ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้มหากาฬ

SHARE
ตอนที่ 21

ขณะที่ฤทธิ์เตรียมใช้อาวุธพิเศษของตน อัศวินเองก็ไม่น้อยหน้าใช้ปืนไฟฟ้าที่ฉกมาจากบริษัทบลู-ฟินิกซ์กราดยิงใส่ พวกฤทธิ์ราวกับปืนกล ลิซ่าอ้อมไปข้างหลังกระหน่ำยิงใส่หลังของมันหลายนัด แต่ก็โดนตอบโต้จนเธอกระเด็นไปอีกคน

ฤทธิ์บาดเจ็บแต่ยังแข็งใจยิงธนูซ้ำใส่อัศวินอีกดอก แต่หมอนั่นหูไวตาไวเหลือเกินหันมาคว้าลูกธนูเอาไว้ได้

“ไม่ได้ผลหรอกโทมัส แกฆ่ากรณ์ยังไง ฉันรู้วิธีหมดแล้ว”

อัศวิน ปาลูกธนูทิ้ง ฤทธิ์รีบคว้าลูกธนูดอกใหม่มาประทับเล็ง แต่ศัตรูตัวร้ายหายตัวมาตรงหน้าแล้วกระชากคันธนูจากมือเขาก่อนจะจับร่างทุ่ม กระเด็นไปไกลจนเกือบถึงบริเวณที่ลิซ่าหลบมุมอยู่

ไอริณกับณัฐชาเห็น ดังนั้นรีบประทับปืนยิงใส่อัศวินพร้อมกัน แต่เขาก็หายตัวมาโผล่ตรงหน้าสองสาวและใช้หลังมือตบไอริณจนสลบก่อนจะตะปบ คอณัฐชาแล้วเหวี่ยงเธอกระเด็นไปอีกทาง แถมมันยังตามมาล็อกตัวไม่ให้เธอได้ตั้งหลักเอาคืน ฤทธิ์เห็นแล้วใจคอไม่ดี เกรงแฟนสาวเป็นอันตรายถึงชีวิตจึงตะโกนลั่นออกไป

“พอได้แล้วอัศวิน ฉันยอมแพ้ น้ำตามัจจุราชแกก็ได้ไปแล้ว ฆ่าฉันแล้วปล่อยทุกคนไปเถอะ”

มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกคุณโทมัส ถึงจะมีน้ำตามัจจุราชแต่ก็ยังมีไวรัสพรายพิฆาตคอยเป็นก้างขวางคอฉันอยู่”

“แกจะเอายังไง”

“ฉันจะให้โอกาสคุณโทมัสได้สู้เป็นครั้งสุดท้าย ฉีดวัคซีนนั่นซะคุณโทมัส”

“อย่านะโทมัส” ณัฐชารีบห้าม

“หุบปาก!” อัศวินตวาดพร้อมกับบีบกระดูกต้นคอณัฐชาอย่างแรงจนเธอแผดร้องด้วยความเจ็บปวด “ว่าไงคุณโทมัส เอาตามนี้ ตกลงรึเปล่า”

ฤทธิ์ไม่ตอบแต่เหลือบไปมองหน้าลิซ่าเพื่อขอข้อมูล

“ถ้าฉีด...คุณจะมีเวลาแค่สามนาทีที่จะฆ่ามัน หลังจากนั้นคุณจะต้องตาย”

“สาม นาที” ฤทธิ์พึมพำอย่างใจหาย แต่เมื่อมองไปที่อัศวินซึ่งกำลังคุมตัวณัฐชาอยู่ เขาก็แบมือให้ลิซ่า ส่งวัคซีนมา “ส่งมาเร็ว ผมตัดสินใจแล้ว”

ลิซ่าหยิบเข็มฉีดยาที่บรรจุ วัคซีนส่งให้ ฤทธิ์รับมาและบอกอัศวินให้ปล่อยณัฐชา ทันทีที่อัศวินคลายมือออก ณัฐชาก็ทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง

“โทมัส คุณอย่าไปเชื่อมัน มันแค่อยากรู้ผลลัพธ์ของวัคซีน”

ฤทธิ์ ไม่ฟังณัฐชา บอกให้ลิซ่าจับเวลาให้ตนด้วย ลิซ่าพยักหน้ารับ ฤทธิ์ตัดสินใจปักเข็มฉีดยาตรงหัวใจตัวเองทันที วัคซีนแพร่กระจายไปตามเส้นเลือดและระบบประสาท ณัฐชาได้แต่ตะลึงตาค้าง ขณะที่ลิซ่ารีบกดปุ่มจับเวลาสามนาทีนับถอยหลัง ส่วนอัศวินเฝ้ามองอย่างสนใจ

ฤทธิ์หลับตาคำรามในคออย่างเจ็บปวดเพราะวัคซีนเริ่มทำงาน สักพักเขาลืมตาขึ้นแววตาเป็นสีเขียวเต็มพลัง

“ถ้าแกอยู่ได้เกินสามนาที ก็แปลว่าวัคซีนนั่นได้ผลกับมนุษย์”

ฤทธิ์ คำรามลั่นก่อนเดินดุ่มเข้าหาอัศวิน ขณะที่อัศวินเองก็เดินสวนเข้าหาฤทธิ์เช่นกัน ทั้งคู่ต่อสู้กันดุเดือด ส่วนลิซ่าก็คอยรายงานฤทธิ์ว่าเหลือเวลาอีกสองนาที

“ณัฐชาพาทุกคนหนีไป”

“แล้วคุณล่ะโทมัส”

“ไม่ต้องถามแล้ว ไป!”

ลิ ซ่ากับณัฐชารีบประคองไอริณที่บาดเจ็บเตรียมหนีแต่อัศวินหายตัวไปเล่นงานพวก เธออีก ฤทธิ์หายตัวมาขวางหน้าเช่นกัน ก่อนจะกระชากอัศวินเหวี่ยงออกไปชนถังน้ำมันล้มกลิ้ง น้ำมันในถังไหลนองพื้น

“พวก แกต้องอยู่ที่นี่” อัศวินแผดเสียงพร้อมกับกระชากสายไฟที่ผนังใกล้ตัวมาปาใส่พื้นจนเกิดประกายไฟ ทำให้เปลวไฟลามไปทั่วโกดังและขวางทางเข้าออกตรงประตู “ฮ่าๆๆ เหลือไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ แกคิดว่าแกจะทำอะไรฉันได้อีก นักสู้มหากาฬ”

แม้ รู้ว่าความหวังริบหรี่เต็มทีแต่ฤทธิ์ก็ยังพุ่งเข้ารัวหมัดชกต่อยอัศวิน ผ่านไปครู่เดียวก็โดนมันทำร้ายอย่างสุดโหด แต่เขายังฮึดสู้ในเฮือกสุดท้ายคว้าเศษกระจกจะแทงมัน แต่ไม่สำเร็จแถมยังถูกมันจับเหวี่ยงไปกระแทกผนังกระจกแตกกระจาย โดนบาดเลือดสีแดงไหลท่วมมือ

“เวลาหมดแล้ว” ลิซ่าให้สัญญาณว่าเวลาสามนาทีได้สิ้นสุดลง ณัฐชากับไอริณตะลึงมองฤทธิ์นอนแผ่หมดสภาพ ขณะที่ไวรัสก็เริ่มกลายพันธุ์กระจายไปทั่วร่าง เขาชาจนไม่มีแรงแม้แต่จะแสดงอาการเจ็บปวด รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะตาย

“วัคซีนไม่ได้ผลสิท่า ถ้าทายไม่ผิดตอนนี้ไวรัสคงเพิ่มประมาณเป็นสามเท่าและกระจายไปทั่วระบบประสาทของแก”

ฤทธิ์กัดฟันแข็งใจลุกขึ้นโงนเงน เลือดที่มือไหลโกรกหยดลงนองพื้น

“ฮ่าๆ ยังคิดจะสู้อีกเหรอโทมัส เวลาของแกหมด แล้ว”

“แก ก็เหมือนกัน” ฤทธิ์ขยับเบี่ยงตัวเหมือนเงื้อหมัด แต่แท้จริงเขากลับสะบัดเลือดที่ฝ่ามือออกไป เลือดนั้นสาดเข้าตาเข้าปากอัศวินเต็มๆ “ไวรัสสามเท่าอยู่ในเลือดของฉัน”

อัศวินหรือบารอนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ไวรัสแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของมันอย่างรวดเร็ว

“ไม่...ไม่ใช่ แบบนี้ มันต้องไม่เป็นแบบนี้” อัศวินแผดเสียงแล้วโผเข้าบีบคอฤทธิ์ด้วยความแค้น “ไอ้โง่ แกทำลายทุกอย่าง แกมันคือตัวหายนะ”

“แกต่างหาก...บารอน”

ขาดคำ ฤทธิ์ทุ่มร่างบารอนลงไปในกองเพลิง มันร้องโหยหวนทุรนทุรายพยายามหายตัววูบวาบหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ที่สุดก็ทรุดลงมอดไหม้ในกองเพลิงต่อหน้าต่อตาทุกคน แต่แล้วฤทธิ์ก็ทรุดลงหมดแรง สามสาวกรูเข้ามาด้วยความตกใจ

“โทมัส...คุณเป็นยังไงบ้าง”

“โทมัส...แข็งใจไว้ก่อนนะ”

ลิซ่าจับชีพจรฤทธิ์ก่อนจะบอกว่าเราต้องรีบพาเขาไปที่ห้องแล็บ พอรถของพวกเขาทะยานออกไปไม่นาน โกดังร้างก็ระเบิดตูมตามแทบไม่เหลือซาก!

ooooooo

พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าเป็นสัญญาณของวันใหม่มาเยือน...ลิซ่ากำลังขับรถอย่างเคร่งเครียด ไอริณนั่งข้างๆหันมาดูด้านหลังเป็นระยะ ฤทธิ์นอนหนุนตักณัฐชา แววตาของเขายามนี้ไม่มีประกายของนักสู้เหลืออีกแล้ว

“โทมัส คุณต้องไม่เป็นอะไรนะ คุณทำสำเร็จแล้ว แค่กลับไปให้ถึงบลูฟินิกซ์ ลิซ่าจะรักษาคุณเอง”

“ช่างมันเถอะณัฐชา ทุกอย่างมันจบแล้ว ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่พวกพรายพิฆาตที่เหลือก็ต้องกลับมาอีก”

“คุณจะตายแบบนี้ไม่ได้นะโทมัส คุณคือนักสู้มหากาฬไม่ใช่เหรอ ถ้าคุณตายแล้วใครจะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่าง ไหนคุณเคยบอกว่าจะเปลี่ยนโลกใบนี้เพื่อให้พ้นจากพรายพิฆาต คุณสัญญาแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ผมคงอยู่ไม่ถึงวันนั้น วันที่โลกนี้จะมีแต่สันติ วันที่พรายพิฆาตจะไม่มีข้ออ้างในการทำลายล้างอีกต่อไป ผมขอโทษด้วยนะณัฐชา ผมมาสุดทางแล้ว”

“คุณโทมัส ฉันจะแช่แข็งศพของคุณเอาไว้เพื่อรอจนกว่าจะมีทางรักษาไวรัสพรายพิฆาต คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

“ผมรู้ลิซ่า...รู้ว่าคุณจะต้องทำเพื่อผม คุณยังจำเรื่องพินัยกรรมได้รึเปล่า”

“นี่คุณทำจริงๆเหรอ”

“ที่หัวเตียงผม มันอยู่ในนั้น ผมฝากด้วย”

“ได้...ฉันจะจัดการให้”

“ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะไปแบบนี้จริงๆ ฉันคิดว่าคุณจะเป็นอมตะ จะอยู่ปกป้องทุกคนตลอดไป”

“ไม่มีใครเป็นแบบนั้นหรอกไอริณ ตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงตอนนี้ ผมเห็นความสูญเสียมามากพอแล้ว พอที่จะเชื่อว่าไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า...ณัฐชา จำที่ผมเคยพูดได้รึเปล่า ที่ผมเคยบอกคุณ ไม่ว่าใครก็เป็นนักสู้มหากาฬได้ทั้งนั้น”

“ขอแค่มีศรัทธากับความกล้า...”

“ผมเห็นเด็กหนุ่มมากมายที่มาแทนที่ผม พวกเขาไม่ได้มีพลังพิเศษ ไม่ได้เป็นอมตะ แต่พวกเขาพร้อมที่จะต่อสู้กับความชั่วร้าย คุณไม่ต้องกลัวนะณัฐชา ไม่ต้องกลัว”

ณัฐชาพยักหน้าทั้งน้ำตา ฤทธิ์ยิ้มให้เธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหลับตาลงสิ้นใจอย่างสงบ ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของสามสาว แต่พวกเธอยังไม่ยุติความหวัง ทันทีที่ถึงบลูฟินิกซ์ก็ส่งร่างเขาเข้าห้องแล็บให้ทีมแพทย์ ซึ่งลิซ่ากำชับว่าต้องรีบแช่แข็งเขาเดี๋ยวนี้

จากเช้าจดเย็น ทุกคนได้แต่เฝ้ารอ...รออย่างไร้ความหวัง ณัฐชาทำใจไม่ได้ เธอไม่พูดจากับใคร นั่งนิ่งเหมือนคนไร้วิญญาณ ขณะที่ลิซ่าก็แยกตัวเข้าห้องนอนฤทธิ์ ดูคลิปของเขาที่บันทึกไว้ล่วงหน้า

“สวัสดีลิซ่า ผมเดาว่าตอนที่คุณเปิดดูคลิปนี่เมื่อไหร่ ก็แปลว่าผมคงจากคุณไปแล้ว ก็อย่างที่ผมเคยบอก สักวันความตายมันต้องมาถึงโลกนี้ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ผมรู้ว่าการจากลามันเป็นเรื่องเศร้า แต่เชื่อผมเถอะลิซ่าไม่มีใครหายไปหรอก แม้แต่พรายพิฆาตก็ยังพูดเลยว่าทุกอย่างในโลกนี้เป็นแค่พลังงาน มันแค่เปลี่ยนรูปร่างไปเท่านั้นเอง ผมไม่ใช่นักปรัชญา ผมไม่รู้เรื่องนรกสวรรค์หรือพระเจ้าสักเท่าไหร่ แต่ผมรู้อย่างหนึ่งว่า ถ้าเราเป็นแค่พลังงานจริงๆ เราก็คงหมุนเวียนตายเกิดมาบนโลกนี้มานับครั้งไม่ถ้วน อาจเคยเป็นเพื่อน เป็นศัตรู หรือแม้แต่เคยเป็นคนคนเดียวกัน ที่ผมอยากบอกคุณ และอยากให้คุณบอกต่อกับทุกคนก็คือผมยังอยู่ ผมไม่ได้ไปไหน เพียงแต่ผมเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง ฟังดูโอเคขึ้นรึเปล่า เอาล่ะ ทีนี้ก็มาว่าเรื่องพินัยกรรม เริ่มจากส่วนของบริษัท”

ลิซ่าไม่ได้ดูไม่ได้ฟังแต่กำลังนั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียงอย่างเอาเป็นเอาตาย

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ไอริณต้องเดินทางกลับต่างประเทศ เธอบอกลาณัฐชากับลิซ่าพลางถามความเห็นจากลิซ่าว่าโทมัสจะกลับมาเมื่อไหร่

“อย่างน้อยก็จนกว่าเราจะพัฒนาวัคซีนได้สำเร็จ”

“แปลว่าคงอีกนาน...ดูแลตัวเองด้วยนะคะคุณลิซ่า เธอด้วยนะณัฐชา”

“แล้วเจอกัน...ไอริณ”

ไอริณยิ้มให้ณัฐชาก่อนเดินไปขึ้นรถ ลิซ่าเพิ่งนึกได้บอกณัฐชาว่าเมื่อวานตนดูพินัยกรรมของโทมัสแล้ว ถามว่าเธออยากดูหรือเปล่า

“แต่เขายังไม่ตายนะ” ณัฐชาเอ่ยอย่างมีความหวัง

“เขาเคยสั่งฉันว่าถ้ามีเหตุอันควรให้ดูได้เลย”

ณัฐชาทำใจไม่ได้ ตัดสินใจเดินทางหลบไปพักใจที่บ้านหลังเดิมที่เคยอยู่กับฤทธิ์หรือโทมัส หวนนึกถึงคืนวันเก่าๆด้วยความสะเทือนใจ อยากมีเขาอยู่ข้างๆเหมือนเคยแต่คงเป็นไปไม่ได้...แต่แล้วจู่ๆในค่ำคืนนี้เอง พรายพิฆาตในร่างใจทิพย์ก็ปรากฏตัวต่อหน้าเธอ

“ฉันรู้ว่ามันยากที่จะทำใจ แต่ใช่ว่าทุกเรื่องมันจะจบแบบแฮบปี้เอ็นดิ้งเหมือนกันหมด มันมีบางเรื่องที่แตกต่างเสมอ”

“นี่เธอมาปลอบฉัน?”

“ก็อยากเห็นกับตาว่าณัฐชาคนเก่งจะมีสภาพยังไงบ้าง”

“รู้ไหมว่าฉันอยากฆ่าเธอมากแค่ไหน ถ้าเธอจะช่วยโทมัสเธอก็ทำได้ แต่เธอไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาตาย”

“โทมัสเป็นศัตรูของฉัน เธออย่าลืมสิ หน้าที่สำคัญกว่าความผูกพันเสมอ”

“แต่เขาเป็นคนดีเธอก็รู้ เขาไม่สมควรตายแบบนี้”

“สงบสติไว้ณัฐชา ถ้าเธอคิดว่าฤทธิ์ ราวี มีค่ากับเธอขนาดนั้น เธอก็ควรสานต่ออุดมการณ์ต่อจากเขา เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น เพื่อให้พ้นจากการทำลายล้าง นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากบอกกับเธอ”

พลันพรายพิฆาตในร่างใจทิพย์ก็หายวับไป ณัฐชาเหลียวซ้ายแลขวาเรียกหาลั่นไปหมด

“อย่าเพิ่งไป กลับมาก่อน พรายพิฆาต ฉันรู้ว่าเธอชุบชีวิตให้โทมัสได้ เธอต้องช่วยเขานะ ฉันขอร้อง... พรายพิฆาต เธอได้ยินฉันรึเปล่า ฉันขอร้อง”

ไม่มีวี่แววของพรายพิฆาตอีกต่อไป ณัฐชาได้แต่เศร้าสะเทือนใจ กลับเข้าห้องนอนตาลอย แต่ครู่เดียวก็ลุกพรวดออกมาข้างนอกเพราะได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ ปรากฏว่าคนที่ขับผ่านไปเป็นชาวบ้านรายหนึ่ง ไม่ใช่โทมัสอย่างที่เธอต้องการให้เป็น

“โธ่เอ๊ยณัฐชา ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป มีหวังคงเป็นบ้าเข้าสักวัน”

ooooooo

ที่บลูฟินิกซ์ หมอกำลังรายงานลิซ่าว่าตัวอย่างเลือดของโทมัสมีบางอย่างผิดปกติ พบว่ามีไวรัสสองสายพันธุ์ ไวรัสตัวแรกทำลายเซลล์กลายพันธุ์ แต่ตัวที่สองทำลายไวรัสตัวแรก

“มันมาได้ยังไง”

“ผมไม่ทราบครับ แต่คนที่สร้างไวรัสตัวที่สองขึ้นมาต้องรู้เรื่องไวรัสตัวแรกเป็นอย่างดี มันถึงได้ทำลายล้างกันเองได้ขนาดนี้”

ลิซ่าครุ่นคิดด้วยความเอะใจบางอย่าง นึกย้อนเหตุการณ์เมื่อสองสามวันก่อนที่พรายพิฆาตในร่างใจทิพย์บอกให้ณัฐชาดื่มไวน์ ถ้าไม่ดื่มจะเสียใจไปตลอดชีวิต ซึ่งเธอกับไอริณพยายามห้ามแต่ณัฐชาก็เลือกที่จะดื่มไวน์แก้วนั้นจนหมด...แล้ววันที่พวกเธอพาฤทธิ์ซึ่งโดนอัศวินทำร้ายบาดเจ็บสาหัสกลับมายังบลูฟินิกซ์แต่ระหว่างทางเขาสิ้นใจ ณัฐชาร้องไห้เสียใจน้ำตาหยดลงบนใบหน้าของฤทธิ์!

ลิซ่าพอจะเดาเรื่องราวได้แล้ว เธอมุ่งตรงไปยัง ห้องแล็บและพบว่าพรายพิฆาตในร่างใจทิพย์กำลังใช้พลังพิเศษพาฤทธิ์ที่อยู่ในสภาพแช่แข็งหายวับไปในพริบตา!

เวลาเดียวกันนั้นเอง ณัฐชาตัดสินใจเก็บสัมภาระออกจากบ้านพัก “ขอโทษนะโทมัส แต่ฉันไม่อยากหลอกตัวเอง ฉันต้องไปจากที่นี่”

ผู้กองสาวเสียงสั่นหน้าเศร้า แต่แล้วต้องชะงักเมื่อหันไปเห็นฤทธิ์หรือโทมัสยืนอยู่ไม่ไกล...ด้วยความดีใจสุดชีวิต เธอทิ้งสัมภาระในมือแล้วโผเข้ากอดเขาทั้งน้ำตา

ณัฐชาไม่พูดอะไรนอกจากร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ กอดเขาแน่นพลางสะอื้นครวญครางเหมือนเพิ่งหลุดพ้นจากขุมนรกอันเย็นยะเยือก ฤทธิ์ยิ้มรับและกอดเธอไว้โดยไม่มีคำพูดใดๆเช่นกัน แต่ในใจนั้นไม่เคยคิดฝันว่าจะได้กลับมา...

พรายพิฆาตในร่างใจทิพย์มองคนทั้งคู่และยิ้มบางๆ  ก่อนจะเลือนร่างหายไปอย่างเงียบเชียบ มีแต่เสียงสะอื้นของณัฐชาที่ยังดังเป็นระยะ

“ฉัน...ฉัน...ฉันนึกว่าคุณ...”

“ผมรู้...ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้ผมอยู่นี่แล้วณัฐชา เราอยู่ที่บ้านในฝันของเรา ไม่มีการต่อสู้ ไม่มีอีกแล้ว มันผ่านไปแล้วณัฐชา”

ณัฐชาหยุดสะอื้น เงยหน้ามองแฟนหนุ่มเต็มๆตาด้วยความรักสุดหัวใจ

ooooooo

–อวสาน–

ตอนที่ 20

ขณะโดนทรมานอยู่ในโกดังร้าง ธิชาซึ่งถูกอัศวินชุบชีวิตขึ้นมาอีกครั้งรู้สึกผิดต่อฤทธิ์เป็นอย่างมาก เธอทำให้เขาเดือดร้อน บาดเจ็บ และอาจถึงตายถ้าเธอซึ่งอยู่ในลักษณะมนุษย์กลายพันธุ์เข่นฆ่าเขาเพราะกระหายเลือด

ด้วยความรู้สึกผิดที่ฤทธิ์ดีต่อเธอราวกับน้องสาวแท้ๆ ธิชาจึงเล่าที่มาที่ไปว่าเธอพบบารอนในช่วงเวลาที่ตัวเองมีปัญหากับชาญ จึงถูกมันชักจูงเข้าเป็นพวกพรายพิฆาตก่อนจะพาไปพบฤดีที่บ้าน มันบอกว่าผู้หญิงคนนี้จะคุ้มครองเธอ และอีกไม่นานจะมีผู้ชายชื่อโทมัสมาตามหาเธอ เขาเป็นคนของมาดามหลิว คนที่แย่งชาญไปจากเธอ คนที่ทำลายชีวิตของเธอ

ฤทธิ์อึ้งไปกับเรื่องราวทั้งหมด ขณะที่ธิชาปากคอสั่นเพื่อข่มอาการกระหายเลือดพลางเล่าบทสรุป

“มันรู้ว่าพี่จะมา มันรู้ว่าฉันจะต้องช่วยพวกมันทำลายทุกอย่างที่เป็นของมาดามหลิว”

“ช่างมันเถอะธิชา ทุกอย่างแก้ไขได้ พี่จะช่วยเธอเอง”

“ไม่ทันแล้ว มันสายไปแล้ว” ธิชาคำรามใส่ฤทธิ์ราวกับสัตว์ร้าย ลุกขึ้นเดินลากโซ่ที่ข้อเท้าตรงมาหา และเมื่อจวนตัวฤทธิ์ก็ตัดสินใจกระชากมีดที่อัศวินปักทิ้งไว้ขึ้นมาขู่เธอ

“อย่าเข้ามา”

“พวกมันพูดถูก มนุษย์ก็เป็นแค่สัตว์ที่เห็นแก่ตัว ต้องการแค่มีชีวิตอยู่ ฉันจะกินเลือดของแก ฉันจะฆ่าแก”

ฤทธิ์ถือมีดมือสั่นเทา ธิชาเดินโซเซเข้ามายืนตรงหน้าและร้องท้า

“เอาสิ ฆ่าฉันเลย ถ้าแกทำได้ ก็ลงมือเลย ทำเหมือนกับคนอื่น ทำลายฉัน...ทำลายชีวิตของฉัน”

ฤทธิ์นิ่งงันไป เขาทำร้ายธิชาไม่ลง แม้เธอมาทรุดคุกเข่าลงเบื้องหน้าและเอื้อมมือมาคว้าบ่าของเขาก่อนจะแสยะเขี้ยว

“ฉันไม่ใช่น้องสาวของแก ไม่ใช่ครอบครัวของแก ฆ่าฉันสิ ฆ่าฉัน”

“เธอคือน้องสาวของพี่...ธิชา พี่จะพิสูจน์ให้ดู” ฤทธิ์ว่าแล้วหลับตาลงในสภาพพร้อมตาย ธิชาน้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บปวด คำรามกรีดร้องโหยหวนก่อนดึงมีดจากมือเขามาปาดคอตัวเองจนเลือดกระเซ็น

สมุนพรายพิฆาตที่อยู่ด้านนอกรีบเข้ามาดูเหตุการณ์อย่างตื่นตะลึง เช่นเดียวกับฤทธิ์ที่ลืมตาขึ้นเห็นสภาพของธิชา

“เลือดของฉันยังเป็นสีแดง ฉันไม่ใช่สัตว์ ฉันเป็น...น้องสาวของพี่”

ฤทธิ์ช็อกไปครู่หนึ่งก่อนจะกอดศพธิชาพร้อมกับน้ำตาไหลออกมาอย่างสะเทือนใจ...

ในเวลาเดียวกันที่ร้านอาหารหรู ไอริณทานอาหารคนเดียวด้วยสีหน้าท่าทีหงุดหงิด บ่นอุบถึงเพื่อนรัก “เหลือเกินจริงๆยัยณัฐชา เพื่อนอุตส่าห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาหา มัวแต่ทำงานอยู่ได้”

เสียงฟ้าแลบฟ้าร้องดังครืนๆ ไอริณมองไปนอกกระจกอย่างหวาดหวั่น

“ท่าทางฝนจะตกหนักซะด้วย คืนนี้จะไปค้างที่ไหนดีเนี่ย” บ่นเสร็จหันกลับมา แล้วต้องชะงักไปอย่างตะลึงตะไลเมื่อเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าเธอ!

ส่วนที่บริษัทบลูฟินิกซ์ อัศวินเพิ่งได้สติหลังจากโดนทำร้ายจนบอบช้ำไปทั้งร่าง โดยมีณัฐชากับลิซ่าพยายามเค้นความจริงว่าเขาเอาโทมัสไปไว้ที่ไหน

“ว่าไงไอ้มนุษย์กลายพันธุ์ รู้สึกตัวแล้วเหรอ”

“ถ้าแกยังไม่อยากตายก็บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าคุณโทมัสอยู่ที่ไหน”

“ฉันไม่รู้ ฉันจำไม่ได้”

จ่าสมพรเฝ้ามองอยู่เงียบๆ ลิซ่าตัดสินใจหยิบเข็มฉีดยาออกมาอีก

“ฟังฉันให้ดีนะ คราวนี้ที่ฉันจะฉีดให้แกไม่ใช่ไซยาไนต์ แต่เป็นไวรัสพรายพิฆาต ถ้าแกโดนเข้าไปเมื่อไหร่ แกจบแน่”

“อย่าใจร้ายนักสิคนสวย ฉันยอมเธอก็ได้ ตอนนี้นายโทมัสอยู่ที่โกดังร้าง”

“ที่ไหน” ณัฐชาเสียงกร้าว

“ที่เดิมที่แกเคยไป แล้วไม่คิดว่าฉันจะย้อนกลับไปอีก”

“ดูแลทางนี้ด้วยนะคุณลิซ่า ฉันจะรีบไปช่วยคุณโทมัส”

“เดี๋ยวครับผู้กอง ทางนี้ให้ผมจัดการเองดีกว่า ให้คุณลิซ่าไปกับผู้กองเถอะครับ”

“อ้าว ทำไมล่ะจ่า”

“พวกพรายพิฆาตมันล้ำสมัยกว่าพวกเรา ผมคิดว่าคุณลิซ่าน่าจะช่วยผู้กองได้มากกว่าผม ส่วนเรื่องกองหนุนเดี๋ยวผมโทร.ตามให้เองครับ”

“ก็จริงนะผู้กอง คุณโทมัสยิ่งไม่สบายอยู่ด้วย ฉันจะเตรียมยาไปรักษาเขา”

“ถ้างั้นคอยเฝ้าให้ดีนะจ่า ครบสองชั่วโมงเมื่อไหร่รีบฉีดไซยาไนต์ให้มัน”

“ครับผู้กอง”

สองสาวผละไปอย่างเร่งรีบ ณัฐชาทำหน้าที่ขับรถพลางเหลือบมองลิซ่าที่ดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่ต้องห่วงนะคุณลิซ่า ป่านนี้พวกตำรวจคงรออยู่ที่นั่นแล้ว ถ้าเราไปถึงเมื่อไหร่คุณโทมัสจะต้องปลอดภัย”

“ฉันเป็นห่วงเรื่องอาการป่วยของเขามากกว่า เขาไม่ได้ฉีดยาต้านไวรัสมา 24 ชั่วโมงแล้ว ในร่างกายของเขาตอนนี้คงมีไวรัสแพร่กระจายเต็มไปหมด ถึงฉีดยาต้านให้เขาก็ไร้ประโยชน์ ที่แย่กว่านั้นเราไม่มีน้ำตามัจจุราช จะให้โทมัสกลายพันธุ์อีกรอบเพื่อสู้กับไวรัสเหมือนคราวก่อนคงเป็นไปไม่ได้ ความหวังสุดท้ายก็คือฉีดวัคซีนต้านไวรัส ซึ่งยังไม่เคยทดลองกับมนุษย์มาก่อน”

“เธอคิดว่าจะได้ผลรึเปล่า”

“มีความหวังไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์”

ณัฐชานิ่งอึ้ง ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น...หลังรับสายจากไอริณ ณัฐชากับลิซ่าก็มุ่งหน้าไปพบเธอที่ร้านอาหารด้วยท่าทีหงุดหงิด

“ไอริณ พวกเรากำลังรีบอยู่นะ เธอตามให้ฉันมาที่นี่ทำไม”

“พวกเธอเห็นอย่างที่ฉันเห็นรึเปล่า”

ลิซ่ากับณัฐชาเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าไอริณแล้วพากันชะงักกึก เพราะรูปร่างหน้าตาเธอคือใจทิพย์ชัดๆ แต่ลิซ่าบอกว่าไม่ใช่ มันคือพรายพิฆาตต่างหาก

“ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งณัฐชา...นั่งสิ” พราย-พิฆาตในร่างใจทิพย์เอ่ยปากเชื้อเชิญ

หลังจากลังเลกันอยู่ครู่หนึ่ง สองสาวก็ตัดสินใจนั่งลงเผชิญหน้ากับพรายพิฆาต โดยมีไอริณนั่งสีหน้าหวาดหวั่นอยู่ก่อนแล้ว เธอถามณัฐชาว่าตกลงผู้หญิงคนนี้คือใจทิพย์หรือพรายพิฆาตกันแน่

“ฉันเผาศพใจทิพย์ไปแล้ว แกเอาร่างของเขามาได้ยังไง” ณัฐชาเสียงแข็งใส่พรายพิฆาต

“ทุกอย่างก็เป็นแค่พลังงานคุณตำรวจ ทุกอย่างที่คุณเห็นไม่ได้มีอยู่จริง แต่เป็นการรวมตัวกันของพลังงานในรูปแบบต่างๆ”

“แล้วทำไมต้องเป็นร่างของใจทิพย์”

“เพราะใจทิพย์คือผู้หญิงที่ฤทธิ์ ราวี ต้องการมากที่สุด เหมือนกับฉันที่อาจจะเป็นในอนาคต”

“ฝันไปเถอะ” ลิซ่ากระแทกเสียง

“ระวังปากด้วย นังเด็กหลอดแก้ว เชื่อไหมว่าฉันหักคอแกได้โดยไม่ต้องขยับตัวเลยด้วยซ้ำ”

ลิซ่าฮึดฮัดแต่ณัฐชากดบ่าเธอไว้เป็นเชิงเตือนก่อนจะถามพรายพิฆาตต่อไป “บอกมาสิว่าเธอต้องการอะไร”

“ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฤทธิ์ ราวี ไม่ใช่แค่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่รู้ด้วยว่าเขาจะตายยังไง”

“ฝีมือของพวกแก?”

“อัศวินเป็นคนละโมบ เรื่องที่เขาทำฉันไม่เกี่ยว ฉันรักษาสัญญาที่ให้ไว้เสมอ สามปีนี้ฉันจะยุติการเคลื่อนไหว”

“ถ้างั้นคุณก็ควรพิสูจน์ด้วยการช่วยพวกเรา”

พรายพิฆาตจิบไวน์อย่างใจเย็น “ทำไมฉันต้องช่วยศัตรูของฉัน บอกเหตุผลหน่อยได้มั้ย”

“คุณให้เวลาโทมัสสามปีเพื่อเปลี่ยนโลกใบนี้ให้ดีขึ้น เพื่อที่ยุติการล้างโลกของคุณ มันยังไม่ถึงเวลาที่เขาต้องตาย”

“อัศวินเป็นลูกน้องของฉัน ถึงเขาจะมีแผนร้ายแต่ก็ไม่ได้ลงมือเหมือนกรณ์ ถ้าฉันช่วยพวกเธอฆ่าเขา แล้วต่อไปจะปกครองลูกน้องได้เหรอ”

ลิซ่าฉุนขาดลุกขึ้นตบโต๊ะดังปัง “เลิกพล่ามซะที ตกลงจะเอายังไงกันแน่ เธอให้เรามาที่นี่ทำไม”

คนในร้านชะเง้อมองมาอย่างแปลกใจ พรายพิฆาตไม่พอใจถลึงตาใส่ลิซ่าแล้วใช้พลังจิตบังคับให้เธอนั่งลง...

ลิซ่าสู้แรงได้ไม่นานก็จำต้องนั่ง พร้อมก่นด่าว่านังปีศาจ

พรายพิฆาตยิ้มกริ่มก่อนจะเลื่อนแก้วไวน์ของตนมาตรงหน้าณัฐชา บอกให้ดื่มซะ

“ทำไมฉันต้องดื่ม”

“เพราะถ้าไม่ดื่ม เธอจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ฉันช่วยเธอได้แค่นี้ณัฐชา” พูดจบก็ลุกขึ้นเดินจากไปอย่างใจเย็น ณัฐชาเหลือบมองแก้วไวน์ด้วยท่าทีลังเล

“อย่าดื่มนะณัฐชา ในแก้วอาจมียาพิษก็ได้” ไอริณคัดค้าน แต่ณัฐชาบอกว่า “ฉันเห็นเขาดื่ม”

“ไร้สาระน่าณัฐชา เขาก็แค่หลอกเธอเท่านั้นเอง” ลิซ่าพูดโพล่ง ขณะที่ณัฐชายังคงมองแก้วไวน์อย่างครุ่นคิด

ooooooo

ที่บลูฟินิกซ์...อัศวินยังไม่สิ้นฤทธิ์ เขาต่อปาก ต่อคำกับจ่าสมพรแถมยังทำกร่างไม่เกรงกลัวจนมาดามหลิวต้องกันจ่าออกห่าง แต่อัศวินก็ยังไม่หยุดพล่าม ปากกล้าท้าทายจนอีกฝ่ายทนไม่ไหว

“เพราะแกมันขี้ขลาดแบบนี้ไง ลูกเมียถึงต้องตาย อย่างน่าสังเวช ถามจริงๆ ตอนที่ลูกแกถูกฆ่า แกทำอะไรอยู่วะไอ้แก่”

“กูจะฆ่ามึง!” จ่าสมพรปรี่เข้าไปชกอัศวินที่โดนมัดอยู่กับเตียงแล้วกระทืบมันไม่ยั้ง “ไอ้พวกพรายพิฆาต มึงฆ่าลูกเมียกู มึงอย่าอยู่เลย”

“จ่าสมพร หยุดซะที” มาดามหลิวร้องห้าม

จังหวะนั้นเอง อัศวินตะปบข้อเท้าจ่าสมพรแล้วกระชากจนล้มทั้งยืน จ่าขยับจะชักปืนแต่ก็ช้าเกินไป เมื่ออัศวินพลิกตัวคว้าเก้าอี้ฟาดใส่จนหัวแตก ปืนกระเด็นหลุดจากมือ

จ่าสมพรโดนอัศวินตบซ้ำด้วยด้ามปืนจนเลือดสาดแล้วเหวี่ยงตัวไปกระแทกผนังอย่างแรง “ไอ้โง่  ไซยาไนต์มันกดได้แค่พลังพิเศษโว้ย ฉันยังมีแรงอยู่เข้าใจรึยัง ไอ้แก่งี่เง่า” ด่าเสร็จมันจ่อปืนที่หัวใจของจ่า “คิดถึงลูกเมียนักใช่มั้ย ได้เลย..เดี๋ยวจะตีตั๋วให้”

“อัศวิน ฉันขอเถอะ ปล่อยเขาไปซะ”

อัศวินมองหน้ามาดามหลิวแต่นิ้วเหนี่ยวไกเปรี้ยง ร่างจ่าสมพรผงะจะร่วงแต่มันยังไม่ปล่อยมือ “ขอชาร์จ พลังหน่อยนะจ่า” ว่าแล้วมันอ้าปากกัดคอจ่าสมพรเพื่อดื่มกินเลือด

หลังจากจัดการจ่าสมพรจนตายทั้งเป็นแล้ว อัศวินก็ใช้โทรศัพท์มือถือของจ่าโทร.ไปที่กองปราบ

“ฮัลโหล...นี่จ่าสมพรพูด เรื่องกำลังเสริมที่ติดต่อไปเราไม่ต้องการแล้ว ผู้กองณัฐชาสั่งยกเลิกแผน ทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด”

มาดามหลิวทำอะไรไม่ได้ นอกจากเฝ้ามองอัศวินดูด้วยความแค้น

“ไม่ต้องห่วงนะมาดาม ไวรัสที่ผมปล่อยเข้าระบบคุณจะทำให้ทุกอย่างเป็นอัมพาตชั่วคราว รวมทั้งโปรแกรมของคุณด้วย”

“ผู้กองณัฐชาต้องรู้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้น”

“กว่าจะรู้ก็สายไปแล้วมาดาม”

มาดามหลิวมองอัศวินอย่างแค้นใจก่อนจะหลับตาลง พริบตาเดียวไฟฟ้าทั้งหมดในอาคารก็ดับวูบ

“คิดจะ reboot ระบบงั้นเหรอ ก็ได้ ดูซิว่าใครจะเร็วกว่า” อัศวินคว้าปืนยิงคลื่นไฟฟ้ามาสะพายบ่าแล้วรีบร้อนออกไปทันที

ooooooo

ณัฐชา ลิซ่า และไอริณเดินทางมาถึงหน้าโกดังร้างแล้วแต่ยังไม่เห็นกำลังเสริมจึงจะโทร.ถามจ่าสมพร แต่แล้วก็มีสายโทร.เข้าที่มือถือณัฐชาเสียก่อน เป็นเสียงมาดามหลิวนั่นเอง เธอบอกให้รู้ว่าอัศวินฆ่าจ่าสมพร และตอนนี้มันหนีไปแล้ว

“อะไรนะ แล้วจ่าสมพรได้เรียกกำลังเสริมรึเปล่า”

“อัศวินมันซ้อนแผนเอาไว้ พวกคุณจะรอช้าไม่ได้ต้องรีบช่วยโทมัสออกมาเดี๋ยวนี้”

ขณะที่พวกณัฐชาคิดหนัก สมุนพรายพิฆาตที่อยู่ด้านในกำลังติดต่อสื่อสารกับอัศวินซึ่งอยู่ในระหว่างเดินทาง โดยเปิดเสียงให้หัวหน้าคุยกับฤทธิ์ด้วย

“ว่าไงคุณโทมัส ผมรู้ว่าคุณอยากจบเรื่องนี้เต็มที อดทนหน่อยนะไม่เกินยี่สิบนาทีผมไปถึงแน่”

“รีบมาก็ดี ฉันกำลังรอแกอยู่”

“เจ๋ง...แล้วเจอกัน” อัศวินวางสาย ขณะที่ฤทธิ์ยังจมดิ่งกับความแค้น แต่อาการป่วยเริ่มหนักหนากว่าก่อนหน้านี้...

ลิซ่าเดินนำณัฐชากับไอริณกลับมาที่รถ เธอตัดสินใจไม่รอคนมาช่วย เปิดท้ายรถให้สองสาวดูเครื่องทุ่นแรงที่พกมาเต็มพิกัด มีทั้งปืน มีด และระเบิด

“ไอริณ...เธอไปซะ ทางนี้ฉันจัดการเอง”

“มาถึงนี่แล้ว ฉันไม่ทิ้งเพื่อนหรอก รีบไปช่วยคุณโทมัสกันเถอะ”

สามสาวคว้าอาวุธครบมือ โดยเฉพาะลิซ่าที่แบกกระเป๋าใส่เครื่องกระสุนมาด้วยอีกจำนวนหนึ่ง มุ่งหน้าไปที่รังของพวกอัศวิน

เวลานั้นอัศวินกำลังขับรถมาที่นี่เช่นกัน แต่แล้วต้องแปลกใจเมื่อมีแสงสว่างปรากฏขึ้นที่เบาะหลัง เมื่อแสงจางจึงปรากฏร่างของใจทิพย์หรือพรายพิฆาต

“บารอน แกกล้าขัดคำสั่งของฉัน”

“ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยท่านพรายพิฆาต ข้าทำทุกอย่างก็เพราะความภักดี”

“ภักดีหรือเพื่ออำนาจ คงมีแต่เจ้าเท่านั้นที่รู้แก่ใจ ขอเตือนไว้ก่อนนะอัศวิน ข้ามองเห็นอนาคตล่วงหน้าและรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เกมนี้เจ้ามาเป็นคนสุดท้าย แต่ทุกอย่างจะปิดฉากลงเพราะเจ้า ปิดฉากด้วยความหายนะและความตาย”

ใจทิพย์หายตัวไปในพริบตา ทิ้งให้อัศวินได้แต่ตกตะลึงก่อนจะตั้งสติแล้วบอกกับตัวเอง

“ไม่จริง ก็แค่คำขู่ มาถึงขั้นนี้แล้ว เราต้องสู้ให้ถึงที่สุด อนาคตของฉัน ฉันกำหนดเองได้ งานนี้พรายพิฆาตไม่เกี่ยว”

อัศวินเหยียบคันเร่งจนมิดมุ่งหน้าไปโกดังร้าง เป็นเวลาที่พวกณัฐชากำลังยิงต่อสู้กับสมุนพรายพิฆาต พอสมุนติดต่อมายังอัศวิน ก็ได้รับคำสั่งให้ฆ่าฤทธิ์ได้เลย ไม่ต้องรอตน เอาให้ทรมานที่สุดเท่าที่จะทำได้

สามสาวเก็บสมุนพรายพิฆาตทีละคนสองคนก่อนจะรุกคืบเข้าไปด้านในเพื่อช่วยฤทธิ์ แต่แล้วกระสุนจากสมุนพรายพิฆาตพุ่งเข้าเจาะบ่าของไอริณจนร่างสะดุ้งเฮือก ลิซ่าตาไวยิงสวนออกไปจนมันล้มลงขาดใจตายคาที่

ฤทธิ์ได้ยินเสียงปืนมาพักหนึ่งแล้ว เขาดิ้นรนจนหลุดพ้นพันธนาการ  แล้วกัดฟันต่อกรกับสมุนพรายพิฆาตอย่างไม่กลัวตาย สุดท้ายก็จัดการกับพวกมันไปหลายราย ที่เหลือถึงกับตะลึงในความเก่งกาจสามารถของเขา

“แก...แกป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“ทุกคนมีพลังเฮือกสุดท้ายสำรองไว้เสมอ ฉันก็เหมือนกัน”

เพียงไม่นาน ฤทธิ์ก็จัดการพวกมันจนราบคาบก่อนเดินโซเซประคองตัวออกไป แต่ไม่ทันไรก็หมดแรงทรุดลงนอนพังพาบกับพื้น พร้อมๆกับประตูถูกผลักเข้ามา เขาคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ แต่คนที่บุกเข้ามากลับเป็นสามสาว

“คุณเป็นยังไงบ้าง” ณัฐชารีบประคองฤทธิ์

“ผมคงไม่รอดแล้วณัฐชา”

“คุณลิซ่า คุณมีทางช่วยเขารึเปล่า”

ลิซ่าคิดหนักก่อนจะหยิบกระเป๋าใส่วัคซีนออกมา แต่ยังไงก็ทำไม่ลง “ไม่! ฉันให้เขาเสี่ยงแบบนี้ไม่ได้”

“แล้วคุณจะปล่อยให้เขาตายเหรอลิซ่า”

“ยังมีอีกวิธีหนึ่ง เราต้องรีบพาเขากลับไปที่บลู–ฟินิกซ์ แล้วแช่แข็งร่างกายของเขาเอาไว้”

“อะไรนะ” ไอริณครางอย่างงุนงง

“ไครโอนิกส์...หยุดทุกอย่างไว้ที่อุณหภูมิ -196 องศาฯ ถ้ามีวิธีจัดการกับไวรัสเมื่อไหร่ค่อยชุบชีวิตเขาขึ้นมา”

“มันเป็นแค่ทฤษฎีนะลิซ่า ไม่มีโอกาสเป็นจริงเลยด้วยซ้ำ” ฤทธิ์ทักท้วง

“วัคซีนในมือฉันก็มีโอกาสรอดแค่ห้าเปอร์เซ็นต์ แถมถ้าไวรัสกลายพันธุ์  มันจะยิ่งรักษายากขึ้นเป็นสามเท่า คุณว่าอย่างไหนจะเสี่ยงกว่ากัน”

“ถ้างั้นเรากลับไปที่บลูฟินิกซ์ แล้วค่อยว่ากัน”

ณัฐชาสรุปโดยเร็ว ลิซ่าพยักหน้าเห็นด้วย แต่ทันใดนั้นก็มีรถคันหนึ่งแล่นมาจอดข้างนอก แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องเข้ามา ฤทธิ์รู้ทันทีว่าอัศวินมาถึงแล้ว!

อัศวินสะพายปืนไฟฟ้าที่ฉกจากบลูฟินิกซ์เดินเข้ามาอย่างใจเย็น ผ่านศพสมุนนับสิบที่ระเกะระกะอยู่กับพื้น

“รู้ไหมว่าฉันต้องลงทุนเท่าไหร่ กว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องวางแผนนานแค่ไหน กว่าจะชิงน้ำตามัจจุราชและยึดบริษัทของแก”

“มันจบแล้วอัศวิน เลิกบ้าซะทีเถอะ”

“ไม่หรอกคุณโทมัส มันยังไม่จบ ถ้าคุณกับสาวๆพริตตี้ของคุณตายหมด ผมก็จะสานความฝันของผมต่อไป ในฐานะคุณโทมัสหลิวคนใหม่”

ฟังมันแล้ว ลิซ่ากำปืนแน่นอย่างสุดแค้น

“อย่าเชียวนะลิซ่า ไซยาไนต์หมดฤทธิ์ไปนานแล้ว ขืนเธอขยับอีกนิดเดียว ฉันเล่นงานเธอแน่...ว่าไงผู้กอง สนใจจะแปรพักตร์รึเปล่า เชื่อผมเถอะ ไอ้ขี้โรคนั่นมันให้ความสุขคุณไม่ได้หรอก”

“อัศวิน...นี่เป็นเรื่องระหว่างแกกับฉัน ปล่อยทุกคนไปเถอะ แล้วเรามาสู้กัน”

“เลิกทำตัวเป็นฮีโร่ได้แล้วเจ้านาย เอาตัวเองให้รอดก่อนเหอะ ค่อยคิดปกป้องคนอื่น”

“แกไม่ต้องพูดมาก เริ่มกันได้แล้ว” ณัฐชาตัดบทเสียงแข็ง

“ดี...รวบรัดตัดความ สี่ต่อหนึ่ง”

ขาดคำของอัศวิน สามสาวเปิดฉากยิงใส่มันทันที อัศวินใช้วิธีหายตัววูบวาบด้วยพลังของมนุษย์กลายพันธุ์ ลิซ่าเจ็บใจบอกทุกคนในทีมให้ยิงที่หัวของมัน แต่ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะอัศวินหายตัวเป็นว่าเล่น โผล่ทางโน้นทางนี้จนทุกคนจับจุดไม่ถูก แถมมันยังส่งเสียงกวนประสาทเสียด้วย

“อยู่ไหนเอ่ย ทายซิว่าอยู่ที่ไหน”

ฤทธิ์กวาดตามองรอบทิศแต่ยังไร้เงาของอัศวิน มีแต่เสียงที่ยียวนไม่เลิก

“ก็บอกแล้วไงคุณโทมัส ฝีมือผมสู้บอสราเมศไม่ได้ แต่ผมหายตัวได้นานกว่าและแปลงสภาพเป็นคนอื่นได้นานกว่า”

“แถมแกยังโหดกว่าด้วย”

“บ้ากามอีกต่างหาก”

ณัฐชากับลิซ่าประสานเสียงด่า อัศวินกลับหัวเราะร่าอย่างน้อมรับ

“ลิซ่า...เราต้องฆ่ามันด้วยไวรัส” ฤทธิ์ร้องบอก

ลิซ่าพยักหน้าแล้วรีบเปิดกระเป๋าหยิบธนูกับลูกศรไวรัสที่ฤทธิ์เคยใช้ฆ่ากรณ์ออกมา ระหว่างนั้นเองสายตาเธอเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างข้างหลังไอริณ จึงร้องเตือนให้ระวัง!

อัศวินหายตัวมาโผล่ข้างไอริณ แต่เพราะเสียงเตือนของลิซ่าทำให้ไอริณไหวตัวทันรีบยิงปืนใส่มันจนผงะหายตัวไป ส่วนตัวเธอก็ถอยหลังจนเสียหลักล้มไม่เป็นท่า พอตั้งหลักได้ก็วิ่งล้มลุกคลุกคลานไปหาณัฐชา ขณะที่ลิซ่ารีบโยนธนูกับลูกศรไวรัสให้ฤทธิ์เพื่อจัดการอัศวินขั้นเด็ดขาด!

ooooooo

ตอนที่ 19

ฤทธิ์หรือโทมัสถูกสมุนพรายพิฆาตควบคุมตัวไว้ที่โกดังร้าง แถมมันยังทำลายชิปติดตามตัวของเขาเพื่อป้องกันพวกณัฐชาตามมาช่วย และที่สำคัญเวลานี้บารอนหรืออัศวินก็กลายร่างเป็นฤทธิ์เข้าไปในบริษัทบลูฟินิกซ์ตบตาลิซ่าและใครๆเพื่อครอบครองน้ำตามัจจุราชที่เหลืออยู่

แต่เพราะความเจ้าชู้มักมากของอัศวินทำให้เขาขาดสติยั้งคิด ทำรุ่มร่ามกับลิซ่าที่เข้ามาปลุกในตอนเช้าแล้วณัฐชาโผล่มาเห็น สองสาวเลยยิ่งสงสัยในตัวเขา

แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรพิสูจน์ได้ เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้องสมุด ณัฐชาจ้องหน้าฤทธิ์อย่างไม่พอใจนัก

“ไม่เอาน่าคุณ ทำเป็นยัยเพิ้งขี้หึงไปได้ ผมก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง”

“มุกนี้ฉันขำไม่ออกจริงๆโทมัส ลิซ่าก็เหมือนกัน”

“ผมชักเซ็งแล้วสิ คุณว่าธุระของคุณมาดีกว่า”

ณัฐชาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาวางบนโต๊ะเพื่อเตรียมบันทึกเสียง “ฉันอยากให้คุณลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานว่ามันเกิดอะไรขึ้น เอาตั้งแต่คุณไปถึงที่เกิดเหตุ”

“ผมไม่อยากบันทึกเสียง”

“จะให้ฉันจดเล็คเชอร์หรือไง”

“ได้ก็ดี” คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวอึ้งไปนิดก่อนจะข่มใจต้อนเขาจนยอมบันทึกเสียง พอเสร็จปุ๊บเธอรีบกลับทันที โดยมีฤทธิ์เดินตามมาส่ง ณัฐชารู้สึกอึดอัดระแวงหลังชอบกลจนต้องหันไปมอง

“ผมทำอะไรผิดรึเปล่า”

“เปล่า แต่ปกติคุณไม่เดินจี้หลังฉันแบบนี้ คุณชอบเดินข้างๆฉัน”

“แหม...ก็เปลี่ยนวิวกันบ้าง เป็นช้างเท้าหลังก็เวิร์กดีนี่นา”

“แล้วเจอกัน” หญิงสาวตัดบทแล้วจะก้าวเข้าลิฟต์ แต่ชายหนุ่มไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ รีบดึงเธอมากอดออดอ้อนแล้วจู่โจมจูบ ณัฐชาอึ้ง รู้สึกได้ว่ารสจูบของคนรักไม่เหมือนเดิมแม้แต่นิดเดียว ทว่าเธอไม่กล้าพูดอะไรตอนนั้นพอเขาคลายมือออกเธอก็รีบหนีลงลิฟต์ไปทันที

ถึงลานจอดรถ ณัฐชาจัดการส่งไฟล์เสียงการสอบปากคำไปให้จ่าสมพรก่อนจะโทร.กำชับ “จ่า...ฉันเพิ่งส่งไฟล์เสียงของคุณโทมัสไปให้ จ่าช่วยพิมพ์รายงานให้ทีนะ แล้วฉันจะรีบกลับเข้าไป”

เวลาเดียวกันนั้น ลิซ่าเร่งรีบมาที่ห้องแล็บหลังทราบว่าฤทธิ์เรียกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาอธิบายการทำงานของระบบทดลองต่างๆ

“ทำไมต้องอธิบาย คุณอยู่ที่นี่มาก่อนเขาอีกนะคุณโทมัส”

“ผมก็แค่อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เผื่อจะมีอะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้”

“เช่นอะไร”

“น้ำตามัจจุราชกับวัคซีนต้านไวรัสของพรายพิฆาต”

“แต่ว่าคุณ...”

“นี่ลิซ่า ผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่ต้องตอบคำถามของคุณนะ ขืนเซ้าซี้อีกล่ะก็ คุณถูกไล่ออกแน่”

ลิซ่าอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง แล้วอีกครู่ต่อมา ฤทธิ์ก็ย้ายตัวเองไปที่ห้องสมุด พอเห็นกระเป๋านิรภัยยังวางอยู่ที่เดิมก็โมโหฉุนเฉียว กลายร่างกลับมาเป็นอัศวิน คำรามจะเอาเรื่องลิซ่าที่ชอบขัดขวาง

ในที่สุดอัศวินในคราบของฤทธิ์ก็เรียกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาเปิดกระเป๋านิรภัยจนได้ แล้วเขาก็หายออกไปจากบริษัททันที ลิซ่ามารู้ทีหลังจากเจ้าหน้าที่คนนั้นยิ่งทำให้เธอเอะใจสงสัยว่าทำไมฤทธิ์ถึงจำรหัสปลดชนวนระเบิดไม่ได้ทั้งที่มันคือเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง

ขณะที่ลิซ่ามั่นใจว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน เป็นเวลาที่ณัฐชาได้รับรายงานจากจ่าสมพรแล้วว่าเสียงที่บันทึกการสอบสวนนั้นไม่ใช่เสียงของฤทธิ์ ซึ่งณัฐชาเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำอีกก็จำได้ว่าเหมือนเสียงของอัศวิน

ณัฐชาครุ่นคิดอย่างงุนงง ระหว่างนี้เองลูกน้องอีกคนเข้ามารายงานว่าทางนิติเวชแจ้งว่าศพของธิชาหายไป ผู้กองสาวถึงกับมึนตึ้บจับต้นชนปลายไม่ถูก รีบติดต่อซักถามลิซ่าสังเกตบ้างหรือเปล่าว่าโทมัสดูแปลกไป

“ใช่ค่ะ เขาเปลี่ยนไปมาก”

“มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา ฉันว่าทางที่ดีคุณควรจับตาดูเขาเอาไว้ทุกฝีก้าว”

“ฉันคงทำไม่ได้หรอกค่ะผู้กอง เพราะว่าตอนนี้เขาออกไปข้างนอก และที่สำคัญก็คืออุปกรณ์ติดตามตัวของเขาจู่ๆก็ใช้การไม่ได้ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ที่ไหน”

สองสาวหนักใจเป็นห่วงฤทธิ์หรือโทมัส โดยไม่รู้เลยว่าความจริงอัศวินยังไม่ตาย และเขานี่เองที่สั่งให้สมุนไปเอาศพธิชามาที่โกดังร้างก่อนที่ตัวเองจะตามมาสมทบพร้อมกับน้ำตามัจจุราชที่เพิ่งเอาออกจากกระเป๋านิรภัยได้สำเร็จ

“คุณเสร็จผมแล้วคุณโทมัส เกมนี้ผมเป็นฝ่ายชนะ” อัศวินเยาะหยันโทมัสที่ถูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา

“แกเอาศพธิชามาที่นี่ทำไม”

“กำลังจะบอกคุณอยู่นี่ไง เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำตามัจจุราชที่อยู่ในมือผมเป็นของจริง ผมต้องทดสอบกับใครสักคน” ว่าแล้วอัศวินส่งน้ำตามัจจุราชให้สมุนรับไปจัดการ

“อย่าบ้านะอัศวิน ธิชาตายไปแล้ว ปล่อยเธอไปซะ”

“ปล่อยไปไหนล่ะเจ้านาย ตายแล้วไปไหน สวรรค์หรือว่านรก บอกตามตรงนะ ตราบใดที่ยังเป็นอมตะอยู่บนโลกใบนี้ผมไม่แคร์ทั้งสองอย่าง”

สมุนส่งเข็มบรรจุน้ำตามัจจุราชให้ อัศวินรับมาแทงที่คอธิชาพร้อมสั่งสมุนให้จับเวลาการคืนชีพ!

“แกทำอะไรลงไป” ฤทธิ์ตะโกนลั่นด้วยความเคียดแค้น

“ทีนี้จะได้รู้ซะที ว่าบลูฟินิกซ์พัฒนาน้ำตามัจจุราชไปถึงขั้นไหน”

ผ่านไปไม่นาน ธิชาสะดุ้งฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง เธอหายใจเฮือกเหมือนคนเพิ่งโผล่จากน้ำ

“สิบนาทีครับหัวหน้า”

“โอ้ววว...สุโค่ยว่ะเจ้านาย บอกฉันหน่อยได้ไหมทำไมแกถึงหยุดค้นคว้าเรื่องนี้” อัศวินท่าทียียวนใส่ฤทธิ์

“ยังไม่ถึงเวลาที่มนุษย์จะเป็นอมตะ โดยเฉพาะถ้ายังแก้ปัญหาเรื่องความกระหายเลือดไม่ได้ ที่สำคัญ...ฉันรู้ว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นอาวุธของพวกแก”

“ทายแม่นนี่หว่า เอาล่ะเด็กๆ ถึงเวลาเล่นเกมกันซะที พวกแกเอานังนี่ไปล่ามไว้ตรงข้ามกับพี่ชายบุญธรรมของมัน ส่วนนายโทมัสให้ปลดโซ่ออกหนึ่งเส้น”

ขาดคำของอัศวิน ร่างธิชาถูกหิ้วไปวางบนพื้นราวกับผักปลา ก่อนที่สมุนพรายพิฆาตจะล่ามข้อเท้าของเธอข้างหนึ่งไว้ด้วยโซ่ แล้วมาปลดโซ่ที่ล่ามข้อมือฤทธิ์ออกข้างหนึ่ง

“กติกาของเรามีดังนี้ ธิชาเพิ่งคืนชีพขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอต้องทำก็คือหาเลือดดื่ม โดยมีเหยื่อที่อยู่ใกล้ที่สุดก็คือพี่ชายบุญธรรมของเธอเอง และที่น่าสนใจก็คือในเลือดของแกมีไวรัสพรายพิฆาตแพร่กระจายอยู่ทุกอณู ถ้าไม่ดื่มเลือดเธอตาย ถ้าดื่มเลือดเธอติดเชื้อ...ส่วนแกตาย!”

“แกมันสารเลว ไอ้โรคจิต” ฤทธิ์ด่าลั่น

“เออใช่ ส่วนแกก็หลงตัวเอง ชอบทำตัวเป็นเทวดา แกมีสิทธิ์อะไรมาขอให้พรายพิฆาตให้หยุดล้างโลกใบนี้ เฮอะ พ่อเศรษฐีไฮโซ จะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยเงินบริจาคเพื่อการกุศลงั้นเหรอ จะบอกให้นะ เงินของแกมันเปลี่ยนสันดานดิบของคนไม่ได้หรอก แล้วนี่ก็คือบทพิสูจน์” อัศวินชักมีดพกของสมุนคนหนึ่งออกมาปาไปปักข้างตัวฤทธิ์ “ก่อนที่น้องสาวบุญธรรมของแกจะฟาดแกเป็นมื้อค่ำ ทางรอดทางเดียวของแกก็คือฆ่าเธอซะ”

“แก! แกทำแบบนี้ทำไม...ทำไม!!”

“ก็บอกแล้วไงว่านี่คือการพิสูจน์ แกเปลี่ยนโลกใบนี้ไม่ได้หรอกโทมัส เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์ และสัญชาตญาณของสัตว์ทุกประเภทก็คือการเอาชีวิตรอด”

ธิชาเริ่มมีอาการกระหายเลือด เธอทำท่าจะกัดสมุนของอัศวิน แต่ทุกคนก็ฉากหนีไปอย่างรวดเร็ว ข้อเท้าของเธอถูกล่ามโซ่อยู่จึงกัดใครอีกไม่ได้ นอกจากฤทธิ์ที่ข้อมือถูกล่ามโซ่อยู่ตรงหน้า

“ธิชา...ฟังพี่ให้ดีนะ ตั้งสติเอาไว้ อย่ากลายเป็นพวกมันเด็ดขาด”

ธิชามองฤทธิ์ด้วยความเสียใจ แต่ร่างกายเธอก็เจ็บปวดเพราะอาการกระหายเลือดและการกลายพันธุ์ ที่สุดเธอกรีดร้องโหยหวนออกมาราวกับสัตว์ร้าย อัศวินสะใจ หัวเราะร่าเหมือนจะได้ดูตลกฉากใหญ่

“อดทนไว้นะธิชา ไม่ใช่ทุกคนที่กลายพันธุ์แล้วจะต้องกระหายเลือดเสมอไป อย่างน้อยก็มีฉันคนหนึ่งที่ไม่เป็นแบบนั้น” ฤทธิ์พยายามปลอบ

ธิชากัดฟันคำรามด้วยความเจ็บปวด ฤทธิ์มองเธออย่างเวทนา และอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังมีดที่ปักอยู่ข้างๆ

อัศวินไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขาเดินกลับออกไปขึ้นรถที่หน้าโกดังและกำชับสมุนคนหนึ่ง

“อย่าลืมนะ ถ้าไอ้พี่น้องโลกสวยคู่นั้นมันฆ่ากันเมื่อไหร่  รีบส่งคลิปไปให้ฉันทันที บอกตามตรง...อยากดูมาก ฮ่าๆๆ”

“ได้ครับหัวหน้า ผมว่าเดี๋ยวมันต้องฆ่ากันแน่”

อัศวินขับรถจากไป ส่วนสมุนกลับเข้ามาข้างในรวมกลุ่มกับพรรคพวกเฝ้าดูธิชาทรมานต่อความเจ็บปวด เธอจิกกรงเล็บลงกับพื้น ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเขียว ฤทธิ์ได้แต่เฝ้ามองดูสภาพของเธออย่างสิ้นหวัง ขณะที่สมุนพรายพิฆาตพากันลุ้นอย่างเมามัน

“เฮ้ย เอ็งว่าน้องจะฆ่าพี่หรือพี่มันจะฆ่าน้องกันแน่วะ”

“แทงข้างน้องเว้ย รับรองมันต้องฟาดพี่มันเป็นมื้อค่ำแน่นอน ฮ่าๆๆ”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเหล่าสมุนพรายพิฆาต ฤทธิ์กำลังมองสภาพของธิชาด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น ณัฐชาอยู่ที่กองปราบ เธอโทร. คุยกับลิซ่าด้วยเรื่องความผิดปกติหลายอย่างของโทมัส และอยากรู้ว่าทางนั้นจะลงมือพิสูจน์เมื่อไหร่

“คืนนี้ แต่โปรแกรมของมาดามจะพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนว่าเขาไม่ใช่โทมัสตัวจริง”

“ถ้างั้นฉันขอร่วมวงด้วย ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าโทมัสตัวจริงอยู่ที่ไหนกันแน่”

ณัฐชาวางสายแล้วคว้าเสื้อเกราะมาสวมเตรียมออกเดินทางไปบลูฟินิกซ์พร้อมอาวุธครบมือ แต่พอพ้นห้องมาก็เห็นจ่าสมพรนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่

“อ้าวจ่า นี่ยังไม่กลับอีกเหรอ นึกว่าออกเวรไปแล้วซะอีก”

“สถานการณ์แบบนี้ผมทิ้งผู้กองไม่ลงหรอกครับ ลุยไหนลุยนั่น”

“งั้นมาด้วยกันเลยจ่า งานนี้มีลุยแน่”

จ่าสมพรยิ้มบางๆก่อนจะพับหนังสือพิมพ์แล้วเดินตามผู้กองณัฐชาไป ขณะนั่งรถคันเดียวกัน ณัฐชาเหลือบมองจ่าสมพรบ่อยครั้งก่อนตัดสินใจถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“ขอถามเรื่องส่วนตัวได้ไหมจ่า”

“ครับผม”

“ปกติถ้าเป็นคดีอื่น จ่าจะคอยสแตนด์บาย 24 ชั่วโมงแบบนี้รึเปล่า”

“ผู้กองสงสัยอะไรเหรอครับ”

“ฉันว่าจ่าดูกระตือรือร้นกับงานเป็นพิเศษ ว่ามั้ย”

“ลูกเมียของผมต้องตายก็เพราะพวกมัน บอกตาม ตรงนะครับผู้กอง มันไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่หรอกครับ แต่มันคือการล้างแค้น”

ฟังเรื่องราวของจ่าสมพรแล้ว ณัฐชาสลดไปเล็กน้อยและไม่ถามอะไรอีก

ooooooo

อัศวินในคราบของฤทธิ์กลับมาถึงบลูฟินิกซ์และพบกับความเงียบเหงาวังเวง ไฟทุกดวงถูกปิดจนสลัว ยามไม่มีเลยสักคน

“ไปมุดหัวที่ไหนกันหมด ก็ดี...จะได้สนุกให้เต็มที่” เขาเดินไปที่ลิฟต์ โดยไม่รู้ว่าร่างเสมือนจริงของมาดามหลิวปรากฏขึ้นและมองตามเขาไปอย่างประสงค์ร้าย

อัศวินเข้ามาในห้องแล็บ ค้นข้อมูลสามมิติเกี่ยวกับการทดลองน้ำตามัจจุราชออกมาอ่าน

“เยี่ยมมาก น้ำตามัจจุราชถูกมาดามหลิวพัฒนาไปอีกขั้นการกลายพันธุ์อยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์แล้ว ต่อไปโลกนี้จะไม่มีใครหยุดยั้งพรายพิฆาตได้อีก นอกซะจาก...” พูดแล้วนึกได้ สั่งการทันที “ศูนย์ข้อมูล ฉันอยากรู้เรื่อง เกี่ยวกับวัคซีนปราบไวรัสพรายพิฆาต ส่งไฟล์มาให้ฉัน”

ผ่านไปครู่เดียว ภาพสามมิติปรากฏเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างวัคซีนปราบไวรัส

“การทดลองไปถึงขั้นไหนแล้ว”

ทันใดนั้นเองร่างเสมือนจริงของมาดามหลิวปรากฏขึ้น อัศวินในคราบฤทธิ์หันมาเผชิญหน้าอย่างประหลาดใจ ทั้งที่รู้ว่ามันคือโปรแกรมจำลองความคิดของมาดามหลิว

“มาดาม...ผมไม่ได้เรียกคุณซะหน่อย”

“ฉันเห็นเธอกำลังค้นหาข้อมูล ก็เลยอยากช่วย”

“ก็ดี ผมอยากรู้เรื่องวัคซีนต้านไวรัสของพรายพิฆาตมันพัฒนาถึงไหนแล้ว”

“ยังอยู่ในขั้นทดลองระดับสาม แต่มีปัญหาค่อนข้างรุนแรง”

“งั้นเหรอ”

มาดามหลิวกวาดมือไปเบื้องหน้า ภาพสามมิติปรากฏขึ้นเป็นภาพของหนูทดลองจำนวนมากดิ้นทุรนทุราย

“รายงานระบุว่าหลังจากได้รับวัคซีนเข้าไป  ไวรัสในตัวหนูทดลองจะลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนั้นแค่สามนาทีก็จะเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ตามมา ไวรัสพรายพิฆาตจะกลายพันธุ์และเพิ่มปริมาณขึ้นเป็นสามเท่า ทำให้สัตว์ทดลองจำนวนมากเสียชีวิต มีเพียงไม่กี่ตัวที่สร้างภูมิคุ้มกันได้สำเร็จและรอดตาย”

“สมแล้วที่เป็นไวรัสของพรายพิฆาต ร้ายกาจจริงๆ”

“แต่ก็ยังไม่ร้ายเท่านาย”

“อะไรนะ”

“ฉันสแกนร่างกายของนายแล้ว โครงสร้างของนายไม่ใช่โทมัสแต่นายคืออัศวิน”

ฤทธิ์ไม่สะทกสะท้าน ยิ้มเหี้ยมก่อนจะคืนร่างเป็นอัศวินทันที!!

เวลาเดียวกัน ณัฐชากับจ่าสมพรมาถึงชั้นล่างของบูลฟินิกซ์แล้ว

“ผู้กองครับ เราต้องติดต่อใครก่อนรึเปล่าครับ”

“ไม่ต้องแล้วจ่า ลิซ่ารอเราอยู่ที่ห้องแล็บ”

ทันใดเสียงโทรศัพท์มือถือณัฐชาดังขึ้น เธอชะงักมองเบอร์ไม่คุ้นนักแต่ก็กดรับอย่างเร่งรีบ

“ฮัลโหล ใครคะ”

“เซอร์ไพรส์จ้ะเพื่อนรัก”

“ไอริณ...”

