ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หมอกกับอิงฟ้านั่งเล่นกันอยู่ที่สระน้ำ เมฆเดินหน้าตึงออกมา หมอกร้องถามพ่อจะไปไหนแล้วชวนมาเล่นด้วยกัน เมฆฝืนยิ้ม

“เอ่อ...พ่อมีธุระครับ ไว้วันหลังเราค่อยเล่นด้วยกันนะครับ”

“เมฆจะไปไหน แล้วคุณซันล่ะ” อิงฟ้าสงสัย

เมฆนิ่งๆไม่ตอบ เดินขึ้นรถขับออกไป อิงฟ้ายิ่งงง สักพักเห็นตะวันฉายเดินออกมายืนมองรถเมฆที่แล่นออกไป จึงเดินเข้าถามว่าเมฆไปไหน ตะวันฉายทำหน้าเศร้าๆ

“คุณซัน...มีอะไรเหรอคะ”

ตะวันฉายถอนใจไม่รู้จะตอบอย่างไร หมอกวิ่งเข้ามากอด

“คุณพ่อโกรธพี่ซันเหรอ”

อิงฟ้าเห็นสีหน้าตะวันฉายเจื่อนๆจึงรีบบอกลูกชายไปเล่นกับเก่งก่อน หมอกวิ่งไปทันที อิงฟ้ากุมมือตะวันฉายปลอบ ในขณะที่ตะวันฉายทำหน้าจะร้องไห้

“คุณเมฆคงคิดว่าซันโกหกเขา แต่จริงๆซันแทบจะลืมพี่ธีไปแล้ว ซันไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรเขาเลยจริงๆนะคะ”

“ฟ้าเข้าใจค่ะ”

“แต่คุณเมฆเขาไม่เข้าใจ เขาคงโกรธซันมาก”

“ไม่หรอกค่ะ ถ้าเมฆจะโกรธคุณซัน เขาควรจะโกรธและเกลียดฟ้ามากกว่าไม่ใช่เหรอคะ คุณซันยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย”

“ซันก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะคุณฟ้า เพราะปกติต่อให้เขาโกรธหรือไม่พอใจอะไร เขาก็มักจะพูดออกมาบ้าง แต่คราวนี้เขาไม่พูดอะไรเลย ซันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร”

“ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณซัน เดี๋ยวพอเมฆกลับมาฟ้าจะช่วยพูดให้”

“ขอบคุณนะคะคุณฟ้า” ตะวันฉายยิ้มไม่ออก ทั้งที่อิงฟ้ายิ้มปลอบอย่างจริงใจ

ooooooo

ในตอนกลางคืน อิงฟ้าพาตะวันฉายมาหาเมฆที่ผับ เจอกับเอวา เธอบอกว่าเมฆยังไม่ได้มาบ่นอะไร อิงฟ้าให้ตะวันฉายรอคุยกับเมฆ แต่ไม่ทันไร จอมสยามเดินเข้ามา นิคทัก

“อ้าว..พี่จอมมาทำไมครับ ก็เมื่อวานพี่รู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าพี่เมฆกลับมาทำงานแล้ว”

“ก็นี่แหละที่พี่โมโห ช่วงนี้กำลังยุ่งเรื่องโปรโมตอัลบั้มให้เมฆ ตอนไม่สบายก็มาเล่นแทนให้แล้ว นี่พอหายได้วันเดียวก็โทร.ไปตามพี่มาอีก”

“นี่พี่เมฆลาคืนนี้เหรอคะ”

“คืนนี้คืนเดียวที่ไหน มันขอให้พี่แทนไปเรื่อยๆก่อนไม่มีกำหนด”

ทุกคนเหวอ ตะวันฉายรีบถาม เมฆบอกหรือเปล่าว่าไปไหน กลับบ้านไหม จอมสยามส่ายหน้าเซ็งๆ

“ไม่ทราบจริงๆครับ อย่าว่าแต่ถามอยู่ที่ไหนเลย ขนาดผมยังไม่ตอบรับว่าจะมาแทนให้มันก็วางไปเลย โทร.กลับก็ปิดเครื่องไปแล้ว”

ตะวันฉายทรุดนั่งอย่างหมดแรง มองแหวนที่นิ้วน้ำตาไหลออกมา ทุกคนสงสารเธอ ยกเว้นจอมสยามที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

