ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
ตอนที่ 15

เมื่อโดนเมฆพูดรุนแรงให้เจ็บช้ำน้ำใจ ตะวันฉายร้องไห้ในห้องน้ำจนหนำใจ แล้วออกมาทำตัวร่าเริงหยอกล้อกับยุทธการเย้ย พอวงของเมฆเล่นจบ คนในร้านปรบมือกราว นิคประกาศขึ้นว่า ขอเชิญนายตำรวจหนุ่มหล่อ ขึ้นมาร้องเพลงแจมกับพวกตน แล้วผายมือไปทางยุทธการ

ยุทธการเดินขึ้นเวทีมา นิคส่งกีตาร์ให้ เขารับมาแล้วพูดออกไมค์ว่า ขอร้องเพลงนี้ให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง ว่าแล้วก็เกากีตาร์และร้องอย่างไพเราะซาบซึ้งกินใจ เพลงจบลง เขากล่าว

“ที่จริงที่ผมร้องเพลงนี้ไม่ใช่เพื่อบอกความรู้สึกที่ผมมีต่อเธอ แต่ผมอยากจะบอกเธอว่า...ซัน แต่งงานกับพี่นะ”

นิคกับเอวาสะกิดกันให้ดูเมฆตกตะลึง คนดูเป่าปากกรี๊ดกร๊าดแสดงความยินดี ยุทธการวางกีตาร์เดินลงมาคุกเข่าตรงหน้าตะวันฉาย แล้วยื่นแหวนให้ เธอชำเลืองมองเมฆ พอเขาเห็นเธอมองก็ทำเป็นไม่สนใจ หญิงสาว กล้ำกลืนความเจ็บช้ำ ถอดแหวนที่เมฆเคยให้ออกจากนิ้วนางซ้ายแล้วยื่นมือให้ยุทธการสวมแหวน...เมฆเจ็บปวดไม่แพ้กัน เดินเลี่ยงไปห้องพักนักดนตรี ท่ามกลางเสียงปรบมือของแขกในร้าน เอวากับนิคข้องใจ วันนี้ทำไมตะวันฉายทำอะไรผลีผลาม ทุกทีต้องตัดสินใจนาน ปรึกษาหารือ

กันก่อน ทั้งสองรีบลงจากเวทีไปถาม

ยุทธการตามไปหาเมฆในห้องพัก เพื่อขอโทษที่ไม่ได้บอกเขาล่วงหน้า เมฆทำทีไม่สนใจ

“ผมจะโกรธทำไมล่ะครับ”

“แสดงว่าคุณไม่ได้รักซันอย่างที่ซันว่า...งั้นคุณคงไม่ว่าอะไรถ้าผมกับซันจะแต่งงานกัน”

“เอ่อ...ครับ มันไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้ว”

“อย่าพูดขนาดนั้นสิครับ ยังไงคุณเมฆก็ต้องเกี่ยว เพราะผมนับคุณเป็นเพื่อนคนหนึ่งแล้ว”

เมฆขอบคุณและแสดงความยินดี ยุทธการจึงขอร้องให้เขามาเล่นดนตรีวันแต่งงานของเขากับตะวันฉายด้วย เมฆอึดอัดใจพูดไม่ออก

เอวากับนิคซักไซ้ตะวันฉายยกใหญ่ ทำไมรับหมั้นง่ายๆทั้งที่ยังรักเมฆอยู่ ตะวันฉายโต้

“ใครบอกล่ะ ความรักของฉันที่มีต่อเขามันหมดไปแล้ว ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า รักคนที่เขารักเราดีกว่า คนที่ฉันจะรักคือพี่ยุทธ ไม่ใช่นายเมฆอีกต่อไปแล้ว”

ตะวันฉายหันมาเห็นเมฆยืนฟังอยู่ก็ชะงัก แต่กลบเกลื่อนไม่สนใจความรู้สึกของเขา เธอคืนแหวนให้เขา เมฆรับมาด้วยมืออันสั่นเทา ปวดใจไม่แพ้กัน ตะวันฉายเดินจากไปทันที นิคกับเอวาทำตัวไม่ถูก ตัดสินใจเดินตามเพื่อนออกไป เมฆยืนเศร้าเสียใจอยู่ตรงนั้น...คืนนั้น ทั้งตะวันฉายและเมฆ ต่างนอนไม่หลับ ครุ่นคิดเสียใจกับการกระทำของตัวเอง น้ำตาไหลอาบแก้ม

ooooooo

วันต่อมา ในร้านกาแฟ ยุทธการเอารูปงานแต่งงานมาให้ตะวันฉายดูเพื่อเป็นไอเดียในการจัดงาน เอวากับนิคช่วยกันดูอย่างตื่นเต้น แล้วเขาก็บอกเอวากับนิคว่า อยากให้วงของพวกเขามาเล่นในงานด้วย ทั้งสองตกใจถามว่าเมฆตอบตกลงแล้วหรือ ทันใด เมฆเดินเข้ามา

“อ้าว...คุณเมฆมาพอดี สงสัยได้คำตอบแล้ว”

“นี่พี่ยุทธเรียกเขามาด้วยเหรอ” ตะวันฉายตกใจ

เมฆเข้ามานั่งไม่สบตาตะวันฉาย นิคกับเอวารู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศมึนตึงของทั้งสอง เอวาถามเมฆเรื่องเล่นดนตรี เมฆสวนขึ้น

“ที่ผมมาวันนี้ก็อยากจะบอกคุณยุทธการว่าผมคงไม่เล่นดนตรีให้นะครับ ยังไงผมก็ขอแสดงความยินดีตรงนี้เลยแล้วกัน”

“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ แต่ถ้าคุณเมฆอยากมาร่วมงาน ผมก็ยินดีนะครับ”

เมฆไม่ตอบลุกเดินออกไปไม่สนใจตะวันฉาย เธอมองตามด้วยความเจ็บปวดเสียใจ...เมื่อกลับมาบ้านสวน เอวาต่อว่ายุทธการ ที่แอบชวนเมฆเล่นดนตรีโดยไม่บอกพวกตนก่อน

“ใช่ครับ พี่ยุทธน่าจะให้พวกเราเป็นคนชวน พี่ทำเองมันทำร้ายจิตใจพี่เมฆมากเกินไป”

“ใจเย็นๆสิ ที่พี่ทำน่ะไม่ได้ทำร้ายใครหรอก พี่อยากจะช่วยมากกว่า”

“ช่วยเหรอ” ทั้งสองร้องพร้อมกัน แล้วครุ่นคิดสักพักก็ร้องอ๋อ...เอวารีบถามว่าเรื่องขอแต่งงานเป็นเรื่องโกหกใช่ไหม

“ใครบอก มันเป็นเรื่องจริง พี่แค่อยากให้ซันกับคุณเมฆเขาเลิกหลอกตัวเองซักที แต่ถ้าถึงที่สุด คุณเมฆเขายังไม่คิดจะทำอะไรเพื่อให้ได้ซันกลับมา พี่อาจจะแต่งงานกับซันจริงๆก็ได้”

“แต่ลองพี่เมฆออกตัวแรงแสดงความยินดีซะขนาดนี้ พี่ยุทธยังคิดว่า พี่เมฆจะทำอะไรอีกเหรอครับ”

“ความรักมันไม่ได้เกิดจากการครอบครองอย่างเดียวนะนิค เอาไว้นิคคอยดูก็จะรู้เอง”

“พี่ยุทธนี่เป็นตำรวจในสายเลือดเลยนะคะ ขนาดนอกราชการทำยังกะวางแผนล่อซื้อยา”

“ขอให้แผนของพี่ช่วยให้ซันกับคุณเมฆลงเอยกันได้ก็แล้วกัน แต่เราสองคนต้องช่วยพี่ด้วยนะ” ยุทธการยิ้มกับทั้งสองคนที่พยักหน้ายินยอม

ooooooo

ตามแผนของยุทธการ เอวากับนิคต้องรบเร้าให้ เมฆยอมเล่นดนตรีวันงานแต่งงาน เมฆโบ้ยให้จอมสยาม ไปเล่นแทน นิคอ้างว่ามันไม่เข้าขากันเหมือนเล่นกับ เมฆ เวลาซ้อมก็ไม่มี

“ทำไมล่ะ เขาจะแต่งวันนี้พรุ่งนี้เหรอ”

“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ครับพี่ เพราะซันมันอยากแต่งให้เร็วที่สุดก่อนผมไปนอก”

สีหน้าเมฆเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขาปัดขอไปคุยงานกับจอมสยามก่อน แล้วจะกลับมาคุยด้วยที่ผับ เอวากับนิครู้สึกได้ทันทีว่า เมฆหวั่นไหวที่งานแต่งของตะวันฉายเร็วขึ้น เอวาแกล้งเปรยๆว่า วันนี้ตะวันฉายไปเลือกชุดแต่งงานที่ร้าน แต่ยุทธการไม่ว่าง จึงต้องไปคนเดียว

หลังเสร็จงาน เมฆขับรถหน้าเครียดครุ่นคิดไปตลอดทาง ตัดสินใจไปดูตะวันฉายที่ร้านเวดดิ้ง เอวากับนิคนั่งอยู่ในร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม พอเห็นรถเมฆเข้ามาจอด แล้วลงมาด้อมๆมองๆ เอวานึกขำที่เมฆมาแต่หัววัน นิครีบส่งข้อความบอกยุทธการที่อยู่ในร้านเวดดิ้งกับตะวันฉาย

ตะวันฉายกำลังเลือกชุดเจ้าสาว  เห็นยุทธการอ่านเมสเสจจึงถามว่ามีอะไร เขาโกหกว่าเพื่อนส่งเกมมา

ให้เล่น แล้วเขาก็ทำทีเดินมาทางหน้าร้าน พอเมฆเห็นยุทธการก็รีบหลบข้างรถ

“ไหนว่าไม่ว่างไง แล้วมาทำอะไรวะ” เมฆก้มคลานๆจะกลับออกไป

ยุทธการเข้ามาขวาง “คุณเมฆมาทำอะไรแถวนี้ครับ”

เมฆสะดุ้งลุกยืน อึกอักอ้างว่ามีธุระแถวนี้ ยุทธการแกล้งถามลงไปแอบใคร เมฆเหวอ

“แอบ...เปล่านี่ครับ เมื่อกี้ผมเดินผ่านตรงนี้แล้วเหรียญมันตกเลยมาดู เดี๋ยวผมไปก่อนนะครับ จะได้ไม่กวนคุณสองคน”

“คุณเมฆทราบด้วยเหรอครับว่าผมกับซันมาเลือกชุดแต่งงาน”

“เปล่าครับ! ผมเดาเอา ก็เจอคุณแถวนี้ก็คิดว่าต้องมาเรื่องแต่งงาน”

ยุทธการยิ้มๆแกล้งกระทบว่าเดาเก่งแล้วเชิญเข้าไปในร้านด้วยกัน เมฆไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะยุทธการต้อนให้เดิน ตะวันฉายเห็นเมฆก็ไม่พอใจ

“พี่ยุทธ เรียกนายนี่มาทำไม”

“เจอกันโดยบังเอิญ พี่เลยขอให้มาช่วยเลือกชุดกัน”

“แต่ซันว่าไม่จำเป็นขนาดนั้นหรอกมั้งคะ”

“ซัน...งานนี้สำคัญกับพี่มาก พี่ขอเถอะ พี่อยากตั้งใจทำงานแต่งงานของเราออกมาดีที่สุด”

ตะวันฉายอึ้ง ยุทธการหันมาขอร้องเมฆให้ช่วยเลือกชุด เมฆขัดไม่ได้จำต้องนิ่งเงียบ...เวลาผ่านไป ตะวันฉาย เลือกและลองชุดเจ้าสาวออกมาให้ดู เมฆจะแขวะตลอดจนเธอโมโห จนกระทั่งเธอออกมาในชุดเรียบหรู สองหนุ่มตะลึง แต่เธอยังหงุดหงิด

“ตกลงพี่ยุทธชอบชุดไหนคะ”

“คุณเมฆว่าไงครับ”

“พี่ยุทธอ่ะ ทำไมต้องถามคนอื่น นี่มันเรื่องของเราสองคนนะคะ”

เมฆเคืองขอตัวกลับ ยุทธการรีบขอร้องให้ช่วยตนก่อน ทั้งเมฆและตะวันฉายแปลกใจถามพร้อมกันว่า...ทำไม... ยุทธการไม่รู้จะอ้างอย่างไร พอดีมือถือเขาดังขึ้นเขารีบรับสาย

“ว่าไงจ่า...หา! เจอตัวพวกมันแล้วเหรอ ได้ เดี๋ยวผมไปเดี๋ยวนี้...ซัน เลือกชุดไปก่อนนะ พี่ต้องไปจับผู้ร้าย คุณเมฆครับ ฝากช่วยซันดูชุดแล้วพาไปส่งด้วยนะครับ” พูดจบยุทธการวิ่งไป

“เดี๋ยวสิพี่ยุทธ...” ตะวันฉายเรียกไม่ทัน หันมามองเมฆแล้วทำหน้าบึ้งใส่กัน...

ออกมาได้ ยุทธการตรงไปที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม ขอบใจนิคที่โทร.เข้าไปได้จังหวะพอดี

“แสดงว่าแผนพี่ยุทธไม่ได้ผลใช่ไหมครับ”

“โธ่...อย่าเพิ่งสรุปสินิค เมื่อกี้มีพี่เป็นก้าง ตอนนี้พี่ออกจากร้านแล้ว สองคนนั่นอยู่ด้วยกันลำพัง เดี๋ยวก็ต้องคุยกันแล้วก็ดีกัน พี่มั่นใจ”

“แต่ที่เอวาเห็น เอวาว่ามันกำลังแย่กว่าตอนที่พี่ยุทธอยู่อีกนะคะ” เอวาส่องกล้องมอง

ยุทธการตกใจขอกล้องมาดูบ้าง แล้วได้เห็นสองคนนั้นชี้หน้า ถกเถียงกันยกใหญ่ พนักงานในร้านวิ่งวุ่นพัลวัน เพราะตะวันฉายคว้าหนังสือขว้างใส่เมฆ นิคมองผ่านกล้องตัวเองแล้วอุทาน...นี่มันสงครามชัดๆ

ภายในร้าน ตะวันฉายเงื้อนิตยสารในมือ ต่อว่าเมฆที่มาว่าตน เมฆหลบไปมาแต่ยังปากดี

“ก็จริงไหมล่ะ ชุดที่เธอเลือกน่ะมันไม่ใช่ชุดเจ้าสาว เปิดหน้าเปิดหลังซะขนาดนั้น มันเหมาะกับพวกนี้” เมฆฮัมเพลงที่พวกอาโกโก้ชอบเต้น

“กรี๊ด...ต่ำ ต่ำมาก”

“ไม่อยากให้คนคิดไม่ดี ก็เลือกชุดดีๆสิ”

“ได้...งั้นนายไปเลือกมา ฉันอยากจะดูรสนิยมนายเหมือนกัน” ตะวันฉายจ้องท้าทาย

เมฆเดินตรงไปเลือกชุดในตู้ แล้วเลือกออกมาชุดหนึ่งให้เธอไปลอง...สักพัก ตะวันฉายเดินออกมาในชุดที่ปิดตั้งแต่คอยันข้อมือ เธอไอแค่กๆและเกายิกๆ เมฆอมยิ้ม

“เนี่ยเหรอชุดที่ว่าของคุณ”

“ใช่...”

“ขอโทษนะ ฉันแต่งงานในปี 2012 นะ ไม่ใช่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม” ตะวันฉายหันไปขอโทษพนักงาน “ฉันตัดสินใจเลือกชุดเมื่อกี้ค่ะ หุ่นฉันดี ผิวฉันสวยฉันจะโชว์”

“งั้นช่วยระดมฟองน้ำใส่ไปเยอะๆนะครับ ผมกลัวแขกจะหาว่าเจ้าสาวหยิ่ง เดินถอยหลังตลอดงาน” เมฆแขวะตะวันฉายปรี๊ดแตก วิ่งไล่ตีเมฆทั่วร้าน...เอวารีบบอกยุทธการว่าสองคนอาจจะฆ่ากันได้ให้ไปช่วยห้าม แต่ยุทธการเห็นว่าทั้งสองกำลังปรับตัวเข้าหากัน ไม่ทันไร ตะวันฉายโทร.เข้ามา

“นี่ไง สงสัยเคลียร์กันได้แล้ว” ยุทธการยิ้มปลื้ม แต่ทันทีที่รับสายต้องผงะเอาหูออก

“พี่ยุทธกลับมารับซันด่วน ซันทนกับคนกักขฬะแบบนี้ไม่ไหวแล้ว”

“ผมก็เหมือนกัน อ้อ...แต่ผมนึกเพลงธีมงานที่เหมาะกับเจ้าสาวของคุณแล้วครับ ผมว่าเปิดเพลงพญาโศกตอนเดินเข้างาน วนซ้ายสามรอบก็ขึ้นเวทีได้เลย”เมฆตะโกนเสียงดัง

“ไอ้บ้า ไปไกลๆเลย พี่ยุทธอยู่ไหนคะ มารับซันเถอะ” ตะวันฉายตะเบ็งลั่นทั้งยุทธการ เอวาและนิค ต่างเพลียใจกันจริงๆ...

จากนั้น ตะวันฉายถอดชุดคืนให้พนักงาน

“ขอบคุณมากนะคะ ไว้ฤกษ์งามยามดีไม่มีผีร้ายมารังควาน ฉันจะกลับมาลองใหม่”

เมฆเห็นเธอจะเดินออกจากร้าน ก็เข้ามาขวาง “ฉันไปส่ง”

ตะวันฉายปฏิเสธเสียงแข็ง แถมขับไล่ไสส่งอย่าได้เจอะเจอกันอีก เมฆทั้งโกรธทั้งน้อยใจ เดินขึ้นรถขับออกไป หญิงสาวนึกได้ว่าไม่มีรถกลับ หน้าเสียรีบกดโทรศัพท์ตามคนมารับวุ่นวาย

ooooooo

ผลจากเรื่องตะวันฉายทำให้เมฆไม่มีแก่ใจจะแต่งเพลง พอเอาเดโมมาส่งให้จอมสยามฟัง เขาทำหน้าเซ็ง ทำนองน่ารักสดใสดี แต่เนื้อเพลงดูไม่เข้ากัน

“เป็นไงครับพี่ โอเคไหมครับ”

“ไม่ ยังไงก็ไม่โอเค สองเพลงที่นายส่งมาทำนองมันสนุก แต่เนื้อมันทุกข์ระทมไปหรือเปล่าวะ ตอนที่เราวางคอนเซปต์กัน นายบอกเองว่าจะนำเสนอมุมมองความสุขของความรัก สุขแม้ไม่ได้ครอบครอง แต่นี่มัน...”

“มันไม่มีจริงไงครับพี่จอม” เมฆสวน “จนถึงวันนี้ ผมมองว่าความสุขจากความรักมันไม่มี มันมีแต่ความหลอกลวง ถ้าไม่ใช่เราถูกหลอก เราก็กำลังหลอกตัวเอง หลอกว่าเขารักเรา”

“เฮ้ย เมฆ...ที่จริงไอ้ความคิดว่าความรักมันเป็นเรื่องหลอกตัวเอง หลอกกันไปมาอะไรกันก็ดีนะ แต่พี่ว่าเราไปทำชุดหน้าไหม”

“ไม่ครับ ผมไม่อยากทำงานที่ผมไม่รู้สึก”

“เอาไงดีวะเนี่ย”

“ผมขอโทษครับ แต่พี่จอมพักโปรเจกต์ผมไปก่อนก็ได้ครับ”

“ได้ไงอ่ะ มากันครึ่งทางแล้ว เฮ้ย...เอางี้สิ ซันไง นายให้เขาดูหรือยัง ฉันว่าซันเขาต้องช่วยนายแต่งให้ออกมาดีได้แน่ๆ”

“ไม่ล่ะครับ จะไม่มีการแต่งเพลงระหว่างผมกับเขาอีก” เมฆเดินปึ่งออกจากห้องทันที

จอมสยามงงเกาหัวแกรกๆ นึกได้ตะโกนไล่หลังว่าจะทิ้งงานอย่างนี้เลยหรือ...

เวลาผ่านไป เมฆไม่อาจทำงานได้ เหมือนหมดแรงบันดาลใจ อิงฟ้าเข้ามาบอกว่าถึงเวลาที่เธอจะต้องออกไปใช้ชีวิตเองข้างนอกแล้ว แต่เธอจะกลับมาดูแลหมอกบ่อยๆ ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนในทางที่ดี ขอให้เขากับตะวันฉายรักกัน เธอจะขอรักเขาในแบบของตัวเองต่อไป

เมฆยิ่งหงุดหงิด เข้าห้องทำงานหยิบกีตาร์มาลี้ดอย่างบ้าคลั่ง อิงฟ้าสะดุ้งแปลกใจว่าเมฆเป็นอะไร เธอย่องมา แอบดู เห็นเขาวางกีตาร์ท่าทางเหนื่อยหอบ จึงหยั่งเชิงถาม

“ฟ้าบอกแล้วไงว่าเมฆกำลังหลอกตัวเอง เมฆยังรักคุณซัน แล้วทำแบบนี้ทำไม”

“รักแล้วไง ในเมื่อเขากำลังจะแต่งงาน”

“แล้วเมฆจะยอมให้ผู้หญิงที่เมฆรัก แต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รักเหรอ”

“ฟ้ารู้ได้ไงว่าซันเขาไม่ได้รักคุณยุทธการ”

“ไม่ใช่แค่ฟ้าที่รู้หรอกค่ะ ใครเขาก็รู้ทั้งนั้น มีแต่เมฆกับคุณซันนั่นแหละที่หลอกตัวเองกันอยู่ได้ ความรักไม่ใช่เกมนะเมฆ อย่าเล่นกับมัน เพราะสุดท้ายไม่ว่าเมฆหรือคุณซันก็ต้องเจ็บปวดด้วยกันทั้งคู่”

“แต่มันสายไปแล้ว ซันกำลังจะมีความสุข คุณยุทธเองก็เป็นคนดีและก็รักซันมาตลอด บางทีเขาอาจจะดูแลซันได้ดีกว่าผู้ชายอย่างผมด้วยซ้ำ”

อิงฟ้าอ่อนใจ เมื่อเมฆคิดได้อย่างนั้นก็ขอให้ทำใจได้เร็วๆ อิงฟ้าเดินไป...เมฆลุกขึ้นหยิบโน้ตเพลงที่เคยแต่งร่วมกับตะวันฉายมาเล่น ภาพความสุขผ่านเข้ามา เขาถึงกับน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

ooooooo

ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ยุทธการ เอวาและนิค นั่งปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียด กลุ้มใจที่ทั้งเมฆและตะวันฉายต่างเก็บตัวไม่พูดจากับใคร แสดงว่าแผนที่วางกันไปไม่สำเร็จ

“พี่ยุทธคะ นี่เราจะต้องคิดอีกกี่แผนกว่าสองคนนี้จะดีกันได้”

“ผมว่าเลิกคิดเถอะครับ ยิ่งพวกเราทำให้เขาดีกัน ผมว่ามันยิ่งแย่ไปกันใหญ่ อีกหน่อยคงยิงกันเลือดสาด”

“ไม่...พี่จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด พี่เชื่อว่าคุณเมฆกับซันยังรักกัน เพียงแต่เขาสองคนไม่ยอมเปิดใจคุยกัน”

เอวารีบถามว่ามีแผนใหม่หรือ ยุทธการส่ายหน้า ไม่มีแผนใหม่ แต่เดินหน้าแผนเดิมต่อไป นิคสงสัย หมายความว่าเขาจะแต่งงานกับตะวันฉายจริงๆหรือ

“ใช่ พี่กับซันจะแต่งงานกันจริง ไม่ใช่แค่หลอกๆ ลองชุดลองใจกันแล้ว”

สองคนตกตะลึง ยุทธการยิ้มๆเอ่ยว่า งานนี้ต้องมีศิลปินรับเชิญ สองคนมองหน้ากันงงๆ...

วันต่อมา ขณะที่เมฆหงุดหงิดทำเพลงไม่ได้อยู่ในห้องทำงาน พลันมีเสียงเคาะประตู สักครู่จอมสยามเปิดประตูเข้ามา เห็นสภาพของเมฆแล้วอ่อนใจ จอมสยามถามไม่คิดจะทำงานแล้วหรือ เมฆนิ่งเครียด

จอมสยามเตือนสติเพื่อนรุ่นน้องอย่างเมฆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไป จะเลือกเดินทางไหน จะเอาแบบเดิมใช้ชีวิตกับหมอกต่อไปหรืออยากจะเสี่ยงเพื่อพบกับความสุข แม้ระหว่างทางจะต้องทุกข์บ้างก็ตาม...เมฆยังนั่งนิ่ง

“ฉันงง งงกับนายมากด้วย ใครๆเขาก็รู้ว่านายรักซันมาก ขนาดยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อเขามาแล้ว แล้วทำไมฉันถึงได้รับเชิญไปงานแต่งงานของซันกับ เอ่อ...กับนายตำรวจคนนั้น”

“ผมคงเป็นคนเห็นแก่ตัวเกินไป ที่จะทิ้งความสุขส่วนตัวเพื่อใครสักคน”

“ไอ้เมฆ พี่รู้จักนายมานานนะ นายไม่เคยเป็นคนที่คิดถึงตัวเองก่อน”

“แต่ตอนนี้ผมต้องคิดครับ ผมควรจะรักตัวเองให้มาก เพื่อที่จะได้ไม่เจ็บอีก”

“ตกลงนี่คือเหตุผลจริงๆ...” จอมสยามมองหน้าเมฆเห็นนั่งนิ่ง ก็ทนไม่ไหว “โอเค นายไม่ตอบก็ไม่เป็นไร แต่พี่จะบอกอะไรสักอย่างนะ สีหน้านายไม่ได้บอกว่านายมีความสุขกับสิ่งที่นายเลือก และนายกำลังเสียใจที่เสียซันไป”

“ถ้าพี่จอมรู้ว่าคนที่พี่รักเขาอาจจะไม่ได้รักพี่ พี่จะทำไงกับเขา”

จอมสยามหันมาจ้องหน้าเมฆ ตอบชัดถ้อยชัดคำ “พี่ก็จะรักเขาและดีกับเขา”

เมฆไม่เชื่อว่าจะทำได้นาน จอมสยามย้ำตนทำได้นานตลอดไป ชายหนุ่มยังแย้งชีวิตไม่ใช่นิยาย จอมสยามเตือน ตนไม่ได้เอานิยายมาพูด ตนเอาความจริงมาพูด

“ฟังนะไอ้น้อง ถ้าความรักของพี่มีร้อยเปอร์เซ็นต์ พี่ก็จะให้เขาทั้งร้อย แต่พี่จะไม่คาดหวังที่จะได้กลับคืนมาแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว เพราะอะไรรู้ไหม เพราะพี่ได้ความสุขเต็มร้อยตั้งแต่วินาทีแรกที่พี่รู้ว่าพี่รักเขาแล้ว”

“ผมคงเสียสละได้ไม่เท่าพี่”

“ก็ทำให้เท่าสิ ถ้านายรักเขาจริงและอยากจะอยู่กับคนที่นายรักตลอดชีวิต”

เมฆนิ่งอึ้ง จอมสยามตบไหล่เบาๆก่อนเดินจากไป

ooooooo

ด้านตะวันฉาย...เกริกไกรกับสายรุ้งพามาเลี้ยงฉลองที่กำลังจะเป็นเจ้าสาว แต่สภาพเธอกลับซังกะตาย จนทั้งสองแปลกใจ

“เอ...พ่อว่าคนจะเป็นเจ้าสาวนี่ ปกติเขาต้องยิ้มแย้มไม่ใช่เหรอ”

ตะวันฉายเงยหน้ามายิ้มแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าเขี่ยอาหารต่อ เกริกไกรร้อง

“โอ้โห...นี่ถ้าเมื่อกี้พ่อกะพริบตาคงไม่เห็นรอยยิ้มลูกสาวคนสวยนะแม่”

ตะวันฉายเงยหน้ามาต่อว่าพ่อที่แซว แล้วยิ้มให้นานขึ้นอีกหน่อย เกริกไกรถามลูกสาวจะเป็นเจ้าสาวทำไมดูไม่มีความสุขเลย หญิงสาวแก้ตัวว่าคงตื่นเต้น

“ซัน การแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญของผู้หญิงทุกคน ชีวิตลูกนับจากนี้ไปควรจะมีแต่ความสุข ถ้าลูกได้แต่งงานกับคนที่รักเขาจริงๆ”

“ทำไมแม่พูดแปลกๆ”

“แม่ก็พูดตามที่เห็นไง”

“ไม่ใช่แม่คนเดียวที่เห็นนะ พ่อก็เห็น”

ตะวันฉายทำหน้าสงสัยพ่อกับแม่รู้อะไร สุดท้ายยอมรับ “ค่ะ...เหตุผลเดียวที่ซันแต่งงานกับพี่ยุทธ ก็เพราะเขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่ดีที่สุดในชีวิตซัน และเขาก็รักซันอย่างจริงใจ”

“สรุปลูกแม่แต่งงานกับยุทธไม่ใช่เพราะความรัก”

ตะวันฉายพยักหน้าเพราะคนที่ตนรักไม่ใช่คนที่จะอยู่ด้วยได้ สายรุ้งถอนใจ เตือนลูกสาวว่า การแต่งงานมันมีกฎอยู่ข้อเดียวคือ...ความสุข ไม่ว่าจะแต่งกับคนที่รักหรือคนที่ใช่ แม่อยากเห็นลูกมีความสุข ตะวันฉายสบตาแม่

“ตกลงคนที่จะทำให้ลูกสาวพ่อมีความสุขนี่ คือคนที่ใช่หรือคนที่รักน้า...”

“ซัน...เอ่อ...ซัน...”

“ไม่ต้องตอบพ่อกับแม่ตอนนี้ก็ได้ แต่ซันควรจะมีคำตอบให้ตัวเอง ก่อนที่มันจะสายเกินไปนะลูก”

ตะวันฉายโผกอดแม่น้ำตาคลอ เกริกไกรกับสายรุ้งสบตากันด้วยหวังว่าลูกสาวจะตัดสินใจได้

ooooooo

กลับมาบ้านสวน ตะวันฉายครุ่นคิดถึงคำเตือนของพ่อกับแม่ ยุทธการมาคอยดูแลและมักจะเปรยๆกับเธอว่า เขาพร้อมจะทำให้เธอมีความสุข ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของเธอ

“ซันคิดอะไรอยู่เหรอ”

“เปล่าค่ะพี่ยุทธ” ตะวันฉายไม่อาจตอบได้

“ซันยังไม่มั่นใจว่า ซันตัดสินใจถูกหรือเปล่าใช่ไหม...พี่ไม่อยากบังคับใจซันนะ ชีวิตเป็นของซัน พี่อยากให้ซันเลือกแล้วก็ตัดสินใจเอง ว่าซันต้องการอะไร”

ตะวันฉายอึ้งตาเบิ่งโต ยุทธการย้ำ ขอแค่ตนได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเท่านั้นตนก็มีความสุขที่สุดแล้ว...

จากคำพูดของยุทธการ ทำให้ตะวันฉายเอาช่อดอกไม้ที่เมฆเคยให้ไว้มายืนมองริมน้ำ ตัดสินใจว่าควรจะทิ้งน้ำดีหรือไม่

ในขณะเดียวกัน เมฆเข้ามานั่งในตู้เสื้อผ้าห้องตะวันฉายด้วยความคิดถึงเธอ และแล้วเขาก็ได้เจอต้น ฉบับนิยายที่เธอพิมพ์เสร็จ เขาเปิดดูจนถึงหน้าสุดท้ายและได้อ่านท้ายเล่ม

...หนังสือนิยายเรื่องตะวันฉายในม่านเมฆ เป็นหนังสือเล่มแรกในชีวิตของซัน มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ถ้าขาดคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งในชีวิต เขาคนนั้นคือธีรภพ หรือพี่ธี...

เมฆชะงักทันทีด้วยความแปลกใจ เขาก้มหน้าอ่านต่อ...เคยมีคนบอกว่า “รักครั้งแรกคือแบบพิมพ์ที่หล่อหลอมหัวใจของเราให้กับความรักครั้งต่อๆไป”

พี่ธีคือแบบพิมพ์ชิ้นนั้นของซัน แต่ทว่าแบบพิมพ์ความรักของซันได้หายไปจากชีวิตซันเมื่อหลายปีก่อน มันทำให้ซันไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวความรักผ่านตัวหนังสือได้อย่างลึกซึ้งและเป็นจริงได้ ซันจึงต้องกลับไปตามหาแรงบันดาลใจของซันคืนมา ด้วยการปลอมตัวเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กในบ้านของพี่ธี

เพราะพี่ธีทำให้ซันได้พบกับรักแท้ เพราะพี่ธีทำให้ซันเขียนหนังสือนี้ได้จนจบ และเพราะพี่ธีทำให้ซันได้รู้ความหมายของคำว่ารัก ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะบ้านหลังนี้ ขอบคุณพี่ธีที่ทำให้ซันมีวันนี้ ไม่ว่าตอนนี้พี่ธีจะอยู่ที่ไหน ถ้าพี่ธีสัมผัสได้อยากให้พี่ธีรู้ว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน พี่ธีจะอยู่ในใจของซันเสมอ...

เมฆหน้าเสียไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขาก้มหน้าอ่านนิยายตั้งแต่ต้นจนจบ บทสุดท้าย

...พยาบาลดึงม่านปิดเพื่อความสะดวกในการช่วยชีวิตเมฆ ตะวันฉายยอมที่จะนั่งทำแผลที่เตียงของเธอ ทั้งๆที่เธอไม่มีความรู้สึกใดๆกับแผลนั้น เธอรู้ตัวดีว่าสิ่งเดียวที่เธอคิดในตอนนี้คือเธอต้องการให้เมฆปลอดภัย เพราะถ้าเขาเป็นอะไรไป ชีวิตเธอคงอยู่ต่อไปอย่างยากลำบากหรือว่านี่เป็นคำตอบให้ตัวเธอแล้วว่ามันคือความรักจริงๆ ความรักที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ ความรักที่ต้องการการร่วมทุกข์ร่วมสุข หาใช่ความรักเพ้อฝันอย่างที่เธอเคยมีต่อธีรภพในสมัยเรียนหนังสือ ใช่แล้ว นี่คือความรักของตะวันฉายที่มีต่อเมฆนั่นเอง

และแล้วความรักที่ตะวันฉายวิ่งตามมาตลอดก็หยุดที่ผู้ชายที่อาจจะไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมด แต่เป็นผู้ชายที่เธอรักและรักเธออย่างจริงใจเหมือนที่เธอฝันไว้จริงๆ จบบริบูรณ์...

เมฆปิดหนังสือ “ฮึ...จบที่เรารักกันเหรอ จะหลอกลวงอะไรอีก ทำไมไม่พูดความจริงว่า เราจะไม่รักกัน”เมฆเคืองลุกพรวดขึ้น

พลันเห็นกระดาษแผ่นสุดท้ายมีข้อความว่า...หนังสือตะวันฉายเป็นหนังสือเล่มที่สองของผู้เขียน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชีวิตจริง ชีวิตที่ผู้เขียนได้มีโอกาสพบผู้ชายที่ดีคนนั้น แม้ในชีวิตจริงความรักของผู้เขียนกับผู้ชายคนนั้นจะไม่ได้สมหวังอย่างในนิยาย แต่ผู้เขียนก็จะรักเขาคนเดียวตลอดไป ขอบคุณนะคะคุณเมฆ...

เมฆทรุดนั่ง ครุ่นคิดสับสน หยิบการ์ดแต่งงานที่ได้รับจากยุทธการมาดู พึมพำว่ารักตนแต่ไปแต่งงานกับคนอื่น

ooooooo

และแล้ววันงาน ยุทธการซึ่งอยู่ในชุดเจ้าบ่าวยืนอยู่กับนิค อิงฟ้า และหมอก เอวาวิ่งสีหน้าตื่นเต้นมาบอกทุกคนว่า เมฆบุกขึ้นไปหาตะวันฉายบนห้องแต่งตัว ทุกคนดีใจกันใหญ่ อิงฟ้าชมว่าจอมสยามทำงานได้เยี่ยมมาก ไม่ทันไร จอมสยามเดินหน้าเครียดเข้ามา

“เมื่อกี้พี่โทร.หาเมฆ มันไม่รับสาย สงสัยจะปิดเครื่องหนี พี่ขอโทษทุกคนด้วยนะ”

“ลุงจอมไม่ต้องขอโทษหรอกครับ พ่ออยู่ข้างบนแล้ว” หมอกบอกตาแป๋ว จอมสยามเหวอ

ขณะที่ตะวันฉายสวมชุดเจ้าสาวยืนมองตัวเองในกระจก ตัดใจจะออกจากห้อง พอเปิดประตูต้องตะลึง เมื่อเห็นเมฆยืนผงาดอยู่ เมฆขอคุยด้วย เธอสะบัดหน้าจะเดินหนี จึงถูกเขาอุ้มพาตัวออกไป พร้อมกับบอกว่า เขามีเรื่องอยากคุยด้วย...เมฆอุ้มตะวันฉายเดินผ่านทุกคนที่ยืนลุ้นรวมถึงยุทธการที่ยิ้มอย่างยินดี ด้วยความหวังว่า สองคนจะตกลงกันได้

เมฆพาตะวันฉายมาที่คอนโดฯแห่งหนึ่ง เขาถามเธอรักยุทธการจริงหรือ

“ฉันจะรักพี่ยุทธหรือไม่ก็ช่าง นี่คุณพาฉันมาเพื่อจะพูดแค่นี้หรือ”

“ยกเลิกการแต่งงานเถอะซัน”

“อะไรนะ คุณจะบ้าเหรอ”

“บ้าหรือเปล่าไม่รู้ แต่คุณแต่งงานไม่ได้”

“นี่มันชีวิตฉันนะ คุณมาเกี่ยวอะไรด้วย ขอโทษนะคะ ฉันเสียเวลากับคุณมามากแล้ว คุณนภทีป์”

“ไม่...ในเมื่อผมบอกให้คุณยกเลิกการแต่งงานคุณก็ไม่ทำ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องอยู่ที่นี่กับผมจนกว่าจะผ่านคืนนี้ไป”

“แล้วมันธุระกงการอะไรของคุณที่ต้องมายุ่ง ฉันจะแต่งงานกับใครมันก็เรื่องของฉัน”

“ซัน ที่ผมไม่อยากให้คุณแต่งงานน่ะ ไม่ใช่เพราะผมอยากจะแกล้งคุณอีกนะ แต่ผมไม่อยากให้คุณแต่งงานจริงๆ”

“ทำไม...”

“เพราะผมรักคุณ”

ตะวันฉายหาว่าเมฆเล่นมุก เมฆยืนยันว่าเขารักเธอจริงๆ ตะวันฉายแกล้งถามพูดอะไรไม่ได้ยิน เมฆจึงตะโกนลั่นว่า เขารักเธอ หญิงสาวไม่ยอมเชื่อจนกว่าเขาจะพิสูจน์ เมฆสารภาพว่าเขาไม่เคยมีความสุขเลยตั้งแต่ไม่มีเธอ

“ก็คุณไล่ฉัน ถามจริงๆมันคืออะไรคะ”

เมฆเข้ากุมมือ “ผมเคยเสียอิงฟ้าให้กับพี่ธี จะว่าเสียก็ไม่ถูก เพราะพี่ธีเป็นคนดีเป็นคนเก่ง มันก็ไม่แปลกที่ผู้หญิงทุกคนที่ได้รู้จักจะชอบเขา แม้แต่ผู้หญิงที่ผมรักมากอย่างอิงฟ้า พอคุณบอกว่าคุณเข้ามาในชีวิตผมเพราะคุณรักพี่ธี ผมเลยคิดว่าผมไม่ควรจะเดินหน้าต่อไปเพื่อพบกับความเจ็บปวด”

ตะวันฉายไม่เข้าใจว่าเขาจะเจ็บปวดกับอะไร เมฆคิดว่าตนเป็นตัวสำรองของธีรภพ ตะวันฉายฟังแล้วโกรธ ทั้งทุบทั้งหยิกเขายกใหญ่

“นี่แน่ะ คิดได้นะ...จริงๆคุณต้องขอบคุณพี่ธีด้วยซ้ำที่ทำให้เราเจอกัน รู้ไหมพี่ธีอาจจะทำให้ฉันหลงละเมอเพ้อหาชายในฝันจนต้องตามหา แต่คุณคือผู้ชายที่เป็นความจริงที่ฉันได้พบและคุณก็เป็นความสุขของฉัน”

“ผมคือความสุขงั้นเหรอ”

“ใช่สิ แม่ฉันบอกว่ากฎข้อเดียวของความรักคือความสุข และความสุขของฉันก็คือคุณ”

“ตะวันฉาย คุณก็คือความสุขของผมเหมือนกัน ผมขอโทษนะที่ผมเคยทำให้คุณเสียใจ ต่อไปนี้ผมจะไม่ทำอีก ผมสัญญา” เมฆดึงเธอมากอด

ตะวันฉายกระซิบถามเขาจะพากลับได้หรือยัง เมฆให้เธอสัญญาก่อนว่าจะไม่กลับไปแต่งงานกับยุทธการ หญิงสาวอมยิ้มสารภาพ ตนดีใจที่เขาพาหนี เมฆเหวอแล้วโวยวายทำไม ตะวันฉายบอกว่า ต้องมีฟอร์มกันหน่อย สองคนหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข

ooooooo

หลังจากนั้น ทุกคนมารวมกันที่ผับ ชูแก้วไชโยที่เมฆกับตะวันฉายคืนดีกัน นิคโอดโอยกว่าจะเข้าใจกันได้ กุนซือของเราลุ้นแทบตาย เมฆกับตะวันฉายเห็นทุกคนมองไปที่ยุทธการ

“แผนพี่ยุทธเหรอ...อะไรอ่ะ” ตะวันฉายเขิน

“คุณยุทธการแทบจะแจกบทพูดให้พวกเราอยู่แล้วค่ะ” อิงฟ้าสารภาพ

“งั้นที่พี่จอมไปพูดที่บ้านก็...” เมฆเหล่มอง

“ฝีมือคุณยุทธนั่นแหละ”

เมฆจับมือขอบคุณยุทธการ ยุทธการขอแค่ให้สองคนรักกัน พวกเขาก็มีความสุข จอมสยามดีใจที่จะได้โปรโมตอัลบั้มของเมฆโดยไม่มีอุปสรรคอะไรเสียที ทุกคนยุให้เมฆกับตะวันฉายขึ้นไปร้องเพลงที่ทั้งสองแต่งร่วมกัน

เวลาผ่านไป เมฆถือหนังสือนิยายตะวันฉายในม่านเมฆ มีกระดาษคาดว่า เบสต์เซลเลอร์ มาให้ตะวันฉาย เธอยิ้มปลื้ม เมื่อความฝันเธอเป็นจริงแล้ว ชายหนุ่มจึงขอเธอแต่งงาน...ส่วนอิงฟ้าย้ายออกมาอยู่กับจ่าสมที่บ้านธีรภพ หมอกแวะเวียนมาค้างกับแม่และตาในวันหยุด ทุกคนมีชีวิตที่มีความสุข ตะวันฉายและเมฆได้รู้ถึงความรักของนิคกับเอวา ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าความรักจะเกิดรูปแบบไหนก็ตาม สิ่งสำคัญคือความจริงใจ

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 14

เย็นวันเดียวกัน เอวาเอาช่อดอกไม้มาให้

ตะวันฉายที่บ้านสวนริมน้ำ เธอมีสีหน้าแปลกใจว่ามาจากใคร เอวาเฉลยว่า จากคนที่รักเธอเท่าชีวิต

“พ่อกับแม่ฉันเนี่ยนะ”

“แกลืมคนที่เสี่ยงชีวิตช่วยแกแล้วรึไง”

ตะวันฉายไม่เข้าใจว่าให้ทำไม เอวาประชด  “ให้แกเอาไปขายสี่แยกไฟแดงละมั้ง ถามได้ เขาก็ง้อแกน่ะสิ”

“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ ขับไล่ไสส่งฉันขนาดนั้น แล้วจะมาง้อด้วยดอกไม้แค่ช่อเดียว”

“ช่อเดียวไม่พอ แกจะเอาทั้งไร่เลยรึไง อุตส่าห์ง้อแกแล้วก็ดีๆกันเถอะวะ” นิคหมั่นไส้

ตะวันฉายฝากเอาไปคืน เอวากับนิคอ่อนใจ พยายามเกลี้ยกล่อมว่าเมฆรักเธอมาก แต่หญิงสาวยังน้อยใจ คนรักกันเขาไม่พูดแรงๆแบบนั้น นิคบอกว่าเมฆสำนึกผิดแล้ว ให้อภัยเถอะ

“ไม่...ฉันพูดตามตรงนะ ฉันเห็นสายตาเย็นชาของเขา มันทำให้ฉันไม่อยากกลับไปเจอเขาอีก แกคิดดูสิ ขนาดฉันหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านเขา เขายังไม่สนใจไยดีเลย  แล้วแกคิดว่าฉันควรจะกลับไปหาคนแบบนั้นอีกไหม”

“ควรหรือไม่ควร คนที่จะตอบคือแก ไม่ใช่พวกฉัน แต่ที่ฉันจะบอกแกคือ พี่เมฆเขาอยากเจอแกมาก ถ้าแกรักเขามากพอที่จะอภัยให้เขาได้ ก็อย่าปล่อยให้เขารอเก้อก็แล้วกัน” เอวาทิ้งท้าย

ตะวันฉายนิ่งอึ้ง แต่สีหน้าดูใจอ่อนลงไม่น้อย...

คืนนั้นทั้งคืน ตะวันฉายและเมฆนอนไม่หลับกระสับกระส่าย ต่างครุ่นคิดถึงกันและกัน

วันรุ่งขึ้น บริเวณสวนที่ร่มรื่นสวยงาม ยุทธการ เอวา และนิค เดินเครียดเป็นหนูติดจั่น ลุ้นกันสุดๆว่า

เมฆกับตะวันฉายจะมาพบกันไหม ยุทธการเป็นกังวลถ้าแผนไม่ได้ผล จะทำอย่างไร เอวาปลอบว่า ต้องหาทางใหม่จนกว่าจะได้ผล...ทันใด นิคร้องตื่นเต้นเห็นรถเมฆแล่นมาจอด ทั้งสามรีบหลบ เมฆลงจากรถมานั่งที่ม้านั่งริมน้ำ ในมือมีกล่องนาฬิกาทรายมาด้วย

สักพัก ตะวันฉายนั่งแท็กซี่เข้ามา สามคนที่ซุ่มดูอยู่ดีใจกันใหญ่ ตะวันฉายเดินเข้ามาหาเมฆ พูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “มีอะไรจะพูดก็พูดมา”

“ผมมาเพราะอยากเอาของมาคืนคุณ” เมฆยื่นกล่องให้ “ขอบคุณสำหรับนาฬิกาและความรู้สึกดีๆท่ีมี

ให้ผมมาตลอด แต่ครั้งนึงผมเคยเจ็บหนักกับการตกเป็นตัวสำรอง ผมไม่อยากกลับไปอยู่ในสภาพนั้นอีกแล้ว”

“คุณพูดอะไรของคุณ แล้วนี่นาฬิกาใคร”

“ก็คุณเป็นคนเอามาให้ผมไม่ใช่เหรอ”

“บ้าเหรอ ฉันจะให้คุณทำไม ฉันไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะให้ของคนที่พูดจาแย่ๆกับฉันแบบนั้นหรอกนะ คุณเองต่างหากที่ส่งดอกไม้มาให้ฉัน ฉันถึงต้องมาที่นี่”

เมฆเริ่มเข้าใจแล้วว่าใครสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา สรุปว่าโดนหลอกทั้งคู่ ตะวันฉายยิ่งน้อยใจ

“หมายความว่า ถ้าคุณไม่โดนหลอกมา คุณก็ไม่คิดจะเจอฉันอีกแล้วสิ”

เมฆมองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ แต่ปากแข็งตอบว่าใช่ ตะวันฉายน้ำตาเอ่อขึ้นมาทันที

“งั้นก็ดี ถือว่านี่เป็นการพบกันเพื่อลา ต่อไปนี้ขอให้เราเป็นแค่คนที่ไม่เคยรู้จักกัน ฉันจะถือว่าเราไม่เคยเจอกัน ไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่เคยรักกัน” ตะวัน-ฉายน้ำตาร่วง หันหลังเดินกลับ

เมฆมองตามหลังหญิงสาว อยากจะเรียกเธอไว้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ได้แต่มองด้วยความเสียใจ...สามคนที่ซุ่มดูอยู่ สีหน้าสลดลงที่แผนการล้มไม่เป็นท่า

ooooooo

หลังจากกลับมา ตะวันฉายก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เอวา ยุทธการ และนิคนั่งรอในห้องรับแขกบ้านสวนด้วยความกังวลใจ ยุทธการให้เอวาเข้าไปดู แต่นิคเกรงว่า

“เพิ่งก่อเรื่องอย่างนี้ จะมีหน้าเข้าไปหาไอ้ซันอีกเหรอครับ ได้โดนมันเตะส่งออกมาพอดี”

“แต่ปล่อยไว้แบบนี้ก็แย่ไม่แพ้กันนะนิค ที่เราทำไปทั้งหมดก็เพราะหวังดีกับซัน พี่มั่นใจว่าซันต้องเข้าใจ แต่ที่พี่กังวลก็คือ ซันจะทำใจได้หรือเปล่า”

เอวาใจหายลุกพรวดจะไปดูเพื่อนรัก ไม่ทันไร ตะวันฉายเดินเข้ามาบอกทุกคนว่าตนไม่เป็นอะไร  และพยายามยิ้มให้ทุกคน

“ขอบคุณทุกคนที่พยายามช่วยซัน ตอนนี้ซันคิดได้แล้วค่ะว่า ทุกอย่างมันคงจบแล้วจริงๆ ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องมานั่งเศร้าโศกเสียใจ อกหักได้ก็หายได้ ยังไงชีวิตคนเราก็ต้องดำเนินต่อไปค่ะ”

ทั้งสามคนดีใจที่ตะวันฉายเข้มแข็ง หญิงสาวย้ำ

“เพราะซันมีพี่ยุทธ เอวาแล้วก็นิคไงคะ แค่ผู้ชายงี่เง่าคนเดียว ซันไม่สนใจแล้วค่ะ แต่ต่อไปนี้ขอร้องว่าอย่าพยายามทำให้ซันกับเขาคืนดีกันอีกนะคะ ซันไม่อยากรู้สึกอย่างวันนี้อีกแล้ว”

ทั้งสามคนหน้าเจื่อน รู้สึกผิดและสงสารเพื่อนรักที่คงเจ็บปวดใจไม่น้อย

ooooooo

หลายวันผ่านไป เมฆเอาแต่เงียบเฉย หมอกเริ่มบ่น ทำไมพ่อถึงไม่เล่นด้วยเหมือนก่อน อิงฟ้าปลอบลูกชาย ว่าพ่อเหนื่อยกับงาน แต่หมอกอยากได้ พ่อคนเก่า  และอยากให้พี่ซันกลับมาเล่นด้วยเหมือนก่อน อิงฟ้าถอนใจสงสารลูก

พอมีโอกาส อิงฟ้าออกมาพบยุทธการ เอวา และนิคเพื่อปรึกษาหารือ

“ฉันมั่นใจค่ะ ว่าเมฆยังรักคุณซันอยู่ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ยอมปริปากพูดซักทีว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากอะไร”

เอวารู้นิสัยเมฆว่า ถ้าเขาอยากพูดคงพูดไปนานแล้ว แต่นี่ไม่ยอมปริปาก แสดงว่าเป็นเรื่องที่ไม่อยากพูดจริงๆ อิงฟ้าเป็นห่วง เพราะเห็นเมฆซังกะตายไปวันๆ เกรงจะเป็นโรคซึมเศร้า หมอกก็ถามทุกวันจนไม่รู้จะตอบอย่างไร

“อย่าว่าแต่คุณเมฆเลยครับ ซันเองก็เหมือนกัน ถึงจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ผมดูออกว่าซันเองก็ยังรักคุณเมฆมากเหมือนกัน”

“งั้นเราต้องทำให้พวกเขารู้ว่า ต่างคนต่างยังรักกันอยู่” เอวาเสนอ

นิคแย้งว่าตะวันฉายห้ามเอาไว้ อิงฟ้าเห็นด้วยกับเอวา ถึงจะโกรธก็ต้องยอม เธอครุ่นคิดสักพัก ก่อนบอกแผนการกับทุกคน

แผนการนี้ จอมสยามให้ความร่วมมือ เริ่มด้วยโทร.ชวนเมฆออกมากินข้าวนอกบ้าน ส่วนเอวายุให้ตะวันฉายออกไปหาแฟนใหม่ เธอโวยวายจะบ้าเหรอ

“ก็ฉันกลัวแกเฉาตายนี่หว่า ฉันว่าแกควรออกไปเจอโลกภายนอกได้แล้วนะ แกฝันอยากจะเป็นนักเขียนไม่ใช่เหรอ คนเป็นนักเขียนต้องมีประสบการณ์ชีวิตเยอะๆ”

นิคช่วยยุให้ออกไปหาวัตถุดิบในการเขียนหนังสือ เอวารบเร้าให้ไปนัดบอด

“ไปเถอะน่าซัน ไม่ได้แฟน อย่างน้อยแกก็ได้รู้ว่า เขานัดบอดกันยังไง ดีกว่าอยู่เฝ้าบ้านสวนเป็นผีบ้านผีเรือนแบบนี้นะเว้ย”

ตะวันฉายครุ่นคิดก่อนจะตกลง รับรู้เวลาและสถานที่ เอวากับนิคแอบยิ้มให้กัน...

ooooooo

วันต่อมา เมฆออกมาพบจอมสยามตามนัด มีพนักงานให้เขาลงทะเบียน พอเขารู้ว่าเป็นการนัดบอดก็แปลกใจกำลังจะปฏิเสธ ตะวันฉายเดินเข้ามา ต่างตกใจ พนักงานทัก

“คุณตะวันฉายใช่ไหมคะ งั้นเชิญคุณสองคนตามดิฉันมาเลยค่ะ” พนักงานพาทั้งสองเข้าห้องจัดเลี้ยง

เอวาและนิคซุ่มมองหัวเราะกันคิกคัก ชมว่าแผนนี้เยี่ยมมาก บรรยากาศโรแมนติกแบบนี้ สองคนต้องคืนดีกันแน่ๆ ยุทธการชวนเอวากับนิคหลบไปหาอะไรกินฆ่าเวลา

ระหว่างนั้น เมฆกระซิบถามตะวันฉาย มาทำอะไรที่นี่ เธอย้อนว่าไม่ได้มาหาเขาแล้วกัน

“ผมลืมไปว่าคุณมองผมเป็นคนอื่นไปแล้ว”

“รู้ตัวก็ดี...” พอดีพนักงานเชิญสองคนนั่งด้วยกันที่โต๊ะโต๊ะหนึ่ง ตะวันฉายโพล่งขึ้นว่าขอเปลี่ยนคู่

“ผมก็เหมือนกัน ผมคิดว่าผมคงไปกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แน่ๆ”

ตะวันฉายสะอึก รีบบอกพนักงานว่าตนไม่มีวันคบกับชายคนนี้ได้ เมฆเจ็บใจ พูดพร้อมกันว่า ช่วยเปลี่ยนคู่ให้ด้วย ทั้งสองสะบัดหน้าไปคนละทาง...พนักงานจึงพาตะวัน–ฉายมาที่โต๊ะเสี่ยหนุ่ม เขาดีใจมากเมื่อเห็นเธอรีบเชื้อเชิญให้นั่ง ด้านเมฆ พนักงานพาไปนั่งกับสาวหมวยที่พอเห็นหน้าเขาก็ปลาบปลื้มดีใจ ทั้งสองพยายามพูดคุยกับคู่ของตน

แต่แล้ว ตะวันฉายก็ทนกับมารยาทแย่ๆของเสี่ยคนนี้ไม่ได้ จนต้องลุกพรวดลากลับ แต่เขาฉุดมือเธอไว้ เมฆซึ่งชำเลืองมองตลอดเวลา พุ่งพรวดมาช่วยจนเกือบมีการชกต่อยกัน เผอิญเสี่ยเห็นหน้าสาวหมวยคู่ของเมฆ เกิดอาการปิ๊งกันขึ้น  เมฆจึงจับมือตะวันฉายเดินออกมาจากห้องจัดงาน หญิงสาวแอบอมยิ้ม จู่ๆเมฆก็ปล่อยมือแล้วเดินไป เธอร้องเรียกเพื่อขอบคุณ

“แยกกันตรงนี้” เมฆหันมาบอกอย่างเย็นชา

“คุณเมฆ ฉันสุดทนแล้วนะ ตกลงมันคืออะไรกันแน่”

“มันไม่มีอะไรทั้งนั้น”

ตะวันฉายไม่เชื่อเพราะเขามาช่วยตนอีก เมฆกลับโต้ว่า ผู้หญิงคนไหนถูกรังแกตนก็ช่วยทั้งนั้น หญิงสาวน้อยใจ

“ได้ ถ้าคุณไม่คิดจะช่วยฉันเพราะรักฉัน ถ้างั้นคุณก็รู้ไว้ด้วยแล้วกัน ว่าที่ฉันขอบคุณคุณเพราะฉันรักคุณ”

เมฆอึ้งยืนมองหน้าตะวันฉาย...ยุทธการ เอวา และนิค กลับมาเห็น คิดว่าสองคนเข้าใจกันแล้ว จะเข้าไปยินดีแต่ยุทธการรั้งไว้ รอดูสักพัก เสียงเมฆถามตะวันฉายว่าเขาจะเชื่อได้อย่างไร

“ทำไมคุณถึงไม่เชื่อฉันล่ะ”

“เพราะผมไม่ใช่พี่ธียังไง การที่คุณเข้ามาที่บ้านเพื่อตามหาพี่ธี มันก็แสดงอยู่แล้วว่าผมคือคนที่ไม่ใช่สำหรับคุณ ผมเคยเจ็บมาแล้ว ผมไม่อยากเจ็บอีก เราจบกันตรงนี้เถอะ” เมฆเดินจากไป

ตะวันฉายลังเลที่จะก้าวตาม เอวาเข้ามาเร่งให้เพื่อนตามเมฆไป หญิงสาวสารภาพว่า ตนกลัวการปฏิเสธอีก ยุทธการให้แง่คิด

“ซัน...ตอนนี้ซันรู้แล้วว่าคุณเมฆเขาเข้าใจว่าเขาไม่ใช่คนที่ซันต้องการ ถ้าซันปล่อยเขาไปก็เท่ากับสิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริง แต่ถ้าใจซันบอกว่าเขาคือคนที่ใช่ ซันก็ต้องตามเขากลับมา”

ตะวันฉายตัดสินใจวิ่งตามเมฆไป เอวาภาวนาขอให้เพื่อนสมหวัง...แต่แล้วตะวันฉายก็ผิดหวัง เธอกลับมาร้องไห้เสียใจที่บ้านสวนริมน้ำ ยุทธการ เอวา และนิคตามมาปลอบใจ นิคบอกว่า จะไม่ไปทำงานต่างประเทศ จะอยู่เป็นเพื่อนเธอ

“ขอบใจพวกแกมากนะที่อยู่ข้างฉันเสมอ แต่พวกแกไม่ต้องห่วงฉันหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะกลับรีสอร์ท”

ทั้งสามตกใจ นิคบ่น “พี่เมฆนี่ยังไงนะ ฉันไม่เข้าใจ จริงๆ ตอนคุณอิงฟ้าทิ้งไปแต่งงานกับพี่ชายดันอภัย แต่กับแกที่ชอบพี่ชายเขาเท่านั้น แล้วตอนนี้ก็รักเขา เขากลับ ไม่ให้อภัย”

“ป่วยการหาคำตอบอื่น เพราะยังไงทุกสิ่งที่เขาแสดง ออกมามันก็คือคำตอบเดียวคือ เขาไม่รักฉัน ทางที่ดีคือฉัน ต้องอยู่ให้ได้โดยไม่มีเขา และฉันก็ต้องอยู่อย่างมีความสุขด้วย”

ยุทธการเห็นท่าทางที่หญิงสาวแสดงออกว่าเข้มแข็ง แต่เขารู้ดีจึงลองหยั่งเชิง “ถ้าซันคิดว่าตัดคุณเมฆได้จริงพี่ก็เห็นด้วย พี่อยากจะขอให้ซันทำอะไรให้พี่สักอย่างเพื่อพี่ชายคนนี้”

ทุกคนมองอย่างสงสัย ยุทธการโพล่งออกมา “แต่งงานกับพี่นะ...”

