ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

วนิดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทางฝ่ายคุณนายน้อมกับพิสมัย พากันไปหาหลวงพ่อที่วัด ปรากฏว่าท่านออกธุดงค์ คุณนายหงุดหงิดบ่นอย่างไม่เห็นแก่ผ้าเหลืองขณะเดินเข้าบ้านว่า

"โชคร้ายอะไรอย่างนี้ ร้อยวันพันปีหลวงพ่อไม่เคยออกไปไหน แต่ดั๊น...ไปธุดงค์ช่วงนี้พอดี!"

เมื่อกลับมาแล้วไม่เห็นประจักษ์ ทั้งสองคาดคั้นจนรู้จากป้าทองว่าทั้งสองไปพระวิหารกลางน้ำกันสองคน พิสมัยแทบจะคลั่งทั้งหึงประจักษ์และห่วงเพราะฝนตกหนัก ตัดสินใจให้ ไปล่พายเรือตามไป

ระหว่างลงเรือไปล่พยายามจะบอกอะไรบางอย่าง แต่พิสมัยกำลังหึงหน้ามืดไม่ยอมฟังอะไรทั้งสิ้นสั่งไปล่ให้รีบพายไปเลย

ไปล่พายเรือออกไปครู่เดียวน้ำก็เข้าท้องเรือเกือบครึ่ง พิสมัยตกใจถามว่าน้ำอะไร

"อ๋อ...เรือมันรั่วน่ะขอรับ" ไปล่บอกอย่างไม่ทุกข์ร้อน แต่พิสมัยโกรธจี๊ดด่าว่าทำไมไม่บอกแต่แรกว่าเรือรั่ว  "ผมพยายามจะบอกตั้งแต่ที่ท่าน้ำ แต่คุณพิสมัยสั่งไม่ให้ผมพูดมาก
ผมก็เลยไม่กล้าพูดขอรับ"

พิสมัยบังคับให้ไปล่เอากะลาวิดน้ำออก ไปล่จึงส่งพายให้เธอพายแทน พิสมัยไม่ยอมพาย"

"โอ๊ย...ผมมีแค่สองมือนะขอรับ ทั้งพายทั้งวิดน้ำมีหวัง เรือจม คุณพิสมัยอยากจมน้ำตายก็เอา"

สุดท้ายพิสมัยเลยต้องเอากะลามาวิดน้ำ ไปล่พายเรือไป มองพิสมัยไปอย่างแสนจะสะใจ

จนมาถึงเกาะกลางน้ำ พิสมัยสั่งไปล่ให้เดินลุยพงรกไป ไปล่ทำคอย่นไม่ยอมไปเพราะที่นั่นผีดุ พิสมัยด่าว่าเหลวไหลแต่ก็สะดุ้งผวาเข้ากอดไปล่เมื่อมีเสียงนกร้องดังขึ้น พอเงยหน้าอีกทีฟ้ามืดครึ้มอีกแล้ว พิสมัยมองไปล่สั่งเฉียบขาด

"พาฉันไปที่วิหารพระเดี๋ยวนี้!!"

ไปล่ทำตาปริบๆ มองไปรอบๆ พนมมือขึ้นท่วมหัวเดินขาสั่นนำไป

ooooooo

วนิดาน้ำตารื้นด้วยความตื้นตันใจดีใจที่รู้ว่าคุณย่าของตนเป็นคนบริสุทธิ์ ประจักษ์เองก็ยินดีด้วย เขาบอกเธอว่ารู้สึกละอายใจที่คุณแม่ของตนใส่ร้ายย่า ของเธอเพียงเพราะความอิจฉาอยากมีอยากได้ บอกวนิดา ว่าตนจะทำตามที่คุณลุงท่านสั่งไว้ จะประกาศให้ทุกคนได้รับรู้

วนิดาเข้าใจความรู้สึกของประจักษ์และเชื่อในความจริงใจของเขา เธอยกให้เขาเป็นคนตัดสินใจเพราะตนแค่รู้ว่าคุณย่าบริสุทธิ์จริงและอย่าให้ ใครมาใส่ร้ายคุณย่าอีกก็พอใจแล้ว

"ถึงอย่างไรฉันก็จะต้องเปิดเผยเรื่องนี้ คุณป้ามณฑาท่านควรจะได้รับการยกย่องและกอบกู้เกียรติของท่านกลับมา อัฐิของท่านก็ควรที่จะนำมาเก็บไว้เคียงข้างกับคุณลุงของฉันที่นี่"

เห็นความมุ่งมั่นของประจักษ์แล้ว วนิดาขอให้เขาไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนอย่าลืมนึกถึงคุณแม่เขาด้วย บอกเขาว่า "คุณยังมีเวลา จนกว่าจะถึงวันที่คุณประจวบกลับมาและดิฉันต้องไปจากมหศักดิ์"

พูดถึงตรงนี้ ทั้งสองต่างก็เจื่อนไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

ooooooo

หลังจากรู้ข้อความในจดหมายแล้ว จึงเปิดหีบทองเหลืองออก ทั้งสองตะลึงงันเมื่อเห็นเครื่องเพชรของตระกูลส่องประกายอยู่เต็มหีบ วนิดาพูดอย่างภูมิใจในตัวคุณย่าว่า "คุณย่าไม่ได้เอาไปไหนเลย"

ประจักษ์บอกว่าทั้งหมดนี้เป็นของเธอ วนิดาส่ายหน้าบอกว่าควรเป็นของเขาเพราะอยู่ในวิหารของมหศักดิ์

เมื่อประจักษ์ยืนยันในคำสั่งเสียว่าเมื่อคุณลุงยกเครื่องเพชรนี้ให้คุณป้า เธอเป็นหลานท่านก็ควรได้รับแทน

"ฉันไม่ต้องการของเหล่านี้มากไปกว่าได้พบจดหมายที่แสดงความบริสุทธิ์ของคุณย่า เราเก็บของพวกนี้ไว้ที่นี่ตามเดิม เถอะนะคะ แล้วก็กรุณาอย่าให้ใครทราบเรื่องนี้"

ทั้งสองสัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ วนิดายังให้เขาเป็นคนเก็บจดหมายฉบับนั้นไว้ด้วย ระหว่างปิดหีบเก็บไว้ตามเดิมนั้นวนิดาถูกเสี้ยนตำมือจนเลือดไหล ประจักษ์หันมาเห็นจับมือเธอไปดูดเลือดออก

เป็นเวลาที่พิสมัยเข้ามาในวิหารเห็นเข้าพอดี ความหึงพุ่งสุดขีด เธอจะพุ่งไปหาทั้งสองแต่สะดุดอะไรบางอย่างเลยคว้าประตูไว้โดยสัญชาตญาณ ประจักษ์ตกใจร้องลั่น

"อย่า!!"