ไอริณอยู่ในรถแท็กซี่ เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ “งงสิท่า พอดีฉันมีงานถ่ายโฆษณาก็เลยบินด่วนกลับกรุงเทพฯ คืนนี้เธอว่างรึเปล่าณัฐชา ช่วยมาเอาของฝากหน่อยสิ ฉันซื้อของมาฝากเธอเยอะแยะเลยนะ”

“เอ่อ...เดี๋ยวก่อนละกันนะไอริณ คือฉันทำงานอยู่ เดี๋ยวโทร.กลับนะ”

“อ้าว เดี๋ยวสิณัฐชา ตกลงกันก่อน คืนนี้ฉันจะไปค้างที่ห้องเธอนะณัฐชา”

ณัฐชาตอบรับแล้วตัดสายพร้อมเสียงบ่น “มาอะไรกันตอนนี้...ไปต่อจ่า”

ขณะนั้น โปรแกรมจำลองภาพเสมือนจริงมาดามหลิวกำลังเผชิญหน้ากับอัศวินอยู่ภายในห้องแล็บ มาดามหลิวใช้ความเร็วปิดประตูห้องก่อนที่อัศวินจะทำการใดๆ

“โปรแกรมของฉันเชื่อมต่อกับระบบทั้งหมดของอาคาร ฉันจะขังแกไว้ที่นี่”

“ถึงยังไงเธอก็ฆ่าฉันไม่ได้อยู่ดี”

“แน่นอน ฉันทำไม่ได้”

“แต่ฉันทำได้” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น

อัศวินหันไปเห็นลิซ่าโผล่จากที่ซ่อนพร้อมปืนคลื่นไฟฟ้าในมือ เธอเหนี่ยวไกยิงร่างอัศวินจนเซไปชนแผงเครื่องมือบางอย่างทำให้กระแสไฟฟ้าในห้องช็อตติดๆดับๆ อัศวินกัดฟันคำรามด้วยความเจ็บปวด

“ลิซ่า!!”

ณัฐชากับจ่าสมพรออกจากลิฟต์และเห็นกระแสไฟติดๆดับๆตลอดทางเดิน ทั้งคู่สังหรณ์ใจว่าเกิดเหตุร้ายจึงรีบตรงไปที่ห้องแล็บ

อัศวินกำลังแผดร้องด้วยความเจ็บปวดด้วยพลังคลื่นไฟฟ้าที่ล้อมรอบตัว

“ลิซ่าเพิ่มกำลังไฟอีก เอามันให้อยู่”

“พลังงานใกล้หมดแล้วค่ะมาดาม”

“นังสารเลว พวกแกต้องตาย” อัศวินตะโกนด้วยความแค้นสุดๆ

ลิซ่าจัดการตามมาดามสั่ง อัศวินโดนช็อตจนตาเหลือก เลือดไหลออกจมูก ปาก หู พร้อมกันนั้นปืนของลิซ่าก็ดับวูบ กระแสไฟหมดลงพอดี

“ลิซ่า เข้าชาร์จมัน”

ลิซ่าคว้ากระบองไฟฟ้าออกมาแล้วเดินดุ่มจะเข้าไปฟาดอัศวิน แต่โดนมันตะปบข้อมือเอาไว้อย่างเร็ว

“นังตัวแสบ”

ลิซ่าหน้าเสีย รีบออกเพลงมวยเล่นงานอัศวินแต่มันไม่สะเทือนแม้แต่น้อย อัศวินคำรามออกมาก่อนจับร่างลิซ่าโยนไปชนข้าวของล้มโครม แล้วคว้าเศษกระจกติดมือเดินตรงไปกระชากวิกผมของเธอออก

“ก็บอกแล้วไงว่าอย่าใส่วิก เธออยากแตกต่างจากฝาแฝดของเธอใช่มั้ยลิซ่า ฉันจะจัดการให้”

อัศวินเอาเศษกระจกกรีดหน้าเธอจนเป็นแผล ลิซ่ากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ไม่เอาน่าคนเก่ง ทีเธอเล่นงานฉัน ฉันยังไม่ว่าสักคำ”

“อัศวิน...ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้”

อัศวินไม่ปล่อยแถมยังต่อรองกับมาดามหลิวให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นตนจะกรีดคอลิซ่าให้ดู...มาดามหลิวจ้องมองมันด้วยความโกรธแค้น

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเจ๊ เธอมันเป็นแค่โปรแกรมนะ ไม่ใช่มาดามหลิวตัวจริงซะหน่อย”

“แกมันโหดยิ่งกว่าไอ้กรณ์ซะอีก”

“เปิดประตู!”

มาดามหลิวไม่มีทางเลือก จำต้องยกมือขึ้นเปิดประตูให้มัน

“อย่าตุกติกเชียวนะมาดาม” อัศวินสีหน้าข่มขู่พลางลากลิซ่าออกไปหน้าห้อง “แผนล่มไม่เป็นท่า หน้าแหกขนานแท้ จริงมั้ยจ๊ะคนสวย”

ลิซ่าได้แต่ข่มกลั้นอารมณ์แค้น แต่ทันใดนั้นเอง อัศวินก็โดนณัฐชายิงเข้าที่ไหล่จนหงายหลัง ลิซ่าพลิกตัวหลบตามคำสั่งของณัฐชา พลันกระสุนปืนจากผู้กองและจ่าก็รัวใส่อัศวินไม่ยั้ง

ณัฐชากับจ่าสมพรกระหน่ำยิงใส่อัศวินหูดับตับไหม้ เลือดสีเขียวของมันสาดกระเซ็นไปทั่ว ต่อให้เป็นมนุษย์กลายพันธุ์แต่โดนไฟช็อตแถมโดนยิงซ้ำแบบนี้ก็ทรุดลงกระอักเลือดไปเช่นกัน ลิซ่ามัวยืนตะลึงด้วยความตกใจ จนภาพเสมือนจริงของมาดามหลิวปรากฏขึ้น

“ลิซ่า ฉีดยาให้มัน”

ลิซ่าได้สติรีบดึงเข็มฉีดยาที่พกติดตัวไว้ออกมาปักใส่คออัศวินทันที แต่เวลานั้นอัศวินเจ็บจนไม่รู้จะเจ็บยังไงแล้ว มันเลยร้องไม่ออก

“อะไรน่ะลิซ่า” ณัฐชาร้องถาม

“ไซยาไนต์ ถ้าเป็นคนธรรมดารับรองว่าตายแน่ แต่กับมนุษย์กลายพันธุ์คงหมดฤทธิ์ไปซัก 2 ชั่วโมง”

ณัฐชาพยักหน้าอย่างโล่งใจที่ลิซ่าไม่ได้ฆ่ามัน ขณะที่จ่าสมพรยังมองภาพจำลองเสมือนจริงของมาดาม– หลิวไม่วางตา มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากสำหรับอดีตตำรวจภูธรอย่างเขา

ooooooo

ตอนที่ 18

ลิซ่าต้อนรับธิชาด้วยไมตรีก่อนจะพาเธอไปห้องพัก ส่วนโทมัสแยกไปยังห้องส่วนตัวพร้อมณัฐชาแล้วนั่งคุยกันถึงธิชาที่ฝ่ายชายยังปกปิดเรื่องชาญตายเพราะกลัวเธอทำใจไม่ได้

“คุณตั้งใจจะบอกกับเธอเมื่อไหร่”

“เรื่องชาญน่ะเหรอ”

“ทุกเรื่อง ฉันอยากรู้ว่าก่อนหน้านี้เธอหายไปไหนมา แล้วไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นได้ยังไง”

“ณัฐชา...น้องสาวของชาญเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆมานะ ผมคิดว่าเราน่าจะรอก่อน เอ๊ะ หรือว่าคุณมีอะไร”

“ฉันแค่สังหรณ์ใจ มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับธิชา”

คำพูดของณัฐชาทำให้โทมัสรู้สึกกังวล...ขณะ เดียวกันนั้น ลิซ่าพาธิชาไปห้องแล็บเพื่อตรวจร่างกาย พอเห็นธิชามีท่าทีลังเลเธอจึงอธิบายว่า

“มันเป็นกฎของบริษัทจ้ะ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต้องผ่าน การตรวจร่างกาย...ไม่ต้องห่วง ถ้าเธอมีปัญหาเรื่องสาร เสพติดล่ะก็ ฉันจะปิดเป็นความลับ เอาล่ะ ทีนี้ก็ถอดเสื้อได้แล้ว”

ธิชาจำใจทำตามอย่างไม่มีทางเลี่ยง แล้วลิซ่าก็ตะลึงเมื่อพบว่าแผ่นหลังของเธอมีร่องรอยบาดแผลคล้ายถูกเฆี่ยนตีและรอยจี้ด้วยบุหรี่

“เธออยากเล่าไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”

ธิชาอึกอัก แววตาเต็มไปด้วยความคับแค้นสะเทือน ใจกับอดีตของตน...หลังรู้ข้อมูลบางอย่างจากธิชาแล้ว ลิซ่าจึงมาบอกต่อฤทธิ์และณัฐชา

“ฝีมือพวกแก๊งค้ายา พวกมันทารุณเธอจนต้องหนีไปหาจอย ก่อนไปเจอผู้หญิงคนที่เป็นผีดิบคนนั้น”

“ผู้หญิงคนนั้นจับเธอไว้เหรอ”

“เปล่า เธอเพิ่งเสียลูกสาวไป แล้วก็เสพน้ำตาสวรรค์จนเพี้ยน เลยคิดว่าธิชาคือลูกสาวของเธอ”

“แล้วทำไมธิชาไม่หนี”

“เธอคิดว่ามันปลอดภัยกว่าถ้าจะซ่อนตัวอยู่ที่นั่น และตัดขาดจากโลกภายนอก”

“น่าสงสัยนะ น้ำตาสวรรค์กำลังขาดตลาดแล้วยัยผีดิบไปเอามาจากไหนตั้งมากมาย แล้วที่สำคัญปกติการกลายพันธุ์จะไม่มีการติดต่อจากคนสู่คน แต่เหยื่อของแม่นี่ดันกลายเป็นผีดิบไปด้วย เหมือนแวมไพร์ไม่มีผิด ฉันว่ามันต้อง...”

“เอาล่ะๆ ค่อยๆคิดเถอะครับคุณตำรวจ เรื่องคดียังไงก็เป็นหน้าที่ของคุณ ส่วนเรื่องธิชาผมจัดการเอง”

ฤทธิ์ตัดบทเสียจนณัฐชาหน้ามุ่ย แถมเขายังคะยั้น คะยอให้เธอกลับได้แล้ว ทางนี้เขาจัดการเอง เธอเลยประชดให้ว่ากระตือรือร้นเหลือเกินนะเรื่องสาวๆเนี่ย

“โธ่คุณ ธิชาเป็นน้องสาวของชาญเพื่อนผมนะ”

“ก็ยังไม่ได้บอกว่าคุณคิดอะไรซะหน่อย ทำไมต้องร้อนตัวด้วยล่ะ หรือว่าคิดจริงๆ”

“อ้าวคุณ...ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น คุณต่างหากที่กำลังคิด”

ณัฐชาถามเสียงเขียวว่าคิดอะไร พอได้ยินคำตอบว่า “คุณหึง” ผู้กองสาวถึงกับแค่นหัวเราะหึๆ

“เฮอะ ฝันไปเหอะคุณ ผู้หญิงอย่างฉันไม่มีทางเหมือนผู้หญิงคนอื่น โหมดหึงไม่เคยมีในสารบบของณัฐชา”

“แล้วผมจะคอยดู โชคดีนะ”

ณัฐชาหมั่นไส้ แอบด่าเบาๆขณะลงลิฟต์ไป “คนบ้า...อย่าให้จับได้นะว่ากิ๊กเด็ก เจอวิสามัญแน่ คอยดูสิ”

ooooooo

บ่ายนั้น ธิชาเจออัศวินหน้าห้องสมุด เธอมีท่าทีหวาดกลัวจนกรีดร้องลั่นไปหมดแถมยังคว้ากรรไกรแทงหลังมือเขาจนได้เลือด โทมัสตกใจรีบวิ่งมาปลอบเธอ พร้อมกันนั้นก็ให้อัศวินไปทำแผล

หลังจากธิชาสงบลงแล้ว โทมัสจึงไปหารือกับลิซ่า ซึ่งหญิงสาววิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา

“ฉันว่ามันคงเป็นอาการป่วยอย่างหนึ่ง ธิชามีประวัติเคยใช้สารเสพติดแถมยังเคยถูกทำร้ายร่างกายจิตใจมาก่อน อารมณ์ของเธอถึงได้เปราะบางขนาดนั้น”

“แล้วคุณว่าผมควรจะบอกเธอตอนไหนดี...เรื่องชาญ”

“ฉันบอกไม่ได้หรอกคุณโทมัส ตอนนี้คุณคือผู้ปกครองของเธอ เรื่องนี้คุณต้องตัดสินใจเอง”

แล้วในคืนนั้นเอง ฤทธิ์หรือโทมัสก็ตัดสินใจพูดความจริงเรื่องชาญให้ธิชารับรู้ หญิงสาวถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นพูดเสียงสั่นเครือ

“ในเมื่อเขาไปแล้ว แล้วคุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”

“เพราะชาญคือเพื่อนของฉัน ดังนั้นเธอก็คือน้องสาวของฉันด้วยเหมือนกัน ต่อไปนี้ฉันดูแลเธอเอง”

ขณะที่โทมัสปลอบใจธิชา เป็นเวลาที่ณัฐชากำลังเดินทางกลับคอนโดฯ หลังเลิกงาน แล้วเจออัศวินโดยบังเอิญ ตอนแรกเธอจำเขาไม่ได้ กระทั่งเขาแนะนำตัวว่าเป็นหัวหน้า รปภ.ของบลูฟินิกซ์ ถึงรู้สึกคุ้นหน้าขึ้นมาบ้าง

อัศวินอ่อนน้อมถ่อมตนจนณัฐชาไว้ใจ เมื่อรู้ว่าเขาอยู่คอนโดฯ เดียวกันก็ยิ่งให้ความสนิทสนม แต่พออัศวินบอกว่าถ้าโทมัสรู้ว่าตนอยู่ที่นี่เหมือนกันคงแปลกใจแน่ๆ ณัฐชาก็รีบกำชับว่าห้ามเล่าให้เขาฟังอย่างเด็ดขาด

“อ้าว ทำไมล่ะครับ”

“ฉันจะได้ฝากคุณสอดส่องพฤติกรรมเขาไง”

“คุณโทมัสดูไม่ใช่คนเจ้าชู้นะครับ จะมีก็แค่คุณธิชาที่ดูเขาจะเป็นห่วงมาก”

“เขาแสดงออกขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ครับ กำชับให้พวกผมดูแลเป็นพิเศษ”

“แล้วธิชาเป็นไง มีอะไรแปลกๆบ้างมั้ย”

“แปลกยังไงครับ”

ณัฐชาลังเลเล็กน้อยก่อนตัดบทว่าไม่มีอะไร จากนั้นเธอแยกตัวเข้าห้องพัก โดยไม่รู้ว่าอัศวินย้อนกลับออกไปอีกพร้อมก๋วยเตี๋ยวหลายถุง...

ที่บริษัทบลูฟินิกซ์ โทมัสครึ่งหลับครึ่งเหมือนฝันร้าย ว่ามีใครคนหนึ่งเข้ามาจ้วงแทงด้วยมีด แต่พอเขาลุกพรวด ไปคว้าปืนร่างนั้นก็หายไปพร้อมกับถ้อยคำที่ว่า “ไม่มีใคร อยู่ค้ำฟ้าหรอกนักสู้มหากาฬ วันตายของแกมาถึงแล้ว”

โทมัสงุนงงและคิดว่าเป็นความฝัน พลันเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น พอกดรับก็ตกใจไม่น้อยกับถ้อยคำของชายปริศนา

“ฉันคือคนที่จับตาดูแกอยู่ ฉันคือยมทูตของแก”

“พรายพิฆาตอีกสิท่า”

“ส่งน้ำตามัจจุราชที่แกซ่อนไว้มาให้ฉัน ไม่อย่างนั้นแกจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”

โทมัสขบกรามด้วยความตึงเครียด แล้วเรียกลิซ่ามาปรึกษาหลังจากชายปริศนาวางสายไปแล้ว

“คุณเป็นคนบอกฉันเองว่าน้ำตามัจจุราชถูกเก็บไว้ในที่ปลอดภัย พวกคนร้ายไม่มีทางเจอมันแน่”

“เพราะแบบนี้ผมถึงกลัวว่ามันจะใช้วิธีสกปรก”

“เพื่อบีบคุณให้ส่งน้ำตามัจจุราชงั้นเหรอ ถ้ามันรู้จักคุณมันคงไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก พรายพิฆาตเคยต่อรองกับคุณด้วยชีวิตของคนที่คุณรักมากที่สุด นั่นก็คือผู้กองณัฐชาแต่ถึงขนาดนั้นก็ยังเปลี่ยนใจคุณไม่ได้ เรื่องนี้สมุนของมันก็น่าจะรู้”

“ผมกลัวว่ามันจะมีแผนอื่น”

“วางใจเถอะคุณโทมัส ทุกคนที่อยู่ที่นี่จะต้องปลอดภัย ฉันรับรอง”

ขณะที่ลิซ่ากับโทมัสคุยกันอยู่ในห้องสมุด อัศวินกำลังทักทายลูกน้องอยู่ชั้นล่าง เขาซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝากยามทุกคนที่เข้าเวรกันมากหน้าหลายตา

“คืนนี้อยู่เต็มอัตราศึกเลยหรือไง”

“ครับ คุณลิซ่าหวั่นว่าจะเกิดเหตุร้าย ก็เลยจัดเต็มแบบนี้มาหลายคืนแล้วครับ”

“ถ้าพรายพิฆาตบุกเข้ามาจริงๆ พวกมันต้องเสร็จเราแน่” อัศวินพูดพร้อมกับสอดส่ายสายตาไปแทบทุกมุมอย่างใช้ความคิด

ooooooo

วันถัดมา จ่าสมพรผู้ช่วยคนใหม่ของผู้กองณัฐชาได้เบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีพรายพิฆาต ที่บุกเข้ามาขโมยน้ำตามัจจุราชเมื่อหลายวันก่อนในบริษัทบลูฟินิกซ์แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งจ่าสมพรตามสืบอย่างกระชั้นชิดคนร้ายที่หนีไปได้คนหนึ่งถึงโกดังร้างและพบว่ามีผู้หญิงอยู่ที่นั่นด้วย

ปรากฏว่ารูปร่างหน้าตาของผู้หญิงคนนั้นคล้ายธิชามาก ณัฐชาเห็นหลักฐานจากจ่าสมพรแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเป็นคนเดียวกัน จึงให้จ่าสืบต่อเพื่อความชัดเจน ส่วนตัวเองรีบโทร.ไหว้วานลิซ่าช่วยเตือนโทมัสให้ระวังตัวไว้บ้าง

“แล้วทำไมคุณไม่เตือนเขาเองล่ะ”

“ขืนฉันพูดเขาก็หาว่าฉันขี้ระแวงอยู่ดี คุณช่วยบอกแทนฉันด้วยละกัน”

“ถ้างั้นก็คงต้องรอเย็นนี้”

“เย็นนี้? โทมัสไม่อยู่เหรอ”

“เขาออกไปข้างนอกกับธิชา”

ณัฐชาฟังแล้วอึ้ง ทั้งห่วงทั้งหึงระคนกัน...โทมัสพาธิชาไปซื้อเสื้อผ้าแล้วแวะกินไอศกรีมกันประสาพี่น้อง เขาให้ความสนิทสนมเป็นกันเองจนธิชาดูผ่อนคลายไว้วางใจ

ขณะเดียวกันที่บริษัท ลิซ่าให้อัศวินเอากล้องสอดแนมขนาดจิ๋วเข้าไปซ่อนไว้ในห้องของธิชาตามที่ณัฐชาแนะนำ พอเสร็จปุ๊บโทมัสก็พาธิชากลับมาพอดี แต่ณัฐชามาถึงก่อนหน้านี้แล้ว เธอเห็นธิชาควงแขนโทมัสก็อดขุ่นมัวไม่ได้ พูดจาจับผิดธิชาเสียจนโทมัสไม่สบอารมณ์นัก ชวนแฟนสาวขึ้นไปคุยกันข้างบน

“นี่คุณต้องการอะไรกันแน่ณัฐชา คุณจะคอยจับผิดธิชาไปถึงไหน”

“แค่ไม่ไว้ใจเธอ คุณน่าจะส่งเธอไปอยู่ที่อื่น จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าคุณปลอดภัย”

“ทำไมผมต้องระแวงเธอด้วย เพราะคุณสั่งให้ผมระแวงงั้นเหรอ”

“ฉันเป็นห่วงคุณนะโทมัส”

“ผมตัดสินใจเองได้ ผมไม่ว่าหรอกนะที่คุณจะไม่ชอบธิชา แต่อย่างน้อยก็ควรจะมีหลักฐานหรือเหตุผล ที่มากกว่านี้ ที่คุณมีตอนนี้มันก็แค่อารมณ์เท่านั้นเอง”

“ก็จริงของคุณ ถ้างั้นฉันกลับก่อนแล้วกัน” ณัฐชากลับออกมาด้วยความน้อยใจ เจอลิซ่าดักรออยู่หน้าห้อง ท่าทางเธอเหมือนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“คุณเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง เขาก็เหมือนกัน”

“ฉันจะรีบหาหลักฐานมายืนยันสิ่งที่ฉันพูดให้เร็วที่สุด ฝากทางนี้ด้วยนะ”

ลิซ่ารับปากและมองตามณัฐชาไปอย่างเข้าใจ ฝ่ายโทมัสขึ้นไปสงบสติอารมณ์บนดาดฟ้า ก่อนที่อัศวินจะตามมาพูดคุยให้เขาผ่อนคลาย แต่มันทำให้โทมัสอดคิดถึงชาญไม่ได้ ยามที่มีเรื่องไม่สบายใจ ชาญมักมีคำแนะนำดีๆให้เขาเสมอ

“แต่ก่อนฉันเคยมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง เขาคอยปกป้องฉันเสมอ แล้วก็ให้คำปรึกษาเวลาที่ฉันจนตรอก”

“คุณคงหมายถึงชาญ...เสียดายที่ผมประสบการณ์ยังไม่ถึงขนาดนั้น ก็เลยช่วยอะไรคุณไม่ได้”

“ไม่ใช่ความผิดของนายซะหน่อย นี่เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับงาน”

“แต่คุณก็ระบายให้ผมฟังได้นะครับ อย่างน้อยคุณ ก็ควรบอกว่าคุณกำลังกลุ้มใจเรื่องอะไร”

“ฉันรู้สึกว่าเวลาของฉัน...หมายถึงนาฬิกาชีวิตของฉันมันเดินช้าเหลือเกิน แล้วมันทำท่าจะหยุดเดินด้วยซ้ำ มันทำให้ฉันไม่กล้าวางแผนอะไรสำหรับอนาคต ไม่กล้าที่จะเริ่มต้นอะไรนอกซะจากดูแลแค่สิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ให้ดีที่สุด”

“ผมเคยเห็นข่าวผู้ชายคนหนึ่ง เขาแต่งงานตอนอายุเจ็ดสิบ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าเขาเห็นแก่ตัวมาก แต่พอมานึกๆดูแล้ว...ผมคิดว่าเวลาที่เหลืออยู่ของทุกคนมีไว้เพื่อทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่เพื่อรอวันตาย”

“นายแน่ใจเหรอ”

“ลูกผู้ชายทุกคนคือฮีโร่ และฮีโร่ควรอยู่อย่างมีความหวังครับเจ้านาย ไม่ว่าแพ้หรือชนะ เราต้องอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีมีหัวใจของนักสู้”

ฟังแล้วโทมัสนิ่งไปอย่างครุ่นคิด...วิญญาณของนักสู้เหมือนถูกปลุกเร้าขึ้นมาอีกครั้ง

ooooooo

ลิซ่ารับทราบข้อมูลจากภาพจำลองเสมือนจริงของมาดามหลิวว่าผลวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของธิชาบ่งบอกว่าปกติดี สภาพร่างกายของเธอยังไม่มีการกลาย พันธุ์ แต่พบสารเสพติดประเภทยากล่อมประสาทในเลือดของเธอ

“ยากล่อมประสาทเหรอคะ ฉันนึกว่าเธอจะใช้น้ำตาสวรรค์ซะอีก”

“ทำไมถึงคิดแบบนั้น”

“โทมัสบอกว่าที่บ้านหลังนั้นมีน้ำตาสวรรค์อยู่เต็มไปหมด”

“ลิซ่า...ฉันมีข้อสังเกตเรื่องหนึ่ง ตั้งแต่ธิชามาที่นี่เคยแสดงอาการอยากยาให้เธอเห็นรึเปล่า”

“ไม่ค่ะมาดาม แต่ว่าตอนที่ฉันสอบถามเธอเรื่องที่เกิดขึ้น เธอมีอาการเบลอและจำเรื่องบางอย่างไม่ได้”

“แล้วเธอคิดว่าธิชาเสพยาจนเบลอ ตอบคำถามไม่ได้ หรือเสพยาเพื่อจะได้ไม่ต้องตอบคำถามบางอย่างกันแน่”

ลิซ่าคิดตามแล้วเอะใจ เธอรีบนัดพบณัฐชาบอกให้รู้ว่าจริงอย่างที่สงสัย ธิชาปกปิดอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ แต่เธอจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร

“มีเหตุผลเดียว...พรายพิฆาต”

“ผู้กองมีหลักฐาน?”

“ถ้า DNA ของธิชาตรงกับเส้นผมของผู้หญิงปริศนาในโกดัง เธอต้องเกี่ยวข้องกับพวกมันแน่ ถึงเวลากระชากหน้ากากของเธอแล้ว”

แล้วในคืนนั้นเอง ธิชาก็ทำให้ลิซ่าจับพิรุธได้อีก เธอแอบเข้ามาในห้องแล็บเพื่อค้นหาน้ำตามัจจุราชโดยไม่รู้ว่าในห้องมีสัญญาณเตือนภัยอยู่ เสียงสัญญาณทำให้ลิซ่า อัศวิน และโทมัสกรูกันเข้ามา ลิซ่าคาดคั้นความจริงแต่ธิชาปฏิเสธ อ้างว่าหิวก็เลยจะมาหาอะไรกินในครัวแต่สงสัยจะหลงทาง

“ฉันไม่เชื่อ เธอต้องถูกควบคุมตัว”

“เดี๋ยวก่อนลิซ่า แล้วธิชาเปิดประตูเข้ามาได้ยังไง คนนอกไม่มีใครรู้รหัส”

“ฉันเปิดเอาไว้เอง เพราะฉันรู้ว่าธิชาต้องเข้ามาแน่”

“ฉันไม่รู้เรื่องจริงๆนะคะ พี่เชื่อฉันนะ” ธิชาส่งสายตาอ้อนวอนโทมัส

“ธิชาเพิ่งมาอยู่ที่นี่คงยังไม่คุ้นเคย ดีที่คนที่เข้ามาเป็นธิชา แต่ถ้าเป็นคนอื่นล่ะลิซ่า ความระแวงบางทีมันก็เป็นผลร้ายนะ”

ลิซ่าอึ้งไป ขณะที่ธิชาเอาแต่ร้องไห้ รำพึงรำพันว่าตนไม่ได้โกหก

“พี่เชื่อเธอ ไม่มีอะไรแล้วทุกคน กลับไปพักผ่อนเถอะ ผมจะดูธิชาเอง”

ลิซ่ายังไม่วางใจแต่โทมัสสบตาให้เชื่อ ก่อนจะประคองธิชาไปส่งห้องนอน แต่ธิชายังไม่วายสะอึกสะอื้นบ่นว่าที่นี่ไม่มีใครชอบตน ทุกคนคิดว่าตนเป็นคนร้าย

“เราจะไปสนใจทำไมกับความคิดคนอื่น เรารู้ว่าเราเป็นอะไรก็พอ”

“แต่ฉันทำให้พี่ไม่สบายใจ”

“ถ้าอยากให้พี่สบายใจก็ต้องหยุดร้องไห้ แล้วก็นอนซะ”

ธิชาล้มตัวลงนอนแล้วแกล้งละเมอเรียกหาชาญ ทำให้โทมัสยิ่งสงสาร ลูบผมเธอเบาๆ พร้อมกับรำพึงว่าพี่จะไม่ทิ้งเธอ...

ooooooo

ในที่สุดณัฐชาก็ตรวจสอบได้ว่าธิชาเป็นพวกเดียวกับพรายพิฆาต โดยได้ข้อมูลจากจ่าสมพรที่เอาเส้นผมของธิชาไปตรวจดีเอ็นเอซึ่งตรงกับผู้หญิงที่พบในโกดังร้าง แต่เมื่อพวกเธอบุกมาจับธิชากลับถูกโทมัสขัดขวางเพราะคิดว่าทุกคนกำลังเข้าใจผิด

ธิชาปฏิเสธทั้งน้ำตาว่าตนไม่รู้เรื่อง ที่ตนถูกจับไปขังแล้วส่งตัวไปอยู่กับฤดีเป็นความจริงแต่ตนไม่รู้เหตุผลของคนร้าย และเรื่องที่ลิซ่าบอกว่าตนเป็นหนอนบ่อนไส้เพื่อหาทางขโมยน้ำตามัจจุราชก็ไม่เป็นความจริง

“จริงหรือไม่จริงเดี๋ยวเราจะได้รู้กัน”

“ณัฐชา...คุณจะทำอะไร”

“ธิชาจะต้องเข้าเครื่องจับเท็จ จ่า...เอาตัวไปกองปราบ”

จ่าสมพรปฏิเสธตามคำสั่งผู้กองทันที เขาควบคุมตัวธิชาออกไป สวนกับอัศวินที่เข้ามาพอดี โทมัสทำท่าจะเดินตามแต่ณัฐชารีบขวางไว้ บอกเขาว่าจากนี้ไปเป็นหน้าที่ของตำรวจ ถ้าธิชาบริสุทธิ์ ตนต้องปล่อยตัวกลับมาแน่

“คุณมีอคติกับธิชา...ทำไม!”

“แล้วแต่คุณจะคิด แต่ที่ฉันทำทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง”

ณัฐชาออกไปด้วยความน้อยใจ อัศวินรับรู้ถึงรอยร้าวของคนทั้งคู่แล้วหันมาถามลิซ่าเมื่อเห็นโทมัสขึ้นรถขับตามพวกณัฐชาไปแล้ว

“เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอครับ ตำรวจจับตัวคุณธิชาไปทำไม”

“ตำรวจมีหลักฐานว่าธิชาเป็นพวกพรายพิฆาต”

“ไม่น่าเป็นไปได้ เด็กผู้หญิงท่าทางไร้พิษภัยอย่างนั้น”

“ยาพิษที่อันตรายที่สุดย่อมไม่มีกลิ่น...จำไว้”

ลิซ่าทิ้งท้ายอย่างหนักใจ...

ภายในห้องสอบสวนกองปราบ ธิชานั่งเผชิญหน้ากับณัฐชา แม้จะมีเครื่องจับเท็จแต่ธิชาก็ไม่มีท่าทีหวั่นเกรงหวาดกลัวเลยสักนิด และไม่ว่าจะถูกคาดคั้นอย่างไรเธอก็ยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้เป็นพวกพรายพิฆาตและไม่ได้ประสงค์ร้ายกับโทมัส

“คุณคงรักพี่โทมัสมาก แต่คุณกำลังเข้าใจผิด หรือไม่คุณก็จงใจเข้าใจผิดเพราะแรงหึง”

“นี่เธอ!” ณัฐชาตบโต๊ะดังปังอย่างหมดความอดทน ธิชาแกล้งกรีดร้องแล้วล้มฟุบลงกับพื้น เป็นจังหวะที่โทมัสฝ่าด่านตำรวจเข้ามาเห็นพอดี เขาประคองธิชาพร้อมกับต่อว่าณัฐชาอย่างไม่พอใจ

“ผมไม่นึกเลยว่าคุณจะเอาอารมณ์มาปนกับหน้าที่”

“ใครกันแน่ที่เอาอารมณ์ตัดสินทุกอย่าง คุณต่างหากที่หน้ามืดตามัว”

“ผมจะพาธิชากลับ ถ้าอยากจะคุยอะไรอีก ผมจะส่งทนายมา”

โทมัสอุ้มธิชาออกไป ทิ้งให้ณัฐชาน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ ธิชารับรู้เรื่องราวตลอดแต่แกล้งหมดสติ พอกลับถึงที่พักก็ร้องห่มร้องไห้โทษตัวเองทำให้โทมัสเดือดร้อน แต่ขอยืนยันว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรายพิฆาตจริงๆ และเพื่อความสบายใจของทุกคน ตนควรไปจากที่นี่

“พี่ไม่ยอม เธอไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ที่นี่คือบ้าน คือครอบครัวใหม่ของเธอนะธิชา”

“แต่ผู้กองณัฐชาคงไม่เลิกราแน่ เขาคงรังเกียจฉันมาก”

“ณัฐชาทำไปเพราะเป็นห่วงพี่ พี่จะอธิบายให้เขาเข้าใจเอง”

“ห่วงหรือหวงคะ พี่ดูไม่ออกจริงๆเหรอ ลองผู้หญิงได้หึงแล้วอะไรก็ฉุดไม่อยู่หรอกค่ะ”

โทมัสคิดตามอย่างหนักใจ...แล้วค่ำนั้นเองเขาซื้ออาหารเพื่อไปง้อแฟนสาวแต่กลับพบว่าเธออยู่กับอัศวินในลักษณะใกล้ชิดสนิทสนมกันจนทำให้เขาโมโหหึงถึงกับชกหน้าฝ่ายชายเต็มแรงพร้อมกับตำหนิณัฐชาทำแบบนี้เพื่อประชดตนที่ไม่เชื่อเรื่องธิชา

“คุณโทมัสครับ อย่าเข้าใจผิด คือผมพักอยู่ห้องตรงข้ามก็เลยซื้อของมาฝากผู้กอง แล้วทีนี้ก๊อกน้ำมันแตก เราสองคนก็เลยอยู่ในสภาพ...”

“พอ! คุณวิน คุณไม่ต้องอธิบายอะไรหรอก เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด หรือถึงจะทำ คนอื่นก็ไม่เกี่ยว”

“คนอื่นงั้นเหรอ” โทมัสน้อยใจผลุนผลันออกไปทันที

อัศวินรีบตามมาอธิบายเรื่องราวเพราะไม่อยากให้เขากลับไปทั้งๆที่มีเรื่องคาใจ หนำซ้ำยังทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นได้ด้วยการชวนแข่งบาสเกตบอลกันจนได้เหงื่อ

“ถึงฉันจะอารมณ์ดีขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันอนุญาตให้นายเข้าไปอยู่กับแฟนฉันสองต่อสองได้นะ”

“เจ้านายไม่มั่นใจในตัวผู้กองเหรอครับ”

“ฉันไม่มั่นใจในตัวเองต่างหาก ฉันกลัวว่าฉันจะพูดหรือทำอะไรที่ทำให้ณัฐชาเสียใจอีก”

“ง่ายนิดเดียว ถ้ารู้ว่าผิดก็ขอโทษสิครับ”

“เอาไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน”

โทมัสตั้งใจอย่างนั้น แต่แล้วในเช้าวันใหม่ก็มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีก...ลิซ่าหน้าตาตื่นมาบอกเขาว่า

ธิชาหายไป โทมัสตกใจมากรีบเข้ามาตรวจสอบในห้องนอนก่อนจะพบจดหมายบอกลาบนเตียงและกล้องสอดแนมขนาดจิ๋วใต้หมอน

“ฉันเป็นคนซ่อนกล้องไว้ในห้องนี้เพื่อดูพฤติกรรมของธิชา แต่ถ้าเธอบริสุทธิ์ เธอก็ไม่เห็นต้องกลัว”

“แต่มันแสดงว่าเราไม่ไว้ใจเธอ เธอไม่มีใครอีกแล้วนะลิซ่า”

ณัฐชาทราบข่าวจากอัศวินจึงเร่งรีบเข้ามา แต่กลายเป็นว่าโทมัสไม่พอใจอย่างมากเมื่อได้ยินณัฐชาถามว่าตรวจดูหรือยังว่ามีอะไรหายบ้าง ธิชาหายไปแบบนี้ แสดงว่าต้องขโมยของสำคัญไปแน่

“อัศวิน...ตกลงนายเป็น รปภ.ของฉันหรือเป็นสายให้ตำรวจ พรุ่งนี้นายไม่ต้องมาทำงานแล้ว”

“โทมัส คุณไร้เหตุผลเกินไปแล้วนะ”

“ผมพยายามใช้เหตุผลกับคุณมาตลอด คุณต่างหากที่ทำให้ผมต้องใช้อารมณ์” ว่าแล้วเขาผละออกไปด้านนอก ตามหาธิชาในละแวกบริษัทจนกระทั่งเห็นเธอยืนอยู่อีกฝั่งถนนและโดนสมุนพรายพิฆาตจับตัวขึ้นรถตู้ไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เขาช่วยเหลือไม่ทัน แถมยังโดนมันยิงถากแขนจนได้เลือด

โทมัสกลับเข้ามาพร้อมบาดแผลแต่ไม่สนใจจะทำแผลเสียก่อนตามคำแนะนำของณัฐชา เขาโมโหฉุนเฉียวไล่เธอกลับและเน้นย้ำด้วยว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับธิชา เขาจะไม่ยกโทษให้เธออย่างเด็ดขาด ณัฐชาหน้าเสียแต่ไม่ดึงดันอีก ได้แต่เดินกลับออกมาพร้อมจ่าสมพร

“เรื่องนี้เราอยู่เฉยไม่ได้นะครับผู้กอง มันเป็นหน้าที่ของพวกเรา”

“แต่ถ้าเราเข้าไปวุ่นวายตอนนี้ โทมัสต้องไม่ยอมแน่”

“เราคอยจับตาห่างๆก็ได้นี่ครับ ไว้คนร้ายโผล่ออกมาเมื่อไหร่ค่อยลงมือ”

ณัฐชาครุ่นคิดตามก่อนจะพยักหน้าให้จ่าอย่างเห็นด้วย...ส่วนในบริษัท ลิซ่าทำแผลที่แขนให้โทมัสพลางพูดคุยอย่างเข้าใจว่าเขาเป็นห่วงธิชา แต่เขาก็ไม่ควรต่อว่าผู้กองแบบนั้น

“พวกคุณทำไมไม่ปรึกษาผม ก่อนจะตั้งศาลเตี้ยธิชา”

“เรามีเหตุผลให้เชื่อว่าเธอเกี่ยวข้องกับพรายพิฆาต”

“แต่เรื่องที่เธอเล่ามาอาจเป็นความจริงก็ได้”

“หรืออาจโกหก”

“ถึงยังไงก็พิสูจน์ไม่ได้อยู่ดี”

“โทมัส...ฉันรู้นะว่าคุณเอ็นดูธิชาเหมือนน้องสาว แต่ว่า...” ลิซ่าชะงักเพราะเสียงโทรศัพท์มือถือโทมัส

ดังขึ้น เบอร์ที่โทร.เข้ามาไม่คุ้นแต่โทมัสก็กดรับ ปรากฏว่า เป็นสมุนพรายพิฆาต

“ฤทธิ์ ราวี...ถ้าแกอยากให้ธิชาปลอดภัย คืนนี้ให้เตรียมน้ำตามัจจุราชไว้ให้พร้อม แล้วเราจะแลกเปลี่ยนกัน”

ฤทธิ์หรือโทมัสตื่นตัวเป็นห่วงธิชามาก เขาตั้งใจทำตามสิ่งที่มันต่อรอง แต่ลิซ่ากับอัศวินไม่เห็นด้วย แนะนำว่าเราควรแจ้งตำรวจ

“ไม่!! อย่าให้ณัฐชารู้เรื่องนี้เด็ดขาด”

“นี่ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวแล้วนะคุณโทมัส ฉันจะปล่อยให้ทุกอย่างมาพังเพราะธิชาคนเดียวไม่ได้”

“ถ้างั้นก็ขวางผมสิ เพราะผมจะเอาน้ำตามัจจุราชไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้”

โทมัสเดินหนีไปแล้ว ลิซ่าทำท่าจะตามแต่อัศวินบอกว่าตนจะพูดให้เอง โทมัสเข้าไปในห้องสมุดหยิบภาชนะบรรจุน้ำตามัจจุราชออกจากที่ซ่อน อัศวินตามมายืนมองครู่หนึ่งก่อนเอ่ยว่า

“เมื่อไหร่คุณจะบอกผมซะทีว่าคุณคือนักสู้มหากาฬ คุณต่อสู้กับพวกพรายพิฆาต คนธรรมดาไม่มีทางทำได้ขนาดนั้น”

“เรื่องของคนใกล้ตายอย่างฉัน นายจะรู้ไปเพื่ออะไร”

“เพราะคุณต้องมีเพื่อน สภาพตอนนี้ คุณสู้คนเดียวไม่ไหวหรอก”

“ไม่...นายต้องอยู่ทางนี้ และคุ้มกันที่นี่เอาไว้”

“ที่นี่มีคนมากพอแล้ว แต่คุณต่างหากที่ต้องการกำลังเสริม ผมจะไปกับคุณ”

แม้โทมัสกำชับไม่ให้บอกณัฐชาแต่ลิซ่าก็อดไม่ได้อยู่ดี ณัฐชารับทราบและเตรียมวางแผนกับทีมงานของตนอย่างรัดกุม เพื่อติดตามโทมัสไปพบคนร้ายในวันรุ่งขึ้น

คืนนั้นเอง บารอน...หนึ่งในหัวหน้าสาขาของพราย-พิฆาตปรากฏตัวต่อหน้าธิชาในที่คุมขังแต่ไม่ยอมเผยโฉมหน้าที่แท้จริง

“ตามแผนที่เราตกลงกันมันไม่ใช่แบบนี้” ธิชาโวยวาย

“แผนเดิมล้มเหลว เพราะณัฐชากับลิซ่าต่างก็สงสัยในตัวเธอ ดังนั้นฉันจึงต้องใช้แผนใหม่”

“คิดหรอว่าหมอนั่นจะเอาน้ำตามัจจุราชมาแลกตัวฉันจริงๆ เขาไม่ได้แคร์ฉันหรอก เขาก็แค่สร้างภาพว่ารักฉันเหมือนน้องสาว แต่เขาไม่ไยดีฉันด้วยซ้ำ”

“เดี๋ยวก็รู้ธิชา...เดี๋ยวก็รู้” บารอนแสยะยิ้มอย่างย่ามใจ

ก่อนออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น โทมัสได้รับการติดต่อจากสมุนพรายพิฆาตอีกครั้งเพื่อบอกเส้นทาง ลิซ่าเป็นห่วงโทมัสแต่ไม่สามารถขัดขวางเขาได้ นอกจากแจ้งข่าวไปทางณัฐชาที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วกับจ่าสมพร เมื่อเห็นรถของโทมัสเคลื่อนออกจากบริษัท ณัฐชาจึงให้จ่าสมพรขับตามไปห่างๆ

อัศวินนั่งมาในรถกับโทมัส สักครู่เขาคะยั้นคะยอให้เจ้านายฉีดยาต้านไวรัส ทั้งที่ยังไม่ถึงกำหนดเวลาที่ลิซ่าเคยบอกว่าต้องฉีดทุกสิบสองชั่วโมง

“ยังเหลือเวลาไม่ต้องรีบร้อนก็ได้”

“สถานการณ์แบบนี้ผมว่าเราอย่าเสี่ยงดีกว่าครับ กันเหนียวไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องพะวงทีหลัง”

โทมัสพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะรับยาต้านไวรัสมาจัดการกับตัวเอง...ผ่านไปอีกพักใหญ่ๆ สมุนพราย-พิฆาตก็ติดต่อกลับมาที่โทมัสอีก มันถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม

“หัวหน้าแกอยู่ที่ไหน ทำไมเขาไม่มาพูดเอง”

“ไม่ต้องถาม แกคอยทำตามที่ฉันสั่งก็แล้วกัน อีกหนึ่งกิโลเมตรข้างหน้าจะมีอาคารใหญ่หลังหนึ่ง ให้แกเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่ชั้นใต้ดิน”

“แล้วธิชาอยู่ที่ไหน”

“เดี๋ยวก็รู้” พูดจบมันตัดสายทันที...

หลังจากนั้นไม่นาน โทมัสกับอัศวินก็ถึงจุดนัดหมายและเผชิญหน้ากับสมุนพรายพิฆาตที่ต้องการน้ำตามัจจุราชแต่ยังไม่ยอมให้เห็นธิชา แน่นอนว่าโทมัสไม่หลงกล

“ในกระเป๋าใบนี้มีระเบิด ถ้าพวกแกเล่นตุกติกละก็ ทุกอย่างที่นี่จะต้องแหลกเป็นจุณ ฉันจะไม่ส่งของเด็ดขาดจนกว่าจะเห็นธิชา”

ทันใดนั้น ธิชาถูกควบคุมตัวลงจากรถแต่สมุนพรายพิฆาตยังไม่ปล่อยเธอมา โทมัสจึงขู่จะกดระเบิดในกระเป๋าที่ใส่น้ำตามัจจุราช เท่านั้นเองหัวหน้าพรายพิฆาตก็เผยตัวตน!

เขาคืออัศวินนั่นเอง โทมัสตะลึงอย่างคาดไม่ถึง และไม่ทันตั้งหลักเมื่ออัศวินยิงใส่สามนัดซ้อนทำให้กระเป๋ากระเด็นหลุดมือ ณัฐชากับจ่าสมพรจอดรถซุ่มอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงปืนก็ตั้งท่าจะวิ่งเข้ามาแต่โดนแก๊สน้ำตาจนสำลักและหมดสติไปด้วยกัน

บารอนหรืออัศวินหัวเราะเยาะหยันนักสู้มหากาฬที่ช่างโง่เขลา แถมตอนนี้ยังไม่มีแรงอีกด้วย เพราะยาต้านไวรัสที่ให้ฉีดนั้นก็แค่น้ำเกลือ แล้วอัศวินก็ซ้อมโทมัสจนธิชาทนดูไม่ได้รีบเข้ามาขวาง

“อย่านะ คุณบอกว่าจะไม่ฆ่าเขา ที่เราตกลงกันมันไม่ใช่แบบนี้”

“งานของเธอจบแล้วน้องสาว” พูดขาดคำ อัศวินยิงธิชาตายอย่างเลือดเย็น โทมัสแค้นแทบคลั่งจะเล่นงานอัศวินแต่โดนสมุนของมันรุมจนหมดสติไปเสียก่อน พอฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองถูกจับมัดและถูกอัศวินบังคับให้บอกรหัสปลดชนวนระเบิดที่อยู่ในกระเป๋าใส่น้ำตามัจจุราช ครั้นเขาไม่บอกก็โดนมันซ้อมอีกหลายหมัด

“แกรู้มั้ย น้ำตามัจจุราชถูกกวาดล้างไปจนหมดที่เหลืออยู่ในท้องตลาดตอนนี้มีแต่พวกที่ผสมสารเสพติดทั้งนั้น และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราต้องการกองทัพใหม่ต้อง การอำนาจ และใช้มันรักษาอาการป่วยจากไวรัสอาวุธชีวภาพ”

“เลิกโง่ซะทีเถอะอัศวิน ถ้าน้ำตามัจจุราชมันวิเศษขนาดนั้น ฉันก็คงไม่ป่วยแบบนี้หรอก”

“อย่าโกหกฉัน แกเคยใช้น้ำตามัจจุราชรักษาอาการป่วยมาแล้วครั้งหนึ่ง หรือว่าไม่จริง”

โทมัสหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่ถูกพวกไอ้แหลมไล่ล่าที่ริมบึง ซึ่งตอนนั้นการกลายพันธุ์รอบสองของเขาไม่สมบูรณ์ จึงยืนยันกับอัศวินว่าพรายพิฆาตต่างหากที่ช่วยตนไว้ ไม่ใช่น้ำตามัจจุราชอย่างที่มันคิด

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เพราะเราจะใช้ห้องแล็บของแกพัฒนาน้ำตามัจจุราชให้เวิร์กจนถึงขีดสุด”

“ถ้าไม่มีคำสั่งของฉัน ใครก็ใช้ห้องแล็บไม่ได้ทั้งนั้น”

“คำสั่งของใครนะ ของนายโทมัสน่ะเหรอ” พูดจบอัศวินก็กลายร่างเป็นโทมัสแล้วยื่นหน้าเข้ามาเยาะหยัน “เรื่องต่อสู้ฉันเทียบบอสไม่ได้ แต่เรื่องนี้ฉันเจ๋งกว่ามันซะอีก”

โทมัสตะลึงงัน ไม่คิดว่าอัศวินจะใช้ไม้นี้ แล้วหลังจากนั้นอัศวินในคราบโทมัสก็พาณัฐชากับจ่าสมพรไปส่งยังที่พักและบอกทุกคนว่าอัศวินตายแล้ว...อัศวินพยายามเลียนแบบท่าทีของโทมัสทุกอย่างเพื่อไม่ให้ลิซ่าสงสัย  เขากลับมาพร้อมกระเป๋าใส่น้ำตามัจจุราชและระเบิด

“ช่วยจัดการทีนะลิซ่า น้ำตามัจจุราชอยู่ข้างใน แต่ฉันดันลืมรหัสปลดชนวนระเบิด”

“ค่ะคุณโทมัส แล้วฉันจะจัดการให้” ลิซ่ารับปากทั้งที่เริ่มรู้สึกผิดสังเกต

ด้านณัฐชาก็รู้สึกได้ถึงความแปลกไปของโทมัสเลยอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ที่อาคารแห่งนั้นจึงส่งจ่าสมพรไปหาหลักฐาน แต่ต้องผิดหวังเพราะจ่ารายงานกลับมาว่ากล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุทุกจุดใช้การไม่ได้

ooooooo

ตอนที่ 17

หนึ่งเดือนผ่านไป ผู้คนยังคงพูดถึงพรายพิฆาตและนักสู้มหากาฬอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าพวกเขาจะเงียบหายไปแล้วก็ตาม...

บางกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่าจุดประสงค์ของพรายพิฆาตคือการสร้างโลกใหม่ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการสูญเสียแต่มันไม่ใช่การกระทำที่ชั่วร้าย สังคมไทยยังมีความหวัง ยังมีคนดีๆอีกมากที่พร้อมจะดูแลโลกนี้ให้ดีขึ้น เพียงแต่ว่าเรายังขาดฮีโร่ที่จะเป็นศูนย์รวมจิตใจ แต่ไม่ใช่นักสู้มหากาฬที่ฆ่าคนตายเป็นเบือ เพราะมันผิดกฎหมาย

สารวัตรสิงหาเห็นด้วยว่านักสู้มหากาฬไม่ใช่ฮีโร่และจ้องจะจับเขาดำเนินคดีหากรวบรวมพยานหลักฐานได้ ณัฐชาฟังแล้วไม่พอใจแต่ไม่แสดงอาการ เธอตัดสินใจขอลาออกจากอาชีพตำรวจแต่ผู้กำกับเมธาไม่อนุมัติ ให้ได้แค่ลาพักผ่อน

วันเดียวกันที่บริษัทบลูฟินิกซ์ซึ่งเปิดดำเนินกิจการอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง ฤทธิ์หรือโทมัสถูกนักข่าวรุมล้อมสัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่ได้เป็นเจ้าของบริษัทนี้โดยสมบูรณ์

“ต้องขอบคุณมาดามหลิว คุณอาผู้ล่วงลับของผมครับที่ท่านวางใจให้ผมรับตำแหน่ง”

“แล้วที่บริษัทต้องปิดกิจการก่อนหน้านี้เพราะลือว่ามีปัญหากับพรายพิฆาต คุณโทมัสมีความเห็นยังไงครับ”

“บริษัทของเราขายเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การแพทย์นะครับ เราไม่เคยอยากมีปัญหากับใคร”

“แล้วที่ลือกันว่าคุณคือนักสู้มหากาฬล่ะคะ เป็นความจริงรึเปล่า”

ฤทธิ์ชะงักนิดหนึ่งก่อนหันไปมองหน้านักข่าวสาวคนนั้นพร้อมกับส่งตาหวานให้เธอ “นักสู้มหากาฬผมไม่รู้จักครับคุณนักข่าว ชีวิตผมเป็นได้อย่างเดียวก็คือนักรักมหาเสน่ห์...แล้วเจอกันครับทุกคน ขอบคุณที่ให้ความสนใจ ผมขออย่างเดียวถ้ารูปถ่ายไม่หล่ออย่าเอาออกสื่อนะครับ”

ฤทธิ์ยิ้มให้นักข่าวอย่างเป็นกันเองก่อนจะปลีกตัวเข้าไปในอาคารเพื่อประเมินร่างกายของตัวเองด้วยคอมพิวเตอร์จำลองความทรงจำของมาดามหลิวโดยใช้เลเซอร์สแกนร่างกายและสรุปผลได้ว่าสมบูรณ์หกสิบสามเปอร์เซ็นต์ ไวรัสยังมีอยู่ในกระแสเลือดและกล้ามเนื้อบางส่วน นั่นแสดงว่าเวลาที่เหลืออยู่ของเขากำลังนับถอยหลัง

“คุณมีเวลาอีกแค่เดือนเดียว ฉันเสียใจด้วย”

“ไม่จำเป็น เพราะคุณไม่ใช่มาดามหลิว แต่เป็นแค่คอมพิวเตอร์ที่มีความทรงจำของเธอ”

“คุณพูดประชดฉัน ตอนอยู่ข้างนอกคุณเสแสร้งทำตัวมีความสุขแปลว่า...คุณกลัว”

“ผมเป็นทหาร ผมไม่กลัวตาย แต่ผมเป็นห่วงคนที่ผมรักว่าพวกเขาจะเป็นยังไงบ้าง”

“ข้อมูลอย่างเดียวที่ฉันมีคือใช้เวลาที่เหลือให้เต็มที่ให้ความทรงจำดีๆได้คงอยู่ต่อไป”

ฤทธิ์คิดหนัก นึกถึงณัฐชาขึ้นมาจับจิต...ขณะนั้นณัฐชากำลังติดต่อประชาสัมพันธ์อยู่ชั้นล่างเพื่อขอพบโทมัส แต่แล้วหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งมีใบหน้าเหมือนโซเฟียราวกับคนเดียวกันก็ปรากฏตัวจนหมวดสาวตะลึง

“ดิฉันลิซ่าค่ะ เป็นทนายและตัวแทนของมาดามหลิว ยินดีที่ได้รู้จัก”

หลังจากทักทายกันแล้วถึงรู้ว่าลิซ่าเกิดจากการโคลนนิ่งรุ่นเดียวกับโซเฟียและปกติเธอดูงานให้มาดามหลิวที่ต่างประเทศจึงไม่ค่อยได้กลับมาเมืองไทย...แล้ว

ลิซ่าก็นำพาณัฐชาไปพบฤทธิ์ที่กำลังรอเธออยู่ ชายหนุ่มเตรียมสัมภาระเพื่อพาเธอไปต่างจังหวัดโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาถ้าจะออกเดินทางกันทันทีเลย เพราะถึงยังไงณัฐชาก็หยุดงานยาวอยู่แล้ว

ทั้งคู่ไปพักที่รีสอร์ตและเที่ยวเล่นกันอย่างสนุกสนาน ทุกนาทีผ่านไปอย่างมีความสุข...สุขที่ได้อยู่เคียงข้างกันตลอดเวลาไม่ว่ายามหลับหรือยามตื่น แต่อยู่ๆฤทธิ์ก็ถามเธอขึ้นว่า

“ถ้าเลือกได้ คุณจะอยากเป็นอมตะรึเปล่า”

“เหมือนกรณ์กับพรายพิฆาตงั้นเหรอ”

“นั่นไม่ใช่ชีวิตคน ฉันพอใจจะเป็นแบบนี้มากกว่า”

“ถึงแม้ว่ามันจะต้องลงเอยด้วยการพลัดพราก?”

ณัฐชาใจหายวาบ สวมกอดเขาแน่น รำพึงว่ามันยังไม่ถึงเวลาไม่ใช่เหรอ?

“ยัง...ยังไม่ใช่ตอนนี้” ฤทธิ์ตอบเสียงแผ่ว...พอเห็นเธอหันไปง่วนกับโทรศัพท์มือถือจึงปลีกตัวเข้ามาในห้องน้ำพร้อมเข็มฉีดยา เขาปลดกระดุมเสื้อออกเพื่อดูร่องรอยของไวรัสที่กำลังแผ่ซ่านทั่วบริเวณแผงอกแล้วทิ่มเข็มฉีดยาระงับอาการปวดลงไป

ณัฐชาเช็กเว็บไซต์ผ่านทางโทรศัพท์มือถือและเจอภาพข่าวของไอริณได้เล่นหนังที่เมืองนอก เธอดีใจมากร้องเรียกโทมัสให้มาดูด้วยกัน ฤทธิ์รับปากเดี๋ยวออกไป เนื่องจากเขาต้องรอให้ยาออกฤทธิ์เสียก่อนร่องรอยของไวรัสถึงจะค่อยๆจางหาย

คืนนั้น หลังจากณัฐชาหลับแล้ว ฤทธิ์สังเกตเห็นแสงสว่างบางอย่างภายนอก เขาลุกออกจากห้องเดินไปหน้ารีสอร์ตและพบกายทิพย์ของลูกสาวพ่อค้ายาเสพติด

“พรายพิฆาต...”

“ท่าทางคุณไม่ตื่นเต้นเลยนะ ที่ต้องตาย”

“ผมตายมาสองครั้งแล้ว มีครั้งที่สามก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน”

“ฉันรู้ว่าห้องแล็บของมาดามหลิวผลิตวัคซีนเพื่อช่วยชีวิตคุณ แต่เชื่อเถอะไม่มีอะไรหยุดไวรัสได้ นอกจากพลังของฉัน”

“ถ้าจะยื่นเงื่อนไขเดิมอีกล่ะก็ คุณก็น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว”

“ฉันรู้ แต่ฉันแค่ไม่อยากเชื่อว่าจะเอาชนะคุณไม่ได้”

“ถึงตายผมก็ไม่ยอมก้มหัวให้คุณ”

“คุณนี่แปลกจริงๆ คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่หรือไง”

“เรื่องนั้นผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าโลกนี้ต้องมีใครสักคนที่ยืนหยัดต่อสู้กับคุณ”

“พูดดีไปเถอะ ฉันเห็นนิมิตภาพการตายของคุณกับคนที่คุณรัก ฉันจะคอยดูว่าถึงตอนนั้นเมื่อไหร่คุณจะปากแข็งอีกรึเปล่า...สมุนที่เหลือของกรณ์กำลังจะมาที่นี่”

ฤทธิ์ใจหายวาบ วิ่งกลับห้องพักโดยไม่สนใจกายทิพย์ของพรายพิฆาตที่เลือนหายไป...เขาเข้ามาปลุก

ณัฐชาบอกว่าเราต้องไปจากที่นี่ แต่ไม่ทันเสียแล้ว สมุนของกรณ์สี่คนบุกเข้ามายิงฤทธิ์ล้มลง ณัฐชาตั้งหลักยิงตอบโต้ก่อนจะถลามาประคองฤทธิ์ที่เลือดเต็มตัวไปหมด

พรายพิฆาตอยู่ในเงามืดเฝ้ามองภาพนั้นอย่างขุ่นมัว “ฉันกำลังเฝ้าดูจุดจบของผู้ชายคนนั้น คนที่บอกว่าจะไม่ก้มหัวให้กับความชั่วช้าใดๆ ฉันไม่เคยเชื่อว่าโลกนี้จะมีวีรบุรุษ เพราะเมื่อถึงจุดนึงมนุษย์ทุกคนจะต้องเห็นแก่ตัว แม้แต่ฤทธิ์ ราวี หรือนักสู้มหากาฬก็จะต้องวิงวอนฉัน ขอให้ฉันช่วยคนที่ตัวเองรัก เขาต้องยอมสยบให้ฉัน”

แล้วกายทิพย์ของพรายพิฆาตก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าฤทธิ์ที่เห็นเพียงคนเดียว ขณะที่สมุนของกรณ์เดินกุมแผลโซซัดโซเซมาเพื่อจ่อยิงฤทธิ์กับณัฐชา...ทั้งคู่กอดกันแน่นราวกับจะไม่พรากจากกันไม่ว่าจะเป็นหรือตาย พรายพิฆาตเห็นแล้วไม่สบอารมณ์ คำรามลั่นเมื่อเห็นทั้งคู่ถูกสมุนกรณ์ยิงต่อหน้าต่อตา

“ไอ้โง่...แกทำอะไรลงไป” ขาดคำก็ยกฝ่ามือปล่อยพลังระเบิดร่างสมุนของกรณ์จนแหลกกระจาย ก่อนหันมาดูฤทธิ์ที่กำลังจะขาดใจโดยมีณัฐชาในอ้อมแขน “ทำไมถึงไม่ยอมแพ้ ทำไมถึงไม่ยอมสยบให้พรายพิฆาต ทำไมไม่ยอมรับว่าโลกนี้หมดสิ้นความหวัง ทำไมไม่ยอมเชื่อฉันว่าโลกใบนี้สมควรถูกทำลาย...ทำไม!!!”

เสียงของพรายพิฆาตกึกก้องไปทั่วผืนป่า ก่อนจะแผ่วลงมาอย่างทำใจยอมรับ

“ฉันไม่เคยเชื่อมาก่อนว่าโลกนี้จะมีวีรบุรุษที่แท้จริง จนกระทั่งวันหนึ่ง...วันที่ฉันเริ่มรู้สึกว่าบางทีโลกนี้อาจจะมีความหวังเหลืออยู่ หากแต่มันถูกซ่อนไว้ในหัวใจของใครบางคน”

เช้าวันใหม่ ฤทธิ์ลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ภายในห้องพักของรีสอร์ต โดยมีณัฐชานั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง

“เรายังไม่ตาย...” ฤทธิ์พึมพำอย่างเหลือเชื่อ

“พรายพิฆาตช่วยเราเอาไว้...แต่เพื่ออะไร”

ฤทธิ์ส่ายหน้าไม่อยากคิดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้ เขาดึงณัฐชาเข้ามากอดทั้งน้ำตาซึมๆ ทำเอาณัฐชาตกใจถามเขาว่าร้องไห้เหรอ?

“ผมไม่เคยกลัวตายณัฐชา แต่สิ่งที่ผมกลัวมากที่สุดก็คือต้องไปจากคุณ”

ณัฐชาแค่นึกตามก็ร้องไห้ออกมา...หนุ่มสาวสวมกอดกันกลมด้วยความรัก ท่ามกลางเสียงพูดของพรายพิฆาตที่ทั้งคู่ไม่ได้ยิน

“เวลายังคงนับถอยหลังต่อไป โลกใบนี้จะไม่ถูกทำลาย ตราบเท่าที่มันยังมีความรักและความหวังเหลืออยู่ ตราบเท่าที่หัวใจของผู้คนยังเปี่ยมเมตตาและศรัทธาต่อสิ่งที่ดีงาม แล้วสักวัน...ฉันจะกลับมา!!”

ooooooo

หลังจากพรายพิฆาตหายสาบสูญไป เหล่าสาวกทั้งในและต่างประเทศก็ถูกกวาดล้างอย่างหนักจนต้องหนีไปหลบซ่อนในที่ต่างๆ

“น้ำตามัจจุราช” สารเคมีที่เป็นเสมือนขุมพลังขององค์กรได้ถูกทำลายจนหมดสิ้นเพื่อยุติการเพิ่มจำนวนของมนุษย์กลายพันธุ์ แต่ก็มีข่าวเล็ดลอดมาว่ายังมีน้ำตามัจจุราชยูนิตสุดท้ายถูกเก็บไว้ในบลูฟินิกซ์ฟาร์ม่า บริษัทของมิสเตอร์โทมัส หลิว ชายหนุ่มผู้ที่ใครๆร่ำลือว่าเป็นนักสู้มหากาฬ...

ฤทธิ์หรือโทมัสยังคงปกปิดความเป็นนักสูมหากาฬ จะมีก็แต่คนใกล้ชิดเท่านั้นที่รู้ และในเวลานี้ร่างกายเขาก็ไม่เต็มร้อย ไม่รู้ว่าวันใดไวรัสจะกำเริบขึ้นมาอีก แต่ที่แน่ๆการใช้ชีวิตแต่ละวันของเขายังคงดำเนินไปตามปกติในฐานะเจ้าของบริษัทซึ่งตกทอดมาจากมาดามหลิว

นอกจากลิซ่าที่กลับมาช่วยงานในบริษัทแล้วยังมีอัศวินอีกคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานในตำแหน่งหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย ท่าทางเขาสุภาพและเป็นมิตรกับทุกคน โดยเฉพาะกับโทมัสจะนอบน้อมเป็นพิเศษ

ขณะที่ทุกชีวิตดำเนินต่อไป ไม่มีใครรู้เลยว่าบัดนี้ “บารอน” หัวหน้าสาขาคนหนึ่งของพรายพิฆาตกับสมุนสามคนกำลังวางแผนกอบกู้องค์กรขึ้นมาอีกครั้งโดยเริ่มจากต้องเข้าไปชิงน้ำตามัจจุราชที่มั่นใจว่าอยู่ในบริษัทบลูฟินิกซ์ของโทมัส

ด้านณัฐชาเมื่อกลับเข้ามาทำงานตามปกติ เธอได้เลื่อนยศจากหมวดเป็นผู้กองแต่ไม่มีสารวัตรสิงหา จ่าไมตรี และหมู่ปรีดาร่วมทีมอีกแล้ว เพราะพวกเขาได้รับคำสั่งให้ไปช่วยงานคดีอื่น โดยผู้กำกับเมธารับปากจะเร่งหาลูกทีมคนใหม่มาแทนเพราะณัฐชายังต้องรับผิดชอบคดีพรายพิฆาตที่เหลืออยู่

ลิซ่ากลายเป็นผู้ดูแลโทมัสอย่างใกล้ชิดเนื่องจากร่างกายของเขายังมีปัญหา และในวันนี้เองหลังจากสแกนร่างกายดูแล้วปรากฏว่าไวรัสในตัวเขาเริ่มดื้อยา มันกำลังพัฒนาตัวเองเพื่อสู้กับยาต้าน ทางรอดเดียวก็คือต้องผลิตเซรุ่มมาฆ่ามันให้เร็วที่สุด

“แล้วในระหว่างนี้ผมต้องทำยังไงบ้าง”

“ใช้ยาต้านไวรัสตัวเดิมไปก่อน แต่ต้องเพิ่มปริมาณเป็นสองเท่าต่อวัน มันสำคัญมากนะโทมัส พลังพิเศษของคุณตอนนี้เหลืออยู่แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ถ้าคุณลืมฉีดยาเมื่อไหร่ ฉันว่าคุณตายแน่”

โทมัสฟังแล้วหนักใจ แต่พออยู่ต่อหน้าณัฐชาก็ต้องฝืนยิ้มราวกับไม่มีเรื่องทุกข์ใจ ครั้นได้ยินเธอเปรยเรื่องการมีครอบครัวซึ่งอาจเป็นไปได้ยาก เขายิ่งสงสารเธอ

แต่ไม่ว่าเขาจะอยู่ได้นานแค่ไหน เป็นอมตะหรือไม่ เขาจะรักเธอตลอดไป ความรักของเขาที่มีต่อเธอต้องเป็นอมตะ

ดึกคืนนั้นหลังจากณัฐชาหลับแล้ว โทมัสเข้าไปในห้องสมุดพูดคุยกับโปรแกรมจำลองความคิดของมาดามหลิวเพราะต้องการคำตอบบางอย่างให้กับตัวเอง

“ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง โทมัส”

“เช่นกันครับมาดาม”

“ไม่ต้องเรียกแบบนั้นก็ได้ อย่าลืมสิว่าฉันเป็นแค่โปรแกรมจำลองความคิดของมาดามหลิว...ในช่วงที่ฉันจำศีล ฉันพยายามค้นหาข้อมูลของพรายพิฆาตจากเน็ตเวิร์กตลอดเวลา ก็เลยรู้มาว่าสมาชิกที่เหลือของมันพยายามหาวิธีจัดการกับไวรัสอยู่เหมือนกัน”

“มีแนวโน้มว่าจะสำเร็จรึเปล่า”

“มีความผิดพลาดเกิดขึ้นในห้องทดลอง ฉันรู้มาแค่นี้”

“แสดงว่าพวกมันล้มเหลวพอๆกับผม สุดท้ายก็ตายด้วยกันทั้งสองฝ่าย”

“เธอมีแผนหรือยังว่าจะทำยังไงต่อไป”

“ผมอยากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เผื่อว่าเกิดอะไรที่ไม่คาดคิดขึ้นมาจะได้ตายตาหลับ”

ทันใดนั้นเองเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นแสดงว่ามีผู้บุกรุก ซึ่งภาพเสมือนจริงของมาดามหลิวบอกว่าสามคนที่บุกเข้ามามีพลังพิเศษ โทมัสฟันธงทันทีว่าเป็นพรายพิฆาต

ณัฐชาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงสัญญาณเตือนภัย พอไม่เห็นโทมัสก็รีบวิ่งออกจากห้องพร้อมอาวุธปืน ฝ่ายลิซ่ากับอัศวินก็เตรียมพร้อมแล้วเช่นกัน ทุกคนต่อสู้กับผู้บุกรุกที่ตั้งใจเข้ามาขโมยน้ำตามัจจุราชแต่ท่าทางจะรับมือไม่ไหวเพราะพวกมันไม่ใช่คนธรรมดา แม้อัศวินจะสู้ยิบตาก็ยังจัดการมันไม่ได้ กระทั่งโทมัสต้องลงมือเอง อัศวินเห็นการต่อสู้ด้วยพลังพิเศษของโทมัสก็อดสงสัยไม่ได้

“คุณโทมัสทำแบบนี้ได้ยังไง หรือที่เขาลือว่า...” อัศวินพูดไม่ทันจบก็โดนลิซ่าแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ถ้าคิดจะทำงานที่นี่ต่อไป นายคงรู้นะว่าอะไรควรพูดและอะไรไม่ควรพูด”

อัศวินนิ่งเงียบ มองดูโทมัสที่มีแววตาเป็นสีเขียวใช้ดาบสยบผู้บุกรุกทั้งสามจนราบคาบ...แล้วเช้าวันใหม่ โทมัสก็ชื่นชมอัศวินต่อหน้าลิซ่าที่เมื่อคืนเขากล้าหาญช่วยณัฐชาและคนอื่นๆไว้

“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับคุณโทมัส ว่าแต่ที่นี่มีน้ำตามัจจุราชจริงๆเหรอครับ”

“นายสงสัยอะไร”

“ผมเคยได้ยินข่าวลือว่าน้ำตามัจจุราชแทบทั้งหมดถูกทำลายไปอย่างลึกลับโดยนักสู้มหากาฬ”

“แล้วนายคิดว่ายังไง”

“ในฐานะหัวหน้าองครักษ์ ผมควรจะรู้ว่าน้ำตามัจจุราชถูกเก็บไว้ที่ไหน เพื่อจะได้ระวังอย่างเต็มที่”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง มีแต่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่รู้ที่ซ่อนของมันแบบนี้คงปลอดภัยกว่า...เอาล่ะ ยินดีด้วยนะอัศวิน นายผ่านโปรแล้ว ต่อไปนี้นายคือหัวหน้าองครักษ์ของฉัน”

จากนั้นโทมัสรีบลงมาชั้นล่างเพราะรู้จากลิซ่าว่าณัฐชากำลังจะกลับ ทั้งที่เขาคิดว่าเธอจะอยู่ด้วยกันทั้งวัน

“ก็คุณมีหลายเรื่องต้องจัดการ ฉันไม่รบกวนดีกว่า”

โทมัสได้แต่จำใจพยักหน้า เขามีหลายเรื่องต้องทำจริงๆ  ณัฐชามองเขานิ่งอยู่อึดใจหนึ่งก่อนเปรยขึ้นมาเบาๆ

“บางครั้งฉันก็เหนื่อยเหลือเกินโทมัส ฉันอยากมีชีวิตเหมือนคนปกติ อยากมีครอบครัวที่น่ารักเหมือนคนอื่น”

“ผมจะหาทางหยุดเรื่องนี้ เชื่อผมสิณัฐชา”

“ฉันรักคุณนะโทมัส แต่บางเรื่องมันก็เป็นไปไม่ได้ พรายพิฆาตมันจะตามล่าคุณไปชั่วชีวิต”

ณัฐชาผละไปด้วยสีหน้าเศร้าๆ โทมัสเองก็ซึมถนัดตา กลับขึ้นมาในห้องสมุดครุ่นคิดถึงหนทางหาความสงบสุขให้ตนเอง...เขากำลังจะตาย แถมยังโดนพรายพิฆาตจ้องเล่นงาน แล้วจะมีอนาคตมีครอบครัวได้ยังไง

เมื่อโปรแกรมจำลองความคิดของมาดามหลิวปรากฏขึ้น  โทมัสต้องการให้ตรวจสอบพินัยกรรมของมาดามหลิว เขาอยากรู้ว่ามีคำสั่งเสียข้อไหนบ้างที่เขายังไม่จัดการ

“ทำไมถึงคิดเรื่องนี้ขึ้นมา”

“เพราะว่าผมต้องทำพินัยกรรมแล้วเหมือนกัน”

ผ่านไปไม่นาน ภาพจำลองหญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น  เธอคือธิชาน้องสาวของชาญ  เคยก่อคดีทะเลาะวิวาทและมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ทำให้ชาญตัดขาดกับเธอเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่ชาญเสียชีวิตมาดามหลิวเคยพยายามติดต่อกับเธอแต่ไม่สำเร็จ...ลิซ่าและอัศวินร่วมรับรู้อยู่กับโทมัสด้วยความสนใจ ลิซ่าซักว่าตกลงธิชารู้หรือยังว่าพี่ชายเสียชีวิต คำตอบคือมาดามหลิวไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคนอื่น  บางทีเธออาจไม่รู้  แต่ในพินัยกรรมของมาดามหลิวระบุว่าต้องการให้บลูฟินิกซ์เป็นผู้อุปการะเธอ

“ถ้างั้นผมจะตามหาเธอเองครับ” อัศวินเสนอตัว แต่โทมัสไม่ยอมเพราะเดิมทีเขาตั้งใจอยู่แล้วว่าจะเอาอัฐิของชาญกลับบ้าน

“แต่มันอันตรายมากนะ” ลิซ่าท้วงขึ้นมา

“ชาญคือเพื่อนรักของผม ดังนั้นธิชาก็คือน้องสาวของผม” คำพูดของโทมัสทำให้อัศวินกับลิซ่าเงียบงันไป...รู้แน่แก่ใจว่าไม่สามารถเปลี่ยนใจเขาได้แล้ว

ooooooo

ในขณะฤทธิ์หรือโทมัสออกเดินทาง  เป็นเวลาที่ณัฐชาได้ผู้ช่วยคนใหม่คือจ่าสมพร ซึ่งผู้กำกับเมธารับประกันว่าเขามือดีเคยจับโจรมาเกือบครึ่งร้อย ที่สำคัญ เป็นคนตงฉิน  เชื่อใจได้ แม้ว่าอายุจะมากไปสักหน่อย...

