ตอนที่ 10
ขณะที่ชูชิตมาเก็บของให้ไศลา พบโยคีศิลาดำกำลังรื้อค้นในห้องเธออยู่ และของในห้องก็กระจายเกลื่อนกราด โยคียักท่าไม่รู้เรื่องและไม่บอกว่าตนเข้ามาทำไม เดินนิ่งๆออกไป ชูชิตชักสงสัยแต่ก็เก็บของไศลาใส่กระเป๋า
ธีรธรพาสุทธิพงษ์มาที่หน้า ห้องธิดารัตน์ เห็นเธอกำลังอาเจียนอย่างทรมาน มีพันธ์พงษ์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนกมลายืนมองด้วยสีหน้าขยะแขยงห่างๆ... สุทธิพงษ์สงสารธิดารัตน์จับใจ ธีรธรเล่าว่าเธอโดนจับฉีดเฮโรอีน
“เธอรู้ใช่ไหมว่าเฮโรอีนมันติดง่ายขนาดไหน กว่าพี่สาวของเธอจะเข้าไปช่วยไก่น้อยออกมาได้ ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ”
“เพราะผมแท้ๆ ผมเองที่ชวนไก่น้อยให้หนีออกมาเที่ยว ผมเองที่พาไก่น้อยไปที่นั่น แต่ผมไม่รู้จริงๆนะครับว่ามันเป็นปาร์ตี้ยา”
“ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก ยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้ว ถ้าเธอรู้สึกผิดจริงๆนะ ฉันขอแค่เธออย่าไปยุ่งกับยาเสพติดอีกก็พอ”
สุทธิพงษ์สลดลง รับปากจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้นอีก ธีรธรคิดว่าไศลารู้ต้องดีใจมาก สุทธิพงษ์ขอเข้า ไปเยี่ยมธิดารัตน์ แต่ธีรธรเห็นว่ายังไม่ควรเข้าไปตอนนี้...
วันต่อมา ชูชิตขับรถออกจากบ้านดุลยศักดิ์ อรชรวิ่งมาขวาง ชูชิตเบรกตัวโก่ง โกรธมากลงจากรถมาทะเลาะกับเธอสักพัก อรชรฟูมฟายเรื่องเดิมหาว่าเขามาอยู่กับไศลา ชูชิตสุดเซ็งตอกกลับให้เธอดูตัวเองบ้าง ไม่มีผู้ชายคนไหน ชอบผู้หญิงแบบนี้ เธอน่าจะทำตัวให้ได้ครึ่งของไศลาก็ยังดี อรชรยิ่งปรี๊ดแตก ชูชิตกลับขึ้นรถขับเลี่ยงออกไป
โยคีศิลาดำยืนมองอยู่ เขาถือโอกาสพาอรชรมาที่ห้อง เกลี้ยกล่อมให้เธอหาตำราสุดยอดวิชาที่เขาต้องการ จากไศลามาเป็นข้อแลกเปลี่ยน ถ้าเธอต้องการให้เขาฆ่าไศลา
“บ้ารึเปล่า นี่เหรอของที่อยากได้ ไร้สาระชะมัด” อรชรโล่งใจคิดว่าเขาต้องการตัวเธอ
“เจ้าอย่ามาดูถูกตำรานั่นเด็ดขาด เจ้ามันก็แค่คนโง่ ไม่รู้อะไร”
“ถ้าแกเก่งนัก แกก็ใช้ตาทิพย์ ใช้พลังเหนือมนุษย์ของแกหามันเองสิ”
“ตำรานั่นถูกพรางตาด้วยคาถาชั้นสูง ไม่มีใครใช้วิชาใดค้นหามันได้ทั้งนั้น”
“ก็เลยต้องคนธรรมดาหาซะงั้น...ตลกชะมัด”
โยคีโกรธใช้พลังดันอรชรชิดผนัง ก้าวเข้าประชิด มองเธออย่างโลมเลีย ไม่เข้าใจว่าทำไมชายอื่นถึงมองข้ามเธอ อรชรตกใจหวาดหวั่น...
ชู ชิตเอาของมาให้ไศลา เธอค้นกระเป๋าทั้งหมด ไม่พบกล่องไม้โบราณก็แปลกใจ ต้องมีใครเอาไปแน่ ชูชิตบอกว่าเห็นโยคีศิลาดำค้นห้องเธอ ไศลากังวลใจอย่างมาก...ชูชิตกุมมือไศลา สารภาพว่า สุดสัปดาห์นี้ตนต้องเข้าพิธีหมั้นกับนาถสุดา มันเป็นเพียงแผนงานของดุลยศักดิ์เกรงเธอโกรธ ไศลาไม่ใส่ใจ เอาแต่ครุ่นคิดเรื่องกล่องไม้ที่หายไป ชูชิตกลับเข้าใจว่าเธองอนจึงดึงเธอมากอด ธีรธรโผล่เข้ามาเห็นพอดี เขาค่อยๆกลับออกไปด้วยความเสียใจ
นพรัชกลับเข้าห้องทำงานต้องตกใจ เมื่อเห็นธีรธร นั่งซึมอยู่ในห้อง จู่ๆก็เอ่ยถามว่าเราเป็นเพื่อนกันมานานกี่ปี นพรัชตอบว่านานตั้งแต่มัธยม ธีรธรถามอีกว่ามีทาง ไหนที่จะเอาชนะอดีตได้ นพรัชมองเพื่อนอย่างวิเคราะห์ พอจะรู้ว่าเขาเครียดเรื่องไศลากับแฟนเก่าก็ชักจะเห็นใจ
ooooooo
นาถ สุดากับชูชิตเอาข้อมูลแผนงานหมั้นมาให้ดุลยศักดิ์ดู เขาพอใจมากและกำชับอย่าให้นักข่าว หลุดมาเพ่นพ่านงานตน แล้วถามข่าวงานหมั้นรั่วถึงตำรวจบ้างไหม นาถสุดาเหม่อคิดถึงเรื่องเทพ ชูชิตสะกิด นาถสุดาสะดุ้งหันมาตอบตะกุกตะกักว่าจะเช็กให้
“เช็กให้ แปลว่าตลอดเวลาที่ฉันไม่ได้ถามเนี่ย เธอไม่ได้ตามงานเลยรึไง”
นาถ สุดาอึกอัก ชูชิตแก้ตัวแทนว่านาถสุดาเอาเวลาไปเตรียมงานหมั้น เธอดูแลทั้งหมด จึงไม่มีเวลาตามเรื่องตำรวจ ดุลยศักดิ์เปลี่ยนมาถามเรื่องไศลา ชูชิตตอบว่าเธอยังอยู่โรงพยาบาล ไม่นานคงออก ส่วนธีรธรยังมาคอยดูแต่เธอไม่ยุ่งด้วย ตนคิดว่าคงยังไม่ระแคะระคาย
“งั้นฉันฝากแกส่งคนไปจัดการ โทษฐานที่มันชอบ เข้ามาวุ่นวายกับเรื่องของเราหน่อย มันจะได้ถอนตัวจากเรื่องนี้ซักที”
ชู ชิตรับคำ ดุลยศักดิ์ย้ำว่าตนไม่ชอบให้มีอะไรผิดพลาด เขาเหลือบมองนาถสุดาอย่างไม่ค่อยไว้วางใจ... นาถสุดาเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องที่จะหาตำรามาทำให้เทพฟื้น โยคีศิลาดำปรากฏตัวขึ้น ยังเคืองเรื่องที่ปะทะกันครั้งก่อน เธอถามเนือยๆจะใช้อะไรตน โยคีใช้พลังฝ่ามือหมายจะควบคุมเธอ แต่นาถสุดาโต้กลับด้วยความว่องไว
