ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายกลายรัก

SHARE
ตอนที่ 17

ยิ่งใกล้วันแต่งงานของเนตรชนกกับแทนสิทธิ์ ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ยิ่งร้อนใจ ทางบ้านทัดไทหวังพึ่งผู้กองที่ช่วยสืบประวัติแทนสิทธิ์ ส่วนชนม์ชนกบอกกับพ่อและแม่ว่าตนจะไม่ยอมให้เนตรชนกแต่งงานกับแทนสิทธิ์เด็ดขาด ไม่ได้คิดหวังอะไรแต่ทนเห็นคนที่ตนรักอยู่กับคนเลวๆอย่างนั้นไม่ได้

อุ่นกับเคนก็พยายามหว่านล้อมกล่อมใจเนตรชนก แต่เธอใจแข็งและทิฐิเกินกว่าจะยอมถอย

จนกระทั่งเช้าวันงาน ทัดไท เทพไท และเนื้อนวลทนไม่ได้พากันไปเตือนสติเนตรชนกอีกครั้ง ให้รอสืบหาความจริงให้กระจ่างก่อนค่อยแต่ง เธอตอบอย่างไม่แยแสว่าให้ปล่อยตนไปตามยถากรรมเถิด อย่ามาเสียเวลากับตนเลย พูดแล้วเดินหนีเข้าห้องไป

แล้ววันแต่งนี้เอง ผู้กองที่ช่วยสืบประวัติแทนสิทธิ์ก็นำกำลังมาจับเทพไทกับเนตรชนกข้อหาค้ามนุษย์ สองพ่อลูกตกใจ ศศิมนถามผู้กองว่าทำไมเป็นแบบนี้ไปได้

"ตำรวจค้นเจอตู้คอนเทนเนอร์ที่บริษัทของคุณเทพไทส่งขึ้นเรือไปแอฟริกา ข้างในมีทั้งเด็กและผู้หญิงนับร้อยคนอดข้าวอดน้ำตายไปเกือบครึ่ง" ผู้กองชี้แจง ทุกคนช็อก ผู้กองบอกอีกว่า "เจ้าของตู้คอนเทนเนอร์ก็คือคุณเนตรชนก"

เนตรชนกนึกออกทันทีว่าไม่นานมานี้แทนสิทธิ์เคยมาขอความช่วยเหลือว่า

"ผมรบกวนคุณเนตรส่งของให้อีกหน่อยนะครับ พอดีคราวที่แล้วส่งโต๊ะกับเก้าอี้น้อยไปหน่อย ญาติผมขอเพิ่มมาน่ะครับ คราวนี้ผมเลยส่ง 2 ตู้เลย"

เนตรชนกรับทำให้เขาเหมือนครั้งแรกที่เคยช่วย โดยผ่านบริษัทของเทพไทตามเคย

เมื่อการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ เนตรชนกลงไปหาแทนสิทธิ์ที่ล็อบบี้คอนโดฯ พอเจอหน้ากันเท่านั้น แทนสิทธิ์ก็ต่อว่าเธออย่างรุนแรงว่าทำไมทำแบบนี้ ตนคงช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเธอทำผิดกฎหมาย

"แต่ตู้คอนเทนเนอร์นั้นคุณเป็นคนให้เนตรส่งนะ"

"คุณอย่ามาโยนความผิดให้ผมแบบนี้สิครับ ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย"

"ตอนนี้หลักฐานชี้ไปที่คุณเทพไทกับคุณเนตรชนก ผมคงต้องขอควบคุมตัวคุณสองคนไว้ก่อนนะครับ" ผู้กองให้ตำรวจพาเทพไทกับเนตรชนกไปขึ้นรถตำรวจ ทุกคนช็อกกับเรื่องที่กลับตาลปัตรนี้ ส่วนแทนสิทธิ์ยังคงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ มองสองพ่อลูกไปขึ้นรถตำรวจอย่างเลือดเย็น

ชนม์ชนกได้ข่าวรีบมาที่โรงพัก ผู้กองบอกเขาว่าตอนนี้ต้องว่าไปตามหลักฐานก่อน ที่รู้คือ

"เด็กพวกนั้นไม่รู้เรื่องอะไร บอกแต่ว่าคนที่คุมหนีไปได้ ถ้าเราจับคนคุมได้ก็คงรู้ว่าใครเป็นเจ้าของจริงๆ"

ooooooo

ทัดไทไปประกันตัวเทพไทกับเนตรชนก จากเรื่องนี้ทำให้เธอเริ่มตาสว่าง ขอโทษพ่อที่ตนทำให้ เดือดร้อน เพราะความโง่ของตนแท้ๆ ทำให้พ่อต้องเสียชื่อเสียงไปด้วย

"พ่อไม่ได้แคร์เรื่องชื่อเสียงอะไรของพ่อเลย ต่อให้พ่อต้องเสียอะไรมากกว่านี้ หรือแม้แต่ชีวิตของพ่อ พ่อก็ไม่แคร์ จำไว้นะลูกว่าพ่อแคร์แต่เนตรเท่านั้น และพ่อจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรเนตรเด็ดขาด"

สองพ่อลูกกอดกันไว้ด้วยความรักความเข้าใจ เมื่อชนม์ชนกมาถึงทัดไทกับเทพไทจึงขอตัวไปที่รถ ปล่อยให้ชนม์ชนกได้อยู่คุยกับเนตรชนกตามลำพัง

ชนม์ชนกบอกเธอว่าเขาจะหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่าเธอบริสุทธิ์ เพราะตอนนี้ตำรวจจับได้แค่ตู้คอนเทนเนอร์เดียวจะต้องหาอีกตู้ให้ได้

เนตรชนกร้องไห้ขอโทษที่เคยคิดว่าเขาใส่ร้ายแทนสิทธิ์ ชนม์ชนกเช็ดน้ำตาให้เธอปลอบอย่างอบอุ่นว่า

"ผมไม่เคยโกรธคุณเลย อย่าร้องไห้นะ สัญญากับผมนะว่าจะไม่โทษตัวเอง จะไม่คิดมาก จะไม่..." เนตรชนกเอามือปิดปากเขาไว้พยักหน้ารับคำทั้งน้ำตา ขอบคุณเขาจากใจจริง "ไม่ต้องขอบคุณหรอก เพื่อคุณผมยอมทำทุกอย่าง คุณกับคุณพ่อจะต้องพ้นผิด เชื่อผมนะ"

เวลาเดียวกัน แทนสิทธิ์ก็สั่งลูกน้องให้จองตั๋วเครื่องบินให้ตนด่วน เพราะเมื่อของถูกจับได้อีกไม่นานก็ต้องสาวมาถึงตน พลางเก็บข้าวของอย่างรีบร้อน

ตู้คอนเทนเนอร์อีกตู้หนึ่งถูกเอาไปซ่อนไว้ในโกดังเก่า เดือนกับดาวอยู่ในตู้นี้ ปรากฏว่าคนที่ถูกขังไว้ในนี้มีทั้งเด็กและผู้หญิง อดข้าวอดน้ำตายไปส่วนใหญ่เหลือรอดเพียง 20 คน ในนี้มีเดือนกับดาวด้วย

คนคุมตู้คอนเทนเนอร์กลัวจะตายกันหมด จึงโทร.หาแทนสิทธิ์ เขาสั่งขณะกำลังขนของจะหนีว่า

"หาที่ปลอดภัยขังพวกมันไว้ก่อน เรื่องเงียบแล้วค่อยส่งไปใหม่ เหลือแค่ 20 เองเหรอวะ งั้นพวกมึงต้องหามาเพิ่ม สินค้าไม่ครบลูกค้ามีปัญหาแน่ๆ ห้ามให้มันตายอีกนะ แค่ตู้ที่โดนจับได้กูก็อ้วกแล้ว"

ชนม์ชนกมาที่คอนโดฯแทนสิทธิ์เห็นเขากำลังขนของขึ้นรถคาดได้ว่ากำลังเตรียมหนี คอยดูอีกครู่หนึ่ง เห็นรถแทนสิทธิ์ขับออกไป ลูกน้องขึ้นรถอีกคันขับแยกไปอีกทางหนึ่ง ชนม์ชนกตัดสินใจตามรถลูกน้องไป

ooooooo

แทนสิทธิ์เดินทางไม่ได้เพราะที่เต็มต้องรอไปจนถึงมะรืนนี้ เนตรชนกพยายามติดต่อแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอบอกเคนกับอุ่นว่าจะไม่ยอมปล่อยให้แทนสิทธิ์หนีไปได้ง่ายๆเด็ดขาด

ส่วนชนม์ชนกตามลูกน้องแทนสิทธิ์ไปถึงโกดังเก่าพยายามโทร.ติดต่อผู้กองเพื่อแจ้งเบาะแสแต่ติดต่อไม่ได้ ทำเสียงดังจนถูกลูกน้องแทนสิทธิ์มาจับตัวไปซ้อมสะบักสะบอมแล้วยัดเข้าโกดังเก่าอยู่รวมกับเดือนและดาว พอฟื้นขึ้นเขาบอกสองพี่น้องว่าจะหาทางพาพวกเธอหนีออกไปให้ได้

เนตรชนกเองก็ไม่อยู่เฉยแอบเข้าไปในห้องแทนสิทธิ์ เพื่อหาหลักฐานบางอย่าง เปิดโน้ตบุ๊กดูก็เจอข้อมูลการบังคับซื้อที่ดินที่หาดนับดาว และโครงการสร้างบ่อนกาสิโน

แต่ขณะเธอกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมนั่นเอง แทนสิทธิ์ที่เดินทางไม่ได้กลับมาเจอ เขากลับหาว่าเนตรชนกเอาข้อมูลเหล่านั้นมาใส่โน้ตบุ๊กตน แล้วลบข้อมูลทิ้งทั้งหมด บอกว่าในห้องนี้ไม่มีอะไรที่เธอหาหรอก พูดแล้วออกจากห้องไปพร้อมโน้ตบุ๊ก

พอเนตรชนกกลับไปที่บ้านอุ่น ถูกเพื่อนทั้งสองตำหนิว่าทำไมทำแบบนี้มันอันตราย อย่างน้อยชวนตนสองคนไปด้วยก็ยังดี ต่อไปห้ามทำอย่างนี้อีก อุ่นขอร้องเพื่อนว่าผู้กองกำลังสืบเรื่องนี้อยู่เราอย่าทำอะไรเกินตัวเลย แม้จะฟังเพื่อนแต่เนตรชนกก็ยังมุ่งมั่นที่จะหาข้อมูลให้ได้ต่อไป

ooooooo

ชนม์ชนกวางแผนให้เดือนกับดาวหนีออกไปให้ได้ ให้เอาเครื่องจีพีเอสไปให้ตำรวจ แล้วตำรวจจะตามมาช่วยเราได้ ดังนั้นเดือนกับดาวจึงทำทีร้องว่าปวดท้อง ครู่เดียวก็ทำเป็นชัก คนคุมจึงเข้ามาดู เลยถูกชนม์ชนกกับพวกที่อยู่ในนั้นรุมกันเล่นงานจนสลบเหมือด แล้วพวกเขาก็พากันวิ่งหนีออกมา

ชนม์ชนกแยกไปอีกทางเพื่อลวงทิศ เดือนกับดาวหนีไปอีกทางแต่ก็ถูกลูกน้องมันไล่ล่า  มันตามทัน  ชนม์ชนกรีบมาขอเอาตัวเข้าแลก อาศัยทีเผลอของมันกระโดดแย่งปืนยิงจนมันล้ม เขาตะโกนให้เดือนกับดาวรีบหนีไป

สองพี่น้องวิ่งหนีมาจนเจอตู้โทรศัพท์สาธารณะ เดือนรีบเข้าไปโทร.หาเนตร เป็นเวลาที่เนตรกำลังใจคอไม่ดีเหมือนมีลางสังหรณ์ พอได้รับโทรศัพท์ได้ยินเดือนบอกอย่างรีบร้อนว่า

"พี่เนตรช่วยพี่ชนม์ด้วย พวกเราถูกจับมาที่..."

เดือนพูดไม่ทันจบก็เห็นคนคุมตามมา สองพี่น้องรีบพากันหนี เนตรชนกตกใจที่ยังไม่ทันรู้เรื่องก็สายหลุดไปแล้ว แต่ในที่สุดผู้กองก็ช่วยตรวจสอบได้ว่าเดือนโทร.จากตู้สาธารณะกำลังให้คนหาแผนที่ให้อยู่

เนตรชนกขอไปกับผู้กองด้วย ผู้กองบอกว่าอันตรายอย่าไปเลย แต่พอผู้กองกับลูกน้องออกไป เคนกับอุ่นก็ชวนเนตรชนกว่าเราตามไปเองก็ได้ แล้วทั้งสามก็รีบตามผู้กองไป

ooooooo

ขณะเดือนกับดาวกำลังวิ่งหนีคนคุมอยู่นั้น ชนม์-ชนกมาเจอเข้า เขาบอกทั้งสองว่ามีรถตู้จอดอยู่ให้ทั้งสองรีบขับรถหนีไป ส่วนเขาจะวิ่งล่อผู้คุมไปอีกทาง สองสาวเป็นห่วงเขาแต่สุดท้ายก็จำต้องไปเพื่อหาทางมาช่วยเขาใหม่

เดือนขับรถตู้พุ่งออกมาอย่างเร็ว เกือบชนกับรถของเนตรชนกกับเคนและอุ่นที่ขับมาอย่างเร็วเช่นกัน พอจอดรถลงไปดูเห็นเป็นเดือนกับดาว เนตรชนกดีใจมาก ส่วนดาวรีบบอกให้ไปช่วยชนม์ชนกเร็วๆ เขากำลังถูกพวกมันไล่ยิงอยู่

รถผู้กองมาถึง สั่งการตำรวจให้แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมที่ 1 ไปที่โกดังตามจีพีเอส ทีมที่ 2 ไปช่วยชนม์ชนกโดยให้เดือนกับดาวพาไปชี้ที่เกิดเหตุ เนตรชนกบอกให้เคนกับอุ่นกลับไปก่อน ตนจะไปเป็นเพื่อนเดือนกับดาว พอไปถึงริมถนนใกล้ที่เกิดเหตุ ผู้กองสั่งเดือน ดาว และเนตรชนกให้อยู่แต่ในรถห้ามไปไหน

แต่พอตำรวจไปแล้ว เนตรชนกก็ลงจากรถ บอกสองพี่น้องว่าอย่าไปไหน ตนจะไปดูชนม์ชนก เป็นเวลาที่ชนม์ชนกกำลังถูกคนคุมไล่ล่าและผู้กองก็นำกำลังตำรวจมาช่วย ต่างยิงต่อสู้กันสนั่น เนตรชนกรีบวิ่งไปทิศที่ได้ยินเสียงปืน

พวกคนคุมเห็นตำรวจก็พากันวิ่งหนี เนตรชนกวิ่งเข้าไปเห็นชนม์ชนกนอนอยู่กับพื้น เธอรีบเข้าประคอง เขาพยายามบอกว่า

"คุณเนตรที่โกดัง..." เนตรชนกบอกว่าตำรวจกำลังไปทางโน้นแล้ว เขาไม่ต้องพูดอะไร อดทนไว้ก่อน "คุณพ้นผิดแล้วนะครับ ที่โกดังมีทั้งพยานและหลักฐานมัดนายแทนสิทธิ์"

เนตรชนกสะเทือนใจที่เขายอมทำให้ตนถึงขนาดนี้ชนม์ชนกที่อ่อนแรงมากแล้วก็ยังพยายามพูดว่า

"ผมยอมตายดีกว่าให้คุณติดคุก"

พูดจบชนม์ชนกก็หมดสติไป พอดีเคนกับอุ่นที่ไม่ยอมกลับมาเจอ เคนเห็นว่าชนม์ชนกถูกยิง เขาบอกให้รีบพาส่งโรงพยาบาล แล้วช่วยกันหามร่างชนม์ชนกกลับไปที่รถ

ooooooo

เมื่อส่งชนม์ชนกถึงโรงพยาบาล หมอรีบทำการผ่าตัดแต่คนเจ็บเสียเลือดมาก เจ้าหน้าที่มาแจ้งขอบริจาคเลือดกรุ๊ปโอด่วน เนตรชนกเสนอตัวทันทีเพราะเลือดกรุ๊ปเดียวกัน

หลังจากให้เลือดแล้วไม่นาน หมอก็มาแจ้งข่าวดีแก่ ทุกคนว่าคนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว เนตรชนกถึงกับร้องไห้ออกมารีบเข้าไปขอบคุณหมอแล้วหันมากอดอุ่นแน่น

หลังจากนั้นเนตรชนกเฝ้าชนม์ชนกอยู่จนเขารู้สึกตัวขึ้นมา พอเห็นหน้าเธอเท่านั้นเขาถามทันที

"คุณกับคุณพ่อพ้นผิดแล้วใช่ไหมครับ ตำรวจจับนายแทนสิทธิ์ได้ใช่ไหม"

เนตรชนกบอกว่าให้ห่วงตัวเองก่อนเถอะ เขาบอกว่าตนไม่ตายง่ายหรอก พลางเช็ดน้ำตาให้เธอ

"ทำเป็นเก่ง ทีหลังอย่าเอาชีวิตมาเสี่ยงแบบนี้อีกนะ"

"คุณห้ามผมไม่ได้หรอก ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณอีก ผมก็จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคุณ"

เนตรชนกน้ำตาไหลพรากด้วยความซาบซึ้งใจ แต่พอชนม์ชนกขอแต่งงานเพื่อทุกคนจะได้มีความสุข เธอกับศศิมนก็จะได้เป็นญาติกัน 2 ชั้นเลย

พอเอ่ยชื่อศศิมนเท่านั้น ความรู้สึกของเนตรชนกก็เปลี่ยนไปทันที ความอคติ ทิฐิ เข้าครอบงำ พอดีครอบครัวของเขามา เธอจึงขอตัวเพราะเป็นคนนอก

เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไปที่โรงพยาบาลอีก เจอเทพไทกำลังอุ้มลูกเล่นกันอยู่ข้างๆศศิมน ความน้อยใจทำให้เธอตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่า "ครอบครัวนี้ ไม่มีที่สำหรับฉันแล้ว ลาก่อนนะนายชนม์"

ooooooo

แทนสิทธิ์ยังไปต่างประเทศไม่ได้ เขาขอโทษมาร์คที่ตำรวจเจอหลักฐานสำคัญที่โกดังเก่า เขาบอกว่าเวลานี้ต้องหาที่ปลอดภัยกบดานสักพักก่อน มาร์คบอกให้เขารออยู่ที่ซ่อนตัวเดี๋ยวจะส่งคนไปรับ

จากนั้นไม่นานขณะแทนสิทธิ์นั่งดื่มไวน์รออยู่นั้น เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง  ร่างเขาฟุบจมกองเลือดตายตาค้างอยู่ที่เก้าอี้

อุ่นเชื่อว่านี่เป็นการฆ่าตัดตอน ถามเนตรชนกว่าจะทำอย่างไรในเมื่อเธอจดทะเบียนสมรสกับแทนสิทธิ์แล้ว เนตรชนกบอกว่าเขาไม่มีญาติในเมืองไทยเลย อย่างไรเสียตนก็ต้องจัดงานศพให้ แต่ตนจะไม่เอาสมบัติของเขาแม้แต่ชิ้นเดียว ส่วนไหนที่โกงเขามาก็จะคืนให้ไป  รีสอร์ตที่หาดนับดาวก็จะให้ลุงผู้ใหญ่ดูแลแล้วเอาเงินไปพัฒนาหาดนับดาวให้เจริญ

ป้ามาลี ลุงอิ่มกับเดือน และดาวดีใจสุดชีวิตที่ได้ที่ดินของตนคืนมา แต่พวกเขาก็ยังคิดถึงชนม์ชนก แต่พอถามว่าเขาหายไปไหน เนตรชนกก็ตอบเรียบๆว่า "ไม่รู้สิจ๊ะ"

แต่พอเนตรชนกมาจัดการทรัพย์สินของแทนสิทธิ์ทางหาดนับดาวเสร็จกลับไป ชนม์ชนกที่อยู่ในความเศร้าเสียใจก็มาถึง พอรู้ว่าเธอมาจัดการทางนี้เรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้แต่ยิ้มเศร้าๆกับตัวเอง แล้วอยู่ช่วยชาวบ้านซ่อมแซมบ้านเรือนเพื่อทำโฮมสเตย์ใหม่

ooooooo

เมื่อตัวเองไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ทิพย์ธิดาก็ไม่ ยอมให้ใครได้ เธอจ้างคนร้ายไปตัดสายเบรกรถของเนตรชนกหมายจะฆ่าแบบอุบัติเหตุ

ศศิมนชวนเทพไทไปเยี่ยมเนตรชนกและโน้มน้าวให้เธอเห็นถึงความรักของชนม์ชนก ระหว่างที่ไปหาเนตรชนกที่บ้านอุ่นนั้น ภพชนกเกิดไข้สูงจึงต้องรีบพาไปหาหมอ รถของเนตรชนกจอดขวางรถของเทพไทอยู่ เขาจึงขอกุญแจรถเพื่อเอารถของลูกไป

ศศิมนหิ้วตะกร้านมของภพชนกตามมาเกิดสะดุดล้มเท้าแพลง เทพไทจึงให้เนตรชนกอุ้มน้องและให้ศศิมนนั่งคู่ไปกับตน เขาขับรถอย่างเร็วเพื่อจะพาลูกไปถึงมือหมอให้เร็วที่สุด

ระหว่างทางถูกรถ 6 ล้อ ขับมาจอดขวางถนน เทพไทเหยียบเบรกแต่เบรกไม่อยู่ เพราะสายเบรกถูกตัด รถพุ่งเข้าหารถ 6 ล้ออย่างแรง ศศิมนเอาตัวบังเทพไทไว้ เธอปกป้องเขาได้ แต่ตัวเองบาดเจ็บสาหัส ส่วนเนตรชนกอุ้มภพชนกแนบอกเอาตัวห่อน้องไว้อย่างปกป้อง

นักเลงที่ทิพย์ธิดาจ้างมารายงานเธอว่าท่าทางไม่รอดแน่ ทิพย์ธิดาพอใจจ่ายเงินแล้วก็เก็บเสื้อผ้าเตรียมหนีไปต่างประเทศ แต่พอลงจากคอนโดฯก็ถูกตำรวจรวบตัวไป เพราะคนร้ายถูกกล้องวงจรปิดจับภาพได้ มันซัดทอดว่าเธอเป็นคนว่าจ้าง ทิพย์ธิดาหน้าซีดเผือดเมื่อจำนนต่อหลักฐาน

เมื่อตำรวจมาแจ้งเทพไทและเนตรชนกถึงการจับคนร้ายที่ซัดทอดว่าทิพย์ธิดาเป็นคนจ้างมา ทุกคนตกใจ คาดไม่ถึงว่าเธอจะเหี้ยมโหด ร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้

ooooooo

หมอแจ้งว่าศศิมนได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองมาก ยังต้องรอดูอาการก่อนว่าคนไข้ตอบสนองกับการผ่าตัดได้ดีแค่ไหน เทพไทเฝ้าภาวนาพรํ่าถามศศิมนที่ยังนอนไม่ได้สติว่า ถ้าเธอเป็นอะไรไปตนกับลูกจะอยู่ได้อย่างไร ทำให้เนตรชนกสะเทือนใจมาก ปลอบใจพ่อว่าศศิมนต้องปลอดภัย

เหตุร้ายที่เกิดขึ้นทำให้เนตรชนกคิดหนัก กลับไปนอนฝันก็ยังเห็นภาพที่ศศิมนเอาตัวบังเทพไทไว้ไม่ให้ได้รับอันตราย พอสะดุ้งตื่นเหงื่อเต็มหน้า เนตรชนกนิ่งอึ้ง ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อศศิมนที่เอาชีวิตปกป้องพ่อตนไว้  เธอไปหาศศิมนที่โรงพยาบาลแต่เช้าตรู่ ไปบอกเธอที่ข้างเตียงว่า

"ทางเดียวที่จะทำให้ฉันยอมรับปากเธอว่าจะกลับไปอยู่บ้าน ก็คือเธอจะต้องกลับไปพร้อมกับฉัน ได้ยินไหมศศิมน เธอต้องฟื้นแล้วกลับบ้านไปอยู่กับคุณพ่อกับน้อง กับทุกคน ในครอบครัวเรา ฉันขอเธอแค่นี้ เธอทำให้ฉันได้ไหม แล้วฉันจะกลับไปอยู่บ้านตามที่เธอต้องการ"

สายๆเมื่อทัดไท เนื้อนวล และเทพไทมาเยี่ยมศศิมน ทุกคนดีใจที่เห็นเนตรชนกปฏิบัติดีต่อศศิมน เธอบอกกับพ่อกับปู่และย่าว่า

"คุณพ่อคะ ศศิมนรักคุณพ่อมากกว่าชีวิตตัวเอง เนตรคงจะหาใครมาดูแลคุณพ่อให้ดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ เนตรยอมแพ้หัวใจที่ยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนนี้ค่ะ"

ศศิมนรู้สึกตัวขึ้นมาได้ยินสิ่งที่เนตรชนกพูด เธอพึมพำเรียกเนตรชนกออกมาอย่างสะเทือนใจ ทุกคนดีใจมาก โผเข้ากอดกันนํ้าตาแห่งความปลื้มปีติไหลอาบหน้า...

"คุณเนตร...ขอบคุณค่ะ" ศศิมนเอ่ยกับเนตรชนกด้วยความตื้นตันใจ

"ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า ความรักยิ่งอยากครอบครองเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสูญเสีย มันคือความเห็นแก่ตัว ไม่ใช่ความรัก การเสียสละต่างหากคือความรักที่แท้จริง ขอบคุณนะศศิมน ที่ทำให้หัวใจของฉันหายมืดบอดซะที"

เนื้อนวลอุ้มภพชนกไปหาเนตรชนก  เธอรับน้องไปอุ้มไว้อย่างแสนรักเอ็นดูท่ามกลางสายตาทุกคนที่มองอย่างตื้นตันใจ

ooooooo

ชนม์ชนกยังทุ่มเทให้กับการซ่อมห้องเรียนคอมพิวเตอร์จนไม่เป็นอันกินอันนอน เดือนมาตามให้ไปกินข้าวกันเขาก็ยังไม่ยอมไป จนมีจานข้าวมายื่นตรงหน้าพูดกระแทกใส่ว่า

"เรื่องมากจริงๆ คนอื่นเขากินข้าวกันในบ้าน นี่ต้องยกมาประเคนให้ถึงที่"

พอชนม์ชนกเงยหน้ามอง เขาดีใจมากที่เห็นเนตรชนกเธอยอมมาหาเขาถึงที่นี่ ถามว่ายอมรับแล้วใช่ไหมว่ารักตน เนตรชนกถามว่าไม่งั้นจะมาหรือ ชนม์ชนกพูดอย่างกลัวความผิดหวังว่าไม่อยากคิดเอาเองอีกแล้ว

"นายไม่ได้คิดไปเองหรอก ฉันรักนาย รักมาตลอด"

เป็นเหมือนเสียงสวรรค์ที่ชโลมชีวิตที่แห้งแล้งของ

ชนม์ชนกให้สดชื่นขึ้น ทั้งสองวางแผนกันว่าซ่อมห้องเรียนเสร็จพรุ่งนี้จะเปิดสอนเลย

พอเปิดสอนในเช้าวันต่อมา ปรากฏว่านักเรียนกลายเป็นทัดไท เนื้อนวล ชัชชัย คุณหญิง อุ่น เคน เทพไท

ศศิมน ภพชนก ลุงอิ่ม ป้ามาลี เดือน และดาวรวมทั้งผู้ใหญ่ด้วย

กลายเป็นบรรยากาศรวมญาติและเสมือนหนึ่งแสดงความยินดีกับความรักของชนม์ชนกกับเนตรชนก เนตรชนกไปรับภพชนกจากเทพไทมาอุ้ม ชนม์ชนกไปแย่งมาอ้างว่าเป็นหลานตน เธอเถียงว่าน้องตนต่างหาก ชนม์ชนกแย่งภพชนกไปอุ้มจนได้ เลยถูกหลานฉี่ใส่

"สมนํ้าหน้า ดีมากจ้ะภพ สมเป็นน้องพี่เนตรจริงๆ" เนตรชนกหัวเราะชอบใจ

"อย่างนี้ต้องทำโทษ" ชนม์ชนกจับภพชนกไปหอมแก้ม เนตรชนกยื่นหน้าเข้าไปหอมอีกข้างหนึ่ง ภพชนกถูกลุงกับพี่สาวหอมแก้มกันคนละข้าง หนูน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบอกชอบใจ...

ooooooo

-อวสาน-

ตอนที่ 16

หลังจากอุ่นไล่เคนออกจากบ้านไปแล้วก็นึกเป็นห่วงโทร.ก็ไม่ติด ออกมาชะเง้อมองก็ไม่เห็นจนสุดท้ายเห็นเคนมานอนคุดคู้อยู่ริมรั้วเลยเรียกให้เข้าไปนอนในบ้าน เคนดีใจรีบหิ้วกระเป๋าเข้าบ้าน

พอเช้าออกไปทำงาน กลางวันก็ยังอุตส่าห์ซื้อบะหมี่เกี๊ยวมาให้กินเพราะรู้ว่าเคนไม่มีเงิน ขณะนั้นเองเคนก็ได้รับโทรศัพท์ จากพิ้งค์ พอวางสายก็ฝากอุ่นให้เฝ้าร้านให้แป๊บเดียวเพราะพิ้งค์ชวนไปกินข้าวกัน เคนลิ่วไปทันทีทิ้งบะหมี่เกี๊ยวที่อุ่นอุตส่าห์ซื้อมาให้อย่างไม่ไยดี

"ไอ้นายเคนบ้า" อุ่นด่าทั้งโกรธทั้งน้อยใจ

แต่ระหว่างที่อุ่นเฝ้าร้านให้นั่นเอง รุจหนุ่มหล่อผู้จัดการร้านจิวเวลรี่ใกล้ๆแถวนั้นก็เดินเข้ามาสั่งอาหาร อุ่นส่งเมนูให้ดู เขากลับชมว่า

"เมนูแฮนด์เมดซะด้วย สวยจังครับ คุณทำเองเหรอครับ" อุ่นออกตัวว่าร้านเล็กๆอย่างนี้อะไรๆก็เน้นทำเองส่วนใหญ่ รุจยิ้มเท่แล้วสั่งอาหาร อุ่นให้รอสักครู่ขณะอุ่นไปจัดอาหารตามสั่งนั่นเองรุจชมลอยๆว่า

"เขาว่าคนที่ทำของสวยๆงามๆได้จิตใจมักจะสวยงามด้วย ผมว่าไม่จริงเลย" อุ่นชะงักถามว่าอะไรนะคะ เขาพูดต่อยิ้มๆ "ก็ไม่ใช่แค่จิตใจนี่ครับที่สวยงามหน้าตาก็ยังสวยอีกด้วย"

อุ่นเขินไปเลย เคนกลับมาได้ยินพอดีชักไม่ชอบใจ บอกอุ่นว่าต่อไปไม่ต้องมาที่ร้านแล้วตนจะขายเอง ทำเอาอุ่นงงกับคำพูดและท่าทางหึงๆของเคน

สายวันต่อมารุจก็มาที่ร้านอีกเจออุ่นกำลังขนของมาให้เคนที่ร้าน เขารีบเข้าไปช่วย พอเคนเห็นก็หึงขึ้นมาอีกบ่นอุ่นว่าขนมาทำไมเดี๋ยวตนจะไปขนเอง ระหว่างนั้นได้ยินรุจชวนอุ่นว่า

"คุณอุ่นครับร้านอาหารไทยข้างๆเป็นของผมเอง ผมอยากเชิญคุณไปชิมหน่อย จะได้ช่วยคอมเมนต์ เที่ยงนี้ว่างไหมครับ"

อุ่นยังลังเลอยู่ พอดีโทรศัพท์มือถือของเคนดังขึ้น สัญญาณไม่ดี เคนเดินไปคุยห่างออกไป อุ่นจึงตอบตกลงเที่ยงนี้เจอกันที่ร้านเลย รุจยิ้มให้อย่างสุภาพแล้วกลับไป พอดีเคนคุยโทรศัพท์ เสร็จได้ยินแว่วๆไม่ชัดนัก เดินมาถามอุ่นอย่างไม่ไว้ใจว่า

"คุยอะไรกันน่ะ ไม่ได้ไปกับเขาใช่รึเปล่า"

"เรื่องของฉัน" อุ่นตอบแล้วเดินเลี่ยงไปงอนๆ เคนมองตามอย่างระแวง

ปรากฏว่า พอเที่ยงอุ่นไปตามนัด เคนตามไปนั่งด้วยหน้าตาเฉย ทำตัวเป็นก้างขวางคอเสียงั้น ทั้งยังแกล้งแย่งอาหารทุกอย่างที่รุจตักให้อุ่นไปกินเสียเอง อ้างว่าเพื่อจะได้คอมเมนต์ได้ถูก แล้วตัวเองก็ตักให้อุ่นแทน พอกินเสร็จก็พูดอย่างเสียไม่ได้ว่ารสชาติก็พอกินได้ ขอบใจที่เลี้ยง

พอออกจากร้านอุ่นต่อว่าเคนทำไมทำอย่างนี้ เคนอ้างว่าตนเป็นห่วงกลัวอุ่นถูกผู้ชายหลอกเอา

"ไม่ต้องยุ่งเลย ฉันโตแล้วดูแลตัวเองได้" อุ่นเดินสะบัดไป เคนบ่นตามหลังเคืองๆ

"โธ่เอ๊ย...ทำเป็นอวดเก่ง..."

ooooooo

เที่ยงวันต่อมา รุจกับอุ่นก็ไปกินข้าวกันอีก ทั้งคู่ สนิทสนมกันมากขึ้น รุจเอากำไลประดับพลอยน่ารัก สวมให้อุ่นบอกว่า เป็นของขวัญจากเขามันไม่ได้แพงอะไร

"ขอบคุณนะคะ แต่อุ่นว่ามันยังมีค่าเกินไปอยู่ดี" อุ่นบอกเขินๆ

"ไม่หรอกครับ เอ่อ...ถ้าคุณไม่รังเกียจผมจะขอคบกับคุณได้ไหมครับ"

คราวนี้อุ่นเลยนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก ได้แต่เขินไปเขินมาอยู่อย่างนั้น

แต่พอกลับไปที่ร้านเคน อุ่นโทรศัพท์บอกเนตรชนกที่กำลังถ่ายรูปแต่งงานที่สตูดิโอแต่งงาน เนตรชนกตกใจระคนแปลกใจเพราะไม่เคยเห็นอุ่นคบหากับใครนอกจากเคน

อุ่นแอบโทร.คุยที่มุมร้าน เนตรชนกซักถามจนรู้ราย ละเอียดแล้ว ถามว่าแล้วเคนล่ะ อุ่นบอกว่าอย่าไปพูดถึงเลยเขาไม่เคยสนใจตนหรอก

"ถ้าคุณรุจเขาเป็นคนดี เนตรก็ดีใจด้วยนะที่เพื่อนจะได้มีแฟนกะเขาเสียที"

"ขอบใจนะ อุ่นก็ตอบตกลงคบกับคุณรุจไปแล้วล่ะ"

เคนยืนฟังอยู่ตกใจจนทำแก้วน้ำหลุดจากมือ อุ่นหันมองเห็นเคนเดินหนีไปแล้ว เธอรีบบอก

"เนตร...เอ่อ...แค่นี้ก่อนนะ แล้วอุ่นจะโทร.มาใหม่" ตัดสายแล้วรีบเดินตามเคนไป

พออุ่นตามไปทัน เคนก็พูดประชดว่าดีใจด้วยที่ขายออกเสียที นายรุจนั่นโคตรซวยเลยล่ะ อุ่นเลยพูดประชดไปว่าตนไม่มีอะไรดีในสายตาของเคนหรอก พูดแล้วเดินหนีไปเลย

"เป็นบ้าอะไรวะเนี่ยเรา" เคนบ่นตัวเองเมื่อรู้สึกว้าวุ่นใจแปลกๆ

ooooooo

ขณะที่ชนม์ชนกพยายามเปิดใจกว้างรับผิดชอบทิพย์ธิดาที่ทำให้เธอท้องนั่นเอง เหตุการณ์ก็พลิกผันจนเขาตั้งสติแทบไม่ทัน เมื่อทิพย์ธิดาพลัดตกบันไดจนต้องรีบพาไปหาหมอที่เป็นเพื่อนกัน โชคดีที่แม่ลูกปลอดภัย แต่ชนม์ชนกก็ได้รับข่าวที่ทำให้เขารับไม่ได้ เมื่อหมอบอกเขาว่า

"ผลเลือดของแกกับเด็กในท้องคุณทิพย์ธิดามันไม่เข้ากัน ทั้งเรื่องโรคธาลัสซีเมียแล้วก็กรุ๊ปเลือดเด็กในท้องคุณทิพย์ธิดาเป็นไปได้ว่าไม่ใช่ลูกแก"

ชนม์ชนกพรวดไปหาทิพย์ธิดา คาดคั้นความจริงกับเธอว่าลูกในท้องเป็นของใครกันแน่ เธอยืนกระต่ายขาเดียวว่าเป็นลูกของเขาจนชนม์ชนกต้องเอาผลการตรวจของหมอมาอ้างว่า

"โรคธาลัสซีเมียมันเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ คุณเป็นพาหะแต่ผมไม่เป็น ลูกของเราไม่มีทางเป็นโรคนี้ นอกจากพ่อของเด็กจะเป็นคนอื่น แล้วเรืิ่องกรุ๊ปเลือดอีก ผมกรุ๊ปโอ คุณกรุ๊ปเอ แต่ลูกกรุ๊ปเอบีมันเป็นไปได้ยังไง คุณบอกผมมาดีกว่าว่าใครเป็นพ่อเด็ก"

ทิพย์ธิดาหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ พอดีเคนที่จะมาเยี่ยมเธอได้ยินเข้า เลยชะงักไม่กล้าเข้าไป และที่ตกใจยิ่งกว่านั้นคือ เมื่อต้นปีเขาไปตรวจร่างกายกับป๊า เมื่อได้รับผลการตรวจแล้วป๊าบอกเขาว่า

"จำไว้นะอาเคน ลื้อเป็นพาหะโรคธาลัสซีเมีย อย่ามีเมียเป็นพาหะเหมือนกันนะ ไม่งั้นลูกลื้อเกิดมาเป็นโรคนี้"

เคนผละจากตรงนั้นจิตใจสับสนว้าวุ่นไปหมดตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปากเพราะถูกทิพย์ธิดาขู่ไว้ก่อนแยกจากกันในคืนที่ไปหาความสำราญในโรงแรมว่า "ห้ามพูดเรื่องนี้กับใครเด็ดขาดนะ คิดเสียว่าไม่เคยเกิดเรื่องนี้ขึ้นเข้าใจไหม" คิดแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเด็กนั้นลูกตนหรือเปล่า

สุดท้ายเคนก็เล่าให้อุ่นฟัง อุ่นเสนอว่าให้เคนสารภาพกับชนม์ชนกเสีย แล้วตรวจดีเอ็นเอกันเลย เคนถามอุ่นว่าอยากให้ ตนเป็นพ่อของเด็กแทนชนม์ชนกหรือ อุ่นตอบเสียงประหม่าว่า

"เปล่า อุ่นภาวนาให้ไม่ใช่ทั้งคุณชนม์แล้วก็เคน เพราะคุณชนม์รักเนตรไม่ใช่คุณทิพย์"

ooooooo

ชนม์ชนกยืนกรานจะต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นพ่อของเด็ก แม้จะแต่งงานกับทิพย์ธิดาแล้ว แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตทั้งชีวิตมาสละให้กับลูกของคนอื่น แต่ทิพย์ธิดายืนกระต่ายขาเดียวว่าเป็นลูกของเขา หาว่าชนม์ชนกหาเรื่องทิ้งตนเพื่อกลับไปหาเนตรชนก

"ถ้าคุณยังโกหกต่อไป ผมก็คงช่วยอะไรคุณไม่ได้แล้ว ถ้าคุณพร้อมจะพูดความจริงเมื่อไหร่ก็โทร.บอกผมแล้วกัน ผมจะมารับ"ชนม์ชนกส่งเธอกลับไปที่ห้องพักแล้วกลับไป

ชนม์ชนกไปหาเนตรชนกที่คอนโดฯบอกเธอว่าทิพย์ธิดาไม่ได้ท้องกับตน ขอร้องเธออย่าเพิ่งแต่งงานกับแทนสิทธิ์ได้ไหม เนตรชนกบอกว่าสายเกินไปแล้ว อาทิตย์หน้าตนก็จะแต่งงานแล้ว และแทนสิทธิ์ก็ไม่ได้ทำผิดอะไร ตนทำร้ายเขาไม่ได้ เธอยืนกรานไปอย่างนั้นทั้งที่หัวใจเจ็บปวดสาหัส

ทิพย์ธิดานัดพบแทนสิทธิ์ที่บาร์ เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง   ขู่เขาว่าถ้าชนม์ชนกกลับไปหาเนตรชนก   เขานั่นแหละจะเดือดร้อน แทนสิทธิ์ไม่สะดุ้งสะเทือน เพราะตนจดทะเบียนสมรสกับเนตรชนกแล้ว ทิพย์ธิดาถามว่าแล้วถ้าลองหนีไปด้วยกันไม่ยอมมาเข้าพิธีเขาจะไปทำอะไรได้ แทนสิทธิ์ตอบหน้าเครียดว่า

"ไม่มีทาง ผมไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด"

ooooooo

ระหว่างที่เนตรชนกไปเดินหาซื้อของชำร่วยนั้น เจอเดือนกับดาวเข้าโดยบังเอิญในร้านขายน้ำถามไถ่จึงรู้ว่าที่ดินที่หาดนับดาวถูกนายทุนบังคับซื้อไปแล้ว ตนสองคนต้องมาเป็นลูกจ้างขายน้ำ ส่วน พ่อกับแม่ก็รับจ้างเข็นผักที่ตลาด เนตรชนกซักถามจนรู้ว่าคนที่มาบังคับซื้อที่ดินนั้นคือแทนสิทธิ์นั่นเอง

ก่อนจากกันดาวชมว่ากิ๊บติดผมของเนตรชนกสวย เธอจึงถอดให้ด้วยความเต็มใจ

เมื่อกลับไปถึงออฟฟิศแทนสิทธิ์ เนตรชนกเล่าเรื่องที่ฟังจากเดือนกับดาวให้เขาฟัง เขาแก้ตัวเป็นไฟว่าตนจะทำอย่างนั้นได้ยังไง ต้องมีคนใส่ร้ายตนแน่ๆ เนตรชนกพูดอย่างใจเย็นว่าตนก็ไม่อยากเชื่อ แต่เพื่อความมั่นใจขอเวลาให้ตนเช็กเรื่องนี้ ให้ชัวร์ก่อนแต่งงานดีกว่า แทนสิทธิ์ยิ้มกว้างอย่างใจเย็น

แต่พอแยกจากเนตรชนก เขาโทรศัพท์สั่งลูกน้องให้ จัดการ"อุ้ม"เดือนกับดาวไปขายเสีย ย้ำให้ทำอย่างระวังอย่าทิ้งร่องรอยไว้เป็นอันขาด

เพียงเช้าวันต่อมา ขณะเดือนกับดาวออกไปจ่ายตลาดก็ถูกอุ้มขึ้นรถตู้หายไป สายวันเดียวกัน เนตรชนกไปหาที่ร้านขายน้ำปรากฏว่าไม่เจอ ชาวบ้านบอกว่าวันนี้ยังไม่เห็นมาเลย พักที่ไหนก็ไม่มีใครรู้

ขณะที่เนตรชนกเดินออกมานั่นเอง เธอเห็นถุงอาหารตกเกลื่อนพอก้มลงดูเห็นกิ๊บตัวที่ให้ดาวไว้ตกอยู่ตรงนั้นด้วย เธอตกใจมาก กลับไปเล่าให้แทนสิทธิ์ฟัง เขาบอกว่าเด็กสองคนอาจไปทำธุระก็ได้ไม่น่ามีอะไรต้องห่วง แล้วเร่งให้เธอไปหาของชำร่วยจะได้เอามาติดชื่อเราสองคนให้เสร็จ

ด้วยการหว่านล้อมของอุ่น ในที่สุดเคนไปสารภาพความจริงกับชนม์ชนก เพื่อความแน่ใจชนม์ชนกจึงพาไปตรวจดีเอ็นเอ แต่กว่าจะรู้ผลต้องใช้เวลา 7 วัน เคนทนไม่ได้ไปถามทิพย์ธิดาเพราะเธอต้องรู้ดีกว่าใคร กลับถูกเธอด่าและขู่ว่าถ้าเป็นลูกของเขาจริงตนก็จะไม่มีวันให้เกิดแน่ แล้วไล่ไปให้พ้น

เมื่อมาทบทวนถึงความสัมพันธ์กับเคนแล้ว ทิพย์ธิดาก็อดหวั่นไม่ได้ แต่เป็นตายอย่างไรก็จะไม่ยอมให้เคนเป็นพ่อของลูกเด็ดขาด คิดจนฟุ้งซ่านกำหมัดทุบท้องตัวเองเหมือนคนสติแตก

เคนกลับมาปรับทุกข์กับอุ่นว่าถ้าเด็กนั้นเป็นลูกของตนจริงๆ ตนก็จะรับเอามาเลี้ยง จะขยันทำงานหาเลี้ยงลูก จะเลิกทำตัวเหลวไหล แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะให้ใครมาช่วยเลี้ยง เพราะอุ่นก็มีรุจอยู่แล้ว

อุ่นเขินจนหน้าแดงบอกว่ากับรุจนั้นยังเป็นแค่ลองคบกันเท่านั้น แต่ถ้าเคนพูดมาคำเดียวว่ารักตนก็พร้อมจะอยู่กับเขา เคนเลยรีบบอกรักเพราะที่แท้ตัวเองก็มีใจกับอุ่นอยู่แล้ว ทั้งคู่โผเข้ากอดกันด้วยความเข้าใจกัน

ด้วยความเป็นห่วงเดือนกับดาว เนตรชนกไปขอความช่วยเหลือจากชนม์ชนก เขายินดีช่วยด้วยการให้เพื่อนตำรวจที่รู้จักช่วยสืบเสาะแกะรอย แต่ยังไม่ทันไร เขาก็ได้รับโทรศัพท์ จากแอนนาแจ้งว่าทิพย์ธิดาตกเลือด ทั้งชนม์ชนกและเนตรชนกรีบไปที่โรงพยาบาล อุ่นกับเคนตามไปติดๆ

ทิพย์ธิดาทำประชดชนม์ชนกและกันเคนออกไปไม่ให้มาเกี่ยวข้องกับตน ทั้งสองคนรับไม่ได้กับการกระทำนั้น ต่างพากันกลับอย่างตัดญาติขาดมิตรกันไปเลย

เนตรชนกกับอุ่นรออยู่ข้างนอก พอมาเจอกันไม่ทันไรชนม์ชนกก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนตำรวจว่าจับแก๊งจับเด็กผู้หญิงได้แล้วแต่ไม่มีเดือนกับดาว ทำให้เนตรชนกยิ่งเป็นห่วง ชนม์ชนกฝากเพื่อนให้ช่วยตามหาต่อไป

ooooooo

เมื่อทิพย์ธิดาถูกทั้งชนม์ชนกและเคนทิ้งไปแล้ว เธอไปหาแทนสิทธิ์ขอไปอยู่ที่คอนโดฯของเขาและเร่งให้เขารวบรัดกับเนตรชนกเสีย แทนสิทธิ์รับปากว่าจะรีบจัดการคืนนี้เลย

เขาวางแผนนัดเนตรชนกให้ไปเทสต์ไวน์ที่จะใช้ในงานแต่งงานที่ห้องพักของเขา โดยวางแผนให้ทิพย์ธิดาแอบหยอดยานอนหลับใส่แก้วที่จะให้เนตรชนกชิม ทิพย์ธิดาหยอดยาไปก็พึมพำอย่างสะใจไปว่า

"เทสต์กันให้สนุกนะ"

เนตรชนกถูกหลอกให้เทสต์ไวน์ตั้งแต่ราคาขวดละ500 บาทจนถึงขวดละแสนห้า ทั้งไวน์และยานอนหลับทำให้เธอเริ่มมึนๆง่วงๆ อุ่นคอยอยู่นานเป็นห่วงเลยโทร.เข้ามือถือ เนตรชนกหยิบโทรศัพท์ทำตก แทนสิทธิ์รีบช่วยเก็บ พอเห็นเป็นอุ่นโทร.มาก็แอบกดทิ้ง แล้วหลอกล่อให้เนตรชนกเทสต์ไวน์กันต่อ

อุ่นเห็นไม่ชอบมาพากลที่เนตรชนกไปนานผิดปกติทั้งยังตัดสายโทรศัพท์ที่โทร.เข้าไปด้วย จึงโทร.ไปบอกชนม์ชนก ชวนไปตามเนตรชนกกัน

"ห้องนายแทนสิทธิ์อยู่ชั้นบนสุด ต้องใช้คีย์การ์ดที่ขึ้นได้ทุกชั้น เราต้องหาคีย์การ์ดให้เจอก่อน" ชนม์ชนกบอกอุ่นกับเคนเมื่อไปถึงคอนโดฯของแทนสิทธิ์ ซึ่งมียามเฝ้าอย่างแน่นหนา

ooooooo

แทนสิทธิ์มอมไวน์ผสมยานอนหลับจนเนตร-ชนกหลับผล็อยไป เขาอุ้มเธอไปที่เตียง แต่ไม่ทันทำอะไรตัวเองก็หลับผล็อยไปด้วยอีกคน ทิพย์ธิดาที่วางแผนไว้อย่างดีเตรียมเอาน้ำกรดจะสาดหน้าเนตรชนก

พวกชนม์ชนกกับอุ่นและเคนขโมยคีย์การ์ดจากแม่บ้านแล้วปลอมตัวเป็นแม่บ้านกับพนักงานขึ้นไปที่ห้องแทนสิทธิ์ ทิพย์ธิดากำลังจะสาดน้ำกรดตกใจรีบหลบไปซ่อน

ชนม์ชนกเห็นเนตรชนกหลับไม่ได้สติอยู่ เขาตรงเข้าไปอุ้มขึ้นมาแล้วเอาผ้าห่อทำทีเหมือนหอบห่อผ้าซักตบตาพวกเจ้าหน้าที่ ทิพย์ธิดามองตามชนม์ชนกที่อุ้มเนตรชนกออกไปพร้อมกับพวกอุ่นกับเคนอย่างเจ็บใจ

เนตรชนกถูกพามาที่บ้านอุ่น พอตื่นขึ้นมาเธอถามงงๆว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร จนเมื่อชนม์ชนก อุ่น และเคนช่วยกันเล่าให้ฟัง เธอตกใจมากเมื่อรู้ว่าตัวเองเกือบถูกสาดน้ำกรด

จนกระทั่งเช้า แทนสิทธิ์ตื่นขึ้นมาไม่เห็นเนตรชนก ถามลูกน้องจึงรู้ว่ามีคนมาพาออกไปตั้งแต่เมื่อคืน เห็นนายสลบไปทั้งคืนพวกตนเลยไม่กล้าปลุก แทนสิทธิ์อ่านเกมออกทันทีว่าต้องเป็นฝีมือของชนม์ชนกแน่ เขาหยิบขวดน้ำกรดขึ้นดู ลูกน้องบอกว่ามันตกอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว พรมไหม้หมดเลย แทนสิทธิ์พึมพำหน้าเครียด

"คุณทิพย์!"

แทนสิทธิ์ตรงไปที่ห้องทิพย์ธิดาปราดเข้าไปตบจนเธอกระเด็นด่าว่าตนช่วยเธอมาตลอดแต่เธอกลับหักหลังกัน พูดอย่างโกรธจัดว่า

"คุณวางยาผม คุณตั้งใจจะสาดน้ำกรดคุณเนตร อย่านึกว่าผมไม่รู้นะ ผมเคยบอกคุณแล้วว่าอย่าแตะต้องเขา คุณน่ะบ้าเกินไปแล้วรู้ตัวรึเปล่า" แทนสิทธิ์บีบคางทิพย์ธิดาอย่างแรงปรามว่า "จำไว้นะ อย่าแตะต้องเจ้าสาวของผมอีก ไม่งั้นผมไม่เอาคุณไว้แน่"

แทนสิทธิ์ผลุนผลันออกไปกระแทกประตูปิดปัง ทิพย์ธิดากรี๊ดลั่นอย่างคลุ้มคลั่งที่เวลานี้เธอไม่เหลือใครแล้ว

หลังจากนั้นเขาไปที่ออฟฟิศรีบเข้าไปหาเนตรชนกอย่างร้อนใจ พูดอย่างโล่งอกว่าแวะไปหาที่คอนโดฯไม่เจอเป็นห่วงแทบแย่ ครั้นเนตรชนกถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าจำไม่ได้ จำได้แต่ว่าได้อุ้มเธอไปนอนพักให้หายเมาค่อยพากลับ แต่ตัวเองก็หมดสติไป ตื่นขึ้นมาเธอก็หายไปแล้ว มีขวดน้ำกรดตกอยู่ในห้องด้วย แสดงว่ามีคนคิดทำร้ายเรา

เนตรชนกถามว่าใครที่คิดร้ายกับเรา แทนสิทธิ์บอกว่าคนที่ไม่อยากให้เราแต่งงานกัน

"เขาอาจจะตั้งใจทำให้คุณเข้าใจผิดว่าผมจะทำร้ายคุณ คุณจะได้ยกเลิกงานแต่งงานก็ได้"

แทนสิทธิ์ใส่ไฟให้คิดว่าเป็นฝีมือของชนม์ชนกจนเนตรชนกเริ่มคล้อยตาม ก็พอดีเลขาฯของเขาเข้ามารายงานว่า

"นักข่าวมารอสัมภาษณ์เรื่องแต่งงานค่ะเจ้านาย"

แทนสิทธิ์มองหน้าเนตรชนกด้วยสายตาเว้าวอนจนเธอใจอ่อนไปกับเขา

ooooooo

ตอนที่ 15

แทนสิทธิ์ลงจากรถมาเปิดประตูให้เนตรชนกลง นัดคืนนี้จะพาไปฟังเพลงเพื่อเธอจะได้สบายใจขึ้น เนตรชนกตอบรับทันที เขานัดคืนนี้ทุ่มหนึ่งจะมารับ ย้ำให้แต่งตัวสวยๆด้วย

"ค่ะ" เนตรชนกรับคำยิ้มให้เขาด้วยความตื้นตันใจกับการดูแลอย่างอบอุ่นของเขา

ชนม์ชนกซุ่มดูด้วยความเศร้าเสียใจ ทิพย์ธิดาเล่นบทแม่พระทั้งที่ใจร้อนผ่าวด้วยความริษยาทำเป็นตำหนิตัวเองที่ทำให้เขากับเนตรชนกต้องเลิกกัน ชนม์ชนกแสดงความเป็นสุภาพบุรุษตามเคยตำหนิว่าตัวเองต่างหากที่ต้องขอโทษเธอ ทิพย์ธิดาสมใจนักที่ทำคะแนนกับเขาได้อีก

ooooooo

ส่วนเคน ร้านอาหารญี่ปุ่นของเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่าโดยเฉพาะมีลูกค้าสาวสวยวัยรุ่นมาอุดหนุนคับคั่ง เคนหลีสาวๆอย่างเพลินใจ โดยเฉพาะพิ้งค์ที่เข้ามาซื้อเบนโตะแต่หมดแล้ว เคนขอโทษที่ทำให้เธอผิดหวังและขอไถ่โทษด้วยการพาไปเลี้ยงข้าวแทน พิ้งค์ทำเขินๆขำๆอย่างรู้ทันแต่ก็ตกลง

อุ่นมองเคนอย่างผิดหวังเสียใจมากที่ตนเป็นคนทุ่มเททำให้ทุกอย่างจนร้านเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา แต่เคนไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงข้าวเลยแม้แต่มื้อเดียว
ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากพากันไปกินดื่มอย่างสำเริงสำราญใจแล้ว เคนยังโทร.มาบอกให้อุ่นเอาเงินไปให้ตนสัก 5,000 บาท เพราะเงินติดตัวไม่พอจ่าย อุ่นแทบจะคลั่งกับความระห่ำของเคน

ร้ายกว่านั้น เมื่ออุ่นเอาเงินไปให้เคนยังขอยืมรถขับไปส่งพิ้งค์อีก ว่าแล้วก็คว้ากุญแจรถอุ่นพาพิ้งค์ขึ้นรถขับออกไปเลย อุ่นโกรธจนควันออกหู คืนนี้จึงนั่งรอจนเคนกลับ พอเคนกลับมาเธอบอกทันที

"ต่อไปนี้นายต้องออกไปหาที่อยู่เองแล้วนะ" เคนชะงักถามว่าอยู่ดีๆทำไมมาไล่กันเสียแล้ว อุ่นชี้แจงหน้าตึงๆว่า "ตอนนี้เนตรชนกไม่อยู่แล้ว ฉันเป็นผู้หญิง

นายเป็นผู้ชาย เราไม่ควรอยู่ด้วยกัน คนจะมองไม่ดี"

เคนอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างขำเสียเต็มประดาบอกว่าใครๆเขาก็รู้ว่าเราเป็นเพื่อนกัน ย้ำว่า "เคนกับอุ่นน่ะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้หรอก"

"พรุ่งนี้ขนข้าวของของนายออกไปจากบ้านฉันให้เร็วที่สุด ไม่งั้นฉันจะเอาไปทิ้งให้หมด" อุ่นฉุนขาดประกาศไล่ให้เฉดหัวออกไปเลย เคนยิ่งงง ยังไม่รู้ตัวอยู่ดี

ooooooo

แทนสิทธิ์รุกเนตรชนกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เมื่อมารับเธอไปฟังเพลงในบาร์หรูจัดห้องส่วนตัววีไอพี จนเธอถามว่าโอกาสพิเศษอะไรหรือเปล่า

แทนสิทธิ์ตอบอย่างภูมิใจว่าพิเศษสิครับ จากนั้นชวนเธอทานผลไม้เป็นสตรอเบอร์รี่หวานหอมพลางตักสตรอเบอร์รี่สดให้ เนตรชนกกัดเข้าไปก็ชะงัก เพราะเจอแหวนเพชรเม็ดงามอยู่ในผลไม้ เธอหยิบออกมามองอึ้ง แทนสิทธิ์รีบเอาไปเช็ดให้สะอาดแล้วเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าขอแต่งงาน

เห็นเนตรชนกตะลึงอึ้งอยู่ เขารีบพูดออกตัวว่าตนไม่ได้ เร่งรัดพร้อมเมื่อไหร่ค่อยให้คำตอบก็ได้ แต่พูดเมื่อเอาแหวนใส่กล่องส่งให้เธอว่า

"คุณเก็บแหวนวงนี้ไว้นะครับ คุณสวมมันเมื่อไหร่ ก็หมายความว่า คุณให้คำตอบผมแล้ว โอเคไหมครับ"

"โอเคค่ะ" เนตรชนกยิ้มให้รับกล่องแหวนไปถือไว้ แต่

เมื่อกลับมาถึงห้องพักก็เก็บกล่องแหวนไว้ในลิ้นชัก หยิบกล่องสร้อยรูปหัวใจไขว้ที่ชนม์ชนกให้ไว้ขึ้นมาดูอย่างเจ็บปวด หยิบแหวนของแทนสิทธิ์ขึ้นมาจะสวมแต่ก็ทำไม่ได้ เก็บไว้ที่เดิม ปาดน้ำตา บอกกับตัวเองว่า "ต้องไม่ร้องไห้เพราะเขาอีก"

ฝ่ายแทนสิทธิ์รุกมาทีละขั้นอย่างรวดเร็วจนถึงวันนี้ขอแต่งงานกับเธอ กลับไปฝันหวานส่งอีเมล์ถึงมิสเตอร์มาร์คอย่างลำพองใจว่า

"สวัสดีครับคุณมาร์ค หวังว่าคุณจะพอใจแบบที่สถาปนิกของผมออกแบบนะครับ อ้อ ผมกำลังจะแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของแกรนด์ รอแยล อินเตอร์
เนชั่นแนลทราเวล เร็วๆนี้แล้ว งานของเราไปได้สวยแน่"

ส่งอีเมล์แล้วนั่งยิ้มอย่างสบายใจ  ฝันหวานไปไกลแสนไกล...

ooooooo

ทิพย์ธิดาดำเนินแผนตามที่ตกลงกับแทนสิทธิ์อย่างเอาการเอางานโดยเฉพาะที่แทนสิทธิ์บอกให้เธอต้องเข้าไปอยู่ในทีมงานของชนม์ชนกให้ได้ ดังนั้นไม่ว่าชนม์ชนกจะไปไหน เธอตามติดไปทุกที่ เข้าร่วมทุกงานและออกความคิดเห็นอย่างเอาการเอางาน

การประชุมออร์กาไนเซอร์วันนี้เธอขอไปด้วย ปรากฏว่าบูธรีสอร์ตของแทนสิทธิ์กับของเขาอยู่ติดกันเพราะอยู่ในโลเกชั่นเดียวกัน

เนตรชนกไปดูบูธของพาราดิสโซบีชแล้วเธอก็ต้องสะเทือนใจเมื่อเห็นชนม์ชนกมากับทิพย์ธิดาและเห็นเขาประคบประหงมทิพย์ธิดาราวกับไข่ในหิน แม้แต่จะไปห้องน้ำก็ต้องประคองไปส่ง ระหว่างนั้นเขาเห็นเนตรชนกเดินไปที่บูธ

เขาจึงรีบเดินตามไป

ชนม์ชนกตามไปเตือนให้เธอระวังตัวเพราะอยู่คนเดียวที่คอนโดฯไม่ปลอดภัย เธอสวนไปทันทีว่าตนสบายดี คอนโดฯของแทนสิทธิ์ปลอดภัยแน่นอน ตัดบทไล่เขาไปเสียอย่ามายุ่งกับตนอีก พอดีกับที่ชนม์ชนกได้รับโทรศัพท์ตามจากทิพย์ธิดาเขาจึงต้องรีบไปรับเธอออกจากห้องน้ำ

เนตรชนกสะเทือนใจจนขอลางานกับแทนสิทธิ์ครึ่งวันเพราะรู้สึกเพลียๆ เขาจะพาไปหาหมอ เธอขอนอนพักเดี๋ยวคงหาย เขาจึงนัดว่าเย็นนี้เสร็จงานแล้วจะไปหา พูดหวานตาเยิ้มว่า

"ดูแลตัวเองดีๆนะ ผมเป็นห่วงรู้ไหม"

ooooooo

แผนทำลายคู่แข่งของแทนสิทธิ์กับทิพย์ธิดายังดำเนินต่อไปและลึกซึ้งร้ายกาจขึ้นทุกที วันนี้ทิพย์ธิดาก็มาดักขโมยคูปองแพ็กเกจลด 50 เปอร์เซ็นต์ ที่แมสเซนเจอร์เอามาส่งที่โรงแรมชนม์ชนก ทำให้พวกชนม์ชนกวุ่นวายกันไปหมดเพราะเป็นคูปองที่จะต้องใช้ พรุ่งนี้แล้ว

แต่ชนม์ชนกไม่ยอมจำนน เขาตัดสินใจเอาแบบที่มีอยู่มาถ่ายเอกสารสีแล้วเคลือบพลาสติกแทน แม้จะต้องทำจนดึกดื่นก็ต้องทำ  ใครอยู่ดึกไม่ได้ให้กลับไปก่อน  แต่ตัวเขาเองบอกว่าไม่เสร็จก็ไม่กลับ ทิพย์ธิดาทำตัวเป็นนางฟ้าอาสาช่วยเต็มที่ทันที

แต่ที่แท้เธอเอาคูปองที่ขโมยไปนั้นไปให้แทนสิทธิ์ พูดอย่างสะใจว่า ชนม์ชนกทำเพื่อดึงคนไปเที่ยวจะได้เพิ่มคะแนนโหวตแต่คงอดเสียแล้ว แทนสิทธิ์ชมว่าเยี่ยมมาก บอกให้เธอจัดการเรื่องแบบบูธต่อเลย

ทิพย์ธิดาลงมือทันทีแอบไปที่โต๊ะพนักงานหยิบซองแบบจัดบูธเที่ยวไทยของรีสอร์ตชนม์ชนกออกแล้วเอาแบบที่แทนสิทธิ์ให้ใส่แทน พนักงานไม่รู้อีโหน่อีเหน่หยิบซองนั้นไปส่งชนม์ชนก เขาเปิดดูแล้วเห็นว่าไม่เหมือนคอนเซปต์แบบสปอร์ตๆที่ให้ไป แต่ก็สวยดี อนุมัติให้จัดตามนี้ได้เลย

แอนนารับคำสั่งแล้วจะไปจ่ายงานเพื่อพนักงานจะได้ เตรียมของ ทิพย์ธิดาจับตาดูอยู่ ยิ้มอย่างสะใจที่แผนสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว

ooooooo

เย็นนี้หลังเลิกงานแล้วอุ่นมาหาเนตรที่คอนโดฯ เนตรถามว่าตนจะแต่งงานกับแทนสิทธิ์ดีไหมเพราะเขามาขอแต่งงาน อุ่นตกใจติงว่าเนตรชนกไม่ได้รักเขาไม่ใช่หรือ เธอตอบอย่างคนว้าเหว่ว่าเขาดีกับตนและที่สำคัญตอนนี้ "เนตรไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว มันเหนื่อย"


"เดี๋ยว นี่ไม่ใช่เหตุผลที่จะแต่งงานเลยนะ เนตรลืมคุณชนม์ได้แล้วเหรอ" เธอตอบว่าแทนสิทธิ์จะทำให้ลืมชนม์ชนกได้ อุ่นทักท้วงอีกว่า "คุณอา คุณปู่ คุณย่า ต้องไม่ยอมชัวร์"

เนตรชนกพูดอย่างมั่นใจว่าตนโตแล้วไม่จำเป็นต้องให้ใครมาอนุญาต อุ่นก็ยังทักท้วงให้คิดดีๆ

เวลาเดียวกัน ที่บ้านเทพไท เขาได้รับข้อมูลจากคนที่ให้ไปติดตามสืบประวัติแทนสิทธิ์ ฟังแล้วตกใจบอกให้สืบต่อไปอีกมีอะไรให้รีบรายงาน พอศศิมนถาม เขาเล่าอย่างหนักใจว่า

"ผมให้คนสืบประวัติคุณแทนสิทธิ์ เขาเคยเป็นนักพนัน ตอนนี้ก็กำลังสร้างกาสิโนหลายแห่ง ผมไม่อยากให้ยัยเนตรทำงานกับเขาแล้วสิ"

เทพไทหนักใจ ไม่อยากให้เนตรชนกทำงานอยู่กับแทนสิทธิ์ แต่แล้วครู่เดียวก็ตกใจแทบช็อก เมื่ออุ่นหน้าตาตื่นมาบอกว่าเนตรชนกจะแต่งงานกับแทนสิทธิ์แต่ตอนนี้กำลังคิดชั่งใจอยู่

เวลาเดียวกันนี้ แทนสิทธิ์ก็เร่งเอาใจเนตรชนกเต็มที่ ตกเย็นเขาหอบอาหารบำรุงและผลไม้มากมายมาให้เธอที่คอนโดฯทำให้เนตรชนกยิ่งซาบซึ้งใจ ในที่สุดเธอตัดสินใจหยิบแหวนเพชรมาสวมที่นิ้วนาง เดินออกไปยกมือให้แทนสิทธิ์ดูเป็นสัญญาณ ว่าตัดสินใจจะแต่งงานกับเขาแล้ว

"ผมดีใจที่สุดเลย คุณยอมแต่งงานกับผมแล้ว" แทนสิทธิ์ อุ้มเนตรชนกหมุนไปรอบๆ พอดีมีโทรศัพท์เข้ามือถือเนตรชนก แทนสิทธิ์
ถือวิสาสะหยิบดูโชว์ชื่อเทพไท เขาส่งให้ "คุณพ่อคุณโทร.มานี่ครับ บอกข่าวดีของเราให้ท่านทราบเลยสิครับ"

ที่แท้ เทพไทร้อนใจทนไม่ได้รีบโทรศัพท์มาเพื่อจะเตือนสติลูกเรื่องแทนสิทธิ์ แต่พอเอ่ยปากเตือนว่าคิดให้ดีเพราะแทนสิทธิ์ไม่ใช่คนดี เธอสวนไปทันทีอย่างไม่พอใจว่าตนตัดสินใจเองได้ ตัดบทว่ามีแขกแล้วตัดสายเลย

เทพไทยิ่งกังวล เนื้อนวลบอกว่าให้ไปหาเนตรชนกเลยดีกว่า จะได้คุยกันให้รู้เรื่อง เขาบอกแม่ว่า "พรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับแกเอง" แล้วทุกคนก็เงียบไปด้วยความเป็นห่วงเนตรชนก

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้นเทพไทไปหาเนตรชนกที่ออฟฟิศของแทนสิทธิ์บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เธออ้างว่ามีงานจนแทนสิทธิ์ขอให้ไปคุยกับ คุณพ่อเสีย เพราะไม่มีงานด่วนอะไร เธอจึงลุกไปคุยกับเทพไทที่ร้านอาหารแถวนั้น