ทั้งสามตกตะลึง ยุทธการย้ำว่า ตนอยากดูแลและไม่อยากเห็นตะวันฉายร้องไห้อีกต่อไป เอวากับนิคลากยุทธการออกมาคุยมุมหนึ่งของบ้าน ถามเขาจะทำอะไรกันแน่

“ก็ขอซันแต่งงานไง”

“อันนั้นเอวาได้ยินค่ะ แต่มันใช่เวลาไหม ตอนนี้ซันกำลังเจ็บพี่ก็เห็น”

“เพราะพี่เห็นซันเจ็บน่ะสิ พี่ถึงต้องดูแลซัน”

“แต่พี่ยุทธก็รู้ว่าซันรักพี่เมฆ พี่จะยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักพี่เหรอครับ”

“เรื่องนั้น ไม่สำคัญหรอก ที่พี่ต้องการก็คือทำยังไงก็ได้ ให้ซันหายเจ็บโดยเร็วที่สุด”

เอวาท้วงชายหนุ่มแม้ว่าสุดท้ายคนที่เจ็บคือเขา ยุทธการไม่สนใจประเด็นนี้ย้ำว่า  มันคุ้มที่ทนเพื่อตะวันฉาย ทั้งเอวาและนิคไม่เห็นด้วยแต่ไม่รู้จะเอาเหตุผลใดมาแย้ง

ooooooo

ด้านอิงฟ้า พอรู้เรื่องทั้งหมดก็หาโอกาสเข้ามาคุยกับเมฆ แต่เขาไม่ยอมพูดความจริง บอกเพียงว่าไม่ได้รักตะวันฉาย ที่ทำทั้งหมดเพื่อแก้เผ็ด และก็ทำได้สะใจแล้ว

“แปลกนะคำตอบของเมฆคือสะใจ แต่ที่ฟ้าสัมผัสได้คือเมฆกำลังเจ็บปวด เจ็บจากสิ่งที่เมฆทำเองกับมือ ฟ้าหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเร็วๆนี้นะ”

“ตอนนี้ทุกอย่างมันดีอยู่แล้ว ผมจะไม่เปลี่ยน อะไรอีกหรอกฟ้า”

“รู้ไหมว่าฟ้าไม่เคยผิดหวังในตัวเมฆเท่านี้มาก่อน เลย ถ้าเมฆยังหลอกตัวเองแล้วก็ทำร้ายคุณซันแบบนี้ ซักวันเมฆเองนั่นแหละที่จะต้องเสียใจ” อิงฟ้าเดินไป เมฆมองตามเศร้าๆ...

ยุทธการเห็นตะวันฉายไม่ทานอะไรตั้งแต่เช้าจน บ่าย จึงไปซื้อขนมจีบซาลาเปาเจ้าอร่อยมาให้  แต่เธอขอผลัดไว้กินตอนกลางคืน เขาไม่ยอมเพราะตั้งใจจะพาเธอไปทานข้าวนอกบ้าน

และแล้วคืนนั้น ยุทธการก็พาตะวันฉายมาที่ผับ โดยอ้างว่าอยากฉลองที่มีโอกาสได้ดูแลเธอ หญิงสาวเหลียวมองหาเมฆอย่างหวั่นใจ พอเมฆเดินมา ยุทธการก็ชวน มาทานอะไรด้วยกัน แต่เขาขอตัวกลับไปดูแลลูก เพราะสัญญาจะอ่านนิทานให้ฟัง ไม่อยากโกหก

ตะวันฉายรู้ว่าโดนเหน็บ โกรธลุกหนีไปเข้าห้องน้ำ แต่แล้วอดไม่ได้ เดินมาด้อมๆมองๆที่ห้องพักนักดนตรี เห็นแต่เอวากับนิค จึงหันกลับ เจอเมฆยืนอยู่ มารู้ตัวอีกที เธอก็เข้าไปอยู่ในอ้อมอกเขาเสียแล้ว ทั้งสองใจเต้นโครมคราม ตะวันฉายรู้สึกตัวจะผละหนี เมฆถาม

“คุณมาทำอะไรตรงนี้”

“ฉันมาหาเอวากับนิค”

เมฆไม่เชื่อ ห้ามเธออย่ามาที่นี่อีก หญิงสาวโกรธ ตอบโต้เขาว่าไม่มีสิทธิ์มาสั่ง

“เพราะผมไม่อยากเจอคุณ”

“ฉันก็ไม่ได้มาเพื่อจะเจอคุณ เพราะตอนนี้คุณไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตฉันแล้ว...หลีก”

เมฆดึงมือเธอไว้ ขู่ถ้าเธอมาที่นี่อีกตนจะลาออก ตะวันฉายสวนทันควัน “นั่นมันเรื่องของคุณ”

“ซัน...เลิกทำให้ผมรู้สึก...” เมฆพูดคำว่าหวั่นไหวไม่ออก ตะวันฉายถามรู้สึกอะไร “รู้สึกอะไรก็ช่าง มันเรื่องของผม”

“พอเถอะ คุณเมฆ ต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ได้ไหม ในเมื่อคุณบอกเองว่าไม่อยากเห็นฉัน งั้นก็ช่วยคิดว่าฉันเป็นอากาศแล้วไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีกเพราะฉันเองก็ไม่อยากยุ่งกับคุณเหมือนกัน”

พูดจบตะวันฉายเดินไป เมฆมองตามพึมพำ ก็เพราะเธอเป็นอากาศ เขาจึงขาดเธอไม่ได้

ooooooo

ตอนที่ 13

หมอกกับอิงฟ้านั่งเล่นกันอยู่ที่สระน้ำ เมฆเดินหน้าตึงออกมา หมอกร้องถามพ่อจะไปไหนแล้วชวนมาเล่นด้วยกัน เมฆฝืนยิ้ม

“เอ่อ...พ่อมีธุระครับ ไว้วันหลังเราค่อยเล่นด้วยกันนะครับ”

“เมฆจะไปไหน แล้วคุณซันล่ะ” อิงฟ้าสงสัย

เมฆนิ่งๆไม่ตอบ เดินขึ้นรถขับออกไป อิงฟ้ายิ่งงง สักพักเห็นตะวันฉายเดินออกมายืนมองรถเมฆที่แล่นออกไป จึงเดินเข้าถามว่าเมฆไปไหน ตะวันฉายทำหน้าเศร้าๆ

“คุณซัน...มีอะไรเหรอคะ”

ตะวันฉายถอนใจไม่รู้จะตอบอย่างไร หมอกวิ่งเข้ามากอด

“คุณพ่อโกรธพี่ซันเหรอ”

อิงฟ้าเห็นสีหน้าตะวันฉายเจื่อนๆจึงรีบบอกลูกชายไปเล่นกับเก่งก่อน หมอกวิ่งไปทันที อิงฟ้ากุมมือตะวันฉายปลอบ ในขณะที่ตะวันฉายทำหน้าจะร้องไห้

“คุณเมฆคงคิดว่าซันโกหกเขา แต่จริงๆซันแทบจะลืมพี่ธีไปแล้ว ซันไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรเขาเลยจริงๆนะคะ”

“ฟ้าเข้าใจค่ะ”

“แต่คุณเมฆเขาไม่เข้าใจ เขาคงโกรธซันมาก”

“ไม่หรอกค่ะ ถ้าเมฆจะโกรธคุณซัน เขาควรจะโกรธและเกลียดฟ้ามากกว่าไม่ใช่เหรอคะ คุณซันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”

“ซันก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะคุณฟ้า เพราะปกติต่อให้เขาโกรธหรือไม่พอใจอะไร เขาก็มักจะพูดออกมาบ้าง แต่คราวนี้เขาไม่พูดอะไรเลย ซันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร”

“ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณซัน เดี๋ยวพอเมฆกลับมาฟ้าจะช่วยพูดให้”

“ขอบคุณนะคะคุณฟ้า” ตะวันฉายยิ้มไม่ออก ทั้งที่อิงฟ้ายิ้มปลอบอย่างจริงใจ

ooooooo

ในตอนกลางคืน อิงฟ้าพาตะวันฉายมาหาเมฆที่ผับ เจอกับเอวา เธอบอกว่าเมฆยังไม่ได้มาบ่นอะไร อิงฟ้าให้ตะวันฉายรอคุยกับเมฆ แต่ไม่ทันไร จอมสยามเดินเข้ามา นิคทัก

“อ้าว..พี่จอมมาทำไมครับ ก็เมื่อวานพี่รู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าพี่เมฆกลับมาทำงานแล้ว”

“ก็นี่แหละที่พี่โมโห ช่วงนี้กำลังยุ่งเรื่องโปรโมตอัลบั้มให้เมฆ ตอนไม่สบายก็มาเล่นแทนให้แล้ว นี่พอหายได้วันเดียวก็โทร.ไปตามพี่มาอีก”

“นี่พี่เมฆลาคืนนี้เหรอคะ”

“คืนนี้คืนเดียวที่ไหน มันขอให้พี่แทนไปเรื่อยๆก่อนไม่มีกำหนด”

ทุกคนเหวอ ตะวันฉายรีบถาม เมฆบอกหรือเปล่าว่าไปไหน กลับบ้านไหม จอมสยามส่ายหน้าเซ็งๆ

“ไม่ทราบจริงๆครับ อย่าว่าแต่ถามอยู่ที่ไหนเลย ขนาดผมยังไม่ตอบรับว่าจะมาแทนให้มันก็วางไปเลย โทร.กลับก็ปิดเครื่องไปแล้ว”

ตะวันฉายทรุดนั่งอย่างหมดแรง มองแหวนที่นิ้วน้ำตาไหลออกมา ทุกคนสงสารเธอ ยกเว้นจอมสยามที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

กลับถึงบ้าน ตะวันฉายรอคอยเมฆทั้งคืน อิงฟ้าเห็นแล้วสงสาร...วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายหลับบนโซฟาในห้องรับแขก เก่งเข้ามาปลุก เธอรีบถามถึงเมฆกลับหรือยัง ไม่ทันที่เก่งจะตอบ เสียงรถเมฆแล่นเข้าบ้าน เธอวิ่งตื๋อไปรอรับ เมฆเดินหน้าตึง

“คุณเมฆ เมื่อคืนหายไปไหนมาคะ” เมฆไม่ตอบเดินเลยไปที่บันได ตะวันฉายดึงมือไว้ “คุณเมฆ ซันอยากคุยกับคุณค่ะ”

เมฆดึงมือออกแล้วเปลี่ยนเดินเข้าห้องทำงานแทน ตะวันฉายวิ่งตาม เก่งอมยิ้มเข้าใจว่า คู่รักงอนกันธรรมดา... ตะวันฉายวิ่งตามเมฆ แทรกตัวเข้ามาในห้องก่อนที่เขาจะปิดประตู

“คุณเมฆเป็นอะไรคะ ทำไมถึงหายไปทั้งคืน”

เมฆไม่สนใจ หันไปเล่นดนตรี ตะวันฉายพยายามอดทน จับมือเขาให้หยุด “คุณเมฆ นี่คุณเป็นอะไรของคุณเนี่ย ฉันงงไปหมดแล้ว”

“ผมก็เป็นของผมอย่างนี้แหละ”

“ไม่ใช่...นี่ไม่ใช่คุณแน่ๆ คุณกำลังเล่นตลกอะไรกับฉัน”

“แล้วมันตลกดีไหม เธอน่าจะชอบนะ เพราะฉันก็เล่นเหมือนที่เธอเคยเล่นกับฉันไง”

ตะวันฉายหน้าเสีย “คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ”

“ไม่เอาน่าคุณตะวันฉาย คุณก็เคยหลอกผมว่าเป็นผู้ชาย ตอนนี้ผมก็ขอหลอกคืนบ้าง สนุกดีใช่ไหม”

“คุณหลอกฉัน หมายความว่าไง”

“หลอกว่ารักคุณไง เอ...ไม่เอาสิ ใช้คำว่าหลอกมันดูแรงไป เอาเป็นว่าผมล้อคุณเล่นแล้วกัน ที่ผมรักคุณน่ะ...ผมล้อเล่น”

“ล้อเล่น! ไม่จริง ก็คุณเสี่ยงชีวิตช่วยฉัน คุณไม่ทำเพราะต้องการล้อเล่นใช่ไหมคะ”

“ใช่ เรื่องนั้นผมไม่ได้ล้อเล่น แต่ที่ผมทำก็เพื่อรักษาชีวิตหมอกไม่ใช่คุณ แต่บังเอิญที่คุณอยู่กับหมอก มันก็เลยเพิ่มคะแนนน่าเชื่อถือให้ผมโดยปริยาย”

“นี่คุณไม่ได้รักฉันจริงๆเหรอ” ตะวันฉายกำมือแน่นด้วยความโกรธ

“ตอนนี้เราสองคนเจ๊ากันแล้วนะ...จำไว้นะครับคุณตะวันฉาย เป็นคนโดนหลอกน่ะมันไม่สนุกหรอก มันเจ็บ” เมฆจะเดินไป

ตะวันฉายดึงแขนเขาไว้ “ถ้าคุณยืนยันว่าไม่ได้รักฉัน ฉันจะไป”

“ก็แล้วแต่คุณ” เมฆสลัดแขนออกเดินจากไป

ตะวันฉายยืนอึ้ง ไม่คาดคิดว่าเขาจะทำกับตนขนาดนี้...เธอเดินกลับห้อง ล้มตัวลงกับที่นอน ร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนหนำใจ แล้วลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า

ooooooo

รุ่งเช้า ตะวันฉายถือกระเป๋าเดินออกมา เก่งกับอิงฟ้าตกใจเข้ามาถามจะไปไหน ตะวันฉายยิ้มเจื่อนๆพร้อมกับบอกว่า ทุกอย่างมันจบแล้ว อิงฟ้าทักท้วงให้ค่อยๆพูดจากัน ตนจะช่วย

“คุณเมฆเขาบอกซันหมดแล้วค่ะ ขอบคุณคุณฟ้าที่เป็นห่วงซัน...ซันไปนะคะ”

อิงฟ้าถามอีกว่าจะไปไหน ตะวันฉายไม่ตอบ บอกเพียงว่า ฝากลาหมอกให้ด้วย แล้วหันมาลาเก่ง เก่ง

หน้าเศร้าวิ่งตามไปส่งหน้าบ้าน อิงฟ้าถอนใจมองเข้าไปในบ้านเห็นเมฆแอบดูอยู่มุมหนึ่ง จึงรีบเข้าซักไซ้

“เมฆน่าจะมีอะไรอยากคุยกับฟ้าหน่อยนะ”

“ฟ้ารักพี่ธีมากไหม” เมฆกลับย้อนถาม

“ก็...ใช่ พี่ธีเป็นคนดี เขาดีกับฟ้ามาก ฟ้าโง่เองที่เพิ่งรู้สึกว่าพี่ธีเป็นคนที่ฟ้าอยากอยู่ด้วยตลอดชีวิต”

เมฆพยักหน้ารับรู้ อิงฟ้าข้องใจเกี่ยวอะไรกับเรื่องตะวันฉาย เมฆเอื้อนเอ่ยว่า คนดีๆอย่างธีรภพ สมควรแล้วที่ใครต่อใครจะรัก ว่าแล้วก็ลุกเดินไป

“อ้าว...เมฆ จะไม่ให้ฟ้าเข้าใจอะไรเลยใช่มั้ย...เฮ้อ” อิงฟ้าเหนื่อยใจ นึกได้รีบโทร.หายุทธการ “คุณยุทธคะ เกิดเรื่องแล้วค่ะ...”

หลังจากนั้น ยุทธการมาที่โรงเรียนดนตรีของเอวา ช่วยกันคิดว่าจะช่วยตะวันฉายกับเมฆอย่างไรดี เอวาพยายามโทร.หาตะวันฉาย แต่เธอปิดเครื่อง โทร.ถามที่คอนโดฯก็ไม่กลับ นิคเริ่มบ่น

“อะไรกันวะคู่นี้ เมื่อคืนพี่เมฆปิดเครื่องแล้วหายตัวไป วันนี้ไอ้ซันปิดเครื่องแล้วก็หายตัวไปอีก”

“เอวาว่าเราไปคุยกับพี่เมฆให้รู้เรื่องดีกว่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

แต่ยุทธการแย้งว่าไม่มีประโยชน์ ขนาดอิงฟ้า ถามเมฆ เขายังไม่ยอมตอบ ทางเดียวที่ควรทำคือตาม หาตะวันฉายให้เจอ แต่นิคไม่รู้จะหาที่ไหน หรืออาจจะกลับเกาะ ยุทธการฉุกคิด

“พี่ว่าไม่นะ เพราะตอนมาที่นี่พี่โทร.ไปถามที่รีสอร์ตแล้ว ไม่มีการส่งเรือมารับใครพิเศษนอกจากกรุ๊ปปกติ”

“แสดงว่าซันก็ไม่ได้คิดจะกลับเกาะ แล้วมันไปไหน” เอวาสงสัย

ยุทธการคิดสักครู่แล้วนึกได้ ตนรู้แล้วว่าตะวันฉายอยู่ไหน ทุกคนมองเขาอย่างอยากรู้

ooooooo

บ้านสวนริมน้ำ ที่เป็นบ้านพักแห่งหนึ่งของครอบครัว ตะวันฉายนั่งซึมเศร้าอยู่ตรงศาลา ครุ่นคิดถึงคำพูดทุกคำของเมฆ ที่ว่าหลอกเล่นว่ารักตน น้ำตาไหลพรากออกมา ทันใดมีมือมาจับไหล่ เธอสะดุ้งเงยหน้ามอง เห็นนิค เอวา และยุทธการ ตะวันฉายลุกขึ้นโผกอดเอวาร้องไห้โฮ

“อะไรกัน นี่พี่เมฆเขาลงทุนทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นแกเหรอ” นิคฟังเรื่องแล้วไม่อยากเชื่อ

“นั่นสิ พี่ว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ”

“เขาเป็นคนพูดจากปากเขานะคะ แม้แต่การบอกเลิกเขาก็เป็นฝ่ายพูด แล้วมันจะเข้าใจผิดได้ยังไง”

เอวาถามจะปล่อยให้จบแบบนี้หรือ ตะวันฉายย้อนถาม คนไม่รักกันมีจบแบบอื่นด้วยหรือ เอวาอึ้ง... ยุทธการหยั่งเชิง อยากกลับเกาะไหม

“ไม่ดีกว่าค่ะ ตอนนี้ซันต้องการอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นที่ที่เขากับซันไม่เคยมีอดีตร่วมกัน บางทีซันอาจจะลืมเขาได้”

“ซัน แกแน่ใจนะว่าที่นี่จะทำให้แกหนีตัวแกเองพ้นน่ะ”

“ฉันจำเป็นต้องทำให้ได้เอวา”

เอวาลูบไหล่ปลอบประโลมเพื่อนรักด้วยความเห็นใจ... หลังจากนั้นไม่นาน ยุทธการ เอวา และนิคเดินออกมาจากบ้านสวน นิคเห็นยุทธการนิ่งๆไปจึงถามว่าคิดอะไรอยู่

“พี่ไม่เชื่อว่าทุกอย่างที่คุณเมฆทำมา มันคือแผน”

“ทำไมพี่ยุทธถึงเชื่ออย่างนั้นครับ”

“การกระทำไง สิ่งที่คุณเมฆทำกับผู้หญิงที่เขารักมากทั้งสองคนเหมือนกันก็คือ...เขาจะอภัยเมื่อคนที่เขารักทำผิดพลาด มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณเมฆจะแค้นฝังหุ่นกับสิ่งที่ซันทำ”

“เอวาก็คิดเหมือนกันค่ะ ถึงเอวาจะรู้จักพี่เมฆแค่ไม่กี่ปี แต่ไอ้นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นนี่มันไม่ใช่พี่เมฆ”

นิคสรุปความว่าเมฆยังรักตะวันฉาย เพียงแต่มีเรื่องไม่เข้าใจกัน เอวาเสนอต้องช่วยทำให้สองคนนี้กลับมาเข้าใจกัน นิคเห็นด้วย ยุทธการถามจะทำอย่างไรกัน สองคนหัวเราะแหะๆ

“ตอนนี้ยังนึกไม่ออกค่ะ พี่ยุทธนึกออกไหมคะ”

“พี่ถนัดแต่แผนจับโจร”

สามคนช่วยกันคิด แล้วนิคก็ดีดนิ้วเปาะ “รู้แล้วว่าจะทำไง”

ooooooo

เย็นวันนั้น เมฆเตรียมตัวจะไปเล่นดนตรี เดินผ่านห้องตะวันฉายก็หยุดชะงักมอง อิงฟ้าจูงหมอกเดินมาเห็น เธอบอกลูกให้ลงไปบอกเก่งตั้งโต๊ะอาหาร แม่ขอคุยกับพ่อสักครู่

อิงฟ้าเดินมาใกล้เมฆแล้วแกล้งเปรย “คราวนี้คุณซันคงรีบ เลยไม่ได้เก็บห้อง อย่างว่าล่ะ ถูกไล่ไปนี่”

“ผมไม่ได้ไล่”

“จริงเหรอเมฆ”

“เขามาที่นี่เอง แล้วเขาก็ไปเอง บางทีนี่อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดของเขา”

“ฟ้าเชื่อคุณซันเขาไม่อยากไปจากที่นี่หรอก แต่เป็นเพราะเมฆนั่นแหละ ทำให้เขาตัดสินใจอย่างนั้น คุณซันเขารักเมฆมากนะ เมฆสัมผัสไม่ได้เหรอ”

“เพราะเขาไม่รู้ตัวไงว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ผมถึงต้องช่วยตัดสินใจแทนเขายังไงล่ะ”

เมฆพูดจบเดินหนีไป ปล่อยอิงฟ้ายืนงงไม่เข้าใจสิ่งที่เขาบอก...

คืนนั้น เมฆเล่นดนตรีเหมือนไม่สนใจเอวากับนิค จนสองคนแอบกระซิบกัน หลังเล่นจบนิคขอเวลาคุยกับเมฆ แต่เขาจะรีบกลับ นิคจึงขอเวลาแค่ห้านาที

“งั้นพี่ก็ขอห้านาทีนี้ให้กับคนที่มีค่ากับชีวิตพี่เพราะพี่จะกลับไปใช้เวลานี้กับหมอก”

“นี่พี่เมฆโกรธซันเรื่องอะไรเหรอครับ”

“ขอโทษนะนิค แต่พี่ไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว” เมฆตัดบทแล้วเดินออกไป

เอวาถามนิค เหมือนเมฆโกรธเราสองคน นิคตอบว่าไม่เหมือน แต่โกรธเลย

“แต่จะว่าโกรธที่เราช่วยซันปิดเรื่องปลอมตัวมันก็ไม่น่าจะใช่นะ เพราะถ้าโกรธเรื่องนี้ก็น่าจะโกรธตั้งนานแล้ว”

เอวาคิดว่า ปล่อยไปแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาทาง ทำให้สองคนกลับมาคืนดีกันโดยด่วน...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ยุทธการมาหาเมฆที่บ้าน ยื่นกล่อง ของขวัญให้

“ซันเขาให้ผมเอามาให้คุณ เปิดดูสิครับ”

เมฆเปิดกล่องเห็นข้างในเป็นนาฬิกาทรายก็ ปรายตามองยุทธการทำนองถามเหตุผล...ขณะเดียวกัน เอวากับนิคอยู่ในรถ เอวาพูดใส่โทรศัพท์พากย์บทให้ยุทธการ ซึ่งใส่บลูทูธพูดตาม

“คุณลองพลิกนาฬิกานั่นสิ แล้วคุณจะรู้ว่า เวลาสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ”

“เขาเชื่ออย่างนั้นจริงๆเหรอครับ” เมฆย้อนถาม

“ถ้าไม่เชื่อเขาคงไม่ให้ผมเอามันมาให้คุณหรอก ครับ ผมถึงอยากให้คุณให้โอกาสซันอีกครั้ง ลองปรับความเข้าใจกันดู” เอวาพากย์ แต่ยุทธการฟังไม่ถนัด กลับพูดไปว่า

“ผมถึงอยากให้คุณให้โอกาสซันอีกครั้ง ลองกลับเข้าไปในรู เอ๊ะ...ว่าไงนะ”

“คุณยุทธว่าอะไรนะครับ” เมฆงง

เอวาตกใจรีบพากย์ใหม่ ยุทธการถึงพูดอีกครั้งได้ถูกต้อง ก่อนจะรวบรัดตัดความ

“เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณยังไม่ต้องให้คำตอบผมตอนนี้ก็ได้ ถามใจตัวเองดีๆว่ายังรักซันอยู่ไหม ถ้ายังรัก ผมอยากให้คุณให้โอกาสซัน ให้โอกาสตัวเองอีกครั้ง ไป เจอซันนะครับ”

เมฆนิ่งไปท่าทางจะใจอ่อน ยุทธการเป่าปากโล่งอก ลากลับออกมาขึ้นรถ นิคกับเอวารีบถามว่าเมฆตกลงหรือไม่

“ยัง แต่พี่ว่าเขาจะต้องไปแน่ๆ พี่อ่านสายตาเขาออก”

“ผมเชื่อสายตาพี่ยุทธครับ แต่ผมจะไม่เชื่อหูพี่ยุทธอีกแล้ว”

“นั่นสิ เกือบทำพี่เมฆจับได้แล้วมั้ยล่ะ”

ยุทธการยิ้มเจื่อนๆ “ก็บลูทูธพี่มันเก่า เลยได้ยินไม่ชัดน่ะสิ”

“ยังไงก็ถือว่าเราพยายามเต็มที่แล้ว คราวนี้คนต่อไปที่เราต้องจัดการต่อ ก็คือซัน”

ฟังเอวาแล้วยุทธการแอบลุ้นในใจ หวังว่าคงสำเร็จ...

ooooooo

ตอนที่ 12

หลายวันที่ผ่านมา ตะวันฉายดูแลเมฆเป็น

อย่างดี จนอาการดีขึ้น หมออนุญาตให้กลับบ้านได้...

ตะวันฉายในสภาพของสาวสวย ประคองเมฆเข้ามาในบ้าน เมฆแนะนำเก่ง

“รู้จักแฟนฉันหรือยัง”

เก่งทำหน้าตื่นเต้นแปลกใจ เมฆบอกให้เรียกว่า... คุณซัน

“โห...ชื่อเหมือนไอ้ซันเลยนะครับ”

เมฆพยักหน้ายิ้มๆ ตะวันฉายทำเสียงผู้ชายบอกเก่ง ว่าตนคือซัน เก่งตาโตนึกว่าแปลงเพศ

“ซันเป็นผู้หญิงตั้งแต่แรกแล้ว จำได้ไหมที่เคยตบหัวซันดังป้าบๆไม่มียั้งเลยอะ ตอนนั้นซันก็เป็นผู้หญิง”

เก่งทรุดฮวบคลานเข้าไปกอดขาขอโทษ เมฆทั้งหึงทั้งหวง เอ็ดตะโร

“อะไรๆๆไอ้เก่ง เคยตบหัวแฟนฉันด้วยเหรอ แล้วนี่มากอดขาแฟนฉันทำไม” เมฆยกขาจะถีบ แต่เจ็บแผลตัวงอ เก่งฉวยโอกาสวิ่งหนีร้องลั่นว่า ตนเป็นคนบ้า...

ตกกลางวัน ตะวันฉายป้อนข้าวต้มเมฆ เขากินคำก็หอมแก้มเธอที อีกคำก็หอมอีกฟอด

“ทำอะไรน่ะ...” ตะวันฉายไม่พอใจ

“ให้รางวัลที่คุณดูแลผมไง กินข้าวคำก็หอมที”

ตะวันฉายโวยให้รางวัลตรงไหน เมฆทำท่าจะหอมอีกครั้ง เธอลุกหนี

“อย่ามาฉวยโอกาสนะ นี่มาดูแลเพราะคุณบาดเจ็บเพราะช่วยฉัน ถ้ายังมาทำทะลึ่งใส่อีกฉันไปเลยนะ” ตะวันฉายลุกจะเดินหนี

เมฆเอื้อมมือห้ามแล้วร้องโอ๊ย...เจ็บแผล ตะวันฉายตกใจกลับมาดู เขารวบมือเธอทันที

“แน่ะๆๆ บอกแล้วไงว่าอย่าฉวยโอกาสอีก”

“จับมือไว้เฉยๆ กลัวหนีไปไหนอีก”

ตะวันฉายแอบยิ้มเขินๆปล่อยให้เขากุมมืออยู่อย่างมีความสุข...ตกเย็น เก่งไปรับหมอกที่โรงเรียน ตะวันฉายพาเมฆออกมานั่งรอรับในสวนหน้าบ้าน แปลกใจทำไมยังไม่กลับ สักครู่ทั้งเก่งและหมอกหน้ามุ่ยเดินเข้ามา เมฆถามไปไหนกันมา

“คุณหมอกน่ะสิครับ ไม่ยอมกลับบ้าน แกอยากจะให้ผมพาไป เอ่อ...”

เมฆถามว่าไปไหน หมอกโพล่งขึ้น “หมอกอยากไปหาแม่”

เมฆกับตะวันฉายอึ้ง หมอกเข้ามาเขย่าแขนเมฆกับตะวันฉาย ขอร้องให้พาไปหาแม่ เมฆปลอบว่าไม่นานแม่จะกลับมา หมอกร้องไห้หาว่าพ่อหลอก หลอกมาหลายวันแล้ว

“น้องหมอกครับ คุณพ่อยังไม่สบายอยู่ รอให้คุณพ่อหายก่อนนะครับ” ตะวันฉายกล่อม

“พี่ซันล่ะ พี่ซัน พี่เก่งก็พาไปได้นี่”

ทั้งเก่งและตะวันฉายยืนนิ่งพูดไม่ออก หมอกเสียใจเดินก้มหน้าเข้าบ้าน เก่งวิ่งตาม...

ตอนกลางคืน ตะวันฉายพาหมอกสวดมนต์ก่อนนอน เธอแปลกใจเห็นหมอกสวดนานผิดปกติ จึงถามว่าที่โรงเรียนมีบทสวดเพิ่มหรือ หมอกสบตาเธอเศร้าๆแล้วหันไปพนมมือ

“หลวงพ่อครับ หมอกอยากเจอแม่ หมอกคิดถึงแม่ หลวงพ่อพาแม่กลับมาหาหมอกเร็วๆนะครับ” หมอกก้มกราบสามครั้ง

ตะวันฉายใจแป้ว ดึงหมอกมากอดด้วยความสงสาร “น้องหมอกครับ พี่ซันจะช่วยขอหลวงพ่อ ให้พาคุณแม่กลับมาเร็วๆอีกคนนะครับ”

“งั้นเราบอกให้พ่อกับพี่เก่งช่วยกันขอหลวงพ่อด้วยนะครับ”

เมฆยืนมองหน้าประตู น้ำตาไหลด้วยความรักและสงสาร

ooooooo

วันใหม่ ที่ห้องสอบสวน ป.ป.ส.จ่าสมเอาจี้ของอิงฟ้ามาตรวจสอบ เห็นว่ามีไมโครชิปซ่อนอยู่จึงนำมาเปิดให้ยุทธการดูในคอม ในนั้นเป็นรายชื่อลูกค้าเต็มไปหมด เฮลมุทไม่ยอมสารภาพ อ้างว่าเพียงแค่รายชื่อจะมาเป็นหลักฐานจับตนไม่ได้ ตนจะให้ทนายฟ้อง

“มันเป็นสิทธิ์ของคุณครับ อย่าลืมฟ้อง FBI ด้วยแล้วกัน” ยุทธการโต้

“ไม่ต้องมาขู่ผม FBI มาเกี่ยวอะไรด้วย”

“เกี่ยวเต็มๆเลยล่ะครับ คุณคงไม่รู้ว่าตอนนี้คุณถูกหมายจับในฐานะที่เป็นผู้ร้ายข้ามแดน”

“อะไรกันวะเนี่ย”

“ส่วนรายชื่อพวกนี้ก็เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ สำหรับการขยายผลการจับกุมต่อด้วย”

เฮลมุทโวยวาย ยุทธการย้ำ ถ้าอยากได้คดีในประเทศไทย ตนจะจัดคดีลักพาตัว กักขัง ทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าให้ เฮลมุทโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง จ่าสมคุมตัวออกไป...

หลังจากนั้นไม่นาน ยุทธการนั่งดูแฟ้มคดีมีอิงฟ้านั่งอยู่ตรงข้าม จ่าสมยืนขนาบข้าง

“ทางเฮลมุทยอมสารภาพว่าคุณอิงฟ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมด เขาเพียงแต่หลอกใช้คุณ”

“รายชื่อลูกค้าและเอเย่นต์ของขบวนการยาเสพติดที่มันเก็บไว้ในจี้แล้วฝากไว้ที่ฟ้า โดยใช้โค้ดว่าเปเปอร์” จ่าสมเสริม

อิงฟ้าเสียใจ “ฮึ...ฟ้าโง่เอง นึกว่ามันรักฟ้า ที่แท้ฟ้าก็ไม่ต่างอะไรกับลูกน้องของมัน”

“เท่าที่รู้ เฮลมุทมีปัญหากับกลุ่มค้ายาเลยขโมยรายชื่อพวกนี้มาเก็บไว้ หวังจะเอาไปสร้างกลุ่มใหม่

แต่พอคุณอิงฟ้าหนีมาเมืองไทย มันก็เลยต้องตามหาคุณ”

“เอ๊ะ...ถ้าเป็นอย่างนั้น ฟ้าก็ไม่ได้พ้นผิดคนเดียวน่ะสิ เพราะแค่รายชื่อมันเอาผิดอะไรกับเฮลมุทไม่ได้นี่คะ”

“เฮลมุทก็พูดเหมือนคุณอิงฟ้าครับ...แต่ไม่ต้องห่วงครับ มีคนช่วยให้พวกนั้นไม่มาราวีกับคุณอิงฟ้าได้อีก”

อิงฟ้างง ยุทธการขยายความว่า ตำรวจ FBI มา รอรับตัวเฮลมุทไปดำเนินคดีต่อที่อเมริกา เพราะทางนั้นได้หลักฐานว่าเฮลมุทส่งยาเสพติดเข้าประเทศ

อิงฟ้าดีใจน้ำตาคลอ จ่าสมบีบไหล่ปลอบ “ต่อจากนี้ก็ตั้งต้นชีวิตใหม่นะลูก”

“พ่อให้โอกาสฟ้าใช่ไหมคะ” อิงฟ้าโผกอดจ่าสม

ยุทธการมองความรักของพ่อลูกอย่างตื้นตัน

ooooooo

วันนี้ หมอกยังซึมเศร้าคิดถึงแม่ เก่งชวนเข้าบ้านทานข้าวก็ไม่ไป จะนั่งรอแม่อยู่หน้าบ้านอย่างนี้ ตะวันฉายประคองเมฆเดินออกมา เมฆถามหมอกทำไมดื้อกับเก่ง

“ก็หมอกจะรอแม่นี่ครับ หมอกอยากเจอแม่ พ่อก็ไม่พาไปหาแม่” หมอกเริ่มร้องไห้

ตะวันฉายนั่งลงกอดปลอบ ว่าที่ไม่พาไปเพราะอิงฟ้ากำลังกลับมา ไม่ทันไร อิงฟ้าเดินเข้าบ้าน หมอกหันไปเห็นร้องเย้ วิ่งเข้ากอดแม่ด้วยความคิดถึง ตะวันฉายมองภาพนั้นน้ำตาซึม...อิงฟ้าหันมาเห็นตะวันฉายในสภาพผู้หญิงก็แปลกใจ

เมฆกับอิงฟ้าเข้ามาคุยกันในบ้าน  ตะวันฉายพยายาม เงี่ยหูฟังหน้าประตู หมอกเข้ามาฉุดไปเล่นด้วยกัน ด้วยความอยากรู้ว่าคุยอะไรกัน หญิงสาวถามไม่อยากเข้าไปหาคุณแม่ ไม่คิดถึงหรือ

“คิดถึงครับ แต่แม่บอกว่าเดี๋ยวคุยกับพ่อเสร็จ จะอยู่กับหมอกทั้งคืนเลย”

“แล้วน้องหมอกไม่อยากรู้เหรอครับว่าคุณพ่อกับคุณแม่คุยอะไรกัน”

“พ่อบอกว่า คนที่ชอบแอบฟังคนอื่นคือคนไม่มีมารยาท”

ตะวันฉายชะงัก แอบค้อนหมอก จำต้องเดินตามไปเล่นด้วย...

ด้านเมฆกับอิงฟ้าคุยกัน อิงฟ้ายอมรับว่าช็อกเหมือนกันเมื่อรู้ว่าซันเป็นผู้หญิง แต่ก็ดีใจที่แสดงว่าเมฆไม่ใช่เกย์

“แต่เรื่องของเรามัน...”

“จบไปแล้ว ที่ฟ้าอยากจะบอกคือ ฟ้าดีใจที่เมฆกับคุณซันรักกัน คุณซันเป็นคนดี เขาเหมาะที่จะเป็นแม่ให้หมอกมากกว่าฟ้า”

เมฆอึ้งไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน อิงฟ้าย้อนถามว่าเขารักตะวันฉายใช่ไหม เขารับว่าใช่

“ฟ้าดีใจด้วยจริงๆค่ะ จากนี้ไปฟ้าอยากให้เมฆได้พบกับความสุขเสียที แล้วคุณซันก็คงจะเป็นคนที่ทำให้เมฆมีความสุขได้” อิงฟ้ายื่นมือให้จับ “ยินดีด้วยนะคะ เพื่อนที่ดีที่สุดของฟ้า”

เมฆยิ้มจับมืออิงฟ้าเขย่าอย่างซาบซึ้ง

ooooooo

คืนเดียวกัน เมฆเห็นหมอกมีความสุขกับอิงฟ้าก็โล่งใจ ตะวันฉายเองก็ปลาบปลื้มไปด้วย เธอย่องมาดูหมอกเข้านอนที่ห้อง เจออิงฟ้ากำลังออกมา อิงฟ้าจูงมือตะวันฉายมาหน้าบ้าน

“ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ”

ตะวันฉายใจไม่ดี อิงฟ้าเอ่ย “เป็นเพราะฟ้าคนเดียวที่ทำให้ทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมด”

“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรอก”

อิงฟ้าจับมือตะวันฉายขอบคุณที่ช่วยดูแลเมฆและหมอกมาตลอด แม้ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด ตะวันฉายส่ายหน้ายิ้มๆ

“ฟ้าเห็นเมฆเขารักคุณซันมากจนยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยคุณแล้ว ฟ้าดีใจแทนคุณนะคะ” เห็นตะวันฉายจะแย้ง อิงฟ้าขัด “ฟ้าไม่คิดอะไรกับเมฆแล้วค่ะ เพราะจริงๆ สิ่งที่เมฆทำ ฟ้าก็เคยได้รับจากผู้ชายคนหนึ่ง เขาให้ฟ้ามาก แต่ฟ้าไม่เห็นค่าในสิ่งที่เขาให้เอง”

“พี่ธีใช่ไหมคะ”

“คุณรู้เรื่องนี้...”

“ค่ะ แต่ซันรู้แค่ว่าพี่ธีกับคุณมีน้องหมอก แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ธีหลังจากนั้น คุณฟ้าพอจะเล่าได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

อิงฟ้าพยักหน้า...เมื่อตอนที่เธอท้องแก่ บริษัทท่องเที่ยวของธีรภพเกิดปัญหาคราวประเทศเศรษฐกิจตกต่ำ ธีรภพจะเอาเงินครอบครัวไปช่วยพยุงบริษัท แต่เธอไม่ยอม ถกเถียงกันจนเกิดเจ็บท้องแล้วได้คลอดหมอกออกมาในวันนั้น ธีรภพสัญญาว่าจะไม่เอาเงินครอบครัวไป และจะกอบกู้ฐานะให้มั่นคงเพื่อลูก แต่แล้วไม่นาน ตนได้ยินวิวัฒน์คุยกับธีรภพว่าให้ขายหุ้นก่อนที่จะล้มละลาย แต่ธีรภพไม่ยอมเพราะรักบริษัทนี้มาก เขาบอกวิวัฒน์ว่าจะเอาเงินครอบครัวมาให้บริษัทยืม เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นค่อยทยอยใช้ เธอเสียใจมาก คืนนั้นจึงเอาสมุดบัญชีหนีไปต่างประเทศ เขียนจดหมายทิ้งไว้ว่า

...พี่ธีคะ ฟ้ารู้เรื่องหมดแล้ว ฟ้าเสียใจมากที่พี่ธีไม่สามารถดูแลฟ้ากับลูกได้ และฟ้าก็จะไม่ยอมให้พี่ธีเอาเงินก้อนนี้ไปอีกแล้ว ฟ้าต้องการใช้มันในการตั้งต้นชีวิตใหม่ เมื่อฟ้าทำสำเร็จ ฟ้าจะกลับมารับลูกไปอยู่ด้วยกัน ฝากดูแลหมอกด้วยนะคะ...

อิงฟ้าเล่าด้วยสีหน้าสะเทือนใจ “หลังจากนั้นไม่นาน ฟ้าก็ได้ข่าวว่าเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ฟ้าเป็นห่วงหมอกอยากจะกลับมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่พอรู้ว่าเมฆรับหมอกเป็นลูกบุญธรรม และยังกอบกู้บริษัทให้กลับมาอีกครั้ง ฟ้าก็วางใจว่าเมฆต้องดูแลหมอกเป็นอย่างดีไปตลอดจนกว่าเขาจะดูแลตัวเองได้”

“ถ้าคุณไว้ใจคุณเมฆ แล้วคุณกลับมาทำไมล่ะคะ”

“ฟ้าหนีเฮลมุทกลับมาค่ะ”

ตะวันฉายเห็นใจ เฮลมุทคงทำไม่ดีกับเธอ อิงฟ้าน้ำตาซึม ตนน่าจะรู้ตัวเร็วกว่านี้

“แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีแล้วนะคะ”

“ใช่ค่ะ จบลงด้วยดีที่คุณกับเมฆรักกัน ฟ้าขอให้คุณสองคนมีความสุขมากๆนะคะ”

สองสาวยิ้มให้กันอย่างมีไมตรี

ooooooo

เมื่ออาการเมฆดีขึ้น เขาก็มาเคลียร์ตัวเองกับเกริกไกรและสายรุ้ง แสดงความจริงใจที่มีต่อตะวันฉาย รับรองว่าไม่เคยล่วงเกินทำให้เธอเสียหาย

เกริกไกรกับสายรุ้งอยากเอาคืนกับลูกบ้าง จึงนัดตะวันฉายมาเจอกันที่ร้านอาหาร พอหญิงสาวมาถึง ทั้งสองก็ทำเป็นทานอาหารนิ่งๆไม่สนใจ ตะวันฉายทำเสียง อะแฮ่มๆ ก็ยังนิ่ง

“โอเคค่ะ งั้นซันลาพ่อกับแม่เลยนะคะ” ตะวันฉาย ไหว้แล้วลุกทำท่าจะเดินไป

“เฮ้ยๆๆ จะรีบไปไหนล่ะ” เกริกไกรร้องลั่น

“แหม...ก็คุณเกริกไกร คุณสายรุ้ง เล่นไม่สนใจ ซันเลย”

ทั้งสองต่อว่ายังโกรธอยู่ ที่ปล่อยให้พ่อแม่อยู่คอนโดไม่กลับมาหาบ้างเลย จนพ่อกับแม่จะกลับวันนี้แล้ว ถึงยอมโผล่มา...ตะวันฉายออดอ้อนว่าเมฆยังไม่หายจึงต้องคอยดูแล

“ได้...ถ้าชอบอยู่ที่อื่นมาก งั้นพ่อจะขายคอนโด”

“ดีค่ะ โอนคอนโดเสร็จก็โอนตังเข้าบัญชีซันเลยนะคะ”

“เย้ย...พ่อประชดนะ”

ตะวันฉายขำ “ขอโทษค่ะ พ่อกับแม่ แต่พ่อกับแม่ก็รู้นี่ว่า คุณเมฆเขาบาดเจ็บหนักเพราะช่วยชีวิตซัน ซันก็ต้องตอบแทนบุญคุณเขา”

สองคนรุมซักลูกสาว แค่ตอบแทนบุญคุณจริงหรือ  มีใจให้เขากันแน่ ตะวันฉายทั้งเขินทั้งอายหน้าแดง เหลือบตาเจอสายตาทั้งสองจ้องเขม็ง จึงอ้อมแอ้มถาม “พ่อกับแม่ว่าไงล่ะคะ”

สองสามีภรรยาสบตากันเชิงปรึกษา สุดท้ายก็ยอมให้ลูกสาวอยู่ดูแลเมฆต่อไป แต่ให้รับปากว่าจะรีบกลับบ้าน...พอทั้งสองนั่งรถออกมา สายรุ้งแซวสามีดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“ก็คุณนภทีป์เขาเป็นคนดี ไหนจะรักลูกเรามากจนยอมสละได้แม้แต่ชีวิต พ่อว่าโชคดีของซันแล้ว ที่มีคนแบบนี้มารักและลูกเราก็รักเขา”

“ซันนี่โชคดีเหมือนแม่เลยเนอะ” สายรุ้งซบไหล่เกริกไกรยิ้มอย่างมีความสุข...

ตะวันฉายกลับมา เมฆรีบถามว่าพ่อกับแม่ว่าอย่างไรบ้าง หญิงสาวตอบว่า ให้รีบกลับเกาะ เขาใจหายถามท่านไม่พอใจหรือ เธอยิ้มๆ แค่อยากให้กลับไปเยี่ยมท่านบ้าง

“ไม่หลอกผมนะ”

“ไม่แล้ว ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าการโกหกมันเหนื่อย เพราะต้องคอยระวัง กลัวความลับแตก ไม่เอาอีกแล้วล่ะ”

“ตอนนี้ผมมีความสุขที่สุดเลยรู้ไหม” เมฆขโมยหอมแก้ม หญิงสาวเขินอาย

ooooooo

โปรดิวเซอร์เอาเอกสารการเดินทางมาให้นิค เอวาเริ่มใจแป้วที่เพื่อนจะไปไกล แต่ก็ยินดีกับอนาคตของเพื่อนรัก นิคยํ้าว่าความฝันของเราสองคนกำลังเป็นจริง คือเอวาอยากเป็นครูสอนกลองที่เก่งที่สุด ส่วนเขาอยากมีอัลบั้มของตัวเอง

เมฆตั้งใจจะไปเล่นดนตรีในคืนนี้ ตะวันฉายเป็นห่วงอาสาขับรถไปให้ เขาบ่ายเบี่ยงอยากให้เธออยู่ดูแลหมอก แต่เธออ้างเหตุผลต่างๆ และมีอิงฟ้าดูแลอยู่แล้ว...พอมาถึง เอวาต่อว่าจะมาไม่บอกกล่าวกันก่อน ตะวันฉายยิ้มเขินๆ อ้างเห็นเมฆยังไม่แข็งแรงจึงขับรถมาให้

“อ้าว...ไม่ใช่กลัวผมนัดกิ๊กเหรอ”

ตะวันฉายตีแขนเมฆ “นี่คุณ...ที่ฉันพูดเพราะกลัวคุณไม่ให้ฉันมาหรอก”

เมฆทำหน้าล้อ ตะวันฉายเห็นสายตาเพื่อนๆมองชักอาย จึงขอตัวไปนั่งรอฟังเพลง นิคแซวเมฆทันทีว่าดูมีความสุขมาก เอวาขอจองเล่นดนตรีงานแต่งงาน เมฆร้อง

“เฮ้ย...นี่เล่นคิดข้ามช็อตแล้วเหรอ”

“อ้าว...นี่พี่เมฆยังไม่คิดไปถึงแต่งงานเหรอครับ”

“ใครว่า พี่คิดไปไกลกว่านั้นแล้ว”

“ฮ้า...พี่คิดถึงตอนส่งตัวเหรอครับพี่”

เมฆตบหัวนิค “ทะลึ่ง...พี่คิดไปถึงตอนที่พี่แก่ไปกับเขาต่างหาก”

นิคกับเอวาทำตาซึ้ง เมฆบอกว่าที่มาวันนี้เพราะต้องการขอความร่วมมือทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน และต้องขอให้ยุทธการมาช่วยด้วย แต่คืนนี้ตะวันฉายตามมา จึงให้เอวานัดยุทธการไปพบเขากลางดึกริมทาง ระหว่างนั้น ตะวันฉายเขียนนิยาย ไม่สนใจว่าเขาจะออกไปไหน

พอได้เจอกับยุทธการ เมฆก็ขอพูดตรงๆเรื่องตะวันฉาย ตนรักเธอและพร้อมจะดูแลเธอตลอดชีวิต แต่ตนรู้ว่าผู้ใหญ่อยากให้เขากับเธอแต่งงานกัน ยุทธการยิ้ม รับรองว่าตนเข้าใจดี การแต่งงานเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ถ้าเขาดูแลเธอไม่ดี ตนพร้อมจะดูแลเธอไม่ว่าในฐานะอะไร...นิคกับเอวามาสมทบ เมฆจึงเริ่มบอกแผนการที่อยากให้ทุกคนช่วย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมฆพาตะวันฉายกับหมอกมาเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ระหว่างนั่งดูดาว เมฆขอตัวไปเข้าห้องนํ้า จากนั้น ภาพท้องฟ้าก็มีภาพเมฆและตะวันฉายปรากฏขึ้น หญิงสาวแปลกใจ ไม่ทันไร ไฟฟอลโล่ก็ส่องไปที่เมฆซึ่งยืนถือช่อดอกไม้ แล้วไฟอีกดวงก็ส่องมาที่เธอ

เมฆเดินเข้ามาคุกเข่าตรงหน้า ยื่นแหวนและช่อดอกไม้ให้ตะวันฉาย พร้อมกับเอ่ยปาก

“แต่งงานกับผมนะ”

เมฆบรรจงสวมแหวนที่นิ้วตะวันฉาย เธอตื้นตันโผกอดเขานํ้าตาคลอ ไฟสว่างขึ้น เผยให้เห็นอิงฟ้า เอวา นิค ยุทธการ และเก่งยืนปรบมือแสดงความยินดี

“นี่ทุกคนร่วมมือกันแกล้งซันเหรอ”

“ฟ้า หมอก เก่งเพิ่งรู้เมื่อเช้าค่ะ เมฆเขาไปปลุกขึ้นมาเตี๊ยมกัน”

“ถ้างั้นพี่ยุทธ นิค เอวาก็ต้องรู้มาก่อน ร้ายจริงนะพวกนี้”

เอวาแกล้งงอนที่อยากเห็นเพื่อนมีความสุข มาหาว่าร้าย ตะวันฉายโผกอดเพื่อนเปลี่ยนมาขอบใจ ทุกคนปลาบปลื้มยินดี นิคเผลอโพล่งออกมาว่า ยินดีด้วยที่ไม่เสียเปล่า เมฆสะดุดหูหมายความว่าอย่างไร ยุทธการช่วยแก้สถานการณ์หมายถึงตะวันฉายเข้าไปหาข้อมูลแล้วได้ความรักที่ดีที่สุดมาด้วย เมฆยิ้มถามว่าจริงหรือ ตะวันฉายยังเหวอ อิงฟ้าแซวว่าอายจนพูดไม่ออก

“อ้าว...ผมทำให้ซันอายเหรอเนี่ย ผมขอโทษนะ ผมแค่อยากรู้ว่าซันได้รับความรักที่ดีที่สุดจากผมจริงๆ เหรอ แค่นั้น”

ตะวันฉายได้สติ “คุณเมฆคะ คุณคือความรัก ที่ดีที่สุดของซันจริงๆ”

เมฆโอบไหล่หญิงสาวอย่างแสนรัก หมอกยุให้พ่อหอมแก้ม เธอยิ่งอายหน้าแดง...หลังจากนั้น อิงฟ้ากับเมฆยืนมองตะวันฉายส่งเพื่อนๆขึ้นรถหน้าบ้าน เมฆเปรยออกมาว่า

“ไม่น่าเชื่อเลยนะฟ้า ตอนแรกที่ผมเจอซัน ผมไม่รู้สึกชอบเขาเลย คิดแต่ว่า เมื่อผมออกจากรีสอร์ทแล้วก็อย่าได้พบได้เจอกันอีก แต่ในที่สุด...”

