ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสือสั่งฟ้า

SHARE
ตอนที่ 19

บนท้องฟ้าที่ริมแม่น้ำ หาญกับยิ่งยศ มีเงาร่างของเสือสีฟ้ากับหนุมานสีแดง กำลังดวลหมัดกันกลางอากาศอย่างดุเดือด

ส่วนที่ริมตลิ่ง เพชรกับกระเต็นแหงนมองลุ้นกันใจระทึก เห็นหาญและยิ่งยศร่วงลงมาจากฟ้าหล่นลงไปในน้ำ ทั้งสองรีบวิ่งไปมองในแม่น้ำหน้าเครียด

หาญดำอยู่ใต้น้ำ ใช้คาถาระเบิดน้ำ เกิดวงอากาศขึ้นครอบตัวเองไว้ พยายามมองหายิ่งยศแต่ไม่เห็นพลันก็คิดถึงคำสั่งเสียของเกศินีที่ฝากลูกไว้ด้วย ทำให้หาญไม่มีสมาธิวงอากาศหายไปฉับพลัน หาญลอยตัวขึ้นมาทันใดนั้น ยิ่งยศโผล่จากข้างหลัง ตาดำสนิท โผนเข้าล็อกคอหาญไว้ทันที

หาญเริ่มหายใจไม่ออก ยิ่งยศใช้อีกมือทะลวงเข้าไปในตัวหาญบีบหัวใจเขาไว้ หาญดิ้นรนทั้งหายใจไม่ออก ทั้งสำลักน้ำ ยิ่งยศหัวเราะสะใจท่ามกลางความเป็นความตายของหาญ

ทันใดนั้น มีแสงนวลสว่างจ้าลอยเข้ามา ยิ่งยศเห็นเป็นพ่อปู่บุญทายืนอยู่ในครอบแก้วใส กำลังมองตนอยู่ ด้วยอานุภาพของพ่อปู่บุญทา เงาดำของภูตผีปีศาจที่ยิ่งยศเสกเข้าตัวไว้พุ่งสลายออกจากร่างเขาทันทีเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนของเหล่าภูตผีปีศาจดังกึกก้อง และดวงตาของยิ่งยศก็กลับมาเป็นปกติทันที

ยิ่งยศตกใจมาก ตะลึงมอง พ่อปู่พูดเสียงก้องกังวานว่า

“เอ็งมีวิชา แต่กลับใช้ในทางเสื่อม ปล่อยให้ความโลภครอบงำทำร้ายคนรอบข้าง และถึงกับคิดคดต่อชาติบ้านเมือง ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดจะคุ้มครองเอ็ง แม้แต่ผีร้ายทั้งหลายก็ไม่เช่นกัน”

ยิ่งยศอึ้ง ใจคอไม่ดีกลัวพ่อปู่ ปล่อยหาญที่ใกล้ตายเต็มที ร่างหาญจมน้ำลงไปเรื่อยๆอย่างไร้แรงพยุงตัว พ่อปู่ยกมือขึ้นเหมือนปางห้ามญาติ แสงเรืองขึ้นจากมือพ่อปู่ ยิ่งยศเห็นดังนั้นยิ่งตกใจ

ooooooo

ด้วยอานุภาพของพ่อปู่ ทำให้หาญ ยิ่งยศ เพชร และกระเต็น กลับไปสู่บรรยากาศการเผชิญหน้ากันที่อีกมุมหนึ่งของริมแม่น้ำ ก่อนที่หาญจะปลุกเสือเผ่นเพื่อเล่นงานยิ่งยศอีกครั้ง พลันหาญก็ชะงักเมื่อเสียงพ่อปู่ดังขึ้นกึกก้อง...

“ว่าตามข้า อหินะโมพุทธายะ อนุภาเวนะ”

เมื่อหาญพนมมือว่าตาม ร่างของยิ่งยศสั่นเทิ้ม จนเขางงว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ที่รอยสักในตัวยิ่งยศมีการขยับเคลื่อนไหว แล้วค่อยๆเลื่อนไหลมารวมกันที่แขน ก่อนจะไหลออกทางนิ้วมือทั้งหมด

“อาคมของข้า...ไม่!” ยิ่งยศตระหนกสุดขีด

ลายสักยันต์และอักษรทั้งหลาย ลอยเข้าสู่ตัวหาญ เกิดแสงเรืองขึ้นวูบหนึ่ง หาญมองตัวเองที่มีพละกำลังมากขึ้นอย่างอัศจรรย์ พึมพำอย่างประหลาดใจ

“คาถามงกุฎแก้ว...เอ็งไม่เหลือวิชาอะไรแล้ว ไอ้ยิ่ง!”

ยิ่งยศหมดสิ้นอิทธิฤทธิ์ทั้งปวง ทรุดลงกับพื้นอย่างสิ้นแรง เพชรกับกระเต็นรีบเข้ามาสมทบกับหาญ

ทันใดนั้น พ่อปู่ปรากฏตัวขึ้นเป็นแสงเรืองๆ หาญกับกระเต็นรีบนั่งลงยกมือไหว้ พ่อปู่พูดกับหาญว่า

“เอ็งคงรู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป วิชาอาคมต้องมีความดีเป็นที่ตั้ง หากชั่วช้าใช้ในทางผิด ย่อมไม่ต่างจากเดรัจฉานวิชา เมื่อตาย ย่อมไม่พ้นอบายภูมิแน่แท้ เอ็งจงจำคำข้าไว้สอนคนรุ่นหลังต่อไป”

หาญ เพชร และกระเต็นก้มกราบ พอเงยหน้าขึ้นอีกที พ่อปู่เลือนหายไปแล้ว แต่แว่วเสียงรถตำรวจเข้ามาแทน...

ooooooo

ที่ริมแม่น้ำอีกมุมหนึ่ง รถตำรวจหลายคันแล่นเข้ามาจอด ดาลินลงจากรถพร้อมกับตำรวจหลายนาย ดาลินเห็นศพเกศินีถึงกับอึ้ง ตำรวจสองนายไปดูศพเกศินี ส่วนที่เหลือเอาปืนจี้ไปที่ยิ่งยศ ซึ่งทรุดหมดสภาพอยู่ตรงนั้น

ดาลินมองหาเพชร เมื่อเจอ เธอวิ่งไปหา เอ่ยอย่างละล่ำละลัก

“เพชรคะ ดาขอโทษที่มาช้าไป”

“ไม่เป็นไรดา ขอบคุณมาก”

หาญหันไปพูดกับยิ่งยศว่า “มอบตัวเสียเถอะไอ้ยิ่ง ฉันก็จะมอบตัวเหมือนกัน เมื่อทำผิดก็ต้องยอมรับผิด นี่ต่างหาก ถึงเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง”

แต่ยิ่งยศไม่ยอมจำนน เขามองตำรวจที่ล้อมเข้ามา คว้าปืนของเกศินีที่หล่นอยู่เล็งไปที่ตำรวจด่ากราด

“พวกแกมันโง่ ฉันใส่ความไอ้หาญ ใส่ความไอ้กระทิง สั่งฆ่าคนอีกไม่รู้เท่าไหร่ ที่สำคัญ ฉันค้าวัตถุโบราณ ค้ายามาตั้งนานแล้วโว้ย เพิ่งจะมาจับฉันได้ตอนนี้ มันก็สายไปแล้ว ฉันผู้การยิ่งยศ ไม่มีวันยอมแพ้ใคร ไม่มีวัน!”

พูดแล้ว ยิ่งยศหันกระบอกปืนจ่อที่ขมับตัวเอง เพชรตกใจร้องห้าม

“อย่านะพ่อ ผมแค่อยากให้พ่อมอบตัว อย่าทำอะไรแบบนั้นนะพ่อ”

ยิ่งยศมองเพชรด้วยความรัก น้ำตาคลอ เพราะลึกๆแล้วเขารักเพชรเหมือนลูกเสมอมา ยิ่งยศมือสั่น สับสนหวาดกลัวกับการที่ต้องตัดสินใจตาย ครั้นจะอยู่ต่อไปก็ทนอัปยศไม่ได้ หาญหว่านล้อมให้ใจเย็นๆ ให้วางปืนเสียก่อน ยิ่งยศไม่วางปืน พูดกับหาญเหมือนสั่งเสียเป็นครั้งสุดท้ายว่า

“ไอ้หาญ ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง...ฝากเพชรด้วย...”

พูดเสร็จ ยิ่งยศรวบรวมความกล้าเหนี่ยวไกทันที

“พ่อ...” เพชรตะโกนสุดเสียง วิ่งเข้าไปกอดร่างโชกเลือดของยิ่งยศร้องไห้โฮ...

ooooooo

พลับพลึงถูกขังเดี่ยวอยู่ในเรือนจำ ซุ่มฝึก

อาคมเองอย่างมุมานะ คิดทบทวนถึงเหตุการณ์ต่างๆ

ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่เสือเมฆสอนให้ว่าคาถาเพื่อแก้แค้นแทนชัดและพี่น้องที่ถูกฆ่า รับรู้จากการนั่งสมาธิว่า ชัดถูกหาญฆ่าตาย คิดถึงความแค้นที่ถูกดามพ์ข่มเหง จนกระทั่งสุดท้าย คิดถึงคำพูดของเสือเมฆที่บอกว่า

“ฆ่า! เอ็งต้องฆ่าทุกคนที่ทำลายชีวิตเอ็ง!”

พลันพลับพลึงก็สะดุ้งจากสมาธิ ลืมตา จิตของตัวเองหลุดออกจากกายหยาบ จิตของพลับพลึงหันไปมองกายหยาบของตัวเอง ยิ้มเหมือนคนเสียสติที่ตนสำเร็จวิชา ได้เวลาแก้แค้นแล้ว!

เมื่อผู้คุมเอาอาหารมาให้ โดยการสอดเข้าไปตามช่องใต้ประตู ผู้คุมบอกว่าได้เวลาอาหารแล้ว แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เลยก้มดู เห็นร่างพลับพลึงนั่งสมาธิอยู่ ศีรษะพิงกำแพงแน่นิ่ง ผู้คุมรีบไขกุญแจเข้าไปดู ทันใดนั้น ร่างผู้คุมสะดุ้งเฮือก แววตาแข็งกระด้างเหมือนต้องมนต์

ในดวงตาของผู้คุมนั้น เห็นเป็นพลับพลึงยิ้มอยู่ในแววตา เพราะพลับพลึงเข้าสิงร่างของผู้คุมไว้แล้ว

ooooooo

ที่ห้องขังพิเศษเรือนจำชาย ดามพ์ถูกขังอยู่ที่นั่น ดามพ์ถูกขังเดี่ยวร่างกายอยู่ในสภาพทรุดโทรมหนวดเครารกรุงรัง ถูกตีตรวนทั้งที่มือและเท้า

ผู้คุมที่ถูกพลับพลึงเข้าสิง ไขประตูเข้ามาพร้อมถังใส่ของเหลวบางอย่าง ดามพ์รู้สึกตัวหันมองอย่างไม่ไว้ใจ ถามว่า “มีอะไรกับผม”

ผู้คุมไม่ตอบ แต่ยกถังสาดของเหลวใส่เป็นเลือดสีดำคล้ำ ดามพ์ตกใจร้องถาม

“เฮ้ย...อะไรวะเนี่ย” พลางยกขึ้นดม ร้องอย่างขยะแขยง “ประจำเดือน! แกจะทำอะไร!”

ทันใดนั้น ประตูห้องขังปิดเอง เงาของผู้คุมทาบที่บานประตู พริบตานั้น ร่างพลับพลึงก้าวออกจากเงาของผู้คุมแสยะยิ้มให้ดามพ์ที่มองช็อกอยู่ ถามเสียงแทบไม่เป็นภาษาว่า “เธอ...เธอมาได้ไง ต้องการอะไร”

“เอ็งข่มเหงข้า วันนี้ข้าจะให้เอ็งชดใช้ด้วยชีวิต” พลับพลึงก้าวเข้าหาดามพ์ ตาขวาง

ดามพ์พนมมือว่าคาถาทันที แต่ไม่เป็นผล มันถอยหนีด้วยความหวาดกลัว อ้อนวอนเสียงสั่น

“อย่า...อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันขอโทษ  ผู้คุม...ช่วยด้วย” ดามพ์ตะโกนสุดเสียง แต่ผู้คุมยืนนิ่งเหมือนหุ่น พลับพลึงหัวเราะพูดอย่างสะใจว่า

“ไม่มีใครช่วยเอ็งได้หรอก ไปใช้กรรมในนรกเถอะ” สิ้นเสียง พลับพลึงปรี่เข้าหักคอดามพ์กร๊อกเดียวตายคาที่

ooooooo

หาญถูกขังอยู่ที่เรือนจำชาย วันนี้เพชรกับกระเต็นมาเยี่ยม พอหาญออกมา เพชรรีบเข้าไปก้มกราบ หาญ ประคองให้ลุกขึ้น

“ลุงหาญเป็นยังไงบ้าง” กระเต็นถามพลางชูของกินที่ซื้อมาฝากให้ดู “ฉันกับหมวดเพชรซื้อของกินมาให้เพียบเลย”

หาญยิ้มให้กระเต็นอย่างเอ็นดู พูดหยอกว่าตนมาติดคุกนะไม่ใช่มาพักร้อน ทำให้เพชรหน้าเสีย ตำหนิตัวเองว่าเป็นลูกอกตัญญู จับพ่อตัวเองเข้าคุก

“การที่เพชรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ก็เป็นการกตัญญูต่อพ่อ กตัญญูต่อแผ่นดินแล้ว พ่อเต็มใจที่จะชดใช้บาปกรรมที่ทำไว้”

ทันใดนั้นเองผู้คุมที่ถูกพลับพลึงเข้าสิงร่างก็เปิดประตูเข้ามา ทุกคนหันมองด้วยความแปลกใจ เพชรถามว่า หมดเวลาเยี่ยมแล้วหรือ กระเต็นก็บ่นว่าทำไมหมดเวลาเร็วจัง เพิ่งคุยได้แป๊บเดียวเอง

ผู้คุมไม่ตอบ ยืนนิ่งเหมือนหุ่น หาญเพ่งมอง พูดอย่างรู้ทันว่า

“แสดงตัวออกมาเถอะ ข้ารู้ว่าเป็นเอ็ง พลับพลึง”

พลับพลึงก้าวออกจากร่างผู้คุม ถามเย้ยว่า ยังจำหลานคนนี้ได้อยู่อีกหรือน้าหาญ หาญพูดอย่างปลงแล้วว่า

“ข้ารู้ว่าสักวันเอ็งต้องมาล้างแค้น ข้าพร้อมแล้ว ลงมือเถอะ”

เพชรตกใจ บอกพลับพลึงว่าอย่าทำอะไรนะ เขาสำนึกผิดแล้ว และกำลังรับโทษที่ทำอยู่ พลับพลึงหัวเราะเยาะถามว่า

“รับโทษเหรอ แล้วมันชดใช้ชีวิตลุงเมฆกับไอ้ชัดได้ไหม ชีวิตมันต้องแลกด้วยชีวิต!”

“ถึงเธอฆ่าลุงหาญตาย ก็ไม่ทำให้คนที่เธอรักฟื้นขึ้นมาหรอก อโหสิกรรมต่อกันเสียเถอะ อย่าก่อกรรมต่อกันอีกเลย” กระเต็นหว่านล้อม

แม้พลับพลึงจะเริ่มสับสน แต่ยังมุ่งมั่นไม่ยอม ยืนกรานว่า “น้าหาญต้องตาย!” แล้วกางกรงเล็บสีดำออกพุ่งเข้าหาหาญ เพชรกับกระเต็นรีบรั้งแขนพลับพลึงไว้คนละข้าง

ทันใดนั้น ทุกคนก็หยุดนิ่งด้วยนะจังงังของหาญ

“หยุดเถอะ พ่อขอบใจทั้งเพชรและกระเต็นที่เป็นห่วงพ่อ” หาญเดินเข้าหาทั้งสองคน “แต่พ่อตัดสินใจแล้ว แม้ว่าสิ่งที่พ่อทำไป จะเป็นเพราะสถานการณ์บีบบังคับ แต่พ่อก็มีส่วนในการตายของพี่เมฆและไอ้ชัด พ่อต้องรับผิดชอบ”

พูดแล้วหาญว่าคาถาเป่าไปที่พลับพลึง ทำให้พลับพลึงขยับตัวได้ตามปกติ หาญบอกอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“ลงมือเถอะพลับพลึง ข้าอโหสิให้ในสิ่งที่เอ็งจะทำ”

“เธอยังเรียกพ่อฉันว่าน้าหาญ แสดงว่าเธอยังรักเขาอยู่ เธอฆ่าคนที่เธอรักได้ลงคอเชียวหรือ” เพชรตะโกนขึ้น

พลับพลึงชะงัก ปวดหัวขึ้นกะทันหัน ยกมือกุมหัวยืนเคว้งคว้างไปมาเพราะสับสนเมื่อนึกถึงบุญคุณของหาญกับการตายของคนที่ตนรัก แผดเสียงออกมาอย่างกดดันเจ็บปวด “อ๊ากกกก” แล้วกระอักเลือดออกมาทรุดลงกับพื้น หาญรีบเข้าประคอง ถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอะไร แล้วรีบจับชีพจรของพลับพลึง

“ธาตุแตก! นี่เอ็งฝึกอาคมตามลำพังรึ เอ็งไม่รู้รึไงว่าวิชาพวกนี้ต้องมีครู”

พลับพลึงในสภาพอ่อนแรง หายใจรวยรินบอกหาญอย่างรู้สึกผิดว่า

“ฉันมัวแต่หมกมุ่นอยู่ในไฟแค้น จนทำอะไรโง่ๆออกไป น้าหาญ ยกโทษให้ฉันด้วยนะ” พูดแล้วมองออกไปในที่ว่างเปล่า พูดอย่างมีความสุขว่า “ฉันจะไปหาไอ้ชัด ไปอยู่กับพี่น้องของเรา” พูดจบพลับพลึงยิ้มบางๆก่อนสิ้นใจ

ทุกคนเสียใจ หาญกอดร่างพลับพลึงร้องไห้ เพชรกับกระเต็นหลุดจากอาคมนะจังงังรีบเข้าไปหา มองหาญที่กอดร่างพลับพลึงร้องไห้อยู่ด้วยความเศร้าใจ

ครู่หนึ่งร่างพลับพลึงค่อยๆสลายไป ทำให้กายหยาบของพลับพลึงที่นั่งสมาธิอยู่ในห้องขังมีเลือดไหลออกจากปาก ไม่นานร่างนั้นก็ล้มแน่นิ่งอยู่กับพื้น...

ooooooo

หลังจากยิ่งยศตาย ชิดใจก็หมดที่พึ่ง สภาพทรุดโทรม ค่าตัวตก ทำได้แค่เป็นโสเภณีราคาถูก แทนการเป็นคุณนายผู้การที่ทะเยอทะยานจะไขว่คว้า

เมื่อทุกอย่างลงเอยแล้ว วันนี้เพชรพากระเต็นที่เขาบังคับให้ใส่กระโปรงและรองเท้าส้นสูงไปไหว้กระดูกของเกศินีกับยิ่งยศที่อยู่ใกล้กัน

เพชรจุดธูปยกมือไหว้ เอ่ยขออโหสิ “กรรมอันใดที่เราเคยก่อร่วมกันมาและผมเคยล่วงเกินไว้ ขออโหสิกรรมต่อกันนะครับ...พ่อ”

เมื่อเพชรปักธูปที่หน้ารูปยิ่งยศ กระเต็นถามว่าคิดยังไงถึงเอาอัฐิคนคนนั้นมาไว้ใกล้กับแม่เขา

“จะยังไง เขาก็คือพ่อของฉันคนหนึ่ง คนที่เคยเลี้ยงดูฉันมา ฉันคิดว่าแม่เกศก็คงเห็นด้วยกับฉัน”

“ก็จริงนะ บาปส่วนบาป บุญก็ส่วนบุญ งั้นนายถอยไปซิ ฉันจะขออโหสิกรรมบ้าง ฉันก็ไม่อยากให้มีเวรมีกรรมติดกันไปถึงชาติหน้าหรอก”

พอเพชรหลีกทางให้ กระเต็นจะเดินเข้าไปไหว้ ปรากฏว่ารองเท้าส้นสูงพลิกเซล้มลง ดีที่เพชรประคองไว้ทัน เลยกลายเป็นกอดกัน กระเต็นทำเสียงดุดันกลบเกลื่อนความเขิน โทษว่าเพราะเพชรบังคับตนนุ่งกระโปรงและใส่รองเท้าส้นสูงเลยเป็นแบบนี้

เพชรพูดขำๆ แซวๆว่าก็สวยดีนี่เหมือนจับลิงมา

นุ่งกระโปรง กระเต็นยิ่งเขินเลยทุบเพชร ย้อนเอาว่าตัวเองก็หน้าเหมือนนกฮูกเหมือนกันนั่นแหละ

ทั้งสองหยอกเย้ากันหัวเราะอย่างเบิกบานใจ คนหนึ่งจะทุบแก้เขิน อีกคนจับมือไว้เลยยื้อกันไปมา

ที่อีกมุมหนึ่ง ดาลินมาไหว้อัฐิพ่อเหมือนกัน เธอเห็นทั้งสองหยอกเย้ากันก็มองอย่างครุ่นคิด พอดีเพชรกับกระเต็นหันมาเห็นเลยรีบปล่อยมือหยุดหยอกกัน กระเต็นหลบตา

ดาลินอย่างรู้สึกผิดในใจ

ดาลินยิ้มให้บางๆ เมื่อเดินมาคุยกันที่ท่าน้ำวัด ดาลินแสดงความยินดีกับเพชรที่ล้างมลทินให้พ่อได้สำเร็จ และตัวเองก็กลับมารับราชการเหมือนเดิมแล้ว

“ขอบคุณครับ ผมเองก็ยังไม่ได้ขอบคุณคุณดาเลยที่เชื่อใจผม พาตำรวจไปวันนั้น ลำบากคุณดาแย่”

ดาลินบอกว่าตนแค่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้น ออกจะช้าไปด้วยที่ปล่อยให้เขาต่อสู้กับพวกนั้นตามลำพังอยู่ตั้งนาน พูดถึงอดีตแล้วเธอก็ตีบตื้นจนพูดไม่ออก เพชรบอกเธอไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของเธอ

เพชรจะเข้าไปโอบกอด ถูกเธอดันเอาไว้บอกว่าตนไม่ใช่คุณหนูดาลินคนเดิมอีกแล้ว ตนเหมือนเพชรที่มีตำหนิไปแล้ว เพชรกอดดาลินไว้ด้วยความสงสาร เธอสารภาพว่ายังรักเขาเหมือนเดิม ถามว่าแล้วตัวเขาเองเคยถามใจตัวเองบ้างหรือเปล่า

“ผมขอยืนยันผมจะแต่งงานกับคุณดาเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ดาลินถามว่าทั้งๆที่ตนมีลูกของคนชั่วอยู่ในท้องหรือ ทำให้เพชรนิ่งไปอึดใจก่อนตอบว่า “ครับ...”

ดาลินชมว่าเขาเป็นคนดี ตนรักคนไม่ผิดเลย แต่คนอย่างตนไม่ต้องการความสงสารจากใคร บอกเพชรว่าไม่ต้องห่วงตน เพราะว่าพ่อทิ้งสมบัติไว้มากพอที่ตนจะอยู่ได้อย่างสบาย รวมทั้งต้องเลี้ยงเด็กอีกคนหนึ่งตามลำพัง แล้วตัดสินใจบอกเพชรว่า

“ช่วงเวลาที่คับขันที่สุด ลำบากที่สุดในชีวิตของเพชร คนที่อยู่เคียงข้างเพชรตลอดคือใคร เพชรน่าจะรู้ดี ไปตามหาหัวใจตัวเองดีกว่าค่ะ” ดาลินยิ้มให้เพชรทั้งน้ำตา แล้วจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว

กระเต็นกลับไปที่บึงกร่างแล้วปลูกบ้านหลังใหม่ ตั้งตนเป็นคนทรง ได้รับความนับถือจากชาวบึงกร่างไม่น้อย มีเจ้าจุกคู่หูเก่ามาช่วยดูแล บริการ จัดคิว และเก็บค่าหมากพลูไปตามประสา

เพชรมาที่สำนักทรงพูดข่มขู่ตามเคยว่า สงสัยที่นี่จะมีการต้นตุ๋นหลอกลวงประชาชน กระเต็นชะงักกึก ทำเป็นไม่รู้จัก ด่าว่าเพชรลบหลู่เจ้าแม่ เพชรหัวเราะบอกว่าตนไม่เคยกลัวเจ้าพ่อหรือเจ้าแม่ที่ไหน ตนกลัวแต่คนดีเท่านั้น พูดดักอย่างรู้ทันกันว่า

“ฉันอยากรู้เหมือนกัน ถ้าเจ้าแม่โดนจับจะสามารถสะเดาะกลอนออกมาได้ไหม” แล้วหันไปพูดกับชาวบ้านว่าจะให้โอกาสชาวบ้านให้กลับไปเสีย แล้วตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินอย่าเชื่อเจ้าแม่ที่ไหนอีก ตนจะถือว่าชาวบ้านไม่มีส่วนกับเรื่องนี้

เจ้าจุกได้ทียกมือไหว้อ้างว่าตนยังเด็กไม่พร้อมจะกินข้าวแดง ยกมือไหว้แล้วแวบหายไปเลย กระเต็นร้องอ้าว เจ้าจุกมาทิ้งกันเสียแล้ว

กระเต็นยังวางท่าไม่ยอมให้เพชรข่มขู่เอาตามใจชอบ ขู่ว่าจะเสกหนังควายเข้าท้อง เท่านั้นเองเพชรก็ร้องโอดโอยทำเป็นเจ็บปวดล้อเลียนตั้งแต่กระเต็นยังไม่ทันทำอะไร

เมื่อขู่เพชรไม่ได้ผล กระเต็นเลยเลิกเก๊ก บอกเขาว่าให้เอาเวลาไปสนใจภรรยาตัวเองดีกว่ามาหาเรื่องตนแบบนี้

เพชรบอกว่าตนยังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีภรรยา และเวลานี้ดาลินก็ไปเมืองนอกแล้วด้วย เพชรหักนิ้วทำหน้าหื่นจ้องกระเต็นตัดบทว่า

“อย่าเสียเวลาชวนคุยนอกเรื่องเลย เจ้าแม่กระเต็นป่ามันต้องเจอกับหมวดเพชรถึงจะสมน้ำสมเนื้อ ด้วยวิชาจูบสยบมาร!”

เพชรพุ่งเข้าไล่ปล้ำกระเต็นจนคว้าตัวไว้ได้ ถามว่า

ยอมแพ้หรือยัง กระเต็นตะโกนว่าตำรวจรังแกประชาชน เพชรพูดอย่างมันเขี้ยวว่าตนไม่ได้รังแกแต่กำลังกำราบเจ้าแม่กระเต็นไม่ให้แผลงฤทธิ์หลอกลวงชาวบ้านต่างหาก และดูท่าต้องอยู่ควบคุมความประพฤติไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว

เพราะใจกับใจตรงกัน ผ่านร้อนผ่านหนาวฝ่าภยันตรายมาด้วยกัน  เมื่อต่างเผยความรู้สึกต่อกันจึงไม่ยากที่จะลงเอยกันอย่างหวานชื่น

ooooooo

20 ปีผ่านไป...

หาญพ้นโทษออกมาแล้ว เขาบวชและจะออกธุดงค์ เพชรกับกระเต็น และเจ้าจุกที่โตเป็นหนุ่มแล้ว พากันใส่บาตร เจ้าจุกที่ทำหน้าที่เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อ บ่นกระปอด– กระแปดว่า ตนอยากเรียนคาถาอาคมกับหลวงพ่อจะได้ปราบโจรแบบสารวัตรเพชรบ้าง ไม่ทันได้เรียนหลวงพ่อก็จะออกธุดงค์เสียแล้ว

“มา งั้นเข้ามาใกล้ๆ ข้าจะถ่ายทอดสุดยอดของคาถาอาคมทั้งปวงให้เอ็ง” เจ้าจุกตาโต รีบเข้าไปกราบหลวงพ่อแล้วคุกเข่าลงตรงหน้า ยกมือพนมหลับตา หลวงพ่อหาญเอื้อมมือไปเขียนที่หน้าผากจุกด้วยมือเปล่า จุกยิ้มแต้ถามว่า คาถาอะไรหรือทำไมตนถึงไม่รู้สึกอะไรเลย ถามว่า

“หลวงพ่อสักอะไรให้ผมครับ เสือเผ่น หรือมังกรผงาด”

หลวงพ่อหาญส่ายหน้า พูดนิ่งๆเยือกเย็นน่าศรัทธาว่า

“ข้าสักคำว่าความดีให้เอ็งไง ‘ความดีคือเกราะที่จะคุ้มครองคน ไม่ใช่เวทมนตร์ใดๆ’ จำเอาไว้”

เพชร กระเต็น และจุกก้มกราบ หลวงพ่อหาญยิ้มอย่างมีเมตตาก่อนเดินออกไปอย่างสงบสำรวมเยี่ยงคำสอนในพระไตรปิฎกที่ว่า

“บุคคล แม้มีเวทมนตร์ตั้งพัน อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น แต่ไม่ประพฤติจรณธรรม พึงพ้นทุกข์ไปไม่ได้เมื่อเป็นเช่นนั้น เราย่อมสำคัญว่า เวททั้งหลายย่อมไม่มีผล การประพฤติสำรวมด้วยดีนั่นแล เป็นความจริงแท้”

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 18

ที่ด่านชั้นในท่าเรือพระนคร ซึ่งมีประตูไม้กั้นอีกชั้นหนึ่ง เพชรกับหาญในร่างของสมุนเสี่ยไพบูลย์ ลงจากรถ สมุนเสี่ยอีกสี่คนอาวุธครบมือ เดินเข้ามาสั่ง

“กลับไปได้แล้ว พวกฉันจะเช็กของแล้วขนไปไว้ที่โกดังเอง”

“แต่...” หาญหาทางท้วงติง ถูกมันตัดบทถามว่าแต่อะไร เพชรในร่างสมุนอีกคนรีบช่วยแก้สถานการณ์ว่า

“ฉันอยากขอเข้าห้องนํ้าหน่อย ท้องเสียตั้งแต่เช้าแล้ว”

มันอนุญาตให้ไปเข้าห้องนํ้าได้แต่ห้ามนาน เพชรกุมท้องรีบขอบใจ ส่วนสมุนทั้งสี่ของเสี่ยก็พากันไปเช็กของที่ท้ายรถ เพชรกับหาญในคราบสมุนของเสี่ยรีบตามกันไปข้างในทันที

สองพ่อลูกเดินผ่านประตูด่านชั้นในเข้าไป ขณะผ่านเข้าไปเกิดคลื่นใสๆวูบหนึ่ง เพราะยิ่งยศร่ายคาถาป้องกันบริเวณเอาไว้ ทำให้ร่างของทั้งสองกลับกลายมาเป็นเพชรและหาญตามเดิมทันที

“มนต์คุ้มกันของไอ้ยิ่ง!” หาญรู้ทันที

เป็นจังหวะที่สมุนสองคนเดินจากท้ายรถกลับมาเห็นเข้าเต็มตา มันร้อง “เฮ้ย!” แล้วชักปืนออกมาทันที

เพชรกับหาญรู้ว่ามันรู้ตัวแล้ว มีทางเดียวคือต้องเผชิญหน้ากัน สองพ่อลูกชักมีดออกมา ปาเข้าปักอกมัน แม่นฉมังราวกับจับวาง มันล้มตายไม่ได้ดิ้นไปทั้งสองคน

เพชรกับหาญวิ่งไปหลบที่หน้ารถบรรทุก สมุนอีกสองคนถือปืนเดินออกมาจากข้างรถคนละฟาก มองหาพวกหาญอย่างระวังตัว มาจนถึงใกล้หน้ารถ เพชรโผล่จากหลังคารถ โดดลงมาอัดมันจนร่วงไป แล้วโถมเข้าสู้กันแบบเอาชีวิตเข้าแลก ไม่มีใครยอมใคร

สมุนอีกคนที่เดินมาจากอีกข้างหนึ่งของรถ ถูกหาญกระโดดเข้าเตะปืนหลุดมือ แต่มันไม่ยอมแพ้ ชักมีดสั้นออกมาสู้แทงหาญสุดแรง หาญหลบพ้นใช้สนับเล็บเสือในมือสวนกลับไป แต่มันก็ใช่ย่อย หลบพ้น ทั้งสองต่างตั้งหลักดูเชิงกันอยู่

ฝ่ายเพชรใช้แม่ไม้มวยไทยที่กระทิงสอนให้ สู้กับสมุนเสี่ยคนนั้น ซัดจนมันเซถลาไป เป็นจังหวะที่หาญใช้สนับเล็บเสือต่อยเข้าที่ท้องสมุนเสี่ยคนนั้นจนทรุด มันกุมท้องร้องอย่างเจ็บปวด

หาญไม่รอช้า ตามไปเตะใส่หน้าจนมันหงายผลึ่งสลบไปทันที

“เรียบร้อยครับพ่อ” เพชรเดินเข้ามาบอกพอดี หาญพยักหน้ารับเครียดๆ แล้วว่าคาถาเป่ามนต์ออกไป ทันใดนั้นครอบแก้วที่ยิ่งยศทำไว้ก็ค่อยๆสลายไป หาญหันบอกเพชร “รีบไป ก่อนที่ไอ้ยิ่งยศจะรู้ตัว”

สองพ่อลูกพากันวิ่งตรงไปที่โกดังทันที

เมื่อไปถึงหน้าโกดัง ทั้งสองแอบดูสถานการณ์อยู่มุมลับตาใกล้ๆ เห็นประตูโกดังปิดสนิท มีสมุนเดินยามอยู่หน้าโกดังสองคน ครู่หนึ่งมีสมุนเสี่ยออกจากโกดังมาอีกสองคน ตรงไปขับรถบรรทุกออกไปทางท่าเรือ

“มันคงกำลังทยอยขนของไปไว้ที่เรือสินค้า” หาญคาดเดา แล้วทั้งสองก็พากันออกจากที่ซุ่ม เดินเลี้ยวไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นที่เช็กด่านชั้นใน

ooooooo

บริเวณที่จอดเรือสินค้าภายในท่าเรือ รถบรรทุกจอดอยู่ใกล้เรือสินค้า สมุนเสี่ยสี่คนกำลังช่วยกันขนลังไม้ขนาดใหญ่ลงจากรถบรรทุก จู่ๆ ลังใหญ่มหึมาก็เกิดเบาหวิว แล้วเคลื่อนไปฝั่งตรงข้ามกับเรือ ทำเอาสมุนเสี่ยตะลึงอึ้ง พยายามฝืนไม่ให้ลังเคลื่อนไป ต่างก็มองแบบโทษกันว่าใครทำ

“ข้าเอง” เสียงหาญดังขึ้น พวกสมุนพากันมองเลิ่กลั่ก พริบตานั้น เพชรกับหาญปรากฏตัวขึ้น หาญว่าคาถา แบมือเป่าฝุ่นสีขาวใส่พวกสมุนทั้งสี่จนมันเปลี้ยสลบไปทันที

หาญกับเพชรยิ้มให้กันคิดว่าเรียบร้อยแล้ว แต่พริบตานั้นเอง สมุนอีกคนก็โผล่มาเอาท่อนเหล็กฟาดใส่หาญ ดีที่หาญรู้ตัวหลบทัน เอามือรับท่อนเหล็กไว้ เพชรเป่ามนต์ว่าคาถาใส่กำปั้น แล้วปล่อยควันลอยเข้าปะทะสมุนเสี่ยคนนั้นจนมันอ่อนเปลี้ยสลบไปอีกคน

“ทีนี้ก็เหลือแต่โกดัง” หาญบอก

เพชรหน้าเครียดเพราะถึงเวลาที่เขาต้องปะทะกับพ่อที่เลี้ยงตนมาแต่อ้อนแต่ออกจนเติบใหญ่แล้ว

ooooooo

ในโกดัง...ยิ่งยศอารมณ์ดีมาก เพราะคิดว่างานครั้งนี้สำเร็จราบรื่น เขาเช็กที่ลังไม้อยู่กับเสี่ยไพบูลย์ โดยมีสมุนเสี่ยกำลังตอกฝาลังอยู่

ทันใดนั้น ดามพ์เปิดประตูพรวดเข้ามาหน้าตาตึงเครียด มีสมุนของเสี่ยตามเข้ามาสองคน ดามพ์รายงานทันทีว่า

“ท่านครับ มีคนบุกเข้ามาที่ด่านชั้นใน คนของเราตายหมด มันคงแฝงตัวมากับรถขนของครับท่าน”

ยิ่งยศเครียดขึ้นมาทันที ด่าพวกที่คุมประตูว่าปัญญาอ่อน เสี่ยหน้าเสียต่อว่าทันทีเช่นกันว่า ไหนผู้การฯ บอกว่าทางสะดวกไง

“หุบปาก!” ยิ่งยศตวาด เสี่ยหน้าจ๋อยเงียบกริบ ยิ่งยศหันไปสั่งดามพ์ “ลื้อรีบเอาคนไปขนของลงเรือให้หมดเดี๋ยวนี้ ส่วนไอ้ตัวการ มันต้องเจอกับอั๊ว!”

ดามพ์รับคำสั่ง สมุนของเสี่ยอีกสามคนเข้ามาสมทบ ทันใดนั้น ประตูโกดังเปิดผาง แสงส่องเข้ามาสว่างจ้า พวกยิ่งยศมองไปเป็นตาเดียว เสี่ยกับพวกตกใจชักปืนเตรียมพร้อม ลมพัดกรูเข้ามาในโกดัง กระสุนไม่รู้มาจากไหน พุ่งเข้าใส่ลูกน้องเสี่ยล้มตายทั้งห้าคน เสี่ยเองก็ถูกกระสุนเข้าที่ต้นขาล้มลงร้องราวกับหมูถูกเชือด ไม่นานก็สลบไปเพราะใจเสาะ

ยิ่งยศกับดามพ์หน้าเครียดจัด ยิ่งยศมองพื้นดินรอบตัว เห็นเหมือนถูกย่ำวิ่งวนไปรอบตัวเขาอย่างรวดเร็ว ยิ่งยศกับดามพ์หันหลังพิงกันมองหาที่มาของเสียงแต่ก็ไม่พบอะไร จึงชักปืนขึ้นยิงส่งเดช

ที่แท้ หาญกับเพชรใช้คาถากำบังกาย เคลื่อนตัวไปรอบยิ่งยศอย่างรวดเร็ว ทั้งสองกำลังใช้เชือกอาคมล้อมมัดยิ่งยศกับดามพ์ไว้ด้วยกัน ทั้งสองดิ้นสุดแรง เชือกที่ล้อมไว้เรืองแสงขึ้นและรัดแน่นเข้าไปอีก ยิ่งยศรู้ทันบอกดามพ์ว่า

“อย่า...มันเป็นเชือกอาคม ยิ่งดิ้นก็ยิ่งตาย”

“รู้ก็ดีแล้ว” เสียงหาญเย้ยในที แล้วทั้งหาญและเพชรก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้ายิ่งยศและดามพ์ ยิ่งยศตกใจอุทานว่าทั้งสองคนยังไม่ตาย?

“พวกฉันกลับมาจากยมโลกเพื่อจับแกยังไงล่ะ!” หาญเยาะเย้ย

“พ่อ...พ่อหนีไปไหนไม่ได้แล้ว ยอมมอบตัวจะดีกว่า” เพชรหว่านล้อม

“ใครเป็นพ่อแก แกไม่ใช่ลูกฉันอีกต่อไปแล้วไอ้เพชร... ไอ้เนรคุณ!”

“ผมยอมเนรคุณกับพ่อดีกว่าเนรคุณกับชาติบ้านเมือง” เพชรโต้

“แกคิดว่าเชือกอาคมกระจอกนี่ จะทำอะไรฉันได้งั้นรึ”

ยิ่งยศว่าคาถาทันที ตาขาวเขากลายเป็นสีดำทั้งหมด เปลวเพลิงสีดำระอุขึ้นจากตัวเขา เผาเชือกอาคมจนสลายไปหมดในพริบตา พอยิ่งยศอ้าปาก ภูติผีสีดำก็ลอยพุ่งออกจากปาก ตรงไปที่เพชรกับหาญทันที

หาญผลักเพชรออก เงาดำพุ่งเข้าใส่หาญ เขาเอามือกันไว้ ภูติผีกระจายหายไป แต่แรงปะทะทำให้หาญผงะกระอักเลือดออกมา ดามพ์ได้ทีปรี่เข้าซัดซ้ำทันที

เพชรจะเข้าไปช่วยหาญ ถูกยิ่งยศเคลื่อนตัวเข้าหาอย่างเร็ว ชักมีดหมอออกมาเงื้อจะฟัน ทันใดนั้น เพชรว่าคาถาแล้วเคลื่อนตัวหายไป ยิ่งยศเลยฟันอากาศวืด

เพชรไปโผล่ข้างหาญ ต่อยดามพ์หงายไปแล้วรีบเข้าประคองหาญ ยิ่งยศเห็นเพชรเป็นห่วงหาญก็คำรามอย่างแค้นใจ

“เก่งขึ้นมากนี่ไอ้เพชร...หึๆ แกคงรักไอ้พ่อโจรของแกมากสินะ”

ยิ่งยศเก็บมีดหมอ เคลื่อนตัวอย่างเร็วไปที่เพชรกับหาญ ตบหน้าเพชรด้วยหลังมือจนหงาย แล้วเข้ากระชากคอเสื้อหาญตะคอก “แกต้องตายด้วยน้ำมือฉัน ไอ้หาญ!” สิ้นเสียงก็ฉุดร่างหาญเคลื่อนออกไปจากโกดังอย่างเร็ว

“พ่อ...” เพชรตะโกนจะวิ่งตามไป มีกระสุนพุ่งเข้ามาเฉียดเท้าเขาไปเส้นยาแดงเดียว ทำให้เพชรชะงัก ดามพ์เดินเข้าหาทันที เล็งปืนใส่บอกเพชรเสียงเหี้ยม

“แกยังไปไหนไม่ได้ ไอ้เพชร!”

ที่ริมน้ำ...ยิ่งยศลากหาญไปต่อยไม่ยั้ง หาญรวบรวมกำลังว่าคาถาแล้วเคลื่อนกายอย่างเร็ว หลบยิ่งยศออกไปตั้งหลัก พูดทั้งที่เหนื่อยหอบ

“ไอ้ยิ่ง...หยุดทำชั่วเสียที เป็นคน ถ้าทำแต่ชั่วก็เสียชาติเกิด แกจำคำที่พ่อปู่สอนเราไม่ได้รึไง หา!”

“จะตายอยู่แล้ว ยังปากดี ถุย! โลกนี้มีแค่เงินแล้วก็อำนาจโว้ย แกจะโง่ก็ตามใจ แล้วสักวันฉันจะซื้อประเทศนี้ให้ดู! ฮ่ะๆๆๆ”

จากนั้น ยิ่งยศแบมือคว่ำลงที่พื้น ผงดินลอยตามขึ้นมาที่มือ พอเขาหงายมือว่าคาถา ผงดินก็กลายเป็นไฟ เพียงเขาสะบัดมือ เปลวไฟก็พุ่งเข้าปะทะร่างของหาญ ไฟลุกไหม้หาญไปทั้งตัว

แต่ขณะที่ยิ่งยศกำลังดูอย่างสะใจนั่นเอง เขาก็เอะใจเมื่อเปลวไฟที่ไหม้หาญอยู่ ถูกหาญว่าคาถาจนเสื้อที่ลุกไฟปริฉีกเผยให้เห็นยันต์เสือเผ่นของหาญเรืองแสงสีฟ้า เป็นรูปเสือคำราม แล้วกระโจนจากกองไฟ ตีลังกาพุ่งใส่ยิ่งยศอย่างดุร้าย ยิ่งยศตั้งตัวไม่ทัน กระเด็นไปไม่เป็นท่า

“หยุดเสียทีไอ้ยิ่ง หยุดซะที!” หาญเดินเข้าหายิ่งยศที่ยังนั่งจุกอยู่

พริบตานั้น ยิ่งยศลุกพรวดขึ้น ปลุกหนุมาน เกิดแสงสีแดงขึ้น ร่างเรืองแสงสีแดงกลายเป็นเปลวเพลิงระอุจนร่างยิ่งยศสลายไป เหลือแต่ร่างหนุมานพุ่งตรงเข้าเล่นงานหาญ

กลายเป็นหนุมานสู้กับเสือ ต่างก็ดุดัน ว่องไว จังหวะหนึ่ง หาญเงื้อมือจะซัดยิ่งยศที่เพลี่ยงพล้ำ...

ooooooo

ในโกดัง...

เพชรต่อสู้กับดามพ์ เพชรถูกต่อยจนหน้าหัน พอพลิกหน้ากลับมาอีกที เขาถามดามพ์อย่างเจ็บปวดว่า

“ทำไมพี่ต้องชั่วแบบนี้ด้วย”

“อิจฉาที่ฉันได้คุณดาเป็นเมียรึไง ฮ่ะๆๆๆ” ดามพ์หัวเราะเยาะเย้ย

เพชรสุดที่จะทนได้ พุ่งเข้าต่อย ดามพ์หยิบมีดพกออกมาแทงเข้าที่ท้องเพชรทันที พริบตานั้น ยันต์เก้ายอดของเพชรเรืองแสงขึ้น เพชรไม่สะดุ้งสะเทือนเพราะแทงไม่เข้า เพชรต่อยเสยคางดามพ์หงายไป บอกว่า

“นี่สำหรับที่แกทำกับคุณดา!”

เพชรว่าคาถาธนูมือ หมัดของเพชรเรืองแสงขึ้น เขาตามไปซัดดามพ์อีกหมัดเต็มๆ จนดามพ์กระดอนไปติดผนังรูดลงไปจุก

“หมัดนี้สำหรับพ่อแม่กระเต็น!”

ดามพ์แข็งใจว่าคาถา ปรากฏภูตผีลอยมาผนึกร่างดามพ์ ตาเขาเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด แสยะยิ้มแล้วเคลื่อนตัวอย่างเร็วไปหยิบชะแลงขึ้นมา โดดตัวลอยขึ้นไปอยู่บนลังไม้ที่กองซ้อนกันจนสูง แล้วขว้างชะแลงพุ่งใส่เพชร

เพชรหลับตาว่าคาถาปัดอาวุธยกมือขึ้นในท่าปัด ชะแลงที่พุ่งมาเปลี่ยนทิศทางทันที หันกลับพุ่งเข้าใส่ดามพ์จนเขาเซหลบ เพชรไม่รอท่าวิ่งแท็กตัวขึ้นบนลังไม้ ชาร์จดามพ์ทันที พลางตะโกนก้อง

“นี่สำหรับจ่าเฉย และพวกอาจารย์ของฉัน!”

เพชรใช้แม่ไม้มวยไทยเล่นงานดามพ์อย่างเท่ จนสุดท้ายดามพ์กระอักเลือดร่วงลงที่พื้น เพชรตามมาบอกอย่างเยาะหยันว่า

“เหนียวยังไงก็ช้ำในได้ พี่ดามพ์” แล้วส่งท้ายด้วยการเตะปากดามพ์อีกป้าบจนสลบก่อนยั้งมือ

ooooooo

ที่ประตูทางเข้าท่าเรือ กระเต็นกับเกศินีมาซุ่มดูอยู่ แต่มองไม่เห็นใคร กระเต็นพึมพำใจคอไม่ดีว่า

“ทำไมถึงไม่มีใคร รึว่า...พวกหมวดเพชรกำลัง...” กระเต็นฉุกคิดชักปืนออกมาเตือนเกศินีให้ระวังตัวด้วยแล้วสองหญิงก็เล็ดลอดเข้าประตูท่าเรือไป

ที่มุมหนึ่งในท่าเรือ หาญถูกยิ่งยศพุ่งจากมุมสูง เข้าชาร์จจนหาญกระอักเลือด ยิ่งยศมองหาญพูดอย่างสมเพช

“ฝีมือแกด้อยไปมาก คงยังช้ำในอยู่สินะ ถึงวันตายของแกซะที” สิ้นเสียงยิ่งยศก็เข้าขย้ำคอหอยหาญแน่น เห็นหาญหายใจไม่ออก ก็บีบแน่นเข้า หมายให้ตายคามือ

“หยุดนะ!” เสียงเพชรกร้าว “ปล่อยพ่อเดี๋ยวนี้นะ ผู้การยิ่งยศ”

ยิ่งยศหันมอง เห็นเพชรแข็งกร้าวเอาจริง ก็ยิ่งโมโห ตวาดถาม

“แกเรียกฉันว่า ผู้การยิ่งยศงั้นเหรอ ดี! ดี! ดีมาก!” แล้วยิ่งยศก็ยิ่งขย้ำคอหาญแน่นเข้าอีก ลากหาญด้วยแรงมหาศาลหิ้วยืนขึ้นทั้งที่บีบคออยู่

เพชรว่าคาถายันต์เก้ายอด ที่หลังเขาเรืองแสงขึ้น ที่หมัดก็เรืองแสงจ้า พริบตานั้น เพชรจะเหวี่ยงหมัดออกไป แต่แล้วลังเล หยุดแค่นั้น

“พ่อแกสอนคาถาอะไรบ้างล่ะ ฮ่ะๆๆ ยังไงแกก็ทำฉันไม่ลงหรอก ไอ้เพชร”

“ผมขอร้อง ปล่อยพ่อหาญ แล้วมอบตัวเสีย อย่าทำความชั่วอีกเลย” เสียงเพชรอ่อนลง

แต่ยิ่งยศไม่สนใจ ยังคงบีบคอหาญ พูดเย้ย “เห็นไหม ยังไงลูกแกก็ไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก”

เป็นจังหวะที่กระเต็นกับเกศินีวิ่งเข้ามาเห็นเพชร กระเต็นร้องบอกว่า “หมวดเพชรอยู่นั่นค่ะคุณนาย”

เกศินีเองก็เห็นยิ่งยศ หาญ และเพชร เห็นหาญกำลังถูกบีบคอ เธอตะโกนสุดเสียง “ไม่นะ...” แล้ววิ่งออกไปทันที กระเต็นตกใจเรียกไว้ไม่ทัน

ยิ่งยศทิ้งหาญทั้งยืน หาญล้มลงสำลักอากาศรีบฮุบหายใจ ยิ่งยศไม่สนใจ แต่หันไปเยาะเย้ยเพชรว่า

“ใจอ่อนจริงนะ ไอ้ลูกพ่อ...จะทำการใหญ่ ใจมันต้องเหี้ยมอย่างฉันนี่” พูดแล้วหยิบมีดหมอออกมา ว่าคาถา ตาจ้องเพชรเขม็งแล้วขว้างออกไป

วินาทีนั้นเอง เกศินีวิ่งมาถึงเธอเอาตัวเข้าบังเพชรถูกมีดหมอปักเข้ากลางอกเต็มๆ ปืนในมือที่ถือมาร่วงลงพื้นทันที เพชรตะลึงอึ้ง ร้องตะโกนสุดเสียง

“แม่...แม่...”

ยิ่งยศเองก็ตะลึงเมื่อเห็นคนที่รักจนหมดหัวใจกำลังจะตายไปต่อหน้าเพราะตน ยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น

กระเต็นวิ่งมาถึงพอดี ร้องเรียกสุดเสียง “คุณนาย...” หาญพุ่งเข้าไปกอดเกศินีไว้ พร่ำเรียกไม่ขาดปาก แต่เกศินีกระอักเลือดอย่างหนัก หาญไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น อุ้มร่างเกศินีไปอีกมุมหนึ่งที่ริมตลิ่ง

ยิ่งยศได้แต่ยืนมอง ทั้งเสียใจ ทั้งแค้นใจระคนกัน

ooooooo

หาญวางร่างเกศินีลง เพชรเข้ามาช่วยรับศีรษะแม่ไว้ กระเต็นวิ่งเข้ามาอย่างไม่หายตระหนก

หาญดึงมีดหมอออกจากตัวเกศินี แล้วรีบเอามือทาบที่แผล ว่าคาถาสมานแผลเร่งทำเวลาเต็มที่ มือเขาสั่น แต่ก็พยายามรวบรวมสมาธิ จนกระทั่งที่แผลเรืองแสงขึ้น หาญจึงเลื่อนมือออก

แต่แผลไม่สมานเพราะพลังของเขาไม่พอ เขาพยายามเรียกเกศินีบอกว่าพลังตนไม่พอ ขอให้แข็งใจเอาไว้

“ถึงเวลาของเกศแล้ว เกศ...ฝากลูก...ด้วย...พี่หาญ...” สิ้นคำสั่งเสีย เธอก็สิ้นใจ

หาญกอดร่างเกศินีไว้ ร้องไห้คร่ำครวญอย่างทำใจไม่ได้

“เกศ...ไม่นะเกศ...ไม่...”

เพชรก้มหน้าร้องไห้ กำหมัดทุบดินอย่างคับแค้นใจ

ส่วนกระเต็นมองภาพตรงหน้าอย่างแค้นแทนเพชร หยิบมีดหมอวิ่งไปทางยิ่งยศทันที ไปถึงยิ่งยศยังยืนอยู่ กระเต็นพุ่งเข้าจะแทง ด่าลั่น

“ไอ้เลว! อย่าอยู่เลย!”

ยิ่งยศหลบ จับแขนกระเต็นบิดจนมีดหมอหลุดมือ แล้วเหวี่ยงกระเต็นกระเด็นไป เพชรเห็นดังนั้นรีบไปประคองกระเต็นขึ้นมา กระเต็นกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่ม แต่เธอก็ยังส่ายหน้าบอกเพชรว่าไม่เป็นไร

เพชรวางกระเต็นลง วิ่งเข้าไปต่อว่ายิ่งยศอย่างรุนแรง

“ขนาดเด็กผู้หญิงก็ยังไม่เว้น ทำไม...ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย คุณรู้ไหมว่าคุณทำอะไรลงไป”

“แกว่าเพราะฉันงั้นเหรอ เพราะไอ้หาญต่างหาก ถ้ามันไม่กลับเข้ามาในชีวิตเรา เรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนี้”

“ถึงขนาดนี้ ยังไม่สำนึกอีกเหรอ ทุกอย่างมันเป็นเพราะคุณ เพราะความโลภ ความเห็นแก่ตัวของคุณต่างหาก!”

“ไอ้เพชร!!”

ยิ่งยศอ้าปากปล่อยผีพุ่งเข้ากระแทกเพชร ยันต์เก้ายอดของเพชรเรืองแสงวาบขึ้น ป้องกันเพชรไว้ได้ ผีพุ่งเข้าชนยันต์ก็แตกกระจายร้องโหยหวน บ้างกรีดร้องเสียงแหลม

แม้เพชรจะไม่เป็นอะไร แต่ด้วยแรงมหาศาลที่พุ่งชน ทำให้เขากระเด็นไปไกล กระเต็นรีบถลาไปประคองเพชรที่นั่งจุกอยู่ เพชรพยายามลุกขึ้นยืน  หาญวิ่งเข้ามาอย่างบ้าเลือด แผดเสียงลั่น

“ไอ้ยิ่งยศ ไอ้สารเลว!”

หาญปลุกเสือเผ่นอีกครั้ง ยิ่งยศที่แค้นไม่น้อยกว่ากัน ปลุกหนุมาน ทั้งเสือและหนุมานทะยานขึ้นไปสู้กันบนฟ้า เสียงสะเทือนเลื่อนลั่น

ooooooo

ตอนที่ 17

เมื่อดาลินฟื้นขึ้นมาแล้ว เพชรกับกระเต็นรีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง

“คุณดาเป็นยังไงบ้างครับ”

“คุณดาถูกผู้กองดามพ์ทำมนต์ดำใส่ ลุงหาญเพิ่งทำพิธีขับไล่ไปได้” กระเต็นบอก ดาลินนิ่งคิด เธอจำได้ว่าเพชรคือลูกของหาญและเป็นคนฆ่าพ่อของตน เธอมองเพชรทั้งแค้นทั้งกลัวถอยห่างจากเขา ถามเสียงสะท้าน

“เพชร ทำไมเพชรต้องฆ่าพ่อดาด้วย...”

“ดาเข้าใจผมผิด พวกเราถูกใส่ร้าย” เพชรชี้แจง แต่ดาลินมองอย่างไม่เชื่อ

จนกระทั่งเวลาผ่านไป ใต้แสงและน้ำตาเทียนที่หยดลงบนเชิงเทียน ดาลินรับรู้เรื่องทั้งหมดจากเพชรและหาญ เธอถามน้ำตาคลอ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตดา ทำไมทุกอย่างมันดูเลือนลางไปหมด ดาจำอะไรแทบไม่ได้เลย”

“มันเป็นแค่ฝันร้าย ตอนนี้คุณตื่นจากฝันนั้นแล้ว” เพชรปลอบ

“มันไม่ใช่ความฝันหรอกเพชร คุณพ่อของดาถูกฆ่าตายจริงๆ แล้วดาก็เป็นเมียไอ้ผู้กองดามพ์จริงๆ”

“เราอาจจะกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่สิ่งที่เราควรทำคือ ช่วยกันหยุดความชั่วร้ายของยิ่งยศ” หาญเอ่ย

ดาลินมองหาญอย่างลังเล กระเต็นรีบตอกย้ำว่า “ใช่ค่ะ เราต้องช่วยกันกระชากหน้ากากของมันออกมานะคะ ก่อนที่มันจะเหิมเกริมมากกว่านี้”

“แล้วพวกเราก็เชื่อว่ามีแต่คุณดาเท่านั้นที่พอจะติดต่อผู้ใหญ่ที่น่าไว้ใจช่วยกันจัดการพวกมันได้” เพชรตั้งความหวังกับดาลิน มองหน้าให้กำลังใจ

ดาลินยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน จับต้นชนปลายอะไรแทบไม่ถูก

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ที่สำนักคนทรงของเซียนช้าง ดามพ์พลิกหน้าเซียนช้างขึ้นดู เห็นตาเบิกโพลง ครั้นมองไปข้างๆ เห็นตุ๊กตาที่มัดทำเสน่ห์ แตกออกเป็นเสี่ยง

“สงสัยคงโดนของย้อนเข้าตัวนะครับ เพราะอาจารย์ช้างรับทำเสน่ห์ให้ทั้งพวกคุณหญิงคุณนาย เมียน้อยเมียหลวงเยอะไปหมด” ลูกน้องดามพ์ตั้งข้อสังเกต

ดามพ์พยักหน้า แต่ก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ เมื่อเขากลับไปที่บ้านดาลิน ถามคนรับใช้ที่ถือถาดน้ำส้มเข้ามาว่าดาลิน อยู่ไหน คนใช้บอกว่าอยู่ในห้อง พลางจะยกถาดน้ำส้มไป

“เดี๋ยว” ดามพ์เรียกไว้ “นั่นคือน้ำส้มที่ฉันสั่งให้เอาไปให้คุณดากินทุกวันใช่ไหม” พอคนรับใช้บอกว่าใช่ เขารับถาดน้ำส้มไปถือไว้ “ฉันเอาไปให้เอง ไปได้แล้ว”

คนรับใช้มองงงๆ แต่ก็เดินก้มหน้าออกไป ดามพ์จึงเอาลูกสวาท ทำจากขี้ไคลและของอื่น ปั้นเป็นลูกกลอนขึ้นมาดู พูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องว่า

“เพื่อเป็นการไม่ประมาท ลูกสวาทนี้จะทำให้คุณหลงผมยิ่งขึ้น”

เมื่อดามพ์ถือถาดนํ้าส้มเข้าไปในห้องดาลิน เธอกำลังดูรูปของพ่ออยู่เศร้าๆ ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอย่างไรดี พอดามพ์เข้ามา เธอสะดุ้ง ทำรูปพ่อหล่น ดามพ์เดินเข้ามามองอย่างสังเกต หยิบรูปส่งให้

“ดาคิดถึงพ่อค่ะ”

“ผมจัดการกับคนที่มันฆ่าพ่อคุณแล้ว อีกอย่าง...” ดามพ์เข้าโอบกอดดาลินไว้ พูดอย่างอบอุ่น อ่อนโยน “ผมอยู่นี่แล้ว คุณดาผมอยู่นี่ ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้วนะครับ”

“ใช่ค่ะ...มีคุณอยู่ ไม่ต้องกังวลอะไรอีก” ดาลินพูดหน้าตาเลื่อนลอยเหมือนคนโดนของ เมื่อดามพ์ส่งนํ้าส้มให้ เธอบอกว่าไม่อยากกิน ดามพ์คะยั้นคะยอด้วยนํ้าเสียงเป็นห่วงมากว่า

“มันจะทำให้คุณดาแข็งแรงนะ กินเสีย” พอดาลินรับไปดื่มอย่างว่าง่าย ดามพ์ก็ยิ้มอย่างพอใจ

แต่พอดามพ์เดินออกจากห้อง ดาลินก็ลุกจากเตียงอย่างคล่องแคล่วไม่เหมือนคนโดนของเมื่อครู่เลย เธอรีบหยิบเบี้ยแก้ที่ซ่อนอยู่ที่ปอยผมออกมาดู

เป็นเบี้ยแก้ที่เพชรให้ไว้ขณะอยู่ที่สำนักป่าอิสุโร เขาอธิบายสรรพคุณว่า

“นี่คือเบี้ยแก้ ใช้ป้องกันอันตรายต่างๆ รวมทั้งคุณไสย มนต์ดำ”

ดาลินมองหน้าเพชร แม้จะยังมีเยื่อใยกันอยู่ แต่เธอก็ยังเชิดอย่างหยิ่งในตัวเอง บอกเขาว่า

“เรื่องที่เกิดขึ้น ฉันยังไม่เชื่อคุณหรอกนะ โดยเฉพาะเรื่องพ่อ”

“ผมไม่ได้หวังให้คุณดาเชื่อผมทันที คุณดาหาหลักฐานก่อนก็ได้ แต่...ผมอยากให้คุณดาเก็บไว้ แล้วก็จำไว้นะครับ ผมเป็นห่วงคุณเสมอ” เพชรเอาเบี้ยแก้ใส่ในมือเธอแล้วจับมือให้กำไว้

ดาลินสบตาเพชรนิ่งไปครู่หนึ่ง เอ่ยก่อนดึงมือออกว่า “ยังไงฉันก็...ได้ชื่อว่ามีสามีแล้ว...”

ooooooo

ที่ห้องทำงานในบ้าน ดาลินเอารูปชาญชัยผู้เป็นพ่อมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน บอกกล่าวพ่ออย่างสับสนว่า

“พ่อคะ ความจริงมันคืออะไร ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้...” เธอยกมือขึ้นไหว้เอ่ยนํ้าตาคลอ “ถ้าวิญญาณพ่อมีจริง ช่วยชี้ทางให้ดาด้วยได้ไหมคะ สิ่งที่เพชรทำ สิ่งที่เกิดขึ้นกับดา สิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อ ใครฆ่าพ่อกันแน่คะ”

ทันใดนั้น ลมพัดเข้ามาทางหน้าต่างวูบใหญ่ เอกสารบนโต๊ะปลิวกระจาย ดาลินรีบเก็บเอกสาร เธอชะงักเมื่อเห็นซองจดหมายตกอยู่ใต้โต๊ะ รีบหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน

“ดาลินลูกรัก ถ้าลูกได้อ่านจดหมายฉบับนี้ นั่นคงหมายความว่าพ่อไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ไม่สามารถดูแลลูก

ได้อีก ขอให้ลูกจงระวังตัวให้ดี และที่สำคัญ อย่าไว้ใจผู้การยิ่งยศและผู้กองดามพ์อย่างเด็ดขาด!”

