ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

บางระจัน

SHARE
ตอนที่ 17

ใจคลานออกจากอุโมงค์ลับด้วยความยากลำบาก หัวใจปวดร้าวเต็มทีที่เมียรักไม่ยอมหนีมาด้วย แต่ถึงกระนั้น...อดีตพรานหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ หมายมาดจะกลับไปค่ายระจันอีกครั้ง...พี่ต้องเอาตัวสไบกลับมาให้ได้!

ฟากพวกบ้านคำหยาด...ออกตามล่าหาตัวใจกันให้วุ่น สังข์เจ็บแค้นมาก อยากบั่นคออดีตพรานหนุ่มใจแทบขาด แต่ก็ไม่มีโอกาส สไบหน้าเสีย กังวลใจกับคำบอกเล่าของผัว ว่าค่ายบ้านระจันคงไม่รอด ถูกพวกอังวะยิงถล่มในอีกไม่กี่เพลา และจะไม่มีวันยกทัพกลับ แม้ว่าจะมีน้ำหลากท่วมก็ตาม ทัพเครียดหนัก อยากรู้ว่าใจรู้เรื่องปืนใหญ่หรือไม่ สไบไม่กล้าเดา แต่ก็มั่นใจว่าผัวรักคงรู้ ถึงกล้าบุกมาถึงนี่ เฟื่องพยักหน้าเห็นด้วย

ตอนที่ 16

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"

ในขณะที่กองทัพอังวะของชุกคยีพรั่งพร้อมทั้งกองกำลังและสรรพาวุธมากขึ้นเรื่อยๆ ทัพก็ควบ อ้ายเลาอย่างไม่หยุดพัก หวังจะไปให้ถึงกรุงศรีฯ โดยเร็วที่สุดเพื่อขอปืนใหญ่ไปรบ ส่วนพวกบ้านคำหยาดในค่าย ดูแลกันและกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะแฟงที่กำลังท้องได้รับการประคบประหงมเป็นพิเศษจากทุกคน

ตอนที่ 15

สังข์ทำตามที่ตั้งใจไว้ ช่วยเหลือเชลยไทยจำนวนหนึ่งออกจากค่ายอังวะสำเร็จ แม้จะถูกไล่ต้อนเกือบตายหลายหน แต่เขาก็ไม่กลัว ฮึดสู้และพากลุ่มเชลยไทยหนีไปจนได้

ไม่กี่เพลาถัดมา ชาวค่ายระจันก็ได้เฮลั่น เมื่อสังข์หอบร่างสะบักสะบอมกลับมาถึงพร้อมกลุ่มเชลยไทย จวงโผเข้าหา ร้องไห้อย่างไม่อายด้วยความดีใจ ผัวรักรอดชีวิตและกลับสู่อ้อมอก เช่นเดียวกันกับพวกนักรบบ้านคำหยาด โดยเฉพาะทัพ ยินดีและภูมิใจในตัวเกลอรักมาก ที่เสียสละและทำเพื่อชาติขนาดนี้

ตอนที่ 14

สังข์ส่งข่าวผ่านอ้ายเลาเสร็จก็ทำท่าจะซ่อนตัว แต่โชคไม่ดี ถูกอูทินลินซึ่งดักรอซุ่มทำร้าย สองหนุ่มสู้กันอย่างดุเดือด แล้วนายทหารสอดแนมชาวอังวะก็เป็นฝ่ายพลาดท่า ถูกสังข์ฆ่าตายในที่สุด!

เวลาเดียวกันที่หลังค่ายบ้านระจัน...ใจเผชิญหน้าทัพอย่างไม่หวั่นเกรง แม้จะถูกจับได้ว่าเป็นไส้ศึก

ตอนที่ 13

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"

ชัยชนะสี่ครั้งของชาวค่ายบ้านระจันทำให้เนเมียวสีหบดีโกรธจัด อาละวาดใส่เหล่าทหารในสังกัดจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด และสุดท้ายก็ตัดสินใจเด็ดขาด ส่งคนสนิทไปตามหานายกองคนใหม่ โดยให้เลือกจากคนที่มีความชำนาญพื้นที่แขวงสิงห์บุรีเป็นพิเศษ...ครานี้ พวกบ้านระจันจะได้สิ้นซากสักที!

