สมาชิก

กุหลาบไฟ

ตอนที่ 7

นาถสุดายังคงทุบตีเทพที่เขาคิดจะทิ้งเธอไปบวช ทำให้ทั้งสองไม่สนใจเสียงสั่นของมือถือที่โยคีศิลาดำเตือนเข้ามา...เมื่อติดต่อนาถสุดาไม่ได้ โยคีศิลาดำตัดสินใจตามเข้าไป ทั้งที่ภายในตึกยังเต็มไปด้วยหมอกควัน ในสายตาของโยคี

สมุนดุลยศักดิ์สี่คนที่เข้าไปในตึก เดินผ่านยามไปอย่างง่ายดาย เพราะห้อยบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนโยคี ยามมาขวางไม่ให้เข้า ด้วยความห่วงนาถสุดากับเทพโยคีจึงใช้มนต์สะกดยามให้กลับไปนั่งประจำที่ แล้วรีบตามคนเหล่านั้นเข้าไป

เทพพยายามอธิบายให้นาถสุดาสงบอารมณ์ฟัง ว่าพวกเราไม่มีทางเอาชนะดุลยศักดิ์ได้ นาถสุดาโต้ว่าพลังอำนาจของอาจารย์ตนต้านได้ เทพย้อน

“แต่คุณเพิ่งบอกให้ผมอนุญาตให้อาจารย์คุณขึ้นมา ไม่งั้นท่านก็เข้ามาไม่ได้อยู่เลย คนเก่งประสาอะไรแค่
เข้าตึกยังทำไม่ได้”

นาถสุดาโกรธที่มาว่าอาจารย์ตน เทพขอโทษแค่อยากให้มองมุมอื่นบ้าง เธอจึงบอกเขาว่าที่นี่มีมนต์ศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมอยู่ ถ้าเจ้าของไม่อนุญาต ท่านก็จะใช้พลังอำนาจไม่ได้...ระหว่างนั้น โยคีศิลาดำตามติดพวกสมุนดุลยศักดิ์ หมายจะใช้มนต์จัดการ พลังที่โยคีกำลังปล่อยออกไปเป็นลูกไฟพุ่งเข้าใส่กลุ่มสมุน แต่แล้วเกิดหมอกที่กำลังจางลงรวมตัวเป็นร่างนักพรตเมฆขาวมาขวาง

“เจ้าทำร้ายคนอื่นในที่ของเราไม่ได้”

โยคีศิลาดำตกตะลึง อุทานเรียก...พี่เมฆา นักพรตเอื้อนเอ่ย...ไม่ได้เจอกันนานเลยน้องศิลา แววตาทั้งสองคนรำลึกถึงอดีต...นักพรตเมฆขาวชมว่าฝีมือเก่งกาจขึ้นมาก

“พี่เมฆาก็เหมือนกัน”

“เจ้ายังนับถือข้าเป็นพี่อยู่อีกเหรอ” เห็นโยคีศิลาดำ เงียบ นักพรตจึงบอกให้ออกไปเสีย

“ข้ามาช่วยคนของข้า คนพวกนี้จะมาทำร้ายคนอื่นที่นี่ เจ้าควรอนุญาตให้ข้าจัดการมัน”

“การหยุดความชั่วด้วยความชั่ว มันไม่ใช่วิธีที่ถูกหรอก ข้าเคยบอกเจ้าแล้วไม่ใช่เหรอ”

“เจ้าก็ยังปล่อยให้คนตายไปต่อหน้าต่อตาสินะ”

“เราขัดกรรมของใครไม่ได้หรอกศิลา เขาทำอะไรไว้ก็ย่อมได้รับสิ่งนั้น”

“กรรมของมันก็คือข้านี่ไง” ว่าแล้วโยคีก็ปล่อยพลังใส่พวกมนุน พลังนั้นกลับย้อนใส่ตัว

“จงระวังจิตใจของเจ้า เพราะมันจะทำให้เจ้าควบคุมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ไม่ได้” นักพรตพูดจบ ร่างก็มลายหายไป
โยคีศิลาดำกระอักเลือดล้มลงจากพลังของตัวเอง เขาเจ็บใจมาก สมุนดุลยศักดิ์ได้ยินเสียงบางอย่างเดินมาดู เห็นรอยเลือดก็สงสัย ตามร่องรอยจนพบ จังหวะนั้น เทพเอ่ยปากอนุญาตกับนาถสุดา หมอกควันจางหายไปในสายตาของโยคีศิลาดำ เขารู้ทันทีว่าใช้พลังได้ จึงจัดการพวกสมุนได้ไม่ยาก เขามาถึงห้องเทพ นาถสุดาเปิดประตูรับ ตกใจ

“อาจารย์! ใครทำอาจารย์แบบนี้คะ”

“เจ้าโดนหักหลังแล้วล่ะ ไอ้ดุลยศักดิ์มันส่งคนสะกดรอยตามเจ้า”

นาถสุดาเจ็บใจแต่ข้องใจว่าใครที่เก่งกาจทำร้ายโยคีศิลาดำได้ โยคีตอบสั้นๆ ว่าตนทำตัวเอง แล้วหันไปถามเทพเกี่ยวข้องอะไรกับนักพรตเมฆขาว เทพไม่รู้เรื่องให้ไปถามไศลา โยคีจึงมั่นใจว่า ไศลาคือศิษย์ของเมฆา นาถสุดาแทรก ควรรีบออกไปจากที่นี่ก่อน ทั้งสองเห็นด้วย

ooooooo

ด้วยพลังเนตรอัคคีของไศลา รักษาขาของพันธ์-พงษ์ให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง ธิดารัตน์ออกมาเห็น ตื่นเต้นร้องเสียงดังลั่นบ้าน กมลาจะออกมาเอ็ด ธีรธรกับนิ่มนวลประคองวงทองตามออกมา ทุกคนเห็นพันธ์พงษ์ยืนได้ก็ตกใจ ธิดารัตน์ละลํ่าละลักบอกว่าพ่อเดินได้แล้ว

“คุณเป็นคนทำใช่ไหมไศลา” ธีรธรมองคนรักอย่างปลื้มใจ

ไศลายิ้มบางๆ พันธ์พงษ์ตอบแทนว่าใช่ กมลาทำหน้าไม่ถูกเพราะพูดจาเหยียดหยามสามีไว้มาก นิ่มนวลยิ่งหมั่นไส้ ธีรธรบอกทุกคนว่า

“ทีนี้ก็เห็นสักทีละนะว่าเรื่องที่ไศลาพูดมันไม่ใช่แค่บังเอิญ...”