“สัญชาตญาณเจ้าที่โต้กลับข้า บอกข้าว่าเจ้าไม่ไว้ใจข้าอีกต่อไป ข้ามองไม่ผิดจริงๆ”
“เอ่อ...คือนาถเปล่านะคะ”
“เจ้าก็รู้ว่าโกหกข้าไม่ได้ เจ้ากำลังจะหักหลังข้า”
“นาถ จำเป็น เพราะถ้าอาจารย์ได้เป็นใหญ่ นาถก็รู้ว่าอาจารย์จะถีบหัวนาถส่งแน่ๆ ถ้าอาจารย์มีวิชาที่ชนะได้ทั้งโลกก็คงไม่สอนใคร อยากจะเป็นใหญ่คนเดียว หรือไม่จริง”
โยคีโกรธซัดพลังใส่นาถสุดากระเด็นออกจาก
บ้านไป กลางสนาม แล้วตามไปซ้ำ หญิงสาวลุกขึ้นสู้สุดชีวิต คนในบ้านตกใจออกมามุ่งดู สุดท้ายศิษย์ก็สู้อาจารย์ไม่ได้ นาถสุดาจนมุม ดุลยศักดิ์ออกมาขวาง โยคีจึงชะงักฝ่ามือที่กำลังจะซัดใส่ นาถสุดารับออกตัวว่าซ้อมการต่อสู้กับอาจารย์ ดุลยศักดิ์โวย ดูสภาพแล้วเกรงจะมีข่าวว่าโดนผัวซ้อมก่อนงานหมั้นมากกว่า โยคีเหน็บ
“ก็เห็นว่าไม่ได้ซ้อมมานาน เผื่อว่าจะมีเหตุ ฉุกเฉินใดๆ”
“จะซ้อมก็ไปซ้อมที่อื่น อย่ามาวุ่นวายในบ้านฉัน แล้วก็ให้รู้เวล่ำเวลา รู้กาลเทศะบ้าง”
ดุลย ศักดิ์ไล่คนอื่นกลับไปทำงาน โยคีกระซิบนาถสุดา ตนเห็นว่าเธอยังเป็นศิษย์คนเดียวจึงไว้ชีวิต ตราบใดที่เธอไม่มาเป็นอุปสรรค...โยคีเดินจากไป นาถสุดาโล่งใจที่รอดชีวิต
ระหว่าง ที่วงทองอยู่บ้านกับนิ่มนวลสองคน นิ่มนวลดูแลทำความสะอาดเครื่องเพชรให้วงทอง เห็นแหวนเพชรสวยถูกใจหยิบขึ้นมาเชยชม วงทองเล่าให้ฟังด้วยความเอ็นดู
“นี่ เป็นแหวนที่พ่อตาธีขอป้าแต่งงานน่ะ ถ้าตาธีจะเป็นฝั่งเป็นฝาเมื่อไหร่ ป้าก็คงให้แหวนวงนี้ตาธีไปขอหมั้นเจ้าสาวนั่นแหละ” วงทองยังเอ่ยปากให้ยืมใส่ชุดไหนก็ได้ไปออกงาน
นิ่มนวลยิ้มกริ่มแอบ เก็บแหวนเพชรไว้ ในใจคิดแผนอะไรบางอย่าง หลังจากนั้น นิ่มนวลกับวงทองตามมาเยี่ยมธิดารัตน์ กมลายังโวยวายจะเอาคนชื่อพงษ์เข้าคุกให้ได้ โทษฐานล่อลวงลูกตัวเองไปสถานที่มั่วสุม พันธ์พงษ์ปรามภรรยา ลูกเพิ่งจะอาการดีขึ้น กมลาจะแว้ดใส่ วงทองต้องช่วยปรามอีกคน นิ่มนวลถือโอกาสขอตัวออกไปซื้อของกินมาให้ธิดารัตน์
กมลาหันมาซบนิ่มนวล ช่างเอาอกเอาใจ น่าเสียดายถ้าไม่ได้มาเป็นน้องสะใภ้ วงทองถอนใจ คงต้องแล้วแต่ธีรธร กมลารวบรัดจะจัดการให้เอง...นิ่มนวลออกมาจากห้องธิดารัตน์ได้ก็เหลียวซ้ายแลขวา เอาแหวนเพชรที่ซ่อนมาสวมใส่ ยิ้มกระหยิ่มใจ
“ทีนี้ล่ะ...ฉันอยากเห็นหน้าแกจริงๆ นังไศลา”
ไศลากำลังพยายามเพ่งสมาธิให้ดวงตาที่สามเปิดออก แต่ก็ทำไม่ได้ เธอเครียดมากเพราะวันงานหมั้นจะทำอย่างไร นิ่มนวลถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา พูดจาถากถาง ว่าป่วยไม่ยอมหายเสียที ไศลาย้อนถาม นี่คือคำถามของคนมาเยี่ยมหรือ ดูเป็นมิตรจริงๆ เผอิญเลือดกำเดาไศลาไหล นิ่มนวลหยิบทิชชูส่งให้ กระดกนิ้วให้เห็นแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้าย แล้วกล่าวเยาะๆ
“เธอคงสงสัยล่ะสิ นี่เป็นแหวนเพชรที่พ่อพี่ธีขอคุณแม่แต่งงาน เธอก็คงเข้าใจนะว่ามันสำคัญขนาดไหน ซึ่ง...ตั้งแต่เธอไม่อยู่บ้านเราก็หมั้นกันเงียบๆ ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไร ฉันพูดแบบนี้หวังว่าเธอคงเข้าใจนะ”
“งั้นฉันก็ควรยินดีด้วยสินะคะ ดีค่ะ ยินดีด้วยค่ะ” ไศลาสะกดความปวดร้าวไว้
“ขอบใจนะ เรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว เธอก็คงเข้าใจใช่ไหมว่าของใครเป็นของใคร”
“ที่คุณมาที่นี่ คงเพื่อมาบอกเรื่องนี้กับฉันมากกว่าตั้งใจมาเยี่ยมใช่ไหมคะ”
“ก็แล้วแต่เธอจะคิดก็แล้วกันนะ แต่ก็ขอให้หายไวๆ...ถ้าเจอพี่ธีก็ฝากบอกด้วยนะ ว่าคุณแม่บอกให้ไปพบ”
ไศลาขอบคุณและรับปาก ทั้งที่ในใจอัดอั้นจนทำอะไรไม่ถูก...นิ่มนวลกลับออกมา ถอดแหวนเก็บใส่กระเป๋า ไศลาพยายามสลัดความรู้สึกที่มีต่อธีรธร เขาให้เลือด ทำให้ตนต้องกลายเป็นคนธรรมดาแบบนี้ เขาช่างใจร้ายจริงๆ ไศลาเริ่มคิดว่าตนโง่ที่โดนธีรธรหลอก พลัน อรชรเปิดประตูเข้ามา ในเวลาแบบนี้ไศลาดีใจเพราะอยากให้ใครซักคนเข้าใจ แต่อรชรกลับโพล่งขึ้น
“เมื่อไหร่จะตายซักที...ฉันมาเยี่ยมพงษ์ พี่ไศยังไม่ได้ฆ่าพงษ์ไปอีกคนใช่ไหมล่ะ”
“อรทำไมพูดแบบนั้นล่ะ เราก็เหลือกันอยู่แค่สาม คนนะ”
