ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

วนิดา

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

วนิดา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เสียงเชียร์อึกทึกกึกก้องที่ดังอยู่รอบสนาม บ่งบอกถึงความดุเด็ดเผ็ดมันของการแข่งขันในสนาม...

เป็นการแข่งขันกีฬาขี่ม้าโปโลที่มีกองเชียร์มากที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะเป็นคู่แข่งที่มีฝีมือทัดเทียมกัน เป้าหมายของทั้งสองฝ่ายคือ ถ้วยรางวัล

ขณะที่ฝ่ายเสื้อดำกำลังทำแต้มได้อย่างงดงามได้ลูกไว้ ครอบครองนั้น เบอร์ 3 ของอีกฝ่ายก็ควบม้าเข้าไปอย่างเท่ ใช้ไม้โปโลแย่งลูกไปได้ หลบหลีกคู่ต่อสู้ไปอย่างคล่องแคล่ว พริบตานั้นก็หวดลูกเต็มแรงเข้าประตูฝ่ายตรงข้ามอย่างแรง แม่นฉมัง!

ผู้กำกับประตูยกธงโบกไปมา เสียงฮือฮาปรบมือดังลั่น สนามจนแทบกลบเสียงนกหวีดหมดเวลา นักกีฬาเบอร์ 3 หันมาถอดหมวก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลา เขายิ้ม กำหมัดแน่นกระทุ้งแขนแสดงความดีใจในชัยชนะครั้งนี้ เขามองไปที่ คู่หมั้นสาวที่ลุกขึ้นยืนปรบมือและส่งยิ้มให้ด้วยความชื่นชมยินดี

เขาคือ พันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ นั่นเอง

ooooooo

ประจักษ์ถือถ้วยรางวัลเดินผ่านกองเชียร์ โดยเฉพาะ พวกสาวๆที่พากันแสดงความชื่นชมจนออกนอกหน้า เขายิ้มให้ทุกคน ยื่นมือไปสัมผัสเพื่อนๆที่แสดงความยินดี เอ่ยขอบคุณไม่ขาดปาก

เมื่อเดินไปจนถึงที่หมาย เห็นพิสมัยยืนรออยู่ ชายหนุ่ม เดินผ่านพวกสาวๆที่ทำเขินเอียงอายไปอย่างไม่สนใจ ตรงไปส่งถ้วยรางวัลให้พิสมัย ทำเอาสาวๆเหล่านั้นอิจฉาตาร้อนไปตามกัน

"คุณพี่ทำเอาน้องใจหายใจคว่ำ นึกว่าปีนี้จะไม่ชนะซะแล้ว" พิสมัยยิ้มหวานรับถ้วยรางวัลที่ผู้ชนะมอบให้แก่ยอดดวงใจ

"มียอดรักมานั่งให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง จะให้ฉันแพ้ได้

ยังไง" ประจักษ์พูดหวานทำตาเยิ้ม

"หวานเลี่ยนซะจนมดแมลงแถวนี้พากันอิจฉาแล้ว" เสียงวิชิตคู่แข่งฝ่ายเสื้อดำกระเซ้า พิสมัยหันมองยิ้มเขิน ส่วนประจักษ์หันไปทำทีต่อว่าวิชิตว่าพูดอะไร พิสมัยของตนเขินแย่แล้ว พลางโอบพิสมัยไว้ด้วยความภาคภูมิใจ

"นายนี่ยอดจริงๆ ฉันไม่เคยเอาชนะนายได้เลยประจักษ์" วิชิตเอ่ย

ประจักษ์พูดอย่างถ่อมตัวว่าก็มีแต่เรื่องม้าเรื่องเดียวที่ตนชนะเขา วิชิตแย้งว่าเรื่องอื่นตนก็กวดเขาไม่ทันเหมือนกัน แล้วหันไปถามพิสมัยว่าเมื่อไรจะมีข่าวดี

"เสด็จท่านกำลังหาฤกษ์ให้อยู่ค่ะ" พิสมัยยังไม่หายเขิน

"ความจริง เสด็จท่านคงอยากถ่วงเวลาเก็บคุณข้าหลวงคนโปรดไว้ใช้งานมากกว่า เพราะจะหาข้าหลวงคนไหนเป็นกุลสตรีอย่างพิสมัยไม่มีอีกแล้ว จริงไหมจ๊ะ" ประจักษ์หันไปถามคนรัก ทำเอาพิสมัยเขินจนแก้มเรื่อ

ooooooo

ที่บ้านนายดาว วงศ์วิบูลย์ คหบดีผู้มีลูกสาวแสนสวยสุดซน คือ วนิดา วงศ์วิบูลย์

จวง สาวใช้วัยกำดัดกำลังล้างรถไปยักย้ายส่ายสะโพกไปตามเสียงเพลงที่ตัวเองร้อง พลันก็สะดุ้ง เมื่อมีอะไรปามาถูกตัว มองไปเห็นเป็นมะยมลูกเขื่อง จวงมองๆแล้วเช็ดรถ

ต่ออย่างไม่สนใจ จนกระทั่งมะยมลูกที่สองปามาอีก เลยเดินไปทางพุ่มไม้ทิศทางที่ปามะยมมา

ที่หลังพุ่มไม้ วนิดาที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยมาหมาดๆซุ่มดูอยู่ พอเห็นจวงเดินมาก็ย่องกริบไปอย่างเร็ว ตรงไปที่รถเปิดประตูขึ้นนั่งที่คนขับ สตาร์ตเครื่องทันที

จวงหันขวับรู้เลยว่าเสียรู้แล้ว วิ่งอ้าวกลับมาร้องลั่น

"เฮ้ย!! คุณนิด...คุณนิดเจ้าคะ คุณนิดเจ้าขา หยุดนะคะ คุณนิด...คุณนิด..."

วนิดาไม่สนใจเคลื่อนรถออกไป พอจวงวิ่งไล่ตาม ก็จอดรถหน้าบ้าน ลดกระจกโผล่หน้าหวานออกยิ้มบอกจวงอย่างเอาใจว่า

"ไปก่อนนะจวง แล้วจะซื้อขนมมาฝาก"

ทีแรกจวงก็เคลิ้มที่จะได้กินขนม แต่พอนึกได้ก็โวยวายเสียงดังกว่าเก่า

"เฮ้ย...ไม่นะ จวงไม่อยากได้ขนมค่ะ คุณนิดกลับมา... คุณนี้ดดดดด..."

วนิดาขับไปไม่สนใจเสียงครวญของจวง "ทำไมทำอย่างนี้กับจวง ถ้าคุณดาวรู้เข้าจวงตายแน่..."

ooooooo

วนิดาแวะไปรับเพื่อนรักสองคนคือสุมาลีกับกัลยานั่งรถไปด้วย สองเพื่อนสาวดีใจได้นั่งรถเที่ยวด้วยกัน แต่เพียงอึดใจเดียวก็ใจหายใจคว่ำกับการขับรถส่ายไปส่ายมาเหมือนคนหัดขับ ถามเพื่อนว่าขับรถมากี่วันแล้ว พอวนิดาบอกว่าวันแรกเท่านั้น สองสาวก็ร้องพร้อมกัน

"ฮ้า!!"

วนิดาขำๆกับอาการตกใจของเพื่อนบอกเพื่อนว่ากลัวอะไรกล้าๆหน่อย พูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ยิ่งอยากแกล้ง เหยียบคันเร่งพุ่งไปอย่างแรงจนสุมาลีหน้าชนคอนโซลและกัลยาหน้ากระแทกพนักที่นั่งของสุมาลี ร้องกันลั่นรถ แต่วนิดากลับหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเพื่อน

ไม่มีใครเห็นว่า ขณะที่วนิดาเบรกรถอย่างแรงนั้น กระป๋องขนมของกัลยากลิ้งไปที่ใต้ที่นั่งวนิดา กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ตรงนั้นตามแรงเหวี่ยงแรงกระชากของรถ

ขณะที่วนิดากำลังแกล้งเพื่อนอย่างสนุกอยู่คนเดียวนั้น มีรถจักรยานคันหนึ่งออกมาจากทางแยก คนขี่จักรยานผิวปากอย่างสบายอกสบายใจ รถของวนิดาขับตามมาห่างๆ อย่างไม่น่าห่วง

สุมาลีกับกัลยาทนไม่ไหวขอร้องเพื่อนว่าให้จอดรถตนจะลง วนิดาตอบขำๆว่าตกลงจอดก็ได้แต่พอเธอเหยียบเบรกปรากฏว่าเหยียบไม่ลง ขณะกำลังพยายามนั้น เพื่อนสองคนก็ร้องโวยวายว่าไม่ไหวแล้วเลิกเล่นได้แล้ว

"ฉันไม่ได้เล่น แต่ฉันเหยียบเบรกไม่ได้ มันเบรกไม่ได้จริงๆ"

สุมาลีกับกัลยายิ่งตกใจ ส่วนคนขี่จักรยานได้ยินเสียงรถตามหลังเสียงผิดปกติก็หันมองแล้วรีบปั่นจักรยานหนี ปรากฏว่ายิ่งหนีรถยิ่งไล่ตามซ้ำยังส่ายไปมาตามที่เขาหลบหลีกอีกด้วย

วนิดาเอะใจก้มมองเห็นกระป๋องขนมขัดอยู่ใต้คันเบรก เธอพยายามเขี่ยมันออก ระหว่างนั้นรถพุ่งเข้าเกือบชนจักรยาน เธอหักหลบได้เฉียดฉิว กัลยากับสุมาลีร้องกันเสียงหลงหน้า ซีดเผือด

พริบตานั้น มีรถแล่นมาตัดหน้า สามสาวร้องกันสุดเสียงพร้อมๆกับเสียงชน โครม!!

ooooooo

พอรถหยุดนิ่ง วนิดาก็ก้าวลงจากรถเดินอาดๆ เข้าไปถามรถคันที่ถูกชนที่เจ้าของรถเดินลงมาดูรถเช่นกัน เขาคือประจักษ์นั่นเอง

สุมาลีกับกัลยาหายตกใจเป็นปลิดทิ้งมองประจักษ์ ตะลึงงัน สองสาวรีบสะกิดวนิดาบอกว่าเราเป็นคนผิดนะ วนิดาไม่ฟังเสียง โวยลั่น

"ไม่ผิด ฉันขับของฉันมาดีๆ เขามาตัดหน้าฉันเอง คุณจะรับผิดชอบยังไง"

"เธอต่างหากจะรับผิดชอบยังไง ชนท้ายยังไงก็ผิด!"

วนิดาเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ผิดแล้วก้าวฉับๆไปดูที่ท้ายรถประจักษ์ปรากฏว่าไม่มีรอยถูกชน เลยได้ทีขี่แพะไล่ ยืนกรานว่าตนไม่ผิด รถเขาไม่เป็นอะไรแต่รถตนเป็นรอย พูดย้ำใส่หน้าชายหนุ่มว่า

"ทำรถคนอื่นเป็นรอย ยังไงก็ผิด! สรุปคุณผิด ฉันถูก คุณจะรับผิดชอบยังไง" วนิดาลอยหน้าหวานๆ แต่ปากร้ายเผ็ดร้อนพูดๆๆจนประจักษ์อ้าปากค้าง พอได้จังหวะเขาตัดบทว่าในเมื่อรถตนไม่เป็นอะไรก็ไม่อยากคุยด้วยแล้ว พลางเดินไปขึ้นรถตัวเองจะขับออกไป

"ชนแล้วคิดจะหนีเรอะ!" วนิดาตามไปทุบท้ายรถปัง! เกิดเสียงโครม!! วนิดาตกใจมองที่พื้น ปรากฏว่ากันชนท้ายรถประจักษ์หล่นที่พื้น ชายหนุ่มก้าวลงจากรถเดินมาอย่างเอาเรื่องทำนองว่าในที่สุดเธอก็ผิด!

หลักฐานเห็นกับตาเช่นนี้ ประจักษ์ทวงถามความรับผิดชอบ วนิดาเถียงไม่ออกทำเป็นตัดรำคาญว่า

"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ฉันว่าคุณน่าจะต้องการเงินมากกว่าคำขอโทษ จะเอาไปจัดการกับรถของคุณยังไงก็เชิญ" เธอควักเงินยัดใส่มือเขาแล้วเดินอ้าวไปขึ้นรถ

"หยุดเดี๋ยวนี้! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน อย่านึกว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้" ประจักษ์ตามไปติดๆ แต่หยุดเธอไม่ได้ วนิดาขึ้นรถสตาร์ตแล้วขับพุ่งเฉี่ยว จนประจักษ์กระโดดหลบแทบไม่ทัน

สุดท้าย ประจักษ์ก็แบมือดูเงินในมือ มองกันชนที่หล่นอยู่กับพื้นแล้วถอนใจเฮือกใหญ่

ooooooo

วนิดาขับรถพาสุมาลีกับกัลยาไปถึงสโมสร สามสาวเดินตามกันเข้าไปในสโมสร ความสวยและกลิ่นหอมของเนื้อสาว ทำเอาหนุ่มๆในสโมสรมองกันตาค้าง ไม่ว่าวนิดาเดินผ่านไปทางไหนก็มีแต่หนุ่มๆมองเหลียวตามกันเป็นตาเดียว บ้างถึงกับสะกิดถามกันว่าเธอเป็นใคร

หนึ่งในหนุ่มๆที่มองวนิดาตาค้างคือ มนตรี เพื่อนสนิทของประจักษ์นั่นเอง เขาถึงกับแหวกบรรดาเพื่อนๆที่มองวนิดาตาค้างออกไป พึมพำเหมือนเพ้อ

"สาวสวยคนนั้นคือใครกัน"

มนตรีมองตามวนิดาไปราวกับต้องมนตร์

วนิดาตั้งหน้าตั้งตาเดินหานายดาวผู้เป็นพ่อที่นัดพบกันที่นี่ สุมาลีกับกัลยาเดินตามวนิดาแต่ตาชำเลืองมองหนุ่มๆที่บ้างเดินตามบ้างมอง ตะลึง จนวนิดาถามว่าเป็นอะไร สุมาลีจึงชี้ให้ดู พอวนิดาหันไปเห็นหนุ่มๆมองกันหน้าสลอน ก็ถึงกับเหวอ

ในกลุ่มหนุ่มๆ ที่ยืนกันอยู่นั้น มีมนตรีอยู่ด้วย จู่ๆเขาก็ถูกเพื่อนเอาเท้ายันจนถลาไปเกือบชนวนิดา เขาหันไปมองเพื่อนเคืองๆ แต่พอหันหน้ามาทางวนิดาก็เก๊กเท่ ทำเสียงหล่อแนะนำตัวเองว่า

"สวัสดีครับ ผม ร้อยเอกมนตรี พูนทวีเกียรติ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงชื่ออะไรครับ"

"วนิดา ค่ะ" สุมาลีชิงตอบ วนิดาตกใจหันไปปรามเพื่อน แต่สุมาลีกลับเด้งไปยืนตรงหน้ามนตรีแนะนำตัวเองว่า "ส่วนดิฉันชื่อสุมาลีค่ะ" พอสิ้นเสียงสุมาลี กัลยาก็เอาบ้างแนะนำตัวเองต่อ แต่ทั้งสองชื่อเหมือนลมพัดผ่านหู เพราะเสียงหนุ่มๆ ที่อุทานออกมาพร้อมกันมีเพียงชื่อเดียวคือ

"ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณวนิดา..."