ตอนที่ 12

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"

ใจกำดาบแน่น ต้องทนเห็นทหารชาติเดียวกันล้มตายเป็นเบือด้วยน้ำมือนักรบบ้านระจัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก...แต่แล้วก็สบโอกาสเมื่อเห็นนายทองเหม็นฆ่าฟันข้าศึกอย่างไม่กลัวตาย ไม่ทันระวังหลัง จึงจะเข้าไปจัดการ แต่ไม่ทันเงื้อดาบ ก็ต้องวิ่งหลบห่ากระสุนจากฝ่ายอังวะ ยิงมาอย่างบ้าคลั่งตามคำสั่งสุรินทจอข่อง

ตอนที่ 11

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"

สไบรู้สึกตัวกลางดึก แอบมองผัวค่อยๆลุกออกจากเรือนอย่างเงียบกริบ ความรู้สึกผิดหวังถาโถม เสียใจเหลือเกินที่เขาไม่รักษาคำสัญญาจะไม่ทิ้งเธอไปไหน

ตอนที่ 10

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"

เฟื่องเก็บคำพูดของแม่ไปคิด สุดท้ายก็ตัดสินใจจะให้โอกาสขาบและตนเองได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัว ขาบเห็นเมียรักหอบกับข้าวมากินด้วยที่เรือนก็ปลื้มอย่างบอกไม่ถูก กุลีกุจอช่วยจัดสำรับ คนงามบ้านคำหยาด อาสาทำเอง อดีตทหารกล้าก็ไม่ยอม ส่งยิ้มหวานให้ก่อนจะ สัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้เมียรักมีความสุขสบายที่สุด

ตอนที่ 9

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"

งาจุ่นหวุ่นมองลานรบกลางป่าเขตบ้านระจันด้วยแววตาลำพองใจ ไม่เห็นวี่แววกองทัพชาวบ้านฮึกเหิมเหมือนที่กองสอดแนมรายงานไว้ แต่ก็ดีใจไม่นาน เมื่อพวกนักรบระจันโผล่จากแนวป่าด้านหลัง เหล่าทหารอังวะไม่ทันระวัง เลยถูกฆ่าฟันเป็นจำนวนมาก งาจุ่นหวุ่นเห็นท่าไม่ดี เลยต้องถอยกลับอย่างไม่เป็นท่า

ตอนที่ 8

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


เฟื่องไม่รู้ถึงความเก็บกดของน้องสาว เมื่อเจอทัพในวันต่อมา เลยไม่คิดมาก พูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเอง จนเกือบจะเหมือนเมื่อก่อน ทัพมองมาด้วยสายตาอ่อนโยน ยิ่งเห็นเธอป้อนข้าวดอกรักโดยไม่รังเกียจ ก็ยิ่งเอ็นดู แต่ที่ทำให้เป็นเรื่องฉาวไปทั่วค่าย ก็เมื่อรุ่งดันผ่านมาเห็นสองหนุ่มสาวใกล้ชิดกันแบบสองต่อสอง

ตอนที่ 7

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


แม้พวกแท่นจะฆ่าทหารอังวะล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่ก็ล้าเกินกว่าจะต้านไว้ได้ทั้งหมด ผู้นำบ้านศรีบัวทองเลยตัดสินใจล่าถอยไปหลังพุ่มไม้ ทหารอังวะชะล่าใจ คิดว่าพวกบ้านระจันยอมแพ้ แต่ก็ต้องตาเหลือกในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อค้นพบว่าพวกตนกำลังตกหลุมพรางพวกพ่อค่ายที่เหลือ ถูกโอบล้อมและลอบโจมตีอย่างดุเดือด

