ตอนที่ 3
ภุมวารีคาดไม่ถึงว่าพ่อจะตามมาเจอ ตกตะลึงมองพ่อกับแม่เลี้ยงที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“งามหน้านักลูกสาวฉัน หัวค่ำออกไปกับผู้ชายคนนึง พอตกดึกก็หนีมากกกอดกับอีกคน...ส่วนแก แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย” เกรียงไกรชกเปรี้ยงเข้าที่หน้าภาสกรจนเซ “คำสัญญาที่แกให้ไว้ให้กับฉันเป็นแค่ลมปากพล่อยๆ แกยังไม่เลิกยุ่งกับลูกสาวฉัน”
เกรียงไกรตามไปชกซ้ำ ภาสกรไม่กล้าสู้ ได้แต่ยกมือปัดป้องท่ามกลางเสียงร้องของภุมวารีที่ห้ามพ่อไม่ให้ทำร้ายคู่รักของตน สวาทต้องเรียกลูกน้องสองคนที่มาด้วยให้เข้ามาช่วยจับภุมวารีไว้
“แกรู้จักคนอย่างฉันน้อยเกินไปไอ้ภาสกร ฉันเกลียดคนไม่รักษาคำพูด” เกรียงไกรทั้งด่าทั้งชกภาสกรจนเลือดอาบหน้า “นี่มันแค่การสั่งสอน ต่อไปนี้แกกับยายผึ้งต้องอยู่กันคนละโลก ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะส่งแกไปโลกอื่นด้วยมือของฉันเอง”
ในที่สุดภุมวารีก็ถูกลากตัวกลับบ้านในสภาพร้องไห้น้ำตานองหน้า เธอดีดดิ้นกรีดร้องเพราะเป็นห่วงภาสกรที่โดนทำร้ายจนลุกไม่ขึ้นอยู่หน้าบ้านเช่า
เกรียงไกรยังโกรธลูกไม่หาย ดุด่าทันทีที่กลับถึงบ้าน “ถ้าคนอื่นรู้ว่าแกทำตัวอย่างนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
“งั้นคุณพ่อก็ตัดพ่อตัดลูกกับผึ้งเลยสิคะ จะได้ไม่ต้องขายขี้หน้า ยังไงผึ้งก็จะไม่ยอมเลิกกับคุณภาส”
“ฉันตามใจแกมากเกินไปจริงๆถึงได้เสียคนต่อไปนี้ฉันจะใช้ไม้แข็ง แกต้องทำทุกอย่างตามที่ฉันสั่ง ฉันจะให้แกแต่งงานกับคุณชายใหญ่ให้เร็วที่สุด”
“ก็เอาสิ ถ้าอีตาคุณชายนั่นอยากจะกินของเหลือเดนก็เอา”
“ยายผึ้ง!”
“ผึ้งจะประกาศกลางงานต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายแหล่ของคุณพ่อว่าผึ้งได้เสียกับคุณภาสแล้ว ส่วนไอ้คุณชายนั่นถึงจะเป็นเจ้าบ่าว แต่มันก็จะเป็นแค่ชายชู้”
“นังลูกไม่รักดี” เกรียงไกรตบหน้าภุมวารีอย่างเหลืออด “แกอยากจะประจานตัวเองก็เชิญ แต่ยังไงงานแต่งงานก็ต้องเกิดขึ้น เพราะมันเป็นข้อตกลงของฉันกับคุณชาย ฉันยอมขายขี้หน้าในวันแต่งงานดีกว่าได้คนอย่างไอ้ภาสกรมาเป็นลูกเขย”
