ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ตะวันฉายในม่านเมฆ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เย็นวันเดียวกัน เอวาเอาช่อดอกไม้มาให้

ตะวันฉายที่บ้านสวนริมน้ำ เธอมีสีหน้าแปลกใจว่ามาจากใคร เอวาเฉลยว่า จากคนที่รักเธอเท่าชีวิต

“พ่อกับแม่ฉันเนี่ยนะ”

“แกลืมคนที่เสี่ยงชีวิตช่วยแกแล้วรึไง”

ตะวันฉายไม่เข้าใจว่าให้ทำไม เอวาประชด  “ให้แกเอาไปขายสี่แยกไฟแดงละมั้ง ถามได้ เขาก็ง้อแกน่ะสิ”

“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ ขับไล่ไสส่งฉันขนาดนั้น แล้วจะมาง้อด้วยดอกไม้แค่ช่อเดียว”

“ช่อเดียวไม่พอ แกจะเอาทั้งไร่เลยรึไง อุตส่าห์ง้อแกแล้วก็ดีๆกันเถอะวะ” นิคหมั่นไส้

ตะวันฉายฝากเอาไปคืน เอวากับนิคอ่อนใจ พยายามเกลี้ยกล่อมว่าเมฆรักเธอมาก แต่หญิงสาวยังน้อยใจ คนรักกันเขาไม่พูดแรงๆแบบนั้น นิคบอกว่าเมฆสำนึกผิดแล้ว ให้อภัยเถอะ

“ไม่...ฉันพูดตามตรงนะ ฉันเห็นสายตาเย็นชาของเขา มันทำให้ฉันไม่อยากกลับไปเจอเขาอีก แกคิดดูสิ ขนาดฉันหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านเขา เขายังไม่สนใจไยดีเลย  แล้วแกคิดว่าฉันควรจะกลับไปหาคนแบบนั้นอีกไหม”

“ควรหรือไม่ควร คนที่จะตอบคือแก ไม่ใช่พวกฉัน แต่ที่ฉันจะบอกแกคือ พี่เมฆเขาอยากเจอแกมาก ถ้าแกรักเขามากพอที่จะอภัยให้เขาได้ ก็อย่าปล่อยให้เขารอเก้อก็แล้วกัน” เอวาทิ้งท้าย

ตะวันฉายนิ่งอึ้ง แต่สีหน้าดูใจอ่อนลงไม่น้อย...

คืนนั้นทั้งคืน ตะวันฉายและเมฆนอนไม่หลับกระสับกระส่าย ต่างครุ่นคิดถึงกันและกัน

วันรุ่งขึ้น บริเวณสวนที่ร่มรื่นสวยงาม ยุทธการ เอวา และนิค เดินเครียดเป็นหนูติดจั่น ลุ้นกันสุดๆว่า

เมฆกับตะวันฉายจะมาพบกันไหม ยุทธการเป็นกังวลถ้าแผนไม่ได้ผล จะทำอย่างไร เอวาปลอบว่า ต้องหาทางใหม่จนกว่าจะได้ผล...ทันใด นิคร้องตื่นเต้นเห็นรถเมฆแล่นมาจอด ทั้งสามรีบหลบ เมฆลงจากรถมานั่งที่ม้านั่งริมน้ำ ในมือมีกล่องนาฬิกาทรายมาด้วย

สักพัก ตะวันฉายนั่งแท็กซี่เข้ามา สามคนที่ซุ่มดูอยู่ดีใจกันใหญ่ ตะวันฉายเดินเข้ามาหาเมฆ พูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง “มีอะไรจะพูดก็พูดมา”

“ผมมาเพราะอยากเอาของมาคืนคุณ” เมฆยื่นกล่องให้ “ขอบคุณสำหรับนาฬิกาและความรู้สึกดีๆท่ีมี

ให้ผมมาตลอด แต่ครั้งนึงผมเคยเจ็บหนักกับการตกเป็นตัวสำรอง ผมไม่อยากกลับไปอยู่ในสภาพนั้นอีกแล้ว”

“คุณพูดอะไรของคุณ แล้วนี่นาฬิกาใคร”

“ก็คุณเป็นคนเอามาให้ผมไม่ใช่เหรอ”

“บ้าเหรอ ฉันจะให้คุณทำไม ฉันไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะให้ของคนที่พูดจาแย่ๆกับฉันแบบนั้นหรอกนะ คุณเองต่างหากที่ส่งดอกไม้มาให้ฉัน ฉันถึงต้องมาที่นี่”

เมฆเริ่มเข้าใจแล้วว่าใครสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา สรุปว่าโดนหลอกทั้งคู่ ตะวันฉายยิ่งน้อยใจ

“หมายความว่า ถ้าคุณไม่โดนหลอกมา คุณก็ไม่คิดจะเจอฉันอีกแล้วสิ”

เมฆมองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ แต่ปากแข็งตอบว่าใช่ ตะวันฉายน้ำตาเอ่อขึ้นมาทันที

“งั้นก็ดี ถือว่านี่เป็นการพบกันเพื่อลา ต่อไปนี้ขอให้เราเป็นแค่คนที่ไม่เคยรู้จักกัน ฉันจะถือว่าเราไม่เคยเจอกัน ไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่เคยรักกัน” ตะวัน-ฉายน้ำตาร่วง หันหลังเดินกลับ

เมฆมองตามหลังหญิงสาว อยากจะเรียกเธอไว้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ได้แต่มองด้วยความเสียใจ...สามคนที่ซุ่มดูอยู่ สีหน้าสลดลงที่แผนการล้มไม่เป็นท่า

ooooooo

หลังจากกลับมา ตะวันฉายก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เอวา ยุทธการ และนิคนั่งรอในห้องรับแขกบ้านสวนด้วยความกังวลใจ ยุทธการให้เอวาเข้าไปดู แต่นิคเกรงว่า

“เพิ่งก่อเรื่องอย่างนี้ จะมีหน้าเข้าไปหาไอ้ซันอีกเหรอครับ ได้โดนมันเตะส่งออกมาพอดี”

“แต่ปล่อยไว้แบบนี้ก็แย่ไม่แพ้กันนะนิค ที่เราทำไปทั้งหมดก็เพราะหวังดีกับซัน พี่มั่นใจว่าซันต้องเข้าใจ แต่ที่พี่กังวลก็คือ ซันจะทำใจได้หรือเปล่า”

เอวาใจหายลุกพรวดจะไปดูเพื่อนรัก ไม่ทันไร ตะวันฉายเดินเข้ามาบอกทุกคนว่าตนไม่เป็นอะไร  และพยายามยิ้มให้ทุกคน

“ขอบคุณทุกคนที่พยายามช่วยซัน ตอนนี้ซันคิดได้แล้วค่ะว่า ทุกอย่างมันคงจบแล้วจริงๆ ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องมานั่งเศร้าโศกเสียใจ อกหักได้ก็หายได้ ยังไงชีวิตคนเราก็ต้องดำเนินต่อไปค่ะ”

ทั้งสามคนดีใจที่ตะวันฉายเข้มแข็ง หญิงสาวย้ำ

“เพราะซันมีพี่ยุทธ เอวาแล้วก็นิคไงคะ แค่ผู้ชายงี่เง่าคนเดียว ซันไม่สนใจแล้วค่ะ แต่ต่อไปนี้ขอร้องว่าอย่าพยายามทำให้ซันกับเขาคืนดีกันอีกนะคะ ซันไม่อยากรู้สึกอย่างวันนี้อีกแล้ว”

ทั้งสามคนหน้าเจื่อน รู้สึกผิดและสงสารเพื่อนรักที่คงเจ็บปวดใจไม่น้อย

ooooooo

หลายวันผ่านไป เมฆเอาแต่เงียบเฉย หมอกเริ่มบ่น ทำไมพ่อถึงไม่เล่นด้วยเหมือนก่อน อิงฟ้าปลอบลูกชาย ว่าพ่อเหนื่อยกับงาน แต่หมอกอยากได้ พ่อคนเก่า  และอยากให้พี่ซันกลับมาเล่นด้วยเหมือนก่อน อิงฟ้าถอนใจสงสารลูก

พอมีโอกาส อิงฟ้าออกมาพบยุทธการ เอวา และนิคเพื่อปรึกษาหารือ

“ฉันมั่นใจค่ะ ว่าเมฆยังรักคุณซันอยู่ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ยอมปริปากพูดซักทีว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากอะไร”

เอวารู้นิสัยเมฆว่า ถ้าเขาอยากพูดคงพูดไปนานแล้ว แต่นี่ไม่ยอมปริปาก แสดงว่าเป็นเรื่องที่ไม่อยากพูดจริงๆ อิงฟ้าเป็นห่วง เพราะเห็นเมฆซังกะตายไปวันๆ เกรงจะเป็นโรคซึมเศร้า หมอกก็ถามทุกวันจนไม่รู้จะตอบอย่างไร

“อย่าว่าแต่คุณเมฆเลยครับ ซันเองก็เหมือนกัน ถึงจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ผมดูออกว่าซันเองก็ยังรักคุณเมฆมากเหมือนกัน”

“งั้นเราต้องทำให้พวกเขารู้ว่า ต่างคนต่างยังรักกันอยู่” เอวาเสนอ

นิคแย้งว่าตะวันฉายห้ามเอาไว้ อิงฟ้าเห็นด้วยกับเอวา ถึงจะโกรธก็ต้องยอม เธอครุ่นคิดสักพัก ก่อนบอกแผนการกับทุกคน

แผนการนี้ จอมสยามให้ความร่วมมือ เริ่มด้วยโทร.ชวนเมฆออกมากินข้าวนอกบ้าน ส่วนเอวายุให้ตะวันฉายออกไปหาแฟนใหม่ เธอโวยวายจะบ้าเหรอ

“ก็ฉันกลัวแกเฉาตายนี่หว่า ฉันว่าแกควรออกไปเจอโลกภายนอกได้แล้วนะ แกฝันอยากจะเป็นนักเขียนไม่ใช่เหรอ คนเป็นนักเขียนต้องมีประสบการณ์ชีวิตเยอะๆ”

นิคช่วยยุให้ออกไปหาวัตถุดิบในการเขียนหนังสือ เอวารบเร้าให้ไปนัดบอด

“ไปเถอะน่าซัน ไม่ได้แฟน อย่างน้อยแกก็ได้รู้ว่า เขานัดบอดกันยังไง ดีกว่าอยู่เฝ้าบ้านสวนเป็นผีบ้านผีเรือนแบบนี้นะเว้ย”

ตะวันฉายครุ่นคิดก่อนจะตกลง รับรู้เวลาและสถานที่ เอวากับนิคแอบยิ้มให้กัน...

ooooooo

วันต่อมา เมฆออกมาพบจอมสยามตามนัด มีพนักงานให้เขาลงทะเบียน พอเขารู้ว่าเป็นการนัดบอดก็แปลกใจกำลังจะปฏิเสธ ตะวันฉายเดินเข้ามา ต่างตกใจ พนักงานทัก

“คุณตะวันฉายใช่ไหมคะ งั้นเชิญคุณสองคนตามดิฉันมาเลยค่ะ” พนักงานพาทั้งสองเข้าห้องจัดเลี้ยง

เอวาและนิคซุ่มมองหัวเราะกันคิกคัก ชมว่าแผนนี้เยี่ยมมาก บรรยากาศโรแมนติกแบบนี้ สองคนต้องคืนดีกันแน่ๆ ยุทธการชวนเอวากับนิคหลบไปหาอะไรกินฆ่าเวลา

ระหว่างนั้น เมฆกระซิบถามตะวันฉาย มาทำอะไรที่นี่ เธอย้อนว่าไม่ได้มาหาเขาแล้วกัน

“ผมลืมไปว่าคุณมองผมเป็นคนอื่นไปแล้ว”

“รู้ตัวก็ดี...” พอดีพนักงานเชิญสองคนนั่งด้วยกันที่โต๊ะโต๊ะหนึ่ง ตะวันฉายโพล่งขึ้นว่าขอเปลี่ยนคู่

“ผมก็เหมือนกัน ผมคิดว่าผมคงไปกับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แน่ๆ”

ตะวันฉายสะอึก รีบบอกพนักงานว่าตนไม่มีวันคบกับชายคนนี้ได้ เมฆเจ็บใจ พูดพร้อมกันว่า ช่วยเปลี่ยนคู่ให้ด้วย ทั้งสองสะบัดหน้าไปคนละทาง...พนักงานจึงพาตะวัน–ฉายมาที่โต๊ะเสี่ยหนุ่ม เขาดีใจมากเมื่อเห็นเธอรีบเชื้อเชิญให้นั่ง ด้านเมฆ พนักงานพาไปนั่งกับสาวหมวยที่พอเห็นหน้าเขาก็ปลาบปลื้มดีใจ ทั้งสองพยายามพูดคุยกับคู่ของตน

แต่แล้ว ตะวันฉายก็ทนกับมารยาทแย่ๆของเสี่ยคนนี้ไม่ได้ จนต้องลุกพรวดลากลับ แต่เขาฉุดมือเธอไว้ เมฆซึ่งชำเลืองมองตลอดเวลา พุ่งพรวดมาช่วยจนเกือบมีการชกต่อยกัน เผอิญเสี่ยเห็นหน้าสาวหมวยคู่ของเมฆ เกิดอาการปิ๊งกันขึ้น  เมฆจึงจับมือตะวันฉายเดินออกมาจากห้องจัดงาน หญิงสาวแอบอมยิ้ม จู่ๆเมฆก็ปล่อยมือแล้วเดินไป เธอร้องเรียกเพื่อขอบคุณ

“แยกกันตรงนี้” เมฆหันมาบอกอย่างเย็นชา

“คุณเมฆ ฉันสุดทนแล้วนะ ตกลงมันคืออะไรกันแน่”

“มันไม่มีอะไรทั้งนั้น”

ตะวันฉายไม่เชื่อเพราะเขามาช่วยตนอีก เมฆกลับโต้ว่า ผู้หญิงคนไหนถูกรังแกตนก็ช่วยทั้งนั้น หญิงสาวน้อยใจ

“ได้ ถ้าคุณไม่คิดจะช่วยฉันเพราะรักฉัน ถ้างั้นคุณก็รู้ไว้ด้วยแล้วกัน ว่าที่ฉันขอบคุณคุณเพราะฉันรักคุณ”

เมฆอึ้งยืนมองหน้าตะวันฉาย...ยุทธการ เอวา และนิค กลับมาเห็น คิดว่าสองคนเข้าใจกันแล้ว จะเข้าไปยินดีแต่ยุทธการรั้งไว้ รอดูสักพัก เสียงเมฆถามตะวันฉายว่าเขาจะเชื่อได้อย่างไร

“ทำไมคุณถึงไม่เชื่อฉันล่ะ”

“เพราะผมไม่ใช่พี่ธียังไง การที่คุณเข้ามาที่บ้านเพื่อตามหาพี่ธี มันก็แสดงอยู่แล้วว่าผมคือคนที่ไม่ใช่สำหรับคุณ ผมเคยเจ็บมาแล้ว ผมไม่อยากเจ็บอีก เราจบกันตรงนี้เถอะ” เมฆเดินจากไป

ตะวันฉายลังเลที่จะก้าวตาม เอวาเข้ามาเร่งให้เพื่อนตามเมฆไป หญิงสาวสารภาพว่า ตนกลัวการปฏิเสธอีก ยุทธการให้แง่คิด

“ซัน...ตอนนี้ซันรู้แล้วว่าคุณเมฆเขาเข้าใจว่าเขาไม่ใช่คนที่ซันต้องการ ถ้าซันปล่อยเขาไปก็เท่ากับสิ่งที่เขาพูดมันเป็นความจริง แต่ถ้าใจซันบอกว่าเขาคือคนที่ใช่ ซันก็ต้องตามเขากลับมา”

ตะวันฉายตัดสินใจวิ่งตามเมฆไป เอวาภาวนาขอให้เพื่อนสมหวัง...แต่แล้วตะวันฉายก็ผิดหวัง เธอกลับมาร้องไห้เสียใจที่บ้านสวนริมน้ำ ยุทธการ เอวา และนิคตามมาปลอบใจ นิคบอกว่า จะไม่ไปทำงานต่างประเทศ จะอยู่เป็นเพื่อนเธอ

“ขอบใจพวกแกมากนะที่อยู่ข้างฉันเสมอ แต่พวกแกไม่ต้องห่วงฉันหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะกลับรีสอร์ท”

ทั้งสามตกใจ นิคบ่น “พี่เมฆนี่ยังไงนะ ฉันไม่เข้าใจ จริงๆ ตอนคุณอิงฟ้าทิ้งไปแต่งงานกับพี่ชายดันอภัย แต่กับแกที่ชอบพี่ชายเขาเท่านั้น แล้วตอนนี้ก็รักเขา เขากลับ ไม่ให้อภัย”

“ป่วยการหาคำตอบอื่น เพราะยังไงทุกสิ่งที่เขาแสดง ออกมามันก็คือคำตอบเดียวคือ เขาไม่รักฉัน ทางที่ดีคือฉัน ต้องอยู่ให้ได้โดยไม่มีเขา และฉันก็ต้องอยู่อย่างมีความสุขด้วย”

ยุทธการเห็นท่าทางที่หญิงสาวแสดงออกว่าเข้มแข็ง แต่เขารู้ดีจึงลองหยั่งเชิง “ถ้าซันคิดว่าตัดคุณเมฆได้จริงพี่ก็เห็นด้วย พี่อยากจะขอให้ซันทำอะไรให้พี่สักอย่างเพื่อพี่ชายคนนี้”

ทุกคนมองอย่างสงสัย ยุทธการโพล่งออกมา “แต่งงานกับพี่นะ...”

ทั้งสามตกตะลึง ยุทธการย้ำว่า ตนอยากดูแลและไม่อยากเห็นตะวันฉายร้องไห้อีกต่อไป เอวากับนิคลากยุทธการออกมาคุยมุมหนึ่งของบ้าน ถามเขาจะทำอะไรกันแน่

“ก็ขอซันแต่งงานไง”

“อันนั้นเอวาได้ยินค่ะ แต่มันใช่เวลาไหม ตอนนี้ซันกำลังเจ็บพี่ก็เห็น”

“เพราะพี่เห็นซันเจ็บน่ะสิ พี่ถึงต้องดูแลซัน”

“แต่พี่ยุทธก็รู้ว่าซันรักพี่เมฆ พี่จะยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักพี่เหรอครับ”

“เรื่องนั้น ไม่สำคัญหรอก ที่พี่ต้องการก็คือทำยังไงก็ได้ ให้ซันหายเจ็บโดยเร็วที่สุด”

เอวาท้วงชายหนุ่มแม้ว่าสุดท้ายคนที่เจ็บคือเขา ยุทธการไม่สนใจประเด็นนี้ย้ำว่า  มันคุ้มที่ทนเพื่อตะวันฉาย ทั้งเอวาและนิคไม่เห็นด้วยแต่ไม่รู้จะเอาเหตุผลใดมาแย้ง

ooooooo

ด้านอิงฟ้า พอรู้เรื่องทั้งหมดก็หาโอกาสเข้ามาคุยกับเมฆ แต่เขาไม่ยอมพูดความจริง บอกเพียงว่าไม่ได้รักตะวันฉาย ที่ทำทั้งหมดเพื่อแก้เผ็ด และก็ทำได้สะใจแล้ว

“แปลกนะคำตอบของเมฆคือสะใจ แต่ที่ฟ้าสัมผัสได้คือเมฆกำลังเจ็บปวด เจ็บจากสิ่งที่เมฆทำเองกับมือ ฟ้าหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเร็วๆนี้นะ”

“ตอนนี้ทุกอย่างมันดีอยู่แล้ว ผมจะไม่เปลี่ยน อะไรอีกหรอกฟ้า”

“รู้ไหมว่าฟ้าไม่เคยผิดหวังในตัวเมฆเท่านี้มาก่อน เลย ถ้าเมฆยังหลอกตัวเองแล้วก็ทำร้ายคุณซันแบบนี้ ซักวันเมฆเองนั่นแหละที่จะต้องเสียใจ” อิงฟ้าเดินไป เมฆมองตามเศร้าๆ...

ยุทธการเห็นตะวันฉายไม่ทานอะไรตั้งแต่เช้าจน บ่าย จึงไปซื้อขนมจีบซาลาเปาเจ้าอร่อยมาให้  แต่เธอขอผลัดไว้กินตอนกลางคืน เขาไม่ยอมเพราะตั้งใจจะพาเธอไปทานข้าวนอกบ้าน

และแล้วคืนนั้น ยุทธการก็พาตะวันฉายมาที่ผับ โดยอ้างว่าอยากฉลองที่มีโอกาสได้ดูแลเธอ หญิงสาวเหลียวมองหาเมฆอย่างหวั่นใจ พอเมฆเดินมา ยุทธการก็ชวน มาทานอะไรด้วยกัน แต่เขาขอตัวกลับไปดูแลลูก เพราะสัญญาจะอ่านนิทานให้ฟัง ไม่อยากโกหก

ตะวันฉายรู้ว่าโดนเหน็บ โกรธลุกหนีไปเข้าห้องน้ำ แต่แล้วอดไม่ได้ เดินมาด้อมๆมองๆที่ห้องพักนักดนตรี เห็นแต่เอวากับนิค จึงหันกลับ เจอเมฆยืนอยู่ มารู้ตัวอีกที เธอก็เข้าไปอยู่ในอ้อมอกเขาเสียแล้ว ทั้งสองใจเต้นโครมคราม ตะวันฉายรู้สึกตัวจะผละหนี เมฆถาม

“คุณมาทำอะไรตรงนี้”

“ฉันมาหาเอวากับนิค”

เมฆไม่เชื่อ ห้ามเธออย่ามาที่นี่อีก หญิงสาวโกรธ ตอบโต้เขาว่าไม่มีสิทธิ์มาสั่ง

“เพราะผมไม่อยากเจอคุณ”

“ฉันก็ไม่ได้มาเพื่อจะเจอคุณ เพราะตอนนี้คุณไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิตฉันแล้ว...หลีก”

เมฆดึงมือเธอไว้ ขู่ถ้าเธอมาที่นี่อีกตนจะลาออก ตะวันฉายสวนทันควัน “นั่นมันเรื่องของคุณ”

“ซัน...เลิกทำให้ผมรู้สึก...” เมฆพูดคำว่าหวั่นไหวไม่ออก ตะวันฉายถามรู้สึกอะไร “รู้สึกอะไรก็ช่าง มันเรื่องของผม”

“พอเถอะ คุณเมฆ ต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ได้ไหม ในเมื่อคุณบอกเองว่าไม่อยากเห็นฉัน งั้นก็ช่วยคิดว่าฉันเป็นอากาศแล้วไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีกเพราะฉันเองก็ไม่อยากยุ่งกับคุณเหมือนกัน”

พูดจบตะวันฉายเดินไป เมฆมองตามพึมพำ ก็เพราะเธอเป็นอากาศ เขาจึงขาดเธอไม่ได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.