ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

แผนร้ายพ่ายรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พิแสงไปหาปริญญ์ที่บ้านพัก ห้ามไม่ให้ลาออกหรือย้ายไปทำงานที่อื่น ขอโทษและบอกว่าจะไม่ขายฟาร์ม ปริญญ์ยินดีมาก พิแสงสบายใจขึ้น รีบถามถึงเขมมิก ปริญญ์บอกว่าสายไปเพราะเธอกลับกรุงเทพฯไปแล้ว

พิแสงรีบกลับบ้าน ตะโกนเรียกชมพู่ให้จองตั๋วเครื่องบิน ส่วนหลอดกับเสริมให้เตรียมออกรถ สามซ่าประจำฟาร์มเชิดใส่ ยังงอนเจ้านายที่ไล่ออก พิแสงรู้ตัว ขอโทษเสียงอ่อน

“ฉันขอโทษที่พูดไม่ดี เอาแต่อารมณ์ หูหนวกตาบอดไม่ฟังใคร ฉันจะไม่ขายที่นี่และไม่ทำสัญญากับใครแล้ว”

สามคนงานกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ชมพู่ปรับสีหน้าเป็นขรึมลง รายงานเรื่องสายการบินพีบูติกแอร์ไลน์เป็นข่าวใหญ่ โดนระงับบินเพราะค้างค่าน้ำมันและเสิร์ฟอาหารเป็นพิษ พิแสงหน้าซีด เร่งให้จองตั๋วสายการบินอื่นเพื่อมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ...ท่าทางจะงานเข้ามากกว่าที่คิด

ด้านครอบครัวพิสุทธิ์...ประชุมเคร่งเครียดที่สำนักงานใหญ่ เรื่องสายการบินโดนระงับบินชั่วคราว พิสุทธิ์จัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้สายการบินทำการเหมือนเดิมเร็วที่สุด แสงสุดาเซ็งจัด เปรยเสียงแผ่วกลางที่ประชุม

“ตอนนี้เครดิตเราติดลบ ไม่รู้นานแค่ไหนจะสร้างความเชื่อมั่นได้เหมือนเดิม ตาใหญ่อาจช่วยได้ นี่รู้เรื่องหรือยัง”

พิศาบอกว่าพี่ชายเพิ่งโทร.บอกว่ากำลังขึ้นมา พิสิณีมองหน้าทุกคนด้วยความรู้สึกผิด พูดเสียงเรียบแต่จริงจัง

“หนูขอโทษค่ะ ที่ไม่ได้เอะใจอะไรเลย ทั้งๆที่อยู่ใกล้พีทมาก”

“ไม่สิณี เราไม่ใช่คนผิด ไม่ต้องรับ และไม่ต้องรู้สึกผิด” แสงสุดาปลอบเสียงอ่อน

“หนูทำดีที่สุดแล้วลูก หนูเข้มแข็งและมีสติได้ขนาดนี้ พ่อไม่ต้องการอะไรแล้ว”

พิสิณีตื้นตัน เสนอให้พ่อเคลียร์กับเจ้าสัวอเนก เพราะสงสัยว่าพิทยาก่อการขนาดนี้ได้ต้องมีคนชักใย ธรรมศักดิ์อาสาติดต่อเจ้าสัวยูเอฟ ทุกคนมองหน้ากันเครียดๆ... หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยเร็วที่สุด

ฝั่งพิแสงมาถึงกรุงเทพฯ มุ่งหน้าหาเขมมิกที่บ้านขนิษฐา อยากพบและปรับความเข้าใจ แต่ต้องยืนตะลึงเมื่อไม่มีใครอยู่บ้าน แถมมีป้ายให้เช่าห้อยไว้...หรือว่าเขาจะมาช้าไป เขากลับมาบ้านด้วยความเซ็ง นึกเสียใจที่ไม่ยอมฟัง เมื่อครั้งเธอพยายามอธิบายเรื่องพิทยาวางแผนล้มสายการบิน พิสิณีผ่านมาเห็น เดินยิ้มมาหาทั้งที่แววตาเศร้าหมองเหมือนคนตรอมใจ พยายามชงกาแฟเอาใจ พิแสงดูออกว่าน้องสาวอาการหนัก ตั้งท่าจะปลอบแต่เธอไม่ยอม