“เมฆกับคุณซันก็รักกัน...ชีวิตก็เป็นอย่างนี้แหละ บางอย่างเราอาจจะกำหนด แต่หลายอย่างเราพยายามจะกำหนดแต่มันก็กำหนดไม่ได้ เพราะถ้าทุกคนขีดเส้นทางให้ชีวิตของตัวเองได้ ฟ้าคงเป็นคนแรกที่มีความสุข”อิงฟ้ายิ้มให้เมฆอย่างมิตรที่จริงใจ

ตะวันฉายรํ่าลาเพื่อนๆ นิคขอโทษที่เกือบทำเรื่อง และสัญญาจะเก็บเรื่องธีรภพเป็นความลับตลอดไป แต่ตะวันฉายไม่คิดเช่นนั้น...กลับเข้ามาในบ้าน เธอเอาแหวนหมั้นอวดรูปถ่ายธีรภพ ขอบคุณที่นำพาให้ได้มาพบรักแท้เมฆเดินเข้ามาพอดี ตะวันฉายตัดสินใจ

“คุณเมฆคะ มีเรื่องนึงที่ซันยังไม่ได้บอกคุณ”

“ไหนสัญญากันแล้วไงว่าจะไม่มีอะไรปิดบังกันอีกแล้ว”

“คุณเมฆไม่เคยถามเลยว่า ทำไมซันถึงต้องเลือกที่จะปลอมตัวเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงในบ้านคุณ...ซันมาตามหาพี่ธีค่ะ” ตะวันฉายยื่นรูปธีรภพให้เมฆ

เมฆใจหายวาบ “แล้วคุณตามหาพี่ธีทำไม”

ตะวันฉายสารภาพว่าเธอรักธีรภพสมัยยังเป็นนักศึกษา แต่ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว เมฆนิ่งอย่างน่ากลัวความรู้สึกสับสน

“ซันขอโทษนะคะ ซันไม่ได้ตั้งใจจะปิดอะไรคุณอีก แต่พอซันได้มาอยู่ใกล้คุณ ซันถึงได้รู้ว่าความรักที่

แท้จริงมันเป็นยังไง ไม่ใช่ความเพ้อฝันอย่างที่ซันเคยคิดไว้กับพี่ธี”

เมฆไม่พูดอะไร เขาผลุนผลันเดินออกไปที่รถ ตะวันฉายตกใจร้องเรียกเมฆด้วยความเสียใจ “คุณเมฆเดี๋ยวก่อน...”

ooooooo

ตอนที่ 11

ช่วงที่เมฆพักจากการซ้อมเพลงใหม่กับนิคและเอวา เก่งโทร.เข้ามาบอกเรื่องหมอกกับซันถูก คนร้ายจับไป ทุกคนตกใจมาก เมฆให้เอวาโทร.เข้าเครื่องตะวันฉายแต่โดนตัดสายทิ้ง เมฆคิดจะแจ้งตำรวจ แต่เอวานึกได้ให้โทร.หายุทธการดีกว่า เมฆแปลกใจจะมาช่วยอะไรได้

“ได้สิครับ ก็พี่ยุทธเขาเป็นตำรวจไงครับ เก่งมากด้วย” นิคจำต้องบอกความจริง

ยุทธการมาพบเมฆและทุกคนที่บ้าน โดยมีจ่าสมติดตามมาด้วย เขาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ และขอให้เมฆบอกข้อมูลทุกอย่าง

“ข้อมูล...หมายความว่าไงครับ คุณคิดว่าการที่หมอกกับซันถูกจับตัวไป พวกมันต้องการอะไรที่ไม่ใช่เงินเหรอครับ”

ยุทธการพยักหน้า “คุณอิงฟ้าตอนอยู่ต่างประเทศเธอใช้ชื่อว่าเอ็มม่าหรือเปล่าครับ”

“ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะเขาไม่เคยติดต่อมาเลย เดี๋ยวนะครับ แล้วมันเกี่ยวกับอิงฟ้ายังไง”

ยุทธการส่งรูปหญิงสาวสองคนให้เมฆดูว่าใช่คนเดียวกันหรือเปล่า เมฆดูแล้วตอบว่าใช่

“พวกค้ายาเสพติดข้ามชาติกำลังตามหาตัวเธอ และเธอคือกุญแจสำคัญ” ยุทธการแจง ทำให้เมฆ นิค และเอวาตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน...

ในขณะที่ตะวันฉายและหมอกถูกจับมาที่โกดังแห่งหนึ่ง คนร้ายซึ่งเป็นลูกน้องเฮลมุทรายงานว่าหมอกคือลูกของอิงฟ้า เฮลมุทจึงถามว่าอิงฟ้าอยู่ไหน หมอก เอาแต่ร้องไห้ ตะวันฉายข้องใจมันเรื่องอะไรกัน และบอกว่าอิงฟ้าไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้ว ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน เฮลมุทไม่เชื่อจ้องหน้าจะเอาเรื่อง

ขณะเดียวกัน ยุทธการเล่ารายละเอียด เมฆเสียใจ “ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอิงฟ้าจะเกี่ยวข้องกับพวกนั้น”

“งั้นนี่ก็คงเป็นเหตุที่คุณอิงฟ้ากลับมาที่นี่” นิคสันนิษฐาน

“ก็อาจเป็นไปได้ แล้วตอนที่คุณอิงฟ้าหนีมาที่นี่ พวกมันคงตามมาระยะหนึ่งแล้ว คุณอิงฟ้าเองก็คงได้เจอกับพวกมัน ถึงได้รีบหนีไป”

“นี่คุณรู้เรื่องทั้งหมด แล้วทำไมไม่บอกผม คุณ เห็นชีวิตพวกเราเป็นอะไร” เมฆโกรธ

“ผมขอโทษครับ ผมให้จ่าสมเฝ้าอิงฟ้าไว้ตลอด แต่ไม่คิดว่ามันจะใช้วิธีเล่นงานที่หมอก”

เมฆทุบโต๊ะโครม เอวารีบปลอบให้ใจเย็นแล้วมาคิดกันว่าจะทำอย่างไรดีกว่า

“ตอนนี้คงต้องรอพวกมันติดต่อกลับมาอย่างเดียว ผมเชื่อว่าไม่นาน เพราะเป้าหมายของพวกมันคือเอ็มม่าหรืออิงฟ้า ไม่ใช่หมอกและซัน”

“ถ้าหมอกหรือซันเป็นอะไร ผมเอาเรื่องคุณแน่”

ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของเมฆดังขึ้น เขาไม่รู้จักเบอร์นี้ เอวาชะโงกมองแล้วบอกเป็นเบอร์ของตะวันฉาย ยุทธการจึงให้เปิดสปีกเกอร์โฟน พอเมฆกดรับ เสียงหมอกร้องให้พ่อช่วยด้วย แล้วเปลี่ยนเป็นเสียงเฮลมุทกรอกเข้ามาว่า ถ้าอยากได้ลูกคืนให้เอาตัวอิงฟ้ามาแลก ยุทธการพยักหน้าให้เมฆตอบรับ เขาจึงตอบตกลงและถามที่นัดหมาย...

จากนั้น เมฆพาทุกคนมาหาอิงฟ้า เธอหน้าซีดเมื่อรู้เรื่องหมอก เมฆต่อว่าทันที

“ฟ้ารู้มาตลอดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นใช่ไหม ผมเคยถามว่าฟ้ามีปัญหาอะไร แล้วทำไมไม่บอก ฟ้าเห็นแก่ตัวมาก”

ยุทธการดึงเมฆออกมาแล้วแนะนำตัวว่าตนคือสารวัตรที่ทำคดีนี้ เขาถามเธอรู้ใช่ไหมว่าใครจับตัวหมอก ไป เธอพยักหน้าน้ำตาไหลริน ยุทธการพยักหน้าให้จ่าสมคุมตัวอิงฟ้า พอเธอเห็นหน้าจ่าสมก็ยิ่งตกตะลึง

จ่าสมกระซิบ “ไม่ต้องห่วง พ่อจะไม่บอกใคร ตอนนี้ขอแค่ได้หลานคืนก็พอ”

อิงฟ้าร้องไห้เสียใจ ให้การตามจริงว่า “เขาชื่อ เฮลมุท ที่เขาบอกฉันคือเขาเป็นนักธุรกิจเยอรมัน เขาดูชอบฉันมาก ฉันจึงคิดจะไปสร้างชีวิตใหม่กับเขา แต่พอไปอยู่ด้วยกันสักพักฉันก็รู้ว่าเขาไม่ได้มีธุรกิจอะไรเลย นอกจากคบค้ากับพวกมาเฟียที่นั่นถึงได้มีเงิน ยิ่งหลังๆ

ตำรวจเยอรมันเริ่มสะกดรอยตามฉันจนฉันทนไม่ไหวจึงขอเลิก เฮลมุทโกรธมาก ฉันจึงต้องหนีกลับมาที่นี่ แต่ไม่คิดว่าเขาจะตามมา”

นิคกับเอวาแปลกใจ แค่เรื่องสามีมาตามภรรยาทำไมต้องจับเด็ก  ยุทธการบอกว่ามันไม่แค่นั้นหรอก

แล้วถามอิงฟ้าว่าเปเปอร์คืออะไร อิงฟ้าส่ายหน้าไม่รู้ว่า

มันคืออะไรจริงๆ

เมฆขอร้องอิงฟ้า ให้บอกทุกอย่างแก่ยุทธการเพื่อหาทางช่วยหมอกกับซัน

“ฟ้าไม่รู้จริงๆนะเมฆ ถ้าฟ้ารู้ฟ้าก็บอกไปแล้วสิ”

“แล้วตอนคุณหนีมา คุณได้หยิบอะไรของพวกมันติดมาบ้างหรือเปล่าครับ” ยุทธการซัก

“ฉันก็แค่เอาเงินสดกับเสื้อผ้าติดตัวมาแค่นี้จริงๆค่ะ ถ้าคุณไม่เชื่อก็ขึ้นไปค้นได้เลย เชื่อฉันเถอะ ถึงฉันจะเลวยังไงฉันก็ไม่เคยคิดจะร่วมค้ายาเสพติดแน่นอน”

เมฆหน้าเครียดหันมาปรึกษายุทธการจะทำ

อย่างไรดี อิงฟ้าโพล่งขึ้นว่า ในเมื่อพวกมันต้องการตน

ตนก็จะไป จ่าสมตกใจรีบปรามให้เป็นหน้าที่ตำรวจ อิงฟ้าส่งสายตาวิงวอน

“เราไม่มีทางเลือกหรอกค่ะ เชื่อฉันเถอะ อย่างน้อยฉันก็อยากทำเพื่อลูกสักครั้ง”

ยุทธการถามย้ำแน่ใจหรือ อิงฟ้าพยักหน้า จ่าสม รู้สึกหวั่นใจ เขาจำต้องขับรถพาอิงฟ้าและยุทธการมา

ที่จุดนัดหมาย จ่าสมลอบมองผ่านกระจกมองหลังเห็น

ลูกสาวร้องไห้อย่างปวดใจ

ooooooo

เมฆนั่งรถตำรวจตามมาอีกคัน ยุทธการกับจ่าสมซุ่มรออยู่ ให้เมฆกับอิงฟ้าเข้าไปในโกดัง พอเจอหน้ากับเฮลมุท ทั้งสองก็ถามถึงหมอกกับซันทันที เฮลมุทขอแลกกับจี้ที่เคยให้ไว้ อิงฟ้าโวย ต้องการของที่ให้คืนถึงขนาดจับลูกของตน

เฮลมุทจับหน้าอิงฟ้า “จำไว้ อะไรที่มันเป็นของฉัน มันต้องเป็นของฉัน”

เมฆขยับเครื่องดักฟังที่ติดมาเพื่อให้ทางยุทธการได้ยินชัดเจน และพยายามต่อรองเพื่อให้เฮลมุทพูดอะไรออกมาอีก เฮลมุทตะคอกถามว่าจี้อยู่ที่ไหน เมฆจึงโพล่งขึ้นว่า อยู่ที่ตน แต่ขอให้ได้เห็นลูกกับซันก่อน ถึงจะพากลับไปเอา เฮลมุทพยักหน้าให้ลูกน้องเอาตัวทั้งสอง

ออกมา...เมฆแอบกระซิบใส่เครื่องดักฟัง ว่าพบตัวหมอกกับซันแล้ว คนร้ายมีทั้งหมดเจ็ดคนอาวุธครบมือ แล้วต่อรองกับเฮลมุท

“เอางี้นะ ฉันจะไปกับลูกน้องแก ไปเอาจี้มาให้แก แต่แกปล่อยทุกคนไปก่อนสิ จับฉันไว้คนเดียวก็พอ

แกจะจับคนอื่นไปทำไมให้เยอะแยะล่ะ”

“แล้วฉันจะไว้ใจแกได้ยังไง ฉันจับเด็กไว้เป็นตัวประกันดีกว่า”

“ไม่ได้นะ จับตัวฉันไว้ก็ได้ ปล่อยเด็กไปเถอะ” ตะวันฉายเข้าขวาง

เมฆจะเข้าไปดึงหมอกแต่ถูกเฮลมุทถีบกระเด็นออกมา ตะวันฉายร้องลั่นด้วยความเป็นห่วง อิงฟ้าอ้อนวอนให้ปล่อยลูก

“แหม รักกันจังนะ รำคาญจริงๆ ไปแกไปเอาจี้

มาได้ละ ฉันจับทุกคนไว้เป็นตัวประกันหมดแหละ ถ้าภายในหนึ่งชั่วโมงแกยังไม่กลับมา ฉันจะยิงทิ้งทีละคน” เฮลมุทสั่งเมฆ

เมฆแค้นใจ เผอิญเห็นพวกตำรวจย่องเข้ามา จึงขยับเข้าใกล้เฮลมุททำท่ากระซิบว่าขี้เกียจไป ให้ลูกน้องไปเอาดีกว่า จี้อยู่ในตู้เซฟ แล้วตะโกนให้ตำรวจบุกได้เลย เฮลมุทตกใจวิ่งหาที่กำบัง เกิดการยิงใส่กัน ตะวันฉายโอบหมอกพาหนี อิงฟ้าวิ่งตามไปด้วย เมฆ

จะตามแต่ยังฝ่าดงกระสุนไม่ได้ จ่าสมแอบตามลูกกับหลาน ทั้งสามหลบในที่ปลอดภัย อิงฟ้าเป็นห่วงลูกให้ตะวันฉายพาหมอกหนีไปก่อน แต่เธอไม่ยอม จะไปก็ต้องไปด้วยกัน จังหวะนั้น สมุนเฮลมุทโผล่มาจะยิงใส่ ตะวันฉายผลักอิงฟ้ากับหมอกออก จึงโดนยิงถากที่แขนเลือดกระฉูด เธอร้องบอกให้อิงฟ้าพาหมอกหนีไปก่อน อิงฟ้าลังเล แต่ด้วยความห่วงลูกจึงขอบใจแล้วอุ้มหมอกวิ่งไป คนร้ายเข้าจับตัวตะวันฉายไว้

จ่าสมตามมาช่วยพาอิงฟ้ากับหมอกหนีแล้ววอล์บอกพรรคพวกให้ช่วยซัน ทันใด มีเสียงปืนดังขึ้น อิงฟ้าร้องลั่น...พ่อ ระวัง!...ทั้งสองมองไป เห็นคนร้ายโดนยุทธการยิงตาย

“ขอบคุณครับสารวัตร รีบไปช่วยคุณซันเถอะครับ ทางนี้ผมจัดการเอง”

มุมหนึ่งในโกดัง สมุนลากตัวตะวันฉายมาให้เฮลมุทพร้อมรายงานว่า จับไว้ได้คนเดียว เฮลมุทโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ไม่ทันไร เมฆตามมาช่วยตะวันฉาย เกิดการต่อสู้ดุเดือด ยุทธการมาถึงยิงใส่คนร้ายที่กำลังจะยิงเมฆ พลัน เฮลมุทเล็งปืนใส่ตะวันฉาย เมฆไม่รอช้าโดดเอาตัวเข้าขวาง ถูกยิงกลางลำตัวฟุบลง ยุทธการยิงใส่มือเฮลมุทปืนกระเด็นแล้วจับใส่กุญแจมือไขว้หลัง

รถพยาบาลมาถึง เมฆถูกหามขึ้นรถ ตะวันฉายตามเกาะไม่ห่าง อิงฟ้ากอดหมอกร้องไห้สะอึกสะอื้น ยุทธการค่อยๆดึงหมอกออกมาจะพาไปหาเมฆที่โรงพยาบาลเพื่อไม่ให้เห็นแม่ถูกจับกุม จ่าสมจำต้องใส่กุญแจมือลูกและปลอบว่า อย่ากลัว ขอให้พูดความจริง ลูกจะไม่เป็นอะไร สองพ่อลูกน้ำตาไหลริน

ooooooo

ตะวันฉายจับมือเมฆไว้ตลอดเวลา ร้องไห้พร่ำบอกเขาต้องไม่เป็นอะไร ต้องเข้มแข็ง ทุกคนตามมาถึงโรงพยาบาล ยุทธการเห็นความห่วงใยของตะวันฉายที่มีต่อเมฆ ก็รู้ซึ้งถึงใจเธอ

เมฆถูกส่งเข้าห้องผ่าตัด ตะวันฉายแทบจะตามเข้าไปด้วย แต่ถูกพยาบาลดึงตัวมาทำแผลที่ถูกยิง เธอพนมมือภาวนาขอให้วิญญาณธีรภพช่วยคุ้มครองเมฆด้วย...ไม่นาน หญิงสาวเดินออกมาด้วยใบหน้าเศร้า หมอกเข้ามาเกาะถามถึงเมฆ เธอตอบว่ากำลังผ่าตัดอยู่ พอเห็นหมอกร้องไห้ หญิงสาวทรุดลงกอดปลอบว่า พ่อจะต้องหายมาเจอกับเขาแน่ๆ

เวลาผ่านไป ทุกคนฟุบหลับอยู่หน้าห้องผ่าตัด ตะวันฉายฝันไปว่าธีรภพมาหาในชุดขาวบริสุทธิ์ มาขอบคุณที่เธอช่วยชีวิตหมอก

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่ว่า...คุณเมฆน่ะสิ ตอนนี้กำลัง...”

“กำลังอะไร...” เมฆเดินเข้ามาในชุดขาวเช่นกัน

ตะวันฉายตกใจ ทำไมเมฆมาอยู่ตรงนี้ เมฆยิ้มกวนๆแล้วบอกว่าตนมาหาพี่ชาย เธอตกใจร้องลั่น ไม่ได้ เขามาหาธีรภพไม่ได้

“นี่...เธอจะบ้าเหรอ พี่น้องกันก็ต้องไปด้วยกันสิ ใช่ไหมครับพี่ธี”

“ใช่ ได้เวลาแล้ว ไปกันเถอะ ซัน...พี่ฝากหมอกด้วยนะ” สองหนุ่มเดินห่างออกไป

ตะวันฉายร้องลั่น “ไม่...คุณเมฆอย่าไป ฉันขอร้องล่ะ คุณเมฆ...”

ตะวันฉายส่งเสียงออกมาจนทุกคนสะดุ้งตื่น ยุทธการรีบปลุกเธอถามฝันร้ายหรือ หญิงสาวหน้าเสีย ร้องไห้บอกเอวาว่า ธีรภพมาเอาตัวเมฆไป ไม่ทันไร หมอออกมาบอกทุกคนว่า

“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ”

ทุกคนร้องเฮ นิคชมว่าฝันร้ายของตะวันฉายกลายเป็นดี เธอดีใจน้ำตาไหลพราก

“ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ...คุณหมอก คุณพ่อปลอดภัยแล้วครับ ดีใจไหม”

หมอกจ้องหน้า “เมื่อกี้พี่ซันพูดนะคะคุณหมอ”

ตะวันฉายทำหน้าไม่ถูก ยุทธการ เอวาและนิคหัวเราะขำๆ

ขณะเดียวกัน สายรุ้งรู้สึกใจคอไม่ดี โทร.หาตะวันฉายก็ไม่เปิดเครื่อง จึงรบเร้าเกริกไกรติดต่อลูกให้ได้ เขานึกถึงยุทธการ ระหว่างนั้นยุทธการกำลังจะกลับพอรับสายแทบช็อก

“อารุ้งเขาอยากรู้ว่าลูกสาวคนสวยแสนซนของอาเป็นไงบ้าง เพราะเราติดต่อซันไม่ได้”

ยุทธการตอบอึกอักว่าเธอยุ่งมาก สายรุ้งดึงโทรศัพท์มาคุยเอง “ยุทธ อารุ้งนะ ซันเขายุ่งอะไรอีกแล้วถึงกับต้องปิดมือถือ คอนโดฯก็ไม่กลับ ตกลงเขากำลังทำอะไรกันแน่”

ยุทธการอ้ำอึ้ง สายรุ้งคาดคั้นถ้าปิดบังตนจะเข้ากรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ ชายหนุ่มตัดสินใจบอกความจริงว่าตะวันฉายโดนยิง สายรุ้งตกใจเป็นลมร่วงไป...

ยุทธการเครียดจะบอกตะวันฉายอย่างไรดี ยิ่งเห็นท่าทีเธอมีความสุขที่เมฆปลอดภัย เขาก็ยินดีด้วยไม่อยากให้เธอร้อนใจ ตะวันฉายเป็นห่วงความรู้สึกเขาอยากขอโทษ แต่เขากลับบอกว่า

“เวลาจะดูพี่ว่ามีความสุข ซันรู้ไหมว่าต้องดูจากอะไร...ก็ดูจากรอยยิ้มของซันไง ถ้าซันมีความสุข พี่ก็จะสุขไปด้วย เหมือนอย่างตอนนี้ไง พี่ดีใจนะที่ซันมีความสุข พี่ไปละนะ”

ตะวันฉายยิ้มให้แล้วแยกมาดูเมฆในห้องพักฟื้น เธอกุมมือเขารำพึง “ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉัน ฉันจะดูแลคุณเอง”

ยุทธการยืนมองหน้าห้อง เขายิ้มๆแล้วตัดใจเดินจากไป

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมฆฟื้นขึ้นมา เห็นตะวันฉายกุมมือตนฟุบหลับอยู่ข้างเตียง เขาปลื้มใจบีบมือเธอเบาๆ ตะวันฉายงัวเงียตื่นขึ้นมาเห็นเขามองอยู่ก็ดีใจ เผลอกุมมือเขายกขึ้นพอรู้สึกตัวรีบปล่อย

“คุณเมฆเป็นไงบ้างครับ เจ็บไหม”

เมฆแกล้งร้องว่าเจ็บมาก ตะวันฉายตกใจก้มลงสำรวจว่าแผลเขาเป็นอย่างไรบ้าง เมฆรั้งตัวเธอไว้ หน้าประชิดกัน “แต่พอมีนายมาอยู่ใกล้ๆ ความเจ็บก็หายไปหมด”

“คุณหลอกผม” ตะวันฉายเขินลงนั่งหน้างอ

“ถ้าหลอกแล้วรู้สึกดีๆต่อกัน ฉันก็ว่าหลอกกันต่อไปจะดีไหม”

“คุณว่าการหลอกกันมันจะเป็นความสุขที่แท้จริงเหรอครับ” ตะวันฉายหลบตาถอนใจ

“ซัน...ถ้านายไม่มีความสุขกับการหลอก ก็มาอยู่กับความจริงสิ”

ตะวันฉายไม่เข้าใจ เขาจึงโพล่งออกมา “แต่ฉันเข้าใจคุณนะ...คุณตะวันฉาย”

“เอ่อ...เอ่อ คุณ...คุณเมฆพูดอะไรครับ”

“คุณบอกเองว่าไม่อยากจะหลอกกันอีกแล้วไม่ใช่เหรอ”

“นี่คุณรู้ว่าฉันคือ...” เมฆสวนว่าผู้หญิง ตะวันฉายหน้าเจื่อน “คุณรู้เหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่...”

เมฆอมยิ้มกรุ้มกริ่ม คราวชนกันที่โรงพยาบาลตอนหมอกจะตกเตียง ตะวันฉายหน้าแดงเพราะวันนั้นหน้าอกเธอกระทบแขนเขา

“อ๊าย...พอแล้ว ไม่ต้องเล่าแล้ว นี่แสดงว่าตลอดเวลาคุณก็หลอกฉัน”

“อ้าว...ก็คุณหลอกผมก่อนนี่”

“ก็จริงนะ ฉันเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แล้วคุณไม่โกรธฉันเหรอ”

“ตอนไม่รู้ว่าคุณเข้าบ้านผมทำไมก็โกรธนะ แต่พอรู้แล้วก็ไม่โกรธ”

ตะวันฉายยิ่งตกใจที่เขารู้ว่าเข้ามาสืบเรื่องธีรภพ แต่ปรากฏว่า เขาเข้าใจเป็นเธอมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กหาข้อมูลเขียนนิยาย เขาฉุกคิด ไม่เห็นมีเรื่องเด็กในนิยายของเธอหรือมีจุดประสงค์อื่น

“เอ่อ...ไม่ใช่ค่ะ ฉันก็เข้ามาหาข้อมูลจริงๆ”

“นั่นไงผมถึงไม่โกรธ เพราะคิดว่าคุณคงติงต๊อง แยกไม่ออกระหว่างชีวิตจริงกับนิยาย”

ตะวันฉายฉุน หยิกแขนเขายกใหญ่ “มาว่าฉันติงต๊องเหรอ ที่เกาะบ้านฉันน่ะ ฉันสวยแสนซนปนน่ารัก เรื่องอะไรมาว่าฉันติงต๊อง”

“โอ๊ย...ผมยังพูดไม่จบ ถึงคุณจะติงต๊อง แต่ผมก็ชอบคุณนะ...คุณชอบผมไหม” เมฆจับมือตะวันฉายมาหอม “ว่าไงล่ะ ผมรอฟังความจริงจากคุณอยู่”

เธอชะงักอายหน้าแดง ไม่ทันจะตอบ นิค เอวาและหมอกโผล่พรวดเข้ามา สองคนผละออกจากกัน หมอกโผเข้ากอดเมฆหอมกันยกใหญ่ ทุกคนมองด้วยความตื้นตัน

ooooooo

ในห้องสอบสวน อิงฟ้าให้การเรื่องเฮลมุทแก่ยุทธการและจ่าสมอย่างหมดเปลือก ยุทธการรับทราบว่าเธอไม่เกี่ยวข้องเรื่องค้ายาของเฮลมุท แต่ต้องควบคุมตัวเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของเธอ และไว้เป็นพยาน อิงฟ้าเข้าใจดี

“ฟ้ารู้สึกผิด ที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน ฟ้าขอโทษนะคะคุณยุทธ...พ่อ” อิงฟ้าสบตาจ่าสม

ยุทธการพยักหน้า จ่าสมจึงเข้าจับไหล่ลูกสาว “ไม่ใช่ความผิดของฟ้านะลูก ฟ้าไม่ได้ทำร้ายใคร แล้วฟ้าก็พยายามช่วยลูกของฟ้าไว้อีกด้วย ฟ้าทำดีที่สุดแล้ว”

อิงฟ้ารับรู้ถึงความรักของพ่อ จึงแนบหน้าลงกับมือพ่อนํ้าตาไหลริน...จากนั้นจ่าสมก็หันมาขอโทษยุทธการที่ปิดบังเรื่องอิงฟ้าเป็นลูก

“ไม่เป็นไรหรอกจ่า ผมเข้าใจ ถ้าผมเป็นจ่าผมก็อาจจะทำแบบจ่าก็ได้ ในสายตาผมจ่าเป็นตำรวจที่ดี และก็เป็นพ่อที่ดีด้วย”

“พ่อที่ไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่พ่อเลยน่ะเหรอครับ”

“พ่อที่ไม่ทิ้งลูกไปไหน แม้ว่าลูกจะทำผิดแค่ไหนก็ตาม ส่วนโอกาสจ่าก็มีแล้วนี่ไง”

จ่าสมหันไปมองอิงฟ้า เธอยิ้มให้ เขารับรู้ถึงความรักที่ลูกส่งมา ทำเอานํ้าตาไหล...

เสร็จงาน ยุทธการเดินร้อนรนมาที่โรงพยาบาล เพราะเกริกไกรกับสายรุ้งมาถึง เขาพยายามบอกว่าตะวัน-ฉายไม่เป็นอะไรมาก กระสุนแค่ถาก แต่สองคนไม่ยอมจะพบลูกให้ได้

“โอ๊ย...จะบอกซันไงดีวะเนี่ย” ยุทธการพึมพำ

พอมาถึงหน้าห้อง สายรุ้งเอะใจ “เดี๋ยวนะยุทธ ทำไมชื่อหน้าห้องเป็นชื่อคุณนภทีป์ล่ะ”

“คือคนโดนยิงหนักน่ะคุณเมฆครับ  ของซันแค่ถาก”

“แล้วซันกับคุณนภทีป์ไปเกี่ยวข้องกันยังไง”

ยุทธการตอบไม่ถูก สองคนจึงเคาะประตูเปิดเข้าไป ทุกคนในห้องตกตะลึง เกริกไกรกับสายรุ้งเห็นลูกสาวอยู่ในชุดผู้ชาย

“นี่มันอะไรกัน...ทำไมแต่งตัวแบบนี้”

ตะวันฉายถูกซักถามจนตอบไม่ทัน ยุทธการหน้าเสียเอ่ยปากขอโทษ หญิงสาวสบตากับเมฆปริบๆ...ตะวันฉายกับยุทธการพาเกริกไกรกับสายรุ้งออกมาคุยกันในสวนของโรงพยาบาล ตะวันฉายสารภาพแล้วกราบขอโทษ

“ปลอมตัวเป็นผู้ชาย มาเป็นคนใช้ในบ้านคนอื่นเพื่อเขียนนิยาย ชีวิตลูกนี่มันนิยายชัดๆเลย ไปจำจากนิยายเล่มไหนมาน่ะ” เกริกไกรค่อนขอด

ตะวันฉายหลบตาพ่อ “จริงๆมันก็หลายๆเล่มรวมกัน”

“ซัน...พ่อกับแม่ไม่ตลกด้วยนะ”

สายรุ้งหันมาเอ็ดยุทธการน่าจะปรามกันบ้าง ตะวันฉายออกรับแทนว่า ยุทธการไม่ผิด เพราะเขาก็เพิ่งรู้เรื่อง เกริกไกรสรุปให้กลับไปเขียนงานต่อที่บ้าน ตะวันฉายอิดออดเพราะเมฆยังป่วยอยู่ สายรุ้งถามลูกสาวไม่อยากกลับหรือ เธอนิ่งอึ้ง สองสามีภรรยาสบตากันเหมือนรู้ซึ้งความรู้สึกของลูกสาว...

ในห้องคนไข้ นิคกับเอวาอธิบายเรื่องต่างๆให้หมอกเข้าใจ หมอกหันมองเมฆ

“งั้นที่พี่ซันต้องปลอมเป็นผู้ชายก็เพราะกลัวพ่อจะรู้ว่า เป็นคนที่เคยทะเลาะด้วย”

“ถูกต้องค่ะ น้องหมอกนี่ฉลาดจัง”

“แล้วน้องหมอกโกรธพี่ซันไหมครับ ที่ไม่ได้บอกความจริง” นิคหยั่งเชิงถาม

หมอกส่ายหน้า “พ่อบอกว่าคนเราเขาจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่ต้องเป็นคนดี พี่ซันเป็นคนดี ยังไงหมอกก็รัก... ใช่ไหมครับพ่อ”

เมฆไม่ทันฟังเอาแต่ชะเง้อมองที่ประตู “ทำไมเขาไปคุยกันนานจัง นิคไปดูหน่อยสิ”

ไม่ทันไร ยุทธการกับตะวันฉายเดินเข้ามา เธอบอกเขาว่าพ่อกับแม่กลับไปแล้ว เมฆร้อนใจถามท่านว่าอย่างไรบ้าง ยุทธการตอบแทนว่า ท่านทั้งสองอนุญาตให้ตะวันฉายดูแลเขาต่อไป เมฆยิ้มด้วยความดีใจ

นิคเดินตามยุทธการและเอวาพาหมอกกลับบ้าน เขาสงสัยทำไมพ่อแม่ตะวันฉายถึงยอม

“แปลกเหรอ แต่พี่ว่าถ้าไม่ให้อยู่สิถึงจะเรียกว่าแปลก”

“พี่ยุทธหมายความว่ายังไงคะ”

“พี่รู้จักครอบครัวนี้ดีมาก คุณพ่อคุณแม่ซันน่ะ ยังไงก็เคารพการตัดสินใจของซัน ดีไม่ดีพี่ว่าท่านดูออกนะ ว่าสองคนนั่นรู้สึกยังไงต่อกัน แล้วคุณเมฆแกก็คงเป็นที่ประทับใจอาเกริกกับอารุ้งอยู่บ้างแหละ”

“ก็จริงนะคะ ถ้าใครที่รู้เรื่องของพี่เมฆแล้วไม่รักก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว”

นิคแทรกขึ้นว่าให้รอข่าวดี หมอกถามว่าพ่อกับพี่ซันจะแต่งงานกันหรือ นิคร้องเฮ้ย...บอกหมอกหยุดฉลาดบ้างก็ได้ ทุกคนหัวเราะกันสนุกสนาน

ooooooo

ตอนที่ 10

วันต่อมา หมอกเล่นซ่อนแอบกับตะวันฉาย วิ่งไปแอบแถวบ้านพักของเฮลมุท ถูกสมุนไล่ให้ออกห่างๆหมอกวิ่งหนีชนเข้ากับเฮลมุทอย่างจัง เขามองถมึงทึง จนหมอกกลัววิ่งกลับไป

ยุทธการเดินเข้ามาบริเวณลอบบี้ เกริกไกรกับสายรุ้งเห็นทักทายล้อๆว่าคิดถึงตะวันฉายมากหรือ กลับไปเดี๋ยวเดียวก็มาอีก เขายิ้มเขินๆไม่อยากบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเธอ เกริกไกรพายุทธการมาที่มุมเขียนหนังสือของตะวันฉาย

“มีแขกคนสำคัญจะขอเช็กอินครับคุณตะวันฉาย”

พอตะวันฉายเงยหน้ามามอง “แขกคนนี้คงต้องเช็กอินกับพ่อมั้งคะ”

“แต่ถ้าจะเช็กอินตลอดชีวิตน่ะ ต้องเช็กอินกับคุณตะวันฉายเท่านั้น”

ตะวันฉายเคืองหันมองแม่ สายรุ้งส่ายหน้า ตนไม่เกี่ยวห้ามไม่ทัน ยุทธการบอกตะวันฉายว่ามีเรื่องอยากคุยด้วย ทั้งเกริกไกรและสายรุ้งช่วยกันดันยุทธการเข้าไปหาลูกสาวแล้วขอตัวไปทำงานต่อ เหมือนเปิดทางให้...ยุทธการเปิดฉากถามทันทีว่า วันก่อนที่ตนโทร.มา เหมือนได้ยินเสียงเมฆ ไม่ทันที่เธอจะตอบ หมอกวิ่งเข้ามากอดตะวันฉายแล้วทัก

“อายุทธพี่ชายพี่ซันใช่ไหมครับ”

ยุทธการมองหน้าตะวันฉาย เธอส่ายหน้าอย่างร้อนรน จังหวะนั้น เมฆวิ่งเข้ามาอีกคน

“นั่นสิ...ใช่จริงๆด้วย มาที่นี่ได้ไงเนี่ย แหม...ดูเหมือนจะเจอไปทุกที่เลยนะครับ”

ตะวันฉายหน้าเสีย ขยิบตาให้ยุทธการรับมุก “อ้าว นายยุทธรู้จักกับคุณเมฆด้วยเหรอ”

ยุทธการตอบรับงงๆ เมฆยิ้มกริ่มแกล้งถามถึงซัน มาด้วยหรือเปล่า หมอกได้ยินชื่อซันก็ดีใจมองหา ยุทธการเริ่มเข้าใจสถานการณ์ รีบบอกว่าซันอยู่ช่วยงานที่บ้าน เมฆถามแล้วเขามาทำอะไรที่นี่ ตะวันฉายแทรกตอบแทนว่าเป็นพนักงานที่นี่

“งั้นดีเลย ผมมีงานให้ทำ ไม่รู้ทางรีสอร์ทจะว่าอะไรหรือเปล่า”

ตะวันฉายเออออ แต่ก็แอบมองว่าเมฆคิดอะไรอยู่...เมฆแกล้งให้ยุทธการเป็นคนเล่นน้ำทะเลกับหมอก ตะวันฉายยืนมองยิ้มๆ เมฆแซว

“ดูคุณจะมีความสุขเหลือเกินนะ ดูลูกผมเล่นน้ำเนี่ย ถูกใจอะไรนักหนา”

“ฉันชอบเห็นคนมีความสุขนี่คะ หรือว่าคุณไม่”

“ถ้าไม่ใช่นายยุทธ เธอจะมีความสุขอย่างนี้หรือเปล่าล่ะ”

ตะวันฉายอึ้ง พยายามข่มอารมณ์ไม่ต่อปากต่อคำ เมฆกลับยิ่งได้ใจ เธอหมั่นไส้จะวิ่งไปเล่นกับหมอก แต่พลาดเหยียบก้อนหินล้มเลือดไหล เมฆตกใจเข้าไปอุ้มเธอกลับมานั่งเก้าอี้ ยุทธการตามมา เห็นถึงความห่วงใยของเมฆ เขาล้างแผลเธอด้วยน้ำเปล่าแล้วหันมาขอให้ไปเอายาที ตะวันฉายมองความร้อนรนห่วงใยของเมฆอย่างซึ้งใจ

ooooooo

ด้านอิงฟ้า หงุดหงิดที่ติดต่อเมฆไม่ได้ ไม่รู้ว่าพาลูกไปไหนกลับเมื่อไหร่ ถามเก่งก็ตอบว่าถ้าเมฆไปไหนแล้วมีความสุขหรือสนุก จะลืมหมดทุกอย่าง อิงฟ้ายิ่งหงุดหงิดกว่าเดิม เธอโทร.เรียกบริการแท็กซี่มารับ โดยไม่รู้ว่าจ่าสมสะกดรอยตามไม่ห่าง

เมื่อเมฆเห็นยุทธการแย่งใส่ยาที่แผลให้ตะวันฉาย ก็หมั่นไส้เดินหนีไปอย่างโกรธๆ ตะวันฉายงงทำไมเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ยุทธการพอเข้าใจ

“นายเมฆนั่น เขาดูเป็นห่วงซันนะ”

“ทำไมพี่ยุทธคิดอย่างนั้นล่ะคะ ซันไม่เห็นรู้สึกเลย เขาชอบกวนประสาทซันตลอดเวลา”

“ไม่รู้สิ ก็พี่เห็นสายตาท่าทีเขาแล้ว มันมีบางอย่างที่มากกว่าธรรมดา แน่ใจเหรอว่าเขาจำซันไม่ได้”

ตะวันฉายนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า เมฆคงจำตนไม่ได้ เพราะถ้าจำได้คงพูดออกมาแล้ว...เวลาผ่านไป ตะวันฉายกับยุทธการมาดูแลหมอกวาดภาพเล่น เมฆแกล้งใช้ยุทธการให้ไปเอาขนมกับน้ำ ตะวันฉายอาสาไปเอง แต่ยุทธการขัดว่าไม่เป็นไร

พอยุทธการไปแล้ว เมฆก็เล่นกีตาร์เพลงที่ตะวันฉายแต่งกับเขา แล้วเปรยว่า เพลงนี้มีคนช่วยตนแต่งจนเสร็จ ตะวันฉายแกล้งถามว่า ดูเขาจะชื่นชมคนแต่งเพลงนี้เหลือเกิน

“ใช่ แต่ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว ผมไม่รู้จะทำยังไงให้เขากลับมา...พรุ่งนี้ผมก็ต้องกลับแล้ว คุณอยู่เป็นเพื่อนผมจนกว่าผมจะกลับกรุงเทพฯได้ไหม ตะวันฉาย”

สองคนเผลอสบตากันซึ้งๆ ตะวันฉายเรียกสติตัวเองกลับมาไม่ให้หวั่นไหว เผอิญหมอกเข้ามายื่นรูปที่วาดให้ดู สองคนชะงัก หันมาสนใจหมอก

“หมอกวาดรูปพ่อ หมอกแล้วก็พี่ตะวันฉายด้วยครับ สวยไหม”

ตะวันฉายมองแล้วน้ำตาคลอ ชมเขาวาดเก่งมาก เธอหอมแก้มหมอก จังหวะเดียวกับที่เมฆหอมหมอกเช่นกัน ยุทธการถือถาดเข้ามาเห็นภาพนั้นคาตา เขาสะเทือนใจหันหลังกลับไป

ตกเย็น หมอกยังคงวิ่งเล่น เมฆประคองตะวันฉายเดินตาม หมอกร้องให้เธอมาเล่นด้วย

“พี่ซันเขาเจ็บเท้าลูก หมอกอย่าวิ่งเดี๋ยวหกล้ม” ตะวันฉายสะดุ้ง เมฆนึกได้ว่าหลุดปาก“เออ...โทษที ชื่อมันติดปากผมน่ะ ซันเป็นพี่เลี้ยงนายหมอก คนที่ช่วยผมแต่งเพลงนี้แหละ”

ตะวันฉายสะกิดใจ เข้าใจว่าเขาเป็นเกย์เข้าไปใหญ่ เมฆเล่าถึงตอนที่ซันอยู่ ตนชอบชวนทะเลาะ แต่พอไม่อยู่ ตนก็รู้ว่าต้องการเขามากแค่ไหน ตะวันฉายเผลอสบตาเมฆเหมือนอยู่ในภวังค์ เมฆยื่นหน้าเข้าใกล้ พลันหมอกวิ่งมาชน ตะวันฉายหน้าทิ่มไปจุ๊บปากเมฆ เธอผงะหน้าแดงเป็นลูกตำลึง รีบขอตัวเดินหนีไปทันที เมฆอมยิ้มรู้สึกมีความสุข

ตะวันฉายยิ้มเขินเดินมาเจออ้อ อ้อถามทำไมหน้าแดงไม่สบายหรือเปล่า เธออึกอักอ้างตากแดดมากไป อ้อแปลกท่าทีขวยเขินของตะวันฉาย

ขณะเดียวกัน เอวาพอรู้ว่านิคมีใจให้ก็คอยหลบหน้าหลบตาจนนิคอึดอัดใจ ขอลาออก เอวาใจหายหันมาจับเข่า คุยกัน นิคสารภาพว่า ตนรู้มาตลอดว่าเอวารักยุทธการ ตนพยายามไม่คิดอะไร แต่ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ทางที่ดีที่สุด อย่าเจอกันอีกเลยดีกว่า

“แล้วแกคิดว่า แกไปแล้วฉันจะมีความสุข กินอร่อย เที่ยวสนุก ชีวิตดีขึ้นกว่าตอนแกอยู่รึไงหา...แกเห็นแก่ตัวมากเลยนะนิค ฉันเองก็รักพี่ยุทธ แต่ฉันยังไม่เคยคิดจะหนีหน้าเขาไปไหนเลย สำหรับฉัน การรักใครซักคนมันคือการอยากเห็นคนที่ฉันรักมีความสุข แต่กับแก แกบอกว่ารักฉัน แต่กลับเลือกที่จะทิ้งฉันไป นี่มันรักภาษาอะไรของแกหา”

“ฉันขอโทษ ฉันคิดว่าฉันทำให้แกอึดอัดใจ”

“ฉันจะอึดอัดมากถ้าแกเปลี่ยนไป อีกอย่างเดี๋ยวแกก็ต้องไปเมืองนอกแล้ว ให้ฉันได้ทำงานกับเพื่อนรักของฉันจนกว่าจะถึงวันนั้นได้ไหม”

นิคสบตาเอวาก่อนจะยิ้มออกมา “เพื่อนรักขอมาขนาดนี้ ฉันจะปฏิเสธยังไงได้วะ”

เอวาโอบไหล่นิคด้วยความดีใจ บรรยากาศดูคลี่คลายไปในทางที่ดี

ooooooo

คืนนี้ ที่รีสอร์ทมีงานเลี้ยงพนักงาน เกริกไกรชวนเมฆกับลูกมาร่วมงานด้วย ตะวันฉายต้องเป็นคนดูแล อ้อดี๊ด๊าขอให้เมฆขึ้นร้องเพลงบนเวที ตะวันฉายทำทีบ่น

“ช่วยบอกล่วงหน้าด้วยนะคะ จะได้เตรียมสำลีมาอุดหูทัน”

เมฆหมั่นไส้ ทำท่าอยากเขกหัวเธอ...เมฆขึ้นเตรียมพร้อมบนเวที ก่อนเริ่มบรรเลงกีตาร์ เขาเกริ่น เพลงที่จะเล่นเป็นเพลงที่ตนแต่งร่วมกับใครคนหนึ่ง ถ้าไม่ไพเราะช่วยทนฟังกันหน่อย ตะวันฉายทำเป็นไม่สนใจ เดินเลี่ยงไปจุดลับตาคน ฟังเพลงที่เมฆเล่นอย่างปลาบปลื้ม เกริกไกรกับสายรุ้งมองอากัปกิริยาของลูกสาวอย่างสงสัย สายรุ้งถอนใจเสียดายที่เมฆมีครอบครัวแล้ว

หลังจบงาน หมอกตามตะวันฉายมาที่มุมทำงานของเธอ นั่งเล่นอะไรอยู่คนเดียว เมฆเกากีตาร์ร้องเพลงเหมือนบอกความในใจ ตะวันฉายฟังแล้วไม่อาจเก็บความในใจไว้ได้น้ำตาคลอ เมฆวางกีตาร์หันมากอดเธอและซับน้ำตาให้ ทั้งสองสบตากันโดยไม่พูดจา แต่เข้าใจถึงความรู้สึกของกันและกันชัดเจน ยุทธการผ่านมาเห็นภาพบาดตา เขาสะเทือนใจอย่างมาก
เห็นว่าดึกมากแล้ว ตะวันฉายไล่ให้เมฆกลับ แต่เขาเดินตามมาส่งเธอถึงหน้าบ้าน

“ผมก็ไม่ได้อยากจะอยู่นักหรอก แค่จะมาบอกว่า ที่ผมรู้ว่าคุณเขียนนิยายก็เพราะพ่อแม่คุณเล่าให้ฟัง หายคาใจแล้วใช่ไหม”

“ไม่ต้องมาซ้ำเติมฉันหรอก”

“ที่ผมมาส่งคุณก็เพราะเป็นห่วงหรอกนะ กลัวคุณจะโดนงูทะเลกัดน่ะ”

“แต่ดันเจอผีทะเลอย่างคุณไง”

เมฆเห็นดอกไม้ร่วงมาติดผมเธอ จึงเอื้อมมือไปจะหยิบออก ตะวันฉายหลบคิดว่าเขาจะทำอะไร แต่พอเห็นดอกไม้ในมือเขา เธอก็อึ้งหยิบดอกไม้ในมือเขา เมฆรีบกุมมือเธอแล้วจ้องตาซึ้งๆ ตะวันฉายไม่อาจละสายตาจากเขาได้

“ฉันทำอะไรแย่ๆกับคุณไว้ตั้งเยอะ คุณคงไม่อยากกลับมาที่นี่อีกใช่ไหม”

“ถ้าใช่...แล้วคุณจะทำยังไงให้ผมกลับมาอีกล่ะ” เมฆขยับเข้าประชิด โน้มหน้าเข้าใกล้

ตะวันฉายนิ่งอึ้ง ทันใด เสียงหมอกอ้อแอ้ว่าง่วงนอน ทั้งสองผละออกจากกัน ตะวันฉายขวยเขิน เมฆอุ้มหมอกขอตัวพาไปนอน เธอยิ้มให้เขาเก้อๆ แต่ในใจ อิ่มเอมไปด้วยความสุข

ooooooo

วันรุ่งขึ้น อ้อเห็นยุทธการถือกระเป๋าจะกลับกรุงเทพฯ ก็จะไปตามตะวันฉายมาส่ง แต่เขาห้ามไว้ และฝากลาเกริกไกรกับสายรุ้งให้ด้วย ไม่ทันไร อ้อเดินมาเจอตะวันฉายปลอบหมอกที่โยเยไม่อยากกลับอยู่ จึงรีบบอกว่ายุทธการกลับไปแล้ว หน้าตาดูหมองๆ เหมือนน้องหมอกตอนนี้

หมอกให้รูปที่วาดไว้เป็นที่ระลึก ตะวันฉายมองน้ำตาไหลไม่รู้ตัว เมินหน้าเดินหนี เมฆฝากหมอกไว้กับอ้อแล้วเดินตามเธอไป เมฆบอกเธอว่าหมอกมีความสุขมากและคงคิดถึงเธอ

“ฉันก็คงคิดถึงคุณหมอกมากเหมือนกัน”

“แล้วไม่คิดถึงคนอื่นบ้างเหรอ”

“ฉันมีงานต้องทำเยอะแยะ ไม่มีเวลาคิดถึงใครหรอก”

“แต่ผมจะคิดถึงที่นี่มากเลยนะ มีคนคนนึงเข้ามาในชีวิตผม บางทีก็กวนประสาทเหลือเกิน แต่บางทีเขาก็ทำให้ผมรู้ว่าชีวิตมีค่ามากแค่ไหน แล้วเขาก็จากไปโดยที่ผมไม่มีโอกาสได้บอกลาด้วยซ้ำ ผมเคยคิดว่าผมเข้มแข็งพอแล้วนะ แต่วันนึงผมถึงได้รู้ว่า ผมอ่อนแอยิ่งกว่าเดิมซะอีก เพราะความสุขความสดใสที่เคยอยู่ข้างๆผมมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกต่อไปแล้ว”
“แต่สำหรับฉัน ความสุขมันไม่ใช่แค่การได้อยู่ใกล้คนที่เรารักนะคะ แต่มันเกิดจากการที่ได้เห็นว่า ความเป็นจริงอยู่ตรงหน้ามันสวยงามยิ่งกว่าความฝันซะอีก”

“ผมอยากให้ความฝันมันเป็นความจริงได้ไหม”

“ฉันกลัวว่าความเป็นจริงจะทำลายความสุขที่มันมีอยู่ในตอนนี้”

“ไม่เป็นไร งั้นผมก็จะฝันมันต่อไป แต่ผมหวังว่า เมื่อผมตื่นขึ้นมา ผมจะพบกับความสดใสของผมอีกครั้ง ผมขออะไรหน่อยได้ไหม” เมฆดึงเธอเข้ามากอด ซึมซับความรู้สึกที่มีต่อกัน ก่อนจะผละออก แล้วเดินกลับไป ปล่อยตะวันฉายยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น...

เมื่อทุกคนกลับไปหมด ตะวันฉายลงมือเขียนหนังสือเรื่องใหม่ พิมพ์ชื่อเรื่องว่า...ตะวันฉายในม่านเมฆ... เธอนั่งมองหน้าจอ นึกลำดับความ แล้วหยิบดอกไม้แห้งมาดูเศร้าๆ เกริกไกรกับสายรุ้งเข้ามาชะโงกมอง เธอรีบเก็บ ดอกไม้ในสมุดไดอารี่

เกริกไกรแซว เห็นไปอยู่กรุงเทพฯตั้งนาน ทำไมเขียนไม่ได้สักตัว ตะวันฉายตอบว่าเรื่องเดิมที่เขียนส่งประกวดมันไม่ทันแล้ว ตนจึงเปลี่ยนมาเขียนเรื่องใหม่

“ตกลงจะได้เห็นหน้าปกนิยายลูกสาวพ่อสักเรื่องไหมเนี่ย”

“ต้องได้เห็นแน่นอนค่ะพ่อ เพียงแต่ตอนนี้ซันต้องหาแรงบันดาลใจก่อน”

สายรุ้งหยั่งเชิงให้ลองคิดถึงเมฆ ตะวันฉายตกใจกลบเกลื่อนทำไมต้องคิดถึงเขา แล้วเดินเลี่ยงหนีไป สายรุ้งถอนใจสงสารลูกเพราะคิดว่า ลูกคงพยายามตัดใจ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เมฆต้องประหลาดใจ เมื่ออิงฟ้ามาบอกว่าจะย้ายไปอยู่บ้านธีรภพ ฝากเขาดูแลหมอกสักพัก สัญญาจะกลับมาหาลูกและไม่มีวันทิ้งเขาไปไหนอีก อิงฟ้าถอดสร้อยที่ใส่ให้เมฆเก็บไว้ให้หมอก และขออย่าบอกใครว่าตนอยู่ที่ไหน

“แล้วคุณจะบอกผมได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“ขอให้ฟ้าเคลียร์เรื่องทุกอย่างให้จบเสียก่อนนะคะ แล้วฟ้าจะบอกคุณ”

เมฆจะไปส่งวันพรุ่งนี้ แต่เธอขอไปคืนนี้และเดี๋ยวนี้ เมฆสงสัยมองอิงฟ้ากอดล่ำลาหมอกก่อนจะขึ้นรถ ด้านนอกบ้าน จ่าสมส่องกล้องมองภาพนั้นน้ำตาคลอ ตื้นตันที่ได้เห็นหลานตา...เมฆขับรถมาส่งอิงฟ้าและช่วยขนกระเป๋าเข้าบ้าน จ่าสมขับรถตามมาจอดห่างๆ เขาโทร.รายงาน

“สารวัตรครับ ผมคิดว่าคุณเมฆคงพาอิงฟ้ามาหาที่หลบไอ้พวกนั้นนะครับ...”

เมฆพยายามถามอิงฟ้าว่าเกิดอะไรขึ้น เธอตอบแต่ว่าไม่มีอะไรและเร่งให้เขากลับไปและไม่ต้องมาหาตนอีก เมฆเข้าใจว่าเธอกำลังจะทิ้งลูกไปอีกครั้ง จึงพูดทิ้งท้ายไว้

“ถ้าได้ที่หมายใหม่แล้วก็หาทางส่งกุญแจบ้านคืนผมด้วยแล้วกัน”

อิงฟ้าหลบตากล้ำกลืนความเจ็บช้ำ พอเมฆเดินออกไป เธอก็ทรุดลงร้องไห้สะอึกสะอื้น ภาพอดีตความสุขของเธอกับธีรภพปรากฏขึ้นทุกจุดในบ้าน ธีรภพสัญญาจะดูแลเธอและลูก

“ฟ้ารู้ว่าพี่ธีจำคำสัญญาได้เหมือนกับฟ้า พี่ธีต้องดูแลหมอกกับฟ้าให้ปลอดภัยนะคะ”

นอกบ้าน จ่าสมยังอยู่ในรถเฝ้ามองมาที่บ้านธีรภพ เขาโทร.รายงานยุทธการว่า อิงฟ้าเก็บตัวปิดไฟเงียบอยู่ในบ้าน ยุทธการบอกว่าพรุ่งนี้จะส่งคนไปเปลี่ยนเวร แต่จ่าสมขอเป็นคนเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ยุทธการแปลกใจ แต่ไม่เอะใจสงสัย...

วันต่อมา เมฆต้องพาหมอกมาซ้อมดนตรีที่ผับด้วย เขาบอกเอวาช่วยตามซันกลับมาดูแลหมอกระหว่างอิงฟ้าไม่อยู่ที นิคเสนอให้หาพี่เลี้ยงคนใหม่ไปเลย แต่เมฆอ้างว่าหมอกเข้ากับซันได้ดี เอวาไม่รับปากว่าซันจะกลับมา เพราะได้งานทำที่บ้านแล้ว

หลังจากนั้น เอวาก็โทร.บอกตะวันฉาย เธอตกใจที่อิงฟ้าทิ้งไป แต่อดน้อยใจไม่ได้

“นี่ถ้าเขาบอกฉันตรงๆนะว่าอยากให้ฉันกลับไป ฉันก็คงไม่ปฏิเสธหรอก”

“ตกลงว่าเธอจะกลับมาเพราะพ่อหรือเพราะลูกเนี่ย”

“ฉันสงสารน้องหมอกย่ะ ฉันไม่มีทางไปหลงรักผู้ชายที่ไม่ใช่ผู้ชายหรอกนะ”

เอวาว่าจะลองเชื่อ แต่เธอจะหาวิธีบอกพ่อแม่อย่างไร ตะวันฉายชักหวั่นใจ...คิดหาข้ออ้างมาบอกพ่อกับแม่ว่า อยากกลับไปหาข้อมูลสำหรับเรื่องใหม่ สองคนรู้ว่ารั้งลูกไว้ไม่อยู่แน่

ooooooo

ในขณะที่เอวากับนิคนั่งคุยกันเรื่องที่ตะวันฉายจะกลับมาเป็นซัน อยู่บ้านเมฆอีกครั้ง ทั้งสองเชื่อว่าเพราะตะวันฉายรักเมฆ ยุทธการเข้ามาได้ยินพอดี เขาโพล่งขึ้นว่าทำไมไม่บอกตน  ทั้งนิคและเอวาตกตะลึง

“พี่ยุทธคะ คือว่าเราสองคนไม่ได้ตั้งใจจะปิดพี่ยุทธนะคะ”

“แต่ว่าความจริงก็คือความจริงที่พี่ต้องยอมรับมันใช่ไหม ที่จริงพี่ก็รู้สึกมาสักพักแล้วล่ะ”

สองคนนิ่งพูดไม่ออก ทั้งสามคนย้ายมานั่งริมน้ำ เอวามองยุทธการด้วยความสงสาร

“เอวาเข้าใจความรู้สึกนี้ดีว่ามันเป็นยังไง เอวาเอาใจช่วยขอให้พี่ยุทธทำใจได้เร็วๆนะคะ”

ยุทธการมองเอวาอย่างรู้สึกผิด “ตอนที่พี่รู้ว่าเอวารู้สึกยังไงกับพี่ พี่เองก็นึกไม่ออกนะว่าเอวาจะรู้สึกยังไง แต่ตอนนี้พี่เข้าใจทุกอย่างชัดเจนเลย พี่ขอโทษนะเอวา”

“โอ๊ย พี่ยุทธไม่ต้องขอโทษเอวาหรอกค่ะ เรื่องแบบนี้มันบังคับกันได้ที่ไหน ถ้าไม่รักมันก็คือไม่รัก ต่อให้เอวาเอาปืนไปจ่อเอามีดไปจี้พี่ยุทธ คำตอบมันก็คงไม่เปลี่ยนหรอกจริงไหมคะ”

ยุทธการรีบบอกว่า แต่ตนก็เป็นห่วงและปรารถนาดีกับเธอ เอวาเข้าใจดีว่าความรักมีหลายรูปแบบ เมื่อไม่ได้แบบนี้ก็มีอีกแบบมาทดแทน บางทีความรักแบบพี่น้องหรือเพื่อนอาจจะยั่งยืนกว่า นิคถอนใจเฮือก

“แหม...ดูเหมือนวันนี้จะเป็นวันแห้วแห่งชาติ

ยังไงไม่รู้นะ คนอกหัก 3 คนถึงต้องมานั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้”

ยุทธการแปลกใจว่านิคอกหักด้วย นิคตอบยิ้มๆว่า ตนไม่ได้อกหักธรรมดา อกหักเพราะรักเพื่อนซี้ ดีที่ไหวตัวทันก่อนจะเสียเพื่อนไป เอวาโอบไหล่นิคบอกว่าเขาได้เพื่อนซี้กลับมาแล้ว ยุทธการมองสองคนอย่างเข้าใจทันที

“ขอบคุณที่เธอสองคนอยู่ตรงนี้กับพี่นะ อย่างน้อยพี่ก็ไม่ใช่คนเดียวบนโลกที่ผิดหวังในความรัก” ยุทธการโอบไหล่เอวาอีกต่อ ทั้งสามนั่งมองท้องฟ้าด้วยกัน

ooooooo

วันต่อมา ขณะที่เมฆกำลังเล่นดนตรีกับนิคและเอวา เขาพูดออกไมค์ว่ามีเพลงใหม่มาเล่นให้ฟัง เขาส่งซิกเอวากับนิคแล้วเริ่มบรรเลง ทันใด ตะวันฉายเดินขึ้นมาคว้าไมค์และร้องเพลง ทั้งสามหน้าตาเหลอหลา แต่ก็บรร- เลงเพลงไปจนจบ จอมสยามเดินเข้ามายืนฟังอย่างงงๆ

เพลงจบ ตะวันฉายวางไมค์แล้วเดินลงจากเวทีทันที เมฆวางกีตาร์วิ่งตามลงไป มาทันกันที่หน้าผับ เมฆคว้ามือตะวันฉายหันมาถาม

“รู้ตัวรึเปล่าว่าทำอะไรลงไป อยู่ๆถือวิสาสะมาร้องเพลงผมแล้วก็วิ่งหนีไปดื้อๆเนี่ยนะ”

“ฉันก็แค่แวะมาทักทายแล้วก็จะไปแล้ว”

เมฆไม่ยอมให้ไป ตะวันฉายแกะมือเขาออก อ้างว่าใครเห็นจะไม่เหมาะ เมฆไม่สนใจดึงเธอเข้ามากอดแนบแน่น ตะวันฉายยืนอึ้ง

“อย่าไปไหนได้ไหมตะวันฉาย รู้ไหมว่าเมื่อกี้ที่ผมฟังเพลงของตัวเองที่คุณร้อง ผมรู้สึกยังไง...ผมคิดถึงคุณ จนผมไม่อยากกลั้นมันไว้อีกแล้ว”

ตะวันฉายกลั้นน้ำตา ทำร่าเริง “แค่ร้องเพลงให้นี่ถึงกับซาบซึ้งขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอก เราได้ร้องเพลงด้วยกันอีกแน่ แต่ตอนนี้คุณกลับไปทำงานเถอะ”

เมฆชวนให้เข้าไปในผับด้วยกัน แต่ตะวันฉายขอตัวมีงานต้องทำอีกมาก โอกาสหน้าจะกลับมาอีก เมฆขอให้สัญญา เธอพยักหน้ารับแล้วเดินจากไป จอมสยามเดินเข้ามาสะกิด

“เมฆ ไหนแกบอกฉันสิว่า เมื่อกี้เพลงแกใช่ไหม แล้วทำไมแกไม่เคยร้องให้ฉันฟังเลย”

เมฆไม่ตอบกลับชวนเขาเข้าไปข้างใน จอมสยามงุนงง อะไรมันจะซับซ้อนนักหนา...

คืนเดียวกัน นิคได้รับเอกสารสัญญาจากโปรดิวเซอร์ เขาขออ่านรายละเอียดสักวันก่อนจะเซ็น แต่แล้วนิคได้รับโทรศัพท์จากแม่ ทำให้เขาตัดสินใจบางอย่างได้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมฆแต่งตัวให้หมอกแล้วพาลงมาเตรียมตัวจะไปโรงเรียน เห็นอาหารเช้าวางเต็มโต๊ะก็แปลกใจ ร้องเรียกเก่งมาต่อว่า บอกไม่ต้องทำอาหารเช้าทำไมไม่จำ ทันใด ซันปรากฏตัวขึ้น หมอกดีใจโผกอด เมฆตะลึงดีใจสุดๆ

“นายกลับมาจนได้นะ”

“ผมกลับมาเพราะคุณหมอกน่ะครับ”

เมฆไม่สนใจจะด้วยเหตุผลใด ตนก็ดีใจที่เธอกลับมา ตะวันฉายยิ้มรับ บอกเขาว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่าอิงฟ้ากลับมา แล้วหยั่งเชิงถาม

“แล้วคุณอิงฟ้าเธอหายไปไหนล่ะครับ หรือว่าคุณสั่งเก็บคุณอิงฟ้าไปแล้ว”

“สั่งเก็บ...นายหมายความว่าไง”

“ก็คุณมัน...มาเฟีย”

เมฆยิ่งงงถามเอาความคิดนี้มาจากไหน ตะวันฉายไม่ตอบ เกรงกระทบงานของยุทธการ

“เอาเถอะครับ ผมอาจจะคิดมากไปเอง คุณเมฆทานข้าวเถอะครับ เดี๋ยวคุณหมอกไปโรงเรียนสาย”

เมฆมองตะวันฉายอย่างคลางแคลงใจ...หมอกรบเร้าให้ตะวันฉายไปส่งที่โรงเรียนด้วย กลับมาเก่งเพิ่งเห็นตะวันฉายก็ดีใจเข้ามากอดคอทักทาย เมฆเห็นแล้วหึง เอ็ดเก่งห้ามใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวซันอีก แล้วดึงเธอให้ไปช่วยนวด เก่งเกาหัวแกรกๆด้วยความงง

ตกเย็นหมอกกลับจากโรงเรียน เมฆ ตะวันฉาย และเก่ง ร่วมเตะบอลเล่นกับหมอกอย่างสนุกสนาน เก่งสังเกตเห็นเมฆ หยอกเย้าซันเลยชักจะมั่นใจว่า เจ้านายชอบผู้ชายด้วยกัน

วันต่อมา ขณะที่เมฆซ้อมดนตรีอยู่ที่ผับ ทางโรงเรียนติดต่อไม่ได้จึงโทร.มาที่บ้าน แจ้งว่าหมอกไม่สบายให้มารับกลับ ตะวันฉายตกใจรีบไปที่โรงเรียน ครูพยาบาลบอกว่าหมอกคงแพ้สร้อยคอที่ใส่ เป็นผื่นแดงดูคันมาก ครูส่งสร้อยที่ถอดออกให้ ตะวันฉายรับมาเก็บใส่กระเป๋า พาหมอกไปหาหมอแล้วกลับบ้าน ให้นั่งเล่นที่โซฟา

“คุณหมอกรอตรงนี้ก่อนนะครับ พี่ซันจะไปตามพี่เก่งมาเฝ้าบ้านก่อน แล้วเดี๋ยวพี่ซันจะพาคุณหมอกไปอาบน้ำนะครับ”

ตะวันฉายรู้ว่าเก่งต้องแอบหลับอยู่หลังบ้าน จึงเดินไปปลุก พอกลับมาที่ห้องรับแขกไม่พบหมอก เธอรีบมองที่หน้าบ้าน เห็นหมอกถูกอุ้มจึงร้องเอะอะวิ่งตามมาฉุดหมอกไว้ เก่งได้ยินเสียง วิ่งตามออกมา เห็นคนร้ายสามคนอุ้มหมอกและลากตะวันฉายไปที่รถ เก่งคว้าไม้วิ่งมา ด้วยความที่ร่างเตี้ย ไม่ทันจะฟาดคนร้าย กลับโดนถีบกระเด็น คนร้ายชักปืนมาขู่ แล้วเอาตัวตะวันฉายกับหมอกขึ้นรถไปได้ หมอกร้องไห้จ้า ตะวันฉายคอยปลอบทั้งที่ตัวเองก็กลัวจับใจ

ooooooo

ตอนที่ 9

อิงฟ้าเห็นเมฆเพิ่งออกจากห้องตะวันฉายก็ตกใจ รีบถามว่าเขานอนในห้องนี้ทั้งคืนหรือ เมฆพยักหน้ารับยิ้มๆอย่างสะใจ...ตะวันฉายเก็บที่นอนเสร็จ จะเก็บคอมจึงเห็นว่านิยายของตนมีการแก้ไขพร้อมคำอธิบายเอาไว้เป็นตัวหนังสือสีแดง เธอถึงกับทึ่ง ที่เขาอ่านมันจนจบ

จากนั้น ตะวันฉายมาปลุกหมอกอาบน้ำแต่งตัว หมอกเอาแต่คุยด้วยความดีใจ ที่วันแม่ปีนี้ตนจะมีแม่ไปอวดเพื่อนๆที่โรงเรียน ตะวันฉายแกล้งขอไปด้วย หมอกตอบว่าพี่ซันไม่ใช่แม่จะไปได้อย่างไร เธอถึงกับสะอึกแอบยิ้มเศร้าๆ

ในเช้าวันนั้น ยุทธการได้รับแฟ้มรายงานจากจ่าสม มีภาพหญิงสาวชื่อเอ็มม่า ที่ระบุว่าเป็นคนติดต่อซื้อบ้านให้เฮลมุท ชื่อไทยของเธอคือ...อิงฟ้า พิพัฒนพงษ์สกุล เขาชะงักเงยหน้าถามจ่าสมว่าแน่ใจหรือ จ่าสมพยักหน้าเศร้าๆแต่เหมือนต้องหักใจ

“นามสกุลเดียวกับคนที่หมวดให้ผมตามหาตัว นายธีรภพ พิพัฒนพงษ์สกุล เป็นสามีของอิงฟ้า ทั้งสองแต่งงานกันเมื่อห้าปีที่แล้ว พอบริษัทของธีรภพล้มละลาย อิงฟ้าเลยเดินทางไปเยอรมนีและอยู่ที่นั่นจนกลับมาเมืองไทยเมื่อสองเดือนที่แล้ว”

“แล้วนายธีอะไรนั่นล่ะ”

“เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุในช่วงที่บริษัทล้มละลาย ตอนหลังน้องชายคือคุณนภทีป์เข้ามารับช่วงต่อ แล้วยังรับเลี้ยงลูกของธีรภพกับอิงฟ้า ชื่อเด็กชายธีรดล ด้วยครับ”

ยุทธการถึงกับอึ้งกับข้อมูลที่เพิ่งรับรู้ ได้อ่านข้อมูลการตายของธีรภพและสาเหตุการล้มละลายของเขา อีกเรื่องที่ทำให้ต้องหนักใจ คืออิงฟ้าเกี่ยวข้องกับพวกค้า ยาเสพติดข้ามชาติ ไม่รู้ว่าธีรภพและเมฆเกี่ยวข้องด้วย หรือไม่... ยุทธการครุ่นคิดอย่างหนักแล้วลองถามจ่าสม

“จ่า ถ้ามีคนคนหนึ่งเขาเฝ้ารอจะเจอคนที่เขารักมาก แต่เรารู้ว่าคนๆนั้นตายไปแล้ว เป็นจ่า จ่าจะบอกเขาไหม”

“ถ้าเป็นผม ผมจะเลือกเจ็บแรง แต่จบเร็ว...ชีวิตของเขาจะได้ดำเนินต่อไงครับ ความจริงบางอย่างอาจจะไม่ให้ความสุขกับเรา แต่มันก็คือความจริง รู้ช้ารู้เร็วมันก็เปลี่ยนความจริงไปไม่ได้”

ยุทธการเห็นด้วย ขอบคุณจ่าสมแล้วผลุนผลันออกไป

ooooooo

ในขณะที่อิงฟ้าเห็นตะวันฉายรดน้ำผักกาดให้หมอกก็หมั่นไส้จะเดินหนี พอดีเมฆกลับมา จึงหันมายืนยิ้มรอ เมฆลงจากรถยิ้มให้ แต่เดินเลยไปหาตะวันฉาย ทักว่าดูแลผักกาดให้ลูกของเราหรือ ตะวันฉายเคืองจะเลี่ยงหนี เขาเข้ามาขวาง เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงดุ

“คุณเมฆ ผมว่าคุณเล่นเกินไปแล้วนะครับ”

เมฆโต้ว่าเธอต่างหากที่เล่นเกินไป ตะวันฉายงง เมฆเปลี่ยนเรื่องสั่งให้เธอไปเก็บของย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับตน เขาดึงแขนเธอ “ฉันชอบอยู่ก่อนแต่ง ไป... ฉันช่วยเก็บของ”

อิงฟ้าสุดทน เข้ามาขวาง “เมฆ ฟ้ารู้ว่าเมฆต้องการประชดฟ้า เมฆอาจจะได้ความสะใจ แต่เมฆไม่มีความสุขหรอก ฟ้ารู้เมฆไม่ใช่เกย์”

“ผมก็ไม่ใช่ครับ” ตะวันฉายโพล่งขึ้น เมฆเหล่ที่เธอไม่ช่วยกันบ้าง

อิงฟ้าขอร้องให้เมฆกลับมารักกับตนเหมือนเดิม เขายืนกราน มันสายไปแล้ว ตอนนี้ตนรักซัน... ตะวันฉายสะดุ้ง เมฆยืนยันอีกครั้ง อิงฟ้าร้องลั่นไม่จริง เขาส่ายหน้าคิดจะทำให้เธอเชื่อจึงดึงตะวันฉายเข้ามาจูบต่อหน้าต่อตา ชั่วครู่ก็ปล่อย

“ถ้ายังจะคิดว่าผมโกหกอีกก็ตามใจนะ” เมฆยิ้มหวานให้ตะวันฉาย

แต่เธอยืนตาค้างแล้วเป็นลมร่วงลง เมฆตกใจเข้าอุ้มเธอไปนอนที่โซฟาห้องทำงาน ปฐมพยาบาลอย่างห่วงใย อิงฟ้ายืนมองด้วยความน้อยใจ แล้วมาร้องไห้ต่อหน้ารูปธีรภพในห้อง

ตะวันฉายรู้สึกตัวขึ้นมา เห็นหน้าเมฆอยู่ใกล้ๆก็ตกใจพรวดพราดลุกขึ้น ผลักเขาออกห่าง

“คุณเมฆ...คุณทำแบบนี้ทำไม”

“ฉันขอโทษ นายโกรธมากเลยเหรอ”

“สำหรับผม การที่เราจะจูบกับใครสักคนมันสำคัญมาก มันต้องมาจากความรู้สึกที่มีต่อกัน คนเห็น แก่ตัวไม่นึกถึงคนอื่น คนไม่มีหัวใจอย่างคุณน่ะ ไม่มี วันเข้าใจหรอก”

“นายรู้ได้ไงว่าฉันไม่มีหัวใจ” เมฆพรั่งพรูความเจ็บช้ำ “ฉันเคยให้หัวใจกับคนคนหนึ่ง ให้เขาหมดทั้งใจ แต่ที่ฉันได้รับกลับมามันคืออะไรรู้ไหม การทรยศหักหลังไง นายเคยโดนไหม คนที่รักที่สุดหักหลัง คนที่รักที่สุดทรยศ” เมฆเดินเข้ามาจ้องหน้าตะวันฉาย “ตอนนี้ที่ฉันเกลียดและกลัวที่สุดก็คือความหลอกลวง ไม่จริงใจโกหกกัน ถ้าวันหนึ่งนายตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าอะไรๆรอบตัวล้วนเป็นเรื่องโกหก นายจะไม่พูดอย่างนี้”

“เอ่อ...คุณเมฆ...เอ่อ คือ ผม...”

เมฆดันตัวตะวันฉายออกไปจากห้องแล้วปิดประตูล็อก เธอเคาะเรียกเท่าไหร่เขาก็ไม่เปิด เป็นครั้งแรกที่ตะวันฉายรู้สึกร้อนรนกับท่าทีเฉยชาของเมฆ เธอวิ่งออกมานอกบ้านเพื่อมองเขาทางหน้าต่าง แต่เขาก็ปิดม่าน เธอไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่นั่งเศร้าอยู่หน้าห้อง

จนบ่ายคล้อย เมฆเปิดประตูออกมาเห็นตะวัน– ฉายอยู่หน้าห้องก็ถามเรียบๆว่าทำอะไร เธอรีบเอ่ยปากขอโทษที่พูดไม่ดี เขากลับบอกว่าเขาต่างหากที่ต้องขอโทษ

“เอาเป็นว่าเราเจ๊ากัน คุณเมฆจะทานกลางวันเลยไหมครับ”

เมฆส่ายหน้าเดินไป ตะวันฉายวิ่งตามถามจะไปรับหมอกใช่ไหม ตนขอไปด้วย

“ไม่ต้อง...”

“เฮ้อ...คุณเมฆครับ อย่าเป็นแบบนี้เลย”

“ตกลงนายจะเอาไง ตอนนี้ฉันก็ไม่ยุ่งกับนายแล้ว ไม่พอใจอีกเหรอ”

“แต่คุณมาโกรธผมอ่ะ”

“ก็นายมาด่าฉันนี่”

สองคนเถียงกันไปมา ตะวันฉายขอให้เขากลับมาเหมือนเดิม เมฆยิ้มกวนๆ ถ้าอยากให้เหมือนเดิมต้องเป็นแฟนกัน และคืนนี้ก็นอนด้วยกัน

“คุณนี่มันได้คืบจะเอากิโลเมตรเลยนะเนี่ย”

เมฆจ้องตาเธอรอคำตอบ ตะวันฉายเออออแต่ขอเป็นแฟนต่อหน้าอิงฟ้าเท่านั้น เขาอมยิ้มโอบคอเธอไปขึ้นรถเพื่อรับลูกของเรา พลัน...ยุทธการโทร.เข้ามา บอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับธีรภพ ตะวันฉายตกใจ รับปากไปพบทันที เมฆน้อยใจที่ตะวันฉายเปลี่ยนใจไปพบยุทธการ

ooooooo

พอได้เห็นแฟ้มเกี่ยวกับธีรภพ ตะวันฉายนิ่งอึ้ง ไม่ได้เสียใจกับการตายของเขาแต่ตกใจที่หมอกเป็นลูกชายเขากับอิงฟ้า แล้วเมฆเกี่ยวข้องอย่างไรกับอิงฟ้า ยุทธการให้ตะวันฉายรีบออกมาจากบ้านเมฆ เธอขอเวลาสักหน่อย มันกะทันหันเกินไป

“พี่ว่าไม่น่าเป็นอะไรนะ อิงฟ้าแม่ของหมอกก็อยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ พี่อยากให้รีบออกมาเพื่อความปลอดภัยของซัน”

ตะวันฉายแปลกใจ ยุทธการรีบกลบเกลื่อน หมายถึงออกมาทำความฝันเรื่องเป็นนักเขียน เธอมองหน้าเขาอย่างสงสัย...หลังจากนั้น เอวากับนิคมาหาที่คอนโดฯตะวันฉายเล่าเรื่องธีรภพ แต่ยังข้องใจที่ตนเคยเห็นภาพเมฆกับอิงฟ้าสนิทสนมกันสมัยเรียน

“เรื่องพี่เมฆช่างเถอะ แล้วแกล่ะเป็นยังไงบ้าง” เอวาห่วงเพื่อนจะเสียใจ

“ตอนแรกที่รู้ว่าพี่ธีเสีย ฉันก็ใจหายนะ แต่พอรู้ว่าเขามีครอบครัวแล้ว ก็ไม่รู้ทำไมฉันไม่ยักรู้สึกว่าตัวเองอกหัก”

“เพราะแกไม่ได้รักไม่ได้ผูกพันไง แกแค่หลงที่เขาเป็นชายในฝัน”

“ชายในฝันก็ต้องอยู่ในฝัน ฉันไม่น่าไปดึงพี่ธีมาสู่โลกความเป็นจริงเลย”

นิคแนะนำให้หารักใหม่ เพื่อเอามาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนนิยาย เอวาเอ่ยชื่อยุทธการขึ้นมา นิครู้ว่าเพื่อนฝืนใจ แต่ตะวันฉายกลับไม่เอา เพราะตนคิดกับเขาได้แค่พี่ชาย นิคโพล่งออกมาว่างั้นตัวเลือกสุดท้ายคือเมฆ

“จะบ้าเหรอ ก็ฉันเพิ่งบอกไปไงว่านายนั่นเป็นเกย์ แล้วเขาก็ชอบนายซัน พวกแกลองนึกดูนะ ถ้าฉันเป็น แฟนนายนั่นจะเป็นไง” ตะวันฉายจินตนาการภาพว่าตน คงต้องคอยตามเข้าไปหึงหวงเขาในบาร์เกย์ ต้องรบรา กับพวกแฟนเกย์ของเขา

ตะวันฉายร้องกรี๊ดออกมาด้วยความขยะแขยง เอวากับนิคจึงถามว่า จะออกจากบ้านเมฆเมื่อไหร่ เธอนิ่งคิดนั่นสิควรออกเมื่อไหร่ดี...

พอแยกกับตะวันฉาย เอวากับนิคกลับมาที่โรงเรียน นิครู้ว่าเอวายังเสียใจเรื่องยุทธการ ถามมีอะไรที่ตนจะทำให้เธอมีความสุขได้ เอวาขออย่างเดียวอย่าถามเรื่องยุทธการอีก และช่วยไรต์เพลงที่เขาแต่งมาให้ตนเสียที นิคอมยิ้ม

หลังจากนั้นไม่นาน เอวานั่งทำงานอยู่ ที่มือถือมีสัญญาณการส่งเฟซไทม์ดังขึ้น เธอกดดูเป็นภาพนิคนั่งเล่นดนตรีสด ร้องเพลงที่แต่งเองให้กับเธอ เอวายิ้มอย่างสุขใจ

ooooooo

เมฆรับหมอกกลับมาถึงบ้าน หมอกรีบถามเก่งว่าพี่ซันรดน้ำผักกาดให้หรือยัง เก่งตอบว่าเธอยังไม่กลับเลย หมอกจึงชวนเก่งไปช่วยกันรด เมฆหันมองไปหน้าบ้านเหมือนรอดูว่าเมื่อไหร่ตะวันฉายจะกลับมา อิงฟ้าเห็นแล้วไม่พอใจ เข้ามาถามไม่เตรียมตัวไปเล่นดนตรีหรือ

เมฆว่ากำลังจะไป อิงฟ้าโพล่งขึ้น ถ้าไม่มีซันอยู่ บ้านเมฆจะทำอย่างไร เขาหันขวับมามอง หมายความว่าอย่างไร ไม่ทันท่ีอิงฟ้าจะตอบ หมอกวิ่งเข้ามากอด เตือนแม่อย่าลืมไปงานโรงเรียนพรุ่งนี้ อิงฟ้ายิ้มรับเพราะเป็นวันที่พ่อแม่ลูกจะไปด้วยกัน เมฆรีบปฏิเสธ

“ผมคงขอตัว อยากให้ฟ้ากับหมอกได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน”

“แล้วเมฆจะใช้เวลาอยู่กับใคร” อิงฟ้าน้อยใจ

เมฆไม่ได้ตอบ แต่หันไปสั่งเก่งว่า ถ้าซันกลับมาให้ไปพบตนด่วน...หารู้ไม่ว่าตะวันฉายกลับมาแล้ว แต่หลบอยู่หน้าบ้าน รอจนเห็นรถเมฆแล่นออกไปถึงเดินเข้ามา

เก่งต่อว่าไปไหนมา เมฆโมโหใหญ่ที่เธอหายไป ตะวันฉายยิ้มๆเดินเข้าบ้าน

พอสบโอกาส อิงฟ้าเข้ามาพูดกับตะวันฉาย เสนอเงินก้อนหนึ่งให้ออกไปจากบ้านนี้ เธอไม่รับแถมบอกว่า พรุ่งนี้เช้าตนจะลาออกอยู่แล้ว อิงฟ้าดีใจย้ำให้รักษาคำพูด ...ตะวันฉายโทร.บอกเอวาซึ่งกำลังเตรียมตัวขึ้นเล่นดนตรี เอวากระซิบต่อนิค พอดีเมฆเข้ามาบ่นอย่างหงุดหงิด

“ก็ซันน่ะสิ บอกว่าพี่ชายเรียกแล้วออกจากบ้านไป จนป่านนี้ยังไม่กลับเลยนะ ไม่รู้ไปเที่ยวเล่นที่ไหน ฮึ...ไปกับพี่ชายคงเพลินมากละสิ” ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด แต่พอเมฆเห็นหน้าสองคนเหวอจึงกลบเกลื่อนถาม “ตกลงซันติดต่อมาหรือเปล่า”

สองคนส่ายหน้างงๆ แล้วแอบมากระซิบกระซาบกันว่า ท่าทางเมฆเหมือนหึง สงสัยจะเป็นเก้งกวางอย่างที่ตะวันฉายบอก...คืนนั้น เมฆไม่มีสมาธิเล่นดนตรีผิด หลายครั้ง แต่นิคกับเอวาก็ช่วยถูไถไปได้ เสร็จจากงานเมฆแยกกลับ โปรดิวเซอร์เข้ามาถามนิคว่าตัดสินใจอย่างไร เอวารีบตอบตกลงแทน แล้วเชิญสองคนคุยกัน ตามสบาย ตนขอตัวกลับบ้านก่อน นิคมองตามงงๆ

เมฆกลับถึงบ้านก็มาต่อว่าตะวันฉาย “ไง...ไปหาพี่ชายยาวเลยนะ กลับมากี่โมง”

“ค่ำๆครับ”

“เอาล่ะ ฉันจะถือว่าเป็นพี่ชายนาย ไม่หึงก็ได้ งั้นคืนนี้นายไปนอนห้องฉัน”

“ไม่ล่ะครับ คืนนี้คุณนอนห้องคุณ ผมนอนห้องผม”

“ได้ไง เป็นแฟนกันแล้วนะ อย่าลืมสิ”

ตะวันฉายตอบว่าพรุ่งนี้ก็ไม่เป็นแล้ว เมฆงง เธอตัดสินใจบอกเขาว่าพรุ่งนี้ตนจะไปจากที่นี่ เพราะเห็นว่าอิงฟ้าดูแลหมอกได้ เมฆไม่เชื่อเหตุผลของเธอ ตะวันฉายจึงบอกใหม่ว่าจะกลับไปเขียนนิยายจริงๆจังๆ เมฆน้อยใจระคนเสียใจ ขอให้เธอลาหมอกก่อน เธอรับปากเศร้าๆ เมฆออกมาจากห้องตะวันฉาย ยืนเสียใจอยู่หน้าห้อง อิงฟ้าแอบมองพึมพำ ตนทำเพื่อครอบครัว

เมฆระบายอารมณ์ด้วยการเล่นดนตรีดังไปทั้งบ้าน ตะวันฉายเศร้าใจมาแอบมอง พลันมีข้อความจากยุทธการเข้ามาว่า พรุ่งนี้จะมารับแต่เช้า เธอกลับมาล้มตัวลงนอนในห้องเครียดๆ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมฆจับตามอง จนตะวันฉายอึดอัดใจ อิงฟ้าเดินลงมาพร้อมหมอกที่ดูร่าเริง เข้ามากระซิบอย่าลืมรักษาคำพูด ตะวันฉายขอเป็นหลังจากลาหมอกแล้วจะไปทันที

เมฆรู้แกว คอยกันไม่ให้ตะวันฉายมีโอกาสคุยกับหมอก คะยั้นคะยอให้รีบไปงานวันแม่ที่โรงเรียน

ตนจะไปส่ง อิงฟ้าบอกเมฆให้ซันได้คุยกับหมอกก่อน เขาย้อนถามรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ อิงฟ้าชะงักปฏิเสธพัลวัน เมฆตัดบทไว้คุยตอนเย็นตอนนี้ต้องรีบไปเดี๋ยวสาย... ตะวันฉายหนักใจ หลบมาโทร.บอกยุทธการว่าจะกลับตอนเย็น ขอบอกลาหมอกก่อน

เมฆกับอิงฟ้าจูงหมอกที่ถือพวงมาลัยเข้ามา

ในโรงเรียน แล้วเมฆขอตัวกลับ อิงฟ้ารู้ว่าเขาจะกลับไปรั้งตะวันฉายไว้ จึงบอกว่าไม่มีประโยชน์ เขาโต้กลับอย่างเจ็บแสบ ตนรู้ว่าดึงใครไว้ไม่อยู่เพราะประสบการณ์มันมี อิงฟ้าผงะได้สติบอกลูกให้นั่งรอ ตนจะไปชวนพ่อ

มาอยู่ด้วย เธอตามออกมาที่หน้าโรงเรียน ทันใด เห็นฝรั่งลักษณะคล้ายเฮลมุท ก็ตกใจจะกลับเข้าโรงเรียน

นึกได้กลัวลูกไม่ปลอดภัยจึงเดินหนีไปที่อื่น เธอเดินหนีอยู่นานกว่าจะรู้ว่าฝรั่งคนนั้นไม่ใช่เฮลมุท แต่เป็นคนต่างชาติที่มาถามทาง...

ด้านหมอกซึ่งรอแม่อยู่นาน จนเพื่อนซึ่งเดินมากับแม่ถามว่ารอใคร พอหมอกบอกว่ารอแม่ เพื่อนก็หาว่าโกหกเพราะรู้ว่าหมอกไม่เคยมีแม่มาโรงเรียนเลย หมอกโกรธผลักเพื่อนล้ม แม่ของเพื่อนโวยวายฟ้องครู หมอกร้องไห้วิ่งหนีไปซ่อนตัว...อิงฟ้ากลับมาไม่เห็นลูกก็ตกใจ แถมมีแม่เด็กมาต่อว่าหมอกเป็นอันธพาล เธอร้อนใจผลักแม่เด็กกระเด็นแล้ววิ่งตามหาหมอก...

เมื่อจะต้องจากไปแล้ว ตะวันฉายจึงทำความสะอาดบ้านทิ้งท้าย เห็นเนื้อเพลงที่เมฆแต่งค้างไว้ เธอแก้ไขคำที่เห็นว่าไม่สละสลวยเสียใหม่ พลันเมฆเปิดประตูเข้ามา

“อยู่นี่เอง นึกว่านายไปแล้ว”

“ก็คุณเมฆบอกให้ผมอยู่รอลาคุณหมอกไม่ใช่เหรอ ผมก็ต้องรักษาคำพูดสิครับ ไม่เหมือนใครบางคน

ที่พยายามกันผมเมื่อเช้านี้”

เมฆมองเขม่นแล้วมองไปที่เนื้อเพลงเห็นมีการแก้ไข จึงให้เธอร้องให้ฟังว่ามันเพราะกว่าของตนอย่างไร เล่นกันไปเถียงกันไป จนกระทั่งอิงฟ้าโทร.มา

“พักก่อน เดี๋ยวนายกับฉันมาตีกันต่อ...ว่าไงฟ้า อะไรนะ! หมอกหายไป ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

ตะวันฉายพลอยตกใจวิ่งตามเมฆไปด้วย...มาถึงโรงเรียน อิงฟ้ารีบบอกเมฆว่า ให้หมอกรอในนี้ แต่พอ

กลับมาไม่เจอแล้ว เมฆต่อว่าทิ้งลูกไปได้อย่างไร อิงฟ้าอึกอักอ้างว่าเจอเพื่อนเลยไปทักทาย เมฆโวย ทักเพื่อนนานขนาดลูกหายยังไม่รู้หรือ อิงฟ้าหน้าเจื่อน ตะวันฉายตัดบทให้รีบไปตามหากันดีกว่า ว่าแล้วเธอก็วิ่งไปก่อน อิงฟ้าทรุดนั่งน้ำตาไหล

สองคนแยกย้ายกันตามหาหมอกทั่วโรงเรียน จนมาบรรจบกัน ตะวันฉายจึงถามเมฆว่า มีที่ไหนที่เขาห้ามหมอกไม่ให้ไปบ้าง เมฆคิดสักครู่แล้วบอกว่าบ้านภารโรง เธอรีบไปที่นั่นทันที

มาถึง ตะวันฉายถามเมฆ “ทำไมคุณหมอกถึงอยากมาเล่นที่นี่ครับ”

“หมอกอยากได้ลูกหินแต่ฉันไม่ซื้อให้ หมอก

กับเพื่อนๆเลยชอบมาปั้นดินเล่นตรงนี้ แต่ถ้าไม่มีก็แสดงว่าหมอกไม่ได้มาตรงนี้”

ตะวันฉายเดินสำรวจและตะโกนเรียกหมอก “ออก มาเถอะครับ คุณพ่อ คุณแม่ พี่ซันเป็นห่วง คุณหมอกอย่าทำแบบนี้เลยนะครับ ถ้าคุณหมอกไม่ออกมา แสดงว่าคุณหมอกโกรธพี่ซัน ไม่รักพี่ซันแล้ว พี่ซันเสียใจนะครับ คุณพ่อก็เสียใจ คุณหมอกไม่รักคุณพ่อไม่รักคุณแม่ ไม่รักพี่ซันแล้วเหรอครับ”

“รักครับ” เสียงหมอกดังออกมา

ทั้งเมฆและตะวันฉายหันไปตามเสียง เห็นหมอกนั่งกอดเข่าอยู่ในซอกซอกหนึ่ง ใบหน้ามีแต่คราบน้ำตา ทั้งสองโผเข้ากอด เมฆน้ำตาซึมบอกลูกอย่าทำแบบนี้อีก พ่อเป็นห่วง

“หมอกมาตามหาแม่ครับ เพื่อนๆล้อหมอกอีกแล้วครับพ่อ เขาหาว่าหมอกโกหก หมอกจะให้เขาเห็นแม่”

เมฆกอดหมอกแน่นด้วยความสงสาร ตะวันฉายตื้นตันกับความรักของเมฆที่มีต่อหมอก ทั้งสองพาหมอกมาเคลียร์กับผู้ปกครองและครู ผู้ปกครองโวยวายให้ครูทำโทษหมอกที่มาทำร้ายลูกตน ตะวันฉายเหลืออดโต้ว่าลูกเขามาล้อหมอกก่อน

“แล้วไง ลูกฉันก็แค่ล้อ จะอะไรนักหนา”

“เพราะคุณเป็นคนนิสัยแย่อย่างนี้ไง ลูกคุณถึงนิสัยไม่ดี ถามจริงๆเถอะ พ่อแม่บังคับให้คุณมีปากเสียงนิสัยอันธพาลแบบนี้เหรอ ถึงต้องถ่ายทอดต่อให้รุ่นลูกน่ะ”

“นี่...แกก็แค่พี่เลี้ยงเด็กนะ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร”

“รู้แต่ไม่แคร์ ไปเถอะครับคุณหมอก...ไปสิครับจะอยู่ทำไม เราไม่ผิด” ตะวันฉายหันไปบอกเมฆกับอิงฟ้าแล้วจูงหมอกเดิน ผู้ปกครองเข้าขวาง เธอชนผู้ปกครองล้มอย่างไม่สนใจ

ผู้ปกครองโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง โวยครูทำไมไม่จัดการ ครูส่ายหน้าระอาใจ...อิงฟ้าวิ่งตามมาดึงมือหมอกจะให้กลับเข้าไปในงานโรงเรียน แต่หมอกสะบัดมือออกแล้วโผกอดตะวันฉาย เมฆบอกอิงฟ้ากลับบ้านกันก่อน แต่เธอแย้งวันนี้วันแม่ เมฆโต้

“แต่คงไม่ใช่วันของฟ้า”

อิงฟ้าจุกกับคำพูดของเมฆ เมฆดึงหมอกมา กอด ปลอบว่าวันนี้ไม่อยากไปโรงเรียนก็ไม่เป็นไร ไปเที่ยวกันดีกว่า หมอกตาโตยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

“เอ่อ...คุณเมฆครับ งั้นผมขอลาคุณหมอกตรงนี้เลยแล้วกัน”

หมอกแปลกใจไปไหน ตะวันฉายกำลังจะตอบ เมฆแทรกขึ้น “ซัน...ขอเวลาอีกนิดได้ไหม อยู่กับฉันกับหมอกหน่อยนะ”

เมฆให้ตะวันฉายไปเที่ยวด้วยกัน หมอกรบเร้าจนเธอไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร...ทั้งสามมาเที่ยวสวนสนุกกำลังเพลินๆ จู่ๆก็มีตัวมาสคอตมาแจกน้ำและลูกโป่ง หมอกนึกได้ว่าตะวันฉายหายไปรีบบอกเมฆตามหา ตัวมาสคอตจึงถอดหัวออกมาเป็นตะวันฉาย

“พี่ซันนึกว่าไม่มีใครคิดถึงพี่ซันแล้วนะเนี่ย พี่ซันร้อนจังเลยครับ”

หมอกยื่นน้ำของตัวเองให้ เมฆยิ้มกวนๆตะวันฉายเห็นแล้วเมินหน้าหนี ขอตัวไปเปลี่ยนชุด เมฆหันมาถาม ลูกชายถ้าพ่อหายไปบ้าง จะมีใครคิดถึงไหม หมอกตอบว่าไม่คิดถึง

“โธ่...พ่อนี่น่าสงสารจริงๆขนาดลูกชายยังไม่ คิดถึงเลย”

หมอกถามตาแป๋วพ่อจะหายไปไหน เมฆเห็นแล้ว ใจแป้ว ตนไม่ไปไหนหรอก หมอกยิ้ม

“ที่หมอกไม่คิดถึงพ่อเพราะรู้ว่าพ่อไม่มีทางทิ้งหมอกไงครับ”

เมฆดึงลูกมากอดหอมแก้มซ้ายทีขวาที ตะวันฉายเดินกลับมา ซาบซึ้งกับภาพที่เห็น...ไม่นาน หมอกก็หลับ หนุนตักตะวันฉาย เธอฮัมเพลงที่เมฆแต่งกล่อม เมฆได้ยินแกล้งชมว่าเพลงเพราะดี คนแต่งทำนองเก่ง ตะวันฉายค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้

“เฮ้อ...แต่เนื้อร้องที่แต่งมั่วๆเนี่ยสิ ม่ายหวาย...”

“ก็ผมจะร้องของผมแบบนี้อ่ะ” ตะวันฉายไม่สนใจ ร้องเนื้อที่ตนแก้ไข

เมฆฟังๆดูรู้สึกไพเราะ จึงหยิบมือถือขึ้นมาอัดเสียงไว้ อ้างว่าจะไปเทียบกับอันที่ตัวเองแต่งว่าอันไหนเพราะกว่ากัน...

ตกเย็น อิงฟ้ายืนรอรับเมฆกับลูกที่กลับกันมา หมอกยังโกรธแม่ไม่ยอมเข้าหา อิงฟ้าขอร้องเมฆให้ช่วยพูดกับหมอก แต่เขากลับบอกว่า ตัวเขาก็ไม่ไว้ใจเธออีก ตะวันฉายช่วยแก้สถานการณ์ให้ ถามเมฆลืมแล้วหรือว่าให้อิงฟ้ามาอยู่ที่บ้านเพื่ออะไร เพื่ออยากให้หมอกได้ความรักจากแม่ แล้วเธอก็ขอโทษแล้วจะยกโทษให้ไม่ได้หรือ ตะวันฉายถามหมอกว่าเคยทำผิดจนพ่อโมโหไหม เขาพยักหน้า

“คุณแม่ก็เหมือนกันนะครับ วันนี้คุณแม่อาจจะเผลอซนไปนิดเดียวเอง เลยมาช้าไปหน่อย เหมือนคุณหมอกเล่นน้ำไม่ยอมขึ้นไง คุณหมอกจะโกรธคุณแม่ทั้งวันเลยเหรอ”

หมอกสลดลงบ่นตนอยากอวดแม่กับเพื่อนๆ ตะวันฉายปลอบ พรุ่งนี้ก็อวดได้ วันต่อไปก็อวดได้ เขาไม่ควรโกรธแม่เพราะเขาเป็นลูกผู้ชาย เป็นเด็กดี หมอกสบตาอิงฟ้าแล้วโผกอด อิงฟ้าร้องไห้ด้วยความดีใจ เมฆมองสองแม่ลูกอย่างซาบซึ้ง

ตอนกลางคืน ตะวันฉายสะพายเป้เดินลงมา เอวาดักรอขอบใจที่ช่วยพูดกับหมอก แถมบอกว่าสองพ่อลูกรอส่งอยู่หน้าบ้าน...ตะวันฉายเดินออกมา เมฆขอร้องให้อยู่ต่อเพราะหมอกต้องการเธอ ตะวันฉายกล้ำกลืนความเสียใจยืนยันว่า ถึงเวลาที่ตนต้องไป เขาถามเวลาอะไร

“คุณไม่ต้องเข้าใจหรอกครับ ผมบอกได้เพียงว่า ผมอยู่อย่างนี้ตลอดไม่ได้ มันไม่ใช่ชีวิตผม” เมฆถามสวนขึ้นว่าจะได้เจอกันอีกไหม ตะวันฉายยิ้มเจื่อนๆ “คุณเมฆ ผมไม่ใช่เกย์...”

“ตอบไม่ตรงคำถามอีกแล้วนะ” เมฆโต้

ตะวันฉายจึงตอบหนักแน่นว่าไม่...หมอกร้องไห้โฮ เธอหันมากอดปลอบเขาต้องเข้มแข็ง แล้วตัดใจเดินจากไป เมฆมองตามหลังด้วยความเสียใจ พึมพำ...โชคดีนะซัน

ooooooo

ยุทธการมาส่งตะวันฉายที่ซันไรส์รีสอร์ท เกริกไกรอดแซวลูกไม่ได้ ใครบังคับให้กลับถึงได้ทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้ ยุทธการตอบแทนว่า เธอยอมกลับเองไม่มีใครบังคับได้ สายรุ้งแขวะสามี ลูกเอาเชื้อดื้อของพ่อมาเยอะ เกริกไกรร้อง...อ้าว

ตะวันฉายขอตัวไปพักผ่อน ให้พ่อกับแม่คุยกับยุทธการตามสบาย สองสามีภรรยาแปลกใจลูกสาวเป็นอะไร ยุทธการแก้ตัวให้ว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจตอนอยู่กรุงเทพฯ แต่ไม่ต้องห่วง ตนจะดูแลเธอเอง และได้ลางานไว้แล้ว

วันรุ่งขึ้นยุทธการพยายามเอาใจตะวันฉาย เพราะคิดว่าที่เธอดูเศร้าๆ อาจช็อกเรื่องการตายของธีรภพ ตะวันฉายนึกได้ เตือนใจตัวเองว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น ยุทธการกุมมือเธอ

“แต่ในเมื่อไม่มีเขาแล้ว พี่ยุทธคนนี้ก็จะขอเป็นคนดูแลหัวใจของซันเอง พี่ไม่ได้ขอให้ซันต้องมาดูแลหัวใจพี่เป็นการตอบแทนหรืออะไร แค่ให้พี่ได้ดูแลซัน พี่สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด ให้พี่ดูแลซันได้ไหม”

ตะวันฉายอึ้งตอบไม่ถูก เผอิญเฮลมุทเดินเข้ามาทัก “ขอโทษครับ เมื่อสักครู่ผมนั่งตรงนี้สงสัยจะทำกุญแจห้องตกไว้ คุณเห็นบ้างหรือเปล่าครับ”

ยุทธการไม่ได้เอะใจอะไร ช่วยกันก้มมองหากับตะวันฉาย เห็นกุญแจตกอยู่จริง หยิบส่งให้ ตะวันฉายถือ โอกาสบอกยุทธการว่าอากาศเริ่มร้อน ชวนเข้าบ้านป่านนี้แม่เตรียมของว่างไว้ให้แล้ว ยุทธการมองตามเซ็งๆ...

ขณะเดียวกัน หมอกดูเศร้าซึมลง อิงฟ้าเอาขนมของโปรดมาให้ก็ไม่ค่อยสนใจ ท่าทางโกรธที่ไม่มีใครตามซันกลับมา บ่นอยากเล่นกับพี่ซัน อิงฟ้าปลอบอย่างไรก็ไม่ฟัง จนเธอยอมจำนนจะบอกเมฆไปตามให้...ด้านเมฆก็ไม่ต่างจากลูก เขาเข้ามาอยู่ในห้องตะวันฉาย คิดถึงภาพเธอในจุดต่างๆ อิงฟ้าแอบยืนมองเมฆอาลัยอาวรณ์ซันแล้วอดหงุดหงิดไม่ได้ แต่ทำทียิ้มแย้มเข้าไปชวนเขาทานข้าวกลางวัน

บนโต๊ะอาหาร หมอกรบเร้าแม่ถามพ่อหรือยัง เมฆทำหน้างงๆ หมอกจึงถามเองว่าพี่ซันอยู่ที่ไหน เมฆแปลกใจจะรู้ไปทำไม

“หมอกอยากให้แม่ไปตามพี่ซันกลับมา”

“แต่แม่ว่าซันเขาคงไม่ยอมกลับมาแล้วล่ะ เพราะถ้าเขาอยากอยู่ที่นี่ เขาก็ต้องไม่ไป...ไม่เอาแล้ว ไม่คุยเรื่อง คนอื่นแล้วนะครับ กินสปาเกตตีดีกว่า ร้อนๆจะได้อร่อย เสร็จแล้วก็ต่อด้วยของหวานเป็นเค้กช็อกโกแลต ดีไหมครับ”

สองพ่อลูกฝืนใจกินด้วยอาการเจื่อนๆเพราะอด คิดถึงซันไม่ได้ อิงฟ้ามองอย่างไม่พอใจ...ทานอาหารเสร็จ สองพ่อลูกมารดน้ำต้นผัก หมอกคิดได้บอกเมฆว่า ไม่รดดีกว่า พี่ซันจะได้กลับมาดูแลเองเพราะกลัวมันตาย เมฆถอนใจสงสารลูก คนเขายังไม่ดูดำดูดีแล้วจะแคร์อะไรกับผัก

ooooooo

เช้าวันใหม่ ยุทธการลากลับเพราะทางการมีงานด่วน ตะวันฉายเดินมาส่งที่รถ เผอิญเชือกรองเท้าหลุด ยุทธการก้มลงผูกใหม่ จังหวะนั้น ลูกน้องเฮลมุท เดินสวนมาจึงไม่ทันเห็นยุทธการ

ตะวันฉายเดินซึมเศร้ากลับมาที่ห้อง เห็นชุดผู้ชายที่ตัวเองใส่ตอนเป็นซันแขวนอยู่ แล้วสะท้อนใจ มองเลยไปที่ปฏิทิน เห็นวันที่ตัวเองวงไว้เป็นวันกำหนดส่งนิยายก็ตาเหลือกนึกได้ เธอสะบัดทุกอย่างออกจากหัว ตั้งใจทำงานเขียนนิยายต่อ...ภาพในจินตนาการของเธอ กลับมีเมฆ เข้ามาเป็นพระเอก แต่แล้วก็แต๋วแตก ทำให้เธอถึงกับเหวอ

“เฮ้ย...ไหงเป็นเงี้ย บ้าๆๆบ้าที่สุดเลย อะไรของแกไอ้ซัน ทำไมต้องคิดถึงเกย์คนนั้น” ตะวันฉายลุกขึ้นเต้นฮึดฮัดโกรธตัวเอง...เกริกไกรกับสายรุ้งแอบมองลูกสาวงงๆว่าเป็นอะไร

เวลาผ่านไป...กลางดึก อ้อมาเคาะประตูปลุกเกริกไกรกับสายรุ้ง บอกว่ามีเสียงไม่ชอบมาพากล สายรุ้งชวนสามีไปดูเกิดมีเรื่องไม่ดีจะได้ป้องกันทัน ทั้งสามคนย่องสำรวจบริเวณบ้าน เห็นโน้ตบุ๊กตะวันฉายเปิดค้าง และมีเสียงของมีคมกระทบวัตถุบางอย่าง ทั้งสามย่องตามเสียงเข้าไปในครัว เห็นตู้เย็นเปิดค้าง จึงบุกเข้ามา แสงจากตู้เย็นสาดให้เห็น ตะวันฉายนั่งคุดคู้ ขอบตาดำหัวฟู ปากมีคราบสีน้ำตาล ทั้ง สามร้องกรี๊ดพร้อมกัน ตะวันฉายลุกยืน ในมือมีจานเค้ก ช็อกโกแลต และช้อนที่ขูดจานจนเกิดเสียง ต่างคนต่างตกใจ...

เช้าวันใหม่ เกริกไกร สายรุ้ง ตะวันฉายนั่งดื่มกาแฟ สีหน้าหมองไม่ได้นอนทั้งคืน อ้อยืนบริการสีหน้าไม่แพ้กัน ต่างซักไซ้ตะวันฉายว่าเป็นอะไร ต้องการพบแพทย์ไหม

“ก็มันเครียดนี่คะ ซันแค่อยากจะเขียนนิยายให้จบ แต่ยิ่งเขียนยิ่งเลอะ ไม่รู้จะทำยังไง”

“ก็พักก่อนสิคะคุณซัน ให้ใจร่มๆเดี๋ยวก็เขียนได้”

“แต่มันจะถึงกำหนดส่งแล้ว ถ้าไม่รีบไม่ทันแน่”

“ตกลงที่เขียนเนี่ย เพราะอยากเขียนนิยาย หรือว่าอยากเขียนแค่จะส่งประกวดให้เสร็จๆไปกันแน่” เกริกไกรถาม

“จริงด้วย ไหนซันเคยบอกแม่ว่า ไม่สำคัญที่ทำได้ แต่สบายใจที่ได้ทำไง แล้วนี่ทำไมดูไม่เห็นจะสบายใจเลย”

“ถูกของพ่อกับแม่ ตอนนี้ซันกำลังมองแต่ปลายทาง อยากให้มันรีบจบๆไป แต่ซันไม่ได้ชื่นชมกับทางเดินรอบข้าง ก่อนจะถึงจุดหมายเลย” ตะวันฉายฮึดขึ้นมาใหม่ “ซันต้องเริ่มเขียนนิยายใหม่ ต้องเอ็นจอยกับการเขียน ไม่ใช่เร่งๆให้มันจบ งั้นซันขอลางานไม่มีกำหนดนะคะ จนกว่าซันจะเขียนนิยายจบ”

“อ้าว เฮ้ย! เอางี้เลยเหรอ” เกริกไกรเหวอ

อ้อขำอยากแนะนำกันดีนัก สองสามีภรรยาตวัดสายตามอง อ้อยิ้มแหยๆเลี่ยงไปทำงาน...ตะวันฉายมาเริ่มทำงานอย่างตั้งใจ เปิดคอมเห็นข้อความที่เมฆแก้ไขให้ก็สะเทือนใจ คิดถึงเขาอีก

ด้านเมฆก็ไม่เป็นอันทำงานแต่งเพลงเช่นกัน อิงฟ้าเข้ามาคลอเคลีย ขอให้สอนเล่นเปียโน เมฆโต้ ตนเคย จะสอนแต่เธอไม่สนใจ อิงฟ้าอ้อนว่าตอนนี้สนใจแล้ว เมฆจับมือเธอมองตาพูดอย่างจริงจัง อย่าพยายามเลย มันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ อิงฟ้าผงะแต่ไม่ละความพยายาม

“แหมเมฆ อย่าเพิ่งดูถูกฟ้าสิ คนที่เพิ่งหัดเรียนดนตรีตอนโตมีถมไป มันอาจใช่สำหรับฟ้าก็ได้ แล้วฟ้าก็อาจช่วยเมฆทำงานได้ ไม่ต้องให้...คนอื่นมาช่วย”

“ขอบคุณนะฟ้า แต่ผมขอทำงานคนเดียวดีกว่า”

“ถ้างั้นฟ้าจะอยู่เป็นกำลังใจให้เมฆอย่างเดียว จะวันนี้หรือวันไหน ฟ้าก็จะไม่ไปจากเมฆ”

“ผมรับความรู้สึกที่เกินเพื่อนจากฟ้าไม่ได้แล้ว ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมแล้วล่ะฟ้า”

“เพราะซันเหรอ ที่เมฆเอาแต่ซึมเศร้านี่เป็นเพราะซันจริงๆเหรอ ตกลงนี่เมฆจะเป็น...”

“ผมจะเป็นอะไรไม่สำคัญหรอกฟ้า ไม่ต้องหาคำตอบกับเรื่องนี้หรอก ผมจะทำในสิ่งที่มีความสุข แล้วฟ้า...ก็ไม่ใช่คำตอบของผม” เมฆเดินออกไป อิงฟ้ายืนเสียใจ

ที่สระว่ายน้ำ หมอกกับเก่งนั่งถอนใจ ต่างบ่นคิดถึงซัน ไม่มีแก่ใจจะเล่นอะไรเช่นกัน

ooooooo

ในห้องอัดเสียง จอมสยามฟังเพลงที่เมฆแต่ง ยิ้มด้วยความพอใจมาก ถึงขนาดลุกขึ้นไปกอดเมฆ และบอกอยากจูบปากจริงๆ เมฆตกใจเอามือยันหน้าจอมสยามไว้

“เฮ้ย...ขอร้องๆ กรุณาเก็บจิตใต้สำนึกเอาไว้ให้ลึกสุดใจเถอะนะพี่นะ”

“ไอ้นี่ เดี๋ยวก็เจอซัดซักเปรี้ยงหรอก”

“ล้อเล่นน่า นี่พี่ชอบเพลงผมขนาดนี้เลยเหรอ” เมฆสะท้อนใจคิดถึงตะวันฉาย

จอมสยามพยักหน้าและขอเพลงอื่นอีก เมฆส่ายหน้าเศร้าๆ “จะพยายาม แต่ไม่แน่ใจว่าจะแต่งได้อีกหรือเปล่า”

“อ้าว อะไรของแกวะ ไม่แน่ใจอะไร พรสวรรค์ก็มี ฝีมือก็ยังไม่ตก มันยังมีอะไรที่ทำให้แกแต่งเพลงไม่ได้อีก”

เมฆเปรยๆขาดแรงบันดาลใจมั้ง...จอมสยามสวน ขาดก็ออกไปหา ทำให้เมฆนิ่งคิด...

ขณะเดียวกัน ยุทธการมาปรับทุกข์กับเอวาและนิค ว่าตะวันฉายดูซึมแต่ตนก็จะพยายามดูแล เอวาทำเป็นร่าเริงกลบเกลื่อน

“พี่ยุทธรักซันขนาดนี้ เอวายอมแพ้เลย เดี๋ยวเอวาจะยุให้ซันมันตาสว่างมองมาทางนี้ซะที”

ยุทธการยังตอกย้ำว่า เธอช่างเป็นน้องสาวที่น่ารัก นิคถอนใจสงสารเพื่อน ยุทธการถามนิคเป็นอะไร เขาแกล้งตอบว่าอาหารมันเผ็ดน้ำตาจะไหล เอวารู้ว่าเพื่อนเหน็บ ตอกกลับว่าอยากกินแบบเผ็ดจนปากเจ่อไหม นิคยิ้มแหะๆ ยุทธการมองสองคนไปมาอย่างไม่เข้าใจ

พอยุทธการกลับไป เอวาก็ซึมลง นิคชวนเล่นอย่างไรก็ไม่ครึกครื้นจนอดถามไม่ได้

“พักนี้แกเซ็งบ่อยเกินไปแล้ว เหมือนไม่ใช่เอวาคนเดิม”

“อ้าว ฉันเป็นคนนะเว้ย ไม่ใช่ตัวละครแบนๆมีสุขมีเศร้ามันก็ธรรมดา เมื่อวานเพิ่งอกหัก วันนี้ให้หายเลยรึไง”

นิคหัวเราะ “เออๆเข้าใจ ฉันก็แค่เป็นห่วงแก ไม่อยากให้เศร้านาน ช่วงนี้แกอยากจะผีเข้าผีออกก็เป็นไปเถอะ ฉันรับได้”

เอวามองอย่างซาบซึ้งใจ แถมเข้ามากอดแขนนิค “ถ้าใครได้แกเป็นแฟนนี่โชคดีโคตรๆ อยากได้แฟนแบบแกว่ะ นิคจ๋า ตัวเองรักเค้ามั้ย”

นิคอึ้ง แสร้งใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเอวาดันออกและบอกว่า เธอไม่อยากได้แฟนอย่างตนหรอกเพราะเธอชอบแบบยุทธการ พูดจบก็ลุกพรวดขึ้นขอตัวไปสอน เอวามองตามเหวอๆ...เดินห่างออกมา นิคตัดสินใจกดโทรศัพท์ไปหาโปรดิวเซอร์ บอกว่าตนทำพาสปอร์ตพร้อมแล้ว และหยั่งเชิงถามว่าอยากได้มือกลองอย่างเอวาด้วยไหม โปรดิวเซอร์ตอบว่าน่าสนใจ ขอให้มาคุยกันก่อน

จากนั้น นิคมาหายุทธการที่สำนักงาน  เปิดประเด็นทันที “พี่ยุทธครับ ถ้าซันไม่ชอบพี่ พี่ก็ควรจะมองคนอื่นบ้างนะครับ”

ยุทธการงงย้อนถามนิค ทำไมไม่ถามตอนที่ทานข้าวด้วยกันเมื่อกลางวัน นิคตอบว่าตอนนั้นไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้คิดแล้วว่าควรพูด ยุทธการตอบอย่างหนักแน่น ตนคงมองใครอีกไม่ได้

“แต่มีคนคนหนึ่งที่เขารักพี่ยุทธมาก แล้วเขาก็ดีไม่แพ้ซันด้วย”

ยุทธการถามว่าใคร นิคตอบทันควันว่า...เอวา ยุทธการตกใจ

“ครับ มันชอบพี่ตั้งแต่อยู่มหาลัยแล้วล่ะครับ มันมีความสุขทุกครั้งเวลาพี่ดีกับมัน โทร.หามัน ชวนมันไปไหนต่อไหน ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าพี่รักซัน แต่ตอนนี้มันร้องไห้มากกว่าหัวเราะอีกครับ”

“แต่พี่...พี่คิดกับเอวาแค่น้องสาว”

“ผมขอร้องนะพี่ ให้พี่เปิดใจมองเอวาบ้าง”

ยุทธการนิ่งสักพักก่อนจะตอบว่า “ถ้าให้นิครักกับคนที่มองว่าเป็นน้องสาวมาตลอด นิคจะทำได้เหรอ ความรักน่ะ มันจะเอาคนนั้นมาแทนคนนี้ไม่ได้ รักใครก็รักคนนั้น”

นิคนิ่งอึ้งหนักใจมากขึ้นไปอีก...

ด้านเมฆ เห็นหมอกเอาแต่ซึม จึงตัดสินใจชวนไปเที่ยวกันสองคน...คืนนั้น เมฆมาเล่นดนตรีอย่างเมามันเหมือนได้ปลดปล่อยอารมณ์ แขกในร้านชอบใจปรบมือเกรียวกราว เมฆบอกเอวากับนิคว่าจะพาหมอกไปพักผ่อนต่างจังหวัดสักพัก ให้จอมสยามมาเล่นแทน

เมื่อเมฆกลับไป นิคบอกเอวาเรื่องที่ไปคุยกับยุทธการ เอวาโกรธมาก

“แกไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉันอีก แล้วฉันก็ไม่คิดจะไปเมืองนอกกับแกด้วย ฉันไม่เข้าใจเลยว่าแกจะมาวุ่นวายกับเรื่องของฉันไปทำไม”

“เพราะฉันรักแกไง...” นิคโพล่งออกมา

เอวาตกตะลึง นิครีบขอโทษที่เขารักเธอ เอวาเอื้อนเอ่ยออกมา “ฉันเข้าใจแล้วล่ะว่า พี่ยุทธรู้สึกยังไงกับฉัน เพราะฉันก็ไม่รู้สึกกับแกแบบนั้น”

เอวาเดินจากไป นิคยืนเศร้าผิดหวังอยู่ตรงนั้น

ooooooo

วันต่อมา อ้อเดินหน้างงๆเข้ามารายงานเกริกไกรกับสายรุ้งว่า ทางแทรเวลทีมีบุ๊กกิ้งแปลกๆมาอีกแล้ว คราวก่อนแขกฝรั่งเหมาทั้งวิลล่า คราวนี้มีแขกวีไอพีไม่ระบุชื่อ แต่แจ้งความจำนงให้ตะวันฉายเป็นคนต้อนรับเท่านั้น

พอตะวันฉายรู้ก็โวยวายไม่ยอม เพราะกำลังเพลินกับการเขียนนิยาย เกริกไกรกับสายรุ้งอ้างเหตุผลต่างๆนานาว่าลูกค้าประทับใจการบริการของเธอมาก จนกลับมาอีกหน

“แขกคนไหนที่บังอาจประทับใจบริการของซันคะเนี่ย เพราะขนาดซันเองยังเคยคิดเลยว่า ถ้าเจอคนแบบซันมาบริการ ซันคงเผาโรงแรมทิ้งแน่ๆ”

แต่พอตะวันฉายรู้ว่าแขกวีไอพีนี้มาจากแทรเวลที ก็แอบดีใจเล็กๆอาจจะเป็นเมฆ...รุ่งขึ้นเธอรีบไปรับ

ที่ท่าเรือ ขับรถฝุ่นตลบเข้ามาจอด ไม่ทันลงจากรถ มีคนเปิดประตูโยนกระเป๋าเข้ามา เธอโวยวายว่าขึ้นผิดคัน แต่พอหันมองแทบช็อก “คุณ...”

“ยังจำกันได้ใช่ไหม คุณตะวันฉาย”

ตะวันฉายกำลังจะโวย หมอกโผล่หน้าเข้ามาสวัสดี จึงชะงัก เมฆต่อว่าที่มาสาย น่าจะโดนไล่ออกไปตั้งนานแล้ว ตะวันฉายกล่าวขอโทษ เมฆทึ่ง

“นี่ใช่ผู้จัดการขาเหวี่ยงคนเดิมรึเปล่าเนี่ย คุณตะวันฉายเขาต้องไม่ยอมรับผิด ไม่มีมารยาท ไม่รับผิดชอบ พูดจามะนาวไม่มีน้ำ...”

ตะวันฉายทนไม่ไหวชี้หน้าจะด่ากลับ หมอกโพล่งขึ้น “พี่ซัน...พี่หน้าเหมือนพี่ซันเลย”

“แต่พ่อว่าไม่เหมือนหรอก พี่ซันเขาผอมๆแห้งๆ

แต่นี่...อื้อหือ” เมฆแกล้งมองรูปร่าง

“คุณ...คุณไม่มีสิทธิ์มามองฉันอย่างนี้นะ” ตะวันฉายทั้งโกรธทั้งอาย

“ดุชะมัด ก็แค่จะบอกว่า อื้อหือ สวยนะเนี่ย...แต่ใจร้าย”

ตะวันฉายเกือบยิ้มต้องชะงัก เสียงเข้มให้ขึ้นรถ ตนมีงานอื่นต้องทำอีก...มาถึงรีสอร์ท  เกริกไกรกับสายรุ้งแปลกใจที่แขกวีไอพีเป็นเมฆกับลูกชาย  รีบเชื้อเชิญ ตะวันฉายถือโอกาสขอตัว เมฆแกล้งฟ้องว่าเธอไปรับช้า สายรุ้งหันไปเอ็ดอ้อ ไหนรายงานว่าทุกอย่างราบรื่น อ้อทำหน้าเจื่อนๆ เมฆขอเหมือนคราวก่อน คือให้ตะวันฉายเป็นคนดูแลตนกับลูกตลอด 24 ชั่วโมง

“หา...มากไปมั้ง” ตะวันฉายร้องเสียงหลง

“เอ่อ...ผมว่าลดโทษกึ่งหนึ่งได้ไหมครับ คราวก่อนผู้จัดการบกพร่องต่อหน้าที่ไปเยอะ สมควรแก่การลงโทษ แต่ครั้งนี้แค่รับสายนิดหน่อย เอาแค่ครึ่งวัน 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็นก็พอครับ”

ตะวันฉายโวยยังเยอะอยู่ดี เกริกไกรปราม เธอหันไปอ้อนแม่ สายรุ้งส่ายหน้า...ตะวันฉายหน้างอ จำต้องยกกระเป๋าเมฆไปส่งห้องพัก อดไม่ได้ที่จะเถียงกันไปมา ตะวันฉายไม่รู้ว่าเมฆรู้ความจริงหมดแล้ว เธอยังเอ็นดูหมอกจึงคอยเล่นด้วย แต่ก็โดนเมฆแกล้งแรงๆ

จนตะวันบ่ายคล้อย หมอกหลับคาอกเมฆ ตะวันฉายมองภาพพ่อลูกอย่างเอ็นดู เผอิญสบตากัน เธอเมินหน้า

หนี เมฆมองตะวันฉายผมปลิวไสวไปตามลม ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น ทำให้เขายิ้มมองไม่วางตา เธอเริ่มเขินบอกเขาว่า หกโมงเย็นเป็นเวลาเลิกทาส ตนไปก่อน...

เมฆยังอยากอยู่กับเธออีก จึงแกล้งตามมาป่วนเมื่อเอาหมอกเข้านอนแล้ว เขามาที่มุมทำงานของเธอ เห็นโน้ตบุ๊กทำเป็นชะเง้อมอง

“ทำงานอะไรน่ะ เอ๊ะ เขียนนิยายหรือเปล่า” ตะวันฉายพยายามบัง เมฆเปรยโน้ตบุ๊กดูคุ้นๆ เหมือนของพี่เลี้ยงหมอก “อือ...จริงด้วย แล้วคุณกำลังเขียนเรื่องอะไรอยู่เหรอ พี่เลี้ยงหมอกเขาเขียนเรื่องแองเจิลการ์เด้น ผมเคยอ่านด้วยนะ...เน่ามาก”

“เน่าแล้วอ่านทำไมล่ะ วิเคราะห์ตีความเป็นหรือเปล่าเหอะ มาวิจารณ์งานคนอื่นน่ะ”

“อ้าว ทำไมต้องโวยวายด้วยล่ะ ทำอย่างกับเขียนเองงั้นแหละ”

“ก็...พูดอย่างเข้าใจคนอื่นน่ะ”

“เหรอ...เอ้า คุณทำงานของคุณไปเถอะ ผมจะไปหาข้าวกินละ” เมฆยิ้มๆเดินไป

ตะวันฉายฮึดฮัด อยากจะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น...

เขย่าขวัญตะวันฉาย ไม่ทันไรเมฆย้อนกลับมาชะโงกหน้า ลืมไป...อยากให้คืนนี้เธอไปนอนที่บ้านพัก ตะวันฉายจะโวย เขาสวนให้ช่วยดูแลหมอก เธอเสียงอ่อย ก็ตกลงกันว่าแค่หกโมงเย็น เมฆให้เปลี่ยนข้อตกลงเสีย แล้วเดินผิวปากไป

พอสายรุ้งรู้ว่าลูกต้องไปนอนที่บ้านพักเมฆก็ไม่พอใจ แต่เกริกไกรชี้แนะว่า เมฆอาจจะทำให้ลูกสาว กลายเป็นคนทำงานบริการที่ดีในอนาคตได้ ลองให้เมฆดัดนิสัยลูกสักพัก สายรุ้งลังเล ตะวันฉายตั้งแง่ไม่ยอมไป หาว่าพ่อแม่ไม่ห่วงลูก แต่พอหมอกวิ่งมาหาขอให้เธอไปจับปูลมด้วยกัน ตะวันฉายตกลงทันที เกริกไกรกับสายรุ้งสบตากันงงๆที่เห็นลูกเดินไปหน้าตาเฉย

หลังจากเล่นจับปูลมจนเนื้อตัวเปรอะทราย ตะวันฉายอาบน้ำแต่งตัวให้หมอกแล้วพาเข้านอน หมอกบ่นคิดถึงซัน เธอปลอบว่าซันก็คิดถึงเขา หมอกดีใจยิ้มหลับไปอย่างมีความสุข...ออกมาเห็นเมฆเล่นกีตาร์เพลงที่เธอแต่งกับเขา จึงหยุดฟังน้ำตาคลอ ถามเขาทำไมไม่ร้อง เขาตอบว่าต้องร้องสองคน จะช่วยร้องไหม เธอรีบปฏิเสธแล้วขอตัวไปอาบน้ำ เมฆมองตามเศร้าๆ

ooooooo

ตอนที่ 8

ในเย็นวันนั้น ตะวันฉายแอบฟังอิงฟ้าคุยกับเมฆ เธอให้เลิกจ้างพี่เลี้ยงลูก เพราะเธอจะทำหน้าที่นี้เองทั้งหมด หมอกถามเสียใจหรือถ้าไม่ได้อยู่กับตน ตะวันฉายพยักหน้าเศร้าๆ หมอกจึงบอกว่าจะขอแม่ให้พี่อยู่ต่อ เธอดีใจเพราะยังหาข้อมูลธีรภพไม่ได้

อิงฟ้าบอกเมฆแค่ส่งตัวกลับไปให้เพื่อน เขาก็คงหางานใหม่ให้เอง ตนไม่เข้าใจทำไมเมฆต้องคิดมากขนาดนี้ เมฆเห็นตะวันฉายแอบฟังจึงแกล้งพูดให้ได้ยิน

“โอเค...ผมคิดว่าซันเขาก็นิสัยดีออก แล้วก็ดูรักหมอก แถมยัง...น่ารักด้วย”

“อะไรนะเมฆ...บอกว่าซันน่ารัก วันก่อนนี้ก็เล่นกันซะจนฟ้าคิดว่าเมฆ...นี่เมฆคิดยังไงกับซันเนี่ย”

“ก็คิดว่า ผมคงไม่ไล่มันออกหรอก”

ตะวันฉายดีใจกระโดดร้องเย้ อิงฟ้ากับเมฆหันไปมอง เธอรีบสงบเสงี่ยม อิงฟ้าไม่พอใจย้ำกับเมฆว่าตนดูแลลูกได้ และตอนนี้ลูกกับตนก็เข้ากันได้ดี

“เวลาแค่สั้นๆผมยังไม่เห็นอะไรชัดนักหรอก ผม...ยังไม่มั่นใจว่าฟ้าจะไม่ทิ้งใครไปอีก ในเมื่อก่อนหน้านี้ ฟ้าก็ทิ้งใครต่อใครไปได้ง่ายๆมาแล้วนี่”

“เมฆ! ฟ้าคิดว่าสิ่งต่างๆที่ฟ้าทำมา มันจะทำให้เมฆหายโกรธฟ้าแล้วซะอีก”

“ที่ฟ้ากับหมอกเข้ากันได้มันก็ดี แต่จะให้ผมทำเหมือนเราไม่เคยมีอดีตต่อกัน...ผมทำไม่ได้ ขอโทษนะฟ้า” เมฆจะเดินหนี

อิงฟ้าเสียใจตัดพ้อเมฆว่า การที่ตนมาอยู่ที่นี่ทำให้เขาอึดอัด ตนจะย้ายไปอยู่บ้านที่เป็นเรือนหอของตน... อิงฟ้ามองว่าเมฆจะท้วงบ้างไหม แต่เขากลับนิ่งเฉย ก็ยิ่งเสียใจ เมฆเองยังสับสน เขามานั่งครุ่นคิดในห้องทำงานบ่นว่าตนทำถูกหรือไม่ ตะวันฉายโผล่เข้ามาตอบว่าทำถูก

เมฆสะดุ้ง “เฮ้ย...เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ อะไรถูกของนาย”

“ก็ที่คุณเมฆไม่ไล่ผมออกไง คุณเมฆทำถูกแล้วครับเพราะนี่แสดงว่าคุณเป็นเจ้านายที่มีจิตใจเมตตา เห็นแก่คนจนๆที่จะได้มีงานทำต่อไป ขอบคุณนะครับ”

เมฆยิ้มกวนๆยังไม่ให้เธอออกง่ายๆหรอก ตะวันฉายเข้าใจว่าเพราะตัวเองทำงานดี ไม่สะกิดใจสักนิดว่าเขารู้ เรื่องของตัวหมดแล้ว

พอถึงเวลาที่อิงฟ้าจะลากกระเป๋าออกจากบ้าน หมอกร้องไห้โยเยไม่ยอมให้แม่ไป จนเมฆทนไม่ไหวต้องขอให้อิงฟ้าอยู่ต่อ อิงฟ้าดีใจโผกอดเขาแน่น เมฆสับสนเผลอกอดตอบ เก่งยืนมองน้ำตาซึม ในขณะที่ตะวันฉายรู้สึกเจ็บแปลบในใจจนต้องหลบออกมานั่งเซ็ง

ooooooo

คืนนั้น เอวาไม่มีสมาธิเล่นดนตรีผิดจังหวะหลายครั้ง จบการแสดง เธอขอโทษเมฆกับนิค เมฆแปลกใจแอบถามนิคว่าเอวาถูกใครหักอกมาหรือ นิครู้อยู่แก่ใจแต่ไม่กล้าบอก

ขณะเดียวกัน ยุทธการก็นั่งครุ่นคิดแต่เรื่องตะวันฉายจนไม่เป็นอันทำงาน เห็นจ่าสมนั่งดูแต่ละครทีวี จึงถามขึ้นว่า มีละครเรื่องไหนที่นางเอกปลอมตัวแล้วไม่ถูกจับได้บ้าง จ่าสมตอบว่าไม่มีหรอก ต้องจับได้ แล้วก็โกรธกัน รักกันทั้งนั้น ยุทธการลองถามถ้านางเอกมีแฟนอยู่แล้วล่ะ

“ก็เห็นมันเลิกกันทุกรายล่ะครับ ส่วนใหญ่เลิกกันแล้วแฟนนางเอกก็ไม่ได้ใครด้วยนะครับ...สารวัตรเป็นอะไรหรือเปล่าครับ” จ่าสมย้อนถามเมื่อเห็นสีหน้ายุทธการอึ้งๆ

ยุทธการรีบบอกว่าไม่มีอะไรแล้วขอตัวกลับ เผอิญนึกได้หันมาถามเรื่องอินฤดีไปถึงไหนแล้ว จ่าสมอึกอักโกหกว่ายังไม่ได้เบาะแส เขาจึงบอกให้เร่งมือหน่อย จ่าสมเครียด แอบหยิบรูปอิงฟ้าออกมาดูอย่างเศร้าใจ...

ส่วนตะวันฉายเล่นกับหมอกก่อนจะพาเข้านอน อิงฟ้าโผล่มาสีหน้าไม่พอใจ จู่ๆก็ถามหมอกว่าชอบหรือที่ได้เล่นกับพี่ซัน หมอกตอบว่าชอบ เธอจึงถามอีกว่า ถ้าให้เลือก หมอกจะอยู่กับแม่หรือกับซัน หมอกตอบแบบเด็กๆว่าจะอยู่กับทั้งพ่อ แม่ พี่ซันและเก่ง ตะวันฉายรู้สึกบรรยากาศมาคุ จึงเลี่ยงออกมา แต่อิงฟ้ายังตามมาถากถาง

“แปลกดีนะ เป็นผู้ชายแต่มาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก”

“ผมเคยเลี้ยงน้องน่ะครับ น้องผมเยอะก็เลยเลี้ยงเป็น”

อิงฟ้าถามว่าไม่อยากไปทำงานอื่นบ้างหรือ ตะวันฉายจึงย้อนถามว่าทำไมถึงอยากให้ตนออก อิงฟ้าตอบว่าไม่ไว้ใจ ไม่ต้องการให้มีผู้ชายอยู่ในบ้านด้วย

“หา!...นี่คุณอิงฟ้ากลัวผมจะ...ปล้ำคุณเหรอฮะ ไม่ต้องกลัวฮะ ผมไม่เคยคิดอะไรกับคุณซักกะนิ๊ดนึงเลย สาบานได้”

“ฉันไม่ได้กลัวนายคิดอะไรกับฉัน แต่ฉันกลัวนายคิดกับสามีฉันต่างหาก”

ตะวันฉายหน้าเหวอ เดินเลี่ยงมาด้วยความหงุดหงิด คิดไปได้อย่างไร ตนหรือจะตกต่ำไปปล้ำนายปากเป็ด... ภาพความคิดว่าตนกำลังจะปล้ำเมฆผุดขึ้นมา เธอหลับตาปี๋ขนลุกร้องแหวะๆ

ในขณะเดียวกัน ยุทธการนั่งมองรูปตะวันฉายในมือถือ นึกจินตนาการว่าตะวันฉายสนิทสนมกับเมฆ เดินโอบเอวกันเข้าบ้าน แล้วใจไม่ดีขออย่าให้เป็นแบบนั้นเลย

กลางดึก ตะวันฉายอดเป็นห่วงหมอกไม่ได้ จึงย่องมาแง้มประตูดู เห็นนอนหลับอยู่กับอิงฟ้าก็โล่งใจ กำลังจะปิดประตู เมฆกลับมาเงียบๆถามว่าทำอะไร เธอสะดุ้งหันมาบอกแค่ดูว่าหลับหรือยัง แล้วถอยออกจะให้เขาเข้าไป เมฆส่ายหน้าไม่อยากให้หมอกตื่น เมฆเอื้อมมือมาจับลูกบิดปิดประตู จึงเหมือนโอบเธอไว้ ใบหน้าแทบชิดกัน  ตะวันฉายใจเต้นรัว เมฆเองก็รู้สึกวาบหวิว

“เฮ้ย ซันเป็นอะไร หลับในหรือไง” เมฆเห็นเธอยืนตัวแข็งจึงเงื้อมะเหงกจะเขกหัว แต่พอนึกได้ว่าเธอเป็นผู้หญิง จึงแตะเบาๆ

ตะวันฉายสะดุ้ง เลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก “ผม...เอ่อ...ไปนอนนะครับ”

เมฆมองตามตะวันฉายที่วิ่งไปอย่างขำๆแต่พอเข้ามาในห้อง เขากลับรู้สึกใจเต้นรัว นึกถึงใบหน้าเธอที่ใกล้ชิดเมื่อสักครู่ เขาส่ายหน้าไปมา...ไม่จริง มันไม่ใช่

ooooooo

ด้านเอวานั่งดูรูปสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ในภาพมียุทธการมาช่วยทำกิจกรรม เธอมองยิ้มๆ พลันมีข้อความส่งมาจากนิค ทักว่าให้รีบนอน เดี๋ยวตื่นมาหน้าเหี่ยว... เอวายิ้มแห้งๆ แต่พอเห็นว่ายุทธการออนไลน์อยู่ ก็ตื่นเต้นรีบพิมพ์เข้าไปทัก แล้วลังเลไม่กล้าส่ง

ยุทธการไม่มีแก่ใจทำงาน ใจอยากโทร.หาตะวันฉายแต่เธอปิดเครื่อง ทันใด มีข้อความส่งเข้ามา เขากดดูเป็นรูปการ์ตูนน่ารักๆจากเอวา เขายิ้มขำๆ แล้วส่งข้อความกลับไปว่า...ยังไม่นอนหรือ เธอดีใจมากส่งข้อความกลับมาว่านอนไม่หลับ เขาตอบตนก็นอนไม่หลับ เอวาอยากถามคิดถึงซันอยู่หรือแต่ไม่กล้าส่งไป พิมพ์ใหม่ว่า ทำงานอยู่หรือ...เขาตอบมาว่า สมาธิกระเจิงหมด

ไม่ทันที่เอวาจะพิมพ์ตอบไป ยุทธการก็โทร. เข้ามา เธอทั้งดีใจแกมตกใจ “คะพี่ยุทธ...”

“หิวอ่ะ ไปกินข้าวกันไหม”

“กินข้าว! เอ่อ เอวากำลังลดความอ้วนน่ะค่ะ”

“ลดความอ้วน เราเนี่ยนะ โห...ผอมจะแย่อยู่แล้วยังลดอะไรอีก ไม่เป็นไรงั้นพี่ไม่กวนละ”

ยุทธการวางสายไป เอวาพูดไม่ทัน เสียดายสุดๆ เจ็บใจตัวเองจะวางฟอร์มไปทำไม สุดท้ายเธอโทร.กลับไปบอกเขาว่าเริ่มหิวเหมือนกัน ยุทธการจึงขับรถออกมารับ เอวาแต่งตัวสวยผิดธรรมดาจนเขาเห็นแล้วแปลกใจ เพราะตัวเขามาในชุดลำลองขาสั้น ท่าทางเอวาตื่นเต้นจนออกนอกหน้า...ยุทธการพาเอวามาร้านอาหาร สั่งแต่พวกผักและปลาเพราะเห็นว่าเธอไดเอต เธอยิ่งประทับใจ

พอดีนิคเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากแม่ ขอเงินให้พี่ๆอีก โดยไม่ฟังว่าเขามีหรือไม่ นิคกลัดกลุ้มอยากปรับทุกข์กับเอวา จึงโทร.เข้ามา พอรู้ว่าเธอกำลังทานอาหารกับยุทธการก็สะท้อนใจ แถมยังต้องฟังเธอเล่า

ถึงความใส่ใจของยุทธการ เขายิ่งสะเทือนใจเลี่ยงขอวางสายอ้างว่าง่วงนอน

ooooooo

กลางดึก ตะวันฉายตื่นขึ้นมารู้สึกตัวเองไม่สบาย หนาวสั่น จึงใช้ผ้าคลุมตัวลงมาหายากิน เผอิญเจอกับเมฆหน้าตู้เย็น เขาหันมาเจอตกใจ พอรู้ว่าเธอไม่สบายก็รีบหายาลดไข้ให้กิน พอเธอกินยาเสร็จก็วูบหมดสติ เมฆตกใจรีบอุ้มกลับขึ้นห้อง

ตะวันฉายนอนตัวสั่น เมฆออกไปเอากะละมังกับผ้าขนหนูเล็กมาเพื่อจะเช็ดตัวให้ เธอเพ้อถึงหมอกอย่าซน ทานข้าวจะได้ไม่ปวดท้อง เมฆอมยิ้ม

“นี่เป็นห่วงลูกฉันขนาดนี้เลยเหรอ จะว่าไปเธอก็เป็นคนดีใช้ได้นะ”

ขาดคำ ตะวันฉายก็ฟาดมือเปรี้ยงเข้าที่หน้าเขา “เป็นไงพี่ซันปล่อยพลังบ้างแล้ว กลัวมั้ย”

เมฆโวยชมไม่ทันขาดคำออกฤทธิ์จนได้ เขาเช็ด หน้า คอ และแขนให้เธอคลายความร้อน ตะวันฉายยังเพ้อว่า หมอกต้องเป็นเด็กดีนะ แล้วพลิกตัวกอดแขนเขาแน่นจนหลับสนิทไป เมฆมองยิ้มๆเอามือลูบผมเธออย่างเอ็นดูเผลอก้มจูบหน้าผากแล้วร้องเพลงกล่อมเหมือนกล่อมลูก

ยุทธการเดินมาส่งเอวาที่หน้าคอนโดฯขอบคุณที่ออกมาเป็นเพื่อน พอเธอจะเดินไปเขาก็เรียกเธอไว้แล้วเอื้อมมือไปจับผม เอวาใจเต้นตูมตาม ยุทธการหยิบเศษใบไม้ที่ติดผมออกให้ เธอยิ้มเจื่อนๆ เขาหัวเราะแล้วเปรยขึ้นว่า

“นึกถึงซันตอนเด็กๆเลย วิ่งเล่นมอมแมมหัวกระเซิง ใบไม้ใบหญ้าติดเต็มหัวไปหมด พี่ต้องคอยแกะออกให้ทุกที”

“พี่ยุทธนี่มีแต่ซันอยู่ในหัวใจตลอดเลยนะคะ” เอวาข่มความสะเทือนใจ

“พี่จะมีใครได้อีกล่ะ...พี่ไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมซัน

ต้องไปอยู่บ้านนายเมฆนั่นด้วย จะอยู่อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้พี่รู้สึกไม่ดีเลย” ยุทธการระบายความอัดอั้นตันใจออกมา

“พี่ยุทธกลัวว่าพี่เมฆกับซันจะชอบกันเหรอคะ”

เขาพยักหน้าและนี่เป็นสาเหตุให้นอนไม่หลับ ทำงานก็ไม่มีสมาธิ เอวาแทรก ถึงได้ชวนเธอออกมา

กินข้าว เขาขอโทษที่รบกวนบ่อยๆ เอวากลั้นน้ำตา

“ไม่ได้กวนหรอกค่ะ แต่เอ่อ...เอวาถามอะไรพี่ยุทธหน่อยได้ไหมคะ” เขาพยักหน้า “ถ้าเกิดพี่ยุทธไม่ได้แต่งงานกับซัน พี่ยุทธจะทำยังไงคะ”

“พี่ก็จะรักซันและดูแลเขาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าเขาเจอคนที่ดีพอ”

“แล้วพี่ยุทธไม่เจ็บเหรอ”

“เจ็บมาก แต่ถ้าต้องบังคับให้ซันมารักและแต่งงานกับพี่ ซันก็จะเจ็บ พี่ยอมเจ็บเองดีกว่า”

เอวาฟังแล้วสะเทือนใจ กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

ooooooo

รุ่งขึ้น ตะวันฉายสะดุ้งตื่นรีบแตะหน้าผาก รู้สึกตัวเองหายป่วยก็แปลกใจ มองไปเห็นกะละมังใส่น้ำมีผ้าขนหนูพาดอยู่ยิ่งสงสัยว่าใครมาเช็ดตัวให้ เธอรีบแต่งตัวออกมาจะทำอาหารเช้าให้หมอก ต้องชะงักเมื่อเจอเมฆ รีบขอโทษที่ตื่นสาย

“แล้วไง หายป่วยแล้วเหรอนายน่ะ” เมฆยื่นมือไปแตะหน้าผากเธอ

ตะวันฉายตอบงงๆว่าหายแล้ว เขาถามไปทำอะไรมาถึงได้ป่วย เธอหัวเราะแหะๆสงสัยท้องจะผูก แล้วนึกได้ถามเขาเมื่อคืนใครเช็ดตัวให้ตน เมฆอึกๆอักๆ

“นายเช็ดของนายเอง ฉันแค่ให้เก่งเตรียมน้ำไปวางไว้ให้ในห้องน่ะ”

ตะวันฉายพยักหน้างงๆที่จำไม่ได้ แล้วขอตัวไปทำอาหารให้หมอก เมฆมองตามยิ้มๆ ตะวันฉายเดินมาเจอเก่งจึงขอบคุณเรื่องเมื่อคืน เก่งงงเรื่องอะไร จะถามเธอก็เดินไปแล้ว

เมฆเข้ามาดูหมอกเห็นอิงฟ้าแต่งตัวให้เรียบร้อย เธอยิ้มๆ “ทำไมคะ ดูเมฆจะอึดอัดนะ ไม่ดีใจเหรอ เราจะกลับมาเป็นครอบครัวท่ีสมบูรณ์  มีพ่อแม่ลูกพร้อมหน้า”

“ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นแบบนี้ได้นานแค่ไหน ไม่รู้วันไหนที่ฟ้าจะทิ้งหมอกไป”

อิงฟ้าสัญญาจะไม่ทิ้งเขากับลูกไปอีก...ตะวันฉายมองอิงฟ้าควงแขนเมฆเดินมาอึ้งๆ เมฆทำหน้าไม่ถูกเช่นกัน อิงฟ้าแย่งตักอาหารให้เมฆและป้อนข้าวหมอกทำให้ตะวันฉายเงอะงะไม่รู้จะทำอะไร พอแม่ป้อน หมอกทานได้มากกว่าทุกวัน แต่ก็ไม่ลืมที่จะชมว่าเพราะพี่ซันทำอร่อย

อิงฟ้าเคือง “เอ...พรุ่งนี้แม่จะทำอะไรให้หมอกทานดีนะ ทำให้อร่อยกว่าพี่ซันเลยดีไหม”

หมอกร้องเย้ ตะวันฉายสบตาเมฆเชิงถามว่าแล้วตนจะทำอะไรดี เมฆให้เป็นผู้ช่วยอิงฟ้า แต่อิงฟ้ากลับบอกว่าตนทำคนเดียวได้ แม้แต่การชงกาแฟเธอก็แย่งไปทำและไล่ให้เธอไปทำอย่างอื่น...ตะวันฉายหลบมานั่งหงุดหงิด เก่งตามมาปลอบใจว่าเขาแม่ลูกกันก็คงต้องอยากดูแลกัน ถ้ากลัวไม่มีงานทำตนยินดีมอบหน้าที่ให้ เริ่มด้วยการไปเปิดประตูบ้านให้เมฆไปส่งหมอกก่อนเลย เธออิดออดแต่พอมาเห็นอิงฟ้าไปกับเมฆ ก็ออกอาการดีใจ

เมฆเห็นฉุกคิด “คิดจะทำอะไรตอนฉันไม่อยู่ใช่ไหม ถึงได้เช็กว่าฉันกับอิงฟ้าไม่อยู่บ้าน”

“โธ่...คุณเมฆ หน้าตาอย่างผมนี่น่ะเหรอครับจะทำอะไรไม่ดี”

“ใครจะไปรู้ นายอาจจะบ้าบิ่นทำอะไรที่คนอื่นคาดไม่ถึงก็ได้ เช่นปลอมตัวเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อขโมยของอะไรแบบนี้”

“โห...คุณเมฆนี่เมื่อก่อนทำโรงน้ำแข็งหรือเปล่าครับ ปั้นน้ำเป็นภูเขาน้ำแข็งเลย”

เมฆเข่นเขี้ยวที่โดนด่า อิงฟ้าเตือนลูกจะไปโรงเรียนสาย เขาเปลี่ยนใจให้ตะวันฉายไปส่งหมอกกับอิงฟ้า ทั้ง สองตกใจแต่ไม่กล้าขัด จำใจออกไปด้วยกัน...ไม่ทันถึงไหน อิงฟ้าก็เปลี่ยนใจให้ตะวันฉายพาหมอกนั่งแท็กซี่ไปเพราะหวังจะอยู่กับเมฆตามลำพัง แต่กลับมาบอกเมฆว่า ดูเหมือนตะวันฉายไม่อยากไปกับตนจึงขอไปส่งเอง เขาขมวดคิ้วไม่อยากเชื่อ
เมฆกำลังรื้อเอกสารในห้องทำงานออกมากองเต็ม พื้น อิงฟ้าจะช่วยแต่เขาห้ามไว้ พลันเธอเห็นซองน้ำตาลที่เก็บใบมรณะบัตรของธีรภพก็หน้าเสีย  ไม่อยากให้เมฆเห็นเกรงจะรื้อฟื้นความหลังที่ตนเป็นต้นเหตุ จึงรีบเก็บไปสอดรวมกับตั้งเอกสารอื่น เผอิญรูปถ่ายใบหนึ่งร่วงลงมา เป็นรูปเธอกับเมฆสมัยเรียน จึงถือโอกาสเอามาแซว

“เมฆยังเก็บรูปพวกนี้ไว้อีกเหรอ น่ารักจัง”

เมฆชำเลืองมองแล้วตอบเรียบๆว่าไม่รู้จะทิ้งไหน อิงฟ้าล้ออยากเก็บไว้ก็บอกมาตรงๆ

เมฆกล้ำกลืนความเจ็บปวด “...มันยากนะที่จะลืมใครสักคนได้ง่ายๆ”

อิงฟ้าโผเข้ากอดจูบแก้มเมฆ ตนก็เหมือนกันและตนสัญญาจะไม่ทิ้งเขาไปอีก เมฆเคลิ้มไปชั่วครู่ เสียงเก่งทำกล่องหล่นทำให้เขาสะดุ้ง เก่งทำหน้าเก้อๆบอกว่าตนหากล่องมาเพิ่มแล้ว

ooooooo

ทางด้านซันไรส์รีสอร์ท  เกริกไกรกับสายรุ้งยืนรอ รับแขก วิวัฒน์เข้ามาทักทายที่ทั้งสองมาต้อนรับด้วยตัวเอง

“ก็อ้อบอกว่าจะมีลูกค้าวีไอพีของคุณเช็กอินวันนี้ ผมกับคุณรุ้งก็น่าจะได้อยู่ต้อนรับด้วย”

อ้อเสนอหน้าเข้ามาเอาความดีความชอบว่าตนได้อัพเกรดห้องพักเป็นห้องสวีทให้แล้ว สายรุ้งถามวิวัฒน์ว่าแขกสำคัญคนนี้พูดภาษาอะไร อ้อตอบแทนเป็นคนอเมริกัน เกริกไกรแขวะ

“รู้สึกรู้ดี ผลงานดีอย่างนี้ต้องปรับตำแหน่งขึ้นดีมั้ยนะ แต่ไม่รู้จะให้ไปอยู่ตำแหน่งไหน”

“คุณเกริกก็ปลดคุณซันสิคะ อ้อจะได้ขึ้นเป็นผู้จัดการแทน”

เกริกไกรกับสายรุ้งถลึงตาใส่ทำนองเกินไปแล้ว อ้อยิ้มแหะๆถอยออก วิวัฒน์เห็นลูกค้าตนเดินมารีบชี้บอกนั่นไงมาแล้ว คุณฌอน แอนเดอร์สัน ทุกคนมองไปโดยไม่มีใครรู้ว่าชายที่อยู่ในชุดสบายๆหนวดเคราเฟิ้มสวมแว่นดำท่าทางน่าเกรงขามคนนั้นคือ...เฮลมุท

เมื่อเฮลมุทกับลูกน้องอีกสามคนเข้าที่พักเรียบร้อย เขาก็สั่งลูกน้องตามหาผู้หญิงในรูปทันที ลูกน้องแปลกใจไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมหรือ เฮลมุทตอบว่าคนเดิม แต่ปัจจุบันเธอเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ และคาดว่าเธอจะอยู่บ้านที่เคยเป็นเรือนหอตอนแต่งงานกับคนไทย

ooooooo

ระหว่างที่รถแท็กซี่ที่ตะวันฉายนั่งพาหมอกออกมายังไม่ทันพ้นซอย รถยุทธการเข้ามาเทียบข้างกวักมือให้ เธอลง แล้วอาสาไปส่งแทน ตะวันฉายต้องหาข้อแก้ตัวกับหมอก ว่ายุทธการเป็นพี่ชาย เป็นคนดี หมอกจึงยอมไปด้วย

พอส่งหมอกเรียบร้อย ตะวันฉายกับยุทธการมาคุยกันที่สวนสาธารณะ ยุทธการบอกเธอว่าเขาไม่เห็นด้วยที่เธอหาข้อมูลเขียนนิยายด้วยวิธีเข้าไปอยู่ในบ้านคนอื่น ตะวันฉายอึกอักไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จู่ๆเขาก็คาดคั้นให้บอกมาว่า เข้าไปอยู่บ้านเมฆเพื่ออะไรกันแน่ เธอใช้วิธีเดินหนี เขารั้งเธอไว้ถามซํ้าอีกครั้ง

“พี่ยุทธก็...ซันไม่ได้เจาะจงว่าต้องเป็นบ้านนายปากเป็ดนั่นซะหน่อย ก็แค่เขารู้จักกับนิคกะเอวา ซันก็เลยเลือกที่นั่น”

“แค่นั้นเหรอ...”

“พี่ยุทธไม่เชื่อก็ตามใจ” ตะวันฉายเริ่มไม่พอใจ

ยุทธการเห็นอย่างนั้นรีบบอกว่าตนเชื่อก็ได้ แล้วชวนเธอกลับ...แต่แล้ว เขาก็พาเธอมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

“อะไรเนี่ยพี่ยุทธ พาซันมาที่นี่ทำไม”

ยุทธการไม่ตอบอะไร เขาแนะนำกับเจ้าหน้าที่ว่า ตะวันฉายจะมาเป็นอาสาสมัครดูแลเด็กๆที่นี่ เธอตกใจรีบถามเขาหมายความว่าอย่างไร เขาตอบว่าก็เธออยากได้ข้อมูลการเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ที่นี่มีเด็กให้เป็นร้อย ตะวันฉายโกรธเหมือนโดนมัดมือชก อดทนฟังเจ้าหน้าที่อธิบายสักพักจนทนไม่ไหว ดึงยุทธการออกไปคุยลำพังว่าตนต้องการกลับบ้านเมฆ เขาไม่พอใจ

“ซันจะอยู่ที่นั่นอีกนานแค่ไหน หรือความจริงซัน อยากอยู่กับนายเมฆตลอดไป”

“พี่ยุทธ...นี่มันเกินไปแล้วนะ”

“แล้วที่ซันทำอยู่นี่ไม่เกินไปเหรอ ถ้าพ่อแม่ซันรู้

ก็คงห่วงเหมือนที่พี่ห่วง...ยังไงซันก็เป็นผู้หญิงนะ ซัน พี่ขอร้องนะ ออกมาจากบ้านนั้นเถอะ ที่ซันต้องอยู่ใกล้หมอนั่น พี่ไม่ไว้ใจเลย”

“ซันรู้ว่าพี่ยุทธเป็นห่วงซัน แต่ซันกำลังจะได้ข้อมูลที่ต้องการแล้ว อีกไม่กี่วันหรอก แล้วซันจะออกมาจากบ้านหลังนั้นแน่นอน”

“ซันรู้ไหม ตำรวจอย่างพี่ ถ้าไม่เชื่อแล้วเราต้องทำยังไง...สืบไงซัน พี่จะตามไปเฝ้าหน้าบ้านหมอนั่นทุกวันจนกว่าจะวางใจ”

ตะวันฉายเริ่มโกรธ “พี่ยุทธ...ถ้าพี่ห่วงว่าซันจะไปชอบ นายเมฆล่ะก็ เลิกคิดไปได้เลย เพราะหัวใจซันไม่ได้มีไว้ให้เขา...แต่ซันก็ไม่ได้มีหัวใจให้ใครทั้งนั้น ยกเว้น...พี่ธี”

ยุทธการผงะ รีบถามว่าใครคือธี...ตะวันฉายตอบว่าตนกำลังตามหาหัวใจตัวเอง คนที่เอามันไปคือธีรภพ พี่ชายของเมฆ ยุทธการเหมือนโดนสายฟ้าฟาด นิ่งอึ้งไป

“พี่ยุทธอย่ารอซันอีกเลยนะ เพราะอีกไม่นานซันก็จะได้เจอกับพี่ธีแล้ว ซันไม่อยากให้พี่ยุทธเสียใจไปมากกว่านี้ ซันขอโทษที่โกหกพี่ยุทธมาตลอด ซัน...” ตะวันฉายร้องไห้สงสารเขา

ยุทธการรีบถามว่าคนคนนั้นอยู่ที่ไหน แล้วแน่ใจหรือว่าเขารักเธอ ตะวันฉายทั้งอึดอัดใจทั้งสงสารเขา ตัดบทไม่อยากคุยเรื่องนี้ ขอตัวกลับและไม่ต้องไปส่ง ยุทธการยืนเสียใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ตะวันฉายกลับมาด้วยสีหน้าเศร้าซึม เห็นรถเมฆไม่อยู่ก็รู้สึกดีขึ้น ได้โอกาสไปค้นห้องทำงานต่อให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่พอเปิดประตูเข้ามาต้องแปลกใจ ที่ลิ้นชักทุกใบเปิดทิ้งไว้ ไม่มีของอะไรอยู่ในนั้นเลย ถึงกับอารมณ์เสียปากุญแจที่แอบปั๊มมาทิ้ง

เมฆหอบเอกสารต่างๆใส่กล่องเอามาเก็บไว้ที่บ้านธีรภพ อิงฟ้าเดินตามเข้ามา เธอเปรยๆว่าไม่อยากกลับมาที่นี่อีกเลย เขาจึงเหน็บว่า อะไรก็ตามที่เป็นของพี่ชาย ตนอยากเอาไว้ที่นี่ให้หมด อิงฟ้ารู้ตัวรีบขอโทษเพราะบ้านนี้ก็เป็นบ้านเมฆเช่นกัน เขาแย้งว่าไม่ใช่ เป็นเรือนหอเธอ

“เมฆ...เมฆลืมเรื่องเก่าๆ แล้วเรามาเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้เหรอ”

“ได้...เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”

อิงฟ้าที่กำลังจะยิ้มดีใจ ต้องชะงักกับคำพูดของเขา เมฆเดินไปไม่สนใจเธออีกเลย...

ตะวันฉายมาปลุกเก่งซึ่งนั่งหลับเพื่อถามว่าของในห้องทำงานหายไปไหนหมด พอดีรถเมฆแล่นกลับมา เก่งจึงบอกให้ไปถามเจ้านายเอาเอง...อิงฟ้าพยายาม

เอาใจเมฆ เห็นว่ายกของหนักจะนวดให้ แต่เขาปฏิเสธ

ไม่ชอบนวด เธอเสนอจะอาบน้ำให้ เขาบอกปัด เธอเริ่มกรุ่น

“นี่เมฆจะเกลียดฟ้าไปจนตายเลยใช่ไหม”

ตะวันฉายถืออุปกรณ์ทำความสะอาดลงมาจากชั้นบน เมฆยิ้มมีเลศนัย หันมาขอให้อิงฟ้าหาน้ำเย็นให้แก้วหนึ่ง เธอดีใจรีบเดินเข้าครัว เมฆแกล้งถาม

ตะวันฉายว่ามีอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีนี่ครับ ผมก็แค่ขึ้นไปทำความสะอาด อ้อ คุณเมฆครับ คือผมเห็นของในห้องทำงานหายไปหมดเลย คุณเมฆจัดห้องทำงานใหม่เหรอครับ”

“ไม่ได้จัดใหม่ แต่ย้ายไปไว้ที่อื่นต่างหาก”

“ทำไมต้องย้ายล่ะครับ”

“กลัวพวกสอดรู้สอดเห็นน่ะสิ ท่าทางอยากรู้นะเนี่ยว่าย้ายไปไหน”

“ผมจะอยากรู้ไปทำไม ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมสักหน่อย ก็เห็นว่าของหายไป ผมก็ต้องช่วยเป็นหูเป็นตาให้ก็เท่านั้น”

เมฆขอบใจด้วยน้ำเสียงเยาะๆ อิงฟ้าถือแก้วน้ำปั่นออกมาให้ เมฆขอบคุณแล้วบอกว่าตนไม่ดื่มแล้ว อยากทำอย่างอื่นมากกว่า ว่าแล้วก็ดึงตะวันฉายเข้าห้องทำงานล็อกประตู ตะวันฉายตกใจทำไมต้องล็อก เขาลอยหน้ากวนๆ บอกเธอว่าต้องการความสงบ อิงฟ้าเคาะประตูโครมๆ

“เมฆ จะทำอะไรน่ะ ออกมาคุยกับฟ้าก่อน”

เมฆพยักพเยิดกับตะวันฉายทำนองเข้าใจหรือยัง เธอย้อนถามให้ตนเข้ามาทำไม เมฆตอบว่าช่วยงาน...เมฆไม่สนใจเสียงเคาะประตูของอิงฟ้า เขานั่งลงเล่นเปียโนแล้วบอกให้ตะวันฉายร้องเพลง เธอตอบเสียงขุ่นไม่มีอารมณ์

“ต้องมีอารมณ์ก่อนใช่ไหม” เมฆหยุดเล่นแกล้งจ้องหน้าอก ตะวันฉายตกใจรีบปิด เขาแกล้งถามทำอะไร ให้หันหลัง

“คุณจะบ้าเหรอ เดี๋ยวผมฟ้องข้อหานายจ้างทำอนาจารหรอก” ตะวันฉายปิดบั้นท้าย

“ฉันให้หันหลังเดินไปหยิบกระดาษโน้ตกับดินสอให้หน่อย”

ตะวันฉายทำหน้าเก้อๆเดินไปหยิบมาให้ เห็นเนื้อเพลงของเขามีคำที่อ่านดูขัดหู จึงแก้ไขพร้อมอธิบายความหมายที่ทำให้ดูซาบซึ้งขึ้น เมฆมองเคืองๆอดประชดไม่ได้

“นี่มันเพลงของฉันนะ ถ้าฉันแต่งไม่ดี นายเอาไปแต่งเองเลยมั้ย”

“อ้าว งอนซะงั้น ไหนบอกให้ผมมาช่วยทำงานไงครับ พอช่วยแล้วก็มาโกรธ”

“ก็นายเล่นแก้ตลอดเลยนี่ อารมณ์กำลังไหลๆก็ต้องสะดุดทุกที” เมฆพาลเลิกทำต่อ

ตะวันฉายดักคอ เสียเซลฟ์หรือ เขาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เธอกลั้นหัวเราะที่ดูเขาโกรธเป็นเด็กๆ

ooooooo

พอตั้งสติได้ ยุทธการมาซักไซ้ไล่เลียงจากเอวาและนิค ว่าธีรภพเป็นใครและรักใคร่ชอบพอกับตะวันฉายตั้งแต่เมื่อไหร่ สองคนยอมสารภาพ และบอกว่าพวกตนก็เพิ่งรู้ไม่นานนี้เอง

จากนั้น ยุทธการก็เอาชื่อนามสกุลธีรภพมาให้จ่าสมช่วยค้นประวัติ แล้วถามถึงคดีที่ให้ตามอยู่ จ่าสมอึกอักรับปากจะเร่งสืบ...จ่าสมหยิบรูปอิงฟ้าในลิ้นชักมาดูตัดสินใจจะต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง ไม่อาจปกป้องลูกถ้าลูกทำผิดจริง...

เวลาผ่านไป อิงฟ้าเคาะประตูห้องทำงานอ้างปวดหัวมากขอให้เมฆช่วย เมฆเปิดประตูออกมา มีตะวันฉายยืนหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ด้วย ก็ไม่พอใจถามว่าทำอะไรกันตั้งนาน เมฆตอบยิ้มๆว่าทำงาน อิงฟ้าโวยตะวันฉายทำได้ตนก็ ทำได้ แล้วไล่เธอออกไป เมฆดึงแขนตะวันฉายไว้บอกว่ายังไม่ได้ให้ไป เธอกระอักกระอ่วนใจมองหน้าสองคนไปมา

“ฟ้าไม่ต้องช่วยหรอก ผมมีซันก็พอ แล้วเขาก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมทำงานได้ดีด้วย”

“เมฆ นี่เมฆพูดเหมือนเมฆ...ฟ้าไม่อยากพูดออกมาเลย”

“ผมกับซันชอบกัน” เมฆโพล่งออกไป

“ไม่จริง ฟ้าไม่เชื่อเมฆหรอก เมฆพูดแบบนี้เพราะโกรธฟ้า ฟ้ารู้”

“ผมพูดจริง ฟ้าก็ดูๆไปแล้วกัน” เมฆลากตะวันฉายเดินลิ่ว

ออกมาพ้นจากอิงฟ้า ตะวันฉายสะบัดมือออกขอตัวไปทำอาหารไว้ให้หมอก เมฆถามทำไมทำหน้าบูดๆ เธอบอกว่าไม่ชอบที่เขาพูดแบบนั้น เมฆแกล้งเย้า

“พูดว่าเราชอบกันน่ะเหรอ เอ...หรือว่าเรารักกันดีนะ” เห็นหน้าตะวันฉายเหวอ “ทำไมล่ะ เราเป็นแฟนกันไม่ได้เหรอ”

“ตกลงคุณเมฆ...เป็นเกย์เหรอครับ”

“ไม่รู้สิ อยู่ไปนานๆก็เกิดเห็นนายตี๋ๆขาวๆน่าเจี๊ยะซะงั้น ฉันก็เลยไม่ชอบผู้หญิงแล้ว”

ตะวันฉายตกใจ เมฆแกล้งยื่นหน้ามาจะจูบ เธอ ถอยกรูด ทันใดเสียงของหล่นโครม ทั้งสองหันมองเห็นเก่งยืนตะลึงตะกร้าผ้าหล่นจากมือปากคอสั่นถามว่าเขาเป็นชายรักชายหรือ เมฆตอบว่าใช่ ตะวันฉายตาเหลือกรีบวิ่งหนีไปด้วยความอับอาย เมฆสะใจที่ได้แกล้ง

หลังจากนั้น เมฆก็แกล้งพูดจาหยอกล้อตะวันฉายตลอด อิงฟ้าไม่พอใจ พอเห็นตะวันฉายกับหมอกรดน้ำผักกาดที่ปลูกด้วยกัน หมอกตื่นเต้นดีใจที่เห็นมันโตขึ้นมา อิงฟ้าไปซื้อผักกาดใส่กระถางมายื่นให้ลูก แล้วบอกให้เอานี่ไปส่งครู ไม่ต้องไปรอที่ปลูกให้เสียเวลา ตะวันฉายแย้ง

“เด็กรุ่นใหม่เขาปลูกฝังเรื่องโตไปไม่โกง คุณไม่น่าทำแบบนี้เลยนะครับ ยิ่งกว่านั้นแล้วความภูมิใจของคุณหมอกล่ะครับ ความสุขในการดูแลต้นไม้มันก็ขาดหายไป การปลูกผักกาดมันไม่ได้แค่ผักกาด แต่คุณหมอกจะได้ความรับผิดชอบ ความรักในธรรมชาติ ได้อะไรอีกเยอะแยะที่คุณน่าจะเข้าใจ”

“นี่นายกล้าดีมาสั่งสอนฉันเลยเหรอ หมอกครับ หมอกเลือกว่าจะเอาอะไร ระหว่างผักกาดสวยๆของแม่ กับผักกาดที่ซันปลูกให้ แม่ดูแล้วไม่รู้ว่ามันจะโตได้สวยเท่านี้หรือเปล่า”

หมอกมองแล้วคิด “ปลูกกับพี่ซันสนุกกว่า หมอกได้รดน้ำต้นไม้เองด้วยครับ”

อิงฟ้าโกรธมาก เดินกลับเข้าบ้าน ทิ้งกระถางผักลงขยะ หมอกน้ำตาปิ่ม ตะวันฉายกอดปลอบ พาหมอกอาบน้ำให้สะอาดแล้วค่อยไปง้อคุณแม่...พออาบน้ำเสร็จ เธอก็พาหมอกลงมา สวนกับเมฆ เขาแกล้งกระซิบ ให้เธอไปอาบน้ำให้เขาบ้าง เธอตอกกลับ

“ผมกำลังจะไปทำเรื่องดีๆ ไม่มีเวลามาทำเรื่องไร้สาระหรอก”

เมฆฉงน เดินตามแอบดู เห็นตะวันฉายพาหมอกไปขอโทษอิงฟ้า เขาจึงได้รู้เรื่องผักกาดก็อมยิ้ม ตะวันฉายหันมาเจอตกใจ เขาชมว่าเธอเหมาะที่จะเป็นแม่คน เธอโต้ว่าตนเป็นผู้ชาย

“เอ้า...สมัยนี้ผู้ชายกลายเป็นผู้หญิงเยอะออก นายนี่ล่ะเหมาะเหม็งเลย”

“ผมจะกลายเป็นผู้หญิงได้ไง คุณนั่นแหละ เพี้ยนไปคนเดียวเถอะ” ตะวันฉายเดินหนี

ooooooo

คืนนั้น หมอกฝันร้ายร้องไห้มาเคาะห้องตะวันฉาย เธอจึงพากลับไปนอนกล่อมจนหลับ ออกมาเจออิงฟ้าที่แต่งชุดนอนบางเบารอคอยเมฆอยู่ พอปะหน้ากัน อิงฟ้าจึงพูดขึ้นว่า ขอบใจที่ดูแลลูก แต่สำหรับเมฆตนไม่ยอมแพ้ เพราะตนเชื่อว่าที่เขาทำกับเธอ แค่ประชดตนเท่านั้น

หลังจากเมฆ เอวา และนิคเล่นดนตรีเสร็จ มีโปร– ดิวเซอร์จากนิวยอร์กมาติดต่อให้นิคเข้าสังกัด ไปอัดเสียงที่นั่น นิคดีใจ เมฆพลอยยินดีด้วยแต่เอวากลับรู้สึกหวิวๆ คืนนี้เธอจึงนั่งดื่มอยู่ที่ผับจนเมามาย บาเทนเดอร์โทร.ตามนิคให้มาพาเธอกลับ นิคแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

“เป็นอะไร ก็แค่อยากจะฉลอง” เอวาเสียงอ้อแอ้

“ฉันเบื่อกับอาการที่แกต้องปิดบังเรื่องอะไรต่อมิอะไรเต็มทีแล้วว่ะ ถ้าแกไม่พูดความจริง แกก็อยู่คนเดียวไปละกัน”

เอวาร้องไห้โฮ “ก็นั่นแหละที่ฉันไม่อยากกลับบ้าน ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว กลับไปก็เหงา ฉันไม่มีใครเลย”

นิคอึ้งกอดปลอบ และนั่งเป็นเพื่อนเธออยู่ริมน้ำจนเห็นว่าสร่างเมาเขาจึงถามอีกครั้ง

“เอวา...แกอย่าโกรธฉันเลยนะ ฉันรอฟังแกระบายเรื่องในใจของแกมาทั้งคืน แต่แกก็ไม่พูดเรื่องนี้เลย ที่แกเมาเละเมื่อคืน จริงๆแล้วแกเฮิร์ทเรื่องพี่ยุทธใช่หรือเปล่า”

เอวาตอบไม่ถูก นิคจึงถามมีเรื่องอะไรอีก เธอตัด สินใจพูดออกมา “ใช่...ฉันอกหัก ฉันรู้ว่าเรื่องฉันกับพี่ยุทธมันเป็นไปได้ยาก แล้วตอนนี้ฉันก็รู้สึกเหมือนแกกำลังจะทิ้งฉันอีกคน ฉันเลยทำใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ไม่อยากให้แกไปนะ มันสับสนไปหมด ฉันไม่รู้ว่าฉันเป็นบ้าอะไร”

นิครับปากไม่มีวันที่เขาจะทิ้งเธอ เอวาแย้งถ้าเขาไม่ไปเมืองนอกเพราะตน ตนก็รู้สึกผิดอีก นิคขอเป็นคนตัดสินใจเอง เอวานึกได้ว่าเมื่อคืนนิคร้องเพลงให้ฟัง จึงขอเขาอัดเพลงนั้นให้ นิคแอบดีใจที่แม้เอวาจะเมายังฟังเพลงที่เขาแต่งเพื่อเธอรู้เรื่อง...

เมฆกลับบ้านเข้าห้องเตรียมตัวอาบน้ำ อิงฟ้ามาเคาะเรียก เขาคว้าเสื้อคลุมมาสวมไปเปิดประตู อิงฟ้าโถมเข้ากอดและยั่วยวนจนเขาเกือบเคลิ้ม อิงฟ้าขอร้องอย่าแกล้งทำตัวเป็นเกย์อีก

“ฮึ...บางทีที่ผมทำบ้าๆกับซัน มันอาจจะทำให้ผมมีความสุขกว่าการอยู่กับฟ้าก็ได้นะ”

อิงฟ้าผงะ เมฆฉวยโอกาสแกะมือเธอแล้วเผ่นออกมา ไปเคาะห้องตะวันฉาย เธอสะดุ้งตื่นคิดว่าเป็นหมอกจึงรีบมาเปิดประตู พอเห็นเมฆนุ่งบ็อกเซอร์มีเสื้อคลุมหลวมๆก็ปิดตาร้อง

“อ๊าย...ผีเปรต น่ากลัวกว่าผีผักกาดอีก”

เมฆเอ็ดให้เงียบแล้วผลักเธอเข้าห้องปิดประตูล็อก ตะวันฉายโวยวายว่าเขาเข้ามาสภาพนี้คิดจะทำอะไร เมฆขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วบอกว่าขอนอนห้องนี้ด้วย ไม่ทันไร เสียงอิงฟ้าเคาะเรียก ตะวันฉายจึงรู้แล้วว่าเขาหนีใครมา แต่ก็บอกว่าเขาน่าจะไปนอนกับแฟน

“จำไม่ได้เหรอ เมื่อกลางวันฉันเพิ่งบอกว่าเราชอบกัน เพราะฉะนั้นคนรักกันก็คือแฟนกัน” ตะวันฉายว่าเขามั่ว “มั่วที่ไหน เดี๋ยวก็เนียนกันไปเองแหละ ตกลง คืนนี้ฉันนอนนี่นะแฟนหนุ่ม” ว่าแล้วเมฆก็โดดขึ้นนอนบนเตียง

ตะวันฉายโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงเอาโน้ตบุ๊กออกมานั่งทำงานไม่กล้านอน สุดท้ายก็ผล็อยหลับคาเครื่อง เมฆตื่นมาอุ้มเธอไปนอนบนเตียง แล้วมานั่งอ่านนิยายของเธอ เขาเขียนคำแก้ไขไว้ด้วยตัวสีแดงพร้อมคำอธิบายจนจบ

วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายตื่นขึ้นมาพบว่าเมฆนอนอยู่ข้างๆก็ตกใจ สำรวจตัวเองว่าทุกอย่างบนร่างกายอยู่ครบรวมทั้งแว่น จึงชะโงกไปมองหน้าเขาใกล้ๆ จู่ๆเมฆก็แกล้งละเมอดึงเธอเข้าไปกอด เธอตกใจดิ้นรนร้องให้ปล่อยจนเหนื่อยหอบ สักพักเมฆลืมตาขึ้นมาทำตกใจสำรวจตัวเองว่าเธอทำอะไรตน ตะวันฉายทั้งโกรธทั้งอายผลักเขาแทบตกเตียง ไล่ให้กลับออกไปได้แล้ว

ooooooo

ตอนที่ 7

ยุทธการ​ถือโอกาส​ขอร้อง​เอ​วา​ให้​ช่วย ทำ​อย่างไร​ก็ได้​ให้​ตะวัน​ฉาย​อยู่​ที่​คอน​โดฯ​คืน​วัน​เกิด เขา​จะ​จัด​งาน​ที่​ริม​สระ​เป็น​เซอร์ไพรส์​และ​ชวน​เอ​วา​กับ​นิค​ด้วย

คืน​นี้ อิง​ฟ้า​เห็น​เมฆ​หยุด​ไม่​ไป​เล่น​ดนตรี จึง​ชวน​ออก​ไป​ดู​หนัง หมอก​ขอ​ไป​ด้วย อิง​ฟ้า​บอก​ไม่ได้ เด็ก​ต้อง​นอน​แต่​หัวค่ำ หมอก​หัน​มา​อ้อน​เมฆ เมฆ​ปลอบลูก

“ไม่​ต้อง​ไป​หรอก​ครับ เพราะ​พ่อ​ก็​จะ​ไม่​ไป”

“ทำไม​ล่ะ​เมฆ ฟ้า​อยาก​ออก​ไป​เปิดหูเปิดตา​บ้าง”

“ผม​ก็​ไม่​เคย​กักขัง​ฟ้า​นี่”

อิง​ฟ้า​ข่ม​อารมณ์ “เมฆ...พรุ่งนี้​พา​ฟ้า​ไป​ช็อปปิ้ง​หน่อย​นะ ฟ้า​อยาก​ซื้อ...”

“พรุ่งนี้​ผม​ไม่​ว่าง” เมฆ​สวน​ทันควัน

อิง​ฟ้า​สุด​ทน​ลุก​พรวด​ขึ้น​บอก​เขา​ว่า​ตน​ไป​คนเดียว​ก็ได้ เมฆ​ไม่​สนใจ​หัน​ไป​บอก​ตะวัน​ฉาย พรุ่งนี้​ให้​แต่งตัว​ดีๆตน​จะ​พา​ไป​บริษัท​ด้วย อิง​ฟ้า​หัน​ขวับ​มา​จ้อง​เมฆ​ด้วย​ความ​โกรธ ตะวัน​ฉาย​ตา​เป็น​ประกาย​ที่​จะ​มี​โอกาส​ไป​บริษัท​ของ​ธีร​ภพ เมฆ​แอบ​เห็น​รู้สึก​สงสัย​บาง​อย่าง

เมฆ​กล่อม​หมอก​เข้า​นอน​ด้วย​การ​เล่น​กีตาร์​ร้องเพลง ตะวัน​ฉาย​ยืน​ฟัง​หน้า​ประตู​ด้วย​ความ​ทึ่ง ที่​เขา​ร้องเพลง​เป็น​ทั้งที่​เคย​บอก​ว่า​เขา​เล่น​ดนตรี​อย่าง​เดียว...

วัน​รุ่ง​ขึ้น ที่​บริษัท เมฆ​แกล้ง​คุย​ถึง​โปรเจกต์งาน​และ​ผล​ประกอบ​การ​ให้​ตะวัน​ฉาย​ได้ยิน แล้ว​แอบ​ดู​ทีท่า​ว่า​มี​ปฏิกิริยา​อะไร​บ้าง แต่​เธอ​ก็​ไม่​สนใจ​แถม​ดู​จะ​เบื่อ​หน่าย​มาก​กว่า วิวัฒน์​แปลก​ใจ​ที่​เมฆ​พา​พี่เลี้ยง​ลูก​มา​ทำไม ท่าทาง​ออก​จะ​ตุ้งติ้ง​ดู​ไม่​เป็น​ชาย เมฆ​ขำๆ

ตะวัน​ฉาย​เซ็ง​ออก​มา​ยืน​มอง​ห้องน้ำ​ว่า​จะ​เข้า​ห้อง​ชาย​หรือ​หญิง​ดี พลัน​ได้ยิน​เสียง​คุ้น​หู​จึง​หัน​ไป​มอง เห็น​เกริก​ไกร​เดิน​มา​กับ​สายรุ้ง​ก็​ตกใจ รีบ​หลบหน้า เกริกไกร​จะ​เข้า​ห้องน้ำ จึง​ขอ​ทาง​ตะวัน​ฉาย​ก้มหน้า​ขอโทษ​แล้ว​หลีก​ทาง​ให้ แต่​ไม่​รู้​จะ​ไป​ทาง​ไหน​ดี​เพราะ​หัน​มา​ก็​เจอ​สายรุ้ง

เมฆ​รู้สึก​ตัว​ว่า​ตะวัน​ฉาย​หาย​ไป​นาน จึง​ออกมา​ตาม​หา​เกรง​จะ​หนี​กลับ​บ้าน​ไป​ก่อน...ตะวัน​ฉาย​ตัดสินใจ​ก้มหน้า​เดิน​ผ่าน​สายรุ้ง เธอ​ทำ​การ์ด​ที่​ติด​กระเช้า​หล่น​พื้น​จึง​ร้อง​บอก​ระวัง​เหยียบ แล้ว​ก้ม​ลง​เก็บ ตะวัน​ฉาย​สะดุ้ง​เดิน​ชน​เครื่อง​ถ่าย​เอกสาร​โครม สายรุ้ง​ตกใจ​ยืน​มอง​งงๆ เกริก​ไกร​ออก​มา​จาก​ห้องน้ำ ถาม​ว่า​มี​อะไร

“ก็​เด็ก​ผู้ชาย​เมื่อกี้​น่ะ​สิ ดู​แปลกๆ”

“ที่​ยืน​หน้า​ห้องน้ำ​ใช่​ไหม พ่อ​ก็​ว่า​แปลก​เหมือนกัน”

ตะวัน​ฉาย​เดิน​หน้าตื่น​มา​เจอ​เมฆ​โผล่​พรวด​ขวาง ถาม​เสียง​เครียด​ไป​ไหน​มา เธอ​โกหก​ว่า​ไป​ห้องน้ำ แต่​หลง​ทาง เมฆ​ยิ้ม​อย่าง​รู้ทัน แล้ว​บอก​ว่า​จะ​พา​กลับ​ห้อง​ทำ​งาน พอดี​มี​พนักงาน​ถือ​แผ่น​โบรชัวร์​ที่​โรง​พิมพ์​ส่ง​มา​ให้​ดู​ว่า​จะ​แก้ไข​อะไร​บ้าง ตะวัน​ฉาย​ฉวย​โอกาส​เดิน​หนี​จาก​เมฆ เธอ​วิ่ง​ออก​มา​หน้า​บริษัท โบก​รถ​มอเตอร์ไซค์​ขึ้น​ซ้อน​ท้าย

“ไป​เลย​พี่”

“ไป​ไหน​น้อง พี่​ไม่​ใช่​มอเตอร์ไซค์​รับจ้าง​นะ”

“อ้าว แล้ว​จอด​ทำไม​อ่ะ”

“จะ​ถาม​ว่า​นี่​ใช่​บริษัท แทร​เวลที​หรือ​เปล่า”

ตะวัน​ฉาย​ชี้ โวย​ป้าย​จะ​ทิ่ม​หน้า​อยู่​แล้ว หัน​มอง​เห็น​เมฆ​ออก​มา​จึง​รีบ​วิ่ง​ไป​เรียก​มอเตอร์ไซค์​รับจ้าง​ซ้อน​ท้าย​เร่งรีบ​ออก​ไป เมฆ​ร้อง​เรียก​เท่า​ไหร่​ก็​ไม่​หยุด

เมฆ​กลับ​เข้า​มา​นั่ง​ซับ​เหงื่อ​พร้อม​กับ​ต้อนรับ​เกริกไกร​และ​สายรุ้ง ทั้ง​สอง​ทัก​รู้สึก​เหมือน​วัน​นี้​เขา​จะ​อารมณ์​ไม่ค่อย​ดี เมฆ​ตอบ​ว่า​ใช่

“ถ้า​คุณ​นภ​ที​ป์​ยัง​โกรธ​เรื่อง​เก่าๆอยู่ ทาง​เรา​ก็​อยาก​จะ​ขอโทษ​อีก​ครั้ง​นะ​คะ และ​วัน​นี้​เรา​ถึง​ได้​เดินทาง​มา​เพื่อ​ดูแลแทร​เวล​ที​เป็น​พิเศษ​เลย​ค่ะ”

“เรื่อง​เก่า​น่ะ ผม​ไม่​สน​ใจหรอก​ครับ ไม่​อย่าง​นั้น​ผม​ยกเลิก​สัญญา​ไป​แล้ว”

“แสดง​ว่า​มี​เรื่อง​ใหม่​เหรอ​ครับ”

“คุณ​สอง​คน​ไม่​ทราบ​เรื่อง​จริงๆเหรอ​ครับ”

“ผม​เรียน​ตรงๆว่า​ไม่​ทราบ​ครับ อาจจะ​เป็น​ความ​ผิด​ของ​ทาง​ลูกน้อง​ผม​ที่​ไม่ได้​รายงาน ยัง​ไง​รบกวน​ช่วย​เล่า​ให้​ฟัง​ได้​ไหม​ครับ​ว่า​มี​ปัญหา​อะไร”

เมฆ​มอง​อย่าง​พิจารณา​ก่อน​จะ​เอ่ย​ถาม ว่า​ส่ง​ใคร​มาส​อด​แนม​บริษัท​ตน​หรือ​เปล่า ทั้ง​สอง​แปลก​ใจ​และ​เริ่ม​ไม่​พอใจ

“คุณ​นภ​ที​ป์​ครับ ถึง​เรา​จะ​เพิ่ง​ทำ​ธุรกิจ​กัน​เพียง 3-4 ปี แต่​จาก​ชื่อเสียง​ของ​รีสอร์ต​ทั้ง​ใน​และ​ต่าง​ประเทศ ทาง​เรา​ไม่​ทำ​อะไร​ที่​จะ​ทำลาย​ตัว​เอง​แน่ๆ”

“ใช่​ค่ะ เรา​เป็น​คู่​ค้า​ธุรกิจ พึ่ง​พา​อาศัย​กัน เราไม่ใช่​คู่แข่ง​ของ​คุณ เรา​จะ​ทำ​อย่าง​นั้น​ไป​เพื่อ​อะไร​คะ”

เมฆ​เห็น​สีหน้า​จริงจัง​ของ​สอง​สามี​ภรรยา​ก็​เริ่ม​เชื่อใจ...เมฆ​พา​ทั้ง​สอง​มา​ทาน​อาหาร​แล้ว​ออกตัว​ว่า ระยะนี้​มี​คน​แปลกๆเข้า​มา​สืบ​ข้อมูล​เชิง​ลึก​ของ​บริษัท​อยู่​บ่อยๆ ตน​จึง​ต้อง​ระวังตัว สายรุ้ง​ว่า ทาง​ตน​คง​ไม่​เอา​ข้อมูล​บริษัท​เขา​ไป​ให้​บริษัท​อื่น​เพื่อ​เสีย​ลูกค้า​ราย​ใหญ่​ไป​แน่ เมฆ​ขอโทษ​อีก​ครั้ง เกริก​ไกร​จึง​บอก​ว่า คราว​หลัง​ถ้า​อยาก​ทราบ​อะไร​ให้​ถาม​ตน​โดย​ตรง ไม่​ต้อง​เกรงใจ

“งั้น​ผม​ขอ​ถาม​ว่า คุณ​ตะวัน​ฉาย​ผู้จัดการ​แผนก​ต้อนรับ​เป็น​ลูก​สาว​คุณ​ทั้ง​สอง​หรือ​ครับ”

“ใช่​ค่ะ มี​อะไร​เหรอ​คะ”

เมฆ​อ้าง​ว่า​กรุ๊ป​ทัวร์​อยาก​มอบ​ของขวัญ​ที่​บริการ​ประทับใจ เกริก​ไกร​ยิ้มๆบอก​ว่า​ลูก​สาว​ตน​ขอ​ลา​ไป​ทำ​สิ่ง​ที่​ตัว​เอง​รัก คือ​การ​เป็น​นัก​เขียน​เป็น​เวลา​หนึ่ง​ปี

“งั้น​ช่วง​นี้​คุณ​สอง​คน​ก็​คง​ไม่ค่อย​ได้​พบ​ลูก​สาว​สิครับ”

“ค่ะ เห็น​ว่า​ยุ่งๆหา​ข้อมูล​อะไร​นี่แหละ​ค่ะ ก็เลย​ตาม​ตัว​เขา​ยาก​หน่อย ถ้า​คุณ​นภ​ที​ป์​มี​อะไร​ให้​เรา​รับใช้​ก็​บอก​ได้​นะ​คะ เรา​จะ​ดูแล​แทน​ลูก​สาว​เอง”

เมฆ​รับคำ เขา​สังเกต​ดู​ว่า​สอง​สามี​ภรรยา​จะ​ไม่​รู้ เห็นเป็นใจ​กับ​ลูก​สาว​จริงๆ

ooooooo

เมื่อ​ตะวัน​ฉาย​หลบ​มา​ได้​ก็​รีบ​โทร.​ปลุก​เอ​วา​ให้​รับ​นิค​ไป​เจอ​กัน​ที่​คอน​โดฯของ​ตน​ด่วน พอ​เพื่อน​ทั้ง​สอง​รู้​ว่า​พ่อ​แม่​ตะวัน​ฉาย​มา​ก็​ตกใจ นิค​เผลอ​ถาม​เอ​วา​ว่านี่​อยู่​ใน​แผน​ของ​ยุทธการ​ด้วย​หรือ​เปล่า ตะวัน​ฉาย​งง เอ​วา​หน้า​เจื่อน

“คือวันนี้พี่ยุทธขอให้ฉันบอกแกให้อยู่คอนโดฯอ่ะ เขาจะมีเซอร์ไพรส์วันเกิดแก ฉันก็กะจะโทร.บอกแกอยู่เหมือนกัน แต่เรื่องพ่อแม่แก ฉันไม่รู้ว่าอยู่ในโปรแกรมหรือเปล่านะ”

ตะวันฉายเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้วันเกิดตัวเอง จึงมั่นใจว่าพ่อกับแม่จัดการเรื่องนี้แน่ นิคถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป เธอตอบว่าอย่างไรเสียวันนี้ต้องเอาตัวรอดให้ได้

ในขณะที่อิงฟ้าหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่กับบ้าน ถามเก่งว่าปกติเมฆจะกลับเมื่อไหร่ เก่งตอบว่าถ้าบ่ายมากก็เวลารับหมอก ไม่ทันไร เห็นตะวันฉายเดินเข้าบ้านมา อิงฟ้า รีบถามหาเมฆ เธอตอบว่าตนกลับมาก่อนเพราะเบื่อไม่มีอะไรทำ อิงฟ้าข้องใจ เมฆจะพาตะวันฉายไปทำไม

ระหว่างที่ตะวันฉายกำลังลังเลว่าจะหนีออกไปคืนนี้ดีหรือไม่ เกรงว่าไปแล้วจะกลับมาอีกลำบาก หรือจะอยู่รับหน้าเมฆ...ยุทธการมาหาเอวาที่โรงเรียนเพื่อถามให้แน่ใจว่าตะวันฉายจะอยู่ที่คอนโดฯคืนนี้ เพื่อจะได้เตรียมการเซอร์ไพรส์ทุกอย่างให้พร้อม ยุทธการย้ำว่าทั้งเอวาและนิคต้องไปงานนี้ด้วย เอวาจึงโทร.เรียกเพื่อนมาเล่นดนตรีแทน นิคสังเกตเห็นเอวาเศร้าๆ พอยุทธการกลับไป เขาเปรยๆว่า เหมือนงานเย็นนี้ทำเพื่อยุทธการมากกว่า เอวาเอ็ดว่าเพ้อเจ้อ นิคพึมพำ...ทำไมจะไม่รู้ว่าเอวาทำเพื่อใคร เพราะตนก็ทำเพื่อเธอ...จากนั้นนิคโทร.แจ้งเมฆขอลาหยุดและได้ติดต่อเพื่อนไปเล่นแทนแล้ว เมฆกำลังคุยอยู่กับจอมสยามเรื่องตะวันฉาย เขาแปลกใจสองคนนี้ไม่เคยลางานกะทันหัน

ตกเย็น เมฆรับหมอกก็กลับมาบ้าน อิงฟ้าเข้ามารับที่รถ เธออยากจะซักถามเมฆว่าพาตะวันฉายไปบริษัททำไม หมอกรบเร้าจะคุยกับแม่ท่าเดียว เมฆไม่ได้ให้ความสนใจอิงฟ้า กลับถามหาตะวันฉายกับเก่ง พอรู้ว่าอยู่ในห้องก็เดินไปเลย อิงฟ้าไม่พอใจจะตาม แต่หมอกดึงแขนไว้

ตะวันฉายยังลังเล สะพายเป้ยืนหน้าประตู จะไปหรือไม่ไปดี ตัดสินใจเปิดประตู จังหวะนั้น เมฆมาเคาะ จึงเขกลงบนหัวเธอพอดี เธอโวยวายมาเขกหัวทำไม

“ก็เปิดมาก่อนฉันเคาะทำไมล่ะ”

“มีงี้ด้วย...คุณเมฆมีธุระอะไรครับ”

เมฆเห็นเธอสะพายเป้จึงดันตัวกลับเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู ตะวันฉายหวาดกลัวถอยกรูดมาสะดุดล้มนั่งบนเตียง เมฆจ้องหน้าถามว่าหนีกลับมาทำไม เธอตีหน้าซื่อว่าไม่ได้หนี

“ฮึ ฉันเห็นนายวิ่งหน้าตั้งอกแอ่นขนาดนั้น ถ้าไม่หนีแล้ววิ่งรับลมหรือไง”

“พอดีพ่อกับแม่ผมมาจากต่างจังหวัด เขาโทร.มาตามบอกหลงอยู่ที่สถานีขนส่ง ผมเลยรีบไปรับครับ”

เมฆยิ้มกวนๆลงนั่งประกบข้างๆ ถามแล้วตอนนี้พ่อกับแม่อยู่ที่ไหน เธออึกอักกว่าจะตอบว่าอยู่บ้านเอวา ไม่เชื่อให้โทร.ไปถาม

“โทร.ทำไม นายเป็นคนดีฉันเชื่อใจ แล้วนี่นายจะไปหาพ่อกับแม่ละสิ”

ตะวันฉายรีบตอบว่าใช่ จะขออนุญาตไปค้างคืนเดียว เขาแกล้งย้ำสัญญาว่าคืนเดียวไม่เถลไถล เธอรับคำจะลุกขึ้น แต่เมฆโอบไหล่ไว้ อิงฟ้าตามมาแอบมองเจ็บใจทำไมเมฆต้องให้ความใกล้ชิดขนาดนี้ จึงพรวดเข้ามาถามว่าคุยอะไรกัน พอรู้ว่าเธอขอลาไปหาพ่อแม่ก็รีบยุส่ง

“เหรอ...ไปนานไหม ไม่ต้องห่วงทางนี้นะ ฉันดูแลได้ ไปเถอะนะ”

ตะวันฉายสลัดตัวออกจากเมฆลุกขึ้น ไหว้ขอบคุณอิงฟ้าและเมฆ แล้วรีบจ้ำออกไป อิงฟ้าเดินตามเมฆมาที่ห้องรับแขก เอาอกเอาใจเขาบอกจะทำอาหารเย็นให้ทาน เมฆตัดบทฝากเธอดูแลหมอกด้วย ตนต้องไปธุระ แล้วผลุนผลันขึ้นรถขับออกไป อิงฟ้ายืนเหวอ

ooooooo

เมฆขับรถสะกดรอยตามแท็กซี่ที่ตะวันฉายนั่ง จนถึงคอนโดฯที่พัก เขาจะตามเธอเข้าไป แต่ระบบป้องกัน ความปลอดภัยของที่นี่แน่นหนามาก ทำให้เขาไม่อาจเข้าไปได้ พนักงานจะโทร.ตามตะวันฉายลงมาให้ เมฆรีบปฏิเสธอ้างว่าจะเดินเล่นรอในสวน เดี๋ยวเธอก็ต้องลงมาอยู่แล้ว

ตัดสินใจอย่างนั้นแล้วเมฆก็โทร.บอกเอวาว่าตนไม่ไปเล่นดนตรีคืนนี้ ให้เพื่อนเธอเล่นกันเอง เอวาแปลกใจแต่ไม่ติดใจสงสัย จากนั้นเมฆโทร.ตามจอมสยามมา

ช่วยกันกระชากหน้ากากตะวันฉาย...สองหนุ่มยืนคุยกันแถวลานจอดรถ นานจนจอมสยามสงสัยว่า ทุกคนอาจจะอยู่บนห้องตะวันฉายแล้ว หรือไม่ก็ไปจัดงานกันที่อื่น เมฆเดินวนไปวนมาสักพัก เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาเสียทีก็ยอมกลับ ไม่ทันขึ้นรถ มีรถตู้มาจอด เมฆเห็นยุทธการลงจากรถมาพร้อมเกริกไกรและสายรุ้ง และคนอื่นๆ

“นั่นมันเพื่อนนิคกับเอวา ทำไมมากับพ่อแม่ยัยตะวันเฉาล่ะ”

“พี่ว่าเราต้องติดตามตอนต่อไปซะแล้ว”

กลุ่มเกริกไกรเดินเข้าไปในคอนโดฯ พนักงานยกมือไหว้ทุกคน ยุทธการโทร.ขึ้นไปหาตะวันฉาย บอกว่าตนมารับไปทานข้าว จะรอที่สระน้ำ พอวางสาย พนักงานคนหนึ่งเอาช่อดอกไม้มาส่งให้ มยุรีกับพงษ์พัฒน์ทึ่ง

ไม่คิดว่าลูกชายจะโรแมนติกไม่เบา

จอมสยามเห็นแล้วเปรยกับเมฆ “พี่ว่าไอ้รูปหล่อนั่นคงไม่ใช่แค่เพื่อนเอวากับนิคแล้วว่ะ สงสัยจะเป็นแฟน”

เมฆเบ้ปากแล้วตามไปที่สระน้ำ พอเห็นการจัดสถานที่ “นั่นไง งานวันเกิดยัยนี่จริงๆด้วย”

“ยิ่งเห็นคอนโดฯ เห็นครอบครัวแฟนเขาแล้ว พี่ก็ยังงงว่าเขาจะอยากได้อะไรจากนายวะ”

เมฆยักไหล่ นั่นแหล่ะสิ่งที่ตนอยากรู้ ไม่นาน ตะวันฉายในชุดสวยหวานผมยาวสยายเดินมา ทั้งเมฆและจอมสยามตะลึง...ส่วนตะวันฉาย แกล้งทำเป็นตกใจที่เห็นพ่อแม่ตัวเองและพ่อแม่ยุทธการมาด้วย เธอโผเข้ากอดพ่อกับแม่ เมฆเห็นแล้วสงสัย

“พี่จอม ผมว่าพ่อแม่เขาคงไม่โกหกผมแล้วล่ะ เพราะวันนี้ยัยนี่วิ่งหนีพ่อกับแม่ แล้วตอนนี้ก็ทำเป็นไม่รู้ว่าพ่อแม่มา”

“งั้นคนที่สมรู้ร่วมคิดก็จะเหลือแค่นิคกับเอวา”

“แล้วก็อาจจะมีแฟนยัยนั่นด้วย” เมฆสันนิษฐาน

งานเลี้ยงดำเนินไป ตะวันฉายกับยุทธการถูกคะยั้นคะยอให้ร้องเพลงด้วยกันเหมือนสมัยเป็นนักศึกษา เธออิดออดเพราะไม่ได้ซ้อมกันมาก่อน แต่พวกผู้ใหญ่ขอร้อง เมฆกับจอมสยามเห็นตะวันฉายเล่นเปียโนร้องเพลงคู่กับยุทธการที่เล่นกีตาร์ถึงกับทึ่ง

เฮ้ย...ร้องเพลงใช้ได้ทั้งคู่เลยนะ เข้าใจแล้วที่นายบอกว่ายัยนี่ช่วยแต่งเพลงได้ หรือจะต้อนเข้าสังกัดดีวะ”

“ได้ไงพี่ นี่อาจจะเป็นศัตรูผมก็ได้นะ”

หลังจากจบเพลง จอมสยามชวนเมฆกลับ เป็นจังหวะที่ยุทธการมอบของขวัญให้ตะวันฉาย เป็นช่อดอกไม้และกำไลเพชร พงษ์พัฒน์โพล่งขึ้น

“ทนไม่ไหวแล้ว ไอ้เกริก คุณรุ้ง ผมขออนุญาต สู่ขอหนูซันให้ลูกชายผมเลยแล้วกัน”

เมฆซึ่งกำลังหันหลังจะเดินไป ชะงักหันกลับมามอง มือถือดังขึ้น เมฆหยิบขึ้นมากดสายทิ้งยืนอึ้ง จอมสยามแปลกใจ ในขณะที่คนโทร.มาคืออิงฟ้า เธอรบรากับหมอกจนแทบหมดแรง ข้องใจทำไมเมฆต้องตัดสายทิ้ง จึงพาลหงุดหงิดอารมณ์เสียใส่ลูก หมอกยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ พอเธอเห็นสีหน้าลูกก็สงสาร กอดและขอโทษลูก พาลูกเข้านอนกล่อมจนหลับ...

เมฆกับจอมสยามเดินมาที่ลานจอดรถ จอมสยามเห็นเมฆนิ่งขรึมจึงถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เมฆหา เหตุผลอ้าง คิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรกับตะวันฉายต่อดี สองคนแยกย้ายกันกลับบ้าน

คืนนั้น เกริกไกรกับสายรุ้งนอนที่คอนโดฯ ตะวันฉายเข้ามาอ้อน พูดคุยหยอกล้อกับพ่อแม่ แล้วตัดสินใจหยั่งเชิงถาม

“ถ้าวันหนึ่งซันมีคนรักที่ไม่ใช่พี่ยุทธ พ่อกับแม่จะว่ายังไงคะ”

“ตกลงมันยังไงกันแน่ ลูกมีคนรักแล้วเหรอ” สายรุ้งมองสามีกับลูกสาวไปมา

“ยังหรอกค่ะ แค่ลองถามดู เพราะว่า ซัน... ซันไม่ได้รักพี่ยุทธแบบนั้น”

“ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร ใช่ยุทธการหรือไม่ถ้าเป็น คนที่ลูกรักและเขาดีกับลูก พ่อกับแม่ก็ไม่ขัดใจลูกหรอก”

“ซันดีใจที่พ่อกับแม่จะรักคนที่ซันรัก”

“แต่พ่อว่าพี่ยุทธของซันน่ะดีแล้ว เพราะคนที่ดีกว่ายุทธการก็คงมี แต่พ่อว่าเขาไม่น่าจะมองลูกสาวพ่อนะ” เกริกไกรอดแหย่ลูกไม่ได้

ตะวันฉายร้องกรี๊ด...แล้ววิ่งไล่จี๋เอวพ่อรอบห้อง สายรุ้งส่ายหน้าขำสองคนพ่อลูก...แล้วในคืนนั้นตะวันฉายก็ฝันเป็นตุเป็นตะว่าธีรภพมาให้ของขวัญวันเกิดและสารภาพรัก เธอตื่นเต้นดีใจพร่ำพูดไม่หยุด แต่แล้วใบหน้าธีรภพกลายเป็นหน้าเมฆ เธอร้องกรี๊ดถีบเขาโครมก่อนตกใจตื่น ขณะเดียวกัน เมฆก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันไม่ต่างจากตะวันฉายเท่าไหร่ ต่างคนต่างเหงื่อแตกกราน

ooooooo

เสียง​นาฬิกา​ปลุก​ดัง เมฆ​รีบ​ตื่น​ขึ้น​มา​เพราะ​นึก​ได้​ว่า​ตะวัน​ฉาย​ไม่​อยู่ รีบ​ออก​ไป​จะ​ปลุกหมอก​ได้ยิน​เสียง​หัวเราะ​ร่า​ของ​ลูก​กับ​อิง​ฟ้า พอ​หมอก​เห็น​เขา​ก็​ร้อง​เรียก​ให้​มา​เล่น​ด้วย​กัน และ​อ้อน​ให้​แต่งตัวให้ หมอก​กอด​คอ​เมฆ​กับ​อิง​ฟ้า​ทำให้​ทั้ง​สองหน้า​แทบ​ชิดกัน เมฆ​ใจ​เต้น​รัว

พอ​มี​โอกาส อิง​ฟ้า​กระซิบ “ขอบคุณ​ที่​ให้โอกาส​ฟ้า​ได้​อยู่​กับ​ลูก ฟ้า​รู้​แล้ว​ว่า​คง​จะ​ไม่​มี​วัน​เอาชนะ​ใจ​เมฆได้ แต่​ฟ้า​ไม่​เสียใจ​นะ เพราะ​ตอน​นี้​ฟ้า​รู้​แล้ว​ว่า ความ​สุขของฟ้า ​มัน​ไม่ได้​อยู่​ที่​เมฆ​รัก​ฟ้า​หรือ​เปล่า แต่​มัน​อยู่​ที่​ฟ้าต้องการ​จะ​รัก​เมฆ​ตลอด​ไป...หมอก​เขา​สอน​ให้​ฟ้า​คิด​แบบ​นี้”

อิง​ฟ้า​เห็น​เมฆ​อึ้งๆจึง​รวบรัด​ว่า จะ​ออก​ไป​ส่งลูก ​ที่​โรงเรียน​ด้วย​กัน แล้ว​แวะ​ซื้อ​ของ​มา​ทำ​ทาน​กลางวัน ถ้า​เขา​ไม่​ไป​ไหน​ก็​อยู่​ทาน​ฝีมือ​ตน เมฆ​ยิ้ม​ฝืนๆ...ระหว่าง​เดิน​เลือก​ของ​ใน​ซุปเปอร์ อิง​ฟ้า​พยายาม​ใกล้​ชิด​เมฆ​

มาก​ขึ้น จูงมือ​เขา​เลือก​ของ​ต่างๆ จน​บาง​ครั้ง​เมฆ​เผลอ​ยิ้ม​ไป​ด้วย

กลับ​มา เมฆ​นั่ง​ทำ​งาน คิด​เนื้อเพลง​ไม่​ออก ครุ่นคิด​ถึง​อดีต...ทุก​ครั้ง​ที่​แต่ง​เพลง​ไม่​ออก ถ้า​อิง​ฟ้า​มา​หา เขา​จะ​คิด​ออก​ทุก​ครั้ง จน​เพื่อนๆแซว​ว่า อิง​ฟ้า​เป็น​แรงบันดาลใจ​ให้​เขา

ใน​ขณะ​ที่ตะวัน​ฉาย​ยัง​หา​ทาง​กลับไป​บ้าน​เมฆ​ไม่ได้ เพราะ​พ่อ​กับ​แม่​ไม่​ยอม​กลับ อยู่​เที่ยว​กรุงเทพฯ โดย​มี​ยุทธการ​เป็น​ไกด์​พา​เที่ยว จน​เธอ​ต้อง​โทร.​ไป​ขอร้อง​เอวา​หา​ทาง​ช่วย​ที เอ​วา​ตัดสินใจ​โทร​.ไป​ที่​ซัน​ไรส์​บี​ช​รีสอร์ท ด้วย​น้ำเสียง​หวาน ไม่ทัน​ไร​ก็​โวยวาย​ต่อว่าการบริการ​ยกใหญ่ จน​คน​ที่​รับ​สาย​พูด​ไม่​ออก...

ระหว่าง​นั้น ยุทธการ​พา​เกริก​ไกร สายรุ้ง ​และ​ตะวัน​ฉาย​ชม​วัด​ที่​สวย​งาม ตะวัน​ฉาย​ทำ​ฟอร์ม​ถ่ายรูป​ด้วย​มือ​ถือ ยุทธการ​จะ​ช่วย​ถ่าย​ให้ เธอ​ปฏิเสธ​ว่า​ถ่าย​หมด​แล้ว

“ว้า...​พระเอก​คน​นี้​ไม่ค่อย​ได้​ช่วย​นางเอก​เลย”

“ก็​ช่วย​ดูแล​พ่อ​แม่​นางเอก​ไง”

“พี่​ช่วย​ดูแล​ตลอด​ชีวิต​เลย​นะ” ยุทธการ​ได้ที​ปล่อย​มุก​จีบ

“เอ่อ...พี่​ยุทธ ใน​วัด​นะ​พี่​ใน​วัด” ตะวัน​ฉาย​ขัด สอง​คน​หัวเราะ​เขินๆ

เกริก​ไกร​กับ​สายรุ้ง​เห็น บ่น​เสียดาย​ที่​ดู​สอง​คน​นี้​เหมาะสม​กัน แต่​ทำไม​ลูก​สาว​ถึง​บอก​ว่า​ไม่ได้​ชอบ​ยุทธการ แต่​ก็​ยัง​มี​ความ​หวัง​ว่า​สัก​วัน​หนึ่ง​ลูก​จะ​เห็น​ความ​ดี​ของ​หนุ่ม​คน​นี้ สอง​คน​ยัง​เข้าใจ​ว่า​ตลอด​เวลา​ที่​ตะวัน​ฉาย​อยู่​กรุงเทพฯ ค้น​หา​ข้อมูล​มา​เขียน​เรื่อง มี​ยุทธการ​เป็น​คน​คอย​พา​ไป​ไหน​ต่อ​ไหน ยุทธการ​เอง​เออออ​ไป​ด้วย ไม่ทัน​ไร...อ้อ​โทร.​เข้า​มา​แจ้ง​กับ​เกริก​ไกร​ว่า

“เกิด​เรื่อง​ใหญ่​แล้ว​ค่ะ เมื่อกี้​มี​แขก​โทร.​มา​วี​น เธอ​ด่า​กระหน่ำ​ไม่​มี​ชิ้น​ดี​เลย​ค่ะ ติ​ทุก​อย่าง​ตั้งแต่​บันได​ขั้น​แรก ล็อบบี้ สระ​น้ำ ห้อง​พัก ห้องน้ำ อาหาร​ยันน้ำทะเล เธอ​ยัง​บอก​เลย​ค่ะ​ว่า​ทำไม​น้ำ​ทะเล​หน้า​รีสอร์ท​เรา​เค้มเค็ม”

เกริก​ไกร​ถาม​ว่า​แขก​ที่​กำลัง​พัก​อยู่​หรือ อ้อตอบว่า โทร.​เข้า​มา​บอก​ว่า​พรุ่งนี้​จะ​กลับ​มา​พัก​อีก ต้องการ​ให้​เกริก​ไกร​กับ​สายรุ้ง​คอย​ต้อนรับ แต่​ตน​เช็ก​ลูกค้า​วี​ไอ​พี​แทบ​ทุก​คน​แล้ว อยู่​ครบ​ทุก​ห้อง ไม่​ทราบ​ว่า​จะ​เป็น​ลูกค้า​จาก​ที่ไหน เกริก​ไกร​จึง​รับปาก​ว่า​จะ​รีบ​กลับ ตะวัน​ฉาย​แอบ​ถอน​ใจ

ooooooo

เห็น​เก่ง​เข้า​มา​ทำ​ความ​สะอาด​ใน​ห้อง​ทำ​งาน เมฆ​จึง​เลี่ยง​ออก​มา ผ่าน​ห้อง​ตะวัน​ฉาย​คิด​อยาก​เข้าไป​สำรวจ เขา​เริ่ม​มอง​ไป​รอบ​ห้อง เห็น​การ​จัด​วาง​ทุกอย่าง​เรียบร้อย​ดี ดึง​ลิ้นชัก​ออก​มา​เจอ​โน้ตบุ๊ก มี​กระดาษ​เล็กๆแปะ​อยู่ เขียน​ข้อความ​ว่า...ไม่​สำคัญ​ว่า​จะ​ทำได้ แต่​สบายใจ​ที่​ได้​ทำ

เมฆ​อมยิ้ม นึกถึง​คำ​บอก​เล่า​ของ​เกริก​ไกร​ที่​ว่า ลูก​สาว​อยาก​เป็น​นัก​เขียน ขอ​ลา​ไป​ทำ​ตาม​ความ​ฝัน ช่วงนี้​ออก​หา​ข้อมูล​จึง​ไม่ค่อย​ได้​เจอ​หน้า​ลูก​สาว​เท่า​ไหร่...เมฆ​เปิด​เครื่อง​คอ​มพ์ เห็น​ชื่อ​นิยาย​ว่า แองเจิล​การ์เด้น ก็​ยิ้มขำ​ความ​หมาย​ที่​ว่า สวน​นางฟ้า เขา​ตั้ง​หน้า​อ่าน​เนื้อเรื่อง

“มี​ตัว​ร้าย​ชื่อ​เมฆ​ด้วย​เหรอ​เนี่ย ชัก​จะ​ไป​กัน​ใหญ่ เธอ​นั่นแหละ​ร้าย ไม่​ใช่​ฉัน”

เมฆ​ปิด​คอ​มพ์​เก็บ​เข้าที่​ด้วย​ความ​แปลก​ใจ​ว่า ตะวันฉาย​มา​อยู่​บ้าน​ตน​เพื่อ​จะ​เขียน​นิยาย​เท่านั้น​หรือ...เห็น​เมฆ​หาย​ไป อิง​ฟ้า​เดิน​หา​ทั่ว​บ้าน ถาม​เก่ง​ก็​บอก​ว่า​เห็น​อยู่​ห้อง​ทำ​งาน​ตั้งแต่​เช้า เธอ​เดิน​กลับ​ไป​ดู​ใหม่​ไม่​มี จึง​ขึ้น​ไป​ข้าง​บน​แล้ว​ต้อง​ชะงัก เมื่อ​เห็น​เมฆ​ออก​มา​จาก​ห้อง​ตะวัน​ฉาย

ด้าน​ตะวัน​ฉาย กอด​ล่ำลา​พ่อ​กับ​แม่​หน้า​คอน​โดฯ ส่ง​ขึ้น​รถ​ลีมู​ซี​นอ​อก​ไป ยุทธการ​กระเซ้า​ว่า​น่า​จะ​ให้​คุณอา​ทั้ง​สอง​มา​กรุงเทพฯ​บ่อยๆ ตน​จะ​ได้​เจอ​เธอ​บ่อย​ขึ้น ตะวันฉาย​ค้อน​ขวับ

“ถ้า​ไม่​อยาก​ให้​แซว คืน​นี้​ก็​ต้อง​ไป​ดิน​เนอร์​กับ​พี่​สิ ไหนๆก็​ลา​งาน​แล้ว ไป​กัน​นะ​แล้วไป​ฟัง​เพลง​ต่อ” เห็น​สีหน้า​หญิง​สาว​แล้ว​สงสัย “มี​อะไร​เหรอ​ซัน”

“คือ...ซั​นอ​ยาก​ทำ​งาน​น่ะ”

“งาน​เขียน​น่ะ​เหรอ ก็​ทำ​พรุ่งนี้​สิ”

“พี่​ยุทธ ไว้​คราว​หน้า​ได้​ไหม” ตะวัน​ฉาย​เสียงอ่อน

ยุทธการ​รู้ทัน​ที​ว่า​ผิดหวัง จึง​ยอม​ล่า​ถอย​กลับ​ออก​มา...ตะวัน​ฉาย​รีบ​ขึ้น​ห้อง แปลง​ร่าง​เป็น​ซัน เก็บ​ข้าวของ​จำเป็น​ใส่​เป้ เผอิญทำ​แว่น​ตก​แล้ว​พลาด​เหยียบ​หัก เธอ​ตกใจ​จะ​ทำ​อย่างไร​ดี

ooooooo

ที่​สำนักงาน​ที่ดิน จ่า​สม​มา​ค้น​หา​ว่า​หญิงสาว​ที่​ออก​หน้า​ซื้อ​บ้าน​ให้​เฮ​ล​มุ​ท​เป็น​ใคร แล้ว​ก็ได้​พบ​รูป​อิง​ฟ้า​ก็​ตกใจ จึง​รีบ​โทร.​ไป​สอบ​ถาม​ที่​ ป.ป.ส. ซักถาม​คดี​ยาเสพติด​คดี​หนึ่ง...จ่า​สม​นำ​แฟ้ม​นั้น​กลับ​มา เขา​ดึง​สำเนา​บัตร​ประชาชน​ของ​อิง​ฟ้า​มา​ฉีก​ทิ้ง​ด้วย​สีหน้า​เครียด...

เมื่อ​ผิดหวัง​จาก​ตะวัน​ฉาย ยุทธการ​ไม่​รู้​จะ​ไป​ไหน​เลย​มา​สำนักงาน เจอ​จ่า​สม​จึง​ถาม​เรื่อง​ที่​ให้​ไป​สืบ​จาก​เพื่อน​ที่​ทำ​งาน​กรม​ที่ดิน จ่า​สม​ตอบ​อึกอัก​ยัง​ไม่ได้​หลักฐาน ยุทธการ​แปลก​ใจ​มัน​ไม่​น่า​จะ​ยาก พลัน สายรุ้ง​โทร.​เข้า​มา​ถาม​ว่า​ยัง​อยู่​กับ​ตะวัน​ฉาย​หรือ​เปล่า เขา​ตอบ​ว่า​แยก​กัน​แล้ว

“พอดี​อา​หา​กระเป๋า​เงิน​ไม่​เจอ ไม่​รู้​ตก​อยู่​ใน​รถ​ยุทธ​บ้าง​รึเปล่า อา​โทร.​หา​ซัน​ก็​ไม่​ติด”

“งั้น​เดี๋ยว​ผม​ดู​ให้​นะ​ครับ แล้ว​ยัง​ไง​ผม​จะ​เอาไป​ฝาก​ไว้​ที่​ซัน​นะ​ครับ”

ใน​ขณะ​นั้น เอ​วา​กับ​นิค​ยืน​รอ​อยู่​หน้า​คอน​โดฯ​กระวนกระวาย​ทำไม​ตะวัน​ฉาย​ยัง​ไม่​ลง​มา​อีก เดี๋ยว​พวก​ตน​ไป​เล่น​ดนตรี​ไม่ทัน โทร​.ขึ้น​ไป​หา​ก็​ไม่​เปิด​เครื่อง...ยุทธการ​ถือ​กระเป๋า​สตางค์​ของ​สายรุ้ง​มา เห็น​นิค​กับ​เอวา​ก็​จะ​เข้าไป​หา ตะวัน​ฉาย​เดิน​เข้า​มา​ใน​สภาพ​ของ​ซัน ร้องทัก​นิค​กับ​เอ​วา ยุทธการ​ตะลึง​ตัดสินใจ​เดิน​ไป​ใกล้ ทั้ง​สามคน​แทบ​ช็อก เขา​เอ่ย​ถาม...ซัน​ใช่​ไหม

ทุก​คน​ขึ้น​มา​บน​ห้อง เอ​วา​กับ​นิค​มอง​ตะวันฉาย​กับ​ยุทธการ​ที่​ออก​ไป​คุย​กัน​ตรง​ระเบียง

“ฉัน​ว่า​คราว​นี้​พวก​เรา​ตาย​ยก​รัง​แน่​เลย​ว่ะ”

“ถ้า​แก​เป็น​พี่​ยุทธ แก​จะ​ทำ​ยัง​ไง​กับ​เรื่อง​นี้”

นิค​ตอบ​ไม่ได้​เพราะ​ไม่​ใช่​ยุทธการ​และ​ที่​สำคัญ​ไม่ได้​รัก​ตะวัน​ฉาย เอ​วา​มอง​นิค​งงๆ...ด้าน​ยุทธการ​พอ​รู้​ว่า​ตะวัน​ฉาย​ไป​เป็น​พี่เลี้ยง​เด็ก​เพราะ​หา​ข้อมูล​มา​เขียน​นิยาย ก็​ไม่​อยาก​เชื่อ มัน​น่า​จะ​แค่​สัมภาษณ์​คน​ที่​ทำ​อาชีพนี้​ก็​พอ เธอ​โต้​ว่า​ทำ​ด้วย​ตัว​เอง​ดี​ที่สุด

“ซัน​ก็​เลย​ต้อง​ปิด​ทุก​คน แม้แต่​อา​เกริก​กับ​อา​รุ้ง”

“ก็​ถ้า​ซั​นบ​อก​ว่า​จะ​ไป​ทำ​อะไร พี่​ยุทธ​คิด​ว่า​พ่อ​กับ​แม่​จะ​ยอม​เหรอ”

“ก็​จริง​นะ ขนาด​พี่​ยัง​ไม่ค่อย​อยาก​จะ​เห็น​ด้วยเลย แล้ว​นี่​ซัน​ต้อง​ปลอม​ถึง​เมื่อ​ไหร่”

ตะวัน​ฉาย​ตอบ​ว่า​คง​ไม่​นาน​และ​ขอร้อง​อย่า​บอก​พ่อ​กับ​แม่​ตน ยุทธการ​รับปาก​แต่​มี​ข้อแม้​ต้อง​ให้​ตน​รู้​ว่า​เธอ​อยู่​ที่ไหน​กับ​ใคร...พอ​เอ​วา​รู้​ว่า​ยุทธการ​จะ​เป็น​คน​ส่ง​ตะวัน​ฉาย​กลับ​บ้าน​เมฆ ก็​สะเทือนใจนิดๆ แต่​กลบเกลื่อน​ว่า​ดีแล้ว เพราะ​ตน​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​ตื่น​เช้า นิค​รู้​ว่า​เอ​วา​เสียใจ แถม​หลังจาก​เล่น​ดนตรี ยัง​ถูก​เมฆ​เหน็บ เมื่อ​เธอ​บอก​เขา​ว่า​ซัน​จะ​ถึง​บ้าน​เช้าตรู่

“เอ​วา​นี่​สนิท​กับ​ซัน​ดี​เนอะ อยาก​รู้​อะไร​เรื่องซัน​ถาม​เอ​วา​ได้​หมด นี่​ถ้า​ไม่​บอก​ว่า​เป็น​นายจ้าง พี่​คงนึก​ว่า​เป็น​เพื่อน​สนิท​กัน​นะ​เนี่ย” ...ทำเอา​เอ​วา​จ๋อย​เข้าไปอีก

ooooooo

วัน​รุ่ง​ขึ้น ยุทธการ​มา​ส่ง​ตะวัน​ฉาย​ใน​สภาพ​ชาย​หนุ่ม​ที่​บ้าน​เมฆ เขา​เดิน​ตาม​ส่ง​ถึงที่​โดย​จอด​รถ​ไว้​ห่าง​บ้าน ย้ำ​กับ​เธอ​ห้าม​ปิด​มือ​ถือ​อีก ตะวันฉาย​กลัว​คนใน​บ้าน​เห็น ไม่ทันไร เมฆ​ขับ​รถกลับ​มา​บีบ​แตร​ถาม “คุย​กับ​ใคร​น่ะ​ซั​น...อ้าว...นี่คุณ...”

ตะวัน​ฉาย​หน้าซีด จำ​ต้อง​แนะนำ​ให้​เมฆ​รู้จักว่า ยุทธการ​เป็น​ญาติ​ผู้​พี่ เมฆ​รู้แกว​แกล้ง​ถาม

“ขอโทษ​นะ​ครับ แล้ว​อย่าง​นี้​เป็น​ชาว​นา​เหมือน​ครอบครัว​ซัน​หรือ​เปล่า”

ยุทธการทำหน้างง ตะวันฉายรีบตอบแทนว่าใช่ เมฆแซว...ช่างเป็นชาวนาที่ตัวขาวทั้งคู่ แล้วถามทำไมไม่พาพ่อกับแม่มาให้รู้จักกันบ้าง พามาแต่พี่ชาย เธอรีบบอกว่าทั้งสองท่านกลับไปแล้ว เมฆย้อนถามแล้วทำไมไม่กลับมาเลย ยุทธการเห็นตะวันฉายจนมุมจึงตอบแทน

“คืองี้ครับ เมื่อวานซันอยู่กับผมเอง เราคุยกันตามประสาพี่น้องไม่ได้เจอกันนาน”

“อ๋อ...เมื่อคืนอยู่ด้วยกันนี่เอง”

อิงฟ้าเดินมาดู เมฆแกล้งแนะนำให้รู้จักพี่ชายของซัน ยุทธการถือโอกาสลากลับ อิงฟ้าไม่ค่อยพอใจที่เมฆให้ความสำคัญกับครอบครัวพี่เลี้ยงลูกเกินไป ถึงขนาดเดินออกไปส่ง

เมฆถามยุทธการว่าพักที่ไหน เขาตอบว่าจะกลับบ้านต่างจังหวัดเลย เมฆแกล้งอาสาไปส่งที่ท่ารถ ตะวันฉายแย้งว่าพี่เขามากรุงเทพฯบ่อย รู้จักทางดี

“ไม่ได้สิ เขาเป็นพี่นาย ฉันก็ต้องดูแลอย่างดี ไปครับไม่ต้องเกรงใจ...อ้าวนี่มาตัวเปล่าหรือเนี่ย ไม่เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าเลย”

ตะวันฉายอ้างว่ามาไม่กี่วัน ชุดเดียวก็พอ เมฆยิ้มๆ...พอมาถึงสถานีขนส่ง เมฆจะพาเข้าไปซื้อตั๋ว ยุทธการบอกวาส่งตนแค่นี้ก็พอ แต่เมฆแย้งไม่เป็นไร ตนไม่รีบ จะรอส่งจนรถออก ยุทธการกับตะวันฉายสบตากันอึ้งๆ ตะวันฉายชวนเมฆกลับจะต้องทำงานบ้านอีก

“อ้าว...รถจะออกพอดี รีบขึ้นรถสิครับ เดี๋ยวก็ตกรถหรอก” เมฆคะยั้นคะยอยุทธการให้ขึ้นรถแล้วจับมือตะวันฉายโบกไปมา “ไม่โบกมือให้พี่ชายหน่อยเหรอ”

ยุทธการเกาะกระจกมองตะวันฉายขณะรถเคลื่อนออกจากขนส่ง เมฆหัวเราะหึๆ ตะวันฉายสะบัดมือออกอย่างโกรธๆ เดินกลับไปที่รถ...รถทัวร์แล่นออกไปสักพัก ยุทธการก็ลุกมาขอร้องคนขับช่วยจอดให้ลง แต่คนขับโยกโย้ จนเขาต้องเอาบัตรตำรวจออกมาขู่ ลงจากรถมาได้ ยุทธการยืนข้องใจว่าเมฆใจดีจริงๆหรือว่าแกล้งกันแน่...

ถึงบ้าน ตะวันฉายเดินหน้าบูดบึ้งจะขึ้นห้อง เมฆแกล้งจับมือเธอไว้ ถามคิดถึงพี่ชายหรือ ตะวันฉายพยายามจะดึงมือออก อิงฟ้าเดินมาเห็นตกใจ ตะวันฉายสะบัดมือหลุดแล้วจะเดินหนี

“ฟ้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม”

“ตาฝาดอะไร” เมฆทำไม่รู้เรื่อง

“ก็เมฆกับซันเล่นอย่างกับเป็นแฟนกัน”

“ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นผู้ชาย ไม่มีทางเป็นอย่างที่คุณอิงฟ้าพูดแน่ๆ” ตะวันฉายหันมาค้าน

“แล้วเมฆล่ะคิดอะไรกับซันหรือเปล่า”

เมฆถามกวนๆว่าหึงแม้กระทั่งเด็กผู้ชายหรือ ตะวันฉายรีบรับรองว่าตนไม่มีทางเป็นแบบนั้น แม้ว่าเมฆจะมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนก็ตาม เมฆฉุนจะยีหัว ตะวัน–ฉายหลบทันรีบวิ่งหนีไป เมฆวิ่งตาม อิงฟ้ายิ่งโกรธที่เมฆไม่สนใจตนบ้างเลย

ด้วยความอึดอัดใจ อิงฟ้านั่งแท็กซี่ออกมาจากบ้าน ไม่รู้จะไปไหน มาที่แฟลตตำรวจแต่ไม่ยอมลงจากรถ เงยหน้ามองไปข้างบน พอดีจ่าสมเดินมาที่มอเตอร์ไซค์ มองไปที่รถแท็กซี่ว่าใคร ทั้งสองสบตากัน อิงฟ้าตกใจรีบบอกโชเฟอร์ออกรถ ในขณะที่จ่าสมร้องเรียก

“ฟ้า...นั่นฟ้าหรือเปล่าลูก ฟ้า...ฟ้า...” จ่าสมรีบสตาร์ตรถจะตามแต่รถสตาร์ตไม่ติด...

ooooooo

ทำงานบ้านเสร็จ ตะวันฉายหลบมานั่งที่สนาม โทร.ไปถามยุทธการด้วยความเป็นห่วง เขาตอบว่าเขาเป็นห่วงเธอมากกว่า ดูท่าเจ้านายเธอจะแปลกๆ

“จะมีอะไร นอกจากกวนโมโห ไม่ได้บอกให้ไปส่งซะหน่อยก็ไปเฉยเลย คิดจะทำอะไรก็ทำ คอยดูนะถ้าเผลอขึ้นมาเมื่อไหร่ ซันจะวางยานอนหลับแล้วแวกซ์หนวดมันออกให้หมดเลย” พลัน ตะวันฉายหันมาเจอเมฆรีบเปลี่ยนเรื่องทำทีด่า “กลัวขึ้นมามั่งหรือยัง ถ้ากลัวก็เลิกเป็นโจรปล้นคนชาติเดียวกันได้แล้ว กลับตัวกลับใจซะ”

ยุทธการฟังแล้วงง “มาแนวนี้ สงสัยซันงานเข้าอีกแล้ว หวังว่าคงจะรอดไปได้นะ”

ตะวันฉายวางสายทำทีหงุดหงิดว่าเป็นพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทร.มาให้จ่ายค่าบัตรเครดิต ตนมีที่ไหนเลยด่าซะ เมฆยิ้มเย้าว่าเหมือนนิยาย ตะวันฉายฉุนย้อนถามจะหาเรื่องอะไรอีก

“แค่อยากบอกนายว่า...ไม่สำคัญว่าจะทำได้ แต่สบายใจที่จะทำ” เมฆเดินหัวเราะกลับไป

“นั่น...นั่นมัน...” ตะวันฉายตาเหลือกรีบวิ่งกลับไปที่ห้อง เห็นกระดาษโพสต์อิทของตนตกอยู่ที่พื้น หยิบคอมออกมาเปิดเช็กว่ามีการเปิดอ่านหรือไม่ ก็เห็นวันเวลาที่ถูกเปิด

ตะวันฉายกลับมาโวยใส่เมฆ “คุณมาแอบดูคอมผมเหรอ มิน่ามาทำเป็นว่า ว่าผมชอบแต่งบท คุณมาเปิดดูคอมผมแล้วใช่ไหม”

เมฆทำเป็นไม่รู้เรื่อง เธอจึงชูโพสต์อิทว่ามันหล่นอยู่ที่พื้นห้องทั้งที่ตนติดไว้บนคอม เมฆจึงย้อนถามว่าเอาคอมพิวเตอร์มาจากไหน มันมีราคาแพงมาก เธอไม่น่าซื้อเองได้ หรือเอวาให้มาอีก ตะวันฉายเกือบจนมุม อ้างว่าซื้อผ่อนต่อจากเอวาแล้วโวยไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง

“ทำไม  ในโน้ตบุ๊กมันมีความลับอะไรนักหนา

นอกจาก นิยายห่วยๆเรื่องนึง” เมฆทำเสียงล้อตัวละครในเรื่อง ตะวันฉายแทบร้องกรี๊ดแต่ต้องแอ๊บแมนโต้

“ห่วยที่ไหน ซาบซึ้งกินใจจะตาย พวกที่ชีวิตขาดความหวานจะไปเข้าใจอะไร”

“อย่าบอกนะว่านายเป็นคนแต่ง นี่นอกจากจะเป็นคนเลี้ยงเด็กแล้ว ยังเป็นนักเขียนนิยายด้วยเหรอ แหมเก่งหลายอย่างจังนะ”

“ทำไมล่ะครับ คนเรามีสิทธิ์ฝันทั้งนั้น วันนึงผมอาจเป็นนักเขียนนิยายชื่อดังขึ้นมาก็ได้”

“ถ้างั้นความฝันของนายก็คงอีกไกล ฉันอ่านแล้วภาษาก็ดีหรอกนะ แต่ฉันไม่รู้สึกถึงอารมณ์รักซาบซึ้งอะไรของนายเลย มันดูเลื่อนลอยจับต้องไม่ได้”

ตะวันฉายอ้าปากค้างเถียงไม่ออก กลับมานั่งครุ่นคิด ทำไมเมฆพูดเหมือน บก....

เย็นนั้น ตะวันฉายไปรับหมอกที่โรงเรียนกับเมฆ เธอยังงอนไม่พูดไม่จาด้วย ทำอะไรปึงปังใส่ หมอกวิ่งมาหาและชูซองเมล็ดผัก บอกว่าครูให้ปลูกเป็นการบ้าน...พอถึงบ้าน ตะวันฉาย  เมฆ และหมอกช่วยกันพรวนดินในกระบะ เมฆเห็นตะวันฉายยังปั้นปึ่งพูดคุยแต่กับหมอก จึงแกล้งป้ายดินใส่หน้า เธอโกรธป้ายกลับ เกิดการวิ่งไล่กันสนุกสนาน มีหมอกร่วมด้วย อิงฟ้ามองมาไม่พอใจ เข้ามาขวางพูดเสียงเรียบๆแต่เชือดเฉือน

“สนุกกันจังเลยนะ...ซัน ทำไมปล่อยให้หมอก

เลอะเทอะอย่างนี้ ขอดุหน่อยเถอะ หมู่นี้นายนี่ชักจะบกพร่องต่อหน้าที่ใหญ่แล้วนะ”

ตะวันฉายอ้าปากจะเถียง เมฆขัดขึ้นก่อน “เรากำลังปลูกผักกันอยู่ ครูเขาให้หมอกทำเป็นการบ้าน เป็นการเชื่อมสัมพันธ์ในครอบครัว”

“อ้าวเหรอ ถ้าอย่างนั้นที่ถูกต้องก็ควรจะเป็นฟ้าทำสิ ซันทำไมไม่บอกฉันล่ะ”

“ผม เอ่อ...ต้องบอกด้วยเหรอครับ”

“อ้าว ต้องบอกสิ ใช่มั้ยคะเมฆ ก็นี่เป็นเรื่องเชื่อม สัมพันธ์ในครอบครัว เฮ้อ...ซันนี่สงสัยจะทำงานเยอะไป ถึงได้ลืมบอกฉัน เอาเถอะไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ซันอยากพักก็ได้นะ ต่อไปเราอาจจะไม่ต้องให้พี่เลี้ยงมาช่วยแล้วนะเมฆ”

ตะวันฉายถึงกับอึ้ง หมายความว่าอย่างไร...

ooooooo

ตอนที่ 6

อิงฟ้าแปลกใจเมื่อเห็นเมฆเป็นห่วงเป็นใยตะวันฉาย ถึงขนาดผละจากเธอไปดูแลที่เดินชนประตู แถมยังจะพาไปใส่ยาด้วยตัวเอง จนเธอต้องมายืนขวาง

“เธอไปหายาใส่เองได้ไหม”

ตะวันฉายตอบว่าได้ครับ แต่เมฆไม่ยอม โอบไหล่เธอพาเดินไป อิงฟ้าโกรธสุดๆ โวยจะบ้าหรือนั่นก็แค่พี่เลี้ยงเด็ก เมฆไม่สนใจพาตะวันฉายมาที่ห้องรับแขกหายาหม่องมาทาหัวที่ปูด

“ฟ้าว่าให้ซันทายาเองก็ได้” อิงฟ้าไม่พอใจอย่างมาก

“ไม่ได้หรอก ผมต้องดูแลซันให้เหมือนกับที่เขาดูแลหมอกอย่างดี คนอย่างผมใครดีต้องดีตอบ ถ้าใครไม่ดีผมจะไม่ดีด้วย”

อิงฟ้ารู้ว่าโดนเหน็บ สะบัดหน้าเดินไป เมฆวางมือจากการทายา ตะวันฉายร้องอ้าว...กำลังเพลิน สีหน้าเมฆเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ว่าเธออย่าทะลึ่ง

“อ้าว...คุณเมฆอารมณ์ไม่ดีมาว่าผมซะงั้น”

“ใครบอกว่าฉันอารมณ์ไม่ดี”

“ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้ครับ”

เมฆขัดใจเอามะเหงกเขกหัวเบาๆแต่ตะวันฉายร้องลั่น เขายิ้มกวนประสาทใส่ก่อนจะเดินไป เธอสบถแล้วรีบปิดปากตัวเอง เกรงเขาได้ยินว่าทำเสียงผู้หญิงอีก...จากนั้น เมฆล็อกห้องซ้อมดนตรีตลอดวัน อิงฟ้าเคาะเรียกเท่าไหร่ เขาก็ไม่สนใจ จนเธอรามือไปเอง

เนื่องจากเก่งมีร่างเตี้ยแคระ ปีนบันไดเพื่อตัดต้นไม้ จึงดูยักแย่ยักยัน ตะวันฉายเข้ามาช่วยแล้วทั้งสองแกล้งโยนเศษกิ่งไม้ใส่กัน เผอิญอิงฟ้าเดินมา ก็โดนเศษกิ่งไม้ที่ตะวันฉายปาใส่เก่ง ทั้งสองตกใจรีบขอโทษ...อิงฟ้าโวยเล็กน้อยก่อนจะถามเก่งว่าเมฆมีแฟนใหม่หรือยัง เก่งตอบละเอียดยิบว่าไม่เคยเห็นมีใคร เช้าไปทำงาน เย็นดูแลลูก ค่ำๆก็ไปเล่นดนตรี เธอพอใจเดินกลับไป

ตะวันฉายบ่น “เจ้านายเราเขามีดีอะไร คุณอิงฟ้าถึงต้องกลับมา ถ้าเป็นผมนะ หาคนอื่นดีกว่า ผู้ชายแบบนี้ไม่เห็นน่าสนใจตรงไหน”

“เอ็งพูดอย่างกับเอ็งเป็นผู้หญิงงั้นแหละ”

ตะวันฉายนึกได้รีบกลบเกลื่อนไม่มีอะไร เห็นว่าอิงฟ้าสวย น่าจะหาแฟนใหม่ดีๆไปเลย...เอาตัวรอดมาได้ ตะวันฉายหลบมานั่งพักในห้อง เห็นมือถือมีข้อความจากยุทธการ จึงโทร.กลับไปหา ยุทธการบอกว่า กำลังไปหาที่คอนโดฯพร้อมพ่อกับแม่ เธอตาเหลือกมือถือหล่นจากมือ

“ซัน...ซัน เสียงอะไรน่ะ ซันอยู่หรือเปล่า”

ตะวันฉายเก็บมือถือขึ้นมาคุยต่อ “พี่ยุทธ...คือ พี่ยุทธกับคุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งมาหาซันที่คอนโดฯได้ไหม”

ยุทธการถามทำไม เธออ้างว่าห้องรกมาก อายไม่อยากให้เห็น เขาหัวเราะบอกเธอแค่จะรับไปทานข้าวกับพ่อแม่ ตะวันฉายถอนใจอ้างตนยังไม่แน่ใจว่าว่างหรือเปล่า เขาจึงบอกทำงานให้เสร็จ ตัวเขาจะหาที่เดินเล่นรอ

ooooooo

บ่ายมากแล้ว  เมฆออกมาจากห้อง อิงฟ้าปรี่เข้า หาชวนออกไปทานข้าวนอกบ้าน เขาปฏิเสธจะไปรับหมอกแล้วต้องไปเล่นดนตรีอีก เธอจึงขอไปด้วย

“อย่าเลยฟ้า ผมไม่อยากเห็นฟ้าเวลาผมเล่นดนตรีอีก”

เมฆจะเดินหนี อิงฟ้าโผกอดโน้มคอเข้ามาใกล้ กระซิบ...ตนรู้ว่าเขายังรักตน เมฆพยายามดันเธอออกและบอกเธอเข้าใจผิด เธอให้เขาสบตา อิงฟ้าลูบไล้ใบหน้าเมฆจนเขาเกือบเคลิ้ม เผอิญตะวันฉายเดินมาร้องอุ๊ย... อิงฟ้าโกรธมากที่มาขัดจังหวะอีก เธอรีบขอโทษจะเดินไป

“เดี๋ยวสิ เข้ามามีอะไร” เมฆผละจากอิงฟ้า เรียกตะวันฉายไว้

“เอ่อ...คือ ผมปวดหัวครับ เลยจะมาขอไปหาหมอ สงสัยจะกระทบกระเทือนจากที่ชนเมื่อกลางวัน  แล้ว...แล้วตอนนี้ผมก็รู้สึกมีไข้นิดๆ ไม่รู้เป็นผลจากการชนหรือเปล่า”

“มันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ”

“เรื่องแบบนี้ทำเป็นเล่นไม่ได้นะครับ อาจจะมีเลือดคั่งก็ได้ ผมเลยจะมาขอไปหาหมอไงครับ” ตะวันฉายพยายามหาข้ออ้าง

อิงฟ้าหมั่นไส้ไล่ให้รีบไปๆเสีย แต่เมฆกลับบอกว่าจะพาไปเองแล้วดึงมือเดินไป อิงฟ้าฉุนในขณะที่ตะวันฉายตกใจปลิวไปตามแรงดึงของเมฆ

ระหว่างนั่งมาในรถ  ตะวันฉายพยายามหาทางออก บอกเมฆว่าตนหายแล้วขอกลับบ้าน แต่เมฆเหมือนรู้ทัน “ไหนๆก็ออกมาแล้ว นายไปรับหมอกกับฉันดีกว่า วันนี้ฉันอยากพาหมอกไปเดินเล่น นายไปด้วยนะ”

ตะวันฉายอึดอัดใจจะทำอย่างไรดี ถึงจะแยกจากเมฆกลับไปรับหน้ายุทธการที่คอนโดฯได้  พอรับหมอกจากโรงเรียนมา เมฆก็แวะร้านอาหารแห่งหนึ่ง  ตะวันฉายร้อนใจรีบป้อนข้าวหมอกให้เสร็จเร็วๆ หมอกร้องว่าตนทานเองได้ เมฆให้เธอทานของเธอไป พลันมือถือตะวันฉายดังขึ้น เธอสะดุ้งหยิบมาดูเห็นชื่อยุทธการ ไม่กล้ารับตัดสายทิ้งแล้วปิดเครื่องไปเลย เมฆมองอย่างสงสัย เธอโกหกว่าพวกขายประกันโทร.มาตื๊อ เมฆดักคอนึกว่ากลัวใครตาม ตะวันฉายแอบมองค้อน

ยุทธการเซ็งที่ตะวันฉายปิดเครื่องหนีอีก จึงโทร.บอกพ่อกับแม่ว่าตัวเองติดราชการ ขอเลื่อนนัดที่จะพาตะวันฉายไปทานข้าวด้วย จากนั้น เขาก็มาปรับทุกข์กับเอวาและนิคที่โรงเรียนดนตรี นิคปลอบว่าเดี๋ยวตะวันฉายก็โทร.กลับมาเอง ยุทธการรู้แต่ก็ข้ามไปอีกวัน เอวาสงสารจึงบอกว่าจะพยายามติดต่อให้แล้วรีบรายงาน

“ขอบใจนะ เอวากับนิคต้องไปเล่นดนตรีแล้วสิ งั้นพี่ไม่กวนล่ะ” ยุทธการจะกลับ

“แล้วพี่ยุทธจะไปไหนล่ะคะ ก็พี่บอกคุณแม่ว่าติดธุระไม่ใช่เหรอคะ”

ยุทธการนิ่งคิด เอวาชวนไปฟังพวกตนเล่นดนตรีที่ผับ...ขณะเดียวกัน ตะวันฉายพยายามแยกตัวจากเมฆ แต่เขากลับหาว่าเธอจะหนีเที่ยว เธอปฏิเสธเสียหลงว่ากลับบ้านจริงๆ

“ฉันว่าในฐานะพี่เลี้ยง นายควรจะไปดูแลหมอกที่ผับด้วยนะ” เมฆลากตะวันฉายขึ้นรถจนได้

พอรถเมฆแล่นมาจอดหน้าผับ ทั้งสามลงจากรถ ทันใด รถยุทธการแล่นมาจอดข้างๆ ตะวันฉายตกใจรีบหันหลังให้ ยุทธการลงจากรถมายืนรอรถเอวา เกิดเมฆเรียกซันให้ยกกระเป๋าลงด้วย ยุทธการสะดุดหูหันมามอง เธอรีบหันหนี มุดหน้าเข้ารถทันที

“พี่เอวามาแล้ว...” หมอกชี้

พลัน เอวาเบรกรถจนนิคหัวทิ่ม เมื่อเห็นตะวันฉายมากับเมฆ “ทำไงดีล่ะแก...”

“แกเข้าไปจอดก่อน เดี๋ยวฉันไปประกบพี่เมฆกับไอ้ซันเอง แกก็ไปหาพี่ยุทธ” นิคแนะนำ

พอรถจอด นิครีบลงจากรถมายืนบังตะวันฉายไว้ไม่ให้ยุทธการเห็น เมฆถามนิคว่าเอวามีเพื่อนมาด้วยหรือ เขาตอบว่าใช่ เป็นรุ่นพี่มาทานข้าว ส่วนเอวาก็บอกยุทธการว่า เมฆเป็นรุ่นพี่ในวง ต่างพากันเดินเข้าผับ... ยุทธการอดถามเอวาไม่ได้ ว่าเขาได้ยินเมฆเรียกชื่อซัน เอวาสะดุ้ง

“เอ่อ...ค่ะ แต่ซันคนนี้เขาเป็นผู้ชายนะคะ เป็นพี่เลี้ยงลูกของรุ่นพี่เอวาค่ะ”

“เป็นผู้ชายเหรอ เขาดูตัวเล็กบางๆเหมือนผู้หญิง ตอนแรกพี่เห็นแวบๆนึกว่าเป็นซันเลย”

“โห พี่ยุทธ นี่คิดถึงซันจนมองผู้ชายเป็นมันไปแล้วเหรอคะ” เอวาหัวเราะกลบเกลื่อน

ยุทธการพลอยหัวเราะไปด้วย กำชับอย่าไปบอกตะวันฉาย เอวาลอบเป่าปากโล่งใจ...ด้านเมฆอยากเทกแคร์เพื่อนน้อง จึงบอกนิคว่า ตนไม่ค่อยได้ใช้สิทธิ์ส่วนลดให้ใคร ตนจะไปบอกเอวาให้ใช้สิทธิ์ตนกับเพื่อนเธอ นิคจะห้ามแต่ไม่ทัน เมฆเดินลิ่วออกไป ตะวันฉายเครียด

“อีตานี่ก็จุ้นเหมือนกันนะ...แกว่าสองคนนั่นจะคุยอะไรกันวะ”

“ไม่รู้ว่ะ แต่ที่แน่ๆ ฉันไม่อยากให้สองคนนั่นรู้จักกันเลย”

ตะวันฉายชักเห็นด้วย นิคแนะให้เธอรีบหาข้อมูลธีรภพไวๆ ก่อนที่ความจะแตก

ooooooo

อิงฟ้าพยายามกดโทรศัพท์หาเมฆ แต่เขาปิดเครื่อง เธอหงุดหงิดมาถามเก่งว่าเมฆมักจะพาหมอกไปที่ผับด้วยหรือ เก่งตอบว่าเฉพาะเวลาไม่มีพี่เลี้ยง แต่วันนี้คงหาหมอแล้วเลยพากันไปหมด อิงฟ้าเจ็บใจเข้ามาเดินสำรวจห้องนอนเมฆ เข่นเขี้ยว อีกไม่นานตนจะย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้

ยุทธการทานข้าวเสร็จ เอวารีบถามว่าเขาจะกลับบ้านเลยหรือ เขากลับบอกว่าจะไปดูตะวันฉายที่คอนโดฯ คิดว่าน่าจะกลับมาแล้ว เอวาฝืนยิ้มอวยพรให้ขับรถดีๆ แล้วรีบเดินมาหาตะวันฉาย บอกให้โทร.หายุทธการก่อนที่เขาจะไปถึงคอนโดฯเธอ ตะวันฉายบ่น

“ตอนไหนล่ะ แกก็เห็นนี่นา นายนั่นประกบฉันติดตลอดเวลาเลย”

เอวาแนะให้ไปโทร.ในห้องนํ้า ตะวันฉายไม่เอา กลัวเมฆตามไปดึงเข้าห้องนํ้าชายอีก เอวาจึงช่วยด้วยการไปเล่นกับหมอกข้างหน้าเมฆ เพื่อให้เพื่อนแยกตัวไป

แต่ยุทธการก็ไปถึงคอนโดฯของตะวันฉายเสียก่อน พนักงานบอกว่าเธอไม่กลับมาหลายวันแล้ว และได้ทิ้งกุญแจห้องไว้ให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาด เขายิ่งข้องใจ ก็พอดีตะวันฉายโทร.เข้ามา เขารีบถามว่าเธออยู่ที่ไหน เสร็จธุระหรือยัง

ตะวันฉายเสียงอ่อย “พี่ยุทธ เอ่อ...คือ...ซัน... ต้องขอโทษพี่ยุทธจริงๆ ซันยังติดงานอยู่เลย”

แต่พอยุทธการถามเรื่องที่พนักงานบอกว่าเธอไม่กลับมาหลายวัน และทิ้งกุญแจไว้ให้ทำความสะอาด ตะวันฉายรีบแก้ตัวว่า ตนมีกุญแจสองชุด ฝากไว้ให้แม่บ้านทำความสะอาดชุดหนึ่ง

“พี่เข้าใจแล้ว แล้วพี่จะได้เจอซันหรือเปล่า”

“ไว้ซันเสร็จธุระ ซันจะรีบโทร.เรียกพี่ยุทธมาเลี้ยงข้าวเลยนะ”

ยุทธการยิ้มอย่างมีความหวังอีกครั้ง...ตะวันฉายวางสาย หันมาต้องสะดุ้งเมื่อเจอเมฆยืนอยู่ เขาถามว่าคุยกับกิ๊กหรือ แล้วเอวารู้ไหม เธอรีบปฏิเสธ

“เอาล่ะๆ ฉันไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะ ถ้านายจะมีแฟน แต่นายไม่ควรทิ้งหมอกออกมาอย่างนี้”

“ผมเห็นว่าคุณเมฆยังไม่ขึ้นเล่น คงจะอยู่เป็นเพื่อนคุณหมอกได้ก่อน”

“นายก็เลยสบโอกาส”

ตะวันฉายยืนยันไม่ได้คุยกับแฟนจริงๆ เขาจึงแกล้งถามคุยกับสายโจรหรือ เธอเริ่มโกรธ ประชดคราวหลังถ้าตนคุยกับแฟนหรือโจร จะเปิดสปีกเกอร์–โฟนให้ได้ยิน เมฆว่าพูดแล้วต้องทำ

ooooooo

กลับถึงบ้าน ยุทธการเจอพ่อกับแม่ตำหนิเอาแต่ทำงานจนผิดนัดกับตะวันฉาย ระวังเธอจะไม่รัก เขายิ่งสะเทือนใจไม่รู้จะบอกท่านทั้งสองอย่างไรดี

ด้านตะวันฉายถึงบ้าน เมฆอุ้มหมอกขึ้นห้องให้เธอเตรียมที่นอน เธอพยายามปลุกหมอกไปอาบน้ำแปรงฟัน ก่อน เมฆเห็นลูกหลับสนิทจึงบอกว่าไม่อาบวันเดียวไม่เป็นไร แต่ถึงอย่างไรตะวันฉายก็ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หมอก เมฆรู้สึกดีที่ดูเธอจะห่วงใยลูกเขาอย่างจริงใจ

เมฆเข้าห้องจะอาบน้ำ อิงฟ้าตามเข้ามายั่วยวน เขาพยายามผลักดันเธอออกไปจากห้อง แล้วล็อกประตู อิงฟ้าโกรธ ปฏิญาณจะไม่ละความพยายาม

วันรุ่งขึ้น อิงฟ้าเห็นเมฆนั่งแต่งเพลงอยู่กับเปียโน จึงเข้ามาเล้าโลมลูบไล้กระซิบถาม

“เมฆไม่ไปทำงานเหรอ”

เมฆบอกว่าตนกำลังทำอยู่ เธอหมายถึงงานบริษัท เขาจึงตอบว่าให้วิวัฒน์ดูแลทั้งหมด

“ให้พี่วัฒน์ดูแล เมฆ...ฟ้าไม่เห็นด้วยเลยนะ ฟ้าว่าเมฆกลับไปทำงานเถอะ ให้ฟ้าไปช่วยก็ได้” เมฆสวนไม่จำเป็น อิงฟ้าไม่พอใจ “เมฆ...พี่ธีเป็นคนสร้างบริษัทนี้ขึ้นมานะ จะไปให้หุ้นส่วนที่เล็กกว่าอย่างพี่วัฒน์ดูแลได้ไง”

“พี่ธีสร้างขึ้นมา ฟ้าทำพังและผมกอบกู้ เพราะฉะนั้นฟ้าไม่มีสิทธิ์อะไรอีกแล้ว”

“แต่อย่างน้อยฟ้าก็เป็น...”

“ฟ้าแค่เคยเป็นคนในครอบครัวนี้ เรื่องในบริษัทผมกับพี่ๆที่แทรเวลทีจะดูแลกันเอง”

“เมฆ เราค่อยๆคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่านะ ที่ฟ้า พูดว่าจะช่วยดูแลเพราะฟ้าเป็นห่วง อย่างน้อยให้ฟ้าไปนั่งที่บริษัท แล้วเมฆจะอยู่ที่บ้านก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวเมฆพาฟ้าไปบริษัทนะ”

เมฆแกะมืออิงฟ้าที่รั้งแขนออก บอกว่าตนไม่ไปไหนทั้งนั้น เขาลุกเดินหนี...ตะวันฉายกำลังถูบ้านอยู่แถวนั้น เธอยืนงงกับสิ่งที่ได้ยิน พลันคิดได้รีบวิ่งเข้าห้องไปโทรศัพท์นัดเอวากับนิคมาเจอกัน แล้วคว้าดินน้ำมันที่ปั๊มกุญแจไว้แล้วใส่กระเป๋าเสื้อมาด้วย เพราะเข้าใจว่าเมฆเก็บตัวอยู่ในห้อง แต่พอออกมาหน้าบ้านต้องเบรกหัวทิ่ม เจอเมฆยืนอยู่ข้างรถ ถามเสียงเขียวจะไปไหน เธอต้องโกหกว่าไปซื้อกับข้าว เมฆขอไปด้วย

“ก็ไหนคุณเมฆบอกคุณอิงฟ้าเมื่อเช้าว่าจะไม่ไปไหน”

เมฆเอ็ดที่แอบฟัง ตะวันฉายแก้ตัวบังเอิญได้ยิน เขาจึงอธิบายว่าที่บอกไม่ไปคือบริษัท แต่นี่มีนัดอีกแห่ง “เอ...ฉันต้องมาแจงให้นายฟังทำไมวะ ตกลงฉันไปด้วยนะ”

ตะวันฉายพยายามหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไปเอง เมฆเห็นกระเป๋าเสื้อเธอตุงๆจึงจ้องมอง ตะวันฉายตกใจเอามือปิดหน้าอก เขาจึงถามว่าอะไรอยู่ในกระเป๋าเสื้อ เธอนึกได้

“อ๋อ...ดินน้ำมันคุณหมอกครับ ผมเผลอหยิบติดมือมา” ตะวันฉายชูให้เขาดูแล้วรีบเก็บ

เมฆขึ้นรถขับออกไป ตะวันฉายมองจนเห็นรถเขาเลี้ยวพ้นสายตา ก็รีบปิดประตูบ้านออกมาโบกแท็กซี่ หารู้ไม่ว่าเมฆย้อนกลับมาดู แล้วสะกดรอยตาม...ตะวันฉายนัดเอวากับนิคที่ห้างใกล้ๆ พอเจอกันก็รีบเล่าเรื่องที่ได้ยินให้เพื่อนทั้งสองฟัง สองคนข้องใจทำไมต้องสนใจเรื่องของเมฆ ไหนบอกว่าจะเข้าไปสืบเรื่องธีรภพ

“ฉันแค่สงสัยว่านายปากเป็ดนั่นจะต้องทำอะไรพี่ธี จนพี่ธีต้องทิ้งบริษัทไป”

“เฮ้ย...เยอะไปป่ะแก ฉันว่ามันคงไม่โยงกันยุ่งเหมือนนิยายแกหรอก” นิคค่อนขอด

“ว่าไม่ได้นะ พี่ธีก็ไม่อยู่หายสาบสูญแบบนี้ทะเลาะกันแหงๆ นี่เมียอีก กลับมาทั้งทีตานี่ดูไม่อยากให้อยู่บ้านเลยอ่ะ” เห็นเพื่อนเฉย “พวกแกไม่เชื่อฉันใช่ไหม คอยดูสิ ฉันเคยดูคนผิดเหรอ”

“ประจำ!” เพื่อนทั้งสองพูดพร้อมกัน

ตะวันฉายหน้าเสีย เปลี่ยนเรื่องให้นิคเอาดินน้ำมันที่ปั๊มกุญแจมาไปจัดการ แล้วชวนเอวาเดินช็อปปิ้ง เพราะไม่ได้ทำมานาน...สองสาวเข้าร้านเสื้อผ้า เลือกชุดสวยมาจะเข้าห้องลอง พนักงานรีบขัด เข้าได้ทีละคน เอวาให้ตะวันฉายเข้าไปก่อน พนักงานบอกอีกว่านี่ชุด ผู้หญิง เอวาเข้าใจจึงบอกเพื่อนแปลงร่างให้เขาดูหน่อย ตะวันฉายถอดแว่นและวิกผมสั้นออก เอวา

ถามพนักงานยิ้มๆว่า เข้าลองได้แล้วใช่ไหม พนักงานพยักหน้าเหวอๆ

ระหว่างที่เอวานั่งรอ เมฆเข้ามาสะกิด เธอตกใจเผลอถามว่าเขามาทำไม

“ที่นี่มันแถวบ้านพี่ พี่น่าจะต้องถามเอวามากกว่า ว่ามาทำอะไรแถวนี้”

“อ๋อ...พอดีเอวาอยากได้เสื้อตัวนึง เขาบอกว่ามีที่สาขานี้ ก็เลยต้องมาถึงที่นี่ไงคะ แต่พอมาเห็นของจริงแล้ว ไม่ชอบอ่ะค่ะ เอวาไปก่อนนะคะพี่เมฆ”

“แล้วเมื่อกี้พี่เห็นคุยอยู่กับใคร มากับเพื่อนไม่ใช่เหรอ”

เอวานึกได้เกือบทิ้งตะวันฉายเสียแล้ว รีบโกหกว่านิคลองชุดอยู่ ไม่ทันไร นิควิ่งชูกุญแจเข้ามาว่าได้แล้ว เมฆหันขวับไปมอง ต่างชะงัก เมฆถามไหนบอกว่านิคลองชุดอยู่

“นี่มันร้านเสื้อผ้าผู้หญิง นิคจะลองเสื้อได้ยังไงล่ะคะพี่เมฆ” เอวาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

ทันใด ตะวันฉายออกมาจากห้องลอง ในชุดสวยปล่อยผมยาวสยายบ่นเสียงดัง “โอ๊ย...ไม่ได้เป็นตัวเองมาตั้งนาน อึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว”

เอวากำลังแก้ตัวเรื่องนิค ได้ยินเสียงเพื่อนก็รีบดึงตัวเมฆให้หันไปอีกทาง ตะวันฉายเห็นด้านหลังเมฆจำได้ คว้าถุงใส่เสื้อผ้าเก่าจะวิ่งออกไป พนักงานมาขวางขอค่าชุด เธอนึกได้รีบส่งเงินให้และบอกว่าไม่ต้องทอน นิคกับเอวาเห็นว่ารอดแล้วรีบลากลับ สองคนแยกจากเมฆมาได้ถอนใจหวังว่าตะวันฉายจะเอาตัวรอดได้เหมือนกัน พลันเอวานึกได้ วิ่งกลับเข้าไปในร้านเพื่อเก็บวิกผมกับแว่นของตะวันฉาย จากนั้นโทร.บอกให้เธอไปเจอกันที่รถ

ไม่วาย ตะวันฉายรีบร้อนเดินชนกับเมฆเข้าอย่างจัง เธอหันกลับมาโวยวายตามนิสัยปกติ

“เดินยังไงเนี่ย ซุ่มซ่ามจริงๆเลย ไม่เห็นคนหรือไง”

เมฆเอ่ยปากขอโทษ แต่พอเห็นหน้าตะวันฉายก็ตกใจชี้หน้า “นี่เธอ! ยัยผู้จัดการรีสอร์ทตัวแสบ ตามมารังควานฉันถึงนี่เลยเหรอ”

สองคนเถียงกันยกใหญ่ ตะวันฉายต่อว่าชนแล้วไม่ขอโทษ เขาโต้ทันที

“ขอโทษไปแล้วตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้รู้ว่าเป็นเธอ ฉันขอเอาคืนดีกว่า น่าจะชนให้แรงกว่านี้ด้วย ให้ตีลังกาซัมเมอร์ซอล์ทไปซักสามตลบเลย”

“อี...อี...อีปากเน่า ปากเหม็น ปากเป็ด”

“อ้าวๆๆ ด่าไม่ทันเลย คิดไม่ออกเหรอ สมองกระทบ กระเทือนด้วยหรือเปล่า นี่ยังน้อยไปนะ อย่าคิดนะว่าฉันจะลืมว่าคราวก่อนเธอทำฉันแสบขนาดไหน ไฟช็อตกระตุกไปตั้งหลายวัน”

ตะวันฉายสมน้ำหน้า เห็นเขาจะเอาเรื่องจึงร้องตะโกนให้คนช่วยว่าโดนลวนลาม เขาตกใจหันไปปฏิเสธกับคนรอบๆ เธอฉวยโอกาสเอาถุงฟาดเขาล้มลงแล้ววิ่งหนี...มาถึงรถได้ เอวากับนิคยืนรออยู่ ตะวันฉายรีบเล่าเรื่องเมฆ ทั้งสองตกใจกลัวความแตก เธอรับรองว่าเมฆจำไม่ได้ เพราะยังเรียกตนว่าผู้จัดการตัวแสบ ทั้งสามพากันขึ้นรถออกไป เมฆยืนอยู่หลังเสาสีหน้าเครียด

ooooooo

เมฆเอาเดโมมาให้จอมสยามที่ห้องอัด ทีมงานนั่งฟังเพลงของเขา ยิ้มอย่างพอใจ แต่ตัวเมฆกลับหน้าเครียด จนจอมสยามต้องชวนมาคุยส่วนตัว...พอรู้เรื่องตะวันฉายคือซันก็ตกใจ คิดไปต่างๆนานาว่าเธอจะมาแก้แค้น ทำให้เมฆเดือดร้อน จึงแนะนำให้ตรวจสอบประวัติ

เมฆลองโทร.ไปที่รีสอร์ท ขอพูดกับผู้จัดการ พนักงานคิดว่าจะโดนตำหนิการทำงานจากลูกค้า จึงรีบส่งสายต่อให้อ้อรับหน้า เมฆจำเสียงอ้อได้จึงโกหกว่า

“ผมแค่อยากรู้ชื่อของผู้จัดการคุณเท่านั้น พอดีผมมีของขวัญที่อยากส่งไปขอบคุณที่บริการผมได้ดีมากๆน่ะ แต่ผมจำชื่อเธอไม่ได้”

“อ๋อ...ผู้จัดการตอนนี้เธอลาพักร้อนค่ะ ยังไม่ทราบว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”

“นี่รีสอร์ทคุณยอมให้พนักงานลางานได้นานยังงั้นเลยเหรอ”

“อูย...ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ก็คุณตะวันฉายน่ะเป็นพนักงานธรรมดาซะที่ไหนล่ะคะ เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณเกริกไกรกับคุณสายรุ้งเจ้าของที่นี่ค่ะ”

เมฆถึงกับเหวอ จอมสยามพลอยอึ้งไปด้วย เมฆเจ็บใจตัวเองที่ไม่เฉลียวใจบ้างเลย ชื่อรีสอร์ทก็ซันไรส์บีชรีสอร์ท น่าจะฉุกคิดบ้าง จอมสยามเตือนสติ

“ที่ผ่านมาแล้ว ช่างมันเถอะ พี่ว่าตอนนี้มาคิดดีกว่า ว่าระดับลูกสาวเจ้าของรีสอร์ทสุดหรูมาเลี้ยงลูกชายนายทำไม”

เมฆครุ่นคิดแล้วยิ้มๆอย่างเจ้าเล่ห์ “มันมีวิธีเดียว มายังไงก็ไปยังงั้น”...

บังเอิญเกริกไกรมีสัมมนาที่กรุงเทพฯ จึงชวนสายรุ้งไปด้วยกัน เธอเห็นดีเพราะถือโอกาสได้เยี่ยมลูกสาว ทั้งสองตกลงว่าจะไปเซอร์ไพรส์ลูกหลังจากเสร็จสัมมนา สายรุ้งข้องใจก่อนหน้านั้นจะนอนที่ไหน เกริกไกรยิ้มกริ่ม จะไปนอนพักที่บ้านเกี๊ยงเพื่อนรัก พ่อของยุทธการ...

ทางด้านยุทธการกำลังปฏิบัติหน้าที่สืบเรื่องบ้านพักที่คนร้ายเคยอาศัยอยู่ ชื่อเจ้าของบ้านคืออินฤดี สุรพรพงษ์ หญิงสูงวัยแต่เธอเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว สอบถามจากป้าอดีตเจ้าของบ้าน เธอว่าได้ขายบ้านให้ผู้หญิงสาวคนหนึ่ง ตอนหลังมารู้ว่าเธอออกหน้าให้ชาวต่างชาติชื่อเฮลมุท

ขณะเดียวกัน เฮลมุทซึ่งอยู่ที่เยอรมัน รู้ข่าวว่าตำรวจบุกสอบถามเจ้าของบ้านคนเดิม ชักหวั่นใจจึงตัดสินใจเดินทางไปเมืองไทย

ooooooo

บ่ายคล้อย เมฆรับหมอกกลับจากโรงเรียนตะวัน- ฉายรีบมาช่วยถือของที่รถ เก่งให้หมอกขี่คอเข้าบ้าน เมฆหันมาจ้องตะวันฉายถามกลับมานานแล้วหรือ เธอพยักหน้าและบอกว่าได้ซื้ออาหารไว้ให้หมอก เรียบร้อย เมฆยิ้มๆอย่างมีเลศนัย แถมชมว่าดี...น่ารักมาก เธอยืนอึ้ง

เมฆเข้าบ้านมาเจออิงฟ้าเล้าโลม เขาถึงกับมือไม้สั่น พยายามเลี่ยงหนี แต่กลับกลายเป็นเงอะงะทำอะไรไม่ถูก อิงฟ้ายิ่งมั่นใจว่าเมฆยังไม่ลืมตน จึงตั้งใจจะทำให้กลับมารักกันอย่างเดิม เขารีบผละหนีเข้าห้องทำงาน...พอดีหมอกโยเยจะเอาลูกบอลสีส้มเข้าไปเล่นในอ่างอาบน้ำด้วยแต่ลืมไว้ในห้องทำงานพ่อ ให้ตะวันฉายไปเอามาให้ก่อนถึงจะยอมอาบน้ำ

ตะวันฉายจำต้องลงมาเอา พอเปิดประตูห้องทำงาน เมฆเข้าใจว่าอิงฟ้าตามมา จึงเสียงเข้ม

“ฟ้า...ผมขอร้อง คุณดูแลหมอกอย่างเดียวเถอะ ผมไม่อยากกลับไปรื้อฟื้นอดีตอีกแล้ว” เมฆเห็นเงียบๆจึงหันไปมอง เจอตะวันฉายยืนเหวอ “เข้ามาทำไมไม่เคาะ ประตู เสียมารยาท”

“ผมน่ะเหรอเสียมารยาท ผมก็นึกว่าคุณเมฆขึ้นไปอาบน้ำแล้ว ใครจะไปคิดล่ะครับว่าจะได้ยินความในใจที่คุณจะบอกคุณฟ้า”

“นายเงียบไปเลยนะ ไม่งั้น...” เมฆเห็นตะวันฉายหัวเราะจึงเข้ามาจ้องหน้า

ตะวันฉายถอยกรูดจนชนกำแพง เมฆก้าวเข้าประชิด ทำเสียงหายใจหื่นๆ เธอหน้าตื่นตระหนก รีบบอกว่าไม่ได้ตั้งใจยุ่งเรื่องชาวบ้าน ที่ลงมาเพราะมาเอาลูกบอลให้หมอก เมฆเอื้อมหยิบบอลมาแกล้งปาใส่หัวเธอ ตะวันฉายข่ม อารมณ์โกรธ เมฆอดขำไม่ได้ สะใจที่ได้แกล้ง

ถือบอลหน้าหงิกออกมา เจอเก่งถามว่าเป็นอะไร ตะวันฉายบอกตนไม่ได้เป็นอะไร แต่เจ้านายเขานั่นแหละที่เป็น เก่งตกใจจะรีบเข้าไปดูแล เธอรั้งเขาไว้พร้อมบอกว่า เมฆเป็นตุ๊ดให้ระวังตัวไว้ ทำเอาเก่งเกาหัวงงๆ

หลังจากนั้น ระหว่างที่ตะวันฉายกำลังป้อนข้าว หมอก อิงฟ้าแต่งตัวสวยลงมา หมอกเอ่ยปากชมแม่ เธอยิ้มเข้ามาดึงข้าวไปป้อนให้หมอกเอง ตะวันฉายเห็นอย่างนั้นก็จะเลี่ยงไปทำอย่างอื่น เธอกลับเรียกไว้และบอกว่าเดี๋ยวเมฆมาจะออกไปข้างนอก พอดีเมฆลงมาอิงฟ้ารีบลุกขึ้น

“ฟ้ากำลังปรับตัวกับลูก หมอกน่ารักนะเมฆ ไม่ดื้อกับฟ้าเลย”

เมฆพยักหน้า “หมอกครับ พ่อไปทำงานนะ เดี๋ยวหมอกทำการบ้านแล้วรีบนอนนะครับ”

“ฟ้าแต่งตัวแล้ว ให้ฟ้าไปด้วยนะ ฟ้าอยากจะ ทลายกำแพงในใจเมฆ ให้ฟ้าไปเถอะนะ”

อิงฟ้าเข้าเกาะแขน เมฆสบตาตะวันฉาย แกะมืออิงฟ้าออกแล้วเปรยว่า “ฟ้าปรับตัวกับลูกได้ดีนี่ งั้นทำไมฟ้าไม่อยู่กับหมอกทั้งคืนล่ะ ทำหน้าที่แม่ที่กำลังไปได้ดี ผมเอาใจช่วยนะ”

อิงฟ้าจะแย้ง เมฆหันมาดึงตะวันฉายบอกให้ไปกับตน อิงฟ้ามองเมฆจูงมือตะวันฉายก็ขัดใจ จะตามไปแต่หมอกเรียกไว้ให้ป้อนข้าว เธอจึงชะงักได้แต่หงุดหงิดใจ

มาถึงลานจอดรถหน้าผับ ตะวันฉายทนไม่ไหวถามเมฆจะลากตนมาทำไม ไม่ห่วงหมอกบ้างหรือ เมฆตอบว่าแม่แท้ๆเขาอยู่ด้วยจะห่วงทำไม เธอแอบบ่นไม่ถามตนสักคำว่าอยากมาไหม จู่ๆเมฆก็โพล่งขึ้นว่า ต่อไปนี้เธอต้องเป็นพี่เลี้ยงดูแลตน

“ผมมาเป็นพี่เลี้ยงคุณหมอกนะครับ ไม่ได้มาเป็นพี่เลี้ยงคุณเมฆ”

“ถ้าไม่รับงานนี้ฉันก็คงไม่จ้างนาย เดี๋ยวให้เอวารับนายกลับไปเลย” เมฆจะเดินไปตะวันฉายเจ็บใจรีบรับปากเพราะต้องการสืบเรื่องธีรภพ เมฆอมยิ้มยื่นมือให้เธอจับ ตะวันฉายจำใจจับ เขาบีบมือเธอและจ้องจนเธอต้องหลบสายตา

“นายคิดถูกแล้ว ฉันรู้ว่าบ้านนายจนมาก ลำบากมาก แร้นแค้นมาก การทำงานกับฉันเป็นสิ่งที่นายต้องการที่สุด” เมฆประชด แต่ตะวันฉายไม่รู้ตัว ได้แต่ทำหน้างงๆ

พอมีโอกาส ตะวันฉายบอกเรื่องที่ต้องเป็นพี่เลี้ยงเมฆให้เอวากับนิคฟัง นิคคิดว่าเมฆคงต้องการให้เธอเป็นไม้กันหมา ตะวันฉายก็คิดอย่างนั้น แต่ดูๆเมฆก็ยังรักเมียทำไมต้องหนี เอวาบอกว่าช่างเถอะ เพราะได้ใกล้ชิดเมฆยิ่งจะทำให้สืบเรื่องธีรภพง่ายขึ้น ตะวันฉายถอนใจ...เมฆเดินเข้ามา ทั้งสามวงแตก เอวาทำทีชมเสื้อที่ตะวันฉายใส่ เมฆดักคอ

“เสื้อตัวนี้ซันใส่ตั้งแต่วันที่เอวากับนิคพามาบ้านพี่วันแรกไงจำกันไม่ได้เหรอ แปลกนะ”

ทั้งสามหน้าม้าน...ระหว่างที่เมฆ เอวา และนิคเล่นดนตรีบนเวที ตะวันฉายเผลอยิ้มมองเมฆเคลิ้มไปกับลีลาของเขา

ooooooo

ในขณะที่ยุทธการตั้งอกตั้งใจทำการ์ดวันเกิดไว้ให้ตะวันฉาย พอพ่อกับแม่มาก็เปลี่ยนหน้าจอคอมเป็นข่าวการเมือง พงษ์พัฒน์กับมยุรีเห็นแล้วเซ็งที่ลูกชายเอาแต่เคร่งเครียดแต่งาน จึงบอกว่า วันเกิดตะวันฉายปีนี้จะมีเซอร์ไพรส์ให้

หลังผับเลิก เมฆ ตะวันฉาย เอวา และนิค มานั่งทานข้าวร้านอาหารริมถนน นิคชมว่าวันนี้เมฆจัดหนักจนคนดูชอบใจกันใหญ่ เอวาว่าถ้าเมฆเล่นแบบนี้ทุกคืน มีหวังเจ้าของร้านรักตาย

“เฮ้ย...พี่ก็เล่นเต็มที่ของพี่อย่างนี้ทุกคืนนะ”

“แต่วันนี้พี่เมฆดูมีความสุขเป็นพิเศษนะคะ”

“งั้นเหรอ พี่ก็ปกตินะ มาเล่นดนตรีเสร็จแล้วก็กลับไปดูนายหมอกนอนหลับ นี่ล่ะความสุขของพี่”

นิคหลุดปาก นึกว่ากลับไปหาแม่ของหมอก ทุกคนชะงัก ตะวันฉายสบตาเมฆอึ้งๆ...ตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้าน ตะวันฉายคอยเหลือบมองเมฆแต่ไม่กล้าพูดอะไร เมฆขับรถมาจอดริมแม่นํ้า เธอแปลกใจถามมาที่นี่ทำไม

“วันนี้ขี้เกียจกลับบ้าน ไปเดินเล่นไหม”

“ตอนนี้น่ะเหรอครับ”

“ที่ฉันพูดน่ะ หมายถึงเมื่อวานนี้มั้ง” เมฆเดินไป ตะวันฉายโกรธตีลมตีแล้งอย่างขัดใจ พอได้สติเริ่มกลัวจึงคิดจะไปนั่งในรถ แต่ได้ยินเสียงล็อก หันขวับไปมอง เห็นเมฆกดรีโมตยิ้มกวนๆ “อุ๊ย...ลืมล็อกรถ”

ตะวันฉายจำต้องเดินตามเมฆไปเรื่อยๆ เห็นเขาหยุดยืนนิ่งมองวิว เธอจึงเอ่ยขึ้น “ถ้าคุณเมฆโกรธผม จะด่าว่าอะไรผมก็ได้นะครับ”

เมฆย้อนถามว่าเรื่องอะไร ตะวันฉายอ้อมแอ้มเรื่องที่ตนพูดถึงอิงฟ้าให้นิคกับเอวาฟัง ท่าทางเมฆไม่โกรธ เธอแปลกใจทั้งที่มันเป็นความลับของเขา เมฆกลับเปลี่ยนเรื่อง

“ตรงโน้นสวยดีนะ จะว่าไปเดินเล่นกลางคืนก็ดี ฉันน่าจะจัดโปรแกรมทัวร์ให้แขกที่เจ็ทแลค มาเดินเล่นตอนกลางคืน”

“กลัวจะเป็นโปรแกรมให้แขกมาโดนจี้ล่ะไม่ว่า ถ้าผมเป็นลูกทัวร์ ต่อให้เจ็ทแลคตลอดโปรแกรม ก็ไม่ยอมมาเดินแบบนี้หรอกครับ”

“รู้เหรอว่า เจ็ทแลคคืออะไร”

ตะวันฉายอึกอัก ปัดไปว่าเห็นเขาพูดก็พูดตาม เมฆยิ้มๆแล้ววกมาคุยเรื่องที่เอวากับนิครู้เรื่องอิงฟ้า ตะวันฉายโวยจะเปลี่ยนเรื่องไม่เปิดไฟเลี้ยว ตนตามไม่ทัน

“คนเราทุกคนมีความลับกันทั้งนั้น ใช่ไหม...มันเป็นเรื่องปกติ คนอื่นอยากรู้ความลับฉัน ฉันก็อยากรู้ความลับคนอื่น มันขึ้นอยู่ว่าใครจะเก็บได้เก่งกว่ากัน และใครจะหาเจอก่อนกัน”

“คุณเมฆพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ”

เมฆหัวเราะบอกเธอว่า ไม่ต้องเข้าใจทุกอย่าง เอาเป็นว่าไม่ได้ชวนมาทำความเข้าใจอะไร แค่ชวนมาเดินเล่น เมฆเดินต่อไปยิ้มๆ ตะวันฉายยิ่งแปลกใจ เขาเป็นอะไรของเขา

ooooooo

แม้จะกลับถึงบ้านดึกดื่น ตะวันฉายเฝ้ารอให้เมฆเข้านอนเพื่อมาไขลิ้นชักห้องทำงาน แต่เห็นเขายังนั่งทำงานอยู่ เธอหงุดหงิด พลันเห็นอิงฟ้าในชุดนอนวาบหวิวมาเคาะประตูเรียกเมฆว่ามีเรื่องคุยด้วย ตะวันฉาย รีบหลบเดินกลับไป อิงฟ้าเห็นหลังไวๆชักไม่พอใจ

รุ่งขึ้น ตะวันฉายเข้ามาปลุกหมอกอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน แต่หมอกแกล้งดิ้น เกิดพลาดเตะโดนก้านคอเธอเข้าถึงกับคอเคล็ด พอเดินออกมาจากห้อง เมฆเห็นอาการแปลกๆหมอกสารภาพว่าทำให้ตะวันฉายเจ็บ เมฆได้ทีคิดแก้แค้น สั่งเก่งเอาน้ำมันมวยมาทาให้ ไม่หนำใจลงมือทาเอง เทยาเสียมากมายจนเธอร้อนร้องโวยวายใส่ยาขนาดนี้ร้อนจนลวกคอแล้ว เก่งหัวเราะชอบใจ ตะวันฉายโกรธแกล้งเดินกระแทกเก่งตกสระน้ำ เมฆหมั่นไส้ จูงหมอกเดินเฉียดตะวันฉายตกตามลงไป เธอร้องโวยวายโมโหอยู่ในสระน้ำ

วัน​ต่อ​มา ตะวัน​ฉาย​อาสา​เก่ง​ทำ​ความ​สะอาดบ้าน​ทั้งหมด​ให้ เพราะ​อยาก​เข้าไป​ค้น​ใน​ห้อง​ทำ​งาน แต่​แล้ว​ห้อง​ทำ​งาน​เกิด​ล็อก เธอ​หงุดหงิด ปลด​กิ๊บ​บน​หัว​มา​ไข​ประตู​แต่​ไม่​สำเร็จ อิง​ฟ้า​ผ่าน​มา​เห็น​รีบ​ไป​ฟ้อง​เมฆ

“ฟ้า​เห็น​ซั​นพ​ยา​ยาม​จะ​เปิด​ประ​ตูห้อง​ทำ​งาน​ของ​เมฆ แต่​เข้า​ไม่ได้”

เมฆ​นิ่ง​ฟัง​อึ้งๆ อิง​ฟ้า​ยุ​ให้​ไล่​เธอ​ออก เขา​จะตัดสินใจ ​เอง...เมฆ​เข้า​มา​ใน​ห้อง​ทำ​งาน มอง​ไป​รอบๆว่า​มี​อะไร​ที่​ตะวัน​ฉาย​ต้องการ จึง​ลอง​หยั่ง​เชิง เอา​เอกสาร​สำคัญ​ของ​บริษัท​มา​วาง​ล่อ​ไว้ พอ​ตะวัน​ฉาย​เข้า​มา​ทำ​ความสะอาด เธอ​กลับ​ไม่​สนใจ แต่​มา​มอง​เนื้อเพลง​ที่​เขา​กำลัง​แต่ง

“คุณ​เมฆ​จะ​ใช้​คำ​นี้​เหรอ​ครับ...ฟัง​เพลง​รัก​มา​มากมาย ฟัง​ด้วย​ความ​ซึ้ง​เท่า​ไหร่ ไม่​รู้สึก​เหมือน​ได้​อยู่​ใกล้​เธอ...ผม​ว่า​ไม่​ดี​นะ​ครับ”

“เก่ง​มา​จาก​ไหน ถึง​มา​ติ​งาน​ฉัน”

“ถ้า​เนื้อ​เป็น​ว่า...ฟัง​เพลง​รัก​มา​มากมาย ฟัง​ใจ​ความ​ซึ้ง​เท่า​ไหร่...มัน​น่า​จะ​ดี​กว่า​นะ​ครับ เพราะ​ฟัง​ด้วย​ความ​ซึ้ง​มัน​เหมือน​เรา​มี​ความรู้สึก​มา​ก่อน​ที่​จะ​ฟัง แต่ถ้า​ฟัง​ใจความ​ซึ้ง มัน​หมาย​ถึง​ว่า เรา​มา​ฟัง​เพลง​ที่​มี​ความซึ้ง ซึ่ง​ไม่​ว่า​เพลง​นั้น​จะ​ซึ้ง​เท่า​ไหร่ มัน​ก็​ไม่​ดี​เท่า​ได้​ฟัง​กับเธอ”

เมฆ​ตะลึง​กับ​ความ​คิด​ของ​เธอ ตะวัน​ฉาย​ให้​เขา​ลอง​ร้อง​ดู เมฆ​อ้าง​ว่า​ร้องเพลง​ไม่​เป็น ชอบ​แต่ง​กับ​เล่น​เท่านั้น เธอ​แปลก​ใจ ให้​เขา​เล่น​ตน​จะ​ร้อง​ให้​ฟัง​เอง แต่​แล้ว​ตะวัน​ฉาย​ร้อง​ได้​เสียงหลง​จน​เมฆ​อด​ขำ​ไม่ได้ อิงฟ้า ​เดิน​ผ่าน​มา​เห็น​ความ​สนิทสนม​ของ​สอง​คน​ก็​ไม่​พอใจ

อิง​ฟ้า​มา​ซัก​ถาม​เก่ง​ว่า เมฆ​กับ​ซัน​สนิท​กัน​หรือ เก่ง​รีบ​บอก​ว่า สอง​คน​ไม่​ถูก​กัน เถียง​กัน​แทบ​ทุก​วัน อิง​ฟ้า​ไม่​อยาก​เชื่อ...

เมฆ​มา​ที่​ห้อง​อัด เล่า​ให้​จอม​สยาม​ฟัง​ว่า ตะวันฉาย​ไม่​สนใจ​เอกสาร​สำคัญ​ของ​บริษัท​เลย กลับ​มา​สนใจ​แก้​เนื้อเพลง​ของ​ตน​และ​ทำได้​ดี​ด้วย จอม​สยาม​ชัก​อยาก​ได้​มา​เป็น​นัก​แต่ง​เพลง​ของ​บริษัท เมฆ​โวย​ไม่​อยาก​รู้​แล้ว​หรือ​ว่า​เธอ​มา​ทำ​อะไร​บ้าน​ตน จอม​สยาม​ตอบ​เอาใจ​ว่า​อยาก พอดี​เลขา​โทร.​มา​รายงาน​ว่า เกริก​ไกร​กับ​สายรุ้ง ​จะ​​แวะ​มาเยี่ยม​ที่​บริษัท เมฆ​ยิ้มกริ่ม จอม​สยาม​สงสัย ทั้งสอง​อาจ​มา​ติดตาม​ดู​ผล​งาน​ของ​ลูก เมฆ​ไม่​อยาก​มอง​ไป​ทาง​ร้าย แต่​จะ​ให้​พ่อ​แม่​ลูก​เจอ​กัน

ยิ่ง​ใกล้​วัน​เกิด​ตะวัน​ฉาย แต่​ตัว​เอง​มัว​วุ่น​กับ​การ​หา​ข้อมูล​จน​ลืม ยุทธการ​มา​เป็น​เพื่อน​เอ​วา​หา​ซื้อ​ของขวัญ เขา​จึง​ได้​รู้​ว่าตะวัน​ฉาย​ชอบ​เครื่องประดับ​แบบ​ไหน เอวา​แอบ​สะเทือนใจ​เล็กๆ

ooooooo

ตอนที่ 5

เมื่อเอวาแยกไป เมฆจะพาไปซ่อมรองเท้า ตะวันฉายรีบตอบว่าไปดูมาแล้วราคามันแพงจึงคิดจะซ่อมเอง คนจนอย่างตนต้องทำให้เป็นทุกอย่าง เมฆทึ่ง แล้วเลยพาเธอไปเลือกซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต

ตะวันฉายเดินหยิบผัก กุ้ง แฮม และอื่นๆ ดูคล่องแคล่วล้วนแล้วแต่ของดีมีราคาจนเขาแปลกใจ อดถามไม่ได้ว่าจะทำอะไรให้หมอกกิน

ตอนที่ 4

ตะวันฉายจะแยกไปรับหมอกที่โรงเรียน เอวากับนิคอาสาไปส่ง แต่เธอห้ามไว้เกรงหมอกเห็นจะเป็นเรื่อง ดังนั้นเอวาจึงเตือนอย่าลืมโทร.หายุทธการ

ตะวันฉายตาโตนึกได้ เอวาย้ำให้โทร.เดี๋ยวนี้  เธอรับปากว่า รถแล่นออกไปปุ๊บจะโทร.ปั๊บ นิคมองๆ อย่างสะเทือนใจ

ตอนที่ 3

หลังจากเล่นดนตรีด้วยกันที่ผับ เอวาบอกเมฆว่า เพื่อนตนขอเลื่อนการมารับเลี้ยงหมอกหนึ่งวัน เพราะต้องกลับไปเคลียร์งานที่บ้านและล่ำลาพ่อแม่ เมฆคิดว่าคงไม่อยากมาทำมากกว่าจึงบอกว่า ตนแจ้งไปทางศูนย์รับเลี้ยงเด็กก็ได้ เอวาค้านว่าให้เพื่อนตนมาทำไปพลางๆก่อนดีกว่า

ทั้งนิคและเอวาอยากรู้ว่าตะวันฉายจะปลอมตัวแบบไหน วันรุ่งขึ้นทั้งสองรีบมาที่คอนโด นั่งรอตะวันฉายแต่งตัวออกมาให้ดูที่ห้องรับแขก...ชุดแรก ตะวันฉายออกมาในชุดหลุดโลก ใส่วิกผมยาวสีสด สองคนยกมือไขว้ไม่ผ่าน ชุดต่อไป เธอออกมาเป็นคนแก่หลังค่อม เอวาย้อนถาม ต้องเดินหลังค่อมแบบนี้ไม่ปวดหลังแย่หรือ ตะวันฉายเห็นจริง ไปเปลี่ยนมาใหม่...อีกสามสี่ชุดที่ตะวันฉายใส่ออกมาล้วนไม่ผ่าน จนมาถึงชุดสุดท้าย ตะวันฉายพันตัวเป็นคนอ้วน แต่งตัวแบบแม่บ้านฝรั่ง เดินออกมาสักพัก เหงื่อแตกกราน นิคชอบใจเพราะไม่เหลือเค้าเดิมเลย

“แล้วแกจะทนได้เหรอ แลว่าจะร้อนไม่ใช่เล่นนะ” เอวาพูดไม่ทันขาดคำ

ตะวันฉายเสียงอ่อยว่าทนไหว ถ้าไม่มีใครจำได้ ทันใด เธอก็หงายหลังหมดสติ เอวากับนิคตกใจ รีบปฐมพยาบาลแล้วพาหาหมอ พอรู้สึกตัว ตะวันฉายโดนหมอเทศน์

“การที่เอาอะไรมากๆมาพันร่างกาย มันจะทำให้ร่างกายขับน้ำออกมามาก ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดลดลง คุณก็จะอ่อนเพลียหน้ามืดเป็นลม วิธีลดความอ้วนแบบนี้ไม่ดีครับ”

ตะวันฉายจะแย้งว่าไม่ใช่ แต่หมอตัดบทจัดยาบำรุงและแนะการลดความอ้วนที่ถูกวิธีให้ เธอถอนใจ ตกลงจะปลอมตัวอย่างไรดี เอวาเสนอว่าถ้ายังอยากปลอมตัวตนมีวิธี

“งั้นไปกันเลย งานนี้เอวาจัดเต็ม...นิค ช่วยกันพยุงซาก เอ๊ยร่างซันมันไป” เอวาทิ่มยาดมเข้าจมูกตะวันฉาย แล้วช่วยนิคหิ้วปีก...

ด้านเมฆ มาอัดเสียงเล่นเปียโนให้จอมสยามที่ห้องอัด จอมสยามทวงเพลงที่จะแต่งให้ บอกว่าเจ้านายอยากฟังเต็มทน เมฆตอบว่าตนจะให้เดโมไปก็ไม่เอา

“ได้ไงวะ นายมันเก่งทั้งเนื้อร้องและทำนอง แล้วทำไมไม่ทำให้มันสมบูรณ์ อย่างนี้ก็เสียยี่ห้อเจ้าพ่อเพลงรักของคณะเราน่ะสิ”

“ช่วงนี้งานผมมันยุ่งๆ ผมเลยคิดคำไม่ค่อยออก”

จอมสยามพูดแทงใจ “คิดไม่ออกหรือไม่กล้า เมฆ...พี่รู้นะว่านายยังไม่ลืมอิงฟ้า แต่นายจะหยุดทำสิ่งที่รักเพราะผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่รักนาย มันคุ้มแล้วเหรอ”

เมฆนิ่งคิด เย็นนั้น เขาขับรถมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ ที่ดูเรียบหรูแต่ปิดตายไว้ ไขประตูเข้ามาด้านใน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นคลุมไว้ด้วยผ้ามิดชิด เมฆมองแล้วเศร้า ภาพในอดีตผุดขึ้นมา...ครั้งที่เขาถูกพี่ชายเรียกตัวให้กลับจากเชียงใหม่  เพื่อร่วมงานแต่งงานของพี่ เขาไม่อยากจะมาเท่าไหร่ เพราะเจ้าสาวของพี่คืออิงฟ้า คนรักของเขา เมฆทักทายอิงฟ้าอย่างเสียมิได้

“เอ้า...สองคนนี่เป็นเพื่อนมัธยมกันจริงหรือเปล่าเนี่ย ทำไมคุยกันซะห่างเหินเลย”

“คงเพราะพอผมไปเรียนเชียงใหม่ เราสองคนก็ ไม่ได้เจอกัน เลยไม่สนิทกันน่ะครับ”

อิงฟ้ายิ้มเจื่อนๆ ธีรภพบอกน้องให้เอากระเป๋าไปเก็บในห้องที่จัดไว้ให้ แต่เมฆขอไปพักบ้านหลังเก่า คิดถึงอยากกลับไปอยู่กับอดีต เพราะมันทำให้มีความสุข ธีรภพบ่นกับอิงฟ้า

“น้องชายผมนี่ดูแปลกๆนะฟ้า ตั้งแต่ผมกลับมาจากเมืองนอกจนเปิดบริษัทถึงวันนี้ ผมเพิ่งได้เห็นหน้าเมฆวันนี้เอง”

“พี่ธีคะ เดี๋ยวฟ้ามานะคะ เอ่อ...คือฟ้าจะถามเมฆน่ะค่ะ ว่าติดต่อเพื่อนเก่าๆคนไหนบ้างรึเปล่า เผื่อจะเชิญมางานเราวันพรุ่งนี้เลย”

ธีรภพเร่งให้รีบไป อิงฟ้าวิ่งตามเมฆมาดึงแขนเขาไว้ เมฆมองมือเธอนิ่งๆ อิงฟ้าจำต้องปล่อยและขอโทษที่บอกเลิกกับเขาแล้วไปคบกับธีรภพโดยไม่ได้บอกเขาก่อน แต่ที่เลือกธีรภพเพราะเขามีทุกอย่างที่ตนต้องการ ทั้งหน้าที่การงาน...อยากจะขอร้อง ตนไม่เคยบอกธีรภพว่าเราคบกัน เมฆสะอึก ตัดบทพรุ่งนี้เจอกัน อิงฟ้าถามยํ้าว่า ธีรภพจะไม่รู้เรื่องของเราใช่ไหม

เมฆกลํ้ากลืนความเจ็บชํ้า “ดูแลพี่ชายผมให้ดี อย่าทำให้เขาเสียใจ”

อิงฟ้ายิ้มแต้ วิ่งกลับไปหาธีรภพในบ้านด้วยความดีใจ เมฆยืนมองผ่านกระจกอย่างสะเทือนใจ จะต้องลืมเธอให้ได้

ooooooo

เมื่อตะวันฉายยังต้องการปลอมตัวเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงลูกของเมฆ เอวาจึงพาเธอมาที่ร้านตัดผมสุดหรู ตะวันฉายตะลึง ขืนตัวไม่ยอมเข้าไป แต่ด้วยความที่

ยังอ่อนแรงจึงถูกเพื่อนหิ้วปีกเข้าไปจนได้ เอวาบอกช่างว่า ต้องการตัดผมตะวันฉายให้ดูเป็นผู้ชาย

“จะบ้าเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไง ฉันชอบเขียนนิยายยังไม่คิดเลย แกคิดได้ไงวะ”

“นั่นดิ ที่ไอ้ซันมันปลอมๆมาว่าแย่แล้วนะ ของแกนี่หลุดโลกเลยนะ”

“ก็ถ้าปลอมเป็นผู้หญิงมันลำบาก ก็เป็นผู้ชายข้ามเพศไปเลยสิ ฉันว่าตัดผมแล้วแต่งดีๆ ใส่แว่นที่มันเปลี่ยนรูปหน้าแกได้ รับรองพี่เมฆจำไม่ได้แน่”

ตะวันฉายแย้งว่ามันไม่เป็นการลงทุนมากเกินไปหรือ ตนเข้าไปสืบชั่วคราว อาจจะแค่สองสามวัน ผมที่ยาวสลวยของตน ใช้เวลาไว้มาหลายปี แต่เอวาว่าถ้าแลกกับสิ่งที่เธออยากรู้มันคุ้ม ตะวันฉายก้มมองหน้าอกตัวเองทำนองว่าจะทำอย่างไร นิคโพล่งขึ้น

“โอ๊ย อันนั้นน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก ทุกวันนี้ฉันก็นึกว่าแกเดินถอยหลังอยู่บ่อยๆ”

“ตกลงแกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเอวามันเนี่ย” ตะวันฉายเคือง

“ก็พอแกชี้ให้เห็นปัญหาซึ่งฉันมองไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหา ก็เลยคิดว่า อย่างแกคงไม่มีปัญหาถ้าจะเป็นผู้ชาย” นิคหัวเราะเยาะ ตะวันฉายเงื้อมือจะตี นิครีบปิดปากตัวเอง

เอวาสรุป บอกช่างให้จัดการได้ ตะวันฉายร้องห้ามช่างอย่าสั้นมาก พอช่างจะตัดก็ร้องอีก ขอยาวอีกหน่อย เอวารำคาญสั่งช่างเอาสกินเฮดไปเลย ตะวันฉายร้องลั่น...ไว้ชีวิตหนูด้วย...
กลับมาที่คอนโดฯ ตะวันฉายเข้าไปในห้องนอน เพื่อแต่งตัวให้ดูเป็นชาย เอวากับนิคนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก พอตะวันฉายก้าวขาออกมา ส่งเสียงแหลม

“แอ่น แอน แอ๊น...พวกแกพร้อมที่จะพบกับฉันหรือยัง”

“เฮ้ย...ซัน แกจะเป็นผู้ชายเสียงแปร๋นแบบนี้เหรอวะ” นิคเอ็ด

ตะวันฉายนึกได้ ลดเสียงให้ทุ้มลง พอทั้งสองเห็นการแต่งกายของเธอถึงกับอ้าปากค้าง...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เอวากับนิคพาตะวันฉายมาที่บ้านเมฆ ทั้งหมอกและเมฆจ้องหน้าเธอด้วยความคุ้นตา หมอกถามโพล่งขึ้นว่า ทำไมวันนี้ผมสั้น นิครีบแก้ตัวแทนว่า คนละคนกัน วันก่อนเพื่อนตนที่ดูแลหมอกเป็นผู้หญิง แต่คนนี้ผู้ชาย ตะวันฉายทำใจดีสู้เสือยิ้มเท่ๆหมอกจึงเชื่อว่าคนละคน

แต่เมฆกลับเห็นด้วยว่าเหมือนเคยเห็นหน้ามาก่อน เอวารีบบอกว่าไม่มีทางเพราะซันไม่เคยมากรุงเทพฯ เอวาแนะนำตะวันฉายว่าชื่อซัน มาทำงานแทนเพื่อนของตน เพราะเพื่อนยังเคลียร์งานที่บ้านไม่เสร็จ เมฆไม่ค่อยพอใจ อยากได้พี่เลี้ยงลูกเป็นผู้หญิงมากกว่า เมฆมองใกล้ๆ แล้วถามว่าเป็นผู้ชายแน่หรือ ทำไมต้องกันคิ้ว ตะวันฉายรีบตอบว่า เป็นชายร้อยเปอร์เซ็นต์

“ผมคอนเฟิร์มครับพี่เมฆ ไอ้ซันนี่แมนทั้งแท่ง หญิงติดตรึม ใครเข้าใกล้มันฟันไม่เลี้ยงเลยนะครับ ผมยังอิจฉาเลย อยากเสน่ห์แรงเหมือนมัน”

เมฆกระแอมปรามเพราะหมอกนั่งฟังตาแป๋วอยู่ด้วย นิคยิ้มเจื่อนๆ เอวาดึงเมฆออกมาคุยลำพังหน้าบ้าน เอวาขอให้ซันทำงานไปก่อนที่เพื่อนตนจะมา เมฆตอบว่าไม่อยากให้เสียเวลา
เอวาตีลูกเศร้า “ถือว่าสงสารซันนะคะ ซันน่ะเป็นคนดีรักครอบครัว แต่ยากจนมาก พอที่นาโดนยึด ซันก็เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่จบ ป.6 ทำงานสารพัด จนได้มาอยู่บ้านเอวา เขาก็เก็บเงินจนไถ่นาได้แล้วลา กลับบ้าน แต่โชคร้ายฟ้าฝนไม่ดี น้ำท่วมนาเสียหาย เลยต้องกลับมาหางานทำอีกค่ะ พูดแล้วเอวาจะร้องไห้ กลั้นน้ำตาไม่อยู่”

เมฆแย้ง เมื่อกี้เอวาบอกว่าซันไม่เคยอยู่กรุงเทพฯ เอวายิ้มกลบเกลื่อน แก้ตัวว่า ซันเคยทำงานบ้านตนแล้วกลับต่างจังหวัดไปหลายปีก่อนที่ตนจะรู้จักกับเมฆอีก เมฆพยักหน้ารับแต่ยังยืนกรานอยากได้พี่เลี้ยงมืออาชีพที่ผ่านการอบรมมาแล้ว

ระหว่างนั้น เก่งจะพาหมอกไปอาบน้ำ หมอกอาละวาดปาของใส่เก่งพัลวัน ตะวันฉายไม่พอใจ จับตัวหมอกล็อกไว้ หมอกร้องลั่นบ้าน เมฆกับเอวาตกใจวิ่งกลับเข้ามาในบ้าน เห็นตะวันฉายรวบตัวหมอกอยู่ เก่งรายงานว่าหมอกไม่ยอมไปอาบน้ำ เอวาได้ที

“นี่ไงคะข้อดี รับรองพี่เมฆไปทำงานได้อย่างสบายใจ เพราะซันปราบหมอกได้แน่นอนค่ะ ตกลงพี่เมฆรับซันแล้วใช่ไหมคะ”

เมฆส่ายหน้า ทั้งสามผิดหวังกลับไป...มาถึงคอนโดฯ ที่พัก ตะวันฉายคว่ำหน้าร้องไห้โฮลั่นบ้าน ไม่ใช่เสียใจ ที่เมฆปฏิเสธ แต่เสียดายผมที่ลงทุนตัด เอวากับนิคเครียด ต้องมีสักทางที่จะทำให้ตะวันฉายได้เข้าไปอยู่บ้านเมฆ

และแล้วเย็นวันนั้น เมฆอาบน้ำให้หมอก พอเห็นใกล้เวลาที่ตัวเองจะต้องรีบไปเล่นดนตรี ก็ให้เก่งมารับช่วงต่อ แต่หมอกไม่ยอมร้องงอแงจะตามเมฆไปด้วย พลันจอมสยามโทร.มาขอให้ไปช่วยอัดเสียงอีก เพราะลูกน้องทำผิดพลาด คงต้องทำงานยันเช้า เมฆรับปากแต่ก็หนักใจเรื่องหมอก จึงจำต้องโทร.ตามเอวากลับมา

ooooooo

เผอิญเย็นนั้นยุทธการหอบช่อดอกไม้มาหาตะวันฉายที่คอนโดฯ แต่ทำการ์ดร่วงในรถ จึงฝากช่อดอกไม้ที่เคาน์เตอร์ไว้ เอวา นิค และตะวันฉายถือกระเป๋าเดินร่าเริงดีใจลงมาที่จะได้ไปทำงานบ้านเมฆ พนักงานเรียกตะวันฉายเพื่อบอกว่ายุทธการมาพบ

ทั้งสามตกใจ เอวากับนิคช่วยกันบังตะวันฉายให้รีบออกไป แล้วอยู่รับหน้ายุทธการแทน

“อ้าว เอวา นิค พี่ว่าจะมารับซันเขาไปทานข้าวด้วยกัน”

“น่าเสียดายจังเลยนะคะ เอวาก็เพิ่งคุยกับซันเองถึงได้รู้ว่าจะกลับดึก กะว่าจะชวนเขาไปดูหนังเหมือนกัน เลยพลาดกันซะงั้น”

ยุทธการถอนใจ น่าจะโทร.มานัดก่อน เขาลากลับ เอวารีบถาม “แล้วช่อดอกไม้นี่ล่ะคะ”

“พี่คงฝากไว้ที่เคาน์เตอร์” ยุทธการวางดอกไม้พร้อมแนบการ์ดไว้ ก่อนจะกลับไป

เอวาเอาช่อดอกไม้ไปให้ตะวันฉายที่รออยู่ในรถ ตะวันฉายอ่านการ์ด...สำหรับซัน ผู้หญิงที่ทำให้โลกของพี่สว่างไสวอยู่เสมอ...เอวาฟังแล้วสะเทือนใจ ขับรถไปอย่างเศร้าๆ

“พี่ยุทธของแกนี่สุดยอดเลยว่ะซัน ขนาดแกไม่รักแต่เขาก็ยังดีกับแกเหมือนเดิม” นิคชม

“แต่ใจฉันอยากให้พี่ยุทธหันไปมองคนอื่นมากกว่านะ เผื่อบางทีพี่ยุทธอาจจะเจอคนที่เขาสามารถรักพี่ยุทธได้”

เอวาสะท้อนใจถาม “แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งแกเอ่อ ...สมมตินะ ถ้าเกิดแกอาจจะไม่สมหวังกับพี่ธีล่ะ แกจะไม่หันกลับมามองพี่ยุทธเลยเหรอ”

“ไม่ล่ะ สำหรับฉัน พี่ยุทธเหมือนพี่ชายแท้ๆ ยังไงฉันก็ไม่รู้สึกกับเขาแบบคนรัก”

นิคเสนอให้ตะวันฉายเป็นแม่สื่อหาใครสักคนให้ยุทธการ ตะวันฉายโพล่งขึ้นว่า จะดันเอวาให้ยุทธการ นิคใจแป้วมองเอวาที่ทำท่าเขิน ตะวันฉายเหมือนรู้ใจเพื่อน แกล้งถามไม่ชอบหรือ ชวนนิคให้ช่วยกันเชียร์ โดยไม่ทันสังเกตว่านิคฝืนยิ้มไปอย่างนั้น

เอวากับนิคพาตะวันฉายในสภาพผู้ชายมาดูแลหมอกที่ผับ เมฆขอโทษที่ต้องเรียกกลับมา เอวารีบบอก ไม่เป็นไร นิคเผลอตบไหล่ตะวันฉายแสดงความยินดี แบบเพื่อน เมฆแปลกใจถามว่าเป็นเพื่อนกันหรือ เขากลับตอบว่าใช่ เมฆงงไหนเอวาบอกว่าซันเป็นเด็กรับใช้ที่บ้าน

นิคนึกได้รีบกลบเกลื่อน “อ๋อ ใช่ครับ ก็ผมมันเด็กบ้านนอกจนๆ พอเห็นคนลำบากต่อสู้ชีวิตเหมือนกันก็เลยรู้สึกเป็นเพื่อนน่ะครับ”

“ดีนะ ยังไงก็คนเหมือนกัน เป็นเพื่อนกันไว้แหละดี” เมฆหันไปบอกตะวันฉายให้อยู่กับหมอกเลย จะได้คุ้นเคยกัน

ตะวันฉายเผลอตอบว่าค่ะ ทุกคนจ้องเขม็ง เมฆ ถามตอบว่าอะไรนะ เธอรีบทำเสียงทุ้มตอบใหม่ว่า ครับ ...เอวาตัดบทชวนไปเตรียมตัวบนเวที ทุกคนไปแล้ว หมอกหันมาแยกเขี้ยวใส่ตะวันฉาย เธอไม่หวั่นตั้งท่ารับมือทันที

หลังผับเลิก หมอกหลับสนิท เมฆอุ้มมาขึ้นรถแล้วร่ำลาเอวากับนิค ตะวันฉายเริ่มหน้าเจื่อนเพราะต้องตามเมฆไปด้วย เอวากับนิคก็หวั่นใจเป็นห่วงเพื่อน...ระหว่างนั่งมาในรถ เมฆถามตะวันฉายว่ารับมือหมอกไหวไหม เธอตอบว่าไหว วันนี้ไม่ดื้อเท่าไหร่ เมฆแปลกใจ พูดเหมือนเคยเจอกันมาก่อน ตะวันฉายแก้ตัวน้ำขุ่นๆไปว่า คาดเดาเอา

พอมาส่งหมอกกับตะวันฉายที่บ้าน เมฆแนะนำให้รู้จักเก่งและหน้าที่ที่เธอต้องทำ ให้นอนกับหมอกไปก่อน หกโมงเช้าลุกไปทำอาหาร แล้วค่อยมาปลุกน้องแต่งตัวไปโรงเรียน โดยให้เก่งเป็นคนไปส่ง...เมฆออกไปทำงานที่ห้องอัดเสียงต่อ ตะวันฉายถือโอกาสเดินสำรวจหาข้อมูล ขณะกำลังดูรูปธีรภพที่วางอยู่ เก่งเข้ามาทัก เธอตกใจทำกรอบรูปหล่นแตก เก่งบอกให้เก็บกวาดโดยไม่ช่วย เพราะจะรีบไปดูบอล ตะวันฉายตามมาซักถามเรื่องของธีรภพ เก่งรำคาญจึงบอกว่า ให้นั่งเชียร์บอลเป็นเพื่อนตนก่อน จบแล้วถึงจะตอบคำถาม

รอจนแล้วจนรอด ตะวันฉายฟุบหลับหน้าทีวี แว่นตกอยู่ที่พื้น สะดุ้งตื่นเพราะเสียงปลุกจากมือถือ เห็นเก่งนอนแผ่อยู่ที่พื้น เธอรีบปลุกเก่ง จากนั้นก็ไปทำอาหารเช้าก่อนขึ้นไปปลุกหมอก โดยลืมไปว่าไม่ได้ใส่แว่น เก่งงัวเงียเตะแว่นกระเด็นไปใต้เก้าอี้ ตะวันฉายพยายามปลุกหมอกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น จนกระทั่งเสียงรถเมฆกลับมา หมอกลุกพรวดขึ้นทันที เธอเข่นเขี้ยว

“หืม...ร้ายนักนะคุณหมอก ไปอาบน้ำล้างหน้าเลยครับ เดี๋ยวได้ลงไปทานข้าวกับคุณพ่อ”

หมอกจ้องหน้าตะวันฉายจนเธอแปลกใจ “พี่ไม่ใส่แว่นแล้วเหรอ...”

“ตายแล้ว แว่น แว่นอยู่ไหน...ใช่แล้วหน้าทีวี” ตะวันฉายลนลานรีบออกไปจากห้อง

หมอกวิ่งตามมาถึงหัวบันได ตะวันฉายชะงักหลบมองเมฆที่ยืนคุยกับเก่งอยู่ เก่งกำลังเอาหน้ารายงานเมฆว่าเป็นคนปลุกซันให้ไปทำอาหารเช้า

“เออดีๆ ขอบใจมากนะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปดูข้างบนหน่อยสิ ทำไมมันเงียบผิดปกติ สงสัยนายหมอกจะแกล้งหลับอีกแน่ๆ”

ตะวันฉายเห็นเมฆกำลังจะขึ้นมา หมอกวิ่งสวนลงไปหา เมฆเห็นลูกยังไม่อาบน้ำแปรงฟัน จึงถามหาซัน หมอกชี้ขึ้นไปว่าแอบอยู่หัวบันได ตะวันฉายตาโพลงจะทำอย่างไรดี เมฆเรียกให้ออกมา เธอตัดสินใจเดินก้มหน้าหลบๆผ่านเขาไปที่ห้องรับแขก เมฆแปลกใจเดินตามเรียก

“ซัน เดินหนีมาทำไม”

“เอ่อ...ผม...ผมมาหาแว่นครับ สงสัยจะตกที่นี่” ตะวันฉายก้มหน้าก้มตาหา

“แค่นี้ก็บอกกันได้ ไม่เห็นต้องวิ่งหนีเลย งั้นฉันช่วย...เก่ง มาช่วยกันหน่อย”

ตะวันฉายรีบบอกว่าไม่ต้อง ตนหาเองได้ เมฆก้มไปใต้เก้าอี้เห็นแว่นก็ร้องบอก ตะวันฉายร้อนรน ผลักเก้าอี้ออกกระแทกเมฆล้มหงายหลังไป แล้วเก็บแว่นมาสวม พอมองไปเห็นเมฆนอนผึ่ง ก็ตกใจรีบยกมือไหว้ขอโทษ

ooooooo

เมฆยืนคอเอียงส่งหมอกหน้าบ้าน ให้เก่งพาขึ้นรถแท็กซี่ไปโรงเรียนกับเก่ง หมอกงอแงตามประสากว่าจะยอมไป จากนั้นเมฆก็ให้ตะวันฉายตามมา เธอขยาดเกรงโดนเล่นงานที่ทำเขาบาดเจ็บ แต่กลายเป็นเขาให้เธอช่วยทายาและนวดต้นคอให้ ฐานทำให้ต้องเจ็บตัว

“มือนายนี่มันนิ่มเหมือนผู้หญิงเลยนะ”

ตะวันฉายชะงักอ้างว่า “พ่อกับแม่ชอบให้ผมเอา โลชั่นนวดเท้าให้ หลังจากทำนาเสร็จน่ะครับ มันเลยทำให้มือผมนิ่ม...นี่ผมก็เพิ่งนวดเท้าตัวเองเมื่อเช้านี้ครับ”

เมฆผงะออกทันที “ไม่เป็นไรแล้ว ขอบใจนะ...อะ...ค่าแรงเมื่อคืนนี้ ฉันให้ของวันนี้ตามที่บอกไว้ด้วย แต่ถ้านายอยากจะกลับก่อนก็ได้นะ” เมฆยื่นซองเงินให้

“ผมอยู่ต่อถึงเย็นตามที่ตกลงกันไว้ก็ได้นะครับ ไม่อยากเอาเปรียบคุณเมฆ”

“นายนี่ก็แฟร์ดีนะ ที่จริงงานของฉันก็ยังไม่เสร็จ แต่ทุกคนเหนื่อยกันมากก็เลยต้องพัก ฉันก็ว่าจะถามนายเรื่องนี้เหมือนกัน”

“จะให้ผมอยู่ต่อเหรอครับ”

“ก็จนกว่าฉันจะได้คนจากศูนย์ได้ไหม”

ตะวันฉายเผลอร้องดีเลย เมฆแปลกใจอะไรดี เธอกลบเกลื่อน ดีที่ตนมีงานทำต่อ แล้วถือโอกาสขอกลับไปเอาเสื้อผ้ามาเพิ่ม เมฆอนุญาตแต่พอเห็นกรอบรูปที่แตก ก็ถามว่าใครทำ ตะวันฉายอ้างว่าแว่นหายจึงเดินชน เมฆไม่ตำหนิอะไร...

กลับมาที่คอนโดฯ เอวากับนิครอฟังอย่างตื่นเต้น ตะวันฉายเซ็งที่ยังหาข้อมูลอะไรไม่ได้ เล่าไปก็เก็บข้าวของใส่กระเป๋าใบโต เอวาเห็นแล้วดึงกระเป๋ากลับมา รื้อพวกเครื่องสำอางออกจนหมด แล้วเปลี่ยนเอาเสื้อผ้าใส่เป้ให้ไปแทน ตะวันฉายบ่นอุบ

“ไม่มีครีมฉันอยู่ยังไง แล้วไหนจะชุดนอน เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าเดินในบ้านอีก อยากเห็นฉันเป็นโรคมือเท้าแตกหรือไง”

“ให้มันแตกสิดี พี่เมฆเขาจะได้ไม่ว่ามือแกเหมือนผู้หญิง จำไว้นะซัน มือเท้าแกแตกก็ยังดีกว่าความลับของแกแตก”

“ถูกของเอวามันนะ ไอ้เรื่องบำรุงน่ะ แกบำรุง เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าโดนจับได้มันไม่คุ้มนะเว้ย ดีไม่ดีพี่เมฆเขาจะพาลโกรธฉันกับเอวาไปด้วย”

ตะวันฉายได้คิด “จริงของพวกแก ขอโทษนะ ที่ ฉันลืมนึกถึงข้อนี้ไป โอเค ไม่สวยสักสองสามวันก็ได้”

เอวาชมว่าไม่สวยแต่หล่อ ตะวันฉายโอ่ตนผิวพรรณตนดี นิคส่ายหน้าระอาใจกับเพื่อน

ooooooo

มาคราวนี้ เมฆพาตะวันฉายเดินดูบ้านว่าห้องไหนเป็นห้องอะไรบ้าง ตะวันฉายแปลกใจที่ชั้นบนมีห้องพระและห้องนอนสี่ห้อง แต่อยู่แค่สองห้องพ่อกับลูก จึงเอ่ยปากถามว่าแม่ของหมอกอยู่ห้องไหน เมฆหน้าเครียดจ้องตะวันฉายจนเธอต้องหลบสายตา

ลงมาข้างล่าง เมฆอธิบายหน้าที่ที่ตะวันฉายต้องทำทั้งหมด รวมถึงอาหารที่ต้องทำให้หมอก ขอให้ครบห้าหมู่ พวกน้ำอัดลมกับขนมหวานให้ได้นิดหน่อย เมฆเดินพูดไปแต่แล้วเอะใจที่เธอเงียบ หันไปมอง เห็นตะวันฉายหยุดดูรูปที่ชั้นหนังสือ จึงกระแอมเรียก

“ผมเห็นรูปเก่าๆของคุณเมฆ เหมือนจะมีพี่ชายหรือน้องชายอีกคนนี่ครับ”

“มันเกี่ยวกับงานของนายไหม”

ตะวันฉายหน้าเจื่อน เมฆกำชับไม่ชอบคนสอดรู้ สอดเห็น...เมฆพาตะวันฉายกลับขึ้นมาชั้นบน เปิดห้องข้างห้องหมอกให้เป็นห้องของเธอ แถมบอกว่า

“จริงๆห้องนี้เป็นห้องเก็บของ ปกติฉันก็ไม่ให้ใครขึ้นมานอนชั้นบน ถ้ากล่อมนายหมอกเสร็จแล้วอยากนอนห้องหมอกก็ได้นะ ฉันให้ห้องนี้นาย จะได้ไม่ต้องไปฟุบหลับข้างล่างอีก”

ตะวันฉายแอบเบ้หน้าเพราะห้องเล็กเท่ารูหนูเมฆยังบอกอีกว่าบางทีเขาก็ชอบไปนอนกับหมอก เราผู้ชายสามคน นอนด้วยกันคงไม่อึดอัดเท่าไหร่ เธอร้องเสียงหลง

“หา...คุณจะมานอนด้วยเหรอครับ”

“ทำไม ชีวิตนี้ไม่เคยนอนกับเพื่อนผู้ชายหรือไง”

ตะวันฉายอึกอักว่าเคย เมฆบ่นแล้วจะมีปัญหาอะไร เธอรีบส่ายหน้า เมฆบอกอีกว่าคืนนี้ตนต้องทำงานทั้งคืน ฝากดูแลหมอกด้วย พอเมฆเดินไปเธอก็รีบปิดประตูห้องนั่งถอนใจ ไม่มีวันเสียหรอกที่จะนอนร่วมด้วย คืนนี้จะต้องหาข้อมูลของธีรภพให้ได้ ว่าแล้วก็รื้อของออกจากเป้จัดใส่ตู้ ส่วนมือถือก็ปิดเครื่องเก็บไว้ในเป้...

บังเอิญยุทธการโทร.หาหลายครั้งไม่ติดก็กังวล โทร.ไปถามที่รีสอร์ท ทางนั้นบอกว่าตะวันฉายพักร้อนไม่มีกำหนด จึงคิดถามเอวากับนิค

ยุทธการมาที่โรงเรียนดนตรีของเอวา สองคนเพิ่งสอนเสร็จ กำลังจะออกไปทานอาหารกลางวัน

“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีพี่พยายามโทร.หานิคกับเอวา แต่ไม่มีใครรับสาย”

ทั้งสองหยิบมือถือมาดู ลืมเปิดเครื่องจริงๆเพราะเมื่อกี้สอนอยู่...สามคนมานั่งทานอาหารด้วยกัน เอวา พยายามกลบเกลื่อนอาการตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้ยุทธการ เขาถามถึงตะวันฉาย สองคนช่วยกันโกหกว่าคงนอนอยู่ หรืออาจแบตหมด ยุทธการจึงคิดว่าจะไปหาที่คอนโดฯ

“ไม่ต้องหรอกครับ” ทั้งสองตกใจพูดพร้อมกัน

“คือซันมันบอกเอวาไว้ว่าคืนนี้จะโทร.มาเม้าท์กัน แสดงว่ากลางวันอาจจะไม่อยากให้กวน”

ยุทธการดูเศร้า เอวาสงสารรับปากถ้าตะวันฉายติดต่อมา จะให้โทร.หาเขาทันที

ooooooo

ระหว่างที่อยู่บ้านเมฆ เก่งวางท่าข่มตะวันฉาย ถือว่าอยู่มาก่อน ใช้ทำโน่นนี่ให้ เธอไม่อยากมีปัญหาจึงบอกว่ายินดีทำงานแทนแต่ขอให้ตอบคำถามเรื่องที่ตนถามเมื่อคืน เก่งอ้างว่าไม่ชอบนินทาเจ้านาย ตะวันฉายย้อนถาม เรื่องพี่ชายเมฆ ถือว่านินทาเจ้านายหรือเปล่า

“ไม่นินทาหรอก เรียกว่าทำความรู้จักกับประวัติเจ้านาย”

แต่พอตะวันฉายถามถึงพี่ชายเมฆอยู่ไหน เก่งไม่รู้อะไรเลย เพราะตั้งแต่มาอยู่ได้สองปีก็ไม่เคยเจอ เล่นเอาตะวันฉายเซ็งที่อยู่สองปีรู้พอๆกับตนที่อยู่สองชั่วโมง

ตกเย็น ตะวันฉายทำอาหารให้หมอกทาน แต่หมอกต่อรองจะเล่นก่อน เธอจึงต้องหลอกล่อเล่นด้วยและให้กินข้าวด้วย ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันสนุกสนาน เมฆกำลังจะออกไปทำงานหยุดมอง ถึงกับส่ายหัว...จะไหวไหมเนี่ย

ในขณะที่เอวาตั้งหน้าตั้งตาโทร.หาตะวันฉายเท่าไหร่ก็ไม่ติด นิคเข้ามาแหย่...ที่โทร.หานี่เป็นห่วงเพื่อนหรือห่วงยุทธการ เอวาอึกอักโวยกลบเกลื่อน คิดอะไรแบบนั้น

“โห...แซวนิดเดียวทำไมต้องโกรธขนาดนี้วะ...

เอาน่า เรื่องนี้ฉันจัดการเอง แค่รอให้พี่เมฆมาก่อน”

ขาดคำเมฆมาถึงพอดี นิคทักทายแล้วขอตัวไปซื้อบัตรเติมเงินโทรศัพท์ โดยดึงเอวาออกไปด้วย ออกมาข้างนอกนิคบอกเอวาว่าจะโทร.เข้าเบอร์บ้านเมฆ เอวาทึ่งในความฉลาดของนิค...พอโทร.เข้าไป ตะวันฉายรับสายเสียงทุ้ม จนนิคอดแซวไม่ได้

“โห...ไม่หลุดคอนเซปต์ความเป็นแมนเลย”

ตอนที่ 2

นิคกับเอวาแปลกใจที่ตะวันฉายตัดสาย สงสัยว่าจะโกรธที่พวกตนมาช้า แต่พยายามคิดเข้าข้างตัวเอง ว่า ปกติถ้าตะวันฉายโกรธต้องโวยวายด่าตรงๆ แต่นี่ตัดสายแสดงว่าคงติดธุระบางอย่าง หรืออาจจะเจอกับเมฆ แล้วคุยกันถูกคอก็เป็นได้

ในขณะที่เมฆเดินเข้าไปเยาะหยันตะวันฉายที่หลบอยู่หลังฉากว่า จะยอมไปดีๆหรือจะให้ใส่กุญแจมือออกไป หญิงสาวโกรธถอยชนโต๊ะ เห็นถ้วยน้ำแดงวางอยู่จึงคว้าขึ้นมา เมฆร้องลั่น รู้ว่าเธอจะสาดใส่ ถอยกรูดไปชนปลั๊กต่อสายไฟ เขายกมือปัดป้อง เธอสาดน้ำแดงใส่เสื้อสูทของเขา แล้วคว้าอีกแก้วตาม เมฆสะบัดมือโดนปลั๊กไฟ ดูดหัวฟู ตะวันฉายตกใจโยนถ้วยทิ้งแล้ววิ่งหนีออกไป ทีมงานกรูเข้ามาช่วยเมฆ...

จากนั้น ตะวันฉายก็โทร.บอกเอวากับนิคให้ไปเจอกันที่ร้านกาแฟแถวนั้น แล้วเล่าให้ฟังว่าตนจะโดนเมฆจับโยนจากเรือ ทั้งสองแทบช็อก

“เฮ้ย! นี่แกไปทะเลาะกับเจ้าของงานเลยเหรอ”

“ฉันไม่ได้ทะเลาะ นายนั่นต่างหาก รู้ไหมว่าเขาแกล้งฉันตั้งแต่พาแขกไปพักที่รีสอร์ทแล้ว ไม่คิดเล้ย ว่าจะซวยมาเจอที่นี่อีก แกสองคนก็เหมือนกัน ฉันว่าไม่ต้องไปเล่นดนตรีให้บริษัทนี้แล้ว บอกรุ่นพี่ของพวกแกไปเลยนะว่า อย่าร่วมงานกับพวกโรคจิต”

สองคนเครียดกุมขมับ ตะวันฉายถามว่าเป็นอะไรกัน นิคเสียงอ่อย “จะไปบอกรุ่นพี่ยังไงล่ะ ก็เจ้าของงานกับรุ่นพี่น่ะ คนเดียวกัน”

“จริงเหรอ...ต๊าย งั้นก็ถือว่าเป็นโชคของพวกแกเลยนะ ที่ฉันกระชากหน้ากากนายนั่นออกมา รู้แบบนี้แล้วจะไปเล่นดนตรีให้เขาอีกเหรอ” ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน “นิค...เอวา ฉันไม่นึกไม่ฝันเลยนะ ว่าแกสองคนจะเห็นคนอื่นดีกว่าเพื่อนที่คลานตามกันมา”

“ซัน...ใจเย็นๆก่อนนะ ฉันว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ปกติพี่เมฆเขาเป็นคนดีมากนะ”

“งั้นฉันก็ไม่ดีน่ะสิ”

นิคช่วยแก้ “ไม่ใช่ยังงั้นนะ เอางี้ ฉันว่าแกไปกับเราดีกว่า เข้าไปเคลียร์กับพี่เมฆให้รู้เรื่องไปเลย ไม่แน่นะ แกอาจจะได้เพื่อนที่ดีเพิ่มอีกคนก็ได้”

“นี่ยังคิดจะให้ฉันไปเจอไอ้ปากเป็ดนั่นอีกเหรอ... เอาเป็นว่าแกสองคนจะคบนายนั่นฉันไม่ว่า แต่ถ้าฉันอยู่ด้วยเมื่อไหร่ จะไม่มีการพูดถึงนายคนนั้นอีก ฉันขอแค่นี้แล้วกัน”

นิคกับเอวามองเพื่อนรักเดินงอนกลับไปอย่าง เสียดาย ที่เพื่อนดีๆทั้งสองไม่ถูกกันซะงั้น...ในขณะที่เมฆหาชุดสูทมาเปลี่ยนได้ทันก่อนงานจะเริ่ม เอวากับนิคเข้ามาเซตเครื่องดนตรี ฟังเมฆบ่นว่าตะวันฉาย โดยไม่รู้ว่าเธอเป็นเพื่อนพวกเขา แถมเมฆยังย้ำว่าตะวันฉายเป็นตัวโชคร้าย เจอที่ไหนมีแต่หายนะ เอวากับนิคกระซิบกัน ดีแล้วที่ไม่พาตะวันฉายมาเคลียร์ มีหวังตีกันตาย เอวาเอาผลไม้ที่ซื้อมาชวนเมฆกินให้อารมณ์ดีขึ้น แต่เมฆกลับคว้าถ้วยพริกกับเกลือมา

“นี่ใช่ป่าว ที่เขาใช้แช่งคน”

“อย่าบอกนะพี่ ว่าจะแช่งผู้หญิงคนนั้น” นิคขยาด

ไม่ทันที่จะโดนแช่ง ตะวันฉายก็เจอแต่เรื่อง ยืนรอรถแท็กซี่อยู่นาน ไม่มีคันไหนยอมไป แถมยังเดินสะดุดฟุตปาทเกือบล้ม หันมาก็ชนเสาป้ายบอกทาง...ด้านเมฆเปลี่ยนใจไม่แช่ง

“ไม่เอาดีกว่า ถ้าพี่ไปจองเวรจองกรรมยัยนั่น เดี๋ยวก็ต้องมาเจอกันอีก ขอให้วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตพี่ที่ต้องเจอยัยนี่เถอะ”

“ผมว่าเขาก็คงไม่อยากเจอพี่แล้วเหมือนกันครับ”

“รู้ได้ไง นายรู้จักเขาเหรอ”

“เอ่อ...ปะ...เปล่าครับ ผมก็เดาจากที่พี่เมฆเล่า”

“ใช่ค่ะ เอวาก็คิดเหมือนนายนิคนะ ต่อให้พี่เมฆกับซะ...เอ๊ย ผู้หญิงคนนั้น มีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ก็คงญาติดีกันไม่ได้แน่นอน”

“เอวา...ไปกันใหญ่แล้ว พี่กับยัยนั่นน่ะเหรอ จะมีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าพี่รู้ว่า เพื่อนพี่คนไหนเป็นเพื่อนยัยนั่นนะ พี่เลิกคบแน่นอน”

สองคนกลืนน้ำลายเอื๊อก ขนาดนั้นเชียว...พนักงานมาบอกว่าแขกขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว เมฆจึงออกไปรับแขก เอวากับนิคขึ้นเวที เมฆตามขึ้นมาร่วมบรรเลงเพลง บรรดาแขกทั้งไทยและเทศต่างปรบมือชื่นชอบ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เมฆเอาสูทที่เปื้อนน้ำแดงแขวนอย่างหงุดหงิด บ่นว่าตะวันฉาย ถ้าซักไม่ออกจะไปเอา เรื่อง พลันเห็นกระดาษภาพวาดของหมอกวางอยู่บนโต๊ะ ก็ยิ้มปลื้มใจ เป็นภาพตัวเขาเล่นกีตาร์ มีลายมือตัวโย้เย้ว่า...คุณพ่อน่ารักที่สุดในโลก

เมฆมาที่ห้องหมอก เชอรี่เพิ่งกำราบหมอกให้นอน แต่พอเห็นเมฆ หมอกก็ลุกพรวดขึ้น เชอรี่เองก็ทำตาวิ้งๆ แต่เมฆไม่ทันสังเกต หมอกบอกเมฆว่าตนวาดภาพได้รางวัลที่หนึ่ง เขาชมว่าเก่ง หมอกอ้อนว่าตนเก่งเหมือนพ่อ เมฆชี้นิ้วร้อง ถูกต้องแล้วคร้าบ...หมอกขอให้เมฆนอนด้วย เพราะไม่อยากนอนกับเชอรี่ แต่เชอรี่ปรามอย่ากวนพ่อ เมฆยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วบอกลูกว่า จะอยู่ด้วยจนกว่าเขาจะ หลับ เมฆลงนอนกอดหมอก เชอรี่อมยิ้มมองสองพ่อลูกพลั้งปากว่า

“คืนนี้แม่...เอ๊ย ป้าขอไปนอนที่อื่นนะคะลูกหมอก”

เมฆรู้สึกขนลุก พอเห็นหมอกหลับแล้ว ก็เดินออกจากห้อง เชอรี่ยิ้มกรุ้มกริ่ม ปิดไฟเดินตามออกไป เมฆกำลังจะเข้าห้องตัวเอง เชอรี่ตามมาเรียกไว้อ้างว่ามีเรื่องจะปรึกษา เขาเข้าใจว่าเป็นเรื่องหมอก จึงหันมาตั้งใจฟัง กลับเห็นสายตาโลมเลียของเชอรี่ แถมขยับเสื้อให้ตกจากไหล่

“พี่สงสารที่คุณหมอกแกขาดแม่ค่ะ คุณเมฆน่าจะหาแม่ให้คุณหมอกนะคะ...คุณคิดยังไง”

ตอนที่ 1

เดอะซันไรส์บีชรีสอร์ท ตั้งอยู่บนเกาะกุลัน  เกริกไกรกับสายรุ้งสองสามีภรรยาช่วยกันบุกเบิกจนเป็นรีสอร์ทระดับแนวหน้า ทั้งสองอยากให้ลูกสาวคือตะวันฉายที่เรียนจบมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯกลับมาดำเนินกิจการต่อ แต่เธอกลับหลงใหลอยากเป็นนักเขียนมากกว่า

วันๆเอาแต่อ่านนวนิยายแล้ววาดจินตนาการเอาตัวเองเข้าไปเป็นนางเอกในเรื่อง ไม่ค่อยสนใจหน้าที่ การงานของตัว...พอดีวันนี้จะมีกรุ๊ปทัวร์วีไอพีเข้ามาพัก เกริกไกรกับสายรุ้งติดประชุมในเมืองจึงโทร.มาย้ำกับลูกสาว ตะวันฉายหงุดหงิดเพราะกำลังเคลิบเคลิ้มไป กับบทสารภาพรักของพระเอกในนวนิยาย รับสายด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ทำให้แม่สงสัย

“อารมณ์ไม่ดีเหรอลูก งานยุ่งหรือจ๊ะ”

“อุ๊ย...แม่ ขอโทษค่ะ พอดี...ซันกำลังวุ่นตรวจห้องอยู่ค่ะ”

“ห้องของกรุ๊ปแทรเวล ที หรือเปล่าลูก”

ตะวันฉายงงๆแต่เออออไปก่อน สายรุ้งย้ำกับลูกสาวว่า กรุ๊ปทัวร์นี้จะส่งกระเป๋ามาก่อนส่วนแขกจะไปดำน้ำกลับเข้ามาตอนเย็น แม่สั่งให้ล็อกห้องหน้าหาดทั้งหมดไว้ ตะวันฉายอึกอักพยายามนึกว่าแม่สั่งไว้ตอนไหน เกริกไกรดึงโทรศัพท์มาคุยกับลูกสาวเอง

“นี่ ยัยซัน ตกลงเราทำงานอยู่รึเปล่า หรือไปแอบอ่านนิยายเพ้อฝันอยู่ที่ไหนอีก”

“เปล่าเลยนะ พ่อล่ะก็ ชอบมองโลกในแง่ร้าย ระวังจะแก่เร็วนะคะ”

“ไม่ต้องมาถ่วงเวลาเลยนะ ตกลงห้องของแทรเวล ที เรียบร้อยไหม ถ้ารายนี้มีปัญหาพ่อไม่ยอมนะ เพราะเขาเป็นลูกค้าอันดับหนึ่งของเรา”

“เรียบร้อยแล้วค่า ท่านจีเอ็ม ซันลงมือดูแลเองทู้ก... อย่าง แทบจะทำเตียงทำห้องน้ำเองอยู่แล้ว รับรองเรียบร้อยค่ะ”

“ดีแล้ว เดี๋ยวพ่อกับแม่ประชุมในเมืองเสร็จแล้วจะรีบกลับ” เกริกไกรวางสาย หันมาบอกภรรยาว่า ลูกสาวดูแลทุกอย่างหมด แต่สีหน้าเขายังดูเครียด

“ก็ดีสิคะ แล้วคุณจะห่วงอะไรอีก”

“ห่วงว่าเราเชื่อลูกได้เหรอ” เกริกไกรถอนใจ สายรุ้งขมวดคิ้ว ชักหวั่นใจเช่นกัน...

พอวางสายจากพ่อ ตะวันฉายรีบกดโทรศัพท์ภายในถามอ้อว่าเตรียมห้องพักกรุ๊ปทัวร์แทรเวล ที เรียบร้อยแล้วใช่ไหม อ้อตอบรับ เธอจึงสั่งให้เพิ่ม พวงมาลัยไว้ต้อนรับแขกด้วย ทั้งที่ตัวเองเซ็ง ทำไมพ่อแม่จะต้องตื่นเต้นกับกรุ๊ปทัวร์นี้ ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี

ในขณะเดียวกัน นภทีป์หรือเมฆ ได้พาลูกทัวร์ฝรั่ง 5 คน ลงเรือออกไปดำน้ำกลางทะเลกลับขึ้นมาก็เล่นกีตาร์ร้องเพลงให้ลูกทัวร์ฟัง ทุกคนชอบอกชอบใจรับปากจะกลับมาเที่ยวอีกแน่ ระหว่างที่ขนของลงจากเรือ มีคนร้ายขโมยกล้องลูกทัวร์วิ่งหนีเข้าไปในโรงแรมของตะวันฉาย คนร้ายสองคนมีมีดเป็นอาวุธ แต่เมฆก็ ไม่หวั่น ร้องบอกให้ รปภ.ช่วยจับ ทั้งสองวิ่งเข้ามาในล็อบบี้ แขกเหรื่อตกใจร้องวี้ดว้าย ้ออและพนักงานวิ่งหน้าตื่นเข้ามา คนร้ายฉวยโอกาสหนีไป

“เกิดอะไรขึ้นคะ กลุ่มลูกค้ามาจากไหนคะ”

“ผมพาแขกแทรเวล ที มาเช็กอิน แล้วไอ้โจรสองคนนั่นมันวิ่งราวของแขกผม”

“ตายจริง วีไอพีกรุ๊ปนี่!” อ้อกุมอกอุทาน

“อย่าเพิ่งตายครับ ขอดูกล้องวงจรปิดได้ไหมครับ จะได้ใช้เป็นหลักฐานแจ้งตำรวจ”

“เอ่อ...พอดีว่า...Hard disc เสียค่ะ ผู้จัดการยังไม่เอาไปซ่อมน่ะค่ะ”

“หา! อะไรกัน ไม่มีกล้องวงจรปิด แล้วจะปล่อยให้โจรมันหนีไปอย่างนี้เหรอ ไปตามผู้จัดการคุณมาก่อนแล้วกัน”

แต่พออ้อไปรายงานตะวันฉาย เธอไม่ยอมมาเพราะกำลังติดนวนิยายงอมแงม อ้อกลับมาบอกเมฆว่าจะพาไปแจ้งความตำรวจ เมฆไม่พอใจตะคอกถามว่าผู้จัดการอยู่ไหน ้ออหน้าเจื่อน...

ขณะที่ตะวันฉายนอนอ่านหนังสือริมสระอย่างมีความสุข เมฆเข้ามาดึงหนังสือปาลงสระ หญิงสาวเห็นหน้าเมฆจินตนาการเป็นโจร ร้องลั่น...ช่วยด้วย โจรบุก รีสอร์ท แขกในสระแตกตื่น อ้อปรี่เข้ามาอธิบายว่านี่คือกรุ๊ปทัวร์แทรเวล ที เมฆมองตะวันฉายหัวจดเท้า

“ฮึ...เนี่ยน่ะเหรอ ผู้จัดการเดอะซันไรส์บีชรีสอร์ท...ไม่มีความรับผิดชอบเอาซะเลย”

ตะวันฉายปรี๊ดแตก โวยวายว่าเหตุเกิดที่ชายหาด ไม่ใช่ในโรงแรมของตน

“อ้าว พูดชุ่ยๆอย่างนี้ได้ยังไง เรื่องเกิดที่หาดแต่หน้าหาดรีสอร์ทของคุณนะ แล้วมันก็หนีเข้ามาในรีสอร์ทของคุณ คุณก็ควรจะช่วยเหลือในฐานะเจ้าของพื้นที่สิ”

“ได้ ถ้านายอยากให้เจ้าของพื้นที่ช่วย ก็ไปแจ้งกรมอุทยานแห่งชาติสิ จบป่ะ...แล้วก็เก็บหนังสือมาคืนฉันด้วย” ตะวันฉายพูดจบ สะบัดหน้าเดินไป

เมฆเข่นเขี้ยว นี่ตนอยู่เกาะกุลันหรือเกาะนรกกันแน่ อ้อหัวเราะแหะๆหน้าเจื่อน

ooooooo

เรื่องถึงหูเกริกไกรเมื่อเขากลับมา เมฆเอาหนังสือนิยายของตะวันฉายซึ่งเปียกยุ่ยมาวางลงตรงหน้า และบอกว่าตนรับผิดชอบเก็บหนังสือมาคืนให้แล้ว ทางรีสอร์ท ก็ควรจะรับผิดชอบอะไรบ้าง เกริกไกรหน้าเสีย ซักถามอ้อ พอรู้ว่าลูกสาวแค่ให้พาไปแจ้งความเท่านั้น ก็กุมขมับ

“นี่ถ้าผมไม่มาเอง ผมคงไม่เคยรู้ว่า บริษัทของผมไม่ควรส่งแขกมาที่นี่” เมฆบ่น

“บริษัทของคุณ เอ่อ ขอประทานโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณไกด์ชื่ออะไร”

เมฆส่งนามบัตรให้ เกริกไกรหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่า เมฆคือนภทีป์ ประธานบริษัทแทรเวล ที ที่ส่งลูกค้าวีไอพีมาที่โรงแรมเป็นประจำ เขาสั่งอ้อตามตัวตะวันฉายมา เดี๋ยวนี้...ตะวันฉายมาถึงก็สนใจแต่หนังสือตัวเองบนโต๊ะ แถมยืนยันว่าได้ให้ความช่วยเหลือเต็มที่แล้ว เมฆฉุนโวยลั่น

“อ่านนิยายน้ำเน่าตอนที่แขกได้รับความเสียหาย แถมยังพูดจาหยาบคาย ไร้มนุษยธรรม แบบนี้เรียกช่วยเต็มที่เหรอ”

“แล้วจะให้ทำไง ให้ฉันขี่ม้าควงปืนไล่ยิงโจรหรือไง”

“คุณเกริกไกร ผมเสนอให้ไล่ผู้จัดการคนนี้ออก”

“ไล่ออก!” เกริกไกรและตะวันฉายอุทานพร้อมกัน ...เมฆยืนยันคำเดิม ไม่เช่นนั้น ตนจะยกเลิกสัญญาและอาจจะประจานทุกสื่อถึงบริการแย่ๆของที่นี่ ตะวันฉายยังปากเก่ง

“โห...กลัวมาก เพิ่งรู้ว่าบริษัทนี้เขาให้ไกด์มีอำนาจบริหารด้วย”

เกริกไกรเอ็ดลูกสาว ใครบอกว่าเมฆเป็นแค่ไกด์ คุณนภทีป์เป็นถึงประธานบริษัท...แล้วปาดเหงื่อ บอกลูกให้ขอโทษ แต่หญิงสาวกลับยิ้มเยาะ หาว่าเมฆเป็นไกด์เถื่อน จะฟ้องกลับเอาให้ปิดบริษัทไปเลย เมฆเจอไม้นี้ก็อึ้ง ชี้แจงว่าคนของตนป่วย และไกด์คนอื่นติดกรุ๊ปลูกทัวร์หมด จึงต้องมาแทน ตะวันฉายยืนกรานไม่ขอโทษแถมให้เขาเป็นคนขอโทษกลับ

“ผมจะส่งทนายมาคุยเรื่องการยกเลิกสัญญา พรุ่งนี้กรุ๊ปของผมจะเช็กเอาต์ก่อนกำหนด ส่วนกรุ๊ปที่จองไว้ก็ขอยกเลิกแล้วกัน” เมฆโมโหเดินออกไป

เกริกไกรหันมาเอ็ดตะโรใส่ลูก ที่ทำให้พนักงานในโรงแรมต้องเดือดร้อน ตกงาน ขาดรายได้ ตะวันฉายหน้าเสียขอโทษพ่อเสียงอ่อย ยอมทำทุกอย่างที่พ่อต้องการ...เกริกไกรรีบตามมาขอโทษขอโพยเมฆ และลากตะวันฉายมาขอโทษด้วย พร้อมยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกทัวร์ และให้พักฟรีในครั้งนี้ เมฆขอเพิ่มเติม

“ผมต้องการให้คุณตะวันฉายมาเป็น Butler ดูแลผมกับกรุ๊ปทัวร์ตลอด 24 ชั่วโมงที่เราพักที่นี่”

ตะวันฉายโวยวายไม่ยอมเพราะมันคือหน้าที่คนรับใช้ แต่เกริกไกรตอบตกลง...ตะวันฉายงอนตุปัดตุป่อง สายรุ้งต้องมาไกล่เกลี่ย ว่าตั้งแต่ตะวันฉายเข้ามาทำงาน ทะเลาะกับแขกไปสี่ราย แต่รายนี้จะสูญเสียรายได้เป็นล้านๆ พ่อกับแม่คงต้องปิดรีสอร์ทก่อนตาย

“ก็คนมันไม่อยากทำ จะทำให้มันได้ดีไงล่ะคะ คนอย่างซันถ้าจะทำอะไรได้ดี ก็ต้องทำสิ่งที่รักเท่านั้น”

“เป็นนักเขียนนิยายน่ะเหรอ โอ๊ย กว่าเราจะโด่งดังพ่อก็แก่ตายคาเกาะพอดี”

ตะวันฉายค้อนขวับ แล้วขอร้องพ่อ ขอโอกาสหนึ่งปีให้ตนได้พิสูจน์ตัวเอง ทั้งพ่อและแม่ไม่อยากเชื่อว่าลูกสาวจะทำได้ ตะวันฉายน้อยใจ กระทืบเท้าวิ่งไป...สองสามีภรรยาคุยกัน สายรุ้งสงสารลูก เพราะเมื่อก่อนตนก็เคยอยากเป็นนักเขียน แต่ต้องทิ้งความฝันมาอยู่เกาะ เกริกไกรบอกว่า ที่ตนทำเป็นการให้กำลังใจลูกในแบบของตน สายรุ้งค้อนสามีที่แถไปเรื่อย

และแล้วตะวันฉายก็เห็นเว็บสำนักพิมพ์พราวฝัน มีการประกวดนักเขียนนิยายหน้าใหม่ หัวข้อเรื่องรักโดนใจ ผ่านรอบแรกจะได้เข้าอบรมกับนักเขียนมืออาชีพ ถ้าชนะจะได้เงินรางวัลสามแสน พร้อมได้ตีพิมพ์ เธอยิ้มย่องวาดฝันว่าตัวเองชนะเลิศถึงขั้นมีคนซื้อไปทำเป็นละคร

“ทีนี้พ่อกับแม่จะได้รู้สักทีว่าเรามันเจ๋งขนาดไหน ไม่ใช่สักแต่เกิดมาสวยและฉลาด” ตะวันฉายหยิบนิยายที่เขียนเอาไว้นานแล้วมาปัดฝุ่น ตั้งใจจะเขียนเพิ่มเติมอีกสักหน่อย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมฆเล่นกระดานโต้คลื่นในทะเลพอกลับเข้ามาในโรงแรม บอกอ้อให้ตามตะวันฉายมารับใช้ตน อ้ออึกอักว่า ตะวันฉายสั่งไว้ว่าห้ามใครรบกวน เมฆหน้าเครียดทันที

ตะวันฉายในม่านเมฆ เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”
19 พ.ค. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:13 น.