ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

กุหลาบไฟ

SHARE
ตอนที่ 11

ด้านนาถสุดายังต่อสู้กับโยคีศิลาดำแทบกระอัก เลือด เธอจำต้องใช่เล่ห์ปล่อยควันพรางสายตาโยคีให้เห็นเงาตนในกระจก พอโยคีปล่อยพลังใส่กระจกแตกกระจาย สัญญาณฉุกเฉินดังลั่นขึ้น นาถสุดาฉวยโอกาส หนี โยคีเจ็บใจวิ่งตามหา

อรชรฟื้นจากสลบพบว่าตัวเองถูกขังในห้องน้ำก็โกรธแค้นไศลาอย่างมาก ร้องตะโกนให้คนช่วย  โยคี–ศิลาดำผ่านมาได้ยินเข้าไปช่วย อรชรกราดเกรี้ยวจะไปฟ้องดุลยศักดิ์ให้ฆ่าไศลาทิ้ง...ส่วนไศลาพยายามจะส่งข่าวบอกธีรธรว่าพวกดุลยศักดิ์ส่งยากันที่ท่าเรือ ก็มาถูก นาถสุดาซัดสลบเสียก่อน นาถสุดาพาตัวไศลากลับมาที่ห้องพักของตัวเอง

วันต่อมา หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพาดหัวข่าวตำรวจไทยบุกงานหมั้นหวังทลายแก๊งค้ายา แต่หน้าแหก...ผู้การเสริมพงษ์ตำหนิธีรธรและสั่งพักงาน จะมอบหมายงานให้คนอื่นทำแทน...ทางบ้าน กมลาอ่านข่าวธีรธรให้วงทองฟัง นิ่มนวลเห็นภาพชูชิตยิ่งเจ็บแค้นใจ กมลาเข้าใจว่าเธอเป็นห่วงน้องชาย ยิ่งพึงพอใจอยากได้มาเป็นน้องสะใภ้
จ่านิดรู้สึกว่างานนี้มีอะไรแปลกๆ จึงมาค้นแฟ้มเอกสาร...ผู้การเสริมพงษ์ปรากฏตัวขึ้น ถามมันแปลกอย่างไร จ่านิดสาธยาย

“คือเรื่องคนหักหลังผู้กองธีรธรน่ะครับ ผู้กองบอกว่าเป็นคุณไศลา แต่ผมว่าไม่ใช่”

“แล้วจ่าคิดว่าเป็นใครล่ะ”

“ผมก็ยังไม่แน่ใจครับ ยังไม่อยากพูดไปโดยไม่มีหลักฐาน แล้วผู้กองเห็นแฟ้มคดีของผู้กองบ้างไหมครับ”

ผู้การเสริมพงษ์ชูแฟ้มในมือ และบอกว่าตนต้องการกระจายงานให้คนอื่นไปทำ หวังว่าเขาคงเข้าใจ จ่านิดรับคำไม่กล้าหือ ก้มหน้าเดินออกไป แต่รู้สึกหวั่นใจอย่างประหลาด เขานั่งครุ่นคิด นึกได้ว่าตนได้ก๊อบปี้แฟ้มคดีเอาไว้ในคอม จึงเริ่มค้นหาสิ่งที่ตนสงสัย...

ในขณะที่ไศลาฟื้นขึ้นมาเห็นนาถสุดากำลังป้อนข้าวศพเทพ เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนเพราะร่างเทพเริ่มเน่าเฟะ...พอนาถสุดาเห็นไศลาฟื้นก็คาดคั้นจะเอาตำราหน้าสุดท้ายจากเธอ นาถสุดาจับไศลามากดหน้าชิดกับซากศพ บังคับให้ขอโทษที่ฆ่าเทพ  ไศลายืนยันว่าไม่ได้ทำ นาถสุดาไม่พอใจ กระชากไศลาขึ้นมาตบฉาดใหญ่

ooooooo

สุทธิพงษ์ออกจากโรงพยาบาลกลับมาพักรักษาตัวที่บ้านตามคำชวนของไศลา อรชรพาโยคีศิลาดำมาเพื่อค้นหาสิ่งที่เขาต้องการ สุทธิพงษ์รู้สึกไม่ไว้ใจ จึงขอร้องอรชรให้เลิกหาเรื่องไศลา เพราะพี่เขาหวังดีกับตน อรชรโกรธขู่จะทำร้ายธิดารัตน์ถ้าเขาไม่ร่วมมือช่วยหากล่องไม้

หลายวันผ่านไป ชูชิตมาที่บ้านดุลยศักดิ์ กลับถูกพวกสมุนจับกุมตัว เพราะนายสั่งว่าเขาหมดประโยชน์แล้ว ชูชิตโวยวาย “อย่าเพิ่งยิงนะ ฉันยังมีประโยชน์ ยังช่วยนายได้อีกหลายเรื่อง”

สมุนเยาะตามคำพูดของเจ้านายว่า คนปัญญาอ่อนอย่างชูชิตจะช่วยอะไรได้อีก ชูชิตยืนยันว่าตนไม่เคยคิดหักหลังนาย ขอคุยกับนาย ว่าแล้วเขาก็เอามือถือกดหาดุลยศักดิ์

“นายครับ นายอย่าฆ่าผมนะครับ ผมไม่เคยคิดหักหลังนายแม้แต่นิดเดียว นายก็รู้”

“คนไม่มีประโยชน์ ฉันไม่จำเป็นต้องเก็บไว้”

“นายอยากได้อะไร ผมทำให้ได้หมดนะ อย่าบอกว่าผมไม่มีประโยชน์”

ดุลยศักดิ์ย้อนถามว่าจะทำอะไรเป็นประโยชน์ได้อีก ชูชิตเสนอจะเอาตัวไศลามามอบให้ ดุลยศักดิ์หัวเราะลั่น “นั่นแกกำลังพูดถึงผู้หญิงที่แกบอกว่ารักอยู่นะ”

“ผมภักดีต่อนายมากกว่าใครทั้งนั้น ผมพาไศลาไปให้นายจัดการได้จริงๆนะ นายเชื่อผม ผมมีประโยชน์ นายอย่าฆ่าผมเลยนะนาย” ชูชิตกลัวตายจนหมดความองอาจ

ดุลยศักดิ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ขอคุยกับสมุน ชูชิตส่งมือถือให้ สมุนฟังแล้วรับคำหันมาบอกชูชิตว่านายให้ไปพาไศลามา ถ้าทำไม่ได้ก็เตรียมตัวตาย ชูชิตกลืนน้ำลายเอื๊อก

ในห้องทำงาน ธีรธรเข้ามาเก็บของลงกล่อง จ่านิดถามว่าจะไปนานแค่ไหน ธีรธรส่ายหน้าไม่รู้ จ่านิดรับปากจะดูแลข้อมูลต่างๆไว้ให้ แล้วอดถามว่าเชื่อจริงหรือว่าไศลาหักหลัง ธีรธรปรี๊ดแตก อย่าเอ่ยชื่อเธอให้ได้ยินอีก จ่านิดไม่วายเตือนสติ

“ถ้าไอ้ดุลยศักดิ์มันฉลาดขนาดนั้น การจะทำให้คุณไศลาดูไม่น่าเชื่อถือ อาจจะเป็นหนึ่งในแผนของมันก็ได้นะครับ ผมว่ามันแปลกๆมาตั้งแต่แรก ที่อยู่ๆคุณไศลาก็ขออาสาไปเสี่ยงเป็นสายให้เราแล้วล่ะ บางที...อาจจะเป็นฝ่ายเราเองก็ได้นะ ที่มีหนอนบ่อนไส้”

ธีรธรคิดตามแต่ไม่ออกความเห็น เขาขับรถกลับบ้าน ครุ่นคิดถึงความสุขที่ผ่านมากับไศลา นึกถึงกล่องไม้ที่เธอฝากเขาดูแล เขาสับสนไปหมด เปิดลิ้นชักหน้ารถ โยนกล่องไม้ไว้ในนั้น

ตกดึก ธีรธรนั่งดื่มเหล้าอยู่ระเบียงบ้านของตัวเอง ครุ่นคิดเรื่องของไศลาแต่คิดไม่ตก...ขณะที่นิ่มนวลเริ่มออกอาการผิดปกติในร่างกายบางอย่าง เกิดคลื่นไส้อาเจียนจนหวั่นใจ มองไปเห็นธีรธรนั่งดื่มเหล้าอยู่ จึงเกิดความคิดเลวร้ายในหัว

ooooooo

ไศลาพยายามหาทางหนี แต่ทั้งประตูและหน้าต่าง นาถสุดาได้ลงอาคมไว้...นาถสุดาทรมานไศลาทุกวิถีทางให้ยอมรับว่าฆ่าเทพ แต่เธอก็ยืนกรานว่าไม่ได้ฆ่า จนชักลังเลใจ สุดท้ายไศลารับปากว่าจะช่วยชุบชีวิตเทพแต่ไม่รับรองว่าจะสำเร็จ เพราะตนสูญเสียพลังไป

ขณะเดียวกัน นิ่มนวลเห็นธีรธรเมาฟุบหลับ จึงพา มานอนในห้องนอน ถอดเสื้อผ้าเขาออกเพื่อเช็ดตัว แล้วแง้มประตูห้องไว้ จัดแจงนอนกอดเขาอยู่บนเตียง...คืนนั้นโยคีศิลาดำใช้วิชาอาคมเข้ามาลักพาตัวธิดารัตน์ออกไปจากห้องนอน เพื่อให้อรชรได้บีบบังคับให้สุทธิพงษ์ทำตามคำสั่ง สุทธิพงษ์แขวะ

“ทำไมพี่อรถึงจงเกลียดจงชังพี่ไศนัก พี่ไศไปทำอะไรให้พี่นักหนาเหรอ...แค่พี่ไศสวยกว่า เก่งกว่า ดีกว่าพี่ทุกอย่าง แค่นั้นน่ะเหรอ”

อรชรโกรธ สั่งสุทธิพงษ์ให้ไปเอาตำราจากไศลามาให้ได้ ไม่อย่างนั้นธิดารัตน์จะไม่ปลอดภัย ทำเอาเขาเครียดจัด

วันต่อมา จ่านิดยังคร่ำเคร่งค้นข้อมูลคดีจนพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง พอดีผู้การเสริมพงษ์เข้ามาสั่งให้เขาเอาแฟ้มคดีไปเก็บในห้อง จ่านิดเปิดดูเห็นเนื้อหาเปลี่ยนจากที่เขาก๊อบปี้ไว้ยิ่งสงสัย ตัดสินใจค้นประวัติความเป็นมาของผู้การเสริมพงษ์ในห้องเก็บเอกสาร...

ในขณะที่แววสาวใช้บ้านวงทองจะเข้ามาทำความสะอาดห้อง เปิดประตูมาเจอธีรธรนอนอยู่กับนิ่มนวลก็ตกใจ ร้องเสียงดังลั่นบ้าน ธีรธรตื่นขึ้นมาตกใจไม่แพ้กันเมื่อเห็นนิ่มนวลและตัวเองอยู่ในสภาพนี้ เขาถามนิ่มนวลว่าเกิดอะไรขึ้น  เธอกลับย้อนถามว่าเขาจำไม่ได้เลยหรือ

“พี่ธีเมาอยู่ที่ระเบียง นิ่มเป็นห่วงก็เลยพามาที่ห้อง แล้วพี่ก็...” นิ่มนวลสะอึกสะอื้น

“พี่นึกไม่ออกจริงๆ นิ่ม...” ธีรธรกุมขมับเครียดหนัก

วงทองกับกมลาตามมาดูว่าแววร้องกรี๊ดอะไร พอเห็นสภาพทั้งสองก็ตกใจ นิ่มนวลแอบยิ้มอย่างพอใจ กมลาโวยวายเกิดเรื่องแบบนี้ในบ้านได้อย่างไร ทั้งธีรธรและนิ่มนวลลุกขึ้นแต่งตัวตามออกมาคุยกันที่ห้องรับแขก นิ่มนวลออกรับแทนว่าตนผิดเองที่ไม่ระวังตัว ธีรธรยังยืนยันว่าตนจำไม่ได้ วงทองติงลูกชาย เมื่อเกิดเรื่องแล้วก็ต้องรับผิดชอบ กมลาจัดแจงจะหาฤกษ์ยามให้ ธีรธรขอเวลาคิดสักพักเผื่อว่าจะคิดออก นิ่มนวลร้องไห้โฮ

วงทองตัดบทให้กมลาจัดการไปได้เลย ธีรธรเครียดลุกหนีมาอยู่คนเดียว ระบายอารมณ์ทุบโต๊ะโครมๆ

ระหว่างนั้น พันธ์พงษ์เข้ามาถามทุกคนว่าใครเห็นธิดารัตน์บ้าง ทุกคนจึงนึกได้ยังไม่เจอเธอเลย วงทองใจเสียให้แววไปรายงานธีรธร นิ่มนวลเหวอที่ทุกคนไม่สนใจเรื่องตนแล้ว

ด้านจ่านิด ค้นประวัติผู้การเสริมพงษ์ลึกไปจนพบว่า สมัยมัธยมเขาเป็นเพื่อนสนิทกับดุลยศักดิ์ มีภาพถ่ายกอดคอกันในหนังสือรุ่น จ่านิดผงะ ผู้การเสริมพงษ์โผล่มาพอดี จ่านิดรีบปิดคอม ผู้การทำทีไม่สนใจ ชวนเขาไปคุยงานกันที่ร้านอาหารประจำของตน จ่านิดแคลงใจ จึงแอบโทร.หาธีรธร เพื่อบอกว่าตนเจอตอเข้าแล้ว ไม่ทันบอกรายละเอียด ก็ได้ยินเสียงทางบ้านธีรธรวุ่นวายเรื่องธิดารัตน์หายตัวไป ธีรธรวางสาย จ่านิดไม่รู้จะทำอย่างไรจึงส่งข้อมูลเข้าอีเมล์ของธีรธรแทน

ooooooo

จิตของไศลาไปที่กลางป่าท่ามกลางหมอกควัน พบนักพรตเมฆขาวยืนรออยู่ เขาบอกเธอว่าได้เวลาที่ตาที่สามของเธอจะกลับคืนมา ร่างกายเธอจะสมบูรณ์ดังเดิมอีกครั้ง เธอต้องกลับไปทำสิ่งที่สำคัญ โดยไม่บอกว่าอะไร เพียงย้ำอย่าลืมกฎสองข้อของผู้ได้รับเลือก

ไศลาสะดุ้งตื่นเพราะนาถสุดามาไขกุญแจมือให้และกล่าว “เธอสัญญากับฉันแล้วว่าจะทำให้เทพฟื้น

อย่าผิดคำพูดตัวเอง ฉันให้เวลาถึงคืนนี้ ถ้าฉันไม่เห็นแกโผล่หัวมาล่ะก็ ฉันจะฆ่าน้องสาวปากดีของแกก่อนคนแรกเลย แกก็รู้นี่ว่าฉันทำได้ง่ายๆ”

ไศลารับปาก...ด้านธีรธรกำลังตรวจสอบห้องหลานสาวไม่พบการงัดแงะหรือการต่อสู้แต่อย่างใด

ใจเขาคิดว่าเป็นไศลาที่พาธิดารัตน์ไป...

ในขณะที่จ่านิดนั่งรถที่ผู้การเสริมพงษ์ขับไป

ตามทางอย่างใจคอไม่ดี กระทั่งรถกระตุกดับ ผู้การบอกว่ายางแบน จ่านิดลงมาไม่เห็นว่าแบน ไม่ทันไรผู้การก็ ชักปืนออกมาจ่อหัวเขา

“ยางมันก็ไม่น่าจะแบนอยู่แล้ว นี่ฉันเพิ่งนึกได้ว่า เพิ่งเอารถออกจากศูนย์เมื่อวาน”

“เป็นผู้การจริงๆสินะครับ ผมอุตส่าห์ภาวนาว่าผมจะคิดผิด”

“คนเราน่ะ รู้อะไรมากมันก็ไม่ดี จ่าว่าจริงไหม”

“ผู้การทำได้ยังไง ขึ้นรับโล่ต้านยาเสพติดทุกปี แต่จริงๆแล้วก็...”

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันเป็นคนง่ายๆ ไม่คิดมาก โลกเราเนี่ยคิดเยอะก็อยู่ยาก ทางเลือกไหนที่ทำง่ายๆก็ทำกันไป”

“ทางเลือกนี้คงจะง่ายที่สุดแล้วสิครับ”

“ฉลาดนี่ จริงๆจ่าน่าจะได้ก้าวหน้าในอาชีพการงานนะ เสียอย่างเดียวรู้มากไปหน่อย” ผู้การเสริมพงษ์จ่อยิงจ่านิดอย่างโหดเหี้ยม แล้วหันกระบอกปืนยิงแขนตัวเองเฉี่ยวๆ ก่อนจะวิทยุเรียกกำลังตำรวจมาช่วยบอกว่าตนกับลูกน้องถูกลอบทำร้าย สายตาเขามองจ่านิดอย่างเฉยเมย...

ตอนที่ 10

ขณะที่ชูชิตมาเก็บของให้ไศลา พบโยคีศิลาดำกำลังรื้อค้นในห้องเธออยู่ และของในห้องก็กระจายเกลื่อนกราด โยคียักท่าไม่รู้เรื่องและไม่บอกว่าตนเข้ามาทำไม เดินนิ่งๆออกไป ชูชิตชักสงสัยแต่ก็เก็บของไศลาใส่กระเป๋า

ธีรธรพาสุทธิพงษ์มาที่หน้า ห้องธิดารัตน์ เห็นเธอกำลังอาเจียนอย่างทรมาน มีพันธ์พงษ์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนกมลายืนมองด้วยสีหน้าขยะแขยงห่างๆ... สุทธิพงษ์สงสารธิดารัตน์จับใจ ธีรธรเล่าว่าเธอโดนจับฉีดเฮโรอีน

“เธอรู้ใช่ไหมว่าเฮโรอีนมันติดง่ายขนาดไหน กว่าพี่สาวของเธอจะเข้าไปช่วยไก่น้อยออกมาได้ ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ”

“เพราะผมแท้ๆ ผมเองที่ชวนไก่น้อยให้หนีออกมาเที่ยว ผมเองที่พาไก่น้อยไปที่นั่น แต่ผมไม่รู้จริงๆนะครับว่ามันเป็นปาร์ตี้ยา”

“ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก ยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้ว ถ้าเธอรู้สึกผิดจริงๆนะ ฉันขอแค่เธออย่าไปยุ่งกับยาเสพติดอีกก็พอ”

สุทธิพงษ์สลดลง รับปากจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นอีก ธีรธรคิดว่าไศลารู้ต้องดีใจมาก สุทธิพงษ์ขอเข้า ไปเยี่ยมธิดารัตน์ แต่ธีรธรเห็นว่ายังไม่ควรเข้าไปตอนนี้...

วันต่อมา ชูชิตขับรถออกจากบ้านดุลยศักดิ์ อรชรวิ่งมาขวาง ชูชิตเบรกตัวโก่ง โกรธมากลงจากรถมาทะเลาะกับเธอสักพัก อรชรฟูมฟายเรื่องเดิมหาว่าเขามาอยู่กับไศลา ชูชิตสุดเซ็งตอกกลับให้เธอดูตัวเองบ้าง ไม่มีผู้ชายคนไหน ชอบผู้หญิงแบบนี้ เธอน่าจะทำตัวให้ได้ครึ่งของไศลาก็ยังดี อรชรยิ่งปรี๊ดแตก ชูชิตกลับขึ้นรถขับเลี่ยงออกไป

โยคีศิลาดำยืนมองอยู่ เขาถือโอกาสพาอรชรมาที่ห้อง เกลี้ยกล่อมให้เธอหาตำราสุดยอดวิชาที่เขาต้องการ จากไศลามาเป็นข้อแลกเปลี่ยน ถ้าเธอต้องการให้เขาฆ่าไศลา

“บ้ารึเปล่า นี่เหรอของที่อยากได้ ไร้สาระชะมัด” อรชรโล่งใจคิดว่าเขาต้องการตัวเธอ

“เจ้าอย่ามาดูถูกตำรานั่นเด็ดขาด เจ้ามันก็แค่คนโง่ ไม่รู้อะไร”

“ถ้าแกเก่งนัก แกก็ใช้ตาทิพย์ ใช้พลังเหนือมนุษย์ของแกหามันเองสิ”

“ตำรานั่นถูกพรางตาด้วยคาถาชั้นสูง ไม่มีใครใช้วิชาใดค้นหามันได้ทั้งนั้น”

“ก็เลยต้องคนธรรมดาหาซะงั้น...ตลกชะมัด”

โยคีโกรธใช้พลังดันอรชรชิดผนัง ก้าวเข้าประชิด มองเธออย่างโลมเลีย ไม่เข้าใจว่าทำไมชายอื่นถึงมองข้ามเธอ อรชรตกใจหวาดหวั่น...

ชู ชิตเอาของมาให้ไศลา เธอค้นกระเป๋าทั้งหมด ไม่พบกล่องไม้โบราณก็แปลกใจ ต้องมีใครเอาไปแน่ ชูชิตบอกว่าเห็นโยคีศิลาดำค้นห้องเธอ ไศลากังวลใจอย่างมาก...ชูชิตกุมมือไศลา สารภาพว่า สุดสัปดาห์นี้ตนต้องเข้าพิธีหมั้นกับนาถสุดา มันเป็นเพียงแผนงานของดุลยศักดิ์เกรงเธอโกรธ ไศลาไม่ใส่ใจ เอาแต่ครุ่นคิดเรื่องกล่องไม้ที่หายไป ชูชิตกลับเข้าใจว่าเธองอนจึงดึงเธอมากอด ธีรธรโผล่เข้ามาเห็นพอดี เขาค่อยๆกลับออกไปด้วยความเสียใจ

นพรัชกลับเข้าห้องทำงานต้องตกใจ เมื่อเห็นธีรธร นั่งซึมอยู่ในห้อง จู่ๆก็เอ่ยถามว่าเราเป็นเพื่อนกันมานานกี่ปี นพรัชตอบว่านานตั้งแต่มัธยม ธีรธรถามอีกว่ามีทาง ไหนที่จะเอาชนะอดีตได้ นพรัชมองเพื่อนอย่างวิเคราะห์ พอจะรู้ว่าเขาเครียดเรื่องไศลากับแฟนเก่าก็ชักจะเห็นใจ

ooooooo

นาถ สุดากับชูชิตเอาข้อมูลแผนงานหมั้นมาให้ดุลยศักดิ์ดู เขาพอใจมากและกำชับอย่าให้นักข่าว หลุดมาเพ่นพ่านงานตน  แล้วถามข่าวงานหมั้นรั่วถึงตำรวจบ้างไหม นาถสุดาเหม่อคิดถึงเรื่องเทพ ชูชิตสะกิด นาถสุดาสะดุ้งหันมาตอบตะกุกตะกักว่าจะเช็กให้

“เช็กให้ แปลว่าตลอดเวลาที่ฉันไม่ได้ถามเนี่ย เธอไม่ได้ตามงานเลยรึไง”

นาถ สุดาอึกอัก ชูชิตแก้ตัวแทนว่านาถสุดาเอาเวลาไปเตรียมงานหมั้น เธอดูแลทั้งหมด จึงไม่มีเวลาตามเรื่องตำรวจ ดุลยศักดิ์เปลี่ยนมาถามเรื่องไศลา ชูชิตตอบว่าเธอยังอยู่โรงพยาบาล ไม่นานคงออก ส่วนธีรธรยังมาคอยดูแต่เธอไม่ยุ่งด้วย ตนคิดว่าคงยังไม่ระแคะระคาย

“งั้นฉันฝากแกส่งคนไปจัดการ โทษฐานที่มันชอบ เข้ามาวุ่นวายกับเรื่องของเราหน่อย มันจะได้ถอนตัวจากเรื่องนี้ซักที”

ชู ชิตรับคำ ดุลยศักดิ์ย้ำว่าตนไม่ชอบให้มีอะไรผิดพลาด เขาเหลือบมองนาถสุดาอย่างไม่ค่อยไว้วางใจ... นาถสุดาเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องที่จะหาตำรามาทำให้เทพฟื้น โยคีศิลาดำปรากฏตัวขึ้น ยังเคืองเรื่องที่ปะทะกันครั้งก่อน เธอถามเนือยๆจะใช้อะไรตน โยคีใช้พลังฝ่ามือหมายจะควบคุมเธอ แต่นาถสุดาโต้กลับด้วยความว่องไว

“สัญชาตญาณเจ้าที่โต้กลับข้า บอกข้าว่าเจ้าไม่ไว้ใจข้าอีกต่อไป ข้ามองไม่ผิดจริงๆ”

“เอ่อ...คือนาถเปล่านะคะ”

“เจ้าก็รู้ว่าโกหกข้าไม่ได้  เจ้ากำลังจะหักหลังข้า”

“นาถ จำเป็น เพราะถ้าอาจารย์ได้เป็นใหญ่ นาถก็รู้ว่าอาจารย์จะถีบหัวนาถส่งแน่ๆ ถ้าอาจารย์มีวิชาที่ชนะได้ทั้งโลกก็คงไม่สอนใคร อยากจะเป็นใหญ่คนเดียว หรือไม่จริง”

โยคีโกรธซัดพลังใส่นาถสุดากระเด็นออกจาก

บ้านไป กลางสนาม แล้วตามไปซ้ำ หญิงสาวลุกขึ้นสู้สุดชีวิต คนในบ้านตกใจออกมามุ่งดู สุดท้ายศิษย์ก็สู้อาจารย์ไม่ได้ นาถสุดาจนมุม ดุลยศักดิ์ออกมาขวาง โยคีจึงชะงักฝ่ามือที่กำลังจะซัดใส่ นาถสุดารับออกตัวว่าซ้อมการต่อสู้กับอาจารย์ ดุลยศักดิ์โวย ดูสภาพแล้วเกรงจะมีข่าวว่าโดนผัวซ้อมก่อนงานหมั้นมากกว่า โยคีเหน็บ

“ก็เห็นว่าไม่ได้ซ้อมมานาน เผื่อว่าจะมีเหตุ ฉุกเฉินใดๆ”

“จะซ้อมก็ไปซ้อมที่อื่น อย่ามาวุ่นวายในบ้านฉัน แล้วก็ให้รู้เวล่ำเวลา รู้กาลเทศะบ้าง”

ดุลย ศักดิ์ไล่คนอื่นกลับไปทำงาน โยคีกระซิบนาถสุดา ตนเห็นว่าเธอยังเป็นศิษย์คนเดียวจึงไว้ชีวิต ตราบใดที่เธอไม่มาเป็นอุปสรรค...โยคีเดินจากไป นาถสุดาโล่งใจที่รอดชีวิต

ระหว่าง ที่วงทองอยู่บ้านกับนิ่มนวลสองคน นิ่มนวลดูแลทำความสะอาดเครื่องเพชรให้วงทอง เห็นแหวนเพชรสวยถูกใจหยิบขึ้นมาเชยชม วงทองเล่าให้ฟังด้วยความเอ็นดู

“นี่ เป็นแหวนที่พ่อตาธีขอป้าแต่งงานน่ะ ถ้าตาธีจะเป็นฝั่งเป็นฝาเมื่อไหร่ ป้าก็คงให้แหวนวงนี้ตาธีไปขอหมั้นเจ้าสาวนั่นแหละ” วงทองยังเอ่ยปากให้ยืมใส่ชุดไหนก็ได้ไปออกงาน

นิ่มนวลยิ้มกริ่มแอบ เก็บแหวนเพชรไว้ ในใจคิดแผนอะไรบางอย่าง หลังจากนั้น นิ่มนวลกับวงทองตามมาเยี่ยมธิดารัตน์ กมลายังโวยวายจะเอาคนชื่อพงษ์เข้าคุกให้ได้ โทษฐานล่อลวงลูกตัวเองไปสถานที่มั่วสุม พันธ์พงษ์ปรามภรรยา ลูกเพิ่งจะอาการดีขึ้น กมลาจะแว้ดใส่ วงทองต้องช่วยปรามอีกคน นิ่มนวลถือโอกาสขอตัวออกไปซื้อของกินมาให้ธิดารัตน์

กมลาหันมาซบนิ่มนวล ช่างเอาอกเอาใจ น่าเสียดายถ้าไม่ได้มาเป็นน้องสะใภ้ วงทองถอนใจ คงต้องแล้วแต่ธีรธร กมลารวบรัดจะจัดการให้เอง...นิ่มนวลออกมาจากห้องธิดารัตน์ได้ก็เหลียวซ้ายแลขวา เอาแหวนเพชรที่ซ่อนมาสวมใส่ ยิ้มกระหยิ่มใจ

“ทีนี้ล่ะ...ฉันอยากเห็นหน้าแกจริงๆ นังไศลา”

ไศลากำลังพยายามเพ่งสมาธิให้ดวงตาที่สามเปิดออก แต่ก็ทำไม่ได้ เธอเครียดมากเพราะวันงานหมั้นจะทำอย่างไร นิ่มนวลถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา พูดจาถากถาง ว่าป่วยไม่ยอมหายเสียที ไศลาย้อนถาม นี่คือคำถามของคนมาเยี่ยมหรือ ดูเป็นมิตรจริงๆ เผอิญเลือดกำเดาไศลาไหล นิ่มนวลหยิบทิชชูส่งให้ กระดกนิ้วให้เห็นแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้าย แล้วกล่าวเยาะๆ

“เธอคงสงสัยล่ะสิ นี่เป็นแหวนเพชรที่พ่อพี่ธีขอคุณแม่แต่งงาน เธอก็คงเข้าใจนะว่ามันสำคัญขนาดไหน ซึ่ง...ตั้งแต่เธอไม่อยู่บ้านเราก็หมั้นกันเงียบๆ ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไร ฉันพูดแบบนี้หวังว่าเธอคงเข้าใจนะ”

“งั้นฉันก็ควรยินดีด้วยสินะคะ ดีค่ะ ยินดีด้วยค่ะ” ไศลาสะกดความปวดร้าวไว้

“ขอบใจนะ เรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว เธอก็คงเข้าใจใช่ไหมว่าของใครเป็นของใคร”

“ที่คุณมาที่นี่ คงเพื่อมาบอกเรื่องนี้กับฉันมากกว่าตั้งใจมาเยี่ยมใช่ไหมคะ”

“ก็แล้วแต่เธอจะคิดก็แล้วกันนะ แต่ก็ขอให้หายไวๆ...ถ้าเจอพี่ธีก็ฝากบอกด้วยนะ ว่าคุณแม่บอกให้ไปพบ”

ไศลาขอบคุณและรับปาก ทั้งที่ในใจอัดอั้นจนทำอะไรไม่ถูก...นิ่มนวลกลับออกมา ถอดแหวนเก็บใส่กระเป๋า ไศลาพยายามสลัดความรู้สึกที่มีต่อธีรธร เขาให้เลือด ทำให้ตนต้องกลายเป็นคนธรรมดาแบบนี้ เขาช่างใจร้ายจริงๆ ไศลาเริ่มคิดว่าตนโง่ที่โดนธีรธรหลอก พลัน อรชรเปิดประตูเข้ามา ในเวลาแบบนี้ไศลาดีใจเพราะอยากให้ใครซักคนเข้าใจ แต่อรชรกลับโพล่งขึ้น

“เมื่อไหร่จะตายซักที...ฉันมาเยี่ยมพงษ์ พี่ไศยังไม่ได้ฆ่าพงษ์ไปอีกคนใช่ไหมล่ะ”

“อรทำไมพูดแบบนั้นล่ะ เราก็เหลือกันอยู่แค่สาม คนนะ”

“อรแค่พูดอย่างที่ตัวเองคิด” ไศลาน้ำตาปริ่มอรชรเข้าเรื่อง “พี่ไศ อรขอถามอะไรหน่อยได้ไหม อรไม่อยากให้พี่โกหก”

“พี่ไม่เคยโกหกอรนะ”

“เหรอ...พี่ไศบอกอรทุกครั้งว่าจะไปจากพี่ชิต แล้วพี่ไศก็ไม่เคยทำ”

ไศลาจะอธิบายแต่อรชรไม่ฟัง เธอขอถามความจริงอีกเรื่อง และต้องการคำตอบ ไศลายินดีถ้ามันทำให้เธอหายโกรธ อรชรถามหาตำราหน้าสุดท้าย ไศลานิ่วหน้าที่น้องสาวเป็นไปกับเขาอีกคน ตอบไปว่าตนไม่รู้ อรชรไม่เชื่อร้องกรี๊ดๆ โผนเข้าบีบคอพี่สาว

“อรเกลียดพี่ไศ อรอยากให้พี่ไศตายไปซะให้พ้นๆ พี่ไศชอบบอกว่าทำเพื่อคนอื่น แต่สุดท้ายพี่ไศก็ทำเพื่อตัวเองคนเดียว อรเกลียดๆๆๆๆ”

ธีรธรเดินลังเลอยู่หน้าห้อง ใจอยากเข้าไปหา นึกถึงคำพูดของไศลาที่บอกว่าเลือกชูชิต จะเดินกลับแต่ตัดใจไม่ได้ ตัดสินใจเปิดประตูเข้ามา ต้องตะลึงเมื่อเห็นอรชรคร่อมบนตัวไศลากำลังบีบคอ อยากให้เธอตายเพื่อชูชิตจะได้รักตัวคนเดียว เขาถลาเข้าดึงอรชรออก ไศลาแทบขาดใจสำลักหน้าแดง ธีรธรต่อว่าไม่รู้หรือว่าไศลาบาดเจ็บอยู่ อรชรกลับกราดเกรี้ยว

“ก็ฉันอยากให้มันตายๆไปซะน่ะสิ”

“ผมเป็นตำรวจ ผมจับคุณข้อหาเจตนาฆ่าได้นะ”

อรชรชะงัก ชักเริ่มกลัวจึงสะบัดหน้ากลับออกไปแต่ยังอาฆาตไว้ว่าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ไศลาน้ำตาไหลพราก ถ้าพ่อแม่รู้คงเสียใจมากที่ตนดูแลน้องๆไม่ดี ธีรธรกอดปลอบ ไศลานึกถึงแหวนในนิ้วนางซ้ายของนิ่มนวลก็ผละตัวออก บอกให้เขากลับไปดูแลนิ่มนวล ธีรธรน้อยใจ

“จริงๆมันไม่ใช่เรื่องของนิ่มนวลหรอกผมว่า...เพราะแฟนเก่าคุณมากกว่า”

ไศลาอ่อนใจแล้วแต่เขาจะคิด ธีรธรยิ่งเสียใจเข้าใจไปว่าเธอพูดความจริง ไศลาทำใจสักพักก่อนจะพูดเรื่องงาน “วันอาทิตย์ที่จะถึง จะเป็นงานหมั้นของชิตกับนาถสุดา ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นมาบังหน้า เพื่อให้นายดุลยศักดิ์ส่งของให้คนค้ายารายใหญ่...ฉันคงหายทันพอดี”

ตอนที่ 9

ระหว่างที่ไศลานอนพักฟื้นในโรงพยาบาล เธอเห็นนักพรตท่านหนึ่งยืนหันหลังอยู่ตรงระเบียงห้อง จึงค่อยๆลงจากเตียงไปหา ชายคนนั้นคืออาจารย์ของนักพรตเมฆขาวหันมาเอื้อนเอ่ย

“อย่าลืมที่รับปากกับข้า...ดูแลรักษาเท่าชีวิตของเจ้า”

ไศลาหวนคิดถึงกล่องไม้โบราณเล็กๆที่ท่านมอบให้...ไศลาสะดุ้งตื่นชูชิตยกอาหารมาวางให้จึงทัก  “อ้าวไศ... ฟื้นพอดีเลย”

“กล่องนั่น...อยู่ที่” ไศลายังทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น

ชู ชิตแปลกใจถามกล่องอะไร ไศลาชะงักปัดว่าไม่มีอะไร แล้วถามหาสุทธิพงษ์ เขาบอกตามจริงว่ายังโคม่าอยู่ เธอตกใจจะไปดูน้องแต่ร่างกายยังอ่อนแอล้มลง ชูชิตประคองกลับขึ้นเตียง เธอไม่วายถามว่าอรชรรู้เรื่องสุทธิพงษ์หรือไม่ เขาหลบตาไม่อยากให้มากเรื่อง

ด้านอรชร บุกมาตามชูชิตที่บ้านดุลยศักดิ์ เธอตะโกนเรียกอย่างไม่เกรงใจใคร นาถสุดาออกมาต่อว่า พอเห็นความบ้าของอรชรจึงยิ่งยั่วยุ ว่าชูชิตอาจจะกกกอดไศลาอยู่ข้างบน อรชรตกใจเมื่อรู้ว่าพี่สาวยังไม่ตาย เธอบุกขึ้นไปข้างบนเปิดประตูห้องไม่เจอไศลา ก็หงุดหงิดระบายอารมณ์ ด้วยการปาข้าวของหล่นกระจาย  นาถสุดาตามขึ้นมาเยาะ

 

ตอนที่ 8

ชูชิตแปลกใจว่าไศลาหายไปไหน ติดต่อเท่าไหร่ไม่ได้ ลูกน้องโทร.มารายงานว่าธีรธรยังไม่ตาย เขาโกรธมากสั่งให้ตามไปเก็บไม่ต้องรายงานนายใหญ่  แววตาเขาเกลียดชังธีรธรมาก อยากให้ตายเสีย จะได้ไม่มายุ่งกับไศลาอีก

นพ รัชก็พยายามติดต่อไศลาด้วยความเป็นห่วง ที่บาดเจ็บขนาดนั้น ยังไปไหนอีก ส่วนธีรธรเอาแต่เจ็บปวดแค้นใจ เข้าใจว่าไศลากลับไปหาชูชิต แถมยังเป็นคนยิงตน เขาระเบิดอารมณ์ปัดปืนที่วางบนโต๊ะรวมทั้งของอื่นตกจากโต๊ะไปด้วย นพรัชเข้ามาพอดี

“แกทำอะไรของแกวะทำไมไม่นอนพัก”

“ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“ทำลายข้าวของแบบนี้เรียกว่าไม่เป็นมากรึไง”

“ฉันแค่อยากลองดูว่าฉันแข็งแรงดีไหม”

“เรื่องกายฉันไม่ห่วงหรอก ฉันมั่นใจว่าแก

แข็งแรงดี ฉันห่วงจิตใจแกมากกว่า”

ธีร ธรนิ่ง นพรัชดักคอ เลิกหงุดหงิดเรื่องไศลากลับไปหาแฟนเก่าได้แล้ว ไม่สงสัยบ้างหรือทำไมแผลโดนยิงถึงหายเร็ว ธีรธรโต้ว่าไม่ได้โดนจุดสำคัญ นพรัชหัวเราะหึๆ

“ถึงมันจะไม่ใช่จุดสำคัญ แต่แกน่ะเสียเลือดมาก เพราะกว่าคนจะไปเจอแกก็ผ่านไปหลายชั่วโมง ร่างกายมันโคม่าแล้ว”

“แล้วไง...ธีรธรยังไม่เอะใจ”

“ถ้าคุณไศลาไม่มาช่วยแกไว้ แกอาจตายไปแล้วก็ได้”

“หมายความว่าไง”

“พูดขนาดนี้ยังต้องถามความหมายอีกเหรอ มันก็หมายความว่า คุณไศลานะมาช่วยรักษาแกน่ะสิ”

“นี่แกพูดเพื่อปกป้องเขารึเปล่า”

“นี่...ความ จริงฉันไม่อยากจะบอกแกหรอกนะไอ้ธี เพราะการที่แกกับคุณไศลาเข้าใจผิดกันมันก็เป็นโอกาสดี ที่ฉันจะได้ทำให้เขาชอบฉัน แต่ตอนนี้คุณไศลาหายไป ทั้งๆที่เขายังบาดเจ็บเพราะรักษาแก แล้วฉันเป็นหมอ ไม่มีปัญญาจะไปตามหาเขาได้ ฉันเป็นห่วงเขาแทบจะบ้าตายอยู่แล้วเว้ย...ทีนี้เข้าใจรึยังล่ะ”

ธีร ธรอึ้ง นึกเป็นห่วงไศลาขึ้นมาจับใจ...ในขณะที่ ไศลาถูกนาถสุดาหิ้วปีกมาโยนลงบนเตียง สภาพเลือดซึมออกมาจากท้อง นอนหมดแรง นาถสุดาเยาะสภาพนี้ไม่นานคงตาย แต่โยคีศิลาดำไม่คิดเช่นนั้น มันง่ายเกินไป นาถสุดาออกตัวไว้ก่อนว่าตนจะไม่ช่วยเธอ

“ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าช่วยซักหน่อยนี่ แต่ข้าจะรอดูคนที่จะช่วยมัน”

นาถสุดาแปลกใจหมายถึงใคร โยคียิ้มมุมปากอย่างหยั่งรู้...