“พอเถอะค่ะคุณธี พูดแบบนี้ไศวางตัวไม่ค่อยถูกว่าควรทำยังไงน่ะค่ะ”

“หนูไศลา อาไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่อาขอบคุณ” พันธ์พงษ์จะคุกเข่า

ไศลาดึงไว้ “คุณอาคะ...อย่าทำขนาดนี้เลยค่ะ ไศแค่ช่วยอะไรที่ไศพอช่วยได้เท่านั้น”

“แต่มันคือชีวิตของอาทั้งชีวิต ต่อไปนี้ ไม่ว่าหนูไศลา ต้องการอะไร อาจะหามันมาให้... แม้กระทั่งชีวิตของอาเอง อาก็จะให้”

“มันจะมากไปละมั้ง ตัวคุณน่ะมีครอบครัวต้องดูแล รู้ไหมว่ากี่ปีที่ฉันต้องแบกภาระของครอบครัวเพราะความพิการของคุณน่ะ พอหายขึ้นมาก็จะทิ้งลูกทิ้งเมียเอาชีวิตไปแลกกับคนอื่นรึไง” กมลาแหวขึ้นมา

“คนเรามันต้องรู้จักบุญคุณคน”

“บุญคุณอะไร คุณไปขอให้มันทำซะที่ไหนล่ะ”

“ทำไมคุณพูดแบบนี้ล่ะ” พันธ์พงษ์ผิดหวังกับความเห็นแก่ตัวของภรรยา

วงทองกลัวจะทะเลาะกันรีบแทรกขึ้นว่า เวลานี้น่าจะดีใจมากกว่า ไศลากับธีรธรเห็นด้วย นิ่มนวลจิกตาใส่ไศลาอย่างหมั่นไส้ ไศลาเห็นแต่ไม่อยากใส่ใจ ยิ่งทำให้นิ่มนวลเคียดแค้น

ธีรธรกับไศลาออกมาคุยกันสนามหน้าบ้าน ธีรธรยังชื่นชมเธอไม่หยุด และขอให้เธอสอนพลังจิตแก่เขาบ้าง เธอตอบว่าสอนไม่ได้  แต่ช่วยงานได้ ช่วยจับคนร้ายได้ ชายหนุ่มนิ่งไปสักครู่ก่อนจะตอบหนักแน่นว่า ตนไม่ยอมให้เธอมาเสี่ยงอันตรายด้วยแน่ๆ หญิงสาวโต้

“อันตรายหรือไม่ ฉันต้องเป็นคนตอบเองสิคะ ฉันอยากตอบแทนคุณแผ่นดินบ้าง”

“อีกอย่าง...ผมอยากให้คุณใช้สิ่งที่คุณมีในการรักษามากกว่าต่อสู้นะ”

“คุณดูถูกการต่อสู้ของฉันไม่ได้นะ ฉันมั่นใจว่าซัดคุณหมอบได้” ไศลาจู่โจมใส่ธีรธร แต่ด้วยความที่ใช้พลังในการรักษาพันธ์พงษ์ไปมาก จึงเกิดหน้ามืด ธีรธรเข้าประคองกอด

“นี่ไง เพราะแบบนี้ไง ผมถึงจะบอกว่าผมไม่ได้ว่าสู้ไม่เก่ง แต่ผมเป็นห่วงคุณ”

นิ่มนวลออกมาเห็นสองคนสบตากันอยู่ในอ้อมกอด แทบสะกดอารมณ์ไม่อยู่เข้ามาแทรกกลางจ้องไศลาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ สะบัดเสียงว่า วงทองให้มาตามธีรธร ไศลาจึงขอตัวแยกไป ธีรธรรู้สึกเซ็งจำยอมเดินเข้าบ้านใหญ่

ooooooo

ชักจะเริ่มไม่ไว้ใจนาถสุดา ดุลยศักดิ์เรียกเธอมากำชับให้ออกข่าวงานหมั้นโดยเร็ว เพราะวันนั้นจะเป็นวันส่งของครั้งใหญ่ ด้านโยคีศิลาดำพยายามใช้สมาธิรักษาอาการบาดเจ็บของตน

ในขณะที่ ไศลาเมื่อธีรธรไม่ยอมให้เข้าร่วมทำงานด้วย เธอจึงหาวิธีใหม่...วันต่อมา ธีรธรกำลังจะเข้าประชุมเขาโทร.หาไศลาเท่าไหร่ เธอก็ไม่รับสาย จึงเกิดความกังวลใจ พอเข้าประชุม  ผู้การเสริมพงษ์แจ้งข่าวสองเรื่องเรื่องแรกคือ มีคนชิงตัวเทพไปได้จากเซฟเฮาส์ ธีรธรตกใจไม่น่าเป็นไปได้ จ่านิดแจ้งว่า กล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ถูกทำลาย ไม่มีภาพใดปรากฏอยู่เลย

“เรื่องสำคัญตอนนี้คือ มีหนอนบ่อนไส้ และผมเชื่อว่า หนอนตัวนี้ต้องตัวใหญ่ไม่น้อย เวลาพวกคุณคิดจะทำอะไร ผมอยากให้รอบคอบกว่าเดิมให้มาก” ผู้การเสริมพงษ์เตือน

ธีรธรเป็นห่วงไศลามากขึ้น ขอกำลังคุ้มครองพยานที่เหลือคือไศลา ผู้การแทรก “อ้อ...มีอีกเรื่องนึง ผมรับอาสาสมัครมาทำคดียาเสพติดคนหนึ่ง ดูหน่วยก้านแล้วใช้ได้ทีเดียว ผมจะให้เขาช่วยพวกคุณในทุกคดีที่คุณถืออยู่”
“ผู้การแน่ใจได้ยังไงครับ ว่าไว้ใจได้” ธีรธรแย้ง

“ผมให้คุณเป็นคนพิจารณาเองก็แล้วกัน ว่าจะไว้ใจได้แค่ไหน...เชิญครับคุณ...”