วนิดา หันไปบอกเพื่อนทั้งสองว่าเรารีบไปกันดีกว่า มนตรี ถามว่าจะรีบไปไหน พอเธอชักสีหน้าใส่ก็รีบแก้ตัวว่า ที่ถามเพราะเป็นห่วง ไม่เคยเห็นเธอมาที่นี่เกรงจะหลงทาง ถ้าอยากไปไหนจะพาไป ตนเต็มใจช่วย วนิดาไม่ตอบ กัลยาเลยตอบแทนว่า "นิดเขามาหาคุณพ่อค่ะ"

วนิดาหงุดหงิดมากที่เพื่อนพูดแทนตนอยู่เรื่อย แต่พอมนตรีได้ยินก็อุทานอย่างตื่นเต้น

"คุณนิด...ชื่อเล่นยังน่ารักเลยนะคร้าบบบบ" พูดแล้วทำตาปิ๊งๆส่งยิ้มหวานให้จนวนิดาทำหน้าไม่ถูก

ooooooo

นาย ดาวมาถึงก่อนแล้ว แต่ติดคิดบัญชีกับลูกหนี้ อยู่อีกมุมหนึ่ง ลูกหนี้คนนั้นถูกนายดาวแจกแจงหนี้ให้ฟังแล้วบอกลูกหนี้ว่าทางเดียวที่จะแก้ ปัญหาได้คือเอาที่นาแถวอยุธยามาให้ตน

ลูกหนี้คนนั้นตกใจเพราะที่นานั้นเป็นของแม่ยาย

นาย ดาวลำดับญาติให้ฟังว่า แม่ยายเขาเป็นแม่ภรรยาและภรรยาเขาใช้นามสกุลเดียวกับเขาซึ่งเสมือนเป็นคนคน เดียวกัน ถ้าสามีเป็นหนี้ภรรยาก็ต้องร่วมใช้หนี้ด้วย

นายดาวรุกไล่ บี้พูดเร็วเสียงดัง จนลูกหนี้คนนั้นทั้งอายทั้งคิดไม่ทัน ตอบรับอยู่คำเดียวขอรับ...ขอรับ จนสุดท้ายนายดาวสั่งให้เอาโฉนดที่นามาให้เสียจะได้สิ้นเรื่องกันเสียที ลูกหนี้คนนั้นทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ปากก็ยังตอบ "ขอรับ..." นั่นแหละนายดาวจึงเดินหัวเราะร่าผ่านไป

นายดาวเดินผ่านไปทางไหน ผู้คนแถวนั้นก็จะพากันหลบหน้าหลบตากันหมด เพราะทุกคนเป็นลูกหนี้นายดาวกันถ้วนหน้า...

ooooooo

ขณะ มนตรีพยายามที่จะยัดเยียดตัวเองให้ความช่วยเหลือวนิดา ถามว่าคุณพ่อเธอชื่ออะไร ถ้าตนรู้จักจะได้ช่วยตามหา แต่ยังไม่ทันที่สุมาลีกับกัลยาจะชิงกันเสนอหน้าตอบ เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้น

"ยัยนิด..."

"คุณพ่อ..."

ทุก คนหันขวับมอง มนตรีที่หน้าเป็นทำเท่อยู่หยกๆพอเห็นนายดาวเท่านั้นหน้าเหลือสองนิ้วทันที ส่วนเพื่อนๆที่ยืนหลีวนิดากันอยู่ ก็พากันอุทานพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

"ดาว วงศ์วิบูลย์!!"

ชาย หนุ่มกลุ่มนั้นต่างหน้าเสีย แต่นายดาวหน้ายิ้มแป้นเพราะเจอลูกหนี้ทีเดียวเป็นแผงไม่ต้องเที่ยวตามหาทีละ คน แต่พอนายดาวเดินเข้าไปหา พวกนั้นก็วงแตก เหลือแต่มนตรีที่ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว ไม่ใช่ไม่มีหนี้หรือกล้าเผชิญเจ้าหนี้ แต่เพราะขาแข็งจนก้าวไม่ออก สุดท้ายทำใจดีสู้เสือยกมือไหว้ สวัสดีนายดาว

พอนายดาวถามว่าเขาเกิน กำหนดชำระหนี้มาสามวันแล้วจะคืนวันนี้เลยไหม มนตรีก็อึกอักติดอ่างขึ้นมาทันที อ้างว่าตนมีธุระด่วนยกมือไหว้ลาเลย แต่ยังอาลัยวนิดา ปั้นยิ้มทำตาปริบๆพูดเบาๆ

"หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราคงได้ไปทานข้าวด้วยกันสักครั้งนะครับคุณวนิดา"

ส่วนนายดาวก็กระซิบมนตรีอีกต่อหนึ่งว่า "หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณคงใช้หนี้ผมได้โดยเร็วนะคุณมนตรี"เท่านั้นเอง มนตรีก็เปิดแน่บ

พอ พวกหนุ่มๆไปกันหมดแล้ว นายดาวบอกลูกสาวว่า "ลูกอย่าไปสนใจไอ้คนพวกนั้นเลยนะ พวกมันไม่ได้เรื่องเลยสักคนเดียว ลูกไม่ต้องไปเสียใจอาลัยอาวรณ์ พ่อจะหาผู้ชายที่ดีกว่านี้มาให้ลูกให้ได้ คอยดูสิ"

สุมาลีฟังแล้วแอบกระซิบกัลยาว่า "เห็นความโชคร้ายของยัยนิดรึยังล่ะ"

"ไม่มีใครอยากเป็นลูกเขยนายดาว วงศ์วิบูลย์ จอมหน้าเลือดหรอก" พูดแล้วสองสาวทำหน้าสยองกับความหน้าเลือดของพ่อเพื่อน

ooooooo

พอก ลับถึงบ้าน นายดาวปรารภกับสมหมายคนขับรถว่า วนิดาอายุ 22 แล้ว แต่ยังทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตแบบนี้ เมื่อไรจะมีคนมาขอสักที สมหมายพูดเอาใจว่ามีคนเข้าแถวยาวเหยียดจนวนิดาเลือกไม่ถูกต่างหาก

"ใช่ ลูกสาวฉันทั้งสวยทั้งเก่ง แต่พอใครๆรู้ว่ายัยนิดเป็นลูกของนายดาว วงศ์วิบูลย์ ไอ้ผู้ชายพวกนั้นก็พากันเผ่นแน่บ"

คุย กันแล้ว นายดาวบ่นสงสารลูกที่เกิดมามีตนเป็นพ่อ คิดแล้วตัดสินใจ "เห็นทีฉันต้องหาลูกเขยที่ดีที่สุดให้ยัยนิดด้วยตัวเอง บางที..." พูดพลางนายดาวหยิบสมุดรายชื่อลูกหนี้ขึ้นมาพลิก บอกสมหมายว่า "อาจเป็นใครสักคนที่มีชื่ออยู่ในนี้ก็ได้ หึๆๆ"

ooooooo

วัน นี้ ประจักษ์กับประจวบผู้เป็นน้องชาย ชวนกันไปตีเทนนิสที่สนาม โดยมีพิสมัยและปราณีคนรักของทั้งสองไปนั่งดูคุยกันอย่างถูกคอ สองสาววางแผนว่าจะแต่งงานวันเดียวกัน แค่วางแผนก็พากันตื่นเต้นว่าพวกสาวๆ ทั่วพระนครคงพากันอิจฉาเราสองคนทั้งเมืองทีเดียว

ออกกำลังกันเสร็จ ประจวบบ่นว่าเมื่อไหร่ตนถึงจะชนะพี่ชายได้สักที ประจักษ์แนะแกมสอนว่า

"แกต้องใจเย็น ใช้สติมากกว่าใช้อารมณ์ ไม่ใช่เฉพาะแต่ การเล่นกีฬา แต่แกต้องหัดใช้กับการทำงานแล้วก็การใช้ชีวิตด้วย"

ประจวบ ได้ฟังพี่ชายอบรมอยู่บ่อยๆ เลยแซวว่าบ่นเหมือนคนแก่จนบางครั้งตนนึกว่ามีพ่ออีกคน ประจักษ์เลยอบรมแถมไปอีกว่า เพราะเขาทำตัวเป็นเด็กอยู่อย่างนี้จะไม่ให้ตนห่วงได้ยังไง

"ผมรู้ครับว่าพี่ชายของผมคนนี้รักและหวังดีกับผมมากที่สุด ถ้าผมเดือดร้อน ผมรู้ว่าพี่ใหญ่ต้องช่วยผมเป็นคนแรก" ประจวบอ้อนพี่ชาย

"เพราะฉะนั้น คุณเล็กก็ควรจะรักคุณใหญ่มากๆเหมือนกันนะคะ" พิสมัยทีเล่นทีจริง

ทั้งหมด เลยหยอกกันอย่างร่าเริงประสาคนรัก จนประจักษ์ถามขึ้นว่าเที่ยงนี้เราจะไปทานอะไรกันดีตนชักหิวแล้ว ประจวบเสนอไปที่ภัตตาคารจีนเปิดใหม่ดีไหม แต่มื้อนี้คนชนะต้องเป็นเจ้ามือ

ประจักษ์ ตกลงด้วยความเต็มใจ แต่พริบตานั้นเองประจวบก็หน้าเสียเมื่อเหลือบเห็นนายดาวยืนโบกมือและส่งยิ้ม ให้อยู่อีกมุมหนึ่งของสนามเทนนิส เขาเลยปดพี่กับสองสาวว่าพอดีเจอเพื่อนให้พวกเขาไปกันก่อนเดี๋ยวตนตามไป

ooooooo

ประจวบ กังวลใจมากที่เจอนายดาวเพราะเป็นหนี้อยู่และยังไม่มีเงินใช้คืน พอเจอนายดาวก็รีบบอกว่าเสียใจที่ตนยังไม่มีเงินมาชำระหนี้ให้ นายดาวพูดอย่างอารมณ์ดีว่าตนรู้  ที่มานี่เพราะมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบสองเรื่อง เรื่องหนึ่งเป็นข่าวดี และอีกเรื่องเป็นข่าวร้าย ถามหยอกว่าอยากฟังข่าวไหนก่อน

ประจวบขอฟัง ข่าวร้ายก่อน นายดาวเลยแจ้งยอดหนี้ค้างชำระทั้งหมดว่าเขาติดอยู่ห้าหมื่นบาท ทำเอาประจวบเส้นกระตุกลุกพรวดขึ้นยืนถามว่าเป็นไปได้อย่างไร นายดาวแจกแจงว่าเขาค้างชำระทั้งต้นทั้งดอกมาสามสิบเดือน ดอกทบต้นทบดอกทบไปทบมาเลยยอดสูง ทั้งเขาก็ไม่มีของการันตีไม่มีผู้ ค้ำประกันด้วยพูดแล้วเปรียบให้ฟังว่า

"คุณน่าจะเอาอย่างพี่ชายคุณ เงินเดือนมากกว่าคุณไม่กี่มากน้อยแต่หนี้สินไม่มี"

ประจวบหัวเสียแต่จำต้องรับสภาพถามว่าแล้วข่าวดีที่นายดาวจะบอกหวังว่าคงเป็นเรื่องดีจริงๆ

"เป็นเรื่องที่น่ายินดีแน่ๆ" นายดาวพูดพลางจ้องหน้าประจวบอย่างมีเลศนัย เจ้าเล่ห์

ประจักษ์ พิสมัย และปราณีสั่งอาหารทานกันจนจะอิ่ม

แล้วประจวบยังไม่มา ประจักษ์บ่นว่าเจ้านี่เจอเพื่อนทีไรคุยติดลมทุกที ขอโทษปราณีแทนบอกว่าตนจะสั่งสอนให้เอง

"คุณใหญ่อย่าไปเอ็ดคุณเล็กเลยนะคะ ดิฉันเข้าใจคุณเล็กค่ะ" ปราณีรีบขอกลัวประจวบโดนดุ

ooooooo

วัน นี้ วนิดากับเพื่อนรักทั้งสองชวนกันมาที่ภัตตาคารจีนเช่นกัน พอจะเข้าร้านก็เจอมนตรีเข้าพอดี มนตรีดีใจมากบอกว่าวันนี้โชคดีจริงๆ กัลยากับสุมาลีเลยหยอกว่าพวกตนก็ถือว่าโชคดีเหมือนกัน มื้อนี้เขาจะเลี้ยงข้าวพวกตนใช่ไหม

มนตรีสะอึกในอก กลั้นใจตอบ "เอ่อ...ครับ"

สุมาลี จัดแจงชวนว่า "เห็นเขาว่าร้านนี้หูฉลาม เป็ดปักกิ่ง หมูหัน เป๋าฮื้อ อร่อยมาก พวกเราจะทานอะไรดี" กัลยาบอกว่าเอาทุกอย่างที่พูดมานั่นแหละ

ตอนที่ 2

แผนการที่วนิดาคิดว่าสะใจที่สุดแล้วคือ แกล้งถือแก้วน้ำหกใส่ประจักษ์ พอเห็นหน้าคนทำประจักษ์ก็พูดอย่างระอา "เธออีกแล้วเหรอ"

ทั้ง คู่ต่อล้อต่อเถียงกันอีกตามเคย เถียงและแอบด่าพอได้สะใจวนิดาก็แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกก่อนเดินหนีไปดื้อๆ ประจักษ์มองตามสบถอย่างหัวเสีย "เด็กบ้า!"

กลับไปถึงโต๊ะ พิสมัยถามว่าทำไมเสื้อเปื้อนอย่างนี้เขาตัดบทว่าตนซุ่มซ่ามทำน้ำหกเองแล้ว จ่ายค่าอาหาร ตาเหลือบมองไปอีกโต๊ะเห็นมนตรีกำลังนั่งอยู่กับสุมาลีก็นึกในใจว่าไม่เห็น สวยอย่างที่มนตรีบอกซักนิดเดียว

แต่ที่แท้คือพอประจักษ์คล้อยหลังไป วนิดากับกัลยาก็กลับมาที่โต๊ะ เลยเข้าใจผิดไป

คืน นี้ ที่บ้านมหศักดิ์ตึงเครียดมากเมื่อจนดึกแล้วประจวบยังไม่กลับบ้าน คุณนายน้อมผู้เป็นแม่นั่งไม่ติดให้ป้าทองกับประจักษ์โทร.เช็กไปตามบ้าน เพื่อนหรือคนรู้จักก็ไม่มีใครรู้ คุณนายเสนอให้แจ้งความแต่ประจักษ์เห็นว่าน้องไม่ใช่เด็กแล้ว เลยถูกแม่บอกให้ออกไปตามหาน้องด้วยแม่เป็นห่วง

ไม่ทันไร ไปล่ก็หิ้วปีกประจวบเข้ามาบอกว่าเขาเดินมาหมดสติที่หน้าบ้าน คุณนายผวาเข้าไปถามว่าใครทำอะไรลูก ประจวบค่อยๆลืมตาร้องไห้ฟูมฟายขอให้พี่ชายและแม่ช่วยตนด้วย ครู่เดียวก็หลับไป ประจักษ์ได้แต่มองหน้าน้องคิดเดาไปต่างๆนานาว่าเกิดอะไรขึ้น

จน กระทั่งเช้า เมื่อประจักษ์ถามว่าเมื่อคืนไปไหนมาถึงได้เมาหัวราน้ำแบบนั้น ประจวบปดเพื่อให้พี่ชายสบายใจว่าเพื่อนชวนไปดื่มและไม่ยอมให้กลับ ครั้นถูกซักว่าแล้วร้องไห้ทำไม ประจวบหน้าเสียแต่ก็ตอบเลี่ยงไปว่า

"เอ่อ ไม่มีอะไรหรอกครับ คนเมาก็พูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย"

ooooooo

เมื่อ ประจวบไปที่กรมทหารม้าตามปกติ เขาถูกนายดาวพรวดออกมาขวางทวงคำตอบที่ค้างไว้ตั้งแต่ เมื่อวาน เมื่อเห็นประจวบอึกอักลังเล นายดาวหว่านล้อมว่า

"ผมไม่เห็นว่าคุณจะต้องคิดอะไรมาก คุณได้ลูกสาวผมไปเป็นภรรยา ก็เหมือนได้เพชรเม็ดงามไปครอบครองจะต้องคิดอะไรอีก"

ประจวบ ย้อนถามว่าตนมีคนรักอยู่แล้วจะให้แต่งงานกับลูกสาวเขาได้ยังไง นายดาวบอกให้ไปบอกเลิกกับคนรักเสีย ประจวบด่าสวนไปทันทีอย่างรับไม่ได้ว่า

"เห็น แก่ตัว...ผมจะไม่มีวันยอมให้ลูกสาวคุณมาใช้สกุลมหศักดิ์ที่ผมเคารพบูชา ถึงคุณจะยื่นฟ้องศาลหรือทำกับผมยังไง คุณก็ไม่สามารถซื้อผมไปเป็นผัวลูกสาวคุณได้หรอก"