ตอนที่ 6

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


ระหว่างที่สังข์กระวนกระวายใจ รู้สึกผิดไม่น้อยที่ไม่ส่งทหารไปช่วยหัวหมู่เพื่อนรัก ขาบกับเฟื่องกำลังอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัด หลังความผิดพลาดเพราะอารมณ์กระเจิดกระเจิง ทำให้ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า คนงามบ้านคำหยาดนั่งซุกตัวในกระท่อมร้าง แววตาเฉยเมย ไม่ยอมสบตาหรือพูดอะไรกับผัวหมาดๆเลยขาบรู้สึกผิดมาก ต้องโพล่งออกไปอย่างอัดอั้น “พี่ผิดที่หักหาญน้ำใจเอ็ง...ไม่รักษาสัญญา”

ตอนที่ 5

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


ขณะที่เฟื่องต้องหวาดระแวงตลอดเวลาว่าขาบจะผิดคำสัญญาหรือไม่ ทัพก็ทุกข์ใจไม่ต่างกัน ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงคนรัก แต่จำต้องก้มหน้ารับชะตากรรม เพราะถูกพวกเสือปิ่นจับมัดไว้ รวมทั้งอ้ายเลา โดยไม่ให้กินอาหารหรือน้ำดื่ม เพื่อทรมานจนกว่าทัพจะยอมจำนน

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


สังข์กับขาบกลับถึงสะแกโทรมในเวลาไม่นาน แต่ความแค้นเรื่องทัพยังอยู่ โดยเฉพาะสังข์ สั่งให้ทหารในกองกลับไปซุ่มดูความเคลื่อนไหวละแวกบ้านกระทุ่มด่าน แล้วก็ได้หัวเสีย เมื่อทหารกลับมารายงานว่าทัพยังอยู่ที่นั่น

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


สไบกับพวกผู้ใหญ่แสงถึงกระทุ่มด่านในที่สุด แฟงกับเฟื่องรีบวิ่งไปดู ก่อนจะได้ยิ้มกว้าง เมื่อรู้ว่าทัพเป็นคนบอกทางให้ชาวบ้านกลุ่มนี้มาหลบภัยที่นี่ พันให้การต้อนรับตามมีตามเกิด แต่พวกสไบก็ไม่คิดมาก เกรงใจเสียอีกที่พาพวกพ้องจำนวนไม่น้อยมารบกวนผู้ใหญ่บ้านกระทุ่มด่านกะทันหันแบบนี้

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"


สถานการณ์ที่บ้านคำหยาดไม่น่าไว้ใจนัก แม้สังข์กับขาบจะยอมถอย ไม่กล้าตอแยกับครอบครัวทัพ แต่ก็นับวันรอคอยจะกลับมาใหม่ ต่างจากสถานการณ์ที่บ้านสามโก้ เลวร้ายมากกว่าหลายเท่า เพราะชาวบ้านต้องบาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก สไบซึ่งถูกจับตัวกลับมา กวาดตามองทุกคนด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก

ตอนที่ 1

อัลบั้ม: ละครฟอร์มยักษ์ "บางระจัน"

ในปีพุทธศักราช 2308 พระเจ้ามังระแห่งกรุงอังวะ พระมหากษัตริย์รัชกาลที่สาม แห่งราชวงศ์อลองพญา ปรารถนาจะปราบราชอาณาจักรศรีอยุธยาให้ราบคาบ จึงมีคำสั่งให้ส่งกองทัพใหญ่ไปตีพร้อมกันถึงสองทาง เพื่อให้สะดวกในการรวบรวมไพร่พลและสะสมเสบียงอาหาร

เนเมียวสีหบดีแม่ทัพใหญ่ถูกมอบหมายให้นำไพร่พลจำนวนหนึ่งตีหัวเมืองทางเหนือ ไล่มาตั้งแต่เมืองล้านนา ล้านช้าง ตาก กำแพงเพชร พิชัย สวรรคโลก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และมารวมทัพที่นครสวรรค์ ก่อนจะเคลื่อนทัพผ่านสิงห์บุรี อ่างทอง และตั้งค่ายใหญ่ที่ชานกรุงศรีอยุธยา ณ วัดป่าฝ้าย ปากน้ำประสบ

ส่วนหัวเมืองทางใต้ มีมังมหานรธาเป็นแม่ทัพใหญ่ รวบรวมไพร่พลจากหงสาวดี เมาะตะมะ ตะนาวศรี มะริดและทวาย พุ่งเข้าตีเพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี สะสมกองกำลังและเสบียงอาหาร ก่อนจะตั้งค่าย ณ บ้านสีกุกและสามแยกบางไทร เพื่อรอเวลาเข้าตีกรุงศรีอยุธยา

