ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ตะวันฉายในม่านเมฆ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เดอะซันไรส์บีชรีสอร์ท ตั้งอยู่บนเกาะกุลัน  เกริกไกรกับสายรุ้งสองสามีภรรยาช่วยกันบุกเบิกจนเป็นรีสอร์ทระดับแนวหน้า ทั้งสองอยากให้ลูกสาวคือตะวันฉายที่เรียนจบมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯกลับมาดำเนินกิจการต่อ แต่เธอกลับหลงใหลอยากเป็นนักเขียนมากกว่า

วันๆเอาแต่อ่านนวนิยายแล้ววาดจินตนาการเอาตัวเองเข้าไปเป็นนางเอกในเรื่อง ไม่ค่อยสนใจหน้าที่ การงานของตัว...พอดีวันนี้จะมีกรุ๊ปทัวร์วีไอพีเข้ามาพัก เกริกไกรกับสายรุ้งติดประชุมในเมืองจึงโทร.มาย้ำกับลูกสาว ตะวันฉายหงุดหงิดเพราะกำลังเคลิบเคลิ้มไป กับบทสารภาพรักของพระเอกในนวนิยาย รับสายด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ทำให้แม่สงสัย

“อารมณ์ไม่ดีเหรอลูก งานยุ่งหรือจ๊ะ”

“อุ๊ย...แม่ ขอโทษค่ะ พอดี...ซันกำลังวุ่นตรวจห้องอยู่ค่ะ”

“ห้องของกรุ๊ปแทรเวล ที หรือเปล่าลูก”

ตะวันฉายงงๆแต่เออออไปก่อน สายรุ้งย้ำกับลูกสาวว่า กรุ๊ปทัวร์นี้จะส่งกระเป๋ามาก่อนส่วนแขกจะไปดำน้ำกลับเข้ามาตอนเย็น แม่สั่งให้ล็อกห้องหน้าหาดทั้งหมดไว้ ตะวันฉายอึกอักพยายามนึกว่าแม่สั่งไว้ตอนไหน เกริกไกรดึงโทรศัพท์มาคุยกับลูกสาวเอง

“นี่ ยัยซัน ตกลงเราทำงานอยู่รึเปล่า หรือไปแอบอ่านนิยายเพ้อฝันอยู่ที่ไหนอีก”

“เปล่าเลยนะ พ่อล่ะก็ ชอบมองโลกในแง่ร้าย ระวังจะแก่เร็วนะคะ”

“ไม่ต้องมาถ่วงเวลาเลยนะ ตกลงห้องของแทรเวล ที เรียบร้อยไหม ถ้ารายนี้มีปัญหาพ่อไม่ยอมนะ เพราะเขาเป็นลูกค้าอันดับหนึ่งของเรา”

“เรียบร้อยแล้วค่า ท่านจีเอ็ม ซันลงมือดูแลเองทู้ก... อย่าง แทบจะทำเตียงทำห้องน้ำเองอยู่แล้ว รับรองเรียบร้อยค่ะ”

“ดีแล้ว เดี๋ยวพ่อกับแม่ประชุมในเมืองเสร็จแล้วจะรีบกลับ” เกริกไกรวางสาย หันมาบอกภรรยาว่า ลูกสาวดูแลทุกอย่างหมด แต่สีหน้าเขายังดูเครียด

“ก็ดีสิคะ แล้วคุณจะห่วงอะไรอีก”

“ห่วงว่าเราเชื่อลูกได้เหรอ” เกริกไกรถอนใจ สายรุ้งขมวดคิ้ว ชักหวั่นใจเช่นกัน...

พอวางสายจากพ่อ ตะวันฉายรีบกดโทรศัพท์ภายในถามอ้อว่าเตรียมห้องพักกรุ๊ปทัวร์แทรเวล ที เรียบร้อยแล้วใช่ไหม อ้อตอบรับ เธอจึงสั่งให้เพิ่ม พวงมาลัยไว้ต้อนรับแขกด้วย ทั้งที่ตัวเองเซ็ง ทำไมพ่อแม่จะต้องตื่นเต้นกับกรุ๊ปทัวร์นี้ ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี

ในขณะเดียวกัน นภทีป์หรือเมฆ ได้พาลูกทัวร์ฝรั่ง 5 คน ลงเรือออกไปดำน้ำกลางทะเลกลับขึ้นมาก็เล่นกีตาร์ร้องเพลงให้ลูกทัวร์ฟัง ทุกคนชอบอกชอบใจรับปากจะกลับมาเที่ยวอีกแน่ ระหว่างที่ขนของลงจากเรือ มีคนร้ายขโมยกล้องลูกทัวร์วิ่งหนีเข้าไปในโรงแรมของตะวันฉาย คนร้ายสองคนมีมีดเป็นอาวุธ แต่เมฆก็ ไม่หวั่น ร้องบอกให้ รปภ.ช่วยจับ ทั้งสองวิ่งเข้ามาในล็อบบี้ แขกเหรื่อตกใจร้องวี้ดว้าย ้ออและพนักงานวิ่งหน้าตื่นเข้ามา คนร้ายฉวยโอกาสหนีไป

“เกิดอะไรขึ้นคะ กลุ่มลูกค้ามาจากไหนคะ”

“ผมพาแขกแทรเวล ที มาเช็กอิน แล้วไอ้โจรสองคนนั่นมันวิ่งราวของแขกผม”

“ตายจริง วีไอพีกรุ๊ปนี่!” อ้อกุมอกอุทาน

“อย่าเพิ่งตายครับ ขอดูกล้องวงจรปิดได้ไหมครับ จะได้ใช้เป็นหลักฐานแจ้งตำรวจ”

“เอ่อ...พอดีว่า...Hard disc เสียค่ะ ผู้จัดการยังไม่เอาไปซ่อมน่ะค่ะ”

“หา! อะไรกัน ไม่มีกล้องวงจรปิด แล้วจะปล่อยให้โจรมันหนีไปอย่างนี้เหรอ ไปตามผู้จัดการคุณมาก่อนแล้วกัน”

แต่พออ้อไปรายงานตะวันฉาย เธอไม่ยอมมาเพราะกำลังติดนวนิยายงอมแงม อ้อกลับมาบอกเมฆว่าจะพาไปแจ้งความตำรวจ เมฆไม่พอใจตะคอกถามว่าผู้จัดการอยู่ไหน ้ออหน้าเจื่อน...

ขณะที่ตะวันฉายนอนอ่านหนังสือริมสระอย่างมีความสุข เมฆเข้ามาดึงหนังสือปาลงสระ หญิงสาวเห็นหน้าเมฆจินตนาการเป็นโจร ร้องลั่น...ช่วยด้วย โจรบุก รีสอร์ท แขกในสระแตกตื่น อ้อปรี่เข้ามาอธิบายว่านี่คือกรุ๊ปทัวร์แทรเวล ที เมฆมองตะวันฉายหัวจดเท้า

“ฮึ...เนี่ยน่ะเหรอ ผู้จัดการเดอะซันไรส์บีชรีสอร์ท...ไม่มีความรับผิดชอบเอาซะเลย”

ตะวันฉายปรี๊ดแตก โวยวายว่าเหตุเกิดที่ชายหาด ไม่ใช่ในโรงแรมของตน

“อ้าว พูดชุ่ยๆอย่างนี้ได้ยังไง เรื่องเกิดที่หาดแต่หน้าหาดรีสอร์ทของคุณนะ แล้วมันก็หนีเข้ามาในรีสอร์ทของคุณ คุณก็ควรจะช่วยเหลือในฐานะเจ้าของพื้นที่สิ”

“ได้ ถ้านายอยากให้เจ้าของพื้นที่ช่วย ก็ไปแจ้งกรมอุทยานแห่งชาติสิ จบป่ะ...แล้วก็เก็บหนังสือมาคืนฉันด้วย” ตะวันฉายพูดจบ สะบัดหน้าเดินไป

