกท่านพบกับการรำฉุยฉายได้เลยค่ะ" ครูผู้ทำหน้าที่พิธีกรประกาศเสร็จ เสียงปรบมือก็กึกก้องขึ้น

พอเสียงดนตรีดังขึ้น วนิดาในชุดฉุยฉายก็รำอ่อนช้อยออกมา ประจักษ์ถึงกับตะลึงอึ้งมองวนิดาตาเป็นประกาย วนิดารำอ่อนช้อยยิ้มแย้มสวยงามมาก พอเธอเห็นประจักษ์ก็ชะงักไปนิดหนึ่งแต่พริบตาเดียวทุกอย่างก็ดำเนินไปเป็นปกติ

ประจักษ์ตะลึงอึ้งตกอยู่ในภวังค์จนเหมือนนาทีนี้มีอยู่ กันเพียงสองคนเท่านั้น

ooooooo

การแสดงบนเวทีจบลงแล้ว บรรดาเพื่อนๆของวนิดาต่างพากันมาห้อมล้อมคุยกับประจักษ์  คุณครูคนหนึ่งถึงกับชมประจักษ์ว่าหล่อสมคำร่ำลือ วนิดาโชคดีที่ได้แต่งงานกับเขา ประจักษ์ได้แต่พยายามยิ้มรับเพราะไม่รู้จะพูดอะไร สุมาลีที่เชียร์วนิดากับประจักษ์ อยู่แล้ว เสริมขึ้นว่า

"คุณประจักษ์ก็โชคดีนะคะครู ที่ได้หัวใจของดาวประจำโรงเรียนเราไปครอบครอง"

ประจักษ์นิ่งฟังครูและเพื่อนๆของวนิดาอย่างสนใจ จึงรู้ว่า เธอเป็นศิษย์เก่าที่ครูทุกคนรักเพราะเธอมีน้ำใจ ไม่เคยเกี่ยงงาน พูดจาไพเราะ น่ารักอ่อนหวาน เรียนเก่ง มารยาทงาม เป็นนักกิจกรรม อีกทั้งเรื่องร้องเต้นเล่นละครรวมทั้งดนตรีเธอก็ทำได้ทุกอย่าง

สุดท้าย สุมาลียังเล่าอย่างภูมิใจว่า "ที่พวกเราพูดมายังไม่หมดนะคะ ยัยนิดยังเป็นนักเรียนคนแรกที่ได้ทุนไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ปีนังด้วยคะแนนสูงสุด"

ได้ฟังเรื่องราวของวนิดาจากปากของเพื่อนๆและครูแล้ว ประจักษ์ยิ่งทึ่ง เกิดความภูมิใจในตัวเธอขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเมื่อวนิดามาสมทบกับเพื่อนๆ เขาเอ่ยอย่างชื่นชมว่า

"เธอรำฉุยฉายได้สวยมาก"

"เอ่อ...ขอบคุณค่ะ" วนิดาอึ้งไปอย่างคิดไม่ถึงว่าเขาจะชม

อากัปกิริยาที่เก้อๆเขินๆของทั้งคู่ที่ยังตะขิดตะขวงใจกันอยู่ กลับทำให้เพื่อนๆมองว่าทั้งคู่ยังเขินๆไม่ชินกัน สุมาลีเอ่ยหยอกว่า

"ตายแล้ว คู่นี้ทำตัวเหมือนข้าวใหม่ปลามัน น่ารักน่าเอ็นดูจนพวกเราอิจฉาแล้วนะจ๊ะ"

ooooooo

ระหว่างนั่งรถกลับด้วยกัน ทั้งประจักษ์และวนิดาต่างนิ่งเงียบอย่างไม่รู้จะเริ่มต้นกันอย่างไรดี จนประจักษ์ พาเธอไปจอดหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมแล้วลงไปเดินเล่นกัน กระนั้นก็ยังเดินกันเงียบๆจนวนิดาอึดอัดเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนว่า "มีอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ อย่าเงียบอย่างนี้เลย"

การสนทนาจึงเริ่มขึ้น โดยประจักษ์ถามว่าทำไมไม่ ชวนตนมางานนี้ด้วย วนิดาย้อนถามว่าแล้วทำไมเขาต้องอยากมางานนี้กับตน

"ฉันไม่อยากให้คนนินทาลับหลังว่าฉันปล่อยให้ภรรยามาออกงานลำพังคนเดียว" เขาตอบอย่างไว้ฟอร์ม

แทนที่จะสานต่อความรู้สึกดีๆต่อกัน เลยกลายเป็นตัดพ้อต่อว่าไม่ไว้วางใจกัน โดยวนิดาสวนไปทันทีว่าที่แท้เขาก็มาเพราะกลัวตนจะทำเสียชื่อมหศักดิ์   เลยสวนไปอย่างตั้งแง่ ใส่กันว่า

"ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันไม่ทำให้ตัวเองดูไม่ดีในสายตาคนอื่นหรอก แต่ไม่ใช่เพราะกลัวมหศักดิ์จะเสียชื่อ ฉันทำเพื่อพ่อของฉัน"

ถูกกระแทกกลับมาแบบนี้ ประจักษ์เลยรู้ตัวว่าไม่น่าพูดไปแบบนั้น เขาเสียงอ่อนลงเอ่ยขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เธอไม่มีความสุขในหลายวันที่ผ่านมา ยอมรับกับเธอว่า

"ตอนที่เพื่อนๆกับครูของเธอเล่าเรื่องเธอให้ฉันฟัง มันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันตัดสินเธอผิดไป ฉันไม่ได้รู้จักเธอเลย และต่อไปนี้ฉันจะพยายามทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น"

จากคำพูดและสายตาที่อ่อนโยนลงของประจักษ์ ทำให้ วนิดารับรู้ถึงความจริงใจของเขา...

ooooooo

ผ่านงาน "คืนสู่เหย้าชาวเหลืองน้ำเงิน" คืนนั้นแล้ว ประจักษ์กับวนิดามีท่าทีดีต่อกันมากขึ้น   โดยเฉพาะประจักษ์ดูแลเอาอกเอาใจวนิดาจนป้าทอง   จวง   และไปล่พากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ไม่เพียงปฏิบัติดีกันต่อหน้าเท่านั้น แม้แต่อยู่ลำพังคนเดียวในห้อง ประจักษ์ก็เริ่มรู้สึกแตกต่างระหว่างผู้หญิงสองคน เมื่อนึกถึงท่ารำอ่อนช้อยของวนิดาและคำชื่นชมของเพื่อนๆและครูที่มีต่อเธอเขาก็เผลอยิ้มออกมา แต่เมื่อหันมาเห็นรูปของพิสมัยที่วางอยู่บนโต๊ะเขากลับหน้านิ่งไป

ส่วนวนิดา แม้จะไม่ถึงกับนั่งยิ้มคนเดียว แต่สายตาความรู้สึกที่มีต่อแหวนแต่งงานที่นิ้วนางต่างจากเดิมที่บางครั้งไม่อยากสวม แต่เวลานี้ไม่อยากให้หลุดนิ้วไปแม้แต่นาทีเดียว...

หลังอาหารเช้าที่สดชื่น ประจักษ์ชวนวนิดาว่าเย็นนี้ไปทานข้าวด้วยกัน พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

"ชดเชยที่คราวที่แล้วเราไม่ได้ไปด้วยกันสองคน"

"เจอกันที่ร้านอาหารเลยก็ได้นะคะ คุณจะได้ไม่ต้องเลยมารับฉัน" วนิดาตอบด้วยความยินดี

ป้าทอง จวง และไปล่ ที่ทำทีคอยรับใช้อยู่แถวนั้น แอบฟังกันหูผึ่ง ต่างเผลอร้องออกมาด้วยความดีใจ "เย้!" จนวนิดากับประจักษ์หันมอง ทั้งสามก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ทำงานของตัวเองต่อ

ooooooo

ที่บ้านมหศักดิ์ พิสมัยบ่นกับคุณนายน้อมอย่างหงุดหงิดว่าตนทนเล่นละครเป็นนางเอกที่แสนดีต่อไปไม่ไหวแล้ว เพราะประจักษ์หาทางใกล้ชิดวนิดาตลอดเวลา และจะเห็นเป็นคนอื่นไปเมื่อไรก็ไม่รู้

คุณนายน้อมก็ยังยืนยันอย่างเดียวว่าจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด แต่ก็ไม่มีแผนการอะไรจนกระทั่งพิสมัยเป็นฝ่ายคิดแผนได้ หลังจากปรึกษาวางแผนกันแล้ว พิสมัยก็เริ่มแผนการทันที

เธอตีหน้าเครียดไปหาประจักษ์ที่กรม แล้วพากันกลับมาที่บ้านในตอนเย็น คุณนายน้อมตีโพยตีพายจะให้เขาพาไปหาประจวบเพราะเป็นห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แม้ประจักษ์จะบอกว่าชวนโทรเลขมาบอกแล้วว่าประจวบหายดีแล้ว คุณนายก็ยังยืนกรานจะไปให้ได้ ขอให้เขาลางานพาตนกับพิสมัยไปหาประจวบ

"ผมลางานไม่ได้ครับคุณแม่   ช่วงนี้ผมมีงานที่ต้องรับผิดชอบเยอะมาก"

พิสมัยหาเรื่องทันทีว่างานเยอะหรือไม่อยากห่างวนิดา ทำให้ประจักษ์โมโหถามว่าเมื่อไรเธอจะหยุดหาเรื่องวนิดาเสียที คนที่ผิดคือเราไม่ใช่วนิดา

เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นทันที คุณนายน้อมหาว่าประจักษ์โทษว่าตนผิด โวยวายว่าในเมื่อตนผิดก็ปล่อยให้คนผิดคนนี้นอนช้ำใจตายไปก็แล้วกัน ประจักษ์เลยเสนอว่า

"ผมจะตามหมอมาดูอาการคุณแม่ และผมจะจ้างพยาบาลมาคอยดูแล"

"ไม่ต้องมายุ่งกับแม่ ปล่อยให้แม่นอนตายตรงนี้"

ประจักษ์เซ็งขึ้นมาสุดขีด ตัดบทว่า "งั้นผมไปนะครับแล้วผมจะแวะมาเยี่ยมแม่บ่อยๆ"  ว่าแล้วเดินออกไปเลย คุณนายน้อมที่กำลังแผลงฤทธิ์เต็มที่ชะงักกึกมองหน้าพิสมัยเหวอไปทั้งคู่

พิสมัยรีบตามออกไปถามว่าจะไปไหน  ประจักษ์บอกว่าตนมีธุระ เธอแนะว่าให้โทรศัพท์เลื่อนนัดไปก่อนไม่ได้หรือ จะไปทั้งที่คุณแม่นอนป่วยอยู่อย่างนี้หรือ

ประจักษ์เครียดหนักมองพิสมัยก็เห็นสายตาที่อ้อนวอน มองไปที่แม่ก็เห็นเอาแต่ร้องไห้โฮๆ

ooooooo

ในที่สุดประจักษ์ให้มนตรีไปทานข้าวกับวนิดาแทน วนิดาเสียความรู้สึกมากที่เขามาไม่ได้ก็น่าจะบอกตนโดยตรง ทำไมต้องไปรบกวนมนตรีด้วย

แต่มนตรีดีใจมากบอกวนิดาว่าตนเต็มใจมา แล้วถามว่ายังอยากขี่ม้าไหม พลันก็มีเสียงเพชฌฆาตแทรกเข้ามาว่า

"แต่ผมไม่เต็มใจ!"

นายดาวนั่นเอง เขาเห็นวนิดานั่งอยู่ในร้านเลยเดินเข้ามา

ถามว่าประจักษ์ไม่มาด้วยหรือ มนตรีชิงตอบว่าประจักษ์ติดธุระเลยให้ตนมาแทน นายดาวสวนไปทันทีว่าบังเอิญตนอยู่ที่นี่ ฉะนั้นให้เขากลับไปได้แล้ว มนตรีก็ยังตื๊อว่า "แต่ผมอยากอยู่"

"คุณมนตรี พูดกันง่ายๆนะ คุณอยู่ในฐานะลูกหนี้ไม่ใช่ ลูกเขย เข้าใจไหม"

เจอไม้นี้เข้ามนตรีก็ต้องรีบบอกว่าเข้าใจ แล้วขอตัวกับวนิดาแอบทำปากบอก "ขี่ม้า" ก่อนไป นายดาวบ่นกับวนิดาว่าไม่ได้เรื่อง เอาลูกสาวตนมาทิ้งไว้แล้วยังส่งคนอื่นมาแทนอีก

วนิดาบอกว่าเขาคงติดธุระ นายดาวไม่ยอม ทำแบบนี้พ่อต้องจัดการ

"อย่านะคะคุณพ่อ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกเถอะค่ะ ลูกจัดการเรื่องนี้เองได้ อย่าให้เขามองลูกเป็นลูกแหง่ที่เอะอะอะไรก็ฟ้องคุณพ่อเลยนะคะ"

"ยัยนิด...ลูกเปลี่ยนไปมาก ดูสุขุมเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนลูกคงตีโพยตีพายไปแล้ว เอ...หรือว่า...ลูกจะชอบคุณประจักษ์เข้าแล้ว" นายดาวยิ้มล้อๆ วนิดาตกใจรีบปฏิเสธว่า

"เปล่านะคะ  ยังไงลูกกับเขาก็ไม่มีทางเป็นไปได้  คุณพ่ออย่าลืมสิคะ เขามีคนรักอยู่แล้ว"

พูดจบวนิดารีบเลี่ยงไปกลัวพ่อจะจับพิรุธได้ แต่นายดาวยังมองตามไปอย่างครุ่นคิดสงสัยไม่หาย

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น วนิดาไปขี่ม้ากับมนตรีที่สนามม้า ประจักษ์ไปหาที่บ้านพักไม่เจอจึงตามไปที่สนามม้า เห็นมนตรีกำลังขี่ม้าคุยกันอย่างร่าเริงกับวนิดา เขามองอย่างไม่พอใจ พลันก็คิดแผนการบางอย่างแก้เผ็ดมนตรี พอมนตรีหันมาเห็น ประจักษ์โบกมือให้สัญญาณ มนตรีจึงขี่ม้าเข้าหามาหาเขาพร้อมวนิดา

ประจักษ์บอกหน้าตาเฉยว่าเมื่อกี้เจอท่านเจ้ากรมท่านถามหา ท่าทางอยากพบเขามากตนจึงรีบมาบอก มนตรีแปลกใจแต่ก็บอกวนิดาว่าให้รอสักครู่หนึ่ง แล้วมนตรีก็ลงจากม้ารีบเดินออกไป

พอมนตรีไปแล้วเท่านั้น ประจักษ์ก็ขึ้นม้าของมนตรีชวนวนิดาว่า

"ระหว่างรอมนตรี เราไปขี่ม้าทางด้านโน้นกันไหม"

วนิดาตอบตกลง ทั้งคู่จึงขี่ม้าเคียงกันไป

แต่พอมนตรีไปถึงหน้าห้องท่านเจ้ากรมทราบจากทหารหน้าห้องว่า วันนี้ท่านไปราชการต่างจังหวัด มนตรีรู้ทันทีว่าเสียทีประจักษ์แล้ว

ประจักษ์พาวนิดาไปที่ทุ่งดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่งไปทั้งทุ่ง วนิดาตื่นเต้นมากลงจากหลังม้า ประจักษ์ไปเก็บดอกไม้มายืนตรงหน้า เอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

"ฉันขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้ไปทานข้าวด้วย พอดีคุณแม่ไม่สบาย"

วนิดาบอกว่าไม่เป็นไรตนไม่โกรธ ประจักษ์จึงยื่นดอกไม้ให้บอกว่าถ้าไม่โกรธก็รับดอกไม้นี้ด้วย วนิดารับดอกไม้จากเขาแล้วชี้ชวนกันเดิน เห็นผีเสื้อบินร่อนก็วิ่งไล่กวดอย่างร่าเริง เผลอจูงมือประจักษ์วิ่งไปด้วยกัน ชายหนุ่มรู้สึกดีที่วนิดาจับมือจนอดยิ้มออกมาไม่ได้

แต่พอกลับมาที่เดิม ปรากฏว่าม้าของวนิดาหายไปแล้ว ประจักษ์จึงให้เธอขึ้นม้าตัวเดียวกับตนนั่งโอบประคองคู่กันกลับไป

พอกลับมาถึงที่เดิม เจอมนตรีกับพิสมัยยืนรออยู่ พอทั้งคู่ลงจากหลังม้าพิสมัยก็รี่เข้าควงแขนประจักษ์ ชวนราวกับนัดหมายกันไว้แล้วว่า "คุณพี่ขา เราไปกันเลยไหมคะ"

พิสมัยโมเมว่าเรานัดไปทานข้าวด้วยกัน พูดแล้วมองหน้าวนิดาอย่างเป็นต่อ แต่ทำเป็นมารยาทดีขอตัวประจักษ์กับวนิดา วนิดาตอบยิ้มๆว่าตามสบาย มนตรีจึงรีบชวนวนิดาว่า

"ถ้าอย่างนั้นเราสองคนไปหาร้านอร่อยๆทานข้าวกันนะครับ ผมเลี้ยงเอง"

พอวนิดาตอบรับ ประจักษ์มองขวับไปที่มนตรีเคืองๆ รู้ว่าตัวเองถูกมนตรีแก้ลำอย่างเจ็บแสบเข้าแล้ว!

ooooooo

เคืองกันที่สนามม้า ตกกลางคืนกลับมาเจอกัน ประจักษ์โมโหวนิดาที่กลับเอาสองทุ่มกว่า ถามอย่างไม่พอใจ ระแวงว่าทำไมกลับเอาป่านนี้ วนิดาถามว่าทำไมต้องขึ้นเสียงกับตนด้วย

ทั้งคู่ต่อล้อต่อเถียงกัน อีกฝ่ายออกอาการหึง อีกฝ่ายงอน จนสุดท้ายประจักษ์ตำหนิวนิดาว่า

"วันนี้เธอไปขี่ม้ากับมนตรีโดยไม่ขออนุญาตฉัน แถมยังไม่สำนึกผิดไปกินข้าวกับมนตรีสองต่อสอง เธอไม่อายรึไงถ้ามีคนเขานินทาว่าภรรยาพันตรีประจักษ์สนิทสนมกับผู้ชายอื่น มากกว่าสามีตัวเอง"

"ใครจะคิดยังไงก็เรื่องของเขา ฉันกับคุณมนตรีเราไม่ได้ เป็นอะไรกัน ไม่เหมือนคุณกับคุณพิสมัย ใครๆก็รู้ว่าคุณกับเขาเคยเป็นคนรักกัน อ้อ...ไม่ใช่สิ คุณกับเขายังรักกันอยู่ แต่ตอนนี้ ใครๆก็รู้ว่าคุณแต่งงานกับฉัน คุณน่าจะเป็นคนที่อายมากกว่า"

ประจักษ์พูดไม่ออก เลยขี้แพ้ชวนตีออกคำสั่งว่า ต่อไปนี้ห้ามเธอไปไหนกับมนตรีเด็ดขาด ถ้าจะไปตนต้องไปด้วย พูดแล้วเดินเข้าห้องไป วนิดาพูดตามหลังอย่างไม่พอใจว่า

"คุณมันก็ดีแต่ออกคำสั่ง...เผด็จการ!!"

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ถูกจวง ป้าทอง และไปล่แอบฟังอยู่ พอวนิดาหันมาเห็นทั้งสามก็พากันยิ้มตาหยี เธอถามว่ายิ้มอะไรกัน ป้าทองย้อนถามว่า "คุณนิดดูคุณใหญ่ไม่ออกเหรอคะ" ส่วนจวงฟันธงฉัวะว่า

"จวงว่าคุณผู้ชายต้องหึงคุณนิดแน่นอนเลยค่ะ"

ooooooo

ด้วยความสนิทสนมไว้ใจกัน เมื่ออำไพถามวนิดาที่วันนี้สีหน้าไม่ดีว่าไม่สบายใจอะไรหรือ วนิดาจึงเล่าให้ฟัง

อำไพสัญญากับวนิดาว่าจะไม่บอกใคร แต่พอกลับถึงบ้านก็อดไม่ได้ที่จะเล่าให้อำพันธ์ฟังว่า วนิดากับประจักษ์ แต่งงานกันไม่ใช่ด้วยความรัก แต่เป็นการแต่งงานกันเพื่อใช้หนี้แทนประจวบ

อำพันธ์สงสารและเสียดายวนิดาที่เป็นคนแสนสวยแสนดีต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ บอกน้องสาวว่าถ้าวนิดายังโสด อำไพอาจได้เธอเป็นพี่สะใภ้ก็ได้ ถามอำไพหยั่งเชิงว่า

"จี๊ด...เธอว่าคุณประจักษ์เขาจะชอบคุณนิดไหม"

"จี๊ดเอาหัวเป็นประกัน สักวัน คุณประจักษ์ต้องชอบคุณนิดแน่ๆ" อำไพยืนยันหนักแน่น

ooooooo

วันนี้ประจักษ์ต้องหัวเสีย เมื่อเจอวิชิตแล้วถูกถามว่า เขาลือกันให้แซดว่ามนตรีกับวนิดาสนิทกันมากจริงไหม พอประจักษ์ถามว่าใครพูด วิชิตบอกว่าคนพูดกันทั้งกรมแถมยังพูดกันว่าเขาถูกสวมเขาด้วย

ประจักษ์ของขึ้นทนไม่ได้ถามว่ามนตรีอยู่ไหนแล้วผละไปเลย ทำเอาวิชิตกลืนน้ำลายเอื๊อก พอดีพิสมัยเข้ามาถามเขาว่าเห็นประจักษ์ไหม

ประจักษ์ตามหามนตรีจนเจอต่อว่าตำหนิมนตรีที่ทำให้เขาถูกคนทั้งกรมลือกันว่า กำลังถูกสวมเขา แล้วยื่นคำขาดให้มนตรีต้องเลิกติดต่อกับวนิดา ทำให้มนตรีไม่พอใจโพล่งออกไปว่าเขาหึงวนิดาใช่ไหม

พอถูกจี้ใจดำเข้า ประจักษ์ก็โกรธเลือดขึ้นหน้าผลักมนตรีจนเซล้มไปกับพื้น มนตรีโมโหลุกขึ้นได้ก็ต่อยหน้าประจักษ์อย่างแรง  ต่อยแล้วตกใจถามว่า  "ทำไมนายไม่หลบวะ"

ประจักษ์ไม่ตอบแต่ต่อยกลับสุดแรง เลยชกต่อยกันด้วยหมัดลุ่นๆ แต่เพราะเป็นเพื่อนรักกันจึงต่อยไปดูท่าทีไป จนประจักษ์ดันมนตรีไปติดกำแพง สั่งห้ามคิดจีบวนิดาเด็ดขาด ประกาศว่า

"วนิดาเป็นเมียฉัน จำไว้!!"

พิสมัยตามมาเห็นและได้ยินทุกอย่างถึงกับอึ้ง ทั้งโกรธทั้งเสียใจจนน้ำตาคลอ

ooooooo

ในที่สุด พิสมัยไปขอคุยกับวนิดาที่ร้านเสื้อสองอนงค์ เผยตัวตนออกมาอย่างหมดเปลือกว่าเบื่อที่จะแสดงละครทำเป็นคนดีต่อหน้าวนิดา อีกแล้ว จากนั้นบรรยายความรักที่มีต่อกันกับประจักษ์ รวมทั้งแผนแต่งงานในอีกหกเดือนข้างหน้า แล้วโทษว่าความฝันทั้งหมดของตนต้องสลายเพราะวนิดาคนเดียว

เพื่อให้วนิดาโกรธและทำตามแผนของตน พิสมัยดูถูกว่าวนิดาก็เป็นแค่สะใภ้ขัดดอก ทางที่ดีที่จะทำให้ทุกคนไม่ต้องทุกข์ทรมานกันต่อไปคือ ให้เธอเอาเงินให้ประจักษ์ไถ่ตัวเขาเองเสีย วนิดาโมโหเลยบอกว่า

"งั้นเธอก็ไปบอกคุณใหญ่มารับเงินจากฉันได้เลย"

วันเดียวกันเมื่อประจักษ์มาเจอวนิดาที่บ้านพักในกรม เขาเข้าไปตำหนิเธอว่าทำตัวไม่เหมาะสมจนคนทั้งกรมลือกันว่าเธอสวมเขาให้ตน วนิดาเลยโพล่งไปว่าตนคบกับมนตรีด้วยความบริสุทธิ์ใจและเปิดเผย ไม่เหมือนเขาที่ชอบทำอะไรลับหลัง ไปบอกพิสมัยให้มาเอาเงินจากตนไปใช้หนี้เพื่อไถ่ตัวเอง

ประจักษ์อึ้งถามว่าพิสมัยมาขอเงินจากเธอหรือ พอวนิดาบอกว่าใช่ เขาเอะอะว่า

"ฉันไม่เคยใช้พิสมัยมาขอเงินเธอ ฉันไม่ต้องการรับเงินจากเธอ จนป่านนี้เธอยังไม่รู้จักฉันหรือ"

วนิดาส่งเงินให้บอกว่ารับไปเสียแล้วเราจะได้ไปหย่ากัน

ทีแรกประจักษ์ลังเล แต่แล้วก็พูดอย่างเยาะหยันว่า "หย่าก็ดีถ้าเกิดเธอทำเสียชื่อมหศักดิ์ จะได้ไม่ซํ้ารอยเหมือนย่าของเธอ"

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ คุณไม่มีสิทธิ์มาพาดพิงถึงย่าของฉัน ไหนคุณบอกว่าเรื่องย่าฉันไม่มีใครรู้ความจริง" ประจักษ์ย้อนว่า

เพราะไม่มีใครรู้ความจริงมันจึงอาจจะเป็นจริงได้ วนิดาตะโกนไปทันทีว่า "ฉันไม่หย่า! ฉันจะหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของย่าฉัน ส่วนคุณรีบหาเงินมาใช้หนี้พ่อฉัน ฉันจะได้จากไปแบบไม่มีข้อครหา"

พูดเสร็จวนิดาไล่เขาออกจากห้องไปเสีย ประจักษ์พูดเบาๆก่อนหันหลังเดินออกไปว่า

"ฉันขอโทษ ฉันไม่อยากให้เธอไป"

แต่พอเจอพิสมัยตอนเย็น พอถูกถามพิสมัยบอกเขาด้วยความดีใจว่า

"นังนั่นมันรับปากน้องว่าจะหย่ากับคุณพี่ แล้วมันก็จะเอาเงินของมันไปใช้หนี้พ่อมันเอง นี่มันเอาเงินให้คุณพี่หรือยังคะ"

ประจักษ์บอกเธอว่าวนิดาเอาเงินให้แต่ตนไม่รับ เพราะถ้ารับมาหนี้สินจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ แล้วยังต้องเป็นหนี้บุญคุณกันอีก เกียรติยศศักดิ์ศรีเราหายไปไหน ถามพิสมัยว่าเธอคิดเรื่องพวกนี้บ้างไหม

แต่พอเจอมารยาและนํ้าตาของพิสมัยที่อ้อนว่าตนทำไปเพราะรักเขาเท่านั้น ประจักษ์ก็ใจอ่อน กอดเธอไว้ปลอบใจว่า

"ฉันขอโทษ ช่วงนี้ฉันเครียดมาก ฉันอยาให้เธอเข้มแข็งนะพิสมัย อย่าให้ความรักต้องทำให้เธอเห็นแก่ตัวเลยนะ"

ooooooo

แต่แล้วก็มีเหตุให้ประจักษ์ต้องแก้ปัญหาอีก เมื่อท่านเจ้ากรมแจ้งว่าเขาต้องย้ายไปประจำที่กรมเสนาธิการ เมื่อออกจากท่านเจ้ากรมแล้วเจอมนตรี ทั้งสองต่างขอโทษกันกับเรื่องที่เกิดขึ้น ประจักษ์บอกมนตรีเศร้าๆว่าตนต้องย้ายไปประจำกรมเสนาธิการ มนตรีถามว่าเป็นเรื่องน่าดีใจไม่ใช่หรือ

"แต่ฉันต้องพาวนิดาย้ายกลับบ้าน" ประจักษ์พูดกลุ้มๆ มนตรีจึงนึกเป็นห่วงวนิดาขึ้นมา

แต่พอคุณนายน้อมรู้ก็โวยวายลั่นว่าไม่ยอมให้พาวนิดามาอยู่ร่วมชายคาเด็ดขาด ประจักษ์บอกว่าถ้าไม่ยอมตนก็ต้องพาวนิดาไปเช่าห้องอยู่ และถ้านายดาวรู้แม่เตรียมรอถูกฟ้องศาลก็แล้วกัน

ไม้ตายนี้ทำให้คุณนายจำต้องยอม แต่ไม่ยอมให้มาอยู่ห้องข้างบนอ้างว่าพิสมัยมาอยู่แล้ว ให้วนิดาไปอยู่เรือนหลังเล็กด้านหลัง พอประจักษ์จะแย้ง คุณนายก็ชิงพูดเสียก่อนว่า

"ถ้าไม่อย่างนั้นแม่จะไปจากที่นี่  แม่พิสมัยก็จะไปกับแม่เหมือนกัน  แม่ขอเท่านี้  ตามใจแม่ไม่ได้รึไง  ใช่ว่านังวนิดาจะเป็นเมียจริงๆของเรา  เราถึงต้องยกย่องประเคนให้ มันทุกอย่าง"

ในที่สุดวนิดาก็ต้องไปอยู่เรือนเล็กหลังบ้าน เธอไม่ แยแสกับที่อยู่ แต่มีความมุ่งมั่นที่จะสืบเรื่องคุณย่า พิสูจน์ ให้รู้ความจริงว่าคุณย่าเป็นผู้บริสุทธิ์ให้ได้

ดังนั้น ไม่ว่าจะถูกคุณนายสมคบกับพิสมัยกลั่นแกล้งอย่างไร กระทั่งสั่งบรรดาคนใช้ในบ้านให้ช่วยกันโดดเดี่ยวทำให้เธอทุกข์ทรมานที่สุด วนิดาก็ไม่หวั่นไหว

แต่ในความอยุติธรรมนี้ ยังมีประจักษ์ที่มีความเป็นธรรมให้เธอ เขาดูแลเธออย่างดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ยิ่งทำให้คุณนายและพิสมัยริษยาชิงชังวนิดามากขึ้น

ด้วยความเป็นห่วง ประจักษ์ฝากป้าทองให้ช่วยดูแลวนิดาด้วย บอกป้าว่าถึงตนจะไม่ใช่สามีที่ดีแต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด เมื่อป้าทองไปเล่าให้วนิดาฟัง เธอฝากไปขอบคุณในความปรารถนาดีของเขา

แม้ว่าวนิดาจะยอมทนในบางอย่าง แต่เธอก็บอกกับป้าทองว่า ถ้าพวกนั้นทำอะไรตนเมื่อไร ตนก็ไม่ยอมเหมือนกัน ป้าทองได้แต่มองวนิดาด้วยความเห็นใจ ห่วงใย

ooooooo

คุณนายน้อมกับพิสมัยไม่เพียงสั่งคนใช้ไม่ให้ รับใช้วนิดา ตัวเองก็ยังอุตส่าห์ไปถึงเรือนเล็กเพื่อเยาะเย้ยอีกด้วย ไปเจอไปล่กับป้าทองเพิ่งติดมู่ลี่ให้วนิดาเสร็จ ทั้งสองดุด่าไปล่กับป้าทอง  จนวนิดาต้องพูดปกป้องว่า ตนเป็นคนขอให้ทั้งสองมาช่วยเองอย่าไปว่าพวกเขาเลย

พิสมัยรู้ว่าประจักษ์ซื้อมู่ลี่นี้ให้วนิดาก็ตรงเข้าไปกระชากทึ้งจนมู่ลี่ขาด คุณนายผสมโรงด้วยอย่างเมามัน วนิดาทนไม่ได้ตวาดให้หยุดเดี๋ยวนี้ คุณนายหันจ้องตะคอกถามว่า

"กล้าขึ้นเสียงกับฉันหรือ"

"ฉันกล้ามากกว่านี้อีก ถ้าคุณสองคนยังไม่หยุด"

ขณะบรรยากาศกำลังตึงเครียดนั่นเอง ประจักษ์มาเห็นเข้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น คุณนายมารยาทันที โวยวายว่าถูกวนิดารังแก พอพากันกลับถึงบ้านพักก็สั่งประจักษ์ต้องลงโทษวนิดาให้แม่ด้วย พูดประสานเสียงกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกับพิสมัยว่าถูกวนิดารังแก

วนิดาเถียงขาดใจว่าไม่จริง  โชคดีที่ป้าทองกับไปล่ช่วยเป็นพยานให้ ทำให้ประจักษ์ได้คิด เขาขอโทษวนิดา คุณนายน้อมกับพิสมัยเลยพูดไม่ออก

แต่คุณนายไม่ยอมหยุดแค่นั้น เมื่อนั่งคุยกันที่ห้องนั่งเล่นก็ตัดพ้อต่อว่าลูกชายว่าไม่ไว้หน้าแม่สักนิด ประจักษ์ ชี้แจงแกมตำหนิการกระทำของแม่กับพิสมัยว่า ตนทำเพื่อไม่ให้คนอื่นนินทาว่าแม่กับพิสมัยรังแกวนิดา ทั้งยังปรามพิสมัยว่า "จำที่ฉันเตือนไว้ด้วย โตๆกันแล้วอย่าให้ต้องเตือนกันบ่อยๆ"

เห็นท่าทีของประจักษ์แล้ว คุณนายน้อมกับพิสมัยคบคิดกันว่าเราต้องเปลี่ยนแผนใหม่แล้ว ต้องทำให้ประจักษ์เชื่อว่าเราดีกับวนิดา ทำให้เขาตายใจแล้วค่อยหาทางใส่ร้ายวนิดาภายหลัง

แต่พอออกจากห้องนั่งเล่น ประจักษ์ไปหาวนิดาที่เรือนหลังเล็ก เขาบอกเธอว่าจะซื้อมู่ลี่ให้ใหม่และขอโทษที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ส่วนวนิดาก็ขอบคุณเขาที่ให้ความเป็นธรรมกับตน

ทั้งสองต่างมีความเข้าใจและเห็นใจกัน จนประจักษ์จับมือวนิดาไปกุม บอกเธอว่า

"ไม่ว่าใครจะทำอะไร หรือใครจะพูดถึงเธอว่ายังไง ขอให้เธอจำไว้ว่าฉันรู้ว่าเธอเป็นคนยังไง และจากนี้ไป ฉันจะปกป้องเธอเอง"

วนิดามองเขาด้วยความซึ้งใจ ครู่หนึ่งประจักษ์ปล่อยมือเธอยิ้มน้อยๆ แล้วหันหลังเดินกลับไป วนิดามองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆจากหัวใจ...

ooooooo

ตอนที่ 8

ขณะประจักษ์จูงมือพิสมัยเดินเล่นอยู่ริมสนามม้าเขาบอกพิสมัยว่าวันหลังถ้าไม่พอใจอะไรตนก็อย่าได้ทำลายข้าวของของคนอื่นอย่างนั้นอีก ตนไม่ชอบ พิสมัยทำเป็นเห็นใจวนิดาว่าคงลำบากใจ อึดอัดใจกับการกระทำของตนเหมือนกัน ถามลองเชิงว่า "คุณวนิดาเธอเสียใจเรื่องดอกไม้มากไหมคะ"

"ก็คงต้องมีบ้าง ของของใคร ใครก็หวง"

"ใช่ค่ะ ของของใคร ใครก็หวง" พิสมัยย้ำอย่างมีเจตนา

นายดาวไม่พอใจที่ประจักษ์ทิ้งวนิดาไว้ที่บ้านแล้วตัวเองออกไปส่งพิสมัย คิดวางแผนจะเขี่ยพิสมัยให้พ้นทางลูกสาวตัวเอง บ่นกับสมหมายว่าไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะลูกหนี้ของตนส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ตนรับมือได้ทุกรูปแบบ แต่พิสมัยเป็นผู้หญิงจะทำอย่างไรดี

ทันใดนั้น นายดาวสั่งสมหมายให้จอดรถเมื่อเห็นประจักษ์จูงมือเดินอยู่กับพิสมัย พอลงจากรถก็พรวดเข้าไปต่อว่าพิสมัย

"สงสัยคราวที่แล้วผมคงพูดไม่ชัดเจน คุณถึงยังมาหาสามีคนอื่นเขาถึงที่บ้านอีก"

ประจักษ์ปรามนายดาวว่าอย่าพูดดูถูกพิสมัยแบบนี้ ส่วนพิสมัยก็ย้อนถามว่าตนผิดตรงไหนในเมื่อตนมาหาประจักษ์ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

"ไม่ต้องตีสองหน้าทำเป็นคนดี อย่านึกว่าคำขอโทษกับคำพูดดีๆแค่ไม่กี่ประโยคจะทำให้ผมกับยัยนิดไว้ใจคุณ ลูกสาวผมไม่หลงกลคุณง่ายๆหรอก อย่าลืมว่าผู้ชายคนนี้เขามีเมียแล้ว เขาเป็นลูกเขยผม คนอะไรเป็นถึงนางข้าหลวงแต่วิ่งโร่เข้ามาหาผู้ชายถึงในกรม หน้าไม่อาย!"

"คุณดาว!! หยุดได้แล้วนะ ผมพยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณทุกอย่าง เพราะฉะนั้นคุณก็ควรให้เกียรติผม ให้เกียรติพิสมัยบ้าง หยุดก้าวร้าวพวกเราสักที อย่าให้ผมเสียความรู้สึกกับคุณจนต้องพาลไปถึงลูกสาวคุณ"  ประจักษ์ขู่ในที แต่นั่นกลับทำให้นายดาวโมโห ท้าว่า

"อย่านะคุณจักษ์ ถ้าคุณทำอย่างนั้นจริงๆ ผมว่าคุณนั่นแหละจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ"

ประจักษ์ไม่กล้าพูดต่อ พอนายดาวเดินออกไป เขาหันมองพิสมัยเห็นเธอน้ำตาคลอก็ยิ่งสงสาร

ooooooo

เห็นประจักษ์ใจอ่อนลง พิสมัยก็ยิ่งร้องไห้คร่ำครวญ ว่าวนิดาต้องไม่พอใจตนแน่ๆถึงได้ให้พ่อมาต่อว่าตนทั้งๆที่ตนพยายามทำดีด้วย แล้วพูดหยั่งท่าทีประจักษ์ว่าหรือวนิดารักเขาเข้าให้แล้ว

ฟังพิสมัยเป่าหู คนหูเบาอย่างประจักษ์ก็ของขึ้น พอกลับถึงบ้านพักในกรมก็ต่อว่าติเตียนวนิดาอย่างรุนแรง หาว่าเธอให้พ่อมาด่าตนกับพิสมัย ครั้นวนิดาปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง เขาก็ด่าว่าเธอเป็นคนเจ้าเล่ห์ ตัวเองทำเงียบๆเฉยๆ แต่ให้พ่อมาระรานคนอื่นแทน ตำหนิติเตียนด่าว่าจนวนิดาทนไม่ไหวโมโหจนตวาดว่า

"คุณดูถูกฉันมากไปแล้วนะ" ประจักษ์กลับย้อนว่าเพราะเขาเห็นธาตุแท้เธอต่างหาก เธอสวนไปทันทีว่า "ฉันก็เห็นธาตุแท้ของคุณเหมือนกัน ไม่ต้องแสดงตัวว่าเป็นคนดีอีกต่อไปแล้วเสียเวลาเปล่าๆ ต่างคนต่างอยู่ เป็นคนแปลกหน้าเหมือนเดิมดีกว่า"

ประจักษ์ตอบทันทีอย่างพอใจว่าดีตนจะได้กลับไปดูแลแม่ วนิดาประชดไปว่าจะไปดูแลยอดรักของเขาก็ได้ไม่มีใครว่า

"เธอก็เหมือนกัน อยากทำอะไรก็เชิญตามสบาย ถ้าเหงานายมนตรีเขาพร้อมเป็นเพื่อนเธอตลอดเวลา" ประจักษ์ประชดแสดงความหึงหวงออกมาแล้วหันหลังเข้าห้องไป ส่วนวนิดาก็ปิดประตูปังไล่หลัง พอเข้าห้องเธอด่า "คนบ้า!"

จวงกับป้าทองโผล่หน้าออกมาดู มองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ

รุ่งเช้า ประจักษ์ลงมาเตรียมจะไปทำงาน บอกป้าทองให้ทำอาหารเช้าให้ ป้าตอบอย่างเย็นชาว่า "อีฉันไม่ว่างค่ะ" ครั้นหันไปบอกจวง จวงก็ไม่ว่างอีก เขารู้สึกผิดปกติเรียกหาไปล่ ไปล่โผล่มายืนก้มหน้า ไม่ทันที่ประจักษ์จะพูดอะไร ไปล่ก็บอกก่อนแล้วว่า "ไม่ว่างขอรับต้องรีบไปล้างรถ"

"เป็นอะไรกันไปหมด..." ประจักษ์หงุดหงิดโมโหหิว

ooooooo

เมื่อปราณีตัดสินใจเลือกที่จะช่วยแม่และครอบครัว คุณนายน้อมรับไม่ได้ด่าปราณีว่าเห็นแก่ทรัพย์สินของคนแก่น่าทุเรศไปคว้าเพื่อนพ่อมาทำผัว คุณนายด่าจนปราณีทนไม่ได้ลุกพรวดขอร้องให้เห็นใจตนด้วย พยายามชี้แจงว่า ตนจะรอประจวบได้อย่างไรในเมื่อความล้มละลายรออยู่ข้างหน้าแล้ว ย้อนเอาว่า

"คุณแม่เองยังให้คุณใหญ่แต่งงานผลัดหนี้ ดิฉันก็ต้องทำแบบนั้นเพื่อคุณแม่เหมือนกัน"

ถูกย้อนจี้ใจดำ คุณนายก็สติแตกด่าปราณีและไล่ให้ออกจากบ้านไปเดี๋ยวนี้   ปราณีไม่ทันได้ออกไปคุณนายก็เป็นลม

เสียก่อน พิสมัยบอกเพื่อนรักว่าให้กลับไปก่อนอยู่ไปก็ไม่มี อะไรดีขึ้น ปราณีจึงกลับไปด้วยความรู้สึกสะดุดใจกับท่าทีและสายตาที่ไม่พอใจตนของพิสมัย

เมื่อประจักษ์กลับมา คุณนายน้อมขอแกมบังคับเขาให้ต้องช่วยน้อง ประจักษ์พูดอย่างเป็นธรรมว่า

"จะให้ผมช่วยยังไงครับคุณแม่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตาเล็กเป็นคนก่อ คุณแม่อย่าโทษปราณีเลยนะครับ มันเป็นสิทธิ์ที่เขาจะแต่งงานกับใครก็ได้ เขาคงหมดรักตาเล็กแค่เพียงเท่านี้"

คุณนายน้อมสับสนวุ่นวายใจจนแทบควบคุมสติอารมณ์ ไม่อยู่ พร่ำบอกประจักษ์ว่า

"ตอนนี้แม่ไม่เหลือความหวังไว้ที่ตาเล็กอีกแล้ว แม่ เหลือพ่อใหญ่เพียงคนเดียว แม่อยากเห็นพ่อใหญ่กับพิสมัยตบแต่งเป็นผัวเมียกัน พ่อใหญ่ต้องฟังแม่ ต้องเชื่อแม่ ลูกต้องจำไว้ว่านังวนิดาทำให้เราเป็นแบบนี้"

"คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ตอนนี้ผมทราบแล้วว่า วนิดาไม่ได้ต่างจากพ่อของเขาเลย"

ฟังประจักษ์แล้วคุณนายยิ้มพอใจ

ส่วนพิสมัยก็รุกหนักอย่างนิ่มนวลด้วยโฉมหน้าของคนดีที่เห็นใจคนอื่น จนประจักษ์หลงเชื่อและขอบใจเธอมากที่วันนี้อยู่บ้านทำให้ช่วยดูแลแม่ได้ทันไม่อย่างนั้นแม่คงแย่

"มันเป็นหน้าที่ของน้องอยู่แล้ว น้องไม่อยากเห็นคุณพี่ไม่สบายใจอย่างนี้เลย ถ้ายังไงช่วงนี้คุณพี่แวะมาเยี่ยมคุณแม่บ่อยๆนะคะ อยู่ทานข้าวกับคุณแม่ได้ทุกวันก็ยิ่งดี คุณแม่จะได้มีกำลังใจ" พิสมัยรุกนิ่มๆผูกมัดทีละก้าวอย่างที่ประจักษ์ไม่รู้ตัว

ooooooo

ชวน เพื่อนของประจักษ์ที่ประจวบไปอยู่ด้วย เขาอยู่กับชุมศรีผู้เป็นน้องสาว เมื่อประจวบได้รับจดหมายตัดความสัมพันธ์กับเขาจากปราณีก็เสียใจจนจะฆ่าตัวตาย ร้องไห้วิ่งลุยลงทะเลจนชุมศรีต้องร้องเรียกพี่ชายให้รีบไปช่วยเอาขึ้นมาไม่อย่างนั้นประจวบต้องจมน้ำตายแน่ๆ

เมื่อชวนไปลากประจวบขึ้นมาแล้ว เขาเตือนสติเมื่อประจวบดิ้นรนอย่างคลุ้มคลั่งตะโกนแต่ว่า "ผมอยากตาย...ผมอยากตาย"    เขาเตือนสติให้คิดถึงแม่กับพี่ชายและหน้าที่ที่เขาต้องกลับไปรับผิดชอบ ทำให้ประจวบสงบขึ้น ชวนจับหน้าประจวบหันมาบอกเขาว่า

"มองหน้าฉัน มองหน้าฉันสิ นายคือความหวังเดียวของคนในครอบครัว ชีวิตนายมีค่า อย่าทำร้ายตัวเองเพราะผู้หญิงคนเดียว"

ประจวบได้สติก้มหน้าร้องไห้อย่างหนัก ชวนมองอย่างเห็นใจ ส่วนชุมศรีทั้งสงสารและเป็นห่วงแต่เพราะชวนต้องไปทำงานและเป็นห่วงประจวบไม่อยากให้อยู่คนเดียว จึงฝากให้ชุมศรีช่วยดูแลโดยให้ประจวบพักอยู่ที่บ้านนี้ก่อน ชุมศรีรับปากพี่ชายด้วยความเต็มใจ

แต่พอเธอเข้าไปดูแลประจวบซึ่งยังหลับจับไข้อยู่ พอเธอเอื้อมมือไปขยับผ้าห่มให้เขาก็คว้ามือเธอไปกุมเรียกเหมือนเพ้อ "ปราณี...ปราณี..." ชุมศรีเห็นแล้วยิ่งสงสาร

ooooooo

ประจักษ์ถูกพิสมัยเป่าหู ถูกคุณนายผู้เป็นแม่ขอร้อง เขาก็ยิ่งมีอคติกับวนิดา แม้แต่เวลาที่เธอสีไวโอลินก็ยังรำคาญบอกว่าหนวกหู สั่งจวงไปบอกให้เธอเข้าไปสีในห้อง วนิดาไม่แยแสฝากความจวงไปว่าตนจะเล่นตรงนี้ใครหนวกหูก็ออกไปเสีย

ทั้งสองต่างฝากความไปถึงอีกฝ่ายผ่านจวง ถ้อยคำรุนแรงและท้าทายกันหนักขึ้นทุกที จนสุดท้ายไม่ทันใจประจักษ์เดินพรวดๆเข้าไปว่าวนิดาหาว่าพูดจายอกย้อน

"ฉันไม่ได้ยอกย้อนคุณ จำไม่ได้เหรอว่าเราต่างคนต่างอยู่" วนิดาโต้

"แต่ยังไงที่นี่ก็เป็นบ้านของฉัน" ประจักษ์วางอำนาจ วนิดาทำไม่รู้ไม่ชี้สีไวโอลินต่อ จนเขาฉุนขาดตวาด "หยุดเล่นเดี๋ยวนี้"    เขายิ่งตะโกนวนิดาก็ยิ่งสีไวโอลินแข่งกับเสียงของเขา จนสุดท้ายประจักษ์ย่างสามขุมจะเข้าไปหาเธอ แต่ไปเหยียบเอาผ้าถูพื้นที่จวงวางทิ้งไว้ลื่นหงายหลังผลึ่งร้องเสียงหลง วนิดาหยุดสีไวโอลินขำพรืดออกมา

ประจักษ์พยายามลุกขึ้นจะไปเอาเรื่องวนิดาแต่เธอเดินเข้าห้องไปก่อน เขาเลยค่อยๆเดินย่องแย่งไปด้วยความรู้สึกเสียหน้าเสียฟอร์มมาก

ooooooo

เพราะร้านตัดเสื้อผ้าที่อำไพหรือจี๊ดจะปิดเพราะหุ้นส่วนจะแต่งงานไปเป็นแม่บ้าน  วนิดาจึงมาร่วมหุ้นแทนเพื่อช่วยกันเปิดร้านตัดเสื้อผ้าต่อไป ดังนั้น วนิดาจึงต้องออกจากบ้านไปร้านทุกวัน

วันนี้เธอจะออกจากบ้านอีก ป้าทองไม่สบายใจถามว่าทำแบบนี้จะดีหรือ จวงเองก็กลัวประจักษ์จับได้ วนิดาปลอบว่า "ถ้าไม่มีใครบอกคุณผู้ชายก็ไม่มีทางรู้จริงไหม" ว่าแล้วออกไปเลย ป้าทองกับจวงได้แต่มองตามด้วยความไม่สบายใจ

ร้านเสื้อชื่อ "สองอนงค์" มีลูกค้ามากมายทั้งขาประจำและขาจร ชื่อเสียงโด่งดังทั้งเพราะฝีมือการตัดเย็บแบบไทยๆที่หาตัวจับยาก ทั้งยังอัธยาศัยดีมีน้ำใจและความอ่อนหวานงดงามของเจ้าของร้าน

วนิดาไปทำงานที่ร้านหลายวันแล้ว วันนี้จู่ๆประจักษ์ ก็โผล่มา ป้าทองรีบออกไปรับหน้าบอกว่าวนิดาไม่อยู่ ประจักษ์ ตำหนิทันทีว่างานบ้านงานครัวไม่มีทำแล้วหรือถึงได้ออกไปตะลอนข้างนอกได้ทุกวัน

ทั้งป้าทองและจวงต่างเงียบกริบ ประจักษ์ถามอย่างหงุดหงิดว่าไม่มีใครบอกใช่ไหมว่าวนิดาไปไหน ป้าทองกับจวงแย่งกันตอบ คนหนึ่งบอกว่าไปตลาด อีกคนบอกว่าไปเดินเล่น ถูกประจักษ์จ้องขวับถามว่าตกลงไปไหนกันแน่ ป้าทองปากคอสั่นตอบว่า ไปตลาดก่อนแล้วจะเลยไปเดินเล่นต่อ

"ว่าแต่คุณผู้ชายอยากรู้ว่าคุณนิดไปไหนทำไมคะ" จวงถามกันไม่ให้ประจักษ์ซักต่อ

"แล้วทำไมฉันจะรู้ไม่ได้ ในเมื่อฉันเป็นเจ้าของบ้าน ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าคนในบ้านฉันไปไหนไปทำอะไร เกิดทำเรื่องเสื่อมเสียมันเสียมาถึงฉันด้วย"

ประจักษ์พูดแล้วเดินออกไป ป้าทองกับจวงทำตาปริบๆ บ่นกันว่าอยากรู้ถามตรงๆก็ได้ ทำไมต้องดุกันด้วย แล้วพากันวิตกกลัวว่าประจักษ์จะรู้ว่าวนิดาไปทำอะไร ป้าทองใจคอไม่ดีไม่อยากคิดชวนไปสวดมนต์กันดีกว่า

ooooooo

ประจักษ์ยังไม่แล้วใจ ไปเจอมนตรีที่สนามม้าถามว่ารู้ไหมว่าวนิดาหายไปไหน  มาหาเขาหรือเปล่า มนตรีฟังแล้วหัวเราะเสียงดังที่เพื่อนรักเมียหาย ประจักษ์ บอกว่าตนกลัวว่าเธอจะไปทำอะไรพิเรนทร์ที่ไหนอีก มนตรีเลยยิ่งขำที่เพื่อนพูดเหมือนกับว่าวนิดาเป็น  คนแปลก

"ก็แปลกจริง แถมยังกวนประสาทอีกต่างหาก"

มนตรีเลยย้อนถามว่าเขาไปทำอะไรเธอเข้ารึเปล่า เพราะเขาเองก็ใช่ย่อยคงมีแต่พิสมัยเท่านั้นที่ทนได้ ประจักษ์จ้องหน้าเพื่อนถามว่า "ทำไม ฉันมันเป็นยังไง"

"จะให้พูดจริงๆเหรอ ยาวนะ มนตรีทำหน้าล้อๆทีเล่นทีจริง พอเพื่อนบอกว่าให้พูดมาเถอะ มนตรีเลยสาธยายเสียยาวยืดว่า...

"นายเป็นคนพูดจาขวานผ่าซาก แข็งทื่อ ไม่มีความอ่อนหวาน มีความเป็นสุภาพบุรุษแต่มากเกินไปเหมือนผู้ชายโบราณที่เห็นผู้หญิงเป็นช้าง เท้าหลัง ชอบดูถูกว่าผู้หญิง ทำอะไรก็สู้ผู้ชายไม่ได้ ยึดมั่นในความคิดตัวเองโดยไม่สนว่ามันผิดหรือถูก ไม่ฟังคนอื่น ชอบให้คนอื่นฟัง ถ้ามีคนเจอปัญหามาปรึกษานาย นายจะไม่ปลอบใจแต่จะด่าซ้ำเหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง"

"หยุด!" ประจักษ์ทนฟังมนตรีที่สาธยายนิสัยที่ไม่ดี ของตนมาอย่างไม่มีทีท่าจะจบไม่ได้ พอมนตรีหยุดพูด เขาถามว่า "ฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ...แต่ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ ใครรับไม่ได้ก็ไม่ต้องรับ"

พูดแล้วประจักษ์ชักม้าขี่ออกไปเลย มนตรีที่พูดมาเสียเหนื่อยแต่เพื่อนฟังแล้วเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาซ้ำยังยืนยัน ความเป็นตัวของตัวเองแบบนี้อย่างไม่แยแสใครอีก เลยได้แต่ ส่ายหัวอย่างเอือมระอา

ooooooo

ที่ร้านเสื้อ "สองอนงค์" มีงานล้นมือ ทั้งวนิดาและอำไพช่วยกันตัดเย็บอย่างไม่ย่อท้อ แต่วันนี้มีลูกค้ารายหนึ่งต้องการชุดภายในวันพรุ่งนี้สองชุด อำไพบอกวนิดาว่าพอตนบอกว่าเกรงจะไม่ทันลูกค้ารายนั้นก็โวยวายไม่ยอม ตนไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว

วนิดาเสนอว่าเราช่วยกันทำดึกหน่อยพรุ่งนี้ก็คงเสร็จทัน อำไพถามอย่างเกรงใจว่าแล้วประจักษ์จะรู้หรือเปล่า วนิดาปลอบใจว่าไม่รู้เพราะตนเตรียมแผนสำรองเอาไว้แล้ว

พอดีวันนี้ประจักษ์ได้รับโทรเลขจากชวนแจ้งว่าประจวบ ป่วย เขารีบเอาโทรเลขไปอ่านให้คุณนายน้อมฟัง คาดว่าน้องคงป่วยเพราะเสียใจเรื่องปราณี คุณนายตกใจจนยืนไม่ติด บอกประจักษ์ว่าให้พาตนไปหาประจวบ เขาทักท้วงว่า

"คุณแม่จะไปได้ยังไงครับ สุขภาพของคุณแม่ไม่แข็งแรง อยู่ที่นี่ดีกว่ายังไงผมจะให้ชวนช่วยดูแลน้อง คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ"

"อย่างนั้นวันนี้พ่อใหญ่อยู่กับแม่นานๆนะลูก ดึกๆค่อยกลับนะ"

ประจักษ์รับคำแม่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล ส่วนพิสมัยก็เอายาดมมารอจมูกให้คุณนายอย่างเอาใจ

ooooooo

กว่าที่วนิดากับอำไพจะเย็บผ้าเสร็จก็สี่ทุ่มแล้ว อำไพดีใจมากที่ทำได้ทันใจลูกค้า วนิดาให้กำลังใจว่า "ไม่มีอะไรที่เกินความสามารถของคนเราหรอกค่ะ ถ้าเราคิดว่าทำได้เราก็ต้องทำได้"

อำไพชมว่าเธอช่างเป็นคนมองโลกในแง่ดีจังเลยน่าอิจฉา วนิดาเลยบอกอำไพว่า เธอเองนั่นแหละน่าอิจฉาเพราะเธอเลือกทางเดินชีวิตตัวเองได้ไม่เหมือนตน อำไพถามว่าหมายความว่ายังไง วนิดาเลยเลี่ยงไปว่าไม่มีอะไร ตนก็พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น

พอดูนาฬิกาต่างก็ตกใจ เพราะสี่ทุ่มแล้ว อำไพกลัวประจักษ์จะรู้ว่าวนิดายังไม่กลับบ้าน แต่วนิดากลับยิ้มใจเย็นบอกว่า "เขาไม่สนใจนิดหรอกค่ะ ป่านนี้คงหลับไปแล้ว" ทำให้อำไพสงสัยว่าสองคนนี้มีอะไรกัน

ooooooo

ที่บ้านพักในกรมทหาร ป้าทอง จวง และไปล่ ต่างร้อนใจไม่เป็นอันนอนเพราะทั้งวนิดาและประจักษ์ ต่างก็ยังไม่กลับ กลัวทั้งสองคนจะมาเจอกัน จวงปลอบใจ ว่าเดี๋ยววนิดาก็คงกลับแล้ว ป้าทองย้อนถามว่าถ้าเป็นประจักษ์กลับมาก่อนล่ะจะทำยังไง

"เราก็ใช้แผนสำรองที่คุณนิดเธอบอกยังไงล่ะป้า" ไปล่ พูดไม่ทันขาดคำก็มีเสียงรถดังขึ้น จวงคิดว่าวนิดากลับมาแล้ว แต่ที่ไหนได้ กลายเป็นประจักษ์ขับรถเข้ามาจอด ลงมาถามทั้งสามว่ายังไม่นอนกันอีกหรือ

ป้าทองรีบบอกว่าทำไมวันนี้เขากลับดึก ประจักษ์บอกว่า คุณแม่ไม่ค่อยสบาย จวงกลัวเขาจะถามถึงวนิดาเลยชิงบอกก่อนว่า "คุณนิดนอนแล้วค่ะ"

"บอกฉันทำไม ฉันยังไม่ได้ถาม" ประจักษ์เสียงขุ่น จวงแก้เก้อว่ากลัวเขาถามเลยรีบบอกก่อน ป้าทองเลยเร่งให้เขาเข้านอนเสียเพราะดึกมากแล้ว

พอประจักษ์เดินไปทุกคนก็พากันโล่งอก ป้าทองบอกจวงให้รีบไปดักรอวนิดาที่ข้างหน้าโน่นเลย ส่วนตัวเองก็ยืนคุมเชิงอยู่แถวนั้นใจคอไม่ดี

ooooooo

แล้วก็เกิดเรื่องใจหายใจคว่ำ เมื่อประจักษ์นอน ไม่หลับลงมาข้างล่าง วนิดากลับมาพอดีจะเข้าบ้านก็ไม่ได้ เลยตัดสินใจปีนหน้าต่างเข้าห้อง

ป้าทองพยายามชวนประจักษ์คุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ประจักษ์สงสัยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งระแวง เอะใจว่าต้องมีอะไรปิดบังตนแน่ หันมองไปทางห้องวนิดาอย่างครุ่นคิด ตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้อง เป็นจังหวะที่วนิดากำลังปีนหน้าต่างพอดี เธอตกใจเลยหล่นดังพลั่กเข้ามาในห้อง

"วนิดา เธอเป็นอะไร" ประจักษ์ได้ยินเสียง ร้องถามและเคาะประตูถี่ยิบ

วนิดาตอบไปว่า "ไม่มีอะไร" พอข้างนอกบอกว่า ได้ยินเสียงเหมือนของหล่น วนิดาทำเสียงเข้มใส่ว่า "ยุ่ง!!!"

"ไม่ยุ่งก็ได้" ประจักษ์ฉุนขึ้นมาเดินกลับห้องตัวเองไปเลย

วนิดาย่องมาเอาหูแนบประตูฟังเห็นข้างนอกเงียบไปแล้ว เธอมองจวงต่างถอนใจอย่างโล่งอก รอดตายไปหวุดหวิด

ooooooo

มีเสียงร่ำลือกันในกลุ่มหนุ่มๆว่าเจ้าของร้านสองอนงค์สวยมากทั้งคู่ คนหนึ่งสวยเรียบๆ แต่อีกคนสวยหวานปานน้ำผึ้ง มนตรีฟังเพื่อนแล้วไม่เชื่อว่าจะมีใครสวยกว่าวนิดาได้อีก

พักกลางวันวันนี้ มนตรีเลยไปที่ร้านเสื้อสองอนงค์เพื่อจะดูเจ้าของร้านที่ลือกันว่าสวยนักสวยหนา ไปถึงไม่มีใครอยู่หน้าร้าน มนตรีกวาดตามองไปทั่วร้านพลางนั่งลง

นั่งไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนั่งทับหมอนปักเข็มเข้าเต็มก้น มนตรีสะดุ้งโหยงคลำก้นตัวเองพลางหยิบหมอนปักเข็มขึ้นมาดูบ่นเคืองๆว่า "ใครเอามาวางไว้วะ"

อำไพได้ยินเสียงรีบออกมายกมือไหว้ขอโทษ มนตรีพานโมโหอำไพถามว่าเจ้านายเธออยู่ไหนให้ตามมาตนจะต่อว่าสักหน่อย ดูแลลูกจ้างยังไงถึงทำงานสะเพร่า

อำไพฉุนขึ้นมาเลยบอกว่าตนนี่แหละเจ้าของ มนตรีหันขวับเบ้หน้าบ่นว่า ไหนใครๆคุยนักคุยหนาว่าสวย นี่หรือสวย! อำไพโมโหไล่ว่าถ้าจะมาดูแค่นี้ก็ออกไปเลย

ทั้งคู่ต่างปากไวปากกล้าพอกัน เลยเถียงกันลั่น  มนตรีแช่งว่าเจ้าของร้านพูดจากับลูกค้าแบบนี้ร้านเจ๊งแน่นอน ทำให้อำไพฉุนขาดที่บังอาจมาแช่งร้านตน บังคับให้เขาถอนคำพูด มนตรียืนกรานไม่ถอน

ทั้งสองทะเลาะกันเสียงดังจนวนิดาออกมาดู ปรากฏว่า วนิดากับมนตรีทักทายกันอย่างดีใจจนอำไพหน้าเหวอถามตัวเองว่า...รู้จักกันเหรอ?

ooooooo

พอเจอวนิดามนตรีก็กลายเป็นคนปากหวานไปทันที อำไพมองอย่างหมั่นไส้ พอวนิดาถามว่าเธอหายโกรธมนตรีแล้วใช่ไหม อำไพได้โอกาสเลยพูดทั้งเหน็บทั้งด่าไปนิ่มๆว่า

"เห็นแก่คุณนิด จี๊ดไม่โกรธก็ได้ค่ะ ไม่น่าเชื่อนะคะว่าคุณมนตรีเป็นทหาร นี่ถ้าไม่ใส่เครื่องแบบมาคงนึกว่าเป็นคนขายเต้าฮวย"

ทั้งสองเลยทำท่าจะปะฉะดะกันอีก วนิดาต้องไกล่เกลี่ยจึงสงบ มนตรีกรุยทางว่ารู้จักร้านแบบนี้แล้วต่อไปตนขออนุญาตมาที่ร้านอีกได้ไหม  วนิดาอนุญาตแต่มีข้อแม้ว่าห้ามบอกประจักษ์เด็ดขาด

มนตรีกลับไปแล้ว สองสาวจึงหันมาปรึกษาเรื่องงานกันต่อ อำไพกังวลใจถามวนิดาว่ารับงานคุณครูที่โรงเรียนเก่ามาทำตัดชุดรำยี่สิบชุด ภายในห้าวันจะทันหรือ

"คราวที่แล้วยังทำกันทันเลยไม่ใช่เหรอคะ" วนิดาถามยิ้มๆ พออำไพแย้งว่านั่นแค่สองชุดแต่นี่ยี่สิบชุด วนิดาบอกอย่างมีแผนว่า "นิดคิดเอาไว้แล้วค่ะว่าจะให้ใครมาช่วย"

คนที่วนิดาจะให้ช่วยงานคือจวงกับป้าทองนั่นเอง ทั้งสองจำต้องรับปากเพราะวนิดาขอร้องให้ช่วย   แต่ก็กำชับว่าเรื่องนี้ห้ามบอกประจักษ์เด็ดขาด

แต่ประจักษ์ก็รู้จนได้ เมื่อเห็นจวงกับป้าทองทำลับๆล่อๆจนแอบเห็นถุงกระดาษ "ร้านตัดเสื้อสองอนงค์" เข้า เขาสงสัยว่าต้องมีลับลมคมในอะไรเกี่ยวกับร้านนี้แน่ แต่มันคืออะไร?

ooooooo

แล้วโชคก็เข้าข้างประจักษ์ เมื่อเขาไปจ๊อกกิ้งกับมนตรีที่สนามม้า เจอเพื่อนคนหนึ่งเข้ามาถามมนตรีประสาหนุ่มๆที่สนใจเรื่องสาวๆและหาทางเกี้ยวสาวกันว่า

"มนตรี ได้ข่าวว่าไปร้านสองอนงค์มาแล้วเหรอ เห็นเจ้าของร้านรึยัง สวยอย่างที่เขาบอกกันรึเปล่า"

ประจักษ์หูผึ่ง แต่มนตรีตกใจเหล่ไปทางประจักษ์แล้วตอบเพื่อนอย่างไม่อยากคุยต่อว่า ตนไม่ได้ไปแล้วชวนประจักษ์ จ๊อกกิ้งต่อพลางวิ่งนำไปเลย ประจักษ์ยังติดใจหันมาถามเพื่อนคนนั้นว่า

"ไอ้ร้านสองอนงค์ที่ว่านี่อยู่ไหนเหรอครับ"

ดังนั้น กลางวันวันนี้ขณะที่มนตรีไปที่ร้านสองอนงค์กำลังเล่าถึงเรื่องเมื่อเช้าให้ วนิดาฟังอย่างสนุกสนานนั่นเอง พอเงยหน้าขึ้น ทั้งมนตรีและวนิดาก็ยิ้มค้าง เมื่อเห็นประจักษ์ยืนหน้าบอกบุญไม่รับอยู่หน้าร้าน

ประจักษ์พรวดเข้าไปจับแขนวนิดาลากจะพากลับบ้าน วนิดาเสียงดังใส่ว่าไม่กลับ ทั้งสองยื้อยุดฉุดลากกันอยู่ตรงหน้าร้าน ประจักษ์ด่าวนิดาว่าตนชักเหลืออดเหลือทนแล้ว เธอชอบทำอะไรโดยไม่บอกตนซ้ำยังพูดจากวนประสาทด้วย วนิดาย้อนถามว่าในเมื่อเขาไม่เคยถามทำไมตนต้องเสนอหน้าไปบอก สั่งให้ปล่อยเดี๋ยวนี้

"ฉันดีกับเธอมามากพอแล้ว ฟังให้ดี นี่คือคำสั่ง! ต่อไปนี้จะทำอะไรให้นึกถึงหน้าฉันบ้าง เธอเป็นสะใภ้มหศักดิ์เธอไม่มีสิทธิ์จะหว่านเสน่ห์ให้ใคร!"

"แล้วใครจะรู้ว่าฉันเป็นสะใภ้มหศักดิ์ ในเมื่อคุณไม่เคยบอกใคร" วนิดาลอยหน้าถามแล้วกระทืบเท้าเขาอย่างแรง พอประจักษ์ชักเท้าออกร้องลั่น เธอก็เดินเข้าร้านไป เขามองตามอย่างมุ่งมั่นจะเอาคืน

ooooooo

มนตรีกับอำไพหลบไปแอบดูอยู่หลังประตู พอวนิดาเดินอ้าวเข้ามาก็พากันหลบแทบไม่ทัน

ประจักษ์เปลี่ยนแผนใหม่ เดินตามเข้าไปพอวนิดาหันมาตวาดถามว่าจะตามเข้ามาทำไม เขาเปลี่ยนเป็นพูดอ่อนโยนว่า "จะมาตัดชุด"

"ฉันไม่รับตัด เชิญออกไปได้แล้ว"

ประจักษ์ชะงัก พอดีมีลูกค้าสองคนเดินเข้ามา เขาเลยแกล้งพูดเสียงดังให้ลูกค้าได้ยิน

"ไล่ลูกค้าเหรอ ถ้าคิดจะทำการค้า เธอต้องรู้จักเก็บความรู้สึกส่วนตัวและบริการลูกค้าทุกคน ไม่ว่าเธอจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม แต่เธอคงทำไม่ได้หรอก เพราะว่าเธอเด็กมาก"

วนิดาถูกสบประมาทและเห็นลูกค้าสองคนยืนมองอยู่ เลยเปลี่ยนท่าทีหันไปหยิบสายวัดมาวัดตัวให้ประจักษ์

การวัดตัวอย่างใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เกิดอาการหวั่นไหว เขินกัน แต่ต่างก็เก๊กหน้าทำเป็นมองไปทางอื่นบ้าง กระแทกกระทั้น บ้าง ประจักษ์เกือบจะห้ามใจตัวเองไม่ได้กับกลิ่นหอมของสาวและมือนุ่มๆที่จับโน่น แตะนี่ขณะวัดตัว แต่...เขาก็ไม่กล้าที่จะสัมผัสตัวเธอ...

ความรู้สึกนี้ยังตามไปหลอนถึงในความฝัน...ฝันว่าได้ใกล้ชิดกับวนิดา ได้ไปเที่ยวด้วยกันอย่างมีความสุข แต่พอฝันว่ากำลังจะจูบเธอ ก็สะดุ้งตื่นใจเต้นตึ้กตั้ก ถามตัวเองเขินๆว่า

"ทำไมหัวใจเต้นแรงอย่างนี้ ฝันอะไรของแกวะไอ้ประจักษ์"

เขาคิดถึงความฝันเมื่อครู่แปลกใจตัวเองว่าทำไมถึงฝันแบบนี้ แล้วล้มตัวลงนอนอย่างสับสน

ooooooo

ส่วนประจวบหลังจากนอนพักรักษาตัวด้วยการดูแลอย่างดีของชุมศรี จนสร่างไข้อาการดีขึ้นเขาก็ลุกขึ้นเดินโผเผจะไปทำงาน ชุมศรีท้วงติงว่าหน้ายังซีดอยู่เลย บอกให้นั่งก่อนพักผ่อนให้แข็งแรงก่อน

"ฉันไม่อยากนั่งๆนอนๆอีกแล้ว ฉันอยากทำงานเยอะๆจะได้รีบมีเงินไปใช้หนี้และจะได้ลืม..." ประจวบพูดได้แค่นั้นก็พูดไม่ออกอีก ชุมศรีมองอย่างเห็นใจ ปลอบเขาว่า

"คุณเล็กคะ อย่าหาว่าชุมพูดมากเลยนะคะ ชุมเข้าใจนะคะว่าคุณเล็กเจ็บปวดแค่ไหน แต่อย่าให้ผู้หญิงคนเดียวมาทำลายชีวิตคุณเล็กเลยนะคะ"

ประจวบมองหน้าชุมศรีอย่างครุ่นคิด บอกเธอว่า "ฉันจะพยายาม แต่มันคงต้องใช้เวลา"

"ชุมจะเป็นกำลังใจให้คุณเล็กเองค่ะ"

คำปลอบโยนและเตือนสติของชุมศรี ทำให้ประจวบได้คิด และรู้สึกดีขึ้น

ooooooo

แล้วจู่ๆมนตรีก็เอาตั๋วหนังไปให้วนิดา บอกว่าจะพาไปดูหนัง บอกว่าเป็นหนังดีอยากชวนเธอไปดูด้วยกัน วนิดารับตั๋วหนังท่าทางลังเล แต่พอเหลือบเห็นประจักษ์เดินออกมาเท่านั้น เธอตอบทันทีว่า

"ได้สิคะ" มนตรีดีใจจนลืมตัวถามว่าเธอจะไปจริงๆหรือ วนิดาตอบยิ้มแย้มยืนยันว่า

"จริงค่ะ หนังน่าดูขนาดนี้ แล้วยังได้ไปดูกับเพื่อนสนิทด้วย จะไม่ไปได้ยังไง"

มนตรียิ้มดีใจ ในขณะที่ประจักษ์เงี่ยหูฟังได้ยินวนิดาตอบรับก็ไม่พอใจ

ประจักษ์วางแผน ควงพิสมัยไปดูหนังเรื่องเดียวกัน รอบเดียวกันกับมนตรีและวนิดา ระหว่างอยู่หน้าโรงหนัง เขาเฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวของมนตรีกับวนิดา

ก่อนเข้าโรงหนัง มนตรีขอไปเข้าห้องน้ำก่อน นัดวนิดาไปเจอกันในโรง พอมนตรีแยกไป ประจักษ์เอาบ้าง บอกพิสมัย ให้เข้าไปก่อน ตนขอไปห้องน้ำแล้วจะตามเข้าไป

ที่ห้องน้ำนี่เอง ประจักษ์ทำเป็นเจอมนตรีโดยบังเอิญ ถามว่ามากับใคร มนตรีบอกว่าตนมากับวนิดา แล้วถามประจักษ์ ว่าไม่โกรธหรือ

"จะโกรธทำไม นายกับวนิดาก็แค่มาดูหนังด้วยกัน"

"นายเข้าใจก็ดี ฉันจะได้สบายใจ" มนตรีเดินเลี่ยงไปที่อ่างล้างมือ ประจักษ์ถามว่าเขานั่งตรงไหน มนตรีพาซื่อหยิบตั๋วหนังให้ประจักษ์ดู ส่วนตัวเองก็ส่องกระจกแต่งหล่ออย่างตั้งอกตั้งใจ

ครู่หนึ่งประจักษ์ส่งตั๋วหนังคืนให้บอกว่า เรานั่งห่างกัน ไกลเหมือนกัน มนตรีรับตั๋วหนังเก็บใส่กระเป๋า บอกประจักษ์ ก่อนเดินออกไปว่า "แล้วเจอกันนะเพื่อน"

พอมนตรีเดินออกไป ประจักษ์ก็เอาตั๋วหนังขึ้นมาดูยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แท้ ประจักษ์สลับตั๋วของตัวเองกับมนตรีไปแล้ว!

ooooooo

เมื่อเข้าโรงหนัง จึงกลายเป็นประจักษ์ไปนั่งคู่กับวนิดา และมนตรีไปนั่งคู่กับพิสมัย ความมืดในโรงหนังทำให้มองไม่เห็นกัน แต่ต่างฝ่ายก็รู้ว่าตัวเองมากับใคร

ประจักษ์ทำไม่รู้ไม่ชี้นั่งดูหนังไปเรื่อย จนถึงบทเศร้าวนิดาน้ำตาไหลไปกับเรื่องในหนัง ประจักษ์ควักผ้าเช็ดหน้าให้ เธอรับพร้อมกับคำขอบคุณ แต่พอเสียงตอบว่า "ไม่เป็นไร" เท่านั้น ความแตกทันที

วนิดาจำได้ว่าเป็นเสียงประจักษ์ เธอโกรธโวยวายว่าเขาแกล้งมนตรี ทั้งสองเสียงดังจนคนนั่งรอบตัวพากันไม่พอใจ หนึ่งในนั้นทนไม่ไหวพูดเตือนเสียงเขียวว่า

"นี่! ถ้าจะคุยกัน ก็ไปคุยกันข้างนอกโน่น!"

วนิดาสุดจะทนนั่งดูหนังต่อไปได้ เธอลุกเดินออกจากโรงหนังทันที ประจักษ์ลุกตามไปอย่างไม่ยอมแพ้ ตามไปจนถึงหน้าโรงหนัง วนิดาเรียกรถสามล้อถีบกลับไปเลย ประจักษ์ยืนมองเซ็งๆ

ส่วนพิสมัยนั่งดูหนังอย่างมีความสุข เธอเอามือมนตรีไปกุมไว้อย่างอบอุ่น มนตรีชื่นใจนึกว่าวนิดา พอหนังจบ ไฟเปิดสว่างทั้งสองจึงรู้ว่า ผิดฝาผิดตัวกัน ต่างโกรธและมึนตึง พากันเดินออกจากโรง เมื่อมาเจอประจักษ์ พิสมัยตรงเข้าไปต่อว่า ส่วนมนตรีเดาเหตุการณ์ออกถามเขาว่าเอาวนิดาไปไว้ที่ไหน

พิสมัยไม่พอใจมนตรีคิดว่าเขาหาเรื่องประจักษ์ จนมนตรีบอกว่าประจักษ์แอบเปลี่ยนตั๋วหนังกับตน พิสมัยหันไปถามประจักษ์ว่าจริงหรือ

"จริง แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตั๋วฉันสลับกับตั๋วนาย พอวนิดาเขาเห็นว่าเป็นฉันเขาก็เลยกลับไป"

"โธ่เอ๊ย!" มนตรีเชื่อตามที่ประจักษ์บอก เขาสบถออกมาอย่างแสนเสียดาย ที่จะได้ควงวนิดามาดูหนังอย่างมีความสุข กลับกลายมาเป็นแบบนี้ไปได้!

ooooooo

ตอนที่ 7

ไปล่ถูกบังคับให้ขับรถพาไปที่บ้านพักในกรม เห็นบริเวณบ้านปลูกดอกไม้ไว้สวยงาม พิสมัยชมว่า คุณพี่ช่างปลูกแท้ๆ คุณนายยิ้มปลื้มไม่นึกว่าลูกชายจะมือเย็นปลูกดอกไม้ได้งามขนาดนี้

ป้าทองเดินออกมาเจอคุณนายกับพิสมัยก็ตกใจเอามือทาบอก ถามว่าคุณนายมาได้ยังไง คุณนายบอกว่าให้นายไปล่ พามา ถามป้าทองว่าหายไข้ดีแล้วหรือ ทักว่าผอมลงสงสัยถูก "แม่นั่น" ใช้งานหนัก

"อีฉันไม่ค่อยได้ทำอะไรมากกว่าค่ะ คุณนิดเธออาสาทำทุกอย่าง ทั้งงานบ้านงานครัว แล้วก็สวนพวกนี้ด้วยนะคะ ดอกไม้งามๆที่เห็นนั่นฝีมือคุณนิดปลูกทั้งนั้นแหละค่ะ"

พอรู้ว่าใครเป็นคนปลูกดอกไม้เท่านั้น ที่ชมว่าสวยเมื่อครู่นี้ ทั้งคุณนายและพิสมัยก็เบ้หน้าว่าน่าเกลียด แล้วถาม ป้าทองแบบจิกเรียกว่า "แล้วนี่มันอยู่ไหน" ป้าทองถามว่าใครหรือ คุณนายเลยสะบัดเสียงว่า

"นังวนิดายังไงล่ะ ไปตามตัวมันมาพบฉัน อยากเห็นหน้านักว่าหน้าตามันจะน่าเกลียดแค่ไหน"

พิสมัยฟังแล้วชะงักเพราะเคยเห็นวนิดามาแล้ว ป้าทอง ฟังแล้วไม่ชอบใจแต่ไม่กล้าแสดงอะไร ไปล่ที่ร่วมฟังอยู่ด้วย สีหน้ากังวลด้วยความเป็นห่วงวนิดา

ป้าทองไปบอกวนิดาที่กำลังเตรียมทำกับข้าวอยู่ในครัว พอรู้ว่าคุณนายน้อมมาหาวนิดาก็หมดสนุกกับการทำครัวทันที ปรึกษาป้าทองว่าจะออกไปดีไหม หรือจะบอกว่าตนไปตลาดหรือไปไหนก็ได้ดี

"แต่ถ้าคุณไม่พบท่านวันนี้ วันหลังคุณก็ต้องพบท่านอยู่ดี จะช้าจะเร็วมันต่างกันตรงไหนคะ แล้วอีกอย่าง คุณนายแกจะนึกไม่ชอบคุณมากขึ้นถ้าคุณขัดใจท่าน ไปให้มันเสร็จๆไปเถอะนะคะ"

ooooooo

ที่โถงรับแขก คุณนายนั่งคอแข็งอยู่ ส่วนพิสมัยเริ่มหน้างอไม่พอใจบ่นว่าปล่อยให้คุณแม่รอนานขนาดนี้ ได้ยังไง  คุณนายยิ้มเหยียดว่าไพร่ยังไงก็เป็นไพร่วัน ยังค่ำ อยากเห็นหน้าจริงๆว่าจะขี้โกงเหมือนนายดาวหรือเปล่า

ครู่หนึ่ง วนิดาออกมายกมือไหว้คุณนายอย่างนอบน้อม คุณนายชะงักไปนิดหนึ่งกับใบหน้าหวานสะอาดสะอ้านของวนิดา แต่พริบตาเดียวก็เปิดฉากจิกกัดทันที หาว่ายืนค้ำหัวผู้ใหญ่ พิสมัยผสมโรงสั่งวนิดาให้นั่งกับพื้น ย้ำว่า

"เธอกับคุณแม่ต่างศักดิ์กัน คุณแม่เป็นผู้ดี แต่เธอ..."

"ไพร่!" วนิดาแทรกขึ้นจ้องจิกพิสมัยเขม็งถามว่า "ไพร่แล้วไงคะ ไพร่ไม่ใช่คนรึไง ดิฉันจะนั่งที่นี่ ตรงนี้" วนิดาไม่ยอมนั่งกับพื้นตามที่พิสมัยสั่ง แต่นั่งหลังตรงคอแข็งที่เก้าอี้เสมอกัน

คุณนายน้อมลุกพรวดด่าวนิดาว่าเด็กเมื่อวานซืนเถียงคำไม่ตกฟากไม่รู้จักที่ ต่ำที่สูงพูดจาให้มันรู้เสียมั่งว่าพูดกับใคร ย้ำเสียงเข้มว่า "เธอต้องพูดเจ้าคะ ไม่ใช่คะ...คะ...คะ!"

วนิดาลุกยืนบ้าง พิสมัยก็ลุกยืนบอกคุณนายให้ใจเย็นๆ พูดแดกดันว่า วนิดาคงไม่รู้จักขนบธรรมเนียมเพราะเกิดมาคงคบ แต่กับคนต่ำๆ

คุณนายผสมโรงด่าว่าคงจะจริงอย่างที่พิสมัยพูด เกิดมาในหมู่ไม่มีสกุลแต่มาแต่งงานกับผู้ดีก็ต้องฝึกให้มีผู้ดีติดตัวไว้ แต่นี่อะไร...สงสัยจะเป็นยิ่งกว่าบัวใต้น้ำ

วนิดากำมือแน่นลุกขึ้นยืนพยายามเก็บอารมณ์ บอกคุณนายว่าถ้าเรียกมาเพื่อพูดเรื่องไร้สาระอย่างนี้ตนขอไปเก็บผัก ต่อยังจะได้สาระกว่า พูดแล้วเดินออกไปเลย คุณนายน้อมฉุนขาดตวาดให้หยุดเดี๋ยวนี้

วนิดาหยุดแต่มิใช่เพราะคำสั่งหากแต่หยุดอย่างพร้อมจะมีเรื่อง คุณนายน้อมด่ากราดว่า

"ไม่มีมารยาท พ่อแม่ไม่สั่งสอน เชื้อไม่ทิ้งแถวเหมือนย่าแกไม่มีผิด!"

เมื่อถูกด่าชนิดขุดก่นกันถึงย่าเช่นนี้ วนิดาทนไม่ได้ย้อนถามว่าคุณย่าตนทำอะไร คุณนายย้อนถามว่า "หล่อนไม่รู้เลยเหรอว่าย่าตัวเลวทรามแค่ไหน ช่างล้างช่างผลาญ จนผัวไม่เหลืออะไร ส่วนพ่อตัวน่ะถ้าไม่โกงจะมั่งมีจนถึงทุกวันนี้หรือ"

"หยุดนะ!" วนิดาตวาดอย่างหมดความเกรงใจ "คุณไม่มีสิทธิ์ก้าวร้าวถึงคุณพ่อคุณย่า ขุดเอาที่ไหนมาพูด"

"แกไม่รู้เหรอว่า ย่าแกคบชู้!! รู้ใส่กะโหลกไว้บ้างสิ"

"ไม่จริง! คุณย่าฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้น ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ออกไป๊!"

เมื่อวนิดาฮึดขึ้นมาเช่นนี้ ทั้งคุณนายและพิสมัยต่างตกใจคิดไม่ถึง แต่ยังวางเขื่องอวดอ้างว่าบ้านนี้เป็นบ้านของประจักษ์ วนิดาโต้ว่า

"แต่คุณประจักษ์บอกว่าบ้านนี้เป็นบ้านของฉัน หวังว่า พวกผู้ดีอย่างคุณจะเข้าใจภาษาคนไม่ต้องให้ดิฉันพูดซ้ำ"

"อีชาติไพร่ แกกล้าไล่ฉันเหรอ" คุณนายโกรธจนปากคอสั่น ควันออกหู

"มากกว่านี้ดิฉันก็จะกล้าค่ะ เชิญ!" วนิดาจ้องจิกทั้งสอง อย่างดุดัน คุณนายกับพิสมัยเห็นความจริงจังของวนิดาก็จำต้องเดินออกไป  คุณนายไม่วายหันมาพูดฝากไว้ก่อนแล้วสะบัดไป วนิดาเลยพูดตามหลังว่า "คุณนายยังรู้จักดิฉันน้อยเกินไป"

เจอของจริงเข้าแบบนี้ คุณนายก็ชักฝ่อ ร้องเรียกไปล่ ดังลั่น พอไปล่หูตาเหลือกออกมาก็รีบพากันไปขึ้นรถกลับ

วนิดามองตามคุณนายกับพิสมัยไปอย่างไม่หายแค้น ถอนใจเฮือกใหญ่ที่ไปเสียได้ ส่วนจวงกับป้าทองรีบเดินออกมา สมทบกับวนิดาอย่างเป็นห่วง ให้กำลังใจ

ooooooo

ออกจากบ้านพักของวนิดาแล้ว ทั้งสองพุ่งไปหา ประจักษ์ที่ห้องทำงาน รุมกันฟ้องน้ำตาร่วงเป็นเผาเต่า ทั้งคู่ คุณนายคาดคั้นให้ประจักษ์ต้องจัดการวนิดาที่บังอาจไล่ตนออกจากบ้านให้ได้

ประจักษ์ถอนใจเฮือกถามว่า "คุณแม่ไปหาเรื่องเขาก่อนทำไมครับ"

คุณนายกับพิสมัยสะอึกอึ้ง พิสมัยหาว่าจนขนาดนี้แล้วประจักษ์ยังเข้าข้างวนิดาอีกหรือ

"ฉันไม่ได้เข้าข้างวนิดา แต่คุณแม่ไม่ควรขุดเรื่องคุณป้ามณฑาขึ้นมาพูด เราไม่มีหลักฐาน ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจริงหรือเท็จ วนิดาเป็นหลานแท้ๆ ของคุณป้ามณฑา เธอมีสิทธิ์ที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของคุณป้าเธอ"

ไม่ว่าประจักษ์จะชี้แจงอะไรก็ถูกหาว่าเข้าข้างวนิดา หลงวนิดาไปหมด จนเขาระอา พูดเชิงตัดพ้อ เชิงขอร้องว่า เมื่อคุณแม่ต้องการอะไรตนก็ทำตามหมดแล้ว กรุณาต่างคนต่างอยู่กันเถอะ คุณนายกับพิสมัยเลยพูดไม่ออก

ooooooo

คืนนี้ เมื่อประจักษ์กลับมาถึงบ้านพัก ป้าทองทำท่าจะฟ้องก็ถูกเขาตัดบทว่ารู้เรื่องหมดแล้วแต่ป้าทองก็ยังพูดจนได้ รำพึงรำพันถึงวนิดาว่าพอคุณนายกลับไปเธอก็เอาแต่นั่งซึมไม่พูดไม่จาเลย

ฟังป้าทองแล้วประจักษ์เดินไปหาวนิดาที่นั่งอยู่ในสวนขอนั่งด้วย แล้วขอโทษที่แม่พูดไม่ดีกับเธอ วนิดาตำหนิตัวเองเช่นกันว่าตนก็พูดไม่ดีกับคุณแม่เขานัก แล้วถามเขาว่าเคยทราบเรื่องคุณย่าตนบ้างไหม

"ถ้าหมายถึงเรื่องที่คุณแม่พูดกับเธอก็อย่าได้เก็บไปคิด เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ความจริงแล้วก็ไม่มีใครเขาพูดถึงกันแล้ว"

เมื่อวนิดาบอกว่าตนอยากรู้ว่าต้นตอมาจากไหน อยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณย่าในช่วงที่ตนยังเป็นมหศักดิ์อยู่ ประจักษ์บอกว่าขอเอาใจช่วย แล้วนึกขึ้นได้บอกข่าวประจวบว่า

"ตอนนี้เขาทำงานอยู่กับเพื่อนของฉันทางใต้ อีกไม่นานเราคงพ้นจากสภาพที่น่าอึดอัดอย่างนี้"

พูดเสร็จทั้งคนฟังและคนบอกต่างยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง

ooooooo

เมื่อได้ข่าวของประจวบแล้ว อีกสองสามวันต่อมาปราณีก็ดั้นด้นไปหาเขาถึงทางใต้ คนงานที่นั่นบอกว่าวันนี้ทำงานครึ่งวันเช้าบ่ายปิด ปราณีเลยถามว่า เธอจะหาประจวบได้ที่ไหน

ที่บ่อน! ประจวบเดินออกมากับเพื่อนเขาขอยืมเงินเพื่อนเพื่อจะเล่นต่อ เพื่อนเตือนว่าเสียไปมากแล้วเพลาๆหน่อยดีกว่า กลับไปพักผ่อนเสีย

พอเดินออกมาถึงข้างนอก ประจักษ์แทบช็อกเมื่อเห็นปราณียืนรออยู่ พริบตาเดียวเขาก็เปลี่ยนเป็นดีใจถามว่าจะมาทำไมไม่บอกก่อนจะได้ไปรับที่ สถานีรถไฟ

"ณีอยากให้คุณเล็กประหลาดใจ แต่ณีกลับประหลาดใจ เสียเองที่รู้ว่าคุณเล็กยังเข้าบ่อนอยู่  ไหนบอกว่าเลิกเล่นแน่นอนแล้วไงคะ ทำไมคุณถึงห้ามใจตัวเองไม่ได้"

ปราณีตัดพ้อต่อว่าประจวบอย่างผิดหวังเสียใจ และเมื่อเขาพาเธอไปที่บ้านพัก ปราณีก็ยิ่งสลดใจเมื่อพบว่าเห็นห้องเล็กๆ คับแคบสกปรกรุงรัง เธอพึมพำว่า ทั้งเก่าทั้งสกปรกอย่างกับรูหนู

ไม่เพียงเท่านั้น ปราณีสลดหดหู่ใจยิ่งขึ้นเมื่อรู้ว่างานที่ประจวบทำนั้นก็คือ คนงานดีๆนี่เอง  ประจวบแก้ต่างให้ตัวเองว่า ตนเป็นทหารทำอะไรไม่เป็นก็ต้องใช้แรงกายแบบนี้

แล้วปราณีก็หดหู่แทบสิ้นหวังเมื่อรู้ว่าเขาได้เงินเดือนแค่เดือนละ 300 บาท ประจวบพูดปลอบใจว่าจะหางานอื่นทำรีบหาเงินไปใช้หนีให้เร็วที่สุด เธอไม่ต้องกังวลใจ ขอให้เป็นกำลังใจให้ด้วย

ประจวบกอดปราณีไว้อย่างปลอบใจ เอาใจ แต่นาทีนี้ ปราณีกลับรู้สึกแหยงๆกับการสัมผัสนั้น

จนเมื่อปราณีกลับไปเล่าให้พิสมัยกับคุณนายน้อมฟัง พิสมัยอึ้งจนพูดไม่ออก ส่วนคุณนายน้อมตกใจสงสารลูกจนเป็นลมไปเลย

เมื่อ ไปนั่งคุยกันตามลำพัง สองสาวต่างพูดถึงประจวบอย่างผิดหวัง เพราะจากจดหมายเหมือนกับว่างานดีเงินดีจนจะได้ กลับมาใช้หนี้หมดเร็วๆนี้แล้ว พิสมัยถึงกับพูดอย่างสิ้นหวังว่า

"กว่าคุณเล็กจะหาเงินมาใช้หนี้นายดาวครบ วันนั้นคุณพี่ ก็คงเป็นพ่อคนไปแล้วมั้ง"

ปราณี ถามว่าหมายความว่าอย่างไร พิสมัยระบายความอัดอั้นว่าทุกวันนี้ประจักษ์เข้าข้างวนิดา  เป็นเดือดเป็นแค้นแทนจนตนอดคิดไม่ได้ว่าเขารักวนิดาเข้าแล้ว พูดเชิงตำหนิปราณีว่า

"เธอประเมินวนิดาต่ำเกินไป ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้อ่อนแออย่างที่พวกเราคิด"

ปราณี แค้นขึ้นมาเสนอว่าเราต้องรีบทำอะไรบางอย่างแล้ว  เพราะขืนช้าพิสมัยต้องเสียประจักษ์ไปแน่ๆ  แล้วชวนกันไปหาวนิดาอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ

ooooooo

นับวัน ประจักษ์ก็เข้าใจเห็นใจวนิดามากขึ้น ยิ่งวันนี้เห็นเธอเย็บผ้าปูที่นอนใหม่ จัดแต่งและซ่อมแซมห้องนอนของเขาจนนอนได้ไม่รั่ว  เขาก็ยิ่งรู้สึกดี  ป้าทอง บอกว่าวนิดาตั้งอกตั้งใจเย็บผ้าปูที่นอนให้เขาจนไม่ได้

ทานข้าว  ดังนั้น  ค่ำนี้เขาจึงเอานมอุ่นๆไปให้ที่ห้อง  พูดอย่างอ่อนโยนอบอุ่นว่า

"ป้าทองกับจวงบอกว่าวันนี้เธอเย็บผ้าปูที่นอนให้ฉันจนไม่ได้ทานข้าว ทานนมแล้วก็นอนเสีย"

"ขอบคุณค่ะ" วนิดาเอ่ย รับแก้วนมไปถือไว้ด้วยความรู้สึกขอบคุณจริงๆ

"ผ้าปูที่นอนสวยมาก ขอบใจ" พูดแล้วเขายิ้มให้เธอก่อนเดินออกไป

วนิดานั่งอึ้ง หัวใจพองโต เต้นแรงจนตัวเองได้ยิน...

ooooooo

ปราณี กับพิสมัยไปถึงบ้านพักในกรมอย่างตั้งใจมาหาเรื่อง พอป้าทองบอกว่าประจักษ์ไม่อยู่ พิสมัยก็ลอยหน้าบอกว่าตนไม่ได้มาหาเขา พอจวงถามว่าแล้วมาหาใคร ก็ถูกตวาดใส่ว่า

"แกไม่มีสิทธิ์มาถามฉัน ฉันจะมาที่นี่ตอนไหนเวลาไหนก็ได้ เพราะที่นี่เป็นบ้านของคุณพี่ ไปบอกวนิดาให้เอาน้ำมาให้ฉันสองคน" พิสมัยวางอำนาจ

จวงทนไม่ได้เถียง ว่าวนิดาเป็นเมียคุณใหญ่ไม่ใช่บ่าวที่ต้องคอยรับใช้ใคร ปราณีถลึงตาใส่ถามว่าจวงเป็นใคร เถียงคำไม่ตกฟาก ป้าทองเลยบอกให้จวงเงียบ ให้ทั้งสองรอสักครู่ แล้วป้าก็เดินเข้าไปข้างใน

ครู่หนึ่งวนิดาเอา น้ำมาสองแก้ว จวงท้วงติงว่าไม่เห็นต้องทำตามที่เขาบอก วนิดากลับเห็นว่าตนควรทำหน้าที่ของเจ้าของบ้านที่ดี ป้าทองฟังแล้วชอบใจ ปรามจวงว่า

"เอ็งดูไว้นะนังจวง อย่างคุณนิดนี่แหละเขาเรียกว่าผู้ดีตัวจริงล่ะ"

ooooooo

พอ วนิดาวางแก้วน้ำแล้วเดินออกไป สองสาวไม่สนใจน้ำเลย มองตากันแล้วชวนกันลุกเดินออกไปที่สวนดอกไม้ ไปล่เดินตามห่างๆอย่างระแวง พอสองสาว เห็นก็เอ็ดว่าตนไม่ใช่ขโมยไม่ต้องตามทุกฝีก้าวแบบนี้ ไปล่เลยก้มหน้าแหยๆแต่แอบชำเลืองมองอย่างไม่ไว้ใจ

เดินไปจนถึงกลาง แปลงดอกไม้ สองสาวส่งสัญญาณให้กันแล้วพากันย่ำลงไปบนแปลงเหยียบดอกไม้จนเละ ไปล่ ตกใจร้องห้าม เหมือนยิ่งยุ พิสมัยกับปราณีทั้งย่ำทั้งดึงทึ้งจนแปลงดอกไม้เละเทะไปหมด

วนิดาออกมาเห็นตะโกนถามอย่างโกรธจัดว่า "พวกคุณทำอะไร...หยุดเดี๋ยวนี้นะ" พลางเข้าไปดึงพิสมัยกับปราณีไม่ให้ทำลายแปลงดอกไม้

พิสมัย กับปราณีทั้งเหยียบ ย่ำ ขยี้ ดึง ทำลายดอกไม้อย่างเมามัน วนิดาเลยหันไปคว้าสายยางเปิดน้ำฉีดใส่สองสาวจนกรี๊ดลั่นไปหมด ปราณีตะโกน "นังวนิดา หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

"ฉันบอกให้คุณสองคนหยุด คุณสองคนยังไม่หยุดแล้วเรื่องอะไรฉันต้องหยุด" วนิดาฉีดไปเถียงไป เสียงดังเอะอะโวยวายจนป้าทองกับจวงวิ่งออกมาดู

ปราณีร้องห้ามวนิดา ไม่ได้ก็เข้าแย่งสายยาง แย่งกันไป แย่งกันมาสายยางเผยฉีดน้ำใส่พิสมัยเข้าเต็มเปา พิสมัยโกรธจัดหันมาเงื้อมือตบหน้าวนิดาเพียะหนึ่ง วนิดาอึ้งอย่างคาดไม่ถึง พิสมัยสะใจนึกว่ากำราบวนิดาได้แล้ว แต่พริบตานั้นเอง วนิดาตบคืนผัวะ! ปราณีพุ่งเข้าไปจะช่วยเพื่อนเลยเจอหมัดของวนิดาสวนเข้าหน้าเต็มๆจนหงายไม่ เป็นท่า มีเลือดออกที่จมูกทันที

พอพิสมัยกับปราณีตั้งหลักได้ก็ลุกขึ้นจะรุมวนิดา  ป้าทอง กับจวงเห็นดังนั้นพุ่งเข้าไปช่วย

"ทำอะไร!!"

เสียงประจักษ์ดุดัน ทุกคนหยุดกึก พิสมัยกับปราณีมองหน้าประจักษ์ ในขณะที่ป้าทองกับจวงก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขา

ooooooo

พิสมัย กับปราณีเข้าไปในห้องรับแขก รุมกันฟ้องประจักษ์ว่าตนทั้งสองถูกวนิดาเล่นงานก่อนจึงต้องตอบโต้ ประจักษ์บอกว่าแปลงดอกไม้นั้นเป็นของวนิดาไม่ใช่ของตน ตำหนิสองสาวว่าทำลายข้าวของของวนิดาแล้วยังทำร้ายตัวเธออีก สั่งให้ทั้งสองคนไปขอโทษ วนิดาเสีย

ปราณีเถียงแทนพิสมัยว่า ทำไมประจักษ์ต้องเข้าข้างคนอื่น เขาโต้ว่าไม่ได้เข้าข้างแต่ทำในสิ่งที่ถูกต้องต่างหาก

พิสมัย ตีโพยตีพายว่าประจักษ์เข้าข้างวนิดา หลงรักวนิดาเข้าแล้ว เธอโวยวายจนประจักษ์โมโห ตวาดเรียกเสียงดัง พิสมัยยิ่งผิดหวังเสียใจวิ่งร้องไห้กลับไปฟ้องคุณนายน้อมที่บ้านมหศักดิ์ โดยมีปราณีคอยเป็นลูกคู่ยุยงเป่าหูปั้นน้ำเป็นตัว จนคุณนายเต้นผางด่าวนิดาว่าร้ายเหมือนย่ามันไม่มีผิด

คุณนายน้อมประกาศว่าหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรตนก็ไม่ยอมให้ประจักษ์เลือก "อีไพร่" นั่นมาเป็นสะใภ้เด็ดขาด บอกทั้งสองว่า

"เรา ต้องหาทางเล่นงานมัน ถ้าอยากเอาชนะนังวนิดาเราต้องร้ายกว่าและต้องร้ายอย่างมีชั้นเชิง" ว่าแล้วจับมือพิสมัยวางแผนว่า "พ่อใหญ่เป็นคนรักความถูกต้อง แม่พิสมัย ต้องทำตัวให้อ่อนแอ ทำให้พ่อใหญ่สงสารมากๆ แล้วพ่อใหญ่ จะกลับมาเป็นพวกของเรา"

ooooooo

ป้าทองเดินไปหาวนิดาที่นั่งซึมอยู่แถวแปลงดอกไม้ที่เละเทะยับเยิน ปลอบใจว่า

"อย่าเสียใจไปเลยนะคะ เราหามาปลูกใหม่ก็ได้ อีฉัน จวง ไอ้ไปล่ จะช่วยเอง ไม่นานก็คงกลับมาสวยเหมือนเดิม"

วนิดาหันไปเห็นจวงกับไปล่ตามมายืนใกล้ๆ ทั้งสองพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับป้าทอง

"ฉัน ไม่ได้เสียดายพวกดอกไม้หรอกนะป้า แต่ฉันเสียดายแล้วก็เสียใจที่ไม่มีใครเคยให้โอกาสคุณย่า คุณพ่อ แล้วก็ฉัน ใครๆก็ว่าฉันเป็นไพร่ ทำอะไรก็ผิด ทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจใคร เกิดเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ทำไมถึงต้องแบ่งว่าใครเป็นใคร มันคงผิดที่ฉันเลือกเกิดมาเป็นผู้ดีกับเขาไม่ได้ ฉันไม่โทษใครทั้งนั้นแหละป้า"

พูดเหมือนปลงแต่น้ำตาไหลพราก ป้าทองสะเทือนใจสงสารนั่งลงพลอยร้องไห้ไปด้วย

ที่ไม่ไกลจากตรงนั้น ประจักษ์ยืนฟังเงียบๆ เขามองเธอด้วยความสงสาร

จน เมื่อวนิดาลงมือเก็บกวาดแปลงที่ถูกย่ำ ประจักษ์จึงเข้าไปช่วยกวาด เขาขอโทษแทนพิสมัยกับปราณี ถูกวนิดาทักท้วงว่า เขาชอบขอโทษแทนคนอื่น วันก่อนก็ขอโทษแทนแม่เขาทีหนึ่งแล้ว ทำให้ประจักษ์หัวเราะขำๆบอกเธอว่า "นั่นสินะ ฉันคงเกิดมาเพื่อเป็นตัวแทนคนอื่น"

"ฉันไม่ได้โกรธคุณ พิสมัยกับเพื่อนเขาหรอกค่ะ ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงไม่พอใจ ที่อยู่ดีๆคนรักต้องไปแต่งงานกับผู้หญิง คนอื่น...ฉันว่าคุณควรจะไปหาเธอนะคะ ค่อยๆพูด ค่อยๆจา ฉันไม่อยากให้คุณสองคนมีปัญหากันเพราะฉัน ผู้หญิงต้องการการเอาใจ ยิ่งช่วงเวลาอย่างนี้ คุณพิสมัยคงต้องการความแน่ใจว่าคุณจะไม่มีวันทิ้งเธอ"

ประจักษ์หยุดกวาด มองวนิดาด้วยความรู้สึกดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ooooooo

เพราะ ตากแดดทำสวน คืนนี้วนิดารู้สึกคอแห้งผากปวดเนื้อเมื่อยตัว เมื่อลุกไปดื่มน้ำเกิดหน้ามืดเป็นลมหมดสติ โชคดีที่ประจักษ์ออกมาเจอ ช้อนร่างเธอไว้ทันและอุ้มเข้าไปนอนในห้อง จากนั้นสั่งไปล่ให้ตามหมอมาดู

"คุณนาย เธอไม่เป็นไรแล้วครับ คงจะตากแดดมากเกินไป หมอจะให้ยาเอาไว้ทาน" หมอแจ้งอาการหลังจากตรวจเสร็จ จ่ายยา ประจักษ์ให้ไปล่ไปส่งหมอ และให้ป้าทองกับจวงเฝ้าวนิดา ก่อนที่ตัวเองจะเดินออกไปด้วยสีหน้าเป็นห่วงวนิดา กลับไปแล้วก็นอนไม่หลับ แล้วก็ยิ้มดีใจเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้...

เช้าวันรุ่งขึ้น วนิดาแปลกใจว่าตัวเองกลับเข้ามานอนในห้องได้อย่างไร เพราะจำได้แค่ว่าตอนดึกหิวน้ำแล้วออกไปหาน้ำดื่ม จากนั้นก็ไม่รู้สึกตัว

"เมื่อคืนคุณเป็นลมค่ะ โชคดีนะคะที่คุณใหญ่เธอออกมาเห็นเข้า คุณใหญ่เป็นคนอุ้มคุณเข้ามานอนค่ะ แล้วก็ตามคุณหมอมาดูอาการคุณด้วย"

วนิดานิ่งไปด้วยความรู้สึกซึ้งใจ ถามป้าทองว่า "คุณประจักษ์ออกไปทำงานหรือยังป้า"

ป้า ทองไม่ตอบแต่ยิ้มอย่างมีเลศนัย จนเมื่อพาวนิดาไปดูแปลงดอกไม้ที่ถูกย่ำทำลายไปเมื่อวาน แต่เช้านี้กลับสวยสดงดงามเหมือนเดิม วนิดามองอึ้ง ป้าทองรีบเข้ามาบรรยายว่า

"คุณใหญ่กับนายไปล่ไปหาซื้อดอกไม้กันแต่เช้ามืด ช่วยกันทำไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน เพราะอยากให้คุณนิดตื่นมาเห็น คุณใหญ่เพิ่งทำเสร็จเมื่อตะกี้เองค่ะ"

วนิดายิ้มดีใจ พอดีประจักษ์เดินมาป้าทองหันไปเห็นเลยปลีกตัวไปอย่างรู้หน้าที่ ประจักษ์เดินเข้าไปยืนข้างๆ วนิดา เธอเอ่ยขอบคุณเบาๆ ประจักษ์พูดอย่างจริงใจว่าเธอควรได้รับมันกลับไป

วนิดามองเขาอย่างซึ้งใจแต่ก็พึมพำว่าเลยทำให้เขาไปทำงานสาย

"ไม่เป็นไร ฉันไปทำงานตรงเวลามาหลายปีแล้ว ไปสายสักวันท่านเจ้ากรมไม่ไล่ฉันออกหรอก" เขาพูดติดตลกนิดๆ จนวนิดายิ้มออกมา แล้วเขาก็เอ่ยเก้อนิดๆว่า "เอ่อ...สี่โมงฉันจะมารับ แต่งตัวให้สวยล่ะ"

"มารับดิฉัน" วนิดาทวนคำเบาๆ งงๆ แต่ประจักษ์เดินไปขึ้นรถขับออกไปแล้ว เธอมองตามรถเขาไปยิ้มออกมาอย่างมีความสุข

ooooooo

วันเดียวกันนี้ ปราณีเพิ่งกลับถึงบ้าน ทันทีที่เข้าบ้านก็ถูกแม่เรียกไปนั่งคุยอย่างเป็นการเป็นงาน ทวนความจำกันว่า จำเจ้าพระยาภักดีราชาได้ไหม ท่านช่วยเหลือครอบครัวเรามาตลอด นับแต่คุณพ่อของเธอเสีย ท่านเห็นลูกมาแต่เกิดจนโตเป็นสาวสวย เท้าความกันมายืดยาว สุดท้ายก็บอกลูกสาวว่า

"ท่านเอ็นดูลูกมาก ท่านก็เลยอยากได้ลูกไปดูแล" ปราณีถามงงๆ ว่าตนไม่ใช่พยาบาลจะทำอะไรได้ ผู้เป็นแม่จึงพูดตรงๆว่า "ท่านไม่ได้อยากได้พยาบาล แต่ท่านอยากได้เมีย"

ปราณีตกใจที่แม่จะให้ตนมีสามีแก่คราวพ่อ ผู้เป็นแม่จึงหว่านล้อมสุดฤทธิ์ยกแม่น้ำทั้งห้ามากล่อมว่า

"ฟังแม่ก่อนสิลูก พระยาภักดีราชาท่านเป็นคนดี ท่านรวยมหาศาล เมียท่านเพิ่งตาย ลูกหลานท่านก็ไม่มี ทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ใช้ไม่รู้กี่ชาติถึงจะหมด...ลองคิดดูให้ดี ลูกจะแต่งงานกับประจวบ มหศักดิ์ ผู้ดีเก่า ชื่อเสียงดี แต่ไม่มีเงิน หรือพระยาภักดีราชา ผู้ดีเก่าเหมือนกันแต่ฐานะผิดกัน"

พูดแล้วเห็นปราณีเครียดขึ้นทุกที ผู้เป็นแม่รีบพูดต่อ

"แม่รู้จักลูกของแม่ดี คิดให้ถ้วนถี่นะลูก บ้านเราก็ไม่ได้ มีเงินทองมั่งคั่งเหมือนสมัยก่อน นับวันเงินทองก็ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ถ้าแต่งงานกับประจวบคงได้แร่มากกว่าได้ทอง"

ปราณีหันมองหน้าแม่เต็มตา ผู้เป็นแม่ยิ้มและพยักหน้าเชิงเร่งเร้าให้ตัดสินใจ

ooooooo

เพราะมีความรู้สึกดีๆ มีความประทับใจต่อกัน ทำให้วนิดาเริ่มใส่ใจดูแลประจักษ์มากขึ้น  วันนี้เห็นเสื้อผ้าของเขาที่ป้าทองเอาไปตาก ทั้งเก่าซีดและมีรูขาดเล็กๆ เธอจึงไปหาผ้าแล้วเอาไปให้อำไพ ซึ่งเป็นช่างอยู่ที่ร้านตัดเสื้อผ้า

ร้านนี้เป็นร้านที่อำไพร่วมหุ้นกับเพื่อน แต่เพราะเพื่อนจะแต่งงานไปเป็นแม่บ้านแล้ว อำไพจึงคิดจะปิดร้าน พอเห็นวนิดาเอาผ้าทหารมาให้ตัดชุดให้ประจักษ์ อำไพพูดอย่างชื่นชมว่า

"คุณใหญ่นี่น่าอิจฉานะคะ ท่าทางคุณนิดจะดูแลดี"

วนิดาได้แต่ยิ้มเขินๆ มองผ้าในมืออย่างมีความสุขที่จะได้มีชุดใหม่ไปให้ประจักษ์เปลี่ยน

จนเกือบได้เวลานัดที่ประจักษ์บอกว่าจะมารับ วนิดาแต่งตัวสวยมายืนหมุนให้ป้าทอง จวง และไปล่ดู ทั้งสามปรบมือ อย่างชื่นชม ต่างชมว่าสวย สง่า น่ารัก ป้าทองคิดไปถึงประจักษ์ บอกว่าถ้าเขามาเห็นต้องชอบแน่ๆ ใจจดจ่อรอประจักษ์กลับมา

มีเสียงเปิดประตูรั้ว จวงตาลุกบอกว่าสงสัยประจักษ์กลับมาแล้ว แต่พอทุกคนหันมองกลายเป็นพิสมัยเดินหน้านิ่งเข้ามา ทุกคนเซ็งสนิท

พิสมัยตีหน้าซื่อเข้ามาบอกว่าจะมาขอโทษวนิดาที่วันก่อนทำลายสวนดอกไม้ของเธอ ตำหนิตัวเองว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ขอให้ยกโทษให้ด้วย

ขณะที่ทุกคนฟังอย่างกระอักกระอ่วนใจนั่นเอง ประจักษ์ กลับมาพอดี เขาตกใจ แต่พอพิสมัยหันไปเห็นก็ตีหน้าเศร้าอย่างสำนึกผิดบอกว่าตนมาขอโทษวนิดา ฟังแล้วประจักษ์หายเครียดสบายใจ บอกเธอว่าคิดได้ก็ดีแล้ว พิสมัยเลยหันมาถามวนิดาว่าอภัยให้ตนแล้วใช่ไหม

"ดิฉันไม่ได้เก็บเรื่องนั้นมาคิดแล้วล่ะค่ะ"  วนิดาตอบเรียบๆ

พิสมัยเสแสร้งขอบคุณชมว่าเธอเป็นคนดีอย่างที่ประจักษ์บอกจริงๆ แล้วทำเป็นเอะใจว่าแต่งตัวจะไปไหนกันหรือ จวงเสนอหน้าตอบแทนว่า "คุณผู้ชายจะพาคุณนิดไปทานข้าวค่ะ"

"ถ้าอย่างนั้น...น้องไม่กวนแล้วค่ะ เชิญคุณพี่กับคุณวนิดาตามสบาย น้องกลับนะคะ"

พิสมัยทำท่ายอมรับสภาพหน้าเศร้าๆจะเดินออกไป วนิดาชวนอย่างมีน้ำใจว่าไปทานด้วยกันไหม พิสมัยรีบขอบคุณ แต่ก็พูดอย่างเกรงใจว่าไม่ไปดีกว่าเผื่อวนิดากับประจักษ์มีเรื่อง อยากคุยกันสองคน

วนิดาบอกว่าเราแค่ไปทานข้าวกันเท่านั้น ประจักษ์เลยเอ่ยปากชวนไปด้วยกัน พิสมัยมองนิ่งอย่างชั่งใจ ทั้งที่แอบดีใจ สะใจ ที่จะได้ไปเป็นก้างขวางคอทั้งคู่

ooooooo

เพียงเดินไปถึงรถ พิสมัยก็ออกฤทธิ์ทันที ทำเป็นว่าตนเมารถขอนั่งหน้า วนิดาเชิญตามสบายเพราะมันคงเป็นที่ประจำของเธออยู่แล้ว แต่คนที่ไม่สบายใจคือประจักษ์ เขารู้สึกเกรงใจวนิดาและรู้สึกผิดที่เอ่ยปากชวนพิสมัยมาด้วย

เมื่อไปถึงร้านอาหาร พิสมัยคว้าเมนูไปดูจัดแจงเจ้ากี้เจ้าการเลือกอาหาร

"ปลากะพงสามรส ผัดผักรวมมิตร ต้มยำกุ้ง" เลือกอาหารแล้วทำเป็นนึกได้ อุทาน "อุ๊ยตายแล้ว น้องสั่งแต่ของชอบของคุณพี่ทั้งนั้นเลย คุณวนิดาอยากทานอะไรคะ"

"ดิฉันทานได้ทุกอย่างค่ะ"

"ดิฉันเคยตัวน่ะค่ะ" พิสมัยทำเป็นเกรงใจ "ปกติออกมาทานข้าวกับคุณพี่ทีไร จะเป็นคนสั่งอาหารทุกที แต่เราไม่ได้ออกมาทานข้าวด้วยกันนานแล้ว ไม่รู้ว่าคุณพี่ยังชอบทานอาหารเดิมๆอยู่อีกรึเปล่าคะ" พิสมัยพูดอย่างมีนัยซ่อนเร้น ปรายตามองวนิดาที่เข้าใจเจตนาของคนพูดแต่ยังสงบนิ่ง

"ถ้าฉันชอบอะไร ก็จะชอบอยู่อย่างนั้น ไม่ค่อยเปลี่ยน" ประจักษ์พูดถึงอาหารจริงๆ พิสมัยฟังแล้ว หันไปทางพนักงานสั่งทันที

"เอาเท่านี้ก่อน"

พิสมัยเจ้ากี้เจ้าการและปรึกษาประจักษ์ราวกับมากันเพียงสองคน จนวนิดารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน เริ่มทำตัวไม่ถูก พิสมัยจับสังเกตอยู่ เธอแอบยิ้มอย่างสะใจ

ooooooo

ระหว่างที่วนิดากับประจักษ์ออกไปทานอาหารกันนั่นเอง นายดาวไปที่บ้านพักในกรม พอรู้ว่าลูกสาวไปทานข้าวกับลูกเขยก็ดีอกดีใจ แต่พอรู้ว่ามีคนที่สามไปด้วยก็กังวล เอะใจ แต่คอยจนวนิดากลับมาจึงคุยกันที่บ้านพักในกรมทหารนั่นเอง

นายดาวทุบโต๊ะปังด้วยความโกรธจัดที่พิสมัยแทรกเข้ามาลึกถึงเพียงนี้ วนิดาชี้แจงว่าเธอมาขอโทษ ตนเลยชวนไปทานข้าวด้วยกัน

"ลูกอย่าได้หลงกลผู้หญิงคนนั้นเชียว นังนี่มารยาร้ายกาจยิ่งกว่าพ่อเป็นพันเท่า คงถูกนังคุณนายจอมโหดเสี้ยมมาเป็นแน่" นายดาวมองทะลุไปถึงคุณนายน้อมที่อยู่เบื้องหลัง แต่วนิดาก็ยังเชื่อว่าพิสมัยมาขอโทษจริงๆ "ยัยนิด...ลูกยังอ่อนต่อโลกนัก พ่ออาบน้ำร้อนมาก่อน พ่อมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคุณข้าหลวงคนนี้ ข้างนอกตาแป๋วๆ แต่จริงๆเป็นพวกหน้าเนื้อใจเสือ ลูกไม่มีทางตามเขาทัน แม้แต่คุณประจักษ์ สักวันเขาจะนำความเดือดร้อนมาให้ลูก"

แม้วนิดาจะตั้งใจฟังพ่อพูด แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าพิสมัยจะร้ายกาจถึงเพียงนั้น

ooooooo

ประจักษ์ขับรถไปส่งพิสมัย ระหว่างทางเขาเงียบขรึมจนพิสมัยทักว่า เป็นอะไรรึเปล่า

"ฉันเป็นกังวลนิดหน่อย ไม่รู้นิดเขาอึดอัดรึเปล่าที่เราออกไปทานข้าวด้วยกันสามคน มันดูแปลกๆ"

"ถ้าเราบริสุทธิ์ใจ เราจะต้องกังวลอะไรล่ะคะ น้องว่าคุณวนิดาเธอต้องเข้าใจ ถึงน้องจะคุยกับเธอแค่ไม่นาน แต่น้องก็รู้นะคะว่าคุณวนิดาเธอเป็นคนดี ถ้าคุณพี่ไม่สะดวกใจ คราวหลังน้องจะไม่มาหาคุณพี่ที่นี่อีก"

"ไม่ใช่ว่าฉันไม่สะดวกใจ ฉันดีใจเสียอีกที่เธอเข้าใจฉัน"

"ถ้าอย่างนั้น เราไปเดินเล่นกันสักหน่อยดีไหมคะ น้องยังไม่อยากกลับบ้าน อยากอยู่กับคุณพี่นานๆ" พูดแล้วเห็นประจักษ์เงียบ เธอทำเป็นตัดบท "แต่ถ้าคุณพี่เกรงใจคุณวนิดา ก็ไม่เป็นไรค่ะ"

"ฉันอยากเดินเล่นกับเธอ" ประจักษ์คว้ามือพิสมัยไปกุมไว้อย่างเอาใจ

พิสมัยยิ้มให้เขาเศร้าๆแต่แววตาเจ้าเล่ห์

ooooooo

ตอนที่ 6

กลับถึงบ้านคืนนี้ ประจักษ์ตรงดิ่งไปเคาะประตูห้องวนิดา พอเธอเปิดประตูเขาก็พูดอย่างเอาเรื่องทันทีว่า  ให้บอกพ่อเธอด้วยว่าอย่ามายุ่งกับเขาและพิสมัยอีก

วนิดาทำหน้าซื่อถามว่าเขากับพิสมัยไปทำอะไรคุณพ่อตนถึงต้องเข้าไปยุ่ง ถูกประจักษ์ดุว่าอย่ามายอกย้อน เธอบอกเขาว่า

"ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณอย่ามาสั่ง นี่เป็นเรื่องของคุณกับคุณพ่อ เพราะฉะนั้นกรุณาไปบอกท่านด้วยตัวเอง"

ประจักษ์ฉุนขาดพาลหาว่าวนิดาพูดจาไม่มีกาลเทศะเพราะยังไงตนก็อายุมากกว่า

"ก็ถ้าผู้ใหญ่ไม่มีเหตุผล ฉันก็ไม่เห็นถึงความจำเป็นว่าจะต้องพูดดีด้วย กรุณาออกไปจากห้องฉันได้แล้ว" พูดไม่ทันขาดคำก็ถูกย้อนว่านี่เป็นห้องประจวบน้องชายตนไม่ใช่ห้องของเธอ วนิดาขึงตาใส่ตวัดเสียงว่า "งั้นฉันออกไปเอง"

ประจักษ์ไม่ยอมให้วนิดาออกไป คว้าแขนไว้ แรงกระชากทำให้วนิดาเสียหลักเธอคว้าแขนเขาไว้เป็นที่ยึด ประจักษ์ไม่ทันตั้งตัวเลยทำให้ทั้งคู่ล้มหงายลงบนเตียง ประจักษ์ทับร่างเธอไว้ พอรู้สึกตัวต่างมองกันชะงักอึ้ง ไม่ทันขยับเสียงจวงก็ร้องออกมาอย่างตกอกตกใจ

จวงยืนอกสั่นขวัญหายอยู่หน้าห้อง ประจักษ์ลุกได้ก็เดินอ้าวออกจากห้องไป วนิดาพยายามชี้แจงกับจวงว่าเมื่อกี้เป็นอุบัติเหตุ จวงผสมโรงทำเสียงทะเล้นว่า "อุบัติเหตุรักน่ะเหรอคะ" พูดแล้วหัวเราะคิกคัก พอถูกวนิดาเรียกปรามก็เอามือปิดปากแต่ยังอมยิ้ม

วนิดาใจเต้นไม่เป็นส่ำ หันหลังนั่งลง ร้อนวูบวาบไปทั้งตัว

เมื่อปราณีฟังพิสมัยปรับทุกข์เรื่องถูกนายดาวว่าก็โกรธแทนเพื่อน ยุว่าเราต้องหาคนที่พอฟัดพอเหวี่ยง กับนายดาวมาช่วยเสียแล้ว

ดัง นั้น รุ่งขึ้น เมื่อประจักษ์พาพิสมัยกับปราณีไปเยี่ยมคุณนายน้อมที่บางปะอิน ปราณีทักว่าคุณนายดูผอมไป ถมที่ตามมารับใช้คุณนายเสนอหน้าเล่าว่าเพราะคุณนายทานไม่ได้ นอนไม่หลับเป็นกังวลกลัวประจักษ์จะเสียรู้แม่นั่น คุณนายทำเสียงปรามถมแล้วถามประจักษ์ว่า "แม่นั่นเป็นยังไง"

พอประจักษ์ตอบสั้นๆว่าสบายดีเท่านั้น คุณนายก็ลุกยืนพูดอย่างโมโหจัดว่า

"สบายดี...ในขณะที่แม่ไม่สบาย มันน่าโมโหนัก มีบ้านก็กลับไม่ได้   ข่าวคราวตาเล็กก็ไม่มี แล้วแม่ต้องทนรอไปถึงเมื่อไหร่"

ปราณีรีบบอกคุณนายว่าตนอยากให้คุณนายกลับไปอยู่บ้านมหศักดิ์ แล้วยุยงเป่าหูขณะประจักษ์ออกไปว่า

"ตอน นี้นังวนิดาบังคับให้คุณใหญ่พาออกงาน แล้วเวลาที่มันไม่พอใจอะไรขึ้นมา ก็ขู่จะฟ้องพ่อ ขู่จะยึดมหศักดิ์ มันคงคิดว่าตัวเองได้ออกหน้าออกตาเป็นภรรยาคุณใหญ่ถึงได้จองหองนัก"

คุณนาย โกรธเป็นฟืนเป็นไฟด่านายดาวกับวนิดาว่าพอกันทั้งพ่อทั้งลูก ปราณีหว่านล้อมคุณนายว่า อย่าหนีอีกเลย เมื่อประจักษ์หย่ากับวนิดาไม่ได้เราก็ต้องทำให้วนิดาทรมานที่สุด พิสมัยรีบสนับสนุน ลุ้นว่า

"คุณแม่เป็นคนเดียวที่คุณพี่ไม่กล้าขัดใจ คุณแม่เท่านั้นที่จะทำให้นังวนิดามันทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส"

คุณนายถูกสองสาวช่วยกันปั่นหัวจนคล้อยตามในที่สุด ร่วมมือกันวางแผนเล่นงานวนิดา

ooooooo

ฝ่าย วนิดายังไม่รู้ตัว เมื่อประจักษ์ไม่อยู่ก็ชวนจวงไปหาอะไรทำสนุกๆกัน ครู่เดียวเธอในชุดกางเกงขาสั้นก็เดินลงมากับจวง ป้าทองกำลังถอนหญ้าเหงื่อไหล ไคลย้อยอยู่กลางแดดเปรี้ยงมองเขม่นพูดประชดว่าจะแต่งไปล่อตะเข้ที่ไหน ผัวไม่อยู่ก็เลยออกล่าเหยื่อรึไง

จวงอ้าปากจะเถียง วนิดาห้ามไว้ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เดินผ่านไป ป้าทองโกรธนั่งแหมะลงจะถอนหญ้าต่อก็เกิดหน้ามืดจะเป็นลม เลยพานโทษวนิดาว่ากวนประสาททำให้ตนจะเป็นลม

วนิดากับจวงพากันเดินฝ่า พงรกไปทางหลังบ้านอย่างนึกสนุก จวงกลัวขึ้นมาชวนกลับกันดีกว่า วนิดาทำเป็นเห็นด้วย พอจวงหันกลับเธอก็หลบแว้บ จวงเลยรู้ว่าตัวเองเสียรู้วนิดาแล้ว

ที่บริเวณหลังบ้านมหศักดิ์ นี่เอง วนิดาได้รู้จักกับอำพันธ์ และอำไพสองพี่น้องที่อาศัยอยู่ที่บ้านหลังกะทัดรัดปลูกดอกไม้ ไว้รอบบ้านและมีเล้าไก่มีลูกเจี๊ยบกำลังน่ารัก

เมื่อวนิดาแนะนำชื่อ ตัวเอง อำไพก็นึกได้ รู้ว่าที่แท้เธอคือ วนิดา มหศักดิ์ ภรรยาพันตรีประจักษ์นั่นเอง วนิดาถามอย่างแปลกใจว่ารู้จักตนด้วยหรือ อำไพจึงเล่าว่า

พวกตนอยู่ที่นี่ได้อีกนานเท่าไรก็ไม่รู้ เพราะเป็นบ้านที่ท่านเจ้าคุณมหศักดิ์ยกให้กับพ่อแม่ตนอยู่  แต่หลังจากท่านเสียชีวิตแล้ว คุณนายน้อมก็จ้องจะไล่พวกตนออกไป โชคดีที่ประจักษ์ช่วยพูดให้จึงได้อยู่กันต่อ

วนิดาถามว่าคุณประจักษ์นี้หรือ อำพันธ์ตอบว่าใช่ แล้วช่วยเล่าต่อจากน้องสาวว่า

"คุณ ประจักษ์เป็นคนดีมากนะครับ มีน้ำใจ ช่วยเหลือพวกเราเสมอ ไม่เคยถือตัว ถึงแม้บางครั้งเธอจะชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่เวลาที่เราสองคนลำบาก คุณประจักษ์ก็ไม่เคยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือพวกเรา"

วนิดาฟังแล้วอึ้งที่ได้รับรู้ถึงอีกด้านหนึ่งของประจักษ์ว่าเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งเหมือนกัน

ooooooo

วนิดา กลับมาพร้อมไข่ไก่ฟองโตที่อำพันธ์กับอำไพให้มา พอป้าทองรู้ก็โวยวายว่านุ่งสั้นออกไปไม่ทันไรก็รู้จักมักจี่กับผู้ชายเสีย แล้ว ปรามว่า "อย่าได้ไปหลอกคุณอำพันธ์เธอเชียว เธอเป็นคนดี"

วนิดา เลยแกล้งยั่วว่าตนรู้แล้ว แค่คุยกันไม่กี่นาทีก็รู้ว่าอำพันธ์เป็นคนดีแถมหน้าตาดีด้วย พูดแล้วยิ้มกริ่มบอกว่า "ฉันชักชอบคุณอำพันธ์ขึ้นมาแล้วสิ" ป้าทองฟังแล้วตาโตทำท่าจะเป็นลม

เพราะป้าทองตากแดดมาทั้งวัน  คืนนี้เลยเป็นไข้  ครางฮือๆอยู่ที่เรือนคนใช้  ไปล่ได้ยินเสียงก็ขนลุกนึกว่าผี  จนกระทั่งวนิดาไปสำรวจจึงพบว่าป้าทองกำลังจับไข้ตัวสั่นครางฮือ...ฮือ...

วนิดาสั่งจวงกับไปล่ให้รีบไปตามหมอ จวงอิดออดเพราะชังปากช่างด่าช่างแขวะของป้าทอง

"นี่ ไม่ใช่เวลามาสะใจ ป้าทองแกกำลังป่วยหนัก เราเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็ต้องช่วยเหลือกันสิ แล้วอีกอย่างแกก็อายุมากแล้ว เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง" วนิดาตำหนิจวง

ไม่เพียงเท่านั้น วนิดายังสั่งจวงให้เอาผ้าห่มของตนมาห่มให้ป้าทองที่นอนหนาวสั่นด้วย

เมื่อ หมอมาฉีดยาแล้วบอกว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงไข้ก็จะลด วนิดาจึงให้ไปล่ไปส่งหมอ จวงหาวหวอดชวนว่าป้าทองไม่เป็นไรแล้วเราไปนอนกันเถอะตนง่วงมากแล้ว

"จวงไปนอนเถอะ ฉันจะเฝ้าป้าทองเอง เกิดป้าทองเป็นอะไรขึ้นมาอีกจะได้มีคนเห็น"

เมื่อวนิดาไม่ไป จวงเลยต้องอยู่เป็นเพื่อนเธอด้วย

เฝ้า ป้าทองอยู่จนเช้า เมื่อไข้ขึ้นอีกวนิดาก็เอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวเช็ดมือเช็ดเท้าให้ จนเมื่อป้าทองรู้สึกตัวเห็นวนิดาปรนนิบัติดูแลตนอย่างดีก็สะเทือนใจ มองคนที่ตัวเองเคยว่าร้ายอย่างซาบซึ้งใจ

ooooooo

อีกสองวัน ต่อมา ประจักษ์ก็ต้องปวดหัวอย่างหนักเมื่อคุณนายน้อมบอกว่าพรุ่งนี้จะกลับบ้าน  และให้เขาย้ายวนิดาไปอยู่บ้านพักทหารในกรม พอประจักษ์ ท้วงติงคุณนายก็โวยวายว่าเขาหลงเสน่ห์วนิดาเข้าแล้ว

"อย่าคิดว่าแม่ ไม่รู้นะว่าเราพากันออกไปสังคมหรูหราใหญ่โต เต้นรำออดอ้อนเชิดหน้าชูตานังนั่นโดยไม่คิดถึงใจพิสมัย แล้วยังปล่อยให้ไอ้ดาวมันพูดจาดูถูกพิสมัยอีก" คุณนายกล่าวโทษเป็นชุด

แต่ พอประจักษ์ชี้แจงว่าที่ตนทำไปเพราะไม่มีทางเลือก คุณนายสวนไปทันทีว่าอย่ามาอ้างว่าไม่มีทางเลือก ทำให้ ประจักษ์ที่อัดอั้นใจอยู่แล้ว ระบายความอึดอัดว่า

"ก็มันจริงนี่ครับ ผมไม่เหมือนคุณแม่ที่เลือกได้ทุกอย่าง เลือกให้ผมแต่งงานแทนตาเล็ก เลือกที่จะรับข้อเสนอของนายดาวโดยไม่ถามผมสักคำ แล้วดูตอนนี้ ทุกคนทำเหมือนผมเป็นตัวปัญหา ถ้าทนกับสภาพนี้ไม่ได้ผมจะหย่ากับวนิดา เอาให้มหศักดิ์ ล้มละลายไปเลยดีไหมครับคุณแม่"

"พ่อใหญ่! ไม่ต้องมาขู่แม่ ยังไงแม่ก็จะกลับบ้านมหศักดิ์ แม่จะไม่ยอมอยู่ร่วมชายคาเดียวกับมัน ครั้งนี้แม่จะให้โอกาสแกได้เลือก  ระหว่างแม่กับนังวนิดา  ลูกจะเลือกใคร!"

คุณนายทิ้งไพ่ตายจนประจักษ์เครียดจัด

ooooooo

วนิดา ดูแลป้าทองอย่างดีจนป้าเกรงใจมากที่เธอต้องมาทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ เธอบอกให้ป้าสบายใจว่า ตัวเองเคยดูแลย่ามาแล้ว ป้าทองเลยนึกได้ ชมมณฑาว่าเป็นคนดี  แต่พอวนิดาจะให้เล่าเรื่องย่าให้ฟัง  ป้าทองก็กลับบอกว่าจำไม่ได้เพราะเรื่องมันนานมาแล้ว

"ป้าจำไม่ได้ไม่เป็นไร วันนึงฉันจะต้องรู้ด้วยตัวเองให้ได้" วนิดาบอกอย่างมุ่งมั่น

เมื่อ ประจักษ์กลับมาที่บ้านมหศักดิ์เพื่อจัดการตามที่คุณนายน้อมต้องการ จึงรู้ว่าป้าทองป่วย เขาถามลอยๆว่าป้าทองเป็นอะไร ไปล่เล่าว่าเป็นไข้สูงสองวันสองคืน ประจักษ์ โพล่งออกมาอย่างประชดประชันว่า "ฉันไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน คนที่น่าจะรู้ดีที่สุดในบ้านหลังนี้ก็ไม่ช่วยอะไร"

เมื่อทุกคนเงียบ เขาพานตำหนิป้าทองว่าป้าก็ไม่ยอมบอก ป้าทองจึงมีโอกาสได้พูดว่าตนจะบอกแล้วแต่ไม่มีโอกาสได้พูดเลย ประจักษ์เลยเงียบไป จนมารู้ในตอนหลังว่าวนิดาไปตามหมอมารักษาป้าทองจนอาการดีขึ้นแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองใจร้อนไปหน่อย

ป้าทองเล่าด้วยความซาบซึ้งใจที่ได้รับการช่วยเหลือจากวนิดาให้ฟัง เขากลับเตือนว่าระวังจะถูกเธอหลอกเอา

ป้าทองกล้าแย้งประจักษ์ว่า

"คุณนิดเขาไม่หลอกอีฉันหรอกค่ะ เธอดูแลเช็ดตัวป้อนข้าวป้อนยาให้อีฉันโดยไม่รังเกียจ ถ้าสิ่งนี้ไม่ได้ออกมาจากใจคงทำไม่ได้  คนอะไรก็ไม่รู้นะคะ  ดีแสนดี  หน้าตาก็สะสวยแถมยังมีน้ำใจน่ารัก เหมาะสมที่จะเป็นภรรยาคุณใหญ่มากที่สุดเลยล่ะค่ะ"

ป้า ทองทั้งชมทั้งเชียร์วนิดาจนประจักษ์ฟังแล้วพูดไม่ออก และยิ่งเมื่อหมอมาตรวจอาการของป้าทองแล้วชมว่าป้าทองหายวันหายคืนเร็วอย่าง นี้เพราะการดูแลอย่างเอาใจใส่ของวนิดา เธอทุ่มเทจนหมอกลัวเธอจะป่วยไปอีกคน ฟังแล้วประจักษ์เลยยิ่งตื้อ พูดไม่ออก  คิดไม่ถึงว่าวนิดาจะเป็นคนดีถึงเพียงนี้

ด้วยความคิดที่ไม่อยากรบกวน วนิดา ประจักษ์นอกจากขอบใจวนิดาแทนป้าทองแล้วยังเอาเงินค่ารักษาพยาบาลให้ด้วย เธอไม่รับเพราะตั้งใจช่วยป้าทอง เขายัดเยียดให้จนได้เอ่ยขอบใจอีกครั้ง วนิดาถามหยอกว่าคราวนี้ขอบใจแทนใคร เขามองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนโยน มือต่อมือยังสัมผัสกันอยู่ ตอบเสียงเบาๆว่า "แทนตัวฉัน" ทำเอาวนิดาเขิน ค่อยๆดึงมือออก

สัมผัสนี้ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นตื่นเต้นจนต่างยิ้มออกมา...

แต่เมื่อคิดถึงเรื่องที่จะต้องมาจัดการแล้ว ประจักษ์ถามตัวเองอย่างกลัดกลุ้มว่า

"จะให้ฉันไล่เธอออกไปจากบ้านนี้ได้ยังไง?"

ooooooo

เมื่อ เป็นคำสั่งของคุณนายน้อมผู้เป็นแม่ ประจักษ์ ไม่มีทางเลี่ยง เมื่อเขาบอกวนิดาว่าต้องย้ายไปอยู่บ้านพัก ในกรมทหารโดยไม่แจ้งเหตุผล บอกให้ย้ายไปกันพรุ่งนี้เลย ป้าทองมาแสดงความเห็นใจแต่ก็ดีใจที่เธอจะได้ ไม่ต้องเผชิญหน้ากับคุณนายให้อึดอัดใจ วนิดาก็บอกว่าตนไม่รู้เหมือนกันว่าจะดีใจหรือเสียใจ แต่ที่แน่ๆคือ

"ฉันเสียใจที่ต้องไม่ได้อยู่ในที่ที่คุณปู่กับคุณย่าเคยอยู่ แต่ก็ดีใจที่จะไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนที่เกลียดฉัน"

พอไปเห็นบ้านพักเข้าจริงๆ เป็นบ้านเก่าและรกมาก จนประจักษ์บอกเธอว่าถ้าอยู่ไม่ได้ จะพาไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก

"ไม่ต้องหรอกค่ะ คนเราจะอยู่ที่ไหนก็มีความสุขได้ทั้งนั้น ถ้าใจมันอยากจะสุข"

ประจักษ์สะอึกไปกับคำตอบที่ตอกหน้านั้น สั่งว่าอยากได้อะไรก็บอกป้าทองให้จัดให้แล้วกลับไปเลย จนจวงบ่นว่าไม่เป็นลูกผู้ชายเลย ถึงจะมีความรู้สึกดีๆกับวนิดามากแต่ป้าทองก็ไม่ชอบให้ใครมาว่าเจ้านายของตน เลยค้อนและปรามจวงอย่างหัวเสียไปด้วย

เมื่อประจักษ์ไปแล้ว โดยการนำของวนิดา จวงกับป้าทองต่างช่วยกันทำความสะอาดบ้าน ทั้งเหนื่อยทั้งสนุก จนในที่สุดบ้านเก่าๆ ห้องรกๆ ก็กลายเป็นบ้านที่สะอาดน่าอยู่ด้วยแรงสามัคคีของสามหญิงต่างวัย

ooooooo

คุณนายน้อมกลับมาก็ไม่พอใจเมื่อรู้ว่าประจักษ์ ให้วนิดามาอยู่ห้องประจวบ และวนิดาล็อกห้องไว้ เพราะยังมีข้าวของอยู่ในนั้น คุณนายสั่งตัดกุญแจขนของของวนิดาออกมากองทิ้งไว้นอกห้องแล้วให้พิสมัยเข้าไปอยู่แทน

ประจักษ์นึกสงสารวนิดาและรู้สึกผิดหวังพิสมัยที่คอยยุให้คุณนายน้อมกีดกันเฉดหัววนิดาออกไป จนพูดออกมาว่าไม่นึกว่าเธอจะแล้งน้ำใจถึงขนาดนี้ บอกพิสมัยว่าถ้าคนในครอบครัวตนถูกทำแบบนี้ตนคงทนไม่ได้

"แสดงว่าคุณพี่เห็นแม่นั่นเป็นคนในครอบครัวแล้วเหรอคะ" พิสมัยถามประชด ไม่พอใจ

พอดีมนตรีมาหาประจักษ์ เข้าไปทักพิสมัย ประจักษ์รีบเดินไปกระซิบบางอย่างกับมนตรี พอฟังเสร็จมนตรีตบบ่าประจักษ์รับคำแข็งขันว่าจะจัดการให้ ประจักษ์ขอบใจเพื่อนส่วนพิสมัยมองอย่างจับสังเกตว่าสองคนนี้ซุบซิบอะไรกัน

ประจักษ์ตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปากเมื่อถูกทั้งแม่และพิสมัยรุมกันแกล้งวนิดา พอทักท้วงก็หาว่าหลงวนิดาเข้าแล้ว ซ้ำร้ายคุณนายน้อมยังสั่งประจักษ์ให้หยุดงานอยู่ทานข้าวกับตนและพิสมัยว่าที่สะใภ้ด้วย

ooooooo

เรื่องที่ประจักษ์ขอแรงมนตรีเพื่อนรักคือให้ช่วยเอาของของวนิดาไปให้เธอที่บ้านพักในกรมทหารด้วย มนตรีเอาไปในคืนนั้นเลย แต่เพราะที่บ้านนั้นยังไม่มีไฟฟ้า มนตรีเลยเดินชนถังขยะล้มลุกคลุกคลานจนหน้าตาเนื้อตัวมอมแมม

วนิดา ป้าทอง และจวงได้ยินเสียงข้างนอก ป้าทองกับจวงคิดว่าถูกผีหลอก แต่วนิดาอยากรู้กลัวจะเป็นพวกหัวขโมยเลยชวนกันออกไปดู ป้าทองคว้าไม้ขนไก่เป็นอาวุธ ส่วนจวงคว้าผ้าขี้ริ้วติดมือไปเผื่อรัดคอคนร้าย

แต่พอทั้งสามย่องมาถึงประตู เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำเอาขนหัวลุกไปตามกัน  ป้าทองกับจวงถอยกรูด  วนิดาทำใจดีสู้เสือเปิดประตูออกไป   เห็นผู้ชายหน้าดำเนื้อตัวมอมแมมยืนในเงามืด ทั้งสามร้องสุดเสียง "ว้าย!!"

มนตรีตกใจเสียงร้องนั้น ไม่ทันตั้งหลักก็ถูกป้าทองเอาไม้ขนไก่ฟาดเอา...ฟาดเอา ส่วนจวงก็เอาผ้าขี้ริ้วหลับหูหลับตารัดคอ มนตรีหายใจไม่ออกจนตาเหลือกเลยดูยิ่งน่ากลัว

ทั้งสามวิ่งกลับเข้ามาในบ้าน ป้าทองบอกว่าตนมีคาถาเสกน้ำมนต์ไล่ผีแต่คนท่องคาถาต้องเป็นสาวพรหมจรรย์ และมีวาสนา วนิดาเหมาะสมที่สุด แล้วป้าทองก็บอกให้เธอว่าตาม

"อภิโถอภิถังอภิโถเถถัง อภิถังเถโถ กะละมังกะละแม กะละมังทึกทัก กะละมังทักทึก ตักตึกตักตึก อึกทึกกะละมัง"

"ป้า! นี่มันคาถาเสกน้ำมนต์ประเทศไหนเนี่ย" จวงทนฟังไม่ได้

ป้าทองบอกว่าเป็นคาถาต้นตระกูลของตน เอ็ดจวงไม่ให้ขัดแล้วให้วนิดาท่องต่อ   เสร็จแล้วให้เธอเป่าพรวดลงขันน้ำมนต์ อมน้ำมนต์เตรียมพ่นใส่หน้าผี วนิดาทำตามอย่างเคร่งครัด เร่งรีบ

ความตื่นเต้นทำให้เผลอกลืนน้ำมนต์ลงท้องเลยต้องอมใหม่ พอดีมีเสียงขลุกขลัก วนิดาเตรียมพร้อม พอร่างลึกลับนั้นเข้าใกล้เธอหลับหูหลับตาพ่นน้ำมนต์ใส่ทันที

พ่นน้ำใส่หน้าผี ชะล้างคราบสกปรกออก ทุกคนจึงเห็นว่าที่แท้คือมนตรีนั่นเอง!

เป็นเรื่องน่าขำแต่ก็ขำกันไม่ออก เมื่อพากันเข้าไปนั่งพักในบ้าน ทั้งสามมองมนตรีอย่างรู้สึกผิด

มนตรีเอาของของวนิดามาให้และเอาคำขอโทษของประจักษ์มาบอกด้วย วนิดาขอบคุณและขอโทษที่ทีแรกเข้าใจเขาผิดคิดว่าเป็นผีหรือหัวขโมย มนตรีโอ้เอ้จะอยู่คุยต่อแต่ถูกจวงกับป้าทองไล่ทางอ้อมด้วยการรีบเอ่ยราตรีสวัสดิ์อวยพรให้ฝันดี จนมนตรีพูดไม่ออกจำต้องกลับไป

ooooooo

ประจักษ์ไม่สบายใจเรื่องที่แม่กับพิสมัยทำกับวนิดา เขานอนไม่หลับเดินไปเจอไปล่กำลังนั่งกรึ๊บยาดองอยู่ ไปล่ชวนให้ลอง ทีแรกเขาปฏิเสธแต่พอฟังสรรพคุณจากไปล่ก็เลยลองดู ลองเสียจนเมาด้วยกันทั้งคู่ พอเมาความอัดอั้นก็ถูกระบายออกมาให้ไปล่ฟังแล้วฟุบหลับไปตรงนั้น ไปล่พยายามปลุกก็ไม่สำเร็จ เลยพาไปส่งจนถึงหน้าบ้านพักในกรมแล้วไปล่ก็นอนแผ่หลับไปกับพื้น

ประจักษ์ลุกขึ้นโงนเงนมองหาไปล่ว่าหายไปไหน พอดีวนิดาถือตะเกียงออกมาเจอเลยพาเข้าไปนอนในบ้านทั้งสองคน ตกดึกอากาศเย็นวนิดาเอาผ้าห่มจะไปคลุมให้ประจักษ์ เจอเขาละเม้อเพ้อถึงพิสมัยสัญญาว่าจะรักและแต่งงานกับเธอคนเดียว วนิดาฉุนขึ้นมาเลยเอาผ้าห่มไปห่มให้ไปล่แทน

รุ่งเช้าวนิดาไปอาบน้ำที่ตุ่มข้างนอกเพราะน้ำในบ้านไม่ไหล ประจักษ์ไปเจอเข้ามองตะลึงถูกป้าทองมาเห็นโวยวายว่าประจักษ์แอบดูวนิดาอาบน้ำ ทำเอาเขาพูดไม่ออก ทำหน้าไม่ถูก ครั้นชี้แจงก็ไม่มีใครเชื่อ

ที่บ้านมหศักดิ์ คุณนายน้อมรู้จากถมว่าเมื่อคืนประจักษ์ ไม่ได้นอนที่บ้านไปไหนไม่รู้ แต่เมื่อคืนเห็นอยู่กับไปล่ คุณนายเรียกไปล่มาถาม พอรู้ว่าไปล่พาไปนอนที่บ้านพักในกรมทหาร คุณนายเลยเขกกบาลไปล่โป๊กหนึ่งแล้วไล่ไปให้พ้นหน้าเดี๋ยวนี้

ooooooo

ฝ่ายนายดาวหลังจากเงียบไปหลายวัน วันนี้ก็มาซุ่มดูลูกสาวอีกเห็นเงียบผิดปกติเลยเหยียบหลังสมหมายขึ้นไปดู เหยียบพลาดตกดังพลั่ก คุณนายน้อมได้ยินเสียงออกมาดูเลยมีปากเสียงกัน คุณนายด่านายดาวที่มาปีนรั้วบ้านว่า "สันดานโจรยังไงก็เป็นโจรวันยังค่ำ" พอ

นายดาวบอกว่าตนห่วงลูกสาว คุณนายก็ด่าว่าไม่ต้องมาอ้าง  "คนอย่างแกมันเป็นได้แค่ไอ้พ่อขี้โกงขายลูกกิน"

"แล้วคุณนายไม่ใช่ไอ้แม่ขายลูกเลยใช่ไหม คุณนายเองก็เอาตัวลูกชายมาขัดดอกเหมือนกัน"

คุณนายน้อมโกรธเหมือนงูถูกเหยียบขนดหางกระโจนเข้าเอาไม้ขนไก่ฟาด เลยมะรุมมะตุ้มกันจนเหนื่อยไปทั้งสองฝ่าย นายดาวขอหย่าศึกถามว่าลูกสาวตนอยู่ไหน พอรู้ว่าไม่ได้อยู่ที่นี่ นายดาวโวยวายว่าทำแบบนี้ผิดข้อตกลง

เมื่อนายดาวไปซุ่มดูวนิดาที่บ้านพักในกรมเห็นลูกทำงานหนักก็สงสารจับใจเข้าไปร้องเรียก

วนิดาดีใจสุดขีดบอกพ่อว่าให้พาตนกลับบ้านและขอหย่ากับประจักษ์ นายดาวเกลี้ยกล่อมให้อดทนอีกนิด ที่ให้ลูกแต่งงานเพราะคิดว่าประจักษ์จะเป็นคนดีปกป้องคุ้มครองลูกได้ ที่ไหนได้เขาก็เป็นแบบเดียวกับแม่ของเขา

"งั้นคุณพ่อยกหนี้ให้เขาเถอะนะคะ ลูกจะได้หย่ากับเขาเรื่องจะได้จบไปเสียที"

"เรื่องหย่าไม่ใช่เรื่องยาก แต่พ่อไม่อยากให้ลูกมีปมหรือมีมลทิน...เหมือนกับคุณย่า"

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณย่าคะ...หรือว่าสิ่งที่คุณย่าพูด กับลูกก่อนสิ้นใจมันเกี่ยวกับฝันร้ายที่คุณย่าฝันทุกคืน...คุณย่า บอกว่า ท่านทรมานมากแล้วก็บอกให้ลูกกู้เกียรติให้...ถ้าเป็นอย่างที่ลูกคิด ลูกไม่เข้าใจว่า ทำไมคุณพ่อถึงอยากให้ลูกเป็นสะใภ้มหศักดิ์ ทั้งๆที่เขาดูถูกเราสารพัด"

นายดาวเอาแต่นิ่งไม่ตอบคำถาม    แต่กลับพูดว่า

"ความลับของคุณย่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้แน่ชัด พ่ออยากให้ลูกอดทนอีกสักนิด ถือว่าพ่อขอร้อง ถ้าไม่มีอะไรดีขึ้น พ่อสัญญา พ่อจะทำทุกอย่างไม่ให้ลูกลำบาก และไม่ให้ตกเป็นขี้ปากของใคร" นายดาวดึงวนิดาเข้าไปกอดด้วยความรักและสงสาร

ooooooo

จากนั้น นายดาวไปหาประจักษ์ที่ห้องทำงานใน กรมทหารม้า ตำหนิเขาที่เอาลูกสาวตนไปทิ้งไว้แล้วไม่ไป ดูแลเลย ย้ำจริงจังว่า "คุณสัญญากับผมด้วยเกียรติของชายชาติทหารว่าคุณจะดูแลลูกสาวผมอย่างดี  แล้วทำไมคุณต้องให้ลูกสาวผมออกจากบ้าน  ลูกสาวผมทำผิดอะไร"

ถูกนายดาวรุกหนัก ประจักษ์ก็ได้แต่นิ่งอึ้งเถียงไม่ออก แต่พอจะชี้แจงก็ถูกนายดาวสั่ง

"ผมบอกให้ฟังไง ถ้าคุณเป็นลูกผู้ชายพอ เลิกขังตัวเอง อยู่ในนี้แล้วออกไปเผชิญหน้ากับความจริง รับผิดชอบในคำพูด ที่คุณสัญญาไว้กับผม เป็นถึงทหารแต่ทำตัวเหมือนกบในกะลา ผมขอถามคุณหน่อยเถอะว่าคุณเคยให้โอกาสลูกสาวผมบ้างไหม ผมขอให้คุณให้เกียรติเธอบ้าง หรืออยากให้คนนินทาว่าพวกมหศักดิ์ดีแต่รังแกลูกสะใภ้!"

ถูกนายดาวตำหนิแกมขู่และอบรมเป็นชุด ทำให้ประจักษ์ ต้องปรับตัวเอง วันนี้เขาจึงไปที่บ้านพักในกรมทหาร บอกป้าทองว่าพรุ่งนี้ให้เตรียมอาหารเช้าให้ด้วย เป็นการบอกให้รู้ว่าคืนนี้จะนอนค้างที่นี่ ทั้งป้าทองและวนิดาต่างแปลกใจกับความเปลี่ยนแปลงนี้

ไม่เพียงเท่านั้น ก่อนออกไปทำงานยังบอกวนิดาว่าเย็นนี้จะกลับมาทานข้าวเย็นที่นี่ ขอบใจอาหารเช้าอร่อยมาก

ปรากฏว่าคืนนี้ฝนตกหนักหลังคารั่วจนหาที่นอนไม่ได้ วนิดาจึงอนุญาตให้ไปกางมุ้งนอนที่พื้นในห้องตนเพราะห้องกว้างมาก จวงกับป้าทองดีอกดีใจรีบไปจัดที่นอนให้ประจักษ์

คืนนี้ทั้งสองต่างนอนไม่หลับแต่แกล้งทำเป็นหลับ คอย เงี่ยหูฟังอีกฝ่ายว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร จนกลางดึกอากาศเย็น วนิดาเอาผ้าห่มจะไปคลุมให้เจอเขาละเมอถึงพิสมัยอีกแล้ว เธอหมั่นไส้เลยเอาผ้าห่มคืนออกจากมุ้งไม่ปิดปากมุ้งให้ด้วย รุ่งเช้าประจักษ์เลยมีรอยมีตุ่มแดงๆตามตัวเต็มไปหมดเพราะถูกยุงกัดเมื่อคืน

ที่บ้านมหศักดิ์ต่างร้อนใจกันมาก พิสมัยบอกคุณนายน้อม ว่าประจักษ์ไม่กลับมาสองวันแล้วคร่ำครวญว่า "คุณพี่ไปค้างกับนังนั่นแบบนี้ แสดงว่าคุณพี่ต้องมีใจให้นังนั่นแล้วแน่ๆ"

"แม่ไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด พิสมัยไปแต่งตัวให้ สวยที่สุด เราจะไปหานังวนิดากัน"

พิสมัยตกใจแต่พอมองหน้าคุณนายน้อมเห็นแววตาร้ายกาจแล้วก็พูดไม่ออก

ooooooo

ตอนที่ 5

พิสมัยกับปราณีที่คนรักมีปัญหาทั้งคู่ พากันมาที่ร้านอาหารที่ประจักษ์กับวนิดากำลังเดินไล่ตามกันออกไป พิสมัยทำหน้าเซ็งจนปราณีบอกว่าทำหน้าให้สดชื่นหน่อยตนอุตส่าห์พามาทานข้าว ข้างนอกแล้ว

เหตุเพราะพิสมัยเสียใจที่ไม่ได้คุยกับประจักษ์มาสองวัน แล้ว ปราณีเลยบอกว่าตนไม่ได้เจอประจวบมาสองอาทิตย์แล้วและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขา อยู่ไหนด้วยซ้ำ พิสมัยจึงรู้สึกตัวรีบขอโทษเพื่อน

ปราณีปลอบใจเพื่อนว่าอาจเป็นเพราะประจักษ์งานยุ่ง พิสมัยภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะไม่ใช่มัวแต่ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอยู่

ระหว่าง นั้น ประจักษ์เดินไล่ตามเอาเงินยัดใส่มือคืนให้วนิดา เธอไม่ยอมรับเดินอ้าวหนีเขา ขณะนั้นเองพนักงานในร้านยกมือไหว้พิสมัยกับปราณี ทำให้ประจักษ์สะดุดตาแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นชัดๆว่าพนักงานไหว้ใคร เขารีบดึงวนิดาหลบหลังกำแพง

วนิดาตกใจแต่อดหวั่นไหวไม่ได้เมื่อ รู้สึกตัวเองอยู่แนบอกเขา พอได้สติก็ถามว่าจะทำอะไรตน ประจักษ์ไม่กล้าบอกความจริง แก้เกี้ยวว่ามีอะไรติดอยู่ที่หน้าเธอ พอเอาเข้าจริงๆก็เฉไฉว่ามันหลุดไปแล้ว เขารีบชวนเธอกลับบ้าน แล้วเดินนำออกไปเลย

ขณะเดินผ่านหน้าร้านนั่นเอง พิสมัยเห็นเข้าเต็มตาเธอมองตะลึงอึ้ง ปราณีมองตามพึมพำอย่างตกใจว่า "คุณใหญ่กับผู้หญิงคนนั้น! ทำไมถึงมาด้วยกัน??"

พอส่งวนิดาถึงบ้าน ประจักษ์ก็รีบออกไปทันทีจนวนิดางงว่าจะรีบไปไหนของเขา

ที่แท้ประจักษ์รีบไปพบพิสมัยที่สวนหย่อม พอเจอหน้าคนรักเขาดีใจมากรีบเข้าไปหาแต่เธอกลับเดินเลี่ยงไป ทั้งยังตัดพ้อว่า

"หวานกับผู้หญิงคนนั้นยังไม่พอ ยังหวานกับน้องต่อได้อีกเหรอคะ"

ประจักษ์ ชะงัก พอรู้ว่าพิสมัยเห็นตนกับวนิดาที่ร้านอาหารก็ชี้แจงอย่างร้อนใจว่า ที่ตนต้องไปทานข้าวกับวนิดาเพราะนายดาวสั่งมา พิสมัยหันมาถามน้ำตาคลอว่า

"แล้วถ้าเกิดวันนึงนายดาวสั่งให้คุณพี่กอดแม่นั่น จูบแม่นั่น คุณพี่ต้องทำใช่ไหมคะ ถ้าเป็นอย่างนั้นน้องจะได้ทำใจเสียแต่เนิ่นๆ"

ประจักษ์ชะงักตกใจ กุมมือพิสมัยพูดอย่างห่วงใยความรู้สึกของเธอมากกว่า

"พิสมัย ขอให้เธอเชื่อมั่นในตัวฉัน ไม่ว่าเธอได้ยินหรือได้เห็นอะไร ขอให้รู้ว่าฉันทำไปเพราะถูกบังคับ ยังไงฉันก็รักเธอคนเดียว คำสัญญาที่ฉันให้ไว้กับเธอ ฉันไม่มีวันลืม" พูดแล้วดึงเธอเข้าไปกอดแนบแน่น

ooooooo

รุ่ง ขึ้นสุมาลีกับกัลยาเพื่อนรักของวนิดามาที่บ้าน มหศักดิ์ เจอป้าทองเข้าพอดีเลยเป็นเรื่อง ถูกป้าทองตีรวนไม่ยอมไปบอกวนิดา ซ้ำยังบ่นว่านึกจะเชิญใครมาก็เชิญไม่มีการขออนุญาตเจ้าของบ้าน ด่าวนิดาว่าไร้มารยาทแล้วจะปิดประตูไล่

พอดีจวงออกมาเห็นรีบเข้ามา รับสุมาลีกับกัลยา ป้าทองของขึ้นทันทีที่ถูกหักหน้าตวาดถามว่ามีสิทธิ์อะไรพาคนแปลกหน้าเข้า บ้าน จวงไม่สนใจเดินมาบังป้าทองไว้ พูดกับสุมาลีและกัลยาว่าไม่ต้องสนใจเสียงนกเสียงกาแถวนี้เสียงดังน่ารำคาญ แล้วชวนทั้งสองรีบเข้าไป แต่เอาตัวดันป้าทองออกไปนอกรั้วแล้วปิดประตูเลย

"นังจวง! นังบ้า มาขังข้าไว้ข้างนอกทำไม นังจวง..." ป้าทองโวยวายแต่ไม่มีใครสนใจ

พอวนิดารู้ก็บอกเพื่อนรักทั้งสองว่าป้าทองก็เป็นแบบนี้แหละตนโดนมาจนชินแล้ว สุมาลีถามว่าเธอทนได้ยังไง ทำไมไม่บอกประจักษ์ให้จัดการ

"คน เก่าคนแก่ของเขา ฉันจะทำอะไรได้" วนิดาพูดปลงๆพอเพื่อนชมว่าดูเธอสงบกว่าเดิมมาก วนิดาถามยิ้มๆว่า "เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘ทะเลสงบ ก่อนพายุจะมา’ ว่าแต่เธอสองคนมาหาฉันมีเรื่องอะไรรึเปล่า"

สุมาลีบอกว่าไฉไลกำลังจะ แต่งงานเลยฝากพวกตนมาชวนเธอกับประจักษ์ไปด้วย กัลยาเสริมว่า "เธอต้องไปนะนิด ฉันกับสุมาลีไปอวดคนอื่นไว้เยอะเลยว่าเธอกับพันตรีประจักษ์ เป็นคู่สามีภรรยาตัวอย่าง มีแต่คนเขาอยากเห็นสามีเธอกันทั้งนั้น" พอเห็นวนิดาทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก   กัลยาย้ำ   "งานนี้ห้ามปฏิเสธนะจ๊ะ"

ooooooo

เพื่อเห็นแก่เพื่อนและภาพพจน์ในสังคม วนิดาฝืนใจเข้าไปในห้องนอน บอกประจักษ์ว่าจะชวนไปงานแต่งงานของเพื่อน ประจักษ์ตอบทันทีว่า "ไม่ไป" ทั้งที่ไม่รู้ว่าใครแต่ง แต่งกันที่ไหน วนิดาชะงักพยายามใจเย็นถามว่าจะไม่คิดสักหน่อยเหรอ

ประจักษ์ย้ำเสียงเข้มว่าไม่คิดเพราะยังไงก็ไม่ไปอยู่แล้วเธอก็น่าจะรู้คำตอบ วนิดาข่มใจเต็มที่ พยายามหว่านล้อมอย่างใจเย็น ถามว่า

"แล้วถ้าฉัน...ขอล่ะ เพื่อนฉันเขาคิดว่าเราเป็นคู่สามีภรรยาที่มีความสุขมากที่สุดในโลก เขาก็เลยอยากให้เราไปร่วมงาน"

"นั่น เป็นความคิดที่โง่มาก ฉันไม่อยากไปแสดงละครลวงโลกให้คนอื่นดู แล้วอีกอย่าง นั่นก็เพื่อนเธอ ไม่ใช่เพื่อนฉัน เธอออกไปได้แล้ว" ประจักษ์ไล่เธอออกจากห้อง พอเห็นวนิดาลังเล เขาขู่ขึงขัง "หรืออยากดูฉันแก้ผ้า" พูดพลางขยับจะถอดเสื้อ ทำให้วนิดาต้องรีบเดินออกไป

ประจักษ์เดินตามไปล็อกประตูแล้วถอนใจอย่างโล่งอก

ปฏิเสธ วนิดาไปอย่างไม่แยแส แต่รุ่งขึ้นประจักษ์กลับรับคำพิสมัยที่ชวนไปงานฉลองรัฐธรรมนูญที่จะมาถึงอีก ไม่กี่วันนี้ ครั้นพิสมัยพูดเชิงตัดพ้อว่านึกว่าเขาจะพาผู้หญิงคนนั้น

ไปเสียอีก ประจักษ์ก็ตอบอย่างรังเกียจว่า

"ถ้า หมายถึงวนิดา วางใจเถอะ ฉันไม่มีทางพาแม่ผู้หญิงม้าดีดกะโหลกนั่นไปออกงานหรูๆแบบนี้แน่ พาไปก็ขายหน้าเขาเปล่าๆ เธอคนเดียวที่จะเป็นคู่ควงของฉัน"

ทั้งคู่ยิ้มอย่างชื่นใจให้กันและกัน

ooooooo

แยก จากพิสมัยกลับมาถึงกรม ประจักษ์ก็มึนอึ้ง เมื่อท่านเจ้ากรมบอกให้เขาพาภรรยาไปงานฉลองรัฐธรรมนูญด้วย เพราะปีนี้จะจัดงานใหญ่ ให้พวกผู้ชายพาเมียมาประชันโฉมกัน ให้ถือเสียว่าเป็นการเปิดตัวเมียเขาด้วย เพราะตั้งแต่แต่งงานยังไม่มีใครเห็นเมียเขาเลย ร้ายกว่านั้นคือ ท่านย้ำถามว่า

"เอ...เธอชื่ออะไรนะ...วนิดาใช่ไหม"

ประจักษ์ กระอักกระอ่วนใจหาเหตุผลจะปฏิเสธ ท่านเจ้ากรมดักคอว่ากลัวคนจะรู้ว่าเมียเขาเป็นลูกสาวนายดาวหรือ พูดยิ้มๆว่าไม่ต้องกลัวเพราะทุกคนรู้กันหมดแล้ว กระนั้นประจักษ์ก็ยังทำหน้าพะอืดพะอม ท่านเลยตัดบทว่า "พาเมียมา นี่เป็นคำสั่ง!"

"ครับ" ประจักษ์รับคำเสียงแผ่วในลำคอ

ถึง คราวที่เขาต้องไปขอร้องวนิดาไปงานด้วยกัน คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี ปรึกษามนตรีก็ได้รับคำแนะนำว่าให้บอกพิสมัยไปตรงๆเลยว่าเขาต้องพาวนิดาไป พิสมัยคงไม่โกรธเพราะตอนนี้วนิดาก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาแม้ ทางพฤตินัยจะไม่ใช่ก็ตาม

"จะบอกได้ยังไง ขืนบอกไปพิสมัยต้องเสียใจมาก ฉันต้องหาทางออกที่ดีกว่านี้" พอนิ่งคิดหนักครู่เดียวเขาก็บอกมนตรีอย่างดีใจว่า "ฉันว่าฉันเจอทางออกแล้ว"

ทางออก ของประจักษ์คือ ให้มนตรีพาพิสมัยไปงานและเขาจะพาวนิดาไปเอง แต่จะไปก่อนแล้วรีบกลับ ส่วนมนตรีก็ให้พาพิสมัยไปช้ากว่าเวลาสักครึ่งชั่วโมง  อย่างนี้แล้วทั้งสองคนก็จะไม่เจอกัน

คิดดังนั้นแล้ว ประจักษ์กลับไปบ้านอย่างสบายอกสบายใจที่แก้ปัญหาได้แบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น

ooooooo

เย็นนี้ วนิดากับจวงพากันไปขุดดินเตรียมปลูกดอกไม้ จวงวาดฝันว่าถ้าดอกไม้บานเต็มสวนเมื่อไรบ้านนี้คงน่าอยู่ขึ้นเยอะ

แต่ แล้วโครงการก็พังพินาศ เมื่อป้าทองมาวางอำนาจเอ็ดตะโรว่าถือดีอย่างไรมาทำอะไรตามใจชอบกันแบบนี้ วนิดาฉุนกึกเลยบอกจวงให้กลบดินไว้ตามเดิม แต่ขณะจะพากันกลับเข้าบ้านนั่นเอง เจอประจักษ์เข้าพอดี ป้าทองฟ้องทันทีว่า

"คุณใหญ่กลับมาพอดี ดูนังพวกนี้สิคะ เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่ อยากทำอะไรก็ทำไม่เห็นหัวหงอกคนนี้เลย"

ประจักษ์ หันไปเรียกวนิดา ป้าทองคิดว่าเขาจะดุ ยุว่าเอ็ดให้หนักเลย วนิดาเลยท้าว่าถ้าจะต่อว่าเรื่องที่ตนปลูกดอกไม้...เธอพูดไม่ทันจบ ประจักษ์ก็ขัดขึ้นว่า

"เธออยากปลูกหรือทำอะไรก็ทำ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ ไปคุยกับฉันในบ้าน"

ป้าทองกำลังกระเหี้ยนกระหือรือก็อ้าปากหวอหน้าเหวอไป จวงหัวเราะพูดอย่างสะใจว่า

"ได้ยินแล้วนะป้า คุณผู้ชายท่านบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำ" แล้วแกล้งคุ้ยดินกระเด็นใส่จนป้าทองกระโดดหลบแทบไม่ทัน

ooooooo

พอ ประจักษ์บอกวนิดาว่าจะพาเธอไปงานฉลองรัฐธรรมนูญอ้างว่าท่านเจ้ากรมสั่งให้พา เธอไป ถูกวนิดาด่าเรียบๆว่า "คุณนี่ช่างเชื่องจังเลยนะ ใครสั่งให้ทำอะไรก็ทำ" แล้วปฏิเสธ "ฉันไม่ไป!"

ประจักษ์ว้าวุ่นใจ มากเป็นตายอย่างไรงานนี้ต้องพาเธอไปให้ได้ เลยเกิดการรื้อฟื้นกันวนิดาถามว่า ทีตนขอเขายังไม่ไปแล้วเขาขอทำไมตนต้องไป  สุดท้ายประจักษ์จำต้องยอม ยื่นหมูยื่นแมวกันว่า

"ฉันจะไปงานเพื่อนเธอ แต่เธอต้องไปงานนี้กับฉัน ไปแค่ไม่นานฉันจะรีบพาเธอกลับ ถือว่าแลกกัน ไม่มีใครเสียเปรียบใคร"

เมื่อ ถึงวันงาน  ประจักษ์ในชุดทักซิโด้  หยิบรูปพิสมัย มาดู หยิบแหวนแต่งงานของเขากับวนิดาขึ้นมอง แล้วตัดสินใจสวมแหวนแต่งงานด้วยความรู้สึกผิด ก่อนเดินออกไปเคาะประตูห้องของประจวบที่จัดให้วนิดาอยู่ เสียงจวงร้องบอกว่า วนิดากำลังอาบน้ำ เขาจึงลงไปรอข้างล่าง เตือนให้เร็วๆด้วยตนไม่ชอบไปผิดเวลา แต่ความจริงกลัวผิดเวลาแล้วจะเจอกับพิสมัยเข้า

ประจักษ์ลงมานั่งรอ วนิดาอยู่ที่ห้องรับแขก ป้าทองเดินมามองขึ้นข้างบนแล้วเบ้หน้า หันมาพูดกับประจักษ์ว่าไม่รู้จะพาแม่นั่นไปออกงานทำไม พอประจักษ์บอกว่าเจ้ากรมท่านเชิญ ป้าทองบ่นว่าสังหรณ์ใจว่าแม่นั่นจะทำให้เขาขายหน้า จะทำเลอะเทอะหรือเปล่าก็ไม่รู้

พูดไม่ทันขาดคำ วนิดาในชุดสุดสวยใส่รองเท้าส้นสูง ก็เดินลงมาสง่างามราวกับนางหงส์ ประจักษ์มองตาค้าง ส่วน ป้าทองอ้าปากค้างพูดไม่ออก  วนิดายิ้มลงมาอย่างมั่นใจ  แต่พอ จะเดินออกจากบ้านก็สะดุดอะไรเข้าจนเซ  ดีที่ประจักษ์รับไว้ทัน พอวนิดาหันมองหน้ากับหน้าเลยอยู่ใกล้แค่หายใจรดถึงกัน

ประจักษ์ทำเป็นบ่นแก้เขินว่าเดินแค่นี้ยังไม่ได้ จะทำให้ ตนขายหน้ารึเปล่าก็ไม่รู้ วนิดาทำเป็นงอนจะไม่ไป เขาเลยกล่อมว่า

"คอยทำตามที่ฉันบอก เพราะนี่เป็นงานใหญ่ คนที่มาในงานมีแต่คนชั้นสูง หวังว่าเธอคงจะรักษาภาพพจน์ของฉัน"

"เจ้าค่ะคุณผู้ชาย"

ทั้ง คู่เดินไปขึ้นรถ จวงกับไปล่มองอย่างชื่นชม แต่ป้าทองจิกมองอย่างไม่พอใจถึงกับยกมือท่วมหัวภาวนา "คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองคุณใหญ่ของอีฉันด้วยนะเจ้าคะ"

ooooooo

พิสมัย แปลกใจมากเมื่อคนที่มารับเธอไปงานกลายเป็นมนตรี พอถามมนตรียังออกอาการพิรุธอ้างว่า ประจักษ์ให้ตนมารับแทนเพราะต้องไปปฏิบัติภารกิจให้ท่านเจ้ากรม พอถูกซักถามมากเข้าก็อ้างว่าเป็นภารกิจด่วนและลับเฉพาะ

แม้จะรู้สึก แปลกใจแต่พิสมัยก็ไม่คาดคั้นเร่งมนตรีรีบไปกันดีกว่าไปรอประจักษ์ที่นั่นเลย มนตรีพยายามถ่วงเวลาจนพิสมัยสงสัยถามว่ามีอะไรปิดบังตนอยู่หรือเปล่า มนตรีปฏิเสธอย่างมีพิรุธว่าเปล่า ปกติ

"ถ้าปกติไม่มีอะไรก็ไปกับฉัน เดี๋ยวนี้ ถ้าคุณไม่ไปก็ตามใจ" พูดแล้วพิสมัยเดินออกไปเลย มนตรีวิ่งตามร้องให้รอตนด้วย แต่ใจร้อนรุ่มไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี

เมื่อไปถึงที่จัดงานแล้ว มนตรีหาทางชวนพิสมัยไปตักอาหารกินกันเพื่อจะเลี่ยงไม่ให้พบกับประจักษ์ที่จะควงวนิดาเข้ามาในงาน

เจ้า กรรม! พิสมัยไม่ยอมไปไหนบอกว่าจะยืนรอประจักษ์อยู่ตรงนี้ สุดท้ายมนตรีเลยหาทางออกบอกว่าตนจะไปตามประจักษ์มาหาเธอดีกว่า พิสมัยเกิดจะไปด้วยขึ้นมาอีก

"ไม่ต้อง ถ้าเกิดเราออกไปทั้งสองคน ประจักษ์เข้ามาไม่เห็นเธอฉันจะถูกมันด่าให้ เธอรออยู่ในนี้ ฉันไปเอง" มนตรีหาทางเลี่ยงไปใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบไปเดินหาเพื่อดักประจักษ์ ให้เดินเลี่ยงไปจากที่พิสมัยยืนรออยู่

พอเจอกัน ประจักษ์รู้ว่าต้องมีเรื่องผิดคิวแน่ๆ บอกวนิดาให้รอตรงนี้ตนจะไปเข้าห้องน้ำ พอพากันพ้นจากสายตาวนิดา มนตรีเล่าเรื่องพิสมัยให้ฟัง ประจักษ์ตำหนิเพื่อนอย่างหัวเสียว่าบอกแล้วให้มาช้าหน่อยทำไมพามาก่อนตนเสีย อีก

แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ประจักษ์วางแผนใหม่กระซิบบอกมนตรีแล้วแยกกันไป

แผนของประจักษ์คือ ให้มนตรีไปหลอกพิสมัยว่าตนให้พาเธอไปหามีเรื่องส่วนตัวอยากคุยด้วยมาก ท่าทางร้อนใจน่าดู พิสมัยหลงเชื่อเดินตามไป

พอ มนตรีพาพิสมัยพ้นจากตรงนั้น ประจักษ์ก็เดินควงวนิดาเข้างานไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาของผู้ร่วมงานและเพื่อนๆที่ตื่นตะลึงชื่นชมในความสง่างามของ วนิดา หลายคนถึงกับเอ่ยปากชมว่า ช่างสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกเลยทีเดียว

พอประจักษ์ควงวนิดาเข้าไปในงาน มนตรีก็แวบมาหา ประจักษ์จึงฝากวนิดาไว้กับมนตรีเพื่อหลบไปหาพิสมัยที่มนตรีหลอกให้ยืนรออยู่

"พันตรีประจักษ์" เสียงท่านเจ้ากรมเรียกแล้วท่านกับภรรยาก็เดินมาถามว่า "นั่นใช่ไหม วนิดา มหศักดิ์"

ประจักษ์ จึงต้องแนะนำท่านกับภรรยาแก่วนิดา ผู้ใหญ่ ทั้งสองมองวนิดาอย่างเอ็นดู เช่นนี้แล้วประจักษ์จึงต้องอยู่ตรงนั้น เขาแอบส่งสัญญาณให้มนตรีออกไปก่อน แล้วเอ่ยกับท่านเจ้ากรมว่าตนกับวนิดาคงอยู่ได้ไม่นาน ต้องขออนุญาตท่านกลับไปก่อน

ท่านเจ้ากรมถามหยอกขำๆว่าเพิ่งมาถึงทำไมจะรีบกลับ หรือกลัวหนุ่มๆในงานจะมาขอเต้นรำกับวนิดา แล้วท่านก็คิดได้ บอกประจักษ์ว่า

"เอา อย่างนี้ เดี๋ยวผมให้คุณกับหนูวนิดาเปิดฟลอร์เต้นรำเป็นคู่แรก ใครๆในงานจะได้รู้ว่าผู้หญิงสวยคนนี้มีคุณเป็นเจ้าของแล้ว ตกลงนะ" ท่านพูดเองตกลงเอง ประจักษ์จึงจำต้องรับคำ หันไปสบตากับวนิดาอย่างลำบากใจด้วยกันทั้งคู่

มนตรีย้อนกลับไปหาพิสมัย เธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เขาตกใจรีบกลับเข้าไปในงานทันที

พอเสียงดนตรีเต้นรำดังขึ้น ประจักษ์กับวนิดาพากันออกไปกลางฟลอร์ เขาพูดเบาๆกับเธอว่า

"ฉันจะเต้นจังหวะง่ายๆ เธอจะได้ไม่พลาดทำฉันอาย"

พูด แล้วขยับจะเริ่มเต้น แต่วนิดากลับเป็นฝ่ายเริ่มเต้นก่อนในจังหวะวอลซ์ ทำเอาเขาเหวอตั้งตัวไม่ทัน ระหว่างเต้นมีสะดุดขากันบ้างแต่วนิดาก็พลิ้วได้อย่างไร้พิรุธ ทั้งคู่เต้นรำกันอย่างสวยงามพลิ้วราวกับล่องลอยอยู่บนฟลอร์

มนตรี ตามเข้ามาในงาน เห็นพิสมัยยืนดูประจักษ์กับวนิดาเต้นรำอยู่ เขายืนช็อก พิสมัยหันมาถามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อว่า "เนี่ยเหรอภารกิจลับเฉพาะที่คุณบอกฉัน!"

ประจักษ์กำลังเต้นรำอยู่กับวนิดา กวาดตามองมาเห็นพิสมัยยืนอยู่แทบช็อกไปอีกคน

ooooooo

ประจักษ์ ไม่มีสมาธิในการเต้นรำจนวนิดาเตือน เขาขอบคุณแต่ก็ยังเมินหน้าหนีจากเธอและหลบหน้าพิสมัย ส่วนพิสมัยก็โมโหมนตรีที่ปดตนมาตลอด บอกเขาตามตรงว่าไม่ชอบวนิดาเลย มนตรีขอร้องว่าอย่าตำหนิ
วนิดาเลย เธอน่าสงสารออก เลยถูกย้อนถามว่า "แล้วไม่สงสารฉันบ้างเหรอ"

ยิ่ง เห็นแขกในงานสนใจดูประจักษ์กับวนิดาอย่างชื่นชม พิสมัยทนไม่ได้บอกมนตรีให้ออกไปเต้นรำกับตน พอมนตรีพาเธอออกไปกลางฟลอร์ พิสมัยก็พยายามเต้นไปทางประจักษ์ ส่วนประจักษ์ก็พยายามประคอง
วนิดาเต้นหนี พาวนิดาหมุนไปรอบๆจนเธอถามว่า

"คุณทำอะไรของคุณ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ"

สุดท้ายประจักษ์ทนความกดดันไม่ไหวพาวนิดาเดินออกไป พิสมัยเห็นดังนั้นตามออกไปด้วย พอเข้าใกล้ก็ร้องเรียก "คุณพี่"

วนิดาจำพิสมัยไม่ได้เพราะเคยเห็นในรูปเพียงครั้งเดียว เมื่อมาเผชิญหน้ากัน พิสมัยถามประจักษ์ด้วยอารมณ์ประชด ประชันหึงหวงว่า

"คุณ พี่ไม่คิดจะแนะนำให้น้องรู้จักเธอหน่อยเหรอคะ" พอประจักษ์แนะนำว่าเธอคือวนิดา ไม่ทันขาดคำ พิสมัยก็แนะนำตัวเองต่อว่า "คนรักของพันตรีประจักษ์"

วนิดาอึ้งครู่หนึ่งจึงนึกออกว่าเคยเห็นรูปของพิสมัย พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร วนิดาเลยเกทับเสียเลย แนะนำตัวเองเสียงใสฉะฉานว่า

"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณพิสมัย ดิฉัน วนิดา มหศักดิ์ ภรรยาพันตรีประจักษ์ค่ะ"

พิสมัย ชาไปทั้งตัว หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ส่วนประจักษ์ทนอยู่หน้าสิ่วหน้าขวานไม่ไหวบอกกับวนิดาว่า "ฉันขอตัวสักครู่" แล้วจับแขนพิสมัยพาเดินออกไป

มนตรีเดินยิ้มกว้างเข้ามาหาวนิดา เอ่ยอย่างแสนสุภาพยินดีว่า

"เต้นรำกันสักเพลงนะครับคุณวนิดา"

วนิดายิ้มเจื่อนๆ ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ

ooooooo

พา พิสมัยออกมาอีกมุมหนึ่งแล้ว ประจักษ์ ขอโทษเธอบอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ เพราะท่านเจ้ากรมสั่งให้พาวนิดามางานนี้ ตนไม่มีทางหลีกเลี่ยง พิสมัยพูดอย่างตัดพ้อว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายเพราะ ภารกิจย่อมสำคัญกว่า

ประจักษ์ พยายามที่จะชี้แจงเพื่อขอความเข้าใจ ขอให้ เธออดทน พิสมัยดักคออย่างรู้ทันว่าต้องทนรอให้เขาหาเงินมาใช้หนี้นายดาวให้หมดก่อน ใช่ไหม ระเบิดอารมณ์ออกไปว่าตนจะทนไม่ได้อยู่แล้ว

"ฉันก็ไม่รู้ ฉันเองก็พยายามอย่างดีที่สุดที่จะประคองทุกอย่างระหว่างเธอกับฉันให้มันเป็น ไปตามเดิม แต่ถ้าเธอบอกว่าทนไม่ได้ นั่นแปลว่าเธอรอฉันไม่ไหวใช่ไหมพิสมัย" น้ำเสียงเขาตัดพ้อ น้อยใจ

พิสมัยฟังแล้วหน้าเสีย รู้สึกตัว รีบขอโทษเขา ตำหนิตัวเองว่าน่าจะให้กำลังใจเขามากกว่ามาเร่งรัด อ้อน "คุณพี่อย่าโกรธน้องนะคะ" เธอกอดแขนเขากระแซะอ้อน ขอเขาว่า "เดี๋ยวคุณพี่ไปส่งน้องนะคะ น้องอยากออกไปจากที่นี่เร็วๆ"

แต่ขณะ ประจักษ์จะไปส่งพิสมัยนั่นเอง เจอท่านเจ้ากรมพาวนิดามาพร้อมกับมนตรี ท่านตำหนิประจักษ์ทีเล่นทีจริงว่า ทิ้งภรรยาแสนสวยไว้คนเดียวได้ยังไง แล้วบอกประจักษ์ว่า อยากให้เขาพาวนิดาไปหาภรรยาท่านที่อยู่กับเพื่อนๆ เพราะเธอเหล่านั้นอยากรู้จักวนิดามาก

ประจักษ์ไม่มีทางเลี่ยง พิสมัยฟังแล้วหน้างอไม่พอใจ พูดอย่างน้อยใจว่าให้เขาไปทำธุระเถอะตนกลับเองได้ ประจักษ์ กระอักกระอ่วนใจไม่รู้จะทำอย่างไร เลยให้มนตรีไปส่งพิสมัยแทน พอทั้งสองไปแล้ว วนิดาถามประชดว่า "ต้องให้ฉันไปอธิบายให้คนรักคุณเข้าใจไหมคะ"

"ไม่ต้อง!" ประจักษ์กระชากเสียงแล้วเดินนำไป วนิดามองตามยิ้มอย่างสะใจที่งานนี้ตนเป็นต่อทุกขุม

ooooooo

วัน ต่อมา ประจักษ์นัดพบกับพิสมัยที่สวนหย่อมตามเคย พิสมัยยังงอนเขาอยู่ ประจักษ์จึงเอาใจบอกเธอว่า เสาร์อาทิตย์นี้เราไปหาคุณแม่ที่บางปะอินด้วยกันไหม

"คุณพี่พูดจริง เหรอคะ" พิสมัยดีใจหายงอน เมื่อเขายืนยัน เธออ้อน "น้องดีใจจังเลยค่ะคุณพี่ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราไปหาร้านอร่อยๆทานกันนะคะ"

ที่ร้านอร่อยๆ นี่เอง นายดาวกับสมหมายเดินเข้ามา สมหมายเห็นประจักษ์กับพิสมัย สะกิดให้นายดาวดู นายดาวยิ้มกริ่มนึกว่าลูกเขยมากับลูกสาว แต่พอเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่วนิดาก็ฉุนขาด เข้าไปขัดคอทันที มองพิสมัยพูดอย่างดูถูกว่า

"เนี่ยเหรอกิริยามารยาทของคุณข้าหลวง เฮอะ!"

