ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เนตรนิภาเล่าเรื่องแผนดัดหลังเจ้าสัวอเนกของพิแสง เขมมิกมองหน้าจอด้วยความตื่นเต้นเพราะนายหัวหนุ่มมักมีวิธีเด็ดๆเสมอ เนตรนิภาเล่นตัวพองาม แล้วเริ่มบรรยายเรื่องราวที่ฟังมาจากธรรมศักดิ์ว่าไปพบเจ้าสัวอเนกที่ภัตตาคารจีนหรูพร้อมพิแสง เจ้าสัวดูตกใจนิดหน่อย กลัวนายหัวหนุ่มต่อย

พิแสงบอกว่ามาทานอาหารเหลาชั้นเลิศตามคำเชิญครั้งที่แล้ว ธรรมศักดิ์หายใจไม่ทั่วท้อง ก้าวตาม ไปนั่งที่โต๊ะ...เล่ามาถึงตรงนี้ เนตรนิภาก็อิดออดไม่ยอมเล่า แกล้งให้เขมมิกร้อนรน อดีตแอร์สาวกำลังติดลม เร่งยิกๆให้เล่า เนตรนิภาหลิ่วตาใส่ ล้อเลียนเพื่อนที่ยังตัดใจไม่ได้

“ถ้างั้นแกจะหนีเขาทำไม แกเอาตัวไปเสี่ยงช่วยสืบความจริง แต่ไม่อนุญาตให้เขาเข้าถึงตัวแกได้...ประสาท!”

“ฉันไม่กล้าสู้หน้าเพราะยังรู้สึกผิด ต่อให้ขอคืนดี ฉันก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะอภัยฉันหมดหรือเปล่า ฉันไม่อยากให้ความผิดในอดีตทำร้ายฉันในปัจจุบัน”

เนตรนิภาส่ายหน้าเซ็งๆ เล่าต่อด้วยสีหน้าระทึก...

พิแสงนั่งทานอาหารสีหน้าระรื่น ส่วนเจ้าสัวอเนกทานไม่ลง พยายามอ่านเกมจากชายหนุ่มคราวลูก นายหัวหนุ่มเป็นฝ่ายเปิดฉากแขวะไม่ไว้หน้า ธรรมศักดิ์ปาดเหงื่อกลัวมีเรื่อง เพราะเจ้าสัวดูไม่พอใจมาก พิแสงยักไหล่ไม่แคร์

“ไม่ต้องกลัวว่าผมจะบันทึกอะไรเป็นหลักฐานหรอกครับ คนของเจ้าสัวค้นตัวผมและคนของผมแล้ว”

ธรรมศักดิ์ชักแหยง เจ้าสัวยังลังเล พิแสงยิ้มเหี้ยมๆ แกล้งแหย่ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ครอบครัวผมจะไม่แถลงข่าวใดๆ คลิปเสียงถูกทำลายแล้ว ไม่เหลือแม้แต่ต้นฉบับ ถ้าคลิปถูกเผยแพร่ เจ้าสัวจะฟ้องพวกผมว่าใส่ร้ายป้ายสีตามแผน พวกผมก็มีแต่เสียหาย”

เจ้าสัวแสยะยิ้มน่าเกลียด พิแสงไม่หวั่น ถามถึงพิทยา เพราะเพิ่งได้ข่าวว่าหลบไปต่างประเทศ

“เจ้าสัวส่งพีทไปอยู่ต่างประเทศ ให้ไปมีชีวิตอยู่กับเรื่องโกหกที่เจ้าสัวสร้างขึ้น”

“ใช่ว่าผมไม่รักหรือผูกพันกับพีท แต่ความอ่อนแอของเขาอาจทำให้เดือดร้อน”

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นความจริง เจ้าสัวสร้างเรื่องโกหกว่าพ่อแม่ผมโกงเงินพ่อแม่พีท สนับสนุนให้แก้แค้น วางแผนให้พีททำลายครอบครัวผม เพื่อกรุยทางสู่ความยิ่งใหญ่ของธุรกิจ”

“อุตสาหกรรมเกษตรเริ่มอิ่มตัว ธุรกิจการบินคือเป้าต่อไป แต่ผมไม่ชอบมีคู่แข่ง พีทคือหมากที่ดีจะใช้เดินเกม”

จบคำก็สะดุ้งเมื่อเห็นพิทยามองมาด้วยความผิดหวังและเสียใจเพราะโดนหลอกใช้มาตลอด เจ้าสัวหน้าซีด ไม่คิดว่าลูกชายบุญธรรมจะได้ยินเรื่องทั้งหมด...

ถึงตรงนี้เนตรนิภาขยายความว่าพิแสงกับธรรมศักดิ์

ไปดักพบพิทยาก่อนเดินทางไปต่างประเทศ บอกว่ามีความจริงบางอย่างอยากให้ทราบ พิทยาตัดสินใจตาม เพราะลึกๆก็อยากรู้ และความจริงจากปากพ่อบุญธรรมทำให้ตาสว่าง แต่ก็เสียใจแทบบ้าเช่นกัน

เนตรนิภาเล่าต่อว่าพิทยายืนจ้องหน้าเจ้าสัวด้วยสายตาผิดหวัง ถามว่าทำทุกอย่างเพื่อเงินจริงหรือ

“ป๋าทำลายศรัทธาของผมที่มีให้ป๋า ถ้าเลือกได้... ผมขอเลือกไปนอนข้างถนนดีกว่าต้องโตมากับมือสกปรก”

“ไอ้พีท...ไอ้อกตัญญู สำนึกไว้ว่าแกโตมาได้เพราะเงินน่ารังเกียจของอั๊ว”

“ผมไม่เคยลืมว่าป๋ามีบุญคุณท่วมหัว แต่ป๋าก็เป็น ซาตานยื่นอาวุธให้ผมทำร้ายคนบริสุทธิ์ ป๋าทำให้มือผมสกปรกเพื่อผลประโยชน์ของป๋า ผมกลายเป็นไอ้เลวก็เพราะป๋า!”

เจ้าสัวต่อยหน้าพิทยาด้วยโทสะ ท้าให้ประกาศต่อหน้าสาธารณชนเกี่ยวกับความจริงทั้งหมด พิทยาเลือดกบปากแต่ไม่ตอบโต้ ก้มตัวกราบแทบเท้าเจ้าสัว บอกว่ายังรักและเคารพเหมือนเดิม ค่อยๆพยุงตัวแล้วเดินออกไป เจ้าสัวหัวใจสลาย ส่วนพิแสงกับธรรมศักดิ์ผิดคาด คิดว่าพิทยาจะโกรธจนเปิดโปงเรื่องทั้งหมด เคลียร์ความบริสุทธิ์ให้พีบูติกแอร์ไลน์ พากันวิ่งตามไป ดักหน้า พิทยาตอกกลับเสียงเรียบแต่จริงจัง

“ผมบาปพอแล้วที่เป็นคนเลวทำร้ายครอบครัวคุณ อย่าให้ผมต้องบาปกว่าเดิมเพราะเป็นลูกอกตัญญูเลย”

พิแสงพูดไม่ออก ส่วนธรรมศักดิ์เหนื่อยใจ...นั่นหมายความว่ากิจการสายการบินต้องทำงานหนักมากขึ้น

เขมมิกเห็นใจพิทยาที่ทุกอย่างตาลปัตร ตั้งท่าหาทางช่วยเหลือ โดนเนตรนิภาปฏิเสธและตัดสายดื้อๆ เพราะต้องรีบกลับไปเตรียมตัวบินวันรุ่งขึ้น เขมมิกกรี๊ดใส่หน้าจอ งอนเพื่อนรักที่ไม่ยอมช่วยคิด...คิดเองก็ได้ ไม่ง้อหรอก!

ooooooo

เนตรนิภาออกจากร้านกาแฟหลังเลิกคุยกับเขมมิก รู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอย รีบหลบมุมเสาด้านหน้า ไม่กี่อึดใจต่อมา มีชายหนุ่มผิวคล้ำปรากฏตัว เนตรนิภาไม่ทันมองชัดๆ ยกกระเป๋าทุบไม่ยั้งเพราะคิดว่าเป็นโจร เขาตะโกนให้หยุด เนตรนิภาชะงักเพราะเสียงคุ้นหู อึ้งเมื่อเห็นเป็นกนธียืนกุมหัว รีบขอโทษและพาไปนั่งร้านกาแฟ

พนักงานยืนรอรับออเดอร์ กนธีถามว่าอยากได้กาแฟไหม โดนเธอสวนกลับเสียงเขียว

“จะให้หัวใจฉันกระเด็นออกมาเต้นข้างนอกหรือไง ไม่เอาแล้ว”

“กระเด็นออกมา ผมก็เก็บมาเป็นของผม”

พนักงานแอบยิ้ม เนตรนิภาหน้าแดงแต่ทำขรึม เร่งให้เขาสั่ง กนธีแหย่จนเธอหลุดปากว่าชอบ เนตรนิภาตะครุบปากตัวเองไม่ทัน ลุกพรวดเตรียมออกจากร้านด้วยความอาย กนธีรั้งไว้ ตัดสินใจพูดความในใจ

“คิดเหมือนผมหรือเปล่า วิ่งตามหาคนที่ใช่จนเหนื่อย...จนลืมมองว่าคนที่ใช่...จริงๆแล้วอยู่ใกล้แค่นี้เอง”

เนตรนิภาอึ้ง รู้ดีว่าเขาหมายถึงเธอ แต่เพราะยังไม่แน่ใจเลยโพล่งออกไปอีกอย่าง

“แต่ฉันไม่คิดเหมือนนาย...ฉันไม่ได้วิ่งตามหาคนที่ใช่ เพราะฉันรู้ว่าเขาอยู่ไหน และฉันก็อยู่ที่เดิมเสมอ ไม่คิดก้าวออกไปให้ไฟส่อง ถ้าเขาจะเห็น ก็ขอให้เห็นเพราะมองฝ่าความมืดเข้ามา โดยที่ฉันยังอยู่ที่เดิม ไม่หนีไปไหน”

กนธีฝันสลาย ไม่คิดว่าจะโดนปฏิเสธแบบตีแสกหน้า เนตรนิภาไม่สน พูดต่อเพราะไหนๆโอกาสก็มาถึงแล้ว

“นายรู้ดีว่าฉันชอบนายตั้งแต่ที่ฮัมบูร์ก แต่นายเห็นฉันเป็นดอกไม้ริมทาง ฉันโกรธแต่ทำใจได้ ยังใช้ชีวิตต่อไปทั้งที่ยังชอบนาย วันนี้นายเหงาและเหนื่อยกับการวิ่งหาความรัก เลยมองหาของตายมาปัดฝุ่นใหม่ และฉันก็คือคนนั้น”

“ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นของตาย เพราะคุณมันฆ่าไม่เคยตาย พยายามไล่ออกไปจากความรู้สึกก็ไม่ยอมหาย พยายามจะไม่คิดถึงก็ยิ่งอยากเจอ ถ้าไม่รัก... รักหรือเปล่าวะ ถ้าไม่รักผมจะ...”

“ถามตัวเองให้แน่ใจก่อนว่ารู้สึกยังไงกับฉันกันแน่ แต่ที่แน่ๆ ความรู้สึกฉันคือ...รักนะ แต่ไม่อยากได้!”

จบคำก็สะบัดหน้าออกจากร้าน ทิ้งกนธีไว้กับความมึนตึ๊บ...ต้องทำยังไงถึงจะได้ใจเธอ

หลังแยกจากเนตรนิภา...กนธีไปนั่งซึมบ้านแสงสุดา เจอกับพิแสง เซ็งไม่ต่างกันเพราะพิทยาไม่ยอมช่วยเรื่องเจ้าสัวอเนก สองหนุ่มเพื่อนซี้ปลอบใจซึ่งกันและกัน กนธีถอนใจเฮือกใหญ่ ถามถึงเรื่องเขมมิก

“แน่ใจเหรอว่าอยากตัดคุณเขมออกจากชีวิต เกิดเธอกลับมาบอกว่ารักและขอคืนดี แกจะให้อภัยไหม”

พิแสงปฏิเสธทันควัน ตอนนี้ขอเน้นเรื่องครอบครัวและงานเป็นหลัก กนธีไม่เชื่อแต่ไม่อยากเซ้าซี้

“ฉันเสียใจด้วยนะเรื่องธุรกิจกับครอบครัวของแก”

“ขอบใจ ตอนนี้พวกเรายอมรับว่าพลาดที่เชื่อใจพีทมากไป แล้วก็ช่วยกันกอบกู้เครดิตของสายการบิน”

กนธีพยักหน้ารับรู้ ถามถึงพิทยาว่ามีท่าทีอย่างไรบ้าง พิแสงจะตอบแล้วอ้าปากค้าง พิทยาปรากฏตัวตรงหน้า ทักทายยิ้มแย้มราวกับไม่เคยมีเรื่องขุ่นข้องใจกัน

พิแสงกับกนธีพาพิทยามากราบขอขมา พิสุทธิ์ทำหน้าไม่ถูกเพราะยังเคือง ส่วนแสงสุดาขยับเท้าหนี พิสิณีไม่ยอมมาพบเพราะกลัวควบคุมตัวเองไม่ได้ ส่วนพิศาแสดงสีหน้าโกรธขึ้งและรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด พิทยาอึ้งไปอึดใจ แต่ยอมรับสภาพเพราะผิดจริง พิสุทธิ์ยังนิ่งเงียบแต่อ่อนลงมากเพราะพื้นฐานไม่ใช่คนใจแข็ง ต่างจากแสงสุดา ยังเชิดหน้าและพยายามข่มใจตัวเองอย่างมาก ไม่ให้ลุกไปข่วนหน้าลูกเขยด้วยความแค้น

พิศาทนนั่งต่อไปไม่ไหว ฮึดฮัดออกไปหาพิสิณีที่ห้อง บ่นงึมงำว่าพี่สาวควรออกไปเจอหน้าสามีสุดแสบ

“ไม่ได้ให้คุย ให้ด่า พอรู้ว่าตัวเองทำร้ายคนบริสุทธิ์ แทนที่จะออกมาช่วยเคลียร์กลับหายหัว ใจเสาะ!”

“พีทอาจมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทำแบบนั้น”

“ยังไม่เลิกเข้าข้างกันอีก อย่าบอกนะว่ายังมีใจ เห็นเขามาสำนึกผิดขอโทษแล้วคิดจะยอมคืนดีด้วยน่ะ”

พิสิณีอึ้งเพราะใจจริงก็คิดไม่ต่าง พิศาขู่ไม่ไปช่วยงานบริษัทถ้าพี่สาวยอมคืนดี ผลุนผลันออกไปอย่างหัวเสีย

พิสิณีมองตามด้วยความสับสน ร้องไห้เงียบๆคนเดียว...แล้วจะจัดการกับหัวใจบอบช้ำของตัวเองยังไงดี

ooooooo

พิทยาโดนแสงสุดาต่อว่าอย่างหนัก ฐานทำให้ผิดหวัง พิทยาก้มหน้ารับผิด ตัดสินใจบอกสิ่งที่คิด

“เหตุผลที่ผมไม่อยากให้เผยแพร่คลิปนั้น เพราะไม่อยากให้ใครวิพากษ์วิจารณ์หรือซ้ำเติมสิณี การที่เธอต้องแต่งงานกับผมโดยที่ผมไม่ได้รัก ก็ทำให้เจ็บช้ำมากพอแล้ว”