เมฆเข่นเขี้ยว นี่ตนอยู่เกาะกุลันหรือเกาะนรกกันแน่ อ้อหัวเราะแหะๆหน้าเจื่อน

ooooooo

เรื่องถึงหูเกริกไกรเมื่อเขากลับมา เมฆเอาหนังสือนิยายของตะวันฉายซึ่งเปียกยุ่ยมาวางลงตรงหน้า และบอกว่าตนรับผิดชอบเก็บหนังสือมาคืนให้แล้ว ทางรีสอร์ท ก็ควรจะรับผิดชอบอะไรบ้าง เกริกไกรหน้าเสีย ซักถามอ้อ พอรู้ว่าลูกสาวแค่ให้พาไปแจ้งความเท่านั้น ก็กุมขมับ

“นี่ถ้าผมไม่มาเอง ผมคงไม่เคยรู้ว่า บริษัทของผมไม่ควรส่งแขกมาที่นี่” เมฆบ่น

“บริษัทของคุณ เอ่อ ขอประทานโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณไกด์ชื่ออะไร”

เมฆส่งนามบัตรให้ เกริกไกรหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่า เมฆคือนภทีป์ ประธานบริษัทแทรเวล ที ที่ส่งลูกค้าวีไอพีมาที่โรงแรมเป็นประจำ เขาสั่งอ้อตามตัวตะวันฉายมา เดี๋ยวนี้...ตะวันฉายมาถึงก็สนใจแต่หนังสือตัวเองบนโต๊ะ แถมยืนยันว่าได้ให้ความช่วยเหลือเต็มที่แล้ว เมฆฉุนโวยลั่น

“อ่านนิยายน้ำเน่าตอนที่แขกได้รับความเสียหาย แถมยังพูดจาหยาบคาย ไร้มนุษยธรรม แบบนี้เรียกช่วยเต็มที่เหรอ”

“แล้วจะให้ทำไง ให้ฉันขี่ม้าควงปืนไล่ยิงโจรหรือไง”

“คุณเกริกไกร ผมเสนอให้ไล่ผู้จัดการคนนี้ออก”

“ไล่ออก!” เกริกไกรและตะวันฉายอุทานพร้อมกัน ...เมฆยืนยันคำเดิม ไม่เช่นนั้น ตนจะยกเลิกสัญญาและอาจจะประจานทุกสื่อถึงบริการแย่ๆของที่นี่ ตะวันฉายยังปากเก่ง

“โห...กลัวมาก เพิ่งรู้ว่าบริษัทนี้เขาให้ไกด์มีอำนาจบริหารด้วย”

เกริกไกรเอ็ดลูกสาว ใครบอกว่าเมฆเป็นแค่ไกด์ คุณนภทีป์เป็นถึงประธานบริษัท...แล้วปาดเหงื่อ บอกลูกให้ขอโทษ แต่หญิงสาวกลับยิ้มเยาะ หาว่าเมฆเป็นไกด์เถื่อน จะฟ้องกลับเอาให้ปิดบริษัทไปเลย เมฆเจอไม้นี้ก็อึ้ง ชี้แจงว่าคนของตนป่วย และไกด์คนอื่นติดกรุ๊ปลูกทัวร์หมด จึงต้องมาแทน ตะวันฉายยืนกรานไม่ขอโทษแถมให้เขาเป็นคนขอโทษกลับ

“ผมจะส่งทนายมาคุยเรื่องการยกเลิกสัญญา พรุ่งนี้กรุ๊ปของผมจะเช็กเอาต์ก่อนกำหนด ส่วนกรุ๊ปที่จองไว้ก็ขอยกเลิกแล้วกัน” เมฆโมโหเดินออกไป

เกริกไกรหันมาเอ็ดตะโรใส่ลูก ที่ทำให้พนักงานในโรงแรมต้องเดือดร้อน ตกงาน ขาดรายได้ ตะวันฉายหน้าเสียขอโทษพ่อเสียงอ่อย ยอมทำทุกอย่างที่พ่อต้องการ...เกริกไกรรีบตามมาขอโทษขอโพยเมฆ และลากตะวันฉายมาขอโทษด้วย พร้อมยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ลูกทัวร์ และให้พักฟรีในครั้งนี้ เมฆขอเพิ่มเติม

“ผมต้องการให้คุณตะวันฉายมาเป็น Butler ดูแลผมกับกรุ๊ปทัวร์ตลอด 24 ชั่วโมงที่เราพักที่นี่”

ตะวันฉายโวยวายไม่ยอมเพราะมันคือหน้าที่คนรับใช้ แต่เกริกไกรตอบตกลง...ตะวันฉายงอนตุปัดตุป่อง สายรุ้งต้องมาไกล่เกลี่ย ว่าตั้งแต่ตะวันฉายเข้ามาทำงาน ทะเลาะกับแขกไปสี่ราย แต่รายนี้จะสูญเสียรายได้เป็นล้านๆ พ่อกับแม่คงต้องปิดรีสอร์ทก่อนตาย

“ก็คนมันไม่อยากทำ จะทำให้มันได้ดีไงล่ะคะ คนอย่างซันถ้าจะทำอะไรได้ดี ก็ต้องทำสิ่งที่รักเท่านั้น”

“เป็นนักเขียนนิยายน่ะเหรอ โอ๊ย กว่าเราจะโด่งดังพ่อก็แก่ตายคาเกาะพอดี”

ตะวันฉายค้อนขวับ แล้วขอร้องพ่อ ขอโอกาสหนึ่งปีให้ตนได้พิสูจน์ตัวเอง ทั้งพ่อและแม่ไม่อยากเชื่อว่าลูกสาวจะทำได้ ตะวันฉายน้อยใจ กระทืบเท้าวิ่งไป...สองสามีภรรยาคุยกัน สายรุ้งสงสารลูก เพราะเมื่อก่อนตนก็เคยอยากเป็นนักเขียน แต่ต้องทิ้งความฝันมาอยู่เกาะ เกริกไกรบอกว่า ที่ตนทำเป็นการให้กำลังใจลูกในแบบของตน สายรุ้งค้อนสามีที่แถไปเรื่อย

และแล้วตะวันฉายก็เห็นเว็บสำนักพิมพ์พราวฝัน มีการประกวดนักเขียนนิยายหน้าใหม่ หัวข้อเรื่องรักโดนใจ ผ่านรอบแรกจะได้เข้าอบรมกับนักเขียนมืออาชีพ ถ้าชนะจะได้เงินรางวัลสามแสน พร้อมได้ตีพิมพ์ เธอยิ้มย่องวาดฝันว่าตัวเองชนะเลิศถึงขั้นมีคนซื้อไปทำเป็นละคร

“ทีนี้พ่อกับแม่จะได้รู้สักทีว่าเรามันเจ๋งขนาดไหน ไม่ใช่สักแต่เกิดมาสวยและฉลาด” ตะวันฉายหยิบนิยายที่เขียนเอาไว้นานแล้วมาปัดฝุ่น ตั้งใจจะเขียนเพิ่มเติมอีกสักหน่อย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เมฆเล่นกระดานโต้คลื่นในทะเลพอกลับเข้ามาในโรงแรม บอกอ้อให้ตามตะวันฉายมารับใช้ตน อ้ออึกอักว่า ตะวันฉายสั่งไว้ว่าห้ามใครรบกวน เมฆหน้าเครียดทันที

ตอนที่ 2

นิคกับเอวาแปลกใจที่ตะวันฉายตัดสาย สงสัยว่าจะโกรธที่พวกตนมาช้า แต่พยายามคิดเข้าข้างตัวเอง ว่า ปกติถ้าตะวันฉายโกรธต้องโวยวายด่าตรงๆ แต่นี่ตัดสายแสดงว่าคงติดธุระบางอย่าง หรืออาจจะเจอกับเมฆ แล้วคุยกันถูกคอก็เป็นได้

ในขณะที่เมฆเดินเข้าไปเยาะหยันตะวันฉายที่หลบอยู่หลังฉากว่า จะยอมไปดีๆหรือจะให้ใส่กุญแจมือออกไป หญิงสาวโกรธถอยชนโต๊ะ เห็นถ้วยน้ำแดงวางอยู่จึงคว้าขึ้นมา เมฆร้องลั่น รู้ว่าเธอจะสาดใส่ ถอยกรูดไปชนปลั๊กต่อสายไฟ เขายกมือปัดป้อง เธอสาดน้ำแดงใส่เสื้อสูทของเขา แล้วคว้าอีกแก้วตาม เมฆสะบัดมือโดนปลั๊กไฟ ดูดหัวฟู ตะวันฉายตกใจโยนถ้วยทิ้งแล้ววิ่งหนีออกไป ทีมงานกรูเข้ามาช่วยเมฆ...