“ที่ผ่านมาสิณีมัวแต่ดูแลคนอื่น ให้สิณีดูแลพี่ใหญ่บ้างเถอะนะคะ”

พิแสงอึ้งไป พิสิณีตั้งอกตั้งใจชงกาแฟทั้งที่ใจสั่น เปรยเสียงอ่อนแต่ฟังดูสะเทือนใจ

“สิณีสงสารคุณพ่อคุณแม่มาก ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายที่สุดทั้งที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ท่านเข้มแข็งมากเลยค่ะ มีสติและช่วยกันหาทางออก ไม่มีใครทำให้เสียกำลังใจ”

พิแสงสงสารน้องจับใจ เข้าไปจับมือและบอกให้ดูแลตัวเองเสียก่อน

“คุณพ่อบอกพี่ว่าสิณีเข้มแข็งมาก ไม่มีใครเห็นสิณีร้องไห้เลย”

“พี่ใหญ่เคยบอกสิณีว่า ถ้าพี่ใหญ่ไม่อยู่ ให้สิณีเข้มแข็ง เป็นที่พึ่งของน้อง เป็นผู้ช่วยคุณพ่อคุณแม่”

“ร้องไห้ออกมาเถอะ ที่นี่บ้านของเรา ร้องไห้ได้โดยไม่ต้องอายใครและไม่ต้องกลัวใครซ้ำเติม เราเข้มแข็งก็ไม่ได้แปลว่าให้หลอกตัวเอง ถ้าเจ็บก็คือเจ็บ ร้องไห้เพราะเสียใจ ไม่ใช่เพราะเราอ่อนแอ”

พิสิณีทรุดลงกับพื้น ร้องไห้ปิ่มว่าใจจะขาด พิแสงคุกเข่าลงนั่งข้างนอก กอดปลอบด้วยความเห็นใจ พิสุทธิ์ แสงสุดาและพิศาแอบมองจากอีกมุม ยืนกุมมือกันด้วยความเศร้าใจ...สงสารพิสิณีเหลือเกิน

พิแสงส่งพิสิณีเข้านอน พิสุทธิ์มาดักรอ ขอบใจลูกชายที่มาช่วย พิแสงส่ายหน้าน้อยๆ

“ผมมัวแต่หมกมุ่นปัญหาตัวเองจนไม่สนใจเรื่องของครอบครัว ทั้งที่ผมเป็นพี่คนโต ผมควรดูแลน้องได้ดีกว่านี้”

“แกก็กำลังทำอยู่ อีกคนหนึ่งที่พ่อต้องขอบคุณคือเขมมิก”

พิแสงเข้าใจว่าเขมมิกทำเพื่อแก้ตัว พิสุทธิ์เห็นด้วยแต่อยากให้ลองพิจารณาใหม่

“ตาใหญ่...คนเราทำผิดพลาดกันได้ ถ้าสำนึกและไม่ทำผิดซ้ำ ก็ควรจะได้รับการให้อภัย”

“ไม่รู้สิครับ ตอนนี้ผมเหมือนถูกตีหัวจนมึนงง สับสนไปหมดแล้ว”

“งั้นก็ให้เวลาตัวเองสักพัก ทำใจให้ปราศจากอคติ แล้วลองมองเขมมิกอีกครั้ง”

พิแสงอึ้งไปอึดใจ พิสุทธิ์ตบบ่าเบาๆให้กำลังใจและไล่ไปนอน พรุ่งนี้ยังมีอีกหลายอย่างให้ช่วยกันแก้ไข สองพ่อลูกมองหน้ากันด้วยความเข้าใจ...ต่อจากนี้ครอบครัวจะร่วมมือกันแก้ปัญหาให้จบโดยเร็วที่สุด

ooooooo

เนตรนิภาคุยแชทมือถือกับเขมมิกที่พาแม่ไปรักษาที่อเมริกาและสู้คดีของพ่อ รายงานเรื่องครอบครัวพิแสงเจอวิกฤติหนัก เขมมิกยังอาลัยนายหัวหนุ่ม อยากช่วยแต่ไม่กล้า กลัวตัดใจไม่ได้ ตัดบทเล่าเรื่องตัวเองว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี อาจหางานใหม่และไม่กลับเมืองไทยอีกเลย เนตรนิภาเอาใจช่วย...หวังว่าทุกอย่างคงเรียบร้อยจริงๆ