เดินทางเพียงข้ามคืนฤทธิ์ก็ไปถึงปั๊มน้ำมันที่แต่ก่อนเคยเป็นของครอบครัวชาญ แต่พอพ่อแม่ตายลูกๆก็ขายกิจการเล็กๆนี้ให้ลุงแสง ลูกคนโตคือชาญได้ข่าวว่าไปทำงานในกรุงเทพฯ ส่วนน้องสาวชื่อธิชาไปทำงานที่บาร์ผีเสื้อแล้วก็ไม่ได้ข่าวคราวของเธออีกเลย

ข้อมูลจากลุงแสงทำให้ฤทธิ์มุ่งหน้าต่อไปที่บาร์ผีเสื้อซึ่งอยู่ในอำเภอเดียวกัน และที่นี่เองฤทธิ์ได้เจอจอยแฟนเก่าของชาญ ซึ่งแน่นอนว่าจอยรู้จักธิชาดี แต่เธอไม่กล้าให้ข้อมูลเพราะยังไม่แน่ใจว่าฤทธิ์เป็นใครและต้องการพบธิชาเพื่ออะไร  แต่พอเห็นเขาโดนไอ้ดอนขาใหญ่ประจำบาร์หาเรื่องชกต่อยแถมจะยึดรถมอเตอร์ไซค์ของเขาเอาไว้ จอยก็อดช่วยเหลือเขาไม่ได้

ฤทธิ์ต่อสู้กับดอนและสมุนอยู่พักหนึ่งซึ่งฝีมือของฤทธิ์ทำให้พวกดอนบาดเจ็บกันไม่น้อย นี่เองทำให้ดอนอาฆาตแค้นชายแปลกหน้า รวมทั้งจอยที่มาช่วยพาเขาหนี ไป...ฤทธิ์ได้รับบาดเจ็บบ้างเหมือนกัน แต่เขาไม่ยอมให้จอยทำแผลเพราะทราบดีว่าแผลของเขาจะสมานตัวได้เอง แต่สิ่งที่เขาต้องตระหนักให้ดีก็คือการฉีดยาต้านไวรัสให้ตัวเองทุก 12 ชั่วโมงตามที่ลิซ่ากำชับมา เพราะไม่เช่นนั้นอาการป่วยทางร่างกายของเขาจะกำเริบ

คืนนั้นจอยพาฤทธิ์หลบมาพักที่บ้านของเธอ แล้วเช้าขึ้นก็รีบออกไปหาอาหารและติดตามข่าวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน โดยเธอทิ้งโน้ตข้อความบอกฤทธิ์เอาไว้ จอยเริ่มจากแวะไปหาลุงแสงและบอกให้แกรู้ว่าชาญตายแล้ว จากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยกันเรื่องผู้ชายที่มาตามหาธิชา ระหว่างนี้เองดอนกับสมุนแห่กันมาคาดคั้นเอาเรื่องจอยที่ช่วยชายแปลกหน้า ลุงแสงพยายามไกล่เกลี่ยแต่ไม่ค่อยได้ผลนัก  ดอนยื่นคำขาดกับธิชาว่าภายใน 24 ชั่วโมง ผู้ชายคนนั้นต้องไสหัวไปจากเมืองนี้ ไม่งั้นไม่รับรองความปลอดภัย

จอยรีบกลับมาที่บ้านและบอกฤทธิ์ให้หนีไป แต่ชายหนุ่มยืนยันไม่ยอมไปไหนเด็ดขาดถ้ายังไม่ได้เจอธิชา จอยซึ่งพอจะรู้ว่าธิชาอยู่ที่ไหนจึงเล่าเรื่องราวให้เขาฟัง

“ตั้งแต่ชาญเข้าไปทำงานกับมาดามหลิว เขาก็มีเวลาให้ธิชาน้อยลง พอสองพี่น้องทะเลาะกัน ธิชาก็เลยหันไปคบกับพวกของนายดอน  แต่มันกลับมอมเมาเธอจนตกเป็นทาสของน้ำตาสวรรค์ ชีวิตของธิชาตกต่ำจนถึงขีดสุด ดอนบังคับให้เธอขายยาให้มัน แถมยังทำร้ายเธอ ธิชาไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้ชาญรู้ เธอขโมยเงินของดอนแล้ววางแผนจะหนีไปอยู่ที่อื่น แต่ทุกอย่างมันฉุกละหุกมาก พวกนายดอนกำลังออกตามล่าธิชา มันเสี่ยงมากถ้าฉันจะพาธิชาหนีไป  จึงให้เธอเดินทางไปซ่อนตัวเพียงลำพัง”

“แล้วคุณบอกชาญเรื่องนี้รึเปล่า”

“คิดว่าตอนนั้นชาญคงมีปัญหาอะไรสักอย่าง ก็เลยติดต่อไม่ได้”

“เรื่องนี้เกิดขึ้นนานหรือยัง”

“เกือบเดือน แต่กว่าฉันจะมั่นใจว่าธิชาหายไปก็เมื่อสองอาทิตย์ก่อน”

“ตอนนั้นชาญไม่อยู่แล้ว” ฤทธิ์เอ่ยอย่างสะเทือนใจ ขณะที่จอยหน้าสลดอย่างรู้สึกผิด บ่นตัวเองทำให้ชาญผิดหวัง  เขาอุตส่าห์ฝากจอยไว้แต่เธอปกป้องไม่ได้ “ทำใจดีๆ ไว้ บางทีธิชาอาจจะกบดานอยู่ก็ได้  ผมจะตามหาเธอเอง” ฤทธิ์ปลอบใจจอยและตั้งใจว่ายังไงตนก็ต้องตามหาน้องสาวของชาญให้พบ

เมื่อค่ำนี้จอยไม่มาทำงานที่บาร์ ดอนจึงบุกถึงบ้านหมายเล่นงานทั้งจอยและไอ้หนุ่มแปลกหน้าไปพร้อมกัน แต่พอมาถึงกลับพบความว่างเปล่าเพราะทั้งคู่ไหวตัวเตรียมรับมืออยู่แล้ว

ฤทธิ์กับจอยหลบออกทางหลังบ้าน  แต่ยังไม่ทันห้อมอเตอร์ไซค์หนี สมุนคนหนึ่งของดอนก็เห็นเข้า การไล่ล่าจึงเกิดขึ้นในนาทีนั้นทันที!

รถของพวกดอนซิ่งตามรถของฤทธิ์ที่มีจอยซ้อนท้ายเข้าไปในป่าโปร่ง แถมมันยังใช้ปืนกราดยิงเป็นระยะ ทำให้ฤทธิ์ต้องทิ้งรถแล้วเดินเท้าหนีไปกับจอย แต่ไม่นานก็ถึงทางตันที่เหวเบื้องหน้า ที่สำคัญฤทธิ์มีอาการกำเริบเพราะ ไวรัสในร่างกายจึงจำเป็นต้องฉีดยา แต่กล่องบรรจุเข็มฉีดยาที่ลิซ่าให้มาหายไปซึ่งจอยเดาว่าคงทำหล่นตอนรถล้ม

ฤทธิ์พยายามข่มอาการเจ็บปวด ระหว่างนั้นก็เหลือบเห็นพวกดอนวิ่งตามมาลิบๆ ดอนเก็บกล่องเข็มฉีดยาของฤทธิ์ได้และไล่กวดมาพร้อมสมุน พอรู้ว่าผู้ถูกล่าจนมุมก็ยิ่งผยองลำพองใจ แต่ปรากฏว่าฤทธิ์ตัดสินใจไปตายดาบหน้า พาจอยโรยตัวลงเหวด้วยเถาวัลย์

ดอนเห็นดังนั้นก็สั่งสมุนตัดเถาวัลย์ทำให้ฤทธิ์กับจอยเสียหลักกลิ้งหลุนๆหายไปในป่าทึบที่พวกดอนชะโงกหน้ามองหาไม่เห็น สมุนคนหนึ่งจะให้กลับไปตั้งหลักแต่ดอนไม่ยอม ประกาศต้องฆ่าทั้งคู่ให้ได้เพื่อแก้แค้นให้คนของตนที่ตายไปหนึ่ง

ลุงแสงเพิ่งรู้ข่าวจากชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าและเห็นพวกดอนไล่ยิงใครไม่รู้ป่าแทบแตก แกนึกถึงจอยกับชายแปลกหน้าขึ้นมาทันที  และคาดเดาได้ไม่ยากว่าดอนกำลังไล่ล่าใคร  หลังจากแกขับรถมาดูที่บ้านจอยแล้วพบกับความว่างเปล่า

“ไอ้ดอน...เอ็งกำแหงเกินไปแล้ว” ลุงแสงซึ่งรู้จัก มักคุ้นกับจอยเป็นอย่างดีรีบกลับมาที่รถของตนเองและหยิบปืนพกมาตรวจดูกระสุนด้วยความแค้น พลันสายตาก็เหลือบเห็นรอยล้อรถกระบะของดอนที่มุ่งหน้าไปทางหนึ่ง!

เวลาเดียวกันนั้น ณัฐชากระวนกระวายใจอย่างมากหลังจากติดต่อโทมัสไม่ได้ทั้งที่เมื่อวานยังพูดคุยกันอยู่ เธอสังหรณ์ใจจะเกิดเหตุร้ายกับเขาจึงรีบมาพบลิซ่าที่บริษัท

“เมื่อวานเขาให้ฉันเช็กข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมในพื้นที่ที่เขาไป แต่พอฉันจะติดต่อกลับก็ไม่มีคนรับสาย”

“คุณก็เลยคิดว่าอาจจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น?”

“ฉันรู้ว่าที่บลูฟินิกซ์มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยกว่าของตำรวจ บางทีมันอาจจะช่วยให้ติดตามเขาได้เร็วขึ้น”

“ก็คงงั้น” ลิซ่าผละไปยังคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงาน ณัฐชารีบลุกตามไปสมทบและเห็นลิซ่าเปิดโปรแกรมค้นหาผ่านดาวเทียม

“อย่าบอกนะว่าคุณใช้ดาวเทียม”

“ปัญหาเดิมๆทำให้ฉันเรียนรู้ว่า GPS ไม่ปลอดภัยพอสำหรับคนอย่างคุณโทมัส ตอนนี้ฉันก็เลยฝังอุปกรณ์ติดตามไว้ที่ตัวของเขา...นี่ไง” ลิซ่าชี้ตำแหน่งบนภาพขยายผ่านดาวเทียม คาดว่าเป็นป่าและพื้นที่ไม่กว้างเท่าไหร่ โทมัสคงไม่ได้หลงป่าแน่

“ขอบคุณ...แล้วฉันจะติดต่อมา” ณัฐชารีบผละไปเพื่อตามหาแฟนหนุ่ม...ลิซ่ามองตามแล้วแอบส่ายหน้าให้กับความหุนหันของณัฐชาที่ไม่เคยเปลี่ยน...

พวกดอนบากบั่นดั้นด้นตามลงมาถึงก้นเหวและพบรอยเท้าคนจึงแกะรอยไปเรื่อยๆ ฝ่ายจอยก็ประคองฤทธิ์หนีอย่างเร่งรีบ แต่เพราะพิษไวรัสทำให้ฤทธิ์อ่อนแรงลงทุกทีและคิดว่าไปต่อไม่ไหวเลยต้องหาที่ซ่อนตัว

ขณะจอยมองหาที่ซ่อน ไม่คาดคิดว่าจะเจอธิชาน้องสาวของชาญ แต่ไม่ว่าจอยซักถามอะไร ธิชาก็เอาแต่นิ่งเงียบและวิ่งหนีหายไปต่อหน้า จอยจึงปล่อยให้ฤทธิ์รออยู่ตรงนี้แล้ววิ่งตามออกไป

ธิชาวิ่งหนีเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งและหนีขึ้นชั้นบนเมื่อเห็นจอยตามเข้ามา หลังจากนั้นไม่นานจอยก็โดนฤดีเจ้าของบ้านซึ่งเป็นทาสของพรายพิฆาตตะปบคอจนหมดสติไปด้วยความตกใจกลัว

ด้านฤทธิ์ซมซานหาที่พักใต้ต้นไม้ เซลล์ไวรัสกระจายตัวและเกาะกินเซลล์กลายพันธุ์จนเขาแทบสู้ไม่ไหว...พลันนึกถึงคำตอบของลิซ่าเมื่อเขาถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาลืมฉีดยา หรือฉีดไม่ครบตามกำหนด

“นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคุณโทมัส ในเมื่อเราพัฒนาตัวยามาสู้กับไวรัสได้ ไวรัสก็พัฒนาตัวเองเพื่อสู้กับยาได้เช่นกัน มันจะเพิ่มจำนวนเป็นสองเท่าทุกๆสิบนาที แล้วหลังจากนั้นมันก็จะเกาะกินเซลล์ต่างๆในร่างกายคุณ รวมทั้งระบบประสาท คุณอาจเป็นอัมพาต ตาบอด หรือแม้แต่สูญเสียความทรงจำ”

คำตอบนั้นของลิซ่าทำให้ฤทธิ์ทรุดลงเหมือนปลดปลง พร้อมกันนั้นพวกดอนก็ก้าวมายืนตรงหน้าตั้งท่าจะทำร้าย แต่ต้องชะงักกึกด้วยความสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงปวกเปียกแบบนี้

“ฉันกำลังป่วย ฉันขยับตัวไม่ได้”

“ป่วย!?? ฮ่าๆๆ เอ็งนึกว่าข้าเป็นเด็กอมมือหรือไงวะ ข้ารู้หรอกน่าว่าเอ็งน่ะเป็นอะไร เอ็งต้องการไอ้นี่ใช่มั้ย ล่ะ” ดอนหยิบกล่องใส่หลอดยาต้านไวรัสออกมาโชว์ ทำเอาฤทธิ์ตาวาวเห็นทางรอดอยู่ตรงหน้า

“ว่าแต่ไอ้นี่มันยาเสพติดประเภทไหนวะ ถึงได้ใส่หลอดพร้อมฉีดแบบนี้ของแพงซะด้วย”

ฤทธิ์นิ่งเงียบ รู้ดีว่ายิ่งพูดมากยิ่งเสียเปรียบ ดอนเห็นเขามองกล่องในมือตนไม่วางตาก็ยิ่งกล้าต่อรอง

“เอาล่ะ ข้าว่าเรามายื่นหมูยื่นแมวกันดีกว่า เอ็งบอกข้ามาว่านังจอยอยู่ที่ไหน แล้วข้าจะไว้ชีวิตเอ็ง”

“ฉันไม่รู้”

ดอนยิ้มกวนๆอย่างไม่แปลกใจในตอบนั้นเขาส่งซิกให้สมุนสองคนลงมือซ้อมฤทธิ์จนล้มไม่เป็นท่าแต่ยังไม่ฆ่า ตั้งใจจะตามจอยให้เจอก่อนแล้วค่อยเก็บทั้งสองคนพร้อมกัน ไม่นานนักพวกดอนที่เร่งตามหาจอยก็ไปเจอบ้านหลังนั้นของฤดี โดยพวกมันพาฤทธิ์มาด้วย

เพียงแรกเห็นฤดี...ฤทธิ์ก็สังเกตได้ถึงความผิดปกติของเธอ และยิ่งมั่นใจมากขึ้นเมื่อบังเอิญเห็นหลอดบรรจุน้ำตาสวรรค์หรือสารเสพติดชนิดหนึ่งของพรายพิฆาตหล่นอยู่ที่พื้น เขาพยายามบอกให้พวกดอนหนีไปจากที่นี่แต่ไม่มีใครเชื่อ แถมดอนยังทำรุ่มร่ามกับฤดีเมื่อรู้ว่าเธอเป็นม่ายเพราะสามีตาย

ขณะที่ดอนพาฤดีเข้าห้องเพื่อหาความสุข จอยซึ่งถูกจับมัดอยู่ชั้นบนเริ่มรู้สึกตัวและพยายามบอกให้ธิชาช่วยเหลือ แต่หญิงสาวกลับทำท่าเหมือนจำเธอไม่ได้ แล้วจอยก็ต้องตกใจอีกระลอกเมื่อเหลือบไปเห็นศพเด็กสาวบนเตียง!

เด็กคนนั้นคือลูกสาวของฤดี ซึ่งคนเป็นแม่กำลังรอคอยผู้วิเศษมาชุบชีวิตให้ตามคำสัญญา แต่เธอต้องแลกเปลี่ยนด้วยการยอมทำทุกอย่างตามคำสั่งของเขา

ภายในห้อง ดอนไม่สบอารมณ์ที่ฤดีไม่เล่นด้วย เขาตบเธอไปทีเดียวแต่กลับโดนเธอกระชากคอมากัดจนเลือดพุ่ง ดอนตะลีตะลานหนีด้วยความกลัวนังผีดิบและมาเจอจอยกับธิชาเข้าอย่างจัง

“นังจอย อะไรกันวะเนี่ย...ธิชา ที่แท้ก็มาหลบอยู่นี่เอง บอกมาทั้งหมดเป็นแผนของเธอใช่มั้ย แล้วนั่นศพใคร ฉันถามว่าศพใคร”

ไม่มีใครตอบคำถามสักคน มีแต่เสียงของจอยที่ร้องเตือนดอนให้ระวังข้างหลังเพราะผีดิบฤดีกำลังแยกเขี้ยวจะเล่นงาน ดอนวิ่งอ้าวหนีลงชั้นล่างและทำกล่องใส่หลอดเข็มฉีดยาต้านไวรัสหล่นโดยไม่รู้ตัว ฤทธิ์จึงคว้ามันมาจัดการกับตัวเองทันที

ดอนและสมุนสองคนมัวแต่หลบหนีผีดิบ แต่พวกมันก็หนีไม่รอด โดนจัดการทั้งในและนอกบ้านจนตายเรียบ แล้วฤดีก็กลับเข้ามาที่บ้านอีกครั้ง เธอทุบประตูโครมครามพร้อมร้องบอกให้คนข้างในเปิดเดี๋ยวนี้!

ลุงแสงแกะรอยมาจนกระทั่งเห็นศพลูกน้องของดอนก่อนจะวิ่งต่อไปยังบ้านฤดี และทันเห็นเธอบ้าคลั่งพังประตูบ้านเข้าไปปะทะกับพวกฤทธิ์ จอยถูกดอนที่ตายกลายเป็นผีดิบกัดข้อเท้าจนเลือดโชก แต่แล้วฤทธิ์ซึ่งร่างกายแข็งแรงดังเดิมเพราะยาต้านไวรัสก็สยบมันลงได้ ส่วนลุงแสงใช้ปืนของตนช่วยยิงผีดิบฤดีจนล้มทั้งยืน ก่อนจะหันมาซักถามจอยว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฉันไม่รู้เหมือนกันลุง แต่ธิชาจำใครไม่ได้เลย”

ลุงแสงมองธิชาอย่างเวทนา ขณะที่ฤทธิ์มองสภาพศพดอนและมองมาที่แผลตรงข้อเท้าของจอยอย่างนึกสังหรณ์ใจ...เมื่อพากันออกจากบ้านหลังนั้นมาแล้ว ลุงแสงเอ่ยถึงผีดิบที่เพิ่งพบเจอกับตาทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยได้ยินข่าวว่ามันระบาดอยู่ช่วงหนึ่งที่กรุงเทพฯ ฤทธิ์จึงบอกให้รู้ว่าสารเสพติดที่ชื่อน้ำตาสวรรค์ถูกผลิตจากน้ำตามัจจุราช มันทำให้มนุษย์กลายพันธุ์เป็นผีดิบ

“ผู้หญิงคนนั้นใช้น้ำตาสวรรค์” จอยอุทานหน้าตาตื่น

“ปกติแล้วการกลายพันธุ์จะแพร่ระบาดจากคนสู่คนไม่ได้ เพราะมันเกิดจากสารเคมีไม่ใช่เชื้อโรค”

“แล้วพวกของดอนล่ะ...ฉันด้วย” จอยเสียงสั่นเครืออย่างขวัญเสีย สีหน้าเธอเริ่มซีดเซียวผิดปกติฤทธิ์ เหมือนรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเธอ จึงขอปืนจากลุงแสงเพราะไม่ต้องการเห็นเธอทรมาน แต่ลุงแสงทำใจไม่ได้ถ้าต้องฆ่าจอย จึงดึงดันกับฤทธิ์อยู่พักหนึ่งก่อนจะยินยอมเมื่อเห็นจอยกลายสภาพเป็นผีดิบและทำท่าจะทำร้ายทุกคน

หลังจากนั้นฤทธิ์กับลุงแสงก็พาธิชาออกจากป่าและพบณัฐชาที่เพิ่งมาถึง หลังทักทายกันแล้วลุงแสงก็ฝากฝังธิชาให้ฤทธิ์ดูแล

“ไม่ต้องห่วงครับลุง น้องสาวของชาญก็เหมือนน้องสาวของผม ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุด”

แล้วฤทธิ์กับณัฐชาก็พาธิชามุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ ตลอดทางธิชาแทบไม่พูดอะไรเลย แววตาที่เธอลอบมองฤทธิ์แฝงไว้ด้วยความเหี้ยมเกรียม!

ส่วนที่บ้านฤดี...ชายลึกลับคนหนึ่งยืนมองศพฤดีและพวกดอนอยู่ครู่หนึ่งก่อนโยนการ์ดที่มีโลโก้พรายพิฆาตลงพื้นพร้อมกับรำพึงอย่างสะใจ “พรายพิฆาตจงเจริญ!!”

ooooooo

ตอนที่ 16

เกิดเหตุการณ์ชุลมุนเพราะหมวดสาวขัดขืน สิงหากระชากณัฐชาจนล้มไถลไปกับพื้นก่อนจะชักปืนออกมาเพื่อขู่เธอ แต่ในวินาทีเดียวกันณัฐชาก็รีบดึงปืนจากเอวตัวเองขู่ตอบโต้เช่นกัน เมธาเห็นแล้วตกใจร้องบอกทั้งคู่ว่าเราพวกเดียวกัน ค่อยๆพูดกันก็ได้

“ผมเสียใจด้วยครับท่าน แต่ผมต้องทำเพื่อส่วนรวม”

“คุณทำตามคำสั่งของคนร้าย คิดว่ามันถูกแล้วเหรอ”

“แต่ผมเชื่อว่าตำรวจทุกคนต้องเห็นด้วยกับผม”

“เราไม่จำเป็นต้องเสี่ยง”

ทั้งคู่เถียงกันไปมา เมธาขอร้องณัฐชาให้วางอาวุธ แต่เธอยังลังเล ขณะที่สิงหาง้างนกปืนขึ้นช้าๆอย่างเอาจริง... ท่ามกลางความลุ้นระทึกนั้นณัฐชาตัดสินใจลดปืนลง

“ฉันขอถามแค่ประโยคเดียว แล้วใครจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าวันนี้คุณยอมทำตามคำขู่ของมัน แล้ววันต่อไปล่ะ ยอมแพ้งั้นเหรอ”

“หรือว่าคุณมีทางเลือกอื่น ชีวิตของตำรวจทุกคน ทำไมต้องมาเสี่ยงเพื่อคุณ เพื่อนักสู้มหากาฬ”

“เพราะมันคือความหวังเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้... ไวรัสนี่จะทำลายพิษสงของน้ำตามัจจุราช พวกพรายพิฆาตจะไม่เป็นอมตะอีกต่อไป ฉันรู้แหล่งกบดานของกรณ์กับสมุน ถ้าคุณให้โอกาสฉัน เราจะโค่นพวกมัน”

“แล้วถ้าผมปฏิเสธล่ะหมวด”

“พวกเราทุกคนจะต้องตายกันหมด...คุณเลือกมาสิสารวัตร”

ณัฐชาวางปืนลงก่อนเดินมายื่นกระบอกใส่ไวรัสให้เขา...สิงหายังนิ่งอย่างลังเล โดยมีสายตาของคนอื่นๆ ต่างลุ้นรอการตัดสินใจ

หลังจากนั้นไม่นาน ไมตรีกับปรีดาก็คุมตัวณัฐชาไปยังห้องขัง ทั้งคู่ปลอบหมวดสาวให้ใจเย็น พวกตนเชื่อว่าสารวัตรต้องมีเหตุผล ณัฐชาไม่ปริปากโต้แย้ง ส่วนราเมศที่ยังซ่อนตัวอยู่แถวนั้นรู้สึกเป็นกังวลเมื่อเห็นณัฐชาถูกควบคุมตัว ด้านสิงหายังอยู่กับเมธาในห้องทำงาน เขานั่งมองกระบอกใส่ไวรัสอย่างใช้ความคิด ก่อนตัดสินใจนำไปให้ลูกน้องสองนาย

“นี่เป็นตัวอย่างของไวรัสที่จะใช้ต่อกรกับพรายพิฆาต พวกคุณส่งมันไปที่ห้องแล็บของเรา แล้วให้ทางนั้นเร่งผลิตออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าลืมถามเขาด้วยว่าถ้าจะใช้มันเป็นอาวุธต้องทำยังไง”

“อาวุธเชื้อโรคเหรอครับท่าน”

“อืม...สำหรับพวกอสูรกาย”

แสดงว่าสิงหาเลือกใช้วิธีของณัฐชา แต่เขาต้องทำให้แนบเนียนด้วยการจับเธอเข้าห้องขัง ซึ่งจะให้ที่นั่นเป็นกับดักสำหรับพวกกรณ์

ooooooo

การกลายพันธุ์ของฤทธิ์ใกล้สำเร็จด้วยการรักษาของพรายพิฆาตในร่างไอริณ เหลือแค่รอให้ร่างกายของเขาได้พักฟื้นอีกไม่เกิน 24 ชั่วโมง ทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบ แต่นอกเหนือจากเรื่องนี้ฤทธิ์ยังอยากรู้ว่าเมื่อไหร่พรายพิฆาตถึงจะคืนไอริณให้

“เมื่อคุณฆ่ากรณ์กับพวกได้สำเร็จ”

“แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าผมจะไม่ถูกหักหลัง”

“ไม่เชื่อใจฉันเหรอ”

ฤทธิ์ลุกขึ้นนั่งบนเตียงและมองไปที่ร่างของลูกสาวพ่อค้ายาเสพติดซึ่งเป็นร่างแท้จริงของพรายพิฆาต ก่อนตอบคำถามนั้นว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมันทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น”

“ถ้ากลัวฉันแก้แค้น คุณก็ชดเชยให้ฉันสิ ฉันไม่ใช่เด็กอีกแล้วนะ...ฤทธิ์ ราวี สิ่งที่จะดับไฟแค้นให้ฉันได้ก็คือความรัก” ไอริณยื่นหน้าเข้ามาใกล้อย่างเย้ายวน แต่เขาไม่เล่นด้วย ดันเธอออกห่างพร้อมกับพูดจริงจังว่า

“วิธีนั้นผมคงชดเชยให้คุณไม่ได้ เพราะผมไม่ได้รักคุณ”

ไอริณมองหน้าฤทธิ์อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แต่แล้วเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่ยามคนหนึ่งจะเปิดให้ราเมศก้าวเข้ามา

“ท่านพรายพิฆาต ผมมีเรื่องสำคัญจะรายงาน”

ไอริณเดินนำราเมศออกจากห้องไปคุยกันส่วนตัว พอรู้ว่าณัฐชาถูกตำรวจควบคุมตัวและกรณ์อาจอยู่เบื้องหลัง เธอจึงกำชับราเมศอย่าให้ฤทธิ์รู้เรื่องนี้ เราจะให้เขาลงมือเมื่อได้โอกาสที่เหมาะสมตามแผนของเรา...ฤทธิ์แอบฟังอยู่หลังเสา เป็นห่วงณัฐชาขึ้นมาทันที

เวลานั้นที่กองปราบ กรณ์ติดต่อมาแล้ว สิงหาเป็นคนเจรจากับเขาโดยเปิดลำโพงโทรศัพท์ให้เมธาได้ยินด้วย

“ตอนนี้เรายังไม่ได้ข่าวของนักสู้มหากาฬ แต่เราได้ตัวณัฐชามาแล้ว อีกไม่นานคงรู้ว่านักสู้มหากาฬกบดานอยู่ที่ไหน”

“เมื่อไหร่”

“ก็แล้วแต่ว่าณัฐชาจะเปิดปากตอนไหน เราจะรีบสอบสวนให้เร็วที่สุด”

“ไม่ต้อง เราจะสอบสวนเธอเอง”

“แต่ณัฐชาเป็นคนของเรา”

“ผมไม่สน อีกหนึ่งชั่วโมงผมจะส่งคนไปรับตัวเธอที่กองปราบเตรียมตัวให้พร้อมละกัน แล้วอย่าเล่นตุกติกเด็ดขาด ไม่งั้นกองปราบของพวกคุณต้องแหลกเป็นจุณแน่”

กรณ์พูดจบก็ตัดสายทันที แล้วเดินไปสั่งเอมี่ วัฒน์ และยักษ์ให้ไปรับตัวณัฐชาที่กองปราบ ส่วนตนจะคอยระวังหลังให้เอง ถ้ามันหักหลังเราเมื่อไหร่ รับรองได้ฆ่าล้างบางกันแน่!

ด้านเมธากับสิงหาหารือกันเคร่งเครียด เมธาให้ทำตามแผนเดิมและเตรียมอพยพคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากที่นี่ ส่วนพวกที่เหลือต้องเตรียมอาวุธให้พร้อม

ขณะเดียวกันฤทธิ์ที่อยากไปช่วยณัฐชา เขาแอบขึ้นมาบนรถท้ายรถบรรทุกอีกครั้งเพื่อปรึกษากับระบบจำลองเสมือนจริงของมาดามหลิว

“ถ้าให้คุณประเมิน ตอนนี้ผมมีโอกาสชนะแค่ไหน”

“ฉันเชื่อว่าพลังของเธอน่าจะเหนือกว่าพวกของกรณ์ทุกคน ยกเว้นแต่ว่าพวกมันจะบุกเข้ามาพร้อมกัน”

“แปลว่าผมต้องเล่นงานพวกมันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง... แล้วถ้าคู่ต่อสู้ของผมคือพรายพิฆาตล่ะ”

“พลังของเธอไม่มีทางเหนือกว่าพรายพิฆาต แต่เธอก็เคยชนะมันมาแล้ว ถึงจะด้วยกลอุบายแต่เธอก็เป็นฝ่ายชนะ ถ้าให้ประเมินฉันคิดว่าโอกาสชนะมีอยู่ห้าสิบห้าสิบ”

ฤทธิ์ได้ฟังก็ครุ่นคิดอย่างหนักใจ โปรแกรมของมาดามหลิวมองหน้าเขาสักพักก่อนให้เหตุผล

“ขอเตือนด้วยความหวังดี การที่เธอมีโอกาสโค่นศัตรูไม่ได้แปลว่าเธอจะได้รับชัยชนะทุกครั้ง เพราะคนเราย่อมมีโอกาสพลาดได้เสมอ และถ้าเธอแพ้เมื่อไหร่ ก็คงไม่มีโอกาสอีกเป็นครั้งที่สอง”

“ถ้าทำสำเร็จ ต่อให้ต้องตายผมก็ยอม”

ภาพจำลองของมาดามหลิวมองหน้าฤทธิ์ ความมุ่งมั่น คือสิ่งที่ล้ำลึกเกินกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะคำนวณผล...หลังจากนั้นฤทธิ์ค้นหาอาวุธภายในรถ พบชุดเกราะ ปืนกับมีดคู่กายของนักสู้มหากาฬ เขาใส่ชุดเกราะโดยเร็วก่อนเก็บอาวุธใส่กระเป๋าสะพายแล้วลงจากรถเพื่อเตรียมเดินทาง แต่ไม่คิดว่าราเมศจะโผล่มาขัดขวาง

“คิดจะเบี้ยวหรือไงนักสู้มหากาฬ”

“หน้าที่ของผมคือกำจัดพวกของกรณ์”

“แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะยังไม่มีคำสั่งจากพรายพิฆาต และที่สำคัญผมคิดว่าเป้าหมายของคุณคือการช่วยณัฐชาซะมากกว่า”

“มันเรื่องของผม” ฤทธิ์ดึงดันจะไป...และราเมศก็ต้านไม่ไหว แม้แต่ไอริณหรือพรายพิฆาตก็เอาไม่อยู่ เพราะเวลานี้การกลายพันธุ์ของฤทธิ์สมบูรณ์แบบแล้ว...

ขณะฤทธิ์มุ่งหน้าไปกองปราบ เป็นเวลาที่พวกเอมี่กำลังเผชิญกับหน้าสารวัตรสิงหาเพื่อมาเอาตัวณัฐชาตามที่ตกลงกับกรณ์ไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าดันมาเจอกับดักของตำรวจจนเกิดการปะทะกันดุเดือดเลือดพล่าน

สารวัตรสิงหาตั้งใจใช้ไวรัสจัดการกับอมนุษย์พวกนี้ แต่ปรากฏว่าทางห้องแล็บเพิ่งแจ้งว่ายังเพิ่มปริมาณไวรัสถึงขั้นใช้งานเป็นอาวุธไม่ได้ ต้องรออีกอย่างน้อยสิบสองชั่วโมง ณัฐชาจึงตัดสินใจเอาตัวอย่างไวรัสที่เหลือมาเล่นงานพวกมันไปก่อน โดยใช้หน้าไม้ยิงลูกดอกอาบไวรัสเข้าใส่ไอ้วัฒน์เป็นรายแรก ปรากฏว่าได้ผลวัฒน์เจ็บปวดถึงกับคำรามลั่น ผิวเนื้อบริเวณบาดแผลของมันดำคล้ำและขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว

ไอ้ยักษ์เห็นท่าไม่ดีรีบขอกำลังเสริมมาสมทบอีกนับสิบ เสียงปืนปะทะกันสนั่นหวั่นไหว แต่กระสุนปืนของตำรวจทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย สิงหาหนักใจและคิดว่าสู้ไม่ได้แน่ แต่ทันใดนักสู้มหากาฬโผล่มาช่วยจัดการด้วยพละกำลังอันเหลือล้น ยักษ์แทบไม่เชื่อสายตา ไม่คิดว่าร่างกายเขาจะฟื้นตัวเร็วขนาดนี้ รีบสั่งการคนของตนให้ฆ่ามันเดี๋ยวนี้

ส่วนวัฒน์หลังจากโดนณัฐชายิงไวรัสเข้าใส่มันคลั่งและแค้นถึงขีดสุดจับเธอมาขย้ำคอจนจมเขี้ยวพลันจิตของทั้งคู่เชื่อมถึงกันทำให้วัฒน์เห็นรังของพรายพิฆาตที่ณัฐชาเคยไป

เมื่อทำให้ณัฐชาหมดพิษสงได้แล้ว วัฒน์รีบไปช่วยเอมี่ ส่วนยักษ์กับสมุนยังต่อสู้กับนักสู้มหากาฬอยู่อีกด้าน ยักษ์เปลี่ยนมาใช้ดาบฟาดฟันนักสู้มหากาฬแต่ก็สู้ไม่ได้อยู่ดี มันหายตัวไปในพริบตาเมื่อเห็นสมุนล้มตายเป็นจำนวนมาก ฤทธิ์ในคราบนักสู้มหากาฬหันไปทางไมตรีกับปรีดา ถามพวกเขาอย่างร้อนรนว่าณัฐชาอยู่ที่ไหน?

สภาพของวัฒน์ที่ติดเชื้อไวรัสอย่างรุนแรงทำให้เอมี่ใจไม่ดี แต่ถึงยังไงเธอก็ไม่ทิ้งเขาแน่ ตั้งใจพาเขากลับออกไปด้วยกัน แต่ฉับพลันเขาก็ล้มลงสิ้นใจหลังจากบอกว่าเขายังรักเธอเหมือนเดิม แม้รู้ว่าเธอไม่เคยรักเขาเลย เอมี่เสียใจมากแต่ไม่มีเวลาอาลัยอาวรณ์เพราะยักษ์วิ่งกระหืดกระหอบมาบอกว่า

“ไอ้ฤทธิ์มาแล้ว สภาพของมันตอนนี้ยิ่งกว่าสมบูรณ์เต็มร้อย เกินร้อยซะด้วยซ้ำ เราต้องรีบเผ่น”

“เราต้องพาวัฒน์ไปด้วย”

ยักษ์เดินมาแตะชีพจรตรงต้นคอวัฒน์แล้วบอกเอมี่ว่า “ไม่มีทาง มันโดนไวรัสเข้าไป แถมถูกยิงซะขนาดนี้มันตายแน่”

“ถ้า ฤทธิ์ ราวี รอดมาได้ วัฒน์ก็ต้องทำได้เหมือนกัน”

เอมี่ประกาศกร้าวแล้วช่วยกันกับยักษ์ประคองวัฒน์ออกมาจนได้ และเมื่อเจอฤทธิ์กำลังพยาบาลณัฐชาจนเริ่มได้สติ เอมี่ก็จู่โจมเข้าไปกระชากคอณัฐชามาเป็นตัวประกัน และสั่งให้ฤทธิ์ถอยไปถ้าไม่อยากให้ณัฐชาตายเหมือนใจทิพย์

ฤทธิ์เป็นห่วงความปลอดภัยของณัฐชาเพราะเธอเพิ่งโดนทำร้ายบาดเจ็บ จึงไม่กล้าบุ่มบ่ามผลีผลามทำอะไร เอมี่ฉวยโอกาสนี้ลากณัฐชาออกไปที่รถโดยมียักษ์ประคองวัฒน์ตามติด ส่วนฤทธิ์ก้าวตามห่างๆอย่างระแวดระวัง พลางมองไปยังกลุ่มของสารวัตรสิงหาก่อนยื่นคำขาดกับเอมี่

“ถ้าแกไม่ปล่อยณัฐชา ฉันจะไม่ยอมให้แกไปไหนเด็ดขาด”

“ก็ได้...ขอเวลาให้เราหนีไปก่อนแค่สิบนาที เราจะปล่อยนังนี่ แต่ถ้าก่อนหน้านี้มีใครตามมาละก็ มันต้องตายพร้อมกับพวกเรา”

ฤทธิ์เห็นบาดแผลของณัฐชาที่ถูกวัฒน์กัดจนเลือดท่วม และมองไปที่สารวัตรสิงหาอย่างขอความเห็น เมื่อทางนั้นพยักหน้าแทนการตอบรับ ฤทธิ์จึงให้คำตอบแก่เอมี่

“ผมจะตามไป...ทิ้งระยะเอาไว้ที่ไม่เกิน  100 เมตร”

รถคนร้ายเคลื่อนออกไปโดยมียักษ์เป็นคนขับ วัฒน์นอนหมดสติอยู่ข้างๆ ในขณะที่เอมี่คุมตัวณัฐชาอยู่เบาะหลัง ส่วนฤทธิ์ขึ้นมอเตอร์ไซค์ของตนเตรียมพร้อม กะระยะตามที่ตกลงกับเอมี่ก่อนออกตัวตามไป เมื่อถึงกำหนดเวลาสิบนาทีและฤทธิ์ก็ไม่ได้บิดพลิ้ว เอมี่จึงส่งณัฐชาคืนให้เขาด้วยการโยนเธอลงจากรถเพื่อเป็นการแก้แค้นให้วัฒน์ที่ถูกเธอยิงด้วยไวรัส ฤทธิ์ตกใจมากรีบเหยียบเบรกจนรถลื่นไถลไปกับพื้นถนนเพื่อหลีกร่างณัฐชาที่กลิ้งลงมา

รถของเอมี่แล่นจากไป ฤทธิ์ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย เขารีบวิ่งกลับไปประคองณัฐชาที่กระอักเลือดออกมา ก่อนจะลืมตามองหน้าเขาและพูดพึมพำว่า “ในที่สุดคุณก็มา”

ด้านกรณ์เมื่อเห็นลูกน้องกลับมาในสภาพสะบักสะบอมกันทุกคน โดยเฉพาะวัฒน์ที่ทางรอดริบหรี่เต็มทีก็เป็นเดือดเป็นแค้น นึกไม่ถึงว่าไวรัสนั่นจะถูกพัฒนาเพื่อเป็นอาวุธสังหารพวกเรา

กรณ์เข้ามาใกล้วัฒน์และได้ยินมันกระซิบบอกแหล่งซ่อนตัวของพรายพิฆาตก่อนสิ้นใจตาย เอมี่กอดศพวัฒน์กรีดร้องด้วยความเสียใจ

“นังณัฐชาเคยมาที่นี่ ตำรวจต้องตามมาถูกแน่” กรณ์เอ่ยปากอย่างหวั่นๆ ยักษ์พยักหน้าเพราะเชื่อเช่นนั้นเหมือนกัน ส่วนเอมี่เสียใจจนกลายเป็นบันดาลโทสะ เธอหันมาเสียงแข็งใส่กรณ์

“ไหนคุณบอกฉันว่าเราจะเป็นอมตะ ไหนคุณบอกฉันว่าเราจะกลายเป็นพระเจ้า แล้วนี่อะไร นี่มันอะไรกัน”

กรณ์ไม่มีคำตอบ เขามองศพวัฒน์อย่างหวั่นไหวเช่นกัน

ooooooo

สิงหา ไมตรี และปรีดาเดินทางมาเยี่ยมณัฐชาที่อาการยังสาหัสนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ฤทธิ์อยู่เฝ้าเธอตั้งแต่เมื่อคืน ก่อนจะกลับออกมาเจอสิงหาตรงหน้าห้องในตอนเช้า

“จะกลับแล้วเหรอครับคุณโทมัส อ้อ หรือถ้าจะให้ถูกผมคงต้องเรียกคุณว่า นักสู้มหากาฬ”

“คุณต้องการอะไร”

“ที่หมวดณัฐชาต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอปกป้องคุณ แล้วคุณไม่คิดจะตอบแทนเธอบ้างหรือไง”

“เรื่องจัดการคนร้าย ผมมีวิธีของผม”

“ทางห้องแล็บแจ้งมาว่า อีกไม่ถึงชั่วโมงการเพาะเชื้อไวรัสจะแล้วเสร็จ ถึงตอนนั้นเราจะดัดแปลงมันเพื่อเป็นอาวุธทำลายพวกมัน”

“แล้วไง”

“ณัฐชารู้ที่กบดานของกรณ์ แต่เธอยังไม่ทันบอกว่ามันอยู่ที่ไหน”

“ผมก็รู้ ผมเคยไปที่นั่น”

สิงหาพยักหน้า นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ แต่เมื่อเขาพาลูกน้องบุกไปที่รังของกรณ์กลับไม่พบใครสักคน เพราะพวกกรณ์ไหวตัวหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว...ฝ่ายรา–เมศเกาะติดสถานการณ์ทุกอย่างแล้วนำกลับมารายงานพรายพิฆาตในร่างไอริณว่า

“การกลับมาของนักสู้มหากาฬ รวมถึงอาวุธชีวภาพ ดูเหมือนจะทำให้กรณ์เสียขวัญ ถ้าเดาไม่ผิด ตอนนี้มันคงหนีไปตั้งหลัก”

“มันหนีไม่พ้นหรอก นักสู้มหากาฬต้องตามฆ่ามันแน่ ส่วนเรา...ถึงเวลาก็ค่อยชุบมือเปิบทีหลัง”

ไอริณลำพองใจแต่จู่ๆก็ชะงักกึก เมื่อเห็นภาพนิมิตตัวเองถูกกรณ์แทง และมันยังตรงเข้าหาร่างแท้จริงของตนด้วย

“มีอะไรเหรอท่านพรายพิฆาต” ราเมศสงสัย

“ไม่จริง...ทำไมภาพนิมิตถึงยังเป็นเหมือนเดิม ฉันเห็นกรณ์กำลังฆ่าฉัน”

คำพูดนั้นทำให้ราเมศพลอยหวาดหวั่นไปด้วย เขารีบสั่งการสมุนให้เพิ่มเวรยามเป็นสองเท่าคอยอารักขาบริเวณห้องเก็บร่างแท้จริงของพรายพิฆาต ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่าให้ใครเข้าใกล้ท่านอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันพรายพิฆาตในร่างไอริณก็กังวลกับอนาคตของตัวเอง

“ถ้าร่างจริงของเราถูกทำลาย แล้วจิตของเราจะสลายไปด้วยรึเปล่า จิตเป็นพลังงาน ไม่เกี่ยวข้องกับสสาร เราต้องอยู่สิ เราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป พระเจ้าไม่มีวันตาย ต้องมีคนรู้เรื่องนี้ ต้องมีคนเข้าใจเรื่องนี้”

พูดแล้วนึกขึ้นได้  เธอรีบขึ้นไปบนท้ายรถบรรทุก...ระบบไฟฟ้าทำงานโดยอัตโนมัติ ก่อนที่ร่างเสมือนจริงของมาดาม

หลิวจะปรากฏขึ้น “มาดามหลิว จำฉันได้รึเปล่า ฉันคือไอริณ”

“เธอไม่ใช่ไอริณ พลังในตัวเธอไม่น่าจะเป็นของสิ่งมีชีวิต”

“ขนาดตายไปแล้วคุณยังฉลาดกว่าคนบางคนซะอีก...ถูกต้อง ฉันคือพรายพิฆาต”

คอมพิวเตอร์เริ่มประมวลข้อมูลของพรายพิฆาตขึ้นมาบนหน้าจอ ไอริณมองทึ่ง บอกว่าคงต้องใช้เวลาสักหน่อยถ้าจะสรุปข้อมูลเกี่ยวกับตน

“นั่นคือสิ่งที่ฉันรวบรวมมาทั้งชีวิต พรายพิฆาต...แกต้องการอะไร”

“ให้ข้อมูลฉันเพื่อแลกกับการที่ฉันจะไม่ระเบิดรถคันนี้ทิ้ง”

“บอกคำถามมา”

“ถ้าร่างเดิมของฉันหมดอายุขัย จิตวิญญาณของฉันจะอยู่ในร่างนี้ตลอดไปได้รึเปล่า”

“ฉันต้องสแกนร่างกายของคุณ”

ไอริณไม่รีรอ เปลื้องเสื้อผ้าออกยินยอมแต่โดยดี

ooooooo

ผ่านไปสักพัก ไอริณสอบถามโปรแกรมมาดามหลิวด้วยท่าทีร้อนรนว่ารู้ผลหรือยัง?

“เสียใจด้วยนะ ผลวิเคราะห์ระบุว่าพลังจิตที่เธอ มีอยู่ตอนนี้มันถูกผลิตขึ้นจากร่างกายที่แท้จริงของเธอซึ่งเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ในตอนนี้ เมื่อใดที่สมองถูกทำลาย ร่างกายของไอริณก็จะเป็นอิสระจากการครอบงำ”

“ไม่จริง ฉันไม่มีวันตาย โลกใหม่ต้องการฉัน โลกที่มีแต่สันติภาพ”

“สันติภาพเหรอ...สันติภาพของเธอช่างมีราคา แพงเหลือเกินพรายพิฆาต มีคนต้องตายเพื่อมันมากพอแล้ว ถึงเวลาที่ต้องยุติซะที”

“ไม่มีทาง ฉันมีพลังพิเศษ ฉันจะอยู่ค้ำฟ้า ฉัน ต้องปกครองโลกใบนี้ ฉันไม่ยอมตายเด็ดขาด ไม่มีทาง!!”

พรายพิฆาตในร่างไอริณโมโหฉุนเฉียวกลับออกมาสั่งการราเมศไปหาร่างสำรองมาให้ตน เผื่อเอาไว้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งร่างนั้นก็คือณัฐชา!

ราเมศมาที่โรงพยาบาลและฉวยโอกาสตอนฤทธิ์ออกไปซื้ออาหารลักพาตัวณัฐชาในห้องคนไข้ขึ้นรถ โรงพยาบาลออกไปอย่างแนบเนียน เมื่อฤทธิ์กลับมาไม่ เจอณัฐชาก็รีบขับรถติดตามไปจนกระทั่งถึงรังพรายพิฆาต และในเวลานั้นกรณ์กำลังพาสมุนมาถล่มอยู่พอดี

ราเมศนำร่างไร้สติของณัฐชาเข้าไปภายในห้อง ที่เก็บร่างแท้จริงของพรายพิฆาตไว้ จากนั้นไอริณรีบรักษาอาการบาดเจ็บของณัฐชา ส่วนร่างแท้จริงนั้นให้ราเมศ รีบเอาไปซ่อนไว้บนรถตู้คอนเทนเนอร์ของมาดามหลิว ฝ่ายกรณ์ที่พาสมุนมาถล่มก็ฆ่าคนของพรายพิฆาตตายเป็นเบือ ก่อนจะถึงตัวราเมศและต่อสู้กันอย่างดุเดือด

ฤทธิ์เข้ามาสมทบและใช้มีดคู่กายแทงไอ้ยักษ์สมุนของกรณ์ขาดใจตาย ขณะที่พรายพิฆาตในร่างไอริณก็มาช่วยราเมศซึ่งอ่อนแรงลงทุกที คราวนี้เลยกลายเป็นสามฝ่ายปะทะกัน กรณ์เพ่งเล็งเอาชีวิตฤทธิ์ แต่ไม่ง่ายอย่างใจคิด เพราะฤทธิ์มีพละกำลังเหนือมนุษย์ กรณ์จึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่พรายพิฆาตด้วยการแทงดาบทะลุท้องไอริณ พลันพลังงานของพรายพิฆาตก็พวยพุ่ง ออกมาทางบาดแผล ทำให้ไอริณกลับมาเป็นคนเดิมแต่บาดเจ็บสาหัส

ฤทธิ์เคยรับปากณัฐชาจะดูแลปกป้องไอริณอย่างดี เขารีบวิ่งเข้ามาประคองเธอที่ยังรู้สติแต่มึนงงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

“มันเกิดอะไรขึ้น ฉันฝันไปรึเปล่า เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“ทำใจดีๆไว้ไอริณ คุณเสียเลือดไปมาก ตอนนี้คุณกำลังช็อก”

“ฉันเห็นณัฐชา ก่อนหน้านี้เธออยู่กับฉัน”

“เธออยู่ที่ไหน”

“ห้องที่มีเด็กผู้หญิงนอนป่วยอยู่”

ฤทธิ์ทราบดีว่าไอริณหมายถึงห้องที่ลูกสาวพ่อค้ายาเสพติดใช้พักฟื้น เขามองไปทางนั้นด้วยความเป็นห่วงณัฐชา แต่แล้วเสียงหัวเราะของกรณ์ที่แว่วมาก็ทำให้ฤทธิ์ตระหนักว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญกว่าในเวลานั้น

“คุณรออยู่นี่ก่อนนะ ผมจะตามคนมาช่วย” ว่าแล้วฤทธิ์ผละไปโดยเร็ว

ขณะนั้นราเมศซึ่งถูกพวกกรณ์ฟันจนมือขาดวิ่งโซซัดโซเซมาที่รถบรรทุกของมาดามหลิวแล้วสั่งให้ลูกน้องรีบออกรถเพื่อปกป้องดูแลร่างจริงของพรายพิฆาต แต่ไม่ทันการณ์ กรณ์โผล่พรวดมาถึงตัว

“คิดเหรอว่าจะหนีพ้น”

“ไอ้กรณ์! แกจะจองล้างจองผลาญไปถึงไหน”

“อย่าห่วงไปเลยบอส ในฐานะที่เคยเป็นอดีตเจ้านาย ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง ถ้าแกยอมหลีกทางให้ฉัน ฉันจะให้แกร่วมทีม”

ราเมศมองกรณ์และมองกลับไปที่ร่างแท้จริงของพรายพิฆาตอย่างลังเล

“ไม่เอาน่า แกไม่จำเป็นต้องตายเพื่อเด็กคนนี้ซะหน่อย แค่แกคุกเข่าลงตอนนี้ แกก็จะรอดตาย”

“แกพูดจริงเหรอ”

“ในนามของพรายพิฆาตคนต่อไป ฉันขอสัญญา”

ราเมศชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ยอมคุกเข่าให้กรณ์พร้อมกับลั่นวาจาว่าพรายพิฆาตคนใหม่จงเจริญ

“ดีมาก ทีนี้เราจะได้ปิดเกมกันซะที” พูดจบกรณ์จะเดินไปหาร่างของเด็กหญิง แต่จังหวะนั้นเองราเมศก็ชักมีดพกจากรองเท้าหมายจะแทงที่ขมับกรณ์ แต่กรณ์ซึ่งไม่ประมาทอยู่แล้วคว้าข้อมือเขาไว้ทันท่วงที

“กะแล้วเชียวว่าต้องเล่นแบบนี้ ไปลงนรกซะเถอะเจ้านาย”

ขาดคำ กรณ์เงื้อดาบฟันคอราเมศขาดกระเด็น แล้วโดดขึ้นมาบนท้ายรถบรรทุก พิจารณาร่างของเด็ก หญิงอย่างดูแคลน “พรายพิฆาต เฮอะ กะอีแค่เด็กพิการ คนนึง...ฉันจะดื่มเลือดของแกให้หมด ทีนี้ก็จะไม่มีพรายพิฆาตอีกต่อไป” เขาเตรียมกระชากคอเด็กหญิง มาดูดเลือด แต่ทันใดนั้นโปรแกรมจำลองภาพเสมือนจริงของมาดามหลิวก็ปรากฏขึ้น

“อย่านะกรณ์ แกจะทำแบบนั้นไม่ได้”

“มาดามหลิว...ยังไม่ตายอีกเหรอเนี่ย”

“เชื่อฉัน ไม่อย่างนั้นแกจะเจอปัญหาใหญ่”

กรณ์เอะใจ ลองเอื้อมมือไปสัมผัสมาดามหลิวก่อนรับรู้ว่าเป็นภาพจำลอง “ที่แท้ก็ภาพลวงตา ทำไมฉันต้องเชื่อแกด้วย”

“ฉันตรวจสอบพลังงานของพรายพิฆาตแล้ว  มันเป็นพลังจิตที่มากมายมหาศาลเกินกว่าใครคนอื่นจะรับไหว”

“เหลวไหล ฉันดูดเลือดของใครก็ได้พลังชีวิตของคนนั้น แกกลัวว่าฉันจะมีอำนาจมากกว่าเดิม ก็เลยคิดจะหลอกฉันสิท่า อย่าฝันไปหน่อยเลย”

มาดามหลิวมองกรณ์อย่างไม่พอใจก่อนจะเลือนหายไป ส่วนกรณ์จัดการดูดเลือดเด็กหญิง และไม่เพียงแต่เลือดเท่านั้นที่เขาได้รับ พลังงานของพรายพิฆาตก็ถูกดูดไปพร้อมกัน ฤทธิ์โผล่มาเห็นและชักมีดเล่นงานมันทันที แต่กรณ์ยกฝ่ามือต้านจนมีดของฤทธิ์ถูกตรึงไว้กลางอากาศ

ฤทธิ์ตกตะลึง ขณะที่กรณ์ผลักฝ่ามือออกไป ทำให้ มีดสะท้อนกลับใส่เจ้าของจนกระเด็นไปด้วย กรณ์แสยะยิ้มอย่างสะใจ รู้สึกอิ่มและเปี่ยมล้นไปด้วยพลัง

“บอกตามตรงว่ะเพื่อนฝูง เลือดของพรายพิฆาตมันช่างสุดยอดจริงๆ”

“นั่นคือเลือดหยดสุดท้ายที่แกจะได้ดื่ม ไอ้สารเลว”

ฤทธิ์โถมเข้าหากรณ์อีกครั้ง ทันใดนั้นสิ่งคาดไม่ถึงก็ปรากฏขึ้น ฝ่ามือของกรณ์เรืองแสงเหมือนพรายพิฆาต และซัดพลังใส่ร่างของฤทธิ์จนกระเด็น

“ฮ่าๆๆ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอเพื่อน พลังของพรายพิฆาตอยู่ในตัวฉัน คราวนี้แกเสร็จฉันแน่...ฤทธิ์ ราวี”

ooooooo

ขณะเดียวกันนั้น สารวัตรสิงหากำลังยกพลออกจากกองปราบเพื่อไปช่วยนักสู้มหากาฬถล่มพรายพิฆาตทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาร่วมทีมไปด้วยแน่

ด้านณัฐชาที่ยังอยู่ในรังพรายพิฆาต เธอกำลังต่อสู้กับดวงจิตของเด็กหญิงลูกสาวพ่อค้ายาเสพติดซึ่งก็คือร่างแท้จริงของพรายพิฆาตที่ต้องการใช้ร่างของณัฐชาเป็นรายต่อไป

“ไม่มีทาง ฉันไม่ยอมให้แกหลอกใช้ฉัน...แกเอาไอริณไปไว้ที่ไหน”

“ร่างของไอริณตอนนี้ใช้การไม่ได้ ฟังฉันนะณัฐชา ฉันไม่มีพลังมากพอจะบังคับเธอ แต่ฉันยังมีพลังที่จะต่อสู้กับกรณ์”

“ทำไมฉันต้องเชื่อเธอ”

“เพราะฤทธิ์ ราวี จะเป็นฝ่ายแพ้ ถ้าเธอไม่ร่วมมือ กับฉัน กรณ์กับนักสู้มหากาฬกำลังสู้กันอยู่ข้างนอก ได้โปรดเถอะณัฐชา เธอต้องเชื่อฉัน”

เสียงปืนข้างนอกทำให้ณัฐชาใจคอไม่ดี พูดโพล่ง ขึ้น “จะให้ฉันทำยังไง”

“พลังจิตของเธอกล้าแข็งกว่าของไอริณ เธอต้องปล่อยมันให้ว่างเพื่อเราจะได้เป็นหนึ่งเดียวกัน”

“แล้วฉันก็จะกลายเป็นทาสของแก...เหมือน ไอริณ”

“ณัฐชา...ได้โปรดทำเพื่อฤทธิ์ ราวี ฉันขอร้อง”

เสียงปืนดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ณัฐชาต้องตัดสินใจ “ถ้าแกหักหลังฉันเมื่อไหร่ แกตายแน่!”

“ฉันสัญญา”

หมวดณัฐชาหลับตาลงปล่อยใจให้ว่าง แล้วดวงจิตของพรายพิฆาตก็แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายเธอ

ผ่าน​ไป​ครู่​เดียว พราย​พิฆาต​ก็​แทรกซึม​เข้า​มา​อยู่​ใน​ร่าง​ณัฐ​ชา ดวงตา​ของ​เธอ​แดง​ก่ำ​บ่ง​บอก​ว่า​ไม่​ใช่​คน​ปกติ​ธรรมดา

“ณัฐ​ชา...ตอน​นี้​พลัง​ของ​ฉัน​มี​จำกัด ไม่​สามารถ​ครอบงำ​ความ​คิด​ของ​เธอ​ได้​ทั้งหมด ดังนั้น​ใน​ระหว่าง​ต่อสู้​เธอ​ต้อง​ทำ​ตาม​ความ​คิด​ของ​ฉัน ถ้า​ขัดขืน​จิต​ของ​ฉัน​จะ​หลุด​จาก​ร่าง”

“ฉัน​เข้าใจ​แล้ว”

ณัฐ​ชา​ซึ่ง​ถูก​พราย​พิฆาต​ครอบงำ​รีบ​มุ่ง​หน้า​ไปช่วย​นัก​สู้​มหากาฬ​รบรา​กับ​กร​ณ์​ที่​ไม่​ยอม​แพ้​แม้​สมุน​จะ​ล้ม​ตาย​เป็น​จำนวน​มาก ส่วน​เอ​มี่​ที่​หมด​สติ​ไป​ครู่​หนึ่ง พอฟื้น​ขึ้น​มา​ก็​ร่วม​ด้วย​ช่วย​กร​ณ์​อีก​แรง โดย​จับ​คู่​ต่อสู้​กับ​ณัฐ​ชา ขณะ​ที่​ฤทธิ์​ห่ำ​หั่น​กับ​กร​ณ์

เพียง​แค่​เห็น​แวว​ตา​ของ​ณัฐ​ชา ฤทธิ์​ก็​รู้ทัน​ที​ว่า​พราย​พิฆาต​อยู่​ใน​ร่าง​เธอ เขา​ไม่​พอใจ​แต่​ไม่​มี​เวลา​จะ​ซัก​ถาม​เพราะ​ต่าง​คน​ต่าง​ต้อง​รับมือ​กับ​ศัตรู

เวลา​เดียวกัน สารวัตร​สิง​หา​นำ​กำลัง​ตำรวจ​มาถึง​แล้ว​พร้อม​อาวุธ​ชีวภาพ​เต็ม​พิกัด พวก​เขา​ยิง​ระเบิด​ไวรัส​เข้าไป​ใน​เขต​อาคาร​นั้น​หลาย​ลูก​จน​สมุน​ผีดิบ​ของ​กร​ณ์​ล้ม​ตาย​น้ำลาย​ฟูม​ปาก

เสียง​ระเบิด​ดัง​ด้าน​นอก​ทำให้​เอ​มี่​ตื่นตัว​หัน​ไป​บอก​กร​ณ์​ว่า​มี​คน​บุก​เข้า​มา

“เธอ​ออก​ไป​ช่วย​พวก​เรา ทาง​นี้​ฉัน​จัดการ​เอง” กร​ณ์​สั่ง​การ เอ​มี่​จึง​ล่า​ถอย​จาก​ไป...

หน่วย​จู่โจม​ของ​ตำรวจ​บุก​เข้า​มา​หน้า​อาคาร​โดยมี​สารวัตร​สิง​หา จ่า​ไมตรี และ​หมู่​ปรีดา​ตาม​ติด​มา​ดู​ผล​งาน ส่วน​เอ​มี่​ซุ่ม​สังเกต​เหตุการณ์​อยู่​บน​ที่​สูง​อย่าง​ประหลาดใจ เพราะ​สมุน​ของ​กร​ณ์​ตาย​ใน​สภาพ​น่า​เกลียด​น่า​กลัว แต่ละ​คน​ร่าง​ชัก​เกร็ง ผิวหนัง​พุพอง น้ำลาย​ฟูม​ปาก

“ไวรัส​ได้​ผล​กว่า​ที่​คิด​ซะ​อีก” สิง​หา​เอ่ย​อย่าง​สะใจ

“สารวัตร​แน่ใจ​นะ​ครับ​ว่า​ไม่​เป็น​อันตราย​ต่อมนุษย์”

สิง​หา​ครุ่นคิด​นิด​หนึ่ง​ก่อน​ถอด​หน้ากาก​กัน​สาร​พิษ​ออก​แล้ว​ลอง​สูด​หายใจ​เข้า

“ห้องแล็บ​เขา​ก็​ยืนยัน​มา​แล้ว​นี่”

ไมตรี​กับ​ปรีดา​มอง​หน้า​กัน​แล้ว​ถอด​หน้ากาก​ออก​บ้าง​ก่อน​พูด​เป็น​เสียง​เดียวกัน​ว่า ​ไม่​เป็นไร​จริงๆด้วย เอมี่​ใช้​ที​เผลอ​ฉวย​โอกาส​นั้น​กระโจน​จาก​ที่​สูง​ลง​มา​ด้วย​ความเร็ว​เหนือ​มนุษย์ ก่อน​จะ​ใช้​มีด​ปาด​คอ​หน่วยจู่โจม​อย่าง​รวดเร็ว

“ทุก​คน​ระวัง” สิง​หา​ตะโกน​ลั่น

เอ​มี่​หัน​มา​กระชาก​หน้ากาก​กัน​สาร​พิษ​ไป​จากมือ​ของ​ไมตรี​ก่อน​แทง​มีด​เข้าใส่​ปรีดา​ที่​ทำท่า​จะ​เข้า​มา​ช่วย แต่​จังหวะ​นั้น​สิง​หา​เหนี่ยว​ไก​ยิง​ใบ​มีด​หัก​เสีย​ก่อน เอ​มี่​เลย​พลาด​เป้า​และ​โดน​หน่วย​จู่โจม​ระดม​ยิง​ใส่​จน​ต้อง​กระโจน​หนี​หาย​ไป​ด้วย​ความเร็ว

“ต้อง​มี​พวก​มัน​เหลือ​อีก​แน่​เลย​ครับ​สารวัตร”

“จัด​ไวรัส​ชุด​ใหญ่​ไป​เลย เรา​จะ​ฆ่า​พวก​มัน​ให้หมด”

“เดี๋ยว​ครับ​สารวัตร”

“อะไร​อีก​ล่ะ​หมู่”

“หมวด​ณัฐ​ชา​เคย​บอก​ว่า​นัก​สู้​มหากาฬ​ก็​เป็น​มนุษย์​กลาย​พันธุ์​นี่​ครับ”

สิง​หา​ชะงัก​กึก...ไม่​เคย​คิด​เรื่อง​นี้​มา​ก่อน ไมตรี​เห็น​จริง​ด้วย​กับ​ปรีดา บอก​ว่า​ถ้า​เรา​ถล่ม​ที่​นี่​ด้วย​ไวรัส​เมื่อ​ไหร่ นัก​สู้​มหากาฬ​มี​หวัง​ดับ​แน่​เลย

คำ​พูด​ของ​จ่า​กับ​หมู่​ทำให้​สารวัตร​สิง​หา​ลังเล...ส่วน​ด้าน​ใน​กร​ณ์​กับ​ฤทธิ์​ยัง​คง​ต่อสู้​กัน​ดุเดือด​โดย​มี​ณัฐ​ชา​หรือ​พราย​พิฆาต​ร่วม​ด้วย​ช่วย​กัน แต่​แล้ว​ไอ​ริ​ณ​ซึ่ง​ได้​รับ​บาดเจ็บ​เดิน​โซเซ​เข้า​มา กร​ณ์​จึง​เปลี่ยน​เป้าหมาย​พุ่ง​ดาบ​เข้าใส่​เธอ​แต่​ฤทธิ์​ตัดสินใจ​โดด​บัง​ไว้ ดาบ​ของ​กร​ณ์​จึง​แทง​ทะลุ​หลัง​เขา​อย่าง​จัง ไอ​ริ​ณ​กับ​ณัฐ​ชาตก​ใจ​มาก ฤทธิ์​แข็ง​ใจ​บอก​ทั้ง​คู่​ว่า​ตน​ไม่​เป็นไร

“ฮ่าๆๆ ชุด​เกราะ​ของ​แก​มัน​ไร้​ประโยชน์​สำหรับฉัน”

กร​ณ์​หัวเราะ​ร่า​แล้ว​ยื่น​ฝ่า​มือ​ออก​ไป​ใช้​พลังจิต​กระชาก​ดาบ​คืน​กลับ​มา ทำให้​เลือด​ของ​ฤทธิ์​พุ่ง​จาก​ปาก​แผล พราย​พิฆาต​ใน​ร่าง​ณัฐ​ชา​เห็น​ท่า​ไม่​ดี​จึง​ซัด​พลัง​ใส่​เพดาน​จน​ถล่ม​ลง​มา​ทับ​กร​ณ์ ฤทธิ์​เห็น​ดังนั้น​ก็​จะ​พุ่ง​เข้าไป​ซ้ำ แต่​แล้ว​ระเบิด​ไวรัส​ก็​ถูก​ยิง​เข้า​มา

“ไวรัส! เรา​ต้อง​ไป​จาก​ที่​นี่” ณัฐ​ชาตะ​โกน

“ไม่...ผม​ต้อง​ฆ่า​มัน”

“คุณ​ได้​ฆ่า​มัน​แน่ ถ้า​คุณ​ไม่​ตาย​ซะ​ก่อน...มากับ​ฉัน” พูด​จบ​ณัฐ​ชา​ก็​คว้า​มือ​ไอ​ริ​ณ​กับ​ฤทธิ์​คน​ละ​ข้าง​ก่อน​ใช้​พลังจิต​พา​ทั้ง​คู่​หายตัว​ไป​จาก​ตรง​นั้น แล้วไป​ปรากฏ​ตัว​ที่​รถ​บรรทุก​ของ​มาดาม​หลิว

“ฉัน​ไป​ได้​ไกล​แค่​นี้ พลัง​ของ​ฉัน​มี​จำกัด...บน​รถ​มี​เครื่องมือ​รักษา​พยาบาล เรา​ต้อง​ช่วย​ไอ​ริ​ณ​ก่อน”

ฤทธิ์​มอง​ไอ​ริ​ณ​ที่​กำลัง​อ่อน​ล้า ขณะ​ที่​ณัฐ​ชา​หันไป​ใช้​พลังจิต​เปิด​ท้าย​รถ​บรรทุก​เผย​ให้​เห็น​ร่าง​แท้จริง​ของ​พราย​พิฆาต​ซึ่ง​ก็​คือ​ลูก​สาว​พ่อค้า​ยาเสพติด​นอน​เลือดท่วม

“แล้ว​ร่าง​เดิม​ของ​คุณ​จะ​ทำ​ยัง​ไง”

พราย​พิฆาต​ใน​ร่าง​ของ​ณัฐ​ชา​ไม่​ตอบ​แต่​มอง​ร่าง​เดิม​ของ​ตน​อย่าง​ใคร่ครวญ...ขณะ​เดียวกัน​ด้าน​ใน​อาคาร เอ​มี่​กลับ​เข้า​มา​พร้อมหน้า​กาก​กัน​สาร​พิษ เธอ​ให้​กร​ณ์​สวม​ใส่​โดย​ไม่​ห่วง​ตัว​เอง​เลย กร​ณ์​ซึ้ง​ใจ​มาก​และกระเสือก กระสน​หนี​ออก​มา​ได้​พร้อม​เอ​มี่​ แต่​ก็​โดน​หน่วย​จู่โจม​ของ​สารวัตร​สิง​หา​ยิง​ไวรัส​เข้าใส่​อีก​จน​เกือบ​เอาชีวิต​ไม่​รอด

ทั้ง​คู่​หนี​ซมซาน​ไป​บริเวณ​ริม​แม่น้ำ เอ​มี่​เจ็บ​หนัก​ท่าทาง​จะ​ไม่​รอด ​แต่​กร​ณ์​ก็​ให้​กำลังใจ​ใน​ฐานะ​ลูกน้อง​ที่​จงรักภักดี​ต่อ​เขา​มา​ตลอด

“ไม่​ต้อง​กลัว​นะ​เอ​มี่ เธอ​ภักดี​กับ​ฉัน ฉัน​จะ​ชุบชีวิต​เธอ​ขึ้น​มา​ใหม่”

“หัวหน้า มัน​ไม่ได้​ผล​หรอก ฉัน​รู้สึก​ได้”

“ไม่​จริง มัน​ต้อง​ได้​ผล”

“ไวรัส​ถูก​พัฒนา​ให้​รุนแรง​กว่า​เดิม คุณ​ก็​เห็นว่า​มัน​ฆ่า​พวก​เรา​ได้​ใน​พริบตา”

“ฉัน​ไม่​ยอม​แพ้ เรา​มา​ถึง​ขั้น​นี้​แล้ว เรา​ต้องมีทางออก”

“ทางออก​คือ​หนี​ไป ไป​จาก​ที่​นี่ ลืม​เรื่อง​พรายพิฆาต ​ลืม​เรื่อง​โลก​ใหม่ และ​ใช้​ชีวิต​อย่าง​คน​ธรรมดา”

กร​ณ์​นิ่ง​เงียบ​อย่าง​ทำใจ​รับ​ไม่ได้...

