ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

‎พ่อไก่แจ้

SHARE
ตอนที่ 13

ที่หน้าบ้านมัทนี...นักข่าวมาออกันที่ประตูหน้าบ้าน มีเอกชเยศร์ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้วย

โหน่ง กับเหน่งอยู่กันสองคน พยายามช่วยกันบอกว่าไม่มีใครอยู่ กลับไปเถอะ แต่พอดีมัทนีขับรถกลับมาถึง ทั้งสองตกใจ คุณนายนั่งตั้งสติก่อนเปิดประตูรถลงไป มัทนีรีบตามไปเพื่อปกป้องแม่

นักข่าวกรูกันมายิงคำถามกันอย่างดุเดือด บางคนถามว่าเป็นประธานชมรมครอบครัวอบอุ่นแล้วจะจัดการสามีตัวเองอย่างไร บางคนถามว่า สอนสาวๆให้กำราบสามี แต่สามีตัวเองกลับคุมไม่ได้ ต่อไปจะสั่งสอนคนอื่นอย่างไร และบางคนสายตาสอดไปเห็นใบหย่าถามว่าของมัทนีใช่ไหม โชว์นักข่าวหน่อยได้ไหม และที่ถามแสบกว่าเพื่อนคือ

“สาเหตุการหย่าคืออะไรคะ สามีมีกิ๊กเหมือนสามีคุณแม่หรือเปล่า”

โหน่งกับเหน่งออกมารับหน้าปกป้องนาย ทั้งด่าทั้งไล่พวกนักข่าวและกันให้คุณนายกับมัทนีเดินเข้าบ้านไป

ทันใดนั้น แท็กซี่คันหนึ่งเข้ามาจอด หาญลงจากรถ นักข่าวกรูกันเข้าไปราวกับเจอเหยื่ออันโอชะ!

คนแรกยิงคำถามทันทีว่า รู้สึกยังไงครับที่กินเด็ก, ข่าวลือว่าคุณกับลูกเขยแลกเปลี่ยนกิ๊กกันไปมาจริงหรือเปล่า, และ “คุณจะหย่าไหมคะ ถ้าหย่าจะแบ่งทรัพย์สินกับคุณจำเนียรยังไงคะ”

“เฮ้ย!! คำถามนี่คิดมาดีแล้วหรือ พวกคุณเห็นครอบครัวผมเป็นอะไร” หาญโมโหมาก แหวกนักข่าวเดินเข้าบ้านไปเลย เอกชเยศร์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่แสยะยิ้มสะใจนัก!

ooooooo

คุณนายจำเนียรและมัทนีถามอย่างห่วงใยกันว่า โอเคไหม...

หาญตามเข้ามาจะขอโทษ แต่มัทนีเย็นชาและเดินหนี หาญตามตื๊อ...

“เดี๋ยวก่อนมัท ฟังพ่อสักนาทีนึง...มัท...ได้โปรดเถอะลูก” มัทนีเดินหนีขึ้นข้างบนอย่างไม่แยแส หาญจึงหันมาทางคุณนาย ก็ถูกเย็นชาและเดินหนีเช่นกัน หาญตามขึ้นไปที่ห้องนอน เห็นคุณนายนั่งอย่างสงบ มีสติ พร้อมที่จะเคลียร์ปัญหาให้จบ พอหาญเดินเข้าหา คุณนายถามน้ำเสียงราบเรียบๆว่า

“ที่พระหาย ที่ของของฉันหาย ฉันเข้าใจแล้ว” หาญขยับเข้าหา “ไม่ต้องเข้ามาใกล้ฉัน!! คืนนี้ฉันจะไปนอนโรงแรม เก็บของของคุณแล้วออกไปจากบ้านนี้ พรุ่งนี้ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก”

หาญผวาเข้ากอด พร่ำสารภาพผิดและขอโทษ ถูกคุณนายผลักไสก็ยิ่งกอดกระทั่งทรุดลงกอดขาอ้อนวอนยอมรับผิดให้อภัยตนด้วย ตนไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ ตนก็เหมือนผู้ชายที่คุณนายชอบด่าออกรายการ ก็น่าจะรู้

“จะบอกว่าไอ้การนอกใจ มันเป็นเรื่องปกติของเพศชาย ฉันต้องยอมรับและเข้าใจมันอย่างนั้นหรือ? ความดีความชั่วมันขึ้นอยู่กับเพศตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!! แล้วไอ้ที่คุณโกหกไหว้พระทำบุญ สร้างภาพว่าเป็นคนธรรมะธัมโมมาเป็นสิบๆปีมันก็เป็นเรื่องปกติของผู้ชายงั้นสิ!!”

หาญยืนยันว่าส่วนหนึ่งตนก็ธรรมะธัมโมจริงๆ คุณนายถามว่าโกหกเป็นไฟใส่ร้ายป้ายสี ขโมยของ นอกใจ ผิดศีลกี่ข้อ สั่งให้นับ หาญบอกว่านับไม่ถ้วน คุณนายสั่งให้พนมมือ หาญนั่งพนมมือแต้แล้วคุณนายก็อบรม

“จะผู้ชายผู้หญิงก็มีความอยากเหมือนกันทั้งนั้น แต่สิ่งที่ต่างกันคือความยับยั้งชั่งใจที่คุณเคยมี ปล่อยอารมณ์ความรู้สึกไปตามสัญชาตญาณ ไร้สามัญสำนึก ไร้ความรับผิดชอบ ไม่ต่างอะไรกับสัตว์”

“ก็ได้...ผมยอมรับว่าผมชั่วเอง ผมผิดทุกประตู”

“ฉันเคารพและให้เกียรติคุณ ยกย่องชื่นชมคุณในทุกวาระและโอกาส แต่คุณ...คุณใช้ความรักและไว้ใจของฉัน...ทำร้ายฉัน ฉันกลายเป็นอีบ้าโง่เง่าที่เที่ยวไปสั่งสอนครอบครัวคนอื่น โดยไม่รู้เลยว่าครอบครัวตัวเองเน่าเฟะยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...คุณทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง...ทำได้ยังไง...” คุณนายน้ำตาไหล เสียงแผ่วขาดหายไปกับเสียงสะอื้น

หาญเอามือลงมองคุณนายอึ้งเพราะไม่เคยเห็นคุณนายร้องไห้อย่างนี้ ขอร้องอย่าร้องไห้ ขอโทษและสัญญาสาบานว่าจะกลับตัวกลับใจ ขอโอกาสให้คนบาปกลับตัวกลับใจด้วยเถิด...

“ที่นี่ไม่มีอะไรจะให้คุณทำลายอีกแล้ว...ความรัก ความศรัทธา ความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่มีเหลือแล้ว คุณไปที่อื่นเถอะ ฉันไม่ต้องการมีคุณในชีวิตอีกแล้ว” คุณนายผลักหาญออกและลุกไป

“คุณจำเนียร...ไม่...ไม่ อย่าเลิกกับผม ผมไม่มีใคร

ญาติพี่น้องก็ไม่มี ทั้งชีวิตผมก็มีคุณกับลูก...สงสารผมเถอะ”

“นี่ใช่ไหมที่คุณห่วง คุณกลัวจะถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง คุณกลัวเหงา กลัวไม่มีคนห้อมล้อม แล้วที่ผ่านมาฉันอยู่กับอะไร! กี่คืนที่คุณทิ้งให้ฉันนอนคนเดียว!! กัมมุตตา วัตตีโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม เราคงทำกรรมกันมาแค่นี้ ต่อไปก็กรรมใครกรรมมันเถอะ”

คุณนายมองหาญอย่างไร้ตัวตน หาญอึ้ง มองคุณนายเดินออกไปด้วยดวงตาแห้งผาก...

ooooooo

หาญยื้อคุณนายจำเนียรไว้ ถูกมัทนีขวางขอให้ ปล่อยแม่ไปเถิด หาญขอให้มานั่งคุยหาทางออกกันดีๆ ตนยินดีไปขอโทษอาทิตย์แล้วขอให้เขากลับมา

“ปัญหาไม่ใช่เรื่องที่มัทเลิกกับนายอาทิตย์ แต่คือพ่อสิ่งที่พ่อทำ ทำให้สิ่งที่มัทมีมาตลอดคือความรัก ความนับถือ เชื่อมั่นศรัทธาในตัวพ่อมันถูกทำลายจนย่อยยับไม่มีชิ้นดีไปหมดแล้ว”

มัทนีเข้าไปพาแม่ออกไป หาญตามไปอ้อนวอนขอให้คุณนายอภัยให้ ตนจะพิสูจน์ให้เห็นว่าได้กลับใจแล้วจริงๆ คุณนายบอกให้ไปบวชเสีย หาญรีบรับคำ ถาม ว่ากี่พรรษา พอคุณนายบอกว่าตลอดชีวิต หาญอุทาน หา!

“ทำได้เมื่อไหร่ค่อยมาพูดกัน” พูดแล้วคุณนายเดินออกไป มัทนีรีบตาม หาญตามตื๊อ คุณนายหันมาพูดว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม จำไว้”

หาญไม่ยอมแพ้พยายามติดต่ออาทิตย์ให้ช่วยแต่ติดต่อไม่ได้เลย หาญจึงไปหาคุณนายลิ้นจี่ให้ช่วยตามหาอาทิตย์ให้ ถูกคุณนายลิ้นจี่ไล่ตะเพิด ถ้าไม่ออกไปจะเอากระปุกว่านชักมดลูกปา หาญเลยจำต้องถอยไปจ๋อยๆ

คุณนายกับมัทนีหนีหาญไปนอนที่โรงแรมก็ไปเจอเอกชเยศร์เข้าอีกจนได้ เอกชเยศร์ทำทีปรารถนาดีจะช่วยเหลือโดยเอาความเป็นสื่อมวลชนมาอวดอ้างว่า

“ผมเป็นสื่อใหญ่ เพาเวอร์เยอะ เส้นสายผมช่วยบิดเบือนข่าวของคุณป้าได้ ผมจะทำสกู๊ปเพื่อชี้นำสังคม ทำให้คุณป้าดูน่าสงสาร เห็นใจ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ภาพลักษณ์ของคุณป้าจะกลับมาดีเหมือนเดิม หรือดียิ่งกว่าเดิม คนไทยจะต้องรักคุณป้าอีกล้านเท่า ทั้งหมดนี้คุณป้าจะได้รับทันทีที่มัทยอมกลับมาเป็นแฟนผม”

การใช้สถานะสื่อมาแสวงประโยชน์อย่างไร้ยางอายของเอกชเยศร์ถูกทั้งคุณนายจำเนียรและมัทนีปฏิเสธ เขาก็ยังตามขู่ว่า “ถ้าไม่ตกลง ผมอาจจะโหมกระหน่ำให้ข่าวนี้ยิ่งบานปลายนะครับ” เลยถูกคุณนายด่าว่า

“เธอมันเป็นสื่อที่น่าสะอิดสะเอียนที่สุด...” แล้วชวนมัทนีเข้าไปด้านใน เมื่อเอกชเยศร์ทั้งคุยเขื่องและขู่ไม่ได้ผล เขาก็ด่าและดูถูกมัทนีว่าไม่แปลกใจเลยที่ถูกอาทิตย์ทิ้ง สมควรแล้ว พูดอาฆาตทิ้งท้ายก่อนหนีไปว่า

“คอยดู อยากเป็นศัตรูกับ บก.ใหญ่ ได้เจอดีแน่!!”

เมื่อหาญถูกทุกคนรังเกียจขับไล่ไสส่งก็ยิ่งว้าวุ่น แต่ยังดิ้นรนหาทางที่จะกลับไปสู่ครอบครัวให้ได้ พอดีมาเจอนรีกับลูกที่ร้านอาหาร หาญเข้าไปร้องไห้สะอึกสะอื้นอ้อนวอนนรี...

“ช่วยพูดกับป้าของหนูกับมัทนีให้ลุงที ลุงไม่อยากเสียครอบครัวไป ลุงผิดไปแล้ว...ลุงอยู่ไม่ได้...อยู่ไม่ได้จริงๆ”

ooooooo

รุ่งขึ้นเมื่อมัทนีกับคุณนายกลับบ้านพบพลอย เชอรีลมานั่งรออยู่แล้ว พลอยบอกมัทนีว่า ตนทราบข่าวอาทิตย์แล้วมีบางอย่างจำเป็นต้องบอกเธอ

พลอยเล่าว่า ตนแต่งงานได้ไม่ถึงเดือน สามีก็รถคว่ำจากไปอย่างกะทันหัน เวลานั้นตนเอาแต่ร้องไห้อยากตายตาม แต่ก็มีผู้ชายดีๆคนหนึ่งมาช่วยไว้ เขาดูแลให้กำลังใจทำทุกอย่างให้ตนเข้มแข็ง ตั้งแต่นั้นมาจนตอนนี้ก็หลายปีแล้ว เขาก็ยังดูแลตนอยู่อย่างสม่ำเสมอ

เล่าแล้วพลอยยื่นการ์ดแต่งงานของตนกับมิสเตอร์ทานิกาวะ โชโกะ ให้มัทนีดูบอกว่านี่คือแฟนตน ไม่ใช่อาทิตย์ พลอยเล่าว่า เพราะอาทิตย์เห็นตนกับคุณแม่ของเขาหัวใจสลายมาก่อน เขารู้ดีว่ามันเจ็บปวดทรมานใจมาก เขาเลยกลัวว่าถ้าเขารักใครมากๆแล้ว วันหนึ่งเธอคนนั้นต้องจากไปเหมือนอย่างตนกับแม่ของเขาเคยเจอ เขาคงทนไม่ได้ ชี้ให้เห็นว่า

“เพราะเขารักคุณมาก ความรักที่เขามีให้คุณมันมากกว่าความกลัวในใจเขา เขาเลยแต่งงานกับคุณและพยายามจะทะนุถนอมปกป้องคุณทุกวิถีทางทำให้คุณมีความสุขที่สมบูรณ์ที่สุด ส่วนตัวเองจะยังไงก็ได้ ใครจะตราหน้าว่าเป็นเพลย์บอย เป็นพ่อไก่แจ้ เป็นอะไรก็ยอมได้ แต่อย่างเดียวที่เขาจะไม่ยอมก็คือปล่อยให้คุณเสียใจ ถ้ารู้ความจริงเรื่องพ่อ” แล้วติงให้มัทนีได้มองตัวเองว่า “ที่ผ่านมาคุณเย็นชา ปิดใจ และไม่แสดงออกว่ารักเขาเลยหรือเปล่า ขอให้คุณรู้ว่าเขารักและเจ็บปวดมากกับเรื่องนี้ ถ้าคุณรักเขา คุณมัท...ดิฉันว่าถึงคราวที่คุณต้องทำอะไรเพื่ออาทิตย์นะ”

“ฉันคงทำอย่างที่คุณต้องการไม่ได้ ขอโทษด้วยนะคะ” มัทนียังทิฐิจนพลอยอึ้ง

พลอยยังไม่ทันกลับ นรีก็พาหาญมาที่บ้าน หาญรีบบอกว่าตนรู้ว่าอาทิตย์อยู่ที่ไหน ขอร้องคุณนายว่าขอให้ตนได้ทำดีชดเชยเพื่อลูกสักเรื่องเถิด ให้ช่วยพูดให้มัทนีไปตามอาทิตย์กลับมา สัญญาว่าเสร็จจากนี้แล้วตนจะไม่มากวนอีกเลย พอดีมัทนีออกมาส่งพลอย หาญพุ่งเข้าไปหามัทนีบอกว่าเวลานี้อาทิตย์อยู่เกาหลี ตนซื้อตั๋วเครื่องบินพร้อมแพ็กเกจที่พักไว้พร้อมแล้ว ให้รีบไปกับนรี ไปตามอาทิตย์กลับมา

นรีบอกว่าเวลานี้อเนกอยู่กับอาทิตย์ที่เกาหลี ถ้าเราไปตามต้องเจอแน่ พลอยช่วยพูดว่าถ้ารักอาทิตย์จะลังเลอะไรอีก แต่มัทนียังเป็นห่วงแม่ คุณนายพูดอย่างไว้ฟอร์ม ให้มัทนีไปเถิด เพราะไหนๆก็เสียค่าตั๋วแล้ว

เมื่อรู้ความจริงและเข้าใจอาทิตย์แล้ว มัทนีจะกลับไปเตรียมของ แต่เหลือเวลาเพียงห้านาที คุณนายบอกให้ไปอย่างนี้เลยแล้วไปหาซื้อเอาข้างหน้า พลางบอกนรีให้ส่งลูกมาตนจะดูให้ หาญรีบอาสาขับรถไปส่งที่สนามบินทุกอย่างวุ่นวายมาก

แล้วเรื่องก็ยิ่งวุ่นวายเมื่อเอกชเยศร์แทรกเข้ามา ขวางไม่ให้มัทนีไป พูดอย่างคนเห็นแก่ตัวว่าเมื่อตนไม่สมหวังเธอก็อย่าสมหวังเลย แต่ถูกคุณนายจำเนียรที่ถ่ายคลิปเขาที่ขู่จะใช้อิทธิพลของสื่อมาเล่นงานตนมาขู่คืน บอกว่าถ้าไม่เลิกขู่มัทนีจะเอาคลิปนี้ลงอินเตอร์เน็ตและส่งไปให้สมาคมผู้สื่อข่าว บก.ใหญ่อย่างเขาได้ตกงานแน่!!

เจอไม้ตายของคุณนายจำเนียร เอกชเยศร์ก็ซีดขอคลิปนั้น คุณนายบอกว่าให้คุกเข่าขอโทษตนก่อน ทีแรกเอกชเยศร์ก็ไม่ยอมแต่พอนึกถึงหายนะของตัวเองก็ย้อนกลับมาคุกเข่าไหว้ขอโทษขอให้ลบคลิปนั้นเสีย

“ไม่ลบ ฮ่ะๆๆ” คุณนายหัวเราะอย่างเป็นต่อแล้วผละไป เอกชเยศร์ยังคุกเข่าหน้าซีดคร่ำครวญอย่างน่าทุเรศ

ooooooo

มัทนีกับนรีไปถึงเกาหลีแล้ว แต่นรีติดต่ออเนกไม่ได้ จึงชวนมัทนีไปถ่ายรูปและช็อปปิ้งรอให้อเนกเปิดมือถือก่อน นรีพยายามสร้างบรรยากาศร่าเริง แต่มัทนีไม่มีแก่ใจเท่าไร

พวกอาทิตย์กำลังสนุกสนานกันที่ลานสกีในรีสอร์ต ทุกคนกลับไปสู่อารมณ์สมัยเรียนหนังสือที่เคยมาสนุกสนานกันที่นี่ ต่างสนุกเพลิดเพลินทั้งกับกีฬาที่ชอบ หญิงสาวที่เลือกและอาหารที่ติดใจจนแท่นบอกเพื่อนๆว่า

“ฉันดีใจจริงๆเว้ยที่พวกเรามีวันนี้ แก๊งพ่อไก่แจ้คืนชีพแล้วววว”

แม้อเนกจะคิดถึงลูก แต่ความรักเพื่อนเขาก็ทำใจสนุกกับเพื่อนๆเต็มที่ อาทิตย์พูดอย่างรู้ใจว่า

“พวกแกมาเที่ยวกับฉัน ฉันก็แฮปปี้สุดๆแล้ว ถ้าแกคิดถึงลูกเมียหากมีธุระอะไรโทร.กลับไปหาก็ได้นะเว้ย ฉันเข้าใจ”

“ไม่ได้...ไม่ได้ ห้ามโทร. เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่ใช้มือถือให้วุ่นวายเด็ดขาด” แท่นค้านเต็มที่

ระหว่างที่นรีกับมัทนีกำลังช็อปปิ้งรอเวลานั่นเอง ก็ได้รับโทรศัพท์จากอเนก เธอถามทันทีว่าตอนนี้อาทิตย์อยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ที่โซลทาวเวอร์ ก็พากันไปทันทีแต่พอไปถึงปรากฏว่าอาทิตย์หายไปแล้ว! ก๊วนไก่แจ้เชื่อว่าเขาต้องอยู่แถวนี้ ชวนไปตามหากัน จนได้รับข้อความจากอาทิตย์เข้ามือถืออเนกต่อว่าเพื่อนๆว่า “เพื่อนกันหักหลังกันได้ไงวะ”

ส่งข้อความแล้วอาทิตย์โยนมือถือทิ้งถังขยะไปเลย

มัทนีตัดสินใจวิ่งออกไปหมายตามหาอาทิตย์ให้เจอ แต่วิ่งหาไปจนทั่วบริเวณอาคารก็ไม่เห็นแม้เงาเขา

ooooooo

หลังจากอาทิตย์หายไป คุณนายลิ้นจี่มาหาคุณนายจำเนียรที่บ้านด้วยความเข้าใจเห็นใจหัวอกคน เป็นแม่เหมือนกัน ระหว่างนั้น  หาญเข้ามาลาเพื่อไปบวช ตามที่รับปากคุณนายจำเนียรไว้ คุณนายลิ้นจี่ถามว่า

“คุณยังคิดจะไปอีกเหรอ ลูกคุณมีปัญหา ภรรยาคุณก็มีปัญหา เวลาอย่างนี้ยังกล้าทิ้งคุณนายจำเนียรไว้คนเดียวอีกหรือ...”

“แล้วจะให้ผมทำยังไง ผมง้อทุกทางแล้วเขาไม่ให้อภัยผม”

“ถ้าอยู่ คุณยังมีหวัง แต่ถ้าไป คุณก็ไปตายได้เลย”

หาญครวญว่าคุณนายจำเนียรไม่ได้รักตนแล้ว คุณนายลิ้นจี่เลยสาธยายว่า

“พวกคุณอยู่ด้วยกันมายี่สิบสามสิบปี มันเกินคำว่ารักไปแล้ว มันเป็นความผูกพัน สิ่งที่คุณจำเนียรรู้สึก ไม่ใช่ไม่รัก แต่มันคือความผิดหวัง แล้วคุณทำอะไร ง้อสองวันเป็นพิธีให้ได้ชื่อว่าง้อ พอวันที่สามก็ช่างมันไม่หายงอนก็พอ เหนื่อย เบื่อ เซ็ง จบก็จบอย่างนั้นหรือ!! คุณง้อได้แค่นี้หรือ คุณพยายามเพื่อคนที่คุณบอกว่ารักมากได้แค่นี้เองใช่ไหม งั้นก็อย่าพูดว่ารักเลย ทุเรศ!”

“สรุปผมควรทำยังไง” หาญถามเสียงอ่อย

“ไปตาย!!” คุณนายลิ้นจี่พูดใส่หน้าแล้วเดินเข้าบ้านไปเลย

เมื่อคุณนายจำเนียรไปจัดรายการวิทยุ โดยเอาเรื่องในครอบครัวตัวเองไปคุยเป็นอุทาหรณ์ ระหว่างนั้นหาญฟังอยู่ข้างนอก เขายกป้ายชูให้คุณนายจำเนียรที่พูดอยู่ในห้องส่ง เปลี่ยนป้ายแล้วป้ายเล่า เช่น ผมรักคุณ, ผมจะไม่บวช, ไม่อยากให้ศาสนาเสื่อม, ผมหยุดรักคุณ ไม่ได้ และผมรักคุณ...ผมรักคุณ... ชูป้ายนี้อยู่อย่างนั้น จนคุณนายจำเนียรใจอ่อน ออกมาหา หาญยกมือไหว้บอก “ผมรักคุณนะคุณจำเนียร” คุณนายรับไหว้แทบไม่ทัน เมื่อหาญโผเข้ากอด คุณนายกอดตอบ ต่างรับรู้กันด้วยสัมผัสถึงการอภัยและความรักที่มีต่อกัน

ooooooo

เพื่อนๆช่วยกันตามหาอาทิตย์ก็ไร้วี่แวว มัทนีนั่งถอนใจจนนรีบอกว่าอย่าเพิ่งถอดใจ พอดีก๊วนไก่แจ้ วิ่งมา อเนกบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“นรีๆ ผมนึกออกแล้ว เกาะนามิ ไอ้อาทิตย์มันยังไม่เคยไป และมันก็อยากไป มันต้องไปที่นั่นแน่เลย”

โมกข์ชวนไปตามกันที่นั่น แท่นจะช่วยโพสต์ลงโซเชียลอีกแรงเผื่ออาทิตย์เห็น แท่นจะขอให้น้องพีอาร์ ช่วยส่งข่าวให้สื่อเกาหลี เผื่อคนไทยที่มาเที่ยวเห็นตัวอาทิตย์จะได้ติดต่อกลับมา แล้วทุกคนก็พามัทนีไปที่เกาะนามิอย่างมีความหวัง

ระหว่างนั่งเรือข้ามฟากไปเกาะนามิ มัทนีมองผู้คนในเรือ ภาวนาขอให้เจออาทิตย์ ส่วนแท่นกับโทนี่ ก็โพสต์โซเชียลไปตลอดทางด้วยข้อความที่กระแทกใจ เพื่อนรักว่า “อาทิตย์อยู่ไหน มัทนีรออยู่โว้ย” “ไอ้เพื่อนใจร้ายถ้าไม่ไปหามัทนีเลิกคบ!” และมีภาพอาทิตย์ขึ้นหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ของเกาหลีพร้อมข้อความภาษาไทย “มัทนีจะรออยู่ที่เกาะนามิ จนกว่าอาทิตย์จะมา”

ที่แนวต้นสนบนเกาะนามิ มัทนีนั่งร้องไห้เมื่อไม่มีวี่แววของอาทิตย์ อเนกปลอบใจว่าวันนี้อาทิตย์ไม่มาพรุ่งนี้เขาอาจมาก็ได้ นรีมาชวนกลับไปพักก่อนดีไหม พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่

“ขอบคุณนะคะ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ มัทไม่ทำอะไรโง่ๆบ้าๆหรอก แค่อยากนั่งพักเงียบๆคนเดียวน่ะค่ะ”

“ก็ได้...มัทเปิดมือถือไว้นะ มีอะไรโทร.หาพี่ตลอดนะ” นรีบอกแล้วพากันกลับ ให้มัทนีได้อยู่กับตัวเองเงียบๆที่นั่น

ooooooo

มัทนีนั่งอยู่ที่แนวต้นสนจนใกล้ค่ำ ผู้คนที่มาท่องเที่ยวทยอยกันกลับจนบางตา หิมะเริ่มโปรยปรายลงมา มัทนีนั่งนิ่งอยู่ในภวังค์แห่งการรอคอย จนไม่รู้ตัวว่ามีคนมานั่งข้างๆ...

“รอนานไหม” มัทนีขนลุกซู่จำได้ว่าคือเสียงของอาทิตย์! เขาถามอีกว่า “ตั้งใจจะรอไปถึงเมื่อไหร่”

“จนกว่าคุณจะมา” มัทนีตอบเสียงปีติ เขาถามว่าถ้าตนมาปีหน้า เธอบอกว่า “ก็จะรอ” อาทิตย์ลูบหัวแล้วดึงตัวไปกอดถามว่าทำไมต้องทำตัวปัญญาอ่อนอย่างนี้ด้วย มัทนีตอบเสียงตัดพ้อว่า “ก็อย่าหายไปไหนอีกสิ”

“ไม่ได้อยากหายไปเลย แต่ผมกลัวทำให้คุณมีความสุขไม่ได้ ผมกลัวคุณจะเสียใจเพราะผม ผมรักคุณนะ”

“รักกันก็ต้องอยู่ด้วยกัน สุขด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน ตายด้วยกัน” อาทิตย์ถามว่าถ้าตนตายก่อนล่ะ “ฉันก็จะ เสียใจที่คุณตาย แต่จะไม่เสียใจที่รักคุณ ความรักจะอยู่กับเราตลอดไป”
ทั้งสองต่างมองกันด้วยความซึ้งใจ แล้วหัวเราะออกมา

ด้วยความเข้าใจกัน

อาทิตย์เสนอให้แต่งงานกันอีกรอบไหม ครั้งแรกถือว่าซ้อม คราวนี้ตนอยากแต่งกับเธอจริงๆ โอเคไหม มัทนีไม่ทันตอบ พวกก๊วนไก่แจ้กับนรีก็โผล่จากที่ซุ่มเฮกันด้วยความดีใจ พอนรีรู้ว่าอาทิตย์จะแต่งงานกับมัทนีใหม่อีกรอบ ก็ร้องออกมาอย่างดีใจ...

“ไชโย...พ่อกับแม่มัทต้องดีใจแน่ๆ มัทยังไม่รู้ใช่ไหม คุณป้าให้อภัยคุณลุงแล้ว คืนดีกันแล้ว พวกท่านต้องดีใจมากที่มัทกับอาทิตย์ก็แฮปปี้เอนดิ้ง”

“เรากลับไปจัดงานแต่งงานใหม่ แล้วชวนพ่อกับแม่มัทแต่งใหม่อีกรอบพร้อมกับเราดีไหม” อาทิตย์เสนอ

มัทนีเห็นด้วย โมกข์กับอเนกขอแจมด้วยเพื่อรื้อฟื้นความรักสมัยโน้นกัน แท่นกับโทนี่ปรารภกันว่าแต่งงานมันดีจริงๆหรือ อาทิตย์ชวนว่า “อยากรู้พวกแกต้องลองเว้ย เลิกเป็นพ่อไก่แจ้ได้แล้ว” แล้วชวนมัทนี “เรามาทำให้ความรักของเราเป็นตำนานเถอะ” มัทนีถามว่ายังไงหรือ พลันอาทิตย์ก็ร้องนำขึ้นว่า

“อาทิตย์รักมัทนี...” มัทนีร้องตอบ “มัทนีรักอาทิตย์” นรีร้องต่อว่า “นรีรักอเนก” อเนกร้องตอบว่า “อเนกรักนรี” ส่วนโมกข์ร้องคนเดียวว่า “โมกข์รักปะการัง” แท่นกับโทนี่มองหน้ากันแล้วร้องขึ้นพร้อมกัน “ไม่-มี-คน-รัก...”

แล้วทุกคนก็หัวเราะกันอย่างมีความสุข...

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 12

หาญรีบไปที่ห้างโดยไม่รู้ว่าถูกคุณนายและมัทนีสะกดรอยมา

ระหว่าง ที่หาญเดินอ้าวไปหาน้ำผึ้งนั้น อาทิตย์พยายามโทร.จะบอกให้รู้ตัว แต่พอหาญเห็นเป็นสายจากอาทิตย์ก็ตัดทิ้ง พอน้ำผึ้งโทร.มาคร่ำครวญว่าสงสารพี่มันเผาจะขาดใจแล้ว หาญบอกว่ามาจะถึงแล้ว พอวางสายจากน้ำผึ้งอาทิตย์ก็โทร.เข้าถูกหาญตัดสายอีก พลันมือถือก็ดังขึ้นต่อเนื่อง คราวนี้เป็นสายจากคุณนายจำเนียร หาญรีบกดรับ พูดออกตัวว่า

“คุณจำเนียร เอ้อ...ผมลืมโทร.บอกว่ามาถึงมหาวิทยาลัยแล้วนะ สายแล้วขอตัวไปสอนก่อนนะ” พูดแล้วตัดสายเลยเดินไปขึ้นบันไดเลื่อนอีกตัว แต่มือถือก็ดังขึ้นอีก เป็นสายจากอาทิตย์เตือนให้รู้ว่าถูกคุณนายกับมัทนีตามมา หาญมองหาไม่เห็นก็ด่าหาว่าอาทิตย์หลอก

คุณนายจำเนียรโกรธผิดหวังมากเมื่อจับได้ว่าหาญโกหก มัทนีบอกแม่ว่าพ่ออาจจะมีเหตุผลก็ได้ แล้วรีบพากันตามไป

หาญเดินไปเห็นคุณนายกับมัทนีเข้า ตกใจแทบช็อกรีบหันเดินหนี แต่เจอน้ำผึ้งเข้าพอดี น้ำผึ้งร้องเรียกเสียงดัง

“คุณพ่อคะ!!!”

หาญผงะรีบหันหลังให้น้ำผึ้งแล้วเดินหนีไปอีกทางอย่างเร็ว มัทนีตาไวบอกแม่ “พ่อไปแล้วค่ะแม่” แล้วรีบตามไป

หาญ หนีหูตาเหลือก คิดถึงอาทิตย์ทันที โทร.ให้เขามาช่วยพลางหลบเข้าไปซ่อนในร้านขายเสื้อ แต่เจ้ากรรม! ร้านเสื้อมีทางเข้าออกทางเดียวเท่านั้น พอจะหนีออกไปก็เจอสองแม่ลูกสวนเข้ามาพอดีเลยต้องหลบเข้าไปอีก

อาทิตย์มา จากไหนไม่รู้ดึงหาญหลบไปอีกด้าน สองแม่ลูกมองหาไปตามซอกมุมต่างๆ แต่ก็ถูกแก๊งไก่แจ้หลอกล่อถ่วงเวลาเสียจนงง เปิดทางให้อาทิตย์พาหาญหนีออกไปได้ พอรู้ตัว คุณนายถามโมกข์กับอเนกว่ารวมหัวกับหาญใช่ไหม บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าหาญอยู่ที่ไหน!

มัทนีเอะใจว่าไม่เห็นอาทิตย์ ฉุกคิดว่าเขาอาจพาพ่อหนีไป ถามว่า “บอกมา พ่อฉันกับนายอาทิตย์อยู่ไหน!”

พอหนีรอดมาได้แล้ว แทนที่จะขอบใจ หาญกลับเผยวิญญาณเฒ่าสารพัดพิษ หาว่าอาทิตย์เป็นคนบอกคุณนายจำเนียรให้ตามตนมา เพื่อดิสเครดิตตนเพื่อเรียกคะแนนสงสารจากมัทนี ทั้งยังสั่งห้ามเขากลับไปเหยียบที่บ้านตนอีก

อาทิตย์เตือนหาญว่าเขากำลังถูกเด็กหลอกเอาเงิน หาญฉุนขาดตวาดว่า “อย่ามาดูถูกลูกน้ำผึ้งของฉัน”

“ลูก?” อาทิตย์ทวนอย่างสมเพช “ผมขอยื่นคำขาด ให้เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น ไม่งั้นคุณพี่จะต้องเสียใจ”

หาญ ไม่พอใจถามว่าขู่ตนหรือ อาทิตย์บอกว่าตนเลิกกับมัทนีแล้วไม่มีอะไรจะต้องกลัวอีกแล้ว จังหวะนั้นเองน้ำผึ้งวิ่งฝ่าเข้ามาหาหาญ หาญจ้องตาอาทิตย์พูดอย่างวัดใจว่า “แกไม่กล้าทำให้ยัยมัทเสียใจหรอก” อาทิตย์พูดทิ้งท้ายว่าก็ลองดูแล้วผละไป

หาญพาน้ำผึ้งแยกไปอีกทางอย่างไม่ยี่หระสายตาของอาทิตย์ ฟังน้ำผึ้งออดอ้อนฉอเลาะไม่กี่คำก็เอารถไปจำนอง ได้เงินสองแสน พอรับเงินมาก็ส่งต่อให้น้ำผึ้งทันที ถูกอาทิตย์แทรกเข้ามากระชากเงินไป ถามหาญว่า

“ถึงกับเอารถมาค้ำประกันสินเชื่อ พ่อบ้าไปแล้วหรือ”

แม้หาญ และน้ำผึ้งโวยวายจะเอาเงินคืน อาทิตย์ก็ไม่ยอมคืนให้ ทั้งยังขอถ่ายรูปกับน้ำผึ้งและขอดูบัตรประชาชน หาญด่าอาทิตย์ว่าชั่ว ใจร้าย ใจดำขัดขวางการช่วยน้ำผึ้งผู้น่าสงสารของตน แล้วเข้าแย่งเอาเงินคืนแต่อาทิตย์กำไว้แน่น ขณะกำลังยื้อยุดกันนั่นเอง คุณนายจำเนียรกับมัทนีตามมาเจอ น้ำผึ้งฉวยโอกาสขณะทั้งสองกำลังหันไปสนใจสองแม่ลูก แย่งเงินวิ่งหนีไปแต่ถูกอเนก แท่น โทนี่และโมกข์มาดักจับตัวไว้

ooooooo

เมื่อเรื่องบานปลายจนเผชิญหน้ากันเช่นนี้แล้ว อาทิตย์ถามหาญว่าจะพูดเองหรือจะให้ตนพูด หาญนิ่งไปอึดใจเดียวก็ตีหน้าเศร้าขอโทษคุณนายที่โกหกว่าไปบรรยายวิชาศีลธรรม แทนเพื่อนที่มหาวิทยาลัย

“เพราะอะไร คุณมาที่นี่ทำไม แล้วเกี่ยวอะไรกับเด็กผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า” คุณนายถามเครียด

“ผม...รู้จักกับเด็กผู้หญิงคนนี้ เพราะเขาเป็น...เป็น...เด็กไอ้อาทิตย์!”

