สมาชิก

กุหลาบไฟ

ตอนที่ 8

ชูชิตแปลกใจว่าไศลาหายไปไหน ติดต่อเท่าไหร่ไม่ได้ ลูกน้องโทร.มารายงานว่าธีรธรยังไม่ตาย เขาโกรธมากสั่งให้ตามไปเก็บไม่ต้องรายงานนายใหญ่  แววตาเขาเกลียดชังธีรธรมาก อยากให้ตายเสีย จะได้ไม่มายุ่งกับไศลาอีก

นพ รัชก็พยายามติดต่อไศลาด้วยความเป็นห่วง ที่บาดเจ็บขนาดนั้น ยังไปไหนอีก ส่วนธีรธรเอาแต่เจ็บปวดแค้นใจ เข้าใจว่าไศลากลับไปหาชูชิต แถมยังเป็นคนยิงตน เขาระเบิดอารมณ์ปัดปืนที่วางบนโต๊ะรวมทั้งของอื่นตกจากโต๊ะไปด้วย นพรัชเข้ามาพอดี

“แกทำอะไรของแกวะทำไมไม่นอนพัก”

“ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก”

“ทำลายข้าวของแบบนี้เรียกว่าไม่เป็นมากรึไง”

“ฉันแค่อยากลองดูว่าฉันแข็งแรงดีไหม”

“เรื่องกายฉันไม่ห่วงหรอก ฉันมั่นใจว่าแก

แข็งแรงดี ฉันห่วงจิตใจแกมากกว่า”

ธีร ธรนิ่ง นพรัชดักคอ เลิกหงุดหงิดเรื่องไศลากลับไปหาแฟนเก่าได้แล้ว ไม่สงสัยบ้างหรือทำไมแผลโดนยิงถึงหายเร็ว ธีรธรโต้ว่าไม่ได้โดนจุดสำคัญ นพรัชหัวเราะหึๆ

“ถึงมันจะไม่ใช่จุดสำคัญ แต่แกน่ะเสียเลือดมาก เพราะกว่าคนจะไปเจอแกก็ผ่านไปหลายชั่วโมง ร่างกายมันโคม่าแล้ว”

“แล้วไง...ธีรธรยังไม่เอะใจ”

“ถ้าคุณไศลาไม่มาช่วยแกไว้ แกอาจตายไปแล้วก็ได้”

“หมายความว่าไง”

“พูดขนาดนี้ยังต้องถามความหมายอีกเหรอ มันก็หมายความว่า คุณไศลานะมาช่วยรักษาแกน่ะสิ”

“นี่แกพูดเพื่อปกป้องเขารึเปล่า”

“นี่...ความ จริงฉันไม่อยากจะบอกแกหรอกนะไอ้ธี เพราะการที่แกกับคุณไศลาเข้าใจผิดกันมันก็เป็นโอกาสดี ที่ฉันจะได้ทำให้เขาชอบฉัน แต่ตอนนี้คุณไศลาหายไป ทั้งๆที่เขายังบาดเจ็บเพราะรักษาแก แล้วฉันเป็นหมอ ไม่มีปัญญาจะไปตามหาเขาได้ ฉันเป็นห่วงเขาแทบจะบ้าตายอยู่แล้วเว้ย...ทีนี้เข้าใจรึยังล่ะ”

ธีร ธรอึ้ง นึกเป็นห่วงไศลาขึ้นมาจับใจ...ในขณะที่ ไศลาถูกนาถสุดาหิ้วปีกมาโยนลงบนเตียง สภาพเลือดซึมออกมาจากท้อง นอนหมดแรง นาถสุดาเยาะสภาพนี้ไม่นานคงตาย แต่โยคีศิลาดำไม่คิดเช่นนั้น มันง่ายเกินไป นาถสุดาออกตัวไว้ก่อนว่าตนจะไม่ช่วยเธอ

“ข้าไม่ได้บอกให้เจ้าช่วยซักหน่อยนี่ แต่ข้าจะรอดูคนที่จะช่วยมัน”

นาถสุดาแปลกใจหมายถึงใคร โยคียิ้มมุมปากอย่างหยั่งรู้...

พอ รู้ความเป็นไป ธีรธรก็ครุ่นคิดเป็นห่วงไศลา นพรัชยืนมองเพื่อนคิดจะหาทางช่วยอย่างไร...พยาบาลคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามายืน อึกอัก เชิญนพรัชออกไปคุยเคสคนไข้ด้านนอก นพรัชพยักหน้าจะเดินไป ธีรธรเอะใจดึงแขนเพื่อนไว้ มองพยาบาลอย่างไม่ไว้ใจ

“ฉันว่าแปลกๆว่ะ ถ้ามีอะไรเข้ามาคุยกันในนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมออกไปเอง...เข้ามาสิครับ”

พยาบาล ค่อยๆก้าวเข้ามาช้าๆ ธีรธรดึงเธอเหวี่ยงไปทางนพรัช ทันทีมีลูกปืนลอยเฉียดหน้าเข้ามา เขาหลบเข้ามุมห้อง นพรัชกับพยาบาลตกใจคลานหาที่หลบ คนร้ายสองคนโผล่เข้ามาพร้อมปืนเก็บเสียง ธีรธรมองปืนของตัวเองที่ตกอยู่ใต้โต๊ะ เขาตัดสินใจสไลด์ตัวไปหยิบปืนยิงตอบโต้ สองคนร้ายตกใจเผ่นหนี สักพักยามวิ่งมา นพรัชสั่งให้ตามจับคนร้าย ธีธรหันมาถามพยาบาลเป็นอะไรหรือเปล่า เธอหน้าเสียส่ายหน้าไปมา

