ตอนที่ 13
หนูดีถูกอ้นมัดมือชกก็ตกใจหันมองหน้าขวับ อ้นยิ้มหวานให้เนียนๆ พวกนักข่าวต่างฮือฮากัน หนูดีแอบถอนใจแต่จำต้องยิ้มตามมารยาท ฝ่ายอ้นยิ้มกว้างหน้าบาน พอนักข่าวขอถ่ายรูปคู่ก็โอบหนูดีอย่างแนบชิดให้ถ่ายภาพทันที
เสร็จจากการให้สัมภาษณ์ หนูดีต่อว่าอ้น
ขณะเดินมาด้วยกันว่าทำไมพี่อ้นถึงพูดเรื่องแต่งงานทั้งที่ไม่ได้ตกลงกับตนก่อน
“ทำไมล่ะคะ พี่ว่ายิ่งมีข่าวเรื่องแต่งงานก็น่า
จะช่วยแก้ข่าวเรื่องหนูดีกับวศินที่คนอื่นเข้าใจไม่ดีมากขึ้นไม่ใช่เหรอ” หนูดีติงว่าพี่อ้นก็น่าจะปรึกษาตนก่อนที่จะพูดอะไรออกไป “หนูดีคะ...พี่ว่านี่เป็นโอกาสดีที่เราจะแต่งงานกันแล้วนะคะ พี่ไม่อยากให้คนอื่นมองหนูดีไม่ดีอีก”
“หนูดียังไม่พร้อมค่ะ”
“ทำไมล่ะคะ หรือว่าหนูดีกับวศินจะเป็นอย่างที่ข่าวพูดจริงๆ หนูดียังรักไอ้วศินมันอยู่ใช่ไหม?!”
“พี่อ้น???”
“เลือกเอาแล้วกันนะคะหนูดี ว่าจะแต่งงานกับพี่แล้วจบเรื่องนี้ซะ หรืออยากจะมีข่าวเสียหายกับไอ้วศินต่อไป”
“พี่อ้นขู่หนูดีเหรอ?”
“พี่แค่จะบอกว่า...ถึงเวลาที่หนูดีต้องเลือกแล้ว!!”
พูดแล้วอ้นเดินแยกไปเลย หนูดีถูกกดดัน
จนหน้าเสีย เครียด
ooooooo
เมื่อพวงมณีดีขึ้นแล้ว อ้อเล่าให้ฟังว่าตน สงสัยว่าอาร์ตไปขโมยเงินตน เลยให้พี่วศินช่วยสืบให้จนรู้ว่าอาร์ตไปซื้อยาที่บ่อนแห่งหนึ่ง พวกเรา
เลยแน่ใจว่าอาร์ตติดยา
พวงมณีทั้งโกรธทั้งเสียใจคร่ำครวญว่าทำไมอาร์ตจึงติดยา ทั้งที่ตนทำทุกอย่างเพื่ออาร์ตมาตลอด
อ้อปลอบพวงมณีให้ใจเย็นๆ น้าต้องควบคุมอารมณ์ไว้ อย่าวู่วาม เรามาช่วยกันคิดแก้ไขกันดีกว่า พวงมณีถามว่าตนควรจะทำยังไงดี
“พี่วศินแนะนำว่าก่อนอื่นให้เรายอมรับความจริงก่อนค่ะ สิ่งที่อาร์ตต้องการมากที่สุดคือความรักและ ความเข้าใจจากครอบครัว โดยเฉพาะน้ามณีนะคะ อย่างแรกเลยคือเราต้องพยายามดึงอาร์ตกลับมา”
“แล้วนี่น้าจะไปตามหาอาร์ตได้ที่ไหน”
เป็นคำถามที่อ้อก็กลุ้มใจเหมือนกัน
แต่เย็นนี้เอง ขณะสรวิชญ์นั่งรถกลับบ้าน
เห็นอาร์ตเดินรีบๆอยู่ในซอยก็บอกคนขับให้จอดรถแล้วลงจากรถไปถามอาร์ตว่าจะไปไหน อาร์ตมองหน้าพ่อเขม็ง นึกถึงที่แม่เคยบอกตลอดตั้งแต่เด็กว่า
“อาร์ตจำไว้นะลูก เราจะต้องหมั่นเอาใจคุณพ่อ ทำให้คุณพ่อรักเรามากๆ ไม่งั้นคุณพ่อจะลืมเรา
แล้วยกทุกอย่างให้พวกลูกเมียหลวงเขารู้ไหม”
นึกแล้วอาร์ตยืนเฉย สรวิชญ์ถามอีกว่า
“อาร์ต ได้ยินพ่อพูดรึเปล่า พ่อถามว่าเย็นแล้วจะไปไหน”
“พ่อสนใจอาร์ตด้วยเหรอ”
“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะอาร์ต”
“อาร์ตมันก็แค่ลูกเมียน้อยไง”
“อาร์ต...จะลูกเมียไหนก็ลูกพ่อเหมือนกัน”
“ไม่เหมือนหรอก ไม่มีทางเหมือน ลูกเมียน้อยก็คือลูกเมียน้อยอยู่ดี” พูดจบอาร์ตวิ่งหนีไปเลย
“อาร์ต...เดี๋ยวก่อนสิลูก...อาร์ต...” สรวิชญ์เรียกและมองตามอาร์ตที่วิ่งเตลิดไปอย่างไม่สบายใจ...
ooooooo
อ้อโทร.หาอาร์ตหลายครั้งแต่อาร์ตไม่รับสาย อ้อบอกพวงมณีว่าอาร์ตกำลังกลัวไม่กล้ารับสาย บอกให้พวงมณีส่งข้อความไปหาอาร์ตดีกว่าอย่างน้อย อาร์ตก็จะได้รู้ว่าแม่เข้าใจและพร้อมจะช่วยอาร์ตจริงๆ
แต่ขณะพวงมณีก้มพิมพ์ข้อความนั้น ถวิลก็เข้ามาบอกว่า “คุณสรวิชญ์ให้มาตามคุณพวงมณีค่ะ” อ้อสงสัยว่ามีอะไร ถวิลคาดว่า “น่าจะเรื่องคุณอาร์ต เห็นว่าเจอคุณอาร์ตในซอยบ้าน” อ้อกับพวงมณีมองหน้ากัน ตกใจ ถวิลจึงเสนอ “ฉันว่าถึงเวลาที่คุณมณีต้องบอกคุณสรวิชญ์แล้วนะคะ”
พวงมณีลังเล แต่อ้อบอกว่า “ป้าถวิลพูดถูกค่ะ นอกจากน้ามณีแล้วคนที่อาร์ตต้องการความรักและความเข้าใจมากที่สุดก็คือคุณพ่อ ถ้าน้ามณีไม่บอก คุณพ่อจะรู้และช่วยได้ยังไงล่ะคะ”
พวงมณีถอนใจ...แต่ก็พยักหน้า
อ้อโทร.ไปเล่าให้วศินฟัง เขาบอกว่าน้องอ้อทำถูกแล้ว ถึงเวลาที่ต้องให้คุณสรวิชญ์กับน้ามณีจัดการแก้ปัญหาที่ก่อไว้กับอาร์ต บอกอ้อว่าตอนนี้ตนถึงกรุงเทพฯแล้ว น้องอ้อมีอะไรก็โทร.มาได้
พอวศินวางสาย อินทัชถามว่าบ้านโน้นรู้เรื่องอาร์ตแล้วหรือ? วศินพยักหน้า บ่นว่าปัญหาที่เกิดกับผู้ใหญ่สุดท้ายผลมันก็มาลงที่เด็กทุกที
“แต่ถ้าเด็กคนนั้นมีภูมิต้านทานดี ถึงแม้ครอบครัวจะมีปัญหาแค่ไหน เด็กก็จะไม่เลือกเดินทางผิดหรอกครับ เหมือนพี่ไง”
“ฉันต้องขอบคุณแม่ที่ตัดสินใจเดินออกมาจากปัญหา ถึงแม้จะลำบากแต่ก็มีความสุข”
พูดถึงแม่แล้ววศินยิ้มมีความสุข พอจะเดินเข้าบ้าน ทั้งสองก็เห็นลลิดายืนรอรับอยู่แล้ว...
พวงมณีไปหาสรวิชญ์เล่าเรื่องอาร์ตให้ฟัง ขอโทษเขาและยอมรับว่าตนผิดเองที่ดูแลลูกไม่ดี สุดาวรรณแอบยิ้ม แล้วพูดเสี้ยมว่า นี่แหละโบราณถึงว่าดูนาง ให้ดูแม่ แม่เป็นยังไงลูกก็เป็นแบบเดียวกัน
“ใช่ คุณพูดถูกคุณสุ ลูกจะเป็นยังไงก็มาจากการอบรมเลี้ยงดู แต่คนที่ผิดคงไม่ใช่พวงมณีคนเดียว ถ้าจะผิด ผมเองก็ผิดด้วย”
“แหม...สุไม่ได้ตั้งใจจะว่าคุณนะคะ แต่สุเห็นว่า คนเป็นแม่สำคัญกว่า”
“งั้นเหรอ...งั้นถ้าตาอ้นหรือยัยอ้อทำอะไร