ระหว่างที่กองทัพอังวะไล่โจมตีโอบล้อมทั้งจากทางเหนือและใต้ ณ ท้องพระโรงสรรเพชญ กรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์ หรือพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงกริ้วเหล่าข้าราชบริพารที่ปฏิบัติราชการสนองไม่ต้อง พระประสงค์ โดยมีสมเด็จพระเจ้าอุทุมพรประทับฟังด้วยพระอาการสงบ หลังจากทรงลาสิกขาบทมาด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง โดยมีเที่ยง หนึ่งในทหารกอง

อาทมาตหมอบเฝ้าแทบพระบาท เพื่อรับกระแสรับสั่งไปออกรบเพื่อปกป้องบ้านเมือง

แต่ถึงกระนั้น...สมเด็จพระเจ้าอุทุมพรและเหล่าทหารกองอาทมาตก็ไม่ได้ออกรบอย่างที่ตั้งใจ เพราะมีกระแสรับสั่งไม่ให้ทัพหลวงไปต้านข้าศึกถึงชายแดน แต่ให้รอตั้งรับภายในกำแพงพระนคร เปิดโอกาสให้กองทัพอังวะปล้นสะดมและเข่นฆ่าชาวบ้านไทยไปเป็นเชลย ยื้อแย่งอาหารไปเลี้ยงกองทัพนับแสน สร้างความเดือดร้อนทั่วทุกหย่อมหญ้า

แต่ยังมีกลุ่มชาวบ้านหาญกล้า ที่รวบรวมกำลังกันต่อต้านศัตรู ณ ค่ายบางระจัน เพื่อประกาศให้รู้ว่าคนไทยนั้น สู้ตาย หากใครหน้าไหนมาใช้อำนาจเข้าข่มเหงพ่อแม่ พี่น้องตัว และย่ำยีแผ่นดินที่ใช้ปลูกข้าวกิน...

ท่ามกลางบรรยากาศดวงอาทิตย์ส่องแสงยามเช้า สะท้อนเงาลำน้ำกว้างเป็นสีแดงคล้ายสีเลือด แลดูน่าจะเป็นรุ่งอรุณอันแสนอบอุ่น แต่คงไม่ใช่สำหรับพันเรือง เชลยชาวไทยที่มีฝีมือพอตัว ซึ่งกำลังควบม้าหนีกลุ่มทหารอังวะที่ควบตามติด พันเรืองเห็นท่าม้าจะอ่อนกำลัง เลยตัดสินใจสู้ด้วยมือเปล่า แต่ก็เกือบเอาตัวไม่รอด เมื่อต้องเจอทหารหน่วยพิฆาตจำนวนหนึ่งตามมาสมทบ โชคดี ที่มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งช่วยไว้ เชลยหนุ่มเลยรอดชีวิตมาได้

พันเรืองถึงกับตะลึง เมื่อได้เห็นหน้าชาวบ้านกลุ่มนั้นชัดๆ นายทองแสงใหญ่ นายจันหนวดเขี้ยวและนายทองเหม็น พร้อมควายบุญเลิศคู่ใจ ส่งยิ้มและพยักหน้าให้ เหมือนคนรู้จักกันดี พันเรืองดีใจมาก ที่หนีจากพวกอังวะมาและได้เจอเพื่อนร่วมหมู่บ้านอีกครั้ง นายจันหนวดเขี้ยวเป็นฝ่ายทักขึ้นด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

“ข้านึกแล้วว่าสักวันพันเรืองจะต้องหนีพวกมันมาได้ คนอย่างพันเรืองคงมิยอมให้อังวะจับตัวไว้นานดอก”

“ข้ายอมตาย ดีกว่าตกเป็นเชลยมัน”

“พวกข้าคอยลาดตระเวนดูพวกอังวะอยู่ทุกวัน นี่มันรุกขึ้นมาถึงแขวงระจันแล้วรึ” นายทองเหม็นซัก