ฝั่งเขมมิก...หลังคุยสัพเพเหระกับเพื่อน หันมาดูแลแม่ให้พักผ่อนเตรียมรักษา คิดถึงพิแสงจับใจเพราะยังห่วง เดินไปเปิดกระเป๋าเดินทาง หยิบโบผูกผมเจ้าปัญหา สิ่งยึดเหนี่ยวชิ้นเดียวระหว่างเธอกับพิแสง ตัดใจโยนทิ้งชักโครก ตั้งใจจะเริ่มต้นใหม่และไม่นึกถึงเรื่องเก่าๆอีกแล้ว...

ฟากพิแสงเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการกราบขอโทษแสงสุดาสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา

“ขอบคุณนะครับ สำหรับความปรารถนาดีที่คุณแม่มีให้เสมอ ผมขอโทษถ้าเคยทำให้คุณแม่ต้องเสียใจ”

“แม่ต่างหากที่ต้องขอโทษ แม่ไม่เคยฟังลูกไม่เคยเข้าใจลูก บังคับให้ทำสิ่งที่ต้องการ กลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิด ต่อไปนี้แม่สัญญาว่าจะไม่บังคับใจลูกอีก ลูกอยากทำอะไร แม่จะไฟเขียวและไม่ค้าน ขอแค่ลูกมีความสุข เท่านั้น”

พิแสงซึ้งใจ ทันใดนั้น...พิศาวิ่งหน้าตื่นให้ไปดูพิสิณี สองแม่ลูกก้าวพรวดถึงหน้าห้อง เคาะประตูเรียกเสียงดัง พิสุทธิ์ได้ยินเสียงเอะอะจึงวิ่งมาดู จังหวะเดียวกัน... พิสิณีเดินมาจากห้องครัว บอกว่ากำลังเตรียมอาหารเช้า พิศาแก้ตัวอ่อยๆว่าพยายามบอกแต่ไม่มีคนฟัง พิสิณีเห็นท่าไม่ดี เปรยเสียงอ่อน

“คนอื่นทำร้ายสิณีมาพอแล้ว ไม่มีทางที่สิณีจะทำร้ายตัวเองค่ะ”

“แบบนี้สิลูกแม่ เด็ดขาด เข้มแข็ง ล้มแล้วลุกเองได้ ไม่ต้องรอนาน”

พิสุทธิ์กับแสงสุดาปลื้มที่ลูกสาวเข้มแข็ง เข้าไปกอดปลอบพะเน้าพะนอ พิศามองตามอึ้งๆ น้อยใจที่โดนแย่งความสนใจ พิแสงสังเกตเห็น ตามไปคุยด้วยหลังลับร่างพ่อแม่และพิสิณี พิศามองหน้าพี่ชายน้ำตาซึม

“น้องเล็กรู้สึกไม่มีตัวตน ไม่มีใครเห็นความสำคัญ ไม่มีคุณค่า เป็นผู้หญิงที่โลกลืม”

“ไม่มีใครทำให้น้องเล็กรู้สึกอย่างนั้นได้ นอกจากตัวน้องเล็กเอง”

พิแสงส่ายหน้าน้อยๆ เข้าใจตัวตนของพิศา บอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนเอาใจพิสิณี

“สิณีเหมือนน้ำ แต่น้องเล็กเหมือนไฟ ตั้งแต่เด็กๆ สิณีคิดถึงความรู้สึกของทุกคนก่อนตัวเองเสมอ ยอมให้พี่กับน้องเลือกของเล่นก่อน แล้วแต่พี่กับน้องเล็กทุกครั้ง ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากใคร แต่จะเป็นคนแรกที่ยื่นมือให้กับทุกคน”