จากนั้น ตะวันฉายก็โทร.บอกเอวากับนิคให้ไปเจอกันที่ร้านกาแฟแถวนั้น แล้วเล่าให้ฟังว่าตนจะโดนเมฆจับโยนจากเรือ ทั้งสองแทบช็อก

“เฮ้ย! นี่แกไปทะเลาะกับเจ้าของงานเลยเหรอ”

“ฉันไม่ได้ทะเลาะ นายนั่นต่างหาก รู้ไหมว่าเขาแกล้งฉันตั้งแต่พาแขกไปพักที่รีสอร์ทแล้ว ไม่คิดเล้ย ว่าจะซวยมาเจอที่นี่อีก แกสองคนก็เหมือนกัน ฉันว่าไม่ต้องไปเล่นดนตรีให้บริษัทนี้แล้ว บอกรุ่นพี่ของพวกแกไปเลยนะว่า อย่าร่วมงานกับพวกโรคจิต”

สองคนเครียดกุมขมับ ตะวันฉายถามว่าเป็นอะไรกัน นิคเสียงอ่อย “จะไปบอกรุ่นพี่ยังไงล่ะ ก็เจ้าของงานกับรุ่นพี่น่ะ คนเดียวกัน”

“จริงเหรอ...ต๊าย งั้นก็ถือว่าเป็นโชคของพวกแกเลยนะ ที่ฉันกระชากหน้ากากนายนั่นออกมา รู้แบบนี้แล้วจะไปเล่นดนตรีให้เขาอีกเหรอ” ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน “นิค...เอวา ฉันไม่นึกไม่ฝันเลยนะ ว่าแกสองคนจะเห็นคนอื่นดีกว่าเพื่อนที่คลานตามกันมา”

“ซัน...ใจเย็นๆก่อนนะ ฉันว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ ปกติพี่เมฆเขาเป็นคนดีมากนะ”

“งั้นฉันก็ไม่ดีน่ะสิ”

นิคช่วยแก้ “ไม่ใช่ยังงั้นนะ เอางี้ ฉันว่าแกไปกับเราดีกว่า เข้าไปเคลียร์กับพี่เมฆให้รู้เรื่องไปเลย ไม่แน่นะ แกอาจจะได้เพื่อนที่ดีเพิ่มอีกคนก็ได้”

“นี่ยังคิดจะให้ฉันไปเจอไอ้ปากเป็ดนั่นอีกเหรอ... เอาเป็นว่าแกสองคนจะคบนายนั่นฉันไม่ว่า แต่ถ้าฉันอยู่ด้วยเมื่อไหร่ จะไม่มีการพูดถึงนายคนนั้นอีก ฉันขอแค่นี้แล้วกัน”

นิคกับเอวามองเพื่อนรักเดินงอนกลับไปอย่าง เสียดาย ที่เพื่อนดีๆทั้งสองไม่ถูกกันซะงั้น...ในขณะที่เมฆหาชุดสูทมาเปลี่ยนได้ทันก่อนงานจะเริ่ม เอวากับนิคเข้ามาเซตเครื่องดนตรี ฟังเมฆบ่นว่าตะวันฉาย โดยไม่รู้ว่าเธอเป็นเพื่อนพวกเขา แถมเมฆยังย้ำว่าตะวันฉายเป็นตัวโชคร้าย เจอที่ไหนมีแต่หายนะ เอวากับนิคกระซิบกัน ดีแล้วที่ไม่พาตะวันฉายมาเคลียร์ มีหวังตีกันตาย เอวาเอาผลไม้ที่ซื้อมาชวนเมฆกินให้อารมณ์ดีขึ้น แต่เมฆกลับคว้าถ้วยพริกกับเกลือมา

“นี่ใช่ป่าว ที่เขาใช้แช่งคน”

“อย่าบอกนะพี่ ว่าจะแช่งผู้หญิงคนนั้น” นิคขยาด

ไม่ทันที่จะโดนแช่ง ตะวันฉายก็เจอแต่เรื่อง ยืนรอรถแท็กซี่อยู่นาน ไม่มีคันไหนยอมไป แถมยังเดินสะดุดฟุตปาทเกือบล้ม หันมาก็ชนเสาป้ายบอกทาง...ด้านเมฆเปลี่ยนใจไม่แช่ง

“ไม่เอาดีกว่า ถ้าพี่ไปจองเวรจองกรรมยัยนั่น เดี๋ยวก็ต้องมาเจอกันอีก ขอให้วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตพี่ที่ต้องเจอยัยนี่เถอะ”

“ผมว่าเขาก็คงไม่อยากเจอพี่แล้วเหมือนกันครับ”

“รู้ได้ไง นายรู้จักเขาเหรอ”

“เอ่อ...ปะ...เปล่าครับ ผมก็เดาจากที่พี่เมฆเล่า”

“ใช่ค่ะ เอวาก็คิดเหมือนนายนิคนะ ต่อให้พี่เมฆกับซะ...เอ๊ย ผู้หญิงคนนั้น มีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ก็คงญาติดีกันไม่ได้แน่นอน”

“เอวา...ไปกันใหญ่แล้ว พี่กับยัยนั่นน่ะเหรอ จะมีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าพี่รู้ว่า เพื่อนพี่คนไหนเป็นเพื่อนยัยนั่นนะ พี่เลิกคบแน่นอน”

สองคนกลืนน้ำลายเอื๊อก ขนาดนั้นเชียว...พนักงานมาบอกว่าแขกขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว เมฆจึงออกไปรับแขก เอวากับนิคขึ้นเวที เมฆตามขึ้นมาร่วมบรรเลงเพลง บรรดาแขกทั้งไทยและเทศต่างปรบมือชื่นชอบ

ooooooo

กลับถึงบ้าน เมฆเอาสูทที่เปื้อนน้ำแดงแขวนอย่างหงุดหงิด บ่นว่าตะวันฉาย ถ้าซักไม่ออกจะไปเอา เรื่อง พลันเห็นกระดาษภาพวาดของหมอกวางอยู่บนโต๊ะ ก็ยิ้มปลื้มใจ เป็นภาพตัวเขาเล่นกีตาร์ มีลายมือตัวโย้เย้ว่า...คุณพ่อน่ารักที่สุดในโลก

เมฆมาที่ห้องหมอก เชอรี่เพิ่งกำราบหมอกให้นอน แต่พอเห็นเมฆ หมอกก็ลุกพรวดขึ้น เชอรี่เองก็ทำตาวิ้งๆ แต่เมฆไม่ทันสังเกต หมอกบอกเมฆว่าตนวาดภาพได้รางวัลที่หนึ่ง เขาชมว่าเก่ง หมอกอ้อนว่าตนเก่งเหมือนพ่อ เมฆชี้นิ้วร้อง ถูกต้องแล้วคร้าบ...หมอกขอให้เมฆนอนด้วย เพราะไม่อยากนอนกับเชอรี่ แต่เชอรี่ปรามอย่ากวนพ่อ เมฆยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วบอกลูกว่า จะอยู่ด้วยจนกว่าเขาจะ หลับ เมฆลงนอนกอดหมอก เชอรี่อมยิ้มมองสองพ่อลูกพลั้งปากว่า