พอ รู้ความเป็นไป ธีรธรก็ครุ่นคิดเป็นห่วงไศลา นพรัชยืนมองเพื่อนคิดจะหาทางช่วยอย่างไร...พยาบาลคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามายืน อึกอัก เชิญนพรัชออกไปคุยเคสคนไข้ด้านนอก นพรัชพยักหน้าจะเดินไป ธีรธรเอะใจดึงแขนเพื่อนไว้ มองพยาบาลอย่างไม่ไว้ใจ

“ฉันว่าแปลกๆว่ะ ถ้ามีอะไรเข้ามาคุยกันในนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมออกไปเอง...เข้ามาสิครับ”

พยาบาล ค่อยๆก้าวเข้ามาช้าๆ ธีรธรดึงเธอเหวี่ยงไปทางนพรัช ทันทีมีลูกปืนลอยเฉียดหน้าเข้ามา เขาหลบเข้ามุมห้อง นพรัชกับพยาบาลตกใจคลานหาที่หลบ คนร้ายสองคนโผล่เข้ามาพร้อมปืนเก็บเสียง ธีรธรมองปืนของตัวเองที่ตกอยู่ใต้โต๊ะ เขาตัดสินใจสไลด์ตัวไปหยิบปืนยิงตอบโต้ สองคนร้ายตกใจเผ่นหนี สักพักยามวิ่งมา นพรัชสั่งให้ตามจับคนร้าย ธีธรหันมาถามพยาบาลเป็นอะไรหรือเปล่า เธอหน้าเสียส่ายหน้าไปมา

“พวกมันเป็นพวกใครน่ะ” นพรัชถาม

“ฉันไม่แน่ใจนักหรอก คนอยากให้ฉันตายมีมากมายเต็มไปหมด” จริงๆธีรธรพอเดาได้

ooooooo

อาการไศลาหนักขึ้น เริ่มเพ้อเพราะพิษไข้ โยคีศิลาดำยืนมองหน้าเธอ รู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ทันไร ก็มีลมพัดแรงเข้ามาทางหน้าต่าง เขาลุกไปยืนมองที่ระเบียง กลับเข้ามาก็ผงะเมื่อเห็นนักพรตเมฆขาวนั่งอยู่ข้างเตียง โยคียิ้มมุมปาก ในที่สุดคนที่รอคอยก็มา

“ข้ามาขอคนของข้าคืน” นักพรตเมฆขาวเอ่ย ขึ้นก่อน

“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ”

“เจ้าจะต้องการอะไรอีกเล่า คัมภีร์เจ้าก็เอาไปแล้ว” นักพรตหันมาจ้องโยคี ของในห้องสั่นสะเทือน ร่างไศลาเริ่มกระสับกระส่ายราวกำลังฝันร้าย

ไศลามาปรากฎตัวกลางป่า เธอคลำแผลที่ท้องตัวเองที่ยังมีเลือดซึม มองไปรอบๆก็เห็นนักพรตเมฆาแต่หนุ่มกว่าปัจจุบัน เธอเรียกเขาเท่าไหร่เขาก็ไม่ได้ยิน นักพรตเก็บฟืนเอามาที่กระท่อมในป่า พลันมีเสียงอึกทึกภายในกระท่อม เธอตามนักพรตเข้ามาดู เห็นโยคีศิลาดำวัยหนุ่มกำลังโดนอาจารย์เฆี่ยน ไศลาตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นอดีตของนักพรตและโยคี ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน มีชื่อว่าเมฆาและศิลา...เมฆาถามว่าเกิดอะไรขึ้น อาจารย์ให้ถามน้องเอาเอง

“เกิดอะไรขึ้นศิลา”

“อาจารย์ตกลงกับข้าแล้ว ว่าถ้าข้าชนะการประลองฝีมือกับอาจารย์ อาจารย์จะยอมสอนวิชาขั้นสูงสุดให้ข้า แต่พอข้าจะชนะ อาจารย์ก็กลับทำโทษข้า หาว่าเป็นเด็กคิดล้างครู”

“ก็เพราะเจ้าเอาวิชาศาสตร์มืดมาสู้กับข้าต่างหาก นั่นแปลว่าเจ้าแอบขโมยตำราศาสตร์มืดไป ที่เจ้าโดนทำโทษนั่นน้อยไปด้วยซ้ำ ข้าควรจะฆ่าเจ้าด้วยซ้ำไป”

เมฆารีบถามศิลาจริงหรือ ศิลาอ้างว่าอยากฝึกตัวเองให้เก่ง ไม่ใช่มีแต่วิชาอาจารย์ ที่กี่ปีก็สอนเหมือนเดิม เอาแต่หวงวิชา อาจารย์อธิบาย

“สิ่งที่เจ้าไม่รู้ก็คือ...การฝึกศาสตร์มืดนั้น มันจะดึงจิตใจของเจ้าสู่พลังของความมืดด้วย เหมือนกับที่เจ้าเป็นอยู่ตอนนี้”

“ศิลา ที่อาจารย์ยังไม่สอนเพราะเรายังไม่มีสมาธิที่แข็งแรงพอจะควบคุมพลังงานจำนวนมากได้...ข้าขอโทษแทนน้องชายของข้าด้วย เขายังเด็กและใจร้อนนัก อาจารย์ได้โปรดอย่าถือสาเลย”

อาจารย์เมินหน้าหนีด้วยยังโกรธ จากนั้นท่านก็นั่งสมาธิสงบสติอารมณ์  ไศลาเข้ามานั่งหมอบ อาจารย์เอ่ยขึ้นโดยไม่ลืมตาว่าเธอเป็นใคร ไศลาตื่นเต้นที่ท่านเห็นตน

“แอบฟังคนอื่นคุยกันน่ะ มันไม่ดีนะ”

“หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่รู้ว่ามาที่นี่ได้ยังไง”

อาจารย์ลืมตาและให้ไศลาขยับมาใกล้ๆ ท่านแตะมือที่หัวเธอ แผลและอาการเจ็บที่ท้องเธอหายเป็นปลิดทิ้ง อาจารย์กล่าวอย่างหยั่งรู้ว่าเธอมาจากอีกโลก มีเนตรที่สามเป็นคนพิเศษ การสนทนาต้องชะงักเมื่อเมฆาเข้ามากราบขอโทษอาจารย์แทนน้องอีกครั้ง แต่เขามองไม่เห็นไศลา

“ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกเมฆา คนทุกคนต่างมีกรรมของตัวเอง ศิลาถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนั้น”

“เป็นแบบนั้น หมายความว่ายังไงครับ”

“ตั้งแต่เจ้าสองคนมาขอเป็นลูกศิษย์ข้า ข้ามองเข้าไปในแววตาของเจ้าศิลา ข้าก็รู้ได้เลยว่าแววตาของความ ทะเยอทะยานนั่นจะทำร้ายตัวเองเข้าสักวัน นั่นคือเหตุผลที่ข้ายังไม่สอนวิชาสูงสุดให้พวกเจ้า เพราะวิชาสูงสุดนั้น ถ้าตกไปในมือคนชั่ว มันก็เหมือนกับจุดเริ่มต้นของหายนะ”

เมื่อห้ามความทะเยอทะยานของศิลาไม่ได้ อาจารย์ตัดสินใจจะสอนวิชาขั้นสูงสุดแก่เมฆาเพื่อปกป้องและสืบทอดแก่คนดี ไศลาได้ฟังขออนุญาตฝึกด้วยคน อาจารย์ยิ้มรับ เมฆาแปลกใจถามท่านยิ้มกับใคร

“วันนึงในอนาคต เจ้าจะเข้าใจ”

ริมผาน้ำตกกลางป่า เป็นที่ฝึกวิชา อาจารย์ เคลื่อนไหวผ่านสายน้ำตกอย่างพลิ้วไหว ทั้งเมฆาและไศลาทึ่ง อาจารย์ ให้ทั้งสองกำหนดจิต ปิดตาเคลื่อนไหวตามคำบอก...ด้านศิลายังคงฝึกปรือศาสตร์ด้านมืดอย่างไม่สำนึก จนกระทั่งผ่านมาเห็นอาจารย์สอนวิชาแก่เมฆา ก็เกิดความโกรธอิจฉาริษยา คิดจะขโมยคัมภีร์ของอาจารย์มาให้ได้

กลางดึก ไศลายังคงนั่งอยู่ในกระท่อมของอาจารย์ ท่านให้เธอเอาผงมุขพันปีทาหน้าขาวโบ๊ะ ข้ามวันข้ามคืนจะทำให้กายเนื้อแข็งแกร่ง ไศลาข้องใจเพื่ออะไรอาจารย์เอื้อนเอ่ย

“เวลาของเราเหลือไม่มากแล้ว เวลาที่เธอจะได้อยู่ที่นี่ก็เช่นกัน”

“หมายความว่ายังไงคะ”

อาจารย์ส่งกล่องไม้เล็กๆ ให้เธอ ถึงเวลาค่อยเปิดใช้มัน  ไศลาไม่เข้าใจถึงเวลาไหน อาจารย์ย้ำ “รักษามันเท่าชีวิต แล้ววันนึงเจ้าจะเข้าใจ ข้าพูดได้แค่นี้แหละ”

“ค่ะ ฉันจะดูแลมันให้ดี เพื่อตอบแทนที่อาจารย์สอนวิชาให้ฉัน” ไศลารับปากทั้งที่ยังงงๆ

อาจารย์กำชับให้ฝึกวิชาที่ได้ไป ใกล้ถึงเวลาของตนแล้ว ไศลาถือกล่องไม้เล็กๆ ออกมานอกกระท่อม แต่แล้วสังหรณ์ใจกลับไปหาอาจารย์อีกครั้ง...จังหวะนั้น ศิลาแอบย่องเข้ามาหมายจะเอาหีบไม้ที่ใส่คัมภีร์ของอาจารย์ ท่านรู้ตัว ศิลาใช้ศาสตร์มืดเสกไม้เท้าอาจารย์กลายเป็นงูเห่าแผ่แม่เบี้ยน่ากลัว

“วิชาศาสตร์มืดของเจ้าก้าวหน้าไปมาก ยังคงแอบฝึกอยู่สินะ”

“ข้าไม่งอมืองอเท้าเพื่อรอพึ่งอาจารย์อย่าง เดียวหรอก”

ศิลาคว้ากล่องไม้โดดออกทางหน้าต่าง อาจารย์โดดตาม ไศลาเห็นตกใจถามอาจารย์เกิดอะไรขึ้น อาจารย์บอกว่า ถึงเวลาฝึกสิ่งที่เจ้าเรียนมาแล้ว อาจารย์จับหัวไศลา กายรวมเป็นหนึ่งแล้วตามศิลาไป เกิดการต่อสู้กัน ศิลาเห็นร่างอาจารย์สลับกับไศลาที่หน้าขาวโพลน เขาปล่อยพลังลูกไฟใส่อาจารย์ ร่างไศลากระเด็นออกจากร่างอาจารย์ ศิลาตกใจถามว่าเธอเป็นใคร

ตอนที่ 7

นาถสุดายังคงทุบตีเทพที่เขาคิดจะทิ้งเธอไปบวช ทำให้ทั้งสองไม่สนใจเสียงสั่นของมือถือที่โยคีศิลาดำเตือนเข้ามา...เมื่อติดต่อนาถสุดาไม่ได้ โยคีศิลาดำตัดสินใจตามเข้าไป ทั้งที่ภายในตึกยังเต็มไปด้วยหมอกควัน ในสายตาของโยคี

สมุนดุลยศักดิ์สี่คนที่เข้าไปในตึก เดินผ่านยามไปอย่างง่ายดาย เพราะห้อยบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนโยคี ยามมาขวางไม่ให้เข้า ด้วยความห่วงนาถสุดากับเทพโยคีจึงใช้มนต์สะกดยามให้กลับไปนั่งประจำที่ แล้วรีบตามคนเหล่านั้นเข้าไป

เทพพยายามอธิบายให้นาถสุดาสงบอารมณ์ฟัง ว่าพวกเราไม่มีทางเอาชนะดุลยศักดิ์ได้ นาถสุดาโต้ว่าพลังอำนาจของอาจารย์ตนต้านได้ เทพย้อน

“แต่คุณเพิ่งบอกให้ผมอนุญาตให้อาจารย์คุณขึ้นมา ไม่งั้นท่านก็เข้ามาไม่ได้อยู่เลย คนเก่งประสาอะไรแค่
เข้าตึกยังทำไม่ได้”

นาถสุดาโกรธที่มาว่าอาจารย์ตน เทพขอโทษแค่อยากให้มองมุมอื่นบ้าง เธอจึงบอกเขาว่าที่นี่มีมนต์ศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมอยู่ ถ้าเจ้าของไม่อนุญาต ท่านก็จะใช้พลังอำนาจไม่ได้...ระหว่างนั้น โยคีศิลาดำตามติดพวกสมุนดุลยศักดิ์ หมายจะใช้มนต์จัดการ พลังที่โยคีกำลังปล่อยออกไปเป็นลูกไฟพุ่งเข้าใส่กลุ่มสมุน แต่แล้วเกิดหมอกที่กำลังจางลงรวมตัวเป็นร่างนักพรตเมฆขาวมาขวาง

“เจ้าทำร้ายคนอื่นในที่ของเราไม่ได้”

โยคีศิลาดำตกตะลึง อุทานเรียก...พี่เมฆา นักพรตเอื้อนเอ่ย...ไม่ได้เจอกันนานเลยน้องศิลา แววตาทั้งสองคนรำลึกถึงอดีต...นักพรตเมฆขาวชมว่าฝีมือเก่งกาจขึ้นมาก

“พี่เมฆาก็เหมือนกัน”

“เจ้ายังนับถือข้าเป็นพี่อยู่อีกเหรอ” เห็นโยคีศิลาดำ เงียบ นักพรตจึงบอกให้ออกไปเสีย

“ข้ามาช่วยคนของข้า คนพวกนี้จะมาทำร้ายคนอื่นที่นี่ เจ้าควรอนุญาตให้ข้าจัดการมัน”

“การหยุดความชั่วด้วยความชั่ว มันไม่ใช่วิธีที่ถูกหรอก ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เจ้าก็ยังปล่อยให้คนตายไปต่อหน้าต่อตาสินะ”

“เราขัดกรรมของใครไม่ได้หรอกศิลา เขาทำอะไรไว้ก็ย่อมได้รับสิ่งนั้น”

“กรรมของมันก็คือข้านี่ไง” ว่าแล้วโยคีก็ปล่อยพลังใส่พวกมนุน พลังนั้นกลับย้อนใส่ตัว

“จงระวังจิตใจของเจ้า เพราะมันจะทำให้เจ้าควบคุมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ไม่ได้” นักพรตพูดจบ ร่างก็มลายหายไป
โยคีศิลาดำกระอักเลือดล้มลงจากพลังของตัวเอง เขาเจ็บใจมาก สมุนดุลยศักดิ์ได้ยินเสียงบางอย่างเดินมาดู เห็นรอยเลือดก็สงสัย ตามร่องรอยจนพบ จังหวะนั้น เทพเอ่ยปากอนุญาตกับนาถสุดา หมอกควันจางหายไปในสายตาของโยคีศิลาดำ เขารู้ทันทีว่าใช้พลังได้ จึงจัดการพวกสมุนได้ไม่ยาก เขามาถึงห้องเทพ นาถสุดาเปิดประตูรับ ตกใจ

“อาจารย์! ใครทำอาจารย์แบบนี้คะ”

“เจ้าโดนหักหลังแล้วล่ะ ไอ้ดุลยศักดิ์มันส่งคนสะกดรอยตามเจ้า”

นาถสุดาเจ็บใจแต่ข้องใจว่าใครที่เก่งกาจทำร้ายโยคีศิลาดำได้ โยคีตอบสั้นๆ ว่าตนทำตัวเอง แล้วหันไปถามเทพเกี่ยวข้องอะไรกับนักพรตเมฆขาว เทพไม่รู้เรื่องให้ไปถามไศลา โยคีจึงมั่นใจว่า ไศลาคือศิษย์ของเมฆา นาถสุดาแทรก ควรรีบออกไปจากที่นี่ก่อน ทั้งสองเห็นด้วย

ooooooo

ด้วยพลังเนตรอัคคีของไศลา รักษาขาของพันธ์-พงษ์ให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง ธิดารัตน์ออกมาเห็น ตื่นเต้นร้องเสียงดังลั่นบ้าน กมลาจะออกมาเอ็ด ธีรธรกับนิ่มนวลประคองวงทองตามออกมา ทุกคนเห็นพันธ์พงษ์ยืนได้ก็ตกใจ ธิดารัตน์ละลํ่าละลักบอกว่าพ่อเดินได้แล้ว

“คุณเป็นคนทำใช่ไหมไศลา” ธีรธรมองคนรักอย่างปลื้มใจ

ไศลายิ้มบางๆ พันธ์พงษ์ตอบแทนว่าใช่ กมลาทำหน้าไม่ถูกเพราะพูดจาเหยียดหยามสามีไว้มาก นิ่มนวลยิ่งหมั่นไส้ ธีรธรบอกทุกคนว่า

“ทีนี้ก็เห็นสักทีละนะว่าเรื่องที่ไศลาพูดมันไม่ใช่แค่บังเอิญ...”

“พอเถอะค่ะคุณธี พูดแบบนี้ไศวางตัวไม่ค่อยถูกว่าควรทำยังไงน่ะค่ะ”

“หนูไศลา อาไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่อาขอบคุณ” พันธ์พงษ์จะคุกเข่า

ไศลาดึงไว้ “คุณอาคะ...อย่าทำขนาดนี้เลยค่ะ ไศแค่ช่วยอะไรที่ไศพอช่วยได้เท่านั้น”

“แต่มันคือชีวิตของอาทั้งชีวิต ต่อไปนี้ ไม่ว่าหนูไศลา ต้องการอะไร อาจะหามันมาให้... แม้กระทั่งชีวิตของอาเอง อาก็จะให้”

“มันจะมากไปละมั้ง ตัวคุณน่ะมีครอบครัวต้องดูแล รู้ไหมว่ากี่ปีที่ฉันต้องแบกภาระของครอบครัวเพราะความพิการของคุณน่ะ พอหายขึ้นมาก็จะทิ้งลูกทิ้งเมียเอาชีวิตไปแลกกับคนอื่นรึไง” กมลาแหวขึ้นมา

“คนเรามันต้องรู้จักบุญคุณคน”

“บุญคุณอะไร คุณไปขอให้มันทำซะที่ไหนล่ะ”

“ทำไมคุณพูดแบบนี้ล่ะ” พันธ์พงษ์ผิดหวังกับความเห็นแก่ตัวของภรรยา

วงทองกลัวจะทะเลาะกันรีบแทรกขึ้นว่า เวลานี้น่าจะดีใจมากกว่า ไศลากับธีรธรเห็นด้วย นิ่มนวลจิกตาใส่ไศลาอย่างหมั่นไส้ ไศลาเห็นแต่ไม่อยากใส่ใจ ยิ่งทำให้นิ่มนวลเคียดแค้น

ธีรธรกับไศลาออกมาคุยกันสนามหน้าบ้าน ธีรธรยังชื่นชมเธอไม่หยุด และขอให้เธอสอนพลังจิตแก่เขาบ้าง เธอตอบว่าสอนไม่ได้  แต่ช่วยงานได้ ช่วยจับคนร้ายได้ ชายหนุ่มนิ่งไปสักครู่ก่อนจะตอบหนักแน่นว่า ตนไม่ยอมให้เธอมาเสี่ยงอันตรายด้วยแน่ๆ หญิงสาวโต้

“อันตรายหรือไม่ ฉันต้องเป็นคนตอบเองสิคะ ฉันอยากตอบแทนคุณแผ่นดินบ้าง”

“อีกอย่าง...ผมอยากให้คุณใช้สิ่งที่คุณมีในการรักษามากกว่าต่อสู้นะ”

“คุณดูถูกการต่อสู้ของฉันไม่ได้นะ ฉันมั่นใจว่าซัดคุณหมอบได้” ไศลาจู่โจมใส่ธีรธร แต่ด้วยความที่ใช้พลังในการรักษาพันธ์พงษ์ไปมาก จึงเกิดหน้ามืด ธีรธรเข้าประคองกอด

“นี่ไง เพราะแบบนี้ไง ผมถึงจะบอกว่าผมไม่ได้ว่าสู้ไม่เก่ง แต่ผมเป็นห่วงคุณ”

นิ่มนวลออกมาเห็นสองคนสบตากันอยู่ในอ้อมกอด แทบสะกดอารมณ์ไม่อยู่เข้ามาแทรกกลางจ้องไศลาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ สะบัดเสียงว่า วงทองให้มาตามธีรธร ไศลาจึงขอตัวแยกไป ธีรธรรู้สึกเซ็งจำยอมเดินเข้าบ้านใหญ่

ooooooo

ชักจะเริ่มไม่ไว้ใจนาถสุดา ดุลยศักดิ์เรียกเธอมากำชับให้ออกข่าวงานหมั้นโดยเร็ว เพราะวันนั้นจะเป็นวันส่งของครั้งใหญ่ ด้านโยคีศิลาดำพยายามใช้สมาธิรักษาอาการบาดเจ็บของตน

ในขณะที่ ไศลาเมื่อธีรธรไม่ยอมให้เข้าร่วมทำงานด้วย เธอจึงหาวิธีใหม่...วันต่อมา ธีรธรกำลังจะเข้าประชุมเขาโทร.หาไศลาเท่าไหร่ เธอก็ไม่รับสาย จึงเกิดความกังวลใจ พอเข้าประชุม  ผู้การเสริมพงษ์แจ้งข่าวสองเรื่องเรื่องแรกคือ มีคนชิงตัวเทพไปได้จากเซฟเฮาส์ ธีรธรตกใจไม่น่าเป็นไปได้ จ่านิดแจ้งว่า กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ถูกทำลาย ไม่มีภาพใดปรากฏอยู่เลย

“เรื่องสำคัญตอนนี้คือ มีหนอนบ่อนไส้ และผมเชื่อว่า หนอนตัวนี้ต้องตัวใหญ่ไม่น้อย เวลาพวกคุณคิดจะทำอะไร ผมอยากให้รอบคอบกว่าเดิมให้มาก” ผู้การเสริมพงษ์เตือน

ธีรธรเป็นห่วงไศลามากขึ้น ขอกำลังคุ้มครองพยานที่เหลือคือไศลา ผู้การแทรก “อ้อ...มีอีกเรื่องนึง ผมรับอาสาสมัครมาทำคดียาเสพติดคนหนึ่ง ดูหน่วยก้านแล้วใช้ได้ทีเดียว ผมจะให้เขาช่วยพวกคุณในทุกคดีที่คุณถืออยู่”
“ผู้การแน่ใจได้ยังไงครับ ว่าไว้ใจได้” ธีรธรแย้ง

“ผมให้คุณเป็นคนพิจารณาเองก็แล้วกัน ว่าจะไว้ใจได้แค่ไหน...เชิญครับคุณ...”

ทุกคนตกตะลึง  เมื่อเห็นไศลาเดินเข้ามา ผู้การถามธีรธรว่าไว้ใจได้ไหม เขาค้านทันทีว่าไศลาเป็นพยานที่เหลืออยู่  มันจะเป็นอันตรายต่อเธอ ไศลาโต้ว่าตนสามารถเข้าถึงหัวหน้าใหญ่ได้ ผู้การเห็นจริง จ่านิดก็เห็นด้วย ไศลารับรองว่าตนดูแลตัวเองได้ และถ้าตนเป็นอะไรไป ตนบันทึกหลักฐานทุกอย่างไว้หมดแล้ว ไศลาวางกล้องวีดิโอลงบนโต๊ะ ธีรธรอึ้งเถียงไม่ออก

“เอาล่ะ ทีนี้ผมว่า...พวกคุณมุ่งเป้าไปที่ตัวการใหญ่เลย โดยเฉพาะคนในกรมตำรวจที่หนุนหลังให้พวกมันอยู่”  ผู้การเสริมพงษ์สรุป

ธีรธรรับคำ จ่านิดรีบบอกว่ามีสาวๆ สวยๆ มาทำงานด้วย ค่อยกระชุ่มกระชวย...ไศลาขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ ธีรธรดักดึงมือเธอกลับเข้าไปล็อกประตู ต่อว่าที่เธอทำแบบนี้

“คุณธีเคยได้ยินไหมคะ ว่าคนเราเกิดมาเพราะมีภารกิจหนึ่งที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนที่จะตาย สำหรับไศ ไศคิดว่าภารกิจของไศคือทำให้สังคมนี้ดีขึ้น ไศมีความสุขที่ได้ทำค่ะ”

“คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังทำให้ผมเป็นห่วงคุณ”

“ก็เชื่อใจไศสิคะ คุณจะได้ไม่ต้องห่วง”

“นี่คุณรู้ทั้งรู้ แต่แกล้งเล่นตลกกับความรู้สึกผมใช่ไหมเนี่ย” ธีรธรดันไศลาชิดผนัง

“ฉันไม่เอาครอบครัว รวมถึงชีวิตตัวเองมาเสี่ยง เพื่อเล่นสนุกกับความรู้สึกหรอกค่ะ ปล่อยฉันเถอะ”

ธีรธรฮึดฮัดจะทำอย่างไรกับเธอดี ไศลาสวนแค่ปล่อยตน เขายิ่งไม่พอใจยื่นหน้ามาใกล้ ไศลาเขินต้องหลบตาอ้อมแอ้มบอกเขาว่า

“ใครมาเห็นเข้าจะไม่ดีนะคะ คุณจะเสียหาย”

“ผมไม่กลัว”

“แต่ฉันกลัว...”

“คุณต้องกลัวอะไร...”

“ใจตัวเอง...มันน่ากลัวกว่าทุกสิ่งแล้วล่ะค่ะคุณธี”

ธีรธรยังดื้อดึงไม่ยอมปล่อย ไศลาจึงเป็นฝ่ายใช้กำลังบิดข้อมือเขาจนร้องจ๊าก ปล่อยแต่โดยดี หญิงสาวยิ้มๆ เปิดประตูเดินออกมา ปรากฏว่าข้างนอกมีตำรวจชายหญิงหลายนายแอบฟังอยู่ ไศลาทำหน้าเจื่อนๆเดินหนีออกไป ธีรธรอายทำหน้าเข้มเอ็ดมาทำอะไรกัน แล้วไล่ไปทำงาน

กลับเข้ามาในห้องประชุม ไศลาขอให้ทางตำรวจตามหาตัวเทพโดยเร็ว ผู้การถามแล้วชูชิตเป็นตัวการที่จะสาวไปถึงนายใหญ่ได้ ธีรธรรีบเสนอตัวแต่ไศลาแย้งจะตามเอง

“มันเสี่ยงเกินไป คุณทำกับชูชิตขนาดนั้น  เขาไม่มีวันไว้ใจคุณอีกแล้ว”

“คุณธี...น้องสาวกับน้องชายของฉันอยู่กับชูชิต ถ้าฉันอยากได้ทุกอย่างคืนมา  ฉันว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง”

“แน่ใจว่าไม่ใช่เพราะยังรัก...” ธีรธรยั้งคำพูดไว้ เพราะผู้การเสริมพงษ์ปราม

ไศลาไม่ค่อยพอใจ ยืนยันจะพิสูจน์ให้เขาเห็นผู้การตัดบท “เอาล่ะ แผนการที่คุณคิดไว้เป็นยังไง คุณก็ปรึกษาจ่านิดหรือผู้กองได้เลย สองคนนี้พร้อมจัดทีมช่วยคุณเต็มที่ แต่วันนี้ผมขอตัวไปก่อน”

จ่านิดยิ้มกริ่มจัดอุปกรณ์ติดตามตัวให้ พร้อมกล้องปากกาและอาวุธที่ใช้ยามฉุกเฉิน แต่แล้วเขาก็อดถามไม่ได้ว่าเธอจะทำอย่างไรให้ชูชิตกลับมาไว้ใจ ไศลาตอบอย่างมั่นใจว่าตนรู้จักผู้ชายคนนี้ดีกว่าใคร จ่านิดขอร้องให้ปรึกษาธีรธรว่าจะทำอย่างไรบ้าง เพราะเขาเป็นห่วงเธอมาก

หญิงสาวพยักหน้ารับไปงั้นๆ

ooooooo

ตกดึก ไศลาออกมายืนมองฟ้า ขอพรให้พ่อแม่ช่วยเป็นกำลังใจในการทำงานครั้งนี้ ธีรธรตามออกมาต่อว่าที่เธอดื้อดึงเอาตัวไปเสี่ยง ถ้าเป็นอะไรไปตนจะทำอย่างไร ไศลาย้อนถามว่าเขาห่วงจะไม่มีพยานหรือห่วงตัวเธอ ชายหนุ่มสวน

“ไม่ใช่แค่ห่วง แต่หวงด้วย ผมไม่อยากให้คุณไปเจอชูชิตนั่น”

หัวใจไศลาพองโตรับปากว่าจะระวังตัว ธีรธรปลดปืนพกให้แก่เธอไว้ป้องกันตัว หญิงสาวปฏิเสธไม่คิดฆ่าใคร เขายื้อให้เธอรับไว้ แล้วจับหัวเธอทำท่าเป่ากระหม่อมแบบผู้ใหญ่เป่าให้เด็ก ไศลางง “นี่คุณทำอะไรน่ะ...”

“คุณไม่เคยได้ยินเหรอว่าคนเราน่ะจะมีเทวดานางฟ้าประจำตัวให้เราปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง...ผมให้คุณยืมเทวดาประจำตัวของผมชั่วคราว”

“อ้าว ฉันก็น่าจะมีนางฟ้าของฉันแล้วนี่”

“นางฟ้าตัวเล็กๆจะไปปกป้องอะไรได้มากมายเอาเทวดาของผมไป เทวดาผมฝึกมาดี...ฝากคุณไศลาด้วยนะคุณเทวดา” ธีรธรทำท่าพูดกับเทวดา ไศลาแอบขำแต่ปลื้ม

ห่างออกมา นิ่มนวลยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเจ็บปวดน้ำตาคลอ ไม่เคยได้รับความอาทรแบบนั้นจากธีรธรบ้างเลย

รุ่งเช้า ไศลาเก็บของใส่เป้ รวบรวมอุปกรณ์ ป้องกันตัว ปืนพกรวมทั้งเครื่องติดตามตัวไว้ในกระเป๋าเล็กใส่ลงในเป้ นิ่มนวลเข้ามาถากถาง ไปคราวนี้คงไม่กลับมาอีก แล้วไม่คิดจะไปลาเจ้าของบ้านบ้างหรือ แถมย้ำถ้ายังไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับธีรธร จะหาว่าตนใจร้ายไม่ได้ ไศลาไม่อยากต่อปากต่อคำ วางมือเดินออกไปที่เรือนใหญ่ นิ่มนวลเคียดแค้น คว้าเป้ของไศลาโยนลงพื้น กระเป๋าที่ใส่ปืนและอุปกรณ์กระแทกพื้นเสียงดัง นิ่มนวลนึกได้ เปิดเป้หยิบกระเป๋าออกมา สีหน้าเหี้ยม หวังจะให้ไศลาไม่มีทางรอดกลับมาได้อีก

ไศลาไหว้ลาวงทองและพันธ์พงษ์ พันธ์พงษ์เป็นห่วงอยากไปช่วย แต่ไศลาขอไว้ ที่ผ่านมาเขาทำเพื่อแผ่นดินมากพอแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของเธอ กมลาออกมาเห็นแว้ดใส่อย่างไม่เกรงใจ หาว่าเป็นลูกหลานก็ไม่ใช่จะไปไหนทำไมต้องล่ำลา วงทองตัดบทถามไปพร้อมธีรธรหรือ ไม่วายกมลายังโวย ไม่เห็นจำเป็นที่ธีรธรต้องไปด้วย ไศลาบอกให้สบายใจว่า ตนไปคนเดียว วงทองกับพันธ์พงษ์อวยพรให้โชคดี

กลับมาเอาเป้ออกไป โดยที่ไศลาไม่ทันสังเกตว่ากระเป๋าเล็กใส่อุปกรณ์และปืนถูกนิ่มนวลเอาออกไปทิ้งขยะหน้าบ้าน...ออกมาสักพัก ไศลาโทร.นัดชูชิตมาพบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ขณะที่ธีรธรแต่งตัวตามมาที่เรือนใหญ่ จึงรู้ว่าไศลาไปแล้ว เขาไม่พอใจจะรีบตาม นิ่มนวลสุดทนสะบัดเสียงอะไรกันนักหนา ธีรธร...รอรถขยะที่มาจอดขวางประตูกว่าจะเคลื่อนรถออกมาได้ พอ มาถึงสำนักงานก็รีบถามจ่านิดถึงไศลาทันที จ่านิดทำหน้างง

“ทำไมผู้กองถามแบบนั้นล่ะครับ คุณไศเขาพัก ที่บ้านผู้กองนะครับ”

“แล้วถ้าผมหาเจอ ผมจะมาถามไหมล่ะ”

“ตราบใดคนสนิทที่สุดยังไม่รู้ ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะคร้าบ...”

“ถ้างั้นแย่แล้ว ไศลาหายออกไปจากบ้านตั้งแต่เช้าแล้ว”

ธีรธรเอะใจ ไศลาคงไปหาชูชิตโดยไม่บอกใคร จ่านิดให้ธีรธรตามสัญญาณเครื่องติดตามตัวไศลา ธีรธรรีบขับรถออกไป วอสั่งลูกน้องสกัดกั้นรถที่ต้องสงสัยด่วน สุดท้ายถึงได้รู้ว่าอุปกรณ์ทั้งหมดของไศลาอยู่ในรถขยะ เขายิ่งหวั่นใจ

“ทำไมคุณทำแบบนี้ หรือคุณ...จะตกอยู่ในอันตราย...”

ชูชิตตื่นเต้นที่ไศลาให้อภัย รี่มาพบเธอที่โรงแรมตามนัด ไศลาทำทีว่าคิดถึงเขา ตัดใจจากเขาไม่ได้ ชูชิตปราดเข้ากอดลูบไล้ ไศลาต้องหาทางออก

“อย่าเพิ่งเลยชิต ไศมีเรื่องอยากจะพูดกับชิตก่อน ไม่งั้นไศต้องไม่สบายใจแน่”

ชูชิตแปลกใจจะมีอะไรสำคัญอีก ไศลารีบบอกว่าตนรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างเขาแต่แรก ขอให้เขาให้โอกาสตนกลับมาเหมือนเดิม ชูชิตตื่นเต้นดีใจ ขอให้เธอไปพบเจ้านายใหญ่ เข้าทางของไศลา เธอรีบถามว่าเมื่อไหร่ ชายหนุ่มบอกว่า ตอนนี้เพราะนี่เป็นทางเดียวที่จะได้คบกันอีก

ขณะเดียวกัน อรชรนอนหลับฝันไปว่า ชูชิตกับไศลา กลับมามีสัมพันธ์ต่อกัน จึงคว้ามือถือมาโทร.จิกทันที ชูชิตไม่อยากให้ไศลารู้ว่าอรชรโทร.มา เลี่ยงไปคุยห่างๆ...ธีรธรสั่งจ่านิดตามหาตัวไศลาจนสายรายงานว่าอยู่ที่โรงแรม เขาหงุดหงิดตามไป ได้เห็นเธอกำลังขึ้นรถชูชิต

“คุณคิดจะทำอะไรของคุณกันแน่นะ ไศลา”

เห็นไศลาลงจากรถที่คฤหาสน์ของดุลยศักดิ์

ตระกองกอดไปกับชูชิต เขาแทบจะถลาออกไปดึงเธอกลับมา ใจหนึ่งจะเรียกกำลังเสริมมาช่วยก็เกรงไศลา ได้รับอันตราย จึงซุ่มดูลำพัง แต่พอเห็นสมุนดุลยศักดิ์ไม่เชื่อถือชูชิต ไม่ยอมให้พาไศลาเข้าไปข้างในจนจะมีเรื่องกัน ธีรธรนึกได้ว่าไศลาไม่มีปืนพกอาจสู้พวกมันไม่ได้จึงโผล่พรวดออกมา

“หยุดนะ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทิ้งอาวุธให้หมด” ธีรธรจ่อปืนไปที่ชูชิต พวกสมุนจ่อปืนกลับ

พวกสมุนหาว่าชูชิตกับไศลาเป็นสายตำรวจ ชูชิตหน้าเสียถามไศลาว่าหักหลังตนหรือ ไศลาเกรงแผนจะล่มและห่วงธีรธรจะไม่ปลอดภัย จึงตอบว่าตนไม่รู้เรื่อง พวกสมุนว่าชูชิตโง่

“ใครกันแน่ที่โง่ ไม่เห็นเหรอมันมาคนเดียว พวกแกก็จัดการมันสิ” ชูชิตโวยกลับ

ธีรธรรีบออกตัวว่าไม่ได้มามีเรื่องกับใคร แค่ต้องการไศลาคืน ไศลาโต้ตนมาหาคนรัก คนเดียวที่ตนยอมให้เป็นเจ้าของคือชูชิต ธีรธรอึ้งว่าเธอกำลังจะทำอะไรกันแน่

ตอนที่ 6

สุดท้ายธีรธรกลับมาจอดรถนอนที่หน้าโรงพยาบาล พอเช้าตรู่ก็รีบเข้าไปล้างหน้าบ้วนปากเดินอารมณ์ดีหมายจะมาหาไศลาที่ห้องพัก วงทอง กลับเห็นเธอเดินสะโหลสะเหลออกมา เขาปรี่จะเข้าไปช่วยแต่ต้องชะงัก เมื่อนพรัชชิงเข้าไปอุ้มเธอไว้ก่อน เขามองด้วยความปวดใจ

ธีรธรตามมาดูนพรัชอุ้มไศลาเข้าไปนอนในห้องพักจนกลับออกมา ตั้งใจจะเคาะประตูแต่แล้วเปลี่ยนใจไม่อยากรบกวน...