“หัวหน้า...เรา​อยู่​ใน​สมรภูมิ​มา​ตลอด​ชีวิต มัน​ควร​พอได้​แล้ว”

พูด​ขาดคำ เอ​มี่​ก็​จาก​ไป​อย่าง​สงบ เหลือ​แต่​กร​ณ์​ที่​ใจ​ยัง​ร้อน​ระอุ​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​แค้น

ooooooo

ใน​ขณะที่​ตำรวจ​กำลัง​เคลียร์​พื้นที่​เกิด​เหตุ พวก ณัฐชา​ไป​ถึง​โรงพยาบาล​แล้วด้วย​รถ​บรรทุก​ของ​มาดามหลิว ไอ​ริ​ณ​บาดเจ็บ​มาก​กว่า​ใคร ณัฐ​ชา​ซึ่ง​ยัง​อยู่​ใน​การครอบงำ​ของ​พราย​พิฆาต​ จึง​ใช้​พลัง​ที่​เหลือ​รักษา​เธอ​จน​ปลอดภัย ส่วน​บาดแผล​ของ​ฤทธิ์​ก็​สมาน​ตัว​ได้​เอง​แล้ว

“คุณ​จะ​อยู่​ใน​ร่าง​ของ​ณัฐ​ชา​อีก​นาน​แค่​ไหน” ฤทธิ์​ถาม​ขึ้น

“ไม่​ต้อง​ห่วง ฉัน​ไม่​เหลือ​พลัง​ที่​จะ​แบก​ร่าง​ของ​ใคร​อีก​แล้ว ตอน​นี้​คง​ต้อง​พัก​ก่อน ที่​ผ่าน​มา​ฉัน​คิด​ว่า​ตัว​เอง​เป็น​อมตะ คิด​ว่า​ตัว​เอง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​มนุษย์​ทั่วไป และ​คิด​ว่า​ตัว​เอง​คือ​พระเจ้า​ของ​โลก​ใหม่ แต่​ฉัน​ไม่​เคย​คิด​มา​ก่อน​เลย​ว่า ​ถ้า​ฉัน​ตาย​ไป​แล้ว​จิต​วิญญาณ​ของ​ฉัน​จะ​ไป​อยู่​ที่ไหน ฉัน​อาจ​ไม่ได้​กลับ​มา​อีก...ฤทธิ์ ราวี ฝากดูแล​ศพ​ของ​ฉัน​ด้วย บอก​เจ้าหน้าที่​ว่า​ให้​แช่​แข็ง​เอา​ไว้ แต่​ห้าม​ฉีดยา​อะไร​ทั้งนั้น”

ฤทธิ์​พยัก​หน้า​พร้อม​กับ​บอก​ว่า “ถ้า​งั้น​เรา​หายกัน”

ณัฐ​ชา​ยิ้ม​บางๆก่อน​หลับตา​ลง​อย่าง​เหนื่อย​ล้า ดวง​จิต​ของ​พราย​พิฆาต​ล่อง​ลอย​ออก​จาก​ร่าง จะ​เป็น​หรือ​ตาย​ก็​ไม่​อาจ​คาด​เดา...

หลังจาก​นั้น​ไม่​นาน สิง​หา​ร้อนรน​เข้า​มา​ในโรงพยาบาล ​และ​เจอ​ฤทธิ์​นั่ง​อยู่​มุม​หนึ่ง

“คุณ​ไอ​ริ​ณ​กับ​ณัฐ​ชา​เป็น​ยัง​ไง​บ้าง”

“หมอบ​อก​ว่า​ปลอดภัย​ทั้ง​สอง​คน ไม่​ต้อง​เป็นห่วง”

สิง​หา​หย่อน​ตัว​ลง​นั่ง​อย่าง​โล่ง​ใจ ฤทธิ์​ยื่นมือให้เขา​พร้อมพูด​จาก​ใจ​จริง

“ขอบคุณ​ที่​อุตส่าห์​ไป​ช่วย ถ้า​ไม่ได้​คุณ ผม​คงเสร็จ​มัน​แน่”

“ผม​ไม่​จับ​มือ​กับ​ฆาตกร​หรอก” สิง​หา​พูด​โพล่ง​จน​ฤทธิ์​ชะงัก

“จน​ป่านนี้​คุณ​ยัง​คิด​แบบ​นั้น​อีก​เหรอ”

“ถ้า​ชาว​บ้าน​ทุก​คน​ตั้งตัว​เป็น​ศาลเตี้ย​แบ​บ​คุณ​กัน​หมด คุณ​คิด​ว่า​มัน​ถูก​แล้ว​หรือ​ไง”

“แปล​ว่า​เสร็จ​งาน​นี้​เมื่อ​ไหร่​คุณ​จะ​จับ​ผม”

“ทันที​ที่​จัดการ​กับ​ไอ้​กร​ณ์​และ​พราย​พิฆาต​ได้สำเร็จ”

ฤทธิ์​พยัก​หน้า​ปลงๆ ปรีดา​วิ่ง​กระหืดกระหอบเข้า​มา​รายงาน​สิง​หา​ว่า​คน​ของ​เรา​พบ​ศพ​​เอ​มี่​ที่​ริม​แม่น้ำ​

แต่​ไม่​เจอ​ไอ้​กร​ณ์ สิง​หา​รับ​ทราบ​แล้ว​หัน​ขวับ​มา​ที่​ฤทธิ์

“แล้ว​ทีนี้​คุณ​คิด​ว่า​เรา​จะ​ตาม​หา​ตัว​มัน​ได้ที่​ไหน”

“มัน​จะ​มา​หา​เรา​เอง...เร็วๆนี้” ฤทธิ์​ตอบ​ด้วย​ความ​มั่นใจ

เวลา​นั้น​เอง กร​ณ์​ย้อน​กลับ​ไป​ยัง​อาคาร​เกิดเหตุ​ซึ่ง​ถูก​เคลียร์​พื้นที่​เรียบร้อย​ไม่​เหลือ​ศพ​ของ​ใคร​สัก​คน

“นัก​สู้​มหากาฬ พราย​พิฆาต พวก​แก​จะ​ต้องชดใช้” กร​ณ์​คำราม​ด้วย​ความ​แค้น แต่​ฉับพลัน​ร่าง​เขา​อ่อน​แรง​ทรุด​ลง​กระอัก​เลือด สำรวจ​ดู​ที่​แขน​พบ​ว่า​เริ่ม​มี​อาการ​ติด​เชื้อ​อย่าง​เห็น​ได้​ชัด

“ไวรัส นี่​เรา​โดน​ไวรัส​ตั้งแต่​เมื่อ​ไหร่”

ผิวหนัง​ของ​กร​ณ์​เริ่ม​อักเสบ​มาก​ขึ้น ร่องรอย​ของ​การ​ติด​เชื้อ​แผ่​ขยาย​อย่าง​รวดเร็ว

“ไม่!! เรา​ต้อง​ไม่​ตาย​แบบ​นี้ เรา​ต้อง​ไม่​ตาย”

กร​ณ์​หายใจ​ติดขัด ​แต่​ยัง​แข็ง​ใจ​ลุก​ขึ้น​นั่ง​กาง​ฝ่ามือ​ออก​เพื่อ​รวบรวม​พลัง​รักษา​ตัว​เอง​ให้​คง​ความ​เป็น​อมตะ

ooooooo

ภายใน​ห้อง​พักฟื้น ณัฐ​ชา​สะดุ้ง​ตื่น​เหมือน​คน​ฝัน​ร้าย เธอ​ลุก​ขึ้น​นั่ง​กวาดตา​มอง​รอบ​ตัวอย่างงุนงง

“ห้อง​เดิม​นี่​ห​ว่า เรา​กลับ​มา​ตั้งแต่​เมื่อ​ไหร่...โทมัส ไอ​ริ​ณ”

เธอ​นึก​ได้​รีบ​ดึง​สายน้ำ​เกลือ​ออก​แล้ว​โผเผ​ไปที่ประตู เจอ​ฤทธิ์​เปิด​เข้า​มา​พอดี...สอง​คน​สวมกอด​กัน​ด้วย​ความ​ดีใจ​ก่อน​จะ​พา​กัน​ไป​หา​ไอ​ริ​ณ​อีก​ห้อง

สอง​สาว​ทักทาย​กัน​ด้วย​ความ​ดีใจ​ก่อน​จะ​ขึ้น​มา​นั่ง​คุย​กัน​บน​เตียง โดย​มี​ฤทธิ์​นั่ง​รอ​อยู่​ห่างๆ

“มัน​เหมือน​ฝัน​ร้าย​ไม่​มี​ผิด เธอ​ว่า​มั้ย ตอน​ที่พราย–​พิฆาต​สิง​ร่าง​ฉัน ฉัน​แทบ​ไม่​รู้ตัว​ด้วย​ซ้ำ​ว่า​ทำ​อะไร​ลงไปบ้าง”

“ก็ดี​แล้ว​ล่ะ​ไอ​ริ​ณ​ที่​จำ​ได้ เธอ​ก็​ควร​ลืม​มัน​ซะ เมื่อ​มัน​ผ่าน​ไป​แล้ว เธอ​จะ​ได้​เริ่ม​ต้น​ชีวิต​ใหม่”

“แล้ว​พราย​พิฆาต​จะ​กลับ​มา​อีก​รึ​เปล่า​คะ​คุณโทมัส”

“ผม​ไม่​รู้​เหมือน​กัน​ครับ​ว่า​เขา​อยู่​ที่ไหน แต่​ผม​ภาวนา​ขอ​อย่า​ให้​เขา​กลับ​มา​อีก”

สอง​สาว​มอง​หน้า​กัน​อย่าง​หวั่น​ใจ...ซึ่ง​ขณะ​นั้น​ศพ​ลูก​สาว​พ่อค้า​ยาเสพติด​หรือ​ร่าง​แท้จริง​ของ​พรายพิฆาต​ถูก​นำ​มา​เก็บ​ใน​ห้อง​ดับจิต​เรียบร้อย​แล้ว

วัน​เดียวกัน​ที่​กอง​ปราบ สมุน​ของ​กร​ณ์​ที่​รอด​ตาย​ถูก​ตำรวจ​ควบคุม​ตัว​มา เมธา​ไม่ค่อย​พอใจ​ถาม​จ่า​ไมตรี​ว่า​ทำไม​ต้อง​พา​มา​ที่​นี่

“ทาง​เรือนจำ​ยัง​เคลียร์​พื้นที่​ไม่ได้​ครับ ก็​เลยให้​เรา​ดูแล​ไป​ก่อน”

“แต่​พวก​นี้​มัน​ไม่​ใช่​คน​นะ​จ่า คุณ​ก็​รู้​นี่”

“ครับ​ท่าน ผม​จะ​ระวัง​อย่าง​เต็มที่”

เมธา​มอง​ไป​ยัง​สมุน​ของ​กร​ณ์​ที่​โดน​หน่วย​จู่โจม​ต้อน​ไป​ห้อง​ขัง​อย่าง​หวั่น​ใจ

ooooooo

ใน​ที่สุด​กร​ณ์​ก็​ทำ​สำเร็จ ร่างกาย​ของ​เขากลับมา​เป็น​ปกติ​บรรจุ​ทุก​อย่าง​รวม​กัน ทั้ง​น้ำตา​มัจจุราช ไวรัส และ​พลัง​ของ​พราย​พิฆาต นั่น​หมายความ​ว่า​เขา​พร้อม​แล้ว​ที่​จะ​แก้แค้น​ให้​สมุน​ทุก​คน!

ขณะ​เดียวกัน ฤทธิ์​ก็​เตรียม​รับมือ​กร​ณ์​อยู่​เหมือนกัน เพราะ​เขา​แน่ใจ​ว่า​มัน​ต้อง​กลับ​มา...ฤทธิ์​ปรึกษา​มาดามหลิว​ผ่าน​โปรแกรม​เสมือน​จริง​บน​รถ​บรรทุก​ที่​จอด​อยู่​ใน​ลาน​ของ​โรงพยาบาล

“ผม​จะ​ใช้​ไวรัส​ของ​พราย​พิฆาต​ฆ่า​เขา แต่​ผม​ต้อง​แน่ใจ​ซะ​ก่อน​ว่า​เขาจะ​ต้อง​ตาย​ก่อน​ผม”

“คุณ​คิด​จะ​ตาย​พร้อม​กับ​ศัตรู?”

“ถ้า​จำเป็น...”

“คุณ​ปรึกษา​คน​อื่น​หรือ​ยัง”

“ผม​ไม่​จำเป็น​ต้อง​ปรึกษา​ใคร”

“อย่าง​น้อย​คุณ​ก็​น่า​จะ​บอก​ลา​คน​ที่​คุณ​รัก”

ฤทธิ์​นิ่ง​งัน...นึกถึง​ณัฐ​ชา​ขึ้น​มา​ทันที เขา​เข้าไปเยี่ยม​เธอ​ก่อน​จะ​ชวน​ขึ้น​ไป​ถ่ายรูป​ด้วย​กัน​บน​ชั้น​ดาดฟ้า​แล้ว​สารภาพ​รัก​กันและกัน พร้อม​กับ​สัญญา​ไม่​ว่า​วัน​ข้าง​หน้า​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น ความรู้สึก​นี้​จะ​อยู่​กับ​ตน​ตลอด​ไป

หลังจาก​ส่ง​เธอ​กลับ​ห้อง​พักฟื้น​เรียบร้อย​แล้ว ฤทธิ์​กลับ​มา​บน​ท้าย​รถ​บรรทุก​อีก​ครั้ง​เพื่อ​เตรียม​อาวุธ​กับ​ชุด​เกราะ พลัน​ได้ยิน​เสียง​มาดาม​หลิว​ท้วง​อีก​ว่า

“กร​ณ์​มี​พลัง​มาก​กว่า​เธอ”

ฤทธิ์​หัน​มอง​ภาพ​จำลอง​ของ​มาดาม​หลิว​ที่​ปรากฏขึ้น “ต้อง​ใช้​ไวรัส​มาก​แค่​ไหน​ถึง​จะ​ฆ่า​มัน​ได้”

“ถ้า​ดัดแปลง​เป็น​อาวุธ​ชีวภาพ ปริมาณ​ของ​ไวรัส​จะ​ยิ่ง​เจือจาง​ดังนั้น​เธอ​ต้อง​ฉีด​ไวรัส​เข้า​สู่​ร่างกาย​ของ​มัน​โดย​ตรง”

“ไม่​มี​ทาง​ที่​ผม​จะ​เข้าถึง​ตัว​มัน​แน่”

“โซเฟีย​คง​คิด​อยู่​เหมือน​กัน เขา​ถึง​ได้​เตรียมบาง​อย่าง​ไว้​ให้​เธอ”

สิ่ง​นั้น​คือ​คัน​ธนู​กับ​ลูก​ศร​โลหะ ฤทธิ์​หยิบ​มันขึ้น​มา​พิจารณา

“หัว​ลูก​ศร​ถูก​ออก​แบบ​ให้​เก็บ​ไวรัส​ชนิด​เข้มข้น​เอา​ไว้ ทันที​ที่​ถูก​กระแทก ไวรัส​จะ​แพร่​กระจาย​ออกมา เธอ​ใช้​มัน​ได้​รึ​เปล่า”

“อย่า​ลืม​สิ​มาดาม ผม​เคย​อยู่​หน่วย​ล่า​สังหาร” ฤทธิ์​ทดลอง​ง้าง​ลูก​ศร​อย่าง​ทะมัดทะแมง

ooooooo

ภารกิจ​แรก​ของ​กร​ณ์​ต้อง​ช่วย​สมุน​ที่​โดนตำรวจ​ควบคุม​ตัว​ออก​มา​ให้​ได้ แน่นอน​ว่า​ไม่​ใช่​เรื่อง​ยาก เขา​ดัก​รถ​ขน​ผู้ต้องหา​ที่​กำลัง​มุ่ง​หน้า​ไป​ส่ง​เรือนจำ ฆ่า​ตำรวจ​ตาย​หมด​เกลี้ยง​ก่อน​ช่วย​สมุน​ออก​มา​แล้ว​เอา​ยาเสพติด​ที่​ชื่อ​น้ำตา​สวรรค์​ให้​พวก​มัน​เสพ

“เสพ​น้ำตา​สวรรค์​นี่​ให้​หมด แล้ว​พวก​แก​จะ​ทวี​ความ​เป็น​อมตะ”

“แต่​ถ้า​เสพ​มาก​ขนาด​นี้ พวก​เรา​ต้อง​ตาย​นะหัวหน้า”

“นั่น​ล่ะ​ที่​ฉัน​ต้องการ จง​พิสูจน์​ความ​ภักดี​ของ​พวก​แก​ด้วย​การ​ยอม​ตาย​เพื่อ​ฉัน”

กร​ณ์​ไม่​พูด​อย่าง​เดียว แต่​ยก​ปืน​เล็ง​ขู่​จน​สมุน​ทั้งหลาย​มอง​หน้า​กัน​อย่าง​หมด​ทาง​เลือก...หลังจาก​นั้น​ไม่​นาน กร​ณ์​กับ​สมุน​ก็​พา​กัน​บุก​โรงพยาบาล​ฆ่า​เจ้าหน้าที่​อย่าง​โหดเหี้ยม แต่​เป้าหมาย​แท้จริง​คือ​นัก​สู้​มหากาฬ

ณัฐ​ชา​คุย​อยู่​กับ​ไอ​ริ​ณ​ใน​ห้อง​ได้ยิน​เสียง​อึกทึก​ข้าง​นอก​ก็​สังหรณ์​ใจ​ว่า​จะ​เกิด​เหตุ​ร้าย...แต่​ฤทธิ์​นั้น​รู้​แล้ว และ​เขา​กำลัง​เผชิญหน้า​กับ​กร​ณ์​ที่​ลาน​จอด​รถ

การ​ปะทะ​กัน​ระหว่าง​ฤทธิ์​กับ​กร​ณ์​เป็น​ไป​อย่าง​ดุเดือด กร​ณ์ท​รน​ง​ตัว​ว่า​มี​พลัง​เหนือ​กว่า แต่​พอ​เห็น​อาวุธ​ชนิด​ใหม่​ของ​ฤทธิ์​ก็​ตะลึง​ไป​เหมือน​กัน

ด้าน​ณัฐ​ชา​กับ​ไอ​ริ​ณ​กำลัง​รับมือ​กับ​สมุน​ผีดิบ​ของ​กร​ณ์ เมื่อ​เห็น​ท่า​ไม่​ดี​ก็​วิ่ง​หนี​ลง​ลิฟต์​จนกระทั่ง​มา​เจอ​ฤทธิ์​ที่​กำลัง​ปะทะ​กับ​กร​ณ์

เมื่อ​เห็น​สอง​สาว กร​ณ์​ใช้​วิธี​หายตัว​มา​กระชาก​ไอ​ริ​ณ​ที่​อยู่​ใกล้​กว่า​ณัฐ​ชา​แล้ว​ต่อ​รอง​กับ​ฤทธิ์​อย่าง​ลำพอง

“มัน​ยัง​ไม่​จบ​แค่​นี้​หรอก​นัก​สู้​มหากาฬ ไป​เจอ​ฉัน​ที่​รัง​พราย​พิฆาต แล้ว​ถ้า​ฉัน​เห็น​คน​อื่น​นอกจาก​แก​กับ​ณัฐ​ชา​ล่ะ​ก็ นัง​นี่​ตาย!”

พูด​ขาดคำ กร​ณ์​ก็​ใช้​พลังจิต​ของ​พราย​พิฆาตพา​ไอ​ริ​ณ​หายตัว​ไป​ต่อหน้า​ต่อตา​ฤทธิ์​และ​ณัฐ​ชา

ooooooo

วัน​รุ่ง​ขึ้น สารวัตร​สิง​หา​ร้อน​ใจ​เป็น​อย่างมาก​เมื่อ​ทราบ​ว่า​ณัฐ​ชา​กับ​ไอ​ริ​ณ​หายตัว​ไป ที่​สำคัญ​นัก​สู้​มหากาฬ​ก็​หาย​ไป​ด้วย...

ไอ​ริ​ณ​ถูก​กร​ณ์​ควบคุม​ตัว​เป็น​เชลย​เพื่อ​รอ​เวลา​ที่​ฤทธิ์​กับ​ณัฐ​ชา​จะ​มา...

“โชค​ร้าย​หน่อย​นะ​คุณ​ไอ​ริ​ณ ความ​จริง​ผม​ตั้งใจ​จะ​เอา​ณัฐ​ชา​มา​ด้วย แต่​รีบ​ร้อน​ไป​หน่อย​ก็​เลย​พา​มาแค่​คุณ​คน​เดียว คง​ไม่​ว่า​กัน​นะ”

“อย่า​ทำ​อวด​เก่ง​ไป​หน่อย​เลย​ไอ้​กร​ณ์ แก​กำลัง​จะ​จบเห่​แล้ว”

“งั้น​เหรอ มอง​โลก​ใน​แง่​ดี​ไป​หน่อย​มั้ง​คุณ​ไอ​ริ​ณ ผม​ไม่​จบ​ง่ายๆแค่​นี้​หรอก ที่​เลว​ร้าย​กว่า​นี้​ผม​ก็​เคย​ผ่าน​มา​แล้ว”

“นั่น​เพราะ​แก​มี​เพื่อน​ มี​ลูกน้อง​คอย​ปกป้อง แต่​ว่า​ตอน​นี้​แก​ไม่​เหลือ​ใคร​แล้ว”

“ก็​ไม่เชิง​นะ” กร​ณ์​หมาย​ถึง​ผีดิบ​สอง​ตน​ที่เหลืออยู่ ไอ​ริ​ณ​เห็น​แล้ว​สยอง!

เวลา​เดียวกัน​นั้น ฤทธิ์​กับ​ณัฐ​ชา​จอด​รถ​บรรทุกของ​มาดาม​หลิว​ซุ่ม​สังเกตการณ์​อยู่​ห่างๆ ทั้ง​คู่​วาง​แผน​อย่าง​รัดกุม​โดย​ฤทธิ์​จะ​หลอกล่อ​กร​ณ์​ไป​ที่​อื่น​แล้ว​ให้​ณัฐชา​เข้าไป​ช่วย​ไอ​ริ​ณ

“แล้ว​คุณ​จะ​กลับ​มา​ที่​รถ​ได้​ยัง​ไง”

“ไม่​ต้อง​รอ​ผม คุณ​พา​ไอ​ริ​ณ​หนี​ไป​ได้​เลย”

“อะไร​นะ”

“เรา​มา​กัน​สุด​ทาง​แล้ว​ณัฐ​ชา ตอน​นี้​ผม​จำเป็น​ต้อง​เสี่ยง”

“ไม่...ฉัน​ไม่​เอา​ด้วย​เด็ดขาด” ณัฐ​ชา​หนี​ลงจากรถ

อย่าง​ฉุนเฉียว

“ณัฐ​ชา...คุณ​โกรธ​ผม​ทำไม”

“ฉัน​ไม่ได้​โกรธ​คุณ แต่​มี​คน​ตาย​มา​มาก​พอ​แล้ว คุณ​กับ​ฉัน​เรา​สูญเสีย​คน​ที่​เรา​รัก​ไป​ที​ละ​คน และ​ฉัน​ไม่​อยาก​เสีย​คุณ​ไป​อีก” ฤทธิ์​อึ้ง​ไป ขณะ​ที่​ณัฐ​ชา​เริ่ม​ระบาย​ความรู้สึก​ออก​มา​ทั้ง​น้ำตา “ได้​โปรด...มัน​ต้อง​มี​ทาง​เลือก​อื่น มัน​ต้อง​มี​วิธี​อื่น​ที่​จะ​สู้​กับ​กร​ณ์ ทุก​อย่าง​มัน​ไม่​ควร​จบ​ลง​แบบ​นี้”

“ผม​รู้​นิสัย​ของ​กร​ณ์ ถ้า​เรา​ตาม​คน​มา​ช่วย เขา​จะ​ฆ่า​ไอ​ริ​ณ​แล้ว​หนี​ไป​กบดาน​ที่​อื่น กว่า​เรา​จะ​เจอ​เขา​อีกครั้ง ตอน​นั้น​เขา​อาจ​ฟื้น​กอง​กำลัง​ขึ้น​มา​ใหม่ และ​กลายเป็น​พราย​พิฆาต​คน​ที่​สอง นี่​เป็น​โอกาส​ดี​ที่​เรา​จะ​ปิดฉาก​ฝันร้าย​ที่​เกิด​ขึ้น”

“ถ้างั้นฉันจะอยู่กับคุณ คุณเคยสัญญาว่าจะดูแลฉัน”

“ผมจะทำ คุณยังจำรีสอร์ตที่เราหนีไปซ่อนตัวได้มั้ย”

“ฉันจำได้”

“มันเหมือนบ้าน...บ้านที่ผมอยากมีมาตลอดชีวิต บ้านที่ผมจะได้อยู่อย่างสงบสุขกับครอบครัวของผม ถ้ามีปัญหาอะไรที่ทำให้เราติดต่อกันไม่ได้ ผมจะไปรอคุณที่นั่น”

“แน่นะ คุณต้องไปหาฉันจริงๆนะ”

ฤทธิ์พยักหน้า ณัฐชาสวมกอดเขาแนบแน่น...

ภายในอาคาร กรณ์กำลังเตรียมตัวรับมือกับฤทธิ์ แต่แล้วร่างกายเขากลับไม่อำนวย เชื้อไวรัสกลับมาเล่นงานเขาอีกครั้งจนเจ็บปวดทรมาน เมื่อฤทธิ์บุกเข้ามาเห็นก็อดสังเวชใจไม่ได้

“ในที่สุดแกก็ได้รับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้ นี่ไงคำตอบสำหรับความโลภของแก”

“ถูกต้อง และแกก็ต้องได้เหมือนกัน”

กรณ์คำรามอย่างไม่ยอมแพ้ แล้วใช้ทั้งพลังจิตและดาบต่อสู้กับฤทธิ์แต่ไม่บังเกิดผล จึงเบนเป้าหมายไปที่ไอริณ ซัดพลังจิตจากฝ่ามือใส่เธออย่างแรงจนกระอักเลือด

ฤทธิ์ตกใจมากถลาเข้ามาดูเธอ กรณ์ฉวยจังหวะนี้ใช้ดาบบุกฟาดฟันเขา ฤทธิ์จำต้องทิ้งคันธนูแล้วคว้ามีดคู่กายออกมาปกป้องตัวเอง ส่วนณัฐชาวิ่งพรวดเข้ามาหาไอริณบอกว่าจะพาเธอไปจากที่นี่ แต่กรณ์หันมาเห็นจึงซัดพลังใส่ร่างสองสาวจนกระเด็นไปด้วยกัน จากนั้นก็หันกลับมาสู้กับฤทธิ์อีกครั้ง

ในที่สุดฤทธิ์พลาดท่าถูกกรณ์แทงร่างทะลุ ณัฐชาเห็นดังนั้นก็ใช้ปืนยิงใส่กรณ์ไม่ยั้งแต่ไม่ถูกจุดสำคัญแถมเกือบถูกมันขย้ำตาย ถ้าฤทธิ์ไม่แข็งใจพุ่งเข้าไปชกหน้ามันเสียก่อน แต่เพราะร่างกายบาดเจ็บฤทธิ์จึงสู้ไม่ไหว ณัฐชาเห็นท่าไม่ดีคว้าธนูของฤทธิ์ที่พื้นขึ้นมายิงใส่กรณ์ทันที แต่ไม่คาดคิดว่านอกจากกรณ์จะคว้าลูกศรได้แล้ว มันยังปักลูกศรนั้นใส่ฤทธิ์อีกด้วย

“โทมัส!!” ณัฐชาตะโกนลั่นด้วยความตกใจ

กรณ์แทงลูกศรไวรัสใส่ฤทธิ์ ขณะที่ฤทธิ์ก็ยิงลูกศรที่ซ่อนไว้ปักเข้าใต้คางของมัน ณัฐชาทำท่าจะวิ่งเข้ามาแต่ฤทธิ์ร้องห้ามเสียงดัง

“อย่า...อย่าเข้ามา!”

ณัฐชาชะงักกึก พร้อมกันนั้นกรณ์ก็แผดร้องก่อนจะดึงลูกศรออกจากตัวด้วยความเจ็บปวด ผิวหนังเริ่มมีปฏิกิริยาของการติดเชื้อไวรัส

“มันต้องไม่เป็นแบบนี้ มันต้องไม่จบแบบนี้...แล้วทำไมแกถึงไม่เป็นอะไร ทำไม!” กรณ์ตะโกนก้อง ท่าทางไม่ยอมแพ้ง่ายๆ “ไอ้ฤทธิ์ ราวี แกต้องตายพร้อมกับฉัน”

ฤทธิ์ตัดสินใจในนาทีนั้นพุ่งเข้าใส่กรณ์อย่างไม่คิดชีวิตพร้อมกับร้องบอกณัฐชาให้ยิงธนู แต่หญิงสาวตอบกลับว่าตนทำไม่ได้เพราะกลัวจะพลาดโดนเขาด้วย

“ผมบอกให้ยิงธนูเดี๋ยวนี้”

“แกจะทำอะไรของแก...ไอ้โง่”

“ก็อย่างที่แกพูดไงไอ้กรณ์ เราจะไปนรกพร้อมกัน”

“ณัฐชาได้ยินมั้ย ผมบอกให้ยิง ไม่ต้องห่วงผม...ยิงเลย”

“แต่ว่าคุณ...”

“ผมถูกไวรัสแล้วณัฐชา แต่ก่อนตายผมต้องหยุดมัน ไม่อย่างนั้นมันจะกลับมาอีก”

ฤทธิ์เริ่มยึดตัวกรณ์ไว้ไม่อยู่ ที่สุดณัฐชาก็จำใจยิงธนู ปรากฏว่าลูกศรทะลวงผ่านร่างของฤทธิ์และกรณ์ไปปักติดเสา กรณ์ทรุดลงแน่นิ่งไปก่อนที่ฤทธิ์จะทรุดตาม ณัฐชารีบวิ่งเข้ามาดูอาการคนรักด้วยความเป็นห่วง

“เราทำสำเร็จแล้วณัฐชา...เราทำสำเร็จ”

“มัน...มันยังไม่ตาย” ณัฐชาแตกตื่นเมื่อเห็นกรณ์ขยับตัว

กรณ์ชันกายลุกขึ้นมาอีกครั้งอย่างอ่อนล้า ผิวหนังแสดงอาการติดเชื้อไวรัสมากขึ้น เส้นเลือดปูดโปนเป็นจังหวะอย่างน่ากลัว

“ฤทธิ์ ราวี...” กรณ์คำรามก่อนจะรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายกระโจนเข้ามาหาณัฐชาและฤทธิ์อย่างรวดเร็ว แต่แล้วทันใดนั้นร่างของมันก็แตกโพล๊ะกลางอากาศกลายเป็นเศษเนื้อเหมือนโดนระเบิด

ฝีมือไอริณนั่นเอง เธอยืนจังก้า ค่อยๆลดฝ่ามือที่ปล่อยพลังลง สีหน้าเย็นชาของเธอทำให้ฤทธิ์พอจะเข้าใจ พึมพำออกมาเสียงแผ่ว

“พรายพิฆาต...”

พรายพิฆาตในร่างไอริณไม่พูดอะไร แต่เดินตรงมาหาฤทธิ์อย่างช้าๆ ณัฐชาเห็นท่าไม่ดีรีบเอาตัวเข้าขวาง

“จะทำอะไรน่ะ”

“ไม่ต้องกลัว ฉันไม่จำเป็นต้องฆ่าเขา เพราะถึงยังไงเขาก็ตายอยู่ดี”

“ผมทำงานให้คุณแล้ว และหวังว่าคุณจะรักษาคำพูด”

“ทันทีที่พร้อม...ฉันจะคืนร่างของไอริณให้คุณ ในระหว่างสามปีนี้พรายพิฆาตจะยุติความเคลื่อนไหว แต่หลังจากนั้นเราจะกลับมาอีกครั้ง...ร่างกายของคุณมีภูมิต้านทานไวรัส ฤทธิ์ ราวี แต่ฉันจะบอกให้...มันหยุดได้ไม่นานหรอก อีกไม่กี่เดือน...แค่อีกไม่กี่เดือนเท่านั้น”

พูดจบมันหลับตาและพาร่างไอริณหายวับไป ณัฐชาขนลุกซู่เมื่อเข้าใจความหมายในคำพูดทิ้งท้ายของพรายพิฆาต

“โทมัส...” เธอหน้าเสียด้วยความหวั่นใจ

“ก็แค่คำขู่น่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ฤทธิ์ฝืนยิ้มและดึงเธอมากอดปลอบ “ทำใจให้สบาย ฝันร้ายมันผ่านไปแล้ว”

ณัฐชานิ่งเงียบไป แต่ในใจไม่คิดว่าทุกอย่างจะยุติลงง่ายดายเช่นนี้

ooooooo

ตอนที่ 15

คืนนี้ กรณ์ส่งคนของตนไปจัดการพวกสมุน พรายพิฆาต หมายคาดคั้นให้มันบอกแหล่งกบดาน ของหัวหน้า แต่ไม่นึกว่าสารวัตรสิงหาจะแกะรอยและนำกำลังตำรวจมาจู่โจม

การปะทะเกิดขึ้นอยู่พักใหญ่ ตำรวจล้มตายหลายนาย ไมตรีกับปรีดาเห็นท่าไม่ดีรีบกระชากสารวัตรสิงหาหนีขึ้นรถเอาชีวิตรอดไปได้อย่างหวุดหวิด แล้วหลังจากนั้นไม่นานข่าวนี้ก็กระจายออกไปสู่สายตาประชาชนทางจอโทรทัศน์

“เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและสมาชิกองค์กรพรายพิฆาตขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำ ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 8 นาย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าในขณะนี้พรายพิฆาตกำลังมีการผลัดเปลี่ยนผู้นำ โดยกลุ่มพรายพิฆาตใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นพยายามแสดงแสนยานุภาพเพื่อให้ทั่วโลกตกอยู่ในความหวาดกลัว”

โซเฟียรับรู้ข่าวสารแล้วแต่งกายรัดกุมเหมือนผู้ชายขับรถบรรทุกฝ่าความมืดออกไปอย่างมุ่งมั่น...ก่อนหน้านี้เธอรู้คำตอบจากมาดามหลิวแล้วว่า อาวุธอย่างเดียวที่จะจัดการพรายพิฆาตได้ก็คือไวรัสที่มันใช้ทำลายนักสู้มหากาฬ และถ้าเธอเพาะไวรัสชนิดนี้ในปริมาณมากและสามารถทำให้มันแพร่กระจายไปในอากาศ นักรบของพรายพิฆาตต่อให้มีมากแค่ไหนก็จะต้องหมดฤทธิ์

“พรายพิฆาต ฉันต้องล้างแค้นพวกแกให้ได้” โซเฟียรำพึงออกมาด้วยสีหน้าดุดัน!

ooooooo

เช้าวันถัดมา ณัฐชาฉวยโอกาสตอนไอริณกับราเมศไม่อยู่พยายามจะพาฤทธิ์หลบหนี เธอทำลายกุญแจที่มือตัวเองออกก่อนจะไปพยุงฤทธิ์ที่ยังอยู่ในสภาพอ่อนล้า

“แข็งใจเอาไว้ ฉันจะพาคุณไปหาหมอ พวกเขาต้องมีทางช่วยคุณแน่”

ว่าแล้วณัฐชาประคองฤทธิ์ออกมาหน้าบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อนักรบพรายพิฆาตสองคนยืนเฝ้าอยู่

“ทำไมวันนี้มียามด้วยล่ะเนี่ย ทุกทีไม่มีนี่นา รอก่อนนะ ฉันจัดการพวกมันเอง”

ณัฐชาประคองฤทธิ์ให้ยืนพิงผนังก่อนที่ตัวเองจะย่องไปด้านหลังทหารยาม แต่ยังไม่ทันลงมือก็เห็นร่างของทั้งคู่สะดุ้งเฮือกล้มลงขาดใจตายด้วยฝีมือของเงาดำที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็ว

ที่แท้เงาดำนั้นก็คือ กรณ์กับเอมี่นั่นเอง ทั้งคู่ปรากฏตัวพร้อมแสยะยิ้มเผชิญหน้ากับหมวดสาว

“เจอกันอีกแล้วคุณตำรวจ แล้วเพื่อนเก่าของผมอยู่ที่ไหน”

“แกหมายถึงใคร”

“อย่าแกล้งเซ่อน่าผู้หมวด เรามานี่ก็เพราะต้องการชีวิตของฤทธิ์ ราวี ไม่ใช่คุณ”

สิ้นเสียงเอมี่...ฤทธิ์ก้าวออกมาจากมุมหนึ่งพร้อมกับส่งเสียงว่าตนอยู่นี่ ณัฐชาตกใจไม่คิดว่าเขาจะกล้าแสดงตัวในเวลาที่ร่างกายไม่พร้อมต่อสู้กับใคร

“คุณไปซะ ทางนี้ผมจัดการเอง” ฤทธิ์ไล่ณัฐชา

“จัดการเหรอ เฮอะ สภาพแกตอนนี้จะยืนยังไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ” กรณ์ยิ้มหยัน

“นี่เป็นเรื่องระหว่างแกกับฉัน คนอื่นไม่เกี่ยว”

ฤทธิ์จ้องกรณ์อย่างท้าทาย ขณะที่ณัฐชามองปืนพกของตัวเองและคิดว่าปืนธรรมดาคงเล่นงานสองคนนี้ไม่ได้แน่ จึงจะหยิบปืนกลของนักรบพรายพิฆาตที่นอนตายอยู่กับพื้น

“เอมี่จัดการ” กรณ์ตะโกนสั่ง

ณัฐชาไวทายาด ฉุดแขนฤทธิ์หลบไปและพลิกตัวถีบเอมี่จนเซไปหลายก้าว ก่อนที่ตัวเองจะใช้เท้าเตะปืนกลขึ้นมากราดยิงใส่กรณ์กับเอมี่ทันที ทั้งสองคนรีบหลบเป็นพัลวัน เพราะต่อให้ร่างกายเป็นอมตะ แต่การยืนรับกระสุนชุดใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องสมควร

หลังสาดกระสุนจนหมดเกลี้ยง ณัฐชาโยนปืน

ทิ้งแล้วจับมือฤทธิ์วิ่งหนีไปทางด้านหลังซึ่งมีรถจอดอยู่ ทั้งคู่ขึ้นรถหนีออกมาได้  แต่ใช่ว่าจะพ้นเงื้อมมือพวกกรณ์ เพราะเอมี่ใช้วิทยุสื่อสารบอกวัฒน์ให้สกัดไว้

วัฒน์กับยักษ์ไล่บี้จนสามารถจับตัวฤทธิ์ไปได้ ส่วนณัฐชาพวกมันไม่สนใจ ปล่อยเธอนอนหมดสติอยู่ข้างทางคนเดียว

เมื่อได้ตัวฤทธิ์มาแล้ว กรณ์กระหยิ่มยิ้มย่องว่า

ศัตรูที่เหลือก็มีแต่พรายพิฆาตเท่านั้น แต่แล้วลุงโจก็มาบอกข่าวว่าโซเฟียหรือเด็กโคลนนิ่งลูกน้องมาดามหลิวยังไม่ตาย มันขนเครื่องไม้เครื่องมือไปเพียบ ท่าทางเหมือนจะค้นคว้าอะไรบางอย่าง

“คู่ปรับของลุงอยู่แล้วนี่ จัดการซะสิ” กรณ์ว่าแล้วปลีกตัวนำเอมี่ไปอีกทาง เปิดโอกาสให้ลุงโจปฏิบัติภารกิจนี้เพียงลำพัง

แค่ผู้หญิงคนเดียว ลุงโจคิดว่าตัวเองเอาอยู่แน่ แต่ปรากฏว่าลุงโจต่างหากที่เอาชีวิตไปทิ้ง เขาถูกโซเฟียยิงแสกหน้าตายคาที่!

พวกกรณ์อยู่ในรังจึงยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น กรณ์ดัดแปลงห้องหนึ่งในโรงชำแหละเนื้อเป็นห้องผ่าตัดแล้วนำฤทธิ์มาพันธนาการไว้บนเตียง จากนั้นมันใช้มีดกรีดอกเขาเป็นแผลยาว แต่แผลนั้นกลับสมานตัวอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

เอมี่จ้องมองตาไม่กะพริบ “น่าสนใจมาก ใช้การกลายพันธุ์เอาชนะไวรัสของพรายพิฆาต นี่ถ้าพวกเราทำได้แบบมัน ไวรัสนั่นก็หมดพิษสง”

“มันเสี่ยงเกินไป อย่าลืมสิว่าไอ้หมอนี่มันแตกต่างจากพวกเรา มันเกิดมาเพื่อน้ำตามัจจุราชโดยเฉพาะ”

“ต้องขอบใจพวกแกที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้” ฤทธิ์คำรามลั่น

“หมอนี่มันตัวอันตราย เราต้องฆ่ามันก่อนแล้วค่อยศึกษาเรื่องนี้ทีหลัง”

กรณ์พยักหน้าเห็นด้วยกับเอมี่...แล้วสั่งการ “ชำแหละมัน แล้วเก็บอวัยวะทุกส่วนเอาไว้”

“ได้เลยหัวหน้า” เอมี่รับคำด้วยท่าทีกระเหี้ยน กระหือรือ!!

ooooooo

ณัฐชากระเสือกระสนกลับมาที่กองปราบในสภาพมอมแมมแทบจำไม่ได้ เมธารับฟังเรื่องราวมากมายจากปากลูกน้องสาวแล้วอดหัวเสียไม่ได้ ถามเสียงแข็งว่า

“ตกลงคุณจะทำงานให้สำนักงานตำรวจ หรือนักสู้มหากาฬกันแน่”

“ได้โปรดเถอะค่ะท่าน ถ้าพวกเราไม่ช่วยนักสู้มหากาฬตอนนี้ ต่อไปเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ”

เมธาเหนื่อยใจที่จะเถียง เขามองไปทางสิงหาอย่างขอความช่วยเหลือ สิงหาจึงออกหน้าแทน

“คิดถึงเหตุผลบ้างสิหมวด นักสู้มหากาฬถึงเก่งแค่ไหนก็มีแค่คนเดียว เขาคนเดียวจะช่วยอะไรเราได้ ที่สำคัญคุณเป็นคนพูดเองนะว่าเขายังไม่หายป่วย”

“เขาไม่มีประโยชน์สำหรับงานของเรา” เมธาย้ำหนักแน่น

“แต่เขาเคยช่วยพวกเราสู้กับพรายพิฆาตนะคะ เคยช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้”

“นี่มันเรื่องงานนะหมวด ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ที่คุณหายหน้าไปเป็นอาทิตย์ ผมไม่สั่งลงโทษคุณทางวินัยก็บุญเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้เรากำลังขาดคนอยู่ ดังนั้นคุณต้องกลับมาทำงานโดยเร็วที่สุด”

“หรือถ้าไม่พอใจ ก็ลาออกไปซะ” สิงหาเสริมคำพูดเมธาเสียจนณัฐชาพูดไม่ออก เดินออกจากห้องทำงานของเมธาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ไมตรีกับปรีดาเหมือนจะรู้เห็นทุกอย่าง รีบเข้ามาถามหมวดสาวว่าจะเอายังไงต่อ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกพวกเราได้

“พวกนายได้ข่าวโซเฟียบ้างรึเปล่า”

“คนสนิทของมาดามหลิวน่ะเหรอครับ”

“อืม...ฉันต้องรีบตามหาเธอ มีแต่เธอที่ช่วยฉันได้”

“ไม่ต้องห่วงครับหมวด เรื่องนั้นเราจะจัดการให้ ว่าแต่หมวดจะไม่กลับไปพักหน่อยเหรอครับ”

“ขอเรียนตามตรงครับหมวด ตอนนี้สภาพหมวด... เยินมากครับ”

ณัฐชาเห็นด้วยกับจ่าและหมู่ ยอมกลับไปตั้งหลักที่คอนโดฯของตนก่อน

ooooooo

ขณะเดียวกันนั้น ฤทธิ์ยังถูกมัดบนเตียง และมีเพียงกรณ์ที่เฝ้าเขาอยู่ตามลำพัง

“ในที่สุดก็มีวันนี้จนได้ บอกตามตรงนะเพื่อน ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าการฆ่าแกมันจะต้องใช้เวลานานขนาดนี้”

“แกคงสะใจมากสิท่า ที่ได้ฆ่าฉันเป็นครั้งที่สอง”

“เรียกว่าโล่งใจจะดีกว่ามั้ง เพราะสำหรับฉันแกมันคือตัวอับโชค มีชีวิตอยู่เพื่อสร้างความหายนะให้กับฉัน”

“วันนี้แกอาจชนะฉันได้ไอ้กรณ์ แต่ชัยชนะมันคงอยู่กับแกอีกไม่นาน”

“ทำไม”

“มันเป็นกฎของธรรมชาติ สุดท้ายธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างคนผิด”

“แต่ก่อนคงใช่ แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะสร้างโลกใหม่ขึ้นมา โลกที่มีฉันเป็นอมตะอยู่ค้ำฟ้า โลกที่มีฉันเป็นพระเจ้า โลกที่อธรรมเป็นฝ่ายปกครอง”

กรณ์ประกาศกร้าว แน่นอนว่าถ้าฤทธิ์ยังมีชีวิตอยู่ เขาไม่มีวันยอม!

เมื่อกลับมาที่บ้านร้างไม่พบทั้งฤทธิ์และณัฐชา ส่วนนักรบสองคนของตนก็ตายสนิท ราเมศถึงกับถอนใจก่อนบ่นว่าเรามาสายจนได้ ป่านนี้ฤทธิ์ ราวี คงตายไปแล้ว...แต่ไอริณไม่คิดอย่างนั้น

“ยังไม่แน่ เพราะถ้าพวกมันจะฆ่าเขา เราคงต้องเจอศพอยู่แถวนี้”

“หรือนักสู้มหากาฬอาจจะมีประโยชน์สำหรับพวกมัน”

ไอริณไม่ตอบแต่หลับตาลงและใช้นิ้วแตะขมับเพื่อเพ่งกระแสจิตมองหาฤทธิ์ด้วยญาณทิพย์ เธอเห็นเขาถูกมัดอยู่ในโรงงานชำแหละเนื้อ รายรอบด้วยอุปกรณ์ผ่าตัด มั่นใจว่าพวกกรณ์กำลังจะชำแหละเขา จึงส่งกระแสจิตถึงณัฐชาให้รีบมาหา

หมวดณัฐชารับรู้และรีบส่งข่าวไปยังจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดา  เพราะหวังว่าผู้กำกับเมธาจะส่งกำลังตำรวจมาช่วยนักสู้มหากาฬ แต่กลายเป็นว่าพอจ่ากับหมู่รายงานกลับโดนผู้กำกับเมธาและสารวัตรสิงหาโวยวายใส่  เมื่อรู้ว่าพรายพิฆาตรุ่นเก่าและใหม่เกิดหักหลังกันเอง

“แปลว่าพรายพิฆาตตัวจริงที่หมดอำนาจไปแล้วเป็นคนให้ข่าวนี้เพื่อให้เราไปจัดการกับศัตรู แบบนี้มันหลอกใช้กันชัดๆ”

“นั่นสิ แล้วนักสู้มหากาฬนั่นก็กำลังป่วยอยู่ เราจะช่วยเขาไปเพื่ออะไร ในเมื่อเขาไม่มีค่าอีกแล้ว”

“เอ่อ...สรุปว่าจะงอมืองอเท้า จะไม่ทำอะไรเหรอครับท่าน”

“นี่จ่า พูดจาให้ระวังปากหน่อยนะ แล้วไปบอกหมวดณัฐชาด้วย ให้อยู่ห่างๆเรื่องนี้”

“ใช่...ปล่อยให้พวกตัวประหลาดมันสู้กันเอง เราไม่หลงกลหรอก”

จ่ากับหมู่หน้าจ๋อย เดินออกมาแอบบ่นนอกห้องว่าเจ้านายแล้งน้ำใจ ใจจืดใจดำที่สุด เอาแต่ได้ เอาแต่ผลประโยชน์ นักสู้มหากาฬเคยช่วยเราตั้งหลายครั้ง แต่พอเขาเดือดร้อนเรากลับอยู่เฉยๆ ครั้นจ่ากับหมู่ให้คำตอบไปทางณัฐชาที่กำลังกระวีกระวาดออกจากคอนโดฯ หมวดสาวถึงกับถอนใจดังเฮือกก่อนตอบกลับมา

“นึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ นี่จะรอให้คนร้ายมันฆ่ากันเองก่อนหรือไงถึงค่อยออกโรง...ช่างเขาเถอะจ่า เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ณัฐชาวางสายแล้วจะเดินต่อ แต่ทันใดนั้นโซเฟียก็ส่งข้อความเข้ามาในมือถือของเธอ...

ณัฐชาบ่ายหน้าไปหาโซเฟียที่บาดเจ็บจากการต่อสู้กับลุงโจ โดยศพลุงโจที่ถูกโซเฟียยิงตายยังไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน รวมทั้งศพนักรบพรายพิฆาตอีกหลายราย บาดแผลของโซเฟียไม่ยอมสมานตัว อีกทั้งใบหน้าซีกหนึ่งของเธอก็เริ่มเสียโฉมเพราะพิษของไวรัสที่แพร่กระจายอยู่รอบดวงตา ณัฐชาเห็นแล้วตกใจและเป็นห่วง

โซเฟียเรียกณัฐชาเข้ามาใกล้แล้วส่งกระเป๋าโลหะมีสายสะพายใบหนึ่งให้ “นี่เป็นต้นแบบไวรัสที่จะใช้ทำลายพวกนักรบกลายพันธุ์ คุณต้องให้หน่วยงานของคุณแปรรูปมันเป็นอาวุธ”

“โซเฟียแข็งใจไว้ก่อนนะ ฉันจะตามคนมาช่วย”

“ไม่ต้องห่วงฉัน คนที่คุณต้องห่วงคือโทมัสต่างหาก”

ณัฐชาหน้าสลดเมื่อคิดถึงเรื่องนี้  และมีอาการอึกอักลังเลเมื่อโซเฟียถามว่าเกิดอะไรขึ้น โทมัสอยู่ที่ไหน?

ooooooo

เอมี่ทรมานฤทธิ์ด้วยการฉีดน้ำตามัจจุราชผสมยาเสพติดเพื่อให้เขาสะลึมสะลือก่อนจะลงมือชำแหละ

“ไม่ต้องห่วงนะ ฤทธิ์ ราวี ศพของคุณฉันจะแช่ฟอร์มาลินเป็นพิเศษ ตับไตไส้พุงของคุณจะถูกเก็บเป็นอย่างดีเพื่อการค้นคว้า และอีกไม่นานพวกเราจะได้รู้ ซะทีว่าทำไมร่างกายของคุณถึงตอบสนองกับน้ำตามัจจุราชได้ดีกว่าคนอื่นๆ”

พูดจบเอมี่ก็กรีดมีดลงที่ท้องของเขาอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ฤทธิ์แผดร้องด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของเขาเรืองแสงวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้งเพราะอำนาจการกลายพันธุ์ ทำเอาเอมี่และเหล่าสมุนพากันตกตะลึง ฤทธิ์คำรามก่อนจะกระชากแขนตัวเองหลุดจากพันธนาการ เขาเหวี่ยงหมัดชกสมุนของเอมี่คนหนึ่งจนร่างของมันกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกผนังขาดใจตายคาที่

“แย่แล้ว เผ่นเร็ว!” เอมี่แตกตื่น วิ่งนำสมุนออกจากห้อง ขณะที่ฤทธิ์ลุกขึ้นนั่ง กระชากมีดที่ปักคาท้องทิ้งไปพร้อมกับส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น...

เวลานั้น ณัฐชาขับรถบรรทุกมาจอดห่างจากโรงชำแหละเนื้อหลายกิโลเมตร โซเฟียซึ่งนั่งอยู่ข้างกันท่าทางอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ถามณัฐชาว่าใช่ที่นี่แน่หรือ?

“ใช่ พรายพิฆาตบอกว่าพวกมันขังโทมัสไว้ข้างใน”

“แล้วเราจะเชื่อพรายพิฆาตได้ยังไง”

“คราวก่อนเขาเคยช่วยฉันกับโทมัสเอาไว้ เขาบอกว่าเพราะตอนนี้เรามีศัตรูร่วมกัน”

“แล้วเขาจะเอายังไง”

“เราต้องล่อพวกกรณ์เอาไว้ ระหว่างนั้นเขาจะชิงตัวโทมัสออกมา เดี๋ยวฉันไปดูลาดเลาก่อน เธอรออยู่ตรงนี้”

โซเฟียตกลงตามนั้น แต่ไม่ลืมโยนกระเป๋าใส่ตัวอย่างไวรัสให้ณัฐชาพร้อมย้ำว่าชีวิตของเธอยังมีค่า แต่สำหรับตนมันไม่มีความหมายอีกแล้ว

“โซเฟียอย่าทำอะไรบ้าๆนะ”

“คุณต้องอยู่ต่อไปนะหมวด ถ้ามีใครสักคนต้องพลีชีพ คนคนนั้นก็ควรจะเป็นฉัน”

“ไม่นะโซเฟีย อย่าทำแบบนี้...โซเฟีย”

โซเฟียไม่ฟัง รีบปิดประตูรถไม่ยอมให้ณัฐชากลับขึ้นมา เธอตัดสินใจเหยียบคันเร่งจนมิดมุ่งหน้าไปที่โรงงานชำแหละเนื้อ ไอริณกับราเมศซ่อนตัวอยู่แถวพุ่มไม้หน้าโรงงาน  เห็นดังนั้นก็ตกใจไม่น้อยเหมือนกัน

ด้วยความสับสนอลหม่านภายในโรงงาน นักรบพรายพิฆาตโดนฤทธิ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งไล่ฆ่า บางคนพยายามยิงต่อสู้ แต่ฤทธิ์ก็หายตัวมาปรากฏข้างกายพวกมันแล้วลงมือฆ่าอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอมี่ถอยร่นมาทางหนึ่งแล้วรีบสั่งการให้ใช้ตาข่ายไฟฟ้าจัดการ

เมื่อตาข่ายไฟฟ้าถูกทิ้งคลุมร่างฤทธิ์ กระแสไฟจำนวนมหาศาลถูกปล่อยออกมาทำให้ดวงตาของฤทธิ์ยิ่งเรืองแสงสว่างมากขึ้น เขาแผดร้องออกมาด้วยความโกรธ ยักษ์เห็นท่าไม่ดีวิ่งตะลีตะลานมารายงานกรณ์ที่อยู่กับวัฒน์ว่าตอนนี้ไอ้ฤทธิ์มันคลั่งใหญ่แล้ว ฆ่าคนของเราเป็นเบือ

“หัวหน้า ผมจัดการมันเอง” วัฒน์เสนอตัวอย่างองอาจ โดยไม่รู้ว่าฤทธิ์กำลังกระชากตาข่ายไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางสายตาของเอมี่และเหล่าสมุนที่มองอย่างลุ้นระทึก จนกระทั่งเห็นว่าตาข่ายไฟฟ้าเอาไม่อยู่แน่ เอมี่สั่งสมุนระดมยิงไม่นับ แต่ทันใดร่างของฤทธิ์ก็อันตรธานหายไป

อีกห้องหนึ่งในโรงงาน กรณ์ยังใจเย็นคุยอยู่กับยักษ์ที่ตั้งข้อสังเกตว่าฤทธิ์แปลกไป พลังของมันดูเหมือนจะมากกว่าเดิม

“คำตอบอยู่ที่การกลายพันธุ์รอบสองของมัน”

ขาดคำของกรณ์ เสียงรถบรรทุกดังกระหึ่มใกล้เข้ามา...กรณ์ตะโกนบอกสมุนให้ระวัง  แต่ช้าไปเสียแล้ว โซเฟียเร่งเครื่องพุ่งทะลวงเข้ามาในโรงงานชนผู้คนตายหลายคน แถมยังไม่ปล่อยให้พวกมันตั้งตัว เธอปีนขึ้นไปยืนบนหลังคารถกราดปืนกลไม่ยั้ง

ณัฐชากำลังวิ่งกระหืดกระหอบมุ่งหน้าไปโรงงาน พอได้ยินเสียงปืนก็หยุดชะงัก ไอริณกับราเมศเองก็ตกใจ แต่ไม่สนใจใครอื่นนอกจาก ฤทธิ์ ราวี หรือนักสู้มหากาฬ

ไอริณกับราเมศหายตัวเข้าไปช่วยฤทธิ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งต่อสู้กับวัฒน์และเอมี่ ส่วนอีกด้านกรณ์กำลังเผชิญหน้ากับโซเฟียบนหลังคารถบรรทุก

“ไม่เลวนี่สาวน้อย จะแก้แค้นให้เจ้านายงั้นเหรอ” กรณ์ทักทายด้วยสีหน้าดูแคลน โซเฟียบาดเจ็บแต่ยังแข็งใจอึดสู้...กรณ์ไวกว่าเตะปืนในมือเธอกระเด็นไป “แต่เสียดายที่ทำไม่สำเร็จ”

“แกลอยนวลได้อีกไม่นานหรอก สักวันโทมัสจะต้องฆ่าแก”

“เอาเลย ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันกับฉันใครจะตายก่อน”

กรณ์เหวี่ยงร่างโซเฟียลอยละลิ่วลงจากหลังคารถ ระหว่างนั้นณัฐชาวิ่งเข้ามาเห็นพอดี เธอชักปืนยิงใส่แต่กรณ์พลิกตัวหลบไปอย่างรวดเร็ว

“อย่าเข้ามาผู้หมวด” โซเฟียตะโกนลั่นแล้วตัดสินใจหยิบระเบิดออกมา “ฉันฝากคุณโทมัสด้วย” พูดขาดคำก็กดชนวนระเบิดพร้อมกับตัวเธอพุ่งไปหากรณ์

เสียงระเบิดดังตูม! ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง... ณัฐชารู้สึกตัวอีกครั้งบนรถบรรทุกของโซเฟีย แต่แปลกใจที่ราเมศเป็นคนขับ

“โทมัสปลอดภัย คุณไม่ต้องเป็นห่วง” ราเมศเอ่ยปากอย่างรู้ทันความคิดของหมวดสาว

“นี่เรากำลังไปที่ไหน”

“ฐานที่มั่นสุดท้ายของพรายพิฆาต”

ณัฐชามองไปยังเบื้องหน้า ท้องถนนมีแต่ความมืดและแสงไฟจากรถ...ส่วนในตู้คอนเทนเนอร์ด้านหลัง

ฤทธิ์ลืมตาขึ้นอย่างงงๆ ถามพรายพิฆาตในร่างไอริณที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“ไว้ฉันค่อยอธิบายทีหลัง ตอนนี้ต้องรีบรักษาคุณก่อน” ไอริณยื่นสองมือมาจะแตะที่ขมับของเขา

ฤทธิ์ผงะ รีบคว้ามือเธอไว้ ถามว่าจะทำอะไร?

“การกลายพันธุ์ของคุณไม่สมบูรณ์ ฉันจะใช้พลังของฉันจัดระบบต่างๆให้เข้าที่ ก่อนที่คุณจะกลายเป็นบ้าและเป็นอสูรกายไปตลอดชีวิต”

“แต่เราเป็นศัตรูกัน ผมจะไว้ใจคุณได้ยังไง”

“ต้องพิสูจน์ยังไง นายถึงจะยอมเชื่อใจฉัน”

“บอกผมมาก่อน ตัวจริงของคุณเป็นใครกันแน่”

ไอริณมองฤทธิ์อย่างไม่พอใจนัก แต่ก็ไม่เปลี่ยนใจที่จะมุ่งหน้าไปยังฐานที่มั่นสุดท้ายของพรายพิฆาต ณัฐชากับฤทธิ์ลงจากรถมาเจอกัน เธอดีใจที่เขาปลอดภัย แต่พอเขาถามถึงโซเฟีย เธอก็หน้าเศร้าสลดแทนคำตอบ...แค่นั้นฤทธิ์ก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

แล้วทั้งคู่ก็ตามไอริณกับราเมศเข้ามาภายในอาคารซึ่งมีนักรบพรายพิฆาตยืนยามอยู่ไม่กี่คน

“ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าคุณเห็นตัวจริงของฉันเมื่อไหร่ คุณอาจสะเทือนใจก็ได้นะ” ไอริณหันมาบอกฤทธิ์

“ผมรับไหว พาผมไปเถอะ”

“ร่างที่แท้จริงของฉันอยู่ในห้องโน้น” ไอริณชี้มือไปทางห้องสุดปลายทาง ฤทธิ์มองระแวดระวังก่อนบอกณัฐชาให้รออยู่ตรงนี้ ตนจะเข้าไปเอง

ฤทธิ์เดินเข้ามาในห้องและพบว่านอกจากนักรบพรายพิฆาตแล้วยังมีหมอที่กำลังดูแลคนไข้คนหนึ่งอยู่ คนไข้รายนั้นนอนบนเตียงซึ่งมีกระโจมปลอดเชื้อคลุมไว้

“ทุกคนออกไปก่อน”

ทุกคนทำตามคำสั่งของไอริณ ในห้องจึงเหลือเพียงเธอกับฤทธิ์แค่สองคน ฤทธิ์เดินมาใกล้เตียงเห็นใบหน้าคนไข้ชัดเจนก็ผงะ จำได้ว่าเธอคือเด็กหญิงลูกสาวของพ่อค้ายาเสพติดที่เขาพลั้งมือยิงตายโดยไม่เจตนา

“ไม่แก่ ไม่ตาย จิตวิญญาณของฉันยังคงอยู่ในร่างนี้”

“ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้”

“ผู้หมวดฤทธิ์ ราวี...ฉันคือพรายพิฆาต และคนที่สร้างฉันขึ้นมาก็คือคุณ ฉันกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราตั้งแต่วันนั้น จิตของฉันถูกขังอยู่ในร่างกายที่ต้องการเป็นอิสระ อิสระจากความแค้นที่คุณมอบให้ฉัน...มันเป็นอยู่หลายปีกว่าฉันจะเริ่มจับทางได้ว่าทุกอย่างในโลกนี้เกิดขึ้นจากพลังงาน ร่างกายก็เป็นแค่แหล่งเก็บกักพลังงานเท่านั้น”

ไอริณชูฝ่ามือและใช้พลังดึงสิ่งของใกล้ตัวขึ้นมาลอยหมุนติ้วอยู่เหนือฝ่ามือ

“นี่ต่างหากคือตัวตนที่แท้จริงของเรา และจากนั้นฉันก็เริ่มใช้พลังช่วยเหลือคนที่ควรช่วยอย่างราเมศ ฉันสร้างศรัทธา สร้างความฝันของโลกใหม่ที่ปราศจากสงครามและสร้างองค์กรพรายพิฆาตขึ้นมา”

“เธอน่าจะฆ่าฉันแต่แรก”

“ฉันเคยคิด...แต่ต้องเปลี่ยนใจเมื่อส่งราเมศไปหาคุณ...สภาพคุณตอนนั้นก็เหมือนคนที่ตายไปแล้ว และญาณทิพย์ของฉันมองเห็นอนาคตของคุณ ฉันเห็นคุณกลายเป็นนักสู้มหากาฬ และต่อสู้เพื่อฉันจนถึงวาระสุดท้าย”

“เพราะแบบนี้ตลอดเวลาที่เราสู้กัน คุณถึงได้พยายามเรียกผมให้มาเข้าพวกกับคุณ”

“ถูกต้อง และในที่สุด...คำทำนายก็เป็นจริง คุณต้องต่อสู้และกำจัดพวกของกรณ์เพื่อฉัน”

ราเมศกับณัฐชายืนมองจากหน้าประตูห้อง ไอริณเหลือบมองแล้วออกมาบอกราเมศให้พาณัฐชาไปพักก่อน ตนจะรีบรักษาอาการของฤทธิ์

“ถ้าพวกแกหักหลังล่ะก็ ฉันเอาตายแน่” ณัฐชากล่าวด้วยสีหน้าขึงขัง

ราเมศยิ้มอย่างใจเย็นก่อนจะเดินนำณัฐชาออกไป ไอริณเดินกลับมาหาฤทธิ์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงร่างของพรายพิฆาตตัวจริง

“มีข้อหนึ่งที่คุณทายผิด ผมไม่ได้สู้เพื่อคุณ แต่เพื่อโลกใบนี้ต่างหาก โลกใบเดิมที่คุณบอกว่ามันเลวร้าย ไม่มีความหวัง โลกที่พรายพิฆาตอยากจะทำลาย แต่ผมจะกอบกู้มัน”

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะเปลี่ยนแปลงได้”

“นั่นคือเงื่อนไขของผม ข้อแรก คุณต้องคืนไอริณให้ผมหลังจากผมฆ่ากรณ์ได้สำเร็จ และข้อสอง ผมขอเวลาให้กับโลกนี้ ขอเวลาให้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ปรับปรุงตัวของมัน ขอแค่สามปี”

“ไม่นานไปหน่อยเหรอ”

“จะแคร์ทำไม ในเมื่อคุณคิดว่าตัวเองคือพระเจ้า คิดว่าตัวเองเป็นอมตะ”

“ก็ได้...นี่คือสัญญาระหว่างเรา พรายพิฆาตจะหยุดมือจากการสร้างโลกใหม่ จนกว่าสามปีจะผ่านไป”

ไอริณกับฤทธิ์สบตากันอย่างจริงจัง...หลังจากนั้นฤทธิ์นอนลงบนเตียงถัดไปจากร่างเดิมของพรายพิฆาต ยอมให้ไอริณรักษา และหวังว่าตนจะกลับมามีพลังเหนือมนุษย์อีกครั้ง

ooooooo

ด้านกรณ์ที่โดนระเบิดพร้อมโซเฟีย...ด้วยร่างกายที่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา กรณ์ไม่ถึงตายแต่ก็น่าเป็นห่วง เอมี่หาทางช่วยด้วยการนำเลือดมนุษย์มาให้เขาดื่มกิน กรณ์จำใจทั้งที่ขยะแขยง แต่ผ่านไปพักเดียวพลังของเขาก็กลับมาดังเดิม

หลังจากนั้น กรณ์ เอมี่ และยักษ์ก็ตามไปสมทบวัฒน์ที่เจอศพลุงโจในสภาพโดนยิงหัวแบะหมดทางชุบชีวิต

“คราวนี้พวกมันทำเราแสบมาก”

“พรายพิฆาตร่วมมือกับนักสู้มหากาฬ แถมมีตำรวจหนุนหลัง พวกเราต้านไม่อยู่แน่”

“ถ้าเดาไม่ผิด พรายพิฆาตคงต้องการใช้นักสู้มหากาฬมารับมือกับพวกเรา”

“แต่สภาพของมันยังไม่เข้าที่ เราต้องรีบฉวยโอกาสเก็บมันซะ”

“มันหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว จะหาตัวได้ยังไง”

“ฉันมีวิธี”

วิธีของกรณ์ก็คือส่งสมุนไปป่วนที่กองปราบและฆ่าตำรวจตายหลายนาย ก่อนประกาศให้รู้ว่ายุคโบราณของพรายพิฆาตได้จบสิ้นลงแล้ว ต่อไปจะเป็นยุคใหม่ของพวกเรา...วิธีสร้างสถานการณ์เลวร้ายครั้งนี้ กรณ์หวังให้นักสู้มหากาฬโผล่หัวออกจากแหล่งกบดาน

เมื่อราเมศรู้ข่าวนี้ก็รีบบอกณัฐชาพร้อมกับวิเคราะห์ว่า “ตามแผนเดิมของพรายพิฆาต ถ้าจะทำลายความมั่นคงของประเทศ ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการยุติกฎหมาย”

“โดยการฆ่าผู้รักษากฎหมาย?”

ราเมศพยักหน้าและกำชับณัฐชาว่า อย่าให้โทมัสรู้เรื่องนี้ ตราบใดที่เขายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่...

เวลานั้นภายในห้อง ไอริณหยุดชะงักการรักษาเมื่อเห็นนิมิตภาพของสมุนกรณ์ฆ่าตำรวจ...ฤทธิ์ลืมตาขึ้นด้วยความแปลกใจ ถามว่ามีอะไร?

“วันนี้พอแค่นี้ พรุ่งนี้ค่อยรักษาต่อ”

“ผมรู้สึกดีขึ้นมาก คุณทำได้ยังไง”

“ก็แค่จัดระบบในร่างกายของคุณซะใหม่ ไม่ต้องขอบใจฉันหรอก เพราะถึงยังไงคุณก็ต้องทำงานตอบแทนฉันอยู่ดี”

“ในเมื่อพลังคุณมีมากขนาดนี้ ทำไมถึงไม่จัดการกรณ์ซะเอง”

“ฉันก็อยากทำอยู่เหมือนกัน แต่ฉันเคยเห็นนิมิตภาพว่าตัวฉันถูกกรณ์ฆ่าตาย”

“เพราะแบบนี้คุณถึงเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับเขา”

ไอริณไม่ตอบอะไรอีก ได้แต่เหลือบไปมองร่างแท้จริงของตนเองที่ยังนอนนิ่งบนเตียง...