แต่ช้าไปแล้ว ประตูเคลื่อนเข้ากรอบวงกบสนิทปิดปัง!

ประจักษ์กับวนิดาตกใจเพราะรู้ว่านั่นเป็นประตูกล แต่พิสมัยไม่รู้ยังตั้งหน้าตั้งตาด่าและพุ่งเข้าตบหน้าวนิดาสุดแรง

ในที่สุด ทั้งหมดถูกขังอยู่ในวิหาร ประจักษ์กับวนิดาคิดหาทางแก้ปัญหาในขณะที่พิสมัยเอาแต่โวยวายกลัวสุดขีด ร้องขอให้ประจักษ์ช่วยตนด้วย จนประจักษ์หงุดหงิดบอกให้ หยุดโวยวายเสียทีแค่นี้ตนก็ปวดหัวจะแย่แล้ว

แม้ว่าประจักษ์และวนิดาจะพยายามหาทางแก้ปัญหาแต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ ปีนขึ้นไปที่หน้าต่างก็ตกลงมา ทั้งวนิดา และประจักษ์ต่างห่วงใยกัน มีแต่พิสมัยเท่านั้นที่ยืนร้องโหวกเหวก โวยวาย ทั้งยังแสดงความหมั่นไส้ประจักษ์ที่เป็นห่วงวนิดาหึงหน้ามืดจนไม่คิดถึงความเป็นจริง

ข้างนอกฝนตกลงมาอย่างหนัก ลมกระโชกแรง ฟ้าแลบฟ้าร้องไม่หยุด  ประจักษ์บอกทั้งสองว่าสงสัยคืนนี้ต้องค้างกันที่นี่แล้ว

"ค้างที่นี่!!" พิสมัยช็อกเกาะแขนประจักษ์แน่นหน้าซีดเผือด

ooooooo

ระหว่างที่เดินตรงไปที่วิหารพระนั้นฝนตกหนัก กอปรกับพิสมัยร้อนรนวิ่งเข้าไปในวิหารแล้วทำประตูปิด ไปล่ยังอยู่ข้างนอก เมื่อหาพิสมัยไม่เจอจึงกลับบ้านไป คิดว่าเธอคงกลับไปก่อนแล้ว

คุณนาย แทบจะคลั่งเมื่อประจักษ์ก็ไม่กลับซ้ำพิสมัยยังหายไปอีก ไปล่โดนด่าแหลกลาญ แล้วคุณนายก็นั่งคอยลูกชายกับว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความเป็นห่วง คร่ำครวญภาวนาว่า

"ตอนนี้ฉันเหลือพ่อใหญ่คนเดียว ถ้าพ่อใหญ่เป็นอะไรไป ฉันจะทำยังไง ฉันไม่อยากเสียใครอีกแล้ว ฮือ...ฮือ..."

แม้จะชังคุณนายที่ร้ายกาจกับวนิดาแต่เมื่อเห็นคุณนายร้องไห้ป้าทองก็ยังมีแก่ใจปลอบว่า

"คุณนาย ใจเย็นๆนะคะ อีฉันว่าคุณใหญ่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณใหญ่เธอเป็นทหาร ทั้งเก่งทั้งเข้มแข็ง เธอต้องพาคุณพิสมัยกับคุณนิดกลับมาโดยปลอดภัย เชื่ออีฉันนะคะ"

ooooooo

ความเห็นแก่ตัวของพิสมัยทำให้ ประจักษ์นึก รังเกียจและยิ่งเห็นใจวนิดามากขึ้น ไม่ว่าวนิดาจะทำอะไรพิสมัยก็คอยแต่เขม่นเอาเปรียบ วนิดาหาเทียนไขและไม้ขีดได้เอามาจุด พิสมัยก็แย่งไปหมด เอาไปจุดรอบตัวเองให้ความอบอุ่นและแสงสว่าง

โดยเฉพาะคือเธอเกาะ ประจักษ์แจไม่ยอมปล่อยให้ห่างตัว ตกดึกอ้างว่าหนาวก็อิงแอบแนบอกเขา   ทำให้ประจักษ์ยิ่งเห็นใจวนิดาที่เธอต้องกอดตัวเองคุดคู้อยู่อย่างนั้นจนหนาว สั่นโดยไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว

จนรุ่งขึ้นฟ้าสว่างแล้ว วนิดาตัดสินใจจะปีนหน้าต่างออกไป เมื่อประจักษ์อุ้มส่งเธอจนคว้าขอบหน้าต่างได้ เธอปีนออกไปคว้ากิ่งไม้ได้ก็พยายามไต่ลงไป แต่โชคร้ายไปเหยียบเอากิ่งไม้แห้ง เธอร่วงลงไปดีแต่คว้าอีกกิ่งได้ทัน เลยห้อยต่องแต่งอยู่

ประจักษ์ตะโกนจากในวิหารคุยกับเธอตลอดเวลา เตือนให้ระวัง พอเห็นเธอเงียบไปก็ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง วนิดาตอบเสียงปกติว่า "สบายดีค่ะ" ทั้งที่ห้อยต่องแต่งอยู่ที่กิ่งไม้