“อรแค่พูดอย่างที่ตัวเองคิด” ไศลาน้ำตาปริ่มอรชรเข้าเรื่อง “พี่ไศ อรขอถามอะไรหน่อยได้ไหม อรไม่อยากให้พี่โกหก”
“พี่ไม่เคยโกหกอรนะ”
“เหรอ...พี่ไศบอกอรทุกครั้งว่าจะไปจากพี่ชิต แล้วพี่ไศก็ไม่เคยทำ”
ไศลาจะอธิบายแต่อรชรไม่ฟัง เธอขอถามความจริงอีกเรื่อง และต้องการคำตอบ ไศลายินดีถ้ามันทำให้เธอหายโกรธ อรชรถามหาตำราหน้าสุดท้าย ไศลานิ่วหน้าที่น้องสาวเป็นไปกับเขาอีกคน ตอบไปว่าตนไม่รู้ อรชรไม่เชื่อร้องกรี๊ดๆ โผนเข้าบีบคอพี่สาว
“อรเกลียดพี่ไศ อรอยากให้พี่ไศตายไปซะให้พ้นๆ พี่ไศชอบบอกว่าทำเพื่อคนอื่น แต่สุดท้ายพี่ไศก็ทำเพื่อตัวเองคนเดียว อรเกลียดๆๆๆๆ”
ธีรธรเดินลังเลอยู่หน้าห้อง ใจอยากเข้าไปหา นึกถึงคำพูดของไศลาที่บอกว่าเลือกชูชิต จะเดินกลับแต่ตัดใจไม่ได้ ตัดสินใจเปิดประตูเข้ามา ต้องตะลึงเมื่อเห็นอรชรคร่อมบนตัวไศลากำลังบีบคอ อยากให้เธอตายเพื่อชูชิตจะได้รักตัวคนเดียว เขาถลาเข้าดึงอรชรออก ไศลาแทบขาดใจสำลักหน้าแดง ธีรธรต่อว่าไม่รู้หรือว่าไศลาบาดเจ็บอยู่ อรชรกลับกราดเกรี้ยว
“ก็ฉันอยากให้มันตายๆไปซะน่ะสิ”
“ผมเป็นตำรวจ ผมจับคุณข้อหาเจตนาฆ่าได้นะ”
อรชรชะงัก ชักเริ่มกลัวจึงสะบัดหน้ากลับออกไปแต่ยังอาฆาตไว้ว่าไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ไศลาน้ำตาไหลพราก ถ้าพ่อแม่รู้คงเสียใจมากที่ตนดูแลน้องๆไม่ดี ธีรธรกอดปลอบ ไศลานึกถึงแหวนในนิ้วนางซ้ายของนิ่มนวลก็ผละตัวออก บอกให้เขากลับไปดูแลนิ่มนวล ธีรธรน้อยใจ
“จริงๆมันไม่ใช่เรื่องของนิ่มนวลหรอกผมว่า...เพราะแฟนเก่าคุณมากกว่า”
ไศลาอ่อนใจแล้วแต่เขาจะคิด ธีรธรยิ่งเสียใจเข้าใจไปว่าเธอพูดความจริง ไศลาทำใจสักพักก่อนจะพูดเรื่องงาน “วันอาทิตย์ที่จะถึง จะเป็นงานหมั้นของชิตกับนาถสุดา ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นมาบังหน้า เพื่อให้นายดุลยศักดิ์ส่งของให้คนค้ายารายใหญ่...ฉันคงหายทันพอดี”
“ผมไม่ให้คุณมาเสี่ยงกับเรื่องนี้อีกแล้ว”
“ฉันรู้ว่าคุณไม่อยากทำงานกับฉัน แต่ช่วยแยกงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันด้วยค่ะ”
ธีรธรอึดอัดใจจนบอกไม่ถูก ไม่รู้จะเถียงอย่างไร จึงเดินจากไป ต่างคนต่างเจ็บปวดไม่แพ้กัน ไศลานั่งน้ำตาไหลอย่างฉุดไม่อยู่
อรชรหงุดหงิดเข้ามาเยี่ยมสุทธิพงษ์ เขากำลังจัดช่อดอกไม้จะเอาไปให้ธิดารัตน์ อรชรนึกได้ว่าน้องอยู่โรงพยาบาลเดียวกับไศลา จึงขอให้ช่วยค้นหาตำราจากไศลาให้ที สุทธิพงษ์ไม่เอาด้วย อรชรเอายามาล่อ เขากลับบอกว่า เลิกเด็ดขาดแล้ว อรชรโกรธหาว่าถูกไศลาล้างสมอง
“พี่ไศไม่เคยมาพูดอะไรเลย แต่พี่ไศทำให้เห็นต่างหากว่าพี่ไศปกป้องผม ต่างจากพี่ที่ปล่อยให้ผมนอนปางตายอยู่คนเดียว อีกอย่าง...สิ่งที่ผมทำเลวทั้งหมดมันไปลงกับคนที่ผมรัก กรรมมันมีจริงนะพี่อร อย่าไปยุ่งกับเรื่องพวกนั้นเลย”
อรชรไม่กลัว แม้น้องจะย้ำระวังกรรมจะไปลงกับคนที่รักคือชูชิต อรชรชักหวั่นแต่ต้องหาตำราไปให้โยคีศิลาดำ จึงบังคับให้น้องช่วยค้นหา สุทธิพงษ์รับปากกรายๆ...เขาจัดช่อดอกไม้เสร็จ เข็นรถเข็นตัวเองมาที่หน้าห้องธิดารัตน์ พันธ์พงษ์เปิดประตูออกมาพอดี จึงรีบเข็นรถหนี อรชรตามแอบดูสงสัย ย่องไปแง้มประตู เห็นธิดารัตน์นอนหลับอยู่ลำพังก็คิดอะไรบางอย่างได้
ooooooo
ด้านนาถสุดา เหมือนคนเสียสติ คุยกับศพเทพที่เริ่มจะเน่าเปื่อย เธอบอกเขาว่าจะไปหาอาจารย์ของไศลา เพื่อขอตำรามาชุบชีวิตให้เขา
คืนนี้ วงทองกับนิ่มนวลกลับบ้านกันสองคน ต้องตกใจเมื่อเจอชายชุดไอ้โม่งราว 4 คนเข้ามาล้อมพวกเธอไว้ นิ่มนวลขู่ว่านี่บ้านตำรวจ ถ้าไม่อยากเจอดีอย่ามายุ่ง ไอ้โม่งนายหนึ่งสวน
“ก็เพราะมีลูกชายเป็นตำรวจที่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นดีนัก ก็ต้องเจอแบบนี้แหละ” ว่าแล้วก็จู่โจมเข้าลากนิ่มนวลขึ้นไปข้างบน
วงทองเข้าช่วยจึงโดนไอ้โม่งอีกคนตบล้มคว่ำอีกสองคนรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย...นิ่มนวลร้องไห้ยกมือไหว้ขอร้องอย่าทำอะไรตน ไอ้โม่งถอดหมวกออกเผยให้เห็นหน้าตาว่าเขาคือชูชิต เขาคำรามใส่นิ่มนวลก่อนจะขืนใจเธอ
“...เรื่องเดียวที่ฉันถือก็คือการที่มันมายุ่งกับผู้หญิงของฉัน ดังนั้น ฝากไปบอกมันด้วยว่า...นี่คือสิ่งที่มันควรจะได้รับ เมื่อมันทำกับฉันแบบนั้น”
