ตอนที่ 12
“เรื่องมันผ่านไปแล้วค่ะ หนูดีเข้าใจว่าแตนป่วย”
“ถ้าคุณหนูดีเป็นอะไรไป ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต ผมคิดไม่ออกจริงๆว่าถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมจะอยู่ได้ยังไง”
วศินพร่ำบอกขณะกอดหนูดีไว้แน่น หนูดีสัมผัสได้ถึงความกลัวและเสียใจของเขาจริงๆ หัวใจที่เข้าใจกัน ทำให้หนูดีค่อยๆยกมือกอดตอบวศินอย่างอ่อนโยน
ไม่นานอังกาบก็ให้วินพัตราพามาที่โรงพยาบาล ทันทีที่มาถึงก็ถามวศินว่าแตนเป็นยังไงบ้าง วศินบอกว่าหมอให้ยาคลายเครียดเพิ่งหลับไป วินพัตราถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมแตนถึงเป็นแบบนี้ได้
วศินกับหนูดีมองหน้ากันไม่รู้จะตอบยังไง พอดีอังกาบพูดแทรกขึ้นว่า โชคดีที่หนูดีไม่เป็นอะไร วศินจึงบอกอังกาบว่า
“แม่ครับ หมอแนะนำให้เราส่งแตนไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชที่เชียงใหม่” อังกาบถามว่าแตนเป็นมากขนาดนั้นเลยเหรอ “หมอยังบอกไม่ได้ครับ แต่จากอาการที่เราเล่าให้หมอฟัง หมอคิดว่าเราควรส่งแตนให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญทางนี้ดูแลจะดีกว่า”
“แล้วลูกจะส่งแตนไปเมื่อไหร่”
“หมอว่าถ้าแตนยอมก็ส่งตัวพรุ่งนี้เลยครับ คืนนี้ผมจะนอนเฝ้าแตน จะพยายามเกลี้ยกล่อมน้องอีกที”
“ก็ดีเหมือนกัน...รักษาให้ถูกวิธี แตนจะได้หาย”
ทุกคนมองหน้าแตนที่นอนหลับอยู่อย่างสงสาร...
วินพัตราเอ่ยกับอินทัชขณะเดินออกมาด้วยกันว่าตนนึกไม่ถึงเลยว่าแตนจะเป็นได้ขนาดนี้
“รักเกินมักเป็นทุกข์ ยังไงล่ะครับคุณน้อย” วินพัตราบอกว่าเคสแตนทำให้ตนคิดอะไรได้มากขึ้น อินทัชถามว่าคิดอะไรได้หรือ เธอบอกว่า ก็คิดว่าตนควรรักตัวเองให้มากขึ้น “อืม...ผมดีใจนะครับที่คุณน้อยคิดได้แล้ว”
วินพัตราชะงักหันมองหน้าอินทัช พลันก็นึกถึงคำสารภาพรักของเขาแล้วหน้าแดงเขิน พอดีไปถึง
ที่จอดรถวินพันตราบอกว่าส่งแค่นี้พอ ตนกลับเองได้ ขอบใจที่มาส่ง แล้ววิ่งไปที่รถของตัวเองกลบเกลื่อนความเขิน
อินทัชมองตามเศร้าอย่างบอกไม่ถูกเพราะคิดว่าวินพัตรารังเกียจตน ตำหนิตัวเองอย่างน้อยเนื้อ ต่ำใจว่า “หมามองเครื่องบิน ไม่รู้จักเจียมตัวเลยไอ้อินทัช”
ooooooo
เมื่อสุดาวรรณคิดว่า “เอามันไว้ไม่ได้แล้ว” ก็ดำเนินการกับลลิดาทันที!
คืนนี้ขณะลลิดากำลังรีบเก็บของเตรียมหนีตายอยู่ที่คอนโดนั้น อ้นก็ไปหาใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปร้องเรียกเสียงหวาน “ลิดาจ๊ะ อยู่ไหนเอ่ย...ลิดา...”
พอไม่เห็นลลิดาก็เดินไปที่ห้องนอนก็ไม่เห็นอีก ได้ยินเสียงน้ำไหลในห้องน้ำจึงเดินไปดูก็ไม่มี คราวนี้บ่นหงุดหงิด “หายไปไหนของมันวะ?”
ที่แท้ลลิดารู้ชะตากรรมของตัวเอง พออ้นมาก็รีบหลบใต้เตียง พออ้นเข้าไปหาในห้องน้ำก็รีบย่องหนีออกไป บิดลูกบิดประตูอย่างเบามือแต่เสียงระบบอัตโนมัติดังขึ้น ทำให้อ้นหันขวับมาดู
พอลลิดาเปิดประตูออกไปก็ถูกม้าเหล็กที่ดักอยู่ รวบตัวทันที เธอพยายามดิ้นสุดชีวิตแต่ถูกม้าเหล็ก
ชกท้องจุกทรุดกับพื้น อ้นวิ่งออกมาพอดี ลลิดาอ้อนวอน “พี่อ้นปล่อยลิดาไปเถอะ” ลลิดาอ้อนวอนจนหมดสติไป
ลลิดาถูกมัดเอาตัวไปที่เปลี่ยวริมน้ำ แล้วผลักเธอลงจากรถกองกับพื้น เธอเริ่มได้สติ เห็นรองเท้าส้นสูงเดินมาหยุดข้างๆ เงยหน้ามองจึงเห็นสุดาวรรณยืนอยู่กับอ้น เธอพยายามอ้อนวอนขอชีวิต สัญญาว่าจะไม่พูดซัดทอดใครเลย
“เสียใจด้วยนะ ในโลกนี้ฉันไม่เคยไว้ใจใครนอกจากตัวเอง” สุดาวรรณพูดเลือดเย็น ลลิดาอ้อนวอนอ้นว่าตนเป็นเมียและกำลังท้องลูกของเขา อ้นหน้าเสีย สุดาวรรณบอกอ้นว่ามีลูกยิ่งต้องกำจัดไม่อย่างนั้นอ้นจะลำบาก อ้นบอกลลิดาว่าตนช่วยเธอไม่ได้จริงๆ ยกโทษให้ตนด้วย สิ้นเสียงอ้นสุดาวรรณก็สั่งม้าเหล็ก
“จัดการมัน”
ม้าเหล็กฉีดยามอมลลิดาจนเธอเริ่มอ่อนแรง สุดาวรรณสั่ง “จับมันโยนน้ำให้ดูเหมือนมันฆ่าตัวตาย” อ้นทนดูไม่ได้บอกสุดาวรรณว่าขอไปรอที่รถก่อน ลลิดาพยายามเรียกอ้น แต่เขาหันหลังเดินไปแล้ว
ม้าเหล็กกับลูกน้องจับลลิดาที่ถูกมัดโยนลงน้ำทันที โดยมีสุดาวรรณยืนมองอย่างเลือดเย็น!!
ooooooo










