ตอนที่ 11
วศินหน้าจ๋อยเมื่อหนูดีประกาศไม่รับเป็นผู้ช่วย พริบตาเดียวก็หน้าบานเมื่อหนูดีบอกให้ตามมาจะพาเดินเองก็รีบตามไป เล่นเอาอินทัชกับเลขารีบตามกันแทบไม่ทัน
พอหนูดีพาวศินกับพวกเดินไป อาร์ตกับเพื่อนก็โผล่เข้ามาพอดี อาร์ตถามเพื่อนว่ามาทำอะไรที่นี่ เพื่อนบอกว่ามาหาเงิน อาร์ตเป็นมือใหม่ยังไม่รู้ ถามว่าหายังไง เพื่อนบอกให้ตามมาเดี๋ยวก็รู้
เวลาเดียวกัน พวงมณีอยู่ที่บ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากทางโรงเรียนว่าอาร์ตไม่ไปเรียนมาหลายวันแล้ว พวงมณีกลุ้มใจบ่นว่าอาร์ตไปไหนเรียนก็ไม่ไปเรียน จะไม่มีสิทธิ์สอบอยู่แล้วจนครูโทร.มาตาม
ถวิลบอกว่าน่าจะไปตาม หรือไม่ก็น่าจะบอกคุณสรวิชญ์ให้ทราบ พวงมณีห้ามบอกเด็ดขาดกลัวคุณพี่จะไม่รักตาอาร์ตเพราะมีลูกเยอะ ซ้ำตาอาร์ตยังเป็นลูกเมียน้อยอีก ถวิลติงว่าคุณคิดมากเกินไป พวงมณีสั่งห้ามบอกเด็ดขาด
“ตามแต่คุณแล้วกันค่ะ” พอพวงมณีเดินไปถวิลก็บ่น “อะไรที่ควรคิดก็ไม่คิด อะไรที่ไม่ควรคิดก็คิดเยอะแยะ เวรกรรมจริงๆคนเรา”
หนูดีพาวศินเดินสำรวจและอธิบายทั้งอาณาบริเวณและร้านค้าอย่างละเอียดจนหมดแล้วบอกวศินว่าตนพาชมหมดแล้ว
“แค่นี้เหรอ แค่เดินดูห้างผมเดินดูเองก็ได้” หนูดีร้องอ้าว...ถามว่าแล้วเขาต้องการอะไรอีก “คุณควรจะพาผมไปแนะนำให้ผู้เช่าพื้นที่ด้วย เผื่อจะได้คุยกันเรื่องปัญหาของเขาด้วย” หนูดีบ่นอุบอิบว่าก็ไม่บอกแต่แรก วศินบอกว่า นึกว่าคุณจะ professional หนูดีโมโหบอกเสียงห้วน งั้นก็ตามมา!! แล้วเดินสะบัดไปเลย
วศินเดินตามยิ้มอย่างมีความสุข อินทัชส่ายหน้าแซวว่าแกล้งสาวเป็นเด็กๆเลยนะพี่วศิน
เพื่อนพาอาร์ตเดินหาเหยื่อ เห็นหนูดีหิ้วกระเป๋าหรูดูมีเงิน ก็พุ่งเข้าไปกระชากกระเป๋าแล้ววิ่งอ้าวไป
“เฮ้ย! กระเป๋าฉัน!!!”