“แต่น้องเล็กชอบเอาแต่ใจ ชอบเรียกร้องความสำคัญ มีแต่จะเอาไม่คิดจะให้ใครก่อน...ใช่ไหมคะ”

พิแสงพยักหน้า พิศาฮึดฮัดที่พี่ชายไม่รักษาน้ำใจ พิแสงยิ้มน้อยๆ อธิบายเสียงอ่อน

“พี่ไม่อยากยื่นน้ำหวานใส่ยาพิษให้น้องเล็ก ถ้าอยากหายจากนิสัยที่ทำให้คุณค่าตัวเองลดลง ก็ต้องยอมกินน้ำหมักสมุนไพรที่หน้าตาแย่พอๆกับรสชาติ แต่รักษาเราได้จริง อยากให้คนอื่นรู้สึกกับเรายังไง ก็จงปฏิบัติอย่างนั้นกับเขา”

พิศาไม่รับปากแต่จะลองพยายามให้ดีที่สุด พิแสงยกมือขยี้ศีรษะน้องเบาๆด้วยความเอ็นดู ดีใจที่เธอเริ่มคิดได้

ฝ่ายเขมมิกยังตัดใจจากพิแสงไม่ได้ ร้องไห้ฟูมฟายจนขนิษฐากลุ้มหนัก พยายามปลอบแต่ไม่ค่อยได้เรื่อง

“ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์จริงๆ แม่ล่ะอยากเจอคุณพิแสงอะไรนี่จริงๆเลย อยากถามนักว่าแอบทำเสน่ห์ใส่ลูกแม่หรือเปล่าถึงได้ปักอกปักใจลืมยากขนาดนี้ ต่างกับตอนตาพีท ที่ลืมได้เร็ว”

เขมมิกร้องไห้หนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินชื่อพิแสง ตัดพ้อแม่งอนๆ

“แค่นี้หัวใจเขมก็ละลายแล้ว ไม่ต้องทำเสน่ห์หรอก แม่พูดถึงเขาอีกทำไม เขมเกือบหยุดร้องไห้แล้วเชียว”

จังหวะเดียวกัน...ลุทซ์แวะมาหา งงที่เห็นเขมมิกร้องไห้ แจ้งข่าวดีว่ามีประกาศรับสมัครลูกเรือประจำเครื่องบินของเชื้อพระวงศ์ในตะวันออกกลาง เขมมิกตื่นเต้นจนลืมเสียใจ คว้ารายละเอียดมาอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ ขนิษฐากับลุทซ์มองด้วยความโล่งใจและเอ็นดู...อย่างน้อยก็มีอะไรให้ทำแก้เซ็ง

ooooooo

ชมพู่เม้าท์กระจายเรื่องวาศิณีโดนต่อลาภทิ้ง ปริญญ์ผ่านมาได้ยิน เดินเลี่ยงออกไปด้วยความเป็นห่วงเลขาสาว ส่วนเจ้าของเรื่องไม่รู้ว่ากำลังกลายเป็นขี้ปากคนทั้งฟาร์ม นอนแน่นิ่งบนเตียงด้วยความตรอมใจ อนงค์กลัวลูกเสียคะแนน ต่อว่าเสียงเขียวให้ไปช่วยดูแลฟาร์มแทนนายหัว

“ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายแม่ที่นี่มากไปกว่าแก พอแต่งงานกับนายหัว ทีนี้...นังแสงสุดาคงไม่กล้าดูถูกฉันกับแกอีก แกต้องเชื่อแม่นะน้ำหวาน แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน ผู้ชายอย่างไอ้ต่อลาภ มันกะล่อน”

“เลิกหลอกตัวเองซะทีได้ไหมแม่ นายหัวไม่ได้รักหนู เขาไม่มีทางทำอย่างที่แม่ต้องการ”

“แล้วไอ้ต่อลาภมันรักแกหรือไง ถ้ามันรักจะเฉดหัวแกทิ้งเหมือนหมูเหมือนหมาอย่างนี้หรือ”

“แต่ไอ้ที่แม่พยายามทำ หนูก็ถูกมองเป็นหมู

เป็นหมาเหมือนกัน เลิกใช้หนูเป็นเครื่องบำบัดจิตเสียที หนูถูกไอ้ต่อลาภทำร้ายพอแล้ว แม่อย่าทำร้ายหนูอีกได้ไหม หนูทนไม่ไหวแล้ว ได้ยินไหมว่าไม่ไหวแล้ว!”