“คืนนี้แม่...เอ๊ย ป้าขอไปนอนที่อื่นนะคะลูกหมอก”

เมฆรู้สึกขนลุก พอเห็นหมอกหลับแล้ว ก็เดินออกจากห้อง เชอรี่ยิ้มกรุ้มกริ่ม ปิดไฟเดินตามออกไป เมฆกำลังจะเข้าห้องตัวเอง เชอรี่ตามมาเรียกไว้อ้างว่ามีเรื่องจะปรึกษา เขาเข้าใจว่าเป็นเรื่องหมอก จึงหันมาตั้งใจฟัง กลับเห็นสายตาโลมเลียของเชอรี่ แถมขยับเสื้อให้ตกจากไหล่

“พี่สงสารที่คุณหมอกแกขาดแม่ค่ะ คุณเมฆน่าจะหาแม่ให้คุณหมอกนะคะ...คุณคิดยังไง”

ตอนที่ 3

หลังจากเล่นดนตรีด้วยกันที่ผับ เอวาบอกเมฆว่า เพื่อนตนขอเลื่อนการมารับเลี้ยงหมอกหนึ่งวัน เพราะต้องกลับไปเคลียร์งานที่บ้านและล่ำลาพ่อแม่ เมฆคิดว่าคงไม่อยากมาทำมากกว่าจึงบอกว่า ตนแจ้งไปทางศูนย์รับเลี้ยงเด็กก็ได้ เอวาค้านว่าให้เพื่อนตนมาทำไปพลางๆก่อนดีกว่า

ทั้งนิคและเอวาอยากรู้ว่าตะวันฉายจะปลอมตัวแบบไหน วันรุ่งขึ้นทั้งสองรีบมาที่คอนโด นั่งรอตะวันฉายแต่งตัวออกมาให้ดูที่ห้องรับแขก...ชุดแรก ตะวันฉายออกมาในชุดหลุดโลก ใส่วิกผมยาวสีสด สองคนยกมือไขว้ไม่ผ่าน ชุดต่อไป เธอออกมาเป็นคนแก่หลังค่อม เอวาย้อนถาม ต้องเดินหลังค่อมแบบนี้ไม่ปวดหลังแย่หรือ ตะวันฉายเห็นจริง ไปเปลี่ยนมาใหม่...อีกสามสี่ชุดที่ตะวันฉายใส่ออกมาล้วนไม่ผ่าน จนมาถึงชุดสุดท้าย ตะวันฉายพันตัวเป็นคนอ้วน แต่งตัวแบบแม่บ้านฝรั่ง เดินออกมาสักพัก เหงื่อแตกกราน นิคชอบใจเพราะไม่เหลือเค้าเดิมเลย

“แล้วแกจะทนได้เหรอ แลว่าจะร้อนไม่ใช่เล่นนะ” เอวาพูดไม่ทันขาดคำ

ตะวันฉายเสียงอ่อยว่าทนไหว ถ้าไม่มีใครจำได้ ทันใด เธอก็หงายหลังหมดสติ เอวากับนิคตกใจ รีบปฐมพยาบาลแล้วพาหาหมอ พอรู้สึกตัว ตะวันฉายโดนหมอเทศน์

“การที่เอาอะไรมากๆมาพันร่างกาย มันจะทำให้ร่างกายขับน้ำออกมามาก ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนของเลือดลดลง คุณก็จะอ่อนเพลียหน้ามืดเป็นลม วิธีลดความอ้วนแบบนี้ไม่ดีครับ”

ตะวันฉายจะแย้งว่าไม่ใช่ แต่หมอตัดบทจัดยาบำรุงและแนะการลดความอ้วนที่ถูกวิธีให้ เธอถอนใจ ตกลงจะปลอมตัวอย่างไรดี เอวาเสนอว่าถ้ายังอยากปลอมตัวตนมีวิธี

“งั้นไปกันเลย งานนี้เอวาจัดเต็ม...นิค ช่วยกันพยุงซาก เอ๊ยร่างซันมันไป” เอวาทิ่มยาดมเข้าจมูกตะวันฉาย แล้วช่วยนิคหิ้วปีก...

ด้านเมฆ มาอัดเสียงเล่นเปียโนให้จอมสยามที่ห้องอัด จอมสยามทวงเพลงที่จะแต่งให้ บอกว่าเจ้านายอยากฟังเต็มทน เมฆตอบว่าตนจะให้เดโมไปก็ไม่เอา

“ได้ไงวะ นายมันเก่งทั้งเนื้อร้องและทำนอง แล้วทำไมไม่ทำให้มันสมบูรณ์ อย่างนี้ก็เสียยี่ห้อเจ้าพ่อเพลงรักของคณะเราน่ะสิ”

“ช่วงนี้งานผมมันยุ่งๆ ผมเลยคิดคำไม่ค่อยออก”

จอมสยามพูดแทงใจ “คิดไม่ออกหรือไม่กล้า เมฆ...พี่รู้นะว่านายยังไม่ลืมอิงฟ้า แต่นายจะหยุดทำสิ่งที่รักเพราะผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่รักนาย มันคุ้มแล้วเหรอ”

เมฆนิ่งคิด เย็นนั้น เขาขับรถมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ ที่ดูเรียบหรูแต่ปิดตายไว้ ไขประตูเข้ามาด้านใน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นคลุมไว้ด้วยผ้ามิดชิด เมฆมองแล้วเศร้า ภาพในอดีตผุดขึ้นมา...ครั้งที่เขาถูกพี่ชายเรียกตัวให้กลับจากเชียงใหม่  เพื่อร่วมงานแต่งงานของพี่ เขาไม่อยากจะมาเท่าไหร่ เพราะเจ้าสาวของพี่คืออิงฟ้า คนรักของเขา เมฆทักทายอิงฟ้าอย่างเสียมิได้

“เอ้า...สองคนนี่เป็นเพื่อนมัธยมกันจริงหรือเปล่าเนี่ย ทำไมคุยกันซะห่างเหินเลย”

“คงเพราะพอผมไปเรียนเชียงใหม่ เราสองคนก็ ไม่ได้เจอกัน เลยไม่สนิทกันน่ะครับ”

อิงฟ้ายิ้มเจื่อนๆ ธีรภพบอกน้องให้เอากระเป๋าไปเก็บในห้องที่จัดไว้ให้ แต่เมฆขอไปพักบ้านหลังเก่า คิดถึงอยากกลับไปอยู่กับอดีต เพราะมันทำให้มีความสุข ธีรภพบ่นกับอิงฟ้า

“น้องชายผมนี่ดูแปลกๆนะฟ้า ตั้งแต่ผมกลับมาจากเมืองนอกจนเปิดบริษัทถึงวันนี้ ผมเพิ่งได้เห็นหน้าเมฆวันนี้เอง”

“พี่ธีคะ เดี๋ยวฟ้ามานะคะ เอ่อ...คือฟ้าจะถามเมฆน่ะค่ะ ว่าติดต่อเพื่อนเก่าๆคนไหนบ้างรึเปล่า เผื่อจะเชิญมางานเราวันพรุ่งนี้เลย”