อาทิตย์ ผงะ เพื่อนๆ อึ้ง ส่วนหาญเล่นละครต่อได้อย่างลื่นไหลว่า อาทิตย์ซุกเด็กไว้ นอกใจมัทนีมาตลอด และที่วันนี้ตนต้องโกหกคุณนายออกมาเพราะสายรายงานว่าอาทิตย์นัดเด็กไว้จะเอา เงินมาให้สองแสน ตนพยายามห้ามแต่อาทิตย์พวกมากกว่าเลยห้ามไม่ได้ชี้กราดไปที่แก๊งไก่แจ้ว่า พวกนี้มาช่วยปกปิดความชั่วของอาทิตย์

เมื่อพวกอาทิตย์พากันโต้แย้งว่าไม่จริง หาญก็ให้ถามน้ำผึ้งดูโดยตัวเองพูดนำว่า

“หนู...หนู พูดออกมาเลย  ว่าหนูเป็นแฟนใคร  รักใคร อาทิตย์มันบอกหนูใช่ไหมว่ามันยังโสด แต่จริงๆมันแต่งงานแล้ว มันก็แค่หลอกหนู หลอกทุกคน” พูดแล้วแอบกระซิบ “หนีไป...ไป”

“คนหลอกลวง!!!” น้ำผึ้งตะโกนใส่หน้าอาทิตย์แล้ววิ่งหนีไปพร้อมกับเงินสองแสน หาญถามอาทิตย์ว่ามีอะไรจะพูดอีกไหม

“ผม อยากพูดแค่ว่า คุณพี่หาญคือที่สุดของที่สุดเลยครับ ผมจะไม่ปกป้องอะไรคุณพี่อีกแล้ว...มัท...” อาทิตย์ไม่ทันพูดต่อก็ถูกมัทนีตบหน้าถามว่า นี่คือความลับของเขาใช่ไหม เลวที่สุด พออาทิตย์จะชี้แจง ก็ถูกหาญดักคอว่า

“แกจะพูดอะไร คิดจะโบ้ยความผิดให้ฉันเหรอ”

มัทนีเร่งอาทิตย์ให้รีบไปหย่า ตนไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นภรรยาเขาแม้แต่วินาทีเดียว และไม่เชื่อคำพูดของเขาอีกแล้ว คุณนายจำเนียรก็ถล่มซ้ำว่าต่อไปไม่ต้องมายุ่งกับลูกสาวตนอีก สักวันกรรมจะตามสนองเขาแน่

“ปลงเสียเถอะแม่จำเนียร สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ว่าแล้วหาญรีบต้อนคุณนายออกไปอย่างโล่งใจ อาทิตย์ได้แต่มองตามทั้งสามไปเซ็งๆ เพื่อนในแก๊งไก่แจ้พากันเข้ามาห้อมล้อม โมกข์ปลอบใจว่า

“ใครไม่เข้าใจ แต่พวกฉันเข้าใจนะโว้ย...แกไม่ใช่คนอย่างนั้น”

ส่วน มัทนี แม้จะได้รับคำปลอบใจจากทั้งพ่อและแม่ แต่เมื่อเธอกลับเข้าห้องนอน มองตรงที่อาทิตย์เคยนอน น้ำตาไหลออกมาเองอย่างสุดที่จะฝืนได้...

ooooooo

หลังจากปล่อยคลิปอาทิตย์กับพลอยให้มัทนีโกรธแล้ว เอกชเยศร์ก็มาที่บ้าน ถูกหาญกับคุณนายจำเนียรไล่ก็ไม่ยอมกลับ ดื้อรั้นขอคุยกับมัทนี

“เอกต้องการอะไร” มัทนีออกมาถาม เอกชเยศร์เสนอว่าเมื่อเธอเลิกกับอาทิตย์แล้วก็มาแต่งงานกับตนเถิด มาเริ่มต้นกันใหม่ ตนไม่ถือสากับความผิดเล็กๆน้อยๆ ของเธอ ทำให้หาญกับคุณนายจำเนียรโมโหไล่ให้ออกไปเลย ถูกเอกชเยศร์ตวาดว่าพวกไม่เกี่ยวอย่าสอด มัทนี จึงบอกเขาว่าตนหย่ากับอาทิตย์จริงแต่จะไม่รักใครอีก จะขออยู่กับพ่อแม่ สำหรับกับเขา เธอยืนยันว่า “เราเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น ถ้าเอกไม่อยากเป็น ก็ไม่เป็นไร ก็อย่ามาเจอกันอีก”

เอกชเยศร์ทำท่าจะตื๊ออีก เลยถูกเจ้าท่วมทุ่งทั้งเห่าทั้งไล่กัดจนต้องวิ่งหนีออกไป แต่ไม่วายขู่หาญกับคุณนายว่า

“เป็นศัตรูกับสื่อ แน่ใจแล้วหรือครับ ที่คุณแม่มีโลโก้ครอบครัวสุขสันต์ ไม่ใช่เพราะสื่ออย่างผมช่วยประโคมข่าวหรือครับ ผมให้คุณให้โทษกับหน้าที่การงานของคุณแม่ได้”

“ตายแล้ว...นี่เธอกล้าขู่ ฉันเหรอ เธอมันบ้าอำนาจ ใช้อำนาจสื่อคุกคาม อยากทำอะไรก็เชิญเลยเพราะคนบ้านนี้มั่นใจว่าไม่เคยทำเรื่องเสียหาย เราไม่มีอะไรต้องกลัว จริงไหมคะคุณหาญ”

หาญตอบตามแบบฉบับว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันไล่ไปให้พ้น คุณนายสั่งโหน่งกับเหน่งว่าต่อไปห้ามคนนี้เข้าบ้านอีกเด็ดขาด

ooooooo

คุณนายลิ้นจี่ดูออกว่าลูกชายไม่สบายใจเรื่องหย่ากับมัทนี เตือนสติว่าเมื่อแต่งงานกันแล้วก็ต้องอดทนให้ถึง ที่สุด บอกอาทิตย์ด้วยความรักว่า อยากให้เขามีความสุข

เมื่อฟังอาทิตย์ที่พยายามทำร่าเริงบอกว่าตนดีใจที่จะได้กลับมาเป็นโสดอีกครั้ง ชีวิตจะได้พบกับความสุขที่แท้จริง คุณนายเขกหัวลูกชาย ถามว่าคิดว่าแม่ดูไม่ออกหรือแล้วหว่านล้อมว่า

“เสียใจก็บอกเสียใจ อยากคืนดีก็ไปง้อ ทำอะไรให้มันง่ายๆ อย่าทำตรงข้ามกับความต้องการที่แท้จริง ชีวิตจะได้แฮปปี้”

อาทิตย์บอกว่าเขาอยากหย่า “ผมก็อยากจะหย่า เราโคตรจะใจตรงกันเลย เนื้อคู่เห็นๆ ก้ากๆๆๆ” อาทิตย์ทำเสียงหัวเราะเดินออกไป คุณนายลิ้นจี่ได้แต่มองตามลูกชายไปอย่างสงสาร...

ooooooo

แล้วเหตุการณ์ที่ทำให้หาญตาสว่างก็มาถึงเมื่อเขาอ่านพบข่าวเกี่ยวกับพี่มันเผาว่า

“เชิญร่วมงานสายใยรัก สายสัมพันธ์ครอบครัวร่วมบริจาคและประมูลของรักของหวงจากศิลปินชื่อดัง มันเผาเอเอฟ” หาญรีบไปงานนี้ด้วยความหวังว่าจะต้องได้พบน้ำผึ้ง ทางสะดวกเมื่อคุณนายไปประชุมและมัทนีไปมูลนิธิ

หาญไปถึงสวนสาธารณะที่จัดงาน เป็นเวลาที่พิธีกรสัมภาษณ์พี่มันเผาพอดี เรื่องกลายเป็นโอละพ่อ เมื่อพี่มันเผาให้สัมภาษณ์ถึงฐานะทางครอบครัวที่มั่นคงจนตัวเองถูกเรียกว่าคุณหนู เพราะคุณพ่อเป็นหมอและคุณแม่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลและตัวพี่มันเผาเองก็ไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่เด็ก

หาญมองหาจนเจอน้ำผึ้งเดินอ้าวไปแอบเอามือปิดตาให้ทายว่าเป็นใคร พอดีหนุ่มที่น้ำผึ้งควงมาด้วยเห็นเข้าถามว่าเป็นใคร! พอความแตกน้ำผึ้งก็ดึงหาญแยกออกไปคุย ด่าทอต่อว่าที่มาโดยตนไม่ได้เรียก ไล่ให้กลับไปเสีย  หาญถามว่าเธอมีพ่อคนใหม่แล้วใช่ไหมไอ้หนุ่มหน้าปลาดุกนั่นเป็นแฟนใหม่ใช่ไหม น้ำผึ้งถามว่าถ้าใช่แล้วจะทำไม

“พ่อไม่ยอม!!” หาญโวยจับมือน้ำผึ้งไว้ เลยถูกหนุ่มคนนั้นเข้ามาตวาดถามว่าทำอะไรเบบี๋ของตน น้ำผึ้งชี้หาญบอกว่าเป็นคนเลอะเลือน

แต่ในที่สุดน้ำผึ้งก็ถูกฉีกหน้ากากเมื่อบรรดาเสี่ยที่เคยถูกหลอกนำตำรวจมาชี้ให้จับตัว พอหนังสือพิมพ์กรูกันมาทำข่าวบรรดาเสี่ยเหล่านั้น บ้างก็ดึงหมวกหรือสิ่งอื่นใดที่มีอยู่ปิดหน้าตัวเอง มีแต่หาญที่ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ยืนเงอะงะถูกถ่ายรูปเห็นหน้าจะจะติดไปด้วย

มัทนีไปเยี่ยมนรีกับหลาน นรีถามเรื่องที่เธอจะหย่ากับอาทิตย์ ติงว่ารู้สึกเรื่องมันแปลกๆแล้วให้อเนกเล่าให้ฟัง

อเนกบอกว่าแก๊งตนมีอะไรไม่เคยปิดบังกัน เรื่องน้ำผึ้งที่หาญบอกว่าเป็นเด็กของอาทิตย์นั้นตนไม่เคยได้ยินชื่อด้วยซ้ำ แต่ก็เชื่อว่าอาทิตย์มีอะไรปิดบังเธออยู่และก็ปิดบังพวกตนด้วย แต่เขาไม่ได้ปิดบังเพื่อตัวเองแต่ปิดบังเพื่อเธอ

มัทนีมีอคติกับอาทิตย์จนทนฟังไม่ได้  บอกอเนกว่าตนไม่มีวันเปลี่ยนใจ ตนทนไม่ไหวกับเขาอีกแล้วหยิบกระเป๋าขอกลับเลย แต่ออกไปเจออาทิตย์เข้ามาพอดี เขาพยายามทำร่าเริง แต่ก็สลดเมื่อมัทนีย้ำเตือนว่า “พรุ่งนี้เก้าโมง อย่าสาย!”

ooooooo

ดึกแล้ว หาญเพิ่งกลับถึงบ้านเจอคุณนายจำเนียรนั่งดูทีวีอยู่ หาญเดินสำรวมขอตัวขึ้นข้างบนบอกว่าจะไปสวดมนต์

พอดีทีวีรายงานข่าวจับแก๊งต้มตุ๋นในภาพมีน้ำผึ้งและเพื่อนๆ แต่คนในกลุ่มที่อยู่ในภาพมีหาญยืนเงอะงะอยู่ด้วย หาญรีบหยิบรีโมตปิดทีวี กลัวคุณนายเห็น พอคุณนายถามว่าปิดทำไม หาญแสดงความไม่พอใจแค้นอาทิตย์ที่นอกใจมัทนีมีน้ำผึ้งเป็นกิ๊ก

ครู่เดียวมัทนีกลับมาอย่างเศร้าเหงา คุณนายถามว่าไปไหนมา เธอบอกว่าไปทำงานแล้วเลยไปเยี่ยมนรีด้วย บอกแล้วขอตัวขึ้นไปพัก

“เดี๋ยว เป็นอะไร อย่าบอกนะว่าไปเจอมันที่นั่น เจอนายอาทิตย์ใช่ไหม” คุณนายถาม มัทนีโผเข้ากอดแม่ร้องไห้บอกว่า ตนอยากหย่าให้เร็วที่สุด หาญยืนอึ้งรู้ตัวว่าตนเป็นต้นเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวของลูกสาวพังทลาย

คืนนี้ หาญคิดมากจนนอนไม่หลับ ลงมาเจอมัทนีนั่งร้องไห้มืดๆในห้องรับแขก เขายิ่งรู้สึกผิด ถามว่า

“ลูกไม่อยากหย่าพรุ่งนี้หรือเปล่า ลูกไม่ได้อยากหย่า? มัท...พูดกับพ่อตรงๆเถอะ”

“มัท...ไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้ แต่มัทไม่รู้จะทำยังไง มัทอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนพ่อกับแม่ อยากให้นายอาทิตย์เป็นเหมือนพ่อ เขาก็เป็นไม่ได้” หาญบอกว่าเหมือนตนไม่มีสีสันอะไรเลย “ไม่มีสีสันแต่พ่อก็ซื่อสัตย์ รักครอบครัวไม่เคยโกหกคุณแม่ แต่นายอาทิตย์ตรงข้ามทุกอย่าง...ถ้าตอนนั้นมัทเชื่อพ่อ ไม่แต่งงานกับเขาก็คงไม่ต้องเสียใจเหมือนตอนนี้”

มัทนียอมรับว่าตนรักอาทิตย์ แต่เขาก็ไม่เคยทำอะไรที่แสดงว่ารักตนเลย กระนั้นตนก็ยังรักเขา...หาญสะเทือนใจจะยอมรับผิดก็ยังไม่กล้า กลัวถูกลูกเกลียด จึงพูดเลี่ยงๆว่าน่าจะให้โอกาสอาทิตย์สักครั้ง แต่เธอก็ทำใจไม่ได้ยืนยันจะหย่า

เวลาเดียวกัน ลูกน้องเอกชเยศร์เอารูปหาญที่ติดอยู่ในกลุ่มเสี่ยที่ถูกน้ำผึ้งกับพวกต้มตุ๋นหลอกเอาเงิน

“เฮ้ย...นี่มัน...เยี่ยม...เยี่ยมเลย สุดยอดที่สุดไอ้น้องรัก...” เอกชเยศร์โผกอดรุ่นน้องจูบซ้ายจูบขวา พึมพำสะใจ “อยากเป็นศัตรูกับสื่อใช่ไหม หึๆ!!”

ooooooo

รุ่งขึ้น มัทนีเตรียมไปเขตเพื่อหย่าตามนัด คุณนายยิ้มแย้มยินดีแต่ติดจัดรายการจึงไม่อาจไปเป็นเพื่อนลูกได้

แต่หาญเดินงุ่นง่านต่อสู้กับความคิดของตัวเองอย่างหนัก ถามมัทนีว่าจะไปจริงๆหรือ อยากให้คิดพิจารณาอย่างมีสติอีกสักครั้ง แต่มัทนีตัดสินใจแล้วที่จะหย่า

“มัทไปนะคะพ่อ ขอพรพ่อ พ่อเป็นคนที่สมบูรณ์ด้วยศีลธรรม ช่วยอวยพรให้ลูกพ้นจากคนพาลด้วยนะคะ”

มัทนีเข้าไปกราบที่อกหาญ เขาถึงกับสะอึกพูดไม่ออก ลุ้นให้คุณนายห้ามลูก แต่คุณนายยินดีกับการหย่าอยู่แล้ว บอกหาญว่าลูกจะได้พ้นทุกข์พ้นเคราะห์เสียที หาญพูดไม่ออกได้แต่กระวนกระวาย

เมื่อตามคุณนายไปถึงสถานี หาญบอกคุณนายว่า “ผมคิดว่าลูกมัท...ไม่ได้อยากจะหย่า ถ้าผมบอกอะไรคุณ... สัญญาได้ไหมว่าคุณจะไม่โกรธ” แต่หาญไม่ทันบอกอะไร เจ้าหน้าที่ก็มาบอกคุณนายว่าได้เวลาแล้ว คุณนายจึงบอกหาญว่าเอาไว้คุยวันหลังแล้วกัน แล้วเดินแยกไปเข้าห้องส่ง

“เดี๋ยว...มันจะไม่ทันเอาน่ะสิ” หาญกระวนกระวายมาก

เป็นเวลาที่อาทิตย์กับมัทนีไปถึงเขตพอดี อาทิตย์รออยู่แล้วบอกว่าเธอมาช้า มัทนีบอกว่าแค่ห้านาที เขาย้ำว่าก็ถือว่าสาย ต่างฝ่ายต่างวางมาดทำทีว่าอยากจะหย่ากันมาก แต่พอถึงเวลาเซ็นหย่าจริงๆกลับจับปากกาอยู่นานกว่าจะเซ็น

ooooooo

หาญนั่งฟังคุณนายจัดรายการอย่างกระวน กระวาย เป็นวันที่คุณนายเล่าถึงเรื่องราวของผู้ชายที่ก่อนแต่งก็เห็นว่าดี แต่พอแต่งไปแล้วกลายเป็นเสือซ่อนเล็บ

“จะรอวันที่เสือกลับใจ หรือจะตัดใจเดินจากเสือ เชื่อได้ว่า ไม่ว่าจะเลือกอย่างไหน เราก็ปวดใจทั้งนั้น เพราะความรู้สึกได้ให้ไปหมดแล้ว แต่สำหรับดิฉัน ถ้าต้องเลือก ดิฉันจะเลือกถีบหัวส่งไอ้เสือชั่ว!”

หาญนั่งฟังอยู่ข้างนอกถึงกับสะดุ้งเฮือก เสียงคุณนายจำเนียรยังคุยอย่างมีอารมณ์ต่อไปว่า

“ถ้ามันกล้าหลอกเรา แล้วยังไม่รู้จักเชื่องอีก ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ร่วมกันอีก แล้วดิฉันจะโพนทะนาเรื่องของมันให้ทั่ว ด่าให้อาย ให้มันจมดินไม่มีที่ยืน เพราะผู้ชายพรรค์นี้ ไม่สมควรที่ใครจะเก็บเอามาทำพันธุ์อีกต่อไป”

หาญยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกผิด แต่ยังทนฟังคุณนายพูดต่อ...

“ในฐานะที่ดิฉันเป็นแม่ ย่อมต้องปกป้องลูก ไม่มีพ่อแม่ดีๆที่ไหน จะทนเห็นลูกเป็นทุกข์โดยที่ตัวเองไม่ทำอะไรเลยได้ ยิ่งถ้าความทุกข์ของลูก ส่วนหนึ่งก็เกิดจากตัวเราเองด้วย...เราจะทนเห็นชีวิตลูกล่มจมเพราะตัวเราได้หรือ...ไม่มีทาง...ไม่มีพ่อแม่ดีๆที่ไหนทนนิ่งดูดายได้...ผู้ชายที่ดิฉันจะพูดถึง มีอักษรย่อว่า...”

หาญทนไม่ได้ พรวดเข้าไปในห้องส่งบอกเสียงดัง “ผมเอง!!”

คุณนายทั้งตกใจ ทั้งงง หาญสารภาพกับคุณนายว่า “ผมคือคนที่สร้างเรื่องทั้งหมด ผู้หญิงที่คุณเข้าใจว่าเป็นกิ๊กอาทิตย์ จริงๆแล้วเป็นกิ๊กผม...ผม...ผมจะทนปล่อยให้ลูกรับกรรมที่ผมเป็นคนก่อไม่ได้ คุณจำเนียร เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น คุณกับมัทนีเข้าใจอาทิตย์ผิด...ผมเป็นคนสร้างเรื่องทุกอย่าง ผมคือพ่อไก่แจ้ตัวจริง ส่วนอาทิตย์มันก็แค่พยายามจะปกป้องครอบครัวเราเอาไว้ไม่ให้พังพินาศ มันไม่อยากให้ลูกมัทเสียใจที่มีพ่อเลวทรามต่ำช้าอย่างผม มันถึงต้องโกหกและยอมรับผิดแทนผม อาทิตย์เป็นคนดีมาก  เราจะปล่อยให้ลูกของเราหย่ากับคนดีๆอย่างนี้ ไม่ได้ คุณเข้าใจไหม เราต้องไปห้ามลูกของเรา”

ขณะที่คุณนายยังตั้งสติรับไม่ทันนั่นเอง หาญตรงไปที่ไมค์ประกาศว่า

“ใครได้ยินเสียงนี้ แล้วอยู่ใกล้กับเขต ช่วยรีบไปห้ามลูกของพวกเราอย่าให้หย่ากันด้วย ผมยอมรับผิดแล้ว...อย่าทำให้ผมต้องสร้างตราบาปให้กับลูกสุดที่รักของผมอีกเลย” หาญสารภาพหมดเปลือกอย่างสิ้นแรง

“คุณหาญ...คุณพูด...จริงเหรอ...” คุณนายจำเนียรเสียงแผ่วแทบสิ้นแรง หาญยอมรับว่าจริง “ทั้งเด็กน้ำผึ้ง เด็กนก ไม่มีหลวงพ่ออะไรทั้งนั้น ผมไม่ได้ไปหาพระ ผมไปแรดผู้หญิง ผมขอโทษคุณจำเนียร”

“นี่คุณเห็นแก่ตัวถึงขนาดเขี่ยปัญหาของตัวเองไปให้ลูกได้เลยเหรอ...คุณเป็นพ่อคนยังไง คุณมันเลวที่สุด” คุณนายยกมือจะตบ แต่ชะงัก “ไม่...ฉันจะไม่เสียมือตบคนอย่างคุณ ยุติความรุนแรงในครอบครัว คุณมันเลวเกินกว่าจะโดนหลังมือฉัน  มันจะแปดเปื้อน!!” คุณนายสะบัดหน้ารีบเดินออกเพื่อจะไปหามัทนี

ooooooo

คุณนายไปถึงพบมัทนีนั่งร้องไห้อยู่ที่ม้าหินด้านหนึ่ง พอเห็นหน้าแม่ก็โผเข้ากอดบอกว่าตนหย่ากับอาทิตย์แล้ว หาญเข้าไปหามัทนีพร่ำเอ่ย “พ่อขอโทษ...พ่อขอโทษ...”

หาญถูกคุณนายด่าว่าทำครอบครัวลูกพังพินาศหมดแล้ว เพราะความมักมากไม่รู้จักพอของเขา มัทนีมองงงๆ ถามว่าพ่อทำอะไร บอกมาสิ พ่อทำอะไรเอาไว้...

ส่วนอาทิตย์หลังจากเซ็นหย่าแล้วก็ว้าวุ่นใจ ในภาวะนี้เอง แก๊งพ่อไก่แจ้นั่งกันมาเต็มรถ ตามมาปลอบใจ อเนกชวนไปสนุกกันให้สุดเหวี่ยงเหมือนสมัยอยู่เมืองนอก ถามว่าจะไปไหม อาทิตย์นิ่ง อเนกบอกว่าไม่ไปก็ต้องไป แล้วดึงขึ้นรถไป พวกเพื่อนๆรุมกอดอาทิตย์แน่น โมกข์บอกว่า

“ขึ้นรถมาเลย มาแต่ตัว ทัวร์นี้เพื่อนจัดให้!”

ooooooo

ตอนที่ 11

หาญกำแบงก์พันปึกใหญ่จ้ำอ้าวหน้าบานไปให้น้ำผึ้ง สาวๆทั้งกลุ่มกรี๊ดกันสนั่น

“มาแล้วจ้า...เอ้า ใครเป็นหน่วยทำพวงมาลัย มาเอาไปจัดการเลย”

น้ำ ผึ้งรับเงินจากหาญส่งต่อให้เพื่อน บอกให้รีบเอาไปเย็บเป็นพวงมาลัยพวงยาวๆ แล้วหันไปออเซาะหาญชวนไปกินไอติมรอ วันนี้ตนขอเลี้ยงเอง กอดแขนหาญเอาอกสียั่ว อาทิตย์ที่แอบตามมามองเซ็งๆอยู่อีกมุมหนึ่ง

ออก จากตรงนั้น อาทิตย์ไปที่ร้านอาหารแบบมีเพลงคลอกล่อมเบาๆ...แก๊งพ่อไก่แจ้สุมหัวกันอยู่ ที่นั่น ที่สำคัญมี พลอย เชอรีล มารออยู่ด้วย อาทิตย์ยกมือไหว้ “อ้าว...พี่พลอย มาด้วยเหรอฮะ”

“คิด ถึงเธอน่ะสิ เห็นเพื่อนๆบอกว่ามีอะไรไม่สบายใจหรือไง” พลอยถาม อาทิตย์ส่ายหัวบ่นว่าพวกเพื่อนๆ ขี้นินทาเกินไป ตนแค่เบื่อๆเซ็งๆเท่านั้นเอง พลอยถามว่าเพิ่งแต่งงานจะเซ็งอะไร เพราะความซ่าความแรดของตัวเองโดนจับเข้ากรอบหรือเปล่า

อาทิตย์นั่งข้างพลอยท่าทางอ้อนๆ ถูกพวกเพื่อนๆ เดินมาตบหัวปลอบใจคนละผัวะ ส่วนพลอยลูบหลังลูบแขนไปมาขำๆ กับพวกเพื่อนๆของเขา

เป็น เรื่องขึ้นมา เมื่อลูกน้องเอกชเยศร์มาเห็นเข้ารีบโทร.บอกเจ้านาย เอกชเยศร์สั่งให้ถ่ายรูปไว้ทุกแง่ทุกมุมและถ้าถ่ายคลิปได้ด้วยยิ่งดี เอกชเยศร์หมายใช้คลิปนี้เล่นงานอาทิตย์หาว่าแต่งงานไม่ทันข้ามเดือนก็แอบไป หากิ๊กแล้ว

เวลาเดียวกันนี้ มัทนีอยู่ที่บ้าน ดูนาฬิกาเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วอาทิตย์ยังไม่กลับ เธอโทร.ไปหานรี จึงรู้ว่าวันนี้แก๊งพ่อไก่แจ้ที่มีอาทิตย์เป็นหัวโจกมีการพบปะสังสรรค์กัน

นรี บอกว่าคืนนี้คงยาวเพราะแก๊งนี้เขารักกันมาก ใครเป็นอะไรนิดหนึ่งก็ต้องฮือกันไปล้อม เดือดร้อนกันไปทุกคน บอกมัทนีว่า “มัททำใจเลย ปลงซะเถอะ...แม่จำเนียร” มัทนีติงว่า “นั่นมันที่พ่อชอบพูดกับแม่นะคะ” แล้วก็หัวเราะขำกัน

ooooooo

ดึกแล้ว อาทิตย์นั่งแท็กซี่กลับบ้าน เจอหาญขับรถมาถึงพอดีเช่นกัน อาทิตย์จึงเปิดประตูใหญ่ให้ รอเปิดแล้วเดินเข้าบ้านด้วยกัน

หาญ ถามว่าทำไมกลับแท็กซี่ล่ะ อาทิตย์บอกว่า “เมาไม่ขับ” แล้วย้อนถามหาญว่ากลับเสียดึก มินิคอนเสิร์ตเอเอฟเลิกกันแค่ทุ่มไม่ใช่หรือ หาญจุ๊ปากห้ามพูดเรื่องนี้เด็ดขาด รีบเปลี่ยนเรื่องว่าจะโอนเงินคืนให้ในบัญชีของเขา อาทิตย์ติงว่าไหนว่าจะเอาเงินสดจากเซฟให้ เลยถูกหาญขู่ปิดปากว่า

“จำไว้ อย่าปากมาก ไม่งั้น ฉันสั่งให้ยัยมัททิ้งแกแน่ ยัยมัทเชื่อฉันทุกอย่าง แกก็รู้อยู่แล้ว” ขู่แล้วเดินสะเงาะสะแงะไป

มัท นีแอบดูที่หน้าต่าง สงสัยว่าทำไมหาญกลับมาพร้อมอาทิตย์? ส่วนอาทิตย์ก็เดินไปเดินมาคิดในใจ “มัท...ผมกำลังสงสัยว่า...ชีวิตแต่งงานของเรา...คงไปได้ไม่ไกลแล้วล่ะนะ”

เมื่อ เข้าไปในห้องนอน มัทนีทำเป็นจัดโน่นจัดนี่ ทักทายอย่างประชดประชันกันไม่กี่คำ มัทนีถามว่าพ่อไปกับเขาหรือเห็นกลับมาด้วยกัน อาทิตย์โบ้ยให้ไปถามหาญเองดีไหม มัทนีจึงพูดเรื่องการเงินของเขาที่เคยคุยกันไว้ อาทิตย์หันขวับบอกว่า

“ไม่ ต้องห่วงผม ผมไม่มีอะไรปิดบัง” แล้วเอากระเป๋าสตางค์ สมุดแบงก์ สมุดเช็คทั้งหมดมาวางเรียงราย “ผมมีทั้งหมดแค่นี้ที่เป็นของผมเอง เชิญเอาไปควบคุมไว้เลย แล้วว่างๆ ไปแบงก์กัน ผมจะทำเรื่องให้คุณมีสิทธิ์ร่วมทำธุรกรรมทางการเงินกับผมในทุกบัญชี...โอ เค้?” พูดแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปเลย มัทนีถูกประชดแบบนี้ ก็อึ้งพูดไม่ออก

ooooooo

รุ่ง ขึ้น เมื่อมัทนีเล่าให้คุณนายจำเนียรฟัง คุณนายยุว่าดีแล้วเอามาเลย มัทนีติงว่าเขาทำประชดมากกว่าและนั่นก็เป็นเงินส่วนตัวของเขาด้วย

“ส่วนตงส่วนตัวอะไร แต่งงานกันแล้ว ทุกอย่างเป็นส่วนรวม มันต้องเป็นอย่างนี้แหละ พวกผู้ชายมีหน้าที่หาเงินไป เรามีหน้าที่บริหาร”

“ใครเป็นคนตั้งเหรอครับ กฎเกณฑ์พวกนั้น” อาทิตย์เดินเข้ามาถาม คุณนายบอกว่าตนนี่แหละตั้ง แล้วยกตัวอย่างว่า

“ถ้า คิดจะเป็นสามีที่ดี เอาอย่างคุณหาญเข้าไว้ อะไรก็ได้ ยังไงก็ได้ ยกทุกอย่างให้ฉันดูแลหมด” อาทิตย์ดักคอว่ายกให้หรือยึดไป คุณนายเสียงแข็งว่า “ยกให้!”

หาญเดินเข้ามาเห็นบรรยากาศตึงเครียดก็คิดว่าอาทิตย์หาเรื่องมัทนี ถามว่ามาก่อเรื่องอะไรกับลูกสาวตน

“คุณ แม่อยากให้ผมมีคุณพ่อหาญเป็นไอดอลน่ะครับ แต่ผมไม่แน่ใจ” มัทนีไม่อยากให้มีเรื่อง บอกว่าถ้าเขาไม่เต็มใจให้ตนดูแลเรื่องเงินก็ไม่ต้อง “ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้ามีเรื่องร้อนเงินผมขอคุณไม่ได้ ไปขอแม่ผมก็ได้” อาทิตย์ทิ้งจังหวะหางตาไปทางหาญแว่บหนึ่งแล้วแขวะ “แต่ผมสงสัยว่า...คนที่ไม่รู้จะไปขอใคร อย่าง...คุณพ่อหาญ...จะทำยังไงล่ะครับ...สมมติคุณพ่อมีเรื่องต้องใช้แบงก์ พัน 25 ใบ คุณพ่อจะไปเอาจากไหนครับ”

หาญสะดุ้งตาเหลือก แต่คุณนายแก้ต่างให้ว่า อย่างหาญเอาแต่เข้าวัดจะไปอยากใช้เงินอะไรมากมายขนาดนั้น แล้วตัดบทว่า “ไม่ต้องยอกย้อน ถ้าอยากเป็นสามีที่ดีเหมือนคุณหาญ ก็หาเวลาว่างพายัยมัทไปธนาคารจัดการเรื่องสิทธิ์ทางธุรกรรมให้เรียบร้อย เข้าใจไหม”

“เข้าใจครับ” อาทิตย์ยกมือไหว้คุณนาย แล้วยิ้มมุมปากให้หาญที่ยืนหน้าแทบไม่เป็นหน้าอยู่ตรงนั้น

คุณนาย จำเนียรบอกอาทิตย์ว่าผู้ชายไทยน่าจะเอาอย่างฝรั่ง เวลาฝรั่งไปปาร์ตี้นอกบ้านนั่นคือการพาภรรยาไปดินเนอร์ แต่เขาอยากสังสรรค์กับเพื่อน เขาก็จัดกันในบ้าน เชิญแขกมาบ้านมาทำความรู้จักกัน ไม่มีความลับอะไร

“คุณแม่อยากให้ผม พาเพื่อนมาปาร์ตี้กับเมียและแม่?” อาทิตย์ถาม ถูกคุณนายและมัทนีจิกตาถามว่าทำไม??? อาทิตย์ไม่ตอบแต่มองด้วยความรู้สึกว่า ช่างเป็นความคิดที่เขลาเอามากๆ

แล้วอาทิตย์ก็สนองนโยบายของคุณแม่ยาย เขานัดสังสรรค์เเก๊งพ่อไก่แจ้ ใครมีเมียก็ให้พามาด้วย

พอมาถึงก็ทักทายกันเซ็งแซ่ ช่วยกันจัดสถานที่และอาหารกันวุ่นวายอึกทึกจนมัทนีตาเขียวถามอาทิตย์ว่า

“นี่มันอะไรกัน!!”

เมื่อ แยกกลุ่มกันกินดื่ม ฝ่ายสามีและชายโสดเฮฮากันกลุ่มหนึ่ง เม้าท์ภรรยาและผู้หญิงกันทั้งแสบทั้งแซ่บ!! ส่วนกลุ่มภรรยาก็นินทาสามีกันมันปาก!! ปะการังที่เป็นภรรยาอาวุโสของโมกข์ แสดงทรรศนะเรื่องควบคุมการใช้เงินของสามีว่า

“ดิฉันเชื่อว่าเรื่อง พรรค์นี้ มันอยู่ที่กมลสันดานค่ะ ถ้าเขาไม่รู้จักพอ ต่อให้เราริบเงินเขามาหมด เขาก็หาทางหาเงินไปทำเรื่องสกปรกนั่นได้อยู่ดี เข้าตำรายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ดิฉันไม่อยากให้สามีรู้สึกเหมือนติดคุก อยู่ด้วยความอัดอั้น ดิฉันกลัวจะระเบิดตูมใหญ่แล้วมันจะเกินเยียวยานะคะ”

มัทนีที่กำลังมีปัญหา ฟังรุ่นพี่แนะนำอย่างครุ่นคิด

ooooooo

หาญ ที่ทำตัวเป็นคนธรรมะธัมโมไม่มาสังสรรค์กับแก๊งพ่อไก่แจ้ เขาได้รับโทรศัพท์จากน้ำผึ้ง เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นเสียใจที่มันเผา นักร้องที่ตนเชียร์ไม่ได้รับเลือกไปเล่นเกมเดอะเพอร์ฟอร์เมอร์

เพื่อนๆ เธอก็ร้องไห้ระงมทำให้เสียงแทรกเข้าในโทรศัพท์ หาญอินกับน้ำผึ้งพูดอย่างมีอารมณ์ว่า “ไม่ได้ พี่มันเผาต้องได้ไปอยู่เดอะเพอฟอร์เมอร์ เราต้องทำยังไง” น้ำผึ้งหยุดร้องไห้ทันทีบอกว่า

“เราต้องจัดมินิคอนเสิร์ตให้พี่มัน เผา ให้ต้นสังกัดเขาเห็นว่าพี่มันเผามีแฟนคลับเยอะ มีกิจกรรมบ่อยๆ แต่คลับของพวกเรา...ไม่มีเงินแล้ว...ฮือๆๆ”

“เงินหรือ...เงิน...มัน ต้องมีสิ” แล้วหาญก็ย่องกลับมาเรียกอาทิตย์ออกไปคุยที่มุมลับตาหลังบ้าน สั่งให้เอาเงินมาห้าหมื่น อาทิตย์ตกใจถามว่าจะเอาไปเลี้ยงต้อยหรือ?

อาทิตย์ บอกว่าตนไม่มีเงินแล้ว เพราะทุกบาททุกสตางค์ยกให้มัทนีหมดแล้ว ถ้าอยากได้ให้ไปขอมัทนีเอาเอง หาญใช้ไม้เดิมขู่ว่าถ้าไม่ให้จะบอกให้มัทนีเลิกกับเขา เมื่อเห็นว่าจะไม่ได้เงินจากอาทิตย์แน่แล้ว หาญเล็งนาฬิกาโรเล็กซ์ที่ข้อมืออาทิตย์ถามว่าของแท้ใช่ไหม แล้วเข้าแย่งทันที

“เฮ้ยๆๆไม่ได้...ไม่ได้” อาทิตย์ยื้อไว้สุดฤทธิ์

ขณะยื้อแย่งกันนั่นเอง มัทนีมาเห็น ถามอาทิตย์ว่าทำอะไรพ่อตน พออาทิตย์บอกว่าหาญแย่งนาฬิกาตนไป เธอกลับไม่เชื่อ หาญเล่นละครทันที ฟ้องว่าได้ยินอาทิตย์กำลังโทรศัพท์จะขายนาฬิกา ตนเลยต้องยึดมา มัทนีเชื่อพ่อตามเคย!

แล้วความบาดหมางระแวงกันก็ยิ่งรุนแรง เพราะขณะที่อาทิตย์กับมัทนีกำลังตึงเครียดกันเรื่องนาฬิกานั้น เอกชเยศร์ก็โทร.เข้ามือถือมัทนีบอกให้รีบไปเปิดทีวีดู

เป็นข่าวใหญ่มาก พลาดแล้วจะเสียใจ อาทิตย์ถามประชดว่าแฟนเก่าโทร.มารำลึกอดีตหรือ ทำให้มัทนียิ่งโกรธ

ooooooo

กลุ่มพ่อไก่แจ้เหล่มาทางกลุ่มผู้หญิงที่คุยกัน

อย่างหน้าตาเคร่งเครียด เห็นตรงกันว่าขืนปล่อยให้คุยกันต่อไปหายนะมาแน่ อเนกกับโมกข์จึงรีบไปพาคนของตัวออกมา

มัทนีพุ่งเข้าไปในบ้านบอกให้เปิดดูข่าวเร็วๆ คุณนายถามว่ามีอะไรหรือ ก็พอดีพิธีกรในทีวีรายงานว่า

“ทายาทเครื่องดื่มสมุนไพรสูตรคุณนายลิ้นจี่คราวนี้ควงดาราไฮโซชื่อดัง พลอย เชอรีน ปาร์ตี้แบบไม่แคร์สายตาใคร ทั้งๆที่ฝ่ายชายแต่งงานแล้ว นักข่าวที่อยู่ในร้านถ่าย คลิปนี้ยืนยันว่าสองคนนี้เป็นมากกว่าเพื่อนชัวร์”

มันคือคลิปภาพงานปาร์ตี้ในร้านอาหารเมื่อคืน

ที่ลูกน้องเอกชเยศร์ถ่ายไว้นั่นเอง!

อาทิตย์เห็นคลิปนั้นแล้วเซ็งจนพูดไม่ออก ส่วนคุณนายจำเนียรกับมัทนีจ้องหน้าเค้นเอาคำตอบตาแทบถลน

“ฉันต้องการคำอธิบาย” มัทนีโพล่งออกไป อาทิตย์บอกว่าตนไม่ต้องการอธิบาย เธอก็ยังยืนยันว่า ต้องการคำอธิบาย คุณนายจำเนียรช่วยมัทนีคาดคั้นให้อาทิตย์อธิบาย ถ้าไม่ ก็แสดงว่าคลิปนั้นเป็นเรื่องจริง มัทนีเล่นประเด็นใหม่ว่า “ถ้ามันไม่ใช่ แล้วนายเซ็นเช็คให้คุณพลอยทำไม”

อาทิตย์งง มัทนีบอกว่าเขาเซ็นเช็คหนึ่งแสนบาทไปทำบุญให้มูลนิธิ แต่คนถือคือผู้หญิงอีกคนของเขา

อาทิตย์จึงนึกออกบอกว่าเธอกำลังเข้าใจผิดใหญ่แล้ว

มัทนีตัดบทอย่างโกรธสุดขีดว่า

“ไม่ต้อง! ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบายแล้ว” เธอพรวดพราดออกไปเลย อาทิตย์รีบตามไป

ฝ่ายหาญ พอแย่งนาฬิกาไปได้ก็รีบเอาไปให้น้ำผึ้งบอกว่าเรือนนี้เอาไปจำนำอาจได้ถึงห้าหมื่น น้ำผึ้งดีใจมาก กระโดดกอดหาญ หาญขอหอมที แล้วเธอก็กระโดดขึ้นซ้อนมอเตอร์ไซค์บอกว่าต้องรีบไปเดี๋ยวไม่ทัน ยังไงจะโทร.หาคุณพ่อใหม่

หาญยืนโบกมือบ๋ายบายอย่างมีความสุข แต่พอหันจะเดินกลับก็ผงะช็อก เมื่อรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ตรงนั้น คนนั่งเลื่อนกระจกลงมา คุณนายลิ้นจี่นั่นเอง!

“ซวยแล้วกู...” หาญปากคอสั่นวิ่งหนีสุดชีวิต

ooooooo

อาทิตย์ตามทันรั้งตัวมัทนีไว้บอกว่าเธอต้องฟัง แล้วชี้แจงว่า

“ผมกับพี่พลอยไม่ได้มีอะไรกัน คุณก็รู้จักเขาแล้วนี่นา เช็คนั่น เป็นเงินที่ผมเคยยืมพี่พลอยมานานแล้ว ผมก็แค่จะใช้เงินเขา และเขาก็กำลังจะไปทำบุญพอดี”

มัทนีซักไซ้ไม่เลิกถามว่าทำไมต้องยืม อาทิตย์

บอกว่า เป็นเงินที่ตนฝากพลอยรูดการ์ดซื้อกระเป๋าให้แม่ ท้าให้เธอถามแม่ตนได้เลย ยืนยันว่าทั้งเรื่องปาร์ตี้และเช็คไม่มีอะไรเลย ตนกับพลอยบริสุทธิ์ใจต่อกันไม่มีเรื่องชู้สาว

“นายกล้าสาบานไหมว่าทุกอย่างที่เราคุยกัน เป็นความจริงทั้งหมด นายไม่เคยโกหกหรือปิดบังฉันเลย”

“ถ้ามีอะไรที่ผมต้องโกหกหรือปิดบังคุณ ก็เพราะผมไม่อยากให้คุณเสียใจ คุณเข้าใจใช่ไหม”

“นายยังมีหน้ามาทวงบุญคุณอีกเหรอ...ออกไปจากชีวิตฉัน! ฉันจะหย่ากับนาย!!”

อาทิตย์ใจหาย ถามว่าเธออยากรู้ใช่ไหมว่าความจริงคืออะไร อยากให้ตนบอกใช่ไหม อาทิตย์ตัดสินใจจะบอกเรื่องหาญ แต่พอมองหน้าคุณนายจำเนียรและมัทนีแล้ว เขาทำไม่ลง โพล่งไปว่า “หย่าก็หย่า...” แล้วหันหลังเดินก้มหน้าออกไปแท่นกับอเนกตามมาถามว่ามีอะไรทำไมไม่พูด ถ้าไม่พูดเรื่องนี้จบไม่สวยแน่

“ถ้าพูดไป แล้วมันจะดีขึ้นเหรอ มัทนีจะรักฉันยิ่งขึ้นงั้นเหรอ ไม่หรอก...เขาผิดหวังในตัวฉันไปแล้ว ยิ่งพูดไปก็ยิ่งซ้ำเติมเขาก็ไม่ต้องพูดหรอก”

คุณนายลิ้นจี่มาถึงพอดี บอกอาทิตย์ว่า “ถ้าลูกไม่พูดแม่พูดเอง!!” แล้วเดินเข้าหาคุณนายจำเนียรทันที “คุณนายคะ ดิฉันจะบอกความลับที่นายอาทิตย์อมพะนำเอาไว้เอง และดิฉันขอเอาเกียรติทุกอย่างรับประกันว่าดิฉันไม่ได้กุเรื่องมาเข้าข้างลูกชายแต่มันคือความจริง” อาทิตย์พยายามจะห้าม คุณนายลิ้นจี่ยืนยันว่า “ถ้าลูกไม่พูดตอนนี้ สุดท้ายพวกเขาก็ต้องรู้อยู่ดี ความลับไม่มีในโลก”

คุณนายจำเนียรอยากรู้มากเร่งให้บอกมาเลย ทันใดนั้นหาญก็ร้องโหวกเหวกโวยวายกลบเสียงทั้งหมดเข้ามา ถามคุณนายลิ้นจี่กับอาทิตย์ว่าเข้ามาทำไมจะมาใส่ร้ายอะไรตน สั่งอาทิตย์ให้พาแม่กลับไปเสีย สั่งโหน่งกับเหน่งให้โทร.แจ้งตำรวจเลย อาทิตย์เห็นหาญมาแรงขนาดนี้ก็ชวนแม่กลับ คุณนายลิ้นจี่ไม่ยอมกลับ มัทนีก็พรวดมาขวางอาทิตย์ไม่ให้พาแม่กลับ

“นายไม่ต้องยุ่ง คุณป้าอยากพูดอะไรก็พูดมาค่ะ”

หาญพยายามขวางอีก แต่ทุกคนอยากฟังคุณนายลิ้นจี่ พูด หาญทำท่าจะจนแต้ม ทันใดนั้น นรีร้องกรี๊ดขึ้นเป็นเสียงช่วยชีวิตหาญจริงๆ เพราะทุกคนตกใจรีบไปดูนรีทันที

นรีชี้หว่างขาตนที่มีเลือดไหลลงมา อาทิตย์สั่งเรียกรถพยาบาลทันที บรรยากาศตื่นตกใจโกลาหล โดยเฉพาะอเนกตกใจจนวุ่นวายไปหมด

นรีมีข้อแม้ว่า ถ้าอาทิตย์กับมัทนีไม่คุยกันดีๆ ตนไม่ยอมไปโรงพยาบาลเด็ดขาด จนทั้งสองต้องรับปากจับมือกัน นรีจึงยอมให้พาไปโรงพยาบาล

หาญฉวยโอกาสพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส สร้างบรรยากาศให้วุ่นวายยิ่งขึ้น เร่งให้รีบพานรีไปโรงพยาบาล และแอบพูดกับคุณนายลิ้นจี่อย่างเย็นชาว่า “ผมว่าคุณก็กลับไปก่อนเถอะ” คุณนายลิ้นจี่เซ็งมากที่หาญฉวยโอกาสลอยนวลไปได้

ooooooo

ไปถึงโรงพยาบาล นรีถึงมือหมอแล้ว แต่อเนกก็ยังวุ่นวายโทษว่าอาทิตย์กับมัทนีทำให้นรีตึงเครียดจนเจ็บคลอด

อเนกโวยวายจนทั้งสองต้องขอโทษ อเนกพยักหน้าเข้าใจเอาง่ายๆ เพราะลึกๆ แล้วเขาแค่อยากฉวยโอกาสบีบทั้งสองให้ดีกันเท่านั้น

แต่บรรยากาศนอกห้องฉุกเฉินยังเอะอะวุ่นวายด้วยความเป็นห่วงนรีจนมัทนีต้องดุว่าที่นี่คือโรงพยาบาลไม่ใช่ผับ! แต่ก็ไม่อาจหยุดความวุ่นวายได้ แต่ละคนต่างแสดงความรอบรู้ของตน แนะโน่นชี้นี่ พอหมอบอกว่านรีต้องผ่าตัด ก็วิเคราะห์กันไปต่างๆนานา หาญเสนออเนกว่าถ้าต้องให้เลือกระหว่างแม่กับลูกให้เลือกแม่เพราะยังมีโอกาสทำลูกใหม่ได้

เวลาเดียวกัน หาญก็หาทางกันอาทิตย์ออกไปเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ตามไปบอกอาทิตย์ขณะเขาไปกดน้ำดื่มว่า

“แกออกไปจากบ้านฉันเลยนะ กลับไปอยู่บ้านแกเลย แล้วไม่ต้องมาหลอกลวงยัยมัทอีก” หาญอ้างคลิปในทีวี อาทิตย์ชี้แจงว่า คลิปในทีวีมันไม่มีอะไรเลย ชี้ว่าคนที่โกหกหลอกลวงครอบครัวคือตัวหาญเองต่างหาก!

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง จนคุณนายจำเนียรมาหย่าศึก มัทนีก็มาชวนหาญไปรออีกทางหนึ่ง อาทิตย์มองตามเซ็งๆ แต่คุณนายจำเนียรยังติดใจถามอาทิตย์ว่าเรื่องที่เขากับคุณนายลิ้นจี่จะพูดคืออะไร? หาญเบรกทันทีอ้างว่าเรากำลังตึงเครียดเรื่องของนรี มัทนีเห็นด้วยแล้วพาทั้งพ่อและแม่ผละไป

อาทิตย์ถูกรุมกระหน่ำจากครอบครัวมัทนีแบบ “ขี้กี่กองกี่กองก็โทษไอ้ทองคนเดียว” เขามองตามครอบครัวนี้ไปอย่างอัดอั้น

วันต่อมา อาทิตย์ตัดสินใจขนของกลับบ้าน ถูกหาญตามไล่ให้ออกไปเร็วๆ และอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก อาทิตย์ตัดสินใจบอกมัทนีว่าตนมีอะไรอยากบอก ก็ถูกหาญกีดกันบอกมัทนีว่าไม่ต้องฟัง คำพูดจากปากคนนี้มีแต่เรื่องโกหกทั้งนั้น อาทิตย์เหลืออดถามว่า “คุณพี่หาญพูดแบบนี้ ยุให้หย่าเสียเลยดีไหม”

เป็นเรื่องขึ้นมาอีก เมื่อมัทนีหาว่าเขาก้าวร้าวลามปามเรียกคุณพ่อตนว่าพี่ หาญกลัวความแตกเลยยุไม่ให้มัทนีฟังอาทิตย์ ส่วนมัทนีเองก็ท้าทายว่าคนดูถูกบุพการีอย่างเขา ตนย่อมอยากหย่าอยู่แล้ว อยู่ไปก็เหนื่อยเปล่า อาทิตย์เลยนัดพรุ่งนี้ไปเขตกันเก้าโมง คุณนายจำเนียรเข้ามาซ้ำเติมอีกว่าตนมองคนผิดจริงๆ หาญยุส่งว่ากับคนแบบนี้เลิกๆกันไปก็ดีแล้ว

ooooooo

พออาทิตย์ขนเสื้อผ้ากลับบ้าน คุณนายลิ้นจี่รู้เข้าก็โวยวายโทร.ไปหาคุณนายจำเนียรทันที คุณนายจำเนียรบอกว่าเมื่ออาทิตย์ทำไม่ได้และทั้งสองคนต่างตัดสินใจหย่า ตนก็แล้วแต่พวกเขา

คุณนายลิ้นจี่ถามว่าที่ว่าอาทิตย์ทำไม่ได้  หมายความว่าอย่างไร คุณนายจำเนียรอ้างว่าอาทิตย์ไม่ได้ทำตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี  ไม่เคารพและให้เกียรติภรรยาด้วยความซื่อสัตย์ เมื่ออาทิตย์ยังไม่ยอมทิ้งลายเสือ ยังควงพลอยไฮโซคนนั้นไปไหนมาไหน ตนรับไม่ได้

เมื่อลูกชายถูกมองเป็นคนไม่ดี คุณนายลิ้นจี่เตือนคุณนายจำเนียรให้ดูแลสามีตัวเองให้ดีก่อนแล้วค่อยมาว่าคนอื่น ถ้าขืนยังตามืดบอดมองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ใช่แค่อาทิตย์จะหย่ากับมัทนี ตนก็จะเลิกคบกันด้วย

คุณนายสะดุดใจว่าคุณนายลิ้นจี่พูดมีลับลมคมใน ต่อมายังจับได้ว่าหาญแอบคุยโทรศัพท์กับน้ำผึ้งที่โทร.มาร้องไห้แทบขาดใจบอกว่าสงสารพี่มันเผา แม่พี่มันเผาถูกรถชนอยู่ห้องไอซียูเป็นตายเท่ากัน ตนช่วยอะไรไม่ได้เลยเพราะไม่มีเงิน หาญปลอบโยนให้ตั้งสติดีๆเดี๋ยวจะรีบออกไปพบ

หาญเตรียมตัวออกไป คุณนายถามว่าจะไปไหน หาญโกหกว่าเพื่อนที่นั่งสมาธิด้วยกันโทร.มาเชิญให้ไปบรรยายวิชาศีลธรรมกับการประยุกต์ใช้ในชีวิต เพราะอาจารย์ประจำป่วย คุณนายจะไปด้วย หาญอ้างว่าแดดร้อนอย่าไปเลย

ทั้งคุณนายและมัทนีที่เริ่มสงสัยพฤติกรรมของหาญ จึงพากันสะกดรอยตามหาญไป

ฝ่ายอาทิตย์ เมื่อใกล้เวลานัดพบกับมัทนีที่เขต เขาโทร.ไปเพื่อเตือนเธอ จึงรู้จากโหน่งและเหน่งว่าเธอไม่อยู่  เพราะสะกดรอยหาญไปที่ห้าง อาทิตย์พรวดออกไปทันที  จนเพื่อนๆพากันงงว่าเขาจะรีบไปไหน เกิดอะไรขึ้น?

ooooooo

ตอนที่ 10

หาญตกใจย่องลงมาอ้อมไปประตูหลังหาเก้าอี้มาปีนข้ามรั้วออกไปดึงน้ำผึ้งหลบจากตรงประตูไปแอบหลังเสาไฟฟ้าที่มีพุ่มไม้บังอยู่

โหน่งเปิดประตูโผล่หน้ามองซ้ายมองขวาจึงไม่เห็นใคร ทำหน้างงๆ แล้วปิดประตูกลับไป

น้ำผึ้งถูกหาญดึงไปกอดไว้แน่น พอโหน่งเข้าบ้านไปแล้ว จึงลากน้ำผึ้งห่างออกไปอีกมุมหนึ่ง น้ำผึ้งถามว่าทำไมไม่ให้ตนเข้าไปกราบคุณนาย  หาญอ้างว่าตอนนี้คุณนายมีแขกเอาไว้คราวหน้าค่อยมาใหม่

“วันนี้กลับไปก่อนนะ...นะคะ...เป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อ อย่าดื้อ อย่าขัดคำสั่ง แล้วอยากได้อะไร พ่อจะหามาให้ทุกอย่างเลย” น้ำผึ้งให้หาญสัญญาแล้วจะกลับ หาญคว้ามือไว้อ้อน “เดี๋ยวสิคะ เจอกันทั้งทีจะไม่กอดคุณพ่อหน่อยเหรอ” พูดแล้วอ้าแขนรับ น้ำผึ้งโผเข้ากอด หาญลูบหัวพูดอย่างแสนจะเอ็นดูว่า “ทำตัวดีๆนะคะ แล้วพ่อจะรักหนูไปจนตายเลย”

กอดจนอิ่มใจแล้วหาญเงยหน้าขึ้น เขาช็อกตาค้าง เมื่อเห็นคุณนายลิ้นจี่ยืนถือกระเช้าผลไม้จ้องตะลึงตาพองอยู่

“คุณหาญ...ไหนคุณจำเนียรบอกว่าคุณป่วย...แล้วนี่อะไร...ผู้หญิงคนนี้ใคร!!”

“สวัสดีค่ะคุณป้า หนูเป็นลูกสาวพ่อหาญค่ะ” น้ำผึ้งแนะนำตัวเองฉะฉาน คุณนายลิ้นจี่มองงงๆ หาญพยายามชี้แจง ถูกคุณนายโพล่งขึ้นว่า

“ฉันจะไปบอกคุณจำเนียร!!!” แล้วก้าวพรวดไปที่ประตู

“คุณลิ้นจี่!!!” หาญเรียกแทบไม่เป็นภาษา รีบหันไปบอกน้ำผึ้งให้กลับไปก่อน แล้วลนลานร้องเรียกคุณนายลิ้นจี่ พลางวิ่งมาขวางไว้ขอร้องให้ฟังตนก่อน

“มันเป็นอย่างที่ฉันคิดใช่ไหม” คุณนายลิ้นจี่ถามหน้าเครียด หาญอึกอักๆ คุณนายเห็นอาการก็ฟันธงว่า “ใช่จริงๆด้วย คุณทำยังงี้ได้ยังไง ผู้หญิงคนนั้นรุ่นลูกรุ่นหลานเลยนะ แล้วที่คุณจำเนียรชื่นชมคุณเป็นพ่อพระมาตลอดคืออะไร!!”

หาญยิ่งประหม่าหน้าซีด อึกอัก คุณนายลิ้นจี่รุกฆาตทันที

“คุณโกหกมาตลอด คุณแกล้งทำเป็นธรรมะธัมโมเพื่อบังหน้า ไม่ให้คนมองเห็นเนื้อในที่แท้จริงของคุณที่มันเน่าเฟะไปหมดแล้ว ใช่ไหม! ฉันจะบอกคุณจำเนียรให้หมด!!!”

หาญผวาคุกเข่ากอดขาคุณนายอ้อนวอนราวกับร้องขอชีวิต “คุณลิ้นจี่...ถ้าคุณจำเนียรรู้...ครอบครัวเราต้องมีปัญหาพังพินาศ...คุณจำเนียรต้องเสียใจ งานรณรงค์รักเดียวใจเดียวก็ต้องเสียหายเพราะขาดความน่าเชื่อถือ มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย แต่...แต่ถ้าคุณให้โอกาสผม...ผมสัญญา...สาบาน...ว่าผมจะไม่ทำผิดพลาดอีก จะแก้ไข จะกลับตัวกลับใจ...ให้โอกาสผมนะ...”

“ฉันจะไม่โกหกเพื่อช่วยคุณหลอกภรรยาเด็ดขาด”

“คุณไม่ต้องโกหก คุณแค่ไม่ต้องพูด แค่นี้เอง” หาญกอดเกลือกหน้ากับขาคุณนายลิ้นจี่น่าสมเพช พร่ำวอนไม่ขาดปาก “คุณจำเนียรเป็นคนดี เป็นภรรยาที่ดี เป็นหน้าเป็นตาให้กับสามีและครอบครัว...คนดีๆอย่างคุณจำเนียร ควรจะมีความสุข เป็นที่น่าอิจฉาของครอบครัวอื่นๆ เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้...อย่าทำลายความสุขเดียวที่คุณจำเนียรมีเลยนะคุณลิ้นจี่...นะ...ผมไหว้ล่ะ”

“ถ้าจะมีใครทำลายความสุขคุณจำเนียรได้ ก็คุณนั่นแหละ” คุณนายลิ้นจี่กระแทกกระเช้าผลไม้ใส่มือหาญแล้วหันหลังกลับเลย แต่หาญก็ยังมองตามอย่างกังวล...

ooooooo

ที่บ้านไร่คุณนายลิ้นจี่ คืนนี้ท้องฟ้านวลด้วยแสงจันทร์ส่อง มัทนีออกมายืนมองพระจันทร์อย่างดื่มด่ำกับธรรมชาติที่สวยงาม

อาทิตย์ออกมาคุยด้วย บอกว่ามีอะไรจะให้ แล้วเดินนำเธอไปอีกด้านหนึ่ง หยิบกระถางต้นว่านชักมดลูกที่กำลังออกดอกสีชมพูสวยให้ บอกเธอว่า

“ให้เพื่อแทนคำขอบคุณที่วันนี้คุณช่วยพูดไม่ให้คนงานผมฆ่าตัวตาย แล้วยังช่วยดึงผมไว้ไม่ให้ตกหน้าผาน้ำตกอีก”

มัทนีดักคอว่าจะทะลึ่งอะไรอีก ชี้แจงว่าที่ตนทำไปไม่เกี่ยวกับว่านเลย ทำเพราะกลัวทารกลูกเจ๊ใฝจะเป็นอันตรายต่างหาก

“จะอะไรก็ช่าง ผมว่าดอกมันสวยดี แล้วมันก็ดูเป็นของที่ระลึกในการมาฮันนีมูนที่ไร่ของผมดีด้วย ผมอยากให้คุณรับไว้ เผื่อวันไหนที่คุณคิดถึงผม ก็ขอให้มองว่านชักมดลูกนี้”

“อืม...มันเป็นความรู้สึกซาบซึ้งที่แปลกประหลาดดี” มัทนีรับไว้ อาทิตย์ยิ้มหวาน ทำให้เธอเขินๆ เก้อๆ ถูกเขาแซวว่ายิ้มของตนทำให้เธอเขินหรือ  มัทนีเลยทุบแขนที่บาดเจ็บจนอาทิตย์ร้อง เธอตกใจอุทาน “อุ๊ย...ฉันขอโทษ...ฉันลืม...” พลางรีบดูแลอย่างใกล้ชิด จนอาทิตย์ตกอยู่ในภวังค์โน้มเข้าใกล้จะจูบ เธอรีบยกกระถางว่านชักมดลูกกั้นเอาไว้ อาทิตย์ที่หลับตาเคลิ้มอยู่เลยจูบกระถางแทน

มัทนีหนีเข้าห้อง อาทิตย์ตามมาถามว่าไม่รักตนเลยใช่ไหม ถูกย้อนเอาว่าเขาก็ไม่รักตนเหมือนเขาแค่ชอบตนอย่างที่เขาชอบผู้หญิงทุกคน ต่างโต้เถียงกันไม่มีใครยอมใคร อาทิตย์เลยรวบรัดว่า

“คุณช่วยผมหน่อยได้ไหม ยอมผมสักครั้งเถอะขอร้อง แล้วผมจะยอมคุณทุกอย่างเลย...บอกผมมาว่าคุณรักผมไหม”

“เออ...รักก็รัก”

“ผมก็รักคุณ” อาทิตย์ยิ้มปลื้ม แต่ยังไม่พอขอให้เธอสวีตกันหน่อยให้เธอบอกว่า “ฉันรักคุณ” มัทนีเกี่ยงให้เขาพูดก่อน อาทิตย์เลยพูดรัวอย่างหยุดไม่ได้ว่า “ผมรักคุณ...ผมรักคุณ...ผมรักคุณ...” มัทนียิ้ม ต่างสบตาอย่างเปิดเผยความรู้สึกต่อกัน แล้วอาทิตย์ก็โน้มตัวเข้าหา...และ...ได้จูบประเดิมรักในคืนพระจันทร์เต็มดวง...

ooooooo

ความรักเพิ่งจะงอกงามเมื่อคืน แต่เช้านี้ มัทนีก็ต้องเจ็บปวดมากเมื่อบังเอิญไปได้ยินความลับบางอย่าง...

เมื่อเธอตื่นขึ้น ไม่เห็นอาทิตย์ ไปหาที่ห้องครัวเห็นเขาเตรียมเครื่องทำอาหารค้างไว้แต่ตัวไม่อยู่ จึงออกเดินหาบังเอิญได้ยินเสียงคุยกันจึงหยุดฟัง...

คุณนายลิ้นจี่คุยกับอาทิตย์เรื่องที่หาญมีกิ๊กรุ่นลูก คุณนายลิ้นจี่จะบอกให้มัทนีรู้ อาทิตย์ไม่เห็นด้วยเพราะถ้ามัทนีรู้ ต้องบ้านแตกแน่ๆ บอกแม่ให้ใจเย็นๆ อย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า บอกว่า

“แม่ครับ มันไม่ร้ายแรงเท่าไหร่หรอก ผมพอจะจัดการได้ ผมเอาอยู่น่าแม่”

คุณนายถามว่าจะไม่บอกมัทนีหน่อยหรือ อาทิตย์ยืนยันว่าให้รู้ไม่ได้เด็ดขาด เธอต้องรับไม่ได้แน่ๆ ตนรู้นิสัยเธอดีแล้วให้เหตุผลว่า

“แม่...ยัยมัทนีเนี่ยนะ เขารักและศรัทธาในตัวพ่อเขามาก เขาเชื่อพ่อเขาหมดทุกอย่าง คุณหาญ...พ่อตาผมเนี่ย...คือไอดอลของผู้ชายที่แสนดี รักเดียวใจเดียว และธรรมะธัมโมในใจของลูกสาว ถ้ามัทนีเขารู้ความจริง ว่าพ่อเขา...คันจี๊ดๆ แค่ไหน โลกของเขาต้องถล่มทลาย ชีวิตของเขาต้องเซเป๋ เพราะฉะนั้นเรื่องคุณหาญกับสาวๆ เราจะต้องเหยียบให้มิด”

“แต่มันจะถูกหรืออาทิตย์ ที่ให้เขาฝันลมๆแล้งๆ ไป ว่าพ่อเขาแสนประเสริฐ ทั้งที่ จริงๆแล้ว...”

“ผมไม่อยากให้ยัยมัทเสียใจน่ะแม่ อีกอย่างผมไม่อยากให้บ้านแสนสุข พ่อแม่ลูกของเขาต้องแตกร้าว”

“แกรักผู้หญิงคนนี้มากจริงๆ” คุณนายลิ้นจี่บีบแก้มอาทิตย์อย่างมันเขี้ยว

“ทำไงได้ มันรักไปแล้วนะแม่...เอาเป็นว่า...ผมจะจัดการกะพ่อตาผมเองโดยไม่ให้แม่ยายกะลูกสาวเขารู้ เราจะช่วยกันปราบมาร...ที่จะมาทำให้ครอบครัวของเขาร้าวฉาน ด้วยวิธีที่เงียบๆ และเนียนๆนะครับแม่”

คุณนายลิ้นจี่พยักหน้าแม้จะไม่เห็นด้วยนักก็ตาม

มัทนีเจ็บปวดใจกับเรื่องที่ได้ยินได้ฟัง เมื่อเข้าไปนั่งกินอาหารเช้าด้วยกัน เธอพยายามเลียบเคียงสะกิดถาม แต่ทั้งคุณนายและอาทิตย์ก็พูดเฉไฉไปเรื่องอื่น จนจะเดินทางกลับบ้าน เธอทนไม่ได้ถามอาทิตย์ว่า

“สามีภรรยาควรมีความลับต่อกันหรือไม่”

“ควรมี...เพราะมนุษย์ทุกคนย่อมต้องการพื้นที่ส่วนตัวกันทั้งนั้น”

“ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า คุณก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่ห้ามฉันก้าวเข้าไปยืนงั้นสิ”

“ยิ่งรู้อะไรของกันและกันมากเกินไป ปัญหามันก็จะยิ่งเยอะ คุณไม่คิดแบบนี้เหรอ”

“ดี...งั้น...คุณก็ไม่ต้องมารู้ทุกเรื่องของฉันเหมือนกัน” พูดแล้วขึ้นรถปิดประตูปัง! นั่งเชิดปึ่ง!

ooooooo

หลังจากที่ตู้กับแท่นปกป้องกันต่อสู้กับเอกชเยศร์และพวกแล้ว ตู้ประทับใจแท่นจนคิดว่าเขามีใจให้คิดเพ้อกระทั่งว่าตนกับแท่นมีใจตรงกันมันเป็นความรักที่ลงตัว

ตู้คุยกับนรีและปุยฝ้ายถึงขั้นจะแต่งงานกับแท่น ปุยฝ้ายหัวเราะขำเพื่อน หาว่าตู้ฝันกลางวัน ปลุกให้ตื่นมาอยู่กับโลกของความจริงกัน  ทำให้ตู้เคืองลุกพึ่บ  สะบัดเสียงใส่

“ไม่ต้องมาเยาะเย้ยกันเลย ฉันกะคุณแท่นจริงใจต่อกัน  เขาเสียสละเพื่อฉันหลายอย่าง  ถ้าเขาไม่รักฉันเขาไม่มีวันทำแบบนั้นแน่ๆ” พูดแล้วตู้เดินเชิดไปราวกับนางพญา นรีกับปุยฝ้ายมองหน้ากันงงๆมึนๆ

เมื่อนรีเล่าให้อเนกฟัง เขาบอกว่าตลกแล้ว ถามตู้พูดขำๆหรือเปล่า นรีบอกตนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้ตู้เข้าใจแบบนั้น เพราะตู้เป็นคนดีเป็นคนจริงจังจิตใจละเอียดอ่อน บอกอเนกว่า

“เธอต้องทำอะไรสักอย่างนะอเนก อย่าให้นายแท่นมาหลอกให้เพื่อนฉันรัก แล้วหักอกมันจนยับเยิน ตู้มันตายแน่ เข้าใจไหม”

ooooooo

อาทิตย์ขับรถกลับมาถึงบ้านมัทนี โหน่งกับเหน่งมาช่วยกันขนพืชผักของฝากจากไร่ลงจากรถ อาทิตย์ถามทั้งสองว่าหาญเป็นอย่างไรบ้าง ทั้งสองบอกว่ากำลังร้องเพลงอยู่เห็นว่าจะไปประกวดร้องเพลง

มัทนีเดินเข้าบ้าน หาญทักว่าไปฮันนีมูนกันมาหรือหายไปเลย ลืมพ่อลืมแม่เลยนะ คงความสุขมากล่ะซิมัทนีถามนิ่งๆว่าแม่ไปจัดรายการหรือ? แล้วพ่อกำลังหัดร้องเพลงและเต้น??

หาญอ้างว่าตอนนี้เขากำลังศึกษาเรื่องเด็กวัยรุ่น เราต้องทำตัวให้เข้ากับเขาให้ได้ไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาสังคมระหว่างคนต่างรุ่น อาทิตย์ดักคอว่ารุ่นปู่กับรุ่นหลานหรือ ถูกหาญมองตาขุ่น พูดเสียงเข้มว่า

“ก็ทุกรุ่นนั่นแหละ กิจกรรมของหลวงพ่อท่าน”ถูกอาทิตย์ดักคออีกว่าหลวงพ่อนกใช่ไหม หาญเหลืออดปรามว่า “นี่...นายอาทิตย์ ซักเรื่องได้ไหม ที่พ่อลูกเขาจะคุยกัน แล้วนายไม่ต้องสอด”

“ใช่...คู่สมรส ไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของกันและกันทุกเรื่อง เราควรมีพื้นที่ส่วนตัว” มัทนีผสมโรง

“โอเค...ได้ครับ” อาทิตย์น้อยใจวูบขึ้นมา “งั้น...ผม

ขออนุญาตกลับบ้าน พอดีพรุ่งนี้มีงานเช้าที่โรงงานด้วย คุณพ่อตา...กับคุณภรรยา จะได้คุยกันให้สนุก ไม่มีลูกเขยที่เป็นคนนอกมาอยู่ขัดคอให้เกะกะ ดีไหมครับ”

มัทนีอึ้ง ใจหาย แต่ที่จะให้ง้อนั้น ทำได้! อาทิตย์ยิ้มอย่างปวดใจ หยิบกุญแจรถเดินออกไป

อาทิตย์ไปหาแท่นที่สตูดิโอ เจอพวกเพื่อนๆบ้างนั่งบ้างนอนกันเขลงเพราะไปช่วยแท่นคิดทำเอ็มวีวงเกิร์ลกรุ๊ปต่างก็คิดไม่ออก จนอเนกคิดได้แต่อำไว้ไม่ยอมบอกเพื่อนๆ

อาทิตย์ยังอารมณ์ค้างจากบ้านมัทนี นั่งดื่มเงียบๆ เครียดๆไม่มีอารมณ์ร่วมกับเพื่อนๆ เช่นเดียวกันมัทนีเองก็นั่งคิดบนเตียงคู่ มองพวงมาลัยคู่วันวิวาห์ที่แขวนอยู่หน้ากระจก บรรยากาศเหงาเศร้าจนร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น

ooooooo

รุ่งขึ้น มัทนีเห็นหาญออกกำลังกายก็ถามว่าไม่เดินจงกรมแล้วหรือ หาญบอกว่าเราต้องลองทำอะไรใหม่ๆ กิจกรรมที่ไม่ซ้ำซาก ทำให้มัทนีนึกขึ้นได้ถามว่าคืนนั้นที่พ่อแต่งตัวประหลาดๆนั้นพ่อไปไหน

หาญตกใจ มัทนีบอกว่าคืนนั้นตนจะตามพ่อไปวัด เลยถูกอาทิตย์หลอกไปที่ไร่เขาแทน หาญหัวเราะร่าสวมรอยทันทีว่า “แผนของพ่อได้ผลจริงๆใช่ไหมล่ะ”

แล้วหาญก็ลักไก่ว่า อาทิตย์มาฟ้องว่าเธอไม่ยอมเข้าหอด้วยดีๆ ไล่เขามานอนนอกห้อง ถามว่าใช่รึเปล่าล่ะ พอมัทนียอมรับว่าใช่ หาญบอกว่าอาทิตย์มาบอกให้ตนแกล้ง ทำเป็นจะหนีไปไหนแล้วทำตัวเด่นๆให้เธอเห็น เขาจะได้พาเธอไปในที่ที่โรแมนติกแล้วจะได้ฮันนีมูนกัน

มัทนีหลงเชื่อ ซึ้งใจที่พ่อทำเพื่อตน บ่นว่าอาทิตย์กะล่อนจริงๆ พอดีคุณนายเดินลงมา หาญรีบหลบไปอ้างว่าจะไปอาบน้ำ สองแม่ลูกจึงเดินเล่นไปในสนาม ครู่หนึ่งมัทนีถามขึ้นว่า

“แม่คะ...สามีภรรยาเนี่ย ควรจะมีความลับต่อกันหรือเปล่าคะ”

“ไม่ควรมีนะ...ทำไม ลูกมีความลับอะไรกับนายอาทิตย์เหรอ หรือเขามีความลับอะไรกับลูก”

“เปล่าค่ะ หนูแค่อยากรู้ทัศนคติของแม่น่ะค่ะ”

“ผัวเมียไม่ควรมีความลับต่อกัน” แล้วคุณนายก็ยกตัวอย่างว่า “ดูอย่างแม่กับพ่อสิ เรายังไม่มีความลับต่อกันเลย แม่มีอะไร แม่ก็บอกพ่อเขาหมด แล้วพ่อเขา มีอะไร เขาก็บอกแม่ทุกเรื่องตลอดๆๆ”

“จริงด้วย” มัทนีนึกในใจว่าทำไมอาทิตย์ไม่เป็นแบบพ่อบ้าง...

ooooooo

ที่ห้องนั่งเล่นในสตูดิโอของแท่น...อาทิตย์งัวเงียตื่นขึ้นตอนเช้าท่ามกลางของกินเครื่องดื่มที่วางระเกะระกะเห็นโทนี่กับแท่นสองหนุ่มโสดที่เหลือ กำลังช่วยกันเก็บกวาด

“อ้าว...นี่...ตกลงฉันนอนสตูดิโอแกเหรอ” โทนี่กับแท่นช่วยกันกล่าวต้อนรับอาทิตย์ที่กลับมาสู่สถานะเดิม ยอมรับว่าการแต่งงานทำอะไรเขาไม่ได้จริงๆ ยกนิ้วโป้งชม “เจ๋งว่ะ” อาทิตย์กุมหัวถามว่า หมายความว่าไง โทนี่บอกว่า

“ก็การแต่งงาน ไม่ได้กีดกันแกออกไปจากเพื่อนๆ เลยนี่หว่า แกก็ยังสามารถนอนค้างสว่างแจ้งกะเพื่อนๆได้แล้วยัยมัทก็ไม่ยักโทร.ตาม เยี่ยมทั้งผัวทั้งเมีย”

“จริงเพื่อน ขนาดเพิ่งกลับจากฮันนีมูนแท้ๆ เพื่อนยังสามารถคุมเมียไว้ในโอวาทได้ ต้องชมคุณมัทด้วยที่ไม่เป็นเมียพันธุ์จิก”

โทนี่กับแท่นผลัดกันชมอาทิตย์ ยกนิ้วให้ว่าต้องอย่างนี้สิถึงจะเรียกว่า “เอาอยู่! เจ๋งจริงๆ!!”

สองหนุ่มตบไหล่อาทิตย์ป้าบๆ หัวเราะกันอย่างพออกพอใจ ในขณะที่อาทิตย์หัวเราะไปกับเพื่อนด้วยแต่...อย่างฝืดๆและแอบเศร้า ที่ตัวเองไม่ได้เป็นอย่างที่เพื่อนพูดเลย...

ooooooo

อเนกติดต่อตู้ให้ไปช่วยทำเอ็มวีให้สาวๆเกิร์ลกรุ๊ป บอกว่าแท่นคิดได้แต่ไม่ชัดเจนพอ เลยอยากให้ตู้ไปช่วยคิด

“แล้วเขาให้คุณอเนกมาติดต่อตู้หรือคะ อ๊า...พวกเธอก็คิดเอาเองแล้วกันนะ เขาเป็นฝ่ายอยากร่วมงานกะฉันก่อนเอง...นะจ๊ะ” ตู้ดี๊ด๊าอวดเพื่อนๆ

นรีถามอเนกว่าแท่นไม่ได้เสนอ แต่เขาทำเองใช่ไหม ถามว่าเขาต้องการอะไร

“ผมอยากรู้ว่าแท่นมันเปลี่ยนรสนิยมจริงๆหรือว่าไม่ได้เปลี่ยนเลยมันยังบ้าผู้หญิงเหมือนเดิม” พูดอย่างเป็นห่วงความรู้สึกของตู้ว่า “ตู้ไม่ควรจะฝันลมๆแล้งๆ นางควรจะเผชิญความจริง ถ้าแท่นชอบนาง เราก็จะได้รู้กัน แต่ถ้าไม่นางจะได้เลิกเพ้อ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา เสียหน้า และเสียใจไงล่ะ”

ตู้มาถึงสตูดิโออย่างตื่นเต้นมาก มัทนีก็ถูกนรีให้มาด้วย อ้างว่าเพราะเธอเป็นคนตรงไปตรงมาและอ่านผู้ชายเก่ง ตู้เองก็ยินดีที่มัทนีจะได้มาดูว่าแท่นชอบตนหรือเปล่า เพราะตนบอกว่าแท่นชอบตนแต่พวกนั้นไม่เชื่อ มาดูจะได้รู้กันไปเลย

แท่นเดินเข้ามาพอดี เขาตรงไปจับมือตู้เอ่ยอย่างยินดี “คุณตู้ ขอบคุณมากนะครับที่รับทำงานนี้ให้ผม คุณคงจะช่วยน้องๆ ได้มากเลยครับ”

ตู้หันมองทุกคนทำนองว่า เห็นไหม...เห็นไหมล่ะ ทำเอาแท่นงงว่าอะไรกัน

แท่นมาดูการเตรียมการและการถ่ายทำอย่างใกล้ชิด ตู้เลียบเคียงถามว่าเขาต้องมาดูเองเวลาถ่ายมิวสิกวีดิโอคลิปในค่ายทุกครั้งหรือ

“อ๋อ...ไม่ทุกครั้งหรอกครับ แต่นี่พอดีไอเดียการถ่ายทำเรื่องนี้ผมคิดเอง แล้วก็เชิญคุณมาทำงานด้วยกัน แล้วคุณก็ให้เกียรติมา ผมก็ต้องมาดูแลเองสิครับ”

ตู้ฟังแล้วเขินจนทำตัวไม่ถูก นรีเห็นแล้วบ่นกับมัทนีว่าแท่นปากหวานอย่างนี้ตู้ถึงได้คิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น

ooooooo

เพราะปักใจเชื่อว่าแท่นชอบตน ระหว่างการถ่ายทำแท่นดูแลความเรียบร้อยของบรรดาสาวๆเห็นเศษทิชชูติดผมก็ช่วยหยิบออก ทำให้ตู้หึงหาทางแกล้งน้องคนนั้น

แท่นรู้สึกผิดสังเกต จนเมื่อน้องคนนั้นถูกตู้แกล้งให้แสดงเป็นชะนี เมื่อไม่ถูกใจก็ผลักแรงๆจนน้องคนนั้นล้ม จึงเรียกตู้ไปคุยว่า

“ขอโทษนะครับตู้ ผมคิดว่าผมไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่คุณพยายามทำในเอ็มวีนี้เท่าไหร่ คือที่คุณให้น้องคนนั้นเขาทำตัวเป็นชะนีแล้วกระชากผลักล้มอะไรขนาดนั้น” ถูกตู้ย้อนถามว่าเขาชอบน้องคนนั้นหรือ? “ครับ...ผมชอบเขามาก”

ตู้โพล่งทันทีว่า “นั่นไง ฉันว่าแล้ว ฉันดูออก” แท่นถามว่าตู้คิดแบบนั้นใช่ไหมเลยทำอะไรบ้าๆแบบนี้

“ดีค่ะ...ที่คุณรับออกมา ฉันจะได้ไม่เข้าใจผิดอีก ต่อไปจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าคนไหนที่คุณชอบกันแน่ ในน้องๆห้าคนนั้น ฉันก็จะได้ปั้นคนนั้นให้เด่นเป็นพิเศษ”

แท่นถามว่าแล้วน้องคนนั้นเขาถูกให้เป็นชะนี เด่นยังไง ตู้ตัดบทว่า

“ถ้าคุณไว้ใจฉัน คุณปล่อยให้ฉันทำให้จบสิคะ คุณเป็น ‘เพื่อน’ ที่ดีคนหนึ่งฉันก็ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อเพื่อนสิคะ”

เมื่อทำงานจบ ทุกคนชื่นชอบมาก แท่นเอ่ยชมตู้ว่า “เยี่ยมมาก น่ารักมาก ดูสดใสไร้เดียงสา ขอบคุณคุณจริงๆหวังว่างานหน้าเราจะได้ร่วมมือกันอีกนะครับ”

ทุกคนชื่นชมตู้มาก ตู้เองยอมรับกับเพื่อนๆว่า “ขอโทษ ที่พวกเธอพยายามเตือนฉันแล้ว แต่ฉันไม่เชื่อ คุณแท่น...เขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันจริงๆ ฉันฝันไปเองข้างเดียว ฉันก็ไม่ได้เสียฟอร์มใช่ไหม” มัทนีชมว่าตู้เก่งที่เอาชนะใจตัวเองได้ ให้กำลังใจตู้ว่า พวกเราจะดูแลกันต่อไป

ในบรรยากาศที่ชื่นชมความเข้มแข็งของตู้นั้น อาทิตย์เสนอไปฉลองกัน ตู้เสนอว่าแบบนี้ต้องเอาแบบปิ้งๆ

ย่างๆ อาทิตย์ฉวยโอกาสกอดมัทนีที่กำลังดีใจกับเพื่อนๆ ชวนไปกินปิ้งย่างกัน เธอเลยต้องไปกินกับเพื่อนๆด้วย

ooooooo

หาญหลงน้ำผึ้งที่ทำตัวน่าสงสาร แต่ที่แท้เธอคือเด็กใจแตกมีกลุ่มเพื่อนที่เอาแต่สนุกคึกคะนองไร้สาระสนุกไปวันๆ เมื่อเกาะหาญติดแล้วก็ได้เงินจากหาญใช้ไม่ขาดมือ

