ตอนที่ 3
แทนที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจตามคำชวนของภัทรยศ แต่ชายใหญ่กลับมาไนต์คลับเพื่อปรับทุกข์เรื่องที่เกรียงไกรและตำรวจคุยกันในโรงพยาบาลซึ่งเขากับหญิงเล็กได้ยินโดยบังเอิญ
“ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ ข้อดีของการที่คุณผึ้งจำอะไรไม่ได้ก็คือเธอจะไม่มีวันนึกถึงคนรักเก่าอีก คุณชายน่าจะสบายใจ”
“แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าคุณผึ้งต้องการจะไปร่วมชีวิตกับคนอื่น ไม่ใช่ฉัน”
“นั่นมันคุณผึ้งคนเก่า คนที่เห็นผิดเป็นชอบ แต่ตอนนี้เธอไม่เหมือนเดิมแล้ว ถ้าคุณชายจะทำดีซื้อใจเธอก็ไม่ยาก...นอกจากว่าคุณชายจะตะขิดตะขวงใจกับเรื่องนี้ไปแล้ว”
“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน”
“งั้นก็ค่อยๆคิดไป อย่าเพิ่งเครียด ผมชวนมาผ่อนคลายนะครับ ไม่ได้ชวนมาเครียด”
ชายใหญ่ถอนใจ นั่งซึมอีกเหมือนเดิม ภัทรยศทนไม่ไหวโบกมือเรียกสาวสวยมาดูแลเพื่อนรุ่นพี่ของตน แต่ไม่ทันจะได้ปรนนิบัติ หญิงเล็กกับดาริกาก็เข้ามาแทรกแทบจะแหกอกนาง หลังจากนั้นหญิงเล็กก็ยัดเยียดดาริกาให้อยู่กับชายใหญ่ ส่วนตัวเองทำทีว่าอยากเต้นรำลากภัทรยศออกไป
ดาริกาพยายามชวนชายใหญ่คุยแต่เขาเหม่อลอยแทบไม่มองเธอ ไม่นานก็อาสาไปส่งเธอกลับบ้าน ส่วนหญิงเล็กปล่อยให้อยู่กับภัทรยศไปก่อนแล้วเขาค่อยกลับมารับ ดาริกาขัดใจเดินบ่นออกมาว่าเขารังเกียจเธอมากนักหรือ
ชายใหญ่บอกไม่ใช่อย่างนั้น ดาริกาถามว่าทำไมต้องพยายามบ่ายเบี่ยงไม่ให้ตนเข้ามาใกล้ชิด หรือว่าเขายังเกรงใจภุมวารีอยู่ ชายใหญ่เบือนหน้าหนี ดาริกายิ่งแน่ใจ
“จริงๆด้วย พี่ชายใหญ่ยังแคร์ผู้หญิงคนนั้นอยู่ ทำไมคะ ทั้งที่เขาทำพฤติกรรมน่าอับอายอย่างนั้น พี่ชายใหญ่ยังจะให้อภัยได้เหรอคะ”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ”
ดาริกาสวนว่าต้องเกี่ยว เพราะตนคือคนที่รักและหวังดีกับเขาอย่างแท้จริง ขณะที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เห็นคุณค่าของเขาแม้แต่เสี้ยวธุลี...ชายใหญ่ขบกรามแน่น อึดอัดไม่อยากฟัง แต่คำพูดของดาริกาก็จี้ใจดำอีกว่า ถึงเขาจะไม่แคร์ตน ตนไม่ว่า แต่น่าจะนึกถึงศักดิ์ศรีของตัวเองบ้าง เขาเป็นพวกเทวฉัตร มีทั้งเกียรติยศ ทั้งฐานันดร เรื่องอะไรถึงต้องลดตัวลงไปให้ลูกพ่อค้าอย่างนั้นย่ำยีเหมือนคนกระจอกงอกง่อย