นิ่มนวลต่อสู้สุดแรงแต่ไม่อาจทัดทานได้...เวลาผ่านไป นิ่มนวลร้องไห้สะอึกสะอื้น ชูชิตลุกขึ้นแต่งตัวและขู่เธอว่า ถ้าคิดจะแจ้งความประจานตัวเองก็ตามใจแต่ไม่มีตำรวจหน้าไหนทำอะไรตนได้ ชูชิตจะเดินไป เท้าเขาเหยียบแหวนเพชรที่ตกจากกระเป๋านิ่มนวล เห็นสวยจึงเก็บไป
ธีรธรขับรถเข้ามาในบ้าน แปลกใจที่ไฟในบ้านมืดมิด ลูกน้องชูชิตรีบมารายงานว่ามีรถเข้ามา ทุกคนเตรียมหนีแต่ธีรธรโผล่มาเสียก่อน เกิดการต่อสู้กัน สมุนทั้งสามลงไปนอนน่วม ชูชิตชักปืนจ่อไปที่วงทอง ธีรธรต้องยอมวางปืน ชูชิตขู่ก่อนจะออกไป
“แกน่ะระวังตัวให้ดีเถอะ เที่ยวไปยุ่งเรื่องของคนอื่นนัก คราวหน้าไม่โดนแค่นี้แน่”
ธีรธรหันมาดูแม่ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า วงทองให้ไปดูนิ่มนวล แต่ธีรธรกลับคว้าปืนวิ่งตามชูชิตออกไป เกิดต่อสู้กันอีกรอบ ชูชิตเกือบพลาดท่าคว้าจอบฟาดหัวธีรธรจนมึน แถมย้ำ
“จำไว้ อย่ามายุ่งกับงานของฉันและคนของฉัน”
สมุนทั้งสามตามออกมาและหนีไปพร้อมชูชิต... วงทองขึ้นไปดูนิ่มนวลบนห้อง เธอโผเข้ากอดร้องไห้สะอึกสะอื้น วงทองรีบถามเป็นอะไรหรือเปล่า เธออายและสับสน
“ไม่เป็นอะไรค่ะ พอดีนิ่มหาที่ซ่อนทันค่ะ”
ธีรธรตามขึ้นมาเห็นทั้งสองปลอดภัยดีก็โล่งอก วงทองถามว่าพวกมันเป็นใคร ธีรธรส่ายหน้า วงทองว่าต้องเป็นพวกมีอิทธิพลที่เขาไปขวางทางแน่ๆ ถึงกล้าส่งคนมาทำร้าย และในบ้านก็ไม่มีของอะไรหาย ธีรธรเห็นท่าทีนิ่มนวลแปลกๆ แต่เธอยืนยันว่าไม่ได้เป็นอะไร
แม้จะเกิดเรื่องใหญ่ที่บ้าน ธีรธรยังกลับมาประชุมงานกับผู้การเสริมพงษ์และจ่านิดเพราะเขารู้ว่าเรื่องที่เกิด ขึ้นที่บ้านเป็นการขู่ให้ตนถอนตัวจากงานนี้ จ่านิดตกใจ
“นี่เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ผู้กองก็ยังจะมาทำงานอีกนะครับ ผมนึกว่าจะมาลงบันทึกประจำวันไว้ แล้วเอาคนไปคุ้มกันซะอีก”
“ได้ไง ผมนัดจ่ากับผู้การไว้แล้วว่าจะคุยเรื่องงานหมั้นวันอาทิตย์นี้ ผมเบี้ยวไม่ได้หรอก”
จ่านิดถามว่าจะจับกุมเลยไหม ธีรธรรู้สึกว่ามันอันตรายเพราะมีตัวประกันมาก แต่ผู้การกลับเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะลงมือ
ooooooo
คืนนั้นทั้งคืน นิ่มนวลนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นกับสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเอง พลันนึกถึงแหวนได้รีบค้นตามกระเป๋าเสื้อกางเกงก็ไม่มี เธอยิ่งเครียดกว่าเดิม
ในขณะที่ไศลาบุกไปหาโยคีศิลาดำที่บ้านดุลยศักดิ์ เพื่อทวงกล่องไม้โบราณคืน แต่เขาไม่รู้เรื่องและเริ่มสงสัยว่าในกล่องนั้นต้องมีตำราหน้าสุดท้ายอยู่ เกิดการต่อสู้กันขึ้น ไศลาไม่อาจสู้โยคีได้เพราะพลังและตาที่สามของเธอยังไม่กลับคืน ทำให้เธอบาดเจ็บมากขึ้นโชคดีที่ดุลยศักดิ์เข้ามาขวาง โวยโยคีว่าถ้าตนไม่มีคนทำงานให้ เขาต้องรับผิดชอบ โยคียังไม่อยากมีปัญหาด้วย จำต้องโอนอ่อนแต่ก็ไม่ค่อยพอใจ เข่นเขี้ยวถ้าตนได้ตำรามาเมื่อไหร่จะไม่อยู่ในอำนาจอีก
กลางดึก ไศลาฝันว่ามาที่กลางป่าริมน้ำตก พบอาจารย์ที่มอบกล่องไม้โบราณให้ ท่านบอกเป็นนัยๆ ว่ากล่องนั้นอยู่ที่ไหน ไศลาเห็นภาพซับซ้อนว่าอยู่ในห้องนาถสุดา ยิ่งแปลกใจเพราะเธอยังมาทวงถามกับตนอยู่เลย อาจารย์ติง
“คนเรามักจะไม่ค่อยรู้ว่ามีของมีค่าอยู่กับตัวเอง เหมือนกับที่เจ้าปล่อยมันหลุดมือไป”
“ของมีค่าที่หลุดมือไป...” ไศลานึกถึงธีรธร
“บางอย่างเราก็ไม่ได้อยากปล่อยไปนะคะ”
“เอาเถอะ...ไปตามกลับมาให้ทันเวลาก็แล้วกัน”
ไศลาข้องใจ เวลาอะไร อาจารย์บอกว่าแล้วเธอจะรู้เอง ไศลาแย้งว่าตนไม่มีพลังมากพอจะสู้กับใครแล้ว อาจารย์ให้เธอเอาตำรากลับมา แล้วจะรู้เองว่าควรทำอย่างไรต่อไป...ไศลาสะดุ้งตื่น มองไปรอบห้องนอน ลำดับความคิดว่าตัวเองมานอนที่นี่ได้อย่างไร เพราะตนสลบไปตอนโดนพลังของโยคีศิลาดำ ร่างกายยังรู้สึกระบม แต่ไศลาต้องพยายามลุกขึ้นไปเอาตำราคืนมา
ลงมาข้างล่าง พบดุลยศักดิ์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เขาพอใจมากที่ไศลาลุกขึ้นได้ จึงสั่งงานใหม่ ไศลาย้อนถามจะให้ส่งยาอีกหรือ เขาหัวเราะรู้ว่าเธอกลัวเหมือนคราวก่อน
“ไม่ได้กลัวค่ะ ฉันจะได้เตรียมรับมือ” ไศลาโต้ทำเข้มแข็ง
“ดี ฉันชอบ...คราวนี้เธอไม่ต้องเสี่ยงเท่าคราวก่อน ฉันแค่อยากให้เธอดูแลแขกคนสำคัญก็เท่านั้น”