เทพไทขอร้องอย่าแต่งงานกับแทนสิทธิ์ เธอพูดอย่างถือดีว่าเราต่างคนต่างอยู่แล้วจะมาเดือดร้อนอะไรด้วย ครั้น

เทพไทบอกว่าแทนสิทธิ์ทำธุรกิจผิดกฎหมาย เธอกลับหาว่า

ไปฟังใครใส่ร้ายเขาแล้วมาพูดต่อ ทำให้เทพไทที่ไม่อาจยกหลักฐานอะไรมาได้ในตอนนี้ ยืนกรานคำเดียวว่าจะไม่ยอมให้เธอแต่งงานกับแทนสิทธิ์เด็ดขาด

"คุณพ่อไม่ยอมเนตรก็จะแต่ง" เธอยืนกระต่ายขาเดียว ครั้นเทพไทบอกว่าจะแต่งกับคนอื่นพ่อไม่ว่าแต่ต้องไม่ใช่ แทนสิทธิ์ เธอพูดอย่างอวดดีว่า "ชีวิตนี้เป็นของเนตร เนตรจะเลือกเองค่ะ แล้วคนที่เนตรเลือกก็คือคุณแทน เนตรขอตัวนะคะมีงานต้องทำ" ว่าแล้วยกมือไหว้ลวกๆลาไปเลย

แต่พอเดินออกมาพ้นสายตาเทพไท เธอก็ทรุดลงนั่งร้องไห้อย่างเจ็บปวดแต่ก็สะใจที่ได้ทำแบบนั้น

ooooooo

เมื่อพนักงานของชนม์ชนกขนของแต่งบูธมาจัดปรากฏว่าเหมือนของรีสอร์ตแทนสิทธิ์ไม่มีผิด เขาโวยวายว่าก๊อบแบบของเขาไป
เนตรชนกผสมโรงด่าชนม์ชนกไปด้วยว่าทำได้ทุกอย่างเพื่อหวังชนะอย่างเดียว เลวที่สุด ทำเอาชนม์ชนกงงเพราะไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ

เมื่อการแต่งบูธเหมือนกันเปี๊ยบเช่นนี้ เนตรชนกเสนอให้ปรับปรุงดัดแปลงจากของที่มีอยู่นี่เอาก็แล้วกันเพื่อจะได้ไม่ เหมือนของชนม์ชนก

เมื่อมีปัญหาเช่นนี้ ชนม์ชนกเช็กกับแอนนา แอนนาโทร.เช็กกับอู๊ดที่เป็นคนออกแบบและลาพักครึ่งวัน อู๊ดยืนยันว่าเป็นความคิดของตนเองไม่ได้ก๊อบใครมาเลย ทำให้ชนม์ชนก อ่านเกมทะลุว่า

"อะไรนะ งั้นแบบนี้มาได้ยังไง ต้องเป็นฝีมือนาย

แทนสิทธิ์แน่ๆ มันส่งคนมาแอบเปลี่ยนแบบเราแหงๆ"

ส่วนคูปองที่ถูกขโมยไปจนชนม์ชนกต้องหาทางแก้ด้วยการเอาแบบที่มีอยู่มาถ่ายเอกสารสี ก็ถูกแทนสิทธิ์เยาะเย้ยว่าคูปองราคาหลายพันบาทแต่ถ่ายเอกสารสีมาดูไม่ลงเอาเสียเลย

แอนนาดูคูปองที่ทำมาอย่างพิจารณา บอกชนม์ชนกว่าดูออกจริงๆว่าถ่ายเอกสารสี เกรงลูกค้าจะหาว่าเราไม่ลงทุน ทำให้ชนม์ชนกตัดสินใจไม่ขายคูปองในงานนี้เลย

ในภาวะที่เจอปัญหาหนักหน่วงเช่นนี้ ทิพย์ธิดาแสดงตัวเป็นนางฟ้ายืนอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็แสดงความอ่อนแอเรื่องท้องเป็นระยะ วันนี้ก็ทำท่าจะเป็นลม จนชนม์ชนกเป็นห่วงจะพาไปหาหมอ

"พรุ่งนี้ไปด้วยกันนะคะ" ทิพย์ธิดาเสนอเขาจึงพาเธอไปพักผ่อน

ขณะนั้นเอง ชนม์ชนกก็ได้รับโทรศัพท์จากเทพไท

เขาฟังปลายสายแล้วตอบรับ ครู่ใหญ่ก็ออกไปพบเทพไทตามนัด เทพไทขอโทษที่ต้องนัดออกมากลางดึกเพราะชนม์ชนกเองก็กำลังเป็นเจ้าทุกข์ร่วมฟ้องร้องแทนสิทธิ์เรื่องที่ดินที่หาดนับดาวอยู่ แล้วจึงเอ่ยปากรบกวนเรื่องธุระของตนว่า

"ผมอยากขอร้องให้คุณไปหายัยเนตรกับผมหน่อยไปช่วยยืนยันกับแกว่านายแทนสิทธิ์ทำผิดกฎหมาย มีคดีติดตัวไม่ใช่คนดีอย่างที่ยัยเนตรเข้าใจ ผมอยากให้แกออกห่างนายแทนสิทธิ์เดี๋ยวนี้เลย ไม่อยากให้อยู่ต่ออีกแม้แต่วินาทีเดียว"

ชนม์ชนกพูดอย่างหนักใจว่า "คุณเนตรคงไม่ฟังผมหรอกครับ"

"แกอาจจะแสดงออกว่าไม่ฟังคุณ แต่ผมเชื่อว่า ลึกๆแล้วคนที่ยัยเนตรฟังก็คือคุณ"

ooooooo

แต่เมื่อไปถึงชนม์ชนกเล่าถึงการรวบรวมหลักฐานเบื้องหลังที่เลวร้ายของแทนสิทธิ์ เนตรชนกกลับหาว่าเขาใส่ร้ายป้ายสีแทนสิทธิ์ ทั้งยังบอกเทพไทว่าชนม์ชนกเป็นคนปั้นน้ำเป็นตัวเก่งจ้องทำลายแทนสิทธิ์ที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจตลอดเวลา ชนม์ชนกตัดบทว่าเมื่อเธอเชื่อเช่นนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก

เมื่อการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ เทพไทขอร้องลูกอย่าแต่งงานกับแทนสิทธิ์ เธอไม่แม้แต่จะฟังยืนกระต่ายขาเดียวว่าตนจะแต่งงานกับแทนสิทธิ์และรักเขาคนเดียว

"พ่อไม่มีวันยอมให้ลูกแต่งงานกับนายแทนสิทธิ์

เด็ดขาด พ่อจะทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางงานแต่งงานของเนตร"

สองพ่อลูกต่างจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่พอเทพไทไปแล้ว เนตรชนกก็คิดทบทวนถึงคำพูดของชนม์ชนกและเทพไท
แม้จะคิดและตรึกตรองแต่ความทิฐิถือดีจะเอาชนะทำให้เธอฮึดขึ้นมากว่าเก่า

วันต่อมาชนม์ชนกพาทิพย์ธิดาไปโรงพยาบาลเพื่อ

ตรวจร่างกายและทำอัลตราซาวนด์ตามคำแนะนำของเนื้อนวล หมอที่เป็นเพื่อนสนิทของชนม์ชนกเรียกเขาไปคุยส่วนตัวด้วยสีหน้ากังวล

หมอบอกเขาว่าลูกของเขาอาการไม่ปกติสงสัยจะเป็นอาการของโรคธาลัสซีเมีย แต่ต้องรอผลตรวจเลือดเด็กก่อน ถึงจะชัวร์ แต่ตอนนี้อยากจะขอตรวจเลือดของชนม์ชนกกับทิพย์ธิดาให้ละเอียดก่อน เพราะโรคนี้ต้องมีพ่อหรือแม่ที่เป็นโรคหรือเป็นพาหะทั้งคู่
เมื่อหมอบอกว่าทิพย์ธิดานั้นผลแล็บบอกว่าเป็น

แน่นอน ส่วนตัวเขาจำได้ว่าไม่ใช่ หมอตั้งข้อสังเกตว่าพาหะแค่ข้างเดียวเด็กก็ไม่มีทางเป็นโรคได้ ชนม์ชนกหน้าเครียด
ทันทีบอกให้หมอตรวจเลือดตนได้เลย

เมื่อไปพบทิพย์ธิดาอีกครั้ง เขาขอไปดูที่บูธแป๊บเดียวแล้วจะมารับเธอกลับบ้าน

ooooooo

เพราะเป็นห่วงลูกและรู้เจตนาของแทนสิทธิ์ดี เทพไทจึงไปเสนอว่าจะจัดทัวร์มาลงรีสอร์ตในเครือเขาทุกอาทิตย์และให้หุ้นในบริษัทตน 20% เพื่อแลกกับการเลิกกับเนตรชนก แทนสิทธิ์ไม่ยอมอ้างว่าตนรักเนตรชนกด้วยใจจริง

แต่แล้วเทพไทก็แทบช็อกเมื่อเนตรชนกบอกว่าตนจดทะเบียนสมรสกับแทนสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว โดยเธอเป็นฝ่ายชวนเขาจดเมื่อเช้านี้เอง แม้เธอจะสะใจที่ได้ทำแต่ก็เจ็บปวดกับความรู้สึกลึกๆของตัวเอง

เทพไทกลับบ้านเหมือนคนหัวใจแตกสลาย ศศิมนให้กำลังใจว่าอย่าเพิ่งสิ้นหวัง เรายังมีผู้กองอยู่และภาวนาขอให้ผู้กองได้หลักฐานเอาผิดกับแทนสิทธิ์ได้เร็วๆ

แทนสิทธิ์กำลังเหิมเกริมมาก ยิ่งเมื่อรีสอร์ตของเขาได้ติด 20 อันดับสุดยอดรีสอร์ตในอาเซียนก็ยิ่งผยองนัก จัดงานแถลงข่าวพร้อมกับแจ้งข่าวการแต่งงานของตนกับเนตรชนกด้วย

จากนั้นตอนบ่ายทั้งคู่ก็ไปสตูดิโอแต่งงาน ถ่ายรูปแต่งงานกันในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว เขาถามเนตรชนกเรื่องของชำร่วย เธอบอกว่ายังไม่ได้เลือกเอาไว้จะไปดูอีกที บอกเขาว่า

"เนตรว่าจะซื้อเลยไม่สั่งทำ อยากได้ของที่ชาวบ้านทำ ไม่อยากได้ของจากโรงงาน"

"งั้นก็ตามใจเลยครับ ไป...ไปถ่ายรูปกันต่อดีกว่า" ว่าแล้วจูงมือเธอไปถ่ายรูปอย่างมีความสุข ลิงโลดใจจนไม่ได้ สังเกตแววเศร้าในดวงตาของเนตรชนก...

ooooooo

ตอนที่ 14

ด้วยความสงสารหลานที่น้อยใจพ่อจนออกจากบ้านไปอยู่กับอุ่นแล้วยังต้องมาเสียใจเรื่องชนม์ชนกอีก เนื้อนวลจึงคิดจะพาหลานไปดูหนัง 3 มิติคลายเครียดกัน ทีแรกกะจะไปกัน 3 คนคือเนตรชนกกับปู่และย่า

แต่พอเนื้อนวลบอกว่าถ้าศศิมนสบายดีก็อยากชวนไปด้วยเพราะดูท่าเนตรชนกจะคลายความรู้สึกต่อต้านลงได้มากแล้ว ในที่สุดเลยตกลงไปกันทั้ง 4 คน คือทัดไท เทพไท เนื้อนวล และศศิมล

เนื้อนวลเป็นคนโทร.ไปบอกเนตรชนกให้ซื้อตั๋วหนังเพิ่มจากเดิมอีก 2 ใบ นัดเจอกันบ่าย 4 โมงที่หน้าโรงหนัง พอวางสายจากย่าหน้าเธอเจื่อนไปเล็กน้อยเพราะเดาได้ว่าศศิมนจะมาด้วย แต่ก็ไม่กังวล

หลังจากแต่งงาน จับชนม์ชนกได้อยู่หมัดแล้ว ทิพย์ธิดามีความสุขมาก ตรงกันข้ามกับชนม์ชนกที่เบื่อหน่ายไปหมดจนไม่อยากแม้แต่จะกินข้าว แอนนาเป็นห่วงเข้าไปถามเขาก็บอกว่ายังไม่หิว พอแอนนาออกมาทิพย์ธิดาก็เข้ามาพูดใส่หน้าแอนนาอย่างไม่พอใจว่า

"เรื่องอาหารเป็นหน้าที่ของภรรยา เลขาฯอย่าทำเกินหน้าที่สิจ๊ะ" ว่าแล้วก็เข้าไปอ้อนชวนชนม์ชนก "ออกไปทานข้าวกันนะคะ"

"ผมยังไม่หิว คุณไปทานเถอะ" ชนม์ชนกตอบอย่างเดิม ทิพย์ธิดาทำเป็นงอนและเอาลูกมาอ้างว่าถ้าเขาไม่ทานตนก็ไม่ทาน เราสองแม่ลูกจะอดข้าวพร้อมพ่อ ทำให้ชนม์ชนกจำต้องลุกไปกับเธอ

ooooooo

บ่ายแก่ๆขณะที่ครอบครัวเทพไทกำลังเดินมาทางโรงหนังนั่นเอง ศศิมนก็ได้รับโทรศัพท์จากชนม์ชนกให้ช่วยหาทางทำให้ทิพย์ธิดาไม่ต้องมาตามติดตนแจตลอดเวลาได้ไหมเพราะตนทนไม่ไหวจริงๆ

"ผู้หญิงท้องก็ยิ่งรักสวยรักงามนะคะ มนว่าพาไปทำเล็บมือเล็บเท้าก็ดีนะคะ ช่วยให้ผ่อนคลายไปด้วย" ศศิมนแนะนำ ชนม์ชนกถามว่าเธออยู่ที่ไหนหรือทำไมเสียงดังจัง จึงรู้ว่ากำลังพากันจะมาดูหนังกับเนตรชนก เขาถามอย่างสนใจว่า ที่ไหน พอศศิมนบอก เขาก็ทำได้แค่ฝากบอกทุกคนให้ดูหนังให้สนุกด้วยเท่านั้น

แต่ไม่ทันไปถึงโรงหนัง ศศิมนก็เกิดเจ็บท้องคลอดขึ้นมากะทันหันจนทุกคนตกใจต้องรีบพาเธอไปโรงพยาบาลทันที คุณหญิงกับชัชชัยได้ข่าวรีบตามไปโรงพยาบาลแต่ไม่ลืมโทร.บอกชนม์ชนก เขาบอกแม่ว่าจะรีบตามไปเดี๋ยวนี้

เนตรชนกไปซื้อตั๋วหนังรอบแรกไว้ 5 ใบ รอจนหนังฉายแล้วก็ยังไม่มีใครมาเลยไปซื้อรอบต่อไปฉายเวลา 20.10 น. แต่รอจน 20.40 น. ก็ยังไม่มีใครมาอีก เธอเริ่มตาแดงๆแต่ยังอดทนรอต่อไป

ที่โรงพยาบาล ทุกคนจากครอบครัวเทพไทและศศิมนไปรอฟังข่าวการคลอดอยู่อย่างใจระทึก ทุกคนลุ้นด้วยความตื่นเต้นว่าคลอดหรือยัง ผู้หญิงหรือผู้ชาย ความสนใจทุกคนรวมศูนย์อยู่ที่ห้องคลอดเท่านั้น

ครู่ต่อมาก็มีเสียงเด็กร้องไห้จ้าขึ้น เทพไทดีใจจนน้ำตาคลอ หมอบอกเขาว่า

"ยินดีด้วยนะคะ คุณได้ลูกชายค่ะ"

ขณะที่ทุกคนกำลังดีใจกับการได้หลานชายที่โรงพยาบาลนั้น เนตรชนกที่หน้าโรงหนังนั่งรอจนเลยเวลา เธอตัดสินใจไปซื้อตั๋วอีก 5 ใบในรอบสุดท้ายฉายเวลา 22.30 น. แล้วนั่งคอยอย่างมีความหวังว่ายังไงเสียคุณย่าก็ต้องมา รอบนี้มาไม่ทันอาจเป็นเพราะรถติด

นั่งคอยอยู่จนหนังรอบสุดท้ายฉายแล้วก็ยังไม่มีแม้แต่ เงาของใครเลย เนตรชนกมองตั๋วหนังในมือ 15 ใบ ลุกเดินไปทิ้งลงถังขยะอย่างเจ็บปวด ปาดน้ำตาแล้วเดินหงอยๆไป

ooooooo

ขณะชนม์ชนกเข้าไปแสดงความยินดีกับศศิมนนั้น เธอพูดขำๆว่าโชคดีที่ไม่ได้ไปคลอดในโรงหนังไม่ อย่างนั้นคงวุ่นน่าดู ทำให้ชนม์ชนกนึกขึ้นได้ว่าพวกเทพ-ไทนัดเนตรชนกไว้ว่าจะไปดูหนัง เขารีบออกไปที่รถทันที

ไปถึงห้างสรรพสินค้าขึ้นไปชั้นที่มีโรงหนัง พอประตูลิฟต์เปิดเขากวาดตามองไปทั่ว แต่เป็นเวลาที่เนตรชนกลงมาถึงชั้นล่างและออกจากลิฟต์ไปอย่างเศร้าๆแล้ว

ชนม์ชนกผ่านถังขยะหยิบตั๋วหนัง 15 ใบขึ้นมาดู พนักงานที่นั่นบอกเขาว่า

"น่าสงสารเขามากเลยค่ะ รอตั้งแต่ 4 โมง เพิ่งไปตะกี้นี้เอง"

"ไปเมื่อกี้หรือครับ ทางไหน" ชนม์ชนกถามเร็วปรื๋อ พอพนักงานชี้ไปทางลิฟต์เขาพุ่งไปทันที

ลงมาถึงหน้าห้างเขาเห็นเนตรชนกเดินปาดน้ำตาอยู่ไกลๆ เขาวิ่งตามไป ขณะนั้นเองได้ยินโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พอดูเห็นเป็นเบอร์ของทิพย์ธิดาเขากดทิ้ง วิ่งตามไปจนทันเนตรชนกคว้ามือไว้

พอเนตรชนกหันมาเห็นเขาเท่านั้น อารมณ์ที่เปราะบางอยู่แล้วก็พังทลายทันที น้ำตาร่วงพรู แววตาเจ็บช้ำอย่างสาหัส ชนม์ชนกสงสารจับใจพูดอย่างอ่อนโยนอบอุ่น

"ผมไปส่งคุณนะ"

เนตรชนกในสภาพหมดสิ้นเรี่ยวแรงทั้งกำลังกายและกำลังใจ เดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย

ooooooo

ทิพย์ธิดาอยู่ที่ร้านทำเล็บ พอโทร.ไปแล้วชนม์ชนกกดทิ้ง เธอโกรธจนหน้าเขียวขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ตาวาวราวกับจะลุกเป็นไฟ จนพนักงานในร้านพากันหัวหด เธอพรวดออกจากร้านไปทันที

ชนม์ชนกพาเนตรชนกมาส่งที่บ้านอุ่น เธอซึมเศร้าจนเขาทนไม่ได้ดึงเข้าไปกอดไว้ เนตรชนกที่กำลังเคว้งคว้างปล่อยให้เขากอด น้ำตาทะลักออกมาไม่หยุด ยิ่งเมื่อรู้จากเขาว่าที่ คุณปู่คุณย่าไม่มาตามนัดเพราะศศิมนเจ็บท้องคลอด เลยพากันไปส่งที่โรงพยาบาล บอกเธอว่าเธอได้น้องชาย ถามว่าดีใจไหม เนตรชนกก็ยิ่งน้อยใจที่ทุกคนลืมตนเพราะมัวหลงหลานใหม่อยู่

"นายรีบกลับไปหาเมียนายดีกว่า ฉันจะเข้าบ้าน" เนตรชนกเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้น จนชนม์ชนกหน้าจ๋อยคอตก จำต้องกลับไป แต่ทั้งสองหารู้ไม่ว่าทิพย์ธิดาตามมาแอบดูอยู่ พอชนม์ชนกออกไปเท่านั้น เธอก็ตรงเข้าไปที่บ้าน จิกผมเนตรชนกจนหน้าหงายตบสุดแรง เนตรชนกกำหมัดจะสู้แต่นึกได้ไม่อยากทำร้ายคนท้อง ได้แต่ตะโกนให้หยุด ตนไม่อยากทำอะไรคนท้อง

ooooooo

ร้านของเคนขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แทนสิทธิ์แสดงความยินดีด้วย บอกว่าอีกหน่อยต้องเปิดโรงงานกันแล้ว พลางก็ช่วยอุ่นกับเคนเก็บของเตรียมปิดร้าน บอกว่าเดี๋ยวตนจะไปส่งเพราะต้องการเอาเอกสารไปให้เนตรชนกอ่านคืนนี้พรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้า

พอขับรถมาถึงบ้านอุ่น เห็นทิพย์ธิดากำลังตบตีเนตรชนกอยู่ อุ่นปราดเข้าไปห้าม เคนตามไปปกป้องเนตรชนกไว้ ส่วนแทนสิทธิ์บอกทิพย์ธิดาว่าพอเถอะ ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

ทิพย์ธิดาฟ้องฉอดๆว่าทำไมเขาปล่อยเด็กของตัวเองมาให้ท่าสามีตนถึงกับกอดจูบกันหน้าบ้าน ตวาดถามเนตรชนกว่าไปขึ้นสวรรค์ลงนรกที่ไหนกันมา บอกมาเดี๋ยวนี้

เนตรชนกคร้านจะชี้แจงโทรศัพท์บอกชนม์ชนกให้กลับมารับเมียตัวเองกลับไปเสียอย่าให้มาอาละวาดเป็นหมาบ้าอยู่ แถวนี้

"คุณทิพย์ คุณมาทำอะไรที่นี่" ชนม์ชนกถามทันทีที่มาถึง ถูกเธอต่อว่าต่อขานว่าทิ้งตนไว้ที่ร้านทำเล็บแล้วตัวเองก็มาอยู่กับนังเด็กนี่ เอาลูกมาขู่อีกว่าตนกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่นะ แทนสิทธิ์ฉวยโอกาสช่วยถล่มด่าชนม์ชนกว่าไม่มีความรับผิดชอบ

ถูกรุมด่าขนาดนี้ชนม์ชนกรู้สึกตัวเองผิดจริงจึงไม่เถียง แต่พอเห็นเนตรชนกมีรอยแผลถูกทำร้าย เขารีบเข้าไปดูถามว่าเจ็บตรงไหนบ้าง ถูกเนตรชนกตอกหน้ากลับมาว่าตนต้องเจ็บเพราะเขา ไม่ต้องมายุ่งกับตนอีก แทนสิทธิ์แทรกเข้าไปทันทีว่า

"ฉันว่านายห่วงลูกเมียนายดีกว่า คุณเนตรน่ะฉันดูแลอยู่ ไม่ต้องมาห่วงหรอก ไปครับคุณเนตร ผมพาไปทำแผลนะ"

ความเจ็บใจทำให้เนตรชนกยอมให้แทนสิทธิ์อุ้มผ่านหน้าชนม์ชนกไปที่รถของเขา ชนม์ชนกเจ็บปวดจนบอกไม่ถูก ส่วนอุ่นกับเคนมองตากันปริบๆแล้วต่างก็ถอนใจ

เมื่อกลับถึงบ้าน ชนม์ชนกขอโทษทิพย์ธิดาที่ละเลยเธอแต่เธอก็ไม่น่าทำร้ายเนตรชนกขนาดนั้น ทิพย์ธิดาอ้างว่าที่ตนทำเพราะรักและหวงเขา ในที่สุดทั้งคู่ต่างขอโทษกัน ชนม์ชนก ขอร้องเธอว่า

"คุณต้องเข้าใจนะครับว่า ชีวิตคู่ที่ไม่ได้เริ่มมาจากความรักน่ะมันต้องใช้เวลาและเราทั้งคู่ต้องใช้ความอดทนกันให้มากนะครับ"

"เพื่อชนม์ เพื่อลูกของเรา ทิพย์จะพยายามค่ะ" ทิพย์ธิดาซบอกเขาอย่างมีความสุข ชนม์ชนกเองก็พยายามเปิดใจยอมรับเธอให้มากขึ้น

ooooooo

เนตรชนกนอนทบทวนถึงอดีตเมื่อสมัยตนยังเด็กได้รับการดูแลประคบประหงมราวไข่ในหิน เธออ้อนย่าให้สัญญาว่าจะรักตนคนเดียวตลอดไป แต่วันนี้เธอเสียใจว่าคุณย่าผิดสัญญาแล้ว

ปู่กับย่ากำลังเห่อหลานชายคนใหม่จริงๆ เทพไทตั้งชื่อลูกว่า "ภพชนก" ให้คล้องจองกับ "เนตรชนก" พอเอ่ยชื่อเนตรชนก เนื้อนวลจึงจำได้ว่านัดดูหนังกับหลาน ทัดไทเสนอให้รีบไปขอโทษหลาน

ในที่สุดตกลงกันว่าให้ทัดไทกับเทพไทไปขอโทษเนตรชนก ส่วนเนื้อนวลจะอยู่ดูแลศศิมนเอง ศศิมนฝากไปขอโทษด้วยคน เทพไทฉุกคิดอะไรได้บอกเธอว่า

"ผมว่าคุณกับคุณแม่น่ะ พูดกับยัยเนตรเองเลยดีกว่า"

เนื้อนวลกับศศิมนมองหน้าเทพไทงงๆว่าเขาคิดอะไรอยู่

ooooooo

ในที่สุดทุกคนก็ได้พูดกับเนตรชนก เทพไทกับทัดไทไปด้วยตัวเอง ส่วนเนื้อนวลกับศศิมนอัดวิดีโอไป แถมยังมีรูปของภพชนกกำลังน่ารักไปให้ดูด้วย

ทุกคนขอโทษเนตรชนกที่ไม่ได้มาตามนัด ด้วยเหตุผลเดียวกันคือเจ็บท้องคลอดน้องกะทันหัน เหตุการณ์ฉุกละหุกกะทันหันวุ่นวายจนไม่ทันได้คิดกัน

กระนั้นเนตรชนกก็ยังน้อยใจที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนสำคัญที่สุดของคุณปู่กับคุณย่า ส่วนคุณพ่อนั้นเธอเลิกคิดไปนานแล้ว เนตรชนกพูดตบท้ายด้วยน้ำเสียงขมขื่นน้อยใจว่า

"แต่ตอนนี้ เนตรซึ้งแล้วค่ะ ว่าแม้แต่คุณปู่คุณย่าก็ไม่มีเนตรอยู่ในสายตา"

เมื่อเรื่องกลับกลายเป็นแบบนี้  เทพไทชวนพ่อกลับไปก่อนวันหลังลูกอารมณ์ดีค่อยมาคุยใหม่

เนตรชนกมองปู่กับพ่อที่พากันกลับไปด้วยความน้อยใจจนบอกไม่ถูก ครู่เดียวเธอก็โทรศัพท์ไปคุยกับแทนสิทธิ์เพื่อจะขอย้ายไปอยู่ที่คอนโดฯของเขา แทนสิทธิ์อ้าแขนรับทันที เธอบอกเขาว่าจะย้ายไปวันนี้เลย

เคนกับอุ่นมาเจอเนตรชนกเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าถามว่าทำอะไร  จะไปไหน  พอรู้ว่าเพื่อนจะย้ายไปอยู่คอนโดฯของแทนสิทธิ์ อุ่นติงว่าจะดีหรือ

"ทำไมล่ะ คุณแทนเป็นคนดี เขาดีกับเราจะตาย แล้วก็ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันสักหน่อย อย่าห้ามเลย ฉันตัดสินใจแล้ว" พูดตัดบทแล้วเก็บของต่ออย่างไม่สนใจเพื่อนทั้งสองที่มองอย่างหนักใจ

ooooooo

ในแวดวงธุรกิจการท่องเที่ยว กำลังมีการแข่งขันไต่อันดับขึ้นสู่สุดยอดรีสอร์ตในอาเซียน ปรากฏว่ารีสอร์ตของแทนสิทธิ์กับชนม์ชนกกำลังเบียดกันเข้าสู่ อันดับที่ 20 ด้วยคะแนนสูสีกัน

แล้วจู่ๆก็มีรังแตนโยนเข้ามาในบริเวณรีสอร์ตของ ชนม์ชนกอีก เขาสั่งลูกน้องให้รีบเคลียร์และดูแลแขกที่บาดเจ็บให้ดีด้วย พอวางสายจากลูกน้องเขาพึมพำอย่างเจ็บใจ

"แกเล่นสกปรกอีกแล้วนะแทนสิทธิ์"

ส่วนแทนสิทธิ์หลังจากจัดห้องที่คอนโดฯให้เนตรชนกอยู่แล้ว เขาปลุกเร้าให้เนตรชนกมาช่วยกันทำรีสอร์ตให้ติดอันดับ 20 ให้ได้ พูดยุให้เนตรชนกฮึดสู้ว่าตอนนี้กำลังชิงเข้าอันดับ 20 อยู่กับรีสอร์ตของชนม์ชนก เนตรชนกอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วบอกเขาอย่างมุ่งมั่นว่า

"เนตรจะทำอย่างเต็มที่ค่ะ เราต้องชนะ"

ooooooo

เมื่อทุกคนที่โรงพยาบาลรู้ข่าวเนตรชนกย้ายหนีไปอยู่คอนโดฯของแทนสิทธิ์ ต่างพากันเป็นห่วงเทพไทบอกว่าตนได้ให้คนคอยดูแลและรายงานเป็นระยะแล้ว    ศศิมนเห็นด้วยเพราะแทนสิทธิ์เป็นคนดูไม่น่าไว้ใจเลย

จริงอย่างที่ทุกคนกังวลเป็นห่วง เพราะแทนสิทธิ์โทร.ไปเล่าเรื่องนี้ให้ทิพย์ธิดาฟังอย่างสะใจว่า

"นึกไม่ถึงจริงๆ อยู่ดีๆเนื้อก็เดินทางมาเข้าปากเสียเอง"

ทิพย์ธิดาสะใจยิ่งกว่า ย้ำเตือนเขาอย่าปล่อยให้เนื้อหลุดจากปากไปก็แล้วกัน ส่วนชนม์ชนกนั้นทิพย์ธิดาบอกว่า จะทำให้เขาเห็นหัวตนให้ได้ เมื่อเงินของเธอไม่มีความหมายกับเขา แทนสิทธิ์เสนอว่าก็ต้องทำให้เขาหมดตัวก่อน รับรองว่าเงินของเธอมีความหมายแน่ ทำให้ทิพย์ธิดาลิงโลดขึ้นทันทีว่า

"ไม่เลวนะคะ ให้กิจการของชนม์เจ๊ง แล้วทิพย์ก็จะเป็นนางฟ้าผู้ใจดีมาโอบอุ้ม"

"เรื่องนี้ไม่ยากหรอก ผมจะช่วยคุณเอง" แทนสิทธิ์ขันอาสา ต่างยิ้มกันกับแผนร้ายนี้

ooooooo

ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน คืนนี้อุ่นนอนฝันว่าเนตรชนกถูกแทนสิทธิ์บุกเข้าไปลวนลามถึงในห้องนอน พอสะดุ้งตื่นก็นึกเป็นห่วงเพื่อน เลยชวนเคนไปหาเนตรชนกที่คอนโดฯ

ไปถึงเจอประตูห้องไม่ได้ล็อกกุญแจจริงๆ พอตำหนิเนตรชนกก็ทำหน้างงๆเพราะตนล็อกไว้แล้วแต่คิดว่าคงล็อกไม่สนิท อุ่นเตือนว่าต่อไปต้องระวังอย่าลืมล็อกแล้วก็ให้เอาโซ่คล้องไว้ด้วย

ขณะทั้งสามอยู่ในห้องนั้น ที่หน้าห้อง แทนสิทธิ์ย่องกริบมา พอรู้ว่าอุ่นกับเคนมาก็บ่นอย่างหัวเสีย "มาทำไมตอนนี้วะ"

ooooooo

สายวันต่อมา "คณะกรรมการสุดยอดรีสอร์ตอาเซียน" ได้จัดสัมมนาผู้เข้ารอบที่ห้องประชุมใหญ่ เนตรชนกมากับแทนสิทธิ์ และแอนนามากับชนม์ชนก ทั้งสองทักทายกันแบบไก่เห็นตีนงูงูเห็นนมไก่ แขวะกันพอหอมปากหอมคอ ชนม์ชนกพูดถึงเรื่องรังต่อ ส่วนเนตรชนกก็แสดงตัวยืนเคียงข้างแทนสิทธิ์อย่างเปิดเผย กระทั่งแก้ต่างให้แทนสิทธิ์เรื่องรังต่อว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้น ทั้งยังควงแขนแทนสิทธิ์ไปบอกว่าอย่าพูดกับคนพาลแบบนั้นเลย จงใจตอกหน้าฉีกหน้าชนม์ชนกอย่างสะใจ

แต่พอกลับถึงออฟฟิศตอนบ่าย เนตรชนกก็ถามแทนสิทธิ์อย่างติดใจสงสัยว่า เป็นไปได้ไหมที่จะมีคนเอารังต่อไปโยนไว้จริงๆ แทนสิทธิ์โวยวายว่าใครจะไปทำอย่างนั้น ถามดักคอหมายจะเบรกเธอว่า

"คุณเป็นห่วงเขาเหรอ" เนตรชนกปฏิเสธอ้างว่ากลัวจะมีคนทำแบบนี้กับเราบ้าง "อ๋อ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ รีสอร์ตเราผมดูแลอย่างดี"

เนตรชนกทำท่าโล่งใจ แทนสิทธิ์รุกต่อ ตำหนิตัวเองว่าเดือนก่อนตนยุ่งๆไม่มีเวลาดูแลเธอเท่าไหร่ ต่อไปนี้จะดูแลเธอให้มากขึ้น พลางกุมมือเธอขึ้นจูบหลังมืออย่างอ่อนโยน เนตรชนกอึ้งไปนิดหนึ่งแต่ก็พยายามยิ้มกลบเกลื่อน บอกเขาว่า "แค่นี้คุณก็ดูแลเนตรดีมากแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ"

เวลานี้ ในบรรยากาศนี้ เนตรชนกตัดสินใจแล้วว่าเธอจะต้องลืมชนม์ชนกให้ได้และหันมามองแทนสิทธิ์แทน

0ooooooo

การถูกโยนรังต่อมาทำร้ายแขกที่มาพัก ทำให้ คะแนนโหวตรีสอร์ตของชนม์ชนกตกฮวบไป เมื่อเขาบ่นกับแอนนาและทิพย์ธิดา แอนนาเสนอให้เอางูไปปล่อยทางโน้นบ้าง เขาห้ามเด็ดขาดกลัวแขกที่มาพักได้รับอันตราย ทิพย์ธิดาแสดงความเป็นห่วงเสนอให้ติดกล้องวงจรปิดไว้รอบๆรีสอร์ตอย่าให้ใครแอบเข้ามาได้

"ก็ดีครับ จัดการตามนั้นเลยแอนนา" ชนม์ชนกเห็นด้วย ทิพย์ธิดายิ้มพอใจที่เขายอมรับความคิดของตน

แต่พอตกเย็นชนม์ชนกก็ขับรถไปที่คอนโดฯของแทนสิทธิ์ เพราะศศิมนโทร.บอกว่าเนตรชนกย้ายไปอยู่ที่นั่น ทิพย์ธิดาที่เกาะแจมาด้วยถามว่าเขามาที่นี่ทำไม ชนม์ชนกตอบไปส่งเดชว่า

"ผมจะแวะซื้อขนมแถวนี้ไปฝากคุณแม่น่ะครับ ร้านอยู่ใกล้ๆ"

พลันชนม์ชนกก็ชะงัก เมื่อเห็นรถแทนสิทธิ์ขับเข้ามาจอดหน้าคอนโดฯ...

ooooooo

ตอนที่ 13

วันนี้เนตรชนกตื่นมาใส่บาตรแต่เช้าจนอุ่นทักว่านึกยังไง เธอบอกแค่ว่าพอดีตื่นเช้าแต่ในใจนึกน้อยใจที่เพื่อนจำวันเกิดตนไม่ได้

แต่พอเข้าบ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากชนม์ชนกนัด 8 โมงไปเจอกันที่บูธ เธอบอกว่าไม่ต้องมารับจะไปเอง พอไปถึงชนม์ชนกจูงไปดูบูธที่สร้างสไตล์ญี่ปุ่นสวยเก๋จนเธออุทาน "โห...สวยจัง"

"โครงเสร็จแล้วทีนี้ก็เหลือแต่ช่วยกันลงสี พร้อมไหม"

"ไฟต์ติ้ง" เนตรชนกร้องยกมือตีกันกับชนม์ชนกพร้อมสู้ จากนั้นก็ช่วยกันทาสี ทาไปหยอกล้อกันไปแกล้งกันไปอย่างสนุกสนาน

เวลาเดียวกันที่บ้านใหม่ของอุ่น ทุกคนที่มาเตรียมงานต่างทำหน้าที่ของตัวเองกันอย่างขะมักเขม้น เทพไทขอเป็นคนแต่งหน้าเค้กเองเพราะอยากให้ลูกรับรู้ถึงความรักที่พ่อมีให้

ชนม์ชนกทาสีกับเนตรชนกจนห้าโมงกว่า ชวนพอก่อนเพราะเย็นแล้ว เนตรชนกตกใจเพราะบอกเพื่อนที่บ้านว่าจะออกมาซื้อข้าวแป๊บเดียวป่านนี้คงหิวกันแย่แล้ว ชนม์ชนกเลยได้โอกาสชวนกลับอ้างว่าเดี๋ยวเคนกับอุ่นจะสงสัย

แต่พอขับรถมาเกือบถึงหน้าบ้านอุ่น ชนม์ชนกก็ชวนลงเดินเข้าไปอ้างว่าเพื่อจะได้ปดว่ารถเสียเลยกลับค่ำ พลางก็เอาหน้ากากรูปหน้าเด็กญี่ปุ่นน่ารักออกมาหว่านล้อมหลอกล่อให้เธอใส่ เพื่อให้เคนกับอุ่นตกใจจะได้ลืมเรื่องที่เรามาช้า

"ต๊องไปรึเปล่าเนี่ย" เนตรชนกถามแต่ก็ยอมใส่ ชนม์ชนกรีบประคองพาเดินไป เนตรชนกจึงรู้ว่าหน้ากากของตนไม่ได้เจาะตรงตา ชนม์ชนกทำเป็นนึกได้ช่วยเอาออก

พอถอดหน้ากากเท่านั้น ทุกคนที่รออยู่ก็ดึงกรวยสายรุ้งพร้อมกับร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ประสานเสียงกันขึ้น เทพไทประคองเค้กมาให้ หน้าเค้กแต่งเป็นรูปปู่ย่าและตัวเขาอุ้มเนตรชนกในวัยเด็กชูขึ้นเหนือหัว ทุกคนยิ้มแย้มมีความสุขมีตัวหนังสือ"สุขสันต์วันเกิดนะลูกรัก"

เนตรชนกถึงกับน้ำตาคลอกับการเซอร์ไพรส์นี้ ยิ่งเมื่อพ่อ ปู่ ย่า และชัชชัยกับคุณหญิงรวมทั้งศศิมนพากันมาอวยพร เนตรชนกก็ถึงกับอึ้ง แม้จะหน้าตึงๆกับศศิมนแต่ก็ไม่น่าเกลียด เธอเอ่ยขอบคุณทุกคน ขอบใจอุ่นกับเคนที่อยากให้ตนมีความสุข

ที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นคือ ชนม์ชนกเดินมาบอกขณะเธอเดินเล่นอยู่ตามลำพังว่า

"ผมอยากให้คุณรู้ว่าทุกๆคนรักคุณมากแค่ไหน สุขสันต์ วันเกิดนะครับ มีความสุขมากๆตลอดไปนะ" พูดแล้วหยิบกล่องผูกโบออกจากกระเป๋า เปิดให้ดูเป็นสร้อยคอมีจี้เพชรรูปหัวใจคล้องกัน

"ขอบคุณนะ" เนตรชนกยิ้มเขินๆ ชนม์ชนกขอเป็นคนสวมให้พูดหวานว่าหัวใจเธอกับเขาคล้องกันอยู่ แล้วทำใจกล้าจะบอกรัก แต่ใจไม่ถึง ติดอ่างอยู่แค่ "ผม...ผม...ผม...อยากจะบอกว่า..."

เนตรชนกมองลุ้นเต็มที่ สุดท้ายชนม์ชนกหลุดออกมากลายเป็นว่า

"ผม...หิวแล้ว เราไปหาอะไรทานกันเถอะ"

เนตรชนกเซ็งจนบอกไม่ถูกเดินเลยไปทันทีบ่นเบาๆ "โธ่เอ๊ยนึกว่า..." บ่นแล้วก็อดขำไม่ได้ ส่วนชนม์ชนกยกมือทำท่าเขกกะโหลกตัวเองด่า "ไอ้ปอดแหกเอ๊ย..." แล้วเดินตามเนตรชนกเข้าบ้านไป

แม้จะพูดบอกรักเนตรชนกไม่ออก แต่ตลอดงานชนม์ชนกก็อยู่เคียงข้างเธออย่างมีความสุขท่ามกลางสายตาของทุกคนที่พากันมองลุ้นและแอบเชียร์เต็มที่

ooooooo

รุ่งขึ้น   ด้วยการลุ้นอย่างเต็มที่ของชัชชัยและคุณหญิง ชนม์ชนกบอกพ่อกับแม่ว่ายังไงวันนี้ก็ต้องบอกเนตรชนกให้ได้

ที่บ้านอุ่นข้าวของเครื่องใช้ในการจัดงานเมื่อคืนยังไม่ได้เก็บกวาดเลย อุ่นต้องพาเคนไปเรียนทำอาหารญี่ปุ่น เนตรชนกจึงอาสาทำเองไม่ต้องห่วง แต่ก็พอดีชนม์ชนกมาถึง จึงช่วยกันทำจนเหงื่อไหลไคลย้อย ระหว่างนั้นชนม์ชนกพยายามจะบอกรักเธอแต่ยังไม่มีจังหวะเหมาะ

เก็บข้าวของเสร็จเนตรชนกบอกให้เขาไปล้างหน้าเสียเขาทำเสียงอ้อนๆว่าสงสัยต้องสระผมด้วย เธอรู้ใจเลยช่วยสระผมให้

ระหว่างนั้นเองทิพย์ธิดาก็มาถึง ทำทีมาอวยพรวันเกิดแต่พอพูดจริงๆกลับกลายเป็นว่า

"ฉันขอโทษนะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเคยทำไม่ดีกับเธอ และที่ฉันทำลงไปก็เพราะฉันรักและก็หวงชนม์มากแต่วันนี้ฉันรู้แล้วว่าหัวใจของชนม์นั้นมีแต่เธอ"

เนตรชนกอึ้งกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของทิพย์ธิดา ฝ่ายนั้นยังแสดงท่าทียอมถอยออกมาเป็นแค่เพื่อนที่ดีของชนม์ชนก แต่ก็ทำเป็นเตือนเนตรชนกบอกให้รู้ถึงความลึกซึ้งระหว่างตัวเองกับชนม์ชนกในทีว่า

"ดูแลเขาให้ดีๆนะ เพราะชนม์เขาเป็นคนจริงจังกับงาน เวลาทำงานแล้วไม่ยอมกินข้าวกินปลา เธอต้องเตือนเขาและเขาเป็นคนรักครอบครัวและลูกน้องมาก เธอก็ควรจะต้องรักและพยายามเข้ากับพวกเขาให้ได้ อย่าทำตัวให้เขาลำบากใจเหมือนฉันรู้ไหม"

เนตรชนกขอบใจ ทิพย์ธิดาบอกว่าไม่ต้องขอบใจขอแค่เธอทำให้ชนม์ชนกมีความสุขตนก็พอใจแล้ว ทำให้ชนม์ชนกซึ้งใจมาก แต่พอทิพย์ธิดาออกไปอึดใจเดียว อุ่นก็วิ่งมาบอกว่าทิพย์ธิดาเป็นลมอยู่หน้าบ้าน ชนม์ชนกรีบพาเธอไปหาหมอ ผลการตรวจปรากฏว่าเธอท้องได้ 3 เดือนแล้ว

ชนม์ชนกอึ้งสนิท ในขณะที่เนตรชนก อุ่น และเคนสบตากันงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น

ทิพย์ธิดาเป็นคนเปิดเผยด้วยการทำเป็นบอกชนม์ชนกว่าตนป้องกันดีแล้วไม่รู้พลาดได้อย่างไร ย้ำชัดว่า "แกเป็นลูกของเราค่ะชนม์"

เหมือนฟ้าถล่มทลายลงมาตรงหน้า เนตรชนกช็อกมองชนม์ชนกอย่างเจ็บปวดแล้ววิ่งหนีไปท่ามกลางสายฝน ชนม์ชนกทำท่าจะตาม ทิพย์ธิดาทำเป็นหน้ามืดขึ้นมาอีกเขาเลยต้องกลับมาดูแลเธอ

ooooooo

อุ่นกับเคนตามเนตรชนกกลับมาถึงบ้าน ครู่ใหญ่ ชนม์ชนกส่งทิพย์ธิดาถึงที่พักแล้วเขารีบมาหาเนตรชนกทันที แต่เธอไม่ต้องการเห็นหน้าเขาอีกแล้ว ลุกเดินหนีแต่ชนม์ชนกตามไปคว้าแขนไว้ เนตรชนกถามว่ามาทำไม ชนม์ชนกพยายามจะพูดแต่พูดไม่ออกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่เนตรชนกร้องไห้อย่างสุดกลั้นวิ่งเข้าบ้านไป ชนม์ชนกยังตามเข้าไปอีก เอ่ยขอโทษ เธอรับไม่ได้ด่าเขาว่าเป็นคนหลอกลวง มีเมียแล้วและกำลังจะมีลูกยังกล้ามาบอกรักตน

ชนม์ชนกยอมรับว่า "คือ...ผมยอมรับว่าเคยมีอะไรกับเขาจริง แต่..."

"พอแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว กลับไปหาลูกเมียนายเสีย แล้วก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก" พูดแล้ววิ่งขึ้นชั้นบนทันที ชนม์ชนกได้แต่ยืนซึมคอตกอยู่ตรงนั้น

ooooooo

กลับถึงบ้านในสภาพเปียกม่อลอกม่อแลก ชนม์ชนกก็โผเข้าซบไหล่พ่อร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เมื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อกับแม่ฟังแล้ว คุณหญิงบอกว่า ตนก็ไม่ได้รังเกียจทิพย์ธิดา แต่ก็รู้ว่าเขาไม่ได้รักเธอ ส่วนชัชชัยถามว่าแน่ใจหรือว่านั่นเป็นลูกตัวเอง

ชนม์ชนกยอมรับว่าช่วง 3 เดือนก่อนตนเคยยุ่งกับทิพย์ธิดาจริง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องรับผิดชอบ กระนั้นชัชชัยก็ยังติงว่าควรคุยกับทิพย์ธิดาเสียให้รู้เรื่อง เพราะชีวิตคู่ต้องมีพื้นฐานของความรักไม่อย่างนั้นอยู่กันไปก็ไม่มีความสุข

ที่บ้านอุ่น เนตรชนกขึ้นไปนอนร้องไห้ที่ห้อง อุ่นกับเคนเดินเข้ามามองเพื่อนอย่างสุดสงสาร พออุ่นเข้ามาเนตรชนกก็โผเข้ากอดร้องไห้อย่างหนัก อุ่นกอดปลอบใจว่า

"ร้องเสียให้พอนะเพื่อน ต่อไปจะได้ไม่ต้องร้องไห้อีก"

ดึกแล้ว อุ่นหลับสนิทในขณะที่เนตรชนกยังนอนร้องไห้อยู่ เธอพยายามกลั้นสะอื้นไม่ให้เสียงลอดออกมา ยิ่งคิดถึงวันเวลาที่ดีต่อกันกับชนม์ชนกก็ยิ่งเจ็บปวด ซึ่งก็ไม่ต่างกับชนม์ชนก แต่พอคิดถึงที่ทิพย์ธิดาบอกว่าท้องกับเขา ชนม์ชนกก็สะอื้นในอกอย่างเจ็บปวดสาหัส

ooooooo

เมื่อทิพย์ธิดาปูทางให้เช่นนี้แล้ว แทนสิทธิ์เปิดฉากรุกเนตรชนกอย่างรวดเร็ว เขาซื้อของฝากจากฮ่องกงมามากมาย ฝากทั้งเธอทั้งปู่ย่ากระทั่งศศิมน

นอกจากซื้อของฝากมากมายแล้ว เมื่อรู้ว่าทัดไทชอบตีกอล์ฟเขาอ้อนฝากตัวเป็นศิษย์อ้างว่า เพิ่งจะหัดตี ทัดไทตอบรับตามมารยาท

เมื่อตัดสินใจแล้ว ชนม์ชนกบอกทิพย์ธิดาว่า เราควรจะแต่งงานกันโดยเร็วที่สุด ตนต้องยอมรับทุกอย่างที่เกิดขึ้นและที่จะตามมา

ขณะที่ชนม์ชนกกำลังคุยกับทิพย์ธิดานั่นเอง เขาได้รับโทรศัพท์จากศศิมนที่เธอแอบมาโทร.ที่หลังบ้าน บอกว่าแทนสิทธิ์บุกมาตีสนิทกับคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ ไม่รู้ว่ามีแผนอะไรหรือเปล่า ให้เขาดูๆไว้ด้วยเพราะเป็นห่วงเนตรชนก ชนม์ชนก
จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้น้องสาวฟัง ศศิมนตกใจมากแต่เธอก็ไม่อยากเชื่อว่าจริง

ส่วนที่บ้านเทพไท พอแทนสิทธิ์ลากลับพร้อมกับเกริ่นกรุยทางว่า วันหลังจะมาใหม่แล้วกลับไปกับเนตรชนก จากนั้นทัดไท เนื้อนวล และศศิมน ต่างรู้สึกไม่ชอบมาพากลกับการรุกหนักของแทนสิทธิ์ และยิ่งเมื่อรู้เรื่องของชนม์ชนกกับทิพย์ธิดาแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองก็สงสารหลานตัวเองและเสียดายชนม์ชนก

ooooooo

ออกจากบ้านเทพไทแล้ว เนตรชนกจะไปแต่งบูธของเคนให้เสร็จ แทนสิทธิ์ขอตามไปช่วยด้วย พอรู้ว่ามาทำที่ช็อปโรงแรมของชนม์ชนกเขาเสนอทันทีว่าไปที่อาเขตของตนดีกว่า เธอจะได้ไม่ต้องถูกนินทา เพราะชนม์ชนกกำลังจะมีลูกกับทิพย์ธิดา อีกหน่อยเขาก็ต้องแต่งงานกันแล้ว

"ค่ะ เนตรก็ไม่อยากมาที่นี่อีกเหมือนกัน รีบทำให้เสร็จดีกว่า" เนตรชนกเก็บกลั้นความเจ็บปวดของตัวเอง ชวนกันเร่งมือทำงานให้เสร็จจะได้รีบไป

ระหว่างนั้น ชนม์ชนกมาที่บูธเพื่อจะทาสีตกแต่งให้เสร็จ ถูกแทนสิทธิ์พูดกระแนะกระแหนว่า เอาเวลาไปเตรียมงานแต่งงานดีกว่า ทั้งสองจึงเกิดปากเสียงกันเล็กน้อย ในที่สุดแทนสิทธิ์ชวนเนตรชนกย้ายไปที่อาเขตของตนดีกว่า

"ก็ได้ค่ะ นายชนม์ บูธอันนี้นายเก็บไว้ก็แล้วกันนะฉันไม่เอาแล้ว ร้านของเคนก็จะไม่มาเปิดที่นี่เหมือนกัน เรากลับกันเถอะค่ะคุณแทน"

แล้วทั้งสองก็เดินออกไปด้วยกัน ทิ้งให้ชนม์ชนกก้มหน้าด้วยความเจ็บปวดอยู่คนเดียว แต่อึดใจเดียวทิพย์ธิดาก็ตามมา เธอมองเขาอย่างแค้นใจที่มาทำงานให้เนตรชนก รีบเดินตามแทนสิทธิ์กับเนตรชนกออกไป ขอคุยกับเนตรชนก แทนสิทธิ์รู้แกวขอตัวไปรอที่รถเปิดทางให้ทิพย์ธิดาได้แสดงบทบาทเต็มที่

ทิพย์ธิดาทำเป็นขอโทษเนตรชนก ยืนยันว่าทีแรกตนยอมแพ้เนตรชนกแล้วจริงๆ แต่โชคชะตาทำให้ตนท้องกับชนม์ชนกหรือบางทีเราอาจเป็นเนื้อคู่กันก็ได้

"พูดจบแล้วใช่ไหม ฉันขอตัว" เนตรชนกทนฟังอยู่นาน แต่พอจะไปจริงๆ ทิพย์ธิดายังพูดตามหลังว่า หวังว่าเนตรชนกคงไม่โกรธตนสองคน เนตรชนกหันมาพูดอย่างอหังการว่า "ทำไม ฉันต้องโกรธด้วย ฉันไม่แคร์เลยด้วยซํ้า ต่อไปอย่าเอาเรื่องนี้มาพูดกับฉันอีก มันน่ารำคาญ" พูดแล้วรีบเดินหนีก่อนที่ทิพย์ธิดาจะเห็นความเจ็บปวดของตน

หลายวันต่อมา บูธของเคนถูกรื้อเอาไปเก็บไว้ในห้องเก็บของ ชนม์ชนกยังทำใจไม่ได้ เดินเข้าไปดูซากเหล่านั้นด้วยความเจ็บปวดกับความสูญเสีย...

เวลาเดียวกัน เคนกำลังตื่นเต้นกับการเปิดร้านที่อาเขตของแทนสิทธิ์ อุ่นยังอดเป็นห่วงความรู้สึกของชนม์ชนกไม่ได้ที่ย้ายมาที่นี่ แต่เนตรชนกกลับเห็นว่าดีเสียอีก เมียเขาจะได้ ไม่ต้องมาหงุดหงิดที่เห็นพวกเรา

"ผมมีโปรโมชั่นขายฟรี 1 ปีเลย" แทนสิทธิ์บอกเห็นเคนดีใจสุดขีด เขาเลยชวน "งั้นเราไปฉลองร้านใหม่กันนะ ผมเป็นเจ้ามือเอง"

ooooooo

ทิพย์ธิดาเจ้ากี้เจ้าการลงมาจัดตกแต่งสถานที่ จัดงานแต่งเอง บริเวณงานประดับด้วยกุหลาบสีชมพูกับลิลลี่สีขาว เธอสั่งการอย่างเอาการเอางานตื่นเต้นดีใจ ในขณะที่ชนม์ชนกยืนมองด้วยสีหน้านิ่งสนิท

แทนสิทธิ์ชวนเนตรชนกว่าพรุ่งนี้ไปงานแต่งของชนม์ชนกญาติของเธอกับทิพย์ธิดากันไหม เธอปฏิเสธเพราะไม่เคยนับญาติกับชนม์ชนกอยู่แล้ว ส่วนแทนสิทธิ์อ้างความจำเป็นต้องไป เพราะเป็นเพื่อนกับทิพย์ธิดามานาน

พรุ่งนี้จะเป็นวันแต่งงานแล้ว แต่ดึกคืนนี้ชนม์ชนกยิ่งนอนไม่หลับ ลงมาเดินข้างล่างเจอพ่อกับแม่เข้ามาทัก พอรู้ว่าลูกนอนไม่หลับ ชัชชัยแนะลูกว่า

"พรุ่งนี้แกก็จะมีครอบครัวแล้ว เพราะฉะนั้นมีอะไรที่อยากทำอยากจะพูดกับใครก็รีบๆทำเสียก่อนที่จะไม่มีโอกาส จะได้ไม่คาใจ แกเข้าใจที่พ่อพูดไหม"

เมื่อชนม์ชนกบอกว่าเข้าใจ ชัชชัยย้ำว่าหลังจากคืนนี้ไปเขาต้องลืมเนตรชนก ต้องทำตัวเป็นพ่อเป็นสามีที่ดี

ชนม์ชนกตัดสินใจไปหาเนตรชนกในดึกคืนนี้เลย บอกอุ่นว่ามีเรื่องสำคัญต้องพูดกับเธอก่อนที่จะไม่มีโอกาสพูด อุ่นจึงเปิดทางให้ด้วยความเห็นใจ แต่พอเนตรชนกเห็นเขาเธอกลับจะเดินหนี เขาคว้ามือเธอไว้ เธอแกะมือเขาออกถามว่ามาทำอะไร เขาบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย เธอก็สวนไปว่า "แต่ฉันไม่มี"

ชนม์ชนกหน้าเสียมองเธออย่างอ้อนวอนจนเนตรชนกใจอ่อนพยักหน้าให้เขาพูด

"ฟังผมหน่อยครับ เพราะผมคงไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้ว ผมอยากให้คุณรู้ว่า ผมรักคุณคนเดียว ที่ผมต้องแต่งงานกับคุณทิพย์มันเป็นความผิดพลาดของผมตั้งแต่ก่อนที่ผมจะรักคุณ และนับตั้งแต่ผมมอบหัวใจให้คุณ ผมก็ไม่เคยมีใครอีกเลย นอกจากคุณ"

"มาบอกให้มันได้อะไรขึ้นมา มันเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เหรอ" เธอถามน้ำเสียงสั่นน้ำตาคลอ

"ถึงมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่มันก็ช่วยให้ผมทุกข์ใจน้อยลงที่ได้พูดความจริง ผมรักคุณนะเนตรชนก และจะรักคุณตลอดไป" พูดแล้วดึงเธอเข้าไปกอดน้ำตาไหล เนตรชนกพลอยร้องไห้ไปด้วย เผลอกอดตอบ แต่พอนึกได้ก็รีบปล่อย ถอดแหวนรากไม้ออกมายื่นคืนให้ พูดเสียงเครือ

"แต่ฉันไม่ได้รักนาย เอาของนายคืนไปเสีย ฉันไม่เคยรักนายเลย แล้วก็ไม่แคร์ด้วยว่านายจะรู้สึกยังไง กลับไปได้แล้ว กลับไปหาคนของนาย ฉันจะพักผ่อน" พูดแล้ววิ่งขึ้นข้างบนไปเลย

ooooooo

งานแต่งงานเริ่มขึ้นแล้ว แขกเหรื่อมางานกันมากมาย ทิพย์ธิดาสดชื่นร่าเริงเป็นพิเศษผิดกับชนม์ชนกที่หน้านิ่งไร้ความรู้สึก

ทีวีรายงานข่าวอย่างครึกโครม เนตรชนกนั่งดูอยู่ที่บ้านอุ่น กอดเข่าร้องไห้อย่างทุกข์ตรอมใจอยู่เดียวดาย

วันนี้เคนเปิดร้านแล้ว ปรากฏว่ามีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนมากมายโดยเฉพาะลูกค้าสาวๆ มีมากเป็นพิเศษ จนอุ่นแซวว่า มีแต่สาวๆ เนตรถามว่าหึงหรือ อุ่นรีบปฏิเสธ แต่เนตรชนกตั้งข้อสังเกตกับเพื่อนว่า

"เห็นอุ่นคอยดูแลเคนตลอดเลย เวลาเคนหลีสาว อุ่นก็จะงอนทุกที ชอบเคนใช่ไหมล่ะ" อุ่นหลบสายตาไปทางอื่นบ่นพึมพำว่าพูดอะไรก็ไม่รู้ เนตรชนกเลยจับมือเพื่อนพูดให้กำลังใจว่า "ขอให้เพื่อนสมหวังนะ พยายามเข้า เนตรไปทำงานก่อน"

แต่พอเนตรชนกจะไป อุ่นคว้ามือไว้ถามว่าเป็นยังไงบ้าง แค่นั้นก็เป็นที่เข้าใจกัน เนตรชนกตอบอย่างเข้มแข็งว่า

"เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองแหละ ไม่ต้องห่วงหรอก เพื่อนอุ่นคนนี้อึดจะตาย" พูดแล้วรีบผละไปก่อนที่เพื่อนจะเห็นแววเศร้าในดวงตา...

ooooooo

ตอนที่ 12

ดึกแล้ว แทนสิทธิ์เกรี้ยวกราดกับลูกน้องที่ทำเกินคำสั่งแทงชนม์ชนกจนบาดเจ็บต้องส่งโรงพยาบาล ลูกน้องแก้ตัวว่าเพราะฝ่ายนั้นสู้ ถามว่าแล้วนายไม่อยากให้มันตายหรือ

"ไอ้โง่เอ๊ย...แล้วมันตายรึเปล่าล่ะ ถ้าจะฆ่าก็ต้องฆ่าให้ตายจำไว้ มึงหนีไปกบดานที่อื่นสักพัก อย่าให้ใครเจอเด็ดขาด เข้าใจไหม ไปให้พ้นหน้ากูเลยไป"

ลูกน้องทั้งสองถูกผลักจนหน้าหงายออกไป

ooooooo

เมื่อพาชนม์ชนกไปถึงมือหมอที่โรงพยาบาลเล็กๆในชนบทแล้ว  เนตรชนกพึมพำอย่างเจ็บใจว่า  ทำไมมันถึงมาทำร้ายชนม์ชนก มันเป็นใคร ต้องการอะไร

อุ่นถามผู้ใหญ่ว่าแจ้งความหรือยัง ผู้ใหญ่บอกว่าแจ้งแล้วตำรวจกำลังไปดูที่เกิดเหตุ ขณะนั้นเอง หมอออกจากห้องผ่าตัด ทุกคนรีบเข้าไปหาอย่างร้อนใจ

"โชคดีนะครับที่ไม่โดนอวัยวะภายใน แค่เย็บแผล รอดูอาการ ไม่เท่าไหร่ก็กลับบ้านได้แล้วครับ"

ฟังหมอแล้วทุกคนยิ้มโล่งอก เนตรชนกยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ

ooooooo

ทิพย์ธิดายังตามหาชนม์ชนกให้พล่านไปหมด แต่ ถามใครก็ไม่มีใครบอกได้ว่าชนม์ชนกไปไหน จนกระทั่งวันนี้เธอไปถามแอนนาอีกว่า ชนม์ชนกหายไปไหนตั้ง 2 คืนแล้ว

แอนนาบอกว่าเมื่อคืนกลับมา และไปกรุงเทพฯแล้วเห็นว่ามีธุระด่วน ทิพย์ธิดาบ่นกระปอดกระแปดแล้วสั่งแอนนาให้จัดหาเรือให้ด้วย ตนจะเข้ากรุงเทพฯ

"ได้เลยค่ะ ทันทีเลยค่ะ" แอนนารีบรับคำแอบสะใจที่หลอกให้ทิพย์ธิดาไปจากที่นี่ได้

เมื่อเข้ากรุงเทพฯแล้ว ทิพย์ธิดาไปที่บ้านชนม์ชนกและบ้านเทพไท แต่ทั้งสองบ้านเด็กรับใช้บอกว่าไม่มีใครอยู่บ้าน ทำให้เธอยิ่งว้าวุ่น

สายวันเดียวกัน แทนสิทธิ์ไปแอบดูที่ใกล้ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ เห็นชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาเรียนกันอย่างตั้งอกตั้งใจโดยมีชนม์ชนกนั่งดูยิ้มอย่างภูมิใจ แทนสิทธิ์ พึมพำอย่างแค้นใจว่า

"มึงยิ้มได้อีกไม่นานหรอก"

ทันใดนั้นเสียงมือถือดังขึ้น แทนสิทธิ์รับสายอย่างนอบน้อม

"ครับท่าน ผมเข้าใจครับ แต่ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้

เด็กผมมันทำเสียเรื่อง ต้องรอให้เรื่องเงียบก่อน รับรองครับว่า หาดนับดาวต้องเป็นของท่านกับมิสเตอร์มาร์คแน่ๆ แล้วไม่ใช่ แค่หาดนับดาวนะครับ ผมมีโปรเจกต์ทั่วโลก ท่านกับมิสเตอร์ มาร์คเตรียมระดมทุนไว้ได้เลยครับ ครับผม...สวัสดีครับ"

วางสายแล้ว แทนสิทธิ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะมองไปทางเนตรชนก

"คุณเนตร คุณต้องเป็นใบเบิกทางให้ผม..."

ooooooo

ทิพย์ธิดากำลังว้าวุ่นแทบจะบ้าเมื่อตามหาชนม์ชนกที่ไหนก็ไม่เจอ ซ้ำไม่มีใครบอกว่าเขาไปไหนด้วย พลันมือถือเธอก็ดังขึ้น เป็นสายจากแทนสิทธิ์ ปลายสาย ถามว่า

"คุณมัวทำอะไรอยู่ที่ไหนเนี่ยคุณทิพย์ ปล่อยให้แฟนคุณมาออเซาะคุณเนตรอยู่ได้" ทิพย์ธิดาตาโตถามว่าชนม์ชนกอยู่ไหน "จะอยู่ไหน ก็อยู่ที่หาดนับดาวน่ะสิ นี่คุณไม่รู้เหรอว่า นายชนม์ชนกมาขลุกอยู่ที่โฮมสเตย์หาดนับดาวมาหลายวันแล้ว"

"แล้วทำไมแทนเพิ่งมาบอกทิพย์" เสียงเธอแปร๊ดจนแทนสิทธิ์ต้องเอาโทรศัพท์ห่างหู

แทนสิทธิ์อ้างว่าเขากำลังยุ่งนึกว่าเธอรู้แล้ว ถามว่าตกลงตอนนี้เธออยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่กรุงเทพฯเขาถามว่าไปทำอะไรที่นั่น รีบกลับมาด่วนเลย

พอวางสายจากแทนสิทธิ์   ทิพย์ธิดาจิกตาคำราม   "นัง แอนนา แก!"

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน เนตรชนกประคองชนม์ชนกเดินเล่นที่ริมหาด เธอเตือนให้เดินดีๆ อย่าลงไปในน้ำ

เกิดล้มแผลโดนน้ำจะอักเสบอีก พอเขาบอกว่าแผลหายดีแล้ว เธอปล่อยมือที่ประคองทันทีถามแว้ดๆว่าแล้วทำไมให้ประคองอยู่ได้

"ก็อยากให้ประคอง"

คราวนี้เลยถูกเนตรชนกผลักจนล้มลงไปในน้ำกำทรายขว้างใส่ ทั้งเขินทั้งโกรธที่มาหลอกกัน ชนม์ชนกขว้างทรายใส่บ้าง ทั้งคู่ต่างก็เปียกและล้มกลิ้งไปในน้ำ แรงถลาทำให้ชนม์ชนก ล้มคร่อมเนตรชนก หน้าต่อหน้าเกือบแนบกัน ตาต่อตามองกันนิ่งเหมือนตกในภวังค์

ครู่เดียวชนม์ชนกก็ค่อยๆก้มจะจูบ เนตรชนกตะลึงอึ้งนอนตัวแข็งทื่อ

แต่ไม่ทันที่ริมฝีปากจะจดกัน อุ่นกับเคนก็เข้ามาทักเสียก่อน อุ่นตกใจรีบขอโทษ เคนเองก็ถามเคืองๆ ว่า ตนมาขัดจังหวะอะไรรึเปล่า เนตรชนกรีบลุกขึ้นท่าทางเขินๆ บอกอุ่นว่า มาก็ดีแล้ว ช่วยดูแลชนม์ชนกด้วยตนจะกลับไปอาบน้ำ ว่าแล้ววิ่งไปเลย ส่วนชนม์ชนกทำหน้าเขินๆกับอุ่นและเคนที่มองแซวๆ

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้านลุงอิ่มกับป้ามาลี วันนี้อุ่นทำแพ็กเกจข้าวเกรียบปลาเสร็จแล้ว พอเดือนกับดาวเห็นเท่านั้นพากันชมอย่างตื่นเต้นว่าเหมือนของแพงๆเลย อุ่นเชื่อว่าแบบนี้เอาไปฝากรีสอร์ตขายได้แน่ๆ

ส่วนเคนก็ย้ำว่าอย่าลืมเรื่องบริการที่ตนบอกไว้ด้วย จะต้องพูดจาเพราะๆ เอาใจดีๆ ยังไงแขกก็ต้องติดใจ

"โชคดีจริงๆ ที่หนูเนตรมารถแบตหมดที่นี่" ลุงอิ่มพูดขำๆกับการที่ได้รู้จักกับเนตรชนก

ทำงานให้ที่นี่เสร็จก็หมดเวลาลาพักร้อนพอดี ทั้งอุ่นและเคนจำต้องกลับไปทำงานและหางานทำกันแล้ว ป้ามาลีจะทำอาหารทะเลเลี้ยงส่ง บอกดาวกับเดือนให้ไปเก็บหอยถ่านมาเยอะๆ ดาวบอกแม่ว่า ตนกับเดือนคิดจะไปตกกุ้งกับปู เคนขอตามไปด้วย เดือนชวนอุ่นอีกคน

"เนตรไปเก็บหอยถ่านเองค่ะ" เนตรชนกอาสา ชนม์ชนกขอไปด้วย เนตรชนกค้อนเขินๆอย่างรู้ทัน...

ทั้งสองพายเรือไปยังแหล่งที่มีหอยถ่าน ชนม์ชนกชมว่าเธอมาอยู่ที่นี่จนจะกลายเป็นชาวเกาะไปแล้ว เนตรชนกบอกว่าตนอยากอยู่ที่นี่มีความสุขดี ชนม์ชนกมองเธอเพลินจนเธอต้องเตือนให้เก็บหอย มัวมองอยู่ได้

ทั้งคู่ต่อล้อต่อเถียงกันแบบพ่อแง่แม่งอน ชนม์ชนกถือโอกาสอ้อนให้เธอป้อนน้ำป้อนส้มซึ่งเนตรชนกก็เต็มใจป้อนให้แต่ยังไม่วายทำท่างอนๆ

ชนม์ชนกชมว่าธรรมชาติแถวนี้สวยดีชวนไปเดินเล่นกันไหม เนตรชนกเองก็อยากไป ทั้งคู่จึงจับมือจูงกันไปเดินชมวิวอย่างเพลิดเพลิน

แต่ปรากฏว่าพอกลับมาที่เรือ เรือหายไปแล้ว มองไปรอบๆก็ไม่เห็น ชนม์ชนกจึงให้เนตรชนกรอตรงนั้นตนจะว่ายน้ำไปตามหาดู เธอเตือนด้วยความเป็นห่วงว่า "ระวังตัวด้วยนะ"

ชนม์ชนกว่ายน้ำไปมองหาไม่เห็นเรือ ขณะเขาหันไปทางหนึ่งนั้น เรือก็ลอยเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง สุดท้ายเขาว่ายน้ำกลับมาหาเนตรชนก ตัดสินใจต้องรอจนกว่าคนทางบ้านจะออกตามหา

คืนนี้ ทั้งสองจึงก่อไฟเผาหอยถ่านกิน ชนม์ชนกเป็นคนเผาและแกะเนื้อหอยป้อนให้เธอย่างอบอุ่น ปลอบใจเธอว่าไม่ต้องกังวลตนจะไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรเด็ดขาด เนตรชนกถามอย่างสะเทือนใจว่า

"ทำไมนายถึงดีกับฉัน ทั้งๆที่ฉันทำร้ายน้องสาวนายสารพัด"

"ผมรู้ว่าคุณทำไปเพราะอะไร ผมเข้าใจคุณนะ" เนตรชนกถามว่าไม่แค้นหรือ "แค้นสิ แค้นมากด้วย แต่ยิ่งผมได้รู้จักคุณมากขึ้น ความแค้นของผมมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ มันกลายเป็นอย่างอื่นมาแทนที่"

"อย่างอื่นอะไรหรือ" เจอคำถามจี้ใจดำแบบนี้ ชนม์ชนกก็เขินตอบไม่ออก บอกว่าแล้ววันนึงเธอจะรู้เอง ทำเอาเนตรชนกใจเต้นโครมครามท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดแต่ทำใจแข็งบ่นว่า "อะไรของนายเนี่ย"

"เอาน่า เมื่อถึงเวลาผมบอกคุณแน่ๆ"

"ลีลามาก น่ารำคาญที่สุด บ้ารึเปล่าเนี่ย มาพูดให้อยากรู้" เนตรชนกค้อนเขินๆเพราะรู้แก่ใจดีว่าเขาจะพูดอะไรแต่ทำไขสืออยากฟังจากปากเขาเอง

ชนม์ชนกยิ้มมองเธออย่างเอ็นดู

ooooooo

ส่วนพวกอุ่น ขณะเดินไปด้วยกันนั้น อุ่นเดินช้าเลยถูกทิ้งห่างเพราะเคนมัวแต่ตามป้อเดือนกับดาว จนอุ่นเดินพลาดเท้าพลิกข้อเท้าแพลง เคนจึงหันมาอุ้มพาไปนั่งรอที่เหมาะๆแล้วตัวเองก็ไปช่วยเดือนกับดาวตกกุ้งตกปู

จนเย็นเมื่อพากันกลับ เคนต้องอุ้มอุ่นกลับเพราะเดินไม่ไหว พอมาถึงบ้านก็วางโครมบ่น

"หนักชะมัด ลดน้ำหนักบ้างนะยัยแรมโบ้"

ป้ามาลีตกใจถามว่าอุ่นเป็นอะไร เดือนกับดาวบอกว่าข้อเท้าแพลงแล้วรีบไปเอายามาทาให้ ป้ามาลีดูกุ้งกับปูที่ได้มาชมว่าเก่งหามาได้เยอะเลย

"ได้มาไม่เยอะหรอกแม่ แต่พอดีเจอชาวบ้านเขาจับได้เยอะพี่เคนเลยขอซื้อเขามาจ้ะ" เดือนบอกแม่ เคนรีบพูดเอาหน้าว่าเพราะตนไม่อยากให้น้องๆเหนื่อย

อุ่นเอะใจที่เย็นแล้วชนม์ชนกกับเนตรชนกยังไม่กลับมา เดือนพูดยิ้มๆว่า สงสัยจะเก็บหอยถ่านกันเพลิน แล้วสองพี่น้องก็หัวเราะกันคิกคัก

ooooooo

ทิพย์ธิดาเดือดพล่านเมื่อรู้ว่าถูกแอนนาหลอกให้กลับกรุงเทพฯ พอไปถึงรีสอร์ตก็พรวดเข้าตบหน้าเพียะ ถามว่ากล้าดียังไงมาโกหกตน บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าหาดนับดาวอยู่ที่ไหน พาไปเดี๋ยวนี้เลย

แอนนาบอกว่าใกล้ค่ำแล้วไว้ไปพรุ่งนี้ได้ไหม เธอไม่ยอมจะต้องไปเดี๋ยวนี้ให้ได้ แต่เพราะแอนนาไม่ชำนาญเส้นทางเลยขับหลงทาง ทิพย์ธิดาก็หาว่าแกล้งอีก สั่งว่ายังไงก็ต้องให้ถึงหาดนับดาวให้ได้

ที่หาดนับดาว ทุกคนกำลังเป็นห่วงชนม์ชนกกับเนตรชนก ลุงอิ่มกับผู้ใหญ่จะออกไปตามหา อุ่นขอไปด้วย ผู้ใหญ่บอกว่าตนไปกับลุงอิ่มก็พอแล้ว

แต่แล้วก็มีปัญหาอีกจนได้ เมื่อเคนมาบอกว่า วิทยุบอกว่าพายุจะเข้าห้ามออกเรือ ทุกคนเลยหน้าจ๋อย ได้แต่เป็นห่วงว่าสองคนนั้นจะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้ ลุงอิ่มได้แต่พูดให้กำลังใจกันว่า

"คุณชนม์คุ้นเคยแถวนี้ดี คงไม่เป็นอะไรหรอกน่า"

ooooooo

พายุฝนมาแล้ว ชนม์ชนกจูงมือเนตรชนกวิ่งไปหลบอยู่ใต้ต้นไม้ เธอกลัวจนตัวสั่น ถามว่าพวกทางบ้านจะตามหาเราเจอไหม ชนม์ชนกเชื่อว่าต้องเจอ แต่ตอนนี้ รอให้พายุสงบก่อน คืนนี้เราคงต้องนอนที่นี่

เนตรชนกมองไปรอบๆอย่างกังวล ชนม์ชนกถอดเสื้อของตัวเองปูให้เธอนอนหนุนตักตัวเองอย่างให้ความอบอุ่นและปกป้องเต็มที่จนเนตรชนกซาบซึ้งใจมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน ในขณะที่ชนม์ชนกก็มองเธอและยิ้มอย่างมีความสุข

รุ่งเช้า เนตรชนกตื่นขึ้นมาไม่เห็นชนม์ชนกแล้ว เธอตกใจมองหาเห็นเขาถือมะพร้าวอ่อนเดินยิ้มเข้ามาส่งให้เธอดื่ม ส่วนอีกมือถือรากไม้มาถักเล่นเป็นวงแหวน

เนตรชนกขอให้สอนตนบ้าง เขาสอนจนเธอถักเป็น ทั้งสองเลยถักแหวนแก้เหงากันจนวางเกือบรอบตัว ต่างดูของอีกฝ่ายติชมว่าวงโน้นสวย วงนี้ไม่สวย

สุดท้ายต่างเลือกวงที่สวยที่สุดให้กัน โดยเนตรชนกบอกว่าให้แหวนวงนี้แทนน้ำใจที่เขาสละเสื้อให้ตนได้อุ่นเมื่อคืนนี้

เมื่อต่างสวมแหวนรากไม้ให้กันแล้วต่างก็ยิ้มกันเขินๆ

"คุณชนม์ครับ...หนูเนตร" เสียงผู้ใหญ่ตะโกนเรียกสลับกับเสียงลุงอิ่ม

"ทางนี้ครับลุงผู้ใหญ่ ลุงอิ่ม" ชนม์ชนกตะโกนตอบด้วยความดีใจ

เมื่อพากันกลับมาถึงหาดนับดาว อุ่นลุกกะเผลกๆมารับเนตรชนก เคนถามว่าเกิดอะไรขึ้น เลยรู้ว่าเรือหายจำเป็นต้องค้างที่นั่นเพราะกลับไม่ได้ ดาวบอกว่าเห็นมันลอยมาติดอยู่แถวโน้นแน่ะ

ขณะที่ทุกคนกำลังดีอกดีใจกันนั้น ทิพย์ธิดากับแอนนา ส้ม และเค้ก ที่เมื่อคืนต้องจอดรถนอนกลางทาง เพราะน้ำมันหมด เช้านี้จึงเพิ่งมาถึง ทิพย์ธิดาเห็นชนม์ชนกประคองเนตรชนกที่เดินเซจะล้มเข้าพอดี เธอปรี๊ดแตกทันที

ทิพย์ธิดาต่อว่าชนม์ชนกอย่างรุนแรงหาว่าทิ้งตนไว้คนเดียว ฟ้องว่าพนักงานของเขาทุกคนพากันหลอกตน โกหกตน กลั่นแกล้งตน เขาจะต้องจัดการ

แอนนา ส้ม และเค้กพยายามจะชี้แจง ทิพย์ธิดาโกรธจัดปราดจะเข้าไปตบ แต่ตัวเองกลับหน้ามืดเป็นลมจนชนม์ชนกต้องรีบเข้าประคอง

เนตรชนกมองดูชนม์ชนกที่กอดประคองทิพย์ธิดาไว้ในอ้อมแขนอย่างหมั่นไส้มาก

ooooooo

ทิพย์ธิดาออเซาะชนม์ชนกจนเนตรชนกแทบจะทนดูไม่ได้ เมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากแล้วก็ลุกเดินไป อุ่นยังอุตส่าห์ตามมาถามว่าเมื่อคืนเป็นไงบ้าง เนตรขึงตาใส่บอกว่าก็หลบพายุเฉยๆ เคนแซวว่าอยู่กันสองต่อสองทั้งคืนเนี่ยนะ เนตรชนกเลยเอ็ดใส่ว่าเดี๋ยวโดน รีบไปเก็บของเสีย ทั้งสองเลยเงียบแต่ยังสงสัย

ตกเย็นแทนสิทธิ์บอกเนตรชนกเมื่อเธอกลับมาว่าพรุ่งนี้จะต้องกลับกรุงเทพฯจะให้เธอไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ เตรียมตัวให้พร้อมเราจะออกเดินทางกันแต่เช้าเลย เนตรชนกต้องทำตามคำสั่ง แต่ใจอดวอกแวกคิดถึงชนม์ชนกไม่ได้ ยิ่งดูแหวนรากไม้ ก็ยิ่งคิดจนบ่นตัวเองว่า "บ้าจริง ไปนึกถึงนายนั่นทำไมนะ"

ฝ่ายชนม์ชนกพอแอนนามารายงานว่าพรุ่งนี้เช้าแทนสิทธิ์กับเนตรชนกจะกลับกรุงเทพฯ เขาสั่งให้แอนนาให้เช็กทันทีว่าเขาจะกลับกรุงเทพฯเร็วที่สุดได้เมื่อไร แอนนารับคำอย่างกระตือรือร้นลุ้นเต็มที่

เมื่ออุ่นกลับถึงกรุงเทพฯก็ต้องย้ายบ้านเพราะบ้านเก่าเจ้าของบ้านจะซ่อมแซม เคนมาช่วยย้ายและจัดบ้าน ปรากฏว่าเพียงบ่ายๆแทนสิทธิ์ก็พาเนตรชนกมาส่ง เสร็จแล้วเขาก็กลับทันที

จนเมื่อเข้านอนแล้วอุ่นก็ยังไม่วายถามเนตรชนกเรื่องแหวนที่แลกกับชนม์ชนกว่ามีอะไรพิเศษหรือเปล่า จนเนตรชนกตัดบทว่าไม่มี อยากถามก็ถามไปคำตอบเดิมคือไม่มีอะไร ว่าแล้วก็หันหลังนอนเลย

ชนม์ชนกกลับถึงกรุงเทพฯเวลาไล่เลี่ยกัน ชัชชัยกับคุณหญิงดีใจมาก ต่อว่าที่ไปคราวนี้นานเป็นเดือน แถมโทรศัพท์ ก็ไม่ค่อยติดด้วย ชนม์ชนกอ้อนแม่กอดหอมเอาใจแซวพ่อว่าเย็นนี้จะอยู่เป็นเหยื่อฝีมืออาหารของคุณพ่อ สามพ่อแม่ลูกหยอกล้อกันอย่างรักใคร่อบอุ่น

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น สามเพื่อนรักที่บ้านใหม่ของอุ่นก็เข้าครัวช่วยกันทำอาหาร มื้อนี้ทำอาหารญี่ปุ่น อุ่นกับเนตรแสดงฝีมือ เคนคอยเป็นลูกมือให้ พอเสร็จเคนก็สูดดมอย่างแรงบอกว่าหอมจัง เลยคิดจะทำอาหารญี่ปุ่นขายในช่วงเย็นหลังจากอุ่นเลิกงาน ดำริจะทำแค่ เล็กๆ อาหารไม่กี่อย่างก็พอ

"แต่ต้องดูมีดีไซน์ไม่ว่าทั้งอาหาร..." อุ่นเสนอ

"หรือการตกแต่งจะต้องอินเทรนด์แบบวัยรุ่นญี่ปุ่น" เนตรชนกแทรกขึ้น

ฟังสองเพื่อนสาวแล้วเคนดีใจถามว่าตกลงสองคนเห็นด้วยใช่ไหม โผเข้ากอดทั้งสองคนบอกว่า

"เคนรักอุ่นกับเนตรที่สุดเล้ย..." เนตรพยักหน้าหงึกหงัก ส่วนอุ่นแอบยิ้มมีความสุขที่ถูกกอด

แต่ไม่ทันไรชมน์ชนกก็มาถึงพร้อมกล่องหมูอบมาฝากเนตรชนก หารู้ไม่ว่าทิพย์ธิดาตามมาและสวมรอยเข้าไปเอากล่องหมูอบพูดหน้าตาเฉยว่า

"ตายจริงชนม์เนี่ยรู้ใจทิพย์ที่สุดเลย ของโปรดทิพย์เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ อร่อยมากๆเลย"

ชนม์ชนกพูดไม่ออก ขณะยืนงงนั่นเอง ทิพย์ธิดาก็มาคล้องแขนเร่งให้ไปดูหนังกันเดี๋ยวไม่ทัน ลากเขาพาไปนั่งรถตัวเองบอกว่าทิ้งรถเขาไว้ที่นี่ก่อน พอตั้งสติได้ชนม์ชนกถามหน้าตาจริงจังว่านี่มันอะไรกัน

ชนม์ชนกตัดสินใจเคลียร์กับทิพย์ธิดาอีกครั้งอย่างจริงจังว่าตนคบเธอเหมือนเพื่อนเท่านั้น พอทิพย์ธิดาโวยวายถามว่าตนไม่ดีตรงไหนทำไมรักตนไม่ได้ ชนม์ชนกบอกตรงๆแม้จะทำให้เธอเจ็บปวดว่า

"มันไม่เกี่ยวกับคุณหรอกครับ เป็นเพราะผม...ผม...รักคนอื่นแล้ว"

ทิพย์ธิดาร้องไห้คาดคั้นว่าอย่าบอกนะว่าเป็นเนตรชนก ชนม์ชนกไม่บอก ถือว่าเป็นเรื่องของตน เธอรู้แค่ว่าตนจะเป็นเพื่อนที่ดีของเธอตลอดไปก็พอ ทำให้ทิพย์ธิดารับไม่ได้วิ่งขึ้นรถขับออกไปทันที

อุ่น เคน และเนตรชนกแอบฟังอยู่ ถูกชนม์ชนกจับได้อุ่นกับเคนยิ้มเรี่ยราด ส่วนเนตรชนกวิ่งหนีเข้าบ้านไปเลย ชนม์ชนกรีบตามไป

เมื่อทิพย์ธิดาไปเล่าให้แทนสิทธิ์ฟัง เขาเครียดทันทีแต่เพราะเขาต้องไปฮ่องกง ขอให้รอกลับมาก่อนแล้วจะจัดการรวบรัดเนตรชนกเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้เธอต้องทำตัวให้ดีเป็นเพื่อนที่แสนดีของชนม์ชนก เพื่อว่าเมื่อเขาอกหักจากเนตรชนกเธอจะได้เสียบเข้าแทนที่ได้ทันที

ooooooo

เนตรชนกแอบฟังรู้ว่าชนม์ชนกชอบตนก็ยิ่งเขินแต่ยังทำปั้นปึ่งจนชนม์ชนกต้องง้อเสียเหนื่อยเพราะถูกแกล้งใช้ให้ถูบ้าน แต่เขาก็มีความสุข อุ่นกับเคนเห็นแล้วแอบยิ้มขำๆกับพ่อแง่แม่งอนทั้งสอง

ใกล้วันเกิดเนตรชนกแล้ว เทพไทคิดจะจัดงานวันเกิดให้ลูกแต่กลัวลูกไม่ยอมมา ศศิมนจึงเสนอให้ทำเป็นเซอร์ไพรส์ ไปเลย ศศิมนไปปรึกษาชัชชัยกับคุณหญิง ทั้งสองเห็นด้วย และยินดีร่วมมือเต็มที่ แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี สุดท้ายต้องรอให้ชนม์ชนกกลับมาค่อยปรึกษากันอีกที

เมื่อเคนตัดสินใจจะทำอาหารญี่ปุ่นขาย อุ่นจึงเร่งให้ไปสมัครเรียนทำอาหารเสียจะได้ทำความฝันให้เป็นจริง

ส่วนอุ่นก็ออกแบบเครื่องตกแต่งชิ้นเล็กๆให้เคนขายไปพลางก่อน เลยชวนกันไปเดินห้างหาที่ขายของเจอชนม์ชนกเข้า พอเขารู้เขาบอกอุ่นว่าให้ไปขายที่ช็อปในโรงแรมเขาเพราะยังมีพื้นที่ว่างอยู่ ทั้งยังใจดีคิดค่าเช่าถูกๆแถมให้ขายฟรีอีก 6 เดือนด้วย อุ่นกับเคนแทบกระโดดกอดกันด้วยความดีใจ

เวลาเดียวกัน แทนสิทธิ์ที่ไปฮ่องกงสองวัน กลับมาก็ใช้ปืนไปบังคับซื้อที่ดินของลุงอิ่ม จนแกต้องยอมเซ็นขายที่ให้ จากนั้นเขาโทร.คุยกับ "ท่าน" และมิสเตอร์มาร์คว่าที่ดินที่หาดนับดาวเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องสร้างกาสิโนตนให้สถาปนิกออกแบบไว้แล้ว เสร็จเมื่อไรเขาจะพาทัวร์มาถลุงเงินในบ่อนเราทันที

ooooooo

ชนม์ชนกกลับบ้านในตอนค่ำ เทพไทกับศศิ-มนปรึกษาเรื่องจะจัดงานวันเกิดเซอร์ไพรส์ให้เนตร-ชนก เขารับอาสาจะจัดให้เอง คุยอวดว่าเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้ตนถนัดอยู่แล้ว วางแผนจะอำเนตรชนกทันที

ดังนั้น เมื่อเนตรชนกไปดูบูธที่อุ่นกับเคนเช่าเพื่อแต่งบูธให้เป็นของขวัญเคน เจอชนม์ชนกเข้าพอดีเลยปรึกษากันว่าเคนชอบขับรถ ฉะนั้นต้องออกแบบบูธเป็นรถเท่ๆ จากนั้นเขาชวนเธอไปดูของตกแต่งร้านที่จตุจักร

จากการเดินจตุจักรเพื่อหาซื้อของตกแต่งร้าน ทำให้ทั้งคู่มีอารมณ์ร่วมกัน คุยกันรู้เรื่อง พูดเป็นภาษาเดียวกัน

เมื่อกลับมาถึงบ้านอุ่น ชนม์ชนกปรามเขาว่าห้ามปากโป้งเด็ดขาด เพราะต้องการทำเซอร์ไพรส์เคนจริงๆ ชนม์ชนกรับปากแข็งขัน พลันก็ได้รับโทรศัพท์จากชัชชัยให้ไปหาที่บ้านเทพไทเพื่อปรึกษาการจัดงานวันเกิดเนตรชนกกัน

คุยกันครู่เดียวก็ได้ข้อสรุปแบ่งงานกันว่าไปจัดงานที่บ้านอุ่น แต่ต้องมีคนหลอกพาเนตรชนกออกจากบ้านไปแต่เช้าเพื่อไม่ให้เธอระแคะระคาย

ศศิมนรับทำอาหารเองโดยชัชชัยขอเป็นผู้ช่วย อุ่นอาสาเป็นลูกมืออีกคน ส่วนเทพไทรับหน้าที่ตกแต่ง เคนขอเป็นฝ่ายสถานที่ ทัดไทขอร่วมด้วยอีกคน

ส่วนหน้าที่พาเนตรชนกออกจากบ้านไปแต่เช้าตกเป็นของชนม์ชนก เนื้อนวลให้เหตุผลว่าให้คนอื่นไปกลัวความจะแตกเสียก่อน ทุกคนเห็นด้วยเป็นเอกฉันท์

"ได้ครับ ผมจัดการเอง" ชนม์ชนกรับปากแข็งขันราวกับจะออกสนามรบก็ไม่ปาน

ooooooo

ตอนที่ 11

เนตรชนกตามเข้าไปขัดคอก่อกวนชนม์ชนกอีกจนได้ ไม่ว่าเขาจะเสนอแบบห้องเรียนอย่างไร เธอก็ไม่เห็นด้วยไปหมด เขาเสนอสร้างผนังทึบเพื่อกันไอเกลือจากทะเล เธอก็ว่าไม่สดชื่น ให้ทำแบบเปิดโล่งแล้วทำเครื่องครอบคอมพิวเตอร์ไว้แทน

ทั้งคู่โต้เถียงแบบไม่มีข้อยุติ ในที่สุดผู้ใหญ่จันเสนอให้พบกันครึ่งทาง ลุงอิ่มเห็นด้วย สรุปคือ

"ทำกล่องครอบอย่างที่หนูเนตรว่า แล้วส่วนที่เป็นรูระบายความร้อนใส่มุ้งตาถี่ๆ จะได้ช่วยกรองไอเกลือดีไหม"

เมื่อป้ามาลีเห็นด้วยอีกคน จึงได้ข้อยุติ เนตรชนกถือว่าตนชนะหางตาใส่ชนม์ชนกอย่างเย้ยหยัน แต่ชนม์ชนกก็ไม่ ตอบโต้อะไร

เมื่อออกมาดูลานที่จะสร้างห้องเรียน เนตรชนกยังเยาะเย้ยเขาว่าหลอกชาวบ้านไม่สำเร็จ ย้ำว่าถ้าตนอยู่ก็อย่าหวังว่าแผนชั่วของเขาจะสำเร็จได้ ชนม์ชนกเลยเตือนให้เธอไปรู้ทันพ่อเทวดาที่แสนดีของตัวเองดีกว่า ถ้าถูกหลอกมาแล้วมันจะเจ็บ

เนตรชนกตอบอย่างมั่นใจว่าแทนสิทธิ์จริงใจมากกว่า เขา ไล่ให้เขาไปเตือนแฟนตัวเองดีกว่า ป่านนี้คงหาเขาจนทั่วเกาะแล้วกระมัง

จริงอย่างที่เนตรชนกคาด เพราะทิพย์ธิดาไปคาดคั้นข่มขู่ เค้กกับส้มจะให้บอกว่าชนม์ชนกไปไหน ทั้งสองรู้แต่ไม่บอก อ้างว่าเพราะบอสไม่ได้สั่งไว้ว่าให้เรียนให้คุณทิพย์ธิดาทราบ ทิพย์ธิดาโกรธจัดอาฆาตว่า ถ้าตนแต่งงานกับชนม์ชนกเมื่อไหร่ พวกเธอเตรียมหางานใหม่ได้เลย

ooooooo

อุ่นกับเคนมาถึงเกาะช้างก็โทร.หาเนตรชนกทันที เธออยู่ที่หาดนับดาว พอเดือนรู้ว่าเพื่อนเนตรชนกมาก็อาสาพาไปรับ

ระหว่างรับเคนกับอุ่นไปที่หาดนับดาว เนตรชนกจึงรู้ว่าเพื่อนทั้งสองมาที่นี่เพราะอะไร พอไปถึงที่หาดนับดาว ขณะช่วยกันสร้างห้องเรียน เนตรชนกเห็นด้วยที่เคนจะหางานทำแทนการหาผู้หญิงดีๆ รวยๆ มาแต่งงานด้วยอย่างที่ป๊าของเขาเปิดให้เป็นทางเลือก

ระหว่างนั้น ชนม์ชนกออกมาช่วยสร้างห้องเรียน เคนมองเขาอย่างเขม่น ส่วนอุ่นทักทายอย่างชื่นชมว่าใจดีจังที่มาช่วยชาวบ้านสร้างห้องเรียนด้วย เนตรชนกก็ยังไม่วายแขวะว่า อย่าไปหลงเชื่อ เพราะนายนี่กำลังทำแผนหวังให้ชาวบ้านตายใจ

ขณะนั้นเอง คนมุงหลังคาทำตับจากตกลงมาตรงที่เนตรชนกยืนพอดี ชนม์ชนกพุ่งเข้ากอดเอาตัวบังไว้ แต่ตัวเขาก็ถูกไม้คานที่พาดอยู่หล่นลงมาใส่เท้าอย่างจัง

เนตรชนกดิ้นรนร้องให้เขาปล่อย ส่วนอุ่นรีบเข้ามาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ชนม์ชนกเจ็บมากจนค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้น ลุงอิ่มกับผู้ใหญ่เข้ามาช่วยประคองบอกให้เข้าบ้านก่อน พอป้ามาลีมาเห็น เสนอว่าจะพาไปโรงพยาบาล ลุงอิ่มตะโกนบอกดาวให้เอารถออก แต่ชนม์ชนกบอกว่าไม่เป็นไร พักหน่อยเดี๋ยวก็หาย อย่ากังวลกับตนเลย เดี๋ยวห้องเรียนจะสร้างไม่เสร็จ

สุดท้ายผู้ใหญ่จะไปรับหมอมาดูเขาที่นี่ ลุงอิ่มบอกให้เนตรชนกดูแลชนม์ชนก ส่วนงานอื่นให้เดือนกับดาวทำแทนก็ได้ อุ่นชวนเคนไปด้วย เคนไม่ไว้ใจบ่นว่าอุ่นทำเหมือนตั้งใจให้สองคนอยู่ด้วยกัน

"ก็ตั้งใจน่ะสิ อุ่นคิดว่ามันมีอะไรบางอย่างระหว่างเนตรกับคุณชนม์ เราต้องคอยดูต่อไป" ว่าแล้วก็ลากเคนออกไปด้วยกัน

แทนสิทธิ์รู้จากเลขาฯของเขาว่า เนตรชนกไปที่หาดนับดาวแต่เช้าก็ไม่พอใจ ตกบ่ายจึงไปแอบดู เห็นชาวบ้านกำลังช่วยกันทำห้องเรียน เห็นเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมดวางอยู่ที่ลาน เขาขบกรามแน่นด้วยความไม่พอใจ

ooooooo

ขณะเคนกำลังช่วยสร้างห้องเรียนเก้ๆกังๆนั่นเอง เขาได้รับแมสเสจจากทิพย์ธิดาจึงรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ ความคิดหนึ่งฉุกวาบขึ้น คำพูดของป๊าสะท้อนก้องขึ้นในสมองทันทีว่า

"ถ้าลื้อไม่ยอมหางานทำ ก็ไปหาผู้หญิงดีๆแต่งงานให้อีเลี้ยงลื้อก็แล้วกัน"

ฉุกคิดขึ้นมาได้ เคนหลบแว้บไปจากตรงนั้นทันที ตรงไปคอยทิพย์ธิดาที่สระน้ำในรีสอร์ตของชนม์ชนก เริ่มแผนที่จะจับทิพย์ธิดา เสนอว่า "เรามาเป็นแฟนกันนะ ลองคบกันไหม เผื่อจะได้แต่งงานกัน"

"ตลกล่ะ รู้ตัวหรือเปล่าเนี่ยว่าพูดอะไรออกมา ฉันเป็นแฟนชนม์นะ จะมาคบกับคุณได้ไง มีสมองรึเปล่า" ครั้นเคนอ้างว่าเราเคย...เธอก็ตัดบททันทีว่า "ฟังให้ดีนะ แล้วก็จำเอาไว้ด้วย ผู้ชายคนเดียวที่ฉันรักและหวังจะแต่งงานด้วยคือชนม์ชนกเท่านั้น ส่วนคุณเลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว ไม่มีวัน"

พูดแล้วทิพย์ธิดาสะบัดเดินไปอย่างหยิ่งยโส เคนพึมพำอย่างเซ็งสุดขีดว่า

"โธ่เว้ย...เซ็งว่ะ งี้ต้องหางานทำอย่างเดียวเลยดิ"

ooooooo

เพราะได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลชนม์ชนก เนตรชนกทำอย่างหงุดหงิดฮึดฮัด พอเขาแกล้งทำเจ็บร้องโอ๊ย เธอก็ด่าว่าสำออย ครั้นเขาหิวน้ำก็ส่งแก้วให้ ดื่มเองเพราะมือไม่เป็นอะไร

ชนม์ชนกเองก็ฉวยโอกาสนี้แกล้งเธอ พอได้จังหวะก็ถามว่าเมื่อไรเธอจะเลิกคิดว่าตนหลอกชาวบ้านเสียที ย้ำว่าที่จริงตนก็อยากช่วยชาวบ้านเหมือนๆกับเธอนั่นแหละ

น้ำเสียงและแววตาที่จริงจังจริงใจของชนม์ชนก ทำให้เนตรชนกเริ่มเชื่อ แต่ก็ยังปากแข็งอยู่ดี

ส่วนเคนถูกทิพย์ธิดาตอกหน้าหงายกลับมาก็แวะไปนั่งดื่มเบียร์อยู่ที่ริมทะเล จนอุ่นกลับมาเจอ ถามว่าเป็นอะไร เคนบ่นป๊าตัวเองว่าไม่เข้าใจจริงๆ ว่ามีเงินตั้งเยอะแยะแล้วจะมาบังคับให้ตนทำงานทำไม อุ่นบอกว่าเพราะป๊ารักเขาจึงอยากให้เขารู้จักหาเงิน จะได้ไม่อดตายตอนที่ป๊าไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว

เคนบ่นว่า เงินที่มีอยู่ใช้ยังไงก็ไม่หมดหรอก อุ่นเลยถามว่า ถ้าเกิดอีก 10 ปีข้างหน้าค่าเงินร่วง เงินร้อยล้านพันล้านของเขาจะไปซื้ออะไรได้ พอเงินหมดจะทำอย่างไร เป็นขอทานเหรอ ถ้าไม่รู้จักหัดทำมาหากิน เอาแต่เกาะคนอื่นกินมันก็เหมือนเห็บเหมือนหมัดนั่นแหละ

เคนรับไม่ได้ที่ถูกหาว่าเป็นเห็บหมัด อุ่นเลยท้าให้ พิสูจน์ตัวเองดู

ooooooo

การหนีไปอยู่เกาะช้างของเนตรชนกทำให้เทพไท คิดหนัก หงุดหงิดมากเข้าเลยพาลไปลงกับศศิมนที่มาปลอบให้ใจเย็นๆเพราะพี่ชายตนก็รับปากแล้วว่าจะดูแลเนตรชนกให้ไม่ต้องห่วง

"ไม่ต้องห่วงเหรอ ผมเป็นพ่อนะ จะไม่ให้ผมห่วงได้ยังไง" เทพไทฉุนเฉียวใส่ศศิมนจนเธอหน้าเสียน้ำตาซึม

เนื้อนวลตำหนิลูกชายที่พูดไม่ดีกับศศิมน พอเทพไท ขอตัวลุกไปทัดไทก็ปลอบใจศศิมนว่าไม่ต้องคิดมากเทพไทกำลังเครียด

จากนั้นทัดไทเตือนลูกชายว่าทุกคนเป็นห่วงเนตรชนกแต่เขาก็ไม่ควรไปลงกับศศิมน ให้สงสารเธอบ้าง ทำให้เทพไทได้คิดขอโทษทัดไทบอกว่าตนกลุ้มและคิดอะไรไม่ออกจริงๆ

"ปัญหาทุกอย่างมันแก้ไขได้ ครอบครัวเราจะต้องผ่านมันไปได้เชื่อพ่อนะ" ทัดไทปลอบใจ

และเมื่อเทพไทกลับเข้าห้องนอนเห็นศศิมนนั่งเศร้าอยู่ เขาเข้าไปกอดอย่างขอโทษ ต่างกอดกันร้องไห้ด้วยความเข้าใจกัน

ooooooo

ค่ำแล้ว งานสร้างห้องเรียนเสร็จตามแบบที่ตกลงกันไว้ ชาวบ้านช่วยกันยกโต๊ะเรียนมาวางคอมพิวเตอร์ แล้วเอากล่องครอบไว้ ทุกคนปรบมือให้กับความสำเร็จนี้

ชนม์ชนกเดินกะเผลกๆออกมาร่วมแสดงความยินดีด้วย ผู้ใหญ่ประกาศผลสำเร็จและต่อไปก็จะมีเนตรชนกมาเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ให้ อุ่นซึ่งยังมีเวลาพักร้อนเหลือก็จะอยู่ด้วยอีกคน เคนอาสาบ้างแต่มีเจตนาแอบแฝงที่จะได้อยู่หลีดาวกับเดือน

"งั้นคืนนี้แยกย้ายกันไปพักผ่อนนะครับ สำหรับคนที่มีหน้าที่ดูแลผมเนี่ยก็ช่วยขับรถไปส่งผมด้วย แล้วพรุ่งนี้ก็ต้องไปรับผมด้วย ผมขับรถไม่ได้" ชนม์ชนกประกาศต่อหน้าทุกคนจนเนตรชนกบ่ายเบี่ยงไม่ได้

เมื่อเนตรชนกขับรถพาชนม์ชนกมาส่งที่รีสอร์ตของเขาโดยมีอุ่นกับเคนติดรถมาด้วย พอมาถึงเธอบอกให้เขาเรียกลูกน้องมารับเขาเข้าไป พอลงจากรถชนม์ชนกแกล้งทำมารยาจะล้มจนเธอต้องรีบประคองไว้ ความใกล้ชิดทำให้เธอใจสั่นหวิวอย่างประหลาด

เมื่อส่งชนม์ชนกแล้วออกมาถึงประตูบ้านเขา เนตรชนกก็เกิดอาการใจสั่น ท้องไส้ปั่นป่วนหน้าแดงแก้มร้อนผ่าว

พอมาถึงรถ อุ่นถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมหน้าแดงแบบนี้ เคนก็เสนอหน้าเข้ามาแสดงความเป็นห่วงด้วย จนเนตรชนกอึดอัดกลัวมีพิรุธ เลยทำเสียงเข้มบอกทั้งสองว่าตนไม่ได้เป็นอะไร ออกรถได้แล้ว แม้อุ่นจะเงียบไปแต่ใจก็ยังสงสัยไม่หาย

แทนสิทธิ์รอเนตรชนกอยู่ พอเธอกลับมาเขาเสนอว่าไม่ต้องไปทำอะไรที่หาดนับดาวอีกแล้ว เพราะเขามีงานด่วนให้เธอไปดูแลโปรเจกต์งานประกวดพริตตี้ประจำรีสอร์ต

เนตรชนกตัดสินใจขอลาหยุดในช่วงนี้เพราะอยากไปทำงานช่วยชาวบ้านให้เสร็จ เมื่อแทนสิทธิ์ทำท่าลังเลเธอเลยเสนอว่าขอลาออกก่อนก็ได้เสร็จงานโน้นแล้วค่อยมาสมัครที่นี่ใหม่ สุดท้ายแทนสิทธิ์จำต้องยอมให้เธอลาหยุดได้ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับมาทำงานก็แล้วกัน

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ชนม์ชนกลงมาที่เคาน์เตอร์กำชับเค้ก ส้ม และแอนนาว่า อย่าบอกทิพย์ธิดาว่าตนไปไหน ทั้งสามรับคำพร้อมกันอย่างสะใจว่า "พวกเราไม่บอกเด็ดขาดเลยค่ะ"

ส่วนทิพย์ธิดาไปดักเขาที่รถแต่เช้า บอกกับตัวเองว่า "ยังไงวันนี้ก็ต้องเจอให้ได้"

ชนม์ชนกบอกแอนนาว่าช่วยทำให้ทิพย์ธิดาออกห่างๆ รถตนที แอนนารับคำหนักแน่น ส้มเสนอให้เอารถของทางรีสอร์ตไปส่งดีไหม เพราะเขาขาเจ็บ ถ้าชนม์ชนกตกลงจะให้ชายไปส่ง

ส่วนแอนนาพอรับคำกับชนม์ชนกแล้วก็ไปที่รถของเขา ถามทิพย์ธิดาว่าจะไปไหนให้รถรีสอร์ตไปส่งก็ได้ เธอไม่ เอาบอกว่าจะรอชนม์ชนก พอแอนนาบอกว่าบอสออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว ทิพย์ธิดาไม่เชื่อเพราะรถยังอยู่ แม้แอนนาจะบอกว่าบอสเอารถคันอื่นไปก็ยังไม่เชื่อ เลยต้องตามใจเพราะตนบอกแล้ว

พอแอนนากลับมาส่ายหน้าบอกว่าไม่สำเร็จ ชนม์ชนกจึงให้ชายเอารถอีกคันไปส่งตนแทน ส้มรีบไปบอกชาย ส่วนชนม์ชนกถอนใจเซ็งๆกับการตื๊อของทิพย์ธิดา

ooooooo

เนตรชนกไปสอนคอมพิวเตอร์ที่หาดนับดาวแต่เช้า ทั้งผู้สอนและผู้เรียนต่างกระตือรือร้นมาก นักเรียนมีตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบไปจนถึงระดับย่า ยาย ที่มานั่งเคี้ยวหมากหยับๆเรียนไปพร้อมๆกับหลาน

ค่อนข้างเป็นปัญหากับศัพท์เทคนิคทางคอมพิวเตอร์กับภาษาที่ชาวบ้านใช้พูดกัน นับตั้งแต่คำว่าวินโดว์ เนตรชนกอธิบายว่าเป็นหน้าต่างพอเปิดออกไปแล้วเราก็จะเจอเอกสารต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ ยายเขียวแย้งว่าเปิดหน้าต่างแบบนี้เอกสารไม่ปลิวไปหมดหรือ?

จนมาถึงคำว่ารหัสซึ่งเป็นตัวเลขหรือข้อความที่เรากำหนดขึ้นมาเพื่อไม่ให้คนอื่นเข้าไปดูข้อมูลของเราได้ ตาเอิบก็สงสัยถามว่าระหัดวิดน้ำน่ะหรือ

จากการสอนคอมพิวเตอร์กับชาวบ้านที่ไม่ประสากับมันเลยนี้ ทำให้เนตรชนกกับชนม์ชนกต่างต้องคอยมองหน้าบอกกันด้วยสายตาให้ใจเย็นๆ ค่อยๆให้ชาวบ้านทำความเข้าใจไปทีละขั้นทีละตอน

ความสัมพันธ์ของเนตรชนกกับชนม์ชนกที่เหมือนขมิ้นกับปูนแต่แรกนั้น ค่อยๆเปลี่ยนเป็นความเข้าใจและประสานงานกันได้มากขึ้นจากความตั้งใจอย่างเดียวกันที่จะช่วยชาวหาดนับดาวให้เรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อพัฒนาที่นี่ให้ทันโลกกว้างให้ได้

ส่วนอุ่นก็ช่วยพวกแม่บ้านคิดเรื่องการทำสินค้าพื้นบ้านเช่นข้าวเกรียบปลาซึ่งอร่อยมากเพื่อนำไปสู่ตลาดให้กว้างขึ้นโดยอุ่นช่วยคิดออกแบบถุงบรรจุให้ดูน่ากิน ทำหีบห่อให้ดูดีซึ่งจะทำให้ขายได้ราคาดีขึ้นด้วย

"เคนว่าการบริการก็สำคัญนะ เดี๋ยวเคนจะแนะนำให้ เองว่าบริการยังไงแขกถึงจะติดใจ" เคนทำหน้ากรุ้มกริ่มกับเดือนและดาว อุ่นรู้ทันถลึงตาปรามว่าอย่ามาทะลึ่ง น้องเขายังเด็กอยู่ "เปล่านะ ไปไม่ได้ทะลึ่ง พูดถึงการบริการในโฮมสเตย์ไง ต้อนรับลูกค้าอะไรเงี้ย คิดมากจริงๆเล้ยอุ่นเนี่ย" เคนแถไปตามประสา อุ่นรู้ทันแต่ก็ทำได้แค่ค้อนอย่างหมั่นไส้

ooooooo

เย็นแล้ว ตะวันกำลังจะลับฟ้า เนตรชนก ชนม์ชนก อุ่น เคน ดาว และเดือนนั่งล้อมวงเล่นกีต้าร์กันอย่างสนุก-สนาน เนตรชนกมองไปที่ท้องทะเลอย่างดื่มด่ำจนเอ่ยชม "พระอาทิตย์สวยจัง" แล้วลุกไป

ชนม์ชนกเห็นดังนั้น ลุกตามไปเงียบๆ จนถึงชายหาดเห็นเนตรชนกยืนมองทะเลอย่างสบายใจ พอมายืนข้างหลังเธอเขาเอ่ยลอยๆ "สวยจัง"

"สวยมากค่ะ ชักอยากอยู่ที่นี่ไปตลอดแล้วสิ" เนตรชนกพาซื่อ เขาเลยพูดต่อไปว่า ที่บอกว่าสวยนั้นหมายถึงตัวเธอ เนตรชนกเสียงหลุดจากอารมณ์ ฝันถามว่า "กินยาผิดมารึเปล่า ถึงได้มาชมฉัน ปกติปากจัดจะตาย"

แม้จะมีการต่อปากต่อคำต่อว่าต่อขานกันบ้างแต่ความร้อนแรงลดไปเกือบหมดแล้ว เป็นน้ำเสียงและอารมณ์ที่เชิงตัดพ้อต่อว่ากันหลายๆ เนตรชนกอ้างว่าเขาเป็นคนทำตัวเองให้ตนเกลียด ชนม์ชนกเลยผสมโรงถามว่าถ้าตนทำให้รัก เธอจะรักไหม

เป็นการจีบที่ตรง ทื่อ เสียจนเนตรชนกเขิน ตัดบทว่าตนไปหาอุ่นกับเคนดีกว่า ว่าแล้วเดินหนีไปเขินๆ ชนม์ชนกมองตามยิ้มเต็มหน้าด้วยหัวใจที่แช่มชื่น

ที่ลานบ้าน หนุ่มสาวยังนั่งรอบกองไฟเล่นกีตาร์ร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน งานนี้อุ่นถูกเคนปรามาสเลยได้โชว์ฝีมือเล่นกีตาร์และร้องเพลงจนดาวกับเดือนชมเปาะ เคนเองก็ทึ่งไม่เคยคิดว่าอุ่นจะทำได้ขนาดนี้

จนเมื่อเนตรชนกกับชนม์ชนกกลับมา ผู้ใหญ่จัน ลุงอิ่มกับป้ามาลีมาร่วมวงด้วย ผู้ใหญ่เสนอว่าวันนี้ต้องฉลองกันหน่อยกับการเริ่มต้นใหม่ของหาดนับดาวเรา ตนขอเลี้ยงเอง ขอให้เต็มที่ทุกคน ลุงอิ่มบอกทุกคนว่าผู้ใหญ่เลี้ยงแบบนี้ไม่เมาไม่เลิก

ป้ามาลีทักท้วงว่าอย่าเมามากนักเดี๋ยวขับรถกลับไม่ได้ คุยไปคุยมาชนม์ชนกเลยเสนอว่าถ้าเมาก็ค้างที่นี่เสียเลย ดาวกับเดือนเห็นด้วย ส่วนเรื่องเสื้อผ้าที่เนตรชนกกับอุ่นไม่ได้เตรียมมาก็ให้เอาของตนใช้ไปก่อน ชนม์ชนกเลยสรุปว่า

"งั้นคืนนี้ค้างที่นี่นะครับทุกคน งั้นมาดื่มกันเลย" พวกผู้ชายพากันเฮ ยกแก้วชูกันอย่างถูกใจ

ooooooo

สนุกสนานกันอยู่จนดึก เคนลุกไปห้องน้ำ ผ่านห้องเรียนเห็นเงาตะคุ่มๆ ของผู้ชายลึกลับสองคนเลยย่องไปแอบดู เคนตกใจมากรีบวิ่งกลับมาที่ลานร้องบอกตะกุกตะกักว่ามีโจรที่ห้องเรียน ทุกคนลุกพรวดวิ่งกรูกันไปที่ห้องเรียน เห็นโจร 4 คน กำลังใช้ไม้ฟาดเครื่องคอมพิวเตอร์จนพัง

ชนม์ชนกกับเนตรชนกวิ่งไปถึงก่อน ชนม์ชนกพุ่งเข้าถีบโจรคนหนึ่งกระเด็น เนตรชนกที่ระแวงชนม์ชนกอยู่แล้วหันขวับโทษว่าเป็นฝีมือเขาทันที กลางวันทำเป็นมาช่วยพอตกดึกก็มาทำลายด่าว่าเลวที่สุด

"โธ่เว้ย...คุณจะด่าอะไรลืมตาดูบ้างนะ" ชนม์ชนกสวนไปอย่างหัวเสียแล้วเข้าต่อสู้กับพวกโจรต่อ เนตรชนกจึงรู้สึกตัวหยิบข้าวของใกล้มือขว้างปาใส่โจรช่วยอีกคน

พวกผู้ใหญ่วิ่งมาถึง ช่วยกันเข้าไปตะลุมบอนกับโจร ลุงอิ่มใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านเหวี่ยงแหคลุมโจรไว้ได้คนหนึ่งแต่มันก็แหวกแหออกมาและวิ่งหนีไปได้

ทุกคนไม่ว่าลุงอิ่ม ป้ามาลี ผู้ใหญ่และพวกหนุ่มสาว ช่วยกันรุมเล่นงานโจร บางจังหวะคล้ายจะจับได้ แต่สุดท้ายมันก็ดิ้นหลุดหนีไปได้ทั้งหมด แม้จะวิ่งไล่ตามแต่มันก็ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์หนีไปได้ต่อหน้าต่อตา

"เจ็บใจจริงๆ มันหนีไปจนได้" ลุงอิ่มกำหมัดชกลมอย่างเจ็บใจ

ooooooo

เมื่อโจรหนีไปหมดพร้อมๆ กับคอมพิวเตอร์ถูกทำลายย่อยยับไปเกือบหมด  ผู้ใหญ่พูดอย่างปักใจเชื่อว่า "ต้องเป็นพวกมันแน่ๆ"

เคนเสนอว่าให้แจ้งตำรวจ อุ่นเห็นด้วย เนตรชนกยังเคืองชนม์ชนกถามอย่างระแวงว่า

"หรือว่านาย..."

"ยัง...ยังไม่เลิกอีก เฮ้อ..." ชนม์ชนกถอนใจอย่างระอา ผู้ใหญ่รับรองว่าไม่ใช่ชนม์ชนกแน่ เขาเลยบอกว่า "ลุงผู้ใหญ่ครับ ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวผมจะลองดูว่ายังพอซ่อมแซมได้ไหม ยังไงหาดนับดาวก็ต้องมีคอมพิวเตอร์ใช้ครับ"  พูดพลางเขากวาดตามองทุกคนอย่างให้คำมั่นสัญญา

เช้าวันรุ่งขึ้น ชนม์ชนกลงมือซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกตีพังเอามารื้อกองเป็นกองๆ เนตรชนกเอาขวดน้ำมาให้ทำท่าแบบเสียไม่ได้ กระนั้นชนม์ชนกก็ยิ้มรับพร้อมคำขอบคุณ แต่ก็อดแกล้งแหย่ไม่ได้ทำเป็นมองขวดน้ำอย่างสำรวจ พอเธอถามว่าหาอะไร เขาตอบหน้าตาเฉยว่า

"ดูว่าคุณใส่อะไรแปลกปลอมมารึเปล่าน่ะสิ ท่าทางไม่น่าไว้ใจ" แต่พอเธอจะคว้าขวดน้ำคืน เขากลับไม่ให้แล้วเปิดดื่มหน้าตาเฉย

เมื่อเนตรชนกถามว่าเครื่องคอมฯจะทำอย่างไร เขาบอกว่าถ้าเอาอุปกรณ์ต่างๆ มาประกอบคงจะใช้ได้สัก 4 เครื่อง

ขณะนั้นเอง แทนสิทธิ์ที่มาซุ่มดูอยู่ปรากฏตัวเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นหน้าแทนสิทธิ์เท่านั้น เนตรชนกก็อารมณ์ดีขึ้นทันที รี่เข้าไปทักเขาเหมือนจงใจประชดชนม์ชนก

"ที่ถามนี่ ไม่รู้จริงๆ เหรอ" ชนม์ชนกเดินเข้ามาถามดักคอแทนสิทธิ์

แทนสิทธิ์ทำหน้าตายบอกว่าจะรู้ได้ยังไง เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก ส่วนเนตรชนกก็ฉอเลาะว่าอย่าไปสนใจคนบ้าเลย พลางก็พาแทนสิทธิ์เดินไป ชนม์ชนกมองตามอย่างหมั่นไส้แกล้งกระแทกของปึงปัง เนตรชนกก็ทำหูทวนลมเสียงั้น

ooooooo

แทนสิทธิ์กับเนตรชนกเดินไปที่ชายหาด ครู่หนึ่งชนม์ชนกเดินตามมาบอกว่าจะทดสอบเครื่องว่าใช้ได้จริงหรือเปล่าอาจจะทั้งคืน ให้เนตรชนกช่วยบอกลุงผู้ใหญ่ ให้ด้วยว่าคืนนี้จะค้างที่นี่จะทำเครื่องให้ใช้งานได้ก่อน

แทนสิทธิ์มองสมเพชบอกว่าส่งไปให้ช่างซ่อมดีกว่าแต่คงต้องเป็นพรุ่งนี้ เนตรชนกก็ยังอุตส่าห์พูดแทรกขึ้นว่า "ดีจังเลยค่ะ ช่างจริงยังไงก็ดีกว่าช่างเก๊"

ส่วนเรื่องที่ชนม์ชนกให้เธอไปบอกลุงผู้ใหญ่นั้น เธอทำเป็นบ่นหงุดหงิดแต่สุดท้ายก็บอกแทนสิทธิ์ว่าขอตัวไปหาผู้ใหญ่ก่อน ว่าแล้วแยกตัวไป ชนม์ชนกแอบดูอยู่พอเห็นเธอเดินไปก็อมยิ้มที่แผนการตนสำเร็จ

ooooooo

ทิพย์ธิดาพล่านตามหาชนม์ชนกไปทั่ว เมื่อไม่ได้ รับความร่วมมือจากแอนนา ส้ม และเค้ก เธอก็โทร.หาแทนสิทธิ์ ปรากฏว่า ทั้งแทนสิทธิ์และชนม์ชนกต่างปิดเครื่อง เธอบ่นอย่างหัวเสียว่าไปอยู่หลังเขากันรึไง

บ่ายนี้เองแทนสิทธิ์ก็ลอบพบกับคนที่ตนจ้างไปทำลายเครื่องคอมพิวเตอร์ เขาตวาดอย่างหัวเสียสั่งให้กลับไปทำลายเสียให้หมดอย่าให้เหลือแม้แต่เครื่องเดียว

จนกระทั่งเย็น ชนม์ชนกยังมุ่งมั่นซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ อยู่จนเนตรชนกรู้สึกเห็นใจแต่ก็ยังวางท่าปั้นปึ่งขณะเอาข้าวเอาน้ำมาให้ พอเขาเล่นแง่ว่ามือไม่ว่างเนตรชนกดักคอว่าอย่าบอกนะว่าจะให้ป้อน

"ล้อเล่นนะ ผมยังไม่อยากโดนคุณเอาจานฟาดกบาลผมแตกอีก เข็ดแล้ว"

"กินเร็วๆ ด้วย ฉันจะได้เอาไปเก็บ" เนตรชนกถลึงตาใส่ แต่พอเขาลงมือกินข้าวเธอก็ดีใจ แต่ยังไว้ท่าทำเมินไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ

ชนม์ชนกซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่จนดึกเพลียจนฟุบหลับไปคาโต๊ะ เนตรชนกเดินมาดู เธอเอาผ้าห่มมาคลุมให้อย่างเบามือ เขย่าตัวปลุกให้เข้าไปนอนข้างในเสีย เดี๋ยวจะถูกยุงหามเอา

ชนม์ชนกงัวเงียขึ้นมาบ่นตัวเองว่าเผลอหลับไปได้ยังไงเนี่ย เธอบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยมาซ่อมใหม่ เขาไม่ยอมเพราะพรุ่งนี้เธอจะได้สอนชาวบ้านแต่เช้า แต่ขอกาแฟให้ตาสว่างสักแก้วก็ดี

ขณะที่เนตรชนกไปชงกาแฟนั่นเอง โจรสองคนก็บุกเข้ามาทำลายเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหลืออย่างบ้าระห่ำ เนตรชนก เอากาแฟมาถึงพอดี เธอสาดกาแฟใส่มันแล้วพุ่งเข้าช่วยชนม์ชนกสู้กับมัน

จังหวะที่ชนม์ชนกเพลี่ยงพล้ำถูกโจรเข้าล็อกข้างหลังแล้วเอาเชือกรัดคอนั้น เนตรชนกกระโดดเข้าขี่หลังโจรพลิกตัวถีบหว่างขาจนมันลงไปกอง แต่พอลุกได้มันก็พุ่งเข้าล็อกคอเธอจากด้านหลัง ชนม์ชนกกระโดดถีบมันกระเด็นช่วยเธอไว้ได้

"คุณเนตร เป็นอะไรรึเปล่า"

จังหวะนั้นเองโจรชักมีดพุ่งเข้าแทงท้องเขาจนมิดด้าม แล้วพวกมันก็พากันเผ่นแน่บ

เนตรชนกประคองร่างโชกเลือดของชนม์ชนกร้องอย่างตระหนก

"ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย นายชนม์ถูกแทง นายต้องไม่เป็นอะไรนะ อดทนไว้นะ" ร้องเรียกคนมาช่วย พร่ำบอกเขาอย่าเป็นอะไรและตัวเองก็ร้องไห้ด้วยความเป็นห่วง

"กลัวผมจะตายเหรอ" ชนม์ชนกถามเสียงแผ่ว นัยน์ตาพร่าเลือนแล้วก็หลับตาลงในอ้อมกอดของเธอ

ผู้ใหญ่วิ่งออกมาดู พอเห็นสภาพของชนม์ชนกก็ตะโกน

"คุณชนม์ถูกแทง ไอ้ก้านโว้ย เอารถออกที"

ooooooo

ตอนที่ 10

ชนม์ชนกที่ทีแรกทำเป็นไม่สนใจแต่สุดท้ายทนไม่ได้ขับรถมาที่บ้านอุ่น สวนกับรถของแทนสิทธิ์กลางทาง เขากลับรถขับตามไปอย่างกระชั้นชิด สุดท้ายแซงแล้วปาดหน้าจนแทนสิทธิ์ต้องจอดรถลงมาตั้งท่าจะด่า พอเห็นเป็นชนม์ชนกก็ทักว่าคุณเองเหรอ

ชนม์ชนกไม่สนใจตรงไปจะลากเนตรชนกลงจากรถ เนตรชนกไม่ยอมฟัง แทนสิทธิ์เข้ามาขวางบอกชนม์ชนกกรุณาถอยไปด้วยพวกตนกำลังรีบ เดี๋ยวไปถึงคํ่า

สุดท้ายชนม์ชนกจำต้องหลีกทาง เพราะคนกลางคือเนตรชนกเต็มใจไปกับแทนสิทธิ์

เมื่อกลับมาถึงโรงแรมตัวเอง ชนม์ชนกบอกแอนนาที่เป็นเลขาฯว่าจะไปประจำที่เกาะอ้างว่าใกล้ไฮซีซั่นแล้ว จะไปดูแลที่โน่น ให้แอนนากับเค้กและส้มเตรียมตัวเดินทางไปด้วยกัน

"ได้ค่ะ บอสจะไปเมื่อไหร่คะ" แอนนาถาม

"วันนี้"

แอนนาชะงักตกใจแต่ก็ต้องทำตามคำสั่ง รีบไปบอกเค้กกับส้ม ทั้งสองทำหน้าตกใจกลัวเตรียมตัวไม่ทัน พอแอนนาถามว่าแล้วจะไปไหม ทั้งเค้กและส้มตอบพร้อมกันว่า "ไปสิ เจ๊แอนก็"

ทิพย์ธิดากำลังขับรถมาถึงหน้าโรงแรมพอรู้ว่าชนม์ชนกจะไปที่เกาะ เธอสบถอย่างหัวเสีย

"บ้าที่สุด ทำไมต้องตามมันไปด้วยนะ ก็ได้ ชนม์ไปทิพย์ก็จะไปด้วย"

ooooooo

แทนสิทธิ์พาเนตรชนกไปถึงพาราดิสโซที่เกาะช้างก็จัดห้องให้เธออยู่อย่างหรู ไม่เหมือนเป็นพนักงานเลย พอเนตรชนกทักท้วงเขาอ้างว่าเธอเป็นผู้ช่วยตนก็สมควรได้รับการดูแลอย่างดีแล้วนัดว่า

"พักผ่อนก่อนนะ เดี๋ยวคํ่าๆผมจะมารับไปทานมื้อคํ่า"

เนตรชนกรับคำด้วยความรู้สึกดีๆอบอุ่น กับท่าทีที่สุภาพของเขา แต่พอไปยืนที่หน้าต่างมองออกไปยังท้องทะเล ก็รู้สึกว้าเหว่คิดถึงครอบครัวและเพื่อนๆขึ้นมาเหมือนกัน

ส่วนชนม์ชนก เมื่อพาแอนนากับส้มและเค้กไปถึง

คริสตัลแซนด์ของตัวเองแล้ว ก็เรียกประชุมพนักงานให้เตรียมโปรโมตรีสอร์ตของเราให้หนักเพราะคู่แข่งเริ่มทำแล้ว ใครมีไอเดียอะไรก็เสนอได้เลย

"จัดกิจกรรมดีไหมคะบอส" แอนนาเสนอ

"ก็ดีนะ แต่จะจัดกิจกรรมอะไรดี เอางี้ผมให้ทุกคนไปคิดเป็นการบ้าน พรุ่งนี้มาเสนอผม วันนี้เลิกประชุมเท่านี้"

พอเลิกประชุม ชนม์ชนกไปว่ายน้ำในสระ เขาแปลกใจเมื่อเห็นทิพย์ธิดาเดินเลียบไปตามขอบสระพอถามว่ามาตั้งแต่เมื่อไร เธอนั่งลงเอามือปาดน้ำบนหน้าผากเขาบอกว่า

"เพิ่งมาถึงค่ะ คือทิพย์มาดูงานแถวนี้ เผื่อจะทำโครงการคอนโดฯ เลยว่าจะมาอยู่นี่สักพักหนึ่ง ชนม์คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ"

ชนม์ชนกถามงงๆว่าจะมาสร้างคอนโดฯบนเกาะนี่หรือ เธอบอกว่าแค่มาดูบรรยากาศกับสไตล์เพราะอยากทำคอนโดฯที่ได้บรรยากาศแบบเกาะ

"อ๋อ ตามสบายครับ คุณมาที่นี่บ่อยอยู่แล้วนี่" พูดแล้วเขาว่ายน้ำต่อ ทิพย์ธิดาขอบคุณเรื่องที่พัก มองตามเขาไปอย่างมีแผนในใจ

ooooooo

เพียงเช้าวันต่อมาเนตรชนกเสนอแทนสิทธิ์ว่า

เราต้องรีบทำโปรโมชั่นแล้ว และขอไปสำรวจพื้นที่ใกล้ๆ จะได้ดูว่าเรามีอะไรแตกต่างและเป็นจุดขายได้บ้าง

แทนสิทธิ์เห็นด้วยทันทีและจะเป็นคนพาเธอไปเอง เนตรชนกขอเพียงครั้งเดียวต่อไปตนไปเองได้ เกรงโดนเขม่น แทนสิทธิ์บอกว่าไม่มีใครกล้า แต่เมื่อเธอต้องการอย่างนั้นก็ตามใจ แล้วพากันออกสำรวจพื้นที่

เช้าวันเดียวกัน ชนม์ชนกก็ออกเก็บข้อมูลรอบๆเกาะโดยมีทิพย์ธิดาอ้อนขอติดรถไปด้วย

รถสำรวจภูมิประเทศสองคันมาเจอกันโดยไม่ตั้งใจ ชนม์ชนกลงไปทักแทนสิทธิ์ถามเนตรชนกว่ามาทำอะไรกันหรือ ถูกเธอกระชากเสียงตอบว่า

"นายไม่จำเป็นต้องรู้ รู้ไว้แค่ว่า ต่อไปนี้รีสอร์ตเราจะถล่มรีสอร์ตของนายให้ยับไปเลยคอยดู"

ชนม์ชนกถามขำๆว่าจะเอาอะไรมาถล่ม เอ็ม 16 รึไง เธอบอกว่าเดี๋ยวก็รู้ แล้วชวนแทนสิทธิ์ไปที่อื่นกันดีกว่า พอขับรถออกมาแทนสิทธิ์ถามว่าเธอจะถล่มชนม์ชนกจริงๆหรือ

"จริงสิคะ เราต้องทำโปรโมชั่นแย่งลูกค้ามาให้หมด เอาให้นายนั่นเจ๊งไปเลย!"

"แต่ผมว่าอย่าเลยนะครับ ยังไงก็เป็นเพื่อนร่วมธุรกิจกัน เราน่าจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากกว่าจะเห็นเป็นคู่แข่งนะครับ จริงไหม"

แทนสิทธิ์พูดอย่างสุภาพบุรุษนักธุรกิจ ทำให้เนตรชนกยิ่งปลื้มเขา แทนสิทธิ์ดูออก ยิ้มกริ่มที่ล่อเนตรชนกได้เข้าเป้ามาทุกทีแล้ว

ส่วนทิพย์ธิดานั่งรถมากับชนม์ชนก เธอพยายามเป่าหูยุยงให้เขาเกลียดชังเนตรชนก ด่าว่างูพิษชัดๆ เขาช่วยไว้ตั้งหลายครั้งยังมาแว้งกัดอีก

"ถ้าเขาคิดว่าถล่มผมได้ก็ลองดู" ชนม์ชนกตอบอย่างใจเย็น ทิพย์ธิดาหยั่งเชิงเตือนให้เขาต้องเตรียมแผนตอบโต้

ไว้บ้าง เขากลับนิ่งชวนไปที่อื่นต่อกันดีกว่า

ooooooo

เพียงบ่ายวันต่อมา ที่คริสตัลแซนด์ของชนม์ชนก ก็เกิดเรื่องขึ้น เมื่อลูกค้ารายหนึ่งโวยวายว่าโดนขโมยของ เค้กกับส้มและแอนนาพยายามชี้แจงว่าที่นี่มี รปภ.24 ชั่วโมง ไม่น่าที่ขโมยจะเข้ามาได้

แต่ลูกค้าคนนั้นก็เอาแต่โวยวายต่อหน้าลูกค้าคนอื่นๆ ที่มายืนมุงดูว่าแบบนี้อยู่ไม่ไหวแล้ว ขอเช็กเอาต์เลย ทั้งยังเตือนพวกลูกค้าที่มามุงดูว่าพวกคุณก็ต้องระวังด้วย

จากนั้นไม่นานก็มีลูกค้าสาวแผดเสียงกรี๊ดๆบอกว่ามีผู้ชายมาอยู่ตรงห้องน้ำ แต่พอพนักงานเข้าไปดู เธอบอกว่า "มันหนีไปทางโน้นแล้วค่ะ" พนักงานเลยวิ่งตามไปดู

ที่อีกห้องหนึ่งก็เก็บของออกมาอย่างตระหนกพากันเช็กเอาต์ จนพนักงานหน้าเสียไปตามกัน

เหตุการณ์นี้ทำให้ชนม์ชนกต้องเรียกประชุมทั้งแอนนา ส้ม เค้ก และคนงาน พอฟังแอนนารายงานสภาพ เขาถามว่าเป็นไปได้ยังไง ถาม รปภ.แล้วหรือยัง แอนนาบอกว่าถามหมดแล้ว ไม่มีใครเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาเลยจริงๆ

เค้กตั้งข้อสังเกตว่าหรือจะเป็นลูกค้าด้วยกัน ส้มไม่เชื่อเพราะลูกค้าเรามีฐานะทั้งนั้นไม่น่าจะมางัดห้องเพื่อทองบาทเดียว แอนนาบอกว่า ผลการพิสูจน์หลักฐานผู้กองแจ้งว่า มันมืออาชีพมาก ไม่ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลยแม้แต่รอยนิ้วมือ

ขณะนั้นเอง มีคนงานมาเคาะประตูแล้วเข้ามารายงานว่า

"ลูกค้าที่ถูกงัดห้องน่ะครับ ผมเคยเห็นมาก่อน ตอนที่ ผมทำงานที่พาราดิสโซ คุณคนนั้นแกเป็นช่างประจำรีสอร์ตพาราดิสโซครับ"

ข้อมูลเพียงเท่านี้ก็ทำให้ชนม์ชนกมองปัญหาทะลุทันที พึมพํา "นายแทนสิทธิ์" ด้วยสีหน้าที่โกรธจัด

ooooooo

ฝ่ายแทนสิทธิ์กําลังคุยอย่างออกรสกับทิพย์ธิดาในห้องรับรองส่วนตัวของเขา

"เดี๋ยวคุณคอยดูนะ แฟนคุณต้องแจ้นมาเอาเรื่องผม แล้ว ผมก็จะทําตัวเป็นพ่อพระยอมให้เขารังแก" ทิพย์ธิดาชมว่า

แบบนี้ เนตรชนกก็ยิ่งปลื้มเขาแน่ๆ "ถูกต้อง แล้วก็ยิ่งเกลียดนายชนม์ชนกด้วย"

"ยิ่งเกลียดเท่าไหร่ยิ่งดี จะได้หลุดพ้นไปจากชีวิตชนม์ เสียที"

ทั้งสองหัวเราะแล้วชนแก้วกันอย่างสะใจ

แต่คาดผิด เพราะชนม์ชนกสุขุมรอบคอบกว่านั้น เขาไม่เอาเรื่อง ชี้แจงกับแอนนาที่มาลุ้นว่า

"เราไม่มีหลักฐานนะ แค่คำพูดของคนงาน ถ้าเขาปฏิเสธ เราก็ทําอะไรไม่ได้ จะยิ่งกลายเป็นเราหาเรื่องเขาเปล่าๆ" เขายัง บอกแอนนาว่าขอคิดดูก่อนว่าจะตอบโต้แทนสิทธิ์อย่างไรดี แล้ว ไปทำงานต่อ

เมื่อชนม์ชนกไม่หลงกล แทนสิทธิ์ก็ทําร้ายตัวเองจนปากแตก พอเนตรชนกถามว่าไปโดนอะไรมา เขาสำออยว่าที่

คริสตัลแซนด์ถูกงัดห้องขโมยของ ตนเป็นห่วงเลยแวะไปถาม

ข่าว เลยโดนชนม์ชนกทําร้ายหาว่าตนเป็นคนทำ

ได้ผล! เนตรชนกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แทนสิทธิ์ปลอบว่าอย่าไปโกรธเขาเลยมันเป็นเรื่องที่คิดกันได้ เพราะเราเป็นคู่แข่งกัน

"คุณแทนใจกว้างเกินไปแล้วนะคะ คุณยอม แต่เนตรไม่ยอมค่ะ" ว่าแล้วก็ออกไปทันที แทนสิทธิ์ทําเป็นร้องห้าม แต่แอบสะใจที่ทุกอย่างสําเร็จตามแผน

ooooooo

เนตรชนกลิ่วไปหาชนม์ชนกที่รีสอร์ตของเขา

พอเจอหน้าก็ปราดเข้าตบ ด่าไฟแลบ

"นี่สําหรับความป่าเถื่อนของนาย คุณแทนสิทธิ์เขาใจ กว้างกับนายมากนะ ที่ไม่ตอบโต้อะไรปล่อยให้นายทำร้ายเขา ฝ่ายเดียว แต่ฉันไม่ยอมให้นายทําร้ายคนที่ดีกับฉันหรอก"

ชนม์ชนกงงถามว่าตนไปทำอะไรคนดีของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ เลยถูกด่าต่อ

"นอกจากจะชอบโยนขี้ให้คนอื่นแล้วยังเป็นพวกกล้าทำแต่ไม่กล้ารับอีกหรือ นายนี่มันเหลือเชื่อจริงๆ" ชนม์ชนกยิ่งฟังก็ยิ่งสมเพช บอกว่าจะด่าอะไรอีกด่าเสียให้พอ "เรื่องที่มีคนงัดห้อง นายก็ควรตรวจดูเรื่องระบบความปลอดภัยของนายไม่ใช่เที่ยวโทษว่าเป็นฝีมือคนอื่นแบบนี้ คนอย่างคุณแทนไม่ทำอะไรสกปรกอย่างที่นายคิดหรอก รู้เอาไว้เสียด้วย"

เนตรชนกด่าจนชนม์ชนกจับความได้แล้วว่าเรื่องอะไร เขาเชิญเธอกลับไปเสีย พอเนตรชนกสะบัดพรืดไป ชนม์ชนกนั่งลงปลงๆ แอนนาถามว่าทําไมไม่บอกไปว่าความจริงเป็นอย่างไร

"ไม่มีประโยชน์ ลองถ้าเขาปักใจเชื่อไปแล้วพูดให้ตายเขาก็ไม่เชื่อเราหรอก ป่วยการพูดเปล่าๆ"

ooooooo

การไปอยู่ไกลถึงเกาะช้างทั้งยังไปอยู่กับคนหน้า เนื้อใจเสืออย่างแทนสิทธิ์ทําให้เทพไทเป็นห่วงเนตรชนก จนซึมเศร้า ศศิมนทนดูไม่ได้ ตัดสินใจจะไปตามเนตร- ชนกกลับ เธอเขียนจดหมายทิ้งไว้ว่า

"มนขอโทษนะคะ ที่ไปโดยไม่ขอคุณก่อน มนไปช่วยจัดดอกไม้แต่งงานเพื่อนน่ะค่ะ พอดีเพื่อนโทร.มาด่วน มนไม่ อยากปลุกคุณ พรุ่งนี้มนจะรีบกลับนะคะ แล้วจะโทร.หาค่ะ"

เทพไทตื่นขึ้นมาเห็นจดหมายวางอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง เขาร้อนใจมากโทร.เช็กไปตามบ้านเพื่อนของศศิมนก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปจัดดอกไม้ให้ใคร ที่ไหน

เทพไทโทร.ตามหาอยู่จนถึงบ่าย ทนไม่ได้โทร.ไปบอกชนม์ชนก เขาตกใจที่น้องสาวหายตัวไปบอกเทพไทว่า

"เขาไม่เคยทําอะไรแบบนี้ เหตุผลเดียวที่ไม่บอกว่าไปหาใครก็เพราะว่าบอกแล้วคุณจะต้องไม่ให้ไป"

"ยัยเนตร!" เทพไทเดาออก ทั้งสองรีบออกเดินทางทันที

ooooooo

ศศิมนไปหาเนตรชนกจริงๆ ไปอ้อนวอนให้เธอกลับบ้าน เพราะคุณพ่อเธอเป็นห่วงมากจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ อ้อนวอนกระทั่งบอกว่าจะให้ตนทําอะไรก็ยอมทั้งนั้นขอแค่ให้เนตรชนกกลับบ้านเท่านั้น

เมื่อเนตรชนกไล่แล้วศศิมนไม่ยอมกลับเธอจึงลากออก ไปข้างนอก กระนั้นศศิมนก็ยังยืนยันว่าจะยืนอยู่อย่างนี้จนกว่าเธอจะยอมกลับบ้าน

"อยากยืนก็ตามใจ เป็นอะไรขึ้นมาฉันไม่รับผิดชอบนะ" พูดแล้วสะบัดเข้าอาคารไป

จนกระทั่งบ่าย 3 ออกมาดูอีกทียังเห็นศศิมนยืนตากแดดอยู่แม้จะห่วงขึ้นมาบ้าง แต่ก็ทิฐิเกินกว่าจะยอมแพ้

ศศิมนยืนอยู่จนทําท่าจะเป็นลม   ก็พอดีเทพไทกับ

ชนม์ชนกมาถึง ทั้งคู่รีบเข้าประคองเธอไว้พอดี เนตรชนกออกมาดู พูดใส่หน้าทั้งสองคนว่า

"มาก็ดีแล้ว พาน้องสาวนายกลับไปเสีย อย่าให้มาเป็นลมแถวนี้มันทุเรศตาคนอื่น"

เทพไทถามว่าเธอทำอะไรศศิมน เนตรชนกโวยวายว่า ตนไม่เกี่ยว สองพ่อลูกทำท่าจะทะเลาะกัน ชนม์ชนกเลยขอให้รอศศิมนฟื้นก่อนค่อยถามหาความจริงก็ได้

"ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี นายรวมหัวกันส่งแม่ศศิมนมาที่นี่ มาแกล้งยืนตากแดดจนเป็นลม แล้วนายก็พาคุณพ่อมาเห็นจะได้คิดว่าฉันเป็นคนทำร้ายศศิมนใช่ไหม" เนตรชนกวิเคราะห์ ออกมาเป็นตุเป็นตะ

เมื่อเธอปักใจเชื่ออย่างนั้นแล้วใครก็เปลี่ยนความคิดเธอไม่ได้ เธอยังมองว่าที่เทพไทมาที่นี่เพื่อมาตามศศิมน เมื่อเจอแล้วก็รีบกลับไปเสีย ทั้งด่าทั้งไล่จนสาแก่ใจแล้วเธอหันหลังเดินเข้าอาคาร

"เดี๋ยวสิเนตร" เทพไทจะตาม ถูก รปภ.เข้ามาขวางอ้างว่า บุคคลภายนอกห้ามเข้า

เนตรชนกกลับเข้าห้องร้องไห้ด้วยความแค้นใจที่พ่อมาที่นี่เพียงเพื่อมาตามศศิมนเท่านั้น แทนสิทธิ์เข้ามาเคาะประตูถามว่าเป็นอะไร เนตรชนกเอาแต่ร้องไห้ เขาแอบดีใจคิดหาทางต่อยอดงานนี้ทันที

ooooooo

เมื่อเจอตัวแล้ว เทพไทกับชนม์ชนกรับเธอมาพักที่รีสอร์ตของตัวเอง ศศิมนขอโทษเทพไทกับชนม์ชนก บอกถึงเจตนาดีของตนที่จะพาเนตรชนกกลับบ้านเพราะทนเห็นเทพไททุกข์ใจไม่ได้

เทพไทถามอย่างรับไม่ได้ว่าตนเป็นพ่อพูด เนตรชนกยังไม่ฟังแล้วเธอพูดเนตรชนกจะฟังหรือ คราวหลังอย่าคิดทำอะไรแบบนี้อีก ชนม์ชนกเห็นว่าดึกแล้วคืนนี้พักที่นี่ก่อน พรุ่งนี้ค่อยเดินทางกลับกัน

เมื่อเข้าห้องพัก เทพไทยังหน้าตึงกับศศิมน เธอน้ำตาคลอถามว่าโกรธตนถึงขนาดนั้นเลยหรือ

"ผมทำทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งเสียลูกก็เพื่อปกป้องคุณกับลูก แต่คุณกลับไม่ดูแลตัวเอง ไม่ดูแลลูกในท้อง แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเสียไป มันเพื่ออะไร"

ศศิมนขอโทษอีกย้ำว่าตนทำเพื่อให้อะไรๆดีขึ้น เทพไทขอร้องว่าถ้าอยากช่วยก็ให้อยู่เฉยๆ อย่าเพิ่มปัญหาอีกเลย แค่นี้ตนก็รับไม่ไหวอยู่แล้ว เขาบอกเธอว่าอยากอยู่คนเดียวสักพัก ทำให้ศศิมนที่ตั้งใจจะปลอบโยนเสียใจก้มหน้าน้ำตาไหลเดินออกไปเงียบๆ

ooooooo

เช้าวันต่อมา เนตรชนกขับรถออกสำรวจรอบเกาะเอง เธอขับรถไปจนถึงบริเวณที่ไม่ค่อยมีผู้คนเข้าไปถึงเพราะต้องผ่านป่าชายเลน เจ้ากรรม! พอเข้าป่าชายเลนเครื่องยนต์เกิดดับ ทำอย่างไรก็แก้ไขไม่ได้ มองไปรอบๆก็เงียบจนวังเวง นึกกลัวขึ้นมาเลยลงจากรถเดินตะโกนหาคน เพื่อขอความช่วยเหลือ

ความไม่คุ้นเคยกับชนบท ทำให้เธอเดินไปข้างหน้าแล้วจำทางไม่ได้ ครั้นจะกลับหลังก็กลับไม่ถูกอีก คราวนี้เลยยิ่งเสียใจ โชคดีที่มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมีเด็กสาวสองคน คนหนึ่งขี่อีกคนซ้อนท้ายขับมาทางนี้ เนตรชนกดีใจมากรีบขอความช่วยเหลือ

เด็กสาวสองคนคือเดือนกับดาวซึ่งเป็นคนท้องถิ่น พอฟังเนตรชนกเล่าว่ารถเสีย  ทั้งสองก็นึกออกว่ารถคันที่จอดอยู่ ตรงถนนนั่นใช่ไหม เดือนบอกให้ไปพักรอที่บ้านตนก่อนเดี๋ยวจะให้พ่อมาดูรถให้

เนตรชนกดีใจจนน้ำตาคลอที่ได้น้องผู้มีน้ำใจช่วยไว้

ooooooo

เคนที่ทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยลอยไปลอยมา ไม่ทำการทำงาน จนป๊าของเขาทนไม่ได้ยื่นคำขาดให้ ทำงานเสียที เคนอ้างว่าตนไม่ชอบทำงานโรงงาน ป๊า บอกว่าถ้าไม่ทำงานก็ให้หาผู้หญิงดีๆแต่งงานให้อีเลี้ยงก็แล้วกัน

เพราะได้รับการตามใจมานาน เคนไม่เชื่อว่าป๊าจะเอาจริง แต่ที่ไหนได้ คราวนี้ป๊าเด็ดขาดมาก สั่งระงับบัตรเครดิตทั้งหมด ยึดรถคืน บอกเคนว่า

"จากนี้ไป ลื้อต้องพึ่งตัวเองแล้วนะ อาเคน"

บ่ายนี้เคนจึงไปหาอุ่นที่ยังงอนเรื่องเขาเอาดอกไม้เหลือเดนมาให้ตนไม่หาย ไปเล่าให้อุ่นฟังเรื่องถูกป๊าระงับบัตรเครดิตและยึดรถ อุ่นสมนํ้าหน้าที่เคนไม่ยอมเป็นโล้เป็นพายเสียที แต่พอเห็นเคนเซ็งก็อดสงสารไม่ได้ ปลอบใจว่าป๊าคงบ่นไปนั้นแหละ

"ไม่บ่นเฉยๆนะ ยึดไปหมดแล้วด้วย ไม่เห็นเหรอว่าเคนมาแท็กซี่ ป๊าให้หางานทำ ไม่ก็หาผู้หญิงดีๆแต่งงาน พูดเป็นการ์ตูนไปได้นะป๊า เมียนะไม่ใช่ขนมจีบซาลาเปา จะได้หาได้ตามเซเว่น"

อุ่นหนักใจแทนบอกว่าตนมีวันพักร้อนเหลือ ชวนไปหาเนตรชนกกันดีกว่า เผื่อสมองโปร่งๆจะได้คิดอะไรออกบ้าง เคนเสียงอ่อยว่าตนไม่มีเงินเลย อุ่นรับปากให้ยืมก่อนก็แล้วกัน

ooooooo

เนตรชนกไปพักที่บ้านเดือนกับดาว ป้ามาลีผู้ เป็นแม่ของสองสาวต้อนรับอย่างอบอุ่น เอานํ้ามะพร้าวมาให้ดื่มแก้กระหาย ขณะที่พ่อของสองสาวไปช่วยดูรถให้

ครู่หนึ่งลุงอิ่มก็กลับมาบอกว่ารถแบตหมด แต่ได้ให้คนเอาแบตลูกใหม่ไปเปลี่ยนให้แล้ว เนตรชนกให้เงินก็ไม่เอา บอกว่าเป็นของที่มีอยู่แล้วไม่ได้ไปซื้อหาที่ไหน

ป้ามาลีชวนอยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนค่อยกลับ บอกให้เดือนกับดาวพาไปเดินเล่นรอบหาดนับดาวไปพลางก่อน

ระหว่างไปเที่ยวหาดนับดาวนี่เอง เนตรชนกจึงรู้ว่าที่แท้ ชาวบ้านแถวนี้ทำโฮมสเตย์ เมื่อก่อนก็มีคนมาพักบ้าง แต่หลังๆ มานี้ไม่มีเลย ทำป้ายไปปิดประกาศไว้ก็ถูกพวกรีสอร์ตใหญ่ๆ มาทำลายหมด ทำใหม่ไม่กี่วันก็ถูกทำลายอีก จนชาวบ้านสู้ อิทธิพลไม่ไหว

เนตรชนกพุ่งเป้าไปที่ชนม์ชนกทันที คิดว่าต้องเป็นฝีมือของเขาแน่ๆ

จากการชมทิวทัศน์ที่นี่ เนตรชนกเชื่อว่าถ้าทำการตลาดดีๆ ต้องมีคนมาพักมากแน่ๆ เพราะทั้งสวย สงบ ชาวบ้านอัธยาศัยดี บอกเดือนกับดาวว่าตนจะช่วยทำการตลาดให้เอง

เมื่อกลับมาที่บ้าน ป้ามาลีทำอาหารเรียบร้อยแล้ว ทุกคนมาล้อมวงกินข้าวกับพื้นบนลานกว้างอย่างกันเอง สบายๆ ความอบอุ่นนี้ทำให้เนตรชนกคิดถึงครอบครัวตัวเอง จนอดสะเทือนใจไม่ได้ บอกว่าตนไม่เคยได้กินข้าวกับคนในครอบครัวแบบนี้มานานแล้ว   ขอบคุณลุงกับป้ามากๆเลยที่ให้ความอบอุ่นตน

"ไม่ต้องขอบอกขอบใจอะไรกันหรอกลูก ป้ากับลุงก็ถูกชะตากับหนูเหมือนกัน คิดซะว่าเราเคยทำบุญร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อนก็แล้วกันนะ" ป้ามาลีพูดอย่างเอ็นดูเธอเหมือนลูกหลาน

ด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของครอบครัวเดือนกับดาว เนตรชนกบอกว่าตนจะมาที่นี่อีก มีอะไรหลายๆอย่างที่ตนอยากจะทำให้คนที่หาดนับดาว ถ้าที่นี่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ตนก็จะมาสอนทุกคนให้ใช้เป็น

แม้จะรู้จักกันเพียงครึ่งวัน  แต่ความมีน้ำใจต่อกันทำให้เนตรชนกกับครอบครัวเดือนกับดาวสนิทสนมผูกพันกันราวคบหากันมานานหลายปี

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงรีสอร์ตของแทนสิทธิ์ เนตรชนกเล่าเรื่องรถเสียและชาวบ้านช่วยซ่อมให้เขาฟัง ถามว่ารู้จักโฮมสเตย์หาดนับดาวไหม แทนสิทธิ์ชะงักไปนิดหนึ่ง  เนตรชนกบอกว่าถ้าได้ทำการตลาดดีๆหาดนับดาวบูมแน่ๆ  แต่แย่ตรงที่นายทุนมากว้านซื้อโฮมสเตย์ไป  พอชาวบ้านไม่ขายก็สั่งคนมาก่อกวน

แทนสิทธิ์ทำไขสือฟังและเสริมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ จังหวะก็ป้ายสีชนม์ชนกอ้อมๆว่า ตนเคยได้ยินคนที่คริสตัลแซนด์ พูดถึงการขยายรีสอร์ตไม่รู้จะเกี่ยวกับหาดนับดาวด้วยหรือเปล่า

"เหรอคะ เนตรก็คิดแล้วว่านายทุนชั่วนั่นต้องเป็นนายชนม์ชนกแน่ๆ เลวที่สุด" เนตรชนกยิ่งปักใจเชื่อความสงสัยของตัวเองที่ว่าชนม์ชนกเป็นคนทำลายป้ายโฆษณาและบีบคั้นชาวบ้านให้ขายโฮมสเตย์

แต่หารู้ไม่ว่า ความจริงแล้ว ชนม์ชนกเกื้อหนุนและสนับสนุนเครื่องมือสื่อสารต่างๆให้คนหาดนับดาว โดยผ่านผู้ใหญ่บ้าน นับแต่จานดาวเทียมเพื่อชาวบ้านจะได้ดูข่าวสารและสาระบันเทิงต่างๆ

ล่าสุดเขายังส่งคอมพิวเตอร์ไปให้ชาวบ้านอีก 10 เครื่อง โดยไม่ประสงค์ออกนาม

เมื่อเนตรชนกรู้เรื่องนี้ก็แอบชื่นชมว่าต้องเป็นแทนสิทธิ์แน่ๆ เพราะเมื่อวานจากการคุยกัน เขาบอกแล้วว่าจะช่วยเหลือชาวบ้านแถวนี้ เนตรชนกบอกชาวบ้านเป็นนัยๆว่าเรียกเขาว่าคุณใจดีก็แล้วกัน

ลุงอิ่มเสนอว่า เมื่อเราได้เครื่องคอมพิวเตอร์มาถึง 10 เครื่องก็ต้องสร้างหลังคาคลุมลานจะได้มีที่วางคอมพิวเตอร์

"ทำเป็นห้องเรียนเลยนะคะ เนตรจะสอนทุกคนให้ใช้ คอมพิวเตอร์เองค่ะ" เนตรชนกเสนออย่างกระตือรือร้น

ooooooo

ขณะเดินดูสถานที่เพื่อสร้างโรงเรียนนั่นเอง เนตร-ชนกเห็นชนม์ชนกเดินมาก็เขม่นเข่นเขี้ยวทันทีถามประชดว่าจะมาดูที่ขยายรีสอร์ตหรือพวกนายทุนชั่วหน้าเลือด

"อะไรของคุณ" ชนม์ชนกถามงงๆ เนตรชนกพูดอย่างรู้ดีว่าอย่าคิดว่าตนไม่รู้ว่าเขามีแผนอะไร "เหรอ...รู้ดีขนาดนั้นเชียว" ชนม์ชนกทำหน้าล้อๆ

ชนม์ชนกรู้ว่าเธอมีอคติและเชื่อในอคติของตัวเองอย่างไม่ยอมเปลี่ยนแปลง เขาจึงเลี่ยงไป

เมื่อไปพบผู้ใหญ่จัน พอรู้ว่าทางนี้จะสร้างห้องเรียนคอมพิวเตอร์ เขาถามว่าต้องการแรงงานไหม เนตรชนกมาได้ยินก็ขัดขึ้นอย่างไม่ไว้หน้าว่า

"ไม่ต้องมาทำเป็นมีน้ำใจช่วยหรอก คิดจะหลอกให้

ชาวหาดนับดาวยอมขายที่ให้นายล่ะสิ ลุงผู้ใหญ่อย่าไปหลงเชื่อเขานะคะ นายนี่น่ะ จอมลวงโลกเลยล่ะ"

ชนม์ชนกพยายามแก้สถานการณ์บอกผู้ใหญ่ว่าอย่าไปถือสาเลยเธอขี้งอนอย่างนี้แหละ  บ่นเนตรชนกว่ากล่าวหาตนทำไม ตนน่ะญาติเธอนะ ก็ถูกเธอศอกกลับทุกประเด็น สุดท้ายชนม์ชนกไม่อยากสนใจชวนผู้ใหญ่กับลุงอิ่มคุยกันเรื่องสร้างห้องเรียน โดยเขารับปากจะหาไม้ให้ ส่วนคนงานต้องช่วยกันเอง

ผู้ใหญ่และลุงอิ่มดีใจมาก ชนม์ชนกจึงชวนไปคุยเรื่องแบบกันดีกว่า แล้วทั้งสามก็พากันเข้าไปคุยกันในบ้าน เนตรชนกเลยกลายเป็นคนถูกทิ้งให้ยืนโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว แต่สุดท้ายก็ต้องเดินเข้าไปฟังด้วยอย่างฮึดฮัดขัดใจ

ooooooo

ตอนที่ 9

ความโกรธ เกลียด ริษยาเนตรชนกที่ใกล้ชิดกับชนม์ชนก ทำให้ทิพย์ธิดาทนไม่ได้ ไปหาชนม์ชนกถึงที่ทำงานเขา ถามว่าทำไมเนตรชนกต้องทำอาหารให้เขากินด้วยทั้งที่เป็นคนรังแกศศิมน

ชนม์ชนกบอกว่าก็แค่เป็นหนี้เลยต้องชดใช้ พอเธอถามว่าหนี้อะไร เขาตัดบทว่าไม่สำคัญหรอก อย่าใส่ใจเลย ทิพย์ธิดาเปลี่ยนเป็นถามว่า

"แต่คุณไม่เคยให้ใครขึ้นไปที่ห้องพักคุณง่ายๆเลยนี่คะ ขนาดทิพย์คุณยังไม่เคยพาไปเลย"

"มันก็แค่เรื่องความสะดวก คุณอย่าคิดมากเลย ผมไม่ชอบให้ใครมาจุกจิกนะ" พอชนม์ชนกพูดปรามๆ ทิพย์ธิดาก็ขอโทษ บอกว่าตนแค่น้อยใจที่เขาเห็นเด็กนั่นดีกว่าตน "คุณทิพย์ครับ คุณจะเอาตัวไปเปรียบเทียบกับคนอื่นทำไม เนตรชนกเขาเป็นญาติผม ส่วนคุณก็เป็นเพื่อน มันคนละส่วนกันนะครับ"

"เพื่อนเหรอคะ" ทิพย์ธิดาถามอย่างรับไม่ได้  เห็นเขายิ้มๆ เธอก็ยิ่งผิดหวังจนแทบจะกรี๊ด

เมื่อพูดกับชนม์ชนกไม่ได้ ทิพย์ธิดาหาทางแก้ปัญหาเอง นัดพบแทนสิทธิ์ระบายความคับแค้นใจให้ฟัง แล้วยุให้เขาจีบเนตรชนกเสียจะได้เอาไปห่างๆชนม์ชนกเสียที เพราะนับวัน

ชนม์ชนกก็เอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องมากขึ้นเรื่อยๆ

"แล้วคุณคิดว่าที่ผมรีบเคลียร์งานที่พาราดิสโซแล้วเข้าออฟฟิศที่กรุงเทพฯเนี่ย เพื่ออะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพื่อคุณเนตร"

ฟังแล้วทิพย์ธิดาใจชื้นขึ้น เร่งให้เขาไวๆเข้า แทนสิทธิ์ยิ้มๆ  บอกให้ใจเย็นๆ มันต้องมีเซอร์ไพรส์กันหน่อย แม้จะไม่เข้าใจแต่ก็เชื่อฝีมือของแทนสิทธิ์

เพียงเช้าวันต่อมา แทนสิทธิ์ก็ขับรถไปที่บ้านเทพไท ท้ายรถเต็มไปด้วยดอกไม้ ส่วนในมือถือกุหลาบแดงช่อโตลงจากรถ

น้อยเห็นเข้ารีบวิ่งเข้าไปรายงานเจ้านายที่นั่งกันอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ทุกคนพากันแปลกใจว่า แทนสิทธิ์เอาดอกไม้มาให้ใคร สุดท้ายเทพไทชวนออกไปดูกันดีกว่า

พอออกไปเจอกัน แทนสิทธิ์สวัสดีทักทายทุกคน แล้วบอกว่า "ผมมาพบคุณเนตรน่ะครับ"

"อ๋อ...นึกว่าของใคร ที่แท้ก็ของยัยเนตรนี่เอง" เนื้อนวลเอ่ย  พอแทนสิทธิ์รับว่าใช่  ทัดไทเลยบอกว่าเนตรชนกไม่ได้อยู่ที่นี่

"อ้าว...แล้วไปอยู่ที่ไหนล่ะครับ" แทนสิทธิ์หน้าเสียมองทุกคนงงๆ

ooooooo

หลังจากทำอาหารตามตำราที่ศศิมนสอนและให้ชิมจนได้รับคำชมว่าทั้งอร่อยและหอมแล้ว

รุ่งขึ้น เนตรชนกพร้อมที่จะทำอาหารให้ชนม์ชนกทดสอบ แต่คราวนี้เขากลับให้เธอไปทำที่บ้าน อ้างว่าจะได้มีพยานหลายคน เนตรชนกบอกว่าดี เพราะตนก็ไม่เชื่อใจเขานัก

เมื่อพาเข้าไปในบ้าน ผู้ใหญ่ในบ้านพากันต้อนรับด้วยความอบอุ่น เมตตา คุณหญิงหยอกชนม์ชนกว่า นึกว่าเขาอำที่บอกว่าจะให้เนตรชนกมาทำอาหาร ชัชชัยถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชนม์ชนกตอบหน้าตาเฉยว่า เพราะเนตรชนกติดหนี้ตน พอถูกถามว่าหนี้อะไร เขาตัดบทว่าเป็นความลับ แล้วขอให้คุณพ่อกับคุณแม่คอยเป็นกรรมการให้ก็แล้วกัน

เมื่อเคลียร์กับผู้ใหญ่แล้ว เนตรชนกถามว่าครัวอยู่ไหน ชนม์ชนกจึงเดินนำไป  ชัชชัยให้กำลังใจเนตรชนกว่า "เอาให้ สุดฝีมือเลยนะลูก"

"ขอบคุณค่ะ" เนตรชนกยิ้มเก้อๆ ชนม์ชนกแอบยิ้มชอบใจที่ปราบพยศเนตรชนกได้

ooooooo

ระหว่างที่เนตรชนกทำอาหารนั้น  ชัชชัยกับคุณหญิงนั่งดูอยู่  ชมกันว่าท่าทางใช้ได้เลยเหมือนยัยมน ทำเลยทีเดียว

เมื่อทำอาหารเสร็จยกมาตั้งโต๊ะ ทุกอย่างสวยงามน่าทานมากจนชนม์ชนกชมประชดว่า ถ้าไม่เห็นกับตาไม่เชื่อจริงๆ ถามว่าวิญญาณใครเข้าสิงหรือ เลยต่อปากต่อคำกันนิดหน่อยประสาขมิ้นกับปูน

ชัชชัยกับคุณหญิงเห็นชนม์ชนกกับเนตรชนกต่อปาก ต่อคำกันก็ยิ้มขำๆ ชมว่าอาหารทุกอย่างทำยากๆทั้งนั้น ชัชชัยเลยหยอกลูกชายว่า หัดกินง่ายๆเหมือนพ่อบ้าง กินยากๆพาลจะหาแฟนยากไปด้วย เดี๋ยวจะหาว่าพ่อไม่เตือน เนตรชนกได้ทีถล่มแถมเข้าไปว่า

"ไม่ได้หาแฟนยากหรอกค่ะ เนตรว่าผู้หญิงคงทนไม่ค่อยไหวมังคะ"

"อื้อหือ...พูดเหมือนตัวเองหาง่ายอย่างนั้นแหละ เหวี่ยง 180 องศาขนาดนี้ ผู้หญิงอะไร งานบ้านงานครัวก็ไม่เป็นสักอย่าง ทำอาหารทีก็ยังกับจะไปออกรบ  ผู้ชายที่ไหนมาจีบก็เพี้ยนแล้ว"

พูดแล้วตัวเองก็ขำเอง เนตรชนกจ้องเขม็งกำส้อมแน่น แต่ไม่กล้าแผลงฤทธิ์ต่อหน้าผู้ใหญ่

"เจ้าชนม์ ไปว่าน้องได้ยังไง ระวังจะเข้าตัวนะแก พอล่ะ มาชิมกันดีกว่าน่าทานเชียวลูก" ชัชชัยตัดบทแล้วลงมือชิมอาหารกันอย่างตั้งอกตั้งใจ พอคำแรกเข้าปากทั้งคุณหญิงและชัชชัยก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อยมาก

"นี่มันรสมือยัยมนชัดๆ" ชนม์ชนกทำหน้าอำๆ เนตรชนกร้อนตัวถามว่า เห็นตนทำกับมือแล้วยังพูดแบบนี้จะหาว่าโกงหรือ ร้อนถึงคุณหญิงกับชัชชัยต้องหย่าศึก ด้วยการเป็นพยานว่า เป็นฝีมือของเนตรชนกจริงๆ เธอรีบขอบคุณแล้วหันถามเย้ยๆว่า "ยอมรับหรือยัง"

"ผมไม่ได้ว่าอะไร ตีโพยตีพายไปได้ ก็แค่ไม่คิดว่าจะอร่อยได้ขนาดนี้ คะแนนสองต่อหนึ่งแบบนี้คงสู้ไม่ไหว ให้ผ่านก็แล้วกัน"

เนตรชนกยิ้มดีใจ ชนม์ชนกแอบมองแล้วยิ้มพอใจ

ที่ภายนอกดูเหมือนเขาจะแพ้  แต่ที่แท้เขาชนะเต็มประตูที่ทำให้ เนตรชนกต้องยอมรับศศิมนจนได้

ooooooo

ชำระหนี้กันเรียบร้อยแล้ว  ชนม์ชนกขับรถพาเนตรชนกมาส่งที่บ้านอุ่น เจอแทนสิทธิ์เอาดอกไม้ใส่ เต็มท้ายรถมาจอดรออยู่  ตัวเองถือช่อกุหลาบแดงรออยู่หน้าบ้าน  พอเห็นเนตรชนกกลับมาก็รีบเอาช่อกุหลาบ มามอบให้ แล้วทักทายชนม์ชนกอย่างขอไปทีว่า ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอกันที่นี่ สบายดีหรือ แผลหายรึยัง

ชนม์ชนกตอบอย่างขอไปทีเช่นกันว่าสบายมากไม่ต้องห่วง เนตรชนกบอกเขาว่าแทนสิทธิ์เป็นแขกของตน ให้เขากลับไปได้แล้ว ชนม์ชนกตอบอย่างหงุดหงิดว่า

"ผมก็แค่ทักทายคนรู้จักไม่ได้อยากจะอยู่นักหรอกน่า ผมไปล่ะครับคุณแทนสิทธิ์" ว่าแล้วไปเลย

พอเชิญแทนสิทธิ์เข้าบ้าน อุ่นชมว่าเก่งจังที่หาบ้านเจอทั้งที่จดที่อยู่ผิด แทนสิทธิ์ปากหวานว่า

"ผมตั้งใจเอาดอกไม้มาให้คุณเนตรก็ต้องหาจนเจอสิครับ" ครั้นเนตรชนกบอกว่าไม่น่าลำบากเลย เขาพูดด้วยสีหน้าปลื้มๆว่า "ไม่ลำบากเลยครับ เป็นความสุขของผมต่างหาก"

เนตรชนกถามว่าเอากาแฟไหมแต่ตนชงไม่เก่ง เขาหวานตามเคยว่าเธอทำอะไรเขาก็ทานได้หมด ทำให้เนตรชนกบ่นถึงอีกคนว่า

"คุณแทนน่ารักจังเลยไม่เหมือนบางคนนะคะเรื่องเยอะแบบนั้นก็ไม่ได้แบบนี้ก็ไม่กินปวดหัวค่ะ เอาใจไม่ถูก" แต่พอแทนสิทธิ์ถามว่าใครนะที่ทำให้เธอหงุดหงิด เนตรชนกก็กลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร แล้วขอตัวไปชงกาแฟ

อุ่นยังนั่งคุยกับแทนสิทธิ์ เขาถามว่าอุ่นกำลังหางานทำหรือ อุ่นไม่ทันขยับปาก เนตรชนกก็ชิงบอกว่าตนเองต่างหาก เขาถามว่าทำไมไม่ทำงานกับคุณพ่อล่ะ เธอบอกว่าอยากหางานเองมากกว่า

แทนสิทธิ์ถามทันทีว่าสนใจงานรีสอร์ตไหม ตนกำลังหาผู้ช่วยฝ่ายการตลาดอยู่พอดี ถามว่าเธอจบอะไรมา เนตรชนกบอกว่าจบการตลาดแล้วรีบแสดงความดีอกดีใจที่จะได้ทำงานที่สวยๆ ตนชอบทะเลด้วย

"ถ้างั้นผมรับคุณเนตรเข้าทำงานเลยได้ไหมครับ"

"ขอบคุณค่ะ แต่ว่าจะไม่สัมภาษณ์อะไรเลยเหรอคะ"

"ผมสัมภาษณ์จนพอใจแล้วนี่ครับ"

เนตรชนกโผเข้ากอดอุ่นด้วยความดีใจ บอกอุ่นว่าตนได้งานทำแล้วดีใจจัง อุ่นดีใจด้วย ส่วนแทนสิทธิ์ยิ้มสมใจที่แผนของตนสำเร็จได้ง่ายดายรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

ooooooo

เคนที่ทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยเจ้าชู้ไก่แจ้ป้อทางโน้นทีทางนี้ที วันนี้ก็เอาช่อดอกไม้ไปที่คอนโดฯของทิพย์ธิดา พนักงานโทร.ขึ้นไปที่ห้องไม่มีคนรับสายถามว่าจะฝากอะไรถึงทิพย์ธิดาไหม เคนไม่ฝากบอกว่าวันหลังค่อยมาใหม่

ขณะกำลังเดินออกจากคอนโดฯนั่นเองก็ได้รับสายจากอุ่นแจ้งข่าวดีเรื่องเนตรชนกได้งานทำแล้ว ชวนไปฉลองกัน เคนบอกว่าเดี๋ยวจะตามไป มองดอกไม้ในมือแล้วบอกตัวเองว่า "เอาไปให้เนตรดีกว่า"

แต่พอเคนไปถึงร้านอาหารกึ่งผับที่นัดกันไว้ มองเข้าไปเห็นทิพย์ธิดานั่งอยู่กับชนม์ชนก หัวใจเขาห่อเหี่ยวลงทันที เปลี่ยนใจอีกครั้ง เอาช่อดอกไม้ไปยืนดักรอทิพย์ธิดาที่หน้าห้องน้ำหญิง พอเธอลุกมาเข้าห้องน้ำก็ปรี่เข้าไปยื่นช่อดอกไม้ให้

แทนที่จะได้รับความชื่นชมกลับถูกเธอด่าว่าประสาทหรือเปล่าไม่เห็นหรือว่าตนมากับแฟน ช่างไม่มีมารยาทเสียเลย พลางมองซ้่ายมองขวาแล้วรีบเข้าห้องน้ำไป

ขณะเคนยืนจุกอยู่หน้าห้องน้ำนั่นเอง   อุ่นเห็นเขามาทางห้องน้ำเลยตามมาดู เจอยืนซึมอยู่ ถามว่ามาแล้วทำไมไม่เข้าไป เคนอึกๆอักๆ เก้ๆกังๆ บอกว่า แวะมาเข้าห้องน้ำกำลังจะไป

"มาเร็ว เขารอกันอยู่" อุ่นเร่งเหลือบเห็นช่อดอกไม้ ถามว่า "ดอกไม้ใครอ่ะ"

"อืม...ของ...ของ...ให้...เอาไปสิ" เคนยื่นช่อดอกไม้ให้ อุ่นถามว่าจริงหรือ เคนพยักหน้า อุ่นรับดอกไม้ไปเขินๆ แอบปลื้ม มีความสุข หารู้ไม่ว่ามันเหลือเดนจากคนอื่นมาแล้ว

ระหว่างเดินกลับมาที่โต๊ะนั่นเอง อุ่นเห็นชนม์ชนกกับทิพย์ธิดาบอกเคนว่า "คุณชนม์ชนกนี่"

เมื่อกลับมาถึงโต๊ะเคนรีบแสดงความยินดีกับเนตรชนก อุ่นบอกว่าเมื่อกี้เห็นชนม์ชนกกับทิพย์ธิดาด้วย พอเนตรชนกได้ยินเธอเสนอให้เปลี่ยนร้านกันดีไหม   แทนสิทธิ์ถามว่าไม่ชอบที่นี่หรือ พอเธออึกอักนึกคำตอบไม่ทัน แทนสิทธิ์ก็ชิงพูดเอาใจว่า

"อืม...เปลี่ยนก็ได้ครับ ผมมีอีกที่หนึ่งเพลงดีเหมือนกัน" พูดแล้วแอบส่งเมสเสจหาทิพย์ธิดา

พอรับเมสเสจของแทนสิทธิ์ ทิพย์ธิดาชวนชนม์ชนกเข้าไปโต๊ะข้างในดีกว่า เพราะที่นี่คนผ่านไปมามากไม่เป็นส่วนตัว ชนม์ชนกตามใจ จึงพากันลุกเข้าไปข้างใน

ไปถึงเจอสี่คนข้างในกำลังลุกจะเปลี่ยนร้านพอดี ทิพย์ธิดา ทำเป็นทักว่าบังเอิญจังมาเจอกันได้

"ครับ พอดีพาคุณเนตรกับเพื่อนมาทานข้าวฉลองที่ คุณเนตรเขาจะมาทำงานกับผม" แทนสิทธิ์แกล้งพูดให้เข้าหูชนม์ชนก ทิพย์ธิดาแสดงความยินดีด้วยที่เขาจะได้ "แขนขา" มาช่วยงานเสียที ถามว่า แล้วนี่จะลุกไปไหนกัน

แทนสิทธิ์บอกว่าเนตรชนกอยากเปลี่ยนร้าน ชนม์ชนกถามเย้ยว่า เห็นตนเลยจะย้ายหนีหรือ เนตรชนกฮึดขึ้นมาถามว่าแล้วทำไมต้องหนีเขาด้วย ทิพย์ธิดาฉวยโอกาสพูดดูแคลนว่า

"ย้ายไปก็ดีแล้วล่ะ เด็กอมมืออย่างเธอไม่เหมาะกับร้านแบบนี้หรอก ที่นี่มีแต่คนที่มีวุฒิภาวะทั้งนั้น"

เนตรชนกเปลี่ยนใจทันทีบอกแทนสิทธิ์ว่า  เรานั่งที่นี่กันต่อดีกว่า ตนอยากรู้เหมือนกันว่าใครกันแน่ที่ไม่มีวุฒิภาวะ ว่าแล้วนั่งลงก่อนเพื่อน ทุกคนเลยต้องนั่งตาม สองสาวจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร

"เราไปกันเถอะคุณทิพย์"   ชนม์ชนกแตะศอกทิพย์ธิดาพาเดินเข้าไปข้างใน ทิพย์ธิดาควงชนม์ชนกมองหน้าเนตรชนกอย่างเย้ยหยัน เนตรชนกนั่งหน้าบอกบุญไม่รับ

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน เทพไทถามศศิมนว่า เห็นคุณแม่ บอกว่าวันก่อนอุ่นมารับพาไปไหนหรือ ศศิมนพลั้งปากเรื่องเนตรชนกทำอาหารเพื่อแลกกับการไม่แจ้งความของชนม์ชนก

ความเลยแตก พอเทพไทรู้ความจริงเขาบอกว่านี่ไม่ใช่ เรื่องเล็กๆแล้ว ตนต้องรู้ให้ได้ว่าเนตรชนกไปก่อเรื่องอะไรอีก ศศิมนลำบากใจมากที่ตัวเองพลั้งปากทำให้ความแตก

ส่วนที่ร้านอาหารกึ่งผับ การเผชิญหน้ากันระหว่างแทนสิทธิ์กับชนม์ชนกก็ตึงเครียดไม่น้อยกว่ากัน ชนม์ชนกเจอกับแทนสิทธิ์ที่ห้องน้ำชาย เขาถามว่าแทนสิทธิ์คิดจะทำอะไร ฝ่ายนั้นตอบกวนๆว่า ก็แค่ชวนเนตรชนกไปทำงานที่รีสอร์ตเท่านั้น

"ถ้าไม่มีอะไรก็ดี อย่าให้ผมรู้แล้วกันว่าคุณคิดอะไรมากกว่านั้น ผมคงไม่เอาคุณไว้แน่"

พูดแล้วชนม์ชนกเดินออกไป แทนสิทธิ์ยืนมองจากในกระจก หัวเราะในลำคอพูดอย่างย่ามใจ

"ผมก็ไม่เอาคุณไว้เหมือนกัน ผู้หญิงคนนี้แหละที่ฉันจะใช้จัดการแกให้ย่อยยับ!"

ระหว่างที่สองหนุ่มไม่อยู่ที่โต๊ะ ทิพย์ธิดาเดินไปที่โต๊ะเนตรชนกเห็นอุ่นกำลังชื่นชมดอกไม้ที่เคนให้อยู่ ก็พูดเยาะเย้ยว่า หาสาวรับดอกไม้ได้แล้วหรือ ดีจะได้ไม่เสียของ

เคนสะดุ้งเฮือก เนตรมองเคนขวับ ในขณะที่อุ่นยังงงๆ เนตรถามว่า หมายความว่ายังไง ทิพย์ธิดายิ้มหยันบอกว่าดอกไม้ สีเน่าๆถูกๆแบบนี้ถึงไม่เหมาะกับตนจะทิ้งไปก็เสียดาย   อยู่กับเธอก็ดีกว่าทิ้งถังขยะ พูดแล้วทำเป็นร้องเอ๊ะแล้วพูดต่อ "หรือว่าก็คงเหมือนๆกัน"

ถึงไม่ได้ว่าตนตรงๆ แต่เนตรชนกก็ทนเห็นเพื่อนถูกเยาะเย้ยไม่ได้ ยกแก้วเหล้าสาดหน้าทิพย์ธิดาทันที ทุกคนในโต๊ะตกใจ โดยเฉพาะเคนรีบร้องห้าม แต่สองสาวกระโจนเข้าฟาดฟันกันแล้ว

พนักงานรีบเข้ามาห้ามแต่ก็หยุดสองสาวไม่ได้ จนกระทั่งชนม์ชนกกลับมา บอกว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง แล้วตรงเข้าไปลากเนตรชนกออกไป

เนตรชนกดิ้นสุดแรง  สุดท้ายถูกเขาจูบปราบพยศตามเคย ทั้งยังขู่ว่าถ้าไม่หยุดดิ้นจะจูบให้ได้อายมากกว่านี้ เนตรชนกจำต้องหยุดยืนหอบ พอดีพวกที่โต๊ะตามมารวมทั้งแทนสิทธิ์ด้วย

เมื่อแทนสิทธิ์กับชนม์ชนกเผชิญหน้ากัน ต่างก็ไม่ยอมเสียฟอร์มจนเกือบปะทะกัน  ทิพย์ธิดาทำเป็นคนดีเข้าขวางชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เป็นคำชี้แจงที่ปั้นน้ำเป็นตัวว่า ตนแค่ เข้าไปถามว่าดอกไม้ซื้อจากที่ไหน สวยดี และขอนามบัตร เผื่อ จะซื้อมาฝากชนม์ชนกบ้างเท่านั้นก็ถูกเนตรชนกเล่นงานอย่างที่เห็นนี่แหละ

พวกเนตรชนกฟังแล้วพากันเหวอคิดไม่ถึงว่าทิพย์ธิดาจะปั้นน้ำเป็นตัวได้ขนาดนี้

"ไม่คิดว่าโลกใบนี้จะมีคนชนิดนี้อยู่ด้วย" เนตรชนกสะอึกเข้าไปหาทิพย์ธิดาจนฝ่ายนั้นถอยหนี แล้วเธอก็หันไปด่าใส่หน้าชนม์ชนก "โง่!!!" ก่อนเดินฮึดฮัดออกไป

ooooooo

แทนสิทธิ์พาเนตรชนกกับอุ่นไปส่งที่บ้าน เคนขับรถตามไปด้วย แต่พอจะกลับเคนเห็นอุ่นกำลังยัดดอกไม้ช่อนั้นลงถังขยะ เคนเข้าไปถามว่าทำอะไรน่ะ อุ่นตวาดว่ารีบไปก่อนที่ตนจะมีอารมณ์มากกว่านี้

ไม่ไกลจากตรงนั้นนัก เทพไทขับรถมากับศศิมนดูเหตุการณ์อยู่ในรถ ศศิมนชวนกลับก่อนดีกว่า

"ไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ลูกผมจะมีคดีติดตัวไม่ได้ ผมต้องคุยกับเขา" เทพไทไม่ยอมกลับ เมื่อเห็นอุ่นกับเนตรชนกจะเดินเข้าบ้าน เทพไทรีบลงไปเรียกลูกไว้ถามว่า "แกเป็นคนตีหัวคุณชนม์ชนกเหรอ"

เนตรชนกอึ้งอย่างคาดไม่ถึง เทพไทยังตำหนิรุนแรงย้ำเตือนว่านี่เป็นคดีอาญาเชียวนะ จนศศิมนต้องขอร้องให้พอได้แล้ว เทพไทไม่ยอม ยืนยันว่าจะต้องพาเนตรชนกไปขอโทษชนม์ชนกเดี๋ยวนี้

"พ่อรู้เรื่องนี้ได้ไง"  เนตรชนกถาม  อุ่นร้อนตัวรีบบอกว่าตนไม่ได้บอก ศศิมนจึงออกมารับแทนว่า ชนม์ชนกเป็นคนบอกตน แล้วขอโทษที่ตนพลั้งปากจนเทพไทรู้เรื่องเข้า

เนตรชนกโกรธชนม์ชนกเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ วิ่งไปขับรถของเทพไทออกไปทันที เทพไทกับศศิมนเลยต้องให้อุ่นขับรถตามไป

ooooooo

เนตรชนกบึ่งรถไปที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งนั้น เจอชนม์ชนกกับทิพย์ธิดาเดินออกมาพอดี เธอพุ่งรถเข้าเฉี่ยวเขาจนเซแล้ววกรถกลับมาเฉี่ยวอีกครั้งจนเขาล้มลงกับพื้น เท่านั้นไม่พอวกกลับมาทำท่าจะบดขยี้ แต่พอใกล้ก็เบรกกะทันหันแล้วลงไปกระชากเขาขึ้นมาตบอย่างแรง ด่าลั่นนํ้าตาไหลพรากด้วยความแค้น

"เลวมาก นายหักหลังฉันทั้งๆที่ฉันทำตามที่นายต้องการทุกอย่าง นายไม่รักษาคำพูด ลูกผู้ชายเขาทำกันแบบนี้หรือ" ทั้งตบทั้งด่าเสร็จก็ขึ้นรถขับออกไปทันที

เทพไทเพิ่งมาถึงเขารีบลงไปขอโทษเรื่องเนตรชนก บอกว่าตนเพิ่งทราบเรื่อง ส่วนทิพย์ธิดาวิ่งมาประคองเขาลุกขึ้นถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ด่าเนตรชนกว่าเด็กคนนี้ทำไมถึงร้ายกาจขนาดนี้ ชนม์ชนกตอบเรียบๆว่า "นิดหน่อยเท่านั้นไม่เป็นไร" ขณะนั้นเองเทพไทมาขอคุยส่วนตัวด้วย แล้วพากันเดินเลี่ยงไป ทิพย์ธิดามองตามอย่างสงสัย เดินอ้อมไปอีกทาง

เทพไทขอร้องชนม์ชนกให้ช่วยลูกสาวตนด้วย ตนไม่ อยากให้ลูกมีคดีติดตัว ศศิมนก็ช่วยพูดว่าเนตรชนกไม่ได้ตั้งใจ

"ผมก็คิดแบบนั้น อาจเป็นเพราะเขาตกใจจึงป้องกันตัว ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่พูดเรื่องนี้อีก และอย่าบอกเรื่องนี้ให้ ใครรู้ ไม่งั้นคุณเนตรจะแย่ เพราะมันเป็นเรื่องคดีความ เรายอมแต่กฎหมายจะไม่ยอม"

ทิพย์ธิดาแอบฟังอยู่ยิ้มสะใจเมื่อรู้ความจริงทั้งหมด หลังจากนั้นแผนร้ายก็ถูกกำหนดขึ้น โดยมีแทนสิทธิ์ผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันให้ความร่วมมือเต็มที่

ooooooo

เพียงวันรุ่งขึ้นก็มีตำรวจมาเชิญตัวเนตรชนกไปให้ปากคำคดีทำร้ายร่างกายชนม์ชนก เนตรชนกตกใจมาก แต่จำต้องไปกับตำรวจ อุ่นรีบโทร.บอกชนม์ชนกว่าเนตรชนกถูกตำรวจจับไปแล้ว เขารีบมาที่บ้านอุ่นทันที สอบถามกันไปมาต่างไม่รู้เรื่องว่าใครเป็นคนไปแจ้งความ  เพราะตำรวจเจ้าของคดีก็ไม่รู้เรื่อง  ยิ่งพบพิรุธในการจับตัวเนตรชนกครั้งนี้ ทั้งสองก็ยิ่งเป็นห่วงเนตรชนก

ที่แท้เนตรชนกถูกตำรวจปลอมที่ทิพย์ธิดาจ้างมาเอาตัวเนตรชนกไปไว้ที่เซฟเฮาส์ ไม่นานทิพย์ธิดาก็ไปปรากฏตัวอ้างว่า ตำรวจรู้เรื่องนี้เพราะชนม์ชนกเขาเป็นคนเล่าให้ตนฟังเอง ทำให้ เนตรชนกแค้นชนม์ชนกจนอกแทบระเบิด

อึดใจต่อมาแทนสิทธิ์ก็เข้ามาอ้างว่าเขามีเพื่อนตำรวจที่รู้เรื่องนี้โทร.ไปบอก  เลยรีบมาเพราะเป็นห่วงเธอ  จากนั้นแทนสิทธิ์กับทิพย์ธิดาก็เล่นละครตบตาเนตรชนก โดยแทนสิทธิ์ อ้างว่าขณะเกิดเหตุเนตรชนกอยู่กับตนตลอดเวลา เป็นไปไม่ได้ ที่เธอจะเป็นคนตีหัวชนม์ชนก กระทั่งยอมเอาชื่อเสียงของตนเป็นประกัน

ทิพย์ธิดาทำเป็นต่อว่าที่เขาปกป้องเนตรชนก แทนสิทธิ์บอกว่า เชื่อว่าเนตรชนกเป็นเหยื่อมากกว่า บอกทิพย์ธิดาว่าอย่าไปเชื่อใครเลย ผู้หญิงตัวเล็กๆแค่นี้จะทำอะไรใครได้

ในที่สุดแทนสิทธิ์ก็ทำเป็นพูดหว่านล้อมไกล่เกลี่ยให้ตำรวจอย่าเอาความเนตรชนกเลยเพราะไม่มีหลักฐานแค่

คำพูดลอยๆของคู่อริ เชื่อถือไม่ได้ แล้วใส่ไคล้ว่า

"เพราะจริงๆแล้วคงไม่ทราบกันว่าคุณชนม์ชนกกับคุณเนตรไม่ถูกกันมาตั้งนานแล้ว บางทีอาจจะถูกใส่ความก็ได้"

ทิพย์ธิดายังด่าเนตรชนกไม่หยุดจนแทนสิทธิ์ปรามว่าถ้าไม่หยุดก้าวร้าวเนตรชนก ตนจะไม่เกรงใจ ทิพย์ธิดาทำเป็นไม่พอใจประกาศไม่ขอยุ่งด้วยแล้วเดินตุปัดตุป่องออกไป

งานนี้แทนสิทธิ์ทำคะแนนได้ใจเนตรชนกไปเต็มๆ สุดท้ายเขาก็พาเธอกลับไปส่งที่บ้านอุ่น ทั้งที่ชนม์ชนก เคน และอุ่นยังวิเคราะห์กันไม่ออกว่าเนตรชนกถูกจับโดยใครและเอาตัวไปไว้ที่ไหน

พอเนตรชนกกลับมาเห็นชนม์ชนกอยู่ที่บ้าน ความแค้นก็กระพือขึ้นทันที ตรงไปชี้หน้าด่าว่าทำกันถึงขนาดนี้ยังมีหน้ามาที่นี่อีกหรือ ไล่ไปให้พ้นเดี๋ยวนี้ไม่ยอมฟังคำทัดทานชี้แจงใดๆจากใครทั้งสิ้น   ยิ่งเมื่อแทนสิทธิ์มาช่วยใส่ไฟชนม์ชนกอีกคนแล้วถูกชนม์ชนกปรามว่าไม่รู้อะไรก็อย่าพูดดีกว่า เนตรชนกก็ปกป้องทันทีว่า

"นายนั่นแหละหุบปาก ถ้าไม่ได้คุณแทนช่วยไว้ฉันคงติดคุกไปแล้ว ขอร้องล่ะ เลิกเสแสร้งทำเป็นห่วงหวังดีกับฉันเสียที เห็นแล้วอยากจะอ้วก"

ชนม์ชนกทนไม่ได้ที่ถูกแทนสิทธิ์ใส่ไคล้ พอเขาตรงเข้ากระชากคอเสื้อแทนสิทธิ์ เนตรชนกก็ออกมาปกป้องด่าว่าอย่ามาทำป่าเถื่อนที่นี่ ไล่ให้ออกไปเสีย จนอุ่นต้องมาขอร้องชนม์ชนกให้กลับไปก่อน เดี๋ยวตนจะพูดกับเนตรชนกเอง ชนม์ชนกจึงขับรถกลับไปอย่างหัวเสียอดเป็นห่วงเนตรชนกไม่ได้ที่กำลังมองคนผิด

ooooooo

ส่วนทิพย์ธิดาออกจากเซฟเฮาส์แล้วก็รีบไปจ่ายค่าจ้างให้พวกตำรวจปลอมเหล่านั้น พอตำรวจปลอมรับค่าจ้างกลับไปแล้ว แทนสิทธิ์โผล่มาบอกทิพย์ธิดาว่าออกมาในรูปนี้เข้าทางตนพอดี ยํ้ากับเธอว่า

"หลังจากนี้คุณก็รีบทำคะแนนก็แล้วกัน เพราะคุณเนตรกำลังเกลียดชนม์ชนกเข้าไส้ และตอนนี้เขาคงกำลังต้องการคนปลอบใจให้รีบไปโอ๋เสีย"

ตกคํ่าทิพย์ธิดาก็ไปที่โรงแรมของชนม์ชนก เจอเขานั่งดื่มอยู่คนเดียว เธอขอเข้าไปนั่งดื่มเป็นเพื่อน พูดเอาใจว่าเขากำลังมีปัญหามีอะไรให้ตนช่วยไหม เมื่อเขาตอบสั้นๆแค่ "ขอบคุณครับ" เธอเข้าไปซบไหล่เขาอ้อนว่าคืนนี้จะอยู่เป็นเพื่อนเขาเอง

ooooooo

ที่บ้านเทพไท เนื้อนวลกับทัดไทเฝ้าคอยฟังข่าวหลานสาวอยู่ด้วยความร้อนใจ จนเทพไทกับศศิมนกลับมาบอกว่า เนตรชนกปลอดภัยแล้วเพราะแทนสิทธิ์เอาเกียรติยศของตนเป็นประกันตำรวจจึงยอมปล่อย

แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ ไม่เชื่อว่าชนม์ชนกจะเป็นคนไปแจ้งความตำรวจ เทพไทจึงบอกว่า คนที่แจ้งคือ ทิพย์ธิดา เธอบอกว่าชนม์ชนกเป็นคนบอกเธอเอง ทำเอาทุกคน อึ้งไม่คิดว่าชนม์ชนกจะเป็นคนบอกทิพย์ธิดา

แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้นที่บ้านชนม์ชนกก็วุ่นวาย เมื่อคุณหญิงบอกว่าเนตรชนกกำลังเดินทางไปทำงานที่พาราดิสโซของแทนสิทธิ์ ชนม์ชนกฉุนขึ้นมาบอกว่าอยากไปก็เชิญตนไม่สนใจ ถูกชัชชัยติงว่า

"ไม่สนได้ไงไปอยู่คนเดียวด้วย พ่อว่าไม่ปลอดภัยแน่ๆ เราก็รู้ๆอยู่ว่านายแทนสิทธิ์หน้าเนื้อใจเสือแค่ไหน"

"แม่เป็นห่วงหนูเนตรนะ" คุณหญิงบอกชนม์ชนกทำให้ เขาเริ่มเป็นห่วงไปด้วย

ที่บ้านอุ่น แทนสิทธิ์มารับเนตรชนกแต่เช้า เนตรชนกหิ้วกระเป๋าเดินทางไปที่รถของเขา แม้อุ่นกับเคนจะพยายามท้วงติงแต่ก็ไร้ผล เนตรชนกอ้างว่าแทนสิทธิ์มีบุญคุณกับตนจึงอยากไปช่วยงานตอบแทน

แต่ขณะที่เนตรชนกกำลังจะขึ้นรถนั่นเอง เทพไทก็มาถึง พยายามหว่านล้อมลูกว่าไปอยู่ไกลถึงเกาะช้างจะดูแลตัวเองอย่างไร

"จะไกลหรือใกล้ก็ไม่มีใครสนใจเนตรอยู่แล้ว ดีเสียอีก พ่อจะได้อยู่กับเมียอย่างมีความสุข   ไม่ต้องเดือดร้อนเพราะเนตรอีก"

"แล้วคุณย่าล่ะลูก ไม่กลัวย่าเสียใจเหรอ" เทพไทพยายามอ้างเนื้อนวล

"เดี๋ยวมีหลานใหม่ออกมา คุณย่าก็ลืมเนตรแล้วค่ะ" พูดแล้วไหว้เทพไทอย่างไม่ตั้งใจก่อนเดินไปขึ้นรถแทนสิทธิ์ ที่ติดเครื่องรออยู่  เทพไทได้แต่มองตามลูกไปปานหัวใจจะแตกสลาย...

ooooooo

ตอนที่ 8

กลับถึงบ้านอุ่น เนตรชนกค้นคว้าตำราอาหารจากทั้งหนังสือและในเว็บ ตั้งหน้าตั้งตาค้นจนอุ่นถามว่าเกิดอะไรขึ้นถึงต้องมาทำอาหารให้ชนม์ชนกกินแบบจำใจทำอย่างนี้

เนตรชนกอึกอัก อุ่นถามว่า "มีอะไรที่อุ่นไม่รู้ใช่ไหมเนตร" สุดท้ายเธอเลยต้องเล่าความจริงให้ฟัง

ส่วนชนม์ชนกจนป่านนี้ก็ยังไม่ไปให้ปากคำกับตำรวจ จนศศิมนถามว่าจำหน้าคนตีหัวไม่ได้จริงๆหรือ ชนม์ชนกอึกอัก จนศศิมนตั้งข้อสังเกตว่า

"มนรู้สึกเหมือนพี่ชนม์ไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับตำรวจเท่าไหร่ เหมือนไม่อยากให้จับคนร้ายได้อย่างนั้นแหละ" พอชนม์ชนกโวยวายว่าตนจะทำอย่างนั้นทำไม ศศิมนดักคอว่า "พี่ชนม์น่าจะรู้ดีที่สุดว่าทำไปทำไม"

ชนม์ชนกถูกศศิมนพูดดักหน้าดักหลังดักคอเสียจนเผยพิรุธ ไม่กล้าสบตาน้องสาวที่มองอย่างจับผิด

ส่วนอุ่นพอรู้ความจริงก็ถามเนตรชนกว่าชนม์ชนกทำอย่างนี้เหมือนอยากจะปกป้องใครรึเปล่า แบบนี้ถ้าตำรวจรู้ล่ะก็งานเข้าแน่ๆ

"ก็เพราะอย่างนี้น่ะสิ เนตรถึงต้องยอมตกเป็นเบี้ยล่างอีตาบ้านั่น เจ็บใจชะมัดเลย ทำไมไม่ตายไปให้มันรู้แล้วรู้รอดไปนะ" เนตรชนกบ่นอย่างแค้นใจ

ในที่สุด ชนม์ชนกก็ถูกศศิมนคาดคั้นจนต้องยอมจำนน แต่ก่อนเล่าความจริงให้ฟัง เขาให้เธอสัญญาก่อนว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร แม้แต่เทพไทหรือคุณพ่อคุณแม่เรา พอศศิมนสัญญา เขาบอกหน้าจ๋อยๆว่า

"คนที่ตีหัวพี่ก็คือคุณเนตร"

"อะไรนะคะ คุณเนตร เรื่องใหญ่นะเนี่ย" ศศิมนอุทานอึ้งไปกับความจริงที่คาดไม่ถึง

ส่วนอุ่นพอรู้ความจริงก็บอกเพื่อนให้ยอมๆชนม์ชนกไปเถอะ แค่ทำอาหารมื้อเดียวดีกว่าติดคุก เนตรชนกก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่แค้นใจที่ถูกชนม์ชนกจงใจแกล้งกันชัดๆ

"เอาน่ะ สู้ๆเพื่อน" อุ่นลุ้นให้กำลังใจ เมื่อเนตรชนกบอกว่าชนม์ชนกยังแนะให้ตนไปขอร้องให้ศศิมนสอนให้ อุ่นคิดว่าเป็นทางที่ดี แต่เนตรชนกเชิดหน้าอย่างทิฐิ รับรองว่าตนจัดการเองได้ ตำราอาหารก็มีตั้งเยอะแยะทำไม่ได้ให้มันรู้ไป ว่าแล้วก็หยิบตำราอาหารกองพะเนินขึ้นมาพลิกดู

ooooooo

รุ่งขึ้นชนม์ชนกพาเนตรชนกมาที่โรงแรมของตน เธอตกใจถามว่าจะให้ใช้ครัวของโรงแรมเลยหรือ แต่ก็ดีจะได้มีผู้ช่วย ชนม์ชนกยิ้มขำๆ บอกว่าฝันไปเถอะ ตนจะให้ทำที่ครัวห้องตนต่างหาก บอกให้เธอไปรอที่ล็อบบี้ก่อน ตนจะไปตามเด็กให้มาขนของขึ้นไปให้

ชนม์ชนกเดินไปเรียกเด็กขนกระเป๋า ส่วนเนตรชนกเดินไปนั่งที่ล็อบบี้ เลยไม่ทันได้เห็นทิพย์ธิดาเดินตรงไปที่รีเซปชั่น ถามเค้กว่าบอสเธออยู่ไหม พอเค้กบอกว่าไม่อยู่ก็ถามอีกว่าไปไหน

"ไม่ทราบค่ะ บอสไม่ได้สั่งไว้ คุณทิพย์มีธุระอะไรเหรอคะ"

ทิพย์ธิดาตอกหน้าว่าเรื่องของเจ้านายเธอไม่เกี่ยว พลันก็เห็นรอยเปื้อนที่เสื้อจึงเข้าห้องนํ้าเพื่อเช็ดออก สั่งเค้กว่าถ้าชนม์ชนกมา บอกให้รอตนด้วย

เพียงทิพย์ธิดาคล้อยหลังเข้าห้องนํ้า ชนม์ชนกก็เดินมาหาเนตรชนกบอกว่าเรียบร้อย ของสดไปรอเธออยู่ข้างบนแล้ว เชิญแม่ครัวขึ้นไปได้ เขาใช้คีย์การ์ดรูดให้เนตรชนกเข้าไปในลิฟต์

เนตรชนกเข้าไปในลิฟต์ เป็นจังหวะที่ทิพย์ธิดาออกจากห้องนํ้าพอดี เธอเห็นเนตรชนกแว้บๆ แต่ไม่เห็นชนม์ชนก เธอรีบตามไปแต่ลิฟต์ปิดเสียแล้ว เธอหันมาถามเค้กกับส้มว่านั่นเนตรชนกใช่ไหม ทั้งสองเห็นอยู่เต็มตารู้อยู่เต็มใจแต่กลับถามทิพย์ธิดาว่าจำคนผิดหรือเปล่า

ทิพย์ธิดายืนกระวนกระวาย พอดีญาติผู้บริหารคนหนึ่งมาบอกเค้กว่าคีย์การ์ดของตนใช้ไม่ได้ ให้จัดการให้หน่อย ส้มรับไปดูพึมพำ "เพนเฮาส์ จีเอ็ม.อรุณ" หญิงคนนั้นจึงแนะนำตัวเองว่าเป็นน้องสาวของจีเอ็มอรุณ เค้กบอกให้รอสักครู่เดี๋ยวจัดการให้

"ที่นี่มีเพนเฮาส์จีเอ็มด้วยเหรอ งั้นก็ต้องมีเพนเฮาส์ของชนม์ด้วยน่ะสิ" ทิพย์ธิดาถามเค้กกับส้ม ทั้งสองบอกว่าตนไม่ทราบ และคงไม่มีกระมัง

ทิพย์ธิดาไม่เชื่อพูดใส่หน้าว่า "โกหก จีเอ็มยังมี เอ็มดีจะไม่มีได้ยังไง ไม่บอกใช่ไหม ฉันขึ้นไปหาเองก็ได้" ว่าแล้วเดินรี่ไปกดลิฟต์จะขึ้นไปทันที ทำเอาทั้งเค้กและส้มที่มองตามทำหน้าสยอง

ooooooo

เมื่อเนตรชนกขึ้นไปถึงห้องพักหรูของชนม์ชนกซึ่งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรม เธอมองไปรอบๆพูดลอยๆว่า "ไม่ยักรู้ว่าชั้นบนสุดของโรงแรมนายจะเป็นคอนโดฯ"

"เป็นห้องพักส่วนตัวของผมน่ะ ไว้เวลามีแขกมาพัก ไม่ก็เวลาที่เหนื่อยกลับบ้านไม่ไหว"

เนตรชนกเปลี่ยนเรื่องให้เขาตรวจดูว่าของที่ซื้อมาถูกต้องครบถ้วนไหม ชนม์ชนกบอกว่าดูแล้วชมว่าเธอพัฒนาขึ้นเยอะ เธอไม่สนใจคำชมถามว่าเครื่องครัวอยู่ไหนจะให้ทำตรงไหนว่ามาเลย พลางก็หยิบตำราอาหารขึ้นมาวาง พอชนม์ชนกอุทานว่ามีตำรามาด้วย เธอพูดอย่างมีดีว่า

"คิดว่าฉันจะหมดหนทางแล้วต้องคลานไปง้อน้องสาวนายงั้นเหรอ เมินซะเถอะ ฉันก็มีฝีมือเหมือนกันนะ"

"คร้าบบบ เชิญแสดงฝีมือเต็มที่เลย" ชนม์ชนกทีเล่นทีจริง ถูกเนตรชนกไล่ให้ไปรอไกลๆอย่ามาเกะกะ เขาเลยเดินไปนั่งดูเธอขำๆ กับท่าทางเก้ๆกังๆงงๆ กับข้าวของที่วางอยู่ตรงหน้า

พอเริ่มลงมือทำ ความจริงก็ทำให้เธอปวดหัวไม่น้อย ต้มไข่สุกพอปอกเปลือก ไข่ขาวก็ติดเปลือกไข่จนเนื้อไข่ขรุขระน่าเกลียด พอเริ่มทอดปลา ปรากฏว่าปลาไม่ได้ขอดเกล็ดซํ้าไม่ได้ผ่าท้องด้วย เธอเลยทอดมันทั้งเกล็ดทั้งไส้

พอหันมาทำบอน ปรากฏว่าทำไปครู่เดียวก็คันคะเยอเอามือป้ายหน้าป้ายโน่นป้ายนี่ก็คันไปหมดทั้งตัว จนชนม์ชนกต้องเอายามาทาให้ บ่นว่าทำแกงบอน ไม่ใส่ถุงมือก็ต้องคันแบบนี้แหละ

"นายรู้แล้วทำไมไม่บอกฉัน" เธอถามเสียงเขียว

"บอกแล้วคุณจะเชื่อผมเหรอ อย่างคุณน่ะต้องให้เจอเอง"

ชนม์ชนกสอนเธอจากความจริง เนตรชนกพูดไม่ออกได้แต่ค้อนขวับ...ขวับ ชนม์ชนกเห็นแล้วอดขำไม่ได้

ooooooo

ทิพย์ธิดาหาทางจะขึ้นไปที่ชั้นเพนต์เฮาส์ของเอ็มดีให้ได้ แต่ตัวเองไม่มีคีย์การ์ด รอจนญาติของจีเอ็มคนนั้นมารับการ์ด เธอโมเมเข้าไปในลิฟต์ด้วย พอเข้าไปแล้วทำเป็นค้นหาคีย์การ์ดไม่เจอ บ่นว่าหายไปแล้ว ญาติผู้บริหารคนนั้นมีแก่ใจบอกว่า

"ดิฉันจะไปเพนต์เฮาส์ผู้บริหารพอดี ไปพร้อมกันก็ได้นะคะ"

"โชคดีจัง ขอบคุณมากนะคะ" ทิพย์ธิดาแอบดีใจที่แผนการของตนสำเร็จง่ายๆ

พอขึ้นไปถึงชั้นบน ญาติผู้บริหารคนนั้นแยกไปเข้าห้อง ส่วนทิพย์ธิดาทำไก๋เดินแยกไปอย่างมั่นใจ ทำราวกับคุ้นเคยกับที่นี่ แต่ที่แท้เดินหาห้องของชนม์ชนก เดินไล่ดูไปทีละห้อง ...ทีละห้อง...

ooooooo

เนตรชนกกำลังทำอาหารอย่างทุลักทุเล ตำเครื่อง แกงก็ตำจนครกแตก   ปลาก็ทิ้งลงไปทอดทั้งที่ไม่ได้ขอดเกล็ดไม่ได้ผ่าท้อง และเพื่อไม่ให้เสียเวลาเลยเอา ไข่ต้มที่จะทำไข่ลูกเขยลงไปทอดด้วยกันเสียเลย

นํ้ามันในกระทะแตกกระเด็นใส่จนเนตรชนกกระโดดหลบโยนตะหลิวกับฝาหม้อที่เอามากันนํ้ามัน ไฟแรงจนลุกท่วมกระทะ เธอตกใจร้องกรี๊ดๆ จนชนม์ชนกวิ่งมาดู เขารีบเอานํ้าสาดดับไฟ สาดนํ้าโดนทั้งเตาและเนตรชนกจนเปียกปอนไปหมด เลยถูกเธอแก้เผ็ดคว้าถังนํ้ามาสาดใส่เขาบ้าง เลยเปียกไปด้วยกัน

ทำอาหารเสร็จยกขึ้นตั้งโต๊ะ ปลาก็ไหม้ดำปี๋ แกงบอนก็แข็งกระโดกกระเดก เธอพูดอย่างเกเรว่า

"เพราะนายเอานํ้ามาสาดครัว ฉันก็เลยทำได้แค่นี้ ช่วยไม่ได้นะที่ไม่ครบตามเมนู"

"พูดให้ดีๆนะ เพราะคุณทำไฟไหม้ต่างหาก"

"จะชิมก็ชิมเร็วๆเข้า ฉันจะได้กลับเสียที"

ชนม์ชนกเลยเอาช้อนจิ้มๆแหย่ๆ ท่าทางแหยงๆ แม้แต่ ตักก็ยังไม่กล้าอย่าว่าจะกินเข้าไปเลย จนเนตรชนกเร่งให้ชิมเสียที ชนม์ชนกทำหน้าแหยงบอกว่ามันเหมือนขยะมากกว่า เลยถูกดุว่า

"มันจะเกินไปแล้วนะ" ชนม์ชนกเลยท้าว่าเธอกล้าชิมไหมล่ะ "เรื่องอะไรไม่ใช่หน้าที่ฉัน นี่ถ้านายไม่ชิมฉันกลับนะ"

สุดท้ายชนม์ชนกกลั้นใจชิม คำแรกเป็นปลาร้าทรงเครื่อง กินแล้วบ่นทั้งเค็มทั้งคาว คำต่อมาเป็นปลาทอด พอตักเข้าปากก็ทำหน้าเบ้บอกว่าข้างนอกไหม้จนขม แต่ข้างในไม่สุกใครจะกินเข้าไปได้ ส่วนไข่ลูกเขยก็บ่นว่า เหนียวเหมือนยางรถยนต์ สุดท้ายสรุปว่าไม่ผ่าน

เนตรชนกลุกพรวดถามเสียงแหลม "อะไรกัน นายจะแกล้งฉันใช่ไหม ฉันเสียเวลามาทั้งวันแล้วนะ" ชนม์ชนกบอกว่ารสชาติไม่ถูกปากขนาดกินไม่ได้เลยด้วยซํ้า จะให้ผ่านได้ยังไง "ฉันไม่แคร์ ฉันถือว่าฉันทำตามที่รับปากแล้ว จบแค่นี้" เนตรชนกตะแบงไปดื้อๆแล้วเดินออกไปเลย

ooooooo

เพราะชุดของตัวเองเปียกจากการดับไฟของชนม์ชนก เนตรชนกจึงจำต้องใส่เสื้อของเขาโดยใส่ เสื้อกล้ามไว้ข้างในและคลุมทับด้วยเสื้อเชิ้ตของชนม์ชนก ผิวหนังยังคันคะเยอต้องคอยเกาอยู่เรื่อย

เมื่อให้ชนม์ชนกชิมอาหารที่เขาบอกว่าเหมือนขยะแล้วตัดสินว่าไม่ผ่าน เนตรชนกโมโหหาว่าเขาแกล้ง ลุกพรวดจะออกจากห้อง ถูกเขาตามไปคว้าไว้ พูดขึงขัง

"เดี๋ยว ทำแบบขอไปทีแบบนี้ ผมรับไม่ได้ การทำอาหารถึงไม่อร่อยแต่อย่างน้อยมันก็ต้องกินได้ ในเมื่อคุณไม่จริงใจจะทำ ผมก็ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงคุกแทนคุณด้วยการปิดบังเจ้าหน้าที่ตำรวจ"

"นายขู่ฉันเหรอ" ถามเขาแต่ตัวเองกลับถลึงตาใส่

"ผมไม่ได้ขออะไรคุณมากมายเลยนะ แค่ตั้งใจทำอาหารให้ผมทานมื้อเดียว ทำอย่างดีที่สุดเท่าที่คุณพยายามแล้ว แลกกับคุณไม่ต้องติดคุก มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก"

สุดท้ายชนม์ชนกให้โอกาสเธออีกครั้งโดยให้เวลาไปฝึกสองวัน คราวนี้ถ้าไม่ตั้งใจทำอีก ตนก็คงต้องไปให้ปากคำตำรวจตามความจริง

เนตรชนกจ้องหน้าเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วพรวดออกไปทันที ชนม์ชนกถอนใจพึมพำกับตัวเอง "ผมอยากให้ ศศิมนเป็นคนสอนคุณไงเนตร เพราะมันจะทำให้คุณกับน้องสาวผมใกล้ชิดกันมากขึ้น"

ooooooo

แม้ทิพย์ธิดาจะโมเมขึ้นลิฟต์มากับญาติของผู้ บริหารโรงแรมได้แล้ว แต่เธอก็หาห้องของชนม์ชนกไม่เจอ จนยอมเสี่ยงเคาะประตูห้องหนึ่ง ปรากฏว่าผู้ที่เปิดประตูออกมาไม่ใช่ชนม์ชนก เธอต้องรีบขอโทษแล้วเดินบ่นเซ็งๆ

"ไม่ใช่สักห้อง โอ๊ย...เอาไงดี ลงไปรอข้างล่างแล้วกัน ยังไงมันก็ต้องลงลิฟต์"

คิดแล้วก็กดลิฟต์ลง เป็นเวลาเดียวกับที่เนตรชนกมากดเรียกลิฟต์เหมือนกัน แต่ของเนตรชนกอยู่ชั้น 20 ของทิพย์ ธิดาอยู่ชั้น 19 และที่แน่ๆคือ เธอทั้งสองลงลิฟต์คนละตัว

เพราะลิฟต์ตัวที่เนตรชนกลงมีคนมากจึงจอดรับส่งคนเกือบทุกชั้น เลยลงมาช้า ส่วนตัวที่ทิพย์ธิดาลงมานั้นมีเธอคนเดียวจึงลงรวดเดียวถึง แต่พอลงมาถึงเธอตั้งใจจะดักเล่นงานเนตรชนกที่ชั้นล่าง ก็บังเอิญมีโทรศัพท์เข้ามา เธอกดรับแต่สัญญาณไม่ดีจึงเดินหาสัญญาณไปข้างนอก

เป็นจังหวะที่ลิฟต์ตัวที่เนตรชนกอยู่ลงมาถึงพอดี ทั้งสองเลยคลาดกัน

ooooooo

ทิพย์ธิดาได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีลูกค้าต้องการพบ เธอจึงเดินไปที่ลานจอดรถจะกลับ แต่ค้นหากุญแจรถไม่เจอเลยเดินย้อนกลับมาหาพบตกอยู่หน้าลิฟต์ ได้ กุญแจแล้วก็กลับไปที่รถ เห็นเนตรชนกเดินออกจากอาคารโรงแรมมาคอยแท็กซี่พอดี

"ใช่มันจริงๆด้วย" ทิพย์ธิดาจ้องเนตรชนกอย่างชิงชัง แล้วก็เอะใจเมื่อจำได้ว่าเสื้อที่เนตรชนกใส่นั้นเป็นเสื้อของชนม์ชนก เธอชาวาบไปทั้งตัวพึมพำเสียงสั่น "นี่มันเสื้อชนม์นี่ หรือว่าแก!"

ไวเท่าความคิด ทิพย์ธิดาพุ่งพรวดไปหาเนตรชนกกระชากแขนลากไปที่ลานจอดรถ เนตรชนกตกใจร้องถาม

"คุณ...ทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ...ปล่อย!"

ลากเนตรชนกไปที่ลานจอดรถแล้ว ทิพย์ธิดาเหวี่ยงเธอไปชนกำแพงด่าสาดเสียเทเสียว่าทำเป็นเกลียดชนม์ชนกแต่ดอดมานอนกับเขาถึงที่นี่ พอเนตรชนกทำหน้างง เธอชี้ว่า

"ฉันจำเสื้อที่แกใส่ได้ว่ามันเป็นเสื้อของชนม์ชนก" เนตรชนกพยายามชี้แจงว่าอย่าคิดอะไรอุบาทว์อย่างนั้น ก็ถูกสวนมาอย่างเกรี้ยวกราดว่า "ที่ฉันคิดมันยังไม่อุบาทว์เท่าที่แกทำหรอก อายุแค่นี้ร่านเอาตัวมาประเคนให้ผู้ชายถึงในห้อง"
เนตรชนกฉุนขาดเงื้อมือจะตบ ถูกทิพย์ธิดาจับมือไว้แล้วตบจนกระเด็น

เวลาเดียวกันนั้น ชนม์ชนกซึ่งเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วลงมาที่ล็อบบี้ เค้กกับส้มรีบมาหา เขาถามว่าแล้วเนตรชนกล่ะ เค้กบอกว่าออกไปแล้วและส้มก็รายงานว่าทิพย์ธิดาก็เพิ่งตามออกไปเหมือนกัน

พอได้ยินว่าสองคนเดินตามกันออกไปเท่านั้น ชนม์ชนกก็เสียววาบรีบวิ่งออกไปทันที พอไปถึงลานจอดรถเห็นทิพย์ธิดากับเนตรชนกกำลังจิกตีกันนัวเนียปากก็ตะโกนด่ากันไม่หยุด

"คุณเนตร คุณทิพย์" ชนม์ชนกพุ่งเข้าไป พอทิพย์ธิดาได้ยินเสียงเขาเท่านั้นก็แกล้งจับมือเนตรชนกมาแตะหัวตัวเองแล้วเอาหัวโขกกำแพง ตะโกนให้ชนม์ชนกช่วยด้วย

"มันเกิดอะไรขึ้นครับ" ชนม์ชนกเข้าไปแยก ทิพย์ธิดาหันมาบีบน้ำตาออเซาะทันทีว่า

"ทิพย์เห็นหนูเนตรใส่เสื้อชนม์ก็เลยมาถามดีๆ เขาก็ว่าทิพย์ว่าอย่ายุ่งแล้วก็เล่นงานทิพย์ค่ะ"

"อื้อหือ...แฟนนายนี่โกหกเก่งเหมือนนายเลยนะ เอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นเก่งเหมือนกันเปี๊ยะ" เนตรชนกด่าทีเดียวโดนทั้งสองคน

ชนม์ชนกชี้แจงว่าทิพย์ธิดาเป็นเพื่อนตนอย่าเข้าใจผิด เนตรชนกไม่สนใจถามว่าเสื้อตัวนี้มีปัญหานักใช่ไหม พลางก็ถอดเสื้อปาคืนให้ชนม์ชนก ตัวเองใส่เสื้อกล้ามตัวเดียวเดินดุ่มๆ ออกไปเรียกแท็กซี่ ชนม์ชนกรีบเอาเสื้อตามไปคลุมให้เอ็ดว่า "นี่คุณทำบ้าอะไรของคุณน่ะ ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้"

เนตรชนกไม่ใส่ เขาเลยสั่งให้ไปขึ้นรถตนจะไปส่งเอง เนตรชนกไม่อยากขึ้นแต่ต้องการแกล้งทิพย์ธิดาเลยเดินไปขึ้นรถชนม์ชนกทั้งยังหางตาเย้ยทิพย์ธิดาด้วย พูดดังๆให้เข้าหูว่า

"ส่งให้ถึงบ้านนะ อย่าไปแวะที่ไหนอีก"

พอชนม์ชนกขับรถออกไปกับเนตรชนก ทิพย์ธิดาถูกทิ้งเหมือนขยะอยู่ตรงนั้นก็กรี๊ดออกมาแทบคลั่ง

ooooooo

พอกลับถึงบ้าน อุ่นกับเคนเห็นสภาพของเนตร-ชนกก็ตกใจถามว่าทำไมเยินอย่างนี้ เคนจะเข้าไปเอาเรื่องกับชนม์ชนกถามว่าทำอะไรเนตรชนก อุ่นพยายามห้าม แต่เนตรชนกกลับยุว่าให้จัดการเลย นายนี่รังแกตน เคนพุ่งเข้าไปจะชก ดีแต่อุ่นจับไว้ทัน ตะคอกเสียงดังจนเคนต้องหยุด

ชนม์ชนกถามว่าตนรังแกเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ เนตรชนกกล่าวหาเป็นชุดว่า

"ก็ถ้านายไม่ให้ฉันไปทำอาหาร ไม่สาดน้ำใส่ฉันจนต้องเปลี่ยนเสื้อ ฉันก็ไม่โดนยัยทิพย์ธิดาตบน่ะสิ"

"คุณทิพย์ธิดาเนี่ยนะตบเนตร เป็นไปได้ไง ออกจะหวาน" เคนแก้ต่างให้ทิพย์ธิดาจนอุ่นหมั่นไส้ เนตรชนกเองก็หมั่นไส้เลยตัดบทโมเมประชดว่า

"เออ...งั้นเนตรเป็นคนตบเองก็ได้ พอใจรึยัง นายก็กลับไปได้แล้วรีบไปโอ๋แฟนนายโน่น"

พูดใส่หน้าชนม์ชนกแล้วหันเดินดุ่มเข้าบ้านไปเลย ชนม์ชนกพูดไม่ออกได้แต่ยืนถอนใจเฮือก...เฮือก

ooooooo

เนตรชนกในสภาพที่บอบช้ำเพราะตบตีและถูกทิพย์ธิดาจับเอาหัวโขกฝาทั้งยังคันคะเยอจากพิษบอน แต่ความแค้นความโกรธทำให้ลืมเรื่องเหล่านี้ อุ่นเข้ามาสำรวจเนื้อตัวเพื่อนอย่างเป็นห่วง ทั้งยังบอกว่าที่ชนม์ชนกทิ้งทิพย์ธิดามาส่งเธอแสดงว่าเขาแคร์เธอมาก

"มาส่งเพราะกลัวเนตรจะตบยัยนั่นตายมากกว่ามั้ง ช่างเหอะอุ่น คิดหาทางทำอาหารให้มันผ่านๆไปดีกว่า" ว่าแล้วเนตรชนกก็คว้าตำราอาหารมาพลิกอ่านอย่างเซ็งๆ

ปรากฏว่าไปเจอเว็บไซต์ที่บอกพิษของบอนไว้ เนตรชนกอ่านแล้วยิ่งโมโหชนม์ชนกที่ไม่ยอมบอกจนตนต้องคันคะเยออย่างนี้

พลิกตำราอาหารจึงรู้ว่าแกงบอนนั้นต้องใส่หนังวัวหนังควายเข้าไปด้วย เนตรชนกยิ่งปวดหัวคิดไม่ออกว่าจะไปหาหนังวัวหนังควายที่ไหนมาใส่ ถ้าทำไม่อร่อยก็ต้องถูกชนม์ชนกบอกไม่ผ่านแน่ๆ

อุ่นเสนอว่าเธอควรจะไปเรียนทำอาหารเป็นเรื่องเป็นราวดีกว่ามามั่วๆ เอาแบบนี้ แต่มีเวลาแค่สองวันจะทำอย่างไรดี อุ่นเสนอว่าให้หาคนมาสอน ตนพอจะรู้จักอาจารย์ที่ราชภัฏอยู่ จะลองติดต่อให้

"จริงเหรอ ให้มาสอนพรุ่งนี้เลยได้ไหม" อุ่นขอถามดูให้แน่ก่อน เนตรชนกดีใจกอดอุ่นไว้บอกว่า "รักเพื่อนที่สุดเลย ขอบใจนะ"

ค่ำนี้เอง ขณะที่ศศิมนกำลังให้ลูกฟังเพลงคลาสสิกอยู่นั้น เทพไทนั่งหน้าเครียดอยู่ เธอเลยชวนมาฟังเพลงกับลูกให้หายเครียด เทพไทจึงเอาหูมาแนบท้องศศิมนฟังเพลงไปกับลูกด้วย

ครู่ใหญ่ศศิมนก็ได้รับโทรศัพท์ที่อุ่นแอบมาโทร.จากข้างนอก คุยอยู่ครู่หนึ่งศศิมนรับปากว่ายินดีช่วย

ที่แท้อุ่นติดต่อศศิมนให้มาสอนทำอาหารให้เนตรชนกนั่นเอง แต่ยังปิดเพื่อนอยู่กลัวจะถูกปฏิเสธเสียก่อน

ooooooo

เช้านี้ เนตรชนกตั้งหน้าตั้งตาอ่านตำราอาหารอยู่ที่ห้องนั่งเล่น อุ่นเข้ามาบอกว่าครูที่หาให้มาแล้ว เนตรชนกดีใจรีบลุกขึ้นตั้งท่าเตรียมพร้อมเรียนเต็มที่ อุ่นทำหน้าอำๆ บอกให้หลับตาก่อน

"โหย...ทำเป็นเซอร์ไพรส์ เอ่อๆ ก็ได้...ก็ได้" เนตรชนกตื่นเต้นดีใจยอมทุกอย่าง

แต่พออุ่นจูงครูสอนทำอาหารเข้ามา เสียงทัก "สวัสดีค่ะ" ทำให้เนตรชนกเอามือที่ปิดตาลงจากที่ยิ้มแย้มอย่างตื่นเต้น เธอชักสีหน้าใส่ถามเสียงขุ่นว่ามาทำไม

บรรยากาศอึดอัดขึ้นทันที อุ่นพยายามบอกว่าศศิมนยินดีสอนเธอทำอาหาร เนตรชนกบอกว่า ตนไม่ต้องการ พูดอย่างอวดดีว่า "ฉันมีปัญญาช่วยเหลือตัวเองได้ กลับไป"

ศศิมนพยายามชี้แจงว่าชนม์ชนกนั้นเรื่องมาก ทานก็ยาก เนตรชนกก็ยังไล่ให้เธอกลับไปเสีย เรื่องของตน ตนจัดการเองได้ ทำเสียงเขียวเกรี้ยวกราดเสียจนศศิมนทำตัวไม่ถูก

เห็นศศิมนยืนนิ่งอยู่ เนตรชนกเข้าไปลากแขนจะพาออกไป จนอุ่นต้องเข้าขวาง

"เดี๋ยวเนตร ฟังก่อน มานี่ คุณมนรอแป๊บนะคะ" อุ่นลากเนตรชนกไปอีกทางหนึ่ง พยายามชี้แจงอย่างใจเย็น "ฟังนะเนตร ชั่วโมงนี้ไม่มีใครช่วยได้แล้วนะนอกจากคุณมน ต่อให้ ไปเรียนทำอาหารจนทั่วกรุงเทพฯ คุณชนม์ชนกเขาก็ไม่ยอมให้เธอผ่านหรอก เพราะไม่ใช่รสชาติที่เขาเคยกิน ถ้าจะให้

ทุกอย่างมันจบเร็วๆ ก็ต้องให้คนที่บ้านเขามาทำให้กิน แล้วก็มีคุณศศิมนเท่านั้นที่ช่วยได้"

กระนั้นเนตรชนกก็ยังฮึดฮัด เปลี่ยนเป็นต่อว่าอุ่นที่บอกเรื่องนี้กับศศิมน อุ่นชี้แจงว่าตนไม่ได้บอก แต่ปดว่าเธอท้าพนันกับชนม์ชนก เธอแพ้เลยต้องมาทำอาหารให้กิน

ศศิมนเดินเข้ามาช่วยพูดว่า "พี่ชนม์น่ะ ทำอาหารให้ถูกปากไม่ได้ง่ายๆนะคะ ให้มนช่วยเถอะจะได้ทำครั้งเดียวผ่านไงคะ"

เนตรชนกเล่นแง่อีกว่าตนไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร ให้กลับไปได้เลย แล้วตัวเองก็เดินเข้าบ้าน อุ่นตะโกนขู่ตามหลังว่า

"ถ้าไม่ได้คุณมนสอน เนตรอาจจะต้องทำอาหารให้คุณชนม์ชิมไปทั้งชาติก็ได้นะ อยากให้เป็นแบบนั้นหรือ"

สุดท้ายศศิมนเสนอว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้เนตรชนกจ้างตนสอนก็แล้วกันจะได้ไม่ติดค้างอะไรกัน อุ่นอาสาจะเป็นคนจ้างศศิมนเอง

เนตรชนกเริ่มใจอ่อนกับความพยายามของอุ่น ถามว่ามีตังค์หรือ อุ่นบอกว่าพอมี เธอจึงยอม แต่ก็ยังมีข้อแม้จนได้ว่าห้ามเข้าใกล้ตน ให้สอนด้วยการถ่ายวีดิโอมาให้ก็แล้วกัน

สุดท้ายทั้งสองต้องยอมทำตามความรั้นของเนตรชนก

ooooooo

อุ่นเปิดครัวให้ศศิมนทำอาหารและถ่ายวีดิโอไว้ ศศิมนเริ่มด้วยการสอนทำแกงบอน เธอหยิบถุงมือมาสวมพลางบรรยายถึงพิษของบอนที่ทำให้เกิดอาการระคายเคือง แต่มีวิธีแก้โดยเอาไปต้มให้นุ่มกับของรสเปรี้ยว แต่สมัยนี้นิยมใช้สารโซเดียมไบคาร์บอเนตมาขยำก่อนต้ม

เนตรชนกนั่งอยู่ห่างๆ ทำเป็นไม่สนใจ แต่ฟังหูผึ่ง แอบเอาสมุดมาจดยิกๆ

ศศิมนสอนการทำปลากะพงทอดน้ำปลาว่าต้องแล่

แบบนี้...แบบนี้ แล้วเอาไปทอด เนื้อจะได้สุกทั่วถึงกรอบอร่อย

สอนมาถึงการทำมะระผัดไข่ สอนให้ฝานบางๆแล้วโรยเกลือขยำให้ทั่ว ล้างน้ำให้หมดเค็ม บีบน้ำออกให้แห้ง จากนั้น เอามาผัดเวลาผัดพอใส่ไข่ก็ต้องเร่งไฟให้แรงๆไม่อย่างนั้นจะแฉะไม่อร่อย

สอนเสร็จ อุ่นถ่ายวีดิโอไว้ทุกขั้นตอน ศศิมนบอกเนตรชนกว่ามีอะไรสงสัยก็ถามได้ เนตรชนกทำเชิดบอกว่าไม่จำเป็น ศศิมนจึงจะกลับ

"เดี๋ยว เธอต้องอยู่ชิมที่ฉันทำก่อน จนกว่าจะถูกปากพี่ชายเธอ เธอถึงจะกลับได้" เนตรชนกพูดไม่มองหน้า พอศศิมนรับปาก เธอบอกให้รออยู่ที่นี่ ตนจะไปเปิดวีดิโอดู พลางลุกเดินออกไป

ศศิมนสบตากับอุ่นยิ้มๆ อุ่นขอบคุณเธอด้วยสายตาที่ช่วยให้เพื่อนตนมีทางออก

ooooooo

ตอนที่ 7

ชนม์ชนกอุ้มเนตรชนกไปที่ห้องนอนของตัวเอง เชิญหมอมาดูอาการ หมอบอกว่าเธอแพ้พิษต่อแต่ไม่ ต้องห่วง เดี๋ยวจะฉีดยาให้ ให้ยาไว้ทาน ไม่กี่วันก็คงหาย แต่ต้องดูแลใกล้ชิดหน่อย

เทพไทถามว่าต้องทำอย่างไรบ้าง หมอบอกว่าชนม์ชนกรู้ดีว่าต้องทำยังไง ชนม์ชนกเลยเล่าว่า

"เมื่อปีที่แล้ว คนงานโดนกันบ่อยน่ะครับ เดี๋ยวผมจะดูแลเนตรเอง"

เนื้อนวล ทัดไท ชัชชัย กับคุณหญิง ต่างพากันมาดูเนตรชนกด้วยความเป็นห่วง ชัชชัยตั้งข้อสงสัยว่ารีสอร์ตตนไม่มีรังต่อนานแล้ว มันมาจากไหนกัน คุณหญิงเสริมว่าก่อนมาชนม์ชนกก็ตรวจพื้นที่แล้ว

"เคนหายไปไหนก็ไม่รู้ค่ะ หวังว่าคงไม่ถูกต่อต่อยไปอีกคนนะคะ" อุ่นเป็นห่วงเคนขึ้นมา

หลังจากเยี่ยมเยียนในสภาพเนตรชนกยังไม่ได้สติแล้ว ทุกคนพากันกลับด้วยความโล่งใจที่หมอบอกว่าไม่กี่วันก็หาย และที่สำคัญทุกคนเบาใจที่ชนม์ชนกมีประสบการณ์ในการดูแลคนถูกต่อต่อยมาแล้วเป็นคนดูแลเนตรชนกต่อไป

ดึกแล้ว เนตรชนกยังไม่ได้สติ ชนม์ชนกเช็ดตัวให้อย่างเบามือ มองด้วยแววตาอ่อนโยนห่วงใยแต่ก็ยังพูดอย่างหมั่นไส้ว่า "เป็นไงล่ะ ยัยตัวดี สิ้นฤทธิ์แล้วล่ะสิ"

เนตรชนกไข้ขึ้นนอนกระสับกระส่ายแล้วก็เพ้อออกมาน้ำตาไหลพราก

"คุณแม่ อย่าไป คุณพ่ออย่าทิ้งเนตรไป อย่าไป" เนตรชนกเพ้อยกมือไขว่คว้าไปมาเจอมือชนม์ชนกเข้าก็เอาไปกอดไว้พร่ำอ้อนวอน "คุณพ่ออยู่กับเนตรนะคะ...นะคะ"

ชนม์ชนกปล่อยให้เธอกอดมือตัวเองไว้ ส่วนอีกมือก็ลูบผมเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน

ooooooo

เช้าแล้ว เนตรชนกค่อยๆลืมตาขึ้น รู้สึกหนัก มึนไปทั้งหัว พยายามจะยกมือจับหัวตัวเอง จึงรู้ว่ามือตัวเองกอดมือใครคนหนึ่งอยู่ พอมองไปเห็นเป็นชนม์ชนกฟุบหลับอยู่ข้างเตียง ความรู้สึกเธอปั่นป่วนสับสนขึ้นทันที ดึงมือตัวเองออก ทำให้ชนม์ชนกรู้สึกตัว เงยขึ้นถามว่าฟื้นแล้วหรือ

เนตรชนกถามเบาๆว่า "ฉันเป็นอะไร" ทั้งที่กำลังตื่นเต้นดีใจที่เธอฟื้นขึ้นมา แต่ชนม์ชนกก็อดที่จะหยอกไม่ได้ว่า แค่ โดนต่อต่อยนี่ถึงกับจำอะไรไม่ได้เลยหรือ เนตรชนกนิ่งทบทวน เขารีบบอก

"เอ้า นึกเข้า เดี๋ยวก็หัวระเบิดตายหรอก ไม่ต้องคิดหรอก พักให้หายดีก่อน เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้ล้างหน้าแปรงฟันนะ" พูดแล้วลุกไปอย่างกระฉับกระเฉง ครู่เดียวก็กลับมาพร้อมชุดสำหรับล้างหน้าแปรงฟัน วางกะละมังลง เอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆส่งให้

"ไหวไหม หรือจะให้ผมเช็ดให้"

"ไม่ต้อง แล้วนี่คนอื่นไปไหน ทำไมปล่อยให้ฉันอยู่กับนายแบบนี้ เกิดนายทำอะไรฉันขึ้นมาจะว่ายังไง"

ชนม์ชนกบ่นว่าพอฟื้นก็แผลงฤทธิ์เลย ตนอุตส่าห์ เฝ้าดูแลทั้งคืนจะขอบคุณสักคำก็ไม่มี เลยโดนย้อนถามว่าใครใช้ให้เฝ้าไม่ทราบ   พูดแล้วลุกขึ้นบอกว่าจะไปจากที่นี่

เนตรชนกลุกขึ้น แต่พอลุกก็เซจนชนม์ชนกต้องรีบเข้าประคองบ่นว่าเดี้ยงแล้วยังอวดเก่ง เดี๋ยวก็ไม่หายหรอก เนตรชนกสะบัดเบาๆ เพราะไม่มีแรง บอกว่าจะตายก็เรื่องของตนเขาไม่เกี่ยว

"ไม่เกี่ยวได้ยังไง ขืนคุณตายไป รีสอร์ตของผมก็จะกลายเป็นรีสอร์ตผีสิงไปน่ะสิ ผีเฮี้ยนเสียด้วย"

เนตรชนกอยากจะอาละวาดอีก แต่ไม่มีแรงเลยพูดได้ แค่ว่า "ฝากไว้ก่อนเถอะ" พลางทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดแรง ชนม์ชนกยิ้มขำๆ  ช่วยประคองให้นั่งพิงหัวเตียง  จัดแจงให้แปรงฟันเพื่อจะได้ทานข้าว

การดูแลเอาใจใส่อย่างละเอียดลออของชนม์ชนก ทำให้ เนตรชนกรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาวูบหนึ่ง ความอบอุ่นเข้าแทนที่ความเกลียดชังโดยไม่รู้ตัว แต่พอรู้ตัวคิดถึงเรื่องราวต่างๆ แล้วก็ทำให้ความแค้นกลับเข้าแทนที่ความรู้สึกดีๆที่แวบๆเข้ามา

ooooooo

ชนม์ชนกไปเอาข้าวต้มมายังไม่ถึงห้องพัก ทิพย์ธิดามาเจอเธอถามว่าจะเอาไปให้เนตรชนกหรือ บ่นว่าเขาดูแลเนตรชนกจนดูอิดโรย อาสาจะช่วยยกไปให้และให้เขาไปพักผ่อนเสียตนจะดูแลให้เอง เธออาสาแข็งขัน แสดงความห่วงใยเขา จนชนม์ชนกต้องยอมฝากเธอดูแลแทน เธอรับปากว่า "ทิพย์จะดูแลอย่างดีค่ะ"

แต่พอยกถาดข้าวต้มเข้ามาในห้องเธอก็วางกระแทกลงด่าลอยๆ ว่าสำออยจริงนะ ต้องให้เอาอกเอาใจกันขนาดนี้เลยหรือ เนตรชนกกำลังหลับๆ ตื่นๆ ถามว่าเสียงใคร พอลืมตาดูก็ร้องอ๋อ คุณเองหรือทิพย์ธิดาพูดเยาะๆ ว่าตนมาดูเด็กเจ้าเล่ห์เจ้ามารยา

ถามว่าแล้วนี่ใกล้ตายรึยัง ทำให้เนตรชนกโกรธขึ้นมาไล่ให้ออกไปเลย

"ทำได้แค่นี้หรือ ได้ข่าวว่าฤทธิ์มากไม่ใช่เหรอ กระจอกจริงๆ ไหนว่าเกลียดชนม์นักหนา ทำไมยอมให้เขาเฝ้าไข้ดูแลทั้งคืนล่ะ หรือว่าเกลียดแต่ปาก ที่จริงอยากใกล้เขาจนตัวสั่น แผนสูงจริงนะ"

เนตรชนกเถียงเพลียๆ ว่าตนเกลียดจริงๆ ทิพย์ธิดาชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูว่า

"เกลียดก็ไปซะสิ" ถูกเนตรชนกเอามือปัดหน้าออกไป ทำให้ทิพย์ธิดาโกรธบีบคางเธอคำรามใส่หน้า "เธอน่ะ กระดูกมันคนละเบอร์กับฉัน ความร้ายกาจของเธอมันเทียบชั้นกับฉันไม่ได้หรอกเนตรชนกอยู่ห่างๆ ชนม์ไว้ซะ แล้วเธอจะปลอดภัย"

ความแค้นทำให้เนตรชนกกระเซอะกระเซิงหนีออกจากห้องไป ดังนั้น เมื่อเนื้อนวล ชัชชัย คุณหญิง เทพไท ทัดไท และศศิมนมาเยี่ยมจึงพบแต่เตียงที่ว่างเปล่า

เทพไทรู้ทันทีว่าลูกหนีไปอีกแล้ว คุณหญิงบอกว่าให้รีบไปตามกันเถิด เพราะคงยังหนีไปได้ไม่ไกล คุณหญิงให้ศศิมนไปปลุกชนม์ชนก ส่วนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็พากันออกตามหาในบริเวณใกล้ๆนั้น

ooooooo

เนตรชนกกระเซอะกระเซิงไปถึงริมรั้วด้านหลังรีสอร์ตก็ล้มลง ด้านนี้ติดกับทางไปพาราดิสโซบีช ซึ่งเป็นรีสอร์ตของแทนสิทธิ์นั่นเอง  โชคดีที่แทนสิทธิ์ขับรถมาเจอพอดี เขารีบลงไปช่วย ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เนตรชนกพูดเสียงแผ่ว "ช่วย...ฉัน...ด้วย..." พูดได้แค่นั้นก็หมดสติไป แทนสิทธิ์อุ้มเธอขึ้นรถขับไปที่รีสอร์ตของตัวเอง เรียกแม่บ้านมาเช็ดตัวให้จนเธอฟื้น เขาจึงแนะนำตัวเองว่า

"ผมชื่อแทนสิทธิ์ครับ เป็นเจ้าของพาราดิสโซบีช แล้วคุณล่ะ หนีอะไรมาจากคริสตัลแซนด์เหรอครับ ดูจากรอยแผลคงเป็นตัวต่อใช่ไหมครับ" พอเนตรชนกรับว่าใช่ เขาถอนใจเสียงดัง "เฮ้อ...ผมก็เคยเตือนเขาแล้วนะครับว่าให้ตัดแต่งต้นไม้ ใหญ่ๆบ้าง เผื่อมีแมลงมีพิษมาทำรัง เจ้าของเขาคงไม่ค่อยมีเวลามั้งครับ แล้วคุณชื่ออะไรครับ"

เมื่อเนตรชนกบอกชื่อตัวเอง เขาแสดงความยินดีที่รู้จักกัน ขอให้เธอเรียกเขาสั้นๆว่าแทนก็ได้ เนตรชนกขอบคุณเขาด้วย ความรู้สึกว่าเขาช่างอ่อนโยนเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ

ขณะนั้นเองมีพนักงานเข้ามารายงานว่ามีแขกมาขอพบ แทนสิทธิ์จึงให้เนตรชนกพักผ่อนก่อนแล้วขอตัวไปพบแขก เนตรชนกหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย ความสุภาพอ่อนโยนของแทนสิทธิ์ทำให้เธอวางใจ

ooooooo

แขกที่มาพบแทนสิทธิ์คือทิพย์ธิดานั่นเอง ทั้งคู่ ทักทายกันอย่างสนิทสนมเยี่ยงเพื่อนเก่า แทนสิทธิ์พูด เชิงต่อว่านิดๆ ว่านึกว่าไม่แวะมาที่นี่เสียแล้ว เพราะเห็นมากับหวานใจ เธอเลยบ่นระบายความอึดอัดว่า

"เฮ้อ รู้ว่ามาพร้อมครอบครัวเขาแล้วจะวุ่นวายไม่มีความเป็นส่วนตัวแบบนี้ทิพย์ไม่มาหรอก"

แทนสิทธิ์เสนอให้รีบรวบหัวรวบหางเสีย เธอบอกว่าตนเป็นผู้หญิงทำแบบนั้นได้ยังไง แทนสิทธิ์ถามว่าได้ข่าวว่าทางโน้นมีคนโดนตัวต่อต่อย เรื่องเลยเชื่อมโยงมาถึงเนตรชนก เธอระบายความเกลียดชังว่า เนตรชนกเป็นลูกเลี้ยงของน้องสาวคนละแม่กับชนม์ชนก แทนสิทธิ์เลยลำดับได้ว่า

"อ๋อ...เนตรชนก ลูกสาวคุณเทพไท บริบาลพิพัฒน์ เจ้าของแกรนด์รอแยลอินเตอร์เนชั่นแนลทราเวลน่ะหรือ" พอลำดับได้เช่นนี้ แทนสิทธิ์คิดไกลกว่านั้น คิดว่าถ้าตนเป็นเขยของเทพไท น่าจะเป็นประโยชน์กับกิจการของตัวเอง

"ใช่ค่ะ แม่นั่นเย่อหยิ่ง จองหอง ปากร้าย ทิพย์ล่ะเกลียดมันจริงๆ ไม่รู้ทำไมชนม์ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับมันนักหนา กะแค่ลูกเลี้ยงน้องสาว" พอแทนสิทธิ์ดักคอว่าหึงใช่ไหม เธอยิ้มเหยียดทำคอแข็ง บอกว่า "ทิพย์ไม่ลดตัวไปหึงนังเด็กนั่นหรอกค่ะ แค่รำคาญมากกว่า นี่เดี๋ยวก็ต้องไปทำตัวเป็นแฟนที่ดี ช่วยชนม์ตามหามันอีก เฮ้อ...น่าเบื่อจริงๆ"

ทิพย์ธิดาทำหน้าเซ็งเรื่องเนตรชนก แต่แทนสิทธิ์กลับครุ่นคิดอย่างสนใจ

ooooooo

ทุกคนที่รีสอร์ตช่วยกันออกตามหาเนตรชนก เคนเพิ่งกลับมาก็ช่วยอุ่นตามหาด้วย แต่ไม่มีใครเจอ ทิพย์ธิดากลับมาช่วยชนม์ชนกตามหาด้วย แต่ตามไปบ่นไปจนชนม์ชนกบอกว่า บอกแล้วว่าไม่ต้องตามมาก็ไม่เชื่อ ทิพย์ธิดาอ้อนว่าจะปล่อยให้เขาลำบากคนเดียวได้ไง เราต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันถึงจะถูก ชนม์ชนกเลยชวนออกตามหากันต่อไป

เดินมาจนถึงบริเวณเขตแดนระหว่างสองรีสอร์ต เทพไทจำได้ว่าข้างหน้าคือพาราดิสโซบีช เป็นรีสอร์ตที่ไม่มีท่าเรือจึงต้องมาอาศัยท่าเรือที่คริสตัลแซนด์ของชนม์ชนก เทพไทชวนไปถามทางโน้นดู

"ถ้าเป็นมิตรกันละก็คงไม่มีปัญหา แต่นี่..." สีหน้าชนม์ชนกลำบากใจ ทิพย์ธิดาฟังอยู่เลยแอบทำหน้าเซ็งใส่

เมื่อเนตรชนกแข็งแรงขึ้น แทนสิทธิ์จึงพาเธอเดินชมทะเลแถวโขดหิน เธอชมว่าวิวสวยมาก แทนสิทธิ์เล่าว่าทางเดินลำบากหน่อย เพราะเป็นโขดหินทั้งนั้น เรือใหญ่ๆเข้าไม่ได้ เลยต้องไปเสียค่าเช่าแพงๆ เช่าท่าเรือของคริสตัลแซนด์ ชมทิวทัศน์ของตัวเองว่า

"แต่ก็เป็นแบบนี้ล่ะครับที่สวยๆดีๆก็มักจะมายาก จริงไหมครับ"

แทนสิทธิ์มองหน้าเนตรชนกบอกว่า เธอดูดีขึ้นเยอะแล้ว เนตรชนกพูดอย่างรู้สึกขอบคุณว่าเพราะเขาช่วยไว้ตนถึงได้ดีขึ้น แม้เนตรชนกดูซีดเซียวแต่หนุ่มนักเที่ยวปากหวานเสือผู้หญิงอย่างแทนสิทธิ์ก็ชมได้ไม่ขาดปากว่าถึงกระนั้นเธอก็ยังดูดี

เนตรชนกเสนอขอกลับไปดีกว่าเพราะเพื่อนๆคงจะตามหากันแย่แล้ว แทนสิทธิ์จึงอาสาไปส่ง

ooooooo

ชนม์ชนกกับเทพไทยังรีๆรอๆที่จะเข้าไปในรีสอร์ตของแทนสิทธิ์ จนทิพย์ธิดาเร่งอย่างหงุดหงิดว่าจะเข้าก็รีบๆเข้าแดดร้อนมาก พอดีแทนสิทธิ์ขับรถพาเนตรชนกออกมา เทพไทเห็นเข้าร้องบอกทุกคนด้วยความดีใจ

แทนสิทธิ์มาจอดรถข้างๆพวกชนม์ชนกพลางลงไปต่างฝ่ายต่างทักทายกันตามมารยาท ทิพย์ธิดาถามแทนสิทธิ์
ว่าจะไปไหน เขาบอกว่าจะไปคริสตัลแซนด์พลางทักชนม์ชนกแซวๆว่า

"แหม วันนี้เป็นเกียรติมากเลยที่คุณชนม์ชนกแวะมาที่พาราดิสโซบีชของผม"

"ผมก็ไม่อยากจะรบกวนหรอกครับ แต่พอดีผมมาตามญาติผมที่นั่งในรถคุณนั่นไง" ชนม์ชนกมองไปที่รถของแทนสิทธิ์ เนตรชนกได้ยินพูดแทรกขึ้นทันทีว่าตนไม่เคยนับญาติกับเขา

เทพไทบอกว่านั่นเป็นลูกสาวของตน แทนสิทธิ์จึงเล่าให้ฟังว่าพบเธอหมดสติอยู่เลยพามาพักให้อาการดีขึ้นและกำลังจะพาไปส่งอยู่พอดี เทพไทขอบคุณที่ช่วยลูกสาวตน ส่วนชนม์ชนกเดินไปเปิดประตูรถ แทนสิทธิ์บอกให้เนตรชนกลงมาเสีย ทุกคนเป็นห่วงจะแย่อยู่แล้ว

เนตรชนกพยศไม่ยอมกลับกับเขาจะกลับกับอุ่นและเคนเท่านั้น แต่ทั้งสองคนไม่ได้มาด้วย ชนม์ชนกชวนกลับด้วยกันจะรบกวนแทนสิทธิ์ทำไม ทิพย์ธิดาบอกชนม์ชนกว่าอย่าไปบังคับเธอเลย และแทนสิทธิ์ก็รีบอาสาจะพาไปส่งบอกว่าตนเต็มใจ เนตรชนกเลยขอให้เขาพาไปส่ง ท่ามกลางความไม่ สบายใจของบรรดาพวกที่มาตามหา

เมื่อพาไปส่งที่คริสตัลแซนด์ เนตรชนกได้พบกับอุ่นและเคนแล้ว ทั้งสองขอบคุณแทนสิทธิ์ที่ดูแลเพื่อนตนอย่างดี ส่วนแทนสิทธิ์ก่อนกลับยังได้มอบนามบัตรของตัวเองให้เนตรชนก บอกว่า มีอะไรให้โทร.ได้ตลอดเวลาไม่ต้องเกรงใจ เนตรชนก ยิ้มแย้มยินดีกับมิตรคนใหม่ที่ดูเป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยนอบอุ่น

ชนม์ชนกยืนมองการร่ำลากันด้วยความไม่สบายใจ ทิพย์ธิดาที่ยืนอยู่ด้วยพูดกับเทพไทว่า

"สงสัยลูกสาวคุณคงจะเจอเนื้อคู่แล้วล่ะค่ะ"

ooooooo

เมื่อกลับเข้าบ้านพัก เนื้อนวลกอดหลานสาวร้องไห้ด้วยความดีใจถามว่าทำไมทำแบบนี้ รู้ไหมว่าย่าเป็นห่วงมาก เธอขอโทษย่าบอกว่าทำไปเพราะไม่อยากอยู่ที่นี่ ทัดไทบอกหลานสาวว่าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก มีอะไรให้พูดจากันดีๆ

เมื่อไปเดินเล่นกับอุ่นและเคนที่ชายหาดในยามค่ำ เนตรชนกชวนเพื่อนทั้งสองไปอยู่ที่รีสอร์ตของแทนสิทธิ์กันไหมที่นั่นน่าอยู่มาก อุ่นติงว่าจะดีหรือเพิ่งรู้จักกันเอง เคนก็บอกว่าดูๆไม่น่าไว้ใจ   แต่เนตรชนกยืนยันว่า   "ยังไงก็น่าไว้ใจกว่านายชนม์ชนกเป็นไหนๆ"

อุ่นชมว่าที่จริงชนม์ชนกก็ดีออก  เนตรชนกฟังแล้วขัดหูปรามเพื่อนว่าอย่ามาชมนายคนนี้ให้ได้ยินอีก พอดีค่ำแล้วยุงรำคาญบินว่อน  อุ่นชวนกลับที่พักกันดีกว่า  เนตรชนกยังไม่อยากกลับอยากเดินคิดอะไรอีกสักนิดก่อน อุ่นกับเคนจึงกลับก่อน ส่วนเนตรชนกเดินคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดีกับชีวิตนี้

พอชนม์ชนกเห็นอุ่นกับเคนกลับมากันสองคนถามว่าแล้วเนตรชนกล่ะ พอรู้ว่ายังเดินอยู่ที่ชายหาดเขาบ่นว่าจะแอบหนีอีกหรือเปล่าเนี่ย

"เนตรสัญญาแล้วค่ะว่าจะไม่ไปไหน ถ้าคิดจะไปจริงๆ ก็คงไม่กลับมาหรอกค่ะ" อุ่นเชื่ออย่างนั้น ชนม์ชนกเลยเบาใจลง

ขณะนั้นเอง คนงานเข้ามารายงานเรื่องรังต่อว่ามีคนเอามาโยนเข้ามาในรั้วของเราเพราะมีคนเห็น ชนม์ชนกจึงแยกไปดูความเรียบร้อยก่อน

ระหว่างนั้น เนตรชนกเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้เป้าหมาย ได้ยินคนงานสองคนคุยกันเรื่องมีคนแอบเอารังต่อมาโยนไว้ในรั้วเรา อีกคนบอกว่าดีที่มันไม่ทำอะไรเราท่าทางน่ากลัวจริงๆ

เนตรชนกได้ยินใจฝ่อขึ้นมาเลยรีบเดินกลับบ้านพัก

ooooooo

ชนม์ชนกไปดูรังต่อเปล่าที่วางอยู่กับพื้น รู้จากคนงานว่าไม่เคยเห็นหน้าคนที่มาโยนใส่คิดว่าไม่ใช่คนแถวนี้แน่ ซ้ำยังหน้าตาไม่เหมือนคนไทยพูดกันก็ฟังไม่รู้เรื่อง อีกคนเชื่อว่าเป็นคนของรีสอร์ตโน้นแน่ๆ

"ยังไม่มีหลักฐานอย่าเพิ่งไปกล่าวหาเขา  ยังไงก็ระมัดระวังให้ดีก็แล้วกัน" ชนม์ชนกเตือนคนงาน ขณะนั้นเองจู่ๆ ไฟฟ้าก็ดับพึ่บ    "เครื่องปั่นไฟทำไมไม่ทำงาน   ตามช่างไปดูหน่อย"

ชนม์ชนกสั่ง พอพนักงานถือไฟฉายวิ่งไป เขานึกเป็นห่วงเนตรชนกขึ้นมาทันที

เขารีบเดินตามหาเนตรชนก เจอเธอยืนอกสั่นขวัญหายอยู่ในความมืด เขารีบเข้าไปคว้าเธอไว้อย่างเป็นห่วง แต่เนตรชนกตกใจคว้าไม้ฟาดหัวเต็มแรง ชนม์ชนกล้มหมดสติไปทันที เนตรชนกตกใจยิ่งเมื่อเห็นว่าเป็นชนม์ชนกนอนเลือดอาบหน้าอยู่ก็ยิ่งตกใจร้องไห้โฮ วิ่งไปตามคนมาช่วย

ชนม์ชนกถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้งคุณหญิงและชัชชัยต่างโกรธแค้นคนที่ทำร้ายลูกชาย ชัชชัยไปแจ้งความ ตำรวจมาดูที่เกิดเหตุ แต่ขอรอให้ชนม์ชนกรู้สึกตัวสอบถามก่อนว่าจำคนร้ายได้ไหม เชื่อว่าคดีนี้ต้องจับคนร้ายได้แน่ๆ

เนตรชนกใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวกลัวถูกจับได้ว่าเป็นคนทำร้ายชนม์ชนก เนื้อนวลนึกว่าหลานขวัญเสียกับเรื่องที่เกิดขึ้น กอดปลอบว่าไม่ต้องกลัวย่าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายหลานย่าได้เป็นอันขาด รับรองว่าคนร้ายหนีไม่รอดเงื้อมมือตำรวจแน่ ทำให้เนตรชนกยิ่งกลัวเนื้อนวลก็ยิ่งปลอบรับรองกับหลานสาวว่าคนร้ายหนีไม่รอดแน่ๆ

ooooooo

เมื่อชนม์ชนกรู้สึกตัวขึ้นมา ตำรวจมาสอบปากคำว่าจำรูปพรรณสัณฐานคนร้ายได้ไหม เขาบอกว่าต้องขอโทษด้วยที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย กระนั้นตำรวจก็ยังเชื่อว่าต้องจับคนร้ายได้แน่ๆ ทิพย์ธิดาขอให้ตำรวจจับให้ได้จริงๆ เอามาติดคุกหัวโตไปเลย

ชนม์ชนกเห็นเนตรชนกยืนฟังอยู่ก็แกล้งถามตำรวจ ว่าคดีนี้ติดคุกตลอดชีวิตเลยรึเปล่า   ตำรวจบอกว่าเรื่องนี้ต้องแล้วแต่หลักฐานและการตัดสินของศาล  แต่ที่แน่ๆคือเป็นคดีอาญา

ทุกคนต้องการให้ตำรวจจับคนร้ายมาติดคุกให้ได้ เนตรชนกยิ่งฟังก็ยิ่งใจเสีย ส่วนชนม์ชนกก็คอยมองเธออย่างจับผิด ทำให้เนตรชนกใจสั่นไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา ผิดกับก่อนหน้านี้ที่เอาแต่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อเขาท่าเดียว
ที่แท้ชนม์ชนกรู้ว่าเป็นฝีมือของเนตรชนก จนเมื่อมาเจอเธอนั่งกังวลใจอยู่ที่ชายหาด เขาเดินเข้าไปถามว่าคิดอะไรอยู่หรือว่าคิดจะหนี เนตรชนกตกใจหันมาถามว่าหมอให้กลับได้แล้วหรือ

"แค่หัวแตกเย็บเสร็จพักนิดหน่อยก็กลับได้แล้ว แหม มือหนักใช้ได้นะเนี่ย"

เนตรชนกใจหายวาบแต่ทำปากแข็งถามว่า "นี่นายพูดอะไรน่ะ" พลางลุกหนีอย่างไม่อยากเผชิญหน้า ชนม์ชนกคว้าแขนไว้ เธอบอกให้ปล่อย เขาพูดอย่างเป็นต่อว่า

"ผมอาจจะปล่อยคุณได้ แต่ตำรวจน่ะ คงยาก...คิดว่าผมจำไม่ได้จริงๆเหรอว่าใครตีหัวผม นี่ถ้าคุณไม่อยากติดคุกคุณต้องทำตามที่ผมต้องการ"

เนตรชนกตกใจรีบกอดตัวเองไว้อย่างปกป้อง ชนม์ชนกเดาใจออกบอกว่าตนไม่ต้องการตัวเธอ แต่ต้องการให้เธอทำอาหารอร่อยๆเลี้ยงสักมื้อ มีข้อแม้ว่าต้องเป็นอาหารฝีมือ

เธอเอง ทำคนเดียวและต้องเป็นเมนูที่ตนกำหนดเท่านั้น อีกทั้งรสชาติก็ต้องอย่างที่ตนชอบด้วย ถามว่าทำได้ไหม

"หา...อะไรนะ ให้ฉันเนี่ยนะทำอาหาร"

"จะทำอาหารหรือติดคุก เลือกเอา" ชนม์ชนกยิ้มอย่างท้าทาย เป็นต่อ

ooooooo

ระหว่างเดินทางกลับกรุงเทพฯ เนตรชนกนั่งเงียบหน้าเครียดตลอดเวลาจนอุ่นถามว่าเป็นอะไร เธอบอกว่าแค่รู้สึกเหนื่อยๆเท่านั้น ที่แท้เธอหนักใจเรื่องทำอาหารที่ชนม์ชนกให้ทำเพื่อแลกกับการไม่ติดคุก

พอกลับถึงบ้านอุ่น อาบน้ำเสร็จก็ยังคิดไม่ตก มายืนที่ระเบียงคิดถึงคำสั่งของชนม์ชนกแล้วก็สบถ

"บ้าที่สุด แบล็กเมล์กันชัดๆ ฉันเนี่ยนะทำอาหาร คิดเมนูยากๆมาละน่าดู!"

เพียงวันรุ่งขึ้น ขณะที่อุ่นกำลังจะขับรถออกไปทำงานนั่นเอง ชนม์ชนกก็ขับรถมาถึง อุ่นแปลกใจว่ามาทำไม ชนม์ชนก

บอกว่ามาสะสางหนี้ แล้วถามเนตรชนกที่มายืนส่งอุ่นว่าพร้อมหรือยัง

"ยัง!" เนตรชนกกระชากเสียงใส่ อุ่นถามงงๆว่าหนี้อะไรกันหรือ พอชนม์ชนกบอกว่าเนตรชนกรับปากจะทำอาหารให้เขาทานเท่านั้น อุ่นอุทานทึ่งว่า "เนตรเนี่ยนะคะ ทำอาหาร"

อุ่นขำกิ๊กออกมา เนตรชนกมองตาขวางไล่ว่าจะทำงานก็รีบไปเสีย พออุ่นไปชนม์ชนกก็หันมาเร่งเธอให้ไปกันได้แล้ว เนตรชนกตัดสินใจไปกับเขาจะได้จบๆเสียที

ooooooo

ชนม์ชนกพาเธอไปที่ตลาดสด เนตรชนกถามว่าพามาทำไม เธอไม่ยอมลงจากรถบอกให้เขาพาไปที่ซุปเปอร์มาร์เกต

เมื่อไปถึงซุปเปอร์มาร์เกต เนตรชนกถามเมนูอาหารที่จะให้ทำ พอรับไปดูเธอยิ่งอ่านก็ยิ่งงง

"อะไรเนี่ย แกงบอน ดอกขจรผัดน้ำมัน น้ำพริกกะปิ ปลาร้าทรงเครื่อง ไข่ลูกเขย ยำส้มโอ ปลากะพงทอดน้ำปลา มะระผัดไข่ บัวลอยไข่หวาน" อ่านเมนูแล้วเธอเสียงเขียวว่า "ยาก...คนไม่เคยทำอาหารให้ทำเมนูยากๆอย่างนี้ได้ไง แกล้งฉันเหรอ"

ชนม์ชนกเสนอว่าทำไม่เป็นก็ไปให้ศศิมนสอน เธอไม่ยอมไปง้อเด็ดขาด เลยถูกชนม์ชนกตัดบทว่างั้นก็ตามใจ แต่ถ้าทำรสชาติไม่ถูกปากก็ทำไปจนตายคาเตาแก๊สนั่นแหละ

เนตรชนกสะบัดหน้าไปอย่างทิฐิ เดินไปหยิบขวดอะไรบางอย่างขึ้นมาถามเขาว่าอันนี้แทนปลาร้าได้ไหม เขาบอกว่าไม่ได้เธอเลยวางไว้ที่เดิม

ชนม์ชนกเดินตามเธอไปเรื่อยๆ เนตรชนกเดินหา

ของจนเหนื่อยโมโหขึ้นมาเลยหยิบๆๆของใส่รถเข็นจนเต็ม แต่พอเดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน ชนม์ชนกซื้อน้ำปลาขวดเดียว นอกนั้นคืนหมด

"ทำไมเอาไปแค่นี้" เนตรชนกถามฉุนๆ

"ก็ใช้ได้อย่างเดียว บอกแล้วว่าให้ไปตลาดสดก็ไม่เชื่อ" ว่าแล้วเขาเดินนำออกไปเลย

ooooooo

สุดท้ายต้องย้อนกลับไปที่ตลาดสด เนตรชนกเริ่มมองหาดอกขจรทั้งที่ไม่รู้ว่าหน้าตามันเป็นยังไง ถามชนม์ชนกเขาก็โบ้ยให้ไปถามศศิมน เธอปฏิเสธทันทีตามเคย

เมื่อไม่ยอมบอกเธอจึงหยิบสุ่มไปเรื่อย จะหาดอกขจรก็ไปหยิบเอาดอกแค พอถูกทักก็ทำไก๋ว่าแค่หยิบขึ้นมาดูเพราะเห็นสวยดี ไปเจอดอกขี้เหล็กก็หยิบขึ้นมาอีกคิดว่าเป็นดอกขจรเพราะเห็นเป็นดอกๆเหมือนกัน พอหยิบผิดก็ทำไก๋หันไปถามป้าคนขายว่า มีบอนขายไหม

พอป้าบอกลักษณะว่ามีก้านๆ เปลือกเขียวๆ ข้างใน

ขาวๆ มีรูๆคล้ายก้านกล้วยผสมสายบัว เนตรชนกท่องขึ้นใจ ไปเจอหยวกกล้วยวางขายอยู่ก็หยิบขึ้นมาอย่างมั่นใจ เจอสายบัวก็หยิบขึ้นมาอีก

"สติดีหรือเปล่าเนี่ยคุณหยิบอะไรของคุณ" ชนม์ชนกถามอย่างระอาใจ

"ก็บอนไง ก้านกล้วยผสมสายบัว" เธออ้างคำบอกเล่าลักษณะที่แม่ค้าแนะนำไว้

"มันใช่ที่ไหนเล่า บอนก็บอนสิ จะเอาก้านกล้วยกับสายบัวมาแทนได้ไง คุณนี่เพี้ยนรึเปล่า"

ต่อมาเมื่อจะหาซื้อปลาก็ไปชี้ปลานิลนึกว่าเป็นปลากะพง พอถูกทักท้วงก็ตะแบงไปว่าตนไม่ได้อยู่กรมประมงจะได้รู้ว่าปลาไหนเป็นปลาอะไร เมนูก็ไม่บอกล่วงหน้าใครจะเตรียมตัวทัน

"โอเค งั้นผมจะให้เวลาคุณเตรียมตัว 1 วัน พรุ่งนี้ผมจะไปรับคุณ หวังว่าคงพร้อมนะ อย่ามั่วอีก"

เนตรชนกค้อนตาแทบกลับ แต่ก็ต้องยอมเพราะเดินมาจนแทบจะหมดแรงแล้ว ได้แค่น้ำปลาจากซุปเปอร์มาร์เกตเพียงขวดเดียว

ooooooo

ตอนที่ 6

หนีมาอยู่บ้านอุ่นแล้ว เนตรชนกนั่งซึมอยู่คนเดียว อุ่นทักว่าคิดมากอีกแล้ว เธอถามว่าตนร้ายกาจมากไหม อุ่นย้อนถามว่าจะให้ตอบแบบตรงๆไหม พอเนตรชนกบอกว่าเอาแบบตรงๆ อุ่นเลยบอกว่า

"ก็ไม่ใช่ย่อยเหมือนกัน ถ้าเป็นอุ่นโดนใครทำแบบนี้ก็ไม่รู้จะใจเย็นได้เท่าคุณศศิมนรึเปล่า" แล้วก็พูดอย่างเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนว่า เนตรคงเครียด แนะว่าลองไปคุยกับจิตแพทย์ดูไหมเผื่อจะสบายใจขึ้น เนตรชนกสนใจ แล้วบ่ายนี้เองเธอก็ไปที่โรงพยาบาลที่แผนกจิตเวช

แพทย์ทางจิตเวชเป็นเพื่อนกับชนม์ชนก วันนี้ชนม์ชนกมาปรึกษาอาการของเนตรชนก ถามว่าแบบนี้มีแนวโน้มว่าจะทำร้ายตัวเองไหม จะฆ่าตัวตายรึเปล่า

"ใจเย็นๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกว่ะ แต่ถ้าจะให้รู้ชัวร์ๆแกต้องพาแฟนแกมาให้ฉันตรวจ"

"เฮ้ย บ้า ไม่ใช่แฟนฉัน" ชนม์ชนกร้องลั่น ทันใดนั้นก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่โต๊ะ พอหมอรับสายก็บอกชนม์ชนกว่า

มีคนไข้ให้เขากลับไปก่อน ยังแซวๆว่าอย่าลืมพาแฟนมาให้ตรวจด้วย

"ไอ้นี่" ชนม์ชนกคำรามชี้หน้าเพื่อนขำๆ แล้วออกไป

ขณะเดินออกจากห้องหมอได้ยินเสียงพยาบาลประกาศเรียก "คุณเนตรชนก บริบาลพิพัฒน์ค่ะ" ชนม์ชนกชะงักกึก หันมองเห็นเนตรชนกเดินไปที่หน้าห้องหมอ เขาปราดเข้าไปหา

"รู้ตัวเหมือนกันเหรอว่าโรคจิต ดีแล้วที่มาหาหมอ อาการจะได้ดีขึ้น"

ได้เรื่องเลย! เนตรชนกด่าสวนไปว่าเขานั่นแหละโรคจิตถึงได้มาหาหมอ ทั้งคู่ต่างว่าอีกฝ่ายเป็นโรคจิต เนตรชนกอ้างว่าตนมาธุระเท่านั้นกำลังจะกลับแล้ว ว่าแล้วไว้ท่ากลับไปเลย ทำให้ชนม์ชนกรู้สึกผิดที่เป็นตัวการทำให้เธอเปลี่ยนใจไม่เข้าไปพบแพทย์

กลับมาถึงบ้านอุ่น เนตรชนกเอาทั้งหนังสือพิมพ์มากางและเปิดเว็บสมัครงานตั้งหน้าตั้งตาหางาน

เคนที่มาเจ๊าะแจ๊ะอยู่ถามว่าตนจะฝากงานที่โรงงานป๊า

ให้เอาไหม เนตรชนกบอกว่าอยากทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่า เคนเลยขอเป็นกำลังใจให้

"ขอบใจจ้ะ แต่เนตรต้องยืมเสื้อผ้ากับของใช้ของอุ่นไปก่อนนะ เพราะไม่ได้เอามาเลย"

"อ้อ...อุ่นลืมบอกเนตรว่าคุณอาเอาเสื้อผ้ากับของใช้มาให้เนตรแล้ว" อุ่นนึกขึ้นได้

"เนตรไม่ต้องการ ฝากอุ่นบอกคุณพ่อเอาคืนไปด้วย" เนตรชนกหน้าตึงทิฐิขึ้นมาทันที

เย็นวันเดียวกันนั่นเอง เสื้อผ้าของใช้ที่เทพไทเอาไป

ฝากไว้ให้เนตรชนกก็ถูกขนกลับเข้ามา เนื้อนวลเห็นเท่านั้นก็น้ำตาร่วงด้วยความสงสารเป็นห่วงหลาน จนทัดไทปลอบว่า

"มันคงถึงเวลาแล้ว ที่ยัยเนตรต้องเรียนรู้ที่จะดูแลตัวเอง หลานเราต้องผ่านมันไปได้นะคุณ"

เทพไทเองก็ได้แต่นั่งกุมมือศศิมนอย่างให้กำลังใจ ปลอบใจกันและกัน

ooooooo

เนตรชนกค้นหางานจนดึก รุ่งเช้าเคนก็เอารถมารับไปสมัครงานกัน

เคนพาเนตรชนกไปสมัครงานตามที่เธอจดเอาไว้ แห่งแรกผู้จัดการดูเอกสารแล้วบอกว่าผลการเรียนใช้ได้ แต่จบมาก็หลายเดือนแล้วดูเหมือนไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย เราอยากได้คนที่มีประสบการณ์มากกว่า

เนตรชนกหน้าเจื่อนกลับออกมาด้วยความผิดหวัง

เมื่อมาที่อีกบริษัทหนึ่ง หลังจากยื่นเอกสารและให้สัมภาษณ์แล้ว ผู้จัดการสาวบอกว่า เธอน่าจะลองไปหาที่ฝึกงานก่อน พอดีว่าบริษัทนี้ไม่มีโครงการรับเด็กฝึกงาน ทางบริษัทอยากได้คนที่พร้อมเริ่มงานได้เลย

"ขอบคุณค่ะ" เนตรชนกยกมือไหว้พูดเสียงอ่อย ยิ้มแห้งๆลากลับ

หลังจากนั้นเคนยังขับรถพาไปสมัครงานอีกหลายแห่ง แต่ทุกแห่งก็ต้องเดินหน้าแห้งกลับออกมา

ooooooo

เทพไททุกข์ใจไม่เป็นอันกินอันนอน วันนี้ทนไม่ได้ บอกศศิมนว่ารู้สึกตนจะเสียลูกสาวไปแล้ว ลุกพรวดขึ้นบอกว่าจะไปหาลูก กว่าจะไปถึงบ้านอุ่นก็เย็นแล้ว แต่ยังไม่มีใครกลับจึงคอยอยู่หน้าบ้าน

ครู่หนึ่งอุ่นกลับมาก่อน เทพไทรีบถามถึงเนตรชนก อุ่นบอกว่าออกไปสมัครงานคงจะกลับเย็น ทำให้เทพไทยิ่งสงสารลูก ยืนซึมอยู่ตรงนั้น

ทันใดนั้นเองเคนก็ขับรถเข้ามา จอดรถแล้วทั้งเคนและเนตรชนกเดินลงจากรถ เคนเข้ามาสวัสดีเทพไท เนตรชนกถามว่าพ่อมาทำอะไร

"เนตร เป็นไงบ้างลูก เหนื่อยมากไหม" เนตรชนกเบี่ยงตัวหลบพ่อที่ตรงเข้ามาหา "เนตรมาค้างบ้านอุ่นสองคืนก็พอแล้วนะลูก คืนนี้กลับบ้านเรากันเถอะ" เทพไทชวน มองลูกด้วยความเป็นห่วง

"เนตรนึกว่าเราพูดกันรู้เรื่องแล้วเสียอีกนะคะ คุณพ่อเลิกมารับเนตรเถอะค่ะ ยังไงเนตรก็ไม่กลับ"

เทพไทถามว่าแล้วลูกอยู่กินกันอย่างไร เนตรชนกตอบอย่างเป็นเรื่องปกติว่าตนเริ่มหัดอยู่ง่ายกินง่ายแล้ว แค่
บะหมี่ซองเดียวก็อิ่มท้องได้ พลางหันไปชวนอุ่นกับเคนเข้าไปกินบะหมี่กันวันนี้ตนซื้อมาหลายซอง พูดแล้วเดินผ่านเทพไท

ไปราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ อุ่นกับเคนมองหน้าเทพไทอย่างเห็นใจ เอ่ยขอตัวแล้วรีบตามเนตรชนกเข้าไป เทพไทได้แต่มองตามลูกไปเหมือนใจจะขาด...

ooooooo

รุ่งขึ้นเนตรชนกเตรียมจะไปสมัครงานอีก นัดกับเคนไว้ แต่จนสายมากแล้วเคนก็ยังไม่มา อุ่นคาดว่าเมื่อคืนคงเที่ยวดึก เนตรชนกบ่นอย่างหงุดหงิดว่าแล้วแบบนี้ตนจะไปสมัครงานได้ยังไง

"เนตร อุ่นว่าเนตรน่าจะเลิกเป็นคุณหนูได้แล้วนะ ถ้าเนตรคิดจะอยู่ให้ได้ด้วยตัวเองจริงๆ เนตรต้องหัดใช้ชีวิตแบบคนอื่นทั่วไปบ้าง"

เนตรชนกถามว่าต้องทำอย่างไรหรือ อุ่นชี้ให้เห็นว่าก็อย่างเดี๋ยวนี้ไง ไม่ต้องรอเคนเอารถมารับหรอก เราไปเองเลย เนตรชนกยกโทรศัพท์จะโทร.เรียกแท็กซี่ อุ่นบอกว่าไปรถเมล์

แบบคนหางานเขาทำกันทั้งประหยัดและช่วยชาติด้วย

"รถเมล์" เนตรชนกทวนคำอย่างนึกไม่ถึงเพราะในชีวิตไม่เคยขึ้นรถเมล์เลย แต่วันนี้อุ่นก็พาเธอหัดขึ้นรถเมล์จนเป็น แม้จะทุลักทุเลบ้างแต่ในที่สุดก็ทำได้

บังเอิญระหว่างนั้น ชนม์ชนกขับรถผ่านมาเห็นเลยถอยรถมาดู เห็นสภาพของเนตรชนกที่ต้องมาดิ้นรนแย่งกันขึ้นรถเมล์ก็อดนึกสงสารไม่ได้ แต่ก็ทึ่งในความอดทนของเธอไม่น้อย

ooooooo

ทิพย์ธิดามารอชนม์ชนกที่ห้องทำงานเขานานมากจนบ่นกับแอนนาว่าไปไหนของเขา มือถือก็ลืมไว้ที่ออฟฟิศ เธอรอจนชนม์ชนกกลับมา บอกเขาว่าวีกเอนด์นี้ตนว่างอยากชวนไปพักผ่อนกันไกลๆ

ชนม์ชนกบอกว่าตนเตรียมจะพาครอบครัวไปพักผ่อนที่รีสอร์ตของตัวเอง ชวนไปด้วยกันทั้งยังชวนแอนนาไปด้วย สองสาวดีใจมากที่จะได้ไปเที่ยวกับเขาพร้อมครอบครัว...แบบคนในครอบครัวเดียวกัน

แต่พอตกเย็นชนม์ชนกก็ไปที่บ้านอุ่น เจอสองสาวเดินกะปลกกะเปลี้ยหัวฟูกลับจากหางานพอดี ได้ยินอุ่นถามเพื่อน ว่าเหนื่อยไหม เนตรชนกบอกว่าแค่นี้จิ๊บๆเอง ชนม์ชนกอดไม่ได้สอดเข้าไปว่าจริงหรือ เห็นหัวฟูมาเชียว ถูกเนตรชนกย้อนทันทีว่าหัวฟูแล้วมันหนักหัวใคร

ชนม์ชนกต้องการมาพูดสะกิดให้เธอคิดทบทวนการกระทำของตัวเอง โต้เถียงจิกกัดกันพอหอมปากหอมคอ เนตรชนกก็ประกาศว่าคนอย่างตนถ้าคิดจะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ ชนม์ชนกเลยถามว่าแล้วเคยคิดจะทำให้ครอบครัวมีความสุขบ้างไหม

ลากเข้าประเด็นได้แล้ว ชนม์ชนกถามว่าแค่จะทำให้ ครอบครัวมีความสุขเธอทำได้หรือเปล่า แล้วกระทุ้งให้คิดว่า เธอคิดว่าทำแบบนี้แล้วคุณพ่อเธอจะเลิกกับศศิมนทิ้งลูกในท้องเพื่อให้เธอกลับบ้านหรือ เตือนสติว่า

"เอาชนะไปมันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกน่า ยอมแพ้บ้างมันไม่ถึงกับตายหรอกคุณ หรือว่าคุณแพ้ไม่เป็น อ้อ เป็นแต่หลอกตัวเองไปวันๆสินะ"

เนตรชนกโกรธจี๊ดไล่ให้เขากลับไปเสีย ชนม์ชนกยังทิ้งท้ายว่า

"พอเสียทีเถอะคุณ  หยุดทำร้ายครอบครัว  ทำร้ายตัวเองเสียที กลับบ้านไปเสีย พ่อคุณ ปู่ย่าคุณเป็นห่วงคุณกันทั้งนั้น ผมขอร้องล่ะ"

พูดทิ้งไว้แล้วกลับไป อุ่นเดินตามไปส่ง ส่วนเนตรชนกนํ้าตาไหลพรากด้วยความแค้นใจ

ooooooo

ชนม์ชนกวางแผนพาครอบครัวไปพักผ่อนที่รีสอร์ตของตัวเอง ชัชชัยเสนอศศิมนว่าน่าจะชวนบ้านโน้นไปพักผ่อนด้วยกัน เพราะสองครอบครัวเรายังไม่เคยไปไหนด้วยกันเลย ชนม์ชนกเสนอให้ชวนไปกันทั้งบ้านเลยตนจะดูแลให้เอง ศศิมนเห็นด้วยเพราะอยากให้เทพไทไปพักผ่อนบ้าง เพราะช่วงนี้เขาเครียดเรื่องลูก

"ก็ชวนหนูเนตรไปด้วยสิ บรรยากาศดีๆ ทะเลสวยๆ อาจจะช่วยให้ใจเย็นลงก็ได้นะ เผื่อบางทีจะปรับความเข้าใจกันได้" ชัชชัยเสนอ ศศิมนรับปากว่าจะลองปรึกษากันดู

ทัดไทได้รับคำชวนก็ปรึกษากับเนื้อนวลว่าชวนเนตรชนกไปด้วยน่าจะทำให้อะไรๆดีขึ้นบ้าง เทพไทเห็นด้วย ดังนั้นตกคํ่าเขาจึงโทร.นัดอุ่นมาขอความร่วมมือ อุ่นตกใจบอกว่าถ้าเนตรชนกรู้ตนคอขาดแน่ๆ

เมื่อเทพไทขอร้อง เธอจึงรับปาก แต่ไม่ยอมตายคนเดียวชวนเคนมาลงเรือลำเดียวกัน พอเรียกเคนมาปรึกษาในเช้าวันรุ่งขึ้น เคนถึงกับสำลักกาแฟบอกว่าแบบนี้ฆ่าตัวตายกันชัดๆ

เมื่ออุ่นขอร้องให้ทำเพื่อเนตร  เคนจึงรับปากถามว่าแล้วจะวางแผนยังไงดีล่ะ

"ก็ช่วยกันคิดสิ ยังไงเราก็ต้องหลอกพาเนตรไปที่รีสอร์ตของคุณชนม์ชนกให้ได้" อุ่นตั้งเป้าไว้ แม้จะเสี่ยงตายก็ยอม

ooooooo

แค่สายวันรุ่งขึ้น  ทุกอย่างก็เรียบร้อย  เมื่ออุ่นทำเป็นถามเรื่องงานของเนตรชนก เธอบอกว่าพรุ่งนี้จะไปสมัครอีก ยังมีอีกหลายที่ที่จดไว้  ทันใดนั้นเองเคนก็ทำเป็นตื่นเต้นวิ่งเข้ามาบอกว่ามีข่าวดี  พวกเราจะได้ไปเที่ยวฟรีกันแล้ว พลางชูตั๋วทัวร์เกาะช้างให้ดู 3 ใบ

เคนปดตามที่วางแผนกับอุ่นไว้ว่าญาติชิงโชคได้ไปเที่ยวฟรี แต่ติดธุระจึงให้ตนชวนเพื่อนไปแทน อุ่นทำเป็นดีใจมากชวนเนตรชนกไปด้วยกัน ตนอยากไปเที่ยวทะเล  และเนตรชนก ก็จะได้พักผ่อนด้วย

"อือ...ก็ได้ ไปก็ไป" เนตรชนกรับคำ อุ่นกอดเนตรชนกด้วยความดีใจ เคนทำเนียนกอดอีกคน

สายๆอุ่นก็แอบโทรศัพท์แจ้งข่าวดีกับเทพไท เขาดีใจมาก ศศิมนภาวนาว่าไปคราวนี้ขอให้ปรับความเข้าใจกันได้สำเร็จด้วยเถิด

เช้าวันเสาร์ที่คริสตัลแซนด์ก็ได้ต้อนรับแขกจากกรุงเทพฯ 3 คน สองสาวหนึ่งหนุ่มมาเช็กอินรับกุญแจไปเข้าห้อง อุ่นกับเนตรชนกต่างพอใจกับทิวทัศน์ที่สวยงามของรีสอร์ต

เคนรับกุญแจห้องเอามาให้สองสาว เนตรชนกชวนว่าเอาของเข้าห้องแล้วไปหาอะไรกินกันดีกว่า ตนหิวแล้ว เคนเสนอว่าเสร็จแล้วไปเล่นเรือกล้วยกัน เนตรชนกขอนอนเล่นชายหาดดีกว่าให้อุ่นกับเคนไปเล่นกันสองคนก็แล้วกัน

สายๆคณะของชนม์ชนกก็มาถึงมีแอนนาติดมาด้วย แต่ทิพย์ธิดาขอตามมาตอนบ่ายๆเพราะติดธุระ เทพไทใจร้อนอยากไปหาเนตรชนกเร็วๆ ถูกทัดไททักท้วงว่าปล่อยให้ลูกหายเหนื่อยก่อนดีกว่า

ทุกคนให้ความร่วมมือร่วมใจกับงานนี้เต็มที่ ชัชชัย ให้เด็กเตรียมจัดกระเช้าผลไม้ โดยเฉพาะน้ำแตงโมปั่นของโปรดของเนตรชนกไว้ให้พร้อม เพื่อให้เทพไทยกไปเซอร์ไพรส์ลูก

ooooooo

บ่ายแล้วเนตรชนกนอนอ่านหนังสือเล่นอยู่ริมหาดใต้ต้นไม้ ส่วนเคนกับอุ่นลงไปเล่นน้ำกันอยู่

ส่วนที่รีสอร์ต ชนม์ชนกให้พนักงานจัดน้ำแตงโมปั่น 3 แก้ว ดอกกุหลาบแดง ช่อกุหลาบ และกระเช้าผลไม้ไว้พร้อม เขาเข้าไปจัดห้องเอง เอาแก้วแตงโมปั่นไปวางไว้ เอากุหลาบแดงมาเด็ดกลีบโปรยลงบนหมอนของเนตรชนก

ชนม์ชนกจัดห้องเสร็จก็ได้ยินเสียงเจ้าของห้องเดินมาพอดี เนตรชนกมองห้องแล้วอุทานอย่างดีใจว่ารีสอร์ตนี้บริการดีจัง เห็นน้ำแตงโมปั่นแล้วก็ชมว่า "รู้ใจเสียด้วยว่าเราชอบน้ำแตงโมปั่น"

ชนม์ชนกออกไปไม่ทันเลยหลบแว้บเข้าห้องน้ำแอบดูเนตรชนก บังเอิญทำเสียงดัง เนตรชนกหันขวับถามว่าอุ่นหรือแล้วเดินไปเปิดห้องน้ำ เธอตะลึงอึ้งยืนมึน เพราะคนที่อยู่ในห้องน้ำกลายเป็นชนม์ชนก!

"สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่คริสตัลแซนด์ของผมเอง" ชนม์ชนกตกกระไดพลอยโจน

เนตรชนกของขึ้นปรี๊ด แต่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น อาจเป็นเหตุบังเอิญของการชิงโชคก็ได้ วินาทีนั้นเอง เทพไทก็โผล่เข้ามาถามว่า "เรียบร้อยไหมครับคุณชนม์" พอเห็นเนตรชนก เขาตกใจ แต่เนตรชนกโกรธจัดเชื่อว่าตนถูกหลอกแน่แล้ว

อุ่นกับเคนกลับมาเห็นเหตุการณ์ในห้องก็ตกใจถามกันว่าแผนแตกแล้ว ทำไงดี เนตรชนกเห็นเพื่อนทั้งสองกลับมาก็พุ่งเข้าถามอย่างโกรธจัด

"นี่มันหมายความว่ายังไง!"

ooooooo

เนตรชนกโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่ถูกทุกคนหลอกแม้แต่อุ่นกับเคนที่ถือเป็นเพื่อนซี้ก็ยังรวมหัวกันหลอกตน หุนหันขึ้นมาเก็บของจะกลับไปให้ได้ หิ้วกระเป๋าลงไปที่ท่าเรือ กระโดดลงเรือให้พาไปส่งที่ฝั่ง

"เรือทุกลำที่จอดอยู่ฟังนะครับ ถ้าใครไปส่งคุณผู้หญิงคนนี้ที่ฝั่ง ต่อไปอย่ามารับงานที่รีสอร์ตผม"

ชนม์ชนกปล่อยไม้เด็ด สุดท้ายเนตรชนกไปไหนไม่ได้จึงคิดหาทางแก้เผ็ดชนม์ชนกต่อไป

ทุกคนร้อนใจกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้ แม้แต่อุ่นกับเคนก็เข้าหน้าเนตรชนกไม่ติด คุณหญิงจึงเสนอให้ปล่อยเนตรชนกให้สงบลงก่อนแล้วค่อยหาทางคุยกับเธอ ทัดไทเห็นด้วย ทุกคนจึงผ่อนคลายลง

ชนม์ชนกเป็นคนหิ้วกระเป๋าขึ้นไปคืนให้เนตรชนกที่ห้อง เธอด่าว่าเขา หาว่าเป็นคนวางแผนทั้งหมด ชนม์ชนกบอกว่าทุกคนหวังดีกับเธอโดยเฉพาะคุณพ่อของเธอนั้นทั้งรักและเป็นห่วงมาก พูดแล้วบ่นว่าที่จริงไม่อยากช่วยพูดให้พ่อเธอเลย  เพราะตนก็ไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าไร  แต่ที่พูดเพราะมันเป็นความจริง

"พอที ฉันไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น ออกไปให้พ้น ฉันอยากอยู่คนเดียว" พอชนม์ชนกออกไปเธอคำรามแค้น "นายบังคับให้ฉันจำใจอยู่ที่นี่ นายต้องชดใช้"

ooooooo

บ่ายๆ เนตรชนกทำเป็นเดินเตร่ไปแถวเคาน์เตอร์ รีเซปชั่น ได้ยินส้มรับสายจากภายนอกขอจองห้องพัก ส้มบอกว่าห้องเต็มหมดเพราะมีกรุ๊ปทัวร์ลง ขอเบอร์ ลูกค้าไว้เผื่อมีห้องว่างจะรีบโทร.ไปแจ้ง

เนตรชนกคิดแผนออกทันที ทำทีเข้าไปทักทายแอนนา แอนนาแนะนำแก่ส้มกับเค้กว่าเนตรชนกเป็นญาติกับบอสเป็นแขกวีไอพี  แล้วถามเนตรชนกว่า  เอาน้ำแตงโมปั่นอีกไหม เธอรีบขอบคุณแต่อยากทานฝีมือแอนนาเอง แอนนาปลื้มมากรับปากว่าจะทำให้สุดฝีมือเลย แล้วผละไปอย่างกระตือรือร้น

พอแอนนาไปแล้ว เนตรชนกทำมารยาหน้ามืดเป็นลม ส้มกับเค้กที่ทำงานอยู่แถวนั้นรีบมาประคองถามว่าเป็นอะไร เนตรชนกบอกว่าขอยาดมสมุนไพรไทยสงสัยจะเป็นลมเพราะเมื่อเช้าไม่ได้ทานอะไรเลย  ส้มจึงอาสาจะไปหาอะไรให้ทานส่วนเค้กไปหายาสมุนไพรไทยมาให้ จึงเหลือแต่เนตรชนกอยู่ตรงนั้นคนเดียว

เนตรชนกหายเป็นปลิดทิ้ง ตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์ หาเบอร์โทรศัพท์ลูกค้าที่ส้มจดไว้เมื่อครู่พอเจอก็รีบเอากลับห้องพักตัวเอง ล็อกประตูแล้วกดโทรศัพท์ทันที

"สวัสดีค่ะ จากคริสตัลแซนด์นะคะ ที่คุณโทร.มาจองห้องพักคืนนี้ตกลงได้แล้วนะคะ พอดีกรุ๊ปทัวร์แคนเซิลน่ะค่ะ มาได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ"

จากนั้นก็กดหารายต่อไป โทร.จนหมดทุกรายที่ส้มจดไว้ เสร็จแล้วยิ้มสะใจที่จะได้เห็นแขกแห่กันมาชนกับกรุ๊ปทัวร์ที่จองห้องไว้ก่อนแล้ว

"โชคดีนะนายชนม์ชนก" เนตรชนกทิ้งตัวลงนอนกลิ้งอย่างแสนจะสะใจ๊...สะใจ!

ooooooo

ค่ำนี้  ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งทานอาหารริมหาด กันนั้น เนตรชนกนั่งทานเงียบๆอย่างเก็บอาการลิงโลดสะใจในผลงานของตน เนื้อนวลกับเทพไทพยายามเอาอกเอาใจแกะกุ้งให้ถามว่าอร่อยไหม

เนตรชนกตอบประชดว่าอร่อยมาก ชนม์ชนกพูดแทรกขึ้นว่า "ขอบคุณที่ชม" ส่วนทิพย์ธิดาก็คุยโวว่าอาหารที่นี่ชนม์ชนก เป็นคนคุมเองทั้งหมดถึงได้อร่อยทุกอย่างแบบนี้

ขณะบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายเพราะเนตรชนกยิ้มสะใจรอเวลาวิบัติ ทันใดนั้น แอนนาก็วิ่งกระหืดกระหอบมารายงานชนม์ชนกว่า "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว"

ชนม์ชนกรีบตามแอนนาไป เห็นลูกค้าหลายคนกำลังโวยวายที่รีเซปชั่นที่โทร.คอนเฟิร์มห้องพักแล้ว แต่พอมาถึงกลับบอกว่าห้องเต็ม

"ใจเย็นๆนะครับ ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเองนะครับ" ชนม์ชนกเข้ามาแสดงความรับผิดชอบ ลูกค้าถามว่าจะรับผิดชอบอย่างไร แต่พวกตนไม่ยอมกลับไปเฉยๆแน่

ชนม์ชนกเรียกประชุมถามเค้กกับส้มว่าทำไมเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้ ทั้งสองบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง เพราะรายชื่อลูกค้าที่โทร.เข้ามาก็ไม่ได้อยู่ที่ตน เช็กกันไปมาปรากฏว่ารายชื่อลูกค้าเหล่านั้นหายไป

"แอนนา คุณรู้เรื่องนี้ไหม" ชนม์ชนกถาม แอนนาบอกว่าไม่รู้เรื่องเพราะตนมัวแต่ไปทำน้ำแตงโมปั่นให้เนตรชนกอยู่ พอกลับมาอีกทีเธอก็หายไปแล้ว ชนม์ชนกเอะใจ "อะไรนะ คุณเนตรเกี่ยวอะไรด้วย..." เค้กกับส้มมองหน้ากันอย่างตกใจชนม์ชนกหันมาคาดคั้นทั้งสองให้เล่าความจริงมาให้หมด

ooooooo

เคนกับอุ่นแปลกใจที่เนตรชนกยิ้มให้ขณะทั้งสองตามมาง้อ อุ่นดีใจถามว่า หายโกรธพวกตนแล้วใช่ไหม เนตรชนกบอกว่ายัง พออุ่นถามว่าแล้วทำไมอารมณ์ดี เธอบอกเพื่อนว่า

"สะใจจริงๆ สมน้ำหน้านายนั่น"

นี่เอง อุ่นกับเคนเลยถึงบางอ้อว่า ที่แท้เรื่องที่รีสอร์ตเป็นฝีมือเนตรชนกนั่นเอง

ทิพย์ธิดายุชนม์ชนกให้ไปแจ้งความ ที่เนตรชนกก่อเรื่องขึ้น ชนม์ชนกตัดบทว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น เรื่องแค่นี้ ตนจัดการเองได้ไม่ต้องห่วง บอกให้เธอไปพักผ่อนเสีย ทิพย์ธิดามองงอนๆเพราะรู้สึกว่าชนม์ชนกไม่อยากเอาเรื่องเนตรชนกเท่าไรนัก

แยกจากทิพย์ธิดาแล้ว ชนม์ชนกแอบไปที่ห้องพักของเนตรชนก ไปเจอหลักฐานกระดาษจดเบอร์โทรศัพท์ลูกค้าวางอยู่บนเตียง เขาพึมพำ

"เป็นเธอจริงๆด้วย ยัยตัวแสบ" พลางก็คิดหาทางจะ สั่งสอนเสียให้เข็ด

ooooooo

ทิพย์ธิดาเดินมาเจอเนตรชนกเดินเล่นคนเดียวอยู่ที่ชายหาด ตรงเข้าไปหาอย่างโมโห ถามว่าเป็นอะไรนักหนาถึงได้ชอบก่อเรื่องตลอดเวลา จะเรียกร้องความ สนใจไปถึงไหน

คนอย่างเนตรชนก แม้แต่หน้าอินทร์หน้าพรหมเธอยังไม่กลัว มีหรือจะปล่อยให้ทิพย์ธิดามาว่าเอาฝ่ายเดียว ด่าฉอดๆกลับไป เมื่อถูกทิพย์ธิดาบอกว่าตนไม่อยากยุ่งถ้าเธอไม่ทำให้แฟนตนเดือดร้อน เนตรชนกก็สวนไปทันทีว่า "บอกแฟนเธอด้วยนะว่าอย่ามายุ่งกับฉันอีก" พูดแล้วต่างก็แยกกันไป

ในที่สุดชนม์ชนกก็จัดการเรื่องห้องพักได้ โดยให้บรรดาญาติๆที่มาด้วยกันย้ายไปอยู่ที่บ้านพักส่วนตัว แต่เพราะบ้านพักไม่ใหญ่นักจึงจัดให้อยู่กันห้องละหลายคน ทุกคนร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างเต็มใจ มีแต่เนตรชนกคนเดียวที่ไม่ยอมย้าย

สุดท้ายชนม์ชนกต้องมาจัดการเอง สั่งอุ่นให้เอาของไป ส่วนตัวเนตรชนกตนจัดการเอง เมื่อเป็นตายอย่างไรเธอก็ไม่ยอมไป ชนม์ชนกเลยจับขึ้นบ่าแบกไปพลางสั่งแอนนาให้เด็กมาจัดห้องแล้วพาแขกเข้าพักได้เลย

ooooooo

ระหว่างที่ชนม์ชนกวุ่นกับการแก้ปัญหาเรื่องห้องพักนั้น เคนเบื่อๆความวุ่นวายเลยไปเข้าบาร์ในรีสอร์ต เจอทิพย์ธิดานั่งดื่มอยู่คนเดียวเซ็งๆ เลยเข้าไปอ่อยประสาหนุ่มเจ้าสำราญ ทำตัวเป็นแมวขโมยแอบกินปลาย่างตอนเจ้าของเผลอ

ทั้งสองเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยอยู่แล้ว เมื่อผู้หญิงก็ร้อน ผู้ชายก็แรง ดื่มกันเพียงครู่เดียวก็พากันไปหาความสำราญที่โรงแรมอื่นให้พ้นหูพ้นตาชนม์ชนก

จนดึกทิพย์ธิดาลุกจากเตียงมาแต่งตัว บอกเคนว่าห้ามพูดเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด ให้คิดเสียว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน เคนถามว่าทำไมหรือ ก็เรามีความสุขกันนี่น่า

"ทำตามที่ฉันบอกก็แล้วกัน ห้ามให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด!"

พูดแล้วทิพย์ธิดาเดินออกจากห้องไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เคนมองตามถอนใจเซ็งๆ

ooooooo

ชนม์ชนกแบกเนตรชนกไปที่บ้านพักวางลงบนโซฟา เธอด่าเขาจนเทพไทขอว่าอย่าไปว่าชนม์ชนกเลย เนตรชนกไม่ยอมอยู่ร่วมบ้านกับศศิมนเด็ดขาด เนื้อนวลให้มานอนด้วยก็ไม่เอา สุดท้ายลุกขึ้นวิ่งออกไปใครเรียกก็ไม่ฟัง ชนม์ชนกบอกทุกคนว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวตนจัดการเองแล้ววิ่งตามไป

เนตรชนกวิ่งเตลิดไปจนถึงท้ายรีสอร์ต ได้ยินเหมือนเสียงอะไรตกลงมา เธอตกใจหันไปดู พอเข้าใกล้จึงเห็นว่าเป็นรังต่อ ตัวต่อบินว่อน เธอตกใจร้องกรี๊ดๆ

ชนม์ชนกวิ่งตามมาเห็น เขารีบถอดเสื้อแจ็กเกตสะบัดไล่ตัวต่อคว้าตัวเนตรชนกเข้าไปเอาเสื้อคลุมให้ พลางร้องตะโกน

"จัดการหน่อย ใครเอารังต่อมาไว้ตรงนี้" คนงานมาช่วยกันจัดการกับรังต่อ ในขณะที่เนตรชนกร้องอย่างเจ็บปวดเพราะถูกต่อต่อย พิษต่อทำให้เธอค่อยๆหมดแรง พอชนม์ชนกดูตามแขนเขาตกใจเมื่อเห็นรอยต่อต่อยเต็มไปหมด

"คุณเนตรโดนต่อต่อย...ตามหมอด่วน มีคนถูกตัวต่อต่อย"   ชนม์ชนกร้องตะโกนเรียกคนงานแล้วอุ้มเนตรชนกกลับไปที่รีสอร์ตด้วยความเป็นห่วงมาก

ooooooo

ตอนที่ 5

ชนม์ชนกงัวเงียออกมาดู พอเห็นเป็นเนตรชนกเขาก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้งกลายเป็นหงุดหงิดหัวเสียขึ้นมาทันที ถามว่าคิดจะทำอะไร แล้วหิ้วกระเป๋ามาทำไม

คุณหญิงกับชัชชัยออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เนตรชนกตอบกระแนะกระแหนชนม์ชนกว่าบ้านผู้ดีเขารับแขกกันแบบนี้หรือ แล้วรีบหันไปยกมือไหว้คุณหญิงกับชัชชัย พูดออกตัวแกมยัดเยียดตัวเองในทีว่า

"สวัสดีค่ะ คือเนตรเพิ่งทราบว่าคุณพ่อมาค้างที่นี่ เนตรก็เลยมาขอค้างด้วย ไม่ทราบว่าจะรังเกียจรึเปล่าคะ"

"รังเกียจ" ชนม์ชนกสวนไปทันที เลยถูกคุณหญิงปรามว่าอย่าเสียมารยาท แล้วบอกเนตรชนกว่าไม่รังเกียจหรอก เนตรชนกรีบเอ่ย "ขอบคุณค่ะคุณหญิง"

ชัชชัยบอกว่าบ้านนี้มีหลายห้องให้พักได้ตามสบาย เนตรชนกขอบคุณถามว่าคุณพ่อพักอยู่ข้างบนใช่ไหม ถามแต่ไม่รอคำตอบหิ้วกระเป๋าเดินเข้าไปราวกับเป็นบ้านตัวเอง คนรับใช้รีบตามขึ้นไป

คุณหญิงกับชัชชัยยืนอึ้ง พอชนม์ชนกนึกได้ก็รีบตามไปร้องถามว่าจะทำอะไรน่ะ รอเดี๋ยว

เนตรชนกไม่สนใจขึ้นไปถึงก็ถามคนรับใช้ว่าห้องนี้หรือเปล่าที่คุณพ่อพัก พอคนรับใช้ชี้ไปอีกห้องหนึ่งเธอเดินไปทันที   ท่ามกลางเสียงโวยวายของชนม์ชนกที่วิ่งตามขึ้นมาว่า

"นี่คุณ ที่นี่ไม่ใช่บ้านคุณนะ รู้จักเกรงใจบ้างสิ"

พอดีเทพไทได้ยินเสียงข้างนอกเดินมาถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เลยเจอทั้งชนม์ชนกและเนตรชนก พอเห็นหน้าพ่อเธอก็โผเข้ากอดตัดพ้อต่อว่าราวกับเด็กเล็กที่ขาดพ่อไม่ได้ว่า

"คุณพ่อ มาค้างที่นี่ทำไมไม่บอกเนตรคะ เนตรรอคุณพ่อตั้งนาน"

ชนม์ชนกเห็นพ่อลูกเจอกันแล้วเลยไม่อยากยุ่งเดินเลี่ยงไปถอนใจเซ็งๆ

ooooooo

พอเนตรชนกหิ้วกระเป๋าเข้าไปในห้องนอนของเทพไทกับศศิมน เธอตัดพ้อต่อว่าพ่อว่าทำไมต้องโกหกตน บอกว่าจะมาส่งศศิมนเท่านั้นแต่กลับมาค้าง เทพไทพูดไม่ออกเพราะบอกลูกไปอย่างนั้นจริงๆ

ศศิมนแก้ต่างให้สามีว่าตนเป็นคนขอให้เขาค้างที่นี่เอง เทพไทตั้งใจแค่มาส่งจริงๆ   เนตรชนกจับเท็จว่าแล้วทำไมต้องเตรียมเสื้อผ้ามาด้วย   ศศิมนรับสมอ้างอีกว่าตนเป็นคนจัดให้เอง

เทพไทเห็นทีเนตรชนกจะซักไม่จบ เลยถามว่าที่มานี่มีธุระอะไรหรือเปล่า โดนอีกจนได้เมื่อเธอย้อนถามว่าต้องมีธุระด้วยหรือตนจึงจะมาหาพ่อของตัวเองได้ ศศิมนช่วยแก้ให้อีกว่า

"ไม่ใช่นะคะ  คุณเทพแค่เป็นห่วงน่ะค่ะ  เผื่อว่าคุณเนตรจะมีอะไรให้ช่วย"

"แหม ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง แต่เนตรไม่ได้มีธุระอะไรหรอกค่ะ แค่เห็นว่าคุณพ่อมาค้างที่นี่ เนตรก็เลยมาค้างด้วย ฉันเป็นคนติดพ่อน่ะ หวังว่าเธอคงไม่รังเกียจนะ" ถามและจ้องศศิมนเขม็ง

ศศิมนรีบบอกว่าไม่รังเกียจเดี๋ยวจะให้เด็กจัดห้องให้ เนตรชนกไม่เอาจะขอนอนกับพ่อ เทพไททักท้วงว่าลูกโตแล้วนะจะนอนกับพ่อได้ยังไง ถูกสวนทันควันว่าถึงโตแค่ไหนก็ยังเป็นลูกพ่อเหมือนเดิม

สุดท้ายศศิมนบอกให้นอนด้วยกันที่นี่ โดยให้เนตรชนกนอนกลาง เธอขอบใจแล้วยิ้มอย่างมีแผน

ส่วนชนม์ชนกปล่อยให้พ่อลูกคุยกันแล้วกลับมาที่ห้อง พึมพำอย่างไม่ไว้ใจว่า

"ยัยเด็กแสบนั่นต้องมีแผนชั่วอะไรแน่ๆ เขาคิดจะทำอะไรของเขานะ"

ooooooo

สามคนนอนเรียงกันเป็นตับบนเตียงเดียวกัน พอเทพไทกับศศิมนหลับ เนตรชนกที่มีแผนในใจอยู่แล้ว ก็เริ่มทำเป็นละเมอนอนฟาดมือฟาดเท้าเบียดจนศศิมนแทบตกเตียง เทพไทตื่นขึ้นมาปลุก ศศิมนบอกสามีว่าเธอนอนละเมออย่าปลุกเลย เดี๋ยวตนไปนอนอีกห้องก็ได้

แต่พอศศิมนจะออกไปนอนอีกห้อง เทพไทก็จะตามไปด้วย แม้ศศิมนจะบอกว่าถ้าเขาไปด้วย เดี๋ยวเนตรชนกก็ไม่ยอมต้องตามไปอยู่ดี ตนจะไปนอนห้องข้างๆนี่เองไม่ต้องห่วง

"คุณไม่จำเป็นต้องยอมไปทุกเรื่องนะครับ แล้วเรื่องนี้ผมก็ไม่ยอมนะ ผมจะไปด้วย"

แต่ด้วยเหตุและการขอร้องของศศิมน เทพไทจึงยอมนอนกับเนตรชนกตามเดิม เนตรชนกที่แกล้งทำเป็นหลับทั้งได้ยินทั้งแอบดู ยิ้มสะใจที่ชนะอีกตามเคย แต่เทพไทรู้ทัน ดึงแขนให้ลุกขึ้นมาคุยกัน ตำหนิว่าลูกทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว

"เนตรทำอะไรเหรอคะคุณพ่อ" เธอลุกขึ้นมาทำไขสือ

"เนตรก็รู้แก่ใจนะว่าทำอะไรลงไป" เทพไทไม่หลงกล เธอเลยถามประชดว่าตนมาแย่งที่แม่นั่นนอนหรือ "เนตร!

พอเสียทีได้ไหม ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรานะจะมาออกฤทธิ์ออกเดชอะไรที่นี่ไม่ได้ เกรงใจคุณชัชชัยกับคุณหญิงเปรมปรีด์บ้าง ไปกลับบ้านกับพ่อเดี๋ยวนี้ พ่อจะไม่ยอมให้เนตรมาอาละวาดที่นี่เป็นอันขาด"

พูดแล้วคว้ากระเป๋าเนตรชนกลากข้อมือลูกสาวออกจากห้องไปทันที

ooooooo

ลากกันลงมาถึงห้องโถงเจอคุณหญิงและชัชชัย เทพไทเอ่ยขอโทษที่ลูกสาวมารบกวนถึงที่นี่ บอกว่าจะพากลับเดี๋ยวนี้ บอกศศิมนให้อยู่นี่ก่อน พักผ่อนให้สบายแล้วตนจะมารับกลับ

คุณหญิงติงว่าไม่ต้องรีบร้อน เพราะเนตรชนกก็ไม่ได้ รบกวนอะไร เทพไทขอบคุณแต่เนตรชนกทำเกินไปจริงๆ ตนจะไม่ยอมให้ทุกคนต้องมาเดือดร้อนเพราะลูกคนนี้อีก จะพากลับบ้านเดี๋ยวนี้

ชัชชัยกับศศิมนต่างเห็นว่าดึกแล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับไม่ดีหรือ เทพไทไม่มั่นใจว่ากว่าจะถึงพรุ่งนี้ ไม่รู้ว่าเนตรชนกจะแผลงฤทธิ์อะไรอีก

เนตรชนกยืนฟังพวกผู้ใหญ่พูดถึงตนกันอยู่นาน โดย

เฉพาะที่เทพไทพูดนั้นเหมือนตนเป็นหัวตออยู่ตรงนั้น ถามโพล่งขึ้นว่า ตนอยู่ด้วยมันอับอายขายหน้ามากนักหรือ ถึงต้องขับไล่

ไสส่ง กันขนาดนี้

"พอแล้วเนตร ผู้ใหญ่กำลังคุยกันไม่เห็นรึไง" เทพไท หันมาดุ

"แต่ผู้ใหญ่กำลังพูดถึงไอ้เด็กคนนี้" เธอจิ้มๆที่อกตัวเอง "แล้วเด็กคนนี้มันก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ เนตรไปก็ได้ ก็ไม่ได้

อยากมาเหยียบที่นี่นักหรอกค่ะ เชิญมีความสุขกันตามสบาย" พูดแล้วตรงไปหาศศิมน "แต่ขอให้จำไว้นะว่า เธอกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของฉัน แล้ววันนึง เธอจะต้องชดใช้"

พริบตานั้นเนตรชนกพรวดไปคว้ากระเป๋าจากเทพไทออกไปขึ้นรถขับออกไปดังเอี๊ยด เทพไทตำหนิลอยๆว่า ทำไมเนตรชนกเสียมารยาทแบบนี้ แล้วหันไปพูดกับชัชชัยและคุณหญิงขอโทษแทนลูกสาวแล้วขอลากลับ ศศิมนขอตามไปด้วยแต่ไม่ทัน ชนม์ชนกจึงอาสาพาน้องไปส่งเอง

ooooooo

พอไปถึงบ้านเทพไท เนตรชนกกับเทพไทสองพ่อลูกประจันหน้ากัน ชนม์ชนกขับรถพาศศิมนมาถึงเห็นพ่อลูกตึงเครียดกันอยู่จึงยืนฟังอยู่ห่างๆ

เทพไทตำหนิเนตรชนกว่าที่ทำลงไปนี้เป็นมารยาทที่เลวมาก กลับถูกย้อนถามว่าการที่ลูกอยากอยู่ใกล้พ่อมันเลวมากใช่ไหม อ้างว่าตนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เพราะรู้แต่ว่า...

"เนตรรักคุณพ่อ เนตรอยากอยู่กับคุณพ่อ" พูดแล้วเข้ากอดเทพไทไว้แน่น เทพไทแกะมือลูกผลักห่างออกไป แต่เพราะเนตรชนกกอดไว้แน่นเลยออกแรงผลัก แต่แรงไปหน่อยเนตรชนกเลยเสียหลักล้ม เธอร้องไห้โฮๆเหมือนเด็ก

ชนม์ชนกเริ่มสงสารจะเข้าไปหา ศศิมนดึงไว้ส่ายหน้าเชิงห้าม ทั้งสองจึงยืนดูยืนฟังเงียบๆ

"พ่อไม่เคยสอนให้เนตรไม่รู้จักกาลเทศะขนาดนี้นะ คิดบ้างไหมว่าคุณชัชชัยกับคุณหญิงเปรมปรีด์จะมองพ่อยังไง ลูกสาวคนเดียวยังเลี้ยงให้ดีไม่ได้ แล้วจะมีปัญญาเลี้ยงหลานของเขาให้ดีได้ยังไง"

เนตรชนกลุกพรวดจ้องหน้าพ่อถามอย่างปวดร้าว "คุณพ่อก็คิดถึงแต่ตัวเอง กลัวเสียหน้า ห่วงแต่ความรู้สึกของคนอื่น แต่คุณพ่อไม่เคยห่วงความรู้สึกของเนตรเลย"

"ขนาดนี้ เนตรยังคิดว่าพ่อไม่แคร์เนตรอีกเหรอ พ่อพาคุณมนไปพักฟื้นที่บ้านพ่อแม่เขา เนตรก็น่าจะสบายใจที่ไม่ต้องเจอหน้ากัน แล้วเนตรจะเอายังไงอีก ต้องให้พ่อทำยังไงเนตรถึงจะพอใจ"

เทพไทโมโหบีบไหล่ลูกสาวแน่นเขย่าจนเธอหัวสั่นไปมา เธอถามว่าแล้วทำไมพ่อต้องไปด้วย ทำไมไม่อยู่กับตน ตนคิดถึงอยากให้เราอยู่ด้วยกันแค่สองคนเหมือนเมื่อก่อน พูดแล้วโผเข้ากอดพ่ออีก

เทพไทค่อยๆดันตัวเนตรชนกออก มองหน้าพูดเสียงอ่อนลงว่า นี่เราก็อยู่ด้วยกันแล้วเพียงแต่ตอนนี้เรามีศศิมนมาเพิ่มและอีกหน่อยก็จะมีน้องมาอีกคน ดีเสียอีกลูกจะได้ไม่เหงา แต่เนตรชนกไม่เอายืนกรานทั้งน้ำตาว่าตนไม่ต้องการ ไม่อยากให้ใครมาอยู่บ้านเรา

"คุณมนเขาก็ดีกับเนตรทุกอย่าง พ่อไม่เข้าใจว่าทำไมเนตรถึงได้เกลียดเขานัก พ่อขอนะเนตร ลูกไม่รักคุณมนไม่อยากทำดีกับคุณมนพ่อไม่ว่า พ่อเข้าใจว่าคนไม่ชอบกันจะให้มาทำดีต่อกันมันคงยาก พ่อขอแค่อย่าทำร้ายกันก็พอ อย่างน้อยที่สุดก็ต่างคนต่างอยู่จะได้ไหมลูก"

เนตรชนกมองหน้าพ่อพูดอย่างเจ็บปวดน้อยใจเสียงเครือน้ำตาคลอว่า "คุณพ่อก็ห่วงแต่เมียของคุณพ่อ แตะไม่ได้เลยใช่ไหมคะ ก็ได้ค่ะ ต่อไปนี้ เนตรจะไม่แตะต้องเมียของคุณพ่อแม้แต่ปลายเล็บ พอใจรึยังคะ"

พูดเสร็จวิ่งเข้าบ้านไปน้ำตาอาบหน้า เทพไทหลับตาถอนใจหนักหน่วงสมองมึนไปหมด จนศศิมนเดินเข้ามาแตะแขนเบาๆ พอหันไปเห็นศศิมนเท่านั้นเขาดึงเธอไปกอดอย่างขอกำลังใจ

ชนม์ชนกถอนใจ...เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกทั้งสงสารและเห็นใจทุกคน...

ooooooo

เสียงเอะอะข้างล่างทำให้ทัดไทกับเนื้อนวลเดินลงมาดู เห็นเทพไทกับเนตรชนกโต้เถียงกันอยู่ พลันเนตรชนกวิ่งสวนขึ้นไป เนื้อนวลกับทัดไทตามไปเคาะประตูห้องก็ไม่ยอมเปิด

ทัดไทคาดว่าพ่อลูกคงทะเลาะกันอีกตามเคย ปล่อยไปก่อนเถิด ส่วนเนื้อนวลพึมพำอย่างไม่สบายใจว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย ตนไม่รู้จะโทษใครดีเพราะศศิมนก็แสนจะดี สุดท้ายทัดไทโยนกลองให้เป็นเวรกรรมก็แล้วกัน

จนกระทั่งเช้า เมื่อเจอกันที่โต๊ะอาหาร เนื้อนวลถามว่า ทำไมถึงกลับเร็วนักนึกว่าจะไปหลายวันเสียอีก ศศิมนรีบบอกว่าตนหายดีแล้วเลยกลับ เทพไทถามแม่ว่า แล้วเนตรชนกล่ะยังไม่ตื่นหรือ

"เมื่อคืนกลับมาถึงก็ร้องไห้ เช้ามาก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง พ่อกับแม่เรียกก็ไม่ยอมเปิดประตู นี่ต้องให้น้อยยกข้าวต้มไปให้ มีเรื่องอะไรกันเหรอตาเทพ" เนื้อนวลเล่าแล้วถาม

ทัดไทถามว่าทะเลาะกันอีกใช่ไหม พอเทพไทรับว่าใช่ เนื้อนวลก็ถอนใจ ถามว่าทำไมไม่พูดกันดีๆจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน เทพไทบอกแม่ว่าตนก็พยายามอย่างที่สุดแล้ว

"ไม่ใช่ความผิดของใครหรอก อย่าคิดมากเลย อีกหน่อยยัยเนตรก็จะเข้าใจชีวิตได้เองแหละ"

ทัดไทตัดบท  ทุกคนเลยนั่งทานอาหารเช้ากันเงียบๆด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจ

ooooooo

เนตรชนกขังตัวเองอยู่ในห้องจนกระทั่งเที่ยง คิดถึงคำโต้เถียงกับพ่อเมื่อคืน สุดท้ายคิดแล้วยิ่งเสียใจเมื่อเทพไทบอกว่า "ขอแค่อย่าทำร้ายกันก็พอ อย่างน้อยที่สุดก็ต่างคนต่างอยู่จะได้ไหมลูก"

คิดแล้วเธอบอกกับตัวเองว่า เมื่อพ่อต้องการแบบนี้ตนก็จะทำอย่างที่คุณพ่อต้องการ จากนั้นแต่งตัวลงมา เจอเทพไทกับศศิมนเรียกก็ทำหูทวนลม ทำตัวเหมือนอยู่คนเดียวในโลกนี้จริงๆ

จนกระทั่งค่ำ เนตรชนกแต่งตัวจะออกจากบ้าน  เนื้อนวล กับทัดไทและเทพไทรวมทั้งศศิมน นั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเห็นเข้า เนื้อนวลถามว่าจะไปไหน เธออ้างว่านัดเพื่อนไว้ ครั้นทัดไททักว่าค่ำแล้วยังจะไปหรือ ก็ถูกหลานสาวจอมแสบย้อนว่า

"เนตรโตแล้วค่ะ คุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ" พอ เทพไทอาสาจะขับรถไปส่ง เธอตอบอย่างไม่แยแสว่า "ไม่จำเป็นค่ะ คุณพ่อขอเนตรว่าให้ต่างคนต่างอยู่กับผู้หญิงคนนี้ เนตรก็ขอให้คุณพ่อต่างคนต่างอยู่กับเนตรด้วยเหมือนกัน  เนตรจะทำอะไร จะไปไหน ก็เรื่องของเนตรค่ะ" พูดแล้วเดินเชิดออกไปเลย

ศศิมนไม่สบายใจ โทษว่าเพราะตนแท้ๆทำให้มีเรื่องอย่างนี้ เทพไทปลอบว่าเธออย่าโทษตัวเองเลย พลางเอามือแตะหลังมือเธออย่างให้กำลังใจ

ooooooo

เนตรชนกไม่ได้นัดเพื่อนคนไหนเลย เธอไปเที่ยวผับคนเดียว นั่งดื่มเอา...ดื่มเอา เหมือนจะใช้แอลกอฮอล์ ดับความแค้นในหัวใจ

ที่ผับเดียวกันนี้ ชนม์ชนกควงคู่เข้ามากับทิพย์ธิดา หาที่นั่งแล้วสั่งเครื่องดื่ม ระหว่างคุยกัน ทิพย์ธิดาบ่นว่าชนม์ชนกทำงานมากเกินไปแล้วควรหาเวลาพักผ่อนบ้าง เขาจึงเล่าว่า กำลังคิดจะพาครอบครัวไปพักที่รีสอร์ตของตนอยู่เหมือนกัน ทิพย์ธิดาอ้อนขอไปด้วย พอเขาชวนเธอรีบยกแก้วชูชนเป็นสัญญาต่อกัน

ทั้งชนม์ชนกและเนตรชนกต่างไม่เห็นกัน ครู่หนึ่งโทรศัพท์ มือถือของเนตรชนกดังขึ้น เธอหยิบดูแล้วปิดเครื่องอย่างไม่แยแส

เป็นสายจากเทพไทนั่นเอง เขาโทร.ตามแต่กลับถูกปิดเครื่อง ศศิมนจึงเสนอให้ลองโทร.หาเพื่อนๆดู เทพไทจึงโทร.หาอุ่น ปรากฏว่าอุ่นก็ไม่เจอเนตรชนกเหมือนกัน บอกเทพไท อย่างไม่สบายใจว่า เดี๋ยวจะลองถามเพื่อนคนอื่นๆดูให้

ครู่ใหญ่เคนก็ขับรถมาหาอุ่นที่บ้าน ต่างร้อนใจที่ไม่รู้ว่าเนตรชนกหายไปไหน ซ้ำยังมาปิดมือถือเสียอีก ต่างนั่งคิดหนัก ช่วยกันคิดว่าจะไปหาเนตรชนกได้ที่ไหน สุดท้ายเคนเสนอว่า

"งั้นเราไปดูร้านที่เราเคยไปก่อนก็แล้วกัน" ว่าแล้วขับรถออกไปด้วยกัน

ooooooo
เนตรชนกนั่งดื่มค็อกเทลไปหลายแก้วจนเริ่มเมา คอเริ่มพับเริ่มอ่อนแต่ยังพยายามครองสติ

ชนม์ชนกดื่มกับทิพย์ธิดาอยู่นาน จนเขาลุกไปห้องน้ำขากลับผ่านมาเห็นเนตรชนกนั่งเมาๆอยู่ ใจหนึ่งหมั่นไส้แต่ อีกใจก็นึกเป็นห่วง เลยเดินเข้าไปทักกวนๆ แซวๆว่า

"นอกจากจะขี้วีนแล้วยังขี้เมาด้วยนะเนี่ย"

พอเนตรชนกหันเขม้นมองรู้ว่าเป็นใครก็สาดเหล้าใส่ไล่ "ไปตายซะ"

ทิพย์ธิดาเห็นเหตุการณ์ลุกพรวดมาเอาเรื่องกับเนตรชนก และเช็ดเหล้าให้ชนม์ชนกอย่างเอาใจ เนตรชนกหมั่นไส้มากแต่ก็ไม่มีแรงที่จะทะเลาะกับใครอีก ถูกทิพย์ธิดาผลักจนเซก็ไม่เอาเรื่องพูดได้แค่ไล่เสียงเมาๆว่า "ไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย"

ทิพย์ธิดาทำท่าจะเอาเรื่อง แต่ชนม์ชนกห้ามไว้ ถามเนตรชนกว่ามาเที่ยวแบบนี้คุณพ่อไม่ห่วงหรือ ถูกเนตรชนกตวาดว่า "มันเรื่องของฉัน"

ทิพย์ธิดาชวนชนม์ชนกว่าอย่าเสียเวลากับคนแบบนี้เลย คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก เนตรชนกเลยไล่อีกบอกว่า ถ้าเขาไม่ไปตนจะเป็นฝ่ายไปเอง พลางลุกขึ้นจะเดินไป

"อ้าว...คุณครับ ค่าเครื่องดื่มล่ะ" เด็กเสิร์ฟเข้ามาถาม เนตรชนกชะงัก แต่ชนม์ชนกรีบบอกเด็กเสิร์ฟว่าให้มาเก็บที่ตน พลางมองตามเนตรชนกไปด้วยความเป็นห่วง

ชนม์ชนกกับทิพย์ธิดายังคงไปนั่งดื่มกันต่อจนได้เวลาชวนกันกลับ ขับรถผ่านมาเจอเนตรชนกนั่งอยู่ที่บันไดอาคารหรูแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยแสงสี ในมือยังถือขวดเครื่องดื่มอยู่

ด้วยความเป็นห่วงเกรงเนตรชนกจะได้รับอันตราย ชนม์ชนกจึงโทร.เข้ามือถือของอุ่นบอกให้มารับเพื่อนกลับไปด้วย บอกสถานที่กันชัดเจนแล้วเขาก็ขับรถผ่านไป

ทิพย์ธิดาถามว่าเขาเป็นห่วงเด็กคนนี้ด้วยหรือ

"เปล่า ผมแค่ห่วงความรู้สึกยัยมน ถ้าเด็กคนนี้เป็นอะไรไป ยัยมนต้องโทษตัวเอง แล้วก็จะต้องเสียใจมากแน่ๆ"

แต่คำชี้แจงของชนม์ชนกก็ไม่อาจลบความสงสัยในใจของทิพย์ธิดาลงได้

ooooooo

เมื่ออุ่นกับเคนมารับเนตรชนก อุ่นรีบโทร.บอกเทพไทเพื่อให้เขาสบายใจ เทพไทถอนใจโล่งอกดีใจ ขอบใจอุ่นแล้วฝากให้ช่วยดูแลเนตรชนกด้วย อุ่นจึงพาเนตรชนกไปที่บ้านตน

เพื่อช่วยเพื่อนและให้ความรู้สึกของพ่อลูกดีขึ้น อุ่นรับสมอ้างกับเทพไทว่ามีนัดสังสรรค์กับเพื่อนนิดหน่อยเท่านั้นเดี๋ยวก็คงกลับแล้วไม่ต้องห่วง

ส่วนเทพไทเมื่อบอกทุกคนที่บ้านว่าเจอเนตรชนกแล้วเวลานี้อยู่กับอุ่น พอทุกคนโล่งใจเขาบอกให้ไปพักผ่อนกันเสีย ส่วนตัวเขาเองจะรอจนกว่าลูกจะกลับมา เนื้อนวลเตือนก่อนขึ้นไปพักผ่อนว่า ลูกมาแล้วก็อย่าพูดอะไรกับลูก เดี๋ยวเรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่

"ผมจะรอแค่ให้แกกลับมาปลอดภัยน่ะครับ จะไม่พูดอะไร" เทพไทรับปาก

เมื่อปู่กับย่าแยกย้ายกันไปพักผ่อนแล้ว ศศิมนขออยู่รอเป็นเพื่อนเขาด้วย เพราะถึงขึ้นไปตอนนี้ก็หลับไม่ลงอยู่ดี เทพไทจึงตามใจกอดศศิมนไว้ด้วยความซึ้งใจในความจริงใจของเธอ

ooooooo

อุ่นพาเนตรชนกไปที่บ้านตัวเอง จัดแจงเช็ดตัวเช็ดหน้าให้ อดบ่นอย่างเป็นห่วงไม่ได้ว่า ไม่รู้ว่าเมาแล้วจะได้อะไรขึ้นมา เคนบอกว่าอย่างน้อยก็ลืมความเจ็บปวดเสียใจไปได้

"แล้วไง พอหายเมาก็จำได้เหมือนเดิม แถมอาจจะต้องเสียใจยิ่งกว่าเก่าด้วย" อุ่นย้อนย้ำ

พอดีเนตรชนกรู้สึกตัวขึ้นมา กุมหัวตัวเองถามเพื่อนว่า อุ่นกับเคนมาที่นี่ได้ไง พออุ่นเล่าว่าชนม์ชนกเป็นคนโทร. มาบอกตนว่าเธอเมาอยู่ข้างถนน ตนเลยไปรับ เนตรชนกกลับพูดอย่างหงุดหงิดว่ามายุ่งเรื่องของตนทำไม

"เขาโทร.มาบอกก็ดีแล้วนี่เนตรเขาคงห่วงเนตรน่ะ" อุ่นติง เนตรชนกขอให้เคนช่วยพาไปเอารถหน่อยตนจะกลับบ้าน อุ่นเห็นว่าเธอยังไม่หายเมาเลยอาสาพาไปส่งที่บ้าน โดยชวนเคนไปด้วย

พอเทพไทเห็นสภาพของเนตรชนกก็ถามอย่างตกใจ เป็นห่วงว่าทำไมเป็นแบบนี้

"ทำไมคะ ก็เนตรอยากสนุกบ้างไม่ได้รึไง" เนตรชนกย้อนถามอย่างท้าทาย พอเทพไทบอกว่าพ่อแค่เป็นห่วง เธอสวนไปทันทีว่า "อย่าห่วงเลยค่ะ เนตรบรรลุนิติภาวะแล้ว"

"พ่อไม่อยากให้เนตรดื่มแบบนี้เลย"

"คุณพ่อยังทำในสิ่งที่เนตรไม่อยากให้ทำได้ เนตรก็ทำในสิ่งที่คุณพ่อไม่อยากให้ทำบ้าง จะได้หายกันไงคะ เนตรง่วงแล้ว ขอตัวนะคะ"

แม้จะยังมึนๆเมาๆแต่เนตรชนกก็กวนโทสะเทพไทได้อย่างเจ็บแสบ

ooooooo

หลังจากคืนนั้นแล้ว เนตรชนกก็ออกเที่ยวดื่มเมา จนอุ่นต้องพากลับมาส่งคืนแล้วคืนเล่า บางคืนเทพไทก็ต้องไปรับตัวที่ สน. เพราะเมาแล้วขับ

ระยะนี้อุ่นกับเคนจึงต้องคอยติดตามพาตัวเนตรชนกมาส่งบ้านทุกคืน เทพไทกับศศิมนก็ต้องคอยจนดึกดื่นทุกคืนจนกว่าเนตรชนกจะกลับจึงเข้านอน

จนกระทั่งคืนที่ 5 เทพไทยังคงคอยลูกอยู่อย่างเป็นห่วงจนดึกดื่น โดยมีศศิมนอยู่เป็นเพื่อน เขาเริ่มคิดหนักว่าตนปล่อยให้ลูกเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะนอกจากทำตัวเองเหลวไหลแล้วยังพลอยทำให้เพื่อนลำบากต้องคอยมาส่งอีกด้วย

"ที่คุณเนตรทำแบบนี้ก็เพราะมน มนคิดว่ามนควรจะคุยกับเขานะคะ" ศศิมนเสนอ

เทพไทถามว่าแน่ใจหรือว่าจะคุยกันรู้เรื่อง ศศิมนขอลองดู

เทพไทหาวหวอดดูนาฬิกาเป็นเวลาตี 2 แล้ว ศศิมนบอกให้เขาไปนอนพักที่เก้าอี้ เดี๋ยวเนตรชนกกลับมาตนจะปลุก เทพไทจึงไปเอนหลังเพราะเพลียมาหลายคืนแล้ว

ooooooo

ดึกมากแล้ว อุ่นนั่งรถของเนตรชนกมาส่งเธอที่บ้าน มาถึงหน้าบ้านเธอกดแตรเรียกก็ไม่มีใครมาเปิดประตู นึกได้ว่าเอารีโมตมาด้วย บอกอุ่นให้กลับไปก่อน ขอบใจที่เป็นเพื่อนดริงก์

"เอาเถอะ ขอให้คิดได้เร็วๆนะว่าการเมามันไม่ได้ช่วยอะไรจริงๆ" อุ่นเตือนสติอีกครั้ง

"พอๆ หยุดเทศน์ได้แล้ว โอเค บายนะ" เนตรชนกสร่างเมาลงบ้างแล้ว ยกมือบ๊ายบายเพื่อน ก่อนที่อุ่นจะไปก็ยังขอกอดเพื่อนอีกครั้ง เคนโมเมเข้ามาผสมโรงกอดด้วย

พออุ่นกับเคนกลับไปแล้ว เนตรชนกจึงขับรถเข้าบ้าน ตรงไปที่โรงรถ

ศศิมนเห็นเนตรชนกขับรถไปเก็บก็เดินตามไปดู

โดยไม่คาดคิด เนตรชนกเข้าเกียร์ไม่สุด เกียร์ไปอยู่ที่ถอยหลัง เธอเผลอเหยียบไปโดนคันเร่งเข้า รถเลยพุ่งถอยหลัง เนตรชนกตกใจ ส่วนศศิมนที่มายืนดูอยู่ตกใจยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น

ความตกใจทำให้เนตรชนกเหยียบเบรกผิดกลายเป็นเหยียบคันเร่ง ท้ายรถจึงกระแทกโดนศศิมนล้มลง ข้อศอกกระแทกพื้นและรถก็กำลังพุ่งจะเข้าทับเธอ!

เทพไทวิ่งออกมาพอดี พุ่งเข้าไปประคองศศิมนให้พ้น ท้ายรถ ส่วนเนตรชนกตกใจกับเรื่องที่คาดไม่ถึง รีบเหยียบเบรกรถจึงหยุด

ทัดไทกับเนื้อนวลได้ยินเสียงเอะอะลงมาดูถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอเห็นสภาพของศศิมนต่างก็ตกใจรีบเข้าประคอง

เทพไทเห็นศศิมนได้รับบาดเจ็บ เขาโกรธมากเดินตรงไปกระชากตัวเนตรชนกลงจากรถ ตะคอกใส่หน้า "ฉันหมดความอดทนกับแกแล้วนะ" สิ้นเสียงก็ตบหน้าเนตรชนกฉาดใหญ่

"คุณพ่อ..." เนตรชนกตะลึงอึ้ง เทพไทเข้าจับไหล่เธอเขย่าสุดแรง ร้องไห้ไปพูดไป

"ความรัก ความเอาใจใส่ที่พ่อมีให้แกมาตลอด มันไม่ช่วยขัดเกลาจิตใจแกบ้างเลยรึยังไง แกถึงได้เหี้ยมโหดอำมหิตขนาดนี้ เด็กในท้องนั่นก็น้องแท้ๆของแกนะ จิตใจของแกทำด้วยอะไร แกยังมีความเป็นคนอยู่รึเปล่า"

"เนตรไม่ได้..."

"ไม่ใช่นะคะคุณเทพ มันเป็นอุบัติเหตุ" ศศิมนพยายามบอก

เทพไทไม่เชื่อบอกศศิมนให้เลิกปกป้องเนตรชนกเสียที ไม่ว่าเธอจะทำดีอย่างไร เขาก็ไม่มีวันเห็นความดีนั้นหรอก เพราะจิตใจเขามืดบอดไปหมดแล้ว

เนตรชนกยอมรับว่าที่ผ่านมาตนตั้งใจแกล้งศศิมนจริง แต่เมื่อกี้ตนไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ แต่เทพไท ก็ยังไม่เชื่อ พูดอย่างโกรธมากว่าถ้าตนออกมาไม่ทัน เนตรชนกก็คงทับศศิมนตายไปแล้ว ถามว่า "แกทำไปได้ยังไงเนตรชนก!"

"นี่คุณพ่อคิดว่าเนตรจะฆ่าคนได้จริงๆเหรอคะ เนตรเป็นลูกคุณพ่อนะคะ"

"ฉันไม่มีลูกใจคอโหดร้ายแบบนี้ แกไม่ใช่ลูกฉัน" ยิ่งพูดเทพไทก็ยิ่งโกรธ ยิ่งเสียใจ ร้องไห้อย่างหนัก เนตรชนกมองพ่ออึ้ง รู้สึกเหมือนฟ้าถล่มทลายลงมาตรงหน้า หัวใจแทบแหลกสลาย พูดทั้งน้ำตา

"ตั้งแต่เสียคุณแม่ไป  เนตรคิดเสมอว่าเนตรยังมี

คุณพ่ออยู่ แต่วันนี้ เนตรรู้แล้วว่า ชีวิตเนตรไม่เหลือใครเลย... ไม่มีใครเลยจริงๆ..." เสียงเธอเครือสะท้านหายไปในลำคอ มีแต่เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นจนตัวสะเทือน

เนตรชนกตัดสินใจขึ้นรถขับออกไป ทุกคนตรงนั้นพูดไม่ออก ส่วนเนื้อนวลถึงกับเป็นลม เทพไทเองมองตามรถเนตรชนกไป สีหน้าแววตาเจ็บปวดเสียใจ น้ำตาไหลพราก...

ooooooo

ดึกคืนนี้เอง  เนตรชนกไปจอดรถหน้าบ้านอุ่น นั่งร้องไห้อยู่ในรถ อุ่นลุกมาเข้าห้องน้ำตอนดึกเห็นเข้าเอะใจ ออกมาดู พอเห็นเพื่อนรัก เนตรชนกโผเข้ากอดร้องไห้สะอึกสะอื้น

ตอนที่ 4

ชนม์ชนกขับรถเร็วมาก  ซ้ำยังกระชากกะชึ่ก-กะชั่กจนเนตรชนกนั่งหัวสั่นหัวคลอนหัวทิ่มหัวตำ เธอโวยวายว่าขับรถแบบนี้เดี๋ยวก็เวียนหัวตาย เลยถูกย้อนว่า

"กลัวเวียนหัวเหมือนกันเหรอ  ทีเธอให้น้องสาวฉัน

กินเต้าหู้  ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเหม็น  เธอก็ยังไม่กลัวว่าน้องฉันจะเวียนหัวเลย"

เนตรชนกทำหน้าตายบอกว่าตนไม่รู้เรื่องที่ศศิมนเหม็นเต้าหู้ ตนไม่มีเพื่อนกินเลยชวนมากินเป็นเพื่อน ผิดด้วยหรือ

ชนม์ชนกไม่ตอบแต่กลับดึงเบรกมือจนรถหมุนติ้วเหวี่ยงจนเนตรชนกควงเป็นลูกข่าง แต่ยังมีสติมีแรงโวยวายให้เขาหยุดเดี๋ยวนี้ ชนม์ชนกไม่หยุด ยังควงอีกหลายรอบจนเมื่อรถหยุด เนตรชนกเกาะคอนโซลโงนเงนเหมือนจะอ้วก พอรถจอดเธอพุ่งออกไปอ้วกทันที ชนม์ชนกถามเย้ยๆว่าเป็นไงเวียนหัวไหม

เนตรชนกอ้วกไปตะโกนไปว่าตนจะฟ้องพ่อให้ดู ชนม์ชนกท้าให้ฟ้องเลย ให้บอกให้หมดด้วยว่าตนทำอะไรมั่ง ถ้าบอกไม่หมดตนจะตามไปพูดเอง ท้าแล้วด่าต่อ

"ผู้หญิงอะไร จิตใจหยาบกระด้าง แกล้งได้กระทั่งคนท้อง เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น"

เนตรชนกยังปากแข็งหาว่าศศิมนกินเต้าหู้เข้าไปเองแล้วมาโทษคนอื่น ชนม์ชนกทนไม่ไหวเอานิ้วหนีบปากเธออย่างแรงจนร้องโอ๊ย บอกให้เขาปล่อย เขาไม่ปล่อยก็ถูกทุบอั้กๆ

"หยุดนะ! ถ้าไม่หยุดผมจะทำให้คุณเวียนหัวกว่านี้อีกร้อยเท่า" ชนม์ชนกตะคอก แต่เธอก็ยังไม่ยอมหยุด เขาเลยเหวี่ยงรถอีกรอบ คราวนี้เธอร้องวี้ดสั่งให้หยุดรถ ตนจะลง

ชนม์ชนกเหวี่ยงรถไปมาไม่ยอมหยุด จนเนตรชนกเวียนหัวน้ำตาไหลพรากทำท่าจะอ้วกอีก จนชนม์ชนกเห็นว่าท่าจะไม่ รอดจึงหยุดรถ เธอสั่งให้เปิดล็อกประตู ตนจะลง พยายามเปิดเองแต่เปิดไม่ออก

"ไม่ได้ ผมพาคุณออกมาจากบ้านใครๆก็เห็น ผมก็ต้องไปส่งให้ถึงบ้าน ไม่งั้นคุณอาจจะใส่ร้ายผม สร้างเรื่องว่าผมพาคุณไปปล่อยทิ้งที่ไหนอีก จำไว้นะ นี่เป็นบทเรียนที่ 1 ที่คุณจะต้องเจอ และถ้าคุณคิดจะทำอะไรต่ออีกละก็ ผมไม่รับรองนะว่าคราวหน้าคุณจะเจอกับอะไร"

พูดแล้วขับรถย้อนกลับไปส่งเธอที่บ้าน เนตรชนกนั่งร้องไห้ด้วยความแค้นอยู่ข้างๆ

ooooooo

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ค่ำแล้ว เข้าไปในครัวเห็นเนื้อนวลกำลังแกะสลักผลไม้อยู่กับศศิมน ฝีมือเธอดีจนเนื้อนวลชมว่าอย่างกับชาววังทีเดียว ศศิมนบอกว่าคุณแม่สอนมาตั้งแต่เด็กๆ เนื้อนวลเลยนึกได้ว่าคุณหญิงมีเชื้อสายจากในวัง ศศิมนพูดถึงคุณแม่อย่างชื่นชมว่า

"แต่คุณแม่ก็ไม่เคยถือยศศักดิ์อะไรนะคะ"

เนตรชนกถือชามเต้าหู้เข้ามาท่าทางเพลียๆ เพราะถูกรถเหวี่ยงมาแทบจะเสียศูนย์ เห็นย่าอยู่กับศศิมนคุยกันอย่าง สนิทสนมก็หมั่นไส้ วางชามแก้วใส่น้ำเต้าหู้ตักเล่นเป็นน้ำเต้าหู้มีเครื่องด้วย

"นั่นสิ คุณหญิงดูเป็นกันเองกับทุกคนเลย" เนื้อนวลชม หันมาเห็นเนตรชนกจึงร้องทัก "อ้าว เนตรมาช่วยพี่เขาจัดผลไม้ สิลูก  เดี๋ยวย่าจะไปตามคุณปู่มาทานผลไม้กัน"  พูดแล้วเดินออกไป

พอเนื้อนวลออกไปเท่านั้น เนตรชนกก็แผลงฤทธิ์ทันที ทำเป็นตักน้ำเต้าหู้ให้ศศิมนเห็นแล้ววางกระแทกลงตรงหน้า จนศศิมนสะดุ้งถอยหนี

เนตรชนกเรียกไว้ถามว่าจะไปไหน บอกให้นั่งก่อน แล้วเดินมาดูผลไม้ที่ศศิมนแกะสลักไว้ ชมว่าทำเสียสวยเชียว ชมไม่ทันขาดคำก็หยิบผลไม้แกะสลักสองชิ้นโยนใส่ลงในจานเบ้ปากพูด

"ไม่เห็นจะเข้าท่า  เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ง  หรือ

ว่าเธอคิดทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์กว่านี้ไม่เป็น" พอศศิมนสะอึกอย่างคาดไม่ถึง เนตรชนกเล่นงานต่อ "เป็นกุลสตรีมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่มันก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ไม่ใช่ว่าคนอื่นเขาทำงานกันงกๆ แล้วเธอก็มานั่งแกะสลักผลไม้เหมือนผู้หญิงสมัยร้อยปีที่แล้วแบบนี้มันไม่ถูกนะ"

"คุณเทพไม่ให้มนทำอะไรหนักๆค่ะ กลัวกระเทือนลูกในท้องน่ะค่ะ" ศศิมนชี้แจง

"แหมเด็กในท้องนี่มีประโยชน์จริงๆ นอกจากจะใช้จับผู้ชายแล้วยังใช้อู้งานได้อีกด้วย โอเค เธออยากทำอะไรก็เชิญตามสบายแล้วกัน คุณพ่อคงอยากให้เธอนั่งกินนอนกินไปวันๆล่ะมั้ง ฉันขอตัวก่อนนะ จะไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์สักหน่อย"

ศศิมนมองเนตรชนกที่ลุกเดินเชิดออกไปแล้วถอนใจ...

ooooooo

เช้าวันต่อมา เทพไทออกไปทำงานตามปกติ ส่วนเนื้อนวลกับทัดไทจะออกไปตีกอล์ฟ เนตรชนกอ้อนให้คุณปู่คุณย่ารีบกลับมาตนเหงา

เทพไทบอกให้หาอะไรทำแก้เหงาเพลินๆกันกับศศิมน ศศิมนบอกว่ามีหนังสือการฝีมือเยอะแยะจะเอาไปอ่านบ้างก็ได้ เผื่อมีอะไรที่ทำแก้เหงาได้บ้าง เนตรชนกทำหูทวนลม เทพไทถามว่าอยากไปทำงานที่บริษัทกับพ่อไหมจะได้หาตำแหน่งให้ เพราะตอนนี้ก็เรียนจบแล้ว

"คุณพ่อจะไล่เนตรออกไปทำงานเหรอคะ  ทีคนอื่นไม่ยอมให้ทำอะไรเลย" เนตรชนกหาเรื่องจนได้ เทพไทบอกว่าเอาไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้ขอไปทำงานก่อน ทัดไทกับเนื้อนวลก็เตรียมไปเหมือนกัน ทัดไทบอกหลานสาวว่า อยู่บ้านดีๆนะเนตร

"คุณปู่พูดยังกับเนตรชอบก่อเรื่องอย่างนั้นแหละ" เธอหาเรื่องจนได้ จนเนื้อนวลต้องช่วยแก้ว่า คุณปู่ชอบพูดอะไรเรื่อยเปื่อย อย่าไปสนใจเลย เดี๋ยวย่าจะรีบกลับ ว่าแล้วก็ขึ้นรถพากันออกไป

"ทีนี้ก็เหลือแค่เราสองคนแล้วสินะ" เนตรชนกหันมาพูดกับศศิมนโดยไม่มองหน้า

ศศิมนยิ้มให้ถามว่าเราจะทำอะไรกันดี เธอจะได้ไม่เหงา เนตรชนกขอคิดดูก่อนแล้วจ้องศศิมนราวกับเป็นลูกไก่ในกำมือ ทำเอาศศิมนยิ้มเจื่อนเริ่มหวั่นใจขึ้นมา

ooooooo

แม้จะไม่มีอะไรทำเป็นกิจจะลักษณะ แต่ศศิมนก็ไม่นิ่งดูดาย เห็นน้อยจัดเสื้อผ้าในตู้ก็มาช่วย ขณะนั้นเอง เธอได้รับโทรศัพท์จากหมอเตือนเรื่องนัดตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล เธอตกใจเพราะจำวันผิด บอกหมอว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ วางสายแล้วรีบไปอาบน้ำเตรียมตัว เสร็จแล้วเดินออกมาเจอเนตรชนกนั่งอ่านนิตยสารอยู่ พูดประชดว่าคุณพ่อไม่อยู่ก็ออกข้างนอกเลยนะ

ศศิมนชี้แจงว่าตนจำวันนัดหมอผิดต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ เนตรชนกทำเป็นใจดีถามว่าจะไปอย่างไร พอศศิมนบอกว่าไปแท็กซี่ เธอทำเป็นพูดว่าเป็นถึงภรรยานักธุรกิจใหญ่นั่งแท็กซี่ไป พ่อตนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วอาสาจะไปส่ง ศศิมนกังวลกลัวว่าจะเจอแผนอะไรของเธออีก พูดอย่างเกรงใจว่าไม่เป็นไร ตนไปแท็กซี่ได้

"ก็ฉันบอกว่าจะไปส่งไงล่ะ" เสียงเนตรชนกบังคับในที ศศิมนจึงยอมไปด้วย

เนตรชนกยิ้มอย่างมีแผน   คิดแก้เผ็ดที่ตัวเองโดนชนม์ชนกแกล้งเมื่อวาน  คิดแก้แค้นแกล้งศศิมนเอาคืน  แล้วเธอก็ทำจริงๆ อ้างว่าศศิมนรีบ เลยขับรถฉวัดเฉวียนจนศศิมนเวียนหัวทำท่าจะอาเจียน

"จะลงไปอ้วกก่อนไหม เดี๋ยวฉันจะขึ้นทางด่วนแล้ว" เนตรชนกถามแล้วจอดรถให้ศศิมนลงไปอาเจียน ส่วนตัวเองนั่งดูอยู่ในรถหัวเราะอย่างสะใจ

พอขึ้นทางด่วนไปครู่ใหญ่ ก็แกล้งทำเป็นว่ารถเสีย ให้ศศิมนลงเดินไปโบกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเอง เดี๋ยวตนจะโทร.เรียกช่างมาซ่อมรถ ครั้นศศิมนมีน้ำใจจะอยู่เป็นเพื่อน ก็ถูกเอ็ดตะโร

"เอ๊ะ บอกให้ลงก็ลงไปสิ เดี๋ยวจะไม่ทันหมอ"

พอศศิมนลงไป เนตรชนกก็ขึ้นนั่งในรถยิ้มแสยะยิ้ม พึมพำอย่างสะใจ

"โทษที ฉันจำเป็นต้องทำ เพราะฉันไม่ต้องการเธอ ศศิมน"

ooooooo

ระหว่างที่ศศิมนเดินลงจากทางด่วน เพื่อไปขึ้นรถแท็กซี่นั่นเอง บุรินทร์เพื่อนของชนม์ชนกขับรถผ่านมาเห็น แต่จอดลงไปช่วยไม่ได้ จึงโทร.บอกชนม์ชนก

"ฉันเพิ่งเห็นตอนขับรถผ่านน้องแกมาแล้ว เลยไม่ได้ แวะรับ แกรีบมาแล้วกัน ไม่ไกลออฟฟิศแกหรอก" บุรินทร์บอก

"เออๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ขอบใจเพื่อน" ชนม์ชนกรีบไปตามที่บุรินทร์บอก พลางโทร.เข้ามือถือของศศิมน แต่พอเธอรับสายปรากฏว่าแบตหมดพอดี เธอจึงโบกแท็กซี่ให้พาไปส่งโรงพยาบาล

เมื่อชนม์ชนกมาถึงจุดที่บุรินทร์บอกก็ไม่เจอศศิมนแล้ว เลยตัดสินใจขับรถกลับไปรอที่บ้านเนตรชนกแทน

จนบ่ายจึงเห็นศศิมนนั่งแท็กซี่กลับมาท่าทางเพลียๆ เขาถลาเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นให้บอกมาเดี๋ยวนี้ ศศิมนอึกอัก แต่ในที่สุดก็ต้องเล่าให้พี่ชายฟัง พอฟังแล้วชนม์ชนกโกรธจัด เชื่อว่านี่เป็นการจงใจแกล้งกันชัดๆ

ครู่เดียว เนตรชนกก็ขับรถเข้ามาจอดนั่งกินช็อกโกแลตคลายเครียดอยู่ในรถ พอชนม์ชนกเห็นเท่านั้น เขาพรวดเข้าไปฉุดเธอลงจากรถ พลางบอกให้ศศิมนขึ้นห้องไปเสีย

ศศิมนเดินขึ้นไปบนบ้าน แต่อดห่วงไม่ได้ ยืนแอบดูอยู่เงียบๆ

กว่าชนม์ชนกจะลากเนตรชนกออกจากรถได้ก็ต้องออกแรงจนเหงื่อตก พอลากลงมาได้เขาถามว่าทำแบบนี้ได้ ยังไง เนตรชนกทำไขสือตามเคย ครั้นชนม์ชนกสาธยายว่าเธอแกล้งปล่อยศศิมนลงบนทางด่วนแล้วให้เดินลงมาเอง ถามว่าจะฆ่ากันให้ตายรึไง

ไม่ว่าจะมีหลักฐานคาดคั้นอย่างไร เนตรชนกก็ยังคงยืนกระต่ายขาเดียวว่าตนไม่ได้แกล้งและแค่นั้นก็ไม่ถึงตายหรอก ครั้นเขาถามว่าแล้วไหนว่ารถเสีย เธอก็แถหน้าตาเฉยว่าซ่อมแล้ว พอถามว่ารถเป็นอะไร กลับถูกตวาดถามว่าตนไม่ใช่ช่างจะรู้ได้ยังไง

พอถูกซักไซ้จับเท็จหนักเข้า เนตรชนกเสียงดังใส่ว่าจะมาซักไซ้อะไรนักหนา ไม่เชื่อก็ตามใจแล้วกัน พูดแล้วทำท่าจะเดินไป ถูกชนม์ชนกจับไหล่ทั้งสองข้างบีบอย่างแรง จ้องเขม็ง ปรามเสียงเข้ม

"นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเตือนคุณด้วยวาจา ต่อไปถ้าคุณทำอะไรยัยมนอีก ผมจะตอบโต้คุณชนิดตาต่อตาฟันต่อฟันโดยไม่ห่วงว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือเด็กกว่าผมแค่ไหน จำเอาไว้ด้วย!"