ชายใหญ่นิ่งไม่ตอบโต้ เพราะลึกๆรู้ว่าดาริกาพูดถูกทุกอย่าง
ooooooo
เช้าขึ้นสวาทแตกตื่นถือหนังสือพิมพ์มาให้เกรียงไกรที่กำลังจะออกไปทำงานดูข่าวของภุมวารี ที่ลงว่าเธอหนีตามผู้ชายจนโดนทำร้ายความจำเสื่อม
“บ้าที่สุด พวกมันรู้ได้ยังไง” เกรียงไกรสบถอย่างโกรธแค้น หลังจากนั้นก็ไปไล่เบี้ยเอากับเอื้อยและเฟื้อเพราะนึกว่าสองแม่ลูกปากพล่อย แต่สองคนยืนยันหนักแน่นไม่ได้พูดกับใคร ขณะที่สวาทพอโดนเพ่งเล็งก็ปฏิเสธว่าตนจะประจานลูกสาวของเขาให้คนอื่นฟังทำไมในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกัน
เมื่อจับไม่ได้ไล่ไม่ทันว่าใครเป็นตัวการ เกรียงไกรสั่งห้ามทุกคนพูดเรื่องที่เกิดขึ้นกับภุมวารี ไม่ว่าในบ้านหรือนอกบ้าน ให้เอาหนังสือพิมพ์ไปทิ้งไม่ให้เห็น ตนไม่อยากให้ลูกมีความทรงจำเรื่องนี้อีก
ที่แท้ตัวการคือดาริกา...เธอไม่พอใจที่ชายใหญ่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจสิ่งที่เธอพูดเมื่อวาน จึงให้ข่าวกับคนรู้จักที่เป็นนักหนังสือพิมพ์เพื่อให้สังคมได้รู้เรื่องนี้ พอหญิงเล็กรู้ว่าเป็นฝีมือเพื่อนรักก็สะใจมาก
“ทีนี้ล่ะฉาวโฉ่กันไปทั้งเมือง ดีเหมือนกัน ท่านพ่อกับพี่ชายใหญ่จะได้คิดหนักเรื่องรับนังผึ้งมาเป็นเทวฉัตร รู้ถึงไหนก็อายเขาถึงนั่นว่ามันพัวพันกับผู้ชายอื่น สกปรกสิ้นดี”
ข่าวฉาวนั้นทำให้เกรียงไกรต้องบากหน้ามาขอโทษท่านชายภานุดิษฐ์ด้วยตัวเอง
“กระหม่อมต้องกราบขอประทานอภัยที่ไม่ได้เรียนความจริงให้ทรงทราบตั้งแต่แรก”
“ไม่เป็นไรหรอกคุณไกร ฉันก็ว่าอยู่แล้วว่ามันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง”
“กระหม่อมอับอายแทนลูก ไม่อยากให้มีใครรื้อฟื้นเรื่องที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งตอนนี้ยายผึ้งก็รู้เพียงว่าตัวเองถูกคนร้ายชิงทรัพย์”
“ฉันเข้าใจ แต่ข่าวออกมาอย่างนี้จะปิดไปได้นานซักเท่าไร”
“กระหม่อมเองก็ไม่สบายใจ เพราะในข่าวก็พาดพิงถึงคุณชายใหญ่ในฐานะคู่หมั้นคู่หมายกัน มีทางเดียวเท่านั้นกระหม่อม ที่จะกลบข่าวนี้ได้อย่างถาวร” เกรียงไกรอมยิ้ม ตัดสินใจแล้วว่าจะหาทางออกยังไง
วันเดียวกันนี้ภาสกรถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์งานที่สมัครไว้แถวเยาวราช ภุมวารีติดตามมาด้วยเผื่อต่อไปมีธุระจะได้มาถูก ทั้งที่ภาสกรไม่อยากให้มาเพราะกลัวมีคนเห็นเธอแล้วไปบอกเกรียงไกร