ฤทธิ์กลับออกมาจากห้องเห็นณัฐชาเตรียมตัวเดินทาง หญิงสาวสังเกตสีหน้าเขาดูดีขึ้น แสดงว่า การรักษาเริ่มได้ผล

“ฉันคงต้องกลับไปก่อน คุณอยู่ทางนี้ดูแลตัวเองด้วยนะ”

“คุณเองก็เหมือนกัน ระวังตัวด้วย”

“แต่ก่อนไม่เห็นคุณเป็นห่วงฉันเลยนี่” เธอกระเซ้ายิ้มๆ

“ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว คนที่ผมรู้จักก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว ที่สำคัญความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทุกครั้งที่เราต้องแยกกัน ผมไม่เคยรู้สึกดี ผมกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าคุณอีก...”

ณัฐชารีบเอานิ้วแตะริมฝีปากฤทธิ์ไว้ก่อนที่เขาจะพูดอะไรที่เป็นลางร้ายออกมา...แล้วตัดสินใจจูบเขาอย่างนุ่มนวลพร้อมพูดติดตลกว่า “เผื่อว่าโลกจะแตกวันพรุ่งนี้”

ฤทธิ์สวมกอดและจูบตอบเธอด้วยความรัก ณัฐชาเขินอายเมื่อเหลือบไปเห็นราเมศยืนรออยู่ที่รถ เธอผละออกจากอ้อมกอดของฤทธิ์

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะรีบกลับ”

“ถ้าผิดคำพูดล่ะก็ ผมไปหาคุณแน่”

ณัฐชายิ้มรับก่อนจะเดินไปที่รถ ราเมศเปิดประตูให้เธอแล้วส่งสายตาบอกสมุนคนหนึ่งให้ทำหน้าที่โชเฟอร์...ฤทธิ์มองตามจนรถลับตา โดยไม่รู้ตัวว่าพรายพิฆาตในร่างของไอริณเดินออกมาดูเขาด้วยแววตาที่เย็นชา แยกไม่ออกว่ากำลังประสงค์ดีหรือร้ายอยู่กันแน่

แล้วพรายพิฆาตก็กลับเข้ามาดูร่างเดิมบนเตียง ก่อนจะมองเงาสะท้อนตัวเองในร่างไอริณผ่านกระจก ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าอย่างพอใจ

“น่าเสียดายนะไอริณ ฉันชอบร่างของเธอซะด้วยสิ ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากอยู่ในร่างนี้ตลอดไป”

ooooooo

สารวัตรสิงหาเคร่งเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สมุนของกรณ์อุกอาจฆ่าตำรวจตายหลายนาย เขาไม่เข้าใจว่าพรายพิฆาตมีแผนอะไรกันแน่ หรือว่ามันจะประกาศสงคราม ขณะที่จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ามันเอาจริงพวกเราลำบากแน่นอน มันอยู่ที่ลับแต่เราอยู่ที่แจ้ง เป็นเป้านิ่งให้พวกมันเต็มๆ

“ที่สำคัญ ขนาดตำรวจด้วยกันเรายังไม่รู้เลยครับว่ามีใครใช้ยาเสพติดหรือเป็นสาวกของพวกมันบ้าง”

ฟังจ่ากับหมู่แล้วสารวัตรสิงหายิ่งหวาดหวั่น พลันเหลือบไปเห็นผู้กำกับเมธาในชุดเครื่องแบบเต็มยศท่าทางกำลังรีบร้อน

“ผู้การจะไปไหนเหรอครับ”

“ท่านนายกฯสั่งให้ผมแถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์ภายในสามชั่วโมง คุณมีอะไรคืบหน้ารึยัง”

“พรายพิฆาตยังไม่ติดต่อมาเลยครับ”

คำตอบนั้นทำเอาเมธาหน้าตึง ผละไปอีกห้องซึ่งมีนักข่าวมากหน้าหลายตา แล้วเริ่มแถลงข่าวเหตุการณ์ตำรวจถูกองค์กรลึกลับพรายพิฆาตบุกถล่ม แต่ยังไม่ทันจบก็เกิดเหตุให้ตระหนกไปตามกัน เมื่อจู่ๆไฟในห้องดับและปรากฏภาพเสมือนจริงของกรณ์บนจอด้านหลังโต๊ะแถลงข่าว

“ทุกท่านไม่ต้องตกใจ ผมคือพรายพิฆาตรุ่นที่สอง ผู้นำโลกใหม่ของพวกคุณ โลกที่ไร้ซึ่งเชื้อชาติ ศาสนา และความแตกต่าง ภายใน 24 ชั่วโมงนี้ผมขอยื่นคำขาดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนวางอาวุธและยอมจำนนต่อพวกเรา รวมทั้งจับตัวนักสู้มหากาฬส่งมอบให้พวกเราโดยเร็วที่สุด เพราะมันคืออุปสรรคต่อการสร้างโลกใหม่ที่กำลังจะมีขึ้นเร็วๆนี้ หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามคำขอ เราจะถล่มที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง”

ขาดคำภาพของกรณ์ก็หายไป ตำรวจและนักข่าวพากันฮือฮา เมธาคิดว่างานนี้พวกตนเจอศึกใหญ่แน่ จึงกำชับสิงหาเตรียมคนของเราไว้ให้พร้อม

เวลาเดียวกันนั้น ณัฐชามาถึงหน้ากองปราบแล้ว ราเมศที่มาส่งรีบสำทับเธอว่าตอนนี้เราอยู่เรือลำเดียวกัน แต่ท่าทีเธอไม่สนใจแถมยังตอบกลับให้เขาไม่พอใจเสียด้วย “แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องเป็นเพื่อนกัน” ราเมศมองตามตาขวาง พึมพำว่าแน่นอน เสร็จงานนี้เมื่อไหร่เราได้เห็นดีกันแน่!

ด้านฤทธิ์ที่ยังอยู่ในรังของพรายพิฆาต เขาใช้เวลาว่างเดินสำรวจบริเวณภายนอกจนมาเจอรถบรรทุกของโซเฟียซึ่งมีสมุนพรายพิฆาตเฝ้าเวรยามอยู่ พวกมันจับตามองเขาอย่างไม่ละสายตาแต่ไม่ได้ทักท้วงอะไร ฤทธิ์จึงขึ้นไปบนท้ายรถบรรทุก ระหว่างนั้นกล้องวงจรปิดจับภาพเขา คอมพิวเตอร์ที่พ่วงต่ออยู่ระบุว่าเขาคือฤทธิ์ ราวี...เท่านั้นเองภาพเสมือนจริงของมาดามหลิวก็ถูกฉายออกมา

“มาดาม” ฤทธิ์ครางออกมาด้วยความประหลาดใจ

“นี่เป็นระบบจำลองที่ถูกสร้างให้เสมือนจริง ไม่ใช่ฉัน”

“โซเฟียตายแล้ว...”

“ฉันรู้ มันน่าเศร้า แต่ทุกคนต้องตายทั้งนั้น แม้แต่พรายพิฆาตหรือว่าเธอ”

“พรายพิฆาตให้ผมฆ่ากรณ์ เพื่อแลกกับชีวิตของไอริณและการยุติความเคลื่อนไหวสามปี”

“อย่าเชื่อใจพรายพิฆาต ถ้าพวกมันเป็นคนซื่อตรงคงไม่อยู่รอดมาจนป่านนี้ ถ้าฉันเดาไม่ผิด เมื่อเธอฆ่ากรณ์ได้เมื่อไหร่พวกมันจะฆ่าเธอทันที”

ฤทธิ์ได้ฟังก็เริ่มหวั่นใจ...เป็นเวลาเดียวกันที่กองปราบ ณัฐชากำลังเผชิญหน้ากับเมธาและสิงหา เพียงแค่เธอก้าวย่างเข้ามาก็โดนเมธาต่อว่าอย่างหัวเสีย

“คุณไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมา เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมถึงไม่เปิดโทรศัพท์มือถือ”

“ขอโทษค่ะท่าน แต่ฉันต้องคอยประสานงานระหว่างนักสู้มหากาฬและพรายพิฆาต”

“พรายพิฆาตมันเพิ่งถล่มที่นี่ไปหยกๆ คุณไม่รู้หรือไง”

“นั่นเป็นพวกของกรณ์ค่ะ มันหักหลังพรายพิฆาตและยึดอำนาจอยู่ในตอนนี้”

“ถ้างั้นพรายพิฆาตตัวจริงอยู่ที่ไหน”

“อยู่กับนักสู้มหากาฬค่ะ พวกเขาวางแผนจะจัดการกับกรณ์เร็วๆนี้ ส่วนนี่เป็นไวรัสที่มาดามหลิวพัฒนาขึ้นเพื่อให้เราใช้ต่อสู้กับพวกนักรบผีดิบค่ะ”

“ไม่ทันแล้วหมวด พวกนายกรณ์ที่คุณว่ามันต้องการตัวนักสู้มหากาฬ มันบังคับให้เราส่งมอบตัวใน 24 ชั่วโมง”

สิงหาเสริมว่าถ้าขืนชักช้ามันต้องโจมตีเราอีกแน่ ณัฐชาฟังแล้วหน้าเสีย โพล่งขึ้นว่า

“นี่แปลว่าเราจะยอมแพ้เหรอคะ”

“ไม่ใช่แบบนั้น แต่เราต้องหลีกเลี่ยงความสูญเสียจนกว่าจะพร้อมรับมือกับพวกมัน”

“เราต้องซื้อเวลานะหมวด แค่ส่งตัวนักสู้มหากาฬให้พวกมัน ทุกอย่างก็จะดีขึ้น”

ณัฐชาไม่เห็นด้วยกับทั้งคู่ เธอเก็บหลอดไวรัสใส่กระเป๋าตามเดิมแล้วจะกลับออกไป แต่สิงหาไม่ยอมง่ายๆแน่ สั่งลูกน้องจับตัวหมวดณัฐชาไว้เดี๋ยวนี้!

ooooooo

ตอนที่ 14

ต่อหน้าฤทธิ์...ณัฐชาไม่กล้าต่อว่าหรือโต้เถียงกับโซเฟีย แต่พอกลับออกมานอกห้องก็ทนไม่ไหวระเบิดความขุ่นมัวออกมาด้วยความเป็นห่วงฤทธิ์เหลือเกิน

“คุณแน่ใจเหรอว่าวิธีของคุณจะได้ผล”

“ฉันไม่รู้”

“แต่เขาอาจถึงตายก็ได้นะ”

“ยังไงเขาก็ต้องตายอยู่ดี คุณจะกลัวทำไม”

“ถ้านี่เป็นคนที่คุณรัก คุณจะกล้าพูดแบบนี้รึเปล่า”

“ผู้หมวด...มาดามหลิวเพิ่งถูกฆ่า ตอนนี้ฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับวิธีของฉันก็เชิญไปห้ามเขาได้เลย แต่ฉันไม่เปลี่ยนใจแน่”

ณัฐชามองหน้าโซเฟียอย่างไม่พอใจ แต่ก็ทราบดีว่าเธอต้องการแก้แค้นให้มาดามหลิว เพราะถ้าการใช้น้ำตามัจจุราชครั้งนี้สำเร็จ ฤทธิ์ต้องร่วมมือกับเธอแน่!

ส่วนฤทธิ์ที่อยู่ในห้องลำพังคนเดียวยังนั่งมองน้ำตามัจจุราชในมืออย่างเตรียมใจ และคิดถึงครั้งหนึ่งเคยตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่าทำไมมาดามหลิวถึงไม่ลองใช้ของสิ่งนี้เพื่อทำให้ตัวเองเดินได้อีกครั้ง

“ถึงน้ำตามัจจุราชจะถูกพัฒนาไปแค่ไหน แต่ผลลัพธ์ของมันก็ยังไม่ได้สมบูรณ์เต็มร้อย การกลายพันธุ์อาจเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี”

นั่นคือคำตอบของมาดามหลิวที่ฤทธิ์ยังจำได้แม่น และในวันนั้นเขาก็ถามเธอด้วยว่า...

“เหตุผลของคุณมีแค่นี้เองเหรอ”

“สามีกับลูกของฉันต้องถูกฆ่าตายก็เพราะฉันไม่ยอมช่วยพรายพิฆาตผลิตเจ้าสิ่งนี้ ฉันไม่มีวันยอมรับมันเด็ดขาด...ฉันไม่เหมือนเธอฤทธิ์ราวี เธอเกิดมาเพื่อฉัน เธอเป็นคนแรกและคนเดียวที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ทั้งๆ

ที่น้ำตามัจจุราชยังพัฒนาไม่เต็มที่ บางที...มันอาจเป็น โชคชะตาของเธอก็ได้”

ฤทธิ์ประมวลคำพูดของมาดามหลิวแล้วรำพึงออกมา “โชคชะตาที่จะต้องตายและเกิดใหม่อีกครั้ง” ว่าแล้วก็ตัดสินใจจ่อเข็มฉีดยาลงที่ต้นแขนเพื่อฉีดน้ำตามัจจุราชเข้าสู่ร่างกาย แต่ฉับพลันก็วางมันลง...เขายังไม่พร้อม มีบางอย่างที่ต้องทำเสียก่อน...

ณัฐชาตกใจที่จู่ๆฤทธิ์ก็วิ่งออกมาสวมกอดเธอแน่น

“ถ้าผมตายหรือว่าเกิดอะไรขึ้น ผมอยากให้คุณรู้เอาไว้ ถ้าชีวิตผมมีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ผมอยากให้คุณอยู่กับผม...ผมรู้ว่ามันสายเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ที่ผ่านมาผมรู้สึกดีกับคุณมาตลอด ทุกวินาทีที่คุณอยู่เคียงข้างผม”

หมวดสาวฟังแล้วอึ้งงันไป ภาพเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับผู้ชายคนนี้ผุดพรายขึ้นมาอย่างชัดเจน...เธอกอดตอบเขาด้วยความรู้สึกตื้นตันใจ

“มันยังไม่สายเกิน...ถ้าคุณรับปากฉันว่าคุณจะต้องไม่ตาย ฉันจะรอคุณ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะรอ

ชีวิตใหม่ของคุณ เราจะเริ่มต้นทุกอย่างด้วยกัน”

กำลังใจจากณัฐชาทำให้ฤทธิ์พยักหน้าอย่างฮึดสู้ โดยไม่รู้ว่าลึกๆแล้วเธอใจหายมากแค่ไหน หากการเสี่ยงครั้งนี้ล้มเหลว เธอจะอยู่ได้อย่างไร?

ooooooo

ที่กองปราบ ปรีดากับไมตรีกำลังรายงานเมธาเรื่องบริษัทบลูฟินิกซ์ถูกวางระเบิดยกชั้น แต่ยังไม่พบศพมาดามหลิวกับคนสนิท แต่คิดว่าคงเสียชีวิตอยู่ข้างใน

“ท่าทางคงเป็นฝีมือของพรายพิฆาตอีกตามเคยครับ เพราะยามบอกว่าคนร้ายมันแปลงร่างได้ เหมือนกับที่เราเจอเลยครับ”

“ฆ่ามาดามหลิว ขโมยแผนที่เซฟเฮาส์ของเรา หรือว่าสองเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกัน...จริงด้วยสิ แล้วตอนนี้ติดต่อหมวดณัฐชาได้หรือยัง”

“ปิดโทรศัพท์มือถือหายเงียบไปเลยครับโทร.ไปที่คอนโดฯ ก็ไม่มีคนรับสาย อ้อ แล้วหมอนั่นก็หายตัวไปเหมือนกันครับ”

“ใคร?” เมธาถามเสียงเข้ม...ขณะที่สารวัตรสิงหาซึ่งนั่งอยู่ตรงหน้าก็มีท่าทีตื่นตัว

“นายโทมัส คู่ปรับของหมวดไงครับ ติดต่อไม่ได้เหมือนกัน”

ฟังการรายงานจากจ่าและหมู่แล้ว ผู้กำกับเมธากับสารวัตรสิงหาหันมองหน้ากันอย่างเอะใจ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไล่เลี่ยกัน สิงหาคิดว่ามันอาจเชื่อมโยงกันก็ได้ หมวดณัฐชาอาจรู้ว่าอะไรคือเบื้องหลังของคดีนี้

“แล้วทำไมเธอไม่รายงานพวกเรา” เมธาตั้งคำถาม

“เธออาจตกอยู่ในอันตราย”

ขณะที่ผู้กำกับกับสารวัตรกำลังหารือกัน จ่ากับหมู่ก็ไม่นิ่งนอนใจ พยายามโทร.หาทั้งณัฐชาและโทมัสต่อไป แต่แล้วหมู่ปรีดาก็นึกขึ้นมาได้ว่าครั้งหนึ่งตนเคยพาหมวดณัฐชากับไอริณไปซ่อนตัวที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งจนป่านนี้หมวดยังไม่คืนกุญแจให้ตนเลย

“เซฟเฮาส์นั่นอยู่ที่ไหน” สารวัตรสิงหาถามเสียงดังจนจ่ากับหมู่สะดุ้งโหยง!

ooooooo

ขณะนั่นที่เซฟเฮาส์...โซเฟียกับณัฐชาเตรียมความพร้อมเพื่อชุบชีวิตใหม่ฤทธิ์ด้วยน้ำตามัจจุราช ฤทธิ์เต็มใจให้ณัฐชาใส่กุญแจมือเขาเพื่อกันเหนียว เพราะไม่รู้ว่าการกระทำครั้งนี้ผลจะเป็นอย่างไร ถ้าตนฟื้นขึ้นมาแล้วไม่เหมือนเดิมให้สองสาวจัดการได้เลย

“ต้องแค่ไหนถึงจะเรียกว่าไม่เหมือน”

“ถ้าผมกลายร่างเป็นอสูรกาย หรือว่าผมจำคุณไม่ได้ คุณต้องรีบเหนี่ยวไกทันที”

ณัฐชาฟังแล้วเศร้าใจ มองโซเฟียล็อกข้อมือ

ฤทธิ์กับเตียงก่อนฉีดน้ำตามัจจุราชใส่แขนเขาอย่าง

ไม่รีรอ...ฤทธิ์ขมวดคิ้วหลับตาลงเพื่อเตรียมใจรับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น

“อย่าลืมว่าตอนนี้ร่างกายของคุณมีไวรัสอยู่เต็มไปหมด มันกับเซลล์กลายพันธุ์จะต่อสู้กัน เหมือนเม็ดเลือดขาวที่ต่อสู้กับเชื้อโรค และสิ่งที่ตามมาก็คือการอักเสบภายในอย่างรุนแรง อดทนหน่อยนะ” โซเฟียสำทับอีกครั้งก่อนถอยห่างออกมา ขณะที่ณัฐชามองฤทธิ์อย่างเป็นกังวล...

ผ่านไปสักพัก ฤทธิ์เหงื่อกาฬโทรมกาย เริ่มแสดงความเจ็บปวดออกมา นานเข้าเขาลุกขึ้นนั่งบิดตัวไปมาอย่างทรมาน ณัฐชาตกใจร้องถามตลอดเวลาว่าต้องการให้ช่วยหรือเปล่า แต่เขายังหลับตาสนิทไม่พูดอะไรสักคำ จนกระทั่งทนไม่ไหวก็พยายามลุกขึ้นยืนแต่เกิดซวนเซแล้วผลักข้าวของในห้องหล่นแตกกระจาย พร้อมกับตะโกนไล่สองสาว
“ออกไป!! อย่ามายุ่งกับผม”

ณัฐชาชะงักกึก เห็นแววตาของเขาเปลี่ยนสีไปแล้ว... เขาไม่ใช่คนเดิมที่เธอรู้จัก เสียงคำรามของเขาบ่งบอกว่าเจ็บปวดแสนสาหัส กุญแจมือที่ล็อกไว้ถูกเขากระชากขาดกระจุย ณัฐชาตกใจมากถอยหลังมาสองสามก้าวแต่สายตายังจับจ้องฤทธิ์ที่ลงไปนอนบิดไปมาอยู่กับพื้น โซเฟียทราบดีว่าเขาทรมาน ได้แต่บอกให้อดทน

การกลายพันธุ์ครั้งที่สองต้องเจ็บมากขึ้นเป็นธรรมดา

นานเข้าณัฐชาทนเห็นเขาทรมานต่อไปไม่ไหว จะให้ยาระงับปวดหรือไม่ก็ทำให้เขาสลบแต่โซเฟียไม่ยอม เพราะการทำแบบนั้นการกลายพันธุ์อาจไม่สมบูรณ์

“ฉันไม่สน เขากำลังจะตาย คุณไม่เห็นหรือไง”

“เขาเคยผ่านมันมาแล้ว เขาต้องทนได้”

ความเจ็บปวดมาถึงขีดสุด ฤทธิ์แผดร้องสุดเสียงก่อนแน่นิ่ง ณัฐชาผวาเข้าไปดูอาการและพบว่าหัวใจเขาหยุดเต้น ส่วนโซเฟียไม่รอช้า วิ่งออกมาที่รถคว้าสายพ่วงแบตเตอรี่ก่อนจะไปเปิดฝากระโปรงด้านหน้าแล้วจัดการเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันณัฐชาก็พยายามปั๊มหัวใจให้ฤทธิ์อย่างร้อนรน

ไม่นานนักโซเฟียก็วิ่งกลับเข้ามาบอกณัฐชาให้พาฤทธิ์ออกไปข้างนอกเราจะช็อตหัวใจเขาด้วยแบตเตอรี่รถ ณัฐชาลังเลเล็กน้อยก่อนยอมทำตามเพราะไม่มีทางเลือกอื่น โดยโซเฟียเป็นคนสตาร์ตรถเหยียบคันเร่งแล้วให้ณัฐชาใช้ปลายสายพ่วงแบตเตอรี่ทิ่มเข้าที่ไหล่ของฤทธิ์ กระแสไฟทำให้ร่างเขากระตุกเฮือกขึ้นมาแต่แล้วก็นิ่งลงไปอีก สองสาวจึงตัดสินใจทำแบบเดิมอีกครั้ง

คราวนี้หลังจากร่างกระตุกฤทธิ์ก็เริ่มมีอาการขยับเขยื้อน ณัฐชายิ้มออกมาอย่างโล่งใจ โซเฟียรีบลงจากรถมาดูและบอกณัฐชาว่าเขายังไม่ตาย

“แล้วน้ำตามัจจุราชล่ะ ได้ผลรึเปล่า”

โซเฟียตอบไม่ได้...พลันสองสาวก็ชะงักหน้าเจื่อนไปด้วยกันเมื่อได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาและเห็นคนในรถคือพวกลุงโจลูกน้องของกรณ์

งานเข้าอีกแล้ว! สองสาวรีบพยุงฤทธิ์ขึ้นรถแล้วหันไปยิงกราดใส่พวกลุงโจ ต้านเอาไว้ก่อนที่โซเฟียจะวิ่งเข้าไปขนสัมภาระโดยเฉพาะน้ำตามัจจุราชที่เหลืออยู่และเสื้อแจ็กเก็ตของฤทธิ์

ลุงโจโทรศัพท์รายงานกรณ์ว่าเจอตัวพวกมันแล้ว ท่าทางฤทธิ์จะเจ็บหนักเสียด้วย มันหนีไม่พ้นแน่...แต่ลุงโจคิดผิดถนัด โซเฟียเก่งกาจเกินหญิง เธอให้ณัฐชาขับรถพาหนี ในขณะที่ตัวเธอกราดยิงใส่ศัตรูอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งเห็นว่าสู้จะไม่ไหวก็เปลี่ยนแผนเป็นให้ณัฐชาพาฤทธิ์หนีไปก่อน ส่วนเธอโดดลงกราดยิงสกัดพวกมันไว้

ลุงโจเห็นดังนั้นจึงแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม ให้แหลมกับสมุนตามณัฐชาไป ส่วนตัวเองกับสมุนที่เหลือช่วยกันเล่นงานโซเฟีย แต่กว่าจะจัดการเธอได้ก็ใช้เวลานานพอสมควร ซึ่งก่อนตายโซเฟียได้ฉีดน้ำตามัจจุราชให้ตัวเองโดยไม่มีใครรู้เห็น

ฝ่ายณัฐชาที่ขับรถพาฤทธิ์หนีไปถึงบึงกว้าง เธอพยายามจะพาเขาลงเรือขับหนีไปอีกฝั่ง โดยที่แหลมกับสมุนก็ยังตามไม่ลดละ แถมยังมีวัฒน์กับยักษ์ตามมาสมทบอีก ณัฐชาทำใจแล้วว่ายังไงก็ไม่รอด แต่นึกไม่ถึงว่าราเมศจะโผล่มาช่วย

“หนีไป ทางนี้ฉันจัดการเอง”

ณัฐชาไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามที่ราเมศบอก ฤทธิ์ยังอยู่ในอาการสะลึมสะลือแต่ก็เห็นราเมศด้วยเช่นกัน...เมื่อณัฐชาออกเรือไปแล้ว ราเมศก็ต่อสู้กับลูกน้องของกรณ์อย่างดุเดือดเพราะโกรธแค้นที่พวกมันแปรพักตร์ไปจากพรายพิฆาต แต่สุดท้ายราเมศก็พลาดท่าถูกวัฒน์ใช้ดาบแทงตาจนบอดสนิทไปข้างหนึ่ง ก่อนที่ไอริณหรือพรายพิฆาตจะโผล่มาเอาตัวเขาหายไป ฝ่ายณัฐชาก็ถูกแหลมกับสมุนไล่ล่าจนเรือคว่ำกลางบึงตกน้ำไปพร้อมกับฤทธิ์

ณัฐชาจมอยู่ใต้น้ำ พอได้สติเธอรีบมองหาฤทธิ์แล้วดำไปฉุดร่างเขาเอาไว้ก่อนที่จะจมสู่ก้นบึง แต่ทันทีที่คว้ามือเขาสิ่งที่คาดไม่ถึงก็บังเกิดขึ้น!

ฤทธิ์ลืมตาโพลงขึ้นมา แววตานั้นเป็นสีเหลืองอร่ามราวกับดวงตาของเสือร้าย เขาคำรามลั่นก่อนจะเหวี่ยง

ณัฐชาออกไปอย่างแรง ร่างเธอลอยละลิ่วขึ้นจากน้ำมากระแทกพื้นริมฝั่งจนจุกแอ่ก

ขณะที่ณัฐชายังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น พลันเห็นฤทธิ์กระโจนขึ้นจากน้ำด้วยพละกำลังอันมหาศาล แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว...ไม่ใช่นักสู้มหากาฬแต่เป็นอสูรร้ายตนหนึ่ง ทั้งณัฐชาและพวกแหลมต่างมองอย่างตื่นตะลึง!

จากนั้นเสียงปืนก็ดังสนั่นหวั่นไหว แต่ยังไงก็ต้านอสูรร้ายไม่ได้ สมุนของแหลมถูกฆ่าตายเรียบในพริบตา แหลมถึงกับเข่าอ่อนพนมมือร้องขอชีวิตตัวเนื้อสั่น

“พี่ครับ ยกโทษให้ผมด้วย ผมโดนพวกคนร้ายมันบังคับให้ทำแบบนี้ พี่ปล่อยผมไปเถอะครับ ผมสาบานว่าผมจะกลับตัว ต่อไปผมจะไม่ทำเรื่องชั่วอีกแล้ว”

ฤทธิ์ในยามเป็นอสูรกายเอียงหน้ามองแหลมอย่างคุ้นตา จำได้ว่ามันเคยทำเรื่องชั่วช้ามากมาย ที่สำคัญคือมันเป็นคนฆ่าใจทิพย์ ฤทธิ์ยกมือสองข้างประกบศีรษะแหลมโดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามของณัฐชา...เขาคำรามดุดันก่อนจะบดฝ่ามือเข้าหากันขยี้ศีรษะแหลมจนแตกเหมือนลูกแตงโมแล้วปล่อยร่างไร้วิญญาณของมันล้มตึงลงกับพื้น

“โทมัส...คุณทำอะไรลงไป คุณกลายเป็นอะไรไปแล้ว โทมัส! ฤทธิ์ ราวี!!” ณัฐชาตะโกนทั้งน้ำตา

ฤทธิ์หันมามองเธอด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมก่อนย่างสามขุมเข้าหาอย่างประสงค์ร้าย ณัฐชาตัดสินใจชักปืนจากเอว จำคำพูดของเขาก่อนหน้าที่จะฉีดน้ำตามัจจุราชว่าหากเขาไม่เหมือนเดิมให้เธอยิงเขาได้เลย

“ฉันรักคุณ...ยกโทษให้ฉันด้วย”

หญิงสาวกำลังจะเหนี่ยวไก แต่แล้วคลื่นพลังจากไอริณหรือพรายพิฆาตก็ผลักเธอกระเด็นไปกระแทกต้นไม้จนหมดสติ...ไอริณและราเมศปรากฏตัวขึ้น ฤทธิ์คำรามใส่ทั้งคู่ ไอริณไม่รอช้า รีบปล่อยพลังสะกดเขาไว้...

ooooooo

ด้านจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาที่นำพาสารวัตรสิงหาไปถึงเซฟเฮาส์ ปรากฏว่าภายในว่างเปล่า จ่าไมตรีถึงกับถอนหายใจแล้วพูดติดตลกว่า

“ตามระเบียบครับสารวัตร ตำรวจมาสายเสมอ คนร้ายโกอินเตอร์กันไปหมดแล้ว”

“โธ่เว้ย แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ตกลงหมวดณัฐชาอยู่ที่ไหนกันแน่” สิงหาโวยวายหัวเสียหนัก!

ขณะนั้น ไอริณกับราเมศพาฤทธิ์และณัฐชาไปยังบ้านร้างรังใหม่ของพวกเขา โดยจับณัฐชามัดไว้กับเก้าอี้ ขณะที่ฤทธิ์ยังสลบไสลไม่ได้สติอยู่ที่โซฟา ไอริณรู้ว่าณัฐชาเป็นห่วงเขามาก บอกให้สบายใจได้ว่าเขาปลอดภัยแล้ว ฝ่ายราเมศก็บอกให้หมวดสาวรู้ว่าไอริณคือพรายพิฆาต

ณัฐชาตกใจมาก ถามพวกเขาว่าจับตนมาที่นี่ทำไม ต้องการอะไรกันแน่ ไอริณมองไปที่ฤทธิ์ก่อนพูดโพล่งว่าต้องการช่วยเขา

“โกหก!” ณัฐชาตะโกนสวนทันควัน

“เชื่อเถอะ ฉันมีความจำเป็นบางอย่างถึงต้องทำแบบนี้ มีแต่เขาเท่านั้นที่จะหยุดพวกกบฏลงได้”

“พวกกบฏ? เธอหมายถึงใคร”

เวลาเดียวกันนั้นเอง กลุ่มคนที่ไอริณพูดถึงกำลังเผชิญหน้ากันอยู่ในโรงชำแหละเนื้อ กรณ์หัวเสียที่ลูกน้องคว้าน้ำเหลวกลับมาแถมยังสะบักสะบอมกันทุกคน วัฒน์บอกว่าไม่ใช่ความผิดของพวกเรา พรายพิฆาตกับบอสมาช่วยฤทธิ์ ราวี ส่วนลุงโจเสริมว่าที่แย่กว่านั้นคือมันกำลังหายป่วย พวกไอ้แหลมโดนมันฆ่าตายจนหมด

“เป็นไปได้ยังไง หรือว่ามันจะร่วมมือกับพรายพิฆาต”

“สงครามเปิดฉากขึ้นแล้วเอมี่ เราต้องรีบตัดกำลังของพรายพิฆาต ทำลายกองทัพของมันให้หมด” กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด สีหน้าดุดันมุ่งมั่นมาก...

ooooooo

การตัดสินใจฉีดน้ำตามัจจุราชให้ตัวเอง ส่งผลให้โซเฟียฟื้นคืนชีพพร้อมพละกำลังที่เหนือกว่าคนธรรมดา และแน่นอนว่าภารกิจต่อไปของเธอก็คือจัดการพรายพิฆาตทั้งเก่าและใหม่เพื่อแก้แค้นให้มาดามหลิวและตัวเอง

โซเฟียกลับไปที่บริษัทของมาดามหลิวแล้วให้ยามช่วยขนอุปกรณ์หลายอย่างใส่รถตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมกันนี้ยามก็มอบฮาร์ดดิสก์ที่มาดามหลิวฝากเอาไว้ให้เธอก่อนตายด้วย โซเฟียรับมาด้วยความประหลาดใจ คาดว่าน่าจะมีอะไรที่สำคัญอย่างแน่นอน

เมื่อเธอนำฮาร์ดดิสก์นั้นมาเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ประจำรถก็ปรากฏภาพมาดามหลิวออกมาในระบบเสมือนจริง

“มาดาม...” โซเฟียครางอย่างคาดไม่ถึง

“โซเฟีย สิ่งที่เธอเป็นเป็นแค่สื่อบันทึกข้อมูลของฉัน มันประเมินผลได้เฉพาะสิ่งที่ฉันเคยป้อนโปรแกรมให้เท่านั้น ว่าง่ายๆก็คือเธอกำลังอ่านไดอารี่ของฉัน โดยมีโปรแกรมเสมือนจริงของฉันคอยแนะนำ เอาล่ะ ถ้าเธอมีคำถามก็ว่ามาได้เลย”
“ฉันควรทำยังไงต่อไป คุณต้องการให้ฉันแก้แค้นใช่รึเปล่า”

“ไม่...เธอต้องแก้ไขสถานการณ์ ไม่ใช่แก้แค้น ฉันเตรียมแผนเอาไว้แล้ว”

คำพูดนั้นทำให้โซเฟียรู้สึกตื่นเต้น ลุ้นระทึกว่าแผนการคืออะไร?

ooooooo

ฝ่ายณัฐชากับฤทธิ์ที่ถูกไอริณหรือพรายพิฆาตพาตัวไปอยู่ในรังใหม่ซึ่งเป็นบ้านร้าง...

ณัฐชาถูกล็อกด้วยกุญแจมือและยังคงระแวงอยู่ตลอดว่าพรายพิฆาตจะไม่ช่วยชีวิตฤทธิ์จริง แต่แล้วมันก็ทำให้เธอเห็นด้วยกับการรักษาฤทธิ์โดยใช้พลังสแกนร่างกายเขาจนฟื้นขึ้นมา แต่เพราะการกลายพันธุ์ครั้งล่าสุดของฤทธิ์ไม่สมบูรณ์ ระบบประสาทเขาไม่แกร่งพอที่จะควบคุมพลังในร่าง เขาจึงยังอ่อนแรงอยู่

ทันทีที่เห็นไอริณ...ฤทธิ์ม่ันใจว่าเธอคือพรายพิฆาต เพราะครั้งหนึ่งใจทิพย์คนรักของเขาก็เคยมีดวงตาที่ลุกวาวไปด้วยพลังเหมือนไอริณในตอนนี้...ด้วยความแค้นทำให้ฤทธิ์ขยับตัวจะลุกขึ้นแต่ก็โดนไอริณใช้พลังกดร่างไว้อีก

“เย็นไว้ นี่ไม่ใช่เวลาต่อสู้ เราต้องสามัคคีกัน”

“ฉันยอมตายดีกว่าร่วมมือกับแก แกฆ่าคนบริสุทธิ์ แกฆ่าใจทิพย์”

“นั่นคือความเห็นแก่ตัวของคุณ...ฤทธิ์ ราวี เพราะคุณสนใจแต่ตัวเองกับคนรอบข้างถึงได้คิดแบบนั้น”

“ถ้าแกเป็นฉันแกก็ต้องคิดเหมือนกัน”

ราเมศเห็นท่าจะไม่จบจึงแทรกขึ้นมา “นี่ไม่ใช่เวลามาแบ่งพรรคแบ่งฝ่ายกันนะคุณโทมัส เราต้องร่วมมือกันกำจัดพวกของกรณ์ ก่อนที่มันจะสร้างความหายนะมากไปกว่านี้”

“โกหก คุณกำลังหลอกใช้พวกเรา” ณัฐชาสวนทันควัน

“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” ไอริณตอบอย่างไม่แคร์แล้วมองกลับมาที่ฤทธิ์อีกครั้ง “เพื่อนรักของคุณเป็นคนยังไง คุณก็รู้นิสัยเขาดีอยู่แล้วนี่”

ฤทธิ์นิ่งเงียบไป ทราบดีว่าที่พรายพิฆาตในร่างไอริณพูดมานั้นหมายถึงกรณ์นั่นเอง

ooooooo

ตอนที่ 13

หลังจากเสร็จงานศพใจทิพย์และบอกลาณัฐชาเรียบร้อยแล้ว...ฤทธิ์จากไปด้วยมอเตอร์ไซค์คู่ใจแต่ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางก็เจอไอ้ยักษ์ลูกน้องของกรณ์ ฤทธิ์จำได้ว่าตนฆ่ามันตายแล้ว แต่พอยักษ์เฉลยว่าเพราะน้ำตามัจจุราช เขาก็หายสงสัย

เวลานี้ร่างกายฤทธิ์ไม่พร้อมปะทะกับศัตรูเหมือน แต่ก่อน เขาสู้ไอ้ยักษ์ไม่ได้จนต้องทิ้งมอเตอร์ไซค์แล้ววิ่งหนีเข้าไปในป่า แต่นึกไม่ถึงว่าจะเจอกรณ์ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับมีพลังพิเศษเช่นเดียวกับบอส ซึ่งกรณ์ยอมรับว่าเขาใช้น้ำตามัจจุราช แถมคุยโวว่ารุ่นใหม่ทำงานดีกว่าเก่า

ฤทธิ์เห็นท่าไม่ดีรัวกระสุนใส่กรณ์แล้วจะเผ่นหนีแต่ดันเจอลุงโจพุ่งมาดักหน้า ส่วนกรณ์กระสุนไม่ระคายผิว มันโดดหลบไปมายิ่งกว่านินจา ยักษ์ตามมาสมทบอีกราย ฤทธิ์หาทางหนีทีไล่ไม่พ้นถูกกรณ์จู่โจมถึงตัวเพื่อแย่งปืน สภาพของเขาอ่อนแรงจนผิดสังเกต

“เกิดอะไรขึ้น พลังของแกหายไปไหนหมด”

“ฉันโดนไวรัสของพรายพิฆาต ฉันกำลังจะตาย”

กรณ์ตกใจปล่อยมือออกจากคอฤทธิ์แทบไม่ทัน กลัวติดเชื่อไวรัสไปด้วย แต่พอเห็นฤทธิ์วิ่งหนีก็สั่งสมุนตามจับตัวมันมาให้ได้...ฤทธิ์วิ่งหนีมาทรุดหมดแรงบริเวณน้ำตกแล้วคว้าท่อนไม้ฟาดไอ้ยักษ์ที่เดินตามมาอย่างใจเย็น แต่มันกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังเหวี่ยงฤทธิ์กระเด็นไปอีกด้วย

โทรศัพท์มือถือฤทธิ์หล่นจากกระเป๋าโดยเจ้าตัวไม่รู้ และเมื่อเขาวิ่งหนีมาจนมุมก็ตัดสินใจกระโดดลงน้ำตกสูงชัน ทิ้งสามวายร้ายยืนมองด้วยความเจ็บใจ กรณ์ไม่ยอมรามือ สั่งไอ้ยักษ์ไปตามล่ามันกลับมาให้ได้

อีกด้านหนึ่ง วัฒน์กับเอมี่สมุนของกรณ์กำลังดักปล้นรถขนเงินของธนาคาร โดยสังหารเจ้าหน้าที่ไปสองคน ส่วนที่เหลืออีกคนโดนบังคับให้ขับรถมุ่งหน้าไปยังรังของพวกมัน

ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วกลับไปรายงานต่อผู้กำกับเมธาซึ่งทุกคนสรุปตรงกันว่าอาวุธที่คนร้ายใช้สังหารเจ้าหน้าที่เป็นของมีคม และคนตายก็ยิงต่อสู้ด้วยปืนแต่ทำอะไรมันไม่ได้

“สู้ไม่กลัวปืนแบบนี้ หรือว่าจะเป็นพรายพิฆาต” ณัฐชาโพล่งขึ้นมา...สารวัตรสิงหาหันขวับมาท้วง

“ไหนคุณบอกว่าพรายพิฆาตมันตายไปแล้วไง แล้วนี่อะไรกันหมวด อธิบายมาซิ”

“อาจจะเป็นสาวกของมันก็ได้ค่ะสารวัตร เรายึดทรัพย์แถมยังฆ่าเจ้านายของมัน มันก็เลยแก้แค้น”

“รีบตรวจสอบให้แน่ชัดนะหมวด ตอนนี้นักข่าวกำลังสนใจคดีนี้”

หลังรับคำสั่งผู้กำกับเมธาแล้วทุกคนก็แยกย้าย ณัฐชากับสิงหาจะเดินกลับไปที่ห้องทำงาน ทันใดนั้นเองไมตรีกับปรีดาวิ่งหน้าตื่นมารายงานว่าทางเรือนจำแจ้งว่าอดีตผู้กองราเมศกำลังป่วยหนัก ต้องขอย้ายตัวเข้าโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ไม่งั้นเขาไม่รอดแน่

สิงหากับณัฐชาแปลกใจว่าราเมศเป็นอะไร...แล้วณัฐชาก็นึกบางอย่างได้ เธอรีบไปพบโซเฟียกับมาดามหลิวที่บริษัท ซึ่งโซเฟียให้ข้อมูลว่า

“ถ้าเดาไม่ผิด ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะไวรัสของพรายพิฆาตที่เราฉีดให้เขาก่อนหน้านี้”

“นี่มันถึงตายเชียวนะ ทำไมคุณไม่บอกฉันก่อน”

“คุณโทมัสก็ต้องตายเพราะไวรัสตัวนี้เหมือนกัน พวกมันสมควรถูกลงโทษ”

“เรื่องนี้อาจเป็นประโยชน์สำหรับพวกเราก็ได้นะหมวด คิดดูสิ สาวกของพรายพิฆาตคงไม่ยอมให้หัวหน้าสาขาของมันตายแบบนี้แน่”

“มาดามคิดว่าพวกมันจะโผล่มาช่วยราเมศเหรอคะ”

มาดามหลิวพยักหน้าพร้อมกับพูดพึมพำ “เราจะได้รู้กันซะทีว่าไวรัสนั่นมีทางรักษารึเปล่า”

ooooooo

ภายในโรงชำแหละเนื้อ...กรณ์มองเงินจำนวนมากพลางชื่นชมเอมี่กับวัฒน์ทำงานได้ยอดเยี่ยม ลุงโจสงสัยว่าหัวหน้ามีแผนอะไรกันแน่ หรือว่าจะเอาเงินมาตั้งตัว

“ฉันจะสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ พอกันทีกับแผนการไม่เอาไหนของพรายพิฆาต ฉันนี่แหละจะสร้างโลกใหม่ด้วยมือของฉันเอง โลกใหม่ที่มีพวกเราเป็นเทพเจ้า...ชั่วนิจนิรันดร์”

ลุงโจอึ้งไป ขณะที่เอมี่กับวัฒน์ยิ้มให้กรณ์อย่างชื่นชม ระหว่างนี้เองเจ้าหน้าที่รถขนเงินฉวยโอกาสวิ่งหนี แต่สุดท้ายเขาก็โดนพวกเอมี่รุมทึ้งสังหารโหดด้วยการดูดเลือดจนหมดตัว!

หลังจากนั้นกรณ์ก็พาสมุนไปคุกคามข่มขู่พวกแหลมให้มันยอมร่วมมือผลิตน้ำตามัจจุราชเพราะต้องการสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ให้ยิ่งใหญ่เหนือกว่าพรายพิฆาต!

ราเมศถูกส่งตัวเข้ามารักษาในโรงพยาบาลเดียวกับไอริณโดยมีจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาแบ่งกันเฝ้าตามคำสั่งหมวดณัฐชาที่ขณะนั้นยังอยู่กับมาดามหลิวและโซเฟีย สองสาวพยายามติดต่อฤทธิ์ทางมือถือแต่ไม่สำเร็จ ลองเช็กสัญญาณจีพีเอสจึงรู้ว่าอยู่ในป่า ก่อนเร่งรีบออกตามหาจนพบมอเตอร์ไซค์ของเขาจอดอยู่ริมถนน จากนั้นก็จับทิศทางสัญญาณจีพีเอสมุ่งหน้าเข้าไปในป่าจนพบรอยเลือดเป็นทาง และพบโทรศัพท์ของฤทธิ์ที่โซเฟียจำได้ดี

“มีร่องรอยการต่อสู้ แต่มีรอยเท้าน้อยมาก คนร้ายคงมีแค่ไม่กี่คน”

“แต่ถ้ามันเล่นงานคุณโทมัสได้ ก็แปลว่าต้องไม่ธรรมดาแน่”

สองสาววิเคราะห์แล้วระวังตัวแจ...ฝ่ายฤทธิ์ที่โดดน้ำตกหนีพวกกรณ์มาได้ เวลานี้เขากำลังตัดไม้ไผ่ทำอาวุธขึ้นมาใหม่เพื่อจัดการกับไอ้ยักษ์ที่ยังไล่ล่าไม่หยุดหย่อน...เมื่อเกิดการต่อสู้ เสียงปืนของไอ้ยักษ์ทำให้สองสาวที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นรีบวิ่งมา

สองสาวต่อสู้กับไอ้ยักษ์อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่โซเฟียจะบอกให้ณัฐชาพาฤทธิ์หนีไปก่อน ตนจะหลอกล่อไอ้ยักษ์ไว้เอง ฤทธิ์อ่อนแรงมากเดินไปไม่นานก็ทำท่าจะไม่ไหว บอกให้ณัฐชารีบกลับไปช่วยโซเฟีย ไม่ต้องเป็นห่วงตน

ณัฐชาละล้าละลัง พอดีโซเฟียวิ่งตามมาสมทบแล้วช่วยกันประคองฤทธิ์ไปถึงรถยนต์ของณัฐชาพากัน หลบหนีไอ้ยักษ์ไปได้อย่างหวุดหวิด

ooooooo

คืนนั้น ไมตรีทราบจากพยาบาลว่าไอริณฟื้นแล้วจึงเข้ามาเยี่ยมเธอ แต่แทนที่จะพูดคุยด้วยดีๆ ประสาคนรู้จัก เธอกลับตะปบคอเขาด้วยพลังมหาศาล ไมตรีตาเหลือกราวกับถูกไฟช็อต ร่างสั่นเทิ้มก่อนจะร่วงไปกองกับพื้น

จัดการกับไมตรีแล้วไอริณก็ออกไปจู่โจมปรีดาที่หน้าห้องราเมศอีกคน ปรีดาถูกทำร้ายด้วยวิธีเดียวกับไมตรีจนหมดสติอย่างรวดเร็ว ราเมศเห็นไอริณเข้ามาก็ยิ้มย่อง รำพึงชื่อพรายพิฆาตออกมาด้วยความดีใจ

คืนเดียวกัน ณัฐชาพาฤทธิ์กับโซเฟียไปที่บ้านพักตากอากาศซึ่งเป็นเซฟเฮาส์ของตำรวจ เธอเคยพาไอริณหลบมาอยู่ที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง ฤทธิ์ต้องรักษาตัวหลังต่อสู้กับยักษ์ ส่วนโซเฟียก็โดนยักษ์ยิงหัวไหล่มาเหมือนกัน

ฤทธิ์เป็นห่วงมาดามหลิว บอกโซเฟียให้ติดต่อไปเตือนเธอโดยเร็ว พวกพรายพิฆาตอาจจะคิดว่าพวกเรากลับไปที่บริษัท...มาดามหลิวทำตามคำเตือนด้วยการปิดล็อกทางเข้าออกทุกจุดแล้วกำชับยามห้ามให้ใครเข้ามาอย่างเด็ดขาด จากนั้นเธอเข้ามาในห้องทดลอง หยิบลูกดอกบรรจุไวรัสออกมาดู

“พรายพิฆาต ฉันจะใช้ไวรัสของแกเล่นงานพวกแกเอง ดูซิว่าคราวนี้แกจะทำหน้ายังไง” ว่าแล้วก็บรรจุลูกดอกลงในปืนสำหรับยิงยาสลบ!

ยามนั้นกลางป่า ยักษ์กำลังรายงานลุงโจที่ขับรถมารับว่ามีตำรวจกับเด็กของมาดามหลิวมาช่วยฤทธิ์...อีกด้านหนึ่งวัฒน์กับเอมี่เพิ่งกลับจากไปดูลาดเลาแถวบริษัทมาดามหลิว ทั้งคู่รายงานกรณ์ว่าพวกฤทธิ์ไม่ได้กลับไปที่นั่น คงหนีไปกบดานที่อื่น

“ความจริงมันก็หมดพิษสงไปแล้ว เราไม่จำเป็นต้องล่ามันก็ได้”

“ไอ้วัฒน์...ที่แกพูดถึงคือ ฤทธิ์ ราวี นะสหาย ตราบใดที่มันยังอยู่ ฉันก็ไม่มีวันนอนฝันดีแน่”

“ยังมีอีกข่าวนึง ฉันบังเอิญได้ยินมาตอนออกไปข้างนอก นังไอริณพาราเมศหนีไปแล้ว”

“อะไรนะ ไอริณน่ะเหรอจะทำแบบนั้น” กรณ์สีหน้าเหมือนไม่เชื่อคำพูดเอมี่ แต่พอได้ยินวัฒน์เสริมขึ้นมาก็เล่นเอาเขาหน้าเครียดขึ้นทันตาเห็น

“ขอถามหน่อยนะหัวหน้า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าพรายพิฆาตยังไม่ตาย”

ooooooo

หลังจากเมื่อคืนได้พูดคุยอย่างเปิดอกกับโซเฟียถึงความรู้สึกที่มีต่อฤทธิ์...เช้านี้ณัฐชาจึงกล้ามากขึ้นที่จะแสดงออกกับฤทธิ์ทั้งที่ยังเคอะเขินบ้างก็ตาม

ณัฐชาได้คิดเมื่อโซเฟียสะกิดถึงชีวิตและความรัก หากเรารักใครสักคนควรไขว่คว้าความสุขไว้ แม้แค่เสี้ยววินาทีเราก็จะจำมันไปตลอดชีวิต...

เช้าวันเดียวกัน กรณ์และเอมี่หารือกันเรื่องที่ไอริณช่วยราเมศออกไปจากโรงพยาบาล เอมี่หวั่นใจว่าแค่บอสคนเดียวยังพอรับมือได้ แต่ถ้ามีพรายพิฆาตหนุนหลังเราคงต้านไม่อยู่แน่

“ตัวจริงของพรายพิฆาตเป็นใคร เรายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ทำไมเธอถึงคิดว่าเราจะแพ้”

“ถ้าเรากลับไปตอนนี้ พรายพิฆาตอาจจะยกโทษให้เราก็ได้นะ”

“เอมี่...ฉันหักหลังบอส เธอลืมแล้วหรือไง ฉันช่วยนักสู้มหากาฬจับมันส่งให้ตำรวจ มันไม่มีทางปล่อยฉันแน่”

“ถ้างั้นก็มีทางออกอยู่แค่ทางเดียว ต้องสู้ให้ถึงที่สุด กำจัดศัตรูให้หมดทุกคน”

“โดยเริ่มจากคนที่อ่อนแอที่สุดเป็นคนแรก”

“มาดามหลิว” เอมี่พูดโพล่ง...กรณ์ยิ้มเหี้ยมอย่างเห็นด้วย!

ฝ่ายไมตรีกับปรีดาที่โดนไอริณเล่นงาน ทั้งคู่กำลังยืนยันกับสารวัตรสิงหาถึงความผิดปกติของไอริณ เธอไม่กลัวกระสุนปืนแถมหยุดมันด้วยฝ่ามือแล้วซัดพวกตนจนหมดสติ ถ้าไม่ได้เสื้อเกราะป่านนี้คงซี้ม่องเท่งกันไปแล้ว

“คุณไอริณเนี่ยนะจะทำแบบนั้น หรือว่าพรายพิฆาตจะยังไม่ตาย” สารวัตรสิงหารำพึงด้วยสีหน้าหวั่นหวาด

แน่นอนว่าพรายพิฆาตยังไม่ตาย ที่สำคัญไอริณคือเหยื่อรายต่อไปของมัน...ไอริณพาราเมศไปรักษาตัวที่บ้านร้างแห่งหนึ่ง โดยใช้พลังพิเศษของตนรักษาแต่ราเมศมั่นใจว่าไม่มีทางหาย

“ไวรัสนี่ฉันคิดค้นขึ้นมาก็เพื่อกำราบพลังของน้ำตามัจจุราชเผื่อว่าวันนึงจะได้ใช้เล่นงานสมุนทรยศ แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามันย้อนกลับมาเล่นงานฉันเอง”

“ตอนนี้เราควรทำยังไง”

“เรื่องที่กรณ์กับพวกก่อกบฏ ฉันรู้หมดแล้ว เราจะปล่อยให้พวกมันจัดการกับศัตรูแทนพวกเรา แล้วจากนั้นเราค่อยปิดฉากพวกมันทีหลัง”

ราเมศพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ooooooo

โซเฟียกลับไปหามาดามหลิวโดยทิ้งฤทธิ์ไว้กับณัฐชาที่บ้านพักตากอากาศ ขณะอยู่กันตามลำพังนี่เอง ณัฐชาอยากดูแลเอาใจฤทธิ์บ้าง เธอเข้าครัวทำ อาหารแต่โชคไม่ดีแก๊สหมด เลยต้องจุดเตาถ่านควันโขมงจนฤทธิ์ตกใจนึกว่าไฟไหม้บ้าน

ในที่สุดณัฐชาก็ต้องล้มเลิกแล้วยอมออกไปหาของกินที่ตลาดพร้อมกับฤทธิ์ เสร็จแล้วพากันไปไหว้พระที่วัดใกล้ๆ ต่างคนต่างอธิษฐานในสิ่งดีๆ ก่อนนั่งสนทนากันต่อภายในโบสถ์นั่นเอง

“ถ้าคนเราทุกคนเป็นอมตะก็ดีสิ โลกนี้จะได้ไม่มีการพลัดพราก”

“ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ชีวิตก็คงไม่มีความหมาย”

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ คุณไม่อยากอยู่กับคนที่คุณรักตลอดไปเหรอ”

“ถ้าเป็นแต่ก่อนคงใช่ แต่ตอนนี้มันไม่มีความหมายสำหรับผมอีกแล้ว”

“นอกจากใจทิพย์แล้ว คุณเคยคิดจะรักคนอื่นบ้างรึเปล่า”

คำพูดของหมวดสาวทำให้ฤทธิ์หันมามองหน้าเธออย่างมีความหมาย แต่คำตอบของฤทธิ์กลับทำให้เธอหน้าเสีย...ใจหายวาบ

“เคย...แต่มันสายเกินไปสำหรับคนคนนั้น”

ออกจากวัดกันแล้วทั้งคู่มุ่งหน้ากลับบ้านพัก ณัฐชาเหมือนยังคิดมากกับสิ่งที่ฤทธิ์พูด เธอตัดสินใจดึงมือเขาไว้เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้าน

“มีอะไรเหรอ”

“อยากให้คุณสู้ต่อไป ถึงไม่มีใจทิพย์ ก็ยังมีคนอื่นที่ต้องการคุณ ฉันอยากให้คุณอยู่เป็นความหวังสำหรับเขา...คุณอยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ ฉันเพิ่งรู้สึกดีกับคุณ แล้วทำไมคุณต้องจากฉันไปด้วย แค่คุณบอกว่าอยากมีชีวิตอยู่ แค่คุณพูด...ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุณ”

“ผมไม่ต้องการ ผมไม่อยากเห็นใครต้องเดือดร้อนเพราะผมอีกแล้ว ณัฐชา...ลืมผมซะ นั่นคือสิ่งเดียวที่คุณควรจะทำเพื่อผม”

ณัฐชากลั้นน้ำตาไม่ไหว ร้องไห้ออกมาเหมือน เด็กๆ ไม่รู้จะลืมเขาได้ยังไง...ฤทธิ์ดึงเธอมากอดปลอบด้วยความเข้าใจ

ooooooo

มาดามหลิวดีใจที่โซเฟียกลับมา เธอมีเรื่อง ต้องการปรึกษาอยู่พอดี...แต่หารู้ไม่ว่าโซเฟียคนนี้คือตัวปลอม! จนกระทั่งคุยกันไปมาอยู่พักหนึ่ง มาดามหลิวถึงเริ่มเอะใจ...

และแล้วกรณ์ก็คืนร่างเดิมของตนต่อหน้ามาดามหลิว

“ตกลงพวกแกมีแผนอะไรกันแน่ รับใช้พรายพิฆาต หรือว่าแยกตัวเป็นอิสระ”

“เรามาไกลเกินกว่าที่จะยอมแพ้แล้วมาดาม เราต้องสู้ให้ถึงที่สุด”

มาดามหลิวชักปืนลั่นกระสุนไวรัสใส่กรณ์ แต่มันหายตัววูบมาโผล่ตรงหน้าแล้วชักมีดออกมาแทงเธออย่างรวดเร็ว ปลายมีดเข้าที่ชายโครงพอดี ร่างมาดามหลิวถึงกับสะท้านเฮือก

“ความจริงคุณมีโอกาสที่จะหนี แต่คุณก็ไม่ทำแบบนั้น”

“ฉันก็เหมือนกับแก มาไกลเกินกว่าที่จะยอมแพ้”

กรณ์ยิ้มมุมปาก สบตามาดามหลิว ขณะที่มือก็ค่อยๆกดมีดแทงลึกลงไปอีก

“ช้าๆ ช้าๆ ผมไม่อยากให้คุณตายก่อนที่ลูกน้องของคุณจะมาถึง พวกเขาควรจะได้เห็นว่าศัตรูของผมมีจุดจบยังไง”

มาดามหลิวใบหน้าสั่นระริก จ้องมองกรณ์ด้วยความแค้น...

ส่วนที่ชั้นล่าง โซเฟียตัวจริงกับพวกยามกำลังจะเข้าไปที่ห้องสมุด แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นมาดามหลิวเดินออกมา...ทุกคนพากันตกตะลึง แปลกใจทำไมเจ้านายถึงเดินได้อีกครั้ง

โซเฟียไหวตัวก่อนใคร ชักปืนยิงใส่มัน...พลันมาดามหลิวตัวปลอมก็กลายร่างเป็นกรณ์ก่อนจะล่องหนไปจัดการกับพวกยามอย่างรวดเร็ว โดยที่โซเฟียช่วยเหลือไม่ทัน เมื่อจัดการยามทุกคนหมดแล้ว กรณ์หันมาที่โซเฟีย แต่มันไม่ทำร้ายเธอ

“ยังไม่ถึงคิวของเธอสาวน้อย ฝากไปบอกไอ้ฤทธิ์ ราวี ด้วยว่าฉันจะแวะไปเยี่ยมมันเร็วๆนี้”

พูดขาดคำร่างของกรณ์ก็หายวูบไป โซเฟียได้สติรีบวิ่งเข้าไปในห้องสมุด เห็นมาดามหลิวนอนฟุบอยู่ข้างรถเข็น รีบประคองเธอขึ้นมาพร้อมกับบอกว่ามันไปแล้ว มาดามอดทนไว้ ตนจะรีบตามหมอ

“ไม่มีประโยชน์แล้วโซเฟีย คราวนี้ฉันคงไม่รอดแน่ พวกเราเป็นฝ่ายแพ้”

“ไม่จริงค่ะมาดาม มาดามต้องไม่ตาย พวกเรายังมีโอกาส”

“ฟังฉันให้ดีนะโซเฟีย เธอไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเพื่อฉันอีกแล้ว เธอควรจะเป็นอิสระ มีชีวิตแบบที่เธอ ต้องการ...ฉันไม่เคยคิดว่าเธอคือตัวแทนของลูกสาวฉันที่เสียไป แต่เธอคือลูกสาวอีกคนของฉัน ลูกสาวที่ฉันไม่เคยทุ่มเทความรักให้เลยสักครั้ง ยกโทษให้ฉันด้วยโซเฟีย”

“มาดาม...มาดาม!!” โซเฟียร้องไห้โฮ รับไม่ได้กับการสูญเสียบุคคลสำคัญในชีวิต...

มาดามหลิวสิ้นใจลงอย่างสงบ โซเฟียยังร่ำไห้อย่างทำใจไม่ได้ แต่แล้วเธอเหลือบเห็นระเบิดเวลาที่กรณ์ติดตั้งทิ้งไว้ และมันกำลังจะทำงานในอีกไม่กี่วินาที!

เสียงระเบิดดังตูม กวาดล้างทุกอย่างทั้งชั้นพัง พินาศ...ไอริณรับรู้ข่าวร้ายด้วยพลังพิเศษของเธอ บอกให้ราเมศรู้ว่ามาดามหลิวตายแล้ว พวกมันร้ายกาจมาก

“ถ้าท่านต้องการ ผมจะสังหารพวกมันเอง” ราเมศเสนอตัว

“เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมัน แม้แต่ฉันเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับพวกมันได้...เราต้องหาแนวร่วม”

ราเมศสีหน้างุนงง สภาพแบบนี้จะไปหาแนวร่วมได้ที่ไหน?

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ณัฐชาตื่นมาไม่เห็นฤทธิ์ก็ตกใจมาก เดินหาจนทั่วบ้านก็ไม่พบ แต่มาเจอโซเฟียในสภาพเนื้อตัวมอมแมมราวกับเพิ่งกลับมาจากสมรภูมิรบ!

โซเฟียรอดตายจากแรงระเบิดที่กรณ์จงใจทำลายบริษัทมาดามหลิว แต่เธอไม่สามารถช่วยชีวิตมาดามไว้ได้ ณัฐชาฟังเรื่องราวนั้นแล้วได้แต่เศร้าใจและแค้นพวกกรณ์ที่ป่าเถื่อนเกินมนุษย์ แต่ในเวลานี้เธอต้องเร่งหาตัวฤทธิ์ก่อน เธอออกจากบ้านมุ่งหน้าไปตลาดที่เคยมาด้วยกัน ปรากฏว่าระหว่างทางเจอฤทธิ์กำลังถูกชายฉกรรจ์สองคนปล้นจี้ทั้งที่เขาไม่มีสิ่งของมีค่าอะไรเลย

ณัฐชาใช้ปืนยิงขู่จนพวกมันวิ่งหนีกระเจิงไปแล้วพาฤทธิ์กลับบ้านพัก ราเมศรู้เห็นทุกอย่างแต่ไม่ปรากฏตัวเขาย้อนกลับไปบอกไอริณหรือพรายพิฆาตว่าพวกมันมีกันสามคน แล้วท่าทางฤทธิ์ก็ป่วยหนักมาก ถ้าฆ่ามันตอนนี้รับรองว่าสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์

“ไม่! ฤทธิ์ ราวี ยังมีประโยชน์สำหรับงานของเรา ฉันจะให้นักสู้มหากาฬกำจัดพวกของนายกรณ์แทนฉัน”

ในขณะที่พรายพิฆาตมีแผนกำจัดกรณ์...กรณ์เองก็มีแผนตั้งตนเป็นใหญ่กว่าพรายพิฆาต ซึ่งเขาต้องการพบฤทธิ์ ดังนั้นจึงต้องเสาะหาแหล่งกบดานของเขาให้ได้

ก่อน กรณ์ส่งเอมี่เข้าไปในกองปราบด้วยการปลอมตัว

เป็นเมธาแล้วค้นหาข้อมูลรายชื่อกับแผนที่เซฟเฮาส์

ของตำรวจ เพราะคิดว่าณัฐชาน่าจะพาฤทธิ์ไปซ่อนตัวที่ใดที่หนึ่ง

ไมตรีกับปรีดาเอะใจหลังได้พูดคุยกับเมธา

ตัวปลอม แต่กว่าจะรู้ว่าข้อมูลหายไปก็สายเสียแล้ว ทั้งคู่ตามจับคนร้ายไม่ทันและไม่รู้ด้วยว่ามันคือเอมี่...

ด้านฤทธิ์ที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว แถมยังไป

โดนชายสองคนทำร้ายซ้ำอีก อาการเลยแย่ลงจนณัฐชา

หวั่นใจว่าเขาคงอยู่ได้อีกไม่นาน

“แล้วถ้าฉันบอกว่ามีวิธีรักษาล่ะ”

“มีวิธี? แล้วทำไมเธอไม่บอกแต่แรกล่ะโซเฟีย”

โซเฟียนำเข็มฉีดยาสามอันที่บรรจุสารเคมีบางอย่างออกมาให้ณัฐชาดู “นี่คือน้ำตามัจจุราชที่บริษัทบลูฟินิกซ์สังเคราะห์ขึ้น ไวรัสในตัวของคุณโทมัสไม่มีผลกับคนธรรมดา เพราะสิ่งที่มันกัดกินคือเซลล์ของมนุษย์กลายพันธุ์ แต่ถ้าเซลล์นั่นเปลี่ยนรูปแบบไป

จากเดิม วงจรของไวรัสก็จะสิ้นสุดลง”

“เธอจะบ้าเหรอโซเฟีย ทำแบบนั้นเท่ากับกลายพันธุ์ซ้ำซ้อนนะ โทมัสอาจจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนมาวินก็ได้”

“ถ้าเป็นแบบนั้นฉันจะฆ่าเขาเอง ตอนนี้เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว เขาต้องเลือกว่าจะอยู่อย่างนักสู้หรือตายอย่างคนแพ้”

ว่าแล้วโซเฟียทำท่าจะฉีดสารนั้นให้ฤทธิ์ขณะเขานอนหลับ แต่ณัฐชารีบขวาง

“ถ้างั้นก็ให้เขาเลือก ไม่ใช่เธอ”

“ณัฐชา...” เสียงฤทธิ์แผ่วเบา...สองสาวหันมองเห็นเขาชันกายลุกขึ้นนั่งอย่างอ่อนล้า “ส่งน้ำตามัจจุราชมาให้ฉัน”

สองสาวอึ้งไปอึดใจ แสดงว่าฤทธิ์รับรู้ทุกอย่างที่เธอคุยกัน...ฤทธิ์แบมือรอรับทั้งที่ร่างกายอ่อนล้าแต่แววตายังแข็งกร้าว มันคือแววตาของนักสู้ที่ไม่เคยท้อถอยต่อความพ่ายแพ้

โซเฟียยิ้มพอใจ ดึงเข็มบรรจุน้ำตามัจจุราชจากมือณัฐชาส่งให้ฤทธิ์ทันที...ฤทธิ์บอกกับณัฐชาว่า

“เราสูญเสียมามากพอแล้ว เราจะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด”

“ฉันรู้...แต่นี่มันเสี่ยงเกินไป”

“ผมไม่กลัว ที่ผ่านมาผมต่อสู้เพื่อใจทิพย์ เพื่อคนที่ตายไปแล้วผมยังทำได้ แล้วทำไมผมจะสู้เพื่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ผมจะสู้เพื่อคนบริสุทธิ์ทุกคน”

โซเฟียพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับความมุ่งมั่นนั้น ขณะที่ณัฐชาเมินหน้าเพราะไม่รู้จะโต้เถียงยังไง

ooooooo

ตอนที่ 12

นักสู้มหากาฬเดินออกมาหน้าโรงงานเจอณัฐชากับไอริณ...เขาถอดแว่นดำเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ซึ่งไอริณเข้าใจว่าเขาคือโทมัส หลิว

“ฤทธิ์ ราวี...ต่างหาก ภารกิจของผมมันจบลงแล้ว นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกเราจะได้พบกัน”

“ไม่ว่าคุณจะเป็นโทมัส หลิว นักสู้มหากาฬ หรือว่า...ฤทธิ์ ราวี คุณก็คือเพื่อนของฉันเสมอ” ณัฐชาเอ่ยเสียงแผ่ว และใจหายวาบเมื่อเขาเดินหายไปในความมืด!

ขณะเดียวกันนั้น มาดามหลิวกำลังวางแผนยื้อ โทมัสไม่ให้ไปจากตนในเวลานี้ โดยเธอมอบสารพิษให้โซเฟียไปจัดการกับใจทิพย์ แค่ทำให้ป่วยหนักแต่ไม่ถึงตาย โซเฟียไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีนี้นักแต่ก็ขัดคำสั่งมาดามไม่ได้

โซเฟียเข้าไปในห้องทดลองที่ใจทิพย์ยังนอนนิ่งไม่ไหวติง แต่พอเธอจะปักเข็มฉีดยา ใจทิพย์กลับลืมตา โพลงขึ้นมาทำเอาเธอผงะ ใจทิพย์ยกฝ่ามือปล่อยพลัง ดันร่างโซเฟียลอยละลิ่วไปชนข้าวของล้มโครมคราม ส่งผลให้ไฟในบริษัทติดๆดับๆเหมือนถูกรบกวนด้วยพลังงานบางอย่าง

ชาญวิ่งมาในห้องทดลองพบว่าโซเฟียสลบอยู่ ที่พื้น ขณะที่ใจทิพย์ยืนจังก้าแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว ชาญชักปืนออกมาแต่ไม่ทันทำอะไรใจทิพย์ก็หายวับไปปรากฏตัวต่อหน้ามาดามหลิวโดยที่ชาญไม่รู้เห็น...มาดามหลิวตกใจมาก คว้าปืนป้องกันตัว พร้อมกับถามว่าแกเป็นใคร?

“คนที่สั่งฆ่าสามีกับลูกสาวของคุณ”

“พรายพิฆาต!!”

ใจทิพย์แสยะยิ้มน่ากลัว มาดามหลิวยกปืนขึ้นเล็งอย่างลังเล

“เป็นไปไม่ได้ เธอคือใจทิพย์...ฤทธิ์ ราวี ยืนยันว่าเธอคือคนรักของเขา”

“ก็แค่ร่างกายเท่านั้นที่ยังเป็นใจทิพย์...ในนี้ไม่มีอีกแล้ว” มันชี้ที่ขมับแล้วหัวเราะลั่น

มาดามหลิวตัดสินใจยิงทันที แต่ใจทิพย์กลับใช้พลังสะกดกระสุนทุกนัดเอาไว้กลางอากาศ ระหว่างนั้นเองชาญกับโซเฟียโผล่มาพร้อมอาวุธปืน แต่กระสุนจากทั้งคู่ก็ทำอะไรใจทิพย์ไม่ได้เลย

“กระสุนของพวกแกทำอะไรข้าไม่ได้หรอก เตรียมตัวตายได้แล้ว”

ชาญถูกใจทิพย์ทำร้ายจนแน่นิ่งโดยที่โซเฟีย ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ มาดามหลิวถึงกับกรีดร้องด้วย ความเสียใจเพราะชาญคือคนที่จงรักภักดีต่อเธออย่างที่สุด

“แก! ทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมทำกับฉันแบบนี้”

“การแก้แค้นของแกทำให้เขาต้องตายนังง่อย ฉันจะไม่ฆ่าแกตอนนี้ ลิ้มรสความเจ็บปวดต่อไปเถอะ”

มาดามหลิวกรีดร้องออกมาเหมือนสติขาดหาย... ขณะที่โซเฟียได้แต่เจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้

ooooooo

ที่กองปราบ ณัฐชากลับมารายงานตัวต่อผู้กำกับเมธาและได้ทำงานต่อไปโดยปราศจากความผิดเรื่องคดีมาวิน ส่วนเรื่องหลักฐานที่ไอริณมอบให้ เมธาบอกว่าได้ทำรายงานไปแล้ว พรุ่งนี้ศาลจะมีคำสั่งอายัดบัญชีทั้งหมดของพรายพิฆาต และจับกุมคนที่เกี่ยวข้อง

ราเมศหมดอิสรภาพถูกจับใส่กุญแจมือและสวมเสื้อกั๊กที่ต่อขั้ววงจรไฟฟ้าเอาไว้อย่างรัดกุม สิงหาโผล่เข้ามาเยี่ยมด้วยสีหน้าเย้ยหยัน ถามว่าชอบเสื้อกั๊กไฟฟ้าที่ตนออกแบบให้หรือเปล่า นักสู้มหากาฬเป็นคนบอกตนเองว่าชุดนี้จะทำให้เขาแผลงฤทธิ์ไม่ออก

“ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละสารวัตร ไม่มีอะไรหยุดผมได้หรอก”

“เฮอะ! เก็บไว้โม้ต่อที่ลานประหารดีกว่ามั้ง ดูซิว่าเพชฌฆาตจะหยุดคุณได้รึเปล่า”

ราเมศจ้องหน้าสิงหาด้วยความแค้น ณัฐชาเข้ามาอีกคน บอกว่ามีเรื่องต้องถามผู้ต้องหา สิงหาจึงกลับออกไป ปล่อยให้เธออยู่กับราเมศตามลำพัง ณัฐชายอมรับว่ายังช็อกไม่หาย ที่ผ่านมาเธอไม่ระแคะระคายสักนิดว่าเขาคือพรายพิฆาต

“ฉันเคยชอบคุณ เคยนับถือ ศรัทธาคุณ คุณไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน ที่เรื่องมันลงเอยแบบนี้”

“ยัง...ยังหรอกณัฐชา นี่ไม่ใช่บทสรุปของบอส พรายพิฆาตจะต้องมาช่วยฉันและล้างแค้นพวกแก คอยดูสิ” ราเมศจ้องหน้าหมวดสาวอย่างท้าทาย...