วันนี้หาญมาหาเธอที่ร้านอาหารเล็กๆในซอย กลุ่มพวกเธอ 5-6 คน กำลังระดมกันส่งเอสเอ็มเอสเชียร์นักร้องที่ชื่อมันเผา ส่งเอสเอ็มเอสจนเงินหมด หาญควักเงินให้หกพันไปซื้อบัตรเติมเงินมากดกันอย่างระห่ำอีก ตัวเองก็ถูกเด็กสาวเหล่านั้นทั้งกอดทั้งหอม จนหาญแทบหัวใจวายตาย

เลี้ยงฉลองให้ตู้แล้ว อาทิตย์ขับรถไปส่งเห็นตู้นั่งซึมน้ำตาคลอ อาทิตย์ปลอบใจและบอกเล่าถึงอุปนิสัยเฉพาะตัวของแท่นให้ฟังว่า

“ผมคุ้นเคยกับละครชีวิตฉากเก่าๆ ที่เล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าของไอ้แท่นดี ทุกครั้งที่มีการปั้นนักร้องผู้หญิงคนใหม่ๆในค่าย ไอ้แท่นจะต้องไปหลงรักเขา อาจจะเหมือนพวกจิตรกรที่หลงรักรูปปั้นของตัวเองก็ได้ แล้วพอปั้นเสร็จมันก็เหมือนจืด อิ่ม หมดความตื่นเต้นในสาวคนนั้นไป สาวบางคนที่เข้ามาดีกับมัน เพื่อให้มันปั้นแล้วพอดังแล้วก็ห่างไปเช่นกัน แบบนั้นก็โอเค วินๆ แต่ถ้าใครมาหลงรักใฝ่ฝัน คิดจะเป็นแฟนมันจริงจัง ก็ต้องงง ตอนที่มันไม่สนใจไยดีอีกแล้ว”

ตอนที่ 9

มัทนีเดินหนี เอกชเยศร์ถือตุ๊กตาเดินตามไปใส่ไฟอาทิตย์ว่า

“ไงล่ะมัท...คนรวยไม่ได้แปลว่ามันจะเป็นคนดี เงินแค่ไหนก็ซื้อความสุขไม่ได้...” แล้วใช้ตุ๊กตาหุ่นพูดแทนว่า “นี่แค่วันแรกๆเขายังกล้าทำตัวแบบนี้ แล้วต่อไปล่ะ มัทมิต้องเจอมากกว่านี้หรือ แต่งงานกับคนผิด ชีวิตเหมือนตกนรก”

มัทนีหยุดหันมองเรียกปรามเซ็งๆ ถูกเอกชเยศร์ย้ำอย่างกระหยิ่มว่า ซึ้งแล้วสิ

“พอได้แล้วเอก มัทจะเจออะไรมันก็เรื่องของมัท เอกไม่ใช่เพื่อน ไม่ใช่แฟน ไม่ได้เป็นอะไรสักอย่าง ไม่ต้องยุ่งเรื่องครอบครัวของมัท” พูดแล้วเดินแยกไปอีกทาง กระนั้น เอกชเยศร์ก็ยังบ่นตามหลังว่า

“เอกก็แค่เตือนตามประสาคนเคย...รู้จักกัน”

มัทนีเดินหน้าง้ำไป พลันก็ชะงักเมื่อเห็นอาทิตย์กำลังสอนพวกเกิร์ลกรุ๊ปเต้นท่าเซ็กซี่ใหม่ๆให้พวกเพื่อนๆ ดู เป็นที่ถูกใจของเพื่อนๆ แล้วเขาก็เรียกมาถ่ายรูปร่วมกัน พวกสาวๆรุมกันคิกคักกับอาทิตย์ มัทนีมองอย่างหมั่นไส้

อาทิตย์เห็นมัทนีมองอยู่แต่เขาทำเป็นไม่เห็น ดี๊ด๊า กับพวกสาวๆจนอเนกสะกิดบอกว่ามัทนีมองอยู่ เขาจึงทำเป็นเพิ่งเห็นชวนมาถ่ายรูปด้วยกัน

“ตามสบายค่ะ พอดีว่ามัทมีเรื่องต้องคุยกับเอก...” พูดแล้วเธอทำเป็นตกใจที่พลั้งปากความลับออกไป หันไปต่อว่าเอกชเยศร์ว่าไม่เตือนกันเลย แล้วชวนกันไปทางอื่น บอกอาทิตย์ว่า “ตามสบายนะคะอาทิตย์”

แท่นทำหน้าที่ตากล้อง นับหนึ่งถึงสามแล้วกดแชะ ปรากฏว่ารูปออกมา อาทิตย์หน้าบูดดูไม่ได้เลย

ส่วนมัทนีจูงมือเอกชเยศร์แยกไปแล้วก็แกล้งทำเป็นเย้าแหย่กันหัวเราะคิกคักให้ได้ยินไปถึงอาทิตย์ แต่พอพ้นสายตาอาทิตย์ เธอก็เปลี่ยนโฉมหน้าหันมาขึงขังกับเอกชเยศร์ บอกเขาให้กลับกรุงเทพฯเสีย เราไม่ได้มีอะไรพิเศษกัน แต่เอกชเยศร์กลับโมเมว่า

“มัท...มัทใช้ผมเพื่อประชดนายอาทิตย์ แปลว่า ผมยังมีความหมายอยู่ มัท...มัทยังรักเอกอยู่ใช่ไหม ถ้ามัทไม่รักเอกแล้ว มัทคงไม่ใช้เอกเป็นอาวุธทิ่มแทงใจนายอาทิตย์หรอก แต่มัทใช้เอกก็แปลว่ามัทยังมีเยื่อใยให้เอกอยู่”

มัทนีมึนงงที่เอกชเยศร์โมเมได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่เอกชเยศร์ก็ยังพล่ามไม่หยุดว่า

“มัทคงจะตระหนักได้แล้วสิว่า ไม่มีใครที่จะดีเท่ากับเอกอีกแล้ว ถึงเอกจะไม่รวย นามสกุลไม่ได้ใหญ่ แต่เอกก็ทำให้มัทมีความสุขแบบเรียบง่ายได้ ถูกไหม”

“เอก...หยุดมโน...” มัทนีปราม แต่เอกชเยศร์

ยังพล่ามว่าตนไม่ได้คิดไปเอง ให้เธอยอมรับความจริงเสียเถิด “เอก! เอกมาทางไหน ช่วยกลับไปทางนั้นเลยนะ ขอร้อง” พูดแล้วส่ายหน้าเดินแยกไปอีกทาง เอกชเยศร์ เชิดตุ๊กตาหุ่นพูดข้างหูเธอ

“มัทหลอกตัวเอง ผู้หญิงก็ปากแข็งงี้ทุกคน ใช่...มัทกำลังหลอกตัวเอง” เอกชเยศร์ว่ามัทนีทั้งที่กำลังหลอกตัวเองแท้ๆ

ooooooo

อเนกถามอาทิตย์ว่าเขาทำอย่างนี้เพื่ออะไร อาทิตย์ทำไขสือถามว่า ทำอะไร?

“ถ้าแกกับภรรยามีปัญหาอะไรก็คุยกันสิ อย่าประชดกันไปมาเป็นเด็กๆ มันไม่ช่วยอะไรเลย” อเนกจี้ใจดำ

“ฉันเคยบอกพวกแกแล้วไง ว่าก่อนแต่งงานฉันเป็นยังไงหลังแต่งก็จะเป็นยังงั้นไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเขาไม่เข้าใจ ยอมรับไม่ได้ ก็...ก็ต้องรับให้ได้ เพราะฉันจะไม่เปลี่ยนแปลง!!” อาทิตย์ชี้แจงอย่างไม่แคร์

โทนี่กับโมกข์พากันอวยอาทิตย์ แต่อเนกเตือนสติเพื่อนๆว่า

“เฮ้ยๆๆ พวกแกอย่าอวยกันในเรื่องผิดๆสิ ไอ้อาทิตย์แกตกลงใจแต่งงานแล้วก็ต้องเลิกทิฐิ เลิกคิดว่าฉันเป็นอย่างงี้  เธอจะยังไง มันต้องไม่มีฉันไม่มีเธอ ต้องมีแค่เรา”

แท่น โทนี่ และโมกข์ต่างประชดอเนกว่าพัฒนาถึงขั้นเทศนาหลักการครองเรือนแล้วหรือ อเนกไม่สนใจบอกอาทิตย์ให้รีบไปคุยกับมัทนีให้รู้เรื่องก่อน

“เขาอยากคุยกับฉันที่ไหน ฉันพาเขามาฮันนีมูน แล้วเขาพาใครมา...เพื่อนๆยังไม่เท่าไหร่ แต่ชวนแฟนเก่ามาด้วย...แกตอบซิว่ามันหมายความว่าอะไร???”

อเนกบอกว่าตนจะไปรู้ได้ไง ไล่ให้ไปคุยกับมัทนีเอง อาทิตย์ตีขลุมเอาเองว่าเพราะเธอยังมีใจให้เอกชเยศร์อยู่ เพราะทั้งสองคนรักกันมานาน รักกันด้วยตัวเองตั้งแต่สมัยเรียน ไม่มีใครบังคับให้แต่งงานเหมือนตน ตนเป็นแค่อะไรที่เธอหลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น โทนี่ติงว่าเขาพูดเหมือนน้อยใจ อาทิตย์เสียงเข้มย้อนว่า

“น้อยทำไม...คบกันอย่างนี้ก็ดีแล้ว ฉันจะได้เต็มที่” พูดแล้วกระโดดขึ้นรถเอทีวีที่จอดอยู่แถวนั้น หันไปโบกมือกับสาวๆชวน “หนูๆจ๋าใครสนใจอยากให้พี่สอนขี่รถเอทีวีบ้าง”

พวกสาวๆวี้ดว้ายดี๊ด๊าแย่งกันมารุมอาทิตย์กันเซ็งแซ่

ooooooo

แก๊งพ่อไก่แจ้เขม่นเอกชเยศร์ หาทางแกล้งเขาแรงๆจนเขาร้องลั่น มัทนีได้ยินเสียงวิ่งมาดู เธอต่อว่าแก๊งไก่แจ้ที่เล่นกันรุนแรงขนาดนี้

“พวกคุณแกล้งเอกทำไม!!” แล้วลิ่วไปหาอาทิตย์ถามเอาเรื่องว่า “เอกชเยศร์ไปทำอะไรให้นายถึงต้องเล่นกันแรงขนาดนี้” อาทิตย์ถามว่าเล่นอะไร ตนไม่ได้ทำอะไร ตนไม่รู้เรื่อง

“นายไม่ใช่ลูกผู้ชาย ให้แก๊งไปรุมคนไม่มีทางสู้ แล้วยังไม่กล้ายืดอกรับผิดอีก”

“คุณดูจะแคร์แฟนเก่าคุณมาก มากกว่าสามีซะอีก...ผมพาคุณมาที่นี่ เพราะอยากให้คุณได้พักผ่อน เราจะได้เรียนรู้กันให้มากขึ้น แต่คุณพาใครมา? ทำไม? การต้องอยู่กับผมสองต่อสองมันน่ากลัวมากงั้นเหรอ?”

“สิ่งที่นายทำมันไม่น่าไว้ใจ”

“เหรอ?? ก็เลยต้องพามาทั้งเพื่อนทั้งแฟนเก่า สะใจคุณแล้วสิ ที่ทำลายเซลฟ์ผมได้ คุณกำลังรู้สึกเหมือนได้ยืนเหยียบอยู่บนหน้าผมใช่ไหมล่ะ ต่อไปใครต่อใคร ก็จะต้องพูดเยาะเย้ยผม เป็นโจ๊กในวงเหล้าว่าผมพาภรรยามาฮันนีมูนพร้อมกิ๊กเก่าของภรรยา”

มัทนีบอกว่าเอกชเยศร์มาเอง ตนไม่ได้ชวน อาทิตย์ ก็โต้ว่าเพื่อนตนก็เล่นงานแฟนเธอเอง ตนไม่ได้สั่ง จ้องหน้าบอกว่า

“พาแฟนคุณออกไปจากไร่ผม ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่ปรานี”

มัทนีมาบอกเอกชเยศร์ให้กลับกรุงเทพฯเสีย เขาไม่ยอมกลับคนเดียว มัทนีเบื่อหน่ายที่พูดกันไม่รู้เรื่อง เธอเดินหนี  เอกชเยศร์วางตุ๊กตาหุ่นมือไว้ที่โต๊ะที่มีแดด แล้วตามมัทนีไป อาทิตย์เดินมาเห็นตุ๊กตาหุ่นวางอยู่  เขาคิดจะแกล้งเอกชเยศร์ให้สะใจ หยิบตุ๊กตาติดมือไปพึมพำ “เดี๋ยวสวยแน่”

อาทิตย์กับแก๊งพ่อไก่แจ้ เอาตุ๊กตาหุ่นไปปิ้งที่เตาบาร์บีคิว สรวลเสเฮฮากันว่าใครจะกินส่วนไหนของมัน เอกชเยศร์มาเจอ เข้าไปแย่งคืนโวยลั่น

“พวกแก...ทำกับ...น้องน้อยของฉันได้ยังไง”

อาทิตย์ยื้อตุ๊กตาหุ่นไว้ไม่ยอมให้ “อะไรๆๆของนายที่ไหน ฉันเห็นมันนอนตายตากแดดอยู่ มันมาตายในไร่ของฉัน มันก็ต้องเป็นของของฉัน”

“พวกแกไอ้ฆาตกร...แกฆ่าเพื่อนฉัน” เอกชเยศร์อาละวาดพังเตาปิ้ง พวกอาทิตย์หัวเราะเยาะเย้ยกันสะใจ เอกชเยศร์กลายเป็นตัวตลกในวงล้อมของพวกอาทิตย์

“พอได้แล้ว!!” มัทนีแทรกเข้ามา พอเอกชเยศร์เห็นมัทนีก็ฟ้องว่า พวกนี้ย่ำยีหัวใจตน พลางก้มโกยเศษตุ๊กตาหุ่นที่ถูกพวกอาทิตย์ฉีกทำเป็นแย่งกันกิน

“ด่าเลย...ครั้งนี้ผมจะไม่เถียง เพราะผมรู้เห็นเป็นใจทุกอย่าง ที่นี่ไร่ผม ผมมีสิทธิ์จะจัดการแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ตามสไตล์ของผม” อาทิตย์สะอึกออกมารับหน้า

“อันธพาล ในที่นี้ไม่มีใครได้รับเชิญทั้งนั้น ฉันก็ถูกนายหลอกพามา คนอื่นๆก็ถูกฉันหลอกให้มาอีกที ถ้าอยากให้เอกกลับ ฉันก็จะกลับด้วย...ไปเอก” มัทนีคว้าแขนเอกชเยศร์ลากออกไป ทำเอาทุกคนมึน...งง...

เอกชเยศร์ดีใจที่มัทนีจะกลับไปกับตน บอกว่ากลับไปแล้วเรามาดีกันเหมือนเดิมนะ ตนยังรักเธออยู่ ยอมรับว่าตอนนั้นตนทำตัวไม่ดี ไม่น่ารัก เอาแต่ใจ แต่ตอนนี้สำนึกแล้วอยากกลับมาเหมือนเดิมกับเธออีก

“ใครอยากกลับก็กลับไป แต่ภรรยาผมต้องอยู่ที่นี่” อาทิตย์ตามมายื่นคำขาด

เอกชเยศร์คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า บอก อาทิตย์ว่ามัทนีจะกลับไปกับตนและเราจะแต่งงานกัน อาทิตย์ฉุนขาดที่ถูกหยาม ตรงเข้าไปผลักอกเอกชเยศร์ บรรดาสาวๆขับรถเอทีวีมาจอดเชียร์อาทิตย์กันสนั่น มัทนีของขึ้นโดดขวางกลางบอกว่า

“ฉันจะกลับกรุงเทพฯกับเอก”

“ผมไม่ให้คุณกลับ”

“นายห้ามฉันไม่ได้ ไปค่ะเอก พามัทออกไปจากนรกนี้เสียที”

ตอนที่ 8

ที่บ้านคุณนายจำเนียร...ทุกคนตึงเครียดกับ “งานมงคล”  ที่จะมีขึ้นพรุ่งนี้

คุณนายนอนให้เหน่งกับโหน่งนวดตัวเหมือนทำตัวสบายๆ แต่ในใจกระวนกระวาย ถอนใจเฮือกๆเป็นระยะ

หาญเดินจงกรมไปมา เดินๆหยุดๆ พยายามตัดความวุ่นวายใจ แต่ก็ทำไม่ได้ หันมองมัทนีเป็นระยะ...

มัทนีนั่งดูรองเท้าส้นสูงสองคู่ที่จะใช้ในงานเช้าคู่หนึ่ง และกลางคืนคู่หนึ่ง เธอนั่งมองเหมือนถามว่า จะได้ใส่ไหม?

เหน่งถามคุณนายว่า ถ้าอาทิตย์เบี้ยวขันหมากเราจะมีมาตรการจัดการอย่างไรไหม โหน่งจุ๊ปากมองหน้าให้เงียบ

“ถ้าเขาทำอย่างนั้นกับยัยมัท...มันตาย!!” คุณนายเสียงเครียด

ทันใดนั้น โทรศัพท์บ้านดังขึ้น คุณนายเด้งผึงทะลึ่งพรวดขึ้นจนโหน่งกับเหน่งที่กำลังนวดให้อยู่กระเด็น คุณนายคว้าโทรศัพท์อย่างตื่นเต้น

“ฮัลโหล...คุณลิ้นจี่!! ว่าไงคะ”

มัทนีชะงักหันมองหาญก้าวยาวๆเข้ามาเงี่ยหูฟังอย่างห้ามใจไม่ได้

คุณนายลิ้นจี่ที่มีหนุ่มๆแก๊งของอาทิตย์ห้อมล้อม กำลังพูดคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก แต่ทำเสียงแจ่มใสให้อีกฝ่ายเชื่อมั่นว่า
“จะโทร.มาบอกว่า...นายอาทิตย์มาเตรียมตัวแล้วค่ะ เขาพร้อมที่จะเข้าพิธีมากๆ แล้วก็รักหนูมัทนีมากๆ ที่หายไปเพราะเขาตื่นเต้นมากๆเลยแอบไปเข้าคอร์สเจ้าบ่าวมาค่ะ”

“คอร์สเจ้าบ่าว?...อะไรคะ” คุณนายจำเนียรทวนถามงงๆ คุณนายลิ้นจี่ตอบคล่องปรื๋อว่า ไปทำหน้า ทำตัว ฟิตเชฟ ทำผมทำเล็บ คุณนายจำเนียรฟังแล้วยิ่งงง คุณนายลิ้นจี่สบตากับหนุ่มๆแก๊งของอาทิตย์ แล้วตัดสินใจพูดเหมือนยอมไปตายเอาดาบหน้า บอกคุณนายจำเนียรว่า

“เพราะฉะนั้น คุณจำเนียรไม่ต้องห่วงนะคะ นอนหลับให้สบาย พรุ่งนี้เช้าจะได้ตื่นมาสวยๆ แล้วมาที่นี่ มาแต่งตัวกันที่นี่นะคะ พ่ออาทิตย์น่ะ ดิฉันให้ไปนอนแล้วค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะประสาทเสียค่ะ ค่ะ...ค่ะ...พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”

พวกเพื่อนๆอาทิตย์สบตากันเหมือนความตายรออยู่ข้างหน้า แต่พอคุณนายลิ้นจี่ถามนำเหมือนพยายามปลอบใจตัวเองว่า

“อาทิตย์ไม่ทิ้งเพื่อน และจะไม่ทิ้งแม่ รวมทั้งผู้หญิงที่เขารักด้วยจริงไหม”

ทั้งหมดก็พยักหน้าฮึ่บ! ทำหน้าขึงขังจริงจังราวกับกำลังปฏิบัติภารกิจกู้ชาติ

ooooooo

คุณนายจำเนียรวางโทรศัพท์แล้วบอกทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมั่นใจว่า

“โล่งอกไปที...สบายใจได้แล้วนะลูก ตาอาทิตย์แค่ตื่นเต้นเลยแอบไปทำหน้าทำตัวเข้าคอร์สเจ้าบ่าวนั่นเอง”

หาญถามอย่างทึ่งว่า อาทิตย์เนี่ยนะไปเข้าคอร์สทำหน้าทำตัว?

“อ้าว...สมัยนี้ ผู้ชายเขาไม่ได้หล่อธรรมชาติเหมือนคุณนี่คะ เขาเป็นพวกเมโทร่...ต้องรักสวยรักงามกันหน่อย จะแต่งงานทั้งที”

“งั้นตอนนี้มันคงเปิดโทรศัพท์แล้วใช่ไหม...ฉันอยากจะคุยกะมันหน่อย” หาญอยากเช็กให้มั่นใจ

“ว้ายๆอย่าโทร.ค่ะ อย่าโทร. ตอนนี้คุณนายลิ้นจี่จับให้ไปนอนแล้ว...เราก็ควรนอนนะลูก นอนแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาหน้าเด้งๆไง ไป...ทุกคนรีบเข้านอน”

ว่าแล้วคุณนายก็อุ้มเข้าท่วมทุ่งมือหนึ่ง อีกมือจูงหาญขึ้นบ้านไปอย่างใจเบิกบาน ในขณะที่มัทนียังข้องใจ แต่ไม่พูดอะไร

ที่บ้านคุณนายลิ้นจี่ ทั่วบริเวณบ้านอบอวลด้วยบรรยากาศพิธีแต่งงาน...

ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายกำลังยืนต้อนรับแขกที่มา ร่วมงาน ที่โต๊ะของชำร่วยเป็นยาว่านชักมดลูกห่ออย่าง สวยงาม

นรีบอกคุณนายจำเนียรว่ามัทนีแต่งตัวเสร็จแล้ว เหลือแต่เจ้าบ่าวไม่ทราบออกมาหรือยัง คุณนายจำเนียรถามคุณนายลิ้นจี่ว่า เมื่อคืนอาทิตย์กลับมานอนที่บ้านแล้วไม่ใช่หรือ คุณนายลิ้นจี่ใจไม่ดีแต่เก็บความรู้สึก ตอบมั่นใจ สบายๆว่า

“เดี๋ยวก็ลงมาค่ะ เขาตื่นเต้นอยากจะแต่งจะตาย ตอนนี้กำลังซิทอัพอยู่ในห้องนอน รับแขกให้สบายใจเถอะค่ะ เอ่อ...เดี๋ยวดิฉันมานะคะ” คุณนายลิ้นจี่รีบปลีกตัวไปด้านในเลย คุณนายจำเนียรและหาญมองหน้ากันงงๆ

คุณนายลิ้นจี่เข้าไปคาดคั้นกับโมกข์ แท่น และโทนี่ว่า อาทิตย์อยู่ไหน? มันมีติดต่อพวกเธอมาบ้างไหม? สามหนุ่มตอบพร้อมกันทุกคำถามราวกับนัดกันไว้ว่า “ไม่ทราบครับ”,  “ไม่มีครับ” คุณนายชี้หน้าโทนี่สั่งเสียงเข้ม

“เธอประกาศลงโซเชียลเน็ตเวิร์กของเธอไป ถ้าอาทิตย์ไม่มาแต่งงาน ก็ไม่ต้องเรียกแม่ว่าแม่!! แล้วแม่ก็จะทำตัวเหลวแหลก ใจแตกตอนแก่ให้มันอับอายไปชั่วชีวิต!!”

คุณนายลิ้นจี่พาลเอากับสามหนุ่ม ทำเอาสามหนุ่มที่เคยซ่าพากันอึ้ง งง มองหน้ากันแบบ...งานเข้าแล้วไง!

ที่ห้องเก็บตัวเจ้าสาว...ชฎาช่วยดูแลมัทนีอยู่ เห็นมัทนียืนแง้มม่านหน้าต่างมองไปข้างล่าง ถามว่าตื่นเต้นหรือ

มัทนีมองลงไปที่จุดต้อนรับแขก เห็นมีแต่คุณนายจำเนียรกับหาญ อีกด้านก็มีพวกก๊วนของอาทิตย์ยืนอยู่แต่ไม่มีอาทิตย์ พอดีนรีเข้ามา มัทนีถามว่า

“เขาไม่มาใช่ไหมค่ะพี่นรี” นรีอึกอัก “เขาเผ่นหนีมัทไปแล้วใช่ไหมคะ”

“นี่ยังไม่ถึงเวลาฤกษ์เลยนะมัท คุณป้าลิ้นจี่บอกว่าเขาตื่นเต้นมาก แต่งตัวยังไม่เสร็จ เปลี่ยนชุดหลายชุด” นรีแก้ต่าง

“คุณนายลิ้นจี่จะหลอกตัวเองไปจนถึงวินาทีสุดท้ายเหรอ...มัทรู้จักสันดานผู้ชายพวกนี้ดี โดยเฉพาะนายคนนี้...มัทน่าจะรู้ตั้งแต่แรก มัทไม่น่าโง่ให้เขาหลอกเลย” มัทนีนั่งเครียดอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง จ้องหน้าตัวเองคิดว่าจะทำอย่างไรดี??

ooooooo

เวลาใกล้เข้ามาทุกที บรรดาแขกที่มางาน ต่างรอคอยเวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะออกมา

เมื่อถึงเวลาทำพิธี ชฎาพามัทนีออกจากห้องเก็บตัวเจ้าสาว มัทนีถามว่าอาทิตย์ยังไม่มาแล้วให้ตนออกมาทำไม

“แขกผู้ใหญ่หลายท่านเริ่มบ่นหาเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว ออกไปรับหน้าแขกก่อนนะ” นรีบอก

“แล้วมัทจะตอบเขายังไงว่าเจ้าบ่าวยังแต่งตัวไม่เสร็จ...

มัทจะไม่ออกไป มัทจะไม่ยอมให้มีภาพเฝ้าชะเง้อรอผู้ชายของมัทเกิดขึ้นเด็ดขาด” มัทนีเดินกลับเข้าห้องไป ชฎาอาสาจะดูแลมัทนีเองให้นรีไปช่วยรับแขกดีกว่า

นรีออกไปไม่นาน ทีมงานพิธีกรก็ส่งกระดาษให้ปุยฝ้าย เขียนว่า “เจ้าบ่าวยังไม่มา ถ่วงเวลาไว้ก่อน” ปุยฝ้าย ตะลึงส่งต่อให้ตู้ ทั้งสองมองหน้าปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดี

“กำลังรอพบเจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่ใช่ไหมครับ แต่ก่อนอื่น วันนี้เรามีศิลปินฝึกหัดจากค่ายเพลงชื่อดังมาด้วย รู้สึกว่าน้องๆจะเตรียมเพลงมาอวยพรให้บ่าวสาวโดยเฉพาะ” ปุยฝ้ายตัดสินใจประกาศ

“งั้นเราไปพบกับน้องๆกันเลย ขอเสียงปรบมือด้วยครับ” ตู้ประกาศต่อ

มัทนีกลับเข้าไปนั่งในห้องเก็บตัวเจ้าสาว เธอตึงตังปึงปังอย่างหงุดหงิด พูดกับชฎาว่า

“มันหนีได้ มัทก็หนีได้ ใครแจกการ์ด คนนั้นรับเละไปก็แล้วกัน”

“มัท เราเป็นผู้หญิงที่มีสติปัญญา เราจะทำตัวงี่เง่าแบบผู้ชายไม่ได้”

“พี่ชฎา...มัทเข้าใจละ นายอาทิตย์เคยด่าว่ามัทมีความสุขที่ได้เห็นคนรักกันมีปัญหา นี่เขาก็คงจะแกล้งมัทคืน เขาจะทำให้สังคมเห็นว่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิอย่างของเราไม่น่าเชื่อถือ อยากแต่งงานกะเพลย์บอย แล้วโดนทิ้งให้เป็นม่ายขันหมากแน่ๆเลย”

“มัท เราต้องหาทาง...เรียกค่าเสียหาย เอาให้ครอบครัวนายอาทิตย์เจ๊งหมดตัวไปเลย” ชฎายุ

“นายอาทิตย์...นายเล่นอย่างนี้กะฉันเหรอ...ได้!!!”

ooooooo

แขกที่มาในงานดูการแสดงที่นักแสดงเล่นกัน จนหมดมุก เจ้าบ่าวก็ยังไม่มา

คุณนายลิ้นจี่ร้อนรนจนไม่รู้จะพึ่งใคร จึงหันไปพึ่ง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่พอหันกลับมาก็เจอกับพลอย เชอรีล หญิงสาว ผู้สวยสง่าภูมิฐานเข้ามาทัก

ระหว่างที่คุณนายลิ้นจี่คุยกับพลอยอยู่นั่นเอง มัทนี มองจากหน้าต่างเห็นเข้า จำได้ว่าเป็นผู้หญิงที่อาทิตย์ควงไปงานแต่งของนรี เธอปักใจเชื่อว่าพลอยคือผู้หญิงตัวจริง ของอาทิตย์ คุณนายจำเนียรกับหาญเชื่อว่าพลอยคงต้องการมาป่วนงานแน่

มัทนีดีดนิ้วเปาะคิดแผนออก บอกทุกคนว่าให้พลอย อาละวาดให้งานพังไปเลย ตนจะได้พลิกเป็นว่า ตนปฏิเสธเจ้าบ่าวเพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมพ่อไก่แจ้ และจะได้พ้นจากคำครหาว่าเป็นม่ายขันหมาก

หาญกับคุณนายจำเนียรโกรธที่ถูกคุณนายลิ้นจี่หลอก จะพากันไปเอาเรื่อง มัทนีบอกพ่อกับแม่ว่า

“แผนของหนูคือ เราต้องไปยั่วยุให้ผู้หญิงคนนั้นอาละวาดหนักๆให้งานพินาศไปเลย”

“ได้ ลูกรอที่นี่ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะทำหน้าที่ปกป้องลูกเอง” คุณนายจำเนียรกับหาญฮึดฮัดจะไปจัดการ

“เธอรอที่นี่แล้วกัน เดี๋ยวพี่ไปช่วยกำกับการแสดงของพ่อกับแม่เธอให้” ชฎาบอกมัทนีแล้วรีบออกไป

ooooooo

คุณนายลิ้นจี่ระแวงว่าพลอยจะมาทำลายงานแต่ง ซักไซ้ไล่เรียง จนแก๊งของอาทิตย์ต้องมารับรองว่าพลอยเป็นเพื่อนแบบเพื่อนกับอาทิตย์จริงๆ คุณนายลิ้นจี่จึงเย็นลง

พลอยเล่าว่า ทีแรกว่าจะไม่มา แต่อาทิตย์โทร.ไปบอก เลยต้องรีบเคลียร์งานจึงมาได้ คุณนายลิ้นจี่เป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาอีก ทีตนโทร.หาอาทิตย์ทั้งวันทั้งคืนก็ไม่โทร.กลับ แต่นี่กลับเป็นฝ่ายโทร.ไปหาพลอยเอง!

ขณะนั้นเอง หาญกับคุณนายจำเนียรมาถึง โทนี่ รีบแนะนำแก่พลอยว่าเป็นคุณพ่อคุณแม่เจ้าสาวของอาทิตย์ พลอยเลยต้องชี้แจงความสัมพันธ์ของตนกับอาทิตย์ให้หาญกับคุณนายจำเนียรฟัง พอเห็นกล่องของขวัญในมือ คุณนายจำเนียรไม่ไว้ใจบอกให้เปิดดู พลอยไม่ยอมเปิด จนเกิดยื้อแย่งกัน

“ลองเปิดสิครับ” อาทิตย์บอกแล้วเดินเข้ามา เขาหล่อจนทุกคนมองอึ้ง คุณนายลิ้นจี่ดีใจจนบอกไม่ถูก ถามว่าหายไปไหนมา อาทิตย์บอกแม่ว่าสนใจแค่ว่าตอนนี้ตนอยู่ตรงนี้พร้อมจะเข้าพิธีแล้วก็พอ แล้วหันไปเอ่ยกับพลอย “ผมขอโทษด้วยนะครับที่ผู้หลักผู้ใหญ่ของผมเสียมารยาทกับพี่...เชิญครับ เข้าไปร่วมงานแต่งของผมกัน”

บรรยากาศคึกคักขึ้นมาฉับพลัน ชฎารีบขึ้นไปตามเจ้าสาวมาเข้าพิธี

ชฎาหน้าเสียกลับมาบอกว่ามัทนีหายไปแล้ว อาทิตย์ วิ่งออกไปดูที่หน้าบ้าน แขกในงานชี้พลางร้องบอกกันเซ็งแซ่ว่า เจ้าสาวหนีไปทางโน้นทางนี้

“ฉันจะไปเอาตัวเจ้าสาวกลับมาแต่งงาน!” อาทิตย์ตะโกน แล้ววิ่งไล่ตามมัทนีไป บรรดาตากล้องพากันวิ่งตามไปเป็นพรวน ส่วนที่อยู่ในงานก็ช่วยกันตะโกน “เจ้าบ่าวสู้ๆ...เจ้าบ่าวสู้ๆ”

ooooooo

มัทนีวิ่งไปเจอวัยรุ่นสองคนจอดจักรยานฟิกเกียร์ คุยกันอยู่ เธอเข้าไปขอยืมจักรยาน แล้วคว้าขี่ไปเลย

อาทิตย์วิ่งมาถึงบอกวัยรุ่นว่า “พี่ขอยืมก่อนแป๊บนึง พี่จะไปตามเมีย เขาหนีพี่ไปไกลแล้ว” แล้วคว้าจักรยานปั่นตามมัทนีไป เธอหนีสุดฤทธิ์แต่ทำจักรยานล้มเลยถูก อาทิตย์ตามทัน เขารีบเข้าไปขอคุย

“ฉันไม่คุย ไม่แต่ง ทุกสิ่งทุกอย่างยกเลิก!”

“ทำอย่างนี้มันก็ไม่มีความรับผิดชอบสิ”

“ฉันเหรอ? ฉันจะแต่งกับคนอย่างนายได้ยังไง ในเมื่อฉันไม่เคยมั่นใจอะไรในตัวนายได้เลยสักอย่าง เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้ายเดี๋ยวก็หายหัว ฉันไล่ตามนายตลอดไปไม่ไหว ฉันจะไม่แต่งงานกับนาย”

“แต่ผมอยากแต่งกับคุณนะ ผมก็หายไปทำใจบ้างเท่านั้น คุณสับสน ผมก็สับสน เรื่องแต่งงานมันอยู่นอกเหนือความคิดผมมาก ผมไม่เคยอยากแต่งงาน เพราะผมกลัว กลัวว่าผมจะทำได้ไม่ดีแล้วทุกอย่างจะพังลงเพราะผม แล้วมันจะทำให้คนที่ผมรักเสียใจ”

“งี่เง่า!”

ตอนที่ 7

วันต่อมา อาทิตย์พร้อมทนายไปที่สถานีตำรวจ ทนายถามตำรวจว่าตกลงจะแจ้งคดีอะไรกันแน่ ตนว่าน่าจะเป็นการทะเลาะวิวาทกันเท่านั้น ปรับไม่กี่ร้อยก็จบ

ตำรวจโต้ว่าจะเป็นทะเลาะวิวาทได้ไงในเมื่อกิตติถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว อาทิตย์จึงเอาคลิปวีดิโอทั้งหมดมาให้บอกว่า ตำรวจควรดูก่อนไม่อย่างนั้นคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ ตำรวจเล่นแง่ว่าทั้งคลิปและพยานก็คือเพื่อนเขาทั้งกลุ่มใช่ไหม

“ไม่ใช่ค่ะ” เสียงมัทนีแทรกเข้ามา ทุกคนมองงง มัทนีพูดอย่างฉะฉานว่า “นายอาทิตย์กับนายกิตติเขาวิวาทกันหลังงานแต่งงานของญาติดิฉันเองค่ะ ดิฉันอยู่ร่วมในเหตุการณ์ด้วย คุณตำรวจคงทราบว่า ดิฉันไม่ได้เป็นเพื่อน ของนายคนนี้ แต่ดิฉันจะมาขอให้การในฐานะพยานคนหนึ่งค่ะ”

อาทิตย์เซอร์ไพรส์มาก ทนายยิ้มดีใจโล่งใจ ส่วนมัทนีไม่สนใจใครเอาแต่มองตำรวจจริงจังยืนยันตัวเอง

หลังจากให้ปากคำในฐานะพยานเสร็จ มัทนีเดินลงจากโรงพัก อาทิตย์วิ่งตามมาเรียก เธอหันถามหน้าขรึมว่า

“มีอะไรอีกล่ะคะ ฉันก็พูดในสิ่งที่ควรพูดให้คุณตำรวจบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐานหมดแล้วนี่”

“ผมอยากจะ...ขอบคุณ”

“อ๋อ...ไม่เป็นไร ฉันทำไปไม่ใช่เพื่อคุณ  แต่เพื่อต่อต้านการกระทำที่รุนแรงต่อผู้หญิงที่นายกิตติทำกับภรรยาเขา”

อาทิตย์บอกว่าตนเข้าใจ แต่ก็ต้องขอบคุณ เพราะสิ่งที่เธอทำเป็นผลดีต่อตน ประกอบกับภาพในคลิปวีดิโอวงจรปิดทั้งหมดทำให้ตำรวจยอมเปลี่ยนข้อหาที่ตั้งกับตนเป็นวิวาทและทำร้ายร่างกาย มัทนีบอกว่านั่นก็คือความจริงที่ตนให้การ อาทิตย์พูดอย่างเกรงใจว่าเธออุตส่าห์เสียเวลามา

“อ๋อ...พอดีฉันเผอิญผ่านมาแถวนี้” อาทิตย์ถามว่าเธอจะไปไหนแล้วรถล่ะ? “ฉันไม่ได้เอารถมา เพราะเห็นว่ารถมันติดมากเลยมารถใต้ดิน แล้วนี่ก็จะกลับรถใต้ดิน สะดวกรวดเร็วดีที่สุดแล้วในชั่วโมงนี้”

อาทิตย์ต้องการทำอะไรบางอย่างเพื่อขอบคุณเธอจริงๆ เลยแกล้งทำเป็นหิวแล้วชวนไปหาอะไรกินกันไหมเพราะได้เวลาพอดี เขาทำหน้าอ้อนเสียจนมัทนียอม เขาจึงไปซื้อแซนด์วิชอันโตๆ และเครื่องดื่มแก้วกระดาษใบโตมาคนละชุดเดินกินกันไปคุยกันไปในสวนสาธารณะที่ร่มรื่น

ทั้งสองคุยกันถึงสนามเด็กเล่น เครื่องเล่นของเด็ก และอะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับเด็ก รวมทั้งต้นไม้ร่มรื่นในสวน กระทั่งบรรยายถึงความน่ารักสนุกสนานของเด็กๆที่ได้มาเล่นในสวนสาธารณะ เป็นการคุยที่อยู่ในอารมณ์เดียวกันเป็นครั้งแรก คุยถูกคอ สนุก จนกระทั่งเธอชี้ไปที่ชิงช้าตัวหนึ่ง ชวนไปนั่งชิงช้ากินแซนด์วิชกันดีกว่า

“คุณนี่ชอบชิงช้าจริงเนอะ ผมจะบอกความลับของชิงช้าให้อย่างหนึ่ง...ที่คุณเล่นชิงช้าแล้วคุณสนุกน่ะ เพราะคุณต้องแย่งเล่นกับเพื่อนๆ ลองคุณมีชิงช้าที่บ้านเป็นของตัวเองคนเดียว อยากจะเล่นเท่าไร เมื่อไหร่ก็ได้สิ รับรองเลยว่าคุณจะไม่ค่อยอยากเล่น แล้วพอได้เล่นเต็มที่คุณก็จะรู้สึกว่า มันไม่สนุกเท่าไหร่หรอก...งั้นๆ”

“คุณจะสื่อถึงอะไร” มัทนีชะงักมอง อาทิตย์บอกเปล่าไม่มีอะไร “คุณพูดว่า คุณชอบใช้ชีวิตเพลย์บอยแย่งผู้หญิงกับชาวบ้านเยอะๆมันถึงจะสนุกใช่ไหม แต่ถ้าคุณแต่งงานหรือจบชีวิตกับใครสักคนเพียงคนเดียว มันจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ...งั้นเหรอ”

“ฮึ่ย...นี่คุณไปเชื่อมโยงเรื่องสองเรื่องให้กลายเป็นเรื่องเดียวกันได้ไง ผมพูดถึงชิงช้าเพราะผมหมายถึงชิงช้าไม่ได้หมายถึงเรื่องอื่น” มัทนีโต้ว่ามันคือเรื่องเดียวกันนั่นแหละ “มันจะเป็นเรื่องเดียวกันได้ไง...ผมหมายถึงว่า เด็กๆเล่นของเล่นแล้วสนุก เพราะเด็กๆต้องเล่นกับเพื่อนๆได้แบ่งปันกัน แย่งกันเล่นหลายๆคน การเล่นมันถึงมีความหมาย แต่ถ้าเราเล่นอะไรคนเดียว ไม่มีเพื่อน มันก็งั้นๆ เล่นยังไงๆ เดี๋ยวก็เบื่อ”

“อย่าเลย คนอย่างคุณ ไม่เคยคิดจะจริงจังกับอะไรทั้งนั้น เห็นทุกอย่างเป็นเรื่องเล่นๆ นิสัยเหมือนเด็ก ไม่ยอมโตหรอก ฉันอิ่มแล้ว ไปก่อนล่ะ” เธอลุกขึ้นเดินปึ่งไป พอผ่านถังขยะก็โยนทุกอย่างลงถังอย่างอารมณ์เสีย

“อะไรวะ??” อาทิตย์พึมพำงงๆ มองตามมึนๆ

ooooooo

เอกชเยศร์ที่ทาบทามกิตติไอดอลของตนมาเป็นผู้ใหญ่สู่ขอมัทนี วันนี้เขาวางแผนเซอร์ไพรส์เต็มที่ พากิตติและแววมยุรามาบ้านมัทนี

หาญถามคุณนายว่าเอกชเยศร์พาแขกมาบ้านเราทำไม มีอะไร

พอมาถึงกิตติทัก “คุณหาญ คุณจำเนียร สวัสดีครับ” แววมยุราก็ทัก “สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ”

“ค่ะ สบายดี แล้วคุณทั้งสองล่ะคะ”

“สบายมากเลยครับ” กิตติตอบแทนแล้วหันตวาดแววมยุรา “เธอก็ถามอะไรโง่ๆ ก็เห็นๆอยู่แล้วว่าคุณหาญกะคุณจำเนียรสบายดี แล้วถามแบบนี้ใครๆเขาก็ต้องตอบว่าสบายดี จะให้เขาตอบว่าไม่สบาย ปวดหัว หรือไม่สบายต่อมลูกหมากโตรึไง ฮ่าๆๆ จริงไหมครับคุณหาญ”

“คุณพ่อคุณแม่ครับ คือผมขออนุญาตพาผู้ใหญ่ที่นับถือของผม มาพบคุณพ่อคุณแม่หน่อยนะครับ” หาญถามว่ากิตติเป็นผู้ใหญ่ของเขาหรือ และมานี่แวะมาคุยเล่นๆหรือ แล้วเชิญเข้าบ้าน

ปรากฏว่ามีนักข่าวและช่างภาพตามเข้าไปอีกสองสามคน แล้วลงมือถ่ายกันเป็นบ้าเป็นหลัง หาญถามว่าถ่ายอะไรกัน

“อ๋อ...ผมจะเอาไว้ตัดต่อใช้เป็นวีดิโอในงานน่ะครับ อยากจะมีฟีลแบบเรียลลิตี้ จะได้เก๋ๆกว่าของคนอื่น” แล้วถามว่ามัทนีอยู่ไหน เหน่งสาระแนตอบว่าอยู่ข้างบน

“ดีแล้วครับ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ต้องทำเป็นไม่ทราบนะครับ เขาจะได้แปลกใจจนทำหน้าไม่ถูก หรืออาจจะตื้นตันจนน้ำตาไหล ร้องไห้ออกมาเลย กล้องจะได้เห็นภาพสวยๆ ตอนที่คุณกิตติกับคุณแววมยุราทำหน้าที่เป็นเถ้าแก่ ออกไปทาบทามสู่ขอเขา ให้แต่งงานกะผมไงครับ ฮ่าๆๆ เก๋ไหมครับ”

คุณนายจำเนียรกับหาญช็อก อึ้ง ทำหน้าพะอืดพะอม

ooooooo

มัทนีลงมา เธอสวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสอง เอกชเยศร์บอกว่าวันนี้พาผู้ใหญ่ทั้งสองมาพบคุณพ่อคุณแม่ของเธอเพื่อพูดธุระเรื่องตัวของเธอเอง มัทนีทำหน้างงทวนคำ “เรื่องตัวของมัท?”