ไศลารับคำแต่มองเขาด้วยความไม่ไว้ใจเท่าไหร่ ดุลยศักดิ์เองก็ยิ้มเจ้าเล่ห์...จากนั้นไศลาก็พาร่างที่ยังบอบช้ำนั่งแท็กซี่ไปยังโรงแรมที่พักของนาถสุดา เธอต้องใช้กระแสจิตหาว่าอยู่ไหน
ระหว่างนั้น นาถสุดากำลังคุยกับศพเทพซึ่งส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ว่าตนจะไปหาอาจารย์ของไศลาในป่า
เพื่อขอตำรามาชุบชีวิตเขาให้ได้ ไม่ว่าจะสูญเสียอะไรก็ตาม เธอยืนแต่งตัวหน้ากระจก เห็นกล่องไม้โบราณวางอยู่ก็หยิบมาจะเปิด แต่เปิดไม่ออก จึงหงุดหงิดปาทิ้งหน้ากระจก
ไศลาไปผิดที่สองสามแห่งกว่าจะเจอที่ที่แน่ใจว่าใช่ เธอมายืนหน้าห้อง เห็นรถเข็นทำความสะอาดของแม่บ้านมีพวงกุญแจห้อยอยู่ ก็แอบเอามาไข พอจะเอาคืนที่ แม่บ้านออกมาเห็นเธอต้องโกหกว่าพวงกุญแจหล่นจึงเก็บให้ แม่บ้านไม่ติดใจ
ทันทีที่ไศลาก้าวเข้าไปในห้อง แทบผงะเพราะกลิ่นที่คละคลุ้ง เห็นบนเตียงมีโลงแก้วเหมือนตู้เย็นใส่ศพเทพอยู่ เธอจำต้องกลั้นใจหากล่องไม้โบราณ พอเห็นว่าอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ไม่ทันจะหยิบต้องรีบหลบ เพราะนาถสุดากลับมาเอากระเป๋าที่ลืม เธอมองไปยังโต๊ะเครื่องแป้งรู้สึกแปลกใจหันไปคุยกับศพเทพ ขอบคุณที่จัดข้าวของเข้าที่เข้าทางให้ ไศลาอึ้งคิดว่านาถสุดาบ้าไป
แล้ว...เมื่อนาถสุดาออกไป ไศลาก็ออกจากที่ซ่อน มาหยิบกล่องไม้ หันมาพูดกับเทพ
“ฉันจะหาคนมาช่วยคุณทำพิธีให้มันเรียบร้อยนะ”
ไศลาค่อยๆย่องออกจากห้อง ต้องตะลึงเมื่อพบนาถสุดาดักรออยู่ เธอก้าวดันไศลากลับเข้าไปในห้องจนชนโลงศพเทพ ถามเยาะๆว่า ทำอะไรทิ้งไว้แล้วจะเปิดหนีไปง่ายๆหรือ ไศลางงเรื่องอะไร นาถสุดาแว้ดใส่ ยังมีหน้ามาถาม ไศลาแนะนำให้เธอไปหาหมอ
“นี่แกว่าฉันบ้าเหรอ ฉันไม่ได้บ้า แต่ถ้าแกเคยรักใครซักคนมากๆ แต่ฉันจะพูดไปทำไมล่ะ ในเมื่อคนใจโหดเหี้ยมอย่างแก คงไม่มีวันรู้จักความรัก นี่คงมาเพื่อจะเยาะเย้ยฉันล่ะสิ แต่ก็ดี...ฉันจะบอกต่อหน้าเทพตรงนี้เลยว่า ฉันจะเอาตำรามาช่วยเทพให้ได้ แล้วคนที่ตายก็ต้องเป็นแก แกต้องชดเชยด้วยชีวิตของแกเท่านั้น”
ไศลาปฏิเสธว่าตนไม่ได้ฆ่าเทพ แต่นาถสุดาไม่เชื่อและคิดว่าที่กลับมาอีกครั้งเพราะจะฆ่าตนด้วย นาถ-สุดาโผเข้าบีบคอไศลา บังคับให้บอกที่ซ่อนตำราหน้าสุดท้าย ไศลาบอกตนไม่รู้แต่นาถสุดาไม่เชื่อใช้พลังทำร้าย อำนาจจากกล่องไม้ที่ไศลาเก็บในกระเป๋าทำให้พลังสะท้อนกลับ
“นี่มันวิชาอะไรของแก แต่ไม่ว่าแกจะมีวิชาแค่ไหน ถ้าฉันหาตำราได้เมื่อไหร่ ฉันก็จะฆ่าแกให้ได้ด้วยมือของฉัน” นาถสุดาซัดพลังใส่ไศลาอีกครั้ง แต่มันสะท้อนกลับทำเธอกระเด็นไป
ไศลาฉวยโอกาสหนี ออกมาจนถึงหน้าโรงแรม คิดว่ารอดแล้ว กลับเจอโยคีศิลาดำ เขาหัวเราะ “ฉันคิดไม่ผิดที่สะกดรอยตามเธอมา...ในมือเจ้านั่นใช่ไหม กล่องเก็บตำราหน้าสุดท้าย”
ไศลาปฏิเสธแล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุน โยคีลอยมาขวางหน้าหัวเราะเยาะที่หนีคนอย่างตนเขาฟาดฝ่ามือใส่ หวังจะชิงกล่องไม้โบราณมา ไศลาไม่อาจสู้ได้ แต่ด้วยอำนาจกล่องไม้ถึงพาเธอรอดพ้นออกมาได้ ทำให้โยคียิ่งเข้าใจว่า ไศลาแอบฝึกตำราหน้าสุดท้ายแล้ว
ooooooo
ธิดารัตน์อาการดีขึ้น เธอนอนหลับอยู่ในห้องพักฟื้นลำพัง สุทธิพงษ์เข็นรถเข็นตัวเองเข้ามาเยี่ยม เขาวางดอกไม้ที่จัดช่อเองไว้ข้างๆเธอ มองใบหน้าเธอด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวเอ่ยปากทั้งที่ตายังหลับว่ากว่าจะมาเยี่ยมได้...ทำเอาสุทธิพงษ์ผงะตกใจ
แทนที่ธิดารัตน์จะต่อว่า กลับถามเขาบาดเจ็บตรงไหนบ้าง สุทธิพงษ์ซาบซึ้งแต่ก็รู้สึกตัวเองแย่ลงไปอีก เพราะเป็นตัวการทำให้เธอเป็นแบบนี้ แม้เธอจะปลอบว่า เธออยากไปเที่ยวด้วย อย่าโทษตัวเอง ต้องรับผิดชอบร่วมกัน...สุทธิพงษ์ใจชื้นขึ้น เขาช่วยป้อนข้าวให้ธิดารัตน์
กมลาเดินมากับพันธ์พงษ์ กำลังบ่นเรื่องกลัวเครื่องเพชรของวงทองที่อยู่ในบ้านหาย พันธ์พงษ์อ่อนใจถามภรรยาห่วงแม่หรือทรัพย์สินกันแน่ กมลาค้อนขวับ... พอเข้ามาในห้องเห็นสุทธิพงษ์กำลังเช็ดปากให้ธิดารัตน์ ก็โวยวายยกใหญ่ ธิดารัตน์พยายามบอกว่าสุทธิพงษ์เป็นเพื่อน
“พงษ์ อ๋อ ไอ้พงษ์คนนี้น่ะเหรอ ที่ละเมอเพ้อหาตลอดเนี่ย แกเองใช่มั้ยที่พาลูกสาวฉันหนีออกจากบ้านไปเที่ยวกลางคืน พาไปมั่วยามาเนี่ย ฉันอยากเจอแกมานานแล้ว ไอ้เด็กนรก” กมลาถลาเข้าทุบตี สุทธิพงษ์ได้แต่ปัดป้อง
ธิดารัตน์ร้องห้าม พันธ์พงษ์ลากภรรยาออกมาเตือนว่าเด็กยังบาดเจ็บ กมลาไม่ยอมจะแจ้งความจับเข้าตะราง ธิดารัตน์ให้สุทธิพงษ์กลับห้องไปก่อน เขาเข็นรถตัวเองออกไป กมลาตามด่า พันธ์พงษ์ต้องปรามให้เกรงใจคนอื่นในโรงพยาบาลบ้าง จึงยอมรามือ...สุทธิพงษ์เสียใจ รู้สึกว่าตัวเองแย่มากไม่คู่ควรกับธิดารัตน์เอาเสียเลย
ooooooo
ในขณะที่ไศลาวิ่งกระเซอะกระเซิงออกมาจากโรงแรม เธอคิดว่าต้องหาที่เก็บกล่องไม้โบราณใหม่เพราะถ้าเอาไว้กับตัวเองไม่ปลอดภัยแน่
ระหว่างนั้น ธีรธรจอดรถอยู่หน้าโรงพยาบาล ใจเขาพะวงถึงไศลา แต่พอมาที่ห้องพักเห็นชูชิตซึ่งหน้าตาบอบช้ำออกมาจากห้องไศลา เพราะพยาบาลบอกว่า เธอออกจากโรงพยาบาลไปตั้งแต่เมื่อคืน ธีรธรประจันหน้ากับชูชิต ต่างเห็นใบหน้าบอบช้ำของกันและกัน ทำให้ธีรธรเอะใจว่าคนร้ายเมื่อคืนอาจจะเป็นชูชิต
ธีรธรเลยมาที่ห้องธิดารัตน์ กมลาโวยวายเรื่องสุทธิพงษ์ให้เขาจัดการลากตัวเข้าคุก ธิดารัตน์แย้งเพื่อนตนไม่ผิด ยืนยันว่าตนเป็นคนให้เขาพาเที่ยวเพราะอยากรู้ว่าสถานที่แบบนั้นเป็นอย่างไร พันธ์พงษ์ดึงกมลาออกไปจากห้องเพื่อให้ลูกได้พักผ่อน ธิดารัตน์ขอร้องธีรธรอย่าจับสุทธิพงษ์ เขาบอกให้หลานสบายใจได้ ตนให้โอกาสคนเสมอ
ขณะที่ธีรธรผิดหวังไม่ได้พบไศลา เขาขับรถออกจากลานจอดรถโรงพยาบาล ทันใด ต้องเบรกกะทันหันเพราะไศลามายืนขวางหน้ารถ แล้วเธอก็เดินมาเปิดประตูเข้ามาในรถ
“ฉันรู้ว่าเราไม่ควรเจอกันบ่อยนัก แต่ฉันมีเรื่องให้คุณช่วย”
“นี่คุณไปทำอะไรมา ทำไมสภาพคุณเป็นแบบนี้”
ไศลาไม่ตอบ กลับขอร้องให้ธีรธรรับปากจะช่วย ชายหนุ่มตอบว่าตนยินดีช่วยทุกอย่าง ไม่เห็นต้องถาม ไศลามอบกล่องไม้โบราณให้เขาดูแลและรักษามันไว้เท่าชีวิตของเขา มีคนต้องการมันมาก ตนไม่ต้องการให้ใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน ขอให้เก็บเป็นความลับระหว่างเรา
ไศลาจะลงจากรถ ธีระธรคว้ามือไว้ “คุณขอผมตั้งเยอะ จะไม่มีข้อแลกเปลี่ยนให้บ้างเหรอ เดี๋ยววันอาทิตย์คุณก็ไปเสี่ยงอีก งานของเราจะมีวันพรุ่งนี้อีกแค่ไหนก็ไม่รู้ ผมขอคุณแค่อย่างเดียวเอง คุณจะให้ผมได้ไหม”
“อะไรคะ...”
“ผมขอความสุขจากคุณแค่...วันเดียวที่เราจะอยู่ด้วยกัน ไม่มีเรื่องคนอื่น แล้วพอหมดวัน ผมจะปล่อยคุณไปอยู่ในโลกของคุณที่มี...คนอื่น”
“แค่วันเดียว...แล้วฉันต้องทำอะไรบ้างคะ”
ธีรธรดีใจที่ไศลารับปาก
ooooooo
ส่วนนาถสุดาเดินทางเข้าป่า สภาพเธอทรุดโทรมลง แต่ไม่ย่อท้อที่จะตามหาอาจารย์ของไศลา เธอร้องเรียกเมฆาไปทั่วป่า จนกระทั่งมาถึงริมน้ำตก เธอ ร้องเรียกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย นักพรตเมฆาปรากฏตัวขึ้นด้านหลังนาถสุดา เอ่ยถามมีธุระอะไรกับตน
นาถสุดาหันกลับมาเห็นถึงกับผงะ “ท่านคือเมฆา เคลื่อนไหวเบาดุจเมฆสินะ”
นักพรตไม่แปลกใจเพราะรู้ว่าเธอคงรู้มาจากโยคีศิลาดำ นาถสุดาไม่รอช้า ขอตำราหน้าสุดท้ายจากเขา หญิงสาวปฏิเสธ เธอมาเองเพราะมีความจำเป็นต้องใช้ ตำรานั่น นักพรตดักคอว่าความจำเป็นของเธอ ดูเหมือนจะเป็นความรัก เธอแปลกใจที่เขารู้ นักพรตตอบยิ้มๆ ว่า เธอแสดงออกทางแววตาและพลังที่ส่งออกมา นาถสุดาจึงยอมรับว่าจะชุบชีวิตคนรัก
“เจ้ามีความตั้งใจจะฝืนกฎธรรมชาติงั้นหรือ”
“ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายกับใคร แต่ใครขวาง ฉันก็ไม่ไว้ชีวิตเหมือนกัน”
“เจ้ายอมให้คนอื่นสังเวยชีวิตเพื่อคนรักของเจ้า... งั้นเจ้าอาจต้องใช้ชีวิตข้าเป็นเครื่องบรรณาการนั้นด้วย เพราะข้าไม่ยอมให้ตำรานั้นตกไปอยู่กับคนที่ใช้มันในทางที่ไม่ถูกหรอก”
นาถสุดาก็ไม่ยอม นักพรตจึงให้ฆ่าตนเสียก่อน ทั้งสองเริ่มต่อสู้กัน นักพรตหลอกให้นาถสุดาเข้าใจว่าเธอปล่อยพลังลูกไฟมาเผาตำรามอดไหม้ไปหมด เธอร้องไห้โฮ นักพรตกล่าว
“ทุกอย่างบนโลกนี้ เมื่อถึงเวลาของมัน มันต้องสลายไป ไม่มีอะไรอยู่ยืนยงหรอก”
นาถสุดาโวย “ท่านเอาตำราคืนมาเดี๋ยวนี้นะ เสกมันกลับมาสิ มีอำนาจวิเศษไม่ใช่เหรอ”
นักพรตพยายามบอกให้นาถสุดาเชื่อว่า ทุกอย่างไม่มีจริงเป็นแค่สิ่งสมมติ เธอไม่เข้าใจ
“ข้าอยากจะบอกเจ้าว่า คนรักของเจ้าน่ะ เขาหมดเวลาของเขา อย่าไปฝืนอะไรที่มันต้องเป็นไป สุดท้ายยังไงทุกอย่างก็ต้องสูญสลาย”
“ไม่ต้องธรรมะกับฉัน ฉันอยากได้ตำราคืน เอาอันใหม่มาสิ” นักพรตตอบว่าไม่มี นาถสุดาไม่เชื่อ “ไม่จริง ของมีค่าขนาดนี้ไหม้ไป ทำไมท่านไม่เดือดร้อนล่ะ มันต้องมีอีกใช่ไหม”
“ทุกอย่างไม่มีอยู่จริงอยู่แล้ว แค่สิ่งสมมติ ข้าไม่มีตำราที่เจ้าตามหาตั้งแต่แรก เจ้าคิดเองทั้งนั้นว่าข้ามี เจ้าคิดเองทั้งนั้นว่ากระดาษนั่นสำคัญ เจ้าคิดเองทั้งนั้นว่าสิ่งที่เจ้ากอดเจ้ายึดครองด้วยความรักมันยังมีตัวตน”
“ไม่มีตำรา แล้วมันอยู่ไหน” นาถสุดาเริ่มร้องไห้
“ข้าก็ไม่รู้ อาจารย์ของข้าไม่เคยบอกข้าแม้ซักคำ”
“แล้วที่ฉันเสียเวลามาที่นี่ล่ะ ที่เสียแรงสู้กับท่าน ฉันไม่ได้อะไรมาเลยได้ยังไง”
“เจ้าเข้ามาที่นี่ด้วยตัวเปล่า เจ้าก็ควรกลับออกไปด้วยตัวเปล่า” นักพรตเมฆขาวเลือนหายไป
นาถสุดาทรุดลงร้องไห้สะอึกสะอื้นกับความผิดหวังของตน...เธอซมซานกลับมาทิ้งตัวลงนอนข้างศพเทพที่โรงแรม ร้องไห้รำพันปลอบเทพอย่าท้อ ตนจะต้องหาตำรานั้นมาให้ได้
ooooooo
ธีรธรกับไศลานัดเจอกันที่สวนสาธารณะ ไศลาแต่งตัวสวยหวานจนธีรธรเอ่ยปากชม สองคนจูงมือกันเดินชมดอกไม้ ให้อาหารปลา ธีรธรเผลอเอาเข้าปาก ไศลาขำ ต่างฝ่ายต่างแอบมองเหมือนอยากจดจำกันไว้ ไศลาแปลกใจทำไมถึงพามาเที่ยวสถานที่แบบนี้ทั้งที่เป็นวันพิเศษ
“คุณไม่ชอบเหรอ ผมว่าดีกว่าเดินห้าง แล้วก็ดินเนอร์ร้านหรูๆ อีกนะ”
“ก็น่ารักดีค่ะ”
“เวลาผมมีเรื่องไม่สบายใจ ผมก็จะมาทำแบบนี้แหละ...แล้วเวลาคุณไม่สบายใจล่ะ คุณทำอะไร”
ไศลาย้อนถามอยากรู้จริงหรือ ธีรธรพยักหน้า หญิงสาวพาเขาซื้อกับข้าวมากมายมาบ้านตัวเอง ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าเธอรักบ้านและครอบครัวมาก ทั้งสองจูงมือกันเดินเข้าบ้าน...สองคนช่วยกันทำกับข้าวอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งนั่งร่วมโต๊ะอาหารพร้อมรับประทาน
“ผมไม่เคยเห็นคุณมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย คุณคงชอบทำสิ่งนี้มากสินะ”
“ตอนเด็กๆ แม่สอนฉันทำกับข้าว ทุกครั้งที่ฉันได้ทำกับข้าวให้น้องๆ กินพร้อมหน้า ฉันจะรู้สึกเหมือนมีแม่มาอยู่ด้วย”
ธีรธรขอชิมอาหาร แล้วเขาก็ชมว่า เธอไม่ควรไปทำอาชีพเสี่ยงๆ น่าจะเปิดร้านอาหาร
“จริงเหรอคะ คุณจะหุ้นกับฉันใช่ไหม”
“อย่าพูดเล่นนะ” ธีรธรหลงดีใจ หญิงสาวตอบทันควันว่า พูดเล่น
สองคนทานข้าวหยอกล้อกันอย่างมีความสุข...จาก นั้นทั้งสองก็มานั่งดูดาวที่ระเบียงบ้าน แต่ธีรธรกลับเอาแต่มองหน้าเธอ ไศลาบอกว่า เธอชอบดูดาวเพราะรู้สึกว่าได้สบตาพ่อกับแม่ พวกท่านคงมีความสุขอยู่บนนั้นกับน้องสาว ธีรธรโพล่งขึ้นว่า
“ใครได้เห็นคุณก็มีความสุขทั้งนั้นแหละ...รู้ไหมตอนที่คุณทำกับข้าว ผมคิดอะไรอยู่”
ไศลาเลิกคิ้วเชิงถาม ธีรธรตอบว่า ตนอยากเป็นผู้ช่วยเธอทำอาหารไปตลอดชีวิต และอยากกินอาหารฝีมือเธอคนเดียว หญิงสาวยิ้มเศร้าๆ เพราะมันคงเป็นได้แค่วันนี้ ธีรธรถอนใจ
“ครับ ผมรู้ โลกของความจริงมันน่าเศร้าตรงนั้นแหละ”
“พอผ่านวันนี้ไป เราก็ควรจะลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้น แล้วก็ต่างใช้ชีวิตนะคะ”
“ผมจะขอบคุณมากถ้าไม่ย้ำขนาดนั้น”
ไศลาขอตัวไปเอาน้ำมาให้ แต่ธีรธรดึงเธอเข้ามากอด ความอบอุ่นที่ไศลาได้รับ เธอไม่อาจปฏิเสธมันได้ เผลอกอดตอบ ธีรธรกระซิบข้างหู
“ถ้าพ่อแม่แล้วก็น้องสาวคุณมองอยู่ ผมอยากจะบอกว่า คุณอาจจะมองว่าคืนนี้เป็นความฝัน แต่สำหรับผม มันจริงที่สุดแล้ว ผมจะไม่มีวันลืมคืนนี้เลย” ธีรธรดันไศลาออกสบตาเธออย่างลึกซึ้ง บรรจงจูบเธออย่างอ่อนโยน เธอปล่อยใจไปกับความสุขที่ได้รับ
ไม่ทันไรไศลานึกถึงคำอาจารย์และแหวนที่นิ่มนวลอวด จึงรีบผละตัวออกบอกหมดเวลาเธอขอให้เขากลับไปก่อน เธอจะนอนค้างที่บ้านและย้ำอย่าลืมดูแลกล่องไม้นั่น พร้อมเมื่อไหร่จะไปขอคืน ธีรธรพยักหน้าเศร้าๆรู้ว่าหมดเวลาของความสุข ต่างปวดใจไม่แพ้กัน ไศลาตอกย้ำ
“ฉันขอร้องอีกอย่างนะคะ อย่าพูดถึงคืนนี้อีก ทำซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น ตกลงนะคะ”
ธีรธรไม่รับปากขับรถกลับไปเศร้าๆ เมื่อรถเขาลับตา ไศลาก็ปล่อยน้ำตาพรั่งพรูออกมา...ธีรธรเก็บกล่องไม้โบราณของไศลาไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ต เขากลับมาวางแผนงานที่สำนักงานกับจ่านิด และโทร.รายงานผู้การเสริมพงษ์
ไศลาไม่ได้นอนค้างที่บ้าน เธอกลับมาที่บ้านดุลยศักดิ์ เผอิญเขากำลังคุยโทรศัพท์จะทำอะไรสักอย่างที่ท่าเรือ แต่พอเห็นไศลาเขาก็วางสาย หันมามอบหมายงานและข้อมูลเกี่ยวกับมิสเตอร์ลีที่เธอต้องคอยดูแลในวันงานพรุ่งนี้
ooooooo
วันรุ่งขึ้น งานหมั้นจัดที่โรงแรมหรู ไศลาเสียบหูฟังเล็กๆเพื่อติดต่อกับตำรวจ เธอถือรูปมิสเตอร์ลียืนรอที่ล็อบบี้...ธีรธรกับจ่านิดอยู่ในรถตู้โอบี มองภาพจากกล้องวงจรปิดในรถ เพื่อดูความเรียบร้อยและสื่อสารกับไศลา จนกระทั่งเห็นดุลยศักดิ์เดินเข้ามาพร้อมโยคีศิลาดำ
นาถสุดาและชูชิตแต่งตัวอยู่ในห้องรับรอง ใจนาถสุดายังครุ่นคิดแต่จะเอาตำราจากไศลา จึงถามหาเธอกับชูชิต ชูชิตไม่พอใจกระซิบถ้าก่อเรื่องอะไรให้ไศลาเดือดร้อนอีกตนเอาตายแน่ ส่วนอรชรยืนปะปนกับแขกในงานด้วยสีหน้าโกรธขึ้ง คอยจับตามองไศลา และเธอก็แอบเห็นไศลาติดต่อกับตำรวจ จึงมั่นใจว่าพี่สาวต้องหักหลังชูชิตแน่
เมื่อไศลาเห็นมิสเตอร์ลีมาถึง เธอก็ให้คนไปแจ้งดุลยศักดิ์ เธอแอบพูดใส่ไมค์บอกธีรธรว่ามิสเตอร์ลีเข้าไปในงานแล้ว ธีรธรให้เธอยืนรอหน้าโรงแรมไม่ต้องกลับเข้าไปในงาน เกรงเธอจะได้รับอันตราย พลันอรชรกระชากอุปกรณ์ที่หูไศลาออกมาเหยียบจนพัง สัญญาณขาดหาย
“ฉันกะแล้วเชียว แกต้องเป็นสายให้ตำรวจแน่ แกมันไว้ใจไม่ได้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
ไศลาตกใจมาก อรชรจะเอาเรื่องไปฟ้องดุลยศักดิ์ ไศลาจำต้องทำให้อรชรสลบและจับขังไว้ในห้องน้ำ หาอะไรมาขัดประตูไม่ให้เธอออกมาได้ และคิดว่าเสร็จงานจะมาปล่อยเอง
ชูชิตกับนาถสุดาทำพิธีหมั้นสวมแหวน แต่กว่าจะสวมได้ นาถสุดาเหมือนคนเสียสติ เธอเห็นเทพมายืนมองจึงยื้อยุดมือไว้ ชูชิตต้องฝืนดึงมือเธอมาสวมจนได้... หลังจากเสร็จพิธี ชูชิตออกมาตามหาไศลา เจอที่หน้าโรงแรม ไศลาตกใจเกรงพวกธีรธรบุกเข้ามาแล้วเขาจะเห็น ชูชิตบอกไศลาว่าพิธีวันนี้เป็นหนึ่งในแผนงานไม่ใช่เรื่องจริง ไศลาไม่ได้สนใจฟัง จนกระทั่งเห็นธีรธรกับพวกเข้ามา เธอจำต้องดึงชูชิตมาจูบเพื่อไม่ให้หันไป ธีรธรตะลึงกับภาพบาดตา แต่เพราะหน้าที่เขาต้องบุกเข้าไปในงาน พอเข้ามาได้ยิ่งตกใจ เมื่อเห็นนักข่าวเต็มไปหมด
“มีคนส่งเมล์ไปแจ้งพวกเราว่า วันนี้จะมีการบุกจับผู้ค้ายารายใหญ่ที่นี่”
ธีรธรรีบถามจ่านิดว่าใครแจ้ง จ่านิดปฏิเสธ ทุกอย่างเป็นความลับ ธีรธรรู้สึกผิดปกติแต่ต้องดำเนินตามแผนเข้าจับกุม...ระหว่างนั้น ไศลาผละจากชูชิตมาได้ จะเข้ามาช่วยธีรธร แต่กลับเจอโยคีศิลาดำขวางหน้า เขาใช้พลังทำร้ายเธอเพื่อจะเอาตำราหน้าสุดท้าย ไศลาไม่อาจสู้ได้ เธอถูกบีบคอลอยขึ้นเหนือพื้นแทบขาดใจ
ด้านธีรธรกับทีมตำรวจ เข้าจับกุมมิสเตอร์ลี ขณะกำลังแลกเปลี่ยนของกันอยู่ นักข่าวถ่ายภาพกันพึ่บพั่บ
แต่พอเข้าตรวจสอบกลับกลายเป็นน้ำตาลทราย และมิสเตอร์ลีก็ไม่ใช่ตัวจริง ธีรธรถูกนักข่าวถ่ายภาพที่ทำงานพลาด
ดุลยศักดิ์ยืนหัวเราะอยู่ที่ท่าเรือหลังจากลูกน้องโทร.รายงาน “ฉันอยากจะเห็นหน้าไอ้พวกคนที่คิดว่าฉันโง่ แล้วคิดจะหักหลังซะจริงๆ โดยเฉพาะหน้าไอ้ผู้กองธีรธรนั่น”
ไม่ทันไร มิสเตอร์ลีตัวจริงก็ติดต่อเข้ามา ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนสินค้าลอตใหญ่กันอย่างง่ายดายที่ท่าเรือนั่น
ส่วนไศลาแทบขาดใจตายจากพลังของโยคีศิลาดำ แต่แล้วจู่ๆก็มีพลังมาสกัดกั้น ทำให้ไศลาหล่นมาไอสำลักอยู่กับพื้น คือนาถสุดานั่นเอง เธอมาช่วยเพราะต้องการตำราจากไศลาเช่นกัน ศิษย์กับอาจารย์จึงต่อสู้กันอีกครั้ง โยคีหัวเราะเยาะสองสาวว่าหน้าโง่ให้ดุลยศักดิ์หลอกใช้ สองสาวงงไม่รู้อะไรเลย โยคีจึงบอกว่างานนี้เป็นเพียงฉากแหกตาตำรวจ เพราะไม่มีการส่งยาที่นี่ เขาไปส่งยากันที่ท่าเรือ และเป็นการเผยให้เห็นคนที่หักหลังด้วย ไศลาตกตะลึงแอบหนีขณะที่ทั้งสองต่อสู้กัน แต่ไม่พบธีรธรและทีมตำรวจ ได้ยินแต่แขกคุยกัน จึงขอยืมมือถือโทร.หา
ธีรธรเดินหนีนักข่าวที่ตามสัมภาษณ์มาขึ้นรถ จ่านิดถามไม่รอไศลาหรือ เขากลับตวาดว่าอย่าเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนี้อีก เพราะเขาเชื่อว่าถูกเธอหลอก จ่านิดไม่อยากเชื่อ จนกระทั่งมือถือธีรธรดัง ตอนแรกเขาไม่ยอมรับ แต่พอรับแล้วรู้ว่าเป็นไศลา เขาก็ตะคอกเธอ
“หยุดพูดซักที แค่นี้เธอยังทำให้ฉันอายไม่พออีกรึไง สะใจเธอแล้วสินะที่ได้หลอกคนโง่ๆอย่างฉัน บอกเลยนะว่าไม่มีวันที่ฉันจะโง่เป็นครั้งที่สอง” ธีรธรวางสายทำเอาไศลางงมาก
ooooooo