ส่วนที่บริษัทมาดามหลิว...นอกจากใจทิพย์จะจัดการกับชาญแล้วเธอยังฆ่าพนักงานอื่นอีกหลายคนก่อนจะให้นักรบพรายพิฆาตอุ้มมาดามหลิวในสภาพหมดสติลงลิฟต์มาด้านล่าง ฤทธิ์กลับมาเจอพอดี พยายามเจรจากับเธอดีๆ แต่ท่าทีเธอไม่สนใจ สั่งนักรบเอามาดามหลิวไปขึ้นรถ แล้วหันมาคำรามใส่ฤทธิ์

“ฉันเตือนแกแล้ว...ฤทธิ์ ราวี”

“คุณเป็นอะไรของคุณใจทิพย์”

“ไม่มีใจทิพย์...จนกว่าแกจะยอมรับพรายพิฆาต”

“พรายพิฆาต!!? แกทำอะไรกับใจทิพย์”

“ตอนนี้แกสูญเสียความเป็นอมตะไปแล้ว และแกจะต้องสูญเสียมากกว่านี้ ถ้าแกยังคิดต่อต้านเรา ก่อนเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ แกต้องพาตัวบอสมาหาฉัน ไม่อย่างนั้นโลกนี้จะไม่มีมาดามหลิวหรือใจทิพย์อีกต่อไป”

ฤทธิ์ตะลึงงันไปด้วยความแค้นใจ! ขณะเดียวกัน โซเฟียซึ่งโดนใจทิพย์สะกดร่างไว้ชั้นบนก็พยายามช่วย เหลือตัวเองจนหลุดพ้นแล้วคลานไปหาชาญที่นอน หายใจรวยริน

“ชาญ...คุณเป็นยังไงบ้าง”

“โซเฟีย...ช่วย...ช่วยมาดามหลิว...รีบไป” ชาญพูดได้แค่นั้นก็หลับตาลงสิ้นใจท่ามกลางเสียงกรีดร้องเสียใจของโซเฟีย!

ooooooo

ขณะขับรถมาทำงานที่กองปราบณัฐชาเปิด วิทยุฟังการรายงานข่าวใหญ่ที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

“นับเป็นความสูญเสียครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบสิบปีที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงขบวนการฟอกเงินขององค์กรพรายพิฆาต จนเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งอายัดบัญชีในธนาคารมากถึงสามสิบสามบัญชีในวันนี้ และที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือสาวกของพรายพิฆาตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชี แท้จริงกลับเป็นบุคคลชั้นนำในสังคมของเรา และนี่เองจึงเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศชาติ”

ณัฐชาปิดวิทยุก่อนเลี้ยวรถเข้าลานจอดภายใน กองปราบแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องสอบสวนที่ตำรวจกำลัง คุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นพรายพิฆาตเข้ามาสอบสวน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีอันจะกิน บางคนนิ่งเฉย บางคนดิ้นรน บางคนมีเมียตามมาร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลัง ขณะที่บางคนเหมือนพวกคลั่งลัทธิตะโกนโหวกเหวกว่าพรายพิฆาต จงเจริญ
ณัฐชายืนดูสภาพของผู้ต้องหาเหล่านั้นอย่าง หดหู่ใจ จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาเดินเข้ามาทักทายยินดีต้อนรับหมวดกลับเข้าทำงาน ถ้าขาดเหลืออะไรให้บอกพวกตนได้เลย

“ตกลงเคลียร์บัญชีได้หมดรึเปล่า”

“สามสิบสามบัญชีอายัดไว้หมดครับ แต่บัญชีธนาคารต่างประเทศยังอยู่ระหว่างดำเนินการ”

“แค่นี้ก็มากมายมหาศาลแล้วครับหมวด เห็นเขาบอกว่าเกือบๆจะพันล้าน”

“เอาไปสร้างโรงเรียน สร้างถนนยังมีประโยชน์กว่านี้เลยครับ ไม่รู้คนพวกนี้คิดอะไรถึงได้งมงายขนาดนี้”

“ไม่รู้สิ เขาคงนึกว่าพรายพิฆาตเป็นพระเจ้า ล่ะมั้ง”

ตอบจ่ากับหมู่เสร็จ หมวดณัฐชาก็ผละไปอีกห้อง ที่ไอริณคุยอยู่กับผู้กำกับเมธาแต่ไม่กล้าเข้าไป ได้แต่ยืนรีรออยู่หน้าห้อง...ไอริณเซ็นชื่อรับทราบในเอกสารที่เมธายื่นให้

“เสียใจด้วยนะคุณไอริณ แต่ทางเราจำเป็น ต้องอายัดบัญชีของท่านนำชัยเอาไว้จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าเกี่ยวพันกับพรายพิฆาตรึเปล่า”

“ฉันเข้าใจค่ะ”

ไอริณเข้าใจแต่ณัฐชาไม่ค่อยพอใจหลังฟังเพื่อน ออกมาเล่า ณัฐชาโอดว่าไม่ยุติธรรมเลย นำชัยกับไอริณอุตส่าห์เสียสละขนาดนี้ทางตำรวจน่าจะลดหย่อนให้ กันบ้าง

“กฎหมายละเว้นคนผิดไม่ได้หรอกณัฐชา ฉันเข้าใจ”

“แล้วต่อไปเธอจะทำยังไง”

“คงหายตัวไปสักพัก ชื่อเสียงฉันตอนนี้คงไม่มีใครอยากจ้างไปเล่นหนังหรอก”

“ฉันเอาใจช่วยนะไอริณ สักวันหนึ่งทุกอย่างจะต้องดีขึ้น”

ไอริณยิ้มรับก่อนจะวานณัฐชาพาเธอไปพบราเมศที่ห้องขัง...ราเมศไม่สลดแถมยังยียวนกวนประสาทไอริณที่ชักปืนจะแก้แค้นให้นำชัยที่ถูกเขาฆ่าตาย ณัฐชาห้ามเพื่อนและว่ายังไงเขาก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไป

“ชดใช้เหรอ ฉันว่าตอนนี้พวกแกต่างหากที่ต้องชดใช้ให้กับพรายพิฆาต”

“แกพูดถึงอะไร” ไอริณสวนทันควัน

“ก็ฉันถูกจับมาแบบนี้ พรายพิฆาตคงไม่อยู่เฉยแน่...ลองเช็กข่าวดูดีๆ บางทีเพื่อนของเธอบางคนอาจจะลาโลกนี้ไปแล้วก็ได้”

ไอริณกับณัฐชาชะงัก มองหน้ากันอย่างสังหรณ์ใจ!

ooooooo

ทางด้านกรณ์...เวลานี้เขาเหลือลูกน้องที่ยังมีชีวิตอยู่คนเดียวก็คือลุงโจ...ทั้งคู่บุกเข้ามาที่รังของไอ้แหลมเพื่อเอาน้ำตามัจจุราชไปชุบชีวิตเอมี่ ยักษ์ และวัฒน์

“ทำแบบนี้มันไม่สวยนะคุณกรณ์ ถ้าบอสรู้เข้าล่ะก็ คุณโดนเจี๋ยนแน่”

“ตอนนี้บอสถูกตำรวจจับไปแล้ว แกต่างหากที่ต้องระวัง ถ้าขืนพูดมาก แกจะโดนเจี๋ยนก่อนใครเพื่อน”

แหลมหน้าเสียรีบหุบปากทันใด แต่กระนั้นมันก็ยังถูกกรณ์บังคับให้ขึ้นรถไปด้วยกันเพื่อซักถามเรื่องค้างคาใจเกี่ยวกับใจทิพย์

“ตอนที่คนของฉันให้แกเล่นงานใจทิพย์ แกเห็นรึเปล่าว่าเธอตายยังไง”

“เห็นสิ นังนั่นตกหน้าผาไปพร้อมกับไอ้ฤทธิ์ ราวี”

“แล้วหลังจากนั้น”

“ก็จมน้ำหายไปทั้งคู่ ไม่มีใครเจอศพ”

“แน่ใจนะ”

“ก็ไม่เชิงนะ...คือ...ถ้าบอกแล้วปล่อยผมแน่นะ” แหลมต่อรอง กรณ์พยักหน้าบอกให้ว่ามาเลย “ผมได้ข่าวว่าหลังจากนั้นก็มีคนไปป้วนเปี้ยนแถวนั้นหลายคน คนแรกหน้าตาดีใส่สูทมากับเรือเล็กๆลำหนึ่ง ส่วนอีกหลายคนมากับเรือลำใหญ่ พร้อมทีมนักประดาน้ำ”

“พวกมันเป็นใคร”

“ใครจะไปสนล่ะลูกพี่ เสร็จงานแล้วก็รับเงิน ส่วนศพคนตายใครจะเอาไปทำอะไรก็ช่างมันเหอะ”

“ว่าแล้วเชียว”

“อะไรเหรอหัวหน้า” ลุงโจแปลกใจ

“คนที่เอาตัวไอ้ฤทธิ์ไปคือมาดามหลิว ส่วนคนที่เอาใจทิพย์ไปคือพรายพิฆาต”

“พรายพิฆาตจะเอาตัวใจทิพย์ไปทำไม”

กรณ์ครุ่นคิดด้วยความสงสัย แต่แหลมกลัวตัวเองไม่ปลอดภัย รีบทวงถามสัญญาที่ว่าจะปล่อยตัว ลุงโจเลยชะลอรถให้กรณ์ถีบมันลงอย่างไม่ไยดี ก่อนที่ลุงโจจะเร่งความเร็วไปต่อพร้อมกับตั้งคำถาม

“เกมนี้มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะหัวหน้า ตกลงเราจะอยู่ฝ่ายไหนกันแน่ ตำรวจ พรายพิฆาต หรือนักสู้มหากาฬ”

“เราเป็นอิสระลุงโจ ในเมื่อพระเจ้าหักหลังเรา เราก็หักหลังพระเจ้าได้เหมือนกัน”

ooooooo

การจากไปของชาญทำให้ฤทธิ์สลดหดหู่ใจ ส่วนโซเฟียเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งเพราะเธอแอบรักชาญมานาน แม้รู้อยู่แก่ใจว่าเขารู้สึกกับเธอแค่น้องสาวเท่านั้น

“ไม่ต้องห่วงนะชาญ ฉันรู้ว่าคุณรักมาดามแค่ไหน ฉันจะพาเธอกลับมาให้ได้ ฉันสัญญา” โซเฟียพูดกับรูปของชาญทั้งน้ำตา...

หลังจากนั้นไม่นาน ณัฐชามาปรากฏตัวที่บริษัทมาดามหลิว เธอตกใจกับสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในบริษัท และยิ่งตกใจเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของชาญ...โซเฟียบอกเธอว่าเป็นฝีมือพรายพิฆาต และพวกมันจับตัวมาดามหลิวไปด้วย

“พวกมันบุกมาได้ยังไง”

“มันใช้ใจทิพย์เป็นไส้ศึกทำลายระบบป้องกัน ของเรา”

“ใจทิพย์...ใจทิพย์ยังไม่ตายงั้นเหรอ”

“ก่อนเที่ยงคืนของวันนี้ ถ้าคุณโทมัสไม่พาตัวบอสไปให้มัน มันจะฆ่ามาดาม”

“แล้วตอนนี้โทมัสอยู่ที่ไหน”

โซเฟียนิ่งไม่ตอบ ณัฐชาเริ่มเอะใจบางอย่างขึ้นมา!

ขณะเดียวกันนั้นภายในห้องขังที่กองปราบ ราเมศนั่งดูนาฬิกาอย่างใจเย็น เหมือนรอเวลาที่ตนกำลังจะได้รับอิสรภาพ...สักครู่ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งเปิดประตูให้สารวัตรสิงหาก้าวเข้ามา

“อีกเดี๋ยวเราจะพาแกไปฝากขังที่เรือนจำ หวังว่าคงพร้อมนะ”

ราเมศเชิดหน้าอย่างใจเย็น ท่าทางไม่ได้ใส่ใจคำพูดของสิงหาแม้แต่น้อย...

ooooooo

เวลานั้น นักสู้มหากาฬสังเกตการณ์อยู่บนดาดฟ้า เห็นตำรวจกำลังเตรียมการขนย้ายราเมศไปยังเรือนจำอย่างเข้มงวด หน่วยคอมมานโดถูกส่งมาเคลียร์พื้นที่เพื่อความปลอดภัย นักสู้มหากาฬค่อนข้างหนักใจถ้าต้องปะทะกับตำรวจ แต่ระหว่างนั้นเขาเหลือบเห็นไอริณที่เพิ่งเสร็จธุระเดินกลับออกมาจากกองปราบพอดี

เขาจู่โจมมาหาเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ ไอริณลังเลเล็กน้อยก่อนตอบรับแล้วนำระเบิดควันแอบเข้าไปวางตามจุดต่างๆที่มิดชิดเพื่อรอเวลานักสู้มหากาฬกดสัญญาณให้ระเบิดทำงาน  แล้วค่อยชิงตัวราเมศตามความต้องการของพรายพิฆาตที่ควบคุมร่างกายใจทิพย์บีบบังคับเขา อีกทั้งจะได้ช่วยชีวิตมาดามหลิวในคราวเดียวกันด้วย

มาดามหลิวถูกอุ้มไปไว้ในโรงงานร้าง เมื่อฟื้นขึ้นมาเผชิญหน้ากับใจทิพย์ก็เรียกมันว่าพรายพิฆาตอย่างเต็มปาก ก่อนตั้งคำถามว่า แกทำแบบนี้ได้ยังไง แกควบคุมร่างของใจทิพย์ด้วยวิธีไหนกันแน่

“ฉันมีอำนาจพิเศษ ฉันเกิดมาเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้”

“แกมันปีศาจ ฉันจะต้องหยุดแกให้ได้”

ใจทิพย์ไม่สนใจ หัวเราะออกมาอย่างเห็นเป็นเรื่องสนุก...ส่วนที่กองปราบ ถึงเวลาพาราเมศขึ้นรถไปส่งเรือนจำแล้ว ไมตรีกับปรีดาเจอไอริณมีท่าทีแปลกๆ ชอบกล แต่พอซักถามเธอก็รีบเก็บพิรุธแล้วบอกลากลับไปทันที จ่ากับหมู่เลยเดินต่อไปหาทีมตำรวจที่นำโดยสารวัตรสิงหากำลังคุมตัวราเมศออกมา

ขณะที่ทั้งคณะเดินผ่านถังขยะ ระเบิดควันก็ทำงาน เสียงระเบิดดังตูมก่อนบังเกิดม่านควันคละคลุ้งไปทั่ว สารวัตรสิงหาไหวตัวตะโกนลั่น

“ระวัง! มีคนจะชิงผู้ต้องหา!”

บรรดาตำรวจหันหลังเข้าหากัน พลางยกปืนขึ้นป้องกันผู้บุกรุก แต่ครู่เดียวทุกคนเริ่มสำลักควันกันยกใหญ่ จังหวะนั้นเองนักสู้มหากาฬก็ทะลวงผ่านม่านควันเข้ามาจู่โจมกลุ่มตำรวจอย่างรวดเร็ว สิงหาหันปืนไปที่นักสู้มหากาฬแต่กลับโดนอีกฝ่ายปลดอาวุธแล้วใช้ด้ามมีดคู่กายกระทุ้งจนผงะไป

การชิงตัวราเมศใช้เวลาน้อยนิด ราเมศยิ้มกริ่มราวกับรู้อยู่ก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฤทธิ์พาเขามาที่บริษัทมาดามหลิวโดยที่โซเฟียรออยู่แล้ว และเธอก็สกัดณัฐชาที่พยายามจะไปขัดขวางการทำงานของนักสู้มหากาฬก่อนหน้านี้ โดยจับเธอมัดขังไว้ในห้อง

แม้ถูกพันธนาการไว้กับเก้าอี้แต่ราเมศยังคงใจเย็น โซเฟียหารือกับฤทธิ์ว่ายังมีเวลาอีกห้าชั่วโมงกว่าจะถึงเที่ยงคืน จึงให้เขาไปพักผ่อน ส่วนเธอจะเค้นความลับจากเชลย ต้องรู้ให้ได้ว่าพรายพิฆาตเป็นใครกันแน่

ณัฐชาถูกมัดมือนั่งเซ็งอยู่ในห้อง พอเห็นฤทธิ์โผล่เข้ามาพร้อมถาดอาหารก็พุ่งตัวเข้าชนเขาจนตัวเองล้มไปบนเตียง

“นี่คิดถึงผมขนาดนี้เลยเหรอหมวด” ฤทธิ์หยอกยิ้มๆ

“ไม่ต้องมาทำไก๋ นายมันตัวแสบ ปากก็บอกว่าเห็นฉันเป็นเพื่อน แล้วทำแบบนี้ได้ยังไง”

“ผมทำเพราะเป็นห่วงคุณนะ”

“ไม่เชื่อ ฉันจะเล่นงานนาย”

“เหรอ...โดนมัดอยู่แบบนี้ คุณทำอะไรผม...จะต่อยหรือว่าจะเตะ”

“ฉันจะกัดนาย” พูดจบเธอไล่งับเขาพัลวัน ฤทธิ์ร้องเฮ้ยพลางถอยหนี แต่หมวดสาวก็ยังไม่หยุด จนในที่สุดทั้งคู่ก็กลิ้งตกไปจากเตียงในสภาพฝ่ายชายคร่อมตัวฝ่ายหญิง

“มองอยู่ได้...ดึงฉันลุกขึ้นหน่อยสิ”

ฤทธิ์อมยิ้ม ดึงณัฐชาลุกขึ้นแล้วบอกให้เธอกินข้าวก่อน เดี๋ยวตนมีอะไรจะให้ดู...เวลาเดียวกันนั้นที่กองปราบ ผู้กำกับเมธาประหลาดใจหลังฟังรายงานจากสารวัตรสิงหา จ่าไมตรี และหมู่ปรีดายืนยันว่านักสู้มหากาฬเป็นคนร้าย

“ก็เขาเป็นคนจับราเมศมาให้เรา แล้วนี่จะชิงตัวไปอีกทำไม”

“ไม่ทราบครับ แต่คิดว่าคงมีเหตุผลจำเป็นบางอย่าง”

“เท่าที่สังเกต ผมว่านักสู้มหากาฬพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะอยู่นะครับผู้กำกับ พวกเราทุกคนถึงได้ปลอดภัย”

“นั่นสิครับ ถ้านักสู้มหากาฬมีเจตนาร้าย พวกเราคงไม่ได้มายืนหัวโด่กันอย่างงี้หรอกครับ”

“ต้องมีคนช่วยเขาแน่ ก่อนเกิดเรื่องพวกคุณเห็นใครน่าสงสัยบ้างรึเปล่า”

ไมตรีกับปรีดามองหน้ากันก่อนหันไปตอบเมธาว่าเห็นอยู่คนหนึ่งแต่ไม่แน่ใจว่าควรสงสัยหรือเปล่า...เธอคือไอริณนั่นเอง!

ยามนั้น ไอริณกลับมาที่ห้องพักของณัฐชาเพราะบ้านหลังใหญ่ของนำชัยที่เธอเคยอยู่ตั้งแต่เด็กถูกไฟไหม้ไปแล้ว แต่การมาครั้งนี้เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอด โดนใจทิพย์ใช้พลังไฟฟ้าช็อตร่างจนสลบเหมือด...

ด้านณัฐชา...หลังกินอาหารก็ได้ดูคลิปวีดิโอ

จากฤทธิ์ เป็นภาพเคลื่อนไหวที่ใจทิพย์ใช้พลังจิตต่อสู้กับยามที่หน้าบริษัทมาดามหลิว

“ไม่น่าเชื่อ นั่นใจทิพย์จริงๆเหรอ”

“ใจทิพย์ถูกครอบงำโดยพรายพิฆาต”

“ถ้างั้นถึงช่วยมาดามหลิวมาได้ แต่พวกมันก็ยังมีใจทิพย์เป็นตัวประกันอยู่ดี แล้วคุณจะทำยังไง”

“ผมไม่รู้  แต่ตอนนี้ต้องเล่นตามเกมของพวกมันไปก่อน”

“คุณปกป้องทุกคนไม่ได้หรอกคุณโทมัส ไม่อย่างนั้นคุณนั่นแหละที่กลายเป็นเหยื่อของพวกมัน”

ฤทธิ์นิ่งงันไป ณัฐชาเอื้อมมือมาลูบที่บ่าของเขาอย่างปลอบโยน ทั้งคู่สบตากันอย่างมีความหมาย...จังหวะนั้นเองกระแสไฟตกวูบติดๆดับๆ ฤทธิ์ไม่ได้ตกใจและพอเดาได้ว่าเป็นฝีมือของใคร

ภายในห้องทดลอง ราเมศยังคงถูกใส่กุญแจมือ โซเฟียต่อสายไฟพ่วงระหว่างเสื้อกั๊กไฟฟ้าของเขากับอุปกรณ์ควบคุมกระแสไฟของห้องทดลอง แล้วปรับความแรงกระแสไฟทำเอาราเมศถึงกับผงะขบกรามแน่นเหมือนโดนแทงเข้ากลางหลัง แต่มันยังปากดีว่าแค่แสบๆคันๆ

โซเฟียยิ้มเย็น เร่งความแรงของกระแสไฟขึ้นอีก คราวนี้ราเมศถึงร้องจ๊ากถามด้วยความโกรธว่าจะเอายังไง?

“ฉันจะปรับลดกำลังไฟฟ้าให้กึ่งหนึ่ง แต่แกช่วยแสดงวิชาแปลงโฉมของแกให้ฉันดูหน่อยได้มั้ย”

โซเฟียทำตามที่พูด ราเมศจึงเริ่มแปลงโฉมกลายเป็นฤทธิ์ มาดามหลิว และณัฐชา สลับกันไปมาอย่างง่ายดาย

“เธออยากรู้อะไร ถามฉันมาได้เลย ไม่ต้องเสียเวลา”

“คำถามแรก นายเป็นแบบนี้ได้ยังไง เพราะถ้าฉันจำไม่ผิดตอนที่นายปรากฏตัวครั้งแรก ฤทธิ์ ราวีกับพวกยังไม่เจอน้ำตามัจจุราชเลยด้วยซ้ำ”

“อดีตของฉันก็เหมือนฤทธิ์ ราวี ฉันเคยผ่านสนามรบมาก่อน และได้รับสารพิษของน้ำตามัจจุราชเข้าโดยบังเอิญ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสารเคมีนั่นอยู่ในคลังเก็บอาวุธของข้าศึก แต่แล้วทหารป่าก็ยิงมาถูกถังบรรจุสารเคมีจนระเบิดกระเด็นโดนบาดแผลของฉัน ตอนนั้นน้ำตามัจจุราชยังอยู่ในขั้นทดลอง แต่มันก็ส่งผลให้ร่างกายของฉันเกิดการกลายพันธุ์อย่างรุนแรง ฉันกลายเป็นตัวประหลาด สภาพผิวหนังของฉันเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิเหมือนสัตว์เลื้อยคลาน ไม่มีใครช่วยฉันได้นอกจากพรายพิฆาต”

ในอดีตวันนั้น ราเมศมีผ้าพันแผลเต็มตัวเหมือนผีดิบ เขานั่งปลงอยู่บนเก้าอี้รถเข็น จู่ๆก็พลันมีแสงสว่างดวงใหญ่เคลื่อนใกล้เข้ามา

“พรายพิฆาตใช้อำนาจพิเศษเยียวยาฉัน ทำให้ฉันสามารถควบคุมสภาพของตัวเองได้ เขาบอกฉันว่าโลกนี้จะไม่มีสงครามอีกต่อไป ถ้าเราศรัทธาในสิ่งเดียวกัน...

เขาพูดถูกแล้ว พรายพิฆาตจงเจริญ!!”

โซเฟียนิ่งฟังมาโดยตลอด แต่แล้วเธอก็ปรับปุ่มปล่อยกระแสไฟอย่างแรงเข้าร่างราเมศจนดิ้นพล่าน

“ขอโทษ แต่ฉันเลี่ยนประโยคนี้เต็มทีแล้ว พราย–พิฆาตก็เป็นแค่ผู้ป่วยทางจิตในสายตาของฉัน”

“ใช่สิ เธอไม่นับถือพระเจ้า ฉันรู้เรื่องของเธอ เธอมันก็แค่ตัวโคลนนิ่งที่มาดามหลิวเลี้ยงไว้แทนลูกสาวที่ถูกฆ่าตาย”

“ขืนพูดเรื่องนี้อีก นายถูกย่างสดแน่”

“แปลว่าเธอหมดคำถามแล้วสิ”

“แต่ฉันมี” เสียงฤทธิ์ดังมาก่อนตัว...เขาอยากรู้ว่าใจทิพย์กลายเป็นพรายพิฆาตได้ยังไง

“แกคงอยากช่วยคนรักของแกสิท่า ไม่มีทางหรอก ใจทิพย์ตายไปแล้ว ที่เธอยังเดินเหินอยู่ได้ก็เพราะไมโครชิพที่ฝังอยู่ในสมองของเธอ และนั่นล่ะคือสิ่งที่พรายพิฆาตใช้ควบคุมร่างของใจทิพย์”

“แกหมายถึงโลหะที่เราสแกนเจอใช่รึเปล่า”

“ถูกต้อง ฝังอยู่ในสมองส่วนที่สำคัญที่สุดด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่ถ้าเอาออกเมื่อไหร่ใจทิพย์จะต้องตายทันที”

ฟังคำตอบนั้นแล้ว ฤทธิ์ขบกรามแน่นด้วยความแค้น!

ooooooo

ไอริณถูกใจทิพย์หรือพรายพิฆาตจับมัดไว้กับเตียงภายในห้องพักณัฐชา...เธอพยายามดิ้นรนด้วยความตื่นกลัว เมื่อเห็นใจทิพย์ถือโหลแก้วใบเล็กที่บรรจุอะไรบางอย่างเดินเข้ามาใกล้

“ไม่ต้องกลัวไอริณ ในฐานะที่เธอเป็นทายาทของท่านนำชัยอดีตสาวกพรายพิฆาต ฉันจะไม่ฆ่าเธอ แต่จะให้โอกาสเธอเริ่มต้นชีวิตใหม่”

ใจทิพย์วางโหลแก้วในมือไว้ข้างไอริณ ในนั้นมีหนอนชนิดหนึ่งซึ่งมีสีสันและรูปร่างค่อนข้างแปลกตาคลานยั้วเยี้ย

“โลกนี้มีปรสิตอยู่ชนิดนึงที่ชอบชอนไชเข้าทางจมูกของสัตว์เลือดอุ่น เพื่อจะได้ฝังตัวในสมอง ข่าวดีคือมันมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่ข่าวร้าย...ของบางอย่างที่เราฝังอยู่ในตัวของมันจะอยู่ในสมองของเธอไปตลอดชีวิต”

ไอริณมองหนอนในโหลแล้วดิ้นพล่านหวาดผวา นักรบพรายพิฆาตช่วยกันยึดตัวเธอไว้ และมันพร้อมทำตามคำสั่งเจ้านายทุกเมื่อ!

คืนเดียวกัน กรณ์ไปหาเช่าห้องเย็นในโรงชำแหละเนื้อก่อนที่จะให้ลุงโจแบกศพของยักษ์ วัฒน์ และเอมี่เอามาแช่แข็งเพื่อรอเวลาชุบชีวิตด้วยน้ำตามัจจุราช แล้วครู่ต่อมาลุงโจก็ทำให้กรณ์แปลกใจด้วยการบอกข่าวด่วนว่านักสู้มหากาฬชิงตัวบอสไปจากกองปราบ

“ฤทธิ์ ราวี...มันจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร”

“ไม่มีใครรู้หรอกหัวหน้า แต่ถ้าบอสรอดไปเมื่อไหร่ พวกเราจบเห่แน่”

กรณ์นิ่งคิดนิดหนึ่งก่อนตัดสินใจเฉียบขาดว่าคืนนี้ต้องรีบลงมือชุบชีวิตพวกเราทุกคน...

ฝ่ายฤทธิ์หลังฟังราเมศให้คำตอบเกี่ยวกับใจทิพย์ก็กลัดกลุ้มอย่างเห็นได้ชัด เขากลับออกจากห้องทดลองพร้อมโซเฟียที่หนักใจเรื่องราเมศ

“ร่างกายของราเมศมีน้ำตามัจจุราชคอยปกป้องอยู่ ยากล่อมประสาทคงใช้กับเขาไม่ได้ผล”

“สรุปว่าตัวตนของพรายพิฆาตก็ยังคงเป็นความลับต่อไป”

“นี่ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว คุณรีบเตรียมตัวเถอะ”

ฤทธิ์พยักหน้าแต่ไม่ทันขยับก็มีเจ้าหน้าที่ห้องแล็บคนหนึ่งนำซองเอกสารมายื่นให้โซเฟีย บอกว่าเป็นผลวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของโทมัสที่ชาญส่งเข้ามาเมื่อหลายวันก่อน

เวลาเดียวกันนั้น ณัฐชากำลังคุยโทรศัพท์กับสารวัตรสิงหาที่จะส่งปรีดากับไมตรีไปที่คอนโดฯของเธอเพื่อตรวจดูว่าไอริณอยู่ที่นั่นหรือเปล่า เขาต้องการพบเธอเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่นักสู้มหากาฬบุกมาชิงตัวราเมศ แต่ณัฐชาหาว่าสารวัตรระแวงเพื่อนตนเกินไป

“ไม่ใช่ระแวง แต่ผมเป็นห่วง เรื่องชิงตัวผู้ต้องหาวันนี้ พรายพิฆาตอาจชักใยอยู่เบื้องหลังก็ได้”

ณัฐชาหน้ามุ่ย วางสายแล้วจะเดินกลับห้องพัก พลันสายตาเหลือบไปเห็นฤทธิ์กับโซเฟียอยู่ในห้องสมุด จึงหยุดแอบฟังอยู่เงียบๆ โซเฟียอ่านเอกสารที่ได้จากเจ้าหน้าที่ห้องแล็บเมื่อสักครู่แล้วส่งต่อให้ฤทธิ์

“ห้องแล็บสรุปว่าอาการป่วยของคุณเกิดจากไวรัสชนิดหนึ่ง มันได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมให้ทำลายเซลล์ กลายพันธุ์ของคุณโดยเฉพาะ”

“แปลว่ามันไม่มีผลกับคนทั่วไป”

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด คนที่แพร่เชื้อให้คุณก็คือใจทิพย์”

ฤทธิ์สะดุดใจ นึกถึงตอนใจทิพย์จูบเขาบนดาดฟ้าเมมเบอร์คลับ แล้วถามโซเฟียว่าพอมีทางรักษาหรือเปล่า

“ถ้าจะผลิตวัคซีนคงต้องใช้เวลา แต่ฉันเกรงว่าเราอาจไม่มีเวลามากขนาดนั้น ไวรัสเพิ่มจำนวนเร็วมาก คุณอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่หนึ่งเดือน”

ฤทธิ์อึ้งงัน รับรู้จุดจบของตัวเองอย่างสงบ...แต่ณัฐชาใจหายวาบ ตัดสินใจเดินตามฤทธิ์ขึ้นไปบนดาดฟ้าแล้วสวมกอดเขาทั้งน้ำตาคลอๆ

“คุณต้องไม่ตาย...คุณอย่าตายนะ”

“นี่คุณได้ยินเรื่องที่ผมกับโซเฟียคุยกัน?”

“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณ...แล้วคนที่เหลือจะทำยังไง ฉันกับคนอื่นจะสู้พรายพิฆาตได้ยังไง”

“ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าหรอกณัฐชา นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมได้เรียนรู้จากเรื่องที่เกิดขึ้น เวลาของผมกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว”

“ไม่! ไม่ใช่ตอนนี้...ฉันไม่ยอมเสียคุณไปตอนนี้”

“ณัฐชา...ถึงไม่มีผมก็ยังมีคุณ ยังมีคนอื่นที่พร้อมจะสู้กับพรายพิฆาต แค่มีความกล้า มีศรัทธา ไม่ว่าใครก็เป็นนักสู้มหากาฬได้ทั้งนั้น รับปากกับผมสิณัฐชาว่าคุณจะไม่ยอมแพ้”

แทนคำตอบ...ณัฐชาร้องไห้ออกมาด้วยความ สะเทือนใจ เธอยอมรับความจริงไม่ได้หากต้องสูญเสียเขาไป!

ooooooo

หลังจากทำร้ายไอริณจนอาการสาหัส พรายพิฆาตในร่างใจทิพย์ก็ไปปรากฏตัวต่อหน้าฤทธิ์และณัฐชาที่บริษัทมาดามหลิว ออกคำสั่งให้พวกเขาพาบอสหรือผู้กองราเมศไปส่งคืนที่โรงงานร้างโดยไม่รอฟังคำตอบ

แน่นอนว่าฤทธิ์ต้องไปอยู่แล้ว เพราะเป็นห่วงมาดามหลิวและต้องช่วยเธอจากพรายพิฆาตให้จงได้ ณัฐชาทักท้วงเพราะกลัวจะไปติดกับดักของมัน โซเฟียก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน จึงวางแผนไว้อย่างรัดกุมด้วยการไม่ส่งบอสตัวจริงแต่ให้ณัฐชาปลอมตัวเป็นบอสไปพร้อมกับฤทธิ์ โดยที่โซเฟียแอบดูผลงานอยู่รอบนอกเพื่อคอยช่วยเหลือ

การเผชิญหน้ากันระหว่างฤทธิ์กับใจทิพย์หรือพรายพิฆาตเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดก่อนที่ฤทธิ์กับณัฐชาจะช่วยมาดามหลิวรอดตายจากระเบิด แต่ตัวฤทธิ์เองกลับบาดเจ็บสาหัสเพราะความลังเลที่จะฆ่าพรายพิฆาตในร่างใจทิพย์ แต่ในที่สุดเขาตัดสินใจแทงเธอด้วยมีดคู่กาย ทำให้พรายพิฆาตในลักษณะของคลื่นพลังแสงลอยออกจากร่างเธอพร้อมกับเสียงคำรามดังลั่น

“มันยังไม่จบแค่นี้ มันยังไม่สิ้นสุดแค่นี้ ข้าจะสร้างโลกใหม่ให้สำเร็จ และแกจะต้องชดใช้!!”

สิ้นเสียงคำราม เกิดระเบิดรุนแรงจนอาคารโรงงานสั่นสะเทือน ณัฐชาที่อยู่ด้านนอกกับโซเฟียและมาดามหลิวทำท่าจะวิ่งเข้าไปช่วยฤทธิ์แต่ถูกโซเฟียสกัดไว้ และอีกไม่กี่อึดใจอาคารก็ถล่มลงมาอย่างน่ากลัว!

วันถัดมา ณัฐชาควบคุมตัวราเมศมาส่งกองปราบ ราเมศหมดพิษสงและกลายเป็นคนธรรมดาเพราะถูกโซเฟียใช้เลือดสีแดงของฤทธิ์ฉีดเข้าร่างกายตั้งแต่เมื่อวาน เมธาเห็นแล้วได้แต่ปลง ขณะที่สิงหาสะใจเป็นบ้า ผลักไสคู่อริเข้าห้องขังด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

“ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับคุณนะราเมศ ต่อไปนี้คุณไม่ต้องสวมเสื้อไฟฟ้าอีกแล้ว และอีกไม่ช้าคุณจะต้องถูกประหารชีวิตในฐานะของมนุษย์ธรรมดา”

“มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกสารวัตร พรายพิฆาตจะต้องกลับมา ผมรับรองได้”

สิงหายักไหล่อย่างไม่สนใจ คิดว่าราเมศปากดีไม่เลิก...ขณะเดียวกันนั้น ฤทธิ์หรือนักสู้มหากาฬที่ใครๆคิดว่าอาจตายในซากโรงงาน เขากำลังได้รับการเยียวยารักษาจากโซเฟียภายในห้องทดลอง การรักษาเป็นไปเหมือนทุกครั้งที่เขาได้รับบาดเจ็บ แต่ครั้งนี้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจเพราะเขาสาหัสมาก บาดแผลสมานตัวช้ากว่าเดิมหลายเท่า พลังของน้ำตามัจจุราชแทบไม่มีเหลือในตัวเขา มาดามหลิวหดหู่ใจ พูดออกมาอย่างปลงๆว่า นั่นอาจจะเป็นข่าวดีสำหรับเขาที่จะได้ไปหาใจทิพย์เร็วๆนี้

ทางด้านกรณ์ที่เสี่ยงชุบชีวิตลูกน้องทั้งสามคนด้วยน้ำตามัจจุราชพร้อมกับฉีดเข้าตัวเองด้วยเพื่อหวังความยิ่งใหญ่เฉกเช่นเดียวกับบอส และเหลือลุงโจไว้คนเดียวที่เป็นคนปกติ ด้วยเหตุผลที่ว่า...

“น้ำตามัจจุราชอาจมีปัญหา ถ้าการกลายพันธุ์ไม่สมบูรณ์ล่ะก็ อย่างน้อยก็น่าจะมีคนปกติอยู่ในทีมสักคน ไว้คอยดูแลคนอื่น”

ผลปรากฏว่าการเสี่ยงครั้งนี้สำเร็จลุล่วง น้ำตามัจจุราชเริ่มแสดงปฏิกิริยาตามผิวหนังและนัยน์ตาของกรณ์ เขาใช้พลังเคลื่อนย้ายมวลสารของร่างกายได้เช่นเดียวกับบอส กระโจนขึ้นบนหลังคาโกดังในพริบตา

“ในที่สุดเราก็ทำสำเร็จ ทีนี้ต่อให้นักสู้มหากาฬหรือพรายพิฆาตก็ทำอะไรเราไม่ได้ ฮ่าๆๆ”

กรณ์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง สาสมใจกับสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จากนั้นไม่นานเขาก็ได้สำแดงฤทธิ์เดชกับสามคนงานในโรงชำแหละเนื้อที่ตั้งใจมาปล้นทรัพย์สินของเขา ทั้งสามคนถูกกรณ์ทำร้ายก่อนที่เอมี่ ยักษ์ และวัฒน์จะจัดการดูดเลือดอย่างเมามัน

ลุงโจออกไปซื้อเสบียงกลับมาเห็นแทบเข่าอ่อน หลบไปยืนข้างหลังกรณ์อย่างหวั่นหวาด กลัวเพื่อนพ้องที่ถูกปลุกขึ้นมาจะจำตนไม่ได้ แต่สามสหายก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจำได้ โดยเฉพาะหัวหน้ากรณ์

“เอมี่เพิ่งตายไม่กี่วัน ก็เลยฟื้นตัวเร็วกว่าไอ้สองคนนั่น”

“ดีนะที่เราใช้น้ำตามัจจุราชชนิดบริสุทธิ์ ถ้าใช้แบบผสมยาเสพติดมีหวังไอ้พวกนี้คงกลายเป็นสัตว์ประหลาดเหมือนไอ้มาวินแน่”

“เราจะทำยังไงต่อไป” เอมี่ถามขึ้น

“ตอนนี้ไม่มีพรายพิฆาต ไม่มีนักสู้มหากาฬอีกแล้ว รู้ไหมว่ามันหมายถึงอะไร ฮ่าๆๆ ทุกอย่างเป็นของเรา ตอนนี้พวกเรานี่แหละคือพรายพิฆาต พวกเรานี่แหละคือเทพเจ้าผู้สร้างโลกใหม่...โลกของเรา” กรณ์ประกาศก้องอย่างลำพองใจยิ่ง!

ooooooo

ไอริณรักษาตัวในโรงพยาบาลเข้าวันที่สองหลังจากเธอถูกพรายพิฆาตทำร้ายอาการสาหัสแล้วไมตรีกับปรีดาตามไปเจอในห้องพักของณัฐชา...

วันนี้หมอบอกว่าอาการคนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ที่ยังน่าเป็นห่วงก็คือในสมองของเธอดูเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมบางอย่าง ซึ่งภาพเอกซเรย์ยังบอกได้ไม่ชัดเจนว่าคืออะไร คงต้องรอให้เธออาการดีขึ้นกว่านี้แล้วค่อยใช้เครื่องซีทีสแกนตรวจสอบให้ละเอียด

ณัฐชารับฟังหมอแล้วพยักหน้าอย่างเป็นกังวล... หลังจากนั้นกลับเข้ามาหาไอริณที่ยังนอนไม่ได้สติในห้องพักฟื้น เธอกุมมือเพื่อนรัก รำพึงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“เธอต้องเข้มแข็งนะไอริณ ตอนนี้ฉันเสียใจทิพย์ไปคนหนึ่งแล้ว ฉันไม่ยอมเสียเธอไปอีกคนเด็ดขาด อดทนหน่อยนะ”

ด้านมาดามหลิวกับโซเฟียก็ยังเฝ้ารอฤทธิ์รู้สึกตัว แต่สำหรับชาญที่โซเฟียยังเก็บศพไว้ มาดามหลิวตัดสินใจไม่ชุบชีวิตเขาด้วยน้ำตามัจจุราช ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเหนื่อยมาพอแล้ว อยากให้เขาได้พักผ่อน...

แล้วคืนนั้นเองฤทธิ์ก็ฟื้นคืนสติ แผลตามร่างกายหายเป็นปกติ เขายืนยันเจตนาเดิมคือไปจากมาดามหลิวเนื่องจากสภาพเขาตอนนี้คงช่วยอะไรเธอไม่ได้เหมือนเคย

“อย่าพูดแบบนั้นสิ ถึงยังไงฉันก็ยังเห็นเธอเป็นเพื่อนคนหนึ่งเสมอ”

“อาการป่วยของคุณไม่รู้ว่าจะกำเริบเมื่อไหร่ ทางที่ดีคุณน่าจะรักษาตัวที่นี่”

“ทันทีที่จัดการเรื่องศพของใจทิพย์เรียบร้อย ผมจะออกเดินทาง”

มาดามหลิวสบตาฤทธิ์ รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่เปลี่ยนใจแน่ จึงอวยพรให้เขาโชคดี โซเฟียอดใจหายไม่ได้ เดินตามมาเรียกเขาที่หน้าห้องก่อนยื่นกล้องถ่ายรูปให้

“กล้องของชาญไม่ใช่เหรอ”

“กล้องโบราณแบบนี้คงไม่มีใครอยากเก็บไว้นอกจากคุณ ชาญคงต้องการแบบนั้น”

“ผมไม่รู้ว่าจะรักษามันได้นานแค่ไหน เผลอๆผมอาจจะไปก่อนมันก็ได้”

“ถือว่าฉันฝากไว้ละกัน”

“อืม...แล้วจะคืนให้ทีหลัง”

โซเฟียพยักหน้าและมองตามเขาไปอย่างอาลัย...เช่นเดียวกับมาดามหลิวที่อยู่ในห้องสมุดตามลำพัง รู้สึกโหวงเหวงเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีความแค้นหลงเหลืออีกต่อไป ชีวิตที่เหลืออยู่ว่างเปล่า...เธอมองรูปถ่ายของลูกและสามีด้วยความคิดถึง

“แม่เสร็จงานแล้วนะลูก คงอีกไม่นาน เราจะได้เจอกันแล้ว”

ooooooo

วันรุ่งขึ้นมีงานเผาศพใจทิพย์ แน่นอนว่าฤทธิ์กับณัฐชาต้องมา...

“ไปสู่สุคตินะใจทิพย์ แล้วเจอกันเพื่อนรัก” ณัฐชาพูดแล้วถอนใจก่อนจะหันมามองฤทธิ์ที่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกัน “คุณมีแผนรึยังว่าจะไปที่ไหน”

“ผมจะพาใจทิพย์กลับบ้าน นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกัน”

“ก็ดีสิ ต่อไปฉันคงไม่ต้องปวดหัวเพราะคุณอีก”

“ณัฐชา...ผมจะคิดถึงคุณนะ”

“ฉันก็เหมือนกัน”

ฤทธิ์ยื่นมือให้ณัฐชา แต่อีกฝ่ายกลับโผเข้ากอดเขาไว้อย่างอาวรณ์

“ในที่สุด...ทุกอย่างก็จบลงซะที”

คำพูดของฤทธิ์กลับทำให้ณัฐชารู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง...มันไม่น่าจะจบลงง่ายๆแค่นี้!

วันเดียวกันนี้เอง ไอริณนอนหลับบนเตียงในโรงพยาบาล จู่ๆภายในห้องเริ่มสั่นสะเทือนด้วยคลื่นพลังบางอย่าง แจกันและแก้วน้ำบนโต๊ะระเบิดแตกกระจาย...

เสียงพรายพิฆาตเรียกชื่อไอริณอยู่สองสามครั้ง ตามด้วยเสียงใจทิพย์ตอนทำร้ายไอริณด้วยการพยายามยัด

ปรสิตใส่จมูกของเธอ

“โลกนี้มีปรสิตอยู่ชนิดหนึ่งที่ชอบชอนไชเข้าทางจมูกของสัตว์เลือดอุ่นเพื่อจะได้ฝังตัวในสมอง ข่าวดีคือมันมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานเท่าไหร่ แต่ข่าวร้าย...ของบางอย่างที่เราฝังอยู่ในตัวของมันจะอยู่ในสมองของเธอไปตลอดชีวิต”

สมองไอริณมีไมโครชิพติดตั้งอยู่ เมื่อถูกกระตุ้นด้วยพลังจิตมันก็เริ่มทำงาน...นัยน์ตาเบิกโพลง ร่างกายเริ่มขยับเขยื้อน!!

ooooooo

ตอนที่ 11

ฤทธิ์ยังติดใจสงสัยว่าทำไมณัฐชากับไอริณถึงเปลี่ยนไปไม่เป็นมิตรกับเขาเหมือนก่อน แต่แล้ววันนี้เขาก็เพิ่งเข้าใจเมื่อสำรวจในห้องนอนตัวเองและพบว่าช่องลับที่เก็บเครื่องแบบนักสู้มหากาฬกับอาวุธถูกเปิดทิ้งไว้

“ทุกอย่างต้องมีจุดจบเสมอ ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ไม่ว่าพรายพิฆาตหรือนักสู้มหากาฬ” ฤทธิ์บอกกับตัวเองอย่างทำใจ ทันใดนั้นเองเขารู้สึกปวดหัวรุนแรงเหมือนมีบางอย่างบีบสมองแทบจะระเบิด เลือดสีแดงไหลออกจากจมูก เขารีบพาตัวเองไปหาชาญเพื่อให้เจาะเลือดตรวจสอบเป็นการด่วน

“แปลกมาก เซลล์เม็ดเลือดแดงของคุณเพิ่มจำนวนแต่เซลล์กลายพันธุ์กลับลดลง”

“พอรู้สาเหตุรึเปล่า”

“ต้องวิเคราะห์ให้ละเอียดกว่านี้ ถ้ามองในแง่ดีมันก็อาจเป็นแค่ปฏิกิริยาทางเคมีบางอย่าง”

“แล้วถ้าแง่ร้ายล่ะ”

“คุณได้รับสารพิษหรืออะไรก็ตามที่ทำให้การกลายพันธุ์ของคุณหยุดชะงัก หรือว่าง่ายๆก็คือคุณกำลังกลายเป็นคนธรรมดา”

“อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับมาดามหลิว”

“แล้วนั่นคุณจะไปไหน”

“ผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” พูดจบฤทธิ์ผลุนผลันออกไปโดยที่ชาญไม่รู้ว่าจุดหมายของเขาคือที่ไหน?

ด้านณัฐชาที่แอบมาพบราเมศ หลังจากคุยธุระกันเสร็จเธอก็รีบกลับเซฟเฮาส์ที่ไอริณรออยู่ แต่ระหว่างเดินทางเธอเห็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ว่าไฟไหม้บ้านนำชัยและสุชาติถูกยิงเสียชีวิต ณัฐชาอ่านพาดหัวข่าวแล้วขนลุกซู่ ไม่คิดว่าสุชาติที่เพิ่งเห็นกันเมื่อวานจะมาจบชีวิตลงเช่นนี้

ณัฐชากลับมาพร้อมเสบียงและหนังสือพิมพ์

ไอริณเศร้าใจเมื่อเห็นข่าว และถามเพื่อนสาวว่าธุระที่ไปทำได้เรื่องหรือเปล่า

“ผู้กองราเมศจะช่วยประสานงานให้เรา ผู้กำกับเมธาจะมารับหลักฐานด้วยตัวเอง”

“ทำไมต้องยุ่งยากด้วยล่ะ เธอฝากหลักฐานให้ผู้กองราเมศไปก็ได้นี่”

“ฉันต้องแน่ใจว่าคนที่ได้หลักฐานไปเป็นคนที่ไว้ใจได้และสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้ทันที”

“เธอนี่ขี้ระแวงตามเคย คิดว่าพรายพิฆาตมันจะรู้เบาะแสของเราหรือไง”

ณัฐชาคิดเช่นนั้น เธอเร่งไอริณรีบเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นเพื่อหนีไปจากที่นี่ ขืนอยู่ต่ออาจไม่ปลอดภัย เพราะไม่รู้ว่าก่อนสุชาติตายเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง

ooooooo

ชาญตามฤทธิ์ไปที่ดาดฟ้าเมมเบอร์คลับของพรายพิฆาตซึ่งถูกปิดทำการไปแล้วหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญผู้คนล้มตายจำนวนมากเมื่อไม่กี่วันก่อน

ทั้งคู่ยืนอยู่ตรงจุดที่ฤทธิ์เจอใจทิพย์ ซึ่งฤทธิ์เชื่อว่าไม่ใช่ภาพหลอน เธออยู่กับเขาที่นี่ตอนเกิดเรื่อง แต่ชาญท้วงว่าตอนนั้นเขาบาดเจ็บ จะแน่ใจได้ยังไงว่าที่เห็นเป็นใจทิพย์ตัวจริง

พลันฤทธิ์ได้ยินเสียงเรียกของใจทิพย์ เขาวิ่งพล่านตามหาต้นเสียง ขณะที่ชาญก็ระแวดระวังตัวแจเพราะไม่ไว้ใจ ไม่นานฤทธิ์ก็พบใจทิพย์ในสภาพอ่อนล้า พร้อมๆกับนักรบพรายพิฆาตโผล่มา ชาญต่อสู้กับพวกมันโดยให้ฤทธิ์พาใจทิพย์หลบไปก่อน

หลังจากสยบนักรบพรายพิฆาตได้แล้ว ชาญกับฤทธิ์รีบพาใจทิพย์ในสภาพหมดสติกลับมาที่บริษัท

มาดามหลิวเพื่อเยียวยาภายในห้องทดลอง ชาญใช้เครื่องมือสแกนหาสิ่งผิดปกติในร่างกายของเธออย่างละเอียด มาดามหลิวทราบจากโซเฟียก็รีบเข้ามาสมทบ

“อาการเป็นยังไงบ้าง”

“ปลอดภัยครับมาดาม ตอนนี้เรากำลังตรวจร่างกายเธออยู่”

“โทมัส...เธอแน่ใจนะว่านี่คือใจทิพย์ตัวจริง”

“ใจทิพย์เป็นคนรักของผม ผมไม่มีวันลืมเธอเด็ดขาด”

มาดามหลิวไม่ซักอะไรอีก โซเฟียยืนอยู่ด้านหลังเหลือบมองไปที่ใจทิพย์อย่างเคลือบแคลง แล้วอีกสักพักมาดามหลิว ชาญ และโซเฟียก็ออกจากห้อง ทิ้งฤทธิ์หรือโทมัสนั่งเฝ้าใจทิพย์ที่ยังไม่รู้สึกตัวอยู่คนเดียว

ทั้งสามคนมาปักหลักในห้องสมุด ชาญให้ความเห็นเรื่องใจทิพย์ว่าค่อนข้างเหลือเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นคือใจทิพย์ตัวจริง

“ใจทิพย์หายไปตั้งนานทำไมเพิ่งมาโผล่เอาตอนนี้ แถมมาอยู่ในรังของพรายพิฆาตอีกต่างหาก เราจะประมาทไม่ได้นะคะมาดาม” โซเฟียเอ่ยอย่างระแวง มาดามหลิวเห็นด้วยและคิดว่าโทมัสคงไม่ยอมให้เราส่งตัวใจทิพย์ไปที่อื่นแน่ จึงสั่งเวรยามให้คอยระวังเต็มที่ ห้ามคลาดสายตาจากใจทิพย์

ooooooo

เอมี่แอบเข้ามาในห้องเก็บยาเสพติดเพื่อขโมยน้ำตามัจจุราช แต่ไม่คาดคิดว่าจะเจอบอสเข้าอย่างจัง เอมี่หน้าเสีย อึกอักไม่รู้จะแก้ตัวยังไง

“น้ำตามัจจุราชชนิดบริสุทธิ์ไม่เจือปนสารเสพติดจะส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์ขั้นรุนแรง คนที่ได้รับมันเข้าไป ถ้าไม่ตายก็จะกลายเป็นอสูรร้าย หรือไม่ก็เป็นผู้มีพลังพิเศษอย่างนักสู้มหากาฬ”

“บอส...ฉันก็แค่อยากมีของดีติดตัวบ้างเท่านั้นเอง ถ้าฉันมีพลังเหมือนคุณเมื่อไหร่ ก็จะได้คอยรับใช้คุณตลอดไป คุณว่าไม่ดีเหรอ” เอมี่ไม่พูดเปล่า เดินเข้ามา ลูบไล้ตัวบอสอย่างยั่วยวน พอได้โอกาสก็ชักมีดแทง

แต่บอสคว้าไว้ได้เพราะระวังตัวอยู่ก่อน

“ไม่ได้ผลหรอกเอมี่ ลีลาสวยประหารของเธอฉันรู้ไต๋หมดแล้ว”

เอมี่เจ็บใจฉวยโอกาสนั้นกระชากหน้ากากของบอส เผยให้เห็นโฉมหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใน เอมี่ถึงกับตะลึงตะไลอย่างคาดไม่ถึง แล้วจากนั้นสติของเธอก็เกือบดับวูบเพราะความเหี้ยมโหดของบอส!

แหลมถูกบอสใช้ไปตามกรณ์กับลุงโจเข้ามาพบทั้งที่ไม่แน่ใจว่าทั้งคู่จะมา ปรากฏว่าพวกเขาใจกล้าไม่เบา เข้ามาอย่างระแวดระวัง พอเห็นสภาพเอมี่ถูกซ้อมเลือดโทรมกาย กรณ์ตกใจตั้งคำถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น บอสทำร้ายเธอทำไม

“เด็กของแกพยายามขโมยน้ำตามัจจุราช ดังนั้นมันต้องถูกลงโทษ ยกเว้นแต่ว่ามันจะยอมสารภาพว่าใครที่อยู่เบื้องหลัง บอกมาสิเอมี่ ถ้ายังไม่อยากตาย”

เอมี่ไม่ตอบแถมยังด่าบอสว่าไอ้ปีศาจ...บอสไม่ใส่ใจ เดินมายืนข้างหลังกรณ์อย่างคุกคาม

“กรณ์...แกต้องพิสูจน์ว่าแกภักดีต่อฉันด้วยการฆ่านังนี่ซะ”

กรณ์หน้าเครียด ขณะที่ลุงโจเห็นท่าไม่ดีออกตัว

ขอจัดการเอง แต่กรณ์ไม่ยอม เขาถือมีดเดินเข้าหาเอมี่กระชาก คอเธอเข้ามาใกล้แล้วแอบกระซิบสั่งความ “ยกโทษ ให้ฉันด้วย”

“สัญญากับฉันนะหัวหน้า ว่าคุณจะต้องพาฉันกลับมา”

กรณ์ให้สัญญาก่อนจ้วงแทงเอมี่ทีเดียวสิ้นใจ บอสพอใจถึงกับหัวเราะลั่น

“ทำได้ดีมาก กลับไปเตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้หมวดณัฐชาจะส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจ เราต้องไปที่นั่นเพื่อขัดขวางมัน”

“ครับบอส” กรณ์รับคำแล้วอุ้มศพเอมี่ออกไปใส่ท้ายรถ โดยมีลุงโจคอยช่วยเหลือทั้งที่หดหู่ใจและอยากรู้ว่าหัวหน้าจะเอายังไงต่อจะสู้หรือจะเผ่น ปรากฏว่าคำตอบคือทำตามแผนเดิม กรณ์ต้องการคืนชีพให้พวกของตนทุกคน

“แต่เราไม่มีน้ำตามัจจุราชนะ แถมบอสยังเขม่นเราด้วย ท่าทางเสร็จงานนี้เมื่อไหร่มันสอยเราแน่”

“เราต้องยืมมีดฆ่าคน หาคนอื่นมาจัดการกับบอส” คำพูดของกรณ์ทำให้ลุงโจชะงักด้วยความสงสัยว่าคนคนนั้นคือใคร?

ผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดของใจทิพย์พบวัตถุเล็กๆฝังอยู่ในสมอง เป็นโลหะแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ที่แน่ๆต้องเป็นฝีมือพรายพิฆาต!

ขณะที่ฤทธิ์หนักใจเรื่องใจทิพย์ กรณ์ติดต่อมานัดพบเขาที่สนามเด็กเล่นแห่งหนึ่งเพื่อเจรจาให้เขาจัดการบอส แต่วิธีการของกรณ์ไม่ใช่แค่เจรจาดีๆ มีระเบิดเป็นตัวช่วย โดยให้ลุงโจเตรียมพร้อม ถ้าเขาสั่งการเมื่อไหร่เด็กๆในสนามต้องแขนขาขาดเรี่ยราด ฤทธิ์ไม่พอใจ เยาะหยันกรณ์ว่าถ้าขี้ขลาดแบบนี้แล้วนัดเจอตนทำไม

“ถ้าจะฆ่าฉัน อย่าว่าแต่เจ้านายเลย ต่อให้เป็นญาติผู้ใหญ่ฉันก็ไม่ปล่อยเอาไว้” กรณ์ว่าแล้วบุ้ยใบ้ให้ลุงโจ อธิบายแทน

“คืนนี้ยายตำรวจหน้าหวานคู่หูของแกมีนัดจะส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจ บอสมีแผนจะไปขัดขวางหล่อน”

“แกเก็บบอส เราจะคอยหนุนหลัง ส่วนเรื่องของเราไว้ค่อยสะสางกัน”

ฤทธิ์มองหน้ากรณ์อย่างไม่ค่อยวางใจ เช่นเดียวกับมาดามหลิว เมื่อรับรู้จากฤทธิ์ที่กลับมาเล่าให้ฟังก็โพล่งขึ้นทันทีว่าตนไม่เชื่อใจหมอนั่น

“แต่ถึงยังไงผมต้องไปดูลาดเลาที่นั่น อย่างน้อยก็เพื่อป้องกันหลักฐาน”

“เธอจะเสี่ยงไปเพื่ออะไร ในเมื่อใจทิพย์ก็กลับมาแล้ว”

“ผมเคยรับปากคุณเอาไว้ ว่าเราจะสะสางหนี้แค้นด้วยกัน นี่คือการตอบแทนสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา”

“หมายถึง...เธอจะไปจากฉันแล้วสิ”

“เสร็จงานเมื่อไหร่ผมจะพาใจทิพย์ไปจากที่นี่ โลกนี้จะไม่มีนายโทมัส หลิว...และนักสู้มหากาฬอีกต่อไป”

หลังจากนั้นฤทธิ์กลับเข้าห้องพัก เตรียมมีดซึ่งเป็นอาวุธคู่กายเพื่อภารกิจครั้งสุดท้าย ขณะที่มาดามหลิวยังนั่งอยู่ที่เดิมภายในห้องสมุด รำพึงออกมาด้วยความไม่พอใจ

“มันยังไม่จบแค่นี้หรอก ฤทธิ์ ราวี ความแค้นของฉันต้องมีคนช่วยสะสาง และเธอต้องเป็นโทมัส หลิว ของฉันตลอดไป”

ooooooo

เย็นนั้น ผู้กำกับเมธามีนัดรับหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับพรายพิฆาตจากณัฐชาซึ่งนัดกันที่ร้านอาหาร แต่ขณะที่เมธาเดินมาถึงลานจอดรถในกองปราบ จู่ๆ ราเมศก็โผล่มาแทงเข็มฉีดยาที่ร่างกายเขาจนทรุดฮวบแล้วหมดสติไปอย่างเร็วโดยไม่ทันป้องกันตัว แต่ก็เห็นใบหน้าราเมศชัดเจน!

ด้านกรณ์กับลุงโจเพิ่งได้รับคำสั่งของบอสผ่านมาทางไอ้แหลมว่าให้ทั้งคู่ไปรอยังจุดนัด เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้คอยเป็นกองหนุน กรณ์รอเวลานี้อยู่แล้ว ถามไอ้แหลมว่าจุดนัดอยู่ที่ไหน พอได้คำตอบก็แอบส่งข่าวไปยังฤทธิ์ที่กำลังเตรียมอาวุธพิเศษ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชาญเป็นอย่างดี แต่ไม่ยอมให้เขาติดตามไปด้วย เพราะต้องการให้อยู่ดูแลใจทิพย์ทางนี้

ฝ่ายณัฐชากับไอริณก็พร้อมแล้วเช่นกัน สองสาวมุ่งหน้ามาพร้อมหลักฐานคือพระของนำชัย โดยไอริณเอาห้อยไว้ที่คอตลอดเวลา ราเมศขับรถมารับพวกเธอโดยไม่รู้ว่าสิงหาสะกดรอยตามทุกระยะด้วยอุปกรณ์ที่เขาแอบติดตั้งไว้กับตัวรถ

ราเมศพาสองสาวมาถึงหน้าโรงงานเดิมที่ตำรวจเคยหลงกลคิดว่าที่นี่คือโรงงานผลิตยาเสพติดของพรายพิฆาตซึ่งณัฐชาจำได้ดี

“ที่นี่คือที่แรกที่เราได้เจอกับนักรบของพรายพิฆาต และนักสู้มหากาฬ พวกมันต้องคิดไม่ถึงแน่ว่าเราจะนัดเจอกันแถวนี้” ราเมศอธิบาย...ไอริณไม่ได้ใส่ใจ กลับถามหาผู้กำกับเมธาเพราะเธอต้องการมอบหลักฐานถึงมือเขาด้วยตัวเอง

“อยู่ข้างใน พวกคุณเข้าไปเถอะ ผมจะดูต้นทางให้เอง”

สองสาวพากันเข้าไปในโรงงานทิ้งราเมศเฝ้าอยู่ด้านนอก ส่วนสิงหาที่แอบตามมารีบเดินอ้อมไปอีกทาง...

บรรยากาศในโรงงานเหมือนบ้านผีสิงไม่มีผิด ไอริณกับณัฐชาร้องเรียกผู้กำกับเมธาอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เดินมาเผชิญหน้าแล้วถามหาหลักฐานทันที ไอริณบอกว่าอยู่ที่ตนแต่ตนมีเงื่อนไขอยากต่อรอง

“ถ้าท่านได้หลักฐานไปแล้ว ท่านต้องรับปากว่าจะไม่จับกุมณัฐชาเพื่อนของฉัน”

“ไม่ได้นะไอริณ ถ้าผู้กำกับทำแบบนั้นก็เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”

“แต่เธอถูกใส่ร้ายนะณัฐชา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะฆ่ามาวิน”

“เอาล่ะๆ ไม่ต้องเถียงกัน เรื่องนี้ฉันเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ตกลงฉันรับปาก ฉันจะหาทางช่วยณัฐชาให้ถึงที่สุด ตอนนี้ขอหลักฐานให้ฉันก่อนเถอะ”

พริบตานั้นเอง!  สิงหาปรากฏตัวก่อนที่ไอริณจะถอดสร้อยพระที่คอให้เมธา ทุกคนตะลึงคาดไม่ถึง โดยเฉพาะเมธาซึ่งแท้จริงแล้วเขาคือบอส ส่วนเมธาตัวจริงโดนราเมศทำร้ายจนสลบแล้วยัดไว้ในท้ายรถที่กองปราบ

เมื่อถูกสิงหาขัดขวาง บอสจึงกลับสู่ร่างเดิมของตนแล้วประกาศก้องว่าตนเป็นคนฆ่ามาวินกับนำชัย ไอริณตะลึงเพราะเข้าใจมาตลอดว่าฆาตรกรฆ่าพ่อเธอคือนักสู้มหากาฬ

สิงหารับมือกับบอสโดยสั่งณัฐชาพาไอริณหนีไปก่อน แต่แล้วฝีมือของสิงหาก็สู้บอสไม่ได้ เขาถูกเหวี่ยงกระเด็นไปหมดสติอยู่มุมหนึ่ง จากนั้นบอสก็หายตัวไปดักหน้าสองสาวที่พยายามจะออกจากโรงงาน ณัฐชาสู้ยิบตาและสามารถพาไอริณวิ่งไปถึงรถแต่ไม่พบผู้กองราเมศ

ขณะสองสาวเหลียวหน้าเหลียวหลังร้อนใจ ราเมศก็โผล่พรวดมาจากมุมหนึ่ง ณัฐชาถามเขาว่าหายไปไหนมา ราเมศตอบอย่างไม่มีพิรุธว่าตนได้ยินเสียงปืนเลยจะอ้อมไปดูข้างหลังแต่พวกเธอกลับมาเสียก่อน สองสาวไม่เอะใจ จนกระทั่งราเมศรบเร้าจะเอาหลักฐาน พร้อมกันนั้นจ่าไมตรีโทร.เข้ามือถือณัฐชาพอดี

ณัฐชาหน้าถอดสีเมื่อได้ยินจ่าเล่าว่าเจอผู้กำกับเมธานอนสลบอยู่ในรถ พอฟื้นขึ้นมาก็บอกว่าถูกผู้กองราเมศทำร้าย ที่สำคัญผู้กองไม่ได้บอกแกเรื่องส่งมอบหลักฐาน...แน่นอนว่าณัฐชาไม่พูดอะไรต่อหน้าราเมศแน่ ได้แต่วางสายจากจ่าแล้วบอกเขาว่าเราควรแยกกันตรงนี้ ส่วนหลักฐานตนจะส่งไปที่กองปราบ

“คุณฝากไว้ที่ผมก็ได้นี่” ราเมศแบมือมาตรงหน้า ณัฐชาตัดสินใจในนาทีนั้นชักปืนเล็งใส่เขาแล้วดึงไอริณถอยออกมา พร้อมกับพูดโพล่งว่าเขาไม่ใช่ราเมศ

“คุณพูดผิดแล้วณัฐชา ผมคือราเมศ...แต่ราเมศจริงๆแล้วเป็นใครต่างหาก”

ที่แท้ราเมศก็คือบอสนั่นเอง! บอสที่ไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตาแท้จริงของเขามาก่อนนอกจากเอมี่ที่เพิ่งเห็นเมื่อวันก่อนแต่เธอก็ตายไปเสียแล้ว

สองสาวตะลึงงันแทบไม่เชื่อสายตา...พวกเธอเกือบโดนบอสทำร้ายหมายฆ่าปิดปากและช่วงชิงหลักฐานถ้านักสู้มหากาฬไม่ปรากฏตัวเสียก่อน ฤทธิ์หรือนักสู้มหากาฬสั่งณัฐชาพาไอริณหลบไปก่อน ส่วนตัวเองห่ำหั่นกับบอสอยู่พักหนึ่งก่อนจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำถูกคมดาบจนได้เลือด แต่ไม่ใช่เลือดสีฟ้าเหมือนแต่ก่อน

“ฮ่าๆๆ เลือดสีแดง เหมือนที่พรายพิฆาตบอกไว้ แกไม่ได้เป็นอมตะอีกแล้วนักสู้มหากาฬ วันนี้แกตายแน่”

“แกต่างหากที่ต้องตายก่อนฉัน”

ฤทธิ์ไม่สะทกสะท้าน ควงมีดของตนเก็บคืนที่เดิมแล้วดึงกระบองไฟฟ้าออกมาเล่นงานบอสต่อ ปรากฏว่าอาวุธพิเศษนี้สามารถจัดการบอสได้อยู่หมัด มันถึงกับบาดเจ็บ ร้องโหยหวนวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากกรณ์ แต่ไม่นึกว่า จะโดนลุงโจยิงด้วยปืนไฟฟ้าหัวฉมวกเข้าเต็มรัก ทันทีที่หัวฉมวกปักเข้าที่หน้าอก กระแสไฟก็ถูกปล่อยผ่านเส้นลวดจนช็อตร่างบอสอย่างรุนแรง กรณ์เห็นดังนั้นก็ชักโผนเข้าใส่หมายตัดศรีษะมัน แต่ฤทธิ์พุ่งมาสกัดไว้เสียก่อน

“พอได้แล้ว”

“แกจะบ้าหรือไง ถ้ามันรอดไปเมื่อไหร่ มันเอาแกตายแน่”

“ฉันรู้ แต่ถ้าจะจับพรายพิฆาต ตำรวจต้องใช้เบาะแสจากมัน”

“ก็ได้...ถ้างั้นเราจบเกมกันแค่นี้”

ฤทธิ์ไม่พูดอะไรแต่ตวัดมีดมาที่คอของกรณ์ ลุงโจตกใจหันปืนมาที่ฤทธิ์ทันที กรณ์เองก็ใจเสียทวงถามขึ้นว่า แกจะผิดคำพูดหรือไง?

“ไม่! ตอนนี้ฉันไม่อยากแก้แค้น เพราะฉันได้ใจทิพย์กลับมาแล้ว” กรณ์แทบไม่เชื่อหู ทำท่าจะซักแต่ฤทธิ์ไม่เปิดโอกาส ตวาดเสียงดัง “ถอนตัวจากพรายพิฆาตซะ ไม่อย่างนั้นคราวหน้าแกเสร็จฉันแน่”

กรณ์สีหน้าข้องใจแต่ไม่ทันพูดอะไรอีกลุงโจก็ลากตัวเขาออกไปจากตรงนั้น สิงหาเพิ่งเดินออกมาจากข้างใน เห็นนักสู้มหากาฬเต็มสองตา

“ทุกอย่างมันจบแล้วสารวัตร หัวหน้าสาขาของพรายพิฆาตตอนนี้อยู่ในมือคุณ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้จะไม่มีนักสู้มหากาฬอีกต่อไป”

สิงหามองไปที่บอสอย่างงุนงง และยิ่งตกใจเมื่อเห็นบอสค่อยๆกลายร่างเป็นราเมศ!!

ooooooo

ตอนที่ 10

ชาญไหวตัวต่อสู้กับนักรบพรายพิฆาตและสามารถจัดการกับพวกมันในพริบตา ก่อนจะวิ่งเข้าไปช่วยเหลือพวกโทมัสในคลับ...