บ่าย วันนี้ โยคีศิลาดำมาหานาถสุดาถึงบ้าน เห็นอรชรเกิดความพึงพอใจ อรชรมองด้วยสายตาเหยียดๆ ขึ้นไปปลุกนาถสุดาทำนองเยาะหยัน ผู้ชายแก่ก็ไม่เว้น

นาถสุดาแปลกใจรีบอาบน้ำแต่งตัวลงมา พอเจอหน้า โยคีศิลาดำก็ถามทันที เจอเทพแล้วทำไมไม่บอก หญิงสาวสะดุ้งเหลียวซ้ายแลขวาก่อนกระซิบ

“บ้านนี้มีกล้องวงจรปิดทั้งหลัง เราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่าค่ะ”

อรชรแอบดูแล้วรีบกดโทรศัพท์หาสุทธิพงษ์ทันที...นาถสุดาขับรถพาโยคีศิลาดำออกมา เธอเล่าเรื่องเทพให้ฟังว่าเขาเปลี่ยนไป เป็นพยานให้ตำรวจ บ่นแต่ว่าอยากมีชีวิตใหม่ พูดวกวนแต่เรื่องกลัวบาปกลัวกรรม โยคีรีบบอกให้พาตนไปพบเทพก่อนที่ดุลยศักดิ์จะรู้เรื่องนี้ แต่นาถสุดาคิดว่าตนมีแผนที่ดีกว่า ไม่ทันจะบอก โยคีเห็นมีมอเตอร์ไซค์ขี่ตามมาตั้งแต่ออกจากบ้าน

“ไอ้มอเตอร์ไซค์ข้างหลังนี่เป็นพวกใคร ท่าทางจะมือใหม่ ตามซะเด่นเลย”

นาถสุดาพยายามมอง เห็นเป็นสุทธิพงษ์ สงสัยอรชรส่งมาสืบ โยคีจะจัดการแต่เธอขอไว้โง่แบบนั้นน่าจะมีประโยชน์...สองคนวางแผน จอดรถในปั๊ม ลงมาคุยกันทำนองว่า โยคีศิลาดำเป็นคนมาส่งข่าวว่าพบไศลาอยู่ที่โรงพยาบาลนพเวช สุทธิพงษ์ได้ยินรีบโทร.บอกพี่สาวทันที พอเขาจะขี่รถกลับ โยคีศิลาดำก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าตำหนิว่าแอบฟังคนอื่นคุยเสียมารยาท สุทธิพงษ์จะต่อย กลับถูกสะกดให้หมัดนั้นกลับมาชกหน้าตัวเองหลายทีจนสลบลงไปกอง...นาถสุดาตามออกมาบอกว่า นายเรียกรวมตัวที่บ้านเย็นนี้ ต้องมีอะไรพิเศษแน่

บ่ายแก่ ธีรธรถือถุงข้าวมาที่ห้องพักไศลา เห็นนพรัชกำลังแขวนถุงข้าวที่ประตูแล้วกลับไป ธีรธรเดินมาดึงถุงของนพรัชออก ทันใด ไศลาเปิดประตูออกมา ต่างตกตะลึง...ธีรธรเข้ามาในห้อง จัดแจงเทอาหารใส่จาน ไศลาแซวเห็นตนกินจุหรือ ซื้อมามากมาย

“ไม่ใช่ของผมคนเดียวหรอก ไอ้หมอมันซื้อมาแขวนให้ คุณทานของผมนะ เดี๋ยวผมจัดการของไอ้หมอเอง”

ไศลาแอบขำแกล้งถามทำไมต้องบังคับ ตนอยากทานของนพรัชมากกว่า ธีรธรไม่เชื่อ เพราะเชื่อว่าตนรู้ใจเธอมากกว่า หญิงสาวขำหน้าทะเล้นของเขา

“กล้าพูดนะเนี่ย แล้วทำไมวันนี้ถึงได้เลิกงานเร็วล่ะคะ ไม่นัดสาวไหนเหรอ ปกติเห็นคิวทองจะแย่”

ธีรธรนิ่งคิด ไม่อยากให้เธอรู้ว่าตนมาตั้งแต่เมื่อคืน โกหกว่ามาแต่เช้าเห็นเธอออกมาจากห้องแม่ ไศลาเข้าใจว่าเขาพาเธอมานอนที่ห้อง ธีรธรหน้าตึงตอบตามจริงว่านพรัชตัดหน้า จึงโต๋เต๋รอจนบ่าย อยากเจอเธอเพราะคิดถึง ทำเอาหญิงสาวเขินอาย...สองคนทานข้าวเสร็จช่วยกันล้างจาน ชายหนุ่มฉวยโอกาสจับมือ หญิงสาววักน้ำใส่จึงแกล้งกันไปมาจนเสียหลักล้มไปด้วยกัน  แรงดึงดูดในใจทำให้ทั้งคู่ขยับเข้าหากัน ไศลาเริ่มรู้สึกตัวคว้าจานมาขวางหน้า ธีรธรจึงจูบกับจาน ไศลาหัวเราะ ธีรธรเสียฟอร์มคว้าตัวเธอมากอดได้สำเร็จ ไม่ทันจะทำโทษ เสียงเคาะประตูขัดจังหวะ ไศลารีบผละออกวิ่งมาเปิดประตู นพรัชยืนยิ้มเผล่

“เมื่อบ่ายผมเอาข้าวมาแขวนไว้ให้ คุณไศลาได้ทานหรือยังครับ”

“ฉันช่วยกินแล้ว ขอบใจมากนะหมอ” ธีรธรเดินมาโชว์ตัว

นพรัชหน้าเสีย เปลี่ยนเรื่องบอกว่ามารับไปห้อง   วงทอง ธีรธรแทรกจะพาไปเอง แต่ไศลาโพล่งขึ้นว่าจะไปพร้อมนพรัช เขาดีใจยักคิ้วอย่างผู้มีชัยชนะธีรธรหน้างอไม่พอใจ

ooooooo

นาถสุดากับโยคีศิลาดำมาพบดุลยศักดิ์ที่บ้าน เขาสั่งให้ไปเก็บไศลาที่โรงพยาบาล นาถสุดาท้วงว่าไม่ทำตามแผนเกลี้ยกล่อมของชูชิตก่อนหรือ ดุลยศักดิ์ตอบว่า ไม่ไว้ใจชูชิต
คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่ไศลาจะรักษาวงทอง นพรัชสารภาพว่า วิธีแบบนี้ถ้าไม่เห็นกับตาตนไม่เชื่อจริงๆ สองหนุ่มส่งไศลาที่ห้องวงทองแล้วกลับออกมา ธีรธรสบตาไศลาอย่างอาวรณ์

อรชรรู้จากชูชิตซ้ำอีกครั้งว่าไศลาอยู่ที่โรงพยาบาล ยิ่งไม่พอใจเกรงชูชิตกลับไปหาพี่สาว จึงโทร.เรียกสุทธิพงษ์ให้ไปหาไศลาด้วยกัน แต่สุทธิพงษ์บาดเจ็บเกินกว่าจะไปไหนมาไหนได้ อรชรจำต้องแอบมาคนเดียว โดยวางยานอนหลับชูชิต

ระหว่างที่เดินมาตามทางโรงพยาบาล นพรัชตัดสินใจถามธีรธรตรงๆว่าชอบไศลาหรือเปล่าจะได้รู้ตัวว่าควรทำอย่างไร ธีรธรยอมรับและคิดว่าเพื่อนจะหลีกทางให้

“เพ้อเจ้อ ฉันจะหลีกทางแกให้โง่ทำไม ในเมื่อคุณไศลาเขาก็ยังไม่ได้เลือกใคร แถมแกยังมีเรื่องที่บ้านอีกหลายด่าน บอกตรงๆนะ คะแนนฉันได้เปรียบกว่าเยอะว่ะ”

“ฉันก็ยอมรับนะ ว่าแต้มต่อแกเยอะมาก แต่คนนี้ฉันสู้สุดใจเหมือนกันว่ะ” ธีรธรจ้องตาเพื่อน ต่างพอใจที่เคลียร์กันอย่างยุติธรรม...

ค่ำวันนั้น โยคีศิลาดำยืนอยู่หน้าโรงพยาบาล บรรยากาศดูวังเวง ชั่วครู่เขาก็ทำร้ายบุรุษพยาบาลคนหนึ่ง แล้วเอาเสื้อผ้าเขามาใส่ เดินเข้าไปข้างใน อรชรลงรถแท็กซี่ รู้สึกลมแรงมาปะทะขนลุกชอบกล เห็นบุรุษพยาบาลจึงรีบเดินตาม แต่ตามเท่าไหร่ก็ไม่ทัน โยคีในชุดบุรุษพยาบาลเดินมาถึงหน้าห้องวงทอง เขายิ้มอย่างอำมหิตก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

คืนนั้น ธีรธรฝันว่าตนมาโรงพยาบาล พยาบาลบอกว่าแม่และไศลาเสียชีวิตแล้วทั้งคู่ ก็ตกใจ สะดุ้งตื่นเหงื่อแตกกราน

ในห้อง ไศลากำลังเพ่งสมาธิรักษาวงทอง โยคี-ศิลาดำเข้ามาด้วยดวงตาแดงก่ำ พลังสีขาวของไศลาชะงัก เธอกระอักเลือดออกมา เห็นโยคีก็ตกใจ เขายื่นมือมาบีบคอเธอ ดวงตาที่สามของไศลาเบิ่งโพลงขึ้น โยคีตกใจเห็นหน้านักพรตเมฆขาวซ้อนขึ้นมาบนหน้าเธอ รีบผละออก...ด้านนอก อรชรเดินหาห้องที่ไศลาอยู่ ได้ยินเสียงร้องจึงแอบฟัง
โยคีศิลาดำถาม “เจ้าเป็นอะไรกับ...ไอ้เมฆา” ไศลาหลับตาสวดมนต์ โยคีเข้ากระชากตัว “ข้าถามว่าเจ้าเป็นอะไรกับไอ้เมฆา...ไม่ตอบใช่ไหม”

โยคีกดที่หัวไศลา ปล่อยพลังคุมจิตใจของเธอ ถามว่าชื่ออะไร มาทำอะไรที่นี่ หญิงสาวตอบว่าชื่อไศลา มารักษาคุณป้า แต่พอโยคีถามว่าเป็นอะไรกับเมฆา เธอตอบว่า ไม่รู้จัก

“โกหก...บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเจ้าเป็นอะไรกับเมฆา”

ไศลาตอบอย่างเดิมว่าไม่รู้จัก โยคีโกรธบีบคอเธออย่างแรง อรชรแง้มประตูดูตกตะลึง จะวิ่งหนี โยคีหันมามอง ปล่อยร่างไศลาแล้วจะรวบตัวอรชรแทน เธอกลัว
ลานถอยจนมุม

“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”

โยคีมองเรือนร่างอรชรอย่างพอใจ คิดจะปลุกปล้ำ อรชรร้องให้ไศลาช่วย ร่างไศลาเริ่มกระดุกกระดิกฮึดขึ้นช่วยน้องสาว อรชรเห็นเช่นนั้น วิ่งหนีเตลิดออกจากห้อง โยคีเยาะหยัน

“ดูน้องจะรักเจ้ามากนะ ไปแบบไม่คิดจะหันมามอง”

“หยุดพล่ามได้แล้ว แกต้องการอะไร”

“ชีวิตเจ้าไงล่ะ” โยคีศิลาดำยิ้มอำมหิต

อรชรวิ่งออกมาชนเข้ากับธีรธรอย่างจัง ต่างคนต่างล้ม ธีรธรเห็นหน้าอรชรก็จำได้ แต่เธอกลับลุกวิ่งหน้าตื่นไปอีก ชายหนุ่มเอะใจเป็นห่วงไศลา รีบวิ่งตรงไปที่ห้องวงทอง ไศลายังคงต่อสู้กับโยคีศิลาดำอย่างดุเดือด โยคีร่ายมนต์เพลิงเผาประตูกั้นไม่ให้เธอเปิดประตูได้ ไศลาตั้งสมาธิปล่อยน้ำดับไฟ แล้วเปิดประตูวิ่งออกไป โยคีแปลกใจที่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งต้านพลังของตนได้...ธีรธรวิ่งมาเจอกับไศลา โยคีศิลาดำตามมารีบหลบมุมตึก

“ไศลา คุณจะไปไหน เกิดอะไรขึ้น”

“มีคนตามมาฆ่าไศ”

สองคนเหลียวมองข้างหลัง “ผมไม่เห็นมีใครตามคุณมาเลยนะ”

โยคีศิลาดำมองมาเห็นเงานักพรตเมฆขาวปรากฏข้างกายไศลา เขาต้องชะงักไม่กล้าตามออกไปด้วยความหวั่นเกรง

ธีรธรประคองไศลากลับมาที่ห้องวงทอง แล้วรีบดูอาการแม่ เธอยังไม่รู้สึกตัว ไศลาเสียใจที่การรักษามาสะดุดวันสุดท้าย จึงไม่แน่ใจว่าท่านจะหายไหม ธีรธรปลอบใจเริ่มต้นใหม่ได้ แต่ไศลาไม่รู้ว่าคนที่บ้านเขาจะยอมหรือไม่ อาจไม่เชื่อว่าตนรักษาได้ ชายหนุ่มโอบให้กำลังใจ

ooooooo

รุ่งเช้า ดุลยศักดิ์อารมณ์ดีที่จะได้ฟังข่าวว่ากำจัดไศลาเรียบร้อย นาถสุดายกกาแฟและหนังสือพิมพ์มาวาง เขาถามหาโยคีศิลาดำ เธอตอบว่าเห็นกลับมาตอนเช้ามืดจะไปตามให้ ดุลยศักดิ์ปรามปล่อยให้นอนพักไปก่อน ข่าวดีฟังเมื่อไหร่ก็ได้

ตอนที่ 5

ไศลายังคงนั่งสมาธิอยู่บนยอดเขาจนเปล่งประกายออร่าสีขาวสว่างสดใสออกมา เกิดความปลื้มปีติในใจ เธอลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกสดชื่น พอหันมาเห็นร่างตัวเองยังนั่งสมาธิอยู่ก็ตกใจ นักพรตเมฆขาวปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า

“เอมา...การรู้เท่าทันความต้องการและรู้จักห้ามจิตใจของตัวเองไม่ให้ลุ่มหลงในภาวะกิเลส เป็นสิ่งที่ผู้ถูกเลือกควรปฏิบัติ”

ไศลาก้มลงกราบด้วยความดีใจที่พบท่านอีก นักพรตกล่าวที่ใดมีธรรม ที่นั่นพ้นทุกข์ หญิงสาวยอมรับว่าถ้าไม่ได้วิชาคำสอนจากท่าน ตนคงเอาตัวรอดไม่ได้

“เอมา...จงอย่าลืมหน้าที่หลักของการเป็นผู้ถูกเลือก”

“ไม่ลืมค่ะ ผู้ถูกเลือกมีหน้าที่ปกป้องความดี ทำให้คนชั่วรู้จักบาปบุญคุณโทษ”

นักพรตยิ้มอย่างพอใจ แล้วบอกเธอว่า มีสิ่งใหม่ที่ต้องเรียนรู้ นั่นคือวิชาพลังจักรวาลบำบัด หากใช้วิชานี้ในการช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วย พลังจะลดลงไม่มากและใช้เวลาฟื้นตัวไม่นาน ท่านให้ไศลาแบมือออกแล้วหลับตา ท่านเอาไม้เท้าวางบนมือเธอ และบริกรรมคาถา เกิดแสงสีทองระยิบระยับไหลลงสู่แขนทั้งสองข้าง ไศลารู้สึกถึงพลังไหลเข้าสู้หัวใจ เกิดความสดชื่นอย่างประหลาด เมื่อแสงดับลง หญิงสาวก้มลงกราบ นักพรตเอ่ยถาม

“เจ้ารู้วิธีใช้วิชาแล้วใช่ไหม”

หญิงสาวรับว่าใช่ ท่านจึงให้เธอนำวิชานี้ไปช่วยผู้มีทุกข์จะเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ แต่จงนำพาตัวเองให้ไกลจากภาวะกิเลสของมนุษย์...ไศลากลับเข้าร่างตัวเอง ลมเย็นพัดวูบทำให้เธอหวนคิดถึงอดีต

ในบ้านหลังเก่าที่ไศลาเคยอยู่กับครอบครัว พ่อแต่งเครื่องแบบทหารเต็มยศเตรียมออกไปทำหน้าที่รั้วของชาติ แม่อุ้มดารณียืนส่งน้ำตาคลอ อรชรกับสุทธิพงษ์งัวเงียอยู่ข้างๆไศลา พ่อกำชับลูกทุกคนให้เป็นเด็กดี อย่าทำให้แม่ต้องเหนื่อย อรชรบ่นว่าพ่อเพื่อนของตนเป็นทหารเหมือนกัน ไม่เห็นต้องไปอยู่ไกลๆ พ่อตอบว่า ถ้าทหารทุกคนเลือกอยู่บ้าน ชาติคงวุ่นวายแย่พ่อย้ำกับสุทธิพงษ์ โตขึ้นต้องรักและตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิด เขาพยักหน้ารับคำแกนๆ พ่อหันมากอดไศลา กำชับให้ช่วยแม่ดูแลน้อง สายตาของพ่อภูมิใจในตัวเธอมาก

หลังจากวันนั้นไม่นาน พันธ์พงษ์ทหารใต้บังคับบัญชาของพ่อ นำจดหมายมามอบให้แม่ที่บ้าน “ผู้พันฝากจดหมายนี้มาให้ครับ”

แม่รับมาอ่านด้วยมือไม้สั่น “ถึงแม่และลูกๆ ที่พ่อรักมาก...เชื่อไหมว่าถึงเราจะเคยบอกลากันมาเป็นร้อยครั้ง แต่พ่อไม่เคยรู้สึกชินเลย ตรงกันข้ามพ่อกลับรู้สึกผิดกับแม่และลูกๆมากขึ้นทุกครั้ง พ่อต้องขอบคุณแม่กับลูกๆมาก ที่อดทนและเข้าใจพ่อมาตลอด ถ้า

แม่กับลูกๆได้รับจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าพ่อคงไม่ได้กลับบ้านแล้ว...” แม่นํ้าตาร่วงเผาะ ไม่สามารถอ่านต่อได้

ไศลาอ่านต่อ “ฝากช่วยบอกให้ลูกๆเข้าใจในสิ่งที่พ่อของเขาทำ บอกลูกๆว่าพ่ออยากให้ลูกทุกคนเป็นคนดี ไม่ทรยศ คิดคดโกงชาติ เพราะชีวิตของคนเราจะไม่มีค่าเลย หากเราไม่รักชาติรักแผ่นดิน ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้เป็นครอบครัวเดียวกันอีก รักแม่และลูกๆที่สุดพ่อ”

แม่เป็นลมล้มพับ ไศลาปาดนํ้าตานวดเฟ้นแม่อย่างใจสลายเช่นกัน พันธ์พงษ์ปลอบใจไศลาและยํ้ากับเด็กๆ อย่ายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด เพราะพวกขายยาทำให้พ่อของพวกเธอต้องตาย...

ลมพัดวูบมาอีกครั้ง ไศลาลืมตาขึ้นจากสมาธิ เห็นพ่อกับแม่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า เธอลุกขึ้นโผกอด ขอโทษที่ดูแลน้องๆ ไม่ดี พ่อกับแม่ยิ้มปลอบว่าเธอทำดีที่สุดแล้ว ขอให้ตั้งใจทำหน้าที่ต่อไป พ่อกับแม่จะเป็นกำลังใจให้เสมอ ไศลาก้มกราบเท้าท่านทั้งสอง ปมในใจได้ถูกคลี่คลาย

ooooooo

วันต่อมา ธีรธรมารับพี่เขยกับหลานสาวที่สถานี ขนส่งหมอชิต พันธ์พงษ์พี่เขยพิการเดินไม่ได้จากการรบ หลานสาวเข็นรถพ่อออกมา เขาแปลกใจที่ไม่มีพี่สาวมาด้วย หลานสาวบอกว่า แม่อายไม่อยากเดินทางมาพร้อมพ่อ แม่นั่งเครื่องตามมา ธีรธรอ่อนใจ

พอได้ที่อยู่ของเทพ นาถสุดาไม่รอช้า พรางตัวไม่ให้ใครจำได้มาหาเทพที่คอนโดฯ แต่ รปภ.ไม่ยอมให้เข้าไป เธอพยายามขอแลกบัตร เปิดเผยตัวตนว่าเป็นดาราดังอย่างไร รปภ.ก็ไม่ยอม จนเธออ่อนใจแทบมีเรื่อง เทพเข้ามาระงับเหตุพาเธอขึ้นไปบนห้อง

ขณะเดียวกัน ดุลยศักดิ์คุยกับโยคีศิลาดำเรื่องเทพ ถ้ายังไม่ตายทำไมไม่หาตัวให้เจอ โยคีตอบว่าเหมือนมีอะไรบังตา ดุลยศักดิ์มองอย่างอยากหมดศรัทธาที่เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้

นาถสุดาดีใจมากที่เห็นเทพปลอดภัยดี แต่ท่าทางเทพสงบนิ่งชวนคุยเหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น จนเธอต้องถามว่าทำไมไม่ส่งข่าวกันบ้าง เทพตัดสินใจตอบ

“ผมต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง”

“เทพมีคนอื่นแล้วใช่ไหม” นาถสุดาใจแป้ว

“ผมไม่ได้มีใคร ผมแค่อยากเป็นคนใหม่ อยากมีชีวิตใหม่”

“ชีวิตใหม่ที่ไม่มีฉันใช่ไหม”

เทพพยายามจะบอกว่าเขาต้องการกลับตัวเป็นคนดี เขารู้เรื่องว่าเธอกับเขามันเป็นจริงไปไม่ได้ ทั้งที่เขาจะรักเธอมากแค่ไหน นาถสุดาน้ำตาร่วงไม่อยากเสียเทพไปเธอโผเข้ากอดจูบ จนเทพไม่อาจต้านแรงปรารถนาได้ ปล่อยตัณหาพาไป

ลูกสาวของกมลาหรือแก้ว พี่สาวของธีรธรชื่อ ธิดารัตน์หรือไก่น้อย เธอเป็นเด็กสาวร่าเริง อยากมาอยู่กับยายเพราะเบื่อแม่ที่ชอบบ่นด่าว่าพ่อตลอดเวลา เมื่อได้มาเจอยายและน้าชาย เธอก็คุยสนุกสนานหัวเราะลั่นบ้าน กมลาเดินทางมาถึงเสียงเขียวทันที

“หัวเราะอะไรกันดังไปถึงหน้าบ้านเลยคะ นินทาอะไรหนูหรือเปล่า”

ทุกคนชะงักหันมอง กมลาตรงเข้ากราบและกอดวงทอง วงทองถามไถ่งานหนักดูซูบไป หญิงสาวเหลือบมองสามีเหยียดๆ

“ก็เหมือนเดิมค่ะคุณแม่ อยู่กับคนไม่ปกติ ทำอะไรมันก็ต้องเหนื่อยเป็นสองเท่า”

นิ่มนวลเห็นบรรยากาศมาคุจึงชวนให้ทานขนมด้วยกัน กมลามองก่อนจะเอ่ยถามว่าซื้อมาหรือทำเอง เพราะถ้าซื้อตนไม่ทานกลัวสกปรก นิ่มนวลรีบบอกว่าตนทำเอง ธีรธรหันมองพี่เขยอย่างเห็นใจ...ตกบ่าย นิ่มนวลจดรายการอาหารที่กมลาสั่งให้ทำ ไปชำเลืองมองธีรธรที่กำลังคุยกับพันธ์พงษ์ไปว่าขาดเหลืออะไรอีกบ้าง กมลาสะกิดแม่ให้ดูแล้วถาม ทำไมไม่จัดการธีรธรกับนิ่มนวลให้แต่งงานกันไปเสียที นิ่มนวลเขินอาย รู้อยู่แก่ใจว่าธีรธรเห็นตนเองเป็นเพียงน้องสาว กมลาปลอบใจจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง

ด้านนาถสุดานอนกอดเทพอย่างมีความสุข ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อเสียงมือถือดังขึ้น ทั้งสองหน้าเสียทันทีว่าใครโทร.มา...นาถสุดากระหืดกระหอบมาถึงบ้านดุลยศักดิ์ ชูชิตตำหนิทันทีว่าเดี๋ยวนี้สายบ่อย หญิงสาวโต้ว่าถ่ายละครนอกเมือง ไม่ได้นั่งหายใจทิ้งไปวันๆ อย่างเขา ชูชิตจะเถียง ดุลยศักดิ์ตัดบท ที่เรียกมาประชุมเพราะมีสองเรื่องจะบอก

“เรื่องแรกก็คือเรื่องของนังไศลา ใครจะรับหน้าที่ส่งคนไปฆ่ามันทิ้ง”

นาถสุดายกมือ แต่ชูชิตขัดขึ้นว่า “นายครับ  ไศลาตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมแล้วนะครับ ทำไมเราไม่ดึงไศลาให้มาเป็นพวกของเรา แล้วใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ บางทีเราอาจจะย้อนรอยไอ้ตำรวจที่จ้องจะเล่นงานเรา หรือเอามันเป็นพวกอีกคนก็ยังได้”

นาถสุดาเยาะว่าเขาจะทำได้หรือ ชูชิตเย้ยกลับ วัวเคยค้าม้าเคยขี่ เธอน่าจะรู้ใช่ไหม หญิงสาวชะงักโกรธฟึดฟัด ดุลยศักดิ์ถามความเห็นโยคีศิลาดำ เขาเห็นว่าน่าสนใจให้ลองดู ชูชิตรับคำ

เรื่องที่สองที่ดุลยศักดิ์จะบอกคือ เรื่องการนัดส่งสินค้าล็อตใหญ่เดือนหน้า ตนตกลงกันแล้ว จะนัดส่งสินค้าในงานหมั้นของชูชิตกับนาถสุดา สองคนตกตะลึง ดุลยศักดิ์ถามมีปัญหาอะไร ทั้งสองส่ายหน้ากลบเกลื่อน ดุลยศักดิ์สั่งนาถสุดาดูแลเรื่องนักข่าว

“ทำให้คนมางานเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชูชิตนายจัดการเรื่องความสะดวกปลอดภัยของสินค้า ส่วนอาจารย์จะเป็นคนดูแลเรื่องที่เหนือความคาดหมายทั้งหมด ทุกคนเห็นว่าไง”

ทั้งนาถสุดาและชูชิตมีสีหน้าลำบากใจ แต่ต้องพยักหน้าไปพร้อมกับโยคีศิลาดำ

ooooooo

ธิดารัตน์รบเร้าให้ธีรธรพาไปเที่ยว กมลาถือโอกาส ให้ชวนนิ่มนวลออกไปเปิดหูเปิดตาด้วย ตนจะดูแลแม่เอง

ธีรธรแปลกใจทำไมหลานสาวให้พามาห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ธิดารัตน์เผยว่า ตนอยากมาเล่นไอซ์สเก็ตนานแล้ว ธีรธรยิ้มเข้าใจวัยรุ่น จัดการชุดอุปกรณ์ให้เสร็จสรรพ สังเกตเห็นนิ่มนวลหนาวสั่น จึงบอกหลานว่าตนจะพานิ่มนวลไปนั่งร้านกาแฟข้างนอก เล่นเสร็จโทร.หากัน...ธีรธรเดินจ้ำๆ จนนิ่มนวลตามแทบไม่ทัน ชายหนุ่มแวะร้านหนังสือ สะดุด ตากับแผนที่ดาวที่วางโชว์ นิ่มนวลแปลกใจว่าเขาสนใจเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ธีรธรอ้างว่าเพื่อนสนใจจะซื้อไปฝาก

หลังจากธิดารัตน์พยายามหัดเล่นด้วยตัวเอง ก็มีวัยรุ่นสี่คนเข้ามาห้อมล้อม พยายามจับมือถือแขนเธอ เผอิญสุทธิพงษ์เล่นอยู่ในนั้นด้วย เห็นสีหน้าธิดารัตน์ก็รู้ว่า ถูกลวนลามอยู่ จึงเข้าช่วย แต่ถูกสี่วัยรุ่นรุม โชคดีที่สี่ฮอกกี้เข้าช่วย หิ้วคอแก๊งวัยรุ่นโยนออกไป สุทธิพงษ์รีบดึงตัว

ธิดารัตน์ออกมา สร้างความประทับใจให้แก่หญิงสาวมาก

ธิดารัตน์เดินตามสุทธิพงษ์ที่หน้าตาปูดบวมไปตามทางเดินของห้าง เขาหันมาถามตามทำไม หญิงสาวอยากขอบคุณและแนะนำตัวว่าตัวเองชื่อไก่น้อย ชายหนุ่มขำ เธอไม่สนใจขอเบอร์โทรศัพท์เขา สุทธิพงษ์งงเดินเลี่ยงหนี แต่เธอก็ตามติดจนเขาอ่อนใจยอมให้

มาถึงร้านกาแฟ ธีรธรสั่งลาเต้ร้อนไม่ใส่น้ำตาล นิ่มนวลท้วงว่าเขาดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลหรือ เวลาอยู่บ้านตนชงให้ใส่น้ำตาลทุกครั้ง เขาหัวเราะบอกเธออย่าคิดมาก ตนทานง่ายอยู่แล้ว นิ่มนวลแอบเสียใจที่ดูเหมือนตนจะไม่รู้จักเขาอย่างแท้จริงเลย ธีรธรนั่งดูแผนที่ที่ซื้อมาอย่างไม่สนใจจะพูดกับเธอเลย จนกระทั่งจ่านิดโทร.มา เขารีบส่งเงินให้นิ่มนวลจำนวนหนึ่ง

“พี่มีงานด่วน ฝากดูแลไก่น้อยแทนพี่ด้วยนะ ถ้าหลานอยากกลับก็พานั่งแท็กซี่กลับบ้านได้เลยนะ ไม่ต้องรอพี่ ขอบคุณมากจ้ะ” ธีรธรเดินออกจากร้านไป ปล่อยนิ่มนวลน้ำตาคลอกับการออกเดทครั้งแรกของเธอกับเขา

ในรถตู้ที่ลานจอดรถคอนโดที่ใช้เป็นเซฟเฮ้าส์ของเทพ จ่านิดให้ธีรธรดูจอมอนิเตอร์เห็นนาถสุดามาเคาะประตูห้อง พอเทพเปิดประตู เธอก็โผกอดร้องไห้โฮ บอกว่าตนต้องหมั้นกับชูชิต ธีรธรแทบไม่เชื่อสายตา มองทุกมุมห้องในจอแล้วถามจ่านิดเมื่อวานเห็นอะไรบ้าง จ่านิดรีบตอบเสียงหนักแน่น เป็นเรื่องจริง แต่ตนไม่ได้ดูมันเป็นจรรยาบรรณ ไม่ทันไรผู้การเสริมพงษ์ คอนเฟอเรนส์เข้ามา จ่านิดกดรับสัญญาณให้ธีรธรได้พูดคุย

“ผู้กอง เป้าหมายถึงแล้วใช่ไหม ผมอยากให้คุณพยายามประกบนาถสุดาไว้ เราน่าจะได้เบาะแสอะไรมากขึ้น”

“แล้วทำไมเราไม่ถามนายเทพล่ะครับ”

“อย่าลืมสิว่านาถสุดาเป็นนักแสดง แล้วก็เพิ่งประกาศตัวเป็นคนรักของชูชิต ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะจริงใจกับนายเทพมากน้อยแค่ไหน”

ธีรธรมองภาพนาถสุดาที่กอดนัวเนียอยู่กับเทพอย่างชั่งใจ...เบื้องหลังที่ทุกคนไม่เห็น เทพพยายามเกลี้ยกล่อมให้นาถสุดาเลิกทำงานให้ดุลยศักดิ์ กลับตัวมาเป็นพยานให้ตำรวจเหมือนตน เสร็จสิ้นคดีเราจะได้อยู่

ด้วยกันเสียที นาถสุดาขอคิดดูก่อน

ooooooo

เมื่อธีรธรกลับมาบ้าน นิ่มนวลจัดของว่างมาให้ กมลาเห็นแล้วยิ่งยุให้แต่งงานกับนิ่มนวล ธีรธรปฏิเสธไม่ได้เป็นแฟนกัน กมลาว่าถ้ายังไม่มีใครก็เปิดใจดูนิ่มนวล ไม่อยากเสียคนดีๆไป

“ทำไมถึงต้องกลัวเสียนิ่มไปด้วยล่ะครับ เพราะถึงผมจะแต่งงานกับคนอื่น แต่นิ่มก็ยังเป็นน้องสาวของผมเหมือนเดิม”

“นี่ธีไม่รู้จริงๆหรือว่าแกล้งดูไม่ออกว่าน้องนิ่มรู้สึกยังไงกับธี”

“ผมยอมรับว่านิ่มเป็นผู้หญิงที่มีคุณสมบัติของการเป็นภรรยาที่ดี และเคยคิดที่จะลงเอยแต่งงานกับนิ่มอยู่เหมือนกัน...แต่ตอนนี้ผมได้เจอคนที่ผมรักและอยากจะฝากชีวิตที่เหลือด้วยแล้ว ผมจะแต่งงานกับนิ่มนวลตามที่แม่กับพี่แก้วต้องการไม่ได้จริงๆ”

นิ่มนวลถือถาดผลไม้มา ได้ยินเต็มสองหู ช็อคจนทำจานหล่นลงพื้นเสียงดัง ทุกคนตกใจหันมอง ธีรธรรีบลุกไปช่วยเก็บ นิ่มนวลร้องไห้รำพัน

ตอนที่ 4

ธีรธร นพรัช และนิ่มนวลยืนมองผ่านกระจกหน้าห้องไอซียู เห็นพยาบาลนำไศลาเข้าไปเยี่ยมวงทอง นพรัชต่อว่าธีรธรที่ไหนบอกว่าติดต่อไศลาไม่ได้ ธีรธรยืนยันไม่ได้โกหก เธอเป็นคนมาหาตนที่นี่ นิ่มนวลเคือง ติงไม่น่าปล่อยให้เธอเข้าไปหาวงทองแบบนี้

“พี่กล้ารับรองว่าไศลาไม่มีทางทำร้ายคุณแม่แน่ๆ นิ่มสบายใจได้” ธีรธรมั่นใจ

ไศลาขอให้พยาบาลช่วยปิดม่านรอบเตียงวงทอง ทำให้ทุกคนไม่เห็นการกระทำของเธอ ไศลาตั้งสมาธิสวดมนต์ เอามือวางบนหน้าผากวงทอง เกิดแสงสีขาวไหลจากมือเธอแผ่ลงที่ศีรษะวงทอง เธอไล่มือลงมาจนหยุดที่ท้อง เสียงเครื่องบอกความดัน และการเต้นของหัวใจวงทอง กระเตื้องขึ้นจนเป็นปกติอย่างน่าอัศจรรย์

พักใหญ่ไศลาเดินออกมาจากห้องไอซียู ท่าทางเธออิดโรย ไม่ทันไรก็ล้มหมดสติ ธีรธรเข้าประคองอย่างตกใจ...ระหว่างที่ไศลาหลับ เธอรู้สึกว่า นักพรตเมฆขาวมายืนข้างเตียง

“เอมา...จิตของเจ้ายังไม่แข็งพอ เมื่อใช้พลังเกินตัวไป จึงเป็นเช่นนี้” นักพรตใช้ไม้เท้าแตะที่หน้าผากเธอเหมือนถ่ายพลังให้เธอผ่านดวงตาที่สาม

เช้าวันรุ่งขึ้น อาการวงทองดีขึ้นแทบหายเป็นปกติ จนสามารถย้ายมาอยู่ห้องพิเศษได้ตามเดิม ธีรธรดีใจขอบอกขอบใจเพื่อน แต่นพรัชกลับกระซิบว่า

“ฉันคิดว่าคุณไศลาน่าจะเป็นเจ้าของปาฏิหาริย์ตัวจริง”...ธีรธรครุ่นคิดตามที่นพรัชพูด

เช้าวันนั้น ชูชิตตื่นมาแปลกใจที่ไม่เห็นอรชรนอนอยู่ข้างๆ โทร.ถามสุทธิพงษ์ก็ไม่เห็น ลงมาดูข้างล่างเจออรชรนอนกองอยู่หน้าบ้าน เขาเข้าใจว่าคงไปเที่ยวแล้วเมากลับมา แต่พอเข้าไปปลุก เห็นคราบเลือดบนหัว จึงรีบอุ้มไปโรงพยาบาล...ทำแผลเสร็จ อรชรไม่ยอมนอนโรงพยาบาลจะกลับบ้าน ชูชิตจึงให้สุทธิพงษ์ขึ้นมานอนบนตึกเพื่อดูแลพี่สาว...

ดุลยศักดิ์กำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคน มีโน้ตบุ๊ก วางข้างหน้า “คราวนี้ช่วยไม่ได้เลยจริงเหรอครับ ผมแค่อยากได้ลูกน้องคืน...ให้รอผลสืบสวน ไม่รู้ชาตินี้จะได้หรือเปล่า” ที่จอคอมมีภาพธีรธรส่งเข้ามา “คนนี้เหรอครับ ที่ทำคดีเทพกับคง ยังหนุ่มอยู่เลยนะครับ” แววตาดุลยศักดิ์ เป็นประกายเหมือนคิดอะไรได้

กลับบ้านหวังจะพักผ่อน นาถสุดาก็ได้รับข้อความส่งมาว่า...เจอกันเย็นนี้ที่บ้าน...เธอเบ้หน้าอย่างเบื่อหน่ายไม่อยากไป มีเสียงเคาะประตูห้องจึงเอ่ยถามว่า...ใคร

“ฉันเอง เจ้าของบ้าน” ชูชิตจะเอาเรื่องที่เธอทำร้ายอรชร

นาถสุดาเปิดประตูรับอย่างเซ็งๆ ชูชิตเข้าจับไหล่โวยเธอไม่มีสิทธิทำร้ายคนในบ้าน นาถสุดากระชากตัวออกโต้ว่า อรชรแส่มาหาเรื่องก่อน ชูชิตสั่งเสียงเฉียบ ถ้ามีปัญหากับคนในบ้านอีกจะให้ขนของกลับไป ไม่มีเทพกับคงคอยช่วย ตนไม่กลัวใคร หญิงสาวปรี๊ดแตก

“นายคิดว่าฉันอยากอยู่ที่นี่นักเหรอ ก็ดีนะ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าฉันไปบอกนายว่าขอย้ายออกเพราะนายไล่ ใครมันจะเดือดร้อนมากกว่ากัน”

“แล้วถ้านายใหญ่รู้เรื่องของเธอกับไอ้เทพล่ะ

ใครมันจะเดือดร้อนมากกว่ากัน” ชูชิตเยาะกลับ ทำเอานาถสุดาอึ้งพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

ด้วยความดีใจที่พบไศลา นพรัชหอบของกินมาเยี่ยมเธอที่ห้องพักในโรงพยาบาลของตัวเอง แต่พอเปิดประตูเข้ามา พบว่าเธอกำลังออกจากห้องน้ำก็ปรี่เข้าประคองด้วยความห่วงใย

“จะเข้าห้องน้ำทำไมไม่กดเรียกพยาบาลมาช่วยล่ะครับ คุณไศลา”

“ไศไม่เป็นไรแล้วค่ะคุณนพ แค่เพลียไปหน่อยเท่านั้นเอง ตอนนี้เดินได้สบายมาก”

ไม่ทันที่นพรัชจะปล่อยมือ ธีรธรโผล่เข้ามาพอดี เขาเกิดอาการหึงหวงไม่พอใจ สะบัดเสียงขอโทษที่มาขัดจังหวะ นพรัชรีบบอกว่ากลัวเธอล้มแค่นั้น ธีรธรสีหน้าดีขึ้นวางฟอร์มว่า เอาก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อยที่เธอชอบมาฝาก เกรงจะเบื่ออาหารโรงพยาบาล นพรัชเสริมทันที

“ดีเลยครับ ผมก็เตรียมมาเยอะแยะเลย มีทั้งไก่ดำตุ๋น โจ๊กเป๋าฮื้อ ซูชิ พอร์คช็อปสเต็ก”

“ไอ้หมอ แกไปขนอะไรมามากมาย นี่มันแค่มื้อเที่ยงนะ”

“ก็ฉันยังไม่รู้ว่าคุณไศลาชอบทานแบบไหน ไทย จีน ยุโรป ฉันก็เลยเอามาเผื่อให้เลือก”

ธีรธรส่ายหัวกับความพยายามทำคะแนนของเพื่อน จึงถามไศลาจะเลือกทานของใคร ไศลาถอนใจหันไปเลือกทานอาหารของทางโรงพยาบาล นพรัชโวยธีรธรไปกดดันเธอทำไม เขาเสนอให้ทานทุกอย่างด้วยกัน ธีรธรยิ้มออกเห็นด้วย ช่วยกันจัดใส่จานกับเพื่อน นพรัชแกล้งถามถึงนิ่มนวล ไม่ชวนมาทานด้วยกัน ธีรธรตอบตามจริงว่าชวนเธอแล้วไม่มา จึงพาไปทานก่อนถึงได้มาช้ากว่า ไศลามองสองหนุ่มยิ้มๆอย่างอ่อนใจ

ระหว่างทานอาหาร ไศลาถามอาการวงทอง นพรัชนึกได้ย้อนถามว่าเธอทำอย่างไรอาการวงทองถึงดีขึ้นได้

“ไม่ได้ทำอะไรนี่คะ ไศแค่สวดมนต์นั่งสมาธิแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรคุณป้าเท่านั้นเอง”

นพรัชจะซักต่อ เผอิญมีเสียงประกาศตามให้ไปที่แผนกฉุกเฉินด่วน นพรัชจำต้องขอตัวออกไป พอเห็นเพื่อนออกไปแล้ว ธีรธรก็จ้องหน้าถามไศลาทันที

“ผมอยากให้คุณเล่าให้ฟังว่าคุณหายไปไหนมา เอาตั้งแต่วันที่ออกจากบ้านผมไปเลยนะ”

“เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันนะคะ ตอนนี้ที่คุณต้องรู้คือนายเทพอยู่ที่บ้านฉัน และยินดียอมเป็นพยานให้เรา คุณต้องรีบพานายเทพไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนที่พวกชูชิตจะรู้”

ธีรธรกดโทรศัพท์สั่งจ่านิดทันที...เย็นวันเดียวกัน นาถสุดามาพบดุลยศักดิ์ตามที่ถูกเรียกตัว เข้ามาเห็นโต๊ะอาหารจัดสวยงามมีไวน์พร้อม เขาชวนเธอทานอาหารก่อนคุยเรื่องงาน แต่เธอใจร้อนขอคุยงานเลย ดุลยศักดิ์จึงส่งรูปธีรธรเข้ามือถือเธอ

“นี่คือ ร้อยตำรวจเอกธีรธร สุริยาฉาย เป็นคนดูแลคดีที่เทพหายตัวไป เป็นไง หล่อไหม”

นาถสุดาพยักหน้ายิ้มๆ แต่แอบสะเทือนใจเมื่อได้ยินชื่อเทพ ดุลยศักดิ์สั่งว่า หน้าที่ของเธอคือหาทางเข้าหาธีรธรแล้วสืบเรื่องเทพ เธอรับคำยิ้มอย่างมีความหวัง

ooooooo

ระหว่างที่เทพพักอยู่บ้านไศลา ก็เก็บตัวเงียบ ค่ำวันนั้น เขาได้ยินข้างบ้านร้องขอความช่วยเหลือจึงคว้าปืนย่องออกไปดู เห็นนักเลง 2 คนทำร้ายลุงคนหนึ่ง ที่ลูกชายแกเป็นหนี้บอล ลุงพยายามบอกว่าลูกชายไม่ได้อยู่ที่บ้านนานแล้ว ก็ไม่เชื่อ รื้อค้นของมีค่า เค้นจะเอาเงินทอง

เทพสงสารเข้าช่วย จึงรู้ว่าปืนที่นักเลงทั้งสองคนใช้ขู่ลุงเป็นปืนปลอม จึงซัดทั้งสองหนีกระเจิง จังหวะนั้น จ่านิดมากับตำรวจอีก 2 นาย เข้าจับกุมเทพ

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ไหนว่ากลับตัวเป็นคนดี” จ่านิดโวย

“จับผมทำไมล่ะคุณตำรวจ ตามไอ้นั่นไปเร็ว

มันเป็นคนร้าย”

ตำรวจอีก 2 นายรีบตามไปรวบตัวสองนักเลงไว้ได้ ลุงที่โดนทำร้ายออกมาขอบคุณเทพและรับรองกับจ่านิดว่าเทพเป็นคนมาช่วย จ่านิดจึงปล่อยตัวเทพและตบไหล่ขอโทษขอโพย

คืนเดียวกัน ธีรธรถูกวัยรุ่นล้วงกระเป๋าขณะที่แวะซื้อของริมถนน เขารู้ตัวจึงตามไปเอาคืน แต่วัยรุ่นคนนั้นหนีเข้าไปในซอย เจอโยคีศิลาดำซัดด้วยพลังมาร แล้วถูกดูดวิญญาณ ร่างโยคีศิลาดำกลายเป็นวัยรุ่น ยืนรอรับมือกับธีรธร เมื่อธีรธรมาถึงจึงเกิดการต่อสู้กันดุเดือด ธีรธรงงกับท่าทีเหนือมนุษย์ของวัยรุ่นนักล้วง ไม่ทันไร ก็มีเสียงหัวเราะน่ากลัว

“เราต้องได้เจอกันอีกแน่...ฮ่ะๆๆๆ”

ธีรธรถามว่าเรื่องอะไร ร่างวัยรุ่นชักกระตุกๆ แล้วล้มแน่นิ่งลง เขาถึงกับงงว่าเกิดอะไรขึ้น...

ด้านนาถสุดาไม่ทันจะเริ่มงาน ดุลยศักดิ์ก็เรียกเข้าไปพบอีกครั้งเพื่อสั่งให้ไปรับคนคนหนึ่งที่จะมาช่วยงาน ความจริงเขามาเองก็ได้ แต่จะไม่เป็นการให้เกียรติ

“กายทิพย์ของเขามาถึงแล้ว เธอช่วยไปรับกายหยาบเขามาที”

นาถสุดาจะอ้าปากถาม ดุลยศักดิ์พยักหน้าทำนองว่าใช่ อาจารย์ของเธอ...โยคีศิลาดำ  ต่อไปนี้ไม่ต้องกลัวใครอีก แววตานาถสุดาหวาดหวั่น เหมือนกลัวอาจารย์ของตัวเอง

ภายในโรงพยาบาล ธีรธร จ่านิด และไศลาประชุมงานผ่านคอนเฟอเรนซ์กับผู้การเสริมพงษ์ เสนอให้เทพอยู่เซฟเฮ้าส์ในความดูแลของจ่านิด ส่วนไศลาให้อยู่กับตนตามเดิม ผู้การกับจ่านิดทำหน้าล้อๆ ธีรธรรีบแก้ตัว แค่อยากให้พยานแยกกันอยู่ เพื่อความปลอดภัยมากกว่า

“ผมก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นนะครับผู้กอง แต่ผมก็เห็นด้วย ต้องยอมรับว่าฝีมือคนร้ายครั้งนี้ ไม่น่าไว้ใจเลยจริงๆ” จ่านิดแซวเล็กๆ

ผู้การถามความเห็นไศลา เธอหลบตาตอบแล้วแต่เสียงข้างมาก ธีรธรยิ้มอย่างพอใจ ผู้การถามถึงอาการของวงทอง เขาตอบว่าหมอให้กลับบ้านได้พรุ่งนี้

“พอดีเลย มีจดหมายขอยืมตัวผู้กองไปสอนทักษะการป้องกันตัวชั้นสูงให้ละครเรื่องหนึ่งนะ ผมจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร ถ้าจะกลับมาเริ่มทำงานก็แจ้งวันมาที่หน้าห้องผมด้วย เขาจะได้ประสานงานเรื่องวันเวลาให้ทางนั้นได้”

ธีรธรรับคำ จ่านิดแย็บถามไม่เสนอตนเข้าไปบ้าง เผื่อฟลุกได้เข้าวงการบันเทิง ผู้การขำๆ

ooooooo

ความสัมพันธ์ของชูชิตกับอรชรดำเนินไปในทางที่ดี ชายหนุ่มเริ่มให้ความจริงใจแก่เธอ อรชรพยายามเรียนรู้งานเพื่อแบ่งเบาภาระของเขา ทั้งที่ชูชิตไม่อยากให้เธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานผิดกฎหมายของเขาเท่าไหร่ แต่ดูแล้ว อรชรยินยอมพร้อมใจร่วมหัวจมท้ายกับเขาทุกอย่าง

ธีรธรกับนิ่มนวลประคองวงทองลงจากรถจะเข้าบ้าน นพรัชตามมาส่งด้วย เพราะใจจริงอยากพบไศลา พอนิ่มนวลเห็นไศลาเดินออกมาจากในบ้านก็ไม่พอใจ

“เอ๊ะ...นี่ไศลายังต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเราอีกเหรอคะพี่ธี”

ธีรธรรับว่าใช่แล้วขออนุญาตวงทอง เธอพยักหน้าไม่ว่าอะไร นิ่มนวลพาลพูดกระทบให้ไศลาไปช่วยขนของ แต่นพรัชกับธีรธรชิงขนลงจากรถ นิ่มนวลแกล้งว่าทำให้แขกอย่างนพรัชเหนื่อย จะไปหาน้ำเย็นมาให้ ธีรธรแย้ง

“ไม่เป็นไรหรอกนิ่ม ไอ้หมอเข้าออกบ้านนี้เหมือนบ้านตัวเอง มันดูแลตัวเองได้”

วงทองตัดบทชวนนพรัชทานข้าวเย็นด้วยกัน เขายินดีอย่างยิ่ง ธีรธรจึงให้ไศลาไปช่วยทำอาหารกับนิ่มนวล เพื่อไม่เปิดโอกาสให้นพรัชได้คุยด้วย...นิ่มนวลไม่ชอบใจ

อยู่แล้ว แกล้งทำเหมือนไศลาไม่มีตัวตนในครัว พูดคุยสั่งจันสาวใช้ทำทุกอย่าง นิ่มนวลยังอวดว่ารู้ใจคนในบ้าน

“วันนี้ฉันจะทำปลาช่อนนึ่ง ผักต้มจิ้มแจ่วให้คุณป้า แล้วก็ไก่ตุ๋นมะนาวดองให้พี่ธี ส่วนของพี่หมอก็ต้องเป็นผัดผักกาดจีนเห็ดหอม แล้วก็อะไรอีกดีนะจัน ฉันอยากได้อีกสักอย่าง”

ไศลาเสนอไข่เจียวปู นิ่มนวลยิ้มเหยียด “นี่เธอไม่รู้เลยจริงๆเหรอว่าพี่ธีแพ้อาหารทะเล”

“ถ้าอย่างงั้น คุณนิ่มให้ฉันช่วยอะไรได้บ้างคะ”

นิ่มนวลมองด้วยสายตาเย็นชา “ช่วยเลิกเข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉันซะที เธอทำได้ไหม”

ไศลาตะลึง “คุณนิ่มคะ ฉันต้องขอโทษที่ต้องมาอยู่รบกวนให้ลำบากใจ แต่คุณนิ่มก็รู้ว่าฉันและคุณธีมีความจำเป็นจริงๆและฉันก็ได้พยายามแล้วที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราดีขึ้นแต่ดูเหมือนมันจะยิ่งแย่ลงไปกว่าเก่า คุณนิ่มช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมคะ ว่าทำไมคุณนิ่มถึงจงเกลียดจงชังฉันนักหนา”

นิ่มนวลหันมาสั่งจันให้ออกไปข้างนอกก่อน แล้วหันมาประจันหน้าไศลา “ฉันถามเธอจริงๆนะไศลา เธอดูไม่ออกเหรอว่า ฉันกับพี่ธีเป็นอะไรกัน ถ้าเธอไม่เฉลียวพอที่จะรู้ว่าใครเป็นใคร ฉันจะบอกให้ก็ได้ว่า ฉัน...นิ่มนวลเป็นคนรักของพี่ธี และเรารักกันมากด้วย”

“คุณไม่ใช่น้องสาวของคุณธีหรอกเหรอ” ไศลาหน้าชาที่ได้ยิน

“ฉันนึกแล้วว่าเธอต้องโง่จริงๆด้วย ฉันกับพี่ธี  เรากำลังจะแต่งงานกัน รอเพียงให้คุณป้าแข็งแรงกว่านี้อีกหน่อยเท่านั้น...เธอรู้อย่างนี้แล้ว ก็คงเข้าใจหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันดีนะ หลังจากที่เธอเข้ามาอยู่ที่นี่ พี่ธีเปลี่ยนไปมาก ฉันรู้จักพี่ธีดี เขาเป็นผู้ชายอ่อนไหวใจอ่อน ขี้สงสารคนอื่นอย่าให้ความสงสารของเขาทำร้ายเธอเลยนะ...ฉันขอร้องล่ะไศลา ออกจากชีวิตเราไปซะ เพราะยังไงๆเธอก็คงเป็นได้แค่ส่วนเกิน”

ไศลามึนตึ๊บเหมือนโดนค้อนทุบหัว น้ำตาคลอ...

หลังจากที่ชูชิตสอนงานอรชรมาทั้งวัน จึงพากันออกมาทานอะไรนอกบ้าน แต่แล้วกลับถูกปาปารัสซี่ถ่ายภาพและคนในร้านซุบซิบกันว่า แฟนดาราสาวมากับกิ๊ก ชูชิตไม่พอใจ ตามแย่งมือถือจากปาปารัสซี่จนเกิดการต่อสู้กัน อรชรมาช่วยจนแย่งมือถือมาได้ ทั้งสองต้องกลับมาทานบะหมี่สำเร็จรูปที่บ้านแทน ชูชิตเริ่มสงสารอรชรมากขึ้น อรชรสัญญากับเขาว่าจะไม่มีวันทิ้งเขาไปไหนไม่ว่าเขาจะทำร้ายใจตนเพียงไหน ทำเอาชูชิตซาบซึ้งใจ

บนโต๊ะอาหาร ธีรธรเอาใจตักอาหารให้แม่ พอจะตักให้ไศลา นพรัชชิงทำเสียก่อน เขาจึงเอาใส่จานนิ่มนวลแทน ไศลาสะท้อนใจนึกถึงคำพูดของนิ่มนวล...หลังอาหาร วงทองอ่อนเพลียขอให้นิ่มนวลพาขึ้นนอน ธีรธรดักคอนพรัช  ง่วงก็กลับไปนอน อยากคุยอะไรกับไศลา วันหลังค่อยมาใหม่ แล้วชวนไศลาออกไปส่งที่รถ นพรัชจำต้องล่ำลา

พอนพรัชไปแล้ว ธีรธรก็ชวนไศลาดูดาวด้วยกัน เขาดีใจที่ได้ดูดาวกับเธออีกครั้ง เขายอมรับว่า เขาใจหายตั้งแต่วันที่เธอหายไปกลัวจะไม่ได้พบกันอีก จู่ๆไศลาก็โพล่งขึ้น

“คุณธีคะ ฉันขอถอนตัวจากการเป็นพยานให้คุณค่ะ ฉันอยากกลับไปมีชีวิตสงบไม่อยากตกอยู่ในอันตรายแบบนี้แล้ว อีกอย่างคุณก็มีนายเทพอีกคน เขาน่าจะเป็นพยานให้คุณดีกว่าฉัน”

ธีรธรตกใจ “แต่การที่คุณจะถอนตัวตอนนี้ มันไม่ได้ช่วยให้ชีวิตคุณอันตรายน้อยลงเลยนะ ยังไงพวกนั้นมันก็ไม่ยอมปล่อยคุณไว้แน่”

“มันคงเป็นชะตากรรมของฉันที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ขอให้มันเป็นเรื่องของฉันก็แล้วกัน  ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมานะคะ”

“ไศลา คุณจะทำแบบเดิมอีกไม่ได้นะ คุณรู้ไหมว่าครั้งที่แล้วคุณทำผมเสียใจแค่ไหน ผมไม่มีวันยอมให้คุณไปไหนทั้งนั้น คุณต้องอยู่ที่นี่กับผม”

“ผู้กองธีรธร คุณก็รู้ว่าคุณสั่งฉันไม่ได้”

“ไศลา นี่ผมมันไม่มีความหมายอะไรกับคุณเลยใช่ไหม คุณถึงได้ทำกับผมแบบนี้ หรือว่าจริงๆแล้วคุณยังไม่เคยลืมคนรักเก่าของคุณเลย”

“ฉันรู้แค่ว่าฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว เรื่องอื่นๆฉันขอไม่ตอบ”

ธีรธรน้อยใจจับแขนไศลาให้หันมาจ้องตา เค้นให้เธอยอมรับว่าที่เป็นแบบนี้เพราะยังไม่ลืมคนรักเก่า ไศลาโต้แล้วแต่เขาจะคิด ธีรธรปวดใจปล่อยแขนเธอ

“ถ้าอย่างนั้น หลังจากคุณออกจากบ้านนี้ไป ผมจะถือซะว่าเราสองคนไม่เคยรู้จักกัน” ธีรธรเดินเข้าบ้านน้ำตาคลอ งุ่นง่านระบายความคับแค้นใจปัดข้าวของกระจาย ลากกระสอบทรายออกมาแขวนใส่นวมชกอย่างหนักหน่วง ไศลาแอบมองน้ำตาปริ่ม พึมพำขอโทษ

ooooooo

ในห้องดับจิตของโรงพยาบาลพนักงานเข็นถุงใส่ศพเข้ามา คุยมือถือทำนองบอกให้รู้ว่าศพมาถึงแล้ว ให้ชิปปิ้งมารับได้เลย ไม่รู้เป็นใคร แถมบ่นถ้าไม่มีเงินทำแบบนี้ไม่ได้...ไม่ทันไรถุงศพเปิดออกร่างโยคีศิลาดำลุกขึ้นนั่งเปลือยเปล่า พนักงานคนนั้นหันมาเห็นตกตะลึง...

โยคีศิลาดำสวมชุดพนักงานเข็นศพเดินออกจากประตู มีวัยรุ่นวิ่งมาชนอย่างจัง เขาไม่สะเทือนแต่อย่างใด แต่กลับคว้ามือวัยรุ่นคนนั้นไว้แล้วบอกให้คืนของมา

“กระเป๋าอะไรของคุณ ผมไม่รู้เรื่อง” วัยรุ่น ทำหน้าซื่อ

“ฉันพูดว่าของ ยังไม่ได้บอกว่าเป็นกระเป๋าเลย”

วัยรุ่นหน้าเจื่อนแก้ตัวไม่ออก จึงเงื้อหมัดจะชก กลับถูกโยคีใช้พลังบีบคอจนดิ้นไปมาร้องไม่ออก ยอม คืนกระเป๋าสตางค์ให้ พอโยคีรับมาจะเดินไป วัยรุ่นไม่เข็ดกระโดดถีบ จึงโดนโยคีใช้เพียงนิ้วดีดกระเด็นไกลเหมือนถูกจับโยน จากนั้นโยคีศิลาดำก็เดินออกจากโรงพยาบาลมีรถตู้วีไอพีจอดรอ นาถสุดานั่งอยู่ในรถ เธอก้มกราบที่ตักเมื่อโยคีขึ้นมานั่ง

“นาถกราบขอโทษอาจารย์ ที่ไม่ได้ลงไปรับถึง ข้างใน”

โยคีศิลาดำไม่ติดใจ นาถสุดาจึงถามว่าอยากไปไหนก่อน โยคีให้ไปบ้านดุลยศักดิ์เลย...ชูชิตถูกเรียกตัวด่วนให้ไปที่บ้านดุลยศักดิ์ เขาต้องปล่อยให้อรชรควบคุมลูกน้องเช็กสต๊อกและขนยาเสพติดออกมาเตรียมส่งคืนนี้เพียงลำพัง ระหว่างที่อรชรทำงานอยู่นั้น ก็ได้รับข้อความจากไศลา ว่าให้ไปเจอกันที่บ้านพรุ่งนี้เย็น เธอตกใจเพราะคิดว่าพี่สาวตายไปแล้ว

เมื่อไศลาตัดสินใจว่าจะไปในวันนี้ จึงมาลาวงทอง แต่นิ่มนวลแกล้งบอกว่านอนหลับให้บอกเธอไว้ ไศลาจึงฝากกราบขอบพระคุณที่ให้ความเมตตาตนมาตลอด ตนจะกลับมาตอบแทนบุญคุณอย่างแน่นอน และไศลาก็ขอบคุณนิ่มนวลด้วย ทำเอาเธออึ้ง...

ระหว่างรถตู้แล่นไป โยคีศิลาดำซึ่งอยู่ในชุดสูทเนี้ยบ สังเกตเห็นนาถสุดานั่งเหม่อลอยจึงทักถามคิดถึงคนรักหรือ หญิงสาวรู้ดีว่าปิดอาจารย์ไม่ได้ จึงยอมรับและอยากรู้ว่าเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร โยคีให้เธอเปิดความคิด ย้อนไปจุดเริ่มที่ได้พบกับคนรัก

นาถสุดานึกย้อนไปหลายปีก่อน ที่เธอโดนลุง แท้ๆขายให้กับดุลยศักดิ์ เธอร้องไห้คร่ำครวญขอร้องให้ปล่อยเธอไป ลูกน้องดุลยศักดิ์ที่อยู่ในรถตู้ด้วยกันมีคงและเทพ เทพเป็นคนเดียวที่ปลอบใจเธอ และชวนคุยให้เธอยิ้มได้ โดยใช้มือถือของตัวเองพิมพ์ข้อความยื่นให้เธออ่าน หลังจากนั้นเขาแอบดูแลปลอบใจเธอมาตลอด...เสียงโยคีศิลาดำโพล่งขัดความคิดขึ้นว่า

“ไอ้เทพยังไม่ตายหรอก ข้ายังจับได้ถึงพลังชีวิตมัน แต่แปลกที่พลังชีวิตดูเปลี่ยนไป”

นาถสุดาสะดุ้ง แอบดีใจแต่ก็กังวลใจระคนกัน...เมื่อมาพร้อมหน้า ชูชิตส่งสายตาเขม่นนาถสุดาตลอด ดุลยศักดิ์แนะนำให้รู้จักโยคีศิลาดำที่จะมาช่วยทำงาน ชูชิตเหล่มองการแต่งตัว

“อ้อ...อาจารย์ของนาถสุดา คุณเป็นโยคีที่เหมือนนักธุรกิจมากเลยนะครับ”

“คนเราเป็นอะไรอยู่ที่ใจกำหนด ใจที่หยาบช้าของบางคนไม่อาจมองผ่านเปลือกที่หุ้มไว้หลอกตาได้”

ชูชิตหน้าชาเมื่อโดนตอกกลับ แต่ยังปากดี “แล้วความเป็นโยคีนี่จะช่วยอะไรได้บ้างครับ เสกคาถาบังตาตำรวจ ห้ามฟ้า สั่งฝน หรือ...”

ไม่ทันพูดจบ ชูชิตรู้สึกเหมือนโดนบีบคอจนหน้าแดงเริ่มกระตุกหายใจไม่ออก ดุลยศักดิ์ต้องขอร้องให้พอ โยคีศิลาดำจึงคลายอำนาจลง ดุลยศักดิ์ถามชูชิต

“อาจารย์เชี่ยวชาญไสยศาสตร์ทุกแบบ ยังอยากพิสูจน์อะไรอีกไหม”

ชูชิตจับลำคอตัวเองส่ายหน้าแทนคำตอบ

ooooooo

กลางดึก นาถสุดากำลังเตรียมจะเข้านอน ดุลยศักดิ์โทร.เข้ามาสั่งงานด่วนหลังจากดูข่าวการจับกุมกำนันชื่อดัง เพราะกำนันคนนี้เป็นคนของตน เธอจึงถามทำไมถึงถูกจับ

“มันเป็นเรื่องการเมือง อย่าไปยุ่งเลย...งานของเธอก็คือ กำจัดพยานที่จะชี้ว่ากำนันของเรามีส่วนพัวพันในคดีที่ดินบ่อบำบัดนํ้าเสีย”

“พยานคนที่ว่านั่นอยู่ที่ไหน”

“พรุ่งนี้มันจะเข้าไปยังกองปราบฯ น่าจะมีตำรวจคุ้มกันแน่นหนา เพราะว่าคดีนี้เป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ ลูกกำนันก็เป็นถึงรัฐมนตรี สื่อน่าจะจับตามอง”

“ไม่น่าจะมีปัญหาค่ะ”

“ถ้าฆาตกรรมธรรมดาคงไม่ต้องเดือดร้อนเธอ...แต่ทางเราต้องการให้ดูว่าเป็นการตายแบบธรรมชาติ”

“ยังไงสื่อก็คงสงสัยว่าเป็นการสั่งเก็บอยู่ดี”

“เอาแค่สงสัย อย่าให้มีหลักฐานก็พอ”

นาถสุดารับคำไม่มีปัญหา เพราะตนเป็นคนที่ไวกว่าเงาของตัวเอง...นาถสุดาชักปืนเล็งไปทางกระจกเงา เห็นได้ชัดว่าไวกว่าเงาในกระจกจริงๆ

รุ่งเช้า นาถสุดานัดคุยเรื่องสอนทักษะการป้องกันตัวให้กองละครกับธีรธรที่กองปราบฯ เธอแอบดูตำรวจคุ้มกันพยาน สื่อมวลชนตามถ่ายภาพ พอดีพยานขอเข้าห้องนํ้าเพราะตื่นเต้นจนมวลท้อง เป็นโอกาสให้นาถสุดาจัดการพยานได้เสมือนหัวใจวายคาโถส้วม...

ธีรธรโทร.ตาม “คุณหายไปไหน คุณมาทำงานนะครับ ไม่ควรหายไปวุ่นวายที่ไหน วันนี้เขามีสอบพยานกันด้วย”

นาถสุดาอ้างว่ากำลังหาอะไรทาน ระหว่างนั้นนาถสุดาหลบออกจากห้องนํ้า...ตำรวจที่คุ้มกันเข้ามาตามพยาน จึงพบว่าพยานแน่นิ่งไปแล้ว...นาถสุดาเดินกรีดกราย สร้างความฮือฮาให้ตำรวจหนุ่มๆในกองปราบ จ่านิดรีบวิ่งเข้ามารายงานธีรธรให้เตรียมใจพบกับดาราดัง

“ผู้กองหายใจลึกๆนะครับ ช้าๆ ทำใจให้สบาย”

“เป็นอะไรมากไหมจ่า กะอีแค่ต้องเทรนนักแสดง ผมต้องเตรียมตัวขนาดนั้นเลยหรือ”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น จ่านิดยํ้าให้เตรียมใจ ธีรธรเดินมาเปิดประตูด้วยท่าทีปกติ ทักทาย

“สวัสดีครับคุณนาถสุดา ผมร้อยตำรวจเอกธีรธร สุริยาฉาย ผู้ฝึกสอนทักษะป้องกันตัวชั้นสูง ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

นาถสุดาตรงเข้าจับมือทักทาย ส่งตาหวานให้ ใช้นิ้วโป้งวนที่มือเขาอย่างสื่อความหมาย ธีรธรรู้ทันเลี่ยงหนี หญิงสาวไม่ลดละ อ้อนชวนเขาไปทานข้าว เขากลับขอแค่นั่งคุยร้านกาแฟ

“ผู้กองเป็นผู้ชายคนแรกเลยนะคะ ที่ปฏิเสธคำเชิญทานข้าวของนาถ”

“นี่คุณนาถต้องการจะด่าหรือพูดให้ผมภูมิใจกันแน่ครับ”

นาถสุดาหัวเราะ เผอิญพนักงานมาเสิร์ฟกาแฟร้อน สะดุดขาตัวเอง ถ้วยกาแฟลอยมาจะหกใส่ นาถสุดาหันไปเห็นระยะประชิด หลบแล้วเอามือจับถ้วยไว้ได้ตามสัญชาตญาณ ธีรธรตะลึงมอง หญิงสาวรู้สึกตัวรีบปล่อยถ้วยตกแตกลงพื้น พนักงานปรี่เข้าขอโทษขอโพย

“ไม่เป็นไรค่ะน้อง แค่เฉี่ยวๆเท่านั้นเอง ทำงานต่อเถอะค่ะ” นาถสุดายิ้มอย่างอ่อนโยน

พนักงานยกมือไหว้ แล้วรีบเก็บเศษแก้ว นาถสุดาหันมาเห็นสายตาธีรธรที่มองอย่างค้นหา รู้สึกทำตัวไม่ถูก...พอนัดวันเรียนกันได้ลงตัว ทั้งสองออกมาลํ่าลากันหน้าร้าน นาถสุดาเดินไปที่รถ ทันใด มีคนร้ายวิ่งมากระชากกระเป๋าเธอ ธีรธรเห็นรีบตามไปเอาคืนมาได้ แล้วจะตามจับคนร้าย แต่นาถสุดาห้ามไว้ อ้างได้ของคืนครบ

ooooooo

บ่ายคล้อย อรชรปลุกสุทธิพงษ์เพื่อบอกเรื่องไศลานัดไปพบที่บ้าน เขาไม่เชื่อหาว่ามีคนหลอก เกรงโดนจับ จะจ้างกี่หมื่นก็ไม่ไป...อรชรจำต้องไปคนเดียว

เมื่อมาประจันหน้ากับไศลาที่บ้าน อรชรตกตะลึง ไศลายืนยันว่าตนยังไม่ตาย แต่ถ้าชูชิตรู้คงจะเสียใจมาก อรชรปรี๊ดแตกทันที “ใครบอกล่ะ พี่ชิตเสียใจ...ช่างเหอะ แล้วที่พี่ไศเรียกอรมาเจอนี่ ต้องการอะไร หรือว่าจะมาทวงพี่ชิตคืน”

“อร พี่กับชิตเราจบกันแล้วจริงๆ แต่ที่พี่เรียกอรมาวันนี้เพราะพี่อยากให้อรเลิกยุ่งเกี่ยวกับอาชีพของชิต มันไม่ดีกับตัวอรเลยนะ”

อรชรไม่เชื่อหาว่าพี่สาวอยากได้แฟนคืน ไม่ว่าเธอจะบอกอย่างไร ย้ำคำสั่งพ่อที่ให้รักชาติ รักแผ่นดิน มิเช่นนั้นเราจะเป็นคนไม่มีค่า อรชรก็หาว่าเพ้อเจ้อ สมัยนี้คนดีวัดกันที่เงินทอง

ไศลาโกรธตบหน้าน้อง “อรจะไม่เห็นพี่เป็นพี่ จะด่าว่ายังไงก็ได้ แต่อรไม่ควรพูดถึงคุณพ่อแบบนั้น”

อรชรโต้ “ฟังให้ดีนะ ไศลา เธอไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันให้ทำอะไรทั้งนั้น ฉันเป็นเมียของพี่ชิตมันก็ถูกแล้วที่ฉันต้องช่วยเหลืองานของเขา เราทำเพื่อครอบครัวของเรา คนอื่นไม่เกี่ยว”

“ได้ นับจากนี้ไปเราสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง ไม่ต้องเป็นพี่น้องกันอีกต่อไป ฉันจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของเธออีก”

“จำคำพูดของเธอไว้ให้ดีแล้วกันไศลา แล้วอย่ากลับมากลืนน้ำลายตัวเองก็พอ” อรชรสะบัดหน้าหันเดินกลับออกไป ไศลาเข่าอ่อนทรุดลงร้องไห้อย่างหนัก

กลับถึงบ้าน อรชรยังคุกรุ่นไปด้วยความเคียดแค้นพี่สาว ตัดสินใจแอบค้นเบอร์โทรศัพท์ในมือถือของชูชิต แต่ไม่รู้ว่าเขาเมมชื่อว่าอะไร จนเจอชื่อ มิสเตอร์ดี...โทร.มาตอนแปดโมงเช้าจึงเดาว่าน่าจะใช่เจ้านายใหญ่

ค่ำวันนั้น ธีรธรหน้าตาบอบช้ำจากที่ชกต่อยไล่จับคนร้ายกระชากกระเป๋า เขาต้องบอกแม่ว่าฝึกนักแสดงผิดคิว นิ่มนวลแกล้งถามหาไศลา ธีรธรแทรกว่าตนรู้เรื่องเธอแล้ว เธอบอกเมื่อคืน

“อ้าว...แต่เขาไม่ได้บอกคุณป้าหรอกนะคะ แปลกคน จะมาจะไปไม่เคยบอกกล่าวเจ้าของบ้าน ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย”

ธีรธรสีหน้าไม่พอใจ วงทองรีบตัดบทชวนทานข้าว

ooooooo

เป็นแผนของนาถสุดาที่ให้คนมากระชากกระเป๋า เธอรายงานดุลยศักดิ์ เขาพอใจมาก ไม่ทันไร มีคนโทร.เข้ามาบอกที่อยู่ของไศลา ดุลยศักดิ์รีบสั่งคนไปจัดการเก็บเธอเสีย

ชูชิตเห็นว่าอรชรทำงานแทนตนได้ดี จึงพาไปทานข้าวนอกบ้านเป็นรางวัล ระหว่างที่เธอเข้าห้องน้ำ สุทธิพงษ์โทร.เข้ามือถือ

“พี่อร พงษ์โทร.บอกคนนั้นให้แล้วนะ ว่าพี่ไศลาอยู่ที่บ้านและยังไม่ตาย พี่รอโอนเงินมาให้พงษ์ด่วนเลยนะ พงษ์รออยู่”

“พงษ์ นี่พี่ชิตนะ เล่ามาให้หมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ชูชิตรับสายแทนอรชร ละล่ำละลักถาม

ด้านไศลา นอนอยู่ต้องตกใจตื่น เมื่อได้ยินเสียง คนคุยกัน พอนั่งสมาธิดูก็รู้ว่ามีคนบุกเข้ามา จึงออกมารอที่หัวบันได  สมุนดุลยศักดิ์ที่ส่งมา 7 คน ต่างสู้ไศลาไม่ได้ พากันวิ่งหนีกระเจิง

อรชรออกมาจากห้องน้ำ ไม่พบชูชิตที่โต๊ะก็แปลกใจ เด็กเสิร์ฟบอกว่าเขาเช็กบิลกลับไปแล้ว...ชูชิตมาถึงบ้านไศลา เห็นสมุนของดุลยศักดิ์วิ่งเตลิดขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจเข้ามาดูในบ้าน ตะโกนเรียกให้เธอออกมา ไศลาหมดพลังแอบหอบอยู่หัวบันได ชูชิตก้าวขึ้นมา ทันใด มีเสียงไซเรนรถตำรวจดังขึ้น  เขาจึงรีบวิ่งกลับออกไป ไศลาโล่งออกที่ชูชิตไม่เห็นตน

คืนเดียวกัน ธีรธรดื่มเบียร์มองฟ้าอยู่สนามหน้าบ้าน ครุ่นคิดถึงไศลาแล้วก็รู้ว่า ที่ตัวเองบอกตัดเยื่อใยถ้าเธอออกไปจากบ้าน เขาไม่สามารถทำได้ พลันจ่านิด โทร.มารายงานเรื่องบ้านไศลาโดนบุก  เขาขับรถมาบ้าน เธอทันที มองเข้าไปในบ้านมีแต่ความมืด  เขาก้าวเข้าไปส่องไฟฉาย เห็นสภาพบ้านยับเยินจากการต่อสู้ เขาเดินค้น
หาไศลาทั่วบ้านอย่างกระวนกระวายใจ จนหมดหวังเดินออกมาจะขึ้นรถ ได้ยินเสียงครางฮือๆ...ธีรธรฉายไฟส่องไปเห็นไศลานั่งกอดเข่าอยู่ริมถังขยะ เขาปรี่เข้าไปถามเธอเป็นอย่างไรบ้าง

“คุณธี...พาไศไปยังที่ที่นึง...” เสียงไศลาสั่นคล้ายคนเป็นไข้ ขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไร...

ด้านอรชร กลับมารอชูชิตที่บ้านอย่างกระวนกระวายใจ พอชูชิตมาถึงก็กราดเกรี้ยวใส่ ทำไมถึงทำให้ตนต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า อรชรโวยว่าเขายังแคร์ไศลาจนไม่เห็นความดีของตน ชูชิตยอมรับว่าเขาพยายามที่จะรักเธอ แต่มันก็ไม่มากกว่าที่เคยรักไศลา อรชรร้องไห้คร่ำครวญ

“อรจะมีความสุขกว่านี้ไหมถ้าเลิกเอาตัวไปเทียบ กับไศลา พี่อาจจะแก้ไขเมื่อวานให้อรไม่ได้ แต่อย่าลืมสิว่า พี่กับอรยังมีวันนี้กับพรุ่งนี้ด้วยกันอีกนะ”

อรชรสงบลง ชูชิตรับปากว่าจะไม่ทิ้งเธอ ขอให้เธอทำวันพรุ่งนี้ให้ดี เขาโอบกอดเธอ

ooooooo

เช้ามืด ธีรธรขับรถพาไศลามาถึงป่าใหญ่  เขาปลุกเธอซึ่งนอนอยู่เบาะข้างๆ ไศลาสะลึมสะลือบอกให้เขาช่วยกดกระจกลง เธอสูดหายใจเข้าออกลึกๆ หลายครั้ง จนรู้สึกดีขึ้น แล้วขอให้เขาช่วยพาขึ้นไปบนยอดเขาก่อนพระอาทิตย์ขึ้น

ธีรธรให้ไศลาขี่หลังพาขึ้นไป เขาก้าวเดินไม่หยุดพัก ไศลาสงสารบอกให้เขาพักบ้าง แต่เขาไม่อยากหยุดเกรงเธอจะหนีไปอีก ไศลาซึ้งกับคำพูดของเขาแต่ต้องตัดใจ อ้างว่ายังรู้จักกันไม่นานตนจะมีความหมายอะไรกับเขา ชายหนุ่มยอมรับว่าเขาไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน

“เราหยุดคุยกันซัก 15 นาทีนะ ผมจะทำเวลาพาคุณไปถึงยอดเขาให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น”

ไศลายิ่งซาบซึ้งจนนํ้าตาคลอ ซบหน้าลงบนบ่าเขาอย่างอบอุ่นใจ ไม่นาน เขาก็พาเธอขึ้นมาถึงยอดเขา พร้อมกับแสงอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า ไศลาลงมายืนมอง บอกเขาว่าวันนี้พระอาทิตย์สวยมาก ธีรธรก็เห็นเช่นนั้น เธอจึงแขวะ

“ก็มัวแต่ดูดาวอยู่นั่นล่ะนะผู้กอง”

“ดาวก็เหมือนกัน ผมไม่เคยเห็นดาวคืนไหนสวยเท่าคืนที่ได้ดูอยู่กับคุณมาก่อนเลย”

ไศลาเขินหลบตา “เดี๋ยวไศลาสอนวิธีรับพลังธรรมชาติให้คุณดีกว่า เริ่มเลยนะ ปล่อยใจให้ว่าง สูดลมหายใจลึกๆ รับพลังธรรมชาติเข้าไปชำระกายและใจให้สะอาด”

ไศลากางแขนสูดหายใจเข้าสุดปอด ธีรธรทำตามรู้สึกสดชื่นขึ้นจริงๆ แต่อดเกี้ยวไม่ได้ เป็นเพราะอยู่ใกล้เธอมากกว่า ไศลาเอ็ดเบาๆ

“โอ๊ย...พอเถอะค่ะ หยอดตลอดทุกวินาทีแบบนี้ ไศจะไปมีสมาธิได้ยังไงกัน”

“แล้วคุณรู้วิธีพวกนี้มาจากไหน”

“ไศก็มีอาจารย์สอนสิคะ”

“เหรอ แล้วอาจารย์คุณสอนอะไรอีกบ้าง”

“อาจารย์สอนว่า ในร่างกายเรามีสิ่งมหัศจรรย์เหนือธรรมชาติซ่อนอยู่ เพื่อทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างพลังธรรมชาติ จิตวิญญาณและพลังเหนือธรรมชาติเข้าด้วยกัน ซึ่งเราสามารถควบคุมทั้งหมดได้ด้วยสมาธิ”

ธีรธรทึ่งถามว่าเธอเรียนวิชาการต่อสู้จากอาจารย์คนเดียวกันหรือเปล่า ไศลาแปลกใจเขารู้ได้อย่างไร ชายหนุ่มตอบยิ้มๆว่าเห็นเธอต่อสู้ที่สวนสาธารณะ เธอจึงยิ้มรับว่าใช่...หลังจากมีพละกำลัง ไศลาก็หาผลไม้มาให้ธีรธรกิน เขาทึ่งในความสามารถของเธอ และขอทดสอบฝีมือ ทั้งสองต่อสู้กัน หญิงสาวก็แพ้ใจตัวเองเมื่อถูกเขากอด แต่พอนึกถึงคำปฏิญาณห้ามประพฤติผิดในกาม เธอก็รีบผละตัวออก และขอให้เขากลับไป ธีรธรยอมเมื่อเธอสัญญาว่าจะพบกันอีก...

นาถสุดามาหาธีรธรที่กองปราบ จ่านิดจึงให้ไปรอในห้องทำงาน เป็นโอกาสให้เธอค้นแฟ้มอาชญากรรมของเทพ จึงรู้ว่าเขาอยู่เซฟเฮาส์ เธอรีบจดที่อยู่ไว้ จ่านิดเคาะประตูแปลกใจทำไมห้องล็อก หญิงสาวทำทีหลับจ่านิด เข้ามายืนมองยิ้มๆ คิดว่าเธอคงอยากนอนจึงล็อกห้อง

ooooooo

ตอนที่ 3

ไศลา​นั่ง​พิง​กำแพง​มึนงง ค่อยๆเงย​หน้า​

มองธีรธร​ต่อสู้​กับ​คง พลัน​แสงสว่าง​จาก​ดวงตา​ที่​สาม​กลาง​หน้าผากวาบขึ้น เธอ​ลุก​ขึ้น​กระโดด​ถีบ​คง​กระเด็น​กระแทก​กำแพง แล้วตาม​กระชาก​คอเสื้อ ธีรธร​เห็น​คง​ควัก​ปืน​ขึ้น​จะ​ยิง​ใส่​แสกหน้า​ไศ​ลาจะ​เข้า​ช่วยแต่​ไศ​ลา​บิด​มือ​คง​ ต่อสู้​แย่ง​ปืน​กัน

คง​ต้าน​แรง​แทบ​ไม่​ไหว ใช้​ข้อ​ศอก​กระทุ้ง​เข้าที่ดวงตา​ที่สาม​ของ​ไศ​ลา แสงสว่าง​ดับ​วูบ​ลง​  ไศ​ลา​หมด​พละ​กำลังทรุดลง คง​ฉวย​โอกาส​ดึง​ออกซิเจน​ออก​จาก​หน้า​ดารณี ไศ​ลาตกใจ​จะ​เข้า​ช่วย​แต่​โดน​ถีบ​ออก​มา คง​ยัง​กระชาก​สายน้ำเกลือออก​จาก​แขน​ดารณี​เลือด​กระฉูด ธีรธร​เข้า​ช่วย​ถูก​คง​ใช้เสาน้ำเกลือ​ฟาด​ใส่ แล้ว​วิ่ง​หนี​ออก​ไป ไศ​ลา​ร้อง​กรี๊ด โผ​เข้าหา​ดารณี เห็น​น้อง​กระตุกๆจน​นิ่ง​ไป เธอ​ตกใจ​เป็น​ลม​ล้ม​พับ ธีรธร​จะ​ตาม​คง เลย​ต้อง​หัน​มา​ประคอง​และ​กด​เรียก​พยาบาล

ระหว่าง​ที่​ไศ​ลา​หมด​สติ เธอ​รู้สึก​ตัว​ว่า​อยู่​กลางป่า​หน้า​ศาลา​ของ​นักพรต​เมฆ​ขาว​อีก​ครั้ง  ​แต่​คราว​นี้ เห็นดารณี​ใน​ชุด​ขาว​ร้อง​เรียก สอง​พี่น้องโผ​กอด​กัน​ด้วย​ความ​ดีใจ ดารณี​กราบ​ขอบคุณ​ที่​ไศ​ลา​รัก​และ​ช่วยเหลือ​ตน​ทุก​อย่าง ไศ​ลา​ใจแป้ว​ไม่​อยาก​คิด​ว่า​เกิด​อะไร​ขึ้น​กับ​ดารณี จนเธอบอก​ลาแล้ว​ลุก​ขึ้น​เดิน​เข้าไป​ใน​ม่าน​หมอก ไศ​ลา​วิ่ง​ตาม​ร้อง​เรียก​น้อง​อย่า​ทิ้ง​ตน​ไป

นักพรต​เมฆ​ขาว​ปรากฏ​ตัว​ขึ้น “คน​เรา​เกิดมามี​บุญกรรม​ติดตัว​ไม่​เท่า​กัน ต่าง​ก็​ต้อง​เดิน​ไป​ตาม​เวร​กรรม​วาระ​ของ​ตน การ​ยึด​มั่น​จะ​ยิ่ง​ทำให้​เจ้าเป็นทุกข์”

“ให้​ไศ​ได้​ไป​อยู่​กับ​น้อง​ได้​ไหม​คะ ไศ​ไม่​เหลือใคร​แล้ว ไม่​รู้​จะ​อยู่​ต่อ​ไป​ทำไม”

“ความ​ตาย​ไม่​ใช่​จุด​สิ้นสุด​ของ​ความ​ทุกข์ จึงไม่ควร​เลย​ที่​เจ้า​จะ​ปรารถนา​ทาง​นั้น”

ใน​ขณะ​ที่ร่าง​ของ​ไศ​ลา​กับ​ดารณี​ถูก​ส่ง​เข้า​ห้อง​ฉุกเฉิน ธีรธร​ยืน​มึน​กับ​เหตุการณ์​ที่​เพิ่ง​เกิด​ขึ้น นิ่มนวลโทร.​ตาม​ให้​มา​พบ​วง​ทอง เขา​จึง​ให้​จ่า​นิด​มา​เฝ้า​ไศ​ลา​แทน  ตัวเขา​ทำ​ที​ซื้อ​ของ​บำรุง​ขึ้น​มา​ฝาก​แม่​มากมาย เป็น​ข้อ​แก้ตัว​ที่​หาย​ไป​นาน วง​ทอง​ได้ยิน​เสียง​ลูก​ชาย​ก็ดี​ใจ​บอก​ลูก​ว่า​แม่​ฝัน​ว่า​มี​คน​ทำร้าย​เขา ธีรธร​อึ้ง​ที่​ลางสังหรณ์​แม่แม่นยำ

“แค่​ความ​ฝัน​น่ะ​ครับ​คุณ​แม่ ผม​อยู่​ตรง​นี้​แล้วไงครับ”

“พ่อ​ธี อย่า​เป็น​อะไร​ไป​ก่อน​แม่​นะ​ลูก แม่รู้ตัวดีว่า​คง​อยู่​ได้​อีก​ไม่​นาน พ่อ​ธี​อย่า​ให้​แม่​ต้องใจ​สลาย​ก่อน​ตาย​เลย​นะ​ลูก​นะ”

ธีรธ​รก​อด​ปลอบ​แม่​อย่า​คิด​แบบ​นั้น นิ่มนวล​มอง​ความ​รัก​แม่​ลูก​อย่าง​ซาบซึ้ง​น้ำตา​ปริ่ม...

ooooooo

งาน​แถลงข่าว​ใน​ร้าน​อาหาร​แห่ง​หนึ่ง นาถสุดา​ควงแขน​ชู​ชิต​ให้​นักข่าว​ถ่าย​ภาพ นักข่าวรายงาน​บรรยากาศ​ของ​งาน​ ว่า​เป็น​งาน​แถลงข่าว​เปิด​ตัว​คู่รัก​นางเอก​สุด​ฮอต นาถ​สุดา ชิด​ชนก

นาถ​สุดา​ให้​ชู​ชิต​แนะนำ​ตัว และ​ตอบ​คำ​ถาม​นักข่าว นักข่าว​กระเซ้า​ที่​ชู​ชิต​อายุ​น้อย​กว่า​นาถ​สุดา​ถึง​สาม​ปี แสดง​ว่า​เธอ​ชอบ​กิน​เด็ก​เหมือน​กัน เธอ​ตอบ​ให้​พอ​ฮือ​ฮา​ว่า แค่​พอ​กรุบกริบ...นาถ​สุดา​แสดง​ให้​นักข่าว​เห็น​ว่า​เธอ​กับ​ชู​ชิต​รัก​กัน​มาก เพราะ​ชู​ชิต​มี​ความ​คิด​เป็น​ผู้ใหญ่ มี​ความ​รับผิดชอบ และ​เข้า​กัน​ได้​ดี ส่วน​เรื่อง​แต่งงาน​ขอ​อีก​พัก​ใหญ่ สุทธิ​พง​ษ์​แฝง​ตัว​เข้า​มา​แทรก​ถาม

“แล้ว​จริง​หรือ​เปล่า​ครับ ที่​ว่า​ชู​ชิต​ยัง​ไม่​เลิก​กับ​แฟน​เก่า​ที่​คบ​กัน​มา​ตั้งแต่​สมัย​มัธยม”

ทุก​คน​หัน​ขวับ​มา​มอง ชู​ชิต​หน้า​ถอดสี นาถ​สุดา​ โกรธ​พยัก​หน้า​ให้​เทพ​จัดการ เทพ​ใช้​ปืน​ขู่​ลาก​ตัว​สุทธิพง​ษ์​ออก​มา​โดย​อ้าง​ว่า​เป็น​น้อง​ชาย​สติ​ไม่​ดี ท่ามกลาง​ความ​งุนงง​ของ​นักข่าว...

คุณ​หมอ​ออก​มา​บอก​จ่า​นิด​ว่า ไม่​สามารถ​ยื้อ​ชีวิต​ดารณี​ไว้​ได้ ส่วน​ไศ​ลา​อาการ​น่า​เป็น​ห่วง ใน​ขณะ​ที่​จิต​ของ​ ไศ​ลา​ยัง​นั่ง​สมาธิ​อยู่​ตรง​หน้า​นักพรต​เมฆ​ขาว เพื่อ​ให้​จิตใจ ​สงบ​ลง ไศ​ลา​ลืมตา​ขึ้น​ขอ​ให้​ท่าน​สอน​วิชา​ให้​อีก นักพรต​ตอบ​ว่า​กำลัง​สอน​ให้​อยู่ การ​เรียนรู้​มัน​ต้อง​ใช้​เวลา

“แต่​หลวง​ปู่​บอก​ว่า​ไศ​คือ​ผู้​ที่​ถูก​เลือก”

“เอ​มา...ผู้​ที่​ถูก​เลือก ไม่​ใช่​ผู้​ที่​เป็น​เลิศ เจ้า​มี​เพียง​คุณสมบัติ แต่​ยัง​ไม่​มี​วิชา และ​ก่อน​ที่​เจ้า​จะ​มี​วิชา เจ้า​ต้อง​มี​การ​เรียนรู้”

“แล้ว​ไศ​จะ​เริ่ม​เรียน​ได้​เมื่อ​ไหร่​คะ”

“เมื่อ​ใจ​เจ้า​หมด​ความ​อาฆาต หมด​ความ​พยาบาท”

“ไศ​ไม่​มี​ทาง​ลืม​ว่า​พวก​มัน​ทำ​อะไร​กับ​ไศ​และ​ดา​ไว้​บ้าง”

“เอ​มา...ตา​ต่อตา ฟัน​ต่อ​ฟัน ไม่​ใช่​ทาง​จบ​ปัญญา ถ้า​เจ้า​คิด​แบบ​นั้น เจ้า​ก็​จะ​วนเวียน​ฆ่า​กัน​อยู่​ไม่​รู้​จบ​สิ้น เจ้า​ก็​จะ​ต้อง​เจอ​ความ​สูญเสีย​ไป​ทุก​ชาติ เจ้า​อยาก​เสียใจ​แบบ​นี้​ไป​ทุก​ชาติ​หรือ”

ไศ​ลา​อึ้ง พยายาม​รวบรวม​จิต​ให้​สงบ​นิ่ง จนกระทั่ง​ได้​เห็น พ่อ แม่ และ​ดารณี​ยืน​กอด​กัน​ส่ง​ยิ้ม​มา​ให้ ท่าทาง​ทุก​คน​มี​ความ​สุข เธอ​ถึง​กับ​นํ้า​ตา​อาบ​แก้ม เสียง​นักพรตเอ่ย

“เอ​มา...ได้​เวลา​กลับ​สู่​โลก​ความ​จริง​ของ​เจ้า​แล้ว”

ไศ​ลา​สะดุ้ง​ตื่น รู้สึก​ตัว​เอง​นอนอยู่​บน​เตียง​คนไข้​แต่​ยัง​อยู่​กลาง​ป่า เธอ​ชัก​มึนงง​ว่า​เธอ​อยู่​ระหว่าง​โลก​ของ​ความ​ฝัน​หรือ​ความ​จริง​กัน​แน่...

สุทธิ​พง​ษ์​ถูก​เทพ​ลาก​ตัว​ออก​มา​ซ้อม ชู​ชิต​ต้องตาม​มา​ห้าม นาถ​สุดา​เข้า​เหยียบ​ยอด​อก​เค้นถาม​ว่า​ทำไมกล้า​เข้า​มา​ทำ​แบบ​นี้ สุทธิ​พง​ษ์​กลัวลาน​ยอม​สารภาพ​ว่า​อรชร​จ้าง​มา...ชู​ชิต​โกรธ​หัว​ฟัด​หัว​เหวี่ยง​กลับ​มา​บ้าน อรชร​เข้า​มา​เอาอกเอาใจ เขา​ผลัก​กระเด็น จังหวะ​นั้น​เทพประคอง​สุทธิ​พง​ษ์​ใน​สภาพ​สะบักสะบอม​เข้า​มา​กอง​กับ​พื้น ​แล้ว​กลับ​ออก​ไป ตอน​แรก​อรชร​ไม่​ยอม​รับ แต่​พอ​เห็น​น้อง​ชาย​ก็​จนด้วยเกล้า ร้องไห้​ขอโทษ​ขอ​โพย​ชู​ชิต เขา​ไม่​แยแส ​เดิน​หนี​ขึ้น​ข้าง​บน อรชร​หัน​มา​เล่น​งาน​น้อง​ชาย ไม่​น่า​ไว้ใจ​น้อง​โง่ๆอย่าง​เขา​เลย สุทธิ​พง​ษ์​เจ็บ​ทั้ง​กาย​และ​ใจ

ooooooo

พอไศลาพ้นขีดอันตราย จ่านิดโทร.รายงานธีรธร เขาดีใจมาก วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เฝ้าแม่มาทั้งคืน ธีรธรก็มาที่ห้องไศลา ปลุกจ่านิดให้กลับไปพักผ่อน ตนจะเฝ้าไข้ไศลาเอง

“แล้วผู้กองจะไหวเหรอครับ กลางคืนก็ต้องเฝ้าคุณแม่”

“ผมไม่เป็นไรหรอก แล้วอาการไศลาเป็นยังไงบ้าง”

“หมอบอกว่าฟื้นตัวไวมากจนน่าตกใจ แผลที่ชํ้าในก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วครับ”

ธีรธรโล่งใจ จ่านิดทำความเคารพแล้วออกไป ธีรธรเข้ามาดูหญิงสาวใกล้ๆ ลูบหัวเธออย่างห่วงใย พยาบาลเคาะประตูเอายาเข้ามาวางให้ ไศลาเริ่มรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าเขา

“นี่กลับมาที่โรงพยาบาลแล้วเหรอ” ไศลาพึมพำ ธีรธรงงกับคำพูดของเธอ ไศลาจึงขอนํ้า

ธีรธรกุลีกุจอรินนํ้าให้ แล้วจัดแจงเทโจ๊กที่ซื้อมาให้เธอทาน ไศลาถามถึงดารณี ธีรธรไม่กล้าบอก หญิงสาว นํ้าตาไหลพราก “คุณไม่ต้องพยายามช่วยฉันหรอก ฉันแค่อยากรู้ว่าตอนนี้...ศพดาอยู่ที่ไหน”

ธีรธรอึ้งกับความหยั่งรู้ของไศลา...บ่ายวันนั้น ธีรธรเข้าพบผู้การเสริมพงษ์พร้อมจ่านิดเพื่อรับคำสั่งสืบว่าเทพหรือคงที่เป็นคนยิงดารณี จ่านิดบ่น พี่น้องท้องเดียวกันแท้ๆ แตกแยกกันเพราะผู้ชายคนเดียว ผู้การให้ดูข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ชูชิตเปิดตัวเป็นแฟนกับนักแสดงสาว

ระหว่างอยู่ในกองถ่าย นาถสุดาได้รับช่อดอกลิลลี่ สีขาวพร้อมการ์ดที่แนบมาว่า...คิดถึงนะครับ จากผู้ชายของคุณ...ทุกคนในกองถ่ายเข้าใจว่าเป็นของชูชิตส่งมาต่างพากันอิจฉา

ส่วนอรชรพอเห็นข่าวก็โกรธฉีกหนังสือพิมพ์ทิ้ง จะอาละวาดใส่ชูชิต แต่ชูชิตรู้แกวหนีออกไปเที่ยว พลันไศลาโทร.เข้ามาแจ้งอรชรว่าดารณีเสียแล้ว อรชรถึงกับเข่าอ่อน หมดแรงตามไปอาละวาดชูชิต

ooooooo

คอนโดหรูกลางกรุง ที่นาถสุดาก้าวเข้ามาในห้อง ซึ่งตกแต่งด้วยดอกลิลลี่สีขาวเต็มห้อง ดุลยศักดิ์ยืนยิ้มรออยู่ กลางห้องมีโต๊ะอาหารที่จัดสร้างบรรยากาศให้เธอต้องยิ้มหวาน

“ที่เรียกนาถมาวันนี้ มีอะไรอยากให้นาถช่วยหรือเปล่าคะ”

“แค่อยากเลี้ยงขอบคุณที่เธออุตส่าห์เอาชื่อเสียงตัวเองมาช่วยชูชิตไว้”

“มากกว่านี้นาถก็ทำให้ได้ค่ะ นาถไม่เคยลืมว่า ที่นาถมีวันนี้ได้เพราะท่าน”

“ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ติดอยู่เรื่องเดียว...”

“เรื่องอะไรเหรอคะ”

“ตำรวจกันตัวนังไศลาไว้เป็นพยาน ทำให้เข้าไปจัดการมันได้ยาก เธอมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหม” นาถสุดาจิบไวน์ส่งยิ้ม ก่อนจะบอกว่าเข้าไปไม่ได้ก็ล่อให้ไศลาออกมา ดุลยศักดิ์ยิ้มกริ่ม

บนศาลาจัดงานศพของดารณี ผู้การเสริมพงษ์แสดงความเสียใจกับไศลา เธอกลับบอกว่า

“ไศทำใจแล้วว่าคนพวกนี้กฎหมายทำอะไรมันไม่ได้หรอกค่ะ”

“อย่าพูดอย่างนั้น เราต้องศรัทธาในความถูกต้อง”

“แต่ก่อนไศก็คิดแบบนั้นค่ะ แต่กับเศษมนุษย์พวกนี้ วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟันอาจจะเหมาะกว่าก็ได้”

“คุณเลือกเป็นพยานให้เรา เพราะคุณไม่ต้องการให้คนอื่นต้องเดือดร้อนอีกไม่ใช่เหรอ ผมอยากให้คุณเชื่อมั่นในความดีอย่างที่คุณเคยเชื่อ ความดีเท่านั้นที่จะคุ้มครองคุณได้”

ไศลายกมือไหว้ขอบคุณ แต่ดวงตาเธอแข็งกร้าวไปด้วยไฟแห่งความแค้น...อรชรขับรถเข้ามาในวัดกับสุทธิพงษ์ แต่พอสุทธิพงษ์เห็นธีรธรกับจ่านิดก็ไม่ยอมลงจากรถ บอกพี่สาวว่าเคยถูกสองคนนี้จับ อรชรหวาดผวาไปด้วย กลัวถูกซักไซ้เรื่องดารณีถูกยิงจึงถอยรถกลับ

ไม่ทันพ้นคืนนั้น นาถสุดาโทรเข้ามาหาไศลา ว่าตนเป็นแฟนชูชิต ไม่พอใจที่ชูชิตต้องมาเลี้ยงดูน้องชายและน้องสาวของเธอ ไศลาถามตรงๆจะเอาอย่างไร

“เอาเป็นว่า ถ้าเธอยังอยากได้น้องกลับไปแบบยังมีลมหายใจอยู่ พรุ่งนี้เช้าก็มาหาฉันที่บ้านชูชิต แต่ถ้าไม่มา ฉันจะช่วยหั่นน้องเธอให้เป็นชิ้นๆแล้วส่งให้ถึงหน้าบ้านเธอเลยดีไหม”

ไศลาโกรธจัด เก็บความขุ่นใจไม่บอกธีรธร แม้เขาจะขับรถมาส่งเธอที่บ้านของเขา แล้วกลับไปเฝ้าวงทองที่โรงพยาบาล  เธอบอกให้เขาเลิกห่วงและมาเหนื่อยกับเธออีก

“ไม่เป็นไรหรอกคุณ ผมเต็มใจทำ คุณก็รีบเข้านอนนะ เหนื่อยมามากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่” ธีรธรมองไศลาด้วยสายตารักและเป็นห่วงจนเธอแทบใจละลาย

ไศลากำลังจะลงจากรถ ธีรธรยื่นหน้ามาใกล้และเรียกเธอไว้ ไศลาหันหน้ามา แก้มเธอแนบกับจมูกของธีรธร ต่างคนต่างเขินที่ธีรธรโน้มหน้าเข้ามาเพราะจะเอื้อมหยิบหนังสือที่เบาะหลังให้เธอ “ผมสั่งหนังสือมาให้คุณ คิดว่าคุณคงจะสนใจ”

ไศลารับมาเขินๆอ่านหน้าปกชื่อเรื่อง...พลังจักระที่ 6 เธอถึงกับปลื้มขอบคุณเขาที่ไม่คิดว่าตนเป็นบ้า ธีรธรกล่าวอย่างจริงใจว่าเขาพร้อมจะเข้าใจเธอทุกเรื่อง ไศลายิ้มให้อย่างอ่อนโยน

ooooooo

ชูชิตออกมานั่งดื่มจนเมาที่ร้านเหล้า พอจะ กลับ ถูกคนร้ายตีหัวเอาตัวขึ้นรถตู้ ซึ่งในรถมีอรชรและ สุทธิพงษ์นอนสลบอยู่เบาะหลัง...นาถสุดา โทร. รายงานดุลยศักดิ์ว่าทุกอย่างเรียบร้อย

รุ่งเช้าไศลาแต่งตัวทะมัดทะแมง หยิบปืนมาใส่กระเป๋าเตรียมพร้อม ก่อนออกจากห้องมองตัวเองในกระจก ลูบบริเวณหน้าผากอย่างลังเล ว่าดวงตาที่สามมีจริงหรือเป็นเพียงฝัน

ด้านธีรธรตื่นเช้ามาแปลกใจที่วันนี้แม่ตื่นสาย เขาเข้ามาปลุกเพื่อจะลาไปทำงาน แต่พอจับมือแม่รู้สึกแปลกๆพยายามปลุกให้ตื่น นิ่มนวลตกใจจะร้องไห้ ธีรธร กดปุ่มเรียกพยาบาล ทำให้เขาออกไปหาไศลาไม่ได้ และเมื่อหมอมาตรวจอาการ บอกว่าอาการท่านทรุดให้ทำใจไว้บ้าง...

ไศลามาบ้านชูชิตตามที่นัดหมายกับนาถสุดา ถือปืนเดินจังก้าเข้ามาเล็งขู่นาถสุดาให้ปล่อยน้องๆของตน นาถสุดายิ้มๆเปิดจอโปรเจกเตอร์ให้ดู ชูชิต อรชร และสุทธิพงษ์ นอนสลบไสลอยู่บนโซฟาบ้านพักริมทะเล เสียงคลื่นและแสงแดดแยงตาให้ชูชิตตื่นขึ้นมา ปลุกอรชรกับสุทธิพงษ์ ต่างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น บนโต๊ะอาหารมีผลไม้วางอยู่พร้อมการ์ดหนึ่งใบ ชูชิตหยิบมาอ่าน “เหนื่อยมามากพักผ่อนให้เต็มที่ ถึงเวลาจะให้เรือไปรับกลับ จาก ดุลยศักดิ์”

ชูชิตรู้สึกไม่ชอบมาพากล ต่างกับอรชรและสุทธิ–พงษ์ที่ตื่นเต้นกับบรรยากาศท้องทะเล...นาถสุดาถาม

ไศลาเห็นภาพทั้งหมดแล้วรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม แต่ไศลากลับบอกว่าไม่ได้มาแค่นี้ ว่าแล้วก็ยิงเปรี้ยงใส่นาถสุดาทันที เทพพุ่งเข้าชาร์จปืนในมือไศลาและล็อกตัวเธอไว้ โชคดีที่นาถสุดาใส่เสื้อเกราะ จึงมีเพียงรอยกระสุนบนเสื้อ เธอโกรธมากลุกขึ้นตบหน้าไศลาและตะคอกใส่

“ถ้าเธอไม่แส่มาวุ่นวาย ป่านนี้เธอก็คงยังมีความสุขอยู่บนกองเงินกองทองของชูชิตแล้ว”

“เก็บเงินสกปรกของพวกแกไว้ใช้ในนรกเถอะ”

นาถสุดาตบไศลาอีกฉาดแทบจะขย้ำคอ ไศลา กระโดดถีบจึงถูกเธอต่อยท้องจุกจนตัวงอ แสงจากดวงตาที่สามบนหน้าผากไศลาเกิดแสงวาบเข้าตานาถสุดาและเทพจนผงะแสบตามองอะไรไม่เห็น ไศลาพลิกตัวกลับเอาปืนจ่อทั้งสองคน เค้นถามว่าใครเป็นคนยิงดารณี คงถลาจะเข้าช่วยแต่ยังไม่มีจังหวะ เขาตอบยียวนว่าตัวเองเป็นคนยิงและกำลังจะส่งเธอไปอยู่กับน้องอีกคน เทพได้ทีกระแทกเข้าที่หน้าผากไศลา จังหวะนั้นคงยิงระยะประชิดใส่สามนัดซ้อน ไศลาค่อยๆทรุดลงอย่างเจ็บปวด

โลกหลังความตายของไศลา เธอเดินฝ่าหมอกควันมาที่ปากอุโมงค์ เห็นเรื่องราวตัวเอง ตั้งแต่วัยเด็กจนโตทำให้เธอจะก้าวเข้าไปในอุโมงค์นั่น เสียงนักพรตเมฆขาวเรียก

“เอมา...ไศลา ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องผ่านเข้าไป”

จู่ๆไศลาก็รู้สึกเวียนหัวเหมือนโลกหมุน เพราะเทพกับคงเอาร่างเธอมาโยนลงหน้าผากลางป่าใหญ่ ทั้งที่เธอยังมีลมหายใจ แต่แล้วทั้งสองคนก็ไม่สามารถออกจากป่าไปได้ ขับรถวนเวียนจนมืดค่ำ กระทั่งเห็นร่างนักพรตเมฆขาวลอยวนเวียนอยู่รอบตัว ทั้งสองแทบสติแตก

วันต่อมา ธีรธรติดต่อไศลาไม่ได้ จึงโทร.เข้าบ้าน สาวใช้รายงานว่า เธอออกไปข้างนอกตั้งแต่เมื่อวานยังไม่กลับมา...

ร่างไศลาลอยละลิ่วตกลงมาช้าๆตรงหน้านักพรตเมฆขาว ใบหน้าเธอบวมช้ำ ตามตัวมีแต่รอยเลือดจากกระสุนของคง นักพรตใช้ไม้เท้ายื่นไปแตะที่หัวเธอ เปล่งแสงสว่างขาวสะอาดเข้าสู่ตัวเธอ กระสุนไหลออก เลือดจางหายใบหน้ากลับเหมือนเดิม เธอค่อยๆลืมตาขึ้น

“เอมา...ในที่สุดเราก็ได้พบกัน”

เวลาผ่านไป ไศลานั่งพับเพียบรอฟังคำสอนจากนักพรตเมฆขาว

“เอมา คือผู้ถูกเลือก มีหน้าที่ปกป้องความดีทำให้คนรู้จักบาปบุญคุณโทษ แต่ไม่สามารถเอาวิชาที่มีอยู่ไปทำร้ายผู้อื่นได้ตามใจ แม้ว่าคนที่ถูกทำร้ายนั้นจะเป็นคนชั่วหรือไม่ก็ตาม”

“ถ้ายังงั้นเราจะปกป้องคุ้มครองคนดีได้ยังไงล่ะคะ”

“การคุ้มครองคนดี ไม่จำเป็นต้องทำร้ายคนไม่ดี ผู้ถูกเลือกมีกฎที่ต้องรักษาอยู่สองข้อ กฎข้อแรก คือห้ามฆ่าคน ไม่ใช่แค่การกระทำนะ หมายถึงห้ามเจตนาด้วย เอมา...การฆ่าไม่ใช่การแก้ปัญหา เราฆ่าคนไม่ดีในโลกนี้ได้ไม่หมด แต่ถ้าเราทำให้เขามีสำนึกผิดชอบชั่วดีได้ เจ้าจะได้คนดีเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องทำร้ายใคร”

ไศลาพยักหน้าอย่างเข้าใจ นักพรตบอกกฎข้อที่สอง “ผู้ถูกเลือกห้ามประพฤติผิดในกาม”

ไศลาโล่งอกเพราะตนไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น แต่นักพรตติง อย่าประมาทกิเลสตัณหาของมนุษย์ เธอจึงย้อนถามถ้าเกิดพลาดละเมิดกฎจะเกิดอะไรขึ้น

“วิชาและพลังพิเศษที่ผู้ถูกเลือกมี จักต้องสูญสลายไป”

“มันไม่ยุติธรรมเลย ทำไมผู้ถูกเลือกถึงไม่มีสิทธิ์ฆ่าพวกคนชั่วให้หมดไป”

“เอมา...ไศลา ภารกิจของผู้ถูกเลือก คือทำให้โลกสงบสุข ด้วยการทำให้คนชั่วสำนึกถึงความผิดชอบชั่วดี”

ขณะเดียวกัน นักพรตเมฆขาวยังพยายามจะทำให้ เทพกับคงกลับตัวกลับใจ สำนึกในบาปของตัวเองแล้วละเลิกเสีย แต่ทั้งสองกลับกลัวเตลิดหนี แถมกระหน่ำยิงใส่ นักพรตโบกไม้เท้าไปมา กระสุนร่วงหล่นตรงหน้า ทั้งสองยิ่งสติแตก วิญญาณเจ้ากรรมนายเวรที่พวกเขาเคยเข่นฆ่าจึงรุมทำร้ายท่ามกลางเสียงสวดมนต์และเสียงเตือนถ้ายังไม่กลับใจอีกกี่ชาติจะชดใช้หนี้กรรมหมด

ooooooo

นพรัชเพื่อนของธีรธรมาเยี่ยมวงทอง และยินดีจะย้ายเธอไปรักษาที่โรงพยาบาลของตัวเอง แต่คงต้องรอให้ความดันเป็นปกติเสียก่อน

เช้าวันใหม่ ไศลารู้สึกสดชื่นเมื่อได้สูดลมหายใจเข้า รับพลังธรรมชาติตามที่นักพรตเมฆขาวให้ทำ จากนั้น นักพรตพาเธอมายืนใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ใช้ไม้เท้ากระทุ้งให้ลูกไม้หล่นลงมาแล้วเอาผ้าปิดตาเธอ บอกให้เก็บลูกไม้ให้ได้หมดก่อนที่จะตกลงพื้น กว่าเธอจะทำได้แทบท้อเพื่อให้ดวงตาที่สามสว่างวาบขึ้น เสียงนักพรตกล่าว

“เจ้าจะควบคุมตรีเนตรได้ เมื่อจิตเป็นสมาธิและแน่วแน่”

ไศลาจึงควบคุมจิตตั้งสมาธิ ดวงตาที่สามเปิดขึ้น เธอสามารถรับลูกไม้ที่ร่วงหล่นได้หมดด้วยท่วงท่าว่องไวผิดมนุษย์ธรรมดา

ด้วยความที่ต้องสร้างภาพ นาถสุดาจึงพานักข่าวมาถ่ายภาพออฟฟิศของชูชิต อรชรไม่พอใจ ขวางไม่ให้ใครขึ้นไปบนห้องทำงานชูชิต นาถสุดาจิกตาใส่แต่พูดด้วยเสียงหวาน

“ปกติคุณชิตต้องการความเป็นส่วนตัวเวลาทำงานค่ะ ก็เลยต้องสั่งเด็กไว้ว่า ไม่ให้คนนอกเข้ามาถ้าไม่ได้รับอนุญาต...วันนี้พี่นาถขออนุญาตคุณชิตแล้ว น้องไม่ต้องกลัวคุณชิตดุนะจ๊ะ” นาถสุดาหันมาบอกนักข่าว “เดี๋ยวเราขึ้นไปดูห้องทำงานคุณชิตกันเลยดีกว่านะคะ”

อรชรฉุกคิดอะไรได้บางอย่างยิ้มอย่างมีเลศนัย ทันทีที่นาถสุดาเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน เห็นภาพถ่ายเวดดิ้งของชูชิตกับอรชรแขวนอยู่บนผนัง จึงรีบปิดประตูห้อง บอกนักข่าวว่าขอเลื่อนคิวถ่ายห้องทำงานไปวันอื่น นักข่าวชักไม่สบอารมณ์ แต่พอเธอรับปากจะให้คิวใหม่ในเร็ววัน และจะให้หนังสือฉบับนี้ฉบับเดียวได้ถ่าย นักข่าวกับตากล้องจึงยอม

เมื่อธีรธรมาทำงาน ผู้การเสริมพงษ์ถามไถ่อาการแม่ เขาจึงขอโทษที่มาทำงานไม่เต็มที่ ผู้การเข้าใจและเห็นใจ แถมบอกข่าวสายรายงานว่า เทพกับคงหายตัวไปหลายวัน วันเดียวกับที่ไศลาเข้าไปในบ้านชูชิต ธีรธรทราบเรื่องรู้สึกเป็นห่วงเธออย่างมาก

ไม่ต่างจากไศลา ที่นอนมองท้องฟ้าบนยอดเขา ใจเธอคิดถึงธีรธร นึกถึงคำพูดของเขาที่ขอโอกาสพิสูจน์ใจต่อเธอคืนที่ดูดาวด้วยกัน และเธอปฏิเสธ ณ ตอนนี้เธออยากถามเขา

“ถ้าฉันให้โอกาสคุณ คุณจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีกใช่ไหม”

ขณะเดียวกัน ธีรธรออกมายืนมองฟ้าที่ระเบียงห้องโรงพยาบาล นิ่มนวลตามออกมายืนเคียงข้าง หวังจะได้รับความโรแมนติกจากเขาบ้าง แต่เขากลับนิ่งเฉย จู่ๆตัดบทบอกว่าง่วง เดินกลับเข้าไปนอน ในใจ เขาเต็มไปด้วยความคิดถึงไศลา

คืนนั้น นาถสุดากลับมาโวยวายชูชิตว่าอรชรจะทำให้เสียงาน ชูชิตรำคาญจะออกไปหาอะไรกินนอกบ้าน พลันมีโทรศัพท์เข้ามา เขากดรับ

“สวัสดีครับ ผมชูชิตพูดครับ ใช่ครับ นายเทพกับนายคงเป็นลูกน้องของผมเองครับ ฮ้า! ว่าไงนะครับ”

ooooooo

รุ่งขึ้น ชูชิตมาดูเทพกับคงที่สถานีตำรวจ ตำรวจบอกว่า  ชาวบ้านไปพบทั้งสองคนในป่าเหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ทั้งสองนั่งกอดเข่าอยู่คนละมุมในห้องขัง เดี๋ยวก็โวยวายชกลม เดี๋ยวก็ร้องไห้ ชูชิตมึนงงว่าทั้งสองไปทำอะไรมา และพบเจออะไร

วงทองได้รับการย้ายโรงพยาบาลมาที่โรงพยาบาลของนพรัช ธีรธรรีบถามอาการ นพรัชตอบว่าไม่มีอะไรน่าห่วง และย้อนถามสิ่งที่อยากถามมานานว่าไศลาหายไปไหน ธีรธรถึงกับอึ้ง

ในสปาแห่งหนึ่ง ดุลยศักดิ์กับนาถสุดานอนรับบริการนวดอยู่อย่างสบาย ลูกน้องเข้ามารายงานเรื่องเทพกับคง นาถสุดาได้ยิน นึกเป็นห่วงเทพอย่างมาก...

ชูชิตพาเทพกับคงมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเดียวกับวงทอง ธีรธรกับจ่านิดกำลังจะเข้าไป พอเห็นชูชิตก็รีบหลบสังเกตการณ์

“เดี๋ยวจ่ากลับไปรายงานให้ผู้การทราบ แล้วขอกำลังนอกเครื่องแบบมาซุ่มอยู่ที่นี่สัก 4 นาย” จ่านิดรับคำธีรธรแล้วรีบปฏิบัติ

ด้านไศลา นั่งสมาธิใช้กระแสจิตพูดคุยกับนักพรตเมฆขาว ท่านถามว่าอยากรู้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้เวลาที่พลังตรีเนตรถูกเปิดออกเธอเป็นอย่างไร ไศลาตอบว่าอยากรู้ นักพรตจึงปล่อยแสงสีขาวไปที่หน้าผากเธอ ทำให้เธอเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนสาธารณะ ตอนที่คนร้ายเข้าจับนักเรียนของเธอเป็นตัวประกัน

“ทำไมไศถึงไม่รู้สึกตัวและจำอะไรไม่ได้เลยล่ะคะ”

“เพราะเจ้ายังไม่ได้ฝึกควบคุมพลังตรีเนตร เมื่อเจ้าปิดพลังจะเกิด และเมื่อพลังเปิด เจ้าจึงต้องปิด” ไศลา รีบถามจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร “มาลองดูกัน โอม...เอมา จงเปิดพลังตรีเนตร”

ตาที่สามของไศลาเปิดออกตามคำสั่ง และพอท่านกล่าวว่า โอม...เอมา จงปิดพลังตรีเนตรตาที่สามของเธอก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว ไศลาลืมตาขึ้นมาดีใจที่เธอรู้สึกตัวตลอด...ไศลายังคงต้องฝึกจิต และในคืนที่พระจันทร์เป็นสีแดงก่ำเต็มดวง นักพรตเมฆขาวได้บอกเธอว่า

“เอมา...ไศลา บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ที่เจ้าจะได้ทำพิธีเบิกตรีเนตรและรับหน้าที่ของผู้ถูกเลือก จงลุกขึ้นยืน”

ไศลาลุกขึ้นอย่างงงๆ เสียงสวดมนต์ของนักพรตกระหึ่มขึ้น ดวงจันทร์ถูกเมฆบดบังจนมิด เสียงหมาป่า โหยหวน ตามด้วยเสียงร้องของสัตว์อื่นๆแน่นคับป่าไปหมด นักพรตยื่นหัวไม้เท้าสัมผัสที่บริเวณดวงตาที่สามของไศลา แล้วสวดมนต์ภาวนา

“เอมา...ไศลา เจ้าคือผู้ที่ถูกเลือกแล้ว เพื่อทำหน้าที่ปกป้องความดี ทำให้คนชั่วรู้จักบาปบุญคุณโทษ เจ้ายินดีรับหน้าที่นี้ใช่หรือไม่”

ไศลาพนมมือกล่าวรับว่า ยินดี ทันใด ดวงตาที่สามของเธอก็เปิดขึ้น ประกายแสงสีขาวเจิดจรัสส่องออกมา คลายเมฆที่ปิดบังดวงจันทร์ออก เห็นดวงจันทร์ครึ่งดวงสีแดงก่ำ

“เอมา...ไศลา เจ้าจะให้สัจจะในการพิทักษ์กฎข้อที่หนึ่งของผู้ถูกเลือก คือห้ามฆ่าคนอย่างเด็ดขาดได้หรือไม่”

ไศลารับคำ ดวงตาที่สามของเธอส่องแสงสีเงินเจิดจรัส ทำให้เมฆคลายดวงจันทร์ออกเต็มดวงแต่ยังสีแดงก่ำอยู่ เมื่อนักพรตเอ่ยถาม

“เอมา...ไศลา เจ้าจะให้สัจจะในการพิทักษ์กฎข้อที่สองของผู้ถูกเลือก คือห้ามประพฤติผิดในกามอย่างเด็ดขาดได้หรือไม่”

ไศลาพนมมือรับคำ ดวงตาที่สามของเธอฉายแสงสีทองออกมาอย่างสวยงาม ดวงจันทร์กลายจากสีแดงเป็นสีทองกระจ่าง “เอมา...ไศลา ข้าขอให้เจ้าจงรับและรักษาหน้าที่ และพลังพิเศษของผู้ถูกเลือกไว้ให้ดี ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเจ้าเองและเพื่อนร่วมโลกให้มากที่สุดนับตั้งแต่นี้ต่อไปเถิด...จงหลับตาแล้วพนมมือ”

นักพรตเอาไม้เท้าจรดที่ดวงตาที่สามไล่ลงมาที่ตาขวาไปซ้าย วนสามรอบพร้อมกับสวดมนต์ ไศลารู้สึกร้อนวูบจากศีรษะจดปลายเท้า  เกิดเปลวไฟลุกไหม้หัวไม้เท้า นักพรตเป่าดับ

“เอาล่ะ ตอนนี้ข้าได้ถ่ายทอดพลังวิชาเนตรอัคคีให้เจ้าแล้ว หลังจากนี้ หากเจ้าใช้ตาเพ่งไปที่ของสิ่งใด ของสิ่งนั้นจะมอดไหม้เป็นจุณในทันที ต่อจากนี้เจ้าจงฝึกควบคุมวิชาเนตรอัคคีนี้ไว้ใช้ยามคับขันเถิด”

ไศลาก้มกราบแทบเท้านักพรตด้วยความเคารพสุดใจ...หลังจากนั้น ไศลาก็ฝึกใช้พลังเนตรอัคคีจนเผลอสนุกเกินไป นักพรตต้องปราม การใช้พลังนี้จะตัดทอนพลังในร่างกายของตัวเอง อย่าใช้พร่ำเพรื่อจะหมดแรงได้ และท่านยังบอกอีกว่า พลังเนตรอัคคียังใช้รักษาโรคร้ายหรือบาดแผลได้ เพียงแค่ตั้งจิตอธิษฐานแล้วเพ่งมอง จะสมหวังทุกสิ่ง

ooooooo

เช้าวันนี้ นาถสุดาพรางตัวใส่แว่นดำ แอบเข้ามาเยี่ยมเทพที่โรงพยาบาล แผนกจิตเวช เห็นเทพอยู่ในห้องกระจก นั่งเหม่อลอย เธอถึงกับน้ำตาคลอเอามือแนบกระจก เทพหันมาเห็น เดินมาหา ทำมือเหมือนเช็ดน้ำตาให้เธอ และทาบมือลงกับมือเธอเหมือนอยากกุมมือเธอ

ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ธีรธรส่งมาเฝ้า แอบถ่ายคลิปอากัปกิริยาของนาถสุดาไว้...เมื่อนาถสุดากลับบ้าน

ชูชิตก็กราดเกรี้ยวใส่ ถามว่าไปทำอะไรมา เธอนิ่งเฉยเลี่ยง หนีเขาตามไปขวางถามว่าไปเยี่ยมเทพกับคงมาใช่ไหม นาถสุดาโต้กลับ ไม่แปลกตรงไหนที่ตนจะไปดูลูกน้อง

“มันจะไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย ถ้าคุณตอบผมมาว่าคุณให้ไอ้สองคนนั้นเข้าไปทำอะไรในป่า” นาถสุดาทำที ไม่รู้เรื่อง ชูชิตโกรธตบหน้าเธอฉาด เธอโกรธชักปืนออกมาแต่ช้ากว่าเขา ชูชิตขู่ “บอกไว้ก่อนนะ ว่าวันนี้ฉันเอาจริง”

นาถสุดาเห็นสายตาแข็งกร้าวของชูชิต ตัดสินใจเก็บปืน ชูชิตถามย้ำอีกครั้ง หญิงสาวโบ้ยให้ไปถามเจ้านาย เขายื่นหน้ามาประชิดหน้าเธอ “ถ้าต้องทำถึงขนาดเอาฉันไปปล่อยเกาะไว้ขนาดนั้น มันต้องเป็นเรื่องใหญ่ที่พวกแกต้องสมรู้ร่วมคิดกันแน่ ฉันชักไม่อยากเป็นแฟนกับเธอแค่ในนามแล้วล่ะสิ เรามาอัพเกรดความสัมพันธ์กันวันนี้เลยดีไหมจ๊ะที่รัก”

นาถสุดารู้สึกรังเกียจชูชิตสุดๆ อรชรได้ยิน โกรธแทบจะกระโจนเข้ามาแสดงตัว แต่ต้องชะงักเมื่อนาถสุดาตวาด “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะอ้วก บอกให้ก็ได้ว่า นายสั่งให้คงกับเทพ เก็บเมียเก่าของแกเรียบร้อยแล้ว และที่สองคนนั้นต้องเข้าป่า ก็เพื่อเอาศพเมียเก่าของแกไปทิ้งไงล่ะ”

ทั้งชูชิตและอรชรตกตะลึง นาถสุดาหัวเราะสะใจ เอารูปศพไศลาที่โดนยิงตายให้ชูชิตดู เขาถึงกับน้ำตาไหลทรุดลง ไม่อยากเชื่อ นาถสุดาใช้เท้าเขี่ยชูชิตให้พ้นทาง เดินหัวเราะออกไป...พออรชรเห็นนาถสุดาขับรถออกไป ก็เข้ามาดูชูชิต ไม่คิดว่าเขาจะรักพี่สาวตัวเองมากขนาดนี้ ชูชิตหยิบรูปไศลาในกระเป๋าสตางค์มาดู ร่ำไห้ขอโทษที่ทำให้เธอต้องตาย อรชรเข้ากอดปลอบ

“ไม่เป็นไรนะพี่ชิต พี่ไศเขาไม่โกรธพี่ชิตหรอก ต่อไปนี้ อรจะอยู่ดูแลพี่ชิตเองนะ”

ooooooo

อาการวงทองทรุดลง ถูกส่งเข้าห้องไอซียูอีกครั้ง นิ่มนวลร้องไห้กอดธีรธรอยู่หน้าห้อง...ขณะที่ไศลา ปลอมตัวเป็นนางพยาบาลเข้ามาหาเทพในห้อง หวังจะทำให้เขากลับตัวเป็นคนดี แต่พอเทพเห็นหน้าเธอ ก็อาละวาดทำร้ายเธอ ไศลาต้องใช้พลังเนตรอัคคี ทำให้เขาหยุดนิ่ง

ไศลาสัมผัสถึงความรักที่เขามีต่อนาถสุดา จึงทำให้เทพเห็นความเลวที่เขาก่อขึ้น  ว่ามันส่งผลแก่ครอบครัวของคนที่เขาฆ่าตายต้องลำบากทุกข์ยาก จนตายตามกันไป

“ฉันรู้นะว่าจริงๆแล้วนายไม่ใช่คนเลว อย่างน้อย นายก็มีความรัก นายไม่ใช่คนเลวโดยกำเนิด...ฉันรู้”

เทพถึงกับน้ำตาไหล “แล้วฉันจะชดเชยสิ่งที่ฉันทำไว้ได้ยังไง”

ไศลาพอใจมากที่เทพคิดได้ เธอมาที่ห้องคง หวังจะทำให้เขาคิดได้ กลับตัวกลับใจอีกคนแต่คงรับไม่ได้กับผลกรรมที่ตนก่อกับคนอื่น สติแตกคิดว่าไศลามาแก้แค้นที่ตนฆ่าน้องสาวเธอ จึงอาละวาด กระโดดทะลุกระจกหน้าต่างตกลงมาตายคาที่

นพรัชกำลังคุยอาการของวงทองให้ธีรธรรับรู้รปภ.วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า คนไข้แผนกจิตเวชกระโดดตึกตาย สองหนุ่มตกใจรีบไปดูที่เกิดเหตุ

ส่วนไศลาพาเทพออกมาซ่อนตัวในบ้านของตัวเอง “ตอนนี้คงไม่มีใครคิดว่าฉันจะกล้าพาคุณมาอยู่ที่นี่อีกอย่างเราคงอยู่ที่นี่กันไม่นาน ฉันจะรีบส่งคุณให้ตำรวจ กันเป็นพยานในคดี”

“ขอบคุณมากนะไศลา”

“คุณต้องขอบคุณตัวเองมากกว่าที่เลือกทางนี้”

คืนนั้น นาถสุดาทานข้าวอยู่กับอดุลยศักดิ์ เห็นข่าวโดดตึกของคงก็ตกใจ เธอถามเขา คิดว่าเทพเป็นคนทำหรือไม่ อดุลยศักดิ์ไม่เชื่อ เพราะ รู้ดีว่าทั้งสองคนเติบโตมาด้วยกัน ตายแทนกันได้ ไม่มีทางฆ่ากันเอง เขาเตือนให้นาถสุดาอยู่บ้านชูชิตต่อไป เพราะถ้าชูชิตหักหลังอีกคน จะไม่เหลือกำลังหลักในงานส่งของครั้งต่อไป นาถสุดาหยั่งเชิงถามจะให้ส่งคนออกตามหาเทพไหม

“ไม่ต้อง คนอย่างไอ้เทพ ถ้ามันยังอยู่ มันต้องหาทางกลับมาเองได้แน่”

อรชรเสียใจที่ชูชิตพร่ำรำพันถึงแต่ไศลา สุทธิพงษ์ยังเยาะเย้ยให้ยอมรับว่า ไม่มีทางแทนที่พี่สาวได้ พอ นาถสุดากลับมา อรชรวางก้ามเป็นเมียชูชิตอยากให้เธอย้ายออกไป นาถสุดาไม่มีแก่ใจต่อล้อต่อเถียง จึงซัดอรชรแบบสั่งสอน แต่ถึงขั้นสลบเหมือด

ด้านธีรธรสั่งจ่านิดตรวจสอบว่าชูชิตติดต่อขอรับศพหรือไม่ จ่านิดรายงานในใบส่งตัวเทพกับคงมาโรงพยาบาล ไม่ระบุญาติหรือคนที่ติดต่อได้ จึงไม่มีหลักฐานต่อเนื่องไปถึงชูชิตส่วนกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล ติดไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้งาน ธีรธรโวยนพรัช เขาเสียงอ่อยว่า ค่าดูแลมันแพง ไม่ทันไร มือถือจ่านิดได้รับคลิป

“อ๊ะ...มาแล้วครับ คลิปวีดีโอจากหน่วยนอกเครื่องแบบของเรา”

นพรัชเหวอที่มีตำรวจนอกเครื่องแบบในโรงพยาบาลของตัวเอง ธีรธรตอกกลับ ไม่เบิกเบี้ยเลี้ยงก็ดีแค่ไหน จ่านิด เปิดคลิปช่วงหน้าให้ดู เห็นนาถสุดาที่แสดงออกเหมือนรักกับเทพ คลิปต่อไปเห็นไศลาเดินเข้ามาในแผนกจิตเวชแล้วดับไป นพรัชโวย

“คุณไศลา จ่า คลิปนี้ถ่ายตอนกี่โมงแล้วทำไมมันสั้นแค่นี้เนี่ย”

จ่านิดงงกับท่าทีนพรัช “เมื่อเย็นนี้เองครับและที่สั้นเพราะว่ามันเย็นแล้ว แบตเลยหมด”

ธีรธรหน้าเครียดลุกพรวดจะเดินไป นพรัชถามไปไหน เขาตอบจะกลับไปนอน ระหว่างทางที่ธีรธรเดินไปห้องแม่ รู้สึกตัวว่ามีคนสะกดรอยตาม จึงตลบกลับจับคนร้ายไว้ แต่ถูกชกท้องจนต้องปล่อย คนร้ายจะซ้ำเขาโพล่งขึ้นว่า

“นี่คุณต่อยผมจริงๆเลยเหรอ ไศลา”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉัน” ไศลาชะงักถอดหมวกออกมองหน้าเขาอย่างสงสัย

ธีรธรชี้ที่หัวอย่างภูมิใจ “มันสำคัญตรงนี้...คุณหายไปไหนมา ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่”

ไศลาย้อนกลับเขาน่าจะสบายที่ตนไม่อยู่ ธีรธรจ้องตาเธอแล้วบอกว่าเขาคิดถึงเธอทุกวัน หญิงสาวเขินหลบตาก่อนจะบอกว่า มีเรื่องสำคัญมาบอก ตนได้ตัวเทพมาเป็นพยานให้อีกคน

“ไศลา นี่คุณเกี่ยวข้องกับเรื่องวันนี้เหรอ ทำไมคุณถึงทำแบบนี้”

“นี่คุณไม่ดีใจเลยเหรอที่ได้นายเทพมาเป็นพยานเพิ่ม”

ธีรธรยอมรับว่าดี  แต่เขาเป็นห่วงเธอมากกว่า  ไศลา บอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไร มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำ อย่างไรต่อไป ไม่ทันจะตอบ นิ่มนวลโทร.มาบอกธีรธรว่า วงทองอาการทรุด เขารีบจูงมือไศลาวิ่งไปที่ห้องไอซียู นิ่มนวลไม่ทันมองไศลา โผเข้ากอดธีรธรร้องไห้

“คุณป้าความดันตกอีกแล้วค่ะ พี่หมอบอกว่ายาที่ให้ไปไม่ได้ผล”

ไศลาเห็นเช่นนั้นก็เลี่ยงไปนั่งมุมหนึ่ง นพรัชเดินเข้ามาบอกธีรธรให้ทำใจดีๆ ธีรธรละล่ำละลักบอกเสียเท่าไหร่เขายอมต้องช่วยแม่เขาให้ได้ นพรัชอ่อนใจบางอย่างเงินก็ซื้อไม่ได้ ไศลาลุกขึ้นเดินเข้ามาขอไปดูวงทองในห้อง นพรัชและนิ่มนวลตะลึงที่เห็นเธอ

ooooooo

ตอนที่ 2

อรชรกลับมาบ้านเย็นย่ำ ซื้อบะหมี่มาฝากน้องๆ ดารณีหน้าเศร้าบอกว่าสุทธิพงษ์ไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนไศลาตนพยายามโทร.หาก็ไม่รับสาย ไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า พลันอรชรเฉี่ยวรูปไศลาตกลงมาแตก ยิ่งทำให้ดารณีใจเสีย น้ำตาร่วง อรชรเอ็ดน้องอย่าคิดมาก

ในขณะที่จ่านิดรอธีรธรพาไศลามาเก็บตัวที่ห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มา ผู้การเสริมพงษ์ โทร.เข้ามาเรียกให้จ่านิดกลับมาสแตนบายด์ที่กองปราบ เขาจึงเดินออกจากห้อง  ทันทีที่โผล่ออกประตูก็โดนคนร้ายฟาดหัวสลบไป เขาพอจะเห็นว่ามันมากันสองคน

ผู้การเสริมพงษ์ โทร.หาธีรธรเพื่อบอกเรื่องจ่านิดถูกทำร้ายที่เซฟเฮาส์ ธีรธรเองก็พอจะรู้ตัวว่าโดนสะกดรอยตามตั้งแต่ที่ห้างสรรพสินค้า จึงไม่พาไศลาไปโรงพยาบาล เขาขับรถหลบหนีจากคนร้ายที่ตามจนพ้น แล้วตัดสินใจพาไศลามาที่บ้านตัวเองแทน

ด้านดารณีเห็นว่าดึกมากแล้ว ไศลายังไม่กลับมาและติดต่อไม่ได้ จึงคิดจะโทร.ถามชูชิต อรชรโวยวาย “โอ๊ย...อย่าให้มันเยอะนักเลยดา พี่ไศหายไปยังไม่ถึงวันเลย ทีพงษ์หายไปสามวันแล้ว เคยคิดจะห่วงบ้างไหม...นี่...อย่ามองพี่ด้วยสายตาแบบนั้นนะ อยากรู้นักใช่ไหม โทร.ให้เลย”

อรชรกดโทร.หาชูชิต ขณะนั้นชูชิตนั่งดริงค์กับสาวๆในผับ เห็นเบอร์ของอรชรก็ไม่อยากรับ อรชรไม่พอใจ ส่งข้อความเข้าไปแทน ว่ามีเรื่องไศลาจะคุยด้วย ไม่กี่อึดใจ ชูชิต โทร.กลับมาทันที อรชรซักไซ้ว่าอยู่ไหนแทนที่จะพูดเรื่องไศลา เสียงสาวดริงค์แทรกเข้ามา

“คนในสายถามว่าอยู่ที่ไหน พี่ก็บอกไปสิคะว่าอยู่ร้านคิวบาร์”

อรชรกดวางสายค้นอินเตอร์เน็ตหาที่อยู่ของร้านทันที แล้วผลุนผลันออกไป ดารณีงงกับการกระทำของพี่สาว...พอไปถึงร้าน พนักงานข้างหน้าบอกอรชรว่าเข้าได้แต่เมมเบอร์เท่านั้น อรชรปรี๊ดสุดๆ กระแทกเสียงว่า...เมียเมมเบอร์เข้าได้ไหม ว่าแล้วก็ดันตัวเข้าไป กวาดตามองหาชูชิตจนเจอ เธอตรงเข้าคว้าแก้วเหล้าสาดใส่หน้าสาวดริงค์ เพื่อนๆชูชิตแปลกใจที่น้องแฟนทำไมมาอาละวาด ชูชิตอายลากหญิงสาวกลับ

ด้านไศลา ยังสลบไสล ธีรธรอุ้มเธอขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง ในบ้านหลังเล็กที่อยู่บริเวณเดียวกันกับบ้านแม่ เขาเอาอุปกรณ์การทำแผลออกมาวางเตรียมพร้อม โทรศัพท์หาเพื่อนซึ่งเป็นหมอชื่อนพรัช

“เอาล่ะ ฉันเตรียมพร้อมครบหมดทุกอย่างแล้ว แกพร้อมจะตรวจคนไข้หรือยัง”

นพรัชโวยวายทำอะไรห่ามๆแบบนี้ ธีรธรสวนกลับไม่ต้องพูดมากให้ตรวจอาการ นพรัชจำต้องให้เพื่อนใช้กล้องมือถือถ่ายที่แผลบนหน้าผากไศลา และส่วนอื่นๆที่คิดว่าบาดเจ็บ ไม่มีกระดูกหัก ไม่มีตรงไหนหนัก แผลที่หน้าผากก็ไม่ถึงกับต้องเย็บ แต่อาจจะอักเสบทำให้เป็นไข้ได้ นพรัชกำชับว่าถ้าภายใน 24 ชั่วโมงนี้ไม่อาเจียน เวียนหัว ก็ไม่มีอะไรมาก ธีรธรขอบใจเพื่อน แล้ววางสายทันที ท่าทางเขาสบายใจขึ้น ทำแผลให้ไศลา จากนั้นรู้สึกว่าเธอตัวร้อนถึงกับเพ้อ

“คุณพ่อ คุณแม่ช่วยคุ้มครองน้องๆด้วยนะคะ ไศผิดเอง ไศขอโทษ...”

“ผู้หญิงตัวแค่นี้ แต่ต้องเจออะไรมาเยอะขนาดนั้น” ธีรธรลูบหัวปลอบอย่างทะนุถนอม ตัดสินใจเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลด และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอใหม่ โดยเอาแว่นตาดำมาสวม พยายามเมินหน้าไปทางอื่น เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธออย่างเก้ๆกังๆ

คืนนั้น ไศลาฝันว่าตัวเองนอนอยู่บนแคร่ในถํ้าของนักพรตเมฆขาว ซึ่งกำลังนั่งสมาธิอยู่ พอเธอฟื้นท่านก็เอาใบไม้มาป้อนให้เคี้ยว เธอเบ้หน้าเพราะความขม ท่านบังคับให้กลืนห้ามคาย สักพักไศลารู้สึกหายเจ็บปวด และได้หายตัวมายืนอยู่ในป่าลึก นักพรตเมฆขาวตั้งท่าพร้อมต่อสู้

“เอาล่ะ ลองเข้ามาเลย วันนี้ถ้าเจ้าแย่งไม้เท้าจากมือข้าไปไม่ได้ เจ้าจะไม่ได้กลับบ้านอีก”

ไศลาได้ยินแบบนั้น ก็วิ่งเข้าไปแย่งไม้เท้า แต่ท่านเหนือชั้นกว่า หลบหลีกอย่างว่องไว เธอใช้วิชาคาราเต้ที่มีอยู่ นักพรตแก้ไขจุดอ่อนให้แก่เธอ

“การต่อสู้ที่ดีต้องคุมได้จากข้างใน การใช้อารมณ์ ต่อให้ชนะก็ต้องสูญเสียไม่มากก็น้อย...สู้ด้วยสติ ด้วยจิตที่สงบ ค้นหาจังหวะของอีกฝ่าย แล้วจะพบคำตอบ”

ไศลาสูดหายใจเข้าเต็มปอด ข่มจิตให้นิ่งสงบตามที่ท่านสอน และทำได้ในที่สุด นักพรตชมว่าทำได้ดี จำสิ่งที่เรียนรู้ไว้ใช้ยามคับขัน ว่าแล้วร่างท่านกลายเป็นแสงวาบจางหายไปตรงหน้า

ไศลาตื่นขึ้นเพราะแสงแดดอ่อนๆส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เธอมองไปรอบห้อง เห็นธีรธรนอนกับพื้นหน้าเตียงก็ตกใจ ลุกนั่งก้มมองตัวเอง พบว่าเสื้อผ้าเปลี่ยนไปก็ยิ่งตกใจ ตรงเข้าเขย่าตัวธีรธรและคว้าปืนเขามาจ่อถามว่าเมื่อคืนทำอะไรตน

“เดี๋ยว...คุณใจเย็นๆ ปืนนั่นมีลูกนะ ตื่นมาก็เก่งเลยนะเนี่ย” ธีรธรยกมือขึ้นห้าม

“อย่ามาทำปากดีนะ ฉันยิงไส้แตก”

“โอ๊ย...โอเคๆ ที่นี่บ้านผมเอง เมื่อวานคุณโดนทำร้ายที่ห้างไง ผมเลยพามาทำแผลที่นี่ แล้วคุณก็ดันเป็นไข้อีก ผมก็เลยต้อง...เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ ก็เท่านั้นล่ะ”

“เช็ดตัว! เปลี่ยนเสื้อผ้า นี่คุณทำเองหมดเลยเหรอ” ไศลาแทบกรี๊ด เงื้อปืนจะฟาดธีรธรเช้าชาร์จแย่งปืนจากมือเธอ และบอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะตนใส่แว่นตาดำ  เซฟให้อย่างสุดๆ ไศลาโวยทำไมไม่ไปโรงพยาบาล

“ผมไม่มั่นใจความปลอดภัย มีคนสะกดรอยตามเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อวานจ่านิดก็โดนทำร้ายที่เซฟเฮ้าส์”

ไศลาเย็นลง ธีรธรให้เธอเข้าไปอาบน้ำแล้วตนจะพาไปพบแม่ เขาแหย่ว่าอาบไหวไหม หรือต้องให้ช่วย ไศลาคว้าผ้าเช็ดตัวฟาดเขาแล้ววิ่งหนีเข้าห้องน้ำทันที

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน ดารณีกำลังจะออกไปโรงเรียน รู้สึกเศร้าใจที่เมื่อคืนไม่มีใครกลับมาบ้านเลย...ขณะที่อรชรนอนค้างอยู่กับชูชิตที่บ้านเขา ดุลยศักดิ์โทร. ปลุกให้ชูชิตเข้าไปพบ อรชรจะตามไปด้วย เขาต้องปรามยังไม่ถึงเวลาที่จะประกาศตัวแทนไศลา

ภายในห้องรับแขกบ้านใหญ่ นพรัชมานั่งคุยอยู่กับวงทองแม่ของธีรธร นิ่มนวลเห็นธีรธรเดินมากับไศลาก็ชักสีหน้าไม่พอใจ ฟ้องวงทองทันที...ธีรธรตรงเข้ากราบที่ตักแม่ วงทองลูบแก้มลูกชายสุดรัก

“ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน ทั้งซูบทั้งคล้ำเลยนะลูกชายแม่”

ธีรธรหันไปเรียกไศลาให้มาไหว้แม่ เธอขยับเข้ากราบที่ตักเขินๆ นพรัชเห็นหน้าไศลาเกิดตกหลุมรักเข้าอย่างจัง วงทองรับไหว้งงๆ ธีรธรผายมือไปทางนิ่มนวล

“นี่คือนิ่ม ญาติของผมเอง เป็นพยาบาลมาคอยดูแลคุณแม่...ไศลาเป็นพยานปากสำคัญในคดีพิเศษที่ผมทำอยู่ ผมเลยจะมาขออนุญาตคุณแม่ให้ไศลามาอยู่ที่บ้านเราในช่วงนี้ไปก่อน”

“แล้วทำไมไม่หาหอพักให้อยู่เหมือนคดีอื่นๆ ล่ะคะพี่ธร จู่ๆก็เอาใครไม่รู้มาอยู่ในบ้าน”

วงทองเห็นด้วย แต่พอเห็นสีหน้าลูกชายก็เกรงใจไม่กล้าท้วงอะไร ธีรธรอธิบายว่า จำเลยเป็นผู้มีอิทธิพลกว้างขวาง ไม่อยากให้ไศลาเสี่ยงอยู่ไกลตา นิ่มนวลจะแย้ง วงทองรีบตัดบท

“ช่างเขาเถอะแม่นิ่ม คนเขาเดือดร้อนมาขนาดนี้ เราจะไปใจดำซ้ำเติมเขาอีกทำไม”

นิ่มนวลหน้าเสียที่โดนตำหนิ ยิ่งไม่ชอบไศลามากขึ้น นพรัชเห็นบรรยากาศมาคุ รีบชวนธีรธรออกไปคุย วงทองชวนคุยเสร็จให้ตามไปทานอาหารเช้าด้วยกัน ธีรธรพยักหน้าให้ไศลาช่วยนิ่มนวลประคองแม่ของตนเดินไปที่โต๊ะอาหาร

นพรัชไม่อ้อมค้อม เอ่ยปากขอจีบไศลา ให้ช่วย สนับสนุน ธีรธรพะอืดพะอม อ้างไม่อยากยุ่ง ใครอยากจีบก็จีบเอง ว่าแล้วก็เดินไปห้องอาหาร นพรัชเดินตามงงๆ กับอารมณ์เพื่อน...บนโต๊ะอาหาร ไศลาจะช่วยตักข้าว ธีรธรปรามให้เป็นหน้าที่นิ่มนวล วงทองตำหนิอย่าพูดเหมือนนิ่มนวลเป็นคนรับใช้ ธีรธรรีบแก้ตัว ไม่ได้หมายความอย่างนั้น เห็นว่าเธอทำอยู่ทุกวัน นพรัชเห็นบรรยากาศเริ่มกร่อย จึงชวนไศลาคุย ด้วยการแนะนำตัวเอง ธีรธร ขำทำทีขอตัวไปทำงาน แล้วบอกไศลาให้ไปเอาของในรถ หญิงสาวเดินตามไปงงๆ...

อยู่โรงเรียน ดารณีนั่งเศร้าที่พี่ๆไม่มีใครกลับบ้าน จู่ๆสุทธิพงษ์โผล่มาขอยืมเงิน ดารณีดีใจที่เห็นพี่ชาย อยากให้เขากลับบ้าน จึงบอกให้ไปเอาที่บ้านเย็นนี้

ส่วนชูชิตมาที่คฤหาสน์ของดุลยศักดิ์ ดุลยศักดิ์ให้ คนเอาตัวลูกน้องที่ให้ปลอมตัวเป็นคนทำความสะอาดไป จัดการไศลาแต่ไม่สำเร็จ ออกมาลงโทษ  จนตายต่อหน้าชูชิตเป็นการขู่ขวัญ จากนั้นก็เปิดภาพโปรเจกเตอร์ให้ดูรูป สไลด์ ชุดเดียวกับที่ไศลาถ่ายได้ ชูชิตถึงกับหน้าซีดเผือด

“นี่คือภาพถ่ายของกลางที่เป็นที่มาของคำสั่งด่วน วันนี้จากกองปราบให้เข้าทลายโกดังยาบ้าของนายชูชิต เชิดชัยชาญ”

ชูชิตถูกดุลยศักดิ์ให้คนซ้อมจนสะบักสะบอมเป็นการลงโทษ คงเข้ามารายงานสัญญาณมาแล้ว เขาจึงกดรีโมตจอโปรเจกเตอร์ให้ชูชิตร่วมดูการทำงานของตำรวจเข้าจับกุมคลังยาบ้า...

ไศลาตามธีรธรมาที่รถ เขาส่งซองซิมเบอร์ใหม่ให้เธอเปลี่ยน  เพื่อกันคนร้ายแกะรอยตามและกำชับให้เธอบอกคนที่บ้านเขาว่า เธอเป็นพยานคดีหลอกผู้หญิงมาขายบริการ ไศลาหน้าเสีย

“แต่ฉันไม่อยากโกหก”

“อย่าคิดมากสิ ถ้าพูดความจริงไป เกิดใครไปพูดต่อ คุณก็อันตราย อีกอย่างถ้าคุณแม่รู้ก็คงเมตตาคุณเป็น พิเศษ ผมไปก่อนนะ แล้วจะรีบกลับมาบอกข่าวดี”

นพรัชตามไศลาออกมาหวังจะช่วยถือของ พอไม่ เห็นมีอะไรจึงชวนคุยสักพักก่อนจะลากลับเพราะต้องเข้าเวร ไศลายิ้มเก้อๆตามมารยาท...ด้านนิ่มนวลพยายามเบนความสนใจวงทองให้เข้าใจว่า นพรัชสนใจไศลา วงทองยินดีด้วยเพราะเห็นนพรัชเหมือนลูกหลาน

“เดี๋ยวหนูนิ่มช่วยไปจัดห้องพักให้หนูไศลาด้วยนะ ไปอยู่บ้านพ่อธีสองต่อสอง ใครรู้เข้าจะดูไม่งาม”...นิ่มนวลรับคำวงทองอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

ในขณะที่ธีรธรนำกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นอู่รถของชูชิต  งัดห้องอบสีที่ไศลาถ่ายรูปยาเสพติดซุกซ่อนไว้ได้ แต่กลับไม่พบสิ่งใดที่ผิดกฎหมาย ธีรธรรู้แล้วว่า ได้เสียทีคนร้ายแล้ว...ขณะเดียวกัน ดุลยศักดิ์เปิดแชมเปญฉลองหน้าจอที่ส่งภาพการบุกของธีรธรล้มเหลว ชูชิตยังนอน หมอบหน้าตาบอบช้ำอยู่กับพื้น   ดุลยศักดิ์ส่งแก้วแชมเปญให้ เขาต้องฝืนดื่ม แต่เหมือนมีอะไรจะติดคอ ลองคายออกมา ปรากฏว่าเป็นฟันของตัวเอง ดุลยศักดิ์เอื้อนเอ่ย

“แปลกใจไหมว่าไอ้พวกตำรวจหน้าโง่พวกนั้นรู้ที่ซ่อนของได้ยังไง”

ชูชิตส่ายหน้าอย่างยากลำบาก ดุลยศักดิ์ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ก่อนจะถามว่าเคยเห็นมาก่อนไหม ชูชิตถึงกับอึ้ง เพราะมีชื่อไศลาปักอยู่ที่มุมผ้า

“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าไว้ใจผู้หญิง” ดุลยศักดิ์โยนผ้าลงตรงหน้าชูชิตพร้อมกำชับ “ฉันจะให้เทพกับคงไปอยู่กับแก จนกว่าแกจะสามารถกลับมาทำให้ฉันเชื่อใจได้เหมือนเดิม ด้วยการไปจับนังไศลามาให้ฉันที่นี่ให้ได้”

ชูชิตหยิบผ้าเช็ดหน้ามากำไว้ด้วยความแค้นใจ... จำต้องนั่งรถไปกับเทพและคงกลับมาบ้าน อรชรเห็นสภาพชูชิตก็ตกใจ โวยวายใครทำ ชูชิตปรามพร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ดู อรชรจำได้ว่าเป็นของพี่สาวก็แปลกใจ ชูชิตให้อรชรขึ้นรถมาด้วยกันและเล่ารายละเอียดให้ฟัง

ooooooo

พอได้ซิมใหม่จากธีรธร  ไศลาก็โทร.หาดารณีทันที บอกน้องสาวให้ระวังตัว ไม่ต้องห่วงตน ตนมาทำงานต้องปิดมือถือ ตนจะเป็นคนติดต่อไปหาเอง ไม่ทันไร สาวใช้มารายงานว่า นิ่มนวลให้มาช่วยขนของไปอยู่บ้านใหญ่ ไศลาจำต้องวางสายจากน้องสาว

ธีรธรเข้ารายงานตัวกับผู้การเสริมพงษ์ ผู้การไม่ตำหนิแต่อย่างใด กลับชมว่าทำงานได้ดีมาก เพราะรู้ว่างานนี้เกลือเป็นหนอน แถมเป็นห่วงไศลา ให้เขาระวังความปลอดภัยเธอกับครอบครัวให้มากที่สุด

ธีรธรจึงโทร.หาไศลา บอกให้รู้ถึงความล้มเหลวที่เข้าตรวจค้น และบอกว่ากำลังไปรับน้องๆ ของเธอไปอยู่ด้วยกันเพื่อความปลอดภัย ไศลาดีใจที่จะได้พบน้องๆ

นิ่มนวลหมั่นไส้ไศลาอยู่แล้ว จึงแกล้งใช้ให้ไปจ่าย ตลาด “ฉันเขียนรายการกับเอาเงินมาให้แล้ว...อ่านหนังสือออกใช่ไหม”

ไศลาพยักหน้ามองนิ่มนวลที่ดูเหมือนแดกดันมากกว่าถาม นิ่มนวลยังเสียดสี “ก็ดี รีบไปรีบกลับมาทำมื้อเย็น อ้อ...แล้วไม่ต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ไปนะ ตลาดอยู่แค่นี้เอง เดินไปก็ได้ แต่ถ้าเธอขี้เกียจจะนั่งก็ได้ แต่ต้องออกเงินเองนะ ห้ามใช้เงินที่ให้ไปล่ะ”

รับคำแล้วไศลาหยิบมือถือมาจะกดหาน้อง นิ่มนวลเอ็ด “เอ๊ะ...ก็บอกแล้วไงว่าให้รีบไปเดี๋ยวก็กลับมาทำมื้อเย็นไม่ทันหรอก มาขออาศัยอยู่บ้านเขา ก็ไม่ควรทำตัวให้เจ้าของบ้านรอ”

ไศลาโมโหแต่ข่มใจออกไปทำตามคำสั่งของนิ่มนวล...ขณะที่จ่านิดพาธีรธรมาที่ที่หนึ่งซึ่งสายรายงานว่าจะมีการส่งยาลอตใหญ่ในอีกครึ่งชั่วโมง โดยจ่านิดเอาหลักฐานเป็นตั๋วจำนำเปื้อนเลือดที่ได้มาจากสายเน วัดดาว ซึ่งยึดมาจากแอล โอรส

“ก่อนที่มันจะยึดตั๋วใบนี้มาได้ มันซ้อมเจ้าของตั๋ว แอล โอรส เพราะเจ้าของตั๋วเป็นหนี้พนันบอลมัน มันก็เลยยึดตั๋วนี้มาเป็นหลักประกัน ให้แอลมาไถ่ถอน ไอ้แอลมันคงเมายา เลยเผลอขู่ว่าเป็นลูกน้องขาใหญ่ ใหญ่รึไม่ใหญ่ก็ทำตำรวจขายหน้า ซึ่งหมายถึงสารวัตรน่ะแหละ แล้วมันก็คุยโอ่ เรื่องที่ลูกพี่มันจะขนย้ายของกันจริงๆในอีกครึ่งชั่วโมงนี้”

จ่านิดมองนาฬิกาข้อมือ  เหลือเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที ธีรธรชั่งใจเชื่อได้หรือ จ่านิดให้ดูตั๋วจำนำที่เลือดยังสดๆอยู่ ธีรธรไม่อยากเรียกกำลังตำรวจมาให้หน้าแตกอีก จึงคิดลุยเพียงสองคน... พอได้เวลา ธีรธรกับจ่านิดเห็นรถใหญ่สองคันมาลำเลียงของโดยคนแต่งตัวเหมือนพนักงานส่งของ ส่วนแอล โอรสที่ยังมีเลือดซึมจากหัวที่แตกเข้ามาคุยกับคนขนของเหล่านั้น แอลขอยืมมือถือมาถ่ายคลิปตัวเองท้าดวลส่งให้เน วัดดาว ธีรธรกับจ่านิดทำทีก้มหน้าเล่นมือถือเดินผ่าน เสียงแอลโวยวายว่าสัญญาณหาย หันมาขอยืมมือถือธีรธรไปอัพสเตตัส เขาส่งให้แล้วเข้าล็อกคอแอล

“หยุดนะนี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ...ทุกคนอย่าขยับ”

จ่านิดชักปืนขู่ให้หยุดยกของ แต่ทุกคนกลับชักอาวุธมายิงใส่โดนแอล โอรสเข้าอย่างจังล้มลงไปนอน แอลยังถ่ายคลิปตัวเองลงโซเชียลแคม พร้อมกับสาธยายว่าตำรวจทำอย่างนี้ได้อย่างไร พวกเราก็เยอะกว่า ว่าแล้วก็ส่ายกล้องให้ดูรอบๆ จ่านิดรำคาญกระแทกหน้าแอลสลบไปแล้วยิงพวกคนร้ายที่กำลังหนี  โดนขาบ้างแขนบ้างให้หนีไม่ได้ ธีรธรเข้าตรวจของในถังแช่แข็งเป็นยาเสพติดจริงๆ

ooooooo

ตลาดไม่ได้อยู่ใกล้ๆอย่างที่นิ่มนวลบอก ไศลาจึงต้องใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อซื้อของและกลับมาทันเวลา  แต่ก็ไม่วายโดนนิ่มกระทบกระเทียบ เร่งให้แกะกุ้งและเตรียมของอื่นๆจนไม่มีเวลาโทร.กลับไปหาดารณีเพื่อบอกให้เตรียมตัวย้ายกลับมาอยู่ด้วยกัน

เย็นวันนั้น ดารณีนั่งทำการบ้านอยู่ ชูชิตกับอรชรเดินเข้าบ้านมา ชูชิตกำลังแค้นใจเสียงเข้มใส่ดารณีถามหาไศลา ดารณีตกใจกลัวไม่เคยเห็นเขากราดเกรี้ยวแบบนี้มาก่อน อรชรเองก็แสดงตัวเป็นเมียชูชิต ดารณีกับอรชรถกเถียงกัน อรชรจะขึ้นไปหาที่อยู่เพื่อนหรือคนรู้จักของไศลาบนห้องนอน ดารณีฉวยโอกาสวิ่งหนีออกจากบ้าน ชูชิตเห็นวิ่งตามออกมา แต่คงกับเทพที่รออยู่ที่รถ ชักปืนยิงใส่ดารณีล้มลงหน้าบ้าน อรชรตกใจแม้จะไม่ลงรอยกันแต่ดารณีก็เป็นน้อง จึงวิ่งมากอดน้องให้ทำใจดีๆ ตนจะพาส่งโรงพยาบาล  แต่ชูชิตกระชากอรชรขึ้นรถหนีกลับออกไป

ขณะเดียวกัน ไศลากำลังหั่นเนื้ออยู่ จู่ๆมีดบาดนิ้วสะดุ้งเลือดออก เธอละไปล้างมือ สร้อยข้อมือที่ดารณีทำให้ขาดหลุดจากข้อมือ ใจคอไศลาไม่ดี น้ำตาคลอเป็นห่วงน้อง

เคลียร์เรื่องจับยาได้ ธีรธรกับจ่านิดก็ตรงมาที่บ้านไศลาเพื่อจะรับน้องๆของเธอ แต่กลับพบดารณีนอนจมกองเลือดอยู่หน้าบ้าน จึงรีบเรียกรถพยาบาลมารับ ดารณีเพ้อหาแต่ไศลา สุทธิพงษ์กลับมาเห็นรถพยาบาลเข็นเตียงดารณีขึ้นรถ และเห็นธีรธรคุยกับจ่านิดก็จำได้ว่าเป็นตำรวจที่เคยจะจับตน จึงซุ่มมอง โชคร้ายที่มีแก๊งวัยรุ่นมาเห็นเข้าทวงหนี้ค่าบอลที่ติดค้าง สุทธิพงษ์ไม่รู้จะทำอย่างไร ที่กลับมาก็จะมาเอาเงินจากน้อง จึงตัดสินใจวิ่งหนี แต่ไม่รอดถูกรุมอัด ธีรธรกับจ่านิดได้ยินเข้าช่วย กลับถูกสุทธิพงษ์ถีบหงายวิ่งหนีไป ธีรธรเจ็บใจที่จับตัวสุทธิพงษ์ไม่ได้ แถมหนักใจจะบอกไศลาอย่างไรเรื่องน้องๆ

เมื่อธีรธรกลับมาบ้าน พบไศลาเดินรออยู่ที่สนามหน้าบ้าน พอเธอเห็นเขามาคนเดียวก็ใจหายกลัวสิ่งที่จะได้ยินได้ฟัง

“ไศลา...ผมมาคนเดียว ดารณีโดนยิง ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล”

ไศลาแทบช็อก ร้อนรนถามถึงน้องอีกสองคน ธีรธรไม่อยากบอกเรื่องสุทธิพงษ์ จึงรวมว่าไม่พบทั้งอรชรและสุทธิพงษ์ หันมาบอกเรื่องดารณีว่าถูกยิงจุดสำคัญเสียเลือดมากให้เผื่อใจไว้บ้าง ไศลาร้องไห้โฮ ไม่อยากเสียน้องไปสักคน ธีรธรสงสารเข้าสวมกอดปลอบใจ

ooooooo

จากคลิปที่แอล โอรสลงโซเชียลแคม ทำให้ดุลยศักดิ์ได้เห็นความพินาศของตัวเอง เห็นลูกน้องยิงกันมั่วไปหมด สุดท้ายถูกจับ คง...ก้มหน้าเข้ามาดูยอดวิว ดุลยศักดิ์โวย

“ไหนเอ็งบอกเรียบร้อยไง คุยโทรศัพท์ด้วยกันเมื่อกี้ เอ็งบอกเรียบร้อยครับนายไง”

“ผมหมายถึงที่นายให้ผมไปจัดการน่ะเรียบร้อย แต่การส่งยา ผมไม่รู้เรื่องนะครับ”

ดุลยศักดิ์หงุดหงิดที่โดนคู่อริหัวเราะเยาะเพราะงานพลาดแล้วยังมีการโชว์ผลงานให้คนสมน้ำหน้ากันทั่วอีก คงค่อยๆถามจะให้ตนจัดการอย่างไร ดุลยศักดิ์ตอกกลับ

“ไม่ต้อง งานนี้มันต้องเจอของใหญ่” คงถามนายจะใช้ใคร เขาตอบว่า...โยคี ศิลาดำ...

สุทธิพงษ์ตามมาดูอาการดารณีที่โรงพยาบาล พบอรชรนั่งน้ำตาไหลอยู่หน้าห้องไอซียู ใบหน้าเธอบอบช้ำเพราะโดนคนของดุลยศักดิ์ทำร้ายมา เขาถามพี่สาวทันที หมอว่าอย่างไรบ้าง

“โอกาสรอดไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ดายังสู้อยู่ เหมือนรออะไรบางอย่าง”

“คงจะรอพี่ไศลา เขารักกันมาก”

“ก็ไม่ใช่เพราะความโง่ของพี่ไศเหรอ ดาถึงต้องเจ็บแบบนี้” อรชรยังไม่สำนึก

ไศลาร้องไห้จนเป็นลม ธีรธรพัดวี อีกมือถือยาดมจ่อจมูกเธอ วงทองมองด้วยความเห็นใจ ต่างกับนิ่มนวลที่ไม่พอใจ...ธีรธรอุ้มไศลาไปขึ้นรถ นิ่มนวลมองตาขวาง วงทองปลอบอย่าคิดมากพี่เขาดูแลไปตามหน้าที่ แต่

เธอกังวลใจเพราะไม่เคยเห็นเขาอ่อนโยนกับใครแบบนี้ มาก่อน

ระหว่างที่ไศลาสลบ เธอฝันว่าตัวเองมายืนอยู่หน้านักพรตเมฆขาว ท่านเอ่ยคำว่า

“เอมา...ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องเตรียมตัว”

ไศลางง เตรียมตัวเพื่ออะไร นักพรตใช้ปลายไม้เท้าแตะที่กลางหน้าผากไศลา เกิดแสงสว่างวาบเป็นรูปดวงตาที่สาม พร้อมกล่าวว่า “ผู้ถูกเลือกจะได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ เห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น เจ้าจงมีสติและปัญญามากพอที่จะจัดการกับสิ่งที่กำลังจะได้รับ”

ไศลารู้สึกเหมือนมีพลังงานพิเศษไหลเข้ามาในร่างกาย ทำให้รู้สึกสบายและฮึกเหิมอย่างบอกไม่ถูก นักพรตเอ่ยว่า “ข้ามอบหมายเจ้าได้เพียงหน้าที่และวิชา สติและปัญญาเป็นสิ่งที่เจ้าจะต้องมีและฝึกฝนเพื่อใช้คุ้มครองตัว”

รถธีรธรแล่นมาจอดที่โรงพยาบาล ไศลากระตุกตื่นขึ้น พบว่าตัวเองหลับอยู่เบาะข้างๆธีรธร เธอพะวงถึงความฝัน จับหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะตั้งสติลงจากรถ มาที่ห้องไอซียู เพื่อดูดารณี

พอ​มา​ถึง เห็น​สภาพ​น้อง​สาว มี​สาย​ระโยงระยาง​เต็มตัว​ก็​นํ้า​ตา​ร่วง เข้า​ลูบ​หน้า​ลูบ​แก้ม​น้อง​สาว​สุด​รักพรํ่า​บอก​ว่า​ตน​มา​แล้ว อรชร​เดิน​ตาม​เข้า​มา ไม่​วาย​ถากถาง

“มา​แล้ว​เหรอ พี่​สาว​คน​โต ขนาด​มา​เยี่ยม​น้อง ยัง​ต้อง​พา​ผู้ชาย​ใหม่​มา​ด้วย”

“พูด​ให้​มัน​ดีๆนะ​อร มัน​ไม่​ใช่​อย่าง​ที่​เธอ​คิด”

“แล้ว​คน​ที่นั่ง​รอ​พี่​อยู่​หน้า​ห้อง​คือ​ใคร พี่​กล้า​บอก​ไหม​ล่ะ​ว่า​ไม่ได้​หาย​ไป​กับ​เขา​มา”

“มัน​ยัง​ไม่​ถึง​เวลา​ที่​พี่​จะ​ต้อง​อธิบาย​อะไร ตอนนี้​เรา​ควร​จะ​สนใจ​เรื่อง​ของ​ดา​มาก​กว่า”

“พี่​ไม่​จำเป็น​ต้อง​อธิบาย​อะไร​เลย เพราะ​อร​ก็​ไม่อยาก​ฟัง สิ่ง​เดียว​ที่​อร​อยาก​ให้​พี่​รู้​ก็​คือ...ที่​ดา​เจ็บ​ขนาดนี้ เป็น​ความ​ผิด​ของ​พี่​คน​เดียว” อรชร​โบ้ย​ความ​ผิด​ให้​พี่​สาว​เต็มๆ

ไศ​ลา​เดิน​ร้องไห้​ออก​มา​จาก​ห้อง​ไอ​ซี​ยู ธีรธร​ตกใจ​เข้า​ถาม​เป็น​อะไร เธอ​โทษ​เป็น​ความ​ผิด​ตัว​เอง​ที่​ทำให้​น้อง​ต้อง​เจ็บ​แบบ​นี้ ชาย​หนุ่ม​ประคอง​ปลอบ​ให้​ใจเย็น ไม่​เป็น​ความ​จริง

“ไม่...ไม่​จริง ฉัน​ทำร้าย​น้อง ฉัน​ฆ่า​น้อง คุณ​รู้ไหม  ฉัน​ฆ่า​น้อง​ตัว​เอง” ไศ​ลา​สะอึกสะอื้น

ธีรธร​ประคอง​พา​ไศ​ลาก​ลับ​ก่อน วัน​หลัง​ค่อย​มาใหม่ อรชร​ออก​มา​ยืน​มอง​อย่าง​โกรธ​แค้น

ooooooo

ผล​จาก​การ​พลาด​เกิด​ความ​เสียหาย​อย่าง​มาก ดุล​ย​ศักดิ์​สั่ง​เทพ​และ​คง จัดการ​เก็บ​ไศ​ลา โดย​ไม่​บอก​ให้​ชู​ชิต​รู้ ก่อน​ที่​ไศ​ลา​จะ​เป็น​พยาน​ปาก​เอก ส่วน​ทาง​ชู​ชิต ตน​จะ​ให้​นาถ​สุดา​คอย​ประกบ​ใกล้​ชิด

ธีรธร​พา​ไศ​ลาก​ลับ​มา​ถึง​บ้าน นิ่มนวล​ยืน​รอ​แต่​พอ​เห็น​ไศ​ลา​ก็​ทำ​อึกอัก​ไม่​อยาก​พูด ไศ​ลา​จึง​ขอตัว​เข้า​บ้าน​ก่อน ธีรธ​รม​อง​ตามอย่าง​เป็น​ห่วง นิ่มนวล​อ้าง​ว่า หมอ​บอก​ว่า​วง​ทอง​อาการ​ไม่ค่อย​ดี ให้​ธีรธร​เอาใจใส่​ดูแล​มาก​กว่า​ที่​เป็น​อยู่ ธีรธร​รู้สึก​ผิด

“ก็​จริง​ของ​นิ่ม​นะ ช่วง​นี้​งาน​ของ​พี่​มี​แต่​ปัญหา ทำให้​พี่​ไม่ค่อย​มี​เวลา​ให้​คุณ​แม่​เท่า​ไหร่ ยัง​ดี​ที่​มี​นิ่ม​คอย​ดูแล พี่​ต้อง​ขอบคุณ​นิ่ม​มาก​นะ ที่​ดูแล​คุณ​แม่​กับ​พี่​อย่าง​ดี​มา​โดย​ตลอด”

“คุณ​ป้า​และ​พี่​ธี​ถือ​เป็น​ผู้​มี​พระ​คุณ​ของ​นิ่ม เป็น​หน้าที่​ที่​นิ่ม​ต้อง​ดูแล​เพื่อ​ตอบแทน​บุญคุณ​อยู่​แล้ว​ค่ะ” นิ่มนวล​เขิน​อาย รู้สึก​อบอุ่น​ใจ​ที่​ธีรธร​เห็น​ตน​เป็น​คนใน​ครอบครัว...

บน​โต๊ะ​อาหาร วง​ทอง​บอก​ธีรธร​ว่า​กมลา​พี่​สาว​เขา​จะ​พา​สามี​มา​พัก​ที่​บ้าน เพราะ​พัน​ธ์​พง​ษ์​จะ​ต้อง​มา​หา​หมอ อยาก​ให้​เขา​เป็น​คน​ไป​รอ​รับ ธีรธร​รับคำ นิ่มนวล​กระซิบ​เตือน​วง​ทอง​อีก​เรื่อง วง​ทอง​จึง​บอก​ลูก​ชาย

“อ้อ มี​อีก​เรื่อง​นะ​พ่อ​ธี ไม่​รู้​ว่า​ถ้า​แม่​พูด​ไป​แล้ว​จะ​ทำให้​ลูก​ไม่​พอใจ​หรือ​เปล่า”

“อย่า​คิดมาก​สิ​ครับ​คุณ​แม่ ผม​จะ​กล้า​ไม่​พอใจ​คุณ​แม่​ได้​ยัง​ไง​กัน”

“คือ...ถ้า​พี่​กมลา​เขา​มา แม่​ก็​คง​ต้อง​ขอ​ห้อง​จาก​หนู​ไศ​ลา​คืนให้​พี่​เขา”

“โธ่...คุณ​แม่ เรื่อง​แค่​นี้​เอง เรา​ก็​ให้​ไศ​ลา​ไป​พัก​ห้อง​รับแขก​อีก​ห้อง​ก็ได้​นี่​ครับ”

“คง​ไม่ได้​หรอก​ค่ะ​พี่​ธี เพราะ​พี่​กมลา​บอก​คุณ​ป้า​ว่า เธอ​จะ​ขอ​แยก​ห้อง​กับ​พี่​พัน​ธ์​ค่ะ เพราะฉะนั้น​ห้อง​บ้าน​เรา​ก็​จะ​มี​พอดี​กับ​คนใน​ครอบครัว​ของ​เรา​เท่านั้น​ค่ะ” นิ่มนวล​ป​ราย​ตา​เหยียด​ไศ​ลา

ไศ​ลา​อึดอัด​ใจ ขอ​ออก​ไป​อยู่​เอง​ข้าง​นอก แต่​ธีรธร​ไม่​ยอม ให้​เธอ​ย้าย​กลับ​ไป​อยู่​บ้าน​ตน​ตาม​เดิม นิ่มนวล​จะ​แย้ง วง​ทอง​เกรง​ลูก​ชาย​โกรธ จึง​ตัดบท​ตาม​ที่​ธีรธร​ต้องการ

คืน​นั้น ไศ​ลา​ฝัน​ว่า​ตัว​เอง​นั่ง​สมาธิ​อยู่​กลาง​ป่า หน้า​ศาลา​ของ​นักพรต​เมฆ​ขาว นักพรต​วาง​ไม้เท้า​บน​หัว​เธอ สวด​มนต์​พึมพำ​ก่อน​จะ​ลาก​ไม้เท้า​มา​แตะ​ที่​ตา​ที่​สาม​กลาง​หน้าผาก​เธอ

“เอ​มา...อายตนะทั้ง​หก​ของ​เจ้า​เปิด​ขึ้น​แล้ว”

ไศ​ลา​ลืมตา​ขึ้น​พร้อม​ตา​ที่​สาม​เปล่ง​แสง​สี​ทอง​ออก​มา นักพรต​หยิบ​ลูกประคำ​จาก​ใน​ย่าม​โยน​ขึ้น​ฟ้า ขาด​ออก​ตกลง​ใส่​ไศ​ลา​ด้วย​ความเร็ว​สูง เธอ​สามารถ​รับ​มัน​ไว้​ได้​ทุก​ลูก​ด้วย​มือ​เปล่า นักพรต​ลอยตัว​ออก​ไป​อยู่​ใต้​ต้นไม้ บอก​ให้​เธอ​ปา​ลูกประคำ​มา​ที่​ตัว​ท่าน...

ไศ​ลา​เพ่ง​จับตา​มอง​ร่างนักพรต​ที่​หายตัว​สลับ​ไป​มา ดวงตา​ที่​สาม​เปล่ง​แสง​สี​ทอง เธอ​ขว้าง​ลูก​ประคำ​ใส่ โดน​ต้นไม้​เป็น​รู​โบ๋ บาง​ลูก​ก็​ตัด​กิ่ง​ไม้​หัก​โค่น​ลง​มา เธอ​ใช้​สมาธิ​ค่อยๆปา​จนกระทั่ง โดน​ตัว​นักพรต​ได้​สำเร็จ

ooooooo

ด้าน​อรชร เข้าใจ​ว่า​ไศ​ลา​มี​ผู้ชาย​คน​ใหม่ จึง​เก็บ​เสื้อ​ผ้า​จะ​ไป​อยู่​กับ​ชู​ชิต สุทธิ​พง​ษ์​เห็น​พี่​สาว​จะ​ทิ้ง​บ้าน​ไป​อีก​คน จึง​รีบ​เก็บ​ของ​ขอ​ไป​อยู่​ด้วย

วัน​ต่อ​มา ผู้​การ​เสริม​พง​ษ์​ชมเชย​จ่า​นิด​ที่​ได้​ไป​ติด​กล้อง​วงจรปิด​ที่​หน้า​บ้าน​ไศ​ลา​ไว้​ก่อน ทำให้​ได้​เห็น​ภาพ​ดารณี​ถูก​ยิง​ที่​หน้า​บ้าน ไศ​ลา​มอง​ภาพ​ใน​จอ​เห็น​ว่า​กระสุน​มา​จาก​ใน​บ้าน แต่​ไม่​เห็น​ว่า​ใคร​เป็น​คน​ยิง และ​เห็น​ภาพ​ชู​ชิต​ลาก​อรชร​ขึ้น​รถ เธอ​บอก​ทุก​คน​ว่า อรชร​เป็น​น้อง​สาว​อีก​คน จ่า​นิด​ทึ่ง​ที่​ไศ​ลา​มอง​เห็น​วิถี​กระสุน​ได้​อย่างไร เธอ​จึง​ได้​ขยาย​ภาพทำให้​ทุก​คนเห็น​จุด​เล็กๆวิ่ง​ออก​มา​จาก​ใน​บ้าน​ชั้น​ล่าง ธีรธร​เอา​ตัวอย่าง​กระสุน​มา​ให้​เธอ​ดู

“ที่​คุณ​เห็น​เป็น​กระสุน​แบบ​ไหน”

ไศ​ลา​เลือก​กระสุน​ออก​วาง ธีรธร​ยอม​รับ​ว่า​เป็น​กระสุน​ที่​ใช้​ยิง​ดารณี​จริง ผู้​การ​ถึง​กับ​ทึ่ง...

หลังจาก​นั้น ไศ​ลา​มา​เยี่ยม​ดารณี เอา​วิทยุ​มา​เปิด​เพลง​ให้​น้อง​ฟัง แม้​น้อง​จะ​ยัง​ไม่​ฟื้น แต่​ด้วย​ความ​เป็น​พี่​ที่รัก​น้อง ไศ​ลา​ถึง​กับ​สัญญา

“พี่​รู้​แล้ว​ว่า​ใคร​เป็น​คน​ทำให้​ดา​เจ็บ ดา​ไม่​ต้อง​ห่วง​นะ พี่​สัญญา​ว่า​พวก​มัน​จะ​ต้อง​ชดใช้​ใน​สิ่ง​ที่​พวก​มัน​ทำ​กับ​ดา​อย่าง​สาสม​ที่สุด” ไศ​ลา​หอม​แก้ม​ดารณี​ที่​มี​นํ้า​ตา​ไหล​ซึม​ออก​มา

ใน​ขณะ​ที่ชู​ชิต​เซ็ง​จน​พูด​ไม่​ออก เมื่ออรชร​และ​สิทธิ​พง​ษ์​หอบ​กระเป๋า​เข้า​มา​ใน​บ้าน​ อรชร​บอก​ว่า ตน​จะ​เข้า​มา​อยู่​ใน​ฐานะ​ภรรยา​ของ​เขา สุทธิ​พง​ษ์​รีบ​บอก​ว่า ตน​ไม่ได้​มา​อยู่​ฟรีๆอย่าง​พี่​สาว แต่​ขอ​ช่วย​งาน​แลก​ข้าวกับ​ยา เทพ​กับ​คง​หัวเราะ​อย่าง​สมเพช​ชู​ชิต

“เอาเลย ตาม​สบาย ใคร​อยาก​ทำ​อะไร อยาก​อยู่​ ที่ไหน  เต็มที่​ไป​เลย...นั่น​ใคร​จะ​ย้าย​มา​อยู่​ด้วย​อีก​ล่ะ  เทพ... ไป​ดู​ซิ” ชู​ชิต​โวย​เมื่อ​เสียง​ออด​หน้า​บ้าน​ดัง​ขึ้น

เทพ​กลับ​เข้า​มา​พร้อม​นาถ​สุดา สาว​สวย​ที่​ดุล​ย​ศักดิ์ ​ส่ง​มา ทำเอา​ชู​ชิต​เซ็ง​หนัก​ขึ้น พลัน​ดุล​ย​ศักดิ์​โทร.​เข้า​มา “ฉัน​เห็น​เมีย​แก​หาย​ไป เลย​ส่ง​นาถ​สุดา​ไป​คอย​ดูแล หวัง​ว่า​แก​คง​ชอบใจ”

“ขอบพระคุณ​มาก​ครับ​นาย แต่...” ไม่ทัน​ที่​ชู​ชิต​จะ​พูด​จบ ดุล​ย​ศักดิ์​วาง​สาย​ไป​ก่อน

อรชรโวย “พี่​ชิต ทำไม​ต้อง​ให้​นัง​ดารา​นั่น​มา​อยู่ ​ที่​นี่​ด้วย อร​ไม่​ยอม​นะ พี่​ชิต​ต้อง​ไล่​มัน​ไป​เดี๋ยวนี้”

“โอ๊ย...อย่า​วุ่นวาย​นัก​ได้​ไหม  คง​พา​พง​ษ์​ไปบ้านพัก​พนักงาน แล้ว​จัดการ​เรื่อง​ห้อง​ให้ด้วย” ว่า​แล้ว​ก็​คว้า​กระเป๋า​เสื้อ​ผ้า​อร​ชร​เดิน​ขึ้น​ข้าง​บน ปล่อย​เธอ​ยืน​งอน​ไป

เย็น​วัน​นั้น อรชร​แอบ​เห็นเทพ​ยก​ถาด​อาหารมา​ให้​นาถ​สุดา​บน​ห้อง และ​ทั้ง​สอง​ก็​กอด​รัด​ฟัด​เหวี่ยงกัน

เธอ​ยิ้ม​อย่าง​สะใจ ที่​จะ​ได้​ไม่​มา​ยุ่ง​กับ​ชู​ชิต

ooooooo

ค่ำคืน​นั้น ไศ​ลา​นอน​ไม่​หลับ ออก​มา​เดิน​ชม​จันทร์ ธีรธ​รอ​อก​มา​สูด​อากาศ​เช่น​กัน จึง​เจอ​กัน​โดย​บังเอิญ ธีรธร​ชวน​คุย​เรื่อง​ตัว​เอง ทำให้​หญิง​สาว​ รู้ความ​รู้สึก​ของ​เขา​ว่า​คิด​อย่างไร​กับ​ตน พยายาม​บอก​ให้​เขา​รู้​ว่า ตัว​เธอ​มี​เรื่อง​มากมาย​ต้อง​ทำ ชีวิต​เหมือน​เดิน​วนเวียน​ใน​เขา​วงกต

“ไศ​ลา คน​เรา​ต้อง​อยู่​ได้​ด้วย​ความ​หวัง​นะ”

“คน​ที่​เจอ​แต่​เรื่อง​ดีๆใน​ชีวิต​อย่าง​คุณ ไม่​แปลก​หรอก​ค่ะ ที่​จะ​มอง​ว่า​โลก​นี้​สวย​งาม”

“ใคร​บอก​ว่า​ผม​เจอ​แต่​เรื่อง​ดีๆ ผม​เลือก​จำ​แต่​เรื่อง​ดีๆต่างหาก”

“คุณ​อย่า​มา​เสีย​เวลา​ปลอบ​ใจ​ฉัน​เลย ฉัน​อยู่​ลึก​เกิน​กว่า​ที่​คุณ​จะ​ดึง​ไหว”

“จะ​ไหว​หรือ​ไม่​ไหว ผม​สิ...ต้อง​เป็น​คน​กำหนด”

“ฉัน​รู้​นะ​คะ​ว่า​คุณ​คิด​ยัง​ไง​กับ​ฉัน เชื่อ​ฉัน​เถอะ อย่า​เสีย​เวลา​กับ​ฉัน​เลย” ไศ​ลา​สบตา​ธีรธร

“ไศ​ลา คุณ​จะ​ไม่​ให้โอกาส​ผม​พิสูจน์​หน่อย​เหรอ”

“ถ้า​ฉัน​มี​เวลา​เหลือ​มาก​กว่า​นี้ ฉัน​ก็​อาจจะ​เลือก

ให้​เป็น​แบบ​นั้น”

ธีรธ​รม​องไศ​ลา​ที่​เดิน​เข้า​บ้าน​อย่าง​งง​กับ​คำ​พูด​ของ​เธอ...

วัน​รุ่ง​ขึ้น ธีรธร​มา​ทาน​อาหาร​เช้า​ที่​บ้าน​ใหญ่ สาว​ใช้​รายงาน​ว่า ไศ​ลา​เก็บ​เสื้อ​ผ้า​ออก​ไป​หมด​แล้ว เขา​ตกใจ​จะ​ออก​ไป​ตาม​หา นิ่มนวล​ไม่​พอใจ ต่อว่าธีรธร จะ​ไป​ตาม​หา​คน​ไม่​มี​มารยาท​แบบ​นั้น​ทำไม ธีรธร​โกรธ​โต้​กลับ

“นิ่ม​ไม่​ควร​ว่า​ไศ​ลา​แบบ​นั้น​นะ นิ่ม​ยัง​ไม่​รู้จัก​เขา​ดี​พอ”

วง​ทอง​รู้สึก​เหนื่อย​อ่อน​ปราม​ลูก​กับ​หลาน​อย่า​เถียง​กัน ธีรธร​จึง​ขอตัว​ออก​ไป​ตาม​หา​ไศ​ลา ไม่ทันก้าว​ออก​ไป วง​ทอง​เป็น​ลม​ฟุบ​ลง เขา​ตกใจ​รีบ​เข้า​อุ้ม​แม่​ขึ้น​รถ​พา​ส่ง​โรงพยาบาล...ระหว่าง​รอ​หมอ​ตรวจ​อาการ​แม่ ธีรธร​พยายาม​ติดต่อ​ไศ​ลา นิ่มนวล​ไม่​พอใจ​ต่อว่า​เขา​ห่วง​ผู้หญิง​มาก​กว่า​แม่​ของ​ตัว​เอง ธีรธร​หมด​ความ​อดทน​ตอก​กลับ

“พอ​เถอะ​นิ่ม อย่า​ให้​พี่​ต้อง​รู้สึก​ไม่​ดี​กับ​นิ่ม​มาก​ไป​กว่า​นี้​เลย​นะ” ธีรธร​เดิน​หนี

นิ่มนวล​น้ำตา​ไหล​พราก​ด้วย​ความ​แค้น เสียใจ...

ooooooo

ไศ​ลาก​ลับ​มา​ที่​บ้าน​ตัว​เอง เห็น​มุม​ไหน​ใน​บ้าน​ก็​นึกถึง​ดารณี จน​เกิด​ความ​เจ็บแค้น เธอ​แต่งตัว​ด้วย​ชุด​ทะมัดทะแมง สวม​เสื้อ​แจ็กเกต​ใส่​รองเท้า​ผ้าใบ นั่ง​มอเตอร์ไซค์​รับจ้าง​ออก​ไป สาย​ของ​ดุล​ย​ศักดิ์​ที่​เฝ้า​ดู​อยู่ รายงาน​เจ้านาย​ทันที

เช้า​นั้น ชู​ชิต​นอน​กก​กอด​อรชร​อยู่ นาถ​สุดา​มา​เคาะ​ประตู​เรียก​อย่าง​ไม่​เกรงใจ  อรชร​โมโห​ลุก​มา​เปิด​ประตู นาถ​สุดา​ไม่​สนใจ​เดิน​กระแทก​อรชร​เข้า​มา​บอก​ชู​ชิต ให้​ลุก​ขึ้น​อาบ​นํ้า​แต่งตัว​ภายใน​สิบ​นาที และ​ขอ​ให้​แต่งตัว​ดีๆหน่อย เพราะ​รู้สึก​ว่า​รสนิยม​เขา​ตํ่า​ลง โดย​ปราย​ตา​ไป​ทาง​อรชร ชู​ชิต​ลุก​ขึ้น​เข้า​ห้อง​นํ้า​อย่าง​เซ็งๆ ไม่​สนใจ​ว่า​อรชร​จะ​โวยวาย​อะไร

พอ​ชู​ชิต​แต่งตัว​ลง​มา​ด้วย​ชุด​สูท​เนี้ย​บ นาถ​สุดา​จึง​บอก​ว่า ตน​นัด​นักข่าว​ให้​มา​ทำ​ข่าว​เปิด​ตัว​แฟน​หนุ่ม​

นัก​ธุรกิจ​ดาวรุ่ง​ของ​ตน คือ​เขา อรชร​แทบ​ร้อง​ก​รี้​ด

ไศ​ลา​บุก​มา​ที่​บ้าน​ชู​ชิต ยัง​ไม่ทัน​เข้าไป​ข้าง​ใน​ก็​โดน​มอเตอร์ไซค์​คัน​หนึ่ง​พุ่ง​เข้า​ชน  เธอ​กระโดด​ลอยตัว​ข้าม​หัว​คน​ขี่​อย่าง​เหนือ​มนุษย์ แล้ว​โดด​กลับ​เตะ​คน​ขี่​ล้ม​ควํ่า​ไป​พร้อม​กับ​รถ​ไม่​เป็น​ท่า เธอ​กำลัง​จะ​เข้าไป​ดู​ว่า​มัน​เป็น​ใคร ก็​มีเสียง​ดารณี​เรียก​ให้​ช่วย​ด้วย ไศ​ลา​เปลี่ยน​เป็น​ดึง​มอเตอร์ไซค์​คนร้าย​มา​ขี่​มุ่ง​หน้า​ไป​โรงพยาบาล​ทันที

ธีรธร​ได้​รับคำ​บอก​เล่า​จาก​หมอ​ว่า โรค​มะเร็ง​เม็ด​เลือด​ที่​แม่​ของ​ตน​เป็น​อยู่ ได้​กระจาย​เข้า​สู่​ตับ จำ​ต้อง​ขอ​ตรวจ​อย่าง​ละเอียด ตอน​นี้​ขอ​ให้​ทุก​คน​ให้​กำลังใจ​คนไข้​มาก​ที่สุด นิ่มนวล​โผ​กอด​ธีรธร​ร้องไห้​โฮ...ธีรธร​ให้​นิ่มนวล​ขึ้น​ไป​เฝ้า​แม่​บน​ห้อง​พักตน​จะ​จัดการ​เรื่อง​ค่า​ใช้​จ่าย ระหว่าง​ทำ​การเขา​เห็น​ไศ​ลา​เดิน​ผ่าน​ไปจึง​รีบ​เดิน​ตาม ไศ​ลา​รู้ตัว​เร่ง​ฝีเท้า​หนี เขา​ร้อง​เรียก​
เธอ ทำให้​คง​ได้ยิน รีบ​หลบ และ​แอบ​เข้า​ห้อง​ดารณี​เพื่อ​จัดการ​เก็บ​เสีย​ให้​สิ้น​ซาก

คง​เข้า​มา​หมาย​จะ​ดึง​สาย​ออกซิเจน​ออก ไศ​ลา​ตาม​มา​ขวาง​ทัน เกิด​การ​ต่อสู้ คง​จับ​ไศ​ลา​เอา​หัว​โขก​พื้นจน​เธอ​มึนงง ธีรธร​ที่​เดิน​ตาม​หา​ไศ​ลา ได้ยิน​เสียง​อึกทึก เปิด​ประตู​เข้า​มา​ดู เห็น​คง​กำลัง​ทำร้าย​ไศ​ลา​พอดี​จึง​เข้า​ช่วย

ขณะ​เดียวกัน วง​ทอง​ผวา​ตื่น​ขึ้น​มาร้อง​เรียก​ลูกชาย นิ่มนวล​เข้า​บีบ​มือ​ปลอบ วง​ทอง​ถาม​หา​ธีรธร เธอ​ตอบว่า เขา​ไป​ทำ​เรื่อง​เบิก​เดี๋ยว​ขึ้น​มา วง​ทอง​หน้าเสีย​บอก​ว่า​ตน​ฝัน​ว่า​มี​คน​ทำร้าย​เขา นิ่มนวล​ปลอบ​เป็น​เพียง​ความ​ฝันอย่า​วิตก​กังวล​ไป​เลย จัดแจง​ให้​วง​ทอง​นอน นิ่มนวล​ก็​รีบโทร.​หา​ธีรธร​อีก​ครั้ง แต่​ไม่​มี​คน​รับ​สาย เธอ​ชัก​ใจเสีย

ooooooo

ตอนที่ 1

ท่ามกลางความมืด เต็มไปด้วยหมอกหนาทึบ ไศลา สาวสวยเดินอย่างหวาดระแวง พลันมีชายชุดดำหลายคนเข้าล้อมรอบ เธอตัดสินใจต่อสู้สุดชีวิตด้วยมีพื้นฐานการต่อสู้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจต้านพละกำลังชายร่างกำยำหลายคนได้ เธอสู้จนอ่อนแรงล้มลง

ฉับพลัน มีเงานักพรตเมฆขาวลอยตัวลงมาทับร่าง ไศลาลุกขึ้นยืนอีกครั้งต่อสู้ด้วยพละกำลังและท่วงท่าประดุจผู้มีพลังวิเศษ สามารถยิงแสงเลเซอร์จากดวงตาใส่คนเหล่านั้นล้มลงในพริบตา เมื่อทุกคนหมอบราบคาบแก้ว นักพรตเมฆขาวก็ลอยออกจากร่างไศลา หายวับไป หญิงสาวเริ่มได้สติ  เห็นตัวเองนอนอยู่ท่ามกลางชาย

ชุดดำก็ตกใจ รีบลุกขึ้นวิ่งหนี...ยิ่งเข้ามาในป่าลึกความเหน็บหนาวทำให้เธอต้องถูมือไปมาเรียกความอบอุ่น สายตามองไปรอบๆด้วยความหวาดระแวง ไม่นาน เห็นนักพรตเมฆขาวนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ เธอปรี่เข้านั่งลงกราบ

“ท่านคะ หนูมาอยู่ที่นี่ยังไงไม่รู้ หนูอยากกลับบ้าน ท่านช่วยหนูด้วยนะคะ...ท่านคะ ท่านได้ยินหนูหรือเปล่าคะ” ไศลาจะเข้าจับตัว นักพรตเมฆขาวพูดขึ้นทั้งที่ยังหลับตา

“วิถีของเจ้ามิใช่เหตุบังเอิญ ชะตาของผู้ถูกเลือก ฟ้าดินเท่านั้นกำหนด”

ไศลาได้ยินไม่ถนัด ขยับตัวเข้าใกล้ถามท่านพูดว่าอะไร จู่ๆท่านก็ลืมตาโพลงขึ้น เปล่งเสียง...เอมา... หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว ตกใจตื่นจากฝันมือถือของไศลาที่วางข้างหัวเตียงดังปลุก  เธอคว้ามาดูเบอร์กดรับ  เสียงชายหนุ่มหยอกเย้าหวานชื่นเข้ามา “มอร์นิ่ง ตื่นหรือยังคะที่รัก”

ไศลาตอกกลับ ไม่ตื่นแล้วจะรับสายได้อย่างไร ชายหนุ่มงงรีบถามเป็นอะไรนํ้าเสียงไม่ค่อยดี หญิงสาวถอนใจ “ไศฝันเหมือนเดิมอีกแล้วล่ะชิต ฝันมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ อุ๊ย! ไศต้องไปอาบนํ้าแล้วค่ะ เดี๋ยวจะสาย แค่นี้ก่อนนะคะ” ไศลาเห็นนาฬิกาที่บอกเวลาหกโมงครึ่ง

“อย่าลืมนัดส่งรถให้คุณนพพรก่อน 10 โมงนะคะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ไศนัดนายศักดิ์ไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

วางสายได้ ไศลาก็วิ่งเข้าห้องนํ้า...ไศลาเป็นหญิงสาววัย 20 กว่าๆ มีภาระหาเลี้ยงน้องถึงสามคนหลังจากพ่อแม่เสียชีวิต เธอยอมออกจากมหาวิทยาลัยทำงานหาเงินให้น้องๆได้รํ่าเรียน

ดารณี น้องสาวคนสุดท้องของไศลา รักและเชื่อฟังพี่สาวประดุจแม่ เช้าวันนั้น เธอยืนรอรถเมล์เพื่อไปโรงเรียน เผอิญมีเหตุการณ์ระทึกขวัญ ตำรวจบุกจับคนร้ายค้ายาตรงป้ายรถเมล์ที่เธอยืนอยู่  เธอประทับใจตำรวจหนุ่มคนหนึ่งที่ทั้งหล่อและเก่ง

ขณะเดียวกัน ไศลามาที่โชว์รูมรถที่เธอทำงานซึ่งชูชิตคนรักของเธอเป็นเจ้าของ เซลส์เป้ยกะเทยสาวกำลังอธิบายสมรรถนะของรถให้ลูกค้าฟัง แต่พอลูกค้าเห็นไศลาเดินเข้ามาดูโดดเด่นจนต้องมองตาม เป้ยแอบเซ็งเพราะอิจฉาไศลามาตลอด

ไศลาเดินตรงมาเคาะประตูห้องชูชิต ก่อนจะเปิดเข้าไป ชูชิตต่อว่าไม่จำเป็นต้องเคาะ เธอเป็นคนรักของเขา มีสิทธิ์เข้าได้เลย แต่ไศลากลับโต้ว่า เพราะตนเป็นแฟน ยิ่งไม่ควรทำอะไรที่ดูมีอภิสิทธิ์ให้คนในบริษัทว่าลับหลังได้

“เฮ้ย คิดมากไปได้ แล้วที่มาหาชิตนี่ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ไศเอารายงานสรุปความคืบหน้าของลูกค้าที่ชิตบอกให้ไศลองโทร.ไปเสนอขายรถมาให้ดูค่ะ”

ชูชิตเปิดดูถึงกับตาโพลง “โอ้โห ขายได้ทุกคนเลยเหรอเนี่ย...แบบนี้ต้องฉลองกันหน่อย”

ชูชิตเดินเข้ากอดไศลาด้วยความดีใจ

ooooooo

ห้องทำงานกองบังคับการปราบปรามของร้อยตำรวจเอกธีรธร และดาบตำรวจนิรุจ นพรัชหรือจ่านิด ลูกน้องคนสนิท ทั้งสองคุยกันเรื่องที่จับคนร้ายคาป้ายรถเมล์ ไม่อยากเชื่อว่าเดี๋ยวนี้กล้าขายยากันในที่สาธารณะแบบนั้น ไม่ทันไร ผู้บังคับบัญชาหน่วยโทร.ตามให้ไปพบท่านผู้การเสริมพงษ์ เป็นข้าราชการตงฉิน พอใจกับผลงานครั้งนี้มาก แต่ก็อดห่วงไม่ได้

“การจับคนร้ายแบบนั้นมันเสี่ยงเกินไป อย่าให้หน่วยเราต้องสูญเสียบุคลากรที่มีคุณภาพไป เหมือนตอนพ่อผู้กองอีกเลยนะ” ผู้การเข้าบีบไหล่ธีรธร เขาสลดลง ผู้การเลื่อนแฟ้มเอกสารให้ “นี่เป็นงานใหม่ ถ้าสำเร็จ โอกาสที่เราจะเข้าถึงตัวบงการขององค์กรนี้อยู่ไม่ไกล”

ธีรธรรับมาเปิดดูคร่าวๆ ก่อนจะทำความเคารพ...