ดาลินนํ้าตาไหลพราก หยิบอีกแผ่นหนึ่งในซองออกมาดู เป็นจดหมายที่เพชรเขียนสอดไว้ใต้หมอนนั่นเอง อ่านแล้วเธอมีสีหน้าตระหนก สับสน ปฏิเสธอย่างตื่นกลัว

“ไม่...ไม่จริง...ไม่...จริง...”

ในห้องที่ขังเกศินี เธอกำลังปีนขึ้นใช้ผ้าปูที่นอนแขวนคอตัวเอง บอกกล่าวแก่เพชรและหาญว่า

“เพชร พี่หาญ ฉันกำลังจะไปหาทั้งสองคนแล้ว รอรับฉันด้วยนะ”

“นั่นจะทำอะไร” ดาลินเข้ามาเห็น ชิดใจตามมาติดๆ

เมื่อดาลินเข้าไปช่วยปลดเกศินีลงมาแล้ว ชิดใจโวยวายทันที

“โอ๊ย...นี่จะเรียกร้องความสนใจอะไรกันนักหนานะ หาเรื่องได้ตลอดเวลาจริงๆ”

เกศินีที่ล้มอยู่กับพื้น บอกว่าตนไม่ได้อยากเรียกร้องความสนใจจากใคร ตนอยากตาย เมื่อเพชรกับหาญตายไปแล้วตนจะอยู่ทำไมอีก

“ไม่ได้ คุณน้าต้องอยู่” ดาลินพูด แล้วมองหน้าชิดใจเชิงปรึกษาว่าจะเอายังไงดี แต่ก็พูดต่อ “จะได้รู้ว่า หนูเจ็บปวดแค่ไหน ที่พ่อโดนเพชรกับเสือหาญฆ่าตาย แต่หนูต้องมีชีวิตอยู่”

“หนูดา...ตาเพชรไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก มันไม่ใช่เรื่องจริง”

“อย่ามาแก้ตัวเลย คุณน้าต้องอยู่แบบใจสลายไปแบบนี้แหละ พวกโจรห้าร้อยอย่างเพชร อย่างเสือหาญ มันสมควรแล้วที่โดนตำรวจที่ดีอย่างดามพ์จัดการ” เธอหันไปบอกชิดใจให้ส่งผ้าปูที่นอนผืนนั้นให้ที

ขณะชิดใจหันไปหยิบผ้านั่นเอง ดาลินก็รีบยัดกระดาษใส่มือเกศินีจับให้กำไว้ เกศินีมองงงๆ เธอขยิบตาไม่ให้พูดอะไร เมื่อชิดใจส่งผ้าให้ ดาลินเอาผ้ามามัดเท้าเกศินีข้างหนึ่งอีกข้างหนึ่งผูกไว้กับเตียง แล้วปั้นหน้าโกรธจัดพูดเด็ดขาดว่า

“คุณน้าจะได้ไม่หนีไปไหน”

ชิดใจมองอย่างสะใจ คิดไม่ถึงว่าดาลินจะเหี้ยมได้ขนาดนี้

ooooooo

เมื่อพากันออกมานอกห้อง ชิดใจใส่กุญแจประตูห้องไว้อย่างแน่นหนา ดาลินชำเลืองมองอย่างกังวล แต่พอชิดใจหันมา เธอก็ปั้นหน้าโกรธเหมือนเดิม ทั้งยังชมว่า

“ดีแล้วค่ะ ที่ใส่กุญแจไว้แน่นหนาแบบนี้”

“ก็แหม...ผู้การน่ะ อับอายเหลือเกินนะกับเรื่องที่

เกิดขึ้น ก็เลยต้องให้อยู่ในห้องนี้ บอกตามตรงนะคะ ตอนแรกที่คุณดามาขอพบคุณนาย ชิดใจลำบ๊าก...ลำบากใจไม่รู้ว่าคุณดาคิดยังไง”

“ดาก็แค่อยากเห็นหน้าว่าเขาจะเจ็บเหมือนที่ดาเจ็บหรือเปล่า แต่นี่มันยังไม่สมกับการที่ลูกชายเขาฆ่าพ่อดาหรอก ถึงแม้ลูกชายเขาจะตายไปแล้ว แต่ดาก็ไม่มีวันยกโทษให้หรอกค่ะ”

“โธ่...คุณดา ชิดใจเข้าใจคุณดานะคะ รักมากก็ต้องแค้นมากเป็นธรรมดา” ชิดใจพูดเอาใจ แต่กลับถูกดาลินปรามว่า

“อย่าพูดว่าดาเคยรักลูกโจรแบบนั้นอีกนะ แล้ว

ตอนนี้ ดาก็ตาสว่างแล้ว ว่าอะไรเป็นอะไร”

พูดแล้วดาลินรีบเดินออกไปอย่างโล่งอกที่ทำงานสำเร็จ ชิดใจยืนเหวอๆอยู่อึดใจก็เอากุญแจใส่กระเป๋าหลัง พึมพำกับตัวเอง

“แล้วเมื่อไหร่ผู้การจะตาสว่างยกให้อีชิดใจขึ้นเป็นคุณนายผู้การเต็มตัวเสียทีบ้างล่ะ ไม่รู้คุณดาไปช่วยมันไว้ทำไม ให้มันตายๆไปเสียก็ดี เอ๊ะ...จริงซินะ ถ้ามันตาย...เราก็จะได้ขึ้นเป็นคุณนายแทนแน่นอน...ฮิๆๆๆ”

คิดแล้วก็หันมองไปที่ประตูห้องที่ขังเกศินีอย่างมีแผนร้าย

เกศินีดูจนแน่ใจว่าดาลินกับชิดใจไปแล้ว ค่อยๆแบมือเอากระดาษแผ่นนั้นมาคลี่อ่าน อุทานอย่างดีใจสุดๆ

“เพชรกับพี่หาญยังไม่ตาย”

ooooooo

ที่โกดังท่าเรือพระนคร มีรถบรรทุกซึ่งมีผ้าใบคลุมด้านบนและด้านข้างมิดชิดจอดอยู่หน้าโกดัง พวกสมุนเสี่ยไพบูลย์สามคนกำลังช่วยกันขนลังไม้ลงจากรถ

ส่วนในโกดัง ดามพ์กำลังเอาชะแลงงัดฝากล่องไม้ ที่ภายในมีวัตถุโบราณชิ้นหนึ่ง มียิ่งยศและเสี่ยไพบูลย์ยืนดูอยู่ด้วย รอบๆนั้นยังมีลังขนาดใหญ่และขนาดกลางวางซ้อนกันอยู่หลายใบ

“ทุกชิ้น ยัดเฮโรอีนไว้ที่ฐาน เรียบร้อยตามที่ผู้การสั่งทุกอย่าง” เสี่ยบอกผู้การที่ยืนดูอยู่

ยิ่งยศพยักหน้าให้ดามพ์เป็นสัญญาณ ดามพ์รับทราบแล้วผิวปากหวือหนึ่ง พวกสมุนเสี่ยที่ยืนอยู่ก็พากันเข้ามาช่วยดามพ์ตะแคงวัตถุโบราณ ดามพ์เอาชะแลงกระแทกที่รูปูนตรงฐาน พอปูนกะเทาะออก เขาหยิบซองพลาสติกเล็กๆ ที่ใส่เฮโรอีนออกมายื่นให้ยิ่งยศ

“ดีมาก” ยิ่งยศดูแล้วพอใจ แต่เสี่ยไพบูลย์ไม่พอใจถามว่า ผู้การทำแบบนี้ไม่ไว้ใจตนหรือ ยิ่งยศพูดอย่างวางอำนาจว่า “มันก็ต้องสุ่มตรวจกันบ้าง ผมเป็นคนรอบคอบเสี่ยก็รู้นี่ หรือว่า...เสี่ยไม่พอใจอะไร” ยิ่งยศถามกวนๆมองอย่างข่มขู่
เสี่ยรีบปฏิเสธหน้าจ๋อยสนิท ยิ่งยศจ้องข่มแล้วพูดอย่างอารมณ์ดีว่า

“ดี เสร็จงานนี้เมื่อไหร่ เราได้เป็นเศรษฐีแน่ ฮ่ะๆๆๆ”

ยิ่งยศหัวเราะอย่างสะใจ ดามพ์หัวเราะตาม เสี่ยก็หัวเราะบ้างอย่างเอาใจยิ่งยศ

ooooooo

ที่มุมหนึ่งของประตูทางเข้าท่าเรือ สมุนเสี่ยสองคนยืนยามอยู่มีอาวุธครบมือ

ที่เนินสูงใกล้ประตูนั้น หาญกับเพชรซุ่มดูอยู่ เพชรมองไปรอบๆ เอ่ยเบาๆ

“พวกมันเหิมเกริมจริงๆ ถึงขนาดสั่งปิดท่าเรือเพื่อขนของผิดกฎหมาย”

“เราถึงยอมให้อำนาจอยู่ในมือคนผิดไม่ได้ยังไงล่ะ”

“ผมเชื่อว่า ตำรวจนํ้าดียังมีอีกมาก แต่...ไม่รู้คุณดาจะยอมช่วยพวกเรารึเปล่า”

“อย่ากังวลเลยเพชร พ่อเชื่อว่าความดีย่อมชนะความชั่ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วันนี้พวกเราก็ต้องหยุดไอ้ยิ่งยศให้ได้” พูดแล้วหาญยื่นมือให้เพชร เพชรจับมือพ่อ สองคนพยักหน้าให้กันอย่างมุ่งมั่นเหมือนสัญญาแก่กัน

ooooooo

ที่ถนนทางเข้าท่าเรือ รถบรรทุกคันหนึ่งขับมาตามถนน แต่แล้วก็ต้องหยุดรถเมื่อเจอท่อนไม้ใหญ่ขวางถนนอยู่ สมุนเสี่ยทั้งสองคนพากันลงมาดู แล้วช่วยกันยกท่อนไม้ออก แต่หนักมาก มันยกกันอย่างทุลักทุเลใช้เวลานานมาก จนมันทั้งสองเครียดกลัวจะส่งของไม่ทันเวลา

ที่ใกล้ๆนั้น เพชรกับหาญใช้คาถากำบังกายยืนดูอยู่ ครู่เดียวเพชรกับหาญก็เอาใบพลูที่ทัดหูออก ทำให้สมุนเสี่ยทั้งสองเห็น มันตกใจตาเหลือก ร้องลั่น

“เฮ้ย!”

สมุนเสี่ยทั้งสองชักปืนจะสู้ ถูกเพชรกับหาญใช้ท่อนไม้ฟาดสลบไปทั้งสองคน หลังจากจับมัดแล้ว หาญกับเพชรก็ช่วยกันลากมันไปไว้ที่โคนต้นไม้ แล้วยืนตรงหน้ามันทั้งสอง หาญบอกเพชรว่า

“ทำสมาธิให้ดี พ่อจะใช้คาถานารายณ์แปลงรูป”

เมื่อเพชรทำสมาธิดีแล้ว หาญพนมมือว่าคาถา ร่างหาญและเพชรค่อยๆเปลี่ยนไปเหมือนสมุนเสี่ยทั้งสองคน มองดูตัวเองแล้วพยักหน้าให้กัน

พริบตานั้น ท่อนไม้ใหญ่ที่ขวางถนนอยู่ก็กลายเป็นแค่กิ่งไม้เล็กๆ จากนั้นทั้งเพชรและหาญในร่างสมุนของเสี่ยก็ขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

ที่ประตูทางเข้าท่าเรือพระนคร รถบรรทุกคันนั้นขับเข้ามาจอด ยามสองคนที่เฝ้าอยู่ ถือปืนเข้ามาสั่งให้คนขับซึ่งก็คือหาญ และคนนั่งซึ่งก็คือเพชร ลงไปแล้วมันก็ตรวจค้น อีกคนขึ้นไปตรวจบนรถอย่างละเอียด ครู่หนึ่งก็ลงมารายงานว่าเรียบร้อยดี

ยามคนที่ตรวจตัวเพชรกับหาญลดปืนลง ตะคอกถาม “ทำไมถึงช้านักวะ!”

“โธ่...รถมันตกหล่ม นี่ก็รีบจะแย่อยู่แล้ว” หาญในร่างสมุนที่เป็นคนขับบ่น ยามมองอย่างประเมินอีกครั้งแล้วสั่งให้รีบเข้าไปเพราะนายรออยู่

หาญกระโดดขึ้นรถ บอกเพชรอย่างระมัดระวังว่า

“ผ่านชั้นแรกเข้ามาแล้ว ระวังตัวให้ดี ไม่รู้จะเจออะไรบ้าง พ่อเชื่อว่าเราต้องหยุดพวกมันได้แน่”

“ครับพ่อ ผมหวังว่าทางกระเต็นจะทำสำเร็จเหมือนกัน”

สองพ่อลูกคาดหวัง มุ่งมั่น แล้วขับรถเข้าไปในบริเวณท่าเรืออย่างไร้พิรุธ

ooooooo

ที่ครัวบ้านยิ่งยศ เดือนกำลังต้มข้าวต้มอยู่ ชิดใจกรีดกรายเข้ามาสั่ง

“นี่หล่อน ฉันอยากกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ตลาด ไปซื้อให้หน่อย” เดือนขอต้มข้าวต้มให้เกศินีเสร็จก่อนแล้วจะไปซื้อให้ “ไม่ได้! ฉันจะกินเดี๋ยวนี้ อยากโดนไล่ออกรึไง”

เดือนตกใจ วางมือจากข้าวต้มรีบออกไป ชิดใจมองตามอย่างมีแผนร้าย

เดือนเดินบ่นเป็นหมีกินผึ้งออกไป กระเต็นซุ่มอยู่แถวนั้น พยายามมองหาทางเข้าไปในบ้าน เห็นหน้าบ้านมีตำรวจยืนยามอยู่คนหนึ่ง กระเต็นมองอย่างคิดหาวิธีที่จะเข้าไปหาเกศินี

ชิดใจเปิดประตูห้องที่ขังเกศินีเข้าไป เกศินีกำลังเก็บของจำเป็นเตรียมจะหนีไปหาเพชรกับหาญ รีบซ่อนของไว้ข้างหลังทำท่าปกติถามชิดใจว่า “ต้องการอะไร”

“ในฐานะคุณนายของบ้านนี้ คนรับใช้ในบ้านคิดฆ่าตัวตาย ฉันก็ต้องเป็นห่วงเป็นธรรมดา”

“ฉันไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก” เกศินีพยายามพูดหวังจะให้ชิดใจออกไปเสีย แต่แม่นั่นไม่ออก กลับเดินกรีดกรายไปข้างหลังเกศินีที่เธอเอาของที่เตรียมจะหนีซ่อนไว้ ลอยหน้าพูดว่า

“ฉันไม่ได้เป็นห่วงว่าหล่อนจะตาย แต่ฉันห่วงว่าหล่อนจะไม่ตายมากกว่า ทำไมแกไม่ตายๆไปซะ จะอยู่เป็นมารขวางฉันกับผู้การทำไม”

สิ้นเสียง ชิดใจใช้เชือกที่เตรียมมารัดคอเกศินีจากข้างหลังทันที เกศินีพยายามดึงเชือกออกจากคอ ร้องบอก

“ฉันจะไปจากที่นี่ ไปหาลูกฉัน ปล่อยฉันไปเถอะ”

“ปล่อยเหรอ...ตราบใดที่แกยังอยู่ฉันก็นอนตาไม่หลับ ตำแหน่งคุณนายผู้การยิ่งยศต้องมีคนเดียว คือฉันเท่านั้น” ชิดใจตาวาวเหี้ยม

ooooooo

ที่หน้าบ้านยิ่งยศ กระเต็นกำเศษผงดินย่องเข้ามาว่าคาถาแล้วเป่าซัดผงดินออกไป ผงดินกลายเป็นฝูงต่อแตนจำนวนมากบินไปที่ป้อมยามตำรวจ แต่พอต่อแตนบินไปถึงอาณาเขตบ้านยิ่งยศเท่านั้น มันก็กลับสลายไปในพริบตา กระเต็นตกใจนึกถึงคำเตือนของหาญที่ว่า

“ไอ้ยิ่งยศมันต้องเสกมนต์คุ้มครองบ้านตัวเองไว้คาถาอาคมอาจใช้ไม่ได้ผล เอ็งต้องระวังตัวให้มากนะกระเต็น”

คิดแล้วก็เครียดหนัก จะแก้ปัญหาอย่างไรดี...

เป็นเวลาเดียวกับที่ชิดใจกำลังพยายามจะฆ่าเกศินีให้ได้ แต่เกศินีสู้สุดชีวิต ดันชิดใจไปกระแทกผนังห้องแล้วรีบวิ่งหนี ถูกชิดใจตามมากระชากไว้ได้ ทั้งสองจิกตีตบข่วนกันอุตลุด เกศินีพลาดถูกชิดใจตบจนเซถลาล้มลง ชิดใจตามไปคร่อมไว้บีบคอหมายให้ตายคามือ

เกศินีดิ้นสุดแรง พยายามแกะมือชิดใจออก

เป็นจังหวะที่กระเต็นตีหน้าซื่อเข้าไปถามตำรวจที่ป้อมยามว่า

“น้า...น้าตำรวจจำฉันได้รึเปล่า”

“เอ็งมันนักโทษตามประกาศจับนี่” ตำรวจชักปืนออกมาทันที

กระเต็นแกล้งยั่วว่า ตนนี่ก็ดังเหมือนกันนะ อยากจับก็ตามมาสิ ว่าแล้วก็วิ่งล่อตำรวจออกห่างจากบริเวณบ้าน ตำรวจวิ่งไล่ยังไงก็ไม่ทันสักที เลยยิงใส่ กระสุนถูกกระเต็นแต่ยิงไม่เข้า เพราะกระเต็นแขวนพระของพ่อไว้ที่คอตลอดเวลา กระเต็นพนมมือไหว้พระที่คอตัวเอง

“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกไว้แท้ๆ” แล้วหันไปยั่วตำรวจอีกว่า “ใจร้ายจังนะน้า จะฆ่าสาวใสไร้เดียงสาอย่างไอ้เต็นได้ลงคอ” ว่าแล้วก็กำดินว่าคาถาอีกครั้ง พอซัดผงดินออกไป ฝูงต่อแตนก็บินเข้าโจมตีตำรวจนายนั้นจนสลบเหมือดไป กระเต็นยกมือไหว้อย่างขอไปที เอ่ยก่อนรีบเข้าไปที่บ้านยิ่งยศว่า “ขอโทษนะน้า...แต่แค่นี้ไม่ถึงตายหรอก”

ooooooo

ที่ห้องคุมขังเกศินี เกศินียังถูกชิดใจบีบคออยู่ แม้จะพยายามแกะมือชิดใจออกแต่ก็ไม่สำเร็จ จนจะหมดลมหายใจอยู่แล้ว ฮึดเฮือกสุดท้ายกระชากมือชิดใจออกไปได้สำเร็จ แต่ถูกชิดใจโถมเข้าบีบคออีก

เกศินีหมดแรงที่จะต่อสู้ ร่วงลงไปกองข้างลำตัวชิดใจ ชิดใจแสยะยิ้มอย่างสะใจ แต่ทันใดนั้น ร่างชิดใจก็ถูกจับเหวี่ยงไปกระแทกผนังห้องอย่างแรงสลบคาที่

ฝีมือกระเต็นนั่นเอง...

เล่นงานชิดใจจนสลบแล้ว กระเต็นรีบประคองเกศินีขึ้นถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เกศินียังไม่ได้สติ กระเต็นเขย่าเรียกจนเกศินีรู้สึกตัว พอเห็นกระเต็นก็พึมพำ

“เธอช่วยฉันไว้”

กระเต็นพยักหน้า เล่าว่า “ลุงหาญให้ฉันพาคุณนายหนีไปซ่อนตัวก่อน รอจนกว่าจะจัดการผู้การยิ่งยศสำเร็จ”

เกศินีบอกว่าตนรู้เรื่องทุกอย่างจากดาลินแล้ว กระเต็นรีบบอกว่า งั้นก็ดีแล้ว เรารีบหนีกันเถอะ

“ฉันไม่ไป ฉันเป็นห่วงเพชรกับพี่หาญ หรือว่าเธอไม่เป็นห่วง”

“ห่วงสิ แต่ว่า กระเต็นมั่นใจว่า ด้วยฝีมือหมวดเพชรกับลุงหาญ ต้องจัดการผู้การยิ่งยศได้แน่ อีกอย่างคุณดาลินก็เอาหลักฐานความชั่วของพวกมันไปขอกำลังตำรวจมาช่วยแล้ว พวกมันต้องถูกจับแน่” กระเต็นเล่าอย่างมั่นใจมาก

“อย่าลืมสิว่า ยิ่งยศมีอิทธิพลในกรมฯมากขนาดไหน แล้วถ้าไม่มีใครเชื่อที่หนูดาพูดล่ะ ก็เท่ากับเพชรกับพี่หาญต้องสู้กันอยู่แค่สองคน” เกศินีเป็นห่วง...เป็นกังวลมาก กระเต็นฟังแล้วถามว่า ถ้าอย่างนั้นเราจะทำยังไงดี

“เราต้องตามไปสมทบกับสองคนนั้น อย่างน้อยเราอาจช่วยอะไรได้บ้าง ฉันรู้ว่ายิ่งยศเก็บปืนไว้ที่ไหน”

กระเต็นมองหน้าเกศินี สบตากันอย่างเด็ดเดี่ยว

ooooooo

ตอนที่ 16

เสียงกรีด​ร้อง​ของ​ดา​ลิน ทำให้​ดาม​พ์​ชัก​ปืน​วิ่ง​เข้า​มา​ร้อง​ถาม​ว่า​เป็น​อะไร เห็น​เพชร​ประคอง​ดา​ลิน อ​ยู่ ดาม​พ์​ยิง​ทันที ดี​ที่​เพชร​วาง​ดา​ลิน​แล้ว​กระโดดหน้าต่าง​ออก​ไป​ทัน

ดาม​พ์​ไป​ชะโงก​ดู​ที่​หน้าต่าง​ไม่​เห็น​เพชร​แล้ว จึง​กลับ​มา​ประคอง​ดา​ลิน​ขึ้น​มา เธอ​รู้สึก​ตัว​พอดี พอ​เห็น​หน้า​ดาม​พ์​เท่านั้น เธอ​ก็​สะดุ้ง​ผละ​ออก

“ฟื้น​แล้ว​เหรอ​ครับ” ดาม​พ์​ถาม​เสียงอ่อน​โยน​พลาง​จะ​ก้ม​หอม​หน้าผาก

ดา​ลิน​ข่วน​หน้า​เขา​ทันที เธอ​โกรธ​จัด ตะคอก​ถาม

“นี่​แก​กล้า​ลามปาม​ฉัน​เหรอ ทุเรศ​ที่สุด”

“ไอ้​เพชร​มัน​ทำ​อะไร​คุณ”

“ไม่​ต้อง​พูด​มาก ออก​ไป​จาก​ห้อง​แล้ว​ก็​บ้าน​ฉัน​เดี๋ยวนี้ ไม่​งั้น​ฉัน​จะ​ฟ้อง​คุณ​พ่อ...คุณ​พ่อ...”  ดา​ลิน​ตะโกน  ลุก​ขึ้น​เดินไป ​แต่​เธอ​เดิน​ได้​เพียง​สาม​ก้าว​ก็​ล้ม​ลง

ดาม​พ์​พรวด​เข้า​ใช้​สัน​มือ​ฟัน​ต้นคอ​เธอ​อย่าง​แรงจนสลบ แล้ว​ก็​อุ้ม​ออก​ไป

ooooooo

ดึก​แล้ว เกศินี​ถูก​ปลุกให้ลุก​ขึ้น​มา​ทำ​ข้าวต้มให้​ยิ่ง​ยศ​กับ​ชิด​ใจ เดือน​ลุก​ขึ้น​มา​ช่วย บ่น​อย่าง​หงุดหงิดว่าคน​นอน​แล้ว​ยัง​ปลุก​มา​ทำ​ข้าวต้ม​อีก แบบ​นี้​มัน​แกล้งกันชัดๆ

“อย่า​พูด​เลย​เดือน ทำ​ไป​เถอะ”

เดือน​บอก​เกศินี​ให้​ไป​พัก​เสีย เพราะ​โดน​ใช้​ให้​ทำ​โน่น​ทำ​นี่​เหนื่อย​มา​ทั้ง​วัน เดี๋ยว​ตน​ทำ​ต่อ​ให้​เอง เก​ศินี​บอก​ว่า ถ้า​เขา​รู้​ว่า​เดือน​เป็น​คน​ทำ เดือน​จะ​โดน​ไป​ด้วย ตน​ยัง​ไหว

“คุณ​ผู้หญิง ทำไม​ต้อง​ทน​ให้​เขา​รังแก​ขนาด​นี้​ด้วย​คะ เป็น​เดือน​ไป​จาก​ที่​นี่​ตั้ง​นาน​แล้ว ไม่​อยู่​ให้​เขา​โขกสับ​หรอก”

“ก็​ถ้า​ฉัน​ไม่​อยู่​ที่​นี่ เพชร​กลับ​มา​เขา​จะ​หา​ฉัน​เจอ​ได้​ยัง​ไง ฉัน​จะ​อยู่​เพื่อ​รอ​ตา​เพชร” เกศินี​พูด​อย่าง​มุ่ง​มั่น มี​ความ​หวัง

เดือน​เงียบ​ไป​ด้วย​ความ​สงสาร​เกศินี​จับใจ...ที่​นอก​ห้อง​ครัว หาญ​ยืน​ฟัง​อยู่​เขา​สงสาร​เกศินี​จน​บอก​ไม่​ถูก

ooooooo

เมื่อ​ทำ​ข้าวต้ม​เสร็จ เกศินี​ยก​ถาด​เตรียม​เอา​ไป​ให้​ยิ่ง​ยศ​กับ​ชิด​ใจ เจอ​หาญ​ดัก​อยู่ เขา​โผล่​ออก​มา​หา​อย่าง​ทน​ไม่ได้ เกศินี​ตกใจ​ทำ​ถาด​ข้าวต้ม​หล่น ยืน​ตะลึง​อย่าง​คาด​ไม่​ถึง หาญ​เข้า​กอด​เธอ​ไว้​แน่น เธอ​กอด​ตอบ ถาม​อย่าง​ยัง​ไม่​เชื่อ​สายตา​ตัว​เอง​ว่า

“พี่​หาญ...นี่​พี่​หาญ​จริงๆ ใช่​ไหม​จ๊ะ เก​ศ​ดีใจ​เหลือเกิน​ที่​ได้​เจอ​พี่​อีก​ครั้ง พี่​ยัง​อยู่ แล้ว​ตา​เพชร​ล่ะ ลูก​เป็น​ยัง​ไง​บ้าง”

“เพชร​อยู่​กับ​พี่ ลูก​ก็​คิดถึง​เก​ศ​เหมือน​กัน...” หาญ

​ดัน​ตัว​เกศินี​ออก​มอง​หน้า​อย่าง​พินิจพิจารณา ทัก​ว่า “เก​ศ​ผอม​ไป​มาก​นะ​มัน​เลว​จริงๆที่​ทำ​กับ​เก​ศ​ขนาด​นี้  เก​ศ​ไป​กับ​พี่​นะ พี่​จะ​รับ​เก​ศ​ไป​อยู่​ด้วย​กัน​สาม​คน​พ่อ​แม่​ลูก”

เกศินี​บอก​ว่า​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา เพราะ​ถ้า​ตน​ไป​ตอน​นี้ ก็​จะ​เป็น​ตัว​ถ่วง​เขา​กับ​เพชร​มาก​กว่า

“ทำไม​คิด​แบบ​นั้น พี่​มา​เห็น​กับ​ตา​ว่า​เก​ศ​ลำบาก​ขนาด​ไหน แล้ว​พี่​จะ​ปล่อย​ให้​เก​ศอ​ยู่​ที่​นี่​ได้​อีก​เหรอ”

“เขา​ทรมาน​เก​ศ​ได้​แค่​ร่างกาย​เท่านั้น เก​ศ​ไม่​เป็นไร​หรอก เก​ศ​จะ​รอ​วัน​ที่​พี่​กับ​เพชร​ล้าง​มลทิน​ทั้งหมด แล้ว​มา​รับ​เก​ศ​ไป​อยู่​ด้วย​กัน มัน​อีก​ไม่​นาน​ไม่​ใช่​หรือ​จ๊ะ”

เหตุผล​ของ​เกศินี​ทำให้​หาญ​พูด​ไม่​ออก ได้​แต่​กอด​เธอ​ไว้​น้ำตา​คลอ​ด้วย​ความ​สะเทือนใจ

ทั้งเพชรและหาญกลับมาถึงสำนักป่าอิสุโรในเช้าวันใหม่ พอมาเจอกันต่างก็อึกอัก ไม่ทันได้พูดอะไรกัน เสียงกระเต็นก็แจ๋ขึ้น

“ทั้งสองคนหายไปไหนทั้งคืน”

เพชรบอกว่าตนไปหาข่าว หาญเลยผสมโรงบอกว่าไปหาข่าวเหมือนกัน

แม้กระเต็นจะไม่เชื่อนัก แต่ก็ไม่ว่าอะไร เพียงแต่ติติงแกมประชดว่า

“งั้นคราวหลังจะไปไหนมาไหนก็บอกกล่าวกันบ้างก็แล้วกัน ตื่นมาไม่เห็นใครแบบนี้ คิดว่าโดนไอ้ยิ่งยศจับไปยิงเป้ากันหมดแล้ว”

เพชรกับหาญโดนกระเต็นตำหนิก็ได้แต่นิ่งเงียบ มองหน้ากันจ๋อยๆ

ooooooo

ดามพ์อุ้มร่างหมดสติของดาลินไปที่สำนักทรงของเซียนช้าง ให้ทำพิธีเป่ามนต์ยาแฝดใส่ดาลินใหม่ เซียนช้างถามว่า

“ไปทำอีท่าไหนล่ะผู้กอง ยาแฝดถึงได้คลายได้”

“ก็ไอ้ลูกศิษย์เฮงซวยของลื้อน่ะสิ มันกล้าบุกเข้ามาในบ้าน”

เซียนช้างพยักหน้ารับรู้ว่าเกิดศึกชิงนางกันขึ้น หลังจากเซียนช้างเป่ามนต์ยาแฝดให้ดาลิน อึดใจเดียวเธอก็รู้สึกตัว พอลืมตาขึ้นเห็นดามพ์เท่านั้น เธอก็ผวาเข้ากอด พร่ำถามอย่างตื่นกลัว

“ดามพ์...ดากลัวเหลือเกินค่ะ...เพชรค่ะ ไอ้เสือเพชรมันบุกเข้ามา” ดามพ์กอดเธอไว้ปลอบว่าตนอยู่ตรงนี้แล้วเพชรทำอะไรเธอไม่ได้หรอก “ดาไม่ห่วงตัวเองหรอกค่ะ แต่ว่าคุณน่ะสิคะ มันขู่จะเล่นสกปรกใส่ร้ายคุณกับคุณพ่อ”

ดามพ์ชะงักทันที หันไปมองหน้ากันกับเซียนช้าง ถามอย่างกังวลว่า “เรื่องอะไรเหรอครับ”

ooooooo

ที่สำนักป่าอิสุโร เพชรนั่งสมาธิฝึกวิชาอย่างไม่มีสมาธิ ในความนึกคิด เห็นแต่ภาพดาลินเอาหวีแทงตนตลอดเวลา จนกระเต็นที่เหล่มองอยู่ ถามดักคอว่า

“นายเจอคุณดาแล้วใช่ไหม ถึงไม่มีสมาธิฝึกวิชาแบบนี้”

เพชรระบายความคับข้องใจออกมาว่า “เธอรู้ แต่เธอไม่บอกฉัน เธอปล่อยให้ไอ้ดามพ์มัน...มันใกล้ชิดคุณดาแบบนั้นได้ยังไง”

กระเต็นย้อนถามว่า บอกแล้วได้อะไรขึ้นมา มีแต่ทำให้เขาเป็นห่วงเปล่าๆ เรายังมีงานใหญ่ที่ต้องทำกัน  ก็ถูกเพชรหาว่าเธออิจฉาดาลิน กระเต็นฉุกกึกถามเสียงดังว่า “นายว่าอะไรนะ”

“เธอต้องการให้ฉันกับคุณดาเลิกกันใช่ไหม ถึงได้ทำแบบนี้” เพชรถามโพล่งออกไป

หาญที่เดินมาฟังครู่หนึ่งแล้ว พูดแทรกขึ้น เตือนสติเพชรว่า

“เพชร พ่อว่ามีอะไรค่อยๆพูดกันดีกว่านะ กระเต็นเขาคงมีเหตุผลที่ดีกว่านั้นแน่นอน”

“ผมไม่อยากพูดกับยายเด็กขี้อิจฉาอีกแล้วครับพ่อ” เพชรไม่หายโกรธ

“ใช่ ฉันมันเด็กขี้อิจฉา นิสัยไม่ดี แล้วนายล่ะ นายมายุ่งกับฉันทำไม ลากฉันมาอยู่ด้วยกันทำไม ฉันบอกตั้งแต่ต้นแล้วไม่ใช่เหรอว่า ฉันจะอยู่บ้านฉัน จะเป็นจะตายก็เรื่องของฉัน” เสียงกระเต็นเครือสะท้านอย่างโกรธจัดและน้อยใจมาก ทำให้เพชรรู้สึกตัวว่าตัวเองแรงไปหน่อยเลยเงียบ

“นายหงุดหงิดเรื่องคนรักของนาย แล้วมาพาลใส่ฉัน มันช่วยให้คนรักของนายกลับมาได้เหรอ คนงี่เง่าแบบนาย สมควรแล้วที่ถูกแย่งคนรักไป” พูดแล้วก็วิ่งร้องไห้ออกไป

“พ่อว่ากระเต็นพูดถูกนะ” หาญเดินไปหาเพชรพูดอย่างหนักแน่นว่า “วิธีที่เราจะช่วยหนูดา คือกระชากหน้ากากพวกไอ้ยิ่งยศกับดามพ์ออกมาให้เร็วที่สุด”

ooooooo

กระเต็นวิ่งไปยืนร้องไห้อยู่ที่ริมน้ำด้วยความน้อยใจ เสียใจ พูดประชดตัวเองว่า

“สมน้ำหน้านังกระเต็น ยุ่งเรื่องของเขาดีนัก เป็นห่วงเขาไม่อยากให้เขาเสียใจ แล้วเป็นไง เขาเข้าใจความหวังดีของแกรึเปล่าล่ะ”

เพชรเดินเข้ามา พอกระเต็นรู้ตัว ก็รีบเช็ดน้ำตา ทำคอแข็งเชิดหน้า ไม่หันมอง แต่ถามประชดว่า

“มีอะไรจะด่าอีก ว่ามาเลย” เพชรบอกว่ามี แต่ไม่ทันพูดอะไร กระเต็นก็โพล่งขึ้นก่อนว่า “เข้าใจแล้ว นายอยากจะไล่ฉันไปจากที่นี่ใช่ไหม ไม่ต้องห่วง ฉันจะไปทันทีที่ฉันแก้แค้นให้พ่อกับแม่ฉันเสร็จ ฉันไม่อยู่ให้รกตานายหรอก”

กระเต็นพรวดพราดจะเดินไป เพชรคว้าแขนไว้ทัน “เดี๋ยว ฉันมีเรื่องอีกอย่างอยากพูดกับเธอ ฉันจะพูดครั้งเดียว ฟังให้ดี...ฉันขอโทษ”

กระเต็นร้องไห้ออกมาทันทีที่เพชรขอโทษ แต่ยังนิ่งไม่แสดงท่าที จนเพชรถามว่า

“ว่าไง ยกโทษให้ฉันได้ไหม อ้าวทำไมถึงร้องไห้เยอะขนาดนี้ล่ะ อย่าร้องซิ โอ๋...โอ๋...อย่าร้องนะ”

ฟังเพชรโอ๋แล้วกระเต็นยิ่งร้องไห้ใหญ่ เพชรเลยเอื้อมมือไปกอดไว้ กระเต็นไม่ดิ้น ไม่ขัดขืน ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในวงแขนของเพชรที่ริมคลองแสนสงบแห่งนั้น

ooooooo

เช้าวันเดียวกันนั้น ดามพ์ลงมาขับรถออกไปทำงาน ชาญชัยอยู่ในรถตำรวจที่หน้าบ้าน เขานั่งนิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อครู่ที่เขาตื่นขึ้นมาเห็นหน้าต่างห้องเปิดอยู่ พอหันกลับมองที่หมอน ก็เห็นมีกระดาษแลบๆ จากใต้หมอน เขาดึงออกมาดู มีข้อความว่า

“ผู้การยิ่งยศกับผู้กองดามพ์รู้เห็นกับคนร้ายที่ขโมยวัตถุ โบราณ ขอให้ท่านติดตามพฤติกรรมของทั้งคู่ แล้วจะเห็นเอง”

ชาญชัยนั่งมองรถของดามพ์ที่ขับออกไป แล้วสั่ง

พลขับ “สะกดรอยตามไป”

ooooooo

ที่ริมน้ำหน้าโรงไม้  เพชร หาญ และกระเต็นซ่อนตัวอยู่ตามแนวไม้ กระเต็นถามเพชรอย่างไม่แน่ใจว่า

“นายแน่ใจเหรอว่าท่านอธิบดีชาญชัยจะยอมเชื่อที่นายบอก แล้วตามมาที่นี่”

เพชรบอกว่าก็ต้องรอดูก่อน ทันใดนั้น หาญบอกเบาๆว่าเสียงรถมา ทั้งหมดจึงรีบวิ่งไปซ่อนตัวแอบดูในที่เหมาะกว่า

ไม่นานนัก รถของดามพ์ก็ขับเข้ามาจอดที่หน้าโรงไม้ ดามพ์ลงจากรถสั่งอะไรบางอย่างกับลูกน้อง จากนั้นพวกลูกน้องที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าต่างหลบหายไปหมด ดามพ์กลับไปขึ้นรถแล้วขับเข้าไปในโรงไม้

“มันจะทำอะไรกัน” หาญพึมพำ ไม่ทันไร รถของชาญชัยกับรถตำรวจอีกสองคันก็แล่นเข้ามาจอด ทุกคนลงจากรถอย่างระมัดระวัง กระชับปืนในมือมั่น แล้วพากันเดินหายเข้าไปในโรงไม้

“เรารีบตามเข้าไปสมทบเถอะ” เพชรเสนอ แล้วทั้งหาญและกระเต็นก็พากันแฝงตัวหายไป

ooooooo

ที่ห้องเก็บของโรงไม้ริมน้ำ ชาญชัยกับตำรวจที่เข้ามาพากันไปแอบดูตรงประตูที่แง้มอยู่ เห็นยิ่งยศกับดามพ์กำลังควบคุมลูกน้องนำเศียรพระพุทธรูปและวัตถุโบราณบรรจุลงในลังไม้

ชาญชัยตัดสินใจถีบประตูเข้าไป ตะโกนก้อง

“หยุดได้แล้วผู้การ คุณถูกจับแล้ว”

ปืนในมือตำรวจทุกคนเล็งไปที่ยิ่งยศกับดามพ์ ทั้งสองทำท่าเหมือนยอมจำนน ชาญชัยเดินเข้าไปดูวัตถุโบราณต่างๆ พูดกับยิ่งยศอย่างผิดหวังมากว่า

“ผมคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคุณจริงๆ”

“ทำไงได้ล่ะครับท่าน” ยิ่งยศท่าทียียวน “ในเมื่อเงินเดือนที่ท่านให้มันไม่พอใช้”

“แต่คุณไม่ควรขายสมบัติของชาติ ขายเกียรติยศของตำรวจ” ชาญชัยเสียงกร้าว

“ผมผิดไปแล้ว เอาเป็นว่าผมสัญญาว่าคราวหน้าจะไม่ให้ถูกจับได้อีก”

“อย่ามาเล่นลิ้นกับผม” ชาญชัยโมโห “คราวนี้คุณหนีไปไหนไม่รอดหรอก”

“ผมว่าคนที่ไม่รอดน่าจะเป็นท่านมากกว่ากระมัง” ยิ่งยศยิ้มเยาะ พริบตานั้น ตำรวจทั้งหมดพากันหันปากกระบอกปืนใส่ชาญชัยแทน ชาญชัยตกใจถามว่าทำไม ยิ่งยศพูดเย้ยว่า “เสียดายนะครับ ที่ลูกน้องของท่านเชื่อฟังผมมากกว่า”

ชาญชัยถามพวกตำรวจว่า “พวกแกเป็นตำรวจทำไมถึงยอมโดนซื้อง่ายๆ” พลันเขาก็สะอึกเมื่อเห็นตำรวจพวกนั้นแววตาแข็งทื่อไร้แววไร้วิญญาณ

“ประมาทผมเกินไปแล้ว ผมไม่ได้ใช้เงินสักบาท เพราะผมมีอำนาจมากกว่านั้น”

ยิ่งยศมองตำรวจที่ถูกวิญญาณร้ายครอบงำเหล่านั้น ตาแดงวาบขึ้น แล้วพยักหน้าเบาๆ

ooooooo

พวกเพชร หาญ และกระเต็นรีบตามไปสมทบกับชาญชัย ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทุกคนตกใจรีบมุ่งไปทางเสียงปืน

ทันทีที่เข้าไปในโรงเก็บของ ทั้งสามตะลึงอึ้ง เมื่อเห็นชาญชัยถูกยิงนอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้น

“ท่าน...” เพชรพรวดเข้าประคองชาญชัย “แข็งใจไว้ นะครับ ผมจะรีบพาท่านไปหาหมอ”

ชาญชัยพูดอย่างยากลำบากเพราะกำลังจะสิ้นใจ “ช่วย...

ดาลิน...ช่วยลูกสาวฉันด้วย อย่า...อย่าให้พวกมัน...ทำลายเกียรติของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”

“ผมสัญญาด้วยชีวิตครับ” เพชรตอบหนักแน่น ตาแดงก่ำ

ชาญชัยยิ้มก่อนสิ้นใจ เพชรประคองร่างโชกเลือดนั้นไว้ ทั้งเศร้าทั้งแค้น แต่พริบตานั้นเอง ดามพ์ก็นำกำลังตำรวจเข้ามา ล้อมจับ ยิ่งยศตามเข้ามา มองหน้าเพชร ยิ้มอย่างสะใจขณะพูด

“เสียใจด้วยนะ ที่ทำให้แกต้องผิดสัญญา...ลูกพ่อ พวกแกคงต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่เพราะถูกวิสามัญที่พากันหนี”

เพชรพาหาญกับกระเต็นหนี ดามพ์ยกปืนจะยิง แต่แล้วก็ชะงักงัน ยิ่งยศเห็นเต็มตาแต่ขยับไม่ได้ เลยหลับตาปลุกผี ครู่หนึ่ง ยิ่งยศหลุดจากมนต์ รีบไล่ตามไป

เพชรวิ่งนำหาญกับกระเต็นไปทางท่าน้ำ ยิ่งยศไล่ตามมา ว่าคาถา เกิดลมพัดแรง พอยิ่งยศอ้าปากพวกวิญญาณภูติผีหลายตัวก็พุ่งออกจากปาก โจมตีพวกเพชรทันที

“หนีไปที่ท่าน้ำก่อน พ่อจะถ่วงเวลามันเอง” หาญ ตะโกนบอก

เพชรไม่ยอมไป กระเต็นเลยกระชากให้หนีไปก่อน ทันใดนั้น หาญว่าคาถาปลุกเสือเผ่นพุ่งไปสู้กับเหล่าภูติผี แต่เพราะพลังยังไม่ฟื้นดีกำลังจึงไม่แกร่ง รับมือมันไม่ไหว หาญถูกโจมตีจนกระอักเลือด

เพชรกับกระเต็นสู้กับภูติผี เพชรหันไปเห็นหาญกระอักเลือดจึงรีบเข้าไปช่วยแล้วพากันหนีไปจนสุดท่าน้ำ

“โดด...” หาญตะโกน

ทั้งสามกระโดดลงน้ำพร้อมกัน ปรากฏว่าเหล่าภูติผีไม่สามารถลงน้ำได้ ยิ่งยศที่ตามมาได้แต่มองอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาลตำรวจ ดาลินกอดศพพ่อร้องไห้อย่างหนัก พร่ำถามด้วยความแค้นว่า

“ทำไม...ทำไมเพชรต้องฆ่าพ่อด้วย แล้วดาจะอยู่กับใคร...”

ดามพ์ทำทีเข้าไปปลอบ แต่จงใจเข้าไปเพื่อเป่ามนต์ที่ข้างหู แล้วบอกเธอว่า “เพราะไอ้เพชร...เพราะไอ้เพชรคนเดียว” ดาลินซึ่งถูกเป่ามนต์ใส่ เห็นด้วยทันที ด่าเพชรว่าฆ่าพ่อตนอย่างเหี้ยมโหด

“คุณดาจะปล่อยให้มันลอยนวลไม่ได้ แค้นนี้ต้องเอาคืนด้วยชีวิต” ดามพ์ยุ

“ดาไม่ยอมปล่อยไว้แน่ ต้องจับตายเท่านั้น ใครที่เอาหัวเพชรมาให้ดาได้ ดาจะมีรางวัลให้อย่างงาม”

ยิ่งยศที่ยืนฟังอยู่ด้วย ยิ้มอย่างสะใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะเกศินีในชุดคนทำงานบ้าน กำลังปัดเช็ดโต๊ะตู้อยู่ในห้องทำงานของยิ่งยศที่บ้าน ประตูห้องแง้มไว้

เกศินีกำลังจะออกไป เธอชะงักเมื่อได้ยินเสียงยิ่งยศแว่วเข้ามา เธอหาที่หลบแอบฟังอยู่ข้างตู้ อึดใจเดียว ยิ่งยศก็เดินนำดามพ์เข้ามาในห้องพูดอย่างอารมณ์ดีว่า

“ไอ้ชาญชัยมันตายซะได้ก็ดี คนที่จะขึ้นแทน ฉันก็ซื้อตัวไว้แล้ว”

“ดีจริงๆ ครับท่าน กำจัดอธิบดีไปคราวนี้ นอกจากทางจะสะดวกขึ้นแล้ว ยังได้ใส่ความหมวดเพชรกับเสือหาญอีก” ถามอย่างกระเหี้ยนกระหือรือว่าแล้วเราจะเอาอย่างไรต่อไป

“ทางโล่งแบบนี้ ก็ต้องขนของชุดใหญ่เลยสิวะ คราวนี้อั๊วจะยัดเฮโรอีนไว้ในซากวัตถุโบราณด้วยซะเลย พวกต่างชาติมันชอบอยู่แล้ว คราวนี้แหละ อั๊วจะได้รวยสมใจ ฮ่ะๆๆๆ”

เกศินีที่แอบฟังอยู่ ตกใจจนตัวสั่น คิดไม่ถึงว่ายิ่งยศจะเลวได้ขนาดนี้

ดามพ์ถามอย่างกระเหี้ยนกระหือรือว่าเมื่อไหร่ดี ตน จะได้ติดต่อไปทางเสี่ยไพบูลย์

“อาทิตย์หน้า ที่ท่าเรือใหญ่ของพระนคร อั๊วว่าเราออกไปชนแก้วฉลองกันเสียหน่อยจะดีกว่า” ยิ่งยศตบไหล่ดามพ์ชวนกันไป

แต่ขณะที่ยิ่งยศกำลังจะออกพ้นประตูนั่นเอง เกศินีขยับตัวทำของหล่นเกิดเสียงดัง ยิ่งยศหันขวับ เดินกลับไปเก็บของเห็นเกศินีที่แอบอยู่ ดามพ์ที่ตามมาก็เห็นด้วย ยิ่งยศบอกดามพ์ให้กลับไปก่อนตนมีเรื่องต้องสะสาง ดามพ์พยักหน้ายิ้มเหี้ยม

เกศินีถูกจับได้ ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ในซอกตู้

ooooooo

ยิ่งยศลากเกศินีโยนเข้าไปในห้องคนใช้ ด่า “เธอนี่มันแส่นักนะ”

เกศินีเจ็บจนร้องโอ๊ย แต่แค้นใจจนลืมกลัว ตำหนิ

ยิ่งยศว่าไม่นึกเลยว่าเขาจะทำชั่วแบบนี้ ถูกยิ่งยศย้อนเย้ยว่า

“ทำไม ทีผัวเก่าเป็นโจรก็ไม่เห็นเธอว่าอะไรนี่ อยากจะวิ่งโร่ไปแจ้งความก็เอาสิ” ยิ่งยศชี้ที่ตัวเองท้า “ตำรวจอยู่นี่ไงฮ่ะๆๆ คงจะมีคนเชื่อน้ำยาหน้าเมียโจรอย่างเธอหรอกนะ”

“คุณฆ่าท่านอธิบดี ขายสมบัติของชาติ แถมยังค้ายาเสพติด คุณ...คุณทำได้ยังไง คุณทำมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ รึว่า..คุณแอบทำมันมาตลอดโดยที่ฉันไม่เคยรู้เลย”

“เก่งมาก...ในที่สุดเธอก็ฉลาดกับเขาขึ้นมาซะที ฮ่าๆๆ ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ ฉันนี่แหละที่เป็นคนใส่ความว่าไอ้หาญยิงตัวประกันตาย จนมันต้องติดคุกแล้วหนีออกไปเป็นโจรไงล่ะ ฮ่ะๆๆๆ”

ยิ่งยศกลับไปแล้ว เกศินียังนั่งเครียดอยู่ แม้แต่อาหารที่เดือนเอามาให้ก็กินไม่ลง เธอพึมพำหน้าเครียด

“ฉันจะไม่ยอมให้คุณทำชั่วแบบนี้อีก”

เดือนเดินมาดูที่หน้าห้อง ซึ่งประตูถูกล็อกกุญแจแน่นหนา มาเคาะประตูเรียกเบาๆ

“คุณนายคะ คุณนายรีบทานข้าวเถอะนะคะ เดี๋ยวคุณท่านกลับมารู้เข้าจะไม่พอใจอีก”

ไม่มีเสียงตอบ แต่มีซองจดหมายสอดออกมาจากใต้ประตู แล้วเกศินีก็ขอร้องว่า

“เดือน  เธอต้องช่วยฉันนะ  เอาจดหมายนี่ไปส่งให้ฉันที”

เดือนมองซองจดหมายที่สอดออกมาอย่างครุ่นคิด ลังเล...

ooooooo

เดือนเดินไปที่หลังตลาด กวาดตามองไปทั่วบริเวณ เสียงบอกของเกศินียังอยู่ในความนึกคิด...

“ไปที่ต้นไทรหลังตลาด ช่วยซ่อนจดหมายไว้ที่นั่น อย่าให้ใครเห็นเธอเป็นอันขาด”

เดือนมองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง เมื่อคิดว่าปลอดสายตาคนแล้วก็รีบเอาจดหมายซ่อนไว้ที่โคนต้นไทร เอาหินทับไว้ไม่ให้ปลิว เสร็จแล้วรีบออกจากตรงนั้น ไม่รู้ว่ากระเต็นแอบดูอยู่ พอเดือนไปแล้ว กระเต็นก็มาหยิบจดหมาย

ขณะเดือนกำลังเดินอ้าวกลับไปนั่นเองกระเต็นก็ตามไปดึงแขนลากไปยังมุมลับตาทันที

กระเต็นถามเดือนว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณนาย ทำไมถึงให้เดือนมาส่งข่าวแทน เดือนบอกว่าคุณนายถูกคุณผู้ชายจับขังเอาไว้ กระเต็นฟังแล้วตกใจมาก

ooooooo

กระเต็นรีบกลับไปที่สำนักป่าอิสุโร  เล่าให้เพชรกับหาญฟัง เพชรเป็นห่วงเกศินีมาก บอกว่าเราต้องรีบไปช่วยแม่

“เดี๋ยวสิ” กระเต็นรีบห้าม “มันอาจจะเป็นแผนลวงเหมือนคราวที่แล้วอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้”

“ต่อให้เป็นแผนลวงจริง ฉันก็ต้องลุกไปช่วยแม่ให้ได้” เพชรมุ่งมั่น

หาญเห็นเพชรใจร้อนจึงเตือนสติลูกว่า “ใจเย็นก่อนสิเพชร ยิ่งยศมีอาคมแกร่งกล้าไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะช่วยเกศออกมาได้”

“แต่ผมไม่กลัว ถ้าพ่อกลัวอาคมของมัน ผมไปช่วยแม่คนเดียวก็ได้”

“พ่อไม่เคยบอกว่ากลัว แต่การจะรับมือไอ้ยิ่งยศ เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะคราวนี้มีชีวิตเกศเป็นเดิมพันเราจะพลาดไม่ได้ต่างหาก” พูดแล้วเห็นเพชรหยุดฟัง หาญย้ำเตือนว่า “ถ้าคราวนี้ไม่ใช่ไอ้ยิ่งยศตาย ก็ต้องเป็นเราสองคนพ่อลูกที่ตาย”

เพชรยังหงุดหงิดเดินออกไปข้างนอก กระเต็นตามไป หาญมองตามด้วยความเป็นห่วง แล้วจู่ๆก็เจ็บหน้าอกเพราะบอบช้ำภายใน พอไอเขาเอามือปิดปาก แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเลือดสดๆในฝ่ามือ!

ooooooo

วันต่อมา ขณะที่ดามพ์ขับรถผ่านธนาคาร ได้ยินเสียงชาวบ้านร้องตะโกน

“ช่วยด้วย โจรปล้นธนาคาร...”

ดามพ์หันมองเห็นเพชรกับหาญวิ่งออกจากซอยฝั่งตรงข้ามในมือมีถุงเงินวิ่งพลางยิงปืนขึ้นฟ้า ตำรวจที่ไล่ตามมาสามนายรีบหาที่หลบและยิงตอบโต้ ดามพ์กลัวเจอลูกหลงรีบหาที่กำบัง

“ไอ้เพชร! ไอ้หาญ!” ดามพ์พึมพำจ้องตาไม่กะพริบ ปรากฏว่าหาญกับเพชรวิ่งมาฝั่งที่ดามพ์หลบอยู่ ดามพ์ถือปืนอ้อมไปดักอีกทาง

หาญกับเพชรวิ่งมาจนสุดซอย เจอรถกระบะขนถังแก๊สจอดอยู่ไม่มีคน เพชรทุบกระจกจะเข้าไปขับหนี ทันใดนั้นดามพ์โผล่มาดักพร้อมปืนในมือ ตะโกน

“ทิ้งปืน...อย่าเสี่ยงกับกระสุนลงอาคมดีกว่า”

หาญกับเพชรมองหน้ากันแล้วทิ้งปืน ดามพ์ถือปืนเดินเข้ามาเยาะเย้ย

“ไงผู้หมวด ชีวิตการเป็นโจรให้ความรู้สึกยังไงบ้าง มีความสุขดีไหม”

พริบตานั้น เพชรเตะปืนดามพ์หล่นแล้วพุ่งเข้าอัดดามพ์จนเซ แต่พอดามพ์ตั้งหลักได้ก็ว่าคาถา มีภูติผีลอยมาผนึกกับร่างของเขา และร่างเขาก็เคลื่อนไหวไปรอบๆเพชรกับหาญอย่างรวดเร็ว

เพชรถอดตะกรุดที่คอพนมมือว่าคาถา ตะกรุดกลายเป็นดาบไทย เพชรพุ่งเข้าโจมตีดามพ์ทันที ทั้งสองต่อสู้กันไม่มีใครยอมใคร ส่วนหาญรีบว่าคาถาเสือเผ่น พอรอยสักเสือเผ่นสว่างวาบขึ้น หาญก็พุ่งเข้าโจมตีปัดปืนและอัดตำรวจทั้งสามนายกระเด็นไป แล้วหันไปช่วยเพชรสู้กับดามพ์

ทันใดนั้น หาญแกล้งล้มลงดิ้นทุรนทุราย ดามพ์วิ่งไปหยิบปืนที่พื้นจ่อจะยิงสองพ่อลูก เพชรเห็นจวนตัวจึงใช้ดาบไทยขว้างใส่ ดามพ์หลบทำให้ดาบพุ่งไปปักที่กำแพงแทน

เพชรรีบพยุงหาญไปที่รถกระบะขับหนีไป ดามพ์มองตาม เล็งปืนใส่รถด่าอย่างสะใจ “ไอ้พวกโง่” แล้วลั่นกระสุนพุ่งจากปากกระบอกใส่ถังแก๊สท้ายรถกระบะ ระเบิดสนั่นหวั่นไหว ไฟลุกไหม้เป็นจุณ

เวลาเดียวกันนั้น ดาบไทยที่ปักบนกำแพง กลายเป็นตะกรุดสามกษัตริย์ร่วงลงพื้น ดามพ์เห็นตะกรุดของเพชร เขาไปหยิบขึ้นดูยิ้มอย่างสะใจ ที่อีกมุมหนึ่งไม่ไกลนัก เพชรกับหาญแอบดูดามพ์อยู่ คุยกันอย่างสะใจยิ่งกว่าว่า

“ดูท่ามันจะเชื่อจริงๆว่าเราสองคนตายแล้ว แผนใช้หุ่นพยนต์ตายแทนของพ่อได้ผลจริงๆ” เพชรหัวเราะในลำคอ

“ก็ขอให้ไอ้ยิ่งยศมันเชื่ออย่างนั้นด้วยเถอะ เราจะได้เริ่มแผนขั้นต่อไป” หาญพยักหน้าครุ่นคิด

ooooooo

ที่ห้องทำงานของยิ่งยศในกองปราบ ดามพ์เอาตะกรุดสามกษัตริย์ของเพชรไปให้ดู เขามองอย่างไม่อยากเชื่อ ถามว่า

“ไอ้หาญกับเพชรตายแล้วจริงเหรอ”

“ครับท่าน ผมเป็นคนระเบิดร่างมันทั้งสองคนด้วยมือตัวเอง” ดามพ์พูดอย่างภูมิใจ

“อาคมไอ้หาญมันแกร่งกล้า ระเบิดกี่ครั้งก็ทำอะไรมันไม่ได้”

“แต่คราวนี้มันต่างกัน ไอ้หาญมันยังบาดเจ็บเพราะคุณไสยของท่าน ทำให้อาคมมันถดถอยขนาดประมือกันมันยังสู้ผมไม่ได้”

ยิ่งยศคล้อยตามคำคุยของดามพ์ พูดอย่างเบาใจว่า

“ต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องหวั่นใครหน้าไหนอีกแล้ว เสียดายก็แค่อั๊วไม่มีโอกาสได้เห็นสีหน้าไอ้หาญกับเพชรก่อนที่มันจะตายเท่านั้น” พูดแล้วหัวเราะหึๆในลำคอ

ooooooo

คืนนี้เอง ยิ่งยศเอาตะกรุดของเพชรไปโยนใส่เกศินีที่ถูกขังอยู่ในห้อง พอเห็นตะกรุดของลูก เกศินีหน้าถอดสี ถามอย่างตระหนก

“เพชร! ลูกฉันอยู่ไหน คุณเอาตะกรุดนี้มาได้ยังไง...”

“เอามาจากหลุมศพมันน่ะซิ อ้อ...ผมพูดผิดมันไม่มีหลุมศพ เพราะศพมันเละไปหมดแล้ว ฮ่ะๆๆๆ” เกศินีไม่เชื่อ ยิ่งยศย้ำว่า “ตะกรุดนั้นคงเป็นคำตอบให้อย่างดี ตะกรุดอยู่คนอยู่”

“คุณฆ่าลูกได้ยังไง คุณทำได้ยังไง” เกศินีร้องแทบไม่เป็นภาษา ยิ่งยศปฏิเสธว่าเพชรไม่ใช่ลูกตนและเพชรก็ตายไปพร้อมกับหาญแล้วด้วย เกศินีกระโจนเข้าตบหน้ายิ่งยศ ถูกเขาหันกลับมาตบคืนไปสองสามฉาดจนเกศินีล้มลง

“อย่ามาว่าฉัน ทั้งหมดก็เพราะเธอทั้งนั้น ที่ทำให้ฉันต้องทำแบบนี้ คนที่ผิดก็คือเธอต่างหาก เกศินี”

“งั้นก็ฆ่าฉันอีกคนซิ เอาซิ ฆ่าฉันเลย ฉันก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปทำไมอีกแล้ว”

ยิ่งยศยื่นหน้าเข้าไปขู่ว่า “อย่าคิดว่าฉันไม่กล้า แต่ฉันจะให้เธอตายทั้งเป็นแบบนี้แหละมันสะใจกว่า ฮ่ะๆๆ”

เมื่อยิ่งยศออกไปแล้ว เกศินีก็เอาแต่ร้องไห้เหมือนจะขาดใจตามเพชรกับหาญไปด้วย...

ooooooo

ยิ่งยศออกจากห้องที่ขังเกศินี เจอชิดใจยืนรออยู่ ชิดใจเบ้ปากพูดอย่างเย้ยหยันว่า

“แค่ลูกกับผัวเก่าตาย ไม่รู้จะร้องไห้อาลัยอาวรณ์อะไรนักหนา หนวกหูจริงๆนะคะท่าน”

“แล้วมันเรื่องอะไรของเธอ” ยิ่งยศหัวเสีย ชิดใจลอยหน้าบอกว่า ก็แสดงว่าเกศินีรักเสือหาญมากมายขนาดไหนน่ะสิ เลยถูกยิ่งยศตวาดว่า “ไม่ต้องมาเสี้ยมฉัน”

ชิดใจมารยาว่าตนทำเพื่อเขาและอยู่เคียงข้างเขามาตลอดทำไมถึงมองตนอย่างนั้น ยิ่งยศย้ำว่าให้เธอทำตามคำสั่ง ตนสั่งแค่ไหนก็ให้ทำแค่นั้น ไม่ต้องมายุ่งให้มากนัก ตอนนี้ให้คอยดูเกศินีไว้ก็พอ

ดาลินยังถูกมนต์ของดามพ์สะกดอยู่ เธอคลั่งไคล้ ใหลหลงพรํ่าเพ้อหาแต่ดามพ์ เช้าวันนี้ที่โต๊ะอาหาร สาวใช้ จัดไว้เพียงที่เดียว เธอถามอย่างไม่พอใจว่าดามพ์ไปไหน สาวใช้บอกว่าดามพ์ติดงานด่วน บอกว่าคืนนี้จะไม่กลับด้วย

“ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง” ดาลินตวาด สาวใช้บอกว่า ตอนนั้นเธอหลับอยู่ ก็ถามอย่างหาเรื่องอีกว่า แล้วทำไมไม่ปลุก คิดจะแย่งดามพ์ของตนใช่ไหม เธออาละวาดเสียจนสาวใช้ ทำอะไรไม่ถูก

ทันใดนั้น ไฟดับหมดทั้งบ้าน ดาลินตกใจ มองไปรอบตัว เห็นเงาคนวูบไหวอยู่นอกบ้าน เธอคิดว่าดามพ์รีบไปหา

ที่นอกบ้าน สายตาคู่หนึ่งจ้องมาที่ดาลินแล้วเดิน เข้าหาจากด้านหลัง พอดาลินหันไปเห็นเธอตกใจตะลึง แล้วกลายเป็นชะงักงันเหมือนคนต้องคาถานะจังงัง

ooooooo

ไม่นานนัก ร่างดาลินที่ไม่ได้สติก็ถูกนำมาที่ สำนักป่าอิสุโร เธอถูกวางอยู่หน้าองค์พระประธานใน สำนัก มีสายสิญจน์สวมเป็นมงคลที่ศีรษะ ปลายอีก ด้านหนึ่งเป็นม้วนวางอยู่บนพาน

ข้างหลังพาน หาญกำลังก้มกราบพระอยู่ พอเงยหน้าขึ้น เขาบอกเพชรกับกระเต็นที่นั่งเยื้องไปข้างหลังว่า

“พ่อจะทำพิธีขับไล่อำนาจชั่วร้ายในตัวคุณดาลิน ลูกกับกระเต็นช่วยสวดมนต์ด้วยความสงบแล้วกัน”

เพชรกับกระเต็นพยักหน้ารับ หาญพนมมือหลับตา นำสวดอิติปิโส เพชรกับกระเต็นทำสมาธิสวดตาม เสียงสวดมนต์ ดังแว่วไปที่นอกสำนัก ฟังขรึม ขลัง ในยามรัตติกาล...