ทุกคนตกตะลึง  เมื่อเห็นไศลาเดินเข้ามา ผู้การถามธีรธรว่าไว้ใจได้ไหม เขาค้านทันทีว่าไศลาเป็นพยานที่เหลืออยู่  มันจะเป็นอันตรายต่อเธอ ไศลาโต้ว่าตนสามารถเข้าถึงหัวหน้าใหญ่ได้ ผู้การเห็นจริง จ่านิดก็เห็นด้วย ไศลารับรองว่าตนดูแลตัวเองได้ และถ้าตนเป็นอะไรไป ตนบันทึกหลักฐานทุกอย่างไว้หมดแล้ว ไศลาวางกล้องวีดิโอลงบนโต๊ะ ธีรธรอึ้งเถียงไม่ออก

“เอาล่ะ ทีนี้ผมว่า...พวกคุณมุ่งเป้าไปที่ตัวการใหญ่เลย โดยเฉพาะคนในกรมตำรวจที่หนุนหลังให้พวกมันอยู่”  ผู้การเสริมพงษ์สรุป

ธีรธรรับคำ จ่านิดรีบบอกว่ามีสาวๆ สวยๆ มาทำงานด้วย ค่อยกระชุ่มกระชวย...ไศลาขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ ธีรธรดักดึงมือเธอกลับเข้าไปล็อกประตู ต่อว่าที่เธอทำแบบนี้

“คุณธีเคยได้ยินไหมคะ ว่าคนเราเกิดมาเพราะมีภารกิจหนึ่งที่ต้องทำให้สำเร็จก่อนที่จะตาย สำหรับไศ ไศคิดว่าภารกิจของไศคือทำให้สังคมนี้ดีขึ้น ไศมีความสุขที่ได้ทำค่ะ”

“คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังทำให้ผมเป็นห่วงคุณ”

“ก็เชื่อใจไศสิคะ คุณจะได้ไม่ต้องห่วง”

“นี่คุณรู้ทั้งรู้ แต่แกล้งเล่นตลกกับความรู้สึกผมใช่ไหมเนี่ย” ธีรธรดันไศลาชิดผนัง

“ฉันไม่เอาครอบครัว รวมถึงชีวิตตัวเองมาเสี่ยง เพื่อเล่นสนุกกับความรู้สึกหรอกค่ะ ปล่อยฉันเถอะ”

ธีรธรฮึดฮัดจะทำอย่างไรกับเธอดี ไศลาสวนแค่ปล่อยตน เขายิ่งไม่พอใจยื่นหน้ามาใกล้ ไศลาเขินต้องหลบตาอ้อมแอ้มบอกเขาว่า

“ใครมาเห็นเข้าจะไม่ดีนะคะ คุณจะเสียหาย”

“ผมไม่กลัว”

“แต่ฉันกลัว...”

“คุณต้องกลัวอะไร...”

“ใจตัวเอง...มันน่ากลัวกว่าทุกสิ่งแล้วล่ะค่ะคุณธี”

ธีรธรยังดื้อดึงไม่ยอมปล่อย ไศลาจึงเป็นฝ่ายใช้กำลังบิดข้อมือเขาจนร้องจ๊าก ปล่อยแต่โดยดี หญิงสาวยิ้มๆ เปิดประตูเดินออกมา ปรากฏว่าข้างนอกมีตำรวจชายหญิงหลายนายแอบฟังอยู่ ไศลาทำหน้าเจื่อนๆเดินหนีออกไป ธีรธรอายทำหน้าเข้มเอ็ดมาทำอะไรกัน แล้วไล่ไปทำงาน

กลับเข้ามาในห้องประชุม ไศลาขอให้ทางตำรวจตามหาตัวเทพโดยเร็ว ผู้การถามแล้วชูชิตเป็นตัวการที่จะสาวไปถึงนายใหญ่ได้ ธีรธรรีบเสนอตัวแต่ไศลาแย้งจะตามเอง

“มันเสี่ยงเกินไป คุณทำกับชูชิตขนาดนั้น  เขาไม่มีวันไว้ใจคุณอีกแล้ว”

“คุณธี...น้องสาวกับน้องชายของฉันอยู่กับชูชิต ถ้าฉันอยากได้ทุกอย่างคืนมา  ฉันว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง”

“แน่ใจว่าไม่ใช่เพราะยังรัก...” ธีรธรยั้งคำพูดไว้ เพราะผู้การเสริมพงษ์ปราม

ไศลาไม่ค่อยพอใจ ยืนยันจะพิสูจน์ให้เขาเห็นผู้การตัดบท “เอาล่ะ แผนการที่คุณคิดไว้เป็นยังไง คุณก็ปรึกษาจ่านิดหรือผู้กองได้เลย สองคนนี้พร้อมจัดทีมช่วยคุณเต็มที่ แต่วันนี้ผมขอตัวไปก่อน”

จ่านิดยิ้มกริ่มจัดอุปกรณ์ติดตามตัวให้ พร้อมกล้องปากกาและอาวุธที่ใช้ยามฉุกเฉิน แต่แล้วเขาก็อดถามไม่ได้ว่าเธอจะทำอย่างไรให้ชูชิตกลับมาไว้ใจ ไศลาตอบอย่างมั่นใจว่าตนรู้จักผู้ชายคนนี้ดีกว่าใคร จ่านิดขอร้องให้ปรึกษาธีรธรว่าจะทำอย่างไรบ้าง เพราะเขาเป็นห่วงเธอมาก