“ฉันจะมาสู่ขอหนูไงจ๊ะ” กิตติเอ่ย มัทนียิ่งงงถามว่าสู่ขอไปทำไม ตัวเขาก็มีภรรยาอยู่แล้ว?!

เอกชเยศร์หัวเราะร่าชมว่ามัทนีทำหน้าตลก ช็อก ได้อารมณ์มากเลย มัทนีถามว่าแล้วนี่มาถ่ายทำอะไรกัน? คุณนายพูดประชดเอกชเยศร์ว่าถ่ายภาพเก็บตอนเธอเซอร์ไพรส์ เอาไปในงานแต่งของเธอไง เก๋มากกกก!

แล้วมัทนีก็ได้ฟังสิ่งที่ขัดหูสมเพช เมื่อทั้งกิตติและแววมยุราบอกว่าทั้งสองเป็นตัวอย่างของผู้ใหญ่ในสังคมที่อยู่กันมาแบบหวานชื่นราบรื่นสงบสุข ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม เป็นคู่สมรสที่ครองรักกันมาถึง 30 ปี ที่ประสบความสำเร็จน่าชื่นชม

มัทนีบอกทันทีว่าไม่แต่งและไม่ถ่ายรูปด้วย ตำหนิเอกชเยศร์ว่าเขาควรจะคุยกับตนก่อน กิตติแก้ต่างอย่างครื้นเครงว่า ถ้าบอกก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ แล้วถามหาญเรื่องสินสอด ฤกษ์ยาม พิธีการแต่งว่าจะเอาอย่างไรดี กิตติจ้องหน้าหาญไม่สนใจคุณนายจำเนียรเลย

“เอ่อ...คือผมไม่มีความเห็นนะ แล้วแต่เมีย” แล้วหาญก็หันถามคุณนายว่า “คุณว่าไง”

“หา! แล้วแต่เมีย!!! คิดแบบนั้นได้ไง บ้าไปแล้วเหรอคุณ ไปยอมให้เมียเป็นคนพูดคำสุดท้ายได้ไง ต้องพวกเราสิสามีเท่านั้น ที่จะเป็นคนพูดคำสุดท้าย แบบนี้มันจะใช้ได้เหรอ” กิตติถามเยาะๆ

“เอ่อ...คุณคะ แต่ละครอบครัว เขาก็มีรายละเอียดต่างกันนะคะ เราจะเอาความคิดของเราไปครอบงำคนอื่นไม่ได้” แววมยุราท้วงติงกลัวๆกล้าๆ ถูกกิตติหันขวับตวาดถาม

“หา! เธอพูดคำว่าความคิดเหรอ เธอมันมีความคิดอะไรด้วยเหรอ นอกจากพูดอะไรโง่ๆ!!” แววมยุราอยากจะพูดอะไรอีก แต่พอเอ่ยแค่...คุณคะ...เท่านั้นก็ถูกกิตติตวาด “หุบปากไปเลย แหมๆๆอยู่บ้านคนอื่นล่ะทำเก่ง ทำไม! นึกว่าฉันไม่กล้าเหรอ”

“คุณอย่าเสียงดังสิคะ นี่บ้านคนอื่น เสียมารยาทนะคะ”

“อีแวว!! แกหาว่าผัวแกไม่มีมารยาทเหรอ นี่แน่ะ!!” กิตติตบหน้าแววมยุราเพี๊ยะจนเธอกระเด็น ทุกคนตรงนั้นตกใจร้องกรี๊ด แม้แต่เจ้าท่วมทุ่งก็มองหน้าไม่พอใจเห่าโฮ่งๆส่วนทีมกล้องก็พากันถ่ายรูปอย่างตื่นเต้น

มัทนีเข้าประคองแววมยุราถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ส่วนคุณนายจำเนียรโมโหจนหมดความเกรงใจ ตวาดใส่

“คุณกิตติ คุณมันเลวมาก คุณทำร้ายผู้หญิง!!”

ส่วนหาญเข้ากระชากคอเสื้อกิตติ ถามอย่างโกรธมากว่า “คุณทำแบบนี้ได้ไง ผมไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ในบ้านผมเด็ดขาด!” แต่แววมยุรากลับลุกขึ้นปกป้องกิตติทั้งที่หน้าถูกตบแดงเป็นผื่นว่า

“อย่าค่ะคุณหาญ...อย่าทำอะไรคุณกิตตินะคะ ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันทนได้ ดิฉันชินแล้ว”

บรรดามือกล้องทำหน้าที่อย่างตื่นเต้น ต่างซูมเข้าหน้าแววมยุราที่เป็นผื่นแดง จนเอกชเยศร์เข้ามาเอ็ดตะโรว่า

“คัตๆๆจะถ่ายทำไมล่ะ” แล้วเข้าไปพนมมือขอกิตติ “ท่านครับ ใจเย็นๆนะครับ อย่าเพิ่งทะเลาะกันครับ กรุณาพูดจาสู่ขอให้ผมต่อให้เสร็จก่อนนะครับ” แล้วหันมาไหว้หาญกับคุณนายจำเนียร “คุณพ่อ คุณแม่ครับ...ไม่มีอะไรนะครับไม่มีอะไร...ผมไหว้ล่ะครับ เรามาตกลงเรื่องผมกับมัทนีก่อนนะครับ”

“ไม่มีการตกลงอะไรทั้งนั้น นายเอกชเยศร์อะไรเข้าสิงแก ถึงกล้าพาคนป่วยโรคจิต เป็นซาดิสต์ระดับอันตรายร้ายแรงอย่างไอ้นี่เข้ามาในบ้านฉัน” คุณนายโกรธมาก

“เราไม่ต้อนรับพวกผู้ชายที่รังแกผู้หญิง ทำคนไม่มีทางสู้ในบ้านของเรา ไป! ไปให้พ้น ก่อนที่ผมจะทำอะไรรุนแรงกับคุณ ไอ้กิตติ!” หาญลุกขึ้นชี้หน้าไล่ เจ้าท่วมทุ่งก็เห่าช่วยไล่อีกแรง

“เรื่องของกู เรื่องของผัวเมีย ใครจะทำไม” กิตติท้าทาย เดินไปกระชากแววมยุราด่าลั่น “ไป! อีแวว เพราะมึงคนเดียว ทำทุกอย่างพังหมด ไป...ไปโว้ย” กิตติกระชากแววมยุราลากถูลู่ถูกกังออกไป

เอกชเยศร์ร้องเรียกกิตติ แล้วหันไปขอโทษหาญกับจำเนียร มัทนีบอกเขาหน้าเครียดว่า

“ไปเลยเอก พาไอ้ท่านกิตติไปให้พ้นบ้านฉันเลย” แล้วหันไปทางบรรดาช่างภาพ “ขอโทษนะคะ ไม่มีอะไรให้ถ่ายทำแล้วค่ะ เชิญ”

“มัท...งั้นผมไปก่อนนะ แล้ว...เดี๋ยวผมกลับมาคุยใหม่” เอกชเยศร์รีบตามกิตติออกไป

มัทนีเซ็งจนบอกไม่ถูก ส่วนคุณนายจำเนียรกับหาญ นั่งอย่างเหนื่อยใจกับความซ่าบ้าบอของเอกชเยศร์

ooooooo

วันนี้ คุณนายจำเนียรไปออกรายการ “พลังหญิงยิ่งใหญ่” ที่สถานีวิทยุ พูดถึงเรื่องราวของกิตติที่ปฏิบัติต่อภรรยาและวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน โดนใจบรรดาแม่บ้านและผู้หญิงอย่างแรง

คุณนายลิ้นจี่นั่งฟังอยู่ในรถ ถูกอกถูกใจจนแวะไปที่สถานีเพื่อแสดงความชื่นชมยินดีด้วย พอเจอกัน คุณนายจำเนียร ถามว่ามาทำอะไรแถวนี้หรือ

“ก็มาหาคุณนั่นล่ะค่ะ ฟังคุณพูดออกรายการแล้วมันจี๊ด อยากเม้าท์มอย...”

“ต๊ายตาย...คุณลิ้นจี่ขา อิฉันก็อยากจะเม้าท์กะใครสักคนเหมือนกัน เพราะเพิ่งเจอของจริงมา เขาไปทำอะไรรู้ไหมคะ นายกิตติไปเป็นเถ้าแก่ขอลูกสาวอิฉันค้า...”

“ว้าย...แรง...ใครคะ ใครให้เขามาเป็นเถ้าแก่ให้ได้ลงคอ มันสะท้อนทัศนคติของคนมาขอเลยนะคะ ว่าเขาเห็นใครเป็นผู้ใหญ่ที่ตัวนับถือ” คุณนายลิ้นจี่ผสมโรงอย่างออกรส

“ก็จะใครล่ะ แฟนยัยมัทน่ะสิคะ ดิฉันอยากจะบ้าตาย จริงอย่างที่คุณว่า ดิฉันอยากจะให้ยัยมัทเลิกเสียให้รู้แล้วรู้รอดอยู่คนเดียวไม่ต้องมีใครยังดีกว่ามีแฟนเยินๆ แบบนั้น”

พอดีมัทนีจะมารับคุณนายจำเนียรกลับ คุณนายลิ้นจี่จะสะกิดบอกคุณนายจำเนียรว่า มาแล้ว ก็พอดีมัทนีมาถึง สวัสดีแล้วถามว่านัดกันไว้หรือ คุณนายลิ้นจี่บอกว่าคิดถึง ได้เจอเธออีกคนก็ดีแล้ว ชวนไปกินข้าวแก้เหงากันดีกว่า

ระหว่างนั่งกินข้าวกันนั่นเอง มัทนีได้รับโทรศัพท์จากเอกชเยศร์ถามว่าเธออยู่ไหน พอเธอบอกว่าอยู่กับแม่กับเพื่อนแม่ เอกชเยศร์จะมาหา เธอรีบบอกว่าคงไม่เหมาะ ถูกถามทันทีว่าแล้วเธอไม่อยากเจอตนหรือ ทำให้มัทนีต้องรับปากไปพบเขา บอกคุณนายทั้งสองว่าขอตัวไปพบเอกชเยศร์สักครู่เขาอยู่แถวโรงพิมพ์นี่เอง เดี๋ยวจะมารับแม่

คุณนายจำเนียรเดาได้ว่าเป็นเอกชเยศร์ พอมัทนีลุกไปก็บ่นกับคุณนายจำเนียรว่า

“ดูสิคะ พอแฟนโทร.มาก็ต้องรีบแจ้นออกไป” คุณนายลิ้นจี่เลียบเคียงถามว่าเขารักกันมานานแล้วไม่ใช่หรือ? “โอ๊ย...รักเริ้กอะไร้...ยัยมัทลูกสาวดิฉันน่ะ แกไม่รู้จักความรักหรอกค่ะ แกเหมือนเด็กๆ ที่ตั้งอุดมคติไว้สูงส่ง อยากมีแฟนที่เป็นผู้ชายดีๆ ธรรมะธัมโมเหมือนพ่อตัวเอง แต่มันไม่มีจริงไงคะ ผู้ชายแบบนั้นน่ะ มันหาไม่ได้หรอก แกเลยคบกะนายเอกเพราะนายเอกน่ะดูเป็นคนไม่เจ้าชู้ ไม่กะล่อน รักแกคนเดียว ไม่คบใครเลย” คุณนายจำเนียรระบายออกมายืดยาว

คุณนายลิ้นจี่พูดหยั่งว่า ก็นับว่าดีผู้ชายที่รักเราคนเดียวไม่ไปมองคนอื่นเลยหายากออก คุณนายจำเนียรทำหน้าหน่าย พูดออกตัวว่าตนไม่ได้งก ไม่ได้เกี่ยงว่าลูกเขยต้องรวย ต้องมาให้นั่นให้นี่ ให้ประโยชน์เรา แล้วจึงเล่าว่า

“บอกตรงๆนะคะ ว่าเด็กผู้ชายคนนี้ เอาเปรียบยัยมัททุกอย่าง ให้ยัยมัทดูแล เลี้ยง เป็นเจ้ามือ บริการเขาทุกอย่าง แล้วลูกเราก็แปลก เขาอยากได้อะไรก็ให้” คุณนายลิ้นจี่คิดเลยเถิดร้องว้ายตกใจ คุณนายจำเนียรรีบชี้แจงว่า “ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คือ...ยัยมัทเหมือนเด็กที่ปฏิเสธไม่เป็น กลัวเพื่อนเสียใจ น้อยใจ อะไรแบบนั้นน่ะค่ะ”

คุณนายลิ้นจี่ฟังแล้วโล่งใจแต่ก็ทำหน้าข้องใจกับเรื่องราวที่ได้ฟัง

ooooooo

มัทนีไปถึงร้านอาหารที่เอกชเยศร์นัด เห็นเขานั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่แล้ว พอเห็นเธอมาก็ทักว่ามาช้าจัง รถติดหรือบอกให้นั่งแล้วตั้งหน้าตั้งตากินต่อ

บริกรมารินน้ำและจะตักข้าวให้ มัทนีบอก

ไม่ต้อง เอกชเยศร์เงยหน้าถามว่าทำไม เธอบอกว่าพอดีเพิ่งกินมาบ้างแล้ว เขาบอก “ตามใจ” แล้วกินต่อ พักหนึ่งจึงถามว่า

“บ้านมัทพูดกันว่าไงมั่ง” มัทนีถามว่าเรื่องอะไร “อ๊าว...ก็พ่อแม่มัทจะเอาไงล่ะ เรื่องแต่งงานของเราน่ะ” พอเธอบอกว่าไม่เห็นมีใครว่าอะไร เอกชเยศร์โวยวายทันที “อะไรกัน! พ่อแม่มัทไล่ผู้ใหญ่ที่เอกนับถืออย่างกับหมูกับหมาโดยไม่รู้สึกผิดเลยเหรอ”

ตอนที่ 6

กว่าที่อเนกกับนรีจะพูดกันได้ ก็พ่อแง่แม่งอนกันไปมาจนการเจรจาเกือบล่มไปหลายครั้ง ดีแต่ต่างก็มีความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจ ทำให้มีเยื่อใยที่ยังอยากคุยกันต่อ

สุดท้ายต่างก็ตกลงอย่างไว้เชิงวางฟอร์มยอมที่จะแต่งงานกัน แต่ “ผมแต่งเพื่อลูก” และ “ฉันแต่งเพื่อลูก”

บรรดาสมาชิกในแก๊งพ่อไก่แจ้ที่แอบลุ้นอยู่ พอการเจรจายุติลงด้วยการแต่งงาน ก็พากันไชโยโห่ฮิ้ว เฮฮาร่าเริงกัน อาทิตย์ไม่วายเยาะเย้ยมัทนีกับเอกชเยศร์ที่หน้าเศร้าผิดหวังว่า

“อะไรเอ่ย หน้าแตก ฮ่าๆๆๆ เฮ้วววว...”

คุณนายจำเนียรได้รับโทรศัพท์จากนรีบอกว่า จะแต่งงานกับเอนก จึงไปหาหาญที่ห้องพระเพื่อให้ไปขอฤกษ์แต่งงานกับหลวงลุง

หาญกำลังเล่นไอแพด เปิดเฟซบุ๊กมีรูปสาวอึ๋มเพียบ ขณะหาญกำลังจ้องตาเป็นมันอยู่ คุณนายเข้ามาโดยไม่ส่งเสียง หาญเอาไอแพดคว่ำแทบไม่ทัน บ่นคุณนายว่า ทำไมไม่เคาะประตูก่อน คุณนายเห็นไอแพดถามว่านั่นอะไร หาญบอกว่า ซื้อไปถวายหลวงลุง

“ไอ้เครื่องนี้มันแพงมากเลยไม่ใช่หรือ”

“ไม่แพงหรอก ถ้าเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา” หาญตอบพลางแอบสไลด์รูปสาวอึ๋มไป คุณนายเดินมาดูจากข้างหลังถามว่าเล่นอะไรอยู่ขอดูหน่อย ไม่พูดเปล่าดึงเอาไปดูเลย หาญลนลานบอกว่าเดี๋ยวก่อนๆๆ แล้วรีบสไลด์ๆๆ แต่ก็ยังเป็นรูปสาวอึ๋มอยู่ จนคุณนายดึงเอาไปดู

“คุณหาญ...นี่คุณดูรูป!!!” คุณนายตาโต หาญหน้าจ๋อยเสียงอ่อยยอมรับว่าตนผิดไปแล้ว “คุณดูรูปของเราอยู่เหรอ แค่นี้ก็ต้องปกปิดด้วย”

หาญทำหน้าแปลกใจดึงไปดูบอกว่า เขินนี่นา คุณนายชื่นใจเข้ามากอดแขนหาญ ถามว่าคิดถึงอดีตหรือ คืนนี้เรามารำลึกอดีตตอนที่เรากุ๊กกิ๊กกันใหม่ๆไหม หาญใจหายทำหน้าสยอง รีบเปลี่ยนเรื่องถามว่า เข้ามานี่มีอะไรหรือเปล่า คุณนายจึงบอกให้พาไปหาหลวงลุงหาฤกษ์แต่งให้นรีหน่อย

“ได้ๆๆ หมดธุระแล้วใช่ไหม ออกไปเถอะ ผมจะได้สวดมนต์” คุณนายถามอ้อนๆว่าไม่รื้อฟื้นอดีตกันหน่อยหรือ หาญรีบสวดมนต์ พอคุณนายออกไป หาญถอนใจโล่งอก หยิบไอแพดขึ้นมา แต่แล้วก็รีบซ่อนแทบไม่ทันเมื่อคุณนายเปิดประตูเข้ามาอีกถามว่า มัทนียังไม่กลับมาอีกหรือ บ่นว่า ไปไหนนะ...แล้วจึงออกไป

หาญถอนหายใจเฮือกใหญ่...หยิบไอแพด ขึ้นมา เล่นใหม่...

ooooooo

วันแต่งงานมาถึงแล้ว...พิธีจัดขึ้นที่บ้านคุณนายจำเนียร คุณนายลิ้นจี่เป็นแขกสำคัญของงาน เพราะทั้งคุณนายจำเนียรและคุณนายลิ้นจี่ต่างก็มีความหวังที่นอกเหนือจากงานแต่งนี้

พอคุณนายทั้งสองเจอกันก็ถามทันที “พ่ออาทิตย์ล่ะ” และ “หนูมัทนีอยู่ไหนคะ” ถามแล้วพากันหัวเราะที่ใจตรงกั๊นตรงกัน หาญที่มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับไอแพด พอมาเห็นอาการดี๊ด๊าของคุณนายทั้งสองก็มองงงๆ

ที่หน้าบ้าน แท่น โทนี่ และโมกข์ มายืนมือประสานไว้ข้างหน้ายืนก้มสงบนิ่งอยู่ อาทิตย์ขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงถามว่า

“เฮ้ย มายืนทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่เข้าไปในงาน” ทุกคนยังยืนสงบนิ่งอย่างมีสมาธิดีมาก “เฮ้ย! ได้ยินที่ฉันถามไหม” นั่นแหละ ทั้งสามจึงขยับตัว แท่นเอ่ยขึ้นก่อนว่า

“พวกฉันกำลังไว้อาลัยให้ป๋าเหนกอยู่” แท่นบรรยายชีวิตแต่งงานว่าเป็นชีวิตที่ผูกมัดตลอดชีพ ถามว่า “ชีวิตที่แอบรับจ๊อบไม่ได้ มันจะเป็นชีวิตได้ยังไง”

“งานมงคลพูดอะไรให้มีกาลเทศะหน่อย จริงๆป๋าเหนกอาจจะมีความสุขก็ได้ใครจะรู้” อาทิตย์ติง

“ฉันก็เคยคิดแบบนั้น แล้วเป็นไง แต่งไม่ถึงเดือน คุณปะการังเมียฉันก็แปลงร่างเป็นปีศาจแมงมุมดำ ชักใยอยู่ทุกฝีก้าวนี่ไง” พอดีมือถือมีสายเข้า โมกข์เห็นชื่อปะการัง เขากดรับทักเสียงหวาน “จ๋า...ที่รัก...”

“แกอย่ามาโลกสวยแถวนี้ สเตตัส ‘แต่งงานแล้ว’...

มันโหดร้าย มันน่ากลัว มันไม่มีคนฟอลโล่ว์...มันจบแล้ว...อาจารย์ใหญ่ตายแล้ว” โทนี่ตีหน้าเศร้า แล้วอีกสองไก่แจ้ก็ประสานเสียง “อาจารย์ใหญ่ตายแล้ววววว...” ว่าแล้วก็กอดคอกันเศร้า อาทิตย์ส่ายหัวเซ็งๆแล้วเดินเข้าไป

คุณนายลิ้นจี่ดี๊ด๊ารีบมาคว้ามืออาทิตย์ดึงเข้าไปหาคุณนายจำเนียรร้องบอกว่า “พ่ออาทิตย์มาแล้วค่า...”

“สวัสดีครับคุณน้าจำเนียร...คุณพี่หาญ...” อาทิตย์ยกมือไหว้ หาญมองข้างหลังอาทิตย์ที่แท่น โทนี่ และโมกข์ชักแถวเดินตามกันเข้ามาก็พึมพำลอดไรฟัน “หึ...มากันครบแก๊งเลยนะ”

คุณนายจำเนียรกระตือรือร้นบอกอาทิตย์ให้ไปหาน้ำหากาแฟที่ด้านในดื่มก่อนเร่งให้รีบเข้าไปเลย อาทิตย์อยากไปดูอเนกก่อน คุณนายบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยไม่มีอะไร รีบไปเถอะหรือไม่ก็ไปเอามาให้คุณนายลิ้นจี่ก็ได้ คุณนายลิ้นจี่รับลูกเป็นปี่เป็นขลุ่ยว่าตนกระหายน้ำมากให้ไปเอามาให้แม่หน่อย

อาทิตย์แปลกใจกับความกระตือรือร้นผิดปกติของคุณนายทั้งสอง แต่ก็เดินไปอย่างว่าง่าย

ooooooo

ที่ด้านใน...มัทนีกำลังลองรองเท้าส้นสูง เหน่งกับโหน่งเชียร์ว่าใส่คู่นี้แล้วสูงสง่ามาก แต่เอกชเยศร์มาเห็นเข้าก็ติติงว่าใส่คู่นี้แล้วสูงเกินไปเวลาเดินคู่กับตนจะดูเก้งก้าง ตลก เอกชเยศร์พูดจนมัทนีต้องใส่ส้นเตี้ยเพื่อให้ความสูงสมดุลกันตามที่เอกชเยศร์ต้องการ

ชฎาเข้ามาเห็นทั้งสองก็หยอกว่ามาสวีตกันอยู่ตรงนี้เอง หรือว่าแอบมาวางแผนงานแต่งของตัวเองอยู่ เอกชเยศร์พูดหน้าขรึมทันทีว่า

“ไม่ได้วางแผนอะไรหรอกครับ งานแต่งมันก็แค่สัญลักษณ์ แต่ความรักต่างหากที่ของแท้ ผมไม่ชอบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”

อาทิตย์มาตามที่แม่และคุณนายจำเนียรบอก เห็นมัทนีกับเอกชเยศร์อยู่ที่นั่นก็ชะงัก เอกชเยศร์เห็นอาทิตย์ก็รีบพูดต่อทันทีว่า

“แต่เพื่อมัท งานแต่งงานของเราจะต้องยิ่งใหญ่สุดๆทางด้านจิตวิญญาณให้คู่แต่งงานทุกคู่ในโลกต้องอิจฉา” พูดแล้วโอบมัทนีไว้ถามเสียงหวาน “ใช่ไหมจ๊ะ มัท...จริงๆเรากำลังแอบคุยกันอยู่ว่าจะจดทะเบียนสมรสที่ธรรมศาลาอินเดีย โดยมีท่านดาไลลามะเจิมหน้าผากให้ แต่พ่อแม่มัทอาจจะมีปัญหาเรื่องอินเดียอากาศร้อน ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นแต่งบนเกาะกาลาปากอสท่ามกลางสัตว์โลกหลากหลายพันธุกรรมที่สืบเชื้อสายมาจากยุคดึกดำบรรพ์ ไม่ก็ไปแต่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะในปราสาทยุคกลางที่เมืองฟลอเร้นซ์ ต่อหน้ารูปปั้นของไมเคิล แองเจโล ดีไหมจ๊ะ”

มัทนีทำเสียงหือ...งงๆ เอกชเยศร์ตัดบทว่า

“เอาเป็นว่าที่ไหนก็ได้ ผมยกให้มัทตัดสินใจนะ เพราะผมเป็นคนให้เกียรติผู้หญิงอยู่แล้ว...” พูดแล้วก็ทำเป็นเพิ่งเห็นอาทิตย์ “อ้าว...คุณอาทิตย์ มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เอกอ่ะ...ไม่น่าพูดเลย คนอื่นได้ยินมันก็ไม่เซอร์ไพรส์สิคะ ต้องคิดที่ใหม่ๆเก๋ๆอีก” มัทนีผสมโรง

“แผนการของพวกคุณสุดยอดมากเลยครับ แนวสุดๆ นี่ถ้าผมได้ยินคนอื่นพูด ผมคงคิดว่าเพ้อเจ้อ ฝันเฟื่อง ไม่เจียมตัว แต่ระดับคุณเอก เรื่องแค่นี้จิ๊บๆมากใช่ไหมครับ คุณมัทโชคดีจริงๆ ผมยินดีด้วย...โหย...ผมขอตัวก่อนนะครับ ซาบซึ้งน้ำตาจะไหล” อาทิตย์ทำท่าปลื้มเกินเหตุจนกลายเป็นกวนประสาท ยิ้มเยาะให้ทั้งคู่แล้วเดินออกไป

เอกชเยศร์จิกตามองอย่างเจ็บใจที่ถูกดูถูก

ooooooo

ที่หน้าบ้าน มีรถหรูแล่นเข้ามาจอด ทุกคนมองไป เห็นกิตติ ลงจากรถในชุดสูทหรูเนี๊ยบบุคลิกมีอิทธิพล

หาญดีใจมากกุลีกุจอไปรับอย่างนอบน้อม แนะนำแก่คุณนายจำเนียรว่า

“นี่คุณกิตติ รุ่นพี่ผมสมัยเรียน คนนี้แหละที่เมตตาผม ช่วยฝากงานให้ตอนที่เรียนจบใหม่ๆ มีพระคุณกับครอบครัวเรามากนะ”

อาทิตย์กับคุณนายลิ้นจี่ยืนดูอยูู่อย่างคนนอก อาทิตย์ถามแม่ว่าใครหรือ?

“ท่านกิตติไง นักธุรกิจที่หันมาเล่นการเมือง ที่พรรคโน้นพรรคนี้ก็อยากจะได้ตัวมาเป็น ส.ส. เป็นรุ่นพี่คุณหาญ”

เอกชเยศร์กับมัทนีเดินเข้ามา หาญแนะนำมัทนีแก่กิตติไม่ทันจบดี เอกชเยศร์ก็แทรกเข้ามาทักทายอย่างรู้จักฐานะและบทบาทของกิตติดี แนะนำตัวเองว่าเป็นหัวหน้ากอง บก.อยู่ที่หนังสือพิมพ์ข่าวรายวันและเป็นแฟนมัทนี จากนั้นก็ยกยอปอปั้นกิตติว่าเป็นเหมือนแสงไฟส่องทางให้กับชีวิตตน เป็นไอดอลของตน

คนหลงตัวเองและเหลิงอำนาจอย่างกิตติมาเจอคนสอพลออย่างเอกชเยศร์ จึงคุยกันได้อย่างถูกคอโดยมีหาญคอยเป็นลูกคู่ลูกไล่ของกิตติอย่างเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

คุณหญิงแววมยุราภรรยาของกิตติที่ตามเข้ามาอย่างสงบเสงี่ยม ที่มุมปากมีรอยแผล กิตติเล่าขำๆว่า ภรรยาโก๊ะ เดินชนวงกบประตูเอง แผลดูน่ากลัวแต่ไม่เจ็บอะไรหรอก อีกทั้งระหว่างเดินไปในงานกิตติก็ไม่ได้สนใจไยดีภรรยาเลย คุณหญิงแววมยุราได้แต่เดินตามงกๆ จนมัทนีมองอย่างแปลกใจและไม่ชอบพฤติกรรมของกิตติที่ปฏิบัติต่อภรรยาเลย

เมื่อคู่บ่าวสาวเข้าไปกราบพ่อแม่ พรที่อเนกได้รับจากคุณนายจำเนียรนั้น เหมือนกำลังฟังคำสั่งประหาร เพราะคุณนายบอกว่า ถ้าดูแลนรีไม่ดี ตาย! ทำให้นรีช้ำใจก็อย่าคิดว่าจะได้เจริญในสังคมนี้ได้อีกเลย อเนกฟังไปก็หนาวไป

ระหว่างนั้น หาญได้รับโทรศัพท์จากกิ๊กนกทวงไอแพด พอคุณนายถาม หาญบอกว่าหลวงพ่อโทร.มา คุณนายจึงให้หลวงพ่ออวยพรให้บ่าวสาวด้วย บอกให้เปิดสปีกเกอร์เลย ทุกคนจะได้รับศีลรับพรพร้อมๆกัน

หาญอึกอักแต่ก็เอาตัวรอดได้ ทำเป็นฟังไม่ชัดพูดเองเออเองว่า “อะไรนะครับ หลวงพ่อฝากบอกคู่บ่าวสาวว่าขอให้ครองรักกันยืนยาว ได้ในสิ่งที่อยากได้ขอให้ชีวิตแซ่บไม่มีซา...ซ้า...ธุ!!” พูดแล้ววางสายทันที จนทุกคนงง

“คำอวยพรของหลวงพ่อวัยรุ่นดีเนอะ” อเนกแอบกระซิบกับนรี หาญตัดบทว่าเมื่อรับศีลรับพรแล้วก็ให้สวมแหวนเลย ทำให้ทุกคนหันมาสนใจบ่าวสาวที่สวมแหวนให้กัน

งานนี้ เอกชเยศร์จุ้นมาก พยายามเกาะติดเอาอกเอาใจกิตติ สอพลอว่าจะทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับตัวเขาและธุรกิจของเขา เอาสองหน้าคู่เลยก็ยังได้ สอพลอว่า “ผมยินดีทำเพื่อไอดอลของผมครับ”

แต่ทั้งอาทิตย์และมัทนีต่างสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างกิตติกับคุณหญิง เป็นอารมณ์ร่วมเดียวกันที่พอจะพูดกันเข้าหู อาทิตย์กระซิบถามมัทนีว่า “คุณว่า...ท่านกับภรรยา...แปลกๆไหม” มัทนีกระซิบตอบว่า “แปลก...แปลกมาก...”

ooooooo

แก๊งพ่อไก่แจ้ต่างเสียดาย โผเข้ากอดกันไว้อาลัยให้กับชีวิตพ่อไก่แจ้ของอเนก

มัทนีกอดแสดงความยินดีกับนรีน้ำตาไหล บอกว่า “มัทรู้ว่าพี่นรีรอวันนี้มานานแค่ไหน มัทเห็นพี่มีความสุขอย่างที่พี่อยากมีแล้วมัทก็อดไม่ได้”

“พี่อุตส่าห์กลั้นน้ำตาไว้ตั้งแต่เช้าแล้ว เธออย่ามาบิ้วท์พี่สิ”

มัทนีปาดน้ำตาแล้วหัวเราะกันขำๆ อาทิตย์แปลกใจที่เห็นมุมนี้ของมัทนี พอดีเอกชเยศร์เดินมาเห็นอาทิตย์มองมัทนีอยู่ ก็เข้าไปหาเธอทันที ทำเป็นถามเสียงดังจงใจให้อาทิตย์ได้ยินว่า

“มัท...นี่มัทร้องไห้เหรอ โถ...อะไรจะเซ้นซิทีฟว์ขนาดนี้” พูดแล้วดึงเข้าไปกอด เช็ดน้ำตาให้โชว์ความหวานแหววอวดอาทิตย์ “ขวัญเอ๊ยขวัญมานะ แบบนี้ถ้าเป็นงานแต่งของเราสองคน ไม่ยิ่งร้องเหรอ”

“พอแล้วเอก มัทโอเคแล้ว” มัทนีผละออก เอกชเยศร์ยังสนุกที่จะโชว์คุยโวว่า

“มัทครับ...มัทรู้หรือเปล่าว่า ท่านกิตติ ตกลงยอมเป็นเถ้าแก่ให้เอกแล้วนะ งานของเราสองคนจะต้องไม่ธรรมดา จะเป็นที่พูดถึงยิ่งกว่างานของพวกไฮโซเสียอีก แล้วเอกจะเขียนสกู๊ปงานเราลงหนังสือพิมพ์ด้วย พวกขี้อิจฉาทั้งหลาย ที่ไม่มีปัญญาหาแฟนเป็นตัวเป็นตน มันจะได้น้ำตาตกใน ฮ่าๆๆ”

อาทิตย์รู้ว่าเอกชเยศร์จงใจแขวะ เยาะเย้ยตน เลยตีเนียนถามว่า

“คุณสองคนจะแต่งงานกันจริงๆเหรอ” ว่าแล้วหันไปร้องบอกพรรคพวก “พวกเรา!! สองคนนี้กำลังจะแต่งงานกันแล้ว มาแสดงความยินดีกันหน่อย” แล้วตัวเองก็โผเข้ากอดเอกชเยศร์ ปากพูดว่ายินดีด้วย ยินดีด้วย มือที่กอดก็รัดเต็มแรง ซ้ำยังตบหลังปั๊กๆๆจนเอกชเยศร์แทบกระอัก

แท่น โทนี่ โมกข์ และอเนก ก็มาต่อคิวทำแบบเดียวกับอาทิตย์ กว่าแก๊งพ่อไก่แจ้จะแสดงความยินดีหมด เอกชเยศร์ก็ระบบไปทั้งตัว

“ท่านกิตติเป็นเถ้าแก่ แสดงว่าสินสอดต้องมหาศาลแน่ๆ” โมกข์แกล้งถาม

“ไม่น่าเชื่อ เห็นแต่งตัวปอนๆเสื้อผ้าตลาดนัดตั้งแต่หัวจรดเท้า ก็นึกว่าจนเสียอีก” โทนี่มองเอกชเยศร์แต่หัวจรดเท้าหยันๆ อาทิตย์กระหน่ำซ้ำว่า

“คุณเอกเป็นคนสมถะ ที่ไม่ซื้อรถ ไม่ใช่ไม่มีเงิน แต่คุณมัทมีรถอยู่แล้วไง ก็ให้คุณมัทคอยขับไปรับไปส่งสิ ไม่เปลืองทรัพยากร เรือนหอก็ไม่ต้องซื้อ บ้านคุณมัทนีมีอยู่แล้ว ย้ายเข้าได้เลย...จริงๆเงินค่าจัดงานแต่ง บ้านคุณมัทก็มีอยู่แล้วเกาะมาได้เลย”

อาทิตย์พูดจบ ทั้งแก๊งก็หัวเราะกันครื้นเครง เอกชเยศร์อึ้ง หน้าเสีย พออาทิตย์ชวนเพื่อนๆไป นรีก็จ้องหน้าอเนกอย่างตำหนิ อเนกยักไหล่บอกว่า “ผมไม่เกี่ยวนะ” ส่วนเอกชเยศร์ที่เจ็บตัวระบมไปหมด แต่ก็ยังไม่เท่าเจ็บใจแค้นที่ถูกหัวเราะเยาะหยัน