“พวกมันเป็นพวกใครน่ะ” นพรัชถาม

“ฉันไม่แน่ใจนักหรอก คนอยากให้ฉันตายมีมากมายเต็มไปหมด” จริงๆธีรธรพอเดาได้

ooooooo

อาการไศลาหนักขึ้น เริ่มเพ้อเพราะพิษไข้ โยคีศิลาดำยืนมองหน้าเธอ รู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่ทันไร ก็มีลมพัดแรงเข้ามาทางหน้าต่าง เขาลุกไปยืนมองที่ระเบียง กลับเข้ามาก็ผงะเมื่อเห็นนักพรตเมฆขาวนั่งอยู่ข้างเตียง โยคียิ้มมุมปาก ในที่สุดคนที่รอคอยก็มา

“ข้ามาขอคนของข้าคืน” นักพรตเมฆขาวเอ่ย ขึ้นก่อน

“ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ”

“เจ้าจะต้องการอะไรอีกเล่า คัมภีร์เจ้าก็เอาไปแล้ว” นักพรตหันมาจ้องโยคี ของในห้องสั่นสะเทือน ร่างไศลาเริ่มกระสับกระส่ายราวกำลังฝันร้าย

ไศลามาปรากฎตัวกลางป่า เธอคลำแผลที่ท้องตัวเองที่ยังมีเลือดซึม มองไปรอบๆก็เห็นนักพรตเมฆาแต่หนุ่มกว่าปัจจุบัน เธอเรียกเขาเท่าไหร่เขาก็ไม่ได้ยิน นักพรตเก็บฟืนเอามาที่กระท่อมในป่า พลันมีเสียงอึกทึกภายในกระท่อม เธอตามนักพรตเข้ามาดู เห็นโยคีศิลาดำวัยหนุ่มกำลังโดนอาจารย์เฆี่ยน ไศลาตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นอดีตของนักพรตและโยคี ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน มีชื่อว่าเมฆาและศิลา...เมฆาถามว่าเกิดอะไรขึ้น อาจารย์ให้ถามน้องเอาเอง

“เกิดอะไรขึ้นศิลา”

“อาจารย์ตกลงกับข้าแล้ว ว่าถ้าข้าชนะการประลองฝีมือกับอาจารย์ อาจารย์จะยอมสอนวิชาขั้นสูงสุดให้ข้า แต่พอข้าจะชนะ อาจารย์ก็กลับทำโทษข้า หาว่าเป็นเด็กคิดล้างครู”

“ก็เพราะเจ้าเอาวิชาศาสตร์มืดมาสู้กับข้าต่างหาก นั่นแปลว่าเจ้าแอบขโมยตำราศาสตร์มืดไป ที่เจ้าโดนทำโทษนั่นน้อยไปด้วยซ้ำ ข้าควรจะฆ่าเจ้าด้วยซ้ำไป”

เมฆารีบถามศิลาจริงหรือ ศิลาอ้างว่าอยากฝึกตัวเองให้เก่ง ไม่ใช่มีแต่วิชาอาจารย์ ที่กี่ปีก็สอนเหมือนเดิม เอาแต่หวงวิชา อาจารย์อธิบาย

“สิ่งที่เจ้าไม่รู้ก็คือ...การฝึกศาสตร์มืดนั้น มันจะดึงจิตใจของเจ้าสู่พลังของความมืดด้วย เหมือนกับที่เจ้าเป็นอยู่ตอนนี้”

“ศิลา ที่อาจารย์ยังไม่สอนเพราะเรายังไม่มีสมาธิที่แข็งแรงพอจะควบคุมพลังงานจำนวนมากได้...ข้าขอโทษแทนน้องชายของข้าด้วย เขายังเด็กและใจร้อนนัก อาจารย์ได้โปรดอย่าถือสาเลย”

อาจารย์เมินหน้าหนีด้วยยังโกรธ จากนั้นท่านก็นั่งสมาธิสงบสติอารมณ์  ไศลาเข้ามานั่งหมอบ อาจารย์เอ่ยขึ้นโดยไม่ลืมตาว่าเธอเป็นใคร ไศลาตื่นเต้นที่ท่านเห็นตน

“แอบฟังคนอื่นคุยกันน่ะ มันไม่ดีนะ”

“หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่รู้ว่ามาที่นี่ได้ยังไง”

อาจารย์ลืมตาและให้ไศลาขยับมาใกล้ๆ ท่านแตะมือที่หัวเธอ แผลและอาการเจ็บที่ท้องเธอหายเป็นปลิดทิ้ง อาจารย์กล่าวอย่างหยั่งรู้ว่าเธอมาจากอีกโลก มีเนตรที่สามเป็นคนพิเศษ การสนทนาต้องชะงักเมื่อเมฆาเข้ามากราบขอโทษอาจารย์แทนน้องอีกครั้ง แต่เขามองไม่เห็นไศลา

“ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกเมฆา คนทุกคนต่างมีกรรมของตัวเอง ศิลาถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนั้น”

“เป็นแบบนั้น หมายความว่ายังไงครับ”

“ตั้งแต่เจ้าสองคนมาขอเป็นลูกศิษย์ข้า ข้ามองเข้าไปในแววตาของเจ้าศิลา ข้าก็รู้ได้เลยว่าแววตาของความ ทะเยอทะยานนั่นจะทำร้ายตัวเองเข้าสักวัน นั่นคือเหตุผลที่ข้ายังไม่สอนวิชาสูงสุดให้พวกเจ้า เพราะวิชาสูงสุดนั้น ถ้าตกไปในมือคนชั่ว มันก็เหมือนกับจุดเริ่มต้นของหายนะ”

เมื่อห้ามความทะเยอทะยานของศิลาไม่ได้ อาจารย์ตัดสินใจจะสอนวิชาขั้นสูงสุดแก่เมฆาเพื่อปกป้องและสืบทอดแก่คนดี ไศลาได้ฟังขออนุญาตฝึกด้วยคน อาจารย์ยิ้มรับ เมฆาแปลกใจถามท่านยิ้มกับใคร

“วันนึงในอนาคต เจ้าจะเข้าใจ”