ธีรภพเร่งให้รีบไป อิงฟ้าวิ่งตามเมฆมาดึงแขนเขาไว้ เมฆมองมือเธอนิ่งๆ อิงฟ้าจำต้องปล่อยและขอโทษที่บอกเลิกกับเขาแล้วไปคบกับธีรภพโดยไม่ได้บอกเขาก่อน แต่ที่เลือกธีรภพเพราะเขามีทุกอย่างที่ตนต้องการ ทั้งหน้าที่การงาน...อยากจะขอร้อง ตนไม่เคยบอกธีรภพว่าเราคบกัน เมฆสะอึก ตัดบทพรุ่งนี้เจอกัน อิงฟ้าถามยํ้าว่า ธีรภพจะไม่รู้เรื่องของเราใช่ไหม

เมฆกลํ้ากลืนความเจ็บชํ้า “ดูแลพี่ชายผมให้ดี อย่าทำให้เขาเสียใจ”

อิงฟ้ายิ้มแต้ วิ่งกลับไปหาธีรภพในบ้านด้วยความดีใจ เมฆยืนมองผ่านกระจกอย่างสะเทือนใจ จะต้องลืมเธอให้ได้

ooooooo

เมื่อตะวันฉายยังต้องการปลอมตัวเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงลูกของเมฆ เอวาจึงพาเธอมาที่ร้านตัดผมสุดหรู ตะวันฉายตะลึง ขืนตัวไม่ยอมเข้าไป แต่ด้วยความที่

ยังอ่อนแรงจึงถูกเพื่อนหิ้วปีกเข้าไปจนได้ เอวาบอกช่างว่า ต้องการตัดผมตะวันฉายให้ดูเป็นผู้ชาย

“จะบ้าเหรอ มันจะเป็นไปได้ยังไง ฉันชอบเขียนนิยายยังไม่คิดเลย แกคิดได้ไงวะ”

“นั่นดิ ที่ไอ้ซันมันปลอมๆมาว่าแย่แล้วนะ ของแกนี่หลุดโลกเลยนะ”

“ก็ถ้าปลอมเป็นผู้หญิงมันลำบาก ก็เป็นผู้ชายข้ามเพศไปเลยสิ ฉันว่าตัดผมแล้วแต่งดีๆ ใส่แว่นที่มันเปลี่ยนรูปหน้าแกได้ รับรองพี่เมฆจำไม่ได้แน่”

ตะวันฉายแย้งว่ามันไม่เป็นการลงทุนมากเกินไปหรือ ตนเข้าไปสืบชั่วคราว อาจจะแค่สองสามวัน ผมที่ยาวสลวยของตน ใช้เวลาไว้มาหลายปี แต่เอวาว่าถ้าแลกกับสิ่งที่เธออยากรู้มันคุ้ม ตะวันฉายก้มมองหน้าอกตัวเองทำนองว่าจะทำอย่างไร นิคโพล่งขึ้น

“โอ๊ย อันนั้นน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก ทุกวันนี้ฉันก็นึกว่าแกเดินถอยหลังอยู่บ่อยๆ”

“ตกลงแกเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเอวามันเนี่ย” ตะวันฉายเคือง

“ก็พอแกชี้ให้เห็นปัญหาซึ่งฉันมองไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหา ก็เลยคิดว่า อย่างแกคงไม่มีปัญหาถ้าจะเป็นผู้ชาย” นิคหัวเราะเยาะ ตะวันฉายเงื้อมือจะตี นิครีบปิดปากตัวเอง

เอวาสรุป บอกช่างให้จัดการได้ ตะวันฉายร้องห้ามช่างอย่าสั้นมาก พอช่างจะตัดก็ร้องอีก ขอยาวอีกหน่อย เอวารำคาญสั่งช่างเอาสกินเฮดไปเลย ตะวันฉายร้องลั่น...ไว้ชีวิตหนูด้วย...
กลับมาที่คอนโดฯ ตะวันฉายเข้าไปในห้องนอน เพื่อแต่งตัวให้ดูเป็นชาย เอวากับนิคนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก พอตะวันฉายก้าวขาออกมา ส่งเสียงแหลม

“แอ่น แอน แอ๊น...พวกแกพร้อมที่จะพบกับฉันหรือยัง”

“เฮ้ย...ซัน แกจะเป็นผู้ชายเสียงแปร๋นแบบนี้เหรอวะ” นิคเอ็ด

ตะวันฉายนึกได้ ลดเสียงให้ทุ้มลง พอทั้งสองเห็นการแต่งกายของเธอถึงกับอ้าปากค้าง...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เอวากับนิคพาตะวันฉายมาที่บ้านเมฆ ทั้งหมอกและเมฆจ้องหน้าเธอด้วยความคุ้นตา หมอกถามโพล่งขึ้นว่า ทำไมวันนี้ผมสั้น นิครีบแก้ตัวแทนว่า คนละคนกัน วันก่อนเพื่อนตนที่ดูแลหมอกเป็นผู้หญิง แต่คนนี้ผู้ชาย ตะวันฉายทำใจดีสู้เสือยิ้มเท่ๆหมอกจึงเชื่อว่าคนละคน

แต่เมฆกลับเห็นด้วยว่าเหมือนเคยเห็นหน้ามาก่อน เอวารีบบอกว่าไม่มีทางเพราะซันไม่เคยมากรุงเทพฯ เอวาแนะนำตะวันฉายว่าชื่อซัน มาทำงานแทนเพื่อนของตน เพราะเพื่อนยังเคลียร์งานที่บ้านไม่เสร็จ เมฆไม่ค่อยพอใจ อยากได้พี่เลี้ยงลูกเป็นผู้หญิงมากกว่า เมฆมองใกล้ๆ แล้วถามว่าเป็นผู้ชายแน่หรือ ทำไมต้องกันคิ้ว ตะวันฉายรีบตอบว่า เป็นชายร้อยเปอร์เซ็นต์

“ผมคอนเฟิร์มครับพี่เมฆ ไอ้ซันนี่แมนทั้งแท่ง หญิงติดตรึม ใครเข้าใกล้มันฟันไม่เลี้ยงเลยนะครับ ผมยังอิจฉาเลย อยากเสน่ห์แรงเหมือนมัน”

เมฆกระแอมปรามเพราะหมอกนั่งฟังตาแป๋วอยู่ด้วย นิคยิ้มเจื่อนๆ เอวาดึงเมฆออกมาคุยลำพังหน้าบ้าน เอวาขอให้ซันทำงานไปก่อนที่เพื่อนตนจะมา เมฆตอบว่าไม่อยากให้เสียเวลา
เอวาตีลูกเศร้า “ถือว่าสงสารซันนะคะ ซันน่ะเป็นคนดีรักครอบครัว แต่ยากจนมาก พอที่นาโดนยึด ซันก็เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่จบ ป.6 ทำงานสารพัด จนได้มาอยู่บ้านเอวา เขาก็เก็บเงินจนไถ่นาได้แล้วลา กลับบ้าน แต่โชคร้ายฟ้าฝนไม่ดี น้ำท่วมนาเสียหาย เลยต้องกลับมาหางานทำอีกค่ะ พูดแล้วเอวาจะร้องไห้ กลั้นน้ำตาไม่อยู่”

เมฆแย้ง เมื่อกี้เอวาบอกว่าซันไม่เคยอยู่กรุงเทพฯ เอวายิ้มกลบเกลื่อน แก้ตัวว่า ซันเคยทำงานบ้านตนแล้วกลับต่างจังหวัดไปหลายปีก่อนที่ตนจะรู้จักกับเมฆอีก เมฆพยักหน้ารับแต่ยังยืนกรานอยากได้พี่เลี้ยงมืออาชีพที่ผ่านการอบรมมาแล้ว

ระหว่างนั้น เก่งจะพาหมอกไปอาบน้ำ หมอกอาละวาดปาของใส่เก่งพัลวัน ตะวันฉายไม่พอใจ จับตัวหมอกล็อกไว้ หมอกร้องลั่นบ้าน เมฆกับเอวาตกใจวิ่งกลับเข้ามาในบ้าน เห็นตะวันฉายรวบตัวหมอกอยู่ เก่งรายงานว่าหมอกไม่ยอมไปอาบน้ำ เอวาได้ที