กลับถึงบ้าน ตะวันฉายรอคอยเมฆทั้งคืน อิงฟ้าเห็นแล้วสงสาร...วันรุ่งขึ้น ตะวันฉายหลับบนโซฟาในห้องรับแขก เก่งเข้ามาปลุก เธอรีบถามถึงเมฆกลับหรือยัง ไม่ทันที่เก่งจะตอบ เสียงรถเมฆแล่นเข้าบ้าน เธอวิ่งตื๋อไปรอรับ เมฆเดินหน้าตึง

“คุณเมฆ เมื่อคืนหายไปไหนมาคะ” เมฆไม่ตอบเดินเลยไปที่บันได ตะวันฉายดึงมือไว้ “คุณเมฆ ซันอยากคุยกับคุณค่ะ”

เมฆดึงมือออกแล้วเปลี่ยนเดินเข้าห้องทำงานแทน ตะวันฉายวิ่งตาม เก่งอมยิ้มเข้าใจว่า คู่รักงอนกันธรรมดา... ตะวันฉายวิ่งตามเมฆ แทรกตัวเข้ามาในห้องก่อนที่เขาจะปิดประตู

“คุณเมฆเป็นอะไรคะ ทำไมถึงหายไปทั้งคืน”

เมฆไม่สนใจ หันไปเล่นดนตรี ตะวันฉายพยายามอดทน จับมือเขาให้หยุด “คุณเมฆ นี่คุณเป็นอะไรของคุณเนี่ย ฉันงงไปหมดแล้ว”

“ผมก็เป็นของผมอย่างนี้แหละ”

“ไม่ใช่...นี่ไม่ใช่คุณแน่ๆ คุณกำลังเล่นตลกอะไรกับฉัน”

“แล้วมันตลกดีไหม เธอน่าจะชอบนะ เพราะฉันก็เล่นเหมือนที่เธอเคยเล่นกับฉันไง”

ตะวันฉายหน้าเสีย “คุณพูดอะไรฉันไม่เข้าใจ”

“ไม่เอาน่าคุณตะวันฉาย คุณก็เคยหลอกผมว่าเป็นผู้ชาย ตอนนี้ผมก็ขอหลอกคืนบ้าง สนุกดีใช่ไหม”

“คุณหลอกฉัน หมายความว่าไง”

“หลอกว่ารักคุณไง เอ...ไม่เอาสิ ใช้คำว่าหลอกมันดูแรงไป เอาเป็นว่าผมล้อคุณเล่นแล้วกัน ที่ผมรักคุณน่ะ...ผมล้อเล่น”

“ล้อเล่น! ไม่จริง ก็คุณเสี่ยงชีวิตช่วยฉัน คุณไม่ทำเพราะต้องการล้อเล่นใช่ไหมคะ”

“ใช่ เรื่องนั้นผมไม่ได้ล้อเล่น แต่ที่ผมทำก็เพื่อรักษาชีวิตหมอกไม่ใช่คุณ แต่บังเอิญที่คุณอยู่กับหมอก มันก็เลยเพิ่มคะแนนน่าเชื่อถือให้ผมโดยปริยาย”

“นี่คุณไม่ได้รักฉันจริงๆเหรอ” ตะวันฉายกำมือแน่นด้วยความโกรธ

“ตอนนี้เราสองคนเจ๊ากันแล้วนะ...จำไว้นะครับคุณตะวันฉาย เป็นคนโดนหลอกน่ะมันไม่สนุกหรอก มันเจ็บ” เมฆจะเดินไป

ตะวันฉายดึงแขนเขาไว้ “ถ้าคุณยืนยันว่าไม่ได้รักฉัน ฉันจะไป”

“ก็แล้วแต่คุณ” เมฆสลัดแขนออกเดินจากไป

ตะวันฉายยืนอึ้ง ไม่คาดคิดว่าเขาจะทำกับตนขนาดนี้...เธอเดินกลับห้อง ล้มตัวลงกับที่นอน ร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนหนำใจ แล้วลุกขึ้นเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า

ooooooo

รุ่งเช้า ตะวันฉายถือกระเป๋าเดินออกมา เก่งกับอิงฟ้าตกใจเข้ามาถามจะไปไหน ตะวันฉายยิ้มเจื่อนๆพร้อมกับบอกว่า ทุกอย่างมันจบแล้ว อิงฟ้าทักท้วงให้ค่อยๆพูดจากัน ตนจะช่วย