ริมผาน้ำตกกลางป่า เป็นที่ฝึกวิชา อาจารย์ เคลื่อนไหวผ่านสายน้ำตกอย่างพลิ้วไหว ทั้งเมฆาและไศลาทึ่ง อาจารย์ ให้ทั้งสองกำหนดจิต ปิดตาเคลื่อนไหวตามคำบอก...ด้านศิลายังคงฝึกปรือศาสตร์ด้านมืดอย่างไม่สำนึก จนกระทั่งผ่านมาเห็นอาจารย์สอนวิชาแก่เมฆา ก็เกิดความโกรธอิจฉาริษยา คิดจะขโมยคัมภีร์ของอาจารย์มาให้ได้

กลางดึก ไศลายังคงนั่งอยู่ในกระท่อมของอาจารย์ ท่านให้เธอเอาผงมุขพันปีทาหน้าขาวโบ๊ะ ข้ามวันข้ามคืนจะทำให้กายเนื้อแข็งแกร่ง ไศลาข้องใจเพื่ออะไรอาจารย์เอื้อนเอ่ย

“เวลาของเราเหลือไม่มากแล้ว เวลาที่เธอจะได้อยู่ที่นี่ก็เช่นกัน”

“หมายความว่ายังไงคะ”

อาจารย์ส่งกล่องไม้เล็กๆ ให้เธอ ถึงเวลาค่อยเปิดใช้มัน  ไศลาไม่เข้าใจถึงเวลาไหน อาจารย์ย้ำ “รักษามันเท่าชีวิต แล้ววันนึงเจ้าจะเข้าใจ ข้าพูดได้แค่นี้แหละ”

“ค่ะ ฉันจะดูแลมันให้ดี เพื่อตอบแทนที่อาจารย์สอนวิชาให้ฉัน” ไศลารับปากทั้งที่ยังงงๆ

อาจารย์กำชับให้ฝึกวิชาที่ได้ไป ใกล้ถึงเวลาของตนแล้ว ไศลาถือกล่องไม้เล็กๆ ออกมานอกกระท่อม แต่แล้วสังหรณ์ใจกลับไปหาอาจารย์อีกครั้ง...จังหวะนั้น ศิลาแอบย่องเข้ามาหมายจะเอาหีบไม้ที่ใส่คัมภีร์ของอาจารย์ ท่านรู้ตัว ศิลาใช้ศาสตร์มืดเสกไม้เท้าอาจารย์กลายเป็นงูเห่าแผ่แม่เบี้ยน่ากลัว

“วิชาศาสตร์มืดของเจ้าก้าวหน้าไปมาก ยังคงแอบฝึกอยู่สินะ”

“ข้าไม่งอมืองอเท้าเพื่อรอพึ่งอาจารย์อย่าง เดียวหรอก”

ศิลาคว้ากล่องไม้โดดออกทางหน้าต่าง อาจารย์โดดตาม ไศลาเห็นตกใจถามอาจารย์เกิดอะไรขึ้น อาจารย์บอกว่า ถึงเวลาฝึกสิ่งที่เจ้าเรียนมาแล้ว อาจารย์จับหัวไศลา กายรวมเป็นหนึ่งแล้วตามศิลาไป เกิดการต่อสู้กัน ศิลาเห็นร่างอาจารย์สลับกับไศลาที่หน้าขาวโพลน เขาปล่อยพลังลูกไฟใส่อาจารย์ ร่างไศลากระเด็นออกจากร่างอาจารย์ ศิลาตกใจถามว่าเธอเป็นใคร

“แล้วแกจะได้เจอตัวจริงฉันในวันหนึ่ง” ไศลาพยายามกลับเข้ารวมพลังกับอาจารย์

ด้านเมฆานั่งสมาธิอยู่เหมือนหยั่งรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดี...ร่างกายอาจารย์บาดเจ็บ ไศลาจึงไม่อาจสู้ศิลาได้ เพราะศิลาสำเร็จวิชาศาสตร์มืดแล้ว ศิลาหัวเราะเยาะที่อาจารย์ประมาทฝีมือตน อาจารย์ใช้พลังที่เหลือแย่งคัมภีร์คืน ศิลาใช้พลังยื้อไว้ แล้วได้เอาพลังนั้นบวกพลังดึงของอาจารย์ปล่อยคัมภีร์กลับไปกระแทกร่างอาจารย์อย่างแรง

“ท่านคิดว่าข้าจะโง่ถือตำราให้ท่านแย่งกลับไปได้ง่ายๆแบบนั้นหรือ ตำราจริงอยู่นี่ต่างหาก” ศิลาดึงตำราที่เหน็บไว้ข้างหลังออกมาให้ดู

“เพราะเจ้ามันเจ้าเล่ห์อย่างนี้ไง ข้าถึงไม่อยาก สอนวิชาอะไรให้เจ้า เพราะเจ้าก็จะเอามันไปใช้ในทางที่ผิด”

“เพราะท่านกลัวข้าจะเก่งกว่าท่านต่างหาก แต่ตอนนี้ข้าก็มีตำราแล้ว ยังไงคนโง่ก็เป็นคนโง่อยู่วันยังค่ำ จะมาฉลาดไปกว่าข้าได้ยังไง ขอบคุณนะอาจารย์ ข้าขออวยพรให้ท่านตายอย่างสงบ” ศิลาโดดหนีไปพร้อมเสียงหัวเราะเยาะหยัน

ไศลาจะตามไปเอาคืนให้ อาจารย์ห้ามไว้ เพราะเธอยังไม่มีร่าง สัมผัสศิลาไม่ได้ ขอเพียงเธอดูแลสิ่งที่ฝากไว้ให้ดี ไศลารับปาก...เมฆาวิ่งมา เห็นอาจารย์นอน กระอักเลือดอยู่ก็ตกใจ อาจารย์บอกเรื่องราวที่เกิดขึ้น และว่าศิลาไม่มีวันฝึกสำเร็จ เมฆาข้องใจ

“แล้ววันนึงเจ้าจะรู้...เจ้าจำคำข้าไว้นะเมฆา วันนึงเจ้าจะได้พบกับผู้หญิงที่มีสัมผัสแบบนี้” อาจารย์จับมือ ไศลามาวางบนมือเมฆา เขารับรู้สัมผัสโดยที่ไม่เห็นเธอ  “จงสอนวิชาที่ข้าถ่ายทอดให้เจ้าทั้งหมดกับเธอ”

