ตอนที่ 13
ผิดพลาดขึ้นมา ผมก็คงต้องโทษคุณก่อนน่ะสิ” สุดา–วรรณไม่พอใจแต่เถียงไม่ออก สรวิชญ์จึงหันไปบอกพวงมณี “เอาล่ะ...เรื่องตาอาร์ต เขาเป็นลูกผม ยังไงเราต้องช่วยกันพาลูกกลับมา”
พวงมณีมองสรวิชญ์น้ำตาคลอ ซึ้งใจที่เขารักและปกป้องตนกับลูก
ooooooo
พอเข้าไปนั่งคุยกัน ลลิดาขอบคุณพ่อเลี้ยงที่ช่วยชีวิตตนไว้ วศินถามว่าบอกได้ไหมว่าทำไมคุณอ้นกับคุณสุดาวรรณถึงอยากเอาชีวิตเธอ
ลลิดาเอาเอกสารจากกระเป๋ายื่นให้ วศินเปิดดู เป็นหลักฐานการโอนเงินให้สุดาวรรณกับการปลอมแปลงเอกสารบัญชีของบริษัทสรวิชญ์ทั้งสิ้น
“นี่เป็นเหตุผลทั้งหมดค่ะ...แต่คุณอ้นกับคุณสุดาวรรณเป็นคนบังคับให้ลิดาทำนะคะ ลิดาไม่ได้อยากโกงเงินบริษัทเลยจริงๆ”
“แสดงว่าตอนนี้คุณสรวิชญ์คงรู้เรื่องโกงเงินบริษัทแล้วและสงสัยคุณ พวกเขาถึงคิดทำร้ายคุณปิดปาก”
“คุณสุดาวรรณนี่โหดจริงๆ แล้วคุณอ้นก็ร่วมมือกับแม่ตัวเองเหรอครับ” อินทัชถาม
ลลิดาบอกว่าตนโกหกว่าท้อง พี่อ้นคงอยากกำจัดตนออกไปจากชีวิตเขาอยู่แล้วด้วย วศินแนะว่าเธอควรบอกทุกอย่างกับคุณสรวิชญ์ ลลิดาบอกว่าตนก็อยากสารภาพกับท่านแต่ไม่รู้จะไปพบท่านได้ยังไง เล่าว่า
“หลักฐานพวกนี้ลิดาแอบเอาไปฝากไว้ที่บ้านพ่อ เพราะลิดารู้ว่าถ้าเกิดความแตกสักวัน คนพวกนั้นจะต้องย้อนมาเล่นงานลิดาแน่ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ พอลิดาออกจากโรงพยาบาลก็ไปเอาหลักฐานที่ตั้งใจจะเอาไปสารภาพกับท่านประธานแล้วบอกความจริงทุกอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะเข้าถึงตัวท่านได้ยังไง”
วศินบอกว่าจะช่วยให้เธอได้เจอกับคุณสรวิชญ์เอง แต่ระหว่างนี้จะหาที่พักที่ปลอดภัยให้เธอก่อน ลลิดาขอพักที่นี่ได้ไหมเพราะกลัวจะถูกทำร้ายอีก วศินบอกว่าอยู่ชั่วคราวไปก่อนก็ได้
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะพ่อเลี้ยง ขอบคุณจริงๆ” ลลิดามองวศินอย่างเป็นเป้าหมายต่อไป
หลังจากสรวิชญ์พบอาร์ตที่ซอยเข้าบ้านและพูดคุยกันก่อนที่อาร์ตจะวิ่งหนีไปแล้ว กลับถึงบ้านเขาคิดทบทวนคำตัดพ้อของอาร์ตแล้วตำหนิตัวเองอย่างเจ็บปวดว่า...