“คุณเมฆเขาบอกซันหมดแล้วค่ะ ขอบคุณคุณฟ้าที่เป็นห่วงซัน...ซันไปนะคะ”

อิงฟ้าถามอีกว่าจะไปไหน ตะวันฉายไม่ตอบ บอกเพียงว่า ฝากลาหมอกให้ด้วย แล้วหันมาลาเก่ง เก่ง

หน้าเศร้าวิ่งตามไปส่งหน้าบ้าน อิงฟ้าถอนใจมองเข้าไปในบ้านเห็นเมฆแอบดูอยู่มุมหนึ่ง จึงรีบเข้าซักไซ้

“เมฆน่าจะมีอะไรอยากคุยกับฟ้าหน่อยนะ”

“ฟ้ารักพี่ธีมากไหม” เมฆกลับย้อนถาม

“ก็...ใช่ พี่ธีเป็นคนดี เขาดีกับฟ้ามาก ฟ้าโง่เองที่เพิ่งรู้สึกว่าพี่ธีเป็นคนที่ฟ้าอยากอยู่ด้วยตลอดชีวิต”

เมฆพยักหน้ารับรู้ อิงฟ้าข้องใจเกี่ยวอะไรกับเรื่องตะวันฉาย เมฆเอื้อนเอ่ยว่า คนดีๆอย่างธีรภพ สมควรแล้วที่ใครต่อใครจะรัก ว่าแล้วก็ลุกเดินไป

“อ้าว...เมฆ จะไม่ให้ฟ้าเข้าใจอะไรเลยใช่มั้ย...เฮ้อ” อิงฟ้าเหนื่อยใจ นึกได้รีบโทร.หายุทธการ “คุณยุทธคะ เกิดเรื่องแล้วค่ะ...”

หลังจากนั้น ยุทธการมาที่โรงเรียนดนตรีของเอวา ช่วยกันคิดว่าจะช่วยตะวันฉายกับเมฆอย่างไรดี เอวาพยายามโทร.หาตะวันฉาย แต่เธอปิดเครื่อง โทร.ถามที่คอนโดฯก็ไม่กลับ นิคเริ่มบ่น

“อะไรกันวะคู่นี้ เมื่อคืนพี่เมฆปิดเครื่องแล้วหายตัวไป วันนี้ไอ้ซันปิดเครื่องแล้วก็หายตัวไปอีก”

“เอวาว่าเราไปคุยกับพี่เมฆให้รู้เรื่องดีกว่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

แต่ยุทธการแย้งว่าไม่มีประโยชน์ ขนาดอิงฟ้า ถามเมฆ เขายังไม่ยอมตอบ ทางเดียวที่ควรทำคือตาม หาตะวันฉายให้เจอ แต่นิคไม่รู้จะหาที่ไหน หรืออาจจะกลับเกาะ ยุทธการฉุกคิด

“พี่ว่าไม่นะ เพราะตอนมาที่นี่พี่โทร.ไปถามที่รีสอร์ตแล้ว ไม่มีการส่งเรือมารับใครพิเศษนอกจากกรุ๊ปปกติ”

“แสดงว่าซันก็ไม่ได้คิดจะกลับเกาะ แล้วมันไปไหน” เอวาสงสัย

ยุทธการคิดสักครู่แล้วนึกได้ ตนรู้แล้วว่าตะวันฉายอยู่ไหน ทุกคนมองเขาอย่างอยากรู้

ooooooo

บ้านสวนริมน้ำ ที่เป็นบ้านพักแห่งหนึ่งของครอบครัว ตะวันฉายนั่งซึมเศร้าอยู่ตรงศาลา ครุ่นคิดถึงคำพูดทุกคำของเมฆ ที่ว่าหลอกเล่นว่ารักตน น้ำตาไหลพรากออกมา ทันใดมีมือมาจับไหล่ เธอสะดุ้งเงยหน้ามอง เห็นนิค เอวา และยุทธการ ตะวันฉายลุกขึ้นโผกอดเอวาร้องไห้โฮ

“อะไรกัน นี่พี่เมฆเขาลงทุนทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นแกเหรอ” นิคฟังเรื่องแล้วไม่อยากเชื่อ

“นั่นสิ พี่ว่าต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ๆ”

“เขาเป็นคนพูดจากปากเขานะคะ แม้แต่การบอกเลิกเขาก็เป็นฝ่ายพูด แล้วมันจะเข้าใจผิดได้ยังไง”

เอวาถามจะปล่อยให้จบแบบนี้หรือ ตะวันฉายย้อนถาม คนไม่รักกันมีจบแบบอื่นด้วยหรือ เอวาอึ้ง... ยุทธการหยั่งเชิง อยากกลับเกาะไหม

“ไม่ดีกว่าค่ะ ตอนนี้ซันต้องการอยู่ที่นี่ เพราะที่นี่เป็นที่ที่เขากับซันไม่เคยมีอดีตร่วมกัน บางทีซันอาจจะลืมเขาได้”

“ซัน แกแน่ใจนะว่าที่นี่จะทำให้แกหนีตัวแกเองพ้นน่ะ”

“ฉันจำเป็นต้องทำให้ได้เอวา”

เอวาลูบไหล่ปลอบประโลมเพื่อนรักด้วยความเห็นใจ... หลังจากนั้นไม่นาน ยุทธการ เอวา และนิคเดินออกมาจากบ้านสวน นิคเห็นยุทธการนิ่งๆไปจึงถามว่าคิดอะไรอยู่

“พี่ไม่เชื่อว่าทุกอย่างที่คุณเมฆทำมา มันคือแผน”

“ทำไมพี่ยุทธถึงเชื่ออย่างนั้นครับ”

“การกระทำไง สิ่งที่คุณเมฆทำกับผู้หญิงที่เขารักมากทั้งสองคนเหมือนกันก็คือ...เขาจะอภัยเมื่อคนที่เขารักทำผิดพลาด มันเป็นไปไม่ได้ที่คุณเมฆจะแค้นฝังหุ่นกับสิ่งที่ซันทำ”

“เอวาก็คิดเหมือนกันค่ะ ถึงเอวาจะรู้จักพี่เมฆแค่ไม่กี่ปี แต่ไอ้นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นนี่มันไม่ใช่พี่เมฆ”

นิคสรุปความว่าเมฆยังรักตะวันฉาย เพียงแต่มีเรื่องไม่เข้าใจกัน เอวาเสนอต้องช่วยทำให้สองคนนี้กลับมาเข้าใจกัน นิคเห็นด้วย ยุทธการถามจะทำอย่างไรกัน สองคนหัวเราะแหะๆ

“ตอนนี้ยังนึกไม่ออกค่ะ พี่ยุทธนึกออกไหมคะ”

“พี่ถนัดแต่แผนจับโจร”

สามคนช่วยกันคิด แล้วนิคก็ดีดนิ้วเปาะ “รู้แล้วว่าจะทำไง”

ooooooo

เย็นวันนั้น เมฆเตรียมตัวจะไปเล่นดนตรี เดินผ่านห้องตะวันฉายก็หยุดชะงักมอง อิงฟ้าจูงหมอกเดินมาเห็น เธอบอกลูกให้ลงไปบอกเก่งตั้งโต๊ะอาหาร แม่ขอคุยกับพ่อสักครู่

อิงฟ้าเดินมาใกล้เมฆแล้วแกล้งเปรย “คราวนี้คุณซันคงรีบ เลยไม่ได้เก็บห้อง อย่างว่าล่ะ ถูกไล่ไปนี่”

“ผมไม่ได้ไล่”

“จริงเหรอเมฆ”

“เขามาที่นี่เอง แล้วเขาก็ไปเอง บางทีนี่อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดของเขา”

“ฟ้าเชื่อคุณซันเขาไม่อยากไปจากที่นี่หรอก แต่เป็นเพราะเมฆนั่นแหละ ทำให้เขาตัดสินใจอย่างนั้น คุณซันเขารักเมฆมากนะ เมฆสัมผัสไม่ได้เหรอ”

“เพราะเขาไม่รู้ตัวไงว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ผมถึงต้องช่วยตัดสินใจแทนเขายังไงล่ะ”

เมฆพูดจบเดินหนีไป ปล่อยอิงฟ้ายืนงงไม่เข้าใจสิ่งที่เขาบอก...

คืนนั้น เมฆเล่นดนตรีเหมือนไม่สนใจเอวากับนิค จนสองคนแอบกระซิบกัน หลังเล่นจบนิคขอเวลาคุยกับเมฆ แต่เขาจะรีบกลับ นิคจึงขอเวลาแค่ห้านาที

“งั้นพี่ก็ขอห้านาทีนี้ให้กับคนที่มีค่ากับชีวิตพี่เพราะพี่จะกลับไปใช้เวลานี้กับหมอก”

“นี่พี่เมฆโกรธซันเรื่องอะไรเหรอครับ”

“ขอโทษนะนิค แต่พี่ไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว” เมฆตัดบทแล้วเดินออกไป

เอวาถามนิค เหมือนเมฆโกรธเราสองคน นิคตอบว่าไม่เหมือน แต่โกรธเลย

“แต่จะว่าโกรธที่เราช่วยซันปิดเรื่องปลอมตัวมันก็ไม่น่าจะใช่นะ เพราะถ้าโกรธเรื่องนี้ก็น่าจะโกรธตั้งนานแล้ว”

เอวาคิดว่า ปล่อยไปแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาทาง ทำให้สองคนกลับมาคืนดีกันโดยด่วน...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ยุทธการมาหาเมฆที่บ้าน ยื่นกล่อง ของขวัญให้

“ซันเขาให้ผมเอามาให้คุณ เปิดดูสิครับ”

เมฆเปิดกล่องเห็นข้างในเป็นนาฬิกาทรายก็ ปรายตามองยุทธการทำนองถามเหตุผล...ขณะเดียวกัน เอวากับนิคอยู่ในรถ เอวาพูดใส่โทรศัพท์พากย์บทให้ยุทธการ ซึ่งใส่บลูทูธพูดตาม

“คุณลองพลิกนาฬิกานั่นสิ แล้วคุณจะรู้ว่า เวลาสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ”

“เขาเชื่ออย่างนั้นจริงๆเหรอครับ” เมฆย้อนถาม

“ถ้าไม่เชื่อเขาคงไม่ให้ผมเอามันมาให้คุณหรอก ครับ ผมถึงอยากให้คุณให้โอกาสซันอีกครั้ง ลองปรับความเข้าใจกันดู” เอวาพากย์ แต่ยุทธการฟังไม่ถนัด กลับพูดไปว่า

“ผมถึงอยากให้คุณให้โอกาสซันอีกครั้ง ลองกลับเข้าไปในรู เอ๊ะ...ว่าไงนะ”

“คุณยุทธว่าอะไรนะครับ” เมฆงง

เอวาตกใจรีบพากย์ใหม่ ยุทธการถึงพูดอีกครั้งได้ถูกต้อง ก่อนจะรวบรัดตัดความ

“เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณยังไม่ต้องให้คำตอบผมตอนนี้ก็ได้ ถามใจตัวเองดีๆว่ายังรักซันอยู่ไหม ถ้ายังรัก ผมอยากให้คุณให้โอกาสซัน ให้โอกาสตัวเองอีกครั้ง ไป เจอซันนะครับ”

เมฆนิ่งไปท่าทางจะใจอ่อน ยุทธการเป่าปากโล่งอก ลากลับออกมาขึ้นรถ นิคกับเอวารีบถามว่าเมฆตกลงหรือไม่

“ยัง แต่พี่ว่าเขาจะต้องไปแน่ๆ พี่อ่านสายตาเขาออก”

“ผมเชื่อสายตาพี่ยุทธครับ แต่ผมจะไม่เชื่อหูพี่ยุทธอีกแล้ว”

“นั่นสิ เกือบทำพี่เมฆจับได้แล้วมั้ยล่ะ”

ยุทธการยิ้มเจื่อนๆ “ก็บลูทูธพี่มันเก่า เลยได้ยินไม่ชัดน่ะสิ”

“ยังไงก็ถือว่าเราพยายามเต็มที่แล้ว คราวนี้คนต่อไปที่เราต้องจัดการต่อ ก็คือซัน”

ฟังเอวาแล้วยุทธการแอบลุ้นในใจ หวังว่าคงสำเร็จ...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.