เวลานั้น ณัฐชากับเอมี่กำลังออกอาวุธแลกกันอย่างดุเดือด ส่วนอีกทางฤทธิ์จัดการวัฒน์กับยักษ์ลูกน้องของกรณ์จนทั้งคู่สิ้นใจในเวลาไล่เลี่ยกัน กรณ์เห็นดังนั้นก็กระหน่ำยิงฤทธิ์ก่อนวิ่งหนีอย่างลนลานไปสมทบกับลุงโจที่ปลุกผีดิบมาวินขึ้นมาแล้ว

แต่มาวินก็ไม่สามารถเล่นงานฤทธิ์ได้อย่างที่กรณ์คาดหวัง แถมมันยังถูกฤทธิ์เอาระเบิดยัดปากแล้วทุ่มร่างลงไปจากดาดฟ้าจนระเบิดตูมกลางอากาศ ขณะที่ฤทธิ์เองก็โดนแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บ ส่วนกรณ์กับลุงโจเผ่นหนีไปจากตรงนั้น

เสียงระเบิดทำให้ตำรวจท้องที่แตกตื่น...แล้วหลังจากนั้นไม่นานผู้กำกับเมธาก็เรียกสารวัตรสิงหามาสอบถาม

“ตำรวจท้องที่โทร.มาโวยกับผมว่าเกิดการยิงต่อสู้กันที่เมมเบอร์คลับ แต่คนของคุณสั่งห้ามไม่ให้เคลื่อนไหวจนกว่าพวกเราจะไปถึง”

“คนของผม ใครเหรอครับท่าน”

“จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาอยู่ในที่เกิดเหตุ เขาบอกว่าแจ้งเรื่องนี้ผ่านทางผู้กองราเมศ”

สิงหาไม่พอใจ ลุยเข้าไปในห้องราเมศแต่ไม่พบตัว หันกลับออกมาถามตำรวจชั้นผู้น้อยก็ไม่มีใครรู้เห็นว่าผู้กองไปไหน เมธาเดินตามมาบอกสิงหาว่า

“จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดารายงานว่าเห็นคุณไอริณเข้าไปที่นั่น ผมว่าบางทีเรื่องนี้อาจเกี่ยวพันกับคดีของผู้หมวดณัฐชาก็ได้”

สิงหาเริ่มเอะใจ สั่งลูกน้องรีบจัดกำลังไปเมมเบอร์คลับแห่งนั้นด่วน ส่วนตัวเองติดต่อไปยังราเมศโดยไม่รู้ว่าเขากำลังขับรถมุ่งหน้าไปที่นั่น

ราเมศจำใจรับสาย คำแรกที่ได้ยินคือถ้อยคำตำหนิอย่างฉุนเฉียว

“ผู้กอง คุณทำอะไรอยู่ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมถึงไม่รายงานผม”

“ขอโทษครับ แต่ผมเกรงว่าจะเป็นหลุมพรางของพรายพิฆาต ก็เลยอยากตรวจสอบดูก่อน”

“ตรวจบ้าอะไรของคุณ เขายิงกันอย่างกับหนังสงครามแล้วคุณไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”

ราเมศไม่ตอบแต่ตัดบทด้วยการวางสายและปิดเครื่องอย่างไม่สนใจ

ooooooo

ภายในเมมเบอร์คลับ เอมี่กับณัฐชาห้ำหั่นกันด้วยอาวุธและมือเปล่า ช่วงแรกณัฐชาเพลี่ยงพล้ำถูกเอมี่รัดคอแทบหายใจไม่ออก แต่สักพักหมวดสาวก็กลับมาเป็นต่อ ซ้อมเอมี่สะบักสะบอมแล้วพยายามช่วยสองพ่อลูกในห้องขัง

แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเอมี่ติดระเบิดเวลาไว้ตรงประตู ถ้าเปิดมันเมื่อไหร่ได้ตายกันหมดแน่ ขณะที่ณัฐชาตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำยังไง ชาญเข้ามาพอดีเขาขอ จัดการกับระเบิดด้วยตัวเอง ซึ่งใช้เวลาไม่นานก็ช่วยนำชัยกับไอริณออกมาได้ จากนั้นเขาควบคุมเอมี่ไว้เพื่อเป็นตัวประกันในการหนีออกจากที่นี่

กรณ์กับลุงโจเห็นคณะของชาญก็ไล่กวดด้วยกระสุนปืนเป็นระยะ ที่สุดเอมี่ก็หนีรอดมาหากรณ์ได้ณัฐชากับชาญเตรียมปักหลักสู้โดยให้ไอริณพานำชัยหนีไปก่อน พร้อมกันนี้ชาญก็ให้ปืนสำรองแก่ไอริณไว้ป้องกันตัวด้วย

ราเมศมาถึงแล้ว ไมตรีกับปรีดาวิ่งมารายงานเหตุการณ์หน้าตาตื่นว่าอีกสิบนาทีถ้าทางเราไม่จัดการ ตำรวจท้องที่จะลงมือเอง ราเมศฟังแล้วเครียด บอกจ่ากับหมู่ให้รออยู่ตรงนี้ ตนจะเข้าไปตรวจสอบข้างในเอง

ขณะที่ไอริณพานำชัยหลบหนี บอสโผล่พรวดมาดักหน้าแล้วกลายร่างเป็นนักสู้มหากาฬใช้มีดแทง

นำชัยอย่างไม่ปรานี ไอริณกรีดร้องแทบไม่เป็นภาษาก่อนจะหมดสติไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ชาญกับณัฐชาวิ่งพรวดลงมาเห็นก็ตะลึงงัน แล้วช่วยกันพาไอริณออกไปด้านนอกหลังสำรวจว่านำชัยตายแน่

ฤทธิ์บาดเจ็บเพราะแรงระเบิดแต่ยังมีสติ เขาปรือตามองไปรอบทิศบนดาดฟ้าแล้วเห็นใครบางคนเดินใกล้เข้ามา...ยิ่งใกล้ก็ยิ่งชัดว่าเธอคือใจทิพย์!

“นี่ผมฝันไปรึเปล่า” ฤทธิ์ครางเสียงแผ่ว มองหญิง

สาวไม่วางตา ใจทิพย์น้ำตาคลอ เอ่ยปากว่าเธอคิดถึงเขา “ใจทิพย์ แต่ว่าคุณ...คุณตายไปแล้ว”

“ไม่มีอะไรหยุดพรายพิฆาตได้ แม้แต่ความตาย”

“พรายพิฆาต?”

“พรายพิฆาตให้ฉันมาบอกกับคุณ ว่าในอนาคตคุณกลายเป็นนักรบเอกของเขา”

“แต่เขาเป็นศัตรูกับผม”

“คุณไม่มีทางเอาชนะพระเจ้าได้หรอกฤทธิ์ โลกใบนี้ถึงกาลวิบัติแล้ว โลกใหม่จงมีพรายพิฆาตเป็นพระเจ้า”

“ไม่จริงนะใจทิพย์ เขาล้างสมองคุณ พรายพิฆาตเป็นฆาตกร มันไม่ใช่เทวดา ไม่ใช่พระเจ้าอะไรทั้งนั้น”

“ถึงขนาดนี้ คุณก็ยังปฏิเสธ...ฉันรักคุณนะฤทธิ์ ราวี”

ใจทิพย์เอื้อมมือมาลูบหน้าเขาอย่างอ่อนโยนก่อน จะยื่นหน้าตัวเองเข้ามาใกล้ ฤทธิ์รู้สึกเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด

“เพราะคุณเป็นอมตะ คุณถึงได้กล้าแข็งข้อกับพระเจ้า แต่ถ้าเป็นคนธรรมดา คุณคงไม่ทำแบบนี้”

ฤทธิ์นิ่งงัน ขณะที่ใจทิพย์ประทับรอยจูบ ฉับพลันนั้นร่างกายของฤทธิ์เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างพลังงานที่คล้ายมนต์ดำจากร่างใจทิพย์แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกายของเขา ร่างกายที่เคยเปี่ยมล้นด้วยพลังของความเป็นอมตะถูกแปรเปลี่ยน เซลล์ทุกอณูในร่างกายถูกจัดเรียง

ใหม่ กลายพันธุ์จากยอดมนุษย์เป็นคนธรรมดา

“โทมัส...คุณโทมัส” เสียงเรียกของชาญทำให้ร่างใจทิพย์เลือนหายไปในพริบตา ชาญกลับเข้ามาอีกครั้ง หลังจากพาณัฐชากับไอริณไปส่งถึงรถแล้ว เขาวิ่งขึ้นมาเห็นฤทธิ์อยู่ในสภาพเลื่อนลอยและบาดเจ็บ

“ผมเห็น...ผมเห็นใจทิพย์”

“คุณเจ็บจนเห็นภาพหลอนต่างหาก มาเถอะ เราต้องเผ่นกันแล้ว” ชาญเข้าประคองฤทธิ์อย่างเร่งรีบ

ooooooo

บรรยากาศด้านหน้าเมมเบอร์คลับวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจและมูลนิธิทำงานกันขวักไขว่ ส่วนผู้สื่อข่าวโทรทัศน์กำลังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ขณะนี้ดิฉันอยู่ที่ด้านหน้าอาคารของ the devil เมมเบอร์คลับที่เกิดเหตุระเบิดในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพบยาเสพติดที่เรียกว่าน้ำสวรรค์ในที่เกิดเหตุ และพบหลักฐานหลายอย่างที่ยืนยันว่าองค์กรลึกลับพรายพิฆาตเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้

ซึ่งจะมีการสืบขยายผลต่อไปว่าผู้บริหารและพนักงานของ the devil รวมถึงสมาชิกของเมมเบอร์คลับแห่งนี้มีส่วนพัวพันกับพรายพิฆาตด้วยหรือไม่”

สารวัตรสิงหากำลังสำรวจที่เกิดเหตุด้านในด้วยสีหน้าตึงเครียด เจ้าหน้าที่เก็บศพนักรบพรายพิฆาตที่ตายเพราะถูกยิงแสกหน้าใส่เปลออกไป

“ทุกคนฟังทางนี้ ผมต้องการรายชื่อพนักงานและลูกค้าของที่นี่ทั้งหมด รวมไปถึงเบาะแสทุกอย่างที่จะโยงใยไปถึงองค์กรพรายพิฆาต ภาพจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานอื่นๆขอให้ส่งมอบกับผมคนเดียวเท่านั้น”

จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาเข้ามารายงานตัว กลับถูกสารวัตรสิงหาตอกหน้าอย่างไม่สบอารมณ์

“ผมสั่งพวกคุณแล้วใช่มั้ย ว่าห้ามทำอะไรโดยพลการ”

“แต่มันเป็นคำสั่งของผู้กองราเมศนี่ครับ ผู้กองต้องการให้พวกเราตามจับผู้หมวดณัฐชาครับ พวกเราก็เลยสะกดรอยตามคุณไอริณมาถึงที่นี่”

“แล้วตอนนี้ผู้กองราเมศอยู่ที่ไหน”

“ผู้กองเข้ามาตรวจสอบข้างในนี้ แล้วก็ขาดการติดต่อไปเลยครับ”

สิ้นเสียงของจ่าไมตรี ตำรวจนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงานว่าพบผู้กองราเมศแล้ว เขาได้รับบาดเจ็บ...สิงหามองราเมศที่หัวแตกเลือดอาบด้วยความแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่!

เมื่อพากันกลับไปยังกองปราบ สิงหาก็สอบปากคำราเมศหลังได้รับการปฐมพยาบาลเรียบร้อยแล้ว โดยมีผู้กำกับเมธาร่วมสังเกตการณ์

“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ผู้กอง คุณหายไปไหนมา”

“พอได้รับแจ้งจากหมู่ปรีดา ผมก็รีบไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพราะกลัวว่าจะเป็นกับดักของพรายพิฆาต”

“เพราะแบบนี้ใช่ไหมคุณถึงได้สั่งห้ามตำรวจท้องที่เข้าไปในที่เกิดเหตุ”

“ครับผู้กำกับ”

“แล้วตอนที่คุณเข้าไปตรวจสอบข้างใน คุณเจออะไรบ้าง”

“ไม่ครับ เกิดระเบิดขึ้นซะก่อน ผมก็เลยหมดสติไป”

สิงหามองหน้าราเมศอย่างขัดใจ แล้วเดินบ่นออกจากห้องสอบสวนมากับเมธา “เขาไม่รายงานผม ไม่ยอมให้ท้องที่ทำงาน แถมยังฉายเดี่ยว แบบนี้แสดงว่าเขาอยากเป็นฮีโร่ ทำงานเอาหน้าชัดๆ”

“อย่าพูดแบบนั้นสิสารวัตร คราวก่อนที่เขาหลงกลพรายพิฆาตคุณก็โทษว่าเป็นความผิดของเขา คุณเป็นฝ่ายกดดันเขาก่อนนะ”

“สรุปว่าท่านจะไม่เอาเรื่องเขาเหรอครับ”

“สภาพจิตใจของราเมศตอนนี้ดูย่ำแย่มาก ผม ไม่อยากซ้ำเติมเขา เห็นแก่ผลงานที่ผ่านมาของเขา ผมจะสั่งพักงานจนกว่าเขาจะมีสติมากกว่านี้”

สิงหานิ่วหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจ ฝ่ายราเมศที่ยัง นั่งนิ่งอยู่ในห้อง เขามองเงาตัวเองในกระจกก่อนเอื้อม มือสัมผัสรอยเลือดตรงผ้าพันแผลบนศีรษะแล้วเอามา แตะที่ปากอย่างสบายอารมณ์ แน่นอนมันไม่ใช่เลือดจริงๆ เขายิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย

ด้านชาญที่กำลังพาพวกฤทธิ์มุ่งหน้ามาที่บริษัทมาดามหลิว เขาติดต่อสื่อสารกับโซเฟียล่วงหน้าทำให้มาดามหลิวรู้ความเคลื่อนไหวและรีบสั่งโซเฟียจัดการณัฐชากับไอริณเพราะพวกเธอจะทำให้ตำรวจกับพรายพิฆาตแห่มาหาพวกเรา

เมื่อคณะของชาญมาถึง ชาญอุ้มไอริณที่ยังไม่รู้สึกตัวเดินนำหน้า โดยมีณัฐชาประคองโทมัสที่ได้รับบาดเจ็บตามหลัง ระหว่างนี้เองณัฐชาตาไวเห็นรอยเลือดสีฟ้าบนเสื้อผ้าของโทมัส เธอสงสัยแต่เก็บพิรุธทำเป็นไม่สนใจ และส่งต่อเขาให้โซเฟียที่ลงมารอรับเพื่อพาไปรักษาตัวในห้องทดลอง ส่วนชาญต้องไปพบมาดามหลิวที่รออยู่ในห้องสมุด
ชาญหน้าเจื่อนเมื่อโดนมาดามหลิวตำหนิที่ครั้งนี้เขาลงมือโดยพลการ

“ผมขอโทษครับมาดาม แต่แผนการนี้มีคุณไอริณกับหมวดณัฐชาร่วมมือด้วย ผมเลยเกรงว่ามาดามจะไม่พอใจ”

“ฉันไม่ใช่คนใจแคบนะชาญ เรื่องที่โทมัสสนิทกับณัฐชาหรือไอริณกับเรื่องงาน ฉันแยกแยะได้ แต่เพื่อยุติปัญหา ฉันว่าเราควรจัดการกับผู้หญิงสองคนนี่ซะที”

ชาญฟังแล้วนิ่งไป ทั้งระแวงและสังหรณ์ใจแต่ไม่กล้าซักถาม

ooooooo

มาดามหลิวตั้งใจกำจัดณัฐชากับไอริณเพราะคิดว่าพวกเธอเป็นอุปสรรคในการแก้แค้นพรายพิฆาต โดยสั่งโซเฟียฉีดยานอนหลับให้ฤทธิ์ขณะนอนรักษาตัวในห้องทดลอง เพื่อป้องกันเขาออกมาช่วยสองสาว แต่แผนไม่เป็นไปโดยง่ายเมื่อชาญล่วงรู้เสียก่อน

ชาญเข้ามาพบฤทธิ์นอนหลับเพราะฤทธิ์ยา จึงรีบ เอายาอีกชนิดมาฉีดทำให้ฤทธิ์รู้สึกตัวไม่ต้องนอนหลับถึงพรุ่งนี้เช้า จากนั้นชาญจะรีบไปที่ห้องสองสาวแต่ถูก มาดามหลิวขัดขวาง ซึ่งเวลานั้นณัฐชามาอยู่ในห้องนอน ของโทมัสเพื่อค้นหาหลักฐานบางอย่างเพราะค่อนข้างมั่นใจว่าเขาคือนักสู้มหากาฬ ส่วนไอริณยังเศร้าเสียใจไม่หายต่อการจากไปของนำชัย และเข้าใจว่าคนที่ฆ่าพ่อของเธอคือนักสู้มหากาฬเพราะเห็นกับตา แต่หารู้ไม่ว่า ที่แท้มันคือบอสสาวกของพรายพิฆาต!

ณัฐชาค้นห้องโทมัสทุกซอกทุกมุมจนเจอช่องลับ หลังตู้เสื้อผ้าซึ่งเก็บซ่อนเครื่องแบบนักสู้มหากาฬและอาวุธเอาไว้ โซเฟียเข้ามาเห็นพอดี หมวดสาวตกใจชักปืนออกมาป้องกันตัว ขณะที่โซเฟียยังคงพูดอย่างใจเย็น

“สิ่งที่มาดามหลิวกังวลมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจนได้”

“นายโทมัสคือนักสู้มหากาฬ พวกคุณช่วยเขาฆ่าสาวกของพรายพิฆาต”

“พวกนอกรีต มันสมควรตาย”

“ไม่! พวกเขาบางคนถูกบังคับให้ทำแบบนี้ พวกคุณมีสิทธิ์อะไรไปตัดสินชีวิตคนอื่น”

“ถ้าเราไม่ทำ แล้วใครจะทำ ตำรวจงั้นเหรอ ถ้ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์จริง ทำไมจัดการกับพรายพิฆาต”

ณัฐชาเห็นท่าไม่ดีจะออกไปจากที่นี่ แต่โซเฟียไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆแน่ ขณะเดียวกันชาญยังถูกมาดามหลิวขัดขวางไม่ยอมให้ไปช่วยณัฐชากับไอริณ เพราะทั้งคู่คือตัวปัญหา อีกอย่างนำชัยตายไปแล้ว สองสาวก็หมดประโยชน์สำหรับเรา

“แต่คุณไม่จำเป็นต้องฆ่าพวกเธอ”

“ณัฐชากำลังสืบเรื่องงานของพวกเรา ส่วนไอริณก็เป็นตัวล่อตำรวจกับพรายพิฆาต แค่นี้ยังไม่สมควรอีกเหรอ... เธอไม่ต้องพูดแล้ว ถ้าเธอขัดคำสั่ง ฉันจะถือว่าเธอทรยศ”

ชาญตะลึง มองปืนในมือมาดามหลิวอย่างไม่กล้าท้าทาย...ขณะนั้นในห้องนอนโทมัส ณัฐชากับโซเฟียกำลังต่อสู้กัน ไอริณตั้งใจมาตามหาเพื่อนรักที่หายไปจากห้องพัก พอเห็นเหตุการณ์ก็แตกตื่นตกใจ ณัฐชาตะโกนลั่นให้เธอหนีไปแต่ไอริณไม่ทิ้งเพื่อน คว้าแจกันดอกไม้ขนาดเหมาะมือฟาดศีรษะโซเฟียจนสลบ และก่อนที่ณัฐชาจะฉุดเธอวิ่งออกมา เธอก็เห็นเครื่องแบบนักสู้มหากาฬเต็มๆตา นี่เองทำให้ไอริณแน่ใจว่าโทมัสคือนักสู้มหากาฬ

ณัฐชาพาไอริณวิ่งออกมาถึงหน้าลิฟต์เพื่อหลบหนีออกจากบริษัทนี้ให้ได้ แต่ไม่ง่ายอย่างใจหวัง ทั้งคู่ถูกคนของมาดามหลิวสกัดไว้ อีกทั้งฤทธิ์โผล่มาขวาง ถามพวกเธอว่าเกิดอะไรขึ้น แทนคำตอบสองสาวกลับตะโกนใส่หน้าเขาว่า ไม่อยากฟังเรื่องโกหกจากนักสู้มหากาฬอีกแล้วไอ้ฆาตกร!

พูดขาดคำ ไอริณแย่งปืนจากมือณัฐชามายิงโทมัสจนล้มหงายหลัง กระสุนปืนถูกบริเวณไหล่ของเขา ณัฐชา ตกใจกระชากไอริณเข้าลิฟต์พร้อมกับต่อว่าเสียงเขียว “เธอจะบ้าหรือไงไอริณ”

“เขาฆ่าพ่อฉัน เขาคือนักสู้มหากาฬ! ใช่มั้ยณัฐชา ใช่รึเปล่า”

“ใช่...โทมัสคือนักสู้มหากาฬ”

ไอริณร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น ณัฐชาได้แต่พิงผนังลิฟต์ด้วยความสับสน รำพึงไปมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใครคือมิตร ใครคือศัตรูกันแน่...

ฤทธิ์ถูกยิงแต่ใช้เวลาไม่นานบาดแผลก็สมานตัวเป็นปกติ เหลือไว้แต่ความสับสน จิตใจปวดร้าวกว่าแผลกาย...ทำไมณัฐชากับไอริณถึงเห็นเขาเป็นศัตรู!

ooooooo

กรณ์ เอมี่ ลุงโจ ถูกบอสตำหนิยกใหญ่ที่ประมาทจนฐานทัพพังพินาศย่อยยับ และทำให้พี่น้องของเราต้องล้มตายไปไม่น้อย

“ขอโอกาสผมอีกครั้งเถอะบอส ผมสาบานว่าจะแก้แค้นให้ได้”

“แน่ล่ะ ฉันจะให้โอกาสสุดท้ายสำหรับแก และถ้าแกยังพลาดอีกล่ะก็ ฉันจะฆ่าแกด้วยมือของฉันเอง”

บอสคำรามใส่กรณ์ที่ขอโอกาส ส่วนเอมี่กับลุงโจได้แต่นิ่งเงียบ ท่าทางกลัวเกรงบอสไม่น้อยเหมือนกัน หลังจากนั้นบอสมุ่งหน้าไปยังรังของมาวินที่บัดนี้แหลมได้ขึ้นมาแทนอย่างเต็มตัว บอสให้แหลมดูแลที่นี่ ถ้ามีปัญหาอะไรต้องรายงานตนทันที

ส่วนที่บริษัทมาดามหลิว...ฤทธิ์ไม่พอใจในการกระทำของมาดามหลิวถึงกับยื่นคำขาดว่าถ้าเธอยังแตะต้องณัฐชากับไอริณอีก เราสองคนขาดกัน...พูดจบเขาเดินหนีทันที ทิ้งให้มาดามหลิวกับโซเฟียอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

ต่อมาเมื่อฤทธิ์บอกชาญว่าเขาจะไปจากที่นี่ ชาญไม่มีท่าทีแปลกใจเท่าไหร่นัก แค่สงสัยว่าถ้าเขาไม่อยู่แล้วใครจะรับมือกับพรายพิฆาต

“ไม่รู้สิ คุณละมั้ง”

“ให้ผมฉีดน้ำตามัจจุราช แล้วแต่งตัวเป็นนักสู้มหากาฬแบบคุณน่ะเหรอ...สงสัยคงดูไม่จืดแน่”

“ทุกอย่างต้องมีจุดจบเสมอ อุดมการณ์ของผมกับมาดามต่างกัน ช้าเร็ว...วันนี้ก็ต้องมาถึง ไว้จัดการกับบอสได้เมื่อไหร่ ผมไปแน่”

ทางด้านสองสาวที่หลบหนีออกไปจากอาณาเขตของมาดามหลิวได้แล้ว ณัฐชาโทร.ตามหมู่ปรีดามารับก่อนจะวานเขาไปส่งที่บ้านพักตากอากาศซึ่งเป็นเซฟเฮาส์ของตำรวจที่เคยใช้ซ่อนตัวพยาน

ตกกลางคืน ไอริณนั่งจับเจ่าไม่ยอมกินอาหารที่ ณัฐชาจัดหามาให้ เธอบอกตรงๆว่ากินไม่ลง เธอรู้สึกผิดมากมายเรื่องที่พ่อตาย ถ้าเธอไม่ขอร้องให้พ่อกลับตัว พ่อก็คงไม่ตายแบบนี้

“ไม่จริงนะไอริณ มันเป็นความผิดของพรายพิฆาต แล้วก็คนที่ฆ่าพ่อเธอต่างหาก เธอต้องคิดหาวิธีจัดการกับพวกมัน ไม่ใช่มานั่งโทษตัวเองแบบนี้”

ไอริณเพิ่งนึกได้ว่าก่อนตายพ่อให้พระองค์หนึ่งไว้ เธอนำมาให้ณัฐชาพร้อมกับถ่ายทอดคำพูดของนำชัยว่าในองค์พระมีความลับของพรายพิฆาต ท่อน้ำเลี้ยงของพวกมัน...ณัฐชาฟังแล้วสันนิษฐานทันทีว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องเงิน

หลังจากนั้นอีกพักใหญ่ๆ สุชาติลูกน้องคนสนิทของนำชัยก็ขับรถมาที่นี่หลังจากไอริณติดต่อไป สุชาติมาพร้อมเครื่องมือที่สามารถขยายความชัดเจนที่ซ่อนอยู่ในองค์พระ ทำให้เห็นตัวเลขจำนวนไม่น้อย ซึ่งสุชาติบอกว่าเป็นเลขที่บัญชี แต่ละบัญชีมีเงินอยู่หลายสิบล้านซึ่งได้มาจากธุรกิจผิดกฎหมายของพรายพิฆาต รวมทั้งเงินสนับสนุนของสมาชิก

“คุณรู้ได้ยังไง” ไอริณสงสัย

“ท่านนำชัยมอบหมายให้ผมจัดการฟอกเงินพวกนี้ เพื่อให้พรายพิฆาตนำมาใช้จ่าย แต่ตอนนั้นผมคิดว่าเป็นเงินทุนของพรรคการเมืองก็เลยไม่ได้ถามอะไรท่าน”

“แล้วถ้าจะให้สาวไปถึงเจ้าของเงิน คุณพอมีทางรึเปล่า”

สุชาติพยักหน้าก่อนจะมองไปที่ณัฐชา “ผมว่าตำรวจคงมีวิธีจัดการกับคดีประเภทนี้”

“ถ้าเราสั่งอายัดบัญชีเมื่อไหร่ พรายพิฆาตล้มละลายแน่” ณัฐชากล่าวอย่างมั่นใจ...

กลางดึก สุชาตินำเครื่องมือกลับมาคืนที่บ้านนำชัย ไม่นึกว่าจะถูกกรณ์จับผิด โดยมีเอมี่กับลุงโจร่วมด้วยช่วยกันข่มขู่คาดคั้นต้องการรู้ว่าไอริณอยู่ที่ไหน แต่สุชาติไม่ปริปากแถมยังใจเด็ดปลิดชีพตัวเองต่อหน้าต่อตาวายร้ายทั้งสาม!

หลังจากสุชาติฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตา กรณ์ยิ่งระแวงว่าในบ้านของนำชัยอาจมีหลักฐานที่จะทำให้พรายพิฆาตเดือดร้อน และถ้าหลักฐานถึงมือตำรวจเมื่อไหร่บอสต้องเล่นงานเขาแน่ เขาจึงสั่งลุงโจเผาบ้านนำชัยจนวอดทั้งหลัง

วันรุ่งขึ้น ราเมศเก็บของภายในห้องทำงานเตรียมเอากลับบ้านหลังจากโดนสั่งพักงานยาว แต่ไม่ทันขึ้นรถไมตรีกับปรีดาก็เข้ามากระซิบว่าพวกตนมีความลับ

สุดยอดจะบอก แต่ราเมศไม่สนใจ โบ้ยให้ทั้งคู่ไปบอกสารวัตรสิงหาเพราะตอนนี้ตนหมดหน้าที่แล้ว

“ไม่ได้ครับผู้กอง หมวดณัฐชาเธอสั่งไว้ว่าต้องบอกผู้กองคนเดียวเท่านั้น”

ได้ยินชื่อณัฐชา! ราเมศหูผึ่งขึ้นมาทันที ยอมเดินตามไมตรีกับปรีดาออกไป โดยไม่รู้ว่าขณะนั้นสิงหาแอบจับตาอยู่ห่างๆ

ณัฐชาซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำก่อนจะออกมาหลบมุมพูดคุยกับราเมศโดยมีไมตรีกับปรีดาคอยดูต้นทาง เมื่อรู้จากหมวดสาวว่าไอริณมีหลักฐานเล่นงานพรายพิฆาต ราเมศท่าทีตกใจไม่น้อย แล้วนัดแนะบางอย่างกับเธอเสร็จเรียบร้อยก่อนแยกจากมาโดยที่สิงหาจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ที่สำคัญไม่เห็นณัฐชาด้วย...

ooooooo

ตอนที่ 9

สารวัตรสิงหาสั่งลูกน้องแยกกันค้นหาหมวดณัฐชาจนเห็นเธอกำลังโรยตัวลงจากตึกไปกับนักสู้มหากาฬ ขณะเดียวกันเอมี่ก็รับคำสั่งจากบอสให้ยิงสารวัตรสิงหา แทนที่จะเป็นนักสู้มหากาฬกับหมวดณัฐชา!

เมื่อโดนกระหน่ำยิง สารวัตรสิงหาเข้าใจว่าเป็นฝีมือหมวดณัฐชาจึงสั่งลูกน้องตอบโต้และจับเธอให้ได้ ณัฐชาตะโกนลั่นว่าตนไม่ได้ยิง พลางถามนักสู้มหากาฬว่าพาใครมาด้วยหรือเปล่า เสียงปืนมาจากไหน นักสู้มหากาฬไม่ตอบแต่มองเห็นเอมี่เล็งปืนอยู่ตึกใกล้ๆ

“พอได้แล้ว เตรียมถอนกำลัง” เสียงบอสสั่งการผ่านโทรศัพท์...เอมี่ยังไม่หนำใจ ตอบกลับบอสไปว่าตนจะเก็บนักสู้มหากาฬ “ไม่! ปืนฆ่ามันไม่ได้ ให้ตำรวจจัดการกับมัน”

เอมี่ปฏิบัติตามคำสั่ง เธอลดปืนลงและเตรียมถอนกำลัง ขณะที่สารวัตรสิงหาพอเห็นเสียงปืนเงียบไปก็รีบสั่งการลูกน้อง

“ทุกคนฟังให้ดี คนร้ายขัดขืนการจับกุม ยิงได้เลย!”

ณัฐชากรี๊ดลั่นเมื่อมีกระสุนแฉลบผ่านไป นักสู้มหากาฬพลิกตัวหลบและพาเธอหนีห่ากระสุนเข้าไปในห้องหนึ่งก่อนจะวิ่งทะลุผ่านออกมาแล้วบอกให้หมวดสาวรีบไปหามาดามหลิว ส่วนเขาจะล่อพวกตำรวจให้เอง

ในที่สุดณัฐชาก็วิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถของโทมัส แต่กลับพบว่าเจ้าตัวไม่อยู่บนรถ เธอเหลียวหน้าเหลียวหลังพร้อมกับร้องเรียก ทันใดโทมัสที่ลอกคราบนักสู้มหากาฬออกแล้วก็โผล่พรวดเข้ามาถึงตัวจนเธอสะดุ้งตกใจ ถามเขาว่าหายไปไหนมา ไหนว่าจะรออยู่ที่รถ

“เมื่อกี๊ผมได้ยินเสียงปืน ก็เลย...”

“เอาล่ะ ช่างเถอะ คุณรีบพาฉันหนีไปก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลัง”

ออกรถมาได้ครู่เดียว โทมัสก็ติดต่อชาญเพื่อบอกล่วงหน้าว่าตนกำลังพาณัฐชาไปที่บริษัท ปรากฏว่ามาดามหลิวไม่พอใจอย่างมากเมื่อรู้จากชาญ และทันทีที่โทมัสมาถึงพร้อมณัฐชา เธอจึงขอคุยกับเขาโดยมีชาญเดินตามไปด้วยสีหน้าหนักใจ

มาดามหลิวกับโทมัสทะเลาะกันอย่างรุนแรง ต่างฝ่ายต่างระเบิดอารมณ์ใส่กัน

“เธอช่วยพวกเราต่อกรกับพรายพิฆาต และตอนนี้เธอกำลังเดือดร้อน คุณจะให้ผมทิ้งเธอได้ยังไง”

“แน่ใจเหรอว่านั่นคือเหตุผลของเธอโทมัส ฉันจะบอกให้นะ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น แผนที่ผ่านมาเละไม่เป็นท่า ก็เพราะคนของเธอเป็นสายให้พรายพิฆาต”

“แต่เธอไม่ใช่สายของพวกมัน”

“อ๋อ แน่ล่ะ เธอไม่ใช่...อย่างเดียวที่เธอใช่ก็คือเพื่อนของใจทิพย์”

“เลิกพูดเรื่องนี้ซะที”

“กี่ครั้งแล้วที่เราต้องเสียเวลาไปกับผู้หญิงคนนี้ อย่างคราวก่อนตอนที่พรายพิฆาตบุกมาที่นี่ เธอมัวอยู่ที่ไหนเหรอโทมัส อยู่กับณัฐชา...ทุกครั้ง ทุกเวลา ทุกแผนการของเธอทำไมต้องเกี่ยวเนื่องกับหล่อน”

“ผมเชื่อใจเธอ”

“ไม่...เธอชอบแม่นั่นต่างหาก หล่อนทำให้เธอหายคิดถึงใจทิพย์เธอก็เลยอยากได้มาแทนที่ ฉันผิดเองที่เลือกเธอมาร่วมงาน ใจของเธอหมกมุ่นแต่เรื่องคนรักที่ตายจากไป”

“แล้วคุณล่ะ คุณดีกว่าผมตรงไหน คุณก็คิดแต่เรื่องแก้แค้นคิดถึงสามีกับลูกของคุณ จนลืมไปแล้วว่าชีวิตคนเป็นๆสำคัญกว่า”

“นิ้วไหนร้าย ฉันพร้อมจะตัดทิ้งเสมอ ถ้าณัฐ–

ชาก่อปัญหาเมื่อไหร่ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนแล้วกัน”

“ถ้าคุณแตะต้องเธอ เราขาดกันแน่!”

ชาญหน้าเสียเพราะไม่เคยมีใครกล้าต่อว่ามาดามหลิวขนาดนี้ “มาดาม...คุณโทมัส ผมว่าเราพอแค่นี้เถอะครับ”

ฤทธิ์กับมาดามหลิวมองหน้ากันอย่างโกรธกริ้วท้าทายจนชาญรู้สึกไม่สบายใจ

ooooooo

ขณะเดียวกันที่กองปราบ ราเมศ ไมตรี และปรีดากำลังโต้แย้งกับสิงหา...ราเมศยืนยันว่าหลังจากตนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าวิถีกระสุนไม่ได้มาจากหมวดณัฐชา แต่เป็นคนร้ายอีกคนที่อยู่บนอาคารฝั่งตรงข้าม

“แล้วไง คนร้ายอาจเป็นพวกเดียวกับนักสู้มหากาฬก็ได้”

“สารวัตร เชื่อพวกผมเถอะครับ งานนี้หมวดณัฐชาต้องถูกใส่ร้ายแน่”

“จริงด้วยครับสารวัตร อยู่ดีๆหมวดณัฐชาคงไม่ไปฆ่าไอ้มาวินแบบนั้นหรอกครับ มันเป็นไปไม่ได้”

หมู่กับจ่าร่วมด้วยช่วยกันยืนยันแต่สารวัตรสิงหาก็ยังค้านหัวชนฝา “แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันว่าหมวดณัฐชาคือฆาตกร แล้วไหนจะเรื่องเงินในบัญชีของเธออีก ถ้าพวกคุณอยากช่วยเธอล่ะก็ ผมขอแนะนำว่าให้ช่วยจับเธอดีกว่า ไม่อย่างนั้นเธออาจโดนวิสามัญก็ได้”

ผู้กองราเมศนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนถูกท้าทาย...แล้วทั้งสามคนก็ถอยไปตั้งหลักในห้องทำงาน วิพากษ์วิจารณ์กันไม่จบสิ้น

“ไม่มีเหตุผลเลยนะครับผู้กอง ถ้าพรายพิฆาตจ้างหมวดณัฐชาให้ฆ่าปิดปากไอ้มาวิน แล้วเธอจะหนีไปกับนักสู้มหากาฬได้ยังไง”

“หรือว่านักสู้มหากาฬเป็นคนจ่ายเงินให้เธอ”

“ไม่มีทางหรอกครับ นักสู้มหากาฬเป็นมือสังหารทำไมต้องจ้างคนอื่นมาทำงานให้”

“นั่นสิครับ ผมว่าเหตุการณ์มันดูแปลกๆยังไงชอบกล ระดับหมวดณัฐชาถ้าจะก่อเหตุทั้งทีมันไม่น่าโจ่งครึ่มขนาดนี้เลยนะครับ”

“บางทีสารวัตรสิงหาอาจจะพูดถูก เราต้องรีบจับเธอ”

“ผู้กองกลัวหมวดจะถูกวิสามัญเหรอครับ”

“ผมกลัวว่าคนร้ายตัวจริงจะฆ่าปิดปากเธอต่างหาก”

คำพูดของผู้กองราเมศทำเอาจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาหน้าซีดหน้าเสียไปตามกัน...ยามนั้น ณัฐชาอยู่ภายในห้องรับรองของบริษัทมาดามหลิว ท่าทีเจ้าของสถานที่มึนตึงกับเธอมาก กำชับว่าที่นี่เป็นเขตหวงห้ามสำหรับคนนอก ถ้าต้องการอะไรให้ใช้โทรศัพท์ อย่าเดินเพ่นพ่านตามอำเภอใจ ณัฐชารับทราบด้วยความสงสัย แอบบ่นลับหลังว่าเข้มงวดยิ่งกว่าค่ายทหารซะอีก หรือว่าที่นี่จะซ่อนอะไรเอาไว้

อีกมุมหนึ่งในบริษัท ฤทธิ์กำลังปรับทุกข์กับชาญด้วยเรื่องที่มีปากเสียงกับมาดามหลิวเมื่อสักครู่

“คุณว่าผมผิดรึเปล่า เรื่องที่ทะเลาะกับมาดาม”

“มาดามเป็นคนมีเหตุผล เธอเป็นห่วงว่าแผนการจะมีปัญหาเพราะหมวดณัฐชา”

“เธออยากแก้แค้น ผมก็เหมือนกัน แต่เธอควรจะแคร์ชีวิตคนอื่นบ้าง”

“ผมก็ไม่ได้อยากจะเข้าข้างเธอหรอกนะคุณโทมัส แต่คุณไม่รู้สึกบ้างเหรอว่าตัวคุณห่วงใยณัฐชาเป็นพิเศษ”

“แม้แต่คุณก็คิดว่าผมชอบเธองั้นเหรอ”

“ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะหลอกตัวเองรึเปล่า แต่ผมว่าลึกๆแล้วคุณต้องการเธอ”

ฤทธิ์นิ่งเงียบไปเหมือนจำนน...ส่วนณัฐชากำลังจะไขข้อข้องใจของตัวเองด้วยการแอบตามหน้าหน้าที่คนหนึ่งไปถึงห้องทำลอง แล้วรอจนกระทั่งเขากลับออกไปก่อนค่อยเริ่มสำรวจตรวจตรา โดยไม่รู้เลยว่าโซเฟียจับจ้องมองเธอจากกล้องวงจรปิดอยู่อีกห้อง

“ว้าว...อย่างกับหนังอวกาศ นี่ห้องทดลองส่วนตัวเหรอเนี่ย” ณัฐชาพึมพำพลางสำรวจทุกสิ่งรอบตัวเพื่อดูว่ามาดามหลิวค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องอะไร แล้วก็เจอคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง เธอลองเลื่อนเม้าส์ดูและพบว่ามันล็อกรหัสผ่านเอาไว้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเธอ

หมวดสาวลงมือเจาะเข้าระบบคอมพิวเตอร์อยู่ครู่เดียวก็สำเร็จลุล่วงแล้วเปิดดูข้อมูลที่อยู่ข้างใน

“กลุ่มทดสอบยูนิตที่ห้า ลดค่าการกลายพันธุ์ที่เกิดจากไดออกซีน...ไดออกซีน สารตั้งต้นของน้ำตามัจจุราช มาดามหลิวจะค้นคว้าเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร”

ณัฐชาลองเปิดดูข้อมูลในแฟ้มถัดไปก่อนจะชะงักเมื่อพบว่ามันเป็นภาพร่างในการออกแบบเสื้อเกราะและอาวุธของนักสู้มหากาฬ เธอเริ่มเอะใจบางอย่างแต่ยังไม่ทันทำอะไรต่อ โซเฟียผลักประตูเข้ามาเสียก่อน ณัฐชารีบปิดภาพที่คอมพิวเตอร์ทันที

“ผู้หมวด...คุณเข้ามาในนี้ทำไม”

“อ๋อ พอดีฉันเบื่อๆน่ะ ก็เลยว่าจะหาเกมเล่นซะหน่อย”

“ห้องแล็บนี่เข้าออกได้เฉพาะพนักงาน กรุณากลับไปที่ห้องของคุณเดี๋ยวนี้”

ณัฐชาฝืนยิ้มอย่างเกรงๆ พอกลับออกมาก็รำพึงด้วยความสงสัย “ทำไมในคอมพิวเตอร์ถึงมีภาพร่างชุดเกราะของนักสู้มหากาฬหรือว่า...นักสู้มหากาฬจะอยู่ที่นี่!!”

ooooooo

นำชัยถูกควบคุมตัวไว้ในเมมเบอร์คลับของพรายพิฆาตสองสามวันแล้วแต่บอสเพิ่งโผล่มาเผชิญหน้าโดยมีไอ้ยักษ์เป็นผู้นำพา

“ไอ้ทรยศ แกต้องตาย!” บอสกระชากคอนำชัยจนตัวลอยจากพื้น

“เอาเลยบอส...ฆ่าผมเลย แต่ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผมหรือว่าลูกสาวผมล่ะก็ สายของผมจะส่งหลักฐานให้ตำรวจทันที”

“หลักฐานอะไรของแกวะไอ้เฒ่า”

“การฟอกเงินของพรายพิฆาตทั้งหมด คุณให้ผมเป็นคนจัดการ ลองคิดดูสิ ถ้าตำรวจได้ข้อมูลนี้ไปเมื่อไหร่ จะมีใครบ้างที่เดือดร้อน สาวกของพรายพิฆาตทั้งหมดที่โอนเงินให้คุณจะต้องเข้าตะราง”

“กล้าดียังไงมาขู่ฉัน”

“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ถ้ากูตาย มึงก็อย่าอยู่เลย!”

บอสชะงัก...แม้แต่ไอ้ยักษ์ยังอึ้งเมื่อเห็นนำชัยเอาจริง แล้วพอกลับออกมาด้วยกัน ยักษ์ก็ถามความเห็นบอสว่าจะเอายังไงดี บอสสั่งให้ใช้ไม้นวมกับนำชัยไปก่อน ไว้เจอหลักฐานเมื่อไหร่ค่อยจัดการมัน!

ด้านไอริณเป็นห่วงทั้งนำชัยที่หายตัวไปและณัฐชาที่เพิ่งตกเป็นผู้ต้องหาฆ่ามาวิน วันนี้เธอเดินทางมาที่กองปราบพร้อมกับสุชาติลูกน้องคนสนิทของนำชัย ไอริณรับปากผู้กองราเมศที่ต้องการให้ช่วยกล่อมณัฐชา ถ้าเธอติดต่อมาเมื่อไหร่จะให้รีบมอบตัว

“ขอบคุณมากครับคุณไอริณ เออ แล้วนี่ท่านนำชัยยังไม่กลับมาอีกเหรอครับ”

“กลับมา?” ไอริณขมวดคิ้วอย่างงงๆ

“ก็เห็นคุณสุชาติบอกว่าท่านทำธุระที่ต่างประเทศ”

ไอริณเหลือบมองมาที่สุชาติซึ่งออกอาการอึกอักไม่แน่ใจว่าตนพูดอะไรผิดไปหรือไม่ หญิงสาวจึงตามน้ำไปก่อน “อ๋อค่ะ ท่านไปหาเพื่อน อีกไม่นานคงกลับ”

ราเมศพยักหน้า แต่ลึกๆแล้วดูออกว่าไอริณกับสุชาติมีพิรุธ...เมื่อพากันกลับออกมาขึ้นรถ สุชาติเปรยกับไอริณอย่างหนักใจ

“ท่าทางเราคงปิดข่าวได้อีกไม่นาน ตอนนี้ใครๆก็ถามหาท่านนำชัยกันให้วุ่นไปหมด บอกผมมาเถอะครับคุณไอริณ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“คุณสุชาติ คุณทำงานกับคุณพ่อมานานรึยัง”

“เกือบสิบปีแล้วครับ”

“แล้วถ้าฉันบอกว่าท่านติดต่อกับพรายพิฆาตล่ะ คุณจะว่ายังไง”

“ผมนึกอยู่แล้วเชียวว่ามันต้องเป็นแบบนี้ นี่แปลว่าท่านมีปัญหากับพวกมันใช่รึเปล่าครับ”

“ฉันบอกเรื่องนี้กับตำรวจไม่ได้ แต่ฉันวางแผนไว้แล้วว่าจะช่วยท่านยังไง”

หลังจากตกลงอะไรกันบางอย่างแล้วสุชาติก็ขับรถพาไอริณออกจากกองปราบ จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาซุ่มอยู่บนรถอีกคันรีบสะกิดกันให้สะกดรอยไปตามคำสั่งของผู้กองราเมศที่เชื่อเซ้นส์ตัวเองว่าไอริณน่าจะไปหาณัฐชา

แล้วก็เป็นจริงเสียด้วย ไอริณไปพบณัฐชากับโทมัสที่บริษัทมาดามหลิวโดยให้สุชาติจอดรถรออยู่หน้าบริษัท...ทั้งสามคนนั่งคุยกันด้วยเรื่องท่านนำชัยซึ่งไอริณมั่นใจว่าพ่อของเธอยังมีชีวิตอยู่ แล้วที่สำคัญท่านต้องรู้ความลับอะไรบางอย่างของพวกมัน เธอถึงได้อยู่รอดปลอดภัยแบบนี้

“เราต้องสืบให้ได้ว่าพวกมันซ่อนคุณลุงไว้ที่ไหน จากนั้นก็ค่อยประสานงานกับตำรวจ”

“ถึงขั้นนี้คุณยังเชื่อใจตำรวจอีกเหรอผู้หมวด” โทมัสแทรกขึ้นมาทำเอาณัฐชาชะงักก่อนย้อนถามเขาว่า หมายความว่ายังไง “ก็ตอนที่บุกถล่มโรงงานคราวก่อนคุณก็เห็นแล้วนี่ พวกมันจะวางกับดักล่วงหน้าได้ยังไงถ้าไม่มีสายข่าว”

“นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” ณัฐชาตั้งคำถามอย่างจับผิด

“หนังสือพิมพ์ลงข่าวโครมๆ ทำไมผมจะไม่รู้ แล้วอีกอย่างนึงนะตอนนี้คุณเป็นผู้ต้องหาหนีคดี คุณคิดว่าจะมีตำรวจหน้าไหนยอมส่งกำลังมาช่วยคุณอีกเหรอ”

“ฉันว่าคุณโทมัสพูดถูกนะณัฐชา เรื่องนี้เราต้องจัดการกันเอง”

“ก็ได้ ฉันลงมือเอง”

“ผมไปด้วย”

“เกี่ยวอะไรกับนาย”

“ก็ผมรับปากคุณไอริณเอาไว้ว่าจะช่วย ลูกผู้ชายอย่างผมพูดแล้วไม่คืนคำนะคุณ”

ณัฐชาย่นหน้ารำคาญ ขณะที่ไอริณยิ้มปลื้มในน้ำใจของโทมัส ณัฐชาเห็นแล้วหงุดหงิดในใจ อดบ่นเพื่อนสาวไม่ได้ขณะเดินออกมาส่งตรงหน้าลิฟต์ ว่าทำไมต้องพึ่งนายโทมัสด้วย

“ก็เธอไม่อยู่ฉันไม่รู้จะพึ่งใครนี่ ผู้กองราเมศก็หายหน้าไป อีกอย่าง...ฉันเชื่อใจคุณโทมัส”

“ท่าทางเธอคงชอบเขามาก”

“เธอสงสัยอะไร”

“ก็จะได้รู้ว่าผู้กองราเมศตกรอบแน่นอนแล้ว”

“ผู้กองราเมศเหมาะกับเธอนะ เชื่อฉันสิ”

ณัฐชายิ้มรับกร่อยๆ ในใจเธอตอนนี้ไม่ได้มีผู้กองราเมศอีกแล้ว...ทางด้านสุชาติที่นั่งรอไอริณอยู่ในรถหน้าบริษัท เขาดูนาฬิกาข้อมืออย่างกระวนกระวาย ขณะเดียวกันไมตรีกับปรีดาก็ยังซุ่มจับตามองตลอดเวลา พอสุชาติหันมาเพ่งเล็ง ทั้งคู่ก็ทำทีเป็นคู่เกย์กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันเพื่อเบนความสนใจของเขา...

ค่ำคืนนั้นเอง ภายในห้องดับจิตเงียบสงัด จู่ๆก็มีเสียงดังโครมครามจนยามต้องรีบรุดมาและพบว่าตู้เก็บศพตู้หนึ่งมีรอยบุบเหมือนถูกกระทุ้งจากข้างในจึงลองเปิดออก พลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นศพมาวินลืมตาขึ้นก่อนจะตะปบคอเขาอย่างรวดเร็วพร้อมคำรามราวกับอสูรร้าย!

แค่เพียงข้ามคืน ราเมศก็มารายงานเรื่องนี้ให้สิงหารับทราบ “มีพยานเห็นมาวินหนีออกไปจากโรงพยาบาล แต่สภาพร่างกายของเขาดูไม่ค่อยปกติสักเท่าไหร่”

“ไม่น่าเป็นไปได้ ผมเห็นศพมันกับตา คนตายไปแล้วจะคืนชีพขึ้นมาได้ยังไง”

“ไม่ยากหรอกครับสารวัตร ถ้ามีพรายพิฆาตอยู่เบื้องหลัง”

สิงหานิ่วหน้าด้วยความหนักใจ...เช่นเดียวกับพวกเอมี่ที่เพิ่งทราบข่าวนี้ขณะรวมตัวกันอยู่ในเมมเบอร์คลับ ทุกคนรู้ว่ามาวินฟื้นแล้ว และบอสก็มีคำสั่งให้ลุงโจกับวัฒน์ไปลากคอมันกลับมาที่นี่

“มันฟื้นเพราะน้ำตามัจจุราชแล้วฉันจะจัดการมันได้ยังไง” ลุงโจตั้งคำถาม

“เรื่องนั้นบอสมีวิธี” เอมี่ยิ้มเหี้ยมพร้อมกับยื่นกระบองไฟฟ้าให้วัฒน์ “แปดหมื่นโวลต์ สำหรับไอ้มาวินโดยเฉพาะ”

ขณะที่วัฒน์กับลุงโจเตรียมตัวไปล่าผีดิบมาวิน... มาดามหลิวก็กำลังมอบหมายภารกิจสำคัญให้โซเฟียอยู่เหมือนกัน หลังจากโซเฟียมารายงานว่าณัฐชาแอบเปิดดูข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และคาดว่าเธอคงเห็นแฟ้มการค้นคว้าเกี่ยวกับน้ำตามัจจุราชกับภาพร่างชุดเกราะของโทมัสบางส่วน...ด้านณัฐชาก็ต้องการคำตอบบางอย่างให้ตัวเอง เธอแอบเข้าไปในห้องโทมัสแล้วคว้าของมีคมจะแทงเขาขณะนอนหลับ

โชคดีที่โทมัสลืมตาขึ้นมาเห็น เขารวบมือเธอไว้แน่นและซักถามจนได้ความว่าเธอต้องการแทงเขาเพื่อพิสูจน์ว่าเขาคือนักสู้มหากาฬหรือเปล่า ถ้าใช่เลือดของเขาต้องไม่ใช่สีแดง

“นี่ผู้หมวด คุณฟังผมก่อน ตอนนี้เราอยู่เรือลำเดียวกัน สิ่งที่เราต้องทำคือช่วยกัน ไม่ใช่ล้วงความลับกันเองแบบนี้”

“ฉันเป็นตำรวจ การสืบคดีมันเป็นหน้าที่ของฉัน”

“แต่ผมเป็นเพื่อน เป็นคนที่ช่วยคุณเอาไว้ ถึงมันไม่มีความหมายกับคุณ แต่คุณก็น่าจะเห็นใจผมบ้างที่โดนคุณหักหลัง” ณัฐชาฟังแล้วอึ้งไปก่อนจะได้สติขอโทษเขาเสียงแผ่ว “ผมรู้ว่าคุณมีเรื่องสงสัยมากมาย เสร็จงานนี้เมื่อไหร่ผมจะบอกความจริงกับคุณ...ผมสัญญา”

ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าขณะนั้นโซเฟียกำลังลอบฟังการสนทนาผ่านทางประตูที่เปิดแง้มไว้ แววตาของเธอเข้มดุบ่งบอกว่าไม่ปรารถนาดีกับทั้งคู่เท่าไหร่นัก!

ส่วนที่กองปราบ ไมตรีกับปรีดากำลังรายงานราเมศว่าเมื่อคืนไอริณไปที่บริษัทมาดามหลิว ซึ่งไมตรีเดาว่าเธออาจไปหาโทมัสเพราะสองคนนี้เหมือนกุ๊กกิ๊กกันอยู่ แต่ราเมศแน่ใจว่าไม่ใช่เรื่องนั้น บางทีณัฐชาอาจจะซ่อนตัวอยู่ที่นั่นก็ได้ หรือไม่ไอริณก็อาจจะมีแผนอย่างอื่น!

ooooooo

มาวินกลับมาที่รังของตนในสภาพผีดิบกัดกินของสดของคาวในครัวอย่างตะกละตะกลามแถมยังจะทำร้ายสมุนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ไอ้แหลมลูกน้องคนสนิท

แหลมกับสมุนวิ่งหนีตายกันอลหม่านออกไปข้างนอก โดยไม่มีใครสนใจวัฒน์กับลุงโจที่เดินสวนเข้ามา มาวินคำรามอย่างดุดันแล้วพุ่งเข้าเล่นงานคนทั้งคู่ แต่ก็โดนลุงโจยิงด้วยปืนลูกซองยาวจนกระสุนหมดแม็ก ตามด้วยดาบซามูไรของวัฒน์ แต่ทว่าอาวุธทั้งสองอย่างไม่สามารถจัดการมันได้ วัฒน์เลยต้องงัดกระบองไฟฟ้าออกมาทะลวงเข้าที่คอของมัน ปรากฏว่าได้ผลชะงัด ร่างมันกระตุกพร้อมกับคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด...

วันเดียวกัน โทมัสกับณัฐชาพรางตัวมาดูลาดเลาหน้าเมมเบอร์คลับที่โทมัสเคยเห็นนามบัตรคลับแห่งนี้ในห้องทำงานของนำชัย จึงคิดว่าที่นี่เป็นรังของพรายพิฆาต ที่สำคัญนำชัยอาจถูกกักขังอยู่ข้างใน ซึ่งไอริณต้องเป็นคนหาคำตอบเรื่องนี้

ไอริณวางแผนล้วงความลับจากกรณ์ด้วยการใช้เสน่ห์ยั่วยวนให้เขาตายใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งความจริงว่าพ่อของเธอถูกขังอยู่ที่ไหน กรณ์พอใจรูปร่างหน้าตาของเธออยู่เป็นทุนจึงเสนอข้อแลกเปลี่ยนด้วยการบอกสิ่งที่เธออยากรู้และจะช่วยให้เธอได้พบท่านนำชัยด้วยถ้าเธอรับปากว่าจะตอบแทนเขาเป็นพิเศษ ไอริณเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบตกลงไปก่อนทั้งที่ไม่เคยพิศวาสเขาเลยสักนิด

เมื่อชาญได้รับการยืนยันจากไอริณว่านำชัยอยู่ที่เมมเบอร์คลับนั่นจริงๆ ก็รีบส่งข่าวต่อไปยังโทมัสและวางแผนกันดิบดีเพื่อชิงตัวนำชัยออกมา โดยมีณัฐชาร่วมด้วยช่วยกันจนสามารถเข้าไปข้างในได้ทั้งที่มีกฎกติกาเข้มงวดเหลือเกิน ฝ่ายมาดามหลิวที่จับตาโทมัสตลอดเวลา พอรู้ว่าเขากับณัฐชาไปไหนก็สั่งโซเฟียให้ฉวยโอกาสนี้ปฏิบัติภารกิจที่มอบหมายไว้เมื่อวันก่อน

ชาญคอยช่วยเหลือส่งสัญญาณความเคลื่อนไหวของผู้คนภายในคลับอยู่ด้านนอกโดยผ่านช่องทางเทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ว่าโทมัสกับณัฐชาเดินไปทางไหนจึงอยู่ในสายตาของเขาตลอด แล้วอีกไม่นาน

กรณ์กับไอริณก็มาถึง โดยทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าถูกจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาติดตามมาห่างๆ พร้อมกันนั้นลุงโจกับวัฒน์ก็กำลังพาผีดิบมาวินที่ถูกน็อกด้วยกระบองไฟฟ้ามุ่งหน้ามาที่นี่ด้วยเหมือนกัน

กรณ์พาไอริณเข้าไปพบนำชัยในห้องขัง เป็นเวลาที่ณัฐชาเริ่มปฏิบัติการเก็บสมุนพรายพิฆาตทีละคนอย่างเงียบๆ ส่วนโทมัสจัดการดับไฟในห้องโถงใหญ่ที่แขกผู้มาใช้บริการกำลังมัวเมากับอบายมุขอย่างสนุกสุดเหวี่ยงก่อนจะมาสมทบกับณัฐชาที่พบเห็นแล้วว่าที่ชั้นใต้ดินเป็นโรงงานของพรายพิฆาต

เสียงระเบิดดังตูมในห้องใต้ดินยิ่งทำให้ผู้คนแตกตื่นตกใจ ขนาดจ่ากับหมู่ที่ซุ่มอยู่ด้านนอกยังได้ยิน ทั้งคู่รีบรายงานไปยังผู้กองราเมศ ปรากฏว่าหัวหน้าไม่ให้ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะกลัวหน้าแตกเหมือนคราวก่อน ให้ตรวจสอบจนแน่ใจก่อนแล้วค่อยโทร.มารายงานอีกที

มุมหนึ่งในคลับ ลุงโจกับวัฒน์รีบมาสมทบกับเอมี่ ยักษ์ และกรณ์ ทุกคนลงความเห็นว่ามีคนวางระเบิด

โรงงาน และถ้านักสู้มหากาฬโผล่มา กรณ์จะให้ลุงโจปลุกผีดิบมาวินขึ้นมาจัดการ แต่ตอนนี้ให้ใช้นักรบพรายพิฆาตไปก่อน ต้องจับตัวผู้บุกรุกมาให้ได้!

นำชัยกับไอริณอยู่ในห้องขัง รับรู้แล้วว่าณัฐชา

กับโทมัสกำลังเข้ามาช่วย เอมี่เฝ้าอยู่หน้าห้องได้ยินเสียงปืนแว่วมาเป็นระยะก็เริ่มเป็นกังวล ทันใดนั้นเองกรณ์วิทยุมาบอกเธอว่าเป้าหมายของผู้บุกรุกต้องเป็นท่านนำชัยแน่นอน เอมี่จึงย้อนถามว่าจะให้ตนจัดการยังไง

“ปิดตายห้องขัง อย่าให้มันพาเชลยหนีไปเด็ดขาด”

เอมี่ปิดประตูแล้วกระหน่ำยิงใส่แผงควบคุมจนระเบิด ไอริณรีบผละไปดูอย่างตกใจ

“จะทำอะไรน่ะ ฉันยังอยู่ในนี้นะ ปล่อยฉันออกไป” ไอริณตะโกนลั่น แต่เอมี่หาได้สนใจ แถมส่งจูบเย้ยหยันให้เสียด้วย!

ด้านกรณ์เห็นท่าไม่ดีรีบวิทยุสั่งการลุงโจเตรียมปลุกมาวินแล้วอย่าลืมอุปกรณ์ที่บอสเตรียมไว้สำหรับมันด้วย...ไม่ช้าลุงโจก็เอาปลอกคอโลหะสวมที่คอมาวิน ก่อนจะปิดวาล์วแก๊สยาสลบ พลันมาวินก็เริ่มลืมตาโพลง พร้อมรับคำสั่ง

ฤทธิ์ยิงต่อสู้กับนักรบพรายพิฆาตหูดับตับไหม้จนที่สุดก็ทะลวงเข้ามาถึงห้องด้านในที่พวกกรณ์รวมตัวกันอยู่ แสงสลัวภายในทำให้พวกเขาไม่แน่ใจว่าใครคือผู้บุกรุก รู้แต่ว่ามันฝีมือไม่ธรรมดา กรณ์ตัดสินใจตะโกนออกไป

“ฤทธิ์ ราวี นั่นแกใช่รึเปล่าเพื่อน นี่ฉันเอง ไอ้กรณ์”

แทนคำตอบ ฤทธิ์กราดยิงใส่ต้นเสียงอีกหลายนัดอย่างดุดัน

“หมดเวลาของแกแล้วไอ้กรณ์ วันนี้ฉันจะปิดบัญชีแค้นซะที”

“โธ่เอ๊ย ก็ฉันบอกแล้วไงว่าบอสเป็นคนสั่งการทั้งหมด”

“บอสตายแน่ แต่คิวของพวกแกต้องมาก่อน”

กรณ์มองหน้ายักษ์และวัฒน์ ยักษ์ยังนิ่งๆ แต่วัฒน์พยักหน้าเพราะอยากลุยเต็มแก่ กรณ์เดินนำยักษ์และวัฒน์ออกจากที่กำบัง ขณะที่ฤทธิ์ก็โผล่มาจากที่ซ่อนเช่นกัน

“อ้าว...วันนี้ไม่สวมเครื่องแบบเหรอ นักสู้มหากาฬ”

“วันนี้วันตายของพวกแก ฉันเลยไว้ทุกข์ให้”

กรณ์แค่นยิ้ม บรรยากาศค่อยๆเงียบลง และคาดไม่ถึงว่ากรณ์จะโยนปืนในมือของตนทิ้งไป เล่นเอายักษ์กับวัฒน์หน้าตาตื่น

“ระยะห่างปืนจะทำอะไรแกได้ ฉันว่าเรามารื้อฟื้นความหลังกันดีกว่า” กรณ์ว่าพลางชักมีดพกออกมา “เอาแบบใกล้ชิดสนิทสนม ถึงเลือดถึงเนื้อ”

วัฒน์กับยักษ์มองหน้ากันก่อนจะทิ้งปืนตามเจ้านาย...แล้วยักษ์ก็คว้ามีดสปาต้าของตน ขณะที่วัฒน์ชักดาบซามูไร

“นี่เป็นคำท้าของอดีตเพื่อนรักเชียวนะโว้ย ไอ้ฤทธิ์” กรณ์ตะโกน

ฤทธิ์ทิ้งปืนของตน และหยิบมีดพกจากศพ

ของนักรบพรายพิฆาตขึ้นมาควงพร้อมกับเปล่งเสียงอาฆาตแค้น

“แบบเดียวกับที่พวกแกเคยทำกับฉัน เข้ามาเลย”

กรณ์ยิ้มรับแล้วมองไปที่วัฒน์กับยักษ์ ส่งซิกให้พวกมันลงมือก่อน วัฒน์จึงควงดาบซามูไรเข้าห่ำหั่นฤทธิ์ทันที ฤทธิ์ใช้มีดรับเพลงดาบของวัฒน์ได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนที่ห้องขัง ไอริณพยายามเปิดประตูแต่ไม่สำเร็จ เธอหันมาบอกนำชัยว่า ท่าทางพวกมันจะปิดตายแล้วจริงๆ

“พรายพิฆาต มันโหดผิดมนุษย์มนา พ่อผิดเองที่มายุ่งเกี่ยวกับพวกมัน”

นำชัยมองไอริณด้วยความเวทนา ก่อนจะถอดสร้อยพระที่ห้อยคอออกแล้วยัดใส่มือเธอ

“ฟังพ่อให้ดีนะไอริณ เก็บพระนี่ไว้ให้ดีแล้วเอาไปมอบให้ณัฐชา”

“พระนี่มีอะไรซ่อนอยู่เหรอคะ”

นำชัยพยักหน้าก่อนกระซิบบอกบางอย่างเพิ่มเติมกับลูกสาว...เวลานั้นที่หน้าห้อง เอมี่ได้ยินเสียงแปลกๆก็ยกปืนขึ้นเล็งอย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นฝ้าช่องระบายอากาศก็ร่วงลงมาที่พื้น ก่อนณัฐชาจะโดดลงมาหาเอมี่

และปัดปืนทิ้งไปอย่างรวดเร็ว แล้วชักปืนตัวเองออกมาแต่เอมี่ก็ปลดทิ้งไปได้เช่นกัน

“เจอกันอีกจนได้ยัยตัวแสบ”

“คุณตำรวจ!”

สองสาวสบตากันก่อนจะเปิดฉากปะทะกำปั้นอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ไอริณชะเง้อดูเหตุการณ์ผ่านทางช่องกระจกของประตูแล้วหันมาบอกนำชัย

“พ่อคะ ณัฐชามาช่วยเราแล้ว”

นำชัยลุ้นระทึกว่าจะรอดตายหรือไม่!! เช่นเดียวกันชาญที่จอดรถอยู่ด้านนอกคลับกำลังดูภาพเหตุการณ์จากจุดต่างๆผ่านทางคอมพิวเตอร์อย่างจดจ่อ

“เร็วๆหน่อยสิ เดี๋ยวก็หมดเวลากันพอดี”

ระหว่างที่ชาญบ่นอยู่นั้นก็มีนักรบพรายพิฆาตกลุ่มหนึ่งลาดตระเวนมาเจอรถของเขา พวกมันยกปืนเล็งแล้วย่องไปหาอย่างเงียบเชียบ!

ooooooo

ตอนที่ 8

ในที่สุดนำชัยก็ยอมรับเงื่อนไขของณัฐชา...เขาปลอมตัวมิดชิดออกมาพบเธอในคืนหนึ่งเพื่อนัดแนะการเดินทางไปยังโรงงานผลิตยาเสพติดของพรายพิฆาต ซึ่งกรณ์บอกเขาแล้วว่าอีกสองวันจะเดินทาง แล้วเขาจะส่งข่าวเป็นระยะผ่านสัญญาณโทรศัพท์มือถือให้เธอ

ค่ำคืนเดียวกัน มาวินก็นำพาพวกมาเฟียค้ายามาพบ บอสเพื่อตกลงเรื่องการจำหน่ายยาลอตใหม่ แต่การเจรจาไม่สัมฤทธิ์ผลแถมมาเฟียกลุ่มนั้นยังอหังการเลยโดนบอสฆ่าตายเรียบต่อหน้ามาวินกับแหลม

รุ่งขึ้น สุชาติพามิสเตอร์โทคุดะมาพบนำชัยแต่เช้า โทคุดะจะกลับญี่ปุ่นพรุ่งนี้แต่อยากมาลานำชัยด้วยตัวเอง การสนทนาของทั้งคู่เป็นไปด้วยดี โทคะดุไม่ติดใจเหตุการณ์ ที่ตนถูกปองร้าย แต่เตือนนำชัยให้ทำความดี อย่าตกอยู่ใต้อำนาจของพรายพิฆาต

ส่วนที่กองปราบ ผู้กำกับเมธาไม่พอใจเมื่อทราบว่าราเมศจะร่วมทีมปฏิบัติการถล่มโรงงานผลิตยาเสพติดของพรายพิฆาต เขาเรียกณัฐชามาคุยก่อนจะยอมรับเมื่อเธอมีเหตุผลที่น่าฟัง

ในที่สุดก็ถึงวันเวลาเดินทาง นำชัยแต่งตัวเหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไปนั่งรถมากับกรณ์ซึ่งทำหน้าที่คนขับ นำชัยแอบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูเป็นระยะพลางชำเลืองมองกรณ์อย่างระแวดระวัง ฝ่ายณัฐชากับราเมศก็เตรียมพร้อมติดตาม โดยมีหน่วยจู่โจมพิเศษเป็นคันรถเพื่อภารกิจครั้งนี้

พวกมาวินมาถึงก่อนกรณ์ แล้วทั้งหมดก็พากันเข้าไปในโรงงานโดยที่นำชัยแอบส่งข้อความบอกณัฐชาไปแล้ว ลูกน้องของกรณ์ทุกคนมาพร้อมเพรียง ขาดแต่ลุงโจที่ยังถูก กักขังที่บริษัทมาดามหลิว เมื่อตำรวจเข้าจู่โจมจึงเกิดการปะทะกับดุเดือด กรณ์รู้แต่แรกแล้วว่านำชัยเป็นสายให้ตำรวจ เขาจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก ที่สำคัญเขาวางกับดักไว้อย่างดี!

หน่วยจู่โจมปะทะกับคนของพรายพิฆาตจนบาดเจ็บ ล้มตายกันทั้งสองฝ่าย แต่แล้วพวกพรายพิฆาตกลับฝืนคืนชีพด้วยน้ำตามัจจุราชทำให้ฝ่ายตำรวจตกเป็นรอง ฤทธิ์ปรากฏตัว ในคราบมือสังหารชุดดำหรือที่ณัฐชาตั้งฉายาให้เขาใหม่ว่านักสู้มหากาฬ เขาตะโกนบอกตำรวจให้ยิงจุดอ่อนที่หัวของมัน ไม่นานจากนั้นพวกพรายพิฆาตก็ดับดิ้น กรณ์กับสมุนรวมทั้ง มาวินต้องหลบไปตั้งหลักกันด้านหลัง โดยมีนำชัยอยู่ในนั้นด้วย

ฤทธิ์ไล่ตามไปเจอกรณ์ที่ออกมาช่วยเอมี่ เขาแผดเสียงเรียกอดีตเพื่อนรักด้วยความโกรธแค้น “ไอ้กรณ์” เสียงนั้นสะท้อนก้องยาวนานจนสองคนหยุดชะงัก กรณ์หันขวับมาตอบกลับด้วยท่าทีมั่นใจ

“นั่นแกใช่มั้ยเพื่อน...ฤทธิ์ ราวี”

ณัฐชาเพิ่งตามมาถึง ได้ยินคำพูดของกรณ์ก็ชะงักกึกก้าวขาไม่ออก

“ฉันไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกแล้ว เพราะวันนี้คือวันตายของแก”

“แกคิดว่าแกชนะงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ”

“ไม่มีโรงงาน ไม่มีน้ำตามัจจุราช แผนการของพวกแกล้มเหลว”

“ฮ่าๆๆ ใช้หัวคิดหน่อยสิเพื่อน คนของแกตายเป็นเบือ แล้วเราเสียอะไรบ้าง ไอ้นำชัยหนอนบ่อนไส้ถูกจับได้ แถมเรายังได้ทดสอบกำลังพลของเราอีกด้วย นักรบพรายพิฆาตที่เราจะสร้างขึ้นมาใหม่อีกกี่ร้อยกี่พันคนก็ได้”

“และที่สำคัญ...ที่นี่ไม่ใช่โรงงานผลิตยา แกหลงกลแล้ว”

คำพูดประโยคสุดท้ายของเอมี่ทำเอาฤทธิ์โกรธจัดขยับเข้าหากรณ์ จังหวะนั้นเองกรณ์รีบทุบปุ่มกลไกที่ผนัง ทำให้พื้นแยกออก ร่างของฤทธิ์ร่วงลงไปในโพรงเบื้องล่างพร้อมกับณัฐชาที่พยายามตะครุบมือเขาไว้!