นายดาวคุยโวว่ามีหลายคนที่ต้องการเป็นลูกเขยตน ประจวบถามว่าแล้วทำไมต้องเป็นตน

"เพราะ คุณเป็นมหศักดิ์ยังไงล่ะ คิดให้ดี ตอนนี้ผมเป็นฝ่ายได้เปรียบ คุณจะยอมขึ้นศาล ยอมถูกถอดจากตำแหน่งหน้าที่การงานจริงน่ะเหรอ คุณจะให้มหศักดิ์ สกุลที่เต็มไปด้วยเกียรติยศต้องพังพินาศเพียงเพราะคุณคนเดียวเหรอ...เฮ้อ... น่าเสียดาย...น่าเสียดาย"

นายดาวเข้าไปบีบไหล่ประจวบแน่น ยื่นคำขาดว่าถ้าเขาไม่ยอมแต่งงานกับลูกสาวตนจริงๆก็ให้ใช้หนี้ให้ครบภายใน สามวัน ประจวบตกใจต่อรองเป็น 6 เดือนได้ไหม นายดาวไม่ยอมหัวเด็ดตีนขาดก็ให้แค่สามวัน ว่าแล้วเดินไปอย่างผยอง

"ฉันไม่มีวันยอมแต่งงานกับลูกสาวของแกเด็ดขาด!!" ประจวบพึมพำกำมือแน่น

ooooooo

เหมือน พรหมลิขิตให้ชีวิตต้องเจอกัน วันนี้วนิดาไปขี่ม้าที่สนามม้าตามลำพัง ความสวยสง่าบนหลังม้าของเธอทำให้ชายหนุ่มข้างสนามพากันฮือฮาปรบมือเป่าปาก ชื่นชมให้กำลังใจกันอึกทึก

ประจักษ์จูงม้าออกมาเอะใจหันไปมอง แล้วก็ต้องอุทานอย่างเหนื่อยหน่ายเมื่อเห็นเป็นวนิดาว่า "ยัยเด็กนี่อีกแล้วเหรอ" แล้วเบ้หน้าเมื่อเห็นพวกหนุ่มๆพากันคลั่งไคล้พึมพำว่า "ไม่เห็นน่าชื่นชม"

ทันใด วนิดาตกใจร้องสุดเสียง "ว้าย!!" เมื่อม้าสีดาที่เธอขี่เกิดพยศยกขาหน้าขึ้นจนเธอต้องกอดคอม้าไว้แน่น พวกหนุ่มๆขี้หลีที่ทำท่าหลงใหลเมื่อครู่พากันมองเหวอทำอะไรไม่ถูก

"ทำไมไม่มีใครเข้าไปช่วยฮะ!!"   ประจักษ์ตะโกน

พวก หนุ่มคะนองเหล่านั้นพากันส่ายหน้า ประจักษ์จึงกระโดดขึ้นควบม้าไปช่วยดึงวนิดามานั่งม้าของตัวเองแล้วเขาก็ขี่ เจ้าสีดาปราบพยศจนสำเร็จด้วยความอ่อนโยนเมตตา

วนิดาชื่นชมเขาเอ่ย ขอบใจที่ช่วย แต่พอถูกประจักษ์พูดอย่างเย็นชาว่าตนทำตามหน้าที่ไม่ได้หลงเสน่ห์เธอเหมือน คนอื่น ความรู้สึกดีๆของวนิดาก็เลยกลายเป็นฉุน ต่อปากต่อคำกันตามเคย สุดท้ายแม้แต่คำขอบคุณที่ให้ไปเธอยังทวงคืน จนประจักษ์ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ บ่นงึมงำ

"ลูกเต้าเหล่าใคร ขออย่าให้เจออีกเลย"

ooooooo

ประจวบ อึดอัดกลัดกลุ้มเรื่องหนี้สินแต่ไม่ปริปาก บอกใคร จนตัดสินใจบางอย่างแล้วจึงพูดเปรยๆกับปราณีว่า ถ้าตนต้องไปที่ไหนสักที่ที่ไกลๆเธอจะรอไหวไหม ปราณีหน้าเสียถามว่าเขาจะไปไหน เมื่อประจวบกลบเกลื่อนไปว่าก็แค่อยากรู้ว่าเธอรักตนมากแค่ไหนเท่านั้น เธอตอบอย่างหนักแน่นมั่นคงว่า

"น้องรักคุณพี่มากกว่าสิ่งใดๆในโลก และไม่ว่าคุณพี่จะต้องไปไหนที่ไกลแสนไกลหรือนานแค่ไหนน้องก็จะรอคุณพี่ค่ะ"

"ขอบใจนะจ๊ะยอดรักของฉัน" ประจวบกอดปราณีไว้ ด้วยความรัก แต่แอบถอนใจอย่างครุ่นคิด

จน เย็น เมื่อประจักษ์กลับถึงบ้าน จึงรู้เรื่องหนี้สินของประจวบ เมื่อไปนั่งปรึกษากันพร้อมหน้าทั้งสามคน คุณนายน้อมบอกประจักษ์ต้องช่วยน้อง ให้หาเงินไปคืนนายดาวเสียเรื่องจะได้ จบๆไป

ประจักษ์ยอมรับตรงๆว่า ตนไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น แล้วบ่นน้องชายว่าเคยเตือนแล้วว่ามีอะไรให้บอกทำไมถึงปล่อยให้เรื่องบาน ปลายขนาดนี้ กลับถูกผู้เป็นแม่ดุว่าอย่าไปว่าน้องเพราะกำลังขวัญเสีย

"ก็เพราะคุณแม่ให้ท้ายน้องอย่างนี้น่ะสิครับ ตาเล็ก ถึงไม่โตสักที" ประจักษ์บ่นแม่

"อ้าว...แล้ว นี่อะไรมาว่าแม่ด้วยอีกคน ถ้าจะต้องโทษกันละก็ ต้องโทษอีนังมณฑา นังนี่มันผูกใจเจ็บโกรธแค้นมหศักดิ์ ถึงคิดจองล้างจองผลาญให้เราล่มจม!"

ประจักษ์แย้งว่าป้ามณฑาคงไม่ได้เกี่ยวข้องรู้เรื่องอะไรกับนายดาวหรอก

"แม่ว่าป้ากับหลานมันต้องรู้กัน พ่อใหญ่...พ่อใหญ่ต้องช่วยน้องนะลูก" คุณนายหันมาฟูมฟายต่อ

ประจักษ์ สงสารน้อง รับปากว่าจะไปเจรจาผัดผ่อนกับนายดาวให้เอง ประจวบจึงยอมเผยเงื่อนไขของนายดาวว่า "เขาจะปลดหนี้ให้ผม ถ้าผมแต่งงานกับลูกสาวเขา" พอรู้ ข้อแม้นี้เท่านั้น คุณนายน้อมก็เป็นลมไปเลย

ooooooo

คุณนายน้อมมีความแค้นฝังใจกับมณฑาย่าของวนิดามาเนิ่นนาน ทั้งสองเป็นคู่สะใภ้ โดยมณฑาเป็นสะใภ้ใหญ่และคุณนายน้อมเป็นสะใภ้เล็ก แต่เพราะมณฑาเป็นกุลสตรีมีเมตตาโอบอ้อมอารีจึงเป็นที่รักใคร่ ของพระยามหศักดิ์ดำรง สามี ซึ่งเป็นพี่ชายของสามี คุณนายน้อม

ความริษยาทำให้คุณนายน้อมเวลานั้นใส่ร้ายป้ายสีมณฑา เป่าหูพระยามหศักดิ์ธำรงว่ามณฑาคบชู้สู่ชายขโมยเครื่องเพชรไปปรนเปรอชายชู้ พระยามหศักดิ์ธำรงหูเบาโกรธเกลียดมณฑาจนไล่ออกจากบ้าน

แต่นั้นมา มณฑาก็ไปอยู่กับนายดวง วงศ์วิบูลย์ผู้เป็น หลานชาย  ได้รับการดูแลจากวนิดาอย่างดี  จนย่าหลานคู่นี้สนิทสนม กันมาก

จากนั้น คุณนายน้อมก็กระหยิ่มยิ้มย่องว่า ถ้าไม่มีสะใภ้ คนโต ต่อไปทรัพย์สมบัติทุกอย่างก็ต้องตกเป็นของตน

จนวันนี้ เมื่อนายดาวมีข้อแม้ให้ประจวบแต่งงานกับวนิดาเพื่อยกหนี้ให้แลกกับการถูกฟ้องล้มละลายเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล คุณนายน้อมจึงรับไม่ได้ เคี่ยวเข็ญให้ประจักษ์ต้องช่วยน้อง ย้ำเป็นเรื่องคอขาดบาดตายว่า

"ลูกจะให้น้องแต่งงานกับลูกสาวไอ้หน้าเลือดนั่นไม่ได้เด็ดขาด"

คุณนายน้อมตีโพยตีพายจนประจักษ์ขอให้ใจเย็นๆ เรามาช่วยกันหาทางช่วยประจวบกันดีกว่า

"จะช่วยได้ยังไง ตอนนี้มหศักดิ์เหลือแต่ชื่อเท่านั้น..."

ประจวบได้แต่มองหน้าแม่กับพี่ชายด้วยความรู้สึกผิด ไม่สบายใจ พลันก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมา นั่นคือหนีไปหาเงินมาใช้หนี้ โดยเขียนจดหมายลาทิ้งไว้ที่บ้านฉบับหนึ่ง และไป ให้ปราณีคนรักฉบับหนึ่ง

รุ่งเช้า ปราณีถือจดหมายมาหาคุณนายน้อมที่บ้านแต่เช้า ตาบวมเหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน เมื่อเจอกับคุณนายน้อม ต่างมองจดหมายในมือของอีกฝ่ายอย่างเดาเรื่องออก พอดีประจักษ์มาพบถามว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นทั้งสามจึงพากันไปนั่งที่ห้องรับแขก

ooooooo

ประจักษ์เป็นคนอ่านจดหมายให้ฟัง ประจวบเขียนกราบเท้าแม่และขอโทษพี่ชายที่ไปโดยไม่บอกกล่าว เขียนบอกว่าเขาได้ลาออกจากราชการทหารเรียบร้อยแล้ว  และจะรีบหางานทำหาเงินมาใช้หนี้นายดาวให้ เร็วที่สุด  ฝากแม่กับพี่ชายดูแลปราณีสุดที่รักของตนด้วย สัญญาว่าจะรีบกลับมา

คุณนายน้อมร้องไห้โฮตีโพยตีพายสงสารลูก ส่วนประจักษ์นิ่งครุ่นคิดที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง

ไวเท่าความคิด บ่ายนี้เขาไปที่บ้านนายดาวแต่นายดาวไม่อยู่ คนใช้บอกว่าอยู่แต่วนิดา เขาจึงตัดสินใจคุยกับวนิดาแทนก็ได้ คนใช้บอกว่าไม่ทราบว่าวนิดาไปไหนขอให้รอสักครู่

ที่แท้นายดาวไปหาคุณหญิงน้อมที่บ้านบอกว่าจะมาคุยเรื่องงานแต่งงานของประจวบกับลูกสาวตน คุณหญิงโกรธจนพูดแทบเป็นตะโกน ประกาศไม่ยอมให้ตระกูลผู้ดีอย่างมหศักดิ์ต้องไปคลุกกับตระกูลไพร่อย่างเขาเด็ดขาด ด่านายดาวว่าอยากหาผัวให้ลูกจนตัวสั่นระริก ต้องใช้เงินซื้อผัวให้ลูกสาวตัวเอง

"ผมไม่ต้องการซื้อสามีให้ลูกสาวตัวเอง ผมต้องการให้ ลูกสาวมีสามีที่ดี และลูกชายของคุณนายก็คือผู้ชายคนนั้น คุณนายจะไม่เสียใจเลยที่ได้วนิดาลูกสาวของผมเป็นศรีสะใภ้" นายดาวยังใจเย็น

คุณนายบอกนายดาวอย่างสะใจว่าตอนนี้ประจวบหนีไปแล้ว คิดว่านี่เป็นไม้ตายที่ฟาดหน้าแงนายดาวได้ฉมัง แต่ที่ไหนได้ นายดาวกลับพูดหน้าตาเฉยอย่างเป็นต่อเต็มที่ว่า

"ในเมื่อจำเลยหนีไปแล้วแบบนี้ ถ้าเรื่องถึงศาลไม่มีจำเลยมาแก้ตัวผมก็ได้เปรียบชนะใสๆ มหศักดิ์ล้มละลาย บ้านและทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็จะตกเป็นของผม"

คุณนายโกรธตัวสั่นจนขู่จะฆ่า นายดาวก็ขู่ว่าถ้าฆ่าตนคุณนายก็ติดคุก คุณนายเลยถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร นายดาวพูดอย่างกระหยิ่มว่า

"ผมทราบว่าคุณประจวบมีพี่ชายชื่อพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ และยังเป็นโสดอยู่ด้วยใช่ไหมครับ"

คุณนายน้อมอึ้ง อ่านใจนายดาวออกว่าหมายความว่าอย่างไร

ooooooo

ฝ่ายประจักษ์รอวนิดาอยู่เป็นชั่วโมง ปรากฏว่าวนิดากับจวงไปตลาด วนิดาเป็นคนขี่จักรยานมีจวงซ้อน เธอขี่โลดโผนจนจวงพลัดตกลงในปลักโคลน ตัวเองก็ล้มไปกับจักรยานจมปลักโคลนเช่นกัน เลยหน้าตามอมแมม หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน รีบกลับมาเอาสายยางฉีดน้ำล้างออก ยังเล่นกันต่อด้วยการฉีดน้ำใส่กันวิ่งไล่กันจนไปหลบอยู่หลังรถของประจักษ์

ประจักษ์คอยอยู่จนเบื่อออกมาได้ยินเสียงสาวๆหัวเราะกันคิกคักสนุกสนาน มองไปเห็นกำลังไล่ฉีดน้ำและหลบกันอยู่หลังรถตน ตะโกนถามอย่างไม่พอใจว่า

"นั่นใครมาเล่นอะไรที่รถฉัน" สองสาวเงียบกริบรีบหลบ เขายิ่งโมโห "ใครหลบอยู่ตรงนั้นออกมานะ!!"

สองสาวหัวหดอยู่หลังรถ ถูกเขาขู่หนักเข้าจวงเลยออกมายิ้มแหยๆ แต่พอเห็นหน้าหล่อของประจักษ์ก็ตาวาวกลายเป็นดี๊ด๊า พอถูกว่าก็แก้ตัวเอาความดีว่าตนเห็นรถมันเลอะ เลยทำความสะอาดให้

ประจักษ์ไม่เชื่อทั้งยังจะให้เอาอีกคนหนึ่งออกมาด้วย แต่ปรากฏว่าสาวคนนั้นหายแวบไปแล้ว ประจักษ์เลยขับรถพรืดออกไปอย่างโมโหฉุนเฉียว

ooooooo

พอกลับถึงบ้าน คุณนายถามว่าไปไหนมาหรือ เอาน้ำส้มคั้นสดๆมาให้ดื่มให้ชื่นใจ ยิ้มแย้มอารมณ์ดีฟังลูกชายเล่าว่าไปหานายดาวมาแต่ไม่เจอ เสนอแม่ว่าให้นายดาวยึดสมบัติของเราไปเถอะ  อย่าไปเสียดายเลย  แต่ตนจะไม่มีวันยอมลดเกียรติและศักดิ์ศรีของเราด้วยการไปเกี่ยวดองกับนายดาวเด็ดขาด

คุณนายฟังแล้วกระอักกระอ่วนใจ สุดท้ายทำใจกล้าบอกลูกชายว่าแม่ไปหาฤกษ์แต่งงานมาแล้ว ประจักษ์ดีใจถามว่าแล้วพิสมัยรู้แล้วหรือยัง

"ไม่ต้องพิสมัยหรอกลูก เพราะเจ้าสาวของลูกคือ วนิดา วงศ์วิบูลย์"

"นังเด็กนั่นหรือครับคุณแม่!!" ประจักษ์แทบช็อก

ส่วนนายดาวก็กลับไปบอกวนิดาว่าจะให้ลูกแต่งงานกับพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ วนิดาตกใจเพราะไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้ ปฏิเสธว่า "ลูกไม่แต่งค่ะ" ซึ่งก็เป็นเวลาที่ประจักษ์ ปฏิเสธแม่ไปอย่างเด็ดเดี่ยวเช่นกันว่า "ผมก็ไม่แต่งครับคุณแม่..."

ปรากฏว่า ทั้งวนิดาและประจักษ์ต่างปฏิเสธพ่อและแม่ของตนอย่างเด็ดเดี่ยวว่าไม่ยอมแต่งงานกับคนที่พ่อและแม่หามาให้

ooooooo

วนิดาหงุดหงิดว้าวุ่นใจมาก เมื่อเล่าให้มณฑาฟังว่าพ่อจะให้แต่งงาน ทีแรกมณฑาก็สนับสนุนเพราะหลานสาวอายุย่าง 22 แล้ว แต่พอรู้ว่าผู้ชายที่นายดาว เลือกให้ชื่อพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ เท่านั้น มณฑาก็ตัวสั่นขึ้นมาและหมดสติไปในที่สุด

เมื่อตามหมอมาดู หมอฉีดยาให้และย้ำกับญาติว่าอย่าให้คนไข้เครียดเพราะท่านเป็นโรคหัวใจ นายดาวบอกให้วนิดาไปส่งหมอ  เมื่ออยู่กันตามลำพัง  มณฑาบอกนายดาวว่า  อย่าหาว่าตนยุ่งเรื่องครอบครัวของเขาเลย  เรื่องที่นายดาวจะให้วนิดา แต่งงานกับประจักษ์...พูดแค่นั้นมณฑาก็เงียบไป

นายดาวแก้ต่างว่าตนทราบว่าในอดีตมณฑามีความเจ็บปวดกับตระกูลมหศักดิ์  แต่ประจักษ์เป็นคนดี  กระนั้น  มณฑา ก็ยังไม่วางใจกลัววนิดาจะรับมือกับคุณนายน้อมไม่ไหว ไม่อยาก ให้หลานไปทรมานเหมือนตนในอดีตอีก

"ผมมั่นใจว่าความดีของยัยนิดต้องเอาชนะใจคนบ้านนั้น และผมก็ยังเชื่ออีกด้วยว่าพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ จะต้องรักวนิดาจนหมดหัวใจ เมื่อถึงวันนั้น ความรักที่แท้จริงของคนสองคนจะเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่าง  แต่ที่สำคัญก็คือ  ยัยนิดจะเป็นคนเดียวที่ล้างมลทินให้กับป้าได้"

มณฑาได้แต่ภาวนาขอให้เป็นอย่างที่นายดาวพูดเถอะ ซึ่งนายดาวก็รับรองว่าเป็นอย่างนั้นแน่ๆ

ooooooo

วันต่อมา  ประจักษ์กับวนิดาได้เจอกันอีกที่สนามม้า วนิดาขอให้เขาช่วยดูเจ้าสีดาให้ทีเพราะไม่ยอมให้ตนจับมาหลายวันแล้ว ประจักษ์ซึ่งแม้จะกำลังกลัดกลุ้มเรื่องถูกบังคับให้แต่งงานแต่ก็มีแก่ใจไปสอนให้ เขาขอโทษวนิดาก่อนจับมือเธอไปลูบที่หัวเจ้าสีดาเบาๆทั้งยังย้ำกับเธอว่าเราต้องให้ความรักกับเขาด้วย ปรากฏว่าเจ้าสีดาละพยศได้อย่างง่ายดาย

วนิดาลูบหัวเจ้าสีดาอย่างพอใจ แต่พอหันมาอีกทีประจักษ์ก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว

วันเดียวกัน พิสมัยได้รับฤกษ์ดีจากเสด็จ ท่านแจ้งว่า เธอมีเวลาตรียมตัว 6 เดือน ส่วนเรื่องข้าวปลาอาหารที่จะใช้จัดเลี้ยงในงานแต่ง ท่านจะเป็นธุระให้เอง

"ขอบพระทัยเพคะเสด็จ" พิสมัยก้มกราบแทบเท้า ก็พอดีคนรับใช้เข้ามาบอกเธอว่าประจักษ์มาหา เธอจึงขอตัวกับเสด็จ  ก้มกราบแล้วคลานออกไป

ooooooo

ประจักษ์ตั้งใจจะมาบอกเธอเรื่องจำต้องแต่งงานกับวนิดาตามคำขอร้องของแม่ แต่แล้วก็พูดไม่ออก เมื่อพิสมัยเอาฤกษ์ที่เสด็จหามาได้ให้เขาดู เขาถึงกับอึ้งสนิท

พอกลับถึงบ้าน ประจักษ์บอกแม่ว่าตนแต่งงานกับ

เด็กนั่นไม่ได้ เพราะวันนี้พิสมัยบอกว่าเสด็จท่านหาฤกษ์แต่งงานให้แล้ว บอกแม่อย่างเจ็บปวดว่า

"ผมเลยตัดสินใจแล้วว่าเราจะยอมล้มละลาย คุณแม่ ย้ายไปอยู่ที่บ้านพักในกรม ผมกับตาเล็กจะช่วยกันทำงานหาเงินให้เร็วที่สุดเพื่อมาใช้หนี้ให้นายดาว"

คุณนายน้อมไม่ยอมเพราะอยู่สบายมาหลายปีจะทนได้อย่างไร ประจักษ์เงียบไปอย่างอัดอั้น คุณนายเลยเสนอว่าเรื่องพิสมัยตนจะไปจัดการเอง เชื่อว่าพิสมัยต้องเข้าใจ แล้วกล่อมประจักษ์ว่า

"ส่วนลูกก็แต่งงานซะ แต่งกันแต่ในนาม ลูกเป็นผู้ชายยังไงก็ไม่เสียหาย แต่เราต้องไปตกลงกับไอ้ดาวว่าถ้าตาเล็กหาเงินมาใช้หนี้ครบเมื่อไหร่ก็ให้หย่าขาดจากกันเมื่อนั้น"

ประจักษ์นิ่งอั้นอึดอัด คุณนายมองด้วยสายตาวิงวอน ขอให้เขาเอาเงินมาให้แม่เก็บไว้รวมกับของประจวบ คิดว่าอีกสักปีสองปีเราต้องใช้หนี้ให้ได้หมด แล้วรีบสรุปรวบรัดว่า

"แต่งงานกับวนิดา ทำเพื่อแม่ ทำเพื่อน้อง ทำเพื่อมหศักดิ์นะลูกนะ"

แค่นั้นประจักษ์ก็อึ้งสนิท

ooooooo

วันรุ่งขึ้นประจักษ์นัดพบกับนายดาวที่สวนลุม เพื่อเจรจาเงื่อนไขการแต่งงานกัน โดยประจักษ์พูดตามข้อเสนอของคุณนายน้อม นายดาวแย้งว่าทำแบบนั้นลูกสาวตนเสียหาย

"ผมให้สัญญา สาบานด้วยเกียรติยศว่าผมจะไม่ล่วงเกินหรือแตะต้องลูกสาวของคุณเด็ดขาด และลูกสาวของคุณก็มีสิทธิ์ จะใช้นามสกุลมหศักดิ์ได้โดยชอบธรรม"

"แล้วถ้าหากว่าคุณประจวบไม่กลับมาล่ะ" นายดาวถาม ประจักษ์กลั้นใจตอบว่าตนก็จะอยู่กินกับลูกสาวของเขาตลอดไป นายดาวนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วถามประจักษ์ว่าแน่ใจนะ   พอเขาพยักหน้านายดาวเตือนว่า "แต่ถ้าระหว่างที่คุณสองคนอยู่ด้วยกัน เกิดมีการหย่าร้างโดยที่ผมยังไม่ได้รับการชำระหนี้ ผมจะยื่นฟ้องต่อศาลทันที ตกลงไหมคุณประจักษ์"

เมื่อประจักษ์ตกลง นายดาวบอกว่าตนจะไปหาฤกษ์ ให้เร็วที่สุด ประจักษ์นึกได้รีบเสนอว่าจะไม่มีการจัดงานแต่งใหญ่โต จะมีแต่คนในครอบครัวของเราเท่านั้น หลังแต่งงานลูกสาวเขาก็กลับไปอยู่บ้าน ตนก็จะกลับมาอยู่บ้านตัวเองเหมือนกัน พูดให้สบายใจว่ารับรองเรื่องนี้จะไม่มีใครรู้และห้ามเขาบอกใครด้วย

หลังจากคิดครู่หนึ่ง นายดาวยอมตกลงตามนั้น

ooooooo

พอวนิดาเล่าให้เพื่อนสนิททั้งสองฟัง ทั้งสุมาลีและกัลยาต่างดี๊ด๊าที่เพื่อนจะได้แต่งงานกับนายทหารที่ทั้งหล่อทั้งเท่ขี่ม้าเก่งแถมมาจากตระกูลผู้ดีเก่าด้วย แต่พอวนิดาถามว่าเคยรู้จักหรือ สองสาวก็พูดหน้าตาเฉยว่าเปล่า เคยได้ยินเขาพูดๆกันเท่านั้น ทำให้วนิดาเริ่มลังเลว่าจะแต่งหรือไม่แต่งดี

แต่พอปรึกษาคุณย่า มณฑาสนับสนุนให้เชื่อนายดาวเพราะคุณพ่อเธอคงเห็นว่าถึงแก่เวลาแล้วและคงมองคนไม่ผิด ลูบหัวปลอบใจหลานสาวอย่างเอ็นดูว่า

"ประจักษ์เป็นคนดี เขาดูแลลูกได้ ย่ามั่นใจว่าเขาจะไม่ทำให้ลูกเสียใจ เชื่อย่านะลูกนะ"

แม้จะให้กำลังใจปลอบหลานสาวไปอย่างนั้น แต่แววตา ของมณฑานั้นเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

เมื่อเจรจาตกลงเงื่อนไขกันเรียบร้อยแล้ว นายดาวจัดแจงเตรียมจับวนิดามาขัดสีฉวีวรรณด้วยยาสมุนไพรทั้งทาทั้งอาบทั้งอบ วนิดาวิ่งหนีไม่ยอมให้ทำ ก็ถูกนายดาววางกำลังดักไว้หมดทุกทาง ใช้ทั้งสาวใช้ในบ้านกระทั่งสุมาลีกับกัลยาก็ยังพลอยไปกับเขาด้วย

สุดท้ายวนิดาก็ถูกจับนุ่งผ้าถุงเปลือยช่วงหัวไหล่ มีสุมาลีกับกัลยาช่วยกันจับล็อกไว้ให้จวงเอาขมิ้นทาตัวจนเหลืองอ๋อยไปหมด เมื่อวนิดาโวยวายว่าทาตัวตนเหลืองเหมือนคนเป็นดีซ่าน จวงก็พูดเอาใจว่ารับรองว่าเธอจะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในโลกเลย

นอกจากจับวนิดามาขัดสีฉวีวรรณแล้ว นายดาวยังไปหาประจักษ์ที่สโมสร ตรงเข้าไปที่โต๊ะเขาเอาฤกษ์วันแต่งงานไปให้ บอกว่าอาทิตย์หน้าถือว่าเป็นวันดีให้เตรียมตัวไว้ให้พร้อม

ประจักษ์อึดอัดอับอายมากที่นายดาวไปพูดเสียงดังในสโมสร พยายามให้ลดเสียงแต่นายดาวอยากอวดพูดดังจนคน

ในร้านได้ยินกันหมด พอนายดาวพูดจบประจักษ์ก็บอกให้รีบกลับไปเสีย แต่นายดาวลีลามาก ขอดื่มอะไรสักหน่อยเพราะคอแห้งมาก ทำให้ประจักษ์หงุดหงิดเสียงดังใส่ว่า "ไม่ได้"

ขณะนั้นเองมนตรีเข้ามาเจอนายดาวเลยเข้าไปทัก ถามประจักษ์ว่ารู้จักกันด้วยหรือ กระซิบแซวว่าหรือประจักษ์ยืมเงินนายดาว ประจักษ์รีบปัดว่าไม่ใช่ แค่ทักทายกันนิดหน่อยแล้วหันไปบอกนายดาวว่าหมดธุระแล้วก็กลับไปเสีย ปรากฏว่านายดาวปากเปราะเชิญมนตรีไปงานแต่งงานของลูกสาวตนในวันอาทิตย์หน้านี้ด้วย

ประจักษ์อึดอัดใจอกแทบระเบิด เพราะมนตรีสนใจจี๋ขึ้นมาทันที ถามว่านายดาวมีลูกสาวอีกคนหรือ แต่พอนึกได้ก็ตกใจถามว่าหรือวนิดาจะแต่งงาน แต่งกับใคร?

ระหว่างนั้นประจักษ์พยายามขัดเปลี่ยนเรื่อง แต่สุดท้ายมนตรีก็ถามจนนายดาวซึ่งอยากจะบอกอยู่แล้ว บอกอย่างภูมิใจว่า

"เจ้าบ่าวของวนิดาคือคุณประจักษ์ยังไงล่ะครับ"

มนตรีหันขวับจ้องหน้าประจักษ์ตะลึง ส่วนประจักษ์ตีหน้าไม่ถูกพูดไม่ออกได้แต่เซ็งสุดๆ

ooooooo

ตอนที่ 3

มนตรีโกรธเพื่อนรักโวยวายต่อว่าอย่างรุนแรงว่าเป็นพวกเกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง แต่งงานกับวนิดาทั้งๆที่รู้ว่าคือผู้หญิงที่ตนรัก ซ้ำเธอยังเป็นลูกสาวของคนที่ประจักษ์เรียกว่านายเงินหน้าเลือดด้วย

ประจักษ์ขอให้ใจเย็นๆ  บอกเหตุผลความจำเป็นต้อง แต่งงานเพราะประจวบเป็นหนี้นายดาว เลยเข้าทางมนตรีอีกเอะอะเสียงลั่นว่า

"นั่นยิ่งแล้วใหญ่ ไหนนายเคยบอกว่าเราเป็นชายชาติทหาร ไม่ควรขายตัวแลกเงิน เพราะมันเสียศักดิ์ศรี แต่นาย

กลับ..." มนตรีพูดไม่ออกเพราะจุกไปทั้งอก

"นายต้องฟังฉันให้จบนะมนตรี ที่ฉันทำลงไป ฉันทำเพื่อน้องชาย เพราะไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนฉันก็ไม่มีวันรักผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด ผู้หญิงที่ฉันรักมีเพียงคนเดียวคือพิสมัย"

มนตรีชะงักถามย้ำว่าจริงหรือ เมื่อประจักษ์สาบาน มนตรีเสียงอ่อนลงเปรยๆว่าถ้าอย่างนั้นก็น่าสงสารวนิดา ประจักษ์อ้าปากค้างก่อนจะพูดออกมาว่าตนต่างหาก น่าสงสารที่ต้องแต่งงานกับแม่นั่น

ooooooo

หลังจากถูกจับเอาขมิ้นทาจนตัวเหลืองไปหมดแล้ว วนิดาไปนั่งดูตัวเองในกระจกเซ็งๆแล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อจวงวิ่งมาบอกว่าคุณย่าอาการไม่ดีเพ้อเรียกหาแต่คุณนิด เธอวิ่งตามจวงไปทันที

ปรากฏว่ามณฑากึ่งเพ้อกึ่งมีสติ พูดย้ำกับวนิดาว่าประจักษ์เป็นคนดี แต่ลูกต้องระวังอันตราย  ย้ำให้ต้องเอาชนะใจเขาให้ได้ พูดไปอย่างเหน็ดเหนื่อย หอบเป็นพักๆแล้วบอกวนิดาว่า ท่านมารับแล้วเบิกตาโพลงร้องอย่างตระหนก

"แม่นิดช่วยย่า กู้เกียรติของย่า บอกให้ใครๆรู้...เขาจะมารับย่าแล้ว เขามาเอาย่าไปแล้ว วิหาร...วิหาร...พระกลาง...สระ...นิด สัญญากับย่า สัญญาว่า...จะช่วยย่า..."

"ค่ะ...นิดสัญญา...นิดสัญญาค่ะคุณย่า"

สิ้นเสียงสัญญาของวนิดา คุณย่าก็สิ้นใจ...วนิดาช็อกโผเข้ากอดคุณย่าร้องไห้โฮ...

อาทิตย์ต่อมาหลังงานศพและเก็บกระดูกมณฑาแล้ว วนิดาเสนอนายดาวว่าให้เลื่อนงานแต่งงานไปก่อนได้ไหม  นายดาวเข้ามาจับไหล่ลูกพูดอย่างเข้าใจแต่ไม่เลื่อนว่า

"เลื่อนไม่ได้ลูก คุณป้าท่านอยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา ถ้าลูกอยากให้คุณย่านอนตายตาหลับก็ทำเพื่อคุณย่านะลูก"

วนิดาเงียบไปอย่างสุดที่จะหาเหตุผลมาอ้างได้ หันมองที่เก็บกระดูกของย่าอย่างอาลัย...

ooooooo

ก่อนวันแต่งงานหนึ่งวัน ประจักษ์นัดพบกับพิสมัยที่สวนหย่อม รำพึงรำพันด้วยความเจ็บปวด

"พรุ่งนี้แล้วสินะที่ฉันต้องแต่งงาน...ใบหน้างามๆของเธอ...ฉันจะได้สัมผัสอีกเมื่อไหร่กัน..."

"คุณพี่..." พิสมัยโผเข้ากอดประจักษ์น้ำตาร่วง "คุณพี่ ต้องสัญญากับน้องนะคะว่าคุณพี่จะรักน้องคนเดียว  คุณพี่จะต้องไม่ยุ่งกับแม่คนนั้น  คุณพี่ต้องอยู่ห่างเขาเอาไว้ให้ไกลที่สุดนะคะคุณพี่ คุณพี่รับปากน้องนะคะ สัญญากับน้องนะคะ"

"จ้ะ..." ประจักษ์คลายกอดเชยคางพิสมัยมองตาบอกย้ำ "จำคำพูดของฉันไว้ให้ดีนะพิสมัยว่าฉันจะรักและจะแต่งงานกับเธอเพียงคนเดียว"

พิสมัยรับคำด้วยความซาบซึ้ง ประจักษ์ดึงร่างเธอเข้าไปกอดไว้อีกอย่างแสนรัก...

ที่บ้านนายดาว...

เย็นวันเดียวกัน นายดาวเรียกทนายมาทำสัญญาหลายฉบับ เสร็จแล้วย้ำถามว่าแน่ใจว่าเป็นสัญญาที่ถูกต้องตามกฎหมาย ใช่ไหม ทนายยืนยันว่าถูกต้องทุกอย่าง เพียงแต่เจ้าบ่าวเซ็นชื่อ ลงไปเท่านั้นก็มีผลบังคับได้ทันที ถามทิ้งไว้ว่า "แต่เจ้าบ่าวเขาจะยอมเซ็นหรือครับ สัญญามันออกจะ..."

"ยอมสิ ต้องยอมเซ็นอยู่แล้ว" นายดาวยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

เช้าวันงาน ฝ่ายประจักษ์มีมนตรีมาคนเดียว ขบวนแห่ขันหมากก็ไม่มี สองหนุ่มไปกันแต่ตัว

แต่พอไปถึงใกล้บ้านนายดาว ปรากฏว่าเจอขบวนยาวเหยียดขวางถนนอยู่ เป็นขบวนขันหมากแต่ประจักษ์คิดว่าคงเป็นของรายอื่น จนกระทั่งนายดาวมาเคาะกระจกรถ จึงรู้ว่า ที่แท้เป็นขบวนขันหมากที่นายดาวจัดมา

ประจักษ์ตกใจ หงุดหงิดขึ้นมาทันที ท้วงติงว่าไหนตกลงกันว่าจะไม่จัดงานใหญ่โต นายดาวก็พูดหน้าตาเฉยว่านี่เป็น การจัดตามธรรมเนียมเท่านั้น ประจักษ์ท้วงติงว่าเขาทำผิดข้อตกลง นายดาวตะแบงใส่ทันทีว่า

"งั้นคุณก็ทำผิดข้อตกลงเหมือนกัน ผมไม่เห็นว่าจะมี ครอบครัวของคุณมาสักคน นอกจากคุณมนตรี แล้วที่คุณเห็นนั่นก็ญาติสนิทผมทั้งนั้น" ว่าแล้วชี้เรียงตัวไปทีละคน จนประจักษ์ ต้องขอให้พอ

สุดท้าย ประจักษ์ก็ถูกนายดาวพาเข้าขบวนขันหมากกันตรงนั้นเลย

ระหว่างอยู่ในขบวนแห่นั่นเอง นายดาวก็ควักสัญญาออกมาให้ประจักษ์เซ็น แจกแจงทีละใบว่า

"สัญญาที่คุณกับผมเคยคุยกันไว้ จำได้ไหม ผมทำมาเป็นลายลักษณ์อักษรจะได้ไม่ลืมกัน ฉบับที่หนึ่งระบุว่าคุณยินยอมให้ลูกสาวผมใช้สกุลมหศักดิ์, ฉบับที่สองระบุว่าคุณจะไม่แตะต้องล่วงเกินลูกสาวผม, ฉบับที่สามถ้าคุณประจวบใช้หนี้หมดคุณกับลูกสาวผมจะหย่าขาดจากกัน"

นายดาวส่งให้ประจักษ์เซ็นทีละฉบับ พอดีมีคนมากระซิบบอกอะไร นายดาวเร่งประจักษ์ว่าได้ฤกษ์โห่แล้ว แต่พอประจักษ์จะเดินไปนายดาวก็ทำเป็นนึกได้บอกว่ายังมีอีกฉบับหนึ่งที่เขาต้องเซ็นแล้วควักออกมา ประจักษ์ถามว่าฉบับนี้ว่าอะไร นายดาวทำเป็นตะโกนท่ามกลางเสียงแตรวงที่ดังกลบหมด พอประจักษ์บอกว่าไม่ได้ยิน นายดาวก็เร่งให้รีบเซ็นเสียเดี๋ยวจะเสียฤกษ์

ประจักษ์จำต้องเซ็น นายดาวรีบพับเก็บใส่กระเป๋า กางเกงทันที พร้อมๆกับเสียงโห่ดังขึ้น

ooooooo

ประจักษ์เข้าร่วมขบวนแห่ขันหมากจนเข้าบ้านเจ้าสาวด้วยสีหน้าเย็นชา  จนเมื่อวนิดาในชุด เจ้าสาวแสนสวยลงมา  พอเห็นหน้ากันเต็มตาต่างตกใจแทบช็อกเมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวกลายเป็นคู่กรณีกันมาตลอด

ทั้งวนิดาและประจักษ์ต่างยืนกระต่ายขาเดียวว่า "ไม่แต่ง" นายดาวเลยขอไปคุยกับลูกสาวก่อน  แต่วนิดาก็ยังยืนกรานไม่แต่งกับผู้ชายคนนี้เพราะเจอกันทีไรไม่เคยเจอดีๆสักครั้ง  ไม่เชื่อว่าเขารักตนและอยากแต่งงานด้วย

นายดาวจึงไปกล่อมประจักษ์ ทั้งขู่ทั้งปลอบว่าพิธีแต่งงานยังต้องมีอยู่ต่อไปและเขาก็ต้องทำให้มันดำเนินไปตามนั้น เมื่อประจักษ์ยืนกรานไม่แต่ง นายดาวก็ยกเอา

ข้อต่อท้ายสัญญาที่ว่าถ้าไม่แต่งหรือยกเลิกการแต่งงานเขาต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้หมดภายใน  3  วัน  หรือไม่ก็ต้องถูกฟ้องล้มละลาย

ประจักษ์ถูกนายดาวมัดมือชกจนดิ้นไม่หลุด สุดท้ายต้องกลั้นใจไปบอกรักวนิดาและขอแต่งงานเธอจึงยอมเข้าพิธี

พิธีรดน้ำผ่านไปกร่อยๆเพราะเจ้าบ่าวหน้านิ่งเย็นชาจนไปถ่ายรูปคู่กับเจ้าสาว  ถูกคะยั้นคะยอให้ยิ้มก็ฉีกยิ้มจนดูล้นๆ  วนิดาแปลกใจกับท่าทีเหมือนหุ่นของเขา ได้แต่เฝ้าดูเงียบๆ

หลังพิธีแต่งงาน ประจักษ์บอกนายดาวว่าหมดหน้าที่ของตนแล้วจะขอกลับไปย้ำว่าขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตกลงกัน นายดาวยิ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ย้ำเตือนว่า

"สองทุ่ม เจอกันที่บ้านมหศักดิ์" พอประจักษ์ถามงงๆว่าสองทุ่มมีอะไร นายดาวยิ้มกริ่มถามว่าเขาไม่ได้อ่านสัญญาให้ครบถ้วนหรือ พลางควักสัญญาฉบับที่พับเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาอ่านให้ฟัง "ฉบับที่สี่ ฤกษ์ส่งตัวคือสองทุ่มที่ห้องหอบ้านมหศักดิ์ หลังจากนั้นนายพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ ต้องเลี้ยงดูนางสาววนิดา มหศักดิ์ โดยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน"

ประจักษ์โวยวายว่าถูกนายดาวโกง  เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตนแต่งงานกับวนิดาไม่ใช่แต่งกันเพราะความรัก เกิดวันไหนตนเกรี้ยวกราดใส่วนิดา แล้วยังมีแม่ตนอีก ลูกสาวเขาจะทนไหวหรือ

"เรื่องนั้นผมคงห้ามไม่ได้ แต่ถ้าจะรังแกกันจนลูกสาวผมทนไม่ได้จริงๆ  ในท้ายสัญญาก็ระบุชัดเจนแล้วว่าผมจะฟ้องร้องต่อศาลให้ถึงขั้นล้มละลายกันเลยทีเดียว!"

ประจักษ์ได้แต่กัดฟันแค้นจนพูดไม่ออก ในที่สุดก็ต้องยอมตามที่นายดาววางแผนไว้

ooooooo

เมื่อคุณนายน้อมรู้ว่าลูกสาวของนายดาวจะมาอยู่ที่บ้านมหศักดิ์   ก็ตำหนิลูกชายว่าเสียรู้นายดาวจนได้  ประจักษ์แย้งว่าเสียรู้ตั้งแต่ตอนที่แม่ตกลงจะให้ตนแต่งงานกับวนิดาแล้ว  ตนต้องกล้ำกลืนทำทุกอย่างเพื่อมหศักดิ์เท่านั้น

ในที่สุดคุณนายน้อมย้ายออกไปอยู่ที่บ้านพักบางปะอิน โดยให้ป้าทองกับนายไปล่อยู่ที่นี่ กำชับป้าทองอย่างเข้มงวดว่า

"ระหว่างที่ฉันไม่อยู่ที่นี่ แกต้องเป็นตัวแทนฉัน ทำวิธีไหนก็ได้ให้นังวนิดามันเจ็บปวด ทุกข์ทรมานที่สุด เข้าใจไหม"

ป้าทองรับคำทำหน้าแบบว่ามือชั้นนี้แล้วเชื่อขนมกินได้เลย

ฝ่ายนายดาว ก่อนถึงเวลาส่งตัวก็เฝ้าปลอบประโลมลูกสาว วนิดาปรารภว่าท่าทางประจักษ์ไม่พอใจตนอยู่ตลอดเวลา นายดาวก็แก้ให้ว่าเป็นเพราะเขาตื่นเต้นเลยตึงเครียด จากนั้นบรรยายความรักและความตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อลูกของตนบอกวนิดาว่า พ่ออดทนได้ทุกอย่างเพื่อลูก

วนิดาฟังแล้วกอดพ่อบอกว่า "ลูกภูมิใจมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณพ่อ"

จนถึงเวลาส่งตัว พอนายดาวพาวนิดาไปถึงบ้าน

มหศักดิ์ ไปล่เห็นวนิดาถึงกับตะลึงพรึงเพริดอุทานเหมือนเพ้อ "แม่เจ้าโว้ย...เจ้าสาวของคุณใหญ่งามจริงๆ เนอะป้าทอง สวยเหลือเกิน"

ป้าทองถลึงตาใส่ หันไปเห็นสมหมายคนขับรถของนายดาวหิ้วกระเป๋าน้อยใหญ่หลายใบเข้ามาก็บ่นว่าไม่รู้ขนสมบัติบ้าบออะไรมาเป็นกระบุงๆ ไม่มีที่จะให้เก็บหรอก ไม่เพียงเท่านั้น ยังปรามไปล่ห้ามเรียกวนิดาว่าคุณนายเป็นอันขาด เพราะคุณนายบ้านนี้มีคนเดียวคือคุณนายน้อมไม่งั้นจะโดนแพ่นกบาล!

วนิดารู้สึกถึงสายตาท่าทางที่ไม่เป็นมิตรของป้าทอง รู้สึกอึดอัดตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาที่นี่

หลังจากนายดาวส่งตัวลูกสาว ฝากฝังประจักษ์ให้ดูแลให้ดี ยํ้ากับประจักษ์ว่า "ผมจะคอยดู" แล้วก็ขอตัวกลับ วนิดารู้สึกใจหายว้าเหว่ขึ้นในทันทีที่พ่อกลับไป

ooooooo

วนิดารู้สึกโดดเดี่ยวในที่แปลกใหม่ แล้วยิ่งตกใจเมื่อประจักษ์เดินเข้ามาบอกเธอว่า ให้เธอนอนห้องนี้ส่วนเขาจะไปนอนห้องของตัวเอง พูดแล้วเดินไปเลย

"นี่มันอะไรกัน?" วนิดาถามตัวเองอย่างมึนงง สับสน กับการแต่งงานที่แปลกประหลาดนี้ เธอตัดสินใจไปเคาะประตูเรียกประจักษ์ ก็ถูกป้าทองที่คอยจ้องอยู่แล้วมาเอ็ดว่านี่เป็นเวลานอนถ้าจะคุยอะไรก็ให้คุยตอนเช้า วนิดาจึงกลับไปที่ห้องตัวเองงงๆ เริ่มรู้สึกกลัวๆกับบรรยากาศที่นี่ขึ้นมา

อดทนรอจนกระทั่งเช้า วนิดาไปเคาะประตูเรียกประจักษ์อีก ถูกป้าทองมาขัดอีกตามเคยบอกว่าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้ว พอวนิดาบอกว่าอยากคุยกับประจักษ์ก่อน ป้าทองก็พูดหน้าตาเฉยว่ามีอะไรไว้คุยคืนนี้ก็แล้วกัน

"ป้าจะเอายังไง เมื่อคืนฉันจะคุยป้าก็บอกให้คุยตอนเช้า พอฉันจะคุยตอนเช้าป้ากลับบอกให้คุยคืนนี้" วนิดาเริ่มไม่พอใจ

"ก็คุณใหญ่ออกไปทำงานแล้วนี่คะ" ป้าทองเสียงดังแล้วบ่น "ใครเขาจะนอนกินบ้านกินเมืองเหมือนคุณ" พูดแล้วเดินเชิดไป วนิดายืนมึนที่โดนแต่เช้าเลย

พอไปที่โต๊ะอาหารเห็นอาหารจัดใส่จานสวยงามมีกับข้าวหลายอย่าง เธอมองมึนๆ บอกป้าทองว่าวันหลังไม่ต้องทำเยอะขนาดนี้ก็ได้เพราะตอนเช้าตนไม่ค่อยทานอะไร ก็ถูกแขวะทันทีว่า ไม่ค่อยทานหรือทานไม่เป็นกันแน่ ลอยหน้าพูดโดยไม่มองวนิดาว่า

"ดิฉันลืมไปว่าคุณคงไม่ถนัดอาหารแบบที่ผู้ดีเขาทานกัน ยังไงพรุ่งนี้ดิฉันจะทำข้าวต้มกุ๊ยให้ทาน หวังว่าคงถูกใจนะคะ" ว่าแล้วเรียกไปล่ให้มาเก็บโต๊ะ

วนิดารู้ว่าถูกแอบด่าแต่ก็เก็บกดอดกลั้นไว้ จนไปล่มาเก็บโต๊ะบอกว่าอย่าไปถือสาป้าทองเลย ทำให้เธอรู้สึกดีกับไปล่ เลยแอบถามว่าปกติประจักษ์กลับบ้านกี่โมง ไม่ทันที่ไปล่จะตอบก็ถูกเสียงป้าทองแจ๋เข้ามาเร่งให้รีบเก็บโต๊ะ แถมด่าไปล่ แขวะวนิดาว่า

"งานการมีให้ทำตั้งเยอะตั้งแยะไม่ใช่พวกนั่งๆนอนๆวันๆไม่ต้องทำอะไรนะเว้ย ขี้เกียจสันหลังยาวนะเอ็ง" แล้วเดินไปบอกวนิดาว่าอยากรู้อะไรให้ถามตนแล้วสะบัดพรืดไปเลย

กระนั้นวนิดาก็ยังอดกลั้น เดินไปหาป้าทองที่ครัวบอกว่ามีอะไรจะให้ช่วยก็บอกได้ เพราะตนถือสุภาษิตที่ว่า "อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น"

ป้าทองรู้ว่าถูกด่าคืนเลยหันไปด่าไปล่กระทบวนิดาไล่ให้รีบไปทำงานเห็นหน้าแล้วหงุดหงิด พอวนิดาเดินออกไป ป้าทองก็ยิ้มสะใจพูดเบาๆ "ไม่รู้จักนังทองคนนี้ซะแล้ว ฮึ!"

ooooooo

รุ่งขึ้น ประจักษ์ไปทำงานตามปกติ ปรากฏว่าถูกเพื่อนๆมาห้อมล้อมแสดงความยินดี บ้างก็พูดแซวว่าเขาเหมือน "หนูตกถังข้าวสาร" บ้างก็ดีใจที่จะได้ให้เขาช่วยยืมเงินดอกเบี้ยต่ำจากนายดาวผู้เป็นพ่อตา เขางงมากว่าเพื่อนๆเหล่านั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขาแต่งงาน

จนกระทั่งเจ้ากรมแสดงความยินดีด้วยเมื่อพบกัน เขาจึงรู้จากมนตรีว่า ทุกคนรู้จากข่าวหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปเขาเป็นเจ้าบ่าวถ่ายคู่กับเจ้าสาวเมื่อวานนี้

ประจักษ์คาดได้ว่าเป็นฝีมือนายดาว ตกกลางวันจึงนัดพบกันที่สวนลุมพินี ต่อว่านายดาวที่ไม่ทำตามสัญญา นายดาวตะแบงไปตามเคยว่าตนไม่ได้ไปป่าวร้องที่ไหนนั่นก็เพียงแค่การลงรูปเท่านั้น ใครๆก็อยากมีรูปลงหนังสือพิมพ์ ที่สำคัญคือเขาลงให้ฟรีด้วยเพราะนักข่าวที่นี่ติดหนี้ตนอยู่

สุดท้ายประจักษ์ก็แพ้ความกะล่อนเจ้าเล่ห์ของนายดาวกลับไปอย่างหัวเสีย

ปราณีเห็นใจพิสมัยมาก นั่งดูรูปกันแล้วปราณีเตือนพิสมัยว่าต้องระวังให้ดี เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา ย้ำขณะตาดูรูปวนิดาว่า

"สวยออกอย่างนี้ ฉันล่ะหวั่นใจแทนเธอจริงๆ เหมือนทิ้งแมวไว้กับปลาย่าง เธอต้องระวังคุณพี่จะปันใจไปให้นังนี่นะพิสมัย"

พิสมัยไม่พูดแต่สีหน้าแววตาเธอกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

วนิดานั่งดูนาฬิการอการกลับมาของประจักษ์ จน 6 โมงเย็นเขาก็ยังไม่กลับมา พอถามไปล่ก็ถูกป้าทองจอมแสบมาขวาง ด่าไปล่ประชดวนิดาจนเธอทนไม่ได้ลุกขึ้นข้างบน บอกไปล่ว่าถ้าประจักษ์กลับมาให้ขึ้นไปตามด้วย

พอวนิดาเดินขึ้นข้างบน ป้าทองก็ด่าตามหลังแล้วสั่งไปล่ว่าไม่ต้องเสนอหน้าไปตาม ว่าแล้วเดินเข้าบ้านไป ไปล่งงเป็นไก่ตาแตกที่ถูกป้าทองเอาเป็นตัวด่ากระทบวนิดาอยู่เรื่อย

จนกระทั่งกลางคืนพอประจักษ์กลับมา ไปล่ก็รีบไปบอกว่าวนิดาต้องการพบเขา แต่เพียงครู่เดียวไปล่ก็ไปบอกวนิดาว่า "คุณใหญ่กลับมาแล้วครับ แต่บอกว่าไม่ว่างจะคุยกับคุณ"

เมื่อซักถามจากไปล่ได้รับคำตอบว่า ประจักษ์บอกว่าไม่ว่างอย่างไม่มีกำหนด วนิดาแค้นนักปักใจต้องหาทางเจอเขาให้ได้

เช้าวันรุ่งขึ้นเธอตื่นแต่ไก่โห่ไปดักที่รถคาดว่าต้องเจอแน่ๆ แต่ปรากฏว่าประจักษ์มาเห็นเสียก่อน ถอยไปเจอป้าทองเลยขอความช่วยเหลือ ฝีมือป้าทองเชื่อขนมกินได้อยู่แล้ว ครู่เดียวป้าทองก็มาขอแรงวนิดาให้ไปช่วยยกของให้ พอวนิดาเดินไปจากรถเท่านั้น ประจักษ์ก็ย่องไปสตาร์ตรถขับออกไป วนิดาแค้นใจมากที่เสียรู้ป้าทองจนได้

ตกกลางวัน ประจักษ์นัดพบกับพิสมัยที่สวนหย่อมที่เดิม เธอเล่าถึงความทุกข์ใจที่ใครๆก็มาถามเรื่องที่เขาแต่งงานเมื่อวานนี้ ที่ร้ายกว่านั้นคือพอเสด็จท่านทราบเรื่องก็ทรงกริ้วมาก เธอขอร้องเขาอย่าได้เข้าใกล้วนิดามากตนรู้สึกหวั่นใจ

ประจักษ์เห็นถึงความทุกข์ใจของพิสมัย เขาโอบเธอปลอบให้กำลังใจให้ความมั่นใจว่าตนจะไม่มีวันเป็นอื่นแน่นอน

ขณะนั้นเองมีหญิงสาวสองคนผ่านมาเห็นประจักษ์กำลังโอบปลอบพิสมัยก็ซุบซิบกันว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เจ้าสาวในรูปที่ เขาแต่งงานด้วยเมื่อวาน พูดให้เข้าหูทั้งสองว่า ทำอะไรน่าบัดสี ทำให้พิสมัยรับไม่ได้ที่ถูกมองว่าเป็นคนแย่งสามีคนอื่นทั้งที่ตัวเองถูกแย่งคนรัก เธอร้องไห้เสียใจจะกลับ ประจักษ์ขอไปส่ง เธอปฏิเสธว่า

"อย่าเลยค่ะ น้องมาเองก็กลับเองได้ คุณพี่รีบกลับไปพะเน้าพะนอภรรยาเถอะค่ะ"

พูดอย่างน้อยใจ หึงหวง แล้วเรียกสามล้อกลับ ประจักษ์ ได้แต่ยืนมองเซ็งจนบอกไม่ถูก

ooooooo

ส่วนวนิดาก็ถูกป้าทองคอยจ้องกลั่นแกล้งจับผิดทุกลมหายใจ ทีแรกเธอก็ยอมๆแต่หนักเข้าทนไม่ได้ พอตั้งหลักได้เธอก็เอาคืนจากป้าทองได้ทุกเม็ดแก้เผ็ดได้แสบกว่าที่โดนเสียอีก

นายดาวไม่ไว้ใจกลัวลูกจะถูกแกล้งจึงมาแอบดูที่ประตูรั้ว เจอป้าทองกำลังแกล้งวนิดาจริงๆ แม้จะเห็นว่าลูกสาวไม่ยอมก้มหัวให้ แต่นายดาวก็หาทางช่วยลูกด้วยการกลับไปบ้านหาคนมาอยู่เป็นเพื่อนลูก

ด้วยความมุ่งมั่นจะเอาชนะประจักษ์ให้ได้ เมื่อเช้าถูกป้าทองหลอกจนประจักษ์รอดตัวไป คืนนี้วนิดาจึงมาปักหลักดักคอยเขาที่หน้าห้อง  ปรากฏว่าตกดึกหลับผล็อยไป  ประจักษ์ กลับมาหลังเที่ยงคืนเห็นเธอนั่งคอพับคออ่อนอยู่ เลยแอบปีนหน้าต่างเข้าห้อง พูดอย่างสะใจ "รอได้ก็รอไป"

จนกระทั่งเช้า ไปล่มาเจอวนิดานอนตะแคงอยู่หน้าห้องประจักษ์ถามว่าทำไมมานอนตรงนี้

"ฉันมารอเจ้านายไปล่น่ะสิ  เฮ้ย!  เช้าแล้วนี่  เจ้านายไปล่ล่ะ"  เธอลุกขึ้นมองเลิ่กลั่ก  รีบวิ่งไปดูหน้าบ้าน  เห็นแต่ ท้ายรถของประจักษ์กำลังขับออกไป  เธอบ่นตัวเอง  "ไม่น่าหลับเลยเรา"

ยังไม่หายโมโหตัวเองก็มาได้ยินป้าทองพูดประชดประชันอีกว่า เจ้านายตนถูกมารผจญให้เจ็บใจอีก

ooooooo

วันต่อมา จวงก็มาพร้อมกับรถบรรทุกที่ขนของมาราวกับย้ายบ้าน ป้าทองไม่รู้จักจวงแต่จวงรู้กิตติศัพท์ป้าทองเลยปะทะคารมกันตั้งแต่เจอกันที่ประตู ป้าทองไม่ยอมให้จวงเข้าบ้าน จวงอ้างว่าตนเป็นคนสนิทของวนิดา มหศักดิ์ แล้วสั่งสมหมายให้ขนของเข้าบ้าน โชคดีที่ไปล่ถูกชะตากับสาวๆ จวงเลยได้พวก

ป้าทองขวางเต็มที่ แต่วนิดาลงมาพอดีรับจวงเข้าบ้าน ป้าทองเลยได้แต่แค้นใจ คอยจนประจักษ์กลับมาตอนกลางคืนจึงไปฟ้องฉอดๆ บอกประจักษ์ว่าต้องสั่งสอนขืนปล่อยไว้จะยิ่งได้ใจ

"ช่างเขาเถอะป้า" ประจักษ์เหนื่อยหน่าย พอป้าทองท้วงติงเขาบอกว่า "พอได้แล้วป้า ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"

ป้าทองลุกไปเซ็งๆ ก็ถูกจวงวิ่งพรวดเข้ามาชนโครมจนล้มไปด้วยกัน จวงไม่สนใจป้าทองรีบบอกประจักษ์ว่าวนิดามีธุระจะคุยด้วย

"ฉันไม่ว่าง" ประจักษ์สวนไปทันทีแล้วเดินเลยไป

จวง ไม่ยอมร้องเรียกแล้วจะตามไปถูกป้าทองมาดักทาง จวงล่อหลบซ้ายหลีกขวาจนป้าทองเวียนหัวแล้วรีบตามประจักษ์ไป บอกว่าวนิดามีเรื่องจะคุยกับเขาจริงๆ ก็ถูกป้าทองตามมาด่า ดึงตัวออกไป ทั้งคู่เหมือนพังพอนกับงูเห่า ด่ากันไม่กี่คำก็จะตบกัน ดีที่วนิดาได้ยินเสียงออกมาห้ามไว้ พอหย่าศึกเสร็จ เธอมองที่ประตูห้องประจักษ์อย่างมุ่งมั่น

ครู่เดียวเธอก็ปีนหน้าต่าง เข้าไปในห้องประจักษ์จนได้ ถามเพื่อเอาคำตอบให้ได้ว่าเขาแต่งงานกับตนทำไม ประจักษ์ ไม่ยอมบอก แต่สุดท้ายทนไม่ไหวเลยลากวนิดาไปทิ้งไว้หน้าห้อง

วนิดา ไม่ยอมแพ้ไปเอาบันไดมาพาดที่ระเบียงปีนขึ้นไปอีกจนได้ เป็นเวลาที่ประจักษ์กำลังเอารูปพิสมัยมาดูด้วยความรักคิดถึง พอหันมาเห็นวนิดาก็ตกใจ วนิดาเองก็ตกใจเสียงร้องของเขาหงายหลังเกือบตกลงไป ดีที่เขาคว้าไว้ทัน กระชากสุดแรงจนเธอเข้าไปอยู่ในอกเขา ต่างฝ่ายก็ชะงักแล้วรีบผละออก

ประจักษ์ไล่วนิดาให้ออกไปเสียถ้าเธอ ไม่ออกเขาจะออกไปเอง ทำท่าจะลุกไป วนิดาเห็นรูปพิสมัยหยิบขึ้นมาดูถามว่านี่รูปใคร ประจักษ์จะแย่งรูปคืน วนิดามีข้อแม้ว่าถ้าเขาไม่ตอบคำถามก็จะไม่คืนรูป เลยยื้อแย่งกันนัวเนีย จนรูปหลุดจากมือวนิดาตกกระจกแตก

"พิสมัย!!" ประจักษ์ตกใจ จ้องวนิดาหน้าแดงก่ำ พูดอย่างโกรธจัดว่า "เขาชื่อพิสมัย ชื่อเพราะกว่าเธอ สวยกว่าเธอเรียบร้อยกว่าเธอ และเขาเป็นที่รักของฉัน"

วนิดาอึ้งถามว่าเมื่อเขามีคนรักอยู่แล้วมาแต่งงานกับตนทำไม ความลับเลยแตก

"พ่อ เธอบังคับให้ฉันแต่งงานกับเธอ เพื่อชดใช้หนี้แทนน้องชายฉันยังไงล่ะ" วนิดาสะอึกอึ้งขว้างแหวนแต่งงานคืนเขา แล้วก็ยิ่งช้ำใจเมื่อเขาบอกว่า "มันไม่ใช่แหวนของฉัน แต่เป็นแหวนของพ่อเธอ!"