วศินกับอินทัชตามมาเห็นก็รีบวิ่งตามไป เพื่อนกับอาร์ตวิ่งไปคนละทาง วศินตามอาร์ตไปบอกอินทัชให้วิ่งตามอีกคนไป หนูดีกับเลขาวิ่งตามวศินไปด้วย
วศินวิ่งตามไปทันจับตัวได้ พอเห็นหน้าเขาตกใจอุทาน “อาร์ต!!!” อาร์ตเองก็ตกใจมองวศินตาค้าง
วศินพยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอาร์ตทำแบบนี้ อาร์ตต่อต้านขัดขืนสะบัดหลุดวิ่งหนีไป วศินร้องเรียก ก็พอดีหนูดีกับเลขาวิ่งเข้ามา หนูดีเห็นหลังไวๆถามว่านั่นอาร์ตหรือเปล่า วศินพยักหน้า หนูดีถามว่าเกิดอะไรกับอาร์ต...ทำไมถึง...วศินมองตามอาร์ตเครียด บอกว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ฝ่ายอินทัชวิ่งตามไปจับเพื่อนอาร์ตไว้ได้ถามว่ายังเด็กทำไมริเป็นโจร เพื่อนอาร์ตบอกว่าไม่เกี่ยวกับน้าไล่ให้หลีกทาง เมื่ออินทัชไม่หลบก็พุ่งเข้าชกต่อยแต่สู้อินทัชไม่ได้ก็ทำเป็นยอมแล้วฉวยโอกาสทีเผลอวิ่งหนีไป
ooooooo
วันนี้ภัสสรสบายอกสบายใจได้หน้า ที่บริจาคเงินเพื่อการกุศลถึงสามล้าน ออกไปจิบชาสนุกสนานกับเพื่อนๆ เจอเจ้าพลกาวิลโดยบังเอิญ
เพื่อนภัสสรบอกว่าพวกตนกำลังคุยกันเรื่องบริจาคเงินช่วยโครงการการกุศลของเจ้าอินมงคล คุยอวดว่าภัสสรใจบุญมากบริจาคตั้งสามล้านเยอะสุดเลย ภัสสรพูดออกตัวว่าบริจาคในนามบริษัท ถามเจ้าพลกาวิลว่าตนให้วัฒน์เอาเช็คไปให้คงได้รับแล้ว
วินพัตราบอกว่ายัง ภัสสรยืนยันว่าวัฒน์บอกว่าเอาไปให้เจ้าแล้ว เจ้าพลกาวิลถามว่าคงเอาไปให้เจ้าอินมงคลหรือเปล่า วินพัตรายืนยันว่าไม่มี เพราะเจ้าลุงให้ตนช่วยดูแลเรื่องการรับบริจาค
“ตาวัฒน์!!!” ภัสสรพึมพำหน้าถอดสี เสียหน้ามาก
วัฒน์เอาเช็คติดตัวไปเข้าบ่อนทองเติม นึกละอายใจ พึมพำ “วัฒน์ขอโทษนะครับแม่” พอดีเห็นทองเติมกำลังต้อนรับนักธุรกิจที่ดูภูมิฐาน ทองเติมนอบน้อมเรียกว่าเจ้าสัว วัฒน์ดีใจมาก พอทองเติมให้ลูกน้องพาเจ้าสัวเข้าไป วัฒน์ก็พุ่งเข้าประชิดตัวร้องทักตื่นเต้นดีใจ
“คุณทองเติม กลับมาซะที รู้ไหมว่าคุณไม่อยู่ ลูกน้องคุณมันทำอะไรกับผมบ้าง” ทองเติมหัวเราะร่าถามว่าทำอะไร “มันทวงหนี้ผมน่ะสิ ผมบอกว่าผมเป็นเพื่อนคุณมันก็ไม่ยอม คุณต้องจัดการพวกมันให้ผมด้วยนะ”
วัฒน์อึ้งหน้าเสียเมื่อทองเติมบอกว่า “พวกมันทำถูกแล้วนี่ครับ คุณเป็นหนี้ก็ต้องใช้สิครับคุณวัฒน์” วัฒน์ถามว่าก็คุณบอกว่าคุยกันได้ไง “ก็คุยกันได้ แต่ไม่ใช้หนี้ไม่ได้ไงครับ”
วัฒน์โกรธจนตัวสั่นด่าว่าเขาโกหก หลอกตน ทองเติมถามว่าโกหกตรงไหน ตนทำธุรกิจไม่ใช่การกุศล แนะวัฒน์ว่า ถ้าไม่มีเงินใช้หนี้ก็เอาหุ้นที่บริษัทใช้แทนก็ได้เหมือนอย่างที่พ่อเลี้ยงชัชชนทำไง
วัฒน์พุ่งเข้าจะต่อยแต่ถูกพวกลูกน้องทองเติมชกท้องจนจุกซ้ำหลายทีจนทองเติมบอกให้พอ ลูกน้องทองเติมจึงปล่อยวัฒน์ร่วงไปกองกับพื้น ทองเติมเดินไปดูวัฒน์อย่างสมเพช กำหนดเส้นตายว่า
“ผมให้เวลาคุณเดือนนึง หาเงินมาใช้หนี้ผมให้หมด ไม่งั้นผมยึดหุ้นคุณแน่” พูดแล้วเดินเข้าบ่อนไป วัฒน์เรียกไว้แล้วเอาเช็คสามล้านให้ บอกว่าตนจะไม่ยอมให้เขามายุ่งกับบริษัทของพ่อแน่ ทองเติมเยาะเย้ยว่า “คนไม่เอาไหนอย่างแกเหรอจะปกป้องบริษัทนี้ได้ ฉันจะคอยดูแล้วกัน!”
ทองเติมปรามาสแล้วเดินหัวเราะไป วัฒน์กำมือแน่นมองตามทองเติมไปแค้นจนจุกอก!!