วาศิณีร้องกรี๊ดและวิ่งออกจากบ้าน อนงค์ตามไปเอาเรื่อง เจอกับปริญญ์ระหว่างทาง สองคนไล่ตามวาศิณีจนถึงโรงครัว ชมพู่ยังเม้าท์แตกไม่เลิก ทุกคน

มองตามเลขาสาวตาค้าง เดาว่าร้องไห้เสียใจเรื่องต่อลาภ วิ่งตามปริญญ์กับอนงค์ไปสังเกตการณ์จนถึงถนนหน้าฟาร์ม วาศิณีตัดสินใจพุ่งไปขวางรถ ปริญญ์ตามไปคว้าตัวเข้าข้างทางได้อย่างหวุดหวิด อนงค์ใจหายใจคว่ำ ตบหน้าลูกสาวฉาดใหญ่ ปริญญ์กับเหล่าคนงานอ้าปากค้าง วาศิณียกมือกุมหน้าตาปรอย ต่อว่าแม่เสียงสั่นเครือ

“หนูไม่อยากอยู่แล้ว อยู่ไปก็ถูกแม่บังคับ ไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง ตายไปซะยังดีกว่า เกิดมาทำไมไม่รู้ ไม่เคยทำให้แม่ภูมิใจ เหมือนพ่อไม่มีผิด คำก็โง่ สองคำก็ไม่มีสมอง ทำอะไรไม่เคยสำเร็จ จำได้ไหมว่าแม่เคยพูดแบบนี้”

“ฉันประชดไม่รู้หรือไง แต่ฉันหวังดี อยากให้แกสบาย มีชีวิตที่ดี”

“แม่ทำเพื่อตัวเอง พ่อกับหนูคือความผิดพลาด ไม่อย่างนั้นแม่คงได้ทำตามฝัน ได้เป็นนายแม่ของฟาร์มสักแห่ง พ่อตายไปแล้ว เหลือแต่หนูที่อยู่ตอกย้ำความผิดพลาดของแม่ ถ้าไม่ให้หนูตาย แม่ก็ฆ่าหนูซะ แม่จะได้เป็นอิสระ”

วาศิณีจับมือแม่ทุบตีตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ปริญญ์ค่อยๆดึงตัวมากอดปลอบ อนงค์มองสภาพน่าเวทนาของลูกสาวด้วยความสะเทือนใจ เสียใจเพราะแผนที่เคยวางไว้พังไม่เป็นท่า!

เวลาเดียวกันครอบครัวพิแสง ยกเว้นพิสิณีกับพิศา นัดเจอเจ้าสัวอเนกเจ้าของยูเอฟในภัตตาคารจีนหรู เพื่อเคลียร์เรื่องพิทยา แสงสุดาเป็นฝ่ายเปิดฉากตามประสาคนใจร้อน

“พวกเรามาพบเจ้าสัวเพื่อพูดคุยตกลงทำความเข้าใจ แต่ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน”

“น่าเสียดาย อาหารที่นี่อร่อยติดอันดับของประเทศ ผมเป็นคนเลือกวัตถุดิบเข้าร้านเอง ไม่ชิมถือว่าไม่ให้เกียรติ”

“จะอาหารเหลาหรือก๋วยเตี๋ยวข้างทาง ก็ทำหน้าที่เดียวกันคือเลี้ยงร่างกาย จะเอาเข้าหรือออกก็ทางเดียวกัน”

พิแสงออกรับแทนแม่ แกล้งพูดกระทบเสียงเข้ม เจ้าสัวชักสีหน้า โดนชายหนุ่มรุ่นลูกลูบคม แต่กลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม แกล้งชมว่าน่าจะเป็นนักบริหารที่ดี ไม่สมควรหมกตัวที่ฟาร์มหมู พิแสงไม่หวั่น ตอกกลับเสียงเรียบ

“ผมทำธุรกิจไม่ได้หรอกครับ ใจร้อน เจอใครเล่นสกปรก กลัวจะวิ่งไปต่อยปากเขาเปล่าๆ อยู่กับหมูน่ะดีแล้ว ถึงใครจะชอบคิดว่าหมูสกปรกแต่ก็แค่กลิ่น ความจริงหัวใจมันเนี่ย...สะอาดกว่าคนบางคนเยอะ”

เจ้าสัวอึ้ง พยายามยิ้มกว้างเพื่อรักษาบรรยากาศ พิสุทธิ์เกรงว่าจะไปกันใหญ่ ตัดบทถามถึงความจริงเกี่ยวกับพิทยา เจ้าสัวอเนกไม่ยอมตอบคำถาม ได้แต่ยิ้มน้อยๆ

ด้วยความกระหยิ่มใจ คิดว่าเอาอยู่ สามคนพ่อแม่ลูกมองหน้ากันเครียดๆ...ไม่รู้เจ้าสัวจะมาไม้ไหน

เช้าวันรุ่งขึ้น...คำตอบก็มาถึงบ้าน เจ้าสัวอเนกเล่นเกมกลับด้วยการเปิดแถลงข่าวใหญ่ออกทีวี กล่าวหาเป็นนัยว่าโดนพีบูติกแอร์ไลน์ข่มขู่ แสงสุดาทำท่าจะเป็นลม ธรรมศักดิ์บอกว่าคงเอาผิดเจ้าสัวและพิทยายากเพราะไม่มีหลักฐานชัดเจน แสงสุดาหงุดหงิดมาก ประกาศกร้าวรับสารท้า

“ถ้ากฎหมายลงโทษไม่ได้ ก็ให้สังคมตัดสิน สังคมต้องรู้ข้อมูลสองด้าน ฉันจะแถลงข่าวสู้ และเปิดคลิปตาพีท!”

พิสิณีทนนั่งฟังต่อไปไม่ไหว โพล่งขึ้นกลางวงว่ายังเชื่อใจสามีว่าเนื้อแท้เป็นคนจิตใจดี

“อย่าทำแบบนั้นเลยค่ะ พีทกลายเป็นเหยื่อของเจ้าสัวไปแล้ว อย่าให้เขาต้องตกเป็นจำเลยสังคมอีกเลย”

ทุกคนพูดไม่ออก พิสิณีนิ่งไปอึดใจและตัดสินใจพูดเรื่องที่คิด

“เราแถลงข่าวเอาความจริงมาเปิดเผย สื่อก็จะคุ้ยทุกอย่างมาตีแผ่ คนที่น่าสงสารสุดคือพีท ที่รู้ว่าคนที่รักเขามากที่สุด จริงใจกับเขามากสุดไม่ใช่ครอบครัวเจ้าสัว แต่ไม่มีใครเลยต่างหาก”

ทุกคนเงียบกริบ พิแสงเข้าใจหัวอกน้องสาวแต่ไม่อาจปล่อยคนผิดลอยนวลได้

“ไม่ได้หรอกสิณี พี่เข้าใจว่าเราสงสาร แต่เรื่องนี้ต้องถูกสะสางเพื่อความยุติธรรมของทุกฝ่าย แม้จะต้องเจ็บปวดกันหมดก็ตาม ใครทำอะไรไว้ ย่อมได้รับผลของมัน เราจะปล่อยให้ความสงสารอยู่เหนือความถูกต้องไม่ได้”

พิสิณีพูดไม่ออก พิแสงจำต้องใจแข็ง ขออนุญาตพ่อแม่จัดการเรื่องเจ้าสัวอเนกด้วยวิธีของตัวเอง พิสุทธิ์กับแสงสุดาชั่งใจ แต่คิดว่าคงไม่มีทางดีกว่านี้ พิสิณีทรุดลงนั่งช้าๆ เสียใจที่ไม่สามารถช่วยสามีตัวเองได้เลย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ

เสน่ห์เหลือล้น “บัว นลินทิพย์” มีผลงานออนแอร์ 5 วันรวด! แฟนๆ ถูกใจ
21 มิ.ย 2564

02:50 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2564 เวลา 13:19 น.