หญิงสาวพยักหน้ารับไปงั้นๆ

ooooooo

ตกดึก ไศลาออกมายืนมองฟ้า ขอพรให้พ่อแม่ช่วยเป็นกำลังใจในการทำงานครั้งนี้ ธีรธรตามออกมาต่อว่าที่เธอดื้อดึงเอาตัวไปเสี่ยง ถ้าเป็นอะไรไปตนจะทำอย่างไร ไศลาย้อนถามว่าเขาห่วงจะไม่มีพยานหรือห่วงตัวเธอ ชายหนุ่มสวน

“ไม่ใช่แค่ห่วง แต่หวงด้วย ผมไม่อยากให้คุณไปเจอชูชิตนั่น”

หัวใจไศลาพองโตรับปากว่าจะระวังตัว ธีรธรปลดปืนพกให้แก่เธอไว้ป้องกันตัว หญิงสาวปฏิเสธไม่คิดฆ่าใคร เขายื้อให้เธอรับไว้ แล้วจับหัวเธอทำท่าเป่ากระหม่อมแบบผู้ใหญ่เป่าให้เด็ก ไศลางง “นี่คุณทำอะไรน่ะ...”

“คุณไม่เคยได้ยินเหรอว่าคนเราน่ะจะมีเทวดานางฟ้าประจำตัวให้เราปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง...ผมให้คุณยืมเทวดาประจำตัวของผมชั่วคราว”

“อ้าว ฉันก็น่าจะมีนางฟ้าของฉันแล้วนี่”

“นางฟ้าตัวเล็กๆจะไปปกป้องอะไรได้มากมายเอาเทวดาของผมไป เทวดาผมฝึกมาดี...ฝากคุณไศลาด้วยนะคุณเทวดา” ธีรธรทำท่าพูดกับเทวดา ไศลาแอบขำแต่ปลื้ม

ห่างออกมา นิ่มนวลยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความเจ็บปวดน้ำตาคลอ ไม่เคยได้รับความอาทรแบบนั้นจากธีรธรบ้างเลย

รุ่งเช้า ไศลาเก็บของใส่เป้ รวบรวมอุปกรณ์ ป้องกันตัว ปืนพกรวมทั้งเครื่องติดตามตัวไว้ในกระเป๋าเล็กใส่ลงในเป้ นิ่มนวลเข้ามาถากถาง ไปคราวนี้คงไม่กลับมาอีก แล้วไม่คิดจะไปลาเจ้าของบ้านบ้างหรือ แถมย้ำถ้ายังไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับธีรธร จะหาว่าตนใจร้ายไม่ได้ ไศลาไม่อยากต่อปากต่อคำ วางมือเดินออกไปที่เรือนใหญ่ นิ่มนวลเคียดแค้น คว้าเป้ของไศลาโยนลงพื้น กระเป๋าที่ใส่ปืนและอุปกรณ์กระแทกพื้นเสียงดัง นิ่มนวลนึกได้ เปิดเป้หยิบกระเป๋าออกมา สีหน้าเหี้ยม หวังจะให้ไศลาไม่มีทางรอดกลับมาได้อีก

ไศลาไหว้ลาวงทองและพันธ์พงษ์ พันธ์พงษ์เป็นห่วงอยากไปช่วย แต่ไศลาขอไว้ ที่ผ่านมาเขาทำเพื่อแผ่นดินมากพอแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของเธอ กมลาออกมาเห็นแว้ดใส่อย่างไม่เกรงใจ หาว่าเป็นลูกหลานก็ไม่ใช่จะไปไหนทำไมต้องล่ำลา วงทองตัดบทถามไปพร้อมธีรธรหรือ ไม่วายกมลายังโวย ไม่เห็นจำเป็นที่ธีรธรต้องไปด้วย ไศลาบอกให้สบายใจว่า ตนไปคนเดียว วงทองกับพันธ์พงษ์อวยพรให้โชคดี

กลับมาเอาเป้ออกไป โดยที่ไศลาไม่ทันสังเกตว่ากระเป๋าเล็กใส่อุปกรณ์และปืนถูกนิ่มนวลเอาออกไปทิ้งขยะหน้าบ้าน...ออกมาสักพัก ไศลาโทร.นัดชูชิตมาพบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ขณะที่ธีรธรแต่งตัวตามมาที่เรือนใหญ่ จึงรู้ว่าไศลาไปแล้ว เขาไม่พอใจจะรีบตาม นิ่มนวลสุดทนสะบัดเสียงอะไรกันนักหนา ธีรธร...รอรถขยะที่มาจอดขวางประตูกว่าจะเคลื่อนรถออกมาได้ พอ มาถึงสำนักงานก็รีบถามจ่านิดถึงไศลาทันที จ่านิดทำหน้างง

“ทำไมผู้กองถามแบบนั้นล่ะครับ คุณไศเขาพัก ที่บ้านผู้กองนะครับ”

“แล้วถ้าผมหาเจอ ผมจะมาถามไหมล่ะ”

“ตราบใดคนสนิทที่สุดยังไม่รู้ ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะคร้าบ...”

“ถ้างั้นแย่แล้ว ไศลาหายออกไปจากบ้านตั้งแต่เช้าแล้ว”

ธีรธรเอะใจ ไศลาคงไปหาชูชิตโดยไม่บอกใคร จ่านิดให้ธีรธรตามสัญญาณเครื่องติดตามตัวไศลา ธีรธรรีบขับรถออกไป วอสั่งลูกน้องสกัดกั้นรถที่ต้องสงสัยด่วน สุดท้ายถึงได้รู้ว่าอุปกรณ์ทั้งหมดของไศลาอยู่ในรถขยะ เขายิ่งหวั่นใจ

“ทำไมคุณทำแบบนี้ หรือคุณ...จะตกอยู่ในอันตราย...”

ชูชิตตื่นเต้นที่ไศลาให้อภัย รี่มาพบเธอที่โรงแรมตามนัด ไศลาทำทีว่าคิดถึงเขา ตัดใจจากเขาไม่ได้ ชูชิตปราดเข้ากอดลูบไล้ ไศลาต้องหาทางออก

“อย่าเพิ่งเลยชิต ไศมีเรื่องอยากจะพูดกับชิตก่อน ไม่งั้นไศต้องไม่สบายใจแน่”

ชูชิตแปลกใจจะมีอะไรสำคัญอีก ไศลารีบบอกว่าตนรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างเขาแต่แรก ขอให้เขาให้โอกาสตนกลับมาเหมือนเดิม ชูชิตตื่นเต้นดีใจ ขอให้เธอไปพบเจ้านายใหญ่ เข้าทางของไศลา เธอรีบถามว่าเมื่อไหร่ ชายหนุ่มบอกว่า ตอนนี้เพราะนี่เป็นทางเดียวที่จะได้คบกันอีก

ขณะเดียวกัน อรชรนอนหลับฝันไปว่า ชูชิตกับไศลา กลับมามีสัมพันธ์ต่อกัน จึงคว้ามือถือมาโทร.จิกทันที ชูชิตไม่อยากให้ไศลารู้ว่าอรชรโทร.มา เลี่ยงไปคุยห่างๆ...ธีรธรสั่งจ่านิดตามหาตัวไศลาจนสายรายงานว่าอยู่ที่โรงแรม เขาหงุดหงิดตามไป ได้เห็นเธอกำลังขึ้นรถชูชิต

“คุณคิดจะทำอะไรของคุณกันแน่นะ ไศลา”

เห็นไศลาลงจากรถที่คฤหาสน์ของดุลยศักดิ์

ตระกองกอดไปกับชูชิต เขาแทบจะถลาออกไปดึงเธอกลับมา ใจหนึ่งจะเรียกกำลังเสริมมาช่วยก็เกรงไศลา ได้รับอันตราย จึงซุ่มดูลำพัง แต่พอเห็นสมุนดุลยศักดิ์ไม่เชื่อถือชูชิต ไม่ยอมให้พาไศลาเข้าไปข้างในจนจะมีเรื่องกัน ธีรธรนึกได้ว่าไศลาไม่มีปืนพกอาจสู้พวกมันไม่ได้จึงโผล่พรวดออกมา

“หยุดนะ นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทิ้งอาวุธให้หมด” ธีรธรจ่อปืนไปที่ชูชิต พวกสมุนจ่อปืนกลับ

พวกสมุนหาว่าชูชิตกับไศลาเป็นสายตำรวจ ชูชิตหน้าเสียถามไศลาว่าหักหลังตนหรือ ไศลาเกรงแผนจะล่มและห่วงธีรธรจะไม่ปลอดภัย จึงตอบว่าตนไม่รู้เรื่อง พวกสมุนว่าชูชิตโง่

“ใครกันแน่ที่โง่ ไม่เห็นเหรอมันมาคนเดียว พวกแกก็จัดการมันสิ” ชูชิตโวยกลับ

ธีรธรรีบออกตัวว่าไม่ได้มามีเรื่องกับใคร แค่ต้องการไศลาคืน ไศลาโต้ตนมาหาคนรัก คนเดียวที่ตนยอมให้เป็นเจ้าของคือชูชิต ธีรธรอึ้งว่าเธอกำลังจะทำอะไรกันแน่

ชูชิตเอาปืนยัดใส่มือไศลา “พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าคุณเป็นพวกเรานะไศ”

“ไศ...กลับไปกับผม คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนี้ คุณดีกว่าคนพวกนี้เยอะ”

ไศลาลำบากใจมาก เกรงแผนเสีย และเกรง

คนอื่นจะทำร้ายธีรธร มือเธอสั่นไม่กล้ายิง ชูชิตโมโหจับมือเธอเหนี่ยวไกเอง กระสุนพุ่งเข้าท้องธีรธรทรุดลงเลือดทะลัก ชูชิตดึงมือออกมาชูว่าไม่ได้ทำอะไร ไศลาหน้าเสียธีรธรมองไศลาด้วยความเสียใจจนหมดสติไป ชูชิตถามพวกสมุนเชื่อหรือยังว่าตนเป็นพวกไหน แล้วให้เอาธีรธรไปโยนทิ้งไกลๆ ไศลากลั้นน้ำตาเต็มกลืน

ooooooo

เมื่อเข้ามาเผชิญหน้ากับดุลยศักดิ์ ไศลาจ้องหน้าเขม็ง เขาถามทำไมเธอยอมมาเข้าพวก ไศลาตอบว่า ตนใช้เวลาที่ผ่านมาคิดดูแล้ว รู้ว่าขาดชูชิตไม่ได้จึงคิดจะทำทุกอย่างเพื่อเขา ดุลยศักดิ์ย้อนถามรู้เรื่องชูชิตต้องแต่งงานกับนาถสุดาหรือยัง ชูชิตแทรกขอยกเลิก กลับโดนตวาด

“หยุดเสนอความคิดเห็น ฉันไม่ได้ถามแก”

“ฉันเข้าใจดีว่าเรื่องงานก็คือเรื่องงาน  ฉันเชื่อใจชิต” ไศลาตอบหนักแน่น

“ก็ดี ฉันไม่อยากให้มามีปัญหากันทีหลัง แล้วเรื่องน้องสาวของเธอล่ะ ดูท่าคนนั้นคงจะไม่ยอมเธอง่ายๆหรอกมั้ง”

ชูชิตออกตัวว่าจัดการได้  ไศลาแกล้งแขวะดุลยศักดิ์ สนใจเรื่องส่วนตัวคนอื่นเหมือนกัน

“หึ...ถ้าพวกมันไม่เอาเรื่องมั่วพวกนี้มากระทบกับงานฉัน ฉันคงไม่สนใจ”

“เป็นเหตุผลที่ดี เรื่องน้องสาวฉันคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะฉันไม่ได้สนใจอยากจะเป็นผู้ช่วยของชิตนี่คะ ฉันสนใจจะเป็นผู้ช่วยของคุณมากกว่า”

“ฮ่าๆๆ เมียแกคนนี้มันน่าสนใจจริงๆ” ดุลยศักดิ์สะใจ แต่ชูชิตไม่พอใจคำพูดของไศลา

กลับออกมาชูชิตต่อว่าไศลา “คุณพูดแบบนั้นได้ยังไง ที่ว่าอยากเป็นผู้ช่วยนายผม”

“ก็จริงนี่คะ”

“คุณรู้ไหม ไอ้ดุลยศักดิ์มันเลวแค่ไหน”

“คงไม่ได้เลวไปกว่าคุณมากนักหรอกมั้งคะ”

“ไศ...คุณเปลี่ยนไปมากนะ”

“คุณก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกันค่ะ”

“คุณยังรักผมอยู่จริงๆรึเปล่า”

“คุณยังมียัยอรรออยู่ คุณไม่มีสิทธิ์ถามคำถามแบบนี้นะคะ” ชูชิตเถียงไม่ออก ไศลาตะล่อม “ฉันไม่อยากเข้าไปวุ่นวายที่บ้านของคุณให้ผิดใจกับยัยอรอีก คุณมียัยอรเป็นผู้ช่วยแล้วทั้งคน คุณไม่ควรจะทำให้น้องฉันเสียใจ”

“แต่ผมรักคุณ”

“ค่ะ...คุณจำไว้ว่าที่ฉันทำทุกอย่างไป เพราะฉันปรารถนาดีกับคุณและน้องๆของฉัน ฉันไม่ได้อยากมีปัญหากับใครทั้งนั้น” ไศลาขอให้ชูชิตไปดูแลอรชรที่โรงพยาบาล ตนขอแยกตรงนี้

จ่านิดโทร.หาธีรธร จึงรู้จากพลเมืองดีว่าเขาโดนยิงอยู่ข้างกองขยะ จ่านิดพาตัวส่งหมอโดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนยิง กระสุนเจาะทะลุหลัง หมอนพรัชเป็นห่วงอาการเพื่อน อยากรู้เกิดอะไรขึ้น

“ผมก็ไม่รู้ครับ รู้แต่ว่าผู้กองน่ะ ออกไปตามหาคุณไศลา แล้วผมโทร.ไปหาอีกทีก็เจอพลเมืองดีบอกมานี่แหละครับ”

“แล้วคุณไศล่ะ เจอไหม”

“ยังเลยครับ อยู่ๆก็หายไปเลย”

“คงต้องหวังว่า ไอ้ธีมันจะตื่นมาเล่าให้เราฟังได้นะ”

จ่านิดถอนใจ ควรจะบอกที่บ้านธีรธรไหม นพรัชเห็นว่าไม่ควร เกรงอาการวงทองจะทรุด

พอหลุดจากชูชิตมาได้ ไศลาก็โทร.หาจ่านิดถาม อาการธีรธรแล้วรีบตามไปที่โรงพยาบาลทันที...เธอวิ่งเข้ามาอย่างไม่สนใจใคร นพรัชเห็นหลังไวๆตามไม่ทัน เพราะติดคุยงานอยู่ ไศลาเข้ามาในห้องไอซียู มองธีรธร ที่นอนหมดสติ มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด น้ำตาเธอไหลรินพร่ำขอโทษเขา เธอนึกถึงคำพูดเมื่อคืน ที่เขาให้เทวดาของเขาแก่เธอ

“ฉันพาเทวดาประจำตัวของคุณมาคืน ต่อไปนี้เขาจะดูแลคุณให้ปลอดภัย คุณจะไม่ต้องมาเจ็บตัวเพราะฉันอีก”

ไศลาตั้งสมาธิปล่อยพลังรักษาธีรธร แผลที่ท้องของเขาเริ่มแห้ง แต่ที่ท้องของเธอกลับมีเลือดซึมออกมาแทน ตำแหน่งเดียวกับที่เขาโดนยิง ธีรธรคว้ามือไศลาเพ้อ อย่าทิ้งตนไป ไศลาจับมือเขามาจุมพิตเบาๆ รำพึงว่าเขาเป็นคนดี เทวดาจะคุ้มครอง

ooooooo

ชูชิตมาถึง อรชรกราดเกรี้ยวใส่ หาว่าทิ้งตนไปหาไศลา ชูชิตอยากจะปฏิเสธแต่ก็ระอาใจกับอารมณ์ของอรชร  จึงยอมรับว่าเพราะตนยังรักไศลา อรชรร้องไห้ฟูมฟาย ตนดูแลเขามาตลอด ทำไมไม่รักตนบ้าง ตนจะคุยกับไศลาให้รู้เรื่อง ชูชิตปรามให้พักผ่อน เธอจึงขอออกไปสูดอากาศ

เมื่อชีพจรและความดันของธีรธรกลับมาเป็นปกติ ไศลาก็สะโหลสะเหลออกมาจากห้องไอซียู นพรัชเห็นสภาพไศลาก็ตกใจเข้าอุ้มไปทำการรักษา อรชรออกมาเห็นรีบตามไปดู...

ไศลานอนไม่ได้สติ นพรัชทำแผลให้และฉีดยา เข้าสายน้ำเกลือ เขามึนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ... อรชรได้ยินพยาบาลคุยกันเรื่องยานอนหลับ อย่าฉีดเกินโดสแก่คนไข้จะเป็นอันตราย อรชรคิดแผนร้ายโดยไม่สำนึกว่าเป็นการทำร้ายพี่สาวแท้ๆของตัวเอง พอทุกคนออกจากห้อง

อรชรเข้ามาหยิบซีรินจ์ยานอนหลับฉีดเข้าสาย

น้ำเกลือไศลาถึงสี่หลอด “มันช่วยไม่ได้นะพี่ไศ ถ้าไม่มีพี่สักคน ชีวิตฉันก็คงจะดีกว่านี้ พี่ควรจะดีใจนะ ที่ได้เสียสละอะไรให้ฉันบ้าง”

อรชรกลับออกไปอย่างสะใจ ไม่ทันเห็นนิ้วมือ ไศลากระดิก คิ้วขมวดเล็กน้อยราวกำลังฝันร้าย...ระหว่างนั้น นพรัชมาตรวจอาการธีรธร เขาต้องตกตะลึงที่เห็น เพื่อนอาการดีขึ้นมาก ทั้งกราฟหัวใจและชีพจร เขามั่นใจว่าเป็นฝีมือไศลา ธีรธรค่อยๆรู้สึกตัว ถามว่าตนเป็นอะไร

“แกถูกยิง จำไม่ได้เหรอ”

“ถูกยิง...” ธีรธรครุ่นคิด นึกได้ว่าไศลาเป็นคนยิง

นพรัชไม่อยากเชื่อ ธีรธรย้อนถามทำไมไม่เชื่อ นพรัชเปรย “ฉันเองก็งง...แผลแกมันหายเร็วเกินมนุษย์...วิทยาศาสตร์ที่ฉันเรียนมามันอธิบายอะไรไม่ได้เลย...ไศลา...”

“ตอนนี้เขากลับไปหาแฟนเก่าเขาแล้ว”

“แกคิดแบบนั้นเหรอ”

“แกอย่าเข้าข้างเขานักเลยน่า ไม่มีใครรู้จักผู้หญิงคนนี้ดีซักคน”

“แกนอนพักเถอะ เดี๋ยวฉันต้องไปตรวจเคสอื่นต่ออีก อยากให้โทร.บอกใครที่บ้านไหม”

“อย่าเพิ่งดีกว่า ฉันไม่อยากวุ่นวาย เท่าที่ดูอาการแล้ว ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมล่ะ”

“ตอนนี้น่ะใช่ นอนพักละกันขาดเหลืออะไรโทร.หาฉัน” นพรัชยังงงๆไม่อยากบอกอะไร

ธีรธรครุ่นคิดไตร่ตรองสิ่งที่เกิดขึ้น...นพรัชกลับมาที่ห้องไศลา ต้องตกตะลึง เมื่อเห็นเตียงว่างเปล่าสาย

น้ำเกลือห้อยต่องแต่ง

“อ้าว! ไปไหนแล้ว นี่หายไปตั้งแต่แรกเลยเหรอเนี่ย น้ำเกลือไม่ลดลงไปเลย...คุณไศลา”

ooooooo

ดุลยศักดิ์เรียกนาถสุดามาถามไถ่เรื่องที่ให้สืบจากธีรธร ได้เรื่องถึงไหน เธอปัดว่ายังไม่ได้เจอกันอีกเลย ดุลยศักดิ์จึงบอกว่างานช้าเสียเวลา ไม่ต้อง

ทำแล้ว ตนได้ผู้ช่วยคนใหม่มาทำแทน นาถสุดารีบถามว่าใคร เพราะงานนี้มันไม่ง่ายเลย

“จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย แล้วสงสัยว่าเธอจะรู้จักดีด้วยสิ”

นาถสุดาเดาออกว่าเป็นไศลา แปลกใจที่ชูชิตเจรจาสำเร็จ จึงถามว่าเขาเชื่อใจไศลาขนาดนี้เชียวหรือดุลยศักดิ์ ย้อนกลับ ทำเอานาถสุดาหน้าชา

“แล้วที่ฉันมีอยู่ มันไว้ใจได้ขนาดไหน...หน้าที่ของเธอ คือคอยตามประกบไศลา ฉันอยากรู้ว่าเขาไว้ใจได้แค่ไหน”

นาถสุดาไม่พอใจ เข้ามาหาโยคีศิลาดำที่กำลังใช้พลังจิตรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองอยู่ เธอบอกเขาเรื่องไศลา โยคีเองก็ไม่อยากเชื่อ นาถสุดาข้องใจทำไมคิดอย่างนั้น

“ไศลาน่ะ มีมนต์ขาวล้อมรอบตัวอยู่ ไม่มีทางเป็นคนคิดเลวทำเลวไปได้”

“ทำไมล่ะคะ”

“ไม่งั้น...มนต์ขาวที่มันมีก็จะใช้งานไม่ได้น่ะสิ”

“แสดงว่าที่มันมา มันก็มีแผนอะไรสักอย่างใช่ไหมคะ”

“ใช่...ดูเหมือนทุกคนจะมีแผนการของตัวเองกันทั้งนั้นนะ”

“แผนของเราคือ...ทำเป็นเดินตามเกมของทุกคนใช่ไหมคะ”

โยคีเสริมปล่อยให้พวกมันฆ่ากันเอง แล้วพวกเราจะขึ้นเป็นใหญ่แทน โยคีศิลาดำหมายมั่นจะสืบว่าไศลาเกี่ยวข้องกับเมฆาอย่างไร สองศิษย์อาจารย์ต่างยิ้มเจ้าเล่ห์...

ทางลงบันไดหนีไฟ ไศลาเดินโซซัดโซเซมึนยา

มาตามทาง ชนเข้ากับใครคนหนึ่ง พอเงยหน้ามองเป็นโยคีศิลาดำมากับนาถสุดา เธอเยาะหยันสภาพของไศลา และว่ามารับน้องผู้ช่วยคนใหม่ของดุลยศักดิ์ โยคีศิลาดำจับแขนไศลา บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที ทั้งสองมาอยู่ที่นํ้าตกกลางป่า โยคียิ่งแน่ใจว่าเธอต้องเกี่ยวข้องกับเมฆา จิตใต้สำนึกถึงพาเขามาที่นี่ ไศลายังมึนงงถามว่าเขาต้องการอะไรจากตน โยคีใช้พลังเล่นงานไศลาจนล้มไปกองกับพื้น เธอต่อว่ารังแกคนที่อ่อนแอกว่า รู้ก็รู้ว่าตอนนี้ตนไม่อยู่ในสภาพสู้กับใครได้

“ไม่จริง ข้าไม่เชื่อ...หัวใจของเจ้าข้าขอเถอะ” โยคี ยื่นมือหมายทะลวงเอาหัวใจ

ไศลาจับมือเขายกขึ้น ดวงตาที่สามเธอเปิดออก โยคีถึงกับผงะ ต่อสู้ไปถามไปว่าเธอเกี่ยวข้องอะไรกับเมฆา ไศลาไม่ตอบแต่ต่อสู้ด้วยท่วงท่าปราดเปรียวต่างกับเมื่อครู่ พลัน...มีเสียงประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลประกาศเรียกตัวนายแพทย์นพรัชไปที่ห้องไอซียู สติไศลาขาดผึง โดนฝ่ามือกระอักเลือด ทั้งสองกลับมาอยู่ที่ทางหนีไฟโรงพยาบาลตามเดิม โยคีศิลาดำให้นาถสุดาเอาตัวไศลาไปที่รถก่อน เพราะมั่นใจว่าเกี่ยวข้องกับเมฆาแน่ๆ

ระหว่างที่ยืนนิ่งคิด อรชรโผล่ออกมาเห็นโยคีศิลาดำก็ตกใจจะวิ่งหนี เขายิ้มอย่างพอใจรวบตัวเธอไว้ อรชรด่าสาดเสียเทเสีย จึงโดนโยคีลวนลาม

“ดูเหมือนเจ้าจะไม่ต่างไปกว่าข้าซักเท่าไหร่นะ ข้าสัมผัสได้ถึงไฟแห่งความรักและความอิจฉาริษยาของเจ้า มันช่างรุนแรงกว่าทุกสิ่ง แบบนี้สิ เราถึงเหมาะสมกัน”

“ฉันไม่สนใจไอ้คนบ้าอย่างแกหรอก”

“คอยดูสิ แล้วเจ้าจะคิดถึงข้าในวันหนึ่ง” โยคีศิลาดำผละจากไป

อรชรเข่นเขี้ยว ไม่มีวันที่ตนจะคิดถึง มีแต่ความขยะแขยง...อรชรกลับมาที่ห้อง ชูชิตต่อว่าหายไปไหนมาตั้งนาน แล้วทำไมมีเลือดออกที่มุมปาก หญิงสาวตกใจแก้ตัวว่าหกล้มตอนออกไปเดินเล่น แล้วอ้อนให้เขาอยู่

เป็นเพื่อน ชายหนุ่มบอกด้วยอาการเย็นชาว่า ตนรอเธอนานแล้ว ต้องกลับไปทำงาน อรชรนํ้าตาคลอมองตัวเองในกระจก เช็ดเลือดที่มุมปากหวนคิดถึงไศลาในอดีตตอนที่ตัวเองยังเล็ก ล้มปากแตกวิ่งมาร้องไห้กับพี่สาว ไศลาปลอบและเป่าเพี้ยงให้หาย...อรชรหยิบหวีมาหวีผม ก็เห็นภาพวัยเด็กที่ไศลาหวีผมให้และชมว่าตนสวย ใครๆก็ชมกับเธอว่ามีน้องสาวสวย...ไม่เพียงเท่านั้น ภาพไศลาถูกครูตีโทษฐานขโมยของเพื่อนแทนตน ยังไม่ทำให้อรชรสำนึกในบุญคุณของพี่สาวได้เลย

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน จ่านิดมาเยี่ยมธีรธร ต้องทึ่งที่อาการเขาดีขึ้นมากจากเมื่อเช้าที่ส่งตัวมา ทั้งที่หมอบอกว่าเสียเลือดมาก อาการน่าเป็นห่วง นพรัชเองก็งง จ่านิดว่าธีรธรต้องมีเทวดาคุ้มครอง ทำให้เขาหวนคิดถึงไศลาแต่ปากแข็งว่าเป็นเรื่องไร้สาระ จ่านิดถามถึงมือปืนที่ยิงและสันนิษฐาน

“แต่ผมดูจากวิถีกระสุนแล้วเนี่ย ถ้าคนยิงตั้งใจยิง เขาก็หลบอวัยวะสำคัญนะครับ เขาอาจไม่ต้องการให้ผู้กองตาย หมอว่าไหมครับ”

นพรัชเออออไม่อยากพูดอะไรมาก จ่านิดถามถึงไศลาปลอดภัยดีไหม มาเยี่ยมหรือยัง ธีรธรตอบเสียงกร้าวคงไม่กล้ามา

“ทำไมไม่กล้ามาล่ะครับ คุณไศลายังโทร.ถามผมอยู่เลยว่าผู้กองอยู่ไหน เป็นยังไงบ้าง ผมก็นึกว่าคุณไศลาจะมาเยี่ยมแล้วซะอีก...ไม่มาเลยเหรอครับ”

“แล้วคุณไศลาของจ่า บอกไหมล่ะ ว่าเขาอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่”

“ไม่ได้บอกครับ แต่เสียงน่ะดูเป็นห่วงผู้กองมาก... เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับเนี่ย” จ่านิดชักงงที่ธีรธรไม่ตอบ นพรัชก็หลบตา

ธีรธรปัดว่าไม่มีอะไร นพรัชตัดบท ให้คนไข้ได้พัก เรื่องหนักๆไว้คุยทีหลัง จ่านิดอาสาเฝ้าไข้ นพรัชกลับเข้าห้องทำงานของตัวเอง ถอนใจเฮือก

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไศลา...คุณหายไปไหน คุณกลับมาบอกความจริงทุกคนสิ ว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น ผมรู้คุณไม่ใช่คนแบบนั้น”

ด้านดุลยศักดิ์ได้รับโทรศัพท์ยํ้าเรื่องงาน “ว่าไงครับ...ออเดอร์ใหญ่เหรอ...ไว้ใจได้ครับ...ไม่ต้องห่วง แน่นอนครับไม่มีพลาดแน่ๆ คุณก็รู้ว่าเส้นสายผมใหญ่ขนาดไหน...ได้เลยครับ สบายมาก...แล้วเจอกันครับ”

ดุลยศักดิ์วางสาย ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “คราวนี้จะได้รู้กันล่ะ ว่าเด็กใหม่อย่างนังไศลาไว้ใจได้รึเปล่า”...

ooooooo

กุหลาบไฟ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด