ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
ตอนที่ 16

อนงค์กับวาศิณีขอโทษพิแสงที่เคยทำไม่ดีหลายเรื่อง ขอบคุณทั้งน้ำตา นายหัวหนุ่มเมตตาให้อาศัยและทำงานในฟาร์มเหมือนเดิม พิแสงไม่ถือสาเพราะเห็นสองแม่ลูกเหมือนญาติ อนงค์อยากให้ลงโทษเพราะรู้สึกผิดมาก พิแสงส่ายหน้าน้อยๆ ขอแค่แม่บ้านเก่าแก่เป็นแม่ที่ดีของวาศิณีก็พอ อนงค์พยักหน้ารับทั้งน้ำตา เปรยกับลูกสาวเสียงสั่น

“แกไม่ใช่ความผิดพลาดของแม่ แต่แกคือสิ่งมีค่าที่สุด แม่ถึงอยากให้ได้แต่สิ่งดีๆ”

วาศิณีขอโทษและกอดแม่แน่น พิแสงยืนมองด้วยความซาบซึ้งใจ วาศิณีสำนึกผิด ตัดสินใจสารภาพว่าเขมมิกฝากเงินคืนเขาที่เคาน์เตอร์โรงแรม แต่เธอแอบเอาไปใช้ พิแสงอึ้งไปอึดใจ...ยังมีอะไรอีกที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับเขมมิก

ฟากแสงสุดากับพิสุทธิ์กลับกรุงเทพฯสายวันเดียวกัน พิแสงกับปริญญ์มาส่งหน้าบ้าน หลอดกับเสริมเตรียมไปส่งสนามบิน พิแสงยืนเหม่อคิดเรื่องเขมมิก พิสุทธิ์กับแสงสุดาเดาว่าลูกชายเป็นทุกข์เพราะรัก ตัดสินใจบอกว่าเขมมิกคืนเงินค่าจ้างทั้งหมด พิแสงชะงัก พิสุทธิ์เสริมยิ้มๆ

“คุณธรรมศักดิ์สืบประวัติเขมมิกแล้ว ไม่เคยเหลวไหลอย่างที่พวกเราเข้าใจ กระชากหน้ากากผู้ชายเจ้าชู้ตามใบสั่งได้ก็ปิดจ๊อบ ไม่เคยมีใครได้แอ้ม”

“ตอนแรกเขมมิกปฏิเสธงานของแม่ แม่เลยหาทางบีบ แทงบัญชีดำเขมมิกจนหางานใหม่ไม่ได้ ยิ่งแม่เขาป่วยต้องใช้เงินรักษาเยอะ เขมมิกเลยยอมรับงานแผนร้ายของแม่ แต่ตอนนี้ แม่ถอนบัญชีดำแล้วนะ”

พิแสงมึนตึ๊บ ใจอ่อนลงมากแต่ยังไม่ยอมรับใจตัวเอง พิสุทธิ์ถามตรงๆถึงความรู้สึกต่อเขมมิก ปริญญ์กับกนธีที่แอบฟังไม่ห่าง แย่งตอบแทนว่าพิแสงยังรัก เขมมิก พิสุทธิ์แซวขำๆ

“รีบปรับความเข้าใจกับเขมมิกซะ ก่อนที่แม่แกจะเปลี่ยนใจไม่ยอมรับพิจารณาเธอเป็นว่าที่ลูกสะใภ้”

“รีบไปตามหาเขมมิก จัดการเคลียร์ให้เรียบร้อย อย่าให้แม่รอนาน”

พิแสงไม่แน่ใจ ไม่รู้ว่าเขมมิกคิดเหมือนกันหรือเปล่า ปริญญ์อึดอัดแทน โพล่งออกไปว่าเขมมิกรักพิแสงแน่นอน ถึงขั้นเคยสาบานให้ตายในสามวันเจ็ดวันมาแล้ว ทันใดนั้น...เนตรนิภาวิ่งมาจากอีกทาง น้ำตาไหลพราก แจ้งข่าวร้าย

“เครื่องบินที่เขมเพิ่งไปทำงานด้วยตกกลางทะเล... ไม่พบใครรอดชีวิต!”

ทุกคนตะลึง โดยเฉพาะพิแสง ตัวชาด้วยความช็อก แทบประคองตัวเองไม่ไหว เนตรนิภาเล่าเรื่องอุบัติเหตุด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พิแสงพูดไม่ออก เนตรนิภาสารภาพเสียงอ่อยว่ารู้เรื่องเขมมิกทุกอย่าง แต่ปิดบังเพราะเพื่อนรักขอร้อง

“เขมรักคุณแต่ยังรู้สึกผิด เขมพูดเล่นๆก่อนบิน...ถ้าตกเครื่องบินตาย ช่วยมาบอกคุณด้วยว่าขอให้โชคดี”

“โกหก! เขมมิกกับคุณร่วมมือกันหลอกผมอีกแล้วใช่ไหม คราวนี้หวังผลอะไรอีก”

กนธีปรามให้ใจเย็น ไม่เชื่อว่าสองสาวจะเอาเรื่องความตายมาแกล้งกัน เนตรนิภาหยิบหนังสือพิมพ์ภาษาต่างประเทศในกระเป๋ายื่นให้ พิแสงรับมาอ่านแล้วหน้าซีด เห็นรูปเขมมิกเป็นหนึ่งในรายชื่อผู้เสียชีวิต ทุกคนอึ้งด้วยความช็อก คิดไม่ถึงว่าเขมมิกจะด่วนจากไปกะทันหันเช่นนี้ เห็นใจพิแสงมากที่อาจไม่มีโอกาสแก้ตัว

ooooooo

วันเวลาผ่านไปเป็นเดือน...พิแสงจมกับความทุกข์แสนสาหัส โหมทำงานอย่างบ้าคลั่งจนคนงานทั้งในฟาร์มและนอกฟาร์มแทบไม่มีงานทำ กนธีกับปริญญ์ดูอาการด้วยความเป็นห่วง คงอีกนานกว่าจะทำใจได้ คนงานทุกคนเฝ้ามองนายหัวหนุ่มด้วยความเห็นใจ อยากให้กำลังใจแต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

หลังจากนั้น...ปริญญ์หลบไปพัก สงสารพิแสงที่ตรอมใจ สาวิกามานั่งใกล้ๆ ทักเสียงใสจนเขาสะดุ้ง ปริญญ์หัวใจพองโต รู้สึกว่าโลกหมองมัวดูสดใสขึ้นทันตา สองหนุ่มสาวเดินเล่นพลางคุยกันไปเรื่อยๆ ปริญญ์ออกอาการเขินอย่างเห็นได้ชัด ตัดพ้องอนๆที่เธอหายเงียบไป สาวิกาบอกว่ายังคิดถึงเสมอ แต่มัวยุ่งเรื่องเรียนต่อเลยไม่มีเวลาติดต่อ

ปริญญ์ยินดีจากใจจริง แต่ไม่วายสงสัยว่าสร้อยเพชรจะยอม สาวิกาบอกว่าแม่ใจอ่อน ยอมให้เรียนต่อ เธอเลยตั้งใจเรียนถึงปริญญาเอก หางานทำและอาจไม่กลับเมืองไทยอีกเลย ปริญญ์เห็นท่าทางร่าเริงยินดี ไม่อยากแสดงความรู้สึกว่าผิดหวัง สาวิกาไม่ทันสังเกต ขอบคุณเขาที่เป็นกำลังใจสำคัญให้กล้าเผชิญหน้ากับแม่อย่างจริงๆจังๆ

“ตอนนี้วิกาไม่คิดเรื่องนี้แล้วค่ะ เพราะยังมีโลกกว้างรอให้วิกาไปผจญภัย แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว”

ใบหน้าสาวิกาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ปริญญ์ยิ้มเศร้า ได้แต่ยินดีและปล่อยให้เธอไปตามความฝัน

หลังแยกจากสาวิกา...ปริญญ์ไปนั่งปรับทุกข์ กนธีฟังหมอหนุ่มเพ้ออยู่นาน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงปล่อยสาวิกาจากไป ทั้งที่ยังไม่ได้บอกความในใจ ปริญญ์ยิ้มเศร้า เปรยเสียงอ่อน

“ตอนนี้โลกทั้งใบของเธอมีไว้สำหรับการเรียนรู้ใหม่ๆ ด้วยหัวใจที่เป็นอิสระ ผมไม่อยากพันธนาการเธอ อยากให้เธอโบยบินสู่โลกกว้างเต็มที่ ไม่มีอะไรเหนี่ยวรั้ง อนาคตเธอกำลังสดใส เธอยังมีโอกาสจะเจอใครที่ดีกว่าผม”

กนธีทึ่งในความเป็นพระเอกน้ำเน่า สองหนุ่มมองหน้ากันปลงๆ ทันใดนั้น...เนตรนิภาวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกข่าวดีว่าเขมมิกยังไม่ตาย สองหนุ่มตะลึงนึกถึงพิแสง...เขารู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง

เวลาเดียวกัน...ครอบครัวพิแสงอ้าปากค้าง ตกใจไม่แพ้ปริญญ์และกนธี ดีใจที่ธรรมศักดิ์บอกว่าเขมมิกยังมีชีวิต พิสุทธิ์กับแสงสุดาตื่นเต้นมาก ตั้งท่าลงไปหาพิแสง อยากให้กำลังใจ เผื่อเขาช็อกเพราะเจอเรื่องเหลือเชื่อในระยะเวลาไม่ห่างกันนัก พิศายังมีอคติกับ

เขมมิก กระทืบเท้าเร่าๆ บ่นกับพิสิณีและพิทยา

“น้องเล็กไม่ไป ถึงยังไงน้องเล็กก็ไม่อยากให้พี่ใหญ่ได้กับยายเขมมิก!”

“น้องเล็ก...การทำให้คนรักกันสมหวังได้บุญนะ จะเป็นอานิสงส์ให้เราสมหวังในความรักด้วยเหมือนกัน”

“เร็วเป็นติดจรวดด้วย พี่บอกความจริงว่าเขมรักคุณใหญ่ ไม่กี่นาที...คุณแม่ก็ให้โอกาสพี่คืนดีกับสิณี”

“แล้วจะรีบอยู่เฉยกันทำไมคะ รีบไปเลยค่ะ”

พิศาอยากเจอคู่บ้าง วิ่งแจ้นไปเก็บของก่อนเพื่อน ทุกคนที่เหลือมองหน้ากันยิ้มๆ หัวเราะให้กันด้วยความสุข ทยอยตามไปเก็บของและออกเดินทาง

ฝั่งเนตรนิภานั่งหน้าจ๋อย ไม่กล้าบอกพิแสง กลัวโดนหาว่าสร้างเรื่องปั่นหัวเหมือนเคย เธอเองเพิ่งทราบเรื่องทั้งหมด เพราะสายการบินที่เขมมิกทำงานต้องการปิดข่าว เนื่องจากมีข่าวลอบสังหารท่านชีค ทำให้เพื่อนรักต้องมีสถานะเป็นคนตายอยู่ร่วมเดือน ปริญญ์ผลุนผลันไปหาพิแสงที่บ้านพัก กนธีกับเนตรนิภาลุกพรวดตามไป กลัวพิแสงช็อกจนทำอะไรไม่ถูก

ขณะที่ทุกคนตื่นเต้น...เขมมิกกลับมาเมืองไทยพร้อมขนิษฐาเพื่อร่วมงานแต่งงานของลุทซ์ สองแม่ลูกมองบรรยากาศการเตรียมงานด้วยความชอบใจ เหมือนภาพในฝันของสาวๆหลายคน ถือโอกาสปลีกตัวไปทำภารกิจสำคัญ ลอยอังคารกระดูกพลโทมกราพ่อของเขมมิก ขนิษฐารับโถใบเล็กจากลูกสาว ค่อยๆโปรยเถ้ากระดูกที่ริมน้ำ เปรยเสียงเบาแต่หนักแน่น

“ขอบคุณที่คุ้มครองเขมให้รอดชีวิตมาต่อสู้ความบริสุทธิ์จนชนะคดี และขออโหสิให้ฉัน ที่ทำให้คุณเสียใจและอึดอัดจนเราต้องเลิกกัน และทำให้คุณไปเจอกับผู้หญิงลวงโลกคนนั้น ฉันไม่ดีเอง...และฉันขออโหสิให้คุณด้วย”

สองแม่ลูกน้ำตาซึม เขมมิกส่งกระดาษทิชชูให้ ขนิษฐารับมาซับน้ำตา พูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“คุณต้องเจ็บป่วยทรมานอย่างโดดเดี่ยว คิดถึงฉันกับลูกก็เจอไม่ได้ คุณชดใช้พอแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไรอีก เราไม่ลำบากเพราะเงินชดเชยจากการฟ้องกลับ บวกกับค่าทำขวัญของเขม ทำให้ฉันปลดหนี้หมดและพอสำหรับค่ารักษาตัว แถมยังอยู่แบบสบายๆได้อีกนาน หลับให้สบาย... จนกว่าเราจะพบกันใหม่”

จบคำก็โปรยเถ้าที่เหลือทั้งหมดลงน้ำ เขมมิกกอดแม่แน่น พร้อมแล้วจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มั่นคงและแข็งแรง

ooooooo

กว่าพิแสงจะรู้เรื่องเขมมิกก็กลางดึกคืนนั้น ทุกคนในครอบครัว รวมทั้งธรรมศักดิ์ เนตรนิภา กนธีและปริญญ์มาให้กำลังใจพร้อมหน้า พิแสงไม่ยอมพูดอะไร จนเนตร-นิภาชักเครียด กลัวเขาอาละวาด พิสุทธิ์กับแสงสุดาร้อนใจ กลัวลูกชายสุดที่รักช็อกเสียสติ เร่งกันเสียงขรมให้ไปง้อเขมมิก พิแสงนิ่งไปอึดใจแล้วโพล่งออกไป

“จะให้ผมไปหาเขมมิกได้ยังไง ในเมื่อผมไม่รู้ว่าตอนนี้เขมมิกอยู่ที่ไหน”

ทุกคนหันมามองเนตรนิภาเป็นตาเดียว แอร์สาวหน้าเจื่อน พูดเสียงอ่อย

“คือ...ตอนคุยกับแม่เขมลืมถามค่ะ เพิ่งมานึกได้ตอนนี้เหมือนกันว่า...ทำไมไม่ถาม”

ธรรมศักดิ์บอกให้เนตรนิภาลองโทร.หา แต่ไม่ทันได้กดก็มีสายเรียกเข้า ตัดสายทิ้งเพราะเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก

ฟากเขมมิกวางโทรศัพท์บนแป้นงงๆ แต่ไม่คิดมากเพราะเข้าใจว่าเนตรนิภายุ่งจนไม่มีเวลารับสาย ขนิษฐาคอยจับสังเกตอยู่แล้ว แกล้งถามถึงพิแสง เขมมิกบอกว่าไม่คิดติดต่อ ขนิษฐาส่ายหน้าช้าๆ เปรยกับลูกเสียงอ่อนแต่จริงจัง

“เขม...แม่ไม่อยากให้แกกลัวการมีความรัก”

“เขมไม่ได้กลัวนะแม่”

“ฟังแม่นะเขม ทุกคนมีเส้นทางความรักของตัวเอง ความรักของเขมไม่จำเป็นต้องลงเอยแบบของพ่อกับแม่ เขมต้องกล้าจะอกหัก เจ็บปวดร้าวรานจนแทบทนไม่ได้ ไม่แน่นะ...เขมอาจได้พบรักแท้ ที่เขมไม่คิดว่าจะเจอ”

เขมมิกน้ำตาซึม ขนิษฐาลูบศีรษะลูกสาวด้วยความรัก กล่อมเสียงเบาแต่อบอุ่น

“สัญญากับแม่ได้ไหม ว่าเขมจะให้โอกาสตัวเองอีกครั้ง”

“ค่ะ...เขมจะทำให้ดีที่สุด กับโอกาสครั้งที่สอง”

เขมมิกสัญญา ทั้งที่ไม่ค่อยแน่ใจว่าพิแสงจะยอมให้อภัยหรือไม่

ฝ่ายเนตรนิภาบอกทุกคนว่ายังติดต่อเขมมิกไม่ได้ ทุกคนผิดหวัง โดยเฉพาะพิแสง เสียงมือถือแอร์สาวดังอีกครั้ง เนตรนิภาเห็นเป็นหมายเลขเดิม ตัดสินใจรับเพื่อจบปัญหา อุทานเสียงดังเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนรัก พิแสงรีบคว้ามา ได้ยินเสียงเขมมิกบอกว่ากลับเมืองไทยแล้ว อยู่เขาใหญ่เพื่อร่วมพิธีแต่งงาน พิแสงตกใจ แหวเสียงเขียว

“เธอจะแต่งงานกับใครเขมมิก ฉันถามว่าจะแต่งงานกับใคร ฉันไม่ให้เธอแต่งกับใครทั้งนั้น!”

พิแสงวางสายแล้วผลุนผลันออกจากบ้าน ตะโกนสั่งหลอดกับเสริมให้ออกรถไปเขาใหญ่ กนธีกับเนตรนิภามองหน้ากันงงๆ ครอบครัวพิแสงรีบตาม อยากไปให้กำลังใจพิแสง ขึ้นรถตามพิแสงด้วยใจจดจ่อ หวังเป็นอย่างยิ่งว่านายหัวแห่งฟาร์มหมูเพื่อนเกษตรจะสมหวังสักที

ขณะเดียวกัน...เขมมิกจ้องมองโทรศัพท์ในมือตาค้าง ทั้งช็อกและตกใจที่ได้ยินเสียงพิแสง ค่อยๆแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วหัวเราะเสียงดัง รู้สึกสนุกได้แกล้งพิแสง อยากรู้เหลือเกินว่าเขาจะทำยังไงถ้าเห็นเธอแต่งงานกับคนอื่น!

ooooooo

เขมมิกกับขนิษฐาไปร่วมพิธีแต่งงานของลุทซ์ช่วงสายวันถัดมา ขนิษฐาคุยกับพ่อแม่เจ้าบ่าว ส่วนเขมมิกแยกไปดูแลเจ้าสาวและตรวจทุกอย่าง อยากให้งานของลุทซ์สมบูรณ์แบบที่สุด พิแสงจอดรถด้านหน้า วิ่งหน้าตื่นเข้าไปพร้อมประกาศกร้าวไม่ให้ทำพิธี ทุกคนฮือฮา โดยเฉพาะขนิษฐา พิแสงย่างสามขุมไปหาลุทซ์ ถามเสียงเคร่ง

“นายเองหรือที่เป็นเจ้าบ่าว ฉันไม่ยอมให้คนที่ฉันรักแต่งกับนาย!”

จบคำก็ต่อยหน้าลุทซ์เต็มแรง ลุทซ์ไม่ยอมสวนกลับ สองหนุ่มเลือดขึ้นหน้า โรมรันพันตูกันจนแขกเหรื่อแตกตื่น ขนิษฐาเห็นท่าไม่ดี วิ่งพรวดไปตามลูกสาว

ด้านเขมมิก...ปลุกใจดาด้าเจ้าสาวของลุทซ์ ไม่ให้ตื่นเต้นจนหนีพิธีแต่งงาน ขนิษฐาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ดาด้าสติหลุด กลัวการเข้าพิธีขึ้นมาอีก

“ดาด้าจะแต่งงานดีไหมคะ”

“โอ๊ย...รู้ไหมว่ามีผู้หญิงกี่ร้อยล้านคนในโลกรอคอยวินาทีนี้ วินาทีที่จะได้เข้าพิธีศักดิ์สิทธิ์กับเจ้าบ่าวที่เป็นคนดีที่สุดในสามโลก เธอโชคดีมากแล้วนะ ยังจะกลัวอะไร กล้าหน่อยสิ”

ดาด้าถึงกับพูดไม่ออก ขนิษฐาก็อึ้งแต่มีเรื่องด่วนกว่า รีบบอกลูกสาวว่าพิแสงกำลังอาละวาดในงาน

ด้านพิแสงกับลุทซ์...ล้มกลิ้งกับพื้น เกือบชนโต๊ะวางเค้กแต่งงาน พิแสงเงื้อมือจะต่อยแล้วชะงัก เขมมิกโผล่มาห้าม ตามมาด้วยขนิษฐา ดาด้าและพ่อของเธอ จังหวะเดียวกัน...ครอบครัวพิแสง ชมพู่ เนตรนิภา กนธี ปริญญ์และธรรมศักดิ์ก็มาถึง พิแสงไม่สนใจใคร ผละจากลุทซ์ ถลาไปกอดเขมมิกแน่น

“เขมมิก...ฉันคิดถึงเธอ ฉันรักเธอ เธอต้องเป็นเจ้าสาวของฉันคนเดียวเท่านั้น”

“แล้วเจ้าสาวที่ไหนแต่งตัวอย่างที่ฉันแต่ง มีตาหรือเปล่า นี่ต่างหากเจ้าสาวของลุทซ์”

จบคำก็ดึงตัวดาด้ามาตรงหน้า พิแสงอ้าปากค้าง อับอายที่ทำลายพิธีแต่งงานคนอื่นโดยไม่ทันถามความ รีบยกมือขอโทษด้วยความรู้สึกผิด เขมมิกเคืองมาก สะบัดหน้าหนีออกไปดื้อๆ พิแสงรีบตามแต่สะดุดเท้าตัวเองเกือบล้มคะมำใส่โต๊ะวางเค้ก เขมมิกหมุนตัวมาคว้าไว้ทัน

“ฉันจะไม่ยอมให้คุณทำลายเค้กแต่งงานของพี่ชายฉัน”

“งั้นคุณก็อย่าปล่อยมือผมนะ จับไว้ตลอดชีวิตเลยได้ไหม”

“แหม...ขอกันแบบนี้ คิดว่าจะให้กันง่ายๆหรือไง ไม่มีทาง!”

เขมมิกลืมตัวปล่อยมือ พิแสงเสียหลักหงายหลัง ทุกคนส่งเสียงกรี๊ด โชคดีที่บรรดาหนุ่มๆในงานผลักโต๊ะเค้กหลบทันอย่างหวุดหวิด ส่งผลให้พิแสงล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น แขกเหรื่อปรบมือกันกราว ดีใจที่เค้กรอดพ้นจากอันตราย เขมมิกช่วยฉุดมือพิแสง เขาคว้าไว้และจับแน่นไม่ยอมปล่อย สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ooooooo

พิธีแต่งงานของลุทซ์กับดาด้าดำเนินต่อไป สองบ่าวสาวสวมแหวน สาบานรักต่อหน้าบาทหลวงและสักขีพยานนับร้อย เขมมิกยืนจับมือกับพิแสง อยากชดเชยเวลาที่หายไปให้กันเพราะความเข้าใจผิด

และแล้วก็มาถึงพิธีที่สาวๆในงานรอคอย เมื่อเจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้ พิสิณีดึงมือเขมมิกและไปส่งกลางวง พิศาส่งค้อนให้เล็กน้อยแต่ยอมหลีกทางให้ดาด้าโยนดอกไม้ ชมพู่เป็นคนรับได้ ทุกคนหัวเราะเสียงใส ยกเว้นพิศาที่หงุดหงิดมาก พิแสงพาเขมมิกไปเดินเล่นข้างนอก ขนิษฐา พิสุทธิ์ และแสงสุดาดีใจที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี
พิแสงจูงมือเขมมิกไปรอบๆสวนสวย อดีตแอร์สาวคาใจ ไม่คิดว่าเขาจะตามมา พิแสงเปรยยิ้มๆ

“คิดอยู่อย่างเดียว...จะต่อยหน้าผู้ชายที่แย่งแฟนฉันให้ร่วงสักซี่สองซี่ ไม่ใช่สิ...ว่าที่ภรรยาต่างหาก”

“ไม่โกรธฉันแล้วเหรอ ให้อภัยที่ฉันทำกับคุณได้แล้วเหรอ”

“ฉันขอโทษที่มีทิฐิ จนเกือบเสียเธอไป ตอนที่ได้ข่าวเธอเครื่องบินตกและเสียชีวิต ฉันภาวนาทุกคืนให้เป็นแค่ความฝัน พอตื่นมาแล้วจะไปหาและบอกรักเธอ ให้อภัยและไม่โกรธเธออีก พระเจ้าคงเห็นใจ ฉันเลยได้เจอเธออีกครั้ง”

“ฉันยอมรับว่าเคยทำผิด และได้รับผลของการกระทำนั้น ฉันต้องร้องไห้และเสียใจ เกือบเอาตัวไม่รอด”

“เธอและฉันต่างเคยทำผิดพลาด เราสองคนต่างต้องการโอกาสแก้ตัว ทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อคนที่เรารัก และเมื่อได้โอกาสนั้นมาแล้ว เราจะทำให้ดีที่สุด”

เขมมิกสัญญา พิแสงจับมือเธอขึ้นมาจูบและคุกเข่าต่อหน้า เขมมิกยิ้มกว้าง รู้ว่าเขาจะขอแต่งงาน แกล้งเล่นตัวเล็กน้อย พิแสงหมั่นไส้เลยอุ้มเธอตัวลอย สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันด้วยหัวใจเปี่ยมสุข

ครอบครัวพิแสงยืนมองทั้งคู่ด้วยความโล่งใจ พิศาเคืองไม่หาย อยากได้ช่อดอกไม้ ตัดพ้อพิทยากับพิสิณีที่ยืนจับมือกันหน้าบานเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามัน

“พี่พีทโกหก...ก็ช่วยคนให้ดีกันแล้ว แต่ทำไมน้องเล็กถึงไม่ได้ช่อดอกไม้”

“ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่เจอความรัก นี่อาจเป็นปริศนาธรรม บอกว่าอยากเจอความรักที่ดี ต้องอดทน อย่าใจร้อน”

“และเมื่อเจอแล้ว เราต้องฝ่าฟันกับบททดสอบไม่รู้เท่าไหร่ เพื่อพิสูจน์ว่า...เราคู่ควรกับมัน”

พิทยากับพิสิณียิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ พิสุทธิ์กับแสงสุดาเห็นท่าไม่ดี ปรามลูกสาวคนเล็กเสียงอ่อน

“ตาใหญ่กับเขมมิก ถ้าตาใหญ่ไม่ลดทิฐิ ก็ไม่มีวันเข้าใจว่าคนเราผิดพลาดกันได้ และยอมอภัยให้ในที่สุด”

“ความสุขก็กลับคืนสู่ครอบครัวเราอีกครั้ง หลังจากปล่อยให้เมฆหมอกแห่งอคติและทิฐิมาบดบังสายตาเรา เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด และต้องไม่ลืมว่าสิ่งที่ทำให้ความรักของเราแข็งแรงคือความเข้าใจและการให้อภัย”

พิศาพยักหน้ารับจ๋อยๆ ทุกคนหันไปมองทางคู่พิแสงกับเขมมิก ยิ้มปลื้มที่ลงเอยกันสักที

พิแสงยอมวางเขมมิกลง แกล้งบ่นกระปอดกระแปดว่าแฟนสาวตัวหนัก เขมมิกกระเง้ากระงอดแต่ไม่ถือสา

“คุณคือรักแท้ที่ฉันเคยคิดว่ามีแต่ในนิยาย แต่คุณมีอยู่จริง...คือคนที่ฉันคิดถึงทุกลมหายใจ คนที่ฉันจะเสียสละทุกอย่างแม้แต่ชีวิต คือคนที่ฉันอยากใช้ชีวิตและแก่เฒ่าไปด้วยกัน และจะขอกุมมือคุณจนลมหายใจสุดท้าย”

“เขมมิก...ฉันรักเธอ”

“คุณพิแสง...ฉันรักคุณ”

สองหนุ่มสาวจับมือเดินคุยกัน กอดกันด้วยความรัก ดีใจที่ได้เจอรักแท้ที่รอมานาน พิแสงกระซิบข้างหูยิ้มๆ

“ผู้หญิงค่อนโลกจะต้องอิจฉาเธอที่ได้เป็นนายแม่แห่งฟาร์มหมูของฉัน!”

เขมมิกหัวเราะร่า มองแฟนหนุ่มด้วยสายตาท้าทาย แต่ก็ปลื้มสุดๆที่ได้มีวันนี้...

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 15

เนตรนิภาเล่าเรื่องแผนดัดหลังเจ้าสัวอเนกของพิแสง เขมมิกมองหน้าจอด้วยความตื่นเต้นเพราะนายหัวหนุ่มมักมีวิธีเด็ดๆเสมอ เนตรนิภาเล่นตัวพองาม แล้วเริ่มบรรยายเรื่องราวที่ฟังมาจากธรรมศักดิ์ว่าไปพบเจ้าสัวอเนกที่ภัตตาคารจีนหรูพร้อมพิแสง เจ้าสัวดูตกใจนิดหน่อย กลัวนายหัวหนุ่มต่อย

พิแสงบอกว่ามาทานอาหารเหลาชั้นเลิศตามคำเชิญครั้งที่แล้ว ธรรมศักดิ์หายใจไม่ทั่วท้อง ก้าวตาม ไปนั่งที่โต๊ะ...เล่ามาถึงตรงนี้ เนตรนิภาก็อิดออดไม่ยอมเล่า แกล้งให้เขมมิกร้อนรน อดีตแอร์สาวกำลังติดลม เร่งยิกๆให้เล่า เนตรนิภาหลิ่วตาใส่ ล้อเลียนเพื่อนที่ยังตัดใจไม่ได้

“ถ้างั้นแกจะหนีเขาทำไม แกเอาตัวไปเสี่ยงช่วยสืบความจริง แต่ไม่อนุญาตให้เขาเข้าถึงตัวแกได้...ประสาท!”

“ฉันไม่กล้าสู้หน้าเพราะยังรู้สึกผิด ต่อให้ขอคืนดี ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะอภัยฉันหมดหรือเปล่า ฉันไม่อยากให้ความผิดในอดีตทำร้ายฉันในปัจจุบัน”

เนตรนิภาส่ายหน้าเซ็งๆ เล่าต่อด้วยสีหน้าระทึก...

พิแสงนั่งทานอาหารสีหน้าระรื่น ส่วนเจ้าสัวอเนกทานไม่ลง พยายามอ่านเกมจากชายหนุ่มคราวลูก นายหัวหนุ่มเป็นฝ่ายเปิดฉากแขวะไม่ไว้หน้า ธรรมศักดิ์ปาดเหงื่อกลัวมีเรื่อง เพราะเจ้าสัวดูไม่พอใจมาก พิแสงยักไหล่ไม่แคร์

“ไม่ต้องกลัวว่าผมจะบันทึกอะไรเป็นหลักฐานหรอกครับ คนของเจ้าสัวค้นตัวผมและคนของผมแล้ว”

ธรรมศักดิ์ชักแหยง เจ้าสัวยังลังเล พิแสงยิ้มเหี้ยมๆ แกล้งแหย่ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ครอบครัวผมจะไม่แถลงข่าวใดๆ คลิปเสียงถูกทำลายแล้ว ไม่เหลือแม้แต่ต้นฉบับ ถ้าคลิปถูกเผยแพร่ เจ้าสัวจะฟ้องพวกผมว่าใส่ร้ายป้ายสีตามแผน พวกผมก็มีแต่เสียหาย”

เจ้าสัวแสยะยิ้มน่าเกลียด พิแสงไม่หวั่น ถามถึงพิทยา เพราะเพิ่งได้ข่าวว่าหลบไปต่างประเทศ

“เจ้าสัวส่งพีทไปอยู่ต่างประเทศ ให้ไปมีชีวิตอยู่กับเรื่องโกหกที่เจ้าสัวสร้างขึ้น”

“ใช่ว่าผมไม่รักหรือผูกพันกับพีท แต่ความอ่อนแอของเขาอาจทำให้เดือดร้อน”

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นความจริง เจ้าสัวสร้างเรื่องโกหกว่าพ่อแม่ผมโกงเงินพ่อแม่พีท สนับสนุนให้แก้แค้น วางแผนให้พีททำลายครอบครัวผม เพื่อกรุยทางสู่ความยิ่งใหญ่ของธุรกิจ”

“อุตสาหกรรมเกษตรเริ่มอิ่มตัว ธุรกิจการบินคือเป้าต่อไป แต่ผมไม่ชอบมีคู่แข่ง พีทคือหมากที่ดีจะใช้เดินเกม”

จบคำก็สะดุ้งเมื่อเห็นพิทยามองมาด้วยความผิดหวังและเสียใจเพราะโดนหลอกใช้มาตลอด เจ้าสัวหน้าซีด ไม่คิดว่าลูกชายบุญธรรมจะได้ยินเรื่องทั้งหมด...

ถึงตรงนี้เนตรนิภาขยายความว่าพิแสงกับธรรมศักดิ์

ไปดักพบพิทยาก่อนเดินทางไปต่างประเทศ บอกว่ามีความจริงบางอย่างอยากให้ทราบ พิทยาตัดสินใจตาม เพราะลึกๆก็อยากรู้ และความจริงจากปากพ่อบุญธรรมทำให้ตาสว่าง แต่ก็เสียใจแทบบ้าเช่นกัน

เนตรนิภาเล่าต่อว่าพิทยายืนจ้องหน้าเจ้าสัวด้วยสายตาผิดหวัง ถามว่าทำทุกอย่างเพื่อเงินจริงหรือ

“ป๋าทำลายศรัทธาของผมที่มีให้ป๋า ถ้าเลือกได้... ผมขอเลือกไปนอนข้างถนนดีกว่าต้องโตมากับมือสกปรก”

“ไอ้พีท...ไอ้อกตัญญู สำนึกไว้ว่าแกโตมาได้เพราะเงินน่ารังเกียจของอั๊ว”

“ผมไม่เคยลืมว่าป๋ามีบุญคุณท่วมหัว แต่ป๋าก็เป็น ซาตานยื่นอาวุธให้ผมทำร้ายคนบริสุทธิ์ ป๋าทำให้มือผมสกปรกเพื่อผลประโยชน์ของป๋า ผมกลายเป็นไอ้เลวก็เพราะป๋า!”

เจ้าสัวต่อยหน้าพิทยาด้วยโทสะ ท้าให้ประกาศต่อหน้าสาธารณชนเกี่ยวกับความจริงทั้งหมด พิทยาเลือดกบปากแต่ไม่ตอบโต้ ก้มตัวกราบแทบเท้าเจ้าสัว บอกว่ายังรักและเคารพเหมือนเดิม ค่อยๆพยุงตัวแล้วเดินออกไป เจ้าสัวหัวใจสลาย ส่วนพิแสงกับธรรมศักดิ์ผิดคาด คิดว่าพิทยาจะโกรธจนเปิดโปงเรื่องทั้งหมด เคลียร์ความบริสุทธิ์ให้พีบูติกแอร์ไลน์ พากันวิ่งตามไป ดักหน้า พิทยาตอกกลับเสียงเรียบแต่จริงจัง

“ผมบาปพอแล้วที่เป็นคนเลวทำร้ายครอบครัวคุณ อย่าให้ผมต้องบาปกว่าเดิมเพราะเป็นลูกอกตัญญูเลย”

พิแสงพูดไม่ออก ส่วนธรรมศักดิ์เหนื่อยใจ...นั่นหมายความว่ากิจการสายการบินต้องทำงานหนักมากขึ้น

เขมมิกเห็นใจพิทยาที่ทุกอย่างตาลปัตร ตั้งท่าหาทางช่วยเหลือ โดนเนตรนิภาปฏิเสธและตัดสายดื้อๆ เพราะต้องรีบกลับไปเตรียมตัวบินวันรุ่งขึ้น เขมมิกกรี๊ดใส่หน้าจอ งอนเพื่อนรักที่ไม่ยอมช่วยคิด...คิดเองก็ได้ ไม่ง้อหรอก!

ooooooo

เนตรนิภาออกจากร้านกาแฟหลังเลิกคุยกับเขมมิก รู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอย รีบหลบมุมเสาด้านหน้า ไม่กี่อึดใจต่อมา มีชายหนุ่มผิวคล้ำปรากฏตัว เนตรนิภาไม่ทันมองชัดๆ ยกกระเป๋าทุบไม่ยั้งเพราะคิดว่าเป็นโจร เขาตะโกนให้หยุด เนตรนิภาชะงักเพราะเสียงคุ้นหู อึ้งเมื่อเห็นเป็นกนธียืนกุมหัว รีบขอโทษและพาไปนั่งร้านกาแฟ

พนักงานยืนรอรับออเดอร์ กนธีถามว่าอยากได้กาแฟไหม โดนเธอสวนกลับเสียงเขียว

“จะให้หัวใจฉันกระเด็นออกมาเต้นข้างนอกหรือไง ไม่เอาแล้ว”

“กระเด็นออกมา ผมก็เก็บมาเป็นของผม”

พนักงานแอบยิ้ม เนตรนิภาหน้าแดงแต่ทำขรึม เร่งให้เขาสั่ง กนธีแหย่จนเธอหลุดปากว่าชอบ เนตรนิภาตะครุบปากตัวเองไม่ทัน ลุกพรวดเตรียมออกจากร้านด้วยความอาย กนธีรั้งไว้ ตัดสินใจพูดความในใจ

“คิดเหมือนผมหรือเปล่า วิ่งตามหาคนที่ใช่จนเหนื่อย...จนลืมมองว่าคนที่ใช่...จริงๆแล้วอยู่ใกล้แค่นี้เอง”

เนตรนิภาอึ้ง รู้ดีว่าเขาหมายถึงเธอ แต่เพราะยังไม่แน่ใจเลยโพล่งออกไปอีกอย่าง

“แต่ฉันไม่คิดเหมือนนาย...ฉันไม่ได้วิ่งตามหาคนที่ใช่ เพราะฉันรู้ว่าเขาอยู่ไหน และฉันก็อยู่ที่เดิมเสมอ ไม่คิดก้าวออกไปให้ไฟส่อง ถ้าเขาจะเห็น ก็ขอให้เห็นเพราะมองฝ่าความมืดเข้ามา โดยที่ฉันยังอยู่ที่เดิม ไม่หนีไปไหน”

กนธีฝันสลาย ไม่คิดว่าจะโดนปฏิเสธแบบตีแสกหน้า เนตรนิภาไม่สน พูดต่อเพราะไหนๆโอกาสก็มาถึงแล้ว

“นายรู้ดีว่าฉันชอบนายตั้งแต่ที่ฮัมบูร์ก แต่นายเห็นฉันเป็นดอกไม้ริมทาง ฉันโกรธแต่ทำใจได้ ยังใช้ชีวิตต่อไปทั้งที่ยังชอบนาย วันนี้นายเหงาและเหนื่อยกับการวิ่งหาความรัก เลยมองหาของตายมาปัดฝุ่นใหม่ และฉันก็คือคนนั้น”

“ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นของตาย เพราะคุณมันฆ่าไม่เคยตาย พยายามไล่ออกไปจากความรู้สึกก็ไม่ยอมหาย พยายามจะไม่คิดถึงก็ยิ่งอยากเจอ ถ้าไม่รัก... รักหรือเปล่าวะ ถ้าไม่รักผมจะ...”

“ถามตัวเองให้แน่ใจก่อนว่ารู้สึกยังไงกับฉันกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ความรู้สึกฉันคือ...รักนะ แต่ไม่อยากได้!”

จบคำก็สะบัดหน้าออกจากร้าน ทิ้งกนธีไว้กับความมึนตึ๊บ...ต้องทำยังไงถึงจะได้ใจเธอ

หลังแยกจากเนตรนิภา...กนธีไปนั่งซึมบ้านแสงสุดา เจอกับพิแสง เซ็งไม่ต่างกันเพราะพิทยาไม่ยอมช่วยเรื่องเจ้าสัวอเนก สองหนุ่มเพื่อนซี้ปลอบใจซึ่งกันและกัน กนธีถอนใจเฮือกใหญ่ ถามถึงเรื่องเขมมิก

“แน่ใจเหรอว่าอยากตัดคุณเขมออกจากชีวิต เกิดเธอกลับมาบอกว่ารักและขอคืนดี แกจะให้อภัยไหม”

พิแสงปฏิเสธทันควัน ตอนนี้ขอเน้นเรื่องครอบครัวและงานเป็นหลัก กนธีไม่เชื่อแต่ไม่อยากเซ้าซี้

“ฉันเสียใจด้วยนะเรื่องธุรกิจกับครอบครัวของแก”

“ขอบใจ ตอนนี้พวกเรายอมรับว่าพลาดที่เชื่อใจพีทมากไป แล้วก็ช่วยกันกอบกู้เครดิตของสายการบิน”

กนธีพยักหน้ารับรู้ ถามถึงพิทยาว่ามีท่าทีอย่างไรบ้าง พิแสงจะตอบแล้วอ้าปากค้าง พิทยาปรากฏตัวตรงหน้า ทักทายยิ้มแย้มราวกับไม่เคยมีเรื่องขุ่นข้องใจกัน

พิแสงกับกนธีพาพิทยามากราบขอขมา พิสุทธิ์ทำหน้าไม่ถูกเพราะยังเคือง ส่วนแสงสุดาขยับเท้าหนี พิสิณีไม่ยอมมาพบเพราะกลัวควบคุมตัวเองไม่ได้ ส่วนพิศาแสดงสีหน้าโกรธขึ้งและรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด พิทยาอึ้งไปอึดใจ แต่ยอมรับสภาพเพราะผิดจริง พิสุทธิ์ยังนิ่งเงียบแต่อ่อนลงมากเพราะพื้นฐานไม่ใช่คนใจแข็ง ต่างจากแสงสุดา ยังเชิดหน้าและพยายามข่มใจตัวเองอย่างมาก ไม่ให้ลุกไปข่วนหน้าลูกเขยด้วยความแค้น

พิศาทนนั่งต่อไปไม่ไหว ฮึดฮัดออกไปหาพิสิณีที่ห้อง บ่นงึมงำว่าพี่สาวควรออกไปเจอหน้าสามีสุดแสบ

“ไม่ได้ให้คุย ให้ด่า พอรู้ว่าตัวเองทำร้ายคนบริสุทธิ์ แทนที่จะออกมาช่วยเคลียร์กลับหายหัว ใจเสาะ!”

“พีทอาจมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทำแบบนั้น”

“ยังไม่เลิกเข้าข้างกันอีก อย่าบอกนะว่ายังมีใจ เห็นเขามาสำนึกผิดขอโทษแล้วคิดจะยอมคืนดีด้วยน่ะ”

พิสิณีอึ้งเพราะใจจริงก็คิดไม่ต่าง พิศาขู่ไม่ไปช่วยงานบริษัทถ้าพี่สาวยอมคืนดี ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย

พิสิณีมองตามด้วยความสับสน ร้องไห้เงียบๆคนเดียว...แล้วจะจัดการกับหัวใจบอบช้ำของตัวเองยังไงดี

ooooooo

พิทยาโดนแสงสุดาต่อว่าอย่างหนัก ฐานทำให้ผิดหวัง พิทยาก้มหน้ารับผิด ตัดสินใจบอกสิ่งที่คิด

“เหตุผลที่ผมไม่อยากให้เผยแพร่คลิปนั้น เพราะไม่อยากให้ใครวิพากษ์วิจารณ์หรือซ้ำเติมสิณี การที่เธอต้องแต่งงานกับผมโดยที่ผมไม่ได้รัก ก็ทำให้เจ็บช้ำมากพอแล้ว”

ทุกคนอึ้งกันไปหมด พิสิณีมาแอบยืนฟังอีกมุมหนึ่ง ถึงกับร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ พิสุทธิ์อึ้งไปอึดใจ ขอบคุณอดีตกัปตันที่มีแก่ใจคิดถึงลูกสาวคนรอง พิทยายิ้มเครียดๆ ฝากข้อความถึงภรรยา

“ช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตกับเธอ ทำให้รู้สึกว่าเป็นผู้ชายโชคดีที่สุดในโลก แต่ขณะเดียวกันก็โชคร้าย...ที่มีโอกาสแต่งงานกับเธอแต่รักไม่ได้เท่าที่ควรจะรัก เพราะรู้ว่าสุดท้ายเรื่องหลอกลวงนี้ต้องสิ้นสุดลง ผมขอโทษจริงๆ”

พิสิณีร้องไห้หนักกว่าเดิม แสงสุดาทนฟังต่อไม่ไหว ไล่ลูกเขยออกจากบ้าน พิทยายอมไปแต่โดยดี ทิ้งท้ายว่าหากพิสิณีพร้อมเซ็นใบหย่าเมื่อไหร่ เขาก็พร้อมจะทำตาม พิสิณีวิ่งกลับห้องไปแล้ว พิสุทธิ์พยายามพูดให้ เมียใจอ่อน แต่แสงสุดาไม่ยอม ประกาศกร้าว

“ฉันไม่ใช่แม่พระ...ที่ลืมทุกอย่างแล้วให้อภัยในเวลาสั้นๆ ถ้าให้โอกาสเขาก็ต้องให้เวลาฉันทำใจด้วย แล้วค่อยว่ากัน...จะเร็วหรืออาจจะไม่เลยก็ได้ในชาตินี้”

“เข้าใจ...พีท...จะให้พวกเราโอนเงินของพ่อแม่เธอไปที่ไหน ตอนนี้มูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว หลายสิบล้าน”

พิทยาปฏิเสธขอไม่รับเงิน หมุนตัวออกจากบ้านช้าๆ ทุกคนตะลึง ไม่รู้ว่าอดีตกัปตันจะมาไม้ไหน

ฟากพิศาแอบเห็นพิสิณีร้องไห้กอดรูปงานแต่ง รู้ว่าพี่สาวยังรักพิทยามาก รีบปรึกษาพ่อแม่ พิสุทธิ์กับแสงสุดา พูดไม่ออก พิศาไม่รู้จะทำอะไร เปิดทีวีแก้เครียด เห็นรายการ ธรรมะกำลังบรรยายธรรมเรื่องการให้อภัย หันไปมองหน้าพ่อแม่เครียดๆ...หรือว่าจะยอมกลืนน้ำลายตัวเอง

ฝ่ายพิแสงตามไปส่งพิทยาหน้าบ้าน ถามเพื่อความแน่ใจว่าไม่ต้องการเงินมรดกพ่อแม่แน่หรือ

“ผมไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ความรู้ความสามารถของผมคือทุน ทำให้ผมสร้างทุกอย่างขึ้นได้ใหม่ แต่กรุณาใช้เงินนั้นเป็นทุนเปิดสหกรณ์ที่พัทลุง ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงหมูที่นั่น จะได้ไม่เปิดโอกาสให้ยูเอฟเอาเปรียบอีก”

“ตอนนี้ไม่กลัวถูกเจ้าสัวหาว่าเป็นลูกอกตัญญูแล้วหรือไง”

“ผมกำลังแสดงความกตัญญูเป็นครั้งสุดท้ายให้ป๋า ป๋าต้องเรียนรู้ว่าธุรกิจจากกลโกงเป็นบาป ที่จะย้อนมาทำร้ายป๋าเอง เหมือนที่ผมกำลังเจอ และคงเป็นทางเดียวที่ผมจะแก้ตัวต่อครอบครัวคุณ ลดความผิดบาปในใจผม”

พิแสงพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อว่าความคิดแบบนี้จะออกจากปากอดีตกัปตัน

ด้านแสงสุดา...ไม่สบายใจ พิสุทธิ์บอกให้เห็นแก่ความสุขของลูกเป็นสำคัญ แสงสุดายิ้มรับแล้วผลุนผลันออกจากบ้าน พิสุทธิ์ พิศา รวมทั้งกนธีที่มานั่งเป็นเพื่อนวิ่งตาม กลัวพิทยางานเข้า

ฝ่ายพิทยายังไม่รู้ตัว เล่าเรื่องเขมมิกจริงจังเรื่องโครงการของยูเอฟมาก ไม่อยากเห็นคนโดนเอาเปรียบ หญิงสาวระดมกำลังหาข้อมูลเพื่อให้ความช่วยเหลือ พิแสงตะลึง แปลกใจที่พิทยารู้ทุกอย่าง อดีตกัปตันเปรยยิ้มๆ

“คนของยูเอฟให้ข้อมูลผม ผมอยากให้ความตั้งใจของเขมเป็นจริง เผื่ออนาคตต้องเป็นนายแม่ฟาร์มหมูที่นั่น”

“ตลกแล้ว...เขมมิกจะไปเลี้ยงหมูที่พัทลุงได้ยังไง ในเมื่อ...”

“เขมรักคุณครับคุณใหญ่ เธอไม่เหลือความรักให้ผมเลยแม้สักนิด”

พิแสงนิ่งงันตัวชา เวลาเดียวกัน...พิสิณียืนมองสามีจากระเบียงห้อง พิทยาหันไปดูตามสัญชาตญาณ เธอหลบไม่ทัน ได้แต่ยืนมองด้วยความช้ำใจแต่ไม่โกรธ พิทยารู้สึกผิดเกินกว่าจะขึ้นไปหา ตั้งท่าจะออกไป ทันใดนั้น... แสงสุดาออกมาห้าม ประกาศกร้าวไม่ให้ลูกเขยออกจากบ้าน ทุกคนเงียบกริบ ลุ้นสุดใจว่าเธอจะทำอะไร

“สิ่งที่เธอทำ มันไม่ได้ช่วยฉันและครอบครัวรู้สึก ดีขึ้น”

“คุณแม่อยากให้ผมทำอะไรเพื่อชดใช้ ผมเต็มใจทำทุกอย่าง ขอแค่บอก”

“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง เธอทำให้สายการบินฉันเสียเครดิต เธอต้องช่วยพวกเรากู้มันกลับมา นั่นคือการชดใช้ให้ตรงจุด ไม่ใช่มาขอหย่าแล้วหนีไปต่างประเทศ ฉันไม่ให้ไป!”

ทุกคนอ้าปากค้าง เบิกตาโพลงกับสิ่งที่ได้ยิน แสงสุดาถอนหายใจยาว มีอีกเรื่องที่ต้องเคลียร์

“และเรื่องใหญ่กว่านี้ ฉันยิ่งยอมไม่ได้ก็คือ...ยายสิณีรักเธอมาก พร้อมจะให้อภัยตั้งแต่เกิดเรื่องเพราะเชื่อในตัวเธอ เธอยังอยากมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้ชายโชคดีที่สุดในโลกอยู่ไหม”

พิทยาอึ้งหนัก ไม่คิดว่าแม่ยายจะให้โอกาส พิสุทธิ์พอจะเข้าใจความรู้สึก กล่อมเสียงอ่อน

“การให้อภัยจากพวกเราคงไม่มีประโยชน์ ถ้าเธอไม่ให้อภัยตัวเองเสียก่อนนะตาพีท”

พิทยายอมรับ พิสิณียิ้มให้อย่างอ่อนโยน เช่นเดียวกับคนอื่นในบ้าน...ต่อไปนี้ครอบครัวจะสงบสุขจริงๆสักที

ooooooo

เรื่องพิทยาได้รับการอภัยถึงหูเนตรนิภาไม่นานจากนั้น รีบส่งข้อความไปหาเขมมิก อดีตแอร์สาวดีใจกับครอบครัวพิแสง ได้เริ่มชีวิตใหม่ เหมือนกับตัวเธอมีงานใหม่เป็นพนักงานประจำเครื่องส่วนตัวของราชวงศ์ตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ขนิษฐายังได้รับการรักษาตัวกับแพทย์มือหนึ่ง น่าจะหายในเร็ววัน ส่วนเรื่องคดีก็คืบหน้า เธอกับแม่จะได้รับเงินชดเชยที่ทำให้อยู่สบายไปทั้งชาติ สำหรับเรื่องพิแสง เธอฝากเนตรนิภาอวยพรให้เจอคนดีๆ เนตรนิภาไม่รับปาก สงสารเพื่อนมากเพราะเชื่อว่าเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ...อีกนานแค่ไหนจะลืมได้

ฝั่งพิแสงก็ร้อนรนเพราะความคิดถึงเขมมิกไม่ต่างกัน ตั้งท่าอาละวาดทำลายข้าวของระบายอารมณ์ กนธีวิ่งหน้าตื่นมาบอกให้กลับฟาร์มเพราะมีปัญหาต้องเคลียร์เรื่องคน พิแสงตัดสินใจเดินทางเช้าวันรุ่งขึ้น แสง–สุดากับพิสุทธิ์ขอตามไปด้วย พิแสงสั่งเสียพิสิณีกับพิศาให้ดูแลกันและกันดีๆ สองสาวรับปากเป็นมั่นเหมาะ

“สิณีจะหักเงินเดือนหนึ่งพันสำหรับการวีนในออฟฟิศหนึ่งครั้ง”

“งั้นพี่ว่าเงินเดือนคงไม่เหลือพอใช้ คงแบมือขอเงินพ่อแม่เหมือนเดิม” พิแสงเย้ายิ้มๆ

“โอ๊ย...พี่ใหญ่อะ อย่ารู้ทันสิ อารมณ์เสียมาก!” พิศากระเง้ากระงอด

พิแสงเดินตามพ่อแม่และกนธีขึ้นรถ...ถึงเวลากลับสู่โลกของความเป็นจริงสักที...

บ่ายวันเดียวกันที่ฟาร์มเพื่อนเกษตร...อนงค์นั่งซึมอยู่กับชมพู่ คิดถึงวาศิณีที่ออกจากบ้านไม่ยอมส่งข่าว ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าวาศิณียืนคุยกับกนธีและ

ปริญญ์ที่รีสอร์ท ขอบคุณที่เป็นที่พึ่งให้ยามไม่มีใคร ปริญญ์พยายามถามความจริงเรื่องวางยาหมู วาศิณีไม่ยอมปริปาก กนธีตัดบท บอกว่าให้พิแสงเป็นคนจัดการ เพราะตอนนี้กลับมาจากกรุงเทพฯแล้ว และให้มาพาเลขาสาวไปเคลียร์เรื่องทั้งหมด วาศิณีหน้าเสีย กลัวจะโดนทำโทษและไล่ออกจากฟาร์ม

วาศิณีมาถึงฟาร์มชั่วโมงถัดมา เห็นอนงค์ยืนหน้าซีดเผือดท่ามกลางสมาชิกครอบครัวพิแสง นายหัวหนุ่มรู้เรื่องข้อสงสัยและคำซัดทอดของคนงานว่าแม่บ้านเก่าแก่เป็นคนบงการ แต่ไม่อยากเชื่อ อนงค์ตัดสินใจสารภาพ ทั้งเรื่องวางยาหมูและยักยอกเงินค่ากับข้าวคนงาน ทุกคนมองมาด้วยสายตาผิดหวัง อนงค์ไม่สะทกสะท้าน

“อนงค์ทำทุกอย่างให้นายหัวยอมรับน้ำหวาน ไม่สนว่าใครจะมองอย่างดูถูก หรือน้ำหวานจะชอบหรือไม่ เพราะอนงค์อยากเป็นแม่ยายนายหัว อนงค์เบื่อความลำบากและน่าจะได้เป็นนายแม่ใหญ่ที่นี่ ไม่ใช่แค่หัวหน้าแม่บ้าน”

แสงสุดาพยายามอ่านความรู้สึก แต่ไม่พบอะไรนอกจากความน้อยเนื้อต่ำใจ พิสุทธิ์เห็นใจมาก แต่ไม่อยากพูดถึงอดีตให้เจ็บช้ำกว่าเดิม อนงค์มองหน้าพิสุทธิ์ ขอความเห็นใจ

“ถ้าอนงค์ไม่แต่งงานกับพ่อน้ำหวาน อนงค์จะยังได้หัวใจคุณอยู่ไหมคะ”

“ฉันยืนยันว่ารักเธอเหมือนน้องสาว ส่วนคุณ

แสงสุดาเหมือนดอกฟ้า ที่ฉันต้องพิสูจน์ตัวเพื่อมัดใจเธอ ฉันยอมทุกอย่างให้ได้เธอมา ไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ ยอมแม้กระทั่ง...ทิ้งความคาดหวังของคุณพ่อ”

พิสุทธิ์มองแสงสุดาด้วยสายตารักและเทิดทูนสุดหัวใจ อนงค์ทรุดตัวกับพื้น ร้องไห้โฮด้วยความสิ้นหวัง

“คนเราจะไม่พลาดถ้ามีสติ เธอเคยพลาดแล้วเพราะอยากประชดผัวฉัน แถมยังทำผิดอีกนับไม่ถ้วนเพราะใจแค้น ลองคิดทบทวนโดยไม่เข้าข้างตัวเอง จะรู้ว่าลำบากเพราะเธอเลือกเอง ใครก็บังคับเธอเลือกไม่ได้ ถ้าเธอไม่ยอม”

“เวรกรรมเลยตกอยู่กับน้ำหวาน ต้องถูกผู้ชายเฮงซวยดีแต่ปากหลอก เหมือนอย่างที่แม่เจอ แม่ขอโทษนะลูก”

วาศิณีกอดแม่แน่น ทุกคนสะเทือนใจ โดยเฉพาะแสงสุดา พิแสงมึนตึ๊บ คิดว่าต้องตัดสินใจบางอย่าง ปรึกษาพ่อกับแม่ว่าจะจัดการอย่างไรดี แสงสุดาถอนใจยาว พูดถึงอนงค์ด้วยความสงสารและเห็นใจเป็นครั้งแรก

“ผู้หญิงเราน่ะ ถ้าเรื่องหัวใจไม่โอเค ชีวิตทั้งชีวิตก็ไม่โอเค ยิ่งเป็นผู้หญิงที่คิดว่าต้องพึ่งพาผัว ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่ทำอะไรนอกจากหาผัวในอุดมคติ ถ้าตัวเองหมดโอกาส ก็โยนความคาดหวังนี้ให้ลูกหลาน”

“จำที่พ่อเคยพูดได้ไหมตาใหญ่ คนเราทำผิดพลาดกันได้ ถ้าสำนึกผิดก็ควรได้รับโอกาสแก้ตัวและแก้ไขสิ่งผิด”

พิแสงคิดหนัก อยากลงโทษให้หลาบจำ แต่ไม่อยากหักหาญน้ำใจ เพราะแค่นี้...สองแม่ลูกก็ช้ำใจมากพอแล้ว

ooooooo

ตอนที่ 14

พิแสงไปหาปริญญ์ที่บ้านพัก ห้ามไม่ให้ลาออกหรือย้ายไปทำงานที่อื่น ขอโทษและบอกว่าจะไม่ขายฟาร์ม ปริญญ์ยินดีมาก พิแสงสบายใจขึ้น รีบถามถึงเขมมิก ปริญญ์บอกว่าสายไปเพราะเธอกลับกรุงเทพฯไปแล้ว

พิแสงรีบกลับบ้าน ตะโกนเรียกชมพู่ให้จองตั๋วเครื่องบิน ส่วนหลอดกับเสริมให้เตรียมออกรถ สามซ่าประจำฟาร์มเชิดใส่ ยังงอนเจ้านายที่ไล่ออก พิแสงรู้ตัว ขอโทษเสียงอ่อน

“ฉันขอโทษที่พูดไม่ดี เอาแต่อารมณ์ หูหนวกตาบอดไม่ฟังใคร ฉันจะไม่ขายที่นี่และไม่ทำสัญญากับใครแล้ว”

สามคนงานกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ชมพู่ปรับสีหน้าเป็นขรึมลง รายงานเรื่องสายการบินพีบูติกแอร์ไลน์เป็นข่าวใหญ่ โดนระงับบินเพราะค้างค่าน้ำมันและเสิร์ฟอาหารเป็นพิษ พิแสงหน้าซีด เร่งให้จองตั๋วสายการบินอื่นเพื่อมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ...ท่าทางจะงานเข้ามากกว่าที่คิด

ด้านครอบครัวพิสุทธิ์...ประชุมเคร่งเครียดที่สำนักงานใหญ่ เรื่องสายการบินโดนระงับบินชั่วคราว พิสุทธิ์จัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้สายการบินทำการเหมือนเดิมเร็วที่สุด แสงสุดาเซ็งจัด เปรยเสียงแผ่วกลางที่ประชุม

“ตอนนี้เครดิตเราติดลบ ไม่รู้นานแค่ไหนจะสร้างความเชื่อมั่นได้เหมือนเดิม ตาใหญ่อาจช่วยได้ นี่รู้เรื่องหรือยัง”

พิศาบอกว่าพี่ชายเพิ่งโทร.บอกว่ากำลังขึ้นมา พิสิณีมองหน้าทุกคนด้วยความรู้สึกผิด พูดเสียงเรียบแต่จริงจัง

“หนูขอโทษค่ะ ที่ไม่ได้เอะใจอะไรเลย ทั้งๆที่อยู่ใกล้พีทมาก”

“ไม่สิณี เราไม่ใช่คนผิด ไม่ต้องรับ และไม่ต้องรู้สึกผิด” แสงสุดาปลอบเสียงอ่อน

“หนูทำดีที่สุดแล้วลูก หนูเข้มแข็งและมีสติได้ขนาดนี้ พ่อไม่ต้องการอะไรแล้ว”

พิสิณีตื้นตัน เสนอให้พ่อเคลียร์กับเจ้าสัวอเนก เพราะสงสัยว่าพิทยาก่อการขนาดนี้ได้ต้องมีคนชักใย ธรรมศักดิ์อาสาติดต่อเจ้าสัวยูเอฟ ทุกคนมองหน้ากันเครียดๆ... หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยเร็วที่สุด

ฝั่งพิแสงมาถึงกรุงเทพฯ มุ่งหน้าหาเขมมิกที่บ้านขนิษฐา อยากพบและปรับความเข้าใจ แต่ต้องยืนตะลึงเมื่อไม่มีใครอยู่บ้าน แถมมีป้ายให้เช่าห้อยไว้...หรือว่าเขาจะมาช้าไป เขากลับมาบ้านด้วยความเซ็ง นึกเสียใจที่ไม่ยอมฟัง เมื่อครั้งเธอพยายามอธิบายเรื่องพิทยาวางแผนล้มสายการบิน พิสิณีผ่านมาเห็น เดินยิ้มมาหาทั้งที่แววตาเศร้าหมองเหมือนคนตรอมใจ พยายามชงกาแฟเอาใจ พิแสงดูออกว่าน้องสาวอาการหนัก ตั้งท่าจะปลอบแต่เธอไม่ยอม

“ที่ผ่านมาสิณีมัวแต่ดูแลคนอื่น ให้สิณีดูแลพี่ใหญ่บ้างเถอะนะคะ”

พิแสงอึ้งไป พิสิณีตั้งอกตั้งใจชงกาแฟทั้งที่ใจสั่น เปรยเสียงอ่อนแต่ฟังดูสะเทือนใจ

“สิณีสงสารคุณพ่อคุณแม่มาก ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายที่สุดทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านเข้มแข็งมากเลยค่ะ มีสติและช่วยกันหาทางออก ไม่มีใครทำให้เสียกำลังใจ”

พิแสงสงสารน้องจับใจ เข้าไปจับมือและบอกให้ดูแลตัวเองเสียก่อน

“คุณพ่อบอกพี่ว่าสิณีเข้มแข็งมาก ไม่มีใครเห็นสิณีร้องไห้เลย”

“พี่ใหญ่เคยบอกสิณีว่า ถ้าพี่ใหญ่ไม่อยู่ ให้สิณีเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของน้อง เป็นผู้ช่วยคุณพ่อคุณแม่”

“ร้องไห้ออกมาเถอะ ที่นี่บ้านของเรา ร้องไห้ได้โดยไม่ต้องอายใครและไม่ต้องกลัวใครซ้ำเติม เราเข้มแข็งก็ไม่ได้แปลว่าให้หลอกตัวเอง ถ้าเจ็บก็คือเจ็บ ร้องไห้เพราะเสียใจ ไม่ใช่เพราะเราอ่อนแอ”

พิสิณีทรุดลงกับพื้น ร้องไห้ปิ่มว่าใจจะขาด พิแสงคุกเข่าลงนั่งข้างนอก กอดปลอบด้วยความเห็นใจ พิสุทธิ์ แสงสุดาและพิศาแอบมองจากอีกมุม ยืนกุมมือกันด้วยความเศร้าใจ...สงสารพิสิณีเหลือเกิน

พิแสงส่งพิสิณีเข้านอน พิสุทธิ์มาดักรอ ขอบใจลูกชายที่มาช่วย พิแสงส่ายหน้าน้อยๆ

“ผมมัวแต่หมกมุ่นปัญหาตัวเองจนไม่สนใจเรื่องของครอบครัว ทั้งที่ผมเป็นพี่คนโต ผมควรดูแลน้องได้ดีกว่านี้”

“แกก็กำลังทำอยู่ อีกคนหนึ่งที่พ่อต้องขอบคุณคือเขมมิก”

พิแสงเข้าใจว่าเขมมิกทำเพื่อแก้ตัว พิสุทธิ์เห็นด้วยแต่อยากให้ลองพิจารณาใหม่

“ตาใหญ่...คนเราทำผิดพลาดกันได้ ถ้าสำนึกและไม่ทำผิดซ้ำ ก็ควรจะได้รับการให้อภัย”

“ไม่รู้สิครับ ตอนนี้ผมเหมือนถูกตีหัวจนมึนงง สับสนไปหมดแล้ว”

“งั้นก็ให้เวลาตัวเองสักพัก ทำใจให้ปราศจากอคติ แล้วลองมองเขมมิกอีกครั้ง”

พิแสงอึ้งไปอึดใจ พิสุทธิ์ตบบ่าเบาๆให้กำลังใจและไล่ไปนอน พรุ่งนี้ยังมีอีกหลายอย่างให้ช่วยกันแก้ไข สองพ่อลูกมองหน้ากันด้วยความเข้าใจ...ต่อจากนี้ครอบครัวจะร่วมมือกันแก้ปัญหาให้จบโดยเร็วที่สุด

ooooooo

เนตรนิภาคุยแชทมือถือกับเขมมิกที่พาแม่ไปรักษาที่อเมริกาและสู้คดีของพ่อ รายงานเรื่องครอบครัวพิแสงเจอวิกฤติหนัก เขมมิกยังอาลัยนายหัวหนุ่ม อยากช่วยแต่ไม่กล้า กลัวตัดใจไม่ได้ ตัดบทเล่าเรื่องตัวเองว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี อาจหางานใหม่และไม่กลับเมืองไทยอีกเลย เนตรนิภาเอาใจช่วย...หวังว่าทุกอย่างคงเรียบร้อยจริงๆ

ฝั่งเขมมิก...หลังคุยสัพเพเหระกับเพื่อน หันมาดูแลแม่ให้พักผ่อนเตรียมรักษา คิดถึงพิแสงจับใจเพราะยังห่วง เดินไปเปิดกระเป๋าเดินทาง หยิบโบผูกผมเจ้าปัญหา สิ่งยึดเหนี่ยวชิ้นเดียวระหว่างเธอกับพิแสง ตัดใจโยนทิ้งชักโครก ตั้งใจจะเริ่มต้นใหม่และไม่นึกถึงเรื่องเก่าๆอีกแล้ว...

ฟากพิแสงเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการกราบขอโทษแสงสุดาสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา

“ขอบคุณนะครับ สำหรับความปรารถนาดีที่คุณแม่มีให้เสมอ ผมขอโทษถ้าเคยทำให้คุณแม่ต้องเสียใจ”

“แม่ต่างหากที่ต้องขอโทษ แม่ไม่เคยฟังลูกไม่เคยเข้าใจลูก บังคับให้ทำสิ่งที่ต้องการ กลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิด ต่อไปนี้แม่สัญญาว่าจะไม่บังคับใจลูกอีก ลูกอยากทำอะไร แม่จะไฟเขียวและไม่ค้าน ขอแค่ลูกมีความสุข เท่านั้น”

พิแสงซึ้งใจ ทันใดนั้น...พิศาวิ่งหน้าตื่นให้ไปดูพิสิณี สองแม่ลูกก้าวพรวดถึงหน้าห้อง เคาะประตูเรียกเสียงดัง พิสุทธิ์ได้ยินเสียงเอะอะจึงวิ่งมาดู จังหวะเดียวกัน... พิสิณีเดินมาจากห้องครัว บอกว่ากำลังเตรียมอาหารเช้า พิศาแก้ตัวอ่อยๆว่าพยายามบอกแต่ไม่มีคนฟัง พิสิณีเห็นท่าไม่ดี เปรยเสียงอ่อน

“คนอื่นทำร้ายสิณีมาพอแล้ว ไม่มีทางที่สิณีจะทำร้ายตัวเองค่ะ”

“แบบนี้สิลูกแม่ เด็ดขาด เข้มแข็ง ล้มแล้วลุกเองได้ ไม่ต้องรอนาน”

พิสุทธิ์กับแสงสุดาปลื้มที่ลูกสาวเข้มแข็ง เข้าไปกอดปลอบพะเน้าพะนอ พิศามองตามอึ้งๆ น้อยใจที่โดนแย่งความสนใจ พิแสงสังเกตเห็น ตามไปคุยด้วยหลังลับร่างพ่อแม่และพิสิณี พิศามองหน้าพี่ชายน้ำตาซึม

“น้องเล็กรู้สึกไม่มีตัวตน ไม่มีใครเห็นความสำคัญ ไม่มีคุณค่า เป็นผู้หญิงที่โลกลืม”

“ไม่มีใครทำให้น้องเล็กรู้สึกอย่างนั้นได้ นอกจากตัวน้องเล็กเอง”

พิแสงส่ายหน้าน้อยๆ เข้าใจตัวตนของพิศา บอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนเอาใจพิสิณี

“สิณีเหมือนน้ำ แต่น้องเล็กเหมือนไฟ ตั้งแต่เด็กๆ สิณีคิดถึงความรู้สึกของทุกคนก่อนตัวเองเสมอ ยอมให้พี่กับน้องเลือกของเล่นก่อน แล้วแต่พี่กับน้องเล็กทุกครั้ง ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากใคร แต่จะเป็นคนแรกที่ยื่นมือให้กับทุกคน”

“แต่น้องเล็กชอบเอาแต่ใจ ชอบเรียกร้องความสำคัญ มีแต่จะเอาไม่คิดจะให้ใครก่อน...ใช่ไหมคะ”

พิแสงพยักหน้า พิศาฮึดฮัดที่พี่ชายไม่รักษาน้ำใจ พิแสงยิ้มน้อยๆ อธิบายเสียงอ่อน

“พี่ไม่อยากยื่นน้ำหวานใส่ยาพิษให้น้องเล็ก ถ้าอยากหายจากนิสัยที่ทำให้คุณค่าตัวเองลดลง ก็ต้องยอมกินน้ำหมักสมุนไพรที่หน้าตาแย่พอๆกับรสชาติ แต่รักษาเราได้จริง อยากให้คนอื่นรู้สึกกับเรายังไง ก็จงปฏิบัติอย่างนั้นกับเขา”

พิศาไม่รับปากแต่จะลองพยายามให้ดีที่สุด พิแสงยกมือขยี้ศีรษะน้องเบาๆด้วยความเอ็นดู ดีใจที่เธอเริ่มคิดได้

ฝ่ายเขมมิกยังตัดใจจากพิแสงไม่ได้ ร้องไห้ฟูมฟายจนขนิษฐากลุ้มหนัก พยายามปลอบแต่ไม่ค่อยได้เรื่อง

“ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์จริงๆ แม่ล่ะอยากเจอคุณพิแสงอะไรนี่จริงๆเลย อยากถามนักว่าแอบทำเสน่ห์ใส่ลูกแม่หรือเปล่าถึงได้ปักอกปักใจลืมยากขนาดนี้ ต่างกับตอนตาพีท ที่ลืมได้เร็ว”

เขมมิกร้องไห้หนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินชื่อพิแสง ตัดพ้อแม่งอนๆ

“แค่นี้หัวใจเขมก็ละลายแล้ว ไม่ต้องทำเสน่ห์หรอก แม่พูดถึงเขาอีกทำไม เขมเกือบหยุดร้องไห้แล้วเชียว”

จังหวะเดียวกัน...ลุทซ์แวะมาหา งงที่เห็นเขมมิกร้องไห้ แจ้งข่าวดีว่ามีประกาศรับสมัครลูกเรือประจำเครื่องบินของเชื้อพระวงศ์ในตะวันออกกลาง เขมมิกตื่นเต้นจนลืมเสียใจ คว้ารายละเอียดมาอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ขนิษฐากับลุทซ์มองด้วยความโล่งใจและเอ็นดู...อย่างน้อยก็มีอะไรให้ทำแก้เซ็ง

ooooooo

ชมพู่เม้าท์กระจายเรื่องวาศิณีโดนต่อลาภทิ้ง ปริญญ์ผ่านมาได้ยิน เดินเลี่ยงออกไปด้วยความเป็นห่วงเลขาสาว ส่วนเจ้าของเรื่องไม่รู้ว่ากำลังกลายเป็นขี้ปากคนทั้งฟาร์ม นอนแน่นิ่งบนเตียงด้วยความตรอมใจ อนงค์กลัวลูกเสียคะแนน ต่อว่าเสียงเขียวให้ไปช่วยดูแลฟาร์มแทนนายหัว

“ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายแม่ที่นี่มากไปกว่าแก พอแต่งงานกับนายหัว ทีนี้...นังแสงสุดาคงไม่กล้าดูถูกฉันกับแกอีก แกต้องเชื่อแม่นะน้ำหวาน แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน ผู้ชายอย่างไอ้ต่อลาภ มันกะล่อน”

“เลิกหลอกตัวเองซะทีได้ไหมแม่ นายหัวไม่ได้รักหนู เขาไม่มีทางทำอย่างที่แม่ต้องการ”

“แล้วไอ้ต่อลาภมันรักแกหรือไง ถ้ามันรักจะเฉดหัวแกทิ้งเหมือนหมูเหมือนหมาอย่างนี้หรือ”

“แต่ไอ้ที่แม่พยายามทำ หนูก็ถูกมองเป็นหมู

เป็นหมาเหมือนกัน เลิกใช้หนูเป็นเครื่องบำบัดจิตเสียที หนูถูกไอ้ต่อลาภทำร้ายพอแล้ว แม่อย่าทำร้ายหนูอีกได้ไหม หนูทนไม่ไหวแล้ว ได้ยินไหมว่าไม่ไหวแล้ว!”

วาศิณีร้องกรี๊ดและวิ่งออกจากบ้าน อนงค์ตามไปเอาเรื่อง เจอกับปริญญ์ระหว่างทาง สองคนไล่ตามวาศิณีจนถึงโรงครัว ชมพู่ยังเม้าท์แตกไม่เลิก ทุกคน

มองตามเลขาสาวตาค้าง เดาว่าร้องไห้เสียใจเรื่องต่อลาภ วิ่งตามปริญญ์กับอนงค์ไปสังเกตการณ์จนถึงถนนหน้าฟาร์ม วาศิณีตัดสินใจพุ่งไปขวางรถ ปริญญ์ตามไปคว้าตัวเข้าข้างทางได้อย่างหวุดหวิด อนงค์ใจหายใจคว่ำ ตบหน้าลูกสาวฉาดใหญ่ ปริญญ์กับเหล่าคนงานอ้าปากค้าง วาศิณียกมือกุมหน้าตาปรอย ต่อว่าแม่เสียงสั่นเครือ

“หนูไม่อยากอยู่แล้ว อยู่ไปก็ถูกแม่บังคับ ไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง ตายไปซะยังดีกว่า เกิดมาทำไมไม่รู้ ไม่เคยทำให้แม่ภูมิใจ เหมือนพ่อไม่มีผิด คำก็โง่ สองคำก็ไม่มีสมอง ทำอะไรไม่เคยสำเร็จ จำได้ไหมว่าแม่เคยพูดแบบนี้”

“ฉันประชดไม่รู้หรือไง แต่ฉันหวังดี อยากให้แกสบาย มีชีวิตที่ดี”

“แม่ทำเพื่อตัวเอง พ่อกับหนูคือความผิดพลาด ไม่อย่างนั้นแม่คงได้ทำตามฝัน ได้เป็นนายแม่ของฟาร์มสักแห่ง พ่อตายไปแล้ว เหลือแต่หนูที่อยู่ตอกย้ำความผิดพลาดของแม่ ถ้าไม่ให้หนูตาย แม่ก็ฆ่าหนูซะ แม่จะได้เป็นอิสระ”

วาศิณีจับมือแม่ทุบตีตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ปริญญ์ค่อยๆดึงตัวมากอดปลอบ อนงค์มองสภาพน่าเวทนาของลูกสาวด้วยความสะเทือนใจ เสียใจเพราะแผนที่เคยวางไว้พังไม่เป็นท่า!

เวลาเดียวกันครอบครัวพิแสง ยกเว้นพิสิณีกับพิศา นัดเจอเจ้าสัวอเนกเจ้าของยูเอฟในภัตตาคารจีนหรู เพื่อเคลียร์เรื่องพิทยา แสงสุดาเป็นฝ่ายเปิดฉากตามประสาคนใจร้อน

“พวกเรามาพบเจ้าสัวเพื่อพูดคุยตกลงทำความเข้าใจ แต่ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน”

“น่าเสียดาย อาหารที่นี่อร่อยติดอันดับของประเทศ ผมเป็นคนเลือกวัตถุดิบเข้าร้านเอง ไม่ชิมถือว่าไม่ให้เกียรติ”

“จะอาหารเหลาหรือก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ก็ทำหน้าที่เดียวกันคือเลี้ยงร่างกาย จะเอาเข้าหรือออกก็ทางเดียวกัน”

พิแสงออกรับแทนแม่ แกล้งพูดกระทบเสียงเข้ม เจ้าสัวชักสีหน้า โดนชายหนุ่มรุ่นลูกลูบคม แต่กลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม แกล้งชมว่าน่าจะเป็นนักบริหารที่ดี ไม่สมควรหมกตัวที่ฟาร์มหมู พิแสงไม่หวั่น ตอกกลับเสียงเรียบ

“ผมทำธุรกิจไม่ได้หรอกครับ ใจร้อน เจอใครเล่นสกปรก กลัวจะวิ่งไปต่อยปากเขาเปล่าๆ อยู่กับหมูน่ะดีแล้ว ถึงใครจะชอบคิดว่าหมูสกปรกแต่ก็แค่กลิ่น ความจริงหัวใจมันเนี่ย...สะอาดกว่าคนบางคนเยอะ”

เจ้าสัวอึ้ง พยายามยิ้มกว้างเพื่อรักษาบรรยากาศ พิสุทธิ์เกรงว่าจะไปกันใหญ่ ตัดบทถามถึงความจริงเกี่ยวกับพิทยา เจ้าสัวอเนกไม่ยอมตอบคำถาม ได้แต่ยิ้มน้อยๆ

ด้วยความกระหยิ่มใจ คิดว่าเอาอยู่ สามคนพ่อแม่ลูกมองหน้ากันเครียดๆ...ไม่รู้เจ้าสัวจะมาไม้ไหน

เช้าวันรุ่งขึ้น...คำตอบก็มาถึงบ้าน เจ้าสัวอเนกเล่นเกมกลับด้วยการเปิดแถลงข่าวใหญ่ออกทีวี กล่าวหาเป็นนัยว่าโดนพีบูติกแอร์ไลน์ข่มขู่ แสงสุดาทำท่าจะเป็นลม ธรรมศักดิ์บอกว่าคงเอาผิดเจ้าสัวและพิทยายากเพราะไม่มีหลักฐานชัดเจน แสงสุดาหงุดหงิดมาก ประกาศกร้าวรับสารท้า

“ถ้ากฎหมายลงโทษไม่ได้ ก็ให้สังคมตัดสิน สังคมต้องรู้ข้อมูลสองด้าน ฉันจะแถลงข่าวสู้ และเปิดคลิปตาพีท!”

พิสิณีทนนั่งฟังต่อไปไม่ไหว โพล่งขึ้นกลางวงว่ายังเชื่อใจสามีว่าเนื้อแท้เป็นคนจิตใจดี

“อย่าทำแบบนั้นเลยค่ะ พีทกลายเป็นเหยื่อของเจ้าสัวไปแล้ว อย่าให้เขาต้องตกเป็นจำเลยสังคมอีกเลย”

ทุกคนพูดไม่ออก พิสิณีนิ่งไปอึดใจและตัดสินใจพูดเรื่องที่คิด

“เราแถลงข่าวเอาความจริงมาเปิดเผย สื่อก็จะคุ้ยทุกอย่างมาตีแผ่ คนที่น่าสงสารสุดคือพีท ที่รู้ว่าคนที่รักเขามากที่สุด จริงใจกับเขามากสุดไม่ใช่ครอบครัวเจ้าสัว แต่ไม่มีใครเลยต่างหาก”

ทุกคนเงียบกริบ พิแสงเข้าใจหัวอกน้องสาวแต่ไม่อาจปล่อยคนผิดลอยนวลได้

“ไม่ได้หรอกสิณี พี่เข้าใจว่าเราสงสาร แต่เรื่องนี้ต้องถูกสะสางเพื่อความยุติธรรมของทุกฝ่าย แม้จะต้องเจ็บปวดกันหมดก็ตาม ใครทำอะไรไว้ ย่อมได้รับผลของมัน เราจะปล่อยให้ความสงสารอยู่เหนือความถูกต้องไม่ได้”

พิสิณีพูดไม่ออก พิแสงจำต้องใจแข็ง ขออนุญาตพ่อแม่จัดการเรื่องเจ้าสัวอเนกด้วยวิธีของตัวเอง พิสุทธิ์กับแสงสุดาชั่งใจ แต่คิดว่าคงไม่มีทางดีกว่านี้ พิสิณีทรุดลงนั่งช้าๆ เสียใจที่ไม่สามารถช่วยสามีตัวเองได้เลย

ooooooo

ตอนที่ 13

แสงสุดาจะขอโทษพิแสงแต่ไม่ทันเอ่ยปาก พิแสงผลุนผลันออกจากบ้านเพราะได้รับโทรศัพท์จากปริญญ์ว่าหมูโดนยาเบื่อ คนงานที่ฟาร์มวุ่นวายใหญ่ กลัวพิแสงอาละวาด ปริญญ์ปลอบให้ทำใจดีๆ และเตรียมคำตอบเมื่อถึงเวลา

ฟากวาศิณีกลับบ้านด้วยความเซ็ง คาดการณ์ว่าฟาร์มคงโกลาหลเพราะพิแสงคงไม่ยอมอยู่เฉย เห็นแม่ยืนลับๆล่อๆหลังบ้าน ก้าวไปใกล้แล้วเบิกตาโพลง อนงค์กำลังขุดหลุมฝังซองยาเบื่อ แม่บ้านเก่าแก่สะดุ้งนิดหน่อย พอเห็นว่าเป็นลูกสาวก็ไม่ตื่นเต้น สารภาพอย่างภูมิใจว่าเป็นคนวางยาหมู

“หมูคือหัวใจของนายหัว ถ้าหมูเป็นอะไรไป นายหัวจะไม่มีทางทนได้ ต้องกลับมาจัดการทุกอย่าง”

“แล้วแม่ไม่คิดว่ามีคนเห็นแม่ให้ยาเบื่อไปใส่อาหารหมูหรือไง”

“ไม่มีทาง ทุกคนต้องคิดว่าเป็นฝีมือผัวแก และมันต้องกระเด็นออกจากชีวิตของแกกับฉัน ฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อเป็นแม่ยายไอ้ต่อลาภ ตัวแทนขายกระจอกๆ”

วาศิณีพูดไม่ออก ตั้งท่าจะค้าน อนงค์ชี้หน้าให้หุบปาก ขู่ถ้าเรื่องถึงหูพิแสงจะเอาเรื่องเธอเป็นเมียต่อลาภไปประจาน วาศิณีไม่มีทางเลือก ฮึดฮัดคนเดียวด้วยความเจ็บใจ...ทำไมถึงซวยแบบนี้

ฝ่ายธรรมศักดิ์มารับคลิปเสียงจากเขมมิกที่บ้านขนิษฐา คาดไม่ถึงว่าพิทยาจะคิดการใหญ่ ตัดสินใจไปเตือนครอบครัวแสงสุดาให้เตรียมรับมือ ทุกคนสงสารพิสิณีต้องรับเคราะห์ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ขนิษฐาพูดให้เขมมิกเดินหน้า เพราะแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีตแล้ว เขมมิกยังไม่สบายใจ บอกว่าต้องเคลียร์กับพิแสงด้วยถึงจะสมบูรณ์

พิแสงกลับถึงฟาร์ม สอบสวนทุกคนเพื่อหาตัวการวางยา คนงานเครียดจัดเพราะจากการสืบสวนไม่มีใครเข้าถึงบริเวณคอกได้นอกจากคนใน อนงค์สะดุ้งสุดตัว แอบกังวลเพราะไม่แน่ใจว่าเงินปิดปากคนงานจะได้ผลหรือไม่ ปริญญ์สงสัยบางอย่างแต่ไม่ทันบอก พิแสงพาลประกาศไล่คนงานออกยกฟาร์ม ทุกคนสะอึก ยกเว้นอนงค์ สะใจที่บรรดาแก๊งคู่ปรับโดนไล่ออก ปริญญ์ปรามให้ไตร่ตรอง ดีๆ พิแสงเลือดขึ้นหน้า สวนกลับเสียงห้วน

“ไม่มีความยุติธรรมบนโลกนี้หรอก เรื่องหมูโดนวางยาก็เหมือนกัน ช่างมันเถอะ ไม่ต้องสืบหา เสียเวลาเปล่า”

จบคำก็ประกาศขายฟาร์ม อนงค์หุบยิ้มเพราะผิดคาด ไม่ต่างจากคนงานอื่น พิแสงมองสายตาละห้อยด้วยความรู้สึกผิด ทำเป็นฉุนเฉียวกลบเกลื่อนและผละออกไป ปริญญ์ตามไปดักหน้า ต่อว่าเสียงเคร่ง

“คุณกำลังฆ่าเจตนารมณ์ของคุณปู่ คุณทำให้คนงานและหมูทุกตัวผิดหวัง ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตายอย่างสูญเปล่าเพราะความอ่อนแอของคุณ”

พิแสงพูดไม่ออก ไม่เคยเห็นปริญญ์โกรธขนาดนี้ ตั้งท่าจะโต้แต่โดนหมอหนุ่มสวนเสียก่อน

“จะขายที่นี่ใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นผมก็คงไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อแล้วเหมือนกัน”

ปริญญ์ผลุนผลันไปแล้ว พิแสงมองตามด้วยความทึ่ง ความรู้สึกผิดถาโถม...หรือเขาจะทำเกินกว่าเหตุจริงๆ

ooooooo

ธรรมศักดิ์จะไปบอกแสงสุดาเรื่องพิทยา เขมมิกขอบคุณที่ช่วยเหลือมาตลอด ธรรมศักดิ์บอกว่าเป็นบุญคุณต้องทดแทน เพราะพ่อเขมมิกเคยช่วยเหลือสมัยเป็นทหารเกณฑ์ประจำบ้านเธอ เขมมิกดีใจแต่แปลกใจกว่าที่เขาไม่เผยตัวต่อหน้าขนิษฐา เขาบอกว่ามีความเสี่ยงสูงเพราะทำเรื่องไม่น่าไว้ใจไว้ตอนจากมา

ธรรมศักดิ์เล่าว่าพ่อเธอเคยให้เงินเขาเพื่อต่อทุนการศึกษา แต่เพราะเขาหมดหน้าที่รับใช้ชาติ ขนิษฐาเลยกลัวจะไม่ได้คืน แต่สิ่งที่ทำให้ไม่ลืมพ่อเธอจนทุกวันนี้เพราะคำพูดประโยคหนึ่ง

“ถ้าคิดจะให้ก็ไม่ต้องถาม ถ้ามันไม่รักดี สุดท้ายมันนั่นแหละจะรับกรรมเอง ผมถือว่าหน้าที่ผมจบแล้ว”

เขมมิกพยักหน้ารับน้อยๆ เข้าใจความใจบุญของพ่อจนโดนเอาเปรียบบ่อยเป็นอย่างดี อยากรู้ว่าทำไมทนายใหญ่ไม่ยอมส่งข่าวภายหลัง ธรรมศักดิ์บอกว่าพยายามส่งจดหมายแต่โดนตีกลับเพราะครอบครัวเขมมิกย้ายที่อยู่ ส่วนเขาก็ได้รับทุนไปเรียนเมืองนอก เขมมิกเห็นใจ ตัดบทพร้อมยื่นแผ่นซีดีให้ บอกให้รีบไปหาแสงสุดา ธรรม–ศักดิ์ขอบคุณและขับออกไป ไม่ทันสังเกตว่ามีชายนิรนามแอบถ่ายวีดิโอเขาจากมุมมืด พลางกดมือถือรายงานพิทยา

อดีตกัปตันใจไม่ดี กลัวเขมมิกเป็นไส้ศึก ตัดสินใจสั่งให้แย่งซีดี ชายนิรนามนัดที่รับของและวางสายตามไปดักหน้าธรรมศักดิ์และจัดการทุกอย่างภายในพริบตา ทิ้งไว้เพียงร่างหมดสติของทนายใหญ่เพราะโดนตีหัวอย่างแรง

ฝั่งอนงค์บอกวาศิณีเรื่องพิแสงจะขายฟาร์ม เจ็บใจเพราะผิดแผน วาศิณีขอให้ล้มเลิกความตั้งใจเรื่องพิแสง เพราะเชื่อว่านายหัวตัดสินใจขายฟาร์มเพราะสะเทือนใจเรื่องเขมมิก อนงค์ไม่ยอม พิแสงแวะมาบอกให้โทร.หาต่อลาภเพื่อเจรจาขายฟาร์มและผลุนผลันออกไป ทิ้งวาศิณีไว้กับความอึดอัด ไม่รู้จะทำตามใครดี ระหว่างแม่กับเจ้านาย

ฝ่ายพิทยาไปเอาซีดีตามเวลาตามนัด เปิดฟังด้วยความร้อนใจ หน้าซีดเมื่อได้ยินเสียงตัวเองสารภาพความผิดต่อหน้าเขมมิกในวันที่เธอมาขอคืนดี ตาลุกวาวอย่างโกรธจัด ภาพความทรงจำครั้งนั้นฉายซ้ำไปมาในหัวราวจะตอกย้ำความโง่ ทั้งเรื่องที่เสียงเขาเป็นลูกชายอดีตหุ้นส่วนครอบครัวแสงสุดา แต่โดนโกงจนแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ย้ายไปอยู่กับเจ้าสัวอเนกเมื่อกำพร้าพ่อและแม่จากอุบัติเหตุ เปลี่ยนชื่อและประวัติไม่ให้ตามสืบได้ และสุดท้าย...วางแผนฮุบกิจการพีบูติกแอร์ไลน์ที่ควรเป็นของเขามาตั้งแต่ต้น

“เมื่อผมได้นั่งเก้าอี้ประธานบริหารแล้ว ผมจะทำลายพีบูติกแอร์ไลน์ให้ย่อยยับด้วยมือผมเอง”

“แล้วถ้ามันไม่สำเร็จล่ะคะ ถ้าคุณพิแสงไม่ยอมเซ็นสัญญากับยูเอฟ ถ้าเขาทิ้งฟาร์มมาอยู่ที่นี่”

“ผมจะไม่ยอมให้การลงทุนต้องเสียเปล่า จะไม่มีพีบูติกแอร์ไลน์ให้เขาบริหาร คนของผมที่แทรกซึมข้างในกำลังรอคำสั่ง แค่ผมโทร.ครั้งเดียว สายการบินนี้ก็จะพังพินาศ ไม่เหลือเครดิตให้เชื่อถืออีก”

เขมมิกพยายามถามถึงคนของเขาในบริษัท โชคดีเขาไม่หลวมตัวให้ข้อมูล น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งอย่างควบคุมไม่ได้ อดีตกัปตันหยิบแหวนที่เคยใช้หมั้นเธอมาดู ช้ำใจที่โดนหลอกให้รักและเชื่อใจ สารภาพทุกอย่างจนเป็นหลักฐานมัดตัว เขาหยิบมือถือโทร.หาเขมมิกแต่ไม่มีคนรับสาย สังหรณ์ใจว่าความจริงจะถูกเปิดเผย หักรถกลับและขับด้วยความเร็วสูง แต่ก็ไม่เท่ากับใจที่ร้อนรนเพราะกลัวเสียแผน

ooooooo

พิแสงรู้สึกผิดไม่น้อยที่ไล่คนงานออกยกฟาร์ม แต่เพราะยังฟอร์มจัดเลยไม่อยากกลืนน้ำลายตัวเอง หลอด เสริม และชมพู่จับตัวคนงานที่ต้องสงสัยว่าวางยาเบื่อหมูได้ แต่ไม่ทันสอบสวนเพราะโดนชมพู่เตะจนสลบ ช่วยกันพาทั้งสองไปขัง รอเวลาฟื้นค่อยเค้นหาความจริงเรื่องวางยาเบื่อหมู

พิแสงเดินเล่นแก้เครียดจนถึงคอกทีเด็ดกับลิเดีย ยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เหนื่อยหน่ายใจเหลือเกิน กนธีเดินเข้ามาทางด้านหลัง ถามเพื่อนรักว่าจะตัดใจทิ้งฟาร์มได้จริงหรือ พิแสงยังยืนนิ่ง กนธีถอนใจยาว พร้อมเปรยเสียงอ่อน

“ฉันเข้าใจนะ แต่ไม่เห็นด้วย แกจะหนีทุกอย่างทุกครั้งที่เจอปัญหาไม่ได้หรอกนะพิแสง”

พิแสงปฏิเสธเสียงแข็ง กนธีเหลือบตามองเพื่อนรัก แกล้งเหน็บให้เจ็บใจ

“เหรอ...สมแล้วล่ะที่คุณเขมไม่ได้รักแกจริง เพราะแกมันใจเสาะ ขืนรักและใช้ชีวิตอยู่กับแกคงน้ำตาเช็ดหัวเข่า เพราะเมื่อมีปัญหา แกก็จะเลือกวิ่งหนีมัน แทนที่จะสู้!”

พิแสงของขึ้นที่โดนยั่ว ตั้งท่าเอาเรื่อง กนธีชักหวั่นแต่ทำใจดีสู้เสือ พิแสงเดินเลี่ยงไปอีกทาง กนธีก้าวไปดักหน้า ยืนยันให้กลับไปเผชิญกับความจริง พิแสงหมดความอดทน เงื้อกำปั้นเหมือนจะต่อย แต่เปลี่ยนใจไล่เพื่อนออกจากฟาร์ม กนธีอารมณ์เสีย ยืนมองนายหัวหนุ่มเดินจากไปด้วยความโมโห...อะไรจะดื้อด้านได้โล่ขนาดนี้

พิแสงกลับเข้าบ้าน ชะงักเมื่อเห็นเขมมิกรออยู่ สองหนุ่มสาวมองหน้ากันอึ้งๆ แต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน พิแสงเป็นฝ่ายเปิดฉาก ขับไล่ไสส่งและพูดจาเหน็บแนมจนเขมมิกเจ็บจี๊ด เธอพยายามข่มใจบอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องบอก หยิบมือถือเพื่อเปิดคลิป พิแสงเลือดขึ้นหน้า ตะโกนใส่หน้าอย่างโกรธจัด

“ใจเธอทำด้วยอะไร ถึงไม่เคยรู้สึกผิดชอบชั่วดี ยังมีหน้ามาพูดถึงสามีคนอื่น เธอมันผู้หญิงไร้ยางอายที่สุด”

จบคำก็แย่งมือถือและเขวี้ยงไปกระแทกต้นไม้ แตกกระจายไม่มีชิ้นดี เขมมิกอ้าปากค้างแต่ไม่ยอมแพ้ ตามไปคว้าแขนและขอร้องให้ฟัง พิแสงเหลืออด สะบัดมืออย่างแรงจนเขมมิกเสียหลักล้มกับพื้น นายหัวหนุ่มอยากไปช่วยตามใจเรียกร้องแต่ข่มไว้ หุนหันจากไป เขมมิกค่อยๆพยุงตัวเองและกะเผลกตามอย่างไม่ลดละ เดินไปทุบประตูบ้าน

“คุณพิแสง...พีทร่วมมือกับยูเอฟทำลายฟาร์มคุณ เขาต้องการทำลายทุกอย่างของครอบครัวคุณ เปิดประตูนะ”

ไม่มีเสียงตอบจากพิแสง เขมมิกจะทุบต่อ ปริญญ์เข้ามาห้ามและลากไปหาชมพู่ หลอดและเสริม เขมมิกสารภาพทุกอย่าง รวมทั้งเรื่องความรู้สึกต่อพิแสง ทุกคนใจอ่อนยอมอภัยและอาสาช่วยให้ ปริญญ์แปลกใจว่าพิแสงน่าจะรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว เพราะธรรมศักดิ์ไม่ใช่คนทำงานช้า เขมมิกชักกังวล ยืมมือถือหมอโทร.หาพิแสงแต่ไม่มีคนรับ อดีตแอร์สาวยิ่งร้อนใจ โทร.หาธรรมศักดิ์ กลายเป็นสัญญาณปิดเครื่อง...สังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี

ooooooo

พิทยาจอดรถหน้าบ้านแสงสุดาด้วยใจร้อนรน กลัวเรื่องทั้งหมดเปิดเผย ตั้งท่าจะแก้ตัวแล้วพลันโล่งอก พิสิณีจะให้พิศาไปช่วยงานที่บริษัท พิศาไม่อยากไปทำงานเพราะกลัวลำบาก แสงสุดากับพิสุทธิ์พยายามกล่อม พิศาปรี๊ดแตก พาลหาเรื่องพิสิณีว่ารักผัวจนลืมน้อง ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย

พิสิณีมองตามเครียดๆ แสงสุดากับพิสุทธิ์บอกให้ปล่อยไปเพราะพิศาไม่เคยโดนบังคับ พิทยาถอนใจยาว โล่งอกแต่ยังไม่วางใจ ถือโอกาสเก็บของออกจากบ้านกลางดึกคืนนั้น พร้อมหยิบมือถือโทร.สั่งให้ดำเนินการตามแผน

พิสุทธิ์ประกาศกลางโต๊ะอาหารเช้า ลาออกจากตำแหน่งบริหารเพื่อไปช่วยพิแสงทำฟาร์มหมู พิศาเดินงอนๆเข้ามาแต่ไม่มีใครสนใจ พิสิณีวิ่งหน้าตื่นมาทั้งชุดนอน บอกว่าพิทยาหายตัวออกจากบ้าน ทุกคนในบ้านมองหน้ากันงงๆ ธรรมศักดิ์ปรากฏตัวพร้อมผ้าพันแผลบนหัว บอกว่ารู้สาเหตุที่พิทยาหนีหน้าอย่างกะทันหัน

จังหวะเดียวกัน...เนตรนิภาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ยื่นแผ่นซีดีอัดคลิปเสียงของพิทยาให้ บอกว่าทราบเรื่องจากเขมมิกที่กังวลใจเพราะติดต่อทนายใหญ่ไม่ได้ สมาชิกครอบครัวแสงสุดานั่งล้อมเป็นวงในห้องโถง เปิดคลิปเสียงเพื่อฟังความจริงทั้งหมด ทุกคนอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าพิทยากล้าคิดการใหญ่ ธรรมศักดิ์ยื่นซองใส่ข้อมูลที่สืบได้เพื่อยืนยัน พิสิณีพูดไม่ออก สะเทือนใจที่โดนหลอกใช้ ทุกคนมองมาด้วยความเห็นใจ

พิศาทนไม่ไหว ตั้งท่าไปเอาเรื่องพี่เขยสุดแสบ พิสิณีไม่ฟูมฟาย ผุดลุกขึ้นและรั้งข้อมือน้องสาว ประกาศกร้าว

“ไม่ต้องไล่ตามคนไร้ค่าคนนั้น ตอนนี้สิ่งที่เราควรทำก็คือป้องกันไม่ให้แผนการเขาสำเร็จ สิ่งที่เขาจะเห็นไม่ใช่ความพินาศย่อยยับของครอบครัวเรา แต่จะได้เห็นว่าเราเข้มแข็งมากกว่าที่คิด”

พิสุทธิ์ภูมิใจในตัวลูกสาว คว้ามือถือโทร.หาฝ่ายรักษาความปลอดภัยบริษัท กุมตัวผู้จัดการการเงินและหัวหน้าเชฟ ข้อหาร่วมกับพิทยาก่อกวนบริษัทให้เสียชื่อเสียง

ขณะที่ความจริงถูกเปิดเผย...พิทยานั่งหน้าจ๋อยกับเจ้าสัวอเนกเจ้าของกิจการยูเอฟ สารภาพความจริงว่าโดนเขมมิกหลอกให้สารภาพทุกอย่าง เจ้าสัวมองหน้าลูกชายบุญธรรมอึ้งๆ ไม่คิดว่าจะสะเพร่าขนาดนี้

“ครับป๋า...ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้มันจะแพร่ไปมากน้อยแค่ไหน ผมพลาดเองที่ไว้ใจเขมมิก”

“ลื้อคิดจะกลับไปคบกับผู้หญิงคนนั้นหรือไง”

“ผมรักเขม ผมอยากใช้ชีวิตที่เหลือกับเธอที่เมืองนอก หลังจัดการแก้แค้นพวกครอบครัวนายพิสุทธิ์แล้ว”

“ความอ่อนแอทำให้ลื้อ อั๊วและยูเอฟเดือดร้อน รู้ตัวไหม”

จบคำก็หยิบมือถือโทร.หาลูกน้อง เร่งให้ตามเรื่องสัญญากับฟาร์มพิแสง กลัวแผนทุกอย่างจะล่มไม่เป็นท่า!

เวลาเดียวกันที่ฟาร์มเพื่อนเกษตร...ต่อลาภนั่งรอในออฟฟิศด้วยสีหน้ากระหยิ่ม พิแสงยังไม่ออกมาเพราะบังเอิญเห็นอีเมล์ของเนตรนิภา เปิดอ่านแล้วหน้าเครียด ความจริงที่เขาเกือบทำร้ายครอบครัวโดยไม่ตั้งใจ ก้าวพรวดออกไปปฏิเสธเรื่องเซ็นสัญญากับยูเอฟ แถมไล่ต่อลาภออกจากฟาร์ม วาศิณีงงเป็นไก่ตาแตก เช่นเดียวกับต่อลาภ ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย เลขาสาววิ่งไล่ตาม กลัวเขาเปลี่ยนใจเรื่องแต่งงาน โดนไล่ตะเพิดอย่างไม่ไยดี

ooooooo

ตอนที่ 12

ครอบครัวแสงสุดามาถึงรีสอร์ตกนธี สาวิกาเดินนำไปห้องพักหน้าเครียด ทุกคนก้าวตามด้วยใจร้อนรน ได้กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง เห็นพิแสงนอนหลับไม่ได้สติบนเตียง มีกนธีนั่งเฝ้า

บรรดาสาวๆมองด้วยสายตาตกตะลึง แสงสุดาสะเทือนใจมาก น้ำตาซึมด้วยความสงสารลูก ตัดสินใจเด็ดขาดพากลับกรุงเทพฯ ทุกคนอ้าปากค้าง มองตามพิแสงด้วยแววตาเห็นใจ...เพิ่งอกหักแถมโดนพรากจากกิจการที่รัก

ด้านอนงค์ตื่นเต้นมาก รู้ว่าพิแสงเลิกกับเขมมิก เดินเข้าบ้านนายหัวหนุ่มอย่างย่ามใจ ในที่สุดโอกาสก็กลับมาอีกครั้ง ชมพู่มาดักหน้า แขวะเสียงหยัน

“มาขายตรงน้องน้ำหวานกับนายหัวอีกรอบใช่ไหมป้า แหม...เป็นคนมีอุดมการณ์ชัดมาก”

“จะแอ๊บทำไม ว่ากันชัดๆไปเลย แอ๊บแล้วอด”

“เฮ้อ...แต่น่าเสียดาย ดันเอาความมุ่งมั่นมาใช้ในทางที่ผิด”

อนงค์ของขึ้น วิ่งไล่ชมพู่ แสงสุดาโผล่มาขวาง ประกาศกร้าวไล่แม่บ้านเก่าแก่ออก

“ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิต ความฝันของหล่อนไม่มีทางเป็นความจริง เพราะฉันคือตัวดับฝันของหล่อน!”

อนงค์เจ็บใจโดนเหยียดหยาม โพล่งออกไปจะไม่ไปไหน ถ้าไม่ได้สิ่งที่ต้องการ แสงสุดาโกรธจัด ย้ำเสียงเข้ม

“เชิญออกไปจากฟาร์มได้แล้ว ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจระงับเงินบำนาญ หรือว่าอยากจะไปแต่ตัว”

“นายหัวเท่านั้นจะมีสิทธิ์ไล่ฉันออก คนอื่นอย่ามาเห่า”

จบคำก็ผลุนผลันออกไป ทิ้งแสงสุดาพูดไม่ออก ไม่คิดว่าอนงค์จะกล้ายอกย้อนต่อปากต่อคำ

ฟากเขมมิกกลับมาบ้านเนตรนิภา คิดหนักเรื่องที่คุยกับธรรมศักดิ์เมื่อบ่าย คำพูดเกลี้ยกล่อมยังก้องในหัว

“ถ้าคุณยอมทำงานนี้ เท่ากับคุณได้ช่วยเหลือครอบครัวคนที่คุณรักให้รอดพ้นจากการถูกทำร้าย”

“หนูไม่ได้รักคุณพิแสง”

ทนายใหญ่จ้องหน้าค้นหาความจริง เขมมิกหลบตา พยายามปกปิดอาการแต่ไม่ค่อยแนบเนียน ธรรมศักดิ์ถอนใจยาว ถามเสียงเรียบเพื่อหยั่งความรู้สึก

“แปลว่าคุณยอมได้ถ้าคุณพิทยาประสงค์ร้ายต่อครอบครัวคุณพิแสง และทนดูเฉยๆได้โดยไม่ทำอะไร”

“หนูไม่อยากโกหกหลอกลวงใครอีกแล้ว หนูไม่มีแรงไปกู้โลกให้ใครแล้วค่ะ การไปพบคุณแสงสุดาเพื่อปิดจ๊อบ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่หนูจะเกี่ยวข้องกับคนบ้านนั้น ลาก่อนค่ะ”

เขมมิกยกมือไหว้และลุกออกไป ทิ้งให้ธรรมศักดิ์มองตามอย่างเหนื่อยใจ หญิงสาวดึงตัวเองจากห้วงความคิด น้ำตาซึมด้วยความเศร้าใจ ตัดสินใจไม่ยุ่งเรื่องครอบครัวพิแสงอีกแล้ว

เวลาเดียวกันที่บ้านแสงสุดา...กนธีมาเยี่ยมพิแสง มองสภาพเพื่อนนอนซังกะตายไม่กินข้าวปลาอาหารด้วยใจหดหู่ พยายามชวนคุยแต่ไม่ได้ผล ถอนใจยาวและออกไปข้างนอก ครอบครัวพิแสงอยู่กันพร้อมหน้า กนธีส่ายหน้าซึมๆ บอกว่าพิแสงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ แสงสุดาร้อนใจด้วยความเป็นห่วงลูก ตั้งท่าจะเข้าไปคุยให้รู้เรื่อง พิสุทธิ์รั้งไว้ พูดตรงๆว่าเธอคือต้นเหตุทำให้พิแสงเป็นแบบนี้ สั่งทุกคนตามไปที่ห้องทำงาน หารือเรื่องฟื้นฟูสภาพจิตใจพิแสงให้หายเร็วที่สุด แสงสุดาเปิดฉากสั่งการ พิสุทธิ์ตัดบทเสียงเรียบแต่ดุดัน

“ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง เพราะถ้าคุณออกโรงอีก ไม่มีทางที่ตาใหญ่จะหายดี กลับจะแย่กว่าเดิม”

“ไม่มีทาง ตาใหญ่บอกเองว่าเขาไม่ได้โกรธเกลียดฉัน เขาเข้าใจว่าฉันทำลงไปเพราะปรารถนาดี”

“แต่ตาใหญ่ไม่ไว้ใจคุณอีกแล้ว”

แสงสุดาอึ้งไป ไม่คิดว่าสิ่งที่ทำจะส่งผลร้ายแรง พิศากับกนธีหน้าจ๋อย อยากรู้ว่าพิแสงกำลังคิดอะไร พิสิณีโพล่งขึ้นมาอย่างใจคิด ตามประสาคนช่างอ่อนไหวเหมือนกัน

“คิดถึงเขมมิกมั้งคะ ทุกคนก็รู้ว่าพี่ใหญ่รักและมีความหวังมากแค่ไหน จู่ๆถูกหักหลัง มันทำใจยากนะคะ”

“โอ๊ย...จะรักอะไรนักหนานะ” พิศาโวย

“คนรักแต่ตัวอย่างเรา ไม่เข้าใจหรอก”

พิศาชักฉุนโดนปรามตรงๆ ทุกคนส่ายหน้าเอือม ระอาในความช่างตีโพยตีพาย พิสุทธิ์ยกมือห้าม บอกว่ายังไม่มีแผนเป็นรูปร่าง แต่มีสิ่งเดียวที่ทุกคนพอทำได้

“พวกเราทุกคนต้องเคียงข้างตาใหญ่ ให้เขาเห็นว่ายังมีพวกเราที่รักและเคียงข้างเสมอ ไม่ว่ายามดีหรือร้าย กำลังใจจากครอบครัวจะช่วยให้หายเร็วขึ้น”

ทุกคนเห็นด้วย ยกเว้นแสงสุดา...ลอบทำหน้าเจ้าเล่ห์ คิดแผนบางอย่าง รอจนทุกคนแยกย้าย โทร.หาสร้อยเพชรให้พาสาวิกามาบ้าน เป็นเพื่อนคุยพิแสงให้หายจากอาการอกหัก

ooooooo

เนตรนิภากลับบ้านมาเห็นเขมมิกนอนซึม แปลกใจเพราะคิดว่าไปค้างกับขนิษฐา เดาว่าเพื่อนรักอาจประสบเรื่องร้ายแรง แล้วก็ไม่ผิดคาด เขมมิกบอกว่าแม่รู้ความจริงเรื่องแผนร้ายยายเซ็กซี่ โกรธมากจนไม่ยอมเจอหน้าเธอ เนตรนิภาตกใจ เห็นใจและสงสารเพื่อน แต่ยังคิดไม่ออกจะช่วยยังไง

ฟากขนิษฐานั่งร้องไห้ลำพังในบ้าน คิดถึงคำพูดของเขมมิกก่อนลาไปทำงานที่พัทลุง เสียใจที่ลูกเลือกทำงานเสี่ยงๆ เอาตัวเข้าแลกเพื่อเงิน นึกถึงวีรกรรมลูกสาว คอยให้กำลังใจและปกป้องจากเปี่ยมพงษ์ครั้งแล้วครั้งเล่า ความรู้สึกผิดถาโถม โทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุให้ลูกสาวหาเงินตัวเป็นเกลียวเพื่อรักษามะเร็งของเธอ

ทันใดนั้น...เปี่ยมพงษ์ย่องมาจากด้านหลัง ทักทายเสียงหวาน ขนิษฐาหันขวับขนลุกขึ้นทันที เปี่ยมพงษ์หยอดคำหวาน ตบท้ายด้วยไถเงินเหมือนทุกที ขนิษฐาปฏิเสธเสียงแข็ง เปี่ยมพงษ์โมโห ตะคอกขู่เสียงดัง

“พูดดีๆด้วยแต่บอกไม่มี...หรือว่าอยากให้ฉันพูดด้วยอย่างอื่น!”

สาวใหญ่ถอยกรูด หยิบข้าวของรอบตัวปาใส่ไม่ยั้ง ส่งเสียงโวยวายดังถึงหน้าบ้าน เขมมิกกับเนตรนิภาเพิ่งมา มองหน้ากันเลิ่กลั่ก วิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ ตื่นตะลึงเห็นขนิษฐาสู้ไม่ถอย แถมหยิบปืนพกของเขมมิกจากกองข้าวของที่ส่งมาจากพัทลุง เล็งที่เปี่ยมพงษ์พร้อมประกาศกร้าว

“ปืนเก่าของผัวฉัน วันนี้ฉันจะใช้จัดการเห็บหมาอย่างแก...ไอ้เปี่ยม”

เปี่ยมพงษ์ตกใจมาก วิ่งไปหลบหลังเขมมิกกับเนตรนิภา สองสาวเบี่ยงตัว พยายามร้องห้ามแต่ขนิษฐาไม่ฟัง มองเปี่ยมพงษ์ด้วยความแค้น ขู่เสียงเรียบแต่ฟังดูน่ากลัว

“คำพูดแกเชืิ่อไม่เคยได้ ตอนนี้แกกลัวแต่พอไม่มีปืน ก็กลับมาทำร้ายฉันอีก เพราะฉะนั้น...อย่าอยู่เลย”

เปี่ยมพงษ์ร้องโหยหวน ฉี่ราดกางเกงนองพื้น ขาสั่นพั่บๆด้วยความกลัวสุดขีด ทุกคนมองด้วยความสังเวช ขนิษฐาหัวเราะเสียงหยัน ส่งปืนให้เขมมิกเก็บ ขู่อีกรอบด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว

“ถ้าแกยังกล้ามาให้เห็นอีก ฉันจะไม่ใจดีเหมือนวันนี้ วันนั้นจะเป็นวันมรณะของแก!”

จังหวะเดียวกัน...ธรรมศักดิ์โผล่มาพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บอกว่ามาถึงหน้าบ้าน ได้ยินเสียงเอะอะเลยตัดสินใจโทร.แจ้ง และจะดำเนินการยื่นฟ้องในชั้นศาล ไม่ให้เปี่ยมพงษ์มากวนใจขนิษฐาอีก สามสาวขอบคุณทนายใหญ่ที่ช่วยเหลือ ขนิษฐาเปรยเสียงเรียบแต่จริงจัง

“ผู้ชายแบบมัน ถ้าเราเอาจริงก็ไม่กล้าหรอก แต่ถ้าเรายอม มันยิ่งได้ใจ กดขี่ข่มเหงแสดงอำนาจ”

“ลึกๆแล้วผู้ชายแบบนายเปี่ยมพงษ์คือคนอ่อนแอครับ จึงต้องมาแสดงอำนาจกับคนในบ้านแทน”

“ในเมื่อผู้ชายของเราเป็นคนทำร้ายเราเอง ผู้หญิงจึงต้องรู้จักลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง อย่าให้มันทำร้ายจนเกิดเป็นความเคยชิน ไม่ใช่แค่ในบ้านหรอกนะ ที่ไหนๆก็เหมือนกัน ผู้ชายแบบนี้มันมีอยู่ทุกสังคม”

จบคำเขมมิกก็หันไปยิ้มประจบขนิษฐา นึกว่าแม่หายโกรธ ขนิษฐาบอกว่าไม่หายแต่มีสติพอจะฟังเรื่องราวทั้งหมด สองสาวกับหนึ่งหนุ่มใหญ่มองหน้ากันจ๋อยๆ เดินไปนั่งเรียงหน้ากระดานให้ขนิษฐาสอบสวน...

เวลาเดียวกันสำนักงานใหญ่พีบูติกแอร์ไลน์...พิสุทธิ์เป็นห่วงพิแสง อยู่บ้านตามลำพังกับแสงสุดา กลัวเมียรักทำลูกชายสติแตก พิสิณีอาสากลับเป็นเพื่อน ส่วนพิทยาขอทำงาน อ้างว่ามีสัมภาษณ์ผู้จัดการแผนกบัญชี พิสุทธิ์บอกให้จัดการทุกอย่างแทนเพราะเพิ่งมอบตำแหน่งให้ พิทยายิ้มน้อยๆ เก็บอาการลิงโลดไว้กับอก รอจนภรรยากับพ่อตาลับร่าง โทร.บอกเลขาให้ยกเลิกการสัมภาษณ์เพราะมีคนเตรียมไว้แล้ว

ooooooo

แสงสุดาเชิญสร้อยเพชรเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี บอกให้สาวิกาไปชวนพิแสงคุย สร้อยเพชรขยิบตาให้ลูกสาว สาวิกาขัดใจต้องทำตัวเหมือนสินค้า เร่ขายให้คนซื้อแต่ไม่กล้าโต้แย้ง สองสาวใหญ่ไฮโซมองหน้ากันยิ้มๆ ออกไปเดินคุยกันในสวน พูดคุยเรื่องสัพเพเหระอย่างคุ้นเคยเพราะชอบบงการคนในบ้านคล้ายๆกัน

ทันใดนั้น...แว่วเสียงสาวิกาโอดมาแต่ไกล พิแสงปรากฏตัวไม่นานจากนั้น ส่งสาวิกาคืนให้พร้อมประกาศกร้าว

“ผมไม่ได้ต้องการให้วิกามาหาผมที่นี่หรือที่ไหนอีก”

พิสุทธิ์  พิสิณี  พิศา และกนธีมาถึงพอดี พิแสงกราดสายตามองทุกคนด้วยความเสียใจ บอกเสียงเคร่ง

“ทุกคนฟังให้ดีนะครับ ผมไม่เคยคิดอะไรกับสาวิกาและไม่มีวันคิด คุณแม่กับคุณป้าไม่ต้องยัดเยียดให้ผม”

แสงสุดาโกรธจัด เช่นเดียวกับสร้อยเพชร ส่วนสาวิกาอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี พิสุทธิ์ต่อว่าเมียเสียงเครียดที่วุ่นวายเรื่องพิแสงไม่หยุดหย่อน แสงสุดาไม่สลด โต้ว่าทำไม่ได้เพราะเป็นห่วงลูก พิศาเหลืออด แหวใส่พี่ชายที่เหวี่ยงใส่ผิดคน พิแสงอึ้ง เริ่มคิดได้ว่าปล่อยอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ผลุนผลันออกจากบ้าน กนธีไล่ตามเพราะไม่อยากให้อยู่คนเดียว สร้อยเพชรลากสาวิกาออกจากบ้าน โกรธที่โดนถอนหงอก ทิ้งแสงสุดายืนหน้าเสีย พิสุทธิ์มองมาอย่างเอือมระอา เซ็งพฤติกรรมเมียยุ่งเรื่องลูกจนน่าให้โล่รางวัล!

ด้านขนิษฐา...นั่งอึ้งพักใหญ่ หลังรับรู้เรื่องแผนร้ายและสิ่งที่ลูกสาวกำลังเผชิญ เนตรนิภากับธรรมศักดิ์ค่อยๆเลี่ยงออกไป ปล่อยให้สองแม่ลูกพูดคุยและปรับความเข้าใจ เขมมิกเปิดฉากขอโทษ ขนิษฐาส่ายหน้าน้อยๆ

“สิ่งที่แม่โกรธมาก ไม่ใช่สิ่งที่เขมทำ แต่โกรธเพราะเขมโกหกแม่ มันบาปเหลือเกินนะเขม”

“เขมก็ชดใช้อยู่นี่ไงแม่ เขมอกหักไม่มีชิ้นดี”

เขมมิกกระเง้ากระงอด ขนิษฐาบอกว่ายังชดใช้ไม่หมด เพราะครอบครัวพิแสงต้องการความช่วยเหลือ เขมมิกหน้าเจื่อน ไม่อยากเอาตัวไปยุ่งให้เจ็บหัวใจ ขนิษฐารู้ทัน ปลอบเสียงปรานี

“เจ็บแต่เดี๋ยวก็หาย กับการต้องอยู่กับความรู้สึกผิดจนตาย แม้ลมหายใจสุดท้ายก็ไม่ลืม แกจะเลือกอะไร”

เขมมิกอึ้ง คำพูดแม่กระแทกใจ ขนิษฐาถอนใจยาว เตือนสติให้คิดดีๆ

“เขม...เพราะแม่อ่อนแอมาทั้งชีวิต ต้องพึ่งพาผู้ชายหรือใครสักคนตลอด สุดท้ายชีวิตแม่ก็จมกับน้ำตา แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือความอ่อนแอของแม่ ทำให้เขมต้องใช้ชีวิตมีตราบาปติดตัว”

จบคำก็ยิ้มให้กำลังใจ เขมมิกโผกอดแม่แน่น เนตรนิภากับธรรมศักดิ์ยิ้มให้กันด้วยความโล่งใจ...แม่ลูกดีกันแล้ว

ฝ่ายแสงสุดาพยายามง้อสร้อยเพชร โดนตอกกลับหน้าหงาย

“รอให้ตาใหญ่มาถอนหงอกอีกเหรอคะ ลูกสาวพี่มีตัวเลือกเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องรอตาใหญ่คนเดียว”

“หนูวิกา...คุณแม่ไม่รอ หนูรอเองก็ได้นะลูก”

“ไปออกคำสั่งลูกกับผัวตัวเองเถอะค่ะ ไป...ยายวิกา”

จบคำก็ลากสาวิกาออกจากบ้าน แสงสุดาหน้าจ๋อยกว่าเดิม พิสุทธิ์เดินมาดักหน้า เปรยเสียงเรียบแต่จริงจัง

“หยุดได้หรือยัง...ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรเถอะ ชีวิตของใครก็ให้คนนั้นเลือกทางเดินเอง เราเป็นพ่อแม่ มีหน้าที่สนับสนุน เตือนสติและประคับประคองเวลาล้ม คอยให้กำลังใจให้ลุกมาเดินต่อไปก็พอ”

แสงสุดาอึ้งไปอึดใจ ครุ่นคิดตามคำพูดสามี...หรือว่าเธอทำผิดจริงๆ

ooooooo

เขมมิกนัดเจอแสงสุดา ธรรมศักดิ์อาสาไปเป็นเพื่อน เผื่อต้องการกำลังใจ เขมมิกขอไปเข้าห้องน้ำเช็กความเรียบร้อย และสงบสติอารมณ์เพราะต้องรับศึกหนัก

ฝ่ายพิแสงเดินเล่นในห้างเดียวกัน กนธีตามไม่ให้คลาดสายตา บ่นว่ามีเรื่องอกหักเหมือนกัน ยังไม่ทำตัวมีปัญหาเหมือนนายหัวหนุ่ม พิแสงนึกไม่ออกว่ากับใคร กนธีไม่ทันตอบ เสียงมือถือเขาดังขึ้น พนักงานรีสอร์ตโทร.แจ้งว่าไฟไหม้บ้านพักคนงาน กนธีโวยวายเสียงดัง พิแสงฉวยโอกาสหายตัวไปในฝูงคน กนธีหันมาไม่เห็น มองหาละล้าละลัง เป็นห่วงเพื่อนและเป็นห่วงรีสอร์ตในเวลาเดียวกัน

พิแสงเดินมาชนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมาจากห้องน้ำโดยบังเอิญ เขาประคองโดยอัตโนมัติ ตะลึงเมื่อเห็นเป็นเขมมิก สองคนผละออกจากกันราวกับโดนของร้อน พิแสงหมุนตัวเดินออกไป เขมมิกมองตามน้ำตาคลอ เสียใจที่เขาไม่มีเยื่อใยแม้แต่น้อย ค่อยๆเดินไปอีกทาง จังหวะเดียวกัน...พิแสงหันมามอง เสียใจที่เธอตัดเขาอย่างง่ายดาย ในใจยังโหยหา...อยากให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่ต้องทรมานใจแบบนี้

เขมมิกรวบรวมสติแตกกระเจิงหลังเจอพิแสง กลับไปหาธรรมศักดิ์และมุ่งหน้าหาแสงสุดาที่ร้านอาหาร เลื่อนใบฝากเงินธนาคาร คืนเงินสามล้านที่โอนมาก่อนหน้านี้ แสงสุดาไม่เข้าใจว่าอดีตแอร์สาวเล่นแง่อะไร ทั้งที่งานสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง เอ่ยปากชมผลงานชิ้นโบแดง ทำให้พิแสงอกหักไม่มีชิ้นดี เขมมิกสะอึก ย้อนเสียงเรียบ
“มันไม่ใช่คำชมสำหรับฉันหรอกค่ะ มันคือการ ตอกย้ำให้ฉันยิ่งมั่นใจ ว่าฉันทำถูกแล้วที่คืนเงิน”

“คิดจะเล่นเกมอะไรกับฉัน...เขมมิก”

“ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะ ฉันทำอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ฉันรับเงินคุณไม่ได้...แม้แต่สลึงเดียว”

“หรือเธอคิดจับตาใหญ่แล้วมาขู่ฉัน ทำทีคืนเงินแต่จริงๆต้องการมากกว่านี้ เพราะเธอรู้ดี...ว่าฉันไม่มีทางรับเธอเป็นสะใภ้ ยังไงก็ต้องยอมจ่าย...ใช่ไหม”

เขมมิกอยากกรี๊ดระบายความอึดอัด แขวะสาวใหญ่ที่มองโลกในแง่ร้าย

“ชีวิตนี้เคยไว้ใจใครไหมคะ ขอครั้งนี้เถอะค่ะ ฉันคืนเงินโดยไม่คิดเรียกร้องอะไร เราจบกันเท่านี้...สวัสดีค่ะ”

จบคำก็ยกมือไหว้และลุกออกไป แสงสุดาไม่อยากเชื่อว่าเขมมิกจะถอดใจง่ายดายขนาดนี้

เขมมิกรู้สึกเบาโหวงบอกไม่ถูก เดินตามทางด้วยใจเหม่อลอย เสียงมือถือดังขึ้น ลุทซ์โทร.บอกว่าโอนเงินค่ารักษาขนิษฐาเรียบร้อย เขมมิกขอบคุณเสียงอ่อน ซาบซึ้งในน้ำใจยิ่งนัก บอกจะใช้คืนพร้อมดอกเบี้ยถ้าชนะคดี หญิงสาววางสาย เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ในสวนหย่อมของห้าง ไม่เห็นแม้แต่น้อยว่าพิแสงนั่งหันหลังชนกับเธอ สองหนุ่มสาวทอดอารมณ์อีกพักใหญ่จึงแยกย้าย เดินไปคนละทางช้าๆ เหมือนทางเดินที่ไม่มีวันบรรจบกัน...

ขณะเดียวกันที่ฟาร์มเพื่อนเกษตร...บรรดาคนงานวิตกกับข่าวลือว่าพิแสงจะขายฟาร์ม ไม่เว้นแม้แต่หลอดกับเสริม ปริญญ์ปลอบให้ทำใจดีๆและตั้งใจทำงานตามหน้าที่ เปรยเสียงเคร่งเพราะรู้จักนายหัวดี

“ที่นี่คือพันธสัญญาระหว่างคุณพิแสงกับคุณปู่ คุณพิแสงเป็นคนรักษาสัญญายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ต่อให้วิกฤติหนักขนาดไหน คุณพิแสงจะไม่มีทางขายฟาร์ม”

บรรดาคนงานใจชื้น มั่นใจในตัวพิแสง ต่างจากปริญญ์ พูดไปแต่ไม่มั่นใจแม้แต่น้อย...กลัวใจพิแสงเหลือเกิน

ด้านกนธี...กลับจากกรุงเทพฯมาสะสางงานที่รีสอร์ต เซ็นอนุมัติงบก่อสร้างบ้านพักคนงานใหม่ ถามหาความคืบหน้าจากตำรวจเรื่องต้นเพลิง บ่นหงุดหงิดเพราะไม่มีใครตอบได้ พนักงานหน้าเสีย พึมพำให้ได้ยินเรื่องสาวิกามาฝึกงานแต่หายตัวไปดื้อๆ กนธีส่ายหน้าระอา บอกว่ากลับกรุงเทพฯไปแล้วและตั้งท่าไปตรวจงานต่อ เห็นปริญญ์เดินหน้าเครียดมาหา บอกว่าอยากคุยเรื่องพิแสง กนธีถอนใจเฮือกใหญ่ บอกให้ตามไปคุยในห้องทำงาน

ooooooo

พิแสงเครียดจัด การเจอเขมมิกวันนี้ทำให้อาการปวดใจกำเริบขึ้นอีก ประกาศกร้าวกลางโต๊ะอาหารจะขายฟาร์มเพื่อนเกษตรทิ้ง ทุกคนอ้าปากค้าง โดยเฉพาะพิทยาร้อนใจอย่างหนัก กลัวพิแสงกลับมาดูแลสายการบินมากขึ้น พิแสงรวบช้อน ขออยู่คนเดียวสักพัก พิสุทธิ์ตามไปถามถึงสาเหตุ

“นั่นเป็นฟาร์มของปู่ที่แกประกาศว่าจะรักษาให้ดีที่สุดจนกว่าชีวิตจะหาไม่”

“ตอนนี้ผมเหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว ผมไม่ได้ผิดสัญญา แค่ไม่อยากทำอีกต่อไป ไม่รู้จะทำไปให้ใคร เพราะไม่มีใครคิดจะสนับสนุนอยู่แล้วนี่ครับ”

พิแสงหมุนตัวออกจากบ้าน พิสุทธิ์ตามไม่ทัน ได้แต่ถอนหายใจหนักหน่วงด้วยความกลุ้ม เดินย้อนไปที่โต๊ะอาหาร ทุกคนในบ้านนั่งรอผล แสงสุดาตื่นเต้นคิดว่าลูกชายจะขายฟาร์มและกลับมาดูแลกิจการสายการบิน แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพิสุทธิ์บอกว่าแค่จะขายทิ้ง ไม่ได้แปลว่าจะยอมทำตามที่เธอขอ แสงสุดาหน้าจ๋อย พิทยาทนอึดอัดใจไม่ไหวขอตัวไปทำงาน โดยแยกรถกับพิสิณี อ้างว่าจะไปงานเลี้ยงรุ่นและผลุนผลันออกไป สวนกับสร้อยเพชร วิ่งหน้าตื่นเข้ามาขอร้องให้ช่วยตามหาสาวิกาเพราะหายไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อคืน!

ขณะทุกคนตามหา...สาวิกาหนีไปรีสอร์ต กนธีกับปริญญ์แปลกใจที่เห็นเธอแต่ไร้เงาของสร้อยเพชรเหมือนเคย กนธีแยกไปเคลียร์งาน สาวิกาปรับทุกข์เรื่องหนีออกจากบ้าน ปริญญ์กล่อมไม่ให้โกรธและนึกถึงจิตใจพ่อแม่มากๆ สาวิกาบ่นกระปอดกระแปด ไม่สบายใจแต่ไม่อยากโดนบังคับ

“วิกาไม่อยากให้คุณแม่ลากไปให้ใครดูตัวอีก วิกาอายเขาค่ะ อีกอย่าง...วิกาไม่อยากรีบแต่งงาน อยากทำงานแต่คุณแม่ไม่ยอม คอยดูนะ...ถ้าบังคับกันมากๆ วิกาจะหนีไปเรียนต่อ เรียนให้แก่ตายไม่กลับมาอีกเลย”

“ไม่ลองคุยดูล่ะครับ ถ้าคุณยืนยันความตั้งใจ คุณแม่ต้องรับฟัง ผมเชื่อว่าความสุขของคนที่รักย่อมสำคัญกว่า”

สาวิกาชื่นชมจากใจจริง ปริญญ์ยิ้มรับตาพราว หัวใจพองโตสุดๆ

ฝ่ายเขมมิกรื้อข้าวของที่ส่งมาจากพัทลุง หน้าหมองน้ำตาซึมแต่พยายามกลบเกลื่อนว่าไม่เป็นอะไร ขนิษฐาดูออกว่าลูกสาวมีปัญหา โอบกอดเพื่อถ่ายทอดกำลังใจ ถามเสียงอ่อนว่ารักผู้ชายคนนั้นมากใช่ไหม เขมมิกอึ้งไปอึดใจ พยักหน้ารับทั้งน้ำตา กอดแม่แน่นราวกับต้องการที่พึ่งทางใจ

เวลาเดียวกันที่หน้าบ้าน...พิแสงมายืนชะเง้อหาเขมมิก เนตรนิภาผ่านมาเห็น ตะโกนเรียกเพื่อนรักเสียงลั่นซอย พิแสงรีบหนี เขมมิกก้าวพรวดออกมา ตามหา พิแสงทั่วบริเวณแต่ไม่พบแม้แต่เงา นายหัวหนุ่มแอบมองจากมุมลับตา อยากปรากฏตัวใจแทบขาดแต่ไม่กล้าพอ ได้แต่ปล่อยให้เขมมิกเข้าบ้านไป

เขมมิกเดินเข้าบ้านหงอยๆ เนตรนิภาสันนิษฐานว่าพิแสงคงคิดถึงจนทนไม่ไหว ขนิษฐายิ้มให้กำลังใจ ถามว่าถ้าเขาง้อจริงๆจะทำยังไง เขมมิกหัวใจพองโตแล้วเหี่ยวลง ไม่มองโลกสวยเหมือนแม่กับเพื่อนรัก เปรยเสียงเศร้า

“เขมคงไม่หวังสูงขนาดนั้นหรอกแม่ เขาอาจอยากมาด่าเขมอีกรอบก็ได้”

“ถ้าไม่ล่ะ ถ้าเขามาขอคืนดี แกจะว่าไง” เนตรนิภาถามหยั่งเชิง

“ฉันอยากให้เป็นอย่างนั้นแทบขาดใจ อยากคุยและปรับความเข้าใจ อยากพูดขอโทษสักพันครั้ง อยากมองหน้าและมือเขา รู้ไหมว่าดาวกับพระจันทร์จะยิ่งสวยถ้าได้ดูกับเขา อยากให้เขาจับมือฉัน ฉันจะไม่ยอมปล่อยเลย”

เขมมิกนั่งซึมหน้าเศร้า เนตรนิภากับขนิษฐาสงสารมาก...พิษรักเล่นงานเข้าแล้วเขมมิกเอ๊ย...

ooooooo

พิทยาหงุดหงิดเรื่องพิแสงจะขายฟาร์ม วางแผนให้ผู้จัดการการเงินคนใหม่ยักยอกเงินบริษัทเป็นการล้างแค้น แต่ไม่ทันสั่งการ เสียงมือถือดังขึ้น เขมมิกโทร.มานัดกินข้าว คะยั้นคะยอให้มาโดยอ้างว่ามี ธุระสำคัญ พิทยาไม่อยากเชื่อแต่ก็ดีใจมากที่เธอให้โอกาส สะสางงานและมุ่งหน้าไปร้านอาหารหรูที่นัดเขมมิกไว้

ฟากเขมมิกตื่นเต้น อดีตกัปตันรับนัดตามแผน แต่งตัวเปรี้ยวสุดฝีมือเพื่อไปเจอ พิแสงแอบตามหญิงสาวจากบ้าน ลอบมองด้วยความสงสัย แอบสะกดรอยตาม อยากรู้ว่าเธอมีนัดกับใคร

เขมมิกกวาดตามองรอบร้านแต่ไม่เห็นพิทยา พนักงานมาต้อนรับและเดินนำไปโต๊ะด้านใน พิแสงตามเข้ามา เลือกนั่งในมุมลับตาแต่สามารถมองหญิงสาวได้โดยไม่สะดุดตา ไม่กี่อึดใจ...พิแสงชะงัก เห็นพิทยาเดินผ่านโต๊ะเขาไปอย่างฉิวเฉียด นายหัวหนุ่มยกเมนูบังหน้า ลอบมองสองหนุ่มสาวด้วยความแค้น เข้าใจว่ากำลังสวมเขาให้พิสิณี

ด้านพิทยา...ตกตะลึงในความสวยเซ็กซี่ของเขมมิก นั่งฝั่งตรงข้ามช้าๆราวกับต้องมนต์สะกด เขมมิกปลื้มที่เสน่ห์ของตนยังใช้ได้ผลเสมอ จับมือเขาและเอ่ยปากขอโอกาสคบกันอีกครั้ง พิทยาอ้าปากค้าง ไม่ยอมตอบและลุกหนีไปดื้อๆ เขมมิกรีบวิ่งตาม เช่นเดียวกับพิแสง สงสัยว่ามันเรื่องอะไรกันแน่

เขมมิกเร่งฝีเท้าตามพิทยา ร้องขอให้คิดเรื่องเธออีกครั้ง พิทยาตีหน้าขรึม หมุนตัวถามเสียงเข้มถึงสาเหตุที่ต้องกลับไปคบกับเธอ เขมมิกหน้าถอดสี ตีหน้าเศร้าบอกว่าเหงา

“ตอนนี้ฉันเหนื่อยมากกับเรื่องที่ผ่านมา ต้องกลายเป็นผู้หญิงลวงโลก โกหกปลิ้นปล้อน...เพื่อเงิน”

พิทยาไม่อยากเชื่อ เช่นเดียวกับพิแสงเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เขมมิกไม่รู้เรื่อง พร่ำพรรณนาความรู้สึกต่อ

“ฉันไม่ใช่หญิงเหล็กกินอุดมคติ รักศักดิ์ศรี มีศีลธรรมหรอกนะ ฉันสร้างภาพให้เห็นว่าเป็นอย่างนั้นเพื่อให้ดูดี แต่จริงๆแล้วฉันอ่อนแอ ฉันกลัว...ไม่อยากอยู่คนเดียว และอยากมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง”

พิทยาพูดไม่ออกเพราะไม่คิดมาก่อน ส่วนพิแสงเจ็บใจเพราะเสียรู้มารยาเขมมิก

“ฉันคิดว่าไม่ควรปล่อยให้คุณหลุดมือ ฉันไม่เคยลืมและยังรักคุณ คุณคือรักแรกและรักครั้งสุดท้ายของฉัน”

เขมมิกสวมบทบาทได้สมจริงมาก พิทยาแทบใจละลายแต่พยายามฝืนไว้ ส่วนพิแสงเกือบล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย เหมือนที่เธอเคยสารภาพกับเขาไม่ผิด ยิ้มเยาะให้ความเขลาของตัวเอง พิทยาจับมือเธอ ปฏิเสธเสียงเรียบและผลุนผลันออกไป ทิ้งเขมมิกไว้กับความตะลึงงัน ไม่คิดว่าแผนการจะล้มไม่เป็นท่าขนาดนี้ ส่วนพิแสงยืนแสยะยิ้ม...สมน้ำหน้าผู้หญิงแพศยา!

ooooooo

เขมมิกกลับบ้านอย่างหัวเสีย หงุดหงิดที่มารยาของตนใช้ไม่ได้ผล เนตรนิภามารอฟังผล ปลอบให้ลองใหม่เพราะยังใช้คุณสมบัติพิเศษไม่ถึงครึ่ง เขมมิกพยักหน้ารับช้าๆ เปรยเสียงเบา

“หรือว่าพีทจะไม่สนฉันแล้ว หรือว่าจริงๆแล้วพีทเป็นคนดี หรือว่า...”

“หรือว่าจริงๆแล้วผู้ชายสมัยนี้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวจนผู้หญิงอย่างเราตามไม่ทัน”

เขมมิกมึนตึ๊บ ไม่คิดว่าอดีตแฟนเป็นคนซับซ้อน ขนิษฐาจึงขยายความและตั้งข้อสังเกต

“ตาพีทอาจกำลังเล่นเกม ก่อนนี้เพิ่งมาขอโอกาส บอกรักและรอเสมอ จู่ๆตัดบัวไม่เหลือใย...มันแปลก ไหมล่ะ”

ขนิษฐาเตือนให้ระวังตัว เพราะคนเลิกกันแล้วอาจเปลี่ยนเป็นคนละคน เขมมิกเศร้า นึกถึงเรื่องตัวเองกับพิแสง

“ขอให้คุณพิแสงปากเสีย โรแมนติกและเป็นคนดีน้อยกว่าเดิม จะได้ไม่มีใครรัก เหลือให้เขมคนเดียว”

เนตรนิภากับขนิษฐาหัวเราะในความเซี้ยวเปรี้ยวซ่า ของเขมมิก เร่งให้ดำเนินการตามแผนเพราะเหลือเวลาไม่มาก เขมมิกไม่มั่นใจ ขนิษฐาให้กำลังใจ เชื่อมั่นในมารยาสาไถยของลูกสาว สามสาวหัวเราะกันเกรียวด้วยความเข้าใจ สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงกริ่งหน้าประตู

เขมมิกเดินมาเปิด อ้าปากค้างเมื่อเห็นพิทยายืนยิ้ม บอกว่าจำเป็นต้องปฏิเสธที่ร้านอาหารเพราะพิแสงแอบตามมา เขมมิกหน้าเสีย กลัวแผนแตกและอาจทำให้ ภาพลักษณ์ตนในสายตานายหัวหนุ่มเลวร้ายกว่าเดิม อดีตกัปตันไม่รู้เรื่อง เล่าว่าเห็นพิแสงตอนจะเข้าร้าน จึงแกล้งทำเป็นไม่เห็นและปฏิเสธเธอ เขมมิกมัวจมกับความคิดตัวเอง ไม่ได้ยินเรื่องที่เขาพูด กลบเกลื่อนความรู้สึกพัลวัน

“ถ้าเขาตามมาขนาดนี้ ได้ยินฉันพูดกับคุณขนาดนั้น เขาคงจบกับฉันเรียบร้อย โดยไม่ต้องยืนยันเป็นคำพูด”

เขมมิกแกล้งถามเรื่องในอดีต อยากรู้ว่าทำไมเขาทิ้งเธอไปแต่งงานกับพิสิณี พิทยาอึกอัก พยายามบ่ายเบี่ยง เขมมิกจับไต๋ได้ คาดคั้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เหตุผลที่เป็นความจริง เพราะฉันอยากให้เราสองคนเลิกโกหก ถ้าหากจะกลับมาคืนดีกัน”

“แต่คุณอาจจะเกลียดผม”

“ฉันเข้าใจคุณ เราจะอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้กัน เพราะฉันรักคุณ และมีแต่คำว่าอภัยให้คุณเสมอ”

พิทยาซาบซึ้ง ดึงเธอมากอดแนบอก เขมมิกค่อยๆกอดตอบ สงสารเพราะดูท่าเขาจะรักเธอจริงๆ

ฟากพิแสงอยากเตือนพิสิณีเรื่องพิทยา แต่ไม่อยากบอกตรงๆ ตะล่อมถามถึงชีวิตคู่หลังแต่งงาน พิสิณียิ้มน้อยๆ

“สินีมีความสุขที่ได้อยู่กับพีท ตั้งแต่ทะเลาะกันคราวนั้น เขาขอเวลาอีกไม่กี่เดือน แล้วเราจะวางแผนมีลูกกัน”

“พี่ดีใจที่เห็นเรามีชีวิตครอบครัวมีความสุข พี่รักเรามากและจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายเด็ดขาด”

พิสิณีแปลกใจท่าทางแปลกๆ พิแสงหน้าเคร่งขึ้น คิดแผนจัดการกับเขมมิกขั้นเด็ดขาด

ด้านเนตรนิภา...นั่งจ้องโทรศัพท์อย่างรอคอย เผื่อกนธีโทร.มาง้อ ขนิษฐาเห็นเพื่อนรักลูกสาวเหม่อลอย แกล้งแหย่จนโพล่งออกมาหมด ปลอบให้มั่นใจในตัวเอง เพราะการคิดถึงใครสักคนไม่ใช่เรื่องผิด แต่การไม่แสดงออกให้รู้ว่าแคร์ต่างหากอาจทำให้เป็นบ้า เนตรนิภามองแม่เพื่อนตาค้าง ผลุนผลันไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว

เวลาเดียวกันที่รีสอร์ต...กนธีหยิบมือถือวางขึ้นลงทั้งวันโดยไม่มีสาเหตุ สร้อยเพชรโผล่มาเอาเรื่อง หาว่าเขาสมรู้ร่วมคิดยุสาวิกาให้หนีจากกรุงเทพฯ กนธีมองสาวใหญ่ไฮโซอย่างเอือมระอา ตัดสินใจพูดตรงๆ

“ขอโทษครับ...วิกาโตแล้ว มีความคิดเป็นของตัวเองประมาณหนึ่ง ไม่มีใครจับไปขังหรือล้างสมองได้หรอกครับ”

“แต่เธอรู้เห็นเป็นใจให้ลูกสาวฉันหนีออกจากบ้านมาที่นี่”

“ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นแหละครับ จู่ๆน้องก็มาเอง”

จบคำก็ลากสร้อยเพชรไปหาสาวิกา ทนหูชาตลอดทางเพราะสาวใหญ่บ่นไม่หยุดเรื่องลูกสาว

ฝ่ายสาวิกาตะลึงที่เห็นหน้าแม่ ยืนยันเสียงแข็งไม่ยอมกลับบ้าน สร้อยเพชรอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าลูกสาวจะกล้าขัดใจ กนธีกับปริญญ์แอบดู ลุ้นและเอาใจช่วยแทบแย่ เสียงมือถือกนธีดังขึ้น เขารีบตะปบและวิ่งไปคุยด้านนอก ทิ้งปริญญ์เฝ้าดูสาวิกาห่างๆอย่างห่วงๆคนเดียว

กนธีรับสายโดยไม่ทันดูว่าใคร แต่ปลายสายยังเงียบงัน เขาลดมือถือ ชะงักเมื่อเห็นชื่อเนตรนิภา สองหนุ่มสาวถือสายค้างไว้อย่างนั้น ไม่มีใครยอมพูดอะไรแต่ไม่ยอมวางสายเช่นกัน เนตรนิภาเผลอถอนใจยาว กนธีกลัวเธอวางสาย โพล่งออกไปว่าอย่าเพิ่งวาง บทสนทนาเริ่มจากตรงนั้น ต่อปากคำกันไปมาพร้อมรอยยิ้ม เนตรนิภาเป็นฝ่ายแกล้งงอนและวางสายดื้อๆ กนธีมองมือถือด้วยความเสียดาย ดีใจได้ยินเสียงเธอ ไม่ต่างจากเนตรนิภา เดินเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี แต่เปลี่ยนเป็นหน้าเสียเมื่อเห็นเขมมิกยืนหน้ามุ่ยรออยู่

ooooooo

สาวิการวบรวมความกล้ากราบแม่ ขอโทษที่หนีออกจากบ้าน สร้อยเพชรไม่หายโกรธ โวยวายว่าต้องมีคนเสี้ยมลูกสาวให้แข็งข้อ ปริญญ์ที่แอบฟังปาดเหงื่อ เช่นเดียวกับสาวิกา โต้ว่าเป็นความต้องการเธอเอง ไม่เกี่ยวกับใคร ทันใดนั้น...รัฐมนตรีใหญ่พ่อของสาวิกาเดินเข้ามา พยายามช่วยพูดให้ลูกสาว โดนสร้อยเพชรแหวกลับเสียงเขียว

“คุณจะขาดประชุมทำไม เรื่องบ้านเมืองสำคัญกว่า เรื่องในบ้านฉันดูแลเอง”

“ครอบครัวผมยังดูแลไม่ได้ แล้วใครจะเชื่อน้ำหน้าผมให้จัดการเรื่องบ้านเมือง ผมควรต้องช่วยดูแลลูก”

สร้อยเพชรเคืองสามีที่ก้าวก่ายหน้าที่ของเธอ ตวาดลั่นแล้วผลุนผลันออกไป สองพ่อลูกมองหน้ากันเครียดๆ ตามไปง้อ โดนยื่นคำขาดให้กลับบ้านเพื่อเคลียร์ทุกอย่าง สาวิกาทำท่าจะร้องไห้ กลัวแม่ไม่ให้ออกจากบ้าน รัฐมนตรีใหญ่เดินมาโอบกอดและปลอบเสียงอ่อน

“พ่อสัญญาจะให้ความยุติธรรม การบังคับใจให้

ทำสิ่งที่ไม่อยากทำจะไม่มีทางเกิดในบ้านเราอีก พ่อสัญญา”

สาวิกาชั่งใจก่อนพยักหน้ารับ เหลือบเห็นปริญญ์เฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง ขออนุญาตพ่อคุยกับเขาก่อนกลับบ้าน หมอหนุ่มได้ยินทุกอย่าง เห็นด้วยที่เธอต้องการพูดคุยกับครอบครัวอย่างจริงจัง

“กลับไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่เถอะครับ เรื่องในบ้านควรจะจัดการเป็นการภายใน”

“คุณแม่อาจจะไม่ยอมเหมือนเดิม”

“อย่างน้อยคุณก็ได้แสดงให้เห็นว่ามีความต้องการของตัวเอง ท่านจะยอมรับหรือไม่ ต้องเปิดใจคุยกัน ครับ...สู้ๆ”

สาวิกายิ้มขอบคุณ โบกมือให้และเดินจากไป

ปริญญ์ได้แต่มองตาม รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก...

ฟากเขมมิกปรับทุกข์กับเพื่อนเรื่องพิทยา แม้ดีใจที่แผนลวงลุล่วง แต่ไม่สบายใจเพราะกำลังสร้างเรื่องโกหก บอกว่าจะได้รู้ความจริงทุกอย่างวันรุ่งขึ้น เนตรนิภาถอนใจเหนื่อยหน่าย เปรยเสียงอ่อน

“จริงเหรอเขม จะว่าไปก็น่าสงสารกัปตันพีท เขารักแกมากจริงๆ ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนหลอก”

“นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะวางแผนหลอกลวงใคร เมื่อจบเรื่องทั้งหมด ฉันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทิ้งอดีตแสนเจ็บปวด ทั้งที่คนอื่นทำกับฉันและที่ฉันเคยทำไว้กับทุกคน ลืมให้หมดไม่ให้เหลือ”

ฝั่งพิทยามองพิสิณีด้วยความเป็นห่วง อยากพาไปหาหมอแต่เธอไม่ยอม เลยแกล้งแหย่ว่าอาจมีข่าวดีเรื่องลูก พิสิณีหน้าขรึมลง ถามว่าแน่ใจหรือว่าเป็นที่ต้องการ พิทยาเลิกคิ้ว

“ทำไมถามผมอย่างนั้น ผมอยากมีลูกคุณก็รู้

เขาจะทำให้ครอบครัวเราสมบูรณ์”

“แต่จะแปลว่าคุณจะใช้เวลาทำงานมากอย่างที่เป็นอยู่ไม่ได้แล้วนะคะ ถ้าอยากให้ครอบครัวสมบูรณ์ ฉันกับลูกคือสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง...ไม่ใช่งาน”

พิทยาอึ้งไปอึดใจ พิสิณีปลอบว่าไม่ต้องรีบเพราะอยากให้ทุกอย่างลงตัวกว่านี้ พิทยาชักรู้สึกผิด

“คุณเป็นทั้งเมียและอนาคตแม่ที่ดี”

“ฉันทุ่มเทให้กับคนที่รักหมดหัวใจเสมอค่ะ”

“ผมรู้ว่าคุณทุ่มเทให้ผมมากแค่ไหน ผมต่างหากที่แทบไม่ได้ทำอะไรให้คุณ มันไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ”

“แค่คุณรักฉัน ไม่มีอะไรไม่ยุติธรรมค่ะ”

สองสามีภรรยากอดกันแน่นด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน...หวังแค่จะรักษาช่วงเวลานี้ให้ดีและนานที่สุด

กลางดึกวันนั้น...พิทยาใช้ความคิดลำพัง พิแสงเดินมาคุยด้วย ตัดสินใจพูดตรงๆว่าเห็นเขานัดเจอกับเขมมิก พิทยาไม่ปฏิเสธเพราะทุกอย่างเป็นเรื่องจริงแต่ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย อ้างว่าเขมมิกขู่จะอาละวาดพิสิณี จึงจำใจไปพบ พิแสงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง หัวเราะเยาะตัวเองที่หูเบาและโง่พอจะเชื่อมารยาสาไถยของเขมมิก พิทยาพอดูออกว่าพิแสงระแวง พยายามพูดให้เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจ

“ผมคงห้ามเขมมิกไม่ได้แต่ผมห้ามใจตัวเองได้”

พิแสงพยักหน้าช้าๆ หมุนตัวออกไป พิทยารั้งไว้ ขอร้องเสียงเครียดให้ปิดเรื่องนี้จากพิสิณี อ้างว่าไม่อยากให้ไม่สบายใจ พิแสงรับปากเต็มใจ เพราะแคร์ความรู้สึกน้องสาวอยู่แล้ว หมุนตัวออกไปช้าๆ ทิ้งพิทยาให้มองตามด้วยแววตาหวาดหวั่น สังหรณ์ว่าพิแสงอาจมีแผนบางอย่าง

ooooooo

พิแสงตัดสินใจจัดการเขมมิกขั้นเด็ดขาด

ตื่นเช้าไปดักรอเธอหน้าบ้าน คว้าข้อมือและลากไปขึ้นรถ เขมมิกขืนตัวสุดกำลัง ดิ้นรนจนเขาแทบหมดแรง เธอถามเสียงเขียวว่าต้องการอะไรอีก พิแสงเหลืออด บอกว่าจะพาไปธนาคาร

“เท่าไหร่...ถึงจะทำให้เธอไปจากชีวิตน้องเขยฉัน เลิกเป็นมือที่สาม ทำให้ครอบครัวชาวบ้านร้าวฉานเสียที!”

เขมมิกตาเหลือก ร้องโวยวายและพยายามวิ่งหนี พิแสงยื้อไว้ ตะคอกเสียงเข้ม

“ฉันไม่ถอยให้ผู้หญิงไร้สำนึก ศีลธรรมบอดอย่างเธอหรอก”

“แถมฟันคมอีกต่างหากนะจะบอกให้”

จบคำก็กัดแขนเขาอย่างแรงจนเสียหลักล้มลงพื้น เขมมิกฉวยโอกาสวิ่งหนีไม่คิดชีวิต กลัวแผนการนัดเจอกับพิทยาถูกพิแสงล่มจนเสียเรื่อง นายหัวหนุ่มไม่ยอมแพ้ ไล่ตามถึงทางข้ามม้าลายริมถนน เขมมิกไปถึงทันไฟเขียวให้คนข้าม ในขณะที่พิแสงมาถึงเมื่อเป็นไฟแดง เขมมิกหันมายิ้มเยาะ วิ่งไปขึ้นรถเพราะเลยเวลานัดกับพิทยาไปเกือบชั่วโมง พิแสงได้แต่มองตามด้วยความเซ็งจัด เจ็บใจที่ปล่อยอดีตแอร์สาวตัวแสบหนีไปได้

ด้านแสงสุดา...ไม่ยอมกินข้าวกินปลา ตรอมใจเพราะพิแสงไม่พูดด้วย พิสุทธิ์สงสาร แกล้งแหย่และแขวะเสียงเข้ม แสงสุดามองสามีงอนๆ บ่นว่ายังไม่สะใจอีกหรือ ต่อว่าเธอทุกครั้งที่เจอหน้ามาหลายวันแล้ว

“อย่ามาแช่ง...นี่เกลียดฉันมากใช่ไหมถึงได้พูดแบบนี้ ไม่รักษาน้ำใจกันเลย”

“ใช่...เกลียดมาก เพราะอะไรรู้ไหม คุณคือนางมารร้ายเผด็จการ ไม่มีหัวใจ รักใครไม่เป็น คิดถึงแต่ความต้องการตัวเอง ใจดำ...แต่ผมทนได้ เพราะผมเข้าใจคุณ”

“ที่ผ่านมายังด่าฉันไม่สาแก่ใจอีกเหรอ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น ผมจะบอกว่า...ถ้าคุณเข้าใจลูกและผม เราทุกคนจะเข้าใจกัน โดยไม่มีใครเปลี่ยนแปลงใคร ยอมรับในความแตกต่าง ความต้องการที่ไม่เหมือนกัน บ้านเราก็จะมีความสุข”

พิสุทธิ์เตือนสติให้คิดถึงความสุขของคนในครอบครัวเหนือสิ่งอื่นใด แสงสุดาน้ำตาซึมด้วยความรู้สึกผิด อยากขอโทษพิแสง สองสามีภรรยาหัวเราะให้กัน หวังว่าหลังเคลียร์เรื่องทุกอย่าง ครอบครัวจะสงบสุขจริงๆ เสียที...

ฟากเขมมิกวิ่งกระหืดกระหอบไปจุดนัดพบกับพิทยา เสื้อผ้าหน้าผมกระเซอะกระเซิงแทบดูไม่ได้ โมโหและหงุดหงิดพิแสง ทำให้เสียเวลาและอาจเสียแผน กวาดตามองรอบๆแต่ไร้วี่แววพิทยา หยิบมือถือโทร.หา เพิ่งเห็นว่าอดีตกัปตันโทร.มาเกือบยี่สิบครั้ง เขมมิกหันรีหันขวางแล้วยิ้มกว้าง เห็นพิทยาถือขวดน้ำมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

เขมมิกสวมบทสาวแสนซื่อทันที ทำตาซึ้งจนพิทยาชักเขิน ช่วยจัดทรงผมเธอให้เข้าที่อย่างอ่อนโยน ชวนเดินคุยในสวนสวยราวกับคู่รักแสนหวาน เขมมิกพยักหน้าน้อยๆ กำมือถือแน่นพร้อมเปิดโปรแกรม
บันทึกเสียง

หลังแยกจากพิทยา...เขมมิกกลับบ้านด้วยท่าทางซึมๆ วางมือถือตัวเองที่มีคลิปเสียงของพิทยาบนโต๊ะ เนตรนิภากับขนิษฐามองด้วยความแปลกใจ

เขมมิกยิ้มเศร้าๆ สะเทือนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“เขมกำลังรู้สึกว่าชีวิตคนเราไม่มีอะไรยืนยาวเลย เกิดมาก็ตัวเปล่า ไปก็ตัวเปล่า แต่ทำไมต้องดิ้นรน แสวงหา รัก โลภ โกรธ หลง ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกันขนาดนี้ และคนที่ทุกข์ สุดท้ายก็คือตัวเอง...ไม่ใช่คนอื่น”

เนตรนิภากับขนิษฐามองหน้ากันงงๆ หยิบมือถือเขมมิกมาเปิดด้วยความอยากรู้ ส่วนอดีตแอร์สาวออกไปนั่งเล่นหน้าบ้าน พึมพำกับตัวเองเบาๆ

“ขอโทษนะคะพีท เรื่องแบบนี้...กรรมใครก็กรรมมัน”

ooooooo

ตอนที่ 11

เนตรนิภาหนีกนธีสุดฤทธิ์ ในที่สุดก็ถูกเขาตะครุบตัวไว้จนได้ แต่ล้มกลิ้งลงไปนอนบนพื้นด้วยกันทั้งคู่ สองหนุ่มสาวมองหน้ากันอึ้งๆ นึกถึงคำพูดหมอดูเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาเนื้อคู่วันก่อนโดยไม่ตั้งใจ ผละจากกันและร้องโวยวายว่าไม่จริง! กนธียังคาดคั้นเรื่องเขมมิก เนตรนิภาอึกอัก มองท่าทีเอาจริงของเขาอย่างหวาดระแวง...จะรอดไหมเนตรนิภา!

ฝ่ายวาศิณีพยายามพูดให้ปริญญ์เข้าใจว่าตนไม่มีอะไรกับต่อลาภ ทุกอย่างทำเพื่อประชดอนงค์เท่านั้น ปริญญ์ ถอนใจโล่งอก แต่ไม่วายเตือนเธอไม่ควรไว้ใจใครง่ายๆ โดยเฉพาะคนอย่างต่อลาภ วาศิณีคิดว่าเขายังมีใจ

“ไม่ใช่เพราะหมอหึงและไม่อยากให้น้ำหวานลงเอยกับคุณต่อลาภเหรอคะ”

“ผมมีเพียงความปรารถนาดีในฐานะเพื่อนเท่านั้น อย่าประชดแม่อย่างนี้อีกนะครับ แกเป็นห่วงคุณจริงๆ”

“เหรอคะ...ฉันว่าแม่เป็นห่วงเพราะกลัวสะพานที่จะพาไปสู่ความสุขสบายถูกตัดขาดต่างหาก”

ปริญญ์ถึงกับพูดไม่ออก ตั้งท่าจะพูดบางอย่าง สาวิกาโผล่มาขัดจังหวะ ขอร้องให้ช่วยตามหากนธี ปริญญ์อาสาช่วย วาศิณีกระแนะกระแหนด้วยความหมั่นไส้ โดนปริญญ์ สวนกลับไม่ไว้หน้า สาวิกาเหน็บเสียงซื่อตามประสาคนชอบพูดตรง วาศิณีฮึดฮัด ตอกกลับเสียงเรียบ

“หมอใจอ่อน ชอบช่วยเหลือทุกคนอยู่แล้ว คงไม่ได้มีใจอะไรเป็นพิเศษกับคุณหรอก อย่าคิดมาก”

“แหม...พูดเหมือนหึงวิกาเลยนะคะ เอ๊ะ...หรือว่าคุณหมอกับคุณเลขาเป็นแฟนกัน”

“เปล่าครับ...เราเป็นแค่เพื่อนกัน”

“อ้อ...เพื่อนกัน ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณหมอไม่ได้มีใจให้วิกาหรอกค่ะ แต่ได้ใจวิกาไปเต็มๆ”

วาศิณีเจ็บใจ ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย ส่วนปริญญ์ รู้สึกแปลกๆที่โดนจีบซึ่งหน้า เดินนำสาวิกาตามหากนธีสาวิกาก้าวตาม ลอบมองเขาไม่วางตาจนเริ่มอึดอัด เดินเร็วจนเธอตามแทบไม่ทัน ปริญญ์ถอนใจ หยุดเดินและพูดตรงๆ

“คุณเป็นผู้หญิง...ควรไว้ตัวและรักษาท่าที ไม่ควรบอกความรู้สึกหรือชมผู้ชายต่อหน้าอย่างนั้น”

“ก็วิกาชมหมอ วิกาก็ต้องพูดกับหมอ จะให้วิกาไปพูดกับพี่ธีหรือคะ มันคนละคนกัน”

จังหวะเดียวกัน...ชมพู่เดินผ่านมา ปริญญ์ถือโอกาสถามหากนธี ชมพู่บอกให้โทร.หาเพราะเห็นออกไปแล้ว แกล้งหยอดหมอหนุ่มจนสาวิกาหน้าเสีย ปริญญ์ขำระคนสงสาร เลี่ยงออกมาด้วยความรู้สึกโล่งใจ...

ด้านเขมมิก...ยืนสงบสติอารมณ์พักใหญ่ เตรียมไปส่งเนตรนิภา ชะงักเมื่อเห็นพิแสงรออยู่ เขายิ้มให้ราวกับไม่มีเรื่องราวใดๆ ต่างจากเขมมิกตกใจมากที่เขาออกจากโรงพยาบาลก่อนกำหนด พิแสงก้าวไปหา ทักเสียงหวาน

“ฉันกลับมาหาเธอไง มาหาคนที่ฉันรักและรักฉัน ฉันคิดถึงเธอมากเลยนะ”

เขมมิกยิ้มน้ำตาคลอ โผเข้ากอดด้วยความปลื้ม ตอบเสียงอ่อนว่าคิดถึงเขามากเช่นกัน พิแสงกอดตอบด้วยความเจ็บปวด อดไม่ได้ เปรยเสียงเรียบแต่จริงจัง

“ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายกับฉัน”

เขมมิกเลิกคิ้วสูง จับน้ำเสียงแปร่งๆนั้นได้ ใจหายวูบคิดว่าเขารู้ความจริงทุกอย่าง ถอนใจโล่งอกที่เขาแค่ตัดพ้อเรื่องไม่ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล พิแสงอึดอัด ความอยากรู้ปนเปกับความโกรธแค้นเสียใจจนแยกไม่ออก บท สนทนาของเธอกับแม่เขายังก้องในหัวราวจะตอกย้ำความโง่ ตัดสินใจโพล่งถามจริงจังถึงสาเหตุที่เธอรักเขา
“ตอบฉันมา...ทำไมเธอถึงรักฉัน ตอบความจริง เธอรู้สึกยังไงตอนนี้”

“ความจริงก็คือ...ฉันรักคุณตั้งแต่ครั้งแรกที่สวิตฯ รักอย่างไม่มีเหตุผล คุณทำให้ฉันหวั่นไหว ใจเต้นทุกครั้งที่เห็นหน้า แม้คุณจะทำให้ฉันเสียใจ แต่ฉันก็ยังไม่ลืมคุณตลอดห้าปีที่ผ่านมา”

“เธอทำให้หัวใจของผู้ชายคนนี้พองโตมากรู้ไหม”

“ฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ฉันทำทุกอย่างได้เพื่อคุณ ตอบแทนความรักแท้ที่ฉันเคยเชื่อว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้”

เขมมิกงงท่าทีแข็งกร้าวและหงุดหงิด พิแสงตัดบทให้ไปหาเนตรนิภา มองตามเธอด้วยแววตาเจ็บปวด

ฟากกนธีคาดคั้นเนตรนิภาไม่เลิก อยากรู้ว่าแสงสุดาจ้างวานเขมมิกมาทำอะไรที่ฟาร์ม เนตรนิภาอึกอัก จังหวะเดียวกัน...หลอดขับรถมาเทียบ บอกว่าเขมมิกให้มาตามเพื่อไปส่งสนามบิน หญิงสาวกระโดดขึ้นรถ เอ่ยปากท้าให้กนธีตามไปถามที่กรุงเทพฯพร้อมสั่งออกรถ กนธีแสยะยิ้มแล้วเปรยเบาๆไล่หลัง...คิดว่าฉันไม่กล้าหรือไง!

ooooooo

พิแสงนั่งหน้าเครียดในมุมหนึ่งของฟาร์ม คิดถึงภาพเขมมิกเมื่อครั้งยังไม่รู้ความจริงด้วยใจร้าวราน เสียงเขมมิกประกาศกร้าวว่าไม่เคยโกหกยังก้องในโสตประสาท นายหัวหนุ่มเจ็บปวดเหลือจะกล่าว ตัดสินใจหยิบมือถือโทร.หาเสริม

สายวันนั้น...เขมมิกกับเนตรนิภาถกกันที่สนามบิน เรื่องความลับเกือบถูกเปิดเผยจากการปรากฏตัวของแสงสุดา เนตรนิภาบ่นเบื่อสภาวะต้องคิดแผนโกหกตลอดเวลาเช่นนี้ เร่งให้ปิดจ๊อบโดยเร็ว มือถือเขมมิกดังขึ้น ลุทซ์โทร.ตามไปพบที่โรงแรม เนตรนิภาจึงแยกไปขึ้นเครื่อง ส่วนเขมมิกบอกหลอดให้ส่งที่โรงแรมและทิ้งไว้สักสองชั่วโมง หลอดรับคำอย่างยินดี เขมมิกเดินยิ้มเข้าโรงแรม ไม่รู้แม้แต่น้อยว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองตาม

สายตาปริศนานั้นคือพิแสงชายหนุ่มเบิกตาโพลง เห็นเขมมิกจับมือชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง หัวเราะต่อกระซิกและกอดกันกลมราวกับคู่รักที่ไม่ได้พบกันนาน เขมมิกไม่รู้ตัว ค่อยๆทรุดตัวลงกับพื้นเพราะหน้ามืด ลุทซ์ตัดสินใจพาไปพักบนห้อง เขมมิกหน้าซีด ซบหน้ากับอกเขา ขึ้นลิฟต์ ไม่รู้ตัวเลยว่าพิแสงมองตามด้วยแววตาปวดร้าว ตัดสินใจก้าวตามเพราะทนไม่ไหว อยากเห็นทุกอย่างกับตาเมื่อถึงชั้นที่พัก...เขมมิกเดินตามลุทซ์เข้าห้อง พิแสงยืนพิงผนังห้อง ได้ยินทุกอย่าง หลับตาลงด้วยความเจ็บแค้นแสนสาหัส

ฟากกนธีเร่งสะสางงาน เพื่อไปตามล่าความจริงจากเนตรนิภาที่กรุงเทพฯ สาวิกาเพิ่งมาทำงานวันแรก มึนตึ๊บเพราะไม่มีประสบการณ์ กนธีทวนคำสั่งและอธิบายด้วยความอดทน แต่สาวิกายังตามไม่ทัน ส่งผลให้กนธีปรี๊ดแตก ผลุนผลันจากไปด้วยความโมโห ทิ้งสาวิกายืนน้ำตาคลอ น้อยเนื้อต่ำใจในความไม่ได้เรื่องของตัวเอง
เวลาเดียวกันที่ฟาร์ม...อนงค์ต่อว่าลูกสาวด้วยความโมโหที่คว้าต่อลาภมาทำผัว วาศิณีตอกกลับไม่สะทกสะท้าน

“แล้วแม่จะเอายังไง สอนให้หนูคบเผื่อเลือก แล้วตอนนี้จะมาขวาง”

“มันยังไม่ถึงเวลาเลือก เรื่องนายหัวยังไม่รู้ว่าหมู่หรือจ่า”

“แล้วจะให้หนูรอนายหัวเลิกกับนังเขมมิกน่ะเหรอ ชาติหน้าล่ะมั้ง หนูเลยรีบคว้าคุณต่อลาภไว้ก่อน”

อนงค์อ้าปากค้างในความคิดสุดโต่งของลูกสาว วาศิณีท้าให้แม่รอดูความสำเร็จ นอนรอให้ผัวเธอเลี้ยงได้เลย พูดจบก็เดินหนีไม่สนใจอนงค์อีกต่อไป อนงค์เดือดจัด พึมพำเสียงเครียดไล่หลัง

“กล้าพูดคำว่าผัวได้เต็มปาก หน้าไม่อาย นังน้ำหวาน... นังอกตัญญู มีแกเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน!”

ฝ่ายพิแสงไม่ยอมขยับไปไหน จินตนาการถึงเหตุการณ์ในห้องเลยเถิดไปไกล ทรมานใจเหลือเกิน ขณะที่ภายในห้อง...เขมมิกฟื้นจากอาการหน้ามืด มองลุทซ์อย่างรู้สึกผิด อธิบายว่าเทียวไปมาระหว่างฟาร์มกับโรงพยาบาลติดต่อกันหลายวันจนหมดแรง ลุทซ์ยิ้มปลอบใจและยื่นกล่องช็อกโกแลตให้ เขมมิกเห็นของโปรด ลืมความไม่สบาย กระโดด ตัวลอยด้วยความตื่นเต้น โผเข้ากอดลุทซ์อย่างขอบคุณ เขามองเธอกิน แกล้งแหย่ว่าทานขนาดนี้อาจได้กลับไปเป็นปุ๊กลุกคนเดิม เขมมิกขรึมลงเล็กน้อยเปรยเสียงเศร้า

“กลับไปได้ก็ดี ฉันจะได้ไม่ทำตัวเป็นหมูตื่นคน ฉันจะใจเย็นและถามเขาดีๆถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในฮัมบูร์ก ฉันอาจเป็นเจ้าสาวที่ใช้ผ้าตัดชุดมากที่สุด แต่ฉันไม่แคร์ ฉันไม่เห็นต้องผอมเพราะเขารักที่ฉันเป็นฉัน”

ลุทซ์อึ้ง เดาว่าเธอคงมีเรื่องบางอย่าง แต่ยังไม่กล้าถาม เขมมิกน้ำตาคลอ มองช็อกโกแลตในมือนิ่ง

“ช็อกโกแลตของเธอมีมนต์วิเศษทำให้ฉันกลับไปเป็นปุ๊กลุกได้ไหม จะได้ไม่มีฉันที่ถูกเกลียดเข้าไส้ในวันนี้”

“คงไม่ได้หรอก มีอยู่สองสิ่งที่เราไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้คือเวลาและโอกาส ชีวิตต้องเดินหน้า แม้มันจะเจ็บปวด แต่มันจะผ่านไป เวลานั่นแหละจะเยียวยาเธอเอง”

เขมมิกมองเพื่อนหนุ่มนิ่งแล้วยิ้มกว้าง สวาปามช็อกโกแลตอย่างมูมมาม หวังว่าของโปรดจะทำให้ลืมทุกอย่าง ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าที่หน้าห้อง...พิแสงค่อยๆเดินจากไป เสียงร่าเริงของหญิงสาวพร้อมชื่อลุทซ์ราวกับสายฟ้าฟาด เหมือนฟางเส้นสุดท้ายทำให้หลังลาหัก ตัดสินใจเด็ดขาดว่าต้องจัดการบางอย่าง นายหัวหนุ่มกลับไปหาเสริมที่รถ บอกให้ไป ส่งสนามบินและกำชับเด็ดขาดห้ามแพร่งพรายเรื่องในวันนี้

ooooooo

ลุทซ์ทนดูหญิงสาวกินช็อกโกแลตเลอะเต็มหน้า ร้องไห้ไม่หยุดต่อไปไม่ไหว ค่อยๆไปแย่งมาจากมือ หยิบทิชชูมาซับน้ำตาและเช็ดรอยเปื้อนให้ บอกให้ร้องไห้ออกมา อย่าเก็บไว้อีกเลย เขมมิกรู้สึกตัวว่าปล่อยใจให้เศร้ามากเกินไป ปาดน้ำตาและบอกจะไปล้างหน้าในห้องน้ำ ลุทซ์ยิ้มน้อยๆ เปรยเสียงอ่อนแต่เต็มไปด้วยความชื่นชม

“นี่ไงเขมของฉัน...เธอจะไม่ยอมเป็นภาระคนรอบข้างต้องลำบาก แม้ว่าตัวเองกำลังจะแย่”

“ไม่จริงอ่ะ ฉันกำลังทำให้เธอลำบากต้องตามคดีให้แม่ฉัน”

“ฉันไม่ได้ลำบาก มันเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำให้น้องสาวฉัน”

เขมมิกขอบคุณจากใจจริงในความช่วยเหลือ ลุทซ์บอกว่าไม่เป็นไร เคืองแทนเพื่อนสาว โดนผู้ชายทำร้ายจิตใจ ถึงขั้นจะต่อยหน้าให้หายแค้น เขมมิกร้องห้ามเสียงหลง บอกเสียงเครียดว่าตัวเองเป็นคนผิด ลุทซ์ยักไหล่ไม่แคร์

“ฉันไม่สน ผิดหรือถูกฉันไม่รู้ ฉันแค่คิดว่าเขาไม่ได้รักเธอจริงๆถึงได้เกลียดเธอ ถ้าฉันรักใครสักคนมาก ต่อให้เขาทำผิดร้ายแรงแค่ไหน ฉันก็พร้อมจะให้อภัย ลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและจับมือกันเดินหน้าต่อไป”

“เธอไม่เคยเจอด้วยตัวเอง ไม่รู้หรอกว่าถ้าถึงเวลานั้นจริง เธอจะยอมรับแล้วเดินหน้าได้จริงหรือเปล่า”

ลุทซ์พูดไม่ออก นั่งมองเพื่อนสาวแกะช็อกโกแลตกินต่อเครียดๆ สงสารเหลือเกินแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง...หลังแยกจากลุทซ์ เขมมิกกลับมารอพิแสงที่ฟาร์มจนค่ำแต่ก็ไม่ปรากฏร่างหรือการติดต่อจากนายหัวหนุ่ม ไล่ถามจากคนงาน โดยเฉพาะหลอดกับเสริม แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน

ขณะที่ทุกคนในฟาร์มเป็นห่วง...พิแสงปรากฏตัวที่บ้านในกรุงเทพฯ พิศาเม้าท์โทรศัพท์กับสาวิกา อ้าปากค้างด้วยความดีใจ ถลาไปกอดแต่พิแสงไม่สนใจนัก ผละออกและถามหาแม่ แสงสุดาได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็ก ยิ้มปลื้มเห็นลูกชายคนโตมาเยี่ยม มองแผลและถามด้วยความเป็นห่วง พิแสงมองแม่นิ่ง เปรยเสียงเรียบแต่ดุดัน

“แผลที่ถูกแทงมันหายแล้ว แต่ผมเพิ่งได้แผลใหม่สดๆร้อนๆ”

พิศาพยายามแทรก เข้าใจว่าพี่ชายมีเรื่องกับเขมมิก ตั้งท่าผสมโรงแต่โดนตัดบท พิแสงขอคุยกับแสงสุดาเป็นการส่วนตัว พิศาหน้าเสีย ยอมเดินออกไปจ๋อยๆ แต่ไม่วายแอบฟังหน้าประตู พิสุทธิ์ผ่านมาเห็น ดุลูกอย่าเสียมารยาทแต่ตัวเองยืนฟังเอง พิศาเดินหน้าหงิกย้อนกลับมา พิสุทธิ์ส่ายหน้าเซ็งๆ บอกให้มาฟังด้วยกัน

ขณะเดียวกันภายในห้อง...แสงสุดาแปลกใจท่าทีมึนตึงของลูกชาย ยังไม่รู้ตัวว่าแผนแตกแล้ว พิแสงอึดอัดใจมาก ตัดสินใจโพล่งออกไปด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“คุณแม่ทำลายความศรัทธาของผมต่อความรัก วางแผนให้ผู้หญิงเห็นแก่เงินคนนั้นขยี้ใจผมเพื่ออะไร”

แสงสุดาตกใจความจริงตรงหน้าเพราะเกินความคาดหมาย พิแสงหมดความอดทน ถามเสียงห้วนว่าทำไมกล้าทำร้ายเขาที่เป็นลูก แสงสุดาอึ้งไปอึดใจ สวนกลับเสียงเรียบแต่จริงจัง

“แกเป็นลูกชายคนโตของแม่ แม่รักแกมากและอยากให้มีชีวิตที่ดี ไม่อยากให้ผิดพลาดและได้ในสิ่งดีที่สุด”

“สิ่งดีที่สุดของคุณแม่ ไม่ใช่สิ่งดีที่สุดสำหรับผม คุณแม่กำลังยอมรับว่าร่วมมือกับเขมมิกวางแผนทำอะไรบางอย่าง โดยมีผมเป็นหมากตัวหนึ่งของแผนเท่านั้นใช่ไหมครับ”

แสงสุดานิ่งงัน ทรุดลงนั่งเครียดจัด พิแสงคุกเข่าตรงหน้า ขอร้องเสียงเศร้าจนแสงสุดาใจหล่นวูบ

“คุณแม่ให้เขมมิกทำอะไร ผมสัญญาจะไม่โกรธ เพราะผมรู้ว่าคุณแม่มีแต่ความรักและปรารถนาดีต่อผม”

“แม่จ้างเขมมิกไปทำลายความสัมพันธ์ระหว่างแกกับยายน้ำหวาน ทำให้แกหลงรักและทำทุกอย่างให้ฟาร์มหมูแกเจ๊ง จากนั้นเธอจะหักอกแก ทำให้เจ็บปวดจนไม่อยากอยู่ที่นั่น กลับมาดูแลกิจการสายการบินในที่สุด”

พิแสงอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าคนเป็นแม่จะคิดแผนซับซ้อนเหมือนฆ่าเขาทั้งเป็น เช่นเดียวกับพิสุทธิ์และพิศา มองตื่นตะลึงที่แสงสุดาอาการหนัก เบิกตาโพลงเมื่อได้ยินจำนวนเงินค่าจ้างห้าล้านบาท ส่งเสียงดังจนสองแม่ลูกในห้องต้องเปิดมาดู พิสุทธิ์มองหน้าเมียรักอย่างโกรธจัด บอกต้องการเคลียร์เป็นการส่วนตัว แสงสุดาจำใจแยกไปคุย ทิ้งพิแสงไว้กับพิศาที่ตั้งท่าผสมโรงค่อนแคะเขมมิก พิแสงบอกว่าไม่เหลือความรู้สึกอะไรอีกแล้ว... นอกจากความแค้น!

ooooooo

พิสุทธิ์เคลียร์กับเมียรักหน้าเครียด แสงสุดายืนฟังไม่สะทกสะท้าน ไร้วี่แววสลด อ้างว่าเป็นเรื่องจำเป็น พิสุทธิ์ของขึ้น คิดว่าถึงเวลาต้องปรามอย่างจริงๆจังๆ สวนกลับไม่ไว้หน้า

“คุณคิดเองเออเองอยู่คนเดียวน่ะสิว่าจำเป็น ลองถามผมดู...ผมจะบอกว่าไม่ใช่เรื่องของคุณ ได้ยินเสียงมนุษย์คนอื่นบ้างไหม รู้ตัวบ้างไหมว่าโลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยมือคุณเพียงคนเดียว”

“ทำไมจะไม่ใช่...ธุรกิจพีบูติกแอร์ไลน์มั่นคงขนาดนี้เพราะมือใคร ลูกเต้าเรียนจบและได้ดี เพราะมือของใคร”

“คุณพูดเหมือนไม่มีมือของผมช่วยประคองมือของคุณเลย”

“ช่วยเหรอ...กลับไปที่คำถามเดิม กว่าคุณจะล้างคราบขี้หมูหมดจนรู้ว่าควรช่วยฉันยังไง เพราะมือใครอีกล่ะ”

พิสุทธิ์สะอึก ยืนนิ่งตัวชา ช้ำใจที่โดนดูถูกตอกกลับเสียงเคร่ง

“ใช่...คุณเป็นผู้หญิงเก่ง แต่ความเก่งไม่ได้ทำให้คุณมีอภิสิทธิ์บงการชีวิตลูก ชีวิตผัวให้เป็นอย่างที่ต้องการ อย่าได้หยิ่งผยอง ยิ่งบินสูง เวลาตกจะยิ่งเจ็บ แผนครั้งนี้ไม่มีทางสำเร็จหรอก รู้นิสัยลูกดีไม่ใช่เหรอว่ารั้นเหมือนใคร”

พิสุทธิ์ผลุนผลันออกไปแล้ว ทิ้งแสงสุดาไว้กับความเสียใจ นึกถึงเขมมิกแล้วตาโต วิ่งไปข้างนอกเพื่อหาทางเตือนอดีตแอร์สาวให้ระวังตัว พยายามโทร.หาแต่ไม่มีคนรับสาย

เวลาเดียวกันที่ฟาร์ม...เขมมิกรอพิแสงจนเมื่อยแต่ไม่มีวี่แวว ถอนใจเหนื่อยหน่าย บอกว่าไม่รอและก้มลงตักข้าว ทันใดนั้น...เสียงโทรศัพท์ในบ้านดัง ชมพู่วิ่งไปรับ ดีใจสุดๆได้ยินเสียงพิแสง ยื่นโทรศัพท์ให้เขมมิก บอกว่าเขาอยากคุยด้วย เขมมิกรับสายเสียงหวานแล้วหน้าเครียด พิแสงบอกให้ไปหาที่โรงแรมในหาดใหญ่ด่วน

พิแสงยืนรอหน้าโรงแรม ยิ้มตอบและชวนเขมมิกไปคุยส่วนตัวในห้องพัก เธอก้าวตามงงๆ แปลกใจเมื่อเขามีกุญแจห้องราวกับเตรียมการไว้หมด พิแสงกุมมือเธอ พาขึ้นลิฟต์แต่ไม่ยอมพูดอะไร เขมมิกชักสังหรณ์ใจ เพราะเพิ่งมาที่นี่เมื่อตอนบ่าย แล้วเธอก็ต้องตกใจหน้าซีด... เมื่อเขาพามาห้องเดียวกับที่เธอเจอลุทซ์ ถามเสียงเรียบแต่ฟังดูเย้ยหยันว่าเธอน่าจะคุ้นเคยกับห้องนี้ เขมมิกอึกอักจนเขาเหลืออด แขวะเสียงเข้ม

“ทำไมลืมง่ายขนาดนี้ เมื่อกลางวันห้องนี้ยังเป็นสวรรค์ชั้นเจ็ดของเธอกับลุทซ์ คู่หมั้นฝรั่งที่เธอบอกว่าเลิกกับมันแล้ว มีอะไรที่เธอโกหกฉันแล้วฉันยังไม่รู้อีกไหมเขมมิก”

เขมมิกถอยกรูดติดผนังไร้ทางหนี แหวเสียงเขียวให้เขาหยุดพูด พิแสงตัดพ้อด้วยความแค้นใจ

“เธอบอกว่าเลิกกับมันแล้วเพราะเธอรักฉัน แต่เธอยังนัดมันมาเจอ นัดมาทำไม หรือว่าความจริงแล้วเธอไม่ได้เลิกกับมัน เพราะหลังจากเธอหักอกฉันแล้ว เธอจะหอบเงินห้าล้านของแม่ฉันไปอยู่กับมันใช่ไหม”

เขมมิกพูดไม่ออก พิแสงย่างสามขุมเข้าหาแถมค่อนแคะไม่หยุด เขมมิกสุดทน โต้กลับอย่างเดือดจัด

“เออ...เงินเท่านั้นที่ฉันต้องการ แล้วจะทำไม มีอะไรไหม”

“เธอมันไม่ต่างอะไรกับโสเภณีที่ยอมขายตัว ขายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม่ฉันจ้างเธอห้าล้านใช่ไหม ถ้างั้นฉันจะจ่ายแถมอีกล้าน สำหรับค่าตัวเธอในคืนนี้!”

เขมมิกเหลืออด ตบหน้าเขาอย่างแรง พิแสงยิ่งโกรธ สวนกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน เขมมิกหนีไปที่ประตู พิแสงตามไปกระชาก อุ้มมาทุ่มบนเตียงและขึงมือไว้ เขมมิกอ้อนวอนให้ปล่อย พิแสงมองด้วยความสมเพชและผละออก

“เธอไม่มีค่ามากพอที่ฉันจะทำแบบนั้นหรอกเขมมิก ฉันขยะแขยงเธอมากต่างหาก ถ้าไม่รู้ประวัติมาก่อน ฉันคงคิดว่าเธอเป็นสาวซื่อและอ่อนต่อโลก เสียใจนะ ฉันไม่เชื่อเธออีกแล้ว”

“ถ้าเกลียดฉันแล้วก็ปล่อยฉันไป อย่าพูดอะไรอีกเลย”

พิแสงหยิบเงินมาวางให้เธอปึกหนึ่ง บอกเสียงเครียด

“ไม่ต้องห่วง นี่จะเป็นคำพูดสุดท้ายจากปากฉันสำหรับเธอ นี่คือเงินค่าเดินทางกลับกรุงเทพฯ ไปซะตอนนี้และไม่ต้องกลับมาอีก ข้าวของเธอ ฉันจะให้คนส่งกลับคืนไปให้”

จบคำก็หมุนตัวจากไปช้าๆ เปิดและกระแทกประตูอย่างแรงจนเขมมิกสะดุ้งไปทั้งหัวใจ ร้องไห้โฮออกมาอย่างเหลืออด เอามือกุมหน้าอก...มันแหลกลาญไม่มีชิ้นดี ไม่ต่างจากพิแสงที่ยืนพิงหน้าประตู น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมา เจ็บปวดใจเหลือเกินที่ต้องทำแบบนี้

ooooooo

พิแสงกลับมาที่ฟาร์ม มองไปทางไหนก็เห็นภาพทรงจำเก่าๆของเขมมิก หลับตาลงแล้วค่อยๆลืมตา แต่ภาพเธอยังตามหลอกหลอนจนแทบบ้า ตะโกนเรียกชมพู่ให้เก็บของของเขมมิกและส่งคืนอย่าให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว

ชมพู่รับคำสั่งแบบงงๆ ส่วนนายหัวหนุ่มผลุนผลันขึ้นห้องไปแล้ว เสียงโทรศัพท์ในบ้านดังขึ้น แสงสุดาโทร.ถามหาเขมมิก ชมพู่บอกว่ายังไม่กลับบ้าน แถมพิแสงสั่งขนของเขมมิกออกจากบ้าน แสงสุดากุมขมับ แหว

กลับเสียงเครียดว่าแผนแตกแล้ว ชมพู่เงียบไปอึดใจ สวนเสียงซื่อตามประสาคนนอก มองเหตุการณ์วุ่นวายของครอบครัวเจ้านาย

“มิน่า...นายหัวถึงได้เหมือนคนไร้วิญญาณเพราะอกหักนี่เอง โธ่เอ๊ย...นายหัวของชมพู่ ไม่น่าเกิดเป็นลูก คุณนายเลย แม่ประสาอะไร วางแผนให้ลูกชายตัวเองอกหัก จะได้ให้ว่าที่ลูกสะใภ้เสียบ คิดได้ไง...ใช้อะไรคิด”

“นังชมพู่...จัดการตามที่ตาใหญ่สั่ง ถ้าเขมมิกติดต่อมา รีบบอกให้โทร.หาฉัน”

ชมพู่วางสายเซ็งๆ ไม่อยากให้พิแสงกับเขมมิกเลิกกัน...

ด้านเขมมิก...นอนร้องไห้ในห้องพักโรงแรมจนเช้า มองเงินที่พิแสงทิ้งไว้ ตัดสินใจฝากคืนที่เคาน์เตอร์โรงแรมพนักงานโทร.แจ้งทันทีที่ลับร่างหญิงสาว วาศิณีเป็นคนรับสาย งงเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกริ่มด้วยแววตาสะใจ รับปากเสียงหวานจะแจ้งนายหัวหนุ่ม จังหวะเดียวกัน...พิแสงเข้ามาออฟฟิศ ถามว่าใครโทร.มา วาศิณีเฉไฉว่าคนจากกรมปศุสัตว์ ติดต่อเรื่องงานสัมมนาประจำปี แกล้งถามถึงเขมมิก พิแสงมองมาอึ้งๆแต่ไม่ยอมพูดอะไร วาศิณียิ่งมั่นใจ นายหัวหนุ่มไม่อยากพูดถึง ตัดบทขอดูกำหนดการประจำวัน วาศิณีรายงานตามหน้าที่ แต่ในใจกระหยิ่มสุดๆที่คู่กรณีทั้งสองแตกกัน

ฟากพิศาโทร.เช็กที่ฟาร์ม รู้เรื่องการหายตัวของเขมมิกและคำสั่งของพิแสงให้ขนของออกจากฟาร์ม เล่าพลางหัวเราะเสียงดังกับพิสิณีและพิทยา สองสามีภรรยามองหน้ากันเครียดๆ พิศาแค้นแทนพี่ชายไม่เลิก ประกาศกร้าวจะเอาเรื่องเขมมิกถ้าเจอกันอีก พิสิณีส่ายหน้าเอือมระอา กล่อมให้น้องสาวปล่อยวาง

“อย่าเลยน้องเล็ก ในเมื่อถูกเขาจับได้ขนาดนี้ เขาคงไม่กล้ามายุ่งกับพี่ใหญ่อีกแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ”

“ไม่ได้ค่ะ มันยังไม่ได้รับผลกรรม เลวเว่อร์ขนาดนี้แต่กลับได้เงินคุณแม่ไปกอดตั้งห้าล้าน มันไม่ยุติธรรม”

“คนที่พวกเราควรจะสนใจไม่ใช่เขมมิกแต่เป็นคุณใหญ่ต่างหาก ตอนนี้คงเสียใจมาก” พิทยาเสริมเสียงเรียบ

“ยิ่งเสียใจ...พี่ใหญ่คงมุงานฟาร์มอย่างหนัก โอกาสมาบริหารสายการบินยิ่งริบหรี่ คุณแม่วางแผนพลาดแล้ว”

พิสิณีเปรยเสียงปลง สองสาวพี่น้องเป็นห่วงความ รู้สึกพิแสง ต่างจากพิทยา ตีหน้าเศร้าแต่ในใจเริงร่าที่ เขมมิกเป็นอิสระ รวมทั้งเรื่องฟาร์มก็น่ามีโอกาสมากขึ้น

ฝ่ายปริญญ์เห็นคนงานขนของเขมมิกมาด้านนอก สอบถามจากชมพู่ หลอดและเสริม หน้าเสียเล็กน้อยแต่ไม่ปักใจเพราะเชื่อว่าอดีตแอร์สาวเป็นคนจิตใจดี เดินตามหาพิแสงทั่วฟาร์มเพื่อพูดเตือนสติ

“คนที่คิดร้ายและไม่มีความจริงใจ จะไม่มีทางทำอย่างที่คุณเขมทำ”

“อย่าพูดชื่อนี้ให้ฉันได้ยินอีก เตือนแกเป็นครั้งสุดท้ายนะไอ้หมอ”

“เรื่องนี้ต้องมีตื้นลึกหนาบาง คุณเขมต้องมีเหตุผลจำเป็นถึงยอมทำแบบนี้ คุณควรให้โอกาสเธอได้อธิบาย”

พิแสงอึ้งไปอึดใจแล้วเลือกเดินหนี ปริญญ์ตามไปดักหน้า เกลี้ยกล่อมให้เพื่อนให้โอกาสเขมมิก พิแสงอึดอัดใจจนรำคาญ หันไปต่อยหน้าเพื่อนหมอโครมใหญ่ ตะโกนสั่งให้หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระ ปริญญ์จ้องหน้าอย่างไม่กลัว ยืนยันจะพูดทุกอย่างตามที่ตัวเองคิด

“ผมจะพูด...เพื่อให้คุณไม่ลืมว่าเคยพูดกับผมว่ายังไงตอนนั้น ตอนที่คุณเพิ่งรู้ว่าคุณเขมคือน้องปุ๊กลุก”

ภาพความทรงจำกลับมาอีกครั้ง วันที่พิแสงมีความสุขที่สุด มีปุ๊กลุกหมูน้อยในอ้อมแขน เปรยกับปริญญ์ยิ้มๆ

“ฉันรอเวลานี้มาห้าปี ในที่สุดฉันก็เจอเขา...ปุ๊กลุก มันคงเป็นพรหมลิขิตให้ฉันได้แก้ตัวอีกครั้ง และฉันสัญญา...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะดูแลรักแท้ของฉันให้ดีที่สุด”

“ผมดีใจที่คุณได้เจอกับรักแท้ที่รอมานาน”

“บอกไม่ถูกว่ะไอ้หมอว่าทำไมฉันถึงรอ รู้แค่ว่าต้องรอปุ๊กลุก ถึงจะรอจนแก่ตายก็จะรอ ฉันดีใจที่เขมมิกคือ ปุ๊กลุก แม้เขาจะเปลี่ยนไปมากจนจำแทบไม่ได้ แต่หัวใจข้างในคือหัวใจดวงเดียวกันที่ไม่เคยเปลี่ยน ฉันรู้สึกได้”

พิแสงดึงตัวเองจากอดีต เบือนหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ

“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อตอนนี้ผู้หญิงหลอกลวงคนนั้นไม่ได้รักฉัน แกถูกหลอกให้เชื่อ เป็นเครื่องมือของเขา แกตามเขาไม่ทันเพราะแกมันโง่ไอ้หมอ...โง่เหมือนฉัน”

ปริญญ์อ้าปากค้าง มองท่าทีเจ็บปวดของนายหัวหนุ่มด้วยความเห็นใจ พิแสงมองมาอย่างเดือดดาล

“ความรักทำให้คนตาบอด ฉันคือตัวอย่างชัดเจนที่สุด ที่มองจริตมารยาและการเสแสร้งแกล้งทำคือความจริง ฉันไม่มีวันให้อภัยผู้หญิงเลือดเย็นคนนั้น และก็อย่ามาสร้างฝันเรื่องรักแท้กับฉันอีก มันเป็นเรื่องหลอกเด็ก”

ปริญญ์พูดไม่ออก มองตามนายหัวหนุ่มเข้าฟาร์มด้วยความสงสาร...ขอให้คิดได้เถอะคุณพิแสง

ooooooo

เนตรนิภาจะออกไปข้างนอก มองซ้ายขวาด้วยความระแวง กลัวเจอกนธี ทันใดนั้น...แท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอด พร้อมการปรากฏตัวของกนธี หญิงสาวตาเหลือก หมุนตัวกลับเข้าบ้าน กนธีตามไปดักหน้า คาดคั้นถามเรื่องแผนการของแสงสุดา ลงทุนลักไก่นิดหน่อยจนหญิงสาวเผลอหลุดปาก กนธีตะลึง เปรยเสียงเครียด

“ผมหลอกถามคุณ ในที่สุดก็ยอมคายความจริงออกมาว่าร่วมมือกับคุณเขมหลอกลวงเพื่อนผม”

“ฉันรู้ว่ามันผิด...ไม่ใช่ไม่รู้ แล้วจะให้ทำยังไง ในเมื่อเพื่อนฉันต้องการความช่วยเหลือ”

เนตรนิภาไม่กล้าสบตา กนธีถอนใจเหนื่อยหน่าย ตัดพ้อต่อว่าเพราะเจ็บแค้นแทนเพื่อนรัก

“งั้นคุณก็อยู่กับเพื่อนคุณ ผมจะดูแลเพื่อนผม และผมขอเลิกกับคุณ อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย”

จบคำก็ผลุนผลันจากไป ทิ้งเนตรนิภาไว้กับความรู้สึกแปลกๆ หมดอารมณ์ออกไปข้างนอก หมุนตัวเข้าบ้านเซ็งๆ เสียงกริ่งประตูดังขึ้น...หญิงสาวสะดุ้ง นึกว่ากนธีย้อนกลับมา มองหาอาวุธใกล้มือ หยิบติดมือเผื่อโดนทำร้าย เงื้อมือสูงเตรียมขู่ ชะงักค้างกลางอากาศ เปิดประตูทันทีเมื่อเห็นเขมมิกยืนอยู่หน้าบ้าน!

เขมมิกเดินเซื่องซึมตามเพื่อนเข้าบ้าน เนตรนิภามองอย่างสงสาร ปลอบเสียงอ่อน

“ความจริงแกน่าจะอธิบายให้คุณพิแสงเข้าใจว่าจริงๆแล้วแกรักเขา ส่วนเรื่องเงินค่าจ้างของท่านรองฯคือผลพลอยได้ มันอาจจะจบลงด้วยดีก็ได้นะแก เมื่อคนสองคนหัวใจตรงกัน”

“จะเอาอะไรไปอธิบาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันประกอบกัน ทำให้ฉันเป็นผู้หญิงหิวเงินและหลายใจ”

“นั่นสินะ พูดยังไงเขาก็คงไม่เชื่อ รู้สึกแย่เป็นบ้าเลย”

เขมมิกเหลือบมองเนตรนิภา รู้ว่าเซ็งไม่น้อยที่ต้องมีปัญหากับกนธีเพราะเรื่องเธอ อยากปลอบแต่เนตรนิภาไม่ยอมแสดงความอ่อนไหว เฉไฉกลับมาเรื่องเขมมิก อดีตแอร์สาวตอบเสียงเรียบแต่ฟังดูอ่อนแรง

“กลับเข้าสู่ภาวะปกติ อกหักและตกงาน แถมโดนบัญชีดำ อย่าลืมสิ...ฉันยังทำให้ฟาร์มเขาเจ๊งไม่ได้”

“อีกหน่อยก็เจ๊ง...คุณพิแสงหัวใจสลาย ทนอยู่ที่เดิมๆเต็มไปด้วยอารยธรรมของแกไม่ได้หรอก”

เขมมิกอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะแคร์เธอมากขนาดนั้น... ปวดใจเหลือเกิน ต้องตัดใจทั้งที่ยังรัก

การคาดเดาของเนตรนิภาไม่พลาดแม้แต่น้อย...พิแสงทนอยู่ในสถานที่เต็มไปด้วยภาพความทรงจำเกี่ยวกับ เขมมิกไม่ไหว รวมทั้งปุ๊กลุกหมูน้อย ก็ถูกอุ้มให้ปริญญ์ไปเลี้ยงในฟาร์มเหมือนหมูตัวอื่น ปริญญ์พยายามค้าน แกล้งเปรยว่าโกรธคนแล้วลงที่หมูเป็นเรื่องไม่สมควร พิแสงโต้กลับเสียงห้วน ตะโกนเรียกชมพู่ให้ยกกระเป๋าเขาไปที่รถ ปริญญ์มองตามด้วยความเป็นห่วง...เจ็บขนาดนี้ ยังจะฝืนใจ

ฟากเขมมิกอาการไม่ต่างกัน ตักข้าวเข้าปากอย่างหมดอาลัยตายอยาก เนตรนิภาคะยั้นคะยอให้กินจนหมด ให้กำลังใจว่าอย่างน้อยก็มีเงินก้อนใหญ่ที่แสงสุดาโอนก่อนหน้านี้ เขมมิกยิ้มแต่ดูเศร้าเหลือเกิน เปรยเสียงเบา

“รู้สึกเกลียดตัวเอง สมน้ำหน้าตัวเอง มันคงเป็นผลกรรมในอดีตของฉันที่ทำลายความรักของใครหลายคู่ เมื่อฉันมีความรักเป็นของตัวเอง มันเลย...ฉันขำตัวเองจนน้ำตาเล็ดเลยว่ะ”

เขมมิกหัวเราะทั้งน้ำตาพร้อมตักข้าวเข้าปาก เนตรนิภาสงสารเพื่อน...เมื่อไหร่จะหมดกรรมเสียทีไอ้เขมเอ๊ย...

ooooooo

แสงสุดาสั่งธรรมศักดิ์ตามหาเขมมิกและให้ติดต่อกลับเร็วที่สุด อยากบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ทนายใหญ่รับคำสั่งและขอตัวออกจากห้อง ถอนใจหนักหน่วง เหนื่อยใจแทนทุกคน พิสุทธิ์มาบอกขอเคลียร์เรื่องเขมมิก ธรรมศักดิ์ปาดเหงื่อ เดินตามพิสุทธิ์เข้าห้องด้วยสีหน้าปลงๆ

พิสุทธิ์ชูพระเครื่องตรงหน้า บังคับให้สาบานว่าเรื่องเขมมิกเป็นความจริง ธรรมศักดิ์เปรยเสียงอ่อนแต่จริงจัง

“คุณเขมเป็นเด็กดี แต่ที่ทำทั้งหมดเพราะความจำเป็น ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่มีเงินรักษาโรคมะเร็งของแม่”

“แล้วไอ้เงินจากจ๊อบพิลึกๆล่ะ หรือไม่ก็ความช่วยเหลือ จากผู้ชายหลายคนที่เขาไปมีความสัมพันธ์ด้วย”

“ผมสืบประวัติและเช็กข้อมูลแล้ว คุณเขมรับจ๊อบนั่นเพราะเจตนาดี ไม่อยากให้เพื่อนผู้หญิงตกเป็นเหยื่อผู้ชายเจ้าชู้เหมือนเธอ ทั้งจากพ่อตัวเอง พ่อเลี้ยงหรือคุณพิแสงสมัยอยู่เมืองนอก หรือแม้แต่กรณีคุณพิทยา”

พิสุทธิ์สะอึก รู้ดีว่าต้องใช้เงินรักษามะเร็งจำนวนมหาศาล ธรรมศักดิ์เล่าเรื่องจากบรรดาชายหนุ่มที่เธอตามล่าหักอก พร้อมบรรยายให้ฟังถึงบทสนทนากลุ่มใหญ่ ต่างตัดพ้อที่เขมมิกหายไปดื้อๆราวกับไม่มีตัวตน ค่อนแคะจนทนายใหญ่มีน้ำโห สวนกลับเสียงกร้าว

“ผมจะเป็นตัวแทนคุณเขมฟ้องพวกคุณข้อหาหมิ่นประมาทให้ได้รับความเสื่อมเสีย ผู้หญิงเป็นเพศแม่ควรจะได้รับการให้เกียรติมากกว่านี้ ถ้าพี่น้องของคุณถูกกระทำอย่างนี้บ้าง จะรู้สึกยังไงครับ”

เหล่าชายหนุ่มผวาเฮือก พากันสลายกลุ่ม ทิ้งธรรมศักดิ์ให้มองตามยิ้มๆ

พิสุทธิ์ไม่อยากเชื่อ ถามหาหลักฐานเป็นรูปธรรมหรือลายลักษณ์อักษร ธรรมศักดิ์โต้เสียงเรียบแต่หนักแน่น

“ผมไม่รู้จะโกหกเรื่องนี้ไปทำไม แค่อยากเรียกร้องความเห็นอกเห็นใจให้เธอบ้าง อาจจะโกรธเกลียด แต่ขอให้เหลือความเข้าใจสักนิดก็ยังดี และอยากให้ท่านผ่านเรื่องนี้ไปถึงคุณพิแสงครับ”

“เฮ้อ...ผมก็ไม่แน่ใจ ลูกชายผมมันสุดโต่ง รักแล้วรักเลย เกลียดแล้วเกลียดเข้ากระดูกดำ ไม่มีคำว่าตรงกลาง ให้เรื่องนี้มันหายไปกับสายลมเถอะ ยิ่งพูดก็ยิ่งช้ำไปกันใหญ่ ผมสงสารลูก”

ธรรมศักดิ์พยักหน้าเข้าใจ ขอตัวออกจากห้อง ส่วนพิสุทธิ์มองตามเซ็งๆ กลัวใจพิแสงเหลือเกิน

ด้านพิแสง...ย้ายไปนอนรีสอร์ตกนธี โยนกระเป๋าบนเตียงและเดินเลยไปดูดาวที่ริมระเบียง คิดถึงเขมมิกแทบขาดใจ ไม่ต่างจากอดีตแอร์สาว นอนมองดาวที่บ้านเนตรนิภา คิดถึงพิแสงเหลือเกิน...

คืนเดียวกัน...กนธีมาหาพิแสงที่ห้อง พยายามแหย่ให้ลืมเรื่องเศร้า พิแสงมองด้วยความซาบซึ้ง อย่างน้อยเวลามีปัญหาก็ยังมีมิตรแท้ เช่นเดียวกับเขมมิก เนตร– นิภาดูแลอย่างดี แนะให้คิดถึงขนิษฐามากๆเพราะจะทำให้มีกำลังใจ เขมมิกหน้าหมองลงเล็กน้อย เมื่อนึกถึงแม่

“แม่จะเห็นฉันเป็นเขมมิกคนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากหัวใจ...ที่พังยับเยินไม่มีชิ้นดี แม่จะไม่มีทางเห็นฉันบอบช้ำ เพราะการแสดงของฉันจะแนบเนียนมาก”

สองเพื่อนซี้กอดคอกันมองดาว ยิ้มทั้งน้ำตา ตั้งใจจะค่อยๆผ่านช่วงเวลาเลวร้ายไปด้วยกัน

เช้าวันถัดมา...ครอบครัวแสงสุดา ยกเว้นพิสุทธิ์กับพิทยา จะเดินทางไปเยี่ยมพิแสงที่พัทลุง พิสุทธิ์อดแขวะเมียด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ แสงสุดาตวัดสายตามองตาเขียว เพราะสามีไม่เคยมีปากเสียงมาก่อน

“ผมกำลังเป็นกระจกสะท้อนให้คุณเห็นตัวเองอย่างที่ควรทำมานานแล้ว เพราะรักคุณเลยยอมทุกอย่างผิดๆ”

แสงสุดาอึ้ง ความเคืองเปลี่ยนเป็นความโกรธ ประชดแดกดันจนพิสุทธิ์เอือมระอา เธอสะบัดหน้าหนี บอกว่าถ้าพูดกันดีๆไม่ได้คงไม่ต้องพูดกันอีก พิสุทธิ์รู้ว่าเป็นต่อ ถือโอกาสเตือนสติส่งท้าย

“ผมคิดว่าพูดกับคุณดีมาก แต่คุณต่างหากที่คิดว่ามันไม่ดี เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากได้ยิน แต่คุณก็ยังอยากฟังผมพูด เพราะลึกๆคุณเองก็รู้สึกผิด ไม่งั้นคุณคงเดินหนีไปแล้ว”

แสงสุดาหมดความอดทน ผลุนผลันไปรอที่รถ ส่วนพิสิณีร่ำลาสามี พิทยาตีหน้าเศร้า แต่ในใจแอบวางแผนไปหาเขมมิกระหว่างที่ภรรยาไม่อยู่

ooooooo

เขมมิกไปเยี่ยมแม่ด้วยความคิดถึง ขนิษฐาสดใสขึ้นมากเพราะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี ทั้งจากธรรมศักดิ์และพยาบาลพิเศษ รวมทั้งกำลังใจสำคัญอย่างเขมมิกทำให้ฮึดสู้กับโรคร้าย เขมมิกดีใจมาก หน้าหมองลงเล็กน้อยเมื่อบอกว่าลาออกแล้ว เพราะเพิ่งได้เบาะแสเรื่องคดีของพ่อจากลุทซ์

“หนี้สินทั้งหมด พ่อกับหุ้นส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบ แม่ไม่เกี่ยว”

“ความจริงจะปกป้องเราเอง เห็นไหมลูก เมื่อแม่ไม่ได้ทำผิด แม่ก็จะพ้นจากข้อหา”

“ใช่...ถ้าเราหลอกลวง ไม่ซื่อสัตย์ อะไรก็ปกป้องเราไม่ได้”

คำพูดของแม่กระแทกใจเขมมิกไม่น้อย ขนิษฐามองด้วยความสงสัย เขมมิกรู้ตัว พยายามเก็บอาการ อธิบายเรื่องหนี้สินของพ่อว่าเกิดจากเมียน้อยกับหุ้นส่วนร่วมกันโกง ยุให้แม่ฟ้องกลับเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาล ขนิษฐาหัวเราะเสียงขื่น เปรยว่าสาแก่ใจยิ่งนักเพราะแค้นเขาที่มีเมียน้อย เขมมิกไม่อยากให้แม่จองเวร เตือนสติเสียงอ่อน

“ไม่เอาน่าแม่ อย่าไปอาฆาตพ่อเลย ไหนๆเขาก็ตายไปแล้ว ยิ่งคิดแม่ก็ไม่สบายใจ ปล่อยวางเถอะ”

“คิดอย่างนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเขม”

“ก็...คิดได้ตอนลาออกมานี่แหละ เขมทำไม่ดีกับเจ้านาย เขาก็ไม่คิดจะยื้อเพื่อเลี้ยงเขมไว้ คิดซะว่าเราเคยทำเขาไว้ เขาเลยมาเอาคืน อย่าคิดแค้น จะได้หมดเวรหมดกรรมกันไง”

เขมมิกอ้างว่าอาจต้องเดินทางไปอเมริกาเพื่อขึ้นศาลเลยขอลาออก ไม่อยากเบียดเบียนเวลาบริษัท ขนิษฐาพยักหน้ารับรู้ เขมมิกกอดประจบ บอกรักแม่เสียงหวาน สัญญาจะอยู่ดูแลแม่อย่างจริงจัง ขนิษฐาปลื้มและตื้นตัน ทันใดนั้น...พิทยาปรากฏตัวหน้าบ้าน สองแม่ลูกอ้าปากค้าง...ทำไมถึงกล้ามา

สองแม่ลูกต้อนรับตามมารยาท ขนิษฐาเลี่ยงไปเข้าครัว พิทยาขอโอกาสอีกครั้งแต่โดนปฏิเสธอย่างไม่ไยดี อดีตกัปตันไม่ยอมแพ้ โพล่งออกไปว่ารู้เรื่องแผนการของแสงสุดาและเสียใจที่เธอต้องรับเคราะห์แทน เขมมิกหันขวับมามอง เขาถือโอกาสประกาศจุดยืนที่ทำเอาเธอถึงกับอึ้ง

“ผมไม่เคยสนใจว่าคุณทำงานทดสอบความรักผู้ชายมากี่คน ทำลายความรักมากี่คู่ แต่คุณพิแสงสน!”

เขมมิกไม่อยากเชื่อว่าเคยหลงรักผู้ชายแบบนี้ บอกปัดดื้อๆ พิทยาดึงมือเธอมาจับไว้ สารภาพว่ารักเธอหมดใจ

“ผมรู้ว่าคุณรักเขา ผมเห็นความรู้สึกนั้นในแววตาคุณ แต่เขาไม่ได้รักคุณจริงๆ ถึงได้ปิดประตูใส่คุณ ผมต่างหากที่พร้อมจะเปิดประตูรับคุณตลอดเวลา ผมคือผู้ชายที่รักคุณจริงๆ”

“ฉันไม่คิดจะเปิดประตูเข้าไปหาผู้ชายที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณอีก”

เขมมิกสะบัดมือเดินหนี พิทยายื่นข้อเสนอเป็นเงินไม่จำกัดเพื่อรักษาขนิษฐา แทนการเอาตัวเข้าแลกเหมือนที่ผ่านมา ฉับพลันนั้น...เสียงถาดใส่แก้วน้ำหล่นแตกกระจาย ขนิษฐาช็อก ประกาศกร้าวต่อหน้าลูกสาว

“ฉันไม่อยากได้เงินบาปของแกมารักษาฉัน...เขมมิก!”

พูดจบก็ร้องไห้โฮ หมุนตัวเข้าบ้านอย่างโกรธจัด พิทยาละล่ำละลักขอโทษ นึกไม่ถึงว่าขนิษฐาจะไม่รู้เรื่อง เขมมิกผลักไสอดีตกัปตันออกจากบ้าน พิทยาจำใจถอย แต่ตั้งใจจะหวนกลับมาใหม่

เขมมิกกลับเข้าบ้าน เห็นแม่นั่งร้องไห้ เปรยว่าไม่อยากบอกเพราะกลัวรับไม่ได้ ขนิษฐาย้อนเสียงเรียบแต่ร้าวไปทั้งหัวใจเขมมิก

“แต่เมื่อฉันมารู้ทีหลังแบบนี้มันเจ็บปวดกว่า คนที่แกไม่ควรจะโกหกกับเขาไม่ว่าเรื่องร้ายแรงแค่ไหนก็คือแม่”

“แม่...เขมขอโทษ เขมจะเล่าความจริงให้แม่ฟังทุกอย่าง เขมขอโทษนะแม่”

เขมมิกก้มกราบเท้าแต่ขนิษฐาเบี่ยงหนี เขมมิกอึ้ง ธรรมศักดิ์ทันเห็นฉากสุดท้าย ยื่นมือมาจับปลอบใจหญิงสาว

“อะไรที่พลาดไปแล้ว จงให้เพียงความเสียใจแต่อย่าไปเสียเวลากับมัน คุณยังมีโอกาสแก้ตัวนะคุณเขม”

เขมมิกพยักหน้ารับทั้งน้ำตา ธรรมศักดิ์ยื่นเอกสารประวัติพิทยาให้ เขมมิกเปิดดูอย่างทึ่งจัด สารภาพว่าคบกับอดีตกัปตันมาหลายปี แต่ไม่เคยทราบข้อมูลเหล่านี้เลย ธรรมศักดิ์พยักหน้ารับช้าๆ

“เขาปกปิดทุกคนได้มิดชิด โดยความช่วยเหลือของเจ้าสัวยูเอฟพ่อบุญธรรมซึ่งมีอิทธิพลมาก”

“หนูเคยเห็นเขานัดพบกับเซลส์ของยูเอฟที่พัทลุง แล้วคิดยังไงคะถึงได้ไปสืบประวัติของพีท”

“ผมได้รับคำสั่งให้ตามหาใครคนหนึ่ง และก็เป็นเรื่องน่าตกใจที่เป็นคนเดียวกับคุณพิทยา”

เขมมิกอยากรู้ว่าใคร ธรรมศักดิ์สัญญาจะเคลียร์เรื่องทั้งหมดเมื่อถึงเวลา บอกว่าพิทยามีแผนบางอย่างต่อครอบครัวพิแสง และเขาต้องการความช่วยเหลือจากเธอ เขมมิกเลิกคิ้ว ทนายใหญ่จึงชี้แจงเสียงอ่อน

“มีคุณคนเดียวเท่านั้น จะใกล้ชิดคุณพิทยาเพื่อสืบเรื่องเหล่านี้ได้ ผมรู้ว่าเขายังติดตามคุณตลอดเวลา คุณอยากทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อแก้ตัวกับความผิดพลาดที่ผ่านมาหรือเปล่า”

เขมมิกครุ่นคิด...หรือว่าเธอจะลองเสี่ยงอีกสักครั้ง

ooooooo

ตอนที่ 10

หลอดกับเสริมวิ่งมาบอกปริญญ์ มีข่าวลือว่าเขมมิกพยายามให้ท่าพิแสงแต่ไม่สำเร็จ สองหนุ่มสาวเลยมึนตึงต่อกัน ปริญญ์อึ้ง อยากรู้มากว่าใครเป็นเจ้ากรมข่าวลือบ้าๆนี้

ฟากอนงค์กับวาศิณีหัวเราะด้วยความสะใจที่เรื่องฉาวของเขมมิกกระจายทั่วฟาร์มอย่างรวดเร็ว ชมพู่โผล่มาบอกว่าได้ยินทุกอย่าง แกล้งแขวะจนสองแม่ลูกของขึ้น สาวใช้สายลับตอกกลับไม่ไว้หน้า โดยเฉพาะกับวาศิณี

“ไม่ต้องพูดยายแอ๊บ ตีสองหน้ามาตั้งนาน ฉันได้ยินเต็มสองหูว่าป้ากับเธอเป็นคนปล่อยข่าวใส่ร้ายคุณเขม”

วาศิณีแก้ตัวแต่ไม่ได้ผล ชมพู่ประกาศกร้าวไปฟ้องพิแสงและหมุนตัวออกไปทันที อนงค์เต้นผาง ไม่ต่างจากวาศิณี มองตามหน้าเครียด...ไม่รู้จะแก้สถานการณ์ยังไง

ฝ่ายเขมมิกไม่เชื่อเรื่องราวจากพิแสงจนกว่าจะได้พิสูจน์บางอย่าง ตัดสินใจชวนเนตรนิภาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจภายใน ใช้เวลาไม่นาน...เขมมิกยิ้มร่าออกมา ผลตรวจคือเธอยังบริสุทธิ์ทุกประการ สองสาวไปดื่มกาแฟฉลอง เขมมิกระรื่นมากจนเนตรนิภาอ่อนใจ ถามเสียงเคร่งว่าจะจัดการยังไงเรื่องพิแสง

“ฉันก็จะเลิกทะเลาะกับตัวเองเรื่องรักหรือเกลียดพี่เสือดี...จะได้รักเขาอย่างที่อยากจะรัก”

เนตรนิภาไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน อุทานเสียงแผ่วเพราะไม่ค่อยเห็นด้วย เขมมิกเข้าใจดี แย้งเสียงอ่อย

“แต่ฉันห้ามใจไม่ให้รักเขาไม่ได้จริงๆ ตอนนี้ฉันก็รู้ว่าเขารู้สึกไม่ต่างจากฉัน กว่าจะถึงวันนั้นที่ความจริงเปิดเผย ขอให้ฉันได้รักเขาได้ไหม ถึงยังไงมันก็คุ้มค่ากับความเสียใจ”

เนตรนิภาถอนใจเหนื่อยหน่าย กอดปลอบและบอกจะยืนเคียงข้างเสมอ สองสาวหัวเราะให้กันแล้วชะงัก เมื่อเห็นพิทยากำลังเดินมา จึงต้องรีบหาทางลัดเลาะออกจากร้าน ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นเขานั่งคุยกับต่อลาภ สองสาวแปลกใจ ทำไมอดีตกัปตันถึงมีเรื่องคุยกับตัวแทนจากยูเอฟ

ต่อลาภตาวาวเมื่อเห็นเงินปึกใหญ่ พิทยาบอกว่าเป็นเงินพิเศษ เสนออีกก้อนโตหากเขาทำให้พิแสงเซ็นสัญญาเร็วขึ้น และกำชับให้เก็บเป็นความลับ ต่อลาภรับคำอย่างยินดี พิทยาพอใจที่ตัวแทนหนุ่มหิวเงิน นั่งคุยรายละเอียดอีกพักใหญ่จึงแยกออกมา ตัดสินใจขับรถไปฟาร์มเพื่อนเกษตรด้วยแววตาตื่นเต้นยินดี เมื่อนึกถึงเรื่องสุดท้ายที่คุยกับต่อลาภว่าเขมมิกเป็นเด็กฝึกงานในฟาร์มพิแสง...ในที่สุดผมก็หาคุณเจอเขมมิก!

ooooooo

ชมพู่รายงานพิแสงว่าอนงค์ปล่อยข่าวเสียหายเกี่ยวกับเขมมิก นายหัวหนุ่มตามหาแม่บ้านเก่าแก่อย่างเคืองจัด เวลาเดียวกันหน้าออฟฟิศฟาร์ม...วาศิณีกับอนงค์ยิ้มปลื้ม ได้ยินคนงานซุบซิบเรื่องเขมมิกกันระงม ปริญญ์ หลอดและเสริมอึดอัด โวยวายบรรดา คนงานเสียงเขียวฐานให้ร้ายเขมมิก

อนงค์ดำเนินการแผนขั้นต่อไป ทำให้เรื่องฉาวมากขึ้น ด้วยการพูดจาเป่าหูคนงาน

“ผู้หญิงคนนั้นมีอดีตแปดเปื้อน ผ่านผู้ชายไม่รู้กี่คน ฉันมีสิทธิ์สงสัยเพราะรักนายหัว ทุกคนก็เหมือนฉันใช่ไหม”

ทันใดนั้น...พิแสงปรากฏตัวพร้อมชมพู่ อ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคท้ายๆ บอกให้อนงค์หยุดพูดเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีเขมมิก จังหวะเดียวกัน...เขมมิกกับเนตรนิภาเดินผ่านมา ได้ยินอนงค์ว่าร้ายตน ตัดสินใจเอาคืน

“คุณพิแสงโกหก...ฉันจะไม่ยอมให้ความจริงถูกบิดเบือน คุณไม่จำเป็นต้องปกป้องฉัน”

“เธอพูดอะไรน่ะเขมมิก ที่ฉันพูดออกไปคือความจริง เราสองคนพักในห้องเดียวกันก็จริง แต่...”

“ฉันรักคุณค่ะ ฉันไม่อายจะพูดความจริง เพราะฉันรักคุณ รักมานาน ไม่เคยลืม”

ทุกคนครางฮือ กนธี พิศา สาวิกา และสร้อยเพชรมาถึงฟาร์มพอดี ช็อกตาค้างเมื่อได้ยินคำสารภาพรักสุดเสี้ยว ส่วนพิแสงยืนอึ้ง พยายามหาความจริงใจในดวงตาเขมมิก สับสนว่าเป็นเรื่องจริงหรือแผนร้ายเหมือนเคย พิศาของขึ้น ตั้งท่าไปตบแต่พิแสงรั้งไว้ เขมมิกได้โอกาส พร่ำรำพันถึงความในใจ

“ฉันพยายามมีรักใหม่แล้วเก็บคุณไว้ลึกสุดของหัวใจ แต่ต้องมีชีวิตอย่างคนไร้วิญญาณ จนกระทั่งได้เจอคุณและรู้ความจริง ฉันเป็นอิสระแล้วค่ะ ต่อไปนี้ฉันจะรักคุณอย่างที่อยากจะรัก ฉันบอกเลิกคู่หมั้นแล้ว”

พิแสงสบตาเขมมิกนิ่ง ดึงมากอดและบอกรักเสียงดัง อนงค์กับวาศิณีถึงกับสติแตก พิศาโกรธจัด ประกาศกร้าวไปฟ้องแสงสุดา ส่วนสร้อยเพชรเป็นลม ปริญญ์อาสาช่วยอุ้มไปพัก พิแสงยังกอดเขมมิก กระซิบข้างหูเบาๆ

“ทำแบบนี้ทำไม คนที่เสียหายคือเธอ”

“เออน่ะ เล่นตามเกมฉันไปก่อน เดี๋ยวค่อยเฉลย ฉันรักคุณที่สุดเลยค่ะ”

“อย่าเยอะ!”

สองหนุ่มสาวยิ้มให้กัน กนธีตะลึงไม่หาย พึมพำกับเนตรนิภา หญิงสาวหลุดปากเรื่องแผนของเพื่อน กนธีเอะใจ พยายามคาดคั้นแต่ไม่ได้เรื่อง เนตรนิภาวิ่งหนีไปแล้ว ไม่มีใครเห็นเลยว่า พิทยามองเหตุการณ์ด้วยแววตาโกรธจัด โดยเฉพาะเขมมิกกับพิแสง เขากลับไปขึ้นรถ หยิบมือถือโทร.หาต่อลาภ เร่งให้ดำเนินการและจัดการให้พิแสงเจ็บตัว จบคำก็วางสายอย่างเคืองแค้น...เขมมิกต้องเป็นของฉันคนเดียว!

ฝ่ายพิแสงลากเขมมิกเข้าห้อง ถามเสียงเข้มเรื่องประกาศต่อหน้าคนงานว่ารักเขาเสียเต็มประดา เขมมิกสวมบทสาวอินเลิฟ สบตาเขาอย่างจริงใจ พิแสงอึ้ง ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะหลงรักเขาจริงๆ

“เขมมิก...ตอนนี้ฉันไม่มีสมองจะมาคิดตามให้ทันเกมของเธอ ช่วยอธิบายมาเร็วๆ”

“ยายป้าอนงค์ต้องการกำจัดฉันไปให้พ้นเพราะหวงคุณไว้ให้ลูกสาว จนต้องมาใส่ร้ายฉันจนเสื่อมเสียเกียรติ ฉันก็เลยตามน้ำซะจะได้เลิกๆตอแยคุณสักที ซึ่งฉันก็ รู้ว่าคุณไม่โง่เลยยอมเล่นละครกับฉัน คุณเองก็อึดอัดใจใช่ไหมล่ะ”

“อย่าบอกนะว่าเธอเห็นแก่ฉันจนยอมลงทุนโกหกคำโต บอกทุกคนว่าเธอรักฉันมาก แล้วก็บอกเลิกคู่หมั้น”

“ฉันโกหกแค่เรื่องเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ฉันไม่ได้โกหกเรื่องความรู้สึกของตัวเอง”

พิแสงหัวใจเต้นรัว ส่วนเขมมิกแอบเกลียดตัวเองที่โกหกหน้าตายราวกับมืออาชีพ ยังโอดเสียงเครือเรียกร้องความสงสารว่าเขาคือรักแรกและอาจเป็นรักสุดท้าย พิแสงย้ำถามให้แน่ใจ

“แต่ฉันทำลายหัวใจของคนที่รักเธอ รอคอยเธอ เธอไม่เห็นใจคู่หมั้นของเธอเลยหรือไง”

“เราสองคนทำสิ่งถูกต้องต่างหาก เราควรซื่อสัตย์ด้วยการไม่โกหกว่าเรา...ไม่ได้รักกันแล้ว ดีกว่าหลบซ่อนแล้วเจ็บปวดด้วยกันทุกคน ลุทซ์กำลังมีความรักกับคนใกล้ตัว เราสองคนจากกันด้วยดีค่ะ”

พิแสงนิ่งเงียบ เขมมิกดูออกว่าเป็นต่อ แกล้งตีหน้าเศร้า ขอลาออกและเอื้อมมือไปเปิดประตู พิแสงก้าวไปขวางไว้ พูดเสียงอ่อนหวานเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมา

“ฟาร์มเพื่อนเกษตรยินดีต้อนรับเธอ ให้เกียรติอยู่กับฉันที่นี่ต่อไป...ตลอดชีวิตได้ไหม”

จบคำก็สวมกอดเธอไว้ด้วยความรักล้นอก เขมมิกกอดตอบ อบอุ่นในหัวใจแปลกๆแต่รู้ว่าคงอยู่ไม่นาน...

ooooooo

อนงค์กรี๊ดบ้านแทบแตก รู้ว่าพิแสงกับเขมมิกมีใจต่อกัน แหวใส่ลูกสาวอย่างโกรธจัดที่คาดการณ์ผิดและทำทุกอย่างพลาดไม่เป็นท่า ถลันเข้าทุบตีระบายอารมณ์ พาลเคืองว่าพลาดโอกาสเป็นใหญ่ในฟาร์มเพราะลูกสาว

วาศิณีหนีไปนอกบ้าน ขอร้องให้หยุดฟังบ้างแต่ไม่ได้ผล อนงค์โกรธจนหน้ามืด ฟาดไม่ยั้ง หญิงสาวร้องไห้น้ำตากลบหน้า มองตามแม่เข้าบ้านด้วยความคับแค้นใจ ชิงชังเขมมิกที่ปรากฏตัวและแย่งทุกอย่างไปจากเธอ

ด้านสร้อยเพชรค่อยๆฟื้นจากอาการเป็นลม สาวิกาดูแลไม่ห่าง ลอบมองชายหนุ่มที่อาสาอุ้มแม่เธอจากเหตุการณ์ หน้าออฟฟิศพิแสง ปริญญ์แนะนำตัว บอกว่าเป็นเพื่อนและสัตวแพทย์ประจำฟาร์ม สร้อยเพชรเข้าใจว่าพิแสงส่ง หมอหมูมาดูแลจึงวีนใส่ลูกสาว สั่งให้พากลับกรุงเทพฯเพื่อเคลียร์กับแสงสุดา โดยเฉพาะเรื่องพิแสงกับเขมมิกคบกัน

ฟากชมพู่ไม่รอช้า โทร.รายงานแสงสุดาเรื่องเขมมิก กับพิแสง แสงสุดาดีใจแต่ยังกังวล กลัวลูกชายหลงเขมมิกจนโงหัวไม่ขึ้น กำชับชมพู่ให้รายงานทุกอย่าง สาวใช้สายลับวางหูเซ็งๆ...เรื่องอะไรจะบอก!

เช้าวันรุ่งขึ้น...พิศากลับถึงกรุงเทพฯ อย่างหัวเสีย ฟ้องแม่เสียงเครียดเรื่องพิแสงเป็นแฟนเขมมิก แสงสุดาแกล้งตกใจ พิสุทธิ์ได้ยินเสียงลูกสาวคนเล็กวีนแตก รีบเดินมาดู เวลาเดียวกัน...สร้อยเพชรกับสาวิกามาหา อยากเคลียร์กับแสงสุดา พิศาร้อนใจมาก ร่ำร้องให้แสงสุดาจัดการเขมมิกขั้นเด็ดขาด

“พี่ใหญ่บอกน้องเล็กต่อหน้าคนทั้งฟาร์มว่ารักมัน ตั้งแต่มันยังอ้วนเป็นหมู เรียนที่สวิส และไม่เคยลืมมันเลย”

แสงสุดากับพิสุทธิ์กุมขมับ ส่วนสร้อยเพชรเป็นลมหมดสติ สาวิกาตกใจปราดไปดูแม่ แสงสุดายกมือปรามให้พิศาหยุดโวยวาย และรับปากจะหาทางออกให้ทุกคนโดยเร็วที่สุด

ฝ่ายพิแสงเริ่มต้นหน้าที่แฟนเต็มตัว ดักรอเขมมิกหน้าห้องด้วยใจจดจ่อ เธอแปลกใจนิดกับท่าทีของเขา พิแสงแกล้งแหย่จะกลับไปเป็นคนเดิม เขมมิกรีบห้าม

“เป็นอย่างที่อยากเป็น และทำในสิ่งที่ไม่ฝืนใจ ได้ไหมคะ”

“ได้...งั้นฉันจะทำอย่างที่เธอบอก”

จบคำก็หอมแก้มเธอทันที เขมมิกต่อว่าเขาเขินๆ สองหนุ่มสาวหยอกล้อกันอย่างมีความสุข พิแสงคว้าตัวหญิงสาวมากอดและบอกรักเสียงหวาน อ้อนวอนให้เธอสัญญาไม่หนีเขาไปไหน เขมมิกรับปาก ใบหน้าขรึมลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิด เขาไม่ทันสังเกต ยังคงพร่ำพรรณนาถึงความรักที่มีต่อเธอ

“ไม่สูญเปล่ากับการรอคอย ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่ ฉันได้เจอเธอ เจอรักแท้ของฉัน ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป”

พิแสงมั่นใจว่าเธอคือคู่แท้ เขมมิกยิ่งเครียด พิแสงมัวแต่พร่ำบอกความในใจไม่รู้เบื่อ

“ความรักมันไม่เคยมีเหตุผลหรอกนะ และฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไม แล้วเธอล่ะ...ฉันคือรักแท้ของเธอหรือเปล่า”

“ฉันไม่รู้หรอกว่ารักแท้คืออะไร คือคนที่เราคิดถึงทุกลมหายใจ คนที่เราพร้อมเสียสละทุกอย่างแม้ต้องแลกซึ่งความเจ็บปวด คนที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่กับเขาและแก่เฒ่าไปด้วยกันหรือเปล่าคะ ถ้าใช่...คุณก็คือรักแท้ของฉัน”

สองหนุ่มสาวกอดกันด้วยความรัก พิแสงมีความสุข มาก พึมพำเสียงอ้อน

“สัญญากับฉันนะว่าจะไม่หนีฉันไปอีก เราจะอยู่เคียงข้างกันอย่างนี้ตลอดไป”

“จนกว่าคุณจะไม่ต้องการฉันหรือเกลียดฉัน”

“ไม่มีทางที่ฉันจะเกลียดเธอ ฉันมีแต่รักเธอมากขึ้นทุกวันต่างหาก”

เขมมิกกอดเขาแน่นราวกับจะลบล้างความรู้สึกผิดในใจ...ขอแค่เวลานี้เท่านั้น

ooooooo

พิสุทธิ์หนักใจแทนแสงสุดาเพราะปะทะศึกหลายด้าน คืนเอกสารให้พิทยา บ่นเสียดายที่แสงสุดาวางตัวพิแสงให้สืบทอดกิจการ พิทยาถ่อมตัว พิสุทธิ์พยักหน้าแล้วถอนใจหนักหน่วง พิสิณีถามไถ่พ่อด้วยความเป็นห่วง พิสุทธิ์ตัดสินใจพูดเรื่องพิแสงกับเขมมิกตกลงคบกัน พิสิณีพูดไม่ออก ชำเลืองมองสามี เห็นเขาทำหน้าตกใจแต่ดูไม่ใจเสีย

พิสิณีรอจนพ่อแยกไปทำงาน สารภาพตรงๆที่ไม่บอกเรื่องอดีตแอร์สาวไปฝึกงานที่ฟาร์มเพราะกลัวเขาหวั่นไหว พิทยาแกล้งถอนใจเบาๆ ปลอบไม่ให้คิดมากเพราะบั่นทอนชีวิตคู่ ตีหน้าเคร่งและบอกว่ากังวลมากกว่าแปลกใจ รู้จักเขมมิกดีเป็นผู้หญิงไม่ธรรมดา พิแสงอาจถูกหลอก พิสิณีหน้าเสียเป็นห่วงพี่ชาย ส่วนพิทยากระหยิ่มยิ้ม...นายไม่มีทางแย่งเขมมิกไปจากฉันได้หรอกนายพิแสง!

ฟากแสงสุดาตัดสินใจบอกสร้อยเพชรเรื่องเขมมิกว่าเป็นแผนการของตน เพราะต้องการให้พิแสงแยกจากวาศิณีและทิ้งฟาร์มหมูมาดูแลกิจการสายการบิน สร้อยเพชรโล่งอก สบายใจที่ลูกสาวจะยังมีคู่หมายเหมาะสมเหมือนเดิม

ฝ่ายสาวิกาตัดสินใจกลับไปทำงานที่รีสอร์ต โทร.บอกกนธีจะจัดการเรื่องสร้อยสุดาและกลับเร็วที่สุด กนธีไม่กังวลเพราะหญิงสาวเป็นคนรู้จักและไม่เรื่องมาก เขาก้าวออกจากออฟฟิศ ผงะเมื่อเห็นเนตรนิภาเดินหน้ามุ่ยมาหา บ่นเซ็งเขมมิกตัวติดพิแสงจนไม่มีเวลาให้เหมือนเคย กนธีส่ายหน้าขำๆ จูงไปดูไพ่ยิปซีบริเวณล็อบบี้โรงแรมที่มีการจัดงาน เนตรนิภาขืนตัวเล็กน้อยเพราะไม่ค่อยเชื่อ กนธีดึงดันพาไปจนได้ แกล้งบอกหมอดูให้เน้นเรื่องเนื้อคู่

เวลาเดียวกันที่ฟาร์มเพื่อนเกษตร...พิแสงกุมมือเขมมิกไม่ปล่อยตลอดเช้า หญิงสาวปลื้ม แกล้งแหย่ขำๆ

“คือ...มือฉันที่คุณจับไม่ปล่อยเลยน่ะ เหงื่อมันออกจนเปียกหมดเลย ไม่รู้สึกเหรอ”

“เธอนี่จริงๆเลย ชอบทำให้บรรยากาศเสีย งั้นปล่อย”

“ไม่ได้บอกให้ปล่อย แต่จะบอกให้...เปลี่ยนข้างบ้าง”

สองหนุ่มสาวหยอกล้อกันตามประสาคู่รัก ไม่รู้เลยว่ามีสายตาจากมุมมืดแอบมองอยู่ไม่ไกลนัก...เขมมิกเห็นเขาอารมณ์ดี ตัดสินใจถามเรื่องอนงค์กับวาศิณี พิแสงนิ่งไปอึดใจ เปรยเสียงอ่อนแต่หนักแน่น

“ผมเคยบอกแล้วไง ผมต้องรักและดีกับทุกคนและทุกอย่างที่ปู่ผมรัก”

“ค่ะ...ฉันจำได้ งั้นฉันจะไม่ถามเรื่องนี้อีก ถ้าคุณให้อภัยป้าอนงค์ ฉันก็จะให้อภัยแกเหมือนกัน”

พิแสงทำท่าจะหอมเป็นรางวัล เขมมิกวิ่งหลบ ตาเหลือกเมื่อเห็นพิแสงล้มลงต่อหน้าต่อตา พร้อมการปรากฏตัวของชายฉกรรจ์สามคนที่เงื้อไม้หน้าสามเตรียมฟาดซ้ำ เธอตะโกนเสียงหลง พิแสงพยายามลุกแต่โดนเตะทรุดกับพื้น สั่งให้เธอหนีไป เขมมิกละล้าละลัง ตัดสินใจวิ่งหนี โดนดักหน้าและตบสั่งสอน
กระเด็นไปตรงหน้าพิแสง สองหนุ่มสาวช่วยประคองกันและกัน มองสามคนร้ายที่กำลังย่างสามขุมมาหาด้วยแววตาหวาดระแวง...

ฟากอนงค์วิ่งพล่านทั่วฟาร์มตามหาวาศิณี เจอปริญญ์ หลอดและเสริมเม้าท์เรื่องพิแสงกับเขมมิกอาจลงเอยด้วยการแต่งงานเร็วๆนี้ ถลาไปแทรกกลาง ขอร้องให้ช่วยตามหาลูกสาว สามหนุ่มหน้าเสีย ก้าวตามอนงค์เครียดๆ

นึกหัวแทบแตกว่าเลขาสาวของนายหัวพิแสงจะไปซ่อนตัวที่ไหน

ขณะที่อนงค์กระวนกระวายใจด้วยความเป็นห่วงลูก... วาศิณีกลับเริงร่า นอนเปลือยกายข้างๆต่อลาภในห้องพักโรง– แรม ชายหนุ่มระดมพรมจูบไม่หยุดตั้งแต่เช้าจนบ่าย วาศิณียิ้มทั้งน้ำตาและบอกให้ปล่อยกลับบ้าน ต่อลาภคลอเคลียไม่ห่าง พร่ำบอกรักหวังให้หญิงสาวอ่อนระทวย วาศิณีปลื้มแต่แกล้งตัดพ้องอนๆ เรียกร้องให้เขาแสดงความจริงใจ

“คุณได้น้ำหวานเป็นเมียแล้ว คุณต้องรับผิดชอบน้ำหวาน อย่าทิ้งนะคะ”

“รับรอง...ฉันจะดูแลน้ำหวานอย่างดี ยกย่องเชิดชูออกหน้าออกตาให้สมเกียรติเลยจ้ะ”

“สัญญานะคะ น้ำหวานไม่มีใครแล้วจริงๆ แม่ก็เพิ่งไล่น้ำหวานออกจากบ้าน น้ำหวานรักคุณเลยมาหา”

เสียงมือถือเขาดังขึ้น พิทยาโทร.มาถามเรื่องจัดการพิแสง ต่อลาภแสยะยิ้ม บอกว่าน่าจะลงมือแล้ว วางสายช้าๆ ด้วยความสบายใจ...เดี๋ยวเงินก้อนโตก็ลอยมา ได้ทั้งเงินตราและนารี...สุโขจริงๆต่อลาภ

ooooooo

พิสุทธิ์ถามความคืบหน้าเรื่องพีระลูกชายอดีตหุ้นส่วน กังวลว่าทุกอย่างจะสายไป ธรรมศักดิ์เห็นใจเจ้านาย ขอตัวออกจากห้อง ปาดเหงื่อด้วยความเครียด นึกถึงเหตุการณ์หลายวันก่อน เห็นรูปพิทยาในซองเอกสารจากนักสืบ พร้อมการยืนยันว่าคือพีระแต่เปลี่ยนชื่อเมื่อหนีออกจากบ้าน

ธรรมศักดิ์ดึงตัวเองจากห้วงความคิด ชะงักเมื่อเห็นอดีตกัปตันยืนตรงหน้า ทักทายยิ้มๆ ตามประสาคนรู้จักกัน พิทยาเข้าห้องทำงานไปแล้ว ธรรมศักดิ์มองตามอึ้งๆ ไม่สบายใจเพราะรู้ว่าอาจมีเรื่องใหญ่ตามมา...

ด้านเขมมิก...ตะโกนด่าคนร้ายจนโดนจับแยก คิดหัวแทบแตก หาทางช่วยพิแสงที่โดนอัดน่วมอีกมุม ตัดสินใจกระโจนกัดแขนและเตะผ่าหมาก ประกาศกร้าวปกป้องแฟนหนุ่มอย่างไม่กลัวตาย พิแสงทึ่ง ฮึดสู้จนเกือบพลาดท่า โชคดีที่เขมมิกคว้าไม้หน้าสามช่วยไว้ทัน คนร้ายถือมีดพุ่งหาเธอแต่พิแสงรับแทน เขมมิกหน้าซีดพยุงเขาในอ้อมแขน คนร้ายตะลึง พึมพำกันเองเสียงเบา เขมมิกได้ยินแต่ไม่ทันถาม ปริญญ์ผ่านมาเห็นพอดี ช่วยพาพิแสงส่งโรงพยาบาล ส่วนคนร้ายทั้งสาม แฝงตัวในมุมมืดก่อนลอบหนีออกจากฟาร์มอย่างรวดเร็ว

หลังปล่อยให้ดูหมอเป็นชั่วโมง กนธีแอบมาดูเนตรนิภา เห็นยังดูไม่เสร็จจึงเร่งยิกๆ เนตรนิภาหมั่นไส้

“ก็ได้...คำถามสุดท้ายค่ะ ลักษณะเนื้อคู่ที่หนูไม่รู้ว่าใครเนี่ยเป็นยังไงคะ เอาแบบละเอียดๆนะคะ”

“ลักษณะสันทัด ผิวเข้ม ผมสั้นและหยิกเล็กน้อย บุคลิกดูหลุกหลิก กะล่อนแต่เอาการเอางาน ดูเหมือนคนเจ้าชู้แต่ไม่ใช่ เป็นการแสดงเพราะจีบใครไม่เคยติด เป็นปมด้อย ทำให้เสียโอกาสจะรู้ใจตัวเองว่ารักใครจริงกันแน่”

กนธีอึ้งเพราะตรงกับเขาทุกอย่าง ส่วนเนตรนิภาเหลือบมองด้วยความรู้สึกแปลกๆ หมอดูเก็บสำรับไพ่และลุกออกไป เสียงมือถือสองเครืิ่องดังพร้อมกัน กนธีกับเนตรนิภาหลุดจากภวังค์ ต่างคว้ามือถือมาพูดด้วยน้ำเสียงตื่นๆ...

เวลาเดียวกันที่โรงพยาบาล...เขมมิกเฝ้าพิแสงด้วยแววตารู้สึกผิด ซาบซึ้งที่เขาเอาตัวเข้าแลก ชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาเห็นแฟนสาวฟุบหน้าร้องไห้ เอามือลูบหัวเบาๆ อย่างแสนรัก เปรยเสียงอ่อน

“ฉันไม่เจ็บ แต่รู้สึกดีที่คนนอนอยู่บนเตียงเป็นฉัน ไม่ใช่เธอ”

“ดีกับฉันให้น้อยลงได้ไหม”

“ไม่ได้...ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกเขมมิก ฉันเต็มใจเพราะฉันรักเธอ มันไม่มีวันน้อยลง มีแต่จะมากขึ้นเรื่อยๆ”

เขมมิกปลื้มสุดๆ โผกอดเขาแน่น พิแสงชอบใจ แกล้งโอดว่าเจ็บแผล หญิงสาวผละออก

“ฉันขอโทษ...ทำไงดี ทำไงดี เรียกพยาบาล”

“จะเรียกมาให้ขัดจังหวะทำไมล่ะ ไม่รู้เรื่องเลย”

“หืม...ออกลายเก่าเลยนะพี่เสือ”

“กับเธอคนเดียว”

สองหนุ่มสาวมองตากันด้วยความรัก อบอุ่นในหัวใจเหลือเกินเมื่อค้นพบคนที่ใช่

ฟากแสงสุดาตกใจมากเมื่อทราบข่าวพิแสงโดนทำร้าย โทร.เรียกทุกคนในบ้าน เพื่อไปพัทลุงโดยเร็วที่สุด สร้อยเพชรกับสาวิกาขอตามไปด้วยเพราะเป็นห่วงนายหัวหนุ่มไม่ต่างกัน พิสิณีโทร.ตามสามี แจ้งข่าวร้ายเรื่องพี่ชายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พิทยายิ้มสมใจ แกล้งปลอบให้ทำใจดีๆ บอกจะรีบกลับบ้านและไปเยี่ยมพิแสงด้วยกัน

เวลาเดียวกันในห้องพักโรงพยาบาล...ทุกคนที่ฟาร์มยกเว้นอนงค์กับวาศิณี ปรึกษาเคร่งเครียดเรื่อง

พิแสงโดนลอบทำร้าย เขมมิกนึกถึงคำพูดของคนร้าย ปักใจว่าอาจพุ่งเป้าที่พิแสง ทุกคนมองหน้ากันมึนๆ กังวลไม่น้อยถึงสวัสดิภาพของนายหัวหนุ่มในอนาคต

ooooooo

ครอบครัวพิแสงผลักประตูห้องพักโรงพยาบาลแล้วชะงัก เห็นเขมมิกดูแลพิแสงไม่ห่าง อดีตแอร์สาวยกมือไหว้นอบน้อม ทุกคนรับไว้เป็นมารยาท ยกเว้นพิศาแหวเสียงเขียวจนพิแสงชักโกรธ ส่วนพิทยากำมือแน่น แค้นแทนแฟนเก่า เขมมิกหน้าเสีย ยิ้มให้พิแสงและขอตัวไปรอข้างนอก นายหัวหนุ่มมองตามด้วยความเป็นห่วง

พิทยาแกล้งพูดถึงเขมมิกว่าเป็นผู้หญิงต้องระวัง พิแสงของขึ้นทันที สวนกลับเสียงห้วน

“นินทาผู้หญิงลับหลัง ผมคิดว่าไม่ใช่นิสัยที่ดีและไม่ยุติธรรมกับคนที่ถูกพูดถึง เพราะเขาไม่มีสิทธิ์ได้แก้ต่าง”

“แต่คุณใหญ่ก็น่าจะฟังผมไว้บ้าง ในฐานะที่ผมเคยรู้จักเขมมิกมาก่อน ถ้าเขมมิกดีจริง ผมคงไม่ทิ้งเธอมา”

“และถ้ามันดีจริง มันคงไม่ไปรับจ๊อบทำลายชีวิตคู่ใคร” พิศาเสริมเหยียดๆ

“พี่ไม่สนใจอดีต ทุกคนเคยพลาด แล้วไง...ปัจจุบันต่างหากที่สำคัญที่สุด”

พิศากับพิทยาพูดไม่ออก เช่นเดียวกับพิสุทธิ์ พิสิณีและแสงสุดา ไม่คาดคิดว่าพิแสงจะหลงเขมมิกขนาดนี้ แสงสุดาตัดบทให้พักผ่อนมากๆ พิสิณีแตะหลังมือสามีและชวนไปข้างนอก พิทยาแกล้งตีหน้าขรึม ขออยู่คนเดียวสักพัก พิแสงลอบมองตาม ไม่ไว้ใจน้องเขยเลยแม้แต่น้อย

ฝั่งเขมมิกเดินใจลอยรอบโรงพยาบาล เจอกับพิทยาโดยบังเอิญ เขาพยายามขอคุยแต่ถูกบอกปัดไม่ไยดี

“งั้นตอบมาให้ผมเข้าใจถูกต้องหน่อยสิ เรื่องคุณกับคุณพิแสง มันเป็นไปได้ยังไง”

“ในเมื่อเรื่องของคุณกับคุณพิสิณียังเป็นไปได้ แล้วทำไมเรื่องของฉันกับคุณพิแสงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ฉันไม่ได้สวมเขาให้คุณเหมือนที่คุณทำกับฉันหรอกนะ ฉันทำเรื่องทุเรศๆแบบนั้นไม่เป็น”

“คุณลืมความรักของเราได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอเขมมิก”

“ค่ะ...ต้องขอบคุณในความเลวของคุณที่ทำให้ฉันหายจากอาการอกหักได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ”

พิทยาไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวจะหมดใจ เขมมิกตอกกลับไม่ไว้หน้าว่าเห็นเขากับต่อลาภ

“ไม่ต้องอธิบาย แค่ฟังฉันเอาไว้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่ฉันรัก คุณคิดจะทำอะไร ฉันไม่รู้ แต่ถ้าฉันรู้ว่าคุณทำร้ายคุณพิแสงหรือคนในครอบครัวเขา รู้ใช่ไหมว่าคนอย่างฉันทำอะไรได้บ้าง”

พิทยาอ้าปากค้าง เขมมิกมองตาเขาอย่างไม่กลัว พิทยาชักหวาดเพราะรู้จักฤทธิ์ ไม่ไว้ใจเธอขึ้นมาทันที

เขมมิกปรับทุกข์กับเนตรนิภาเมื่อกลับถึงฟาร์ม เชื่อว่าเรื่องพิแสงโดนทำร้ายอาจเกี่ยวข้องบางอย่างกับความสัมพันธ์ของพิทยากับต่อลาภ เนตรนิภาเตือนให้ระวังตัว ถอนใจปลงๆ เหนื่อยใจแทนเพื่อนเหลือเกิน

“เจอเรื่องแก...มันทำให้ฉันไม่ไว้ใจใครเลยรู้ไหม เหนื่อยกับการต้องใส่หน้ากากเข้าหากันจริงๆ”

“ตราบใดที่คุยกันแล้วมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง ความจริงใจคงต้องพับเก็บเอาไว้ก่อนแล้วหยิบหน้ากากมาใส่แทนจนกว่าจะบรรลุผลประโยชน์ เมื่อนั้นหน้ากากก็หมดความหมาย ตัวตนเป็นยังไงคงได้เห็นกันหมด”

เขมมิกฟังแล้วเซ็ง นึกถึงเรื่องตัวเอง เปรยกับเพื่อนรักเสียงเศร้า

“ตอนนี้ฉันก็ใส่หน้ากากแฟนแสนดีของคุณพิแสง ฉันจะรีบสืบเรื่องพีทกับยูเอฟ ฉันมั่นใจว่าต้องเกี่ยวข้องกับคุณพิแสงในทางไม่ดี ฉันจะได้เตือนให้เขาระวังตัว”

“ต่อให้แกทำดียังไง เขาก็เกลียดแกอยู่ดี เป็นฉัน...

อยู่เฉยๆดีกว่า ไม่เหนื่อยไม่เสี่ยง”

“เขาจะเกลียดฉันก็ไม่เป็นไร ฉันแค่อยากรู้สึกผิดน้อยลงบ้าง...แค่นั้นเอง”

เนตรนิภาสงสารเพื่อนมาก โอบปลอบให้กำลังใจ อยากช่วยแต่ยังมองไม่เห็นทาง

ooooooo

พิแสงหงุดหงิดเพราะคิดถึงเขมมิก หลอดกับเสริมมาเยี่ยมและรายงานเรื่องวาศิณีหายตัวจากฟาร์ม พิแสงตกใจ เป็นห่วงสองแม่ลูก...ยังไงก็เป็นคนในปกครอง ต้องดูแลให้ดีที่สุด

ฝ่ายอนงค์โวยวายไม่หยุด เป็นห่วงลูกสาวแทบบ้า ร่ำร้องให้พาไปแจ้งความคนหาย ร้องไห้และเป็นลมอีกรอบ ชมพู่กับปริญญ์วิ่งพล่าน ละลายยาหอมและปฐมพยาบาลตามมีตามเกิด แอบเคืองวาศิณีที่ทำให้บุพการีเป็นห่วง

ขณะที่ทุกคนร้อนใจ...วาศิณียังนัวเนียกับต่อลาภ บอกให้เขามาขอแต่งงาน ต่อลาภอ้อนให้ช่วยเรื่องสัญญา เพราะค่าจ้างคือเงินสินสอด วาศิณีหัวใจพองโตแต่เก็บอาการ แกล้งถามว่าไม่ได้หลอกใช้ใช่ไหม ต่อลาภอ้างว่าอยากให้ทุกอย่างสมบูรณ์ วาศิณียอมเชื่อแต่ไม่วายขู่ถ้าเขาตุกติก ต่อลาภรับคำยิ้มๆ ในใจชักเสียว...กลัวฤทธิ์หญิงสาวไม่น้อย

ด้านเขมมิก...หาทางช่วยพิแสง โทร.หาธรรมศักดิ์ขอคำปรึกษา ไม่ทันกดก็ได้รับสายจากลุทซ์เสียก่อน

เวลาเดียวกัน...ครอบครัวพิแสงพักรีสอร์ตกนธี พิสุทธิ์คาใจเมียรักที่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเรื่องพิแสง

แสงสุดาหน้าเสีย ยืนยันว่าสองคนนั่นเลิกกันแน่แต่ต้องใช้เวลา พิสุทธิ์เชื่อว่าเธอมีแผนบางอย่างแต่ปิดบังไว้ แกล้งแหย่เสียงเข้ม

“ถ้าถึงวันที่คุณต้องรักผู้หญิงที่ลูกเรารัก คุณจะยอมได้ไหม”

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีทาง”

แสงสุดามองตามสามีลงนอนเซ็งๆ ข่มตาไม่หลับแทบทั้งคืนเพราะกลัวแผนร้ายเข้าตัว...

ฝั่งวาศิณีกลับถึงฟาร์มในสภาพหมดแรง แปลกใจที่เห็นปริญญ์ดูแลแม่เธอไม่ห่าง อนงค์ได้ยินเสียงลูกสาว ลุกพรวดไปเอาเรื่องด้วยความโมโห วาศิณีตอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้านว่าอยู่กับต่อลาภทั้งคืน ค่อนแคะว่าไม่รู้มีคนเป็นห่วง อนงค์อ้าปากค้าง เป็นลมล้มต่อหน้าต่อตา วาศิณีลืมโกรธ ผวาเข้าประคองด้วยความเป็นห่วง

พิแสงตัดสินใจออกจากโรงพยาบาลเช้าวันรุ่งขึ้นเพราะทนคิดถึงเขมมิกไม่ไหว กนธีรู้ทันแกล้งแหย่ว่าจะโทร.ไปบอก พิแสงยิ้มเขินรีบห้าม บอกว่าอยากกลับไปเซอร์ไพรส์

ด้านเขมมิกกับเนตรนิภา...วางแผนออกจากฟาร์มไปหาลุทซ์ แสงสุดามาดักรอเพราะร้อนใจเรื่องพิแสง ขอคุยกับอดีตแอร์สาวตามลำพัง เนตรนิภาเลี่ยงไปอย่างรู้หน้าที่ สาวใหญ่ไม่รอช้า เปิดฉากประเด็นสำคัญ

“ฉันรู้ว่าตาใหญ่รักและหลงเธอมาก ฉันโอนเงินงวดสองให้แล้ว อย่าลืมข้อตกลง จบงานแล้วต้องเลิกยุ่งกับตาใหญ่อย่างเด็ดขาด ห้ามมีพันธะผูกพันใดๆ และขอเตือนว่าอย่าบังอาจคิดใช้ร่างกายแลกกับเดิมพันครั้งนี้”

“ดิฉันไม่เคยใช้ร่างกายแลกกับเดิมพันครั้งไหนๆ ทั้งนั้น”

“อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เพราะประวัติเธอมันไม่ใช่”

เขมมิกสะกดอารมณ์โกรธอย่างสุดความสามารถที่โดนสบประมาท...หวังว่าเรื่องนี้จะจบลงเร็วที่สุด!

ฟากเนตรนิภายืนรอเขมมิกหน้าบ้าน เห็นรถพิแสงเข้ามาจอด ตั้งท่าไปเตือนแต่กนธีลงมารั้งไว้ อาสาไปส่งสนามบินเพราะรู้ว่าจะกลับกรุงเทพฯ เนตรนิภาแอบโทร.หาเขมมิกแต่ไม่มีคนรับสาย กนธีสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆ พยายามซักแต่หญิงสาวปิดปากแน่น เลี่ยงหนีไปอีกทาง กนธีก้าวตามติดๆ ส่วนพิแสงเข้าบ้านด้วยความคิดถึงเขมมิก ชมพู่รายงานสถานการณ์ระหว่างเขาอยู่โรงพยาบาล โดยเฉพาะเรื่องอนงค์กับวาศิณี นายหัวหนุ่มชะงัก ลังเลว่าควรไปเยี่ยมอนงค์ก่อนหรือไปหาเขมมิกตามหัวใจเรียกร้อง

ด้านแสงสุดา...ตัดสินใจถามตรงๆถึงความรู้สึก

เขมมิก จังหวะเดียวกัน...พิแสงผ่านมาได้ยิน หาที่หลบและเงี่ยหูฟัง เขมมิกถอนหายใจหนักหน่วง พูดเสียงเรียบว่าไม่เคยรักพิแสง แสงสุดาถามถึงเรื่องสมัยเรียนที่สวิตฯ เพราะทราบจากพิศาว่าเป็นต้นเหตุความสัมพันธ์ทั้งหมด เขมมิกหน้าซีด ตัดใจตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับดาราอาชีพ

“ฉันก็โกหก...ผู้ชายจะหัวใจพองโตและอ่อนไหว ถ้าได้ยินว่าผู้หญิงยังมีเขาในหัวใจไม่เคยลืมถึงห้าปี”

“ชื่นชมให้เธอในข้อนี้จริงๆ จำคำพูดของเธอวันนี้ให้ดีนะ เพราะถ้าเธอลืมและคิดว่าตัวเองแน่ ดื้อด้านจะเอาลูกชายคนเดียวของฉัน ฉันจะแฉเรื่องเธอรับงานฉันมาหลอกตาใหญ่ให้หลงรักเพื่อเงิน”

เขมมิกพูดไม่ออกที่ได้ยินคำประกาศิตของแสงสุดา อยากร้องไห้แต่กลั้นไว้สุดความสามารถ แสงสุดาผลุนผลันไปแล้ว ทิ้งเธอไว้กับความร้าวรานและความรู้สึกผิด หญิงสาวไม่รู้เลยว่าพิแสงได้ยินทุกอย่าง ถ้อยประโยคที่เจ็บปวดถูกตอกลึกลงไปในหัวใจที่บอบช้ำ

ooooooo

ตอนที่ 9

พิแสงเครียดเรื่องแก้วเป็นหนี้ยูเอฟ โทร.หาวาศิณีให้เรียกต่อลาภมาคุย เขมมิกบ่นอุบอิบน้อยใจเขาที่มัวคุยโทรศัพท์ไม่สนใจเธอ พิแสงรีบบอกเห็นเธออยู่ในสายตาเขาเสมอ หญิงสาวหน้าแดงด้วยความอาย แต่เมื่อได้ยินชื่อต่อลาภ เธอถึงกับอึ้งสงสัยว่าเป็นใคร

และแล้วเขมมิกก็ได้คำตอบจากปริญญ์หลังกลับถึงฟาร์มว่าต่อลาภคือคนของยูเอฟ ติดต่อพิแสงเพื่อทำเกษตรพันธสัญญา เนตรนิภายืนฟังด้วยความสับสน เช่นเดียวกับเขมมิก แม้เข้าใจคร่าวๆว่าคือสัญญาธุรกิจ แต่ไม่เข้าใจรายละเอียด ปริญญ์พาสองสาวไปหาข้อมูลเพิ่ม เขมมิกเห็นว่าสัญญาค่อนข้างเอื้อต่อการเสียเปรียบ ปริญญ์เห็นด้วยรีบอธิบาย

“เกษตรกรต้องยอมเป็นหนี้เพื่อให้ได้ยา อาหารหรือโรงเลี้ยงหมูที่ได้มาตรฐานเพื่อขายหมูแล้วค่อยหักเงินคืน”

“ใครไม่ใช้หนี้จะถูกยึดที่ดินและทรัพย์สิน มรดกของปู่ย่าตาทวด ครอบครัวล้มเหลว วิถีดั้งเดิมก็ล่มสลาย”

เขมมิกร้อนใจเป็นห่วงพิแสง ผลุนผลันออกไปพร้อมเอกสารข้อมูล เนตรนิภาตามไปห้าม พยายามเตือนสติว่าเพื่อนสาวมาฟาร์มเพื่อนเกษตรเพราะอะไร เขมมิกชะงักและเริ่มอึกอัก เนตรนิภาจ้องตาเพื่อนนิ่ง ย้ำเสียงหนักแน่น

“แกลืมตัวเพราะแกรักเขาเข้าแล้วจริงๆ งั้นฉันจะช่วยเตือนความจำให้ แกมาที่นี่เพราะอะไร ถอนหัวใจแกออกมาตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ว่ายังไง สิ่งที่แกจะได้รับหลังเรื่องนี้จบก็คือ...อย่าให้พูดเลย แค่คิดก็เจ็บแทน”

เขมมิกหน้าซีด ในใจลังเลเพราะเป็นห่วงพิแสง เนตรนิภามองด้วยความเครียด...เขมเอ๊ย จะรอดไหมเนี่ย!

เวลาเดียวกัน...วาศิณีต้อนรับต่อลาภที่ออฟฟิศ ตัวแทนหนุ่มตื่นเต้นเป็นพิเศษ ยิ้มกรุ้มกริ่มใส่เลขาสาว บอกว่าถ้าพิแสงยอมทำสัญญาจะตอบแทนมื้อใหญ่ ทันใดนั้น...พิแสงกับกนธีเดินเถียงกันเข้ามาเรื่องเขมมิก นายหัวหนุ่มตัดบทและเชิญต่อลาภเข้าห้อง ส่วนวาศิณีได้ยินชื่อเขมมิก ถือโอกาสเป่าหูกนธีให้มีความหวัง ยิ้มกระหยิ่มแล้วตามเจ้านายเข้าข้างใน กนธีมองตามตาลอย ปลื้มเมื่อได้ยินว่าเขมมิกมีใจ

พิแสงคาดคั้นต่อลาภเรื่องแก้ว โวยวายจนตัวแทนหนุ่มชักเครียด ตัดสินใจสร้างเรื่องว่าแก้วทำขาดทุนเอง พิแสงอึ้ง ลังเลว่าควรเสี่ยงทำสัญญาหรือขอเงินทุนเพิ่มจากแสงสุดา วาศิณีให้กำลังใจและนำแฟ้มเอกสารสัญญากับข้อมูลงานวิจัยมาให้ บอกว่าต่อลาภฝากมาเพื่อแสดงความจริงใจ พิแสงขอบคุณ เปรยยิ้มๆ

“น้ำหวานเป็นผู้ช่วยที่ดีที่สุดของฉันเลยรู้ไหม ถ้าไม่มีเธอก็เหมือนฉันไม่มีแขนขา”

วาศิณีเขิน ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าอีกมุมของออฟฟิศ เขมมิกที่แอบหนีเนตรนิภามา พึมพำแขวะเลขาสาว

“ออดอ้อนกันเข้าไป ทั้งสายตาและอาการแบบนี้ แล้วจะให้เชื่อเหรอยะว่าคิดกับยายแอปเปิ้ลแค่น้องสาว”

พิแสงกับวาสิณีได้ยินเสียงขลุกขลัก ชะเง้อหาต้นเสียง เขมมิกทำตัวลีบหายไปกับเสา พิแสงมองไม่เห็น แต่วาศิณีตาไว รู้ว่าเป็นเขมมิก แกล้งเหน็บเสียงหวานและชวนเจ้านายหนุ่มไปทำงาน เขมมิกถอนใจเซ็งๆ ทำปากมุบมิบต่อว่าวาศิณี...ฝากไว้ก่อนเถอะยายเลขาแอ๊บแบ๊ว!

ooooooo

พิแสงคาใจเรื่องเสียงขลุกขลักก่อนหน้านี้ เดินวนรอบออฟฟิศตามหาต้นเสียง ในที่สุดก็พบเขมมิกนอนหลับตาอยู่มุมหนึ่ง เขมมิกลืมตา พอลืมตาต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นหน้าเขา สองหนุ่มสาวตกในภวังค์ เขมมิกได้สติก่อน พยายามลุกแต่เสียหลัก พิแสงคว้าไว้ทันรวบตัวหญิงสาวเข้ามาในอ้อมแขน กระซิบอย่างรู้ทันว่าเมื่อบ่ายคือเธอใช่ไหม

เขมมิกผละออกมาอย่างหัวเสีย พิแสงชี้ไปที่เอกสารในมือเธอ เขมมิกสบช่อง คิดแผนให้เขาง้อ

“ก็...ข้อมูลน่าสนใจบางอย่าง แต่คงไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ เพราะแขนขาของคุณจัดการเรียบร้อยแล้ว”

“อาการแบบนี้เรียกว่างอนหรือเปล่า”

เขมมิกปฏิเสธทันควัน หน้าแดงด้วยความเขินอาย พิแสงนึกสนุก แหย่จนหญิงสาวเหลืออด แหวเสียงเขียว

“ใช่สิ...กับบางคนล่ะก็ เอ็นดูได้เอ็นดูดี ทำอะไรก็ชอบก็น่ารัก แต่กับฉัน...มีแต่คำว่างี่เง่า ประสาท...”

พิแสงขยี้ผมเธอที่ช่างประชด เขมมิกชะงัก หัวใจเต้นรัว ยกมือเขาออกและบอกเสียงเรียบไม่ให้ทำแบบนี้อีก

“คุณอาจไม่คิดอะไร แต่อาจทำให้ฉันคิด” จบคำก็หมุนตัวหนีไป พิแสงรั้งข้อมือไว้และพูดเสียงอ่อน

“แล้วถ้าฉัน...ฉันขอโทษ ฉันไม่ควรทำแบบนี้กับเธอที่...มีเจ้าของหัวใจแล้ว”

พิแสงปล่อยมือและผลุนผลันออกไป เขมมิกมองตามด้วยความเสียดาย อยากได้ยินสิ่งที่เขาจะพูดใจแทบขาด...โธ่เว้ย! ทำไมไม่ยอมพูดออกมาล่ะ ตาพิแสงบ้า!

ฝั่งเนตรนิภาหงุดหงิดเขมมิก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเห็นใจเพื่อน หัวเสียกว่าเดิม ได้ยินกนธีพร่ำเพ้อถึงเขมมิกไม่หยุดจนน่ารำคาญ เธอแขวะกลับอย่างหัวเสีย ทวงสัญญาจะทำตัวดีและเชื่อฟังคำสั่งจนกว่าเธอจะยอมยกโทษ กนธีหน้าจ๋อย เพิ่งสำนึกได้ว่าออกอาการเกินเหตุ แต่ยังเชื่อว่าเขมมิกมีใจ เนตรนิภาตบหน้าเรียกสติ บอกว่าเขมมิกมีท่าทีกับพิแสงต่างหาก และไม่ให้เชื่อคำพูดเลขาสาวเพราะหลงรักพิแสงเหมือนกัน

กนธีเตรียมออกรถไปส่งเนตรนิภาที่สนามบิน เหลือบเห็นรถของรีสอร์ตหน้าบ้าน เลิกคิ้วด้วยความสงสัยแต่ไม่มีอารมณ์ตามหาความจริง ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพิศาอยู่บนรถ แอบมาฟาร์มเพื่อสืบเรื่องเขมมิก แต่สั่งให้คนขับถอยกลับเพราะกลัวกนธีกับเนตรนิภาเอาไปฟ้องพิแสง

ฟากวาศิณีโทร.รายงานว่าพิแสงดูสนใจเอกสารของเขามาก ต่อลาภแกล้งดีใจ ชวนเลขาสาวทานข้าวเย็นเพื่อตอบแทน วาศิณีปฏิเสธและขอวางสาย ต่อลาภมองโทรศัพท์เซ็งๆ พลันนึกได้ กดมือถือหาเสี่ยย้งเจ้านายที่กรุงเทพฯ

ฝ่ายเสี่ยย้งฟังความคืบหน้าแผนการฮุบฟาร์มเพื่อนเกษตรด้วยสีหน้าพอใจ วางสายและหันไปพูดกับพิทยา

“ฉันให้พี่เขยนายอ่านคู่สัญญาที่มีเนื้อความไม่เหมือนกับสัญญาตัวจริง คนของฉันเอางานวิจัยที่เสนอแต่ด้านดีเกี่ยวกับยูเอฟไปให้อ่านด้วย บอกตรงๆว่า ฉันไม่อยากลงทุนกับพวกรู้มาก คุมยาก”

พิทยาแสยะยิ้ม เอ่ยขอบใจเสียงเบา เสี่ยย้งคาใจว่าทำไมต้องเป็นกิจการฟาร์มหมู พิทยาอธิบายเสียงกร้าว

“มันรักฟาร์มหมูของปู่มันมาก ไม่มีทางปล่อยให้เจ๊ง เฮียสร้างปัญหาให้มันเท่าไหร่ มันยิ่งไม่มีเวลายุ่งกับสายการบิน พีบูติกต้องมีผมเป็นผู้บริหารเท่านั้น ไม่ใช่มัน”

“ลื้อนี่ไม่ธรรมดาเลย ไม่เสียแรงที่ป๊าอั๊วรับลื้อเป็นลูกบุญธรรม ยังกับสายเลือดเดียวกัน”

“ขอบคุณป๊ากับเฮียที่ส่งเสริม ผมขอปิดความสัมพันธ์ ของเราเป็นความลับต่อ จนกว่าผมจะได้ในสิ่งที่ควรจะเป็นของผมมาตั้งแต่แรกอย่างสมบูรณ์”

“ไม่ต้องห่วง เราพี่น้องกัน อยากให้ช่วยอะไรก็บอก”

“ผมทำได้ทุกอย่างเพื่อทำลายพวกมัน ยังมีเรื่องให้เฮียช่วยอีกหลายเรื่อง”

สองพี่น้องนอกไส้ชนแก้วอารมณ์ดี พิทยาร้อนรุ่มด้วยไฟแค้น...ทุกอย่างต้องเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว!

ooooooo

ต่อลาภจะออกจากฟาร์ม เห็นเขมมิกเดินใจลอยที่มุมหนึ่ง เดินลิ่วไปทักตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ พยายามแนะนำตัวเองแต่เขมมิกไม่สนใจ เดินเลี่ยงออกไปแบบเซ็งๆ ตัวแทนหนุ่มไม่ยอมแพ้ รั้งแขนไว้ด้วยท่าทีคุกคาม เขมมิกสะบัดออกแต่ไม่ได้ผล ตั้งท่าจะเอาเรื่องแล้วสะดุ้ง ได้ยินเสียงแตรรถลั่นจากด้านหลัง

หลอดกับเสริมโผล่หน้า ตะโกนบอกหญิงสาวให้ขึ้นรถและขับไล่หลังต่อลาภด้วยความหมั่นไส้ ต่อลาภ กลัวเจ็บ วิ่งหนีหายไป เขมมิกชอบใจ มองสองหนุ่มด้วย

แววตาขอบคุณ

ฝ่ายพิแสงนั่งอ่านเอกสารจนเย็น วาศิณียกกาแฟมาให้ แกล้งบ่นด้วยความน้อยใจที่เขาไม่ถามถึงอาการป่วยของอนงค์ พิแสงมองเลขาสาวอย่างรู้สึกผิด ขอโทษเสียงอ่อยและตามเธอไปเยี่ยมอนงค์ที่บ้านพัก

ฝั่งอนงค์กินมะม่วงจิ้มกะปิเอร็ดอร่อย ไร้วี่แววคนป่วย พิศาที่ย้อนกลับมา ย่างสามขุมเข้าหาและยื่น ข้อเสนอ

“ทำยังไงก็ได้ให้นังเขมมิกไปให้พ้นจากที่นี่ แล้วฉันจะหาทางทำให้คุณแม่ยอมรับลูกสาวแกเป็นสะใภ้”

อนงค์ตาโตแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์ ถามกลับเสียงหยัน

“แต่จะมั่นใจได้ไงคะว่าคุณพิศาจะไม่เบี้ยวดิฉัน”

“เอ๊ะ...อย่ามาสะเออะคิดไม่ไว้ใจฉัน”

“ก็ถ้าไม่มีหลักประกัน ดิฉันขอสะเออะคิด”

พิศาฉุนที่โดนต่อรอง อนงค์ยื่นข้อแลกเปลี่ยน พิศาเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินจำนวนเงินถึงห้าหมื่นบาท ตั้งท่าจะค้าน อนงค์ส่ายหน้ายิ้มๆ พูดด้วยน้ำเสียงเป็นต่อว่าถ้าไม่ตกลงอาจมีแฉ พิศาจำยอมรับปาก บอกจะโอนวันรุ่งขึ้น อนงค์ยิ้มรับ แววตามีเลศนัย มาส่งพิศาขึ้นรถ โบกมือให้และพึมพำเสียงเยาะเมื่อรถลับตา

“สักวันถ้ามีโอกาสขอตบปากสั่งสอนให้หายดัดจริตหน่อยนะคะคุณพิศา...นังเด็กเมื่อวานซืน”

จบคำก็หันกลับ สะดุ้งเฮือก เห็นพิแสงกับวาศิณีมองอยู่ นึกได้ว่าต้องสวมบทคนป่วย รีบทรุดตัวลงกับพื้นราวกับดารามืออาชีพ พิแสงถลันไปรับและพยุงกลับเข้าบ้าน วาศิณีมองด้วยแววตายิ้มกริ่ม ก้าวตามอย่างพอใจ

ฝั่งกนธีทำใจเรื่องเขมมิกกับพิแสงไม่ได้ เนตรนิภาเห็นใจแต่ไม่มีเวลาปลอบ พยายามบอกให้ตัดใจ

“รักแท้แพ้ระยะทาง เคยได้ยินไหม ถ้าเขมจะเปลี่ยนใจ...มันก็ไม่ผิดเพราะเขมกับคู่หมั้นยังไม่ได้แต่งงานกัน นายไม่อยากเห็นคนที่รักมีความสุขหรือ ถ้านายทำได้ นายจะแมนสุดอะ รักแท้คือการเสียสละน่ะเข้าใจไหม”

กนธีคร่ำครวญพักใหญ่กว่าจะสงบ เนตรนิภารำคาญ แต่ก็ยอมให้เขาซบหน้ากับมือของเธออยู่นานโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ

เวลาเดียวกัน...หลอดกับเสริมพาเขมมิกไปเยี่ยมแก้วที่โรงพยาบาล และตั้งใจจะฟ้องพิแสงเรื่องต่อลาภลวนลามหญิงสาว เขมมิกห้ามเพราะกลัวเสียแผน อ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ หลอดกับเสริมไม่อยากเชื่อ ตัดสินใจบอกพิแสงอยู่ดีเพราะไม่ไว้ใจต่อลาภ ออกรถอย่างใจร้อน ลืมสนิทว่าทิ้งเขมมิกไว้อีกแล้ว!

ooooooo

พิแสงทานข้าวเย็นกับวาศิณี ส่วนอนงค์นอนเอนหลัง มองด้วยแววตาสมใจ แกล้งโอดว่าเป็นห่วงลูกสาวที่ต้องทำงานและดูแลเธอคนเดียว พิแสงพาซื่อบอกว่าอยากให้อนงค์เกษียณก่อนอายุ โดยจะช่วยเหลือเรื่องบ้านและค่าใช้จ่าย วาศิณีกับอนงค์มองหน้ากันเครียดๆ เข้าใจแจ่มชัดว่าเป็นแผนล้ำลึกของแสงสุดา

ทันใดนั้น...หลอดกับเสริมวิ่งพรวดมาลากพิแสงออกไปข้างนอก อนงค์หันมาแหวลูกสาวทันทีเพราะขัดใจ วาศิณีส่ายหน้าเอือมๆ เดินออกไปบ้าง ทิ้งให้อนงค์ยืนกรี๊ด อยู่คนเดียว

วาศิณีตามหาพิแสง ตาโตเมื่อได้ยินหลอดกับเสริมบอกว่าต่อลาภลวนลามเขมมิก พิแสงโมโหหึง แต่ไม่รู้ตัว พาลเข้าใจว่าเขมมิกเป็นฝ่ายให้ท่า ถามเสียงเข้มว่าหญิงสาวเจ้าปัญหาอยู่ไหน สองคนงานสะดุ้งเพราะลืมเขมมิกไว้โรงพยาบาล พิแสงผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย ส่วนวาศิณีกระทืบเท้าเร่าๆ...ไม่พอใจที่ทุกคนสนใจเขมมิกเกินเหตุ

เวลาเดียวกันในบ้านแสงสุดา...สร้อยเพชรร้องไห้กระซิกๆ ใจหายที่สาวิกาจะไปทำงานรีสอร์ตกนธี แสงสุดากับพิสุทธิ์ช่วยกันปลอบแต่ไม่ค่อยได้เรื่อง สร้อยเพชรอาการหนักมาก สาวิกาแอบมองจากอีกมุม ถอนใจหนักหน่วง เซ็งท่าทีห่วงใยแบบเว่อร์ๆของแม่ พิสิณีเข้าใจความรู้สึก พยายามปลอบให้มองอีกมุม

“แม่เขารักเรา เป็นห่วงเรา ท่านก็ใจหายเป็นธรรมดาล่ะจ้ะ อย่าเบื่อเลย”

“ก็ไม่ได้ตั้งใจเบื่อ คอยดูนะถ้าวิกามีลูก วิกาจะไม่เลี้ยงลูกแบบที่คุณแม่เลี้ยงวิกาหรอก”

“คุณป้าเลี้ยงวิกาให้เป็นเด็กดีมาก ทำไมถึงพูดแบบนี้”

“ก็ดีค่ะ แต่เสียอย่างเดียวชอบเลี้ยงเป็นลูกแหง่ แต่วิกาจะเลี้ยงแบบอิสระและตัดสินใจเอง”

พิสิณีส่ายหน้ายิ้มๆ พิสุทธิ์เดินมาเตือนให้หมั่นโทร.หาพ่อแม่ สาวิกาบ่นว่าโดนรู้ทัน พิสุทธิ์จึงสอนเสียงเรียบ

“ไม่ได้...ต่อให้เรามีลูกมีผัวหรือจนอายุหกสิบ เราก็มีหน้าที่โทร.หาพ่อแม่ให้ท่านสบายใจ ถึงจะเป็นลูกที่ดี”

สาวิกาหน้าจ๋อย ย้อนถามถึงพิแสงที่ไกลบ้านเช่นกัน พิสุทธิ์ย้อนว่าพิแสงเป็นผู้ชาย สาวิกาพยักหน้ารับแกนๆ ไม่เข้าใจเลย...เป็นลูกสาวแล้วมันต่างตรงไหน

ด้านพิทยา...โทร.บอกภรรยาให้ช่วยจัดกระเป๋าไปหาดใหญ่ พิสิณีรับปาก วางสายและหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่คุยกับพ่อแม่หลายวันก่อน แสงสุดาถามเรื่องเขมมิก กลัวลูกสาวมีปัญหากับลูกเขย พูดเสียงเรียบแต่จริงจัง

“ลูกเราเป็นประเภทผู้หญิงโลกสวย คิดว่าความจริงใจชนะทุกสิ่ง แต่ความจริงใจแพ้ความไม่รู้จักพอเสมอ”

พิสุทธิ์กล่อมให้มองพิทยาในแง่ดี แสงสุดาไม่วางใจ พิสิณีหน้าเสีย ยืนยันไม่บอกสามีเรื่องเขมมิกเพราะอยากให้ครอบครัวสงบ เธอค่อยๆดึงตัวเองออกจากภวังค์ จัดกระเป๋าให้พิทยา ตัดเรื่องเครียดๆทิ้ง...อยู่กับปัจจุบันดีที่สุด

ooooooo

พิแสงโทร.บอกเขมมิกให้รอที่โรงพยาบาล

เขมมิกวางสาย หงุดหงิดเพราะโดนบ่นทั้งที่ไม่ใช่คนผิด นั่งมองดวงจันทร์แล้วคิดถึงตอนดูกับพิแสงบนหลังรถกระบะ อมยิ้มน้อยๆด้วยความเขิน...ถึงกวนประสาทบ้างแต่ก็น่ารักดี

เขมมิกผล็อยหลับเมื่อพิแสงไปถึง แม้จะเคืองเธอเรื่องต่อลาภ แต่พอเห็นสภาพไร้พิษสง ใจก็อ่อนยวบลง

เขมมิกนั่งตัวเกร็งในรถ พิแสงอดไม่ได้ กระแนะกระแหนเรื่องต่อลาภจนเขมมิกทนไม่ไหว แหวเสียงเขียว

“โอ๊ย...คุณนี่เป็นผู้ชายแบบไหน ไม่มีเหตุผล เจ้าอารมณ์ ใครจะไปตามทัน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย วัยทองก็ไม่ใช่ ถ้าโกรธเกลียดฉันมาก แล้วมารับทำไม มาเห็นหน้ากันทำไม จอด!”

พิแสงเหยียบคันเร่งตามอารมณ์พุ่งสูง ตะคอกขู่ให้หยุดโวยวาย เขมมิกไม่ยอม ตะโกนโหวกเหวกจนพิแสงของขึ้น สวนกลับไม่ไว้หน้า เขมมิกโมโห กัดแขนเขาระบายอารมณ์ ชายหนุ่มเสียการทรงตัวทำให้รถส่ายไปมา ข้ามเลนไปหารถบรรทุก เขาตัดสินใจหักพวงมาลัย พร้อมกระทืบเบรกอย่างแรง ทำให้รอดจากการประสานงาแต่รถแฉลบหาไหล่ทาง มุ่งลงข้างล่างที่เป็นป่ารกชัฏ เขมมิกกอดคอเขาแน่น รู้สึกวางใจเขาอย่างประหลาด

รถไถลไปกระแทกโขดหินใหญ่ ศีรษะสองหนุ่มสาวชนคอนโซลหน้ารถหมดสติ พิแสงฟื้นก่อน มองเห็นควันโขมงและกระโปรงรถเปิดอ้า หันไปดูเขมมิกเห็นยังไม่ได้สติ ประกายไฟหน้ารถประทุขึ้น เขาตัดสินใจถีบประตูและรวบรวมแรงอุ้มเขมมิกออกจากรถ ฉับพลันนั้น... เสียงรถระเบิดไล่หลัง เขมมิกเพิ่งได้สติ เห็นเขาใช้ตัวเองปกป้องก็รู้สึกตื้นตัน มั่นใจว่าตกหลุมรักเขาเต็มหัวใจ ขยับซุกในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกกลัวแต่อบอุ่นใจเหลือเกิน

หลังระเบิดมอด...พิแสงตรวจดูเขมมิก เขมมิกเขินแล้วหน้าเสีย เห็นเขาเจ็บหลังเพราะฝืนแรงมากเกิน น้ำตาซึมด้วยความรู้สึกผิด ช่วยพยุงและขอโทษเสียงซึม

“ฉันทำให้เกิดอุบัติเหตุ ฉันทำให้เราทั้งคู่เกือบตาย ฉันทำให้หลังคุณเจ็บ ฉันทำให้...”

“ฉันเองก็มีส่วนผิด ถ้าแค่ยอมคุยกับเธอดีๆ เราคงไม่ทะเลาะกันจนทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ อย่าโทษตัวเองเลย”

พิแสงเอามือปิดปากเธอ พูดปลอบเสียงอ่อนจนหญิงสาวแทบใจละลาย สองหนุ่มสาวเดินหาความช่วยเหลือท่ามกลางฝนตกหนัก หญิงสาวมองรอบตัวด้วยความหวาดหวั่น นายหัวหนุ่มขำท่าทางตื่นๆ คว้ามือเธอมากุมและชี้ไป ที่กระท่อมร้างข้างทาง เขมมิกตาโต ปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมไป

“ผู้หญิงผู้ชายสองต่อสอง รถพัง ฝนก็ตก เจอกระท่อม เคยดูหนังปะ แบบนี้เลย สุดท้ายก็จุด จุด จุด”

“อะไรของเธอ จุด จุด จุด”

“ยอมหนาวเป็นปอดบวมตายที่นี่ดีกว่าเข้าไปให้คุณจุด จุด จุด”

“นี่...สภาพฉันยิ่งกว่าหมาหอบ ไม่มีอารมณ์จะจุด จุด จุด กับเธอหรอก ยายบ๊อง”

พิแสงหมดความอดทน ออกแรงลากเขมมิกอย่างแรง ฉับพลันนั้น...เขาทรุดฮวบ ปรากฏให้เห็นชายชาวบ้านสองคนพร้อมไม้หน้าสามในมือ เขมมิกกรี๊ดสุดเสียง ถลาไปหาพิแสงด้วยความเป็นห่วงแต่ถูกชายชาวบ้านดึงแขนไว้ พิแสงพยายามลุกไปช่วย โดนหนึ่งในสองชาวบ้านเตะจนฟุบ

เขมมิกฮึดสุดกำลัง สะบัดตัวออกและเอาตัวกันพิแสง สองชาวบ้านย่างสามขุมมาหา พิแสงสั่งให้ถอย เขมมิกไม่ยอม ตะโกนเสียงสั่นแต่จริงจัง

“ฉันไม่ถอย ฉันไม่มีอะไรให้จริงๆ อย่าทำร้ายพวกเราเลยนะ ถ้าอยาก...ทำฉันคนเดียว อย่าทำเขา ฉันขอร้อง”

จบคำก็ถลันไปกอดเขาแน่น พิแสงทึ่งที่เธอยอมเสี่ยงชีวิต ชาวบ้านทั้งสองมองหนุ่มสาวกอดกันและตีความสถานการณ์ไปอีกอย่าง พิแสงอึ้งไปอึดใจ เช่นเดียวกับเขมมิกที่ใจเต้นแรง ไม่กล้าสบตาเขา ชาวบ้านเปรยขำๆ

“ไม่ใช่แล้วจะกอดกันกลม อ้อนวอนขอชีวิตให้กันหรือไงวะ มีแต่คนรักกันเท่านั้นที่ยอมสละชีวิตตัวเองให้อีกคน”

“เออว่ะ...ไอ้เราก็คิดว่าไอ้หนุ่มฉุดเอ็งมาทำมิดีมิร้าย เลยฟาดเปรี้ยงเข้าให้ จะช่วยเอ็งนะนังหนู”

สองชาวบ้านประคองพิแสงกลับบ้านพัก นายหัวหนุ่ม มองหน้าเขมมิก โล่งอกเพราะเรื่องไม่เลวร้ายอย่างที่คิด

เวลาเดียวกันบ้านแสงสุดา...พิทยาสะดุ้งจากฝันร้าย พิสิณีตื่นตาม เขาบอกไม่เป็นอะไรมาก แต่ในหัวเต็มไปด้วยภาพเขมมิก นำความคิดถึงและโหยหาต่อหญิงสาวจนแทบบ้า ต้องออกจากห้องหาน้ำดื่ม พยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างหนัก พิสิณีตามออกมาไม่นานจากนั้น เขากอดเธอแน่น เปรยเสียงเคร่ง

“ถ้าวันหนึ่งผมทำให้คุณผิดหวัง คุณจะยังดีกับผมแบบนี้ไหม”

“สิ่งเดียวที่จะทำให้ฉันผิดหวังคือคุณหมดรักในตัวฉัน แต่รู้อะไรไหมคะ ต่อให้คุณหมดใจจริงๆ ฉันก็ไม่มีวันผิดหวังในตัวคุณ เพราะความรักของฉันคือคุณ โกรธเกลียดคุณก็เหมือนทำร้ายหัวใจตัวเอง”

พิทยากอดเมียแน่นด้วยความรู้สึกผิดท่วมท้น พิสิณี กอดตอบ แปลกใจนิดหน่อยที่คืนนี้เขาพูดจาแปลกๆ

ooooooo

พิแสงกับเขมมิกไปพักบ้านชาวบ้าน และต้องอยู่ห้องเดียวกันเพราะถูกเข้าใจว่าเป็นสามีภรรยา สองหนุ่มสาวสบตากันเขินๆ เขมมิกอ้อมแอ้มขอแยกห้อง พิแสงตัดบทเพื่อกันความสงสัย บอกว่าเขมมิกงอนเขาที่ขับรถไม่ระวัง โอบเอวเธอแน่นราวกับรักกันเต็มประดา ชาวบ้านผัวเมียออกไปแล้ว พิแสงส่งสายตาดุให้ เปรยเสียงเข้ม

“อย่าทำให้ลำบากเลย บ้านเขามีแค่ห้องเดียว เขาเสียสละให้เรานอนแล้ว หรือเธอจะให้เขานอนนอกบ้าน”

“แต่ฉันเคยบอกแล้วไง ว่าฉันไม่ไว้ใจคุณ”

“เมื่อกี้...ใครกันนะที่ขอร้องพี่เขาไม่ให้ทำร้ายฉัน แต่ตอนนี้เธอกลับจะทำเอง เป็นห่วงฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ”

พิแสงจ้องเธอนิ่ง เอามือสองข้างกันไม่ให้ไปไหน เขมมิกไม่ยอมพูด ลอดแขนเขาเข้าห้องเขินๆ สองหนุ่มสาวนั่งคนละมุมเตียง อยากรู้ความในใจของอีกฝ่าย เขมมิกเป็นฝ่ายหมดความอดทน อธิบายเรื่องที่ช่วยเขาและ

ต่อลาภเสียงเคร่ง พิแสงนั่งนิ่ง เปรยเสียงเรียบแต่จริงจังว่าเชื่อเธอ เขมมิกไม่อยากเชื่อ พิแสงถอนใจเบาๆและพูดเสียงอ่อน

“ไม่รู้สิว่าฉันเชื่อใจเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ และไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันแคร์ความรู้สึกเธอ ไม่อยากให้เธอผิดหวังถ้าฉันไม่เชื่อใจ ตั้งแต่เธอมาป่วนที่ฟาร์ม ระบบความคิดฉันที่เคยมีก็พังหมด เธอรู้ไหม”

เขมมิกหัวใจเต้นโครมครามด้วยความดีใจ พิแสงไม่ทันสังเกต พรั่งพรูความในใจ

“ฉันไม่มีสมาธิทำงาน ในหัวมีแต่เรื่องเธอว่าวันนี้จะสร้างเรื่องอะไรอีก ไอ้หลอดไอ้เสริมจะลืมเธอไว้ที่ไหนหรือเปล่า เธอจะอารมณ์เสียใส่ทีเด็ดไหม หรือว่าฉันใช้งานเธอหนักไปไหม ทำไมเธอกับไอ้หมอถึงมีเรื่องคุยและหัวเราะ ทั้งวัน แต่กับฉัน...เธอไม่เคยทำ สายตาฉันอยู่ที่เธอ ไม่ว่า เธอจะไปไหนหรือทำอะไร ไม่รู้ทำไม...ทั้งที่เราเพิ่งเจอกัน”

เขมมิกไม่เข้าใจ ซักด้วยความอยากรู้ พิแสงสบตาเธอนิ่ง ลุกมายืนตรงหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“และที่สำคัญ...ทำไมเราไม่เจอกันให้เร็วกว่านี้ ก่อนที่เธอจะมีคู่หมั้น”

เขมมิกพูดไม่ออก ซึ้งทุกคำพูดว่าเขาสารภาพรัก น้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว พิแสงเอามือเช็ดให้ ตัดสินใจบอกความในใจที่เอ่อล้นในช่วงวินาทีความเป็นความตาย

“ขอให้ฉันรอดตาย ขอให้เธอไม่เป็นอะไร เพื่อฉันจะได้มีลมหายใจมาบอกความรู้สึกฉันกับเธอ ฉันไม่อยากตายโดยที่ยังเก็บมันเอาไว้ ถึงแม้จะรู้ดีว่าบอกไปแล้ว สิ่งที่ฉันจะได้กลับมาคือความว่างเปล่า แต่ฉันก็จะไม่เสียใจ”

เขมมิกทนไม่ไหวอีกต่อไป โผเข้ากอดเขาและร้องไห้โฮด้วยความตื้นตัน พิแสงโอบตอบ เจ็บปวดใจเหลือเกิน

“เธอกำลังปลอบใจฉันใช่ไหมเขมมิก ขอฉันกอดเธอบ้างได้ไหม ฉันสัญญา...พรุ่งนี้ฉันจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก”

เขมมิกร้องไห้ไม่หยุด จ้องหน้าเขาเหมือนอยากพูดบางอย่าง แต่ไม่ทันบอก พิแสงดึงเข้ามาจูบด้วยความรักที่ล้นปรี่ เขมมิกตกใจแล้วค่อยๆผ่อนลง ปล่อยตัวปล่อยใจให้แต่โดยดีเพราะรู้สึกไม่ต่างกัน

ขณะพิแสงกับเขมมิกอยู่ในภวังค์รัก ทุกคนที่ฟาร์มวิ่งเต้นกันจ้าละหวั่นด้วยความเป็นห่วงสองหนุ่มสาว จะเป็นตายร้ายดียังไง กนธีได้รับแจ้งจากตำรวจว่ามีอุบัติเหตุรถตกข้างทาง ทุกคนใจไม่ดี อนงค์กับวาศิณีโทษเขมมิกว่าเป็นตัวซวย หน้าเสียเมื่อโดนสายตาประณามจากกนธี ปริญญ์ ชมพู่ หลอดและเสริม

บรรดาชายหนุ่มอาสาไปดูที่เกิดเหตุ มองหน้ากันเคร่งเครียด เมื่อเจ้าหน้าที่รายงานว่ารถยนต์ที่ประสบเหตุ รุ่นและสีเดียวกับของพิแสง หลอดกับเสริมตาเหลือก จำทะเบียนรถได้แม่น ครางเสียงอ่อยเพราะเป็นห่วงเจ้านายหนุ่ม

ooooooo

พิแสงรู้สึกผิดต่อเขมมิกที่ล่วงเกินเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขมมิกใจแทบสลาย ตั้งท่าอธิบายความรู้สึกบ้าง ทันใดนั้น...เสียงเคาะประตูดัง เจ้าของบ้านเอามือถือมาให้ พิแสงรับมาและตั้งหน้าตั้งตากดโทรศัพท์ ไม่สนใจหญิงสาวร่วมห้องแม้แต่น้อย เขมมิกได้แต่มองตามเขาด้วยแววตาเศร้าซึม...ทำยังไงเขาถึงจะรู้ใจเธอ

พิแสงโทร.บอกชมพู่ว่าตนกับเขมมิกปลอดภัย จะกลับบ้านวันรุ่งขึ้น เขมมิกรอเขาวางสาย ตัดสินใจถามตรงๆเรื่องความรู้สึกของเขา พิแสงบอกว่าเธอเป็นคนมีเจ้าของและขอไม่พูดอะไรอีก เขมมิกไม่ยอมไปไหนจนชายหนุ่มชักหงุดหงิด ลากไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ หมุนตัวขึ้นเตียงและนอนหันหลังให้ เขมมิกมองตามด้วยความน้อยใจสุดขีด

ฟากกนธีเป็นห่วงพิแสงกับเขมมิกจนทำอะไรไม่ถูก โทร.แจ้งข่าวร้ายกับเนตรนิภา หญิงสาวตกใจแทบสิ้นสติ โวยวายลั่นบ้าน ทันใดนั้น...เสียงมือถือปริญญ์ดัง หมอหนุ่มรับสาย ตาโตด้วยความดีใจ ชมพู่โทร.บอกว่าพิแสงกับ เขมมิกปลอดภัยและจะกลับฟาร์มวันรุ่งขึ้น เนตรนิภาได้ยินทุกอย่างผ่านหูโทรศัพท์ โล่งอกแต่อดไม่ได้ แหวกนธีเสียงเขียวที่ไม่รู้จักเช็กข่าวให้ดี กนธีวางสายแบบจ๋อยๆมองทุกคนที่ฟาร์มด้วยความรู้สึกผิดที่ตื่นตูมมากเกินกว่าเหตุ

เช้าวันรุ่งขึ้น...เขมมิกตื่นมาในชุดผ้าถุงปาเต๊ะ เสื้อตัวหลวมโคร่ง หัวฟูฟ่อง ดูคล้ายปุ๊กลุกแต่ไม่ได้สวมแว่น ลุกพรวดจากเตียงจนผ้าถุงเกือบหลุด พยายามมัดใหม่แต่ไม่ถนัด ทำให้ตัวเองดูพอง เธอเดินออกจากห้อง พิแสงนั่งคุยกับเจ้าของบ้าน หันมาเห็นแล้วตาค้าง ภาพของปุ๊กลุกหญิงสาวในอดีตผุดขึ้นในความคิด พึมพำเรียกชื่อเสียงเบา เขมมิกเหมือนได้ยินชื่อตัวเองแว่วๆ พิแสงหน้าเจื่อนปฏิเสธเสียงเข้มว่าไม่มีอะไร อดีตแอร์สาวเห็นทุกคนเตรียมพร้อม กลับเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พิแสงมองตาม...รู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น

พิแสงกับเขมมิกนั่งบนรถกระบะของชาวบ้านกลับฟาร์ม หญิงสาวนั่งเหม่อไปนอกรถ ไม่กล้าสบตาเขา ต่างจากนายหัวหนุ่มลอบพิจารณาเธอ ชักเห็นความคล้ายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สองหนุ่มสาวถึงฟาร์มไม่นานจากนั้น ทักทายทุกคนพอหอมปากหอมคอ แยกย้ายกันเข้าห้องด้วยท่าทีแปลกๆ อนงค์กับวาศิณีสังเกตเห็น นั่งเม้าท์กันในครัวอย่างออกรส

“แม่ว่า...เมื่อคืนต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆระหว่างนายหัวกับยายเขมมิก...ใช่ไหม”

“ฉันดูอะไรไม่พลาดหรอกแก แต่เรื่องอะไรนี่สิ”

“ไม่ต้องเสียเวลาเดาหรอกแม่ สร้างเรื่องให้มันเลยดีกว่า”

“นั่นสินะ...เอาให้มันอายจนอยู่ที่นี่ไม่ได้เลยดีกว่า”

พิแสงปิดประตูห้องลงกลอน เดินตรงไปหน้าคอกปุ๊กลุกหมูน้อย นึกถึงเขมมิกแล้วนิ่วหน้า ภาพเหตุการณ์กรอบรูปตัวเองตกแตกและเขมมิกกลับกรุงเทพฯกะทันหันย้อนกลับมา สังหรณ์ใจว่าน่าจะเกี่ยวข้องกันบางอย่าง เช่นเดียวกับเขมมิก...ยืนแน่นิ่งกลางห้องพัก คิดถึงตอนโดนพิแสงจูบแล้วหน้าแดงก่ำ ความรู้สึกอุ่นวาบยังอยู่ที่ริมฝีปาก หญิงสาวพยายามยิ้มเพราะแผนลุล่วง แต่ทำไมน้ำตามันพาลจะไหลออกมาพร้อมใจที่ปวดร้าวเหลือเกิน

พิแสงคาใจเรื่องเขมมิก ตัดสินใจพิสูจน์บางอย่าง รื้อของในตู้เสื้อผ้า หยิบโบผูกผมสีหวานและไปหาเขมมิก หญิงสาวตกตะลึง เพราะมันคือโบเส้นเดียวที่เธอผูกในคืนที่ฮัมบูร์ก พิแสงถามตรงๆ

“เธอจำได้ใช่ไหม มันเป็นของเธอ เธอทำหล่นไว้ วันที่เธอหนีไปจากฉัน เธอทิ้งมันไว้ปุ๊กลุก!”

เขมมิกอึ้ง หน้าตึงตัวชา ตั้งท่าจะปิดประตูแต่เขารั้งไว้ ถามเสียงเครียดว่าเธอจะหนีความจริงไปถึงเมื่อไหร่ เขมมิกปฏิเสธเสียงสั่น ออกแรงปิดประตูและยืนร้องไห้ พิแสงไม่ยอมไปไหน เพียรเคาะประตูและพร่ำเรียกชื่อปุ๊กลุกไม่หยุด เขมมิกเจ็บจี๊ด ทนอึดอัดใจไม่ไหว ตัดสินใจเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม

“เลิกเรียกฉันว่าปุ๊กลุกสักที ฉันชื่อเขมมิก ไม่มีผู้หญิงเสร่อๆหน้าโง่ที่ชื่อปุ๊กลุกอีกต่อไปแล้ว”

“ทำไมเธอต้องโกหก ทำเหมือนว่าเราไม่เคยรู้จักกัน”

“ในความคิดคุณ ปุ๊กลุกเป็นแค่คนรู้จัก ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีความสำคัญ เหมือนทิชชูใช้แล้วทิ้ง ในเมื่อเป็นอย่างนี้ แม้แต่คนรู้จักฉันก็ไม่อยากเป็น ฉันไม่อยากรื้อฟื้นมัน”

พิแสงหน้าเสีย ตั้งท่าจะอธิบายเรื่องทั้งหมด หญิงสาวยกมือห้าม ประกาศกร้าว

“ไม่ฟัง...โบนั่นจะเก็บไว้ทำไม เก็บไว้เพิ่มความหยิ่งผยองให้กับตัวเองเหรอ แต่จะบอกให้นะ มันคือความอัปยศของฉัน ยิ่งฉันเห็นมันก็ยิ่งตอกย้ำความโง่เง่าปัญญาอ่อนของฉัน เอามันไปทิ้ง”

จบคำก็แย่งโบผูกผมจากมือเขาและผลุนผลันออกไป พิแสงตามไปคว้าตัวเธอได้ที่มุมหนึ่ง ตัดสินใจเล่าเรื่องคืนนั้นในฮัมบูร์ก เรื่องราวจากพิแสงทำให้เขมมิกอ้าปากค้าง ความจริงคือเธออ้วกใส่ตัวเอง จนเขาต้องถอดเสื้อผ้าทิ้ง ชายหนุ่มหักห้ามใจอย่างยากลำบากที่เห็นเธอเกือบเปลือย แถมต้องยอมให้เธอกอดราวกับหมอนข้างทั้งคืน!

พิแสงจำท่าทางน่าเอ็นดูทุกอย่างของเธอได้ ตัดสินใจบอกถึงความในใจ

“ไม่เพียงแต่เสียใจแต่ฉันรู้สึกผิดมากที่ทำให้เธอทิ้งอนาคตกลางคัน ทำให้เธอเรียนไม่จบ ฉันเลิกเห็นผู้หญิงเป็นของเล่น ฉันกลับมาฝังตัวอยู่ที่นี่ ไม่คบใคร ไม่รักใคร รอวันที่จะได้พบเธออีกครั้งเพื่อแก้ไขความผิดพลาด”

เขมมิกอึ้ง ไม่คิดว่าเขาจะจริงจังและรู้สึกผิดเรื่องเธอมากขนาดนี้ พิแสงยังไม่หยุด เปลือยหัวใจเสียงอ่อน

“เธอเชื่อฉันไหม ถึงฉันจะมีผู้หญิงกี่คน แต่วันแรกที่ฉันได้เจอปุ๊กลุก ผู้หญิงที่มีแต่ความสดใส ไม่เสแสร้งไม่เหมือนผู้หญิงที่ฉันเคยคบ สายตาฉันก็มีแต่เธอ เหมือนทุก วันนี้ ฉันไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมถึงได้รู้สึกผูกพันกับเธอนัก”

ทันใดนั้น...ปุ๊กลุกหมูน้อยวิ่งผ่านมา พิแสงอุ้มไว้และบอกที่มาของชื่อ

“เพราะฉันไม่เคยลืมเธอ ต่อแต่นี้ไป ฉันจะพยายามสอนเธออย่างดีที่สุด เพื่อให้เธอไปเริ่มครอบครัวกับคนรักของเธอ ถือซะว่ามันคือการไถ่บาปของฉัน”

เขมมิกอึ้ง ไม่แน่ใจว่าควรเชื่อเขาหรือไม่ พิแสงค่อยๆเลี่ยงออกไป ทิ้งเขมมิกไว้กับความสับสน

ooooooo

ตอนที่ 8

เขมมิกปลื้มพิแสงที่เอาใจใส่ส่งคนมารับ เดินเข้าบ้านแบบใจลอย ชมพู่ถลามาต้อนรับ ตัดพ้องอนๆ บ่นไม่หยุดโดยเฉพาะที่ทำให้พิแสงร้อนใจขนาดหนัก

“ทำไมทำอย่างนั้นล่ะคะ นายหัวทรมานใจมากนะคะ สั่งคนตามหาให้วุ่น กลัวคุณเขมเป็นอันตราย”

“ใช่...นายหัวพูดว่าเขมมิกเป็นคนในปกครองของผม ถ้าเขมมิกเป็นอะไรผมต้องรับผิดชอบ” หลอดเสริม

“หล่อมากอะเจ้านายเรา” เสริมสนับสนุน

“นี่ก็อดรนทนไม่ไหว ต้องขึ้นไปตามที่กรุงเทพฯด้วยตัวเอง” ชมพู่ปิดท้าย

เขมมิกหน้าแดง กลบเกลื่อนขอตัวไปหาทีเด็ด สามคนงานมองตามยิ้มๆ ไม่รู้เลยว่าวาศิณีแอบมองอีกมุมด้วยแววตาเกลียดชัง...เธอโดนดีแน่ยายเขมมิก!

ฟากปริญญ์ดีใจที่เห็นเขมมิก ถามถึงแม่ของเธอตามประสาคนอัธยาศัยดี เขมมิกบอกว่าจ้างพยาบาลพิเศษดูแล เปลี่ยนเรื่องถามถึงทีเด็ดด้วยความคิดถึง ปริญญ์

ปรายตาไปทางหมูตัวแสบ ทีเด็ดเหมือนรู้ว่าพี่เลี้ยงกลับมา ค่อยๆลุกมาหาพร้อมกระดิกหาง เขมมิกหัวเราะชอบใจ สองหนุ่มสาวหยอกล้อหมูพ่อพันธุ์ตัวแสบอย่างอารมณ์ดี

เวลาเดียวกันบ้านแสงสุดา...สาวใหญ่สั่งสาวใช้ตามหาพิศาจะชวนไปข้างนอก เสียงมือถือดังขึ้น เธอหยิบดูเห็นข้อความจากพิศาส่งมาบอกว่าอยู่บนเครื่องกำลังไปหาพิแสงที่พัทลุง แสงสุดาส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ มองซ้ายขวาเลิ่กลั่ก ตัดสินใจไปหาพิสุทธิ์ที่สำนักงาน

ฝั่งพิสุทธิ์คุยงานกับธรรมศักดิ์เรื่องสืบหาพีระลูกชายอดีตหุ้นส่วน ทนายใหญ่บอกว่าหายสาปสูญตั้งแต่ยังอยู่มัธยมปลาย และอาจเปลี่ยนชื่อนามสกุลจนตามหาไม่พบ พิสุทธิ์ถอนใจหนักหน่วง เต็มใจรอไม่ว่านานแค่ไหน ทันใดนั้น... แสงสุดาเปิดประตูเข้ามาหน้าตื่น บอกว่าพิศาไปหาพิแสงที่พัทลุง พิสุทธิ์ไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแสงสุดาบอกว่าเขมมิกอยู่ที่นั่นด้วย ธรรมศักดิ์หน้าเจื่อน เช่นเดียวกับพิสุทธิ์ เผลออุทานเสียงดัง...วุ่นกันล่ะทีนี้

ด้านพิแสง...ตามหาเขมมิกทันทีที่กลับถึงฟาร์ม พร้อมไล่กนธีกลับรีสอร์ต ได้ยินหลอดกับเสริมบอกว่าเห็นหญิงสาวคุยกับปริญญ์ จึงมุ่งหน้าไปหาด้วยความหงุดหงิด ขณะเดียวกัน...เขมมิกตะล่อมถามถึงจุดอ่อนของการทำฟาร์มหมู อ้างจะเก็บเป็นข้อมูลช่วยงานคู่หมั้น หมอหนุ่มตามไม่ทัน กระตือรือร้นสอนงานจนหญิงสาวแอบรู้สึกผิดนิดๆ

“ถ้าหมูตายเพราะเป็นโรค โดยเฉพาะโรคระบาดก็เสร็จแล้วครับ ฟาร์มไหนฟาร์มนั้น ไม่มีใครกล้าซื้อ”

“วิธีนี้คงไม่ไหว บาปตาย แล้วมีอย่างอื่นไหมคะที่ต้อง เอ่อ...ระวัง”

“มีครับ ถ้าไม่ควบคุมเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ดูแลเรื่องต้นทุนให้ดี”

“ถ้าให้อาหารหมูทิ้งๆขว้างๆ เททิ้งบ้างไรบ้างใช้น้ำไฟให้เปลืองเข้าไว้ก็อาจจะเจ๊งได้”

ปริญญ์อธิบายถึงการทำโรงเรือนแบบอีแวป หรือโรงเรือนแบบปิดที่ต้องลงทุนมากกว่าและเสี่ยงต่อการขาดทุน เปรยเรื่องร่วมทุนกับบริษัทยูเอฟ หากพิแสงตกลงก็อาจขยายกิจการได้ไม่ยาก ถึงตอนนั้นเขาคงไม่ต้องประจำที่ฟาร์มเพราะบริษัทคู่ค้าจะส่งคนมาดูแลทุกอย่าง เขมมิกฟังน้ำเสียงแปร่งๆ แกล้งแหย่

“เขมเชื่อว่าหมอคงไม่ทิ้งที่นี่ไปง่ายๆหรอก เพราะหัวใจหมออยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอคะ”

“ก็...หัวใจของผมก็ต้องอยู่ที่ผมสิครับ ไม่เอาดีกว่า... ผมไม่คุยกับคุณเขมแล้ว”

ปริญญ์หน้าแดงเดินหนี เขมมิกตามตอแยอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพิแสงยืนแอบดูห่างๆ หมั่นไส้ท่าทางระริกระรี้ของหญิงสาวเหลือเกิน

ooooooo

พิสิณีมาถึงฟาร์ม ถามหาพิแสงแต่ไม่มีใครรู้จึงออกจากบ้านไปชมสวน ชมพู่ชักเครียด รีบโทร.รายงานแสงสุดาแต่ไม่ทันกด พิศาก้าวพรวดมาอีกคน คาดคั้นเรื่องพิแสง ชมพู่กุมขมับ พยายามหลอกล่อคุณหนูคนเล็กของบ้านไปทำอย่างอื่น พิศารู้ทันเล่นงานคืน ผลุนผลันเข้าฟาร์มเพื่อตามหาพี่ชายด้วยตัวเอง

เวลาเดียวกัน...พิแสงโมโหหึงแต่ไม่รู้ตัว เดินหนีมาอีกทาง ตกใจเห็นพิสิณีชมนกชมไม้มาแต่ไกล นายหัวหนุ่มละล้าละลัง ตัดสินใจวิ่งกลับไปหาเขมมิกและปริญญ์ พิสิณีเห็นหลังพี่ชายไวๆ รีบตามไปทันที

ฝั่งเขมมิกมาส่งปริญญ์ที่รถ ให้กำลังใจไม่ให้เขาถอดใจเรื่องน้ำหวาน พิแสงเดินหน้าบูดมาแทรกกลางยื่นมือขอกุญแจรถจากหมอหนุ่ม สั่งเสียงห้วนให้เขมมิกขึ้นรถ หญิงสาวไม่ยอม เขาจึงเข้าไปอุ้ม ปริญญ์ตั้งท่าจะถาม พิแสงยกมือห้าม บอกแค่ว่าถ้าใครถามถึงเขมมิกให้บอกว่าไม่เห็น

พิแสงออกรถไปแล้ว ปริญญ์งงแล้วถึงบางอ้อ เห็นพิสิณีเดินตามหาพี่ชาย หมอหนุ่มจำใจโกหกว่าพิแสงเพิ่งออกไป พิสิณีถามถึงหญิงสาวที่นั่งคู่ ปริญญ์อึกอัก ขอตัวกลับดื้อๆ พิสิณีเอะใจ...หรือว่าพี่ชายซ่อนใครไว้ที่ฟาร์ม

ฟากชมพู่ตามหาพิศาถึงสวนสมุนไพร และถามหาเขมมิกจากหลอดและเสริมแต่ไม่มีใครรู้เรื่อง ผ่านหน้าอนงค์กับวาศิณี ไม่ยอมทักทายแถมแขวะเหมือนเคยอนงค์แปลกใจ ไล่เบี้ยจากสองหนุ่ม ได้ความว่าพิศากับพิสิณีมาจากกรุงเทพฯ มองหน้ากับวาศิณียิ้มๆ ตาวาวอย่างคนมีแผน

อนงค์กับวาศิณีตามหาพิศาเจอหน้าโรงครัว เสนอหน้าบอกรู้เรื่องเขมมิกดี พิศามองสองแม่ลูกหัวจดเท้าและบอกว่าจำไม่ได้ เหล่าคนงานหัวเราะคิก อนงค์ชักสีหน้าไม่พอใจ เปรยเสียงเรียบแต่ฟังโอ่นิดๆ

“นี่คือพี่น้ำหวานเลขานายหัว ส่วนฉันคือน้าอนงค์แม่บ้านที่นี่และเพื่อนพ่อคุณน้องเล็กไงคะ”

“ก็ขี้ข้า...อย่ามานับญาติ”

พิศาตอกกลับไม่ไว้หน้า สองแม่ลูกหน้าเสียมอง เหล่าคนงานตาเขียว เอ่ยปากไล่ให้แยกย้ายไปทำงาน พิศามองมาเหยียดๆ ถามเสียงห้วนเรื่องเขมมิก อนงค์จีบปากจีบคอบอกว่าอดีตแอร์สาวมาฝึกงานในฟาร์มไว้ไปช่วยคู่หมั้น และกำลังวางแผนจับพิแสง พิศาเดือดจัด ส่วนสองแม่ลูกหัวเราะชอบใจ สะใจที่ยุให้พิศาจัดการเขมมิกสำเร็จ

ด้านพิแสงขับรถมาตามทางในฟาร์ม เขมมิกนั่งหน้าบอกบุญไม่รับข้างๆ เสียงมือถือเขาดัง บอกหญิงสาวให้ล้วงกระเป๋ากางเกงและรับสายแทน เขมมิกไม่กล้า บอกปัดให้จอดรถและหยิบเอง พิแสงไม่ยอม เธอเลยตะโกนให้หยุดรถ นายหัวหนุ่มเบรกหน้าทิ่มเพราะตกใจเสียง เขมมิกลงจากรถทันที พิแสงลงไปขวาง ตัดสินใจบอกสาเหตุที่ลากเธอออกจากฟาร์มเพราะพิสิณีมาหา เขมมิกเลิกคิ้ว พิแสงส่ายหน้าเซ็งๆ อธิบายเสียงเรียบ

“ถึงสิณีรู้เรื่องเธอก็ไม่น่าห่วงเท่าการต้องเจอหน้า น้องสาวฉันคงไม่สบายใจนัก ถ้าเห็นเธออยู่ใกล้จมูกแค่นี้”

มือถือเขาดังอีกครั้ง คราวนี้จากแสงสุดา โทร.บอกข่าวร้ายว่าพิศามาที่ฟาร์ม เขมมิกตาโต ตกใจแต่พยายามควบคุมสติ กระชากมือถือจากเขา บอกแสงสุดาว่าจะกลับไปเผชิญหน้ากับสองสาว วางสายและตะโกนใส่หน้าพิแสง

“เพื่อให้บรรดาน้องสาวคุณได้ความสบายใจ แต่ฉันต้องหนี ทั้งๆที่ฉันไม่ผิด ไม่แฟร์!”

เขมมิกประกาศกร้าว แววตาไม่ยอมแพ้ ส่วนพิแสงกุมขมับ...ทุกวันนี้ยังวุ่นไม่พอใช่ไหม

ooooooo

พิสิณีเพียรโทร.หาพิแสงแต่เขาไม่รับ เดินกลับบ้านเซ็งๆ แปลกใจที่เห็นพิศากระฟัดกระเฟียดตามมา โวยวายใส่ชมพู่ข้อหาปิดบังเรื่องเขมมิกฝึกงานในฟาร์ม พิสิณีมึนตึ๊บ พิศาแหวขึ้นอย่างเหลืออด

“งงกันทั้งบ้านแหละค่ะ ยกเว้นพี่ใหญ่ คุณแม่และคนที่นี่ ทุกคนรู้เรื่องยายนั่นแต่ไม่มีใครบอกเรา”

จังหวะเดียวกัน...แสงสุดามาถึงพร้อมพิสุทธิ์ แก้ตัวแทนเรื่องเขมมิก พิสิณีกล่อมน้องสาวให้เลิกคิดถึงเขมมิกในแง่ลบ พิศาเหวี่ยงกลับตามประสาคนชอบเอาชนะ แฉตามที่รู้จากวาศิณีว่าเขมมิกคิดจับปลาสองมือ วางแผนจับพิแสงทั้งที่มีคู่หมั้นแล้ว จบคำก็เหลือบไปทางหน้าบ้าน เห็นพิแสงเดินมากับเขมมิก ถลันไปเอาเรื่องอย่างโกรธจัด

ทุกคนก้าวตาม กลัวพิศาก่อเรื่อง เขมมิกมองอย่างไม่กลัว สบตาแสงสุดาเคืองๆที่ปล่อยลูกสาวมาป่วน ปริญญ์ หลอด เสริม อนงค์ และวาศิณีตามลุ้นห่างๆ อยากรู้ว่าอดีตแอร์สาวจะรับมือครอบครัวนายหัวหนุ่มยังไง พิศาไม่พูดพล่ามทำเพลง ตบหน้าเขมมิกเต็มแรง พิแสงกระโจนห้าม ดุน้องเสียงแข็ง พิศาไม่ยี่หระ ประกาศกร้าว

“น้องเล็กบอกแล้วว่าอย่าให้รู้ว่ามันอยู่ไหน จะตามมาเอาเรื่อง ยิ่งรู้ว่ามาอ่อยพี่ใหญ่ น้องเล็กไม่เอามันไว้แน่”

“ฉันมีคนรักของฉันอยู่แล้ว และฉันก็มั่นคงกับเขา ไม่เคยคิดจะทำอย่างที่คุณพูด”

“หอกข้างแคร่ไว้ใจไม่ได้ พี่สิณีก็เหมือนกัน ถ้าพี่พีทรู้ว่ามันอยู่นี่ ตามมากระพือถ่านไฟเก่าแล้วจะหนาว”

“เอาอีกแล้วนะยายน้องเล็ก พ่อบอกไม่ให้พูดจาเลื่อยขาเตียงพี่เขา”

“หนูเอาความจริงมาพูด อย่าห้ามหนู และที่หนูรู้มาอีกอย่าง คือมันคิดจะจับพี่ใหญ่ รู้กันบ้างไหม”

พิสุทธิ์กับแสงสุดาลากพิศาเข้าบ้านอย่างทุลักทุเล อนงค์กับวาศิณีมองด้วยความสะใจ ต่างจากหลอด เสริมและชมพู่ที่เห็นใจอดีตแอร์สาว พิแสงสงสารเขมมิก อยากคุยด้วยแต่ไม่ทัน หญิงสาวผลุนผลันกลับห้อง นายหัวหนุ่มเปลี่ยนใจไปหาน้องสาวคนเล็ก ต่อว่าเสียงเขียว พิสุทธิ์เห็นพิศาไม่ยอมจบ ปรามเสียงเครียด แสงสุดาสงสารลูก พยายามช่วยพูด พิสุทธิ์ฉุนจัด ตำหนิเมียเสียงเข้ม

“เรื่องที่ควรเฮี้ยบกลับไปโอ๋มัน คุณนี่ยังไง ไม่เห็นเหรอว่าลูกเราไปหาเรื่องเด็กคนนั้นก่อน”

“มันทำให้น้องเล็กเสียใจก่อนนะคะคุณพ่อ น้องเล็กไม่ใช่คนเริ่ม”

“อย่าคิดว่าพ่อตาบอดหูหนวก ไม่รู้ว่าเราตกลงอะไรกับเขมมิกเรื่องนายเพทาย แฟนเราเจ้าชู้แค่ไหน มีแต่แกนั่นแหละ หูหนวกตาบอด ไม่ฟังใคร ต่อให้ไม่มีเขมมิก มันก็เลิกกับแกอยู่ดี รับความจริงซะ เลิกโยนความผิดให้คนอื่น”

พิศาร้องไห้โฮที่โดนดุ แสงสุดาจะโวยสามีเหมือนเคยแล้วหน้าจ๋อย คิดได้ว่าไม่มีประโยชน์ เปรยเสียงเบา

“ตามใจลูกจนเคยตัว เลยทำให้แกเป็นเด็กเอาแต่ใจ ไร้วุฒิภาวะ”

“รู้ก็ดี นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณเป็นคนมีเมตตากับเขมมิก ยอมให้มาฝึกงานที่นี่ ผมจะโกรธคุณให้ดู”

พิแสงกับพิสิณีช่วยกันไกล่เกลี่ยแต่ไม่ได้ผล พิสุทธิ์ฮึดฮัดออกจากบ้าน ส่วนแสงสุดาเดินเชิดไปอีกทาง พิแสงสงสารและรู้สึกผิดกับเขมมิก พิสิณีแกล้งแหย่ดูความรู้สึกพี่ชายต่ออดีตแอร์สาว พิแสงยืนยันความบริสุทธิ์ใจแทนเขมมิก เข้าใจว่าน้องสาวไม่สบายใจ พยายามเตือนสติให้อยู่กับปัจจุบัน

“ทุกอย่างแล้วแต่วิจารณญาณของเรา แต่พี่บอกได้อย่างหนึ่งนะ กันไว้ก่อนอาจจะดีกว่าแก้ทีหลัง แต่ก็ไม่ควรทำให้ตัวเองต้องอยู่อย่างหวาดระแวง อดีตหรืออนาคตไม่สำคัญเท่าปัจจุบัน”

ooooooo

บรรดาคนงานเม้าท์กันออกรสเรื่องเขมมิกโดนพิศาตบ หลอด เสริมและชมพู่เห็นใจหญิงสาวที่โดนทำร้าย อนงค์กระโดดร่วมวง บอกว่าเขมมิกเคยมีเรื่องกับพิศามาก่อน จังหวะเดียวกัน...พิสุทธิ์เดินเล่นแก้เครียดผ่านมา อนงค์หยุดเม้าท์แล้วหน้าแดงเขินที่เจอกิ๊กเก่า

พิสุทธิ์กับอนงค์ทักทายกันอย่างคนรู้จักมานาน สาวใหญ่มีท่าทีเขินอาย ชมพู่มองด้วยแววตาสงสัย รีบไปรายงานแสงสุดา เจ้านายสาวกรีดร้องบ้าคลั่ง หมายมั่นแก้เผ็ดอนงค์ศัตรูหัวใจคนสำคัญโดยเร็วที่สุด

ฟากเขมมิกพยายามสงบสติอารมณ์แต่ไม่ค่อยได้เรื่อง เดินใจลอยจนชนต้นไม้อย่างจัง ทรุดนั่งกับพื้นด้วยความเจ็บปวด พิแสงผ่านมาเห็น ตั้งท่าไปช่วย ชะงักเมื่อเห็นปริญญ์วิ่งมาจากอีกทาง นายหัวหนุ่มหน้าจ๋อย ค่อยๆเลี่ยงจากไป ส่วนปริญญ์ช่วยพยุง ชวนคุยและปลอบใจเรื่องโดนพิศาทำร้าย เขมมิกซาบซึ้งในมิตรภาพ เปรยเสียงอ่อน

“วิธีหาคนผิด เป็นการบำบัดจิตของคนที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด”

“ก็จริงครับ แต่คุณพิศาไม่น่าใช้ความรุนแรง แต่ก็ดีแล้วครับที่คุณไม่ได้ตอบโต้และใช้เหตุผล”

“แต่เชื่อไหมคะ ว่าเหตุผลของฉันอาจใช้ไม่ได้กับคนที่ใช้อารมณ์นำตัวเองอย่างคุณพิศา”

เวลาเดียวกันอีกมุมไม่ไกลจากนั้น...พิแสงคิดถึงเขมมิกแล้วหงุดหงิด พาลคิดว่าเธอใช้มารยาหญิงยั่ว

ปริญญ์ วาศิณีถือโอกาสปรากฏตัว ตีหน้าเศร้าและสารภาพว่าเป็นคนบอกพิศาเรื่องเขมมิก ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพิแสงใจอ่อน ตำหนิไม่ลงเพราะกลัวหญิงสาวเสียใจ กอดปลอบและตบหลังเบาๆ

ปริญญ์ประคองเขมมิกผ่านมา เหลือบเห็นสองหนุ่มสาวกอดกัน เขมมิกมองตาม เห็นใจหมอหนุ่มมาก พากันเดินออกไปอีกทางเซ็งๆ พิแสงไม่รู้ว่าโดนเห็น ผละออกและพยายามสอนเลขาสาวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

“น้ำหวาน...ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ขออย่าพูดอะไรโดยไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ เพราะคนถูกพาดพิงจะเสียหาย”

“นายหัวแคร์คุณเขม กลัวว่าเขาจะเสียหาย แต่นายหัวไม่แคร์น้ำหวานเลยใช่ไหมคะ”

“ฉันแคร์ในฐานะที่เธอเป็นเลขา และฉันก็เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาว ที่เตือนก็ถูกต้องแล้ว เธอก็ควรจะเชื่อนะ”

วาศิณีพยักหน้ารับจ๋อยๆ ในใจเดือดพล่านด้วยไฟแค้น...สักวันต้องเปลี่ยนใจพิแสงให้ได้!

แสงสุดาส่งพิศาไปค้างรีสอร์ตกนธีในเย็นวันนั้นเพื่อตัดปัญหาและตั้งหน้าตั้งตารอสามีกลับบ้าน แขวะถึงอนงค์จนพิสุทธิ์ฉุนกึก พิแสงพยายามห้ามแต่ไม่ได้ผล แสงสุดายื่นคำขาดให้ไล่สองแม่ลูกออกจากฟาร์ม เขมมิกได้ยินเสียงเอะอะ แอบยืนฟัง ยิ้มขำแสงสุดาที่ร้ายลึก สองพ่อลูกไม่ยอมเพราะไม่มีเหตุผล แสงสุดายืนกรานกระต่ายขาเดียวจนสองพ่อลูกเอือม ขอตัวไปนอนดื้อๆ เขมมิกย่องกลับห้อง แสงสุดาเหลือบเห็น บอกให้หยุดและลากเข้ามุมลับ ถามถึงเรื่องโดนตบเสียงอย่างเห็นใจแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

“แล้วทำไมไม่คิดจะตอบโต้ นิสัยเธอไม่ใช่คนยอมใครเมื่อถูกทำร้าย”

“จะให้ตบคืนเหรอคะ ไม่ดีมั้ง ลูกสาวคุณ น้องสาวเป้าหมายฉัน เสียคะแนนแย่ อย่าบอกนะว่าคุณห่วงฉัน”

แสงสุดาทึ่งในความใจถึง บอกว่าพยายามกำจัดอนงค์กับวาศิณีออกจากฟาร์ม เพื่อชดเชยที่พิศามาป่วนจนเกือบเสียเรื่อง เขมมิกไม่ถือสา แกล้งแหย่ว่าสาวใหญ่ทำเพื่อตัวเองหรือเธอกันแน่ แสงสุดาเหยียดยิ้ม

“เสียทองเท่าหัว ฉันไม่ยอมเสียผัวดีๆให้ใครหรอก”

“ฉันก็ว่างั้น ท่านประธานเป็นคนดี มีคุณธรรม คงมีผู้ชายแบบนี้อยู่ไม่กี่คนในโลก ก็สมควรหวงนะคะ”

แสงสุดาขอคำปรึกษาเรื่องพิสุทธิ์ เขมมิกยิ้มหวาน ติวเข้มเรื่องจริตหญิงให้หึงแต่พองาม

ooooooo

พิศาวางแผนอยู่ต่อเพื่อหาทางเล่นงานเขมมิก อ้อนวอนกนธีขอทำงานที่รีสอร์ต กนธีแบ่งรับแบ่งสู้ พยายามขอตัวเพื่อไปรับเนตรนิภาที่สนามบินไปส่งฟาร์มเพื่อนเกษตร พิศาตามตื๊อจนเขาเสียหลักล้มหัวแตก ต้องไปทำแผลในห้องพยาบาล กนธีทำแผลหน้าเครียด กังวลเพราะเลยเวลานัดมาพักใหญ่

ฟากเขมมิกมาทำงานในคอกทีเด็ดตามปกติ หลอดกับเสริมมองด้วยสายตาแปลกๆ ถามเรื่องเธอเคยแย่ง แฟนพิศา เขมมิกมีท่าทีอึกอัก พิแสงผ่านมาได้ยินจึงช่วยแก้ต่าง เขมมิกมองด้วยสายตาขอบคุณ นายหัวหนุ่มตีหน้าขรึม สั่งให้ตามไปคุยในออฟฟิศ หญิงสาวเสียวสันหลังวูบ เข้าใจว่าเขาเรียกไปต่อว่า เดินตามเซ็งๆ

พิแสงเห็นท่าทางไม่กลัวของเขมมิกแล้วนึกชื่นชม ตัดสินใจพูดเรื่องปริญญ์ หวังเตือนสติให้เธอคิดถึงคู่หมั้น เขมมิกฉุนที่เขาเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหมอหนุ่มในเชิงชู้สาว ตบหน้าเขาอย่างแรงและสวนกลับเสียงแข็ง

“ความคิดของคุณสกปรกมาก เคยมีสักครั้งไหมที่จะมองมิตรภาพระหว่างชายหญิงเป็นความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่เรื่องลงเอยบนเตียงทุกครั้ง”

“ถ้า​ฉัน​คิด​สกปรก ฉัน​จะ​มา​เตือน​เธอด้วยความ ปรารถนา​ดี​หรือ​ไง ถ้า​ไม่​อยาก​ให้​ทุก​คน​คิด​ว่า​เธอ​เหมือน​ที่​ยาย​น้อง​เล็ก​พูด ก็​อยู่​ห่างๆหมอ​ไว้ ฉัน​พูด​เพื่อ​เตือนสติ​เธอ​นะ”

“ทำไม​ฉัน​ต้อง​ห่าง ใน​เมื่อ​เรา​เป็น​เพื่อน​กัน”

“เพื่อน​เหรอ...หัวร่อ​ต่อ​กระซิก จับ​มือ​ถือ​แขน คุย​กะหนุงกะหนิง​แบบ​นั้น เนี่ย​นะ​เพื่อน”

พิ​แสง​คร้าน​จะ​เถียง ผลุนผลัน​จาก​ไป วา​ศิณี​ผ่าน​มา​เห็น ตา​ร้อน​ผ่าว​ด้วย​ความ​ริษยา ส่วน​เ​ขมมิก​ตะลึง​งัน แอบ​คิด​เข้า​ข้าง​ตัว​เอง​ว่า​พิ​แสง​เริ่ม​หึง หมุนตัว​เดิน​คิด​อะไร​เพลินๆ เจอ​ปริ​ญญ์​ระหว่าง​ทาง หมอ​หนุ่ม​เข้าใจ​ว่า​เธอ​โดน​ดุ เ​ขม​มิก​ส่าย​หน้า​น้อยๆ บอก​ว่าพิแสง​คิด​ว่า​เธอ​กับ​หมอ​หนุ่ม​มี​ความ​สัมพันธ์​พิเศษ ปริ​ญญ์​เลือด​ขึ้น​หน้าที่​โดน​ดูถูก หุนหัน​ไป​เอาเรื่อง​พิ​แสง

พิ​แสง​เซ็น​ชื่อ​รับ​ลิเ​ดี​ย​หมู​แม่​พันธุ์​ตัว​ใหม่​ของ​เฮีย​ป๋อ ถาม​หา​ปริ​ญญ์​เพื่อ​ตรวจ​เช็ก​สภาพ​หมู หมอหนุ่ม​โผล่​มา​ทันควัน​พร้อม​เสียง​ต่อว่า​ห้วน​จัด

“คุณ​เ​ขม​เป็น​เพื่อน​ที่​ดี เอาใจใส่​คน​รอบ​ข้าง ที่

คุย​กัน​บ่อยๆเพราะ​เธอ​ให้​กำลังใจ​ผม​จีบ​คุณ​น้ำ​หวาน​ให้​สำเร็จ กรุณา​มอง​คุณ​เ​ขม​ใหม่​ซะ อย่า​ดูถูก​เธอ ไม่งั้น​ผม​พร้อม​จะ​ต่อย​หน้า​คุณ ต่อ​ให้​คุณ​เป็น​เจ้านาย​และ​เพื่อน​ก็ตาม”

พิ​แสง​ยืน​อึ้ง​แล้ว​แอบ​ยิ้ม ก้าว​อาดๆไป​หาเขมมิก​เพื่อ​ขอโทษ​ที่​เข้าใจ​ผิด

ฝ่าย​อนงค์​มา​บ้าน​พิ​แสง​แต่​เช้า หวัง​เจอ​หน้าพิสุทธิ์​แต่​เจอ​ศัตรู​หัวใจ​แทน แสง​สุดา​กระ​แนะ​กระ​แหน​พร้อม​สายตา​ดูถูก อนงค์​สวน​กลับ​ไม่​ยอม​แพ้ พิสุทธิ์​ได้ยิน รีบ​หลบ​หลัง​เสา ไม่​อยาก​เผชิญหน้า ตั้งท่า​ถอยฉากแต่​ดัน​ชน​ของ​จน​เกิด​เสียง สอง​คู่กรณี​หัน​ขวับ อนงค์รีบทำท่า​สำออย​ขอ​ความ​เห็นใจ อ้าง​มา​ตรวจ​ดู​ความ​เรียบร้อย​เรื่อง​อาหาร​เช้า แสง​สุดา​โกรธ​จัด แต่​รีบ​ปรับ​สีหน้า​เมื่อ​นึกถึง​คำ​แนะนำ​ของ​เ​ขม​มิก​เมื่อ​คืน

“ไม่​มี​ผู้ชาย​คน​ไหน​ชอบ​นาง​มาร​ร้าย​ค่ะ ต้อง​สวม​บทบาท​แม่​พระ เข้าใจ​โลก เข้าใจ​มนุษย์ รับรองผู้ชาย​สยบ​แทบ​เท้า ถึง​ตอน​นั้น​นางฟ้า​อย่าง​ท่าน​รอง​พูด​อะไร ใครๆก็​ฟัง​และ​ทำ​ตาม เชื่อ​ฉันนะ​คะ”

แสง​สุดา​ผ่อน​ท่าที แกล้ง​ทำ​เสียงอ่อน​เสียง​หวาน​ออดอ้อน​สามี แขวะ​อนงค์​ด้วย​แวว​ตา​เชือดเฉือน

“ฉัน​นอน​คิด​ทั้ง​คืน เรา​อยู่​ด้วย​กัน​มา​นาน ไม่เคย​มี​สัก​ครั้ง​ที่​คุณ​จะ​นอกใจ ต่อ​ให้​ใกล้​ชิด​คน​สวย รวย เก่ง​กว่า​อนงค์​เป็น​ร้อย​เท่า​พัน​เท่า คุณ​ก็​ไม่​เคย​หวั่นไหว แล้ว​ฉัน​จะ​ทำตัว​งี่​เง่า​ทำไม ฉัน​รัก​คุณ​มาก​นะ​คะ ไม่​อยาก​ให้​คุณ​เบื่อ​ฉัน”

อนงค์​เจ็บ​จี๊ด ส่วน​พิสุทธิ์​ตา​พราว​ด้วย​ความ​ภูมิใจ​เมีย​รัก โอบ​เอว​กัน​เดิน​ออก​จาก​บ้าน อนงค์​มอง​ตาม​แค้น​จัด...ฝากไว้ก่อน​เถอะ​ยาย​แสง​สุดา รู้จัก​คน​อย่าง​นั​งอนงค์น้อย​ไป​เสีย​แล้ว!

ด้าน​เนตร​นิภา...รอก​นธี​ที่​สนาม​บิน​เกือบ​ชั่วโมง ตั้งท่า​ลาก​กระเป๋า​ออก​จาก​สนาม​บิน​แล้ว​เปลี่ยนใจให้โอกาส​ชาย​หนุ่ม​อีก​หนึ่ง​ชั่วโมง

เวลา​เดียวกัน​ที่​รี​สอร์ต....กนธี​พัน​แผล​ให้​หนากว่า​เดิม​เพื่อ​หลอก​ตา​เนตร​นิภา พิศา​ตาม​ตื๊อ​ขอ​ทำ​งานที่​รี​สอร์ต กนธี​พะวง​ว่า​เนตร​นิภา​จะ​รอ​นาน เอ่ย​ปาก​อนุญาต​แบบ​ขอไปที แต่​ไม่​วาย​สั่ง​ให้​บอก​แสง​สุดา​กับ​พิสุทธิ์​อย่าง​เป็น​เรื่อง​เป็น​ราว พิศา​ฮึดฮัด จะ​ค้าน​แต่​ไม่ทัน กนธี​จ้ำอ้าว​ออก​จาก​รี​สอร์ต​ไป​แล้ว

ooooooo

เ​ขม​มิก​ฝันกลางวัน​ถึง​พิ​แสง ปลื้ม​ไม่​หาย​ที่​เขา​ออก​อาการ​เหมือน​หึง​เมื่อ​เช้า ยืน​ให้​อาหาร​ทีเด็ด​ด้วย​แวว​ตา​เหม่อ​ลอย พิ​แสง​ผ่าน​มา​เห็น แกล้ง​ดุ​จน​หญิงสาวเซ็ง วาง​ถัง​อาหาร​และ​เดิน​หนี ชาย​หนุ่ม​ตาม​ไป​ดัก​หน้า ชวน​ไป​ทาน​ข้าว​กลางวัน เ​ขม​มิก​ชัก​มึน ไม่​รู้​เขา​จะ​มาไม้ไหน ถาม​เสียง​ห้วน​ว่า​ต้องการ​อะไร พิ​แสง​อึกอัก

“เพื่อ​ขอโทษ​ที่​เข้าใจ​เธอ​กับ​ไอ้​หมอ​ผิด และ​ขอโทษ​แทน​ยาย​น้อง​เล็ก​ที่​ทำร้าย​เธอ”

“อะไร​นะ​คะ ไม่ได้​ยิน พูด​ดังๆสิ มัน​พูด​ยาก​มาก​หรือ​ไง พูด​ให้​ดัง​อีก​นิด​สิ​คะ”

พิ​แสง​หงุดหงิด​ที่​โดน​แกล้ง​จน​เสีย​ฟอร์ม หมุนตัว​เดิน​หนี เ​ขม​มิก​ตะโกน​แซว​ไล่​หลัง บอก​ว่า​จะ​ไป​รอ​ที่​รถ พิ​แสง​ปลื้ม หัน​ไป​มอง​เ​ขม​มิก​เขินๆ เดิน​ออก​ไป​ด้วยหัวใจ​พอง​โต

ฟาก​พิสุทธิ์​กับ​แสง​สุดา​เตรียม​กลับ​กรุงเทพฯ

อนงค์​ช่วย​ยก​กระเป๋า พิสุทธิ์​ถาม​ถึง​วา​ศิณี สาวใหญ่ดีใจมาก แกล้ง​เหน็บ​แสง​สุดา​ด้วย​ความ​หมั่นไส้ แสง​สุดา​เหยียดยิ้ม ตอกกลับ​ไม่​ไว้หน้า

“นั่น​สิ​นะ​คะ น้ำ​หวาน​เป็น​ผู้หญิง​ตัว​เล็กๆ ใสซื่อ ช่วย​ตัว​เอง​ไม่ได้ มิน่า​ถึง​อยาก​มี​แฟน​จน​ตัว​สั่น อนงค์เตือนลูก​บ้าง​นะ​จ๊ะ เป็น​ผู้หญิง​อย่า​เที่ยว​เอา​ตัว​เอง​ใส่​พาน​ให้ใคร ไม่งาม”

“แหม...ข่าว​ก็​คือ​ข่าว​ค่ะ ไป​เชื่อ​อะไร​กับ​น้ำลายพวก​ปาก​สกปรก”

“ใช่​จ้ะ...แต่​ยัง​ไง​ก็​สอน​ลูก​นะ​อนงค์ เอาชีวิต​ตัวเอง​มา​เป็น​บทเรียน ได้​ผัว​ผิด​คิด​จน​ตัว​ตาย คว้า​ขี้​เมา​มาเป็นผัว ใน​ที่สุด​ก็​เลิก​กัน เป็น​ห​ม้า​ย​ไม่​ใช่​เรื่อง​สนุก ใคร​จะ​อยากได้​ของ​มี​ตำหนิ ใช่​ไหม​คุณ”

อนงค์​เจ็บ​จี๊ด​รอบ​สอง​ของ​วัน เชิด​หน้า​สวนกลับ​อย่าง​ไม่​สะทกสะท้าน

“ไม่​ต้อง​ห่วง​ค่ะ รับรอง​ว่า​ยาย​น้ำ​หวาน​ได้​ผัวดีแน่ ถึง​วัน​นั้น​ฉัน​คง​ไม่​ต้อง​มา​ยก​กระเป๋า​อย่าง​นี้​อีก”

แสง​สุดา​ไม่​สะเทือน แถม​ยิ้ม​หน้า​ซื่อ บอก​เสียงหวาน​ให้​แม่บ้าน​คู่ปรับ​เกษียณ​ก่อน​กำหนด พิสุทธิ์​ตาม​เกม​เมีย​รัก​ไม่ทัน สนับสนุน​เพราะ​คิด​ว่า​เป็น​ความปรารถนา​ดี อนงค์​กำมือ​แน่น​จน​เล็บ​จิก มอง​แสง​สุดา​ตาขวาง รู้​แก่ใจ​ว่า​ข้อ​เสนอ​ที่​หยิบ​ยื่น​ให้​ไม่​ใช่​ความ​หวัง​ดี​แม้แต่​น้อย

ก่อนออกจากฟาร์ม...แสงสุดาแวะไปหาเขมมิกเพื่อสั่งเสียเรื่องภารกิจลับ บ่นหญิงสาวที่ทำให้พิแสงตกหลุมเสน่ห์ไม่ได้สักที เขมมิกเหยียดยิ้ม เปรยขำๆว่านายหัวหนุ่มเพิ่งชวนทานกลางวัน แสงสุดาพอใจมาก เปรยยิ้มๆ

“หลังจากที่ตาใหญ่ถูกเธอสลัดรัก เขาต้องอ่อนแอและยอมเปิดรับหนูสาวิกาว่าที่คู่หมั้นมารักษาแผลใจ”

“ถ้างั้น...ทำไมคุณไม่ให้คุณว่าที่คู่หมั้นมาทำหน้าที่แทนฉันตั้งแต่แรกซะล่ะคะ”

“ก็ตาใหญ่ไม่เล่นด้วยไง ฉันถึงต้องใช้เธอเป็นสะพานนำตาใหญ่ไปสู่ความเจ็บปวดเสียก่อน ตอนนั้นหนูสาวิกาจะกลายเป็นนางฟ้าในสายตาของตาใหญ่ทันที เข้าใจหรือยัง”

เขมมิกสะอึก เจ็บแปลบเพราะไม่คิดว่าเขามีคู่หมายเป็นตัวเป็นตน แสงสุดาไม่รู้เรื่อง พร่ำพูดถึงแผนการที่ตนวางให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนและกลับไปขึ้นรถ เขมมิกมองตามน้ำตาคลอ ยืนอึ้งเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ

แสงสุดาเดินระรื่นไปหาสามีที่รถ พิสุทธิ์มองอย่างจับพิรุธ เปรยเสียงเข้มว่าเห็นเธอยืนลับๆล่อๆคุยกับเขมมิก แสงสุดาหน้าเจื่อนแต่ปรับสีหน้ารวดเร็ว รับสมอ้างว่าถือ โอกาสให้โอวาทตามประสาผู้ใหญ่ที่ดี พิสุทธิ์เชื่อสนิทใจ ชื่นชมเมียรักที่คิดได้ แสงสุดายิ้มหวานกลบเกลื่อน หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น กลัวโดนจับได้แทบแย่

เวลาเดียวกันที่สนามบินหาดใหญ่...กนธีวิ่งหน้าตื่นตามหาเนตรนิภาแต่ไม่พบ พึมพำจ๋อยๆว่าคงไม่ทันการณ์ ใครจะเสียเวลารอเป็นชั่วโมง เดินคอตกกลับขึ้นรถ เนตรนิภาก้าวมาขวาง โยนกระเป๋าให้และต่อว่าเสียงเขียวที่มารับช้า ชะงักเมื่อเห็นผ้าพันแผล ถลันไปดูด้วยความเป็นห่วง กนธีได้โอกาส แกล้งทรุดตัว สำออยเกินอาการสุดฤทธิ์ ทำเสียงออดอ้อนเรียกคะแนนความสงสาร เนตรนิภาตกใจหน้าเสีย กนธีแอบยิ้ม ดีใจสุดๆที่หลอกสำเร็จ

สองหนุ่มสาวลากกระเป๋ามาถึงรถ กนธีแกล้งเจ็บไม่เลิก ยื่นกุญแจและขอร้องให้เธอขับแทน เนตรนิภารับมาอย่างเต็มใจ ขนกระเป๋าขึ้นรถ ได้ยินเสียงคิกคักจึงเงี่ยหูฟัง เดินอ้อมมาดูจึงเห็นกนธีหัวเราะคนเดียวราวกับคนบ้า ชักเอะใจจึงใช้โอกาสทีเผลอ กระชากผ้าพันแผลออก หน้าซีดแล้วเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโกรธ กนธีผวาเกาะประตูรถ เนตรนิภาเดือดจัด เงื้อหมัดสวนเข้าหน้าเขาเต็มแรง

ooooooo

พิสุทธิ์กับแสงสุดาออกจากฟาร์มไปรับพิศาที่รีสอร์ตกนธีเพื่อกลับกรุงเทพฯ หญิงสาวงอแงไม่ยอมกลับ อ้างว่าขอเที่ยวต่อสักพักให้คุ้มค่าเสียเวลาเดินทาง สองพ่อแม่กลัวลูกสาวก่อเรื่อง ยืนกรานให้กลับพร้อมกัน พิศาทำหน้าเมื่อย สัญญาจะทำตัวดี

ยื่นข้อเสนอถ้าฝ่าฝืนจะยอมถูกทำโทษและหางานทำ

พิสุทธิ์ใจอ่อนยอมตามคำขอ มั่นใจว่าลูกสาวคนเล็กมีแผนบางอย่างในใจ และความปรารถนาสูงสุดให้เธอหางานทำก็อาจสัมฤทธิผล แสงสุดาไม่พอใจ ต่อว่าสามีที่ยอมลูกจนเกือบเสียคน พิสุทธิ์ส่ายหน้าช้าๆ บอกจะลองให้โอกาสพิศาสักครั้ง

“ถ้ายายน้องเล็กทำตามที่พูด ทุกอย่างก็สงบสุข แต่ถ้าไม่...ลูกจะไปทำงาน เป็นสิ่งที่เราอยากได้มาตั้งนานแล้ว”

พิทยากับพิสิณีเดินควงคู่มาหาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พิสุทธ์กับแสงสุดามองหน้ากันเครียดๆ กลัวพิทยารู้เรื่อง

เขมมิก บรรยากาศครอบครัวจะพลอยเลวร้าย แต่ผิดคาด...พิทยาโชว์หวานจนมดแทบขึ้นรีสอร์ต สองสามีภรรยามองตามโล่งใจ หวังว่าคงเป็นแบบนี้ไปนานๆ

เวลาเดียวกันที่ร้านอาหารใกล้ฟาร์ม...เขมมิกนั่งเขี่ยข้าวไปมาด้วยความเซ็ง สะเทือนใจไม่หายที่รู้ว่าพิแสงมีคู่หมายรออยู่ พิแสงทานข้าวเอร็ดอร่อย มองท่าทีเซื่องซึมของหญิงสาวด้วยความแปลกใจ เขมมิกกลบเกลื่อนว่าเศร้าใจเพราะคิดถึงบ้านและแฟน พิแสงชะงัก ปลอบเสียงเรียบให้อดทน เดี๋ยววันเวลาก็ผ่านไป เขมมิกพยักหน้ารับ ลอบมองหน้าเขาแล้วชักเครียด เห็นทุกอย่างดูดีดูหล่อไปหมด

หญิงสาวทนอึดอัดไม่ไหวจนต้องขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พิแสงมองตามยิ้มๆ เสียงมือถือดัง กนธีโทร.มาบอกว่าทำแผลที่โรงพยาบาล อยากให้เขามาดูใจ พิแสงบอกปัดว่าไม่ว่าง ตัดสินใจโกหกว่าทานข้าวกับลูกค้า

ขณะเดียวกันหน้าห้องน้ำ...เขมมิกโทร.หาเนตรนิภา กลุ้มหนักถึงอาการแปลกๆของตน เนตรนิภาอยู่โรงพยาบาลเดียวกับกนธี พาชายหนุ่มมาทำแผลเพราะโดนเธอเล่นงานเสียอ่วม โทษฐานหลอกให้เป็นห่วง ตาโตเมื่อฟังอาการเพื่อนรัก เขมมิกถอนใจเฮือกใหญ่

เปรยเสียงเครียด

“ทำไมตอนนี้ฉันเห็นเขาหล่อมาก หล่อตลอดเวลาเลยล่ะ”

“ไอ้เขม...แย่แล้วจริงๆ แกกำลังหลงรักเป้าหมายแต่แกไม่รู้ตัว ห้ามเลยนะ ห้ามความรู้สึกไว้”

พิแสงวางสายกนธีเมื่อเห็นเขมมิกกลับจากห้องน้ำ พยายามชักชวนให้ทานข้าว พร้อมตักอาหารให้ด้วยท่าทางเอาอกเอาใจจนหญิงสาวแทบสำลัก...โอ้ย...

เขมมิกจะเป็นบ้า ทำไมนายพิแสงต้องทำตัวน่ารักตอนนี้ด้วยนะ

หลังออกจากโรงพยาบาล...กนธีขับรถมาส่งเนตรนิภาที่ฟาร์มเพื่อนเกษตร หญิงสาวยังเคือง กระเง้ากระงอด และคาดโทษถึงคราวหน้าถ้าเขากล้าทำอีก กนธีหน้าหงอ สัญญาเสียงอ่อย ห่วงสวัสดิภาพตัวเองจะแย่ไปกว่านี้ ชมพู่ออกมาต้อนรับ กนธีถามถึงพิแสง ชมพู่ตอบเสียงซื่อว่าเจ้านายหนุ่มไปทานข้าวกับเขมมิก กนธีตาโต โกรธเพื่อนที่โกหก ส่วนเนตรนิภากับชมพู่มองหน้ากันเครียดๆ...เกิดเรื่องแน่คราวนี้

กนธีฮึดฮัดจนเนตรนิภาเหนื่อยใจ แกล้งถามถ้าพิแสงชอบเขมมิกจริงจะทำยังไง กนธีตาลุกวาวด้วยความโมโห แสร้งโพล่งออกมาว่าคงมีเรื่อง และเปลี่ยนเป็นส่ายหน้าขำๆ บอกจะพูดกับเพื่อนรักอย่างลูกผู้ชาย เนตรนิภาถอนใจโล่งอก...ขอให้คิดได้จริงเถอะ

ฟากอนงค์อารมณ์เสียเมื่อทราบจากลูกสาวว่าพิแสงไปทานข้าวกับเขมมิกสองต่อสอง วาศิณีชักเครียด สังหรณ์ว่านายหัวหนุ่มอาจคิดอะไรกับเขมมิกมากกว่าแค่พนักงานฝึกงานธรรมดา

“นับวันหนูยิ่งเกลียดมัน ปากบอกว่ามีคู่หมั้นแต่กลับตีสนิทกับนายหัว นายหัวก็เหมือนจะใจอ่อนกับมันนะแม่ หรือว่านายหัวจะชอบมันแล้วจริงๆ”

“ฉันก็เพิ่งถูกยายแสงสุดาหาทางบีบให้ออกจากงาน มันตั้งใจกำจัดฉันและแก นับวันก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ”

สองแม่ลูกมองหน้ากันเซ็งๆ พาลลงกับคนงาน ไม่ยอมตักข้าวให้ สร้างความไม่พอใจโดยเฉพาะหลอดกับเสริมที่หิวจัด ค่อนแคะอนงค์ว่าเคี่ยวและเค็ม แถมประจานว่าโกงเงินค่ากับข้าว ขู่จะฟ้องพิแสงถ้าไม่ยอมให้กิน อนงค์จนด้วยหลักฐาน ส่งทัพพีคืนให้ลูกน้องอย่างเสียไม่ได้ เดินออกจากครัวด้วยความเจ็บใจสุดๆ

ooooooo

วาศิณีคิดแผนดึงพิแสงออกจากเขมมิก โทร.หานายหัวหนุ่ม แกล้งละล่ำละลักบอกว่าอนงค์เป็นลมหมดสติพิแสงหน้าตื่น อุทานเสียงหลงจนเขมมิกพลอยสะดุ้งด้วย วาศิณีสวมบทสาวซื่อ เปรยเสียงเศร้าว่าทำอะไรไม่ถูกเพราะอยู่บ้านคนเดียว พิแสงตามไม่ทัน ขอวางสายและบอกจะรีบกลับไปดูอาการ

เขมมิกเดาเหตุการณ์ทุกอย่างได้จากบทสนทนาเขากับเลขาสาว ลืมเรื่องขัดแย้งชั่วขณะ วิ่งนำเขาไปขึ้นรถ ฝ่ายวาศิณีกระหยิ่มยิ้มสะใจ ตะโกนเรียกแม่ สั่งให้นอนและทำท่าเหมือนคนหมดสติ อนงค์งงตอนแรก ทำตามอย่างยินดีเมื่อรู้ความทั้งหมด เอาใจช่วยลูกจับนายหัวหนุ่มสุดฤทธิ์

พิแสงขับรถเคร่งเครียด เป็นห่วงอนงค์จนเขมมิกสัมผัสได้ เปรยเสียงอ่อนด้วยความน้อยใจ พิแสงมัวกังวล ไม่ทันจับสังเกตน้ำเสียงแปร่งๆ เล่าถึงความผูกพันระหว่างครอบครัวเขากับอนงค์

“พ่อแม่คุณอนงค์เป็นคนงานของปู่ พอแต่งงานมีลูก สามีกลายเป็นพวกเอาแต่เมา เธอจึงหย่าแล้วพาน้ำหวานมาอยู่กับปู่ นอกจากฟาร์มแล้ว ก็มีสองคนนี้แหละที่ปู่ฝากฝังให้ฉันดูแลให้ดีที่สุด ฉันต้องรักษาทุกอย่างที่ปู่ฉันรัก”

“คงไม่มีใครมาพรากคุณไปจากคุณน้ำหวานได้”

“เธอคิดว่า...ฉันกับน้ำหวานรักกันแบบไหนถึงได้พูดแบบนั้น ฉันรักน้ำหวานเหมือนน้องสาว เราสองคนเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้”

พิแสงสบตาเธอนิ่ง แฝงแววอ่อนโยนจนหญิงสาวชักเขิน แอบดีใจลึกๆ...อย่างน้อยเขาก็ดูแคร์เธอ เสียงมือถือเขาดังอีกครั้ง วาศิณีโทร.มาตามแต่เขาไม่ทันรับ เขมมิกเหลือบมองข้างทาง เห็นแก้วอดีตคนงานของปู่พิแสงล้มลงต่อหน้าต่อตา ตะโกนสุดเสียงให้หยุดรถ พิแสงวิ่งตามเธอลงไป ช่วยพยุงแก้วขึ้นรถและพาส่งโรงพยาบาล เขมมิกถามถึงอนงค์ จะให้จัดการยังไง พิแสงครุ่นคิดครู่เดียว หยิบมือถือโทร.หาชมพู่ให้ตามปริญญ์ไปดูแล

ฝ่ายวาศิณีมองประตูร้อนรน เพียรโทร.ตามนายหัวหนุ่มแต่ไม่มีคนรับ ได้ยินเสียงรถแล่นเข้าบ้าน รีบออกไปรับ ชะงักเมื่อเห็นปริญญ์วิ่งหน้าตื่นเข้ามา พร้อมชมพู่ หลอดและเสริม อนงค์ลืมตัวผุดลุกนั่ง แหวทุกคนเสียงเขียว สามคนงานแขวะยิ้มๆว่าคงไม่เป็นอะไรมาก อนงค์รู้ตัวว่าพลาด ยิ้มแหยๆให้ลูกสาวและล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม

ปริญญ์ไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวที่ตนหลงรักจะมารยาจัดขนาดนี้ วาศิณีไม่ยี่หระ ถามเสียงห้วนว่าทุกคนรู้เรื่องอนงค์ไม่สบายได้ยังไง ชมพู่บอกว่าพิแสงให้เขมมิกโทร.บอกให้ปริญญ์มาดูแลแทน ปริญญ์ส่ายหน้าเหนื่อยใจ ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย ตามด้วยคนงานทั้งสาม ทิ้งอนงค์กับวาศิณีมองหน้ากันอย่างสงสัย...เพราะอะไรพิแสงถึงไม่ปรากฏตัว

ด้านพิแสงกับเขมมิก...ยืนรอหน้าห้องฉุกเฉิน เมียนายแก้วกับลูกสาวยกมือไหว้ขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ เปรยว่าถ้าพาส่งโรงพยาบาลไม่ทัน แก้วคงตายไปแล้ว

“สงสัยคงเครียดค่ะ เพราะยูเอฟไม่ยอมซื้อหมู เขาว่าหมูไม่ได้น้ำหนัก ทั้งๆที่ดูแลตามคำแนะนำทุกอย่าง”

พิแสงหน้าตื่น ได้ยินชื่อบริษัทยูเอฟ เมียแก้วไม่รู้เรื่อง เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแจ้วๆ เขมมิกยืนอึ้ง เช่นเดียวกับพิแสงที่นิ่งเงียบ คงต้องสืบสวนเรื่องบริษัทนี้ใหม่ทั้งหมด

ooooooo

ตอนที่ 7

เขมมิกดึงตัวเองจากอดีต ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ไม่คิดจะได้เจอเขาอีกครั้ง ตัดสินใจออกจากบ้านเจอปริญญ์นั่งปรับทุกข์กับหมู ขอร้องเสียงเครียดให้ไปส่งสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้

เขมมิกถึงสนามบินไม่นานจากนั้น ปริญญ์จัดการเรื่องตั๋วและพาไปรอร้านกาแฟ พิแสงโทร.ถามหาหญิงสาว หมอหนุ่มจำใจโกหกตามที่เธอขอร้อง ปริญญ์เห็นเธอไม่พูดอะไรเลยไม่เซ้าซี้ เปรยถึงเรื่องที่ถูกวาศิณีปฏิเสธ

“ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยครับ ครั้งนี้คงเป็นความพยายามครั้งสุดท้าย คุณน้ำหวานจะเป็นอดีตตั้งแต่วินาทีนี้”

“หมอจะลืมอดีตของตัวเองได้หรือคะ”

“คุณเขมวิ่งหนีเงาตัวเองพ้นไหมล่ะครับ อดีตคือส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราไม่มีทางลืมได้ แต่เราสามารถยอมรับและไม่ปล่อยให้มันกลับมาทำร้ายเราในปัจจุบันได้”

“อดีตบางอย่างก็ทำอะไรฉันไม่ได้ แต่บางอย่าง...ยิ่งพยายามลืมก็ยิ่งกลับมาหลอกหลอน”

ปริญญ์มั่นใจว่าเธอมีปัญหาแต่ไม่อยากคาดคั้น เมื่อถึงเวลา...เขมมิกบอกลาและฝากบอกพิแสงว่ามีธุระด่วนเรื่องแม่ ปริญญ์จะถามต่อแต่ไม่ทัน หญิงสาวหมุนตัวขึ้นเครื่องโดยไม่เหลียวหลัง หมอหนุ่มสงสารแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง

ฝ่ายพิแสงตามหาเขมมิกทั่วฟาร์มแต่ไม่พบ ชมพู่บอกว่าออกจากบ้านหลังไปส่งปุ๊กลุกที่ห้องเขา พิแสงเอะใจ กลับเข้าห้อง เห็นกรอบรูปตัวเองตกแตกบนพื้น หยิบมาดูด้วยความสงสัย...หรือจะเกี่ยวอะไรกับรูปนี้

พิแสงชักนั่งไม่ติดเพราะเป็นห่วงเขมมิก ไม่ต่างจากชมพู่ หลอดและเสริม ส่วนอนงค์กับวาศิณีแอบยิ้มเยาะสะใจที่เขมมิกหายตัวไป ชมพู่สำรวจห้องเขมมิก เห็นว่าข้าวของอยู่ครบ สันนิษฐานว่าอาจมีเรื่องด่วน ส่วนหลอดกับเสริมไปถามคนงาน วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่ามีคนเห็นนั่งรถไปกับปริญญ์ อนงค์กับวาศิณีได้ที ใส่ไฟเขมมิกว่าอาจมีความสัมพันธ์พิเศษกับสัตวแพทย์หนุ่ม พิแสงนิ่งไปอึดใจ ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย หงุดหงิดเพื่อนหมอที่โกหก

เวลาเดียวกันหน้าบ้านเนตรนิภา...กนธีมาดักรอ เนตร–นิภาออกปากไล่โดยไม่ยอมฟังข้อแก้ตัวใดๆ ชายหนุ่มคุกเข่าและขอโทษเสียงดัง ไม่แคร์สายตาชาวบ้านที่มองมาราวกับเขาเป็นตัวประหลาด เนตรนิภายังระแวงไม่ยอมเชื่อ กนธีชักยัวะเพราะไม่เคยง้อใครมากขนาดนี้ เผลอสบถอย่างหัวเสีย เนตรนิภาแขวะว่าคงเป็นแค่คำขอโทษมักง่าย กนธีสะอึกแต่ไม่ยอมกลับ เนตรนิภาโมโหเลยเอาน้ำสาด ปาถังใส่จนเขาหัวโน กนธีเห็นท่าไม่ดี รีบกลับไปตั้งหลัก

ooooooo

พิแสงนั่งรอปริญญ์สีหน้าเคร่งเครียด หลอด เสริม ชมพู่คอยเป็นเพื่อน เป็นห่วงเขมมิกไม่แพ้กัน ต่างจากอนงค์กับวาศิณี เพียรยุให้นายหัวเลิกสนใจอดีตแอร์สาว พิแสงร้อนรนทนไม่ไหว ตัดสินใจแจ้งความ สองแม่ลูกเต้นผางด้วยความอิจฉา โวยวายและหว่านล้อมจนพิแสงเหลืออด ตวาดเสียงเข้ม

“เก่งยังไง ฉันก็เป็นห่วง เขมมิกเป็นคนในปกครองฉัน ถ้าเป็นอะไรฉันต้องรับผิดชอบ...ไม่อยากให้แม่เขาเสียใจ”

ทุกคนอึ้งแต่ไม่ทันถาม ปริญญ์มาถึงและขอคุยเป็นการส่วนตัว พิแสงเข้าใจว่าเขมมิกโกรธเรื่องเมื่อกลางวัน

“ยายนั่นเข้าใจผิด คิดว่าฉันทะลึ่งใช่ไหม ถึงกับต้องหนีกันเลยเหรอ แล้วอยู่ไหน ทำไมไม่กลับมาด้วยกัน”

“คุณเขมไปกรุงเทพฯ ให้บอกคุณว่าไปเยี่ยมคุณแม่ที่กำลังป่วย”

“แล้วทำไมไม่บอกกันดีๆ ทำไมให้แกไปส่ง แล้วทำไมแกต้องโกหก”


ปริญญ์พูดไม่ออก มองเห็นความห่วงใยลึกซึ้งในแววตาพิแสง...หรือว่านายหัวหนุ่มจะคิดอะไรกับเขมมิกจริงๆ

ฟากชมพู่ หลอดและเสริมเม้าท์ถึงสาเหตุที่เขมมิกหนีไป อนงค์กับวาศิณียืนฟังอยู่นาน ปรากฏตัวและค่อนแคะเขมมิกว่าตั้งใจหายตัวเพื่อเรียกร้องความสนใจ สามขาเม้าท์เถียงจนอนงค์โมโห ผลุนผลันกลับบ้านอย่างหัวเสีย แม่ครัวใหญ่บ่นลูกสาว เร่งให้ทำคะแนนช่วงเขมมิกไม่อยู่ วาศิณีรับปากแล้วขอตัวเข้าเมือง อนงค์มองตามเซ็งๆ เบื่อสภาพคนรับใช้เต็มทน...เมื่อไหร่จะได้เป็นแม่ยายนายหัวสักที!

