ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เสือสั่งฟ้า

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

เสือสั่งฟ้า ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพข้าวยากหมากแพง การเก็บภาษีของทางการ ยิ่งซ้ำเติมให้แร้นแค้น ผู้คนปล้นชิงกันเอง คนดีกลายเป็นคนร้าย

ณ เวลานั้น เกิดชุมโจรขึ้นทั่วไป ในบรรดาชุมโจรภาคกลาง ชุมโจรของเสือเมฆแห่งบ้านพญาไฟ นับเป็นชุมโจรใหญ่ที่สุด เข้มแข็งที่สุด เพราะนอกจากจะมีกำลังคนมากแล้ว ยังมีวิชาอาคมแก่กล้าสั่งฟ้า สั่งดินได้

พุทธศักราช 2510 ณ กองปราบสามยอด

เช้าตรู่ พ.ต.ต.ผู้รับผิดชอบนำกำลังเข้าปราบเสือเมฆ กล่าวแก่กำลังพลที่มาเข้าแถวเตรียมพร้อม

“เราเพิ่งรับรายงานจากสายว่า เสือเมฆจะเข้าปล้นตลาดบึงกร่าง เราต้องรีบส่งกำลังไปสมทบกับท้องที่ ขอให้ทุกคน เตรียมอาวุธทุกอย่างให้พร้อม จับเป็นไม่ได้ ก็ต้องจับตาย เดินทางได้”

บรรดากำลังพลกรูกันขึ้นรถ ขณะที่ พ.ต.ต.กำลังจะขึ้นรถนั้น หมวดเพชรในชุดนอกเครื่องแบบก็วิ่งเข้ามาขอให้สารวัตรรอก่อน ตนขอไปด้วย

“เฮ้ย มันไม่ใช่หน้าที่คุณ หมวดอยู่กองหนึ่งนี่”

“คุณพ่อสั่งให้ผมไปสังเกตการณ์ครับ” หมวดเพชรบอก แล้วขึ้นรถไปเลย สารวัตรจำต้องขึ้นรถตาม

เมื่อทุกอย่างพร้อม รถคันนั้นก็พุ่งออกไปทันที

ooooooo

บนถนนลูกรัง ทางไปตลาดบึงกร่าง แดดยามเที่ยงแผดเปรี้ยงจนเป็นประกายระยิบลอยอยู่บนผิวดิน

ท่ามกลางความแห้งแล้ง ร้อนผ่าวนี้ เสียงฝีเท้าม้าแว่วมาแต่ไกล แล้วดังขึ้น...ดังขึ้น จนปรากฏม้าหลายตัววิ่งขึ้นเนิน เห็นเป็นเงาย้อนแสงท่ามกลางฝุ่นดินแดงที่ฟุ้งกระจาย

ที่กลางตลาดบึงกร่าง หน้าต่างประตูทุกบ้านเรือนปิดสนิท ทั่วทั้งตลาดเงียบเหมือนร้างผู้คน แต่ที่ป้ายชื่อตลาดที่ทำด้วยแผ่นไม้ขนาดใหญ่ มีธงของเสือเมฆปักอยู่ ธงปลิว สะบัดตามแรงลมไปมา

ม้าจากเนินเขาเข้ามาในตลาดแล้ว ทับขี่ม้านำกลุ่มโจรเข้ามา มีพร้าโอด้ามสั้นเหน็บอยู่ที่ข้างลำตัว มีปืนสั้นหนึ่งกระบอก ที่ต้นแขนมีประคดรัดอยู่

แต้มกับแหลมที่ตามทับมา แต้มมีขวานเงิน ส่วนแหลมมีดาบไทย ต่อจากนั้นคือพวกสมุน ที่มีทั้งพร้าด้ามยาวและพร้าธรรมดา แต่ทุกคนเหน็บปืนสั้นและสะพายปืนยาวคนละกระบอก

แต้มชักบังเหียนม้าเข้าไปดึงธงของเสือเมฆออก ทับมองไปรอบๆ ถ่มน้ำหมากตะโกนท้า

“ถุย! ข้ารู้นะว่าพวกเอ็งมุดหัวกันอยู่”

“ไม่มีของออกมากองไว้หน้าบ้าน แสดงว่ามันจงใจท้าทายเรานะพี่ทับ” แต้มยุยง

“พวกบึงกร่างมันกร่างสมชื่อ สั่งสอนมันหน่อยไหมพี่” แหลมกระเหี้ยนกระหือรือ

ทับยิ้มเหี้ยม บังคับม้ายกสองขาหน้าผงาดขึ้น ตะโกนแล้วยิงปืนขึ้นมา

“เสือเมฆ บุก!!”

สิ้นเสียงทับ สมุนต่างเฮกันลั่น ชูดาบชูพร้าพร้อมลุย แต่ไม่ทันก้าวเท้า ก็ถูกยิงจากที่สูงตกจากหลังม้า ตายไม่ได้ดิ้นรวดเดียวสามคน! ทับกับแต้ม และแหลมชะงักกึก

ทันใดนั้นเอง สารวัตรเดินออกมาจากตรอกข้างร้านทอง ถือปืนเดินช้าๆเข้าหาทับ สั่งเข้ม

“มอบตัวซะ อย่าคิดหนี!”

พริบตานั้นตำรวจที่ซุ่มอยู่ตามที่ต่างๆก็โผล่ออกมาจ้องปืนไปที่ทับ เดินล้อมเข้าไป เพชรแอบสังเกตการณ์อยู่ เขากระชับปืนสั้นในมืออย่างเตรียมพร้อม

ทับด่าตำรวจว่า “ไอ้หมาลอบกัด” แต้มถามเบาๆ ว่าจะเอาไงดี

“ลงมาจากหลังม้า แล้วโยนอาวุธทิ้งมา” สารวัตรสั่ง ทับลงจากหลังม้า ในขณะที่สมุนต่างคอยดูท่าทีว่าทับจะเอาอย่างไร

ทับลงจากหลังม้า ยิ้มที่มุมปาก ก่อนยกพร้าโอด้ามสั้นขึ้นช้าๆ พริบตานั้นทับเหวี่ยงวาดพร้าปลิวออกจากมือ ลอยเป็นวงอ้อมไปเฉือนมือสารวัตรที่ถือปืนอยู่จนปืนร่วง ก่อนที่พร้าเล่มนั้นจะหมุนวนกลับมาที่มือทับอย่างเหมาะเหม็ง!

ตำรวจที่รายล้อมอยู่ระดมยิงทับไม่ยั้ง ทับสะดุ้งเด้งไปตามแรงกระสุนจนทรุดลง แต้มกับแหลมชักอาวุธจะสู้ แต่ถูกยิงล้มไปก่อน เสือสิบตกใจรีบยิงพลุขึ้นฟ้าทันที พลุพุ่งทะลวงขึ้นบนฟ้าแล้วระเบิดสนั่น แต่สิบก็ถูกเพชรยิงมือจนพลุร่วง

ooooooo

ระหว่างทางไปตลาดบึงกร่าง...หาญกับชัดที่ควบม้ามา ต่างบังคับม้าให้หยุดแหงนมองท้องฟ้าเห็นควันของพลุที่เพิ่งระเบิด หาญเอ่ยกับชัดหน้าเครียดว่า

“ไม่ได้การแล้ว พวกเราถูกดัดหลังจริงๆ”

“พี่ทับแย่แน่” ชัดเป็นห่วง หาญเร่งให้รีบไปแต่ไปผิดทาง ชัดบอกจึงเฆี่ยนม้าวกกลับลุยไปอีกทางหนึ่ง

ที่ร้านขายข้าว กำนันสร้อยค่อยๆโผล่หน้าออกมาดูเหตุการณ์ เห็นตำรวจสองคนลากแต้มกับแหลมมาใกล้ๆ ทับ สิบถูกมัดมือไพล่หลัง ส่วนสารวัตรที่ได้รับบาดเจ็บ อยู่กับหมวดเพชร

เพชรถามสารวัตรว่าคนไหนคือเสือเมฆ สารวัตรเองก็ไม่เคยเห็นหน้า บอกกำนันให้ช่วยดูที กำนันจึงค่อยๆก้าวออกจากที่ซ่อน พูดตะกุกตะกัก

“ไม่...ไม่มี...นี่มันลูกน้องทั้งนั้น ไอ้ทับ ไอ้แต้ม ไอ้แหลม ไอ้สิบ แปลกไม่มีทั้งเสือเมฆทั้งไอ้หาญ”

เพชรถามว่าใครคือหาญ กำนันบอกว่า มือขวาเสือเมฆ

หาญที่ถูกเอ่ยถึง กำลังควบม้ามากับชัด จนถึงคลองกว้างขวางหน้า ชัดบอกว่าไปไม่ได้แล้ว หาญตะโกนบอกชัดให้มาข้างๆตน เมื่อชัดเฆี่ยนม้ามาประกบคู่ หาญใช้มือดึงบังเหียนชัดให้มาใกล้กัน วินาทีนั้น แววตาหาญกร้าววาบขึ้น ปากก็ภาวนาไม่หยุด

ทันใดนั้น เท้าม้าดีดพื้นทะยานขึ้น หินทรายกระเด็นกระจุย หาญกับชัดควบม้าลอยขึ้นข้ามคลองอย่างสุดเท่ ก่อนจะหายวับไปในวงอากาศที่แหวกเป็นวงคลื่น...

ooooooo

ที่ตลาดบึงกร่าง กำนันถือปืนเดินออกมา ทำกร่างใช้ปืนเขี่ยหน้าทับบอกว่าพวกนี้ไม่น่าตายง่ายๆแล้วยกปืนจะยิงทับ เพชรจับไว้ถามว่าจะทำอะไร กำนันบอกว่าจะซ้ำให้แน่ใจ

“ไม่ได้ มันผิดกฎหมาย” เพชรเสียงเข้ม กำนันบอกว่าพวกนี้อยู่ยงคงกระพันยิงฟันไม่เข้า “เหลวไหล” เพชรทำหน้าไม่เชื่อ

“ไม่เหลวไหลหรอกผู้หมวด” เสียบทับดังขึ้น ทุกคนหันมอง เห็นทับยืนขึ้นแล้ว แต่ยืนตั้งแต่เมื่อไรไม่มีใครรู้ กำนันถึงกับอุทานตาเหลือก ทำท่าจะยิงอีก ถูกทับเอามืออุดปากกระบอกปืน ทำปากขมุบขมิบ

ปรากฏว่ากำนันยิงไม่ออก ทับกระชากปืนงัดคางกำนันจนผงะหงาย เพชรมองตะลึง ส่วนสารวัตรจะชักปืนด้วยมือซ้าย ถูกทับหันปืนยาวยิงใส่กระดอนเฮือกเดียวก็แน่นิ่ง

เพชรเห็นดังนั้นชักปืน แต่ถูกมนต์ดำกระจายเข้าที่หน้าจนจังงัง

“นี่เขาเรียกนะจังงังไอ้หนุ่ม” แต้มพูดเย้ย

เพชรต้องยืนตัวแข็งมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นแต้ม แหลม ล้วนฟื้นยืนขึ้นมาอย่างแข็งแรงราวกับไม่เคยเป็นอะไรมาก่อนเลย พวกตำรวจระดมยิงจนกระสุนหมดก็ไม่ระคายผิว ซ้ำยังถูกเตะต่อย จับเชือดคอ ตำรวจบางคนเอาดาบปลายปืนแทงแหลมจากข้างหลัง แต่ดาบกลับหักสะบั้น

ตำรวจที่รายล้อมอยู่ ถูกแหลมกับแต้มทั้งต่อย ทั้งฟัน ทั้งแทง จนตายเกือบหมด

“พวกเรา ลุย!!” ทับตะโกนอย่างฮึกเหิม ยิงปืนขึ้นฟ้า แล้วแยกย้ายกันเข้าปล้นตามร้านค้า

เพชรยังตะลึง มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ooooooo

แหลมกับแต้ม นำสมุนเข้าปล้นร้านทอง ซิ้มแก่เจ้าของร้านเห็นลูกชายที่ฮึดสู้ถูกแหลมยิงตายก็แทบหัวใจวาย โผเข้ากอดลูกร้องไห้คร่ำครวญ ด่า  “ไอ้โจร ชั่ว ฆ่าลูกอั๊วทำไม” เลยถูกแหลมจิกหัวเหวี่ยงไปกระแทกกำแพงตายไปอีกคน

ส่วนทับกับสิบ และสมุน บุกเข้าปล้นโรงไม้ กำนันสร้อยเข้าไปบังคับกะเกณฑ์ชาวบ้านให้รวบรวมทรัพย์สินเงินทองเพื่อมอบให้โจร

ทับถีบประตูเข้ามา พรวดเข้าหากำนันหาว่าทรยศเป็นสายให้ตำรวจ กำนันปฏิเสธเสียงสั่น

“งั้นเอ็งก็ไปหาพี่เมฆกับข้า” ทับพยักหน้าให้สมุนเข้ามาคุมตัวสร้อย ส่วนตัวมันเองก็ตะโกนข่มขู่ชาวบ้านว่าใครยังไม่ได้เอาทรัพย์สินเงินทองออกมาให้เอามาให้หมด

“ไหนว่าเสือเมฆปล้นคนรวยช่วยคนจนไง ที่แท้ก็โจรห้าร้อยธรรมดา” สาวชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนด่า ทับหันมอง มันชะงักกึก เมื่อเห็นสาวสวย มันเดินรี่เข้าหาทันที

ooooooo

ด้านนอกตลาด เพชรที่มนต์คลายแล้ว เขาสลัดหัวไล่ความมึนงง เห็นสารวัตรกับตำรวจนอนตายเกลื่อน เพชรแค้นจัดตบปืนที่เอว แล้ววิ่งไปทางที่ทับกับพวกเข้าไป

ลมพัดซู่เข้ามาอย่างแรง พลันหาญกับชัดก็ควบม้าวูบเข้ามาจากความว่างเปล่า ทั้งสองมองศพคนตายอย่างกังวลแล้วลงจากหลังม้า

“ตำรวจยกพวกมามากขนาดนี้เลยเหรอ” ชัดพึมพำ หาญเดินไปดูศพตำรวจพูดอย่างไม่พอใจว่า

“ไอ้ทับทำเกินไปแล้ว แยกกันไปตามพวกเราให้รีบกลับชุม ก่อนที่ตำรวจจะแห่กันมาสมทบ”

หาญเข้าไปในร้านทองเห็นซิ้มแก่กับลูกชายนอนตายจมกองเลือด หาญมองหน้าเครียด พลันก็มีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หาญตกใจวิ่งออกไปดู

พวกแต้มกับแหลม กำลังต้อนชาวบ้าน มีทั้งคนเฒ่าคนแก่ลูกเด็กเล็กแดงและผู้หญิง เด็กร้องไห้จ้าด้วยความกลัว แต้มขู่ให้เงียบไม่งั้นจะหักคอ พลางเงื้อปืนจะฟาดเด็ก

“หยุด! เอ็งจะทำอะไร พวกเอ็งฆ่าชาวบ้านทำไม” หาญตบแต้มผัวะ แต้มโทษว่าทับเป็นคนฆ่า “แล้วไอ้ทับอยู่ ไหน” หาญกวาดตามองหา แต้มกับแหลมมองหน้ากันงงๆ

ที่แท้ ทับกำลังปลุกปล้ำจะข่มขืนหญิงสาวที่ร้องด่ามัน เพชรไปเจอบุกเข้าไปสั่งให้หยุดและให้ทับถอยออกไป ทับแสยะยิ้มถามว่ามนต์คลายแล้วหรือ พลางขว้างพร้าใส่เพชรแต่ไม่ถูก มันชมว่าไม่เลว

ทับถือว่าตัวเองมีมนต์ขลัง ไม่กลัวปืนที่เพชรจ่อเข้าใส่ เพชรตัดสินใจยิงใส่ปรากฏว่า ทับกำหมัดที่หน้าอก ที่หลังมันมีแสงเป็นรอยยันต์ลิงลมเรืองขึ้นชัดเจน พริบตานั้น ลิงลมกระโดดมาแทนทับ ตีลังกาหลบกระสุนอย่างคล่องแคล่ว

ระหว่างที่ต่อสู้กันนั้น ทับเงื้อพร้าสับกลางหลังเพชร ทำได้แต่เสื้อขาด ครั้นแทงที่ท้องก็แทงไม่เข้า แต่ปรากฏแสงที่กระเป๋าเสื้อของเพชรวาบขึ้น ทับผงะปล่อยเพชร แล้วค้นกระเป๋า ดึงถุงถักไหมพรมหุ้มตะกรุดจากเสื้อ แกะดูเป็นตะกรุดสามกษัตริย์ ทับแสยะยิ้มพูดอย่างรู้ดีว่า

“ที่แท้เอ็งมีของดี มิน่านะจังงังถึงคลายเร็วนัก”

เพชรรวบรวมกำลัง เตะขาพับทับจนตะกรุดหลุดลอยไปตกตรงหน้าหาญที่วิ่งเข้ามาพอดี หาญชะงักหยิบตะกรุดขึ้นดู พอดีทับฟันเพชรที่เอว คราวนี้เลือดสาดมันจะฟันคออีก หาญพุ่งเข้าล็อกไว้ ปรามทับว่า

“ข้าเตือนเอ็งแล้วว่าอย่าเข้าปล้นบึงกร่างวันนี้ เพราะกลิ่นไม่ดี รอพี่เมฆก่อน ทำไมเอ็งไม่เชื่อ ป่านนี้มันแห่ตามกันมาเป็นร้อยแล้ว คนเรามีแค่นี้ เอ็งจะรับผิดชอบไหวหรือ”

“โธ่เว้ย!” ทับสบถอย่างหัวเสียแล้วเดินออกไป

หาญเดินไปหาหญิงชาวบ้าน ถอดผ้าขาวม้าที่เคี่ยนพุงคลุมให้เธอ พูดอย่างอ่อนโยนว่า

“ปลอดภัยแล้ว”

ooooooo

ทับย้อนกลับไปที่ร้านทอง แต้มกับแหลมและสมุนช่วยกันเอาของที่ปล้นได้ใส่ถุง ส่วนชาวบ้านถูกต้อนมารวมกันเป็นกลุ่มอยู่มุมหนึ่ง แต้มเข้ามารายงานทับว่า

“ของเราตายสามพี่ ส่วนตำรวจเหลือไอ้หน้าอ่อนนั่นคนเดียว”

ทับหันไปขู่ชาวบ้านให้ดูกำนันสร้อยเป็นเยี่ยงอย่าง ใครกล้าเป็นสายให้ตำรวจต้องโดนแบบนี้ แล้วมันก็ยิงกำนันสร้อยตาย โดยที่หาญเข้ามาห้ามไม่ทัน

เพชรแค้นจนปากสั่นน้ำตาคลอด่าทับ “ไอ้ชั่ว! ไอ้โจรใจสัตว์! แกมันหนักแผ่นดิน!”

“ปากดีนัก ดูซิว่าไม่มีตะกรุดแล้ว มึงจะเก่งแค่ไหน” ทับตรงเข้าจิกหัวเอาปืนจ่อ หาญเข้ามาห้าม แต่ทับตะคอกไม่ให้ยุ่ง หาญเตือนสติว่า จะฆ่าตำรวจต่อเมื่อป้องกันตัวนี่คือกฎของชุมโจรเรา ทับโต้ทันควันว่า “กฎนี่เอ็งมาตั้งทีหลังโว้ย พวกข้าไม่รับ”

“แต่พี่เมฆรับ เอ็งแหกกฎก็เท่ากับขัดคำสั่งพี่เมฆ”

พออ้างชื่อเมฆ ทับก็เซ็งทำฮึดฮัด หาญมองแผลเพชรแล้วเห็นอาการไม่ดี จึงเสนอให้เอาไปเป็นตัวประกัน เผื่อตำรวจยกกำลังตามมา ทับจึงลดปืนลง

ooooooo

ที่บ้านไม้สองชั้นไม่ใหญ่นัก อันเป็นบ้านที่กระเต็น สาวห้าวผู้คลั่งไคล้ไสยศาสตร์เป็นชีวิตจิตใจ อาศัยอยู่กับดาบแหวนและบานเย็นผู้เป็นพ่อกับแม่

ขณะกระเต็นกำลังสวดมนต์ในห้องที่เต็มไปด้วยผ้ายันต์ พระประธานองค์ขนาดกลาง ลูกประคำ ตะกรุด ยังมีพวงมาลัยทั้งเก่าและใหม่วางอยู่มากมาย ก็ได้ยินเสียงอะไรปามาถูกหน้าต่างดังปึง

ฝีมือของจุก ลูกศิษย์วัดวัย 7-8 ขวบ สมุนผู้ภักดีของกระเต็นนั่นเอง จุกมาส่งข่าวดีว่า คืนนี้ทางสะดวกเพราะหลวงพ่อไม่อยู่รับนิมนต์ไปต่างอำเภอ

“จริงเหรอวะ” กระเต็นกำหมัดซัดอากาศอย่างสะใจ “ให้มันได้ยังงี้สิ!”

แต่พอกระเต็นสะพายย่ามจะย่องออกไป ก็เจอกับบานเย็นผู้เป็นแม่เรียกไว้แล้วให้ลองชุดไทยเพราะเตรียมจะให้กระเต็นประกวดเทพี เชื่อว่าคราวนี้คงคว้ารางวัลได้แน่

กระเต็นบ่ายเบี่ยง บานเย็นชักโมโห ก็พอดีดาบแหวนสะพายย่ามเข้ามา กระเต็นรีบไปหลบหลังพ่อให้ช่วยด้วย ดาบถูกบานเย็นผลักกระเด็น ดาบบอกให้ใจเย็นๆ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน

“ข้าน่ะพูดจนปากจะฉีกถึงรูหู แต่ลูกสาวแกฟังเสียที่ไหนล่ะ วัน...วัน เอาแต่ท่อมๆไปหาของไร้สาระอะไรไม่รู้” บานเย็นแหวใส่ผัว

“แล้วทีแม่ไปขูดเลขที่ต้นตะเคียน มีสาระมากไหมล่ะ” กระเต็นโผล่หน้าจากหลังพ่อมาเถียง

พอดาบแหวนเห็นด้วยกับกระเต็น ก็ถูกบานเย็นด่าทั้งพ่อทั้งลูก โทษว่ากระเต็นเป็นแบบนี้ก็เพราะดาบแหวนนี่แหละ กระเต็นเอะใจเลยจะขอดูของในย่ามพ่อ ถามว่าพ่อเพิ่งเช่าพระมาใช่ไหม

ดาบแหวนหลบร้องโวยวายว่าไม่ใช่ บานเย็นพุ่งเข้าไปจะดูบ้างด่าว่าเอาเงินไปเช่าพระมาอีกหรือ แม่มัวแต่เล่นงานพ่อ กระเต็นเลยฉวยโอกาสนั้นวิ่งปรู๊ดไปหาไอ้จุกที่มารออยู่แล้วและพากันวิ่งอ้าวไป

ฝ่ายดาบแหวนวิ่งหนีบานเย็นออกมานอกบ้าน เจอจ่าเฉยปั่นจักรยานผ่านมาบอกว่าเสือเมฆปล้นตลาดบึงกร่างบ้านเรา ตนเพิ่งออกเวรแต่ต้องรีบไปดู

“หา!” ดาบแหวนตกใจแล้วยืนเฉย แต่จ่าเฉยบอกแล้วปั่นจักรยานไปทันที

ที่ตลาดบึงกร่าง จ่าเฉยไปถึงเจอเสือสิบสะบักสะบอมออกจากโรงไม้จะหนี เลยเข้าช่วยกันจับตัวไว้

ooooooo

ที่บ้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ ไพรีพ่าย ในกรุงเทพฯ ยิ่งยศเพิ่งกลับจากราชการมาถึงบ้าน รู้จากเดือนสาวใช้ว่า เกศินีผู้เป็นภรรยาอยู่ในห้องรับแขกจึงเดินไป

เกศีนีที่หยิบรูปหมวดเพชรในชุดเต็มยศขึ้นมาดู

อย่างสังหรณ์ใจ ใจคอไม่ดีทำรูปหล่นกระจกแตก ครั้นก้มเก็บก็ถูกกระจกบาดมือ ยิ่งยศถามว่าเป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า

“ฉันซุ่มซ่ามเอง ทำกรอบรูปตาเพชรหล่นแตก พอจะเก็บกระจกก็บาดมืออีก...ฉันเป็นห่วงตาเพชรรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้”

ตอนที่ 2

สายวันเดียวกันนั้น อาจารย์อินไปหาเสือเมฆที่เรือนพัก บอกว่าเสือสิบหมดอายุขัยแล้ว เสือเมฆบอกว่าหาญกำลังจะเอาตัวเพชรไปแลกเสือสิบกลับมา

“ชะตาของเอ็งกำลังเข้าสู่มุมอับ บริวารจะนำเรื่องเดือดร้อนมาให้ เอ็งต้องหยุดเคลื่อนไหวสักพัก แล้วรีบมาอาบนํ้าว่านให้เสร็จพิธี” อาจารย์อินสั่ง เสือเมฆฟังแล้วกลุ้ม

ทั้งสองไม่รู้ว่าพลับพลึงแอบฟังอยู่ที่ประตู

ที่ลานชุมโจร ชัดวิ่งกระหืดกระหอบมาหาเสือเมฆที่ยืนรออยู่ บอกว่าหาญเอาตัวเพชรไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว และไปคนเดียว เสือเมฆถามว่าแล้วทับไปไหน ชัดบอกว่าทับไม่อยู่เห็นเด็กบอกว่าเข้าไปหาของในป่ากับแต้มและแหลม

“พอจะเรียกใช้ หายหัวไปกันหมด” เสือเมฆบ่น ชัดถามว่ามีอะไรหรือ “ข้าตกลงจะไม่แลกตัวกับไอ้ตำรวจนั่นแล้ว เราต้องรีบไปสกัดไอ้หาญ”

พลับพลึงเสนอตัวจะไปให้ เสือเมฆไม่ให้ไปเพราะไม่อยากทะเลาะกับลออ บอกพลับพลึงว่าอย่ายุ่งดีกว่า ชัดอาสาจะไปให้ เสือเมฆกลัวว่าจะไม่ทันแล้ว พลันก็นึกได้เมื่อเห็นกุมารทองกระโดดลงมาจากต้นไม้เสือเมฆสั่ง

“ไอ้ทอง ไปหาไอ้หาญแล้วบอกมันตามที่พ่อบอก”

ooooooo

ที่ป่าไผ่ อันเป็นจุดนัดแลกตัวกัน รถตำรวจมาจอดรออยู่แล้ว ดามพ์นั่งอยู่ที่หน้ารถ และหาญพาเพชรเข้ามาเผชิญหน้ากับดามพ์

“หมวดปลอดภัยดีใช่ไหม” ดามพ์ถามเพชร

เพชรบอกว่าไม่ต้องห่วงตน ทำตามหน้าที่ของเรา หาญโพล่งขึ้นว่าอย่าทำปากเก่งเลย หมวดก็เห็นเองไม่ใช่หรือว่าจะจัดการกับพวกตนนั้นมันไม่ง่าย ดามพ์ถามหาญว่าแล้วจะเอายังไง

“ก็อย่างที่บอก ถ้าอยากได้ตัวไอ้หน้าอ่อนนี่ ก็เอาไอ้สิบมาแลก” หาญยื่นเงื่อนไข

“ไอ้สิบอยู่ในรถ มันบาดเจ็บตั้งแต่สู้กับตำรวจที่ตลาด ลุกไม่ไหว” ดามพ์บุ้ยไปที่รถ หาญมองไปเห็นเสือสิบนั่งหลับตาอยู่ที่เบาะรถ

“งั้นแกถอยออกจากรถ” หาญมองดามพ์อย่างไม่ไว้ใจ แล้วผลักเพชรให้เดินไปทางรถตำรวจ

ทันใดนั้น กุมารทองกระโดดมาขวางหน้าร้องบอก “อย่าไป” หาญหันมอง กุมารทองรีบบอกว่า “พ่อให้มาบอกว่าไอ้สิบชะตาขาด ให้กลับชุมเดี๋ยวนี้”

ทุกคนมองว่าหาญพูดกับใคร โดยเฉพาะเพชรมองหาก็ไม่เห็นเพราะกุมารทองหายวับไปแล้ว หาญลังเล ใจจริงแล้วเขาอยากช่วยเพชร จึงตัดสินใจผลักเพชรหัวทิ่มเข้าไปในรถ พริบตานั้นดามพ์ยกมือให้สัญญาณ พวกตำรวจอีก 6 นาย ที่ซุ่มอยู่โผล่มาพร้อมอาวุธ รุมยิงหาญทันที

หาญกลิ้งหลบไปหลังรถ ยิงสวนพลางกำดินขึ้นมาว่าคาถา เวลาเดียวกันนั้นเพชรที่ถูกผลักเข้าไปในรถตกใจเมื่อเห็นว่าเสือสิบตายแล้ว ส่วนดามพ์ตะโกนให้หาญมอบตัวเสียมิฉะนั้นคงต้องจับตาย

หาญตะโกนบอกว่าตนยอมแล้ว ดามพ์ยิ้มเยาะว่าที่แท้มันก็ไม่เหนียวจริง แต่หารู้ไม่ เมื่อหาญโผล่มาเขายกมือชูขึ้นแต่ยังกำดินไว้ ขณะเดินเข้าหาดามพ์เขาซัดดินเข้าใส่ดามพ์กับตำรวจ พวกนั้นเจอนะจังงัง ก้าวย่างอย่างแสนลำบากเข้าหาหาญ ในขณะที่หาญเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว เดินมาที่รถ เอาตะกรุดคืนให้เพชร

“หวังว่าเราคงไม่ได้พบกันอีกนะหมวด”

พูดเสร็จหาญแบกร่างเสือสิบวิ่งหายไป เพชรพยายามถูเชือกที่มัดมือกับแง่งรถจนขาดแล้วกระโดดลงจากรถ เห็นดามพ์กับตำรวจทุกคนยังยืนแข็งทื่ออยู่ เพชรพุ่งเข้าเขย่าตัวดามพ์ถาม

“ไอ้เสือคนนั้นล่ะ” ดามพ์รู้สึกตัว มองงงๆ พอเพชรบอกว่ามันเอาศพเสือสิบหนีไปแล้ว ดามพ์ยิ่งงง พึมพำ “เป็นไปได้ไงวะ”

ooooooo

เมื่อเพชรกลับมาที่โรงพักบึงกร่าง เจอยิ่งยศผู้เป็นพ่อรออยู่ เขาถามพ่อว่ามาได้ยังไง ยิ่งยศตำหนิว่าถ้าดามพ์มาช่วยไม่ทันป่านนี้ตนมิต้องเสียลูกชายคนเดียวไปแล้วหรือ บ่นว่าทำไมไม่คิดถึงหัวอกแม่บ้าง แม่เขาเป็นห่วงมากรู้รึเปล่า

เพชรขอโทษพ่อ ยิ่งยศหันไปขอบใจดามพ์ว่าถ้าไม่ได้เขาตนคงต้องมารับศพลูกกลับบ้านแน่

“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ แต่เสียดายที่มันไม่เป็นไปตามแผน จับตัวคนร้ายมาด้วยไม่ได้ ส่วนตัวประกันที่ไปแลกก็ถูกลูกหลงที่ยิงสู้กันตาย ผมเลยปล่อยให้มันเอาศพไป” ดามพ์ปั้นนํ้าเป็นตัวเอาหน้า

เพชรฟังแล้วงงไม่เชื่อว่าเสือสิบจะถูกกระสุน ส่วนจ่าเฉยที่รู้เรื่องดียืนอึ้ง แต่พอสบตาดามพ์เท่านั้นจ่าก็ก้มหน้าหลบตาทันที

ยิ่งยศบอกดามพ์ว่าทำรายงานมาก็แล้วกัน แล้วชวนเพชรกลับ เพชรขอไปล้างหน้าก่อน เมื่อเข้าห้องนํ้า เพชรอดไม่ได้ที่จะหยิบตะกรุดที่ได้คืนจากหาญมาดู จ่าเฉยโผล่มาเห็นพอดี แซวว่า

“ที่แท้หมวดมีของดีนั่นเองถึงรอดจากไอ้โจรจอมขมังเวทย์มาได้” เพชรถามว่าจ่าเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยหรือ “ยิ่งกว่าเชื่ออีกครับหมวด ตะกรุดนี่หมวดได้มาจากอาจารย์ไหนครับ” จ่าเฉยสนใจมาก

เพชรไม่ตอบ แต่มองตะกรุดแล้วคิดถึงวันที่เกศินีผู้เป็นแม่มอบตะกรุดนี้ให้บอกว่าเป็นของขวัญจากแม่ให้พกติดตัวไว้ เขาถามว่าเป็นอะไรหรือ

“ตะกรุดสามกษัตริย์ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่จะทำให้ลูกคลาดแคล้วจากอันตราย”

คิดถึงคำพูดของแม่แล้ว เพชรก็คิดถึงตอนที่ตัวเองถูกทับฟันแต่ไม่เข้า เห็นทับเอาตะกรุดออกไปดู กระนั้นเขาก็ยังไม่เชื่อ บอกจ่าเฉยที่ยืนมองอยู่ว่าโจรพวกนั้นมันต้องมีเบื้องหลังอะไรสักอย่างแน่ไม่ใช่มีอิทธิฤทธิ์เหนือคนธรรมดา

“มันก็มีคาถาอาคมไงหมวด ของพรรค์นี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ” เพชรถามว่าถ้าเหนียวจริงเสือสิบจะถูกยิงตายหรือ จ่าเฉยโพล่งออกไปว่า “มันโดนกดนํ้าตายต่างหากครับ” พูดแล้วนึกได้เอามืออุดปากอุ๊บ

“อะไรนะจ่า” เพชรสงสัย จ่าเฉยรีบหาข้ออ้างว่าสารวัตรคงจะเรียกใช้แล้วฉวยโอกาสผละไป

ooooooo

ที่โขดหินริมน้ำตกในป่า ทับ แหลม และแต้ม พากันไปที่นั่น ทับพูดอย่างอาฆาตว่าตนจะต้องจัดการหาญให้พ้นไปจากชุมของเราให้ได้  แต้มกับแหลมยุยงส่งเสริมทันที แต่ก็บ่นว่านับวันเมฆก็เชื่อหาญทุกอย่าง

“เหมือนมันเล่นเมตตามหานิยม” แหลมฉุกคิด ทับปรามาสว่าฝีมืออย่างหาญไม่อยู่ในสายตาตนหรอก

แต้มขุดหลุมเอาห่อผ้าที่ฝังดินไว้ขึ้นมาแกะดูชวนว่า จะสนใจทำไมกับเรื่องเหล่านั้น เราเอาสมบัติที่เม้มไว้ไปขายแล้วไปเที่ยวในเมืองกันดีกว่า แหลมเห็นด้วยทันทีเพราะอดอยากปากแห้งมานานแล้ว

ทับหยิบกำไลทองขึ้นมาดู พลันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคน มันหันไปเห็นเงาวิ่งหนีไปไวๆ

“มีคนแอบดูเรา เอ็งฝังของไว้ก่อน ข้าจะไปจัดการมัน” ทับสั่งแล้ววิ่งตามเงาแว้บๆนั้นไป

ทับวิ่งตามไปทันจึงรู้ว่าที่แท้คือรื่นนั่นเอง มันตะโกนให้หยุด รื่นวิ่งลงไปในน้ำ ถูกทับไล่ตามไปกอดจากข้างหลัง รื่นร้องให้ปล่อย ขู่ว่าจะไปฟ้องเสือเมฆว่าทับยักยอกของที่ปล้นมา

“ถ้าเอ็งใจร้ายกับพี่ขนาดนั้นพี่ก็ยอมตาย แต่เอ็งไม่รู้หรอกว่า ของพวกนั้น พี่ตั้งใจจะเอาเป็นของกำนัลให้เอ็ง เพราะพี่แอบรักเอ็งมานานแล้ว ตั้งแต่พี่เมฆเอาตัวเอ็งมาจากเวทีนางรำ”

รื่นโลภขึ้นมาแต่ยังทำปากกล้าขู่ว่า ถ้าไม่ปล่อยตนจะร้อง ทับยอมตายแต่ก่อนตายขอชื่นใจสักครั้ง พลางทับก็ว่าคาถานะเมตตาเป่าใส่รื่น พริบตาเดียวรื่นก็ระทวย

“ถ้าเอ็งเป็นเมียข้า ข้ารับรองว่าเอ็งจะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ”

รื่นระทวยในอ้อมกอดของทับท่ามกลางสายน้ำฉ่ำเย็น ครู่เดียวสายน้ำก็พัดผ้าถุงของรื่นลอยหายไป

ooooooo

กระเต็นได้รับประกันตัวกลับถึงบ้านก็ถูกบาน- เย็นไล่ตี โกรธที่ลูกทะลึ่งไปขุดโลงผี แต่ตีเท่าไรก็ไม่ถูก กระเต็นหลบซ้ายหลบขวาไวกว่าลิงเสียอีก สุดท้ายบานเย็นยืนหอบ ประกาศว่าถ้าวันนี้กระเต็นไม่โดนหวายตนก็อย่ามาเรียกแม่กันเลย

ดาบแหวนกลับมาเห็นแม่ลูกกำลังฮึ่มๆใส่กันอยู่ถามว่ามันเรื่องอะไรกัน บานเย็นเล่าว่ากระเต็นไปขุดโลงผีซ้ำ

ยังตีหัวตาแช่มขี้เมาด้วย ดาบแหวนถามว่ากระเต็นไปขุดโลงผีทำไม

พอกระเต็นเล่าว่าตนแค่จะลองของนิดหน่อยแต่เกิดผิดพลาดไปนิดเดียวเองไม่งั้นก็ได้สาลิกาลิ้นทองมาแล้ว แทนที่ดาบแหวนจะห้ามปราม กลับถามอย่างสนใจ ทำให้บานเย็นขัดใจคว้าขวดเหล้าหวดหลังดาบแหวนดังโพละ ด่าว่าแทนที่จะห้าม เดี๋ยวได้หวดทั้งพ่อทั้งลูกเลย

ดาบแหวนเลยทำเป็นของขึ้นจะเอาเรื่องกระเต็น คว้ามือจะลากไปกราบขอโทษหลวงตา ดีไม่ดีจะจับบวชชีเสียเลย

“เฮ้ยไม่ได้นะไอ้แหวน ข้าจะส่งมันประกวด  บวชชีไม่ได้โว้ย” บานเย็นวิ่งไล่ตามขาแทบขวิดแต่ไม่ทัน

ที่แท้ดาบแหวนลากกระเต็นให้พ้นหน้าแม่เท่านั้น พอพ้นมาแล้วก็สอนลูกว่า เรื่องแบบนี้ไม่ใช่กิจของผู้หญิง กระเต็นอ้างว่าตนจะเรียนเอาไว้ป้องกันตัว อย่างน้อยก็ไว้สู้กับพวกเสือเมฆ ถูกพ่อติงว่ามันไม่ง่ายหรอก

กระเต็นคุยโวว่าตนเจอกับตัวเป็นๆของลูกน้องเสือเมฆมาแล้ว แค่สะเดาะกุญแจยังทำไม่ได้เลย

“นี่เอ็งเจอลูกน้องเสือเมฆเหรอ เมื่อไหร่” ดาบแหวนตื่นเต้นมาก

ooooooo

ยิ่งยศพาเพชรกลับมาถึงบ้านพักที่กรุงเทพฯ เพชรถามพ่อว่าเคยเจอกับพวกเสือเมฆไหม ยิ่งยศบอกว่าตนอยู่สายงานปราบปรามยาเสพติด เลยไม่ได้ปะทะกับโจรนอกกรุง ย้อนถามว่าทำไมหรือ

“ตอนที่มีคนบอกว่าพวกมันอยู่คงกระพัน ผมไม่เชื่อ แต่ตอนที่สู้กันผมเห็น...” เพชรพูดไม่ทันจบ ยิ่งยศก็ขัดขึ้นว่าไม่มีอะไรสู้ความดีได้หรอก เขาถึงได้รอดมาได้

เพชรยังพยายามจะเล่าสิ่งที่ตนพบเห็นมา แต่ยิ่งยศตัดบท ก็พอดีเกศินีออกมารับ มองลูกแล้วถามว่าทำไมมอมแมมแบบนี้ ลูกไม่ได้ไปสัมมนาใช่ไหม เพชรปดว่าไปแต่รถเสียและฝนตกหนัก

“อือม์...เพชรโทร.มาบอกผมก็เลยไปรับ ไปเพชร ไปอาบน้ำพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน” ยิ่งยศตัดบทแล้วสองพ่อลูกก็รีบแยกย้ายกันไป ยังความสงสัยแก่เกศินียิ่งนัก

ooooooo

จนเมื่อเพชรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาล้มตัวลงนอนพักพลางหยิบตะกรุดขึ้นมาดู ขณะนั้นเองเกศินีมาเคาะประตูเข้ามาพูดกับเพชรอย่างแม่ลูกที่ไม่เคยปิดบังอะไรกันว่า

“สิ่งเดียวที่เพชรทำไม่ได้ในชีวิต คือโกหกแม่ บอกความจริงแม่มาเถอะเพชร เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

เพชรกอดแม่อย่างรู้สึกผิด จากนั้นเขาเล่าความจริงทุกอย่างให้แม่ฟัง เห็นแม่ตกใจเขาปลอบว่า

“ผมรอดมาแล้วนะครับแม่ ขณะที่คนอื่นต้องตาย มีคนบอกว่าเพราะตะกรุดที่แม่ให้ผมพกไป แม่ได้ตะกรุดนี้ มาจากไหนครับ”

เกศินีบอกว่า ผู้มีพระคุณท่านหนึ่งให้มา รู้ว่าพระอาจารย์ที่ศักดิ์สิทธิ์มากๆ ปลุกเสกให้แต่แม่จำชื่อไม่ได้ โชคดีที่พวกโจรมันไม่ได้เอาตะกรุดไป เพชรเองก็เล่าอย่างแปลกใจว่า ลูกน้องคนหนึ่งเห็นตะกรุดนี้ก็คาดคั้นถามว่าเอามาจากไหน ตนนึกว่ามันคงปล้นไปแน่แล้ว แต่กลับเอามาคืนให้ตอนที่แลกตัวประกันกัน

“อานุภาพตะกรุดนี้คงทำให้คนเมตตาลูก”

“ไม่...ผมไม่เชื่อ ผมว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ไอ้เสือหาญคนนี้ดูจะฉลาดกว่าโจรคนอื่น ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมมันช่วยผม”

เกศินีมองอึ้งถามว่า เมื่อกี้เขาเอ่ยชื่อใคร เสือหาญหรือ เพชรบอกว่าใช่ เสือหาญเป็นมือขวาของเสือเมฆ เกศินีนิ่งอึ้ง หน้าซีดเผือดไปทันที

เมื่อกลับไปที่ห้องตัวเอง เกศินีไปยืนที่ระเบียง ลมพัดแรงเหมือนฝนจะตก แต่เธอไม่สนใจ ยืนครุ่นคิดอย่าง

วิตกกังวล เริ่มหวั่นๆว่า หาญจะเป็นคนเดียวกับคนที่ยังฝังใจตนอยู่จนทุกวันนี้หรือเปล่า

คิดทบทวนที่ซักถามรูปร่างหน้าตาของเสือหาญจากเพชรว่า เป็นคนหน้าคมๆ ตัวไม่ใหญ่มาก ที่สำคัญสลักรูปเสือที่หน้าอก

คิดแล้วใจสะท้าน แต่ก็ปฏิเสธเหมือนจะปลอบใจตัวเอง ว่า “เสือหาญ...พี่หาญ...คงไม่ใช่...ไม่ใช่”

ooooooo

เสือเมฆโกรธหาญมากที่เอาคนที่มีลมหายใจไปแลกกับศพกลับมา ถามอย่างจับผิดว่าทำไมถึงไปคนเดียว คนอย่างเขาไม่น่าประมาทอย่างนี้

ระหว่างนั้น ทับพยายามแทรก พูดยุยงใส่ร้ายหาญ กระทั่งกล่าวหาว่าเพราะหาญเป็นตำรวจเก่าเขาอาจเป็นสายให้ตำรวจก็ได้ พลับพลึงที่ฟังอยู่ด้วยโต้อย่างไม่พอใจว่าตนเชื่อว่าหาญไม่ทรยศพวกเราแน่

เสือเมฆสั่งลออให้เอาตัวพลับพลึงกลับเรือนเสีย แล้วบอกหาญว่า อยากฟังความจริงจากปากเขาเอง หาญจึงชี้แจงเหตุผลว่า

“ไปกันหลายคน ถ้าเกิดอะไรขึ้น จะหนีลำบาก พวกเราไม่ควรจะถูกจับอีก เหตุผลข้ามีแค่นี้ เชื่อหรือไม่อยู่ที่พี่เมฆจะตัดสินใจ” พูดแล้วหาญนิ่งเงียบเหมือนพร้อมจะรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้น

เสือเมฆเงื้อดาบ ฟันฉับลงถูกเสื้อหาญจนขาด หาญไม่หลบเขาแค่หลับตาลงเท่านั้น

“ทำไมเอ็งไม่หลบ เอ็งก็รู้ว่าดาบลงอาคมเล่มนี้ฟันเนื้อเอ็งขาดแน่” เสือเมฆถาม

“ถ้าพี่เมฆตัดสินว่าข้าควรตาย ข้าก็ต้องตาย”

เสือเมฆนิ่งไป เก็บดาบเข้าฝัก พูดเรียบๆ ก่อนเดินกลับไปว่า “นี่ถือเป็นความผิดครั้งแรกข้าจะยกให้ แต่เอ็งต้องนั่งสำนึกตรงนี้ จนกว่าจะเช้า...พวกเอ็งเอาศพไอ้สิบไปเก็บไว้ที่เรือนมัน”

ชัดดีใจรีบช่วยกันแบกศพเสือสิบไป ไม่วายหันไปยิ้มเยาะทับขณะเดินผ่าน ทำให้ทับแค้นใจนัก

ooooooo

หาญนั่งคุกเข่าที่ลานโล่งชุมโจรท่ามกลางสายฝน เขาเหม่อมองท้องฟ้า แล้วหลับตาลงคิดถึงอดีตของตัวเอง...

เวลานั้นเขาเป็นตำรวจ ในคืนฝนตกเหมือนเวลานี้เขาพักอยู่ที่บ้าน เกศินีคนรักของเขาวิ่งฝ่าสายฝนมาบอกอย่างตระหนกว่าเธอท้อง

หาญตกใจมาก เขาเอาตะกรุดสามกษัตริย์ให้เธอ บอกว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์ที่หลวงปู่บุญทา พระอาจารย์ที่อุปการะตนให้ไว้ บอกให้เกศินีเก็บไว้จะได้ปกป้องเธอกับลูก

เกศินีร้องไห้บอกว่าถ้าพ่อกับแม่รู้ต้องโกรธมากที่ตนชิงสุกก่อนห่าม เขาได้แต่ปลอบอย่างตั้งใจจริงว่า

“ไม่ต้องห่วง พี่จะยอมรับผิด ขอขมากับพ่อแม่เกศ แล้วเราจะแต่งงานกันเร็วที่สุด ถึงพี่จะกำพร้าพี่ก็จะไม่ให้เกศน้อยหน้าใคร”

แต่แล้วก็มีเหตุอันทำให้ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไปจากความตั้งใจของหาญ...

วันนั้น...ยิ่งยศนำกำลังไปปราบโจรที่จับตัวลูกชายกำนันไปเป็นตัวประกัน หาญตามไปสมทบกับยิ่งยศ เมื่อโจรร้องตะโกนให้ตำรวจเอารถที่มีน้ำมันมาให้พร้อมคนขับ ยิ่งยศกับหาญพยักหน้าให้กัน

ทั้งสองก้าวถึงประตูกระท่อมที่โจรซ่อนอยู่ โจรสั่งให้หยุดวางปืนลง ตำรวจทั้งสองทำตามคำสั่ง หาญเดินถือกุญแจรถเข้าไปยื่นให้โจรบอกว่าตนจะขับไปให้เอง ยิ่งยศยืนอยู่ใกล้ๆปืนที่วางไว้บอกโจรให้ปล่อยตัวประกัน โจรวาดปืนไปทางยิ่งยศ ยังไม่ยอมปล่อยตัวประกันจนกว่าจะแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา แล้วสั่งหาญให้นำออกไป

ขณะหาญเดินนำโจรที่จี้ตัวประกันจะออกจากกระท่อมนั่นเอง ยิ่งยศหยิบปืนของหาญที่วางอยู่ขึ้นเล็งใส่โจรที่มัวแต่สนใจหาญ ยิ่งยศเหนี่ยวไกทันที เป็นจังหวะที่ตัวประกันดิ้นเข้าทางปืนพอดี!

ตัวประกันทรุด หาญกระโดดแย่งปืนจากโจร ยิ่งยศตกใจกลัวความผิดรีบพนมมือท่องคาถานะจังงังเป่าออกไปอย่างมีแผน ทำให้ทั้งโจรและหาญไม่รู้สึกตัว

ooooooo

เมื่อหาญรู้สึกตัวขึ้นอีกทีที่โรงพยาบาล พบว่าตัวเองถูกใส่กุญแจมือล็อกติดกับเตียง ยิ่งยศเดินเข้ามาพอดีบอกว่าเขายิงถูกลูกกำนันที่เป็นตัวประกันตายเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่

หาญตกใจเถียงว่าเป็นไปไม่ได้ ตนจะทำอย่างนั้นทำไม ยิ่งยศอ้างว่าเวลานั้นเขาเหมือนคนที่ของขึ้นเลยควบคุมตัวเองไม่ได้ หาญพึมพำอย่างไม่เชื่อ “ของขึ้น...”

“ใช่ เราตกลงกันแล้วไงว่าถ้าไม่จำเป็นจะไม่เอาวิชาอาคมมาใช้ในงาน แกก็ไม่เชื่อ”

ซํ้าร้าย จากนั้นไม่นานเมื่อเขาถูกนำตัวไปที่ห้องขัง

ก็ต้องอยู่ร่วมกรงกับโจรที่เขาไปเจรจาในวันนั้น หาญพรวดเข้าไปถามว่า

“เอ็งบอกข้าหน่อยสิ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง ทำไมลูกกำนันถึงตาย”

โจรคนนั้นไม่ยอมพูด จนหาญเข้าไปจับไหล่หันมาเผชิญหน้า ทันใดนั้น โจรอ้วกออกมาเป็นเศษตะปูและเส้นผม ครู่เดียวโจรก็ตัวเกร็งขาดใจตาย ตำรวจเข้ามาหาว่าหาญเป็นคนฆ่าโจรอีกข้อหาหนึ่ง

คืนนั้นยิ่งยศมาเยี่ยมหาญ เขาพยายามบอกยิ่งยศว่าตนไม่ได้ทำ ตนจะหาหลักฐานมาสู้คดี ศาลต้องเชื่อตน ขอให้ยิ่งยศช่วยเป็นพยานให้ด้วย

“ฉันไม่รู้จะช่วยแกยังไง ไอ้โจรที่ตายนั่นมันเซ็นให้การไว้หมดแล้วว่าแกยิงลูกกำนันตายแล้วจะยิงมันอีก โทษอย่างน้อยๆก็สิบปี แล้วยังคดีฆ่าปิดปากอีก ฉันว่าแกสารภาพเถอะวะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา”

“แต่เราเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน โตด้วยกันมาเหมือนพี่น้องกัน แกน่าจะรู้ว่าฉันไม่มีวันทำแบบนั้น”

“ขอโทษว่ะเพื่อน” เป็นคำตอบตัดบทอย่างเลือดเย็นจากเพื่อนรัก


คืนนั้นหาญนอนเอามือก่ายหน้าผากอย่างคิดหนัก พลันก็มีเสียงโครมครามดังขึ้น มองไปเห็นเม่นในสภาพถูกซ้อมสะบักสะบอมถูกโยนเข้ามา แม้จะเจ็บสาหัสแต่เม่นก็ตะโกนใส่ตำรวจอย่างแค้นใจว่า

“คอยดูนะ พี่เมฆต้องมาเอาคืนพวกแก”

เม่นถูกตำรวจถีบซํ้าอีกที จนหาญรับไม่ได้ถามว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ มองที่แขนเม่นเห็นลำแขนตุงเหมือนกระดูกหักจะทิ่มออกมา หาญจึงเอาขันนํ้ามาวางตรงหน้าบริกรรมคาถาเป่านํ้ามนต์ใส่แขนเม่น บอกให้เม่นเอานํ้ามนต์ทาซํ้าที่แขนด้วย

เม่นถามว่าเขามีคาถาอาคมด้วยหรือ เป็นเสือที่ไหน ชุมอะไร หาญบอกว่าตนเป็นตำรวจ เม่นแผดหัวเราะลั่น ถามว่าไปขัดขาใครเขาเข้าล่ะถึงต้องมาติดคุก หาญไม่ตอบแต่จะลุกหนี เม่นคว้าแขนไว้ถาม

“ข้ายังสะเดาะกลอนไม่ได้ แล้วเอ็งทำได้ไหม”

หาญสะบัดแขนออก พอดีตำรวจหิ้วห่อข้าวผัดเข้ามาบอกว่า “หมวดหาญ มีคนเอาข้าวมาให้”

เมื่อหาญรับห่อข้าวมาแกะดู ในนั้นมีเศษกระดาษซ่อนอยู่ เขารีบหยิบอ่าน

“พี่หาญ...พ่อบังคับให้ฉันแต่งงานกับยิ่งยศ พรุ่งนี้พี่มาช่วยฉันด้วย...”

อ่านจดหมายของเกศินีแล้ว หาญขบกรามแน่นพึมพำ “ไอ้ยิ่ง...ที่แท้ทั้งหมดเป็นแผนแก!”

ooooooo

ดึกคืนนี้เอง เสือเมฆนำกำลังบุกมาช่วยเม่นผู้เป็นน้องชาย  แต่เม่นถูกซ้อมสาหัสเกินกว่าจะช่วยตัวเองได้ เสือเมฆเอาปืนจ่อหาญให้ช่วยกันพยุงเม่นออกไป

นี่คือจุดพลิกผันที่ทำให้หาญตกกระไดพลอยโจน...จนกลายเป็นโจร!

เมื่อต่อสู้กับตำรวจจนพาเม่นหนีไปได้แล้ว เสือเมฆชวนหาญไปอยู่ด้วยกัน เพราะเขาช่วยน้องชายตนถือว่ามีบุญคุณ ตนขอตอบแทนเขาบ้าง เร่งให้รีบไปด้วยกันขืนอยู่เขาก็ต้องตายสถานเดียว

เมื่อพากันไปถึงชุมโจร พลับพลึงที่เป็นลูกสาวของเม่นโผเข้ากอดพ่อ แค้นใจที่เห็นพ่อถูกตำรวจซ้อมปางตายและก่อนที่เม่นจะสิ้นใจ เขาบอกพลับพลึงให้อยู่กับลุงเมฆและฝากพี่ชายให้แก้แค้นตำรวจให้ตนด้วย เม่นสิ้นใจไปทั้งที่ยังไม่ทัน ได้กินยาสมุนไพรที่ลออไปต้มให้

เวลานั้น หาญยืนมองพลับพลึงที่กอดร่างพ่อร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ด้วยความสงสาร สะเทือนใจ

คิดถึงอดีตของตัวเองที่ต้องพลิกผันจากตำรวจมาเป็นโจรแล้ว หาญได้แต่เศร้าใจ...นั่งมองฟ้ารับสายฝนที่ตกลงมา จนกว่าจะเช้าตามคำสั่งลงโทษของเสือเมฆ...

จนกระทั่งเช้า เสือเมฆจึงมาที่ลานชุมโจร เจอหาญนั่งหน้าซีดปากสั่นสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก ก็เข้าไปบอกว่า “ข้าไม่ถือโทษเอ็งแล้วไอ้หาญ เอ็งกลับกระท่อมได้”

ชัดรีบเอาขวานมาจามโซ่ขาดแล้วประคองหาญที่จับไข้หนาวสั่นออกไป ทับมาแอบดูอย่างไม่พอใจ และเมื่อหาญกลับถึงกระท่อมแล้ว พลับพลึงก็เอายาหม้อมาให้บอกว่า

“น้าหาญ ลุงให้เอายามาให้น้ากินแก้ไข้ ฉันไม่เชื่อว่าน้าจะปล่อยตำรวจนั่น น้าไม่ได้ทำใช่ไหม”

หาญไม่ตอบยกยาหม้อขึ้นดื่มเงียบๆ พลับพลึงไม่กล้าเซ้าซี้เพราะรู้ดีว่าถ้าหาญดุขึ้นมาน่ากลัวแค่ไหน

รื่นเดินมากระแนะกระแหนพลับพลึงว่าน้าหลานคู่นี้รักกันเสียจริง พลับพลึงฟังนํ้าเสียงออกเลยตักนํ้าในโอ่งสาดหน้า เป็นเรื่องทันที รื่นปรี่เข้าตบ พลับพลึงผลักรื่นจนหน้าควํ่าลงไปในอ่างล้างเท้าตรงบันได ซํ้ายังจิกหัวกดนํ้าไว้อีกด้วย

ดีที่ลออออกมาเจอสั่งพลับพลึงให้หยุด รื่นด่าลออว่าไม่รู้จักสั่งสอนหลานตัวเอง ตนจะฟ้องเมฆ

“ข้าสั่งสอนให้นังพลับพลึงมันไหว้คนที่สมควรไหว้ เอ็งทำตัวสมควรให้มันยกมือไหว้ไหมล่ะ” ลออย้อน

รื่นกล่าวอาฆาตก่อนสะบัดไป พลับพลึงท้าว่ามาได้เลยตนพร้อมทุกเมื่อ เลยถูกลออดุว่าทำไมชอบหาเรื่องกับรื่นนัก รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนยังไง

“คนที่อ่อนแอมันก็ต้องถูกข่มเหงรังแกอยู่รํ่าไป ฉันไม่มีวันยอมให้ใครกดขี่หรอก”

ลออได้แต่มองหลานสาวอย่างกลุ้มใจ

ooooooo

หมวดเพชรกลับมานั่งทำงานที่กองปราบสาม-ยอด แต่เขาไม่มีสมาธิเพราะยังวนเวียนคิดแต่เรื่องการปล้นที่ตลาดบึงกร่าง โดยเฉพาะคือเรื่องคาถาอาคมที่ยิงฟันไม่เข้าไปจนถึงยาสมุนไพรบริกรรมคาถาที่หาญเอามาประคบแผลที่ท้องให้

ในที่สุดเขานั่งทำงานต่อไปไม่ได้ คว้ากุญแจรถออกไป บอกตำรวจที่นั่นว่าจะไปธุระและคงไม่กลับเข้ามาอีก

ที่วัดบึงกร่าง กระเต็นแอบไปชวนไอ้จุกไปตำหนักเจ้าแม่สาลิกา พร้อมเงินที่สะสมมาทั้งหมด บอกไอ้จุกว่าเมื่อตัวเองทำไม่ได้ก็ต้องให้เจ้าแม่ช่วย

เป็นเวลาที่เพชรไปหาจ่าเฉยที่สถานีตำรวจบึงกร่างถามว่าที่นี่มีสำนักหรือพวกบ้านคนที่เก่งไสยศาสตร์บ้างไหม ให้พาไปที

เพชรถามได้ถูกคนจริงๆ เพราะจ่าเฉยบอกว่าเรื่องนี้ ตนถนัดจะพาไปที่หนึ่งที่รู้จัก  เพชรย้ำกับจ่าเฉยว่าเรื่องนี้ให้เป็นความลับด้วย

กระเต็นกับไอ้จุกไปที่ตำหนักเจ้าแม่สาลิกา เจ้าแม่พึมพำคาถา ครู่เดียวหน้าม้าก็สั่นลุกขึ้นทำท่ากระพือปีก เพชรตามจ่าเฉยเข้ามายืนอยู่ห่างๆ เงียบๆ อย่างสนใจ เขาเห็นพิรุธที่หน้าม้ากับเจ้าแม่ส่งสัญญาณกัน เห็นอาการรำเหมือนคนบ้าของหน้าม้าแล้วเพชรก็อมยิ้มขำๆ

หลังทำพิธีเสร็จ กระเต็นเข้าไปนั่งตรงหน้าเจ้าแม่อ้าปากแลบลิ้นออกมายาว เพื่อให้เจ้าหน้าสักลงที่ลิ้น แต่เข็มยังไม่ทันถึงลิ้นของกระเต็น เพชรก็ร้องขึ้น

“ทุกคน หยุดอยู่กับที่ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ”

กระเต็นตกใจลืมตาดูเห็นเพชรยืนอยู่แถวใกล้ประตูทางออก เขาบอกกระเต็นว่า เธอถูกจับฐานหลอกลวงต้มตุ๋น เพชรมัวแต่ต่อล้อต่อเถียงกับกระเต็นอยู่ เจ้าแม่ฉวยโอกาสนั้นวิ่งเข้าห้องไป กระเต็นวิ่งตามไป เห็นหน้าต่างเปิดอยู่วิ่งไปชะโงกดูเห็นเจ้าแม่ถลกผ้าถุงวิ่งกระเจิงเข้าป่าไป

เพชรจะกระโจนตามไป ถูกกระเต็นดึงเสื้อไว้ไม่ให้ตามด่าว่ารู้ไหมตนเสียเงินไปเท่าไหร่กว่าจะมาถึงวันนี้มาทำทุกอย่างพังหมด เพชรเลยสั่งจ่าเฉยให้เอากระเต็นไปโรงพัก เพราะสงสัยจะเป็นแก๊งเดียวกัน ไอ้จุกมองอยู่ห่างๆ ตกใจตาโตพึมพำ “ซวยแล้ว พี่เต็ม” ว่าแล้วก็เผ่นแน่บไป

ooooooo

กระเต็นถูกจับไปที่โรงพัก ยังไปด่าทอทะเลาะกับเพรชโขมงโฉงเฉง จ่าเฉยรับรองว่ากระเต็นไม่ได้เป็นพวกเดียวกับเจ้าแม่ลวงโลก บอกให้กระเต็นขอโทษผู้หมวดเสีย กระเต็นไม่ยอมขอโทษเพราะตนไม่ผิด

ไอ้จุกวิ่งแจ้นไปบอกดาบแหวนให้รีบไปช่วยกระเต็นเร็วๆ ดาบแหวนตกใจวิ่งตามไอ้จุกไปทันที

กระเต็นยังโต้เถียงคอเป็นเอ็นกับหมวดเพชร หนักเข้าก็ตบผัวะ ถูกหมวดเพชรกล่าวหาว่าทำร้ายเจ้าพนักงานให้สงบสติอารมณ์ในห้องขังสักพักก็แล้วกัน กระเต็นโวยวายใส่หมวดเพชรบ่นจ่าเฉยที่ไม่บอกตนว่าพวกเจ้าแม่นั้นเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ

จนดาบแหวนมาประกันตัวกลับไป หมวดเพชรเตือนดาบแหวนว่าน่าจะตักเตือนลูกสาวบ้างนะเรื่องไสยศาสตร์มันเหลวไหล พิสูจน์ไม่ได้ ไม่ควรจะเข้าไปข้องเกี่ยวด้วย ดาบแหวนขอโทษหมวดแทนลูกรับปากว่าจะไม่ให้กระเต็นไปก่อเรื่องอีก

แต่พอดาบแหวนพากระเต็นกลับไปแล้ว จ่าเฉยจึงบอกว่า ดาบแหวนนี่แหละคนเล่นของตัวจริงเชียวล่ะ หมวดมีอะไรถามดาบแหวนได้ไม่ต้องไปเสี่ยงกับพวกเจ้าพ่อเจ้าแม่ปลอมพวกนั้น

“ตัวจริงอีกแล้วเหรอ ผมว่าจะเสียเวลาเปล่าน่ะซิ แค่วันแรกนี่ผมก็สิ้นศรัทธาแล้ว” เพชรบ่น

ooooooo

เพชรกลับถึงบ้าน ถูกเกศินีผู้เป็นแม่ซักถามจนเขายอมรับว่าไปพิสูจน์อะไรบางอย่างที่บึงกร่างมา ครั้นเกศินีซักถามว่าพิสูจน์อะไร เขาควักตะกรุดออกมาเล่าว่า

“ก็ฤทธิ์เดชของพวกเครื่องรางของขลังที่งมงายกันนักน่ะซิครับ ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่ามันไม่มีจริงอย่างตะกรุดอันนี้ มันก็แค่แร่ธาตุธรรมดาๆ เท่านั้น” พูดแล้วทำท่าจะขว้างทิ้ง

เกศินีตกใจร้องห้าม บอกว่าสิ่งนี้สำคัญกับชีวิตลูกมาก พุทธคุณของตะกรุดนี้จะคุ้มครองลูกทำให้แคล้วคลาดจากอันตราย เพชรบอกแม่ว่าตนจะพิสูจน์ให้แม่ดู กำตะกรุดไว้แล้วหยิบมีดจะเชือดข้อมือให้ดู

เกศินีตกใจแย่งมีดจนบาดมือ เพชรจึงได้สติรีบขอโทษแม่ เกศินีบอกว่าไม่เป็นไรแต่ขอร้องว่า

“ถึงลูกไม่เชื่อก็ให้เห็นแก่ความสบายใจของแม่นะเพชร”

เพชรกลับเข้าห้องนอนเอาตะกรุดโยนลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วนอนก่ายหน้าผาก เลยไม่เห็นว่าที่ตะกรุดมีแสงเรืองขึ้นมานิดๆแล้วดับไป

ooooooo

ดาบแหวนลากกระเต็นกลับถึงบ้านก็ด่าว่ารู้ไหม ว่าที่ตัวเองต่อล้อต่อเถียงกระทั่งตบหน้านั้นเป็นลูกชายนายตำรวจใหญ่มีสิทธิ์ขังลืมกันเลยล่ะ กระเต็นยังเถียงคำไม่ตกฟาก ดาบแหวนเลยคว้าไม้จะหวดลงโทษ

แต่พอดาบแหวนเงื้อไม้ขึ้นเท่านั้น บานเย็นก็เข้ามาขวาง กระเต็นดีใจบอกแม่ว่าตนซึ้งจริงๆที่รู้ว่าแม่ก็รักตนเหมือนกัน

“เปล่า ที่ข้าไม่ให้ตีเอ็ง ก็เพราะไม่อยากให้ผิวเอ็งเป็น รอยหวายต่างหาก ข้าตกลงส่งเอ็งประกวดธิดามะไฟปีนี้แล้ว”

“ฮ้า!” กระเต็นร้องสุดเสียง ตกใจยิ่งกว่าจะถูกพ่อเฆี่ยนเสียอีก

ooooooo

ที่โกดังชานเมือง ดามพ์เข้ามาตรวจดูวัตถุโบราณที่กำลังขนลงจากรถบรรทุกขนาดใหญ่ ครู่หนึ่ง เสี่ยไพบูลย์พ่อค้าวัตถุโบราณลงจากรถที่ตามมา คุยอวดว่าของพวกนี้เพิ่งขุดขึ้นมาจากกรุเจดีย์

ดามพ์บอกว่าผู้การส่งตนมาดูเส้นทาง เสี่ยฝากเรียนท่านด้วยว่าจะขอเลี้ยงขอบคุณที่ท่านให้เกียรติดามพ์ตอบรับแต่คงต้องให้ตนเป็นคนเลือกสถานที่เอง

“ไม่มีปัญหา คืนนี้เลยเป็นไงครับ”

ดังนั้น คืนนี้ทั้งหมดจึงไปพบกันที่กินรีไนท์คลับ ดามพ์ แนะนำผู้การแก่มาม่าซังว่าเป็นเจ้านายตน มาม่าซังดีใจมากบอกว่ามากันเหนื่อยๆไปนั่งจิบเบียร์เย็นๆ กันก่อนตนเลือกโต๊ะที่มุมดีที่สุดไว้ให้แล้ว

เมื่อเสี่ยไพบูลย์มาแล้ว ดามพ์จึงเชิญไปนั่งคุยกันในห้องวีไอพี.ที่จองไว้

ผู้การกับเสี่ยไพบูลย์คุยกันอย่างถูกคอเรื่องค้าวัตถุโบราณ แต่เมื่อเสี่ยไพบูลย์ให้ค่าจิ้มก้องแก่ผู้การไม่เป็นที่พอใจ เสี่ยรีบบอกว่าแล้วจะส่งไปให้ใหม่ จากนั้นดามพ์ชวนไปใช้บริการนวดแผนโบราณที่เพิ่งเปิดใหม่ซึ่งตนเตรียมหมอนวดฝีมือดีไว้แล้ว

ที่แท้ดามพ์วางแผนให้ชิดใจคู่ขาของตัวเองไปนวดให้ผู้การยิ่งยศ บอกชิดใจว่า

“ถ้าชิดใจทำให้ท่านผู้การพอใจผมรับรองว่าอนาคตของเราจะสบายไปตลอดชาติ”

ทีแรกเมื่อยิ่งยศเข้าห้องนวด มีหมอนวดแก่ๆมานวดให้ แต่แล้วก็แอบเปลี่ยนเป็นชิดใจมานวดแทน ชิดใจยั่วยวนปลุกอารมณ์ผู้การ เธอก้มก่ายจูบที่ติ่งหู ทันใดนั้นผู้การร้องเสียงดัง “โอ๊ย...ร้อน!!”

ที่แผ่นหลังของยิ่งยศมีแสงเรืองเป็นรูปรอยสักขึ้นวาบหนึ่ง ยิ่งยศลุกพรวดขึ้นตะคอกถามชิดใจว่า เข้ามาได้ยังไง แล้วผลุนผลุนออกจากห้องนวดไปอย่างโกรธจัด เมื่อเจอดามพ์เขาตำหนิฉุนเฉียวว่า

“จำไว้นะ ทีหลังอย่าเอาของกำนัลที่อั๊วไม่ต้องการมาให้อีก....อั๊วจะกลับบ้าน”

ooooooo

ดึกคืนนี้เอง เพชรที่นอนหลับอยู่ รู้สึกถึงแสงสว่างจ้าในห้องจากตะกรุดที่โต๊ะเครื่องแป้ง เขาชะโงกดู แสงจ้าจากตะกรุดค่อยๆหายไป เพชรเอื้อมมือไปหยิบตะกรุดแต่ตะกรุดหายไปแล้ว เขาควานหาอย่างตกใจ แปลกใจ พลันเสียงหลวงปู่ก็ดังขึ้น

“ไม่ต้องหาหรอก”

เพชรถามว่าท่านเป็นใคร ทำไมมาอยู่ในห้องตน หลวงปู่ยื่นตะกรุดคืนให้บอกให้ เพชรลุกมารับเมื่อเพชรลุกไปกราบแล้วรับตะกรุดจากมือหลวงปู่ ท่านสอนว่า

“พุทธคุณอยู่ที่ใจ ศรัทธาที่ตั้งมั่นในความดีจะช่วยเจ้า จำไว้”

พูดจบหลวงปู่ยิ้มให้เพชรแล้วร่างท่านก็ค่อยๆเลือนหายไป เพชรพยายามร้องเรียกแต่ไร้ผลเลยสงสัยคิดว่าตัวเอง ฝันไป  แต่พอมองในมือเห็นตะกรุดอยู่ในมือก็งง สับสนจนนอน

ไม่หลับจึงลุกขึ้นจะไปไหว้พระ  เจอยิ่งยศบอกว่าไฟในห้องพระเสีย ให้หาหนังสืออ่านสักพักเดี๋ยวก็ง่วง

ที่แท้ยิ่งยศหลอกเพชรเพื่อตนจะเข้าห้องพระ เขาถอดเสื้อ นั่งขัดสมาธิ พิมพำคาถา ที่แท้ที่แผ่นหลังของยิ่งยศนั้น มีรอยสักหนุมานชั้นพรหมสวยงามมาก

เป็นรอยสักเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน หลวงปู่บุญทาเป็น

ผู้สักให้ เสร็จแล้วบอกยิ่งยศให้ปฏิบัติเคร่งครัดว่า

“คนที่มีรอยสัก ห้ามมิให้สตรีขึ้นมานั่งทับหรือนอนทับบนตัวเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นอานุภาพจะเสื่อมจำไว้”

เวลาเดียวกันนั้น หาญสักเสือเผ่นที่อก ต่างคุยทับกันถึงอานุภาพของรอยสักนั้นว่าของตนดีกว่าอีกคน

เมื่อทั้งสองเข้ารับราชการเป็นตำรวจ หลวงปู่ให้พรชนะ เขาพากันไปกราบขอพรท่านว่า

“เพราะความพากเพียรของเอ็งสองคนถึงได้มาถึงวันนี้ ขอให้รักษาความดีนี่ไว้ วิชาที่พ่อให้เอาไว้ป้องกันรักษาตัวเองกับผู้ที่อ่อนแอกว่านะ”

หลังจากนั้น หลวงปู่ยังให้ตะกรุดแก่หาญ พึมพำคาถาแล้วสั่ง

“ตะกรุดสามกษัตริย์นี้ ข้าให้ไว้คุ้มครองเจ้า ต่อจากนี้ขอให้ระวังตัว วิบากกรรมตามมาถึงเจ้าแล้ว พ่อช่วยได้แค่นี้” บอกหาญว่าเราจะไม่ได้พบกันอีกนาน ครั้นหาญถามว่า ยิ่งยศรู้ไหม ท่านบอกว่า

“มันยังไม่รู้ เจ้ายิ่งมันไม่รู้อะไรเลย ความไม่รู้นี่ล่ะจะเป็นภัยแก่เจ้าทั้งสอง พ่อเตือนได้แค่นี้จำไว้ ของดี หากอยู่กับคนดีจะดีเลิศ แต่หากใช้ไปในทางชั่ว มีของดีก็เท่ากับไม่มี”

พูดแล้วหลวงปู่เดินจากไป หาญได้แต่มองตามด้วยความศรัทธา

ooooooo

ตอนที่ 3

คิดถึงอดีตแล้วหาญสะท้อนสะท้านใจนัก ลุกขึ้นมาถอนใจเบาๆแต่พอลงมาตักน้ำบ้วนปากล้างหน้าก็ต้องตื่นตัวขึ้นเมื่อ ชัดวิ่งมาบอกให้ไปดูที่ลานซ้อมเร็วๆ

ที่ลานซ้อม เรืองกับวงศ์ยืนคนละฟากมีมีดปักอยู่ตรงกลาง ข้างๆลาน ปรุงยืนร้องไห้อ้อนวอนสองชายอย่าฆ่ากันเลย ชัดพาหาญมาถึงชี้ให้ดูบอกว่า “ไอ้เรืองกับไอ้วงศ์มันจะฆ่ากันอยู่ทางนั้น”

เหตุเพราะเรืองเป็นชู้กับปรุงเมียของวงศ์ วงศ์จะฆ่าทั้งสองให้ตายไปด้วยกัน แต่พอวงศ์เงื้อมีดหาญก็คว้าไม้ขว้างไปถูกมือวงศ์จนมีดหล่น ร้องปรามท่ามกลางฝูงไทยมุงในชุมโจรว่า

“ชุมเสือย่อมมีกฎของเสือ ใครผิดใครถูกรอให้พี่เมฆเป็นคนตัดสิน”

แต้มลูกน้องทับมายืนดูสังเกตการณ์อยู่ด้วย รีบผลุบหายไป

ครู่หนึ่งแต้มไปที่น้ำตกที่มันรู้ว่าทับแอบมาเริงสวาทกับรื่นที่นั่น บอกทับว่า “พี่เมฆเรียกประชุม”

ooooooo

ที่ศาลาในชุมโจร เสือเมฆนั่งน่าเกรงขามเป็นประธานในการชำระความ ถามวงศ์กับปรุงว่าทำไมสองคนต้องเข่นฆ่ากันด้วย

วงศ์ฟ้องสีหน้าเครียดว่าเรืองลักลอบเป็นชู้กับปรุง เลยท้าดวลกันใครอยู่ก็ได้นังปรุงไป เสือเมฆหันไปถามเรืองว่าที่วงศ์พูดมาจริงไหม

“เป็นความจริงพี่เมฆ” เรืองรับอย่างลูกผู้ชายไว้ลายชาติเสือ

“บัดซบ!” เสือเมฆถีบยอดอกเรืองจนหน้าหงาย “เอ็งอยู่กับข้ามากี่ปีไม่รู้เชียวรึว่ากฎของที่นี่ห้ามผิดลูกผิดเมียคนอื่น”

เรืองอ้างว่าตนรักกับปรุงมาก่อน แต่ปรุงถูกแม่บังคับให้อยู่กินกับวงศ์ทั้งที่ปรุงไม่เต็มใจ

“กฎที่ข้าตั้งเอาไว้ ก็เพื่อความสงบสุขในชุมโจร เพื่อพวกเอ็งทั้งนั้น พวกเอ็งดูเอาไว้ คนมีวิชาอาคมลองผิดศีลข้อกาเมเมื่อไหร่  วิชาของเอ็งก็จะเสื่อม  เหมือนอย่างไอ้เรืองมันจะโดนแทงเอาง่ายๆ”

ทับที่แอบฟังอยู่นึกกลัววิชาตัวเองจะเสื่อมเหมือนกันเพราะลอบเป็นชู้กับรื่น

วงศ์ขอเมฆให้ความยุติธรรมกับตน ปรุงร้องไห้บอกว่าตนกำลังท้องกับเรืองปล่อยตนสองคนไปเถอะ วงศ์แค้นจนหน้าแดงก่ำด่าปรุงว่าเป็นหญิงชั่ว พลางเงื้อมือจะตบ เรืองขวางไว้ด่าวงศ์ว่า

“เอ็งต่างหากที่ชั่ว ข้าไม่คิดเลยว่าจะถูกเพื่อนรักอย่างเอ็งหักหลัง ใช้วิธีสกปรกแย่งนังปรุงไป พี่เมฆ...ข้ายอมรับโทษทุกอย่าง แต่ขอให้เห็นแก่ความรักของเราทั้งสอง เห็นแก่ลูกของเรา อย่าทำอะไรนังปรุงเลยนะพี่”

เสือเมฆไม่ยอมเพราะถ้าละเว้น กฎที่วางไว้จะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร ต่อไปก็จะไม่มีใครเชื่อฟังตน พลางเรียกทับให้จัดการเรืองกับปรุงที่ผาพญาไฟตามกฎ

“ได้จ้ะพี่” ทับรับคำอดนึกสยองไม่ได้ เรืองกับปรุงแทบช็อก ส่วนวงศ์สะใจ สมแค้น!

หาญสงสารเด็กในท้องทักท้วงว่าเด็กในท้องปรุงไม่มีความผิด ลออก็เห็นด้วยบอกเสือเมฆว่าถ้าฆ่าปรุงก็เท่ากับฆ่าสองชีวิต ขอให้รอปรุงคลอดลูกลืมตาดูโลกก่อน

ขณะนั้นเอง รื่นเดินกรีดกรายเข้ามา เสือเมฆบอกว่าตนกำลังชำระความที่เรืองกับปรุงเป็นชู้กันแต่ปรุงตั้งท้องอยู่

ในฐานะที่รื่นเป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน  คิดว่าควรทำยังไง  รื่นเสนอว่าแค่โบยแล้วเนรเทศออกไปนอกค่ายก็คงพอแล้ว

พลับพลึงแทรกขึ้นทันทีว่าตนไม่เห็นด้วย ขืนทำแบบนี้ต่อไปจะมีคนเอาเป็นเยี่ยงอย่าง รับอาสาจะใช้ยาพิษจัดการปรุงให้เอง รับรองว่าจะตายโดยไม่ทรมาน เสือเมฆเห็นด้วย

ปรุงร้องไห้โฮ ทุกคนที่นั่นพากันอึ้ง แหลมยื่นหน้ามาบอกทับว่า

“สมควรแล้ว หญิงก็ร้ายชายก็เลวเนอะพี่ทับเนอะ”

ทับทำหน้าไม่ถูก ส่วนหาญเครียดหนักคิดหาทางช่วยปรุงและลูกในท้อง กลับมานั่งคิดที่ห้องตัวเองต่อ เรื่องราวช่างเหมือนกับเรื่องของตนกับเกศินีและยิ่งยศเหลือเกิน ในที่สุดหาญตัดสินใจออกจากเรือนไป

ooooooo

เมื่อหาญออกจากบ้านแล้วก็บ่ายหน้ามุ่งมั่นที่จะไปช่วยปรุงกับเรือง แต่เขาช้าไปเส้นยาแดงเดียวเรืองถูกเอาตัวไปที่หน้าผาและถูกผลักตกหน้าผา ขณะร่างลอยละลิ่วลงไปนั้น เรืองตะโกนสุดเสียง

“นังปรุง ข้ารักเอ็ง”

หาญทนดูไม่ได้เบือนหน้าหนี กลับไปหลบที่มุมสงบในชุมโจรใช้มีดเหลากิ่งไม้ขนาดเล็กเป็นรูปตุ๊กตารูปร่างเป็นคน

ขณะนั้นเอง ลออที่โต้เถียงกับพลับพลึงที่กำลังต้มยาพิษจะเอาไปให้ปรุงกิน ห้ามปรามพลับพลึงก็ไม่ฟังทั้งยังคุยอวดว่าวิธีของตนจะทำให้ปรุงตายโดยไม่ ทรมาน

ลออบอกว่าไม่ว่าตายวิธีไหนมันก็บาปเหมือนกัน

“เราทุกคนเป็นบาปอยู่แล้วล่ะ พ่อฉันเป็นเสือ ลุงเมฆก็เป็นเสือ ป้าเองก็เป็นเมียเสือ อยู่ในดงเสือยังไงเสียเราก็เป็นคนดีไม่ได้หรอก”

ลออคร้านที่จะเถียงกับพลับพลึง เดินมาเจอหาญนั่งเหลาไม้อยู่ พอหาญเห็นลออก็รีบเอาซ่อน ลออบ่นว่าตอนนี้พลับพลึงเสียสติไปแล้ว ตนเตือนอะไรก็ไม่ฟัง ขอให้หาญช่วยไปเตือนพลับพลึงหน่อยอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องฆ่าแกงเลย

ooooooo

เมื่อพลับพลึงต้มยาเสร็จจะเอาไปให้ปรุงที่อยู่ในกรงไม้ไผ่ เจอหาญอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว หาญบอกพลับพลึงว่า ตนมาบอกข่าวให้ปรุงรู้ว่าเรืองตายแล้ว บอกพลับพลึงว่าจะทำอะไรก็รีบทำเถอะ

พลับพลึงดีใจ ถามว่าหาญไม่ห้ามตนแล้วใช่ไหม หาญตอบอย่างปลงแล้วว่าเมื่อเป็นกฎตนจะทำอะไรได้

พลับพลึงเอายาพิษกรอกปากปรุงที่นั่งตาลอยอยู่ในกรงจนหมดถ้วย ปรุงชักกระตุกดิ้นทุรนทุรายแล้วแน่นิ่งไป หาญหลับตาอย่างทนดูไม่ได้ หลังจากนั้น หาญก็แบกร่างปรุงไปที่ชายป่าพร้อมจอบในมือทำเหมือนจะเอาไปฝัง

แต่พอถึงกลางป่าก็วางศพปรุงลงถอยออกไปบริกรรมคาถาไม่นานศพของปรุงก็กลายร่าง เป็นหุ่นพยนต์ที่หาญแกะไว้ หาญเดินไปใต้ต้นไม้ใหญ่ให้เงาตัวเองทาบที่ต้นไม้ร่ายคาถาเรียก

“นังปรุง เอ็งตามข้ามารึเปล่า ออกมาได้แล้ว”

ปรุงก้าวออกจากร่างของหาญมีใบพลูทัดหูอยู่ บอกว่าตนทำตามที่หาญบอกทุกอย่างเดินตามหาญมาตลอดแต่ไม่มีใครเห็นเลย หาญบอกว่าตนช่วยกำบังกายปรุงไว้ไม่ให้ใครเห็น

ปรุงซาบซึ้งบุญคุณของหาญที่ช่วยชีวิตตนไว้ แต่หาญกลับบอกว่าตนช่วยชีวิตลูกของปรุงต่างหาก แล้วบอกปรุงให้ไปเสียตนช่วยได้แค่นี้แหละ ให้ปรุงไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ อดีตที่ผ่านไปแล้วก็ลืมๆเสียเพราะเรืองก็ตายไปแล้ว เมื่อปรุงเดินหายเข้าป่าไป หาญกลับซึม พึมพำกับตัวเองว่า

“ข้าบอกให้เอ็งลืม แต่ตัวข้าเองไม่เคยทำได้เลยอีปรุง ขออานิสงส์นี้เผื่อแผ่ไปถึงเกศกับลูกด้วยเถิด”

ooooooo

เพชรกลับไปที่โรงพักบึงกร่างอีกครั้ง เห็นจ่าเฉยที่ไม่เฉยอย่างชื่อขี่จักรยานร้องเพลงมาอย่างสบายอารมณ์ เพชรยืนรอจ่าอย่างมีเป้าหมาย

กระเต็นหนีบานเย็นที่จับตัวไปขัดมะขามเปียกจะชุบตัวเอาไปประกวดนางงามมะไฟปี นี้ให้ได้ กระเต็นหลอกแม่ให้ไปดูแกงในครัวว่าแกงไหม้แล้วตัวเองวิ่งปรู๊ดหนีไปทะเล่อ ทะล่าวิ่งไปชนเพชรที่รอจ่าเฉยอยู่อย่างจังจนตัวเองกระดอนออกมา ดีแต่เพชรคว้าไว้ทัน ตัวกับตัวเลยแนบสนิทกัน ต่างมองกันจังงังไปครู่หนึ่ง

พอกระเต็นรู้สึกตัวก็ผลักเพชรออก ด่าเขาว่ามาแต๊ะอั๋งตน ตะโกนฟ้องแม่ปาวๆ บานเย็นได้ยินคว้าไม้กวาดพรวดมาฟาดเพชรจนหลังแอ้ ปากก็ด่า “นี่แนะ ไอ้พวกบ้ากามอย่าอยู่เลย”

จ่าเฉยพรวดเข้ามาขวางบอกบานเย็นว่ารู้ไหมว่าคนที่ตัวเองฟาดนั้นเป็นลูกชาย ผู้ว่าการกองปราบเชียวนะ เท่านั้นเอง จากที่ดุเพชรก็กลายเป็นบานเย็นด่าตัวเองที่ทำไปโดยไม่รู้ ยอมรับผิดทุกประการ

“เอาล่ะพี่เย็น ช่างมันเถอะนะ พี่แหวนอยู่ไหม หมวดเขามีธุระสำคัญจะคุยด้วยแน่ะ”

กระเต็นมาแอบดูอยู่ ได้ยินเต็มสองหู ทำตาโตหูผึ่งขึ้นมาทันที

ooooooo

จ่าเฉยพาเพชรไปเจอดาบแหวนกำลังปลุกควายธนูอยู่พอดี จ่าเฉยถามอย่างตื่นเต้นว่า

“พี่แหวน พี่ปลุกควายธนูใช่ไหม! เยี่ยมจริงๆ!” เพชรไม่เข้าใจว่าควายธนูคืออะไร จ่าเฉยบอกว่า “ก็ควายอาคมไงครับหมวด...ในที่สุดฉันก็ได้เห็นฝีมือของพี่แหวน เป็นบุญตาจริงๆ” จ่าตื่นเต้นมาก

สุดท้ายดาบแหวนจำต้องยอมรับและเล่าให้เพชรฟังว่า ควายธนูก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ แต่ตนเลิกเรื่องนี้ไปนานแล้ว จ่าเฉยก็น่าจะพอรู้ว่ามันทำลายชีวิตตนยังไง

“พี่แหวนถูกไล่ออกจากราชการ เพราะเล่นวิชาจนมันย้อนเข้าตัว” จ่าเฉยเล่าแต่เพชรก็ยังงง

ดาบแหวนจึงเล่ารายละเอียดว่า...

“ตอนที่เสือเมฆเริ่มอาละวาดใหม่ๆ ผมกับเพื่อนเคยถูกมอบหมายให้ตามจับมัน....”

ดาบแหวนกับเซียนช้างเป็นคู่หูกัน ทั้งสองได้ไปไล่ล่าเสือเมฆ ถูกเสือเมฆใช้วิชากำบังตัวหลบหนีไปต่อหน้าต่อตา ดาบแหวนกับเซียนช้างต่างอึ้งกับปรากฏการณ์ที่เห็น

“เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักวิชากำบังกายและคงกระพันชาตรี นับจากนั้นผมกับเพื่อนตำรวจก็ตระเวนหาครูบาอาจารย์เพื่อร่ำเรียนวิชาอาคมเอาไว้ต่อกรกับเสือเมฆ” ดาบแหวนเล่าถึงความคิดตอนนั้น สรุปให้ฟังว่า “ในที่สุดก็บ้าคลั่งไสยเวทย์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น...”

จนกระทั่งของขึ้น ตาขวางเกร็งอาละวาดขว้างปาข้าวของ จับตำรวจด้วยกันเหวี่ยงฟาดจนหัวร้างข้างแตก มาสิ้นฤทธิ์เมื่อถูกเซียนช้างเอามือประสานกันกำหมัดฟาดท้ายทอยดาบจนน็อกหมดสติไป

“วิชาอาคม ถ้าไปหมกมุ่นมากๆ หรือฝึกเอาเองแบบไม่มีครูบาอาจารย์ มันก็จะย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง แต่กว่าผมจะรู้ตัว ก็ถูกให้ออกจากราชการ เพื่อนผมมันก็พลอยถูกไล่ออกไปด้วย” ดาบสรุปตอนท้าย

กระเต็นมาได้ยินเพิ่งจะรู้ความจริงที่ทำให้พ่อไม่ยอมสอนวิชาอาคมให้ตน ส่วนเพชรฟังแล้วพึมพำทบทวนว่า

“กำบังกาย ควายธนู คงกระพัน นี่จะให้ผมเชื่อจริงๆเหรอว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ในโลก”

เมื่อจ่าเฉยทำหน้าเบื่อบอกว่าก็เห็นกับตาเมื่อกี้แล้วไม่ใช่หรือ เพชรอยากพิสูจน์ จึงหยิบตะกรุดออกมาบอกว่า อยากรู้ว่ามันมีฤทธิ์ที่ทำให้ตนคลาดแคล้วได้จริงรึเปล่า

ดาบแหวนรับตะกรุดไปดู อุทานพลางประคองขึ้นพนมมือท่วมหัว

“ตะกรุดสามกษัตริย์ของหลวงปู่บุญทา หลวงปู่บุญทาเป็นพระที่มีอภิญญามาก หมวดโชคดีจริงๆที่ได้เป็นเจ้าของตะกรุดนี้”

“ก็ดี งั้นก็เริ่มกันเลย” เพชรเร่งอย่างอยากพิสูจน์จริงๆ ทั้งหมดจึงพากันไปที่ลานโล่ง ดาบแหวนกำตะกรุดขึ้นเป่าคาถาเกิดลมหมุนเป็นวงลอยเข้ากำปั้นที่กำตะกรุด ดาบแหวนเงยหน้าขึ้นตะโกน

“ยิงผมสิผู้หมวด” ทุกคนตะลึงอึ้ง ดาบถามว่า “ก็ผู้หมวดอยากจะพิสูจน์ไม่ใช่เหรอ”

เพชรทำใจแข็งยกปืนขึ้นเล็ง ทันใดนั้นกระเต็นกระโดดออกมาขวางบอกว่าถ้าอยากพิสูจน์ก็ต้องให้พ่อเป็นคนยิง เพชรยอม แต่ดาบแหวนไม่ยอม สั่งกระเต็นให้ถอยไป จ่าเฉยเลยเข้ามาฉุดกระเต็นออกห่าง

ผลการพิสูจน์ เพชรยิงปืนใส่ดาบแหวนถึงสี่นัดแต่ยิงไม่ออก ครั้นยิงขึ้นฟ้ากลับยิงได้ เพชรตะลึงอึ้ง ดาบแหวนถามว่าคงไม่มีอะไรสงสัยแล้วใช่ไหม เพชรพูดไม่ออก ดาบแหวนย้ำว่า

“ตะกรุดสามกษัตริย์นี้เป็นของหายาก แผ่นดินอาจจะเหลือแค่นี้ดอกนี้เท่านั้น หมวดมีของดีอยู่กับตัว หมั่นบูชาไว้นะครับ”

เพชรมองตะกรุดในมือยังไม่หายอึ้ง ดาบแหวนเดินไปแล้ว แต่กระเต็นกับไอ้จุกยังมองเพชรอย่างมีแผน แล้วรีบวิ่งตามดาบแหวนไป กระเต็นถามว่าพ่อมีของดีขนาดนี้ทำไมไม่สอนตนบ้าง

“ที่ข้าทำไปก็เพื่อบอกว่าของอย่างนี้มันมีอยู่จริง ไม่ได้ทำเพื่อความสนุกสะใจอะไรนะไอ้เต็น เอ็งเชื่อแม่เอ็งเถอะ อย่ายุ่งกับของพวกนี้จะดีกว่า” พูดแล้วดาบแหวนเดินเลี่ยงไป กระเต็นยิ่งอยากรู้อยากเห็นอยากได้ สุดท้ายสมคบกับไอ้จุกสมุนคู่ใจที่แค่มองตาก็รู้ใจกันแล้ว

ooooooo

ทั้งสองแอบไปเจาะยางรถของเพชร แล้วชวนเขาไปนอนที่บ้าน ไอ้จุกคอยเป็นลูกคู่ลุ้นเต็มที่

เพชรโทร.ไปบอกเกศินีกับยิ่งยศที่บ้านว่า คืนนี้ไม่กลับจะไปฉลองวันเกิดของเพื่อนจะค้างที่นั่นเพราะดื่มแล้วไม่อยากขับรถไม่ต้องห่วง

ยิ่งยศสงสัยแต่ก็เบาใจว่าไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนยังดีกว่าหมกมุ่นกับการไปปราบโจร เกศินีเสนออยากให้ส่งเพชรไปเรียนเมืองนอกจะได้พ้นจากการพัวพันพวกโจรเสียที

“เราเคยคุยกับลูกเรื่องนี้แล้ว แต่เพชรมันไม่ยอม ลูกคนนี้หัวแข็ง ยิ่งบังคับมันยิ่งต่อต้าน เอาเถอะถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมวางไว้ เพชรอาจจะได้ติดยศนายพลตั้งแต่อายุไม่ถึงห้าสิบด้วยซ้ำ”

ยิ่งยศปลอบใจเกศินีอย่างเชื่อมั่นในแผนการของตน

ooooooo

เสือเมฆวางแผนจะออกปล้นเรือขนสินค้าของเสี่ยเส็ง นิมนต์อาจารย์อินมาทำพิธีจับยามสามตา อาจารย์เตือนว่าปล้นคราวนี้เสี่ยงมาก จะมีการต่อสู้เลือดตกยางออก ถ้าไม่จำเป็นก็น่าจะหยุดไว้ก่อน

การท้วงติงของอาจารย์อินทำให้เสือเมฆคิดหนัก หาญเองก็เห็นว่าไม่ควรปล้นตอนนี้เพราะเราเพิ่งปล้นบึงกร่างมาตำรวจคงจะระดมกำลังตามล่าเราอยู่ แต่ทับกลับสนับสนุนอ้างว่าชาวบ้านเขตที่เราคุ้มครองอยู่นานแล้วถ้าเราไม่จัดการเสือเมฆเองจะเสีย

หาญกับทับโต้เถียงกัน จนเสือเมฆตัดบทว่าทั้งสองคนมีเหตุผลทั้งนั้น ตนกำลังคิดอยู่ ก็พอดีแหลมถือใบปลิวเดินอ้าวเข้ามาบอกเสือเมฆว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว

มันเป็นใบปลิวที่มีรูปลายเส้นเสือเมฆ มีข้อความอยู่เหนือรูปลายเส้นว่า

“กรมตำรวจ ประกาศจับเสือเมฆ” ส่วนใต้ภาพเขียนตัวโตว่า “ค่าหัวสามแสนบาท” รองไปเขียนตัวเล็กลงว่า “ลูกน้องเสือเมฆหัวละสามหมื่นบาท ติดต่อกองปราบปราม กรมตำรวจ” ต่อจากนั้นเป็นหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

ทับหูผึ่งกับสินบนนำจับสามแสนบาท ยุเสือเมฆว่าเสบียงของเราก็จะหมดแล้ว ถ้าเรามัวหดหัวอยู่อย่างนี้ลูกน้องจะเอาอะไรกิน ชาวบ้านก็จะหันไปเป็นสายให้ตำรวจหมด ยุว่า

“ข้าว่าเราน่าจะยิ่งสั่งสอนให้พวกมันรู้สึก”

หาญยังพยายามจะแย้ง เสือเมฆยกมือห้าม พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “คราวนี้ข้าเห็นด้วยกับไอ้ทับ ข้าจะให้พวกมันรู้ว่า เสือเมฆ บ้านพญาไฟ ไม่ใช่หมูที่มันจะเชือดได้ง่ายๆ”

ooooooo

เย็นนี้ ดาบแหวนเอาห่อถุงของขลังไปซ่อนไว้ใต้โอ่งอาบน้ำ เห็นกระเต็นเดินนำเพชรมาที่บ้านนึกว่าลูกสาวตัวแสบไปก่อเหตุอะไรอีกแล้ว จนเมื่อฟังจากกระเต็นทั้งดาบแหวนและบานเย็นจึงเข้าใจ ต้อนรับขับสู้เพชรอย่างดี

กระเต็นเอาอกเอาใจเพชรเต็มที่ ยอมยกห้องนอนของตัวเองให้เขาพัก แต่เวลาที่เขาอาบน้ำ ก็แอบจะไปขโมยตะกรุดจากเสื้อที่เขาถอดวางไว้ บังเอิ๊ญ...เพชรทำผ้าขาวม้าหลุด เพราะไม่เคยอาบน้ำแบบนี้ กระเต็นตกใจเลยโยนเสื้อทิ้งวิ่งหนีไป

แต่มาถูกจับได้เมื่อตกดึกกระเต็นแอบเข้าไปในห้องนอนของเพชรเพื่อขโมยตะกรุดอีก แต่พลาดไปเหยียบกระป๋องแป้งเกิดเสียงดัง เพชรตื่นขึ้นมาจับได้ เลยคาดคั้นเอาผิดกัน

ดาบแหวนกับบานเย็นได้ยินเสียงเอะอะในห้องเดินมาถามหน้าห้องว่ามีอะไรหรือ กระเต็นขู่เพชรไม่ให้บอก เพชรจึงโกหกไปว่าไม่มีอะไร มันมืด มือตนไปปัดของหล่นเท่านั้น ดาบแหวนกับบานเย็นจึงกลับไป

เพชรคาดคั้นถามกระเต็นว่าเข้ามาเพื่อจะขโมยตะกรุดของตนใช่ไหม กระเต็นปฏิเสธเสียงหลงว่าเปล่า แต่ก็อ่อยว่า ในเมื่อเขาไม่นับถือไม่อยากได้ ตนจะเอาไปขายให้เอาไหม

“น่าสนใจนี่...แต่มีข้อแม้นะ เธอต้องยอมรับก่อนว่าเธอเป็นคนเจาะยางรถฉัน”

กระเต็นปากแข็งไม่ยอมรับ เพชรเลยทำเป็นบ่นเสียดายตะกรุดเพราะเป็นของหายากแล้วเก็บเข้ากระเป๋าหน้าตาเฉย กระเต็นผิดหวังมากที่อุตส่าห์ใช้ทั้งเล่ห์กลสารพัดแล้วยังเอาตะกรุดมาไม่ได้

ooooooo

บ่ายวันต่อมา เสือเมฆวางแผนปล้นเรือสินค้าของเสี่ยเส็ง ชัด หาญ แต้ม และแหลม ทุกคนมีก้านบัวเป็นท่อหายใจอยู่ใต้น้ำคอยขบวนเรือโยงของเสี่ยเส็ง โดยมีตำรวจคอยคุ้มกันแข็งแรง

เมื่อลงมือปล้นจริงๆ ก็ถูกทั้งลูกน้องของเสี่ยเส็งและตำรวจต้านเต็มกำลัง แต่ก็ย่ำแย่เพราะถูกพวกเสือเมฆโจมตี แบบกองโจร

เสือเมฆกับทับโหนเชือกที่ขึงระหว่างต้นไม้สองฝั่งโรยตัวลงบนเรือ ถูกลูกน้องเสี่ยเส็งยิงต้าน เสือเมฆยกตะพดขึ้นว่าคาถาเทพศาสตราวุธสั้นๆ แล้วยกขึ้นปัดกระสุนของลูกน้องเสี่ยเส็งกระเด็นกระดอนผิดทิศทางไปหมด

ทับเชื่อมั่นว่าตัวเองมีอาคม เมื่อเผชิญกับลูกน้องเสี่ยเส็งที่ชักพร้าขัดหลังออกมาไล่ฟัน มันยืนท้าให้ฟัน พอลูกน้องเสี่ยเส็งฟันฉับทับเอาแขนรับ ปรากฏว่าเลือดพุ่งกระฉูด ทับตกใจร้องลั่น

“อ๊าก...ทำไม???”

ลูกน้องเสี่ยเส็งพุ่งเข้าฟันไม่ยั้ง เสือเมฆเห็นดังนั้นขว้างตะพดไปช่วยทับ ตะพดเสียบอกลูกน้องเสี่ย อีกคนเห็นดังนั้นคว้ามีดพกที่เอวไล่แทงเสือเมฆ เสือเมฆปัดป้องได้อย่างคล่องแคล่ว แต่บังเอิญที่ลูกน้องเสี่ยอีกคนตกจากเรือลงมากระแทกเสือเมฆตกน้ำไปด้วยกัน

“พี่เมฆ!” ทับโผล่มาดูและร้องเรียก เห็นทั้งสองร่างจมไปด้วยกันมันยิ้มเหี้ยม สะใจ!

ooooooo

ที่ใต้น้ำ เสือเมฆสู้กับลูกน้องเสี่ยเส็งแบบยอมตายไปด้วยกัน เสือเมฆเริ่มสำลักน้ำ อ่อนแรงลง หาญลอยเข้ามา รอบตัวเขามีฟองอากาศเป็นวงครอบอยู่ เมื่อเข้าใกล้เห็นเสือเมฆกำลังพลาดพลั้ง หาญรีบซัดสนับมือเล็บเสือจากด้านหลังสมุนเสี่ยเส็ง มันดิ้นไม่กี่ทีก็สำลักน้ำตาย

หาญรีบตรงไปที่เสือเมฆ บริกรรมคาถาสั้นๆ แล้วดึงเมฆเข้าในวงอากาศของตนทันที ทั้งสองลอยอยู่ในวงอากาศ แม้เมฆจะสำลักน้ำแต่ก็พยายามหายใจฮุบอากาศจนดีขึ้น

พอทั้งสองโผล่ขึ้นมา เจอชัดเอาเรือออกหาอยู่ ชัดรีบเข้าไปดึงขึ้นเรือทันที

ทับไม่ได้สนใจที่จะช่วยเสือเมฆเลย มันกับแต้มและแหลมช่วยกันปล้นทรัพย์สินเงินทองทั้งจากตัวเสี่ยเส็งและในเรือเม้มเข้าซ่อนในย่ามตัวเอง จนเมื่อเสือเมฆกับหาญกลับขึ้นเรือมา สั่งห้ามทับไม่ให้ทำร้ายเสี่ยเส็ง

“พี่เมฆ นี่พี่ไม่ได้เป็นอะไรเหรอ” ทับถามอย่างนึกไม่ถึง เสือเมฆบอกว่าหาญไปช่วยไว้ไม่งั้นก็ไม่แน่ “โล่งอกไปที ข้ากำลังร้อนใจ เพราะต้องจัดการไอ้เส็ง” ทับแก้ตัวหน้าตาเฉย

“เสือเมฆ ไว้ชีวิตอั๊วเถอะ” เสี่ยเส็งหันมาขอชีวิต

“เสี่ยเส็ง เอ็งค้าขายเอาเปรียบคนจน ร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองกดขี่ชาวบ้านให้ขายข้าวให้ในราคาถูก เอ็งเคยสงสารชาวบ้านบ้างไหม” เสือเมฆถาม

“อั๊วถูกบังคับ ถ้าอั๊วไม่ร่วมมือ พวกมันจะยัดข้อหากลั่นแกล้งอั๊ว”

หาญตวาดว่าโกหกตนไม่เชื่อพ่อค้าหน้าเลือดอย่างนี้ เสือเมฆเอามีดเข้าไปจ่อหัวเสี่ยเส็ง เสี่ยเลยขู่แกมต่อรองว่า ตอนนี้ ตำรวจตั้งค่าหัวเขาไว้สูงมากถ้าเขาฆ่าตนตำรวจไม่เอาไว้แน่

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะไว้ชีวิตเอ็ง แต่ฝากบอกพวกเจ้าหน้าที่ที่คบคิดกับเอ็งด้วยว่า หากกดขี่รีดไถชาวบ้านอีกข้าจะตามไปเด็ดหัวมันทีละคน จำไว้ แต่ถ้าปล่อยเอ็งไปเฉยๆ เอ็งก็คงลืมคำพูดข้าง่ายๆ”

ว่าแล้วเสือเมฆก็เฉือนใบหูเสี่ยเส็งเสียข้างหนึ่ง เสี่ยเส็งดิ้นพราด ร้องเสียงโหยหวน จากนั้นถูกจับมัดมือ มัดปากเอาไปทิ้งไว้ริมตลิ่ง แม้จะเจ็บปวดจากบาดแผล แต่เสี่ยเส็งยังเจ็บปวดน้อยกว่าที่เห็นเรือตัวเองเคลื่อนห่างออกไปทุกที...

แหลมบังคับเรือโยงอยู่กับแต้มที่นั่งอยู่ด้วยตรงหัวเรือ หาญกับเสือเมฆอยู่ที่ส่วนหน้าเรือ ส่วนชัดนั่งอยู่ที่กราบเรือ ถือธงเสือเมฆแกว่งไปมาอย่างอหังการนัก!

ที่ริมตลิ่ง สมุนของเสือเมฆที่ซุ่มเป็นกำลังหนุนอยู่พากันไชโยโห่ร้องต้อนรับพรรคพวกด้วยความดีใจ

เสือเมฆซึ้งใจและขอบใจหาญที่ช่วยตนไว้ หาญตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่าก็เราสาบานแล้วว่าจะไม่ทิ้งกัน ส่วนทับเฝ้ามองหาญอย่างแค้นใจอาฆาตว่าสักวันต้องเป็นทีของตนบ้าง

ooooooo

เพชรกลับถึงบ้านก็ถูกทั้งพ่อทั้งแม่บ่นว่าไปอยู่ไหนถึงได้กลับเอาเสียป่านนี้ เขาถามแม่ที่แต่งตัวสวยว่าจะไปไหนหรือ เกศินีย้อนถามว่าพ่อยังไม่ได้บอกหรือว่าเราต้องไปถึงบ้านท่านอธิบดีให้ทันงานเริ่มเพราะท่านจัดเลี้ยงต้อนรับลูกสาวที่ไปเรียนเมืองนอกกลับมา

เพชรทำท่าจะบ่ายเบี่ยง ยิ่งยศพูดเชิงบังคับว่างานอื่นไม่ไปก็ได้แต่งานนี้หมดสิทธิ์ปฏิเสธ

ที่แท้ยิ่งยศมีแผนจะให้เพชรได้รู้จักและหมายตาจับคู่ดาลินลูกสาวของอธิบดีให้เขา ดังนั้น เมื่อพบกับอธิบดีจึงคุยถึงลูกของตัวเองกันอย่างถูกคอ รู้ใจ

ดาลินเป็นสาวหัวนอก เธอดูการจัดงานและดนตรีที่บรรเลงเพลงไทยอย่างเบื่อหน่าย บ่นว่างานมีแต่เพลงเชยๆ คนเชยๆ น่าเบื่อ

ดังนั้น เมื่อเจอเพชรซึ่งเธอมองดูอย่างดูถูกว่าเขาเป็นคนขับรถ เพราะเพชรถอดสูทออกถอดเนกไท เก็บเหลือแต่เสื้อเชิ้ตขาวพับแขน เธอถามว่าเป็นคนขับรถใช่ไหมให้พาตนออกไปข้างนอกหน่อยรับรองว่าจะจ่ายอย่างงาม

เพชรมองงงๆ ถามว่าเธอเป็นใคร ดาลินบอกว่าเป็นเจ้าภาพงานนี้ เพชรจึงรับกุญแจรถเดินไปเปิดประตูรถให้เธอขึ้นนั่งที่เบาะหลัง แล้วเขาก็นั่งประจำที่คนขับ ขับรถออกไป

ดาลินให้เพชรพาไปที่ที่น่าเที่ยว เขาถามว่าหมายถึงที่ที่เปิดเพลงฝรั่งใช่ไหม บอกว่าตนรู้จักอยู่ที่หนึ่งรับรอง “คุณหนู” ต้องชอบแน่ๆ

ดาลินสนใจบอกให้พาไปเลย ถามเขาว่าชื่ออะไร พอบอกชื่อเพชร ดาลินสั่ง

“พาฉันไปที่นั่นเลยนายเพชร”

ooooooo

ตอนที่ 4

บานเย็นมุ่งมั่นที่จะให้กระเต็นประกวดนางงามมะไฟให้ได้ จึงจับซ้อมเดินที่บ้านก่อน กระเต็นเดินเป็นม้าดีดกะโหลกจนบานเย็นปวดหัว บังคับเคี่ยวเข็ญให้เดินอยู่ถึงครึ่งวันจึงยอมให้พักกินข้าว

กระเต็นแวบไปหาไอ้จุกที่สวนหลังบ้าน รับโพยจดคาถากำบังกายที่ไอ้จุกแอบเข้าไปลอกจากตำราในห้องหลวงพ่อมาให้ พอกระเต็นเอาโพยไปไอ้จุกก็แบมือทวงรางวัล กระเต็นเอาลูกอมเม็ดหนึ่งให้ ไอ้จุกบ่นอุบว่าเม็ดเดียวเนี่ยนะ

ครู่หนึ่งเสียงบานเย็นตะโกนเรียกกระเต็นก็แว่วมา กระเต็นบอกไอ้จุกว่าหัวเด็ดตีนขาดตนก็ไม่ยอมเข้าประกวดแน่ ว่าแล้วแวบไปแอบท่องคาถากำบังกาย

ไอ้จุกรับหน้าบานเย็น พอบานเย็นถามหากระเต็น ไอ้จุกโกหกหน้าตายว่าเห็นไปเก็บผักมาให้ป้ากินกับน้ำพริกพลางชี้ให้ดู บานเย็นขอบใจแต่เดินไปอีกทางหนึ่งอย่างรู้ทันคู่หูตัวแสบของลูกสาว

กระเต็นกำลังเร่งท่องคาถากำบังกายอยู่ เห็นแม่เดินมาก็บ่นอย่างหงุดหงิด

“ไอ้จุกเอ๊ย...เอ็งถ่วงเวลาประสาอะไรวะ ข้ายังท่องคาถาไม่คล่องเลย” พลางก็มองหาที่ซ่อนตัวก่อนที่จะกำบังกายได้ มุดเข้าไปในเรือแจวแอบนอนที่ใต้ท้องเรือ รีบท่องคาถาต่อ

บานเย็นเดินมาหยุดข้างเรือทำเป็นบ่นว่า “มันหายหัวไปไหนวะ” แล้วแกล้งเดินเลยไป

กระเต็นแอบดูเห็นแม่เดินไปแล้วก็ดีใจนึกว่าตนท่องคาถากำบังกายได้แล้ว ลุกขึ้นอย่างมั่นใจว่าไม่มีใครเห็นแน่ แต่แล้วก็ชะงักกึกเมื่อเห็นเท้าของบานเย็นเดินมาหยุดตรงหน้าเงยมองเห็นแม่ กอดอกยิ้มเหี้ยม กระเต็นหัวเราะแหะๆเมื่อถูกจับได้

“ใช้คาถาอะไรก็หนีข้าไม่พ้นหรอกโว้ย นังเต็น!” บานเย็นเขกหัวกระเต็นดังโป๊ก

ระหว่างคุมตัวกระเต็นกลับไปซ้อมเดินอีกนั้น กระเต็นอ้อนวอนแม่อย่าส่งตนเข้าประกวดเลย ดาบแหวนก็บอกให้บานเย็นสงสารมันเถอะ

“ช่วยไม่ได้ มันอยากลองดีเอง” บานเย็นปรามผัว ผลักกระเต็นเข้าห้อง “คราวนี้ข้าไม่ใจอ่อนแน่นังเต็น เอ็งต้องอยู่ในนี้จนกว่าจะถึงวันประกวด!”

ooooooo

ดาบแหวนคุยกับจ่าเฉยขณะนั่งกินกาแฟกันที่ตลาดบึงกร่างเรื่องบานเย็นบังคับ ให้กระเต็นประกวดนางงามมะไฟปีนี้ จ่าเฉยพูดขำๆแหยงๆว่ากลัวกระเต็นจะเตะก้านคอกรรมการหักเสียมากกว่า

ดาบแหวนตำหนิตัวเองว่า ตนผิดเองเป็นตัวการชักจูงให้กระเต็นมาคลั่งไคล้เรื่องไสยเวท แต่จ่าเฉยเห็นว่าเรื่องนี้ มันอยู่ที่ศรัทธา ทั้งยังบ่นว่าถ้ากรมตำรวจเรามีจอมขมังเวทสักกองทัพ ป่านนี้ก็คงปราบพวกเสือเมฆได้แล้ว

“เออ ได้ข่าวว่ามันอาละวาดอีกแล้วใช่ไหม” ดาบแหวนถาม จ่าเฉยบอกว่าปล้นเรือเสี่ยเส็งบ้านคลองขุ่น ตำรวจตายเกลี้ยง ดาบแหวนฟังแล้วได้แต่พูดปลงๆว่า “ถ้าข้างบนไม่เชื่อเรื่องนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้”

“ผู้หมวดเพชรไงพี่แหวน เราลืมหมวดไปได้ยังไง แกมาลองของกับพี่แล้วนี่” จ่าเฉยนึกได้

ดาบกับจ่ามองหน้ากันอย่างมีความหวังขึ้นมา

ooooooo

หมวดเพชรที่ดาบแหวนกับจ่าเฉยฝากความหวังไว้นั้น หลังจากได้รู้จักกับดาลินและลุยกับพวกจิ๊กโก๋ในวันนั้นแล้ว ทั้งคู่ก็สนิทสนมกันเป็นพิเศษ วันนี้ดาลินก็แกล้งโทร.มาอำ พอจำกันได้เธอก็ให้เขาพาไปเลี้ยงอาหารกลางวันไถ่โทษที่โกหกเธอว่าตัวเองเป็น แค่ตำรวจชั้นผู้น้อยธรรมดาๆคนหนึ่ง

เพชรพาเธอไปทานที่ภัตตาคารจีน ปรากฏว่าเธอชอบมาก อยู่ลอนดอนก็มีร้านอาหารจีนแต่ไม่อร่อยเหมือนที่บ้านเรา

ที่ภัตตาคารนี่เอง ดาลินปะทะกับชิดใจ เมื่อต่างก็แย่งห้องเดียวกัน แต่ดาลินจองห้องวีไอพีนี้ไว้ก่อนแล้ว ชิดใจจะเอาห้องเดียวกันนี้ให้ได้ ขู่เพชรว่าแฟนตนมีดาวบนบ่ามากกว่าเขา ถามว่ารู้จักผู้กองดามพ์แห่งกองปราบหรือเปล่า

ดาลินถือว่าตัวเองเป็นลูกสาวอธิบดี เย้ยว่าคนที่ดาวจะหลุดจากบ่าไม่ใช่ฝ่ายตนแน่ แล้วบอกผู้จัดการอย่างวางอำนาจว่า

“ผู้จัดการ ฉันหิวแล้ว ถ้าไม่ได้นั่งโต๊ะนี้เดี๋ยวนี้ฉันจะย้ายร้าน”

“เชิญด้านนอกดีกว่านะครับ ผมจะจัดโต๊ะใหม่ให้” ผู้จัดการหันไปขอร้องชิดใจ

“ได้! แกเตรียมปิดร้านได้เลย” ชิดใจขู่แล้วเดินสะบัดไป

เมื่อเข้าไปในห้องวีไอพีได้สมใจหมายแล้ว ดาลินบ่นว่าโปลิศไทยนี่ใหญ่น่าดู ขนาดแค่มีแฟนเป็นผู้กองยังอวดเบ่งขนาดนี้ บอกเพชรว่า “ดาจะฟ้องคุณพ่อให้ย้ายอีตาผู้กองดามพ์ พรุ่งนี้เลย”

เพชรช่วยแก้ให้ว่าดามพ์คงไม่รู้เรื่องด้วย ดาลินถามว่าเขารู้จักดามพ์จริงๆหรือ

“ครับ เขาเป็นคนสนิทคุณพ่อ งานของคุณดาเขาก็ไปนะครับ” เพชรเล่า ดาลินสรุปว่าก็เท่ากับดามพ์เป็นลูกน้องพ่อเขาแล้วทำไมเขาถึงปล่อยให้ดามพ์ วางอำนาจอยู่ได้ เพชรตอบปลงๆว่า “คนที่ถูกกดขี่มามาก พอได้ทีมีอำนาจขึ้นมาบ้างก็เลยอดแสดงไม่ได้ ตรงกันข้าม เรามีอำนาจในมือ ก็ไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ ไม่งั้นในสังคมก็จะมีแต่คนใช้อิทธิพลเต็มไปหมด”

ดาลินชื่นชมเพชรว่าถ้าเมืองไทยมีตำรวจอย่างเขาเยอะๆ

คงน่าอยู่ที่สุด แต่เพชรกลับบอกว่า ตำรวจอย่างเขาไร้ประโยชน์ที่สุดต่างหาก ทำเอาดาลินงงถามว่าทำไมหรือ เขาได้แต่ยิ้มเศร้าๆ

ooooooo

ที่ลานประชุมในชุมโจรเสือเมฆ กำลังมีการประชุมกัน เสือเมฆได้รับรายงานจากสมุนแล้วปรารภว่า

“ฝั่งโน้นมันจะขนอาวุธเถื่อน ข้ามชายแดนมางั้นรึ หึ ไอ้พวกตำรวจมันต้องมีส่วนรู้เห็นด้วยแน่ เสืออย่างเราปล้นคนเลวช่วยคนจน แต่ไอ้พวกถือกฎหมาย มันเอาแต่จะคิดปล้นชาติปล้นแผ่นดิน”

ทับเสนอให้ดักปล้นเสียเลยเพราะอาวุธเรากำลังร่อยหรอเต็มที หาญแย้งทันทีว่าไม่เห็นด้วย ทับมองตาขวางถามว่า “อะไรของเอ็งอีกวะไอ้หาญ”

“ถ้าพวกตำรวจมีส่วนรู้เห็น การปล้นครั้งนี้ก็เสี่ยงไม่น้อย ไม่แน่มันอาจจะเป็นกับดักเพื่อล่อพวกเราไป อีกอย่างถ้ามันเป็นอาวุธเถื่อนจริง เราก็จะกลายเป็นคนผิด” หาญชี้แจง

ทับโวยวายว่าเราเป็นโจรไม่ใช่พ่อพระ หาว่าหาญเอานิสัยตำรวจเก่ามามองปัญหา หาญโต้ว่าก็เพราะเคยเป็นตำรวจเลยไม่ประมาท แล้วพูดเหมือนจะปรามทับในทีว่า

“แล้วมันก็ทำให้ข้าได้รู้เรื่องอะไรหลายๆอย่างที่คนอื่นไม่รู้”

เสือเมฆชมว่าหาญรอบคอบทั้งยังบอกทับให้หัดรอบคอบอย่างนี้บ้าง เพราะเราจะประมาทไม่ได้เป็นอันขาด หยุดคิดนิดหนึ่งแล้วบอกทุกคนว่า

“แต่อาวุธของเราก็ใกล้จะหมดเต็มที เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เราจะปล้นขบวนขนอาวุธเถื่อน แต่ครั้งนี้เราจะปล้นให้เงียบที่สุดโดยไม่ใช้ชื่อของชุมเสือเมฆ ไอ้หาญไอ้ทับ ครั้งนี้ข้าให้พวกเอ็งแสดงฝีมือเต็มที่”

ทับรับคำทันทีว่าจะไม่ทำให้เสือเมฆผิดหวัง ในขณะที่หาญเริ่มกังวลใจ

แต้มกับแหลมคนใกล้ชิดทับไม่พอใจหาญหาว่า หาญชอบขัดคอทับอยู่เรื่อยถามว่าเมื่อไรจะจัดการ ทับบอกให้ใจเย็นๆ หัวเราะทีหลังดังกว่า แล้วบอกทั้งสองว่า

“ข้ารู้มาว่า พวกที่ขนอาวุธเข้ามาคราวนี้ไม่ใช่หมู ในเมื่อไอ้หาญมันเก่งนัก ข้าก็จะให้มันแสดงฝีมือให้เต็มที่ มันจะได้รับความดีความชอบหนักๆ ไปคนเดียว” พูดแล้วทับยิ้มเหี้ยมอย่างสะใจ

ooooooo

เช้าวันต่อมา หาญยืนสั่งการสมุนเสือที่ลานโล่งในชุมโจรก่อนออกปฏิบัติการว่า

“ครั้งนี้พวกเราจะปล้นโดยไม่แสดงตัว ห้ามใช้อาคมโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด” พูดแล้วเห็นแต้มท่าทางอิดโรยถามว่าเป็นอะไร แล้วแหลมกับทับล่ะ แต้มพูดเสียงอ่อนระโหยว่า

“พี่ทับไม่สบายจ้ะพี่หาญ ท้องเสียทั้งคืนเลย ข้ากับไอ้แหลมก็เหมือนกัน ไม่รู้แม่ครัวมันทำอะไรให้กิน”

ชัดฟังแล้วโวยวายว่าเสือเมฆไม่ได้ไปด้วย หาญไปคนเดียวแบบนี้จะไหวหรือ หาญรีบห้ามบอกว่าตนไหวบอกแต้มให้กลับไปพักเสีย แล้วสั่งชัดให้รีบไปเกณฑ์พวกเรามาเพิ่มก็แล้วกัน ชัดรีบไปทั้งที่ยังไม่หายหงุดหงิด

พลับพลึงแอบฟังอยู่ นึกแผนออกทันทีว่าจะทำอะไรในงานนี้

ทุกคนจากชุมโจรเสือเมฆเอาผ้าคาดหน้าใส่หมวกปกปิดใบหน้าหมดทุกคน ในนั้นรวมทั้งพลับพลึงด้วย เมื่อทุกคนพร้อมจึงเริ่มเคลื่อนกำลัง ระหว่างนั้นพลับพลึงเอื้อมมือไปจับคันระเบิด ชัดตกใจคว้ามือไว้ พอได้สัมผัสมือชัดก็รู้สึกถึงความผิดปกติ จ้องตาพลับพลึงพึมพำ “พลับพลึง นี่เอ็ง!”

พลับพลึงถลึงตาไม่ให้เสียงดังเดี๋ยวหาญรู้ ก็พอดีหาญเห็นถามชัดว่ามีอะไรหรือเปล่า ชัดบอกว่าไม่มีอะไรทุกอย่างเรียบร้อยดี หาญไม่ติดใจ ส่วนพลับพลึงค่อยๆ ก้มหน้าเดินเลี่ยงไป

ooooooo

ขบวนรถขนอาวุธจากชายแดนฝั่งโน้นขับตามกันมา มีคนคุ้มกัน 8 คน ศรีวรรณเป็นหัวหน้ารับผิดชอบ เมื่อรถมาถึงจุดที่พวกหาญซุ่มอยู่ ต้นไม้ใหญ่ก็ถูกโค่นขวางถนนทันที

“ป้องกันของไว้ให้ได้” เสียงศรีวรรณตะโกนสั่งลูกน้อง หาญเดินออกไปสั่งว่าถ้าไม่อยากตายก็วางอาวุธเสีย ศรีวรรณสวนมาทันควันว่าไม่มีทาง จึงเปิดฉากยิงต่อสู้กันสนั่นป่า

ภาพที่เห็น ลูกน้องศรีวรรณถูกยิงตายเป็นใบไม้ร่วง ตัวศรีวรรณเองถูกยิงนั่งพิงรถจี๊ปเหมือนตายแล้ว ชัดเห็นดังนั้นร้องบอกหาญว่าเราไปเก็บอาวุธกันเถอะ หาญห้ามไว้เพราะดูทุกอย่างมันง่ายเกินไป

แต่พลับพลึงไม่ฟังเสียงวิ่งพรวดออกไป ทำให้หาญกับชัดต้องวิ่งตามไป พลับพลึงตรงไปที่ศรีวรรณเอาปืนเขี่ยหน้าอย่างเย้ยหยัน พลันศรีวรรณก็เตะตวัดขาพลับพลึงล้มลงแล้วจับเป็นตัวประกันทันที สั่งหาญกับชัดให้บอกลูกน้องถอยไปเดี๋ยวนี้

ศรีวรรณตะโกน “พี่น้องของข้า ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้” ปรากฏว่าลูกน้องของศรีวรรณที่ถูกยิงตายกลับลุกขึ้นจับปืน ชัดมองตะลึงบอกหาญว่า “พี่หาญ พวกมันมีวิชา”

ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างต่อสู้กันยังปรากฏว่าลูกน้องของศรีวรรณต่อสู้อย่างบ้าเลือด กระสุนและอาวุธพวกหาญไม่อาจทำอะไรมันได้เลย

หาญทิ้งปืนวิ่งเข้าไปใช้มือเปล่าชกท้องศรีวรรณ ได้ผล! ศรีวรรณทรุดลงบ้วนลูกกลมๆสีดำออกมา หาญร้องบอกทุกคนว่า

“ว่านคงกระพัน เฮ้ย...พวกเรามันอมว่านเอาไว้”

รู้เช่นนั้นแล้ว พวกของหาญต่างพากันเข้าบีบคอบ้าง สับกระเดือกบ้าง จนลูกน้องศรีวรรณคายว่านออกมา สุดท้ายพวกมันถูกยิงถูกฟันตายเหลือเพียงสองสามคน

“เอ็งเสร็จแน่” พลับพลึงถือมีดจะเข้าไปฟันศรีวรรณ พริบตานั้นศรีวรรณดำดินหายวับไปต่อหน้าต่อตา

“วิชาดำดิน!” หาญมองตะลึง เห็นพวกศรีวรรณพากันวิ่งอยู่ใต้ดินผลุบโผล่ที่นั่นที่นี่ พวกชัดช่วยกันยิงก็ไม่ถูก

แต่ในที่สุด ศรีวรรณก็พ่ายแพ้แก่หาญที่ดึงตะกรุดของอาจารย์อินที่คอออกมาเป่ามนต์ใส่ ตะกรุดกลายเป็นเชือกตวัดเข้ารัดร่างศรีวรรณไว้จนแน่นหนา

“ยอมแพ้ซะ มนต์ดำของเอ็งสู้ข้าไม่ได้หรอก เอ็งแพ้แล้ว”

พลับพลึงแย่งเคียวในมือชัดจะพุ่งเข้าทำร้ายศรีวรรณ ถูกหาญตวาดให้หยุดไม่ใช่เรื่องของตัวเองที่ทำวันนี้ก็เกินพอแล้ว พลับพลึงเขวี้ยงเคียวเดินปึงปังไป ชัดหยิบเคียววิ่งตามไป

ooooooo

ศรีวรรณถูกจับเป็นเชลยเอากลับไปที่ชุมโจรเสือเมฆถูกมัดและขังไว้ในกรง

เมื่อเสือเมฆได้ฟังหาญเล่าถึงฤทธิ์เดชของศรีวรรณ ถึงกับพึมพำอย่างแปลกใจว่า

“ข้าไม่อยากเชื่อ ผู้หญิงที่ไหนวะ จะมีอาคมแกร่งกล้าขนาดประมือกับเอ็งได้”

“เป็นอาคมที่มาจากฝั่งโน้น ดุดัน และน่ากลัวมาก ข้าเองก็เกือบแย่” หาญยอมรับ

ข่าวหาญจับเชลยสาวสวยมาได้ ลือกันแซดในหมู่สมุนโจร โดยเฉพาะทับตาวาวขึ้นมาทันที ลอบไปดูศรีวรรณที่ห้องขัง ศรีวรรณใช้มารยาหลอกล่อทับให้นวดให้ ทับได้ใจไล่แต้มกับแหลมออกไป

ศรีวรรณโผเข้ากอดทับไว้แน่นอ่อยจนทับเคลิ้ม...

ฝ่ายหาญเล่าเรื่องเชลยสาวสวยให้เสือเมฆฟังแล้ว เสือเมฆอยากไปดูถูกรื่นรั้งไว้ไม่ยอมให้ไปไหน เพราะวันนี้เป็นเวรที่จะต้องอยู่กับตน เสือเมฆจึงให้หาญไปสอบปากคำเชลยก่อนก็แล้วกัน

หาญไปที่ห้องขังศรีวรรณ เจอทับอยู่ที่นั่น หาญเตือนทับว่าให้กลับไปเสียเพราะผู้หญิงคนนี้อันตรายกว่าที่เขาคิด ทับหาว่าหาญจะเก็บไว้กินคนเดียวไม่ยอมไปท่าเดียว

พลางง้างหมัดจะต่อยหาญ

จู่ๆทับก็ปวดท้องล้มลงดิ้นทุรนทุราย แต้มกับแหลมวิ่งเข้ามาดู หาญรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือศรีวรรณ ถามว่า “เอ็งทำอะไรไอ้ทับ”

“อยากรู้เหรอ งั้นเอาไปดูให้ชัดๆเลยดีไหม” ศรีวรรณหัวเราะเยาะสะบัดผงดินในมือใส่หาญผงดินเหล่านั้นกลายเป็นตะขาบไต่ยั้วเยี้ยไปหมด หาญร่ายมนต์คุ้มกันตัวเองไว้ แต่แต้มกับแหลมถูกตะขาบรุมกัดเพราะมัวแต่ห่วงทับจนไม่ทันระวังตัว

“ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหม” หาญเดินเข้าหาศรีวรรณด้วยความโกรธจัด

ooooooo

ที่ศาลาใหญ่ชุมโจรเสือเมฆ ทับกับแต้มกำลังดิ้นทุรนทุรายร้องโอดโอย อาจารย์อินเร่งบริกรรมคาถา หยดน้ำตาเทียนลงในขันน้ำเกิดเป็นน้ำวน แล้วบอกให้เอาน้ำมนต์นี้ไปให้พวกทับกิน

หาญ ชัด และพลับพลึง ช่วยกันเอาน้ำมนต์กรอกปากทับ แต้ม และแหลม ครู่เดียวทั้งสามก็อ้วกออกมาเป็นน้ำสีเขียวเน่าๆ มีตะขาบยั้วเยี้ยเต็มไปหมด

จากนั้น หาญกับชัดเดินนำอาจารย์อินกับเสือเมฆเข้าไปในห้องขังศรีวรรณ เสือเมฆถามศรีวรรณว่ามาจากไหนเป็นผู้หญิงแท้ๆทำไมถึงมีวิชาคุณไสยร้ายกาจแบบนี้

“ที่หมู่บ้านข้า วิชาพวกนี้แม้แต่เด็กก็ใช้เป็น พวกเอ็งมันหมาหมู่ เก่งจริงปล่อยข้าออกไปแล้วสู้กันตัวต่อตัวซิ”

เสือเมฆบีบปากศรีวรรณที่บังอาจท้าสู้กับตน หาญรีบเข้าไปดึงเมฆออกมา  เมื่อศรีวรรณเป่าลมจากปากใส่ กลายเป็นเข็มพิษพุ่งไปปักที่เสา อาจารย์อินเข้าไปหยิบดู

“นังนี่มันเรียนมาจากหมอผีที่เชี่ยวชาญคัมภีร์ไสยดำรวมการใช้พิษทั้งหมด ถึงเอ็งจะคงกระพันยังไงก็ต้านพิษมันไม่อยู่” อาจารย์อินพูดแล้วว่าคาถาเป่าลงฝ่ามือสะบัดไป เกิดควันดำพุ่งเข้าปะทะศรีวรรณจนร้องจ๊าก “เอาไปถ่วงน้ำแล้วสะกดวิญญาณมันซะ” อาจารย์อินบอกเมื่อศรีวรรณสลบสิ้นฤทธิ์

หาญทำไม่ลงขอเป็นว่าให้ทำลายอาคมแล้วส่งกลับไปฝั่งโน้นก็พอ อาจารย์อินเตือนว่าปล่อยงูพิษเข้าป่ามีแต่จะวกกลับมาฉกเราทีหลัง ส่วนเสือเมฆเดินไปมองศรีวรรณอย่างเสียดายแต่ก็ตัดใจบอกหาญว่า

“ทำตามที่อาจารย์อินบอกเถอะ ไอ้หาญ”

ooooooo

เป็นความบังเอิญ ที่วันนี้เกศินีไปซื้อผ้า เจอกับดาลินไปหาซื้อผ้าเช่นกัน แต่พอออกจากร้านดาลินถูกนักวิ่งราวกระชากกระเป๋าถือไป ดาลินไล่ตามไป คนร้ายชนกับคนที่สวนมาล้มลง ดาลินจึงเข้าไปคว้ากระเป๋าคืน ส่วนเกศินีร้องตะโกนให้คนช่วยกันจับขโมย สุดท้ายคนร้ายวิ่งไปชนเกศินีล้มแล้วหนีไป

ดาลินรีบเข้าประคองเกศินีถามว่าเจ็บมากไหม เกศินีจะลุกขึ้นแต่เจ็บแปลบที่ข้อมือจนต้องนั่งลง

เมื่อพาเกศินีกลับถึงบ้าน ดาลินโทร.ไปบอกเพชร เขารีบกลับมา เจอดาลินกำลังพันข้อมือให้แม่อยู่รีบเข้าไปถามว่าแม่เป็นยังไงบ้าง

“แม่ไม่เป็นอะไรหรอก แค่ข้อมือซ้นนิดหน่อย หนูดาเขาก็ทายาให้แม่แล้ว”

เพชรถามว่าแจ้งความหรือยัง ดาลินบอกว่าตกใจจนลืมแจ้งความ ครั้นเพชรจะไปแจ้งความเกศินีกลับห้ามไว้ บอกว่าช่างเถอะ ยังไงเขาก็เอาของเราไปไม่ได้ บางทีเขาอาจทำไปเพราะความลำบากก็ได้

“แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะปล้นจี้นะครับ”

“ตามใจ แต่อย่าบอกเรื่องนี้กับพ่อนะ แม่ไม่อยากให้พ่อเป็นห่วง” เกศินีย้ำ เพชรพยักหน้ารับคำ

หลังจากนั้น  เพชรกับดาลินไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้าน ดาลินพูดอย่างชื่นชมว่า น่าอิจฉาคุณพ่อกับคุณแม่เขา ท่านทั้งสองคงรักกันมาก แล้วเปรยๆว่าไม่รู้ชาตินี้ตนจะเจอผู้ชายดีๆอย่างคุณพ่อเขาบ้างไหม

“คุณดาไม่เคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า ลูกไม้มักจะหล่นไม่ไกลต้นเหรอครับ” เพชรพูดมองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ทำเอาดาลินเขินแกล้งเดินหนี แต่ไปสะดุดพื้นล้มลง เพชรถลาประคองไว้ ดาลินมองหน้าเขาตาสบตากันอย่างวาบหวิว

เกศินีมองอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างพอใจ

ooooooo

คืนนี้ เพชรอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ลงมาเดินเล่นที่สวน จนเกศินีลงมาทัก เพชรแก้เกี้ยวว่าอากาศมันดี ถูกผู้เป็นแม่ดักคอว่า “ไม่ใช่เพราะคิดถึงใครอยู่เหรอจ๊ะ”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 07:34 น.