เห็นท่าทางดุดันจริงจังของชนม์ชนก เนตรชนกก็จ๋อยไปเหมือนกัน ทำตาปริบๆ จนเมื่อชนม์ชนกปล่อยมือเดินผละไป เธอก็จ้องตามหวั่นๆ แต่อดอวดดีไม่ได้ พึมพำทำปากกล้าว่า

"นึกว่าฉันกลัวเหรอ"

ที่โต๊ะอาหารเย็นบ้านเทพไทคํ่านี้ บรรยากาศอึดอัดจนศศิมนกลืนข้าวแทบไม่ลง จะมีก็แต่เนตรชนกคนเดียวเท่านั้น ที่กินข้าวอย่างมีความสุข ลอยหน้าลอยตามองคนโน้นทีคนนี้ที

ooooooo

เนตรชนกคิดจองเวรศศิมนไม่เลิก หลังอาหารเห็นศศิมนเอาหนังสือเกี่ยวกับการถักมานั่งอ่านก็แถเข้าไปถามว่าอ่านหนังสืออะไร พอรู้ว่าเป็นหนังสือการ ฝีมือก็คิดหาทางแกล้งทันที

"ท่าทางเธอจะชอบทำการฝีมือนะ" เนตรชนกทำเป็นพูดดีด้วย พอศศิมนบอกว่าก็เพลินดี ทำให้ลืมอะไรๆไปได้บ้าง

ทำทีถามไถ่ว่าถักอะไร แล้วชมว่าสวยดีแต่ตนไม่ชอบใช้เวลากับของพวกนี้ ศศิมนเลยอาสาจะถักให้ เข้าทางเนตรชนกทันที เมื่อศศิมนเอาแบบเสื้อให้ดู เธอเลือกแบบแล้วบอกให้ถักให้เสร็จภายใน 2 วัน เพราะจะใส่ไปงานวันเกิดเพื่อน

ศศิมนรับปากทั้งที่ความจริงต้องใช้เวลาถึง  4-5  วัน ดังนั้น  เธอจึงเร่งวันเร่งคืนถักจนไม่เป็นอันกินอันนอน  โดยไม่กล้าบอกใครว่าถักเสื้อให้เนตรชนก เทพไทถามก็อำๆ โมเมไปว่าถักใช้เอง

ลงมือถักตอนคํ่า ถักโดยไม่วางมือไปจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นง่วงจนฟุบหลับไปที่โซฟา เทพไทตื่นขึ้นมาเห็นจึงประคองไปนอนที่เตียง ศศิมนรู้สึกตัวตื่น ลุกขึ้นจะไปเตรียมอาหารเช้าให้

"ดูคุณยังเพลียๆอยู่เลย ให้แจ่มกับน้อยทำก็ได้" เทพไทห่วงใย

"แต่มนเป็นภรรยาคุณนะคะ เป็นหน้าที่ของมนค่ะ ขอมนอาบนํ้าแป๊บเดียวค่ะ"

แต่พออาบนํ้าเข้าครัวเตรียมทำข้าวต้ม ความง่วง เพลีย ทำให้ศศิมนเผลอเอาเปลือกไข่ใส่ชามจนเนื้อนวลติงว่านั่นเปลือกไข่ เธอจึงรู้สึกตัวรีบเอาเปลือกไข่ทิ้ง เนื้อนวลถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า ดูท่าทางเบลอๆ เธอยิ้มเจื่อนๆ บอกว่าใจลอยนิดหน่อยเท่านั้นเอง

"พักผ่อนน้อยรึเปล่า คนท้องต้องพักผ่อนเยอะๆนะ" เนื้อนวลเตือน เธอก็ได้แต่ตอบรับแล้วพยายามตั้งสติปลุกตัวเองให้ตื่นตลอดเวลา

จนกระทั่งเทพไทจะออกไปทำงาน ศศิมนออกมาส่งเขาก็ยังเตือนให้เธอพักผ่อนให้มากๆ เพราะดูท่าทางยังเพลียๆอยู่ จุ๊บหน้าผากทีหนึ่งแล้วขับรถออกไป

เนตรชนกแอบดูอยู่ ยิ้มสะใจที่ทำให้ศศิมนอ่อนเพลียได้ขนาดนี้

ส่งเทพไทไปทำงานแล้ว ศศิมนกลับมานั่งถักเสื้อต่อ เนตรชนกไม่วายกรายมาย้ำว่า พรุ่งนี้ตนจะใส่ไปงานวันเกิดเพื่อนอย่าทำให้ขายหน้านะ เมื่อศศิมนรับรองว่าไม่ขายหน้าแน่ เธอก็เดินยิ้มสะใจไป

ooooooo

อดตาหลับขับตานอนถักเสื้อหามรุ่งหามค่ำดึกดื่นจนร่างกายอ่อนเพลีย สีหน้าอิดโรย เร่งเวลาเสียจนแม้

แต่อาหารก็ไม่ยอมเสียเวลาทาน ดื่มแต่นมแล้วถักต่อ จนเนื้อนวลสงสัยว่าทำไมต้องเร่งจนถึงกับต้องอดข้าวอดปลาด้วย
ดึกคืนนี้ เทพไทกำลังจะเข้านอน ทักว่าถักเสื้อเกือบ

เสร็จแล้ว แต่เขาไม่ยอมให้ถักต่อ คุมให้ไปนอนพักผ่อนเสีย ศศิมนจำต้องทำทีไปนอนแต่พอเขาเผลอก็แอบหยิบไหมพรมจะไปถักอีก เทพไทเลยนอนกอดเอาไว้ไม่ยอมให้เอาไปถัก

แต่พอตกดึกเทพไทหลับ ศศิมนก็ค่อยๆดึงไหมพรมออกมาแล้วย่องกริบไปนั่งถักต่อจนเสร็จ

พอเช้า ศศิมนเอาเสื้อไหมพรมที่ถักเสร็จรีดเรียบร้อยเอาไปให้เนตรชนกบอกว่าเสร็จแล้วให้ลองสวมดู เนตรชนกรับไปขอบคุณอย่างขอไปที

ถักเสื้อเสร็จส่งให้เนตรชนกแล้ว ศศิมนทำท่าจะเป็นลมเดินเซๆ เนตรชนกตกใจแต่น้อยไวกว่าปราดเข้ามาประคองไว้ทัน ศศิมนเป็นลมหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของน้อย เนตรชนกหางตาใส่แล้วเดินผละไป

เทพไทลงมาเจอเขาตกใจมาก ถามว่าเป็นอะไร พอน้อยบอกว่าเป็นลม เขารีบพาเธอส่งโรงพยาบาลทันที เนตรชนกแอบดูอยู่ทั้งหมั่นไส้และสะใจระคนกัน เอาเสื้อไหมพรมที่ศศิมนถักให้ขึ้นดูอย่างมีแผนอีกแล้ว...

ooooooo

ผู้ใหญ่จากทั้งสองครอบครัวพากันไปเยี่ยมศศิมนที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง ชนม์ชนกเห็นสภาพน้องเป็นลมหมดสติก็โกรธมาก ตรงเข้าถามเทพไทอย่างเอาเรื่องว่าดูแลน้องสาวตนยังไงถึงได้เป็นแบบนี้ เทพไทบอกว่าตนห้ามแล้ว แต่พอตนหลับเธอก็แอบถักเสื้อต่ออีก

ชนม์ชนกไม่เชื่อ บอกเทพไทว่าอย่ามาแก้ตัวดีกว่า ฟังไม่ขึ้นเลย เนื้อนวลช่วยพูดว่าข้าวปลาก็ไม่ยอมทาน บอกว่าจะรีบถักให้เสร็จ ตนต้องให้เด็กเอาซุปไก่สกัดไปให้ดื่ม

คุณหญิงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงต้องรีบถักเสื้อจนขนาดนี้ เทพไทเองก็ตอบไม่ได้ ทุกคนเลยได้แต่เฝ้ามองศศิมนที่นอนให้น้ำเกลืออยู่อย่างเป็นห่วง

ที่ทางเดินในโรงพยาบาล เนตรชนกมาแล้ว เธออุ้มกล่องใส่เสื้อไหมพรมเดินหน้ามีแผนเข้ามา

ภายในห้องคนป่วย ทุกคนยังเฝ้าดูศศิมนกันอยู่ด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งศศิมนรู้สึกตัวขึ้นมา เธอมองไปรอบๆ ถามว่า ตนเป็นลมไปอีกแล้วหรือ ชนม์ชนกถามทันทีว่า จะถักเสื้อให้ใครนักหนา ทำไมไม่ดูแลตัวเองเลย ส่วนคุณหญิงก็บ่นว่าทำแบบนี้รู้ไหมว่าแม่เป็นห่วง

ทั้งชัชชัยและเนื้อนวลต่างก็แสดงความเป็นห่วง ทัดไทเอ่ยขึ้นว่า ต่อไปก็อย่าหักโหมอีก และต้องทานอาหารให้ครบด้วยเด็กจะได้แข็งแรง

"ค่ะคุณปู่ มนขอโทษนะคะที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง"

"มนยังไม่ได้ตอบพี่เลยว่าทำไมต้องรีบถักเสื้อขนาดนี้" ชนม์ชนกยังไม่หายสงสัย

ขณะที่ศศิมนกำลังอึกอักนํ้าท่วมปากอยู่นั่นเอง เนตรชนกก็ยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาทักเสียงใส

"อุ๊ย...อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย สวัสดีค่ะ" จากนั้นทำหน้าซื่อตาใสถามว่า คุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือ ชนม์ชนกโพล่งไปว่า

"ผมกำลังถามน้องสาวผมว่า ทำไมต้องรีบถักเสื้อขนาดนี้"

"อุ๊ย เสื้อตัวนี้น่ะเหรอคะ" เนตรชนกเอาเสื้อออกจากกล่อง "แหม แต่เสียใจจังที่ไม่ได้ใส่ไปงานวันเกิดเพื่อน"

ศศิมนถามอย่างผิดหวังว่าทำไมหรือ เนตรชนกจึงคลี่เสื้อให้ดูบอกว่า ใส่ไม่ได้เลยเอามาคืน พอคลี่เสื้อให้ดู ปรากฏว่าเสื้อมีรูเป็นรอยไหม้ ทุกคนอึ้ง ศศิมนรับเสื้อไปดูเสียใจจนเสื้อร่วงจากมือ

"นี่มันอะไรกัน" ชนม์ชนกคว้าเสื้อไปดู ศศิมนถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

เนตรชนกชี้แจงหน้าตาแจ่มใสว่า   ตนอยากรู้ว่าไหมพรมนี้ติดไฟง่ายหรือเปล่าเลยลองเอาไฟจี้ดู ปรากฏว่ามันติดง่ายมาก เหตุที่ต้องทำก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แล้วทำเป็นเกรงใจทุกคนบอกว่า

"ดูท่าทางทุกคนกำลังยุ่งนะคะ งั้นเนตรไม่รบกวนดีกว่า อ้อ ขอบใจนะศศิมน ที่อดหลับอดนอนถักเสื้อให้ฉัน ฉันไปล่ะ" ว่าแล้วก็เดินลอยหน้าออกไปอย่างสะใจ ศศิมนเสียใจจนเป็นลมไปอีกครั้ง

"ฝากยัยมนด้วยนะครับ ผมขอตัวไปทำงานต่อ" ชนม์ชนกยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสี่แล้วรีบออกไป

ooooooo

เนตรชนกเดินเชิดออกไปอย่างสะใจ หารู้ไม่ว่าชนม์ชนกไล่ตามมา เขาคว้าแขนเธอไว้ เธอสะบัดร้องให้ปล่อย ชนม์ชนกขู่เบาๆว่า

"อยากเป็นจุดสนใจในโรงพยาบาลก็ดิ้นเข้า...ถ้าคุณร้องล่ะก็ ผมจะจูบเหมือนวันนั้นไม่เชื่อก็ลองดู"

เนตรชนกยังเข็ดขยาดที่ถูกจูบกลางสี่แยกไฟแดง เธอจำต้องนิ่ง ชนม์ชนกเลยเดินขนาบไปเนียนๆ เหมือนเดินเคียงคู่
กันไปสบายๆ จนถึงลานจอดรถ

พอจับยัดใส่รถแล้วอ้อมมาทางคนขับ เนตรชนกก็เปิดประตูวิ่งลงไป ถูกลากกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เขาจับยัดเข้าทางที่นั่งคนขับ ผลักให้เลื่อนไปนั่งอีกเบาะหนึ่ง แล้วจึงขับออกไป ถูกเนตรชนกทุบตีไปตลอดทาง

เนตรชนกถูกพาเข้าโรงแรมม่านรูด เธอตกใจถามว่าพามาที่นี่ทำไม พลางตะโกนขอความช่วยเหลือขัดขืนไม่ยอมเข้าไป จนชนม์ชนกถามว่าจะเข้าไปดีๆ หรือจะให้อุ้มเข้าไป เมื่อเธอยังนั่งเกาะเบาะแน่น เขาเลยอุ้มขึ้นบ่าแบกเข้าไปในห้อง เธอยังดิ้นและร้องขอความช่วยเหลือ

"ถ้าอยากขึ้นหน้าหนึ่งให้ใครๆรู้ว่าคุณเข้าม่านรูดกับผมละก็ ร้องเข้าไปเลยนะ ร้องดังๆด้วยล่ะ"

เจอไม้นี้เข้าเนตรชนกหุบปากเงียบทันที จนเขาแบกเข้าไปโยนลงบนเตียง เธอกระถดหนีสุดเตียงด้วยความหวาดกลัว ถามว่าจะทำอะไรตน อย่าเข้ามานะ

ที่จริงชนม์ชนกไม่ได้หื่นอยากทำลายเธอ เขาเพียงแต่ ต้องการสั่งสอนให้เธอรู้สึกเจ็บเสียบ้าง เพื่อจะได้รู้ถึงความเจ็บปวดของคนอื่นที่ถูกเธอแกล้ง เขาทำท่าขู่พลางถอดเสื้อตัวเอง

"ผมบอกคุณแล้วว่า จากนี้ไป ถ้าคุณทำอะไรน้องสาวผม ผมจะตอบโต้คุณชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยไม่สนว่าคุณจะเป็นผู้หญิง หรือเด็กกว่าผมแค่ไหน แล้วนี่ก็คือการเริ่มต้น"

การทำท่าคุกคามของชนม์ชนกทำให้เนตรชนกอกสั่นขวัญแขวน ขู่ว่าถ้าเข้ามาอีกตนจะฆ่าให้ตาย ชนม์ชนกหัวเราะเยาะถามว่าเธอจะมีปัญญาทำอะไรตน เธอเองนั่นแหละเก่งแต่กับคนที่ไม่สู้เท่านั้น พลางกระโดดขึ้นคล่อมเธอไว้

เมื่อขู่จนเนตรชนกขวัญกระเจิงแล้ว ชนม์ชนกลุกไปยืนที่มุมห้องอย่างสมเพช พูดว่าตนไม่ได้คิดพิศวาสอะไรเธอเลย ผู้หญิงอย่างนี้ไม่อยากแตะต้องด้วยซ้ำ เนตรชนกคว้าที่เขี่ยบุหรี่ปาใส่หน้า เขาเลยขู่

"นี่ถ้าไม่หยุดอาละวาด ผมอาจจะเปลี่ยนใจทำอะไรคุณก็ได้นะ หรืออยากจะลอง"

ขู่จนเนตรชนกนิ่งไปแล้ว เขาหยิบชุดของเธอขึ้นมา จุดไฟเจาะเป็นรูๆจนทั่วตัว แก้แค้นที่เธอทำกับเสื้อที่ศศิมนถักให้ แล้วสั่งให้ใส่เสียตนจะได้พาไปส่งบ้าน

"ฉันไม่ไปกับนาย"

"ถ้าคุณคิดว่าจะเดินพ้นจากห้องนี้ออกไปในสภาพแบบนี้แล้วไม่โดนลากเข้าห้องอื่นไปละก็ ตามสบายนะ ผมไปล่ะ" ชนม์ชนกทำท่าจะออกจากห้องจริงๆ เนตรชนกรีบเรียกไว้บอกว่าไปด้วยก็ได้ แล้วรีบใส่เสื้อตามเขาไปขึ้นรถ

ooooooo

ขับรถพาเนตรชนกไปส่งในซอยเข้าบ้าน บอกให้เธอลงเดินไปเองพลางถอดเสื้อแจ็กเกตของตัวเองให้เธอคลุมไว้ ทีแรกเนตรชนกไม่รับ พอถูกขู่ว่าอยากเดินโชว์เนื้อหนังยั่วกิเลสจิ๊กโก๋ในซอยให้ลากไปกลางทางก็ตามใจ เธอจึงกระชากเสื้อจากมือเขาคลุมตัวลงจากรถเดินไป

"เดี๋ยว" ชนม์ชนกเรียกไว้ "อย่าทำอะไรน้องสาวผมอีก ไม่งั้นเจอยิ่งกว่านี้แน่"

เนตรชนกฉวยโอกาสกระแทกประตูปิดหนีบมือชนม์ชนกจนร้องโอ๊ย เธอหันยิ้มเยาะพูดใส่ "สมน้ำหน้า" แล้วเดินไปตามซอยเข้าบ้าน ชนม์ชนกมองตามถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนถอยรถออกไป

พอเนตรชนกเดินเข้าบ้าน ป้าแจ่มกับน้อยเห็นสภาพก็ทำตาโตถามว่า ทำไม...

"หยุด ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ไปให้พ้นอย่ามายุ่งกับฉัน" เธอตวาดทั้งสองแล้ววิ่งขึ้นข้างบน

พอเข้าห้องนอน เนตรชนกถอดเสื้อแจ็กเกตขว้างลงพื้นทั้งเหยียบทั้งย่ำขยำขยี้ดึงฉีกขาดระบายความแค้น ทำจนตัวเองเหนื่อย นอนร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความแค้น

ooooooo

ชนม์ชนกกลับถึงโรงแรม  แอนนาทักว่ามือไปโดนอะไรมาจนแดงช้ำ เขาปดว่าเดินซุ่มซ่ามเลยโดนเสา แอนนาทำหน้าไม่เชื่อพูดแซวๆประสาคนสนิทว่าชกเสาเพราะอกหักหรือ ถามเซ้าซี้จนชนม์ชนกแก้ตัวแทบไม่ทัน เลยชี้ไปที่ประตูให้ออกไปเสีย

เมื่อแอนนาออกไปแล้ว เขามองมือที่บวมแดงช้ำ พูดอย่างหมายมาดเอาคืนว่า

"ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยเนตรชนก แสบจริงๆ"

ooooooo

ทัดไทรู้สึกนับวันเนตรชนกจะก้าวร้าวขึ้นทุกที เนื้อนวลปกป้องหลานตามเคยว่าเนตรชนกไม่ได้ตั้งใจ เจ้าตัวมาได้ยินพอดีแทรกขึ้นว่าตนไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยสักหน่อย คุณปู่ชอบว่าตน ไม่รักตนเลย

"เนตร พ่อว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน รอพ่อตรงนี้นะ" เทพไทบอก เห็นศศิมนส่ายหน้าเชิงขอร้องเพราะไม่อยากให้มีเรื่อง เขาบอกเธอว่า "คุณไม่ต้องห่วงหรอก ห่วงลูกในท้องดีกว่า พักผ่อนนะครับอย่าดื้อ" พูดพลางประคองศศิมนขึ้นข้างบน
เนตรชนกทำท่าจะหลบไม่อยากคุยกับพ่อ ทัดไทถามว่าจะไปไหน พ่อนัดคุยด้วยไม่ใช่หรือ

"ใช่ค่ะ แต่เนตรไม่อยากฟังคุณพ่อมาว่าเนตร เพราะหลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น"

"หยุดนะเนตร ปู่ว่าเราชักจะพูดจาก้าวร้าวพ่อของเรามากไปแล้วนะ"

"พอๆ ปู่หลานจะมาทะเลาะกันทำไม ยัยเนตรก็พูดไปเพราะน้อยใจพ่อแค่นั้นแหละ คุณก็ไม่เข้าใจหลานเอาเสียเลย" เนื้อนวลปกป้องหลานสาวเต็มที่ จนทัดไทเบื่อบอกว่างั้นก็คุยกันเองก็แล้วกัน เนื้อนวลจึงชวนเนตรชนกไปนั่งในสวนกันดีกว่า ฝากทัดไทว่า "คุณทัดไทบอกตาเทพด้วยนะคะว่าฉันกับหลานอยู่ในสวน"

ครู่หนึ่งเทพไทลงมา เนื้อนวลเตือนลูกชายว่าพูดจากันดีๆนะ แล้วลุกไปปล่อยให้พ่อลูกคุยกันเอง เนตรชนกถามประชดทันทีว่าจะด่าอะไรตนอีก

เทพไทพยายามใจเย็นยกเหตุผลมาหว่านล้อมทั้งยังตำหนิที่เธอเอาไฟจี้เสื้อไหมพรมด้วย

เนตรชนกแก้ตัวตะแบงไปเรื่อยว่า ตนไม่ได้กำหนดบังคับให้ต้องถักหามรุ่งหามค่ำแบบนั้น ศศิมนอยากทำเองต่างหาก และที่เอาไฟจี้เสื้อเป็นรู นั่นก็เป็นสิทธิ์ของตนเพราะเป็นเสื้อของตนแล้ว

เทพไทถอนใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจ พูดอย่างใจเย็นว่า

"พ่อคิดว่าเนตรเข้าใจที่พ่อพูด พ่ออยากให้เนตรคิดทบทวนให้ดีๆว่าเนตรกำลังทำอะไรอยู่ และสิ่งที่เนตรทำมันดีแล้วหรือ สมควรแล้วหรือ ความเกลียดชังมันไม่เคยทำให้ใครมีความสุขหรอกนะลูก คิดให้ดีๆ"

พูดทิ้งไว้ให้คิดแล้วเทพไทลุกเดินเข้าบ้าน เนตรชนกฮึดฮัดดึงทึ้งต้นไม้ใกล้มือจนใบร่วงกราว

ศศิมนยืนดูอยู่จากห้องนอน  เห็นสภาพแล้วก็ได้แต่ถอนใจอย่างไม่สบายใจ

ooooooo

เมื่อเทพไทกลับขึ้นมาที่ห้องนอน ศศิมนขอปรึกษาว่า คุณพ่อคุณแม่ชวนตนไปพักฟื้นที่บ้านระยะหนึ่ง เขามีความเห็นอย่างไร เทพไทตามใจเธอ แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันจะได้อยู่ห่างๆเนตรชนกสักพัก

ศศิมนมองหน้าเขาบ่นว่าตนคงคิดถึงเขาแย่ เทพไทเลยบอกว่าเขาจะตามไปอยู่ด้วย เพราะ "ลูกเมียผมอยู่ที่ไหน ผมก็ต้องอยู่ที่นั่น"

ครู่ใหญ่เทพไทกับศศิมนเดินลงมา นายชมหิ้วกระเป๋ามาใส่รถ เนื้อนวลถามว่าจะไปไหน เทพไทบอกว่าแค่ไปส่งศศิมนเท่านั้น

"แล้วคุณพ่อต้องตามไปประคบประหงมด้วยรึเปล่าคะเนี่ย" เนตรชนกถามประชด เทพไทบอกว่า พ่อแค่ไปส่งเท่านั้น เธอยิ้มสมใจ "ก็ดีค่ะ งั้นฝากบอกเขาด้วยนะคะขอให้หลับฝันดี ไปแล้วไปลับได้ยิ่งดี"

ศศิมนหน้าเจื่อน เนื้อนวลปรามเนตรชนกเบาๆว่าไม่เอาน่าลูก

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงบ้านตัวเอง ศศิมนได้รับการต้อนรับจากทั้งพ่อ แม่ และพี่ชายอย่างอบอุ่น ชัชชัยถึงกับเข้าครัวขอแสดงฝีมือเองเพื่อต้อนรับลูกสาวและลูกเขย เทพไทเห็นดังนั้นอาสาเข้าไปช่วยอีกคน ทั้งที่ทำอะไรไม่เป็น เข้าไปช่วยเก้ๆ กังๆ จนศศิมนที่แอบดูอยู่หัวเราะด้วยความรัก

ทำอาหารเสร็จ ก็พากันนั่งทานพร้อมหน้า พูดหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน มีความสุข

ส่วนเนตรชนกไม่ยอมทานมื้อเย็นกับคุณปู่คุณย่า บอกว่าจะรอคุณพ่อกลับมาทานด้วยกันพร้อมหน้าแบบแค่คนในครอบครัวเรา

เนตรชนกรอจนค่ำเทพไทก็ยังไม่กลับ เธอจึงอุ้มตุ๊กตาเดินไปที่ห้องเทพไท เห็นเตียงพ่อแล้วก็นึกถึงอดีตสมัยตัวเองยังเด็ก นอนฟังพ่อเล่านิทานอย่างอบอุ่นมีความสุขมาก คิดถึงอดีตแล้วก็อยากได้เวลาอย่างนั้นกลับคืนมา แต่ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

เนตรชนกรอเทพไทจากหัวค่ำ จน 2 ทุ่ม กระทั่งถึง 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม ก็ยังไม่เห็นพ่อกลับมา

"ไปส่งอะไรกันป่านนี้ยังไม่กลับ" เธอลุกขึ้นบ่นอย่างหงุดหงิด เอะใจเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าดู ปรากฏว่า กระเป๋าเดินทางใบเล็กและของใช้ประจำวันไม่อยู่ เธอโกรธและเสียใจจนบอกไม่ถูก พึมพำน้ำตาไหล "คุณพ่อโกหกเนตรได้ยังไง"

ooooooo

ดึกแล้ว เทพไทพาศศิมนเข้านอน ได้ยินเสียงแตรรถลั่นอยู่หน้าบ้าน คิดว่าคงเป็นของคนข้างบ้าน แต่หาใช่ไม่ เพราะเมื่อแมว เด็กรับใช้ไปดู ถามว่า มาหาใครคะ ได้ยินเสียงตอบมาอย่างเกรี้ยวกราดว่า

"ฉันเป็นลูกสาวคุณเทพไท เปิดประตูให้ฉันหน่อย"

แมวรีบเปิดประตูให้แล้ววิ่งตามรถเข้าไป เห็นเนตรชนกจอดรถหิ้วกระเป๋าลงจากรถเข้าไปในบ้าน ทำราวกับเป็นบ้านของตัวเอง

ooooooo

ตอนที่ 3

อุ่นกับเคนมาถึงโรงแรมที่จัดงาน เข้าไปสวัสดีคู่บ่าวสาว เทพไทถามว่าแล้วเนตรชนกล่ะ อุ่นบอกว่า ยังไม่ตื่นแต่เดี๋ยวคงตามมาเพราะตนตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว จากนั้นขอตัวไปสวัสดีคุณปู่คุณย่า

เนตรชนกที่ลุกขึ้นทันทีที่อุ่นกับเคนออกจากบ้าน จัดแจงเอาชุดแต่งงานของแม่มาใส่ แต่งหน้าทาปากสีดำ เอากรอบรูปแต่งงานของพ่อกับแม่มาผูกริบบิ้นสีดำ ประคองรูปขึ้นถือยืนตัวตรงแววตามุ่งมั่นเย็นชา

ที่ห้องจัดงาน ชัชชัยเดินมากับศศิมนในชุดเจ้าสาวแสนสวย แขกในงานพากันมองอย่างชื่นชม เทพไทมองเจ้าสาวด้วยแววตาแสนรัก ในขณะที่ศศิมนยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

เมื่อชัชชัยพาศศิมนเดินมาถึงกลางเวที ก็แยกไปยืนรวมกับทัดไท เนื้อนวล และคุณหญิงเปรมปรีดิ์ คู่บ่าวสาวยืนอยู่กลางเวทีสวยเด่น แม้จะต่างวัยแต่ก็ดูเหมาะสมกันมาก

เทพไทหยิบแหวนออกมาสวมให้ศศิมน เอ่ยอย่างปลื้มปีติ

"ผมสัญญานะครับว่าจะรักและดูแลคุณตลอดไป"

ศศิมนยิ้มปลื้มมีความสุข หยิบแหวนสวมให้เทพไทเช่นกัน

"มนสัญญาค่ะว่าจะรักและทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของคุณค่ะ"

แขกในงานพากันปรบมือด้วยความชื่นชมยินดี จากนั้นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพากันให้โอวาท

"ต่อไปนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ" เนื้อนวลเอ่ย

"มีอะไรก็ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขนะ" ทัดไทเอ่ยแก่ทั้งสอง ส่วนชัชชัยฝากเทพไทให้ดูแลลูกสาวตนด้วย คุณหญิงเอ่ยกับศศิมนว่า

"ตอนนี้ลูกมีครอบครัวแล้วก็ต้องดูแลครอบครัวของลูกให้ดีนะ เป็นสะใภ้ที่ดี เป็นภรรยาที่น่ารักนะลูก"

"ค่ะคุณแม่" ศศิมนรับคำ จากนั้นบ่าวสาวเดินเคียงคู่กันลงจากเวทีเพื่อไปตัดเค้ก

ทันใดนั้น ทุกคนตะลึงอึ้งเมื่อเนตรชนกในชุดเจ้าสาวของแม่ตัวเอง เดินถือรูปพ่อกับแม่ในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินเข้ามาอย่างไม่แยแสกับสายตาของใครๆ เทพไทตกใจรีบเข้าไปหา ถามเบาๆว่าทำไม...เนตรชนกไม่สนใจพ่อแต่หันไปพูดกับแขกในงานเสียงดังว่า

"ขอโทษนะคะ ก่อนที่คู่บ่าวสาวจะตัดเค้ก ดิฉันในฐานะลูกสาวเจ้าบ่าวอยากจะกล่าวอะไรสักหน่อย"

แขกทุกคนพากันมองอึ้ง ชนม์ชนกรู้ฤทธิ์เดชของเนตรชนกดีอยู่แล้ว พรวดเข้าไปหาถามว่าจะทำอะไร เนตรชนกตอบอย่างไม่แยแสว่าตนมาฉลองให้กับพ่อตัวเอง ว่าแล้วหันกลับมองแขกในงาน พลางยกรูปแต่งงานของพ่อกับแม่ขึ้น พูดต่อ

"หวังว่าคุณพ่อคงจำวันที่ถ่ายรูปนี้ได้นะคะ และก็คงจำคำสัญญาที่ให้ไว้ในวันนั้นได้ ที่บอกว่าจะรักคุณแม่คนเดียวตลอดไป"

เทพไทพยายามบอกเนตรชนกว่ามีอะไรไว้พูดกันทีหลัง เนตรชนกทำเหมือนได้ยินแค่ลมพัดผ่านเดินเอารูปไปปักลงบนเค้กทับชื่อศศิมนอย่างจงใจ พูดเสียงเครือสะท้าน

"เมื่อคุณพ่อลืมคุณแม่ ลืมเนตรแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ เนตรขอให้คุณพ่อมีความสุขกับครอบครัวใหม่ของคุณพ่อนะคะ"

พูดเสร็จเธอล้วงมือลงในกระเป๋าหยิบมีดออกมา ทุกคนมองตะลึง เนตรชนกยกมีดขึ้นมาปาดคอตัวเองช้าๆ เลือดกระเซ็นเข้าใส่หน้าเทพไทที่พรวดเข้ามาจะห้าม ร่างเนตรชนกค่อยๆทรุดลงกับพื้นมีดหลุดจากมือ...

เนื้อนวลช็อกเป็นลม  ดีที่ทัดไทประคองไว้ทัน ชนม์ชนก อุ่น และเคนมองช็อก

"เนตร...เนตร...ทำไมลูกต้องทำแบบนี้ด้วย..." เทพไทประคองร่างลูกร้องถามอย่างตระหนก

ชนม์ชนกที่ประคองศศิมนอยู่ อุ้มเธอไปนั่งพักกับคุณหญิงและชัชชัยที่วิ่งมาดูแลลูกสาว ฝากน้องไว้แล้วรีบมาดูเนตรชนก ระหว่างนั้นสะดุดกับมีดที่เนตรชนกใช้ปาดคอตกอยู่ที่พื้น เขาหยิบขึ้นมาดูชะงัก!

ooooooo

ขณะที่หน้าโรงแรมกำลังชุลมุนกับการนำตัวเนตรชนกส่งโรงพยาบาลนั้น เทพไทปลอบใจเนตรชนก ที่นอนอยู่บนเตียงพยาบาล ให้ทำใจดีๆแข็งใจไว้

พริบตานั้น ชนม์ชนกวิ่งแหวกผู้คนเข้าไป พุ่งเข้าคว้าแขนเนตรชนกกระชากขึ้น

"ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะยัยตัวดี!"

อุ่นพยายามห้ามส่วนเนตรชนกทำเสียงอ่อยสั่งให้ปล่อย ชนม์ชนกไม่ปล่อย เขาเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดเลือดที่คอเธอ เผยให้เห็นลำคอที่เกลี้ยงเกลาไม่มีรอยมีดเลยแม้แต่น้อย ทุกคนมองงงๆชนม์ชนกจึงหยิบมีดที่เก็บได้ให้ทุกคนดูบอกทุกคนว่า

"ก็นี่ไงครับ มีดมายากล ลูกสาวคุณเล่นตลกให้พวกเราดู แต่ผมไม่ขำนะ"

ที่แท้มันคือมีดปลอม!

เคนอุทานอย่างอึ้ง ทึ่ง งงว่า "โอ้โหเนตร คิดได้ไงเนี่ย"

เนตรชนกมองทุกคนที่ห้อมล้อมอย่างไม่ประหวั่นพรั่นพรึงที่ถูกจับผิดได้ ทั้งยังพูดกับพ่อว่า "ครั้งนี้แค่เตือน ถ้าคุณพ่อยังไม่เลิกกับแม่นั่น คราวหน้ามันอาจจะมีดจริงก็ได้"

พูดแล้วลุกจากเตียงพยาบาลเดินอ้าวไปขึ้นรถของอุ่นขับออกไปเลย ชนม์ชนกวิ่งตามตะโกนลั่น

"เดี๋ยว...จะหนีไปไหน คิดจะชิ่งเหรอ"

ooooooo

เนตรชนกเห็นชนม์ชนกขับรถกระบะที่มาจอดส่งของหน้าโรงแรมไล่บี้มา ก็ยิ่งขับวกวนกวนโทสะกลายเป็นรถสองคันขับไล่บี้กันบนท้องถนนจนถูกรถคันอื่นๆบีบแตรด่า บีบแตรไล่กันลั่นถนนไปหมด

สุดท้ายรถมาจอดติดไฟแดงด้วยกัน ชนม์ชนกลงจากรถไปทุบกระจกรถเนตรชนกถามว่าก่อเรื่องแล้วคิดจะหนีหรือ ให้ลงมาพูดกันให้รู้เรื่อง เนตรชนกตะโกนมาว่าตนไม่มีอะไรจะพูด ชนม์ชนกไม่ได้ยินเธอเลยลดกระจกลงพูดอีก ชนม์ชนกฉวยโอกาสนั้นเอื้อมมือเข้าไปปลดล็อกแล้วเปิดประตูลากเธอลงมา

เกิดโกลาหลขึ้นเมื่อทั้งสองลงมาโต้เถียงยื้อยุดกันอยู่กลางสี่แยกไฟแดง

"ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าถ้าคุณทำให้น้องสาวผมเสียใจ คุณจะต้องเสียใจยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า แล้วคุณยังกล้ามาทำให้ยัยมนต้องอับอายขายหน้าอีก"

"อับอายเหรอ แค่นี้น้องสาวคุณไม่อายหรอก ก็ขนาดปล่อยให้ท้องเพื่อจับผู้ชายยังไม่เห็นอายนี่"

เนตรชนกลอยหน้าใส่ ชนม์ชนกยิ่งโมโหจับบ่าทั้งสองข้างบีบเขย่าจนเธอหัวสั่นหัวคลอนบอกว่า เมื่อเธอทำให้ น้องสาวตนขายหน้าตนก็จะทำให้เธอขายหน้าได้เหมือนกัน พูดจบก็ปล้ำจูบอย่างรุนแรงกลางสี่แยกไฟแดง เนตรชนกตะลึงอึ้งไปครู่หนึ่ง พอได้สติก็ผลักชนม์ชนกหงายไปแล้ววิ่งกลับมาที่รถขับออกไปน้ำตาร่วง

ชนม์ชนกขับรถตามไปอย่างงงๆกับการกระทำของตัวเอง พริบตานั้นเนตรชนกตัดสินใจขับรถพุ่งเข้าชนรถชนม์ชนกด้วยความแค้นใจ ผลคือชนม์ชนกไม่เป็นอะไร แต่ตัวเองกลับหมดสติ

"ตายรึเปล่าวะเนี่ย ยัยบ้าเอ๊ย ทำอะไรลงไปเนี่ย" ชนม์ชนกบ่นแล้วเปิดประตูรถอุ้มร่างหมดสติของเนตรชนกไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

เมื่อพวกผู้ใหญ่ที่อยู่ในห้องจัดงานที่โรงแรมรู้ข่าวต่างพากันมาที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง ครู่หนึ่งพยาบาลเข้ามาเชิญญาติออกไปก่อน เพราะจะเช็ดตัวคนเจ็บ ทุกคนจึงพากันออกไป

ทัดไทขอโทษศศิมนแทนหลานสาว ศศิมนพูดจากใจจริงว่า ตนไม่เคยคิดโกรธเนตรชนกเลย

ส่วนเทพไทก็ขอบคุณชนม์ชนกที่เป็นธุระให้ทุกอย่าง ถูกตอบประชดกลับว่า

"ผมก็แค่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น จะทิ้งให้ตายมันก็กระไรอยู่"

เคนเสนอตัวขอเฝ้าเนตรชนกคืนนี้ เทพไทไม่เห็นด้วยเพราะเป็นผู้ชาย ศศิมนเสนอตัวก็ถูกติงว่าคืนนี้ต้องส่งตัวเข้าหอ สุดท้ายอุ่นอาสาเฝ้าเองแต่ขอกลับไปเอาเสื้อผ้าก่อน

ชนม์ชนกเสนอว่ากว่าเนตรชนกจะฟื้นก็คงอีกนานให้ ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ศศิมนเลยฝากพี่ชายดูเนตรชนกก่อนจนกว่าอุ่นจะกลับมา ชนม์ชนกจึงตามไปส่งน้องสาวที่ลานจอดรถ

แต่พอเขากลับมาปรากฏว่า เนตรชนกหายไปแล้ว ไปถามพยาบาลที่เคาน์เตอร์ก็ไม่มีใครเห็น

ที่แท้ หลังจากพยาบาลเช็ดตัวออกไปครู่เดียว เนตรชนกก็รู้สึกตัว ทบทวนเรื่องราวแล้วลุกขึ้นไปหยิบชุดแต่งงานของแม่หอบเดินออกจากห้องลงไปทางบันไดหนีไฟ คลาดกับชนม์ชนกที่ไปส่งศศิมนกลับขึ้นมาทางลิฟต์เส้นยาแดงเดียว

ooooooo

เนตรชนกหอบชุดแต่งงานของแม่เดินมาถึงถนนใหญ่จะข้ามถนนก็พอดีฝนตกลงมาจึงหันกลับไปซุกตัวหลบฝนร้องไห้อยู่ที่ซอกตึก

ส่วนชนม์ชนกเอะใจจึงออกตามหาเดินหาจนทั่วโรงพยาบาลก็ไม่มีวี่แวว เขาวิ่งออกมาหน้าโรงพยาบาลมองฝ่าสายฝนออกไปอย่างกังวลใจ

พอฝนเริ่มซา เนตรชนกเช็ดน้ำตาจนแห้งลุกขึ้นอย่างพร้อมจะสู้ต่อไป แต่พอเธอเดินออกไปที่ถนน ชนม์ชนกเห็นเข้าพอดีเขาวิ่งเข้าไปถามฉุนๆว่า

"ทำบ้าอะไรของคุณน่ะ ออกมาทำไม อยากจะให้วุ่นวายกันทั้งโรงพยาบาลรึไง ป่วนงานแต่งไม่พอยังมาป่วนที่นี่อีก" พูดพลางถอดแจ็กเกตของตัวเองคลุมให้เมื่อเห็นเธอหนาวสั่น เนตรชนกเบี่ยงตัวหลบอย่างอวดดีสะบัดเสียงใส่ว่า อย่ามายุ่งกับตนพลางจะเดินหนี

ชนม์ชนกไม่ยอมให้ไปไหนคว้าแขนไว้บอกว่าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ต้องกลับไปที่ห้องเดี๋ยวนี้

"ไม่!"

"พูดดีๆไม่รู้เรื่องต้องใช้กำลังใช่ไหม" ชนม์ชนกคว้าตัวเธอขึ้นบ่าแบกไปทันที เนตรชนกดิ้นกระแด่วอยู่บ่นบ่าเขา จนมาถึงห้องชนม์ชนกโยนเธอลงบนเตียงบอกบุรุษพยาบาลที่พากันมาดูว่าคนไข้หนีออกจากโรงพยาบาลกำลังคลุ้มคลั่งให้ช่วยกันหน่อย บุรุษพยาบาลจึงช่วยกันจับเนตรชนกตรึงไว้กับเตียง

พอเนตรชนกถูกตรึงจนดิ้นไม่ได้ ชนม์ชนกก็ปาดเหงื่ออย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

หลังการส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอเรียบร้อยแล้ว เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้องหอ ศศิมนปรารภกับเทพไทว่าตนห่วงเนตรชนกมาก เทพไทเองก็เป็นห่วงแต่เมื่อครู่นี้โทร.ไปที่โรงพยาบาลแล้วทางนั้นบอกว่าเนตร-ชนกยังหลับอยู่ ไว้พรุ่งนี้เราค่อยไปรับกลับก็แล้วกัน

"ค่ะ คุณเทพ มนจะพยายามทำทุกอย่างให้คุณเนตรสบายใจ ให้เธอยอมรับมนให้ได้ค่ะ"

เทพไทโอบไหล่ศศิมนไว้ด้วยความรัก พูดให้กำลังใจว่า เชื่อว่าความดีของเธอจะเอาชนะเนตรชนกได้

ooooooo

เมื่อเนตรชนกหลับไปเพราะฤทธิ์ยานอนหลับแล้ว ชนม์ชนกยืนมองพึมพำอย่างระอาใจว่า

"กว่าจะสิ้นฤทธิ์...เฮ้อ...เวลาหลับก็ดูน่ารักดีอยู่หรอก ไม่น่าเชื่อเลยว่าเวลาตื่นจะร้ายกาจได้ขนาดนั้น"

พอดีอุ่นไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านกลับมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ พอฟังชนม์ชนกเล่าจบ เธออุทาน "ตายจริงยัยเนตร ดีนะคะที่ไม่เป็นอะไรมากกว่านี้ เฮ้อ...ดื้อจริงๆเลย เนตรนะเนตร"

ชนม์ชนกมองหน้าอุ่นถามว่าสองคนคบกันได้ยังไง เพราะนิสัยใจคอต่างกันลิบลับ อุ่นจึงเล่าว่า

"ที่จริงเนตรก็ไม่ได้เป็นคนร้ายกาจอะไรหรอกนะคะ แค่หวงพ่อมากไปหน่อยเท่านั้นเอง เนตรเสียแม่ไปคนหนึ่งแล้วตั้งแต่เด็กเลยกลัวความสูญเสียไม่อยากเสียพ่อไปอีกคน"

ชนม์ชนกบ่นว่าโตขนาดนี้ก็น่าจะแยกแยะได้แล้ว พูดแล้วขอตัวกลับ

อุ่นขอบคุณที่ช่วยดูแลเพื่อน ชนม์ชนกบอกว่าไม่เป็นไรทั้งที่ใจแหยงเต็มที

ooooooo

แต่ชนม์ชนกกลับไม่ถึงบ้าน เพราะพอมาถึงลานจอดรถก็ถูกทิพย์ธิดาเข้ามากอดจากข้างหลัง พอเขาหันมองถามอย่างแปลกใจว่าไหนว่าไปแอลเอแล้วไง ทิพย์ธิดาทำหน้าแอ๊บแบ๊วบอกว่าไม่ไปแล้ว เพราะหวัด 2009 ยังมีอยู่ ที่มาโรงพยาบาลนี่ก็เพื่อมาเอาใจตรวจสุขภาพ ฉอเลาะว่า

"ทิพย์กลัวชนม์เหงาถ้าขาดทิพย์" แล้วชวนไปนั่งคุยกันดีกว่า เป็นที่รู้กันสองคนว่าหมายถึงอะไร

ทิพย์ธิดาเธอเป็นสาวสวยวัยยี่สิบปลายๆ จบจากนอก สวย รวย มีชาติตระกูล แต่ทำตัวเป็นสาวฝรั่ง แม้จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายหลายคน แต่คนที่เธอหมายมั่นปั้นมือและหลงรักหมายครอบครองมีคนเดียว คือ ชนม์ชนกคนนี้นี่เอง

ooooooo

ชนม์ชนกพาเธอไปนั่งดื่มกันที่มุมบาร์ที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่านในโรงแรมของเขาเอง ทิพย์ธิดานั่งเบียดจนแทบจะเกยขึ้นไปบนตักของเขา ตัดพ้อต่อว่าที่น้องสาวแต่งงานทั้งทีก็ไม่ชวนสักคำ

ชนม์ชนกบอกว่าเป็นงานเล็กๆที่จัดกันภายในหมู่ญาติตนเกรงใจเซเลบอย่างเธอเดี๋ยวจะกลายเป็นข่าวใหญ่เปล่าๆ

"คราวหลังไม่ต้องเกรงใจทิพย์หรอกนะคะ น้องสาวของชนม์ก็เหมือนน้องสาวทิพย์นั่นแหละค่ะ งั้นคราวนี้เรามาเต้นรำกันดีกว่านะคะ" พูดแล้วฉุดมือเขาลุกไปโอบซบเต้นรำกันในจังหวะช้าๆซึ้งๆ

ดื่มกันจนเมาได้ที่ ทั้งคู่ก็พากันขึ้นพักที่ห้องในโรงแรมนั่นเอง ต่างปล่อยใจไปตามอารมณ์ปรารถนาของกันและกันตามเคย

จนกระทั่งเช้า ชนม์ชนกตื่นก่อนลุกขึ้นมา ทิพย์ธิดาถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าจะไปล้างหน้าถามว่าเธอจะทานอะไรจะได้สั่งขึ้นมาให้

ทิพย์ธิดาอ้อนว่าตนไม่หิวอาหารแต่หิวตัวเขา พูดแล้วโผเข้ากอดไว้อีก ชนม์ชนกหยอกว่าทำแบบนี้เดี๋ยวตนถูกหนุ่มๆของเธอดักตีหัวเอา เธออ้อนว่าสำหรับตัวเธอแล้วไม่มีใครมีความหมายเท่าเขา เพราะมีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่สนใจตนเสมอ

"ผมก็ถือว่าคุณเป็นเพื่อนผมด้วยนี่นา จะไม่ให้ใส่ใจเลยได้ยังไง ผมว่าไปอาบน้ำเถอะครับ จะได้ทานมื้อเช้ากัน ผมต้องไปทำงานต่อ" พูดแล้วส่งมือให้เธอจับฉุดขึ้นมาจากเตียง

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน เทพไทไปรับเนตรชนกจากโรงพยาบาลพากลับบ้าน ศศิมนออกมารับร้องทักอย่างเร่าร้อนว่า "คุณเนตรเป็นยังไงบ้างคะ"

"เสียใจด้วยนะที่ฉันยังไม่ตาย" เนตรชนกตอบหน้าตึง เนื้อนวลเห็นบรรยากาศไม่ดีจึงชวนไปทานข้าวต้มกุ้งกับย่ากันดีกว่า ทัดไทชวนอุ่นกับเคนที่มาส่งเนตรชนกไปทานด้วยกัน

เทพไทบอกเนตรชนกให้ทานเยอะๆ คุยอวดว่าเป็นข้าวต้มที่ศศิมนทำเองเลยทีเดียวเชื่อว่าลูกต้องชอบแน่ๆ ศศิมนรีบลุกขึ้นตักข้าวต้มยกไปวางไว้ตรงหน้าเนตรชนกอย่างเอาใจ ถูกเนตรชนกผลักชามข้าวต้มพ้นหน้าแล้วสั่งน้อยให้เอาไปเทให้หมากิน

อุ่นพยายามเตือนสติเพื่อนให้ใจเย็นๆ แต่เนตรชนกก็คือเนตรชนก เธอไม่แยแสใครทั้งสิ้น ยังตำหนิติเตียนว่านี่มันข้าวหมาชัดๆทีหลังทำไม่เป็นก็ไม่ต้องทำ เนตรชนกว่าเสียจนศศิมนตำหนิตัวเองว่าคงคนบ่อยเกินไปข้าวต้มเลยเละ วันหลังขอแก้ตัวใหม่ก็แล้วกัน เนตรชนกไม่สนใจเอ่ยก่อนลุกไปว่า

"เนตรขอไปพักก่อนดีกว่าค่ะ แถวนี้มลพิษเยอะ น้อยเอานมกับน้ำส้มขึ้นไปให้ฉันด้วย"

ooooooo

ทานอาหารเช้าเสร็จขณะเดินออกมาด้วยกัน อุ่นปรารภกับเคนว่าเป็นห่วงเนตรชนกจัง ไม่คิดว่าเพื่อนจะหวงพ่อจนถึงขนาดนี้ แต่เคนกลับเป็นห่วงศศิมนไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรอีก

สุดท้ายเพื่อนทั้งสองปรึกษากันว่าควรชวนเนตรชนกไปทำอะไรเพลินๆ จะได้ลืมเรื่องพ่อกับแม่เลี้ยงเสียบ้าง แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี

เมื่อเนตรชนกไม่แตะต้องอาหาร เนื้อนวลจึงทำข้าวต้มชามใหม่ยกไปให้ พูดปลอบใจแสดงความรักความห่วงใย จนเนตรชนกดีใจที่อย่างน้อยก็ยังมีคุณย่าที่รักตนอยู่

ส่วนเทพไทออกไปเจอศศิมนยืนร้องไห้อยู่หลังบ้าน เขาขอโทษแทนลูกสาว บ่นๆว่าปกติเนตรชนกไม่ใช่คนนิสัยแบบนี้เลย

"ไม่เป็นไรค่ะ มนก็เตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่พอเจอเข้าจริงๆก็อดร้องไห้ไม่ได้ แต่มนจะพยายามเข้มแข็งกว่านี้นะคะ มนสัญญา"

"ผมทำให้คุณต้องเป็นทุกข์ ผมเสียใจ" เทพไทดึงศศิมนเข้าไปกอด ศศิมนบอกว่าตนไม่ได้ทุกข์อะไร เพียงแต่ตกใจนิดหน่อยเดี๋ยวก็ปรับตัวได้ เทพไทขอร้องว่า "คุณต้องไม่เครียดนะ ไม่งั้นลูกของเราจะเครียดตามนะรู้ไหม" พูดพลางกอดเธอโยกตัวไปมาอย่างปลอบโยน

"ค่ะ ลูกของเราต้องเป็นเด็กอารมณ์ดีนะคะ" ศศิมนยิ้มสบายใจเมื่อคิดถึงลูก...

เนตรชนกยืนมองจากหน้าต่างห้องตัวเอง เห็นพ่อกอดศศิมนที่สวนหลังบ้านก็ยิ่งน้อยใจ ยิ่งปักใจที่จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

ooooooo

ทิพย์ธิดานัวเนียอยู่กับชนม์ชนกไม่ยอมห่าง เที่ยงนี้เขาพาเธอกลับไปทานอาหารที่บ้าน ชัชชัยกับคุณหญิงทักอย่างดีใจว่าหายไปนานสบายดีหรือ เธอบอกว่าสบายดีแต่ยุ่งๆเรื่องงานเลยไม่ได้แวะมาเยี่ยม ชัชชัย เชิญนั่งทานอาหารด้วยกัน พลางหันไปถามชนม์ชนกว่า ลูกสาวเทพไทเป็นอย่างไรบ้าง

"ยัยเด็กฤทธิ์มากคนนั้นน่ะเหรอครับ กลับบ้านไปแล้วครับ" ทิพย์ธิดาถามว่าใครหรือ "ลูกเลี้ยงน้องสาวผมน่ะ แสบจริงๆ ทำเอางานแต่งเกือบล่ม ดีนะที่มีแต่ญาติที่สนิทๆ เลยทำความเข้าใจกันง่าย"

คุณหญิงบอกว่าเด็กคงเก็บกดมากถึงได้ทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ แต่ชนม์ชนกเชื่อว่าเป็นโรคจิตมากกว่า ชัชชัยมีข้อสังเกตว่าอาจเพราะขาดแม่ก็ได้เลยหวงพ่อ

"คุณแม่ผมก็เสียตั้งแต่ผมเด็กๆ ผมยังไม่เห็นหวงคุณพ่อเลย นี่ถ้าผมไม่ได้คุณแม่ช่วยเลี้ยงผมมาป่านนี้ผมจะเป็นยังไงก็ไม่รู้" พูดพลางมองไปทางคุณหญิง คุณหญิงยิ้มเอ็นดูบอกว่าตนรักเขาเหมือนลูกแท้ๆคนหนึ่ง รักเท่าๆกับศศิมนนั่นแหละ ชนม์ชนกเลยเข้ากอดคุณหญิงอย่างประจบ

"แหม น่าอิจฉาครอบครัวที่แสนอบอุ่นนี้จัง ทิพย์ขอมาเป็นสมาชิกครอบครัวนี้ด้วยคนได้ไหมคะ"

ชัชชัยสนับสนุนทันทีบอกว่าชนม์ชนกจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที เจ้าตัวกลับบอกพ่อว่าตนกับทิพย์ธิดาเป็นเพื่อนกัน เลยถูกคุณหญิงแซวว่าพูดเป็นดาราไปได้อะไรๆก็เป็นเพื่อนกัน

"นั่นสิคะคุณแม่ ชนม์คงเขินน่ะค่ะ" ทิพย์ธิดาฉวยโอกาสอำตำแหน่งว่าที่สะใภ้หน้าตาเฉย แม้ชนม์ชนกจะไม่คิดอย่างนั้นแต่ก็ยิ้มสบายๆ ใครจะเข้าใจอย่างไรก็ตามใจ แล้วขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ชนม์ชนกขับรถไปส่งทิพย์ธิดายังคอนโดฯที่เธอพัก เธอชวนเขาขึ้นไปนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อน เขาปฏิเสธเกรงจะยาวอีก ขอตัวไปทำงานก่อน เพราะยังมีงานค้างอยู่แล้วค่อยเจอกันใหม่

"ต้องเจอกันแน่ค่ะชนม์" ทิพย์ธิดายืนมองตามหลังพึมพำอย่างมุ่งมั่น "ทิพย์ไม่ปล่อยคุณหลุดมือไปง่ายๆหรอกค่ะ ยังไงซะชนม์ก็ต้องเป็นของทิพย์"
ooooooo
ศศิมนพยายามที่จะเข้ากับเนตรชนกให้ได้ วันนี้ก็เข้าครัวถามป้าแจ่มว่าเนตรชนกชอบทานอะไร   ป้า

บอกว่าวันก่อนทำเต้าหู้ทอดกับนํ้าจิ้มให้ เนตรชนกชอบมาก บอกป้าแจ่มว่าอยากทานเต้าหู้ทรงเครื่องแบบญี่ปุ่น ป้าแจ่มทำไม่เป็น  ศศิมนจึงอาสาทำให้แต่ขอให้ป้าแจ่มอย่าบอกว่าตนทำเดี๋ยวจะไม่ยอมทานอีก

ศศิมนลงมือทำแล้วให้ป้าแจ่มช่วยชิมเพราะตัวเองเหม็นกลิ่นเต้าหู้

เมื่อทำเสร็จน้อยยกขึ้นไปให้เนตรชนกที่ห้อง เป็นเต้าหู้ทรงเครื่องแบบญี่ปุ่นที่เธออยากทาน เนตรชนกถามว่า ใครทำ น้อยตอบเนียนๆว่าป้าแจ่มทำ เธอเอะใจว่าป้าแจ่มทำเป็นด้วยหรือ วันก่อนยังบอกอยู่เลยว่าทำไม่เป็น

"สงสัยไปดูจากรายการทีวีมามังคะ" น้อยพูดไปเรื่อย เปื่อย เนตรชนกขอบใจแล้วลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย

ศศิมนแอบดูอยู่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แต่หารู้ไม่ว่าพอตกคํ่าเนตรชนกนอนดูรูปแม่บอกกับรูปแม่ว่า

"คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เนตรจะไม่ยอมให้มันมาลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านของเราอย่างมีความสุขหรอกค่ะ เนตรจะทำทุกอย่างให้มันไปจากที่นี่ให้ได้ คุณพ่อจะต้องมีคุณแม่คนเดียวเท่านั้น เนตรสัญญาค่ะ" พูดแล้วกอดรูปแม่นํ้าตาไหล...

ooooooo

รุ่งขึ้นชนม์ชนกจะไปเยี่ยมศศิมน ทิพย์ธิดาขอไปด้วยนั่งรถชนม์ชนกไปด้วยกัน ส่วนรถของตัวเองจอดไว้ที่บ้าน

เช้าวันเดียวกันที่ห้องเตรียมอาหาร น้อยคุยกับป้าแจ่มว่าเมื่อวานเนตรชนกทานเต้าหู้ทรงเครื่องจนหมดอย่างเอร็ดอร่อย ป้าแจ่มถามว่าเต้าหู้ที่ศศิมนทำน่ะหรือ เนตรชนกมาได้ยินพอดี แอบฟังหูผึ่งจึงรู้ว่าที่แท้ป้าแจ่มทำไม่เป็น   ศศิมนเป็นคนทำ

ให้แต่ป้าแจ่มชิมเพราะเธอเหม็นกลิ่นเต้าหู้

พอรู้ความจริงเนตรชนกแค้นนัก วางแผนแก้เผ็ดทันที ทำเป็นเข้าครัวถามว่ามีอะไรทานบ้างตนหิวแล้ว แต่แล้วก็เสนอให้ป้าแจ่มทำเต้าหู้ญี่ปุ่นอย่างเมื่อวานเพราะอร่อยดี   วันนี้ขอชามใหญ่ๆเลย

ป้าแจ่มกระอักกระอ่วนใจ พอเนตรชนกออกไปก็ปรึกษากับน้อยว่าจะทำอย่างไรดี

เนตรชนกออกไปเจอศศิมนถามว่าจะไปไหน ศศิมนตอบอย่างเกรงใจว่าเปล่า ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เนตรชนก

ทำเป็นญาติดีด้วยชวนรอกินเต้าหู้ทรงเครื่องด้วยกัน ป้าแจ่มกำลังทำอยู่

ศศิมนกระอักกระอ่วนใจ   แต่ตอบรับเพราะคิดว่า

เนตรชนกเริ่มยอมรับตนแล้ว...

ooooooo

ป้าแจ่มกับน้อยตกที่นั่งลำบากไม่รู้จะทำเต้าหู้ ทรงเครื่องตามคำสั่งของเนตรชนกอย่างไร เพราะทั้งคู่ ไม่เคยทำเลย เมื่อจนแต้มเข้าทั้งที่รู้ว่าศศิมนไม่ชอบกลิ่นเต้าหู้ก็จำเป็นต้องรบกวน

แต่พอน้อยโผล่เข้าไปดูในห้องอาหารก็หัวหดกลับมาบอกป้าแจ่มหน้าตาตื่นว่าศศิมนนั่งคุยอยู่กับเนตรชนกในห้องอาหาร สุดท้ายน้อยโยนกลองว่า "ป้าต้องมั่วเอาเองแล้วล่ะ"

พอป้าแจ่มยกเต้าหู้ทรงเครื่องไปตั้งโต๊ะ เนตรชนกโวยวายว่าทำไมเละเทะแบบนี้   จับโกหกทันทีว่าเมื่อวาน

ใครทำบอกมาเสียดีๆ สุดท้ายป้าแจ่มต้องยอมรับว่าเมื่อวานศศิมนเป็นคนทำ โดนเนตรชนกเล่นงานอีก หาว่าโกหกตบตาตน แบบนี้ดูถูกกันเกินไปแล้ว

ทั้งป้าแจ่มและน้อยช่วยกันขอโทษสัญญาว่าต่อไปจะไม่โกหกอีกแล้ว ศศิมนก็ช่วยขอร้องว่าอย่าโกรธป้าแจ่มกับน้อยเลย ยอมรับเสียเองว่า "มนเป็นคนขอร้องเขาเองค่ะไม่ให้ บอกคุณเนตรว่ามนทำ"

เนตรชนกด่าศศิมนทันทีว่ามาเป็นคุณผู้หญิงวันเดียวก็เสี้ยมสอนให้คนในบ้านโกหกแล้ว ส่วนป้าแจ่มกับน้อยนั้น ตนจะฟ้องคุณพ่อให้หักเงินเดือนครึ่งหนึ่งทั้งสองคน ทำเอาทั้ง ป้าแจ่มและน้อยหน้าซีดเผือด

"คุณเนตรคะ อย่าลงโทษป้าแจ่มกับน้อยเลยค่ะ มนเป็นต้นเหตุ มนขอรับผิดชอบเอง" เนตรชนกได้ทีถามยํ้าว่าจะรับผิดชอบหรือ "ค่ะ คุณเนตรจะให้มนทำอะไรก็บอกเลยค่ะ มนจะทำทุกอย่าง ขอแค่อย่าหักเงินเดือนสองคนนี้ก็พอ"

"งั้น เธอก็กินเต้าหู้ชามนี้ให้หมดสิ ทำได้ไหมล่ะ"

ศศิมนชะงักอึ้งคิดไม่ถึงว่าเนตรชนกจะมาไม้นี้ แต่เพื่อช่วยป้าแจ่มกับน้อยและรักษาคำพูดของตัวเอง   ศศิมนกล้ำกลืนกินเต้าหู้อย่างพะอืดพะอม   โดยมีเนตรชนกยืนกอดอกดูอยู่

อย่างสะใจ

ooooooo

ที่หน้าบ้านเนตรชนก ชนม์ชนกขับรถมาจอดหน้าบ้าน โดยมีทิพย์ธิดานั่งเชิดระเหิดระหงมาด้วย

รถของเคนเข้ามาจอดเวลาไล่เลี่ยกัน เคนลงจากรถพร้อมช่อดอกไม้สีสวยหวานแต่ไม่ได้สังเกตชนม์ชนกกับทิพย์ธิดาที่กำลังเดินเข้าไปในบ้าน

ป้าแจ่มกับน้อยสงสารศศิมนมากที่พยายามกล้ำกลืนกินเต้าหู้ ป้าแจ่มอยากเข้าไปขอให้พอ แต่เจอสายตาโหดของเนตรชนกก็ชะงัก

ขณะศศิมนกำลังจะแย่นั่นเอง ชนม์ชนกเดินเข้ามาพอดี เธอดีใจมากที่พี่ชายมาช่วยได้ทันเวลา ชนม์ชนกถามว่าทำอะไรอยู่ ส่วนทิพย์ธิดาถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้น

"มน...มนเหม็นเต้าหู้ค่ะ" ขาดคำก็อ้วกใส่ทิพย์ธิดา แม้ทิพย์ธิดาจะตกใจโกรธแต่ก็ไม่โวยวาย เพราะศศิมนเป็นน้องชนม์ชนก

"เหม็นแล้วกินเข้าไปทำไม หรือว่ามีคนบังคับให้เธอกิน" ชนม์ชนกถามพลางแย่งชามเต้าหู้ไปหันขวับมองหน้าเนตรชนกอย่างเอาเรื่อง แต่ฝ่ายนั้นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

"เนตรจ๋า...อ้าว..." เคนทะเล่อทะล่าถือช่อดอกไม้เข้ามา พอเห็นบรรยากาศตรงหน้าก็หยุดกึกพูดไม่ออก ถามอ่อยๆว่า "ทำอะไรกันอยู่เหรอคร้าบบ"

