ตอนที่ 13
“อย่าทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากเลยคุณอำพล ไปด้วยกันเดี๋ยวนี้”
“เอาเป็นว่า เอาไว้ว่างๆผมจะไปหาสารวัตรถึงที่เลยก็แล้วกัน แต่พอดีตอนนี้ผมมีธุระสำคัญ เรื่องธุรกิจน่ะ พูดไปสารวัตรก็ไม่เข้าใจหรอก” อำพลพูดแล้วก็จูงมือเลขาสาวเดินไปที่เฮลิคอปเตอร์
“หยุด! ผมบอกให้หยุด ไม่หยุดผมยิงจริงๆ”
อำพลหยุดและหันมาพูดทิ้งท้าย “เอาสิ ถ้าสารวัตรกล้ายิงคนบริสุทธิ์ก็เอาเลย” พูดจบเขาจะเดินต่อไป แต่ทันใดพรานกระโดดเข้ามาขวางหน้าเอาไว้
“คิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆเหรอ วังเฟยหลง”
ชื่อที่พรานเรียกทำให้เชิดวุธและทีมของเขามีสีหน้าแปลกใจ แต่แล้วทุกคนก็เข้าใจตรงกันว่า แท้จริงแล้วอำพลคือวังเฟยหลงนั่นเอง แต่อำพลยังไม่ยอมรับ
“อีกคนแล้ว ถ้าคิดจะป้ายความผิดให้ใครก็ช่วยหาหลักฐานมายืนยันหน่อย”
“หลักฐานเหรอ ได้เลย”
แจ๊สมินเดินเข้ามาพร้อมด้วยเครื่องบันทึกเสียง “แกอาจไม่รู้ตัว แต่ก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งบันทึกเสียงของแกไว้” แจ๊สมินกดเปิดเสียง แล้วบทสนทนาก่อนหน้านี้ก็ดังขึ้นให้ได้ยินกันทั่ว
“เยี่ยมมาก ในที่สุดก็มีคนรู้จนได้ว่าฉัน อำพล บวรกุล คือวังเฟยหลง หัวหน้าใหญ่แห่งองค์กรพรายดำ”
อำพลหน้าเสีย โวยลั่น “ไม่! นั่นไม่ใช่เสียงฉัน”
“ถ้างั้นช่วยกันฟังชัดๆอีกทีว่าใช่หรือเปล่า”
แจ๊สมินเปิดเสียงนั้นซ้ำอีกครั้ง...คำพูดนั้นคือหลักฐานอย่างชัดเจน เชิดวุธจึงไม่รอช้า บอกอำพลให้มอบตัวเดี๋ยวนี้ แต่อำพลกระชากปืนออกมา แจ๊สมินเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปแย่ง กระทั่งเสียงปืนดังปัง! ร่างแจ๊สมินแน่นิ่งก่อนทรุดฮวบ พรานตกใจมากตะโกนเรียกชื่อเธอดังลั่น
อำพลสั่งสมุนของตนฆ่าพวกมันให้หมด แต่เชิดวุธและลูกทีมของเขาไวกว่าลั่นกระสุนเข้าร่างอำพลและสมุนจนลงไปนอนจมกองเลือด ส่วนแจ๊สมินที่กำลังหายใจรวยรินก็ยังอุตส่าห์เค้นเสียงขอโทษพราน ขอให้เขายกโทษให้เธอด้วย
“ผมอภัยให้คุณไปหมดแล้ว” สิ้นเสียงตอบของพราน แจ๊สมินก็หมดลมหายใจไปทันที
ooooooo
ในเวลาต่อมา ผู้ประกาศข่าวรายงานข่าวใหญ่ผ่านจอโทรทัศน์ด้วยความตื่นเต้น
“ในที่สุดโฉมหน้าที่แท้จริงของวังเฟยหลง หัวหน้าองค์กรอาชญากรรมพรายดำ ก็เป็นคนเดียวกันกับนายอำพล บวรกุล ประธานมูลนิธิ Human Light Foundation ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการยกย่องจากผู้คนทั่วโลกในฐานะบุคคลผู้อุทิศตัวทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด”
ด็อกเตอร์วิมกับสนธยาดูข่าวนั้นด้วยความรู้สึกสลดหดหู่ใจ
“ใครจะไปคิดกันล่ะว่านักบุญอย่าง อำพล บวรกุล กับอภิมหาวายร้ายอย่างวังเฟยหลงจะเป็นคนคนเดียวกัน”