ทุกคนอึ้งกันไปหมด พิสิณีมาแอบยืนฟังอีกมุมหนึ่ง ถึงกับร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ พิสุทธิ์อึ้งไปอึดใจ ขอบคุณอดีตกัปตันที่มีแก่ใจคิดถึงลูกสาวคนรอง พิทยายิ้มเครียดๆ ฝากข้อความถึงภรรยา

“ช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตกับเธอ ทำให้รู้สึกว่าเป็นผู้ชายโชคดีที่สุดในโลก แต่ขณะเดียวกันก็โชคร้าย...ที่มีโอกาสแต่งงานกับเธอแต่รักไม่ได้เท่าที่ควรจะรัก เพราะรู้ว่าสุดท้ายเรื่องหลอกลวงนี้ต้องสิ้นสุดลง ผมขอโทษจริงๆ”

พิสิณีร้องไห้หนักกว่าเดิม แสงสุดาทนฟังต่อไม่ไหว ไล่ลูกเขยออกจากบ้าน พิทยายอมไปแต่โดยดี ทิ้งท้ายว่าหากพิสิณีพร้อมเซ็นใบหย่าเมื่อไหร่ เขาก็พร้อมจะทำตาม พิสิณีวิ่งกลับห้องไปแล้ว พิสุทธิ์พยายามพูดให้ เมียใจอ่อน แต่แสงสุดาไม่ยอม ประกาศกร้าว

“ฉันไม่ใช่แม่พระ...ที่ลืมทุกอย่างแล้วให้อภัยในเวลาสั้นๆ ถ้าให้โอกาสเขาก็ต้องให้เวลาฉันทำใจด้วย แล้วค่อยว่ากัน...จะเร็วหรืออาจจะไม่เลยก็ได้ในชาตินี้”

“เข้าใจ...พีท...จะให้พวกเราโอนเงินของพ่อแม่เธอไปที่ไหน ตอนนี้มูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว หลายสิบล้าน”

พิทยาปฏิเสธขอไม่รับเงิน หมุนตัวออกจากบ้านช้าๆ ทุกคนตะลึง ไม่รู้ว่าอดีตกัปตันจะมาไม้ไหน

ฟากพิศาแอบเห็นพิสิณีร้องไห้กอดรูปงานแต่ง รู้ว่าพี่สาวยังรักพิทยามาก รีบปรึกษาพ่อแม่ พิสุทธิ์กับแสงสุดา พูดไม่ออก พิศาไม่รู้จะทำอะไร เปิดทีวีแก้เครียด เห็นรายการ ธรรมะกำลังบรรยายธรรมเรื่องการให้อภัย หันไปมองหน้าพ่อแม่เครียดๆ...หรือว่าจะยอมกลืนน้ำลายตัวเอง

ฝ่ายพิแสงตามไปส่งพิทยาหน้าบ้าน ถามเพื่อความแน่ใจว่าไม่ต้องการเงินมรดกพ่อแม่แน่หรือ

“ผมไม่จำเป็นต้องใช้เงิน ความรู้ความสามารถของผมคือทุน ทำให้ผมสร้างทุกอย่างขึ้นได้ใหม่ แต่กรุณาใช้เงินนั้นเป็นทุนเปิดสหกรณ์ที่พัทลุง ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงหมูที่นั่น จะได้ไม่เปิดโอกาสให้ยูเอฟเอาเปรียบอีก”

“ตอนนี้ไม่กลัวถูกเจ้าสัวหาว่าเป็นลูกอกตัญญูแล้วหรือไง”

“ผมกำลังแสดงความกตัญญูเป็นครั้งสุดท้ายให้ป๋า ป๋าต้องเรียนรู้ว่าธุรกิจจากกลโกงเป็นบาป ที่จะย้อนมาทำร้ายป๋าเอง เหมือนที่ผมกำลังเจอ และคงเป็นทางเดียวที่ผมจะแก้ตัวต่อครอบครัวคุณ ลดความผิดบาปในใจผม”

พิแสงพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อว่าความคิดแบบนี้จะออกจากปากอดีตกัปตัน

ด้านแสงสุดา...ไม่สบายใจ พิสุทธิ์บอกให้เห็นแก่ความสุขของลูกเป็นสำคัญ แสงสุดายิ้มรับแล้วผลุนผลันออกจากบ้าน พิสุทธิ์ พิศา รวมทั้งกนธีที่มานั่งเป็นเพื่อนวิ่งตาม กลัวพิทยางานเข้า

ฝ่ายพิทยายังไม่รู้ตัว เล่าเรื่องเขมมิกจริงจังเรื่องโครงการของยูเอฟมาก ไม่อยากเห็นคนโดนเอาเปรียบ หญิงสาวระดมกำลังหาข้อมูลเพื่อให้ความช่วยเหลือ พิแสงตะลึง แปลกใจที่พิทยารู้ทุกอย่าง อดีตกัปตันเปรยยิ้มๆ

“คนของยูเอฟให้ข้อมูลผม ผมอยากให้ความตั้งใจของเขมเป็นจริง เผื่ออนาคตต้องเป็นนายแม่ฟาร์มหมูที่นั่น”

“ตลกแล้ว...เขมมิกจะไปเลี้ยงหมูที่พัทลุงได้ยังไง ในเมื่อ...”

“เขมรักคุณครับคุณใหญ่ เธอไม่เหลือความรักให้ผมเลยแม้สักนิด”

พิแสงนิ่งงันตัวชา เวลาเดียวกัน...พิสิณียืนมองสามีจากระเบียงห้อง พิทยาหันไปดูตามสัญชาตญาณ เธอหลบไม่ทัน ได้แต่ยืนมองด้วยความช้ำใจแต่ไม่โกรธ พิทยารู้สึกผิดเกินกว่าจะขึ้นไปหา ตั้งท่าจะออกไป ทันใดนั้น... แสงสุดาออกมาห้าม ประกาศกร้าวไม่ให้ลูกเขยออกจากบ้าน ทุกคนเงียบกริบ ลุ้นสุดใจว่าเธอจะทำอะไร

“สิ่งที่เธอทำ มันไม่ได้ช่วยฉันและครอบครัวรู้สึก ดีขึ้น”

“คุณแม่อยากให้ผมทำอะไรเพื่อชดใช้ ผมเต็มใจทำทุกอย่าง ขอแค่บอก”

“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง เธอทำให้สายการบินฉันเสียเครดิต เธอต้องช่วยพวกเรากู้มันกลับมา นั่นคือการชดใช้ให้ตรงจุด ไม่ใช่มาขอหย่าแล้วหนีไปต่างประเทศ ฉันไม่ให้ไป!”

ทุกคนอ้าปากค้าง เบิกตาโพลงกับสิ่งที่ได้ยิน แสงสุดาถอนหายใจยาว มีอีกเรื่องที่ต้องเคลียร์

“และเรื่องใหญ่กว่านี้ ฉันยิ่งยอมไม่ได้ก็คือ...ยายสิณีรักเธอมาก พร้อมจะให้อภัยตั้งแต่เกิดเรื่องเพราะเชื่อในตัวเธอ เธอยังอยากมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้ชายโชคดีที่สุดในโลกอยู่ไหม”

พิทยาอึ้งหนัก ไม่คิดว่าแม่ยายจะให้โอกาส พิสุทธิ์พอจะเข้าใจความรู้สึก กล่อมเสียงอ่อน

“การให้อภัยจากพวกเราคงไม่มีประโยชน์ ถ้าเธอไม่ให้อภัยตัวเองเสียก่อนนะตาพีท”

พิทยายอมรับ พิสิณียิ้มให้อย่างอ่อนโยน เช่นเดียวกับคนอื่นในบ้าน...ต่อไปนี้ครอบครัวจะสงบสุขจริงๆสักที

ooooooo

เรื่องพิทยาได้รับการอภัยถึงหูเนตรนิภาไม่นานจากนั้น รีบส่งข้อความไปหาเขมมิก อดีตแอร์สาวดีใจกับครอบครัวพิแสง ได้เริ่มชีวิตใหม่ เหมือนกับตัวเธอมีงานใหม่เป็นพนักงานประจำเครื่องส่วนตัวของราชวงศ์ตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ขนิษฐายังได้รับการรักษาตัวกับแพทย์มือหนึ่ง น่าจะหายในเร็ววัน ส่วนเรื่องคดีก็คืบหน้า เธอกับแม่จะได้รับเงินชดเชยที่ทำให้อยู่สบายไปทั้งชาติ สำหรับเรื่องพิแสง เธอฝากเนตรนิภาอวยพรให้เจอคนดีๆ เนตรนิภาไม่รับปาก สงสารเพื่อนมากเพราะเชื่อว่าเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ...อีกนานแค่ไหนจะลืมได้

ฝั่งพิแสงก็ร้อนรนเพราะความคิดถึงเขมมิกไม่ต่างกัน ตั้งท่าอาละวาดทำลายข้าวของระบายอารมณ์ กนธีวิ่งหน้าตื่นมาบอกให้กลับฟาร์มเพราะมีปัญหาต้องเคลียร์เรื่องคน พิแสงตัดสินใจเดินทางเช้าวันรุ่งขึ้น แสง–สุดากับพิสุทธิ์ขอตามไปด้วย พิแสงสั่งเสียพิสิณีกับพิศาให้ดูแลกันและกันดีๆ สองสาวรับปากเป็นมั่นเหมาะ

“สิณีจะหักเงินเดือนหนึ่งพันสำหรับการวีนในออฟฟิศหนึ่งครั้ง”

“งั้นพี่ว่าเงินเดือนคงไม่เหลือพอใช้ คงแบมือขอเงินพ่อแม่เหมือนเดิม” พิแสงเย้ายิ้มๆ

“โอ๊ย...พี่ใหญ่อะ อย่ารู้ทันสิ อารมณ์เสียมาก!” พิศากระเง้ากระงอด

พิแสงเดินตามพ่อแม่และกนธีขึ้นรถ...ถึงเวลากลับสู่โลกของความเป็นจริงสักที...

บ่ายวันเดียวกันที่ฟาร์มเพื่อนเกษตร...อนงค์นั่งซึมอยู่กับชมพู่ คิดถึงวาศิณีที่ออกจากบ้านไม่ยอมส่งข่าว ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าวาศิณียืนคุยกับกนธีและ

ปริญญ์ที่รีสอร์ท ขอบคุณที่เป็นที่พึ่งให้ยามไม่มีใคร ปริญญ์พยายามถามความจริงเรื่องวางยาหมู วาศิณีไม่ยอมปริปาก กนธีตัดบท บอกว่าให้พิแสงเป็นคนจัดการ เพราะตอนนี้กลับมาจากกรุงเทพฯแล้ว และให้มาพาเลขาสาวไปเคลียร์เรื่องทั้งหมด วาศิณีหน้าเสีย กลัวจะโดนทำโทษและไล่ออกจากฟาร์ม

วาศิณีมาถึงฟาร์มชั่วโมงถัดมา เห็นอนงค์ยืนหน้าซีดเผือดท่ามกลางสมาชิกครอบครัวพิแสง นายหัวหนุ่มรู้เรื่องข้อสงสัยและคำซัดทอดของคนงานว่าแม่บ้านเก่าแก่เป็นคนบงการ แต่ไม่อยากเชื่อ อนงค์ตัดสินใจสารภาพ ทั้งเรื่องวางยาหมูและยักยอกเงินค่ากับข้าวคนงาน ทุกคนมองมาด้วยสายตาผิดหวัง อนงค์ไม่สะทกสะท้าน

“อนงค์ทำทุกอย่างให้นายหัวยอมรับน้ำหวาน ไม่สนว่าใครจะมองอย่างดูถูก หรือน้ำหวานจะชอบหรือไม่ เพราะอนงค์อยากเป็นแม่ยายนายหัว อนงค์เบื่อความลำบากและน่าจะได้เป็นนายแม่ใหญ่ที่นี่ ไม่ใช่แค่หัวหน้าแม่บ้าน”

แสงสุดาพยายามอ่านความรู้สึก แต่ไม่พบอะไรนอกจากความน้อยเนื้อต่ำใจ พิสุทธิ์เห็นใจมาก แต่ไม่อยากพูดถึงอดีตให้เจ็บช้ำกว่าเดิม อนงค์มองหน้าพิสุทธิ์ ขอความเห็นใจ

“ถ้าอนงค์ไม่แต่งงานกับพ่อน้ำหวาน อนงค์จะยังได้หัวใจคุณอยู่ไหมคะ”

“ฉันยืนยันว่ารักเธอเหมือนน้องสาว ส่วนคุณ

แสงสุดาเหมือนดอกฟ้า ที่ฉันต้องพิสูจน์ตัวเพื่อมัดใจเธอ ฉันยอมทุกอย่างให้ได้เธอมา ไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือ ยอมแม้กระทั่ง...ทิ้งความคาดหวังของคุณพ่อ”

พิสุทธิ์มองแสงสุดาด้วยสายตารักและเทิดทูนสุดหัวใจ อนงค์ทรุดตัวกับพื้น ร้องไห้โฮด้วยความสิ้นหวัง

“คนเราจะไม่พลาดถ้ามีสติ เธอเคยพลาดแล้วเพราะอยากประชดผัวฉัน แถมยังทำผิดอีกนับไม่ถ้วนเพราะใจแค้น ลองคิดทบทวนโดยไม่เข้าข้างตัวเอง จะรู้ว่าลำบากเพราะเธอเลือกเอง ใครก็บังคับเธอเลือกไม่ได้ ถ้าเธอไม่ยอม”

“เวรกรรมเลยตกอยู่กับน้ำหวาน ต้องถูกผู้ชายเฮงซวยดีแต่ปากหลอก เหมือนอย่างที่แม่เจอ แม่ขอโทษนะลูก”

วาศิณีกอดแม่แน่น ทุกคนสะเทือนใจ โดยเฉพาะแสงสุดา พิแสงมึนตึ๊บ คิดว่าต้องตัดสินใจบางอย่าง ปรึกษาพ่อกับแม่ว่าจะจัดการอย่างไรดี แสงสุดาถอนใจยาว พูดถึงอนงค์ด้วยความสงสารและเห็นใจเป็นครั้งแรก

“ผู้หญิงเราน่ะ ถ้าเรื่องหัวใจไม่โอเค ชีวิตทั้งชีวิตก็ไม่โอเค ยิ่งเป็นผู้หญิงที่คิดว่าต้องพึ่งพาผัว ยิ่งไปกันใหญ่ ไม่ทำอะไรนอกจากหาผัวในอุดมคติ ถ้าตัวเองหมดโอกาส ก็โยนความคาดหวังนี้ให้ลูกหลาน”

“จำที่พ่อเคยพูดได้ไหมตาใหญ่ คนเราทำผิดพลาดกันได้ ถ้าสำนึกผิดก็ควรได้รับโอกาสแก้ตัวและแก้ไขสิ่งผิด”

พิแสงคิดหนัก อยากลงโทษให้หลาบจำ แต่ไม่อยากหักหาญน้ำใจ เพราะแค่นี้...สองแม่ลูกก็ช้ำใจมากพอแล้ว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:10 น.