ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบร้ายกลายรัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

กุหลาบร้ายกลายรัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ฟ้าใสๆในยามคล้อยบ่าย...

ที่หน้าโชว์รูมรถสปอร์ตหรูแห่งหนึ่ง อุ่นสาววัยยี่สิบเศษกับเคนหนุ่มในวัยไล่เลี่ยกัน ยืนรอเนตรชนกเพื่อนรักที่เพิ่งเรียนจบสถาบันเดียวกันอยู่ อุ่นดูนาฬิกาข้อมือ ท่าทางรอคอย เคนก็ชะเง้อแล้วชะเง้อเล่า

ครู่หนึ่ง รถหรูคันเล็กกลางเก่ากลางใหม่คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดตรงหน้าทั้งสอง เนตรชนกก้าวลงจากรถ อุ่นร้องทัก

"เนตร ทำไมมาช้าจัง พวกเรารอตั้งนาน"

"โทษที ฉันซื้อของนานไปหน่อย" เนตรชนกขอโทษแต่ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว อุ่นมองเข้าไปในรถเห็นถุงแบรนด์เนมวางเต็มรถไปหมด ถามอย่างทึ่งว่า

"โอ้โห ทำยังกับคนไม่เคยช็อปมาเป็นชาติ อะไรเยอะแยะนักหนาเนี่ยเนตร"

"ก็พวกเสื้อผ้า กระเป๋า ที่จริงไม่ได้อยากจะซื้อหรอก แต่หมั่นไส้คน"

อุ่นถามอย่างรู้นิสัยเพื่อนดีว่าใครเหวี่ยงมาอีกหรือ เนตรชนกเดินไปคุยไปว่าไม่มีอะไร ก็แค่นึกอยากเป็นลูกค้าอันดับหนึ่งแทนบางคน เลยเพิ่มยอดซื้อนิดหน่อย

"เนตรของเคนเนี่ย ไม่เคยยอมเป็นสองรองใครเลยจริงๆ" เคนโมเมตามเคย

"แน่นอน พวกเธอก็เหมือนกัน ห้ามรักใครมากกว่าฉันนะ"

"จ้า...แม่เพื่อนรักที่หนึ่ง" อุ่นตอบอย่างรู้ใจเพื่อน ส่วนเคนพูดตามใจตัวเองตามเคยว่า

"เนตรน่ะ เป็นที่หนึ่งในหัวใจเคนเสมอแหละ" พูดแล้วทำตาหวานให้ด้วย เท่านั้นไม่พอจับมือเนตรชนกขึ้นหอมอีกต่างหาก

เนตรชนกปล่อยให้เคนทำตามใจไม่ถือแต่ยิ้มให้โหดๆ พอชักมือกลับมาก็บิดจมูกเคนโยกไปมาจนเคนร้องโอ๊ย เนตรชนกปรามลอดไรฟัน "ลามปาม เดี๋ยวเหอะ"

หยอกกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ทั้งสามก็พากันเดินเข้าไปในโชว์รูม

ooooooo

เนตรชนกเดินดูรถรุ่นต่างๆ ในโชว์รูม โดยมีเซลส์หนุ่ม คอยอธิบายคุณสมบัติทุกคันที่เธอผ่าน ฟังแล้วทุกคันเหมาะกับเธอหมด ทั้งยังชวนให้ทดลองขับดูก็ได้

"ขอบคุณค่ะ แต่ขอดูไปเรื่อยๆก่อน" เนตรชนกตอบอย่างไม่สนใจคันไหนเป็นพิเศษ จนเคนยุว่า คันนี้สวยดีไม่สนเหรอ พอเนตรชนกส่ายหน้า เคนฉวยโอกาสโมเมอีกแล้วว่า

"ฮื้อ...เลือกมากจริงจริ๊ง คนสวยของเคนเนี่ย"

"ของขวัญรับปริญญาจากคุณพ่อทั้งทีก็ต้องใช้เวลาเลือกนานหน่อยสิ เนตรไม่ใช่คนมักง่ายเหมือนเคนนะ" อุ่นจิกนิดๆ เคนเลยร้อนตัวรีบแก้ว่า

"คนง่ายๆ ไม่ใช่คนมักง่าย พูดให้มันถูกๆหน่อย"

ขณะที่เนตรชนกกำลังเดินดูรถอยู่ในโชว์รูมนั้น ที่หน้าโชว์รูมมีรถสปอร์ตคันหนึ่งสวยมากจอดอยู่ เนตรชนกเดินออกไปดูด้วยความสนใจ แต่พอออกไปภายนอกถูกลมพัดแรงจนผมสลวยปลิวสยายจนกิ๊บหล่น

เป็นจังหวะที่ชนม์ชนกหนุ่มวัย 30 เจ้าของรถคันนั้น กำลังเดินคุยโทรศัพท์ด้วยบลูทูธเดินมาทางรถพอดี เขาเหลือบเห็นเนตรชนกที่ผมกำลังปลิวสยายเคลียใบหน้าสวย ภาพนั้นงดงามจนชายหนุ่มชะงักมอง เขาหยิบแว่นกันแดดมาใส่แล้วเดินไปที่รถด้วยมาดเท่สุดๆ เขาคือ ชนม์ชนกนั่นเอง...

เนตรชนกเกลี่ยผมจากใบหน้าจะก้มลงหากิ๊บที่หล่น สายตาเหลือบเห็นชนม์ชนกในมาดสุดเท่ เธอชะงักนิดหนึ่ง มองจนชนม์ชนกเคลื่อนรถออกไปเธอจึงละสายตา แต่ก็เป็นเวลาที่ชนม์ชนกมองมาทางเนตรชนกอีกครั้งอย่างสนใจ แต่วันนี้กามเทพไม่แผลงศร เลยเป็นแค่ต่างมองกันคนละทีไม่ได้สบตากัน
อุ่นกับเคนเดินออกมาตาม ถามว่าไม่เข้าไปดูรถต่อหรือ เพิ่งดูได้นิดเดียวเอง

"รีบไปเถอะ คุณพ่อรอแย่แล้ว" เนตรชนกเร่ง เพื่อน ทั้งสองเลยเดินไปขึ้นรถของเธอที่จอดอยู่หน้าโชว์รูมนั่นเอง

ooooooo

ที่ร้านอาหารหรู...

ในห้องหนึ่งที่จัดเป็นพิเศษ ตั้งโต๊ะยาวสไตล์อาหารอิตาเลียน ภายในห้องมีเทพไท พ่อของเนตรชนก กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่กับเพื่อนๆ รับประทานอาหารพลางคุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮา บรรยากาศเหมือนจัดงานมงคลกัน

เนตรชนกเดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี ตามด้วยอุ่นและเคน เธอโผเข้ากอดพ่อแบบลูกขี้อ้อน เทพไทกอดลูก บอกให้มาสวัสดีเพื่อนๆพ่อก่อน เนตรชนกยกมือไหว้เพื่อนพ่อทีละคน แต่แล้วก็มาสะดุดที่ศศิมนหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับตน เนตรชนกมองศศิมนอย่างแปลกใจในขณะที่ศศิมนยิ้มแย้มยินดีด้วย

"เนตรลูก นี่คุณศศิมน" เทพไทแนะนำ เนตรชนกยังมองศศิมนเฉย บรรดาเพื่อนๆเลยยุให้เทพไทเปิดงาน เทพไทจึงหันไปยิ้มให้ศศิมนเหมือนรู้กัน ทำให้เนตรชนกยิ่งงง

"คือ...วันนี้ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ที่ชวนเพื่อนๆมาก็แค่จะบอกข่าวดี และผมเองก็อยากจะเซอร์ไพรส์ลูกด้วย" เทพไทเอ่ย หันไปพูดกับเนตรชนก "เนตร อีกไม่นาน คุณมนก็จะมาเป็นคนในครอบครัวเราแล้วนะลูก คุณมนครับ" เทพไทหันไปทางศศิมนพร้อมกับหยิบแหวนขึ้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายให้

"คุณเทพ..." ศศิมนเรียกมองด้วยความซาบซึ้ง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากบรรดาเพื่อนๆของเทพไท

เนตรชนกตะลึงอึ้ง มองศศิมนราวกับเห็นสิ่งประหลาด อุ่นมองหน้าเพื่อนใจไม่ดีเพราะรู้ดีว่าหน้าตาเพื่อนแบบนี้เดี๋ยว ได้เรื่องแน่  แต่คนอื่นไม่มีใครสนใจ  เทพไทยังคงหวานกับศศิมน จับมือเธอ เอ่ย

"คุณมนจ๊ะ..."

เทพไทไม่ทันพูดต่อ เสียงเนตรชนกก็แผดขึ้น "คุณพ่อกำลังจะทำอะไรคะ!"

ทั้งห้องเงียบกริบไปทันที เทพไทเองก็ตกใจพยายามจะควบคุมสถานการณ์ เนตรชนกลุกแผดเสียงดังกว่าเก่า

"พ่อทำแบบนี้หมายความว่ายังไง ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ" ถามอย่างไม่ต้องการคำตอบ เธอลุกออกจากโต๊ะหยิบโทรศัพท์กดอย่างเร็ว อึดใจเดียวก็ฟ้องจนฟังแทบไม่ทัน "คุณย่าคะ! คุณพ่อทำร้ายจิตใจเนตรค่ะ พ่อจัดงานหมั้นเซอร์ไพรส์ เนตรกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่ถามเนตรสักคำว่าเห็นด้วยหรือเปล่า คุณพ่อทำแบบนี้หมายความว่ายังไงคะคุณย่า..."

เนื้อนวล คือคุณย่าของเนตรชนก ฟังหลานสาวฟ้องมายาวเหยียด จึงปลอบให้ใจเย็นๆแล้วขอคุยกับเทพไท เนตรชนก ยื่นโทรศัพท์พรวดไปให้พ่อบอกว่าคุณย่าจะพูดด้วย เทพไทรับไปฟังอึดใจเดียวก็ตอบปลายสายเสียงอ่อย

"ครับ...ครับ...ผมจะกลับเดี๋ยวนี้" ตอบแม่แล้วหันมาบอกศศิมน "คุณช่วยจัดการทางนี้ให้ผมหน่อยนะครับ เดี๋ยวผมโทร.หา"

"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมนจัดการเอง"

เนตรชนกเดินนำอ้าวออกไปทันที เทพไทเดินตามหงอยๆ

ooooooo

ที่บ้านเทพไท ในห้องรับแขก ทัดไทกับเนื้อนวลผู้เป็นพ่อกับแม่นั่งรออยู่แล้ว พอเทพไทกับเนตรชนกมาถึง   เนื้อนวลบอกให้เทพไทเล่าให้แม่ฟังว่าเกิด อะไรขึ้น เทพไทไม่ทันอ้าปากเนตรชนกก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "คุณย่าต้องจัดการเรื่องนี้!" จนเนื้อนวลต้องปลอบให้ใจเย็นๆเดี๋ยวย่าพูดเอง

"ผมกับศศิมนรักกันครับ" เทพไทพูดสั้นๆ ชัดเจนหนักแน่น จนเนตรชนกสะอึกมองหน้าพ่ออย่างผิดหวังมาก "ผมอยากแต่งงานกับเขาครับคุณแม่"

"ไม่ได้! เนตรไม่อนุญาตให้คุณพ่อแต่งงานใหม่" เนตรชนกโพล่งขึ้นทันที เทพไทบอกให้ฟังก่อนพยายามจะชี้แจง ถูกตัดบท "เนตรไม่ฟัง! พ่อทำอย่างนี้ได้ยังไง พ่อนึกอยากจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้นเหรอคะ เนตรเป็นลูกพ่อนะคะ ไม่ใช่ลูกหมาลูกแมวที่ไหน ที่อยู่ๆจะทิ้งเนตรแล้วหนีไปสร้างครอบครัวใหม่ที่ไหนก็ได้"

"ยายเนตร! ขอโทษพ่อเดี๋ยวนี้นะ" ทัดไทเสียงเข้มกับหลานสาว

"ไม่ค่ะ!" เนตรชนกเสียงเข้มยิ่งกว่า แล้วหันไปเล่นงานเทพไทต่อ พูดรัวเร็วราวกับกดปืนกลไปทั้งชุดว่า

"ที่พ่อขอแต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ต่อหน้าเนตร เนตรยังไม่เห็นพ่อรู้สึกผิดเลย ทำไมเนตรต้องขอโทษคะ พ่อจะแต่งงานใหม่ พ่อไม่ถามเนตรสักคำว่าเนตรเห็นด้วยรึเปล่า พ่อจะมาบีบบังคับให้เนตรยอมรับคนของพ่อ ทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันแม้แต่ครั้งเดียว คุณพ่อทราบได้ไงคะว่าเนตรกับผู้หญิงคนนั้นจะเข้ากันได้ จะเอาคนอื่นมาอยู่ในบ้าน ควรจะปรึกษากันหน่อยไหมคะในฐานะที่เป็นครอบครัวเดียวกัน เนตรขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่าเนตรจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้ามาแย่งความรักของพ่อไปจากเนตรเด็ดขาด และอย่าหวังว่าจะมีใครเข้ามาแทนที่แม่ของเนตรได้ ถ้าไม่เชื่อ เนตรไม่รับรองนะคะว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง"

พูดๆๆๆแล้วลุกเดินไปเลย พวกผู้ใหญ่ผมหงอกผมดำ นั่งมองหน้ากันอึ้ง ครู่หนึ่งทัดไทตำหนิเทพไทว่าเลี้ยงลูกยังไงเนตรชนกถึงเป็นได้ขนาดนี้

เนื้อนวลเอ่ยขึ้นว่าเนตรชนกพูดถูก เทพไทพลาดเอง เรื่องละเอียดอ่อนขนาดนี้ควรจะคุยกับลูกก่อนไม่น่าใจเร็วด่วนได้ แบบนี้เลย แล้วทีนี้จะเอายังไง ทัดไทเปรยๆว่า พูดยากล่ะคราวนี้

"แม่ครับ พ่อครับ ผมจะบอกลูกยังไงดีครับ" เทพไทถามเหมือนเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้

"แกก็ลองไปทบทวนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ แล้วก็ถามตัวเองดูว่ายังอยากจะทำตามใจตัวเองอยู่รึเปล่า หรือจะประวิงเวลาออกไปอีกหน่อย รอให้ยายเนตรแกลืมๆเรื่องนี้ไปแล้วค่อยว่ากันอีกที"

เนื้อนวลแนะนำลูกชายคิดว่าน่าจะเป็นทางออกที่บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น แต่เทพไทคิดหนัก

ooooooo

ศศิมน เป็นน้องสาวต่างมารดากับชนม์ชนก ทั้งหมดยังอยู่บ้านเดียวกับชัชชัยและคุณหญิงผู้เป็นพ่อแม่ เมื่อศศิมนกลับมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่ชายและพ่อแม่ฟัง ทุกคนเป็นห่วงเธอ ชนม์ชนกถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า ทำไมต้องกลัวเด็กผู้หญิงคนเดียวนั่นด้วย

ศศิมนเองก็ตอบไม่ได้ รู้แต่ว่าเทพไทเกรงใจลูกสาวคนนี้ มาก ชัชชัยบ่นว่าเธอก็ไม่น่าไปคบกับคนมีลูกแล้วเลย วุ่นวายเปล่าๆ ชนม์ชนกเห็นด้วยเพราะอายุก็ห่างกันมากไม่มีอะไรคู่ควรกับน้องสาวตนเลย

"เรื่องของความรักมันก็แบบนี้แหละ บังคับใจกันได้ ที่ไหนล่ะพ่อก็..." คุณหญิงติงอย่างเห็นใจลูก

"มนรักเขามากค่ะ คุณเทพเป็นคนดีจริงๆนะคะ ถ้าไม่ได้เขาคอยช่วย งานของมนก็คงไม่ก้าวหน้าแบบนี้"

ศศิมนชี้แจงแต่ถูกชนม์ชนกหาว่าเทพไทช่วยเพราะหวังผล วัวแก่อยากกินหญ้าอ่อนน่าทุเรศจริงๆทำให้ศศิมนมองพี่ชายอย่างเสียใจ ชัชชัยจึงตัดบทว่า

"เอาเถอะ ถ้าจะคบกันพ่อก็ไม่ว่า แต่ขอให้เข้าตามตรอกออกตามประตู ลูกก็ต้องระวังตัวไว้ให้ดี คบพ่อม่ายมากประสบการณ์อย่าไว้ใจง่ายๆ"

คำเตือนของพ่อ ทำให้ศศิมนหน้าเจื่อนไปถนัด เธอก้มหน้าไม่กล้าสบตาใครอย่างรู้สึกผิด...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะทัดไท เนื้อนวล และเทพไท กำลังนั่งดื่มกาแฟและทานอาหารเช้ากันนั้น เนตรชนก เดินหน้าตึงเข้ามานั่ง เทพไทเอาใจลูกรีบตักขนมให้ บอกว่าเป็นของจากร้านโปรดของลูก

เนตรชนกไม่มองไม่ตอบ แต่เลื่อนจานขนมออกไปถามหน้าตึงว่า

"คุณพ่อบอกเลิกผู้หญิงคนนั้นรึยังคะ"

ทัดไทคลี่คลายบรรยากาศบอกว่าทานมื้อเช้าให้เสร็จก่อนไม่ดีหรือ เนื้อนวลก็เอาใจหลานรักชวนทานข้าวต้มกับย่าดีกว่า พลางหันไปพยักหน้าให้คนรับใช้ตักข้าวต้มให้เนตรชนก

"เนตรทานอะไรไม่ลงหรอกค่ะ ถ้าคุณพ่อยังนอกใจคุณแม่อยู่ เนตรขอตัวนะคะ" พูดแล้วลุกไปเลย

ผู้ใหญ่ทั้งสามมองหน้ากันอย่างกลุ้มใจ เทพไทถามพ่อกับแม่อีกว่าตนจะทำยังไงดี ทัดไทบอกว่าให้ปล่อยไปก่อน โตอีกหน่อยก็คิดได้เองแหละ เนื้อนวลแย้งทันทีว่า

"ได้ยังไงคะคุณ  หลานเป็นทุกข์ขนาดนี้จะปล่อยได้ ยังไง ใจร้ายที่สุด ตาเทพก็ไม่น่าขัดใจลูกเลย"

เนื้อนวลตีแขนสามี เอ็ดลูกและโอ๋หลาน เทพไทบอกแม่ว่าตนเลิกกับศศิมนไม่ได้เพราะรักเธอมาก เธอเป็นคนนิสัยดี น่ารักมาก ถ้าคุณแม่ได้เจอแล้วต้องรักแน่ๆ

"หนูมนไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย หลานเราต่างหากที่ไม่รู้จักโต หวงพ่ออยู่ได้" ทัดไทบ่นเลยถูกเนื้อนวลปรามว่าอย่ามาว่าหลานตนนะ ทัดไทเลยบ่นปลงๆว่า "ก็เป็นเสียอย่างนี้ถึงได้เป็นแบบนี้"

"หยุดเลย ไม่ต้องมาพูดอะไรทั้งนั้น" เนื้อนวลดุสามี "นี่ตาเทพ แกจะเห็นแก่ความรักของตัวเองมากกว่าลูกไม่ได้นะ ยัยเนตรไม่มีแม่คนนึงแล้ว จะให้ต้องเสียพ่อไปอีกรึไง"

เทพไททำเสียงอ่อนใจว่าเสียพ่อไปที่ไหนตนก็ยังอยู่กับลูกเหมือนเดิม เนื้อนวลเถียงแทนหลานว่า "แต่ยัยเนตรไม่ยอมรับหนูมน แกจะทำยังไงให้ลูกแกยอมรับศศิมน ถ้าแกเห็นว่าไม่มีทาง แกก็ไปคิดเอาเองแล้วกันว่าแกควรจะทำยังไงต่อไป"

ฟังคำขาดของแม่แล้ว เทพไททิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง จะแก้ปัญหาใหญ่เท่าภูเขาเลากานี้ได้ยังไง?

ooooooo

ชนม์ชนก เป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้ประสบความสำเร็จ เขามีโรงแรมคริสตัลพาเลซ ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวและรีสอร์ตในเครืออีกหลายแห่ง มีเลขาฯชื่อแอนนา เป็นคนทำงานคล่องแคล่วพูดจาฉะฉานแก้ปัญหาต่างๆได้โดยไม่ต้องให้ชนม์ชนกหนักใจ

วันนี้แอนนามาเตือนเขาว่าอย่าลืมโทร.ไปเบิร์ธเดย์ คุณลีชินด้วยเพราะตนส่งกระเช้าไปให้แล้วคงถูกใจคุณลีชินแน่ๆ คอนเฟิร์ม

ขณะนั้นเอง ศศิมนเดินเข้ามา แอนนาจึงขอตัวไปทำงานก่อน พอแอนนาออกไป ศศิมนกระเซ้าพี่ชายว่า "งานรัดตัวจังเลยนะคะท่านเอ็มดี"

"ก็พี่มันอาภัพ มีน้องสาวก็ไม่ยอมมาช่วยงาน"

"ไม่เอาหรอกค่ะ ขืนมนทำงานกับพี่ชนม์ มนคงเคยตัวแทบไม่ต้องทำอะไร พี่ชนม์ดูแลทุกอย่าง"

"ก็เราน่ะเป็นน้องสาวสุดที่รักคนเดียวของพี่นี่นา ไม่ดูแลน้องแล้วจะดูแลใคร"

ชนม์ชนกหยอกน้องสาวอย่างเอ็นดู ศศิมนเลยชวนไปหาอะไรทานกันดีกว่าตนหิวแล้ว ชนม์ชนกตอบรับลุกขึ้นทันที ศศิมนเดินนำไป แต่เดินได้เพียงสองสามก้าวก็หน้ามืดจะเป็นลม ชนม์ชนกจึงพาไปหาหมอ

ผลการตรวจปรากฏว่าศศิมนท้อง เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นทันที

พอพาน้องกลับถึงบ้านเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง ทั้งชัชชัยและคุณหญิงต่างตกใจ เสียใจ ผิดหวังมาก คุณหญิงตำหนิศศิมนว่าทำไมถึงปล่อยตัวปล่อยใจได้ขนาดนี้ทั้งที่แม่พร่ำสอนให้รักนวลสงวนตัวมาตลอด

ชนม์ชนกเถียงแทนน้องว่าโทษน้องคนเดียวก็ไม่ถูก ต้องโทษไอ้แก่นั่นที่คอยหลอกล่อน้อง รังแกน้อง ตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

"ไม่ค่ะ มนเต็มใจเอง มนรักเขาค่ะพี่ชนม์" ศศิมนพยายามปกป้องเทพไท

ชัชชัยไกล่เกลี่ยว่าเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วตำหนิลูกไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เรามาหาทางแก้ปัญหากันดีกว่า ชนม์ชนกโพล่งขึ้นอย่างฉุนเฉียวว่าตนจะไปเอาเลือดหัวเทพไทออก

ศศิมนรีบดึงพี่ชายไว้ ไม่ยอมให้ไปทำอะไรเทพไทเด็ดขาด ย้ำกับพี่ชายว่า "มนรักเขา พี่ได้ยินไหมคะว่ามนรักเขา"

คุณหญิงเองก็ปลอบใจลูกชายให้ใจเย็นๆ อย่าวู่วามเดี๋ยวเรื่องจะยิ่งไปกันใหญ่ เรียกให้มานั่งข้างๆตน

ศศิมนเข้าไปกราบพ่อกราบแม่ยอมรับผิดทุกอย่าง ยอมรับว่าตนรักเทพไทมากจริงๆเทพไทเองก็รักตนมาก ขอโอกาสให้เราสองคนได้แก้ไขเรื่องนี้ด้วย

ชัชชัยให้ศศิมนไปบอกเทพไทให้มาพูดจาให้รู้เรื่องจะตบแต่งกันยังไงก็ว่ามา ชนม์ชนกโวยวายว่าพ่อจะยกน้องให้แต่งงานกับเทพไทอีกหรือ คุณหญิงย้อนถามว่า

"แล้วแกจะปล่อยให้น้องท้องไม่มีพ่อรึยังไงเจ้าชนม์ ในเมื่อสองคนรักกัน การแต่งงานก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว"

แม้ชนม์ชนกจะฮึดฮัดขัดใจ แต่เมื่อทั้งพ่อและแม่เห็นพ้องกันเช่นนั้นเลยพูดไม่ออกอีก

ooooooo

ค่ำนี้ที่ร้านอาหารหรู...เทพไทกับศศิมนนัดพบกัน ต่างก็มีเรื่องที่จะต้องคุยกัน เมื่อเจอกันต่างดูออกว่าอีกฝ่ายมีเรื่องจะบอก เกี่ยงกันอยู่ครู่หนึ่งในที่สุดเทพไทเป็นฝ่ายพูดก่อน เขารวบรวมความกล้า จับมือศศิมนกุมไว้ พูดอย่างรู้สึกผิดว่า

"คุณมนครับ ผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณเป็นผู้หญิงที่ผมรักและอยากใช้ชีวิตที่เหลือกับคุณมากที่สุด อยากอยู่ดูแลคุณ อยู่เคียงข้างคุณตลอดไป"

"มนเองก็รู้สึกแบบเดียวกับคุณนะคะ" ศศิมนยิ้มอย่างตื้นตันใจ แต่แล้วก็หน้าเสีย เมื่อเทพไทพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมองเสียงแหบแห้งว่า

"แต่ผมไม่มีโอกาสที่จะทำแบบนั้นได้..." ศศิมนถามเสียงแผ่วว่าหมายความว่ายังไง เขาตอบด้วยเสียงแผ่วยิ่งกว่าว่า "ผม...ขอโทษครับ ผม...อ่อนแอเกินไป"

ศศิมนแข็งใจถามว่าเขามาขอเลิกใช่ไหม เทพไทบอกว่า "ผมไม่อยากทำแบบนี้เลย แต่ลูกผม..." พูดได้แค่นั้นเทพไทก็ร้องไห้ออกมา ศศิมนดึงเขาเข้าไปกอดปลอบ ทั้งที่ตัวเองก็เจ็บปวดหัวใจแหลกสลาย...

"ลูกคุณไม่ยอมรับมนใช่ไหมคะ...ไม่เป็นไรค่ะมนเข้าใจ มนรับได้ เราเป็นเพื่อนกันได้ ขอแค่ได้มีคุณในชีวิต จะในฐานะอะไร มนก็ยังยินดีค่ะ"

แข็งใจพูดได้แค่นั้น  ศศิมนก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นกอดเทพไทไว้แน่น...ร้องไห้ไปด้วยกัน...

ooooooo

พอเทพไทกลับถึงบ้าน เนตรชนกตรงรี่เข้ามาถามว่าไปหาผู้หญิงคนนั้นมาอีกหรือ เทพไทตอบเสียงแผ่วว่าใช่ เนตรชนกน้ำตาคลอต่อว่าพ่อว่าไม่แคร์ตนเลยจริงๆใช่ไหม

"ก็เพราะแคร์เนตรไงล่ะ พ่อถึงไปหาเขา เพื่อ...ขอเลิก..."

คำสุดท้ายที่หลุดจากปากเหมือนกระชากหัวใจเขาหลุดไปด้วย

เนตรชนกดีใจยิ้มออกมาทั้งน้ำตาโผเข้ากอด บอกพ่อเสียงปนสะอื้นว่า

"เนตรรักคุณพ่อมากที่สุดในโลกเลยค่ะ"

"พ่อก็รักลูกมากที่สุดนะเนตร" เทพไทกอดลูกไว้อย่างอบอุ่น เสียงสั่นเครือด้วยความปวดร้าวกับการต้องเลือก ทั้งที่ไม่อยากเลือกเลย...

ooooooo

เมื่อศศิมนกลับมาเล่าให้พ่อ แม่ และพี่ชายฟัง ทุกคนโกรธแค้นเทพไท โดยเฉพาะชนม์ชนกถึงกับประกาศจะไม่เอาคนแบบนี้ไว้ แล้วผลุนผลันออกจากบ้านไป จนศศิมนนึกเป็นห่วงเทพไทขึ้นมา

ชนม์ชนกไปถึงบ้านเทพไท บอกคนรับใช้ว่าต้องการมาพบเทพไท ตนเป็นพี่ชายของศศิมน คนรับใช้ตกใจกับท่าทางดุดันของชนม์ชนกแต่ก็รีบเข้าไปบอกเทพไท

เนตรชนกมาเจอคนรับใช้ก่อน พอรู้ว่าพี่ชายศศิมนมาหาพ่อก็สั่งคนรับใช้ว่าไม่ต้องไปบอกคุณพ่อ ตนจะออกไปพบเองว่าแล้วก็เดินอาดๆออกไปอย่างพร้อมที่จะมีเรื่อง

ชนม์ชนกกำลังเดินงุ่นง่านอยู่หน้าบ้าน พอเนตรชนกมาถึงเธอด่าสาดทันที

"นี่น้องสาวคุณไม่มียางอายบ้างเลยหรือไง ผู้ชายเขาไม่เอาแล้วยังส่งพี่ชายมาตามตื๊ออีก หน้าด้าน"

ชนม์ชนกอึ้งรับไม่ทัน แต่พอเห็นหน้าเนตรชนกเต็มๆก็ยิ่งอึ้ง เพราะจำได้ว่าเคยเห็นที่โชว์รูม แต่ไม่ทันจะเริ่มต้นยังไงเสียงเนตรชนกก็แหวตามมาอีก

"ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ถึงยังไงคุณพ่อก็ไม่มีวันกลับไปหายัยศศิมนนั่นเด็ดขาด บอกน้องสาวคุณให้เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว"

ชนม์ชนกโกรธมากพรวดเข้าไปหาเนตรชนก ถามว่า

กล้าดียังไงมาว่าน้องสาวตนแบบนี้ เนตรชนกลอยหน้าพูดอย่างท้าทายว่ายังน้อยไปด้วยซ้ำ จำไว้ว่าบ้านนี้ไม่ต้อนรับน้องสาวเขารวมทั้งตัวเขาด้วย

ชนม์ชนกยิ้มเยาะว่าตนก็ไม่อยากมาเหยียบนักหรอกถ้าไอ้สารเลวนั่นมันไม่ไปยุ่งกับน้องสาวตน เนตรชนกสะอึกเข้าหาถามว่าว่าใครสารเลว

"ก็จะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่ไอ้เฒ่าหัวงูเทพไท ไอ้วัวแก่อยากจะกินหญ้าอ่อน ไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบ แน่จริงอย่าหดหัวอยู่ในกระดองสิวะ" ประโยคหลังชนม์ชนกตะโกนเข้าไปในบ้าน

"นี่...อย่ามาว่าพ่อฉันนะ" เนตรชนกผลักอกชนม์ชนกผงะไป "น้องสาวนายมาให้ท่าพ่อฉันเอง ทำไม หาผู้ชายวัยเดียวกันไม่ได้แล้วรึไง ถึงได้มาเที่ยวไล่จับคนมีครอบครัวแล้ว หรือว่าไม่มีใครเอา"

คำด่าว่าฉอดๆลอยหน้าลอยตาใส่อย่างเหยียดหยันของเนตรชนก ทำให้ชนม์ชนกยิ่งโกรธ พรวดเข้าจับบ่าเธอบีบอย่างแรง พูดหน้าเกือบชนหน้าว่า

"หน้าตาก็ดี ไม่น่าพูดอะไรต่ำๆแบบนี้ออกมาได้เลยนะ แต่ก็อย่างว่า พ่อเลว ลูกก็คงไม่ต่างกันหรอก จะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงที่ไม่มีใครเอา ชนิดต่อให้มานอนให้ท่าตรงหน้าก็ไม่มีผู้ชายแลก็คือผู้หญิงปากร้ายจิตใจต่ำอย่างเธอนี่แหละ"

เนตรชนกโกรธตาแทบถลน ตบหน้าชนม์ชนกฉาดใหญ่ ปากสั่นน้ำตาคลอ แค้นใจที่ไม่เคยมีใครกล้ามาว่าตนอย่างนี้มาก่อนเลย บังอาจจริงๆ!

ooooooo

ตอนที่ 2

เทพไทได้ยินเสียงเอะอะเดินมาถามคนรับใช้ว่าเสียงอะไร พอรู้ว่ามีคนมาหาตนแต่เนตรชนกออกไปพบแล้ว เทพไทเดินออกไปทางหน้าบ้าน เจอเนตรชนกกำลังอาละวาดใส่ชนม์ชนกพอดี เทพไทรีบวิ่งเข้าไปหย่าศึก

เนตรชนกไล่ตะเพิดให้ชนม์ชนกออกจากบ้านตนไปเดี๋ยวนี้ไม่งั้นจะเรียกตำรวจจับ เทพไทรีบเข้าไปแทรกถามว่าอะไรกัน ถามชนม์ชนกว่ามาหาตนหรือ ฝ่ายนั้นมองหน้าถามว่าเขาเองหรือคือเทพไท

พอเทพไทรับว่าใช่เท่านั้น ชนม์ชนกตรงเข้าไปชกจนเทพไทกระเด็น เขาตามไปประเคนหมัดซ้ำไม่ยั้ง จนเนตรชนกร้องกรี๊ดที่เห็นพ่อถูกต่อย พุ่งเข้าไปทุบตีชนม์ชนกพัลวัน ปากก็ตะโกน

"ไอ้บ้า ปล่อยพ่อฉันนะ"

"โอ๊ย...นี่มันอะไรครับคุณ ผมเจ็บนะ" เทพไทโวยวาย

"เจ็บเหรอ นี่มันเจ็บไม่ถึงเศษเสี้ยวของความเจ็บที่แกทำกับยัยมนหรอก คนอย่างแกมันสมควรตายมากกว่า" เทพไทชะงักเมื่อได้ยินชื่อศศิมน  ชนม์ชนกบอกย้ำว่า  "ศศิมน  น้องสาวฉัน

ชาตินี้ความผิดอย่างเดียวที่ยัยมนทำก็คือมาคบกับผู้ชายเลวๆ ไร้ความรับผิดชอบ ไข่แล้วทิ้งอย่างแกนี่แหละ ต่อไปนี้อย่าได้เอาหน้าของแกไปให้ยัยมนเห็นอีกเป็นอันขาด หลานคนเดียวฉันเลี้ยงได้"

เทพไทตกใจตะลึงอึ้งถามงงๆ ว่าหมายความว่าอะไร ชนม์ชนกชี้หน้าด่าอย่างไม่หายแค้น

"อย่ามาตีหน้าซื่อแกล้งโง่ดีกว่า มันไม่มีประโยชน์ หรอก ฉันขอเตือนนะ อย่ามาให้น้องสาวฉันเห็นหน้าอีก ไม่งั้นโดนหนักกว่านี้แน่"

ต่อยและด่าจนสะใจแล้ว ชนม์ชนกหันหลังเดินออกไป เนตรชนกตามไปทุบอั้กๆๆ ชนม์ชนกแค่ปัดป้องเนตรชนกก็เซล้มแล้ว เขาขึ้นรถขับออกไปอย่างฉุนเฉียว เนตรชนกมองตามอย่างเกลียดชังแล้วนึกได้รีบวิ่งกลับมาประคองพ่อถามว่าเป็นยังไงบ้าง เทพไทไม่ตอบคำถาม แต่กลับรำพึงเหมือนตกอยู่ในภวังค์

"คุณมนท้องเหรอ..."

ooooooo

เมื่อเรื่องเลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว ทัดไทกับเนื้อนวล ตกลงกันว่าจะไปสู่ขอศศิมนให้ลูกชายให้ถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีเสีย เทพไทดีใจมาก แต่คนที่ค้านหัวชนฝาอาละวาดจนบ้านแทบแตกคือเนตรชนกยืนกรานไม่ยอมให้พ่อไปสู่ขอศศิมนเด็ดขาด หาว่านั่นแค่แผนการเพื่อจับพ่อตนเท่านั้น

เทพไทขอร้องเนตรชนกให้เข้าใจปัญหาหน่อย ทัดไท ก็หว่านล้อมว่าหลานกำลังจะมีน้อง แต่เนตรชนกไม่ต้องการค้านหัวชนฝา อ้อนปู่กับย่าให้ช่วยพูดกับพ่อให้ด้วย

เนื้อนวลสงสารหลานบอกว่าย่าไม่ไปก็ได้ บอกสามีกับลูกชายว่าให้ไปกันสองคนก็แล้วกันตนสงสารหลาน ทัดไท กับเทพไทจึงพากันไปสองคน

เนตรชนกวิ่งไล่ตามรถหมายจะยับยั้งไว้อีก เมื่อไม่ทันก็ร้องไห้โฮ จนเนื้อนวลเรียกมากอดไว้

"คุณพ่อไม่รักเนตรแล้ว เพราะผู้หญิงคนนั้น มันแย่งคุณพ่อไปจากเนตร เนตรเกลียดมันค่ะคุณย่า เนตรเกลียดมัน!" เนตรชนกแผดเสียงระบายความแค้นในอ้อมกอดของย่า

ooooooo

เมื่อกลับมาถึงบ้าน ชนม์ชนกบอกศศิมนอย่างแค้นใจว่าต่อไปนี้ห้ามไปพบหน้าเทพไทอีก ลูกในท้องตนจะเลี้ยงให้เองยกให้ตนเลยก็ได้

ศศิมนตกใจถามว่าไปหาเทพไทมาใช่ไหม บอกอะไรเขาไปบ้าง พอรู้ว่าพี่ชายบอกว่าเธอท้อง ศศิมนจึงบอกว่าเทพไทไม่รู้เรื่องนี้พี่ไม่น่าบอกเลย ทำเอาชนม์ชนกงงร้อง "อ้าว...ทำไมล่ะ"

"มนไม่อยากให้คุณเทพมีปัญหากับลูกสาว พอคุณเทพขอเลิกกับมน มนก็เลยไม่ได้บอกเรื่องลูกในท้องน่ะค่ะ"

"ลูกสาว...อ๋อ...ยัยปากดีตัวแสบนั่นน่ะเหรอ ดีแล้วล่ะที่มนไม่ต้องไปอยู่ร่วมชายคากับคนแบบนั้น ผู้หญิงอะไร หน้าตาก็ดี แต่จิตใจร้ายกาจชะมัด ใครได้ไปเป็นเมียคงซวยทั้งชาติ" ชนม์ชนกพุ่งเป้าไปที่เนตรชนกจนลืมเรื่องเทพไทไปเลย

ooooooo

ตกบ่าย รถของเทพไทก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านชนม์ชนก เพียงเทพไทก้าวลงจากรถเท่านั้น ชนม์ชนก ก็พรวดเข้ามาอย่างฉุนเฉียว กระชากคอเสื้อเทพไทตะคอกถาม

"แกยังกล้ามาที่นี่อีกเหรอ"

"พี่ชนม์ อย่าค่ะ..." ศศิมนวิ่งออกมาห้าม หันไปยกมือไหว้ทัดไท ทำให้ชนม์ชนกต้องไหว้ด้วยตามมารยาท ถามเย็นชาว่ามีธุระอะไรไม่ทราบ ทัดไทจึงพูดในฐานะผู้ใหญ่ว่า

"ผมมาขอพบคุณชัชชัยกับคุณหญิงเปรมปรีด์ครับ"

"คุณพ่อผมจะมาเจรจาสู่ขอคุณมนครับ" เทพไทรีบบอก ทำเอาศศิมนตะลึงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

เมื่อพากันเข้าไปนั่งในห้องรับแขก ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพบปะพูดคุยกันแล้ว เทพไทถือพานธูปแพเทียนแพเข้าไปกราบขอขมาชัชชัยกับคุณหญิง เอ่ยอย่างสำนึก...

"ผมขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวครับ และผมยินดีจะรับผิดชอบทุกอย่าง"

ชัชชัยถามเทพไทให้ตอบอย่างลูกผู้ชายว่ารักลูกสาวตนหรือเปล่า เทพไทตอบหนักแน่นว่ารัก รักมาก ชนม์ชนกทนไม่ได้ ทะลุกลางปล้องขึ้นว่า "รักเหรอ แล้วมาขอเลิกกับยัยมนทำไม"

"ผมกลัวว่าลูกสาวผมจะทำให้คุณมนลำบาก ผมก็เลย..." เทพไทชี้แจงอย่างลำบากใจ ถูกชนม์ชนกถามประชดว่าเลยเสียสละเพื่อปกป้องน้องสาวตนหรือ ฟังดูพิลึก

คุณหญิงปรามชนม์ชนกว่าอย่าเสียมารยาท ทัดไทจึงพูดขึ้นว่า

"ตอนนี้ ทายาทของเราทั้งสองครอบครัวก็กำลังจะเกิดมา ผมว่าเรามาปรองดองกันเถอะครับ เพื่อเห็นแก่หลานของเรา"

"อนุญาตให้เราแต่งงานกันนะครับ" เทพไทรีบขอ

"แล้วลูกสาวคุณล่ะ จะว่ายังไง ถ้ายัยเด็กร้ายกาจคนนั้นมาหาเรื่องน้องสาวผม ผมไม่ยอมนะบอกไว้ก่อน" ชนม์ชนกยังขึงขัง

"ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณมนเด็ดขาด ผมจะปกป้องคุณมนด้วยชีวิตผมเอง" เทพไทขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ศศิมนมองหน้าเขาด้วยความซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ

ooooooo

เนื้อนวลกอดปลอบใจ เนตรชนกที่หนุนตักย่าร้องไห้จนหลับไป ฝันร้ายว่าพ่อทิ้งตนไป ร้องเรียกทั้งพ่อทั้งแม่ดิ้นกระสับกระส่าย เนื้อนวลสงสารหลานปลุกจนตื่น พอตื่นขึ้นมา เนตรชนกก็คร่ำครวญต่อ...

"คุณแม่ทิ้งเนตรไปคนหนึ่งแล้ว คุณพ่อยังจะมาทิ้งเนตรไปอีก เนตรไม่เหลือใครอีกแล้ว คุณย่าอย่าทิ้งเนตรไปนะคะ"

เทพไทกับทัดไทกลับมาพอดี เทพไทรีบเข้าปลอบโยนลูกว่า พ่อไม่ทิ้งลูกไปไหนหรอก เธอขอให้พ่อสัญญาทันทีว่าจะไม่แต่งงานใหม่ ทำเอาเทพไทอึกอัก ทัดไทผู้เป็นปู่จึงหว่านล้อมว่า เมื่อไรจะเข้าใจเสียทีว่าพ่อจำเป็นต้องแต่งงานกับศศิมน

"เนตรไม่เข้าใจค่ะว่าทำไมจะต้องแต่งงานด้วย   ถ้าคุณพ่ออยากรับผิดชอบที่ทำแม่นั่นท้อง ก็จ่ายค่าเลี้ยงดูไปสิคะให้แม่เขาเลี้ยงไป" เนตรชนกดันทุรัง

"ทำแบบนั้นไม่ได้นะเนตร น้องจะขาดความอบอุ่น มีแต่แม่ไม่มีพ่อได้ยังไง น้องไม่ได้ทำผิดอะไรนะ"

เนตรชนกยังตะแบงว่าแล้วตนทำผิดอะไรถึงได้มีแต่พ่อไม่มีแม่   เทพไทบอกว่ามันไม่เหมือนกัน   เธอก็ยังรั้นจะให้เหมือนกันให้ได้ อ้างว่าตนไม่มีแม่ ตนยังโตมาได้ ลูกแม่นั่นไม่มีพ่อก็ต้องโตขึ้นมาได้เหมือนกัน

ทัดไทฟังแล้วส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ บอกเทพไทว่าให้อธิบายกันเองก็แล้วกันพ่อไม่ไหวแล้วพลางชวนเนื้อนวลออกไป ปล่อยให้พ่อลูกเขาคุยกันเอง เทพไทโอบไหล่เนตรชนกให้นั่งลง มองหน้าลูกขณะชี้แจง

"ฟังพ่อนะเนตร พ่อต้องรับผิดชอบเลือดเนื้อเชื้อไขของพ่อที่จะเกิดมาดูโลก ให้เขามีชีวิตที่ดีที่สุดเท่าที่พ่อจะให้ได้ จะให้พ่อทิ้งขว้างเขาอย่างที่เนตรบอก พ่อทำไม่ได้จริงๆ"

"อ้อ...ทิ้งเขาไม่ได้แต่ทิ้งเนตรได้งั้นเหรอคะ ชีวิตของเนตรเหลือคุณพ่อคนเดียวแล้วนะคะ   คุณพ่อจะให้เนตรไม่เหลือใครเลยใช่ไหมคะ" เนตรชนกยังคงไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น

เทพไทบ่นอย่างจนปัญญาว่า จะพูดอย่างไรดีลูกถึงจะเข้าใจ เธอสวนไปทันทีว่าไม่ต้องพูดหรอกแค่เลิกกับผู้หญิงคนนั้นก็พอแล้ว

"เนตรก็รู้ว่าพ่อทำไม่ได้" เทพไทเสียงเข้มขึ้น เนตรชนกน้ำตาไหลพรากมองพ่ออย่างผิดหวังเสียใจ ค่อยๆลุกแล้วพลันก็วิ่งออกไป เทพไทพยายามเรียกแต่ก็ไร้ผล เธอขับรถพุ่งไปอย่างเร็ว เทพไทได้แต่มองตามรถไปด้วยความกลุ้มใจ

ooooooo

เนตรชนกขับรถไปหาอุ่นที่บ้าน อุ่นอยู่กับคุณยายซึ่งนอนป่วยอยู่ในบ้านเก่าๆ พอเคนรู้ข่าวก็มาสมทบ อุ่นปลอบใจจนเนตรชนกหยุดร้องไห้แล้ว บอกเพื่อนรักว่าอย่าคิดมากเพราะคุณอาพ่อของเธอก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน เคนที่ตั้งหน้าตั้งตาแต่จะพูดเอาใจเนตรชนกท้วงติงอุ่นว่า

"อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่มีเวลาให้ มันแย่ยิ่งกว่าอยู่คนละบ้านอีกนะอุ่น"

อุ่นแว้ดเบาๆว่า ถ้าพูดอะไรที่สร้างสรรค์ไม่เป็นก็หุบปากไปเลย แต่เนตรชนกบอกว่า เคนพูดถูกเพราะถ้าพ่อแต่งงานไปแล้วคงถูกจิกไว้ไม่ปล่อยแน่ๆ พ่อก็คงจะหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเหมือนกัน

เนตรชนกยิ่งพูด ยิ่งคิด ก็ยิ่งไม่พอใจ อุ่นบอกว่าอย่าเพิ่งมองในแง่ร้ายขนาดนั้น เขาอาจจะไม่ใช่คนแบบนั้นก็ได้ เนตรชนกย้อนถามว่าผู้หญิงที่ปล่อยให้ตัวเองท้องเพื่อจับผู้ชายนั้นจะเป็นแบบไหนล่ะ

"เอาเหอะน่ะ ยังไงเขาก็กำลังอุ้มท้องน้องของเธอ คิดซะว่าเห็นแก่เด็กก็แล้วกัน" อุ่นขอ

"ไม่ได้นะเนตร เราต้องไม่เห็นแก่ใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเด็ก สตรีมีครรภ์หรือว่าคนชรา" เคนปากอยู่ไม่สุข เลยถูกอุ่นตบหลังผัวะจนหน้าทิ่ม ไล่ให้ไปนั่งไกลๆเลย เคนยักแย่ยักยันลุกขึ้นบ่นออด

"โอย...ยัยอุ่น พูดแค่นี้ต้องถีบกันด้วย"

อุ่นถลึงตาใส่ทำนองจะเอาอีกสักป้าบไหม เคนเลยเดินหน้าตูมไปนั่งอยู่ห่างๆ อุ่นหันไปบอกเพื่อนรักว่า เชื่อตนเถอะ ให้เห็นแก่เด็กที่กำลังจะเกิดมา เพราะนั่นคือน้องแท้ๆของเธอนะ

"ไม่ ฉันไม่นับมันเป็นน้อง ยิ่งถ้ามันเกิดมาทุกคนก็ต้องไปรุมรักมัน แล้วก็จะไม่มีใครรักฉันอีก ฉันไม่ยอมให้ มันสองแม่ลูกมาแย่งทุกอย่างไปจากฉันหรอก ไม่มีวัน!"

"แล้วเนตรจะทำยังไง" อุ่นถามอย่างกลุ้มใจ เนตรชนกไม่ตอบแต่นั่งหน้าเครียด คิดหนัก

ooooooo

ดึกแล้ว ปรากฏว่าเทพไทเดินงุ่นง่านเป็นหนูติดจั่นอยู่ในบ้าน ทั้งเป็นห่วงลูกทั้งกลุ้มใจเรื่องของตัวเอง พอเห็นรถของเนตรชนกขับเข้ามา เขาดีใจมากรีบเข้าไปหา

"ทำไมกลับดึกขนาดนี้ล่ะเนตร แล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์พ่อ"

เนตรชนกหน้าตึงตอบห้วนๆว่าไม่อยากรับ ครั้นเทพไทบอกว่ากลับดึกแบบนี้พ่อเป็นห่วง เธอก็กระแทกเสียงไปว่า เนตรไม่แคร์

"เนตร..." เทพไทครางออกมาอย่างเจ็บปวด เธอตัดบทว่าตนง่วงนอนแล้วขอตัวก่อน ว่าแล้วเข้าบ้านไปอย่างไม่แยแสพ่อที่อุตส่าห์ออกมารับ เทพไทเลยเดินคอตกตามลูกเข้าไป

พอเข้าห้องนอนตัวเอง เนตรชนกก็เอาแต่นั่งครุ่นคิดคุมแค้นเฝ้าถามตัวเองว่า "ฉันจะทำยังไงดี" สุดท้ายทิ้งตัวลงนอนก่ายหน้าผาก
คิดถึงเรื่องที่เทพไทถูกชนม์ชนกชกหน้าและตามไปประเคนซ้ำจนเทพไทตั้งตัวไม่ติด คิดถึงตอนที่พ่อรู้ว่าศศิมนท้องแล้วทำหน้าตกใจ...
คิดแล้วเนตรชนกลุกขึ้นนั่งเหมือนคิดอะไรบางอย่างได้แล้ว...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น เนตรชนกเดินเข้าไปที่คริสตัลพาเลซขอพบเจ้าของโรงแรม แจ้งแก่พนักงานว่า

"คุณชนม์ชนกเหรอคะ จะให้เรียนว่าใครต้องการพบคะ"

"ดิฉันค่ะ เนตรชนก"

แอนนาเข้าไปรายงานชนม์ชนกว่า เนตรชนกรออยู่ข้างนอก ตนถามว่ามีอะไรก็บอกว่าเรื่องส่วนตัวต้องคุยกับบอสเอง ชนม์ชนกจึงให้ไปเชิญเข้ามา พอแอนนาเดินออกไป ชนม์ชนก ก็ถามตัวเองอย่างรู้ฤทธิ์เดชของเนตรชนกดีว่า "จะมาไม้ไหนวะเนี่ย"

อึดใจเดียวก็มีเสียงเคาะประตู เขาเชิญให้เข้ามาแล้วเชิญนั่ง เนตรชนกปั้นหน้าปึ่งบอกว่าตนมีเรื่องอยากตกลงกับเขาไม่จำเป็นต้องนั่งเพราะพูดเดี๋ยวเดียวก็จะไปแล้ว เขาจึงให้เริ่มว่ามาเลย

"ฉันรู้ว่าคุณไม่อยากจะให้น้องสาวคุณแต่งงานกับพ่อฉัน ฉันก็เหมือนกัน ฉันว่าเรามาร่วมมือกันดีกว่า" ชนม์ชนก

ถามงงๆว่าร่วมมืออะไร "ทำลายงานแต่งงานนี้เสีย" เนตรชนกพูดเสียงเข้ม

"คุณเพี้ยนไปรึเปล่า ถึงผมจะไม่อยากให้น้องสาวผมแต่งงานกับพ่อคุณแค่ไหน แต่ผมก็เคารพการตัดสินใจของน้องสาวผม คุณเองก็ควรจะเคารพการตัดสินใจของพ่อคุณเหมือนกัน"

เนตรชนกยิ้มเยาะถามว่าปอดหรือ ที่แท้ก็ดีแต่ปาก ชนม์ชนกฉุนกึก เสียงดังว่าตนไม่ใช่เด็กเอาแต่ใจตัวเองเหมือนเธอจะได้ไม่ยอมเข้าใจคนอื่น ไม่เคารพความคิดใคร

"อย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย คุณน่ะ มันก็แค่เอาตัวรอดไปวันๆ ได้แต่ตามน้ำไปเรื่อย พอใครว่ายังไงคุณก็ว่าตาม เคยมีจุดยืนบ้างไหม"

"ผมพอจะเข้าใจพ่อคุณแล้วว่าทำไมถึงปวดหัวกับคุณ ก็พูดไม่รู้เรื่องแบบนี้นี่เอง"

"ก็ได้ คุณไม่ร่วมมือกับฉัน ฉันก็ไม่เห็นต้องแคร์ เรื่องแค่นี้ ฉันจัดการเองก็ได้" พูดแล้วจิกตาเย้ยอีกครั้งก่อนหมุนตัวจะเดินออกไป ชนม์ชนกลุกมาคว้าแขนไว้ถามว่าเธอจะทำอะไร เนตรชนกลอยหน้ากวนประสาทถามว่า "ทำไมฉันต้องบอกคุณด้วย"

"ผมขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้าคุณทำให้น้องสาวผมเสียใจผมรับรองว่าคุณจะต้องเสียใจยิ่งกว่าน้องสาวผมเป็นร้อยเท่าพันเท่า"

เนตรชนกมองเขาด้วยสายตายียวน ยิ้มกวนประสาท พูดเย้ยๆใส่หน้าว่า

"ขอโทษนะ พอดีฉันเป็นคนไม่กลัวหมาเห่าซะด้วยสิ เห็นเขาว่าหมาที่ดีแต่เห่ามันมักจะไม่กัด"

เนตรชนกสะบัดแขนเดินเชิดออกไปแล้ว ชนม์ชนกยังยืนอึ้ง อึดใจหนึ่งจึงคำรามเบาๆ

"ปากเก่งนักนะ สักวันฉันจะทำให้เธอพูดไม่ออกเลย คอยดู!"

ส่วนเนตรชนกไปถึงลานจอดรถแล้วยังไม่หายหงุดหงิด บ่นอย่างหัวเสีย

"บ้าจริงๆ  อีตานั่นดันปอดแหกขึ้นมาซะอีก  แล้วจะเอาไงดีเนี่ยเรา เฮ้อ...แต่ยังไงฉันก็ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด"

ooooooo

กลุ้มๆเบื่อๆในที่สุดเนตรชนกก็ไปหาอุ่นที่บ้านตามเคย ที่นั่นเคนมาคอยเฝ้าอยู่แล้ว จนอุ่นถามอย่างรำคาญว่าไม่มีอะไรทำรึไงถึงมานั่งได้ทุกวัน เคนทำลอยหน้าบอกว่าตนห่วงที่รัก ทำเอาอุ่นเขินคิดว่าเคนหมายถึงตัวเอง แต่พอเคนบอกว่าเนตรชนกเป็นที่รักของตน เมื่อที่รักกำลังเป็นทุกข์ก็ต้องมาคอยดูแล อุ่นปรับอารมณ์แทบไม่ทัน เลยทำเสียงอ้วกอย่างหมั่นไส้

เคนหยอกแกมหยิกว่านี่ถ้าไม่ใช่อุ่น ตนคิดว่าต้องท้องแน่ๆมาอ้วกแบบนี้ อุ่นย้อนถามว่าเป็นตนแล้วเป็นไง เคนทำตาปริบๆตั้งท่าเตรียมถอยก่อนบอกว่า

"ก็หน้าแบบเธอน่ะ คงไม่มีใครกล้ามาทำเธอท้องหรอก"

พลั่ก! เสียงอุ่นฟาดใส่หลังเคนจนหงายท้อง เนตรชนกบ่นเพื่อนทั้งสองคนว่าหยุดทะเลาะกันเสียที ตนกำลังใช้ความคิด อุ่นถามว่าจะไปคิดให้ปวดหัวทำไม อีกไม่กี่วันพ่อเธอก็จะแต่งงานแล้ว ห้ามเขาไม่ได้หรอก

"ให้เคนไปเผาทุกโรงแรมเลยดีไหม เขาจะได้ไม่มีที่จัดงาน" เคนทะลึ่งตามเคย นอกจากไม่มีใครสนใจแล้วยังถูกอุ่นด่าอีก

เนตรชนกบ่นว่าพ่อดักทางไว้หมด ตนไม่รู้เรื่องการเตรียมงานอะไรเลย พูดอย่างหมายมาดว่าคิดหรือว่าทำแบบนี้ แล้วจะหยุดตนได้ อุ่นบอกว่าเลิกคิดเสียเถอะ ยังไงเขาก็ต้องแต่งกันจนได้นั่นแหละ

"อยากแต่งงานนักใช่ไหม ก็ได้...ฉันจะรอจนถึงวันนั้น" เนตรชนกจ้องจิกไปข้างหน้าอย่างหมายมาดมุ่งมั่นมีเลศนัย

ooooooo

เนื้อนวลเอาใจหลานสาวเตรียมทุกอย่างไว้ให้ พร้อม แม้กระทั่งชุดที่จะใส่ไปงานแต่งงานของพ่อ เธอไม่สนใจ อ้างว่าตนไม่ได้เป็นเจ้าสาวไม่ต้องซีเรียสหรอก ส่วนทัดไทผู้เป็นปู่ก็พูดเอาใจว่าดีใจที่หลานเข้าใจและยอมไปร่วมงานแต่งของพ่อ

"เนตรต้องไปสิคะคุณปู่ งานสำคัญแบบนี้ เนตรไม่พลาดหรอกค่ะ" เธอพูดแล้วหัวเราะนิดๆ เทพไทบอกให้ชวนเพื่อนๆ ไปด้วย อย่างอุ่นกับเคนเป็นต้น "สองคนนั้นต้องไปอยู่แล้วค่ะ ไม่ไปก็อดเห็นอะไรสนุกๆสิคะ เสียดายแย่"

คำพูดเป็นนัยของเนตรชนกทำให้เนื้อนวลสงสัยถามว่าอะไรที่สนุกๆหรือ เธอทำหน้าตายบอกว่า "ก็งานแต่งงานเป็นงานรื่นเริง ก็ต้องสนุกสิคะคุณย่า ไหนคะชุดเนตร เนตรขอเอาไปลองข้างบนนะคะ"

ว่าแล้วหยิบชุดไปงานของตัวเองเดินขึ้นข้างบน

พอเข้าห้องก็โยนชุดไว้บนเตียง หันไปดูรูปถ่ายของแม่ จากนั้นเอากล่องหยิบชุดแต่งงานของแม่ขึ้นมาคลี่บนเตียง ปัดชุดที่ย่าจัดให้ตัวเองลงไปกองที่พื้น

ชุดแต่งงานของแม่ถูกจัดวางอย่างดีราวกับอยู่บนเรือนร่างจริงๆ เนตรชนกก้มลงกอดและซบหน้าราวกับได้กอดแม่ ร้องไห้ อย่างสะเทือนใจ...

ooooooo

ที่โรงแรมคริสตัลพาเลซของชนม์ชนก เริ่มมีการจัดเตรียมห้องจัดงาน โดยตัวเขาลงมาดูแลกำกับเองจนแอนนาถามว่ามาดูแลเองเลยหรือ เขาตอบอย่างภูมิใจว่า "ไม่ได้สิ งานน้องสาวผมทั้งคน"

"พี่ชนม์คงเหนื่อยแย่เลย" ศศิมนพูดอย่างเกรงใจ

แอนนาบอกว่าน่าอิจฉาจังที่เธอมีพี่ชายที่แสนดีอย่างบอส ศศิมนขอบคุณที่แอนนาชื่นชมพี่ชายตน

พอดีเทพไทเข้ามา ชัชชัยที่ดูแลการจัดห้องอยู่กับคุณหญิงเลยชวนมาช่วยกันดูว่าเป็นยังไง ชอบไม่ชอบก็ให้บอกชนม์ชนกจะได้แก้ไขให้

"ชอบไหมคะ ฝีมือพี่ชายมนเองค่ะ" ศศิมนอวด พอเทพไทบอกว่าชอบ ชมว่าชนม์ชนกเก่งหลายอย่าง เลยถูกชนม์ชนกแขวะว่า มีอยู่อย่างหนึ่งที่ตนไม่เก่ง คือหลอกเด็ก

ถูกแขวะเอาซึ่งหน้าทำเอาเทพไทหน้าเจื่อน ส่วนคุณหญิงปรามชนม์ชนกว่าพูดอะไรก็ไม่รู้ เขาก็ยังอุตส่าห์ตะแบงไปได้ว่า

"ผมพูดจริงๆครับคุณแม่ อย่างตอนยัยมนเด็กๆเวลาร้องไห้ ผมมาหลอกล่อให้เงียบไม่เคยได้สำเร็จสักที ก็ผมหลอกเด็กไม่เก่งไงครับ"

ศศิมนเห็นท่าไม่ดีเลยบอกเทพไทว่าตนชักเหนื่อยแล้วให้พาไปพักหน่อย เทพไทจึงขอตัวพาเธอออกจากห้องไป กระนั้นชนม์ชนกก็ยังไม่วายมองตามไปอย่างหมั่นไส้

ooooooo

พอพาเข้ามาพักในห้องที่โรงแรม ศศิมนบอกเทพไทว่าอดทนหน่อยก็แล้วกันพรุ่งนี้เราก็จะแต่งงานกันแล้ว ชนม์ชนกคงไม่ตามไปแขวะเขาถึงบ้านหรอก

"ไม่เป็นไรครับคุณมน ผมทำใจไว้แล้ว ก็ได้แต่หวังว่า สักวันคุณชนม์จะให้อภัยผม"

"อย่าห่วงเลยนะคะ พี่ชนม์เป็นคนมีเหตุผล เพียงแต่ ต้องใช้เวลา ที่เป็นแบบนี้อาจเป็นเพราะเขารักแล้วก็หวงมนมากไปหน่อย" พูดแล้วถาม "แล้วคุณเนตรล่ะคะ เป็นยังไงบ้าง"

เทพไทบอกว่าดูๆก็สงบลง ศศิมนเชื่อว่าเนตรชนกคงเข้าใจอะไรๆมากขึ้นแล้ว แต่เทพไทกลับพูดอย่างกังวลว่า

"ก็คงงั้นครับ แต่ผมรู้สึกเหมือนเป็นคลื่นลมสงบก่อนพายุใหญ่จะมา"

แล้วค่ำวันนี้เอง อุ่นก็ไปรับเนตรชนกที่บ้าน เทพไทถามว่าทำไมไม่นอนที่บ้านล่ะ เพราะพรุ่งนี้ก็จะถึงวันงานแล้ว เนตรชนกหันขวับมองหน้าพ่อนิ่ง พูดเรียบๆแต่จิกเจ็บว่า

"เนตรยอมรับปากไปร่วมงานก็มากแล้วนะคะ อย่าให้เนตรต้องมาทนดูความกระดี้กระด้าร่าเริงของทุกคนตั้งแต่เช้าเลยค่ะ ขอเนตรไปอยู่สงบๆดีกว่า"

เทพไทถามว่าแล้วทำไมไม่ขับรถไปเองอุ่นจะได้ไม่ต้องลำบากมารับ อุ่นบอกว่าตนห้ามไว้เองไม่อยากให้เนตรขับรถ ในตอนนี้ เทพไทไม่ติดใจอะไร ฝากอุ่นให้ช่วยดูแลเนตรชนกด้วย

"ค่ะคุณอา อุ่นจะดูแลเนตรให้เองค่ะ"

เทพไทยืนมองสองสาวช่วยกันหิ้วกระเป๋าใบโตออกไปอย่างกลุ้มใจที่ลูกไม่ยอมเข้าใจตนสักที

ooooooo

เคนมาที่บ้านอุ่นแต่เช้าทั้งที่เนตรชนกยังไม่ตื่นเลย อุ่นรีบขึ้นไปปลุกเพื่อนบอกว่าสายแล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันพิธีเช้า เนตรชนกงัวเงียขึ้นมาบอกว่า

"ไปกับเคนก่อนนะอุ่น ฉันง่วง ขอนอนต่ออีกแป๊บนึง เดี๋ยวฉันจะตามไป"

"ได้ยังไง ไปลุกๆรีบไปอาบน้ำเร็วเข้า งานพ่อเธอนะ" เนตรชนกพูดอย่างหงุดหงิดว่าไปก่อนเถอะอย่ามายุ่งกับตนแล้วนอนต่อ คราวนี้อุ่นปลุกเท่าไรก็ไม่ยอมลุก จนอุ่นอ่อนใจบ่น "เอาไงดีวะเนี่ยเนตร เดี๋ยวเอารถฉันตามไปนะ ฉันให้เวลานอนอีกครึ่งชั่วโมง ฉันตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว"

เนตรชนกตอบแบบขอไปทีให้จบๆไปว่า เออๆแล้วนอนต่อ

"ฉันไปก่อนนะ" บอกแล้วอุ่นเดินออกไป แต่พอรถของเคนแล่นออกไป เนตรชนกก็ลืมตาขึ้นอย่างไม่มีวี่แววว่าจะง่วงนอนเลย กดปิดนาฬิกาปลุก จ้องจิกตาไปข้างหน้าอย่างเคียดแค้น

ooooooo

ตอนที่ 3

อุ่นกับเคนมาถึงโรงแรมที่จัดงาน เข้าไปสวัสดีคู่บ่าวสาว เทพไทถามว่าแล้วเนตรชนกล่ะ อุ่นบอกว่า ยังไม่ตื่นแต่เดี๋ยวคงตามมาเพราะตนตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้ว จากนั้นขอตัวไปสวัสดีคุณปู่คุณย่า

เนตรชนกที่ลุกขึ้นทันทีที่อุ่นกับเคนออกจากบ้าน จัดแจงเอาชุดแต่งงานของแม่มาใส่ แต่งหน้าทาปากสีดำ เอากรอบรูปแต่งงานของพ่อกับแม่มาผูกริบบิ้นสีดำ ประคองรูปขึ้นถือยืนตัวตรงแววตามุ่งมั่นเย็นชา

ที่ห้องจัดงาน ชัชชัยเดินมากับศศิมนในชุดเจ้าสาวแสนสวย แขกในงานพากันมองอย่างชื่นชม เทพไทมองเจ้าสาวด้วยแววตาแสนรัก ในขณะที่ศศิมนยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

เมื่อชัชชัยพาศศิมนเดินมาถึงกลางเวที ก็แยกไปยืนรวมกับทัดไท เนื้อนวล และคุณหญิงเปรมปรีดิ์ คู่บ่าวสาวยืนอยู่กลางเวทีสวยเด่น แม้จะต่างวัยแต่ก็ดูเหมาะสมกันมาก

เทพไทหยิบแหวนออกมาสวมให้ศศิมน เอ่ยอย่างปลื้มปีติ

"ผมสัญญานะครับว่าจะรักและดูแลคุณตลอดไป"

ศศิมนยิ้มปลื้มมีความสุข หยิบแหวนสวมให้เทพไทเช่นกัน

"มนสัญญาค่ะว่าจะรักและทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของคุณค่ะ"

แขกในงานพากันปรบมือด้วยความชื่นชมยินดี จากนั้นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพากันให้โอวาท

"ต่อไปนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกันนะ" เนื้อนวลเอ่ย

"มีอะไรก็ช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขนะ" ทัดไทเอ่ยแก่ทั้งสอง ส่วนชัชชัยฝากเทพไทให้ดูแลลูกสาวตนด้วย คุณหญิงเอ่ยกับศศิมนว่า

"ตอนนี้ลูกมีครอบครัวแล้วก็ต้องดูแลครอบครัวของลูกให้ดีนะ เป็นสะใภ้ที่ดี เป็นภรรยาที่น่ารักนะลูก"

"ค่ะคุณแม่" ศศิมนรับคำ จากนั้นบ่าวสาวเดินเคียงคู่กันลงจากเวทีเพื่อไปตัดเค้ก

ทันใดนั้น ทุกคนตะลึงอึ้งเมื่อเนตรชนกในชุดเจ้าสาวของแม่ตัวเอง เดินถือรูปพ่อกับแม่ในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเดินเข้ามาอย่างไม่แยแสกับสายตาของใครๆ เทพไทตกใจรีบเข้าไปหา ถามเบาๆว่าทำไม...เนตรชนกไม่สนใจพ่อแต่หันไปพูดกับแขกในงานเสียงดังว่า

"ขอโทษนะคะ ก่อนที่คู่บ่าวสาวจะตัดเค้ก ดิฉันในฐานะลูกสาวเจ้าบ่าวอยากจะกล่าวอะไรสักหน่อย"

แขกทุกคนพากันมองอึ้ง ชนม์ชนกรู้ฤทธิ์เดชของเนตรชนกดีอยู่แล้ว พรวดเข้าไปหาถามว่าจะทำอะไร เนตรชนกตอบอย่างไม่แยแสว่าตนมาฉลองให้กับพ่อตัวเอง ว่าแล้วหันกลับมองแขกในงาน พลางยกรูปแต่งงานของพ่อกับแม่ขึ้น พูดต่อ

"หวังว่าคุณพ่อคงจำวันที่ถ่ายรูปนี้ได้นะคะ และก็คงจำคำสัญญาที่ให้ไว้ในวันนั้นได้ ที่บอกว่าจะรักคุณแม่คนเดียวตลอดไป"

เทพไทพยายามบอกเนตรชนกว่ามีอะไรไว้พูดกันทีหลัง เนตรชนกทำเหมือนได้ยินแค่ลมพัดผ่านเดินเอารูปไปปักลงบนเค้กทับชื่อศศิมนอย่างจงใจ พูดเสียงเครือสะท้าน

"เมื่อคุณพ่อลืมคุณแม่ ลืมเนตรแล้วก็ไม่เป็นไรค่ะ เนตรขอให้คุณพ่อมีความสุขกับครอบครัวใหม่ของคุณพ่อนะคะ"

พูดเสร็จเธอล้วงมือลงในกระเป๋าหยิบมีดออกมา ทุกคนมองตะลึง เนตรชนกยกมีดขึ้นมาปาดคอตัวเองช้าๆ เลือดกระเซ็นเข้าใส่หน้าเทพไทที่พรวดเข้ามาจะห้าม ร่างเนตรชนกค่อยๆทรุดลงกับพื้นมีดหลุดจากมือ...

เนื้อนวลช็อกเป็นลม  ดีที่ทัดไทประคองไว้ทัน ชนม์ชนก อุ่น และเคนมองช็อก

"เนตร...เนตร...ทำไมลูกต้องทำแบบนี้ด้วย..." เทพไทประคองร่างลูกร้องถามอย่างตระหนก

ชนม์ชนกที่ประคองศศิมนอยู่ อุ้มเธอไปนั่งพักกับคุณหญิงและชัชชัยที่วิ่งมาดูแลลูกสาว ฝากน้องไว้แล้วรีบมาดูเนตรชนก ระหว่างนั้นสะดุดกับมีดที่เนตรชนกใช้ปาดคอตกอยู่ที่พื้น เขาหยิบขึ้นมาดูชะงัก!

ooooooo

ขณะที่หน้าโรงแรมกำลังชุลมุนกับการนำตัวเนตรชนกส่งโรงพยาบาลนั้น เทพไทปลอบใจเนตรชนก ที่นอนอยู่บนเตียงพยาบาล ให้ทำใจดีๆแข็งใจไว้

พริบตานั้น ชนม์ชนกวิ่งแหวกผู้คนเข้าไป พุ่งเข้าคว้าแขนเนตรชนกกระชากขึ้น

"ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะยัยตัวดี!"

อุ่นพยายามห้ามส่วนเนตรชนกทำเสียงอ่อยสั่งให้ปล่อย ชนม์ชนกไม่ปล่อย เขาเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดเลือดที่คอเธอ เผยให้เห็นลำคอที่เกลี้ยงเกลาไม่มีรอยมีดเลยแม้แต่น้อย ทุกคนมองงงๆชนม์ชนกจึงหยิบมีดที่เก็บได้ให้ทุกคนดูบอกทุกคนว่า

"ก็นี่ไงครับ มีดมายากล ลูกสาวคุณเล่นตลกให้พวกเราดู แต่ผมไม่ขำนะ"

ที่แท้มันคือมีดปลอม!

เคนอุทานอย่างอึ้ง ทึ่ง งงว่า "โอ้โหเนตร คิดได้ไงเนี่ย"

เนตรชนกมองทุกคนที่ห้อมล้อมอย่างไม่ประหวั่นพรั่นพรึงที่ถูกจับผิดได้ ทั้งยังพูดกับพ่อว่า "ครั้งนี้แค่เตือน ถ้าคุณพ่อยังไม่เลิกกับแม่นั่น คราวหน้ามันอาจจะมีดจริงก็ได้"

พูดแล้วลุกจากเตียงพยาบาลเดินอ้าวไปขึ้นรถของอุ่นขับออกไปเลย ชนม์ชนกวิ่งตามตะโกนลั่น

"เดี๋ยว...จะหนีไปไหน คิดจะชิ่งเหรอ"

ooooooo

เนตรชนกเห็นชนม์ชนกขับรถกระบะที่มาจอดส่งของหน้าโรงแรมไล่บี้มา ก็ยิ่งขับวกวนกวนโทสะกลายเป็นรถสองคันขับไล่บี้กันบนท้องถนนจนถูกรถคันอื่นๆบีบแตรด่า บีบแตรไล่กันลั่นถนนไปหมด

สุดท้ายรถมาจอดติดไฟแดงด้วยกัน ชนม์ชนกลงจากรถไปทุบกระจกรถเนตรชนกถามว่าก่อเรื่องแล้วคิดจะหนีหรือ ให้ลงมาพูดกันให้รู้เรื่อง เนตรชนกตะโกนมาว่าตนไม่มีอะไรจะพูด ชนม์ชนกไม่ได้ยินเธอเลยลดกระจกลงพูดอีก ชนม์ชนกฉวยโอกาสนั้นเอื้อมมือเข้าไปปลดล็อกแล้วเปิดประตูลากเธอลงมา

เกิดโกลาหลขึ้นเมื่อทั้งสองลงมาโต้เถียงยื้อยุดกันอยู่กลางสี่แยกไฟแดง

"ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าถ้าคุณทำให้น้องสาวผมเสียใจ คุณจะต้องเสียใจยิ่งกว่าเป็นร้อยเท่าพันเท่า แล้วคุณยังกล้ามาทำให้ยัยมนต้องอับอายขายหน้าอีก"

"อับอายเหรอ แค่นี้น้องสาวคุณไม่อายหรอก ก็ขนาดปล่อยให้ท้องเพื่อจับผู้ชายยังไม่เห็นอายนี่"

เนตรชนกลอยหน้าใส่ ชนม์ชนกยิ่งโมโหจับบ่าทั้งสองข้างบีบเขย่าจนเธอหัวสั่นหัวคลอนบอกว่า เมื่อเธอทำให้ น้องสาวตนขายหน้าตนก็จะทำให้เธอขายหน้าได้เหมือนกัน พูดจบก็ปล้ำจูบอย่างรุนแรงกลางสี่แยกไฟแดง เนตรชนกตะลึงอึ้งไปครู่หนึ่ง พอได้สติก็ผลักชนม์ชนกหงายไปแล้ววิ่งกลับมาที่รถขับออกไปน้ำตาร่วง

ชนม์ชนกขับรถตามไปอย่างงงๆกับการกระทำของตัวเอง พริบตานั้นเนตรชนกตัดสินใจขับรถพุ่งเข้าชนรถชนม์ชนกด้วยความแค้นใจ ผลคือชนม์ชนกไม่เป็นอะไร แต่ตัวเองกลับหมดสติ

"ตายรึเปล่าวะเนี่ย ยัยบ้าเอ๊ย ทำอะไรลงไปเนี่ย" ชนม์ชนกบ่นแล้วเปิดประตูรถอุ้มร่างหมดสติของเนตรชนกไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

เมื่อพวกผู้ใหญ่ที่อยู่ในห้องจัดงานที่โรงแรมรู้ข่าวต่างพากันมาที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง ครู่หนึ่งพยาบาลเข้ามาเชิญญาติออกไปก่อน เพราะจะเช็ดตัวคนเจ็บ ทุกคนจึงพากันออกไป

ทัดไทขอโทษศศิมนแทนหลานสาว ศศิมนพูดจากใจจริงว่า ตนไม่เคยคิดโกรธเนตรชนกเลย

ส่วนเทพไทก็ขอบคุณชนม์ชนกที่เป็นธุระให้ทุกอย่าง ถูกตอบประชดกลับว่า

"ผมก็แค่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น จะทิ้งให้ตายมันก็กระไรอยู่"

เคนเสนอตัวขอเฝ้าเนตรชนกคืนนี้ เทพไทไม่เห็นด้วยเพราะเป็นผู้ชาย ศศิมนเสนอตัวก็ถูกติงว่าคืนนี้ต้องส่งตัวเข้าหอ สุดท้ายอุ่นอาสาเฝ้าเองแต่ขอกลับไปเอาเสื้อผ้าก่อน

ชนม์ชนกเสนอว่ากว่าเนตรชนกจะฟื้นก็คงอีกนานให้ ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ศศิมนเลยฝากพี่ชายดูเนตรชนกก่อนจนกว่าอุ่นจะกลับมา ชนม์ชนกจึงตามไปส่งน้องสาวที่ลานจอดรถ

แต่พอเขากลับมาปรากฏว่า เนตรชนกหายไปแล้ว ไปถามพยาบาลที่เคาน์เตอร์ก็ไม่มีใครเห็น

ที่แท้ หลังจากพยาบาลเช็ดตัวออกไปครู่เดียว เนตรชนกก็รู้สึกตัว ทบทวนเรื่องราวแล้วลุกขึ้นไปหยิบชุดแต่งงานของแม่หอบเดินออกจากห้องลงไปทางบันไดหนีไฟ คลาดกับชนม์ชนกที่ไปส่งศศิมนกลับขึ้นมาทางลิฟต์เส้นยาแดงเดียว

ooooooo

เนตรชนกหอบชุดแต่งงานของแม่เดินมาถึงถนนใหญ่จะข้ามถนนก็พอดีฝนตกลงมาจึงหันกลับไปซุกตัวหลบฝนร้องไห้อยู่ที่ซอกตึก

ส่วนชนม์ชนกเอะใจจึงออกตามหาเดินหาจนทั่วโรงพยาบาลก็ไม่มีวี่แวว เขาวิ่งออกมาหน้าโรงพยาบาลมองฝ่าสายฝนออกไปอย่างกังวลใจ

พอฝนเริ่มซา เนตรชนกเช็ดน้ำตาจนแห้งลุกขึ้นอย่างพร้อมจะสู้ต่อไป แต่พอเธอเดินออกไปที่ถนน ชนม์ชนกเห็นเข้าพอดีเขาวิ่งเข้าไปถามฉุนๆว่า

"ทำบ้าอะไรของคุณน่ะ ออกมาทำไม อยากจะให้วุ่นวายกันทั้งโรงพยาบาลรึไง ป่วนงานแต่งไม่พอยังมาป่วนที่นี่อีก" พูดพลางถอดแจ็กเกตของตัวเองคลุมให้เมื่อเห็นเธอหนาวสั่น เนตรชนกเบี่ยงตัวหลบอย่างอวดดีสะบัดเสียงใส่ว่า อย่ามายุ่งกับตนพลางจะเดินหนี

ชนม์ชนกไม่ยอมให้ไปไหนคว้าแขนไว้บอกว่าจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ต้องกลับไปที่ห้องเดี๋ยวนี้

"ไม่!"

"พูดดีๆไม่รู้เรื่องต้องใช้กำลังใช่ไหม" ชนม์ชนกคว้าตัวเธอขึ้นบ่าแบกไปทันที เนตรชนกดิ้นกระแด่วอยู่บ่นบ่าเขา จนมาถึงห้องชนม์ชนกโยนเธอลงบนเตียงบอกบุรุษพยาบาลที่พากันมาดูว่าคนไข้หนีออกจากโรงพยาบาลกำลังคลุ้มคลั่งให้ช่วยกันหน่อย บุรุษพยาบาลจึงช่วยกันจับเนตรชนกตรึงไว้กับเตียง

พอเนตรชนกถูกตรึงจนดิ้นไม่ได้ ชนม์ชนกก็ปาดเหงื่ออย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

หลังการส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอเรียบร้อยแล้ว เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้องหอ ศศิมนปรารภกับเทพไทว่าตนห่วงเนตรชนกมาก เทพไทเองก็เป็นห่วงแต่เมื่อครู่นี้โทร.ไปที่โรงพยาบาลแล้วทางนั้นบอกว่าเนตร-ชนกยังหลับอยู่ ไว้พรุ่งนี้เราค่อยไปรับกลับก็แล้วกัน

"ค่ะ คุณเทพ มนจะพยายามทำทุกอย่างให้คุณเนตรสบายใจ ให้เธอยอมรับมนให้ได้ค่ะ"

เทพไทโอบไหล่ศศิมนไว้ด้วยความรัก พูดให้กำลังใจว่า เชื่อว่าความดีของเธอจะเอาชนะเนตรชนกได้

ooooooo

เมื่อเนตรชนกหลับไปเพราะฤทธิ์ยานอนหลับแล้ว ชนม์ชนกยืนมองพึมพำอย่างระอาใจว่า

"กว่าจะสิ้นฤทธิ์...เฮ้อ...เวลาหลับก็ดูน่ารักดีอยู่หรอก ไม่น่าเชื่อเลยว่าเวลาตื่นจะร้ายกาจได้ขนาดนั้น"

พอดีอุ่นไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านกลับมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ พอฟังชนม์ชนกเล่าจบ เธออุทาน "ตายจริงยัยเนตร ดีนะคะที่ไม่เป็นอะไรมากกว่านี้ เฮ้อ...ดื้อจริงๆเลย เนตรนะเนตร"

ชนม์ชนกมองหน้าอุ่นถามว่าสองคนคบกันได้ยังไง เพราะนิสัยใจคอต่างกันลิบลับ อุ่นจึงเล่าว่า

"ที่จริงเนตรก็ไม่ได้เป็นคนร้ายกาจอะไรหรอกนะคะ แค่หวงพ่อมากไปหน่อยเท่านั้นเอง เนตรเสียแม่ไปคนหนึ่งแล้วตั้งแต่เด็กเลยกลัวความสูญเสียไม่อยากเสียพ่อไปอีกคน"

ชนม์ชนกบ่นว่าโตขนาดนี้ก็น่าจะแยกแยะได้แล้ว พูดแล้วขอตัวกลับ

อุ่นขอบคุณที่ช่วยดูแลเพื่อน ชนม์ชนกบอกว่าไม่เป็นไรทั้งที่ใจแหยงเต็มที

ooooooo

แต่ชนม์ชนกกลับไม่ถึงบ้าน เพราะพอมาถึงลานจอดรถก็ถูกทิพย์ธิดาเข้ามากอดจากข้างหลัง พอเขาหันมองถามอย่างแปลกใจว่าไหนว่าไปแอลเอแล้วไง ทิพย์ธิดาทำหน้าแอ๊บแบ๊วบอกว่าไม่ไปแล้ว เพราะหวัด 2009 ยังมีอยู่ ที่มาโรงพยาบาลนี่ก็เพื่อมาเอาใจตรวจสุขภาพ ฉอเลาะว่า

"ทิพย์กลัวชนม์เหงาถ้าขาดทิพย์" แล้วชวนไปนั่งคุยกันดีกว่า เป็นที่รู้กันสองคนว่าหมายถึงอะไร

ทิพย์ธิดาเธอเป็นสาวสวยวัยยี่สิบปลายๆ จบจากนอก สวย รวย มีชาติตระกูล แต่ทำตัวเป็นสาวฝรั่ง แม้จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายหลายคน แต่คนที่เธอหมายมั่นปั้นมือและหลงรักหมายครอบครองมีคนเดียว คือ ชนม์ชนกคนนี้นี่เอง

ooooooo

ชนม์ชนกพาเธอไปนั่งดื่มกันที่มุมบาร์ที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่านในโรงแรมของเขาเอง ทิพย์ธิดานั่งเบียดจนแทบจะเกยขึ้นไปบนตักของเขา ตัดพ้อต่อว่าที่น้องสาวแต่งงานทั้งทีก็ไม่ชวนสักคำ

ชนม์ชนกบอกว่าเป็นงานเล็กๆที่จัดกันภายในหมู่ญาติตนเกรงใจเซเลบอย่างเธอเดี๋ยวจะกลายเป็นข่าวใหญ่เปล่าๆ

"คราวหลังไม่ต้องเกรงใจทิพย์หรอกนะคะ น้องสาวของชนม์ก็เหมือนน้องสาวทิพย์นั่นแหละค่ะ งั้นคราวนี้เรามาเต้นรำกันดีกว่านะคะ" พูดแล้วฉุดมือเขาลุกไปโอบซบเต้นรำกันในจังหวะช้าๆซึ้งๆ

ดื่มกันจนเมาได้ที่ ทั้งคู่ก็พากันขึ้นพักที่ห้องในโรงแรมนั่นเอง ต่างปล่อยใจไปตามอารมณ์ปรารถนาของกันและกันตามเคย

จนกระทั่งเช้า ชนม์ชนกตื่นก่อนลุกขึ้นมา ทิพย์ธิดาถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่าจะไปล้างหน้าถามว่าเธอจะทานอะไรจะได้สั่งขึ้นมาให้

ทิพย์ธิดาอ้อนว่าตนไม่หิวอาหารแต่หิวตัวเขา พูดแล้วโผเข้ากอดไว้อีก ชนม์ชนกหยอกว่าทำแบบนี้เดี๋ยวตนถูกหนุ่มๆของเธอดักตีหัวเอา เธออ้อนว่าสำหรับตัวเธอแล้วไม่มีใครมีความหมายเท่าเขา เพราะมีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่สนใจตนเสมอ

"ผมก็ถือว่าคุณเป็นเพื่อนผมด้วยนี่นา จะไม่ให้ใส่ใจเลยได้ยังไง ผมว่าไปอาบน้ำเถอะครับ จะได้ทานมื้อเช้ากัน ผมต้องไปทำงานต่อ" พูดแล้วส่งมือให้เธอจับฉุดขึ้นมาจากเตียง

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน เทพไทไปรับเนตรชนกจากโรงพยาบาลพากลับบ้าน ศศิมนออกมารับร้องทักอย่างเร่าร้อนว่า "คุณเนตรเป็นยังไงบ้างคะ"

"เสียใจด้วยนะที่ฉันยังไม่ตาย" เนตรชนกตอบหน้าตึง เนื้อนวลเห็นบรรยากาศไม่ดีจึงชวนไปทานข้าวต้มกุ้งกับย่ากันดีกว่า ทัดไทชวนอุ่นกับเคนที่มาส่งเนตรชนกไปทานด้วยกัน

เทพไทบอกเนตรชนกให้ทานเยอะๆ คุยอวดว่าเป็นข้าวต้มที่ศศิมนทำเองเลยทีเดียวเชื่อว่าลูกต้องชอบแน่ๆ ศศิมนรีบลุกขึ้นตักข้าวต้มยกไปวางไว้ตรงหน้าเนตรชนกอย่างเอาใจ ถูกเนตรชนกผลักชามข้าวต้มพ้นหน้าแล้วสั่งน้อยให้เอาไปเทให้หมากิน

อุ่นพยายามเตือนสติเพื่อนให้ใจเย็นๆ แต่เนตรชนกก็คือเนตรชนก เธอไม่แยแสใครทั้งสิ้น ยังตำหนิติเตียนว่านี่มันข้าวหมาชัดๆทีหลังทำไม่เป็นก็ไม่ต้องทำ เนตรชนกว่าเสียจนศศิมนตำหนิตัวเองว่าคงคนบ่อยเกินไปข้าวต้มเลยเละ วันหลังขอแก้ตัวใหม่ก็แล้วกัน เนตรชนกไม่สนใจเอ่ยก่อนลุกไปว่า

"เนตรขอไปพักก่อนดีกว่าค่ะ แถวนี้มลพิษเยอะ น้อยเอานมกับน้ำส้มขึ้นไปให้ฉันด้วย"

ooooooo

ทานอาหารเช้าเสร็จขณะเดินออกมาด้วยกัน อุ่นปรารภกับเคนว่าเป็นห่วงเนตรชนกจัง ไม่คิดว่าเพื่อนจะหวงพ่อจนถึงขนาดนี้ แต่เคนกลับเป็นห่วงศศิมนไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรอีก

สุดท้ายเพื่อนทั้งสองปรึกษากันว่าควรชวนเนตรชนกไปทำอะไรเพลินๆ จะได้ลืมเรื่องพ่อกับแม่เลี้ยงเสียบ้าง แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี

เมื่อเนตรชนกไม่แตะต้องอาหาร เนื้อนวลจึงทำข้าวต้มชามใหม่ยกไปให้ พูดปลอบใจแสดงความรักความห่วงใย จนเนตรชนกดีใจที่อย่างน้อยก็ยังมีคุณย่าที่รักตนอยู่

ส่วนเทพไทออกไปเจอศศิมนยืนร้องไห้อยู่หลังบ้าน เขาขอโทษแทนลูกสาว บ่นๆว่าปกติเนตรชนกไม่ใช่คนนิสัยแบบนี้เลย

"ไม่เป็นไรค่ะ มนก็เตรียมใจมาบ้างแล้ว แต่พอเจอเข้าจริงๆก็อดร้องไห้ไม่ได้ แต่มนจะพยายามเข้มแข็งกว่านี้นะคะ มนสัญญา"

"ผมทำให้คุณต้องเป็นทุกข์ ผมเสียใจ" เทพไทดึงศศิมนเข้าไปกอด ศศิมนบอกว่าตนไม่ได้ทุกข์อะไร เพียงแต่ตกใจนิดหน่อยเดี๋ยวก็ปรับตัวได้ เทพไทขอร้องว่า "คุณต้องไม่เครียดนะ ไม่งั้นลูกของเราจะเครียดตามนะรู้ไหม" พูดพลางกอดเธอโยกตัวไปมาอย่างปลอบโยน

"ค่ะ ลูกของเราต้องเป็นเด็กอารมณ์ดีนะคะ" ศศิมนยิ้มสบายใจเมื่อคิดถึงลูก...

เนตรชนกยืนมองจากหน้าต่างห้องตัวเอง เห็นพ่อกอดศศิมนที่สวนหลังบ้านก็ยิ่งน้อยใจ ยิ่งปักใจที่จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด

ooooooo

ทิพย์ธิดานัวเนียอยู่กับชนม์ชนกไม่ยอมห่าง เที่ยงนี้เขาพาเธอกลับไปทานอาหารที่บ้าน ชัชชัยกับคุณหญิงทักอย่างดีใจว่าหายไปนานสบายดีหรือ เธอบอกว่าสบายดีแต่ยุ่งๆเรื่องงานเลยไม่ได้แวะมาเยี่ยม ชัชชัย เชิญนั่งทานอาหารด้วยกัน พลางหันไปถามชนม์ชนกว่า ลูกสาวเทพไทเป็นอย่างไรบ้าง

"ยัยเด็กฤทธิ์มากคนนั้นน่ะเหรอครับ กลับบ้านไปแล้วครับ" ทิพย์ธิดาถามว่าใครหรือ "ลูกเลี้ยงน้องสาวผมน่ะ แสบจริงๆ ทำเอางานแต่งเกือบล่ม ดีนะที่มีแต่ญาติที่สนิทๆ เลยทำความเข้าใจกันง่าย"

คุณหญิงบอกว่าเด็กคงเก็บกดมากถึงได้ทำอะไรรุนแรงขนาดนี้ แต่ชนม์ชนกเชื่อว่าเป็นโรคจิตมากกว่า ชัชชัยมีข้อสังเกตว่าอาจเพราะขาดแม่ก็ได้เลยหวงพ่อ

"คุณแม่ผมก็เสียตั้งแต่ผมเด็กๆ ผมยังไม่เห็นหวงคุณพ่อเลย นี่ถ้าผมไม่ได้คุณแม่ช่วยเลี้ยงผมมาป่านนี้ผมจะเป็นยังไงก็ไม่รู้" พูดพลางมองไปทางคุณหญิง คุณหญิงยิ้มเอ็นดูบอกว่าตนรักเขาเหมือนลูกแท้ๆคนหนึ่ง รักเท่าๆกับศศิมนนั่นแหละ ชนม์ชนกเลยเข้ากอดคุณหญิงอย่างประจบ

"แหม น่าอิจฉาครอบครัวที่แสนอบอุ่นนี้จัง ทิพย์ขอมาเป็นสมาชิกครอบครัวนี้ด้วยคนได้ไหมคะ"

ชัชชัยสนับสนุนทันทีบอกว่าชนม์ชนกจะได้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที เจ้าตัวกลับบอกพ่อว่าตนกับทิพย์ธิดาเป็นเพื่อนกัน เลยถูกคุณหญิงแซวว่าพูดเป็นดาราไปได้อะไรๆก็เป็นเพื่อนกัน

"นั่นสิคะคุณแม่ ชนม์คงเขินน่ะค่ะ" ทิพย์ธิดาฉวยโอกาสอำตำแหน่งว่าที่สะใภ้หน้าตาเฉย แม้ชนม์ชนกจะไม่คิดอย่างนั้นแต่ก็ยิ้มสบายๆ ใครจะเข้าใจอย่างไรก็ตามใจ แล้วขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

ชนม์ชนกขับรถไปส่งทิพย์ธิดายังคอนโดฯที่เธอพัก เธอชวนเขาขึ้นไปนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อน เขาปฏิเสธเกรงจะยาวอีก ขอตัวไปทำงานก่อน เพราะยังมีงานค้างอยู่แล้วค่อยเจอกันใหม่

"ต้องเจอกันแน่ค่ะชนม์" ทิพย์ธิดายืนมองตามหลังพึมพำอย่างมุ่งมั่น "ทิพย์ไม่ปล่อยคุณหลุดมือไปง่ายๆหรอกค่ะ ยังไงซะชนม์ก็ต้องเป็นของทิพย์"
ooooooo
ศศิมนพยายามที่จะเข้ากับเนตรชนกให้ได้ วันนี้ก็เข้าครัวถามป้าแจ่มว่าเนตรชนกชอบทานอะไร   ป้า

บอกว่าวันก่อนทำเต้าหู้ทอดกับนํ้าจิ้มให้ เนตรชนกชอบมาก บอกป้าแจ่มว่าอยากทานเต้าหู้ทรงเครื่องแบบญี่ปุ่น ป้าแจ่มทำไม่เป็น  ศศิมนจึงอาสาทำให้แต่ขอให้ป้าแจ่มอย่าบอกว่าตนทำเดี๋ยวจะไม่ยอมทานอีก

ศศิมนลงมือทำแล้วให้ป้าแจ่มช่วยชิมเพราะตัวเองเหม็นกลิ่นเต้าหู้

เมื่อทำเสร็จน้อยยกขึ้นไปให้เนตรชนกที่ห้อง เป็นเต้าหู้ทรงเครื่องแบบญี่ปุ่นที่เธออยากทาน เนตรชนกถามว่า ใครทำ น้อยตอบเนียนๆว่าป้าแจ่มทำ เธอเอะใจว่าป้าแจ่มทำเป็นด้วยหรือ วันก่อนยังบอกอยู่เลยว่าทำไม่เป็น

"สงสัยไปดูจากรายการทีวีมามังคะ" น้อยพูดไปเรื่อย เปื่อย เนตรชนกขอบใจแล้วลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย

ศศิมนแอบดูอยู่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แต่หารู้ไม่ว่าพอตกคํ่าเนตรชนกนอนดูรูปแม่บอกกับรูปแม่ว่า

"คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เนตรจะไม่ยอมให้มันมาลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านของเราอย่างมีความสุขหรอกค่ะ เนตรจะทำทุกอย่างให้มันไปจากที่นี่ให้ได้ คุณพ่อจะต้องมีคุณแม่คนเดียวเท่านั้น เนตรสัญญาค่ะ" พูดแล้วกอดรูปแม่นํ้าตาไหล...

ooooooo

รุ่งขึ้นชนม์ชนกจะไปเยี่ยมศศิมน ทิพย์ธิดาขอไปด้วยนั่งรถชนม์ชนกไปด้วยกัน ส่วนรถของตัวเองจอดไว้ที่บ้าน

เช้าวันเดียวกันที่ห้องเตรียมอาหาร น้อยคุยกับป้าแจ่มว่าเมื่อวานเนตรชนกทานเต้าหู้ทรงเครื่องจนหมดอย่างเอร็ดอร่อย ป้าแจ่มถามว่าเต้าหู้ที่ศศิมนทำน่ะหรือ เนตรชนกมาได้ยินพอดี แอบฟังหูผึ่งจึงรู้ว่าที่แท้ป้าแจ่มทำไม่เป็น   ศศิมนเป็นคนทำ

ให้แต่ป้าแจ่มชิมเพราะเธอเหม็นกลิ่นเต้าหู้

พอรู้ความจริงเนตรชนกแค้นนัก วางแผนแก้เผ็ดทันที ทำเป็นเข้าครัวถามว่ามีอะไรทานบ้างตนหิวแล้ว แต่แล้วก็เสนอให้ป้าแจ่มทำเต้าหู้ญี่ปุ่นอย่างเมื่อวานเพราะอร่อยดี   วันนี้ขอชามใหญ่ๆเลย

ป้าแจ่มกระอักกระอ่วนใจ พอเนตรชนกออกไปก็ปรึกษากับน้อยว่าจะทำอย่างไรดี

เนตรชนกออกไปเจอศศิมนถามว่าจะไปไหน ศศิมนตอบอย่างเกรงใจว่าเปล่า ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เนตรชนก

ทำเป็นญาติดีด้วยชวนรอกินเต้าหู้ทรงเครื่องด้วยกัน ป้าแจ่มกำลังทำอยู่

ศศิมนกระอักกระอ่วนใจ   แต่ตอบรับเพราะคิดว่า

เนตรชนกเริ่มยอมรับตนแล้ว...

ooooooo

ป้าแจ่มกับน้อยตกที่นั่งลำบากไม่รู้จะทำเต้าหู้ ทรงเครื่องตามคำสั่งของเนตรชนกอย่างไร เพราะทั้งคู่ ไม่เคยทำเลย เมื่อจนแต้มเข้าทั้งที่รู้ว่าศศิมนไม่ชอบกลิ่นเต้าหู้ก็จำเป็นต้องรบกวน

แต่พอน้อยโผล่เข้าไปดูในห้องอาหารก็หัวหดกลับมาบอกป้าแจ่มหน้าตาตื่นว่าศศิมนนั่งคุยอยู่กับเนตรชนกในห้องอาหาร สุดท้ายน้อยโยนกลองว่า "ป้าต้องมั่วเอาเองแล้วล่ะ"

พอป้าแจ่มยกเต้าหู้ทรงเครื่องไปตั้งโต๊ะ เนตรชนกโวยวายว่าทำไมเละเทะแบบนี้   จับโกหกทันทีว่าเมื่อวาน

ใครทำบอกมาเสียดีๆ สุดท้ายป้าแจ่มต้องยอมรับว่าเมื่อวานศศิมนเป็นคนทำ โดนเนตรชนกเล่นงานอีก หาว่าโกหกตบตาตน แบบนี้ดูถูกกันเกินไปแล้ว

ทั้งป้าแจ่มและน้อยช่วยกันขอโทษสัญญาว่าต่อไปจะไม่โกหกอีกแล้ว ศศิมนก็ช่วยขอร้องว่าอย่าโกรธป้าแจ่มกับน้อยเลย ยอมรับเสียเองว่า "มนเป็นคนขอร้องเขาเองค่ะไม่ให้ บอกคุณเนตรว่ามนทำ"

เนตรชนกด่าศศิมนทันทีว่ามาเป็นคุณผู้หญิงวันเดียวก็เสี้ยมสอนให้คนในบ้านโกหกแล้ว ส่วนป้าแจ่มกับน้อยนั้น ตนจะฟ้องคุณพ่อให้หักเงินเดือนครึ่งหนึ่งทั้งสองคน ทำเอาทั้ง ป้าแจ่มและน้อยหน้าซีดเผือด

"คุณเนตรคะ อย่าลงโทษป้าแจ่มกับน้อยเลยค่ะ มนเป็นต้นเหตุ มนขอรับผิดชอบเอง" เนตรชนกได้ทีถามยํ้าว่าจะรับผิดชอบหรือ "ค่ะ คุณเนตรจะให้มนทำอะไรก็บอกเลยค่ะ มนจะทำทุกอย่าง ขอแค่อย่าหักเงินเดือนสองคนนี้ก็พอ"

"งั้น เธอก็กินเต้าหู้ชามนี้ให้หมดสิ ทำได้ไหมล่ะ"

ศศิมนชะงักอึ้งคิดไม่ถึงว่าเนตรชนกจะมาไม้นี้ แต่เพื่อช่วยป้าแจ่มกับน้อยและรักษาคำพูดของตัวเอง   ศศิมนกล้ำกลืนกินเต้าหู้อย่างพะอืดพะอม   โดยมีเนตรชนกยืนกอดอกดูอยู่

อย่างสะใจ

ooooooo

ที่หน้าบ้านเนตรชนก ชนม์ชนกขับรถมาจอดหน้าบ้าน โดยมีทิพย์ธิดานั่งเชิดระเหิดระหงมาด้วย

รถของเคนเข้ามาจอดเวลาไล่เลี่ยกัน เคนลงจากรถพร้อมช่อดอกไม้สีสวยหวานแต่ไม่ได้สังเกตชนม์ชนกกับทิพย์ธิดาที่กำลังเดินเข้าไปในบ้าน

ป้าแจ่มกับน้อยสงสารศศิมนมากที่พยายามกล้ำกลืนกินเต้าหู้ ป้าแจ่มอยากเข้าไปขอให้พอ แต่เจอสายตาโหดของเนตรชนกก็ชะงัก

ขณะศศิมนกำลังจะแย่นั่นเอง ชนม์ชนกเดินเข้ามาพอดี เธอดีใจมากที่พี่ชายมาช่วยได้ทันเวลา ชนม์ชนกถามว่าทำอะไรอยู่ ส่วนทิพย์ธิดาถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้น

"มน...มนเหม็นเต้าหู้ค่ะ" ขาดคำก็อ้วกใส่ทิพย์ธิดา แม้ทิพย์ธิดาจะตกใจโกรธแต่ก็ไม่โวยวาย เพราะศศิมนเป็นน้องชนม์ชนก

"เหม็นแล้วกินเข้าไปทำไม หรือว่ามีคนบังคับให้เธอกิน" ชนม์ชนกถามพลางแย่งชามเต้าหู้ไปหันขวับมองหน้าเนตรชนกอย่างเอาเรื่อง แต่ฝ่ายนั้นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

"เนตรจ๋า...อ้าว..." เคนทะเล่อทะล่าถือช่อดอกไม้เข้ามา พอเห็นบรรยากาศตรงหน้าก็หยุดกึกพูดไม่ออก ถามอ่อยๆว่า "ทำอะไรกันอยู่เหรอคร้าบบ"

ชนม์ชนกจ้องหน้าเนตรชนกถามว่าฝีมือเธอใช่ไหม เนตรชนกสวนไปทันทีว่าอย่ามากล่าวหากันแบบนี้ เคนเห็นเนตรชนกกำลังต่อล้อต่อเถียงกับชนม์ชนก ก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษสะอึกเข้าไปถามชนม์ชนกว่า มาว่าคนของตนได้ไง ตนไม่ยอม

"คุณเป็นใคร แล้วมาเกี่ยวอะไรด้วย" ทิพย์ธิดาจ้องเขม็ง เคนหันมองอ้าปากจะเถียง แต่พอสบตาทิพย์ธิดาเท่านั้นก็พูดไม่ออก  อึกๆอักๆแล้วชมว่าสวยจัง  ดอกไม้เกือบร่วงจากมือ

ดีแต่คว้าไว้ทัน

"เนตรจัดการเอง" เนตรชนกผลักเคนออกไป ถามทิพย์ธิดาว่า "แล้วเธอล่ะเป็นใคร เกี่ยวด้วยตรงไหนถึงได้เข้ามาสอดเรื่องของคนอื่นเขาแบบนี้"

"ฉันเป็นแฟนคุณชนม์ชนก เมื่อเธอหาเรื่องศศิมน ฉันก็มีสิทธิ์ปกป้องน้องสาวของชนม์ เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน" ทิพย์ธิดาอ้างเต็มปากเต็มคำ ทำเอาชนม์ชนกเหวอ

พอฟังทิพย์ธิดา เนตรชนกแผดเสียงใส่ว่าจะเล่นหมาหมู่

กันเหรอ ได้เลย พลางสะอึกเข้าหา ชนม์ชนกถูกด่าก็ด่าสวนไปว่าหยาบคายก้าวร้าวพูดจาเลวมาก

"มีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน"   เนตรชนกปรี่เข้าไปจะฟาดชนม์ชนกถูกทิพย์ธิดาสะอึกเข้ามาขวาง ปรามว่าถ้าแตะต้องชนม์ชนกแม้แต่นิดเดียวได้เจอดีแน่

"งั้นก็ลองเลยแล้วกัน" เนตรชนกคว้าชามเต้าหู้ขว้างไปกลางวง ถูกทิพย์ธิดาเขวี้ยงคืน เคนผวาไปรับไว้ทัน  เกลี้ยกล่อมว่าอย่าตีกันเลย ผู้หญิงตีกันดูไม่น่ารัก ส่วนศศิมนก็ขอร้องว่าพอเถอะ หยุดเถอะ

ทิพย์ธิดายุชนม์ชนกว่าอย่ายอม แต่เขากลับบอกเธอว่าอย่าไปแลกกับคนแบบนี้เลย เลอะเทอะหมดแล้ว บอกว่าตนจะส่งเธอกลับบ้านดีกว่า ทิพย์ธิดายอมฟังแต่หันไปพูดกับเนตรชนกว่า "นับว่าเธอโชคดี"

"ไปมน ไปกับพี่" ชนม์ชนกเรียกศศิมนแล้วพูดอาฆาตเนตรชนกว่า "เรื่องนี้ผมต้องสะสางคุณแน่" แล้วทั้งตัวเขา ศศิมน และทิพย์ธิดา ก็พากันกลับไป

พอพวกชนม์ชนกไปหมดแล้ว เคนยื่นช่อดอกไม้ให้ เนตรชนก เธอรับอย่างขอไปทีแล้วเดินเข้าข้างใน เคนรีบวิ่งตาม

ooooooo

ชนม์ชนกให้ทิพย์ธิดากลับไปก่อน ส่วนเขาพาศศิมนไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ ให้น้องเล่าเรื่องทั้งหมด ให้ฟัง

ส่วนเคนเริ่มแผนการของตนที่คุยกับอุ่นไว้แล้วว่าจะชวนเนตรชนกไปเปลี่ยนบรรยากาศ เอ่ยปากชวนพรุ่งนี้ถ้าไม่ติดอะไรไปขับรถเล่นกันไหม เนตรชนกตกลงเพราะอยู่บ้านก็เหม็นขี้หน้าคนเปล่าๆ

พูดกันไม่ทันไร ชนม์ชนกกับศศิมนก็กลับเข้ามา ชนม์ชนก ให้ศศิมนเข้าไปก่อนเดี๋ยวตนตามไป เนตรชนกหมั่นไส้ลุกเดินจะเข้าบ้าน ชนม์ชนกเรียก เมื่อเธอทำหูทวนลมเขาเข้าไปคว้าแขน เธอร้องให้ปล่อย กลับถูกเขาเอามืออุดปากลากไปที่รถ ถูกเนตรชนกกัดมือจนต้องปล่อย เขาโมโหเลยกัดไหล่เธอบ้าง เนตรชนกอ้าปากเพราะเจ็บ ชนม์ชนกยัดเธอใส่รถขับออกไปทันที

งวดนี้ไม่มีการด่า ไม่มีการตบการข่วน แต่ต่างกัดกันเลยทีเดียว

ooooooo

ตอนที่ 4

ชนม์ชนกขับรถเร็วมาก  ซ้ำยังกระชากกะชึ่ก-กะชั่กจนเนตรชนกนั่งหัวสั่นหัวคลอนหัวทิ่มหัวตำ เธอโวยวายว่าขับรถแบบนี้เดี๋ยวก็เวียนหัวตาย เลยถูกย้อนว่า

"กลัวเวียนหัวเหมือนกันเหรอ  ทีเธอให้น้องสาวฉัน

กินเต้าหู้  ทั้งๆที่รู้ว่าเขาเหม็น  เธอก็ยังไม่กลัวว่าน้องฉันจะเวียนหัวเลย"

เนตรชนกทำหน้าตายบอกว่าตนไม่รู้เรื่องที่ศศิมนเหม็นเต้าหู้ ตนไม่มีเพื่อนกินเลยชวนมากินเป็นเพื่อน ผิดด้วยหรือ

ชนม์ชนกไม่ตอบแต่กลับดึงเบรกมือจนรถหมุนติ้วเหวี่ยงจนเนตรชนกควงเป็นลูกข่าง แต่ยังมีสติมีแรงโวยวายให้เขาหยุดเดี๋ยวนี้ ชนม์ชนกไม่หยุด ยังควงอีกหลายรอบจนเมื่อรถหยุด เนตรชนกเกาะคอนโซลโงนเงนเหมือนจะอ้วก พอรถจอดเธอพุ่งออกไปอ้วกทันที ชนม์ชนกถามเย้ยๆว่าเป็นไงเวียนหัวไหม

เนตรชนกอ้วกไปตะโกนไปว่าตนจะฟ้องพ่อให้ดู ชนม์ชนกท้าให้ฟ้องเลย ให้บอกให้หมดด้วยว่าตนทำอะไรมั่ง ถ้าบอกไม่หมดตนจะตามไปพูดเอง ท้าแล้วด่าต่อ

"ผู้หญิงอะไร จิตใจหยาบกระด้าง แกล้งได้กระทั่งคนท้อง เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น"

เนตรชนกยังปากแข็งหาว่าศศิมนกินเต้าหู้เข้าไปเองแล้วมาโทษคนอื่น ชนม์ชนกทนไม่ไหวเอานิ้วหนีบปากเธออย่างแรงจนร้องโอ๊ย บอกให้เขาปล่อย เขาไม่ปล่อยก็ถูกทุบอั้กๆ

"หยุดนะ! ถ้าไม่หยุดผมจะทำให้คุณเวียนหัวกว่านี้อีกร้อยเท่า" ชนม์ชนกตะคอก แต่เธอก็ยังไม่ยอมหยุด เขาเลยเหวี่ยงรถอีกรอบ คราวนี้เธอร้องวี้ดสั่งให้หยุดรถ ตนจะลง

ชนม์ชนกเหวี่ยงรถไปมาไม่ยอมหยุด จนเนตรชนกเวียนหัวน้ำตาไหลพรากทำท่าจะอ้วกอีก จนชนม์ชนกเห็นว่าท่าจะไม่ รอดจึงหยุดรถ เธอสั่งให้เปิดล็อกประตู ตนจะลง พยายามเปิดเองแต่เปิดไม่ออก

"ไม่ได้ ผมพาคุณออกมาจากบ้านใครๆก็เห็น ผมก็ต้องไปส่งให้ถึงบ้าน ไม่งั้นคุณอาจจะใส่ร้ายผม สร้างเรื่องว่าผมพาคุณไปปล่อยทิ้งที่ไหนอีก จำไว้นะ นี่เป็นบทเรียนที่ 1 ที่คุณจะต้องเจอ และถ้าคุณคิดจะทำอะไรต่ออีกละก็ ผมไม่รับรองนะว่าคราวหน้าคุณจะเจอกับอะไร"

พูดแล้วขับรถย้อนกลับไปส่งเธอที่บ้าน เนตรชนกนั่งร้องไห้ด้วยความแค้นอยู่ข้างๆ

ooooooo

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็ค่ำแล้ว เข้าไปในครัวเห็นเนื้อนวลกำลังแกะสลักผลไม้อยู่กับศศิมน ฝีมือเธอดีจนเนื้อนวลชมว่าอย่างกับชาววังทีเดียว ศศิมนบอกว่าคุณแม่สอนมาตั้งแต่เด็กๆ เนื้อนวลเลยนึกได้ว่าคุณหญิงมีเชื้อสายจากในวัง ศศิมนพูดถึงคุณแม่อย่างชื่นชมว่า

"แต่คุณแม่ก็ไม่เคยถือยศศักดิ์อะไรนะคะ"

เนตรชนกถือชามเต้าหู้เข้ามาท่าทางเพลียๆ เพราะถูกรถเหวี่ยงมาแทบจะเสียศูนย์ เห็นย่าอยู่กับศศิมนคุยกันอย่าง สนิทสนมก็หมั่นไส้ วางชามแก้วใส่น้ำเต้าหู้ตักเล่นเป็นน้ำเต้าหู้มีเครื่องด้วย

"นั่นสิ คุณหญิงดูเป็นกันเองกับทุกคนเลย" เนื้อนวลชม หันมาเห็นเนตรชนกจึงร้องทัก "อ้าว เนตรมาช่วยพี่เขาจัดผลไม้ สิลูก  เดี๋ยวย่าจะไปตามคุณปู่มาทานผลไม้กัน"  พูดแล้วเดินออกไป

พอเนื้อนวลออกไปเท่านั้น เนตรชนกก็แผลงฤทธิ์ทันที ทำเป็นตักน้ำเต้าหู้ให้ศศิมนเห็นแล้ววางกระแทกลงตรงหน้า จนศศิมนสะดุ้งถอยหนี

เนตรชนกเรียกไว้ถามว่าจะไปไหน บอกให้นั่งก่อน แล้วเดินมาดูผลไม้ที่ศศิมนแกะสลักไว้ ชมว่าทำเสียสวยเชียว ชมไม่ทันขาดคำก็หยิบผลไม้แกะสลักสองชิ้นโยนใส่ลงในจานเบ้ปากพูด

"ไม่เห็นจะเข้าท่า  เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ง  หรือ

ว่าเธอคิดทำอะไรที่มันเป็นประโยชน์กว่านี้ไม่เป็น" พอศศิมนสะอึกอย่างคาดไม่ถึง เนตรชนกเล่นงานต่อ "เป็นกุลสตรีมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่มันก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ไม่ใช่ว่าคนอื่นเขาทำงานกันงกๆ แล้วเธอก็มานั่งแกะสลักผลไม้เหมือนผู้หญิงสมัยร้อยปีที่แล้วแบบนี้มันไม่ถูกนะ"

"คุณเทพไม่ให้มนทำอะไรหนักๆค่ะ กลัวกระเทือนลูกในท้องน่ะค่ะ" ศศิมนชี้แจง

"แหมเด็กในท้องนี่มีประโยชน์จริงๆ นอกจากจะใช้จับผู้ชายแล้วยังใช้อู้งานได้อีกด้วย โอเค เธออยากทำอะไรก็เชิญตามสบายแล้วกัน คุณพ่อคงอยากให้เธอนั่งกินนอนกินไปวันๆล่ะมั้ง ฉันขอตัวก่อนนะ จะไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์สักหน่อย"

ศศิมนมองเนตรชนกที่ลุกเดินเชิดออกไปแล้วถอนใจ...

ooooooo

เช้าวันต่อมา เทพไทออกไปทำงานตามปกติ ส่วนเนื้อนวลกับทัดไทจะออกไปตีกอล์ฟ เนตรชนกอ้อนให้คุณปู่คุณย่ารีบกลับมาตนเหงา

เทพไทบอกให้หาอะไรทำแก้เหงาเพลินๆกันกับศศิมน ศศิมนบอกว่ามีหนังสือการฝีมือเยอะแยะจะเอาไปอ่านบ้างก็ได้ เผื่อมีอะไรที่ทำแก้เหงาได้บ้าง เนตรชนกทำหูทวนลม เทพไทถามว่าอยากไปทำงานที่บริษัทกับพ่อไหมจะได้หาตำแหน่งให้ เพราะตอนนี้ก็เรียนจบแล้ว

"คุณพ่อจะไล่เนตรออกไปทำงานเหรอคะ  ทีคนอื่นไม่ยอมให้ทำอะไรเลย" เนตรชนกหาเรื่องจนได้ เทพไทบอกว่าเอาไว้ค่อยคุยกัน ตอนนี้ขอไปทำงานก่อน ทัดไทกับเนื้อนวลก็เตรียมไปเหมือนกัน ทัดไทบอกหลานสาวว่า อยู่บ้านดีๆนะเนตร

"คุณปู่พูดยังกับเนตรชอบก่อเรื่องอย่างนั้นแหละ" เธอหาเรื่องจนได้ จนเนื้อนวลต้องช่วยแก้ว่า คุณปู่ชอบพูดอะไรเรื่อยเปื่อย อย่าไปสนใจเลย เดี๋ยวย่าจะรีบกลับ ว่าแล้วก็ขึ้นรถพากันออกไป

"ทีนี้ก็เหลือแค่เราสองคนแล้วสินะ" เนตรชนกหันมาพูดกับศศิมนโดยไม่มองหน้า

ศศิมนยิ้มให้ถามว่าเราจะทำอะไรกันดี เธอจะได้ไม่เหงา เนตรชนกขอคิดดูก่อนแล้วจ้องศศิมนราวกับเป็นลูกไก่ในกำมือ ทำเอาศศิมนยิ้มเจื่อนเริ่มหวั่นใจขึ้นมา

ooooooo

แม้จะไม่มีอะไรทำเป็นกิจจะลักษณะ แต่ศศิมนก็ไม่นิ่งดูดาย เห็นน้อยจัดเสื้อผ้าในตู้ก็มาช่วย ขณะนั้นเอง เธอได้รับโทรศัพท์จากหมอเตือนเรื่องนัดตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล เธอตกใจเพราะจำวันผิด บอกหมอว่าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ วางสายแล้วรีบไปอาบน้ำเตรียมตัว เสร็จแล้วเดินออกมาเจอเนตรชนกนั่งอ่านนิตยสารอยู่ พูดประชดว่าคุณพ่อไม่อยู่ก็ออกข้างนอกเลยนะ

ศศิมนชี้แจงว่าตนจำวันนัดหมอผิดต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ เนตรชนกทำเป็นใจดีถามว่าจะไปอย่างไร พอศศิมนบอกว่าไปแท็กซี่ เธอทำเป็นพูดว่าเป็นถึงภรรยานักธุรกิจใหญ่นั่งแท็กซี่ไป พ่อตนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แล้วอาสาจะไปส่ง ศศิมนกังวลกลัวว่าจะเจอแผนอะไรของเธออีก พูดอย่างเกรงใจว่าไม่เป็นไร ตนไปแท็กซี่ได้

"ก็ฉันบอกว่าจะไปส่งไงล่ะ" เสียงเนตรชนกบังคับในที ศศิมนจึงยอมไปด้วย

เนตรชนกยิ้มอย่างมีแผน   คิดแก้เผ็ดที่ตัวเองโดนชนม์ชนกแกล้งเมื่อวาน  คิดแก้แค้นแกล้งศศิมนเอาคืน  แล้วเธอก็ทำจริงๆ อ้างว่าศศิมนรีบ เลยขับรถฉวัดเฉวียนจนศศิมนเวียนหัวทำท่าจะอาเจียน

"จะลงไปอ้วกก่อนไหม เดี๋ยวฉันจะขึ้นทางด่วนแล้ว" เนตรชนกถามแล้วจอดรถให้ศศิมนลงไปอาเจียน ส่วนตัวเองนั่งดูอยู่ในรถหัวเราะอย่างสะใจ

พอขึ้นทางด่วนไปครู่ใหญ่ ก็แกล้งทำเป็นว่ารถเสีย ให้ศศิมนลงเดินไปโบกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเอง เดี๋ยวตนจะโทร.เรียกช่างมาซ่อมรถ ครั้นศศิมนมีน้ำใจจะอยู่เป็นเพื่อน ก็ถูกเอ็ดตะโร

"เอ๊ะ บอกให้ลงก็ลงไปสิ เดี๋ยวจะไม่ทันหมอ"

พอศศิมนลงไป เนตรชนกก็ขึ้นนั่งในรถยิ้มแสยะยิ้ม พึมพำอย่างสะใจ

"โทษที ฉันจำเป็นต้องทำ เพราะฉันไม่ต้องการเธอ ศศิมน"

ooooooo

ระหว่างที่ศศิมนเดินลงจากทางด่วน เพื่อไปขึ้นรถแท็กซี่นั่นเอง บุรินทร์เพื่อนของชนม์ชนกขับรถผ่านมาเห็น แต่จอดลงไปช่วยไม่ได้ จึงโทร.บอกชนม์ชนก

"ฉันเพิ่งเห็นตอนขับรถผ่านน้องแกมาแล้ว เลยไม่ได้ แวะรับ แกรีบมาแล้วกัน ไม่ไกลออฟฟิศแกหรอก" บุรินทร์บอก

"เออๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ ขอบใจเพื่อน" ชนม์ชนกรีบไปตามที่บุรินทร์บอก พลางโทร.เข้ามือถือของศศิมน แต่พอเธอรับสายปรากฏว่าแบตหมดพอดี เธอจึงโบกแท็กซี่ให้พาไปส่งโรงพยาบาล

เมื่อชนม์ชนกมาถึงจุดที่บุรินทร์บอกก็ไม่เจอศศิมนแล้ว เลยตัดสินใจขับรถกลับไปรอที่บ้านเนตรชนกแทน

จนบ่ายจึงเห็นศศิมนนั่งแท็กซี่กลับมาท่าทางเพลียๆ เขาถลาเข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้นให้บอกมาเดี๋ยวนี้ ศศิมนอึกอัก แต่ในที่สุดก็ต้องเล่าให้พี่ชายฟัง พอฟังแล้วชนม์ชนกโกรธจัด เชื่อว่านี่เป็นการจงใจแกล้งกันชัดๆ

ครู่เดียว เนตรชนกก็ขับรถเข้ามาจอดนั่งกินช็อกโกแลตคลายเครียดอยู่ในรถ พอชนม์ชนกเห็นเท่านั้น เขาพรวดเข้าไปฉุดเธอลงจากรถ พลางบอกให้ศศิมนขึ้นห้องไปเสีย

ศศิมนเดินขึ้นไปบนบ้าน แต่อดห่วงไม่ได้ ยืนแอบดูอยู่เงียบๆ

กว่าชนม์ชนกจะลากเนตรชนกออกจากรถได้ก็ต้องออกแรงจนเหงื่อตก พอลากลงมาได้เขาถามว่าทำแบบนี้ได้ ยังไง เนตรชนกทำไขสือตามเคย ครั้นชนม์ชนกสาธยายว่าเธอแกล้งปล่อยศศิมนลงบนทางด่วนแล้วให้เดินลงมาเอง ถามว่าจะฆ่ากันให้ตายรึไง

ไม่ว่าจะมีหลักฐานคาดคั้นอย่างไร เนตรชนกก็ยังคงยืนกระต่ายขาเดียวว่าตนไม่ได้แกล้งและแค่นั้นก็ไม่ถึงตายหรอก ครั้นเขาถามว่าแล้วไหนว่ารถเสีย เธอก็แถหน้าตาเฉยว่าซ่อมแล้ว พอถามว่ารถเป็นอะไร กลับถูกตวาดถามว่าตนไม่ใช่ช่างจะรู้ได้ยังไง

พอถูกซักไซ้จับเท็จหนักเข้า เนตรชนกเสียงดังใส่ว่าจะมาซักไซ้อะไรนักหนา ไม่เชื่อก็ตามใจแล้วกัน พูดแล้วทำท่าจะเดินไป ถูกชนม์ชนกจับไหล่ทั้งสองข้างบีบอย่างแรง จ้องเขม็ง ปรามเสียงเข้ม

"นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะเตือนคุณด้วยวาจา ต่อไปถ้าคุณทำอะไรยัยมนอีก ผมจะตอบโต้คุณชนิดตาต่อตาฟันต่อฟันโดยไม่ห่วงว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือเด็กกว่าผมแค่ไหน จำเอาไว้ด้วย!"

เห็นท่าทางดุดันจริงจังของชนม์ชนก เนตรชนกก็จ๋อยไปเหมือนกัน ทำตาปริบๆ จนเมื่อชนม์ชนกปล่อยมือเดินผละไป เธอก็จ้องตามหวั่นๆ แต่อดอวดดีไม่ได้ พึมพำทำปากกล้าว่า

"นึกว่าฉันกลัวเหรอ"

ที่โต๊ะอาหารเย็นบ้านเทพไทคํ่านี้ บรรยากาศอึดอัดจนศศิมนกลืนข้าวแทบไม่ลง จะมีก็แต่เนตรชนกคนเดียวเท่านั้น ที่กินข้าวอย่างมีความสุข ลอยหน้าลอยตามองคนโน้นทีคนนี้ที

ooooooo

เนตรชนกคิดจองเวรศศิมนไม่เลิก หลังอาหารเห็นศศิมนเอาหนังสือเกี่ยวกับการถักมานั่งอ่านก็แถเข้าไปถามว่าอ่านหนังสืออะไร พอรู้ว่าเป็นหนังสือการ ฝีมือก็คิดหาทางแกล้งทันที

"ท่าทางเธอจะชอบทำการฝีมือนะ" เนตรชนกทำเป็นพูดดีด้วย พอศศิมนบอกว่าก็เพลินดี ทำให้ลืมอะไรๆไปได้บ้าง

ทำทีถามไถ่ว่าถักอะไร แล้วชมว่าสวยดีแต่ตนไม่ชอบใช้เวลากับของพวกนี้ ศศิมนเลยอาสาจะถักให้ เข้าทางเนตรชนกทันที เมื่อศศิมนเอาแบบเสื้อให้ดู เธอเลือกแบบแล้วบอกให้ถักให้เสร็จภายใน 2 วัน เพราะจะใส่ไปงานวันเกิดเพื่อน

ศศิมนรับปากทั้งที่ความจริงต้องใช้เวลาถึง  4-5  วัน ดังนั้น  เธอจึงเร่งวันเร่งคืนถักจนไม่เป็นอันกินอันนอน  โดยไม่กล้าบอกใครว่าถักเสื้อให้เนตรชนก เทพไทถามก็อำๆ โมเมไปว่าถักใช้เอง

ลงมือถักตอนคํ่า ถักโดยไม่วางมือไปจนถึงเช้าวันรุ่งขึ้นง่วงจนฟุบหลับไปที่โซฟา เทพไทตื่นขึ้นมาเห็นจึงประคองไปนอนที่เตียง ศศิมนรู้สึกตัวตื่น ลุกขึ้นจะไปเตรียมอาหารเช้าให้

"ดูคุณยังเพลียๆอยู่เลย ให้แจ่มกับน้อยทำก็ได้" เทพไทห่วงใย

"แต่มนเป็นภรรยาคุณนะคะ เป็นหน้าที่ของมนค่ะ ขอมนอาบนํ้าแป๊บเดียวค่ะ"

แต่พออาบนํ้าเข้าครัวเตรียมทำข้าวต้ม ความง่วง เพลีย ทำให้ศศิมนเผลอเอาเปลือกไข่ใส่ชามจนเนื้อนวลติงว่านั่นเปลือกไข่ เธอจึงรู้สึกตัวรีบเอาเปลือกไข่ทิ้ง เนื้อนวลถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า ดูท่าทางเบลอๆ เธอยิ้มเจื่อนๆ บอกว่าใจลอยนิดหน่อยเท่านั้นเอง

"พักผ่อนน้อยรึเปล่า คนท้องต้องพักผ่อนเยอะๆนะ" เนื้อนวลเตือน เธอก็ได้แต่ตอบรับแล้วพยายามตั้งสติปลุกตัวเองให้ตื่นตลอดเวลา

จนกระทั่งเทพไทจะออกไปทำงาน ศศิมนออกมาส่งเขาก็ยังเตือนให้เธอพักผ่อนให้มากๆ เพราะดูท่าทางยังเพลียๆอยู่ จุ๊บหน้าผากทีหนึ่งแล้วขับรถออกไป

เนตรชนกแอบดูอยู่ ยิ้มสะใจที่ทำให้ศศิมนอ่อนเพลียได้ขนาดนี้

ส่งเทพไทไปทำงานแล้ว ศศิมนกลับมานั่งถักเสื้อต่อ เนตรชนกไม่วายกรายมาย้ำว่า พรุ่งนี้ตนจะใส่ไปงานวันเกิดเพื่อนอย่าทำให้ขายหน้านะ เมื่อศศิมนรับรองว่าไม่ขายหน้าแน่ เธอก็เดินยิ้มสะใจไป

ooooooo

อดตาหลับขับตานอนถักเสื้อหามรุ่งหามค่ำดึกดื่นจนร่างกายอ่อนเพลีย สีหน้าอิดโรย เร่งเวลาเสียจนแม้

แต่อาหารก็ไม่ยอมเสียเวลาทาน ดื่มแต่นมแล้วถักต่อ จนเนื้อนวลสงสัยว่าทำไมต้องเร่งจนถึงกับต้องอดข้าวอดปลาด้วย
ดึกคืนนี้ เทพไทกำลังจะเข้านอน ทักว่าถักเสื้อเกือบ

เสร็จแล้ว แต่เขาไม่ยอมให้ถักต่อ คุมให้ไปนอนพักผ่อนเสีย ศศิมนจำต้องทำทีไปนอนแต่พอเขาเผลอก็แอบหยิบไหมพรมจะไปถักอีก เทพไทเลยนอนกอดเอาไว้ไม่ยอมให้เอาไปถัก

แต่พอตกดึกเทพไทหลับ ศศิมนก็ค่อยๆดึงไหมพรมออกมาแล้วย่องกริบไปนั่งถักต่อจนเสร็จ

พอเช้า ศศิมนเอาเสื้อไหมพรมที่ถักเสร็จรีดเรียบร้อยเอาไปให้เนตรชนกบอกว่าเสร็จแล้วให้ลองสวมดู เนตรชนกรับไปขอบคุณอย่างขอไปที

ถักเสื้อเสร็จส่งให้เนตรชนกแล้ว ศศิมนทำท่าจะเป็นลมเดินเซๆ เนตรชนกตกใจแต่น้อยไวกว่าปราดเข้ามาประคองไว้ทัน ศศิมนเป็นลมหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของน้อย เนตรชนกหางตาใส่แล้วเดินผละไป

เทพไทลงมาเจอเขาตกใจมาก ถามว่าเป็นอะไร พอน้อยบอกว่าเป็นลม เขารีบพาเธอส่งโรงพยาบาลทันที เนตรชนกแอบดูอยู่ทั้งหมั่นไส้และสะใจระคนกัน เอาเสื้อไหมพรมที่ศศิมนถักให้ขึ้นดูอย่างมีแผนอีกแล้ว...

ooooooo

ผู้ใหญ่จากทั้งสองครอบครัวพากันไปเยี่ยมศศิมนที่โรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง ชนม์ชนกเห็นสภาพน้องเป็นลมหมดสติก็โกรธมาก ตรงเข้าถามเทพไทอย่างเอาเรื่องว่าดูแลน้องสาวตนยังไงถึงได้เป็นแบบนี้ เทพไทบอกว่าตนห้ามแล้ว แต่พอตนหลับเธอก็แอบถักเสื้อต่ออีก

ชนม์ชนกไม่เชื่อ บอกเทพไทว่าอย่ามาแก้ตัวดีกว่า ฟังไม่ขึ้นเลย เนื้อนวลช่วยพูดว่าข้าวปลาก็ไม่ยอมทาน บอกว่าจะรีบถักให้เสร็จ ตนต้องให้เด็กเอาซุปไก่สกัดไปให้ดื่ม

คุณหญิงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงต้องรีบถักเสื้อจนขนาดนี้ เทพไทเองก็ตอบไม่ได้ ทุกคนเลยได้แต่เฝ้ามองศศิมนที่นอนให้น้ำเกลืออยู่อย่างเป็นห่วง

ที่ทางเดินในโรงพยาบาล เนตรชนกมาแล้ว เธออุ้มกล่องใส่เสื้อไหมพรมเดินหน้ามีแผนเข้ามา

ภายในห้องคนป่วย ทุกคนยังเฝ้าดูศศิมนกันอยู่ด้วยความเป็นห่วง จนกระทั่งศศิมนรู้สึกตัวขึ้นมา เธอมองไปรอบๆ ถามว่า ตนเป็นลมไปอีกแล้วหรือ ชนม์ชนกถามทันทีว่า จะถักเสื้อให้ใครนักหนา ทำไมไม่ดูแลตัวเองเลย ส่วนคุณหญิงก็บ่นว่าทำแบบนี้รู้ไหมว่าแม่เป็นห่วง

ทั้งชัชชัยและเนื้อนวลต่างก็แสดงความเป็นห่วง ทัดไทเอ่ยขึ้นว่า ต่อไปก็อย่าหักโหมอีก และต้องทานอาหารให้ครบด้วยเด็กจะได้แข็งแรง

"ค่ะคุณปู่ มนขอโทษนะคะที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง"

"มนยังไม่ได้ตอบพี่เลยว่าทำไมต้องรีบถักเสื้อขนาดนี้" ชนม์ชนกยังไม่หายสงสัย

ขณะที่ศศิมนกำลังอึกอักนํ้าท่วมปากอยู่นั่นเอง เนตรชนกก็ยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาทักเสียงใส

"อุ๊ย...อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย สวัสดีค่ะ" จากนั้นทำหน้าซื่อตาใสถามว่า คุยเรื่องอะไรกันอยู่หรือ ชนม์ชนกโพล่งไปว่า

"ผมกำลังถามน้องสาวผมว่า ทำไมต้องรีบถักเสื้อขนาดนี้"

"อุ๊ย เสื้อตัวนี้น่ะเหรอคะ" เนตรชนกเอาเสื้อออกจากกล่อง "แหม แต่เสียใจจังที่ไม่ได้ใส่ไปงานวันเกิดเพื่อน"

ศศิมนถามอย่างผิดหวังว่าทำไมหรือ เนตรชนกจึงคลี่เสื้อให้ดูบอกว่า ใส่ไม่ได้เลยเอามาคืน พอคลี่เสื้อให้ดู ปรากฏว่าเสื้อมีรูเป็นรอยไหม้ ทุกคนอึ้ง ศศิมนรับเสื้อไปดูเสียใจจนเสื้อร่วงจากมือ

"นี่มันอะไรกัน" ชนม์ชนกคว้าเสื้อไปดู ศศิมนถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้

เนตรชนกชี้แจงหน้าตาแจ่มใสว่า   ตนอยากรู้ว่าไหมพรมนี้ติดไฟง่ายหรือเปล่าเลยลองเอาไฟจี้ดู ปรากฏว่ามันติดง่ายมาก เหตุที่ต้องทำก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แล้วทำเป็นเกรงใจทุกคนบอกว่า

"ดูท่าทางทุกคนกำลังยุ่งนะคะ งั้นเนตรไม่รบกวนดีกว่า อ้อ ขอบใจนะศศิมน ที่อดหลับอดนอนถักเสื้อให้ฉัน ฉันไปล่ะ" ว่าแล้วก็เดินลอยหน้าออกไปอย่างสะใจ ศศิมนเสียใจจนเป็นลมไปอีกครั้ง

"ฝากยัยมนด้วยนะครับ ผมขอตัวไปทำงานต่อ" ชนม์ชนกยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสี่แล้วรีบออกไป

ooooooo

เนตรชนกเดินเชิดออกไปอย่างสะใจ หารู้ไม่ว่าชนม์ชนกไล่ตามมา เขาคว้าแขนเธอไว้ เธอสะบัดร้องให้ปล่อย ชนม์ชนกขู่เบาๆว่า

"อยากเป็นจุดสนใจในโรงพยาบาลก็ดิ้นเข้า...ถ้าคุณร้องล่ะก็ ผมจะจูบเหมือนวันนั้นไม่เชื่อก็ลองดู"

เนตรชนกยังเข็ดขยาดที่ถูกจูบกลางสี่แยกไฟแดง เธอจำต้องนิ่ง ชนม์ชนกเลยเดินขนาบไปเนียนๆ เหมือนเดินเคียงคู่
กันไปสบายๆ จนถึงลานจอดรถ

พอจับยัดใส่รถแล้วอ้อมมาทางคนขับ เนตรชนกก็เปิดประตูวิ่งลงไป ถูกลากกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เขาจับยัดเข้าทางที่นั่งคนขับ ผลักให้เลื่อนไปนั่งอีกเบาะหนึ่ง แล้วจึงขับออกไป ถูกเนตรชนกทุบตีไปตลอดทาง

เนตรชนกถูกพาเข้าโรงแรมม่านรูด เธอตกใจถามว่าพามาที่นี่ทำไม พลางตะโกนขอความช่วยเหลือขัดขืนไม่ยอมเข้าไป จนชนม์ชนกถามว่าจะเข้าไปดีๆ หรือจะให้อุ้มเข้าไป เมื่อเธอยังนั่งเกาะเบาะแน่น เขาเลยอุ้มขึ้นบ่าแบกเข้าไปในห้อง เธอยังดิ้นและร้องขอความช่วยเหลือ

"ถ้าอยากขึ้นหน้าหนึ่งให้ใครๆรู้ว่าคุณเข้าม่านรูดกับผมละก็ ร้องเข้าไปเลยนะ ร้องดังๆด้วยล่ะ"

เจอไม้นี้เข้าเนตรชนกหุบปากเงียบทันที จนเขาแบกเข้าไปโยนลงบนเตียง เธอกระถดหนีสุดเตียงด้วยความหวาดกลัว ถามว่าจะทำอะไรตน อย่าเข้ามานะ

ที่จริงชนม์ชนกไม่ได้หื่นอยากทำลายเธอ เขาเพียงแต่ ต้องการสั่งสอนให้เธอรู้สึกเจ็บเสียบ้าง เพื่อจะได้รู้ถึงความเจ็บปวดของคนอื่นที่ถูกเธอแกล้ง เขาทำท่าขู่พลางถอดเสื้อตัวเอง

"ผมบอกคุณแล้วว่า จากนี้ไป ถ้าคุณทำอะไรน้องสาวผม ผมจะตอบโต้คุณชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน โดยไม่สนว่าคุณจะเป็นผู้หญิง หรือเด็กกว่าผมแค่ไหน แล้วนี่ก็คือการเริ่มต้น"

การทำท่าคุกคามของชนม์ชนกทำให้เนตรชนกอกสั่นขวัญแขวน ขู่ว่าถ้าเข้ามาอีกตนจะฆ่าให้ตาย ชนม์ชนกหัวเราะเยาะถามว่าเธอจะมีปัญญาทำอะไรตน เธอเองนั่นแหละเก่งแต่กับคนที่ไม่สู้เท่านั้น พลางกระโดดขึ้นคล่อมเธอไว้

เมื่อขู่จนเนตรชนกขวัญกระเจิงแล้ว ชนม์ชนกลุกไปยืนที่มุมห้องอย่างสมเพช พูดว่าตนไม่ได้คิดพิศวาสอะไรเธอเลย ผู้หญิงอย่างนี้ไม่อยากแตะต้องด้วยซ้ำ เนตรชนกคว้าที่เขี่ยบุหรี่ปาใส่หน้า เขาเลยขู่

"นี่ถ้าไม่หยุดอาละวาด ผมอาจจะเปลี่ยนใจทำอะไรคุณก็ได้นะ หรืออยากจะลอง"

ขู่จนเนตรชนกนิ่งไปแล้ว เขาหยิบชุดของเธอขึ้นมา จุดไฟเจาะเป็นรูๆจนทั่วตัว แก้แค้นที่เธอทำกับเสื้อที่ศศิมนถักให้ แล้วสั่งให้ใส่เสียตนจะได้พาไปส่งบ้าน

"ฉันไม่ไปกับนาย"

"ถ้าคุณคิดว่าจะเดินพ้นจากห้องนี้ออกไปในสภาพแบบนี้แล้วไม่โดนลากเข้าห้องอื่นไปละก็ ตามสบายนะ ผมไปล่ะ" ชนม์ชนกทำท่าจะออกจากห้องจริงๆ เนตรชนกรีบเรียกไว้บอกว่าไปด้วยก็ได้ แล้วรีบใส่เสื้อตามเขาไปขึ้นรถ

ooooooo

ขับรถพาเนตรชนกไปส่งในซอยเข้าบ้าน บอกให้เธอลงเดินไปเองพลางถอดเสื้อแจ็กเกตของตัวเองให้เธอคลุมไว้ ทีแรกเนตรชนกไม่รับ พอถูกขู่ว่าอยากเดินโชว์เนื้อหนังยั่วกิเลสจิ๊กโก๋ในซอยให้ลากไปกลางทางก็ตามใจ เธอจึงกระชากเสื้อจากมือเขาคลุมตัวลงจากรถเดินไป

"เดี๋ยว" ชนม์ชนกเรียกไว้ "อย่าทำอะไรน้องสาวผมอีก ไม่งั้นเจอยิ่งกว่านี้แน่"

เนตรชนกฉวยโอกาสกระแทกประตูปิดหนีบมือชนม์ชนกจนร้องโอ๊ย เธอหันยิ้มเยาะพูดใส่ "สมน้ำหน้า" แล้วเดินไปตามซอยเข้าบ้าน ชนม์ชนกมองตามถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนถอยรถออกไป

พอเนตรชนกเดินเข้าบ้าน ป้าแจ่มกับน้อยเห็นสภาพก็ทำตาโตถามว่า ทำไม...

"หยุด ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ไปให้พ้นอย่ามายุ่งกับฉัน" เธอตวาดทั้งสองแล้ววิ่งขึ้นข้างบน

พอเข้าห้องนอน เนตรชนกถอดเสื้อแจ็กเกตขว้างลงพื้นทั้งเหยียบทั้งย่ำขยำขยี้ดึงฉีกขาดระบายความแค้น ทำจนตัวเองเหนื่อย นอนร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความแค้น

ooooooo

ชนม์ชนกกลับถึงโรงแรม  แอนนาทักว่ามือไปโดนอะไรมาจนแดงช้ำ เขาปดว่าเดินซุ่มซ่ามเลยโดนเสา แอนนาทำหน้าไม่เชื่อพูดแซวๆประสาคนสนิทว่าชกเสาเพราะอกหักหรือ ถามเซ้าซี้จนชนม์ชนกแก้ตัวแทบไม่ทัน เลยชี้ไปที่ประตูให้ออกไปเสีย

เมื่อแอนนาออกไปแล้ว เขามองมือที่บวมแดงช้ำ พูดอย่างหมายมาดเอาคืนว่า

"ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยเนตรชนก แสบจริงๆ"

ooooooo

ทัดไทรู้สึกนับวันเนตรชนกจะก้าวร้าวขึ้นทุกที เนื้อนวลปกป้องหลานตามเคยว่าเนตรชนกไม่ได้ตั้งใจ เจ้าตัวมาได้ยินพอดีแทรกขึ้นว่าตนไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยสักหน่อย คุณปู่ชอบว่าตน ไม่รักตนเลย

"เนตร พ่อว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน รอพ่อตรงนี้นะ" เทพไทบอก เห็นศศิมนส่ายหน้าเชิงขอร้องเพราะไม่อยากให้มีเรื่อง เขาบอกเธอว่า "คุณไม่ต้องห่วงหรอก ห่วงลูกในท้องดีกว่า พักผ่อนนะครับอย่าดื้อ" พูดพลางประคองศศิมนขึ้นข้างบน
เนตรชนกทำท่าจะหลบไม่อยากคุยกับพ่อ ทัดไทถามว่าจะไปไหน พ่อนัดคุยด้วยไม่ใช่หรือ

"ใช่ค่ะ แต่เนตรไม่อยากฟังคุณพ่อมาว่าเนตร เพราะหลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น"

"หยุดนะเนตร ปู่ว่าเราชักจะพูดจาก้าวร้าวพ่อของเรามากไปแล้วนะ"

"พอๆ ปู่หลานจะมาทะเลาะกันทำไม ยัยเนตรก็พูดไปเพราะน้อยใจพ่อแค่นั้นแหละ คุณก็ไม่เข้าใจหลานเอาเสียเลย" เนื้อนวลปกป้องหลานสาวเต็มที่ จนทัดไทเบื่อบอกว่างั้นก็คุยกันเองก็แล้วกัน เนื้อนวลจึงชวนเนตรชนกไปนั่งในสวนกันดีกว่า ฝากทัดไทว่า "คุณทัดไทบอกตาเทพด้วยนะคะว่าฉันกับหลานอยู่ในสวน"

ครู่หนึ่งเทพไทลงมา เนื้อนวลเตือนลูกชายว่าพูดจากันดีๆนะ แล้วลุกไปปล่อยให้พ่อลูกคุยกันเอง เนตรชนกถามประชดทันทีว่าจะด่าอะไรตนอีก

เทพไทพยายามใจเย็นยกเหตุผลมาหว่านล้อมทั้งยังตำหนิที่เธอเอาไฟจี้เสื้อไหมพรมด้วย

เนตรชนกแก้ตัวตะแบงไปเรื่อยว่า ตนไม่ได้กำหนดบังคับให้ต้องถักหามรุ่งหามค่ำแบบนั้น ศศิมนอยากทำเองต่างหาก และที่เอาไฟจี้เสื้อเป็นรู นั่นก็เป็นสิทธิ์ของตนเพราะเป็นเสื้อของตนแล้ว

เทพไทถอนใจเฮือกใหญ่อย่างหนักใจ พูดอย่างใจเย็นว่า

"พ่อคิดว่าเนตรเข้าใจที่พ่อพูด พ่ออยากให้เนตรคิดทบทวนให้ดีๆว่าเนตรกำลังทำอะไรอยู่ และสิ่งที่เนตรทำมันดีแล้วหรือ สมควรแล้วหรือ ความเกลียดชังมันไม่เคยทำให้ใครมีความสุขหรอกนะลูก คิดให้ดีๆ"

พูดทิ้งไว้ให้คิดแล้วเทพไทลุกเดินเข้าบ้าน เนตรชนกฮึดฮัดดึงทึ้งต้นไม้ใกล้มือจนใบร่วงกราว

ศศิมนยืนดูอยู่จากห้องนอน  เห็นสภาพแล้วก็ได้แต่ถอนใจอย่างไม่สบายใจ

ooooooo

เมื่อเทพไทกลับขึ้นมาที่ห้องนอน ศศิมนขอปรึกษาว่า คุณพ่อคุณแม่ชวนตนไปพักฟื้นที่บ้านระยะหนึ่ง เขามีความเห็นอย่างไร เทพไทตามใจเธอ แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันจะได้อยู่ห่างๆเนตรชนกสักพัก

ศศิมนมองหน้าเขาบ่นว่าตนคงคิดถึงเขาแย่ เทพไทเลยบอกว่าเขาจะตามไปอยู่ด้วย เพราะ "ลูกเมียผมอยู่ที่ไหน ผมก็ต้องอยู่ที่นั่น"

ครู่ใหญ่เทพไทกับศศิมนเดินลงมา นายชมหิ้วกระเป๋ามาใส่รถ เนื้อนวลถามว่าจะไปไหน เทพไทบอกว่าแค่ไปส่งศศิมนเท่านั้น

"แล้วคุณพ่อต้องตามไปประคบประหงมด้วยรึเปล่าคะเนี่ย" เนตรชนกถามประชด เทพไทบอกว่า พ่อแค่ไปส่งเท่านั้น เธอยิ้มสมใจ "ก็ดีค่ะ งั้นฝากบอกเขาด้วยนะคะขอให้หลับฝันดี ไปแล้วไปลับได้ยิ่งดี"

ศศิมนหน้าเจื่อน เนื้อนวลปรามเนตรชนกเบาๆว่าไม่เอาน่าลูก

ooooooo

เมื่อกลับไปถึงบ้านตัวเอง ศศิมนได้รับการต้อนรับจากทั้งพ่อ แม่ และพี่ชายอย่างอบอุ่น ชัชชัยถึงกับเข้าครัวขอแสดงฝีมือเองเพื่อต้อนรับลูกสาวและลูกเขย เทพไทเห็นดังนั้นอาสาเข้าไปช่วยอีกคน ทั้งที่ทำอะไรไม่เป็น เข้าไปช่วยเก้ๆ กังๆ จนศศิมนที่แอบดูอยู่หัวเราะด้วยความรัก

ทำอาหารเสร็จ ก็พากันนั่งทานพร้อมหน้า พูดหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน มีความสุข

ส่วนเนตรชนกไม่ยอมทานมื้อเย็นกับคุณปู่คุณย่า บอกว่าจะรอคุณพ่อกลับมาทานด้วยกันพร้อมหน้าแบบแค่คนในครอบครัวเรา

เนตรชนกรอจนค่ำเทพไทก็ยังไม่กลับ เธอจึงอุ้มตุ๊กตาเดินไปที่ห้องเทพไท เห็นเตียงพ่อแล้วก็นึกถึงอดีตสมัยตัวเองยังเด็ก นอนฟังพ่อเล่านิทานอย่างอบอุ่นมีความสุขมาก คิดถึงอดีตแล้วก็อยากได้เวลาอย่างนั้นกลับคืนมา แต่ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

เนตรชนกรอเทพไทจากหัวค่ำ จน 2 ทุ่ม กระทั่งถึง 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม ก็ยังไม่เห็นพ่อกลับมา

"ไปส่งอะไรกันป่านนี้ยังไม่กลับ" เธอลุกขึ้นบ่นอย่างหงุดหงิด เอะใจเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าดู ปรากฏว่า กระเป๋าเดินทางใบเล็กและของใช้ประจำวันไม่อยู่ เธอโกรธและเสียใจจนบอกไม่ถูก พึมพำน้ำตาไหล "คุณพ่อโกหกเนตรได้ยังไง"

ooooooo

ดึกแล้ว เทพไทพาศศิมนเข้านอน ได้ยินเสียงแตรรถลั่นอยู่หน้าบ้าน คิดว่าคงเป็นของคนข้างบ้าน แต่หาใช่ไม่ เพราะเมื่อแมว เด็กรับใช้ไปดู ถามว่า มาหาใครคะ ได้ยินเสียงตอบมาอย่างเกรี้ยวกราดว่า

"ฉันเป็นลูกสาวคุณเทพไท เปิดประตูให้ฉันหน่อย"

แมวรีบเปิดประตูให้แล้ววิ่งตามรถเข้าไป เห็นเนตรชนกจอดรถหิ้วกระเป๋าลงจากรถเข้าไปในบ้าน ทำราวกับเป็นบ้านของตัวเอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 14:06 น.