ตอนที่ 9
“คำพูดสารวัตรมันเหมือนคำปฏิญาณที่เขาพูดกันทั่วๆไป แต่พอปฏิบัติกันจริงๆไม่เห็นมีใครใส่ใจซักคน ชีวิตจริงมันทำยากนะครับสารวัตร”
“ยากแต่ก็ต้องทำครับ เส้นทางสายคนดีไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน”
“ผมจะพยายามครับสารวัตร” บุญเชิดทำความ เคารพและมองใหญ่ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและศรัทธา...
ตำรวจหลายคนช่วยกันเก็บกวาดและซ่อมแซมบริเวณที่เกิดไฟไหม้ สักครู่พจนารถมาตามกอบเกียรติไปพบสารวัตรในห้องทำงาน
“เอกสารที่โดนไฟไหม้ไปเมื่อคืนมีบันทึกแจ้งความคดีป้าสำอาง แล้วก็แฟ้มพยานหลักฐานต่างๆอยู่ในนั้นด้วยครับ”
“คุณเป็นคนรวบรวมพยานหลักฐาน พอจะจำได้ใช่ไหมว่ามีอะไรบ้าง”
“จำได้ครับ”
“งั้นผมคงต้องขอให้คุณไปรวบรวมเอกสารพวกนี้มาใหม่ โดยเฉพาะคดีป้าสำอาง ผมขอก่อน”
“ได้ครับ” กอบเกียรติรับปากทั้งที่หนักใจ
ooooooo
กลางวันวันนี้เอง กำนันฉลองโชคกับสมุนสองคนคือเบี้ยวกับปืนตั้งใจไปข่มขู่ป้าสำอางถึงบ้านแต่แกทำเป็นเงียบไม่ขานรับ ปล่อยให้พวกนั้นร้องเรียกอยู่สักครู่ก่อนจะผละไปทางบ้านลุงเขียนกับป้าพุด
สำอางรู้แกวรีบโทร.บอกสองผัวเมียให้รู้ตัวและรีบหลบซ่อน เมื่อพวกกำนันมาถึงจึงเห็นเพียงจานข้าวที่วางทิ้งไว้ แต่ก็รู้ทันว่าทุกคนยังอยู่แถวนี้
สำอาง พุด และเขียนหนีมารวมตัวกันแถวทุ่งนาใกล้บ้าน แล้วพุดก็โทร.หาดาบนรินทร์ลูกชายที่เข้าเวรอยู่ในตัวจังหวัด
“รินทร์ช่วยแม่ด้วย ตอนนี้กำนันกับพวกมันมาที่บ้าน ไม่รู้มันมาทำไมกัน พ่อกับแม่รีบหลบออกมาก่อน”
“ดีแล้วจ้ะ พ่อกับแม่หลบให้ดีนะ อย่าออกไปเจอหน้าพวกมันเด็ดขาด พวกนี้มันคนร้าย”
“วันนี้รีบกลับบ้านหน่อยได้ไหมลูก แม่กลัว”
“จ้ะแม่ เดี๋ยวฉันจะลองหาทางดู วางสายก่อนนะแม่ ขอฉันเอางานไปส่งเจ้านายก่อน แต่ถ้าแม่มีอะไรรีบโทร.มาเลยนะ”
นรินทร์ตัดสายแล้วนำเอกสารปึกหนึ่งไปให้ผู้ว่าฯพิเชษฐ์ในห้องทำงานโดยมีจดหมายร้องเรียนของตัวเองรวมอยู่ด้วย
ทางฝ่ายกำนันฉลองโชคกับสมุน พวกเขารู้เห็นแล้วว่าเจ้าของที่ดินทั้งสามคนซ่อนตัวตรงไหน แต่ไม่ได้กระโตก กระตากอะไร นอกจากแกล้งพูดลอยๆเพื่อให้ได้ยิน
“สงสัยพวกมันจะไม่อยู่กันแถวนี้หรอก พวกเรามาเสียเที่ยว”
“น่าเสียดายนะกำนัน อุตส่าห์จะมาเตือนด้วยความหวังดี”
“ถึงว่าสิ ช่วงนี้ถึงจะไม่ใช่หน้าแล้ง แต่ถ้ามีใครมันมาเผาหญ้า ฉันสังหรณ์ว่าไฟมันจะลามทุ่งมาไหม้บ้าน เอาได้นะ นี่ถ้าขายที่ไปซะก็ไม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้หรอก รู้สึกเป็นห่วงจริงๆ”
“วันนี้กำนันให้เกียรติมาเตือนด้วยตัวเอง ถ้าไม่เชื่อก็ไม่รู้จะว่ายังไงกันแล้ว”