ชนม์ชนกจ้องหน้าเนตรชนกถามว่าฝีมือเธอใช่ไหม เนตรชนกสวนไปทันทีว่าอย่ามากล่าวหากันแบบนี้ เคนเห็นเนตรชนกกำลังต่อล้อต่อเถียงกับชนม์ชนก ก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษสะอึกเข้าไปถามชนม์ชนกว่า มาว่าคนของตนได้ไง ตนไม่ยอม

"คุณเป็นใคร แล้วมาเกี่ยวอะไรด้วย" ทิพย์ธิดาจ้องเขม็ง เคนหันมองอ้าปากจะเถียง แต่พอสบตาทิพย์ธิดาเท่านั้นก็พูดไม่ออก  อึกๆอักๆแล้วชมว่าสวยจัง  ดอกไม้เกือบร่วงจากมือ

ดีแต่คว้าไว้ทัน

"เนตรจัดการเอง" เนตรชนกผลักเคนออกไป ถามทิพย์ธิดาว่า "แล้วเธอล่ะเป็นใคร เกี่ยวด้วยตรงไหนถึงได้เข้ามาสอดเรื่องของคนอื่นเขาแบบนี้"

"ฉันเป็นแฟนคุณชนม์ชนก เมื่อเธอหาเรื่องศศิมน ฉันก็มีสิทธิ์ปกป้องน้องสาวของชนม์ เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน" ทิพย์ธิดาอ้างเต็มปากเต็มคำ ทำเอาชนม์ชนกเหวอ

พอฟังทิพย์ธิดา เนตรชนกแผดเสียงใส่ว่าจะเล่นหมาหมู่

กันเหรอ ได้เลย พลางสะอึกเข้าหา ชนม์ชนกถูกด่าก็ด่าสวนไปว่าหยาบคายก้าวร้าวพูดจาเลวมาก

"มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน"   เนตรชนกปรี่เข้าไปจะฟาดชนม์ชนกถูกทิพย์ธิดาสะอึกเข้ามาขวาง ปรามว่าถ้าแตะต้องชนม์ชนกแม้แต่นิดเดียวได้เจอดีแน่

"งั้นก็ลองเลยแล้วกัน" เนตรชนกคว้าชามเต้าหู้ขว้างไปกลางวง ถูกทิพย์ธิดาเขวี้ยงคืน เคนผวาไปรับไว้ทัน  เกลี้ยกล่อมว่าอย่าตีกันเลย ผู้หญิงตีกันดูไม่น่ารัก ส่วนศศิมนก็ขอร้องว่าพอเถอะ หยุดเถอะ

ทิพย์ธิดายุชนม์ชนกว่าอย่ายอม แต่เขากลับบอกเธอว่าอย่าไปแลกกับคนแบบนี้เลย เลอะเทอะหมดแล้ว บอกว่าตนจะส่งเธอกลับบ้านดีกว่า ทิพย์ธิดายอมฟังแต่หันไปพูดกับเนตรชนกว่า "นับว่าเธอโชคดี"

"ไปมน ไปกับพี่" ชนม์ชนกเรียกศศิมนแล้วพูดอาฆาตเนตรชนกว่า "เรื่องนี้ผมต้องสะสางคุณแน่" แล้วทั้งตัวเขา ศศิมน และทิพย์ธิดา ก็พากันกลับไป

พอพวกชนม์ชนกไปหมดแล้ว เคนยื่นช่อดอกไม้ให้ เนตรชนก เธอรับอย่างขอไปทีแล้วเดินเข้าข้างใน เคนรีบวิ่งตาม

ooooooo

ชนม์ชนกให้ทิพย์ธิดากลับไปก่อน ส่วนเขาพาศศิมนไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ให้น้องเล่าเรื่องทั้งหมด ให้ฟัง

ส่วนเคนเริ่มแผนการของตนที่คุยกับอุ่นไว้แล้วว่าจะชวนเนตรชนกไปเปลี่ยนบรรยากาศ เอ่ยปากชวนพรุ่งนี้ถ้าไม่ติดอะไรไปขับรถเล่นกันไหม เนตรชนกตกลงเพราะอยู่บ้านก็เหม็นขี้หน้าคนเปล่าๆ

พูดกันไม่ทันไร ชนม์ชนกกับศศิมนก็กลับเข้ามา ชนม์ชนก ให้ศศิมนเข้าไปก่อนเดี๋ยวตนตามไป เนตรชนกหมั่นไส้ลุกเดินจะเข้าบ้าน ชนม์ชนกเรียก เมื่อเธอทำหูทวนลมเขาเข้าไปคว้าแขน เธอร้องให้ปล่อย กลับถูกเขาเอามืออุดปากลากไปที่รถ ถูกเนตรชนกกัดมือจนต้องปล่อย เขาโมโหเลยกัดไหล่เธอบ้าง เนตรชนกอ้าปากเพราะเจ็บ ชนม์ชนกยัดเธอใส่รถขับออกไปทันที

งวดนี้ไม่มีการด่า ไม่มีการตบการข่วน แต่ต่างกัดกันเลยทีเดียว

ooooooo

ตอนที่ 2

เทพไทได้ยินเสียงเอะอะเดินมาถามคนรับใช้ว่าเสียงอะไร พอรู้ว่ามีคนมาหาตนแต่เนตรชนกออกไปพบแล้ว เทพไทเดินออกไปทางหน้าบ้าน เจอเนตรชนกกำลังอาละวาดใส่ชนม์ชนกพอดี เทพไทรีบวิ่งเข้าไปหย่าศึก

เนตรชนกไล่ตะเพิดให้ชนม์ชนกออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้ไม่งั้นจะเรียกตำรวจจับ เทพไทรีบเข้าไปแทรกถามว่าอะไรกัน ถามชนม์ชนกว่ามาหาตนหรือ ฝ่ายนั้นมองหน้าถามว่าเขาเองหรือคือเทพไท

พอเทพไทรับว่าใช่เท่านั้น ชนม์ชนกตรงเข้าไปชกจนเทพไทกระเด็น เขาตามไปประเคนหมัดซ้ำไม่ยั้ง จนเนตรชนกร้องกรี๊ดที่เห็นพ่อถูกต่อย พุ่งเข้าไปทุบตีชนม์ชนกพัลวัน ปากก็ตะโกน

"ไอ้บ้า ปล่อยพ่อฉันนะ"

"โอ๊ย...นี่มันอะไรครับคุณ ผมเจ็บนะ" เทพไทโวยวาย

"เจ็บเหรอ นี่มันเจ็บไม่ถึงเศษเสี้ยวของความเจ็บที่แกทำกับยัยมนหรอก คนอย่างแกมันสมควรตายมากกว่า" เทพไทชะงักเมื่อได้ยินชื่อศศิมน  ชนม์ชนกบอกย้ำว่า  "ศศิมน  น้องสาวฉัน

ชาตินี้ความผิดอย่างเดียวที่ยัยมนทำก็คือมาคบกับผู้ชายเลวๆ ไร้ความรับผิดชอบ ไข่แล้วทิ้งอย่างแกนี่แหละ ต่อไปนี้อย่าได้เอาหน้าของแกไปให้ยัยมนเห็นอีกเป็นอันขาด หลานคนเดียวฉันเลี้ยงได้"

เทพไทตกใจตะลึงอึ้งถามงงๆ ว่าหมายความว่าอะไร ชนม์ชนกชี้หน้าด่าอย่างไม่หายแค้น

"อย่ามาตีหน้าซื่อแกล้งโง่ดีกว่า มันไม่มีประโยชน์ หรอก ฉันขอเตือนนะ อย่ามาให้น้องสาวฉันเห็นหน้าอีก ไม่งั้นโดนหนักกว่านี้แน่"

ต่อยและด่าจนสะใจแล้ว ชนม์ชนกหันหลังเดินออกไป เนตรชนกตามไปทุบอั้กๆๆ ชนม์ชนกแค่ปัดป้องเนตรชนกก็เซล้มแล้ว เขาขึ้นรถขับออกไปอย่างฉุนเฉียว เนตรชนกมองตามอย่างเกลียดชังแล้วนึกได้รีบวิ่งกลับมาประคองพ่อถามว่าเป็นยังไงบ้าง เทพไทไม่ตอบคำถาม แต่กลับรำพึงเหมือนตกอยู่ในภวังค์

"คุณมนท้องเหรอ..."

ooooooo

เมื่อเรื่องเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว ทัดไทกับเนื้อนวล ตกลงกันว่าจะไปสู่ขอศศิมนให้ลูกชายให้ถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีเสีย เทพไทดีใจมาก แต่คนที่ค้านหัวชนฝาอาละวาดจนบ้านแทบแตกคือเนตรชนกยืนกรานไม่ยอมให้พ่อไปสู่ขอศศิมนเด็ดขาด หาว่านั่นแค่แผนการเพื่อจับพ่อตนเท่านั้น

เทพไทขอร้องเนตรชนกให้เข้าใจปัญหาหน่อย ทัดไท ก็หว่านล้อมว่าหลานกำลังจะมีน้อง แต่เนตรชนกไม่ต้องการค้านหัวชนฝา อ้อนปู่กับย่าให้ช่วยพูดกับพ่อให้ด้วย

เนื้อนวลสงสารหลานบอกว่าย่าไม่ไปก็ได้ บอกสามีกับลูกชายว่าให้ไปกันสองคนก็แล้วกันตนสงสารหลาน ทัดไท กับเทพไทจึงพากันไปสองคน

เนตรชนกวิ่งไล่ตามรถหมายจะยับยั้งไว้อีก เมื่อไม่ทันก็ร้องไห้โฮ จนเนื้อนวลเรียกมากอดไว้

"คุณพ่อไม่รักเนตรแล้ว เพราะผู้หญิงคนนั้น มันแย่งคุณพ่อไปจากเนตร เนตรเกลียดมันค่ะคุณย่า เนตรเกลียดมัน!" เนตรชนกแผดเสียงระบายความแค้นในอ้อมกอดของย่า

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ชนม์ชนกบอกศศิมนอย่างแค้นใจว่าต่อไปนี้ห้ามไปพบหน้าเทพไทอีก ลูกในท้องตนจะเลี้ยงให้เองยกให้ตนเลยก็ได้

ศศิมนตกใจถามว่าไปหาเทพไทมาใช่ไหม บอกอะไรเขาไปบ้าง พอรู้ว่าพี่ชายบอกว่าเธอท้อง ศศิมนจึงบอกว่าเทพไทไม่รู้เรื่องนี้พี่ไม่น่าบอกเลย ทำเอาชนม์ชนกงงร้อง "อ้าว...ทำไมล่ะ"

"มนไม่อยากให้คุณเทพมีปัญหากับลูกสาว พอคุณเทพขอเลิกกับมน มนก็เลยไม่ได้บอกเรื่องลูกในท้องน่ะค่ะ"

"ลูกสาว...อ๋อ...ยัยปากดีตัวแสบนั่นน่ะเหรอ ดีแล้วล่ะที่มนไม่ต้องไปอยู่ร่วมชายคากับคนแบบนั้น ผู้หญิงอะไร หน้าตาก็ดี แต่จิตใจร้ายกาจชะมัด ใครได้ไปเป็นเมียคงซวยทั้งชาติ" ชนม์ชนกพุ่งเป้าไปที่เนตรชนกจนลืมเรื่องเทพไทไปเลย

ooooooo

ตกบ่าย รถของเทพไทก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านชนม์ชนก เพียงเทพไทก้าวลงจากรถเท่านั้น ชนม์ชนก ก็พรวดเข้ามาอย่างฉุนเฉียว กระชากคอเสื้อเทพไทตะคอกถาม

"แกยังกล้ามาที่นี่อีกเหรอ"

"พี่ชนม์ อย่าค่ะ..." ศศิมนวิ่งออกมาห้าม หันไปยกมือไหว้ทัดไท ทำให้ชนม์ชนกต้องไหว้ด้วยตามมารยาท ถามเย็นชาว่ามีธุระอะไรไม่ทราบ ทัดไทจึงพูดในฐานะผู้ใหญ่ว่า

"ผมมาขอพบคุณชัชชัยกับคุณหญิงเปรมปรีด์ครับ"

"คุณพ่อผมจะมาเจรจาสู่ขอคุณมนครับ" เทพไทรีบบอก ทำเอาศศิมนตะลึงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

เมื่อพากันเข้าไปนั่งในห้องรับแขก ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพบปะพูดคุยกันแล้ว เทพไทถือพานธูปแพเทียนแพเข้าไปกราบขอขมาชัชชัยกับคุณหญิง เอ่ยอย่างสำนึก...

"ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวครับ และผมยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่าง"

ชัชชัยถามเทพไทให้ตอบอย่างลูกผู้ชายว่ารักลูกสาวตนหรือเปล่า เทพไทตอบหนักแน่นว่ารัก รักมาก ชนม์ชนกทนไม่ได้ ทะลุกลางปล้องขึ้นว่า "รักเหรอ แล้วมาขอเลิกกับยัยมนทำไม"

"ผมกลัวว่าลูกสาวผมจะทำให้คุณมนลำบาก ผมก็เลย..." เทพไทชี้แจงอย่างลำบากใจ ถูกชนม์ชนกถามประชดว่าเลยเสียสละเพื่อปกป้องน้องสาวตนหรือ ฟังดูพิลึก

คุณหญิงปรามชนม์ชนกว่าอย่าเสียมารยาท ทัดไทจึงพูดขึ้นว่า

"ตอนนี้ ทายาทของเราทั้งสองครอบครัวก็กำลังจะเกิดมา ผมว่าเรามาปรองดองกันเถอะครับ เพื่อเห็นแก่หลานของเรา"

"อนุญาตให้เราแต่งงานกันนะครับ" เทพไทรีบขอ

"แล้วลูกสาวคุณล่ะ จะว่ายังไง ถ้ายัยเด็กร้ายกาจคนนั้นมาหาเรื่องน้องสาวผม ผมไม่ยอมนะบอกไว้ก่อน" ชนม์ชนกยังขึงขัง

"ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณมนเด็ดขาด ผมจะปกป้องคุณมนด้วยชีวิตผมเอง" เทพไทขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ศศิมนมองหน้าเขาด้วยความซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ

ooooooo

เนื้อนวลกอดปลอบใจ เนตรชนกที่หนุนตักย่าร้องไห้จนหลับไป ฝันร้ายว่าพ่อทิ้งตนไป ร้องเรียกทั้งพ่อทั้งแม่ดิ้นกระสับกระส่าย เนื้อนวลสงสารหลานปลุกจนตื่น พอตื่นขึ้นมา เนตรชนกก็คร่ำครวญต่อ...

"คุณแม่ทิ้งเนตรไปคนหนึ่งแล้ว คุณพ่อยังจะมาทิ้งเนตรไปอีก เนตรไม่เหลือใครอีกแล้ว คุณย่าอย่าทิ้งเนตรไปนะคะ"

เทพไทกับทัดไทกลับมาพอดี เทพไทรีบเข้าปลอบโยนลูกว่า พ่อไม่ทิ้งลูกไปไหนหรอก เธอขอให้พ่อสัญญาทันทีว่าจะไม่แต่งงานใหม่ ทำเอาเทพไทอึกอัก ทัดไทผู้เป็นปู่จึงหว่านล้อมว่า เมื่อไรจะเข้าใจเสียทีว่าพ่อจำเป็นต้องแต่งงานกับศศิมน

"เนตรไม่เข้าใจค่ะว่าทำไมจะต้องแต่งงานด้วย   ถ้าคุณพ่ออยากรับผิดชอบที่ทำแม่นั่นท้อง ก็จ่ายค่าเลี้ยงดูไปสิคะให้แม่เขาเลี้ยงไป" เนตรชนกดันทุรัง

"ทำแบบนั้นไม่ได้นะเนตร น้องจะขาดความอบอุ่น มีแต่แม่ไม่มีพ่อได้ยังไง น้องไม่ได้ทำผิดอะไรนะ"

เนตรชนกยังตะแบงว่าแล้วตนทำผิดอะไรถึงได้มีแต่พ่อไม่มีแม่   เทพไทบอกว่ามันไม่เหมือนกัน   เธอก็ยังรั้นจะให้เหมือนกันให้ได้ อ้างว่าตนไม่มีแม่ ตนยังโตมาได้ ลูกแม่นั่นไม่มีพ่อก็ต้องโตขึ้นมาได้เหมือนกัน

ทัดไทฟังแล้วส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ บอกเทพไทว่าให้อธิบายกันเองก็แล้วกันพ่อไม่ไหวแล้วพลางชวนเนื้อนวลออกไป ปล่อยให้พ่อลูกเขาคุยกันเอง เทพไทโอบไหล่เนตรชนกให้นั่งลง มองหน้าลูกขณะชี้แจง

"ฟังพ่อนะเนตร พ่อต้องรับผิดชอบเลือดเนื้อเชื้อไขของพ่อที่จะเกิดมาดูโลก ให้เขามีชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่พ่อจะให้ได้ จะให้พ่อทิ้งขว้างเขาอย่างที่เนตรบอก พ่อทำไม่ได้จริงๆ"

"อ้อ...ทิ้งเขาไม่ได้แต่ทิ้งเนตรได้งั้นเหรอคะ ชีวิตของเนตรเหลือคุณพ่อคนเดียวแล้วนะคะ   คุณพ่อจะให้เนตรไม่เหลือใครเลยใช่ไหมคะ" เนตรชนกยังคงไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น

เทพไทบ่นอย่างจนปัญญาว่า จะพูดอย่างไรดีลูกถึงจะเข้าใจ เธอสวนไปทันทีว่าไม่ต้องพูดหรอกแค่เลิกกับผู้หญิงคนนั้นก็พอแล้ว

"เนตรก็รู้ว่าพ่อทำไม่ได้" เทพไทเสียงเข้มขึ้น เนตรชนกน้ำตาไหลพรากมองพ่ออย่างผิดหวังเสียใจ ค่อยๆลุกแล้วพลันก็วิ่งออกไป เทพไทพยายามเรียกแต่ก็ไร้ผล เธอขับรถพุ่งไปอย่างเร็ว เทพไทได้แต่มองตามรถไปด้วยความกลุ้มใจ

ooooooo

เนตรชนกขับรถไปหาอุ่นที่บ้าน อุ่นอยู่กับคุณยายซึ่งนอนป่วยอยู่ในบ้านเก่าๆ พอเคนรู้ข่าวก็มาสมทบ อุ่นปลอบใจจนเนตรชนกหยุดร้องไห้แล้ว บอกเพื่อนรักว่าอย่าคิดมากเพราะคุณอาพ่อของเธอก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน เคนที่ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะพูดเอาใจเนตรชนกท้วงติงอุ่นว่า

"อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่มีเวลาให้ มันแย่ยิ่งกว่าอยู่คนละบ้านอีกนะอุ่น"

อุ่นแว้ดเบาๆว่า ถ้าพูดอะไรที่สร้างสรรค์ไม่เป็นก็หุบปากไปเลย แต่เนตรชนกบอกว่า เคนพูดถูกเพราะถ้าพ่อแต่งงานไปแล้วคงถูกจิกไว้ไม่ปล่อยแน่ๆ พ่อก็คงจะหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเหมือนกัน

เนตรชนกยิ่งพูด ยิ่งคิด ก็ยิ่งไม่พอใจ อุ่นบอกว่าอย่าเพิ่งมองในแง่ร้ายขนาดนั้น เขาอาจจะไม่ใช่คนแบบนั้นก็ได้ เนตรชนกย้อนถามว่าผู้หญิงที่ปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับผู้ชายนั้นจะเป็นแบบไหนล่ะ

"เอาเหอะน่ะ ยังไงเขาก็กำลังอุ้มท้องน้องของเธอ คิดซะว่าเห็นแก่เด็กก็แล้วกัน" อุ่นขอ

"ไม่ได้นะเนตร เราต้องไม่เห็นแก่ใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเด็ก สตรีมีครรภ์หรือว่าคนชรา" เคนปากอยู่ไม่สุข เลยถูกอุ่นตบหลังผัวะจนหน้าทิ่ม ไล่ให้ไปนั่งไกลๆเลย เคนยักแย่ยักยันลุกขึ้นบ่นออด

"โอย...ยัยอุ่น พูดแค่นี้ต้องถีบกันด้วย"

อุ่นถลึงตาใส่ทำนองจะเอาอีกสักป้าบไหม เคนเลยเดินหน้าตูมไปนั่งอยู่ห่างๆ อุ่นหันไปบอกเพื่อนรักว่า เชื่อตนเถอะ ให้เห็นแก่เด็กที่กำลังจะเกิดมา เพราะนั่นคือน้องแท้ๆของเธอนะ

"ไม่ ฉันไม่นับมันเป็นน้อง ยิ่งถ้ามันเกิดมาทุกคนก็ต้องไปรุมรักมัน แล้วก็จะไม่มีใครรักฉันอีก ฉันไม่ยอมให้ มันสองแม่ลูกมาแย่งทุกอย่างไปจากฉันหรอก ไม่มีวัน!"

"แล้วเนตรจะทำยังไง" อุ่นถามอย่างกลุ้มใจ เนตรชนกไม่ตอบแต่นั่งหน้าเครียด คิดหนัก

ooooooo

ดึกแล้ว ปรากฏว่าเทพไทเดินงุ่นง่านเป็นหนูติดจั่นอยู่ในบ้าน ทั้งเป็นห่วงลูกทั้งกลุ้มใจเรื่องของตัวเอง พอเห็นรถของเนตรชนกขับเข้ามา เขาดีใจมากรีบเข้าไปหา

"ทำไมกลับดึกขนาดนี้ล่ะเนตร แล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์พ่อ"

เนตรชนกหน้าตึงตอบห้วนๆว่าไม่อยากรับ ครั้นเทพไทบอกว่ากลับดึกแบบนี้พ่อเป็นห่วง เธอก็กระแทกเสียงไปว่า เนตรไม่แคร์

"เนตร..." เทพไทครางออกมาอย่างเจ็บปวด เธอตัดบทว่าตนง่วงนอนแล้วขอตัวก่อน ว่าแล้วเข้าบ้านไปอย่างไม่แยแสพ่อที่อุตส่าห์ออกมารับ เทพไทเลยเดินคอตกตามลูกเข้าไป

พอเข้าห้องนอนตัวเอง เนตรชนกก็เอาแต่นั่งครุ่นคิดคุมแค้นเฝ้าถามตัวเองว่า "ฉันจะทำยังไงดี" สุดท้ายทิ้งตัวลงนอนก่ายหน้าผาก
คิดถึงเรื่องที่เทพไทถูกชนม์ชนกชกหน้าและตามไปประเคนซ้ำจนเทพไทตั้งตัวไม่ติด คิดถึงตอนที่พ่อรู้ว่าศศิมนท้องแล้วทำหน้าตกใจ...
คิดแล้วเนตรชนกลุกขึ้นนั่งเหมือนคิดอะไรบางอย่างได้แล้ว...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เนตรชนกเดินเข้าไปที่คริสตัลพาเลซขอพบเจ้าของโรงแรม แจ้งแก่พนักงานว่า

"คุณชนม์ชนกเหรอคะ จะให้เรียนว่าใครต้องการพบคะ"

"ดิฉันค่ะ เนตรชนก"

แอนนาเข้าไปรายงานชนม์ชนกว่า เนตรชนกรออยู่ข้างนอก ตนถามว่ามีอะไรก็บอกว่าเรื่องส่วนตัวต้องคุยกับบอสเอง ชนม์ชนกจึงให้ไปเชิญเข้ามา พอแอนนาเดินออกไป ชนม์ชนก ก็ถามตัวเองอย่างรู้ฤทธิ์เดชของเนตรชนกดีว่า "จะมาไม้ไหนวะเนี่ย"

อึดใจเดียวก็มีเสียงเคาะประตู เขาเชิญให้เข้ามาแล้วเชิญนั่ง เนตรชนกปั้นหน้าปึ่งบอกว่าตนมีเรื่องอยากตกลงกับเขาไม่จำเป็นต้องนั่งเพราะพูดเดี๋ยวเดียวก็จะไปแล้ว เขาจึงให้เริ่มว่ามาเลย

"ฉันรู้ว่าคุณไม่อยากจะให้น้องสาวคุณแต่งงานกับพ่อฉัน ฉันก็เหมือนกัน ฉันว่าเรามาร่วมมือกันดีกว่า" ชนม์ชนก

ถามงงๆว่าร่วมมืออะไร "ทำลายงานแต่งงานนี้เสีย" เนตรชนกพูดเสียงเข้ม

"คุณเพี้ยนไปรึเปล่า ถึงผมจะไม่อยากให้น้องสาวผมแต่งงานกับพ่อคุณแค่ไหน แต่ผมก็เคารพการตัดสินใจของน้องสาวผม คุณเองก็ควรจะเคารพการตัดสินใจของพ่อคุณเหมือนกัน"

เนตรชนกยิ้มเยาะถามว่าปอดหรือ ที่แท้ก็ดีแต่ปาก ชนม์ชนกฉุนกึก เสียงดังว่าตนไม่ใช่เด็กเอาแต่ใจตัวเองเหมือนเธอจะได้ไม่ยอมเข้าใจคนอื่น ไม่เคารพความคิดใคร

"อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย คุณน่ะ มันก็แค่เอาตัวรอดไปวันๆ ได้แต่ตามน้ำไปเรื่อย พอใครว่ายังไงคุณก็ว่าตาม เคยมีจุดยืนบ้างไหม"

"ผมพอจะเข้าใจพ่อคุณแล้วว่าทำไมถึงปวดหัวกับคุณ ก็พูดไม่รู้เรื่องแบบนี้นี่เอง"

"ก็ได้ คุณไม่ร่วมมือกับฉัน ฉันก็ไม่เห็นต้องแคร์ เรื่องแค่นี้ ฉันจัดการเองก็ได้" พูดแล้วจิกตาเย้ยอีกครั้งก่อนหมุนตัวจะเดินออกไป ชนม์ชนกลุกมาคว้าแขนไว้ถามว่าเธอจะทำอะไร เนตรชนกลอยหน้ากวนประสาทถามว่า "ทำไมฉันต้องบอกคุณด้วย"

"ผมขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าคุณทำให้น้องสาวผมเสียใจผมรับรองว่าคุณจะต้องเสียใจยิ่งกว่าน้องสาวผมเป็นร้อยเท่าพันเท่า"

เนตรชนกมองเขาด้วยสายตายียวน ยิ้มกวนประสาท พูดเย้ยๆใส่หน้าว่า

"ขอโทษนะ พอดีฉันเป็นคนไม่กลัวหมาเห่าซะด้วยสิ เห็นเขาว่าหมาที่ดีแต่เห่ามันมักจะไม่กัด"

เนตรชนกสะบัดแขนเดินเชิดออกไปแล้ว ชนม์ชนกยังยืนอึ้ง อึดใจหนึ่งจึงคำรามเบาๆ

"ปากเก่งนักนะ สักวันฉันจะทำให้เธอพูดไม่ออกเลย คอยดู!"

ส่วนเนตรชนกไปถึงลานจอดรถแล้วยังไม่หายหงุดหงิด บ่นอย่างหัวเสีย

"บ้าจริงๆ  อีตานั่นดันปอดแหกขึ้นมาซะอีก  แล้วจะเอาไงดีเนี่ยเรา เฮ้อ...แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด"

ooooooo

กลุ้มๆเบื่อๆในที่สุดเนตรชนกก็ไปหาอุ่นที่บ้านตามเคย ที่นั่นเคนมาคอยเฝ้าอยู่แล้ว จนอุ่นถามอย่างรำคาญว่าไม่มีอะไรทำรึไงถึงมานั่งได้ทุกวัน เคนทำลอยหน้าบอกว่าตนห่วงที่รัก ทำเอาอุ่นเขินคิดว่าเคนหมายถึงตัวเอง แต่พอเคนบอกว่าเนตรชนกเป็นที่รักของตน เมื่อที่รักกำลังเป็นทุกข์ก็ต้องมาคอยดูแล อุ่นปรับอารมณ์แทบไม่ทัน เลยทำเสียงอ้วกอย่างหมั่นไส้

เคนหยอกแกมหยิกว่านี่ถ้าไม่ใช่อุ่น ตนคิดว่าต้องท้องแน่ๆมาอ้วกแบบนี้ อุ่นย้อนถามว่าเป็นตนแล้วเป็นไง เคนทำตาปริบๆตั้งท่าเตรียมถอยก่อนบอกว่า

"ก็หน้าแบบเธอน่ะ คงไม่มีใครกล้ามาทำเธอท้องหรอก"

พลั่ก! เสียงอุ่นฟาดใส่หลังเคนจนหงายท้อง เนตรชนกบ่นเพื่อนทั้งสองคนว่าหยุดทะเลาะกันเสียที ตนกำลังใช้ความคิด อุ่นถามว่าจะไปคิดให้ปวดหัวทำไม อีกไม่กี่วันพ่อเธอก็จะแต่งงานแล้ว ห้ามเขาไม่ได้หรอก

"ให้เคนไปเผาทุกโรงแรมเลยดีไหม เขาจะได้ไม่มีที่จัดงาน" เคนทะลึ่งตามเคย นอกจากไม่มีใครสนใจแล้วยังถูกอุ่นด่าอีก

เนตรชนกบ่นว่าพ่อดักทางไว้หมด ตนไม่รู้เรื่องการเตรียมงานอะไรเลย พูดอย่างหมายมาดว่าคิดหรือว่าทำแบบนี้ แล้วจะหยุดตนได้ อุ่นบอกว่าเลิกคิดเสียเถอะ ยังไงเขาก็ต้องแต่งกันจนได้นั่นแหละ

"อยากแต่งงานนักใช่ไหม ก็ได้...ฉันจะรอจนถึงวันนั้น" เนตรชนกจ้องจิกไปข้างหน้าอย่างหมายมาดมุ่งมั่นมีเลศนัย

ooooooo

เนื้อนวลเอาใจหลานสาวเตรียมทุกอย่างไว้ให้ พร้อม แม้กระทั่งชุดที่จะใส่ไปงานแต่งงานของพ่อ เธอไม่สนใจ อ้างว่าตนไม่ได้เป็นเจ้าสาวไม่ต้องซีเรียสหรอก ส่วนทัดไทผู้เป็นปู่ก็พูดเอาใจว่าดีใจที่หลานเข้าใจและยอมไปร่วมงานแต่งของพ่อ

"เนตรต้องไปสิคะคุณปู่ งานสำคัญแบบนี้ เนตรไม่พลาดหรอกค่ะ" เธอพูดแล้วหัวเราะนิดๆ เทพไทบอกให้ชวนเพื่อนๆ ไปด้วย อย่างอุ่นกับเคนเป็นต้น "สองคนนั้นต้องไปอยู่แล้วค่ะ ไม่ไปก็อดเห็นอะไรสนุกๆสิคะ เสียดายแย่"

คำพูดเป็นนัยของเนตรชนกทำให้เนื้อนวลสงสัยถามว่าอะไรที่สนุกๆหรือ เธอทำหน้าตายบอกว่า "ก็งานแต่งงานเป็นงานรื่นเริง ก็ต้องสนุกสิคะคุณย่า ไหนคะชุดเนตร เนตรขอเอาไปลองข้างบนนะคะ"

ว่าแล้วหยิบชุดไปงานของตัวเองเดินขึ้นข้างบน

พอเข้าห้องก็โยนชุดไว้บนเตียง หันไปดูรูปถ่ายของแม่ จากนั้นเอากล่องหยิบชุดแต่งงานของแม่ขึ้นมาคลี่บนเตียง ปัดชุดที่ย่าจัดให้ตัวเองลงไปกองที่พื้น

ชุดแต่งงานของแม่ถูกจัดวางอย่างดีราวกับอยู่บนเรือนร่างจริงๆ เนตรชนกก้มลงกอดและซบหน้าราวกับได้กอดแม่ ร้องไห้ อย่างสะเทือนใจ...

ooooooo

ที่โรงแรมคริสตัลพาเลซของชนม์ชนก เริ่มมีการจัดเตรียมห้องจัดงาน โดยตัวเขาลงมาดูแลกำกับเองจนแอนนาถามว่ามาดูแลเองเลยหรือ เขาตอบอย่างภูมิใจว่า "ไม่ได้สิ งานน้องสาวผมทั้งคน"

"พี่ชนม์คงเหนื่อยแย่เลย" ศศิมนพูดอย่างเกรงใจ

แอนนาบอกว่าน่าอิจฉาจังที่เธอมีพี่ชายที่แสนดีอย่างบอส ศศิมนขอบคุณที่แอนนาชื่นชมพี่ชายตน

พอดีเทพไทเข้ามา ชัชชัยที่ดูแลการจัดห้องอยู่กับคุณหญิงเลยชวนมาช่วยกันดูว่าเป็นยังไง ชอบไม่ชอบก็ให้บอกชนม์ชนกจะได้แก้ไขให้

"ชอบไหมคะ ฝีมือพี่ชายมนเองค่ะ" ศศิมนอวด พอเทพไทบอกว่าชอบ ชมว่าชนม์ชนกเก่งหลายอย่าง เลยถูกชนม์ชนกแขวะว่า มีอยู่อย่างหนึ่งที่ตนไม่เก่ง คือหลอกเด็ก

ถูกแขวะเอาซึ่งหน้าทำเอาเทพไทหน้าเจื่อน ส่วนคุณหญิงปรามชนม์ชนกว่าพูดอะไรก็ไม่รู้ เขาก็ยังอุตส่าห์ตะแบงไปได้ว่า

"ผมพูดจริงๆครับคุณแม่ อย่างตอนยัยมนเด็กๆเวลาร้องไห้ ผมมาหลอกล่อให้เงียบไม่เคยได้สำเร็จสักที ก็ผมหลอกเด็กไม่เก่งไงครับ"

ศศิมนเห็นท่าไม่ดีเลยบอกเทพไทว่าตนชักเหนื่อยแล้วให้พาไปพักหน่อย เทพไทจึงขอตัวพาเธอออกจากห้องไป กระนั้นชนม์ชนกก็ยังไม่วายมองตามไปอย่างหมั่นไส้

ooooooo

พอพาเข้ามาพักในห้องที่โรงแรม ศศิมนบอกเทพไทว่าอดทนหน่อยก็แล้วกันพรุ่งนี้เราก็จะแต่งงานกันแล้ว ชนม์ชนกคงไม่ตามไปแขวะเขาถึงบ้านหรอก

"ไม่เป็นไรครับคุณมน ผมทำใจไว้แล้ว ก็ได้แต่หวังว่า สักวันคุณชนม์จะให้อภัยผม"

"อย่าห่วงเลยนะคะ พี่ชนม์เป็นคนมีเหตุผล เพียงแต่ ต้องใช้เวลา ที่เป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะเขารักแล้วก็หวงมนมากไปหน่อย" พูดแล้วถาม "แล้วคุณเนตรล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง"

เทพไทบอกว่าดูๆก็สงบลง ศศิมนเชื่อว่าเนตรชนกคงเข้าใจอะไรๆมากขึ้นแล้ว แต่เทพไทกลับพูดอย่างกังวลว่า

"ก็คงงั้นครับ แต่ผมรู้สึกเหมือนเป็นคลื่นลมสงบก่อนพายุใหญ่จะมา"

แล้วค่ำวันนี้เอง อุ่นก็ไปรับเนตรชนกที่บ้าน เทพไทถามว่าทำไมไม่นอนที่บ้านล่ะ เพราะพรุ่งนี้ก็จะถึงวันงานแล้ว เนตรชนกหันขวับมองหน้าพ่อนิ่ง พูดเรียบๆแต่จิกเจ็บว่า

"เนตรยอมรับปากไปร่วมงานก็มากแล้วนะคะ อย่าให้เนตรต้องมาทนดูความกระดี้กระด้าร่าเริงของทุกคนตั้งแต่เช้าเลยค่ะ ขอเนตรไปอยู่สงบๆดีกว่า"

เทพไทถามว่าแล้วทำไมไม่ขับรถไปเองอุ่นจะได้ไม่ต้องลำบากมารับ อุ่นบอกว่าตนห้ามไว้เองไม่อยากให้เนตรขับรถ ในตอนนี้ เทพไทไม่ติดใจอะไร ฝากอุ่นให้ช่วยดูแลเนตรชนกด้วย

"ค่ะคุณอา อุ่นจะดูแลเนตรให้เองค่ะ"

เทพไทยืนมองสองสาวช่วยกันหิ้วกระเป๋าใบโตออกไปอย่างกลุ้มใจที่ลูกไม่ยอมเข้าใจตนสักที

ooooooo

เคนมาที่บ้านอุ่นแต่เช้าทั้งที่เนตรชนกยังไม่ตื่นเลย อุ่นรีบขึ้นไปปลุกเพื่อนบอกว่าสายแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันพิธีเช้า เนตรชนกงัวเงียขึ้นมาบอกว่า

"ไปกับเคนก่อนนะอุ่น ฉันง่วง ขอนอนต่ออีกแป๊บนึง เดี๋ยวฉันจะตามไป"

"ได้ยังไง ไปลุกๆรีบไปอาบน้ำเร็วเข้า งานพ่อเธอนะ" เนตรชนกพูดอย่างหงุดหงิดว่าไปก่อนเถอะอย่ามายุ่งกับตนแล้วนอนต่อ คราวนี้อุ่นปลุกเท่าไรก็ไม่ยอมลุก จนอุ่นอ่อนใจบ่น "เอาไงดีวะเนี่ยเนตร เดี๋ยวเอารถฉันตามไปนะ ฉันให้เวลานอนอีกครึ่งชั่วโมง ฉันตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว"

เนตรชนกตอบแบบขอไปทีให้จบๆไปว่า เออๆแล้วนอนต่อ

"ฉันไปก่อนนะ" บอกแล้วอุ่นเดินออกไป แต่พอรถของเคนแล่นออกไป เนตรชนกก็ลืมตาขึ้นอย่างไม่มีวี่แววว่าจะง่วงนอนเลย กดปิดนาฬิกาปลุก จ้องจิกตาไปข้างหน้าอย่างเคียดแค้น

ooooooo

ตอนที่ 1

ฟ้าใสๆในยามคล้อยบ่าย...

ที่หน้าโชว์รูมรถสปอร์ตหรูแห่งหนึ่ง อุ่นสาววัยยี่สิบเศษกับเคนหนุ่มในวัยไล่เลี่ยกัน ยืนรอเนตรชนกเพื่อนรักที่เพิ่งเรียนจบสถาบันเดียวกันอยู่ อุ่นดูนาฬิกาข้อมือ ท่าทางรอคอย เคนก็ชะเง้อแล้วชะเง้อเล่า

ครู่หนึ่ง รถหรูคันเล็กกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าทั้งสอง เนตรชนกก้าวลงจากรถ อุ่นร้องทัก

"เนตร ทำไมมาช้าจัง พวกเรารอตั้งนาน"

"โทษที ฉันซื้อของนานไปหน่อย" เนตรชนกขอโทษแต่ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว อุ่นมองเข้าไปในรถเห็นถุงแบรนด์เนมวางเต็มรถไปหมด ถามอย่างทึ่งว่า

"โอ้โห ทำยังกับคนไม่เคยช็อปมาเป็นชาติ อะไรเยอะแยะนักหนาเนี่ยเนตร"

"ก็พวกเสื้อผ้า กระเป๋า ที่จริงไม่ได้อยากจะซื้อหรอก แต่หมั่นไส้คน"

อุ่นถามอย่างรู้นิสัยเพื่อนดีว่าใครเหวี่ยงมาอีกหรือ เนตรชนกเดินไปคุยไปว่าไม่มีอะไร ก็แค่นึกอยากเป็นลูกค้าอันดับหนึ่งแทนบางคน เลยเพิ่มยอดซื้อนิดหน่อย

"เนตรของเคนเนี่ย ไม่เคยยอมเป็นสองรองใครเลยจริงๆ" เคนโมเมตามเคย

"แน่นอน พวกเธอก็เหมือนกัน ห้ามรักใครมากกว่าฉันนะ"

"จ้า...แม่เพื่อนรักที่หนึ่ง" อุ่นตอบอย่างรู้ใจเพื่อน ส่วนเคนพูดตามใจตัวเองตามเคยว่า

"เนตรน่ะ เป็นที่หนึ่งในหัวใจเคนเสมอแหละ" พูดแล้วทำตาหวานให้ด้วย เท่านั้นไม่พอจับมือเนตรชนกขึ้นหอมอีกต่างหาก

เนตรชนกปล่อยให้เคนทำตามใจไม่ถือแต่ยิ้มให้โหดๆ พอชักมือกลับมาก็บิดจมูกเคนโยกไปมาจนเคนร้องโอ๊ย เนตรชนกปรามลอดไรฟัน "ลามปาม เดี๋ยวเหอะ"

หยอกกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ทั้งสามก็พากันเดินเข้าไปในโชว์รูม

ooooooo

เนตรชนกเดินดูรถรุ่นต่างๆ ในโชว์รูม โดยมีเซลส์หนุ่ม คอยอธิบายคุณสมบัติทุกคันที่เธอผ่าน ฟังแล้วทุกคันเหมาะกับเธอหมด ทั้งยังชวนให้ทดลองขับดูก็ได้

"ขอบคุณค่ะ แต่ขอดูไปเรื่อยๆก่อน" เนตรชนกตอบอย่างไม่สนใจคันไหนเป็นพิเศษ จนเคนยุว่า คันนี้สวยดีไม่สนเหรอ พอเนตรชนกส่ายหน้า เคนฉวยโอกาสโมเมอีกแล้วว่า

"ฮื้อ...เลือกมากจริงจริ๊ง คนสวยของเคนเนี่ย"

"ของขวัญรับปริญญาจากคุณพ่อทั้งทีก็ต้องใช้เวลาเลือกนานหน่อยสิ เนตรไม่ใช่คนมักง่ายเหมือนเคนนะ" อุ่นจิกนิดๆ เคนเลยร้อนตัวรีบแก้ว่า

"คนง่ายๆ ไม่ใช่คนมักง่าย พูดให้มันถูกๆหน่อย"

ขณะที่เนตรชนกกำลังเดินดูรถอยู่ในโชว์รูมนั้น ที่หน้าโชว์รูมมีรถสปอร์ตคันหนึ่งสวยมากจอดอยู่ เนตรชนกเดินออกไปดูด้วยความสนใจ แต่พอออกไปภายนอกถูกลมพัดแรงจนผมสลวยปลิวสยายจนกิ๊บหล่น

เป็นจังหวะที่ชนม์ชนกหนุ่มวัย 30 เจ้าของรถคันนั้น กำลังเดินคุยโทรศัพท์ด้วยบลูทูธเดินมาทางรถพอดี เขาเหลือบเห็นเนตรชนกที่ผมกำลังปลิวสยายเคลียใบหน้าสวย ภาพนั้นงดงามจนชายหนุ่มชะงักมอง เขาหยิบแว่นกันแดดมาใส่แล้วเดินไปที่รถด้วยมาดเท่สุดๆ เขาคือ ชนม์ชนกนั่นเอง...

เนตรชนกเกลี่ยผมจากใบหน้าจะก้มลงหากิ๊บที่หล่น สายตาเหลือบเห็นชนม์ชนกในมาดสุดเท่ เธอชะงักนิดหนึ่ง มองจนชนม์ชนกเคลื่อนรถออกไปเธอจึงละสายตา แต่ก็เป็นเวลาที่ชนม์ชนกมองมาทางเนตรชนกอีกครั้งอย่างสนใจ แต่วันนี้กามเทพไม่แผลงศร เลยเป็นแค่ต่างมองกันคนละทีไม่ได้สบตากัน
อุ่นกับเคนเดินออกมาตาม ถามว่าไม่เข้าไปดูรถต่อหรือ เพิ่งดูได้นิดเดียวเอง

"รีบไปเถอะ คุณพ่อรอแย่แล้ว" เนตรชนกเร่ง เพื่อน ทั้งสองเลยเดินไปขึ้นรถของเธอที่จอดอยู่หน้าโชว์รูมนั่นเอง

ooooooo

ที่ร้านอาหารหรู...

ในห้องหนึ่งที่จัดเป็นพิเศษ ตั้งโต๊ะยาวสไตล์อาหารอิตาเลียน ภายในห้องมีเทพไท พ่อของเนตรชนก กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่กับเพื่อนๆ รับประทานอาหารพลางคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา บรรยากาศเหมือนจัดงานมงคลกัน

เนตรชนกเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี ตามด้วยอุ่นและเคน เธอโผเข้ากอดพ่อแบบลูกขี้อ้อน เทพไทกอดลูก บอกให้มาสวัสดีเพื่อนๆพ่อก่อน เนตรชนกยกมือไหว้เพื่อนพ่อทีละคน แต่แล้วก็มาสะดุดที่ศศิมนหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับตน เนตรชนกมองศศิมนอย่างแปลกใจในขณะที่ศศิมนยิ้มแย้มยินดีด้วย

"เนตรลูก นี่คุณศศิมน" เทพไทแนะนำ เนตรชนกยังมองศศิมนเฉย บรรดาเพื่อนๆเลยยุให้เทพไทเปิดงาน เทพไทจึงหันไปยิ้มให้ศศิมนเหมือนรู้กัน ทำให้เนตรชนกยิ่งงง

"คือ...วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ที่ชวนเพื่อนๆมาก็แค่จะบอกข่าวดี และผมเองก็อยากจะเซอร์ไพรส์ลูกด้วย" เทพไทเอ่ย หันไปพูดกับเนตรชนก "เนตร อีกไม่นาน คุณมนก็จะมาเป็นคนในครอบครัวเราแล้วนะลูก คุณมนครับ" เทพไทหันไปทางศศิมนพร้อมกับหยิบแหวนขึ้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายให้

"คุณเทพ..." ศศิมนเรียกมองด้วยความซาบซึ้ง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากบรรดาเพื่อนๆของเทพไท

เนตรชนกตะลึงอึ้ง มองศศิมนราวกับเห็นสิ่งประหลาด อุ่นมองหน้าเพื่อนใจไม่ดีเพราะรู้ดีว่าหน้าตาเพื่อนแบบนี้เดี๋ยว ได้เรื่องแน่  แต่คนอื่นไม่มีใครสนใจ  เทพไทยังคงหวานกับศศิมน จับมือเธอ เอ่ย

"คุณมนจ๊ะ..."

เทพไทไม่ทันพูดต่อ เสียงเนตรชนกก็แผดขึ้น "คุณพ่อกำลังจะทำอะไรคะ!"

ทั้งห้องเงียบกริบไปทันที เทพไทเองก็ตกใจพยายามจะควบคุมสถานการณ์ เนตรชนกลุกแผดเสียงดังกว่าเก่า

"พ่อทำแบบนี้หมายความว่ายังไง ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ" ถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ เธอลุกออกจากโต๊ะหยิบโทรศัพท์กดอย่างเร็ว อึดใจเดียวก็ฟ้องจนฟังแทบไม่ทัน "คุณย่าคะ! คุณพ่อทำร้ายจิตใจเนตรค่ะ พ่อจัดงานหมั้นเซอร์ไพรส์ เนตรกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่ถามเนตรสักคำว่าเห็นด้วยหรือเปล่า คุณพ่อทำแบบนี้หมายความว่ายังไงคะคุณย่า..."

เนื้อนวล คือคุณย่าของเนตรชนก ฟังหลานสาวฟ้องมายาวเหยียด จึงปลอบให้ใจเย็นๆแล้วขอคุยกับเทพไท เนตรชนก ยื่นโทรศัพท์พรวดไปให้พ่อบอกว่าคุณย่าจะพูดด้วย เทพไทรับไปฟังอึดใจเดียวก็ตอบปลายสายเสียงอ่อย

"ครับ...ครับ...ผมจะกลับเดี๋ยวนี้" ตอบแม่แล้วหันมาบอกศศิมน "คุณช่วยจัดการทางนี้ให้ผมหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมโทร.หา"

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมนจัดการเอง"

เนตรชนกเดินนำอ้าวออกไปทันที เทพไทเดินตามหงอยๆ

ooooooo

ที่บ้านเทพไท ในห้องรับแขก ทัดไทกับเนื้อนวลผู้เป็นพ่อกับแม่นั่งรออยู่แล้ว พอเทพไทกับเนตรชนกมาถึง   เนื้อนวลบอกให้เทพไทเล่าให้แม่ฟังว่าเกิด อะไรขึ้น เทพไทไม่ทันอ้าปากเนตรชนกก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "คุณย่าต้องจัดการเรื่องนี้!" จนเนื้อนวลต้องปลอบให้ใจเย็นๆเดี๋ยวย่าพูดเอง

"ผมกับศศิมนรักกันครับ" เทพไทพูดสั้นๆ ชัดเจนหนักแน่น จนเนตรชนกสะอึกมองหน้าพ่ออย่างผิดหวังมาก "ผมอยากแต่งงานกับเขาครับคุณแม่"

"ไม่ได้! เนตรไม่อนุญาตให้คุณพ่อแต่งงานใหม่" เนตรชนกโพล่งขึ้นทันที เทพไทบอกให้ฟังก่อนพยายามจะชี้แจง ถูกตัดบท "เนตรไม่ฟัง! พ่อทำอย่างนี้ได้ยังไง พ่อนึกอยากจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้นเหรอคะ เนตรเป็นลูกพ่อนะคะ ไม่ใช่ลูกหมาลูกแมวที่ไหน ที่อยู่ๆจะทิ้งเนตรแล้วหนีไปสร้างครอบครัวใหม่ที่ไหนก็ได้"

"ยายเนตร! ขอโทษพ่อเดี๋ยวนี้นะ" ทัดไทเสียงเข้มกับหลานสาว

"ไม่ค่ะ!" เนตรชนกเสียงเข้มยิ่งกว่า แล้วหันไปเล่นงานเทพไทต่อ พูดรัวเร็วราวกับกดปืนกลไปทั้งชุดว่า

"ที่พ่อขอแต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ต่อหน้าเนตร เนตรยังไม่เห็นพ่อรู้สึกผิดเลย ทำไมเนตรต้องขอโทษคะ พ่อจะแต่งงานใหม่ พ่อไม่ถามเนตรสักคำว่าเนตรเห็นด้วยรึเปล่า พ่อจะมาบีบบังคับให้เนตรยอมรับคนของพ่อ ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันแม้แต่ครั้งเดียว คุณพ่อทราบได้ไงคะว่าเนตรกับผู้หญิงคนนั้นจะเข้ากันได้ จะเอาคนอื่นมาอยู่ในบ้าน ควรจะปรึกษากันหน่อยไหมคะในฐานะที่เป็นครอบครัวเดียวกัน เนตรขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่าเนตรจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาแย่งความรักของพ่อไปจากเนตรเด็ดขาด และอย่าหวังว่าจะมีใครเข้ามาแทนที่แม่ของเนตรได้ ถ้าไม่เชื่อ เนตรไม่รับรองนะคะว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

พูดๆๆๆแล้วลุกเดินไปเลย พวกผู้ใหญ่ผมหงอกผมดำ นั่งมองหน้ากันอึ้ง ครู่หนึ่งทัดไทตำหนิเทพไทว่าเลี้ยงลูกยังไงเนตรชนกถึงเป็นได้ขนาดนี้

เนื้อนวลเอ่ยขึ้นว่าเนตรชนกพูดถูก เทพไทพลาดเอง เรื่องละเอียดอ่อนขนาดนี้ควรจะคุยกับลูกก่อนไม่น่าใจเร็วด่วนได้ แบบนี้เลย แล้วทีนี้จะเอายังไง ทัดไทเปรยๆว่า พูดยากล่ะคราวนี้

"แม่ครับ พ่อครับ ผมจะบอกลูกยังไงดีครับ" เทพไทถามเหมือนเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้

"แกก็ลองไปทบทวนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ แล้วก็ถามตัวเองดูว่ายังอยากจะทำตามใจตัวเองอยู่รึเปล่า หรือจะประวิงเวลาออกไปอีกหน่อย รอให้ยายเนตรแกลืมๆเรื่องนี้ไปแล้วค่อยว่ากันอีกที"

เนื้อนวลแนะนำลูกชายคิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น แต่เทพไทคิดหนัก

ooooooo

ศศิมน เป็นน้องสาวต่างมารดากับชนม์ชนก ทั้งหมดยังอยู่บ้านเดียวกับชัชชัยและคุณหญิงผู้เป็นพ่อแม่ เมื่อศศิมนกลับมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่ชายและพ่อแม่ฟัง ทุกคนเป็นห่วงเธอ ชนม์ชนกถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า ทำไมต้องกลัวเด็กผู้หญิงคนเดียวนั่นด้วย

ศศิมนเองก็ตอบไม่ได้ รู้แต่ว่าเทพไทเกรงใจลูกสาวคนนี้ มาก ชัชชัยบ่นว่าเธอก็ไม่น่าไปคบกับคนมีลูกแล้วเลย วุ่นวายเปล่าๆ ชนม์ชนกเห็นด้วยเพราะอายุก็ห่างกันมากไม่มีอะไรคู่ควรกับน้องสาวตนเลย

"เรื่องของความรักมันก็แบบนี้แหละ บังคับใจกันได้ ที่ไหนล่ะพ่อก็..." คุณหญิงติงอย่างเห็นใจลูก

"มนรักเขามากค่ะ คุณเทพเป็นคนดีจริงๆนะคะ ถ้าไม่ได้เขาคอยช่วย งานของมนก็คงไม่ก้าวหน้าแบบนี้"

ศศิมนชี้แจงแต่ถูกชนม์ชนกหาว่าเทพไทช่วยเพราะหวังผล วัวแก่อยากกินหญ้าอ่อนน่าทุเรศจริงๆทำให้ศศิมนมองพี่ชายอย่างเสียใจ ชัชชัยจึงตัดบทว่า

"เอาเถอะ ถ้าจะคบกันพ่อก็ไม่ว่า แต่ขอให้เข้าตามตรอกออกตามประตู ลูกก็ต้องระวังตัวไว้ให้ดี คบพ่อม่ายมากประสบการณ์อย่าไว้ใจง่ายๆ"

คำเตือนของพ่อ ทำให้ศศิมนหน้าเจื่อนไปถนัด เธอก้มหน้าไม่กล้าสบตาใครอย่างรู้สึกผิด...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะทัดไท เนื้อนวล และเทพไท กำลังนั่งดื่มกาแฟและทานอาหารเช้ากันนั้น เนตรชนก เดินหน้าตึงเข้ามานั่ง เทพไทเอาใจลูกรีบตักขนมให้ บอกว่าเป็นของจากร้านโปรดของลูก

เนตรชนกไม่มองไม่ตอบ แต่เลื่อนจานขนมออกไปถามหน้าตึงว่า

"คุณพ่อบอกเลิกผู้หญิงคนนั้นรึยังคะ"

ทัดไทคลี่คลายบรรยากาศบอกว่าทานมื้อเช้าให้เสร็จก่อนไม่ดีหรือ เนื้อนวลก็เอาใจหลานรักชวนทานข้าวต้มกับย่าดีกว่า พลางหันไปพยักหน้าให้คนรับใช้ตักข้าวต้มให้เนตรชนก

"เนตรทานอะไรไม่ลงหรอกค่ะ ถ้าคุณพ่อยังนอกใจคุณแม่อยู่ เนตรขอตัวนะคะ" พูดแล้วลุกไปเลย

ผู้ใหญ่ทั้งสามมองหน้ากันอย่างกลุ้มใจ เทพไทถามพ่อกับแม่อีกว่าตนจะทำยังไงดี ทัดไทบอกว่าให้ปล่อยไปก่อน โตอีกหน่อยก็คิดได้เองแหละ เนื้อนวลแย้งทันทีว่า

"ได้ยังไงคะคุณ  หลานเป็นทุกข์ขนาดนี้จะปล่อยได้ ยังไง ใจร้ายที่สุด ตาเทพก็ไม่น่าขัดใจลูกเลย"

เนื้อนวลตีแขนสามี เอ็ดลูกและโอ๋หลาน เทพไทบอกแม่ว่าตนเลิกกับศศิมนไม่ได้เพราะรักเธอมาก เธอเป็นคนนิสัยดี น่ารักมาก ถ้าคุณแม่ได้เจอแล้วต้องรักแน่ๆ

"หนูมนไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย หลานเราต่างหากที่ไม่รู้จักโต หวงพ่ออยู่ได้" ทัดไทบ่นเลยถูกเนื้อนวลปรามว่าอย่ามาว่าหลานตนนะ ทัดไทเลยบ่นปลงๆว่า "ก็เป็นเสียอย่างนี้ถึงได้เป็นแบบนี้"

"หยุดเลย ไม่ต้องมาพูดอะไรทั้งนั้น" เนื้อนวลดุสามี "นี่ตาเทพ แกจะเห็นแก่ความรักของตัวเองมากกว่าลูกไม่ได้นะ ยัยเนตรไม่มีแม่คนนึงแล้ว จะให้ต้องเสียพ่อไปอีกรึไง"

เทพไททำเสียงอ่อนใจว่าเสียพ่อไปที่ไหนตนก็ยังอยู่กับลูกเหมือนเดิม เนื้อนวลเถียงแทนหลานว่า "แต่ยัยเนตรไม่ยอมรับหนูมน แกจะทำยังไงให้ลูกแกยอมรับศศิมน ถ้าแกเห็นว่าไม่มีทาง แกก็ไปคิดเอาเองแล้วกันว่าแกควรจะทำยังไงต่อไป"

ฟังคำขาดของแม่แล้ว เทพไททิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง จะแก้ปัญหาใหญ่เท่าภูเขาเลากานี้ได้ยังไง?

ooooooo

ชนม์ชนก เป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จ เขามีโรงแรมคริสตัลพาเลซ ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวและรีสอร์ตในเครืออีกหลายแห่ง มีเลขาฯชื่อแอนนา เป็นคนทำงานคล่องแคล่วพูดจาฉะฉานแก้ปัญหาต่างๆได้โดยไม่ต้องให้ชนม์ชนกหนักใจ

วันนี้แอนนามาเตือนเขาว่าอย่าลืมโทร.ไปเบิร์ธเดย์ คุณลีชินด้วยเพราะตนส่งกระเช้าไปให้แล้วคงถูกใจคุณลีชินแน่ๆ คอนเฟิร์ม

ขณะนั้นเอง ศศิมนเดินเข้ามา แอนนาจึงขอตัวไปทำงานก่อน พอแอนนาออกไป ศศิมนกระเซ้าพี่ชายว่า "งานรัดตัวจังเลยนะคะท่านเอ็มดี"

"ก็พี่มันอาภัพ มีน้องสาวก็ไม่ยอมมาช่วยงาน"

"ไม่เอาหรอกค่ะ ขืนมนทำงานกับพี่ชนม์ มนคงเคยตัวแทบไม่ต้องทำอะไร พี่ชนม์ดูแลทุกอย่าง"

"ก็เราน่ะเป็นน้องสาวสุดที่รักคนเดียวของพี่นี่นา ไม่ดูแลน้องแล้วจะดูแลใคร"

ชนม์ชนกหยอกน้องสาวอย่างเอ็นดู ศศิมนเลยชวนไปหาอะไรทานกันดีกว่าตนหิวแล้ว ชนม์ชนกตอบรับลุกขึ้นทันที ศศิมนเดินนำไป แต่เดินได้เพียงสองสามก้าวก็หน้ามืดจะเป็นลม ชนม์ชนกจึงพาไปหาหมอ

ผลการตรวจปรากฏว่าศศิมนท้อง เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นทันที

พอพาน้องกลับถึงบ้านเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง ทั้งชัชชัยและคุณหญิงต่างตกใจ เสียใจ ผิดหวังมาก คุณหญิงตำหนิศศิมนว่าทำไมถึงปล่อยตัวปล่อยใจได้ขนาดนี้ทั้งที่แม่พร่ำสอนให้รักนวลสงวนตัวมาตลอด

ชนม์ชนกเถียงแทนน้องว่าโทษน้องคนเดียวก็ไม่ถูก ต้องโทษไอ้แก่นั่นที่คอยหลอกล่อน้อง รังแกน้อง ตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

"ไม่ค่ะ มนเต็มใจเอง มนรักเขาค่ะพี่ชนม์" ศศิมนพยายามปกป้องเทพไท

ชัชชัยไกล่เกลี่ยว่าเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วตำหนิลูกไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เรามาหาทางแก้ปัญหากันดีกว่า ชนม์ชนกโพล่งขึ้นอย่างฉุนเฉียวว่าตนจะไปเอาเลือดหัวเทพไทออก

ศศิมนรีบดึงพี่ชายไว้ ไม่ยอมให้ไปทำอะไรเทพไทเด็ดขาด ย้ำกับพี่ชายว่า "มนรักเขา พี่ได้ยินไหมคะว่ามนรักเขา"

คุณหญิงเองก็ปลอบใจลูกชายให้ใจเย็นๆ อย่าวู่วามเดี๋ยวเรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่ เรียกให้มานั่งข้างๆตน

ศศิมนเข้าไปกราบพ่อกราบแม่ยอมรับผิดทุกอย่าง ยอมรับว่าตนรักเทพไทมากจริงๆเทพไทเองก็รักตนมาก ขอโอกาสให้เราสองคนได้แก้ไขเรื่องนี้ด้วย

ชัชชัยให้ศศิมนไปบอกเทพไทให้มาพูดจาให้รู้เรื่องจะตบแต่งกันยังไงก็ว่ามา ชนม์ชนกโวยวายว่าพ่อจะยกน้องให้แต่งงานกับเทพไทอีกหรือ คุณหญิงย้อนถามว่า

"แล้วแกจะปล่อยให้น้องท้องไม่มีพ่อรึยังไงเจ้าชนม์ ในเมื่อสองคนรักกัน การแต่งงานก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว"

แม้ชนม์ชนกจะฮึดฮัดขัดใจ แต่เมื่อทั้งพ่อและแม่เห็นพ้องกันเช่นนั้นเลยพูดไม่ออกอีก

ooooooo

ค่ำนี้ที่ร้านอาหารหรู...เทพไทกับศศิมนนัดพบกัน ต่างก็มีเรื่องที่จะต้องคุยกัน เมื่อเจอกันต่างดูออกว่าอีกฝ่ายมีเรื่องจะบอก เกี่ยงกันอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดเทพไทเป็นฝ่ายพูดก่อน เขารวบรวมความกล้า จับมือศศิมนกุมไว้ พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

"คุณมนครับ ผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณเป็นผู้หญิงที่ผมรักและอยากใช้ชีวิตที่เหลือกับคุณมากที่สุด อยากอยู่ดูแลคุณ อยู่เคียงข้างคุณตลอดไป"

"มนเองก็รู้สึกแบบเดียวกับคุณนะคะ" ศศิมนยิ้มอย่างตื้นตันใจ แต่แล้วก็หน้าเสีย เมื่อเทพไทพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมองเสียงแหบแห้งว่า

"แต่ผมไม่มีโอกาสที่จะทำแบบนั้นได้..." ศศิมนถามเสียงแผ่วว่าหมายความว่ายังไง เขาตอบด้วยเสียงแผ่วยิ่งกว่าว่า "ผม...ขอโทษครับ ผม...อ่อนแอเกินไป"

ศศิมนแข็งใจถามว่าเขามาขอเลิกใช่ไหม เทพไทบอกว่า "ผมไม่อยากทำแบบนี้เลย แต่ลูกผม..." พูดได้แค่นั้นเทพไทก็ร้องไห้ออกมา ศศิมนดึงเขาเข้าไปกอดปลอบ ทั้งที่ตัวเองก็เจ็บปวดหัวใจแหลกสลาย...

"ลูกคุณไม่ยอมรับมนใช่ไหมคะ...ไม่เป็นไรค่ะมนเข้าใจ มนรับได้ เราเป็นเพื่อนกันได้ ขอแค่ได้มีคุณในชีวิต จะในฐานะอะไร มนก็ยังยินดีค่ะ"

แข็งใจพูดได้แค่นั้น  ศศิมนก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นกอดเทพไทไว้แน่น...ร้องไห้ไปด้วยกัน...

ooooooo

พอเทพไทกลับถึงบ้าน เนตรชนกตรงรี่เข้ามาถามว่าไปหาผู้หญิงคนนั้นมาอีกหรือ เทพไทตอบเสียงแผ่วว่าใช่ เนตรชนกน้ำตาคลอต่อว่าพ่อว่าไม่แคร์ตนเลยจริงๆใช่ไหม

"ก็เพราะแคร์เนตรไงล่ะ พ่อถึงไปหาเขา เพื่อ...ขอเลิก..."

คำสุดท้ายที่หลุดจากปากเหมือนกระชากหัวใจเขาหลุดไปด้วย

เนตรชนกดีใจยิ้มออกมาทั้งน้ำตาโผเข้ากอด บอกพ่อเสียงปนสะอื้นว่า

"เนตรรักคุณพ่อมากที่สุดในโลกเลยค่ะ"

"พ่อก็รักลูกมากที่สุดนะเนตร" เทพไทกอดลูกไว้อย่างอบอุ่น เสียงสั่นเครือด้วยความปวดร้าวกับการต้องเลือก ทั้งที่ไม่อยากเลือกเลย...

ooooooo

เมื่อศศิมนกลับมาเล่าให้พ่อ แม่ และพี่ชายฟัง ทุกคนโกรธแค้นเทพไท โดยเฉพาะชนม์ชนกถึงกับประกาศจะไม่เอาคนแบบนี้ไว้ แล้วผลุนผลันออกจากบ้านไป จนศศิมนนึกเป็นห่วงเทพไทขึ้นมา

ชนม์ชนกไปถึงบ้านเทพไท บอกคนรับใช้ว่าต้องการมาพบเทพไท ตนเป็นพี่ชายของศศิมน คนรับใช้ตกใจกับท่าทางดุดันของชนม์ชนกแต่ก็รีบเข้าไปบอกเทพไท

เนตรชนกมาเจอคนรับใช้ก่อน พอรู้ว่าพี่ชายศศิมนมาหาพ่อก็สั่งคนรับใช้ว่าไม่ต้องไปบอกคุณพ่อ ตนจะออกไปพบเองว่าแล้วก็เดินอาดๆออกไปอย่างพร้อมที่จะมีเรื่อง

ชนม์ชนกกำลังเดินงุ่นง่านอยู่หน้าบ้าน พอเนตรชนกมาถึงเธอด่าสาดทันที

"นี่น้องสาวคุณไม่มียางอายบ้างเลยหรือไง ผู้ชายเขาไม่เอาแล้วยังส่งพี่ชายมาตามตื๊ออีก หน้าด้าน"

ชนม์ชนกอึ้งรับไม่ทัน แต่พอเห็นหน้าเนตรชนกเต็มๆก็ยิ่งอึ้ง เพราะจำได้ว่าเคยเห็นที่โชว์รูม แต่ไม่ทันจะเริ่มต้นยังไงเสียงเนตรชนกก็แหวตามมาอีก

"ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ถึงยังไงคุณพ่อก็ไม่มีวันกลับไปหายัยศศิมนนั่นเด็ดขาด บอกน้องสาวคุณให้เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว"

ชนม์ชนกโกรธมากพรวดเข้าไปหาเนตรชนก ถามว่า

กล้าดียังไงมาว่าน้องสาวตนแบบนี้ เนตรชนกลอยหน้าพูดอย่างท้าทายว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ จำไว้ว่าบ้านนี้ไม่ต้อนรับน้องสาวเขารวมทั้งตัวเขาด้วย

ชนม์ชนกยิ้มเยาะว่าตนก็ไม่อยากมาเหยียบนักหรอกถ้าไอ้สารเลวนั่นมันไม่ไปยุ่งกับน้องสาวตน เนตรชนกสะอึกเข้าหาถามว่าว่าใครสารเลว

"ก็จะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ไอ้เฒ่าหัวงูเทพไท ไอ้วัวแก่อยากจะกินหญ้าอ่อน ไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบ แน่จริงอย่าหดหัวอยู่ในกระดองสิวะ" ประโยคหลังชนม์ชนกตะโกนเข้าไปในบ้าน

"นี่...อย่ามาว่าพ่อฉันนะ" เนตรชนกผลักอกชนม์ชนกผงะไป "น้องสาวนายมาให้ท่าพ่อฉันเอง ทำไม หาผู้ชายวัยเดียวกันไม่ได้แล้วรึไง ถึงได้มาเที่ยวไล่จับคนมีครอบครัวแล้ว หรือว่าไม่มีใครเอา"

คำด่าว่าฉอดๆลอยหน้าลอยตาใส่อย่างเหยียดหยันของเนตรชนก ทำให้ชนม์ชนกยิ่งโกรธ พรวดเข้าจับบ่าเธอบีบอย่างแรง พูดหน้าเกือบชนหน้าว่า

"หน้าตาก็ดี ไม่น่าพูดอะไรต่ำๆแบบนี้ออกมาได้เลยนะ แต่ก็อย่างว่า พ่อเลว ลูกก็คงไม่ต่างกันหรอก จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงที่ไม่มีใครเอา ชนิดต่อให้มานอนให้ท่าตรงหน้าก็ไม่มีผู้ชายแลก็คือผู้หญิงปากร้ายจิตใจต่ำอย่างเธอนี่แหละ"

เนตรชนกโกรธตาแทบถลน ตบหน้าชนม์ชนกฉาดใหญ่ ปากสั่นน้ำตาคลอ แค้นใจที่ไม่เคยมีใครกล้ามาว่าตนอย่างนี้มาก่อนเลย บังอาจจริงๆ!

ooooooo

กุหลาบร้ายกลายรัก เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 09:00 น.