“ที่นี่ไม่มีใครรู้จักผึ้งหรอกค่ะ ถึงรู้จัก แต่ผึ้งไม่รับซะอย่าง จะตามตัวเจอได้ยังไง คนในพระนครออกตั้งมากมาย คุณภาสไปสัมภาษณ์งานเถอะค่ะ เดี๋ยวผึ้งจะมารอเจอตรงนี้”
ภุมวารีถือกระเป๋าลงจากรถไปได้ไม่นานก็พุ่งมายังร้านเพชร นำสร้อยคอของแม่มาขายคิดว่าต้องได้ราคาดี แต่โดนเจ้าของร้านกดราคา เธอไม่พอใจแต่ต้องยอมเพราะเงินในกระเป๋าเหลืออยู่ไม่มาก
ได้เงินแล้วภุมวารีรีบร้อนเดินออกจากร้านไม่ทันดูทาง ชนสองสาวที่กำลังสวนเข้ามา พอตั้งหลักได้ก็ด่าฉอดๆอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ต้องชะงักเพราะสองสาวคือหญิงเล็กกับดาริกา
ภุมวารีอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินจ้ำหนี หญิงเล็กกับดาริกาก้าวตามไม่ลดละ ถามว่าหายดีแล้วหรือ ถึงมาที่นี่ได้ ภุมวารีงุนงง สะบัดแขนเพื่อให้หลุดจากการยื้อยุดของหญิงเล็ก
“เรี่ยวแรงดีอย่างนี้ ไม่บ่งบอกซักนิดว่าเป็นคนป่วย”
“ที่เธอทำเป็นนอนแบ่บก็แค่เรียกร้องความสนใจจากพี่ชายใหญ่นี่เอง”
ภุมวารีเริ่มผิดหู สงสัยว่าหญิงเล็กกับดาริกาพูดอะไร แต่ใจคิดจะไปจากตรงนั้นมากกว่าจึงไม่ทันซักถาม
“อย่ามายุ่งกับฉันนะหญิงเล็ก อยากเจ็บตัวอีกหรือไง”
“อ๋อ นี่แกรู้แล้วด้วยนะว่าฉันเป็นใคร แสดงว่าหายบ้าแล้ว หรือว่าแกล้งบ้า”
“ฉันอยากให้พี่ชายใหญ่มาเห็นสภาพเธอตอนนี้นัก จะได้หมดความเวทนาซักที”
“งั้นก็พาตัวมันกลับไปให้พี่ชายใหญ่กับท่านพ่อดูเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า”
สองสาวช่วยกันฉุดมือคนละข้าง ภุมวารีขัดขืนสะบัดสุดแรงและตบดาริกา เท่านั้นเองหญิงเล็กเดือดปุดตบภุมวารีคืนดังฉาด
ภาสกรออกจากที่ทำงานเห็นภุมวารียังไม่กลับมาที่รถก็มองหา ได้ยินเสียงคนกรีดร้องดังแว่วจึงเดินไปดู พอเห็นภุมวารีโดนรุมตบจึงรีบวิ่งไปช่วย แต่เห็นหญิงเล็กก็ตกใจ
“นายภาสกร! นี่แกมาด้วยกันเหรอ ที่เขาว่าแกหนีตามกันไม่สำเร็จก็ไม่จริงน่ะสิ”
ดาริกามองภาสกรอย่างงงๆ แล้วค่อยๆปะติดปะต่อเรื่องได้ “งั้นก็แสดงว่าเธอเล่นละครตบตาให้คนอื่นตายใจแล้วแอบหนีมาพบปะกัน”
หญิงเล็กเดือดจัดจะตบภุมวารีอีกแต่ภาสกรรีบพาเธอหนี หญิงเล็กวิ่งตามและตะโกนลั่น
“หยุดนะไอ้ภาสกร นังผึ้ง กลับมาพูดกันให้รู้เรื่องนะ”
ภาสกรไม่เหลียวหลังรีบพาภุมวารีวิ่งหนีไปอย่างใจหายใจคว่ำ
ooooooo