เวลาเดียวกันนั้น ที่สำนักคนทรงของเซียนช้าง ขณะเจ้าตัวนั่งสมาธิอยู่ ได้ยินเสียงสวดมนต์จึงลืมตาดู เห็นตุ๊กตาที่ทำมนต์สะกดดาลินไว้สั่นไหว นึกรู้ทันที พึมพำหน้าเครียด

“ใครมันบังอาจมาแก้มนต์สะกดของข้า” เซียนช้าง หลับตาอีกครั้ง พอลืมตาขึ้นก็ร้องอย่างตกใจ “ไอ้หาญ! เอ็งยังไม่ตายอีกเหรอ...ได้...ข้าจะลองสู้กับเอ็งดูสักครั้ง” เซียนช้างทำขึงขังทั้งที่รู้ตัวดีว่าเวทมนต์ของตนนั้นสู้หาญไม่ได้

ooooooo

ที่สำนักป่าอิสุโร เสียงสวดมนต์ยังดังอยู่ ดาลิน ที่นอนอยู่หน้าพระประธาน มีควันสีดำค่อยๆ ลอยออก จากร่าง เพชรกับกระเต็นลืมตาดู ทั้งสองดีใจมาก แต่พริบตานั้น ควันดำก็กลับถูกดูดเข้าไปในร่างดาลิน อย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกตัว ดิ้นทุรนทุรายเหมือนร้อนรุ่ม ทรมาน ลุกขึ้นร้องถาม

“ดามพ์...ที่รัก คุณอยู่ไหน...”

“พ่อ...เกิดอะไรขึ้นกับคุณดา ทำไมถึงเป็นแบบนี้” เพชรตกใจ

หาญรู้ว่าเซียนช้างไม่ยอมแพ้ จึงเพิ่มกำลังสวดมนต์ สะกดดาลินอีก

“ไอ้ช้างมันคิดจะสู้ ช่วยกันจับตัวเธอให้นอนลง” หาญ บอกเพชรกับกระเต็น เมื่อทั้งสองช่วยกันจับดาลินนอนลงแล้ว หาญหยิบแผ่นทองคำเปลวแปะที่หน้าเธอ รีบว่าคาถา พลาง ใช้นิ้ว เขียนอักขระลงบนแผ่นทองคำเปลว แล้วเป่าพรวดลงบนกระหม่อม

ดาลินหยุดดิ้น มีควันดำพุ่งออกจากร่าง ลอยออกไป ทางหน้าต่างโบสถ์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกรีดร้อง อย่างโหยหวนของเธอ

“กรี๊ดดดดดด...” สิ้นเสียงเธอก็สลบไปอีกครั้ง

“คุณดา...คุณดา...” เพชรผวาเข้าไปหาดาลินด้วยความ เป็นห่วงที่สำนักคนทรง เซียนช้างตกใจผงะเมื่อเห็นตุ๊กตามนต์ สะกดดาลินระเบิดแตกสลาย เซียนเองที่นั่งทำพิธีอยู่ถึงกับกระเด็น กระอักเลือด รู้ตัวว่าสู้หาญไม่ได้ ลุกขึ้นบอกตัวเองลนลาน

“ข้าอยู่ไม่ได้แล้ว” พลางรีบไปเก็บเงินทองสมบัติมีค่า ใส่ย่ามจํ้าอ้าวไปปิดประตูจะหนี พลันก็ต้องผงะเมื่อถูกควันดำ กลุ่มใหญ่พุ่งเข้ากระแทก เซียนล้มลงคลานหนีลนลาน ปากก็ร้อง “ปล่อยข้า ปล่อยข้าไปเถอะ...”

ที่ด้านหลังสำนักคนทรงของเซียนช้าง มีเสียงช้างร้องด้วย ความเจ็บปวดทรมานลั่นป่า...

ooooooo

ตอนที่ 15

กระทิงต่อยกำแพงโบสถ์ด้วยความโกรธ พูดอย่างแค้นใจว่า ยิ่งยศนี่เองหรือที่เป็นคนยัดข้อหาให้ตน หาญเล่าความจริงเพิ่มเติมว่า

“ทีแรกข้าเป็นเจ้าของคดีนี้ แต่ไอ้ยิ่งยศมาขออาสาทำคดีนี้เอง”

“นี่ข้าหลงโทษคนผิดมาตลอดเลยเหรอ ข้าขอโทษที่เข้าใจเอ็งผิด” กระทิงสบตาเพชรแววตาอ่อนลง

หาญตบบ่ากระทิงเชิงปลอบใจ พูดให้สบายใจว่า “เราทุกคนต่างก็หลงกลมัน โดนมันทำร้ายด้วยกันทั้งนั้น”

“ไม่น่าเชื่อเลยว่า พ่อ เอ่อ...ผู้การยิ่งยศจะเป็นคนแบบนี้” เพชรพูดอย่างผิดหวัง แล้วนึกขึ้นได้ถาม “แล้วแม่ล่ะ ไม่รู้แม่กับกระเต็นเป็นยังไงบ้าง”

ooooooo

หลังจากกระเต็นเดินร้องไห้หลบออกจากบ้านพักไปแล้ว ก็ต้องหลบซ่อน อำพรางใบหน้า ใส่เสื้อผ้าผู้ชายมอมแมมไปรับจ้างเข็นผักส่งร้านค้า

ที่เสาในบริเวณตลาด มีป้ายประกาศจับกระเต็นพร้อมภาพสเกตช์ใบหน้าเธอติดอยู่ทั่วไป ทำให้กระเต็นต้องอยู่อย่างระมัดระวังมาก

หลังจากเข็นผักส่งร้านขายข้าวแกงแล้ว กระเต็นก็นั่งกินข้าวอย่างหิวโหย กินข้าวไปน้ำตาคลอไป แต่ก็ยังบอกกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นว่า

“อดทนไว้ไอ้เต็น ยังไงเอ็งก็ต้องอยู่หาข่าวหมวดเพชรต่อไป”

ทันใดนั้น เสียงชิดใจก็แว่วมา “นี่หล่อน ถือร่มให้มันดีๆ หน่อยสิยะ”

กระเต็นจำเสียงชิดใจได้ ค่อยๆเหลือบมอง เห็นชิดใจแต่งตัวเป็นคุณนายเดินกรีดกรายเข้ามาในตลาด ถัดไปเป็นเกศินีในชุดโทรมๆ กางร่มให้ชิดใจ อีกมือถือตะกร้าเดินตามเหมือนสาวใช้

ท่าทางเกศินีเหนื่อยอ่อนเดินไม่ทัน ก็ถูกชิดใจตวาดดุด่าไปตลอดทาง

กระเต็นมองชิดใจกับเกศินีอย่างแปลกใจ ถามตัวเองเบาๆว่า

“นั่นมัน...แม่ของหมวดเพชรนี่ ทำไมถึงได้...”

ooooooo

ชิดใจกรีดกรายไปที่ร้านผลไม้ เกศินียังต้องถือร่มกางกันแดดให้ แต่อีกมือก็ต้องคอยรับผลไม้ที่ชิดใจเลือกใส่ตะกร้า เมื่อทำไม่ถูกใจ ไม่ทันใจ ก็ถูกดุด่า

เพราะต้องหิ้วตะกร้าใส่ผลไม้และต้องควักเงินจ่าย

แม่ค้า ทำให้ร่มเอียงแดดส่องถูกชิดใจ เลยถูกด่ากระชากร่มจากมือเอาไปถือเอง

“น่าเบื่อที่สุด หล่อนเป็นอย่างนี้นี่เอง ท่านผู้การฯถึงได้เฉดหัวทิ้ง เชอะ! จัดการซื้อของให้เสร็จสรรพ แล้วรีบตามฉันไปที่ร้านข้าว  เข้าใจไหม...” เมื่อเกศินีพยักหน้ารับอย่างพยายามอดกลั้น ชิดใจทำเชิดใส่ “ดี...ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใครฮ่ะๆๆ”

ชิดใจเดินนวยนาดไปแล้ว เกศินียังยืนกล้ำกลืนอยู่ตรงนั้น แต่พอขยับจะเดิน กระเต็นที่ซุ่มอยู่ก็เดินเข้าไปเรียก

“คุณนายคะ” เกศินีมองอย่างจำไม่ค่อยได้ กระเต็นรีบบอก “กระเต็นเองค่ะ”

“กระเต็น...” เกศินีพึมพำ พอจำได้ก็รีบลากกระเต็นหลบไปอีกทางอย่างเร็ว

ooooooo

ทันทีที่เข้ามุมลับตาผู้คน เกศินีถามว่าเจอเพชรบ้างไหม เขาอยู่กับเธอหรือเปล่า

“เปล่าค่ะ หนูเองก็ตามหาตัวเขาอยู่เหมือนกัน” เกศินีฟังแล้วผิดหวัง หน้าสลด กระเต็นถามอย่างเกรงใจว่า “เอ่อ... ขอโทษนะคะ หนูขอถามคุณนายสักเรื่องได้ไหมคะ...คือ...ที่...ที่เขาลือกันว่า หมวดเป็นลูกของเสือหาญ...เออะ...มัน...มันจริงไหมคะ”

เกศินีหน้าเสีย เบือนหน้าหนีทันที เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร้องไห้ออกมา ขอร้องกระเต็นว่า อย่าถามเรื่องนี้กับตนอีกเลย ทำให้กระเต็นอึ้ง พึมพำ

“คุณนาย...มันเป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย”

เกศินีพยายามจะอธิบายแต่เหลือบเห็นชิดใจกางร่มมองหาตนอยู่ กลัวจะมาเจอกระเต็นเข้า เลยรีบตัดบท

“ตายล่ะ ชิดใจมาโน่นแล้ว รีบไปก่อนเถอะ ถ้าเขาเห็นเธอเข้า เธอจะลำบากรู้ไหม” กระเต็นยังลังเล เกศินีเร่ง “รีบไปก่อนเร็วเข้าสิ”

“ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าคุณนายมีข่าวหมวดเพชรเมื่อไหร่ช่วยซ่อนจดหมายไว้ที่ต้นไทรหลังตลาดด้วยนะคะ” พูดแล้วรีบไหว้ลาวิ่งหลบไป

กระเต็นวิ่งไปแอบดูที่อีกมุมหนึ่งของตลาด เห็นชิดใจเอานิ้วจิ้มหน้าผากเกศินีจนเซจะล้มตะกร้าหลุดมือ ผลไม้กลิ้ง

กระจาย ชิดใจชี้นิ้วให้เก็บ ตัวเองยืนเท้าสะเอวมองอย่างสะใจ

กระเต็นเห็นภาพนั้นก็ยิ่งสงสัย พึมพำถามตัวเองว่า

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่...คุณนายตกที่นั่งลำบากแบบนี้ คงช่วยอะไรเราไม่ได้...ทำไงดี...”

ooooooo

ที่สำนักป่าอิสุโร...หาญกับเพชร หันหน้าเข้าหากัน ต่างนั่งสมาธิหน้าพระประธานในโบสถ์ร้าง ไม่นานนัก มีคลื่นเป็นวงกลมรอบตัวทั้งสองคน เสียงสวดคาถาของทั้งสองดังประสานกันฟังขรึม...ขลัง...

“พ่อจะใช้วิชานารายณ์เคลื่อนจิต ผนึกจิตลูกเข้ากับร่างของพ่อเพืื่อถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆที่พ่อรู้ให้ จะได้ไว้ใช้รับมือศัตรู”

วิญญาณของหาญและเพชรในท่านั่งสมาธิเคลื่อนออกจากร่าง หมุนสลับที่กัน หน้าหาญซ้อนเข้าที่หน้าเพชร

จากนั้น หาญว่าคาถาย่นระยะทาง...คาถานะจังงัง...คาถาหายใจใต้น้ำ และคาถาธนูมือ

พอหาญลืมตาขึ้น จิตของเพชรก็เคลื่อนออกจากร่างหาญ สลับกับจิตของหาญที่เคลื่อนสู่ร่างเพชร

เพชรลืมตาขึ้น ท่าทางเหนื่อยอ่อน จนหาญต้องเข้าประคองพาไปพิงผนัง

“ลูกแค่ใช้พลังและสมาธิในการรับวิชาต่างๆมากไป พักสักหน่อยก็ปกติ” หาญบอก แต่พอเพชรหันมองหาญ เห็นหน้าซีดเหมือนกัน ถามอย่างเป็นห่วงว่า

“แล้วพ่อล่ะครับเป็นไงบ้าง ร่างกายพ่อเพิ่งฟื้นจากคุณไสย ยังไม่หายดีเลย”

“พ่อฝึกอาคมมาตั้งแต่เด็ก เรื่องแบบนี้ร่างกายพ่อรับได้อยู่แล้ว ลูกนั่นแหละพักก่อนดีกว่า” หาญไม่บอกความจริงที่ตัวเองกำลังเจ็บหน้าอกอย่างหนัก

เพชรไม่ติดใจ รับคำแล้วหลับตานิ่ง

ooooooo

วันต่อมา กระเต็นที่มีย่ามสะพายเฉียงติดตัว ก็แอบเข้าไปในบ้านดาลิน ไปถึงสวนหลังบ้าน เห็นดาลินนั่งเหม่อเหมือนโดนของอยู่ กระเต็นเรียกเบาๆ แต่ดาลินเหมือนไม่รับรู้อะไร กระเต็นเลยหยิบก้อนดินขว้างไปโดนหลัง ดาลินสะดุ้ง หันมองหาอย่างรู้สึกตัว พึมพำ “เอ๊ะ...อะไร”

กระเต็นกำลังจะออกไปหาดาลิน แต่ต้องชะงักเมื่อดามพ์ เดินไปหาเธอเสียก่อน เขาเดินเข้าไปหอมแก้มดาลินถาม

“คุณดา มานั่งทำอะไรอยู่ครับ”

กระเต็นตกใจร้อง เฮ้ย!! พอรู้ตัวก็รีบปิดปากตัวเองมองดาลินกับดามพ์ตาค้าง

ดาลินยังตอบงงๆว่าตนไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้สึกว่าเหมือนมีใครมาเรียก ดามพ์เหลียวมองรอบๆอย่างระแวง กระเต็นรีบหลบแทบไม่ทัน

“งั้นเราเข้าบ้านเถอะครับ คุณดาไม่สบายอย่ามานั่งตากลมเลย” ดามพ์ไม่ไว้ใจ ประคองดาลินลุกขึ้น

“ไม่สบายเหรอคะ?” เธอถามงงๆ ดามพ์รีบเป่ามนต์ ทำให้เธอตอบทันทีว่า “ใช่ค่ะ ดาไม่ค่อยสบาย เข้าบ้านกันดีกว่า”

กระเต็นมองทั้งสองประคองกันเข้าบ้าน พึมพำอย่างรับไม่ได้ “ผู้กองดามพ์...กับคุณดา...”

ทันใดนั้น มีคนใช้มาเห็นกระเต็นเข้า ร้องถาม “นั่นใครน่ะ” กระเต็นตกใจ พุ่งเข้าไปปิดปากคนใช้แล้วลากหลบไปทันที

ลากกันไปที่ห้องคนใช้ กระเต็นฟังคนใช้ที่พอคุ้นกันตอนที่ตัวเองมาอยู่บ้านนี้เล่าแล้ว ถามอย่างตกใจ

“อะไรนะ ผู้กองดามพ์เข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะสามีของคุณดา ทำไมฉันไม่เห็นได้ข่าวอะไรเลย”

“โอ๊ย...ในบ้านนี้ก็งงกันทั่วเหมือนกัน แล้วเดี๋ยวนี้นะ วันๆ คุณหนูเอาแต่ถามหาผู้กอง แล้วก็ห้ามพูดถึงชื่อหมวดเพชรอีกด้วย”

“แต่คุณดาไม่เห็นสดชื่นเหมือนคนเพิ่งแต่งงานเลย หน้าตาหมองคล้ำแปลกๆ ลอยๆ ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองเลย เหมือนคนโดนของ...” กระเต็นนิ่งนึก พลันก็ร้องหน้าตาตื่นตกใจ “เฮ้ย!”

กระเต็นแอบดูต่อไป เห็นดามพ์ออกมาขึ้นรถขับไป จึงย่องไปที่ห้องนอนดาลิน เธออยู่ในชุดคลุมอาบน้ำกำลังไปเข้าห้องน้ำ กระเต็นรีบผลุบเข้าไปในห้องแล้วกดล็อกประตูทันที จากนั้นคลานมุดเข้าไปใต้เตียง รีบมองหา แต่ไม่เห็นอะไร

“มันต้องมีพวกหุ่นฝังรูปฝังรอย ไม่ก็ของทำเสน่ห์ซ่อนอยู่บ้างซิ” กระเต็นมุดออกมาแล้วย่องไปดูตามชั้น ตามซอกมุมต่างๆ จนถึงโต๊ะเครื่องแป้ง กวาดตามองอย่างละเอียด ก็ไม่พบอะไร

แต่พอขยับจะออกไป หางตาก็เห็นอะไรบางอย่าง หันมองเห็นสร้อยพระของดาบแหวนวางอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง กระเต็นหยิบขึ้นมาดู จำได้ว่าเป็นสร้อยพระของพ่อ

“สร้อยพระของพ่อ ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่” กระเต็นยิ่งสงสัย

ooooooo

ดามพ์ขับรถออกไปไม่ถึงอึด ก็บ่นตัวเองว่า “ลืมได้ไงวะ แย่จริง” แล้ววกกลับมารีบขึ้นไปที่ห้องนอนของดาลิน เคาะประตูเรียก “คุณดา นี่ผมเอง”

กระเต็นตกใจแทบช็อก คิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี ดามพ์เอะใจที่ดาลินไม่เปิดประตู ระแวงว่าเพชรต้องอยู่ข้างในแน่ๆ ชักปืนออกมาคำราม “ไอ้เพชร” ยกเท้าเตรียมถีบประตูเข้าไป แต่ต้องชะงักเมื่อประตูเปิดพอดี เห็นลินดายืนอยู่

ดามพ์ไม่ไว้ใจ กวาดตามองไปรอบๆอย่างระแวง ไปหยุดมองม่านระเบียงที่ยังไหวๆอยู่ เขาค่อยๆเดินไปอย่างระมัดระวัง ออกไปชะโงกดูก็ไม่เห็นอะไร หันมาถามดาลิน อย่างระแวงว่า

“คุณล็อกประตูทำไม มีใครเข้ามาหรือเปล่า” ดาลินถามว่าใครหรือ ไม่มีใครเข้ามา ดามพ์จึงกลบเกลื่อนว่า ไม่มีอะไร ตนเข้าใจผิดเอง แล้วหันเดินไปหยิบซองเอกสาร บอกว่า “พอดีผมลืมเอกสารน่ะ” หยิบซองเอกสารแล้ว ดามพ์หันเดินออกไป เขาไม่ทันสังเกตว่าสร้อยพระของดาบแหวนบนโต๊ะเครื่องแป้งหายไปแล้ว

ooooooo

ที่แท้ กระเต็นเกาะพื้นระเบียงห้อยตัวอยู่ ทำท่าจะตกมิตกแหล่ แต่ก็พยายามหาทางปีนลงไปจนได้ พอลงถึงพื้นก็รีบหลบไปเอาสร้อยพระออกมาดู พึมพำ

“ตอนที่เราอยู่ที่บ้านนี้ ก็ไม่ยักเคยเห็น...หรือว่า!”

กระเต็นคิดหาทางสืบให้ได้ เธอแอบไปที่รถของดามพ์ เปิดกระโปรงท้ายรถ มองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนดีแล้วก็รีบผลุบเข้าไปในกระโปรงท้ายรถ งับปิดลงมาแง้มไว้นิดๆแบบยังพอมีอากาศเข้าได้
พอดามพ์มาถึงรถ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เห็นว่าเวลาจวนแจแล้ว เลยรีบขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

ในโบสถ์ร้างสำนักป่าอิสุโร เพชรคุกเข่าอยู่หน้าพระประธาน พนมมือหว่างอก สีหน้าเครียดขรึมขณะภาวนา

“ลูกช้างขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายให้ปกปักคุ้มครองแม่เกศของลูกช้างให้ปลอดพ้นจากภยันตรายทั้งหลายทั้งปวงด้วยเถิด”

เพชรก้มกราบ หาญเข้ามาเห็นรู้ว่าเพชรเป็นห่วงเกศินี ปลอบใจลูกว่า

“พระพุทธองค์ย่อมคุ้มครองคนดี อย่าเป็นกังวลไปเลย อีกอย่างถึงยิ่งยศจะเลวยังไง แต่มันรักเกศมาก มันไม่มีทางทำร้ายคนที่มันรักได้หรอก”

เพชรมองหน้าหาญรู้สึกสบายใจขึ้น แต่ก็พูดอย่างผิดหวัง เข้าใจไม่ได้ว่า

“ผมไม่เข้าใจว่าอะไรมันบังตาให้...เขา...เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ทำเรื่องชั่วช้าได้มากมายถึงเพียงนี้”

“สักวันกรรมจะต้องตามมันทัน ไม่มีใครหนีผลกรรมพ้นหรอก”

“แล้วเมื่อไหร่ล่ะ กว่าผลกรรมจะทำหน้าที่ของมัน ผมคงไม่รอถึงวันนั้นหรอก ตอนนี้หน้าที่ของผมคือ ใช้กฎหมายลงโทษคนที่ทำผิด...ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม” ประโยคสุดท้ายเสียงเพชรเครือด้วยความสะเทือนใจ

หาญมองหน้าเพชรอย่างเข้าใจความรู้สึก เตือนสติลูกว่า

“ถึงยังไงยิ่งยศก็มีบุญคุณ ถือว่าเป็นพ่ออีกคนนึง พ่อที่เลี้ยงดูลูกมา ลูกมีหน้าที่ที่ต้องสนองคุณเขาเหมือนกัน”

“ผมไม่เคยลืมพระคุณที่เขาเลี้ยงดูและให้ความรักอย่างดีตลอดมา แต่สิ่งที่เขาทำกับพ่อกับแม่ แล้วกับคนบริสุทธิ์อื่นๆล่ะ”

“เรื่องยิ่งยศพ่อจะเป็นคนจัดการเอง ขอแค่มันยอมสำนึกผิดเลิกทำชั่ว ทุกอย่างก็ไม่สายเกินแก้ไข พ่อจะรับผิดทุกอย่าง ยอมเข้าคุกและเก็บความชั่วช้าที่ผ่านมาของยิ่งยศเป็นความลับ”

“ไม่ได้ ในเมื่อพ่อไม่ผิด ทำไมต้องรับผิดแทนด้วย ผมจะต้องหาทางคืนความบริสุทธิ์ให้พ่อให้ได้”

เมื่อเห็นเพชรเด็ดเดี่ยวเช่นนั้น หาญใช้น้ำเย็นเข้าลูบว่า

“พ่อไม่ได้รับผิดแทนใคร ตอนที่พ่อเป็นโจรก็ปล้นสะดมทำร้ายผู้คนไปก็เยอะ ยังไงซะความผิดนี้ต้องชดใช้ตามกฎหมายอยู่ดี” พูดแล้วหาญมองหน้าเพชรอย่างปลื้มปีติ เอ่ยอย่างตื้นตันใจว่า “แค่สวรรค์ให้โอกาสพ่อได้เจอลูก พ่อก็นอนตายตาหลับแล้ว...”

“ในเมื่อพ่อทำผิดต้องรับโทษ ผู้การยิ่งยศก็ควรได้รับโทษตามกฎหมายเหมือนกัน อย่างน้อยก็เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกเขาทำร้าย”

หาญมองหน้าลูกอย่างชื่นชมจิตใจที่เข้มแข็งยึดมั่นในความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง

ooooooo

ที่หลังโบสถ์ร้างสำนักป่าอิสุโร เพชรแฝงตัวออกตามหากระทิง ปากก็ร้องเรียกเบาๆ

“อาจารย์...อาจารย์กระทิง”

ทั้งเพชรและหาญต่างออกตามหากระทิง จนวนมาพบกัน มองหน้ากันเครียดเพราะหากระทิงไม่เจอ

“หาจนทั่วก็ไม่เจอตัว หรืออาจารย์กระทิงจะตามไปแก้แค้นยิ่งยศ” เพชรมองหน้าหาญเชิงปรึกษา

จริงอย่างที่เพชรคาด เพราะกระทิงไปที่บ้านของยิ่งยศ ไปซุ่มในพงหญ้าฝั่งตรงข้ามบ้าน จับตาดูจนเห็นยิ่งยศออกมาขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน ยิ่งยศมองไปรอบๆอย่างระแวดระวัง ทำให้กระทิงต้องรีบซ่อนตัวมิดชิดขึ้น เมื่อยิ่งยศไม่เห็นสิ่งผิดปกติจึงขึ้นรถขับออกไป

กระทิงโผล่จากที่ซุ่มมองตามอย่างเสียดาย แต่ไม่ยอมถอยรีบตามไปทันที

ตามไปจนถึงหน้าโรงไม้ริมน้ำ ยิ่งยศจอดรถที่หน้าโรงไม้ ลูกน้องเสี่ยไพบูลย์พร้อมอาวุธครบมือมาเปิดประตูรั้วให้ ยิ่งยศจึงขับรถเข้าไป กระทิงกำหมัดแน่น พึมพำอย่างแค้นใจ

“เอ็งต้องแอบมาทำเรื่องชั่วอะไรอีกแน่ ข้าจะฉีกหน้ากากเอ็งให้ได้ ไอ้ยิ่งยศ!”

กระทิงตัดสินใจเดินอ้อมไปด้านหลังโรงไม้ทันที

เป็นเวลาเดียวกับที่กระเต็นค่อยๆโผล่จากกระโปรงรถของดามพ์ที่มาจอดอยู่ก่อนแล้ว คอของกระเต็นห้อยสร้อยพระของพ่ออยู่ ย่องออกจากตรงนั้นไปอย่างเร็ว

ooooooo

ในโรงไม้...ดามพ์กำลังควบคุมลูกน้องขนเศียรพระพุทธรูปและวัตถุโบราณจากห้องเก็บของด้านในมาใส่รถบรรทุก โดยมีเสี่ยไพบูลย์เดินเข้ามาดูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพอใจ ดามพ์หยิบซองเอกสารที่กลับไปเอาที่ห้องดาลินส่งให้ บอกเสี่ยว่า

“ลูกค้าสั่งสินค้าเข้ามาอีกแล้ว”

เสี่ยรับไปเปิดดู พูดอย่างกังวลว่า “มากกว่าคราวที่แล้วเกือบเท่าตัว ไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ”

“เสี่ยจะกลัวอะไร ในเมื่อมีท่านผู้การฯหนุนหลังอยู่ทั้งคน” ดามพ์พูดอย่างผยองเต็มที่

กระเต็นที่มาซุ่มดูอยู่จำเสี่ยไพบูลย์ได้ นึกถึงตอนที่ตัวเองไปเห็นเสี่ยไพบูลย์กำลังบงการสมุนตัดเศียรพระพุทธรูปที่บึงกร่าง หลังจากนั้นบ้านก็ถูกเผา พ่อกับแม่ก็ถูกฆ่าตาย...

“ไอ้พวกสารเลว พวกแกฆ่าพ่อกับแม่ฉัน อย่าอยู่เลย” กระเต็นแค้นคุโชน กำดินขึ้นมาว่าคาถาแล้วเป่าพรวด ซัดดินออกไป กลายเป็นตัวต่อฝูงใหญ่บินเข้าโจมตีพวกเสี่ยไพบูลย์จนพวกมันตกใจปัดป้องพลางวิ่งหนีกันอลหม่าน

“นี่แค่การสั่งสอนน้อยๆ ต่อจากนี้แหละของจริง” กระเต็นหัวเราะหึๆอย่างสะใจ แล้วหยิบมีดหมอในย่ามที่สะพาย ติดตัวตลอดเวลาออกมา พนมมือว่าคาถา

“ไม่โหดไปหน่อยเหรอสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ” เสียงยิ่งยศถามขึ้น กระเต็นตกใจหันมอง เห็นยิ่งยศยืนมองยิ้มหยันอยู่ข้างหลัง

ooooooo

กระเต็นถูกคุมตัวมาท่าน้ำหลังโรงไม้ แม้จะตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกสมุนหน้าโหดของเสี่ยไพบูลย์โดยมียิ่งยศคุมมาด้วย แต่กระเต็นก็ไม่สะทก สะท้าน ด่าใส่หน้าพวกมันอย่างแค้นใจว่า

“คิดไม่ถึงว่าพวกแกจะกล้าขายสมบัติของชาติกิน เสียทีที่เป็นถึงตำรวจแต่กลับมาทำเรื่องชั่วๆเสียเอง ไอ้พวกหนักแผ่นดิน!”

“จะตายอยู่แล้วยังทำปากดี” ยิ่งยศด่าแล้วสั่งดามพ์ “อย่าให้มันไปปากโป้งที่ไหนอีก”

“ครับท่าน” ดามพ์รับคำสั่งอย่างรู้ทัน แล้วเข้าไปสวม กุญแจมือกระเต็น ในขณะที่ลูกน้องก็เข้าไปมัดเท้ากระเต็นจนแน่น กระเต็นรู้ว่าพวกมันจะทำอะไร ตะโกนขู่

“ถ้าฆ่าฉัน พวกแกต้องติดคุกหัวโต”

ดามพ์เห็นสร้อยพระที่คอกระเต็น คว้าไปดู พูดอย่างสะใจ “เป็นเธอสินะ ที่แอบเข้าไปในห้องนอนฉัน ไหนๆก็จะตายแล้ว ฉันจะบอกเอาบุญ ฉันนี่แหละที่เป็นคนส่งพ่อแม่เธอลงนรกด้วยมือฉันเอง”

กระเต็นมองแค้น ตะโกนว่าจะฆ่าแกทั้งที่ตัวเองถูกมัดมือมัดเท้าแน่นหนา ดามพ์พูดอย่างสมเพชรว่า

“โถ...ลูกกตัญญู งั้นฉันช่วยสงเคราะห์ ส่งเธอตามไปหาพ่อแม่ก็แล้วกันนะ”

สิ้นเสียงดามพ์ผลักกระเต็นตกน้ำจมหายไปต่อหน้าต่อตา

ooooooo

ในโรงไม้...

พวกยิ่งยศกลับเข้ามาก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นลูกน้องตายกันเกลื่อน ไม่ทันคิดอะไร กระทิงก็โผล่พรวดออกมาพร้อมกระบองสองท่อนที่เหน็บหลังติดตัวเป็นประจำ

“ไอ้ยิ่งยศ! ข้ามาทวงความยุติธรรมให้ตัวเอง”

“หึๆมีปัญญาเหรอ” ยิ่งยศหัวเราะในลำคออย่างรู้เจตนาของกระทิง

พริบตานั้น กระทิงพุ่งเข้าโจมตียิ่งยศรวดเร็ว รุนแรง แต่ ยิ่งยศก็รับมือได้อย่างมีฝีมือจนหลุดออกไปข้างนอกด้วยกัน

ยิ่งยศหลบแว้บไปหลับตาบริกรรมคาถาอย่างเร็ว พอลืมตาขึ้น ดวงตาเขาก็มีแต่ตาดำ พริบตานั้น ลมกระโชกแรง ยิ่งยศอ้าปากกว้าง วิญญาณภูตผีมากมาย พุ่งออกจากปากยิ่งยศเข้าโจมตีกระทิงจนกระอักเลือด ต้องกระเซอะกระเซิงหลบไป

พวกดามพ์กลับมาถึง ยิ่งยศส่งสัญญาณให้ดามพ์ตามไปเก็บกระทิง ส่วนตัวเองหันไปชวนเสี่ยไพบูลย์

“เรากลับกันเถอะเสี่ย ที่นี่ปล่อยให้คนของผมมันเก็บกวาดไป”

เสี่ยไพบูลย์พยักหน้าเห็นด้วย แล้วรีบตามยิ่งยศออกไป

ooooooo

กระเต็นถูกผลักจมดิ่งลงใต้น้ำเธอพยายามดิ้นรนช่วยตัวเองให้หลุดจากพันธนาการ แต่ไม่สำเร็จ ยิ่งนานก็ยิ่งจะหมดลม

“ไอ้กระเต็น ใช้คาถาสะเดาะกลอน” เสียงดาบแหวนแว่วในความรู้สึก กระเต็นฮึดขึ้นมา หลับตาว่าคาถา แล้วเป่าที่กุญแจมือ แต่ยังไม่สำเร็จ จนอธิษฐานจิต “พ่อจ๋า...แม่จ๋า... ช่วย ไอ้เต็นด้วยนะ” ตั้งสมาธิ พนมมือว่าคาถาอีกรอบ แล้วเป่าพรวด

ได้ผล! กุญแจมือหลุดออกทันที กระเต็นรีบแก้เชือกมัดเท้า ถีบตัวขึ้นจากใต้น้ำ ฮุบอากาศเต็มปอด แล้วจึงว่ายไปที่ท่าน้ำโรงไม้

กระเต็นได้ยินเสียงเอะอะกันอยู่แถวนั้น รีบหลบซุ่มดู เห็นดามพ์กำลังนำลูกน้องออกค้นหากระทิงตามสุมทุมพุ่มไม้และซอกหลืบ

ทันใดนั้น มีมือลึกลับเอื้อมมือปิดปากกระเต็นแน่น พอหันมองก็ตกใจ เห็นกระทิงมีเลือดเปรอะไปทั้งตัว

“อาจารย์ทิงบาดเจ็บนี่”

“ข้าไม่เป็นไร เราหาที่หลบกันก่อน” กระทิงรีบดึงกระเต็นหาที่หลบ ในขณะที่เสียงเอะอะของพวกดามพ์ใกล้เข้ามาทุกที

ooooooo

ที่ห้องพักคนงานหลังโรงไม้ กระเต็นประคองกระทิงที่บาดเจ็บหนักเข้าไปในห้อง จับให้นั่งแล้วเดินไปแง้มประตูดูว่ามีใครตามมาหรือเปล่า พอไม่มีอะไรก็รีบปิดประตู

“นังกระเต็น เอ็งรีบหนีไปซะ ไม่ต้องห่วงข้า หมวดเพชรกับเสือหาญ หลบอยู่ที่อิสุโร”

“ฉันทิ้งอาจารย์ไปไม่ได้หรอก”

“ข้าไม่ได้ให้เอ็งทิ้งข้า แต่ข้าให้ไปตามหมวดเพชรมาช่วย ข้าซ่อนอยู่ที่นี่ มันไม่มีทางหาเจอหรอก แต่ถ้าเอ็งไม่ยอมไปเราจะเสร็จมันทั้งคู่”

กระเต็นจำนนด้วยเหตุผล มองกระทิงอย่างเป็นห่วง บอกก่อนลุกไปว่า

“อาจารย์ดูแลตัวเองดีๆนะ ฉันจะรีบไปรีบกลับ”

กระทิงชูกระบองสองท่อนให้ดูว่าตนมีอาวุธประจำกายอยู่ พอกระเต็นออกไป กระทิงก็เดินกลับไปนั่งพัก ไออย่างหนักจนกระอักเลือดออกมา

ทันใดนั้น ประตูห้องเปิดออก กระทิงคิดว่าเป็นกระเต็นร้องถามว่า

“เอ็งกลับมาทำไมวะ ข้าบอกให้รีบ...”

กระทิงชะงักกึก เมื่อหันมองเห็นเป็นดามพ์เดินยิ้มเหี้ยมเข้ามา!

ooooooo

ที่ถนนสายหนึ่ง...กระเต็นออกมาเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ข้างถนน จึงเป่าคาถาที่ประตูหลังสะเดาะกลอน แล้วเข้าไปซ่อนตัวที่เบาะหลัง ครู่หนึ่งตำรวจในชุดครึ่งท่อนเดินมาเปิดประตูรถ ก้าวขึ้นนั่งในที่คนขับ

“ถ้าไม่อยากถูกยิงตาย ก็ทำตามที่ฉันสั่ง” กระเต็นใช้นิ้วจี้หลังตำรวจ แทนที่จะกลัว ตำรวจนายนั้นกลับพูดอย่างใจเย็นว่า

“พี่ว่าน้องกล้ามากนะ ที่จี้รถพี่” ว่าแล้วหันกลับมาพร้อมปืนในมือ กระเต็นจึงเห็นตรากรมตำรวจที่เสื้อ เลยยิ้มแหยๆ ยกมือยอมแพ้จ๋อยๆ สุดท้ายถูกจับใส่กุญแจมือไพล่หลังล็อกไว้กับเบาะรถ

จนกระทั่งรถมาถึงถนนหน้ากองปราบปราม กระเต็นถามหวาดๆว่า จะพาตนไปไหน

“พี่ก็พาน้องไปส่งกองปราบตามประกาศจับ แล้วก็รับเงินรางวัลน่ะสิ ถามได้” เขาตอบอารมณ์ดี

“ไอ้กระเต็นเอ๊ย...เอ็งซวยหรือโง่กันแน่วะเนี่ย รถมีตั้งเยอะแยะ ดั้นนน...มาจี้รถตำรวจ...” กระเต็นเซ็งสุดๆ

ทันใดนั้น มี​เงา​ดำ​ตัดหน้า​รถ จน​ตำรวจ​คน​ขับ​ต้อง​เบรก​กะทันหัน จอด​แล้ว​ลง​ไป​ดู

หาญ​ที่​ซุ่ม​อยู่​ฟาด​หลัง​ตำรวจ​จน​สลบ​คาที่ เพชร​โผล่​มา​เข้าไป​ใน​รถ​สะเดาะ​กุญแจ​ให้​กระเต็น

“นาย​รู้​ได้​ยัง​ไง​ว่า​ฉัน​โดน​จับ” กระเต็น​ทั้ง​ดีใจ ทั้ง​ตื่นเต้น

“ไม่​รู้​หรอก ฉัน​กับ​เสือ​หาญ​มา​ตาม​หา​อาจารย์​กระทิง​แถว​กอง​ปราบ​นี้​พอดี”

“ฉัน​รู้​ว่า​อาจารย์​กระทิง​อยู่​ไหน” กระเต็น​ดีใจ​มาก​รีบ​บอก​เพื่อ​ให้​ทั้ง​สอง​ไป​ช่วย

ทั้ง​สาม​รีบ​ไป​ที่​ห้อง​พัก​คน​งาน​หลัง​โรงไม้​ทันที กระเต็น​เดิน​นำ​เพชร​กับ​หาญ​เข้าไป​อย่าง​รีบ​ร้อน แต่​พอ​ถึง​หน้า​ห้อง​พัก ก็เห็น​กระบอง​สอง​ท่อน​เปื้อน​เลือด​ตก​อยู่ กระเต็น​ตกใจ ผลัก​ประตู​ห้อง​เข้าไป

“อาจารย์​กระทิง” กระเต็น​อุทาน เมื่อ​เห็น​กระทิง​นอน​ตาย​จม​กอง​เลือด​อยู่​ที่​พื้น โผ​เข้า​กอด​ร่าง​กระทิง​ครํ่า​ครวญ “อาจารย์​อย่า​ตาย​นะ กระเต็น​พา​คน​มา​ช่วย​แล้ว”

หาญ​กับ​เพชร​ตาม​เข้า​มา​ยืน​ดู​ด้วย​ความ​เศร้า เพชร​เข้าไป​ปลอบ​กระเต็น​อย่าง​เห็นใจ​ว่า

“หักห้าม​ใจ​เถอะ ยัง​ไง​อาจารย์​กระทิง​ก็​ไม่​ฟื้น​หรอก”

กระเต็น​โผ​เข้า​กอด​เพชร ร้องไห้​สะอึกสะอื้น...

ooooooo

ทั้ง​สาม​พา​กัน​กลับ​ไป​ที่​สำนัก​ป่า​อิสุโร หาญ​พูด​อย่าง​แค้น​ใจ​ว่า

“ไม่​คิด​เลย​ว่าไอ้​ยิ่ง​ยศ​มัน​จะ​ชั่ว​ร้าย​ขนาด​ขน​สมบัติ​ของ​ชาติ​ไป​ขาย”

“ทำ​ทั้งๆที่​เป็น​ข้าของ​แผ่นดิน”   เพชร​เสริม​อย่าง​เสียใจมาก​กับ​พฤติกรรม​ของ​คน​ที่​ตน​เคย​เรียก​ว่า​พ่อ

“มัน​ทำ​กัน​มา​นาน​แล้วด้วย ไอ้​ผู้​กอง​ชั่ว​มัน​ถึง​สั่ง​เผา​บ้าน ฆ่า​พ่อ​กับ​แม่​ฉัน ฉัน​น่า​จะ​เอะใจ​ตั้งแต่​แรก มัน​ฆ่า​ทุก​คน​ที่​รู้​เรื่อง​นี้” กระเต็น​พูด​ทั้ง​น้ำตา

หาญ​เข้า​มา​ตบ​บ่า​กระเต็น สัญญา​ว่า “พ่อ​แม่​เอ็ง กระทิง จงอาง จะ​ต้อง​ไม่​ตาย​เปล่า”

“แต่​เรา​ยัง​ไม่​มี​หลักฐาน​อะไรไป​เปิดโปง​ความ​ชั่ว ​มัน​ได้” เพชร​ติง​อย่าง​หนักใจ พลัน​ก็​นึก​ได้ “จริง​ซิ​ แล้ว​แม่​กับ​คุณ​ดา​เป็น​ยัง​ไง​บ้าง”

หาญ​รีบ​เข้าไป​หา​กระเต็น ถาม​ว่า​ยิ่ง​ยศ​ทำ​อะไร​เก​ศ​หรือ​เปล่า กระเต็น​อึกอัก​ลำบาก​ใจ​ที่​จะ​เล่า​สภาพ​ของ​เกศินี​ที่​ตน​พบ​ที่​ตลาด ไม่​อยาก​ให้​ทั้ง​สอง​คน​ไม่สบาย​ใจ เลย​ปด​ไป​ว่า

“สะ...​เอ่อ...สบาย​ดี พวก​มัน​สอง​คน​ไม่​กล้า​แตะต้อง คุณ​ดา​กับ​แม่​หมวด​ยัง​สบาย​ดี​เหมือน​เดิม”

หาญ​กับ​เพชร​มอง​กระเต็น​อย่าง​ไม่​เชื่อ เพชร​ถาม​เสียง​หนักๆ “จริง​เหรอ!”

ดึก​คืน​นี้​เอง ท่ามกลาง​แสงจันทร์​และ​เสียง​หรีด​หริ่ง​เรไร​กรีด​ร้อง​ระงม​​ กระเต็น​ที่นอน​คุดคู้​อยู่  ตื่น​ขึ้น​มา​เพราะ​ลม​พัด​แรง ​รีบ​ลุก​ขึ้น​อย่าง​สังหรณ์​ใจ   มอง​ไป​ตรง​ที่​หาญ​นอน   พบ​แต่​ความ​ว่าง​เปล่า กระเต็น​ตกใจ​รีบ​ไป​ปลุก​เพชร

“เสือ​หาญ...หมวด...เสือ​หาญ​ไม่​อยู่...”

ปรากฏ​ว่า​เพชร​ก็​หาย​ไป​ด้วย กระเต็น​ถอน​ใจ​เฮือก​ใหญ่ เดา​ได้​ว่า​ทั้ง​สอง​คน​หาย​ไป​ไหน​กัน

ooooooo

ที่​ห้อง​นอน​ชาญชัย...

ขณะ​ที่​เจ้าตัว​หลับ​อยู่ พอ​พลิก​ตัว​ก็​สะดุ้ง​เมื่อ​เห็น​เพชร​มา​ยืน​อยู่​ข้าง​เตียง เพชร​ไม่​พูดพร่ำ​ทำ​เพลง บอก​ทันที​ว่า

“ผม​มี​เรื่อง​อยาก​คุย​กับ​ท่าน”

ชาญชัย​ตั้ง​หลัก​ได้ หว่านล้อม​เพชร​ว่า​ “มอบ​ตัว​เสีย​ก่อน แล้ว​ค่อย​มา​คุย​กัน​ดี​กว่า หมวด​ยัง​มี​อนาคต​อยู่​นะ”

“มัน​ไม่​ง่าย​อย่าง​นั้น​หรอก​ครับ​ท่าน   แต่​ขอ​ให้​ท่าน​เชื่อ​ผม​ว่า สิ่ง​ที่​ผม​บอก​เป็น​เรื่อง​จริง”

ชาญชัย​ทำ​ประหนึ่ง​ว่า​สนใจ​ฟัง​เพชร​พูด แต่​แอบ​เอา​มือ​สอด​เข้า​ใต้​หมอน

“มี​แต่​ท่าน​เท่านั้น​ที่​จะ​หยุด​เรื่อง​นี้​ได้”

“มัน​เรื่อง​อะไร...” ชาญ​ชัย​ทำ​ที​ถาม​ถ่วงเวลา คอย​จังหวะ พริบตา​นั้น​ก็​ชัก​ปืน​ออก​มา​เล็ง​ใส่​เพชร​ทันที “ยกมือ​ขึ้น ไม่​งั้น​ฉัน​ยิง​จริงๆ”

ทันใดนั้น เพชร​เป่า​มนต์​นะ​จังงัง​ใส่​หน้า​ชาญชัย​จน​เขา​หยุด​ชะงัก ล้ม​ลง​นอน​ตา​ลอย​บน​เตียง เพชร​เอา​กระดาษ​สอด​ไว้​ใต้​หมอน แล้ว​รีบ​กระโดด​ออก​ไป​ทาง​หน้าต่าง

ooooooo

เพชร​ลัดเลาะ​ซ่อน​ตัว​หนี​มา​ตาม​พุ่ม​ไม้​ที่​สนาม เขา​ชะงัก​เมื่อ​ได้ยิน​เสียง​เพลง​จาก​แผ่นเสียง​แว่ว​มา​ใน​ยาม​ดึก เงย​มอง​ไป​ที่​ห้อง​นอน​ดา​ลิน เห็น​เงา​เธอ​เคลื่อนไหว​อยู่​หลัง​ม่าน ตัด​สิน​ใจ​ปีน​ขึ้น​ไป​แอบ​ดู​ที่​ระเบียง

ดา​ลิน​ที่​ใบหน้า​หมองคล้ำ เดิน​แปรง​ผม​ใจลอย​มา​ที่​ระเบียง เพชร​พรวด​เข้า​เอา​มือ​ปิดปาก​ดึง​ออก​ไป​โดย​เร็ว

เพชร​กอด​ดา​ลิน​ไว้​ด้วย​ความ​รัก​และ​คิดถึง กระซิบ​เรียก​ที่​ข้าง​หู “คุณ​ดา...”

ดา​ลิน​ดิ้น อ้อน​วอ​นอ​ย่าง​ขวัญ​เสีย​ว่า อย่า​ทำ​อะไร​

ตน​เลย อยาก​ได้​อะไร​ก็​เอา​ไป​เถอะ จน​เพชร​บอก​ว่า

“คุณ​ดา นี่​ผม​เอง​นะ​ครับ คุณ​ดา​จำ​ผม​ไม่ได้​เหรอ ไม่​ต้อง​กลัว​หรอก​ครับ ผม​ไม่​มี​ทาง​ทำร้าย​คน​ที่​ผม​รัก​หรอก”

“อย่า​เอา​ฉัน​ลง​ไป​เกลือกกลั้ว​กับ​คน​หน้าไหว้หลังหลอก​อย่าง​แก แก​มัน​ก็​คือ​ไอ้​โจร​ที่ทาง​การ​ต้องการ​ตัว​นะ ดาม​พ์​บอก​ฉัน​หมด​แล้ว”

“ดาม​พ์​งั้น​เหรอ!” เพชร​โกรธ​ทันที​ที่​ได้ยิน​ชื่อ​นี้ “คุณ​ดา​รู้​ไหม​ว่ามัน​ทำ​อะไร​บ้าง คน​ที่​ขน​สมบัติ​ของ​ชาติ​ไป​ขาย​เป็น

​คน​ดี​เหรอ ผม​บอก​ท่าน​อธิบดี​รู้​เรื่อง​นี้​หมด​แล้ว”

“แก​ใส่ร้าย​เขา” ดา​ลิน​ตวาด ทำเอา​เพชร​อึ้ง​ที่​ดา​ลิน​เปลี่ยน​ไป​ได้ถึง​ขนาด​นี้ จังหวะ​นั้น​เอง ดา​ลิน​เอา​หวี​ใน​มือ​จะ​แทง​เพชร แต่​เห็น​ตะกรุด​ที่​คอเขา​เสีย​ก่อน เธอ​จ้อง​ตะกรุด พลัน​ก็​เกิด​แสงสว่าง​จ้า​ที่​ตะกรุด​สะท้อน​เข้า​ตาจน​เธอ​ปล่อย​

หวี​ตก ยกมือ​ขึ้น​บัง​แสง ผงะ​ถอย​ออก​ไป เพชร​ถาม​อย่าง​เป็น​ห่วง

“คุณ​ดา...คุณ​เป็น​อะไร...คุณ​กลัว​ตะกรุด​นี้​เหรอ...”

เมื่อ​ดา​ลิน​ยัง​ถอย​หนี เพชร​เอะใจ​รีบ​ถอด​ตะกรุด​เอา​แตะ​ที่​หน้าผาก​เธอ ดา​ลิน​แผด​เสียง “กรี๊ด​ดดด” แล้ว​หมด​สติ​ล้ม​ลง เพชร​รับ​ไว้​ทัน มอง​ดา​ลิน​ที่​แน่​นิ่ง​ใน​อ้อม​แขน​อย่าง​เป็น​ห่วง

ooooooo

ตอนที่ 14

ยิ่งยศเดินอาดๆเข้าไปที่หาญซึ่งยืนมองเสือเมฆที่หายใจรวยรินแผ่วเต็มที ส่งปืนให้หาญ สั่งเลือดเย็น

“จบงานให้ข้าเสียที”

หาญรับปืนไปถือ เล็งไปตรงหน้า ร่างเสือเมฆซีด เพราะถูกผีดูดเลือดไปเกือบหมดแล้ว หาญจับปืนเล็งมือสั่น ตาแดงก่ำ ต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนัก

แม้เสือเมฆจะหายใจแผ่วลงทุกที แต่ตาจ้องเขม็งที่หาญไม่กะพริบ พึมพำ

“ทำไม...”

“อีกไม่นานหรอก ข้าจะตามไปชดใช้สิ่งที่ข้าทำกับพี่กับไอ้ชัด”

สิ้นเสียงหาญ เสียงปืนก็แผดขึ้น หาญทิ้งปืน มือไม้อ่อนแรงก้มหน้าร้องไห้โฮ อย่างสุดกลั้น

เสือเมฆถูกยิงที่แสกหน้า ตาที่จ้องหาญยังมองค้างอยู่...

“ทำได้ดีมาก ไปคุยกันต่อในนรกก็แล้วกันนะ” เสียงยิ่งยศดังขึ้น แล้วตวาดเหี้ยม “ถึงเวลาของแกแล้ว ไอ้หาญ!”

หาญลุกขึ้นหันเผชิญหน้ายิ่งยศ ฝ่ายนั้นเอาปืนจี้เดินเข้าหา

“เอาเลย ข้าพร้อมแล้ว” หาญร้องท้า

หาญหลับตารอความตาย ยิ่งยศยิ้มสะใจค่อยๆเหนี่ยวไก

ทันใดนั้น กระสุนจากปืนกลก็พุ่งเข้ามา ดามพ์กับพวกตำรวจพากันหลบหาที่กำบัง ยิ่งยศเองก็วิ่งไปหลบหลังต้นไม้

พริบตานั้น เพชรขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามากลางวง ที่คอมีตะกรุดห้อยไว้ กระทิงซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์มาด้วย กระทิงเป็นคนถือปืนกลยิงพวกตำรวจตายไปสามนาย

ยิ่งยศที่หลบอยู่หลังต้นไม้ ตระหนักในทันทีว่าเพชรเลือกที่จะอยู่ข้างหาญ เขาตะโกนอย่างบ้าเลือด

“ฆ่ามัน! มันเป็นผู้ร้าย ฆ่ามัน!”

สิ้นเสียงยิ่งยศ ตำรวจที่หลบอยู่รอบๆก็ระดมยิงเข้ามาราวกับห่าฝน เพชรทิ้งมอเตอร์ไซค์วิ่งไปที่หาญร้องบอก “หนีเร็ว” แล้วดึงหาญไปหลบที่ข้างรถเสือเมฆ โดยมีกระทิงคอยยิงคุ้มกันให้

พวกตำรวจยังระดมยิงใส่ ถูกกระทิงยิงร่วงไปอีก 6 คน

ที่ข้างรถเสือเมฆ เพชรลากหาญมาหลบที่นั่น หาญถามเพชรอย่างเตือนสติว่า

“หมวด หมวดกำลังทำอะไรอยู่รู้ไหม”

“ไม่รู้ รู้แต่ว่าแกจะตายไม่ได้ จนกว่าจะตอบคำถามของฉันก่อน”

“ไม่” หาญตะโกนใส่

ooooooo

ดามพ์พยายามไปหายิ่งยศ เมื่อไปถึงหลังต้นไม้ที่ยิ่งยศหลบอยู่ เขาถาม

“เอาไงดีครับนาย”

ยิ่งยศมองไปทางพวกเพชรที่ระดมยิงมาไม่หยุด ตาแดงก่ำด้วยความแค้น สั่งดามพ์

“หลบไป ฉันเอง!”

ว่าแล้วก็หยิบมีดหมอออกมาปาดที่มือตัวเองจน

เลือดพุ่ง เอาเลือดทามีดหมอ พริบตานั้น วิญญาณร้ายสีดำก็ลอยออกมาพอยิ่งยศอ้าปาก วิญญาณเหล่านั้นลอยหายเข้าไปในตัวเขา

เมื่อยิ่งยศลืมตาขึ้นมาอีกที ปรากฏว่านัยน์ตาเขามีแต่ตาดำ จนดามพ์ผงะตกใจกลัวถอยหลบฉากออกไป

ooooooo

ที่ข้างรถเสือเมฆ หาญไม่ต้องการให้เพชรกลายเป็นคนร้ายเพราะช่วยตน เขาสลัดตัวจากเพชร จะวิ่งออกไปให้พวกตำรวจยิงตาย

กระทิงเอาศอกถองเข้าที่หน้าหาญจนหงายเอาปืนจี้ เพชรร้องห้าม กระทิงจึงลดปืนลง ด่าหาญ

“ไอ้โง่ หมวดว่าเอ็งเป็นคนเดียวที่รู้ว่าใครใส่ร้ายข้า ฉะนั้นเอ็งห้ามตาย ถ้าข้าไม่อนุญาต”

ทันใดนั้น ยิ่งยศโผล่พรวดออกมายืนข้างหลังกระทิง ในมือมีมีดหมอเงื้อจะฟันกระทิง แต่หาญเห็นก่อนพุ่งเข้าผลักกระทิงพ้นมีดหมอไปเส้นยาแดงเดียว กระทิงล้มลงไปนั่งจุก

ยิ่งยศหันกลับมาจ้องเพชรอย่างแค้นใจ เพชรตกใจที่เห็นยิ่งยศมีแต่ตาดำ อุทาน

“พ่อ...”

“ฉันไม่ใช่พ่อแก...” ยิ่งยศตะคอก กำมีดหมอจนมือสั่นอย่างแค้นใจ

หาญกลัวยิ่งยศจะทำร้ายเพชร พุ่งเข้าไปหยิบปืนของกระทิงยิงไปทันที ปรากฏว่าไม่ระคายผิวเขาเลย ยิ่งยศเดินเข้าหาหาญอย่างดุร้าย

หาญถอยไปจนถึงร่างเสือเมฆ นึกได้รีบคลำที่ชายพกของเสือเมฆ เจอขวดกุมารทองเข้า รีบเปิดขวดออก บอกเจ้าทอง

“เอ็งช่วยข้าทีไอ้ทอง”

เจ้าทองพยักหน้าแล้วพุ่งเข้าใส่ยิ่งยศ ชนยิ่งยศจนกระเด็นไปกระแทกต้นไม้

หาญหันพยักหน้าให้เพชรกับกระทิงแล้ววิ่งนำไป ทั้งสองรีบวิ่งตามทันที

ooooooo

ยิ่งยศตั้งหลักได้ มองหาญกับเพชรและกระทิงคำราม

“คิดว่าจะหนีข้ารอดงั้นเรอะ!”

ยิ่งยศกำตะปูจากกระเป๋าเสื้อมาว่าคาถา พอแบมือเป่าออกไป ตะปูเป็นห่าฝนก็พุ่งเข้าตัวหาญจากข้างหลังจนหาญเซ แผดเสียงลั่น

“อ๊ากกกก...” เมื่อเพชรวิ่งมาประคอง หาญผลักออก “ไม่ต้องช่วยข้า หนีไป”

“ไม่ ถ้าหนีก็หนีด้วยกัน ไม่งั้นก็ตายด้วยกันตรงนี้” เพชรไม่ยอมหนี ต่างจ้องตากันนิ่ง เมื่อหาญเห็นเพชรไม่ยอมหนีจึงยันกายลุกขึ้น

เพชรเข้าประคองหาญ กระทิงฝืนใจเข้าไปช่วยประคอง หาญอีกข้างหนึ่งพากันหลบไป

อึดใจเดียวยิ่งยศก็นำพวกดามพ์กับตำรวจที่เหลืออีกเพียงคนเดียววิ่งเข้ามา ดามพ์สั่งตำรวจให้ตามไป ยิ่งยศยก มือห้าม

“ไม่ต้อง ปล่อยมันไปก่อน ประวัติศาสตร์จะได้ซ้ำรอย ฮ่ะๆๆๆ”

ยิ่งยศระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง วางแผนใส่ร้ายเพชรให้กลายเป็นโจรเหมือนหาญอีกคน

ที่บ้านพักจ่าเฉย...

จ่าเฉยในชุดตำรวจวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามากวาดตามองไม่เจอใครก็ตะโกนเรียกรวดเดียวทั้งสามเซียน  อึดใจเดียว เซียนช้างก็ออกมาในชุดผ้าขาวม้า บ่นเสียงดัง

“รู้แล้วตะโกนอยู่ได้ ข้าอยู่ในส้วม อะไรนักหนาวะ”

จ่าเฉยบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว ถามหาจงอางกับกระทิง จงอางส่งเสียงมาก่อน แล้วเดินควงปืนเข้ามาบ่นว่าให้อยู่เฉยๆ แบบนี้ ตนเบื่อจะแย่อยู่แล้ว

“ข้าเพิ่งรู้ข่าวมา ผู้การฯยิ่งยศแอบย้ายตัวเสือหาญไปแล้ว” จ่าเฉยพูดไปหอบไป

จงอางโวยวายอย่างหงุดหงิดว่า ไหนบอกว่าจะให้เราช่วยไง จ่าเฉยบอกว่า ตนไม่รู้ว่าหมวดเพชรหายไปไหน แล้วนึกได้ถามหากระทิงว่าอยู่ไหน

ไม่ทันมีใครพูดอะไร เสียงปืนก็ดังขึ้นนัดหนึ่ง จ่าเฉยสะดุ้งเฮือกร้องเฮ้ย แล้วทุกคนก็พากันหลบ จงอางโผล่ออกมาตะโกนถาม

“ไอ้บ้าที่ไหนมันกล้ามาแหย่หนวดเสือวะ”

จ่าเฉยย่องไปแอบดูที่หน้าต่าง เห็นตำรวจล้อมบ้านอยู่ พอเห็นเป็นตำรวจจ่าก็ถอนใจ พูดอย่างโล่งอกว่าพวกเดียวกัน คุยกันได้ สงสัยจะเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ

จ่าถือปืนชูขึ้นเหนือหัว เดินออกไป พลางทักสบายๆ

“พรรคพวก นี่ฉันเอง จ่าเฉย”

เสียงปืนระดมยิงเข้ามาที่จ่าทันที จ่าทรุดฮวบ พูดได้แค่ “ท...ทำ...ไม...” แล้วกระอักเลือดตาย เซียนช้างที่แอบดูอยู่ตกใจตะลึงงัน ในขณะที่จงอางตะโกนลั่น

“ไอ้เฉย...” แล้วตะคอกถามตำรวจ “พวกเอ็งทำแบบนี้ได้ไงวะ”

ไม่มีเสียงตอบ แต่ดามพ์ที่นำกำลังตำรวจ 5 นายมาล้อมบ้าน ยกมือโบกให้สัญญาณตำรวจกระจายกำลังกันบุกเข้าไปในบ้าน จงอางกระโดดหน้าต่างออกมายิงใส่ตำรวจถูกคนหนึ่งที่ไหล่จนทรุด

ดามพ์เห็นดังนั้นรีบหาที่กำบังเพื่อยิงจงอาง แต่พอมองไปอีกทีปรากฏว่าจงอางหายไปแล้ว ไม่ทันที่ดามพ์จะทำอะไรเขาก็ถูกจงอางล็อกคอจากข้างหลัง จงอาจใช้มีดสั้นสู้ ส่วนดามพ์พยายามใช้ปืน

ตำรวจที่เหลืออีก 4 นาย บุกเข้าไปในบ้านพักหมายเล่นงานเซียนช้าง เซียนช้างถูกยิงแต่ไม่เป็นอะไร พลันก็เป่าคาถาธนูที่หมัด แล้วซัดใส่ตำรวจทั้ง 4 นาย จนกระเด็นกันไปไม่เป็นท่า เซียนช้างรีบออกไปนอกบ้านทันที

ดามพ์ที่สู้กับจงอาง ถูกจงอางเตะตัดขาล้มลง เขาพยา– ยามจะคว้าปืนที่ทำหล่นแต่ไม่ทัน จงอางพุ่งเข้าแทงสุดแรง แต่ไม่เข้า จงอางมองอึ้ง อุทาน

“เอ็งเล่นของ”

“กว่าจะรู้ก็สายไปแล้ว” ดามพ์เยาะเย้ย แล้วยิงจงอางในระยะเผาขน พอจงอางเซถลาก็ตามไปยิงซ้ำจนร่างพรุน ตายคาที่...

ooooooo

ที่อีกมุมหนึ่ง เซียนช้างกำลังปะทะกับตำรวจที่เหลือ พอเห็นจงอางถูกยิงร่างพรุนตายไปอีกคนก็แผดเสียงด้วยความแค้น พุ่งเข้าอัดตำรวจที่อยู่ใกล้จนกระเด็น แล้วซัดหมัดธนูมือใส่ดามพ์เกิดระเบิดขึ้น แต่ดามพ์หลบทันเขาสั่งตำรวจให้ยิง

ตำรวจที่เหลือยิงใส่เซียนช้างทันที เซียนช้างพนมมือว่าคาถาเกิดครอบแก้วห่อหุ้มตัวไว้ กระสุนเจาะไม่เข้า ดามพ์เห็นดังนั้น ควักกระสุนลงอักขระใส่แทนกระสุนธรรมดา

กระสุนลงอักขระของดามพ์ เจาะครอบแก้วเข้าไปถูกขาเซียนช้างจนทรุดลงทันที

“ถึงลื้อจะมีวิชาดี ก็ต้านกระสุนอาคมของอั๊วไม่ได้หรอก” ดามพ์เยาะเย้ย

เซียนช้างตกใจมาก รีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไปในบ้าน ดามพ์สั่งตำรวจที่เหลือให้อยู่ข้างนอก ตนจะตามเข้าไปจับเซียนช้างด้วยตัวเอง

ooooooo

ดามพ์วิ่งเข้าไปในห้อง เห็นเซียนช้างวิ่งเข้าห้องน้ำพอดี เขาปราดไปเปิดประตูผัวะ แต่ไม่มีใครอยู่ในนั้น หารู้ไม่ว่าเซียนช้างมาปรากฏตัวอยู่ข้างหลังเขาแล้ว เซียนช้างถีบดามพ์ไปกระแทกผนังห้อง แล้วซัดหมัดธนูใส่ พริบตานั้นร่างดามพ์หายวับไป แล้วไปปรากฏตัวข้างหลังเซียนช้างเอาปืนจี้เอวไว้

“คิดว่าลื้อจะกำบังตัวเป็นคนเดียวรึไง” ดามพ์เย้ยหยัน

“พวกข้าทำผิดข้อหาอะไร ตำรวจถึงต้องลงมือฆ่าแกงกันแบบนี้” เซียนช้างถาม เมื่อรู้ว่าเสียที ตัวเองเป็นรองแล้ว

“ข้อหาซ่องโจรน่ะสิ”

“เฮ้ย...หมวดเพชรขอให้ข้ามาทำงานด้วย เอ็งไม่รู้เหรอ”

“ก็เพราะลื้อเลือกช่วยคนผิดน่ะซิ ถึงต้องพบจุดจบแบบนี้ อั๊วเสียดายฝีมือลื้อจริงๆ”

ดามพ์จ่อปืนเข้าใส่ เซียนช้างตาเหลือก ร้องขอว่าตนยังไม่อยากตาย ดามพ์แกล้งยิงเฉียดๆพอเสียงปืนเงียบ เซียนช้างค่อยๆลืมตาขึ้น หน้าซีดเผือด

“ตอนนี้ คาถาบทไหนก็ช่วยลื้อไม่ได้หรอก ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ก็ต้องเลือก” ดามพ์เสนอข้อแลกเปลี่ยน

ooooooo

กระเต็นกำลังเดินกลับมาที่บ้านพัก เห็นชาวบ้านมายืนมุงกันอยู่เต็มไปหมด รีบเดินเข้าไปถามว่าทำไมคนมากันเยอะแยะ มีอะไรกันหรือ

“นังหนู ที่นี่มันซ่องโจรนะ เห็นเขาว่าเป็นพวกเดียวกับไอ้เสือเมฆ เสือหาญด้วย ตำรวจเลยยิงตายหมด น่ากลัวจริงๆ”

กระเต็นตกใจหน้าเผือด แหวกชาวบ้านจะเข้าไปดูข้างใน พลันก็เห็นเซียนช้างถูกใส่กุญแจมือพามาขึ้นรถกระบะส่วนตำรวจที่เหลือท่าทางสะบักสะบอมทุกคน ทั้งหมดช่วยกันแบกศพจ่าเฉยกับจงอางมาวางที่พื้นใกล้ๆท้ายรถ

“ไม่จริง...ไม่จริง” กระเต็นพึมพำเบาๆ ดามพ์เดินออกมา เธอกลัวดามพ์เห็นเลยค่อยๆหลบไปอยู่หลังชาวบ้าน

ดามพ์เดินมาเปิดผ้าดูหน้าจ่าเฉยกับจงอางอีกครั้งแล้วปิดไว้ตามเดิม สั่งตำรวจให้ยกร่างของทั้งสองใส่ท้ายรถกระบะ

กระเต็นเดินร้องไห้ออกมา เธอกลั้นไว้ไม่ให้มีเสียง มีแต่น้ำตาและร่างที่สะเทือนเพราะแรงสะอื้น เดินหลบผู้คนออกไป พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่หัวใจกำลังแตกสลาย...

รุ่งขึ้น ที่ห้องทำงานของอธิบดีชาญชัยที่กองปราบ ดาลินเข้าไปถามผู้เป็นพ่ออย่างร้อนใจว่า

“ทำไมคุณพ่อไม่บอกดา ดาได้ยินข่าวจากวิทยุแล้ว

มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดใช่ไหมคะ...บอกดามาสิคะว่าไม่จริง”

ไม่ทันที่ชาญชัยจะพูดอะไร เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ประตูเปิดออก ยิ่งยศพาดามพ์เข้ามา ดาลินปราดเข้าไปถามยิ่งยศทันทีว่า

“คุณอา เพชรไม่ได้ทำแบบนั้นใช่ไหมคะ ไม่จริงใช่ไหมคะ”

ยิ่งยศมองหน้าดาลิน ทำเป็นอึดอัดใจ แล้วหันมองชาญชัย เชิงขอความเห็น เมื่อชาญชัยพยักหน้าเขาจึงบอกดาลินว่า

“จริงหนูดา เพชรทำแบบนั้นจริงๆ เขาช่วยเสือหาญหนีจนฆ่าตำรวจไปหลายนาย อาเสียใจกับสิ่งที่เพชรทำจริงๆ”

ดาลินอึ้งพึมพำเสียงแผ่วในลำคอ “ไม่...”

ดามพ์จับตาดูอยู่อย่างสะใจ ได้ทีรีบรายงานชาญชัยเอาหน้าว่า

“นายช้างยอมเป็นพยานให้เราและบอกความจริงทุกอย่างแล้วครับท่าน มันบอกว่า หมวดเพชรรวบรวมกำลังอยู่ที่บ้านพักตำรวจก็เพื่อวางแผนช่วยเสือหาญครับ”

ดาลินบอกชาญชัยว่ายังไงตนก็ไม่เชื่อ เพชรจะทำอย่างนั้นทำไม เชื่อว่าต้องมีคนใส่ร้ายเขาแน่ๆ

ชาญชัยไม่สนใจ หันไปถามยิ่งยศว่า “แล้วเหตุจูงใจล่ะ คุณพอจะทราบไหม”

ยิ่งยศตีหน้าเศร้า เล่นบทผิดหวัง เสียใจ ก้มหน้าพูดเสียงสะเทือนใจว่า

“ขอโทษครับท่าน” แล้วเงยหน้าขึ้นนิ่งเหมือนทำใจก่อนจะพูดว่า “ผมเพิ่งทราบความจริงว่า เพชรเป็น...เป็นลูกของเสือหาญครับ เขาคอยเป็นไส้ศึกให้เสือหาญมาสักพักแล้ว ที่จะแต่งงานกับคุณหนูดาลิน ก็เพื่อใช้อำนาจบารมีลบความผิดให้พ่อที่แท้จริงของเขา”

หลังจาก​นิ่ง​อึ้ง​ไป​อึดใจ ดา​ลิ​นบ​อก​ชาญชัย​อย่าง​มั่นใจ​ว่า “เพชร​ไม่​ทำ​แบบ​นั้น​หรอก”

“อา​ก็​พยายาม​คิด​อยู่ แต่...มัน​เป็น​เรื่อง​จริง​หนู​ดา ก่อน​ที่​แม่​ของ​เพชร​จะ​แต่งงาน​กับ​อา เขา​เคย​เป็น​คู่รัก​กับ​เสือ​หาญ​มา​ก่อน”

ดา​ลิน​ถึงกับ​เข่า​อ่อน​ทรุด​นั่ง​ที่​โซฟา ยิ่ง​ยศ​มอง​หน้า​ชาญชัย​เอ่ย​อย่าง​สะเทือนใจ​ว่า

“ผม​ขอ​ลา​ออก​เพื่อ​ชดใช้​ใน​การ​กระทำ​ของ​เพชร​ครับท่าน”

“ไม่​ต้อง​หรอก แค่​นี้​คุณ​ก็​เจอ​มา​หนัก​พอ​แล้ว” ชาญชัย​พูด​อย่าง​เห็นใจ เมื่อ​ยิ่ง​ยศ​จะ​แย้ง เขา​ตัดบท​ว่า “ขอ​ให้​อยู่เพื่อ​ทำ​หน้าที่​อย่าง​สุด​ความ​สามารถ ผม​ไม่​อยาก​จะ​เสีย​ตำรวจดีๆ อย่าง​คุณ​ไป”

ยิ่ง​ยศ​ทำ​หน้า​ตื้นตันใจ​สุดๆ เอ่ย​อย่าง​ซาบซึ้ง​ใจ​ว่า

“ครับ​ท่าน ผม​สัญญา​ว่า​จะ​ลาก​ตัว​เพชร​และ​เสือ​หาญ​กลับ​มา​รับ​โทษ​ให้​ได้”

ชาญชัย​พยัก​หน้า​อย่าง​ให้​กำลังใจ​เปิด​ทาง​ให้​ทำ​งาน​ให้​เต็มที่ ดาม​พ์​ลอบ​มอง​ดา​ลิน​ที่นั่ง​เศร้า​อยู่​อย่าง​สะใจ เพราะ​เมื่อ​เพชร​ไม่​อยู่​แล้ว ทาง​ของ​ตน​ก็​สะดวก เตรียม​เสียบ​แทน​เต็มที่

ที่​ห้อง​ขัง​ใน​กอง​ปราบ เซียน​ช้าง​อยู่​ใน​ห้อง​ขัง ดามพ์​ยืน​อยู่​หน้า​ห้อง​ขัง ดาม​พ์​ส่ง​ซอง​ใส่​เงิน​ให้​เซียน​ช้าง​ซอง​หนา​พอ​สมควร เซียน​ช้าง​รับ​ซอง​ไป​ด้วย​ความ​ดีใจ

“รางวัล​ของ​ลื้อ นี่​แค่​งวด​แรก​นะ” ดาม​พ์​บอก

ได้​รับ​เงิน​แล้ว เซียน​ช้าง​ถาม​กลัวๆว่า “แต่ข้าใส่ความพวก​หมวด​เพชร​แบบ​นั้น ถ้า​พวก​มัน​ย้อน​กลับ​มา​เล่น​งานข้าล่ะ”

“พรรคพวก​มัน​ตาย​หมด​แล้ว ที่​เหลือ​ก็​ถูก​ทางการ​ตาม​ล่า ลื้อ​จะ​กลัว​อะไร​อีก ต่อ​ไป​นี้​ลื้อ​มา​เป็น​คน​ของ​อั๊วใครก็​ทำ​อะไร​ลื้อ​ไม่ได้ จะ​ทำ​มา​หากิน​อะไร รับ​รอ​งทาง​สะดวกแน่” ดาม​พ์​พูด​อย่างผู้​ยิ่ง​ใหญ่จน​เซียน​ช้าง​ยกมือ​ไหว้​สอพลอ​ว่า

“นาย​จะ​ให้​ข้า​รับ​ใช้​อะไร​ก็​บอก​ได้​เลย ข้า​ยินดีทุกอย่าง”

“ดี...ให้​มัน​ได้​แบบ​นี้​ซิ” ดาม​พ์​ยิ้ม​พอใจ ก่อน​เดินกลับไป

ooooooo

เมื่อ​ยิ่ง​ยศ​กลับ​ถึง​บ้าน ขณะ​กำลัง​คลอเคลีย​กับ​ชิด​ใจ​อยู่​นั้น เกศินี​เข้า​มา​ถาม​ทั้ง​น้ำตา​ว่า

“ไหน​คุณ​รับปาก​แล้ว​ว่าจะ​ไม่​ทำ​อะไร​ตา​เพชร แล้ว​ทำไม​ถึง​เป็น​แบบ​นี้”

ยิ่ง​ยศ​ถาม​ยียวน​ว่า​รู้​เรื่อง​ด้วย​หรือ เกศินี​น้ำตา​ไหลพราก เข้า​ทุบตี​ยิ่ง​ยศ ตัดพ้อ​ต่อว่า ถาม​ว่า​ทำ​กับ​ลูก​อย่าง​นี้ได้ยังไง ใจร้าย​ที่สุด

ชิด​ใจ​ทำ​จริต​วี้ดว้าย​หลบ​ไป​อยู่​หลัง​ยิ่ง​ยศ ส่วน​ยิ่ง​ยศ​รวบ​มือ​ทั้ง​สอง​ข้าง​ของ​เกศินี​ผลัก​เธอ​จน​ล้ม​นั่ง​กับ​พื้น ตะคอกใส่

“ก็​เพราะ​มัน​ไม่​ใช่​ลูก​ฉัน​ไง ฉัน​ให้โอกาส​มัน​แล้วแต่​เชื้อ​มัน​ไม่​ทิ้ง​แถว ลูก​โจร มัน​ก็​ต้อง​เป็น​โจร​เหมือน​พ่อมันนั่นแหละ​มัน​เลือก​ของ​มัน​เอง”

ชิด​ใจ​ได้ทีผสมโรง​ด่า​เกศินี​ว่า​คบชู้​กับ​โจร แถม​ยังเอา​ลูก​โจร​มา​เลี้ยง​อีก แล้ว​ทำ​เป็น​ถาม​ยิ่ง​ยศ​เขย่า​ขวัญ​เกศินี​ว่า

“ชิด​ใจ​ฟัง​ข่าว​มา ตอน​นี้​เขา​ประกาศ​จับตาย​ทั้งเสือเพชร เสือ​หาญ​ใช่​ไหม​คะ”

“ใช่” ยิ่ง​ยศ​ตอบ​แล้ว​หัน​พูด​กับ​เกศินี “เอา​แบบ​นี้ ถ้าเธอ​คิดถึง​ผัว​กับ​ลูก​มาก เดี๋ยว​ฉัน​จะ​รีบ​ตาม​ล่า​แล้ว​ตัด​หัว​เอา​มา​ให้​เธอ​ดี​ไหม” พูด​แล้ว​เดิน​เข้าไป​บีบ​หน้า​เกศินี​จ้อง​หน้า​เหี้ยม

เกศินี​ตระหนก​จน​ตัว​สั่น ร้องขอ​อย่า...อย่า...ยิ่ง​ยศ​หัวเราะ​สะใจ ถาม​ว่า​อย่า​ช้า​ใช่​ไหม ตอก​ย้ำ​ให้​เธอ​ขวัญ​เสียว่า

“รับรอง​ทันใจ​เธอ​แน่ เธอ​อยาก​เห็น​หัว​ใคร​ก่อน​ล่ะ ไอ้​เพชร หรือ​ว่า​ไอ้​หาญ​ดี บอก​ฉัน​มา​ซิ ว่า​คน​ไหน​ก่อนฉันจะรีบ​ตัด​หัวมัน​มา​ให้​เธอ​ดูตรง​หน้า​นี้​เลย ดี​ไหม”

ยิ่ง​ยศ​คาดคั้น​ข่มขู่​เสีย​จน​เกศินี​เป็น​ลม เขา​ปล่อย​เธอ​ทั้งที่​เป็น​ลม​ไม่ได้​สติ​อย่าง​ไม่​สนใจ แล้ว​เดิน​ประคอง​ชิดใจออกไป

เกศินี​ถูก​พา​ไป​นอน​ที่​ห้อง​คนใช้ โดย​มี​เดือน​คอย​ดูแล​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง จน​เมื่อ​เธอ​รู้สึก​ตัว คำ​แรก​ที่​เอ่ย​ออก​มาคือ

“เพชร...เพชร...”

เดือน​ประคอง​เกศินี​ลุก​ขึ้น เธอ​ถาม​ว่า​ทำไม​ตน​ถึง​มา​อยู่​ที่​นี่ เดือน​หลบตา​ไม่​กล้า​พูด เกศินี​เดา​ได้​ว่า​เป็น​คำสั่ง​ของ​ยิ่ง​ยศ ​เธอ​บอก​เดือน​ว่า​ช่าง​มัน​เถอะ ตน​อยู่​ไหน​ก็ได้ ขออย่างเดียว ขอ​ให้​เขา​สอง​คน​ปลอดภัย​ก็​พอ

“โถ...คุณ​ผู้หญิง...” เดือน​พึมพำ​น้ำตา​คลอ

ooooooo

ที่​ซอก​หนึ่ง​ใน​สำนัก​อิสุโร เพชร​ประคอง​หาญ​เข้าไป​นั่ง กระทิง​คอย​ดู​ลาดเลา​อยู่​ไม่​ไกล​นัก พูด​อย่าง​ไม่​ยอม​รับ​ความ​คิด​ของ​หาญ​ว่า​ทำไม​ตน​ต้อง​เชื่อ​เขา พา​กัน​มา​หลบ​อยู่​ที่​นี่ แม้​หาญ​จะ​เจ็บปวด เหน็ดเหนื่อย แต่​ก็​พยายาม​ชี้แจง​ว่า

“เพราะ​ที่​ที่​อันตราย​ที่สุด​คือ​ที่​ที่​ปลอดภัย​ที่สุด​นะ​ซิ ไอ้​ยิ่ง​ยศ​นึก​ไม่​ถึง​แน่ๆว่า​ข้า​จะ​พา​มา​หลบ​ที่​อิสุโร” เมื่อ​เพชร​ถาม​ว่า​ทำไม หาญ​เล่า​ความ​เป็น​มา​ว่า “เพราะ​เป็น​ที่​ที่เราสองคน​เติบโต​มา​ด้วย​กัน เรียน​วิชา​อาคม​ต่างๆกับ​อาจารย์​คน​เดียวกัน”

เพชร​ถาม​ว่า​แล้ว​แม่​ล่ะ หาญ​ไม่​พร้อม​ที่​จะ​เล่า เลยพูด​เลี่ยง​ไป​ว่า​เมื่อ​ปลอดภัย​แล้ว สอง​คน​ก็​ไป​ได้​แล้ว กระทิง​ถาม​อย่าง​หงุดหงิด​ว่า​จะ​ให้​ไป​ไหน ป่านนี้​ตำรวจ​ตาม​ตัว​พวกเรา​กัน​ให้​ควั่ก​แล้ว

“ใช่ ข้า​ถึง​ไม่​อยาก​ให้​เอ็ง​สอง​คน​เป็น​ตัว​ถ่วง​ข้า​ไง” หาญ​พูด​ให้​ทั้ง​สอง​คน​เจ็บใจ​จะ​ได้​ไป​เสีย

ได้​ผล ​กระทิง​โมโห​ลำ​เลิก​ว่า​ตน​กับ​หมวด​เพิ่ง​ช่วย​เขา​มา​หยกๆพูด​กับ​เพชร​อย่าง​เจ็บใจ​ว่า เห็น​ไหม​ช่วย​โจรกับ​ช่วย​หมา ช่วย​หมา​ยัง​ดี​กว่า​มัน​ยัง​รู้​บุญคุณ

“เอ็ง​ก็​เข้าใจ​ถูก​แล้ว วิสัย​โจร​อย่าง​ข้า​มัน​เลว​แบบ​นี้​แหละ แล้ว​ข้า​ก็​ไม่ได้​ขอ​ให้​พวก​เอ็ง​ช่วย​ด้วย ไป​สิ!”

กระทิง​ฮึดฮัด ส่วน​เพชร​นิ่ง​ไม่​ขยับ มอง​หาญ​ด้วยสายตา​ที่​เต็ม​ไป​ด้วย​คำ​ถาม ก่อน​ที่​จะ​เอ่ย​เนิบๆ

“มี​คน​บอก​ผม​ว่า คุณ​เป็น​คน​ให้​ตะกรุด​นี้​กับ​ผม”

“เอ็ง​นี่​มัน​น่า​รำคาญ ถ้า​พูด​กัน​ไม่​รู้​เรื่อง ข้า​ไป​เอง”

พอ​เห็น​หาญ​ขยับ​จะ​ไป​จริงๆเพชร​ถาม​โพล่ง​ขึ้นว่า “ผม​เป็น​ลูก​คุณ​ใช่​ไหม”

“หมวด​คง​เข้าใจ​ผิด ไอ้​เสือ​หาญ​ไม่​เคย​มี​ลูก” หาญตอบ​อย่าง​ฉุนเฉียว ขาดคำ​ก็​ร้อง​อย่าง​เจ็บปวด ล้ม​ลง​ดิ้น​พราดๆ เพชร​ตกใจ​รีบ​เข้าไป​ดู พลิก​ตัว​หาญ​ขึ้น​มา​แล้ว​เขา​ก็​ตะลึง​งันเมื่อ​เห็น​หน้า​หาญ​ดำ​คล้ำ

ไม่​เพียง​เท่านั้น เพชร​ยัง​เห็น​มี​อะไร​นูนๆขึ้น​มา​ใต้เนื้อ​ของ​หาญ แล้ว​ตื้น​ขึ้น​มาวิ่ง​เป็น​ริ้วๆอยู่​ใต้​ผิวหนัง หาญ​บิด​ตัวร้อง​อย่าง​เจ็บปวด เพชร​ไม่​รู้​จะ​ทำ​อย่างไร ได้​แต่​ร้อง​เรียก

“เสือ​หาญ...เสือ​หาญ...”

ooooooo

ที่​ป่าช้า​สำนัก​อิสุโร ยิ่ง​ยศ​ท่อง​มนต์​ดำ​อยู่​อย่าง​เร่งรีบ มี​ดาม​พ์​นั่ง​ดู​อยู่​อย่างสนใจ   เวลา​ยิ่ง​ผ่าน​ไป หาญ​ก็​ยิ่ง​ดิ้นรน​อย่าง​เจ็บปวด เพชร​พยายาม​ช่วย​เท่า​ที่​คิด​ว่า​จะ​ช่วย​ได้

เวลา​เดียวกัน​นั้น ยิ่ง​ยศ​ลืมตา​เห็น​ปลิง​เกาะ​อยู่ เขา​ท่อง​มนต์​บริกรรม​คาถา​ทันที ปลิง​ที่​เกาะ​อยู่​ค่อยๆเล็ก​ลง...เล็ก​ลง จน​หาย​วับ​ไป

หาญ​ยิ่ง​เจ็บปวด​บิด​ตัว​ไป​มา​แทบ​จะ​เป็น​ดิ้น​พราดๆ เพชร​พยายาม​ช่วย ถาม​ว่า​ทำ​อย่างไร​ถึง​จะ​ช่วย​เขา​ได้​ให้​บอก​มา

“ไม่​มี...ไป​เสีย ข้า​บอก​ให้​ไป” หาญ​ไล่​ท่า​เดียว แล้ว​กระอัก​เลือด​พ่น​โดน​หน้า​เพชร

ยิ่ง​ยศ​ยัง​อยู่​ที่​ป่าช้า พูด​กับ​ดาม​พ์​อย่าง​สะใจ​ว่า อีกไม่นาน​หาญ​จะ​ต้อง​เจ็บปวด​จน​ขาดใจ​ตาย แล้ว​หัวเราะ​ลั่น

ooooooo

ที่​ศาลา​ร้าง สำนัก​อิสุโร หาญ​หายใจ​แผ่ว​ลง​ทุกที กระทิง​เอา​มือ​ไป​รอ​ที่​จมูก​บอก​เพชร​ว่า ลม​หายใจ​เบา​ลง​เรื่อยๆแล้ว  ​เพชร​ไม่​รู้​จะ​ทำ​อย่างไร จึง​ค่อยๆทรุด​ตัว​ลง​นั่ง​พนม​มือ​หน้า​ซาก​พระ​พุทธรูป​ปาง​อุ้ม​บาตร​ที่​เก่า​แก่​จน​ผุ​พัง แล้ว​ภาวนา

“กุศล​ผล​บุญ​ใด​ที่​ลูก​ได้​เคย​สร้าง​สม​ไว้​ทั้ง​ใน​ชาติ​ก่อน​และ​ชาติ​นี้ ลูก​ขอ​อุทิศ​ให้​เจ้ากรรม​นายเวร​ของ​เสือ​หาญ อย่าได้​จอง​เวร​จอง​กรรม​เขา​อีก​เลย ถ้า​ลูก​กับ​เสือ​หาญ​มี​บุญ​บารมี​เกื้อกูล​ต่อ​กัน ขอ​ให้​ลูก​มี​โอกาส​ได้​ทดแทน...ด้วย”

พอ​เพชร​ก้ม​กราบ ก็​มี​แมว​กระโดด​แผล็ว​ผ่าน​หน้า​เขา​ไป เพชร​ชะงัก​หลบ​จน​เสียหลัก​หงายหลัง แต่​พอ​เงย​หน้า​ขึ้น​ก็​มอง​อึ้ง​เมื่อ​เห็น​ด้าน​บน​มี​รอย​หยด​น้ำ แล้ว​น้ำ​ก็​ค่อยๆย้อย​ลง​มา​ใน​บาตร​พระ​พุทธรูป

เพชร​ค่อยๆขอด​น้ำ​จาก​ก้น​บาตร​ที่​มี​อยู่​ไม่​มาก เอาไป​หยอด​ใส่​ปาก​หาญ หลับตา​พนม​มือ​สวด​อิ​ติ​ปิโส...​ไป​เรื่อยๆ หาญ​ค่อยๆสงบ​ลง จาก​นั้น​ก็​กระอัก​เลือด​สดๆออก​มา เลือดที่​กระอัก​ออก​มา​นั้น มี​ทั้ง​ปลิง​และ​ตะปู​ปน​ออก​มา​ด้วย

กระทิง​มอง​อย่าง​ไม่​เชื่อ​สายตา ส่วน​เพชร​หยุด​สวด ลืมตา​ดู​หาญ​อย่าง​โล่ง​ใจ

ooooooo

เพราะ​เสียใจ​กับ​เรื่องราว​ที่​เกิด​ขึ้น​กับ​เพชร ดา​ลิน​ ไป​นั่ง​ดื่ม​ใน​ไนต์คลับ​จน​เมา ฟุบ​อยู่​กับ​โซฟา ดาม​พ์​ที่​จับตา​ติดตาม​การ​เคลื่อนไหว​ของ​ดา​ลิน​ทุก​ฝี​ก้าว​อยู่​แล้ว เข้าไป​ปลุก

“คุณ​หนู...คุณ​หนู​เมา​มาก​แล้ว กลับ​บ้าน​เถอะ​ครับ”

ดา​ลิน​ลืมตา​ดู พอ​เห็น​เป็น​ดาม​พ์​ก็​พูด​อย่าง​ไม่​แยแส​ว่า​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​นาย​อย่า​มา​ยุ่ง ดาม​พ์​อ้อน​เอาใจ​ว่า​ตน​เป็น​ห่วง เมื่อ​ดา​ลิน​ตัดบท​ว่า​ตน​ดูแล​ตัว​เอง​ได้ พลาง​ยก​แก้ว​เหล้า​จะ​ดื่ม​อีก ดาม​พ์​คว้า​แก้ว​เหล้า​ไป ตัดสินใจ​พูด​ว่า

“คน​อย่าง​หมวด​เพชร ไม่​มี​ค่า​อะไร​ให้​คุณ​ดา​ต้อง​เสียใจ​เลย​นะ​ครับ เขา​เป็น​ลูก​โจร แล้ว​ตอน​นี้​เขา​กำลัง​จะ​เป็น​โจร​ตาม​พ่อ​เขา ​หมวด​เพชร​ไม่​เหมาะ​กับ​คุณ​ดา​เลย​นะ​ครับ ตัดใจ​เสียเถอะ​ครับ”

ดาม​พ์​พูด​ไม่ทัน​ขาดคำ ก็​ถูก​ดา​ลิน​ตบ​หน้า​ฉาด​ใหญ่ ตวาด​เมาๆ

“อย่า​มา​สะเออะ​บอก​ฉัน ว่า​ใคร​เหมาะ​ไม่​เหมาะ​กับ​ฉัน ถึง​เพชร​จะ​เป็น​ลูก​โจร แต่​ฉัน​ก็​รัก​เขา แล้ว​จะ​รัก​ตลอด​ไป... แต่​สำหรับ​คน​อย่าง​นาย แม้แต่​ขาอ่อน​ฉัน​ก็​อย่า​หวัง​ว่า​จะ​เห็น” พูด​แล้ว​เธอ​แย่ง​แก้ว​เครื่อง​ดื่ม​ไป​ดื่ม​จน​หมด

ดามพ์ลูบรอยที่ถูกตบ มองดาลินยิ้มเหี้ยมเมื่อเห็นเธอดื่มจนหมดแก้ว

ที่แท้ดามพ์แอบเทผงกระดูกผีที่เซียนช้างเอาจากตำหนักคนทรงของตัวเองให้ บอกว่านี่เป็นสุดยอดเสน่ห์ยาแฝด เอาไปใส่ในน้ำหรืออาหาร รับรองรายไหนรายนั้นไม่มีพลาด

ดังนั้น ชั่วอึดใจเดียว ดาลินก็มีอาการ เมื่อดามพ์พาเธอกลับไปส่งที่บ้าน เธอนอนกระสับกระส่ายจนทนไม่ได้ สุดท้ายตัดสินใจลุกขึ้นออกจากห้องไป

ดามพ์คอยท่าอยู่แล้ว เขาลุกมาเปิดประตู เห็นดาลินยืนอยู่เธอยิ้มให้อย่างยั่วยวนเชิญชวน เขายิ้มพอใจดึงเธอเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูทันที

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ทั่วทั้งบ้านของชาญชัยก็โกลาหลกันไปหมด เมื่อดาลินหายไปจากบ้าน ชาญชัยด่าพวกคนใช้อย่างเกรี้ยวกราดว่า อยู่กันยังไง คุณหนูหายไปทั้งคนไม่มีใครรู้เรื่องเลย เลี้ยงเสียข้าวสุก

ยิ่งยศที่มาที่บ้านแล้ว พูดปลอบเจ้านายให้ใจเย็นๆ ดาลินอาจจะไปค้างบ้านเพื่อนก็ได้ ถูกชาญชัยเสียงดังใส่ว่า ตนเช็กไปหมดแล้ว ดาลินไม่ได้ไปที่บ้านเพื่อนคนไหนเลย

“เอาอย่างนี้ ผมจะให้ตำรวจสายสืบช่วยออกตามอีกแรง” ยิ่งยศเสนออย่างเอาใจ พลางจะออกไป

“ดาอยู่นี่...” เสียงดาลินแว่วเข้ามา แล้วเธอก็เดินเกาะแขนดามพ์เข้ามาอย่างสดชื่น “ไม่ต้องไปตามที่ไหนให้วุ่นวายหรอกค่ะคุณพ่อ...ดาอยู่กับดามพ์เขาค่ะ...อยู่กันทั้งคืน”

ทุกคนอึ้งจนพูดไม่ออก ดามพ์เล่นบทอ่อนน้อม รีบยกมือไหว้ชาญชัย เอ่ยอย่างสำนึกผิดว่า

“ผมขอโทษครับ ที่เราสองคนชิงสุกก่อนห่าม แต่ผมรักคุณดาด้วยใจจริง และยินดีรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดครับ”

ชาญชัยอึ้งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะชักปืนออกมาจ้องไปทางดามพ์ ตวาดอย่างโมโหสุดขีดว่า

“นี่แกกล้าทำลายลูกสาวฉันเหรอ ตายเสียเถอะ!”

“อย่านะคะ” ดาลินพรวดออกไปบังดามพ์ไว้ “ถ้าพ่อยิงดามพ์ ดาจะตายตามเขา เราสองคนรักกันค่ะพ่อ”

ชาญชัยชะงัก ถามว่าแล้วเพชรล่ะ ลูกรักเพชรไม่ใช่หรือ ดาลินตอบอย่างไม่ต้องคิดว่า

“ดาคบกับเพชร เพราะเห็นแก่พ่อ ตอนนี้เราก็เห็นแล้วว่า ธาตุแท้ของเขาเป็นยังไง ดาไม่มีวันแต่งงานกับคนแบบนั้น ดามพ์เท่านั้น ที่จะอยู่กับดาค่ะ”

ฟังแล้วชาญชัยยิ่งงง ถามว่าอยู่กัน หมายความว่ายังไง ดาลินตอบอย่างไม่ตะขิดตะขวง ว่า

“ก็แปลว่าเขาจะย้ายมาอยู่ที่บ้านเรา วันนี้เลยนะคะดามพ์ ดาไม่อยากให้คุณห่างดาไปแม้แต่วันเดียว” เมื่อชายชัยถามว่าแล้วเรื่องแต่งงานล่ะ เธอตอบอย่างไม่แยแสว่า “มันก็แค่พิธีการเท่านั้น ความรู้สึกของสองคนต่างหากที่สำคัญ” พูดแล้วก็ควงแขนดามพ์ “ไปค่ะ ไปดูห้องเรากัน”

ชาญชัยหันมองยิ่งยศถามว่านี่มันอะไรกัน แล้วขอโทษที่ลูกสาวตนทำเรื่องขายหน้าแบบนี้

“ถ้าท่านหมายถึงเรื่องระหว่างคุณหนูกับ...อดีตลูกชายผม ไม่ต้องกังวลนะครับ มันจบไปแล้ว ท่านครับ ในฐานะผู้บังคับบัญชาของดามพ์ ผมขอรับรองนะครับ ว่าผู้กองดามพ์เป็นคนดี ท่านจะไม่มีทางผิดหวังกับลูกเขยคนนี้แน่นอนครับ”

ยิ่งยศสะใจอย่างยิ่งที่แผนการทุกขั้นตอนของตนสำเร็จง่ายดาย ส่วนชาญชัยจำต้องพยักหน้าอย่างเลยตามเลย

เมื่อยิ่งยศกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง โดยมีดามพ์ เกาะแจไปด้วย พอลับตาคน ยิ่งยศตบบ่าดามพ์ชมกึ่งแซวว่า

“ลื้อมันไม่ใช่เล่นนะ ในที่สุดก็เป็นลูกเขยอธิบดีจนได้” ดามพ์ยกความดีให้ยิ่งยศว่าถ้าเขาไม่ชี้ทางตนก็ไม่กล้าทำหรอก “มันเป็นวาสนาของลื้อต่างหาก ต่อไปนี้งานของเราก็จะสะดวกยิ่งกว่าเดิม แล้วเราสองคนก็จะรวยขึ้น...รวยขึ้นไปเรื่อยๆ ฮ่ะๆๆๆ”

เสียงหัวเราะอย่างเย้ยฟ้าท้าดินของยิ่งยศ กึกก้องไปทั้งห้อง...

ooooooo

ในโบสถ์ร้างของสำนักป่าอิสุธโร หาญลืมตาแล้วค่อยๆลุกขึ้นนั่ง เพชรเข้ามาถามว่าตื่นแล้วหรือ หาญมองหน้าเพชรอึดใจนึกอะไรได้ ถามว่า “เพชร... หมวดยังไม่ไปอีกเหรอ”

เพชรไม่ตอบแต่เอาน้ำมาให้ดื่ม หาญปัดทิ้งพยายามลุกขึ้นบอกว่าถ้าหมวดไม่ไปตนจะไปเอง เพชรจับแขนหาญไว้ ถูกหาญสะบัดพลิกตัวจับมือเพชรไพล่หลัง อีกมือค้ำคอเพชรไว้ พูดอย่างดุดัน

“ข้าขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย อย่ามายุ่งกับข้า”

“ผมไม่ได้ยุ่ง แต่ผมต้องการรู้ความจริง”

“ไม่มีความจริงอะไรทั้งนั้น อย่าคิดว่าหมวดช่วยข้าไว้แล้ว ข้าจะไม่กล้าฆ่าหมวดนะ ลืมไปแล้วหรอว่า ข้าคือไอ้เสือหาญ”

เพชรไม่สะทกสะท้าน ท้าว่าถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าเลย ต่างจ้องตา อย่างวัดใจกัน จนเพชรเป็นฝ่ายถามเสียงอ่อนแต่หนักแน่นว่า

“พ่อผมคือใครกันแน่” ทำให้หาญเริ่มรู้สึกหวั่นไหวแต่ยังปากแข็งว่า พ่อของหมวดก็คือผู้การยิ่งยศ เพชรสวน ไปทันทีว่า “งั้นเหรอ แล้วคนที่ให้ตะกรุดนี้กับแม่ผม คนที่ ยอมฆ่าพวกเดียวกันเพื่อช่วยคนรักของผม คนที่ยอมตายดีกว่าเปิดเผยความลับ ยอมเป็นตัวล่อเสือเมฆ ทั้งๆที่รู้ตัวว่า ตัวเองก็ต้องตายล่ะ คนคนนั้นคือใคร”

หาญถามเสียงอ่อนลงว่ารู้แล้วมันได้อะไรขึ้นมา ให้ความลับเป็นความลับก็ดีแล้ว

“ผมเป็นคนนะ คุณช่วยผมขนาดนี้ แล้วยังปกปิดความจริงผมทำไมอีก”

“เพราะหมวดควรมีพ่อที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ไอ้โจรชั่ว มือเปื้อนเลือดอย่างผมไง” หาญน้ำตาไหลอย่างสุดที่จะกลั้นได้

ทั้งสองมองหน้ากัน ต่างน้ำตาไหลพราก เพชรพูดเสียงเครือว่า

“แต่ถ้าไม่มีคุณ...ก็ไม่มีผมเหมือนกัน”

วินาทีนั้น หาญปล่อยมือที่ค้ำคอเพชร ตัดสินใจผลักเพชรออกไป ด่าไปร้องไห้ไป

“หมวดพูดบ้าอะไร กลับไปเสีย...หมวดควรจะมีชีวิตที่ดีเหมือนเดิม ได้แต่งงานกับลูกสาวอธิบดีกรมตำรวจ ต่อไปก็จะเจริญก้าวหน้าในอาชีพ อยู่อย่างมีเกียรติ ไม่ใช่ต้องมาหลบๆซ่อนๆแบบโจรอย่าง...” หาญตีบตันจนพูดไม่ออก

“อย่างคุณใช่ไหม...ใช่ไหม” เมื่อหาญยังพูดไม่ออก เพชรพูดอีก “แล้วการที่ต้องอยู่อย่างคนที่ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นผู้ให้กำเนิด มันจะต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว สวรรค์ก็ไปไม่ได้ นรกก็ไม่ยอมรับ แล้วผมควรจะอยู่ตรงไหน ตอบผมมาซิ”

หาญยืนก้มหน้าน้ำตาไหลพรากด้วยความสงสารลูก

“ตอนที่ผมตามไปช่วยคุณ นั่นคือผมได้ตัดสินใจแล้วที่จะเผชิญความจริง เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร แต่คุณก็คือพ่อของผม”

หาญมองเพชรอึ้ง เพชรคุกเข่าลงก้มกราบแทบเท้า หาญพยายามหักห้ามใจอยู่นาน สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ค่อยๆเอามือวางบนหัวเพชร เอ่ยเสียงเครืออย่างตื้นตัน

“เพชร...ลูกพ่อ...”

“พ่อ...” เพชรเรียกเป็นครั้งแรก

หาญสุดที่จะทนอีกแล้ว เขาดึงเพชรขึ้นไปกอด ต่างกอดกันร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง

กระทิงเดินเข้ามากระชากหาญออกล็อกคอไว้ พูดอย่างไม่หายแค้นว่า

“เอ็งสองคนปรับความเข้าใจกันแล้ว นั่นมันเรื่องของเอ็ง แต่สำหรับข้า มันก็ยังเป็นศัตรูของข้า!”

ooooooo

ตอนที่ 13

รุ่งขึ้น ที่บ้านพักจ่าเฉยกับพวก สายแล้วกระเต็นยังนั่งกอดเข่าเจ่าจุกซึมเศร้าอยู่หน้าตาอิดโรยเพราะ ร้องไห้มาทั้งคืนและไม่ได้นอนเลย

จ่าเฉยในชุดตำรวจจะไปทำงาน เดินผ่านมาเอาหูแนบกับประตูฟังเสียงข้างในอย่างเป็นห่วงและอยากรู้อยากเห็น พลันก็สะดุ้ง เมื่อเซียนช้างทักเสียงดังลั่น

“อ้าวเฮ้ย ไอ้เฉยเอ็งทำอะไรวะ?”

“โธ่...เบาๆซิ พี่ช้าง” จ่าเฉยจุ๊ปากทำกระซิบกระซาบ พลางชี้ไปในห้อง แต่เซียนช้างยังงงๆ

“เฮ้ย ข้าหิวข้าวแล้ว มีอะไรกินบ้างวะ” เสียงกระทิงตะโกนมาอีกคน

จ่าเฉยทำหน้าอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ไปลากทั้งสองคนออกไปไกลๆ

กระเต็นที่นั่งซึมเศร้าอยู่ เงยหน้ามองเมื่อได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกกันข้างนอก

ooooooo

จ่าเฉยลากสองเซียนไปนั่งที่หน้าบ้าน จับหัวทั้งสองคนเข้ามากระซิบกระซาบ

“หมวดเพชรเอามันมาส่งที่นี่เมื่อคืน” เซียนช้างฟังแล้วอุทาน ส่วนกระทิงก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นรึ

“ไม่รู้ ข้าออกเวรมาถึงบ้านก็เห็นทั้งสองคนยืนอยู่หน้าบ้าน ไม่ทันคุยอะไรกัน นังกระเต็นก็วิ่งเข้าห้องไปเลยส่วนหมวดเพชรก็รีบกลับไป ไม่อธิบายอะไรสักคำ” จ่าเฉยเล่าอย่างตื่นเต้น

จงอางเห็นกระเต็นเดินเครียดออกมา เสนอให้ลองถามเจ้าตัวดู จ่าเฉยเลยร้องถาม

“ไอ้เต็น เอ็งไปก่อเรื่องอะไรมาวะ...ถึงได้...”

จ่าเฉยหยุดกึกเพราะถูกเซียนช้างสะกิดอย่างแรง พลางพยักพเยิดไปที่ทางเดิน จ่าเฉยมองไปจึงเห็นเพชรกำลังเดินมา

กระเต็นเงยหน้า สบตาเพชรเข้าพอดี ต่างมองกันนิ่งแบบไม่รู้จะพูดอะไรดี เซียนช้าง กระทิง จงอางรวมทั้งจ่าเฉย ต่างมองท่าทีของทั้งคู่งงๆ

ครู่หนึ่ง  กระเต็นเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน ถามว่า “นาย...นายกับคุณดาคุยกันรู้เรื่องแล้วใช่ไหม?”

“เขายังโกรธอยู่ คุยไปก็เปล่าประโยชน์” เพชรถอนใจ หน้าเครียด

“ฉัน...ฉันขอโทษ” กระเต็นเสียงขาดหายไปในลำคอ ที่ตีบตันจนพูดไม่ออก ทนไม่ได้ร้องไห้แล้วหลบหน้าเพชรเดินเลี่ยงออกไปทันที

เพชรได้แต่มองตาม พอหันกลับมา ก็เจอสามเซียนกับอีกหนึ่งจ่ามองอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“ผมว่าไปคุยกันในบ้านจะดีกว่า” เพชรชวนแล้วเดินนำเข้าไป ทั้งสี่จึงเดินตามไปเงียบๆ อย่างสังเกตท่าที

ฝ่ายกระเต็นเดินเลี่ยงไปที่มุมหนึ่งหน้ารั้วบ้าน โผล่มามองเพชรที่กำลังเดินนำเข้าไปในบ้าน เธอพึมพำน้ำตาคลอ

“ฉันขอโทษ...ฉันก่อปัญหาให้นายอีกแล้ว...” พูดแล้วเดินปาดน้ำตาออกไป

ooooooo

ในห้องพักจ่าเฉย พอเข้ามานั่งแล้ว จ่าเฉยถามเพชรทันทีว่า

“ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่หมวด ทำไมไอ้เต็นถึงต้องย้ายออกมาจากบ้านท่านอธิบดี มันไปก่อเรื่องอีกแล้ว ใช่ไหม”

เพชรรีบตัดบทแบบไม่อยากให้จ่าพูดอะไรที่ทำให้กระเต็นเสียหายกว่านี้ว่า

“เรื่องเข้าใจผิดน่ะ อย่าไปสนใจเลย แล้วถ้าให้กระเต็นอยู่ที่นี่ไปก่อน ดาบคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

“ไอ้เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกหมวด ไอ้เต็นก็เหมือนลูกเหมือนหลาน ดีซะอีกจะได้มีคนเก็บกวาดบ้านให้ด้วยจริงไหม” จ่าเฉยหันไปถามพรรคพวก ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

“ที่ผมมาที่นี่ ไม่ใช่แค่เรื่องกระเต็นเรื่องเดียวแต่มีเรื่องเสือหาญจะมาบอกด้วย” เพชรสีหน้าจริงจัง กระทิง ถามว่าจะประหารมันแล้วใช่ไหม เพชรถอนใจบอกว่า “เปล่า เบื้องบนเพิ่งมีคำสั่งให้ย้ายตัวเสือหาญไปคุมขังที่เรือนจำบางขวาง ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่ถึงตอนนั้นคงต้องขอให้พวกเราช่วยแอบคุ้มกันเพื่อไม่ให้เกิดการชิงตัวขึ้น”

“ดี เรื่องสนุกๆแบบนี้ข้าชอบ” จงอางกระเหี้ยน กระหือรือเต็มที่ แต่จ่าเฉยติงอย่างสงสัยว่า

“เอ...แปลก ทั้งๆที่หมวดเป็นเจ้าของคดี แต่กลับไม่รู้รายละเอียดมันเหมือนจงใจปิดกันชัดๆ”

“ใช่ หรือว่าเขาจะยึดอำนาจหมวดคืนแล้ว” เซียนช้างเห็นด้วย

“ผมไม่ยอมแน่ พวกเราทุกคนก็ต้องเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม” เพชรย้ำ ทุกคนพยักหน้ารับ

กระทิงนิ่งเงียบ หน้าเครียด รู้สึกว่าเรื่องนี้มีพิรุธ ขืนรอช้าโอกาสแก้แค้นก็คงหมดไปแน่ๆ

ooooooo

ที่ห้องขังเดี่ยวในกองปราบ หาญนั่งเครียดอยู่ใน

ความมืด  พอได้ยินเสียงเปิดประตูเขาลุกขึ้นยืนอย่างเตรียมพร้อม เห็นยิ่งยศเดินเข้ามา หยุดมองหน้า พูดอย่างวางอำนาจ

“พรุ่งนี้ก็จะถึงวันเดือนดับแล้วนะไอ้หาญ”

“ฉันพร้อมแล้ว”

ยิ่งยศหัวเราะกวนๆ ถามว่า “พร้อมอะไร พร้อมที่จะล่อไอ้เสือเมฆมาติดกับ รึว่าพร้อมที่จะตายไปด้วย แกจะสั่งเสียอะไรไหมล่ะ ฉันบอกลูกเมียแกให้”

“ไม่ต้อง! ฉันจะทำตามแผนทุกอย่าง ขอแค่แกรักษาคำสัญญาก็พอ”

“หึๆได้สิ...เพื่อนรัก” พูดแล้วจะหันกลับ หาญเรียกไว้ ขอแกมสั่งว่า

“เดี๋ยว พรุ่งนี้อย่าให้เพชรเข้ามายุ่งเกี่ยวเป็นอันขาด”

“แน่นอน”ยิ่งยศตอบแต่ไม่หันมอง ในใจคิดเหมือนยิ่งยุให้ทำ เขาออกไปแล้วปิดประตูโครม

หาญทรุดนั่งหน้าเครียด พึมพำในความมืด...

“เพชร พรุ่งนี้ความลับจะตายไปกับพ่อ ลูกพ่อต้องมีชีวิตที่ดีต่อไป”

ooooooo

เมื่อยิ่งยศกลับไปถึงห้องทำงาน เขาเรียกดามพ์มาพบ ดามพ์รายงานว่า

“สายของเรารายงานมาว่า เห็นเสือเมฆซ่อนตัวอยู่ย่านบางลำพูครับท่าน จะให้ล้อมจับมันเลยไหมครับ”

“ไม่ต้อง เข้าพระนครมาแบบนี้ แสดงว่ามันกำลังจะติดกับอั๊ว ลื้อส่งคนไปที่นั้น ปล่อยข่าวลือว่าเราจะย้ายตัวไอ้หาญพรุ่งนี้”เมื่อดามพ์รับคำ ยิ่งยศหัวเราะในลำคอพูดอย่างลำพองใจ“หึๆแผนล่อเสือเมฆออกจากถ้ำของอั๊วต้องสำเร็จแน่ ถึงตอนนั้น อั๊วจะเสนอเลื่อนขั้นให้ลื้อสักสองขั้นเลยเป็นไง”

“ขอบคุณครับท่าน”ดามพ์ค้อมหัวหน้าบาน นึกขึ้นได้รีบบอก“มีอีกเรื่องนึงครับ ผมบังเอิญเจอแฟ้มสำนวนคดีเก่าของไอ้กระทิง”

ยิ่งยศถามว่ามันเป็นใคร ดามพ์รายงานอย่างรู้ข้อมูลละเอียดว่า

“ไอ้กระทิงมันอยู่ในทีมเฉพาะกิจของหมวดเพชร มีความแค้นกับไอ้หาญ”

“กระทิง...” ยิ่งยศพึมพำพลางพลิกแฟ้มสำนวนดู

อย่างเร็ว พลันความคิดก็เห็นภาพในอดีต...เมื่อครั้งที่ต่อยมวยกับกระทิงแล้วตนแพ้ จนมาถึงตอนที่ตนลากกระทิงไปซ้อม

เวลานั้น หาญเข้ามาบอกว่า

“นายกระทิงไม่เคยมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติด ฉันสอบสวนพยานหลายปากแล้ว แต่ถ้านายกระทิงถูกยัดยาไว้ในตัวจริง เราสองคนก็น่าจะเป็นผู้ต้องสงสัย เพราะเพิ่งขึ้นชกกันมา”

“บ้า แกกับฉันจะทำทำไมวะ เอางี้ ตอนนี้คดีแกก็เต็มมือ ฉันจัดการให้เอง ตำรวจหน้าไหนกล้ารังแกชาวบ้านฉันจะลากคอเข้าคุกให้หมด”ยิ่งยศบอกหาญด้วยสีหน้าจริงจัง

คิดถึงเรื่องราวในอดีตแล้วยิ่งยศโยนแฟ้มคดีคืนดามพ์

“ผมจะรีบเอาไปเผาให้เร็วที่สุด”ดามพ์พูดอย่างเอาใจ

“ไม่ต้อง ของดีแบบนี้เผาทำไม น่าเสียดาย ฮ่ะๆๆๆ อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนี้...”ยิ่งยศยิ้มอย่างชั่วร้าย

ooooooo

ที่หน้าบ้านดาลิน กระเต็นถูกสาวใช้ผลักออกมานอกรั้วอย่างชิงชัง กระเต็นพยายามจะเข้าไป ปากก็ร้องขอ

“ไม่ ฉันไม่ไป ให้ฉันเจอคุณหนูเถอะนะ”

“ไม่ได้” คนใช้ดันกระเต็นออกอย่างแรงจนกระเต็นล้มลงแล้วปิดประตูปัง

กระเต็นเจ็บจนร้องโอ๊ย...ค่อยๆลุกขึ้นยืนเซๆ พลันเพชรก็เข้ามาประคองไว้ถามว่ามาที่นี่อีกทำไม กระเต็นรีบผละออกจากเพชร บอกว่าตนอยากคุยกับดาลินให้เข้าใจ

“โธ่เอ้ย...”เพชรรีบประคองกระเต็นไปที่รถแล้วขับออกไปทันที

เขาพาเธอไปที่สวนสาธารณะ บ่นกระเต็นด้วยความเป็นห่วงว่า

“เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของฉันกับคุณดา ไม่เกี่ยวกับเธอ”

“แต่นายต้องเดือดร้อนก็เพราะฉัน ฉันก็ต้อง...”

“ไม่ต้อง”เพชรขัดขึ้น “เธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ฉันขอแค่เธออยู่เฉยๆ อย่ามายุ่งกับคนรักของฉันอีก แค่นี้เธอทำให้ฉันได้ไหม” กระเต็นไม่ตอบ ก้มหน้ากลั้นน้ำตา “เป็นอะไรไปอีก มองฉันสิ บอกฉันว่าจะไม่ยุ่งเรื่องนี้อีก”

เพชรจับหน้ากระเต็นเงยขึ้นเห็นน้ำตาไหลเป็นทางอาบแก้ม เขามองอึ้ง กระเต็นปัดมือเขาออก พูดเสียงสะอื้น

“ฉันก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องรักๆของหมวดนักหรอก ฉันจะกลับบ้านเอง หมวดกลับไปเถอะ”

พูดแล้วกระเต็นวิ่งหนีไปเลย เพชรมองตามสบถอย่างอัดอั้น “โธ่โว้ย”

ooooooo

กระเต็นกลับมาที่บ้านพักจ่าเฉย นั่งมองพระจันทร์ที่หน้าบ้าน ถอนใจเฮือกๆอย่างไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดีในยามนี้ ยิ่งคิดถึงพ่อแม่ ตามองพระจันทร์พูดเหมือนฝากพระจันทร์ให้ช่วยถามพ่อแม่ให้ด้วยว่า

“พ่อจ๋า แม่จ๋า ฉันจะทำยังไงดี ฉันมันสร้างแต่ปัญหา...”

จ่าเฉยย่องเข้ามาด้วยความเป็นห่วง มานั่งข้างๆ เอาข้าวต้มมัดให้

“ข้าวต้มมัด ข้าเก็บไว้ให้เอ็ง กินซะหน่อย เดี๋ยวจะแสบท้อง”กระเต็นรีบเช็ดน้ำตาไม่อยากให้จ่าเห็นความอ่อนแอของตน ส่ายหน้าไม่ยอมกิน

“ข้ามันก็ปลอบใจใครไม่ค่อยเป็น แต่เห็นเอ็งเป็นแบบนี้ก็อดห่วงไม่ได้...เอ็งมีปัญหากับคุณหนูดาลินใช่ไหม...ถ้าเอ็งไม่ไหวจริงๆก็ร้องไห้ออกมาเถอะ ข้าอาจดูแลเอ็งไม่ดีเท่าพี่แหวนพี่บานเย็น แต่ก็เป็นน้าที่หวังดีกับเอ็งเสมอ”

กระเต็นมองจ่าเฉยร้องไห้ฮือๆออกมา ความอดกลั้นพังทลายหมดสิ้น ซบหน้ากับไหล่จ่าร้องไห้อย่างไม่อาย จ่าได้แต่พยายามกลั้นน้ำตาตัวเอง ลูบผมกระเต็นด้วยความสงสารจับใจ...

ooooooo

เช้าวันใหม่ ขณะจ่าเฉยเดินเข้าไปในกองปราบ ดามพ์ที่มาดักรออยู่แล้ว ทำทีเดินสวนออกมาทัก

“อ้าว เป็นไงบ้าง ที่บ้านพักขาดเหลืออะไรรึเปล่า”

“เรียบร้อยดีครับผู้กอง ที่พระนครนี่กับข้าวกับปลาก็เยอะแยะ อยู่สบายกว่าที่บ้านนอกเสียอีก พวกเพื่อนๆผมชอบกันใหญ่”

“ก็ดีน่ะสิ อ้อ...คนที่ชื่อกระทิงนี่ เขาเก่งหมัดมวยใช่ไหม รู้จักกันได้ยังไงล่ะ” ดามพ์ทำทีถามหยั่งเชิงทั้งที่รู้อยู่เต็มอกแล้ว

“อันที่จริง มันไม่ใช่เพื่อนผมหรอกผู้กอง แต่ที่ตามมาด้วยก็เพราะมีความแค้นกับเสือหาญเห็นว่าถูกมันใส่ร้ายจนติดคุกอยู่หลายปี” จ่าเฉยพาซื่อ

“งั้นเหรอ ทำไมไม่ไปรื้อแฟ้มคดีมาดูล่ะ เผื่อจะช่วยล้างมลทินให้กระทิงได้ เขามาช่วยงานเรา เราก็น่าจะช่วยเขาให้ถึงที่สุด” ดามพ์ทำตามแผนที่ยิ่งยศสั่ง

จ่าเฉยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย บอกว่าตนจะไปดูเดี๋ยวนี้เลย ขอบคุณดามพ์แล้วเดินยิ้มไปตามความหวังว่าจะช่วยกระทิงได้

ดามพ์มองตามยิ้มร้ายที่หลอกจ่าเฉยได้ง่ายดาย

ooooooo
หลังจากที่เพชรบอกให้กระเต็นกลับไปแล้ว เขาก็ยืนลังเลอยู่หน้าบ้านดาลิน ยกมือจะกดกริ่งแล้วก็ลดมือลงมองเข้าไปในบ้าน สีหน้าเครียด ไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายอย่างไรดี

ที่ห้องนอนดาลิน เธอแอบดูอยู่ที่หน้าต่าง เห็นทุกความเคลื่อนไหวของเพชร น้ำตาไหลออกมาด้วยความรู้สึกกดดัน แต่แล้วก็ปิดม่านหน้าต่างเชิดหน้าอย่างทิฐิ

ขณะนั้นเอง จ่าเฉยร้องเรียกอย่างตื่นเต้น ในมือถือแฟ้มวิ่งเข้ามา เพชรหันมองถามว่ามีอะไรหรือเปล่า

“มีสิครับ เรื่องสำคัญด้วย แฟ้มคดีกระทิงครับ ผมลองไปค้นดู” พูดพลางยื่นแฟ้มให้ เพชรรับไปพลิกดู แต่พออ่านข้อมูลแล้ว เพชรถึงกับอึ้ง มองจ่าเฉยถามว่า

“พ่อ? ทำไมพ่อเป็นคนทำคดีนี้ล่ะ? ไหนว่าเป็นเสือหาญ?”

“ผมก็เลยรีบมาหาหมวดนี่แหละครับ หรือว่าไอ้เสือหาญมันจะใส่ความพ่อหมวด  มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่นอน” จ่าเฉยวิเคราะห์

“ดาบอย่าเพิ่งบอกใคร ผมขอสืบความจริงเรื่องนี้เอง” เพชรปิดแฟ้ม คิดเครียดไม่เข้าใจว่าพ่อมาเกี่ยวกับเรื่องนี้

ได้ยังไง

ooooooo

ดาลินปิดม่านแล้วไปนั่งเครียดที่เตียง ใจไม่นิ่ง คิดสับสน สุดท้ายทนไม่ได้ลุกไปเปิดม่านหน้าต่างมองลงไป ไม่มีเพชรอยู่ตรงนั้นแล้ว เธอหน้าเศร้า รู้สึกเสียใจอยู่ลึกๆ

ขณะนั้นเอง สาวใช้มาเคาะประตู พอเข้ามาก็รายงานว่า

“คุณหนูคะ เอ่อ...กระเต็นโทรศัพท์มาค่ะ”

“ก็บอกไปสิว่าฉันไม่คุยด้วย”

“บอกไปแล้วค่ะ เขาก็เลยฝากข้อความนี้ไว้ให้” สาวใช้บอกพลางยื่นข้อความที่จดไว้ให้ ดาลินรับไปขยำทิ้งทันทีแต่แล้วก็เปลี่ยนใจหยิบขึ้นมาคลี่อ่าน

ไม่นาน ดาลินก็ไปที่สระน้ำสาธารณะแห่งหนึ่ง เห็น กระเต็นยืนเศร้าอยู่ เธอเดินมาพูดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“มีอะไรก็รีบว่ามา ฉันมีเวลาไม่มาก”

กระเต็นหันมองเดินเข้าหา แล้วรีบพูด

“คุณดากำลังเข้าใจผิดนะคะ กระเต็นกับหมวดเพชรไม่ได้...”

“ไม่ได้อะไร ในเมื่อฉันเห็น...เห็นเธอสองคนในสภาพแบบนั้น” ดาลินขัดขึ้นทันที กระเต็นรีบบอกว่า

“เราสองคนถูกใส่ร้ายค่ะ” ดาลินมองกระเต็นเต็มตาอย่าสงสัย กระเต็นรีบพูดต่อ “ใช่ค่ะกระเต็นไปที่นั่นเพราะได้ข่าวว่ามีคนที่เกี่ยวข้องกับการตายของพ่อ ต้องไปสืบเอาเอง แต่พอไปถึง นั่งรอสักพักก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มารู้ตัวอีกทีก็...”

“อยู่บนเตียง” ดาลินพูดต่อเสียงเครียด

“ใช่ค่ะ มันต้องมีคนแกล้งเราแน่ๆ เพราะหมวดเพชรก็ตกใจมาก ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ยังไง”

“ฉันไม่เชื่อ อย่ามาแต่งเรื่องซะให้ยาก เธอเคยโกหกฉันเรื่องไปเรียนทำผม แต่ที่แท้ไปกับเพชร”

“เรื่องนั้น...” กระเต็นยกมือไหว้ “กระเต็นขอโทษค่ะ ที่โกหกเพราะกระเต็นไปเรียนอาคมกับพวกลุงช้างกลัวคุณดา จะห้าม ไม่เกี่ยวอะไรกับหมวดเพชรเลยจริงๆนะคะ”

ดาลินเริ่มเชื่อ กระเต็นรีบพูดต่อ เพราะกลัวดาลินจะบอกว่าหมดเวลาแล้วว่า

“คุณดาคะ หมวดรักคุณดามากนะคะ เราสองคนไม่มีทางทำเรื่องชั่วๆ แบบนั้นแน่ค่ะ”

“ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าที่เธอพูดคราวนี้ เป็นความจริง” ดาลินยังตั้งแง่

กระเต็นคิดหนัก สุดท้ายชวนกันไปที่โบสถ์ กระเต็นคุกเข่าพนมมือกราบพระ

“ลูกช้างขอสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย  หากลูกช้างโป้ปดมดเท็จก็ขอให้มีอันเป็นไปในสามวันเจ็ดวัน อย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย...สาธุ”

ดาลินนั่งอยู่ข้างๆ จับตาดูกระเต็นตลอดเวลา จนเมื่อกระเต็นสาบานเสร็จหันมาอ้อนวอนดาลินว่า

“คุณดาคืนดีกับหมวดเพชรเถอะค่ะ หมวดรักคุณดามากนะคะ”

เพราะเห็นว่ากระเต็นเป็นคนเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ดาลินเริ่มเชื่อ มองกระเต็นอย่างพินิจพิจารณา บอกว่า

“ฉันยังไม่เชื่อทั้งหมดหรอกนะ แต่จะลองคุยกับเพชรดู”

แค่นั้นกระเต็นก็ดีใจยิ้มเต็มหน้าน้ำตาคลอ รีบขอบคุณ

ooooooo

เพชรกลับไปที่กองปราบ ตรงไปที่ห้องทำงานของยิ่งยศ พรวดเข้าไป แต่ยิ่งยศไม่อยู่ เพชรเดินเข้าไปมองหา พบซองเอกสารที่เขียนชื่อตนที่หน้าซอง วางอยู่บนโต๊ะ จึงหยิบดู เห็นซองไม่ได้ปิดผนึกเลยดึงของในซองออกมาดู

เพชรอึ้งสนิท เมื่อเห็นเป็นรูปของหาญกับเกศินีถ่ายคู่กัน เขาพลิกดูหลังภาพ เห็นลายมือหาญที่เขียนไว้อย่างสวยงามว่า

“พี่ขอสัญญา...ความรักของเราสองคน จะคงอยู่ชั่วนิรันดร...หาญ”

เพชรช็อก พึมพำเหมือนสติไม่อยู่กับตัว “ที่แท้แม่กับเสือหาญก็...”

ครั้นพลิกกลับมาดูรูปอีกที เพชรเห็นตะกรุดที่คอหาญ เขาเพ่งมองพึมพำ “ตะกรุด” แล้วรีบเอาตะกรุดของตัวเองที่คอออกมาเทียบ ดูแล้วก็ยิ่งตระหนก งุนงง

“ทำไม...ทำไมถึงเหมือนกันมากขนาดนี้ นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

เพชรรีบออกจากห้องยิ่งยศไปทันที เขาตรงไปที่ห้องขังเดี่ยวที่กองปราบ ในมือยังถือแฟ้มคดีกับรูปคู่ของหาญกับเกศินีอยู่ เขาเพ่งไปยังร่างที่ยืนในเงามืด ถามเสียงเครียด

“เสือหาญ ฉันมีเรื่องจะถามแก”

แต่พอร่างในเงามืดเดินออกมา เพชรตะลึงอึ้งเพราะแทนที่ จะเป็นหาญกลับกลายเป็นยิ่งยศ!