ด้านปริญญ์...เดินเล่นในห้างคนเดียวหลังเลิกงาน เศร้าใจที่เห็นคู่รักจับมือกะหนุงกะหนิง นึกถึงตอนกลางวันที่ชวนวาศิณีมาเที่ยวแล้วโดนปฏิเสธ ภาพเธอยิ้มหวานยังตรึงในความทรงจำพร้อมคำพูดรื่นหูแต่แสลงใจ

“ชายหญิงไปไหนกันสองต่อสอง ไม่มีใครมองในแง่ดีหรอกค่ะ หมอไม่กลัวคนนินทาในทางเสียหายหรือคะ”

สัตวแพทย์หนุ่มดึงตัวเองจากห้วงความคิด เดินไปทานข้าวอย่างเหงาหงอย ชะงักเมื่อมองไปนอกร้าน เห็น ต่อลาภเอาเสื้อคลุมหัวให้วาศิณีวิ่งมาที่รถ พร้อมถุงช็อปปิ้งพะรุงพะรัง ทั้งคู่ดูสนิทสนมมากกว่าคนรู้จัก ปริญญ์ขยับไปดูใกล้ๆ เห็นต่อลาภยิ้มกระหยิ่มดูมีเลศนัย หมอหนุ่มใจหาย...สังหรณ์จะเกิดเรื่องไม่งามบางอย่าง

คืนเดียวกัน...พิสิณีรอสามีกลับบ้านด้วยใจจดจ่อ พิศาผ่านมาเห็นเข้าใจว่าพิทยายังไม่กลับ จะออกไปพูดกับ พี่สาวเพราะเคืองแทน พิสุทธิ์รั้งไว้ กลัวลูกสาวคนเล็กจะชักใบให้เรือเสีย ปรามเสียงเรียบแต่จริงจัง

“ต้องห้าม เพราะเรามันชอบปล่อยคำพูดเลื่อยขาเตียงพี่เขา”

“หนูหวังดี อย่ามาว่าหนูนะ ถ้าพี่พีทไม่ทำตัวน่าสงสัย หนูก็ไม่พูดหรอก”

“ต่อให้น่าสงสัยกว่านี้ก็ไม่ควรพูด เข้าข้างในไปเลย เรื่องผัวเมีย...ให้เขาจัดการกันเอง”

พิทยากลับถึงบ้านไม่นานจากนั้น พิสิณีอยากง้อแต่ลังเล เครียดมากจนปวดหัว หยิบยามากิน พิทยาคิดว่าเธอไม่สบาย อยากถามแต่ยังมีฟอร์ม พิสิณีตอบคำถามสามีอย่างเฉยชาแล้วล้มตัวลงนอน แอบร้องไห้คนเดียวด้วยความน้อยใจ ส่วนพิทยาออกจากห้อง ยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ พอใจกับสงครามประสาทที่เป็นคนป่วนขึ้นมา

ooooooo

เขมมิกกลับถึงกรุงเทพฯ ตรงไปหาเนตรนิภาที่บ้าน ร้องไห้โฮกอดเพื่อนด้วยความเก็บกด พูดเสียงสั่นว่าพิแสงคือพี่เสือ ชายหนุ่มรุ่นพี่ผู้พรากพรหมจรรย์เธอ อดีตแอร์สาวฝังใจเจ็บมาก โวยวายอย่างคนขาดสติ เนตรนิภาปลอบให้ใจเย็นและกอดปลอบด้วยความสงสาร ในใจครุ่นคิดว่าควรช่วยยังไงดี

เขมมิกสะเทือนใจเรื่องพิแสงจนไม่เป็นอันทำอะไร เนตรนิภาลอบมองด้วยความเป็นห่วง ยกข้าวต้มไปให้และบังคับทาน เขมมิกส่ายหน้า น้ำตาพาลไหลมาอีก เปรยเสียงแผ่วถึงข้อสงสัยก่อนหน้านี้

“แกจำได้ไหมที่ฉันบอกว่าคุ้นหน้าเขา เขามีบางอย่างเหมือนพี่เสือ”

“จำได้...แต่ใครจะคิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ ที่นั่นมีแต่คนเรียกเขาเสือๆ ไม่มีใครเรียกชื่อจริงเลย”

“แล้วเขาจะจำฉันได้ไหม ว่าฉันคือยายปุ๊กลุก”

“ไม่มีทาง เขมมิกกับยายปุ๊กลุกเมื่อห้าปีที่แล้วน่ะ ฟ้ากับเหวเลยนะ”

เขมมิกเจ็บใจมาก พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

“ใช่...เขาจำปุ๊กลุกไม่ได้แล้ว แค่คืนหนึ่งที่ฮัมบูร์ก คงเหมือนกับคืนอื่นๆกับผู้หญิงหลายคนที่ผ่านมาและผ่านไป แต่ฉันคงพิเศษหน่อย...เป็นของแปลกให้เขาพูดเล่นได้สนุกปาก”

เนตรนิภาสงสารเพื่อนรัก ส่วนเขมมิกคิดหนักชั่งใจว่าควรถอยห่างจากเรื่องนี้หรือฝืนทนเพื่อหาเงินรักษาแม่

เขมมิกตัดสินใจไปหาแสงสุดาเช้าวันรุ่งขึ้น บอกยกเลิกภารกิจ แสงสุดาตาเหลือก สมองวิ่งพล่านถึงผลได้ผลเสีย สั่งให้ไปคุยกันที่อื่นและโทร.เรียกธรรมศักดิ์มาเป็นพยาน พร้อมเอกสารสัญญาว่าจ้าง

“ฉันเตือนเธอแล้วนะว่าตาใหญ่เป็นคนมีเสน่ห์ ใครอยู่ใกล้ก็ยากจะห้ามใจไม่ให้ตกหลุมรัก”

“ฉันไม่ได้ตกหลุมรัก”

“แต่ตาเธอมันฟ้อง เธอมันก็ดีแต่ปาก”

ธรรมศักดิ์เห็นเรื่องไปกันใหญ่ พยายามห้ามและบอกให้ฟังเหตุผลจริงๆ เขมมิกบอกว่าเป็นเหตุผลส่วนตัว

“ความจำเป็นที่พวกคุณไม่มีทางเข้าใจ ที่แน่ๆไม่ใช่เพราะฉันไม่มีปัญญาหรือตกหลุมรักเป้าหมายแน่”

“งั้นเธอคงไม่ลืมว่าไม่มีทางสะบัดก้นเดินออกจากเรื่องนี้ไปง่ายๆ”

“ฉันทราบและจะหาเงินมาคืนทั้งหมด พร้อมดอกเบี้ยตามสัญญา”

แสงสุดาโกรธที่โดนขัดใจ ยื่นคำขาดให้เขมมิกคืนเงินต้นแล้วพร้อมดอกเบี้ยภายในวันพรุ่งนี้

“ถ้าพรุ่งนี้เธอหาเงินมาคืนไม่ได้ ฉันจะฟ้อง”

“เรื่องนี้ก็ต้องถูกเปิดเผยต่อสาธารณชนนะคะ”

“ฉันไม่มีอะไรจะเสีย ส่วนเธอมีแต่เสีย และอย่าหวังว่าฉันจะยกเลิกบัญชีดำ ประเทศนี้จะไม่มีที่ให้เธอเหยียบ”

สั่งเสร็จก็เดินสะบัดออกไป เขมมิกหน้าเสียคิดหนัก ส่วนธรรมศักดิ์มองด้วยความเห็นใจ เขมมิกกล่าวลาและเดินคอตกออกจากสำนักงาน ทนายใหญ่ก้าวตามอย่างอดทน พยายามถามถึงสาเหตุที่ยกเลิกภารกิจ เขมมิกไม่ยอมบอก ทนายใหญ่ได้แต่ถอนใจเหนื่อยหน่าย เดินตามหญิงสาวไปเงียบๆ

ฟากแสงสุดาอารมณ์เสียมาก พิสุทธิ์มาหา เปรยว่าเหมือนเห็นหลังเขมมิกไวๆ สาวใหญ่ปรี๊ดแตก เหวี่ยงใส่สามี หาว่าตามไปจับผิด พิสุทธิ์สะดุ้ง ไม่คิดว่าเมียรักจะหงุดหงิดหนัก...ใครขัดใจถึงดุขนาดนี้!

ooooooo

พิทยากับพิสิณีมาทำงานด้วยกันตามปกติ หญิงสาวยังเฉยชาจนเขาหนักใจ พยายามง้องอนแต่ไม่ค่อยได้เรื่อง พิสิณีสั่งพนักงานย้ายโต๊ะสามีไปอีกห้อง พิทยาเข้ามาเห็น สั่งให้ยกกลับและไล่ทุกคนออกจากห้อง พิสิณีนั่งที่โต๊ะงอนๆ พิทยาเข้าไปง้อ จับมือและจุมพิตเบาๆจนหญิงสาวใจอ่อนยวบ

“ผมทำกับคุณเกินไป ยกโทษให้ผมนะคนดี”

“ฉันก็...ขอโทษที่หวั่นไหวกับคำพูดของคนอื่น”

“เราอย่าทะเลาะกันอีกได้ไหม มันทรมานใจมาก ผมอยากให้เราเชื่อใจกัน”

สองสามีภรรยายิ้มให้กันอย่างมีความสุข พิทยาถอนใจโล่งอก กระหยิ่มยิ้มนิดๆ ไม่ทันสังเกตว่าพิสิณีเบือนหน้าไปอีกทาง สีหน้าขรึมลงเพราะยังไม่วางใจ สังหรณ์ว่าสามีอาจมีลับลมคมใน ทันใดนั้น...พิสุทธิ์เข้ามาบ่นเรื่องแสงสุดาอารมณ์เสียทั้งที่ไม่มีเหตุผล แค่เปรยลอยๆว่าเห็นเขมมิกที่ล็อบบี้สำนักงาน พิสิณีปลอบพ่อพร้อมลอบสังเกตสามี เห็นเขานิ่งเหมือนครุ่นคิดบางอย่าง พิสุทธิ์ส่ายหน้าหน่ายๆ เปลี่ยนมาแจ้งข่าวดีว่าอนุมัติโครงการเส้นทางการบินใหม่ พิทยายิ้มพอใจ หน้าเจื่อนเมื่อได้ยินภรรยาพูดถึงพิแสงที่แสงสุดาหมายจะให้สืบทอดกิจการ พิสุทธิ์ไม่รู้เรื่อง พูดให้กำลังใจ

“เอาน่า...ถ้าเราสองคนเอาอยู่ เดี๋ยวแม่ก็เปลี่ยนใจ ทำให้เขาเห็นสิว่าทำได้ เข้าใจไหมตาพีท”

“ครับคุณพ่อ ขอบคุณที่ให้โอกาสผม”

“พ่อไปนอนก่อนนะ ระวังอารมณ์แม่เขาดีๆตอนนี้ความรุนแรงอยู่ในระดับสูงมาก หลบได้ก็หลบ”

พิสุทธิ์ออกไปแล้ว พิสิณียินดีกับสามี พิทยากอดเธอแน่น ใบหน้าย่ามใจที่แผนฮุบกิจการใกล้ความจริง

ฝั่งเนตรนิภาเตรียมออกไปทำงาน เปิดประตูบ้าน คุยโทรศัพท์พลางค้นหากุญแจรถในกระเป๋าถือ กนธีย่องมาทางด้านหลัง อาสาช่วยถือของและหากุญแจ

เนตรนิภามัวคุยธุระเรื่องงานใหม่ให้เขมมิก ไม่ทันดูว่าชายหนุ่มตามติด หลังวางสายนึกได้ว่ากำลังหากุญแจ กนธีปรากฏกายตรงหน้าพร้อมของที่เธอต้องการ เนตรนิภาวิ่งไล่แย่งแต่เขาไม่ยอม ต่อรองขอแลกกับคำว่ายกโทษ สองหนุ่มสาวยื้อยุดกันไปมา เนตรนิภาใช้วิชามาร หลอกให้เผลอและแย่งกุญแจได้ในที่สุด ตะโกนขู่เอาไม้หน้าสามมาจัดการถ้าเขาไม่ยอมกลับ กนธีหน้าซีด จ้ำพรวดออกจากบ้านแทบไม่ทัน

วันเดียวกันที่บ้านพักพิแสง...วาศิณีมาหานายหัวหนุ่ม ชมพู่บอกว่ากลับกรุงเทพฯแต่เช้า เลขาสาวเต้นผ่าง วิ่งโล่กลับบ้านไปรายงานแม่ อนงค์โวยเสียงเครียดว่าพิแสงอาจมีใจให้เขมมิก พาลใส่ลูกสาวที่มัวใจเย็นจนอาจพลาดโอกาส ลากไปเก็บของเตรียมตามพิแสง ปริญญ์เดินหน้าซื่อเข้ามา บอกว่าต้องการคุยกับวาศิณีเป็นการส่วนตัว อนงค์ไม่ยอม ประกาศกร้าวให้พูดต่อหน้า ไม่อยากให้ลูกสาวสานสัมพันธ์พิเศษกับหมอหนุ่ม

“ส่วนตัวอะไร นี่หมอ...เลิกตื๊อยายน้ำหวานเสียที จะได้เหลือความน่าเอ็นดูไว้บ้าง จะทำอะไรก็ว่ามา”

“ก็ได้ครับ...เมื่อคืนคุณน้ำหวานนัดเจอคุณต่อลาภคนของเอฟยูทำไมครับ”

วาศิณีหน้าเสีย ส่วนอนงค์ปรี๊ดแตก ต่อว่าเสียงเขียว ตีแขนลูกสาวด้วยความโกรธจัด

“อย่าหนีฉันนะนังน้ำหวาน ทำไมไม่ฟังแม่บ้าง นังลูกไม่รักดี ชอบของต่ำหรือไง”

“หนูไม่ได้นัดเขานะ แต่บังเอิญไปเจอเขาพอดีตอนฝนตก เขาก็เลยมาส่ง แม่อย่าเข้าใจผิดสิ”

วาศิณีหนีไปซ่อนหลังปริญญ์ อนงค์ยิ่งเดือด ตะโกนสั่งให้ออกมา วาศิณีวิ่งหนีแม่ไปด้านนอก ปริญญ์มองตามอย่างสงสัย...หรือว่าต่อลาภจะเป็นคนวางแผนทั้งหมด

อนงค์กระชากแขนลูกสาวมาคุยให้รู้เรื่อง วาศิณีบอกว่าไม่อยากสารภาพทุกอย่างต่อหน้าปริญญ์ อนงค์งง วาศิณียักไหล่น้อยๆ บอกว่าอยากเก็บต่อลาภไว้เป็นเบอร์สอง อนงค์ตาโต วาศิณีไม่ยี่หระ เปรยเสียงเรียบ

“ตอนนี้ขืนอายก็อดสิแม่ นายหัวก็ลูกผีลูกคน ถ้าหนูพลาดก็ยังมีคุณต่อลาภเป็นเบาะคอยรับไม่ให้ตกมาเจ็บ”

อนงค์มั่นใจว่าลูกสาวไม่มีทางพลาดจากพิแสง วาศิณีถามเสียงหยันว่าแม่แน่ใจได้ยังไง อนงค์ถึงกับพูดไม่ออก

“เห็นไหม...แม่ก็ไม่แน่ใจ น่าแม่...คุณต่อลาภเป็นถึงผู้จัดการภาค เงินเดือนตั้งเยอะ ดีกว่าหมออีก”

“แต่ฉันยังอยากเป็นแม่ยายนายหัว”

“ใช่ว่าฉันไม่อยากเป็น แต่ชีวิตมันก็ควรมีแผนสำรองสิ”

อนงค์คิดหนัก สุดท้ายก็จำใจยอม วาศิณียิ้มดีใจ เอ่ยปากขอเก็บปริญญ์ไว้เป็นเบอร์สาม อนงค์อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าลูกสาวจะรอบจัดขนาดนี้ สองแม่ลูกหัวเราะคิกคัก ...รับรองว่าไม่พลาด ไม่ต้องขึ้นคานแน่!

ooooooo

ธรรมศักดิ์พาขนิษฐามาตรวจเลือดที่โรงพยาบาล เขมมิกตามมาเซอร์ไพรส์ สองแม่ลูกกอดกันกลมด้วยความคิดถึง เขมมิกถามถึงเปี่ยมพงษ์ เห็นท่าทางมีพิรุธของแม่ สบตาธรรมศักดิ์แล้วเดาว่าอาจเกิดเรื่อง ทนายใหญ่สงสารขนิษฐา ช่วยเปลี่ยนเรื่องให้เขมมิกพาแม่ไปหาหมอ

ทันใดนั้น...พิแสงปรากฏกายตรงหน้า ส่งยิ้มอบอุ่นให้จนเธอใจสั่น เหลือบมองธรรมศักดิ์แล้วนึกเคือง มั่นใจว่าเป็นฝีมือเขาแน่ หญิงสาวกุมขมับ ไม่อยากให้แม่ซักเรื่องพิแสงและไม่อยากให้นายหัวหนุ่มรู้เรื่องเธอมากไปกว่านี้

พิแสงเดินกับธรรมศักดิ์ ทิ้งระยะจากสองแม่ลูกไม่ไกลนัก ขนิษฐาเข้าใจว่าชายหนุ่มหน้าตาดีเป็นแฟนใหม่ลูกสาวจึงอยากทำความรู้จัก พิแสงปฏิเสธเสียงเคร่งว่าไม่ใช่แฟนแต่เป็นเจ้านาย เขมมิกชักสีหน้า บอกธรรมศักดิ์ให้ช่วยดูแลพิแสงเสียงห้วน ขนิษฐาดุลูกสาวที่เสียมารยาท พิแสงไม่ถือสา เปรยเสียงอ่อน

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็มีเรื่องต้องมาขอโทษเขา”

“ขอโทษอะไร ถึงหน้าห้องตรวจแล้ว ใครไม่เกี่ยวก็ไม่ต้องตาม ลุงคะ...ช่วยดูแลเจ้านายหนูด้วยนะคะ”

ธรรมศักดิ์เห็นท่าไม่ดี แยกพิแสงมาเดินห่างๆ ขนิษฐาข้องใจท่าทางฮึดฮัดผิดสังเกต เขมมิกตัดสินใจโกหกว่าพิแสงเคยลวนลามเธอ ขนิษฐาตาโต หันขวับไปมองอย่างไม่ชอบใจ นายหัวหนุ่มไม่รู้เรื่อง ส่งยิ้มหวานกลับตามประสาสุภาพบุรุษ เขมมิกได้ที ใส่ไฟจนขนิษฐากลัวแทน
“เห็นไหมแม่ ไม่กล้าสบตา เพราะเขาเป็นพวกโรคจิตวิตถาร แม่อย่าเข้าใกล้นะ เดี๋ยวหนูจะจัดการเอง”

จบคำก็จูงแม่เข้าห้องตรวจ เหลือบมองธรรมศักดิ์ด้วยสายตาขวางๆ พิแสงไม่สนใจ รอจนสองแม่ลูกเข้าห้องจึงขอบคุณทนายใหญ่ ถามความเป็นไปได้ที่ขนิษฐาจะหาย ธรรมศักดิ์ปาดเหงื่อ บอกว่าน่าจะพอมีหวังเพราะกำลังใจค่อนข้างดี เปลี่ยนเรื่องถามถึงสาเหตุที่นายหัวหนุ่มมากรุงเทพฯกะทันหัน สวมบทอาแสนดี แกล้งแหย่ยิ้มๆ

“ว่าแต่คุณพิแสง มีธุระอะไรที่กรุงเทพฯครับ หรือว่ามาเยี่ยมแม่หลานเขม”

“เขมมิกเขามาโดยไม่บอกผมสักคำ ผมไม่พอใจมาก”

“หลานเขมอาจจะ...มีเรื่องไม่สบายใจมากถึงไม่ได้บอกคุณพิแสง”

“เขาอาจโกรธผม เรื่องชวนเขาผสมพันธุ์...ผสมพันธุ์หมูครับ แต่ผมพูดไม่หมด”

ธรรมศักดิ์อึ้งไปอึดใจแล้วยิ้มบางๆ...ดูท่านายหัวหนุ่มจะเริ่มแคร์เขมมิกบ้างแล้ว

เวลาเดียวกันหน้าโรงพยาบาล...กนธีเดินคุยโทรศัพท์กับพิแสง ถามถึงสถานที่ให้ไปเจอ เหลือบเห็นเนตรนิภาเดินสวนมา เธอเลือกมองข้ามและสวนไปอย่างไม่ไยดี กนธีชักเคืองที่โดนเมิน สะบัดหน้าเรียกสติ เดินไปหาเพื่อนรัก พิแสงแนะนำให้รู้จักธรรมศักดิ์ สองหนุ่มทักทายพอหอมปากหอมคอ ทนายใหญ่จึงขอตัวไปดูขนิษฐา พิแสงถามเรื่องปรับความเข้าใจกับเนตรนิภา กนธีทำหน้าเมื่อย บอกว่ายังไม่สำเร็จ

ฟากเนตรนิภามาหาเขมมิกที่ห้องตรวจ บอกเสียงเครียดว่าเจอกนธีหน้าโรงพยาบาล ขนิษฐาเลิกคิ้วเพราะไม่รู้จัก เขมมิกถือโอกาสสร้างเรื่องรอบสอง หาว่าเป็นเพื่อนซี้เจ้านายโรคจิตอย่างพิแสง เนตรนิภามึนตึ๊บแล้วรับลูกขำๆ ขนิษฐาโวยวายจะให้จัดการขั้นเด็ดขาด เขมมิก มองหาตัวช่วย ยิ้มร่าเมื่อเห็นธรรมศักดิ์ก้าวเข้ามา

สองแม่ลูกกับเนตรนิภากลับไปแล้ว พิแสงเคืองที่ไม่มีโอกาสลาและปรับความเข้าใจ บ่นเสียงเครียด

“ผมมาดีนะ ไม่ได้มาร้าย เขาทำเหมือนผมเป็นอาชญากร น่ารังเกียจ ผมเป็นเจ้านายเขานะ”

“ครับผมทราบ กำลังจะบอกคุณพิแสงไงครับว่าคุณเขมจะโทร.หาเมื่อเธอสะดวก” ธรรมศักดิ์บอกยิ้มๆ

“นี่ผมต้องรอให้เขาโทร.มาตอนสะดวกเหรอ บ้าไปแล้ว”

พิแสงไม่ยอมแพ้ สั่งให้พาไปบ้านขนิษฐา ธรรมศักดิ์อ่อนใจ...จะมีใครยอมใครบ้างไหมเนี่ย

ooooooo

เขมมิกกับเนตรนิภาพาขนิษฐากลับบ้าน เปี่ยมพงษ์ออกมารับพร้อมจานข้าวในมือ ยิ้มแย้มราวกับไม่เคยมีเรื่องกันมา ขนิษฐาตกใจที่เห็นผัว ส่วนเขมมิกมองด้วยความเซ็ง

เปี่ยมพงษ์ก้าวตามเข้าบ้าน เปรยอย่างอารมณ์ดีให้ขนิษฐาจ่ายค่าข้าวด้วยเพราะเซ็นชื่อไว้ เขมมิกสะอึก บอกเสียงห้วนให้จ่ายเอง เปี่ยมพงษ์ย้อนกวนๆว่าขนิษฐาต้องรับผิดชอบเพราะเขาเป็นคนดูแล เขมมิกมองหน้าเขานิ่ง ก้าวไปประจันหน้า ปัดจานข้าวกระจายพร้อมประกาศกร้าว
“คนอย่างแกไม่สมควรได้กินข้าวที่ฉันต้องเสียเงินซื้อมาหรอก ให้หมากินยังมีประโยชน์กว่า”

เนตรนิภากับพยาบาลพิเศษตกใจ ขนิษฐาประกบเปี่ยมพงษ์ ส่วนเนตรนิภาจ้ำพรวดไปยืนข้างเขมมิก ขนิษฐาพยายามปรามลูกสาว เขมมิกโมโหเลือดขึ้นหน้า พูดใส่หน้าเปี่ยมพงษ์อย่างโกรธจัด

“วันนี้เขมจะไม่ให้ใครทั้งนั้น ถ้ามันไม่ออกไปจากชีวิตแม่ เขมจะทำให้มันออกไปเอง”

“แกจะทำอะไรฉันได้ เมียฉันยังไม่เคยเอ่ยปาก ฉันเป็นผัวแกเหรอ หรือว่าอยากแต่ฉันไม่เอาเลยคอยเห่าแบบนี้”

“ไอ้ปากสกปรก!”

ทันใดนั้น...พิแสง กนธีและธรรมศักดิ์ก้าวเข้ามาในบ้าน เห็นฉากเด็ดแล้วพูดไม่ออก เปี่ยมพงษ์ฉุนขาด ตะคอกด่าลูกเลี้ยงสาวเสียงเข้ม เขมมิกหมดความอดทน ถลาไปต่อยหน้าเต็มแรง ทุกคนมองด้วยความตกตะลึง

“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม ถ้าแกไม่อยู่ดูแลแม่ฉันเมื่อไหร่ ฉันจะไล่แกออกไปให้พ้น”

เปี่ยมพงษ์เดือดจัด ย่างสามขุมเข้าหาจะเอาเรื่อง ขนิษฐาขยับไปขวาง โดนตบหน้าคว่ำ เขมมิกปรี๊ดแตก กระโจนเข้าขย้ำคอพ่อเลี้ยงจนหน้าเริ่มเขียว คณะพิแสงและทุกคนในบ้านมองด้วยอาการตกตะลึง เนตรนิภาได้สติ ถลาไปลากเพื่อนรักออกมาอย่างทุลักทุเล เขมมิกยังขืนตัว ตะโกนบริภาษไม่หยุด เปี่ยมพงษ์ทนไม่ไหว ก้าวอาดๆ ไปหา เงื้อมือสูงเตรียมตบ พิแสงถลันมาจับมือเตือนเสียงเข้มไม่ให้ทำร้ายผู้หญิง เขมมิกตะลึงที่เห็นเขา พิแสงผลักอกเปี่ยมพงษ์อย่างแรง คว้าข้อมือเขมมิกไปข้างนอกเพื่อตัดปัญหา

ขนิษฐาทรุดฮวบหมดสติ เนตรนิภาเข้าประคอง กนธีมาช่วยและอุ้มไปส่งห้อง เปี่ยมพงษ์ฮึดฮัดแล้วหน้าซีด เห็นธรรมศักดิ์ก้าวเข้ามา ถามเสียงห้วนว่าจะออกจากบ้านแบบครบสามสิบสอง หรือจะอยู่ให้ถูกฆ่าตายแบบไร้ญาติ เปี่ยมพงษ์กลัวแต่ทำใจดีสู้เสือ พุ่งตามขนิษฐาไปที่ห้อง เนตรนิภาขวางไว้ ส่งสัญญาณให้กนธีรับมุกเป็นแฟนมือปืน กนธีสวมบทบาทสมจริงจนเปี่ยมพงษ์ขยาด ถอยหลังออกจากบ้านแต่ไม่วายทวงเงินค่าเสียเวลา

“ไปก็ได้ บอกนังฐากับลูกมันด้วยว่าต้องจ่ายค่าเสียเวลาที่ฉันอยู่กับอีแก่ขี้เมานี่หลายปี สามปีก็สามแสน”

วางระเบิดเสร็จก็วิ่งออกจากบ้านเพราะกลัวตาย กนธีขอความดีความชอบ เนตรนิภาไม่สนใจ ไล่กลับบ้านอย่างไม่ไยดี กนธีเดินคอตกออกไป ขนิษฐาเริ่มรู้สึกตัว เนตรนิภากับธรรมศักดิ์ถลันเข้าดูอาการด้วยความเป็นห่วง

ฝั่งพิแสงลากเขมมิกมาสงบสติอารมณ์ ปล่อยมือเมื่อเห็นว่าพ้นบริเวณบ้านมาไกล หญิงสาวมองเขาเคืองๆ หมุนตัวพุ่งกลับบ้าน ชายหนุ่มกระโดดมาขวาง ถามเสียงเครียด

“จะกลับไปเป็นผู้ร้ายฆ่าคนหรือไง”

“เรื่องของฉัน คุณไม่เกี่ยว”

“ฉันไม่เกี่ยวหรอก แต่แม่เธอเกี่ยวแน่ถ้าเกิดอะไรกับเธอ คนเดือดร้อนสุดคือแม่เธอนะ”

เขมมิกผงะ คิดถึงแม่แล้วผ่อนท่าที รู้สึกแย่ที่โมโหหน้ามืดจนเกือบทำเรื่องรุนแรง พิแสงปล่อยให้อยู่นิ่งสักพักจึงก้าวมายืนข้างๆ เขมมิกถอยห่างด้วยความระแวง พิแสงแกล้งแหย่ว่าเธอทำท่าพิรุธเหมือนกลัวความลับรั่วไหล เขมมิกเลิกคิ้ว พิแสงส่ายหน้าระอา เปรยเสียงเรียบ

“เธอมีพ่อเลี้ยงที่เป็นอันตรายต่อชีวิตตัวเองและแม่”

“มันเป็นความจริงที่ฉันไม่จำเป็นต้องบอกคุณ อีกอย่าง...อย่าใช้คำว่าพ่อ ฉันไม่เคยให้ค่าผู้ชายสวะแบบนั้น”

“โอเค...ความจริงอีกอย่างที่เธอไม่คิดว่าจำเป็นต้องบอกฉันคือ แม่เธอไม่ได้อยู่สบายอย่างที่บอก”

เขมมิกเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้เขาเห็นความหวั่นไหว ไล่เขากลับฟาร์ม พิแสงไม่ยอม

“ฉันถามจริงๆนะ เธอโกรธฉันเรื่องอะไร เรื่องชวนเธอไปผสมพันธุ์หรือไง ถ้าใช่...ฉันขอโทษ แล้วอะไรทำให้หนีฉันมาแบบนี้ ทำไมไม่บอกกันสักคำ”

เขมมิกถอนใจหนักหน่วง ตัดสินใจพูดเพื่อจบเรื่อง

“ก็ได้...ที่ฉันหุนหันกลับมาแบบนี้ ไม่เกี่ยวกับคุณแต่เกี่ยวกับฉัน คำตอบที่ได้อาจตอบคำถามคุณได้ไม่หมด แต่ไม่มีคำตอบมากกว่านี้อีกแล้ว อย่าตามฉันมาอีก...ลาก่อนค่ะ”

จบคำก็หมุนตัวเข้าบ้านโดยไม่เหลียวหลัง พิแสงอึ้ง คาใจคำว่าลาก่อน...หรือว่าเธอจะไม่กลับไปฟาร์มอีกแล้ว

ooooooo

เขมมิกอ้าปากค้างเมื่อได้ยินว่าเปี่ยมพงษ์เรียกค่าเสียเวลาสามแสนบาท ขนิษฐาปรามลูกให้ปล่อยวาง เขมมิกสวนกลับว่าเป็นไปไม่ได้ คนอย่างพ่อเลี้ยงเธอคงไม่ยอมหยุดรังควานจนกว่าจะได้เงิน ขนิษฐาร้องไห้ด้วยความสงสาร รู้ว่าแค่เงินค่ารักษาเธอและหนี้เก่า ลูกสาวก็แทบกระอักทุกเดือน

“เขม...แม่ทนได้นะ ทนเห็นหน้ามัน ทนให้มันอยู่ แต่แม่ทนไม่ได้ถ้าเห็นเขมต้องลำบากมากไปกว่านี้”

“เราทำเวรกรรมอะไรไว้กับมันนักหนา ทำไมถึงต้องมานั่งชดใช้ให้ผู้ชายเลวๆแบบนั้นไม่จบสิ้น”

เขมมิกเปรยเสียงเศร้า ขนิษฐาสะเทือนใจที่เป็นต้นเหตุ ความดันขึ้น ยืนโงกเงกเหมือนจะเป็นลม เขมมิกปราดเข้าประคอง พาส่งโรงพยาบาลทันที...หลังส่งแม่เข้าห้องฉุกเฉิน เขมมิกซึมลงไปมาก เป็นห่วงแม่ว่าจะไม่มีกำลังใจรักษา เนตรนิภากอดปลอบเพื่อนรัก ธรรมศักดิ์เห็นใจ กล่อมให้กลับไปทำงานกับแสงสุดาเพราะเชื่อว่าเป็นทางออกเดียว อย่างน้อยก็เรื่องค่ารักษาพยาบาลขนิษฐา

“ผมไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมคุณถึงลาออกกะทันหัน แต่คิดว่าคงเป็นเรื่องร้ายแรง”

“ใช่...มันร้ายแรงมากสำหรับหนู”

“แล้วสำหรับคุณแม่คุณล่ะครับ ฟังข้อมูลจากผมเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจหน่อยนะครับ ถ้าคุณกลับไปปฏิบัติภารกิจคราวนี้ อีกไม่นานหรอกคุณพิแสงต้องเปลี่ยนใจจากคุณน้ำหวานมาตกหลุมรักคุณแน่นอน”

เขมมิกเอะใจคำพูดทนายใหญ่ อยากซักต่อแต่ไม่มีแก่ใจ ความกังวลเรื่องแม่ถาโถมจนสับสนไปหมด

ด้านพิแสงกับกนธี...กลับมาตั้งหลักบ้านแสงสุดา พูดคุยถึงเรื่องรันทดของเขมมิกแล้วทึ่ง สองหนุ่มมองหน้ากันเครียดๆ พิศาเดินเข้าบ้านพร้อมสาวิกาและถุงช็อปปิ้งมากมาย วิ่งมากอดพิแสงอย่างดีใจ ทักทายหยอกล้อตามประสาพี่น้อง นายหัวหนุ่มทักทายสาวิกาตามมารยาท พิศาได้จังหวะ พูดเรียกคะแนนความสนใจให้เพื่อนรัก กนธีทำหน้าเมื่อย เบื่อหน่ายแทนพิแสง เช่นเดียวกับสาวิกา กระอักกระอ่วนใจมากที่ต้องอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

ฝ่ายเขมมิกคิดหนัก เนตรนิภาเดาว่าเพื่อนอยากกลับไปทำงานกับพิแสงแต่กลัวใจตัวเอง เขมมิกยังปากแข็ง เนตรนิภาเลยประชดให้เลิกภารกิจทั้งหมด วิ่งวุ่นหาทางใช้หนี้แทนจนเขมมิกทนไม่ไหว ตัดสินใจบางอย่างในที่สุด

เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานแสงสุดาสำนักงานใหญ่... ธรรมศักดิ์รายงานเกี่ยวกับเขมมิก แสงสุดาเบิกตากว้าง ได้ยินว่าพิแสงตามอดีตแอร์สาวมากรุงเทพฯ ธรรมศักดิ์ได้โอกาส พยายามพูดให้แสงสุดายอมใช้บริการเขมมิกอีกครั้ง

“คุณเขมเก่งนะครับ ทำให้คุณพิแสงเป็นห่วงและตามมาได้ ไม่ใช่แค่ราคาคุยหรอกครับ เธอทำได้ ถ้าให้คนอื่นมารับช่วงงานนี้ต่อคงจะยากครับ ควรให้คุณเขมดำเนินการต่อไป”

แสงสุดาครุ่นคิดไม่นาน ตัดสินใจโทร.หาเขมมิก นัดออกมาคุยที่ร้านอาหาร สองสาวต่างวัยยังเขม่นกันอย่างมีฟอร์ม แสงสุดาพูดจาหาเรื่องจนเขมมิกอึดอัด แถมตบท้ายด้วยวาจาดูถูกบาดใจ

“ฉันเลือกเธอเพราะประสบการณ์โชกโชน อาจทำให้ตาใหญ่เลิกกับยายน้ำหวานได้ แต่ตาใหญ่คงหลงเธอแค่ประเดี๋ยวประด๋าว ไม่นานเขาจะรู้เองว่าเธอไม่ใช่เพชรแท้สำหรับเขา ระดับเธอน่ะ...รั้งเขาไว้ได้ไม่นานหรอก”

เขมมิกโกรธจนตัวสั่น พยายามระงับสุดความสามารถ ตอกกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและสีหน้าเรียบเฉย

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ จะไม่มีคำว่ารัก นอกจากคำว่าร้าย ลาเลยแล้วกันค่ะ”

จบคำก็ขอตัวกลับ สายตามาดมั่น...จะไม่มีคำว่ารักสำหรับผู้ชายที่เคยทำร้ายฉันเด็ดขาด!

ooooooo

แสงสุดาชวนสร้อยเพชรกับสาวิกามาบ้าน พยายาม จับคู่จนพิแสงอึดอัด ตัดสินใจชวนสาวิกาไปเดินเล่น แสงสุดา สร้อยเพชรและพิศามองตามยิ้มๆ ดีใจที่พิแสงดูมีท่าที ตามไปแอบดูสองหนุ่มสาวคุยกันในสวน

สาวิกาบ่นที่โดนคลุมถุงชน บอกว่าพิแสงไม่ใช่สเปก นายหัวหนุ่มส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู เปรยเสียงอ่อน

“แล้วเราจะได้เจอที่ไหนตอนไหนล่ะ วันๆเห็นอยู่ติดแต่กับยายน้องเล็ก”

“ก็...วิกาไม่รู้จะไปไหนนี่คะ งานการก็ไม่ได้ทำ จะไปทำที่ไหน คุณพ่อคุณแม่บอกไม่ผ่านทุกที เงินเดือนน้อยมั่งล่ะ ออฟฟิศเล็กบ้างล่ะ วิกาไม่ชอบเลยอยู่เฉยๆแบมือขอเงินพ่อแม่แบบนี้ วิกาอยากมีชีวิตของตัวเอง”

“ไม่เหมือนยายน้องเล็กนะ รายนั้นขี้เกียจทำงาน อยากอยู่บ้านแบมือขอเงินพ่อแม่มากกว่า”

“ความสุขของคุณเพื่อนไม่เหมือนความสุขของวิกานี่คะ”

พิแสงเห็นว่าสาวิกาชอบภาษา เสนอให้ไปทำงานรีสอร์ตกนธีและอาสาช่วยพูดกับพ่อแม่เธอให้ สาวิกาดีใจมาก กระโจนไปคล้องแขนเขาอย่างมีความสุข คณะจับคู่ปลื้ม เข้าใจว่าสองหนุ่มสาวเข้าใจกันดี

ช่วงบ่ายพิแสงเตรียมตัวกลับพัทลุง แสงสุดาแหย่เรื่องสาวิกา พิแสงบอกว่าชวนเธอไปทำงานรีสอร์ตกนธี แสงสุดาขัดใจเพราะกลัวสาวิกาหลงเสน่ห์เพื่อนรักลูกชาย พิแสงไม่ยี่หระ สาวใหญ่จึงเปลี่ยนมาถามถึงเขมมิก อยากให้เป็นความลับ กลัวพิสิณีลำบากใจและพิศาอาจตามไปฉีกอก พิแสงพยักหน้าเข้าใจ ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าพิศาแอบฟัง ได้ยินทุกอย่าง กระทืบเท้าเร่าๆอย่างขัดใจ...นังเขมมิก... แกหนีฉันไม่พ้นแน่!

ด้านเนตรนิภา...ออกจากบ้านเตรียมไปบิน กนธีมาดักรอ อ้อนวอนขอโอกาสไถ่โทษ เนตรนิภาใจอ่อนยอมให้อย่างเสียไม่ได้ กนธีได้จังหวะ สบตาซึ้งแล้วเริ่มร่ายยาวความในใจ เนตรนิภาอึ้งแต่ไม่ยอมพูดอะไร กนธีผิดหวัง เดินคอตกออกจากบ้าน เนตรนิภารั้งไว้ ตัดสินใจให้โอกาสเขาอีกครั้ง สั่งให้ไปส่งที่ศูนย์ลูกเรือพร้อมยื่นข้อเสนอเสียงเข้ม

“เพื่อพิสูจน์ความจริงใจ นายต้องทำตามคำสั่งของฉันจนกว่าจะถึงวันที่ฉันมีคำตอบว่ายอมยกโทษให้หรือยัง”

กนธีรีบเปิดประตูรถและยกกระเป๋าไปเก็บ เนตรนิภายิ้มแก้มปริ ดีใจที่เป็นฝ่ายถือไพ่เหนือกว่าในที่สุด

หลังส่งเนตรนิภา กนธีตามพิแสงไปสนามบินเพราะต้องกลับด้วยกัน พิแสงบ่นเบื่ออยู่บ้านเลยออกมาก่อนเวลา กนธีเดาว่าเพื่อนไม่สบายใจเรื่องเขมมิก พิแสงปฏิเสธทันควัน

“ทำไมต้องไม่สบายใจ ขืนเอาใจไปผูกติดชีวิตคงเหมือนรถไฟเหาะ หัวใจวายสักวัน ฉันไม่สนใจยายนั่น”

“แต่ฉันได้ข่าวมานะโว้ย วงในอีกต่างหาก...คุณเขมกลับไปพัทลุงแล้ว”

พิแสงลุกพรวด ก้าวเข้าข้างในพร้อมขึ้นเครื่อง กนธีตามไปแบบงงๆ...ท่าทางเพื่อนรักจะเป็นเอามาก

ฟากเขมมิกเดินหงอยๆภายในสนามบินหาดใหญ่ สวนกับพิทยาและพิสิณีแต่คลาดกันเพราะก้มลงเก็บกระเป๋าสะพายที่ร่วงลงพื้น ออกไปขึ้นรถบัสเพื่อกลับฟาร์ม นั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง นึกถึงเหตุการณ์ก่อนกลับพัทลุง

เปี่ยมพงษ์ตาโตเมื่อเห็นเงินสดปึกใหญ่ เซ็นสัญญาจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับขนิษฐา ผลุนผลันออกไปโดยไม่เหลียวหลัง ขนิษฐามองตามน้ำตาซึม เปรยเสียงเศร้าว่าคงไม่มีใครรักเธอจริง ถามลูกสาวว่าเอาเงินมากมายมา จากไหน เขมมิกอึกอัก ขนิษฐาเห็นท่าทางพิรุธ โพล่งออกไปตามที่คิด

“เจ้านายโรคจิตที่จับก้นแกน่ะเหรอ ไหนแกบอกจะไม่ให้เขามายุ่งกับแกอีกไง”

“คือหนู...เข้าใจผิด จริงๆแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจับก้นหนูหรอก เขาลื่นล้มแล้วมือพลาดมาโดนก้นหนูน่ะ”

“นั่นสินะ ถ้าเขาไม่ใช่คนดี เขาจะตามมาปรับความเข้าใจ มาเยี่ยมแม่ แถมช่วยแกไม่ให้โดนเปี่ยมพงษ์ทำร้ายทำไม บุญแล้วลูกที่มีเจ้านายดี เห็นไหมว่าผู้ชายดีๆ ยังเหลือบนโลกใบนี้ ตั้งใจทำงานให้เขานะลูก”

เขมมิกแอบปาดเหงื่อ พยักหน้าแบบขอไปที ส่งสายตา เครียดๆให้ธรรมศักดิ์...อดีตแอร์สาวดึงตัวเองจากห้วงความคิด เบ้หน้าเมื่อนึกถึงพิแสง...ผู้ชายดีๆงั้นหรือ คงไม่ใช่กับนายหัว เสือผู้หญิงคนนี้ และแล้วรถบัสก็มาถึงปากทางเข้าฟาร์ม เขมมิกรวบรวมพลังใจ ฮึดสู้เพื่อแม่ แปลกใจเล็กน้อยเห็นหลอดกับเสริมยืนรอพร้อมรถของฟาร์ม บอกว่าพิแสงโทร.บอกล่วงหน้าให้มารับ เขมมิกยิ้มงงๆ...ตาบ้านั่นรู้ได้ยังไงว่าเธอจะกลับมา

เวลาเดียวกัน...พิทยานั่งทำงานที่ล็อบบี้โรงแรมในหาดใหญ่ พิสิณีจะไปเยี่ยมพิแสง พิทยาขอไม่ไปด้วย อ้างว่าต้องเร่งทำงาน เธอยิ้มน้อยๆและบอกว่าจะกลับช่วงเย็น ให้รอทานข้าวด้วย เมื่อลับร่างภรรยา...พิทยากดมือถือหาเขมมิกแต่ไม่มีคนรับสาย เพียรโทร.หลายครั้งจนเป็นสัญญาณปิดเครื่อง คิดหาทางสืบเรื่องเขมมิกหน้าเครียด เหลือบเห็นมานิตย์พนักงานสายการบินจึงกวักมือเรียก โทร.เข้าบ้านขนิษฐาและบอกให้พูดตามบท ขนิษฐาเชื่อสนิทว่าเป็นสายจากบริษัทที่ลูกสาวสมัครงานทิ้งไว้ บอกว่าเขมมิกไปทำงานที่พัทลุง มานิตย์วางสายทันที คืนมือถือให้พิทยาและขอตัวออกไป พิทยาเลิกคิ้ว...เขมมิกไปทำอะไรที่พัทลุง

ooooooo

ตอนที่ 6

เนตรนิภาโทร.เข้าสำนักงาน ขอแลกตารางบินเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเขมมิก กนธีย่องมาโผล่จากด้านหลัง ตีหน้าเศร้า บ่นด้วยความน้อยใจที่เธอกับเขมมิกไม่ยอมรับมิตรภาพจากเขา เนตรนิภาไม่ยี่หระ กนธีแกล้งเดินคอตก  เนตรนิภามองตามยิ้มเยาะ...มุกตื้นๆ ฝันไปเถอะว่าจะหลอกพวกฉันได้!

ขณะเดียวกันที่กรุงเทพฯ...ขนิษฐารอพยาบาล เผลอ แอบหยิบเหล้าในตู้กับข้าว ไม่ทันดื่มก็ถูกตามไปคุยกับเขมมิก สาวใหญ่รีบซ่อนขวด ดีใจที่ลูกสาวโทร.หา ยื่นมือไปรับโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี เขมมิกปั้นน้ำเป็นตัวหลอกแม่ว่าทำงานในออฟฟิศสวยหรู ขนิษฐาสบายใจที่ลูกมีงานทำ เตือนให้ตั้งใจและทำตัวดีๆ

ตอนที่ 5

หลอดกับเสริมลำบากใจที่โดนคะยั้นคะยอให้ขับรถมาถึงหาดใหญ่เพื่อ ซื้อของ เขมมิกกับเนตรนิภากล่อมจนสองหนุ่มใจอ่อน แถมเงินสินบนให้จำนวนหนึ่ง หลอดกับเสริมอึดอัดแต่ไม่กล้าขัด อย่างน้อยก็มีเงินกินขนม

ขณะ เดียวกัน...พิแสงกับกนธีมาทำธุระที่หาดใหญ่เช่นกัน เบรกรถหัวทิ่มเมื่อเห็นเขมมิกกับเนตรนิภาเดินข้ามถนนหน้าตลาด นายหัวหนุ่มหยิบมือถือโทร.หาหลอดกับเสริม สองลูกน้องได้ยินเสียงก็หน้าซีด โกหกว่าไม่มีสัญญาณและวางสายดื้อๆ พิแสงเดือดจัด พาลโน่นนี่จนกนธีอ่อนใจ เตือนสติให้รอถามเขมมิกก่อนเอาเรื่อง พิแสงไม่อยู่ในอารมณ์จะฟังใคร บอกเพื่อนเสียงห้วนให้เลื่อนธุระทุกอย่างและตามหาหญิงสาวเป็นการด่วน

ตอนที่ 4

กนธีกับเนตรนิภาเถียงกันตลอดทางที่พิแสงขับรถตามหาเขมมิก เมื่อถึงทางเข้าน้ำตก นายหัวหนุ่มถามคนงานแถบนั้นจนรู้ว่าหญิงสาวเดินผ่านมาจึงตามไป พบรองเท้าของเธอตกอยู่ข้างทาง เนตรนิภาเริ่มคร่ำครวญด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ไม่ต่างจากพิแสง กับกนธีที่รีบมุ่งหน้าไปทางน้ำตก กลัวว่าเขมมิกจะเป็นอันตราย

ขณะที่ทุกคนเป็นกังวล...เขมมิกตะลึงกับความ งามน้ำตกตรงหน้า ยืนมองริมตลิ่งราวกับต้องมนต์ เห็นชายหนุ่มเปลือยท่อนบนโผล่ขึ้นจากน้ำ มีสะเก็ดน้ำพราวตามตัวแล้วใจเต้นโครมครามเพราะความล่ำ ฟากปริญญ์มองหญิงสาวสวยแปลกหน้าด้วยความอาย ไม่คิดว่าจะมีใครกล้ายืนมองเขาเปลือยด้วยสายตาเป็นประกายแบบนั้น เขมมิกสะบัดหน้าเรียกสติแล้วหันหลังให้ด้วยความประหม่า แต่พื้นที่ยืนเปียกชื้น หญิงสาวจึงเสียหลักหล่นลงน้ำ ปริญญ์ว่ายไปช่วยตามสัญชาตญาณ สองหนุ่มสาวพรวดจากน้ำในสภาพใกล้ชิด สบตากันอึ้งๆ

จังหวะเดียวกันนั้น...พิแสงมาทันเห็นฉากวาบหวิว ชักสีหน้าไม่พอใจแต่ไม่รู้ตัว พึมพำเสียงหยัน

“ที่แท้ก็หนีมาเล่นน้ำกับผู้ชาย แล้วทำให้ชาวบ้านเขาเป็นห่วงแทบตายยายปลวก”

สอง หนุ่มสาวเป้าสายตาผละจากกัน ปริญญ์รีบแนะนำตัวตามประสาคนอัธยาศัยดี พิแสงหมั่นไส้ แกล้งแขวะเพื่อนหมอว่าไม่ชอบผู้หญิง ยื่นมือให้เขมมิกเกาะขึ้นจากน้ำอย่างเสียไม่ได้ อดีตแอร์สาวแหย่ว่าเป็นห่วงใช่ไหมถึงตามหา พิแสงชะงักที่โดนจีบ ฮึดฮัดออกไปอย่างหัวเสีย เขมมิกรีบตาม ส่วนปริญญ์ขึ้นจากน้ำช้าๆแต่ทำเนตรนิภาใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะแพ้ความบึก กนธีมองด้วยความหมั่นไส้ ขยับไปจับคางเพื่อเตือนสติ เนตร–นิภาเสียฟอร์มต่อหน้าหนุ่มหล่อเลยโมโห กระฟัดกระเฟียดตามเขมมิกกับพิแสง ทิ้งกนธีกับปริญญ์มองหน้ากันยิ้มๆ

ฝ่าย เขมมิกวิ่งตามพิแสงอย่างไม่ลดละ แหย่และยั่วจนนายหัวหนุ่มหงุดหงิด ถามถึงรองเท้าว่าไปอยู่ข้างทางได้ยังไง เขมมิกบอกว่าได้ยินเสียงน้ำตก รีบถอดรองเท้าแล้วพุ่งไปตามเสียงเพราะหิวน้ำ

“ฉันทำผิดอะไรอีกล่ะ คนหิวน้ำก็ผิดเหรอ เดินหาทางกลับตั้งหลายกิโล ไม่ใช่อูฐนะจะได้เก็บน้ำไว้ที่หนอกได้”

“รีบกลับเถอะ ปากเขียวสั่นไปหมดแล้ว เร็วๆ...เสียเวลาจริงเชียว”

พิแสงโล่งใจที่เธอไม่เป็นอะไรแต่ไม่ยอมแสดงออก เร่งให้กลับบ้านเสียงเคร่ง เขมมิกดีใจที่เขาแอบห่วง

“เอาวะ...หินเริ่มกร่อนแล้ว อย่างนี้สิถึงจะน่าลุ้น”

ooooooo

เขม มิกกลับถึงบ้านพัก หยิบกระโปรงสีแดงขาดรุ่งริ่งให้เพื่อนดูด้วยสีหน้าจ๋อยๆ เนตรนิภากรี๊ดอย่างโมโห เตรียมซัดเพื่อนที่กล้าขโมยและทำเยินขนาดนี้ เขมมิกวิ่งหลบพัลวัน ตีหน้าเศร้าบีบน้ำตาถึงเรื่องรันทดตั้งแต่มาถึงฟาร์ม เนตรนิภาเกือบใจอ่อนแต่ตั้งสติทัน ตวาดเสียงเขียว

“ไม่ต้องบีบน้ำตาเพื่อเปลี่ยนประเด็นเลย เรื่องของแกทีหลัง กลับมาที่เรื่องกระโปรงฉัน!”

“ก็ได้...ฉันขอโทษ สีแดงเป็นสีนำโชคฉัน มันต้องสีแรงๆและสั้นแบบนี้ถึงสมเป็นแผนร้ายยายเซ็กซี่”

เขม มิกพูดแล้วรู้สึกผิด เนตรนิภาคร่ำครวญด้วยความเสียดายกระโปรงและลากกระเป๋าออกจากบ้านงอนๆ เขมมิกพยายามง้อ ชวนให้ค้างด้วยสักคืนสองคืนแต่โดนปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

“ตอนแรกว่าจะอยู่เพราะคิดถึงแก แต่พอเห็นสภาพกระโปรงแล้ว...ฉันทำใจนอนกับแกไม่ได้จริงๆ ฉันโกรธ!”

กนธี แวะมาหาและหยอดมุกใส่เขมมิกตามประสาหนุ่มเจ้าชู้ เนตรนิภาอดหมั่นไส้ไม่ได้ ต่อยเบ้าตาและแหวเสียงเข้มที่ก้อร่อก้อติกเพื่อนเธอ กนธีเจ็บมากสวนกลับอย่างเผ็ดร้อน เนตรนิภาลากกระเป๋าออกไปอย่างไม่ยี่หระ เขมมิกวิ่งตาม ทิ้งกนธีมองตามเนตรนิภาเคืองๆ...ฝากไว้ ก่อนเถอะยายตัวแสบ แค้นนี้ต้องชำระแน่!

ด้านเขมมิก...วิ่งตามเนตรนิภา ตะโกนท้วงเพื่อนที่ตั้งท่าเดินออกไปเรียกรถหน้าฟาร์มคนเดียว และด้วยความรีบจึงชนกับพิแสงที่ผ่านมาโดยไม่ตั้งใจ ชายหนุ่มประคองไว้โดยสัญชาตญาณ สองหนุ่มสาวสบตากัน ชัก หวั่นไหวแต่พยายามข่ม พิแสงตีหน้าขรึมแล้วแขวะเสียงเข้ม

“เมื่อไหร่จะเลิกเอะอะก็ล้ม...น่ารำคาญ เชื่อยากหน่อยนะกับมารยาหวงเนื้อหวงตัวของเธอ”

“ฉันจำเป็นต้องหวงเพราะฉันเปลี่ยนไปแล้ว ฉันต้องรักษาเกียรติตัวเองเพื่อคู่หมั้น”

“ฉัน มั่นใจว่าเธอมีเบื้องหลัง และฉันจะไม่ถอย... ถ้ารู้ว่ามีใครมาลูบคม ฉันอาจชินกับหมู...สัตว์ซื่อๆและขี้ตื่น แต่เธอมาอยู่นี่คงทำให้สมองฉันแล่นมากขึ้น ฉันไม่ใช่หมูที่เธอจะเคี้ยวเล่นได้ง่ายๆนะ”

พิแสงส่งสารท้าทาย สองหนุ่มสาวปะทะคารมอย่างไม่มีใครยอมใคร พิแสงตัดรำคาญยอมให้ฝึกงาน แต่ไม่วายตั้งกฎจนหญิงสาวแทบล้มทั้งยืนตามประสาคนไม่เคยทำงานใช้แรงงาน เขมมิกรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตามคำสั่งอย่างเสียไม่ได้ เขามองตามยิ้มๆแล้วพลันรู้สึกตัว ถามตัวเองงงๆว่าจะยิ้มให้ผู้หญิงแบบนั้นทำไม!

เวลาเดียวกันริมถนนใหญ่ หน้าฟาร์ม...เนตรนิภานั่งบนกระเป๋ารอรถ กนธีขับรถผ่านมา จะจอดรับแต่หญิงสาวเชิดใส่ กนธีของขึ้นที่โดนหักหน้า ประชดให้รีบกลับจะได้ไม่มีก้างขวางคอ เนตรนิภาโดนยั่วเลยเปลี่ยนใจตามไปเปิดประตูนั่งข้างคนขับแล้วพูดเสียงเยาะ

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว...ฉันไม่กลับ จะรวบรวมวันหยุด ทั้งลาป่วย ลากิจ ลาคลอด ลาพักร้อนเพื่ออยู่ที่นี่”

กนธีเจ็บใจมาก พึมพำค่อนแคะแต่ไม่รู้จะตอบโต้ยังไงให้สาสม....ทีใครทีมันแล้วกันยายตัวแสบ!

ขณะ เดียวกันหน้าที่พักคนงานในฟาร์ม...ชมพู่ตั้งวงเล่าเรื่องพิแสงตามหาเขมมิก เจอที่น้ำตก เล่าเป็นฉากๆอย่างออกรสราวกับเป็นคนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยตัวเอง

“นายหัวเห็นรองเท้าคุณเขมกระจายคนละทางเหมือนเกิดเหตุร้าย หัวใจเต้นแรงแทบหลุดมานอกอก แล้ว...”

อนงค์ ได้ยินเสียงคนงานจับกลุ่มคุยกันเมามันส์ ตามมาฟังแล้วชักสีหน้าไม่พอใจ แหวเสียงเขียวด้วยความหมั่นไส้เขมมิกและลิ่วล้อ ชมพู่ไม่สะทกสะท้านตอกกลับไม่ไว้หน้า อนงค์กระทืบเท้าเร่าๆขัดใจ แล้วผลุนผลันออกไป ชมพู่มองตามหัวเราะคิกคัก สมน้ำหน้าแม่บ้านสาวใหญ่...อยากแขวะไม่เลือกดีนัก

ooooooo

เขมมิกเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูทะมัดทะแมงแต่เซ็กซี่เหมือนเดิม เดินตามหาพิแสงทั่วฟาร์ม เจอเขาก้มๆเงยๆในเล้าหมูจึงขยับไปดูใกล้ๆ ตั้งท่าจะอวดว่ามาถึงตามเวลานัดแล้วต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นเขาขย่มเป็นจังหวะหลังบั้นท้ายหมู แถมได้ยินเสียงหมูร้องครวญครางโหยหวน เขมมิกหน้าซีดแล้วเปลี่ยนเป็นแดงจัด แหวเสียงเขียวด้วยความรังเกียจ

“วิตถารที่สุด! กระทำชำเราหมูตัวเอง ตัวผู้หรือตัวเมีย...ไอ้โรคจิต หมูก็ไม่ละเว้น”

พิแสงตกใจ หันมาพร้อมกระบอกน้ำเชื้อแท่งโตในมือเตรียมฉีดเข้าช่องคลอดหมู แต่เพราะเสียงร้องและท่าทีแตกตื่นของเขมมิก หมูแม่พันธุ์จึงวิ่งหนีไป เขมมิกยังไม่รู้เรื่อง เห็นคราบน้ำข้นเหนียวที่เป้ากางเกง คิดเอาเองแล้วตะโกนลั่นว่าชายหนุ่มเป็นพวกบ้ากามโรคจิต

“คุณคิดข่มขืนฉันแต่ไม่สำเร็จเลยทำเป็นเข้มใส่ ไอ้โรคจิต...บ้ากามที่สุด!”

พิแสงถลาไปกอดเพื่อหยุดความบ้าคลั่งของหญิงสาว หมูทั้งเล้าวิ่งกันพล่านเพราะเสียงและท่าทางเอะอะของเขมมิก เขาตัดสินใจลากเธอออกจากเล้า ตะโกนสั่งให้คนงานที่ยืนมุงทำให้หมูสงบ

พิแสงลากเขมมิกมาหาปริญญ์ ยืนยันเสียงเข้มว่าเขาผสมเทียมหมูไม่ได้กระทำชำเราหมูตัวเอง เขมมิกจ๋อยแต่ไม่ยอมแพ้ แถกลับข้างๆคูๆอย่างเอาชนะ

“ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ เห็นขย่มขึ้นลง...ฉันก็คิดว่ากำลังทำเรื่องอย่างว่า”

“เธอรู้ไหมว่าฉันรอเวลานี้มานานแค่ไหน กว่าจะทำให้หมูมีอารมณ์และสมยอมได้”

พิแสงโต้กลับอย่างเดือดจัดด้วยความเสียดายโอกาสและน้ำเชื้อของทีเด็ด เขมมิกสลดเพราะรู้ตัวว่าผิดจริง  ปริญญ์พยายามไกล่เกลี่ยว่าหญิงสาวไม่รู้ว่าเป็นภารกิจสำคัญ พิแสงถอนใจเหนื่อยหน่าย บ่นต่อด้วยความโมโห

“ฟังแล้วใช้วิจารณญาณให้มากๆด้วย ว่าฉันเหนื่อยและทุ่มเทกับมันมาก แต่เธอทำมันพัง!”

เขมมิกหน้าจ๋อย พิแสงตัดปัญหาไล่เธอกลับกรุงเทพฯ และจะพูดกับธรรมศักดิ์เองเพราะไม่อยากเสี่ยงให้เธอทำความเสียหายกับฟาร์มอีก

“บอกตรงๆผมไม่กล้าแนะนำคุณไปฝึกงานที่ไหน กลัวไปป่วนเพราะความทะเล่อทะล่าและไม่มีวิจารณญาณ”

พิแสงฮึดฮัดออกไปแล้ว ปริญญ์สงสารอาสาพูดให้ เขมมิกห้ามแล้วพูดเสียงอ่อยว่าเป็นความผิดเธอ หมุนตัวกลับบ้านพักด้วยท่าทีจ๋อยๆ สัตวแพทย์หนุ่มมองตามด้วยความเห็นใจ

เขมมิกสลดไม่นานก็ฮึดสู้ คิดแผนยั่วสวาทต่อจนถึงเวลาเย็น เห็นพิแสงเดินเข้าบ้านจึงแกล้งล้มขาแพลง โอดโอยจนเขาจะประคองแต่ช้าไป เนตรนิภาปรี่เข้ามาดูอาการด้วยความเป็นห่วง เขมมิกขัดใจที่เพื่อนผิดจังหวะ เหลือบมองแล้วขยิบตาส่งสัญญาณให้ถอย คร่ำครวญหนักกว่าเดิมเรียกคะแนนสงสาร แกล้งพูดว่าคงอุ้มเธอไม่ไหว เนตรนิภาถอยทันทีอย่างรู้คิว พิแสงอาสาอุ้มไปส่งอย่างเสียไม่ได้ เขมมิกแอบหลิ่วตาให้เพื่อน เนตรนิภามองตามยิ้มๆ...มารยาได้โล่มากเพื่อนฉัน

พิแสงอุ้มเขมมิกไปส่งถึงห้อง เนตรนิภาลากกระเป๋าตาม อนงค์กับวาศิณีผ่านมาเห็นช็อตเด็ด ยืนตาค้างอย่างคาดไม่ถึง เขมมิกเห็นสองแม่ลูก รีบกอดคอพิแสงแน่นและออเซาะเสียงอ่อนหวาน อนงค์ของขึ้นแทนลูกสาว

รับสารท้าทายจากเขมมิกแล้วพูดเสียงกร้าว...ยายนี่คิดจะลองดี ได้...เดี๋ยวจัดให้!

พิแสงวางเขมมิกบนเตียง วาศิณีตามมาพร้อมแม่ แกล้งทำท่าตกใจแล้วเอาอกเอาใจจนเขมมิกเอะใจ มองหน้ากับเนตรนิภางงๆ กระซิบกระซาบว่าสองแม่ลูกคงไม่ธรรมดา พิแสงบอกให้เลขาสาวตามปริญญ์มาดูอาการ เขมมิกโวยวายว่าไม่ใช่หมู พิแสงสวนกวนๆว่าเป็นหมอเหมือนกันน่าจะแทนกันได้ สั่งเสร็จก็ออกจากห้อง วาศิณีเลิกสนใจเขมมิกแล้วชวนแม่ออกไป สองสาวเพื่อนซี้มองหน้ากันอึ้งๆ เขมมิกเบ้หน้าแล้วแขวะเลขาสาวเสียงเขียว

“โห...ยายแอปเปิล พอลับหลังนายหัวก็สะบัดหน้าไปเลยนะ”

“ท่าทางแฟนนายหัวของแกจะไม่ใช่เล่นๆนะ”

“ชีวิตเขมมิกมันไม่เคยง่ายเลยจริงๆ แต่ฉันไม่ยอมแพ้หรอก”

เขมมิกลุกพรวด ตั้งท่าจะเดินแล้วชะงัก เห็นปริญญ์หิ้วกระเป๋าเครื่องมือเข้ามา เขมมิกทรุดตัวนั่งโดยอัตโนมัติ แกล้งร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ปริญญ์ดูออกว่าหญิงสาวไม่ได้เป็นอะไร แต่คิดแผนป่วนเพื่อขอโอกาสกับพิแสง แกล้งตรวจโน่นนี่แล้วลอบยิ้มน้อยๆ... ท่าทางนายหัวหนุ่มจะเจอคู่ปรับสมน้ำสมเนื้อ
เขมมิกกับเนตรนิภาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินปริญญ์ที่พันขาให้ข้างหนึ่งอย่างคล่องแคล่วถามยิ้มๆ

“กะว่าสักกี่วันจะหายดีล่ะครับ ผมจะได้บอกคุณพิแสงถูก...สักอาทิตย์หนึ่งดีไหมครับ”

เขมมิกแกล้งไม่รู้ไม่ชี้แล้วจับมือสัตวแพทย์หนุ่มเป็นการขอบคุณ พิแสงกลับมาเห็นพอดี มองตาขวางและแกล้งแขวะเสียงเขียว ไล่เขมมิกให้กลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้ ปริญญ์สงสารเลยขอปรึกษานายหัวหนุ่มเรื่องอาการหญิงสาว พิแสงอึ้งไปอึดใจ มองเขมมิกที่ส่งสายตาปรอยขอความเห็นใจแล้วฮึดฮัดไปคุยกับเพื่อนหมอ ใจแข็งเข้าไว้พิแสง...อย่าใจอ่อนกับผู้หญิงแบบนี้เด็ดขาด!

เขมมิกไปดักรอขอบคุณปริญญ์ที่หน้าบ้าน โดยเฉพาะที่เขารู้ว่าเธอแกล้งขาแพลง สัตวแพทย์หนุ่มพูดเสียงอ่อน

“ผมเข้าใจความรู้สึกคุณนะ ถ้าต้องแพ้โดยไม่มีโอกาสพิสูจน์ตัวเอง คุณพิแสงปากร้ายแต่ใจดี ง้อหน่อยเดี๋ยวก็ใจอ่อนยอมรับคุณเข้าทำงาน...สู้ๆนะครับ”

วาศิณีผ่านมาเห็นก็หมั่นไส้ ไม่พอใจที่ปริญญ์มีท่าทีสนิทสนมกับผู้หญิงอื่น

ooooooo

เขมมิกเดินเล่นในบ้าน เห็นลูกหมูตัวน้อยวิ่งเล่นจึงอุ้มเล่นด้วยความเอ็นดู ถามชมพู่ที่มาตามไปทานข้าวเย็นว่าชื่ออะไร พิแสงโผล่มาทางด้านหลัง ตอบแทนว่าชื่อปุ๊กลุกแล้วแย่งคืน เขมมิกสะดุ้งเพราะดันเหมือนชื่อเล่นของเธอในอดีต มองเขาอย่างจับสังเกตแต่พิแสงผลุนผลันไปแล้ว ชมพู่บอกให้ตามไปก่อนที่นายหัวหนุ่มจะโมโหหิว

เขมมิกเก็บความสงสัยเรื่องชื่อหมูมาคุยกับเพื่อนที่ห้อง เนตรนิภาปลอบไม่ให้คิดมากเพราะอาจเป็นเรื่องบังเอิญ เขมมิกสลัดเรื่องเก่าๆจากหัว ไล่เบี้ยเพื่อนถึงสาเหตุที่กลับมา เนตรนิภาอึกอัก เฉไฉว่ามากันท่ากนธีและแกล้งร้อนรนที่ยังไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของบ้านมาพักอยู่ด้วย ทันใดนั้น...เสียงเคาะประตูดังขึ้น พิแสงมาขอคุยธุระ สองสาววิ่งกันพล่าน โดยเฉพาะเขมมิกที่รื้อหาชุดนอนเซ็กซี่มาเปลี่ยนแทนชุดปอนๆให้วุ่น

เขมมิกยิ้มยั่วพร้อมโชว์ชุดนอนเปรี้ยวจี๊ด พิแสงหายใจไม่ทั่วท้องแต่พยายามข่ม อนุญาตให้เนตรนิภาอยู่ที่นี่ได้ และดักคอว่าอย่าสร้างความวุ่นวายหรือสมรู้ร่วมคิดกับเขมมิกหาเรื่องป่วนฟาร์ม จบคำก็ปึงปังจากไป เขมมิก เบ้หน้าเซ็งๆ บ่นว่าชายหนุ่มเป็นพวกเอาใจยาก

“ผู้ชายอะไรดิบเถื่อน กักขฬะ นี่ฉันยั่วขนาดนี้แล้วยังระเบิดต่อมในตัวเขาไม่ได้สักต่อม”

เนตรนิภาปลอบว่าเขาอาจเป็นพวกเก็บความรู้สึกเก่ง เขมมิกรู้ว่าเพื่อนให้กำลังใจ ยิ้มตอบอย่างขอบใจ

เวลาเดียวกันที่บ้านขนิษฐา...สาวใหญ่กลุ้มเรื่องความเจ็บป่วยของตัวเองที่สังหรณ์ว่าอาจเป็นมากกว่าที่รู้ ตั้งท่าโทร.ถามเขมมิกแล้วชะงัก เห็นธรรมศักดิ์มาเยี่ยม หนุ่มใหญ่พูดคุยอย่างเป็นกันเองจนเธอคลายความอึดอัด ตัดสินใจปรับทุกข์กับเรื่องอาการเจ็บป่วย ธรรมศักดิ์เห็นใจแต่ไม่ยอมบอกอะไร ก่อนจะขอตัวกลับ

ฟากพิทยาตามหาเขมมิก เห็นธรรมศักดิ์ออกจากบ้านขนิษฐา หาที่หลบแล้วแอบดูด้วยความสงสัย สังหรณ์ว่าแสงสุดาต้องมีแผนการบางอย่างกับเขมมิกแน่ๆ...และเขาต้องสืบรู้ให้ได้ว่าคืออะไร

ธรรมศักดิ์โทร.หาเขมมิกคืนเดียวกันนั้น...บอกให้รู้ตัวว่าขนิษฐาเริ่มสงสัยเรื่องอาการป่วย เขมมิกนิ่งไปอึดใจบอกจะหาโอกาสบอกแม่ ธรรมศักดิ์แนะให้เร่งทำภารกิจลับ จะได้กลับมาดูแลแม่อย่างเต็มที่ เขมมิกรับปากแล้ววางสาย ถอนใจหนักหน่วง...ใช่ว่าภารกิจนี้มันง่ายนัก

ฝ่ายพิทยาคาใจเรื่องธรรมศักดิ์ เผลอจ้องหน้าแม่ยายระหว่างทานอาหารเช้าวันถัดมาด้วยท่าทีแปลกๆ แสงสุดาทนอยู่นานจึงถามเสียงเคร่ง พิทยาอึกอักแล้วลุกตามพิสิณีกับพิสุทธิ์ไปทำงาน แสงสุดาไม่ติดใจเรื่องลูกเขย รอจนทุกคนออกจากบ้านแล้วหยิบมือถือโทร.หาชมพู่ เพื่อถามความคืบหน้าเรื่องเขมมิกกับพิแสง สาวใช้สายลับบอกว่าพิแสงไม่ชอบหน้าเขมมิก เอะอะก็ไล่กลับกรุงเทพฯ แสงสุดาบอกให้ใจเย็นๆแล้วถามถึงอนงค์กับวาศิณี ชมพู่บอกว่าไม่แสดงอาการ แสงสุดาไม่ไว้ใจบอกให้คอยดูดีๆ เพราะคลื่นลมสงบอาจหมายถึงพายุที่จะตามมาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว!

ด้านพิสุทธิ์...เดินตามพิสิณีกับพิทยาไปที่รถ นึกขึ้นได้ว่าสองสามีภรรยายังไม่ได้ไปฮันนีมูน พิสิณีมีท่าทีเขินอาย ต่างจากพิทยาที่ขรึมลงและบอกว่าอยากตั้งใจทำงานให้ดีก่อน พิสุทธิ์เห็นใจลูกสาว เตือนสติลูกเขยเสียงอ่อน

“งานเป็นเครื่องพิสูจน์เราก็จริง แต่อย่าลืม...ไม่มีใครประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงถ้าล้มเหลวเรื่องครอบครัว นะตาพีท...หยุดเรื่องงานไว้ก่อน ไปฮันนีมูนซะ พ่ออนุญาต”

พิทยามองภรรยาแล้วถอนใจเบาๆ ปั้นหน้ายิ้มแล้วพูดเอาใจ ถามถึงที่ที่เธออยากไปอย่างกระตือรือร้น

ooooooo

เขมมิกกับเนตรนิภาลงมาทานข้าวเช้า นั่งมองแก้วน้ำเปล่าตรงหน้าด้วยสีหน้างงๆ อนงค์ยืนมองเหมือนคอยดูแลแต่แววตาไม่จริงใจ เขมมิกแกล้งเหน็บตามประสาพวกไม่ชอบให้ใครมาลูบคม

“ป้าคะ...พวกหนูเป็นคนนะคะ ต้องการอาหารเช้าห้าหมู่ ไม่ใช่ต้นบอนไซแคระที่ใช้แค่น้ำแก้วเดียว”

“อ้าวตายจริง...ไม่ทราบนี่คะ เห็นหุ่นแต่ละคน ไม่รู้ว่าเอาไปใส่ไว้ที่ไหน กลัวกินเข้าไปแล้วไม่มีที่เก็บ”

“โอ้ย...ป้าคะ...ไม่ต้องห่วงค่ะ เห็นพวกหนูอย่างนี้ กินดะค่ะ เผลอๆหัวคนก็กิน ยิ่งหัวหงอกๆยิ่งชอบ!”

เนตรนิภาแอบขำ อนงค์ไม่ยี่หระ สวนกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน เขมมิกถอนใจเบาๆแล้วตอกกลับไม่ไว้หน้าจนแม่บ้านสาวใหญ่หน้าหงาย ฮึดฮัดกลับครัวไปทำอาหารเช้า พิแสงก้าวพรวดมากระชากข้อมือเขมมิกแล้วลากไปนอกบ้าน หันมามองเนตรนิภาตาขวางแล้วสั่งเสียงห้วนว่าไม่ต้องตาม เนตรนิภามองตามด้วยท่าทีแหยงๆ...โชคดีนะไอ้เขม!

เขมมิกขืนตัว แหวชายหนุ่มเสียงเขียวว่ากำลังเจ็บขา พิแสงไม่ออมแรงแล้วแกล้งตะโกนว่างูเสียงดัง เขมมิกตกใจลืมตัว กระโดดกอดคอเขาแน่น โวยวายเสียงหลงว่าไม่ชอบงู พิแสงยิ้มอย่างเป็นต่อ เปรยเสียงหยันว่าเธอไม่ได้เจ็บขาจริงๆ เขมมิกหน้าเจื่อน คิดได้ว่าคงแถต่อไม่ไหว สารภาพจ๋อยๆแล้วตั้งท่าจะอธิบายเหตุผล พิแสงไม่รับฟังแล้วหุนหันออกไป เขมมิกกระทืบเท้าเร่าๆอย่างขัดใจ...พังอีกแล้วแผนฉัน!

ด้านเนตรนิภา...เดินไปมาด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เห็นกนธีก้าวเข้ามาก็ชักสีหน้า บอกเสียงห้วนว่าเขมมิกไปทำงานในฟาร์มกับพิแสง กนธีรีบตามไปหาเขมมิกทั่วฟาร์ม เนตรนิภาวิ่งตามอย่างไม่ลดละ แกล้งขู่เสียงเข้มว่าเพื่อนรักมีคู่หมั้นแล้ว กนธีอึ้งไปอึดใจแล้วยิ้มร่า สวนกลับกวนๆ

“ฉันไม่สน...คู่หมั้นไม่ใช่สามี มีสิทธิ์เปลี่ยนใจเพราะยังไม่ได้ผูกมัด เสียใจนะ...แผนเธอไม่สำเร็จ”

จบคำก็วิ่งหนี เนตรนิภาฮึดฮัดอย่างขัดใจ วิ่งตามด้วยอารมณ์เดือดปุด!

ฟากเขมมิกวิ่งตามพิแสงไปรอบฟาร์ม ขอโทษและขอโอกาสกับเขาอีกครั้ง พิแสงถอนใจเหนื่อยหน่าย พลันคิดแผนบางอย่างได้ ยิ้มมีเลศนัยแล้วผ่อนท่าที เขมมิกคิดว่าชายหนุ่มใจอ่อน ยิ้มหวานแล้วผงะเมื่อตามเขามาถึงคอกหมูเรียงยาวสุดลูกหูลูกตา พิแสงสั่งยิ้มๆให้ล้างคอกหมูทั้งหมดคนเดียวและเสร็จก่อนเที่ยง เขมมิกอ้าปากจะค้านแล้วหุบลง นึกถึงหน้าแม่แล้วปั้นหน้ายิ้มมาดมั่น...แล้วนายจะได้เห็นว่าฉันมีดี!

หลอดกับเสริมสาธิตวิธีการล้างคอกหมู พิแสงยืนมองสะใจ ส่วนปริญญ์ที่เพิ่งมาถึงมองเขมมิกด้วยความเห็นใจ พิแสงหงุดหงิดที่มีแต่คนสงสารหญิงสาว สั่งให้หยุดสาธิตและไล่ไปทำงาน คาดโทษล่วงหน้าถ้าใครช่วยจะโดนไล่ออก เขมมิกล้างคอกคนเดียวด้วยความทุลักทุเล มองตามหลังนายหัวหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้

“หึ...ถึงชุดไม่พร้อมแต่ใจพร้อมมาก ฉันจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส คอยดูสิ...แผนร้ายยายเซ็กซี่ภาคสาม!”

หลังทิ้งเขมมิกไว้กับคอกหมูยาวเหยียด...พิแสงไปที่คอกทีเด็ด พยายามกระตุ้นอารมณ์เพื่อเอาน้ำเชื้อแต่ไม่ได้ผล หลอดกับเสริมถอดใจเพราะต้องปล้ำกับหมูพ่อพันธุ์ตัวใหญ่ พิแสงจนปัญญา หันไปขอความเห็นจากปริญญ์ สัตวแพทย์หนุ่มแนะให้พักเพราะหมูไม่อยู่ในอารมณ์ นายหัวหนุ่มยอมอย่างเสียไม่ได้แล้วสะดุ้ง ได้ยินเสียงฮือฮาจากบริเวณคอกที่ทิ้งเขมมิกไว้ เดินไปดูแล้วตะลึง อดีตแอร์สาวกำลังล้างคอกด้วยท่าทีเซ็กซี่ยั่วยวนสุดๆ พิแสงอ้าปากค้าง เขมมิกวาดลีลาหนักกว่าเดิม หวังให้เขาตกหลุมเสน่ห์ของเธอ

กนธีสนุกกับการหลอกล่อเนตรนิภา ได้ยินเสียงฮือฮาจากมุมหนึ่งในฟาร์มเลยก้าวตามเสียงด้วยความอยากรู้ เนตรนิภาตามมากระโดดเกาะหลัง กนธีพยายามสลัดออกแต่เนตรนิภาแรงดี เกาะแน่นจนเขาแทบหมดแรง

ด้านเขมมิกไม่ยอมหยุดเต้น พิแสงถึงกับกุมขมับ คาดไม่ถึงว่าเธอจะมาไม้นี้ กนธีกับเนตรนิภาวิ่งไล่กันมาถึง ตะลึงท่าทางเซ็กซี่สุดๆราวกับโคโยตี้มืออาชีพมาล้างคอกหมู เขมมิกส่งสายตายั่วยวนจนพิแสงทนไม่ไหว ตะโกนสั่งให้หยุด อนงค์กับวาศิณีผ่านมาเห็น ตาค้างในความใจกล้า เขมมิกออกท่าหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นสองแม่ลูก ตั้งใจขยับใกล้นายหัวหนุ่มเพื่อยั่วประสาท พิแสงฉุนขาด ตะเบ็งเสียงลั่นฟาร์มให้หยุดเรื่องบ้าบอนี้

คนงานหยุดโห่ร้อง เขมมิกชะงักแล้วทิ้งสายยางลงพื้นเซ็งๆ ยิ้มหวานขอคะแนนเสียงจากคนงาน ทุกคนปรบมือกราวยินดีให้ผ่านงาน เขมมิกดีใจ วิ่งแตะมือกับคนงานด้วยท่าทีลิงโลดสุดๆ เมื่อผ่านหน้าพิแสงจึงแกล้งบอกให้ดูเวลา พิแสงขรึมลงเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่นาทีจะเที่ยง มองรอบๆเห็นคอกสะอาดไม่มีที่ติก็ทำหน้าเมื่อยแล้วตกลงให้หญิงสาวฝึกงานอย่างเสียไม่ได้ ปริญญ์ยกนิ้วให้เขมมิกแล้วตามพิแสงออกไป ผ่านหน้าวาศิณีแต่ไม่ทักทาย เลขาสาวไม่พอใจที่ไม่ได้รับความสนใจเหมือนเคย

กนธียืนมองเขมมิกตาเชื่อม เขมมิกอึดอัดเลยแหวเสียงเขียว เนตรนิภาร่วมด้วยช่วยกันกับเพื่อน แขวะชายหนุ่มจนน่วมแล้วพากันกลับบ้านพัก กนธียืนซึม หยิบไม้ขัดพื้นมากอด...ทำไมเธอไม่เห็นความจริงใจของเขาบ้าง

หลังออกจากคอกหมู...เขมมิกยิ้มสะใจแล้วเปลี่ยนเป็นหน้าหงิก เมื่อเนตรนิภาบอกว่าลืมมองปฏิกิริยาของพิแสงเมื่อเห็นเธอล้างคอกด้วยลีลายั่วยวนสุดๆ เวลาเดียวกันอีกมุมของฟาร์ม...อนงค์โวยวาย บ่นลูกสาวที่มัวแต่รักษาท่าที ปล่อยให้เขมมิกขโมยซีน วาศิณียิ้มมีเลศนัยแล้วแยกไปหาพิแสง อนงค์มองตามอย่างขัดใจ เบื่อที่ลูกสาวไม่ได้ดั่งใจ

“แล้วต้องใช้มุกไหนล่ะยะ ย่ามใจไปเถอะ ฉันคนเดียวช่วยแกไม่ไหวหรอกนะ ได้ยินไหม...นังน้ำหวาน!”

ขณะที่เขมมิกกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า พิแสงหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก บอกวาศิณีว่าจะทานข้าวกลางวันที่ออฟฟิศเพราะไม่อยากเห็นหน้าเขมมิก วาศิณีลอบยิ้มพอใจ แกล้งทำท่าหน้ามืดจนชายหนุ่มต้องเข้าประคอง เลขาสาวตีหน้าอ่อนแรงและอ้างว่าพักผ่อนน้อย พิแสงตามมารยาหญิงไม่ทัน กระชับอ้อมแขนแล้วพากลับที่พัก

เขมมิกเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จจึงลงมาทานข้าวพร้อมเนตรนิภา ชะงักเมื่อเห็นพิแสงพยุงวาศิณีที่ซบไหล่เขาด้วยท่าทีอ่อนแอสุดๆ เขมมิกอ่านท่าทางสำออยทะลุ เลือดขึ้นหน้าที่มีคนลูบคม พุ่งไปหาทั้งคู่ด้วยแววตาแข็งกร้าวและถลาเข้าแทรกกลางระหว่างทั้งสอง เนตรนิภาตามมาด้วยแต่ยืนเฉยไม่ยอมห้าม วาศิณีแอบเซ็ง แกล้งส่งเสียงโอ๊กอ๊ากเหมือนคนจะอาเจียน เขมมิกรู้ทันมารยาร้อยเล่มเกวียน แกล้งแขวะจนเลขาสาวแทบสำลัก

“ท้องเหรอคะ อุ๊ย...นี่มีสามีแล้วเหรอคะ ใครกันนะที่โชคดี”

“หยุดปากเลยเขมมิก เธอกำลังดูถูกน้ำหวาน เขาไม่สบายไม่ได้ท้อง” พิแสงสวนกลับเสียงเคร่ง

“อย่าโกรธคุณเขมเลยค่ะ น้ำหวานผิดเองที่ไม่ดูแลตัวเอง เป็นอย่างนี้ใครๆก็เข้าใจผิดได้ทั้งนั้น ขอโทษนะคะ”

วาศิณีแกล้งทรุดลงอีกจนพิแสงตัดสินใจอุ้ม เลขาสาวร้องห้ามเป็นพิธีแล้วพูดกับเขมมิกเสียงกระท่อนกระแท่น

“คุณเขมคะ...ทานอาหารกลางวันกับเพื่อนนะคะ เพราะนายหัวจะแยกไปทานที่ออฟฟิศ ไม่เป็นไรนะคะ”

เขมมิกของขึ้นกับมารยาสาไถย เห็นสายตาท้าทายของเลขาสาวส่งมาให้อย่างเป็นต่อ พิแสงอุ้มวาศิณีไปแล้ว เนตรนิภาเดินมาตบบ่าเพื่อนเบาๆอย่างเห็นใจ

“แกเจอคู่แข่งแล้วล่ะ คุณพิแสงเป็นห่วงยายนั่นมากเลยนะ แผนสร้างความร้าวฉานของแกไม่ง่ายแล้วว่ะ”

เขมมิกกัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ...ยายวาศิณี รู้จักคนอย่างฉันน้อยไปแล้ว!

ooooooo

พิแสงมาส่งวาศิณีแล้วโทร.เรียกปริญญ์ หญิงสาวน้อยใจที่เขาเห็นเธอเป็นหมู ปริญญ์กระหืดกระหอบเข้ามาแล้วหน้าเสีย เห็นสายตาเธอมองมาอย่างขัดใจ วาศิณีลุกขึ้นยืนปกติเหมือนไม่ได้เป็นอะไรแล้วผลุนผลันออกจากห้อง พิแสงมึนงงกับท่าทีเลขาสาว ปริญญ์มองตามด้วยแววตาช้ำใจ พิแสงเห็นใจตบบ่าเขาเบาๆ

“ไอ้หมอ...น้ำหวานคงไม่ได้ตั้งใจพูดให้แกเสียความรู้สึกหรอก เขาอาจจะ...”

“คุณน้ำหวานคงไม่อยากให้ผมดูแล คุณพิแสงต่างหากที่ได้สิทธิ์นั้น ไม่ต้องคิดช่วยผมหรอกครับ ผมควรทำใจ”

ปริญญ์สะเทือนใจท่าทีหมางเมินของวาศิณี เดินเรื่อยเปื่อยเพื่อสงบสติอารมณ์จนถึงคอกหมู เห็นกนธีนั่งกอดไม้ขัดพื้นหน้าเศร้าจึงไปนั่งเป็นเพื่อน ต่างคนต่างเศร้าเพราะแอบรัก เจ็บเหลือเกินที่ต้องเป็นแค่คนนอกสายตา...

ฟากวาศิณีตามหาแม่ด้วยใบหน้าหงุดหงิด เล่าเรื่องเขมมิกตามขัดขวางแผนมารยาของเธอ

“ยายนางฟ้าตกสวรรค์นั่นไม่มีทางทำให้นายหัวหวั่นไหวได้หรอก เสน่ห์ของมันรึจะสู้มารยาของหนู”

“ลูกแม่...ได้ดั่งใจแม่เหลือเกิน เห็นอย่างนี้ฉันก็เบาใจ คิดว่าแกจะใจเย็นปล่อยนายหัวให้ยายนั่น”

“หนูมีดีกว่าที่แม่คิดนะ ทีหลังก็เลิกบ่นหนูได้แล้ว”

“ไม่บ่นแล้ว...มีช่องเมื่อไหร่อย่าลืมซ้ำ ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน แม่จะช่วยด้วย อยากตัดชุดไปงานแต่งแกจะแย่”

อนงค์ดีใจที่ลูกสาวมีเขี้ยวเล็บ วาศิณีประกาศกร้าวว่าเธอมีดีแน่ แต่รอใช้ให้ถูกจังหวะเท่านั้น!

เวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ...แสงสุดาโทร.ถามความคืบหน้าเรื่องพิแสงกับเขมมิก ชมพู่เลยเล่าอย่างออกรส

“เคยเห็นเวลาพริตตี้โชว์ล้างรถไหมคะ นั่นแหละค่ะ...คุณเขมล้างคอกหมู นายหัวหัวใจเต้นโครมคราม ละลายเหลว สำลักเสน่ห์คุณเขมเต็มๆ ถ้าไม่ติดตรงว่า...”

ชมพู่จะเล่าฉากเด็ด แสงสุดาส่งสัญญาณให้หยุดเพราะเห็นพิศาเดินผ่าน สาวใช้สายลับไม่รับมุก แสงสุดาฟังเรื่องราวต่างๆจนเหนื่อยใจทนไม่ไหว โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับอนงค์และวาศิณี โพล่งออกไปตรงๆแบบไม่มีรหัสลับ

“แกไม่เห็นน่ะสิ ฉันไม่เชื่อหรอกว่ายายสองแม่ลูกนั่นจะไม่คิดทำอะไรยายเขมมิก”

พิศาหูผึ่งเมื่อได้ยินชื่อเขมมิก รอแม่วางสายจึงถาม แสงสุดาเหงื่อตก กลัวลูกสาวคนเล็กรู้แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เลือกเดินหนีและบ่ายเบี่ยงประเด็น พิศาเห็นพิรุธแต่ไม่กล้าเซ้าซี้เพราะกลัวแม่โมโห แสงสุดาถือโอกาสกล่อมลูกสาวให้ปล่อยวาง พิศาฮึดฮัด ประกาศจองเวรเขมมิกเสียงกร้าว

“ไม่ค่ะ...กว่าน้องเล็กจะมีแฟนมันยากมากนะคะ มันเป็นคนทำลายก็ต้องรับผิดชอบ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา น้องเล็กก็จะทำ จะตามไปทำลายชีวิตมันบ้าง!”

พิศาผลุนผลันออกจากบ้าน แสงสุดามองตามเครียดๆ...ถ้ายายเล็กรู้เรื่องเขมมิกล่ะพังทั้งขบวนแน่!

ฝ่ายเขมมิกอารมณ์เสียที่โดนวาศิณีลูบคม ผลุนผลันออกจากบ้านพักไปหาพิแสงที่ออฟฟิศ เนตรนิภาพยายามรั้งแต่ไม่ได้ผล อดีตแอร์สาวพูดอย่างมาดมั่นว่าต้องแก้เผ็ดเลขาสาวแอ๊บแบ๊วให้ได้ เนตรนิภาละล้าละลัง ตั้งท่าจะตามแล้วชะงัก ได้ยินเสียงมือถือดัง เปลี่ยนใจหมุนตัวกลับไปรับสาย

เขมมิกตามไปทันพิแสงทานข้าว ตรงไปนั่งข้างๆ ด้วยท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ อนงค์กับวาศิณีพูดไม่ออก ไม่ยอมบริการจนพิแสงต้องเอ่ยปาก สองแม่ลูกจำใจหยิบจานและตักข้าวให้อย่างเสียไม่ได้ ส่วนพิแสงส่ายหน้าเซ็งๆ เขมมิกปั้นหน้ายิ้มแย้ม ตักกับข้าวเอาใจนายหัวหนุ่มจนดูน่าหมั่นไส้ พิแสงเหลือบมองอย่างระอาแล้วถามเสียงเรียบ

“มีใครเคยบอกไหมว่าเธอน่ารำคาญที่สุดในสามโลก ฉันแปลกใจจริงๆว่าคู่หมั้นเธอตาบอดหมั้นกับเธอได้ไง”

เขมมิกสะอึกเพราะดันตรงกับเรื่องในอดีต น้ำตาซึมเพราะเศร้าจริง พิแสงมองเธอนิ่ง คิดว่าโดนหลอก

“ฉันรู้ทันเธอ จะบีบน้ำตาสร้างเรื่องฟูมฟายอะไรอีก”

“ใครกันแน่ที่ตาบอด ระวังแอปเปิลอาบยาพิษไว้ให้ดี”

จบคำเขมมิกก็ลุกออกไป พิแสงตามไปด้วยความสงสัย อนงค์หันไปถามลูกสาวงงๆว่าเขมมิกพูดกระทบใคร วาศิณีเลือดขึ้นหน้า ยิ่งแม่ถามเหมือนถูกตอกย้ำ กระทืบเท้าเร่าๆอย่างขัดใจ...เจ็บใจนักยายเขมมิก

เขมมิกก้าวมายืนสงบสติอารมณ์หน้าออฟฟิศ พิแสงตามมาถามเรื่องคาใจเกี่ยวกับแอปเปิลอาบยาพิษ หญิงสาวเบ้หน้าเซ็งๆแล้วตัดสินใจบอกว่าคือวาศิณี พิแสงไม่เชื่อ เขมมิกไม่แปลกใจ เปรยกวนๆว่าคงไม่มีวันพูดกันรู้เรื่องถ้าเขาไม่ยอมเปิดตาเปิดใจ ประกาศกร้าวจะพูดกับเขาแค่เรื่องงาน พิแสงรับคำท้าแล้วขู่เสียงเข้ม

“ได้...เราจะคุยกันเฉพาะเรื่องงาน จำไว้นะ...อย่าเพ้อเจ้อเรื่องน้ำหวานอีก ไม่งั้น...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

พิแสงกลับเข้าออฟฟิศ เขมมิกมองตามเจ็บใจ...โง่จริงนายหัวพิแสง!

ooooooo

เขมมิกเดินเล่นระบายอารมณ์ เนตรนิภาวิ่งหน้าตื่นมาหาแต่เธอไม่ทันสังเกต โวยวายเรื่องแผนร้ายยายเซ็กซี่พังไม่เป็นท่า พิแสงไม่เปิดใจรับเธอแม้แต่น้อย เนตรนิภาส่ายหน้าปลงๆแล้วบอกธุระสำคัญ ลุทซ์โทร.บอกว่าต้องกลับอเมริกาด่วนวันมะรืน เขมมิกหน้าเสีย อยากพบเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วย ครุ่นคิดหนักหาทางไปพบเขาพรุ่งนี้

เขมมิกรอจนกลางคืน เห็นพิแสงนั่งดูทีวีอย่างสบายอารมณ์จึงตีหน้ายุ่งเข้าไปหา บอกว่ามีเรื่องสำคัญต้องขออนุญาต พิแสงเลิกคิ้ว กลัวใจหญิงสาวแต่ก็พยักหน้าบอกให้พูด เขมมิกยิ้มระรื่นแล้วพูดเสียงใส

“ฉันจะขออนุญาตไปซื้อเสื้อผ้า”

“มันเกี่ยวกับเรื่องงานตรงไหน นี่มันเรื่องส่วนตัวชัดๆ” พิแสงแหวเสียงเครียด

“งานสิ...ฉันไม่มีเสื้อผ้าที่เหมาะกับการทำงานที่นี่เลย มีแต่ชุดดีไซเนอร์ทั้งนั้น”

พิแสงจะไม่ยอมเพราะเห็นว่าไม่จำเป็น แต่ทนฟังเหตุผลหว่านล้อมมากมายไม่ไหว ตัดรำคาญอนุญาตเสียงห้วน เขมมิกขอบคุณเสียงหวานแล้วแกล้งหยอดมุกจีบจนเขาอึ้ง มองตามหญิงสาววิ่งกลับห้องอย่างร่าเริงยิ้มๆแล้วค่อยรู้สึกตัว พึมพำเบาๆว่าจะยิ้มให้ยายอดีตแอร์โรคจิตทำไม...

เวลาเดียวกันที่คฤหาสน์แสงสุดาในกรุงเทพฯ... พิทยาแอบฟังพิศาโทร.เม้าท์กับสาวิกาเรื่องได้ยินแสงสุดาพูดชื่อเขมมิกเมื่อกลางวัน ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่บ้านขนิษฐา เห็นธรรมศักดิ์คุยกับสาวใหญ่อย่างสนิทสนม ปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วมั่นใจว่าแม่ยายอยู่เบื้องหลังบางอย่างเกี่ยวกับเขมมิก ขณะเดียวกัน...พิสิณีเดินมาหาในชุดนอนเรียบร้อย พิทยาตีหน้ายิ้มแย้มแล้วขอบคุณเธอที่ไว้ใจให้เขาเข้าประชุมแทน พิสิณียิ้มรับแล้วพูดเสียงอ่อน

“สิณีรู้ค่ะว่าคุณทำได้ ต่อไปนี้จะค่อยๆวางมือให้คุณทำทั้งหมดแล้วเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก ดูแลคุณดีไหมคะ”

พิทยาทำหน้าปูเลี่ยนเมื่อได้ยินคำว่าลูก ความคิดลอยล่องสู่อดีตสมัยยังรักกับเขมมิก...ภาพหญิงสาวในอ้อมกอดยังตราตรึงในความทรงจำ พูดคุยถึงอนาคตและจำนวนลูกที่จะมีด้วยกัน

ตอนที่ 3

วาศิณีเดินหน้าจับพิแสงด้วยการไปหาถึงบ้านพักดึกๆดื่นๆ อ้างว่ามีเอกสารให้พิจารณา ชมพู่สาวใช้สายสืบโทร.รายงานแสงสุดา ส่งเสียงเม้าท์ดังถึงหูพิแสงที่เพิ่งคุยกับวาศิณีเสร็จ ชมพู่หน้าเจื่อนที่เห็นสายตาสงสัยของนายหัวหนุ่ม กลบเกลื่อนว่าพูดกับเพื่อนจากหาดใหญ่ แล้วขอตัวไปนอน

ฟากแสงสุดา...กระทืบเท้าเร่าๆหลังวางสายจากชมพู่เมื่อรู้ว่าวาศิณีฉวยโอกาสเข้าหาพิแสงยามวิกาล

ตอนที่ 2

เนตรนิภากลับจากส่งขนิษฐา เห็นเขมมิกนั่งอมทุกข์เพราะเครียดเรื่องแม่ และบอกว่าตัดสินใจเลิกทำอาชีพเสริม เพราะคิดว่าการทำคู่รักแตกกันทำให้เธอกับแม่มีชีวิตรันทด เนตรนิภาดีใจที่เพื่อนคิดได้ ส่วนเขมมิกสบายใจขึ้นเปลี่ยนเรื่องคุยและชวนไปงานแต่งพิทยากับพิสิณี

เนตรนิภาตาโตเมื่อเห็นชุดไปงานของเขมมิก ทักท้วงด้วยความเป็นห่วง กลัวเพื่อนโดนไล่ออกเพราะลองของ รีบออกตัวไม่ร่วมมือด้วยเพราะกลัวหางเลข เขมมิกยิ้มประจบแล้วแก้ตัวเสียงใส

“ไม่แรงหรอก ฉันแค่ไปร่วมแสดงความยินดีกับกัปตันพีท ส่งเขาเข้าสู่ชีวิตครอบครัวที่ใฝ่ฝันด้วยตัวเอง”

“มันไม่ใช่แค่นั้นแน่ แกยังไม่ลืมกัปตันพีท แกจะไปแก้แค้น”

“ฉันจะไม่แค้นใครอีก ฉันจะปล่อยวาง ฉันจะเดินทางใหม่บนเส้นทางแห่งความดีเพื่อชีวิตใหม่ของแม่กับฉัน”

เนตรนิภาไม่อยากเชื่อ เขมมิกผลักเพื่อนเข้าห้องเตรียมอาบน้ำนอน ยิ้มอย่างมาดมั่น...รับรองพรุ่งนี้สนุกแน่!

เวลาเดียวกันที่คฤหาสน์แสงสุดา...พิแสงนั่งคุยเล่นกับกนธีจนดึกดื่น พูดถึงเขมมิกด้วยความไม่ชอบใจในพฤติกรรม เตือนเพื่อนให้ระวังเพราะท่าทางไม่ธรรมดา

“เรื่องบางเรื่องมันซุกใต้พรม ต้องใช้เวลาขุดคุ้ยหาความจริง อย่าเพิ่งตัดสินว่าเขาดีพอ”

กนธีไม่เชื่อ มั่นใจว่าแอร์สาวสวยเป็นคนดีตามหน้าตา พิแสงเหนื่อยใจความบ้าผู้หญิงของเพื่อน ส่วน

กนธีขอตัวไปนอน พิสิณีเห็นพี่ชายอยู่ตามลำพัง เดินมาหาด้วยสีหน้าเศร้าหมอง พิแสงเอะใจท่าทางแปลกๆของน้องสาวซักถามด้วยความเป็นห่วง พิสิณีถอนหายใจหนักหน่วง ไม่ยอมบอกความในใจแต่ถามถึงความรักของพี่ชาย

“พี่ใหญ่เคยมีความรักไหมคะ สิณีอยากรู้...ถ้าผู้ชายเคยรักใคร แล้วใช้เวลานานไหมคะ กว่าเขาจะลืม”

“ไม่มีใครลืมความรักที่เคยเกิดขึ้นได้หรอก มันยังอยู่ในความทรงจำ ลบได้ไม่หมด”

พิแสงมองออกว่าน้องสาวหวั่นไหวเรื่องคนรัก ตั้งท่าจะถามแต่โดนพิศาที่ผ่านมาได้ยินพูดแทรกว่าคงเป็นเรื่องของเขมมิก อ้างว่าเพราะสถานะเก่าของแอร์สาวกับพิทยาเคยเป็นแฟนกัน แถมพาลพาโลเรื่องเพทายบอกเลิกว่าเป็นฝีมือเขมมิกด้วย ใส่ไฟด้วยอารมณ์ขุ่นมัวจนพิแสงชักคล้อยตาม พิสิณีเห็นท่าไม่ดี ปรามน้องสาวคนเล็กและเล่าเรื่องจริงให้พิแสงฟังว่าพิศาเป็นคนจ้าง

เขมมิกให้ลองใจเพทาย พิศาตวัดสายตาค้อนพี่สาวโครมเบ้อเร่อที่แฉเรื่องของตน

พิศาของขึ้นที่โดนหักหน้า กระแนะกระแหนพี่สาวว่าต้องเจอด้วยตัวเองถึงจะรู้สึก แล้วกระฟัดกระเฟียดออกไป พิแสงถามถึงพิทยาว่าเคยนัดเจอเขมมิกลับหลังหรือเปล่า พิสิณีออกตัวปกป้อง บอกว่าเข้าใจและเชื่อใจคนรัก พิแสงคลายกังวลจึงไล่น้องไปนอน นึกถึงแอร์สาวด้วยความสงสัย...มีเรื่องอะไรที่ฉันยังไม่รู้เกี่ยวกับเธอบ้างนะ

ooooooo

และแล้วงานแต่งก็มาถึง...พิทยากับพิสิณีในชุดบ่าวสาวสวยสมกันยืนต้อนรับแขก โดยมีแสงสุดากับพิสุทธิ์ร่วมด้วยช่วยกันอยู่ไม่ห่าง ส่วนพิศาในชุดราตรีสวยงามนั่งหน้ามุ่ยแจกของชำร่วย อยากเดินอวดโฉมรอบงานมากกว่าตามประสาคุณหนูไฮโซ กนธีตามก้อร่อก้อติก โดนแสงสุดาส่งสายตาพิฆาตจนหน้าจ๋อย ถอยเลี่ยงจากไป

ไม่นานจากนั้น...สาวิกาเพื่อนรักพิศาลูกสาวรัฐมนตรีชื่อดังกับคุณหญิงสร้อยเพชรมาถึง แสงสุดายิ้มร่าไปทักตามประสาคนคุ้นเคย บอกว่าจะตามตัวพิสุทธิ์ที่หายตัวจากงานดื้อๆมากราบสวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสอง

ขณะที่แสงสุดาตามหาสามีทั่วงาน...พิทยากับพิ–สิณีหน้าซีด เห็นเขมมิกในชุดเหมือนเจ้าสาวแต่แตกต่างกันที่เครื่องประดับ เดินตรงมาหาด้วยสีหน้าระรื่น ยิ้มแย้มให้คนทั้งงานราวกับรู้จักมานาน พิทยาสงสารพิสิณีมาก บีบมือเพื่อให้กำลังใจ เขมมิกเปิดฉากด้วยคำทักทายเสียงหวานแต่แววตามีเลศนัย

“สวัสดีค่ะกัปตันพีท คุณพิสิณี...ยินดีด้วยนะคะ”

สองบ่าวสาวพูดไม่ออก เกิดเสียงซุบซิบอื้ออึงหลังการปรากฏตัวของเขมมิก พิศาทนไม่ไหว ถลันออกมาเอาเรื่อง แต่ถูกเขมมิกตอกกลับหน้าหงาย กระทืบเท้าเร่าๆอย่างขัดใจ พิสิณีส่งสายตาปราม เขมมิกยักไหล่แล้วเปรยยิ้มๆ

“อย่ามองดิฉันในแง่ร้ายสิคะ ล้อเลียนอะไรกัน ชุดเจ้าสาวเป็นชุดศักดิ์สิทธิ์ ดิฉันไม่กล้าทำแบบนั้นกับคุณสองคนหรอกค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขอถ่ายรูปด้วยนะคะ”

จบคำก็แทรกตัวยืนตรงกลาง จงใจควงแขนพิทยาแต่ไม่ควงพิสิณี แกล้งขอคุยกับเจ้าสาวเป็นการส่วนตัว อ้างว่ามีธุระสำคัญ พิศาร้อนใจเอาตัวเข้าขวาง พิสิณีปรามเสียงอ่อนแล้วพูดกับเขมมิกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ไม่ต้องจ้ะ...พี่คิดว่าคุณเขมมิกไม่ได้มีเจตนาจะทำลายงานแต่งงานของพี่หรอก ใช่ไหมคะ”

เขมมิกอึ้งไปอึดใจ ทึ่งในความเข้มแข็งที่ไม่ธรรมดาของพิสิณี พิทยาใจไม่ดี ขอร้องอดีตแฟนให้กลับ กลัวแสงสุดามาเจอแล้วจะเดือดร้อน เขมมิกอยากยั่วประสาท ต่อรองจะยอมเลิกราเมื่อได้พูดธุระ

พิสิณีเกรงว่าเรื่องจะลุกลาม ตัดบทและบอกให้ไปคุยที่อื่น เขมมิกกระหยิ่มยิ้มย่อง เดินเฉียดหน้าพิทยาแล้วแอบกระซิบเสียงเยาะ

“จะได้รู้...ว่าอำนาจทำลายล้างฉันสูงแค่ไหน ฉันไม่ใช่แค่ขู่แต่ทำจริง จนกว่าจะแน่ใจว่าคุณเลิกตอแยฉัน”

เขมมิกกับพิสิณีออกไปแล้ว พิศามองตามด้วยความแค้น คาดคั้นว่าที่พี่เขยเสียงเขียวที่ปล่อยให้แฟนเก่ามาป่วนในงาน พิทยาหน้าเจื่อน สงสารพิสิณีแต่ก็ห่วงเขมมิก กนธีเห็นท่าไม่ดี เลี่ยงไปตามพิแสงมาดูสถานการณ์

ฟากพิสุทธิ์ปลีกตัวมานั่งดื่มเป็นเพื่อนพิแสงในมุมลับตาไม่ห่างจากห้องจัดเลี้ยง พูดคุยหยอกล้ออย่างสนุกสนานเพราะไม่ได้เจอกันนาน สองพ่อลูกยิ้มให้กันแล้วชะงัก เห็นอนงค์เดินมากับวาศิณี ทักทายเสียงหวาน บอกว่าตั้งใจมาร่วมงานในฐานะที่รู้จักกันมานาน พิแสงกับพิสุทธิ์มองหน้ากันเครียดๆ กลัวแสงสุดามาเห็นแล้วเป็นเรื่อง

ไม่นานเกินรอ...แสงสุดาตามมาทันเห็นสามีกับลูกชายโดนสองแม่ลูกรุมล้อม แทรกตัวไปยืนควงแขนพร้อมส่งสายตาพิฆาตจนสองพ่อลูกหายใจไม่ทั่วท้อง อนงค์คับแค้นใจแทบกระอัก โต้กลับคำพูดเหน็บของแสงสุดาอย่างเผ็ดร้อน

“การศึกษาน่ะมีตามมาตรฐานค่ะ แต่ดิฉันต้องทวนคำเพราะไม่คิดว่าคนที่มีการศึกษา มีฐานะ มีคนนับหน้าถือตาขนาดคุณแสงสุดาจะกล้าพูดคำคำนี้ออกมา”

“อารมณ์หึงผัวน่ะ มันทำให้ผู้หญิงไม่ว่าจะฐานะไหนทำแบบนี้กันทั้งนั้น เธอก็เคยมีผัวนี่ น่าจะเข้าใจ”

อนงค์สะอึก หน้าเสียตัวชา วาศิณีเห็นท่าไม่ดีชวนแม่กลับ แสงสุดาได้ยินจึงแขวะเสียงดัง

“กลับไปเลย ทีหลังไม่ต้องเสนอหน้ามาอีกถ้าไม่ได้เชิญ ให้ทำงานในฟาร์มทุกวันนี้ถือว่าบุญเท่าไหร่แล้ว”

สองสาวรุ่นแม่ทำท่าจะวางมวย ทันใดนั้น...กนธีวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าเขมมิกป่วนงาน แสงสุดา พิสุทธิ์และพิแสงรีบออกไป อนงค์กับวาศิณีมองตามด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น...หรือจะมีเรื่องเด็ดๆวันนี้

ooooooo

ครอบครัวพิแสงมาถึงหน้างานด้วยสีหน้าแตกตื่น มองหาเขมมิกกับพิสิณีแต่ไม่เจอ พิทยากลัวเรื่องลุกลาม แกล้งบอกทางผิดให้ทุกคนหาสองสาวไม่เจอ เวลาเดียวกันในห้องเล็กๆใกล้บริเวณงาน...พิ-สิณีจ้องหน้าวัดใจกับเขมมิก และเป็นฝ่ายเปิดฉากเสียงเรียบเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว

“คุณคิดจะทำอะไร ทำร้ายตัวเองแบบนั้น ไม่คิดบ้างหรือว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรกับหน้าที่การงานของคุณ คุณแม่ฉันเป็นคนแบบไหน...คุณน่าจะรู้”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรเสียหาย แค่มาทำความรู้จักกับผู้หญิงที่พีทจะแต่งงานด้วยอย่างเป็นทางการ”

“คุณเสียใจเรื่องพีทเลิกกับคุณมากใช่ไหมคะ ฉันเสียใจด้วยนะคะ ไม่แปลกที่คุณจะรักพีทเพราะเขาเป็นคนดี”

“พีทเป็นคนดี แต่คุณคงรักเขามากสินะ เพราะไม่อย่างนั้น...คุณคงไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่มีแต่ตัว”

“สำหรับฉัน...การรักใครสักคนไม่ใช่การลงทุนที่ต้องคำนึงถึงต้นทุนหรือกำไร”

“ขอให้โชคดีละกัน หมดเรื่องคุยแล้ว ฉันขอตัวก่อน”

เขมมิกสะเทือนใจ กลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถแล้วเบือนหน้าหนี พิสิณีมองด้วยความเห็นใจ ตัดสินใจตามออกไปดู เห็นแอร์สาวคู่กรณีเดินผิดทางจึงเข้าไปทัก เขมมิกเสียฟอร์มแต่เก็บอาการ ฝืนยิ้มแล้วประกาศกร้าว

“ฉันเสียใจก็จริง แต่ไม่คิดร้องไห้หรอก ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น”

เขมมิกสะบัดหน้าเรียกสติแล้วเดินจากไป พิสิณีมองตามอย่างกังวลแล้วจึงกลับเข้างาน

ตอนที่ 1

พิแสง...นายหัวรูปหล่อแห่งฟาร์มเพื่อนเกษตรกำลังโวยนายหลอดพนักงานประจำคอกเจ้าทีเด็ดหมูพ่อพันธุ์ตัวสำคัญอย่างหัวเสียฐานปล่อยให้คอกสกปรกหมักหมมกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค

“ความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญ สอนไม่เคยจำ ถ้ายังทำงานชุ่ยๆแบบนี้ ฉันจะเอาขี้หมูละเลงหัวแกสักวัน”

พิแสงอบรมสั่งสอนไม่หยุดจนหลอดเหงื่อแตกพลั่ก โชคดีที่เสริมพนักงานอีกคนวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขัดจังหวะ รายงานว่าแม่หมูตัวใหม่จากเดนมาร์กล้ม พิแสงตกใจรีบวิ่งไปพร้อมลูกน้องทั้งสอง เห็นหมูนอนแอ้งแม้งหมดลมหายใจ หยิบผ้ามาคลุม แล้วสั่งหลอดกับเสริมรอปริญญ์สัตวแพทย์หนุ่มประจำฟาร์มเพื่อเก็บผลชันสูตร ส่วนตัวเองเดินกลับบ้านอย่างอ่อนแรง สองลูกน้องมองหน้ากันจ๋อยๆ เห็นใจนายหัวที่เสียหมูแม่พันธุ์ทั้งที่เพิ่งได้มา

พิแสงกลับเข้าบ้านพักด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ยืนมองปุ๊กลุกหมูน้อยสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ ความหงุดหงิดจากการเสียหมูแม่พันธุ์เลือนหายไป อุ้มหมูน้อยเล่นอย่างอารมณ์ดี เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่วาศิณีจะเปิดเข้ามาด้วยท่าทางขวยเขิน นายหัวหนุ่มแปลกใจ ตั้งท่าจะถามแล้วชะงัก เห็นกนธีเพื่อนรักแทรกตัวเข้ามาเจรจาขอค้างคืนด้วย

“ขอบคุณคุณน้ำหวานที่พามา เสร็จธุระของเลขาฯสาวสวยผู้ช่วยนายหัวพิแสงแล้วก็ได้เวลาผู้ชายๆ ราตรีสวัสดิ์ครับ...ไม่ต้องกวนนะ”

กนธีรวบรัดตัดความแล้วปิดประตูดังปัง ทิ้งวาศิณียืนงง ทบทวนคำพูดสุดท้ายของเขา...เวลาผู้ชายๆ หรือว่านายหัวกับเพื่อนจะเป็น...เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่มีวันยอม!

ooooooo

วันเวลาเดียวกันที่ผับชื่อดังในกรุงเทพฯ บรรยากาศ คึกคักเต็มไปด้วยนักท่องราตรีชายหญิง บรรดาโคโยตี้สาวโชว์ลีลายั่วยวนบนเคาน์เตอร์พิเศษ เขมมิกสาวสวยพราวเสน่ห์ในชุดแนบเนื้อสุดเซ็กซี่เต้นอย่างเมามันที่มุมหนึ่งกับเนตรนิภาเพื่อนสาวคนสนิทโดยไม่สนว่าใครจะมองยังไง...

เขมมิกโยกย้ายส่ายสะโพกจนเป็นเป้าสายตาหนุ่มๆ ทั้งผับ เนตรนิภาชักไม่สนุก มองเพื่อนรักทึ่งๆที่ทุ่มเทขนาดนี้ เขมมิกเต้นพลางกวาดตามองรอบๆแล้วเหยียดยิ้มเห็นพิศาสาวไฮโซควงเพทายแฟนหนุ่มและสาวิกาเพื่อนซี้ จึงชี้ชวนให้เนตรนิภาดู ก่อนที่ตัวเองจะกระดกน้ำส้มทีเดียวหมดแก้วแล้วแกล้งทำท่าเมา

“เคลิ้มได้ไม่ต้องพึ่งแอลกอฮอล์ ทีนี้ก็พร้อมออกตัวแบบเบาๆ”

เขมมิกออกลวดลายมากกว่าเดิม ค่อยๆเคลื่อนตัวหากลุ่มคนทั้งสาม เนตรนิภากลืนน้ำลายดังเอื๊อกก่อนตามไปสังเกตการณ์ นึกในใจอย่างปลงๆ...หนุ่มไหนก็รอดจากเสน่ห์ของเพื่อนรักยาก!

เขมมิกจงใจเต้นยั่วและโปรยเสน่ห์จนเพทายนั่งไม่ติด ร้อนรุ่มเพราะไฟราคะ พิศาเห็นอาการแฟนหนุ่มจึงทักด้วยความเป็นห่วง เพทายสะดุ้ง ร้อนตัวกลัวถูกจับได้ว่ากำลังเหล่หญิงอื่น พร่ำบอกรักแสนหวานเบี่ยงเบนความสนใจ ทันใดนั้นเขมมิกตัดสินใจเต้นบนโต๊ะด้วยลีลาราวกับโคโยตี้มืออาชีพ ทุกคนครางฮือ โดยเฉพาะเพทายจ้องตาไม่กะพริบ หญิงสาวฉวยโอกาสใช้ผ้าคล้องคอเพทายดึงเข้าหาตัว ส่งตาหวานจนชายหนุ่มสะท้าน

“ขอโทษครับ ผมมากับแฟน...ดุด้วย”

“อุ๊ย...มีแฟนแล้ว เสียดายจัง งั้นเอาไว้แฟนเผลอแล้วเจอกันนะคะ”

เขมมิกยิ้มเย้ายวน จูบแก้มชายหนุ่มแล้วผละจากไป พิศาเต้นเร่าๆด้วยแรงหึง กระชากแฟนหนุ่มที่ตาลอยเคลิ้มอย่างโกรธจัด มองตามสาวสวยดาวยั่วด้วยความแค้น

อีกครู่ต่อมา เขมมิกกับเนตรนิภาก้าวออกจากผับพร้อมเสียงหัวเราะร่วนสะใจ เม้าท์เรื่องเพทายหลงเสน่ห์เขมมิก เนตรนิภาโห่แซวแล้วแกล้งแขวะว่าไม่เห็นมีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม เขมมิกยิ้มเย็น พูดอย่างลำพองว่าไม่มีทางนับหนึ่งถึงสามแล้วมองไปที่ประตู

เพทายเปิดประตูทันทีที่เขมมิกนับจบ มองซ้ายขวาเพราะกลัวแฟนสาวตามมา สองสาวมองหน้ากันยิ้มๆ เนตรนิภาเป็นฝ่ายปลีกออกไป เขมมิกทำเป็นไม่เห็นเพทายแล้วแกล้งเดินชน ทำท่าอ่อนเปลี้ยเพลียแรงยั่วให้ชายหนุ่มก้มตัวไปรับ จงใจจ้องตาและขยับเข้าใกล้จนเขาหายใจไม่ทั่วท้อง

เขมมิกแกล้งเดินกะเผลก เพทายถือโอกาสประคองไม่ยอมปล่อย หญิงสาวแอบเบ้หน้าให้เนตรนิภาที่ตามมาด้วยแล้วแสร้งทำท่าแอ๊บแบ๊ว แต่สายตามองชายหนุ่มราวกับจะกลืนกิน

“ปล่อยได้แล้วค่ะ เดี๋ยวแฟนดุมากของคุณจะไม่พอใจถ้ามาเห็น”

“เขาไม่รู้หรอก ตอนนี้กำลังสนุกกับเพื่อนข้างใน”

“อย่าบอกนะคะว่าแฟนเผลอแล้วออกมาเจอดาว”

“คุณดาว...ชื่อเพราะดีนะครับ เข้ากับหน้าตา เจิดจรัสเหมือนดาวที่ส่องสว่าง”

เขมมิกได้ยินแล้วทำท่าเขินจัด แต่ในใจเดือดปุดๆ ด้วยความรังเกียจ...เบื่อนักไอ้พวกผู้ชายหัวงู!

ooooooo

ส่วนที่บ้านพิแสง...สองหนุ่มนอนดูดาวอย่างเพลิดเพลิน พิแสงถามถึงรีสอร์ตที่เพื่อนเป็นเจ้าของ กนธีบอกว่าให้ลูกน้องดูแล แซวนายหัวหนุ่มที่บ้างานไม่ลืมหูลืมตา มองไม่เห็นว่าใครพร้อมจะยืนเคียงข้าง พิแสงรู้ทันว่าเพื่อนตั้งใจหลอกด่าแต่ไม่ถือสา กนธีส่ายหน้าเอือมๆแล้วถามเสียงอ่อน

“แกเคยสนุกสนานกับชีวิตติดจะเป็นเพลย์บอย แล้วเกิดอะไรวะ กลับจากนอกก็กลายเป็นฤาษีปลีกวิเวกแบบนี้”

พิแสงรู้ว่าเพื่อนจะพูดอะไร ตัดบทและรีบเปลี่ยนเรื่อง กนธีเปรยว่าสงสารวาศิณีที่หลงรักเจ้านายหนุ่มมานาน พิแสงถอนหายใจ บอกว่าดูออกแต่ไม่สนใจสานสัมพันธ์ ทันใดนั้นมีเสียงโหวกเหวกจากหน้าบ้าน เสริมกับหลอดวิ่งหน้าตื่นเป็นรอบที่สองของวัน แย่งกันพูดว่าเจ้าทีเด็ดหมูพ่อพันธุ์หายตัวไป พิแสงสบถอย่างหัวเสีย คว้าเสื้อคลุมผลุนผลันออกจากบ้าน ตามด้วยสองลูกน้องและกนธี ช่วยกันตามหาหมูจ้าละหวั่น...

ด้านเขมมิกที่หน้าผับ มองเพทายอย่างเอียงอายที่ฉวยโอกาสสานสัมพันธ์และกุมมือเธอไม่ปล่อย แกล้งตัดพ้อว่าทำเหมือนเธอเป็นผู้หญิงใจง่าย เพทายมองด้วยแววตาเจ้าชู้ พูดเกี้ยวเสียงหวานหยด

“อายแล้วผมจะได้เบอร์มือถือคุณเหรอ บอกหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากคุยกับคุณ”

“เอาเบอร์หกไปก่อนไหม...ไอ้แฟนชั่ว!”

พิศาแหวอย่างเหลืออดหลังตามหาแฟนหนุ่มทั่วผับ เงื้อรองเท้าส้นสูงสุดแขนแล้วฟาดเปรี้ยงใส่เพทายจนล้มกองกับพื้น อุทานเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด พิศาไม่สนใจ อาละวาดตบหญิงสาวมือที่สามหน้าหัน เขมมิกจ้องกลับอย่างโกรธจัดแล้วผลุนผลันจากไป เนตรนิภาวิ่งตามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง พิศาถลันตาม เพทายเห็นผู้คนมุงดูและยิ้มเยาะก็สุดอาย ตั้งท่าตามแฟนสาว สาวิการีบคุมตัวไว้แล้วบอกให้รอพิศากลับมาชำระความ!

พิศาไล่กวดสองสาวเจ้าปัญหา ตะโกนไล่หลังจะเอาเรื่อง เขมมิกหันกลับมาเผชิญหน้าและตบคืนอย่างเหลืออด พิศากรีดร้องไม่ยอม ต่อว่าเสียๆหายๆจนเขมมิก ทนไม่ไหว แหวกลับเสียงเขียว

“หยุดพล่ามเสียทีเถอะยายคุณหนูเอาแต่ใจ คนที่ เธอควรจะเหวี่ยงคือแฟนตัวดีของเธอ ไม่ใช่พวกฉัน ฉันแค่ทำงานและถือว่าประสบความสำเร็จด้วย เพราะฉะนั้น...จ่ายมาหมื่นห้า ค่าจ้างทดสอบความมั่นคงของแฟนเธอ”

สาวิกาคุมตัวเพทายตามมาได้ยิน ชายหนุ่มตัวชาหน้าซีด เขมมิกยักไหล่ไม่แคร์ อธิบายเสียงห้วน

“ใช่...แฟนคุณจ้างฉันมาอ่อยคุณ เพื่อพิสูจน์ว่าระหว่าง คุณกับเขาจะรักกันมากแค่ไหน...และผลก็อย่างที่เห็น”

เขมมิกกับเนตรนิภาโล่งอกที่ไม่ต้องเก็บอาการอีก ร่วมด้วยช่วยกันค่อนแคะท่าทางชีกอของชายหนุ่มอย่างเมามันจนพิศาแทบกระอักด้วยความอับอายและพาลไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง เขมมิกเดือดจัด ถลันไปต่อยหน้าพิศาเต็มแรงแล้วผละจากไป เนตรนิภาผงะ มองหน้าทุกคนเลิ่กลักก่อนตัดสินใจวิ่งตามเพื่อนรัก

เขมมิกเดินไปขึ้นรถอย่างโกรธจัด โมโหพิศาจนเลือดขึ้นหน้าที่บังอาจเบี้ยวค่าจ้าง เนตรนิภาตามมาเห็นท่าทางเพื่อนแล้วแหยง พูดเตือนสติเสียงอ่อย

“จะดีเหรอเขม นั่นลูกสาวคนสุดท้องเจ้าของบริษัทเรานะ”

“แคร์ที่ไหน ต่อให้เป็นเทวดาฉันก็ไม่สน ฉันไม่ชอบคนผิดคำพูด”

เขมมิกประกาศกร้าว เนตรนิภากลัวเพื่อนโดนไล่ออกแต่เขมมิกไม่หวั่น ย้อนอย่างไม่สะทกสะท้านว่าจะฟ้องกรมแรงงานเพราะไม่ผิดในหน้าที่ เนตรนิภาถอนใจหนักหน่วง เป็นห่วงความเลือดร้อนของเพื่อน

ฟากพิศากรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เต้นเร่าๆด้วยความแค้นใจที่โดนต่อยประจานต่อหน้าคนทั้งผับ อาฆาต

แผนร้ายพ่ายรัก เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"

"คิมเบอร์ลี่" เก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ออกแรงปะทะ "น้ำหนึ่ง" ใน "สองเสน่หา"
6 พ.ค. 2564

06:31 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:27 น.