ตอนที่ 12
“ใช่...ถ้าเธอมีพี่หรือน้องเธอจะรู้ว่าต่อให้พี่น้องเราจะแย่แค่ไหนแต่เราก็ยังรักและยอมรับเขาได้ ก็เพราะว่าเขาคือพี่น้องเรา”
“ฉันไม่มีพี่น้อง ฉันไม่รู้หรอก...ฉันรู้แต่ว่า
ฉันไม่อยากเสียเขาไป”
“นั่นเพราะเธอไม่มีญาติพี่น้องในโลกนี้แล้วเธอเลยยึดนายวศินไว้ เธอเลยกลัวเสียเขาไปต่างหาก แต่นั่นไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาวหรอกนะ ความรักของเธอบริสุทธิ์มากนะแตน อย่าทำลายมันเลย”
“ไม่จริง! ฉันรู้ว่าแกแกล้งพูดดีกับฉัน แล้วแกก็จะไปฟ้องพี่วศินให้เขาเกลียดฉัน” หนูดีบอกว่าตนเข้าใจเธอนะ “ไม่ต้องพูดมาก เดินไปได้แล้ว ฉันเตรียมที่ตายให้เธอแล้ว ไปสิ!!”
แต่ระหว่างทางนั้นมีชายคนร้ายสองคนมาเจอ มันเดินตามไปทันที พอได้จังหวะมันก็เข้าไปขวางทาง ทำเป็นพูดแทะโลม แต่แตนไม่เล่นด้วยเอาปืนออกมาสั่งให้มันหยุดอย่าเข้ามา! หนูดีเห็นมันชะงักก็สำทับว่า ถ้าไม่อยากตายก็ไปซะ
วศินกับอินทัชแกะรอยตามรอยเท้าไป ได้ยินเสียงปืนก็ชะงักแล้ววิ่งไปตามเสียงปืนทันที
มันทั้งสองเห็นปืนก็ทำเป็นกลัวจะถอย แต่พอเผลอมันก็หันมาปัดปืนในมือแตนร่วงกระเด็นไปไกลแล้วจู่โจมเข้ากอดแตนไว้ หนูดีจะเข้าช่วยแตนก็ถูกอีกคนจับไว้ ขณะมันก็พยายามจะข่มขืน ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นมันทั้งสองชะงัก มันหันมองเห็นหนูดีถือปืนส่องมาทางมัน
“ถ้าแกทำอะไรน้องสาวฉัน ฉันฆ่าแกแน่” หนูดี เสียงเด็ดขาดจนมันค่อยๆถอยไป หนูดีเข้าประคองแตน ปลอบว่า “ไม่เป็นไรนะแตน”
คนร้ายคนหนึ่งคว้าไม้ย่องไปจะฟาดหนูดี แต่ทันใดนั้นเสียงวศินก็ตะโกน
“หยุดนะ!!”
คนร้ายทั้งสองเห็นมีผู้ชายสองคนมาช่วย
จึงวิ่งหนีไป
วศินถลาเข้าไปหาหนูดีกับแตน ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า หนูดีไม่ทันตอบก็ถูกแตนกอดเธอไว้แล้วทรุดหมดสติไป
ooooooo
อ้อเห็นอาร์ตหิ้วกระเป๋าออกไปก็จะย่องเข้าไปในห้องอาร์ต แต่ยังจำคำกำชับของวศินที่ว่า
“อ้ออย่าเพิ่งบอกใครเรื่องนี้ ลองสืบให้มั่นใจก่อน แล้วเราค่อยหาวิธีการช่วยอาร์ตกันอีกที แต่อย่าเพิ่งโวยวายหรือต่อว่าอะไรอาร์ตนะครับ เดี๋ยวน้องจะเตลิดไปกันใหญ่”
ถวิลเห็นอ้อมายืนลับๆล่อๆที่หน้าห้องอาร์ตก็สงสัย ค่อยๆเดินเลี่ยงไป อ้อค่อยๆเปิดประตูห้อง พึมพำ
“ขอโทษนะอาร์ต พี่เป็นห่วงเราจริงๆ”
แต่ปรากฏว่าประตูล็อก!
อ้อบิดลูกบิดประตูอีกสองสามครั้งจนแน่ใจว่าล็อกก็ปล่อย ร้องอย่างผิดหวัง...
“โธ่เอ๊ย!!”