เย็นวันนั้น ดารณีกลับมาบ้าน เล่าให้อรชรและสุทธิพงษ์ พี่ชายพี่สาวฟังอย่างตื่นเต้นที่ได้เห็นการจับคนร้ายของตำรวจอย่างใกล้ชิด เมื่อไศลากลับมาพร้อมชูชิต หอบอาหารมาฉลองมากมาย ดารณีก็อดเล่าอีกไม่ได้ จนสุทธิพงษ์บ่นว่าเบื่อจะฟัง ดารณีไม่สนใจ

“ขอบอกว่าเท่ระเบิดไปเลย ถ้าไม่ติดว่าพี่ไศ

มีพี่ชิตอยู่แล้ว ดาจะเชียร์คุณตำรวจมาจีบพี่ไศซะเลย”

ไศลากับชูชิตขำท่าทางของดารณี อรชรหมั่นไส้บ่นเบื่อ ไศลาจึงถือโอกาสเตือนน้องๆให้ระวังตัว ภัยมีอยู่เกลื่อนเมือง อย่าข้องแวะกับเหล้าบุหรี่ โดยเฉพาะยาเสพติด สุทธิพงษ์หลบตา ดารณีปลื้มถึงขนาดขอไปเรียนเป็นตำรวจ แต่ไศลาไม่อนุญาต เธอจึงจ๋อย

ooooooo

เช้าตรู่วันใหม่ ไศลาพานักเรียนเทควันโดของเธอมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ ลานจอดรถมีรถจอดเรียงราย ในจำนวนนั้นมีคันหนึ่งเป็นรถตู้ติดฟิล์มทึบ ภายในเป็นศูนย์ปฏิบัติการย่อมๆของธีรธร มีจอคอมพิวเตอร์หลายจอให้เห็นทางเข้าออกทุกทางของสวนสาธารณะแห่งนี้

จ่านิดสะกิดบอกธีรธรให้ดูสาวสวยว่าเป็นแม่ของลูกในอนาคตตน ธีรธรหันมองถึงกับตะลึงในความสวยหวานของไศลา แต่ทำเป็นปรามจ่านิด ว่ามันใช่เวลาเล่นไหม จ่านิดจ๋อย...ไม่ทันไร GPS หน้าจอร้องเตือน แสดงผลผู้ต้องสงสัยเคลื่อนตัวเข้ามา ธีรธรสั่งงานผ่านบลูทูธ

“เป้าหมายมาถึงแล้ว ทุกจุดเข้าประจำที่...เป้าหมายกำลังเดินเข้ามา ให้ยามค้นตัวด้วย”

รถจอดเลยรถตู้ปฏิบัติการไปหน่อย ชายคนหนึ่งแต่งตัวเหมือนมาออกกำลังกายเดินลงมา กำลังจะเข้าไปในสวน ยามค้นตัวแล้วรายงานกลับมาว่า มีเพียงกระเป๋าสตางค์ มือถือและกุญแจรถ ธีรธรรับทราบให้จับตามองไว้ เป้าหมายเอามือถือออกมากดโทร.ออก ธีรธรสั่งหาพิกัดว่า โทร.ไปที่ไหนทันที ไม่กี่อึดใจ จ่านิดรายงานว่าปลายสายกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

ชายคนหนึ่งนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมา ตรงเข้าจะไขประตูรถเป้าหมาย ธีรธรกับตำรวจลงรถ พุ่งเข้าจับกุม ตรวจค้นรถพบมีผงขาวบรรจุอยู่ในเบาะ เป้าหมายที่ทำทีออกกำลังกายพอรู้ตัวว่าพวกถูกจับก็วิ่งหนี ฝ่าเข้ามาทางไศลากับนักเรียนที่ออกกำลังกายกันอยู่ ไศลาจำต้องใช้วิชาชีพปกป้องเด็กนักเรียนของเธอ ธีรธรกับจ่านิดวิ่งตามมาถึงกับทึ่ง แต่ไม่ทันไร คนร้ายชักปืนออกมาจ่อ จู่ๆ เธอก็มีอาการหน้ามืดเซจะล้ม พลันควันขาวเหมือนร่างนักพรตเมฆขาวซ้อนเข้าร่าง ไศลาได้ยินเสียงสวดมนต์ เธอลืมตาขึ้นซัดคนร้ายอย่างรวดเร็วจนหมอบกระแต ผู้คนปรบมือให้เธอเป็นฮีโร่กันใหญ่ แต่หลังจากนั้น ไศลากลับเป็นลมล้มฟุบลงกลางวง

ผ่านไปพักใหญ่ ไศลาฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนหนุนตักธีรธรอยู่ใต้ต้นไม้ เขาจ่อยาดมและพัดวีให้เธออยู่ เธอตกใจลุกพรวดขึ้น ศีรษะกระแทกหน้าธีรธรอย่างจัง ต่างคนต่างพยายามลุกขึ้น แต่ด้วยความที่ยังมึน จึงเซกระแทกกันล้มลงอีกครั้งโดยตัวไศลาทับบนตัวธีรธร ใบหน้าทั้งสองใกล้ชิดกัน เหมือนมีบางอย่างทำให้โลกหยุดหมุน ต่างรู้สึกอบอุ่นแปลกๆเกิดขึ้นในใจ

เสียงมือถือไศลาในกระเป๋าดังขึ้น ทำให้ทั้งสองได้สติ รีบผละตัวออกจากกัน ไศลารับโทรศัพท์ “ฮัลโหล...รอมาครึ่งชั่วโมงแล้วเหรอ...โอเคจ้ะ เดี๋ยวจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

ไศลาเก็บกระเป๋าวิ่งออกไป ธีรธรยังยืนอึ้งสักพักก่อนจะวิ่งตาม จ่านิดมาขวางรายงานว่า

ท่านผู้การมีคำสั่งให้ดักจับคนร้ายขนยาบ้า ธีรธรแอบเซ็งแต่ก็ปฏิบัติตามคำสั่ง

ooooooo

สายวันเดียวกัน อรชรต้องตื่นนอนเพราะมีโทรศัพท์โทร.มาบอกเลิกนัด ทำให้เธอหงุดหงิด ไม่เพียงเท่านั้น เสียงดารณีทุบประตูห้องน้ำโครมๆ โวยวายให้สุทธิพงษ์ออกมาดังลั่น ยิ่งทำให้เธอปรี๊ดสุดๆ ลงมาจัดการน้องทั้งสอง

“โวยวายเสียงดังอะไรกันแต่เช้า”

“ก็พี่พงษ์น่ะสิ สูบบุหรี่ในห้องน้ำอีกแล้ว คอยดูเหอะ ดาจะฟ้องพี่ไศ”

อรชรได้ยินชื่อพี่สาวยิ่งไม่พอใจที่ทุกคนเกรงใจไศลาไปหมด จึงเอากุญแจมาไขห้องน้ำเห็นน้องชายกำลังซ่อนยาบ้าอย่างลุกลี้ลุกลน เธอเข้าไปผลักน้องให้นั่งไปบนชักโครก คว้ายาบ้ามากำไว้เสียเอง แล้วทำทีเขย่าตัวน้องชาย หาว่ามานั่งหลับในห้องน้ำ สุทธิพงษ์งงๆ แต่ก็เออออตามอรชรไป ดารณีเข้าค้นในห้องน้ำไม่พบสิ่งใด ขู่อย่าพลาดแล้วกันก่อนจะปึงปังออกไป

สุทธิพงษ์เห็นดารณีออกไปแล้วก็แบมือขอยาคืนจากพี่สาวอย่างไม่สำนึกผิด อรชรเบ้ปาก

“อย่าคิดว่าฉันจะช่วยแกฟรีๆนะ ถือว่าแกเป็นหนี้ฉันครั้งหนึ่ง”

“แล้วพี่จะให้ผมทำอะไร”

“ตอนนี้ยังนึกไม่ออก แต่ถ้านึกได้แล้ว แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เข้าใจไหม” อรชนคืนยาให้ยิ้มอย่างมีชัย สุทธิพงษ์เอือมกับความเจ้าเล่ห์ของพี่สาวคนนี้...

ขณะที่ ไศลานั่งแต่งหน้าอยู่บนรถสปอร์ตสีดำที่มีศักดิ์เป็นคนขับ เพื่อจะเอารถไปส่งให้ลูกค้า ไศลารู้ว่าตัวเองทำให้สายจึงบอกศักดิ์เหยียบเต็มที่ ไม่ต้องห่วงว่าตนจะแต่งหน้าไม่ได้ แต่ไม่ทันไร ศักดิ์เบรกจนเธอหน้าทิ่ม เพราะเห็นมีด่านอยู่ข้างหน้า ไศลาแปลกใจทำไมต้องกลัวด่านตำรวจ  ศักดิิ์อึกอักถามว่ามีทางอื่นไปอีกไหม ไศลาปิดแป้งพัฟอย่างเซ็งสุดขีด

“มี...แต่ไม่ไป เพราะทางนี้ใกล้ที่สุดแล้ว วันนี้ทำไมเรื่องเยอะนัก หรือต้องใช้ฉันขับ”

ไศลาขยับจะลงไปขับเอง ศักดิ์รีบบอกว่าไม่เป็นไร แล้วค่อยๆออกรถอย่างกังวล...ตรงด่านตรวจ ธีรธรกำลังคุยกับผู้บังคับการเสริมพงษ์ ผ่านคอมพิวเตอร์ในรถปฏิบัติการ

“สรุปว่าท่านต้องการให้ผมขยายผลการจับกุมครั้งนี้ เพื่อโยงไปถึงเอเย่นต์รายใหญ่อย่างนายชูชิตและผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด”

“ใช่...เราต้องการรู้ว่าแบ็คอัพใหญ่ของนายชูชิตคือใคร  ถ้าเราทำสำเร็จ ก็เท่ากับว่าเราสามารถโค่นองค์กรค้ายาบ้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศได้เลย” ผู้การส่งรูปรถต้องสงสัยให้ดู

หน้าจอปรากฏรูปรถสปอร์ตสีดำเงา สวยโฉบเฉี่ยวสมราคา ธีรธรหมุนภาพดูรอบรถเห็นจุดแดงกระพริบบางส่วนของรถ ผู้การบอกว่า สีแดงคือจุดที่สายรายงานว่าคนร้ายซุกยาบ้าธีรธรทึ่งลงทุนถึงกับเจาะตัวถังรถหรูกันเชียวหรือ

“ธุรกิจบังหน้าของนายชูชิตคือค้าขายรถยนต์ และนอกจากเป็นเอเย่นต์ค้ายาแล้ว หมอนี่ยังมีธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆ อีกเพียบ”

ระหว่างคุยกัน จ่านิดแทรกขึ้นว่า มีรถต้องสงสัยเข้ามาอยู่ในรัศมี 1 กิโลเมตรของด่าน ธีรธรรีบสั่งการเตรียมพร้อม และลงจากรถมายืนดัก ตำรวจนายหนึ่งเข้ามาขอตรวจค้นรถของไศลาเธอหงุดหงิดกลัวจะไปส่งรถลูกค้าไม่ทัน แต่ก็ปลดเข็มขัดนิรภัยจะเปิดประตูลงจากรถ ศักดิ์เรียกเธอเพื่อยั้งให้เธอหยุด แล้วเขาก็ตัดสินใจเหยียบคันเร่ง ขับรถแหกด่านออกไป ธีรธรกับลูกน้องกระโดดหลบกันกระเจิง ไศลาหน้าเหวอหงายหลังติดเบาะร้องลั่น พอตั้งสติได้ก็รีบถามศักดิ์รู้ตัวไหมกำลังทำอะไรอยู่

“เราไม่มีทางเลือกนะครับคุณไศลา”

“ไม่มีทางเลือก...หรือว่านายกล้าใช้รถคุณชูชิตขนยาเหรอ นายนี่มันเลวมากเลยนะ จอดรถเดี๋ยวนี้ ฉันต้องส่งตัวนายให้ตำรวจ” ศักดิ์ยังขับด้วยความเร็วสูง” ฉันบอกให้หยุดรถเดี๋ยวนี้”

“อย่าทำอะไรโง่ๆ ดีกว่าคุณไศลา ถ้าผมถูกจับคุณชูชิตก็ต้องไม่รอด ยังไงตำรวจต้องสาวถึงตัวคนสั่งอยู่ดี”

ไศลาหน้าชาด้วยไม่คาดคิดว่าคนรักของตัวเองจะเป็นพ่อค้ายาเสพติด โดยที่ตนไม่ระแคะระคายมาก่อนเลยจริงๆ

ด้านธีรธรกับจ่านิดขับรถไล่ตามรถไศลา พร้อมกับวอบอกให้สกัดจับรถสปอร์ตป้ายแดงทะเบียน 8999 มีผู้ต้องสงสัยในรถสองคนเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ด้วยความที่สมรรถนะเครื่องยนต์ต่างกันมาก ทำให้ธีรธรไม่สามารถตามทัน ศักดิ์เห็นว่าถูกล้อมด้วยรถตำรวจ จึงดิ๊บรถหันกลับมาเผชิญหน้า ชักปืนยิงใส่ยางรถตำรวจ แล้วขับฝ่ากลางหนีรอดไปได้อย่างเฉียดฉิว

ooooooo

เมื่อศักดิ์มารายงานชูชิตก็ถูกกราดเกรี้ยวใส่อย่างหนัก ยิ่งพอรู้ว่าไศลารู้ความจริงหมดแล้วก็ต้องรีบไปเคลียร์ ชูชิตซื้อดอกไม้ช่อโตขับรถมุ่งหน้าไปบ้านคนรัก พลัน ดุลยศักดิ์ เจ้านายใหญ่ โทร.เข้ามา ต่อว่าที่ศักดิ์ทำงานผิดพลาดยังปล่อยลอยนวล เตือนแล้วทำงานใหญ่อย่าใจอ่อน

เสียงศักดิ์ร้องแทรกเข้ามาให้ช่วย ตามด้วยเสียงปืน ปัง...ดุลยศักดิ์หัวเราะกรอกมาตามสาย “คราวนี้เห็นว่าพลาดครั้งแรก ยังเหลือเมียไว้ให้ แต่คราวหน้าพลาดอีกล่ะก็ แม้แต่ชีวิตแกเอง ก็ไม่มี”

ชูชิตแค้นใจ เข่นเขี้ยวเมื่อวางสาย “ไอ้แก่เอ๊ย...อย่าให้ถึงคราวเราบ้างก็แล้วกัน”

มาถึงบ้านไศลา อรชรดูตื่นเต้นกว่าคนอื่น ดารณีนั่งทำการบ้าน สุทธิพงษ์เล่นเกม ชูชิตถามหาไศลา ดารณีตอบว่าพี่สาวปวดหัวขอนอนพัก ข้าวเย็นก็ไม่ลงมาทาน ไม่ทันไร ไศลาเดินลงมาชวนชูชิตออกไปทานข้าวนอกบ้าน ชูชิตยิ้มหน้าบานยื่นช่อดอกไม้ให้ เธอรับมาแล้ววางลงบนโต๊ะ ไม่ไยดี จู่ๆอรชรก็ปึงปังชนช่อดอกไม้หล่นพื้นแล้วเดินขึ้นข้างบนไป

ไศลาชวนชูชิตออกมาเพื่อบอกเลิกเพราะรับไม่ได้ที่เขาทำงานผิดกฎหมาย ตนเสียใจที่โง่ให้เขาหลอกใช้ ทั้งที่เขาก็รู้ว่า พ่อของตนที่เป็นทหาร ต้องเสียชีวิตเพราะรบกับพวกค้ายา ชูชิตหน้าเสียพยายามอธิบายว่าที่ทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของเรา ไศลาให้ชูชิตมองตาแล้วตอบมาว่าหลอกใช้ตนกี่ครั้งแล้ว เขาไม่อาจตอบได้ เธอจึงยื่นคำขาดให้เลือกจะเลิกกันหรือเลิกค้ายา

ชูชิตอึกอักสัญญาจะเลิกแต่ขอเวลาอีกหน่อย “ไศลาลองคิดดูดีๆนะ น้องๆยังเรียนอยู่ทั้งนั้นเลย เราต้องใช้เงินอีกเยอะ ถ้าชิตเลิกตอนนี้เราจะพากันลำบาก ครอบครัวไศคือครอบครัวชิต ไศก็รู้ว่าชิตจริงใจกับไศแค่ไหน แล้วอีกอย่าง ถ้าชิตเลิกตอนนี้ไอ้พวกนั้นไม่ปล่อยชิตไว้แน่ ไศรู้ไหมว่าศักดิ์มันโดนฆ่าตายไปแล้ว เพราะมันทำงานพลาด”

“คงต้องให้ศพต่อไปเป็นฉันก่อนสินะ คุณถึงจะพอใจ...มื้อสุดท้าย ฉันขอจ่ายเองนะ เก็บเงินสกปรกของคุณไว้เถอะ” ไศลาลุกพรวดเดินออกจากร้าน ไม่สนใจว่าชูชิตจะรั้งแม้แต่น้อย

ชูชิตวิ่งตามออกมาเคาะกระจกรถแท็กซี่ไศลานั่ง เผอิญธีรธรนั่งดื่มอยู่ร้านถัดไป เห็นพฤติกรรมนั้นก็ยิ้มเยาะ ที่มาร้านนี้ทีไรเจอแต่ผู้ชายอกหัก...ธีรธรมึนๆ เห็นหน้าใครเป็นไศลาไปหมดก็แปลกใจตัวเอง พลันจ่านิดส่งที่ตั้งโชว์รูมของชูชิตเข้ามา เขายิ้มกริ่มพรุ่งนี้จะไปดู

ทางบ้าน อรชรหงุดหงิดที่ชูชิตยังไม่มาส่งไศลา เผลอบ่น “ไม่รู้พี่ไศมีอะไรดีนะ พี่ชิตถึงทั้งรักทั้งเอาใจมากมาย หน้าตาก็พื้นๆ เรียนก็ไม่จบ อย่างพี่ชิตน่าจะหาได้ดีกว่านี้เยอะ”

ดารณีได้ยินไม่พอใจ ตำหนิให้เกรงใจพี่สาวบ้าง อรชรกลับแหวใส่ว่าตนก็เป็นพี่ทำไมไม่เห็นเกรงใจ ดารณีย้อน อยากให้คนอื่นเกรงใจก็หัดทำตัวให้น่านับถือ อรชรปรี๊ดแตก คว้าแก้วขว้างเฉียดหน้าดารณีไปตกแตก แถมขู่

“ถ้ายังไม่เลิกปากดีใส่ฉันอีก มันจะไม่ใช่แค่เฉี่ยวแน่”

ดารณีปาดน้ำตา ทั้งโกรธทั้งผิดหวังกับพี่สาวคนนี้ เก็บของเดินหนีขึ้นห้อง อรชรเดินมาเก็บเศษแก้ว เข่นเขี้ยว “สำหรับแก ไศลา โทษฐานที่เป็นสาเหตุของเรื่องแย่ๆ ทั้งหมด” ว่าแล้วก็เอาเศษแก้วยัดในรองเท้าใส่อยู่บ้านของไศลา

พอไศลากลับมาถึง สวมรองเท้าก็โดนเศษแก้วบาดเลือดโชก ดารณีสงสัยอรชรเจตนาแกล้ง อรชรทำทีห่วงใยเอากล่องยามาทำแผลให้ แถมเอานมอุ่นๆ มาให้ถึงห้องนอน เพราะอยากรู้ว่าทะเลาะกับชูชิตหรือถึงกลับมาเอง ไศลาตอบว่ายังไม่พร้อมคุย อรชรหมั่นไส้ แกล้งแง้มประตูห้องไศลาทิ้งไว้ให้ยุงเข้าไปกัดพี่สาว

คืนนั้น ไศลาฝันว่าเดินชมนกอยู่ในป่า เจอนักพรตเมฆขาวนั่งวิปัสสนาอยู่กับชายคนหนึ่งในศาลาหลังเล็กๆ รู้สึกได้ถึงพลังงานอบอุ่นแล่นเข้าสู่หัวใจ เธอรีบเดินเข้าไปใกล้ จนเห็นชายคนที่นั่งอยู่คือพ่อของเธอเอง เธอดีใจมากโผเข้ากอดด้วยความคิดถึง พ่อให้เธอกราบนักพรต

“หลวงปู่ท่านเมตตาพาพ่อมาพบลูก”

“หลวงปู่?”

“ใช่แล้ว ไศลากราบท่านเสียด้วยสิลูก ท่านเมตตาลูกมากนะ”

ไศลาก้มกราบทั้งที่เกรงๆ เพราะที่ฝันถึงท่านน่ากลัวกว่าตอนนี้ อยากจะเล่าให้พ่อฟัง แต่พ่อไม่มีเวลาพอ พ่อเน้นให้เธอรู้ว่า “ไม่ว่าลูกจะคิด จะทำอะไรก็ตาม อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน อย่าลืมที่พ่อเคยสอนลูกเสมอว่า...ชีวิตของคนเราจะไม่มีค่าเลย หากไม่รักชาติ ไม่รักแผ่นดิน”

“ลูกขอบคุณคุณพ่อมากค่ะ ลูกจะจำสิ่งที่คุณพ่อบอกไปจนวันตาย” ไศลากราบที่อกพ่อ

“พ่อต้องไปแล้ว เข้มแข็งไว้นะลูก จำไว้ว่าความดีเท่านั้น ที่จะคุ้มครองลูกได้” พ่อหันมากราบลานักพรตและฝากลูกสาวให้ท่านช่วยปกป้องคุ้มครองแทนตน ไศลาโผกอดพ่อ

น้ำตาไศลาไหลอาบแก้ม สะดุ้งตื่นหันไปมองรูปพ่อบนหัวเตียง ดารณีผลักประตูเข้ามาเพราะเห็นประตูห้อง แง้มอยู่ ไศลาถามว่ามีอะไร

“เปล่าค่ะ ดาแค่เห็นประตูห้องพี่ไศลาเปิดไว้ เลยลองเข้ามาดู...พี่ไศร้องไห้ทำไม!”

ไศลาตอบว่าฝันถึงพ่อ จึงชวนน้องสาวไปใส่บาตรให้พ่อกับแม่ด้วยกัน ดารณีสังเกตเห็นจุดแดงตามตัวพี่สาวก็ตกใจ เกรงจะเป็นไข้เลือดออก อรชรเดินผ่านมาได้ยินยิ้มเยาะสะใจ

เมื่อไศลาใส่บาตรเรียบร้อย กลับมากราบกระดูกพ่อแม่ในห้องพระ วางพวงมาลัยพนมมือ

“คุณพ่อ คุณแม่คะ วันนี้ลูกจะขอไปทำหน้าที่คนดี ทำในสิ่งที่ถูกต้อง คุณพ่อคุณแม่ช่วยเป็นกำลังใจและคุ้มครองลูกสาวคนนี้ด้วยนะคะ” ไศลาก้มกราบ

ooooooo

ด้านหลังโชว์รูมของชูชิต บ๊วยขับรถเข้ามาให้ดูเพื่อจะขาย แต่ต่อรองราคากันไม่เป็นที่พอใจ ชูชิตโมโหส่งสัญญาณให้ลูกน้องจัดการ บ๊วยรู้ทันชักปืนมาจ่อคอ ชูชิต เขาทำทียกมือยอมแพ้ แต่แล้วตลบกลับล็อกแขนบ๊วยดันกระแทกกำแพงจนทรุดลง แล้วสั่งลูกน้อง

“จัดการแล้วเคลียร์ศพให้เรียบร้อย ส่วนรถนี่เอาไปล้างแล้วส่งทำสีเลยนะ อย่าลืมบอกให้ไอ้อู๊ดจัดการเรื่องเปลี่ยนทะเบียนด้วย” ชูชิตเดินไป เสียงบ๊วยร้องขอชีวิต ตามด้วยเสียงปืน ปัง...

เช้านี้ ธีรธรกำลังจะออกจากบ้านซึ่งเป็นเรือนอีกหลัง นิ่มนวลน้องสาวบุญธรรมมาตามให้ไปทานข้าวเช้า

“วันนี้พี่มีงานด่วนจริงๆ นะนิ่ม ฝากบอกคุณแม่ด้วย”

“แต่ว่าพี่ธีให้คุณป้ารอเก้อมาหลายวันแล้วนะคะ”

ธีรธรมองนาฬิกาข้อมือแล้วบอกว่าตนไม่มีเวลาจริงๆ ฝากขอโทษแม่ให้ที ว่าแล้วก็รีบออกไป...ธีรธรขับรถมาจอดที่สวนสาธารณะ หวังจะมาดักรอไศลา แต่กลับมาพบโจรจี้ชิงรถหญิงชราที่มาออกกำลังกาย จึงจัดการจับตัวส่งโรงพัก ทำให้คลาดกับเธอ

ขณะเดียวกัน ชูชิตโทร.เข้ามาหาไศลาที่บ้าน ดารณี รับสายให้ ไศลาบุ้ยใบ้ให้บอกว่ายังไม่ตื่น ไศลาจัดอาหารเช้าให้น้องสาว นั่งทานด้วยกันเห็นดารณีนั่งเงียบ จึงเอ่ยไม่อยากถามหรือ ดารณีตอบว่าอยาก แต่อยากให้พี่เล่าเองมากกว่า ไศลาลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู ไศลาใช้คำพูดให้น้องสาวเข้าใจง่ายๆ ว่าบางทีความรักอย่างเดียวไม่พอที่จะทำให้คนเราอยู่ร่วมกัน ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ดารณีพยายามทำความเข้าใจ

เมื่อไม่พบไศลาที่สวนสาธารณะ ธีรธรจึงมาที่โชว์รูม เป้ยกระดี๊กระด๊าแนะนำสมรรถนะรถแต่ละรุ่น ธีรธรทำทีสนใจฟัง แต่พอเห็นไศลาเดินเข้ามาก็จับตามอง เป้ยหงุดหงิดธีรธรถาม “เอ่อ น้องผู้หญิงที่เดินผ่านไปเมื่อกี๊ทำงานที่นี่หรือเปล่าครับ”

“อ๋อ...คุณไศลา เป็นแฟนคุณชูชิต เจ้านายเป้ยเองค่ะ”

ธีรธรอึ้งที่มาเจอจุดไต้ตำตอ เขาทำเป็นจะตกลง ซื้อรถ เป้ยให้เข้ามานั่งในส่วนสำนักงาน เขามองตามไศลาไปตลอด เห็นเธอค่อยๆ ย่องจะเข้าห้องทำงาน แต่พอชูชิตเปิดประตูออกมา เธอก็รีบหลบ ธีรธรแปลกใจต่อการกระทำของเธอ ชูชิตเกือบจะเห็นไศลา เผอิญมือถือดังขัดขึ้น เขาลุกเดินไปคุยมุมอื่น ไศลาตั้งใจแอบฟังจึงรู้ว่าของยังเก็บไว้ที่อู่ รอ
ให้เรื่องเงียบค่อยเคลื่อนย้าย

ไศลาได้โอกาสแอบหนีออกทางหลังโชว์รูม ธีรธรเห็นหาทางแยกจากเป้ย แล้วตามไศลาออกมา เห็นเธอโบกแท็กซี่ขึ้นไป เขาจึงเรียกอีกคันตามและโทร.ส่งข่าวจ่านิดให้ตามมา ไม่ทันถึงไหน ไศลาก็เจอดีเข้าจนได้ โดนโชเฟอร์รมยาที่ช่องแอร์ เธอรู้สึกมึนหัวจึงเปิดประตูรถโดดลง โชเฟอร์ตกใจรีบจอดลงมาฉุดกระชากให้เธอกลับเข้ารถ ไศลาหมดสติ ธีรธรตามมาทันเข้าช่วย ไอ้โชเฟอร์ขู่อย่ายุ่งเรื่องผัวเมีย เกิดการบู๊กันชุดใหญ่ จ่านิดมาถึงเข้าแยก โชเฟอร์ฟ้องทันที

“เรียกตำรวจมาจับมันเลยครับ มันพยายามลักพาตัวเมียผม”

ธีรธรล็อกแขนโชเฟอร์ใส่กุญแจมือ “ฉันนี่แหละตำรวจ แล้วผู้หญิงที่แกบอกว่าเป็นเมียน่ะ...แฟนฉันเอง”

โชเฟอร์ส่ายหน้าเซ็งๆ จ่านิดกระซิบกับธีรธร “แต่งงานไม่บอกกันเลยนะครับผู้กอง”

ธีรธรถลึงตาใส่ เขาจำต้องพาไศลาซึ่งยังสลบไสลมานอนพักที่ห้องทำงานในกองปราบ พักใหญ่เธอค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาพึมพำแผ่วเบาว่าหิวน้ำ จ่านิดสะกิดให้ธีรธรเอาน้ำไปให้เธอ ธีรธรเอาขวดน้ำไปวางให้บนโต๊ะ จ่านิดแขวะ

“ผมว่าผู้กองคงต้องหาหลอดยาวกว่านั้นอีกซักสองเมตรล่ะครับ ถึงจะเข้าปากคุณไศลาได้พอดี”

ธีรธรชี้หน้าจ่านิดทำนองจำไว้ ก่อนจะเข้าไปยกขวดน้ำมาจ่อที่ปากไศลา ธีรธรเห็นหน้าเธอใกล้ๆก็เคลิ้มเผลอมองความน่ารักของเธอ เมื่อไศลาได้ดื่มน้ำค่อยๆลืมตา เห็นหน้าธีรธรก็ตกใจลุกพรวดขึ้น เซจะล้ม เขารีบประคองไว้ทัน ทั้งสองสบตากันอึ้งๆ จ่านิดแกล้งกระแอม ทั้งสองจึงผละออกจากกัน เธอถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ธีรธรหมุนป้ายตั้งโต๊ะทำงานของเขาให้เธอดู บอกว่านี่ห้องทำงานตน

ไศลาอ่านตามป้าย...ร้อยตำรวจเอกธีรธร สุริยฉาย... ธีรธรผายมือไปแนะนำจ่านิด ว่าคือดาบตำรวจนิรุจ นพรัช ผู้ช่วยของตน ไศลาย้อนถามแล้วไงต่อ จ่านิดจึงอธิบายแทน

“เอ่อ พอดีคุณไศลาถูกแท็กซี่มอมยาน่ะครับ ผู้กองกับผมก็เลยเข้าไปช่วย แล้วพามาพักที่นี่ก่อนน่ะครับ”

ไศลานึกลำดับเหตุการณ์ แล้วขอบคุณชายหนุ่มทั้งสอง พร้อมบอกว่าถ้ามีอะไรให้ตนช่วยก็ยินดี แต่วันนี้ตนมีธุระต้องขอตัวก่อน จ่านิดขวางประตู ธีรธรเอื้อนเอ่ย

“แต่พอดีว่าเรื่องที่ผมอยากให้คุณช่วย มันต้องเป็นวันนี้ด้วยสิ”

ไศลาหันมองด้วยความสงสัย...บ่ายวันนั้น ไศลาต้องนั่งดูแฟ้มประวัติอาชญากรรมของชูชิต น้ำตาเธอไหลรินและเริ่มสะอื้นเสียใจที่ไม่เคยรู้ความเลวของคนรักมาก่อน ธีรธรสงสารยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ แต่ไม่ค่อยอยากเชื่อว่าเธอจะไม่ระแคะระคายอะไรเลย แถมถูกหลอกใช้ส่งยา

ไศลาเล่าเรื่องราวในอดีต ว่าตนกับชูชิตคบกันตั้งแต่มัธยมปลาย เขามาสารภาพรักตอนจะแยกย้ายกันไปเข้ามหาวิทยาลัย แต่ไม่นาน พ่อแม่ของเธอก็เสียชีวิต ลุงกับป้ารับน้องทั้งสามไปอุปการะ เธอจึงไม่เหลือใคร

“ตอนนั้นฉันรู้สึกแย่มาก ไม่รู้จะจัดการกับชีวิตตัวเองยังไงดี ก็มีแต่ชิตที่คอยช่วยเหลือหลายอย่าง ไม่สิ... เรียกว่าทุกอย่างเลยจะดีกว่า”

ไม่กี่ปีผ่านไป ชูชิตจับงานธุรกิจมีเงินทองมากขึ้น เขาซื้อบ้านให้เธอรับน้องๆกลับมาอยู่ด้วยกัน ไศลาตัดสินใจทำงานส่งเสียน้องๆ ไม่รับเงินชูชิตอีก

ธีรธรฟังมาถึงตรงนี้เกิดสงสัย “แล้วคุณไม่เอะใจเลยเหรอว่าเขาไปรวยมาจากไหน”

“เขาบอกว่าทำธุรกิจเต็นท์รถ ตอนแรกเป็นแค่เซลส์ แต่ตอนหลังจังหวะดีเจอลูกค้าใหญ่สนใจร่วมหุ้นเปิดเต็นท์ เขาก็เลยตั้งตัวได้”

“แล้วคุณก็เชื่อเขาหรือ”

“ตอนแรกก็ไม่ได้เชื่อ แต่ตอนหลังเขาให้ฉันมาเป็นผู้ช่วยเขา พอฉันได้เห็นการทำงาน เห็นสังคม เห็นอะไรหลายๆอย่างในชีวิตเขา มันก็ทำให้ฉันไว้ใจเขามากขึ้น”

หลังจากสอบสวนไศลา ธีรธรก็ขับรถมาส่งเธอที่บ้าน เขาบอกเธออย่างไม่อ้อมค้อมว่าทางการต้องการตัวชูชิตมาขยายผลการจับกุม ถ้าเธอยอมให้ความร่วมมือ ตนจะกันเธอไว้เป็นพยานปากสำคัญ แต่ไศลาไม่อยากทรยศชูชิตเพราะเขามีบุญคุณกับตนและน้องๆ ธีรธรจึงให้นามบัตรไว้เผื่อเปลี่ยนใจ หญิงสาวตัดสินใจบอกเขาว่าจะโทร.บอกว่าพร้อมให้จับชูชิตวันไหน ชายหนุ่มมองหญิงสาวลงจากรถปากซอยอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

ไศลาขอลงปากซอยเพราะต้องการซื้อของกินเข้าบ้าน ไม่ทันไร ธีรธรได้รับรายงานว่าทีมฉลามขาวกำลังเข้าจับกุมผู้ค้ายาบ้ารายใหญ่ ร้านอาหารปากซอยเพชรเกษม42 ธีรธรตกใจเพราะเขาอยู่ตรงนั้นพอดี จึงรีบมองหาเป้าหมาย

สุทธิพงษ์กำลังเดินมาที่ร้านข้าว เห็นไศลายืนซื้อข้าวอยู่ก็รีบซ่อนตัว ขณะเดียวกัน ไศลาเดินออกไปแต่มีหญิงสาวอีกคนใส่เสื้อผ้าสีเดียวกับไศลา เดินออกไปเช่นกัน สุทธิพงษ์เข้ามาในร้านนั่งโต๊ะที่มีคนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ก่อน ชายคนนั้นทัก กำลังจะโทร.หาพอดี

“ลูกค้าที่เฮียว่าคือผู้หญิงเสื้อน้ำเงิน ผมยาวๆที่เพิ่งออกไปใช่ไหม” สุทธิพงษ์รีบถาม

“ถูกต้อง...คนนั้นล่ะตัวเบ้งเลย สนใจอ่ะดิ ไว้เฮียแนะนำให้รู้จัก”

สุทธิพงษ์อึ้งเข้าใจผิดว่าเป็นพี่สาวตัวเอง เขาวางเงินบนโต๊ะแล้วหยิบยาเดินออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว ทันใด ตำรวจเข้าจะจับกุม สุทธิพงษ์วิ่งหนี ถูกธีรธรคว้าเสื้อไว้ได้ เขาสะบัดตัวอย่างแรง แขนเสื้อขาดติดมือธีรธร แล้ววิ่งหนีไปได้ทัน  เพราะเกิดความชุลมุนในร้าน

ooooooo

ผู้การเสริมพงษ์เรียกธีรธรมาถามไถ่เรื่องที่สอบปากคำไศลา แล้วเตือนว่าปล่อยตัวเธอไม่กลัวเธอกลับไปบอกชูชิตหรือ ธีรธรอึ้ง แต่มีบางอย่างที่ทำให้เขาเชื่อใจไศลา

ขณะเดียวกัน ไศลาถือถุงกับข้าวเข้าบ้านมา ได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งของสุทธิพงษ์กับดารณี ตามด้วยเสียงเพียะ  เธอรีบวิ่งเข้ามาในบ้าน  เห็นน้องสาวกุมหน้าน้ำตาร่วง จึงเอ็ดน้องชายทำน้องทำไม สุทธิพงษ์หลบตาแต่ไม่สำนึกผิด ตอบว่าดารณีมายุ่งของของตน

“ของอะไร ถึงขนาดจะต้องโกรธจนลงมือกับน้อง ...ดาไปเอาอะไรของพี่เขามา”

ดารณีสบตาสุทธิพงษ์ก่อนจะแบมือให้พี่สาวดูยาบ้า ไศลาตกตะลึงผิดหวังสุดๆน้ำตาคลอ

“ทำไมพงษ์ทำแบบนี้ พงษ์อยากได้อะไรพี่หาให้ทุกอย่าง ขอแค่ให้พงษ์เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน  เคยคิดบ้างไหมว่าถ้าพ่อแม่ยังอยู่ จะรู้สึกยังไง”

“อย่ามาทำตัวเป็นคนดีนักเลย พี่ไศน่าจะดีใจมากกว่านะ ที่อีกหน่อยเราจะได้ช่วยกันทำมาหากิน” สุทธิพงษ์ตวาดกลับ

ไศลาเสียใจตบหน้าสุทธิพงษ์อย่างแรง “ใครสั่งใครสอนให้คิดหากินอาชีพสกปรกนี้”

สุทธิพงษ์ยังเข้าใจผิด โกรธตะคอกกลับว่าพี่จะต้องเสียใจที่ทำกับตนอย่างนี้ แล้ววิ่งไป ไศลาทรุดลงร้องไห้ ดารณีโผกอดพี่สาวอย่างเห็นใจ...คืนนั้น ไศลาครุ่นคิด ตัดสินใจโทร.กลับไปหาธีรธรตามนามบัตร บอกเขาว่าตนเปลี่ยนใจ จะขอร่วมมือกับเขา...

ค่ำวันเดียวกัน ชูชิตนอนกอดก่ายสาวอยู่ในโรงแรมม่านรูด พลันมือถือดังขัดจังหวะ เขาลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์ จึงเห็นชัดเจนว่า สาวนางนั้นคืออรชร น้องสาวของไศลา นั่นเอง... ดุลยศักดิ์โทร.มาถามไถ่เรื่องที่เลิกกับไศลา ชูชิตรักไศลาจริงพยายามแก้ตัวให้ว่าเธอไม่รู้เรื่องงานของตนเลย

“อย่าให้เป็นปัญหาขึ้นมาก็แล้วกัน” ดุลยศักดิ์ย้ำก่อนจะวางสาย

ชูชิตหน้าเครียด ปลุกอรชรให้กลับบ้าน หญิงสาวอิดออด ใช้มารยาเล้าโลมจนเขาโอนอ่อนยอมค้างกับเธอทั้งคืน

ooooooo

เช้าวันใหม่ ไศลายืนอยู่หน้าโชว์รูม ตัดสินใจจะเข้าไปสำรวจในอู่ทำสีว่าเป็นที่เก็บยาบ้าอย่างที่แอบได้ยินชูชิตคุยโทรศัพท์หรือไม่ เพื่อแจ้งแก่ธีรธร เธอไม่รู้ว่า ธีรธรได้ตามเธอมา สมุนชูชิตไม่รู้เรื่องการเลิกราของไศลากับเจ้านาย ได้แต่ขวางไม่ให้ใครเข้าไปในอู่ทำสีตามคำสั่ง

ไศลาถอยออกมาคิดหาวิธีจะเข้าไป พลันมีบางอย่างขว้างโดนหัว เธอตกใจหันไปมองเห็นธีรธรบุ้ยใบ้ให้ออกมา...หญิงสาวแปลกใจว่าเขามาได้อย่างไร เขาชี้ที่หัวบ่งบอกว่าใช้สมอง ว่าแล้วเขาก็จูงมือเธอพาไปหาทางเข้า ไศลาจะดึงมือกลับ แต่ก็รู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด เขาพาเธอมาจนพบทางเข้าที่ไม่มีสมุนเฝ้า แล้วดูต้นทางให้เธอเข้าไปเก็บหลักฐาน

ไศลาค้นจนพบห่อยาลอตใหญ่จึงถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน เธอเผลอเอาผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดฝุ่นเพื่อให้ถ่ายรูปชัดเจนแล้วลืมทิ้งไว้ในห้องอบสี...พอออกมาได้ ธีรธรก็พาเธอหลบขึ้นแท็กซี่ออกไป มาที่ปั๊มน้ำมันที่เขาจอดรถทิ้งไว้ ไศลาแปลกใจทำไมเขาไม่ขับรถมาจะได้สะดวก

“มาทำงานแบบนี้ จะเอารถมาทำไมให้มันเกะกะ”

“เออจริง...คิดได้เหมือนกันนะเนี่ย”

“เอ๊า...มันสำคัญตรงนี้” ธีรธรชี้ที่หัว

ไศลายิ้มขำๆเผลอสบตาเขานิ่งจนแทบจะเอนเข้าไปซบเขา พอดีโชเฟอร์ถามขึ้นว่าปั๊มนี้ใช่ไหม ทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกัน...ในปั๊ม ธีรธรซื้อน้ำและของกินให้ไศลาได้รองท้อง เธอส่งรูปที่ถ่ายให้เขาดู เขายิ้มอย่างพอใจ

ธีรธรมีโอกาสมาส่งไศลาถึงบ้าน เขาอยากสานต่อความสัมพันธ์กับเธอแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร  จึงทำทีขอเข้าห้องน้ำในบ้าน แล้วเขาก็เห็นเสื้อที่ขาดของสุทธิพงษ์ เขาจำได้ชักสงสัยในตัวไศลาอีกครั้ง ไม่รู้จะไว้ใจเธอได้หรือไม่

วันต่อมา เมื่อธีรธรรายงานผู้การเสริมพงษ์แล้ว ก็ได้รับคำสั่งให้เข้าค้นอู่ทำสีของชูชิตและแนะนำให้ไศ–ลาเปลี่ยนที่อยู่เพื่อความปลอดภัย ควรพาน้องๆออกมาจากบ้านด้วย ธีรธรพาไศลาไปหาซื้อของจำเป็นส่วนตัวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพราะเธอไม่ควรกลับบ้านในวันนี้ ระหว่างนั้นไศลาขอตัวเข้าห้องน้ำ แต่แล้วเธอก็ถูกคนร้ายปลอมตัวเป็นพนักงานทำความสะอาดเข้าทำร้ายจับหัวเธอกระแทกกำแพงหน้าผากแตก แล้วควักมีดจะแทง เกิดแสงสว่างวาบขึ้นที่แผลกลางหน้าผาก คล้ายดวงตา แล้วเธอก็มีพละกำลังขึ้น ต่อสู้คนร้ายจนวิ่งหนีร้องว่าผีหลอก ธีรธรซึ่งรออยู่ข้างนอกตกใจ รีบวิ่งเข้ามา เห็นไศลานั่งมึนงงเลือดอาบหน้าอยู่กับพื้น เขาตกใจ อุ้มเธอออกไป ไศลาหมดสติในอ้อมแขนของธีรธร

ooooooo

กุหลาบไฟ เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 20:20 น.