ภุมวารีเจ็บใจที่พ่อไม่เปลี่ยนใจ ร้องกรี๊ดแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างคับแค้น เอื้อยรีบวิ่งเข้ามากอดปลอบ เกรียงไกรสงสารลูกแต่พยายามใจแข็ง บอกให้เอื้อยพาภุมวารีขึ้นไปบนห้อง ห้ามไม่ให้ไปไหนทั้งนั้นถ้าตนไม่ได้สั่ง
เอื้อยหายไปสักพักก็กลับมาหาเฟื้อในครัว เล่าว่าคุณผึ้งร้องไห้จนเหนื่อยหลับไปแล้ว
“โธ่เอ๊ย ไม่น่าเป็นอย่างนี้ไปได้เลยพ่อลูก”
“ฉันผิดเองที่ไม่พยายามห้ามคุณผึ้งตั้งแต่แรก ปล่อยให้เธอเตลิดไปกับคุณภาสกร”
“เรามันเป็นแค่บ่าวจะมีปัญญาไปห้ามปรามอะไรล่ะนังเอื้อย ถ้าคุณเกรียงไกรเอาใจใส่คุณผึ้งมากกว่านี้ เธอก็คงไม่ว้าเหว่จนไปหลงผู้ชายคนอื่นหัวปักหัวปำแบบนี้หรอก” พูดแล้วเฟื้อถอนใจเฮือกใหญ่ ลึกๆก็เห็นใจภุมวารี
ooooooo
เกรียงไกรทำตามที่พูดจริงๆ เขาต้องการให้ภุมวารีแต่งงานกับชายใหญ่เร็วที่สุด เมื่อชายใหญ่นำความมาบอกท่านพ่อกับหญิงเล็ก สองคนตกใจและไม่เห็นด้วย
“อะไรกันคะ ทำไมถึงได้ปุบปับอย่างนี้ นังผึ้งมันท้องโตหาพ่อไม่ได้ขึ้นมาหรือไง”
ชายใหญ่มองหญิงเล็กอย่างไม่พอใจแล้วพูดต่อ “หม่อมหลวงภาสกรยังมาตอแยคุณผึ้งอยู่ ล่าสุดก็มาหยิบยืมเงินไปใช้หนี้ คุณเกรียงไกรพยายามขัดขวางเท่าไรก็ไม่สำเร็จ ทางเดียวก็คือต้องจัดการให้ผมกับคุณผึ้งแต่งงานกันโดยเร็วที่สุด”
“แก้ปัญหาเรื่องคู่ขาของลูกสาวไม่ได้ เลยมามัดมือชก” หญิงเล็กกรีดเสียงเยาะหยัน
“พ่อก็ว่ามันกะทันหันไปนะชาย น่าจะรอไปอีกซักนิด อย่างน้อยก็จะได้มีเวลาทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้”
“ในเมื่อผมตกลงแล้วว่าจะแต่งงานกับเธอ ช้าหรือเร็วก็คงไม่ต่างกันหรอกครับท่านพ่อ คุณเกรียงไกรรับปากว่าจะไถ่ถอนหนี้สินทั้งหมดของเรา ผมเห็นว่าดี จะได้หมดสิ้นภาระต่อกัน ก็เลยไม่อยากรอ”
“โอ๊ย...หญิงจะเป็นลม พี่ชายใหญ่คิดยังไงกันคะ จะมีเมียทั้งทีดันได้ผู้หญิงอย่างนังผึ้ง”
“พี่ทำเพื่อพวกเราทุกคนนะหญิงเล็ก”
“ถ้าอยากแต่งงานล้างหนี้ พี่ชายใหญ่แต่งกับดาริกาสิคะ บ้านดาริกาก็มีเงินมีทอง แต่งแล้วก็เอาเงินมาใช้หนี้นายเกรียงไกรให้หมด หญิงรับรองว่าดาริกาไม่มีทางปฏิเสธ”
“เหลวไหล หญิงเห็นว่าพี่เป็นผู้ชายที่ซื้อได้ด้วยเงินยังไม่พอ ยังดูถูกว่าเพื่อนตัวเองเป็นผู้หญิงที่พร้อมจะเอาเงินฟาดหัวผู้ชายเพียงเพื่อให้ได้มาเป็นสามีอีกด้วย”
ดาริกาหิ้วกระเช้าผลไม้เดินเข้ามาพอดี ได้ยินเสียงเอะอะจึงหยุดฟังตรงหน้าห้อง
“หญิงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซักหน่อย หญิงหมายความว่าดาริการักพี่ชายใหญ่มากพอที่จะช่วยเหลือเราทุกอย่างต่างหาก”
“เลิกเอาเพื่อนมายัดเยียดให้พี่ได้แล้ว หญิงกำลังจะทำให้พี่กับดาริกาเข้าหน้ากันไม่ติด เพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ พี่เห็นเขาเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น”
ดาริกาผิดหวังและเสียใจทำกระเช้าผลไม้หลุดมือแล้ววิ่งร้องไห้ออกไปขึ้นรถโดยไม่ฟังเสียงเรียกของหญิงเล็กที่ตามออกมา...เธอขับรถไปทั้งน้ำตา ผ่านไนต์คลับเกิดอยากประชดชีวิตจึงเลี้ยวเข้าไป ปรากฏว่าที่นั่นเป็นของภัทรยศ ดาริกาเกือบมีเรื่องกับลูกค้าหน้าหื่นคนหนึ่ง โชคดีที่ภัทรยศมาไกล่เกลี่ยให้ได้
ดาริกาอัดอั้นตันใจ จิตตกขึ้นมาอีกเมื่อนึกถึงเรื่องที่ได้ยินที่วังเทวฉัตร เธอสะอื้นไห้จนภัทรยศตกใจนึกว่าทะเลาะกับที่บ้านมา กระทั่งได้ฟังความจริงว่าเธอเสียใจที่ชายใหญ่จะแต่งงานกับภุมวารี ชายหนุ่มถึงกับอึ้งไปด้วยความตกใจ
ooooooo
สวาทเจ้ากี้เจ้าการเรียกช่างตัดเสื้อมาเพื่อวัดตัวเพื่อตัดชุดหมั้นให้ภุมวารีโดยที่เจ้าตัวไม่ต้องการ
แน่นอนว่าเธออาละวาดบ้านแทบพัง จุดไฟเผาเสื้อผ้าที่ช่างนำมาจนเกิดทะเลาะวิวาทตบตีกันชุลมุนไปหมด
เกรียงไกรเอือมระอากับความพยศของลูกสาว ถามว่าจะดื้อด้านไปถึงไหน หรือจะต้องให้พ่อกราบถึงจะหยุดพยศ ภุมวารีไม่ตอบอะไรทั้งนั้นนอกจากพร่ำพูดว่าพ่อกำลังทำร้ายเธอ จะส่งเธอไปลงนรก
“การที่แกไปมัวเมากับคนอย่างไอ้ภาสกรต่างหากที่เรียกว่านรก วันนี้แกอาจจะยังไม่รู้ตัว แต่ไม่นานมันจะแสดงธาตุแท้สูบเลือดสูบเนื้อแกจนไม่เหลืออะไรเลย”
“ไม่มีทาง คุณภาสเขารักผึ้ง”
เกรียงไกรโกรธแต่ข่มใจไว้ “พ่อขอร้องล่ะนะผึ้ง เชื่อพ่อซักครั้งเถอะ ทุกอย่างที่พ่อกำลังทำไม่ใช่เพื่อพ่อเลย แต่เพื่อผึ้งเอง ซักวันผึ้งจะเข้าใจ”
ภุมวารีไม่ตอบแต่ฟุบหน้าลงร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียงดัง เกรียงไกรเป็นทุกข์ ในที่สุดก็ตัดใจลุกออกไป ทิ้งให้ลูกสาวตีอกชกตัวร่ำไห้ไม่หยุด สายตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้...
ค่ำนั้นภัทรยศพบชายใหญ่ที่ไนต์คลับ เล่าเรื่องดาริกามาร้องไห้เสียใจเมื่อวันก่อน ตนต้องปลอบอยู่นานกว่าจะยอมกลับบ้าน แล้วเลยถามข่าวการแต่งงานของชายใหญ่กับภุมวารีก่อนจะแสดงความยินดี แต่ว่าที่เจ้าบ่าวกลับนิ่งเฉยเหมือนไม่มีความสุข นั่นก็เพราะชายใหญ่ยังไม่รู้ว่าเจ้าสาวของตนพร้อมที่จะแต่งงานหรือยัง
“อ้าว นี่คุณชายยังไม่ได้คุยกับคุณผึ้งอีกเหรอ”
“ตั้งแต่วันที่มางานเลี้ยง ฉันก็ยังไม่ได้เจอคุณผึ้งเลย ได้พบแต่คุณเกรียงไกร”
“เวรกรรม จะเข้าหอกันอยู่แล้ว แต่เจ้าสาวกับเจ้าบ่าวยังไม่ได้ตกลงกัน มันจะดีเหรอครับคุณชาย”
“ฉันได้แต่หวังว่าคุณผึ้งจะไม่ติดขัดอะไร หรือถ้าติดขัดจริงๆ ก็ขอให้พูดจากันได้ เพราะที่คุณเกรียงไกรทำลงไปก็เพราะผลประโยชน์ของเธอเท่านั้น”
“แต่การแต่งงานที่มีคำว่าผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง มันไม่น่าจะลงเอยด้วยดีได้เลยนะคุณชาย”
“ก็ไม่เสมอไปหรอก ถ้าต่างฝ่ายต่างสมประโยชน์กัน อย่างฉันได้ปลดหนี้ให้ท่านพ่อ ส่วนคุณผึ้งก็ได้ตัดขาดจากผู้ชายที่หวังปอกลอกเธอ”
“แล้วความรักมันอยู่ตรงไหนล่ะครับคุณชาย นี่คุณชายกำลังจะแต่งงานนะ ไม่ใช่การจับมือร่วมเป็นหุ้นส่วนบริษัท”
“ความรักมันไม่สำคัญสำหรับฉันตอนนี้ บางทีอยู่ๆกันไปฉันกับคุณผึ้งอาจจะรักกันขึ้นมาก็ได้ ใครจะรู้” ชายใหญ่พูดสีหน้าเรียบเฉย ภัทรยศไม่เห็นด้วยแต่ไม่กล้าท้วงติงอีก
ภุมวารีไม่ยอมให้ชะตาชีวิตถูกขีดโดยผู้เป็นบิดา เธอแอบหนีออกมาได้พร้อมขโมยสมบัติทองหยองมากมายติดตัวมาด้วยมุ่งหน้าไปหาภาสกร
ภาสกรกำลังเก็บสัมภาระจะไปอยู่ที่อื่นเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าโดนไล่ออกจากงานด้วยฝีมือเกรียงไกร ผู้กว้างขวางแห่งเมืองนครปฐม แรกเห็นภุมวารี ภาสกรมีท่าทีไม่เต็มใจเท่าไหร่เพราะคิดว่าเธออาจจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้อีก แต่ก็ใจอ่อนเห็นเงินทองที่เธอเอาติดตัวมา ซึ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพของภานุโรจน์ที่ยังต้องรักษากันต่อไป
“นี่เป็นของส่วนตัวของผึ้งกับคุณแม่ ผึ้งพยายามขนมาเท่าที่ทำได้ เพราะผึ้งรู้ว่าคุณภาสต้องใช้เงินเยอะ คุณภาสไม่ต้องห่วงนะคะว่าผึ้งจะเป็นภาระ ผึ้งจะช่วยคุณภาสทำมาหากิน เราจะช่วยกันสร้างครอบครัว แล้วก็ลืมเรื่องเลวร้ายที่เคยเกิดขึ้นที่นี่”
“แต่ถ้าคุณพ่อของคุณรู้ว่าคุณหนีมากับผม ยังไงเราก็ไม่รอด ท่านจะต้องพลิกแผ่นดินตามหาคุณแน่”
ภุมวารีนิ่งไปอย่างครุ่นคิดแผนการสำคัญ...เธอสะกดรอยตามนวลแล้วยื่นข้อเสนอให้ไปเป็นคุณผู้หญิงแห่งเทวฉัตร เสวยสุขในตำแหน่งภริยาของชายใหญ่อย่างถาวร แต่นวลปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยเพราะไม่อยากร่วมมือกับภุมวารีหลอกตบตาคนอื่นต่อไป ภุมวารีไม่พอใจ ทั้งบังคับและขู่เข็ญให้นวลเปลี่ยนใจ แต่ไม่สำเร็จอยู่ดี
เมื่อพูดดีๆไม่ได้ผล ภุมวารีเริ่มขาดสติคิดร้ายกับนวล “เธอคือตัวแทนของฉัน ถ้าเธอไม่อยากเป็นตัวฉันที่ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ต้องเป็นตัวฉันที่ตายไปแล้ว”
ภุมวารีผลักนวลกลิ้งตกบันไดลงมาศีรษะกระแทกพื้นแน่นิ่งคาบ้านเช่าที่นวลกลับมาเพื่อเก็บสัมภาระไปอยู่กับจักรตามคำชวนของมิ่งและชาติ โดยทั้งสามคนรอคอยอยู่ที่โรงพยาบาล
หลังจากผลักนวลตกบันได ภุมวารีเห็นเลือดแดงฉานที่ศีรษะคิดว่านวลตายจึงลากศพออกไปทิ้งในพงหญ้าแล้วจัดฉากให้เหมือนโดนฆ่าชิงทรัพย์ และไม่ลืมสลับสับเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหนีไปหาภาสกรที่กำลังไปรับภานุโรจน์ออกจากโรงพยาบาลเพื่อมุ่งหน้าสู่พระนครพร้อมกัน
ภุมวารีรีบร้อนเข้ามาในชุดเสื้อผ้าของนวล ทักทายและจับมือภาสกรอย่างสนิทสนม ภานุโรจน์แปลกใจเพราะไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน ภาสกรเห็นสีหน้าท่าทางน้องชายก็ขยับจะแนะนำตัว แต่หญิงสาวชิงพูดก่อนว่าตนชื่อนวล เนื้อทอง เป็นภรรยาของภาสกร
ภาสกรนิ่วหน้าสงสัย ดึงภุมวารีมาคุยห่างจากภานุโรจน์ “เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมคุณผึ้ง...”
“ผึ้งคนเก่าตายไปแล้วค่ะคุณภาส ต่อไปนี้จะมีแต่ผู้หญิงที่ชื่อนวล เนื้อทอง เท่านั้น”
“หมายความว่ายังไงครับ ผมชักสงสัยแล้วว่าคุณผึ้งไปทำอะไรมากันแน่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณผึ้งแต่งตัวแบบนี้”
“ถ้าผึ้งจะไปกับคุณ ผึ้งก็ต้องเปลี่ยนชื่อไม่ให้คุณพ่อตามเราพบง่ายๆสิคะ”
“แล้ว...นวล เนื้อทอง คือใคร”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ผึ้งอุปโลกน์ขึ้นมาเฉยๆ คุณภาสอย่าเผลอหลุดขึ้นมาก็แล้วกันว่าผึ้งเป็นใคร แม้แต่คุณโรจน์ก็ให้รู้ไม่ได้นะคะ ผึ้งอยากให้ภุมวารี พรรณภิรมย์ ตายไปจากโลกนี้แล้วจริงๆ” ภุมวารีพูดพลางครุ่นคิดถึงนวลด้วยสีหน้าเลือดเย็น
หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนนั่งรถออกจากโรงพยาบาลโดยภาสกรเป็นคนขับ ภุมวารีนั่งหน้าข้างกัน ส่วนภานุโรจน์นั่งข้างหลังคนเดียว มิ่งยืนซื้อของกินอยู่แถวนั้นเห็นภุมวารีแต่เข้าใจว่าเป็นนวลจึงมาเล่าให้ชาติฟัง แต่ชาติไม่อยากให้จักรเสียใจจึงยังปิดเงียบเรื่องนี้ไว้และเฝ้ารอการมาของนวลต่อไป