“พ่อ...ทำไม...”

“ฉันจะตอบเรื่องนี้แทนไอ้หาญมันเอง” ยิ่งยศพูดตามองรูปถ่ายในมือเพชร

เมื่อเพชรถามว่าหมายความว่าพ่อรู้ ยิ่งยศเล่าเนิบๆแต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแค้นว่า “ก่อนที่จะแต่งงาน ไอ้หาญเป็นคนรักเก่าของแม่แก แต่ที่ฉันปิดแกไว้ เพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร”

“แล้วทำไมตอนนี้พ่อถึงมาบอกผม พ่อจงใจวางรูปนี้ให้ผมรู้” เพชรเสียงสะท้าน

“เพราะมันถึงเวลาที่แกจะต้องเลือก” เมื่อเพชรถามว่าเลือกอะไร ยิ่งยศตอบไม่ลังเลว่า “เลือกระหว่างฉัน พ่อที่เลี้ยงแกมายี่สิบกว่าปี กับมัน พ่อที่ให้กำเนิดแก!”

“พ่อพูดอะไร ผมสับสนไปหมดแล้ว”

ยิ่งยศยังไม่พูด แต่ตรงเข้าไปกระชากตะกรุดที่คอเพชรปาลงพื้น พูดเกือบเป็นตะคอกว่า

“ฉันพูดถึงไอ้หาญ เจ้าของตะกรุด คนที่เป็นพ่อแกไงล่ะเพชร!”

เพชรช็อก ปฏิเสธอย่างตระหนกว่าไม่จริง พ่อเอาอะไรมาพูด ตนไม่เชื่อ

ยิ่งยศพูดอย่างเลือดเย็นว่า

“แม่แกหมู่เลือดเอ แกเอบี ส่วนฉันโอ ฉันให้เลือดแกไม่ได้แต่ไอ้หาญต้องทำได้แน่” เมื่อเพชรยังคงปฏิเสธว่าไม่จริง...ไม่จริง ยิ่งยศยืนยันว่า “จริง ฉันเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ ตอนที่แกผ่าตัด เพชร ฉันรักแกมาก ยังไงแกก็เป็นลูกของฉัน” ยิ่งยศกอดเพชรไว้ เพชรมองเขาอย่างเจ็บปวด ซึ้งใจ กอดเขาไว้พูดเสียงเครือว่าตนก็รักพ่อ...

“แกฟังนะ ฉันใช้ไอ้หาญล่อเสือเมฆออกมาฆ่าที่ป่าช้าวัดมะยมใน รับรอง มันต้องตายในวันนี้แน่ ถ้าไอ้หาญตายความลับก็จะเป็นความลับตลอดไป แกกลับไปฆ่าไอ้หาญเอง แล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิมด้วย ฉันสัญญา”

พูดแล้วยิ่งยศเดินออกจากห้องไป

เพชรหยิบรูปคู่ของหาญกับเกศินีขึ้นมาดูด้วยสายตาที่สับสนเครียดหนัก

ยิ่งยศออกมาขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้ากองปราบ เขาขึ้นนั่งที่เบาะหลัง แล้วตำรวจที่ทำหน้าที่ขับก็พุ่งออกไปทันที

ooooooo

ที่ห้องขังเดี่ยว ขณะสิบเวรนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะนั้น มีมือลึกลับขว้างก้อนหินเข้ามาในห้อง สิบเวรลุกไปดู ทันทีนั้นเท้าคู่หนึ่งก็ก้าวเข้ามาแล้วเดินหลบไปที่ห้องขังเดี่ยวอย่างรวดเร็ว ในมือมีมีดสั้นกระชับมั่น

ที่แท้คือกระทิงนั่นเอง!

เพชรยังอยู่ในห้องขังเดี่ยวของหาญ เขาเดินวนไปมาในห้อง สีหน้าเครียดจัดกับเรื่องราวที่เพิ่งรับรู้มา คำพูดของ ยิ่งยศที่ว่า...

“ถ้าไอ้หาญตาย ความลับก็จะเป็นความลับตลอดไป แกกลับบ้านไปซะ ฉันจะไปฆ่าไอ้หาญเอง แล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม รวมทั้งเรื่องหนูดาลินด้วย ฉันสัญญา” ยังก้องอยู่ในความรู้สึก

ขณะนั้นเอง กระทิงย่องเข้ามา เห็นเงาคนก็เงื้อมีดสั้นสุดแขนเตรียมจ้วงสุดแรง

พริบตานั้น เพชรรู้สึกตัวหันมาจับแขนกระทิงไว้ ทั้งสองต่อสู้กันสุดฤทธิ์ จนเมื่อไปในที่สลัวจึงเห็นหน้ากันต่างชะงักกึก กระทิงถามอย่างแปลกใจว่า

“หมวด ทำไม แล้วไอ้หาญล่ะ มันอยู่ไหน ข้าจะฆ่ามัน!”

“เสือหาญถูกส่งไปที่อื่นแล้ว แต่ที่สำคัญเสือหาญไม่ได้เป็นคนทำคดีให้อาจารย์ทิงต้องติดคุก”

กระทิงงง เพชรจึงส่งแฟ้มคดีให้ดู กระทิงเห็นเป็นแฟ้มคดีของตนจึงรีบพลิกดู ในเอกสารระบุชัดว่า ยิ่งยศ ไพรีพ่าย เจ้าของคดี กระทิงถามว่าหมายความว่ายังไง นี่มันเรื่องอะไรกัน

เพชรมองกระทิงอย่างอึดอัด อึ้งอั้น เครียดจนผลักกระทิงออกตะโกนก้อง

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน...”

เวลาเดียวกัน หลังจากดาลินคุยกับกระเต็นแล้วเธอไปที่กองปราบถามหาหมวดเพชร สิบเวรบอกว่า

“หมวดออกไปได้สักครู่แล้วครับ เห็นว่าปวดหัว ขอลากลับไปพักที่บ้าน”

ดาลินหงุดหงิดผิดหวังมากที่มาไม่ทัน

ooooooo

ที่ถนนเปลี่ยวแห่งหนึ่ง...

รถกระบะตำรวจขับมา เบาะหลังของกระบะมีตำรวจนั่งอยู่สองนาย ตามด้วยรถเก๋ง ในรถเก๋งหาญที่ถูกใส่กุญแจมือนั่งอยู่เบาะหลัง โดยมีดามพ์กับตำรวจอีกนายนั่งประกบ

ทุกคนนั่งเงียบ เครียด หาญมองไปรอบๆ อย่างระวังตัวตลอดเวลา

ทันใดนั้น รถกระบะที่นำมาตำรวจสองนายถูกยิงตาย ตำรวจที่ขับรถก็ถูกยิงตาย รถเสียหลักตกลงข้างทางพริบตานั้น รถของเสือเมฆที่จอดซุ่มอยู่ก็พุ่งออกมา เสือเมฆเป็นคนขับ พลับพลึงนั่งอยู่ข้างๆเสือเมฆขับรถพุ่งเข้าชนรถที่หาญนั่ง

“ล่อมันไปให้ได้เร็ว!”ดามพ์ตะโกนบอกคนขับ ชักปืนเตรียมสู้เต็มที่

รถเก๋งตำรวจตะบึงไปข้างหน้า รถเสือเมฆไล่บี้ไปติดๆ

พลับพลึงเห็นรถเก๋งตำรวจเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง เธอร้องบอกเสือเมฆ เร่งให้ตามไปเร็วๆ เสือเมฆเร่งพุ่งตามไปคำรามด้วยความแค้น

“วันนี้ต้องเป็นวันตายของไอ้หาญแน่ๆ”

ระหว่างที่เสือเมฆขับรถไล่บี้รถตำรวจนั้น พลับพลึงก็ยิงใส่รถตำรวจไม่ยั้งไปตลอดทาง

ooooooo

ขณะขับไล่บี้กันเอาเป็นเอาตายนั่นเอง จู่ๆรถเก๋งของตำรวจก็จอดกึก ดามพ์ดึงหาญที่ถูกใส่กุญแจมือลากลงมาจากรถพร้อมตำรวจอีกสองนาย แล้วหันยิงใส่รถเสือเมฆ

เสือเมฆหยุดรถเปิดประตูลงมาพร้อมกับพลับพลึง พากันหลบข้างประตูรถยิงสู้กับตำรวจ ตำรวจสองนายที่ลงมาพร้อมดามพ์ถูกยิงตาย

ดามพ์ระดมยิงจนกระสุนหมด เมฆดูสถานการณ์ออก หยุดยิง ตะโกน

“ส่งตัวไอ้หาญมาให้ฉัน! ไม่งั้นแกตาย เร็ว!”

แทนเสียงพูด กลับมีเสียงปรบมือดังขึ้น

เสือเมฆกับพลับพลึงอยู่ระหว่างรถสองคัน หันมองตามเสียงปรบมือ เห็นยิ่งยศอยู่ที่มุมหนึ่ง ยิ่งยศพูดเสียงดังอย่างเย้ยหยันว่า

“เก่งมากเสือเมฆ...แต่แกยังเก่งไม่พอ”

สิ้นเสียงยิ่งยศ ตำรวจสิบนายก็โผล่ขึ้นจากพุ่มไม้ จี้ปืน ไปทางเสือเมฆกับพลับพลึง

“ลุง! เราหลงกลพวกมัน” พลับพลึงร้องบอก

“ฮ่ะๆๆๆที่นี่คือที่ตายของพวกแก” ยิ่งยศระเบิดหัวเราะออกมา

“ข้าเสือเมฆ ไม่ใช่ไก่อ่อน!” เสือเมฆกำดินขึ้นมาเป่าคาถา พริบตานั้นเกิดแสงจ้าเหมือนสายฟ้าฟาดแวบหนึ่งเข้าตาเสือเมฆ เขาถึงกับผงะ เงยหน้ามองท้องฟ้า พลับพลึงถามว่า มีอะไรหรือลุง

เสือเมฆเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เกิดสุริยุปราคาขึ้นบนท้องฟ้าแต่ไม่เต็มดวง เสือเมฆนึกรู้ทันที อุทาน

“แย่แล้ว วันเดือนดับ!”

“ฮ่ะๆๆๆวันเดือนดับ อาคมจะเสื่อมถอย แต่ภูตผีจะแข็งแกร่ง และเมื่ออาทิตย์โดนกลืนทั้งดวง กลางวันก็กลายเป็นกลางคืน พวกมันก็จะไม่สามารถใช้อาคมใดๆได้ และช่วงเวลานั้นก็คือเวลาของพวกเรา”

ครู่เดียว พระอาทิตย์ก็ถูกกลืนหายไปทั้งดวง

ดามพ์คุมหาญที่ถูกใส่กุญแจมือเดินมายืนข้างยิ่งยศ

“ไอ้หาญ” ยิ่งยศคำรามเรียก

หาญสบตายิ่งยศในระยะไกล เสือเมฆกำมือแน่นมองหาญที่ยืนอยู่ข้างยิ่งยศอย่างแค้นจัด หาญหลบตาอย่างรู้สึกผิด

“ทำไมฟ้าดินถึงได้เข้าข้างคนทรยศอย่างนั้น” พลับพลึงพูดขึ้นอย่างแค้นใจ

“มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีไอ้หาญคนเดียวเท่านั้นที่สามารถคำนวณวัน รู้วันเดือนดับ” เสียงเสือเมฆแค้นจนสั่นสะท้าน

“แปลว่าน้าหาญมันลวงเรามา!”

ooooooo

กุญแจมือที่หาญถูกถอดออก ยิ่งยศสั่งเหี้ยม

“ไปฆ่ามันเสีย แล้วเรื่องทุกอย่างจะเรียบร้อย”

หาญยืนขบกรามแน่น ไม่อยากทำ ยิ่งยศเห็นหาญลังเล ตะคอกขู่

“หรือเอ็งอยากให้ข้าบอกความจริงเพชร”

หาญหักใจ พุ่งออกไปหาเสือเมฆทันที แผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง

“ย้ากกกกกก!!”

ทั้งคู่ต่างใช้คาถาเล่นงานกันแต่ไม่มีใครเอาชนะใครได้ สุดท้ายกระโดดถีบกันจนกระเด็นกันไปทั้งสองคน

“ข้าจะให้โอกาสเอ็งอีกครั้ง เอ็งไม่ได้ฆ่าไอ้ชัดใช่ไหม” เสือเมฆถาม

หาญไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ตัดสินใจบอกว่า

“ข้าฆ่ามัน!”

สิ้นเสียงหาญ ทั้งเสือเมฆและหาญต่างปลุกยันต์ของตัวเองเข้าสู้กัน ต่างฝ่ายก็สะบักสะบอมอ่อนล้าไปทุกที

เวลาเดียวกัน พลับพลึงก็สู้กับพวกตำรวจอย่างไม่ยอมจำนน

ooooooo

ที่อีกมุมหนึ่ง ยิ่งยศยืนอยู่กับดามพ์ ยิ่งยศยืนดูอย่างเลือดเย็น จนดามพ์ถามว่า

“เราจะยืนอยู่อย่างนี้เหรอครับท่าน”

“ไม่มีอะไรต้องรีบร้อน ยังไงมันสองคนก็ต้องตาย”

พูดแล้ว ยิ่งยศแหงนมองสุริยุปราคา เห็นเต็มดวงแล้ว เขายิ้มเหี้ยม บอกดามพ์ว่า

“ถึงเวลาแล้ว”

พูดแล้วก็ร่ายคาถา เกิดลมพัดไปมาเห็นเป็นภาพเงาของผีต่างๆ ออกมาลอยว่อน ยิ่งยศพุ่งมือไปที่เสือเมฆเหล่าผีก็ลอยพุ่งไปหาเสือเมฆหายเข้าตัวเสือเมฆไปอย่างเร็ว

เสือเมฆล้มลง ดิ้นทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด หาญมองดูเสือเมฆอย่างปวดร้าวใจ จะเข้าไปช่วยก็ไม่ได้

พลับพลึงเห็นสภาพของเสือเมฆถึงกับคลั่งตะโกนลั่น “ไม่...” หันขวับไปมองยิ่งยศกับดามพ์ความแค้นลุกโพลงวิ่งเข้าใส่ แผดเสียง “พวกแกตาย...”

“ปัง...” เสียงปืนดังขึ้น พลับพลึงสะดุ้งเฮือก ล้มลงทันที

ฝีมือดามพ์นั่นเอง

ooooooo

ตอนที่ 12

ยิ่งยศขลุกอยู่ในห้องทำงาน เขาพลิกอัลบั้มเก่าๆดู นับแต่เพชรเพิ่งคลอดจนค่อยๆเติบโต รูปเกศินีอุ้มเพชร และรูปครอบครัวที่อบอุ่นสามคนพ่อแม่ลูก

ยิ่งดูรูปความแค้นก็ยิ่งคุ สุดท้ายมาเจอรูปแต่งงานที่ทั้งตัวเขาและเกศินีหมอบอยู่บนตั่งน้ำสังข์ ในรูปตัวเขาเองยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ในขณะที่เกศินีหน้าเศร้าๆ เขาเอะใจว่าทำไมเมื่อก่อนตนไม่ได้สังเกต วันนี้จึงนึกได้ว่า เธอเสียใจขนาดไหนที่ต้องแต่งงานกับตน

ตอนที่ 11

จงอางนำทางไปจนถึงลำธารเล็กๆ พลันก็หยุดทำสัญญาณมือให้ทุกคนหยุดบอกเบาๆว่า มีคนตามเรามา แล้วพยักหน้าให้ทุกคนรีบไปข้างหน้า ส่วนตัวเองกระโดดเข้าหลบข้างทาง

กระทิงนั่นเอง...กระทิงสะกดรอยตามมา บนหลังมีกระบอกสองท่อนเหน็บอยู่ พอเห็นเป็นกระทิง จงอางก็กระโดดออกมาล็อกคอไว้ กระทิงดิ้นหลุด ทันใดนั้น พวกเพชรก็เข้ามา เพชรจ้องปืนใส่ถามกระทิงว่าสะกดรอยตามพวกตนมาทำไม

ตอนที่ 10

เกศินีเดินไปเดินมาอย่างร้อนใจจนเช้าจึงเห็นยิ่งยศขับรถกลับเข้ามาพร้อมมีดหมอในมือ เกศินีรีบเข้าไปหาแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นยิ่งยศตาขวางท่าทางน่ากลัว แต่ก็แข็งใจถามว่าไปไหนมา

“ผมก็ไปหาวิธีช่วยลูกของเราไง” ยิ่งยศตอบสั้นๆ เกศินีถามว่าเอามีดมาทำไมเมื่อคืนไปทำอะไรมา “เมื่อคืนผมเพิ่งไปปลุกเสกมีดหมอเล่มนี้ จะสู้กับไอ้หาญ ไอ้เมฆ ผมต้องมีอาวุธคู่มือ”

เกศินีตกใจ เมื่อเห็นยิ่งยศกลับมาใช้ไสยศาสตร์อีกถามว่าไหนบอกว่าไม่ใช้วิชาอาคมพวกนี้อีก

“ในเมื่อพวกมันเล่นนอกกติกาก่อน ผมก็จะเล่นกับมันด้วย มันจะทำอะไรผมก็ได้ แต่ถ้ามันแตะต้องตาเพชรมันต้องตาย” ยิ่งยศแววตาเหี้ยมจนเกศินียิ่งหวั่นใจ

ฝ่ายดาลินเมื่อรู้ว่าเพชรถูกจับไปก็เอาแต่สวดมนต์ภาวนาจนกระเต็นถามว่าจะนั่งสวดมนต์เฉยๆแบบนี้หรือ ทำไมตำรวจไม่ยกกองกำลังไปปราบพวกโจรนั่นแล้วช่วยหมวดออกมา

“เธอก็ได้ยินแล้วนี่ คุณอายิ่งยศเขาไม่ต้องการแบบนั้น เขากลัวเพชรจะเป็นอันตราย เขาจะเอาตัวประกันไปแลก”

ขณะสองสาวกำลังปรึกษาหารือกันนั้น คนรับใช้เข้ามาบอกดาลินว่ามีคนมาขอพบ ดาลินตวาดไปอย่างหงุดหงิดว่าบอกแล้วว่าไม่อยากพบใครทั้งนั้น ก็พอดีเกศินีเดินเข้ามาอย่างร้อนใจ ดาลินจึงพาไปคุยกันที่ห้องรับแขก ฟังเกศินีแล้วดาลินถามว่า

“คุณน้าจะไปพบกับเสือหาญเพื่อช่วยเพชรงั้นเหรอคะ”

กระเต็นก็ถามว่า เกศินีมีวิชามีของดีไปสู้กับโจรพวกนั้นได้หรือ ดาลินปรามกระเต็นแล้วถามเกศินีว่า จะช่วยเพชรอย่างไร

“น้า...เอ่อ...น้าบอกไม่ได้หรอกนะ แต่เชื่อเถอะถ้าน้าได้พบเสือหาญก่อนจะมีการแลกตัวประกันเพชรต้องปลอดภัยแน่นอน จะไม่มีการสูญเสีย นะจ๊ะหนูดา ถือว่าน้าขอร้องล่ะนะ”

ดาลินคิดหนัก เพราะตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะแลกตัวประกันที่ไหน กระเต็นก็ไม่รู้ แต่คิดว่าพลขับของพ่อน่าจะรู้ แต่พอไปถามพลขับก็ปากแข็งยืนกรานว่าไม่รู้ท่าเดียว จนดาลินให้เงินไป 100 บาทก็ง้างปากพลขับได้ บอกว่า เขาจะแลกตัวประกัน ที่สำนักป่าอิสุโร

ooooooo

พลับพลึงเสียใจที่ไม่อาจแก้แค้นให้ลุงกับป้าได้ ซ้ำตัวเองยังเสียตัวเป็นเมียผู้กองดามพ์ด้วย กำลังจะใช้ปิ่นปักผมแทงหัวใจ ก็พอดีชิดใจเข้ามาเยาะเย้ยจนจะตบตีกัน ดามพ์มาเจอด่าชิดใจว่าทำบ้าอะไร แล้วลากพลับพลึงออกไปเพื่อแลกตัวประกัน ชิดใจจะตามไปด้วย แต่พอดามพ์ขู่ว่าถ้าอยากโดนเขี่ยทิ้งก็ตามใจ เธอจึงชะงักกับที่

“คิดจะเขี่ยฉันทิ้งเหรอ แล้วแกจะได้รู้พิษสงของฉันผู้กอง” ชิดใจอาฆาตแค้น

ฝ่ายเกศินี ดาลัด และกระเต็นพอรู้ว่าเขาจะแลกตัวประกันที่ไหนก็ให้พลขับรีบพาไป แต่พอใกล้จะถึง ก็ถูกชาวบ้านมาดักบอกว่าสะพานข้างหน้าขาด รถผ่านไปไม่ได้ เลยต้องอ้อมไปอีกทางทำให้เสียเวลามาก

ที่โบสถ์ร้างสำนักป่าอิสุโร เพชรถูกมัดมือเอาไปไว้ข้างขอบปูนของแท่นพระ เขาด่าพวกเสือเมฆและหาญดึงความสนใจแต่มือถูกับขอบปูนเพื่อตัดเชือก

เสือเมฆถูกด่าจนทนไม่ได้พุ่งเข้าต่อยเพชร เป็นจังหวะที่เชือกขาดพอดี เพชรวิ่งหนีไปทางหลังโบสถ์ เสือเมฆตามไปทันชักมีดออกมาแทง ปรากฏว่าแทงไม่เข้า ซ้ำยังเห็นแสงสว่างเรืองจากตะกรุดที่กระเป๋าของเพชร ทำให้เสือเมฆรู้ว่าเพชรมีของดีคุ้มตัว

“สิ่งที่คุ้มครองฉันไม่ใช่ตะกรุด แต่เป็นความดีที่ฉันทำ ถ้าอยากฆ่าก็ลงมือเลยถึงฉันตายก็ตายอย่างมีค่า มีความภูมิใจที่ไม่ยอมพ่ายแพ้แก่ความชั่ว ไม่มีคนตามสาปแช่งทีหลัง” เพชรท้า

จังหวะนั้น ชัดเข้ามาบอกว่าพวกนั้นมากันแล้ว เสือเมฆจึงโยนตะกรุดของเพชรให้หาญเก็บไว้แล้วพาเพชรกลับไปเพื่อแลกตัวประกัน

เมื่อไปเจอกันที่โบสถ์ร้าง ยิ่งยศกับดามพ์พาพลับพลึงที่ถูกใส่กุญแจมือเข้ามา ส่วนเสือเมฆ หาญ และชัดพาเพชร เข้ามา พอเห็นหน้าเสือเมฆพลับพลึงร้องบอกว่าผู้การคนนี้คือคนที่ฆ่าป้าลออกับพวกเรา

เสือเมฆแค้นจนจะเข้าไปเล่นงานยิ่งยศแต่หาญดึงไว้ แล้วส่งสัญญาณแลกตัวประกัน พลับพลึงอาศัยจังหวะนั้นกระแทกไหล่ดามพ์จนล้มไปด้วยกัน แล้วตะโกนบอกเสือเมฆ

“ลุงแก้แค้นให้ป้า ไม่ต้องห่วงฉัน”

หาญฝากชัดให้ดูแลพลับพลึงแล้วตัวเองก็ใช้สนับเขี้ยวเสือเข้าช่วยรุมยิ่งยศจนพากันหายไปทางหน้าโบสถ์

ชัดจะเข้าไปช่วยพลับพลึงที่ถูกดามพ์จับตัวไว้ ชัดง้างเคียวอันเป็นอาวุธประจำกายขึ้นแต่ช้ากว่าพลับพลึงที่ใช้ปิ่นปักผมแทงเข้าที่หน้าอกดามพ์ ปรากฏว่าพอดามพ์ดึงปิ่นออกแผลก็สมานโดยเร็ว ดามพ์หัวเราะพูดเย้ย

“อั๊วลืมบอกไปว่าอั๊วไม่ใช่คนเดิมแล้ว”

ที่แท้ยิ่งยศถ่ายทอดพลังให้ดามพ์ก่อนที่จะออกปฏิบัติการครั้งนี้แล้ว พอดามพ์ตั้งหลักได้ก็พุ่งเข้าเล่นงานชัดกับพลับพลึงตะโกนจะส่งไปลงนรกด้วยกัน แต่ชัดก็พาพลับพลึงหนีไป ดามพ์ตามไปติดๆ

ooooooo

จากการต่อสู้กับยิ่งยศ หาญรู้ว่าเขาดูดพลังวิญญาณภูตผีมาใช้ ยิ่งยศพูดอย่างไม่แยแสว่าถ้ามันทำให้ตนเอาชนะเสือเมฆได้ก็ยอมทำทุกอย่าง

ตอนที่ 9

เพื่อเตรียมต่อสู้กับศัตรูคู่อาฆาตที่มีทั้งอำนาจ กำลัง และอาคม เสือเมฆที่อ่อนกำลังลงไปมากจึงเร่งฝึกพลัง ด้วยการนั่งสมาธิใต้น้ำในบึง โดยมีหาญร่วมด้วย

ทั้งสองว่าคาถากันงึมงำอยู่ใต้น้ำ มีวงอากาศล้อมไว้ด้วยกัน ที่ผิวน้ำเกิดคลื่นน้ำวนเร็วขึ้นแรงขึ้น จนเมื่อทั้งสองเงียบลง ก็เกิดแสงวาบแผ่กระจายทั่วบึงน้ำ

เสือเมฆที่ร่างกายเป็นสีทองโผล่น้ำขึ้นมาพร้อมหาญ ทั้งคู่เตะต่อยกันกลางอากาศแบบไม่มีใครทำอะไรใครได้ จนลอยลงมาที่สะพานกลางบึง แล้ววิ่งเข้าปะทะกันด้วยมือเปล่า

ประลองกำลังกันแบบไม่มีใครกดใครลงได้ สุดท้ายหยุดยิ้มให้กันอย่างยินดี

“ในที่สุดพลังของข้าก็กลับมาเสียทีไอ้หาญ!” เสือเมฆจับไหล่หาญอย่างยินดี “หึ! อยากรู้นักว่าคราวนี้ตำรวจหน้าไหนจะหยุดเราได้!”

เมื่อพากันเข้าไปในเมือง เห็นตำรวจจับแม่ค้า หาญก็ ทำท่าจะทนไม่ได้ เสือเมฆต้องเตือนว่า

“ไปเถอะไอ้หาญ เรามีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ”

ครู่เดียว ก็เจอตำรวจแต่งครึ่งท่อนรีดไถแม่ค้าอีก ถูกแม่ค้าด่าว่า แทนที่จะไปจับเสือเมฆ เสือหาญ ดันมาไถชาวบ้าน เลยถูกตำรวจตบเสียกลิ้ง ทำกร่างคุยโวว่า

“ปากดีนัก จะบอกให้โว้ย ไอ้เสือหัวหดพวกนั้นมันกระจอก เหนียวอย่างงั้นเหนียวอย่างงี้ ถุย! เจอเมื่อไหร่อั๊วจะเตะก้านคอให้ดู แต่ตอนนี้...อั๊วขอทำอย่างอื่นก่อนละกัน”

ตำรวจทำหื่นจะเข้าปล้ำแม่ค้า หาญพรวดเข้าไปจับไหล่ พอมันหันมาก็ต่อยเปรี้ยงจนหน้าหงาย แล้วหาญก็หันบอกแม่ค้าให้รีบหนีไปเร็วๆ เมื่อแม่ค้าหนีไปแล้ว หาญเดินอาดๆ เข้าหาตำรวจนายนั้น

“แส่นักใช่ไหม!” ตำรวจชักปืนออกมายิงใส่หาญสองสามนัด แต่ถูกหาญปัดกระสุนไปมากำไว้แล้วปล่อยลงพื้น ตำรวจมองตาค้างแทบหายเมาทำท่าจะวิ่งหนี เจอเสือเมฆดักไว้ มันขู่ “แกเป็นใครวะ ทำร้ายเจ้าพนักงานติดคุกหัวโตนะโว้ย”

“เมื่อกี้ยังบอกว่าจะเตะก้านคอข้าหยกๆ” เสือเมฆพูดเยาะแล้วถอดหมวกออก

“เสือเมฆ” ตำรวจนั่นลั่นกระสุนจนหมดแม็ก แต่ทำอะไรเสือเมฆไม่ได้ คราวนี้มันถึงกับมือสั่น เสือเมฆพุ่งเข้าเตะปืนกระเด็น หาญรับไว้ สุดท้ายตำรวจชั่วคนนั้นก็ถูกเสือเมฆเป่ามนต์ใส่หมัดอัดไม่ยั้งจนมันลอยไปกระแทกต้นไม้กระอักเลือดตาย

ก่อนไปเสือเมฆเอานิ้วจิ้มเลือดมันเขียนไว้ที่ต้นไม้ว่า “เสือเมฆ” หาญมองอย่างตกใจ

“นี่แค่เริ่มต้น ถ้ามันยังไม่ปล่อยพวกไอ้ชัด ข้าจะฆ่ามันให้หมดทั้งกรมตำรวจ!”

ฟังแล้วหาญอึ้งกับความมุ่งมั่นของเสือเมฆ

ooooooo

ในห้องแต่งตัวที่กินรีไนต์คลับ ชิดใจทะเลาะกับนักร้องคนอื่น เพราะเธอปาดินสอเขียนคิ้วไปถูกเข้า  ทั้งคู่ทะเลาะจะตบตีกัน จนมาม่าซังมาห้าม ขู่จะตัดเงิน เดือนทั้งคู่ถ้าไม่หยุด

มาม่าซังบอกชิดใจว่าเฮียซามารออยากคุยกับเธอ ชิดใจทำอวดดีบอกว่าไม่มีอารมณ์อยากกลับบ้าน ว่าแล้วคว้ากระเป๋าเดินออกไป เจอพนักงานคนหนึ่งถือถาดใส่ของกินมา ชิดใจถามว่าใครอยู่ข้างใน พนักงานคนนั้นไม่รู้ ชิดใจเลยผลักประตูเข้าไป เห็นเป็นพลับพลึง ถามอย่างวางอำนาจว่า “แกเข้ามาที่นี่ได้ยังไง”

“ไม่ใช่เรื่องของแก” พลับพลึงตอบอย่างไม่แยแส ชิดใจกรากเข้าไปตะคอกถามว่าผู้กองพามาใช่ไหม พลับพลึงผลักชิดใจกระเด็น ตะคอกว่าอย่ามายุ่ง

ทั้งคู่เริ่มปะทะกันด้วยกำลัง มาม่าซังมาเห็นเข้าร้องห้ามชิดใจ บอกว่าพลับพลึงเป็นคนของผู้กอง แต่ชิดใจโต้ทันควันว่า

“แต่ฉันเป็นเมียผู้กอง ผู้หญิงอื่นจะมาเสนอหน้าไม่ได้ เจ๊เลือกเอา ถ้ามีมันต้องไม่มีฉัน”

มาม่าซังขู่ว่าทำแบบนี้นึกว่าฉลาดหรือ ถ้าอยากเป็นเมียผู้กองจริงๆก็รีบไปรับหน้าเอาใจเขา แล้วบอกพลับพลึงให้เข้าไปในห้องอย่าให้ตนต้องถูกผู้กองตำหนิเลย พลับพลึงจึงยอมกลับเข้าไปในห้อง

“ผู้ชายน่ะนะ ไม่ชอบให้เซ้าซี้เธอน่าจะรู้ ไปทำงานของเธอแล้วทุกอย่างจะดีเอง”

“เจ๊ว่าเฮียซารอหนูใช่ไหม” ชิดใจถาม มาม่าซังยิ้มนึกว่าชิดใจยอมไปทำงานแล้ว

ที่แท้ชิดใจหลอกพลับพลึงไปยังห้องนวดบอกว่าผู้กองดามพ์จะพาชัดมาพบที่นี่ แต่ที่แท้หลอกพลับพลึงไปพบเฮียซา ชิดใจออกไปครู่เดียวเฮียซาก็เข้ามาท่าทางหื่นจัด พุ่งเข้าจะปล้ำพลับพลึงทันที

พลับพลึงตกใจห้ามก็ไม่หยุด เลยเอาเล็บจิกเข้าที่คอเฮียซาจนชะงัก จิกแน่นเข้า...แน่นเข้าจนเฮียซาร่วงลงไป

ชิดใจสะใจที่ตลบหลังพลับพลึงได้ รีบเดินออกไปบอกนักดนตรีว่าตนปวดท้องขอไปเข้าห้องน้ำหน่อย แต่เดินไปไม่ทันไรก็เจอดามพ์เข้า ชิดใจกลัวดามพ์จะไปเจอพลับพลึงกับเฮียซาในห้อง ทำยั่วยวนชวนไปเที่ยวข้างนอกกัน

พอดีมาม่าซังเดินมาเจอ ถามชิดใจว่าแล้วเฮียซาล่ะ ชิดใจทำหน้าตายบอกว่าไม่เห็น ตนร้องเพลงอยู่ข้างใน มาม่าซัง เลยเปิดประตูห้องเข้าไป เจอเฮียซาเดินโซเซมาล้มลงตรงหน้า

มาม่าซังประคองเฮียซาไว้ ส่วนดามพ์รีบเข้าหาพลับพลึงถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไอ้แก่นั่นไม่มีทางได้แตะปลายเล็บข้าหรอก” พลับพลึงพูดอย่างสะใจ

มาม่าซังโวยวายว่าเฮียซาตายแล้ว ดามพ์บอกให้เอาศพไปไว้ในห้องก่อนให้ บอกทุกคนว่าหัวใจวายตาย ต่อจากนั้นตนจะจัดการเอง

ชิดใจแทรกเข้ามาหาว่าพลับพลึงทำเฮียซาตายให้จับเลย ดามพ์รู้ทันกระชากแขนชิดใจเข้าไปถามว่าเธอเป็นคนพาเฮียซาเข้ามาหาพลับพลึงใช่ไหม ชิดใจปฏิเสธเสียงแข็ง ดามพ์คร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงด้วย หันไปฉุดพลับพลึงชวนกลับกัน ชิดใจพยายามขวาง ถูกดามพ์ตวาดขู่ว่า

“ถ้าขืนพูดไม่รู้เรื่องเธอจะไม่ได้เจอหน้าฉันอีก”

ดามพ์จูงพลับพลึงไปแล้ว ชิดใจแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้เลยแผดเสียงกรี๊ดๆ ขว้างปาข้าวของเหมือนคนบ้า

ooooooo

เพราะตัวเองรีดความลับจากชัดไม่ได้ ดามพ์จึงคิดใช้พลับพลึงล้วงความลับให้แทน ส่งพลับพลึงเข้าไปเยี่ยมชัดในห้องขังแล้วตัวเองออกไป

ชัดดีใจมากบอกพลับพลึงว่า นึกว่าเราจะไม่ได้เจอกันแล้ว ทั้งสองต่างแสดงความห่วงใยกันและกัน ชัดบอกพลับพลึงว่า

“ลำพังข้าจะตายก็ไม่เป็นไร ข้าเป็นห่วงแต่เอ็ง สัญญานะว่าเอ็งจะมีชีวิตอยู่แก้แค้นให้พวกเรา”

“ไม่ ถ้าอยู่ก็ต้องอยู่ด้วยกัน” พลับพลึงบอกอย่างเด็ดเดี่ยว แล้วเอาตลับยาพิษที่แขวนคอให้ชัด “นี่เป็นยาพิษที่ข้าเอามาจากชุมโจร” ชัดถามว่าจะให้ตนกินยาพิษหรือ “คนตายเท่านั้นถึงจะออกไปจากที่นี่ได้”

พลับพลึงพูดขาดคำ ดามพ์ก็เข้ามาถามว่าเป็นยังไง พลับพลึงแกล้งพูดใส่ชัดว่าถ้าอยากตายนักก็ตามใจ ดามพ์ถามว่ายังปากแข็งอีกหรือ ชัดทำเป็นพูดอย่างแค้นใจว่า

“ถึงตายข้าก็ไม่บอกเอ็งหรอก ไอ้เลว”

“ได้ เอ็งได้ตายสมใจแน่ รอไปลงนรกพร้อมกับพวกเอ็งอีกสิบเอ็ดคนนั่นแล้วกัน” พูดแล้วกระชากพลับพลึงออกไป พอพ้นสายตาดามพ์แล้ว ชัดเอาตลับใส่ยาพิษที่พลับพลึงให้ออกมาดู

ฝ่ายพลับพลึง พอดามพ์พาออกมาเธอนึกภาวนาในใจว่า “หวังว่าเอ็งคงไม่โง่นะไอ้ชัด” ส่วนดามพ์ถามอย่างตายใจว่า ทีนี้เธอก็ตัดสินใจเสียทีว่าจะอยู่กับตนหรือจะไปใช้กรรมกับเพื่อนเธอ

“ฉันยังไม่อยากตาย”

“เธอคิดถูกแล้ว อยู่กับฉันซื่อสัตย์กับฉัน แล้วเธอจะมีความสุข” ดามพ์ลูบแก้มพลับพลึงอย่างเสน่หา

ooooooo

ดาลินจัดห้องให้กระเต็นอยู่คนเดียว ในห้องมีเตียง มีพัดลมและตู้เสื้อผ้าพลาสติกเล็กๆ บอกกระเต็นว่าอยู่ห้องนี้ก็แล้วกัน ถามว่าเสื้อผ้าข้าวของอื่นไม่มีเลยหรือ กระเต็นไม่ตอบเธอบอกว่าไม่เป็นไรจะให้เด็กหาให้ แล้วว่างๆเราค่อยไปหาซื้อกัน

เพชรพูดอย่างเกรงใจว่ากระเต็นเป็นเด็กบ้านนอกทำอะไรไม่เข้าท่าเข้าทีก็ฝากอบรมด้วย ดาลินรับปากอย่างเต็มใจว่าจะดูแลกระเต็นเอง บอกให้กระเต็นวางห่อของที่กอดมากับตัวแล้วไปอาบน้ำเสีย

ความหวงของของพ่อที่เอามาด้วย ทำให้กระเต็นตวาดไม่ให้มายุ่งกับตน เพชรไม่ชอบใจปรามให้พูดดีๆ และให้ไหว้ขอบคุณดาลินเสีย กระเต็นรั้นไม่ยอมฟังไม่ยอมทำ

“ถ้าเธอเป็นลูกดาบแหวนนะ ก็ต้องเข้มแข็งกว่านี้ซิ ไอ้ห่อนั่นนะจะกอดไว้ทำไม วางลงแล้วก็ยกมือไหว้ขอบคุณคุณดาเขาเสีย”

เมื่อกระเต็นไม่ยอมวาง เพชรเลยเข้ากระชาก ทำให้ห่อหล่นของในห่อกระจายออกมา มีทั้งเครื่องรางของขลังและโกศ เพชรตกใจ ส่วนกระเต็นตะโกนด่าเพชรพลางเก็บของ ประกาศว่าจะไม่อยู่กับคนใจร้ายแบบนี้ เพชรรู้สึกตัวจะขอโทษ ถูกกระเต็นผลักกระเด็นตวาดไม่ต้องมายุ่ง ออกไปให้พ้น

“ให้แกอยู่คนเดียวเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนดีกว่าค่ะ” ดาลินเสนอ เพชรจึงออกไปกับดาลิน

เมื่อไปคุยกันที่อีกมุมหนึ่งของบ้าน เพชรถามว่าตนเอากระเต็นมาเป็นภาระให้เธอหรือเปล่า ดาลินบอกว่าตนเข้าใจและต้องให้เวลาแก่กระเต็นในการปรับตัว ทำให้เพชรซึ้งใจมาก เขาขอโทษเธอที่ทำให้งานหมั้นวันนั้นขลุกขลัก และมอบแหวนทองเกลี้ยงเล็กๆสวมให้บอกว่า

“นี่ไม่ใช่แหวนหมั้นของเรานะครับ แต่ถือเป็นคำขอโทษจากผม ผมสัญญางานครั้งหน้าจะไม่มีเหตุการณ์ผิดพลาดแบบนี้อีก” พูดแล้วประคองมือเธอขึ้นจุมพิตเบาๆ

กระเต็นมองภาพนั้นอย่างบาดตาบาดใจ ดาลินหันมาเห็นเลยทำทีถามว่า ถ้าขาดเหลืออะไรให้บอก กระเต็นส่ายหน้าแล้วยกมือไหว้ขอบคุณ หันไปพูดกับเพชรว่า

“นายพูดถูก ฉันเป็นลูกพ่อ ฉันต้องเข้มแข็ง ฉันจะไม่อ่อนแออีกแล้ว พอใจรึยัง”

“แบบนี้ซิ ค่อยเหมือนกระเต็นที่ฉันรู้จัก” เพชรชมเปาะ กระเต็นยิ้มแล้วหันหลังเดินไป พอพ้นสายตาเพชรกับดาลิน กระเต็นก็ปล่อยความรู้สึกแท้จริงของตัวเองออกมา แต่ยังเตือนใจตัวเองว่า

“ฉันจะพยายามเข้มแข็ง พ่อกับแม่เอาใจช่วยด้วยนะจ๊ะ”

ooooooo

เมื่อเสือเมฆกลับมามีพลังเหมือนเดิมแล้ว ก็ลอบฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วโยนผ้าสัญลักษณ์เสือเมฆทิ้งไว้ประกาศศักดา

ระหว่างนั้น ศรีวรรณซึ่งรอดตายจากถูกไฟลวกและตกน้ำ ตัดสินใจไม่กลับไปยังหมู่บ้านตัวเอง แต่มุ่งมั่นที่จะมาร่วมกับเสือเมฆและหาญต่อสู้เพื่อแก้แค้นให้พี่น้อง เธอซุ่มดักรอตามจุดที่คิดว่าจะต้องเจอเสือเมฆกับหาญอยู่นานจนมาเจอเสือเมฆก่อเหตุแล้วถูกตำรวจไล่ล่า ครั้งนี้เธอช่วยทั้งสองคนไว้ได้อย่างหวุดหวิด

“ศรีวรรณข้าขอบใจเอ็งมากที่อุตส่าห์ตามพวกข้ามาถึงนี่ แต่ข้าว่าเรื่องนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับเอ็ง”

“ข้าไม่กลัว ข้าไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว ให้ข้าช่วยอีกแรงเถอะ”

เสือเมฆเห็นด้วยเพราะศรีวรรณเองก็ไม่มีใครอยู่ด้วย ให้อยู่กับเราจะได้ช่วยกัน หาญจึงยอม ศรีวรรณขอเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหม่ที่มีเราสามคน เสือเมฆดีใจเชื่อว่าถ้าเราสามคนช่วยกัน รับรองว่าเราบุกไปช่วยพลับพลึงกับชัดได้แน่

ooooooo

ที่ห้องขังชัด เกิดเรื่องขึ้นเมื่อเพชรไปเยี่ยมแล้วพบว่าชัดตายแล้ว แต่เมื่อนำศพชัดไปโรงพยาบาลตำรวจ ชัดกลับหายไปจากเตียง ซ้ำยังยิงบุรุษพยาบาลที่มาขวางตายไปด้วย เพชรออกมาเห็นชัดกำลังปีนรั้วหนีก็ตะโกนให้หยุด พลางถือปืนวิ่งตามไป

วันนี้ดามพ์มารายงานยิ่งยศเรื่องชัด พอเห็นรายงานยิ่งยศทุบโต๊ะปังอย่างโกรธจัดตะคอก

“อะไรนะ...ทำไมลื้อเพิ่งมาบอกอั๊วตอนนี้หา! อย่าให้เรื่องไอ้ชัดรั่วไปถึงหูพวกนักข่าวเข้าใจไหม”

“เอ่อ...” ดามพ์หยิบธงสัญลักษณ์ของเสือเมฆออกมาให้ยิ่งยศดู “พวกเสือเมฆมันลอบฆ่าพวกเราทั้งกลางวันกลางคืน แล้วทิ้งเศษผ้านี้ไว้ ตอนนี้พวกเราตายไปสิบนายแล้วครับท่าน”

ยิ่งยศกำเศษผ้าไว้แน่น พึมพำ “คิดจะเล่นกับอั๊วเหรอ ได้...ลื้อเพิ่มกำลังคุ้มกันห้องขังให้มากขึ้นอีก แล้วให้สายที่เรามีทั้งหมดตามแกะรอยพวกมันให้ได้ อั๊วจะไม่ยอมปล่อยลูกน้องมันตามคำขู่แน่!”

ดามพ์รับคำแต่ยังยืนลังเลอึกอักเมื่อยิ่งยศถามว่ามีอะไรเขารีบยื่นรายงานให้

“นี่เป็นรายงานในวันที่ไอ้ชัดมันหนีไปได้ครับ”

ยิ่งยศรับไปอ่านแล้วยิ่งเครียดหนักขึ้นไปอีก

ooooooo

รุ่งขึ้นเพชรถูกยิ่งยศผู้เป็นพ่อเรียกไปตำหนิที่ปลอมลายเซ็นตนเข้าเยี่ยมนักโทษ จนนักโทษหนีไปถามว่าแล้วใครจะรับผิดชอบ

เพชรยืนยันว่าตนเห็นว่าชัดตายแล้วจริงๆ มีพยานเห็นหลายคน ยิ่งยศย้อนถามว่าแล้วใครยิงบุรุษพยาบาลตาย เพชรแย้งว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอาจมีคนในช่วยให้ชัดหนีตนจะสอบสวนเรื่องนี้เอง

ยิ่งยศโมโหเพชรสั่งพักราชการ เท่านั้นเอง ดามพ์ก็ตรงเข้าขอปืนและเอกสารและบัตรคืนตามระเบียบ

“และถ้าแกยังไม่หยุด ฉันจะสั่งขังแก” ยิ่งยศปรามเสียงแข็ง ทำให้เพชรน้อยใจนัก ส่วนดามพ์แอบสะใจ
เพชรรับไม่ได้ที่ถูกพ่อสั่งลงโทษ บอกเกศินีว่าจะทำหนังสือร้องเรียน เกศินีเตือนสติว่าทำอย่างนั้นพ่อจะยิ่งโกรธ ขอร้องให้ใจเย็นๆ ก่อน

ดาลินเดินเข้ามาเธอเห็นด้วยกับความเห็นของเกศินี ถูกเพชรที่กำลังโมโหตวาดว่าไม่รู้เรื่องก็อย่ายุ่งดีกว่า ทำให้ดาลินน้อยใจจะกลับ เกศินีเรียกไว้ หันไปตำหนิเพชรว่าทำไมพูดอย่างนั้น น้องหวังดีแท้ๆ ทำให้เพชรได้สติบอกดาลินว่าตนไม่ได้ตั้งใจ แต่พอจะชี้แจงดาลินพูดขัดขึ้นอย่างเข้าใจความรู้สึกของเขาว่า

“ดาก็ไม่ได้เห็นดีด้วยหรอกนะคะที่คุณถูกพักราชการแบบนี้ เพียงแต่ว่ายังไงคุณก็คือตำรวจ เป็นข้าราชการที่ต้องมีระเบียบวินัยและตำรวจที่ดีก็ควรต้องรู้จักยอมรับฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาจริงไหมคะ”

เหตุผลของดาลินทำให้เพชรนิ่งอึ้งอย่างเถียงไม่ออก เมื่อมาส่งเธอที่หน้าบ้านเขาขอบคุณที่เธอเตือนสติ ทั้งคู่หยอกล้อกันอย่างน่ารัก

ooooooo

ดามพ์สะใจมากที่เฉดเพชรพ้นทางตัวเองไปได้ คืนนี้ไปฉลองที่กินรีไนท์คลับ หมายเผด็จศึกพลับพลึงด้วย แต่พลับพลึงก็เอาตัวรอดอ้างว่ามีรอบเดือนจนดามพ์ถอยไปหาชิดใจแทน

ระหว่างนั้นดามพ์เหลือบเห็นเฮียซานั่งกอดสาวๆ อยู่อย่างกักขฬะ เขาถามมาม่าซังว่าเฮียซาตายไปแล้วไม่ใช่หรือแล้วลุกขึ้นมาป้ออยู่แถวนี้ได้ยังไง

“มันเป็นเรื่องแปลก หลังจากผู้กองไปได้ไม่นานแกก็ฟื้น ถามอะไรก็จำไม่ได้สักอย่าง แกอาจจะแค่เป็นลม แล้วเราคิดว่าแกตายก็ได้”

ดามพ์ฟังแล้วยังงงๆ

ooooooo

เสือเมฆ หาญ และศรีวรรณ อยู่ด้วยกันที่โรงเก็บศพ โดยสองเสือนอนมุมหนึ่งและให้ศรีวรรณนอนอีกมุมหนึ่ง
ขณะกำลังหลับสนิทนั่นเอง หาญแว่วเสียงหลวงปู่บุญทามาเรียก จึงลุกเดินตามไป ผ่านทะลุประตูออกไปก็เจอกับแสงสว่างจ้าจนหาญต้องยกมือปิดตา...

ที่แท้หลวงปู่มานำหาญกลับไปสู่อดีตเมื่อครั้งยังอยู่ในวัยรุ่นซึ่งหาญอยู่กับยิ่งยศ หาญจำได้ว่าที่นั่นคืออิสุโร เหตุ– การณ์เวลานั้น เกิดจากความเมาและคึกคะนองของวัยรุ่น หาญกับยิ่งยศประลองของกัน จนหลวงปู่ต้องปล่อยให้ทั้งคู่ต่อสู้กันจนสะบักสะบอม แล้วหลวงปู่ก็หวดตะพดใส่ทั้งคู่จนทรุดลง

“ทีนี้จะหยุดกันได้รึยัง” หาญกับยิ่งยศก้มหน้านิ่ง “วิชาอาคมไม่ใช่ของเล่นที่พวกเอ็งจะมาเที่ยวอวดอ้าง หรือลองของ ข้าสอนให้พวกเอ็งใช้ป้องกันตัว ใช้สร้างคุณสร้างประโยชน์ไม่ใช่มาฆ่ากันเองแบบนี้”

ยิ่งยศสารภาพว่าพวกตนเมา หาญรีบบอกว่าพวกเราดื่มกันแค่นิดเดียวเอง

“จะมากหรือน้อยชั่วก็คือชั่ว บาปก็คือบาป เมื่อทำไปแล้วจะย้อนกลับไปแก้ไขอีกไม่ได้ คิดให้ดี จะทำชั่วต่อไป รึจะหยุด”

ทั้งสองก้มกราบหลวงปู่ หาญเป็นคนสาบานว่า ตนทั้งสองจะไม่กินเหล้าจะไม่ทำชั่วอีกแล้ว

ภาพในอดีตเลือนหายไป หลวงปู่ถามหาญว่า ยังจำคำสาบานนี้ได้ใช่ไหม

“ครับหลวงปู่ แต่ที่ผมทำทุกวันนี้ก็เพื่อหยุดคนชั่ว โดยเฉพาะคนอย่างไอ้ยิ่ง”

“หมายความว่า เอ็งจะใช้ความชั่วหยุดความชั่วงั้นรึ”

หาญนิ่งอึ้งไป ทันใดนั้นศรีวรรณเรียกหาญขึ้น เธอเดินเข้ามาถามว่าพูดอยู่กับใคร หาญอึกอักแล้วปดว่าตนคงละเมอกระมัง ศรีวรรณถามอย่างไม่เชื่อว่าแล้วคนชื่อยิ่งยศที่เอ่ยถึงเป็นใคร เธอซักไซ้จนหาญยอมรับ และเล่าเรื่องในอดีตของตนให้ฟังว่า

“ไอ้ยิ่งมันคือเพื่อนรักของข้าเอง เราสองคนกำพร้าแต่โชคดีที่หลวงปู่บุญทาเมตตาชุบเลี้ยงไว้จนพวกเราได้เป็นตำรวจกันทั้งคู่”

ศรีวรรณเพิ่งรู้ว่าหาญเป็นตำรวจ หาญจึงเล่าต่อว่า “ข้าคิดว่าเราตายแทนกันได้ แต่สุดท้ายเพราะถูกมันใส่ร้ายข้าถึงต้องกลายเป็นโจร ส่วนมันกลับก้าวหน้าได้เป็นถึงผู้การฯกองปราบ”

ศรีวรรณแค้นไปกับหาญด้วย บอกว่าศัตรูของเขาก็คือศัตรูของตน ตนจะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป พลางกุมมือหาญไว้ หาญค่อยๆดึงมือออก ศรีวรรณถามว่าเขารังเกียจใบหน้าที่โดนไฟลวกของตนใช่ไหม

“ไม่ใช่ศรีวรรณ แผลนั่นไม่มีความหมายอะไร ในเมื่อหัวใจเอ็งงดงามมากสำหรับข้า แต่นี่มันดึกแล้ว กลับเข้าไปนอนดีกว่า”

พูดแล้วหาญเดินกลับเข้าโรงเก็บศพ ศรีวรรณมองตามหาญไปอย่างผิดหวังกับความปรารถนาของตน

ooooooo

มาอยู่กับดาลินแล้ว กระเต็นก็ยังเอาแต่นั่งร้องไห้คิดถึงพ่อแม่ ดาลินเตือนสติว่า ยังไงพ่อกับแม่ก็ตายไปแล้ว สู้เอาเวลาที่มานั่งร้องไห้ทำอะไรที่พ่อแม่เคยมีความหวังให้ท่านจะดีกว่า กระเต็นบอกว่าตอนแม่อยู่แม่อยากให้ตนประกวดนางงาม แต่ตนแต่งตัวไม่เป็น

ดังนั้น ดาลินจึงจับกระเต็นแต่งตัว สอนให้หัดใส่รองเท้าส้นสูง เอาชุดของตัวเองให้กระเต็นลองใส่ ปรากฏว่ากระเต็นเอามือรวบกระโปรงไว้เพราะรู้สึกมันโล่งๆ ใส่รองเท้าส้นสูงก็เดินล้ม

ตอนที่ 8

เพชรบอกดาบแหวนว่าตนอยากรู้ว่าพ่อเป็นพวกมีวิชาอาคมหรือเปล่า ดาบแหวนถามว่าแล้วถ้าผู้การไม่มีล่ะ เพชรตอบอย่างหนักใจว่าเพราะอย่างนี้ตนถึงอยากให้ดาบช่วย อย่างน้อยดาบก็สามารถแก้อาคมได้

ทั้งสองคุยกันเสร็จ รถของผู้การยิ่งยศก็ขับเข้าบ้าน พลขับหยุดรถขอลงไปเก็บกิ่งไม้ที่ขวางทาง ซึ่งแท้จริงเป็นกลลวงให้จอดรถ เพราะพอคนขับลงจากรถ ดาบแหวนก็เสกควายธนูพุ่งเข้าขวิดรถยิ่งยศทันที เขาแหลมโง้งแทงทะลุรถเข้าไป แล้วสะบัดหลุดจะพุ่งเข้าแทงยิ่งยศ

ตอนที่ 7

ชัดถูกเสือเมฆฟันจนบาดเจ็บ เมื่อเสือเมฆวิ่งตามหาญไป ชัดจึงโซซัดโซเซกลับมา พลับพลึงวิ่งลงมารับถามว่า เป็นอะไร ชัดพูดได้แค่ว่า “พี่เมฆ...พี่หาญ...” แล้วสลบไป

เมื่อทับเห็นว่าเสือเมฆไล่ล่าหาญไปก็บอกแต้มกับแหลมว่านี่เป็นจังหวะดีที่สุด ตนจะไปส่งข่าวดามพ์ให้บุกชุมพรุ่งนี้เลย แต้มถามว่าแล้วรื่นล่ะ
“มันก็คงทำงานของมันอยู่ คืนนี้น่าจะเรียบร้อย” ทับตอบอย่างมั่นใจ

งานที่ทับบอกว่ารื่นกำลังทำนั้น คือไปยั่วยวนอาจารย์อินจนตบะแตกหลงเสน่ห์รสสวาทรื่น เมื่อถูกรื่นเป่าหูว่า ตนหลงรักอาจารย์มานานแต่ไม่เข้าใจว่าอาจารย์ทั้งดูดีกว่าและเก่งกว่าเสือเมฆ ทำไมถึงยอมให้เสือเมฆจิกหัวใช้ ยุยงว่า

“รู้ไหมว่าเขาทั้งด่าทั้งดูถูก ลับหลังไม่ได้นับถืออาจารย์เลยสักนิด พี่เมฆเขาพูดว่าอาจารย์น่ะ โง้...โง่ แก่กล้าอาคมกว่าแต่ก็ไม่มีสมอง ยอมให้หลอกใช้ง่ายๆ”

อาจารย์อินที่เก่งกล้าอาคมแต่หูเบาและหลงสวาทของรื่นจนหน้ามืดตามัว กัดฟันกรอดบอกรื่นว่า “ถ้าอย่างงั้น มันจะได้เจอฤทธิ์ข้าซะบ้าง!”
พอดีเสือเมฆมาตะโกนเรียกอาจารย์อินอยู่หน้าถ้ำ รื่นตกใจ แต่อาจารย์บอกว่าอยู่กับตนไม่ต้องกลัวไม่ว่าใครก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วอาจารย์อินก็ใส่เสื้อผ้าเดินออกไปที่ปากถ้ำ

ooooooo

ดาลินกำลังระแวงเพชรว่าไปติดพันกระเต็นที่บึงกร่าง ดังนั้นเมื่อคนใช้มาบอกว่าเพชรโทร.มาเธอจึงไม่รับสาย ให้บอกว่าออกไปแล้ว แต่พอนึกได้ เสียดายจะลงมาคุย กลับเจอชิดใจมาหา

ชิดใจทำทีมาขอโทษที่วันก่อนพูดจากก้าวร้าว ทั้งยังฝากขอโทษหมวดเพชรแฟนของเธอด้วย พอดาลินบอกว่าหมวดเพชรไม่ได้เป็นแฟนตน ชิดใจก็แอบดีใจแต่ก็แกล้งชมว่าน่าเสียดายเพราะทั้งคู่เหมาะสมกันราวกิ่งทองกับใบหยก ชาติตระกูล ความรู้ก็ทัดเทียมกัน

“บางที ผู้ชายก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงที่มีทุกอย่าง เทียมกันเสมอไปหรอก” ดาลินพูดอย่างเจ็บใจ ชิดใจได้ทีถามว่าพูด เหมือนสองคนกำลังมีอะไรในใจต่อกัน หรือผู้หมวดแอบไปชอบผู้หญิงอื่น

ดาลินบอกปัดว่ามันก็ไม่เชิง ชิดใจทำตัวเป็นผู้รู้รับปรึกษาปัญหาหัวใจให้ อวดตัวเองว่าเป็นคนที่มองตาเดียวก็รู้ว่าผู้ชายคนไหนดีไม่ดีอย่างไร ทำให้ดาลินชั่งใจว่าจะเอาอย่างไรดี

เป็นเวลาที่เพชรกำลังไม่สบายใจที่โทร.ไปแล้วดาลินไม่รับสาย ลุกขึ้นจะออกข้างนอก ตำรวจที่อยู่แถวนั้นก็หอบแฟ้มกองโตมาบอกว่า ท่านผู้การสั่งให้ช่วยตรวจสำนวนคดี พวกนี้ให้เสร็จภายในเย็นนี้

เพชรมองแฟ้มงงๆ ไม่รู้ว่าถูกพ่อแกล้งใช้เพื่อไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับการไปทลายชุมโจรวันนี้ เมื่อเพชรเริ่มเอะใจลุกขึ้นออกไปจากห้อง ก็ถูกตำรวจรุ่นน้องคนหนึ่งทักว่า หมู่นี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลย ได้ข่าวว่าไปทำวีรกรรมจับเสือทับไว้ แล้วเมื่อไหร่จะมีข่าวดีระหว่างหมวดกับลูกสาวท่านอธิบดี

หมวดรุ่นน้องคนนั้นคุยติดลมเผลอพูดเรื่องไปบุกชุมเสือเมฆของหน่วยเฉพาะกิจวันนี้ ทำให้เพชรวิ่งออกจากตึกขึ้นรถขับออกไปทันที

ooooooo

ดาลินขับรถออกจากบ้านบ่ายหน้ามาที่กองปราบ ในใจก็คิดถึงคำปรึกษาที่ชิดใจแนะนำว่า

ตอนที่ 6

หาญเรียกบรรดาสมุนในชุมโจรมาประชุม ประกาศให้รู้ว่า ตอนนี้ชุมของเราถูกทางการหมายหัวเป็นอันดับหนึ่ง ปลุกระดมให้พวกเราต้องเตรียมรับมือตำรวจต้องเข้มงวดเรื่องเวรยาม ต้องฝึกอาวุธหนักเบาให้พร้อมสู้ตลอดเวลา

ทับอาสาจะช่วยฝึกพวกนี้ให้เอง แต้มกับแหลมอาสาจะช่วยดูแลเรื่องเวรยาม และเตรียมอาวุธวางกับดักรอบๆค่าย ชัดทักท้วงว่าตอนนี้พวกแต้มกับแหลมยังถูกลงโทษต้องหาบน้ำตำข้าวอยู่

ตอนที่ 5

หาญมองเพชรอึ้งคิดไม่ถึงว่าจะมาเจอลูกชายตัวเองในสถานการณ์เช่นนี้ เพชรสั่งให้หาญถอยออกจากดาลิน หาญค่อยๆถอยออกมา เพชรสั่งให้ชูแขนขึ้นเหนือหัวช้าๆ ถ้าตุกติกตนยิงแน่

หาญทำตามคำสั่งอย่างระมัดระวัง เพชรโผเข้าหาดาลินถามว่าเป็นอะไรไหม ไม่ต้องกลัวตนจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรเด็ดขาด ทั้งคู่รับขวัญมองหน้ากันอย่างซาบซึ้ง

จากนั้นเพชรค่อยๆเดินเข้าหาหาญเพื่อจับกุม ขณะเพชรหยิบกุญแจมือนั่นเอง หาญฉวยโอกาสปัดปืนในมือเพชรกระเด็นแล้วหนีไป เพชรวิ่งตามไปล็อกตัวไว้ได้ ทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยมือเปล่าเอาเป็นเอาตาย แต่หาญพยายามออมมือไม่อยากทำร้ายลูก

แต้มกับแหลมแอบดูอยู่มุมหนึ่ง ยิ้มสะใจแล้วผลุบหายไป ส่วนกระเต็นวิ่งไปหาดาลินถามด้วยความเป็นห่วงว่า เป็นอะไรมากไหม ดาลินหน้ามุ่ยนั่งจุก แต่ตาดูเพชรต่อสู้กับหาญอยู่อย่างเป็นห่วง

แต้มกับแหลมวิ่งไปเจอทับที่มุมลับตาในบริเวณวัด ทั้งสองเล่าอย่างสะใจว่า เป็นทีของเราแล้วเพราะหาญกำลังต่อสู้กับตำรวจอยู่ ถ้าหาญถูกจับเมื่อไหร่ พวกเราก็...สบาย...