“นี่ไงคะข้อดี รับรองพี่เมฆไปทำงานได้อย่างสบายใจ เพราะซันปราบหมอกได้แน่นอนค่ะ ตกลงพี่เมฆรับซันแล้วใช่ไหมคะ”

เมฆส่ายหน้า ทั้งสามผิดหวังกลับไป...มาถึงคอนโดฯ ที่พัก ตะวันฉายคว่ำหน้าร้องไห้โฮลั่นบ้าน ไม่ใช่เสียใจ ที่เมฆปฏิเสธ แต่เสียดายผมที่ลงทุนตัด เอวากับนิคเครียด ต้องมีสักทางที่จะทำให้ตะวันฉายได้เข้าไปอยู่บ้านเมฆ

และแล้วเย็นวันนั้น เมฆอาบน้ำให้หมอก พอเห็นใกล้เวลาที่ตัวเองจะต้องรีบไปเล่นดนตรี ก็ให้เก่งมารับช่วงต่อ แต่หมอกไม่ยอมร้องงอแงจะตามเมฆไปด้วย พลันจอมสยามโทร.มาขอให้ไปช่วยอัดเสียงอีก เพราะลูกน้องทำผิดพลาด คงต้องทำงานยันเช้า เมฆรับปากแต่ก็หนักใจเรื่องหมอก จึงจำต้องโทร.ตามเอวากลับมา

ooooooo

เผอิญเย็นนั้นยุทธการหอบช่อดอกไม้มาหาตะวันฉายที่คอนโดฯ แต่ทำการ์ดร่วงในรถ จึงฝากช่อดอกไม้ที่เคาน์เตอร์ไว้ เอวา นิค และตะวันฉายถือกระเป๋าเดินร่าเริงดีใจลงมาที่จะได้ไปทำงานบ้านเมฆ พนักงานเรียกตะวันฉายเพื่อบอกว่ายุทธการมาพบ

ทั้งสามตกใจ เอวากับนิคช่วยกันบังตะวันฉายให้รีบออกไป แล้วอยู่รับหน้ายุทธการแทน

“อ้าว เอวา นิค พี่ว่าจะมารับซันเขาไปทานข้าวด้วยกัน”

“น่าเสียดายจังเลยนะคะ เอวาก็เพิ่งคุยกับซันเองถึงได้รู้ว่าจะกลับดึก กะว่าจะชวนเขาไปดูหนังเหมือนกัน เลยพลาดกันซะงั้น”

ยุทธการถอนใจ น่าจะโทร.มานัดก่อน เขาลากลับ เอวารีบถาม “แล้วช่อดอกไม้นี่ล่ะคะ”

“พี่คงฝากไว้ที่เคาน์เตอร์” ยุทธการวางดอกไม้พร้อมแนบการ์ดไว้ ก่อนจะกลับไป

เอวาเอาช่อดอกไม้ไปให้ตะวันฉายที่รออยู่ในรถ ตะวันฉายอ่านการ์ด...สำหรับซัน ผู้หญิงที่ทำให้โลกของพี่สว่างไสวอยู่เสมอ...เอวาฟังแล้วสะเทือนใจ ขับรถไปอย่างเศร้าๆ

“พี่ยุทธของแกนี่สุดยอดเลยว่ะซัน ขนาดแกไม่รักแต่เขาก็ยังดีกับแกเหมือนเดิม” นิคชม

“แต่ใจฉันอยากให้พี่ยุทธหันไปมองคนอื่นมากกว่านะ เผื่อบางทีพี่ยุทธอาจจะเจอคนที่เขาสามารถรักพี่ยุทธได้”

เอวาสะท้อนใจถาม “แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งแกเอ่อ ...สมมตินะ ถ้าเกิดแกอาจจะไม่สมหวังกับพี่ธีล่ะ แกจะไม่หันกลับมามองพี่ยุทธเลยเหรอ”

“ไม่ล่ะ สำหรับฉัน พี่ยุทธเหมือนพี่ชายแท้ๆ ยังไงฉันก็ไม่รู้สึกกับเขาแบบคนรัก”

นิคเสนอให้ตะวันฉายเป็นแม่สื่อหาใครสักคนให้ยุทธการ ตะวันฉายโพล่งขึ้นว่า จะดันเอวาให้ยุทธการ นิคใจแป้วมองเอวาที่ทำท่าเขิน ตะวันฉายเหมือนรู้ใจเพื่อน แกล้งถามไม่ชอบหรือ ชวนนิคให้ช่วยกันเชียร์ โดยไม่ทันสังเกตว่านิคฝืนยิ้มไปอย่างนั้น

เอวากับนิคพาตะวันฉายในสภาพผู้ชายมาดูแลหมอกที่ผับ เมฆขอโทษที่ต้องเรียกกลับมา เอวารีบบอก ไม่เป็นไร นิคเผลอตบไหล่ตะวันฉายแสดงความยินดี แบบเพื่อน เมฆแปลกใจถามว่าเป็นเพื่อนกันหรือ เขากลับตอบว่าใช่ เมฆงงไหนเอวาบอกว่าซันเป็นเด็กรับใช้ที่บ้าน

นิคนึกได้รีบกลบเกลื่อน “อ๋อ ใช่ครับ ก็ผมมันเด็กบ้านนอกจนๆ พอเห็นคนลำบากต่อสู้ชีวิตเหมือนกันก็เลยรู้สึกเป็นเพื่อนน่ะครับ”

“ดีนะ ยังไงก็คนเหมือนกัน เป็นเพื่อนกันไว้แหละดี” เมฆหันไปบอกตะวันฉายให้อยู่กับหมอกเลย จะได้คุ้นเคยกัน

ตะวันฉายเผลอตอบว่าค่ะ ทุกคนจ้องเขม็ง เมฆ ถามตอบว่าอะไรนะ เธอรีบทำเสียงทุ้มตอบใหม่ว่า ครับ ...เอวาตัดบทชวนไปเตรียมตัวบนเวที ทุกคนไปแล้ว หมอกหันมาแยกเขี้ยวใส่ตะวันฉาย เธอไม่หวั่นตั้งท่ารับมือทันที

หลังผับเลิก หมอกหลับสนิท เมฆอุ้มมาขึ้นรถแล้วร่ำลาเอวากับนิค ตะวันฉายเริ่มหน้าเจื่อนเพราะต้องตามเมฆไปด้วย เอวากับนิคก็หวั่นใจเป็นห่วงเพื่อน...ระหว่างนั่งมาในรถ เมฆถามตะวันฉายว่ารับมือหมอกไหวไหม เธอตอบว่าไหว วันนี้ไม่ดื้อเท่าไหร่ เมฆแปลกใจ พูดเหมือนเคยเจอกันมาก่อน ตะวันฉายแก้ตัวน้ำขุ่นๆไปว่า คาดเดาเอา

พอมาส่งหมอกกับตะวันฉายที่บ้าน เมฆแนะนำให้รู้จักเก่งและหน้าที่ที่เธอต้องทำ ให้นอนกับหมอกไปก่อน หกโมงเช้าลุกไปทำอาหาร แล้วค่อยมาปลุกน้องแต่งตัวไปโรงเรียน โดยให้เก่งเป็นคนไปส่ง...เมฆออกไปทำงานที่ห้องอัดเสียงต่อ ตะวันฉายถือโอกาสเดินสำรวจหาข้อมูล ขณะกำลังดูรูปธีรภพที่วางอยู่ เก่งเข้ามาทัก เธอตกใจทำกรอบรูปหล่นแตก เก่งบอกให้เก็บกวาดโดยไม่ช่วย เพราะจะรีบไปดูบอล ตะวันฉายตามมาซักถามเรื่องของธีรภพ เก่งรำคาญจึงบอกว่า ให้นั่งเชียร์บอลเป็นเพื่อนตนก่อน จบแล้วถึงจะตอบคำถาม

รอจนแล้วจนรอด ตะวันฉายฟุบหลับหน้าทีวี แว่นตกอยู่ที่พื้น สะดุ้งตื่นเพราะเสียงปลุกจากมือถือ เห็นเก่งนอนแผ่อยู่ที่พื้น เธอรีบปลุกเก่ง จากนั้นก็ไปทำอาหารเช้าก่อนขึ้นไปปลุกหมอก โดยลืมไปว่าไม่ได้ใส่แว่น เก่งงัวเงียเตะแว่นกระเด็นไปใต้เก้าอี้ ตะวันฉายพยายามปลุกหมอกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น จนกระทั่งเสียงรถเมฆกลับมา หมอกลุกพรวดขึ้นทันที เธอเข่นเขี้ยว

“หืม...ร้ายนักนะคุณหมอก ไปอาบน้ำล้างหน้าเลยครับ เดี๋ยวได้ลงไปทานข้าวกับคุณพ่อ”

หมอกจ้องหน้าตะวันฉายจนเธอแปลกใจ “พี่ไม่ใส่แว่นแล้วเหรอ...”

“ตายแล้ว แว่น แว่นอยู่ไหน...ใช่แล้วหน้าทีวี” ตะวันฉายลนลานรีบออกไปจากห้อง

หมอกวิ่งตามมาถึงหัวบันได ตะวันฉายชะงักหลบมองเมฆที่ยืนคุยกับเก่งอยู่ เก่งกำลังเอาหน้ารายงานเมฆว่าเป็นคนปลุกซันให้ไปทำอาหารเช้า

“เออดีๆ ขอบใจมากนะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปดูข้างบนหน่อยสิ ทำไมมันเงียบผิดปกติ สงสัยนายหมอกจะแกล้งหลับอีกแน่ๆ”

ตะวันฉายเห็นเมฆกำลังจะขึ้นมา หมอกวิ่งสวนลงไปหา เมฆเห็นลูกยังไม่อาบน้ำแปรงฟัน จึงถามหาซัน หมอกชี้ขึ้นไปว่าแอบอยู่หัวบันได ตะวันฉายตาโพลงจะทำอย่างไรดี เมฆเรียกให้ออกมา เธอตัดสินใจเดินก้มหน้าหลบๆผ่านเขาไปที่ห้องรับแขก เมฆแปลกใจเดินตามเรียก

“ซัน เดินหนีมาทำไม”

“เอ่อ...ผม...ผมมาหาแว่นครับ สงสัยจะตกที่นี่” ตะวันฉายก้มหน้าก้มตาหา

“แค่นี้ก็บอกกันได้ ไม่เห็นต้องวิ่งหนีเลย งั้นฉันช่วย...เก่ง มาช่วยกันหน่อย”

ตะวันฉายรีบบอกว่าไม่ต้อง ตนหาเองได้ เมฆก้มไปใต้เก้าอี้เห็นแว่นก็ร้องบอก ตะวันฉายร้อนรน ผลักเก้าอี้ออกกระแทกเมฆล้มหงายหลังไป แล้วเก็บแว่นมาสวม พอมองไปเห็นเมฆนอนผึ่ง ก็ตกใจรีบยกมือไหว้ขอโทษ

ooooooo

เมฆยืนคอเอียงส่งหมอกหน้าบ้าน ให้เก่งพาขึ้นรถแท็กซี่ไปโรงเรียนกับเก่ง หมอกงอแงตามประสากว่าจะยอมไป จากนั้นเมฆก็ให้ตะวันฉายตามมา เธอขยาดเกรงโดนเล่นงานที่ทำเขาบาดเจ็บ แต่กลายเป็นเขาให้เธอช่วยทายาและนวดต้นคอให้ ฐานทำให้ต้องเจ็บตัว

“มือนายนี่มันนิ่มเหมือนผู้หญิงเลยนะ”

ตะวันฉายชะงักอ้างว่า “พ่อกับแม่ชอบให้ผมเอา โลชั่นนวดเท้าให้ หลังจากทำนาเสร็จน่ะครับ มันเลยทำให้มือผมนิ่ม...นี่ผมก็เพิ่งนวดเท้าตัวเองเมื่อเช้านี้ครับ”

เมฆผงะออกทันที “ไม่เป็นไรแล้ว ขอบใจนะ...อะ...ค่าแรงเมื่อคืนนี้ ฉันให้ของวันนี้ตามที่บอกไว้ด้วย แต่ถ้านายอยากจะกลับก่อนก็ได้นะ” เมฆยื่นซองเงินให้

“ผมอยู่ต่อถึงเย็นตามที่ตกลงกันไว้ก็ได้นะครับ ไม่อยากเอาเปรียบคุณเมฆ”

“นายนี่ก็แฟร์ดีนะ ที่จริงงานของฉันก็ยังไม่เสร็จ แต่ทุกคนเหนื่อยกันมากก็เลยต้องพัก ฉันก็ว่าจะถามนายเรื่องนี้เหมือนกัน”

“จะให้ผมอยู่ต่อเหรอครับ”

“ก็จนกว่าฉันจะได้คนจากศูนย์ได้ไหม”

ตะวันฉายเผลอร้องดีเลย เมฆแปลกใจอะไรดี เธอกลบเกลื่อน ดีที่ตนมีงานทำต่อ แล้วถือโอกาสขอกลับไปเอาเสื้อผ้ามาเพิ่ม เมฆอนุญาตแต่พอเห็นกรอบรูปที่แตก ก็ถามว่าใครทำ ตะวันฉายอ้างว่าแว่นหายจึงเดินชน เมฆไม่ตำหนิอะไร...

กลับมาที่คอนโดฯ เอวากับนิครอฟังอย่างตื่นเต้น ตะวันฉายเซ็งที่ยังหาข้อมูลอะไรไม่ได้ เล่าไปก็เก็บข้าวของใส่กระเป๋าใบโต เอวาเห็นแล้วดึงกระเป๋ากลับมา รื้อพวกเครื่องสำอางออกจนหมด แล้วเปลี่ยนเอาเสื้อผ้าใส่เป้ให้ไปแทน ตะวันฉายบ่นอุบ

“ไม่มีครีมฉันอยู่ยังไง แล้วไหนจะชุดนอน เสื้อคลุมอาบน้ำ รองเท้าเดินในบ้านอีก อยากเห็นฉันเป็นโรคมือเท้าแตกหรือไง”

“ให้มันแตกสิดี พี่เมฆเขาจะได้ไม่ว่ามือแกเหมือนผู้หญิง จำไว้นะซัน มือเท้าแกแตกก็ยังดีกว่าความลับของแกแตก”

“ถูกของเอวามันนะ ไอ้เรื่องบำรุงน่ะ แกบำรุง เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้าโดนจับได้มันไม่คุ้มนะเว้ย ดีไม่ดีพี่เมฆเขาจะพาลโกรธฉันกับเอวาไปด้วย”

ตะวันฉายได้คิด “จริงของพวกแก ขอโทษนะ ที่ ฉันลืมนึกถึงข้อนี้ไป โอเค ไม่สวยสักสองสามวันก็ได้”

เอวาชมว่าไม่สวยแต่หล่อ ตะวันฉายโอ่ตนผิวพรรณตนดี นิคส่ายหน้าระอาใจกับเพื่อน

ooooooo

มาคราวนี้ เมฆพาตะวันฉายเดินดูบ้านว่าห้องไหนเป็นห้องอะไรบ้าง ตะวันฉายแปลกใจที่ชั้นบนมีห้องพระและห้องนอนสี่ห้อง แต่อยู่แค่สองห้องพ่อกับลูก จึงเอ่ยปากถามว่าแม่ของหมอกอยู่ห้องไหน เมฆหน้าเครียดจ้องตะวันฉายจนเธอต้องหลบสายตา