“เพราะพ่อเอง พ่อผิดเอง ลูกๆถึงไม่มีความสุขแบบนี้”
ไม่นานวศินก็โทร.มาบอกว่าตนอยากพบพรุ่งนี้จะสะดวกไหม สรวิชญ์ถามว่าที่ไหน วศินรบกวนให้มาหาที่บ้านตนได้ไหมเพราะมีของสำคัญมากอยากให้ดู สรวิชญ์ตอบรับทันที วางสายแล้วยิ้มดีใจ
คืนเดียวกันนี้ ภัสสรดูสกู๊ปข่าวของหนูดีกับอ้นแล้วโพล่งว่านี่มันมัดมือชกกันชัดๆ วัฒน์ติงแม่ว่าหนูดีเป็นคู่หมั้นพี่อ้นยังไงก็ต้องแต่งกันอยู่ดี ภัสสรบอกว่าถอนหมั้นได้นี่ แต่พอวัฒน์ถามว่าแล้วแม่มีค่าสินสอดไปคืนเขาเหรอ ภัสสรก็พูดไม่ออกเพราะใช้เงินก้อนนั้นหมดไปแล้ว
หนูดีเพิ่งเดินเข้ามาได้ยินแม่กับน้องคุยกันก็ถอนใจ ส่งเสียงบอกว่า “กลับมาแล้วค่ะ” ภัสสรกับวัฒน์รีบเก็บมือถือทำเป็นไม่รู้เรื่องข่าวนี้ ภัสสรถามว่าหิวไหม กินอะไรมาหรือยัง หนูดีบอกว่าไม่หิวแต่ง่วงและเหนื่อยมากขอตัวไปพักก่อน พอหนูดีเดินไป วัฒน์ฉุกคิดได้ถามแม่ว่า
“แม่ครับ แล้วถ้าพี่อ้นเป็นคนทำผิด แบบนี้เราจะขอถอนหมั้นโดยไม่คืนสินสอดทองหมั้นได้ใช่ไหมครับ”
“จริงสิ!!!” ภัสสรตาโต สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างมีความหวังขึ้นมา
แต่พอหนูดีเข้าห้องนอนแล้วคิดถึงการให้
สัมภาษณ์วันนี้และที่แม่กับวัฒน์พูดถึงการถอนหมั้นที่เป็นไปไม่ได้เพราะแม่ใช้เงินสินสอดหมดแล้ว ไม่มีเงินคืนให้ฝ่ายโน้น คิดแล้วก็ได้แต่ถอนใจ บอกตัวเองว่า
“เราไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ”
ฝ่ายวศินดูภาพและข่าวการให้สัมภาษณ์ของหนูดีกับอ้นแล้วก็ทั้งเจ็บปวดและหัวเสีย
คืนนี้ ทั้งวศินและหนูดีต่างก็คิดถึงกันกับ
สิ่งดีๆที่มีต่อกันตลอดเวลาที่อยู่ไร่ชา...
มีแต่อ้นที่กลับไปดูภาพและข่าวการให้สัมภาษณ์วันนี้แล้วก็กระหยิ่มยิ้มย่องอยู่คนเดียว
ooooooo
เมื่อพบทางออกกันแล้ว วันนี้วัฒน์นัดอ้อให้ไปพบที่ห้องทำงานที่ห้างวรกิจ หลังจากคุยกันแล้วอ้อถาม
“พี่วัฒน์ให้อ้อมาหาเพื่อช่วยหาทางทำให้หนูดีถอนหมั้นกับพี่อ้นเนี่ยนะ!” วัฒน์รับว่าใช่ อ้อถามว่า “พี่วัฒน์ขอผิดคนหรือเปล่า อ้อเป็นน้องพี่อ้นนะ” วัฒน์บอกว่าอ้อก็เป็นน้องพี่วศินเหมือนกันไม่ใช่หรือ อ้อถามว่าพี่วัฒน์ชอบพี่วศินตั้งแต่เมื่อไหร่ วัฒน์บอกว่า ยังเกลียดมันเหมือนเดิม แต่หนูดีชอบมันพี่ก็ต้องยอม
“ยอมตอนนี้มันไม่สายไปแล้วหรือ ทีเมื่อก่อนล่ะ??”
“เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันนี่ ตอนนี้พี่เห็นอะไรๆดีกว่าเดิมเยอะ” อ้อยังทำหน้าไม่อยากเชื่อ วัฒน์หว่านล้อมว่า “เอาน่า...อ้อไม่อยากเห็นคนที่เขารักกันได้อยู่ด้วยกันเหรอ นะ...อ้อ...ช่วยๆกัน”
อ้อถามว่าจะให้ช่วยยังไง วัฒน์บอกว่าคนอย่างพี่อ้นต้องไม่มีแค่หนูดีคนเดียวแน่ ตนเคยเห็นพี่อ้นแอบคุยกับหญิงอื่น แต่ไม่รู้ว่าใคร ถามอ้อว่าพอรู้ไหม อ้ออึ้งอย่างมีพิรุธ วัฒน์รุกว่า “อ้อรู้ใช่ไหมว่าใคร???”
อ้อลำบากใจไม่รู้จะพูดยังไง...พอวัฒน์รบเร้าก็บอกว่าตนบอกไม่ได้จริงๆ แล้วจะเดินหนีไป แต่พลาดจะล้ม วัฒน์รีบรับไว้ ทั้งสองใกล้ชิดกันเป็นครั้งแรก ต่างมองกันอึ้ง พอได้สติก็รีบถอยออกจากกัน
“ซุ่มซ่าม” วัฒน์ทำเสียงดุ
อ้อโดนดุก็มองวัฒน์อย่างผิดหวัง บอกว่าทีแรกจะขอบคุณแต่เปลี่ยนใจแล้ว