แต่แก๊งพ่อไก่แจ้ยังไม่สะใจ โมกข์เสนอว่างานเลี้ยงเย็นนี้น่าจะจัดอะไรมันๆให้อีกสักดอก

“ไม่ใช่แต่ไอ้เอกหรอกที่ต้องโดน ยัยมัทรีก็ควรจัดให้หนักๆด้วยอีกคน หึๆๆ” อาทิตย์หัวเราะอย่างมีแผน โทนี่แท่นกับโมกข์มองหน้าอาทิตย์อย่างรู้กัน

โทนี่ถามว่าจะทำอะไรมันนีหรือ โมกข์เดาว่าหลอกให้รักแล้วหักอกเล่น แท่นดักคอว่า หรือหลอกให้รักแล้วรักจริงๆ

“พวกแกอย่ามาปัญญาอ่อน ฉันไม่มีทางชอบผู้หญิงที่รังเกียจผู้ชายยิ่งกว่าเชื้อโรคอย่างยัยมัทนีหรอก นิสัยก็โหดไม่มีความอ่อนหวาน ไม่ใช่สเป๊กฉัน...ขืนคบด้วยคงเหมือนตกนรกทั้งเป็น สู้น้องๆแถวนี้ก็ไม่ได้ น่ารักกว่าตั้งเยอะ” อาทิตย์มองพนักงานสวนๆที่เดินไปมาอยู่แถวนั้น

อาทิตย์เห็นเพื่อนๆ ทำหน้าไม่เชื่อ ก็ลุกขึ้นพูดแก้เกี้ยวว่า

“พวกแกไม่เชื่อก็อย่าเชื่อ แล้วเย็นนี้เจอกันที่งาน” พูดแล้วเดินออกไปเลย พวกเพื่อนๆพากันหัวเราะขำอย่างรู้ทัน

ooooooo

ที่โต๊ะอาหาร...มัทนีเห็นเอกชเยศร์หัวเสียที่ถูกแก๊งพ่อไก่แจ้รุมนั่งเครียดอยู่ เธอปลอบใจว่าอย่าเอาคำพูดของคนอื่นมาเป็นอารมณ์เลย เรายังมีแขกอยู่

“คอยดูเถอะ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกผมได้”

เอกชเยศร์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสอพลอกิตติ ตักอาหารโน่นนี่ให้โดยไม่สนใจว่าผู้ใหญ่ในโต๊ะตักกันหรือยังและตัดหน้าใครหรือไม่ พอมัทนีสะกิดเตือนก็บอกว่าไม่เป็นไร คนกันเองทั้งนั้นไม่ต้องมีพิธีรีตองมากสบายๆ

บนโต๊ะอาหาร กิตติใช้คุณหญิงแววมยุราให้รับใช้ตนและให้ทำโน่นทำนี่เหมือนเห็นเป็นตัวตลก ให้คนอื่นขำ คุณหญิงยอมทุกอย่าง อย่างไม่มีเงื่อนไขไม่มีปากเสียง จนมัทนีรู้สึกไม่พอใจกับการไม่ให้เกียรติภรรยาของกิตติ

ทานอาหารกลางวันเสร็จ เอกชเยศร์บอกมัทนีว่าเธอจะไปไหนไม่ได้ ต้องไปกับตนก่อน แล้วพากันไปที่ห้างใหญ่หยุดที่หน้าร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรู บอกมัทนีที่ยังงงๆว่า

“เอกจะซื้อชุดใส่ไปงานเย็นนี้ เอกมาคิดดูแล้วสูทตัวเดิมของเอกมันไม่เข้ากับธีมงานย้อนยุคและก็ไม่ค่อยเข้ากับชุดของมัทด้วย” มัทนีถามว่ารู้ไหมว่าเสื้อผ้าร้านนี้แพงมาก เอกชเยศร์ทำเสียงขุ่นถามว่า “มัทคิดว่าเอกไม่รู้จักแบรนด์เนมเหรอ เอกรู้ เอกมีเงินซื้อ และวันนี้เอกจะซื้อชุดที่ดีที่สุด หรูที่สุด งานเลี้ยงเย็นนี้เราสองคนจะต้องเป็นคู่ที่โดดเด่น ดูดี รัศมีไฮโซจับแบบสุดๆพวกนักข่าว พวกพิธีกรรายการไฮโซต้องมาสัมภาษณ์เราไปออกรายการบางกอกกอสซิบ บางกอกกระซิบเราจะเป็นเซเล็บหน้าใหม่ ที่มาแรงจนจนไอ้พวกหน้าเก่าๆ ต้องตกกระป๋อง” ว่าแล้วดึงมือมัทนีเข้าร้านไปเลย

เอกชเยศร์ลองชุดขาวสะอาดแบบเกาหลี หมุนตัวอยู่หน้ากระจกพูดอย่างพอใจมากว่า

“สูทสีขาวแบบท่านชายพจน์ สะอาด โดดเด่นเป็นสง่า ถ้าคนไม่รู้จักกันมาเห็น ต้องคิดว่าเราเป็นคุณชายจริงๆแน่ หึๆ ผมเอาชุดนี้แหละ”

เลือกชุดแล้ว เอกชเยศร์บอกมัทนีให้เคลียร์ให้ด้วย อ้างว่าตนไม่ได้เอาเงินสดมา ให้เธอรูดบัตรให้ก่อนแล้วตนค่อยกดเงินสดคืน แล้วจงใจพูดอวดพนักงานว่า

“เอ้า...จ่ายเงินสิจ๊ะ เราจะได้รีบกลับ ป่านนี้เบนซ์สปอร์ตของผมล้างเสร็จเรียบร้อยแล้วมั้ง”

มัทนีทำเสียง หือ? มึนงงที่เอกชเยศร์ทำตัวราวกับมหาเศรษฐี

ooooooo

อาทิตย์ควงพลอยที่แต่งตัวสวยเซ็กซี่มางานแต่ง เขาเอากล่องของขวัญฝากไว้กับเพื่อนเจ้าสาวบอกว่าเดี๋ยวเจ้าของจะมาขอรับเอง

หาญแต่งตัวย้อนยุคเอาหมวกหรุบปิดหน้า แล้วไปเปิดห้องที่เคาน์เตอร์ บังเอิญปะการังมาเจอ เธอเข้าไปทักทาย หาญทำเป็นว่าทักคนผิดแล้วเดินหนีไป โมกข์เองก็เข้าไปทัก หาญก็บอกว่าทักตนผิดอีก แต่ความลับถูกเปิดเผยเมื่อเจ้าท่วมทุ่งที่คุณนายจำเนียรพามา วิ่งตามเห่าหาญ เขาวิ่งหนีจนหมวกหลุด เลยจำเป็นต้องเข้างานไปกับคุณนายจำเนียร

เอกชเยศร์ที่จินตนาการตัวเองเป็นท่านชายพจน์ก็วางมาด เที่ยวคุณโวอวดใครต่อใครว่าชุดนี้ราคาครึ่งแสน จนมัทนีทนไม่ได้ถามว่าจะอวดไปถึงไหน เขาโต้ว่าตนไม่ได้อวดแต่พูดเรื่องจริง

“ถ้าเอกอยากจะพูดเรื่องจริง ก็พูดให้หมดสิ ว่าชุดนี้ใครเป็นคนจ่ายเงิน ถ้าไม่พูดให้หมดก็ไม่ต้องพูด” มัทนีเสียงเข้มแล้วเดินไปเลย เอกชเยศร์พึมพำงงๆ “เป็นอะไร ทำไมต้องฉุนด้วย”

หาญเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงแล้วแอบ โทร.นัดกิ๊ก–นก บอกเบอร์ห้องนัดให้เข้าไปรอเลย ประมาณสามทุ่มตนจะไปหาพร้อมไอแพดด้วย

อาทิตย์กับพลอย ได้รับเชิญให้ขึ้นไปเล่นเปียโนและร้องเพลงให้แขกเต้นรำกัน

เอกชเยศร์เดินตามมัทนี แต่ชุดที่เขาอวดนักอวดหนานั้น คล้ายชุดพนักงานโรงแรมมาก ถูกแก๊งพ่อไก่แจ้ แกล้งสะกิดขอเครื่องดื่มบ้าง อะไรๆบ้าง ทำให้เอกชเยศร์ หัวเสียมาก แต่อะไรก็ไม่เท่ากับถูกหัวหน้าพนักงานมาลากไปหาว่าอู้งาน

“เฮ้ย...ฉันไม่ใช่พนักงาน ฉันเป็นแขก แล้วชุดนี้ก็ราคาห้าหมื่น ไม่ใช่ชุดเด็กเสิร์ฟกระจอกๆแยกไม่ออกรึไง” ด่าหัวหน้าพนักงานแล้วหันมาจะพามัทนีออกไปเต้นรำ ปรากฏว่าเธอหายไปแล้ว

“อย่ามาตลก” หัวหน้าพนักงานตวาด “จะเอาไหมค่าแรงขั้นต่ำสามร้อยบาท ไปทำงาน!! ไปๆๆ!!”

หัวหน้าพนักงานลากตัวเอกชเยศร์ไปไม่ฟังเขาโวยวาย แก๊งพ่อไก่แจ้ที่วานแผน “ฆ่า” เอกชเยศร์กลางงานพากันหัวเราะกับแผนการของตน

ขณะอาทิตย์และพลอยกำลังร้องเพลงให้แขกเต้นรำนั้น กิตติที่คุณนายจำเนียรรบเร้าให้เขาออกไปเต้ารำกับแววมยุรา เต้นได้ไม่เท่าไรก็แผดเสียงลั่นจนทุกคนตกใจ

“โอ๊ย...นังโง่เอ๊ย!!!” กิตติผลักแววมยุราล้มลงกลางฟลอร์ด่าลั่น “รองเท้าคู่เป็นหมื่นเพิ่งถอยมาก็มาเหยียบได้ ปัทโธ่...เต้นไม่เป็นแล้วยังอยากจะเต้นอีก ไป!! ออกไปรอที่รถ!! ไม่ต้องเข้ามาอีก ไป๊!!”

แววมยุราหน้าเสีย อับอาย พอลุกได้ก็รีบฝ่าผู้คนออกไป มัทนีเห็นดังนั้นรีบตามไปเจอแววมยุราร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ

ส่วนกิตติก็หันไปหัวเราะร่าบอกว่าไม่มีอะไร สนุกกันต่อเถอะพวกเรา

ooooooo

ใกล้เวลาส่งตัวเจ้าสาวแล้ว คุณนายจำเนียรเดินหาหาญให้ควั่ก เจอปะการัง พอรู้ว่าคุณนายตามหาหาญก็พูดยิ้มๆว่า

“คุณหาญท่านคงมีเซอร์ไพรส์ล่ะมังคะ หึๆๆ” คุณนายถามว่าเซอร์ไพรส์อะไรหรือ “แหม...อย่าให้พูดเลยค่ะ เขิน มิน่าล่ะคุณจำเนียรถึงได้ดูสวยไม่สร่าง เพราะยังคงซู่ซ่ากับสามีอย่างนี้นี่เอง”

“คุณพูดถึงเรื่องอะไรคะ”

“ก็เรื่องที่คุณสองคนแอบเปิดห้องเอาไว้คืนนี้หลังงานเลิก...แล้วก็คงไม่ใช่เปิดเพื่อนอนพักใช่ไหมคะ เพราะรายการสิ่งของที่คุณหาญโน้ตให้พนักงานเตรียมเอาไว้ให้ มันคือ...อุปกรณ์เพิ่มความสุขแบบพิเศษ อัศจรรย์สุดๆเลยค่ะ ปะการังอิจฉามากกก...”

คุณนายจำเนียรถามว่าหาญเปิดห้องไว้นอนกับตนหรือ ปะการังถามหยอกว่าไม่ใช่คุณนายแล้วจะเป็นใคร คุณนายตาลุกถามว่าห้องเลขอะไร แล้วฝากเจ้าท่วมทุ่งไว้กับปะการัง ตัวเองจ้ำอ้าวไปตามเบอร์ห้องทันที

พอเจอห้อง คุณนายหัวเราะคิกคัก “แหมๆๆ คงจะติดใจจากวันนั้น แต่ทำฟอร์ม พวกธรรมะจัดก็แบบเนี้ยะ ปากหนัก คอยดูวันนี้จะทำให้ตบะแตกไม่มีชิ้นดีเลย ฮิๆๆ”

คุณนายมองซ้ายมองขวาแล้วเปิดประตูเข้าห้อง ปิดประตูแง้มๆไว้คอยท่า

ครู่หนึ่งหาญย่องๆมาถึงห้องหมายเลขที่จองไว้ ทำหน้าตื่นเต้นเมื่อเห็นประตูปิดไม่สนิท แสดงว่ากิ๊กนกต้องมาแล้วเปิดประตูคอยอยู่ หาญพึมพำเคลิ้ม...

“นกจ๋า...วันนี้หาญนี้จะสไลด์ให้น้องนกลืมวิธีบินไปเลย หึๆๆ ฮ่าๆๆ”

หาญเอากล่องของขวัญที่อาทิตย์ฝากไว้ให้ เปิดกล่องเอาน้ำยาว่านโด่ไม่รู้ล้มมาแกะ กระดกหมดทั้งขวด ยิ้มคึกสุดๆแล้วย่องเข้าห้องไปทันที

ooooooo

ที่ห้องน้ำชายในโรงแรม กิตติกำลังล้างมืออยู่ รู้สึกมีคนเดินเข้ามา หันมองเห็นแก๊งพ่อไก่แจ้ทั้งห้ายืนเป็นแผงท่าทางเอาเรื่อง อาทิตย์เอ่ยขึ้นก่อนว่า

“ท่านครับ พวกผมขอคุยด้วยหน่อยนะครับ”

“เรื่องภรรยาของท่าน” อเนกบอก

พูดกันไม่กี่คำ กิตติก็โวยใส่ “ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ทำกับภรรยาแบบนั้น ในเมื่อเวลาเขาอยากจะได้อะไร

ฉันก็หามาให้ จะเอาแหวนเพชร สร้อยไข่มุกฉันก็เอามา ปรนเปรอให้ เพราะฉะนั้น อารมณ์อะไรนิดๆหน่อยๆของฉันเขาก็ต้องทนได้ไม่มีสิทธิ์บ่น”

ตอนที่ 5

วันนี้เอกชเยศร์นัดมัทนีไปซื้อเครื่องครัวขนานใหญ่ ราวกับจะตั้งครัวใหม่ มัทนีไปถึงช้ากว่าเวลา พอไปถึง เห็นเอกชเยศร์หยิบเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวมากมายไว้ในรถเข็นแล้ว

ทันทีที่เห็นมัทนี เขาต่อว่าที่มาสายและต้องปรับให้เธอเลี้ยงข้าววันนี้

“ได้ๆ ขอโทษทีนะเอก พอดีว่าเกิดเรื่องวุ่นๆที่บ้าน” พูดไม่ทันขาดคำก็ถูกเอกชเยศร์สั่งให้หยุดอ้างว่าแค่นี้ตนก็เครียดพอแล้วอย่า ทำให้ตนต้องเครียดมากกว่านี้ ต้องยิ้มแย้มทำให้ตนร่าเริงรู้ไหม พอมัทนีบอกว่า “รู้” เขาก็สั่งให้เธอยิ้ม เธอก็ยิ้มให้พลางเดินตามไปที่ช่องจ่ายเงิน

มัทนีเห็นเขาซื้อเครื่อง ครัวมากมายถามว่าจะทำห้องครัวใหม่หรือ เขาพูดอย่างมุ่งมั่นว่าจะทำบ้านใหม่ทั้งหมดเริ่มจากห้องครัวก่อนจะไม่ยอมให้ น้อยหน้าพวกคนรวยๆที่คิดแกล้งเรา พูดอย่างมาดมั่นว่า “มัทจะได้รู้ว่า ถึงเอกจะไม่ได้รวยมากมาย แต่เอกก็มีครบ”

เมื่อพนักงานคิดเงินแล้ว เอกชเยศร์ทำท่าจะจ่ายควักเงินออกมาแล้วทำเป็นเหลือบเห็นป้ายโปรโมชั่นว่าใช้ บัตรลดสิบเปอร์เซ็นต์ ก็หันถามมัทนีว่า “มัท...มัทมีบัตรนี้ไม่ใช่เหรอ แหม...เงียบเลย รูดให้หน่อยซิ จะ

ได้ลด” พอเอาบัตรไปรูด เขาทำตาโตบอกว่าลดได้ตั้ง หลายร้อยแล้วเก็บเงินตัวเองเข้ากระเป๋า เท่านั้นไม่พอบอกว่าไหนๆก็ได้ลดราคาแล้วยังมีของที่อยากได้อีกให้รอแป๊บ เดี๋ยวมา

ระหว่างที่ไปหยิบฝาชักโครกที่แผนกสุขภัณฑ์นั้น เอกชเยศร์ได้ยินหนุ่มสาวคู่หนึ่งคุยกันถึงเรื่องบนเตียงเมื่อคืนแล้วชวนรีบ กลับกันให้รางวัลกันอีก เอกชเยศร์

ฟังแล้วอยากผูกมัดมัทนีอย่างหนุ่ม คนนั้นบ้าง ระหว่างทางกลับบ้านฝนตกหนัก  เอกชเยศร์จินตนาการลีลาที่จะเอาชนะใจและผูกมัดมัทนีให้ได้ เขาหวานใส่จนมัทนีแปลกใจ

มาถึงบ้านก็ใช้ให้มัทนีขนของเข้าบ้าน ส่วนตัวเองไปอาบน้ำทำตัวโรแมนติกเต็มที่ แล้วก็ทำไฟดับ ย่องเข้ามากอดเธอจากข้างหลังร้องเพลง ณ บัดนาวของบี้พลางนัวเนียหมายให้เธอเคลิ้ม แต่มัทนีไม่เพียงไม่เคลิ้มยังติติงเขาว่ายังไม่ถึงเวลาก็ถูกเอกชเยศร์ต่อว่า หาว่าเล่นตัว

เมื่อเอกชเยศร์จะเคลมให้ได้ มัทนีจึงจะกลับ ก็ยังถูกเขาขอจูบอีกที เธอเลยผลักเขาเซแล้วเดินหงุดหงิดออกไป เขาวิ่งตามมาร้องเรียกเมื่อเธอขับรถออกไปก็บ่นกระปอดกระแปด

“โธ่...ผู้หญิงอะไร ไม่โรแมนติกเลย เรื่องมากแบบนี้ ผู้ชายถึงหนีไปหาเกย์หมด...ไม่ๆๆ เราต้องไม่หนีไปหาเกย์”

ooooooo

แล้ว ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ความรู้สึกของมัทนีเปลี่ยนไป เมื่อเธอขับรถออกมาแล้วรถกระตุกก่อนดับสตาร์ตอย่างไรก็ไม่ติด จึงโทร.หาเอกชเยศร์บอกว่ารถเสียอยู่กลางซอยนี่เองสงสัยน้ำจะเข้าไปในเครื่อง

“แล้วมัทโทร.หาเอกทำไม เอกไม่มีความรู้เรื่องรถเลย จะช่วยอะไรได้ ทำไมมัทไม่โทร.ไปแจ้ง จส.

ร้อย ล่ะ” เธอบอกว่าเห็นเขาอยู่ใกล้ ก็ถูกย้อนถามว่าแล้วจะให้เดินฝ่าฝนออกไปหาหรือ ตนไม่ว่างต้องแกะกล่องไมโครเวฟอยู่ ซ้ำบ่นว่ายกของมาให้แทนที่จะแกะให้ด้วย ไม่มีน้ำใจเลย

มัทนีกดวางสายเซ็งๆ เอนพิงเบาะเครียด ทั้งเพราะรถเสียและรับไม่ได้กับความเห็นแก่ตัวของเอกชเยศร์

เธอตัดสินใจโทร.หาหาญ เป็นเวลาที่หาญกำลังไปเอายาโด่ไม่รู้ล้มจากอาทิตย์ หาญบอกอาทิตย์ว่า

“คอยดู...ฉันจะกินข้าวมื้อละเจ็ดจานให้ดู หึๆๆ”

พลัน ก็มีโทร.เข้ามือถือ ทีแรกหาญคิดว่าเป็นกิ๊กคนใดคนหนึ่ง แต่ปรากฏว่าเป็นมัทนีโทร.มาบอกว่ารถเสียถ้าพ่อว่างให้มาช่วยด้วย อาทิตย์กำลังจะลงจากรถได้ยินแว่วๆ ถามหาญว่า “คุณมัทนีรถเสียเหรอครับ”

ไม่ นาน อาทิตย์ก็ไปถึงที่รถมัทนีเสีย เขาเปิดฝากระโปรงรถ ครู่หนึ่งก็บอกเธอว่าที่ใต้ฝากระโปรงรถมีฝุ่นจับหนาเตอะ ถามว่าตั้งแต่ออกรถมาเคยเปิดดูบ้างหรือเปล่า เคยเข้าอู่เช็กระยะบ้างไหม เธอย้อนถามว่ารถไม่เคยมีปัญหาจะเปิดดูหรือเอาเข้าอู่ไปทำไม

อาทิตย์ ฟังแล้วเซ็ง เขาจัดแจงโทร.ติดต่อช่างประจำแล้วบอกว่าอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเขาจะมาลากรถ เธอไปซ่อมที่อู่แล้วพาเธอไปที่บ้านหลังหนึ่ง มัทนีตกใจถามว่าพามาบ้านใคร อาทิตย์ไม่ตอบแต่เอามือลูบคางยิ้มกรุ้มกริ่ม มัทนีใจคอไม่ดีนึกระแวง หวั่นว่าชะรอยจะหนีเสือปะจระเข้เสียแล้ว

ooooooo

ที่แท้ อาทิตย์พาเธอมาที่บ้านหลังหนึ่งที่จัดเป็นร้านอาหาร ดูสบายๆเป็นกันเอง ที่นี่มัทนีได้รู้จักกับพลอย เชอรีล สาวสวยทันสมัยดูดีมีสไตล์

ทั้งอาทิตย์และพลอยสนิทสนมกันมากพูดคุยอย่างถึงเนื้อถึงตัวกัน ทีแรกมัทนีก็รู้สึกแปลกๆ ต่อมา

จึง รู้ว่าที่แท้แล้วพลอยเป็นคนเลี้ยงดูอาทิตย์มาตั้งแต่เขาอายุ 2-3 ขวบ เพราะแม่เขาไม่ว่างจึงฝากเธอเลี้ยง พลอยเล่าขำๆว่าเวลานั้นตนเลี้ยงอาทิตย์เหมือนเล่นตุ๊กตา

ส่วนพลอยก็ คิดว่ามัทนีเป็นคนพิเศษของเขา เพราะอาทิตย์ไม่เคยพาเพื่อนผู้หญิงคนไหนมาทานอาหารที่นี่เลย แต่พอมัทนีชี้แจงว่าตนติดรถเขามาเพราะความจำเป็นบางอย่างเท่านั้น พลอยก็บ่นเสียดาย นึกว่าเธอเป็นคนที่อาทิตย์มั่นใจแล้วเสียอีก

ที่ ร้านอาหารของพลอยนี้ มัทนีได้เห็นอาทิตย์ในอีกมุมหนึ่งที่น่ารัก ช่างเอาอกเอาใจ และดูแลเธออย่างคล่องแคล่วทะมัดทะแมง หลังอาหารยังพาเธอเต้นรำในบทเพลงที่หวานแหวว เขาเต้นรำเก่งและมองหน้าเธอด้วยแววตาอ่อนหวานจนบางครั้งก็เผลอใจเคลิ้มไปกับ บรรยากาศโรแมนติกนี้ไม่รู้ตัว

จากคืนนี้ที่มัทนีได้เจอกับผู้ชายสอง คนสองแบบ คนหนึ่งเป็นคนที่เธอรัก แต่เห็นแก่ตัวเอาแต่ได้ กับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่เธอเคยทั้งเกลียด ขยะแขยง และบางครั้งก็กลัว แต่เมื่อได้สัมผัสตัวตนเขาในอีกแง่มุมหนึ่งในคืนนี้ กลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่อได้อยู่ใกล้

ส่งมัทนีถึง บ้านแล้ว ต่างก็อดที่จะคิดถึงเวลาที่เพิ่งผ่านไปไม่ได้ ยิ่งเมื่อได้เห็นผ้าเช็ดหน้าของมัทนีที่ตกอยู่ในรถอาทิตย์ก็อดคิดถึงเจ้าของ ไม่ได้ นั่งดื่มด่ำกับเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันกับมัทนี จนคุณนายลิ้นจี่ที่รู้ว่าลูกชายอยู่กับมัทนีมาเรียกให้เข้าบ้าน หยอกว่าไปไหนกับใครมา อาทิตย์ไม่ยอมบอก ก็พูดทิ้งท้ายไว้ว่า

“พรุ่งนี้วันวาเลนไทน์นะ ถ้ายังไม่ได้นัดกันก็รีบๆนัดซะ ฮ่ะๆๆ ทำเป็นปกปิดชื่อแซ่ อาการยังงี้มันน่าสงสัยฮิๆๆ”

ส่วน มัทนีกลับถึงบ้านก็ถูกหาญคาดคั้นด้วยความไม่ไว้ใจอาทิตย์ เธอบอกพ่อว่าไม่มีอะไร แต่พอเข้าห้องนอนก็นอนไม่หลับ หัวใจอบอวลด้วยความรู้สึกดีๆที่เพิ่งผ่านไป จนดึกมือถือมีข้อความเข้า เธอลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นแต่ก็เดาว่าต้องเป็นเอกชเยศร์แน่ๆ

พอกดดู ข้อความก็พึมพำเสียงอ่อยๆ “เอกจริงๆ ด้วย” อ่านข้อความกร่อยๆ “พรุ่งนี้เช้า มารับไปส่งออฟฟิศด้วยมีของต้องขน” อ่านแล้วถอนใจยาว...เฮ้ออออ...

คุณนาย จำเนียรที่เป็นใจให้ลูกสาวอยู่แล้วก็คอยปรามหาญที่ระแวงว่าอาทิตย์จะทำอะไร ไม่ดีกับมัทนี คุณนายชื่นชมหาญว่าเป็นคนดีที่หวาดระแวงคนอื่นไปหมด บอกกับเจ้าท่วมทุ่งว่า

“ตัวเองธรรมะธัมโม ซื่อใส จนไม่เข้าใจมนุษย์เดินดินคนอื่นเสียบ้างเลย จริงไหม ท่วมทุ่ง”

ooooooo

วันวาเลนไทน์...ที่บ้านพักตากอากาศ แท่นนำ แก๊งพ่อไก่แจ้เข้ามาบริเวณสระน้ำที่มีกลีบกุหลาบลอยอยู่บนพื้นผิวน้ำ

แท่นพาสาวๆ ในสังกัดที่เขาเตรียมปั้นและหมายปล้ำ พอแท่นร้องทัก

“แฮปปี้ วาเลนไทน์เดย์ มายเฟรนด์ส!!!” บรรดาสาวๆ ก็ผุดขึ้นมาจากผิวน้ำทีละคน...ทีละคน ท่ามกลางแววตาระริกของบรรดาไก่แจ้ทั้งหลาย ทั้งแท่น โมกข์ โทนี่และอเนกต่างมีสาวของตัวเอง แม้จะจัดสาวลูกครึ่งมาให้อาทิตย์ แต่เขาขอตัวอ้างว่าไม่ค่อยสบายแล้วไปนั่งมองเพื่อนๆสนุกสนานกับบรรดาสาวๆ เหล่านั้น

ระหว่างนั้น อาทิตย์หยิบมือถือขึ้นดู ปรากฏว่ามีมิสคอลจากแพรวาและอายูมิคนละ 27 มิสคอล เขาดูแล้วได้แต่ถอนใจ วางมือถือไว้ข้างตัว แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าของมัทนีออกมาดูอย่างคิดถึงเจ้าของ...

เช้าวัน วาเลนไทน์ มัทนีแต่งตัวเตรียมไปทำงานตามปกติ ถูกคุณนายเรียกไว้สั่งให้ยกมือขึ้นสัญญาว่าลูกจะไม่ยอมเด็ดขาด มัทนีงง ถามว่าอะไรหรือ

“แม่รู้ว่าลูกแม่ไว้ใจได้ แม่ไม่ไว้ใจคนที่ลูกคบอยู่ด้วย ลูกต้องสัญญาว่า ถ้าใครก็ตามที่คิดจะเอาวันวาเลนไทน์มาเป็นข้ออ้างเพื่อ...ให้ลูกยอมเสียดิน แดน...ลูกต้องสู้ สู้เพื่อรักษาดินแดนของลูกเอาไว้ สัญญากับแม่ได้ไหม”

คุณนายรบเร้าให้มัทนีสัญญา เธอจึงสัญญาเพราะเดี๋ยวต้องไปรับเอกชเยศร์ด้วย ไปสายเดี๋ยวก็เป็นเรื่องอีก

“ยัยมัท เมื่อไหร่ลูกจะเลิกให้นายเอกชเยศร์โขกสับเสียที ลูกยังสาวยังสวย ลูกเลือกได้นะคะ ลองๆ มองดูคนอื่นบ้างก็ดีนะ ผู้ชายดีๆมีอีกตั้งเยอะ”

พอ มัทนีไปแล้ว คุณนายเห็นหาญกำลังจะย่องออกจากบ้าน พอถามว่าจะไปไหน หาญสะดุ้งเฮือกแต่สำรวมได้ในพริบตาบอกว่าหลวงลุงโทร.มาเรียกให้ไปช่วยเทศนา หนุ่มๆสาวๆ ในมหาวิทยาลัยจะได้ไม่ชิง สุกก่อนห่าม ไม่เป็นปัญหาสังคม คุณนายทำตาปิ๊งๆ บ่นว่าหลวงลุงเรียกตัวทุกปี ปีนี้อยู่บ้านเถอะ ตนมีอะไรจะเซอร์ไพรส์ด้วย

ในอาการสงบสำรวมนั้น หาญสยองจนเกือบเก็บอาการไม่อยู่ พูดอย่างผู้มีสติ สมาธิที่มั่นคงว่า

“คนจะดีต้องดีทุกวัน ละเว้นไม่ได้หรอก ผมไปนะ”

คุณนายทำหน้างอนๆ แล้วหันไปเล่นไปคุยกับเจ้าท่วมทุ่ง เอาใจมันว่าจะพาไปกินไอติมรสช็อกโกแลต ไม่มีใครรัก เรารักกันสองคนเนอะ...เนอะ...

พอ หาญแว่บออกจากบ้านไปได้ก็เดินตัวปลิวไป มือหนึ่งถือขวดยาโด่ไม่รู้ล้มอีกมือถือกุหลาบ ตรงดิ่งไปโทรศัพท์หากิ๊กนกนัดจะไปหาที่ห้องพัก กิ๊กนกที่นอนอ่อนเพลียเพราะถูกรุมกินตับมาทั้งคืน ตอบอย่างรำคาญใจว่าให้เลิกยุ่งกับตนเสียที ตนไม่รีเทิร์นแน่นอน วางสายแล้วนอนต่อ หาญแทบจะกลั้นใจตายเพราะอุตส่าห์ไปหายาโด่ไม่รู้ล้มกะจะกินข้าวมื้อเดียว เจ็ดจานเลยกลายเป็นฝันสลาย

ooooooo

มัทนีไปรับเอกชเยศร์ตามที่เขาสั่งอย่างมีความรู้สึกดีๆในวันวาเลนไทน์ แต่เอกชเยศร์กลับต่อต้านพูดอย่างไม่ยอมรับว่า

“มัน เป็นวันที่พ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสขายกุหลาบดอกละร้อย ถ้าจะแสดงความรักก็บอกรัก ทำไมต้องให้ดอกไม้ราคาแพงๆ ที่อีกสองสามวันก็เหี่ยว ฟุ่มเฟือย สิ้นเปลือง และเปล่าประโยชน์ แล้วมัทรู้ไหม ว่าพวกที่บ้าเห่อให้ดอกไม้ให้ช็อกโกแลตกันในวันวาเลนไทน์เนี่ย มันกำลังตกเป็นทาสทางวัฒนธรรม คนพวกนี้ไม่มีวันเจริญหรอก”

มัทนี รู้สึกตัวเองโดนด่าเต็มๆ ช็อกโกแลตที่เตรียมเอามาให้แต่ซ่อนไว้ข้างหลังเลยแอบทิ้งไปไม่กล้าแม้แต่จะ ให้เขาเห็น เมื่อไปส่งเขาที่ทำงานแล้ว เอกชเยศร์สั่งว่าเย็นนี้ตนคงไม่พาเธอไปเลี้ยงเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าเป็น ดินเนอร์ฉลองวาเลนไทน์งี่เง่า ย้ำก่อนเข้าออฟฟิศว่า “แต่มัทยังต้องมารับเอกไปส่งบ้านนะ แล้วเจอกัน” มัทนีได้แต่อึ้ง...เซ็ง...ห่อเหี่ยว...

ooooooo

แก๊งพ่อไก่แจ้ฉลองกันที่บ้านพักตากอากาศโดยมีพวกสาวๆ ที่แท่นพามาแจกจ่ายกันทุกคน

อาทิตย์ ไม่ได้สนุกสนานกับเพื่อนๆ เขาดูออกว่าอเนกที่พยายามเล่นอย่างสนุกสนานแต่ที่จริงแล้วทำเพื่อหลอกตัวเอง ให้หายเศร้า เมื่ออาทิตย์ถามว่าไม่โทร.หานรีบ้างหรือ เขาจึงระบายความรู้สึกออกมาอย่างหมดเปลือกว่า

“ฉันกับนรีคงไปกันไม่ รอด ฉันไม่ไหวแล้วว่ะ ง้อก็แล้ว เอาใจก็แล้ว ก็ยังพาลหาเรื่องชวนทะเลาะอยู่ได้ เมื่อก่อนนรีก็มีเหตุผลดีอยู่หรอก ไม่รู้ช่วงนี้ไปโดนใครล้างสมองมา กลายเป็นอาร์ตตัวแม่ขึ้นมาซะงั้น”

อาทิตย์ถามว่าต้องถึงขั้นเลิกกันเลยหรือ

“ถ้า ฉันจะคบนรีต่อไป ฉันจะต้องเลิกคบพวกแกทุกคน โดยเฉพาะแก เพราะนรีไม่ชอบแก แล้วแกคิดว่าฉันจะทำไง พวกแกเป็นเพื่อนตาย...ถ้านรีรักฉันก็ต้องเลิฟมีเลิฟมายด็อก”

อเนกชวนไปเล่นบอลกับเงือกน้อยในสระกันให้สนุกดีกว่า อาทิตย์ถามว่าแน่ใจหรือว่าสนุก อเนกพูดอย่างรู้กันว่า

“ฉันสนุกอยู่แล้ว แกนั่นแหละที่ดูไม่สนุก” อเนกพูดอย่างนั้น แต่พอหันหลังให้อาทิตย์แววตาก็เศร้าลง

นรี เองก็ทุกข์ใจสาหัส ยิ่งเห็นคนอื่นฉลองวาเลนไทน์กับคนรักก็ยิ่งเจ็บปวดจนกลั้นนํ้าตาไม่อยู่ พอดีมัทนีมาชวนไปเลี้ยงอาหารเที่ยงเด็กกำพร้าเนื่องในวันวาเลนไทน์เป็นการ ทำบุญไปด้วย ที่มูลนิธิไปกันเยอะโดยเฉพาะคนที่ยังโสด ไม่มีใครให้สวีตด้วย

ฟังมัทนีแล้วนรีต่อมนํ้าตาแตก สะเทือนใจในวันแห่งความรักที่ตัวเองต้องมองคนอื่นฉลองกันอย่างโดดเดี่ยว

ปรากฏ ว่านรีร้องไห้จนหมดสติทรุดไปกับพื้น มัทนีพยายามติดต่ออเนก แต่เพราะพวกแก๊งพ่อไก่แจ้ฉลองกันจนเมา โดยเฉพาะอเนกถึงกับล้มทั้งยืน อาทิตย์ที่ยังมีสติดีกว่าเพื่อน จึงรับสายแทนอเนก แต่เขาก็ถูกทั้งอายูมิและแพรวาตื๊อจนเสียงเข้าไปในโทรศัพท์ มัทนีได้ยินถามว่า

“อาทิตย์...นั่นนายอาทิตย์เหรอ ฉันไม่อยากพูดกับนาย ไปเรียกคุณอเนกเพื่อนนายมารับสายเดี๋ยวนี้”

“มันคุยไม่ไหวหรอก เมาหลับไปแล้ว”

“เมา!! เมาได้ยังไง นายไปปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้ นี่มันเรื่องด่วนคอขาดบาดตายนะ”

“มีอะไรก็บอกมา แล้วจะบอกเพื่อนผมให้”

“บอก เขาด้วยนะว่าพี่นรีเป็นลม ล้มหัวฟาดพื้น ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล แต่ก็คงไม่มีปัญญาลากสังขารมาสินะ หรือถึงมีก็คงไม่มา เพราะเวลานี้คงเมามันกับผู้หญิงอื่นอยู่แล้วสิ...พวกนายมันเหมือนกันหมด จริงๆ” พูดจบก็ตัดสายเลย

“อะไรวะ” อาทิตย์พึมพำงงๆ พอดีอายูมิกับแพรวาจะมาแย่งตัวเขาไป แพรวามัวแต่จะดูว่าเขาโทร.คุยกับใคร อายูมิเลยลากอาทิตย์เข้าห้องปิดประตูล็อก พอแพรวารู้ว่าอายูมิฉกอาทิตย์ไปแล้วก็ปราดไปทุบประตูโวยวายอยู่หน้าห้อง

อาทิตย์ ทำทีเล่นสนุกกับอายูมิ แต่ตามองหาทางหนีทีไล่ เห็นประตูเปิดสู่สระนํ้าก็พุ่งไป เจอแพรวากำลังวิ่งมาทางนี้ก็หลบให้เธอเข้าห้องแล้วผลุบหนีไป

แพรวา ได้ยินเสียงน้ำที่อายูมิอาบอยู่ก็นึกว่าเป็นอาทิตย์ รีบโดดขึ้นไปมุดผ้าห่มรอบนเตียง พออายูมิอาบนํ้าเสร็จออกมาก็โถมตัวขึ้นเตียง มุดเข้าใต้ผ้าห่มเดียวกัน พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรต่างก็สลัดผ้าห่มออกมา

“เธอมาได้ยังไง จะทำอะไรฉัน” อายูมิหัวเสีย แพรวาก็ด่าว่า แล้วเธอขึ้นมาได้ไงทั้งๆที่ไม่รู้ว่าบนเตียงเป็นใคร พอนึกได้ แพรวาก็เหลียวหาอาทิตย์ ถามว่าแล้วอาทิตย์อยู่ไหน ต่างโวยวายวิ่งหาอาทิตย์กันทั่วห้อง

ooooooo

อาทิตย์รีบมาที่โรงพยาบาล นรีถามว่าอเนกไม่มาหรือ เขาบอกว่าอเนกยังไม่ฟื้น แต่ตนยินดีรับผิดชอบทุกอย่างแทน

มัทนีด่าอาทิตย์ว่ายังมีหน้าจะมารับผิดชอบอีกหรือ ถ้าอเนกไม่มีเพื่อนเลวอย่างเขาก็ไม่เกิดเรื่องแบบนี้

พอดีหมอออกมาแสดงความยินดี บอกว่านรีท้อง แต่ไม่มีใครยินดีเลย ทุกคนช็อก อาทิตย์พูดอย่างคิดหนักว่า

“คนจะเลิกกัน แต่ดันมาท้อง แล้วจะยังไงวะเนี่ย” แต่พอมัทนีพูดถึงเด็ก อาทิตย์บอกว่ายังไงเราก็ต้องบอกให้อเนกรู้

เกิดความขัดแย้งทันที มัทนีไม่ให้บอกอเนก เชื่อว่านรีต้องเป็นซิงเกิ้ลมัมได้ เพราะเมื่อผู้ชายไม่ได้เรื่องก็ไม่ต้องไปสนใจ ทำไมต้องให้นรีกลับไปทนทุกข์ทรมานเพราะอเนกอีก

แต่อาทิตย์ต้องการให้นรีกับอเนกมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์ เมื่อมีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ อะไรๆก็จะดีขึ้น บอกมัทนีว่านี่เป็นเรื่องของคนสองคนต้องตัดสินใจกันเอง เธอไม่ควรคิดและตัดสินใจแทนเขา

“จะไม่มีการปรับความเข้าใจใดๆทั้งสิ้น” มัทนี แข็งกร้าว

“คุณทำมูลนิธิเพื่อครอบครัว แต่กลับชอบเห็น คนอื่นแตกแยก เลิกรากัน คุณเป็นคนยังไง...ผมไม่เข้าใจคุณเลย”

“ฉันก็ไม่เข้าใจนายเหมือนกัน!”

คนสองคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเรื่องโต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดงตามความคิดของตัวเอง

ooooooo

คุณนายจำเนียรรีบมาที่โรงพยาบาล พอรู้ว่า นรีท้อง คุณนายผิดหวังมากตำหนิว่าไม่คิดว่านรีจะ เป็นคนแบบนี้ เกิดเรื่องอย่างนี้แล้วตนจะเอาหน้าไปไว้ไหนเพราะด่าลูกหลานคนอื่นไว้มาก แต่หลานตัวเองกลับเป็นเสียเอง

คุณนายให้อาทิตย์เรียกอเนกมารับผิดชอบสิ่งที่เขาทำ นรีบอกว่าตนบอกเลิกกับอเนกไปแล้ว เรียกมาก็ไม่มีประโยชน์ มัทนีเห็นด้วย อาทิตย์เตือนสตินรีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเธอกับอเนกแค่สองคน อย่าให้อคติคนนอกมาตัดสินใจแทน แนะว่า

“คุณควรจะคุยกับอเนกด้วยตัวเองนะครับ” แล้วหยิบมือถือขึ้นมา มัทนีไม่ยอมให้โทร. อาทิตย์เลยฟ้องคุณนาย

“หยุด พอได้แล้ว ยังไงเรื่องนี้พ่ออเนกก็ต้องรับรู้ และมาแก้ปัญหา นรี...ป้ารับปากแม่ของเธอเอาไว้ว่าจะดูแลเธอเหมือนลูกคนหนึ่ง ป้าไม่มีวันยอมให้ลูกของป้าแบกรับภาระนี้คนเดียวเด็ดขาด อเนกต้องรับผิดชอบ”

“นรีขอโทษนะคะ ที่ทำให้คุณป้าต้องมาวุ่นวาย”

มัทนีคิดจะฟ้องอเนกเพื่อเป็นบทเรียนแก่พวกผู้ชายที่มักง่ายไม่รับผิดชอบ นรีตกใจไม่ยอมให้ฟ้อง คุณนายก็ไม่ยอมให้ฟ้อง ถามมัทนีว่า

“ถ้าเรื่องนี้เป็นข่าว แม่ก็งานเข้าน่ะสิ อิมเมจที่สร้างมาเป็นสิบๆปีพังหมด แล้วแม่จะไปสั่งสอนใครได้อีก แม่ไม่ยอมให้ฟ้อง” เลยกลายเป็นสองแม่ลูกที่ทำงานเพื่อสตรีและครอบครัวขัดแย้งโต้เถียงกัน จนนรีทนไม่ได้เดินหนีออกจากห้องไป

ooooooo

อาทิตย์กลับไปหาอเนกที่บ้าน บอกเขาว่านรีท้อง อเนกตกใจใบ้กินสนิท เดินเลี่ยงออกไปทั้งช็อกทั้งสับสน จนอาทิตย์เดินตามมาถามว่าจะเอายังไง แนะให้รีบไปหานรีเสีย

“ไปหาทำไมวะ” อเนกชักสีหน้า อาทิตย์บอกว่าไปแสดงความรับผิดชอบ เขาแย้งว่า “แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

“แต่มันก็เป็นความผิดพลาดที่แกทำ เด็กในท้องนรีเป็นลูกของแก แกคือพ่อเด็ก อย่าบอกนะว่าแกจะไม่รับผิดชอบ”

อเนกยอมรับเสียงอ่อยว่าตนยังไม่พร้อม อาทิตย์ถามโพล่งไปว่า

“ไม่พร้อมแปลว่าอะไร!” แล้วอาทิตย์ก็พูดเป็นการเป็นงานว่า “แก๊งเรา ถึงจะกะล่อน เจ้าสำราญ แต่เราก็แมนพอที่จะยืดอกรับในสิ่งที่ทำ แกยังเป็นแมนหรือเปล่า?!” อเนกฟังแล้วเครียด

ooooooo

มัทนีที่มีเอกชเยศร์คอยยุ มุ่งมั่นที่จะเล่นงานอเนกให้เป็นบทเรียนแก่สังคมให้ได้ พยายามเรียกนรีออกจากห้องมาคุยกัน แต่คุณนายจำเนียรตามมาขวางให้เลิกเซ้าซี้นรีเสียที

“พี่นรี เรายังพอมีเวลา พี่ค่อยๆคิดทบทวนอีกทีแล้ว กันนะคะ” มัทนีร้องบอกเมื่อนรีไม่ยอมเปิดประตูออกมาคุย

มัทนีโต้แย้งกับคุณนายรุนแรง เมื่อคุณนายไม่ยอมให้ฟังอเนก แต่เธอจะฟ้อง ต่างมีเหตุผลของตัวเอง

“ยัยมัท แกจะทำลายชื่อเสียงอนาคตของแม่เหรอ”

“แล้วแม่จะให้มัทเพิกเฉยต่อความถูกต้องเหรอคะ มัททำไม่ได้หรอก”

พอดีหาญเดินอย่างสำรวมจะออกข้างนอก คุณนายจึงให้มาช่วยพูดกับมัทนี หาญบอกให้ปลงเสียเถิดบอกมัทนีว่าอย่าดึงตนไปข้องเกี่ยวกับทุกข์ของทางโลกเลย ตนปล่อยวางแล้วซึ่งทุกอย่าง แล้วขอตัวไป

คุณนายถามว่าจะไปไหน หาญบอกว่าไปพารากอน ไปฝึกจิตในที่ซึ่งพลุกพล่านคือจิตที่ปราศจากกิเลสโดย แท้ นึกได้หันมาถามมัทนีว่า ที่พารากอนมีไอแพดขายใช่ไหม ตนจะซื้อไปถวายหลวงลุง ท่านอยากได้เอาไว้เผยแผ่ธรรมะ พูดแล้วรีบออกไปเลย ปล่อยให้สองแม่ลูกโต้เถียงกันต่อ ลูกจะฟ้องแม่ไม่ให้ฟ้อง สุดท้ายมัทนีหนีเข้าห้องนอน คุณนายได้แต่บ่น...

“ทำไมลูกสาวฉันหัวรุนแรงแบบนี้” แล้วหันไปบ่นกับท่วมทุ่ง “ท่วมทุ่ง เขาไม่เข้าใจฉันเลย...”

ooooooo

อาทิตย์กลับถึงบ้าน ถูกคุณนายลิ้นจี่บ่นที่ไม่พามัทนีไปฉลองวันวาเลนไทน์แต่กลับมีรอยลิปสติกเปรอะเสื้อเต็มไปหมด

“แม่คิดจะจับคู่ผมกับยัยซาดิสต์เหรอ แม่จะฆ่าผมเหรอ ยัยนี่ตบซอมบี้ตายได้เลยนะครับ แม่รู้ไหมครับว่า ยัยมัทนีคนนี้เป็นตัวปัญหาที่ทำให้ลูกของแม่กำลังเครียดอยู่นี่ คราวก่อนก็จะฟ้องเรื่องพรากผู้เยาว์ คราวนี้จะฟ้องเรื่องท้องไม่รับ แล้วแม่ยังจะให้ผมไปกุ๊กกิ๊กกับเขาอีกเหรอครับ”

คุณนายฟังไม่ได้ศัพท์ โวยวายถามว่าเขาไปทำใครท้อง เข้าทุบตีอาทิตย์พัลวัน กว่าอาทิตย์จะพูดให้แม่หยุดฟังได้ก็โดนไปหลายตุ้บ เขาขอให้แม่ช่วยคิดว่าจะทำอย่างไรให้อเนกกับนรีแฮปปี้เอนดิ้งกัน บอกแม่ว่า...

“ผมไม่อยากให้สองคนนี้เลิกกัน สงสารเด็ก ในฐานะที่แม่ตกหม้อน้ำร้อนมาก่อนแนะนำผมที”

“ฉันไม่มีคำแนะนำให้หรอก ถ้าคนมันจะเลิก มันก็ต้องเลิก แกจะไปยุ่งอะไรด้วย”

“ถ้ามันเป็นการเลิกที่เกิดจากคนสองคนจริงๆผมก็ไม่สนหรอกครับ แต่นี่มีคนอื่นคอยยุยงกีดกัน ทำทุกวิถีทางให้เขาเลิกกัน เพื่อรักษาเกียรติศักดิ์ศรีโดยไม่คิดถึงเด็กที่กำลังจะเกิดมา”

“งั้นแกก็อย่าให้คนอื่นที่ว่ามาวุ่นวายสิ ไล่มันไป” พออาทิตย์บอกว่าคนอื่นที่ว่าคือมัทนี ถามว่าตนควรจัดการอย่างไรดี “ไม่รู้ เพื่อนแก แกก็จัดการเองแม่ไม่เกี่ยว” พูดแล้วคุณนายลิ้นจี่เดินบ่นออกไปอย่างขัดใจ

“จะทำยังไงให้คนที่ลึกๆก็ยังรักกันได้ตกลงกันเอง โดยไม่มีมารมาผจญ...” อาทิตย์คิดหนัก แล้วเขาก็ตาวาวเมื่อคิดแผนออก

ooooooo

อาทิตย์วางแผนหลอกให้อเนกกับนรีไปพบกันเพื่อให้ทั้งสองได้คุยกันตามลำพังบนดาดฟ้าโรงแรมของปะการัง  โดยให้โทนี่ไปหลอกพานรีไปที่โรงแรมและ โมกข์ก็หลอกอเนกไปที่โรงแรมอ้างว่านัดพบแก๊ง พ่อไก่แจ้ไว้

พออเนกรู้ว่าถูกหลอกมาก็จะกลับ โมกข์เลยแกล้งทำเป็นกอดรัดไว้ตะโกนขอความช่วยเหลือว่าอเนกจะโดดตึกตาย

โทนี่พานรีมาถึงโรงแรม เธอเอะใจไม่ยอมขึ้นไปหาอเนก แต่พอได้ยินเสียงโวยวายว่าอเนกจะโดดตึกตาย เธอตกใจรีบขึ้นไปหาร้องบอก “อเนก...ไม่...อย่านะ...อย่า!” นรีวิ่งเข้าไปกระชากอเนกกลับเข้ามา ถามเสียงสั่นทั้งตกใจทั้งห่วงใย “อเนก คุณจะฆ่าตัวตายทำไม สติยังดีรึเปล่า เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องคิดสั้น คิดเหรอว่าตายไปแล้วมันจะจบปัญหาได้ แล้วอะไรๆมันจะดีขึ้นหรือ”

“เดี๋ยว...ไม่ใช่อย่างนั้น...” อเนกพยายามจะชี้แจง แต่ถูกนรีขัดขึ้นอีกว่า

“คุณทำยังงี้เท่ากับคุณกำลังจะทำให้ฉันรู้สึกผิดบาปที่เป็นต้นเหตุให้คุณตาย”

“ใครจะฆ่าตัวตายเพราะคุณ...ผมไม่ได้คิดสั้น ไม่เคยคิดด้วย ทั้งหมดเป็นแผนการของไอ้พวกนี้ที่มัน อยากให้คุณกับผมเจอกัน คุณถูกมันหลอกแล้ว รู้ไว้ด้วย”

ตอนที่ 4

รถของมัทนีถูกลากไปที่ร้านไดนาโม  ช่างออกมาในชุดนอน ลงมือตรวจเป็นการใหญ่ มัทนีติงว่ารถตนแค่ยางแบนเองไม่ใช่หรือ

“เกรงจะไม่ใช่นะครับ เพราะแบตเตอรี่ก็หมด น้ำมันเครื่องก็แห้งมาก แทบไม่เหลือสักหยด คุณขับรถยังไงปล่อยให้รถมีปัญหาได้ขนาดนี้”

มัทนีขอร้องว่าจะอะไรก็แล้วแต่รีบซ่อมให้ได้ไหม ช่างบอกว่าเกรงจะไม่ได้  เอาไว้พรุ่งนี้จะทำให้เป็นคิวแรกเลย  หันบอกอาทิตย์ให้พาเมียไปนอนพักโรงแรมข้างหน้าก่อน พรุ่งนี้ค่อยมา

“ไม่ๆๆ ไม่ได้นะคะช่าง  คือฉันกับตาคนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาเป็นตัวอันตรายมาก จะทิ้งให้ฉันค้างกับเขา ไม่สงสารฉันเหรอคะ”

“มีแต่คนอยากค้างกับผมทั้งนั้น  คุณได้โอกาสนั้นแล้ว  เอาไปคุยโม้ได้เลยนะ ไป...ไปโรงแรมกัน” อาทิตย์ตีหน้าตายเดินเข้าหา  มัทนีตกใจอ้อนวอนช่างช่วยซ่อมรถให้ตน ช่างบอกว่าได้แต่ต้องเป็นพรุ่งนี้แล้วชวนเมียเดินกลับไปนอนกัน

มัทนีถอยเดินออกไปริมถนนพยายามโบกรถ แต่ไม่มีรถคันไหนจอดรับเลย  จนมีรถสิบล้อคันหนึ่งจอด คนขับชะโงกหน้าออกมาถามอย่างสุภาพแต่หน้าโฉดว่า “จะไปไหนเหรอครับคุณผู้หญิง  ให้ผมแวะไปส่งไหมครับ” พอมัทนีมองขึ้นไปบนรถ  เห็นชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมอีกนับสิบยืนมองตนอยู่  เธอถอยกรูดปฏิเสธแทบไม่เป็นภาษาว่าไม่ไป

ทันใดนั้น  มัทนีก็ผงะอีกเมื่อมีรถลีมูซีนหรูมาจอดขวาง พอกระจกลดลง อาทิตย์ก็โผล่หน้ามาชวน

“ผมโทร.เรียกลีมูซีนจากโรงแรมมารับ  ถึงจะไม่มีเงินแต่ใช้เครดิตส่วนตัวของคุณนายลิ้นจี่มีค่ายิ่งกว่าเงิน สนใจกลับกรุงเทพฯด้วยกันไหมครับ”

เธอไม่ไว้ใจ  พอดีมีรถทัวร์ผ่านมา เธอวิ่งไปโบกขึ้นทันที อาทิตย์ตกใจวิ่งตามขึ้นไปแทบไม่ทัน

พอขึ้นไปมีที่นั่งว่างอยู่ที่หนึ่ง มัทนีรีบนั่ง  อาทิตย์เรียกให้ไปนั่งด้วยกันข้างหลังก็ไม่ยอมไป  อาทิตย์บอกป้าที่นั่งข้างๆเธอว่า

“เมียผมเขากำลังโกรธผมมากจะขอเลิกกับผมให้ได้ ผมต้องปรับความเข้าใจกัน ผมขอนั่งตรงนี้ได้ไหมครับ สงสารผมเถอะ” อาทิตย์อ้อนป้าคนนั้นตาแดงๆ ป้าใจอ่อนยอมเสียสละที่ให้ลุกไปนั่งที่อื่น  อาทิตย์รีบนั่งแทนทันที  เขาแกล้งนั่งเบียดเธอไปจนติดหน้าต่าง  ยักคิ้วแผล็บเย้ยอย่างผู้ชนะ

บรรดาผู้โดยสารหนุ่มๆในรถพากันเห็นใจอาทิตย์ พากันลุ้นให้เขาง้อ  ป้าคนนั้นแรงกว่าเพื่อนยุให้จูบเลย...จูบเลย  อาทิตย์อาศัยสถานการณ์เป็นต่อนี้  เรียกมัทนีว่า “เมีย”  เต็มปากเต็มคำ  เธอพยายามหลบหลีกชี้แจงอย่างไร คนบนรถก็มองว่าเธองอนผัวเกินงาม  บางคนก็พูดอย่างผู้มีประสบการณ์ว่า

“คู่ที่ทะเลาะๆกันอย่างนี้  มีลูกเป็นฝูงทั้งนั้นแหละ หึๆ ฮ่ะๆ”

ooooooo

เอกชเยศร์ไปตามหามัทนีไม่เจอ  มือถือก็โทร.ไม่ติด  เขาเลยป้องปากตะโกนเรียกเธอบนยอดเขาริมทะเล  คร่ำครวญรำพึงรำพันจนคนที่มาชมวิวอยู่บนนั้นมองอย่างสมเพชนึกว่าเป็นคนบ้า

เมื่อตามหาไม่เจอ  เขาจึงโทร.ไปบอกคุณนายกับหาญที่บ้านว่ามัทนีหายตัวไป  สารภาพว่าตนผิดเองที่ทิ้งเธอไปเลยถูกพวกอาทิตย์ลักพาตัว  หาญเป็นห่วงมากบอกว่าพวกอาทิตย์เป็นเสือผู้หญิง  ส่วนคุณนายบอกว่าคงไม่เป็นไรเพราะอาทิตย์เป็นถึงลูกของคุณนายลิ้นจี่  เศรษฐินีเจ้าของยาแผนโบราณเลื่องชื่อ

หาญไล่เหน่งกับโหน่งให้รีบโทรศัพท์ถามตามบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติดูว่ามัทนีไปที่นั่นหรือเปล่า

นรีได้รับโทรศัพท์จากคุณนายว่ามัทนีหายตัวไป เธอตกใจรีบไปที่บ้านอเนกเพื่อถามข่าว พอรู้ว่ามัทนีอยู่กับอาทิตย์ เธอยิ่งเป็นห่วงขอร้องว่า พวกเพื่อนๆเขาจะสนุกกับใครตนไม่เคยว่า แต่นี่เป็นญาติตนขอไว้สักคนได้ไหม

“นรีจ๋า...อย่ามองว่าเพื่อนผมร้ายกาจฝ่ายเดียวสิจ๊ะ ใครจะไปรู้ คนร้ายกาจอย่างนายอาทิตย์อาจจะเจอญาติคุณที่ร้ายกว่ากำราบจนอยู่หมัดก็ได้ ญาติคุณธรรมดาเสียที่ไหน” อเนกโต้ พอเห็นนรีนิ่งไป เขาสรุปว่า “เพื่อนผม...ตัวพ่อ ญาติคุณ...ตัวแม่ ออกจะสูสีกัน ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก เข้าบ้านเถอะ”

ooooooo

พอรถมาถึงสถานีขนส่ง มัทนีวิ่งออกไปเรียกแท็กซี่ไปเลย อาทิตย์มองตามหัวเราะอย่างมีความสุขที่ได้แกล้งเธอและได้ส่งเธอกลับถึงกรุงเทพฯแล้ว

ต่างคนต่างกลับบ้านตัวเอง อาทิตย์ถูกคุณนายลิ้นจี่ถามว่าไปกะล่อนเสเพลกับสาวที่ไหนมาถึงได้กลับบ้านยิ้มไม่หุบแบบนี้

ตอนที่ 3

คุณนายนอนให้อาทิตย์นวด พอเขานวดเสร็จ คุณนายก็หายเป็นปลิดทิ้งเหมือนคราวก่อน

แต่ขณะคุณนายกำลังหลงใหลได้ปลื้มหมอเทวดาอยู่นั่นเอง มัทนีก็เดินหน้าถมึงทึงเข้ามาสั่งอย่างเกรี้ยวกราด

“หยุดๆๆ หยุดเดี๋ยวนี้ นายอาทิตย์” พอทุกคนชะงักงง เธอจ้องหน้าเขา “พอกันที กับการเล่นกลทำตลกบ้าบอหลอกคุณพ่อคุณแม่ฉันให้หลงเชื่อนาย” คุณนายติงว่าทำไมว่าหมออย่างนั้น “เขาเป็นพวกมารสังคม เป็นแก๊งทำลายผู้หญิง”

“ไร้สาระ คุณมัทนี ผมก็เป็นตัวผมนี่แหละแล้วผมก็นวดเป็นจริงๆ ที่บ้านผมทำกิจการเกี่ยวกับสิ่งนี้” ชี้แจงและแน่ใจว่าคุณนายหายแล้วอาทิตย์จึงลากลับ คุณนายถามว่าคิดค่ารักษาเท่าไร “ไม่หรอกครับ ผมรักษาฟรี อะไรๆก็ฟรีทั้งนั้นเพราะสิ่งที่ผมต้องการนั้นคือบุญคุณ คุณมัทนี คุณเป็นหนี้บุญคุณผม ถ้าไม่ใช้ในชาตินี้ก็ต้องไปใช้ในชาติหน้าว่ะฮ่ะๆๆ”

อาทิตย์หัวเราะร้ายเดินออกไป มัทนีบอกคุณนายว่าอาทิตย์เป็นพวกขบวนการผู้ชายเลวๆ พวกชอบพรากผู้เยาว์ พวกเขาลวนลามพนักงานในออฟฟิศ เจ้าชู้ หลอกผู้หญิงไม่เลือกลูกเขาเมียใคร เขาทำทุกอย่างก็เพื่อขัดขวางงานของมูลนิธิตนและการพยายามดูแลสถาบันครอบครัวเป็นสุขของคุณแม่ พูดอย่างแค้นใจว่า

“แล้วที่เขาเข้ามาในบ้านนี้ ก็เป็นแผนที่จะเข้ามาก่อกวนทำลายการทำงานของเรา”

คุณนายพึมพำถามว่า จริงหรืออาทิตย์ เขาไม่ตอบมองหน้ามัทนีอย่างไม่เข้าใจเธอจริงๆ ส่วนมัทนีมองเขาอย่างปักใจเชื่อว่าเป็นคนเลวแน่นอน! สั่งโหน่งกับเหน่งให้ไล่เขาออกจากบ้านไป

“นี่คุณมัทนี โลกนี้ไม่ได้มีแต่สีขาวกับสีดำนะครับ ยังมีสีเทาสีสันอื่นๆอีกเพียบเลย ฟันธงได้เลยว่าคุณยังหาแฟนไม่ได้ใช่ไหม หึๆ ผู้หญิงแบบนี้ใครจะเอ๊า...ดูก็รู้ว่ามีปมด้อยเรื่องผู้ชายอย่างรุนแรง”

อาทิตย์เยาะเย้ยมัทนี ทำให้ทั้งหาญและคุณนายโมโหมาก ต่างรุมกันด่าว่าเขา โดยเฉพาะหาญโกรธจนลืมหมดทุกอย่าง ด่าอาทิตย์ที่บังอาจมาลบหลู่ลูกสาวที่ตนบูชาเหนือสิ่งอื่นใด ไล่ให้ออกจากบ้านนี้ไปเลย

“ผับเพลย์เกิร์ล!!” อาทิตย์ตะโกนขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ทำเอาหาญชะงักหน้าเผือด เปลี่ยนเสียงเป็นพูดดีกับอาทิตย์ บอกมัทนีกับคุณนายที่มองงงๆว่า ตนแค่หยอกอำอาทิตย์เล่นเท่านั้น แล้วทำตีซี้โอบไหล่พาออกไป พอพ้นหน้าลูกเมียหาญด่าอาทิตย์ว่าเลวอย่าง

ที่มัทนีว่าไว้จริงๆ แต่พออาทิตย์จะแฉอีก หาญตัดบทว่า “แกเคยช่วยฉัน วันนี้ฉันก็ช่วยแก เราเจ๊ากันแล้ว ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว เพราะฉะนั้น ในฐานะลูกผู้ชายเหมือนกันและเป็นคนดีเหมือนกัน แกต้องสาบานว่าจะไม่พูดเรื่องของฉันอีก”

“ได้ครับผมสัญญา” หาญชมว่าดีมาก อาทิตย์จึงพูดต่อว่า “แต่...ผมไม่รักษาสัจจะ จะมาเอาจริงเอาจังอะไรกับคำพูดจากปากคนอย่างผมครับ ถ้ามีใครหรืออะไรมากวนอารมณ์ยั่วยวนให้ผมเผลอไผลหลุดปาก ช่วยไม่ได้นะครับ ผมค่อนข้างจะปากพล่อยด้วย อาจจะหลุดปากแฉอย่างหมดเปลือก ทั้งเรื่องโคโยตี้และเรื่อง...” อาทิตย์มองต่ำลงที่เป้ากางเกงหาญ “ปัญหาส่วนตัวของท่านนะครับ หึๆๆ”

“ไอเลว...ไอ้!!” หาญโกรธจนด่าไม่ออก

ooooooo

ผลกระทบจากข่าวฉาวที่ลงหนังสือพิมพ์ของอาทิตย์ ทำให้ห้างดังยกเลิกการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของคุณนายลิ้นจี่ เพื่อรักษาภาพพจน์ของห้าง

“อาทิตย์...อธิบายมาซิว่านี่มันอะไร ทำไมอยู่ๆก็มีข่าวถึงลูกแบบนี้” คุณนายลิ้นจี่ถามแทบหมดแรง...

ในขณะเดียวกัน เอกชเยศร์สะใจกับผลงานของตนมาก เขาโทร.คุยกับมัทนีว่า ตนจะติดตามพฤติกรรมของพวกลูกไฮโซแก๊งนี้แบบไม่ให้ตกกระแสง่ายๆ แล้วเอาสกู๊ปข่าวที่จะตีพิมพ์พรุ่งนี้ให้ดู รับรองนายอาทิตย์ดิ้นพล่านแน่ มัทนีขอเอาสกู๊ปและคลิปที่เขามีทั้งหมดเป็นเอกสารประกอบคดี เพราะตนไม่อยากให้มีการประนีประนอมเหมือนคราวก่อนอีก

“มัทจะเอาคลิปไปใช้เหรอ...ได้ๆ ไม่ต้องห่วงมันเป็นลิขสิทธิ์ของรุ่นน้องเอกน่ะ แต่เดี๋ยวเอกจะคุยให้นะว่าต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรหรือเปล่า ไม่ต้องห่วง ถ้ามันจะขอค่าใช้จ่ายอะไรเดี๋ยวเอกออกให้ก่อนแล้วค่อยไปเก็บเอากับมัทก็ได้ สบายๆจ้ะ บาย”

พอวางสายเอกชเยศร์ก็ได้รับบทความที่ลูกน้องเอามาให้บอกว่าเขียนตามที่เขาบรีฟมาเลย ลูกไฮโซมักง่ายไม่มีจิตสำนึกและดูถูกคนจน รับรองมันแน่ เอกชเยศร์รับไปอย่างพอใจมาก

ฝ่ายคุณนายจำเนียรที่กำลังจะออกไปให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ โทร.มาสั่งมัทนีว่าเสร็จงานให้แวะรับตนไปสปาด้วย มัทนีนัด ห้าโมงเย็นจะไปรับ

คุณนายไม่ทันออกจากบ้าน เจอหาญกำลังแอบโทร.นัดกิ๊กนกให้ออกมาพบกัน กิ๊กนกถามว่าจะไปพบที่ไหน หาญดีใจถึงกับร้องไชโย คุณนายถามว่าดีใจอะไรนักหนาหรือ มีความสุขแปลกๆ คุยกับใครอยู่?

“เปล๊า...ก็แค่...เพิ่งสนทนาธรรมกับหลวงพ่อนกเสร็จ” หาญโกหกเนียนเสียจนคุณนายไม่สงสัย แถมยังไชโยดีใจไปกับหาญด้วย

ooooooo

ในงานให้สัมภาษณ์ทางวิทยุของคุณนายนี่เองได้เจอกับคุณนายลิ้นจี่ที่เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ของรายการ ต่างทักทายกันด้วยความยินดี

คุณนายลิ้นจี่ฟังการให้สัมภาษณ์และตอบปัญหาของคุณนายจำเนียรแล้วพอใจมาก พอจบรายการ มัทนีมารับคุณนายจำเนียร จึงได้พบกับคุณนายลิ้นจี่ที่ชื่นชอบและมาดมั่นที่อยากได้เธอมาเป็นสะใภ้ คุณนายลิ้นจี่จึงเชิญทั้งคุณนายจำเนียรและมัทนีไปในงานเปิดตัวสินค้าสมุนไพรตัวใหม่คือ ยาโด่ไม่รู้ล้มสูตรใหม่ คุณนายลิ้นจี่เชิญชวนว่า

“อิฉันขอเชิญชวนคุณจำเนียรกับหนูมัทไปงานเปิดให้ได้ เพราะงานนี้เชื่อได้ว่าต้องมีพวกหื่น จิตอกุศลมาด้วยแน่ๆ คุณจำเนียรจะได้ไปช่วยจัดการคนพวกนี้ให้กระเจิงไงคะ ไปให้ได้นะคะคุณจำเนียร อิฉันขอเรียนเชิญ”

มัทนีรับคำว่าถ้าไม่ติดงานหรือธุระอะไรก็จะไป แล้วเร่งคุณนายจำเนียรให้รีบไปเพราะนัดเวลาสปาไว้แล้ว คุณนายลิ้นจี่มองตามพึมพำอย่างชื่นชม

“ลูกสาวคุณจำเนียร...เจ้าอาทิตย์มันต้องเจอของแรงแบบนี้แหละ หึๆ ฮ่ะๆ ฮ่าๆๆ” คุณนายลิ้นจี่หัวเราะชอบใจ

ฝ่ายหาญนัดกิ๊กนกมาพบกันแล้วก็พยายามจะชวนไปสนุกกัน แต่กิ๊กนกยังติดพันการเต้นในผับอยู่ชวนไปเต้นกันก่อนค่อยไป หาญหงุดหงิดงุ่นง่านมากเพราะยาที่กินเข้าไปครึ่งขวดกำลังออกฤทธิ์อย่างแรง เมื่อกิ๊กนกกลับเข้าไปเต้นในผับต่อ หาญจึงติดต่อกิ๊กแนนก็ไม่รับสาย กิ๊กแต้วก็เปลี่ยนเบอร์ หาญแทบจะคลั่ง ร้องอย่างทรมาน...

“โอ๊ย...หาญพร้อมแล้ว ขอแค่ใครสักคน ใคร ก็ด้ายยยย!!!”

สุดท้ายหาญก็ต้องกลับบ้านทั้งที่ยายังออกฤทธิ์เต็มที่ เจอคุณนายจำเนียรที่ยังรออยู่ คว้ามือได้ก็ลากไปตึงๆ ตังๆ สนั่นเรือน

รุ่งเช้า มัทนีถามโหน่งกับเหน่งว่าเมื่อคืนย้ายอะไรกันตึงตังลั่นไปหมด ทั้งสองบอกว่าไม่ได้ย้ายอะไร มัทนีถามว่าแล้วคุณพ่อคุณแม่ยังไม่ตื่นหรือ เพราะวันนี้คุณแม่ต้องไปงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของคุณนายลิ้นจี่ด้วย เหลือบไปเห็นคุณนายเดินสวยพริ้งหน้าใสสดชื่นลงมาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

คุณนายสั่งโหน่งให้ลวกไข่ไว้ให้หาญหลายๆ ฟอง แต่พอหาญเดินโผเผลงมาก็บอกว่าไม่ต้องตนไม่กินไข่ลวก คุณนายถามเสียงหวานว่าทำไมล่ะ กินเยอะๆจะได้มีแรงไง หาญตอบเนือยๆเดินไปหงอยๆว่า

“เมื่อคืนเป็นแค่ความฝันเท่านั้น...” มัทนีถามคุณนายว่าคุณพ่อเป็นอะไรไป คุณนายสะบัดผมลอยหน้าบอกว่าไม่รู้ เมื่อคืนยังดีๆอยู่เลย แล้วคุณนายก็ลงมือกินอาหารไปฮัมเพลงไป ซ้ำยังทำตาหวานปิ๊งไปปิ๊งมาอย่างอารมณ์ค้าง

ooooooo

ที่งานเปิดสินค้าตัวใหม่ของคุณนายลิ้นจี่ ลูกค้าโดยเฉพาะบรรดาผู้ชาย ทั้งหนุ่มทั้งแก่กระทั่งหง่อม พากันมางานรับของแจกกันคนละถุง บางคนเวียนรับไปหลายถุง โดยเฉพาะแก๊งพ่อไก่แจ้

อีกห้านาทีจะเปิดงานอย่างเป็นทางการ คุณนายลิ้นจี่เชิญนักข่าวและช่างภาพให้ไปแถวหน้าเวที แต่พอมีเสียงนักข่าวคนหนึ่งร้องว่า “มาแล้วๆ” ทั้งนักข่าวและช่างภาพก็กรูกันออกไปเหมือนผึ้งแตกรัง

อาทิตย์ที่เพิ่งมาถึงถูกนักข่าวและช่างภาพห้อมล้อมสัมภาษณ์ถามเรื่องที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ อีกด้านหนึ่งคุณนายจำเนียรกับมัทนีถือช่อดอกไม้มาแสดงความยินดี กำลังเดินเข้ามา

อาทิตย์ถูกนักข่าวรุมถามเรื่องที่เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ พอเขาเห็นข่าวและรูป โดยเฉพาะระบุว่าสกู๊ปโดยเอกชเยศร์ อาทิตย์ก็เซ็งพูดกับนักข่าวด้วยอารมณ์ประชดประชันว่า

“เอาเลย! อยากจะเขียนอะไร ยังไง เชิญ เอาตามต้องการเลย มีปากกาในมืออยู่แล้วนี่”

คุณนายลิ้นจี่เห็นอาทิตย์ถูกนักข่าวรุมก็รีบลงมาช่วย บอกนักข่าวว่าอาทิตย์ลูกชายตนไม่ใช่คนสาธารณะไม่ต้องสัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น คุณนายจำเนียรกับมัทนีได้

ยินชัดๆว่าอาทิตย์เป็นลูกชายของคุณนายลิ้นจี่ คุณนายจำเนียรบอกมัทนีอย่างตื่นเต้นว่า ที่แท้อาทิตย์ไม่ใช่ลูกไฮโซกระจอกๆ เขารวยมากทั้งเงินทองและทั้งภูมิปัญญาโบราณ

“แม่คะ คุณนายลิ้นจี่เป็นคนดี มัทไม่เถียง ยาว่านของคุณนายลิ้นจี่ก็ดี มัทก็ไม่เถียง แต่...นายอาทิตย์ไม่ใช่คนดีแน่ แม่อย่ามาเถียง”

คุณนายจำเนียรบอกว่าแม่ไม่เถียงแต่ตอนนี้ไปทักทายคุณนายลิ้นจี่กันก่อน มัทนีให้แม่ไปคนเดียวตนไม่อยากเจอหน้าไม่อยากเสวนากับนายอาทิตย์ แล้วเดินแยกออกไปเลย

ooooooo

ความบาดหมางกินแหนงแคลงใจระหว่างแก๊งพ่อไก่แจ้กับเอกชเยศร์ฝ่ายที่มีปากกาเป็นอาวุธ เขม็งเกลียวขึ้นทุกทีเมื่อต่างฝ่ายก็มองกันอย่างเป็นคู่ปรับ

ขณะเดียวกัน แก๊งพ่อไก่แจ้ก็ยังมีโมกข์ที่กำลังมีปัญหากับปะการังเป็นประเด็นหนักใจของเพื่อนๆเพราะรู้แก่ใจดีว่าปะการังกำลังถูกมัทนีจับมั่นยุให้เอาเรื่องถึงที่สุด หมายให้เป็นคดีตัวอย่างแก่สังคม แม้ว่าปะการังจะเป็นห่วงและยังรักโมกข์อยู่มาก แต่ก็น้ำท่วมปากพูดไม่ออกไม่รู้ว่าจะบอกมัทนีอย่างไร เธอจึงโทร.นัดอาทิตย์มาพบ

อาทิตย์อ่านใจปะการังออก เขาบอกว่าให้ปะการังนัดมัทนีมา นอกเหนือจากนั้นตนจะจัดการเอง แต่โมกข์เองกลับยืนยันจะหย่ากับปะการังเพราะทนสภาพถูกดูถูกและต้องอยู่ในอาณัติของปะการังต่อไปไม่ไหว

ฝ่ายหาญยังหมกมุ่นครุ่นคิดแต่เรื่องยาโด่ไม่รู้ล้มที่ยังเหลืออยู่อีกครึ่งขวด เขาพยายามโทร.หากิ๊กนกอีก มัทนีถามว่าพ่อโทร.หาหลวงตาอีกหรือ พักนี้พ่อโทร.หาหลวงตาบ่อยมาก ถามว่าพ่อมีทุกข์ใจอะไรหรือ

“เรื่องทุกข์สิ มีมาตลอดแหละ โดยเฉพาะเมื่อคืนนี้ พ่อรู้ซึ้งเลยว่า คนเราไม่ควรทำอะไรตามอารมณ์ เพราะมันจะทำให้เรายิ่งทุกข์หนัก พ่อถึงต้องพยายามจะแก้ไขทำเรื่องผิดให้ถูกไง แต่หลวงพ่อไม่รับสายเลย” หาญตอบหงอยๆ

การสนทนายุติลงเมื่อปะการังโทร.เข้ามือถือมัทนีนัดให้ไปพบที่โรงแรม เมื่อเธอไปถึงโรงแรมในเช้าวันรุ่งขึ้น เลขาของปะการังออกมาต้อนรับ บอกว่าปะการังกำลังมาให้นั่งรอสักครู่

ที่มุมหนึ่งของล็อบบี้โรงแรม อาทิตย์แอบดูอยู่ เขาพึมพำกับตัวเองอย่างหมายมาดว่า

“มัทนีคนสวย...วันนี้คุณโดนแน่...หึๆๆ”

ooooooo

เมื่อนัดกับปะการังแต่กลับพบอาทิตย์ มัทนีมีท่าทีต่อต้านทันที ถูกอาทิตย์ทำขึงขังกล่าวหาว่าเธอเป็นฆาตกรเลือดเย็น ทำให้คนรักกันไม่ได้อยู่ด้วยกัน

เห็นมัทนีทำหน้างงๆเคืองๆ อาทิตย์พูดอย่างมีอารมณ์ว่า เธอทำให้คนคนหนึ่งต้องตายทั้งเป็น ถามว่าทำกับเพื่อนตนแบบนี้ได้ยังไง! มัทนีเย้ยว่าพอรู้ว่าปะการังจะฟ้องถึงกับจะตายเชียวหรือ อาทิตย์จึงเล่าทั้งเศร้าทั้งแค้นว่า

“ไอ้โมกข์เข้าโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ หมอบอกว่าไอ้โมกข์เป็น...มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลูคีเมียระยะสุดท้าย ยิ่งมันตรอมใจมะเร็งก็ยิ่งลุกลาม ผมเลยมาขอร้องให้คุณปะการังไปดูใจมันบ้าง อย่างน้อยมันจะได้จากไปอย่างสงบ แต่คุณปะการังยังไม่ยอมไป...รู้ไหมเพราะอะไร...ก็เพราะคุณ...คุณคนเดียว!! สะใจคุณแล้วสิ!!”

มัทนีไม่เชื่อ หาว่าโมกข์แกล้งเรียกร้องความเห็นใจ ถูกอาทิตย์ด่าก่อนแล้วจึงเอาคลิปให้ดู เอามือถือมากดแล้วเข้าประกบเธออย่างใกล้ชิด ระหว่างนั้นก็แอบดูว่าโทนี่ทำงานหรือยัง เพราะนัดกันว่าให้โทนี่เก็บภาพระหว่างเขากับมัทนีไว้อย่างละเอียดในมุมที่กุ๊กกิ๊ก โทนี่ทำงานอย่างเอาการเอางาน

ภาพในคลิปเป็นโมกข์ในชุดคนไข้กำลังร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดทรมานอยู่บนเตียง โดยใช้ห้องพักของโมกข์ในบ้านอเนก แต่งให้ดูเหมือนห้องพักในโรงพยาบาล

ที่แท้อเนกกับแท่นหลอกโมกข์ว่าจะถ่ายไปแคสงานโฆษณา โมกข์จึงแสดงเต็มที่ แต่พอเอะใจคาดคั้นจึงรู้ว่าถูกหลอกถ่ายไปให้ปะการังดู โมกข์โมโหที่ถูกเพื่อนหลอก ลุกพรวดวิ่งออกไป อเนกร้องบอกแท่นว่า

“เฮ้ย รีบไปตามมันมาเร็ว อาทิตย์มันกำลังเริ่มแผนขั้นที่สองแล้ว เดี๋ยวไม่ทันการณ์”

อเนกกับแท่นช่วยกันชี้แจงกับโมกข์ว่าที่ถ่ายทำภาพนี้เป็นการช่วยอาทิตย์ล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับตัวเขาและปะการังเลย โมกข์จึงให้ความร่วมมือ

ทีแรกมัทนีดูคลิปแล้วไม่เชื่อ แต่โมกข์แสดงได้เนียนเสียจนเธอเริ่มลังเลบอกอาทิตย์ให้พาไปดู เมื่ออาทิตย์พามัทนีมาดูจึงเห็นโมกข์อยู่ในสภาพอาการหนัก เพ้อพร่ำคร่ำครวญเรียกหาแต่ปะการัง

ส่วนบรรดาพยาบาลก็แต่งตัวเปรี้ยวเหมือนออกมาจากมิวสิกวีดิโอจนมัทนีแปลกใจ แท่นที่ปลอมตัวเป็นหมออธิบายเป็นคุ้งเป็นแควว่า

“คืออย่างนี้ครับ การรักษาผู้ป่วยมะเร็งตามสไตล์ของผมเนี่ย เป็นกลวิธีใหม่จากนิวซีแลนด์ เราจะให้ยาควบคู่ไปกับจิตวิทยาประยุกต์ คนไข้ทุกคนจะเซนซิทีฟต่อความซึมเศร้าทุกรูปแบบ ถ้าเราเครียดคนไข้จะซึมซับความเครียดนั้นเข้าไปด้วย ยิ่งจะทำให้เนื้อร้ายเติบโตลุกลามยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นพยาบาลถึงต้องแต่งตัวอย่างนี้เพื่อให้คนไข้ได้เห็นอะไรสวยๆงามๆจิตใจจะได้เบิกบาน ถ้าพวกคุณอยากให้คนไข้อาการดีขึ้นก็ต้องร่าเริงเดี๋ยวนี้...เอ้า...ร่าเริง...”

สิ้นเสียงหมอแท่น สี่พยาบาลสาวก็เต้นกันอย่างสนุกสนาน มัทนีเห็นแล้วได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ

แก๊งพ่อไก่แจ้เล่นละครกันได้แนบเนียน หมอแท่นถามว่าภรรยาของคนป่วยไม่มาเยี่ยมบ้างหรือ ถ้าได้กำลังใจจากภรรยาก็คงจะอยู่ได้อีกหนึ่งเดือน แต่ถ้าไม่ก็อาจอยู่ได้ไม่เกินสัปดาห์ พอหมอแท่นพูดจบ อาทิตย์ก็ร้องไห้โฮๆ จนมัทนีรับปากว่าจะไปคุยกับปะการังให้มาเยี่ยมโมกข์ อาทิตย์หยุดร้องไห้ทันทีดีใจจนโผเข้ากอดมัทนี โทนี่ถ่ายรูปแชะๆทันทีเช่นกัน

อาทิตย์กอดมัทนีไว้ทำเสียงร้องไห้ฮือๆ แต่หน้ายิ้มอย่างสะใจจริงๆ

ooooooo

โทนี่เอารูปที่แอบถ่ายอาทิตย์กับมัทนีใกล้ชิดกันเหมือนกำลังโอบ กำลังกอด และกำลังจูบกัน เอามาตัดต่อใส่หน้าอาทิตย์เป็นการ์ตูนชินจังไม่ใส่เสื้อซิกแพ็กเป็นลอนๆดูแล้วสยิว

ส่วนมัทนีก็แต่งเสื้อผ้าให้ดูเซ็กซี่โชว์เนื้อหนังมังสา สถานที่ก็แต่งฉากให้เป็นริมสระน้ำ

แต่งภาพเสร็จ บรรดาพ่อไก่ก็แจ้ซี้ดปากสยิวกันลั่น

วันนี้ เอกชเยศร์นัดมัทนีกินข้าวกัน แต่เขาขอส่งอีเมล์งานก่อน พอเปิดหน้าต่างป๊อปอัพเล็กๆมุมจอขึ้นเตือนว่ามี 1 อีเมล์ใหม่ เอกชเยศร์คลิกดู เป็นภาพหลุดของมัทนี! ทีแรกเขาก็ขำๆนึกว่าถูกส่งมาล้อเล่น แต่ดูไป...ดูไป ก็หน้าเครียดขึ้นทุกที เพราะทุกรูปจริงจังได้อารมณ์ จนเขาทนไม่ได้ ยิ่งดูก็ยิ่งโมโห

ตอนที่ 2

ที่บ้านเรือนไทยใหญ่อลังการ เป็นบ้านพักของอาทิตย์กับคุณนายลิ้นจี่เศรษฐีหม้ายเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับยา และนวดแผนโบราณที่สืบทอดจากครอบครัว และกำลังจะเปิดสปาหรู

คุณนายลิ้นจี่ทำธุรกิจด้วยความหวังจะให้อาทิตย์สืบทอดธุรกิจต่อไปเป็นสมบัติของตระกูล แต่ทั้งเคี่ยวทั้งเข็นอย่างไร ก็ยังปลุกจิตสำนึกไม่ขึ้น แต่คุณนายก็ไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่า ค่อยเป็นค่อยไป

เพราะจะเปิดสปาในเดือนหน้าแล้ว แต่อะไรๆยังไม่พร้อมเลย บ่ายนี้คุณนายให้พนักงานสาวสองคนมาสอนนวดที่บ้าน อาทิตย์ตื่นเอาเกือบบ่าย บ่นแม่ว่าวันหยุดแทนที่จะนั่งเล่นนอนเล่นกลับเอางานมาทำที่บ้าน เรื่องเตรียมงานไม่ทันแม่ไม่ต้องห่วง “รับรองว่าทัน ทุกอย่างจะพร้อมเมื่อถึงเวลา แม่ควรจะปล่อยวางซะบ้าง มีลูกช่วยอยู่ทั้งคน แม่กลัวอะไรเหรอครับ”

อาทิตย์เดินไปที่โต๊ะอาหาร คุณนายลิ้นจี่เดินตามไปจี้ว่า ตอนบ่ายจะมีผู้หญิงมาให้ดูตัว อาทิตย์ชะงักกึกบอกทันทีว่าไม่เอา ตนไม่ดูตัวใครทั้งนั้น ตนมีแต่งานๆๆๆพูดกันมาเป็นพันหนแล้ว แม่ยังไม่ยอมเข้าใจตนอีก คุณนายเลยเสียงแข็งว่า

“ฉันแก่แล้ว ฉันต้องการเห็นเธอเป็นฝั่งเป็นฝา มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองมารับมรดกของฉัน เราจะรวยไปทำไมหรืออาทิตย์ แม่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ขายดีมากมายไปทำไม ถ้าแม่ปราศจากทายาทมาสืบทอดกิจการและดูแลอาณาจักรคุณนายลิ้นจี่”

“ผมจะไม่มีวันแต่งงาน ตราบใดที่ผมยังไม่รู้สึกเพียงพอที่จะสนุกคึกคะนองกับชีวิตวัยหนุ่มให้คุ้มค่า ผมยังไม่จบชีวิตเสเพล ผมยังไม่อิ่มกับการชิม และชมหญิงงามในแผ่นดินที่มีอยู่มากมาย รอให้ผมไปค้นหา...” คุณนายถามว่าเมื่อไหร่จะพอ “อย่างน้อยก็อีก 20 ปี ตอนอายุ 40 กว่าๆ”

คุณนายลิ้นจี่ไม่ยอมให้เขาทำตัวเป็นพ่อไก่แจ้ต่อไป วันนี้จะต้องมาดูตัวหนูยุพาพร ลูกสาวคุณหญิงยุพดีกับท่านสิโรจน์ เลขาธิการพรรคประชาภิบาล รับรองว่า “ความสวยน่ารักเรียบร้อยอ่อนหวานของเธอ จะทำให้ลูกได้รู้จักรักแท้”

แม้ว่าอาทิตย์เซ็งแต่ต้องทำตามคำสั่งแม่ แอบคิดแก้ลำบอกกับตัวเองว่า “คนที่ใช่เหรอ...ได้! จัดให้!!”

บ่ายนี้ เมื่อคุณหญิงยุพดี ท่านสิโรจน์และยุพาพรมาถึงคุณนายลิ้นจี่รับแขกที่ศาลาในสวนสวย ระหว่างนั้นต่างฝ่ายก็คุยอวดคุณสมบัติดีเด่นของคนฝ่ายตน ส่วนยุพาพรเดินกรีดกรายชมสวนดอกไม้อย่างหลงใหล จนพนักงานคนหนึ่งเข้ามาคุกเข่ารายงานคุณนายลิ้นจี่ว่าอาทิตย์มาแล้ว คุณนายลิ้นจี่จึงเรียกยุพาพรให้กลับมาที่ศาลา

แต่พอมองไปที่ทางเดิน ทุกคนจังงังกับอาทิตย์ที่เดินแอ่นอกส่ายสะโพกบิดซ้ายบิดขวา แขนกวัดไกวไปมา เขามาในชุดเสื้อกล้ามคอวีสีดำรัดติ้ว กางเกงขาลีบสี่ส่วนเนื้อผ้าแวววาวทำผมเนี้ยบ พอมาถึงก็ย่อเข่าพนมมือไหว้ฉีกยิ้มหวาน

“สวัสดีครับ คุณป้าหญิงยุพดี คุณลุงสิโรจน์ น้องยุพาพร แหม...น้องยุพาพรสวยจัง ทำคางที่ไหนมาเหรอครับ ลงตั๊วลงตัวเข้ากะจมูกเป๊ะเลย ทำกับคุณหมอคิมที่เกาหลี ที่ร้านเดียวกะที่พี่ทำมาหรือเปล่าเอ่ย...พี่เพิ่งไปทำตามา” พูดแล้วทำตาปริบๆ “มองไม่ออกเลยใช่ไหมครับ แหมๆๆนิชคุณก็ทำกะคุณหมอเดียวกันกับเรานี่แหละคิกๆๆ”

อาทิตย์ทำตุ้งติ้งริกรี้ เข้าไปหย่อนก้นนั่งข้างท่านเลขา “โอ้โห...คุณลุงไม่เจอตั้งนาน ยังแน่นตึงเหมือนเดิมเลยนะครับ” ไม่พูดเปล่ายังเอามือบีบนวดลูบไล้ไปตามกล้ามอก “หืม...ไหล่เป็นไหล่ อกเป็นอก แขนเป็นแขน น่าอิจฉาคุณป้าจังเลยครับ” พูดแล้วทำตาปริบๆปิ๊งๆอีก
ทุกคนอึ้งผงะ พูดไม่ออก คุณนายลิ้นจี่จ้องจิกอาทิตย์ตาแทบถลน อาทิตย์ไม่สนใจโปรยยิ้มหวานให้ทุกคน แล้วลุกเดินส่ายสะโพกอกแอ่นเอวอ่อนออกไป

ส่งแขกกลับไปหมดแล้ว คุณนายลิ้นจี่ดึงหูอาทิตย์ลากออกมาคิดบัญชี ด่าเช็ดทั้งลูกชั่วเด็กบ้าทำให้เสียชื่อเสียงหมดแต่อาทิตย์ก็ยังหน้าเป็นได้ไม่สลด หาว่าแม่ไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย แล้วบอกจริงจังว่าให้แม่เลิกจัดพิธีดูตัวหรือนัดบอดใดๆรวมทั้งไม่ต้องทำตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักให้ตน เพราะมันไม่มีผล อย่างน้องนั่นก็ไม่เป๊กเลย

“ไอ้ลูกบ้า ฉันขอแช่งแก ฉันจะสาปแกให้แกไปเจอผู้หญิงดีๆ ที่เขาจะทำให้แกปีกหัก เขี้ยวบิ่นเล็บกุด ขอให้แกซมซานทรมานอกหักกราบกรานขอความรักเขาแทบเท้าปะลกๆเขาก็ไม่เอาแก!”

ooooooo

หาญมีคาวบอยชุดเก่งอยู่ชุดเดียว เมื่อสถานการณ์เริ่มสงบ หาญมีนัดกับกิ๊กเขาโทร.ทวงชุดคาวบอยกับอาทิตย์

หาญนัดให้เอามาแลกกับชุดของเขาที่บ้านเวลาบ่ายสามเพราะเช็กแล้วว่าคุณนายจะออกไปนวดเพราะคอเคล็ด

เจ้ากรรม! มัทนีเกิดไม่อยากให้แม่ไปนวดปะปนกับคนอื่น เสนอให้หมอณรงค์เลือกหมอนวดเก่งๆมานวดให้ที่บ้านดีกว่า หาญแทบหงายผลึ่ง จะทำอย่างไรดีเพราะเวลาก็จวนแจเต็มที จึงตะล่อมให้ไปนวดกันที่ลมพัดโกรกไม่ใช่มานวดที่ห้องรับแขกที่ปิดแคบ ชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมจนสองแม่ลูกยอมย้ายที่ จากนั้นหาญก็กำชับเหน่งว่า

“เหน่งๆๆพอหมอนวดมาแกรีบพาเดินผ่านสนามไปที่ระเบียงหลังบ้านเลยนะ ไม่ต้องพามาผ่านในบ้าน เพราะเดี๋ยวฉันจะใช้ห้องนี้รับแขกคนสำคัญที่ฉันมีธุระสำคัญ ต้องคุยกันแบบเป็นความลับ เข้าใจไหม”

เหน่งรับคำแล้วรีบผละไป หาญนั่งคอยอาทิตย์อย่างกระหยิ่มสบายใจที่สับหลีกได้อย่างแนบเนียน

พอเหน่งออกไป ก็เห็นอาทิตย์ขี่มอเตอร์ไซค์มีกระเป๋าสะพายหลังมา เหน่งรีบออกไปรับบอกให้เอารถเข้าบ้านและรีบพาไปหลังบ้านเลย อาทิตย์พยายามจะบอกว่าตนมาหาหาญแต่หาจังหวะไม่ได้เลยเดินตามเหน่งไปงงๆ

แล้วอาทิตย์ก็ยิ่งงง เมื่อไปถึงระเบียงหลังบ้านที่มัทนีจัดที่นอนนวดให้คุณหญิงเสร็จพอดี คุณหญิงนอนคว่ำอยู่พอรู้ว่าหมอมาก็ชี้ที่ต้นคอบอกให้หมอรีบนวดเลยตนเจ็บเหลือเกิน

โชคดี ที่อาทิตย์เรียนนวดมาบ้าง เขาจึงนวดให้ได้อย่างถูกจุดและรู้จริง นวดไปครู่ใหญ่อาทิตย์บอกว่าน่าจะหายแล้วให้คุณนายลองขยับคอดู ปรากฏว่าหายราวกับปลิดทิ้ง คุณนายทึ่งมาก ลุกขึ้น พอเห็นหน้าอาทิตย์ก็ร้อง “เอ๊ะ!! อย่างกับเคยเห็นที่ไหน” อาทิตย์ยกมือไหว้บอกคุณนายให้ลองนึกๆดู

คุณนายนึกไม่ออก ตัดบทว่าคงเคยเห็นที่ร้านนวดนั่นแหละ ชมว่าหมอนี่เก่งจริงๆอย่างกับหมอเทวดาเลย แล้วบอกให้ดูตรงสะบักกับกระเบนเหน็บให้ด้วย ว่าแล้วก็นอนคว่ำลง อาทิตย์มองอึ้ง ส่วนโหน่งกับเหน่งจ้องหน้าอาทิตย์เป๋ง

ooooooo

ขณะอาทิตย์กำลังกดตรงกระเบนเหน็บคุณนายนั่นเอง เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น เหน่งลุกเดินไปผ่านหน้าบ้าน หาญโผล่มาถามว่าจะไปไหน แขกของตนเอง แล้วรีบออกไปรับ

พอเห็นหน้าหาญผงะ หมอนวดแนะนำตัวเองว่าชื่อหมอทองมีหมอนวดแผนโบราณจะมาพบคุณนายจำเนียร

หาญกลืนน้ำลายฝืดคอ ถ้าคนนี้เป็นหมอ แล้วคนนั้นล่ะ!! เหน่งคุยอวดว่าคนนั้นเป็นหมอเก่งด้วยนวดเก่งอย่างกับหมอเทวดา จับตรงไหนคุณหญิงหายปวดทันที ทำท่าเคลิ้มเล่าว่า “หนุ่มก็หนุ่ม หล่อก็หล่อ รูปร่างหน้าตาไฮโซ้...ไฮโซ...”

ขณะหาญกำลังตกใจตาเหลือกอยู่นั้น มัทนีเดินเอาครีมไปให้นวดให้แม่ พอเห็นหน้าอาทิตย์เท่านั้น ต่างก็มองอึ้งถามกันว่ามาที่นี่ได้ไง มัทนีบอกว่านี่มันบ้านตนเขานั่นแหละมาทำไม? มาได้ไง!

จำเนียรนึกว่ามัทนีรู้จักกับอาทิตย์ในฐานะหมอนวด ยิ่งมีความเชื่อถือว่าเขาเป็นหมอมีฝีมือจริงๆพอดีหาญโผล่มาพออาทิตย์สบตาด้วย หาญก็หลิ่วตาส่งสัญญาณ แล้วทำเป็นทักทายอย่างสนิทสนม บอกคุณนายกับมัทนีว่าหมออาทิตย์สนิทกับตนมาก พอมัทนีถามว่าเจอกันที่ไหน อาทิตย์บอกว่าโรงพยาบาลแต่หาญบอกว่าที่วัด พอมัทนีถามซ้ำอีกทีก็ตอบกลับกัน  สุดท้ายหาญบอกว่าก็ทั้งที่โรงพยาบาลกับที่วัดนั่นแหละ แต่พอคุณนายถาม มัทนีบอกว่าเคยเจอกับอาทิตย์ที่โรงพัก!

หาญกลัวเรื่องจะบานปลายเลยรีบชวนอาทิตย์ไปนวดให้ตนที่ห้องพระเพราะจะได้ขอพลังบวกจากในห้องพระมาประจุในการบำบัดรักษาได้ด้วย แล้วกุลีกุจอช่วยถือกระเป๋าให้รีบพากันออกไป

พอเข้าห้องพระหาญก็รีบแลกเสื้อผ้ากับอาทิตย์ ถามว่าไปรู้จักกับมัทนีที่โรงพักไหน อาทิตย์บอกว่าไม่มีอะไร มัทนีเป็นเจ้าทุกข์ ตนเป็นฝ่ายผู้ต้องหา อยู่กันคนละข้าง เสร็จธุระก็จะกลับ หาญยังติดใจถามว่าเขานวดบำบัดอาการได้จริงหรือ

“ครับ...ที่บ้านผมทำอาชีพเกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณตาผมเป็นหมอแผนโบราณ พวกศาสตร์การแพทย์แผนไทยทั้งหลาย แล้วแม่ผมก็ขายยาดังๆตั้งหลายอย่าง”

“ยา?...” หาญตาลุกถามว่ามียาไทยเด็ดๆอย่างที่ช่วยเรื่อง...หาญยักคิ้วแผล็บแบบรู้กัน แต่อาทิตย์ก็ดั๊น...

ทายว่ากลากเกลื้อนเรื้อนกวางหรือ? กว่าจะรู้ว่ายาอะไรก็เล่นเอาเหนื่อย เพราะหาญเองก็ไม่กล้าพูดตรงๆ จนสุดท้ายอาทิตย์นึกออก

“อ๋อ...รู้แล้ว โอเค เดี๋ยวผมจะส่งยามาให้ ยาไม่รู้ล้มของแม่ลิ้นจี่ เคยได้ยินไหมครับ”

หาญตาวาวดีใจเหมือนพบทางชุบชีวิตใหม่ให้มะเขือเผาของตนกลายเป็นโด่ไม่รู้ล้ม!! ฮ่าๆเห็นสวรรค์รำไร!!

มัทนีเห็นอาทิตย์กำลังจะกลับ เธอตามมาจิกถามว่ากำลังคิดจะทำอะไรถึงได้มาหาตนถึงบ้าน อาทิตย์เยยว่าไม่ได้มาหาเธอ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นลูกของพี่หาญ ถูกมัทนีหาว่าลามปามพ่อตน ถามว่าเขาจะมาล้มคดีใช่ไหม มาเกลี้ยกล่อมให้พ่อช่วยกล่อมตนอีกทีใช่ไหม ขู่ว่าถ้ามายุ่งกับพ่อแม่ตนอีกจะแจ้งความ ตนไม่กลัวผู้ชายบ้าตัณหาลามกอย่างเขาหรอก

“ผู้ชายบ้าตัณหาลามกเหรอ ก๊ากๆๆ ฮ่าๆๆ” อาทิตย์หัวเราะเยาะอย่างสะใจ

ooooooo

วันนี้ แก๊งพ่อไก่แจ้ไปสุมหัวคุยกันเฮฮาที่ล็อบบี้โรงแรมชั้นหนึ่งของปะการัง ภรรยาอาวุโสของโมกข์

“ก๊ากๆๆ...ผู้ชายบ้าตัณหา ลามกตัวพ่อตัวจริง ก็คือพ่อของเจ้าหล่อนต่างหากล่ะเนอะ” แท่นหัวเราะลั่น

“ว่ะฮ่ะๆๆ...ยัยมัทนี หารู้ไม่ว่าฉันนี่แหละ คือคนที่เก็บความลับสุดยอดของบิดาคุณเธอ” อาทิตย์หัวเราะร้าย

“ที่จริง ครอบครัวนี้เขาเป็นญาติของนรีเองแหละ อีกหน่อยถ้าฉันแต่งงานกับนรี คุณลุงลามกตัวพ่อคนนี้ ต้องมาขอเข้าแก๊งพวกเราแน่ๆ” อเนกบอกเพื่อน อายูมิถามว่าคนชื่อมัทนีสวยไหม โมกข์เองก็อยากรู้ เพราะหาญเองก็หล่อระดับพระเอก ทั้งอาทิตย์ โทนี่ และอเนก ตอบพร้อมกันว่า ไม่สวยหรอก หน้าแก่อ้วนดำใส่แว่นเป็นพวกหัวรุนแรงและหน้าตาก็รุนแรงด้วย แล้วทั้งแก๊งก็หัวเราะเฮฮากันครื้นเครง

ทันใดนั้น ปะการังเดินเข้ามาอย่างสง่าภาคภูมิ บรรดาพนักงานพากันไหว้ โค้งคำนับตลอดทาง ปะการังเข้ามาเกี่ยวแขนโมกข์ ทักยิ้มแย้มแจ่มใสแต่จิกร้ายว่า

“แหม...โมกข์ กลุ่มเพื่อนเลิฟของคุณนี่ ไม่เคยมีสาระอะไรคุยกันเลยนะคะ นอกจากเรื่องผู้หญิง ดิฉันไม่เคยได้ยินพวกคุณคุยเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคมอะไรกันเลย แปลกดีนะคะ ที่คนเราในหัวสมองจะมีแต่เรื่องพรรค์อย่างว่า”

แก๊งพ่อไก่แจ้มองหน้ากันกร่อยสนิท แต่พอปะการังไปแล้ว โมกข์บ่น “เซ็งจริงๆว่ะ มีเมียผิดคิดจนเมียตาย” อาทิตย์ติงว่าเห็นเขาแต่งงานแล้วมีความสุขขึ้นตั้งเยอะ “ใครบอกแกวะ น่าเบื่อจะตาย มีเมียรวยเมียแก่ เมียเป็นเจ้านายทุกอย่าง ปะการังทำตัวเหมือนแม่มากกว่าเมีย นายก็เห็น แล้วไหนจะพวกพ่อตาแม่ยายสังคญาติเธอที่มองเราอย่างกับเป็นแมงดามาเกาะ เราทำงานหนักนะเว้ย ตั้งแต่เข้ามาทำงานโรงแรมเราไม่เคยงอมืองอเท้า”

ขณะนั้นเอง เชอรี่ พีอาร์สาวคนใหม่เดินผ่านไป โมกข์มองจนเหลียวตาม ยักคิ้วแผล็บบอกเพื่อนๆว่าน่ารักน่ากินมากกก...อารมณ์สมกับสมญานามที่เพื่อนๆตั้งให้ว่า สมภารกร่างชอบไก่วัดจริงๆ...พับเผื่อย!

ooooooo

โมกข์ทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัดจนได้เรื่อง เมื่อเชอรี่พีอาร์สาวคนใหม่เข้ามาถามข้อมูลงานเทศกาลอาหารหน้าร้อนกับเขาในห้อง โมกข์บอกงานโดยให้เธอนั่งคีย์ในคอมฯแล้วตัวเองก็ยืนคร่อมบอก

นอกจากบอกงานแล้ว โมกข์ยังทำหมาหยอกไก่คลอเคลีย พอเชอรี่เบี่ยงตัวพอเป็นพิธีก็ได้ใจ หอมเอ๊าหอมเอากระทั่งซุกไซ้ เชอรี่หัวเราะระริกแล้วออกไป

มัทนีกำลังจับงานผู้บังคับบัญชาชายลวนลามพนักงานหญิง วันนี้ก็ได้รับแจ้งว่า ข้าราชการหญิงโดนผู้บังคับบัญชาบังคับให้อยู่ทำงานล่วงเวลาตอนเย็นๆ แล้วก็ขอไปส่งบ้านตลอด ไม่ทันไรเธอก็ได้รับแจ้งจากชฎาว่าคดีน้องกระต่ายกับโทนี่พลิกเสียแล้ว เธอถามว่าพลิกได้ไง เรากำลังจะฟ้องศาลอยู่แล้ว

“ตำรวจบอกว่า ผู้ต้องหากับคนชื่ออาทิตย์ พาน้องกระต่ายกับแม่มาเคลียร์ที่โรงพักตะกี๊ ตกลงจ่ายค่าเสียหายตามที่แม่น้องกระต่ายต้องการ แล้วคุณตำรวจก็เห็นว่ามันจะเป็นคดีที่รกศาลเปล่าๆ เรื่องนี้ถึงที่สุดแล้ว ก็ประนีประนอมยอมความกันได้อยู่ดี ก็เลย...”

“คนชื่ออาทิตย์เหรอคะ! เมื่อกี๊นี้เองเหรอคะ!!” มัทนีจิกตาแค้น เธอไปขอเบอร์โทร.ของอาทิตย์จากหาญ ทำเอาหาญเสียวสันหลัง จนมัทนีบอกพ่อว่าไม่ต้องห่วงว่าตนจะไปเสวนาด้วยเพราะเขาเป็นศัตรูคู่กรณีกับตน

ขณะโทนี่ขับรถพาอาทิตย์ออกจากโรงพัก โทนี่ชมเปาะว่าอาทิตย์ไปลงสาลิกาลิ้นทองจากอาจารย์ไหน ทำไมพูดอะไรคนก็เชื่อหมด อาทิตย์บอกเพื่อนรักว่าไม่ต้องมาสรรเสริญเยินยอ ขอแต่ให้เพื่อนกลับตัวกลับใจเลิกจีบใครที่ไม่เห็นหน้าตนก็พอใจแล้ว อาทิตย์พูดไม่ทันขาดคำก็ได้รับโทรศัพท์จากมัทนี พอเขากดรับ เธอด่าทันที

“คุณมันขี้ขลาด! คุณเก่งจริงนะ ทำได้ทั้งทางตรงทางอ้อม ต่อหน้าและลับหลัง ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ก็เอาด้วยคาถา”

ตอนที่ 1

ที่บึงตะโก้ สนามกีฬาเอ็กซ์ตรีมทางน้ำ...

รถโฟร์วีลขับเข้ามาจอด มีสาวๆ แนวพริตตี้ 3 คนนั่งมาด้วย ขณะหนุ่มเจ้าของรถกำลังเตรียมอุปกรณ์เวคบอร์ดก็มีเสียงหล่อ...บรรยายแนะนำ...

“ท่านผู้ชมครับ...ก่อนอื่น ผมขอแนะนำให้รู้จักกับพี่ใหญ่ของพวกเรา นายอเนก เลิศรุจิทรัพย์ โฮโซเถ้าแก่โรงงานกระเป๋าเมดอินไทยแลนด์ยี่ห้อนึง ที่ขายดี และเป็นที่นิยมสุดๆ เขาผู้นี้มีฉายาว่าอาจารย์ใหญ่ แต่โทษทีนะครับเขาไม่ใช่อาจารย์สอนวิชาอะไรจริงๆหรอก แต่เขาชอบสั่งสอนอบรมเพื่อนๆ เรื่องการสับหลีกสาวๆ ไม่ให้รถไฟชนกัน เรื่องกะล่อน แหล แถ เอาตัวรอดล่ะก็...อาจารย์ใหญ่ของเรา ไม่มีใครเกิน”

ระหว่างนั้น อเนกเล่นเวคบอร์ดทำท่ายากๆ แต่พลาดตกน้ำจ๋อม แต่เขาก็เก๊กท่าเนียน โบกมือให้สาวๆ อย่างเท่

ต่อมา มีรถราคาแพงแนวผู้บริหารรุ่นท็อปๆเข้ามาจอด คนขับแต่งตัวนักดนตรีแนวร็อกหรูๆ พอลงจากรถก็วิ่งไปเปิดประตูให้สาวที่นั่งข้างคนขับ สาวเจ้าแต่งตัวแนวเกิร์ลแก๊งเกาหลี กางเกงสั้นเสมอหู รองเท้าบูตเฟอร์ปุย

เสียงหล่อแนะนำทันที... “โอ้...ส่วนพ่อสุดหล่อสไตล์ป๊อบคนนี้ เขาชื่อนายแท่น กับนักร้องน้องรักที่เขากำลังปลุกปั้นอยู่แท่นเป็นโปรดิวเซอร์เพลงของค่ายใหญ่ ที่มีชื่อเสียงว่าทำเพลงป๊อบเพลงดังได้เพราะถูกใจวัยรุ่นคนหนึ่งในประเทศ แท่นมีฉายาว่า ป๋าล่าฝัน เพราะเขาจะฝันเฟื่องทุกครั้ง เวลาที่มีศิลปินสาวคนใหม่มาให้ดูแล แล้วสุดท้าย...เขาก็พอใจเพียงค่าได้ฝัน...เท่านั้นเอง”

แท่นเล่นเวคบอร์ดลีลาใช่ย่อย โชว์ฟอร์มตีลังกา มีสาวที่มาด้วยเชียร์ให้กำลังใจ แท่นเดินมารับเครื่องดื่มชูกำลัง เอามือโยกหัวสาวเย้าหยอกเท่ๆ

อีกหนึ่งหนุ่มขับรถสปอร์ตหรูราคาแพงเข้ามา มีนางแบบหุ่นดีนั่งคู่มาด้วย เขาแต่งชุดเล่นเวคบอร์ดดูสปอร์ตฮิปฮอป ท่าสะบัดเสื้อชูชีพก่อนใส่ของเขา ดูเท่สุดๆ (กรี๊ดดดดด...)

เสียงหล่อแนะนำอีกตามเคย... “ส่วนพ่อรูปหล่อ หุ่นเท่คนนี้คือโมกข์ครับท่านผู้ชม...ในก๊วนของผมนี่...เรื่องความหล่อ คงไม่มีใครเกินพ่อคนนี้อีกแล้ว นายโมกข์เป็นนายแบบอาชีพครับ และคงเพราะเขาหล่อกว่าเพื่อนๆ นี่แหละ โมกข์ก็เลยด่วนตัดช่องน้อยแต่พอตัว แต่งงานไปก่อนหน้าใคร กระซิบครับกระซิบ...โมกข์มีเมียแก่แต่รวยม้ากกกก...แต่เสียใจนะครับการแต่งงาน ไม่ได้หยุดพฤติกรรมของมันเลย ใช่ครับ แม่สาวสูงยาวเข่าดีคนนั้น หาใช่ภรรยาในกฎหมายของมันไม่”

เช่นเดียวกับอเนกและแท่น โมกข์โชว์ลีลาเวคบอร์ดท่าเก๋ไก๋ไม่ยิ่งหย่อนกว่าใคร สาวนางแบบกระโดดโลดเต้น ปรบมือกรี๊ดกร๊าดเปรี้ยวสุดๆ

สุดท้ายเป็นมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ปราดเปรียว มีชายในชุดเซฟห่อหุ้มร่างกายมิดชิดแบบมืออาชีพ สวมหมวกกันน็อกราคาแพง มีกระเป๋าขนาดกลางสะพายอยู่ด้านหลังใส่อุปกรณ์

พอถอดหมวกกันน็อกออก ใบหน้าหล่อขั้นเทพนั้นก็ยิ้มกว้างให้กล้องอย่างเท่...

เสียงหล่อยังคงแนะนำต่อ... “ส่วนนี่...ตัวผมเองครับ อาทิตย์ บวรกิจบรรหาร ผมเป็นนักธุรกิจทายาท บริษัทเก่าแก่ที่มีสินค้าบางอย่างโด่งดังขายดิบขายดี แต่ผมขอไม่บอกตอนนี้นะครับว่ามันคืออะไร...เรื่องความหล่อผมไม่ขอคุยดีกว่า ดูกันเอาเองนะครับ เรื่องนิสัย...ผมเป็นคนสงบเสงี่ยมเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ส่วนเรื่องเสน่ห์...”

อาทิตย์หยุดแค่นั้น แล้วโดดขึ้นบนฝั่งโชว์แผ่นอกผึ่งผาย อายูมิดาราสาวเซ็กซี่ถลาเข้าหาอาทิตย์ ส่วนอาทิตย์ก็อ้าแขนจะกอด พลันก็ชะงัก เมื่อเห็นแพรวาแอร์โฮสเตสสาวสายการบินดังที่กำลังคบหากันอยู่ เธอเดินอ้าวเข้ามา อาทิตย์เปลี่ยนจากท่าจะกอดลดมือลงกุมท้องร้องโอดโอย เดินแถๆ หลบเข้าห้องน้ำ บอกอายูมิให้ช่วยหาทิชชูให้ด้วย

อายูมิมองงงๆ แล้วเดินไปทางขวาเพื่อหาทิชชู

อเนกเดินเลี้ยวมาเจอแพรวาพอดี เขาชะงักกึกทำหน้าเหมือนถูกผีหลอกกลางวันแสกๆ แต่พริบตาเดียวก็ปรับสีหน้าได้ ถามว่าวันนี้เธอมีบินไม่ใช่หรือ แพรวาบอกว่าใช่  แต่พอดีรุ่นพี่มาขอแลกไฟลท์ตนก็เลยให้  กวาดตาพลางถามอเนกว่า

“เอ...เมื่อกี๊แพรเห็นอาทิตย์เดินอยู่แถวๆนี้หายไปไหนแล้ว”

ขณะอเนกกำลังหาทางออกให้เพื่อนอยู่นั้น เห็นอายูมิ ถือทิชชูเดินเร็วๆตรงมา เขาทำเป็นสะอึกหลอกให้แพรวาสนใจ ถามว่าเป็นอะไร อเนกบอกว่ารู้สึกขาดเกลือแร่และวิตามิน วานเธอช่วยหาอะไรสักอย่างให้ดื่ม เขาล่อแพรวาให้สนใจตนจนอายูมิเดินผ่านข้างหลังแพรวาไป พออายูมิเดินผ่านไปแล้ว อาการสะอึกของอเนกก็ทุเลาทันที เขาแอบถอนใจโล่งอก...เฮ้อ...

ooooooo

ที่ห้องสัมมนาขนาดเล็กแห่งหนึ่ง...วันนี้มีจัดสัมมนาเรื่อง “เพศแม่นั้นยิ่งใหญ่ ใช่เหยื่อกาม” โดยมีผู้หญิงหลายวัย นักเรียน และนักศึกษาหญิงมาฟังเต็มห้อง

คุณนายจำเนียร หักฤทธิ์ศึกสงบ สตรีนักต่อสู้เพื่อความอบอุ่นเป็นสุขในครอบครัว คุณนายเป็นคนดุเด็ดเผ็ดร้อน จัดจ้านเชี่ยวชาญในการชำแหละบรรดาผู้ชาย หลายใจและผู้หญิงที่ทำตัวก๋ากั่น ฟรีเซ็กซ์ มาเป็นองค์ปาฐก

คุณนายมีมัทนี ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน ซึ่งเป็น น้องนุชสุดท้องของครอบครัว และนรีเพื่อนกึ่งญาติผู้พี่ของมัทนี เป็นผู้ช่วยและเชียร์ขณะคุณนายบรรยาย

ระหว่างนั้น เอกชเยศร์ บก.นิตยสารแนวอินดี้ที่แสดงตัวเป็นบุรุษผู้บูชาเพศหญิงและต่อสู้เพื่อความยุติธรรมระหว่างเพศตลอดมา เขาวนเวียนถ่ายแต่รูปมัทนี เพราะแอบทึกทักว่าเป็นแฟนเธอ

หลังการสัมมนา นรีกล่าวขณะมอบของที่ระลึกแก่คุณนายจำเนียรและมัทนีว่า

“ทางสมาคมของเราต้องขอขอบพระคุณคุณป้าจำเนียร หักฤทธิ์ศึกสงบ ในนามของชมรมครอบครัวอบอุ่น และน้องมัทนี หักฤทธิ์ศึกสงบ ในนามของมูลนิธิหญิงเพื่อหญิง ที่กรุณามาให้ทัศนะ มุมมอง และความรู้กับเด็กๆ น้องๆ นักเรียน และนักศึกษาหญิงทุกคน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และสนุกสนานมากค่ะ...”

เอกชเยศร์เข้าไปขอให้คุณนายกับมัทนีถ่ายรูปคู่กัน คุณนายกอดมัทนีโพสท่าสวย เอกชเยศร์ชมเปาะว่า...

“แม่ลูกคู่นี้ทั้งสวยและเก่ง เป็นผู้หญิงที่งามอย่างมีคุณค่า และมีจิตสาธารณะเพื่อสังคมอย่างน่าชื่นชมที่สุดเลยครับ”

คุณนายบอกว่าต้องเอาลงข่าวสังคมหน้าสีเลยนะ เอกชเยศร์ให้มากกว่านั้นบอกว่า

“ลงภาพใหญ่หน้ากลางคู่สองหน้าเลยครับ ผมเขียน เป็นบทความใหญ่เลยล่ะครับ”

ขณะนั้นเอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิเข้ามาหามัทนีท่าทางร้อนรน มัทนีกระซิบถาม “มีอะไรคะคุณชะฎา”

“เกิดกรณีพรากผู้เยาว์อีกแล้วค่ะ คราวนี้ผู้ต้องหาเป็นพวกไฮโซเพลย์บอย ท่าทางหัวหมอด้วย มันจะเอา เงินฟาดหัวเด็ก” มัทนีเครียดทันที ด่าก่อน แล้วจึงถามว่าพวกนี้อยู่โรงพักไหนให้พาตนไปเดี๋ยวนี้เลย!

ooooooo

อาทิตย์รีบพาอายูมิมาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์แสนรัก

อายูมิถามว่าจะไปไหน ก็ไหนบอกว่าจะมาปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่นี่อาทิตย์บอกว่าเกิดอุบัติเหตุบางอย่าง ปากหวานกะล่อนว่า

“พออาทิตย์เห็นหน้าอายูมิ อาทิตย์ก็เกิดไม่อยากจะปาร์ตี้กะใครทั้งนั้น อาทิตย์ต้องการมีเพียงเรา...เราไปหาอะไรอร่อยๆกินกันสองคน ไม่ต้องมีคนอื่นมากวนใจ ให้รำคาญ...โอเค้?”

‎พ่อไก่แจ้ เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”
19 พ.ค. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 02:49 น.