“อาจารย์อย่าพูดแบบนี้สิครับ ท่านต้องไม่เป็นอะไร ท่านต้องอยู่สอนข้าไปอีกนาน”

“ข้ารู้ตัวดี ว่าตอนนี้มันหมดเวลาของข้าแล้ว ตามหาผู้หญิงคนนั้นให้เจอ สอนวิชาให้กับนาง เพื่อวันนึงนางจะมาเรียนต่อกับข้า” อาจารย์ค่อยๆหลับตาละสังขารลง

เมฆาเสียใจ ไศลาเองก็ร้องไห้ ร่างเธอจางหาย กลับมาอยู่ที่ห้องโยคีศิลาดำดังเดิม ในมือเธอมีกล่องไม้ เล็กๆที่อาจารย์ให้ไว้ เธอจึงรู้ว่ามันไม่ใช่ความฝัน รีบ เก็บกล่องไม้เล็กๆลงกระเป๋ากางเกง...โยคีศิลาดำยังคงจ้องตากับนักพรตเมฆขาว

โยคีกล่าวหานักพรตว่ารู้เห็นเป็นใจกับอาจารย์ทำให้ตนฝึกวิชาไม่สำเร็จ นักพรตปฏิเสธ แต่โยคีไม่เชื่อ จะทำร้ายนักพรต ไศลาลุกขึ้นขวาง ทั้งสองแปลกใจที่เธอหายจากอาการบาดเจ็บ

“เรื่องมันยาวน่ะค่ะอาจารย์”

“ข้าไม่กลัวที่จะต้องสู้กับใครทั้งนั้น ต่อให้เจ้าสองคนรวมกันข้าก็ไม่กลัว แต่ข้าต้องการคัมภีร์หน้าสุดท้าย เดี๋ยวนี้” โยคีเสียงกร้าว

“ไม่จำเป็นต้องสู้นี่ เพราะยังไงฉันก็อยู่ที่นี่ ไม่ไปไหนทั้งนั้น” ไศลาโต้ทันควัน

นักพรตปราม ไศลาขอร้องให้เชื่อใจไม่ต้องห่วงตน ร่างนักพรตค่อยๆจางหายไป โยคีโวยต้องการเจอกับเมฆา ไศลาหยั่งเชิงถามว่าจำตนไม่ได้หรือ โยคียิ่งโกรธไม่เข้าใจ

“ช่างเถอะ ยังไงเราก็มีนายคนเดียวกัน ไม่ควรทำตัวเป็นศัตรูกันจริงไหม” ไศลายิ้มกวนๆ

พลัน สมุนเข้ามารายงานว่า นายใหญ่เรียกพบ ทุกคน...ขณะที่ธีรธรคาดการณ์ว่าไศลาจะต้องอยู่ที่บ้านดุลยศักดิ์

ทุกคนรวมตัวที่ห้องรับแขก ดุลยศักดิ์แจ้งแผนการส่งของ ว่าใครทำอะไรบ้าง ไศลาเป็นคนดูแล โยคีศิลาดำแย้ง หน้าที่นี้เป็นของนาถสุดา และงานนี้ก็เป็นงานใหญ่ ดุลยศักดิ์อ้างว่านาถสุดาต้องเตรียมงานหมั้น ไศลาขอบคุณที่ไว้ใจตน...ธีรธรแอบด้อมๆมองบริเวณบ้าน แม้จะค่ำมืดไศลาเดินออกมาดูดาวคลายเครียด ธีรธรแอบเสียใจที่เห็นเธออยู่ที่นี่จริงๆ

ไศลารู้สึกมีอะไรตะคุ่มๆในพุ่มไม้ จึงเข้ามาดู ธีรธรดึงเธอเข้ามาล้มตัวนอนกับพื้น ตัวเขาคร่อมบน ตัวเธอ “คุณอย่าส่งเสียงใดๆเลยนะ”

“ฉันไม่ต้องส่งเสียงหรอก แค่สิ่งที่คุณทำก็เรียกคนให้มาดูแล้ว”

สมุนคนหนึ่งเดินมาเมียงมอง ธีรธรจึงแนบลำตัว และหน้าชนแก้มไศลา กอดเธอแน่น เมื่อสมุนไม่เห็น อะไรก็เดินกลับไป ไศลาขยับให้เขารู้สึกตัว เขากลับ หอมแก้มเธอ

“ตัวคุณนี่หอมจังเลย”

“หยุดพูดแบบนี้ได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะพาคุณออกไปจากที่นี่”

ธีรธรยื้ออยากอยู่แบบนี้นานๆ ไศลาผลักเขา ธีรธรเอ็ดเบาๆเดี๋ยวกล้องวงจรปิดเห็น ไศลาสะบัดเสียง ช่าง... ตนไม่สนใจ ธีรธรจ้องตาบังคับให้เธอตอบ

“ถ้าคุณไม่สนแล้วคุณไปรักษาผมทำไม...มองผมแล้วตอบมา”

“กฎของฉันคือห้ามฆ่าใคร ฉันเลยปล่อยให้คุณ ตายไม่ได้”

“ตาคุณไม่ได้ตอบแบบนั้น” ธีรธรลูบท้องเธอถามว่าเจ็บไหม

ไศลาหลบตา ใจสั่นไหวจนไม่อาจต้านความรู้สึกไว้ ธีรธรบรรจงจูบเธออย่างดูดดื่ม ไศลาปล่อยใจเคลิ้มไปสักพักก็เรียกสติกลับมาได้ เธอผลักเขาออกแล้วลุกขึ้น บอกให้เขาตามออกไปให้พ้นจากที่นี่...ทั้งสองออกมาอยู่ที่สวนสาธารณะ ไศลาบอกให้ธีรธรรีบกลับไป อย่าทำอะไรเสี่ยงๆอีก เขายังยื้อต้องการคำตอบว่าเธอกลับมาช่วยเขาทำไม ไศลาตอบเหมือนเดิม ตนฆ่าใครไม่ได้ ขออย่าให้เขากลับมายุ่งกับตนอีก ตนเลือกแล้วที่จะอยู่ที่นี่

“แฟนเก่าคุณมันดีกว่าผมตรงไหน”

“คุณเอาชนะอดีตไม่ได้หรอก กลับไปเถอะ”

ธีรธรไม่อยากเชื่อ พร่ำถามว่าเธอมาช่วยทำไม ไม่ปล่อยให้เขาตายไป ไศลาตัดใจไม่ตอบหันหลังเดินหนี ปล่อยคนที่ตนรักยืนเสียใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

นาถสุดายั่วยุชูชิตว่ามัวแต่ทำงานอื่น  ไม่รู้บ้างเลยว่าไศลาอยู่บ้านดุลยศักดิ์ ชูชิตหัวเสียทันที  ไม่ทันไร สมุนรายงานว่ากำจัดธีรธรไม่สำเร็จ ยิ่งโมโหมากขึ้น... รุ่งเช้า ชูชิตมาที่บ้านดุลยศักดิ์ เพื่อขอทำงานแทนไศลา กลับถูกเหยียดหยาม

“แกคิดว่าแกศักยภาพดีพอที่จะทำงานใหญ่รึไง งานง่ายๆแกยังล้มเหลวเลยชูชิต”

“แล้วนายมั่นใจในตัวไศขนาดนั้นเลยเหรอครับ เธออาจจะหักหลังเรา มอบหลักฐานให้ตำรวจอีกก็ได้”

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นอย่างนั้นรึเปล่า...แกไปจัดการเรื่องงานหมั้นให้เรียบร้อยแล้วกัน”

ไศลาถามแทรกงานหมั้นใคร ชูชิตปัดไม่มีอะไร ดุลยศักดิ์ว่าจะโกหกทำไมแล้วบอกความจริงไป ชูชิตรีบแก้ตัวว่าเป็นการจัดฉากเท่านั้น ดุลยศักดิ์ตัดบท ไปจัดการหน้าที่ตัวเองให้เรียบร้อย อย่ามาวุ่นวายงานนี้ ชูชิตไม่กล้าขัดคำสั่ง ไศลามองตามเก็บข้อมูลทุกอย่าง

ส่วนธีรธร กลับมาบ้าน วงทองดีใจเพราะเห็นหายไปหลายวัน แล้วถามถึงไศลา เขาตอบเศร้าๆว่าเธอคงไม่กลับมาแล้ว วงทองแปลกใจเพราะเห็นไปทำงานด้วยกัน นิ่มนวลกระแนะกระแหนทันที ว่าคงไปทำด้วยกันจนไม่กลับบ้านกลับช่อง ธีรธรไม่พอใจ

“พี่ว่าถ้านิ่มไม่รู้อะไรก็ปล่อยให้พี่ตอบดีกว่ามั้ง...เราแยกกันทำงานน่ะครับ” ธีรธรบอกแม่

วงทองพยักหน้าแต่ยังบอกลูกชาย ถ้าเจอไศลาก็บอกให้แวะมาเยี่ยมตนบ้าง นิ่มนวลไม่พอใจ วงทองขอร้องลูกชาย

“ธี พักนี้แม่ฝันไม่ค่อยดีเลย แม่อยากให้ลูกพกสิ่งนี้ไว้กับตัว ท่านจะคุ้มครองลูกให้แคล้วคลาดปลอดภัยนะ” วงทองเอาพระเลี่ยมทองยื่นให้  ธีรธรรับปากจะพกติดตัวตลอด

ooooooo

ตกเย็น ไศลาแต่งตัวเซ็กซี่โชว์ขาเรียวงามพร้อมปฏิบัติงาน เธอติดกล้องกระดุมที่เสื้อเพื่อส่งภาพ ทำให้จ่านิดเห็นไศลาในกระจกเงา ถึงกับซี้ดซ้าด เรียกธีรธรมาดูจอ ธีรธรบ่นดูอะไร

“ก็ดูภารกิจการซื้อยาบ้าข้ามชาติไงล่ะ” ผู้การเสริมพงษ์ตามเข้ามาตอบเอง

ธีรธรตกใจนี่มันอะไรกัน ผู้การอธิบายว่าไศลารายงานเข้ามาว่ามีการส่งยาข้ามชาติ เธอได้รับมอบหมายจากเอเย่นต์รายใหญ่ของบ้านเรา ตนเลยให้เธอซ่อนกล้องบันทึกทุกอย่างเป็นหลักฐาน ธีรธรหน้าเสียทำไมเธอไม่บอกบ้าง งานนี้มันอันตรายมาก

“คุณไศลาเขาอาสาเอง คุณคิดดูดีๆผู้กอง ถ้าคุณบุกเข้าไปช่วยคุณไศลาตอนนี้ ไม่มีผลดีกับใคร ไม่ได้หลักฐานแล้วคุณไศลากับคุณอาจจะตายเปล่า” ผู้การห้ามธีรธรไม่ให้ตามไป

ธีรธรกังวลใจมาก นั่งเฝ้าจอดูไศลาแทนจ่านิด

ผู้การมั่นใจว่าคราวนี้ได้หลักฐานมัดตัวการใหญ่แน่

ไศลาเดินเข้ามาในห้องรับแขก ทั้งดุลยศักดิ์และชูชิตตะลึงกับลุคใหม่ของเธอ ดุลยศักดิ์ยิ้มอย่างมีเลศนัย ชูชิตเป็นห่วงเธอไม่น้อย ไศลารู้สึกประหม่ากับสิ่งที่ตนกำลังจะทำ...