เวลานั้น วนิดาได้แต่ภาวนาให้คุณย่าช่วยตนด้วย

แต่ แล้วเธอก็ไปเหยียบเอากิ่งไม้แห้งเข้าจนได้ กิ่งหักร่างเธอร่วงลงพื้นดังพลั่ก! ประจักษ์ได้ยินถามอย่างตกใจว่าเธออยู่ไหน ไม่เป็นไรใช่ไหม

"ดิฉัน อยู่นี่ค่ะ ถึงพื้นแล้ว" วนิดาพยายามทำเสียงปกติ บอกประจักษ์ว่าตนถึงพื้นแล้วและปลอดภัยดี เธอพยายามลุกขึ้น กัดฟันตะเกียกตะกายไปจนถึงประตูเพื่อจะเปิดจากข้างนอก แต่หมดแรงเสียก่อนดึงอย่างไรก็ไม่ออก

"คุณประจักษ์คะ ดิฉันดึงประตูไม่ออก คุณช่วยดันจากข้างในด้วยนะคะ"

ประจักษ์ ยืนอยู่ตรงประตูแล้ว เขาช่วยดันสุดแรงโดยพิสมัยยืนดูเฉยๆ แต่ดันอย่างไรก็ไม่ออก พยายามครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายประตูเปิดผลัวะออก แรงดันของประตูกระแทกวนิดากระเด็นไป

"ไชโย...เราออกมาได้แล้ว เราออกมาแล้วค่ะคุณพี่" พิสมัยดีใจร้องตะโกนหัวเราะร่า

ประจักษ์ไม่สนใจเขามองหาและร้องเรียกวนิดา ตามไปจนเจอเธอล้มอยู่ตรงกำแพงวิหารประคองขึ้นมาจึงเห็นว่าเธอหัวแตก

ขณะนั้นเอง ไปล่กับมาที่วิหาร ร้องตะโกนเรียกประจักษ์ พิสมัยได้ยินรีบส่งเสียงแล้ววิ่งไปหาไปล่ไม่สนใจใครทั้งสิ้น

ประจักษ์ประคองวนิดาขึ้นมา เธอพยายามจะเดินเอง ประจักษ์ไม่ยอมอุ้มเธอขึ้นมารีบพาออกไปหาไปล่

อุ้มวนิดาลงเรือให้เธอนั่งพิงอก ถามว่าเจ็บแผลมากไหม พิสมัยทนไม่ได้เรียกร้องความสนใจโวยวายขึ้นมาว่า

"น้องหิวค่ะ หิวมากด้วย" เห็นประจักษ์ทำเฉยก็หันไปแว้ดไปล่ "ไปล่แกพายเร็วๆหน่อยไม่ได้เหรอ ฉันหิวไส้จะขาดแล้ว"

"เต็ม ที่แล้วครับผม ถ้าจะให้เร็วกว่านี้ คุณพิสมัยช่วยอีกแรงเถอะครับ ที่หัวเรือมีพายอีกอันนั่นไง" ไปล่ชี้ไปที่พาย พิสมัยจำต้องจับพายขึ้นมาจ้วงน้ำอย่างกระแทกกระทั้น

ooooooo

กลับ มาถึงบ้านพักบางปะอิน ประจักษ์อุ้มวนิดาขึ้นจากเรือ พิสมัยกับไปล่ตามขึ้นมา คุณนายมองอึ้ง ป้าทองถามวนิดาเป็นอะไร เธอบอกว่าหกล้มนิดหน่อยไม่เป็นอะไรมาก คุณนายถามจิกว่า

"ไม่เป็นอะไรแล้วทำไมถึงเดินเองไม่ได้"

ประจักษ์บอกว่าเธอเป็นแผลนิดหน่อยแล้วรีบขอตัวพาเธอไปทำแผล ท่ามกลางสายตาชิงชังของคุณนายและพิสมัยที่ตาแดงก่ำด้วยความโกรธ

ทำ แผลแล้วประจักษ์บอกให้วนิดานอนพักเสียเพราะเหนื่อยมามากแล้ว แต่พอออกมาก็เจอคุณนายยืนหน้าถมึงทึงถามว่า นึกยังไงถึงไปที่วิหาร ประจักษ์ตอบอย่างเบื่อหน่ายว่าก็ไม่นึกอะไร

"พ่อใหญ่!! เราอย่ามากวนแม่นะ ในนั้นมีแต่กระดูกผีมันน่าสำราญตรงไหน"

"มัน ไม่น่าสำราญหรอกครับ แต่ในนั้นเป็นที่เก็บกระดูกคุณปู่คุณย่าคุณลุงบรรพบุรุษของเรา การที่ผมจะไปเคารพพวกท่านมันน่าแปลกตรงไหน คุณแม่ต่างหากล่ะครับที่แปลก ทำไมคุณแม่ถึงไม่ยอมไปที่นั่น หรือว่าคุณแม่กลัวอะไร" ประจักษ์จ้องหน้าแม่อย่างจับพิรุธ คุณนายชะงักย้อนถามว่า

"ทำไมแม่ ต้องกลัว" ประจักษ์ไม่พูดต่อบอกว่าตนก็ไม่รู้แค่พูดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้นเองแล้วจะ เดินออกไป คุณนายไม่ยอมให้ไป "จะไปไหน แม่ยังพูดไม่จบ นับวันเราชักเหลวไหลใหญ่ทำอะไรไม่ไว้ตัวไปอุ้มชูนังวนิดามันทำไม นังนั่นมันมารยาทำตัวน่าสงสาร พ่อใหญ่ดูไม่ออกรึไง!"

ประจักษ์สุดทนเสียงดังใส่ว่า "คนที่ผมดูไม่ออก คือคุณแม่ต่างหาก"

"พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง" คุณนายตาลุกจ้องประจักษ์ตาแทบถลน

"คุณแม่แน่ใจเหรอครับว่าป้ามณฑามีชู้ และล้างผลาญสมบัติของคุณลุงจริง"

คุณนาย หน้าถอดสี ประจักษ์มองหน้าแม่อย่างผิดหวังหันหลังจะเดินไป คุณนายตะโกนให้กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แต่เขาไม่สนใจ คุณนายเลยยืนงงกับคำพูดของเขาอยู่ตรงนั้น

ooooooo

เย็นแล้ว มนตรีเดินหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ในร้านเสื้อสองอนงค์ เพราะเขามาหาวนิดาแล้วอำไพบอกว่าวนิดายังไม่กลับจากบางปะอิน

ลูกค้า ร้านเสื้อหลายคนเข้าร้านมาเกือบชนกับมนตรีที่เดินวนไปมา อำไพเตือนเขาว่าเดินวนจนลูกค้าเกือบชนหลายรอบแล้ว มนตรีถามอย่างหงุดหงิดว่า เมื่อไหร่วนิดาจะกลับมา อำไพบอกว่ายังไม่มาหรอก ก็ถูกมนตรีตำหนิว่าเป็นเพื่อนภาษาอะไรถึงไม่รู้ว่าวนิดาจะกลับวันไหนเวลาใด

"แล้วคุณเป็นเพื่อนสนิทคุณประจักษ์ภาษาอะไร ทำไมถึงไม่รู้ว่าคุณประจักษ์จะกลับวันไหนเวลาอะไร" อำไพสวนไปทันควันอย่างเหลืออดเหลือทน

มนตรีพาลถามว่าทำไมต้องเสียงดังกับตน อำไพเถียงว่าเขาเสียงดังกับตนก่อน พอเถียงสู้อำไพไม่ได้ มนตรีก็บ่น

"ฉัน ไม่เข้าใจว่าคุณนิดคบเธอเป็นเพื่อนได้ยังไง คุณนิดออกจะน่ารัก อ่อนหวาน แต่เธอ...สวยก็ไม่สวย กิริยาก็กระโดกกระเดก ไม่มีความเป็นผู้หญิง...หาดีไม่ได้ซักข้อ"

อำไพไล่เขาออกจากร้านไป เลย มนตรีดื้อด้านไล่อย่างไรก็ไม่ยอมไป จนอำไพคว้าของในร้านขว้างปาเขาก็หลบได้ไวราวกับลิง แต่ก็พลาดจนได้ถูกของปาเข้าหัวจังๆ รู้สึกเสียฟอร์มเลยยอมกลับไป แต่ยังไว้เชิงขู่ว่า

"ไปก็ได้ ฝากไว้ก่อนเถอะ" แล้วผลุนผลันออกไปชนกับประตูร้านที่ลูกค้าผลักเข้ามาพอดีจนร้องโอ๊ย ยกมือคลำหน้าผากป้อยๆ เดินออกไป

"คนบ้า..." อำไพด่าเบาๆ ทั้งเคืองทั้งน้อยใจ

ooooooo

ที่ ทำงานของประจวบ....เย็นนี้เขาเข้าไปหาชวนผู้เป็นเพื่อนรักของประจักษ์ขอลา ออกจากงาน ชวนถามงงๆว่าจะกลับบ้านหรือ ประจวบบอกว่าจะลาไปทำงานเหมืองแร่เพราะทางโน้นให้เงินมากกว่า

"เหตุผลเท่านั้นเองน่ะเหรอ" ชวนถามขรึมๆ ประจวบส่ายหน้าเล่าเสียงสะเทือนใจว่า

"ผม ได้รับจดหมายจากคุณแม่ ท่านรำพึงรำพันถึงความลำบากของพี่ใหญ่ที่ต้องแต่งงานกับลูกสาวนายดาว ทั้งหมดมันเป็นความผิดของผม ผมอยากรีบหาเงินไปใช้หนี้ให้เร็วที่สุด"

"ตามใจนะ คิดให้ดีก็แล้วกัน พี่รู้ว่าเรื่องนี้ใครก็ห้ามนายไม่ได้"

แต่ พอชุมศรีรู้ เธอทักท้วงให้เขาคิดให้ดี เพราะงานเหมืองนั้นเสี่ยงน่ากลัวมาก เวลาที่เหมืองถล่มแล้วเกิดเขาติดอยู่ในนั้นมันอันตรายถึงตาย ถามเขาด้วยความเป็นห่วง วิตกว่า

"ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ดิฉันจะทำยังไง ดิฉันเป็นห่วงคุณนะคะ"

น้ำ เสียงที่เครือสะท้านของชุมศรี ทำให้ประจวบเริ่มลังเล แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ จนชุมศรีถามว่า ทำไมเขาถึงต้องยอมเสี่ยง หรือว่าเบื่ออึดอัดใจกับงานที่นี่ ประจวบกลับ บอกว่าเขามีความสุขที่สุดที่ได้อยู่ที่นี่

"ถ้าอย่างนั้นคุณจะหนีไปจากที่นี่ทำไม" ชุมศรีถาม

"ฉัน ไม่ได้หนี...แต่ยิ่งฉันมีความสุขมากเท่าไหร่ ฉันก็อดนึกไม่ได้ว่าฉันกำลังเห็นแก่ตัว กำลังเอาเปรียบพี่ใหญ่ที่กำลังเดือดร้อนอยู่ ฉันควรจะรีบหาเงินไปให้เขาเร็วที่สุด"

ฟังเหตุผลของประจวบแล้วชุมศรีนิ่งอึ้ง ตัดสินใจบอกเขาว่า ถ้าอย่างนั้นตนจะไปด้วย เพราะว่า "ฉันคงทนไม่ได้ถ้าคุณจะต้องเป็นอะไรไป"

"ชุมศรี ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ฉันสัญญา"

"ไม่ ค่ะ ดิฉันไม่ต้องการคำสัญญา ดิฉันต้องการเพียงแค่ได้อยู่ใกล้ๆคุณ ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ขอให้ดิฉันได้คอยอยู่ช่วยเหลือดูแลคุณเถอะนะคะ"

ประจวบมองชุมศรีเต็มตามด้วยความซึ้งใจ พึมพำอย่างตื้นตันว่า

"ทำไมเธอถึงได้ดีกับฉันขนาดนี้นะ"

ชุมศรีไม่ตอบ แต่มองหน้าเขาด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความรัก

และเมื่อชวนรู้จากชุมศรี เขาถามน้องสาวคนเดียวว่ารักเขาล่ะสิ ชุมศรียอมรับว่ารัก ครั้นชวนถามว่าแล้วเขารักเธอหรือเปล่า ชุมศรีตอบเขินๆแล้วอ้อนวอนว่า

"รัก...มังคะ...พี่ชวนให้น้องไปทำงานเหมืองกับคุณประจวบเถอะนะคะ"

ชวนบอกว่าตนมีน้องสาวอยู่คนเดียว ฉะนั้นจะไม่ยอมให้ต้องไปทำงานเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอย่างนั้น ปลอบใจน้องว่าอย่าห่วงเลย ตนจะไม่ให้ว่าที่น้องเขยไปเสี่ยงตายเหมือนกัน จากนั้นเรียกประจวบมาพบ บอกให้ชุมศรีออกไปก่อน ตนจะคุยกับประจวบแบบผู้ชายคุยกัน

เมื่อประจวบมาพบที่ห้องทำงาน ชวนเอาเงินให้เขาไปใช้หนี้นายดาว แต่ก็มีงานให้เขาทำก็คือ ให้เขาช่วยดูแลชุมศรี ถามว่า

"นายพอจะคุ้มครองชุมศรีให้เขาอยู่ดีมีสุข และซื่อสัตย์กับเขาไปตลอดได้ไหม"

"ได้ครับ" ประจวบยิ้มเต็มหน้าด้วยความมั่นใจ

"ถ้าอย่างนั้น ก็รีบเอาเงินไปใช้หนี้ แล้วรีบกลับมาที่นี่นะ น้องเขย"

ooooooo

ที่บ้านมหศักดิ์...

เช้านี้ ประจักษ์ประคองวนิดาให้นั่งที่เก้าอี้ เตือนอย่างห่วงใยว่า

"ระหว่างที่ฉันไปทำงาน เธอต้องทานข้าว ทานยาให้ตรงเวลา ถ้ารู้สึกไม่ดีรีบโทร.หาฉันทันที"

วนิดาบอกว่าตนไม่ใช่เด็กแล้ว ดูแลตัวเองได้ แผลที่ขาแค่นี้ยังไกลหัวใจอีกเยอะ ประจักษ์มองเธอด้วยความรักบอกว่า "ไกลหัวใจเธอ แต่ใกล้หัวใจฉัน ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมา ใจฉันคงทนไม่ได้"

"คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ มีป้าทองกับจวงคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ" วนิดาตอบด้วยความรู้สึกดีมากๆ

"มันก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดี ใครจะดูแลเธอได้ดีเท่าฉัน"

ฟังประโยคนี้แล้ว วนิดาถึงกับพูดไม่ออก ป้าทองกับจวงที่คอยชำเลืองมองเงี่ยหูฟังอยู่หัวเราะกันคิกคักทำเขินแทนวนิดา จนทั้งสองรู้ตัวผละจากกัน ประจักษ์บอกว่าไปทำงานแล้วจะรีบกลับ

"ค่ะ" วนิดาตอบแผ่วเบายิ้มค้างอยู่อย่างนั้น แต่พอเห็นป้าทองกับจวงมองอยู่ก็เขินทำหน้าไม่ถูก

พอประจักษ์ออกไปหน้าบ้านไปล่เดินตัวงอเข้ามาบอกหน้าบานว่ารถสะอาดเอี่ยมอ่อง อรทัยแล้วผายมือเชิญประจักษ์ ไปที่รถ เขาเดินไปที่รถแต่แล้วก็ชะงักหันกลับมา ไม่ทันจะอ้าปากพูดไปล่ก็ชิงพูดว่า

"ดูแลคุณนิดให้ดีอย่าให้ใครรังแกไม่งั้นไอ้ไปล่ถูกเตะ" พูดเร็วปรื๋อติดกันเป็นพรืดแล้วยิ้มแฉ่งถามว่า   "ใช่ไหมครับคุณใหญ่" ประจักษ์ชมว่าจำแม่นอย่างนี้ก็ดีและถ้าทำตามที่พูดไม่ได้จะโดนเตะเป็นสอง เท่า ไปล่ทำคอย่นรีบอ้าง "นึกขึ้นได้

พอดี๊พอดีว่าต้องไปช่วยป้าทอง ไปก่อนนะขอรับ" ว่าแล้วโกยแน่บไปเลย

ประจักษ์หันมาเจอพิสมัยพอดี เขาถามว่าเย็นนี้ว่างไหมตนมีเรื่องอยากคุยด้วย พิสมัยตัวเย็นวาบเดาได้ว่าเขาจะพูดเรื่องอะไรแต่แกล้งถาม ก็ได้รับคำตอบที่ทำให้หนาวยิ่งขึ้นว่า "เรื่องของเรา"

"ได้สิคะ คุณพี่อยากให้น้องไปเจอที่ไหน"

ooooooo

วันนี้ทั้งวัน พิสมัยกระวนกระวายใจกับเรื่องที่จะต้องเผชิญในเย็นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในห้อง ปราณีเข้ามาถามว่าเป็นอะไร เท่านั้นเอง พิสมัยร้องไห้โฮโผเข้ากอดปราณีเล่าเรื่องที่เกิดที่วิหารพระให้ฟังว่า

"ตอนที่คุณพี่ ฉัน แล้วก็นังวนิดาติดอยู่ในวิหารพระ คุณพี่ไม่สนใจไม่ห่วงฉัน คุณพี่เอาใจแต่นังวนิดา ดูแลมันจนออกนอกหน้า ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน สิ่งที่คุณพี่ทำมันทำให้ฉันมั่นใจว่าคุณพี่รักนังวนิดา เย็นนี้คุณพี่นัดฉันให้ออกไปพบ คุณพี่บอกว่าจะคุยเรื่องของเรา คุณพี่ต้องบอกเลิกฉันแน่ๆ ปราณี ฉันจะทำยังไงดี ฉันไม่อยากเสียคุณพี่ไป ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าขาดคุณพี่ ฉันอยู่ไม่ได้...อยู่ไม่ได้!!" พิสมัยร้องไห้อย่างหนัก

ปราณีจับไหล่เพื่อนรักให้หันมาเผชิญหน้า พูดจริงจังว่า

"พิสมัย! ตั้งสติแล้วฟังฉัน เธอจะอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเธออ่อนแอ เธอจะเสียคุณใหญ่ให้นังวนิดา เธอจะยอมแพ้มันเหรอพิสมัย!"

"แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง?" พิสมัยถามอย่างเชื่อมั่นในความคิดของเพื่อน

ooooooo

พอรู้ว่าวนิดากลับมาแล้วมนตรีก็รีบไปหาเธอที่บ้านมหศักดิ์ทันที เจออำไพมาเยี่ยมอยู่ก่อนแล้ว มนตรีเข้าไปหาวนิดาเหมือนไม่มีอำไพอยู่ตรงนั้น ตรงเข้าจับมือถือแขนวนิดาจนสองสาวตกใจ พออำไพเตือนเขาก็รีบขอโทษบอกว่าลืมตัวไปหน่อย แล้วหยิบตั๋วหนังออกมาบอกว่าอยากชวนไปดูหนังด้วยกัน

วนิดาขอบคุณแต่ตนไม่ค่อยสบาย มนตรีถามอาการเจ็บป่วยยาวเป็นพรืดจนอำไพขัดคอว่าถามแบบนี้จะให้วนิดาตอบ อย่างไร มนตรีโอดครวญอย่างเสียดายว่ากว่าตนจะซื้อตั๋วหนังรอบแรกมาได้เลือดตาแทบ กระเด็น วนิดาเลยให้อำไพไปเป็นเพื่อนก็แล้วกัน

อำไพตกใจ ส่วนมนตรีร้องลั่นว่า "โอ๊ย ไม่เอาหรอกครับ" เลยทำให้อำไพตัดสินใจจะไปให้ดู! ดึงตั๋วหนังจากมือมนตรีเดินอ้าวออกไป มนตรีวิ่งไล่ตามจะเอาตั๋วคืน

สุดท้ายทั้งคู่ก็ไปดูหนังด้วยกัน แต่เป็นหนังผีที่ดูแล้วน่ากลัว อำไพตกใจทีก็จิกแขนมนตรีที กว่าหนังจะจบมนตรีบ่นออดว่าถูกร้องกรี๊ดๆอยู่ข้างหูซ้ำยังจิกแขนไม่หยุดจน เจ็บไปหมดทั้งแขนแล้ว

"อุ๊ย! ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ" อำไพมองรอยถูกจิกที่แขนเขาหน้าเจื่อน มนตรีส่ายหน้าเซ็งๆที่นอกจากจะไม่ได้รื่นรมย์ใจแล้วยังต้องมาเจ็บตัวอีก

ooooooo

ป้าทองดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้วนิดาอย่างดีทั้งเพราะใจรักและที่สำคัญคือกลัว ถูกประจักษ์ดุเอา ระหว่างนั้นถมเข้ามาบอกว่ามีโทรศัพท์ถึงวนิดา

เป็นสายจากพิสมัยบอกว่าต้องการพบวนิดา แม้จะสงสัยว่าพิสมัยนัดพบทำไมแต่เธอก็ตอบตกลงโดยพิสมัยจงใจนัดพบวนิดาที่ เดียวกับนัดพบประจักษ์ในเวลาที่ใกล้เคียงกัน

ประจักษ์มาถึงก่อน พิสมัยตีหน้าเศร้าเข้าไปขอโทษเขาที่ทำตัวไม่ดีกับเขาและวนิดาขณะติดอยู่ที่ วิหารพระ อ้อนว่า อย่าโกรธตนเลย ที่ทำไปเพราะกลัวจะออกจากที่นั่นไม่ได้ และที่สำคัญคือกลัวว่าเขาจะทิ้งตนไป ยิ่งเห็นเขาดูแลวนิดามากเท่าไรหัวใจตนก็แทบแตกสลาย จนแสดงความก้าวร้าวออกไป อ้อนว่า "คุณพี่อภัยให้น้องนะคะ"

พิสมัยทำท่าจะคุกเข่าลงกราบ ประจักษ์รีบประคองตัวเธอขึ้นมาบอกว่าทั้งตนและวนิดาไม่ได้โกรธเธอเลย พิสมัยทำเป็นดีใจโผเข้ากอดเขาแน่น แต่พอหน้าตัวเองพ้นจากสายตาของประจักษ์ก็เปลี่ยนเป็นร้ายกาจทันที และเมื่อผละออกมา เธอถามเขาว่า

"คุณพี่ยังจำสัญญาที่ว่าจะแต่งงานกับน้องคนเดียวได้ไหมคะ"

"จำได้สิ" ประจักษ์กลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอกับคำถามนี้

"ชายชาติทหารอย่างคุณพี่รักษาคำมั่นสัญญายิ่งชีพ น้องจะรอวันนั้น วันที่เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกันนะคะ ขอให้คุณพี่รู้ไว้นะคะว่า น้องเป็นคนเดียวที่รักคุณพี่ด้วยหัวใจที่แท้จริง ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณพี่ได้เท่าน้องอีกแล้ว" พิสมัยกอดประจักษ์ไว้แนบแน่น

ประจักษ์ตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปากพูดไม่ออก

วนิดามาตามนัด เห็นภาพนั้นเข้าเต็มตา พิสมัยปรายตาใส่อย่างเย้ยหยัน วนิดาได้แต่กล้ำกลืนความเจ็บปวดกลับไป

ooooooo

วนิดาเดินซึมกลับเข้ามาในบ้าน ป้าทอง จวง และไปล่รีบเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วงว่าเธอเป็นอะไรไป ไปล่ถึงกับคร่ำครวญว่า "ถ้าคุณใหญ่กลับมาเห็นคุณนิดสภาพนี้ไปล่ถูกเตะน่วมแน่"

ครู่เดียว ประจักษ์ก็ควงพิสมัยเข้ามา ทุกคนเห็นเข้าก็เดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับวนิดา เธอถึงได้กลับมาแบบนี้

ตกกลางคืน วนิดานอนไม่หลับ รู้สึกเจ็บปวด เสียใจไม่หาย เช่นเดียวกับประจักษ์ เขาเดินหน้าเครียดมาหยุดยืนหลังม้านั่งในสวนที่วนิดานั่งอยู่ เขาคิดหนักเรื่องที่พิสมัยตอกย้ำสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ จนไม่กล้าบอกเลิกพิสมัยอย่างที่ตั้งใจไว้

ทั้งประจักษ์และวนิดาต่างถอนใจออกมาพร้อมกัน ต่างก็ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายหันมาเจอกันจังๆ วนิดาลุกขึ้นยืนเก้อๆ พอเขาถามว่ายังไม่นอนอีกหรือ เธอตอบอึกอักว่า กำลังจะไปนอนแล้ว...

"นิด..." ประจักษ์เรียกไว้ เธอหันมอง เห็นแววตาที่สับสนของเขา ครั้นถามว่ามีอะไรจะพูดหรือ เขากลับมองเธอด้วยความรัก เอ่ยแค่ "เอ้อ...ราตรีสวัสดิ์"

"ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" วนิดาตอบแล้วรีบเดินออกไป แต่ก็เจอพิสมัยเข้ากลางทางจนได้ วนิดาไม่อยากมีเรื่องจะเดินเลี่ยงไป ถูกพิสมัยพูดขึ้นเหมือนเรียกไว้ว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ วนิดาชิงพูดขึ้นก่อนว่า

"ถ้าเป็นเรื่องคุณประจักษ์ ขอให้คุณสบายใจว่าฉันจะไม่มีวันเป็นมือที่สามแย่งคุณประจักษ์มาจากคุณ ถ้าทุกอย่างสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ ฉันจะหย่ากับคุณประจักษ์ทันทีและคุณประจักษ์ก็จะไม่มีวันได้พบหน้าฉันอีก"

พิสมัยชะงักที่วนิดารู้ความคิดของตน แต่ก็ยังพูดอย่างไว้เชิงว่า

"รู้เองอย่างนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพูด จำคำพูดของเธอวันนี้เอาไว้ให้ดีก็แล้วกันวนิดา"

พิสมัยจิกมองวนิดาก่อนเดินผละไป แม้วนิดาจะยืนหลังตรงคอแข็งอย่างทรนงแต่ในหัวใจนั้นเจ็บปวดนัก...

วันต่อมาวนิดาร้อยมาลัยอยู่อย่างเศร้าสร้อย ป้าทองกับจวงมองด้วยความเป็นห่วง แต่พอดีประจักษ์ เดินเข้ามา เขามองพวงมาลัยที่เธอร้อยถามว่าร้อยจะเอาไปไหนหรือ พอเธอบอกว่าจะเอาไปไหว้คุณย่า เขาขอไปด้วย วนิดามองหน้าเขานิ่งไม่ปฏิเสธ

เมื่อ เอาพวงมาลัยมาวางหน้าที่เก็บอัฐิของมณฑา วนิดาพนมมือไหว้ ประจักษ์รีบทำตาม เขากราบลงครั้งหนึ่งแล้วลุกมองวนิดาที่ยังไหว้อยู่ จนเธอกราบและลุกขึ้นยืนข้างเขา ประจักษ์ถามว่าขออะไรจากท่าน

"ฉันขอ ให้คุณเล็กรีบกลับมาปลดหนี้คุณพ่อเร็วๆน่ะค่ะ คุณจะได้แต่งงานมีความสุขกับคุณพิสมัยเสียที" ประจักษ์มองหน้าถามว่าเธอคงอยากไปจากบ้านมหศักดิ์แล้วสินะ วนิดาตอบโดยไม่หันมามองว่า "อยู่บ้านคนอื่นยังไงก็ไม่มีความสุขเท่ากับอยู่บ้านตัวเองหรอกค่ะ"

"ทำไม บ้านฉันมันไม่น่าอยู่ขนาดนั้นเลยเหรอ หรือว่าเธอเบื่อหน้าฉันแล้ว"

"ฉัน คิดถึงคุณพ่อ  คิดถึงบ้าน  อยากกลับไปเร็วๆ  ถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่มันคงเป็นวันที่ฉันมีความสุขมากที่สุด" วนิดาพูดอย่างนั้นแต่ใบหน้ายิ่งเศร้าหมอง เธอรีบเดินออกไปจากเขา

ooooooo

ฝ่าย พวกคุณนายน้อมพากันตีปีกดีใจ เมื่อได้รับจดหมายจากประจวบว่าจะเอาเงินกลับมาใช้หนี้นายดาวภายในอาทิตย์นี้ พิสมัยถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดในรอบหลายเดือน

"ใช่ลูก แม่ดีใจจริงๆ นังวนิดามันจะได้ขนข้าวของออกไปจากบ้านเราเสียที" คุณนายกระหยิ่มยิ้มย่อง