ลงมาข้างล่าง เมฆอธิบายหน้าที่ที่ตะวันฉายต้องทำทั้งหมด รวมถึงอาหารที่ต้องทำให้หมอก ขอให้ครบห้าหมู่ พวกน้ำอัดลมกับขนมหวานให้ได้นิดหน่อย เมฆเดินพูดไปแต่แล้วเอะใจที่เธอเงียบ หันไปมอง เห็นตะวันฉายหยุดดูรูปที่ชั้นหนังสือ จึงกระแอมเรียก

“ผมเห็นรูปเก่าๆของคุณเมฆ เหมือนจะมีพี่ชายหรือน้องชายอีกคนนี่ครับ”

“มันเกี่ยวกับงานของนายไหม”

ตะวันฉายหน้าเจื่อน เมฆกำชับไม่ชอบคนสอดรู้ สอดเห็น...เมฆพาตะวันฉายกลับขึ้นมาชั้นบน เปิดห้องข้างห้องหมอกให้เป็นห้องของเธอ แถมบอกว่า

“จริงๆห้องนี้เป็นห้องเก็บของ ปกติฉันก็ไม่ให้ใครขึ้นมานอนชั้นบน ถ้ากล่อมนายหมอกเสร็จแล้วอยากนอนห้องหมอกก็ได้นะ ฉันให้ห้องนี้นาย จะได้ไม่ต้องไปฟุบหลับข้างล่างอีก”

ตะวันฉายแอบเบ้หน้าเพราะห้องเล็กเท่ารูหนูเมฆยังบอกอีกว่าบางทีเขาก็ชอบไปนอนกับหมอก เราผู้ชายสามคน นอนด้วยกันคงไม่อึดอัดเท่าไหร่ เธอร้องเสียงหลง

“หา...คุณจะมานอนด้วยเหรอครับ”

“ทำไม ชีวิตนี้ไม่เคยนอนกับเพื่อนผู้ชายหรือไง”

ตะวันฉายอึกอักว่าเคย เมฆบ่นแล้วจะมีปัญหาอะไร เธอรีบส่ายหน้า เมฆบอกอีกว่าคืนนี้ตนต้องทำงานทั้งคืน ฝากดูแลหมอกด้วย พอเมฆเดินไปเธอก็รีบปิดประตูห้องนั่งถอนใจ ไม่มีวันเสียหรอกที่จะนอนร่วมด้วย คืนนี้จะต้องหาข้อมูลของธีรภพให้ได้ ว่าแล้วก็รื้อของออกจากเป้จัดใส่ตู้ ส่วนมือถือก็ปิดเครื่องเก็บไว้ในเป้...

บังเอิญยุทธการโทร.หาหลายครั้งไม่ติดก็กังวล โทร.ไปถามที่รีสอร์ท ทางนั้นบอกว่าตะวันฉายพักร้อนไม่มีกำหนด จึงคิดถามเอวากับนิค

ยุทธการมาที่โรงเรียนดนตรีของเอวา สองคนเพิ่งสอนเสร็จ กำลังจะออกไปทานอาหารกลางวัน

“ขอโทษที่มารบกวนนะ พอดีพี่พยายามโทร.หานิคกับเอวา แต่ไม่มีใครรับสาย”

ทั้งสองหยิบมือถือมาดู ลืมเปิดเครื่องจริงๆเพราะเมื่อกี้สอนอยู่...สามคนมานั่งทานอาหารด้วยกัน เอวา พยายามกลบเกลื่อนอาการตื่นเต้นที่ได้อยู่ใกล้ยุทธการ เขาถามถึงตะวันฉาย สองคนช่วยกันโกหกว่าคงนอนอยู่ หรืออาจแบตหมด ยุทธการจึงคิดว่าจะไปหาที่คอนโดฯ

“ไม่ต้องหรอกครับ” ทั้งสองตกใจพูดพร้อมกัน

“คือซันมันบอกเอวาไว้ว่าคืนนี้จะโทร.มาเม้าท์กัน แสดงว่ากลางวันอาจจะไม่อยากให้กวน”

ยุทธการดูเศร้า เอวาสงสารรับปากถ้าตะวันฉายติดต่อมา จะให้โทร.หาเขาทันที

ooooooo

ระหว่างที่อยู่บ้านเมฆ เก่งวางท่าข่มตะวันฉาย ถือว่าอยู่มาก่อน ใช้ทำโน่นนี่ให้ เธอไม่อยากมีปัญหาจึงบอกว่ายินดีทำงานแทนแต่ขอให้ตอบคำถามเรื่องที่ตนถามเมื่อคืน เก่งอ้างว่าไม่ชอบนินทาเจ้านาย ตะวันฉายย้อนถาม เรื่องพี่ชายเมฆ ถือว่านินทาเจ้านายหรือเปล่า

“ไม่นินทาหรอก เรียกว่าทำความรู้จักกับประวัติเจ้านาย”

แต่พอตะวันฉายถามถึงพี่ชายเมฆอยู่ไหน เก่งไม่รู้อะไรเลย เพราะตั้งแต่มาอยู่ได้สองปีก็ไม่เคยเจอ เล่นเอาตะวันฉายเซ็งที่อยู่สองปีรู้พอๆกับตนที่อยู่สองชั่วโมง

ตกเย็น ตะวันฉายทำอาหารให้หมอกทาน แต่หมอกต่อรองจะเล่นก่อน เธอจึงต้องหลอกล่อเล่นด้วยและให้กินข้าวด้วย ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันสนุกสนาน เมฆกำลังจะออกไปทำงานหยุดมอง ถึงกับส่ายหัว...จะไหวไหมเนี่ย

ในขณะที่เอวาตั้งหน้าตั้งตาโทร.หาตะวันฉายเท่าไหร่ก็ไม่ติด นิคเข้ามาแหย่...ที่โทร.หานี่เป็นห่วงเพื่อนหรือห่วงยุทธการ เอวาอึกอักโวยกลบเกลื่อน คิดอะไรแบบนั้น

“โห...แซวนิดเดียวทำไมต้องโกรธขนาดนี้วะ...

เอาน่า เรื่องนี้ฉันจัดการเอง แค่รอให้พี่เมฆมาก่อน”

ขาดคำเมฆมาถึงพอดี นิคทักทายแล้วขอตัวไปซื้อบัตรเติมเงินโทรศัพท์ โดยดึงเอวาออกไปด้วย ออกมาข้างนอกนิคบอกเอวาว่าจะโทร.เข้าเบอร์บ้านเมฆ เอวาทึ่งในความฉลาดของนิค...พอโทร.เข้าไป ตะวันฉายรับสายเสียงทุ้ม จนนิคอดแซวไม่ได้

“โห...ไม่หลุดคอนเซปต์ความเป็นแมนเลย”

ตอนที่ 4

ตะวันฉายจะแยกไปรับหมอกที่โรงเรียน เอวากับนิคอาสาไปส่ง แต่เธอห้ามไว้เกรงหมอกเห็นจะเป็นเรื่อง ดังนั้นเอวาจึงเตือนอย่าลืมโทร.หายุทธการ

ตะวันฉายตาโตนึกได้ เอวาย้ำให้โทร.เดี๋ยวนี้  เธอรับปากว่า รถแล่นออกไปปุ๊บจะโทร.ปั๊บ นิคมองๆ อย่างสะเทือนใจ

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

คู่จิ้นในตำนาน "ปูเป้-แซม" หวนคืนจอในรอบ 20 ปี พร้อมฟาดฟันฝีมือ "พลอย-เฌอมาลย์"
23 ม.ค. 2563

15:11 น.