“ไม่ได้ ยังไงมันก็เคยช่วยพวกเราไว้” ทับไม่ยอม แต้มกับแหลมมองทับอย่างแปลกใจที่ลูกพี่ตนเปลี่ยนไป

ooooooo

ที่หน้าเวทีประกวด บานเย็นยังมะรุมมะตุ้มตบตีกับอ้อยและอุ่นอยู่ พอเหนื่อยก็ถอยมาร้องท้ากันเหยงแล้วตะลุมบอนกันใหม่ ดาบแหวนกับจ่าเฉย

และตำรวจช่วยกันดึงช่วยกันรั้ง เลยถูกลูกหลงไปหลายดอก

ที่มุมมืดหนึ่ง ทับถือปืนชูขึ้น อึดใจเดียวเสียงปืนก็ดังขึ้นสองนัด “ปัง! ปัง!!” ผู้คนพากันแตกฮือ

เพชรกับหาญที่กำลังแลกหมัดกันอยู่ชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงปืน หาญฉวยโอกาสถีบเพชรกระเด็นแล้ววิ่งไปหยิบปืนของเพชรที่หล่นวิ่งไปหาดาลิน กระเต็นเห็นหาญวิ่งเข้ามาก็กระโดดขวาง ยกมือพนมว่าคาถาแล้วเป่าเข้าใส่หาญ ทำเอาหาญชะงักกึก เพชรเองก็มองอึ้ง

“เจอนะจังงังแล้ว เฮ้ย...ได้ผล เห็นฝีมือนังเต็นรึยังไอ้โจรห้าร้อย”

กระเต็นชะล่าใจเงื้อหมัดจะเข้าไปต่อย ถูกหาญจับมือบิดเหวี่ยงไปเข้าอ้อมกอดเพชรพอดี แล้วหาญก็กระชากดาลินที่กำลังจะลุกไปหาเพชรล็อกเอาปืนจี้ลากหนีไป เพชรรีบวิ่งตามไป กระเต็นก็อุ้มกระเป๋าของดาลินวิ่งตามไปอีกคน

ooooooo

หาญลากดาลินหนีไปบริเวณศาลาวัด เจอทับโผล่มาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไก๋บอกว่าตนได้ยินเสียงปืน หาญบอกว่าไว้ค่อยเล่า เจอกันก็ดีแล้วเรารีบหนีกันก่อนดีกว่า แล้วหันบอกดาลินให้รออยู่ตรงนี้เดี๋ยวจะมีคนตามมาช่วยพูดแล้วหาญก็เป่านะจังงังใส่ดาลิน เธอทรุดนั่งงงๆ หาญกับทับจึงพากันวิ่งออกไป จ่าเฉยโผล่มาพอดี สั่งให้หยุด หาญกับทับหันมองรอบๆเห็นจ่าเฉยกับตำรวจอีก 2 นายโผล่มาเล็งปืนใส่พวกตน ทั้งสองจึงหลบไปอยู่หลังเก้าอี้ที่ดาลินนั่ง ทับยิงสวนตำรวจสองนายไปก่อน เลยยิงต่อสู้กันเสียงปืนสนั่น

เพชรวิ่งตามเสียงปืนมา เห็นสองฝ่ายยิงกันโดยมีดาลินอยู่ตรงกลาง เขาตะโกนสุดเสียง

“อย่ายิง! หยุด! เดี๋ยวถูกคุณดา!”

เพชรวิ่งเข้าไป ทับจะยิงแต่หาญจับมือไว้ร้องห้าม หาญเองยิงถูกแผงคัตเอาต์ไฟบนศาลาเกิดไปช็อต หลอดไฟที่อยู่เหนือหัวดาลินระเบิด เพชรตะโกนให้ดาลินระวังพุ่งเข้าไปเอาตัวบังสะเก็ดไฟไว้ไม่ให้โดนดาลิน กระเต็นเห็นภาพนั้นถึงกับอึ้ง ในความชุลมุนนั่นเอง หาญดึงทับวิ่งหนีไป

“เธอหลบอยู่ที่นี่ไม่ต้องตามฉันไปอีก ฝากดูแลคุณดาด้วยเข้าใจไหม” เพชรบอกกระเต็นแล้ววิ่งตามหาญกับทับไป จ่าเฉยเห็นดังนั้นพาตำรวจวิ่งตามเพชรไป

แต่เมื่อเพชรและตำรวจวิ่งไล่ตามไปถึงป่าช้าหลังวัด หาญกับทับกลับหายตัวไปหลังเจดีย์ หาญบอกทับ “กำบังกาย” แล้วหยิบใบไม้ทัดหูว่าคาถาด้วยกัน ทับทำตามแต่แววตามีแผนการ

ปรากฏว่าเพชรกับตำรวจตามมาถึงกลับมองไม่เห็นหาญกับทับ ขณะเพชรกำลังงงๆนั่นเอง ทับแกล้งจามใบไม้ร่วงจากหูทำให้เห็นร่างเขา เพชรตกใจร้อง “เฮ้ย!”

ทับตะโกนให้หาญหนีไป ทำให้หาญสมาธิหลุดเผยร่างตัวเองออกมา หาญจะเข้าช่วยทับแต่ถูกพวกจ่าเฉยเข้ามาขวาง   แต้มกับแหลมช่วยยิงใส่จ่าเฉย  จ่าหันมายิงหาญแต่หาญกลิ้งหลบทัน แต้มตะโกนบอกหาญรีบหนี แต่หาญห่วงทับ

“ไม่ทันแล้ว เอาตัวรอดก่อน” แต้มกับแหลมช่วยกันลากหาญหลบไป

ฝ่ายทับแกล้งเผยตัวเท่านั้นไม่พอยังแกล้งทำเป็นเพลี่ยงพล้ำให้เพชรจับตัวไปด้วย

ooooooo

กระเต็นดูแลดาลินอยู่ที่แถวศาลาวัด ช่วยถอนนะจังงังให้ดาลิน ว่าคาถาแล้วเป่าพรวดๆใส่หน้า

ดาลินน้ำลายกระเด็นเต็มหน้าไปหมด พอดาลินรู้สึกตัวก็ตวาดว่ามาพ่นน้ำลายใส่หน้าตนทำไม

เพชรมาถึง เขารีบเข้าประคองดาลิน บอกเธอว่าอย่าไปถือสากระเต็นเลย เด็กคนนี้ชอบทำอะไรไร้สาระแบบนี้แหละ แล้วเอาผ้าเช็ดหน้าของตนเช็ดน้ำลายที่หน้าให้ดาลิน

ดาลินถามอย่างเป็นห่วงว่าเขาไม่เป็นไรใช่ไหม เพชรบอกว่าไม่เป็นไรและจับพวกโจรได้คนหนึ่ง พวกจ่าเฉยเอาไปขังไว้แล้ว พลางชวนดาลินกลับกันดีกว่า ลุกขึ้นประคองดาลินออกไป โดยไม่สนใจกระเต็นเลยแม้แต่น้อย

“บ้า ทุเรศ อุตส่าห์ช่วย ยังมาว่าไร้สาระ แล้วฉันก็ไม่ใช่เด็กแล้วด้วย” กระเต็นหัวเสียหนัก พอดีดาบแหวนวิ่งเข้ามาบอกว่าอย่าไปยุ่งกับเขามันอันตราย เร่งว่า “แม่เอ็งรอจะฉีกอกเอ็งอยู่รู้ไหม”

“เออ...ฉันมันตัวยุ่ง ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง” กระเต็นหน้าบูดมองตามเพชรไปอย่างเจ็บใจ

ooooooo

เพชรพาดาลินกลับไปส่งที่บ้าน ดาลินเข้าบ้านไปด้วยความรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญของเพชรที่สู้กับโจร เมื่อเจอชาญชัยผู้เป็นพ่อ เธอยังเล่าให้ฟังถึงความกล้าหาญของเพชรจนถูกพ่อแซวหยอกอย่างเอ็นดู

แต่ลึกๆแล้วอธิบดีชาญชัยกังวลเรื่องเสือเมฆมาก เมื่อดาลินไปพักผ่อนแล้วเขาโทรศัพท์ถึงผู้การยิ่งยศบอกเรื่องเพชรพาดาลินไปบึงกร่างแล้วไปปะทะกับพวกเสือเมฆ ดังนั้น เมื่อเพชรกลับถึงบ้าน ถูกพ่อตำหนิทันทีว่า

“เพชร ฉันสั่งแกแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับพวกเสือเมฆ ทำไมแกไม่ยอมฟังฉัน”

เกศินีก็ตัดพ้อคร่ำครวญว่าจะให้แม่ห่วงไปถึงไหน เพชรชี้แจงว่าตนแค่อยากพาดาลินไปเที่ยวงานวัด เพราะจะไปตามคดีปล้นเรืออยู่แล้ว ไม่นึกว่าพวกเสือเมฆจะเกล้าเข้ามาอาละวาดในงาน ถามว่า

“แล้วคนที่รายงานพ่อ เขาบอกไหมครับว่าเราจับพวกมันได้คนหนึ่ง” เกศินีตกใจถามว่าจับใครมา “มันชื่อเสือทับ เสียดายเสือหาญมันหนีไปได้”

เกศินีแอบโล่งอก เมื่อเพชรเล่าถึงฝีมือที่ร้ายกาจของหาญและเชื่อว่าเป็นมือขวาของเสือเมฆด้วย เกศินีก็ตัดบทให้เพชรไปพักผ่อนเสีย ต่อไปไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปล่อยให้คนมีหน้าที่โดยตรงเขาทำกัน

เพชรถือว่าตนเป็นคนจับเสือทับได้จะขอไปสอบสวนด้วย ยิ่งยศไม่อนุญาต เพชรจะไปขอกับท่านอธิบดีเอง ทำให้ยิ่งยศโมโหถามว่ากล้าพูดกับตนอย่างนี้หรือ ขู่ว่าถ้าพูดแล้วไม่ฟังกันก็จะส่งไปเรียนเมืองนอก

“งั้นพ่อก็ไล่ผมออกเลยแล้วกัน แต่อย่าลืมยัดข้อหาให้ผมล่ะ” เพชรท้าทำให้ยิ่งยศโมโหยกมือจะตบ เกศินีตกใจเสียใจจนเป็นลม พ่อลูกเลยหยุดโต้เถียงกัน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น  เมื่อยิ่งยศเข้าทำงานที่ห้องในกองปราบ ดามพ์ก็เข้ามารายงานเรื่องเสือทับ ยิ่งยศฟังไปพลิกดูรายงานไป

ดามพ์รายงานว่าคนที่ถูกจับมาชื่อเสือทับยังไม่ยอมปริปากพูดอะไร ส่วนคนที่หนีไปเชื่อว่าคงใช้ม้าหนีเข้าป่าทึบที่เป็นรังของมัน ยิ่งยศถามว่าชื่อหาญใช่ไหม ดามพ์อ้างตำรวจท้องที่บอกว่าใช่เพราะหมวดเพชรยืนยันว่าเป็นเสือหาญ

ยิ่งยศถามถึงรูปร่างหน้าตาของเสือหาญ แล้วถามว่ามีรอยสักรูปเสือเผ่นไหม ดามพ์บอกว่าตนไม่เห็น เอะใจย้อนถามว่าผู้การรู้จักหรือ ยิ่งยศไม่ตอบแต่พลิกดูรายงานบ่นๆว่าทำไมไม่เห็นมีรายละเอียดของคนนี้ในรายงาน

“ต้องขอประทานโทษครับ ไอ้พวกนี้มันผลัดกันลงมือ อีกอย่าง ชื่อที่มันใช้ก็อาจเป็นชื่อปลอม”

ยิ่งยศบ่นอย่างตำหนิว่า อาจจะ...อาจจะ...แก้ตัวกันไปวันๆคราวที่แล้วก็ลูกตน คราวนี้ลูกท่านอธิบดีคราวหน้าจะเป็นใคร สั่งอย่างไม่พอใจว่า

“อั๊วคงปล่อยพวกลื้อไม่ได้แล้ว เอาตัวไอ้เสือทับมาไว้ที่นี่ อั๊วจะเค้นทุกอย่างจากปากมันด้วยตัวเอง”

ขณะเดียวกัน เพชรยังดูแลแม่อยู่ที่บ้าน เกศินีเพ้อเรียก “พี่หาญ...พี่หาญ...” เพชรปลุกจนรู้สึกตัวขึ้นมาเธอถามว่า “นี่แม่หลับไปนานมากเลยเหรอ”

เพชรขอโทษที่ทำให้แม่กลุ้มใจ เกศินีบอกว่าตนเป็นห่วงลูกมาก เพชรเข้าใจแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมตอนตนจะเรียนตำรวจแม่สนับสนุน แต่พอตอนนี้แม่กลับไม่อยากให้ตนจับคนร้าย

เกศินีเกือบพลั้งปากพูดเรื่องความไม่สบายใจที่เพชรต้องไปต่อสู้กับหาญ แต่ก็กลบเกลื่อนไปว่าเพราะไม่รู้ว่าลูกจะต้องไปเจอกับโจรเหี้ยมร้ายกาจอย่างพวกเสือเมฆ

เพชรปลอบใจแม่ว่า ยิ่งโจรร้ายกาจเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องปราบ ขอให้แม่เชื่อว่าเครื่องรางที่แม่ให้ไว้ได้คุ้มครองตนมาแล้ว พูดให้แม่สบายใจว่า

“ตอนนี้ผมเชื่อว่า ตะกรุดอันนี้จะคุ้มครองผมได้ ผมจะใส่มันติดตัวไว้ ผมสัญญา”

“ไม่...แม่ทนเห็นเพชรทำเรื่องเสี่ยงๆอีกต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าเพชรรักแม่ เพชรต้องไม่ไปยุ่งกับคดีเสือเมฆอีกเด็ดขาด”

“แม่!” เพชรอุทานอย่างคิดไม่ถึง รับไม่ได้

ooooooo

ที่เรือนหาญ ชัด หาญ แต้ม และแหลมกำลังประชุมกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ชัดโทษว่าเกิดเรื่องขึ้นเพราะแต้มกับแหลมเป็นต้นเหตุ ขู่ว่าถ้าเสือเมฆรู้มีหวังสองคนโดนหนักแน่ ทำให้แต้มกลัวขอร้องหาญอย่าบอกเสือเมฆ หาญบอกทุกคนว่า เรื่องนี้ให้ใครรู้ไม่ได้ แต่ที่สำคัญตอนนี้เราต้องหาทางช่วยทับให้ได้ก่อน

ที่บ้านกระเต็น ทั้งดาบแหวนและกระเต็นถูกบานเย็นใช้ให้เจียนใบตองและหั่นกล้วย ลงโทษฐานทำให้งานประกวดธิดามะไฟล่ม ตนเสียเงินไปแล้วไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

สองพ่อลูกทำงานไปบ่นไป แต่ทั้งสองคนต่างก็สนใจเรื่องเสือทับที่ถูกจับมา ดาบแหวนพูดอย่างสงสัยว่า เสือทับสมุนเสือเมฆไม่น่าสิ้นลายง่ายๆแบบนี้ กระเต็นเลยชวนไปดู สองพ่อลูกสมคบกันหนีงานทันที

ที่ห้องขังโรงพักบึงกร่าง ทับถูกมัดมือขังอยู่ในกรง จ่าเฉยดูจะเป็นคนที่รู้ฤทธิ์เดชการทำคุณไสยของพวกเสือเมฆดี เตือนให้ระวัง แต่พวกตำรวจรุ่นน้องไม่รู้และไม่เชื่อถือพากันล้อเลียนอย่างสนุกสนานคึกคะนอง จ่าเฉยเซ็งที่ถูกรุ่นน้องล้อ แต่ทับนอนฟังนิ่งๆทำเหมือนไม่สนใจ

ส่วนที่ชุมโจร แต้มกับแหลมแอบคุยกัน พากันหัวเราะว่าไม่น่าเชื่อว่าหาญจะโง่ขนาดนี้ เพราะทั้งสองรู้ว่า ที่แท้แล้ว เสียงปืนสองนัดที่ดังนั้น เป็นฝีมือของทับที่ล่อให้ตำรวจยกพวกมาช่วยเพชร

“ไอ้หาญมันตกหลุมพี่ทับ แถมยังดันปักใจเชื่อว่าพี่ทับของเสื่อมอีก” แต้มหัวเราะชอบใจ

แหลมติงว่าถ้าทับมีอะไรกับรื่นจริงของก็ต้องเสื่อม แต้มเล่าต่ออย่างรู้จริงว่า ทับไปให้อาจารย์อินปลุกของมาแล้ว ทั้งยังรับปากกับอาจารย์อินว่า ต่อไปจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงสุ่มสี่สุ่มห้าอีก แล้วมอบของไหว้ให้อาจารย์อินเป็นทองเส้นใหญ่เบ้อเริ่ม

พอรู้ว่าทับไปให้อาจารย์อินปลุกของมาแล้ว แหลมก็พูดอย่างคะนองว่า แบบนี้ที่โรงพักก็สนุกน่ะซิ แต้มยิ้มอย่างสะใจนัก!

ooooooo

ที่โรงพักบึงกร่าง เกิดเรื่องสนุกจริงๆอย่างที่แหลมและแต้มคาด เพราะทับที่ถูกขังอยู่ในห้องทั้งยังมัดมือไว้แน่นหนา แต่พอสารวัตรจะเอาตัวไปสอบสวน กลับพบแต่กรงเปล่า มองประตูรูช่องก็ไม่เห็นมีที่ไหนจะมุดหนีไปได้

ดามพ์ซึ่งไม่มีทีท่าแปลกใจนัก พูดเปรยๆว่า “มันจะบินออกไปทางไหนวะ”

ทันใดนั้นเอง ทับก็โผล่มายืนอยู่ข้างหลังดามพ์ มือถือใบพลูที่ถอดจากหู เนื้อตัวไม่มีพันธนาการใดๆ ซํ้าประตูห้องขังยังปิดเองอีกด้วย

ดามพ์งงที่จู่ๆทับก็โผล่มา แต่ในสถานการณ์เช่นนี้เขาตัดสินใจสู้ ชักปืนออกมาขู่ทับว่าถึงมีปีกก็บินหนีไม่ได้ ทับบอกให้เก็บปืนเสียถือไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ดามพ์ไม่เชื่อว่าทับจะหนังเหนียว ทับถามว่าแล้วจะทำอะไร ดามพ์คำราม

“วิสามัญลื้อไง ให้มันรู้ไปว่ากระสุนสักร้อยนัดจะทำอะไรลื้อได้ไหม”

จ่าเฉยรีบมาไขกุญแจ แต่ไขอย่างไรก็ไขไม่ออก ตำรวจช่วยกันดึงก็ดึงไม่ได้ ขณะที่ดามพ์ตัดสินใจจะเหนี่ยวไกนั้น ทับถามล่อใจว่า

“แล้วไม่อยากรู้หรือว่า ชุมโจรของเสือเมฆอยู่ที่ไหน ...ว้า...อุตส่าห์ลงทุนลงแรงยอมมานอนถึงในคุก สงสัยจะเสียเวลาเปล่า”

ดามพ์มองทับอย่างครุ่นคิด ในที่สุดตัดสินใจเอาตัวทับไปสอบสวนที่กรุงเทพฯ ทำเอาทุกคนงงว่าทำไมเรื่องลงเอยง่ายแบบนี้ ส่วนทับยิ้มอย่างมีเลศนัยอยู่ไปมา

ooooooo

ระหว่างที่รถนำตัวทับเข้ากรุงเทพฯนั้น ดาบแหวนกับกระเต็นเห็นรถผ่านไป จ่าเฉยบอกว่าเขามาพาตัวทับเข้ากรุงเพื่อสอบต่อ กระเต็นฟังแล้วบ่นเซ็งๆว่าทำไมสมุนเสือเมฆไม่แหกคุก เพราะออกจะขลัง

ส่วนแต้มกับแหลม คาดเดาไปต่างๆนานา แต้มคิดว่าป่านนี้ทับคงถูกส่งตัวไปกรุงเทพฯแล้ว แหลมถามว่าเกิดว่าทับหนีไปแล้วล่ะ เราจะทำยังไง

“ปากเสียแล้วไง ถึงตอนนี้ยังไงก็ต้องรอ ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” แต้มด่าอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี เพราะทั้งสองรู้แผนของทับอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ระแวงว่าทับจะล้มแผนแล้วหนี

ฝ่ายหาญอยู่เรือนกำลังเก็บข้าวของอยู่ ชัดมาดูด้วยความเป็นห่วง เพราะไม่เห็นแต่เช้าแล้ว กลัวจะไม่สบาย

“ข้ารู้สึกว่าคาถาอาคมของข้ามันเริ่มอ่อนลง ไม่เหมือนเดิม ข้าคงต้องทำอะไรสักอย่าง” หาญบอกชัดถามว่าตนจะช่วยอะไรได้บ้างไหม “ถ้าเอ็งจะช่วยข้าละก็ เอ็งคอยดูอย่าให้ใครมากวนข้า ข้าจะปลุกของ” ชัดถามว่าแล้วเรื่องทับล่ะ

“เรื่องนั้นเอ็งไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการเอง ขอแค่ให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน จำไว้นะ อย่าให้ใครมายุ่งกับข้า”

ชัดรับคำ เดินออกไป หาญตามไปปิดประตู แล้วกลับมานั่งหยิบไม้ที่เป็นรูปหุ่นออกมาสวดคาถา ครู่เดียวหุ่นนั้นก็กลายเป็นหุ่นพยนต์ในร่างของหาญนั่งสมาธิอยู่กลางบ้าน

ระหว่างนั้น หาญรู้สึกมีอะไรผิดปกติบนขื่อ แต่พอมองไปก็ไม่เห็นอะไร หาญเดาได้ ยิ้มอย่างมีแผน แกล้งทำเป็นไม่สนใจ สุดท้ายก็จับกุมารทองที่มาสืบตนใส่ขวดเอาไปฝังดินไว้บอกว่า

“เพราะเอ็งสอดรู้สอดเห็น ข้าถึงต้องทำ เอาไว้ให้ข้าเสร็จธุระแล้วจะมาปล่อยเอ็ง”

ooooooo

กุมารทองร้องขอความช่วยเหลือดังไปถึงถํ้าสิงขรที่เสือเมฆกำลังทำพิธีอาบนํ้าว่านอยู่ พอได้ยินเสียงกุมารทองร้องขอความช่วยเหลือ เสือเมฆก็ลืมตาโพลงลุกขึ้นทันที

เมื่อเสือเมฆออกมาถึงหน้าถ้ำเจอหาญเข้าพอดี ถามว่ามาทำไม สั่งให้ดูแลชุมไม่ใช่รึ

หาญบอกว่าเป็นห่วงเขา เสือเมฆถามว่าจะห่วงทำไมไล่ให้กลับไปชุมเดี๋ยวนี้ ตนได้ยินเสียงกุมารทองร้องขอความช่วยเหลือ ที่ชุมอาจเกิดเรื่อง

หาญบอกว่าตนเป็นคนจับกุมารทองขังเอง เพราะพอเสือเมฆไม่อยู่ก็ซนจนเดือดร้อนกันไปทั่ว พูดไปพูดมาหาญก็พูดจาท้าทายปรามาสเสือเมฆทำนองว่า ตนยังดีกว่า แล้วท้าลองวิชากันสักหน่อย เพราะเราไม่ได้ฝึกวิชาด้วยกัน
มานานแล้ว

ถูกปรามาสและท้าทายเช่นนั้น เสือเมฆรับคำท้าทันที ทั้งคู่ประลองวิชากันดุเดือดรุนแรง ฝีมือไม่มีใครยอมใคร จนเกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรง เกิดประกายไฟจากการต่อสู้ทุกครั้งที่ปะทะกัน

สุดท้ายเมฆเสียท่าถูกหมัดหาญกระเด็นไปชนต้นไม้ เมฆโกรธตะโกนถามว่าบ้าไปแล้วหรือ

“ข้าไม่ได้บ้า แค่อยากรู้ว่าพี่ยังเหมาะกับการเป็นหัวหน้าชุมรึเปล่า” หาญโต้ ครั้นเสือเมฆถามว่าคิดจะยึดชุมหรือ หาญตอบกวนๆว่า “ก็แล้วแต่พี่จะคิด”

ทั้งสองต่างใช้ถาคา เครื่องรางของขลังที่มีอยู่ต่อสู้กัน จนเมฆถูกลูกประคำที่หาญเป่าใส่กลายเป็นลูกไฟพุ่งเข้าชนจนเสือเมฆฟุบหมดแรงที่พื้น หาญเดินไปหยิบตะพดจิ้มที่คอเสือเมฆ

“ไอ้หาญ ไอ้คนทรยศ!” เสือเมฆด่า

“ฝีมือเพียงแค่นี้ เอ็งคิดว่าจะปกครองชุมโจรได้งั้นรึ” หาญย้อนถามแต่เสียงกลายเป็นเสียงของอาจารย์อิน เสือเมฆมองงงๆ พริบตานั้นร่างของหาญก็กลายเป็นอาจารย์อิน

เสือเมฆรีบลุกขึ้นคุกเข่า

“อาจารย์...”

“กลับไปทำน้ำว่านอาบต่อ ตัดความกังวลออกให้หมด อย่าปล่อยให้สิ่งใดมาขัดขวางพิธีใหญ่ของเอ็งได้ เสร็จพิธีเมื่อไหร่ถึงตอนนั้น ข้าจะไม่ขวางเอ็งเลย”

พูดแล้วอาจารย์อินคืนตะพดให้ รับตะพดไปแล้วเสือเมฆไหว้อาจารย์เอ่ยอย่างซึ้งใจ

“ข้าขอบคุณที่อาจารย์ช่วยเตือนสติ”

ooooooo

เพชรยังหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องที่บึกกร่าง มุ่งมั่นที่จะปราบเสือเมฆให้ได้ วันนี้เห็นแม่นอนหลับจึงบอกสาวใช้ให้เฝ้าแทนแล้วหยิบกุญแจรถลงไปที่หน้าบ้าน

เจ้ากรรม! เจอดาลินยิ้มหวานเข้ามาถามว่าจะไปไหน เพชรตั้งตัวไม่ทันปดไปว่าจะไปทำงาน ถูกดักคอว่า วันนี้วันหยุดของเขาไม่ใช่หรือ เพชรไม่ทันตอบ เสียงเกศินีก็ทักดาลินว่า นัดกับเพชรไว้หรือ

“เอ่อ...ครับ ตอนแรกว่าจะออกไปดูหนังกัน แต่คงไม่แล้วอยู่เป็นเพื่อนแม่ดีกว่า” เพชรเฉไฉไปเรื่อยเปื่อย แต่แล้วก็แพ้เกศินี เมื่อผู้เป็นแม่บอกว่าตนไม่เป็นอะไร ให้ไปเที่ยวกันเถอะ

ดาลินมองเหวอๆไม่รู้ว่าเพชรจะทำอะไร แต่เมื่อเกศินีให้ไปเที่ยวกัน เธอถามขณะมาที่รถว่าจะใช้ตนเป็นข้ออ้างไปจับโจรอีกหรือ เพชรรับสถานการณ์ไม่ทัน นึกคำแก้ตัวไม่ออก ดาลินตัดบทว่า

“ดีแล้วล่ะค่ะ เพราะวันนี้ดาอยากไปดูหนังแล้วก็รับประทานอาหารร้านเดิม รีบไปเถอะค่ะ”

เพชรพูดไม่ออก เลยต้องตกกระไดพลอยโจนขึ้นรถไปกับดาลิน...

ooooooo

ทับถูกนำตัวไปสอบสวนในห้องโดยมีผู้การยิ่งยศและดามพ์เป็นผู้สอบสวน ยิ่งยศถามทันทีว่าทับจะพาตนไปชุมโจรเสือเมฆได้ใช่ไหม ทับบอกว่าขึ้นอยู่กับข้อตกลง ก่อนอื่นให้ถอดกุญแจมือออกก่อน

ยิ่งยศพยักหน้า ดามพ์ขยับจะเข้าไปไขกุญแจ ปรากฏว่า ยิ่งยศเป่าไปที่กุญแจพรวดเดียวล็อกก็เปิดเอง กุญแจมือร่วง ทับตกใจ ดามพ์ตาค้าง ทับถามว่า

“เฮ้ย...นี่เอ็งเล่นของด้วยหรือ”

“อยากลองอีกก็ได้นะ” ยิ่งยศยิ้มเย้ย แล้วว่าคาถาเพ่งไปที่โคมไฟ ไฟระเบิดเกิดเป็นเปลวไฟลามลุกไปทั่วเพดานอย่างรวดเร็ว ดามพ์ตกใจบอกให้รีบหนีไป แต่ยิ่งยศกลับยิ้มพูดสบายๆว่า “ของเด็กเล่น” แล้วยกแก้วน้ำว่าคาถา สาดน้ำไปที่โคมไฟ ไฟดับมอดทั้งหมดทันที

ทับมองทึ่ง ส่วนดามพ์อ้าปากค้างมองตะลึง เมื่อไปที่ห้องทำงานยิ่งยศอยู่กันตามลำพัง ดามพ์เอ่ยอย่างไม่หายทึ่งว่า ตนอยู่กับท่านตั้งนานไม่รู้เลยว่าท่านก็มีคาถาอาคมดีกับเขาเหมือนกัน

“ของแบบนี้ เขาเอาไว้ใช้ในยามคับขัน ไม่ได้มาทำกันพร่ำเพรื่อ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จัดกำลังชุดเฉพาะกิจให้พร้อม อั๊วจะทลายรังพวกมัน” ยิ่งยศสั่งอย่างมุ่งมั่น

ooooooo

เพชรพาดาลินไปที่ภัตตาคารจีนเดิมที่เคยพาไป ผู้จัดการออกมาต้อนรับ จำทั้งสองได้บอกว่าโต๊ะที่จองไว้อยู่ชั้นบน เชิญขึ้นไปเลย เพชรขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ดาลินจึงขึ้นไปก่อน

ดาลินขึ้นไปเจอชิดใจกำลังด่าทอพนักงานว่าไม่ได้ทำอาหารให้ตามที่สั่ง จนผู้จัดการต้องมาขอให้ใจเย็นๆ และจะสั่งให้ห้องครัวทำให้ใหม่ แต่ชิดใจก็ยังอาละวาดปาแก้วถามผู้จัดการว่า รู้ไหมว่าตนเป็นใคร

“รู้สิคะ คุณเป็นแฟนผู้กองมือปราบ” ดาลินตอบแทนผู้จัดการ พอชิดใจหันมาเห็นดาลินคู่ปรับเก่าก็มองตาขวาง ทั้งคู่จึงเปิดฉากวิวาทด่าทอกัน เบ่งว่ารู้จักคนใหญ่คนโต จะเล่นงานอีกฝ่าย

ฝ่ายเพชร ระหว่างทางที่แยกไปนั้น เขาผ่านเคาน์เตอร์เห็นโทรศัพท์วางอยู่จึงขอใช้โทรศัพท์โทร.ไปหาผู้กองดามพ์ ตำรวจที่รับสายบอกว่าไม่อยู่ เพชรเอะใจว่าวันนี้เป็นเวรของผู้กองไม่ใช่หรือ

“ครับหมวด แต่วันนี้ผู้กองดามพ์ออกไปรับผู้ต้องหาจากบึงกร่างตั้งแต่เช้าแล้วครับ”

“แล้วผู้ต้องหามาถึงกองปราบหรือยัง...งั้นแค่นี้นะขอบใจมากจ่า”

เพชรวางหูยืนครุ่นคิด เหลือบเห็นรูปถ่ายพระองค์หนึ่งติดอยู่ที่ผนัง รู้สึกสะดุดตาจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆจำได้ว่าเป็นหลวงปู่บุญทาที่เพชรเคยฝันว่าหลวงปู่มาพูดถึงตะกรุด พอนึกได้เขาคลำตะกรุดที่อกเสื้อ

“เอ๊ะ ตะกรุดหายไปไหน” เพชรเอะใจ มองภาพนั้นอีกที ปรากฏว่ากลายเป็นภาพวิวไปแล้ว ทันใดนั้น ผู้จัดการเดินอ้าวมาบอกเขาว่า แย่แล้วคุณผู้หญิงเกิดเรื่องแล้ว เพชรตกใจรีบขึ้นไปที่ห้องอาหาร

ไปถึงเจอดาลินกับชิดใจกำลังตบกันนัวเนีย ผู้จัดการกับเพชรรีบเข้าไปแยกออกจากกัน ชิดใจแค้นที่ดาลินมีคนมาช่วยขู่ว่าจะไปแจ้งความจับติดคุกเสียให้เข็ด

เพชรบอกว่าแจ้งความกับตนก็ได้ ชิดใจมองอย่างดูถูกว่าระดับนี้จะมีน้ำยาอะไร เพชรถามดาลินว่าเธอตบเขาจริงหรือ ดาลินยอมรับแต่ทำไปเพราะถูกทำร้ายก่อน เพชรจึงไกล่เกลี่ยว่า

“งั้นเลิกแล้วต่อกันได้ไหมครับ เพราะคุณทั้งสองวิวาทกันยังไงก็ผิดทั้งคู่”

สองสาวต่างไม่ยอม ชิดใจขู่จะฟ้องถึงอธิบดี ดาลินเชิญฟ้องตามสบายถามเย้ยๆว่ามีเบอร์โทรศัพท์ท่านไหมตนจะให้ ชิดใจมองแค้นๆคว้ากระเป๋าพูดอาฆาตว่าจะกัดไม่ปล่อยเลยคอยดู

หลังจากชิดใจไปแล้ว เพชรบอกดาลินว่าบังเอิญเครื่องรางที่คุณแม่ให้ไว้หายไม่รู้ว่าหล่นที่บ้านหรือเปล่าอยากกลับไปดู ทั้งสองจึงพากันกลับเพราะหมดอารมณ์จะทานอะไรอีกแล้ว เพชรจึงพาดาลินไปส่งที่บ้าน

ooooooo

หาญลอบมาที่บ้านยิ่งยศ แอบปีนเข้าไปในบ้าน เป็นเวลาที่เกศินีกำลังจะเข้าห้องน้ำ หาญปรากฏตัวขึ้นเรียกเบาๆ “พี่เองเกศ”

เกศินีตะลึงงัน คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอหาญอีก หาญบอกว่ามาหาเพื่อต้องการถามว่า เพชรเป็นลูกของเราใช่ไหม เกศินีสะอึกอึ้งไปครู่หนึ่ง จึงบอกเขาว่าลูกของเราแท้งไปแล้ว เพชรคือลูกของยิ่งยศ

“แล้วทำไมเธอถึงให้ตะกรุดของพี่กับเขา” หาญซัก เกศินีบอกว่าเพราะกลัวเพชรจะได้รับอันตราย จึงให้เพชรไว้คุ้มครอง หาญพูดอย่างสะท้านใจว่า “เข้าใจแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของเรามันอาภัพนัก ไม่มีโอกาสแม้แต่จะลืมตาดูโลก”

เกศินีสะเทือนใจจนน้ำตาคลอ ก็พอดีเพชรมาเคาะประตูเรียก ทั้งเกศินีและหาญต่างตกใจ เกศินีรีบขอร้องหาญว่าเพื่อเห็นแก่ความสัมพันธ์ของเราขอให้หาญละเว้นเพชรด้วย

“เพื่อนรักเหรอ หึ ได้ซิ เกศขอทั้งทีทำไมพี่จะให้ไม่ได้” หาญตอบ พลันก็จับเกศินีเป็นตัวประกันเอาปืนจี้ไว้ เพชรเปิดประตูเข้ามาเจอถามว่า เสือหาญเข้ามาได้ยังไง สั่งให้ปล่อยแม่ตนเดี๋ยวนี้ หาญบอกว่า “ฉันไม่ทำอะไรแม่ของหมวดหรอก”

พูดขาดคำหาญก็ว่าคาถาเป่ามนต์ใส่เพชร เพชรชะงักตาลอยร่วงลงไปนั่งหลับ เกศินีตกใจถามว่าทำอะไรเพชร หาญตอบอย่างใจเย็นว่า

“ไม่ต้องห่วงหรอก เขาแค่หลับไปเท่านั้น แล้วพอตื่นขึ้นมาเขาจะลืมทุกอย่างที่เราไม่อยากให้เขารู้ พี่จะไปแล้ว ฝากบอกไอ้ยิ่งด้วย ถ้าไม่อยากให้ลูกชายต้องมาเสี่ยงกับโจรห้าร้อยอย่างพวกพี่ ก็ให้ปล่อยไอ้ทับเสีย พี่จะรอรับมันอยู่ที่อิสุโร ดูแลตัวเองด้วย เราคงไม่ได้เจอกันอีก” พูดเสร็จหาญออกไปทางระเบียงปีนลงไป

ยิ่งยศกลับมาพอดี มองแวบเดียวก็จำได้ว่าเป็นหาญ ยิ่ง–ยศลงจากรถวิ่งตามหาญไปทางหลังบ้าน แต่หาญปีนกำแพงออกไปแล้ว ยิ่งยศจึงรีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้านด้วยความเป็นห่วงเกศินี

ooooooo

ขึ้นมาถึงที่ห้องนอน เห็นเกศินีพยายามปลุกเพชรให้ตื่น เขาพรวดเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น บอกว่าตนเห็นหาญ ถามว่า “ไอ้หาญมาใช่ไหม”

“ใช่ พี่หาญก็คือเสือหาญ” ยิ่งยศถามว่าหาญมาทำไม มาทำร้ายเพชรหรือ “ฉันเห็นเขาเป่ามนต์อะไรใส่เพชรก็ไม่รู้”
ยิ่งยศรีบเอามือจับกระหม่อมเพชร ว่าคาถา เป่าพรวดทีเดียว เพชรก็ลืมตาขึ้น เขามองหน้าพ่อมองหน้าแม่ ถามว่าตนเป็นอะไร จำได้ว่าเดินเข้ามาในบ้านแล้วก็เห็นใคร...เพชรนึกไม่ออก

“ลูกคงเหนื่อยมากเลยหน้ามืดไป” เกศินีตัดบท บอกว่าเดี๋ยวจะต้มโสมมาให้ เพชรจึงเดินงงๆกลับไปห้องตัวเอง ยิ่งยศถามเกศินีว่าหาญต้องการอะไร “เขามาขอให้คุณปล่อยเสือทับ” เกศินีบอก

แต่ยิ่งยศยังไม่เชื่อสนิทใจ ถามว่าหาญพูดแค่นั้นหรือ เกศินีถามว่าเขาอยากให้หาญพูดอะไรหรือ

“ก็ทำไมมันถึงไปอยู่กับเสือเมฆ คุณน่าจะเกลี้ยกล่อมให้มันมอบตัว” ยิ่งยศบ่นๆ เกศินีอ้างว่าเวลาฉุกละหุกมากแล้วจู่ๆเพชรก็กลับมาอีก ยิ่งยศจึงตัดบท “ดีแล้วที่มันเป่ามนต์ให้เพชรลืมทุกอย่าง ไม่งั้นเราต้องมานั่งตอบคำถามลูกอีกยาว”

“พี่หาญยังบอกด้วยว่า จะรอคุณที่อิสุโร มันที่ไหนเหรอคะ แล้วคุณจะทำยังไงกับเขา”

“คุณไม่ต้องห่วง ยังไงซะ หาญมันก็เป็นเพื่อนผม ผมจะพยายามจับเป็น”

คำตอบของยิ่งยศทำให้เกศินีสบายใจขึ้นเปลาะหนึ่งแต่ก็ยังแอบกังวลอยู่

ooooooo

เพราะดามพ์ขู่จะกรีดหน้าสาลี่ให้เหวอะ ทำให้ยศยอมแพ้ หลังจากนั้น ดามพ์ก็เรียกประชุมตำรวจที่กองปราบ วาดแผนที่ชุมโจรบนกระดานตามที่ทับบอก อธิบายว่า

“ทุกหน่วยปิดล้อมพร้อมกันจากจุดนี้...จุดนี้...และจุดนี้...เที่ยงคืนตรงคือเวลาที่เราจะบุกเข้าไปทลายชุมโจรมันพร้อมกัน”

ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมเปิดออก ยิ่งยศเข้ามาขัดจังหวะบอกแก่ที่ประชุมว่า

“ทุกอย่างยกเลิก เราจะเปลี่ยนแผน”

หลังจากนั้น ทับก็ถูกเอาตัวไปพบยิ่งยศในรถที่หน้ากองปราบ ยิ่งยศบอกทับว่าจะให้เขาไปในที่แห่งหนึ่ง

ที่แห่งนั้น คือ “สำนักป่าอิสุโร” ที่หาญนัดให้พาทับไปพบตนที่นั่น เป็นสถานที่ที่หาญกับยิ่งยศในวัยเด็กถูกมนต์ดำมานอนไม่ได้สติอยู่ที่นั่น จนหลวงปู่บุญทามาพบ จึงร่ายคาถาถอนมนต์ดำให้

หาญยังจำสถานที่นี้ได้ดี แต่วันนี้กลับรู้สึกหดหู่เมื่อคิดถึงความเป็นเพื่อนรักกันกับยิ่งยศในสมัยนั้นพลันเขาก็สะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงนกแสกร้อง แล้วบินออกจากช่องหน้าต่าง หาญรู้ว่ามีคนมาจึงเป่าเทียนดับแล้วเข้าไปซ่อนตัวหลังพระประธาน

ไม่นานนัก ยิ่งยศพาทับที่มีเชือกมัดมือถูกผลักเข้ามา ยิ่งยศไม่เห็นหาญจึงพูดเหมือนเรียกให้ออกมาพบว่า “ไอ้หาญ ฉันรู้ว่าแกอยู่ที่นี่”

เมื่อหาญออกมาถามว่ายังจำที่นี่ได้อยู่หรือ ยิ่งยศตอบทันทีด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรว่า

“ถึงวันนี้ แกกับฉันจะเดินบนเส้นทางขนาน แต่ยังไงเราก็ยังเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน”

“แกยังกล้าพูดแบบนั้นอีกหรือ”

“แกคงโกรธที่ฉันแต่งงานกับเกศินี แต่ถ้าแกได้เห็นว่าตอนที่เกศรู้ว่าแกแหกคุกเขาทุกข์แค่ไหน แกจะเข้าใจว่าทำไมฉันถึงต้องดูแลเขา”

“ฉันไม่ได้แหกคุก เสือเมฆต่างหากที่มาปล้นตัวน้องชาย แล้วฉันแน่ใจว่าแกรู้ แต่แกจงใจบอกทุกคนว่าฉันทำ เหมือนกับที่แกจงใจฆ่าปิดปากพยานคนเดียวที่จะช่วยฉันได้นั่นแหละ”

ยิ่งยศทำไขสือถามว่าพูดอะไรตนไม่เข้าใจ หาญตัดบทว่าช่างเถอะ มาถึงตอนนี้ ตนถือว่าฟ้าลิขิต เมื่อเขาปล่อยตัวทับแล้วทุกอย่างก็เลิกแล้วต่อกัน ตนจะถือว่าเราไม่เคยพบกันมาก่อน

“ได้...นี่ถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะเจอกันอย่างมิตร ต่อไปคงต้องเป็นศัตรูกัน” ยิ่งยศผลักทับไปหาหาญ หาญแก้เชือกให้ทับพลางบอกยิ่งยศว่า “ฉันขอเตือนแกกับหมวดเพชรลูกชายแกออกไปให้ห่างเพราะการต่อสู้จากนี้ไปคงไม่มีข้อละเว้นให้ใครทั้งนั้น” พูดจบหาญก็พาทับออกไปด้านหลังโบสถ์

ooooooo

เมื่อยิ่งยศเดินออกมาที่รถซึ่งจอดอยู่หน้าเชิงบันได ทางขึ้นโดยมีดามพ์ยืนคอยอยู่ ดามพ์ถามว่าทำอย่างนี้ไม่เสี่ยงไปหรือ ยิ่งยศตอบอย่างผยองว่าอยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ  แต่คราวนี้เราจะทำลายถ้ำมันทิ้งให้สิ้นซากด้วย

“เกิดไอ้ทับมันทรยศเราล่ะครับ ขนาดพวกเดียวกันมันยังหักหลังได้”

“มันยอมเสี่ยงให้ถูกจับตัวเพื่อมาต่อรองกับเรา แสดงว่ามันไม่มีทางกลับไปอยู่ฝ่ายเสือเมฆอีกแล้ว เท่าที่เห็นมันคงมีความแค้นกับไอ้หาญพอสมควร เราแค่คอยอยู่บนภูดูเสือกัดกัน พวกมันสะบักสะบอมเราค่อยลงมือ”

ดามพ์มองทึ่งพึมพำว่า ไม่ยักทราบว่าท่านเคยรู้จักกับเสือหาญด้วย ยิ่งยศมองขวับตาดุสั่งเข้มว่า

“ลื้อควรรู้นะ ว่าอะไรควรจำ อะไรไม่ควร”

ส่วนทับก็ทักหาญว่า รู้ว่าหาญเป็นตำรวจมาก่อนแต่คิดไม่ถึงว่าจะมีเพื่อนเป็นนายตำรวจใหญ่ขนาดนี้ หาญบอกว่าระหว่างตนกับเขาไม่มีคำว่าเพื่อนอีกแล้ว เมื่อทับเลียบเคียงว่าดูเหมือนจะมีความแค้นต่อกัน หาญตัดบทว่า

“ข้าไม่อยากพูดถึงมันอีก ทุกวันนี้ข้ากับมันเดินคนละเส้นทางแล้ว ข้าขออะไรเอ็งอย่าง เก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่าให้พี่เมฆรู้เด็ดขาด”

“ได้ ข้ารับปาก”

ooooooo

เช้านี้ ขณะที่ชัดนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูเรือนของหาญ ที่ภายในห้องมีหาญที่เป็นหุ่นพยนต์นั่งทำสมาธิอยู่  จู่ๆพลับพลึงก็โผล่มาจะเข้าไปในห้อง ถูกชัดกระโดดขวาง พลับพลึงอ้างว่าเห็นหาญเงียบไปนานแล้ว กลัวจะเป็นอะไรไป

พลับพลึงฉวยโอกาสตอนชัดเผลอผลุบเข้าไปในห้อง ชัดตกใจพรวดเข้าไปจะเอาพลับพลึงออก เลยดึงทึ้งปลุกปล้ำกันอยู่ในนั้น จนชัดทนไม่ได้บอกพลับพลึงว่าตนรักตนเป็นห่วง เพราะหาญปลุกของอยู่ห้ามไปขัด มันเป็นอันตรายทั้งตัวพลับพลึงและหาญ

ระหว่างปลุกปล้ำกันนั้น ชัดทนใจตัวเองไม่ได้กอดแล้วหอมพลับพลึงเสียฟอดใหญ่ เลยโดนตบฉาดใหญ่แล้วพลับพลึงก็วิ่งออกไป ชัดจึงได้สติ ถามตัวเองมึนๆว่า “นี่ข้าทำอะไรลงไป...”

พลับพลึงวิ่งปาดน้ำตาออกมา ชนรื่นเข้าอย่างจัง ทำให้ตะกร้าผ้าที่ซักแล้วหล่น โดนรื่นด่าว่าเดินประสาอะไร พลับพลึงสวนไปทันควันว่าอยากมาขวางตนทำไม

รื่นไม่ยอมถามว่ามาชนตนจนผ้าที่เพิ่งซักมาหล่นหมดแล้วจะไปกันง่ายๆแบบนี้หรือ พลางมองพลับพลึงอย่างสำรวจ เห็นกระดุมเสื้อเม็ดบนหลุด เลยพูดยั่วประสาทว่า

“ถ้าข้าเดาไม่ผิด เอ็งคงเพิ่งมาจากเรือนพี่หาญ เอ...ช่วยบอกข้าเอาบุญทีสิ คราวนี้...ไปมั่วกับหนุ่มหรือแก่กันแน่วะ”

พลับพลึงโกรธสุดๆร่ายมนต์ใส่รื่นที่ลอยหน้าลอยตา

กวนประสาทจนรื่นตกใจร้องกรี๊ด  เมื่อกิ่งไม้รอบตัวกลายเป็นงูเลื้อยยั้วเยี้ยไปหมด ดีที่ลออมาเจอสั่งพลับพลึงให้หยุดเดี๋ยวนี้ พลับพลึงหยุดแล้วเดินไปหน้าตาเฉย งูที่เลื้อยยั้วเยี้ยอยู่ก็กลายเป็นกิ่งไม้ไปในพริบตา ลออมองตามหลานสาวตัวแสบไปอย่างระอาใจ

ooooooo

แหลมกับแต้มเมื่อขาดทับไปก็เหงา พากันไปนั่งบ่นถึงทับที่น้ำตก แต่ทันใดทั้งสองก็ตกใจแกมทึ่งเมื่อเห็นทับเดินมาทัก แต้มถามว่ากลับมาทำไม แหลมก็ติงว่าตามแผนไม่ใช่แบบนี้

ทับยิ้มให้คู่หูทั้งสองอย่างเจ้าเล่ห์แล้วเล่าว่า ยิ่งยศให้ตนกลับมาที่ชุมโจร ทำตามแผนที่เขากำหนดแล้วจะเพิ่มค่าเหนื่อยให้เท่าตัว เป็นจำนวนเงิน 6 แสนบาท รวมถึงชีวิตอิสระของทับและพวกด้วย

แต้มกับแหลมสนใจจี้ถามว่าแล้วพวกตนต้องทำยังไงบ้าง บอกมาจะได้เตรียมตัวได้ถูก

“เราต้องจัดการกับหัวใจของชุมโจรเสียก่อน นั่นคือ พญาสมิงเหล็ก มันเป็นเหล็กไหลที่อาจารย์อินบูชา ถ้าเรากำจัดมันได้ มนต์ที่พรางชุมก็จะหายไป”

แหลมปอดแหกขึ้นมาไม่อยากเล่นด้วย แต้มก็ถามหวาดๆว่าเราจะกำจัดมันยังไงดี

“พวกเอ็งกลับไปก่อน ข้าคิดออกแล้ว” ทับบอกทั้งสองเมื่อเห็นรื่นถือตะกร้าผ้าร้องไห้มาแต่ไกล

ทับออกไปดักรื่น พอรื่นเห็นว่าเป็นทับก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาตัดพ้อต่อว่าตามประสาว่าตอนทับไม่อยู่ตนถูกพลับพลึงรังแกจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ทับปลอบใจให้ทนอีกนิดหนึ่ง ต่อไปจะไม่มีใครกล้าหือกับเราอีก แต่มีข้อแม้ว่ารื่นจะต้องช่วยตนทำงานอย่างหนึ่งก่อน

ooooooo

หาญกลับมายังเรือนของตัวเองที่มีหุ่นพยนต์นั่งสมาธิอยู่ ชัดตกใจเห็นตัวเป็นๆของหาญก็ถามว่าแล้วข้างในล่ะ? หาญบอกว่าเดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง

เมื่อเข้าไปในบ้านแล้วหาญจึงเล่าให้ฟังและขอโทษชัดที่ต้องโกหก ชัดไม่โกรธแต่กลับชื่นชมหาญ ชมว่ายอดฝีมือจริงๆสมแล้วที่ตนนับถือเป็นแบบอย่าง รับรองว่าตนจะฝึกวิชา จะเดินตามรอยหาญให้ได้

หาญอดละอายใจลึกๆไม่ได้ที่ต้องโกหกชัด จัดแจงเสกคาถาไปที่หุ่นพยนต์จนหุ่นกลายเป็นตุ๊กตาไม้เล็กๆเหมือนเดิม หาญเก็บใส่ย่าม ส่วนชัดรีบไปตักน้ำมาให้หาญดื่ม

ooooooo

วันนี้เพชรไปที่กองปราบจะเข้าไปคุยกับเสือทับ ถูกสิบเวรกันไม่ให้เข้าอ้างว่าขัดคำสั่งท่านผู้การเพชรอ้างว่าตนเป็นลูกชายท่านผู้การน่าจะมีข้อยกเว้น

เมื่อได้เข้าไปที่ห้องขัง เพชรงงเมื่อไม่มีทับอยู่ในนั้น หันมองสิบเวรเห็นยืนหน้าซีดอยู่ เพชรกลับไปหาพ่อที่ห้องทำงาน ถามว่าตนเป็นคนจับเสือทับมา ตนควรรู้ว่าทับหายไปไหน

“เมื่อคืนเสือทับมันหายไปจากห้องคุมขังอย่างไร้ร่องรอย คงเป็นฝีมือไอ้เสือหาญแน่ ที่ฉันต้องปิดเรื่องนี้เอาไว้ก็เพราะไม่อยากให้กรมตำรวจดูแย่ไปกว่านี้” ยิ่งยศชี้แจงหน้านิ่ง

เพชรเข้าใจไม่ได้ว่าทำไมทับหายตัวไปได้ พวกนั้นเป็นภูตผีปิศาจหรือ เราทำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม ยิ่งยศตัดบทว่าเรากำลังสอบสวนตำรวจที่เฝ้าอยู่ แต่เรื่องนี้อย่าแพร่งพรายไป เมื่อเพชรยังทำท่าจะไม่ยอม ยิ่งยศพูดขู่แกมขอร้องว่า

“ถ้าแกอยากเห็นพ่อมีความผิดละก็ เชิญไปบอกท่านอธิบดีได้เลย”

เพชรเลยอึ้ง ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี

เมื่อไม่อาจขัดพ่อได้ เพชรมุ่งมั่นที่จะลองดีกับพวกโจรที่ใช้เวทมนตร์คาถาดูสักตั้ง จะไม่ยอมให้มาทำลายเกียรติภูมิของตำรวจอีก ดังนั้น เขากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านบอกเกศินีว่าวันนี้ลางานเพื่อไปกับดาลิน

ยิ่งยศดีใจ เบาใจ คิดว่าลูกเลิกสนใจเรื่องจับโจรแล้ว เตรียมแผนจะต้อนรับลูกสะใภ้เร็วๆนี้

ooooooo

หารู้ไม่ว่า  เพชรไปรับดาลินเธอจะไปกราบท่านมาแมร์แคทเทอรีนเพราะนับแต่กลับจากอังกฤษยังไม่ได้ไปกราบท่านเลย

พอออกมาครู่เดียวเพชรก็ทำเป็นรถเสีย โทร.ขอแรงดามพ์มารับดาลินไปแทน ส่วนตัวเองโกหกว่าจะรอช่างมาดูรถ พอดามพ์รับดาลินไป เพชรก็ขับรถออกไปทันที

ทีแรกดาลินก็อารมณ์เสียบอกดามพ์ว่าจะกลับบ้าน แต่พอดามพ์แนะนำตัวเองว่าชื่อเสียงเรียงนามอะไร ดาลินจำได้หาทางแกล้ง เปลี่ยนใจไปตามแผนเดิม หลังจากเข้าไปกราบมาแมร์นับชั่วโมงแล้ว กลับออกมาก็จะไปซื้อผ้า ให้ดามพ์หิ้วของพะรุงพะรัง

ซื้อผ้าเสร็จก็ไปร้านเสริมสวย ทำผมทำเล็บอีกสองชั่วโมงกว่า เมื่อออกมาก็ปากหวานชมเขาว่าเป็นคนที่อดทนดี ตนประทับใจมากๆเลียบเคียงหยั่งเชิงว่า

“คุณเองก็มีคนรักอยู่แล้ว มาเดินตามผู้หญิงอื่นแบบนี้ไม่กลัวเธอมาเห็นแล้วจะเข้าใจผิดเหรอคะ”

ดามพ์ปฏิเสธว่าเธอคงเข้าใจผิด ดาลินไม่คาดคั้นแต่พูดเชิงฟ้องให้รู้ว่า

“เอ...แสดงว่าผู้หญิงที่ฉันเจอคงจะทึกทักเอาเองว่าเขาเป็นแฟนคุณ” ครั้นดามพ์ถามว่าหมายถึงใคร ดาลินตัดบทว่า “ช่างเถอะค่ะ เอาเป็นว่า ฉันรู้แล้วว่าคุณยังโสด ถ้าฉันเจอผู้หญิงคนนั้นอีกที ฉันจะได้บอกเธอว่าอย่าเที่ยวเอาชื่อคุณไปอ้างเพื่อจะระรานเอาเปรียบใครอีก เพราะมันจะเสียชื่อถึงกรมตำรวจด้วย”

ดามพ์ทำหน้างงๆจนดาลินเดินไปที่รถ เขารีบไปเปิดประตูรถให้

ooooooo

สลัดดาลินให้ดามพ์รับไปแล้ว เพชรบึ่งรถไปที่บ้านกระเต็นเพื่อให้ดาบแหวนสอนอาคมให้ ดาบแหวนเกี่ยงว่าตนทำให้ดูไม่ใช่ว่าจะสอนได้ กระเต็นเงี่ยหูฟังอยู่ ได้ยินเพชรอ้อนวอนพ่อให้สอนเพราะต้องการที่จะไปสู้กับพวกโจร

ตอนที่ 4

บานเย็นมุ่งมั่นที่จะให้กระเต็นประกวดนางงามมะไฟให้ได้ จึงจับซ้อมเดินที่บ้านก่อน กระเต็นเดินเป็นม้าดีดกะโหลกจนบานเย็นปวดหัว บังคับเคี่ยวเข็ญให้เดินอยู่ถึงครึ่งวันจึงยอมให้พักกินข้าว

กระเต็นแวบไปหาไอ้จุกที่สวนหลังบ้าน รับโพยจดคาถากำบังกายที่ไอ้จุกแอบเข้าไปลอกจากตำราในห้องหลวงพ่อมาให้ พอกระเต็นเอาโพยไปไอ้จุกก็แบมือทวงรางวัล กระเต็นเอาลูกอมเม็ดหนึ่งให้ ไอ้จุกบ่นอุบว่าเม็ดเดียวเนี่ยนะ

ครู่หนึ่งเสียงบานเย็นตะโกนเรียกกระเต็นก็แว่วมา กระเต็นบอกไอ้จุกว่าหัวเด็ดตีนขาดตนก็ไม่ยอมเข้าประกวดแน่ ว่าแล้วแวบไปแอบท่องคาถากำบังกาย

ไอ้จุกรับหน้าบานเย็น พอบานเย็นถามหากระเต็น ไอ้จุกโกหกหน้าตายว่าเห็นไปเก็บผักมาให้ป้ากินกับน้ำพริกพลางชี้ให้ดู บานเย็นขอบใจแต่เดินไปอีกทางหนึ่งอย่างรู้ทันคู่หูตัวแสบของลูกสาว

กระเต็นกำลังเร่งท่องคาถากำบังกายอยู่ เห็นแม่เดินมาก็บ่นอย่างหงุดหงิด

“ไอ้จุกเอ๊ย...เอ็งถ่วงเวลาประสาอะไรวะ ข้ายังท่องคาถาไม่คล่องเลย” พลางก็มองหาที่ซ่อนตัวก่อนที่จะกำบังกายได้ มุดเข้าไปในเรือแจวแอบนอนที่ใต้ท้องเรือ รีบท่องคาถาต่อ

บานเย็นเดินมาหยุดข้างเรือทำเป็นบ่นว่า “มันหายหัวไปไหนวะ” แล้วแกล้งเดินเลยไป

กระเต็นแอบดูเห็นแม่เดินไปแล้วก็ดีใจนึกว่าตนท่องคาถากำบังกายได้แล้ว ลุกขึ้นอย่างมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นแน่ แต่แล้วก็ชะงักกึกเมื่อเห็นเท้าของบานเย็นเดินมาหยุดตรงหน้าเงยมองเห็นแม่ กอดอกยิ้มเหี้ยม กระเต็นหัวเราะแหะๆเมื่อถูกจับได้

“ใช้คาถาอะไรก็หนีข้าไม่พ้นหรอกโว้ย นังเต็น!” บานเย็นเขกหัวกระเต็นดังโป๊ก

ระหว่างคุมตัวกระเต็นกลับไปซ้อมเดินอีกนั้น กระเต็นอ้อนวอนแม่อย่าส่งตนเข้าประกวดเลย ดาบแหวนก็บอกให้บานเย็นสงสารมันเถอะ

“ช่วยไม่ได้ มันอยากลองดีเอง” บานเย็นปรามผัว ผลักกระเต็นเข้าห้อง “คราวนี้ข้าไม่ใจอ่อนแน่นังเต็น เอ็งต้องอยู่ในนี้จนกว่าจะถึงวันประกวด!”

ooooooo

ดาบแหวนคุยกับจ่าเฉยขณะนั่งกินกาแฟกันที่ตลาดบึงกร่างเรื่องบานเย็นบังคับ ให้กระเต็นประกวดนางงามมะไฟปีนี้ จ่าเฉยพูดขำๆแหยงๆว่ากลัวกระเต็นจะเตะก้านคอกรรมการหักเสียมากกว่า

ดาบแหวนตำหนิตัวเองว่า ตนผิดเองเป็นตัวการชักจูงให้กระเต็นมาคลั่งไคล้เรื่องไสยเวท แต่จ่าเฉยเห็นว่าเรื่องนี้ มันอยู่ที่ศรัทธา ทั้งยังบ่นว่าถ้ากรมตำรวจเรามีจอมขมังเวทสักกองทัพ ป่านนี้ก็คงปราบพวกเสือเมฆได้แล้ว

“เออ ได้ข่าวว่ามันอาละวาดอีกแล้วใช่ไหม” ดาบแหวนถาม จ่าเฉยบอกว่าปล้นเรือเสี่ยเส็งบ้านคลองขุ่น ตำรวจตายเกลี้ยง ดาบแหวนฟังแล้วได้แต่พูดปลงๆว่า “ถ้าข้างบนไม่เชื่อเรื่องนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้”

“ผู้หมวดเพชรไงพี่แหวน เราลืมหมวดไปได้ยังไง แกมาลองของกับพี่แล้วนี่” จ่าเฉยนึกได้

ดาบกับจ่ามองหน้ากันอย่างมีความหวังขึ้นมา

ooooooo

หมวดเพชรที่ดาบแหวนกับจ่าเฉยฝากความหวังไว้นั้น หลังจากได้รู้จักกับดาลินและลุยกับพวกจิ๊กโก๋ในวันนั้นแล้ว ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันเป็นพิเศษ วันนี้ดาลินก็แกล้งโทร.มาอำ พอจำกันได้เธอก็ให้เขาพาไปเลี้ยงอาหารกลางวันไถ่โทษที่โกหกเธอว่าตัวเองเป็น แค่ตำรวจชั้นผู้น้อยธรรมดาๆคนหนึ่ง

เพชรพาเธอไปทานที่ภัตตาคารจีน ปรากฏว่าเธอชอบมาก อยู่ลอนดอนก็มีร้านอาหารจีนแต่ไม่อร่อยเหมือนที่บ้านเรา

ที่ภัตตาคารนี่เอง ดาลินปะทะกับชิดใจ เมื่อต่างก็แย่งห้องเดียวกัน แต่ดาลินจองห้องวีไอพีนี้ไว้ก่อนแล้ว ชิดใจจะเอาห้องเดียวกันนี้ให้ได้ ขู่เพชรว่าแฟนตนมีดาวบนบ่ามากกว่าเขา ถามว่ารู้จักผู้กองดามพ์แห่งกองปราบหรือเปล่า

ดาลินถือว่าตัวเองเป็นลูกสาวอธิบดี เย้ยว่าคนที่ดาวจะหลุดจากบ่าไม่ใช่ฝ่ายตนแน่ แล้วบอกผู้จัดการอย่างวางอำนาจว่า

“ผู้จัดการ ฉันหิวแล้ว ถ้าไม่ได้นั่งโต๊ะนี้เดี๋ยวนี้ฉันจะย้ายร้าน”

“เชิญด้านนอกดีกว่านะครับ ผมจะจัดโต๊ะใหม่ให้” ผู้จัดการหันไปขอร้องชิดใจ

“ได้! แกเตรียมปิดร้านได้เลย” ชิดใจขู่แล้วเดินสะบัดไป

เมื่อเข้าไปในห้องวีไอพีได้สมใจหมายแล้ว ดาลินบ่นว่าโปลิศไทยนี่ใหญ่น่าดู ขนาดแค่มีแฟนเป็นผู้กองยังอวดเบ่งขนาดนี้ บอกเพชรว่า “ดาจะฟ้องคุณพ่อให้ย้ายอีตาผู้กองดามพ์ พรุ่งนี้เลย”

เพชรช่วยแก้ให้ว่าดามพ์คงไม่รู้เรื่องด้วย ดาลินถามว่าเขารู้จักดามพ์จริงๆหรือ

“ครับ เขาเป็นคนสนิทคุณพ่อ งานของคุณดาเขาก็ไปนะครับ” เพชรเล่า ดาลินสรุปว่าก็เท่ากับดามพ์เป็นลูกน้องพ่อเขาแล้วทำไมเขาถึงปล่อยให้ดามพ์ วางอำนาจอยู่ได้ เพชรตอบปลงๆว่า “คนที่ถูกกดขี่มามาก พอได้ทีมีอำนาจขึ้นมาบ้างก็เลยอดแสดงไม่ได้ ตรงกันข้าม เรามีอำนาจในมือ ก็ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ ไม่งั้นในสังคมก็จะมีแต่คนใช้อิทธิพลเต็มไปหมด”

ดาลินชื่นชมเพชรว่าถ้าเมืองไทยมีตำรวจอย่างเขาเยอะๆ

คงน่าอยู่ที่สุด แต่เพชรกลับบอกว่า ตำรวจอย่างเขาไร้ประโยชน์ที่สุดต่างหาก ทำเอาดาลินงงถามว่าทำไมหรือ เขาได้แต่ยิ้มเศร้าๆ

ooooooo

ที่ลานประชุมในชุมโจรเสือเมฆ กำลังมีการประชุมกัน เสือเมฆได้รับรายงานจากสมุนแล้วปรารภว่า

“ฝั่งโน้นมันจะขนอาวุธเถื่อน ข้ามชายแดนมางั้นรึ หึ ไอ้พวกตำรวจมันต้องมีส่วนรู้เห็นด้วยแน่ เสืออย่างเราปล้นคนเลวช่วยคนจน แต่ไอ้พวกถือกฎหมาย มันเอาแต่จะคิดปล้นชาติปล้นแผ่นดิน”

ทับเสนอให้ดักปล้นเสียเลยเพราะอาวุธเรากำลังร่อยหรอเต็มที หาญแย้งทันทีว่าไม่เห็นด้วย ทับมองตาขวางถามว่า “อะไรของเอ็งอีกวะไอ้หาญ”

“ถ้าพวกตำรวจมีส่วนรู้เห็น การปล้นครั้งนี้ก็เสี่ยงไม่น้อย ไม่แน่มันอาจจะเป็นกับดักเพื่อล่อพวกเราไป อีกอย่างถ้ามันเป็นอาวุธเถื่อนจริง เราก็จะกลายเป็นคนผิด” หาญชี้แจง

ทับโวยวายว่าเราเป็นโจรไม่ใช่พ่อพระ หาว่าหาญเอานิสัยตำรวจเก่ามามองปัญหา หาญโต้ว่าก็เพราะเคยเป็นตำรวจเลยไม่ประมาท แล้วพูดเหมือนจะปรามทับในทีว่า

“แล้วมันก็ทำให้ข้าได้รู้เรื่องอะไรหลายๆอย่างที่คนอื่นไม่รู้”

เสือเมฆชมว่าหาญรอบคอบทั้งยังบอกทับให้หัดรอบคอบอย่างนี้บ้าง เพราะเราจะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด หยุดคิดนิดหนึ่งแล้วบอกทุกคนว่า

“แต่อาวุธของเราก็ใกล้จะหมดเต็มที เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เราจะปล้นขบวนขนอาวุธเถื่อน แต่ครั้งนี้เราจะปล้นให้เงียบที่สุดโดยไม่ใช้ชื่อของชุมเสือเมฆ ไอ้หาญไอ้ทับ ครั้งนี้ข้าให้พวกเอ็งแสดงฝีมือเต็มที่”

ทับรับคำทันทีว่าจะไม่ทำให้เสือเมฆผิดหวัง ในขณะที่หาญเริ่มกังวลใจ

แต้มกับแหลมคนใกล้ชิดทับไม่พอใจหาญหาว่า หาญชอบขัดคอทับอยู่เรื่อยถามว่าเมื่อไรจะจัดการ ทับบอกให้ใจเย็นๆ หัวเราะทีหลังดังกว่า แล้วบอกทั้งสองว่า

“ข้ารู้มาว่า พวกที่ขนอาวุธเข้ามาคราวนี้ไม่ใช่หมู ในเมื่อไอ้หาญมันเก่งนัก ข้าก็จะให้มันแสดงฝีมือให้เต็มที่ มันจะได้รับความดีความชอบหนักๆ ไปคนเดียว” พูดแล้วทับยิ้มเหี้ยมอย่างสะใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา หาญยืนสั่งการสมุนเสือที่ลานโล่งในชุมโจรก่อนออกปฏิบัติการว่า

“ครั้งนี้พวกเราจะปล้นโดยไม่แสดงตัว ห้ามใช้อาคมโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด” พูดแล้วเห็นแต้มท่าทางอิดโรยถามว่าเป็นอะไร แล้วแหลมกับทับล่ะ แต้มพูดเสียงอ่อนระโหยว่า

“พี่ทับไม่สบายจ้ะพี่หาญ ท้องเสียทั้งคืนเลย ข้ากับไอ้แหลมก็เหมือนกัน ไม่รู้แม่ครัวมันทำอะไรให้กิน”

ชัดฟังแล้วโวยวายว่าเสือเมฆไม่ได้ไปด้วย หาญไปคนเดียวแบบนี้จะไหวหรือ หาญรีบห้ามบอกว่าตนไหวบอกแต้มให้กลับไปพักเสีย แล้วสั่งชัดให้รีบไปเกณฑ์พวกเรามาเพิ่มก็แล้วกัน ชัดรีบไปทั้งที่ยังไม่หายหงุดหงิด

พลับพลึงแอบฟังอยู่ นึกแผนออกทันทีว่าจะทำอะไรในงานนี้

ทุกคนจากชุมโจรเสือเมฆเอาผ้าคาดหน้าใส่หมวกปกปิดใบหน้าหมดทุกคน ในนั้นรวมทั้งพลับพลึงด้วย เมื่อทุกคนพร้อมจึงเริ่มเคลื่อนกำลัง ระหว่างนั้นพลับพลึงเอื้อมมือไปจับคันระเบิด ชัดตกใจคว้ามือไว้ พอได้สัมผัสมือชัดก็รู้สึกถึงความผิดปกติ จ้องตาพลับพลึงพึมพำ “พลับพลึง นี่เอ็ง!”