วนิดาสุดที่จะทนอยู่ตรงนั้นได้แล้ว เธอวิ่งจะปีนหน้าต่างออกไปทางเดิม ประจักษ์คว้าไว้

"ออกทางประตูสิ จะออกไปทางนั้นทำไม เดี๋ยวก็ตกไปตายจริงๆหรอก"

"ถ้าฉันตาย คุณน่าจะดีใจไม่ใช่เหรอ" วนิดาจ้องเขม็ง เสียงสะท้าน ทำเอาประจักษ์ผงะอึ้ง

เมื่อ ปีนลงมาและเดินอ้าวกลับห้องตัวเอง ไปคิดทบทวนคำพูดของประจักษ์ว่าเขาแต่งงานเพื่อชดใช้หนี้แทนน้องชายตามที่นาย ดาวพ่อของเธอบังคับแล้ว วนิดาก็ยิ่งโกรธแค้น เจ็บใจ เสียใจ เฝ้าครุ่นคิดถามตัวเองอย่างสับสนว่า จะทำยังไงดี?

ooooooo

ตอนที่ 4

เมื่อได้ยินจากปากของประจักษ์เองว่าพ่อบังคับให้เขาพูด บังคับให้เขาแต่งงานกับเธอเพื่อใช้หนี้แทนน้องชาย วนิดาคิดอย่างเจ็บปวด แค้นใจว่าจะทำอย่างไรดี รุ่งขึ้นเธอจึงกลับไปหานายดาวผู้เป็นพ่อที่บ้าน แต่ สมหมายบอกว่านายดาวไม่อยู่ ไปสิงคโปร์จะกลับเมื่อไรก็ไม่รู้

แต่พอ วนิดานั่งสามล้อออกไป นายดาวก็โผล่จากที่ซ่อนบอกสมหมายว่าถ้าวนิดามาอีกให้บอกว่าตนยังไม่กลับและ ต้องจำให้แม่นว่าตนไปสิงคโปร์ อย่าบอกผิดประเทศเป็นอันขาด

เมื่อ วนิดากลับมาถึงบ้านมหศักดิ์ก็เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าอย่างหงุดหงิด จวงถามว่าจะไปไหน เธอบอกว่าจะกลับบ้าน จวงทักท้วงว่า "คุณนิดเพิ่งบอกจวงว่าคุณท่านไม่อยู่"

"ถึงคุณพ่อไม่อยู่ฉันก็จะกลับ บ้าน ฉันทนไม่ได้ที่ต้องอยู่กับคนที่เขาไม่เห็นคุณค่าในตัวฉัน" พูดแล้วเห็นจวงงงๆ เหวอๆ วนิดาเลยพาลว่า "ถ้าจวงไม่กลับก็ไม่ต้องกลับ"

"ว้าย!! กลับสิคะ ต้องกลับค่ะ" จวงรีบช่วยเก็บเสื้อผ้า คอยชำเลืองมองวนิดาอย่างสงสัย

พอทั้งสองหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าลงมาถึงห้องรับแขก ป้าทองลอยหน้าเข้ามาถามว่าจะขนของไปไหน วนิดาตอบเชิดๆว่า

"ฝากบอกเจ้านายป้าด้วยว่าฉันขอหย่า..." พูดแล้วเดินนำออกไปเลย

แทนที่ จะตกใจ ป้าทองกลับหัวเราะชอบใจคิดไม่ถึงว่า เรื่องมันจะง่ายดายอย่างนี้ จากนั้นก็โทร.บอกประจักษ์อย่างสะใจ แต่ประจักษ์กลับตกใจ เพราะถ้าวนิดาขอหย่าเขาต้องถูกนายดาวฟ้องแน่ๆ เพราะเซ็นสัญญากันไว้แล้ว บอกป้าทองว่า

"ป้า รีบห้ามเขาเดี๋ยวนี้...บอกเขาให้รอฉันกลับมาก่อน" ป้าทองถามว่าห้ามทำไม  ประจักษ์ตอบอย่างร้อนใจว่า  "ไม่ต้องถาม ทำตามที่ฉันสั่ง!" พอวางสายจากป้าทองเขาก็รีบเดินออกไปทันที

ooooooo

วนิดา กับจวงหิ้วกระเป๋ามาวางหน้าบ้านยืนรอสามล้อท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง ครู่เดียวป้าทองก็จ้ำอ้าวมาบอกว่า "คุณใหญ่เธอสั่งให้คุณรอจนกว่าคุณใหญ่ จะกลับมา"

"ฉันไม่รอ จวง...เดิน" วนิดาสั่งจวงแล้วเดินนำไป

ป้า ทองเดินไปขวางดุว่าทำไมพูดไม่รู้ฟัง บอกแล้วไงว่าไม่ให้ไป วนิดาไม่ฟังเสียง ป้าทองเลยเรียกไปล่ให้มาช่วย ทั้งสองช่วยกันแย่งของจากจวงและวนิดา ไปล่ฉวยโอกาสแย่งของจากจวงทำเผลอกอดหมับ พอจวงเอะอะก็ทำหน้าเลิ่กลั่กหันมาแย่งกระเป๋าแทน

ข้าวของถูกยื้อยุด กันจนหกหล่นเกลื่อนกระจายไปหมด จวงรีบก้มเก็บ วนิดาบอกจวงไม่ต้องสนใจไปกันเดี๋ยวนี้เลย จวงยังห่วงของแต่ก็ต้องรีบวิ่งตามวนิดาไป

ป้าทองทำท่าจะตามแต่หมดแรงเสียก่อนทรุดนั่งกับพื้น ไปล่หันมาดูแลบ่นปลงๆว่า

"โธ่ป้า...สังขารไม่ได้แล้วยังฝืนอีก เฮ้อ..."

ooooooo

วนิดากับจวงเดินฝ่าเปลวแดดแผดเปรี้ยงไปจน เหงื่อแตกพลั่ก จนจวงขอร้องว่าให้รอประจักษ์กลับมาก่อนดีไหม มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากัน

"ฉันคุยกับเขา แล้วก็เข้าใจทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องคุยอะไรอีก" วนิดาแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยวจนจวงไม่กล้าพูดอะไรอีก

ขณะ กำลังตั้งหน้าตั้งตาเดินกันนั้นเอง ประจักษ์กลับมาเจอ เขาขับรถเข้ามาเทียบ วนิดาไม่สนใจเดินไปเรื่อยๆ จนเขาขับรถขนาบโผล่หน้าไปบอกให้ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ แต่วนิดาก็ ยังทำเหมือนไม่รับรู้เดินอ้าวต่อไป สุดท้ายประจักษ์ทนไม่ไหว ขับรถไปขวางหน้าลงไปสั่ง

"ขึ้นรถ!"

วนิดาสวนไปทันทีว่าอย่ามา ออกคำสั่งกับตน ประจักษ์ สวนไปทันควันเหมือนกันว่าทำไมตนจะออกคำสั่งกับภรรยาไม่ได้ ทั้งสองโต้เถียงเล่นแง่กันอยู่ตรงนั้น จนวนิดาบอกว่าตนไม่มีอะไรจะคุยกับเขาแล้ว ประจักษ์หงุดหงิดถามว่า "ทำไมเธอถึงได้ดื้ออย่างนี้ มีอะไรไปคุยกันที่บ้าน"

"นั่นบ้านคุณไม่ใช่บ้านฉัน ฉันไม่คุย!!"

ประจักษ์ เลยฉุดขึ้นรถแล้วสั่งจวงขึ้นรถด้วย พอจวงขึ้นนั่งเบาะหลัง เขาสั่งจวงให้จับวนิดาไว้อย่าให้ลงจากรถ จวงไม่กล้า แต่พอประจักษ์จ้องถลึงตาใส่ จวงเลยจำต้องขอโทษวนิดาแล้วเอามือโอบวนิดาจากข้างหลังไว้แน่น แล้วประจักษ์ก็รีบอ้อมมาขึ้นรถขับออกไปทันที

เมื่อเข้ามาในบ้าน ประจักษ์คิดว่าวนิดาไม่มีทางพยศได้อีก แต่หารู้ไม่ว่าเธอวางแผนไว้แล้ว พอเขาลงจากรถอ้อมจะมาเปิดประตูให้เธอลง วนิดาก็เอื้อมมือกดล็อกประตูไว้ทั้งสองด้าน ปีนข้ามไปนั่งที่คนขับสตาร์ตรถทันที

ทั้งประจักษ์และจวงตกใจคิดไม่ถึง ประจักษ์ทุบประตูรถร้องบอกจวงให้เปิดประตู

"ถ้า ทำตามเขาอีก ฉันจะไล่ออก" วนิดาขู่จนจวงไม่กล้า วนิดาขับรถพุ่งไปทางประตูรั้วทันที ประจักษ์ร้องสั่งไปล่ให้รีบไปปิดประตูรั้ว ไปล่มัวแต่เงอะงะ เขาตะคอกให้รีบวิ่งไปเร็วๆ

เพราะรถไม่เคยมือ วนิดาสตาร์ตรถติดขับไปนิดเดียวเครื่องก็ดับ เธอสตาร์ตใหม่ทำให้ไปล่วิ่งแซงไปจะปิดประตู ถูกวนิดาขับรถแซงขึ้นไป คนกับรถแซงกันไปมาอยู่หลายรอบ สุดท้ายไปล่ปิดประตูทันเป็นจังหวะที่วนิดาเหยียบคันเร่งจะพุ่งออกไปพอดี!
"เอี๊ยดดดด" เสียงเบรกสนั่น รถจอดติดประตูพอดี แต่จวงหัวทิ่มจนหน้ากระแทกคอนโซลเลือดกบปาก

ooooooo

วนิดาตกใจที่จวงเลือดกบปากรีบพาเข้าไปที่ห้อง ประจักษ์ตามไปตำหนิก็ถูกเธอปิดประตูใส่หน้าจนผงะ หลบแทบไม่ทัน

เมื่อ ลงมานั่งหัวเสียที่ห้องรับแขก ป้าทองยุว่าอย่าไปสนใจวนิดาเธอทำเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา พูดแล้วทำเสียงเชอะ! ว่าไม่เห็นจะน่าเอ็นดูสักนิด น่าเกลียดมากกว่า

ประจักษ์ ปรามป้าทองว่าเลิกแขวะเขาได้แล้ว เพราะเธอเองก็ไม่ได้นึกอยากให้เรื่องราวลงเอยแบบนี้ แล้วทำเสียงเหมือนรำพึงว่า "เขาเองก็น่าสงสารที่ต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเขาอย่างฉัน" ป้าทองเลยลุกพรวดมาคุกเข่าตรงหน้าถามว่าเขาใจอ่อนแล้วใช่ไหม

"ฉันไม่ ได้ใจอ่อน แต่เราต้องคิดถึงใจเขาใจเรา ตราบใด ที่ฉันยังใช้หนี้นายดาวไม่หมด ผู้หญิงคนนั้นจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น" แล้วหันไปเรียกไปล่ สั่งให้เฝ้าวนิดาไว้ให้ดีอย่าให้ออกไปไหนเด็ดขาด

ไปล่รับคำแล้วขนเสื่อขนหมอนมานอนตรงหน้าประตูห้องนอนของประจวบที่ประจักษ์ให้วนิดาอยู่

ooooooo

หลัง จากทำแผลให้จวงแล้ว วนิดาเปิดประตูออกมา ไปล่ถามว่าจะไปไหน เธอไม่ตอบแต่เดินตรงไปเคาะประตูห้องประจักษ์ เสียงข้างในถามมาว่าใคร เธอไม่ตอบแต่สอดกระดาษแผ่นเล็กๆเข้าใต้ประตู แล้วกลับห้องตัวเอง

ประจักษ์สงสัยเปิดประตูออกมา ไปล่ชี้ไปที่กระดาษใต้ประตู เขาหยิบขึ้นมาดู มีข้อความสั้นๆแค่ว่า "ฉันขอหย่า"

เท่านั้นเอง ประจักษ์เดินไปเคาะประตูห้องวนิดา เคาะรัวไม่หยุดปากก็เรียกให้เปิดประตูออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง ข้างในเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ แต่จู่ๆก็มีกระดาษสอดออกมาจากใต้ประตู เขียนบอกว่า "ฉันไม่มีอะไรจะคุย จนกว่าคุณจะหย่ากับฉัน นายขี้หงุดหงิด" อ่านจบเขาตะโกนใส่ประตูว่า

"คิดว่าฉันไม่อยากหย่ากับเธอเหรอยัยอวดดี"

ตะโกนแล้วทุบประตูอีกหลายปังก่อนเดินกลับไปห้องตัวเอง ทันใดนั้นประตูห้องวนิดาเปิดออก เธอตะโกนท้าตามหลัง ว่างั้นก็ให้หย่าเสีย ประจักษ์ตะโกนมาว่าไม่หย่า เธอเลยบอกว่า งั้นก็ไม่ต้องพูดกันแล้วปิดประตูปัง

ประจักษ์กลับไปที่ห้อง คิดเครียด ถามตัวเองว่า "ยัย ตัวแสบ ฉันจะทำยังไงกับเธอดี" คิดแล้วเปิดประตูออกไปอีก ไปล่ไม่เป็นอันนอนลุกพรวดขึ้นมานึกในใจ "อีกแล้ว..."

ประจักษ์มาทุบประตูห้องวนิดา เธอตะโกนออกมาว่า ทุบประตูทำไม ตนไม่มีอะไรจะคุยด้วย

"ไม่ทุบก็ได้ แต่รู้ไว้ด้วยว่า ฉันจะไม่หย่า จนกว่าจะหาเงินมาใช้หนี้พ่อเธอหมด"

พอประจักษ์เงียบเพราะเดินกลับไปแล้ว วนิดานิ่งคิดอย่างเจ็บใจ พึมพำ

"ที่ไม่ยอมหย่ากับฉัน เพราะห่วงเรื่องหนี้สินใช่ไหม กลัวถูกฟ้องล่ะสิ"

ooooooo

เมื่อรู้ว่าประจักษ์ไม่ยอมหย่าเพราะยังใช้หนี้พ่อตัวเองไม่หมด วนิดาตัดสินใจไปตะโกนถามว่า เขาเป็นหนี้อยู่เท่าไรตนจะใช้ให้เพื่อเราจะได้หย่ากันให้สิ้นเรื่องเสียที ประจักษ์ฟังแล้วหน้าชาเหมือนถูกหยาม เปิดประตูออกมา ไล่จวงกับไปล่ให้ไปที่อื่นก่อนเพราะอายที่จะให้ทั้งสองรู้ความน่าสมเพชของตัวเอง

พอจวงกับไปล่ไปแล้ว เขาต่อว่าวนิดาว่าพูดกับตนแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง แล้วพูดให้เจ็บใจว่า เธอคิดจะใช้เงินซื้อตนใช่ไหม ประกาศแข็งกร้าวว่า

"คนอย่างฉันไม่ไร้เกียรติ ขนาดยอมเอาเงินของเธอ เอะอะก็เอาเงินฟาดหัว มีอย่างที่ไหน พ่อจ้างให้แต่งงาน แต่ลูกสาวจ้างให้หย่า มันดูถูกกันมากเกินไปแล้ว"

"งั้นก็หย่าสิ"

"ไม่หย่า!"

วนิดาโมโหจนร้องไห้บอกว่าตนไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่ วินาทีเดียว อยากกลับไปอยู่บ้านไปหาพ่อ พอเห็นวนิดาร้องไห้ ประจักษ์ใจไม่ดี ต่อรองเสียงอ่อนลงว่าเรามาพูดกันดีๆดีกว่า ตนก็ไม่ต่างจากเธอเพราะทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน ยอมรับว่า "ฉันต้องก้มหน้ารับกรรมแทนน้องชายของฉัน"

ประจักษ์ขอร้องเธอให้ทนอีกหน่อย ยืนยันว่าตนแต่งงานกับเธอไม่ได้หวังประโยชน์อะไรจากเธอเลย บอกตรงๆว่า "เธอกับฉันแต่งงานกันแต่ในนาม เธอพอใจจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น และเมื่อน้องชายฉันได้เงินกลับมาใช้หนี้ เราก็ค่อยแยกกัน รับรองฉันไม่รั้งเธอไว้แน่ ทุกอย่างที่ฉันทำก็เพื่อครอบครัว"

วนิดาอารมณ์เย็นลง เห็นแววตาอ้อนวอนของประจักษ์ เธอพูดเสียงอ่อนลงว่า

"ฉันขอบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้น้องชายคุณหาเงินมาใช้หนี้โดยเร็ว และวันนั้นจะเป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุด"

"ฉันก็เหมือนกัน" ประจักษ์ถอนใจ พอวนิดาปิดประตู เขารู้สึกโล่งอกแต่ก็ยังกังวลบางอย่างอยู่

ooooooo

จวงกับป้าทองยังเหมือนขมิ้นกับปูน วันนี้จวงไปทอดไส้กรอกให้วนิดาในครัว ไปล่เข้าไปเกาะแกะถูกป้าทองเข้าไปขัดจังหวะถามว่าจวงทำอะไร ไปล่ ตอบแทนว่าทำอาหารฝรั่งอยู่ ป้าทองเลยจิกใส่ทันทีว่า บ้านนี้มีแต่คนไทยต้องทำอาหารไทย สั่งไปล่ให้เอาไปทิ้งให้หมด

จวงสะอึกใส่บอกว่าอาหารพวกนี้ตนทำให้คุณนิดคนเดียว ป้าทองพานว่าครัวนี้เป็นของตน เลยเถียงกัน จวงเสนอว่าให้แบ่งครัวกันคนละด้าน  อย่ามายุ่งกันและต่อไปนี้ตนจะเป็น คนทำอาหารให้คุณนิดเอง

ถึงป้าทองจะมีพิษสงแค่ไหน แต่ก็แก่และเก่าเกินกว่าจะสู้กับพิษสงของจวงได้ เลยได้แต่ยืนโมโหจนลมออกหูแต่ ทำอะไรจวงไม่ได้ เลยไปฟ้องประจักษ์ว่าคนใช้ของวนิดายึดครัว ไปแล้ว เป่าหูว่าอีกหน่อยก็คงยึดบ้านมหศักดิ์ไปหมด ประจักษ์ ฟังแล้วเห็นว่าป้าพูดเกินไปเลยแย้งว่าเธอไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น หรอก ป้าทองยังไม่วายยุแหย่ว่าต่อไปในอนาคตก็ไม่แน่ เขาเลย ตัดบทว่าเธอจะทำอะไรก็ช่างเถอะตนเหนื่อยแล้ว