คืนเดียวกัน สุทธิพงษ์นัดธิดารัตน์แอบเที่ยวกลางคืน ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของธิดารัตน์ อยากรู้ว่าที่เขาเที่ยวกลางคืนกันมันเป็นอย่างไร แต่เพราะอายุของทั้งคู่ไม่ถึงเกณฑ์จึงเข้าไปในผับไม่ได้ สุทธิพงษ์ได้ยินวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง คุยกันว่ามีบัตรเข้างานปาร์ตี้เซฟเฮาส์สองใบ ซึ่งมีแต่พวกไฮโซเข้าได้เท่านั้น เขาจึงทำทีเดินชนแล้วล้วงเอาบัตรนั้นมาพาธิดารัตน์ไปเที่ยวที่นั่นแทน

ให้เผอิญไศลามาส่งสินค้าใหญ่ที่เซฟเฮาส์แห่งนี้ เธอเห็นคนในงาน ท่าทางไฮโซแต่เมายากันเป็นแถวจึงรู้ทันทีว่านี่เป็นปาร์ตี้ยาเสพติดทุกชนิด...ชายชุดดำมาต้อนรับและพาเธอเข้าไปในห้องวีไอพี ผายมือให้เธอนั่ง มองสมุนที่ตามเธอมา ก่อนจะเปรยว่า ขอคุยกันเป็นการส่วนตัวไศลารู้สึกตื่นกลัวแต่ก็เกรงแผนเสีย จึงยอมพยักหน้าให้สมุนออกไปรอข้างนอก

ด้านธีรธรกับผู้การเสริมพงษ์ มองภาพในจอด้วยความอึ้ง ไม่คิดว่ามีสถานที่แบบนี้กลางใจเมือง เป็นการ เหยียบจมูกกันชัดๆ จะต้องเก็บหลักฐานมามัดตัวให้ได้

ชายชุดดำนำเครื่องดื่มมาให้ไศลา เธอไม่ยอมแตะ เขาจึงแซวว่ากลัวโดนวางยาหรือ เธออ้างว่าไม่ดื่มเวลางานรอให้เสร็จงานก่อน ชายชุดดำทำท่าไม่พอใจ

“งั้นก็แย่หน่อยละ เพราะผมไม่ชอบคุยกับคนที่ไม่ดื่ม มันไม่สนุก”

ธีรธรมองภาพในจอ เคาะโต๊ะอย่างกังวลใจขออย่าให้เธอดื่ม... ไศลาตัดสินใจหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบชายชุดดำมองเธอด้วยสายตาลวนลาม ไศลาโพล่งถามขึ้นว่าเขาจะไม่แนะนำตัวหน่อยหรือ ชายชุดดำหัวเราะ “นึกว่าคุณจะไม่ถามซะแล้ว”

“มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ถามล่ะคะ เราอาจต้องทำธุรกิจกันยาวไม่ใช่เหรอคะ”

“ถ้างั้นผมว่าเราน่าจะรู้จักกันมากกว่าแค่ชื่อนะครับ” ชายชุดดำเอื้อมมือมาจับมือไศลา

ธีรธรทุบโต๊ะเปรี้ยงลุกพรวดจะไปช่วยไศลา ผู้การต้องปรามให้ใจเย็นเฝ้าดูอีกสักพัก...ไศลาหาทางออก ยิ้มยั่วยวนให้เขาจัดการงานเสร็จก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน

“ผมไม่เคยทำธุรกิจกับใครที่สวยขนาดคุณมาก่อนเลย”

“งั้นก็บอกให้คุณเฉินเจ้านายคุณสิคะว่าให้วางแผนธุรกิจระยะยาวกับเรา”

“ไว้คุณคุยกับท่านเองดีกว่าครับ”

เด็กเสิร์ฟเข้ามากระซิบชายชุดดำ เขาลุกขึ้นยืนรอรับที่ประตูทันที ชายจีนสูงอายุท่าทางภูมิฐาน พร้อมสมุนสี่คนเดินเข้ามา ชายชุดดำโค้งแสดงความเคารพ ไศลาลุกยืนให้การต้อนรับ เฉินพูดไทยไม่ชัดทักทาย “เธอเป็นคนที่ดุลยศักดิ์จัดไว้ให้สินะ”

ไศลาฟังดูแปร่งๆ ไม่ค่อยเข้าใจความหมาย เธอดึงเข้างานให้เขาตรวจสอบสินค้า แต่เฉินกลับบอกว่าอยากดูเธอก่อน ว่าจัดมาให้ดีขนาดไหน ไศลาชักเอะใจมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง

“หมายความว่ายังไงคะ”

“ดุลยศักดิ์ไม่ได้บอกเธอสินะ ก็ดีเหมือนกัน...น่าตื่นเต้นดี”

“ฉันว่าเราคุยเรื่องธุรกิจกันดีกว่า”

“นี่ไงธุรกิจ ทำอย่างกับไม่เคยทำงานแบบนี้มาก่อน”

“หมายความว่าไง...”

ชายชุดดำถามขำๆ “อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้ว่า ยากับผู้หญิงเป็นของคู่กัน แล้วเธอไม่รู้ว่าที่ธุรกิจของดุลย–ศักดิ์มันเฟื่องฟู...เพราะอะไร”

เฉินหัวเราะเยาะว่าเพิ่งมาทำงานใช่ไหม “ถามจริงๆ เธอไม่สงสัยบ้างเหรอ ว่าฉันสั่งยาลอตใหญ่ขนาดนี้ ทำไมเสี่ยดุลถึงไม่มาส่งด้วยตัวเอง แต่ส่งเธอซึ่งดูไม่รู้เรื่องอะไรเลยมาต้อนรับลูกค้ารายใหญ่อย่างฉัน เธอไม่คิดว่ามันผิดปกติเหรอ”

ไศลาเริ่มมองหาทางหนีทีไล่...ฝั่งธีรธรไม่รออีกต่อไป เขาคว้าเสื้อแจ็กเกตออกไปทันที ผู้การสั่งจ่านิดตามประกบเกรงทำแผนพังเสียก่อน...ไศลาเอาตัวรอดด้วยการวางท่าว่าตนรู้หน้าที่ดี

“คุณอาจยังไม่รู้กฎข้อหนึ่งของการค้าขายสิคะว่า ถ้าอยากได้ของแถม ก็ต้องจ่ายเงินซื้อของใหญ่ก่อน จริงไหมคะ”

เฉินนิ่งคิด ไศลาย้ำว่าตนอยู่ในที่ของเขา คนของตนก็มาด้วยไม่กี่คน จะหนีไปไหนได้ เฉินพยักหน้าให้ลูกน้องเอากระเป๋าเงินมาเปิด และยื่นหมูยื่นแมวกับกระเป๋าสินค้าที่คนของไศลาเปิดให้ดูเช่นกัน เสร็จสิ้น ทุกคนออกไปจากห้อง เหลือเพียงไศลา เฉินและชายชุดดำเท่านั้น

ทั้งธิดารัตน์และสุทธิพงษ์ตื่นเต้นกับภายในงานปาร์ตี้เซฟเฮาส์ที่ใครจะเสพยาอะไรก็ได้ ธิดารัตน์เริ่มกลัวแต่สุทธิพงษ์สนุกสนาน เธอจึงขอไปเข้าห้องน้ำ ธิดารัตน์เดินเปะปะ เปิดประตูห้องหนึ่งเข้าไป เห็นไศลากำลังโดนลวนลามก็ตกใจรีบปิดประตูทันที ทุกคนในห้องชะงักหันไปมอง เฉินสั่งจับตัวกลับมาให้ได้  ไศลาฉวยโอกาสหนี ดวงตาที่สามเปิดขึ้น เธอต่อสู้เอาตัวรอด

ธิดารัตน์วิ่งหนีมาหลบในห้องน้ำตัวสั่นเทา ไศลาวิ่งออกมาพบสุทธิพงษ์กำลังเสพยาก็ตกใจ เข้าไปลากน้องชายออกไปพร้อมกัน  เขาไม่ยอมจะไปตามธิดารัตน์ เกิดการยื้อยุดจนกล้องกระดุมหลุดจากเสื้อไศลา การส่งภาพสะดุดหยุดลง

ธีรธรขับรถซึ่งมีจ่านิดโดดขึ้นรถมาด้วย มาถึงหน้าเซฟเฮาส์ แต่ไม่ทันจะเข้าไป กมลาโทร.เข้ามา จ่านิดรับโทรศัพท์ที่ธีรธรทิ้งไว้ในรถ โดนกมลาโวยวายใส่

“ไปเอานายธีมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้ ไม่มีอะไรสำคัญกว่าเรื่องของฉันอีกแล้ว”

“เอ่อ...คือผู้กองออกไปจับคนร้ายน่ะครับ”

“ก็ช่างคนร้ายปะไร หลานในไส้ตัวเองหายไปทั้งคน คนร้ายมันจะสำคัญกว่าได้ยังไง ไปเรียกนายธีมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้”

จ่านิดกลัวลานรีบเอามือถือมาให้ธีรธร เขากำลังจะแสดงตัวกับคนเฝ้าประตู คิดว่าไศลาโทร.มารีบดึงมือมาละล่ำละลักถาม “ไศลาเหรอ คุณอยู่ไหนน่ะไศลา ผมอยู่ด้านหน้าแล้ว เดี๋ยวผมจะเข้าไปช่วยคุณเดี๋ยวนี้”

กมลาแว้ดกลับให้ธีรธรเลือกจะห่วงผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าหรือหลานสาวตัวเอง เขาตกใจเกิดอะไรขึ้นกับธิดารัตน์ พอรู้ว่าหายตัวไปจากบ้านก็ทำให้เขาลำบากใจ ตัดสินใจฝากจ่านิดดูแลทางนี้ ตัวเขาจะกลับไปบ้าน ระหว่างนั้น เขากดโทรศัพท์หาธิดารัตน์ เธอรับสายไม่ทันจะพูดอะไรก็มีเสียงพังประตู เธอร้องลั่น “อย่าทำอะไรหนูเลย หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

ธีรธรยิ่งตกใจ ขับรถกลับบ้าน ทันทีที่ถึง เขาก็สอบสวนทุกคนในบ้าน นิ่มนวลนึกได้ว่าหลานมาถามว่ามีรถอะไรไปอาร์ซีเอบ้าง เธอบอกไปแต่ไม่คิดว่ามีอะไร พันธ์พงษ์บอกว่าตอนสองทุ่มขึ้นไปส่งลูกบนห้อง วงทองเล่าว่า หลานลงมาข้างล่างบ่นหิว หานมดื่มจึงไม่สงสัยอะไร

“เอาล่ะครับ เท่าที่ได้ข้อมูลแปลว่า คนออกไปจากบ้านเอง มีใครรู้บ้างไหมว่าแกมีเพื่อนหรือคบใครที่ไหนบ้าง”

“ไม่มีหรอก ฉันดูแลลูกฉันอย่างดี จะมีโอกาสไปเจอใครที่ไหนได้”

ธีรธรให้ทุกคนอย่าเป็นกังวล ตนจะออกไปตามหลานอีกที นิ่มนวลขอไปด้วย แต่เขาปฏิเสธ อ้างเป็นหน้าที่ตำรวจ

ภายในเซฟเฮาส์ยังมีความวุ่นวาย สมุนเฉินตามล่าไศลา เธอพยายามจะดึงน้องชายกลับด้วยกัน สุทธิพงษ์สะบัดตัวออกวิ่งหนี จังหวะนั้น สมุนกำลังจะยิงไศลา กระสุนโดนสุทธิพงษ์เข้าอย่างจัง ผู้คนตกใจเสียงปืนวิ่งกันจ้าละหวั่น...จ่านิดได้ยินเสียงปืน รีบโทร.รายงานผู้การ เสริมพงษ์ ไศลาเข้าประคองน้องชายจะพาออกไป มิวายโดนกระสุนเข้าที่หัวไหล่ แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ แบกน้องชายถูลู่ถูกังออกมาจนได้

“พงษ์อย่าเป็นอะไรนะ อดทนไว้ พี่จะต้องช่วย พงษ์ให้ได้”

ผู้การเสริมพงษ์บอกจ่านิดว่าสัญญาณภาพจากไศลาหายไป คิดว่ากล้องหลุดจากตัว ให้จ่านิดกลับมาที่สำนักงานก่อน จ่านิดจึงรีบไป ไศลาพยายามโบกรถข้างถนน ไม่มีใครยอมจอด จนกระทั่งรถชูชิตผ่านมา เขารีบจอดรถลงมาช่วยเธอ ไม่วายเธอขอให้ช่วยน้องก่อน

ธิดารัตน์ถูกชายชุดดำลากตัวไปให้เฉิน เธอร้องไห้ฟูมฟายขอชีวิตจนน่าสงสาร...ธีรธรขับรถกลับมาที่อาร์ซีเอ เดินมองหาหลานสาว ผ่านเซฟเฮาส์ให้นึกห่วงไศลา พลันเห็นรอยเลือดเป็นทางก็ใจไม่ดี รีบมาที่สำนักงาน เจอจ่านิดเขาถามถึงไศลาทันที

“ผมไม่ทราบครับ ผมได้ยินเสียงปืน แต่หลังจากนั้นก็ไม่เจอคุณไศลา แล้วผู้การก็สั่งให้ผมกลับมาเนี่ยแหละครับ”

“แล้วกล้องถ่ายอะไรได้บ้าง”

“ตั้งแต่ชุลมุนกัน กล้องก็หลุดจากคุณไศแล้วครับ เราเลยไม่ได้ภาพ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

“งั้นเอาแบบนี้นะ คุณไปหาพิกัดสายที่ผมโทร.ออกล่าสุดว่าอยู่ที่ไหน มาให้ด่วนที่สุด”

จ่านิดรับคำรีบไปปฏิบัติ

ooooooo

ด้วยความบังเอิญ ที่พยาบาลตามนพรัชไปที่ห้องผ่าตัดด่วน มีคนไข้ถูกยิงเข้ามาสองราย พอนพรัชเข้ามาก็ตะลึงที่เป็นไศลากับน้อง ไศลารีบขอให้เขาช่วยน้องชายก่อนที่เธอจะสลบไป

ชูชิตเดินเครียดอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน นาถสุดาตามมาถากถาง ชูชิตไม่มีแก่ใจจะเถียง ถามเธอต้องการอะไร หญิงสาวยิ้มหยัน

“เราต้องการอะไร บางทีมันก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันนะ”

“ถ้ายุ่งกับไศลา ฉันฆ่าเธอแน่ เธอไม่มีทางเหนือ ไศลาไปได้ เลิกพยายามเหอะ”

“เลิกพยายาม? คิดอย่างนั้น...คนเราจะหายใจไปทำไม ทั้งๆที่รู้ วันนึงก็ต้องตายอยู่ดี” นาถสุดาจ้องหน้าชูชิตสักพักก่อนจะกลับออกไป...

จนฟ้าสว่าง นพรัชออกจากห้องผ่าตัดด้วยความเหนื่อยล้า เข้ามาในห้องทำงาน ต้องชะงักเมื่อเห็นธีรธรมานอนหลับอยู่  จึงปลุกถามทำไมไม่กลับไปนอนบ้านธีรธรย้อนถามทำไมมาทำงานเช้า นพรัชตอกกลับยังไม่ได้นอนเลย เพิ่งผ่าตัดเสร็จ สีหน้าธีรธรเป็นกังวล นพรัชจึงถามถึงหลานสาว ธีรธรถอนใจยังหาไม่เจอและตนมีลางสังหรณ์ไม่ดี

“แต่ไม่ได้บอกที่บ้านหรอกนะ นี่ก็รอลูกน้องหาพิกัดจากสัญญาณโทรศัพท์ ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น”

นพรัชรู้ใจเพื่อน “ยังมีเรื่องไม่สบายใจอีกเหรอ”

“รู้ได้ไงวะ”

“ก็หน้าแกยังไม่ได้หายเครียดไปเลย ให้ฉันเดาอีกไหมล่ะว่าเรื่องอะไร”

ธีรธรพยักหน้าให้ลอง เพื่อนรักโพล่งออกมาว่าเรื่องไศลา ธีรธรแปลกใจ นพรัชยิ้มเยาะ

“แกรู้ไหม ตั้งแต่ฉันเป็นหมอมานะ ฉันไม่เคยรักษาคนไข้รายเดิมซํ้าๆเลยว่ะ อันนี้ไม่รวมที่นัดมาเองนะ”

“เกี่ยวอะไรกับเรื่องของฉันวะ”

“เออ ฟังให้จบสิ แต่มีคนไข้รายหนึ่งต้องมีเรื่องมาให้ฉันรักษาตลอดเลย จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ”

“เนื้อคู่แกดูขี้โรคนะ ลำบากนะคนจะเป็นเนื้อคู่แกได้”

“เออ แล้วแกรู้ไหมใคร”

ธีรธรหัวเราะจะรู้ได้อย่างไร แต่พอเห็นสีหน้าเพื่อนนิ่งๆ ก็เดาได้ว่าเป็นไศลา นพรัชพยักหน้ารับ ธีรธรดีใจจะรีบไปหาเธอ นพรัชอดบ่นไม่ได้

“แต่ทำไมวะ คนที่ฉันคิดว่าจะเป็นเนื้อคู่ฉันจะต้องมีแกมาขัดทุกครั้งไป”

“เฮ้ย...ไอ้นพ บอกมาว่าคุณไศอยู่ไหน”

นพรัชบอกอย่างเซ็งๆ ธีรธรรีบวิ่งไปที่ห้องพักฟื้นด้วยความดีใจ แต่พอเปิดประตูเข้าไปเห็นชูชิตฟุบหลับอยู่ข้างเตียงก็ผงะถอยออกมา ไม่ทันไรจ่านิดโทร.มาแจ้งพิกัดสายสุดท้ายที่ธีรธรโทร.ออก อยู่ที่ปาร์ตี้เซฟเฮาส์แห่งเดียวกับที่ไศลาอยู่ ทำเอาธีรธรเครียดหนักกว่าเก่า...

ooooooo

กุหลาบไฟ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด