ตอนที่ 11
สรวิชญ์บอกว่าไม่ได้คุยอะไรมาก ยัยภากำลังตกใจเรื่องถูกทำร้าย สุดาวรรณทำเป็นตกใจมากถามว่าแล้วน้องภาเป็นอะไรมากหรือเปล่า สรวิชญ์ส่ายหน้าบอกว่า
“โชคดีที่คนของผมช่วยไว้ทัน” พอสุดาวรรณสงสัยก็อธิบายว่า “ก็คุณบอกให้ผมระวังไม่ใช่เหรอ ผมเลยส่งคนไปคอยดูแลอยู่แถวนั้นด้วย น่าเสียดายที่จับคนร้ายไม่ได้ ถ้าจับได้ก็คงรู้ว่าเป็นฝีมือใคร”
สุดาวรรณทำหน้าตายถามว่าไม่มีใครรู้ว่าเขากับน้องภานัดกันที่ไหนแล้วจะมีคนไปทำร้ายน้องภาได้ยังไง ถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเป็นแผนของน้องภาเองที่อาจทำให้เขาเห็นใจและเชื่อในคำพูดของตัวเอง
สรวิชญ์ถามว่าตนดูเป็นคนโง่หลอกง่ายอย่างนั้นหรือ? สุดาวรรณบอกว่าตนไม่คิดแต่คนอื่นไม่แน่
สรวิชญ์เงียบไป สุดาวรรณยิ้มสมใจที่พลิกสถานการณ์ได้ แต่หารู้ไม่ว่า สรวิชญ์สืบรู้เรื่องทั้งหมดแล้วทั้งเรื่องที่เธอแอบฟังเขาคุยโทรศัพท์กับอังกาบและนัดพบกันที่สวนสาธารณะ และเรื่องทุจริตเงินของโรงแรมที่ให้ทนายสมชาติสืบจนรู้ว่าเป็นฝีมือของสุดาวรรณ เพียงแต่ยังเงียบอยู่เท่านั้น
ooooooo
ฝ่ายอังกาบกับวศินต่างก็สงสัยว่าเหมือนสรวิชญ์จะรู้ว่าอาจเกิดเหตุการณ์ไม่ดีจึงส่งคนไปดูแลจนช่วยอังกาบไว้ได้ ทั้งยังบอกอังกาบว่าให้พาวศินกลับเชียงรายเสียเพราะที่นี่อันตรายสำหรับเราสองคน
เพื่อแก้ปัญหาหนี้กับวศินให้ได้เร็ว หนูดีรับข้อเสนอของวศินยอมไปเป็นผู้ช่วยของเขา ภัสสรบอกหนูดีว่า
“แม่เชื่อว่าลูกโตเกินกว่าที่แม่คิด แม่รู้ว่าหนูดีจะเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ต่อจากนี้ไป แม่จะไม่ห้ามอะไรหนูดีอีก แต่แม่จะคอยสนับสนุนลูกอยู่ห่างๆ”
หนูดีขอบคุณที่แม่เชื่อใจ บอกว่าตนจะไม่ได้ไปอยู่ที่นั่นตลอด แค่ช่วงที่ต้องไปเรียนรู้งานกับนายพ่อเลี้ยงเท่านั้น บอกแม่ว่า “เราตกลงกันแล้วว่ายังไงหนูดีก็ต้องกลับมาดูแลบริษัทของตัวเองด้วย”
ภัสสรเตือนว่ายังไงก็ดูแลตัวเองดีๆก็แล้วกัน
“ค่ะ...แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูดีรู้ว่าหนูดีมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบรออยู่ข้างหน้า”
หนูดีมองแหวนหมั้นอย่างพยายามบอกตัวเอง ภัสสรมองลูกอย่างเข้าใจ สงสารเห็นใจ และรู้สึกตัวเองผิดมาก
พอจะออกเดินทาง ภัสสรฝากหนูดีกับอังกาบขอให้ถือว่าเป็นลูกหลานคนหนึ่ง และขอคุยกับวศิน
เมื่อเดินเลี่ยงไปคุยกัน ภัสสรบอกวศินว่าคนของเขามาติดต่อขอซื้อตลาดของเรา วศินบอกว่าเห็นที่ตลาดติดประกาศขาย ถ้าคุณภัสสรจะขายอยู่แล้วก็ขายให้ตนเถอะ
“คุณวรกิจเป็นห่วงพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดนี้มาก ถ้าเธอสัญญาว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในตลาดนี้ฉันก็ตกลงขาย”
“ครับ ผมสัญญา ที่นั่นยังจะเป็นตลาด ที่ที่ให้คนทำมาหากินกันเหมือนเดิม” เมื่อภัสสรไม่มีปัญหา วศินจึงมอบเช็คที่เตรียมมาให้ตามราคาที่ประกาศไว้ ภัสสรบอกว่ายังไม่ต้องให้เงินก็ได้ “ไม่เป็นไรหรอกครับ ทางคุณภัสสรน่าจะจำเป็นต้องรีบใช้เงิน ขืนรอผมคงจะไม่ทัน ยังไงเดี๋ยวผมค่อยกลับมาจัดการเรื่องโอนที่ดินทีหลัง”
ภัสสรมองวศินถามว่า “ทำไมเธอถึงช่วยฉัน ทั้งๆที่เมื่อก่อน ฉันก็ทำไม่ดีกับเธอเท่าไหร่”
“เราไม่จำเป็นต้องตอบโต้คนที่ทำไม่ดีกับเราด้วยการทำไม่ดีตอบเขา แล้วถ้าเราอยากได้ใจใคร ก็ต้องใช้ใจเราไปแลกมาไม่ใช่เหรอครับ”
วศินพูด ยิ้มให้ ก่อนเดินออกไป ภัสสรมองตาม พึมพำ
“คุณมองคนได้ทะลุกว่าฉันจริงๆค่ะ คุณวรกิจ”
แต่ขณะที่หนูดีจะขึ้นรถไปกับอังกาบและวศินนั่นเอง อ้นก็พรวดเข้ามากระชากเธอไว้จนทุกคนตกใจ
“หนูดีจะไปทำงานกับไอ้วศินเหรอ?!” อ้นถาม ภัสสรตกใจถามว่าตาอ้นมาได้ยังไง “วัฒน์โทร.ไปบอกผม ถ้าวัฒน์ไม่บอก ผมก็คงโง่ไม่รู้อยู่คนเดียว”
หนูดีขอโทษที่ไม่ได้บอกเขาก่อนเพราะฉุกละหุก ตนกะว่าไปถึงแล้วจะโทร.มาบอก อ้นได้ยินก็โกรธยิ่งกว่าเดิมถามว่า “หนูดีจะไปเป็นผู้ช่วยมันเหมือนที่มันให้ข่าวจริงๆใช่ไหม”
“หนูดีจำเป็นต้องไปค่ะ แต่หนูดีไปทำงาน ไม่มีอะไรนอกจากนั้นเลย”
หนูดีพยายามอธิบาย แต่อ้นก็ยังหน้าถมึงทึงบีบแขนหนูดีจนเธอเจ็บแต่พยายามอดทน
ooooooo
วศินเห็นอ้นบีบแขนจนหนูดีเจ็บแต่พยายามทน ก็บอกอ้นให้ปล่อยคุณหนูดีก่อนเถอะ เธอเจ็บ อ้นไม่เพียงไม่ปล่อยยังตวาดว่าไม่ต้องมายุ่ง หนูดีเป็นคู่หมั้นตนจะทำอะไรกับคู่หมั้นก็ได้ แล้วบอกไม่ให้หนูดีไป หนูดีบอกว่าตนไปทำงานใช้หนี้ก็ไม่ฟังเสียง ทั้งบีบและลากจนเจ็บ หนูดีบอกว่าเจ็บ
วศินทนไม่ได้เข้าไปกระชากมืออ้นออก อ้นโมโหหันไปชกแต่วศินหลบทัน อ้นล้มก้นจ้ำเบ้าเลยยิ่งโมโห หนูดีบอกอ้นให้พอเถอะ แต่อ้นไม่ฟังพุ่งเข้าใส่วศินจนภัสสรเสียงดังใส่
“หยุดเดี๋ยวนี้นะตาอ้น” แต่อ้นไม่หยุด “ถ้าไม่หยุดก็ออกจากบ้านฉันไปเลย!”
อ้นหาว่าภัสสรเข้าข้างลูกเมียน้อย ภัสสรบอกว่าตนไม่ได้เข้าข้างใครแต่ไม่ชอบให้ใครมาทำตัวแย่ๆ ในบ้านของตน อ้นชะงัก ทันใดนั้นเสียงลลิดาก็ดังขึ้น บอกอ้นให้เชื่อคุณแม่ของหนูดีเถอะจะได้ไม่มีปัญหา
“ผมว่าคุณควรใช้เวลานี้เคลียร์ปัญหาของตัวเองก่อนดีกว่านะครับคุณอ้น” วศินพูดเบาๆได้ยินกันสองคน อ้นเห็นลลิดาก็จำต้องหยุดแต่หันไปบอกหนูดีว่า “อยากจะทำอะไรก็เชิญแต่อย่าลืมว่าหนูดียังได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นพี่ อย่าทำอะไรที่มันน่าละอายทีหลัง...”