เมื่อประจักษ์มาที่โต๊ะอาหารเห็นไส้กรอกทอดหอมน่าอร่อย รีบลงนั่งถามป้าทองว่าวันนี้ทำอาหารฝรั่งหรือน่ากินจัง ป้าทองไม่ทันอ้าปากบอกประจักษ์ก็ลงมือเสียแล้ว ทั้งยังบอกไปล่ให้ชงกาแฟให้ด้วย จวงหันไปเย้ยป้าทองว่า "เห็นไหมป้า คุณประจักษ์ยังชอบอาหารฝรั่งเลย"

ประจักษ์ได้ยินหันไปมอง ป้าทองจึงรีบบอกว่าอาหารพวกนี้ตนไม่ได้ทำ พูดประชดว่า "มันเป็นอาหารของแม่เจ้าประคุณข้างบนเขา" ประจักษ์ฟังแล้วแทบอยากคายทิ้ง พอดีไปล่เอากาแฟมา เขารีบรับไปดื่ม ป้าทองบอกอีกว่า "กาแฟนั่นก็ของแม่เจ้าประคุณข้างบนเหมือนกันค่ะ"

ประจักษ์สำลักกาแฟพรวด จวงกับไปล่มองหน้ากันยิ้มๆ พอดีวนิดาเดินลงมาเห็น ทำให้ประจักษ์อายจนทำหน้าไม่ถูก วนิดาอมยิ้มพูดเรียบๆว่า

"ทานตามสบายเถอะ ของแค่นี้ฉันไม่ใจดำเหมือน..." พูดไว้แค่นั้นปรายตาไปทางป้าทองแล้วพูดต่อ "ฉันให้จวงไปทำให้ใหม่ก็ได้"

ประจักษ์พูดไม่ออก รีบเช็ดปากลุกเดินไปทันที ป้าทองค้อนวนิดาขวับแล้วรีบตามไป ปรากฏว่าประจักษ์ไปหยิบเงิน ให้ป้าทองสามสิบบาทบอกให้เอาไปให้วนิดา ป้าทองถามว่าเอาไปให้ทำไม

"เขาไม่ทานของของเรา ไม่ใช้ของของเรา เราก็ต้องให้เงินเขาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว"

ป้าทองอิดออดบอกว่าไม่เห็นจำเป็นเลย ประจักษ์จึงขอร้องว่าให้ช่วยเอาไปทีเถอะ ยัดเงินใส่มือป้าทองแล้วเดินไป ป้าทองมองเงินในมือตัวเองอย่างหงุดหงิด

แต่พอเอาเงินไปให้ วนิดาไม่รับถูกป้าทองถามประชดว่าน้อยไปหรือ เธอเลยตอบประชดว่า

"ใช่ มันน้อยเกินไป คนอย่างฉันใช้เงินครั้งละเป็นร้อย ป้าพอใจกับคำตอบของฉันรึยัง ฝากไปบอกเจ้านายของป้าให้เก็บเงินไว้ดีกว่า จะได้ใช้หนี้พ่อฉันหมดเร็วๆ"

ป้าทองเจ็บใจมากจะด่าดังๆก็ไม่กล้า  ได้แต่ทำปากขมุบขมิบด่าไม่มีเสียง

พอป้าทองกลับไปบอกประจักษ์ เขาเอาเงินไปวางไว้บนโต๊ะอาหารยืนยันให้เธอเอาไว้ใช้ เพราะตนเป็นสามีต้องดูแลตามหน้าที่ เดี๋ยวเธอจะเอาไปนินทาลับหลัง พูดอย่างทะนงว่า

"คนอย่างพันตรีประจักษ์ มหศักดิ์ ไม่เคยเกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน"

ประจักษ์เดินไปอย่างผ่าเผย ทำเอาวนิดามองทึ่งอึ้งในความอหังการของเขา

ooooooo

นายดาวยังติดตามบีบคั้นประจักษ์ทุกฝีก้าว วันนี้ก็ไปดักพบเขาที่สโมสร ร้องเรียก "ลูกเขย" เสียงดัง จนประจักษ์อาย เมื่อเดินเข้าไปหา นายดาวถามถึงความ สัมพันธ์ระหว่างเขากับวนิดา เห็นเขาเงียบ นายดาว แนะว่า   ให้เขาลองเปลี่ยนบรรยากาศพาลูกสาวตน ออกไปเต้นรำกินข้าวนอกบ้านบ้าง

ประจักษ์ย้อนถามอย่างขัดใจว่าทำไมตนต้องพาเธอไปด้วย นายดาวรุกว่า

"เพราะในสัญญาระบุว่า คุณต้องดูแลยัยนิดและทำหน้าที่ของสามีที่ดี และนี่ก็คือหนึ่งในหน้าที่ที่คุณต้องทำ! ถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมบอก คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมบอกแล้วไงว่าผมจะคอยดูคุณไม่ให้คลาดสายตา เฮอะๆๆ"

ประจักษ์ผละจากนายดาวอย่างหงุดหงิด นายดาวพูดอย่างเป็นต่อก่อนเดินไปว่า

"อ้อ อีกอย่าง อย่าบอกยัยนิดเด็ดขาดว่าคุณมาเจอผม...ผมไปล่ะนะ...ลูกเขย"

ประจักษ์กำมือแน่นโมโหสุดๆกับการกดดันของนายดาว

ooooooo

เย็นแล้ว วนิดาไปเดินแก้เซ็งที่สวนด้านหลังของบ้านมหศักดิ์  เดินไปเจอบึงบัว  ทั้งวนิดาและจวงต่างตื่นเต้นดีใจกับความสวยงามของบึงบัว  ชวนกันว่าเย็นนี้ ทำแกงส้มสายบัวกันดีไหม  แล้วพากันลงเรือที่ผูกอยู่ ริมตลิ่ง  พายไปเก็บสายบัวกันกลางบึง

ระหว่างนั้น ประจักษ์เพิ่งหัวเสียกลับจากสโมสร มาถึงถามป้าทองว่าวนิดาไปไหน ป้าทองไม่รู้ ประจักษ์จึงออกไปตามหาเอง

วนิดากับจวงเก็บสายบัวกันอย่างเพลิดเพลิน ไม่รู้ว่าเรือรั่ว กว่าจะรู้ตัวน้ำก็เข้าจนท่วมท้องเรือแล้ว จวงตกใจคว้าพายจะพายเข้าฝั่ง อารามรีบทำพายตกน้ำอีก เลยยิ่งตื่นเต้นลุกลี้ลุกลนจนทำเรือคว่ำ ตกน้ำไปทั้งคู่ จวงทะลึ่งพรวดขึ้น มองหาวนิดา เจอวนิดาร้องขอความช่วยเหลือไม่รู้ว่าถูกอะไรพันขา พอจวงว่ายเข้าไปจะช่วย วนิดาก็จมหายไปแล้ว

จวงตกใจมากรีบว่ายเข้าฝั่ง เจอประจักษ์เดินตามหา วนิดามาถึงพอดี พอรู้ว่าวนิดาจมน้ำ ประจักษ์รีบถอดรองเท้ากระโจนลงน้ำว่ายไปงมร่างเธอขึ้นมาได้ในสภาพหมดสติแล้ว เขารีบพาขึ้นไปนอนบนฝั่ง เขย่าเรียกก็ไม่รู้สึกตัวจึงก้มลงจะผายปอด

ก้มยังไม่ทันถึงหน้าวนิดา เธอก็ลืมตาขึ้น พริบตานั้นเธอตบหน้าเขาฉาดใหญ่คิดว่าเขาจะลวนลาม ด่า "คนฉวยโอกาส"

"ฉันลงไปช่วยเธอขึ้นมาจากน้ำ เห็นกำลังจะตายก็เลยจะผายปอดให้ ไม่คิดอยากจะ...ทำอย่างนั้นหรอก ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ" ประจักษ์หัวเสียลุกเดินออกไปเลย

"ที่คุณผู้ชายพูดเป็นความจริงค่ะคุณนิด" จวงยืนยัน ทำเอาวนิดาอึ้งไปเหมือนกัน

ooooooo

เมื่อตามกลับไปถึงบ้าน วนิดาเห็นเขากำลังเช็ดผมอยู่ เธอเข้าไปขอโทษที่เข้าใจผิดแล้วจะเดินไป ประจักษ์ จึงเรียกไว้บอกว่า พรุ่งนี้ไปทานข้าวนอกบ้านกัน

วนิดาแทบไม่เชื่อ พอถามว่าอะไรนะ ประจักษ์ไม่พูดซ้ำ วนิดาเลยบอกว่าตนไม่ไป เขายื่นคำขาดว่าเธอต้องไป เถียงกันไปมา วนิดาเอะใจถามว่า หรือว่ามันอยู่ในข้อตกลงที่เขาทำไว้ กับคุณพ่อ ทำเอาประจักษ์อึ้ง เธอเข้าใจทันที โกรธขึ้นมาฉับพลันย้ำถามว่า

"เป็น ความจริงใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นฉันไม่ไป เรื่องอะไร เราต้องไปแสดงละครลวงโลกให้ชาวบ้านดู" พูดจบก็สะบัดหน้าไปเลย ประจักษ์ร้อนใจ แต่พอเดินตามไปเธอก็เข้าห้องไปแล้ว

ooooooo

วัน รุ่งขึ้น นายดาววางแผนปลอมตัว สลับตัวกับสมหมาย โดยให้สมหมายแต่งสูทและตัวเขาเองแต่งชุดคนขับรถ เพื่อไปติดตามสอดแนมดูว่าประจักษ์ทำตามที่ตนไปขู่ไว้เมื่อวานเย็นหรือเปล่า

วัน นี้เช่นกันไปล่เช็ดรถพิถีพิถันเป็นพิเศษเพราะเจ้านายจะพาวนิดาไปทานข้าวนอก บ้านกันสองต่อสอง ป้าทองตกใจกับการเปลี่ยนแปลงของประจักษ์ คอยสังเกตอย่างไม่สบายใจ

ปรากฏว่า เมื่อได้เวลาประจักษ์ไปตามวนิดาที่หน้าห้อง จวงบอกว่าวนิดาบอกแล้วว่าไม่ไป พริบตานั้น ประจักษ์ผลักประตูเข้าไปแล้วปิดทันที จวงตกใจแต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว

วนิดาตกใจที่ประจักษ์บุกรุกเข้ามา พอเอ่ยปากไล่เขาก็อ้างว่าบ้านนี้เป็นบ้านของเขา ย่อมมีสิทธิ์เข้าได้ทุกห้อง วนิดาตกใจแต่ทำปากกล้าท้าว่าอย่าคิดว่าทำแบบนี้แล้วตนจะยอมไปกับเขา

ประจักษ์ ใช้ไม้ตายบอกว่าถ้าเธอไม่ไปเขาจะจับเปลี่ยนเสื้อผ้าพาไปให้ได้ วนิดาตกใจถอยกรูด พอเขารุกตามไป เธอรีบบอกว่า "หยุด! ฉันเปลี่ยนเอง" ประจักษ์จึงยอมลงไปรอข้างล่าง

แต่ขณะที่เขากำลังจะเปิดประตูออกไปนั้น วนิดาบอกเขาว่า

"จำ ไว้นะคุณประจักษ์  ที่ฉันยอมไปกับคุณเพราะคุณบังคับ เราต่างคนต่างกิน  ไม่ต้องยุ่งกัน"  ประจักษ์หันมาเย้ยว่าคิดว่าตนอยากมองหน้านักหรือ เธอเลยตัดบท "งั้นก็ไม่ต้องมอง เพราะฉันก็จะไม่มองหน้าคุณเหมือนกัน"

พอ วนิดาแต่งตัวเสร็จจะออกไปกับประจักษ์  จวงก็มายืนส่งพึมพำ "ทานข้าวให้อร่อยนะคะ" ป้าทองมายืนมองหน้าบึ้ง ถามว่ามันจะอร่อยได้ยังไงที่ต้องฝืนใจไปทานข้าวกับคนที่ตัวเองเกลียด

"ป้าพูดอะไร คุณใหญ่เกลียดคุณนิดที่ไหน เมื่อตะกี้คุณใหญ่ถึงกับจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คุณนิดเลยนะป้า"

ป้าทองยกมือทาบอก อุทาน "ฮะ  คุณพระช่วย! แกพูดอะไรบัดสี!!"

"ฉัน พูดเรื่องจริง ลองใครได้อยู่ใกล้คุณนิดของฉันก็รักทุกคนนั่นแหละ เจ้านายป้าก็ไม่รอดหรอก" พูดแล้วจวงหัวเราะอย่างสะใจ ทำเอาป้าทองหน้าเสียกลัวประจักษ์จะหลงรักวนิดาเข้าจริงๆ

ooooooo

พอ ประจักษ์ขับรถออกไป นายดาวก็ตามไปติดๆจนกระทั่งถึงร้านอาหาร  ประจักษ์เข้าไป  วนิดาเดินตาม พนักงานถามว่ากี่ท่าน   วนิดาตอบว่า   "ท่านเดียว" แต่ ประจักษ์ตอบว่า  "สองท่าน"  ทำเอาพนักงานงง  ผายมือเชิญไปนั่งที่โต๊ะ

ทั้งสองปั้นปึ่งใส่กัน แต่พอสั่งน้ำทั้งสองสั่งน้ำเปล่าเหมือนกัน  วนิดาเอาเรื่องทันทีถามว่า สั่งเหมือนตนทำไม  ทั้งคู่ โต้เถียงกันโดยไม่มองหน้า จนพนักงานสงสัยว่าหนุ่มสาวคู่นี้เป็นอะไรของเขา

นายดาวกับสมหมายเข้า มานั่งโต๊ะไม่ไกลกันนัก สมหมายบอกว่าท่าทางสองคนไม่มีความสุขเลย นายดาวเฝ้าสังเกตอยู่ พอวนิดาลุกขึ้นไปห้องน้ำเขาก็รีบไปสะกิดประจักษ์ บอกว่า

แผนนี้ท่าจะล้มเหลว   ประจักษ์พูดอย่างหงุดหงิดว่าตนทำได้

เท่านี้ ถ้าขอมากกว่านี้ตนทำให้ไม่ได้

"ถ้า อย่างนั้นก็อยู่เฉยๆ ทำตามที่ผมบอกก็พอ" ว่าแล้วนายดาวก็กลับไปนั่งที่โต๊ะแต่อยู่ในจุดที่เห็นกันถนัด เมื่อวนิดากลับมาประจักษ์จึงคอยชำเลืองดูนายดาว เห็นนายดาวทำอย่างไร ก็ทำตาม จนกระทั่งตักอาหารให้วนิดา เธอกลับตักคืนใส่จานเดิม จนประจักษ์ชักทนไม่ไหว พูดโดยไม่มองหน้าว่า

"เลิกทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนสักที"

แต่ วนิดาไม่สนใจตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเดียว ประจักษ์ เห็นนายดาวยังจ้องอยู่ ก็พยายามปั้นหน้ายิ้มแย้มแต่คำพูดขัดกับสีหน้า พูดเบาๆว่า "คิดจะเอาคืนฉันเหรอ"

นายดาวกระดี๊กระด๊าดีใจที่เห็นวนิดาก้มหน้าก้ม ตากินและประจักษ์ก็คุยอย่างยิ้มแย้ม บอกกับสมหมายว่า "เห็นลูกสาว กับลูกเขยฉันไหมสมหมาย ท่าทางกระจุ๋งกระจิ๋งน่าร้าก..."

พอกินอิ่ม วนิดาควักเงินจ่ายส่วนของตัวเองแล้วจะลุกไป ประจักษ์ไม่พอใจเก็บเงินของเธอแล้วเอาเงินตัวเองวางแทนรีบเดินตามออกไป สมหมายนิ่วหน้ามองแล้วยื่นหน้ากระซิบกับนายดาวว่า

"นั่นน่ะเหรอครับกระจุ๋งกระจิ๋ง ผมว่ากระแทกกระทั้นกันมากกว่า"

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 06:39 น.