พลับพลึงถลึงตาไม่ให้เสียงดังเดี๋ยวหาญรู้ ก็พอดีหาญเห็นถามชัดว่ามีอะไรหรือเปล่า ชัดบอกว่าไม่มีอะไรทุกอย่างเรียบร้อยดี หาญไม่ติดใจ ส่วนพลับพลึงค่อยๆ ก้มหน้าเดินเลี่ยงไป

ooooooo

ขบวนรถขนอาวุธจากชายแดนฝั่งโน้นขับตามกันมา มีคนคุ้มกัน 8 คน ศรีวรรณเป็นหัวหน้ารับผิดชอบ เมื่อรถมาถึงจุดที่พวกหาญซุ่มอยู่ ต้นไม้ใหญ่ก็ถูกโค่นขวางถนนทันที

“ป้องกันของไว้ให้ได้” เสียงศรีวรรณตะโกนสั่งลูกน้อง หาญเดินออกไปสั่งว่าถ้าไม่อยากตายก็วางอาวุธเสีย ศรีวรรณสวนมาทันควันว่าไม่มีทาง จึงเปิดฉากยิงต่อสู้กันสนั่นป่า

ภาพที่เห็น ลูกน้องศรีวรรณถูกยิงตายเป็นใบไม้ร่วง ตัวศรีวรรณเองถูกยิงนั่งพิงรถจี๊ปเหมือนตายแล้ว ชัดเห็นดังนั้นร้องบอกหาญว่าเราไปเก็บอาวุธกันเถอะ หาญห้ามไว้เพราะดูทุกอย่างมันง่ายเกินไป

แต่พลับพลึงไม่ฟังเสียงวิ่งพรวดออกไป ทำให้หาญกับชัดต้องวิ่งตามไป พลับพลึงตรงไปที่ศรีวรรณเอาปืนเขี่ยหน้าอย่างเย้ยหยัน พลันศรีวรรณก็เตะตวัดขาพลับพลึงล้มลงแล้วจับเป็นตัวประกันทันที สั่งหาญกับชัดให้บอกลูกน้องถอยไปเดี๋ยวนี้

ศรีวรรณตะโกน “พี่น้องของข้า ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” ปรากฏว่าลูกน้องของศรีวรรณที่ถูกยิงตายกลับลุกขึ้นจับปืน ชัดมองตะลึงบอกหาญว่า “พี่หาญ พวกมันมีวิชา”

ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างต่อสู้กันยังปรากฏว่าลูกน้องของศรีวรรณต่อสู้อย่างบ้าเลือด กระสุนและอาวุธพวกหาญไม่อาจทำอะไรมันได้เลย

หาญทิ้งปืนวิ่งเข้าไปใช้มือเปล่าชกท้องศรีวรรณ ได้ผล! ศรีวรรณทรุดลงบ้วนลูกกลมๆสีดำออกมา หาญร้องบอกทุกคนว่า

“ว่านคงกระพัน เฮ้ย...พวกเรามันอมว่านเอาไว้”

รู้เช่นนั้นแล้ว พวกของหาญต่างพากันเข้าบีบคอบ้าง สับกระเดือกบ้าง จนลูกน้องศรีวรรณคายว่านออกมา สุดท้ายพวกมันถูกยิงถูกฟันตายเหลือเพียงสองสามคน

“เอ็งเสร็จแน่” พลับพลึงถือมีดจะเข้าไปฟันศรีวรรณ พริบตานั้นศรีวรรณดำดินหายวับไปต่อหน้าต่อตา

“วิชาดำดิน!” หาญมองตะลึง เห็นพวกศรีวรรณพากันวิ่งอยู่ใต้ดินผลุบโผล่ที่นั่นที่นี่ พวกชัดช่วยกันยิงก็ไม่ถูก

แต่ในที่สุด ศรีวรรณก็พ่ายแพ้แก่หาญที่ดึงตะกรุดของอาจารย์อินที่คอออกมาเป่ามนต์ใส่ ตะกรุดกลายเป็นเชือกตวัดเข้ารัดร่างศรีวรรณไว้จนแน่นหนา

“ยอมแพ้ซะ มนต์ดำของเอ็งสู้ข้าไม่ได้หรอก เอ็งแพ้แล้ว”

พลับพลึงแย่งเคียวในมือชัดจะพุ่งเข้าทำร้ายศรีวรรณ ถูกหาญตวาดให้หยุดไม่ใช่เรื่องของตัวเองที่ทำวันนี้ก็เกินพอแล้ว พลับพลึงเขวี้ยงเคียวเดินปึงปังไป ชัดหยิบเคียววิ่งตามไป

ooooooo

ศรีวรรณถูกจับเป็นเชลยเอากลับไปที่ชุมโจรเสือเมฆถูกมัดและขังไว้ในกรง

เมื่อเสือเมฆได้ฟังหาญเล่าถึงฤทธิ์เดชของศรีวรรณ ถึงกับพึมพำอย่างแปลกใจว่า

“ข้าไม่อยากเชื่อ ผู้หญิงที่ไหนวะ จะมีอาคมแกร่งกล้าขนาดประมือกับเอ็งได้”

“เป็นอาคมที่มาจากฝั่งโน้น ดุดัน และน่ากลัวมาก ข้าเองก็เกือบแย่” หาญยอมรับ

ข่าวหาญจับเชลยสาวสวยมาได้ ลือกันแซดในหมู่สมุนโจร โดยเฉพาะทับตาวาวขึ้นมาทันที ลอบไปดูศรีวรรณที่ห้องขัง ศรีวรรณใช้มารยาหลอกล่อทับให้นวดให้ ทับได้ใจไล่แต้มกับแหลมออกไป

ศรีวรรณโผเข้ากอดทับไว้แน่นอ่อยจนทับเคลิ้ม...

ฝ่ายหาญเล่าเรื่องเชลยสาวสวยให้เสือเมฆฟังแล้ว เสือเมฆอยากไปดูถูกรื่นรั้งไว้ไม่ยอมให้ไปไหน เพราะวันนี้เป็นเวรที่จะต้องอยู่กับตน เสือเมฆจึงให้หาญไปสอบปากคำเชลยก่อนก็แล้วกัน

หาญไปที่ห้องขังศรีวรรณ เจอทับอยู่ที่นั่น หาญเตือนทับว่าให้กลับไปเสียเพราะผู้หญิงคนนี้อันตรายกว่าที่เขาคิด ทับหาว่าหาญจะเก็บไว้กินคนเดียวไม่ยอมไปท่าเดียว

พลางง้างหมัดจะต่อยหาญ

จู่ๆทับก็ปวดท้องล้มลงดิ้นทุรนทุราย แต้มกับแหลมวิ่งเข้ามาดู หาญรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือศรีวรรณ ถามว่า “เอ็งทำอะไรไอ้ทับ”

“อยากรู้เหรอ งั้นเอาไปดูให้ชัดๆเลยดีไหม” ศรีวรรณหัวเราะเยาะสะบัดผงดินในมือใส่หาญผงดินเหล่านั้นกลายเป็นตะขาบไต่ยั้วเยี้ยไปหมด หาญร่ายมนต์คุ้มกันตัวเองไว้ แต่แต้มกับแหลมถูกตะขาบรุมกัดเพราะมัวแต่ห่วงทับจนไม่ทันระวังตัว

“ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหม” หาญเดินเข้าหาศรีวรรณด้วยความโกรธจัด

ooooooo

ที่ศาลาใหญ่ชุมโจรเสือเมฆ ทับกับแต้มกำลังดิ้นทุรนทุรายร้องโอดโอย อาจารย์อินเร่งบริกรรมคาถา หยดน้ำตาเทียนลงในขันน้ำเกิดเป็นน้ำวน แล้วบอกให้เอาน้ำมนต์นี้ไปให้พวกทับกิน

หาญ ชัด และพลับพลึง ช่วยกันเอาน้ำมนต์กรอกปากทับ แต้ม และแหลม ครู่เดียวทั้งสามก็อ้วกออกมาเป็นน้ำสีเขียวเน่าๆ มีตะขาบยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

จากนั้น หาญกับชัดเดินนำอาจารย์อินกับเสือเมฆเข้าไปในห้องขังศรีวรรณ เสือเมฆถามศรีวรรณว่ามาจากไหนเป็นผู้หญิงแท้ๆทำไมถึงมีวิชาคุณไสยร้ายกาจแบบนี้

“ที่หมู่บ้านข้า วิชาพวกนี้แม้แต่เด็กก็ใช้เป็น พวกเอ็งมันหมาหมู่ เก่งจริงปล่อยข้าออกไปแล้วสู้กันตัวต่อตัวซิ”

เสือเมฆบีบปากศรีวรรณที่บังอาจท้าสู้กับตน หาญรีบเข้าไปดึงเมฆออกมา  เมื่อศรีวรรณเป่าลมจากปากใส่ กลายเป็นเข็มพิษพุ่งไปปักที่เสา อาจารย์อินเข้าไปหยิบดู

“นังนี่มันเรียนมาจากหมอผีที่เชี่ยวชาญคัมภีร์ไสยดำรวมการใช้พิษทั้งหมด ถึงเอ็งจะคงกระพันยังไงก็ต้านพิษมันไม่อยู่” อาจารย์อินพูดแล้วว่าคาถาเป่าลงฝ่ามือสะบัดไป เกิดควันดำพุ่งเข้าปะทะศรีวรรณจนร้องจ๊าก “เอาไปถ่วงน้ำแล้วสะกดวิญญาณมันซะ” อาจารย์อินบอกเมื่อศรีวรรณสลบสิ้นฤทธิ์

หาญทำไม่ลงขอเป็นว่าให้ทำลายอาคมแล้วส่งกลับไปฝั่งโน้นก็พอ อาจารย์อินเตือนว่าปล่อยงูพิษเข้าป่ามีแต่จะวกกลับมาฉกเราทีหลัง ส่วนเสือเมฆเดินไปมองศรีวรรณอย่างเสียดายแต่ก็ตัดใจบอกหาญว่า

“ทำตามที่อาจารย์อินบอกเถอะ ไอ้หาญ”

ooooooo

เป็นความบังเอิญ ที่วันนี้เกศินีไปซื้อผ้า เจอกับดาลินไปหาซื้อผ้าเช่นกัน แต่พอออกจากร้านดาลินถูกนักวิ่งราวกระชากกระเป๋าถือไป ดาลินไล่ตามไป คนร้ายชนกับคนที่สวนมาล้มลง ดาลินจึงเข้าไปคว้ากระเป๋าคืน ส่วนเกศินีร้องตะโกนให้คนช่วยกันจับขโมย สุดท้ายคนร้ายวิ่งไปชนเกศินีล้มแล้วหนีไป

ดาลินรีบเข้าประคองเกศินีถามว่าเจ็บมากไหม เกศินีจะลุกขึ้นแต่เจ็บแปลบที่ข้อมือจนต้องนั่งลง

เมื่อพาเกศินีกลับถึงบ้าน ดาลินโทร.ไปบอกเพชร เขารีบกลับมา เจอดาลินกำลังพันข้อมือให้แม่อยู่รีบเข้าไปถามว่าแม่เป็นยังไงบ้าง

“แม่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่ข้อมือซ้นนิดหน่อย หนูดาเขาก็ทายาให้แม่แล้ว”

เพชรถามว่าแจ้งความหรือยัง ดาลินบอกว่าตกใจจนลืมแจ้งความ ครั้นเพชรจะไปแจ้งความเกศินีกลับห้ามไว้ บอกว่าช่างเถอะ ยังไงเขาก็เอาของเราไปไม่ได้ บางทีเขาอาจทำไปเพราะความลำบากก็ได้

“แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะปล้นจี้นะครับ”

“ตามใจ แต่อย่าบอกเรื่องนี้กับพ่อนะ แม่ไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง” เกศินีย้ำ เพชรพยักหน้ารับคำ

หลังจากนั้น  เพชรกับดาลินไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ดาลินพูดอย่างชื่นชมว่า น่าอิจฉาคุณพ่อกับคุณแม่เขา ท่านทั้งสองคงรักกันมาก แล้วเปรยๆว่าไม่รู้ชาตินี้ตนจะเจอผู้ชายดีๆอย่างคุณพ่อเขาบ้างไหม

“คุณดาไม่เคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า ลูกไม้มักจะหล่นไม่ไกลต้นเหรอครับ” เพชรพูดมองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ทำเอาดาลินเขินแกล้งเดินหนี แต่ไปสะดุดพื้นล้มลง เพชรถลาประคองไว้ ดาลินมองหน้าเขาตาสบตากันอย่างวาบหวิว

เกศินีมองอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างพอใจ

ooooooo

คืนนี้ เพชรอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ลงมาเดินเล่นที่สวน จนเกศินีลงมาทัก เพชรแก้เกี้ยวว่าอากาศมันดี ถูกผู้เป็นแม่ดักคอว่า “ไม่ใช่เพราะคิดถึงใครอยู่เหรอจ๊ะ”

ตอนที่ 3

คิดถึงอดีตแล้วหาญสะท้อนสะท้านใจนัก ลุกขึ้นมาถอนใจเบาๆแต่พอลงมาตักน้ำบ้วนปากล้างหน้าก็ต้องตื่นตัวขึ้นเมื่อ ชัดวิ่งมาบอกให้ไปดูที่ลานซ้อมเร็วๆ

ที่ลานซ้อม เรืองกับวงศ์ยืนคนละฟากมีมีดปักอยู่ตรงกลาง ข้างๆลาน ปรุงยืนร้องไห้อ้อนวอนสองชายอย่าฆ่ากันเลย ชัดพาหาญมาถึงชี้ให้ดูบอกว่า “ไอ้เรืองกับไอ้วงศ์มันจะฆ่ากันอยู่ทางนั้น”

เหตุเพราะเรืองเป็นชู้กับปรุงเมียของวงศ์ วงศ์จะฆ่าทั้งสองให้ตายไปด้วยกัน แต่พอวงศ์เงื้อมีดหาญก็คว้าไม้ขว้างไปถูกมือวงศ์จนมีดหล่น ร้องปรามท่ามกลางฝูงไทยมุงในชุมโจรว่า

“ชุมเสือย่อมมีกฎของเสือ ใครผิดใครถูกรอให้พี่เมฆเป็นคนตัดสิน”

แต้มลูกน้องทับมายืนดูสังเกตการณ์อยู่ด้วย รีบผลุบหายไป

ครู่หนึ่งแต้มไปที่น้ำตกที่มันรู้ว่าทับแอบมาเริงสวาทกับรื่นที่นั่น บอกทับว่า “พี่เมฆเรียกประชุม”

ooooooo

ที่ศาลาในชุมโจร เสือเมฆนั่งน่าเกรงขามเป็นประธานในการชำระความ ถามวงศ์กับปรุงว่าทำไมสองคนต้องเข่นฆ่ากันด้วย

วงศ์ฟ้องสีหน้าเครียดว่าเรืองลักลอบเป็นชู้กับปรุง เลยท้าดวลกันใครอยู่ก็ได้นังปรุงไป เสือเมฆหันไปถามเรืองว่าที่วงศ์พูดมาจริงไหม

“เป็นความจริงพี่เมฆ” เรืองรับอย่างลูกผู้ชายไว้ลายชาติเสือ

“บัดซบ!” เสือเมฆถีบยอดอกเรืองจนหน้าหงาย “เอ็งอยู่กับข้ามากี่ปีไม่รู้เชียวรึว่ากฎของที่นี่ห้ามผิดลูกผิดเมียคนอื่น”

เรืองอ้างว่าตนรักกับปรุงมาก่อน แต่ปรุงถูกแม่บังคับให้อยู่กินกับวงศ์ทั้งที่ปรุงไม่เต็มใจ

“กฎที่ข้าตั้งเอาไว้ ก็เพื่อความสงบสุขในชุมโจร เพื่อพวกเอ็งทั้งนั้น พวกเอ็งดูเอาไว้ คนมีวิชาอาคมลองผิดศีลข้อกาเมเมื่อไหร่  วิชาของเอ็งก็จะเสื่อม  เหมือนอย่างไอ้เรืองมันจะโดนแทงเอาง่ายๆ”

ทับที่แอบฟังอยู่นึกกลัววิชาตัวเองจะเสื่อมเหมือนกันเพราะลอบเป็นชู้กับรื่น

วงศ์ขอเมฆให้ความยุติธรรมกับตน ปรุงร้องไห้บอกว่าตนกำลังท้องกับเรืองปล่อยตนสองคนไปเถอะ วงศ์แค้นจนหน้าแดงก่ำด่าปรุงว่าเป็นหญิงชั่ว พลางเงื้อมือจะตบ เรืองขวางไว้ด่าวงศ์ว่า

“เอ็งต่างหากที่ชั่ว ข้าไม่คิดเลยว่าจะถูกเพื่อนรักอย่างเอ็งหักหลัง ใช้วิธีสกปรกแย่งนังปรุงไป พี่เมฆ...ข้ายอมรับโทษทุกอย่าง แต่ขอให้เห็นแก่ความรักของเราทั้งสอง เห็นแก่ลูกของเรา อย่าทำอะไรนังปรุงเลยนะพี่”

เสือเมฆไม่ยอมเพราะถ้าละเว้น กฎที่วางไว้จะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร ต่อไปก็จะไม่มีใครเชื่อฟังตน พลางเรียกทับให้จัดการเรืองกับปรุงที่ผาพญาไฟตามกฎ

“ได้จ้ะพี่” ทับรับคำอดนึกสยองไม่ได้ เรืองกับปรุงแทบช็อก ส่วนวงศ์สะใจ สมแค้น!

หาญสงสารเด็กในท้องทักท้วงว่าเด็กในท้องปรุงไม่มีความผิด ลออก็เห็นด้วยบอกเสือเมฆว่าถ้าฆ่าปรุงก็เท่ากับฆ่าสองชีวิต ขอให้รอปรุงคลอดลูกลืมตาดูโลกก่อน

ขณะนั้นเอง รื่นเดินกรีดกรายเข้ามา เสือเมฆบอกว่าตนกำลังชำระความที่เรืองกับปรุงเป็นชู้กันแต่ปรุงตั้งท้องอยู่

ในฐานะที่รื่นเป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน  คิดว่าควรทำยังไง  รื่นเสนอว่าแค่โบยแล้วเนรเทศออกไปนอกค่ายก็คงพอแล้ว

พลับพลึงแทรกขึ้นทันทีว่าตนไม่เห็นด้วย ขืนทำแบบนี้ต่อไปจะมีคนเอาเป็นเยี่ยงอย่าง รับอาสาจะใช้ยาพิษจัดการปรุงให้เอง รับรองว่าจะตายโดยไม่ทรมาน เสือเมฆเห็นด้วย

ปรุงร้องไห้โฮ ทุกคนที่นั่นพากันอึ้ง แหลมยื่นหน้ามาบอกทับว่า

“สมควรแล้ว หญิงก็ร้ายชายก็เลวเนอะพี่ทับเนอะ”

ทับทำหน้าไม่ถูก ส่วนหาญเครียดหนักคิดหาทางช่วยปรุงและลูกในท้อง กลับมานั่งคิดที่ห้องตัวเองต่อ เรื่องราวช่างเหมือนกับเรื่องของตนกับเกศินีและยิ่งยศเหลือเกิน ในที่สุดหาญตัดสินใจออกจากเรือนไป

ooooooo

เมื่อหาญออกจากบ้านแล้วก็บ่ายหน้ามุ่งมั่นที่จะไปช่วยปรุงกับเรือง แต่เขาช้าไปเส้นยาแดงเดียวเรืองถูกเอาตัวไปที่หน้าผาและถูกผลักตกหน้าผา ขณะร่างลอยละลิ่วลงไปนั้น เรืองตะโกนสุดเสียง

“นังปรุง ข้ารักเอ็ง”

หาญทนดูไม่ได้เบือนหน้าหนี กลับไปหลบที่มุมสงบในชุมโจรใช้มีดเหลากิ่งไม้ขนาดเล็กเป็นรูปตุ๊กตารูปร่างเป็นคน

ขณะนั้นเอง ลออที่โต้เถียงกับพลับพลึงที่กำลังต้มยาพิษจะเอาไปให้ปรุงกิน ห้ามปรามพลับพลึงก็ไม่ฟังทั้งยังคุยอวดว่าวิธีของตนจะทำให้ปรุงตายโดยไม่ ทรมาน

ลออบอกว่าไม่ว่าตายวิธีไหนมันก็บาปเหมือนกัน

“เราทุกคนเป็นบาปอยู่แล้วล่ะ พ่อฉันเป็นเสือ ลุงเมฆก็เป็นเสือ ป้าเองก็เป็นเมียเสือ อยู่ในดงเสือยังไงเสียเราก็เป็นคนดีไม่ได้หรอก”

ลออคร้านที่จะเถียงกับพลับพลึง เดินมาเจอหาญนั่งเหลาไม้อยู่ พอหาญเห็นลออก็รีบเอาซ่อน ลออบ่นว่าตอนนี้พลับพลึงเสียสติไปแล้ว ตนเตือนอะไรก็ไม่ฟัง ขอให้หาญช่วยไปเตือนพลับพลึงหน่อยอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องฆ่าแกงเลย

ooooooo

เมื่อพลับพลึงต้มยาเสร็จจะเอาไปให้ปรุงที่อยู่ในกรงไม้ไผ่ เจอหาญอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว หาญบอกพลับพลึงว่า ตนมาบอกข่าวให้ปรุงรู้ว่าเรืองตายแล้ว บอกพลับพลึงว่าจะทำอะไรก็รีบทำเถอะ

พลับพลึงดีใจ ถามว่าหาญไม่ห้ามตนแล้วใช่ไหม หาญตอบอย่างปลงแล้วว่าเมื่อเป็นกฎตนจะทำอะไรได้

พลับพลึงเอายาพิษกรอกปากปรุงที่นั่งตาลอยอยู่ในกรงจนหมดถ้วย ปรุงชักกระตุกดิ้นทุรนทุรายแล้วแน่นิ่งไป หาญหลับตาอย่างทนดูไม่ได้ หลังจากนั้น หาญก็แบกร่างปรุงไปที่ชายป่าพร้อมจอบในมือทำเหมือนจะเอาไปฝัง

แต่พอถึงกลางป่าก็วางศพปรุงลงถอยออกไปบริกรรมคาถาไม่นานศพของปรุงก็กลายร่าง เป็นหุ่นพยนต์ที่หาญแกะไว้ หาญเดินไปใต้ต้นไม้ใหญ่ให้เงาตัวเองทาบที่ต้นไม้ร่ายคาถาเรียก

“นังปรุง เอ็งตามข้ามารึเปล่า ออกมาได้แล้ว”

ปรุงก้าวออกจากร่างของหาญมีใบพลูทัดหูอยู่ บอกว่าตนทำตามที่หาญบอกทุกอย่างเดินตามหาญมาตลอดแต่ไม่มีใครเห็นเลย หาญบอกว่าตนช่วยกำบังกายปรุงไว้ไม่ให้ใครเห็น

ปรุงซาบซึ้งบุญคุณของหาญที่ช่วยชีวิตตนไว้ แต่หาญกลับบอกว่าตนช่วยชีวิตลูกของปรุงต่างหาก แล้วบอกปรุงให้ไปเสียตนช่วยได้แค่นี้แหละ ให้ปรุงไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ อดีตที่ผ่านไปแล้วก็ลืมๆเสียเพราะเรืองก็ตายไปแล้ว เมื่อปรุงเดินหายเข้าป่าไป หาญกลับซึม พึมพำกับตัวเองว่า

“ข้าบอกให้เอ็งลืม แต่ตัวข้าเองไม่เคยทำได้เลยอีปรุง ขออานิสงส์นี้เผื่อแผ่ไปถึงเกศกับลูกด้วยเถิด”

ooooooo

เพชรกลับไปที่โรงพักบึงกร่างอีกครั้ง เห็นจ่าเฉยที่ไม่เฉยอย่างชื่อขี่จักรยานร้องเพลงมาอย่างสบายอารมณ์ เพชรยืนรอจ่าอย่างมีเป้าหมาย

กระเต็นหนีบานเย็นที่จับตัวไปขัดมะขามเปียกจะชุบตัวเอาไปประกวดนางงามมะไฟปี นี้ให้ได้ กระเต็นหลอกแม่ให้ไปดูแกงในครัวว่าแกงไหม้แล้วตัวเองวิ่งปรู๊ดหนีไปทะเล่อ ทะล่าวิ่งไปชนเพชรที่รอจ่าเฉยอยู่อย่างจังจนตัวเองกระดอนออกมา ดีแต่เพชรคว้าไว้ทัน ตัวกับตัวเลยแนบสนิทกัน ต่างมองกันจังงังไปครู่หนึ่ง

พอกระเต็นรู้สึกตัวก็ผลักเพชรออก ด่าเขาว่ามาแต๊ะอั๋งตน ตะโกนฟ้องแม่ปาวๆ บานเย็นได้ยินคว้าไม้กวาดพรวดมาฟาดเพชรจนหลังแอ้ ปากก็ด่า “นี่แนะ ไอ้พวกบ้ากามอย่าอยู่เลย”

จ่าเฉยพรวดเข้ามาขวางบอกบานเย็นว่ารู้ไหมว่าคนที่ตัวเองฟาดนั้นเป็นลูกชาย ผู้ว่าการกองปราบเชียวนะ เท่านั้นเอง จากที่ดุเพชรก็กลายเป็นบานเย็นด่าตัวเองที่ทำไปโดยไม่รู้ ยอมรับผิดทุกประการ

“เอาล่ะพี่เย็น ช่างมันเถอะนะ พี่แหวนอยู่ไหม หมวดเขามีธุระสำคัญจะคุยด้วยแน่ะ”

กระเต็นมาแอบดูอยู่ ได้ยินเต็มสองหู ทำตาโตหูผึ่งขึ้นมาทันที

ooooooo

จ่าเฉยพาเพชรไปเจอดาบแหวนกำลังปลุกควายธนูอยู่พอดี จ่าเฉยถามอย่างตื่นเต้นว่า

“พี่แหวน พี่ปลุกควายธนูใช่ไหม! เยี่ยมจริงๆ!” เพชรไม่เข้าใจว่าควายธนูคืออะไร จ่าเฉยบอกว่า “ก็ควายอาคมไงครับหมวด...ในที่สุดฉันก็ได้เห็นฝีมือของพี่แหวน เป็นบุญตาจริงๆ” จ่าตื่นเต้นมาก

สุดท้ายดาบแหวนจำต้องยอมรับและเล่าให้เพชรฟังว่า ควายธนูก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ แต่ตนเลิกเรื่องนี้ไปนานแล้ว จ่าเฉยก็น่าจะพอรู้ว่ามันทำลายชีวิตตนยังไง

“พี่แหวนถูกไล่ออกจากราชการ เพราะเล่นวิชาจนมันย้อนเข้าตัว” จ่าเฉยเล่าแต่เพชรก็ยังงง

ดาบแหวนจึงเล่ารายละเอียดว่า...

“ตอนที่เสือเมฆเริ่มอาละวาดใหม่ๆ ผมกับเพื่อนเคยถูกมอบหมายให้ตามจับมัน....”

ดาบแหวนกับเซียนช้างเป็นคู่หูกัน ทั้งสองได้ไปไล่ล่าเสือเมฆ ถูกเสือเมฆใช้วิชากำบังตัวหลบหนีไปต่อหน้าต่อตา ดาบแหวนกับเซียนช้างต่างอึ้งกับปรากฏการณ์ที่เห็น

“เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักวิชากำบังกายและคงกระพันชาตรี นับจากนั้นผมกับเพื่อนตำรวจก็ตระเวนหาครูบาอาจารย์เพื่อร่ำเรียนวิชาอาคมเอาไว้ต่อกรกับเสือเมฆ” ดาบแหวนเล่าถึงความคิดตอนนั้น สรุปให้ฟังว่า “ในที่สุดก็บ้าคลั่งไสยเวทย์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น...”

จนกระทั่งของขึ้น ตาขวางเกร็งอาละวาดขว้างปาข้าวของ จับตำรวจด้วยกันเหวี่ยงฟาดจนหัวร้างข้างแตก มาสิ้นฤทธิ์เมื่อถูกเซียนช้างเอามือประสานกันกำหมัดฟาดท้ายทอยดาบจนน็อกหมดสติไป

“วิชาอาคม ถ้าไปหมกมุ่นมากๆ หรือฝึกเอาเองแบบไม่มีครูบาอาจารย์ มันก็จะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง แต่กว่าผมจะรู้ตัว ก็ถูกให้ออกจากราชการ เพื่อนผมมันก็พลอยถูกไล่ออกไปด้วย” ดาบสรุปตอนท้าย

กระเต็นมาได้ยินเพิ่งจะรู้ความจริงที่ทำให้พ่อไม่ยอมสอนวิชาอาคมให้ตน ส่วนเพชรฟังแล้วพึมพำทบทวนว่า

“กำบังกาย ควายธนู คงกระพัน นี่จะให้ผมเชื่อจริงๆเหรอว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ในโลก”

เมื่อจ่าเฉยทำหน้าเบื่อบอกว่าก็เห็นกับตาเมื่อกี้แล้วไม่ใช่หรือ เพชรอยากพิสูจน์ จึงหยิบตะกรุดออกมาบอกว่า อยากรู้ว่ามันมีฤทธิ์ที่ทำให้ตนคลาดแคล้วได้จริงรึเปล่า

ดาบแหวนรับตะกรุดไปดู อุทานพลางประคองขึ้นพนมมือท่วมหัว

“ตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงปู่บุญทา หลวงปู่บุญทาเป็นพระที่มีอภิญญามาก หมวดโชคดีจริงๆที่ได้เป็นเจ้าของตะกรุดนี้”

“ก็ดี งั้นก็เริ่มกันเลย” เพชรเร่งอย่างอยากพิสูจน์จริงๆ ทั้งหมดจึงพากันไปที่ลานโล่ง ดาบแหวนกำตะกรุดขึ้นเป่าคาถาเกิดลมหมุนเป็นวงลอยเข้ากำปั้นที่กำตะกรุด ดาบแหวนเงยหน้าขึ้นตะโกน

“ยิงผมสิผู้หมวด” ทุกคนตะลึงอึ้ง ดาบถามว่า “ก็ผู้หมวดอยากจะพิสูจน์ไม่ใช่เหรอ”

เพชรทำใจแข็งยกปืนขึ้นเล็ง ทันใดนั้นกระเต็นกระโดดออกมาขวางบอกว่าถ้าอยากพิสูจน์ก็ต้องให้พ่อเป็นคนยิง เพชรยอม แต่ดาบแหวนไม่ยอม สั่งกระเต็นให้ถอยไป จ่าเฉยเลยเข้ามาฉุดกระเต็นออกห่าง

ผลการพิสูจน์ เพชรยิงปืนใส่ดาบแหวนถึงสี่นัดแต่ยิงไม่ออก ครั้นยิงขึ้นฟ้ากลับยิงได้ เพชรตะลึงอึ้ง ดาบแหวนถามว่าคงไม่มีอะไรสงสัยแล้วใช่ไหม เพชรพูดไม่ออก ดาบแหวนย้ำว่า

“ตะกรุดสามกษัตริย์นี้เป็นของหายาก แผ่นดินอาจจะเหลือแค่นี้ดอกนี้เท่านั้น หมวดมีของดีอยู่กับตัว หมั่นบูชาไว้นะครับ”

เพชรมองตะกรุดในมือยังไม่หายอึ้ง ดาบแหวนเดินไปแล้ว แต่กระเต็นกับไอ้จุกยังมองเพชรอย่างมีแผน แล้วรีบวิ่งตามดาบแหวนไป กระเต็นถามว่าพ่อมีของดีขนาดนี้ทำไมไม่สอนตนบ้าง

“ที่ข้าทำไปก็เพื่อบอกว่าของอย่างนี้มันมีอยู่จริง ไม่ได้ทำเพื่อความสนุกสะใจอะไรนะไอ้เต็น เอ็งเชื่อแม่เอ็งเถอะ อย่ายุ่งกับของพวกนี้จะดีกว่า” พูดแล้วดาบแหวนเดินเลี่ยงไป กระเต็นยิ่งอยากรู้อยากเห็นอยากได้ สุดท้ายสมคบกับไอ้จุกสมุนคู่ใจที่แค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว

ooooooo

ทั้งสองแอบไปเจาะยางรถของเพชร แล้วชวนเขาไปนอนที่บ้าน ไอ้จุกคอยเป็นลูกคู่ลุ้นเต็มที่

เพชรโทร.ไปบอกเกศินีกับยิ่งยศที่บ้านว่า คืนนี้ไม่กลับจะไปฉลองวันเกิดของเพื่อนจะค้างที่นั่นเพราะดื่มแล้วไม่อยากขับรถไม่ต้องห่วง

ยิ่งยศสงสัยแต่ก็เบาใจว่าไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนยังดีกว่าหมกมุ่นกับการไปปราบโจร เกศินีเสนออยากให้ส่งเพชรไปเรียนเมืองนอกจะได้พ้นจากการพัวพันพวกโจรเสียที

“เราเคยคุยกับลูกเรื่องนี้แล้ว แต่เพชรมันไม่ยอม ลูกคนนี้หัวแข็ง ยิ่งบังคับมันยิ่งต่อต้าน เอาเถอะถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมวางไว้ เพชรอาจจะได้ติดยศนายพลตั้งแต่อายุไม่ถึงห้าสิบด้วยซ้ำ”

ยิ่งยศปลอบใจเกศินีอย่างเชื่อมั่นในแผนการของตน

ooooooo

เสือเมฆวางแผนจะออกปล้นเรือขนสินค้าของเสี่ยเส็ง นิมนต์อาจารย์อินมาทำพิธีจับยามสามตา อาจารย์เตือนว่าปล้นคราวนี้เสี่ยงมาก จะมีการต่อสู้เลือดตกยางออก ถ้าไม่จำเป็นก็น่าจะหยุดไว้ก่อน

การท้วงติงของอาจารย์อินทำให้เสือเมฆคิดหนัก หาญเองก็เห็นว่าไม่ควรปล้นตอนนี้เพราะเราเพิ่งปล้นบึงกร่างมาตำรวจคงจะระดมกำลังตามล่าเราอยู่ แต่ทับกลับสนับสนุนอ้างว่าชาวบ้านเขตที่เราคุ้มครองอยู่นานแล้วถ้าเราไม่จัดการเสือเมฆเองจะเสีย

หาญกับทับโต้เถียงกัน จนเสือเมฆตัดบทว่าทั้งสองคนมีเหตุผลทั้งนั้น ตนกำลังคิดอยู่ ก็พอดีแหลมถือใบปลิวเดินอ้าวเข้ามาบอกเสือเมฆว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว

มันเป็นใบปลิวที่มีรูปลายเส้นเสือเมฆ มีข้อความอยู่เหนือรูปลายเส้นว่า

“กรมตำรวจ ประกาศจับเสือเมฆ” ส่วนใต้ภาพเขียนตัวโตว่า “ค่าหัวสามแสนบาท” รองไปเขียนตัวเล็กลงว่า “ลูกน้องเสือเมฆหัวละสามหมื่นบาท ติดต่อกองปราบปราม กรมตำรวจ” ต่อจากนั้นเป็นหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

ทับหูผึ่งกับสินบนนำจับสามแสนบาท ยุเสือเมฆว่าเสบียงของเราก็จะหมดแล้ว ถ้าเรามัวหดหัวอยู่อย่างนี้ลูกน้องจะเอาอะไรกิน ชาวบ้านก็จะหันไปเป็นสายให้ตำรวจหมด ยุว่า

“ข้าว่าเราน่าจะยิ่งสั่งสอนให้พวกมันรู้สึก”

หาญยังพยายามจะแย้ง เสือเมฆยกมือห้าม พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “คราวนี้ข้าเห็นด้วยกับไอ้ทับ ข้าจะให้พวกมันรู้ว่า เสือเมฆ บ้านพญาไฟ ไม่ใช่หมูที่มันจะเชือดได้ง่ายๆ”

ooooooo

เย็นนี้ ดาบแหวนเอาห่อถุงของขลังไปซ่อนไว้ใต้โอ่งอาบน้ำ เห็นกระเต็นเดินนำเพชรมาที่บ้านนึกว่าลูกสาวตัวแสบไปก่อเหตุอะไรอีกแล้ว จนเมื่อฟังจากกระเต็นทั้งดาบแหวนและบานเย็นจึงเข้าใจ ต้อนรับขับสู้เพชรอย่างดี

กระเต็นเอาอกเอาใจเพชรเต็มที่ ยอมยกห้องนอนของตัวเองให้เขาพัก แต่เวลาที่เขาอาบน้ำ ก็แอบจะไปขโมยตะกรุดจากเสื้อที่เขาถอดวางไว้ บังเอิ๊ญ...เพชรทำผ้าขาวม้าหลุด เพราะไม่เคยอาบน้ำแบบนี้ กระเต็นตกใจเลยโยนเสื้อทิ้งวิ่งหนีไป

แต่มาถูกจับได้เมื่อตกดึกกระเต็นแอบเข้าไปในห้องนอนของเพชรเพื่อขโมยตะกรุดอีก แต่พลาดไปเหยียบกระป๋องแป้งเกิดเสียงดัง เพชรตื่นขึ้นมาจับได้ เลยคาดคั้นเอาผิดกัน

ดาบแหวนกับบานเย็นได้ยินเสียงเอะอะในห้องเดินมาถามหน้าห้องว่ามีอะไรหรือ กระเต็นขู่เพชรไม่ให้บอก เพชรจึงโกหกไปว่าไม่มีอะไร มันมืด มือตนไปปัดของหล่นเท่านั้น ดาบแหวนกับบานเย็นจึงกลับไป

เพชรคาดคั้นถามกระเต็นว่าเข้ามาเพื่อจะขโมยตะกรุดของตนใช่ไหม กระเต็นปฏิเสธเสียงหลงว่าเปล่า แต่ก็อ่อยว่า ในเมื่อเขาไม่นับถือไม่อยากได้ ตนจะเอาไปขายให้เอาไหม

“น่าสนใจนี่...แต่มีข้อแม้นะ เธอต้องยอมรับก่อนว่าเธอเป็นคนเจาะยางรถฉัน”

กระเต็นปากแข็งไม่ยอมรับ เพชรเลยทำเป็นบ่นเสียดายตะกรุดเพราะเป็นของหายากแล้วเก็บเข้ากระเป๋าหน้าตาเฉย กระเต็นผิดหวังมากที่อุตส่าห์ใช้ทั้งเล่ห์กลสารพัดแล้วยังเอาตะกรุดมาไม่ได้

ooooooo

บ่ายวันต่อมา เสือเมฆวางแผนปล้นเรือสินค้าของเสี่ยเส็ง ชัด หาญ แต้ม และแหลม ทุกคนมีก้านบัวเป็นท่อหายใจอยู่ใต้น้ำคอยขบวนเรือโยงของเสี่ยเส็ง โดยมีตำรวจคอยคุ้มกันแข็งแรง

เมื่อลงมือปล้นจริงๆ ก็ถูกทั้งลูกน้องของเสี่ยเส็งและตำรวจต้านเต็มกำลัง แต่ก็ย่ำแย่เพราะถูกพวกเสือเมฆโจมตี แบบกองโจร

เสือเมฆกับทับโหนเชือกที่ขึงระหว่างต้นไม้สองฝั่งโรยตัวลงบนเรือ ถูกลูกน้องเสี่ยเส็งยิงต้าน เสือเมฆยกตะพดขึ้นว่าคาถาเทพศาสตราวุธสั้นๆ แล้วยกขึ้นปัดกระสุนของลูกน้องเสี่ยเส็งกระเด็นกระดอนผิดทิศทางไปหมด

ทับเชื่อมั่นว่าตัวเองมีอาคม เมื่อเผชิญกับลูกน้องเสี่ยเส็งที่ชักพร้าขัดหลังออกมาไล่ฟัน มันยืนท้าให้ฟัน พอลูกน้องเสี่ยเส็งฟันฉับทับเอาแขนรับ ปรากฏว่าเลือดพุ่งกระฉูด ทับตกใจร้องลั่น

“อ๊าก...ทำไม???”

ลูกน้องเสี่ยเส็งพุ่งเข้าฟันไม่ยั้ง เสือเมฆเห็นดังนั้นขว้างตะพดไปช่วยทับ ตะพดเสียบอกลูกน้องเสี่ย อีกคนเห็นดังนั้นคว้ามีดพกที่เอวไล่แทงเสือเมฆ เสือเมฆปัดป้องได้อย่างคล่องแคล่ว แต่บังเอิญที่ลูกน้องเสี่ยอีกคนตกจากเรือลงมากระแทกเสือเมฆตกน้ำไปด้วยกัน

“พี่เมฆ!” ทับโผล่มาดูและร้องเรียก เห็นทั้งสองร่างจมไปด้วยกันมันยิ้มเหี้ยม สะใจ!

ooooooo

ที่ใต้น้ำ เสือเมฆสู้กับลูกน้องเสี่ยเส็งแบบยอมตายไปด้วยกัน เสือเมฆเริ่มสำลักน้ำ อ่อนแรงลง หาญลอยเข้ามา รอบตัวเขามีฟองอากาศเป็นวงครอบอยู่ เมื่อเข้าใกล้เห็นเสือเมฆกำลังพลาดพลั้ง หาญรีบซัดสนับมือเล็บเสือจากด้านหลังสมุนเสี่ยเส็ง มันดิ้นไม่กี่ทีก็สำลักน้ำตาย

หาญรีบตรงไปที่เสือเมฆ บริกรรมคาถาสั้นๆ แล้วดึงเมฆเข้าในวงอากาศของตนทันที ทั้งสองลอยอยู่ในวงอากาศ แม้เมฆจะสำลักน้ำแต่ก็พยายามหายใจฮุบอากาศจนดีขึ้น

พอทั้งสองโผล่ขึ้นมา เจอชัดเอาเรือออกหาอยู่ ชัดรีบเข้าไปดึงขึ้นเรือทันที

ทับไม่ได้สนใจที่จะช่วยเสือเมฆเลย มันกับแต้มและแหลมช่วยกันปล้นทรัพย์สินเงินทองทั้งจากตัวเสี่ยเส็งและในเรือเม้มเข้าซ่อนในย่ามตัวเอง จนเมื่อเสือเมฆกับหาญกลับขึ้นเรือมา สั่งห้ามทับไม่ให้ทำร้ายเสี่ยเส็ง

“พี่เมฆ นี่พี่ไม่ได้เป็นอะไรเหรอ” ทับถามอย่างนึกไม่ถึง เสือเมฆบอกว่าหาญไปช่วยไว้ไม่งั้นก็ไม่แน่ “โล่งอกไปที ข้ากำลังร้อนใจ เพราะต้องจัดการไอ้เส็ง” ทับแก้ตัวหน้าตาเฉย

“เสือเมฆ ไว้ชีวิตอั๊วเถอะ” เสี่ยเส็งหันมาขอชีวิต

“เสี่ยเส็ง เอ็งค้าขายเอาเปรียบคนจน ร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองกดขี่ชาวบ้านให้ขายข้าวให้ในราคาถูก เอ็งเคยสงสารชาวบ้านบ้างไหม” เสือเมฆถาม

“อั๊วถูกบังคับ ถ้าอั๊วไม่ร่วมมือ พวกมันจะยัดข้อหากลั่นแกล้งอั๊ว”

หาญตวาดว่าโกหกตนไม่เชื่อพ่อค้าหน้าเลือดอย่างนี้ เสือเมฆเอามีดเข้าไปจ่อหัวเสี่ยเส็ง เสี่ยเลยขู่แกมต่อรองว่า ตอนนี้ ตำรวจตั้งค่าหัวเขาไว้สูงมากถ้าเขาฆ่าตนตำรวจไม่เอาไว้แน่

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะไว้ชีวิตเอ็ง แต่ฝากบอกพวกเจ้าหน้าที่ที่คบคิดกับเอ็งด้วยว่า หากกดขี่รีดไถชาวบ้านอีกข้าจะตามไปเด็ดหัวมันทีละคน จำไว้ แต่ถ้าปล่อยเอ็งไปเฉยๆ เอ็งก็คงลืมคำพูดข้าง่ายๆ”

ว่าแล้วเสือเมฆก็เฉือนใบหูเสี่ยเส็งเสียข้างหนึ่ง เสี่ยเส็งดิ้นพราด ร้องเสียงโหยหวน จากนั้นถูกจับมัดมือ มัดปากเอาไปทิ้งไว้ริมตลิ่ง แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่เสี่ยเส็งยังเจ็บปวดน้อยกว่าที่เห็นเรือตัวเองเคลื่อนห่างออกไปทุกที...

แหลมบังคับเรือโยงอยู่กับแต้มที่นั่งอยู่ด้วยตรงหัวเรือ หาญกับเสือเมฆอยู่ที่ส่วนหน้าเรือ ส่วนชัดนั่งอยู่ที่กราบเรือ ถือธงเสือเมฆแกว่งไปมาอย่างอหังการนัก!

ที่ริมตลิ่ง สมุนของเสือเมฆที่ซุ่มเป็นกำลังหนุนอยู่พากันไชโยโห่ร้องต้อนรับพรรคพวกด้วยความดีใจ

เสือเมฆซึ้งใจและขอบใจหาญที่ช่วยตนไว้ หาญตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่าก็เราสาบานแล้วว่าจะไม่ทิ้งกัน ส่วนทับเฝ้ามองหาญอย่างแค้นใจอาฆาตว่าสักวันต้องเป็นทีของตนบ้าง

ooooooo

เพชรกลับถึงบ้านก็ถูกทั้งพ่อทั้งแม่บ่นว่าไปอยู่ไหนถึงได้กลับเอาเสียป่านนี้ เขาถามแม่ที่แต่งตัวสวยว่าจะไปไหนหรือ เกศินีย้อนถามว่าพ่อยังไม่ได้บอกหรือว่าเราต้องไปถึงบ้านท่านอธิบดีให้ทันงานเริ่มเพราะท่านจัดเลี้ยงต้อนรับลูกสาวที่ไปเรียนเมืองนอกกลับมา

เพชรทำท่าจะบ่ายเบี่ยง ยิ่งยศพูดเชิงบังคับว่างานอื่นไม่ไปก็ได้แต่งานนี้หมดสิทธิ์ปฏิเสธ

ที่แท้ยิ่งยศมีแผนจะให้เพชรได้รู้จักและหมายตาจับคู่ดาลินลูกสาวของอธิบดีให้เขา ดังนั้น เมื่อพบกับอธิบดีจึงคุยถึงลูกของตัวเองกันอย่างถูกคอ รู้ใจ

ดาลินเป็นสาวหัวนอก เธอดูการจัดงานและดนตรีที่บรรเลงเพลงไทยอย่างเบื่อหน่าย บ่นว่างานมีแต่เพลงเชยๆ คนเชยๆ น่าเบื่อ

ดังนั้น เมื่อเจอเพชรซึ่งเธอมองดูอย่างดูถูกว่าเขาเป็นคนขับรถ เพราะเพชรถอดสูทออกถอดเนกไท เก็บเหลือแต่เสื้อเชิ้ตขาวพับแขน เธอถามว่าเป็นคนขับรถใช่ไหมให้พาตนออกไปข้างนอกหน่อยรับรองว่าจะจ่ายอย่างงาม

เพชรมองงงๆ ถามว่าเธอเป็นใคร ดาลินบอกว่าเป็นเจ้าภาพงานนี้ เพชรจึงรับกุญแจรถเดินไปเปิดประตูรถให้เธอขึ้นนั่งที่เบาะหลัง แล้วเขาก็นั่งประจำที่คนขับ ขับรถออกไป

ดาลินให้เพชรพาไปที่ที่น่าเที่ยว เขาถามว่าหมายถึงที่ที่เปิดเพลงฝรั่งใช่ไหม บอกว่าตนรู้จักอยู่ที่หนึ่งรับรอง “คุณหนู” ต้องชอบแน่ๆ

ดาลินสนใจบอกให้พาไปเลย ถามเขาว่าชื่ออะไร พอบอกชื่อเพชร ดาลินสั่ง

“พาฉันไปที่นั่นเลยนายเพชร”

ooooooo

ตอนที่ 2

สายวันเดียวกันนั้น อาจารย์อินไปหาเสือเมฆที่เรือนพัก บอกว่าเสือสิบหมดอายุขัยแล้ว เสือเมฆบอกว่าหาญกำลังจะเอาตัวเพชรไปแลกเสือสิบกลับมา

“ชะตาของเอ็งกำลังเข้าสู่มุมอับ บริวารจะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ เอ็งต้องหยุดเคลื่อนไหวสักพัก แล้วรีบมาอาบนํ้าว่านให้เสร็จพิธี” อาจารย์อินสั่ง เสือเมฆฟังแล้วกลุ้ม

ทั้งสองไม่รู้ว่าพลับพลึงแอบฟังอยู่ที่ประตู

ที่ลานชุมโจร ชัดวิ่งกระหืดกระหอบมาหาเสือเมฆที่ยืนรออยู่ บอกว่าหาญเอาตัวเพชรไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว และไปคนเดียว เสือเมฆถามว่าแล้วทับไปไหน ชัดบอกว่าทับไม่อยู่เห็นเด็กบอกว่าเข้าไปหาของในป่ากับแต้มและแหลม

“พอจะเรียกใช้ หายหัวไปกันหมด” เสือเมฆบ่น ชัดถามว่ามีอะไรหรือ “ข้าตกลงจะไม่แลกตัวกับไอ้ตำรวจนั่นแล้ว เราต้องรีบไปสกัดไอ้หาญ”

พลับพลึงเสนอตัวจะไปให้ เสือเมฆไม่ให้ไปเพราะไม่อยากทะเลาะกับลออ บอกพลับพลึงว่าอย่ายุ่งดีกว่า ชัดอาสาจะไปให้ เสือเมฆกลัวว่าจะไม่ทันแล้ว พลันก็นึกได้เมื่อเห็นกุมารทองกระโดดลงมาจากต้นไม้เสือเมฆสั่ง

“ไอ้ทอง ไปหาไอ้หาญแล้วบอกมันตามที่พ่อบอก”

ooooooo

ที่ป่าไผ่ อันเป็นจุดนัดแลกตัวกัน รถตำรวจมาจอดรออยู่แล้ว ดามพ์นั่งอยู่ที่หน้ารถ และหาญพาเพชรเข้ามาเผชิญหน้ากับดามพ์

“หมวดปลอดภัยดีใช่ไหม” ดามพ์ถามเพชร

เพชรบอกว่าไม่ต้องห่วงตน ทำตามหน้าที่ของเรา หาญโพล่งขึ้นว่าอย่าทำปากเก่งเลย หมวดก็เห็นเองไม่ใช่หรือว่าจะจัดการกับพวกตนนั้นมันไม่ง่าย ดามพ์ถามหาญว่าแล้วจะเอายังไง

“ก็อย่างที่บอก ถ้าอยากได้ตัวไอ้หน้าอ่อนนี่ ก็เอาไอ้สิบมาแลก” หาญยื่นเงื่อนไข

“ไอ้สิบอยู่ในรถ มันบาดเจ็บตั้งแต่สู้กับตำรวจที่ตลาด ลุกไม่ไหว” ดามพ์บุ้ยไปที่รถ หาญมองไปเห็นเสือสิบนั่งหลับตาอยู่ที่เบาะรถ

“งั้นแกถอยออกจากรถ” หาญมองดามพ์อย่างไม่ไว้ใจ แล้วผลักเพชรให้เดินไปทางรถตำรวจ

ทันใดนั้น กุมารทองกระโดดมาขวางหน้าร้องบอก “อย่าไป” หาญหันมอง กุมารทองรีบบอกว่า “พ่อให้มาบอกว่าไอ้สิบชะตาขาด ให้กลับชุมเดี๋ยวนี้”

ทุกคนมองว่าหาญพูดกับใคร โดยเฉพาะเพชรมองหาก็ไม่เห็นเพราะกุมารทองหายวับไปแล้ว หาญลังเล ใจจริงแล้วเขาอยากช่วยเพชร จึงตัดสินใจผลักเพชรหัวทิ่มเข้าไปในรถ พริบตานั้นดามพ์ยกมือให้สัญญาณ พวกตำรวจอีก 6 นาย ที่ซุ่มอยู่โผล่มาพร้อมอาวุธ รุมยิงหาญทันที

หาญกลิ้งหลบไปหลังรถ ยิงสวนพลางกำดินขึ้นมาว่าคาถา เวลาเดียวกันนั้นเพชรที่ถูกผลักเข้าไปในรถตกใจเมื่อเห็นว่าเสือสิบตายแล้ว ส่วนดามพ์ตะโกนให้หาญมอบตัวเสียมิฉะนั้นคงต้องจับตาย

หาญตะโกนบอกว่าตนยอมแล้ว ดามพ์ยิ้มเยาะว่าที่แท้มันก็ไม่เหนียวจริง แต่หารู้ไม่ เมื่อหาญโผล่มาเขายกมือชูขึ้นแต่ยังกำดินไว้ ขณะเดินเข้าหาดามพ์เขาซัดดินเข้าใส่ดามพ์กับตำรวจ พวกนั้นเจอนะจังงัง ก้าวย่างอย่างแสนลำบากเข้าหาหาญ ในขณะที่หาญเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว เดินมาที่รถ เอาตะกรุดคืนให้เพชร

“หวังว่าเราคงไม่ได้พบกันอีกนะหมวด”

พูดเสร็จหาญแบกร่างเสือสิบวิ่งหายไป เพชรพยายามถูเชือกที่มัดมือกับแง่งรถจนขาดแล้วกระโดดลงจากรถ เห็นดามพ์กับตำรวจทุกคนยังยืนแข็งทื่ออยู่ เพชรพุ่งเข้าเขย่าตัวดามพ์ถาม

“ไอ้เสือคนนั้นล่ะ” ดามพ์รู้สึกตัว มองงงๆ พอเพชรบอกว่ามันเอาศพเสือสิบหนีไปแล้ว ดามพ์ยิ่งงง พึมพำ “เป็นไปได้ไงวะ”

ooooooo

เมื่อเพชรกลับมาที่โรงพักบึงกร่าง เจอยิ่งยศผู้เป็นพ่อรออยู่ เขาถามพ่อว่ามาได้ยังไง ยิ่งยศตำหนิว่าถ้าดามพ์มาช่วยไม่ทันป่านนี้ตนมิต้องเสียลูกชายคนเดียวไปแล้วหรือ บ่นว่าทำไมไม่คิดถึงหัวอกแม่บ้าง แม่เขาเป็นห่วงมากรู้รึเปล่า

เพชรขอโทษพ่อ ยิ่งยศหันไปขอบใจดามพ์ว่าถ้าไม่ได้เขาตนคงต้องมารับศพลูกกลับบ้านแน่

“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ แต่เสียดายที่มันไม่เป็นไปตามแผน จับตัวคนร้ายมาด้วยไม่ได้ ส่วนตัวประกันที่ไปแลกก็ถูกลูกหลงที่ยิงสู้กันตาย ผมเลยปล่อยให้มันเอาศพไป” ดามพ์ปั้นนํ้าเป็นตัวเอาหน้า

เพชรฟังแล้วงงไม่เชื่อว่าเสือสิบจะถูกกระสุน ส่วนจ่าเฉยที่รู้เรื่องดียืนอึ้ง แต่พอสบตาดามพ์เท่านั้นจ่าก็ก้มหน้าหลบตาทันที

ยิ่งยศบอกดามพ์ว่าทำรายงานมาก็แล้วกัน แล้วชวนเพชรกลับ เพชรขอไปล้างหน้าก่อน เมื่อเข้าห้องนํ้า เพชรอดไม่ได้ที่จะหยิบตะกรุดที่ได้คืนจากหาญมาดู จ่าเฉยโผล่มาเห็นพอดี แซวว่า

“ที่แท้หมวดมีของดีนั่นเองถึงรอดจากไอ้โจรจอมขมังเวทย์มาได้” เพชรถามว่าจ่าเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ “ยิ่งกว่าเชื่ออีกครับหมวด ตะกรุดนี่หมวดได้มาจากอาจารย์ไหนครับ” จ่าเฉยสนใจมาก

เพชรไม่ตอบ แต่มองตะกรุดแล้วคิดถึงวันที่เกศินีผู้เป็นแม่มอบตะกรุดนี้ให้บอกว่าเป็นของขวัญจากแม่ให้พกติดตัวไว้ เขาถามว่าเป็นอะไรหรือ

“ตะกรุดสามกษัตริย์ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำให้ลูกคลาดแคล้วจากอันตราย”

คิดถึงคำพูดของแม่แล้ว เพชรก็คิดถึงตอนที่ตัวเองถูกทับฟันแต่ไม่เข้า เห็นทับเอาตะกรุดออกไปดู กระนั้นเขาก็ยังไม่เชื่อ บอกจ่าเฉยที่ยืนมองอยู่ว่าโจรพวกนั้นมันต้องมีเบื้องหลังอะไรสักอย่างแน่ไม่ใช่มีอิทธิฤทธิ์เหนือคนธรรมดา

“มันก็มีคาถาอาคมไงหมวด ของพรรค์นี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ” เพชรถามว่าถ้าเหนียวจริงเสือสิบจะถูกยิงตายหรือ จ่าเฉยโพล่งออกไปว่า “มันโดนกดนํ้าตายต่างหากครับ” พูดแล้วนึกได้เอามืออุดปากอุ๊บ

“อะไรนะจ่า” เพชรสงสัย จ่าเฉยรีบหาข้ออ้างว่าสารวัตรคงจะเรียกใช้แล้วฉวยโอกาสผละไป

ooooooo

ที่โขดหินริมน้ำตกในป่า ทับ แหลม และแต้ม พากันไปที่นั่น ทับพูดอย่างอาฆาตว่าตนจะต้องจัดการหาญให้พ้นไปจากชุมของเราให้ได้  แต้มกับแหลมยุยงส่งเสริมทันที แต่ก็บ่นว่านับวันเมฆก็เชื่อหาญทุกอย่าง