พันเรืองถอนใจหนักหน่วง ทุกข์และแค้นใจเหลือเกิน ต้องเห็นข้าศึกกล้าแกร่งขึ้นทุกวัน “ยัง...ค่ายเกียกกายมันยังอยู่ที่วิเศษไชยชาญ เพียงแต่ข้าหนีออกจากค่ายมันมาได้ เลยมุ่งกลับบางระจันของเรา เพลานี้มันพากันเก็บกวาดปล้นครัวไทยเอาเสบียงไปเลี้ยงกองทัพมันเป็นจำนวนมาก จนแขวงวิเศษไชยชาญสามโก้เดือดร้อนกันไปทั่ว ใครมิยอมมันก็สังหารสิ้น บ้านระจันจะนิ่งดูดายกันอีกไม่ได้แล้ว อีกไม่นานมันคงย้อนขึ้นมาปล้นเสบียงถึงระจันแน่”

นายทองแสงใหญ่พยักหน้ารับรู้ ก่อนประกาศความตั้งใจจะปักหลักสู้ข้าศึกที่บางระจัน โดยมีนายจันหนวดเขี้ยวและนายทองเหม็นร่วมด้วย รวมทั้งจะตั้งค่ายรวบรวมชาวบ้านที่มีใจสู้พร้อมรบ พันเรืองเห็นความมุ่งมั่นและศรัทธาในความรักชาติของทั้งสาม เลยตัดสินใจร่วมด้วย พวกข้าศึกจงอย่าหวังเลยว่าจะฝ่าพวกเราไปได้ง่ายๆ

ooooooo

ทัพ อดีตนายทหารฝีมือดีประจำกองทัพกรุง-ศรีอยุธยา ควบอ้ายเลาม้าคู่ใจผ่านหมู่บ้านแขวงวิเศษไชยชาญ เมืองอ่างทอง สะเทือนใจมากเมื่อเห็นศพชาวบ้านล้มตายด้วยน้ำมือข้าศึกชาวอังวะ ปล้นสะดมข้าวในนาและข่มเหงชาวบ้านผู้หญิง ก่อนจะฆ่าตายทั้งหมู่บ้าน อดีตทหารกล้าน้ำตาคลอ เจ็บใจมากที่มาถึงแต่ช่วยใครไม่ได้เลย

ทัพควบม้าจะกลับบ้านคำหยาด แขวงวิเศษไชยชาญบ้านเกิด เลยถือโอกาสแวะกราบหลวงพ่อเที่ยง อดีตนายทหารกองอาทมาตในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพร ที่กุฏิใต้ตำหนักคำหยาดไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก พระเที่ยงได้ฟังความจากลูกชายคนเดียว ทั้งเรื่องความเจ็บแค้นที่มีต่อข้าศึกและเรื่องที่หนีทัพมา ก็ถอนใจหนักหน่วง

“ไอ้ทัพ...ชั่ววันมะรืน ทุกครัวในทุ่งคำหยาดนี่ก็ต้องถูกต้อนเข้ากรุง หนีภัยข้าศึกอังวะ เอ็งก็รู้...ลูกหลานบ้านใดแตกทัพหนีไป คนในบ้านต้องถูกริบไปเป็นไพร่หลวง แล้วนังจวงน้องเอ็งกับนังจันทร์แม่เอ็งจะทำยังไง...คิดหรือไม่ไอ้ทัพ หรือเอ็งจะยอมได้ชื่อว่าเป็นลูกเนรคุณ!”

เวลาเดียวกันที่เรือนทัพ...สังข์ นายกองประจำกองจมื่นศรีสรรักษ์ มหาดเล็กในพระเจ้าอยู่หัว พร้อมขาบ หมู่ทหารคู่ใจซึ่งควบม้ามาจากกรุงศรีฯ ยืนจังก้าหน้าจวงน้องสาวของทัพ ตะคอกถามเสียงเข้มว่านายทหารหนีทัพหายหัวไปไหน จวงไม่ยอมบอก ก่อนจะโผกอดจันทร์ผู้เป็นแม่ ซึ่งป่วยออดๆแอดๆด้วยโรคปอดเพื่อปลอบประโลม สังข์ส่ายหน้าเบื่อหน่าย กระชากเสียงถามสองแม่ลูกอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้คำตอบ เลยเริ่มโมโห