“แล้วคุณอ้อจะเอาอะไรในห้องคุณอาร์ตคะ” เสียงถวิลถามขึ้น ทำเอาอ้อสะดุ้งตอบอึกอัก
“คือ...ป้าถวิลอย่าบอกใครนะคะ อ้ออยากสืบอะไรหน่อยน่ะค่ะ แต่ประตูล็อก”
“ถ้างั้นป้าช่วยเองค่ะ” ป้าถวิลเอากุญแจสำรองมาไขให้อ้อเข้าไปในห้องอาร์ต
อ้อดีใจมาก เข้าไปในห้องก็กวาดตามองและค้นหาตามลิ้นชักและตามตู้ก็ไม่เจออะไร ขณะกำลังจะออกจากห้องก็ฉุกคิดได้ว่ายังไม่ได้ดูใต้เตียงจึงก้มดู เห็นกล่องดึงเอามาเปิดดูก็ตกใจเมื่อเห็นเข็มฉีดยาและอุปกรณ์การเสพ อ้อมองตะลึง พึมพำเครียด
“เป็นอย่างที่พี่วศินสงสัยจริงๆ”
อ้ออึดอัดกลัดกลุ้มไม่รู้จะระบายกับใครจึงระบายกับลลิดาที่กำลังเครียดเรื่องของตัวเอง
“ฉันไม่รู้จะช่วยอาร์ตยังไงดีอ่ะลิดา จะไปบอกน้ามณี ก็กลัวจะโดนว่าใส่ความน้องอีก แต่ฉันเป็นห่วงน้องจริงๆ โทร.หาพี่วศินก็ไม่รับสาย โอ๊ย...กลุ้ม” บ่นแล้วเห็นลลิดาเงียบนั่งเหม่อ “ลิดา นี่เธอฟังฉัน อยู่ไหม”
ลลิดาสะดุ้งถามว่าอะไรนะ อ้อบ่นว่าไม่ได้ฟังตนเลยหรือ ลลิดาขอโทษพอดีตนเครียดเรื่องงานอยู่ อ้อเลยคุยเรื่องงานให้ฟังว่า วันมะรืนตนจะพาลูกทัวร์ไปเที่ยวที่ไร่พี่วศิน ถามว่าเธออยากไปเยี่ยมหนูดีไหม ลลิดาบอกว่าพอดีช่วงนี้ตนยุ่ง ถ้าอ้อไม่มีอะไรตนขอตัวเพราะทำงานค้างไว้ พูดจบก็ลุกไปเลย อ้อร้องอ้าว...พึมพำ
“ช่วงนี้ลิดาทำตัวแปลกๆ”
ลลิดากังวลใจมาก ระแวงว่าท่านประธานจะจับได้ ว่าตัวเองแต่งตัวเลขบัญชีบริษัท จึงคิดจะไปบอกอ้น
มองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนจึงจะไปเปิดประตูห้องทำงานอ้น แต่ได้ยินเสียงอ้นถามสุดาวรรณ
ก่อนว่า
“แม่จะปิดปากลิดาเหรอครับ?!”
ลลิดาชะงักกึก ตัวเย็นวาบ รีบแอบฟังที่ประตู ได้ยินสุดาวรรณบอกอ้นว่ายัยลิดาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องของเรา แล้วตอนนี้คุณพ่อก็สงสัยมันแล้ว เราต้องตัดไฟแต่ต้นลม ไม่มีทางเลือก อ้นติงว่ามัน
ไม่รุนแรงไปหน่อยหรือ เสนอว่าให้เงินลิดาไปก้อนหนึ่ง แล้วให้หนีไปซ่อนที่อื่นก็ได้แล้ว
“แม่ไม่ไว้ใจมัน ลูกเห็นสายตามันไหม คนแบบนั้นมันหักหลังเราได้เสมอ ถ้ามันจะพังมันไม่ยอมพังคนเดียวหรอก”
“ก็จริง แต่ผมก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี นี่เรากำลังจะฆ่าคนนะครับแม่”
ลลิดาตกใจกลัวมาก แต่ได้ยินเสียงสุดาวรรณพูดอย่างเลือดเย็นว่า “คิดการใหญ่ใจต้องกล้า ใครก็ตามที่จะทำให้เราเดือดร้อน เราก็ปล่อยมันไว้ไม่ได้ จำไว้นะอ้น ไม่ว่าจะใครก็ตาม”
ลลิดาเข่าอ่อนแทบหมดแรง ค่อยๆถอยหนีออกไปจากตรงนั้น หน้าซีด ใจสั่น...
ooooooo
แตนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล วศินเครียดมากจนหนูดีจับไหล่เขาถามว่า “ไม่เป็นอะไรนะคะ”
วศินมองหน้าแล้วดึงหนูดีเข้ากอดทันที ขณะหนูดีอึ้ง เขาก็พร่ำขอโทษ บอกว่าเพราะตนหนูดีถึงเกือบจะ...หนูดีปลอบว่า