“เหมือนมันเล่นเมตตามหานิยม” แหลมฉุกคิด ทับปรามาสว่าฝีมืออย่างหาญไม่อยู่ในสายตาตนหรอก

แต้มขุดหลุมเอาห่อผ้าที่ฝังดินไว้ขึ้นมาแกะดูชวนว่า จะสนใจทำไมกับเรื่องเหล่านั้น เราเอาสมบัติที่เม้มไว้ไปขายแล้วไปเที่ยวในเมืองกันดีกว่า แหลมเห็นด้วยทันทีเพราะอดอยากปากแห้งมานานแล้ว

ทับหยิบกำไลทองขึ้นมาดู พลันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคน มันหันไปเห็นเงาวิ่งหนีไปไวๆ

“มีคนแอบดูเรา เอ็งฝังของไว้ก่อน ข้าจะไปจัดการมัน” ทับสั่งแล้ววิ่งตามเงาแว้บๆนั้นไป

ทับวิ่งตามไปทันจึงรู้ว่าที่แท้คือรื่นนั่นเอง มันตะโกนให้หยุด รื่นวิ่งลงไปในน้ำ ถูกทับไล่ตามไปกอดจากข้างหลัง รื่นร้องให้ปล่อย ขู่ว่าจะไปฟ้องเสือเมฆว่าทับยักยอกของที่ปล้นมา

“ถ้าเอ็งใจร้ายกับพี่ขนาดนั้นพี่ก็ยอมตาย แต่เอ็งไม่รู้หรอกว่า ของพวกนั้น พี่ตั้งใจจะเอาเป็นของกำนัลให้เอ็ง เพราะพี่แอบรักเอ็งมานานแล้ว ตั้งแต่พี่เมฆเอาตัวเอ็งมาจากเวทีนางรำ”

รื่นโลภขึ้นมาแต่ยังทำปากกล้าขู่ว่า ถ้าไม่ปล่อยตนจะร้อง ทับยอมตายแต่ก่อนตายขอชื่นใจสักครั้ง พลางทับก็ว่าคาถานะเมตตาเป่าใส่รื่น พริบตาเดียวรื่นก็ระทวย

“ถ้าเอ็งเป็นเมียข้า ข้ารับรองว่าเอ็งจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ”

รื่นระทวยในอ้อมกอดของทับท่ามกลางสายน้ำฉ่ำเย็น ครู่เดียวสายน้ำก็พัดผ้าถุงของรื่นลอยหายไป

ooooooo

กระเต็นได้รับประกันตัวกลับถึงบ้านก็ถูกบาน- เย็นไล่ตี โกรธที่ลูกทะลึ่งไปขุดโลงผี แต่ตีเท่าไรก็ไม่ถูก กระเต็นหลบซ้ายหลบขวาไวกว่าลิงเสียอีก สุดท้ายบานเย็นยืนหอบ ประกาศว่าถ้าวันนี้กระเต็นไม่โดนหวายตนก็อย่ามาเรียกแม่กันเลย

ดาบแหวนกลับมาเห็นแม่ลูกกำลังฮึ่มๆใส่กันอยู่ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน บานเย็นเล่าว่ากระเต็นไปขุดโลงผีซ้ำ

ยังตีหัวตาแช่มขี้เมาด้วย ดาบแหวนถามว่ากระเต็นไปขุดโลงผีทำไม

พอกระเต็นเล่าว่าตนแค่จะลองของนิดหน่อยแต่เกิดผิดพลาดไปนิดเดียวเองไม่งั้นก็ได้สาลิกาลิ้นทองมาแล้ว แทนที่ดาบแหวนจะห้ามปราม กลับถามอย่างสนใจ ทำให้บานเย็นขัดใจคว้าขวดเหล้าหวดหลังดาบแหวนดังโพละ ด่าว่าแทนที่จะห้าม เดี๋ยวได้หวดทั้งพ่อทั้งลูกเลย

ดาบแหวนเลยทำเป็นของขึ้นจะเอาเรื่องกระเต็น คว้ามือจะลากไปกราบขอโทษหลวงตา ดีไม่ดีจะจับบวชชีเสียเลย

“เฮ้ยไม่ได้นะไอ้แหวน ข้าจะส่งมันประกวด  บวชชีไม่ได้โว้ย” บานเย็นวิ่งไล่ตามขาแทบขวิดแต่ไม่ทัน

ที่แท้ดาบแหวนลากกระเต็นให้พ้นหน้าแม่เท่านั้น พอพ้นมาแล้วก็สอนลูกว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่กิจของผู้หญิง กระเต็นอ้างว่าตนจะเรียนเอาไว้ป้องกันตัว อย่างน้อยก็ไว้สู้กับพวกเสือเมฆ ถูกพ่อติงว่ามันไม่ง่ายหรอก

กระเต็นคุยโวว่าตนเจอกับตัวเป็นๆของลูกน้องเสือเมฆมาแล้ว แค่สะเดาะกุญแจยังทำไม่ได้เลย

“นี่เอ็งเจอลูกน้องเสือเมฆเหรอ เมื่อไหร่” ดาบแหวนตื่นเต้นมาก

ooooooo

ยิ่งยศพาเพชรกลับมาถึงบ้านพักที่กรุงเทพฯ เพชรถามพ่อว่าเคยเจอกับพวกเสือเมฆไหม ยิ่งยศบอกว่าตนอยู่สายงานปราบปรามยาเสพติด เลยไม่ได้ปะทะกับโจรนอกกรุง ย้อนถามว่าทำไมหรือ

“ตอนที่มีคนบอกว่าพวกมันอยู่คงกระพัน ผมไม่เชื่อ แต่ตอนที่สู้กันผมเห็น...” เพชรพูดไม่ทันจบ ยิ่งยศก็ขัดขึ้นว่าไม่มีอะไรสู้ความดีได้หรอก เขาถึงได้รอดมาได้

เพชรยังพยายามจะเล่าสิ่งที่ตนพบเห็นมา แต่ยิ่งยศตัดบท ก็พอดีเกศินีออกมารับ มองลูกแล้วถามว่าทำไมมอมแมมแบบนี้ ลูกไม่ได้ไปสัมมนาใช่ไหม เพชรปดว่าไปแต่รถเสียและฝนตกหนัก

“อือม์...เพชรโทร.มาบอกผมก็เลยไปรับ ไปเพชร ไปอาบน้ำพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน” ยิ่งยศตัดบทแล้วสองพ่อลูกก็รีบแยกย้ายกันไป ยังความสงสัยแก่เกศินียิ่งนัก

ooooooo

จนเมื่อเพชรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาล้มตัวลงนอนพักพลางหยิบตะกรุดขึ้นมาดู ขณะนั้นเองเกศินีมาเคาะประตูเข้ามาพูดกับเพชรอย่างแม่ลูกที่ไม่เคยปิดบังอะไรกันว่า

“สิ่งเดียวที่เพชรทำไม่ได้ในชีวิต คือโกหกแม่ บอกความจริงแม่มาเถอะเพชร เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เพชรกอดแม่อย่างรู้สึกผิด จากนั้นเขาเล่าความจริงทุกอย่างให้แม่ฟัง เห็นแม่ตกใจเขาปลอบว่า

“ผมรอดมาแล้วนะครับแม่ ขณะที่คนอื่นต้องตาย มีคนบอกว่าเพราะตะกรุดที่แม่ให้ผมพกไป แม่ได้ตะกรุดนี้ มาจากไหนครับ”

เกศินีบอกว่า ผู้มีพระคุณท่านหนึ่งให้มา รู้ว่าพระอาจารย์ที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆ ปลุกเสกให้แต่แม่จำชื่อไม่ได้ โชคดีที่พวกโจรมันไม่ได้เอาตะกรุดไป เพชรเองก็เล่าอย่างแปลกใจว่า ลูกน้องคนหนึ่งเห็นตะกรุดนี้ก็คาดคั้นถามว่าเอามาจากไหน ตนนึกว่ามันคงปล้นไปแน่แล้ว แต่กลับเอามาคืนให้ตอนที่แลกตัวประกันกัน

“อานุภาพตะกรุดนี้คงทำให้คนเมตตาลูก”

“ไม่...ผมไม่เชื่อ ผมว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ไอ้เสือหาญคนนี้ดูจะฉลาดกว่าโจรคนอื่น ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมมันช่วยผม”

เกศินีมองอึ้งถามว่า เมื่อกี้เขาเอ่ยชื่อใคร เสือหาญหรือ เพชรบอกว่าใช่ เสือหาญเป็นมือขวาของเสือเมฆ เกศินีนิ่งอึ้ง หน้าซีดเผือดไปทันที

เมื่อกลับไปที่ห้องตัวเอง เกศินีไปยืนที่ระเบียง ลมพัดแรงเหมือนฝนจะตก แต่เธอไม่สนใจ ยืนครุ่นคิดอย่าง

วิตกกังวล เริ่มหวั่นๆว่า หาญจะเป็นคนเดียวกับคนที่ยังฝังใจตนอยู่จนทุกวันนี้หรือเปล่า

คิดทบทวนที่ซักถามรูปร่างหน้าตาของเสือหาญจากเพชรว่า เป็นคนหน้าคมๆ ตัวไม่ใหญ่มาก ที่สำคัญสลักรูปเสือที่หน้าอก

คิดแล้วใจสะท้าน แต่ก็ปฏิเสธเหมือนจะปลอบใจตัวเอง ว่า “เสือหาญ...พี่หาญ...คงไม่ใช่...ไม่ใช่”

ooooooo

เสือเมฆโกรธหาญมากที่เอาคนที่มีลมหายใจไปแลกกับศพกลับมา ถามอย่างจับผิดว่าทำไมถึงไปคนเดียว คนอย่างเขาไม่น่าประมาทอย่างนี้

ระหว่างนั้น ทับพยายามแทรก พูดยุยงใส่ร้ายหาญ กระทั่งกล่าวหาว่าเพราะหาญเป็นตำรวจเก่าเขาอาจเป็นสายให้ตำรวจก็ได้ พลับพลึงที่ฟังอยู่ด้วยโต้อย่างไม่พอใจว่าตนเชื่อว่าหาญไม่ทรยศพวกเราแน่

เสือเมฆสั่งลออให้เอาตัวพลับพลึงกลับเรือนเสีย แล้วบอกหาญว่า อยากฟังความจริงจากปากเขาเอง หาญจึงชี้แจงเหตุผลว่า

“ไปกันหลายคน ถ้าเกิดอะไรขึ้น จะหนีลำบาก พวกเราไม่ควรจะถูกจับอีก เหตุผลข้ามีแค่นี้ เชื่อหรือไม่อยู่ที่พี่เมฆจะตัดสินใจ” พูดแล้วหาญนิ่งเงียบเหมือนพร้อมจะรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น

เสือเมฆเงื้อดาบ ฟันฉับลงถูกเสื้อหาญจนขาด หาญไม่หลบเขาแค่หลับตาลงเท่านั้น

“ทำไมเอ็งไม่หลบ เอ็งก็รู้ว่าดาบลงอาคมเล่มนี้ฟันเนื้อเอ็งขาดแน่” เสือเมฆถาม

“ถ้าพี่เมฆตัดสินว่าข้าควรตาย ข้าก็ต้องตาย”

เสือเมฆนิ่งไป เก็บดาบเข้าฝัก พูดเรียบๆ ก่อนเดินกลับไปว่า “นี่ถือเป็นความผิดครั้งแรกข้าจะยกให้ แต่เอ็งต้องนั่งสำนึกตรงนี้ จนกว่าจะเช้า...พวกเอ็งเอาศพไอ้สิบไปเก็บไว้ที่เรือนมัน”

ชัดดีใจรีบช่วยกันแบกศพเสือสิบไป ไม่วายหันไปยิ้มเยาะทับขณะเดินผ่าน ทำให้ทับแค้นใจนัก

ooooooo

หาญนั่งคุกเข่าที่ลานโล่งชุมโจรท่ามกลางสายฝน เขาเหม่อมองท้องฟ้า แล้วหลับตาลงคิดถึงอดีตของตัวเอง...

เวลานั้นเขาเป็นตำรวจ ในคืนฝนตกเหมือนเวลานี้เขาพักอยู่ที่บ้าน เกศินีคนรักของเขาวิ่งฝ่าสายฝนมาบอกอย่างตระหนกว่าเธอท้อง

หาญตกใจมาก เขาเอาตะกรุดสามกษัตริย์ให้เธอ บอกว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่บุญทา พระอาจารย์ที่อุปการะตนให้ไว้ บอกให้เกศินีเก็บไว้จะได้ปกป้องเธอกับลูก

เกศินีร้องไห้บอกว่าถ้าพ่อกับแม่รู้ต้องโกรธมากที่ตนชิงสุกก่อนห่าม เขาได้แต่ปลอบอย่างตั้งใจจริงว่า

“ไม่ต้องห่วง พี่จะยอมรับผิด ขอขมากับพ่อแม่เกศ แล้วเราจะแต่งงานกันเร็วที่สุด ถึงพี่จะกำพร้าพี่ก็จะไม่ให้เกศน้อยหน้าใคร”

แต่แล้วก็มีเหตุอันทำให้ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปจากความตั้งใจของหาญ...

วันนั้น...ยิ่งยศนำกำลังไปปราบโจรที่จับตัวลูกชายกำนันไปเป็นตัวประกัน หาญตามไปสมทบกับยิ่งยศ เมื่อโจรร้องตะโกนให้ตำรวจเอารถที่มีน้ำมันมาให้พร้อมคนขับ ยิ่งยศกับหาญพยักหน้าให้กัน

ทั้งสองก้าวถึงประตูกระท่อมที่โจรซ่อนอยู่ โจรสั่งให้หยุดวางปืนลง ตำรวจทั้งสองทำตามคำสั่ง หาญเดินถือกุญแจรถเข้าไปยื่นให้โจรบอกว่าตนจะขับไปให้เอง ยิ่งยศยืนอยู่ใกล้ๆปืนที่วางไว้บอกโจรให้ปล่อยตัวประกัน โจรวาดปืนไปทางยิ่งยศ ยังไม่ยอมปล่อยตัวประกันจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา แล้วสั่งหาญให้นำออกไป

ขณะหาญเดินนำโจรที่จี้ตัวประกันจะออกจากกระท่อมนั่นเอง ยิ่งยศหยิบปืนของหาญที่วางอยู่ขึ้นเล็งใส่โจรที่มัวแต่สนใจหาญ ยิ่งยศเหนี่ยวไกทันที เป็นจังหวะที่ตัวประกันดิ้นเข้าทางปืนพอดี!

ตัวประกันทรุด หาญกระโดดแย่งปืนจากโจร ยิ่งยศตกใจกลัวความผิดรีบพนมมือท่องคาถานะจังงังเป่าออกไปอย่างมีแผน ทำให้ทั้งโจรและหาญไม่รู้สึกตัว

ooooooo

เมื่อหาญรู้สึกตัวขึ้นอีกทีที่โรงพยาบาล พบว่าตัวเองถูกใส่กุญแจมือล็อกติดกับเตียง ยิ่งยศเดินเข้ามาพอดีบอกว่าเขายิงถูกลูกกำนันที่เป็นตัวประกันตายเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่

หาญตกใจเถียงว่าเป็นไปไม่ได้ ตนจะทำอย่างนั้นทำไม ยิ่งยศอ้างว่าเวลานั้นเขาเหมือนคนที่ของขึ้นเลยควบคุมตัวเองไม่ได้ หาญพึมพำอย่างไม่เชื่อ “ของขึ้น...”

“ใช่ เราตกลงกันแล้วไงว่าถ้าไม่จำเป็นจะไม่เอาวิชาอาคมมาใช้ในงาน แกก็ไม่เชื่อ”

ซํ้าร้าย จากนั้นไม่นานเมื่อเขาถูกนำตัวไปที่ห้องขัง

ก็ต้องอยู่ร่วมกรงกับโจรที่เขาไปเจรจาในวันนั้น หาญพรวดเข้าไปถามว่า

“เอ็งบอกข้าหน่อยสิ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง ทำไมลูกกำนันถึงตาย”

โจรคนนั้นไม่ยอมพูด จนหาญเข้าไปจับไหล่หันมาเผชิญหน้า ทันใดนั้น โจรอ้วกออกมาเป็นเศษตะปูและเส้นผม ครู่เดียวโจรก็ตัวเกร็งขาดใจตาย ตำรวจเข้ามาหาว่าหาญเป็นคนฆ่าโจรอีกข้อหาหนึ่ง

คืนนั้นยิ่งยศมาเยี่ยมหาญ เขาพยายามบอกยิ่งยศว่าตนไม่ได้ทำ ตนจะหาหลักฐานมาสู้คดี ศาลต้องเชื่อตน ขอให้ยิ่งยศช่วยเป็นพยานให้ด้วย

“ฉันไม่รู้จะช่วยแกยังไง ไอ้โจรที่ตายนั่นมันเซ็นให้การไว้หมดแล้วว่าแกยิงลูกกำนันตายแล้วจะยิงมันอีก โทษอย่างน้อยๆก็สิบปี แล้วยังคดีฆ่าปิดปากอีก ฉันว่าแกสารภาพเถอะวะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา”

“แต่เราเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน โตด้วยกันมาเหมือนพี่น้องกัน แกน่าจะรู้ว่าฉันไม่มีวันทำแบบนั้น”

“ขอโทษว่ะเพื่อน” เป็นคำตอบตัดบทอย่างเลือดเย็นจากเพื่อนรัก


คืนนั้นหาญนอนเอามือก่ายหน้าผากอย่างคิดหนัก พลันก็มีเสียงโครมครามดังขึ้น มองไปเห็นเม่นในสภาพถูกซ้อมสะบักสะบอมถูกโยนเข้ามา แม้จะเจ็บสาหัสแต่เม่นก็ตะโกนใส่ตำรวจอย่างแค้นใจว่า

“คอยดูนะ พี่เมฆต้องมาเอาคืนพวกแก”

เม่นถูกตำรวจถีบซํ้าอีกที จนหาญรับไม่ได้ถามว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ มองที่แขนเม่นเห็นลำแขนตุงเหมือนกระดูกหักจะทิ่มออกมา หาญจึงเอาขันนํ้ามาวางตรงหน้าบริกรรมคาถาเป่านํ้ามนต์ใส่แขนเม่น บอกให้เม่นเอานํ้ามนต์ทาซํ้าที่แขนด้วย

เม่นถามว่าเขามีคาถาอาคมด้วยหรือ เป็นเสือที่ไหน ชุมอะไร หาญบอกว่าตนเป็นตำรวจ เม่นแผดหัวเราะลั่น ถามว่าไปขัดขาใครเขาเข้าล่ะถึงต้องมาติดคุก หาญไม่ตอบแต่จะลุกหนี เม่นคว้าแขนไว้ถาม

“ข้ายังสะเดาะกลอนไม่ได้ แล้วเอ็งทำได้ไหม”

หาญสะบัดแขนออก พอดีตำรวจหิ้วห่อข้าวผัดเข้ามาบอกว่า “หมวดหาญ มีคนเอาข้าวมาให้”

เมื่อหาญรับห่อข้าวมาแกะดู ในนั้นมีเศษกระดาษซ่อนอยู่ เขารีบหยิบอ่าน

“พี่หาญ...พ่อบังคับให้ฉันแต่งงานกับยิ่งยศ พรุ่งนี้พี่มาช่วยฉันด้วย...”

อ่านจดหมายของเกศินีแล้ว หาญขบกรามแน่นพึมพำ “ไอ้ยิ่ง...ที่แท้ทั้งหมดเป็นแผนแก!”

ooooooo

ดึกคืนนี้เอง เสือเมฆนำกำลังบุกมาช่วยเม่นผู้เป็นน้องชาย  แต่เม่นถูกซ้อมสาหัสเกินกว่าจะช่วยตัวเองได้ เสือเมฆเอาปืนจ่อหาญให้ช่วยกันพยุงเม่นออกไป

นี่คือจุดพลิกผันที่ทำให้หาญตกกระไดพลอยโจน...จนกลายเป็นโจร!

เมื่อต่อสู้กับตำรวจจนพาเม่นหนีไปได้แล้ว เสือเมฆชวนหาญไปอยู่ด้วยกัน เพราะเขาช่วยน้องชายตนถือว่ามีบุญคุณ ตนขอตอบแทนเขาบ้าง เร่งให้รีบไปด้วยกันขืนอยู่เขาก็ต้องตายสถานเดียว

เมื่อพากันไปถึงชุมโจร พลับพลึงที่เป็นลูกสาวของเม่นโผเข้ากอดพ่อ แค้นใจที่เห็นพ่อถูกตำรวจซ้อมปางตายและก่อนที่เม่นจะสิ้นใจ เขาบอกพลับพลึงให้อยู่กับลุงเมฆและฝากพี่ชายให้แก้แค้นตำรวจให้ตนด้วย เม่นสิ้นใจไปทั้งที่ยังไม่ทัน ได้กินยาสมุนไพรที่ลออไปต้มให้

เวลานั้น หาญยืนมองพลับพลึงที่กอดร่างพ่อร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ด้วยความสงสาร สะเทือนใจ

คิดถึงอดีตของตัวเองที่ต้องพลิกผันจากตำรวจมาเป็นโจรแล้ว หาญได้แต่เศร้าใจ...นั่งมองฟ้ารับสายฝนที่ตกลงมา จนกว่าจะเช้าตามคำสั่งลงโทษของเสือเมฆ...

จนกระทั่งเช้า เสือเมฆจึงมาที่ลานชุมโจร เจอหาญนั่งหน้าซีดปากสั่นสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก ก็เข้าไปบอกว่า “ข้าไม่ถือโทษเอ็งแล้วไอ้หาญ เอ็งกลับกระท่อมได้”

ชัดรีบเอาขวานมาจามโซ่ขาดแล้วประคองหาญที่จับไข้หนาวสั่นออกไป ทับมาแอบดูอย่างไม่พอใจ และเมื่อหาญกลับถึงกระท่อมแล้ว พลับพลึงก็เอายาหม้อมาให้บอกว่า

“น้าหาญ ลุงให้เอายามาให้น้ากินแก้ไข้ ฉันไม่เชื่อว่าน้าจะปล่อยตำรวจนั่น น้าไม่ได้ทำใช่ไหม”

หาญไม่ตอบยกยาหม้อขึ้นดื่มเงียบๆ พลับพลึงไม่กล้าเซ้าซี้เพราะรู้ดีว่าถ้าหาญดุขึ้นมาน่ากลัวแค่ไหน

รื่นเดินมากระแนะกระแหนพลับพลึงว่าน้าหลานคู่นี้รักกันเสียจริง พลับพลึงฟังนํ้าเสียงออกเลยตักนํ้าในโอ่งสาดหน้า เป็นเรื่องทันที รื่นปรี่เข้าตบ พลับพลึงผลักรื่นจนหน้าควํ่าลงไปในอ่างล้างเท้าตรงบันได ซํ้ายังจิกหัวกดนํ้าไว้อีกด้วย

ดีที่ลออออกมาเจอสั่งพลับพลึงให้หยุด รื่นด่าลออว่าไม่รู้จักสั่งสอนหลานตัวเอง ตนจะฟ้องเมฆ

“ข้าสั่งสอนให้นังพลับพลึงมันไหว้คนที่สมควรไหว้ เอ็งทำตัวสมควรให้มันยกมือไหว้ไหมล่ะ” ลออย้อน

รื่นกล่าวอาฆาตก่อนสะบัดไป พลับพลึงท้าว่ามาได้เลยตนพร้อมทุกเมื่อ เลยถูกลออดุว่าทำไมชอบหาเรื่องกับรื่นนัก รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนยังไง

“คนที่อ่อนแอมันก็ต้องถูกข่มเหงรังแกอยู่รํ่าไป ฉันไม่มีวันยอมให้ใครกดขี่หรอก”

ลออได้แต่มองหลานสาวอย่างกลุ้มใจ

ooooooo

หมวดเพชรกลับมานั่งทำงานที่กองปราบสาม-ยอด แต่เขาไม่มีสมาธิเพราะยังวนเวียนคิดแต่เรื่องการปล้นที่ตลาดบึงกร่าง โดยเฉพาะคือเรื่องคาถาอาคมที่ยิงฟันไม่เข้าไปจนถึงยาสมุนไพรบริกรรมคาถาที่หาญเอามาประคบแผลที่ท้องให้

ในที่สุดเขานั่งทำงานต่อไปไม่ได้ คว้ากุญแจรถออกไป บอกตำรวจที่นั่นว่าจะไปธุระและคงไม่กลับเข้ามาอีก

ที่วัดบึงกร่าง กระเต็นแอบไปชวนไอ้จุกไปตำหนักเจ้าแม่สาลิกา พร้อมเงินที่สะสมมาทั้งหมด บอกไอ้จุกว่าเมื่อตัวเองทำไม่ได้ก็ต้องให้เจ้าแม่ช่วย

เป็นเวลาที่เพชรไปหาจ่าเฉยที่สถานีตำรวจบึงกร่างถามว่าที่นี่มีสำนักหรือพวกบ้านคนที่เก่งไสยศาสตร์บ้างไหม ให้พาไปที

เพชรถามได้ถูกคนจริงๆ เพราะจ่าเฉยบอกว่าเรื่องนี้ ตนถนัดจะพาไปที่หนึ่งที่รู้จัก  เพชรย้ำกับจ่าเฉยว่าเรื่องนี้ให้เป็นความลับด้วย

กระเต็นกับไอ้จุกไปที่ตำหนักเจ้าแม่สาลิกา เจ้าแม่พึมพำคาถา ครู่เดียวหน้าม้าก็สั่นลุกขึ้นทำท่ากระพือปีก เพชรตามจ่าเฉยเข้ามายืนอยู่ห่างๆ เงียบๆ อย่างสนใจ เขาเห็นพิรุธที่หน้าม้ากับเจ้าแม่ส่งสัญญาณกัน เห็นอาการรำเหมือนคนบ้าของหน้าม้าแล้วเพชรก็อมยิ้มขำๆ

หลังทำพิธีเสร็จ กระเต็นเข้าไปนั่งตรงหน้าเจ้าแม่อ้าปากแลบลิ้นออกมายาว เพื่อให้เจ้าหน้าสักลงที่ลิ้น แต่เข็มยังไม่ทันถึงลิ้นของกระเต็น เพชรก็ร้องขึ้น

“ทุกคน หยุดอยู่กับที่ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ”

กระเต็นตกใจลืมตาดูเห็นเพชรยืนอยู่แถวใกล้ประตูทางออก เขาบอกกระเต็นว่า เธอถูกจับฐานหลอกลวงต้มตุ๋น เพชรมัวแต่ต่อล้อต่อเถียงกับกระเต็นอยู่ เจ้าแม่ฉวยโอกาสนั้นวิ่งเข้าห้องไป กระเต็นวิ่งตามไป เห็นหน้าต่างเปิดอยู่วิ่งไปชะโงกดูเห็นเจ้าแม่ถลกผ้าถุงวิ่งกระเจิงเข้าป่าไป

เพชรจะกระโจนตามไป ถูกกระเต็นดึงเสื้อไว้ไม่ให้ตามด่าว่ารู้ไหมตนเสียเงินไปเท่าไหร่กว่าจะมาถึงวันนี้มาทำทุกอย่างพังหมด เพชรเลยสั่งจ่าเฉยให้เอากระเต็นไปโรงพัก เพราะสงสัยจะเป็นแก๊งเดียวกัน ไอ้จุกมองอยู่ห่างๆ ตกใจตาโตพึมพำ “ซวยแล้ว พี่เต็ม” ว่าแล้วก็เผ่นแน่บไป

ooooooo

กระเต็นถูกจับไปที่โรงพัก ยังไปด่าทอทะเลาะกับเพรชโขมงโฉงเฉง จ่าเฉยรับรองว่ากระเต็นไม่ได้เป็นพวกเดียวกับเจ้าแม่ลวงโลก บอกให้กระเต็นขอโทษผู้หมวดเสีย กระเต็นไม่ยอมขอโทษเพราะตนไม่ผิด

ไอ้จุกวิ่งแจ้นไปบอกดาบแหวนให้รีบไปช่วยกระเต็นเร็วๆ ดาบแหวนตกใจวิ่งตามไอ้จุกไปทันที

กระเต็นยังโต้เถียงคอเป็นเอ็นกับหมวดเพชร หนักเข้าก็ตบผัวะ ถูกหมวดเพชรกล่าวหาว่าทำร้ายเจ้าพนักงานให้สงบสติอารมณ์ในห้องขังสักพักก็แล้วกัน กระเต็นโวยวายใส่หมวดเพชรบ่นจ่าเฉยที่ไม่บอกตนว่าพวกเจ้าแม่นั้นเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ

จนดาบแหวนมาประกันตัวกลับไป หมวดเพชรเตือนดาบแหวนว่าน่าจะตักเตือนลูกสาวบ้างนะเรื่องไสยศาสตร์มันเหลวไหล พิสูจน์ไม่ได้ ไม่ควรจะเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย ดาบแหวนขอโทษหมวดแทนลูกรับปากว่าจะไม่ให้กระเต็นไปก่อเรื่องอีก

แต่พอดาบแหวนพากระเต็นกลับไปแล้ว จ่าเฉยจึงบอกว่า ดาบแหวนนี่แหละคนเล่นของตัวจริงเชียวล่ะ หมวดมีอะไรถามดาบแหวนได้ไม่ต้องไปเสี่ยงกับพวกเจ้าพ่อเจ้าแม่ปลอมพวกนั้น

“ตัวจริงอีกแล้วเหรอ ผมว่าจะเสียเวลาเปล่าน่ะซิ แค่วันแรกนี่ผมก็สิ้นศรัทธาแล้ว” เพชรบ่น

ooooooo

เพชรกลับถึงบ้าน ถูกเกศินีผู้เป็นแม่ซักถามจนเขายอมรับว่าไปพิสูจน์อะไรบางอย่างที่บึงกร่างมา ครั้นเกศินีซักถามว่าพิสูจน์อะไร เขาควักตะกรุดออกมาเล่าว่า

“ก็ฤทธิ์เดชของพวกเครื่องรางของขลังที่งมงายกันนักน่ะซิครับ ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่ามันไม่มีจริงอย่างตะกรุดอันนี้ มันก็แค่แร่ธาตุธรรมดาๆ เท่านั้น” พูดแล้วทำท่าจะขว้างทิ้ง

เกศินีตกใจร้องห้าม บอกว่าสิ่งนี้สำคัญกับชีวิตลูกมาก พุทธคุณของตะกรุดนี้จะคุ้มครองลูกทำให้แคล้วคลาดจากอันตราย เพชรบอกแม่ว่าตนจะพิสูจน์ให้แม่ดู กำตะกรุดไว้แล้วหยิบมีดจะเชือดข้อมือให้ดู

เกศินีตกใจแย่งมีดจนบาดมือ เพชรจึงได้สติรีบขอโทษแม่ เกศินีบอกว่าไม่เป็นไรแต่ขอร้องว่า

“ถึงลูกไม่เชื่อก็ให้เห็นแก่ความสบายใจของแม่นะเพชร”

เพชรกลับเข้าห้องนอนเอาตะกรุดโยนลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วนอนก่ายหน้าผาก เลยไม่เห็นว่าที่ตะกรุดมีแสงเรืองขึ้นมานิดๆแล้วดับไป

ooooooo

ดาบแหวนลากกระเต็นกลับถึงบ้านก็ด่าว่ารู้ไหม ว่าที่ตัวเองต่อล้อต่อเถียงกระทั่งตบหน้านั้นเป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่มีสิทธิ์ขังลืมกันเลยล่ะ กระเต็นยังเถียงคำไม่ตกฟาก ดาบแหวนเลยคว้าไม้จะหวดลงโทษ

แต่พอดาบแหวนเงื้อไม้ขึ้นเท่านั้น บานเย็นก็เข้ามาขวาง กระเต็นดีใจบอกแม่ว่าตนซึ้งจริงๆที่รู้ว่าแม่ก็รักตนเหมือนกัน

“เปล่า ที่ข้าไม่ให้ตีเอ็ง ก็เพราะไม่อยากให้ผิวเอ็งเป็น รอยหวายต่างหาก ข้าตกลงส่งเอ็งประกวดธิดามะไฟปีนี้แล้ว”

“ฮ้า!” กระเต็นร้องสุดเสียง ตกใจยิ่งกว่าจะถูกพ่อเฆี่ยนเสียอีก

ooooooo

ที่โกดังชานเมือง ดามพ์เข้ามาตรวจดูวัตถุโบราณที่กำลังขนลงจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ ครู่หนึ่ง เสี่ยไพบูลย์พ่อค้าวัตถุโบราณลงจากรถที่ตามมา คุยอวดว่าของพวกนี้เพิ่งขุดขึ้นมาจากกรุเจดีย์

ดามพ์บอกว่าผู้การส่งตนมาดูเส้นทาง เสี่ยฝากเรียนท่านด้วยว่าจะขอเลี้ยงขอบคุณที่ท่านให้เกียรติดามพ์ตอบรับแต่คงต้องให้ตนเป็นคนเลือกสถานที่เอง

“ไม่มีปัญหา คืนนี้เลยเป็นไงครับ”

ดังนั้น คืนนี้ทั้งหมดจึงไปพบกันที่กินรีไนท์คลับ ดามพ์ แนะนำผู้การแก่มาม่าซังว่าเป็นเจ้านายตน มาม่าซังดีใจมากบอกว่ามากันเหนื่อยๆไปนั่งจิบเบียร์เย็นๆ กันก่อนตนเลือกโต๊ะที่มุมดีที่สุดไว้ให้แล้ว

เมื่อเสี่ยไพบูลย์มาแล้ว ดามพ์จึงเชิญไปนั่งคุยกันในห้องวีไอพี.ที่จองไว้

ผู้การกับเสี่ยไพบูลย์คุยกันอย่างถูกคอเรื่องค้าวัตถุโบราณ แต่เมื่อเสี่ยไพบูลย์ให้ค่าจิ้มก้องแก่ผู้การไม่เป็นที่พอใจ เสี่ยรีบบอกว่าแล้วจะส่งไปให้ใหม่ จากนั้นดามพ์ชวนไปใช้บริการนวดแผนโบราณที่เพิ่งเปิดใหม่ซึ่งตนเตรียมหมอนวดฝีมือดีไว้แล้ว

ที่แท้ดามพ์วางแผนให้ชิดใจคู่ขาของตัวเองไปนวดให้ผู้การยิ่งยศ บอกชิดใจว่า

“ถ้าชิดใจทำให้ท่านผู้การพอใจผมรับรองว่าอนาคตของเราจะสบายไปตลอดชาติ”

ทีแรกเมื่อยิ่งยศเข้าห้องนวด มีหมอนวดแก่ๆมานวดให้ แต่แล้วก็แอบเปลี่ยนเป็นชิดใจมานวดแทน ชิดใจยั่วยวนปลุกอารมณ์ผู้การ เธอก้มก่ายจูบที่ติ่งหู ทันใดนั้นผู้การร้องเสียงดัง “โอ๊ย...ร้อน!!”

ที่แผ่นหลังของยิ่งยศมีแสงเรืองเป็นรูปรอยสักขึ้นวาบหนึ่ง ยิ่งยศลุกพรวดขึ้นตะคอกถามชิดใจว่า เข้ามาได้ยังไง แล้วผลุนผลุนออกจากห้องนวดไปอย่างโกรธจัด เมื่อเจอดามพ์เขาตำหนิฉุนเฉียวว่า

“จำไว้นะ ทีหลังอย่าเอาของกำนัลที่อั๊วไม่ต้องการมาให้อีก....อั๊วจะกลับบ้าน”

ooooooo

ดึกคืนนี้เอง เพชรที่นอนหลับอยู่ รู้สึกถึงแสงสว่างจ้าในห้องจากตะกรุดที่โต๊ะเครื่องแป้ง เขาชะโงกดู แสงจ้าจากตะกรุดค่อยๆหายไป เพชรเอื้อมมือไปหยิบตะกรุดแต่ตะกรุดหายไปแล้ว เขาควานหาอย่างตกใจ แปลกใจ พลันเสียงหลวงปู่ก็ดังขึ้น

“ไม่ต้องหาหรอก”

เพชรถามว่าท่านเป็นใคร ทำไมมาอยู่ในห้องตน หลวงปู่ยื่นตะกรุดคืนให้บอกให้ เพชรลุกมารับเมื่อเพชรลุกไปกราบแล้วรับตะกรุดจากมือหลวงปู่ ท่านสอนว่า

“พุทธคุณอยู่ที่ใจ ศรัทธาที่ตั้งมั่นในความดีจะช่วยเจ้า จำไว้”

พูดจบหลวงปู่ยิ้มให้เพชรแล้วร่างท่านก็ค่อยๆเลือนหายไป เพชรพยายามร้องเรียกแต่ไร้ผลเลยสงสัยคิดว่าตัวเอง ฝันไป  แต่พอมองในมือเห็นตะกรุดอยู่ในมือก็งง สับสนจนนอน

ไม่หลับจึงลุกขึ้นจะไปไหว้พระ  เจอยิ่งยศบอกว่าไฟในห้องพระเสีย ให้หาหนังสืออ่านสักพักเดี๋ยวก็ง่วง

ที่แท้ยิ่งยศหลอกเพชรเพื่อตนจะเข้าห้องพระ เขาถอดเสื้อ นั่งขัดสมาธิ พิมพำคาถา ที่แท้ที่แผ่นหลังของยิ่งยศนั้น มีรอยสักหนุมานชั้นพรหมสวยงามมาก

เป็นรอยสักเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน หลวงปู่บุญทาเป็น

ผู้สักให้ เสร็จแล้วบอกยิ่งยศให้ปฏิบัติเคร่งครัดว่า

“คนที่มีรอยสัก ห้ามมิให้สตรีขึ้นมานั่งทับหรือนอนทับบนตัวเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นอานุภาพจะเสื่อมจำไว้”

เวลาเดียวกันนั้น หาญสักเสือเผ่นที่อก ต่างคุยทับกันถึงอานุภาพของรอยสักนั้นว่าของตนดีกว่าอีกคน

เมื่อทั้งสองเข้ารับราชการเป็นตำรวจ หลวงปู่ให้พรชนะ เขาพากันไปกราบขอพรท่านว่า

“เพราะความพากเพียรของเอ็งสองคนถึงได้มาถึงวันนี้ ขอให้รักษาความดีนี่ไว้ วิชาที่พ่อให้เอาไว้ป้องกันรักษาตัวเองกับผู้ที่อ่อนแอกว่านะ”

หลังจากนั้น หลวงปู่ยังให้ตะกรุดแก่หาญ พึมพำคาถาแล้วสั่ง

“ตะกรุดสามกษัตริย์นี้ ข้าให้ไว้คุ้มครองเจ้า ต่อจากนี้ขอให้ระวังตัว วิบากกรรมตามมาถึงเจ้าแล้ว พ่อช่วยได้แค่นี้” บอกหาญว่าเราจะไม่ได้พบกันอีกนาน ครั้นหาญถามว่า ยิ่งยศรู้ไหม ท่านบอกว่า

“มันยังไม่รู้ เจ้ายิ่งมันไม่รู้อะไรเลย ความไม่รู้นี่ล่ะจะเป็นภัยแก่เจ้าทั้งสอง พ่อเตือนได้แค่นี้จำไว้ ของดี หากอยู่กับคนดีจะดีเลิศ แต่หากใช้ไปในทางชั่ว มีของดีก็เท่ากับไม่มี”

พูดแล้วหลวงปู่เดินจากไป หาญได้แต่มองตามด้วยความศรัทธา

ooooooo

ตอนที่ 1

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพข้าวยากหมากแพง การเก็บภาษีของทางการ ยิ่งซ้ำเติมให้แร้นแค้น ผู้คนปล้นชิงกันเอง คนดีกลายเป็นคนร้าย

ณ เวลานั้น เกิดชุมโจรขึ้นทั่วไป ในบรรดาชุมโจรภาคกลาง ชุมโจรของเสือเมฆแห่งบ้านพญาไฟ นับเป็นชุมโจรใหญ่ที่สุด เข้มแข็งที่สุด เพราะนอกจากจะมีกำลังคนมากแล้ว ยังมีวิชาอาคมแก่กล้าสั่งฟ้า สั่งดินได้

พุทธศักราช 2510 ณ กองปราบสามยอด

เช้าตรู่ พ.ต.ต.ผู้รับผิดชอบนำกำลังเข้าปราบเสือเมฆ กล่าวแก่กำลังพลที่มาเข้าแถวเตรียมพร้อม

“เราเพิ่งรับรายงานจากสายว่า เสือเมฆจะเข้าปล้นตลาดบึงกร่าง เราต้องรีบส่งกำลังไปสมทบกับท้องที่ ขอให้ทุกคน เตรียมอาวุธทุกอย่างให้พร้อม จับเป็นไม่ได้ ก็ต้องจับตาย เดินทางได้”

บรรดากำลังพลกรูกันขึ้นรถ ขณะที่ พ.ต.ต.กำลังจะขึ้นรถนั้น หมวดเพชรในชุดนอกเครื่องแบบก็วิ่งเข้ามาขอให้สารวัตรรอก่อน ตนขอไปด้วย

“เฮ้ย มันไม่ใช่หน้าที่คุณ หมวดอยู่กองหนึ่งนี่”

“คุณพ่อสั่งให้ผมไปสังเกตการณ์ครับ” หมวดเพชรบอก แล้วขึ้นรถไปเลย สารวัตรจำต้องขึ้นรถตาม

เมื่อทุกอย่างพร้อม รถคันนั้นก็พุ่งออกไปทันที

ooooooo

บนถนนลูกรัง ทางไปตลาดบึงกร่าง แดดยามเที่ยงแผดเปรี้ยงจนเป็นประกายระยิบลอยอยู่บนผิวดิน

ท่ามกลางความแห้งแล้ง ร้อนผ่าวนี้ เสียงฝีเท้าม้าแว่วมาแต่ไกล แล้วดังขึ้น...ดังขึ้น จนปรากฏม้าหลายตัววิ่งขึ้นเนิน เห็นเป็นเงาย้อนแสงท่ามกลางฝุ่นดินแดงที่ฟุ้งกระจาย

ที่กลางตลาดบึงกร่าง หน้าต่างประตูทุกบ้านเรือนปิดสนิท ทั่วทั้งตลาดเงียบเหมือนร้างผู้คน แต่ที่ป้ายชื่อตลาดที่ทำด้วยแผ่นไม้ขนาดใหญ่ มีธงของเสือเมฆปักอยู่ ธงปลิว สะบัดตามแรงลมไปมา

ม้าจากเนินเขาเข้ามาในตลาดแล้ว ทับขี่ม้านำกลุ่มโจรเข้ามา มีพร้าโอด้ามสั้นเหน็บอยู่ที่ข้างลำตัว มีปืนสั้นหนึ่งกระบอก ที่ต้นแขนมีประคดรัดอยู่

แต้มกับแหลมที่ตามทับมา แต้มมีขวานเงิน ส่วนแหลมมีดาบไทย ต่อจากนั้นคือพวกสมุน ที่มีทั้งพร้าด้ามยาวและพร้าธรรมดา แต่ทุกคนเหน็บปืนสั้นและสะพายปืนยาวคนละกระบอก

แต้มชักบังเหียนม้าเข้าไปดึงธงของเสือเมฆออก ทับมองไปรอบๆ ถ่มน้ำหมากตะโกนท้า

“ถุย! ข้ารู้นะว่าพวกเอ็งมุดหัวกันอยู่”

“ไม่มีของออกมากองไว้หน้าบ้าน แสดงว่ามันจงใจท้าทายเรานะพี่ทับ” แต้มยุยง

“พวกบึงกร่างมันกร่างสมชื่อ สั่งสอนมันหน่อยไหมพี่” แหลมกระเหี้ยนกระหือรือ

ทับยิ้มเหี้ยม บังคับม้ายกสองขาหน้าผงาดขึ้น ตะโกนแล้วยิงปืนขึ้นมา

“เสือเมฆ บุก!!”

สิ้นเสียงทับ สมุนต่างเฮกันลั่น ชูดาบชูพร้าพร้อมลุย แต่ไม่ทันก้าวเท้า ก็ถูกยิงจากที่สูงตกจากหลังม้า ตายไม่ได้ดิ้นรวดเดียวสามคน! ทับกับแต้ม และแหลมชะงักกึก

ทันใดนั้นเอง สารวัตรเดินออกมาจากตรอกข้างร้านทอง ถือปืนเดินช้าๆเข้าหาทับ สั่งเข้ม

“มอบตัวซะ อย่าคิดหนี!”

พริบตานั้นตำรวจที่ซุ่มอยู่ตามที่ต่างๆก็โผล่ออกมาจ้องปืนไปที่ทับ เดินล้อมเข้าไป เพชรแอบสังเกตการณ์อยู่ เขากระชับปืนสั้นในมืออย่างเตรียมพร้อม

ทับด่าตำรวจว่า “ไอ้หมาลอบกัด” แต้มถามเบาๆ ว่าจะเอาไงดี

“ลงมาจากหลังม้า แล้วโยนอาวุธทิ้งมา” สารวัตรสั่ง ทับลงจากหลังม้า ในขณะที่สมุนต่างคอยดูท่าทีว่าทับจะเอาอย่างไร

ทับลงจากหลังม้า ยิ้มที่มุมปาก ก่อนยกพร้าโอด้ามสั้นขึ้นช้าๆ พริบตานั้นทับเหวี่ยงวาดพร้าปลิวออกจากมือ ลอยเป็นวงอ้อมไปเฉือนมือสารวัตรที่ถือปืนอยู่จนปืนร่วง ก่อนที่พร้าเล่มนั้นจะหมุนวนกลับมาที่มือทับอย่างเหมาะเหม็ง!

ตำรวจที่รายล้อมอยู่ระดมยิงทับไม่ยั้ง ทับสะดุ้งเด้งไปตามแรงกระสุนจนทรุดลง แต้มกับแหลมชักอาวุธจะสู้ แต่ถูกยิงล้มไปก่อน เสือสิบตกใจรีบยิงพลุขึ้นฟ้าทันที พลุพุ่งทะลวงขึ้นบนฟ้าแล้วระเบิดสนั่น แต่สิบก็ถูกเพชรยิงมือจนพลุร่วง

ooooooo

ระหว่างทางไปตลาดบึงกร่าง...หาญกับชัดที่ควบม้ามา ต่างบังคับม้าให้หยุดแหงนมองท้องฟ้าเห็นควันของพลุที่เพิ่งระเบิด หาญเอ่ยกับชัดหน้าเครียดว่า

“ไม่ได้การแล้ว พวกเราถูกดัดหลังจริงๆ”

“พี่ทับแย่แน่” ชัดเป็นห่วง หาญเร่งให้รีบไปแต่ไปผิดทาง ชัดบอกจึงเฆี่ยนม้าวกกลับลุยไปอีกทางหนึ่ง

ที่ร้านขายข้าว กำนันสร้อยค่อยๆโผล่หน้าออกมาดูเหตุการณ์ เห็นตำรวจสองคนลากแต้มกับแหลมมาใกล้ๆ ทับ สิบถูกมัดมือไพล่หลัง ส่วนสารวัตรที่ได้รับบาดเจ็บ อยู่กับหมวดเพชร

เพชรถามสารวัตรว่าคนไหนคือเสือเมฆ สารวัตรเองก็ไม่เคยเห็นหน้า บอกกำนันให้ช่วยดูที กำนันจึงค่อยๆก้าวออกจากที่ซ่อน พูดตะกุกตะกัก

“ไม่...ไม่มี...นี่มันลูกน้องทั้งนั้น ไอ้ทับ ไอ้แต้ม ไอ้แหลม ไอ้สิบ แปลกไม่มีทั้งเสือเมฆทั้งไอ้หาญ”

เพชรถามว่าใครคือหาญ กำนันบอกว่า มือขวาเสือเมฆ

หาญที่ถูกเอ่ยถึง กำลังควบม้ามากับชัด จนถึงคลองกว้างขวางหน้า ชัดบอกว่าไปไม่ได้แล้ว หาญตะโกนบอกชัดให้มาข้างๆตน เมื่อชัดเฆี่ยนม้ามาประกบคู่ หาญใช้มือดึงบังเหียนชัดให้มาใกล้กัน วินาทีนั้น แววตาหาญกร้าววาบขึ้น ปากก็ภาวนาไม่หยุด

ทันใดนั้น เท้าม้าดีดพื้นทะยานขึ้น หินทรายกระเด็นกระจุย หาญกับชัดควบม้าลอยขึ้นข้ามคลองอย่างสุดเท่ ก่อนจะหายวับไปในวงอากาศที่แหวกเป็นวงคลื่น...

ooooooo

ที่ตลาดบึงกร่าง กำนันถือปืนเดินออกมา ทำกร่างใช้ปืนเขี่ยหน้าทับบอกว่าพวกนี้ไม่น่าตายง่ายๆแล้วยกปืนจะยิงทับ เพชรจับไว้ถามว่าจะทำอะไร กำนันบอกว่าจะซ้ำให้แน่ใจ

“ไม่ได้ มันผิดกฎหมาย” เพชรเสียงเข้ม กำนันบอกว่าพวกนี้อยู่ยงคงกระพันยิงฟันไม่เข้า “เหลวไหล” เพชรทำหน้าไม่เชื่อ

“ไม่เหลวไหลหรอกผู้หมวด” เสียบทับดังขึ้น ทุกคนหันมอง เห็นทับยืนขึ้นแล้ว แต่ยืนตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครรู้ กำนันถึงกับอุทานตาเหลือก ทำท่าจะยิงอีก ถูกทับเอามืออุดปากกระบอกปืน ทำปากขมุบขมิบ

ปรากฏว่ากำนันยิงไม่ออก ทับกระชากปืนงัดคางกำนันจนผงะหงาย เพชรมองตะลึง ส่วนสารวัตรจะชักปืนด้วยมือซ้าย ถูกทับหันปืนยาวยิงใส่กระดอนเฮือกเดียวก็แน่นิ่ง

เพชรเห็นดังนั้นชักปืน แต่ถูกมนต์ดำกระจายเข้าที่หน้าจนจังงัง

“นี่เขาเรียกนะจังงังไอ้หนุ่ม” แต้มพูดเย้ย

เพชรต้องยืนตัวแข็งมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นแต้ม แหลม ล้วนฟื้นยืนขึ้นมาอย่างแข็งแรงราวกับไม่เคยเป็นอะไรมาก่อนเลย พวกตำรวจระดมยิงจนกระสุนหมดก็ไม่ระคายผิว ซ้ำยังถูกเตะต่อย จับเชือดคอ ตำรวจบางคนเอาดาบปลายปืนแทงแหลมจากข้างหลัง แต่ดาบกลับหักสะบั้น

ตำรวจที่รายล้อมอยู่ ถูกแหลมกับแต้มทั้งต่อย ทั้งฟัน ทั้งแทง จนตายเกือบหมด

“พวกเรา ลุย!!” ทับตะโกนอย่างฮึกเหิม ยิงปืนขึ้นฟ้า แล้วแยกย้ายกันเข้าปล้นตามร้านค้า

เพชรยังตะลึง มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ooooooo

แหลมกับแต้ม นำสมุนเข้าปล้นร้านทอง ซิ้มแก่เจ้าของร้านเห็นลูกชายที่ฮึดสู้ถูกแหลมยิงตายก็แทบหัวใจวาย โผเข้ากอดลูกร้องไห้คร่ำครวญ ด่า  “ไอ้โจร ชั่ว ฆ่าลูกอั๊วทำไม” เลยถูกแหลมจิกหัวเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงตายไปอีกคน

ส่วนทับกับสิบ และสมุน บุกเข้าปล้นโรงไม้ กำนันสร้อยเข้าไปบังคับกะเกณฑ์ชาวบ้านให้รวบรวมทรัพย์สินเงินทองเพื่อมอบให้โจร

ทับถีบประตูเข้ามา พรวดเข้าหากำนันหาว่าทรยศเป็นสายให้ตำรวจ กำนันปฏิเสธเสียงสั่น

“งั้นเอ็งก็ไปหาพี่เมฆกับข้า” ทับพยักหน้าให้สมุนเข้ามาคุมตัวสร้อย ส่วนตัวมันเองก็ตะโกนข่มขู่ชาวบ้านว่าใครยังไม่ได้เอาทรัพย์สินเงินทองออกมาให้เอามาให้หมด

“ไหนว่าเสือเมฆปล้นคนรวยช่วยคนจนไง ที่แท้ก็โจรห้าร้อยธรรมดา” สาวชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนด่า ทับหันมอง มันชะงักกึก เมื่อเห็นสาวสวย มันเดินรี่เข้าหาทันที

ooooooo

ด้านนอกตลาด เพชรที่มนต์คลายแล้ว เขาสลัดหัวไล่ความมึนงง เห็นสารวัตรกับตำรวจนอนตายเกลื่อน เพชรแค้นจัดตบปืนที่เอว แล้ววิ่งไปทางที่ทับกับพวกเข้าไป

ลมพัดซู่เข้ามาอย่างแรง พลันหาญกับชัดก็ควบม้าวูบเข้ามาจากความว่างเปล่า ทั้งสองมองศพคนตายอย่างกังวลแล้วลงจากหลังม้า

“ตำรวจยกพวกมามากขนาดนี้เลยเหรอ” ชัดพึมพำ หาญเดินไปดูศพตำรวจพูดอย่างไม่พอใจว่า

“ไอ้ทับทำเกินไปแล้ว แยกกันไปตามพวกเราให้รีบกลับชุม ก่อนที่ตำรวจจะแห่กันมาสมทบ”

หาญเข้าไปในร้านทองเห็นซิ้มแก่กับลูกชายนอนตายจมกองเลือด หาญมองหน้าเครียด พลันก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หาญตกใจวิ่งออกไปดู

พวกแต้มกับแหลม กำลังต้อนชาวบ้าน มีทั้งคนเฒ่าคนแก่ลูกเด็กเล็กแดงและผู้หญิง เด็กร้องไห้จ้าด้วยความกลัว แต้มขู่ให้เงียบไม่งั้นจะหักคอ พลางเงื้อปืนจะฟาดเด็ก

“หยุด! เอ็งจะทำอะไร พวกเอ็งฆ่าชาวบ้านทำไม” หาญตบแต้มผัวะ แต้มโทษว่าทับเป็นคนฆ่า “แล้วไอ้ทับอยู่ ไหน” หาญกวาดตามองหา แต้มกับแหลมมองหน้ากันงงๆ

ที่แท้ ทับกำลังปลุกปล้ำจะข่มขืนหญิงสาวที่ร้องด่ามัน เพชรไปเจอบุกเข้าไปสั่งให้หยุดและให้ทับถอยออกไป ทับแสยะยิ้มถามว่ามนต์คลายแล้วหรือ พลางขว้างพร้าใส่เพชรแต่ไม่ถูก มันชมว่าไม่เลว

ทับถือว่าตัวเองมีมนต์ขลัง ไม่กลัวปืนที่เพชรจ่อเข้าใส่ เพชรตัดสินใจยิงใส่ปรากฏว่า ทับกำหมัดที่หน้าอก ที่หลังมันมีแสงเป็นรอยยันต์ลิงลมเรืองขึ้นชัดเจน พริบตานั้น ลิงลมกระโดดมาแทนทับ ตีลังกาหลบกระสุนอย่างคล่องแคล่ว

ระหว่างที่ต่อสู้กันนั้น ทับเงื้อพร้าสับกลางหลังเพชร ทำได้แต่เสื้อขาด ครั้นแทงที่ท้องก็แทงไม่เข้า แต่ปรากฏแสงที่กระเป๋าเสื้อของเพชรวาบขึ้น ทับผงะปล่อยเพชร แล้วค้นกระเป๋า ดึงถุงถักไหมพรมหุ้มตะกรุดจากเสื้อ แกะดูเป็นตะกรุดสามกษัตริย์ ทับแสยะยิ้มพูดอย่างรู้ดีว่า

“ที่แท้เอ็งมีของดี มิน่านะจังงังถึงคลายเร็วนัก”

เพชรรวบรวมกำลัง เตะขาพับทับจนตะกรุดหลุดลอยไปตกตรงหน้าหาญที่วิ่งเข้ามาพอดี หาญชะงักหยิบตะกรุดขึ้นดู พอดีทับฟันเพชรที่เอว คราวนี้เลือดสาดมันจะฟันคออีก หาญพุ่งเข้าล็อกไว้ ปรามทับว่า

“ข้าเตือนเอ็งแล้วว่าอย่าเข้าปล้นบึงกร่างวันนี้ เพราะกลิ่นไม่ดี รอพี่เมฆก่อน ทำไมเอ็งไม่เชื่อ ป่านนี้มันแห่ตามกันมาเป็นร้อยแล้ว คนเรามีแค่นี้ เอ็งจะรับผิดชอบไหวหรือ”

“โธ่เว้ย!” ทับสบถอย่างหัวเสียแล้วเดินออกไป

หาญเดินไปหาหญิงชาวบ้าน ถอดผ้าขาวม้าที่เคี่ยนพุงคลุมให้เธอ พูดอย่างอ่อนโยนว่า

“ปลอดภัยแล้ว”

ooooooo

ทับย้อนกลับไปที่ร้านทอง แต้มกับแหลมและสมุนช่วยกันเอาของที่ปล้นได้ใส่ถุง ส่วนชาวบ้านถูกต้อนมารวมกันเป็นกลุ่มอยู่มุมหนึ่ง แต้มเข้ามารายงานทับว่า

“ของเราตายสามพี่ ส่วนตำรวจเหลือไอ้หน้าอ่อนนั่นคนเดียว”

ทับหันไปขู่ชาวบ้านให้ดูกำนันสร้อยเป็นเยี่ยงอย่าง ใครกล้าเป็นสายให้ตำรวจต้องโดนแบบนี้ แล้วมันก็ยิงกำนันสร้อยตาย โดยที่หาญเข้ามาห้ามไม่ทัน

เพชรแค้นจนปากสั่นน้ำตาคลอด่าทับ “ไอ้ชั่ว! ไอ้โจรใจสัตว์! แกมันหนักแผ่นดิน!”

“ปากดีนัก ดูซิว่าไม่มีตะกรุดแล้ว มึงจะเก่งแค่ไหน” ทับตรงเข้าจิกหัวเอาปืนจ่อ หาญเข้ามาห้าม แต่ทับตะคอกไม่ให้ยุ่ง หาญเตือนสติว่า จะฆ่าตำรวจต่อเมื่อป้องกันตัวนี่คือกฎของชุมโจรเรา ทับโต้ทันควันว่า “กฎนี่เอ็งมาตั้งทีหลังโว้ย พวกข้าไม่รับ”

“แต่พี่เมฆรับ เอ็งแหกกฎก็เท่ากับขัดคำสั่งพี่เมฆ”

พออ้างชื่อเมฆ ทับก็เซ็งทำฮึดฮัด หาญมองแผลเพชรแล้วเห็นอาการไม่ดี จึงเสนอให้เอาไปเป็นตัวประกัน เผื่อตำรวจยกกำลังตามมา ทับจึงลดปืนลง

ooooooo

ที่บ้านไม้สองชั้นไม่ใหญ่นัก อันเป็นบ้านที่กระเต็น สาวห้าวผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ อาศัยอยู่กับดาบแหวนและบานเย็นผู้เป็นพ่อกับแม่

ขณะกระเต็นกำลังสวดมนต์ในห้องที่เต็มไปด้วยผ้ายันต์ พระประธานองค์ขนาดกลาง ลูกประคำ ตะกรุด ยังมีพวงมาลัยทั้งเก่าและใหม่วางอยู่มากมาย ก็ได้ยินเสียงอะไรปามาถูกหน้าต่างดังปึง

ฝีมือของจุก ลูกศิษย์วัดวัย 7-8 ขวบ สมุนผู้ภักดีของกระเต็นนั่นเอง จุกมาส่งข่าวดีว่า คืนนี้ทางสะดวกเพราะหลวงพ่อไม่อยู่รับนิมนต์ไปต่างอำเภอ

“จริงเหรอวะ” กระเต็นกำหมัดซัดอากาศอย่างสะใจ “ให้มันได้ยังงี้สิ!”

แต่พอกระเต็นสะพายย่ามจะย่องออกไป ก็เจอกับบานเย็นผู้เป็นแม่เรียกไว้แล้วให้ลองชุดไทยเพราะเตรียมจะให้กระเต็นประกวดเทพี เชื่อว่าคราวนี้คงคว้ารางวัลได้แน่

กระเต็นบ่ายเบี่ยง บานเย็นชักโมโห ก็พอดีดาบแหวนสะพายย่ามเข้ามา กระเต็นรีบไปหลบหลังพ่อให้ช่วยด้วย ดาบถูกบานเย็นผลักกระเด็น ดาบบอกให้ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน

“ข้าน่ะพูดจนปากจะฉีกถึงรูหู แต่ลูกสาวแกฟังเสียที่ไหนล่ะ วัน...วัน เอาแต่ท่อมๆไปหาของไร้สาระอะไรไม่รู้” บานเย็นแหวใส่ผัว

“แล้วทีแม่ไปขูดเลขที่ต้นตะเคียน มีสาระมากไหมล่ะ” กระเต็นโผล่หน้าจากหลังพ่อมาเถียง

พอดาบแหวนเห็นด้วยกับกระเต็น ก็ถูกบานเย็นด่าทั้งพ่อทั้งลูก โทษว่ากระเต็นเป็นแบบนี้ก็เพราะดาบแหวนนี่แหละ กระเต็นเอะใจเลยจะขอดูของในย่ามพ่อ ถามว่าพ่อเพิ่งเช่าพระมาใช่ไหม

ดาบแหวนหลบร้องโวยวายว่าไม่ใช่ บานเย็นพุ่งเข้าไปจะดูบ้างด่าว่าเอาเงินไปเช่าพระมาอีกหรือ แม่มัวแต่เล่นงานพ่อ กระเต็นเลยฉวยโอกาสนั้นวิ่งปรู๊ดไปหาไอ้จุกที่มารออยู่แล้วและพากันวิ่งอ้าวไป

ฝ่ายดาบแหวนวิ่งหนีบานเย็นออกมานอกบ้าน เจอจ่าเฉยปั่นจักรยานผ่านมาบอกว่าเสือเมฆปล้นตลาดบึงกร่างบ้านเรา ตนเพิ่งออกเวรแต่ต้องรีบไปดู

“หา!” ดาบแหวนตกใจแล้วยืนเฉย แต่จ่าเฉยบอกแล้วปั่นจักรยานไปทันที

ที่ตลาดบึงกร่าง จ่าเฉยไปถึงเจอเสือสิบสะบักสะบอมออกจากโรงไม้จะหนี เลยเข้าช่วยกันจับตัวไว้

ooooooo

ที่บ้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ ไพรีพ่าย ในกรุงเทพฯ ยิ่งยศเพิ่งกลับจากราชการมาถึงบ้าน รู้จากเดือนสาวใช้ว่า เกศินีผู้เป็นภรรยาอยู่ในห้องรับแขกจึงเดินไป

เกศีนีที่หยิบรูปหมวดเพชรในชุดเต็มยศขึ้นมาดู

อย่างสังหรณ์ใจ ใจคอไม่ดีทำรูปหล่นกระจกแตก ครั้นก้มเก็บก็ถูกกระจกบาดมือ ยิ่งยศถามว่าเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า

“ฉันซุ่มซ่ามเอง ทำกรอบรูปตาเพชรหล่นแตก พอจะเก็บกระจกก็บาดมืออีก...ฉันเป็นห่วงตาเพชรรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้”

เสือสั่งฟ้า เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"

ช่อง 3 ส่งซีรีส์วัยรุ่นเอาใจสาวๆ ฟินข้ามคืนไปกับ "สาวน้อยจ้าวพายุ"
18 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:33 น.