“นี่เหรอวะครอบครัวทหาร เสียแรงไอ้ทัพเป็นเพื่อนยากเรียนดาบมากับข้า แต่ศึกพระเจ้ากรุงอังวะคราวนี้มันกลับหนี ทิ้งแม่ทิ้งน้องเพราะกลัวตาย”
จันทร์ได้ฟังก็ของขึ้น ทนไม่ไหว พยายามรวบรวมแรงเท่าที่มีสวนกลับอย่างไม่กลัว

“ไม่จริง...ลูกข้าไม่ยอมถูกเกณฑ์คราวนี้ เพราะไม่อยากรับใช้ทหารชั่ว เพื่อนทรยศอย่างเอ็ง...ไอ้สังข์ ไอ้ขาบ”

สังข์โกรธมาก สั่งให้ขาบจับตัวสองแม่ลูกลงจากเรือน จวงเห็นสภาพอ่อนแรงของแม่ เลยพยายามขอร้องให้เห็นแก่อาการป่วยของแม่เธอบ้าง และถึงจะเชือดให้ตายตรงนี้ เธอก็ไม่รู้ว่าพี่ชายคนเดียวหายตัวไปไหน ขาบเห็นว่าไม่มีประโยชน์จะคาดคั้น เลยชวนนายกองหนุ่มกลับก่อน สังข์นิ่งไปนิดเดียว ก่อนจะประกาศกร้าว

“ข้ามีเวลาให้ถึงพรุ่งนี้ จวง...เก็บข้าวของให้พร้อม ข้าจะมารับเอ็งกับแม่ไปจากที่นี่ ก่อนที่ทัพอังวะจะเข้ามาตี แล้วเอาพวกเอ็งไปเป็นเชลยศึก คอยส่งเสบียงเลี้ยงกองทัพมัน”

“ข้าไม่ไป ข้าคนทุ่งคำหยาด ข้าจะขออยู่ขอตายที่นี่” จันทร์สวนกลับ

“น้าจะตายที่นี่ก็ได้น้าจันทร์ แต่จวงลูกสาวน้า...ต้องไปเป็นเมียนายกองสังข์!”

กว่าทัพจะกลับถึงหมู่บ้านคำหยาดอีกครั้งก็บ่ายคล้อย อดีตทหารกล้าควบอ้ายเลาผ่านตลาด สุ่มดูก็เห็นทหารหลวงจำนวนหนึ่งกำลังกวาดต้อนชาวบ้านเข้ากรุงศรีฯ เพื่อง่ายแก่การป้องกัน สภาพชาวบ้านทั้งเด็ก ผู้หญิงและคนชราต่างมีสีหน้าเศร้าสลด ไม่อยากจากบ้านเกิด แต่ก็หมดทางจะยื้ออยู่ต่อให้กลายเป็นเชลยศึก

ทัพเฝ้ารอจนผู้คนบางตา จึงค่อยๆควบม้าคู่ใจกลับเรือนด้วยความเป็นห่วงแม่และน้องสาว แล้วก็ต้องตกใจหน้าซีด เมื่อไม่เห็นทั้งสองบนเรือน อดีตทหารกล้าตะโกนร้องเรียกลั่น และเกือบจะหมดหวังอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงตอบรับของน้องสาวจากพงหญ้ารกร้างหลังเรือนเสียก่อน

ooooooo

ทัพก้มกราบแม่และกอดน้องสาวด้วยความรักและคิดถึง จันทร์น้ำตาคลอเมื่อได้เห็นสภาพลูกชายคนเดียว ก่อนจะเล่าให้ฟังว่าชาวบ้านถูกกวาดต้อนเข้ากรุงเพื่อหนีทัพอังวะ ทัพไม่อยากให้ย้าย เพราะเสี่ยงต่อการถูกโจมตีระหว่างทาง แถมจำนวนข้าศึกที่ทวีจำนวนและความแข็งแกร่งมากขึ้นทุกวันก็ทำให้อดหวั่นไม่ได้

บางระจัน เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 17:04 น.