ประจักษ์ ไม่พอใจถามว่ามีสิทธิ์อะไรมาว่าพิสมัย  นายดาวอ้างความเป็นพ่อตา ตำหนิประจักษ์ว่าตนเป็นคนที่มีคนรู้จักมากอย่าทำอะไรที่มันเสื่อมเสียแบบนี้

พิสมัย ช่วยเถียงว่าตนแค่มาทานข้าวกับประจักษ์มันจะเสื่อมเสียตรงไหน นายดาวสวนไปทันควันว่าการที่เธอมาทำลับๆล่อๆกับสามีของผู้หญิงอื่นอย่างนี้ ยังไม่เสื่อมเสียอีกหรือ

ประจักษ์ทนไม่ได้ปรามนายดาวว่าพอได้แล้ว ก็รู้แก่ใจดีไม่ใช่หรือว่าพิสมัยเป็นคนรักตน

"แต่ ใครๆที่นี้ก็รู้ว่าคุณเป็นสามีลูกสาวผม! คุณควรจะรู้ว่าต้องทำยังไงที่เป็นการให้เกียรติภรรยาคุณ หน้าตาฉลาดๆ อย่างคุณไม่ต้องให้ผมมาคอยชี้คอยแนะหรอกมั้ง" พูดแล้วเห็นประจักษ์เมินไปทางอื่นอย่าง
เถียงไม่ออก นายดาวตอกย้ำ ไม้ตายทันทีว่า "อย่าลืมสัญญาของเรา อย่าให้ผมเห็นคุณกับ..." พูดแค่นั้นแต่ปรายตาไปทางพิสมัย "อีกเป็นอันขาด หวังว่าคงเข้าใจนะ ลูกเขย เฮอะๆๆๆ"

พูดเสร็จนายดาวเดินหัวเราะร่าออกไป พิสมัยน้ำตารื้น ประจักษ์อัดอั้น เห็นใจพิสมัยมาก เขากุมมือเธอไว้แน่นด้วย ความสงสารจับใจ

ooooooo

ตอนที่ 4

เมื่อได้ยินจากปากของประจักษ์เองว่าพ่อบังคับให้เขาพูด บังคับให้เขาแต่งงานกับเธอเพื่อใช้หนี้แทนน้องชาย วนิดาคิดอย่างเจ็บปวด แค้นใจว่าจะทำอย่างไรดี รุ่งขึ้นเธอจึงกลับไปหานายดาวผู้เป็นพ่อที่บ้าน แต่ สมหมายบอกว่านายดาวไม่อยู่ ไปสิงคโปร์จะกลับเมื่อไรก็ไม่รู้

แต่พอ วนิดานั่งสามล้อออกไป นายดาวก็โผล่จากที่ซ่อนบอกสมหมายว่าถ้าวนิดามาอีกให้บอกว่าตนยังไม่กลับและ ต้องจำให้แม่นว่าตนไปสิงคโปร์ อย่าบอกผิดประเทศเป็นอันขาด

เมื่อ วนิดากลับมาถึงบ้านมหศักดิ์ก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอย่างหงุดหงิด จวงถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะกลับบ้าน จวงทักท้วงว่า "คุณนิดเพิ่งบอกจวงว่าคุณท่านไม่อยู่"

"ถึงคุณพ่อไม่อยู่ฉันก็จะกลับ บ้าน ฉันทนไม่ได้ที่ต้องอยู่กับคนที่เขาไม่เห็นคุณค่าในตัวฉัน" พูดแล้วเห็นจวงงงๆ เหวอๆ วนิดาเลยพาลว่า "ถ้าจวงไม่กลับก็ไม่ต้องกลับ"

"ว้าย!! กลับสิคะ ต้องกลับค่ะ" จวงรีบช่วยเก็บเสื้อผ้า คอยชำเลืองมองวนิดาอย่างสงสัย

พอทั้งสองหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าลงมาถึงห้องรับแขก ป้าทองลอยหน้าเข้ามาถามว่าจะขนของไปไหน วนิดาตอบเชิดๆว่า

"ฝากบอกเจ้านายป้าด้วยว่าฉันขอหย่า..." พูดแล้วเดินนำออกไปเลย

แทนที่ จะตกใจ ป้าทองกลับหัวเราะชอบใจคิดไม่ถึงว่า เรื่องมันจะง่ายดายอย่างนี้ จากนั้นก็โทร.บอกประจักษ์อย่างสะใจ แต่ประจักษ์กลับตกใจ เพราะถ้าวนิดาขอหย่าเขาต้องถูกนายดาวฟ้องแน่ๆ เพราะเซ็นสัญญากันไว้แล้ว บอกป้าทองว่า

"ป้า รีบห้ามเขาเดี๋ยวนี้...บอกเขาให้รอฉันกลับมาก่อน" ป้าทองถามว่าห้ามทำไม  ประจักษ์ตอบอย่างร้อนใจว่า  "ไม่ต้องถาม ทำตามที่ฉันสั่ง!" พอวางสายจากป้าทองเขาก็รีบเดินออกไปทันที

ooooooo

วนิดา กับจวงหิ้วกระเป๋ามาวางหน้าบ้านยืนรอสามล้อท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง ครู่เดียวป้าทองก็จ้ำอ้าวมาบอกว่า "คุณใหญ่เธอสั่งให้คุณรอจนกว่าคุณใหญ่ จะกลับมา"

"ฉันไม่รอ จวง...เดิน" วนิดาสั่งจวงแล้วเดินนำไป

ป้า ทองเดินไปขวางดุว่าทำไมพูดไม่รู้ฟัง บอกแล้วไงว่าไม่ให้ไป วนิดาไม่ฟังเสียง ป้าทองเลยเรียกไปล่ให้มาช่วย ทั้งสองช่วยกันแย่งของจากจวงและวนิดา ไปล่ฉวยโอกาสแย่งของจากจวงทำเผลอกอดหมับ พอจวงเอะอะก็ทำหน้าเลิ่กลั่กหันมาแย่งกระเป๋าแทน

ข้าวของถูกยื้อยุด กันจนหกหล่นเกลื่อนกระจายไปหมด จวงรีบก้มเก็บ วนิดาบอกจวงไม่ต้องสนใจไปกันเดี๋ยวนี้เลย จวงยังห่วงของแต่ก็ต้องรีบวิ่งตามวนิดาไป

ป้าทองทำท่าจะตามแต่หมดแรงเสียก่อนทรุดนั่งกับพื้น ไปล่หันมาดูแลบ่นปลงๆว่า

"โธ่ป้า...สังขารไม่ได้แล้วยังฝืนอีก เฮ้อ..."

ooooooo

วนิดากับจวงเดินฝ่าเปลวแดดแผดเปรี้ยงไปจน เหงื่อแตกพลั่ก จนจวงขอร้องว่าให้รอประจักษ์กลับมาก่อนดีไหม มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากัน

"ฉันคุยกับเขา แล้วก็เข้าใจทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องคุยอะไรอีก" วนิดาแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยวจนจวงไม่กล้าพูดอะไรอีก

ขณะ กำลังตั้งหน้าตั้งตาเดินกันนั้นเอง ประจักษ์กลับมาเจอ เขาขับรถเข้ามาเทียบ วนิดาไม่สนใจเดินไปเรื่อยๆ จนเขาขับรถขนาบโผล่หน้าไปบอกให้ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ แต่วนิดาก็ ยังทำเหมือนไม่รับรู้เดินอ้าวต่อไป สุดท้ายประจักษ์ทนไม่ไหว ขับรถไปขวางหน้าลงไปสั่ง

"ขึ้นรถ!"

วนิดาสวนไปทันทีว่าอย่ามา ออกคำสั่งกับตน ประจักษ์ สวนไปทันควันเหมือนกันว่าทำไมตนจะออกคำสั่งกับภรรยาไม่ได้ ทั้งสองโต้เถียงเล่นแง่กันอยู่ตรงนั้น จนวนิดาบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุยกับเขาแล้ว ประจักษ์หงุดหงิดถามว่า "ทำไมเธอถึงได้ดื้ออย่างนี้ มีอะไรไปคุยกันที่บ้าน"

"นั่นบ้านคุณไม่ใช่บ้านฉัน ฉันไม่คุย!!"

ประจักษ์ เลยฉุดขึ้นรถแล้วสั่งจวงขึ้นรถด้วย พอจวงขึ้นนั่งเบาะหลัง เขาสั่งจวงให้จับวนิดาไว้อย่าให้ลงจากรถ จวงไม่กล้า แต่พอประจักษ์จ้องถลึงตาใส่ จวงเลยจำต้องขอโทษวนิดาแล้วเอามือโอบวนิดาจากข้างหลังไว้แน่น แล้วประจักษ์ก็รีบอ้อมมาขึ้นรถขับออกไปทันที

เมื่อเข้ามาในบ้าน ประจักษ์คิดว่าวนิดาไม่มีทางพยศได้อีก แต่หารู้ไม่ว่าเธอวางแผนไว้แล้ว พอเขาลงจากรถอ้อมจะมาเปิดประตูให้เธอลง วนิดาก็เอื้อมมือกดล็อกประตูไว้ทั้งสองด้าน ปีนข้ามไปนั่งที่คนขับสตาร์ตรถทันที

ทั้งประจักษ์และจวงตกใจคิดไม่ถึง ประจักษ์ทุบประตูรถร้องบอกจวงให้เปิดประตู

"ถ้า ทำตามเขาอีก ฉันจะไล่ออก" วนิดาขู่จนจวงไม่กล้า วนิดาขับรถพุ่งไปทางประตูรั้วทันที ประจักษ์ร้องสั่งไปล่ให้รีบไปปิดประตูรั้ว ไปล่มัวแต่เงอะงะ เขาตะคอกให้รีบวิ่งไปเร็วๆ

เพราะรถไม่เคยมือ วนิดาสตาร์ตรถติดขับไปนิดเดียวเครื่องก็ดับ เธอสตาร์ตใหม่ทำให้ไปล่วิ่งแซงไปจะปิดประตู ถูกวนิดาขับรถแซงขึ้นไป คนกับรถแซงกันไปมาอยู่หลายรอบ สุดท้ายไปล่ปิดประตูทันเป็นจังหวะที่วนิดาเหยียบคันเร่งจะพุ่งออกไปพอดี!
"เอี๊ยดดดด" เสียงเบรกสนั่น รถจอดติดประตูพอดี แต่จวงหัวทิ่มจนหน้ากระแทกคอนโซลเลือดกบปาก

ooooooo

วนิดาตกใจที่จวงเลือดกบปากรีบพาเข้าไปที่ห้อง ประจักษ์ตามไปตำหนิก็ถูกเธอปิดประตูใส่หน้าจนผงะ หลบแทบไม่ทัน

เมื่อ ลงมานั่งหัวเสียที่ห้องรับแขก ป้าทองยุว่าอย่าไปสนใจวนิดาเธอทำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา พูดแล้วทำเสียงเชอะ! ว่าไม่เห็นจะน่าเอ็นดูสักนิด น่าเกลียดมากกว่า

ประจักษ์ ปรามป้าทองว่าเลิกแขวะเขาได้แล้ว เพราะเธอเองก็ไม่ได้นึกอยากให้เรื่องราวลงเอยแบบนี้ แล้วทำเสียงเหมือนรำพึงว่า "เขาเองก็น่าสงสารที่ต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเขาอย่างฉัน" ป้าทองเลยลุกพรวดมาคุกเข่าตรงหน้าถามว่าเขาใจอ่อนแล้วใช่ไหม

"ฉันไม่ ได้ใจอ่อน แต่เราต้องคิดถึงใจเขาใจเรา ตราบใด ที่ฉันยังใช้หนี้นายดาวไม่หมด ผู้หญิงคนนั้นจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" แล้วหันไปเรียกไปล่ สั่งให้เฝ้าวนิดาไว้ให้ดีอย่าให้ออกไปไหนเด็ดขาด

ไปล่รับคำแล้วขนเสื่อขนหมอนมานอนตรงหน้าประตูห้องนอนของประจวบที่ประจักษ์ให้วนิดาอยู่

ooooooo

หลัง จากทำแผลให้จวงแล้ว วนิดาเปิดประตูออกมา ไปล่ถามว่าจะไปไหน เธอไม่ตอบแต่เดินตรงไปเคาะประตูห้องประจักษ์ เสียงข้างในถามมาว่าใคร เธอไม่ตอบแต่สอดกระดาษแผ่นเล็กๆเข้าใต้ประตู แล้วกลับห้องตัวเอง

ประจักษ์สงสัยเปิดประตูออกมา ไปล่ชี้ไปที่กระดาษใต้ประตู เขาหยิบขึ้นมาดู มีข้อความสั้นๆแค่ว่า "ฉันขอหย่า"

เท่านั้นเอง ประจักษ์เดินไปเคาะประตูห้องวนิดา เคาะรัวไม่หยุดปากก็เรียกให้เปิดประตูออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง ข้างในเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ แต่จู่ๆก็มีกระดาษสอดออกมาจากใต้ประตู เขียนบอกว่า "ฉันไม่มีอะไรจะคุย จนกว่าคุณจะหย่ากับฉัน นายขี้หงุดหงิด" อ่านจบเขาตะโกนใส่ประตูว่า

"คิดว่าฉันไม่อยากหย่ากับเธอเหรอยัยอวดดี"

ตะโกนแล้วทุบประตูอีกหลายปังก่อนเดินกลับไปห้องตัวเอง ทันใดนั้นประตูห้องวนิดาเปิดออก เธอตะโกนท้าตามหลัง ว่างั้นก็ให้หย่าเสีย ประจักษ์ตะโกนมาว่าไม่หย่า เธอเลยบอกว่า งั้นก็ไม่ต้องพูดกันแล้วปิดประตูปัง

ประจักษ์กลับไปที่ห้อง คิดเครียด ถามตัวเองว่า "ยัย ตัวแสบ ฉันจะทำยังไงกับเธอดี" คิดแล้วเปิดประตูออกไปอีก ไปล่ไม่เป็นอันนอนลุกพรวดขึ้นมานึกในใจ "อีกแล้ว..."

ประจักษ์มาทุบประตูห้องวนิดา เธอตะโกนออกมาว่า ทุบประตูทำไม ตนไม่มีอะไรจะคุยด้วย

"ไม่ทุบก็ได้ แต่รู้ไว้ด้วยว่า ฉันจะไม่หย่า จนกว่าจะหาเงินมาใช้หนี้พ่อเธอหมด"

พอประจักษ์เงียบเพราะเดินกลับไปแล้ว วนิดานิ่งคิดอย่างเจ็บใจ พึมพำ

"ที่ไม่ยอมหย่ากับฉัน เพราะห่วงเรื่องหนี้สินใช่ไหม กลัวถูกฟ้องล่ะสิ"

ooooooo

เมื่อรู้ว่าประจักษ์ไม่ยอมหย่าเพราะยังใช้หนี้พ่อตัวเองไม่หมด วนิดาตัดสินใจไปตะโกนถามว่า เขาเป็นหนี้อยู่เท่าไรตนจะใช้ให้เพื่อเราจะได้หย่ากันให้สิ้นเรื่องเสียที ประจักษ์ฟังแล้วหน้าชาเหมือนถูกหยาม เปิดประตูออกมา ไล่จวงกับไปล่ให้ไปที่อื่นก่อนเพราะอายที่จะให้ทั้งสองรู้ความน่าสมเพชของตัวเอง

พอจวงกับไปล่ไปแล้ว เขาต่อว่าวนิดาว่าพูดกับตนแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง แล้วพูดให้เจ็บใจว่า เธอคิดจะใช้เงินซื้อตนใช่ไหม ประกาศแข็งกร้าวว่า

"คนอย่างฉันไม่ไร้เกียรติ ขนาดยอมเอาเงินของเธอ เอะอะก็เอาเงินฟาดหัว มีอย่างที่ไหน พ่อจ้างให้แต่งงาน แต่ลูกสาวจ้างให้หย่า มันดูถูกกันมากเกินไปแล้ว"

"งั้นก็หย่าสิ"

"ไม่หย่า!"

วนิดาโมโหจนร้องไห้บอกว่าตนไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่ วินาทีเดียว อยากกลับไปอยู่บ้านไปหาพ่อ พอเห็นวนิดาร้องไห้ ประจักษ์ใจไม่ดี ต่อรองเสียงอ่อนลงว่าเรามาพูดกันดีๆดีกว่า ตนก็ไม่ต่างจากเธอเพราะทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ยอมรับว่า "ฉันต้องก้มหน้ารับกรรมแทนน้องชายของฉัน"

ประจักษ์ขอร้องเธอให้ทนอีกหน่อย ยืนยันว่าตนแต่งงานกับเธอไม่ได้หวังประโยชน์อะไรจากเธอเลย บอกตรงๆว่า "เธอกับฉันแต่งงานกันแต่ในนาม เธอพอใจจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น และเมื่อน้องชายฉันได้เงินกลับมาใช้หนี้ เราก็ค่อยแยกกัน รับรองฉันไม่รั้งเธอไว้แน่ ทุกอย่างที่ฉันทำก็เพื่อครอบครัว"

วนิดาอารมณ์เย็นลง เห็นแววตาอ้อนวอนของประจักษ์ เธอพูดเสียงอ่อนลงว่า

"ฉันขอบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้น้องชายคุณหาเงินมาใช้หนี้โดยเร็ว และวันนั้นจะเป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุด"

"ฉันก็เหมือนกัน" ประจักษ์ถอนใจ พอวนิดาปิดประตู เขารู้สึกโล่งอกแต่ก็ยังกังวลบางอย่างอยู่

ooooooo

จวงกับป้าทองยังเหมือนขมิ้นกับปูน วันนี้จวงไปทอดไส้กรอกให้วนิดาในครัว ไปล่เข้าไปเกาะแกะถูกป้าทองเข้าไปขัดจังหวะถามว่าจวงทำอะไร ไปล่ ตอบแทนว่าทำอาหารฝรั่งอยู่ ป้าทองเลยจิกใส่ทันทีว่า บ้านนี้มีแต่คนไทยต้องทำอาหารไทย สั่งไปล่ให้เอาไปทิ้งให้หมด

จวงสะอึกใส่บอกว่าอาหารพวกนี้ตนทำให้คุณนิดคนเดียว ป้าทองพานว่าครัวนี้เป็นของตน เลยเถียงกัน จวงเสนอว่าให้แบ่งครัวกันคนละด้าน  อย่ามายุ่งกันและต่อไปนี้ตนจะเป็น คนทำอาหารให้คุณนิดเอง

ถึงป้าทองจะมีพิษสงแค่ไหน แต่ก็แก่และเก่าเกินกว่าจะสู้กับพิษสงของจวงได้ เลยได้แต่ยืนโมโหจนลมออกหูแต่ ทำอะไรจวงไม่ได้ เลยไปฟ้องประจักษ์ว่าคนใช้ของวนิดายึดครัว ไปแล้ว เป่าหูว่าอีกหน่อยก็คงยึดบ้านมหศักดิ์ไปหมด ประจักษ์ ฟังแล้วเห็นว่าป้าพูดเกินไปเลยแย้งว่าเธอไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น หรอก ป้าทองยังไม่วายยุแหย่ว่าต่อไปในอนาคตก็ไม่แน่ เขาเลย ตัดบทว่าเธอจะทำอะไรก็ช่างเถอะตนเหนื่อยแล้ว

เมื่อประจักษ์มาที่โต๊ะอาหารเห็นไส้กรอกทอดหอมน่าอร่อย รีบลงนั่งถามป้าทองว่าวันนี้ทำอาหารฝรั่งหรือน่ากินจัง ป้าทองไม่ทันอ้าปากบอกประจักษ์ก็ลงมือเสียแล้ว ทั้งยังบอกไปล่ให้ชงกาแฟให้ด้วย จวงหันไปเย้ยป้าทองว่า "เห็นไหมป้า คุณประจักษ์ยังชอบอาหารฝรั่งเลย"

ประจักษ์ได้ยินหันไปมอง ป้าทองจึงรีบบอกว่าอาหารพวกนี้ตนไม่ได้ทำ พูดประชดว่า "มันเป็นอาหารของแม่เจ้าประคุณข้างบนเขา" ประจักษ์ฟังแล้วแทบอยากคายทิ้ง พอดีไปล่เอากาแฟมา เขารีบรับไปดื่ม ป้าทองบอกอีกว่า "กาแฟนั่นก็ของแม่เจ้าประคุณข้างบนเหมือนกันค่ะ"

ประจักษ์สำลักกาแฟพรวด จวงกับไปล่มองหน้ากันยิ้มๆ พอดีวนิดาเดินลงมาเห็น ทำให้ประจักษ์อายจนทำหน้าไม่ถูก วนิดาอมยิ้มพูดเรียบๆว่า

"ทานตามสบายเถอะ ของแค่นี้ฉันไม่ใจดำเหมือน..." พูดไว้แค่นั้นปรายตาไปทางป้าทองแล้วพูดต่อ "ฉันให้จวงไปทำให้ใหม่ก็ได้"

ประจักษ์พูดไม่ออก รีบเช็ดปากลุกเดินไปทันที ป้าทองค้อนวนิดาขวับแล้วรีบตามไป ปรากฏว่าประจักษ์ไปหยิบเงิน ให้ป้าทองสามสิบบาทบอกให้เอาไปให้วนิดา ป้าทองถามว่าเอาไปให้ทำไม

"เขาไม่ทานของของเรา ไม่ใช้ของของเรา เราก็ต้องให้เงินเขาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว"

ป้าทองอิดออดบอกว่าไม่เห็นจำเป็นเลย ประจักษ์จึงขอร้องว่าให้ช่วยเอาไปทีเถอะ ยัดเงินใส่มือป้าทองแล้วเดินไป ป้าทองมองเงินในมือตัวเองอย่างหงุดหงิด

แต่พอเอาเงินไปให้ วนิดาไม่รับถูกป้าทองถามประชดว่าน้อยไปหรือ เธอเลยตอบประชดว่า

"ใช่ มันน้อยเกินไป คนอย่างฉันใช้เงินครั้งละเป็นร้อย ป้าพอใจกับคำตอบของฉันรึยัง ฝากไปบอกเจ้านายของป้าให้เก็บเงินไว้ดีกว่า จะได้ใช้หนี้พ่อฉันหมดเร็วๆ"

ป้าทองเจ็บใจมากจะด่าดังๆก็ไม่กล้า  ได้แต่ทำปากขมุบขมิบด่าไม่มีเสียง

พอป้าทองกลับไปบอกประจักษ์ เขาเอาเงินไปวางไว้บนโต๊ะอาหารยืนยันให้เธอเอาไว้ใช้ เพราะตนเป็นสามีต้องดูแลตามหน้าที่ เดี๋ยวเธอจะเอาไปนินทาลับหลัง พูดอย่างทะนงว่า

"คนอย่างพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ ไม่เคยเกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน"

ประจักษ์เดินไปอย่างผ่าเผย ทำเอาวนิดามองทึ่งอึ้งในความอหังการของเขา

ooooooo

นายดาวยังติดตามบีบคั้นประจักษ์ทุกฝีก้าว วันนี้ก็ไปดักพบเขาที่สโมสร ร้องเรียก "ลูกเขย" เสียงดัง จนประจักษ์อาย เมื่อเดินเข้าไปหา นายดาวถามถึงความ สัมพันธ์ระหว่างเขากับวนิดา เห็นเขาเงียบ นายดาว แนะว่า   ให้เขาลองเปลี่ยนบรรยากาศพาลูกสาวตน ออกไปเต้นรำกินข้าวนอกบ้านบ้าง

ประจักษ์ย้อนถามอย่างขัดใจว่าทำไมตนต้องพาเธอไปด้วย นายดาวรุกว่า

"เพราะในสัญญาระบุว่า คุณต้องดูแลยัยนิดและทำหน้าที่ของสามีที่ดี และนี่ก็คือหนึ่งในหน้าที่ที่คุณต้องทำ! ถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมบอก คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมบอกแล้วไงว่าผมจะคอยดูคุณไม่ให้คลาดสายตา เฮอะๆๆ"

ประจักษ์ผละจากนายดาวอย่างหงุดหงิด นายดาวพูดอย่างเป็นต่อก่อนเดินไปว่า

"อ้อ อีกอย่าง อย่าบอกยัยนิดเด็ดขาดว่าคุณมาเจอผม...ผมไปล่ะนะ...ลูกเขย"

ประจักษ์กำมือแน่นโมโหสุดๆกับการกดดันของนายดาว

ooooooo

เย็นแล้ว วนิดาไปเดินแก้เซ็งที่สวนด้านหลังของบ้านมหศักดิ์  เดินไปเจอบึงบัว  ทั้งวนิดาและจวงต่างตื่นเต้นดีใจกับความสวยงามของบึงบัว  ชวนกันว่าเย็นนี้ ทำแกงส้มสายบัวกันดีไหม  แล้วพากันลงเรือที่ผูกอยู่ ริมตลิ่ง  พายไปเก็บสายบัวกันกลางบึง

ระหว่างนั้น ประจักษ์เพิ่งหัวเสียกลับจากสโมสร มาถึงถามป้าทองว่าวนิดาไปไหน ป้าทองไม่รู้ ประจักษ์จึงออกไปตามหาเอง

วนิดากับจวงเก็บสายบัวกันอย่างเพลิดเพลิน ไม่รู้ว่าเรือรั่ว กว่าจะรู้ตัวน้ำก็เข้าจนท่วมท้องเรือแล้ว จวงตกใจคว้าพายจะพายเข้าฝั่ง อารามรีบทำพายตกน้ำอีก เลยยิ่งตื่นเต้นลุกลี้ลุกลนจนทำเรือคว่ำ ตกน้ำไปทั้งคู่ จวงทะลึ่งพรวดขึ้น มองหาวนิดา เจอวนิดาร้องขอความช่วยเหลือไม่รู้ว่าถูกอะไรพันขา พอจวงว่ายเข้าไปจะช่วย วนิดาก็จมหายไปแล้ว

จวงตกใจมากรีบว่ายเข้าฝั่ง เจอประจักษ์เดินตามหา วนิดามาถึงพอดี พอรู้ว่าวนิดาจมน้ำ ประจักษ์รีบถอดรองเท้ากระโจนลงน้ำว่ายไปงมร่างเธอขึ้นมาได้ในสภาพหมดสติแล้ว เขารีบพาขึ้นไปนอนบนฝั่ง เขย่าเรียกก็ไม่รู้สึกตัวจึงก้มลงจะผายปอด

ก้มยังไม่ทันถึงหน้าวนิดา เธอก็ลืมตาขึ้น พริบตานั้นเธอตบหน้าเขาฉาดใหญ่คิดว่าเขาจะลวนลาม ด่า "คนฉวยโอกาส"

"ฉันลงไปช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ เห็นกำลังจะตายก็เลยจะผายปอดให้ ไม่คิดอยากจะ...ทำอย่างนั้นหรอก ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ" ประจักษ์หัวเสียลุกเดินออกไปเลย

"ที่คุณผู้ชายพูดเป็นความจริงค่ะคุณนิด" จวงยืนยัน ทำเอาวนิดาอึ้งไปเหมือนกัน

ooooooo

เมื่อตามกลับไปถึงบ้าน วนิดาเห็นเขากำลังเช็ดผมอยู่ เธอเข้าไปขอโทษที่เข้าใจผิดแล้วจะเดินไป ประจักษ์ จึงเรียกไว้บอกว่า พรุ่งนี้ไปทานข้าวนอกบ้านกัน

วนิดาแทบไม่เชื่อ พอถามว่าอะไรนะ ประจักษ์ไม่พูดซ้ำ วนิดาเลยบอกว่าตนไม่ไป เขายื่นคำขาดว่าเธอต้องไป เถียงกันไปมา วนิดาเอะใจถามว่า หรือว่ามันอยู่ในข้อตกลงที่เขาทำไว้ กับคุณพ่อ ทำเอาประจักษ์อึ้ง เธอเข้าใจทันที โกรธขึ้นมาฉับพลันย้ำถามว่า

"เป็น ความจริงใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นฉันไม่ไป เรื่องอะไร เราต้องไปแสดงละครลวงโลกให้ชาวบ้านดู" พูดจบก็สะบัดหน้าไปเลย ประจักษ์ร้อนใจ แต่พอเดินตามไปเธอก็เข้าห้องไปแล้ว

ooooooo

วัน รุ่งขึ้น นายดาววางแผนปลอมตัว สลับตัวกับสมหมาย โดยให้สมหมายแต่งสูทและตัวเขาเองแต่งชุดคนขับรถ เพื่อไปติดตามสอดแนมดูว่าประจักษ์ทำตามที่ตนไปขู่ไว้เมื่อวานเย็นหรือเปล่า

วัน นี้เช่นกันไปล่เช็ดรถพิถีพิถันเป็นพิเศษเพราะเจ้านายจะพาวนิดาไปทานข้าวนอก บ้านกันสองต่อสอง ป้าทองตกใจกับการเปลี่ยนแปลงของประจักษ์ คอยสังเกตอย่างไม่สบายใจ

ปรากฏว่า เมื่อได้เวลาประจักษ์ไปตามวนิดาที่หน้าห้อง จวงบอกว่าวนิดาบอกแล้วว่าไม่ไป พริบตานั้น ประจักษ์ผลักประตูเข้าไปแล้วปิดทันที จวงตกใจแต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว

วนิดาตกใจที่ประจักษ์บุกรุกเข้ามา พอเอ่ยปากไล่เขาก็อ้างว่าบ้านนี้เป็นบ้านของเขา ย่อมมีสิทธิ์เข้าได้ทุกห้อง วนิดาตกใจแต่ทำปากกล้าท้าว่าอย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วตนจะยอมไปกับเขา

ประจักษ์ ใช้ไม้ตายบอกว่าถ้าเธอไม่ไปเขาจะจับเปลี่ยนเสื้อผ้าพาไปให้ได้ วนิดาตกใจถอยกรูด พอเขารุกตามไป เธอรีบบอกว่า "หยุด! ฉันเปลี่ยนเอง" ประจักษ์จึงยอมลงไปรอข้างล่าง

แต่ขณะที่เขากำลังจะเปิดประตูออกไปนั้น วนิดาบอกเขาว่า

"จำ ไว้นะคุณประจักษ์  ที่ฉันยอมไปกับคุณเพราะคุณบังคับ เราต่างคนต่างกิน  ไม่ต้องยุ่งกัน"  ประจักษ์หันมาเย้ยว่าคิดว่าตนอยากมองหน้านักหรือ เธอเลยตัดบท "งั้นก็ไม่ต้องมอง เพราะฉันก็จะไม่มองหน้าคุณเหมือนกัน"

พอ วนิดาแต่งตัวเสร็จจะออกไปกับประจักษ์  จวงก็มายืนส่งพึมพำ "ทานข้าวให้อร่อยนะคะ" ป้าทองมายืนมองหน้าบึ้ง ถามว่ามันจะอร่อยได้ยังไงที่ต้องฝืนใจไปทานข้าวกับคนที่ตัวเองเกลียด

"ป้าพูดอะไร คุณใหญ่เกลียดคุณนิดที่ไหน เมื่อตะกี้คุณใหญ่ถึงกับจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณนิดเลยนะป้า"

ป้าทองยกมือทาบอก อุทาน "ฮะ  คุณพระช่วย! แกพูดอะไรบัดสี!!"

"ฉัน พูดเรื่องจริง ลองใครได้อยู่ใกล้คุณนิดของฉันก็รักทุกคนนั่นแหละ เจ้านายป้าก็ไม่รอดหรอก" พูดแล้วจวงหัวเราะอย่างสะใจ ทำเอาป้าทองหน้าเสียกลัวประจักษ์จะหลงรักวนิดาเข้าจริงๆ

ooooooo

พอ ประจักษ์ขับรถออกไป นายดาวก็ตามไปติดๆจนกระทั่งถึงร้านอาหาร  ประจักษ์เข้าไป  วนิดาเดินตาม พนักงานถามว่ากี่ท่าน   วนิดาตอบว่า   "ท่านเดียว" แต่ ประจักษ์ตอบว่า  "สองท่าน"  ทำเอาพนักงานงง  ผายมือเชิญไปนั่งที่โต๊ะ

ทั้งสองปั้นปึ่งใส่กัน แต่พอสั่งน้ำทั้งสองสั่งน้ำเปล่าเหมือนกัน  วนิดาเอาเรื่องทันทีถามว่า สั่งเหมือนตนทำไม  ทั้งคู่ โต้เถียงกันโดยไม่มองหน้า จนพนักงานสงสัยว่าหนุ่มสาวคู่นี้เป็นอะไรของเขา

นายดาวกับสมหมายเข้า มานั่งโต๊ะไม่ไกลกันนัก สมหมายบอกว่าท่าทางสองคนไม่มีความสุขเลย นายดาวเฝ้าสังเกตอยู่ พอวนิดาลุกขึ้นไปห้องน้ำเขาก็รีบไปสะกิดประจักษ์ บอกว่า

แผนนี้ท่าจะล้มเหลว   ประจักษ์พูดอย่างหงุดหงิดว่าตนทำได้

เท่านี้ ถ้าขอมากกว่านี้ตนทำให้ไม่ได้

"ถ้า อย่างนั้นก็อยู่เฉยๆ ทำตามที่ผมบอกก็พอ" ว่าแล้วนายดาวก็กลับไปนั่งที่โต๊ะแต่อยู่ในจุดที่เห็นกันถนัด เมื่อวนิดากลับมาประจักษ์จึงคอยชำเลืองดูนายดาว เห็นนายดาวทำอย่างไร ก็ทำตาม จนกระทั่งตักอาหารให้วนิดา เธอกลับตักคืนใส่จานเดิม จนประจักษ์ชักทนไม่ไหว พูดโดยไม่มองหน้าว่า

"เลิกทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนสักที"

แต่ วนิดาไม่สนใจตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียว ประจักษ์ เห็นนายดาวยังจ้องอยู่ ก็พยายามปั้นหน้ายิ้มแย้มแต่คำพูดขัดกับสีหน้า พูดเบาๆว่า "คิดจะเอาคืนฉันเหรอ"

นายดาวกระดี๊กระด๊าดีใจที่เห็นวนิดาก้มหน้าก้ม ตากินและประจักษ์ก็คุยอย่างยิ้มแย้ม บอกกับสมหมายว่า "เห็นลูกสาว กับลูกเขยฉันไหมสมหมาย ท่าทางกระจุ๋งกระจิ๋งน่าร้าก..."

พอกินอิ่ม วนิดาควักเงินจ่ายส่วนของตัวเองแล้วจะลุกไป ประจักษ์ไม่พอใจเก็บเงินของเธอแล้วเอาเงินตัวเองวางแทนรีบเดินตามออกไป สมหมายนิ่วหน้ามองแล้วยื่นหน้ากระซิบกับนายดาวว่า

"นั่นน่ะเหรอครับกระจุ๋งกระจิ๋ง ผมว่ากระแทกกระทั้นกันมากกว่า"

ooooooo

ตอนที่ 3

มนตรีโกรธเพื่อนรักโวยวายต่อว่าอย่างรุนแรงว่าเป็นพวกเกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง แต่งงานกับวนิดาทั้งๆที่รู้ว่าคือผู้หญิงที่ตนรัก ซ้ำเธอยังเป็นลูกสาวของคนที่ประจักษ์เรียกว่านายเงินหน้าเลือดด้วย

ประจักษ์ขอให้ใจเย็นๆ  บอกเหตุผลความจำเป็นต้อง แต่งงานเพราะประจวบเป็นหนี้นายดาว เลยเข้าทางมนตรีอีกเอะอะเสียงลั่นว่า

"นั่นยิ่งแล้วใหญ่ ไหนนายเคยบอกว่าเราเป็นชายชาติทหาร ไม่ควรขายตัวแลกเงิน เพราะมันเสียศักดิ์ศรี แต่นาย

กลับ..." มนตรีพูดไม่ออกเพราะจุกไปทั้งอก

"นายต้องฟังฉันให้จบนะมนตรี ที่ฉันทำลงไป ฉันทำเพื่อน้องชาย เพราะไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนฉันก็ไม่มีวันรักผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด ผู้หญิงที่ฉันรักมีเพียงคนเดียวคือพิสมัย"

มนตรีชะงักถามย้ำว่าจริงหรือ เมื่อประจักษ์สาบาน มนตรีเสียงอ่อนลงเปรยๆว่าถ้าอย่างนั้นก็น่าสงสารวนิดา ประจักษ์อ้าปากค้างก่อนจะพูดออกมาว่าตนต่างหาก น่าสงสารที่ต้องแต่งงานกับแม่นั่น

ooooooo

หลังจากถูกจับเอาขมิ้นทาจนตัวเหลืองไปหมดแล้ว วนิดาไปนั่งดูตัวเองในกระจกเซ็งๆแล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อจวงวิ่งมาบอกว่าคุณย่าอาการไม่ดีเพ้อเรียกหาแต่คุณนิด เธอวิ่งตามจวงไปทันที

ปรากฏว่ามณฑากึ่งเพ้อกึ่งมีสติ พูดย้ำกับวนิดาว่าประจักษ์เป็นคนดี แต่ลูกต้องระวังอันตราย  ย้ำให้ต้องเอาชนะใจเขาให้ได้ พูดไปอย่างเหน็ดเหนื่อย หอบเป็นพักๆแล้วบอกวนิดาว่า ท่านมารับแล้วเบิกตาโพลงร้องอย่างตระหนก

"แม่นิดช่วยย่า กู้เกียรติของย่า บอกให้ใครๆรู้...เขาจะมารับย่าแล้ว เขามาเอาย่าไปแล้ว วิหาร...วิหาร...พระกลาง...สระ...นิด สัญญากับย่า สัญญาว่า...จะช่วยย่า..."

"ค่ะ...นิดสัญญา...นิดสัญญาค่ะคุณย่า"

สิ้นเสียงสัญญาของวนิดา คุณย่าก็สิ้นใจ...วนิดาช็อกโผเข้ากอดคุณย่าร้องไห้โฮ...

อาทิตย์ต่อมาหลังงานศพและเก็บกระดูกมณฑาแล้ว วนิดาเสนอนายดาวว่าให้เลื่อนงานแต่งงานไปก่อนได้ไหม  นายดาวเข้ามาจับไหล่ลูกพูดอย่างเข้าใจแต่ไม่เลื่อนว่า

"เลื่อนไม่ได้ลูก คุณป้าท่านอยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา ถ้าลูกอยากให้คุณย่านอนตายตาหลับก็ทำเพื่อคุณย่านะลูก"

วนิดาเงียบไปอย่างสุดที่จะหาเหตุผลมาอ้างได้ หันมองที่เก็บกระดูกของย่าอย่างอาลัย...

ooooooo

ก่อนวันแต่งงานหนึ่งวัน ประจักษ์นัดพบกับพิสมัยที่สวนหย่อม รำพึงรำพันด้วยความเจ็บปวด

"พรุ่งนี้แล้วสินะที่ฉันต้องแต่งงาน...ใบหน้างามๆของเธอ...ฉันจะได้สัมผัสอีกเมื่อไหร่กัน..."

"คุณพี่..." พิสมัยโผเข้ากอดประจักษ์น้ำตาร่วง "คุณพี่ ต้องสัญญากับน้องนะคะว่าคุณพี่จะรักน้องคนเดียว  คุณพี่จะต้องไม่ยุ่งกับแม่คนนั้น  คุณพี่ต้องอยู่ห่างเขาเอาไว้ให้ไกลที่สุดนะคะคุณพี่ คุณพี่รับปากน้องนะคะ สัญญากับน้องนะคะ"

"จ้ะ..." ประจักษ์คลายกอดเชยคางพิสมัยมองตาบอกย้ำ "จำคำพูดของฉันไว้ให้ดีนะพิสมัยว่าฉันจะรักและจะแต่งงานกับเธอเพียงคนเดียว"

พิสมัยรับคำด้วยความซาบซึ้ง ประจักษ์ดึงร่างเธอเข้าไปกอดไว้อีกอย่างแสนรัก...

ที่บ้านนายดาว...

เย็นวันเดียวกัน นายดาวเรียกทนายมาทำสัญญาหลายฉบับ เสร็จแล้วย้ำถามว่าแน่ใจว่าเป็นสัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ใช่ไหม ทนายยืนยันว่าถูกต้องทุกอย่าง เพียงแต่เจ้าบ่าวเซ็นชื่อ ลงไปเท่านั้นก็มีผลบังคับได้ทันที ถามทิ้งไว้ว่า "แต่เจ้าบ่าวเขาจะยอมเซ็นหรือครับ สัญญามันออกจะ..."

"ยอมสิ ต้องยอมเซ็นอยู่แล้ว" นายดาวยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

เช้าวันงาน ฝ่ายประจักษ์มีมนตรีมาคนเดียว ขบวนแห่ขันหมากก็ไม่มี สองหนุ่มไปกันแต่ตัว

แต่พอไปถึงใกล้บ้านนายดาว ปรากฏว่าเจอขบวนยาวเหยียดขวางถนนอยู่ เป็นขบวนขันหมากแต่ประจักษ์คิดว่าคงเป็นของรายอื่น จนกระทั่งนายดาวมาเคาะกระจกรถ จึงรู้ว่า ที่แท้เป็นขบวนขันหมากที่นายดาวจัดมา

ประจักษ์ตกใจ หงุดหงิดขึ้นมาทันที ท้วงติงว่าไหนตกลงกันว่าจะไม่จัดงานใหญ่โต นายดาวก็พูดหน้าตาเฉยว่านี่เป็น การจัดตามธรรมเนียมเท่านั้น ประจักษ์ท้วงติงว่าเขาทำผิดข้อตกลง นายดาวตะแบงใส่ทันทีว่า

"งั้นคุณก็ทำผิดข้อตกลงเหมือนกัน ผมไม่เห็นว่าจะมี ครอบครัวของคุณมาสักคน นอกจากคุณมนตรี แล้วที่คุณเห็นนั่นก็ญาติสนิทผมทั้งนั้น" ว่าแล้วชี้เรียงตัวไปทีละคน จนประจักษ์ ต้องขอให้พอ

สุดท้าย ประจักษ์ก็ถูกนายดาวพาเข้าขบวนขันหมากกันตรงนั้นเลย

ระหว่างอยู่ในขบวนแห่นั่นเอง นายดาวก็ควักสัญญาออกมาให้ประจักษ์เซ็น แจกแจงทีละใบว่า

"สัญญาที่คุณกับผมเคยคุยกันไว้ จำได้ไหม ผมทำมาเป็นลายลักษณ์อักษรจะได้ไม่ลืมกัน ฉบับที่หนึ่งระบุว่าคุณยินยอมให้ลูกสาวผมใช้สกุลมหศักดิ์, ฉบับที่สองระบุว่าคุณจะไม่แตะต้องล่วงเกินลูกสาวผม, ฉบับที่สามถ้าคุณประจวบใช้หนี้หมดคุณกับลูกสาวผมจะหย่าขาดจากกัน"

นายดาวส่งให้ประจักษ์เซ็นทีละฉบับ พอดีมีคนมากระซิบบอกอะไร นายดาวเร่งประจักษ์ว่าได้ฤกษ์โห่แล้ว แต่พอประจักษ์จะเดินไปนายดาวก็ทำเป็นนึกได้บอกว่ายังมีอีกฉบับหนึ่งที่เขาต้องเซ็นแล้วควักออกมา ประจักษ์ถามว่าฉบับนี้ว่าอะไร นายดาวทำเป็นตะโกนท่ามกลางเสียงแตรวงที่ดังกลบหมด พอประจักษ์บอกว่าไม่ได้ยิน นายดาวก็เร่งให้รีบเซ็นเสียเดี๋ยวจะเสียฤกษ์

ประจักษ์จำต้องเซ็น นายดาวรีบพับเก็บใส่กระเป๋า กางเกงทันที พร้อมๆกับเสียงโห่ดังขึ้น

ooooooo

ประจักษ์เข้าร่วมขบวนแห่ขันหมากจนเข้าบ้านเจ้าสาวด้วยสีหน้าเย็นชา  จนเมื่อวนิดาในชุด เจ้าสาวแสนสวยลงมา  พอเห็นหน้ากันเต็มตาต่างตกใจแทบช็อกเมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวกลายเป็นคู่กรณีกันมาตลอด

ทั้งวนิดาและประจักษ์ต่างยืนกระต่ายขาเดียวว่า "ไม่แต่ง" นายดาวเลยขอไปคุยกับลูกสาวก่อน  แต่วนิดาก็ยังยืนกรานไม่แต่งกับผู้ชายคนนี้เพราะเจอกันทีไรไม่เคยเจอดีๆสักครั้ง  ไม่เชื่อว่าเขารักตนและอยากแต่งงานด้วย

นายดาวจึงไปกล่อมประจักษ์ ทั้งขู่ทั้งปลอบว่าพิธีแต่งงานยังต้องมีอยู่ต่อไปและเขาก็ต้องทำให้มันดำเนินไปตามนั้น เมื่อประจักษ์ยืนกรานไม่แต่ง นายดาวก็ยกเอา

ข้อต่อท้ายสัญญาที่ว่าถ้าไม่แต่งหรือยกเลิกการแต่งงานเขาต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้หมดภายใน  3  วัน  หรือไม่ก็ต้องถูกฟ้องล้มละลาย

ประจักษ์ถูกนายดาวมัดมือชกจนดิ้นไม่หลุด สุดท้ายต้องกลั้นใจไปบอกรักวนิดาและขอแต่งงานเธอจึงยอมเข้าพิธี

พิธีรดน้ำผ่านไปกร่อยๆเพราะเจ้าบ่าวหน้านิ่งเย็นชาจนไปถ่ายรูปคู่กับเจ้าสาว  ถูกคะยั้นคะยอให้ยิ้มก็ฉีกยิ้มจนดูล้นๆ  วนิดาแปลกใจกับท่าทีเหมือนหุ่นของเขา ได้แต่เฝ้าดูเงียบๆ

หลังพิธีแต่งงาน ประจักษ์บอกนายดาวว่าหมดหน้าที่ของตนแล้วจะขอกลับไปย้ำว่าขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงกัน นายดาวยิ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ย้ำเตือนว่า

"สองทุ่ม เจอกันที่บ้านมหศักดิ์" พอประจักษ์ถามงงๆว่าสองทุ่มมีอะไร นายดาวยิ้มกริ่มถามว่าเขาไม่ได้อ่านสัญญาให้ครบถ้วนหรือ พลางควักสัญญาฉบับที่พับเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาอ่านให้ฟัง "ฉบับที่สี่ ฤกษ์ส่งตัวคือสองทุ่มที่ห้องหอบ้านมหศักดิ์ หลังจากนั้นนายพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ ต้องเลี้ยงดูนางสาววนิดา มหศักดิ์ โดยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน"

ประจักษ์โวยวายว่าถูกนายดาวโกง  เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตนแต่งงานกับวนิดาไม่ใช่แต่งกันเพราะความรัก เกิดวันไหนตนเกรี้ยวกราดใส่วนิดา แล้วยังมีแม่ตนอีก ลูกสาวเขาจะทนไหวหรือ

"เรื่องนั้นผมคงห้ามไม่ได้ แต่ถ้าจะรังแกกันจนลูกสาวผมทนไม่ได้จริงๆ  ในท้ายสัญญาก็ระบุชัดเจนแล้วว่าผมจะฟ้องร้องต่อศาลให้ถึงขั้นล้มละลายกันเลยทีเดียว!"

ประจักษ์ได้แต่กัดฟันแค้นจนพูดไม่ออก ในที่สุดก็ต้องยอมตามที่นายดาววางแผนไว้

ooooooo

เมื่อคุณนายน้อมรู้ว่าลูกสาวของนายดาวจะมาอยู่ที่บ้านมหศักดิ์   ก็ตำหนิลูกชายว่าเสียรู้นายดาวจนได้  ประจักษ์แย้งว่าเสียรู้ตั้งแต่ตอนที่แม่ตกลงจะให้ตนแต่งงานกับวนิดาแล้ว  ตนต้องกล้ำกลืนทำทุกอย่างเพื่อมหศักดิ์เท่านั้น

ในที่สุดคุณนายน้อมย้ายออกไปอยู่ที่บ้านพักบางปะอิน โดยให้ป้าทองกับนายไปล่อยู่ที่นี่ กำชับป้าทองอย่างเข้มงวดว่า

"ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ที่นี่ แกต้องเป็นตัวแทนฉัน ทำวิธีไหนก็ได้ให้นังวนิดามันเจ็บปวด ทุกข์ทรมานที่สุด เข้าใจไหม"

ป้าทองรับคำทำหน้าแบบว่ามือชั้นนี้แล้วเชื่อขนมกินได้เลย

ฝ่ายนายดาว ก่อนถึงเวลาส่งตัวก็เฝ้าปลอบประโลมลูกสาว วนิดาปรารภว่าท่าทางประจักษ์ไม่พอใจตนอยู่ตลอดเวลา นายดาวก็แก้ให้ว่าเป็นเพราะเขาตื่นเต้นเลยตึงเครียด จากนั้นบรรยายความรักและความตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อลูกของตนบอกวนิดาว่า พ่ออดทนได้ทุกอย่างเพื่อลูก

วนิดาฟังแล้วกอดพ่อบอกว่า "ลูกภูมิใจมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณพ่อ"

จนถึงเวลาส่งตัว พอนายดาวพาวนิดาไปถึงบ้าน

มหศักดิ์ ไปล่เห็นวนิดาถึงกับตะลึงพรึงเพริดอุทานเหมือนเพ้อ "แม่เจ้าโว้ย...เจ้าสาวของคุณใหญ่งามจริงๆ เนอะป้าทอง สวยเหลือเกิน"

ป้าทองถลึงตาใส่ หันไปเห็นสมหมายคนขับรถของนายดาวหิ้วกระเป๋าน้อยใหญ่หลายใบเข้ามาก็บ่นว่าไม่รู้ขนสมบัติบ้าบออะไรมาเป็นกระบุงๆ ไม่มีที่จะให้เก็บหรอก ไม่เพียงเท่านั้น ยังปรามไปล่ห้ามเรียกวนิดาว่าคุณนายเป็นอันขาด เพราะคุณนายบ้านนี้มีคนเดียวคือคุณนายน้อมไม่งั้นจะโดนแพ่นกบาล!

วนิดารู้สึกถึงสายตาท่าทางที่ไม่เป็นมิตรของป้าทอง รู้สึกอึดอัดตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาที่นี่

หลังจากนายดาวส่งตัวลูกสาว ฝากฝังประจักษ์ให้ดูแลให้ดี ยํ้ากับประจักษ์ว่า "ผมจะคอยดู" แล้วก็ขอตัวกลับ วนิดารู้สึกใจหายว้าเหว่ขึ้นในทันทีที่พ่อกลับไป

ooooooo

วนิดารู้สึกโดดเดี่ยวในที่แปลกใหม่ แล้วยิ่งตกใจเมื่อประจักษ์เดินเข้ามาบอกเธอว่า ให้เธอนอนห้องนี้ส่วนเขาจะไปนอนห้องของตัวเอง พูดแล้วเดินไปเลย

"นี่มันอะไรกัน?" วนิดาถามตัวเองอย่างมึนงง สับสน กับการแต่งงานที่แปลกประหลาดนี้ เธอตัดสินใจไปเคาะประตูเรียกประจักษ์ ก็ถูกป้าทองที่คอยจ้องอยู่แล้วมาเอ็ดว่านี่เป็นเวลานอนถ้าจะคุยอะไรก็ให้คุยตอนเช้า วนิดาจึงกลับไปที่ห้องตัวเองงงๆ เริ่มรู้สึกกลัวๆกับบรรยากาศที่นี่ขึ้นมา

อดทนรอจนกระทั่งเช้า วนิดาไปเคาะประตูเรียกประจักษ์อีก ถูกป้าทองมาขัดอีกตามเคยบอกว่าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้ว พอวนิดาบอกว่าอยากคุยกับประจักษ์ก่อน ป้าทองก็พูดหน้าตาเฉยว่ามีอะไรไว้คุยคืนนี้ก็แล้วกัน

"ป้าจะเอายังไง เมื่อคืนฉันจะคุยป้าก็บอกให้คุยตอนเช้า พอฉันจะคุยตอนเช้าป้ากลับบอกให้คุยคืนนี้" วนิดาเริ่มไม่พอใจ

"ก็คุณใหญ่ออกไปทำงานแล้วนี่คะ" ป้าทองเสียงดังแล้วบ่น "ใครเขาจะนอนกินบ้านกินเมืองเหมือนคุณ" พูดแล้วเดินเชิดไป วนิดายืนมึนที่โดนแต่เช้าเลย

พอไปที่โต๊ะอาหารเห็นอาหารจัดใส่จานสวยงามมีกับข้าวหลายอย่าง เธอมองมึนๆ บอกป้าทองว่าวันหลังไม่ต้องทำเยอะขนาดนี้ก็ได้เพราะตอนเช้าตนไม่ค่อยทานอะไร ก็ถูกแขวะทันทีว่า ไม่ค่อยทานหรือทานไม่เป็นกันแน่ ลอยหน้าพูดโดยไม่มองวนิดาว่า

"ดิฉันลืมไปว่าคุณคงไม่ถนัดอาหารแบบที่ผู้ดีเขาทานกัน ยังไงพรุ่งนี้ดิฉันจะทำข้าวต้มกุ๊ยให้ทาน หวังว่าคงถูกใจนะคะ" ว่าแล้วเรียกไปล่ให้มาเก็บโต๊ะ

วนิดารู้ว่าถูกแอบด่าแต่ก็เก็บกดอดกลั้นไว้ จนไปล่มาเก็บโต๊ะบอกว่าอย่าไปถือสาป้าทองเลย ทำให้เธอรู้สึกดีกับไปล่ เลยแอบถามว่าปกติประจักษ์กลับบ้านกี่โมง ไม่ทันที่ไปล่จะตอบก็ถูกเสียงป้าทองแจ๋เข้ามาเร่งให้รีบเก็บโต๊ะ แถมด่าไปล่ แขวะวนิดาว่า

"งานการมีให้ทำตั้งเยอะตั้งแยะไม่ใช่พวกนั่งๆนอนๆวันๆไม่ต้องทำอะไรนะเว้ย ขี้เกียจสันหลังยาวนะเอ็ง" แล้วเดินไปบอกวนิดาว่าอยากรู้อะไรให้ถามตนแล้วสะบัดพรืดไปเลย

กระนั้นวนิดาก็ยังอดกลั้น เดินไปหาป้าทองที่ครัวบอกว่ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอกได้ เพราะตนถือสุภาษิตที่ว่า "อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น"

ป้าทองรู้ว่าถูกด่าคืนเลยหันไปด่าไปล่กระทบวนิดาไล่ให้รีบไปทำงานเห็นหน้าแล้วหงุดหงิด พอวนิดาเดินออกไป ป้าทองก็ยิ้มสะใจพูดเบาๆ "ไม่รู้จักนังทองคนนี้ซะแล้ว ฮึ!"

ooooooo

รุ่งขึ้น ประจักษ์ไปทำงานตามปกติ ปรากฏว่าถูกเพื่อนๆมาห้อมล้อมแสดงความยินดี บ้างก็พูดแซวว่าเขาเหมือน "หนูตกถังข้าวสาร" บ้างก็ดีใจที่จะได้ให้เขาช่วยยืมเงินดอกเบี้ยต่ำจากนายดาวผู้เป็นพ่อตา เขางงมากว่าเพื่อนๆเหล่านั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขาแต่งงาน

จนกระทั่งเจ้ากรมแสดงความยินดีด้วยเมื่อพบกัน เขาจึงรู้จากมนตรีว่า ทุกคนรู้จากข่าวหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปเขาเป็นเจ้าบ่าวถ่ายคู่กับเจ้าสาวเมื่อวานนี้

ประจักษ์คาดได้ว่าเป็นฝีมือนายดาว ตกกลางวันจึงนัดพบกันที่สวนลุมพินี ต่อว่านายดาวที่ไม่ทำตามสัญญา นายดาวตะแบงไปตามเคยว่าตนไม่ได้ไปป่าวร้องที่ไหนนั่นก็เพียงแค่การลงรูปเท่านั้น ใครๆก็อยากมีรูปลงหนังสือพิมพ์ ที่สำคัญคือเขาลงให้ฟรีด้วยเพราะนักข่าวที่นี่ติดหนี้ตนอยู่

สุดท้ายประจักษ์ก็แพ้ความกะล่อนเจ้าเล่ห์ของนายดาวกลับไปอย่างหัวเสีย

ปราณีเห็นใจพิสมัยมาก นั่งดูรูปกันแล้วปราณีเตือนพิสมัยว่าต้องระวังให้ดี เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา ย้ำขณะตาดูรูปวนิดาว่า

"สวยออกอย่างนี้ ฉันล่ะหวั่นใจแทนเธอจริงๆ เหมือนทิ้งแมวไว้กับปลาย่าง เธอต้องระวังคุณพี่จะปันใจไปให้นังนี่นะพิสมัย"

พิสมัยไม่พูดแต่สีหน้าแววตาเธอกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

วนิดานั่งดูนาฬิการอการกลับมาของประจักษ์ จน 6 โมงเย็นเขาก็ยังไม่กลับมา พอถามไปล่ก็ถูกป้าทองจอมแสบมาขวาง ด่าไปล่ประชดวนิดาจนเธอทนไม่ได้ลุกขึ้นข้างบน บอกไปล่ว่าถ้าประจักษ์กลับมาให้ขึ้นไปตามด้วย

พอวนิดาเดินขึ้นข้างบน ป้าทองก็ด่าตามหลังแล้วสั่งไปล่ว่าไม่ต้องเสนอหน้าไปตาม ว่าแล้วเดินเข้าบ้านไป ไปล่งงเป็นไก่ตาแตกที่ถูกป้าทองเอาเป็นตัวด่ากระทบวนิดาอยู่เรื่อย

จนกระทั่งกลางคืนพอประจักษ์กลับมา ไปล่ก็รีบไปบอกว่าวนิดาต้องการพบเขา แต่เพียงครู่เดียวไปล่ก็ไปบอกวนิดาว่า "คุณใหญ่กลับมาแล้วครับ แต่บอกว่าไม่ว่างจะคุยกับคุณ"

เมื่อซักถามจากไปล่ได้รับคำตอบว่า ประจักษ์บอกว่าไม่ว่างอย่างไม่มีกำหนด วนิดาแค้นนักปักใจต้องหาทางเจอเขาให้ได้

เช้าวันรุ่งขึ้นเธอตื่นแต่ไก่โห่ไปดักที่รถคาดว่าต้องเจอแน่ๆ แต่ปรากฏว่าประจักษ์มาเห็นเสียก่อน ถอยไปเจอป้าทองเลยขอความช่วยเหลือ ฝีมือป้าทองเชื่อขนมกินได้อยู่แล้ว ครู่เดียวป้าทองก็มาขอแรงวนิดาให้ไปช่วยยกของให้ พอวนิดาเดินไปจากรถเท่านั้น ประจักษ์ก็ย่องไปสตาร์ตรถขับออกไป วนิดาแค้นใจมากที่เสียรู้ป้าทองจนได้

ตกกลางวัน ประจักษ์นัดพบกับพิสมัยที่สวนหย่อมที่เดิม เธอเล่าถึงความทุกข์ใจที่ใครๆก็มาถามเรื่องที่เขาแต่งงานเมื่อวานนี้ ที่ร้ายกว่านั้นคือพอเสด็จท่านทราบเรื่องก็ทรงกริ้วมาก เธอขอร้องเขาอย่าได้เข้าใกล้วนิดามากตนรู้สึกหวั่นใจ

ประจักษ์เห็นถึงความทุกข์ใจของพิสมัย เขาโอบเธอปลอบให้กำลังใจให้ความมั่นใจว่าตนจะไม่มีวันเป็นอื่นแน่นอน

ขณะนั้นเองมีหญิงสาวสองคนผ่านมาเห็นประจักษ์กำลังโอบปลอบพิสมัยก็ซุบซิบกันว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เจ้าสาวในรูปที่ เขาแต่งงานด้วยเมื่อวาน พูดให้เข้าหูทั้งสองว่า ทำอะไรน่าบัดสี ทำให้พิสมัยรับไม่ได้ที่ถูกมองว่าเป็นคนแย่งสามีคนอื่นทั้งที่ตัวเองถูกแย่งคนรัก เธอร้องไห้เสียใจจะกลับ ประจักษ์ขอไปส่ง เธอปฏิเสธว่า

"อย่าเลยค่ะ น้องมาเองก็กลับเองได้ คุณพี่รีบกลับไปพะเน้าพะนอภรรยาเถอะค่ะ"

พูดอย่างน้อยใจ หึงหวง แล้วเรียกสามล้อกลับ ประจักษ์ ได้แต่ยืนมองเซ็งจนบอกไม่ถูก

ooooooo

ส่วนวนิดาก็ถูกป้าทองคอยจ้องกลั่นแกล้งจับผิดทุกลมหายใจ ทีแรกเธอก็ยอมๆแต่หนักเข้าทนไม่ได้ พอตั้งหลักได้เธอก็เอาคืนจากป้าทองได้ทุกเม็ดแก้เผ็ดได้แสบกว่าที่โดนเสียอีก

นายดาวไม่ไว้ใจกลัวลูกจะถูกแกล้งจึงมาแอบดูที่ประตูรั้ว เจอป้าทองกำลังแกล้งวนิดาจริงๆ แม้จะเห็นว่าลูกสาวไม่ยอมก้มหัวให้ แต่นายดาวก็หาทางช่วยลูกด้วยการกลับไปบ้านหาคนมาอยู่เป็นเพื่อนลูก

ด้วยความมุ่งมั่นจะเอาชนะประจักษ์ให้ได้ เมื่อเช้าถูกป้าทองหลอกจนประจักษ์รอดตัวไป คืนนี้วนิดาจึงมาปักหลักดักคอยเขาที่หน้าห้อง  ปรากฏว่าตกดึกหลับผล็อยไป  ประจักษ์ กลับมาหลังเที่ยงคืนเห็นเธอนั่งคอพับคออ่อนอยู่ เลยแอบปีนหน้าต่างเข้าห้อง พูดอย่างสะใจ "รอได้ก็รอไป"

จนกระทั่งเช้า ไปล่มาเจอวนิดานอนตะแคงอยู่หน้าห้องประจักษ์ถามว่าทำไมมานอนตรงนี้

"ฉันมารอเจ้านายไปล่น่ะสิ  เฮ้ย!  เช้าแล้วนี่  เจ้านายไปล่ล่ะ"  เธอลุกขึ้นมองเลิ่กลั่ก  รีบวิ่งไปดูหน้าบ้าน  เห็นแต่ ท้ายรถของประจักษ์กำลังขับออกไป  เธอบ่นตัวเอง  "ไม่น่าหลับเลยเรา"

ยังไม่หายโมโหตัวเองก็มาได้ยินป้าทองพูดประชดประชันอีกว่า เจ้านายตนถูกมารผจญให้เจ็บใจอีก

ooooooo

วันต่อมา จวงก็มาพร้อมกับรถบรรทุกที่ขนของมาราวกับย้ายบ้าน ป้าทองไม่รู้จักจวงแต่จวงรู้กิตติศัพท์ป้าทองเลยปะทะคารมกันตั้งแต่เจอกันที่ประตู ป้าทองไม่ยอมให้จวงเข้าบ้าน จวงอ้างว่าตนเป็นคนสนิทของวนิดา มหศักดิ์ แล้วสั่งสมหมายให้ขนของเข้าบ้าน โชคดีที่ไปล่ถูกชะตากับสาวๆ จวงเลยได้พวก

ป้าทองขวางเต็มที่ แต่วนิดาลงมาพอดีรับจวงเข้าบ้าน ป้าทองเลยได้แต่แค้นใจ คอยจนประจักษ์กลับมาตอนกลางคืนจึงไปฟ้องฉอดๆ บอกประจักษ์ว่าต้องสั่งสอนขืนปล่อยไว้จะยิ่งได้ใจ

"ช่างเขาเถอะป้า" ประจักษ์เหนื่อยหน่าย พอป้าทองท้วงติงเขาบอกว่า "พอได้แล้วป้า ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"

ป้าทองลุกไปเซ็งๆ ก็ถูกจวงวิ่งพรวดเข้ามาชนโครมจนล้มไปด้วยกัน จวงไม่สนใจป้าทองรีบบอกประจักษ์ว่าวนิดามีธุระจะคุยด้วย

"ฉันไม่ว่าง" ประจักษ์สวนไปทันทีแล้วเดินเลยไป

จวง ไม่ยอมร้องเรียกแล้วจะตามไปถูกป้าทองมาดักทาง จวงล่อหลบซ้ายหลีกขวาจนป้าทองเวียนหัวแล้วรีบตามประจักษ์ไป บอกว่าวนิดามีเรื่องจะคุยกับเขาจริงๆ ก็ถูกป้าทองตามมาด่า ดึงตัวออกไป ทั้งคู่เหมือนพังพอนกับงูเห่า ด่ากันไม่กี่คำก็จะตบกัน ดีที่วนิดาได้ยินเสียงออกมาห้ามไว้ พอหย่าศึกเสร็จ เธอมองที่ประตูห้องประจักษ์อย่างมุ่งมั่น

ครู่เดียวเธอก็ปีนหน้าต่าง เข้าไปในห้องประจักษ์จนได้ ถามเพื่อเอาคำตอบให้ได้ว่าเขาแต่งงานกับตนทำไม ประจักษ์ ไม่ยอมบอก แต่สุดท้ายทนไม่ไหวเลยลากวนิดาไปทิ้งไว้หน้าห้อง

วนิดา ไม่ยอมแพ้ไปเอาบันไดมาพาดที่ระเบียงปีนขึ้นไปอีกจนได้ เป็นเวลาที่ประจักษ์กำลังเอารูปพิสมัยมาดูด้วยความรักคิดถึง พอหันมาเห็นวนิดาก็ตกใจ วนิดาเองก็ตกใจเสียงร้องของเขาหงายหลังเกือบตกลงไป ดีที่เขาคว้าไว้ทัน กระชากสุดแรงจนเธอเข้าไปอยู่ในอกเขา ต่างฝ่ายก็ชะงักแล้วรีบผละออก

ประจักษ์ไล่วนิดาให้ออกไปเสียถ้าเธอ ไม่ออกเขาจะออกไปเอง ทำท่าจะลุกไป วนิดาเห็นรูปพิสมัยหยิบขึ้นมาดูถามว่านี่รูปใคร ประจักษ์จะแย่งรูปคืน วนิดามีข้อแม้ว่าถ้าเขาไม่ตอบคำถามก็จะไม่คืนรูป เลยยื้อแย่งกันนัวเนีย จนรูปหลุดจากมือวนิดาตกกระจกแตก

"พิสมัย!!" ประจักษ์ตกใจ จ้องวนิดาหน้าแดงก่ำ พูดอย่างโกรธจัดว่า "เขาชื่อพิสมัย ชื่อเพราะกว่าเธอ สวยกว่าเธอเรียบร้อยกว่าเธอ และเขาเป็นที่รักของฉัน"

วนิดาอึ้งถามว่าเมื่อเขามีคนรักอยู่แล้วมาแต่งงานกับตนทำไม ความลับเลยแตก

"พ่อ เธอบังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอ เพื่อชดใช้หนี้แทนน้องชายฉันยังไงล่ะ" วนิดาสะอึกอึ้งขว้างแหวนแต่งงานคืนเขา แล้วก็ยิ่งช้ำใจเมื่อเขาบอกว่า "มันไม่ใช่แหวนของฉัน แต่เป็นแหวนของพ่อเธอ!"

วนิดาสุดที่จะทนอยู่ตรงนั้นได้แล้ว เธอวิ่งจะปีนหน้าต่างออกไปทางเดิม ประจักษ์คว้าไว้

"ออกทางประตูสิ จะออกไปทางนั้นทำไม เดี๋ยวก็ตกไปตายจริงๆหรอก"

"ถ้าฉันตาย คุณน่าจะดีใจไม่ใช่เหรอ" วนิดาจ้องเขม็ง เสียงสะท้าน ทำเอาประจักษ์ผงะอึ้ง

เมื่อ ปีนลงมาและเดินอ้าวกลับห้องตัวเอง ไปคิดทบทวนคำพูดของประจักษ์ว่าเขาแต่งงานเพื่อชดใช้หนี้แทนน้องชายตามที่นาย ดาวพ่อของเธอบังคับแล้ว วนิดาก็ยิ่งโกรธแค้น เจ็บใจ เสียใจ เฝ้าครุ่นคิดถามตัวเองอย่างสับสนว่า จะทำยังไงดี?

ooooooo

ตอนที่ 2

แผนการที่วนิดาคิดว่าสะใจที่สุดแล้วคือ แกล้งถือแก้วน้ำหกใส่ประจักษ์ พอเห็นหน้าคนทำประจักษ์ก็พูดอย่างระอา "เธออีกแล้วเหรอ"

ทั้ง คู่ต่อล้อต่อเถียงกันอีกตามเคย เถียงและแอบด่าพอได้สะใจวนิดาก็แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกก่อนเดินหนีไปดื้อๆ ประจักษ์มองตามสบถอย่างหัวเสีย "เด็กบ้า!"

กลับไปถึงโต๊ะ พิสมัยถามว่าทำไมเสื้อเปื้อนอย่างนี้เขาตัดบทว่าตนซุ่มซ่ามทำน้ำหกเองแล้ว จ่ายค่าอาหาร ตาเหลือบมองไปอีกโต๊ะเห็นมนตรีกำลังนั่งอยู่กับสุมาลีก็นึกในใจว่าไม่เห็น สวยอย่างที่มนตรีบอกซักนิดเดียว

แต่ที่แท้คือพอประจักษ์คล้อยหลังไป วนิดากับกัลยาก็กลับมาที่โต๊ะ เลยเข้าใจผิดไป

คืน นี้ ที่บ้านมหศักดิ์ตึงเครียดมากเมื่อจนดึกแล้วประจวบยังไม่กลับบ้าน คุณนายน้อมผู้เป็นแม่นั่งไม่ติดให้ป้าทองกับประจักษ์โทร.เช็กไปตามบ้าน เพื่อนหรือคนรู้จักก็ไม่มีใครรู้ คุณนายเสนอให้แจ้งความแต่ประจักษ์เห็นว่าน้องไม่ใช่เด็กแล้ว เลยถูกแม่บอกให้ออกไปตามหาน้องด้วยแม่เป็นห่วง

ไม่ทันไร ไปล่ก็หิ้วปีกประจวบเข้ามาบอกว่าเขาเดินมาหมดสติที่หน้าบ้าน คุณนายผวาเข้าไปถามว่าใครทำอะไรลูก ประจวบค่อยๆลืมตาร้องไห้ฟูมฟายขอให้พี่ชายและแม่ช่วยตนด้วย ครู่เดียวก็หลับไป ประจักษ์ได้แต่มองหน้าน้องคิดเดาไปต่างๆนานาว่าเกิดอะไรขึ้น

จน กระทั่งเช้า เมื่อประจักษ์ถามว่าเมื่อคืนไปไหนมาถึงได้เมาหัวราน้ำแบบนั้น ประจวบปดเพื่อให้พี่ชายสบายใจว่าเพื่อนชวนไปดื่มและไม่ยอมให้กลับ ครั้นถูกซักว่าแล้วร้องไห้ทำไม ประจวบหน้าเสียแต่ก็ตอบเลี่ยงไปว่า

"เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกครับ คนเมาก็พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย"

ooooooo

เมื่อ ประจวบไปที่กรมทหารม้าตามปกติ เขาถูกนายดาวพรวดออกมาขวางทวงคำตอบที่ค้างไว้ตั้งแต่ เมื่อวาน เมื่อเห็นประจวบอึกอักลังเล นายดาวหว่านล้อมว่า

"ผมไม่เห็นว่าคุณจะต้องคิดอะไรมาก คุณได้ลูกสาวผมไปเป็นภรรยา ก็เหมือนได้เพชรเม็ดงามไปครอบครองจะต้องคิดอะไรอีก"

ประจวบ ย้อนถามว่าตนมีคนรักอยู่แล้วจะให้แต่งงานกับลูกสาวเขาได้ยังไง นายดาวบอกให้ไปบอกเลิกกับคนรักเสีย ประจวบด่าสวนไปทันทีอย่างรับไม่ได้ว่า

"เห็น แก่ตัว...ผมจะไม่มีวันยอมให้ลูกสาวคุณมาใช้สกุลมหศักดิ์ที่ผมเคารพบูชา ถึงคุณจะยื่นฟ้องศาลหรือทำกับผมยังไง คุณก็ไม่สามารถซื้อผมไปเป็นผัวลูกสาวคุณได้หรอก"

นายดาวคุยโวว่ามีหลายคนที่ต้องการเป็นลูกเขยตน ประจวบถามว่าแล้วทำไมต้องเป็นตน

"เพราะ คุณเป็นมหศักดิ์ยังไงล่ะ คิดให้ดี ตอนนี้ผมเป็นฝ่ายได้เปรียบ คุณจะยอมขึ้นศาล ยอมถูกถอดจากตำแหน่งหน้าที่การงานจริงน่ะเหรอ คุณจะให้มหศักดิ์ สกุลที่เต็มไปด้วยเกียรติยศต้องพังพินาศเพียงเพราะคุณคนเดียวเหรอ...เฮ้อ... น่าเสียดาย...น่าเสียดาย"

นายดาวเข้าไปบีบไหล่ประจวบแน่น ยื่นคำขาดว่าถ้าเขาไม่ยอมแต่งงานกับลูกสาวตนจริงๆก็ให้ใช้หนี้ให้ครบภายใน สามวัน ประจวบตกใจต่อรองเป็น 6 เดือนได้ไหม นายดาวไม่ยอมหัวเด็ดตีนขาดก็ให้แค่สามวัน ว่าแล้วเดินไปอย่างผยอง

"ฉันไม่มีวันยอมแต่งงานกับลูกสาวของแกเด็ดขาด!!" ประจวบพึมพำกำมือแน่น

ooooooo

เหมือน พรหมลิขิตให้ชีวิตต้องเจอกัน วันนี้วนิดาไปขี่ม้าที่สนามม้าตามลำพัง ความสวยสง่าบนหลังม้าของเธอทำให้ชายหนุ่มข้างสนามพากันฮือฮาปรบมือเป่าปาก ชื่นชมให้กำลังใจกันอึกทึก

ประจักษ์จูงม้าออกมาเอะใจหันไปมอง แล้วก็ต้องอุทานอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อเห็นเป็นวนิดาว่า "ยัยเด็กนี่อีกแล้วเหรอ" แล้วเบ้หน้าเมื่อเห็นพวกหนุ่มๆพากันคลั่งไคล้พึมพำว่า "ไม่เห็นน่าชื่นชม"

ทันใด วนิดาตกใจร้องสุดเสียง "ว้าย!!" เมื่อม้าสีดาที่เธอขี่เกิดพยศยกขาหน้าขึ้นจนเธอต้องกอดคอม้าไว้แน่น พวกหนุ่มๆขี้หลีที่ทำท่าหลงใหลเมื่อครู่พากันมองเหวอทำอะไรไม่ถูก

"ทำไมไม่มีใครเข้าไปช่วยฮะ!!"   ประจักษ์ตะโกน

พวก หนุ่มคะนองเหล่านั้นพากันส่ายหน้า ประจักษ์จึงกระโดดขึ้นควบม้าไปช่วยดึงวนิดามานั่งม้าของตัวเองแล้วเขาก็ขี่ เจ้าสีดาปราบพยศจนสำเร็จด้วยความอ่อนโยนเมตตา

วนิดาชื่นชมเขาเอ่ย ขอบใจที่ช่วย แต่พอถูกประจักษ์พูดอย่างเย็นชาว่าตนทำตามหน้าที่ไม่ได้หลงเสน่ห์เธอเหมือน คนอื่น ความรู้สึกดีๆของวนิดาก็เลยกลายเป็นฉุน ต่อปากต่อคำกันตามเคย สุดท้ายแม้แต่คำขอบคุณที่ให้ไปเธอยังทวงคืน จนประจักษ์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ บ่นงึมงำ

"ลูกเต้าเหล่าใคร ขออย่าให้เจออีกเลย"

ooooooo

ประจวบ อึดอัดกลัดกลุ้มเรื่องหนี้สินแต่ไม่ปริปาก บอกใคร จนตัดสินใจบางอย่างแล้วจึงพูดเปรยๆกับปราณีว่า ถ้าตนต้องไปที่ไหนสักที่ที่ไกลๆเธอจะรอไหวไหม ปราณีหน้าเสียถามว่าเขาจะไปไหน เมื่อประจวบกลบเกลื่อนไปว่าก็แค่อยากรู้ว่าเธอรักตนมากแค่ไหนเท่านั้น เธอตอบอย่างหนักแน่นมั่นคงว่า

"น้องรักคุณพี่มากกว่าสิ่งใดๆในโลก และไม่ว่าคุณพี่จะต้องไปไหนที่ไกลแสนไกลหรือนานแค่ไหนน้องก็จะรอคุณพี่ค่ะ"

"ขอบใจนะจ๊ะยอดรักของฉัน" ประจวบกอดปราณีไว้ ด้วยความรัก แต่แอบถอนใจอย่างครุ่นคิด

จน เย็น เมื่อประจักษ์กลับถึงบ้าน จึงรู้เรื่องหนี้สินของประจวบ เมื่อไปนั่งปรึกษากันพร้อมหน้าทั้งสามคน คุณนายน้อมบอกประจักษ์ต้องช่วยน้อง ให้หาเงินไปคืนนายดาวเสียเรื่องจะได้ จบๆไป

ประจักษ์ยอมรับตรงๆว่า ตนไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น แล้วบ่นน้องชายว่าเคยเตือนแล้วว่ามีอะไรให้บอกทำไมถึงปล่อยให้เรื่องบาน ปลายขนาดนี้ กลับถูกผู้เป็นแม่ดุว่าอย่าไปว่าน้องเพราะกำลังขวัญเสีย

"ก็เพราะคุณแม่ให้ท้ายน้องอย่างนี้น่ะสิครับ ตาเล็ก ถึงไม่โตสักที" ประจักษ์บ่นแม่

"อ้าว...แล้ว นี่อะไรมาว่าแม่ด้วยอีกคน ถ้าจะต้องโทษกันละก็ ต้องโทษอีนังมณฑา นังนี่มันผูกใจเจ็บโกรธแค้นมหศักดิ์ ถึงคิดจองล้างจองผลาญให้เราล่มจม!"

ประจักษ์แย้งว่าป้ามณฑาคงไม่ได้เกี่ยวข้องรู้เรื่องอะไรกับนายดาวหรอก

"แม่ว่าป้ากับหลานมันต้องรู้กัน พ่อใหญ่...พ่อใหญ่ต้องช่วยน้องนะลูก" คุณนายหันมาฟูมฟายต่อ

ประจักษ์ สงสารน้อง รับปากว่าจะไปเจรจาผัดผ่อนกับนายดาวให้เอง ประจวบจึงยอมเผยเงื่อนไขของนายดาวว่า "เขาจะปลดหนี้ให้ผม ถ้าผมแต่งงานกับลูกสาวเขา" พอรู้ ข้อแม้นี้เท่านั้น คุณนายน้อมก็เป็นลมไปเลย

ooooooo

คุณนายน้อมมีความแค้นฝังใจกับมณฑาย่าของวนิดามาเนิ่นนาน ทั้งสองเป็นคู่สะใภ้ โดยมณฑาเป็นสะใภ้ใหญ่และคุณนายน้อมเป็นสะใภ้เล็ก แต่เพราะมณฑาเป็นกุลสตรีมีเมตตาโอบอ้อมอารีจึงเป็นที่รักใคร่ ของพระยามหศักดิ์ดำรง สามี ซึ่งเป็นพี่ชายของสามี คุณนายน้อม

ความริษยาทำให้คุณนายน้อมเวลานั้นใส่ร้ายป้ายสีมณฑา เป่าหูพระยามหศักดิ์ธำรงว่ามณฑาคบชู้สู่ชายขโมยเครื่องเพชรไปปรนเปรอชายชู้ พระยามหศักดิ์ธำรงหูเบาโกรธเกลียดมณฑาจนไล่ออกจากบ้าน

แต่นั้นมา มณฑาก็ไปอยู่กับนายดวง วงศ์วิบูลย์ผู้เป็น หลานชาย  ได้รับการดูแลจากวนิดาอย่างดี  จนย่าหลานคู่นี้สนิทสนม กันมาก

จากนั้น คุณนายน้อมก็กระหยิ่มยิ้มย่องว่า ถ้าไม่มีสะใภ้ คนโต ต่อไปทรัพย์สมบัติทุกอย่างก็ต้องตกเป็นของตน

จนวันนี้ เมื่อนายดาวมีข้อแม้ให้ประจวบแต่งงานกับวนิดาเพื่อยกหนี้ให้แลกกับการถูกฟ้องล้มละลายเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล คุณนายน้อมจึงรับไม่ได้ เคี่ยวเข็ญให้ประจักษ์ต้องช่วยน้อง ย้ำเป็นเรื่องคอขาดบาดตายว่า

"ลูกจะให้น้องแต่งงานกับลูกสาวไอ้หน้าเลือดนั่นไม่ได้เด็ดขาด"

คุณนายน้อมตีโพยตีพายจนประจักษ์ขอให้ใจเย็นๆ เรามาช่วยกันหาทางช่วยประจวบกันดีกว่า

"จะช่วยได้ยังไง ตอนนี้มหศักดิ์เหลือแต่ชื่อเท่านั้น..."

ประจวบได้แต่มองหน้าแม่กับพี่ชายด้วยความรู้สึกผิด ไม่สบายใจ พลันก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมา นั่นคือหนีไปหาเงินมาใช้หนี้ โดยเขียนจดหมายลาทิ้งไว้ที่บ้านฉบับหนึ่ง และไป ให้ปราณีคนรักฉบับหนึ่ง

รุ่งเช้า ปราณีถือจดหมายมาหาคุณนายน้อมที่บ้านแต่เช้า ตาบวมเหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน เมื่อเจอกับคุณนายน้อม ต่างมองจดหมายในมือของอีกฝ่ายอย่างเดาเรื่องออก พอดีประจักษ์มาพบถามว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นทั้งสามจึงพากันไปนั่งที่ห้องรับแขก

ooooooo

ประจักษ์เป็นคนอ่านจดหมายให้ฟัง ประจวบเขียนกราบเท้าแม่และขอโทษพี่ชายที่ไปโดยไม่บอกกล่าว เขียนบอกว่าเขาได้ลาออกจากราชการทหารเรียบร้อยแล้ว  และจะรีบหางานทำหาเงินมาใช้หนี้นายดาวให้ เร็วที่สุด  ฝากแม่กับพี่ชายดูแลปราณีสุดที่รักของตนด้วย สัญญาว่าจะรีบกลับมา

คุณนายน้อมร้องไห้โฮตีโพยตีพายสงสารลูก ส่วนประจักษ์นิ่งครุ่นคิดที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง

ไวเท่าความคิด บ่ายนี้เขาไปที่บ้านนายดาวแต่นายดาวไม่อยู่ คนใช้บอกว่าอยู่แต่วนิดา เขาจึงตัดสินใจคุยกับวนิดาแทนก็ได้ คนใช้บอกว่าไม่ทราบว่าวนิดาไปไหนขอให้รอสักครู่

ที่แท้นายดาวไปหาคุณหญิงน้อมที่บ้านบอกว่าจะมาคุยเรื่องงานแต่งงานของประจวบกับลูกสาวตน คุณหญิงโกรธจนพูดแทบเป็นตะโกน ประกาศไม่ยอมให้ตระกูลผู้ดีอย่างมหศักดิ์ต้องไปคลุกกับตระกูลไพร่อย่างเขาเด็ดขาด ด่านายดาวว่าอยากหาผัวให้ลูกจนตัวสั่นระริก ต้องใช้เงินซื้อผัวให้ลูกสาวตัวเอง

"ผมไม่ต้องการซื้อสามีให้ลูกสาวตัวเอง ผมต้องการให้ ลูกสาวมีสามีที่ดี และลูกชายของคุณนายก็คือผู้ชายคนนั้น คุณนายจะไม่เสียใจเลยที่ได้วนิดาลูกสาวของผมเป็นศรีสะใภ้" นายดาวยังใจเย็น

คุณนายบอกนายดาวอย่างสะใจว่าตอนนี้ประจวบหนีไปแล้ว คิดว่านี่เป็นไม้ตายที่ฟาดหน้าแงนายดาวได้ฉมัง แต่ที่ไหนได้ นายดาวกลับพูดหน้าตาเฉยอย่างเป็นต่อเต็มที่ว่า

"ในเมื่อจำเลยหนีไปแล้วแบบนี้ ถ้าเรื่องถึงศาลไม่มีจำเลยมาแก้ตัวผมก็ได้เปรียบชนะใสๆ มหศักดิ์ล้มละลาย บ้านและทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็จะตกเป็นของผม"

คุณนายโกรธตัวสั่นจนขู่จะฆ่า นายดาวก็ขู่ว่าถ้าฆ่าตนคุณนายก็ติดคุก คุณนายเลยถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร นายดาวพูดอย่างกระหยิ่มว่า

"ผมทราบว่าคุณประจวบมีพี่ชายชื่อพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ และยังเป็นโสดอยู่ด้วยใช่ไหมครับ"

คุณนายน้อมอึ้ง อ่านใจนายดาวออกว่าหมายความว่าอย่างไร

ooooooo

ฝ่ายประจักษ์รอวนิดาอยู่เป็นชั่วโมง ปรากฏว่าวนิดากับจวงไปตลาด วนิดาเป็นคนขี่จักรยานมีจวงซ้อน เธอขี่โลดโผนจนจวงพลัดตกลงในปลักโคลน ตัวเองก็ล้มไปกับจักรยานจมปลักโคลนเช่นกัน เลยหน้าตามอมแมม หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน รีบกลับมาเอาสายยางฉีดน้ำล้างออก ยังเล่นกันต่อด้วยการฉีดน้ำใส่กันวิ่งไล่กันจนไปหลบอยู่หลังรถของประจักษ์

ประจักษ์คอยอยู่จนเบื่อออกมาได้ยินเสียงสาวๆหัวเราะกันคิกคักสนุกสนาน มองไปเห็นกำลังไล่ฉีดน้ำและหลบกันอยู่หลังรถตน ตะโกนถามอย่างไม่พอใจว่า

"นั่นใครมาเล่นอะไรที่รถฉัน" สองสาวเงียบกริบรีบหลบ เขายิ่งโมโห "ใครหลบอยู่ตรงนั้นออกมานะ!!"

สองสาวหัวหดอยู่หลังรถ ถูกเขาขู่หนักเข้าจวงเลยออกมายิ้มแหยๆ แต่พอเห็นหน้าหล่อของประจักษ์ก็ตาวาวกลายเป็นดี๊ด๊า พอถูกว่าก็แก้ตัวเอาความดีว่าตนเห็นรถมันเลอะ เลยทำความสะอาดให้

ประจักษ์ไม่เชื่อทั้งยังจะให้เอาอีกคนหนึ่งออกมาด้วย แต่ปรากฏว่าสาวคนนั้นหายแวบไปแล้ว ประจักษ์เลยขับรถพรืดออกไปอย่างโมโหฉุนเฉียว

ooooooo

พอกลับถึงบ้าน คุณนายถามว่าไปไหนมาหรือ เอาน้ำส้มคั้นสดๆมาให้ดื่มให้ชื่นใจ ยิ้มแย้มอารมณ์ดีฟังลูกชายเล่าว่าไปหานายดาวมาแต่ไม่เจอ เสนอแม่ว่าให้นายดาวยึดสมบัติของเราไปเถอะ  อย่าไปเสียดายเลย  แต่ตนจะไม่มีวันยอมลดเกียรติและศักดิ์ศรีของเราด้วยการไปเกี่ยวดองกับนายดาวเด็ดขาด

คุณนายฟังแล้วกระอักกระอ่วนใจ สุดท้ายทำใจกล้าบอกลูกชายว่าแม่ไปหาฤกษ์แต่งงานมาแล้ว ประจักษ์ดีใจถามว่าแล้วพิสมัยรู้แล้วหรือยัง

"ไม่ต้องพิสมัยหรอกลูก เพราะเจ้าสาวของลูกคือ วนิดา วงศ์วิบูลย์"

"นังเด็กนั่นหรือครับคุณแม่!!" ประจักษ์แทบช็อก

ส่วนนายดาวก็กลับไปบอกวนิดาว่าจะให้ลูกแต่งงานกับพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ วนิดาตกใจเพราะไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้ ปฏิเสธว่า "ลูกไม่แต่งค่ะ" ซึ่งก็เป็นเวลาที่ประจักษ์ ปฏิเสธแม่ไปอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นกันว่า "ผมก็ไม่แต่งครับคุณแม่..."

ปรากฏว่า ทั้งวนิดาและประจักษ์ต่างปฏิเสธพ่อและแม่ของตนอย่างเด็ดเดี่ยวว่าไม่ยอมแต่งงานกับคนที่พ่อและแม่หามาให้

ooooooo

วนิดาหงุดหงิดว้าวุ่นใจมาก เมื่อเล่าให้มณฑาฟังว่าพ่อจะให้แต่งงาน ทีแรกมณฑาก็สนับสนุนเพราะหลานสาวอายุย่าง 22 แล้ว แต่พอรู้ว่าผู้ชายที่นายดาว เลือกให้ชื่อพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ เท่านั้น มณฑาก็ตัวสั่นขึ้นมาและหมดสติไปในที่สุด

เมื่อตามหมอมาดู หมอฉีดยาให้และย้ำกับญาติว่าอย่าให้คนไข้เครียดเพราะท่านเป็นโรคหัวใจ นายดาวบอกให้วนิดาไปส่งหมอ  เมื่ออยู่กันตามลำพัง  มณฑาบอกนายดาวว่า  อย่าหาว่าตนยุ่งเรื่องครอบครัวของเขาเลย  เรื่องที่นายดาวจะให้วนิดา แต่งงานกับประจักษ์...พูดแค่นั้นมณฑาก็เงียบไป

นายดาวแก้ต่างว่าตนทราบว่าในอดีตมณฑามีความเจ็บปวดกับตระกูลมหศักดิ์  แต่ประจักษ์เป็นคนดี  กระนั้น  มณฑา ก็ยังไม่วางใจกลัววนิดาจะรับมือกับคุณนายน้อมไม่ไหว ไม่อยาก ให้หลานไปทรมานเหมือนตนในอดีตอีก

"ผมมั่นใจว่าความดีของยัยนิดต้องเอาชนะใจคนบ้านนั้น และผมก็ยังเชื่ออีกด้วยว่าพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ จะต้องรักวนิดาจนหมดหัวใจ เมื่อถึงวันนั้น ความรักที่แท้จริงของคนสองคนจะเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่าง  แต่ที่สำคัญก็คือ  ยัยนิดจะเป็นคนเดียวที่ล้างมลทินให้กับป้าได้"

มณฑาได้แต่ภาวนาขอให้เป็นอย่างที่นายดาวพูดเถอะ ซึ่งนายดาวก็รับรองว่าเป็นอย่างนั้นแน่ๆ

ooooooo

วันต่อมา  ประจักษ์กับวนิดาได้เจอกันอีกที่สนามม้า วนิดาขอให้เขาช่วยดูเจ้าสีดาให้ทีเพราะไม่ยอมให้ตนจับมาหลายวันแล้ว ประจักษ์ซึ่งแม้จะกำลังกลัดกลุ้มเรื่องถูกบังคับให้แต่งงานแต่ก็มีแก่ใจไปสอนให้ เขาขอโทษวนิดาก่อนจับมือเธอไปลูบที่หัวเจ้าสีดาเบาๆทั้งยังย้ำกับเธอว่าเราต้องให้ความรักกับเขาด้วย ปรากฏว่าเจ้าสีดาละพยศได้อย่างง่ายดาย

วนิดาลูบหัวเจ้าสีดาอย่างพอใจ แต่พอหันมาอีกทีประจักษ์ก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว

วันเดียวกัน พิสมัยได้รับฤกษ์ดีจากเสด็จ ท่านแจ้งว่า เธอมีเวลาตรียมตัว 6 เดือน ส่วนเรื่องข้าวปลาอาหารที่จะใช้จัดเลี้ยงในงานแต่ง ท่านจะเป็นธุระให้เอง

"ขอบพระทัยเพคะเสด็จ" พิสมัยก้มกราบแทบเท้า ก็พอดีคนรับใช้เข้ามาบอกเธอว่าประจักษ์มาหา เธอจึงขอตัวกับเสด็จ  ก้มกราบแล้วคลานออกไป

ooooooo

ประจักษ์ตั้งใจจะมาบอกเธอเรื่องจำต้องแต่งงานกับวนิดาตามคำขอร้องของแม่ แต่แล้วก็พูดไม่ออก เมื่อพิสมัยเอาฤกษ์ที่เสด็จหามาได้ให้เขาดู เขาถึงกับอึ้งสนิท

พอกลับถึงบ้าน ประจักษ์บอกแม่ว่าตนแต่งงานกับ

เด็กนั่นไม่ได้ เพราะวันนี้พิสมัยบอกว่าเสด็จท่านหาฤกษ์แต่งงานให้แล้ว บอกแม่อย่างเจ็บปวดว่า

"ผมเลยตัดสินใจแล้วว่าเราจะยอมล้มละลาย คุณแม่ ย้ายไปอยู่ที่บ้านพักในกรม ผมกับตาเล็กจะช่วยกันทำงานหาเงินให้เร็วที่สุดเพื่อมาใช้หนี้ให้นายดาว"

คุณนายน้อมไม่ยอมเพราะอยู่สบายมาหลายปีจะทนได้อย่างไร ประจักษ์เงียบไปอย่างอัดอั้น คุณนายเลยเสนอว่าเรื่องพิสมัยตนจะไปจัดการเอง เชื่อว่าพิสมัยต้องเข้าใจ แล้วกล่อมประจักษ์ว่า

"ส่วนลูกก็แต่งงานซะ แต่งกันแต่ในนาม ลูกเป็นผู้ชายยังไงก็ไม่เสียหาย แต่เราต้องไปตกลงกับไอ้ดาวว่าถ้าตาเล็กหาเงินมาใช้หนี้ครบเมื่อไหร่ก็ให้หย่าขาดจากกันเมื่อนั้น"

ประจักษ์นิ่งอั้นอึดอัด คุณนายมองด้วยสายตาวิงวอน ขอให้เขาเอาเงินมาให้แม่เก็บไว้รวมกับของประจวบ คิดว่าอีกสักปีสองปีเราต้องใช้หนี้ให้ได้หมด แล้วรีบสรุปรวบรัดว่า

"แต่งงานกับวนิดา ทำเพื่อแม่ ทำเพื่อน้อง ทำเพื่อมหศักดิ์นะลูกนะ"

แค่นั้นประจักษ์ก็อึ้งสนิท

ooooooo

วันรุ่งขึ้นประจักษ์นัดพบกับนายดาวที่สวนลุม เพื่อเจรจาเงื่อนไขการแต่งงานกัน โดยประจักษ์พูดตามข้อเสนอของคุณนายน้อม นายดาวแย้งว่าทำแบบนั้นลูกสาวตนเสียหาย

"ผมให้สัญญา สาบานด้วยเกียรติยศว่าผมจะไม่ล่วงเกินหรือแตะต้องลูกสาวของคุณเด็ดขาด และลูกสาวของคุณก็มีสิทธิ์ จะใช้นามสกุลมหศักดิ์ได้โดยชอบธรรม"

"แล้วถ้าหากว่าคุณประจวบไม่กลับมาล่ะ" นายดาวถาม ประจักษ์กลั้นใจตอบว่าตนก็จะอยู่กินกับลูกสาวของเขาตลอดไป นายดาวนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วถามประจักษ์ว่าแน่ใจนะ   พอเขาพยักหน้านายดาวเตือนว่า "แต่ถ้าระหว่างที่คุณสองคนอยู่ด้วยกัน เกิดมีการหย่าร้างโดยที่ผมยังไม่ได้รับการชำระหนี้ ผมจะยื่นฟ้องต่อศาลทันที ตกลงไหมคุณประจักษ์"

เมื่อประจักษ์ตกลง นายดาวบอกว่าตนจะไปหาฤกษ์ ให้เร็วที่สุด ประจักษ์นึกได้รีบเสนอว่าจะไม่มีการจัดงานแต่งใหญ่โต จะมีแต่คนในครอบครัวของเราเท่านั้น หลังแต่งงานลูกสาวเขาก็กลับไปอยู่บ้าน ตนก็จะกลับมาอยู่บ้านตัวเองเหมือนกัน พูดให้สบายใจว่ารับรองเรื่องนี้จะไม่มีใครรู้และห้ามเขาบอกใครด้วย

หลังจากคิดครู่หนึ่ง นายดาวยอมตกลงตามนั้น

ooooooo

พอวนิดาเล่าให้เพื่อนสนิททั้งสองฟัง ทั้งสุมาลีและกัลยาต่างดี๊ด๊าที่เพื่อนจะได้แต่งงานกับนายทหารที่ทั้งหล่อทั้งเท่ขี่ม้าเก่งแถมมาจากตระกูลผู้ดีเก่าด้วย แต่พอวนิดาถามว่าเคยรู้จักหรือ สองสาวก็พูดหน้าตาเฉยว่าเปล่า เคยได้ยินเขาพูดๆกันเท่านั้น ทำให้วนิดาเริ่มลังเลว่าจะแต่งหรือไม่แต่งดี

แต่พอปรึกษาคุณย่า มณฑาสนับสนุนให้เชื่อนายดาวเพราะคุณพ่อเธอคงเห็นว่าถึงแก่เวลาแล้วและคงมองคนไม่ผิด ลูบหัวปลอบใจหลานสาวอย่างเอ็นดูว่า

"ประจักษ์เป็นคนดี เขาดูแลลูกได้ ย่ามั่นใจว่าเขาจะไม่ทำให้ลูกเสียใจ เชื่อย่านะลูกนะ"

แม้จะให้กำลังใจปลอบหลานสาวไปอย่างนั้น แต่แววตา ของมณฑานั้นเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

เมื่อเจรจาตกลงเงื่อนไขกันเรียบร้อยแล้ว นายดาวจัดแจงเตรียมจับวนิดามาขัดสีฉวีวรรณด้วยยาสมุนไพรทั้งทาทั้งอาบทั้งอบ วนิดาวิ่งหนีไม่ยอมให้ทำ ก็ถูกนายดาววางกำลังดักไว้หมดทุกทาง ใช้ทั้งสาวใช้ในบ้านกระทั่งสุมาลีกับกัลยาก็ยังพลอยไปกับเขาด้วย

สุดท้ายวนิดาก็ถูกจับนุ่งผ้าถุงเปลือยช่วงหัวไหล่ มีสุมาลีกับกัลยาช่วยกันจับล็อกไว้ให้จวงเอาขมิ้นทาตัวจนเหลืองอ๋อยไปหมด เมื่อวนิดาโวยวายว่าทาตัวตนเหลืองเหมือนคนเป็นดีซ่าน จวงก็พูดเอาใจว่ารับรองว่าเธอจะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกเลย

นอกจากจับวนิดามาขัดสีฉวีวรรณแล้ว นายดาวยังไปหาประจักษ์ที่สโมสร ตรงเข้าไปที่โต๊ะเขาเอาฤกษ์วันแต่งงานไปให้ บอกว่าอาทิตย์หน้าถือว่าเป็นวันดีให้เตรียมตัวไว้ให้พร้อม

ประจักษ์อึดอัดอับอายมากที่นายดาวไปพูดเสียงดังในสโมสร พยายามให้ลดเสียงแต่นายดาวอยากอวดพูดดังจนคน

ในร้านได้ยินกันหมด พอนายดาวพูดจบประจักษ์ก็บอกให้รีบกลับไปเสีย แต่นายดาวลีลามาก ขอดื่มอะไรสักหน่อยเพราะคอแห้งมาก ทำให้ประจักษ์หงุดหงิดเสียงดังใส่ว่า "ไม่ได้"

ขณะนั้นเองมนตรีเข้ามาเจอนายดาวเลยเข้าไปทัก ถามประจักษ์ว่ารู้จักกันด้วยหรือ กระซิบแซวว่าหรือประจักษ์ยืมเงินนายดาว ประจักษ์รีบปัดว่าไม่ใช่ แค่ทักทายกันนิดหน่อยแล้วหันไปบอกนายดาวว่าหมดธุระแล้วก็กลับไปเสีย ปรากฏว่านายดาวปากเปราะเชิญมนตรีไปงานแต่งงานของลูกสาวตนในวันอาทิตย์หน้านี้ด้วย

ประจักษ์อึดอัดใจอกแทบระเบิด เพราะมนตรีสนใจจี๋ขึ้นมาทันที ถามว่านายดาวมีลูกสาวอีกคนหรือ แต่พอนึกได้ก็ตกใจถามว่าหรือวนิดาจะแต่งงาน แต่งกับใคร?

ระหว่างนั้นประจักษ์พยายามขัดเปลี่ยนเรื่อง แต่สุดท้ายมนตรีก็ถามจนนายดาวซึ่งอยากจะบอกอยู่แล้ว บอกอย่างภูมิใจว่า

"เจ้าบ่าวของวนิดาคือคุณประจักษ์ยังไงล่ะครับ"

มนตรีหันขวับจ้องหน้าประจักษ์ตะลึง ส่วนประจักษ์ตีหน้าไม่ถูกพูดไม่ออกได้แต่เซ็งสุดๆ

ooooooo

ตอนที่ 1

เสียงเชียร์อึกทึกกึกก้องที่ดังอยู่รอบสนาม บ่งบอกถึงความดุเด็ดเผ็ดมันของการแข่งขันในสนาม...

เป็นการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลที่มีกองเชียร์มากที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะเป็นคู่แข่งที่มีฝีมือทัดเทียมกัน เป้าหมายของทั้งสองฝ่ายคือ ถ้วยรางวัล

ขณะที่ฝ่ายเสื้อดำกำลังทำแต้มได้อย่างงดงามได้ลูกไว้ ครอบครองนั้น เบอร์ 3 ของอีกฝ่ายก็ควบม้าเข้าไปอย่างเท่ ใช้ไม้โปโลแย่งลูกไปได้ หลบหลีกคู่ต่อสู้ไปอย่างคล่องแคล่ว พริบตานั้นก็หวดลูกเต็มแรงเข้าประตูฝ่ายตรงข้ามอย่างแรง แม่นฉมัง!

ผู้กำกับประตูยกธงโบกไปมา เสียงฮือฮาปรบมือดังลั่น สนามจนแทบกลบเสียงนกหวีดหมดเวลา นักกีฬาเบอร์ 3 หันมาถอดหมวก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลา เขายิ้ม กำหมัดแน่นกระทุ้งแขนแสดงความดีใจในชัยชนะครั้งนี้ เขามองไปที่ คู่หมั้นสาวที่ลุกขึ้นยืนปรบมือและส่งยิ้มให้ด้วยความชื่นชมยินดี

เขาคือ พันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ นั่นเอง

ooooooo

ประจักษ์ถือถ้วยรางวัลเดินผ่านกองเชียร์ โดยเฉพาะ พวกสาวๆที่พากันแสดงความชื่นชมจนออกนอกหน้า เขายิ้มให้ทุกคน ยื่นมือไปสัมผัสเพื่อนๆที่แสดงความยินดี เอ่ยขอบคุณไม่ขาดปาก

เมื่อเดินไปจนถึงที่หมาย เห็นพิสมัยยืนรออยู่ ชายหนุ่ม เดินผ่านพวกสาวๆที่ทำเขินเอียงอายไปอย่างไม่สนใจ ตรงไปส่งถ้วยรางวัลให้พิสมัย ทำเอาสาวๆเหล่านั้นอิจฉาตาร้อนไปตามกัน

"คุณพี่ทำเอาน้องใจหายใจคว่ำ นึกว่าปีนี้จะไม่ชนะซะแล้ว" พิสมัยยิ้มหวานรับถ้วยรางวัลที่ผู้ชนะมอบให้แก่ยอดดวงใจ

"มียอดรักมานั่งให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง จะให้ฉันแพ้ได้

ยังไง" ประจักษ์พูดหวานทำตาเยิ้ม

"หวานเลี่ยนซะจนมดแมลงแถวนี้พากันอิจฉาแล้ว" เสียงวิชิตคู่แข่งฝ่ายเสื้อดำกระเซ้า พิสมัยหันมองยิ้มเขิน ส่วนประจักษ์หันไปทำทีต่อว่าวิชิตว่าพูดอะไร พิสมัยของตนเขินแย่แล้ว พลางโอบพิสมัยไว้ด้วยความภาคภูมิใจ

"นายนี่ยอดจริงๆ ฉันไม่เคยเอาชนะนายได้เลยประจักษ์" วิชิตเอ่ย

ประจักษ์พูดอย่างถ่อมตัวว่าก็มีแต่เรื่องม้าเรื่องเดียวที่ตนชนะเขา วิชิตแย้งว่าเรื่องอื่นตนก็กวดเขาไม่ทันเหมือนกัน แล้วหันไปถามพิสมัยว่าเมื่อไรจะมีข่าวดี

"เสด็จท่านกำลังหาฤกษ์ให้อยู่ค่ะ" พิสมัยยังไม่หายเขิน

"ความจริง เสด็จท่านคงอยากถ่วงเวลาเก็บคุณข้าหลวงคนโปรดไว้ใช้งานมากกว่า เพราะจะหาข้าหลวงคนไหนเป็นกุลสตรีอย่างพิสมัยไม่มีอีกแล้ว จริงไหมจ๊ะ" ประจักษ์หันไปถามคนรัก ทำเอาพิสมัยเขินจนแก้มเรื่อ

ooooooo

ที่บ้านนายดาว วงศ์วิบูลย์ คหบดีผู้มีลูกสาวแสนสวยสุดซน คือ วนิดา วงศ์วิบูลย์

จวง สาวใช้วัยกำดัดกำลังล้างรถไปยักย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลงที่ตัวเองร้อง พลันก็สะดุ้ง เมื่อมีอะไรปามาถูกตัว มองไปเห็นเป็นมะยมลูกเขื่อง จวงมองๆแล้วเช็ดรถ

ต่ออย่างไม่สนใจ จนกระทั่งมะยมลูกที่สองปามาอีก เลยเดินไปทางพุ่มไม้ทิศทางที่ปามะยมมา

ที่หลังพุ่มไม้ วนิดาที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาหมาดๆซุ่มดูอยู่ พอเห็นจวงเดินมาก็ย่องกริบไปอย่างเร็ว ตรงไปที่รถเปิดประตูขึ้นนั่งที่คนขับ สตาร์ตเครื่องทันที

จวงหันขวับรู้เลยว่าเสียรู้แล้ว วิ่งอ้าวกลับมาร้องลั่น

"เฮ้ย!! คุณนิด...คุณนิดเจ้าคะ คุณนิดเจ้าขา หยุดนะคะ คุณนิด...คุณนิด..."

วนิดาไม่สนใจเคลื่อนรถออกไป พอจวงวิ่งไล่ตาม ก็จอดรถหน้าบ้าน ลดกระจกโผล่หน้าหวานออกยิ้มบอกจวงอย่างเอาใจว่า

"ไปก่อนนะจวง แล้วจะซื้อขนมมาฝาก"

ทีแรกจวงก็เคลิ้มที่จะได้กินขนม แต่พอนึกได้ก็โวยวายเสียงดังกว่าเก่า

"เฮ้ย...ไม่นะ จวงไม่อยากได้ขนมค่ะ คุณนิดกลับมา... คุณนี้ดดดดด..."

วนิดาขับไปไม่สนใจเสียงครวญของจวง "ทำไมทำอย่างนี้กับจวง ถ้าคุณดาวรู้เข้าจวงตายแน่..."

ooooooo

วนิดาแวะไปรับเพื่อนรักสองคนคือสุมาลีกับกัลยานั่งรถไปด้วย สองเพื่อนสาวดีใจได้นั่งรถเที่ยวด้วยกัน แต่เพียงอึดใจเดียวก็ใจหายใจคว่ำกับการขับรถส่ายไปส่ายมาเหมือนคนหัดขับ ถามเพื่อนว่าขับรถมากี่วันแล้ว พอวนิดาบอกว่าวันแรกเท่านั้น สองสาวก็ร้องพร้อมกัน

"ฮ้า!!"

วนิดาขำๆกับอาการตกใจของเพื่อนบอกเพื่อนว่ากลัวอะไรกล้าๆหน่อย พูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ยิ่งอยากแกล้ง เหยียบคันเร่งพุ่งไปอย่างแรงจนสุมาลีหน้าชนคอนโซลและกัลยาหน้ากระแทกพนักที่นั่งของสุมาลี ร้องกันลั่นรถ แต่วนิดากลับหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเพื่อน

ไม่มีใครเห็นว่า ขณะที่วนิดาเบรกรถอย่างแรงนั้น กระป๋องขนมของกัลยากลิ้งไปที่ใต้ที่นั่งวนิดา กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ตรงนั้นตามแรงเหวี่ยงแรงกระชากของรถ

ขณะที่วนิดากำลังแกล้งเพื่อนอย่างสนุกอยู่คนเดียวนั้น มีรถจักรยานคันหนึ่งออกมาจากทางแยก คนขี่จักรยานผิวปากอย่างสบายอกสบายใจ รถของวนิดาขับตามมาห่างๆ อย่างไม่น่าห่วง

สุมาลีกับกัลยาทนไม่ไหวขอร้องเพื่อนว่าให้จอดรถตนจะลง วนิดาตอบขำๆว่าตกลงจอดก็ได้แต่พอเธอเหยียบเบรกปรากฏว่าเหยียบไม่ลง ขณะกำลังพยายามนั้น เพื่อนสองคนก็ร้องโวยวายว่าไม่ไหวแล้วเลิกเล่นได้แล้ว

"ฉันไม่ได้เล่น แต่ฉันเหยียบเบรกไม่ได้ มันเบรกไม่ได้จริงๆ"

สุมาลีกับกัลยายิ่งตกใจ ส่วนคนขี่จักรยานได้ยินเสียงรถตามหลังเสียงผิดปกติก็หันมองแล้วรีบปั่นจักรยานหนี ปรากฏว่ายิ่งหนีรถยิ่งไล่ตามซ้ำยังส่ายไปมาตามที่เขาหลบหลีกอีกด้วย

วนิดาเอะใจก้มมองเห็นกระป๋องขนมขัดอยู่ใต้คันเบรก เธอพยายามเขี่ยมันออก ระหว่างนั้นรถพุ่งเข้าเกือบชนจักรยาน เธอหักหลบได้เฉียดฉิว กัลยากับสุมาลีร้องกันเสียงหลงหน้า ซีดเผือด

พริบตานั้น มีรถแล่นมาตัดหน้า สามสาวร้องกันสุดเสียงพร้อมๆกับเสียงชน โครม!!

ooooooo

พอรถหยุดนิ่ง วนิดาก็ก้าวลงจากรถเดินอาดๆ เข้าไปถามรถคันที่ถูกชนที่เจ้าของรถเดินลงมาดูรถเช่นกัน เขาคือประจักษ์นั่นเอง

สุมาลีกับกัลยาหายตกใจเป็นปลิดทิ้งมองประจักษ์ ตะลึงงัน สองสาวรีบสะกิดวนิดาบอกว่าเราเป็นคนผิดนะ วนิดาไม่ฟังเสียง โวยลั่น

"ไม่ผิด ฉันขับของฉันมาดีๆ เขามาตัดหน้าฉันเอง คุณจะรับผิดชอบยังไง"

"เธอต่างหากจะรับผิดชอบยังไง ชนท้ายยังไงก็ผิด!"

วนิดาเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ผิดแล้วก้าวฉับๆไปดูที่ท้ายรถประจักษ์ปรากฏว่าไม่มีรอยถูกชน เลยได้ทีขี่แพะไล่ ยืนกรานว่าตนไม่ผิด รถเขาไม่เป็นอะไรแต่รถตนเป็นรอย พูดย้ำใส่หน้าชายหนุ่มว่า

"ทำรถคนอื่นเป็นรอย ยังไงก็ผิด! สรุปคุณผิด ฉันถูก คุณจะรับผิดชอบยังไง" วนิดาลอยหน้าหวานๆ แต่ปากร้ายเผ็ดร้อนพูดๆๆจนประจักษ์อ้าปากค้าง พอได้จังหวะเขาตัดบทว่าในเมื่อรถตนไม่เป็นอะไรก็ไม่อยากคุยด้วยแล้ว พลางเดินไปขึ้นรถตัวเองจะขับออกไป

"ชนแล้วคิดจะหนีเรอะ!" วนิดาตามไปทุบท้ายรถปัง! เกิดเสียงโครม!! วนิดาตกใจมองที่พื้น ปรากฏว่ากันชนท้ายรถประจักษ์หล่นที่พื้น ชายหนุ่มก้าวลงจากรถเดินมาอย่างเอาเรื่องทำนองว่าในที่สุดเธอก็ผิด!

หลักฐานเห็นกับตาเช่นนี้ ประจักษ์ทวงถามความรับผิดชอบ วนิดาเถียงไม่ออกทำเป็นตัดรำคาญว่า

"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ฉันว่าคุณน่าจะต้องการเงินมากกว่าคำขอโทษ จะเอาไปจัดการกับรถของคุณยังไงก็เชิญ" เธอควักเงินยัดใส่มือเขาแล้วเดินอ้าวไปขึ้นรถ

"หยุดเดี๋ยวนี้! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน อย่านึกว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้" ประจักษ์ตามไปติดๆ แต่หยุดเธอไม่ได้ วนิดาขึ้นรถสตาร์ตแล้วขับพุ่งเฉี่ยว จนประจักษ์กระโดดหลบแทบไม่ทัน

สุดท้าย ประจักษ์ก็แบมือดูเงินในมือ มองกันชนที่หล่นอยู่กับพื้นแล้วถอนใจเฮือกใหญ่

ooooooo

วนิดาขับรถพาสุมาลีกับกัลยาไปถึงสโมสร สามสาวเดินตามกันเข้าไปในสโมสร ความสวยและกลิ่นหอมของเนื้อสาว ทำเอาหนุ่มๆในสโมสรมองกันตาค้าง ไม่ว่าวนิดาเดินผ่านไปทางไหนก็มีแต่หนุ่มๆมองเหลียวตามกันเป็นตาเดียว บ้างถึงกับสะกิดถามกันว่าเธอเป็นใคร

หนึ่งในหนุ่มๆที่มองวนิดาตาค้างคือ มนตรี เพื่อนสนิทของประจักษ์นั่นเอง เขาถึงกับแหวกบรรดาเพื่อนๆที่มองวนิดาตาค้างออกไป พึมพำเหมือนเพ้อ

"สาวสวยคนนั้นคือใครกัน"

มนตรีมองตามวนิดาไปราวกับต้องมนตร์

วนิดาตั้งหน้าตั้งตาเดินหานายดาวผู้เป็นพ่อที่นัดพบกันที่นี่ สุมาลีกับกัลยาเดินตามวนิดาแต่ตาชำเลืองมองหนุ่มๆที่บ้างเดินตามบ้างมอง ตะลึง จนวนิดาถามว่าเป็นอะไร สุมาลีจึงชี้ให้ดู พอวนิดาหันไปเห็นหนุ่มๆมองกันหน้าสลอน ก็ถึงกับเหวอ