พอดี ประจักษ์กับวนิดาเดินตามกันกลับเข้ามา คุณนายมองอย่างไม่พอใจถามว่าไปไหนมาถึงได้กลับด้วยกัน ครั้นประจักษ์บอกว่าไปไหว้คุณป้ามณฑามา คุณนายก็บ่นเสียงดังว่า

"แหม...น่าเสียดายที่ฉันมาช้าไปหน่อย ไม่งั้นแกจะได้ไปบอกข่าวสำคัญกับกระดูกย่าของแก"

ประจักษ์ ถามว่าแม่พูดอะไร พิสมัยชิงพูดแทนว่าประจวบเขียนจดหมายมาว่าจะกลับมาภายในอาทิตย์นี้ วนิดากับประจักษ์ต่างอึ้ง ป้าทอง จวง และไปล่มองหน้ากันอย่างตกใจ ส่วนพิสมัยยังลอยหน้าพูดเย้ยเยาะว่า

"ยินดีด้วยนะวนิดา เธอจะได้เป็นอิสระ ไม่ต้องทนทุกข์ ทรมานอยู่กับคนที่เธอไม่ได้รักอีกต่อไป"

เมื่อ ประจักษ์นิ่งอึ้งอยู่  คุณนายถามว่าดีใจจนพูดไม่ออกเลยหรือ พิสมัยตรงเข้าควงแขนประจักษ์ชวนเข้าบ้าน อวดว่าวันนี้ทำกระท้อนลอยแก้วของโปรดของเขาไว้ให้ แอบปรายตาเย้ยวนิดา ในขณะที่ประจักษ์หันมองวนิดาด้วยความรู้สึกที่ห่วงอาวรณ์

ooooooo

คืน นี้พระจันทร์เต็มดวงทอแสงนวลสวยเย็นตา ทั้งประจักษ์และวนิดาต่างนอนไม่หลับ ลุกขึ้นมาดูพระจันทร์ ต่างคิดถึงคืนนั้นที่ชายหาดชะอำ คืนที่นอนชมจันทร์ด้วยกันที่ชายหาด ลุกขึ้นมาเต้นรำกันอย่างมีความสุข คิดถึงคืนนั้นแล้วต่างก็ยิ้มอิ่มเอมใจ

แต่พอนึกถึงความจริงคืนนี้ ต่างก็เศร้า จนวนิดาเห็นประจักษ์มานั่งอยู่ที่ม้านั่งในสวน ประจักษ์หันมาเห็นพอดีเขารีบลุกขึ้นเดินไปหาเธอตรงหน้า เอ่ยเบาๆ

"เธอคงจะมานั่งดูพระจันทร์...ขอโทษนะที่ฉันแย่งที่นั่งของเธอ"

"มัน ไม่ใช่ที่นั่งของฉันหรอกค่ะ มันเป็นของคุณ ของมหศักดิ์ ฉันก็แค่มาอาศัยนั่งดูพระจันทร์ในวันที่เหงา...ก็เท่านั้น เชิญคุณตามสบายเถอะค่ะ" พูดแล้ววนิดาหันหลังจะเดินไป ประจักษ์จับแขนไว้มองตา

"นิด...พรุ่งนี้เราไปทานข้าวนอกบ้านกันนะ"

"อย่า เลยค่ะ" วนิดาปฏิเสธทันทีจนเขาชะงัก "อย่าทำให้ฉันเคยชินกับการที่มีคุณอยู่ข้างๆเลยนะคะ เราควรเตรียมตัว เตรียมใจ รอวันที่คุณประจวบกลับมา"

วนิดาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้รื้นขึ้นมา หักห้ามใจไม่ให้ถลำลึกไปกว่านี้ เอ่ยเสียงเครือคลอ

"เพราะหลังจากที่คุณประจวบกลับมาแล้ว เราจะได้หย่ากัน เพื่อที่คุณจะได้แต่งงานกับคุณพิสมัย ส่วนฉันก็จะมีชีวิตของฉัน โปรดเข้าใจด้วย"

วนิดา รีบหันหลังก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา ส่วนประจักษ์กำมือแน่นแหงนหน้ากลืนน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ในม่านน้ำตานั้น แสงจันทร์ที่นวลใยเมื่อครู่ถูกเมฆดำมาบดบังจนมืดมิด...

ooooooo

ก่อน ถึงวันที่ประจวบจะกลับมา ช่างเป็นวันเวลาที่ทุกข์ทรมานใจวนิดาเหลือเกิน เพราะพิสมัยยิ่งแสดงความเป็นเจ้าของประจักษ์เย้ยเธอมากขึ้นทุกวัน ส่วนวนิดาก็ได้แต่ต้องคอยหลบหลีกไปจากภาพเหล่านั้น

ฝ่ายปราณีระริกระ รี้สดชื่นเป็นพิเศษ เฝ้าอบสมุนไพรจนผิวผ่องยองใย คุณนายเห็นเข้าอยากสวยบ้างบอกปราณีให้ช่วยทำให้ก่อนไปงานเลี้ยงคุณหญิงแม้น ศรีในคืนนี้

พิสมัยฉอเลาะประจักษ์ว่าเย็นนี้อย่าลืมไปงานที่บ้านคุณหญิงแม้นศรี ประจักษ์ตอบหน้านิ่งว่า

"ฉันไม่ไป"

คุณนายน้อมหันขวับถามเสียงแข็งว่า "ทำไม ไม่มีงานอะไรไม่ใช่หรือ"

"ผมไม่อยากไป ผมเหนื่อย" ประจักษ์ตอบหนักแน่น แต่คุณนายสวนมาหนักแน่นยิ่งกว่าว่า

"แต่ลูกต้องไป! แม่ไม่ยอมให้ลูกอยู่บ้านกับนังวนิดาตามลำพัง นี่เป็นคำสั่ง!"

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”

“โอม” บุกรังเสือ “เคลลี่” บู๊ ระห่ำ เปิดฉากต้นตอความแค้น ใน “เวราอาฆาต”
16 มิ.ย 2564

05:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 10:24 น.