บนถนนชานมือง...แหลมขับรถพามาวินหนีมาโดยมียักษ์ถือปืนคุมตัวนำชัยอยู่เบาะหลัง

“แสบมากนะท่านนำชัย อยู่ดีไม่ว่าดีดันอยากจะเป็นฮีโร่ อยากรู้นักว่าบอสจะลงโทษท่านยังไง”

“ช่วยไม่ได้นะป๊ะป๋า เกือบจะเป็นทองแผนเดียวกันอยู่แล้วไม่น่าเล้ย” มาวินยิ้มเยาะ นำชัยฮึดฮัดเพราะรู้มาตลอดว่ามาวินหมายปองไอริณอยู่...จู่ๆ ยักษ์ก็ดึงเทปที่ปิดปากนำชัยออกเพราะท่าทางเขาเหมือนอยากจะพูด

“มีอะไรก็ว่ามา”

“แกคิดว่าฉันจะเสียใจงั้นเหรอกับสิ่งที่ทำลงไป ฉันจะบอกให้ ตอนนี้ฉันโล่งใจ ภูมิใจ ที่ไม่ต้องเป็นทาสของพวกแกอีกแล้ว ไอ้พรายพิฆาต”

“พูดแบบนี้อยากตายใช่มั้ย” ยักษ์เงื้อปืนขู่ นำชัยมองอย่างดุดันก่อนจะโผเข้าแย่งปืนจนลั่นปัง แหลมตกใจร้องลั่นว่าอย่าหันปืนมาทางนี้

นำชัยฮึดสู้พยายามแย่งปืนจากมือไอ้ยักษ์ คิดว่าตายเป็นตาย ถ้าจะตายก็ตายด้วยกันทั้งหมด แต่มาวิน กลัวตายเข้ามายื้อยุดอีกคน จนกระสุนนัดหนึ่งลั่นทะลุเข้าลิ้นปี่มันอย่างจัง แหลมตกใจเรียกชื่อเจ้านายลั่นไปหมดก่อนตัดสินใจโดดหนีลงจากรถเมื่อนำชัยเบี่ยงปากกระบอกปืนมาที่มัน

แหลมละทิ้งหน้าที่กะทันหันทั้งที่รถยังแล่น ส่งผลให้รถที่ไม่มีคนขับแล่นเป๋เข้าหาต้นไม้ข้างทาง ไอ้ยักษ์ถึงกับลนลานตาเหลือก ร้องเสียงหลง!

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้กำกับเมธารุดมาที่กองปราบและซักถามจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาที่รอดกลับมาในสภาพอิดโรยว่ามีอะไรคืบหน้าบ้าง

“หมวดณัฐชาหายสาบสูญไปครับ แล้วใกล้ๆกับที่เกิดเหตุ เราเจอไอ้มาวินในสภาพบาดเจ็บสาหัส”

“ดูเหมือนว่ามันจะถูกยิงครับ แล้วรถที่โดยสารมาก็ประสบอุบัติเหตุ”

“แล้วของกลางล่ะ เจอยาเสพติดบ้างรึยัง”

จ่ากับหมู่ส่ายหน้าแทนคำตอบ ผู้กำกับเมธาหัวเสีย พูดโพล่งว่าคว้าน้ำเหลวตามเคย...จากนั้นเรียกผู้กองราเมศเข้าห้องประชุมคุยกันตามลำพัง ราเมศอยู่ในภาวะตึงเครียดโยนความผิดให้ณัฐชาเต็มๆ

“ไม่ใช่ความผิดของผม ณัฐชาต่างหากที่เป็นคนต้น คิด ผมว่าเธอต้องถูกไอ้นักสู้มหากาฬมันหลอกใช้แน่ๆ”

“ดูเหมือนตอนขาไปคุณจะไม่ได้พูดแบบนี้นะผู้กอง”

“ผมขอโทษครับ ผมสับสนไปหน่อย”

“เอาล่ะ คุณเหนื่อยมาพอแล้ว เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้คุณไปพักผ่อนเถอะ”

“แล้วเรื่องคดีล่ะครับ”

“หัวหน้าทีมคนใหม่มาถึงแล้ว ผมจะให้เขาจัดการเรื่องนี้ต่อจากคุณ”

หัวหน้าทีมคนใหม่ก็คือสารวัตรสิงหา เขาเข้ามาพบ ผู้กำกับเมธาต่อหน้าผู้กองราเมศ สองฝ่ายทักทายกันตามธรรมเนียม สารวัตรสิงหามองหัวหน้าทีมคนเก่าด้วยสายตาเย่อหยิ่งในตัวเองและเย้ยหยันต่อคนอื่น ผู้กองมาเรศไม่ทันสังเกตอะไรทั้งนั้น นอกจากรู้สึกหดหู่ใจที่ตนเองอยู่ในภาวะขาลงเสียแล้ว

นำชัยหายไปจากบ้านตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไอริณเป็นห่วงเขามาก สุชาติติดต่อสอบถามไปทางตำรวจก็ยังไม่มีเบาะแส รู้แต่ว่าหมวดณัฐชาก็หายตัวไปเหมือนกัน...เวลานั้นค่ำแล้ว ณัฐชาถูกคุมขังอยู่กับฤทธิ์ในคราบนักสู้มหากาฬในห้องลับใต้ดินของพรายพิฆาต หมวดสาวพยายามหาทางออกแต่ไม่สำเร็จ

“ผนังเหล็กหนาแบบนี้จะพังออกไปได้ยังไง ยกเว้นว่าคุณมีปืนใหญ่”

“จะกวนประสาททำไมเนี่ย ทั้งหมดนี่เป็นแผนของคุณนะ มันไม่ใช่ความผิดของฉัน”

“ที่นี่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกับดักโดยเฉพาะ มันจงใจล่อพวกเรามาที่นี่ก็เพราะแผนการของเรารั่วไหล”

“นี่คุณจะบอกว่ามีตำรวจเป็นสายโจรงั้นเหรอ”

“ผมไม่รู้ เรื่องนี้เราคงต้องสืบกันทีหลัง ส่วนตอนนี้ พักเอาแรงก่อนเถอะ” ฤทธิ์ว่าพลางเอนหลังนั่งเอกเขนก

“เฮ้ย! คุณจะบ้าเหรอ ฉันอยู่ที่นี่ทั้งคืนไม่ได้นะ”

“ก็เจ้าบ้านเขาอยากให้อยู่ จะทำยังไงได้” พูดจบเขามองไปยังกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ณัฐชาแหงนหน้ามองตามแล้วนิ่งเงียบไป

บอสอยู่ในห้องบัญชาการกำลังมองนักสู้มหากาฬกับหมวดณัฐชาผ่านทางกล้องวงจรปิด กรณ์เข้ามาสมทบและยิ้มเยาะด้วยความสะใจที่จับนักสู้มหากาฬได้ จากนั้น เขารายงานบอสว่าท่านนำชัยปลอดภัย ตอนนี้ถูกขังใน เซฟเฮาส์ แต่มาวินท่าทางจะสาหัส

“ช่างมัน มาเฟียอย่างมันจะหาใครมาแทนเมื่อไหร่ก็ได้ ตอนนี้ที่เราต้องระวังก็คือพวกของมาดามหลิว ขุนศึกของมันหายตัวไป มันต้องตามหาแน่”

“ไม่ต้องห่วงครับบอส เราจะเป็นฝ่ายรุกก่อนพวกมัน ตอนนี้ผมส่งคนไปแล้ว”

กรณ์หมายถึงไอ้วัฒน์ลูกน้องฝีมือดีอีกคนของเขานั่นเอง...วัฒน์บึ่งมอเตอร์ไซค์ไปหาเอมี่ที่เมมเบอร์คลับหลังจากกรณ์โทร.ตามตัว เอมี่ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยถ้อยคำคุ้นเคย “ไงที่รัก ไม่เจอกันซะนาน” วัฒน์ชะงักเล็กน้อย มองหน้าสาวสวยเซ็กซี่ด้วยแววตาเจ็บแค้นเพราะในอดีตเธอทำให้เขาอกหักรักคุด

คืนเดียวกัน ลุงโจลูกน้องของกรณ์ที่ยังถูกคุมขัง

ในบริษัทมาดามหลิว เขาถูกโซเฟียฉีดยากล่อมประสาทเพื่อให้คายความลับของพรายพิฆาต แต่แกก็ไม่ยอมปริปากแถมท่าทางเริ่มดื้อยา เอาแต่เชิดชูพรายพิฆาตและก่นด่ามาดามหลิวไปพร้อมกัน เลยโดนโซเฟียซัดเข้าสองสามหมัดก่อนที่มาดามหลิวจะยกมือห้าม ปล่อยให้แกพร่ำเพ้อบ้าคลั่งต่อไปตามอำเภอใจ

ส่วนที่ห้องลับใต้ดินภายในโรงงานของพรายพิฆาต ณัฐชากับฤทธิ์เริ่มพูดคุยกันดีเหมือนเดิม เธอสังเกตเห็นบาดแผลตามร่างกายเขาสมานตัว จึงตั้งข้อสังเกตว่าถ้าเป็นคนธรรมดาแผลคงไม่หายเร็วขนาดนี้

“ทุกอย่างเป็นเพราะน้ำตามัจจุราช”

“น้ำตามัจจุราช...แปลว่าคุณก็เหมือนผีดิบพวกนั้น”

“ผมไม่ได้เสพยาเหมือนพวกมัน ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เป็นอุบัติเหตุ”

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ เล่าให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ย... ทำไมนิ่งไปล่ะ ไหนบอกว่าเราเป็นหุ้นส่วนกัน แล้วทำไมไม่ให้ฉันรู้เรื่องของคุณบ้าง”

ฤทธิ์ตัดสินใจเล่าอดีตของตนให้ณัฐชารับรู้คร่าวๆ ว่าเขาถูกพรายพิฆาตฆ่าและมันยังทำลายชีวิตคนที่เขารักด้วย ซึ่งเธอจากไปนานแล้ว

“แปลว่าทั้งหมดนี่เพื่อเธองั้นเหรอ คุณฆ่าศัตรูไปมากมายแถมต้องต่อสู้กับองค์กรวายร้าย ก็เพื่อผู้หญิงคนเดียวเนี่ยนะ”

“เธอคือแสงสว่างสุดท้ายในชีวิตของผม คือสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งความเป็นดีงามของผมเอาไว้”

“ถ้างั้นคุณก็ควรจะรู้เอาไว้ ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีความสุขแน่ ที่เห็นคุณกลายเป็นปีศาจแบบนี้”

“คุณไม่ใช่เธอ...แล้วคุณจะรู้ได้ยังไง”

“ฉันเป็นผู้หญิง และฉันเคยสูญเสียมาไม่น้อยกว่าคุณ...ทำไมฉันจะไม่รู้”

ทั้งคู่อยู่ในสายตาของบอสและกรณ์ตลอดเวลา กรณ์ต้องการฆ่านักสู้มหากาฬแต่บอสไม่เล่นด้วย เพราะเขาคิดว่าร่างกายของมันอาจช่วยให้พวกเราค้นคว้าถึงพลังของน้ำตามัจจุราชได้ง่ายขึ้น

“มันเสี่ยงเกินไป มันเป็นศัตรูของเรา คุณต้องลงมือเดี๋ยวนี้” กรณ์ยื่นคำขาดและตัดสินใจขัดคำสั่งเมื่อบอสยังนิ่งเฉยด้วยการปราดไปกดปุ่มบางอย่างที่แผงควบคุม แต่ก็โดนบอสกระชากคอจนตัวลอย

“ไอ้โง่ ที่นี่ฉันคือหัวหน้าสาขา แกมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนฉัน”

“ขอโทษครับ ยกโทษให้ผมด้วยบอส ผมทำทุกอย่างก็เพื่อองค์กรของเรา”

บอสสะกดอารมณ์ เหวี่ยงกรณ์กระเด็น “ไสหัวไปให้พ้น แล้วจำไว้ถ้าแกทำแบบนั้นอีก...ฉันจะฆ่าแก!”

กรณ์ลนลานเดินหนีออกมา ก่อนจะมองกลับไปด้วยความแค้น “หัวหน้าสาขา ฮึ! ถ้าไม่มีพลังพิเศษ แกคิดเหรอว่าจะมีวันนี้”

แล้วจากนั้นไม่นาน นักสู้มหากาฬกับณัฐชาก็ได้กลิ่นเหมือนน้ำยาเคมี ปรากฏว่ามันเป็นแก๊สพิษที่พวยพุ่งออกมาจากช่องระบายอากาศ เขาบอกให้หญิงสาวกลั้นหายใจเอาไว้ แต่เธอสู้ไม่ไหวมีอาการสำลักก่อนทรุดลงอย่างหมดแรง ขณะที่เขาเองก็เริ่มจะไม่ไหว

ทันใดนั้นประตูห้องเปิดออก บอสเดินเข้ามาพร้อมเสียงหัวเราะเยาะหยัน “นักสู้มหากาฬ ในที่สุดอวสานของแกก็มาถึงจนได้ จงยอมสยบต่อพรายพิฆาต แล้วฉันจะให้ยาถอนพิษ”

“ไม่มีทาง!!” ฤทธิ์ชักดาบคู่ของตัวเองออกมาจู่โจมบอสอย่างรวดเร็ว บอสถึงผงะ “น้ำตามัจจุราชมีอำนาจมากกว่าที่แกคิดสิท่า”

บอสเข่นเขี้ยวก่อนจะหายตัวไปโผล่ข้างหลังนักสู้มหากาฬแล้วเงื้อดาบขึ้นเตรียมแทง แต่คาดไม่ถึงว่านักสู้ มหากาฬกลับชิงแทงสวนมาด้านหลังเหมือนรู้แกวอยู่ก่อน

“ห้องนี้แคบไปหน่อยบอส สำหรับไม้ตายของแก”

บอสคำรามด้วยความเจ็บแค้นก่อนเหวี่ยงดาบสกัดนักสู้มหากาฬให้ถอยออก ก่อนที่มันจะหายตัวไปอีกครั้ง...นักสู้มหากาฬเป็นห่วงณัฐชาที่กำลังย่ำแย่เพราะแก๊สพิษ ประคองเธอวิ่งหนีมาตามทางเดิน แต่สักพักเธอก็บอกว่าหายใจไม่ออก

“ณัฐชา อดทนไว้ เราต้องรีบไปจากที่นี่”

“คุณหนีไปก่อน ฉันไปไม่ไหว”

“ไม่มีทาง ผมไม่ยอมทิ้งคุณเด็ดขาด”

ณัฐชาสะลึมสะลือเต็มที ฤทธิ์ตัดสินใจอุ้มร่างเธอหนีต่อไป...จนกระทั่งหลุดพ้นห้องลับออกมาเห็นตำรวจสองนายกำลังเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุภายในโรงงาน ตำรวจเห็นหมวดสาวก็จะวิ่งมาช่วย แต่โดนบอสพุ่งพรวดมาสกัดด้วยดาบจนสิ้นใจในพริบตา ฤทธิ์รีบวางร่างณัฐชาลงก่อนผละไปเผชิญหน้าบอส

“แกทำให้ฉันผิดหวัง นักสู้มหากาฬ...ฉันให้โอกาสแกมากกว่าศัตรูทุกคน ก็เพราะเห็นว่าเรามีอะไรที่คล้ายกัน นั่นก็คือพลังที่ชำระล้างโลกใบนี้ ถ้าแกยอมร่วมมือกับฉัน เราจะสร้างโลกใหม่ด้วยกัน โลกที่จะไม่มีสงครามเพราะเชื้อชาติหรือศาสนาอีกต่อไป”

“เลิกฝันลมๆแล้งๆซะทีเถอะบอส มีคนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะแกมามากพอแล้ว”

“แกมันโง่!” บอสคำรามแล้วโผนเข้าใส่นักสู้มหากาฬที่ตั้งรับอย่างไม่ยอมเช่นกัน

สองฝ่ายต่อสู้กันดุเดือดโดยมีณัฐชาเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงนักสู้มหากาฬ เมื่อเห็นเขาเพลี่ยงพล้ำเธอก็คว้าปืนของตำรวจที่ล้มตายมายิงใส่บอสหลายนัด นั่นยิ่งทำให้มันโมโหเกรี้ยวกราดจะเอาชีวิตทั้งเธอและนักสู้มหากาฬให้ได้ แต่แล้วกรณ์ที่แค้นใจบอสก็แอบทำให้นักสู้มหากาฬพาณัฐชาหลบหนีไปได้ในที่สุด แถมยังทำให้บอสบาดเจ็บถูกกระแสไฟช็อตจนล้มตึง!

ฤทธิ์หรือนักสู้มหากาฬควบมอเตอร์ไซค์พาณัฐชาหนีออกไปพร้อมกันนั้นก็ติดต่อชาญเพื่อให้เอายาแก้พิษมาให้ณัฐชาที่อาการกำลังแย่ โดยเขาเป็นคนลงมือช่วยชีวิตเธอเองด้วยการฉีดยานั้นตรงที่หัวใจของเธอก่อนนำส่ง โรงพยาบาล แล้วหลบออกไปก่อนที่สารวัตรสิงหากับหมู่ปรีดาจะมาถึง หลังจากได้รับข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือ

ทางด้านไอ้ยักษ์ที่ควบคุมตัวท่านนำชัยไว้ที่เซฟเฮาส์ ยามนี้มันได้รับแจ้งข่าวจากผู้ร่วมทีมว่าเอมี่กับวัฒน์กำลังจะไปชิงตัวลุงโจที่บริษัทมาดามหลิว ซึ่งพวกเขาต้องการความมือจากมันด้วย

เอมี่มาพร้อมกับวัฒน์ โดยวางแผนกันดิบดีเข้าไปช่วยชิงตัวลุงโจจากชาญและโซเฟีย แล้วให้ยักษ์ตามมาสมทบจนสามารถช่วยลุงโจออกไปได้ แถมยังทำร้ายโซเฟียจนหมดสติ

เมื่อกรณ์ได้รับรายงานจากลูกน้องก็รีบมาบอกต่อบอสที่ยังพักฟื้นรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ภายในห้องบัญชาการของโรงงาน

“เรียบร้อยครับบอส ตอนนี้เราได้ตัวลุงโจมาแล้ว แถมยังถล่มบริษัทของมาดามหลิวซะยับเยิน”

“ยังไม่พอ แค่นั้นยังไม่สาสมกับความแค้นของฉัน ไอ้นักสู้มหากาฬมันต้องได้รับบทเรียนมากกว่านี้”

“บอสมีแผนยังไง”

“ณัฐชา...เพื่อนหญิงของมัน คนที่ประสานงานให้มันกับตำรวจ ฉันจะใช้นังนั่นเป็นเบี้ยสำหรับเกมนี้”

แผนการของบอสรวดเร็วทันใจ...ไม่ทันข้ามวัน สารวัตรสิงหาก็มาเกรี้ยวกราดเอากับณัฐชาที่ยังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ในโรงพยาบาล

“มีคนโอนเงินเป็นล้านเข้าบัญชีคุณเมื่อตอนบ่าย บอกผมหน่อยซิผู้หมวด ว่ามันเป็นค่าจ้างของใคร”

ณัฐชารับเอกสารนั้นมาดูแล้วยืนยันว่าเธอไม่ทราบจริงๆ

“งั้นเหรอ ผมช่วยหาคำตอบให้ดีมั้ย ระหว่างนักสู้มหากาฬกับพรายพิฆาต ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ว่าจ้างคุณให้พาคนของเราไปตายที่โรงงานนรกนั่น”

“ฉันไปจับกุมยาเสพติด เรื่องนี้ผู้กองราเมศ ผู้กำกับเมธาก็รับทราบ”

“แล้วไหนล่ะยาเสพติดของคุณ ไหนล่ะหลักฐาน”

“สารวัตรครับ ผมว่าเรื่องนี้อาจเป็นการเข้าใจผิดก็ได้นะครับ” หมู่ปรีดาแทรกขึ้นมา

“เดี๋ยวก็รู้ แต่ในระหว่างนี้ ผมขอสั่งให้คุมตัวผู้หมวดณัฐชาไว้ที่นี่ ห้ามเธอไปไหนเด็ดขาด”

ฟังคำสั่งหัวหน้าทีมคนใหม่แล้ว หมวดณัฐชาถึงกับอึ้งไปอย่างหนักใจสุดๆ

ooooooo

ฤทธิ์เพิ่งกลับเข้าบริษัทและพบว่าเจ้าหน้าที่พยาบาลกำลังลำเลียงคนเจ็บออกไปด้านนอกหลังจากลูกน้องของกรณ์บุกเข้ามาเอาตัวลุงโจไปและทำร้ายโซเฟียจนบาดเจ็บสาหัส มาดามหลิวเฝ้าดูอาการโซเฟียด้วยความเป็นห่วงราวกับลูกสาวคนหนึ่ง

“ตอนนี้พวกมันคงรู้แล้วว่าผมเป็นใคร อีกไม่นานมันคงต้องเปิดศึกกับเราแน่” ฤทธิ์มั่นใจอย่างที่พูด... มาดามหลิวพยักหน้าเข้าใจ

เวลานั้นที่ห้องโถงด้านล่าง สารวัตรสิงหามาพร้อมกับจ่าไมตรีเพื่อขอพบมาดามหลิว เมื่อชาญขึ้นไปบอก มาดามจึงลงมาพร้อมกับฤทธิ์และชาญ แล้วเผอิญได้ยินตำรวจทั้งสองคุยกันก่อนที่พวกเขาจะปรากฏตัว

“คนร้ายที่บุกมาปล่อยไวรัสบางอย่างลงในคอมพิวเตอร์ครับ ระบบบันทึกภาพก็เลยไม่ทำงาน”

“ถ้างั้นมันคงไม่ใช่โจรกระจอกแน่ แถมเหตุการณ์ยังเกิดไล่เลี่ยกับการบุกถล่มโรงงานของพรายพิฆาต ซึ่งถ้าผมเดาไม่ผิด มาดามหลิวจะต้องมีส่วนเกี่ยวพันกับพวกมัน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”

“กล่าวหาผู้เสียหายแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะสารวัตร” น้ำเสียงมาดามหลิวบ่งบอกว่าไม่พอใจ

สารวัตรสิงหาหันไปมองอย่างไม่สะทกสะท้าน “การตั้งข้อสันนิษฐานเป็นหน้าที่ของเรา”

“บริษัทของเราไม่เคยยุ่งกับงานผิดกฎหมาย”

“เหรอ ถ้างั้นคุณช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยว่าพรายพิฆาตมันจะบุกมาที่นี่ทำไม ถ้าคุณไม่เคยขัดแย้งกับ พวกมัน”

“ฉันไม่ทราบค่ะ”

“มาดาม...ผมขอแนะนำว่า ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ จากตำรวจล่ะก็ อย่างแรกที่คุณต้องทำก็คือพูดความจริง”

ชาญทนไม่ไหวขยับมากันสารวัตรสิงหาออกห่างมาดามหลิว “ขอโทษนะสารวัตร ช่วยรักษามารยาทหน่อย มาดามไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย และที่สำคัญพวกเราไม่ได้เรียกให้คุณมาที่นี่”

“เฮอะ นั่นยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ เกิดเหตุขนาดนี้แต่พวกคุณไม่ยอมแจ้งความ ตกลงพวกคุณซ่อนอะไรอยู่กันแน่”

“ผมว่าคุณมีอคติกับพวกเรานะ” ฤทธิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สารวัตรหันมาประจันหน้าพร้อมกับพูดจาดูถูกทำนองว่าเขาเป็นแค่โฮโซเจ้าสำราญจะรู้เรื่องงานของตำรวจได้ยังไง ดังนั้นอย่าสอดจะดีกว่า...

สารวัตรสิงหาวางมาดเข้มใส่ทุกคนแล้วกลับออกไปพร้อมจ่าไมตรี

“คนพวกนี้ไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ แสดงว่าพวกเขาต้องปิดบังอะไรอยู่แน่ ผมต้องการหมายค้น”

“จะค้นทำไมล่ะครับสารวัตร มาดามหลิวเป็นผู้เสียหายนะครับ ไม่ใช่คนร้าย”

“ผมไม่สน ผมรู้แต่ว่าพวกเขาน่าสงสัย และผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันคืออะไร”

ooooooo

กรณ์กลับมาที่บ้านท่านนำชัยเพื่อทำลาย หลักฐานการติดต่อระหว่างนำชัยกับพรายพิฆาตตามคำสั่งของบอส เมื่อไอริณเข้ามาพบจึงเกิดการโต้เถียงกันก่อนที่กรณ์จะตบหน้าเธอเพราะไม่พอใจที่เธอใช้ปืนข่มขู่ให้บอกแหล่งซ่อนตัวของนำชัย

ไอริณเจ็บใจแต่ทำอะไรเขาไม่ได้ เพราะเขาประกาศจะฆ่าคนทั้งบ้านถ้าเธอยังไม่หยุดจุ้นจ้านจนเรื่องนี้ไม่เป็นความลับอีกต่อไป

หลังจากทำลายหลักฐานหมดสิ้นแล้ว กรณ์กลับออกไปพบบอสอีกครั้ง เป็นเวลาที่เอมี่ ยักษ์ และวัฒน์พาลุงโจมาถึงพอดี

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะสหาย หวังว่าแกคงไม่ได้บอกความลับแก่พวกมัน”

“ไม่เลยบอส ผมปิดปากสนิท พวกมันไม่มีทางรู้อะไรจากผมแน่”

พูดไปแล้วกลัวบอสไม่เชื่อ ลุงโจเลยยืนยันหนัก แน่นอีกครั้งว่าระหว่างที่ตนถูกคุมขังในบริษัทมาดามหลิวตนไม่ได้ปูดความลับของพรายพิฆาตแม้แต่นิดเดียว บอสพอใจแต่ยังไม่ไว้วางใจเสียทีเดียว คาดโทษลุงโจว่าถ้ามีความลับรั่วไหลออกไปเมื่อไหร่ เขาต้องรับผิด– ชอบด้วยชีวิต ส่วนเรื่องนักสู้มหากาฬที่ตนประเมินมันต่ำเกินไป ยังไงตนก็ต้องจัดการมันให้ได้ด้วยการสร้างคนคนหนึ่งขึ้นมาด้วยน้ำตามัจจุราช...

ด้านณัฐชายังคงรักษาตัวในโรงพยาบาลโดยมี หมู่ปรีดาเฝ้าเธอไว้ตามคำสั่งของสารวัตรสิงหา...ผู้กองราเมศทราบข่าวก็รีบมาเยี่ยมเธอ ก่อนจะพบว่ามาวินที่บาดเจ็บปางตายจนกลายเป็นเจ้าชายนิทราก็รักษาตัวอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน แต่เขาไม่สนใจมันมากกว่าหมวดณัฐชา ผู้กองหนุ่มแสดงออกว่าห่วงใยเธอมาก และขอโทษที่ไม่ได้อยู่ช่วยเหลือในเวลาที่เธอเดือดร้อน

“ผู้กองหายไปไหนมาคะ”

“ผู้กำกับเมธาเล่นงานผมเรื่องภารกิจของพวกเรา ผมก็เลยละอายใจเหลือเกิน ละอายจนไม่กล้าโผล่มาให้คุณเห็นหน้า”

“ช่างมันเถอะค่ะผู้กอง ฉันเข้าใจความรู้สึกของผู้กองค่ะ”

“คุณดีกับผมเสมอ ถ้าเรื่องนี้ผ่านไปเมื่อไหร่ผมสัญญาว่าผมจะตอบแทนคุณให้ได้”

“ตอบแทนแบบไหนเหรอคะ”

เขาสบตาเธออย่างมีความหมายก่อนกุมมือเธอแนบแน่น แถมยังพูดแปลกๆราวกับมีใจให้ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาแทบไม่สนใจเธอเลย เอาแต่ชื่นชมเป็นปลื้มไอริณเสียมากกว่า

หลังจากราเมศกลับไปได้ครู่เดียว มาวินก็ถูกใครบางคนเข้ามาฆ่าซึ่งตำรวจเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นณัฐชาชัดเจน หมู่ปรีดาทราบดีว่าไม่ใช่เธอแน่จึงรีบพาเธอหลบหนีออกจากโรงพยาบาลก่อนที่สารวัตรสิงหาจะมาเอาเรื่อง ปะเหมาะพอดีฤทธิ์ขับรถมาเจอจึงพาเธอออกไปทันเวลา

ฤทธิ์มาในนามของโทมัสหลานชายมาดามหลิว เขารู้จากไอริณก่อนหน้านี้ว่าณัฐชาถูกคุมตัวจึงตั้งใจแวะมาเยี่ยม แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน

“ต้องเป็นฝีมือของพรายพิฆาตแน่นอน มันทำแบบนี้ทำไมนะ ฆ่าฉันยังง่ายซะกว่า”

“สงสัยมันคงเสียดายความสวยของคุณล่ะมั้ง”

“คุณนี่ก็ หน้าสิ่วหน้าขวานยังพูดเล่นอยู่ได้”

“เอาล่ะๆ ผมไม่พูดแล้ว ตกลงคุณจะไปไหน ผมจะไปส่ง”

“ฉันต้องกลับไปเก็บของ ตอนนี้พวกสารวัตรสิงหาอาจจะยังไม่ไหวตัวก็ได้”

ขณะที่ฤทธิ์หรือโทมัสมุ่งหน้าไปคอนโดฯ ณัฐชา... ภายในห้องประชุมกองปราบบรรยากาศกำลังตึงเครียด ผู้กำกับเมธาพยายามไกล่เกลี่ยเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งเขามั่นใจว่าคนร้ายไม่ใช่หมวดณัฐชา เพราะเธอเป็นคนดี ซื่อตรงต่อหน้าที่มาโดยตลอด แต่สารวัตรสิงหาก็คัดค้านว่าตนมีหลักฐานว่าเธอฆ่ามาวินกับตำรวจที่เข้าเวรอารักขาอยู่หน้าห้อง

“อาจจะเป็นคนหน้าเหมือน หรือเป็นภาพตัดต่อก็ได้นี่ครับสารวัตร”

“นี่ยังไม่สำนึกอีกเหรอหมู่ ตกลงหมู่อยากมีปัญหาใช่มั้ย”

สารวัตรสิงหาขึงขังจนหมู่ปรีดาหน้าจ๋อย จ่าไมตรีเห็นท่าไม่ดี ตั้งใจจะช่วยเพื่อนรัก กลับถูกสารวัตรตำหนิไปด้วยอีกคน ก่อนหันมาบ่นกับผู้กำกับเมธาว่าขืนเป็นแบบนี้ตนคงสืบคดีไม่ไหวแน่

“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงล่ะสารวัตร”

“ผมต้องการผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ครับ ส่วนทีมของผู้กองราเมศ ต่อไปนี้ให้คอยฟังคำสั่งอย่างเดียวเท่านั้น ห้ามกระทำการใดๆโดยพลการเด็ดขาด”

จ่ากับหมู่จ๋อยสนิท เดินคอตกออกจากห้องประชุมพลางบ่นกันอย่างเคร่งเครียดที่ถูกดองกะทันหัน แต่จ่าไมตรีไม่ยอมอยู่เฉยแน่ แม้โดนสารวัตรสิงหาจำกัดขอบเขตการทำงานแต่เขาก็จะแอบสืบคดีนี้อย่างลับๆ ถ้าจับคนร้ายได้เมื่อไหร่ ก็พิสูจน์ได้ว่าหมวดณัฐชาเป็นผู้บริสุทธิ์เมื่อนั้น!

ooooooo

ที่ห้องดับจิตในโรงพยาบาล กรณ์กับยักษ์แอบ เข้ามาดูศพมาวิน ยักษ์ไม่อยากเชื่อว่ามาเฟียอย่างมันจะตายง่ายๆแบบนี้ กรณ์สันนิษฐานว่ามันได้รับน้ำตามัจจุราชมากเกินไป บอสคงต้องการให้มันมีพลังเทียบ เท่ากับนักสู้มหากาฬแต่ไม่สำเร็จ

“ถ้างั้นเราควรทำยังไง ต้องเอาศพมันกลับไปด้วยรึเปล่า”

“ไม่จำเป็น ไอ้มาวินไม่มีประโยชน์กับเราแล้ว”

แล้วทั้งคู่ก็หันหลังกลับออกไป โดยไม่มีใครสังเกตเลยว่าขณะนั้นนิ้วของมาวินเริ่มขยับขึ้นมาอีกครั้ง...

ทางด้านณัฐชาที่ตั้งใจกลับมาคอนโดฯ เพื่อเก็บสิ่งของจำเป็นสำหรับการหลบหนีไปตั้งหลักทั้งๆที่เธอไม่ได้ฆ่ามาวิน แต่ตำรวจต้องไม่ปล่อยเธอแน่เพราะหลักฐานในกล้องวงจรชัดเจนมาก ฤทธิ์มาส่งเธอแล้วจอดรถรอด้วยความเป็นห่วง ปรากฏว่าขณะที่ณัฐชาเก็บข้าวของ สารวัตรสิงหากับลูกน้องจู่โจมเข้ามาและตามล่าจนเธอต้องวิ่งหนีขึ้นไปบนดาดฟ้า

“ซวยแล้วฉัน จะไปทางหนต่อดีเนี่ย”

ณัฐชาชะโงกดูท่อระบายน้ำที่ทอดลงสู่ตรอกเบื้องล่างด้านหลังอาคารด้วยอาการเสียวสยองขนลุก ขนพอง

“สูงเป็นบ้า...เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”

เมื่อถูกต้อนจนมุม เธอตัดสินใจปีนออกไปด้านนอกอาคาร โดยไม่รู้ว่าขณะนั้นเอมี่กำลังเฝ้ามองเธอจากดาดฟ้าของอาคารที่อยู่ใกล้กัน โดยอาศัยกล้องเล็งจากปืนไรเฟิลที่อยู่ในมือ

เอมี่เล็งเป้าหมายอย่างจดจ่อ พร้อมกันนั้นก็คุยโทรศัพท์ผ่านบลูทูธกับบอสไปด้วย

“แน่ใจเหรอบอส ว่านักสู้มหากาฬจะโผล่มา”

“ฉันแน่ใจ ฉันเห็นตอนที่มันสู้เพื่อปกป้องตำรวจหญิงคนนี้ มันสู้แบบยอมแลกชีวิต แสดงว่ามันกับณัฐชาต้องผูกพันกันเป็นพิเศษ”

จังหวะนั้น สารวัตรสิงหากับลูกน้องวิ่งมาถึงประตู ชั้นดาดฟ้าแต่มันถูกล็อกแน่นหนา สารวัตรสิงหาเรียก หมวดณัฐชาอยู่หลายครั้งแต่ไม่มีเสียงตอบ จึงสั่งลูกน้องพังเข้าไป

ตำรวจช่วยกันพังประตูดาดฟ้าสำเร็จ ณัฐชากำลังปีนป่ายไปตามชายคาอาคารถึงกับผงะตกใจเกือบร่วงลงข้างล่างถ้าไม่ได้นักสู้มหากาฬโหนตัวมาคว้าเอวเธอไว้ทันท่วงที

“ระวังหน่อยผู้หมวด”

“นี่คุณอีกแล้วเหรอ คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

“มือปราบสาวกลายเป็นฆาตกร ข่าวดังขนาดนี้ใครจะไม่รู้”

เอมี่แววตาวาวโรจน์ จับจ้องคนทั้งคู่ผ่านกล้อง บนปืนไรเฟิลตลอดเวลา และเธอยังคงรายงานบอสเป็นระยะ

“ตามแผน...ตอนนี้นักสู้มหากาฬโผล่ออกมาแล้ว จะให้ฉันทำยังไงต่อไป”

นักฆ่าสาวตั้งคำถามไปแล้วนิ่งฟังคำตอบจากบอสอย่างตั้งใจ โดยที่ปืนในมือเธอยังคงเล็งอยู่ที่เป้าหมายตลอดเวลา...

ooooooo

ตอนที่ 7

หลังจาก​ถูก​โซเฟีย​ฉีดยา​บาง​อย่าง​เข้าที่​ต้นคอ ลุง​โจ​ถึง​กับ​นอน​ดิ้นรน​ทุรนทุราย​ด่าทอ​โซเฟีย​กับชาญที่​ยัง​คาดคั้น​จะ​เอา​คำ​ตอบ​ให้​ได้​ว่า​พราย​พิฆาต​มี​แผนอะไร

“ไอ้​พวก​บ้า เอ็ง​ฉีดยา​อะไร​ให้​ข้า ไอ้​พวก​สารเลว ข้า​จะ​ฆ่า​เอ็ง”

“ฉัน​จะ​ให้​ยา​แก้ แต่​นาย​ต้อง​บอก​ฉัน​มา​ก่อน​ว่า​พราย​พิฆาต​มี​แผน​อะไร”

สายตา​ลุง​โจ​ถูก​หลอน​ด้วย​ฤทธิ์​ยา​จน​เห็น​หน้า​โซเฟีย​กับ​ชาญ​บิดเบี้ยว​สีสัน​ฉูดฉาด​เหมือน​ปีศาจ​ร้าย

“ก็​บอก​ไป​แล้ว​ไง พราย​พิฆาต​ต้องการ​แสดง​แสนยานุภาพ​เพื่อ​ให้​สังคม​รับ​รู้​ว่า​มี​ตัว​ตน​อยู่จริง”

“ไม่​ใช่​แค่​นั้น บอก​มา​ให้​หมด พวก​มัน​จะ​ใช้วิธีไหน”

“โท​คุ​ดะ...หนึ่ง​ใน​คณะ​กรรมา​ธิ​การ​ของ CTC หน่วย​งาน​ต่อต้าน​การ​ก่อการ​ร้าย​ของ​สหประชาชาติ มิสเตอร์​ชิ​เก​โอะ โท​คุ​ดะ มัน​จะ​มา​สังเกตการณ์​ที่​งาน​แถลงข่าว พราย​พิฆาต​หลอก​ให้​มัน​มา​ตาย​ที่​นี่”

ชาญ​หัน​ไป​สบตา​กับ​โซเฟีย​อย่าง​ตื่น​ตะลึง!

ขณะ​เดียวกัน​ที่​หน้า​พรรค​เทิด​ธรรม นำ​ชัย​ยังคง​แถลงข่าว​อย่าง​ต่อ​เนื่อง​เกี่ยว​กับ​ยาเสพติด​ตัว​ใหม่​ที่​แพร่ ระบาด​อยู่่​ใน​เขต​กรุงเทพฯ​และ​ปริมณฑล​เท่านั้น ซึ่ง​แสดง​ให้​เห็น​ถึง​ศักยภาพ​ของ​ตำรวจ​ที่​สามารถ​ควบคุม​สถานการณ์​เอา​ไว้​ได้

“ท่าน​คะ แล้ว​ที่​ลือ​กัน​ว่า​พราย​พิฆาต​อยู่​เบื้องหลัง​ยาเสพติด​ตัว​นี้ ท่าน​มี​ความ​คิดเห็น​ว่า​ยัง​ไง​บ้าง​คะ”

นำ​ชัย​หัน​มอง​นักข่าว​สาว​เจ้าของ​คำ​ถาม​ก่อน​ตอบ​ด้วย​สีหน้า​เรียบ​นิ่ง “พราย​พิฆาต​มี​จริง​รึ​เปล่า​ก็​ยัง​ไม่​รู้ เรื่อง​นี้​ผม​ไม่​ขอ​ออก​ความ​เห็น”

“แล้ว​ที่​มี​ข่าว​ลือ​ว่า ที่​ท่าน​ไม่​สนใจ​จะ​กวาดล้าง​พราย​พิฆาต​เพราะ​พรรคการเมือง​ของ​ท่าน​ได้​รับ​การ​สนับสนุน​จาก​พวก​มัน ท่าน​จะ​ว่า​ยัง​ไง​ครับ”

“เหลวไหล พรรค​เทิด​ธรรม​ของ​ผม​เป็น​พรรค​น้ำดี ไม่​มี​ทาง​แปดเปื้อน​กับ​พวก​นอก​กฎหมาย​เด็ดขาด”

นำ​ชัย​เริ่ม​เสียง​ดัง​อย่าง​ข่ม​อารมณ์​ไม่​อยู่...ระหว่างนั้น หมวด​ณัฐ​ชา จ่า​ไมตรี และ​หมู่​ปรีดา​เดิน​เบียด​ผ่าน​ผู้คน​เข้า​มา​ใน​งาน​และ​เห็น​ผู้​กอง​รา​เมศ​ยืน​อยู่​กับ​ชาย​ชาว​ญี่ปุ่น​คุ้น​หน้า​แต่​ไม่​รู้​ว่า​เขา​เป็น​ใคร

ขณะ​ที่​บรรยากาศ​ใน​งาน​เริ่ม​คึกคัก​เข้มข้น​เพราะ​นักข่าว​ต่าง​ยิง​คำ​ถาม​ใส่​นำ​ชัย​ไม่​หยุดหย่อน ด้าน​นอก​มี​สาวก​ของ​พราย​พิฆาต​นำ​ระเบิด​มา​ป่วน เสียง​ตูมตาม​ของ​ระเบิด​ประสาน​กับ​เสียง​เชิดชู​พราย​พิฆาต​จงเจริญ​ทำให้​ผู้คน​ใน​งาน​แตกตื่น​ตกใจ รา​เมศ​สั่ง​กร​ณ์​รีบ​พา​ท่าน​นำ​ชัย​หลบ​ไป​ข้าง​ใน ส่วน​โท​คุ​ดะ​ให้​ตาม​ตน​มา แล้ว​เหลือบ​เห็น​ณัฐ​ชา ถาม​เธอ​ว่า​มา​ได้​ยัง​ไง

“อย่า​เพิ่ง​ถาม​เลย​ค่ะ รีบ​คุ้มกัน​ท่าน​นำ​ชัย​เข้าไป​ก่อน ทาง​นี้​ฉัน​จัดการ​เอง”

รา​เม​ศพ​ยัก​หน้า​แล้ว​หัน​ไป​สั่ง​จ่า​ไมตรี​กับ​หมู่​ปรีดา​ช่วย​หมวด​ณัฐ​ชา​คุ้มกัน​ทาง​เข้า​ออก หลังจาก​ทุก​คน​แยกย้าย​กัน​ไป​ไม่​นาน ก็​มี​รถจี๊ป​คัน​หนึ่ง​แล่น​เข้า​มา​ใน​บริเวณ​ที่ทำการ​พรรค คน​บน​รถ​สี่​คน​แต่งตัว​คล้าย​หน่วย​คอมมานโด​แต่​มี​สีสัน​ลวดลาย​ที่​เตะตา​กว่า ก้าวลง​มา​จาก​รถ​พร้อม​อาวุธ​ครบมือ พร้อม​เปล่ง​เสียง​กึกก้องว่า “พราย​พิฆาต​จงเจริญ”

จาก​นั้น​นักรบ​ทั้ง​สี่​กระจาย​กำลัง​กราด​ยิง​ไป​รอบ​ทิศทาง กระสุน​ฉีก​ร่าง​ทั้ง​เจ้าหน้าที่​และ​นักข่าว​ล้ม​ตาย​เป็น​ใบไม้​ร่วง กร​ณ์​พา​นำ​ชัย​เข้า​มา​ด้าน​ใน​โดย​มี​สุชาติ​เดิน​ตาม​หลัง แต่​เสียง​กราด​ยิง​ทำให้​สุชาติ​หัน​กลับ​ไป​มอง​อย่าง​ตื่น​ตะลึง นำ​ชัย​จึง​ฉวย​โอกาส​นี้​ถาม​กร​ณ์​ด้วย​ท่าที​ไม่ค่อย​พอใจ

“ทำไม​คุณ​ถึง​ทำ​อย่าง​นี้ ทำไม​คุณ​ไม่​บอก​ผม”

“ขืน​บอก​ท่าน​ก็​เล่น​ไม่​สม​บทบาท​น่ะ​สิ ใจเย็น​ครับ​ท่าน เป้าหมาย​ของ​งาน​นี้​ไม่​ใช่​ท่าน แต่​เป็น​เขา” กร​ณ์บุ้ย​หน้า​ไป​ที่​มิสเตอร์​โท​คุ​ดะ ซึ่ง​กำลัง​มอง​เหตุการณ์​ข้าง​นอก​ด้วย​ความ​หวาดหวั่น

นักรบ​พราย​พิฆาต​ยัง​คง​กราด​ยิง​ผู้คน​เป็น​ว่า​เล่น ณัฐ​ชา​และ​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​พยายาม​ยิง​ตอบโต้​แต่​พวก​มัน​ก็​ไม่​ยอม​ตาย​ง่ายๆ จน​ณัฐ​ชา​ถึง​กับ​สบถ​อย่าง​หัวเสีย...ไอ้​พวก​บ้า นี่​มัน​คน​หรือ​ผี​กัน​แน่!

“ไม่​ไหว​แล้ว​ครับ​ผู้​กอง มัน​ใส่​ชุด​เกราะ​ยี่ห้อ​อะไร​ไม่​รู้ ยิง​ไม่​ตาย​ซะ​ที”

“ชุด​เกราะ​ที่ไหน​จ่า เลือด​ท่วม​ขนาด​นั้น ผม​ว่า​มัน​มี​ของ​แหงๆ”

“ถ้า​มี​ของ​ก็​คง​ไม่​พรุน​แบบ​นี้​หรอก​หมู่ เรา​รีบ​หา​ทาง​หยุด​มัน​เถอะ ถ้า​ขืน​มัน​บุก​เข้า​มา​ได้​เมื่อ​ไหร่​คน​ที่​อยู่​ข้าง​ใน​ตาย​หมด​แน่” ณัฐ​ชา​ร้อนรน นำ​ทีม​จ่า​และ​หมู่​พยายาม​สกัด​พวก​มัน​อีก​ยก

ส่วน​คน​ที่​อยู่​ด้าน​ใน​พา​กัน​เคร่งเครียด​เพราะ​เสียง​การ​ต่อสู้​จาก​ด้าน​นอก​ยัง​ไม่​หยุดหย่อน โท​คุ​ดะ​มี​ราเมศคุ้มกัน เขา​รำพึง​ออก​มา​เมื่อ​นึก​อะไร​บาง​อย่าง​ขึ้น​ได้ “นี่​มัน​เป็น​กับ​ดัก​ชัดๆ ผม​ถูก​พวก​มัน​หลอก”

“ทำไม​เหรอ​ครับ”

“มี​คน​ส่ง​จดหมาย​ลับ​ไป​หา​ผม เรื่อง​ท่าน​นำ​ชัย​เป็น​สาวก​ของ​พราย​พิฆาต ผม​ถึง​ได้​บิน​ด่วน​มา​สังเกตการณ์​ที่​นี่...รนหาที่​ตาย​ชัดๆ”

เสียง​ปืน​ดัง​ใกล้​เข้า​มา ณัฐ​ชา​วิ่ง​นำ​จ่า​กับ​หมู่​หลบ​มา​ข้าง​ใน​และ​รายงาน​รา​เมศ​ว่า​เรา​ต้าน​ไม่​อยู่ กำลัง​เสริม​ก็​ยัง​ไม่​มา ท่าทาง​มัน​จะ​บุก​เข้า​มา​ใน​นี้​ด้วย กร​ณ์​บอก​ว่า​ข้าง​บน​มี​ห้อง​นิรภัย​ตน​จะ​พา​ท่าน​นำ​ชัย​ไป​หลบ​ที่​นั่น แต่​รา​เมศ​โพล่ง​ขึ้น​ว่า​ห้อง​นิรภัย​ต้าน​พวก​มัน​ไม่​อยู่​แน่ ตน​พา​จะ​มิสเตอร์​โท​คุ​ดะ​หนี​ออก​ทาง​ด้าน​หลัง

เวลา​นั้น ฤทธิ์​ใน​คราบ​ของ​มือ​สังหาร​ชุด​ดำมาถึงแล้ว ​พร้อม​กับ​ชาญ​และ​โซเฟีย...ฤทธิ์​เผชิญหน้า​ปะทะ​กับ​พวก​นักรบ​พราย​พิฆาต​อย่าง​ดุเดือด โดยที่​ณัฐ​ชา​กับ​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ซึ่ง​เหลือ​น้อย​เต็มที​ก็​ยัง​พยายาม​สกัด​พวก​มัน

รา​เมศ​เห็น​มือ​สังหาร​ชุด​ดำ​เต็มตา​แต่​ยัง​ไง​ก็​ไม่​เห็น​โฉมหน้า​ที่แท้​จริง​ภาย​ใต้​หน้ากาก​ดำ​ของ​เขา แต่​รู้​ว่า​ฝีมือ​การ​ต่อสู้​ของ​เขา​ไม่​ธรรมดา​จริงๆ สามารถ​สยบ​พวก​นักรบ​พราย​พิฆาต​จน​ราบคาบ​แถม​ช่วย​ชีวิต​มิสเตอร์​โท​คุ​ดะ​ไว้​ได้​ด้วย

วัน​รุ่ง​ขึ้น สื่อ​ตี​ข่าว​นี้​กันครึกโครม​ทั้ง​หนังสือพิมพ์​และ​ทีวี โดยเฉพาะ​สื่อ​ทีวี​ที่​มี​ภาพประกอบ​เหตุการณ์ตอน​ชุลมุน​วุ่นวาย

“หลังจาก​ที่​ตกเป็น​ข่าว​ลือ​อยู่​นาน เมื่อ​วาน​นี้​องค์กร​พราย​พิฆาต​ก็ได้​ประกาศ​ตัวอย่าง​เป็น​ทางการ โดย​บุก​สังหาร​ท่าน​นำ​ชัย​หัวหน้า​พรรค​เทิด​ธรรม​ขณะ​แถลงข่าว​เรื่อง​การ​ปราบปราม​ยาเสพติด​ถึง​หน้าที่​ทำ​การ​พรรค​และ​ต่อหน้า​กองทัพ​นักข่าว ผู้เชี่ยวชาญ​ลง​ความเห็น​ว่า​จาก​วิธีการ​ลงมือ​ดัง​กล่าว​จะ​ทำให้​ชื่อ​ของ​พราย​พิฆาต​ถูก​ยก​ระดับ​จาก​แก๊ง​อาชญากร​เป็น​องค์กร​ก่อการ​ร้าย​โดย​สมบูรณ์​ใน​ไม่​ช้า แต่​ใน​ขณะ​เดียวกัน​อีก​ข่าว​ลือ​ที่​เป็น​ความ​จริง​ก็​คือ​ข่าว​ของ​มือ​สังหาร​ชุด​ดำ​ที่​ออก​กวาดล้าง​พราย​พิฆาต ซึ่ง​หลายๆฝ่าย​ลง​ความ​เห็น​ว่า​เขา​อาจ​ทำงาน​ให้​กับ​ทาง​ตำรวจ”

จ่า​ไมตรี​กับ​หมู่​ปรีดา​และ​เพื่อน​ตำรวจ​นั่ง​หน้า​จอ​ทีวี​เกาะ​ติด​ข่าว พอ​เห็น​ผู้​กำกับ​เมธา​เดิน​เข้า​มา​หมู่​ปรีดา​ก็​รีบ​ปิด​ทีวี​ก่อน​จะ​ลุก​ขึ้น​ยืน​ทำ​ความ​เคารพ​อย่าง​พร้อมเพรียง แต่​ผู้​กำกับ​เมธา​เดิน​ลิ่ว​ไป​ที่​ห้อง​ประชุม​โดย​ไม่​สนใจ​ผู้ใด ทำเอา​ลูกน้อง​ร้อนๆหนาวๆ หมู่​กับ​จ่า​แอบกระซิบกระซาบ ​กัน​ว่า ท่าทาง​งาน​นี้​ผู้​กอง​กับ​ผู้​หมวด​ต้อง​โดน​เล่น​แหงๆ

ภายใน​ห้อง​ประชุม​กอง​ปราบ ผู้​กำกับ​เมธา​กำลัง​สอบ​ปาก​คำ​รา​เมศ​และ​ณัฐ​ชา​ที่​เพิ่ง​หาย​จาก​อาการ​บาดเจ็บ​ได้​ไม่​นาน

“ผู้​กอง...ผม​รู้​ว่า​คุณ​พยายาม​เต็มที่​แล้ว แต่คดีนี้​คุณ​ทำ​มา​เป็น​ปี​ยัง​ไม่​มี​ความ​คืบ​หน้า สมาชิก​ของ​พรายพิฆาต​สัก​คน​คุณ​ก็​จับ​ไม่ได้ แถม​นี่​ยัง​ปล่อย​ให้​พวก​มัน​ค้า​ยาเสพติด​กัน​โครมๆ นี่​ถ้า​ผม​ไม่​ติด​ว่า​ท่าน​นำ​ชัย​หนุนหลัง​คุณ ผม​คง​ถอด​คุณ​ออก​จาก​คดี​นี้​ไป​นาน​แล้ว”

“ถ้า​เป็นไปได้ ผม​อยาก​จะ​ขอโอกาส​แก้มือ​ครับ”

“ผม​ให้โอกาส​คุณ​ได้ แต่​ไม่​ใช่​ใน​ฐานะ​หัวหน้าทีม คดี​นี้​ผม​จะ​ให้​คน​อื่น​มา​รับผิดชอบ​แทน”

ณัฐ​ชาตก​ใจ​ทำท่า​จะ​ท้วง​ผู้​กำกับ แต่​โดน​เขา​ยกมือ​ห้าม​ก่อน​หัน​ไป​บอก​รา​เมศ

“เชิญ​ออก​ไป​ได้​แล้ว​ผู้​กอง”

รา​เมศ​ลุก​ขึ้น​ทำ​ความ​เคารพ​ผู้​บังคับบัญชา​แล้ว​เดิน​หน้าจ๋อย​ออก​ไป โดย​มี​สายตา​ของ​ณัฐ​ชา​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​สงสาร แต่​แล้ว​หมวด​สาว​ก็​สะดุ้ง​วาบ​เมื่อ​ผู้​กำกับ​เมธา​เพ่งเล็ง​มา​ที่​เธอ

“ทีนี้​ก็​ถึง​ตา​คุณ​แล้ว​ผู้​หมวด ใน​รายงาน​ของ​คุณ​บอก​ว่า​คุณ​ได้​รับ​การ​แจ้ง​เตือน​จาก​ใคร​บาง​คน​ว่า​จะ​เกิด​เรื่อง​ขึ้น​ใน​งาน​แถลงข่าว ซึ่ง​มัน​ถึง​เวลา​ต้อง​เฉลย​แล้ว​ว่า​เขา​คือ​ใคร”

“มือ​สังหาร​ชุด​ดำ​ค่ะ​ท่าน”

“คุณ​สนิท​กับ​เขา​งั้น​เหรอ”

“เปล่า​ค่ะ แต่​เขา​ติดต่อ​กับ​ฉัน เพราะต้องการแนวร่วม”

“เพื่อ​กวาดล้าง​พราย​พิฆาต?”

“ค่ะ​ท่าน เขา​อยาก​ให้​ตำรวจ​อยู่​ข้าง​เขา”

ให้​ข้อมูล​เสร็จ ณัฐ​ชา​ก็​กลับ​ออก​มา​อย่าง​เครียดๆ แล้ว​ตรง​ไป​ที่​ห้อง​ทำ​งาน​ผู้​กอง​รา​เมศ ปลอบ​เขา​อย่าคิดมาก มัน​ไม่​ใช่​ความ​ผิด​ของ​เขา​สัก​หน่อย

“ไม่​ผิด​เหรอ ผม​ห่วย​ขนาด​โดน​ปลด​จาก​ตำแหน่ง​หัวหน้า​คุณ​ยัง​คิด​ว่า​ผม​ไม่​ผิด​อีก​งั้น​เหรอ”

“ผู้​กอง​อย่า​พูด​แบบ​นี้​สิ​คะ ถึง​ยัง​ไง​ผู้​กอง​ก็​ยัง​ได้​ทำ​คดี​อยู่ ฉัน​จะ​ช่วย​ผู้​กอง​แก้มือ​เอง​ค่ะ”

“ขอบใจ​มาก​นะ​ณัฐ​ชา ไหน​จะ​ช่วย​ผม​จีบ​ไอริณ ไหน​จะ​เรื่อง​งาน คุณ​ดี​กับ​ผม​มาก แต่​พอได้​แล้ว ผม​ไม่​ต้องการ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​คุณ ออก​ไป​ให้​พ้น”

ณัฐ​ชา​นิ่ง​อึ้ง ค่อยๆหัน​หลัง​กลับ​ออก​มา​ด้วยท่าทีซึมๆ ไมตรี​กับ​ปรีดา​ยืน​ชะเง้อ​อยาก​รู้​เรื่องราว พอ​เห็น​อาการ​ของ​หมวด​สาว​ก็​สะกิด​กัน​ไป​มา​ทำนอง​ว่า​อย่า​เพิ่ง​ถาม​อะไร​เลย​จะ​ดี​กว่า...ณัฐ​ชา​ไม่สบาย​ใจ​ที่​ตัว​เอง​เป็นต้นเหตุ​ให้​ผู้​กอง​รา​เมศ​โดน​ตำหนิ​และ​ถูก​ถอด​ออก​จาก​หัวหน้าทีม เพียง​เพราะ​เธอ​เชื่อ​คำ​พูด​ของ​มือ​สังหาร​ชุด​ดำ

หลังจาก​นั่ง​ซึม​อยู่​พัก​ใหญ่ เธอ​ตัดสินใจ​ไป​พบ​โทมัส​ที่​บริษัท​มาดาม​หลิว เป็น​เวลา​ที่​ชาญ​รับปากฤทธิ์​หรือ​โทมัส​จะ​ไป​สืบ​เรื่อง​นามบัตร​สถาน​บันเทิง​ที่​ฤทธิ์​เจอ​บน​โต๊ะ​ทำ​งาน​ของ​ท่าน​นำ​ชัย

เมื่อ​ฤทธิ์​ลง​มา​พบ​ณัฐ​ชา​และ​เห็น​ท่าทาง​เธอหงอย เหงา​ผิด​ปกติ​ก็​ทัก​ถาม​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง ณัฐ​ชา​ตอบ​รับ​ว่า​เครียด​และ​ไม่​ต่อปากต่อคำ​กับ​เขา​เหมือน​ทุกที แต่​ถาม​ว่า​วัน​นี้​เขา​จะ​พา​เธอ​ไป​ไหน เพราะ​เธอ​ยัง​ต้องเป็น​บอดี้​การ์ด​ให้​เขา​จน​ครบ​หนึ่ง​สัปดาห์​ตาม​ข้อ​ตกลง

ฤทธิ์​พา​ณัฐ​ชา​ไป​กิน​กาแฟ​ข้าง​ทาง​และ​นั่ง​คุย​กัน​ริม​น้ำ เขา​ทำตัว​ติด​ดิน​จน​เธอ​คาด​ไม่​ถึง แต่​ก็​รู้สึก​ผ่อนคลาย​กับ​บรรยากาศ​ร่มรื่น​เย็น​สบาย ทำให้​นึกถึง​ชีวิต​ใน​วัยเด็ก

“รู้​มั้ย ตอน​เด็กๆฉัน​ก็​เคย​มี​บ้าน​อยู่​ริม​น้ำ พ่อกับ​แม่​ฉัน​น่ะ​ใจดี​ที่สุด​ใน​โลก​เลย ฉัน​เคย​มี​ทุก​อย่าง​เหมือน​เด็ก​คน​อื่น จนกระทั่ง​พ่อ​กับ​แม่​ของ​ฉัน​ถูก​พวก​มาเฟียฆ่าตาย ฉัน​ก็​เลย​ต้อง​กลาย​เป็น​เด็ก​กำพร้า”

“เพราะ​แบบ​นี้​หรือ​เปล่า คุณ​ถึง​มา​เป็น​ตำรวจ”

“ฉัน​ต้องการ​ความ​ยุติธรรม ไม่​ใช่​ล้างแค้น เพราะ​ถึง​จะ​แก้แค้น​ยัง​ไง​ชีวิต​ฉัน​ก็​ไม่​มี​ทาง​เหมือน​เดิม พูดไป​คุณ​ก็​ไม่​เข้าใจ​หรอก ใน​เมื่อ​คุณ​ไม่​เคย​เห็น​คน​ที่​ตัว​เอง​รัก​ถูก​ฆ่า​ตาย​ต่อหน้า”

“ทุก​คน​ต้อง​เคย​ผ่าน​การ​สูญเสีย​มา​แล้ว​ทั้งนั้น ชีวิต​คน​เรา​หนี​เรื่อง​พวก​นี้​ไม่​พ้น”

แวว​ตา​ของ​ฤทธิ์​มี​ความ​เศร้า​แฝง​อยู่​จน​ณัฐ​ชา​รู้สึก​ได้ แต่​ไม่​รู้​ว่า​เขา​กำ​ลัง​นึกถึง​ใจ​ทิพย์​แฟน​สาว​ผู้​จาก​ไป...ยัง​ไม่ทัน​ที่​ใคร​จะ​พูด​อะไร​อีก ฝน​โปรยปราย​ลง​มา​อย่าง​ไม่​มี​เค้า ทั้ง​คู่​รีบ​วิ่ง​ไป​หลบ​ฝน​ใต้​สะพาน ฤทธิ์​ถอด​เสื้อ​ตัวนอก​คลุม​ไหล่​ให้​เธอ​กัน​หนาว ณัฐ​ชา​หัน​มอง​หน้า​เขา​ใน​ระยะ​ใกล้​แล้ว​อด​หวั่นไหว​ไม่ได้ ฤทธิ์​เอง​ก็​รู้สึก​ไม่​ต่าง และ​นึกถึง​คำ​พูด​ของ​ไอ​ริ​ณ​ที่​เคย​บอก​ว่า

“คุณ​ต้อง​รู้จัก​ณัฐ​ชา​ให้​มาก​กว่า​นี้​ค่ะ คน​ที่​เคยรู้จัก​ใจ​ทิพย์​ส่วน​ใหญ่​จะ​ชอบ​พูด​ว่า​ณัฐ​ชา​คือ​อีก​ด้าน​ของใจทิพย์”

ฤทธิ์​เริ่ม​รู้สึก​เช่น​นั้น​จริงๆ มอง​ไป​มอง​มา​เห็นณัฐชา​เป็นใจ​ทิพย์​ไป​ชั่ว​ขณะ​หนึ่ง

ooooooo

ขณะ​ที่​หมวด​ณัฐ​ชา​ไม่​อยู่​มี​นักข่าว​กลุ่ม​หนึ่ง​เข้า​มา​ที่​กอง​ปราบ​และ​พยายาม​จะ​สัมภาษณ์​ผู้​กอง​ราเมศ​แทน​เธอ​เกี่ยว​กับ​เรื่อง​ตำรวจ​มี​ส่วน​พัวพัน​กับ​มือ​สังหาร​ชุด​ดำ แต่​ผู้​กอง​ไม่​ยอม​และ​ผลัก​ดัน​จ่า​กับ​หมู่​ไป​รับหน้า​แทน

จ่า​ไมตรี​กับ​หมู่​ปรีดา​ตอบ​คำ​ถาม​นักข่าว​ไม่ได้​สัก​อย่าง เอาแต่​เอ้​อ​อ้า​อยู่​ไป​มา​ก่อน​จะ​ตัดบท​ว่า​พวก​ตน​ไม่​มี​อะไร​จะ​พูด​จริงๆ นักข่าว​คน​หนึ่ง​ตา​ไว​เหลือบ​เห็น​ภาพ​สเ​กตช์​บน​โต๊ะ​หมวด​ณัฐ​ชา​โดย​ใต้​ภาพ​เขียน​ว่า “นักสู้​มหากาฬ” เขา​ยก​กล้อง​ขึ้น​ถ่าย​เก็บ​ไว้​อย่าง​เนียนๆ

และ​แล้ว​ไม่ทัน​ข้าม​วัน​ภาพ​นั้น​ก็​ถูก​ตี​พิมพ์​ใน​สื่อ​เล่ม​หนึ่ง​พร้อม​ข้อความ “นัก​สู้​มหากาฬ วีรบุรุษ​หรือ​ฆาตกร” มาดาม​หลิว​เห็น​แล้วแต่​ไม่​ใส่ใจ​เท่า​ไหร่​นัก บอก​กับ​ชาญ​ว่า​ตอน​นี้​ประชาชน​กำลัง​เสียขวัญ บางที​เรื่อง​ของ​นัก​สู้​มหากาฬ​อาจจะ​ทำให้​พวก​เขา​อุ่น​ใจ​ขึ้น

ไม่​นาน​นัก โซเฟีย​ก็​นำ​ข่าว​ที่​น่า​สนใจ​กว่า​มารายงาน​มาดาม​หลิว​กับ​ชาญ หลังจาก​เธอ​แอบ​ไป​เก็บตัว​อย่าง​ดี​เอ็น​เอ​จาก​ศพ​นักรบ​พราย​พิฆาต​ที่​สถาบัน​นิติ​เวช​มา​ตรวจสอบ

“ห้อง​แล็บ​ยืนยัน​ว่า​ดี​เอ็น​เอ​ของ​คนร้าย​มี​การกลาย​พันธุ์​เพราะ​น้ำตา​มัจจุราช แต่​ที่​พวก​มัน​ไม่​ฟื้น​คืนชีพ​ขึ้นมา คง​เป็น​เพราะ​บาดแผล​ที่​ศีรษะ”

“จุดอ่อน​ของ​พวก​มัน​สิ​ท่า”

โซเฟีย​พยัก​หน้า​ให้​ชาญ​ก่อน​รายงาน​ต่อ​ไป “ถ้า​สมอง​เสียหาย​เกิน 60% กลไก​ของ​การ​คืนชีพ​จะ​หยุด​ชะงัก แต่​ถ้า​น้อย​กว่า​นั้น​พวก​มัน​ถึง​จะ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ใน​สภาพ​ของ​ผีดิบ”

“แล้ว​มัน​กิน​คน​ได้​ยัง​ไง”

“สัญชาตญาณ​ค่ะ​มาดาม พวก​มัน​ยัง​ต้องการ​สาร​เคมี​ต่างๆเพื่อ​ยัง​ชีพ​ซึ่ง​ร่างกาย​ไม่​สามารถ​ผลิต​เอง​ได้​เหมือน​คน​ปกติ”

“ก็​เลย​ต้องหา​จาก​เลือดเนื้อ​ของ​คน​อื่น” ชาญ​รำพึง​อย่าง​เข้าใจ ขณะ​ที่มา​ดาม​หลิว​ดู​หนักใจ รู้สึก​พรั่นพรึง​ต่อ​ข่าว​นี้​ไม่​น้อย...

ooooooo

ด้าน​ณัฐ​ชา​กับ​ฤทธิ์​ที่​ยัง​ติด​ฝน​อยู่​ใต้​สะพาน กว่า​ฝน​จะ​หยุด​ก็​เสีย​เวลา​ไป​มาก​ทำเอา​ผู้​หมวด​ถึง​กับ​บ่น​อุบ​ขณะ​พา​กัน​วิ่ง​มา​ที่​รถ แถม​เธอ​ยัง​พาล​พาโลหาว่า​ชาย​หนุ่ม​จงใจ​สร้าง​บรรยากาศ​กลั่นแกล้ง​เธอ​หรือเปล่า

“นี่​คุณ...ผม​รวย​เฉยๆนะ ไม่ได้​บ้า ทำไม​ผม​ต้อง​สร้าง​บรรยากาศ​เพื่อ​คุณ​ด้วย ขนาด​ต้อง​ทำ​ฝนเทียมเนี่ยนะ”

“อ้าว ก็​ฝน​ตก​ฟ้าคะนอง ถ้า​เกิด​รถ​สตาร์ต​ไม่​ติด​ขึ้น​มา แล้ว​มี​กระท่อม​ปลายนา​แถว​นี้ ฉัน​ก็​ซวย​สิ”

“อ่าน​นิยาย​เยอะ​ไป​แล้ว​คุณ​ตำรวจ” พูด​จบ​ฤทธิ์​ก็​สตาร์ต​รถ​แล้ว​บอก​เธอ​ว่า​ไม่​ติด ณัฐ​ชา​ถึง​กับ​ร้อง​เฮ้ย​ด้วย​ความ​ตกใจ ทำเอา​ชาย​หนุ่ม​ลอบ​ยิ้ม​และ​สอด​ส่ายสายตา​ไป​นอก​รถ​พลาง​พูด​ว่า “รถ​เสีย แถว​นี้​มี​กระท่อม​รึ​เปล่า”

“อย่า​บ้า​นะ เดี๋ยว​อัด​หน้า​ยุบ​เลย” เธอ​เงื้อ​หมัดขู่

“ล้อ​เล่น​ครับ​คุณ​ตำรวจ แหม...แค่​นี้​ทำ​เป็น​จริงจัง​ไป​ได้”

ณัฐ​ชา​มอง​ค้อน ฤทธิ์​ยิ้ม​ขำ​แล้ว​สตาร์ต​รถ​ขับ​ไป​ส่ง​เธอ​ถึง​คอน​โดฯ และ​อ้อน​ขอ​ขึ้น​ไป​กิน​อะไร​รองท้อง​เพราะ​หิว​มาก ปรากฏ​ว่า​หมวด​สาว​ไม่​ตุนของกิน​อะไร​ไว้​เลย​นอกจาก​บะหมี่​กึ่ง​สำเร็จรูป​กับ​ไข่​สอง​ฟอง พอ​โดน​เขา​ท้า​ให้​แข่ง​กัน​ปรุง​อาหาร​ด้วย​วัตถุดิบ​แค่​นี้ ณัฐ​ชา​ก็​ลงมือ​ด้วย​สูตร​ของ​ใจ​ทิพย์​ที่​เคย​สอน​ไว้ โดย​ไม่​รู้​เลย​ว่า​ฤทธิ์​ที่​อยู่​คน​ละ​มุม​ก็​ทำ​สูตร​เดียวกัน​นี้

จนกระทั่ง​ถึง​เวลา​เอา​อาหาร​มา​แลก​กัน​ชิม ทั้ง​คู่​ตะลึง​กับ​หน้าตา​และ​รสชาติ​ที่​เหมือน​กัน​เป๊ะ นี่เอง​ทำให้​ณัฐ​ชา​ยิ่ง​สงสัย​ว่า​นาย​โทมัส​คน​นี้​เป็น​ใคร​กัน​แน่ ที่​สำคัญ​เขา​พูด​แปลกๆยาม​มอง​หน้า​เธอ​ใกล้ๆ

“รู้จัก​กัน​มา​ตั้ง​นาน ผม​เพิ่ง​เห็น​ตา​คุณ​ชัดๆก็​วันนี้ คุณ​ไม่ได้​ก้าวร้าว​อย่าง​ที่​ผม​คิด ไอ​ริ​ณ​พูด​ถูก...มี​บาง​อย่าง​เกี่ยว​กับ​ใจ​ทิพย์​ใน​ตัว​คุณ บาง​อย่าง​ที่...” ฤทธิ์​ชะงัก​ก่อน​ที่​จะ​เผลอ​ปาก​ไป​มาก​กว่า​นี้

“แล้ว​คุณ​จะ​รู้​ได้​ยัง​ไง ถ้า​คุณ​ไม่​เคย​รู้จัก​ใจ​ทิพย์”

ฤทธิ์​ยิ้ม​แทน​คำ​ตอบ เส​เก็บ​ถ้วย​จาน​ไป​เงียบๆ ณัฐ​ชา​สังเกต​เขา​ครู่​หนึ่ง​ก่อน​เอ่ย​ขึ้น​มา​ลอยๆ

“เคย​ได้ยิน​นิทาน​เรื่อง​นึง​มั้ย ที่​เจ้าชาย​ผู้​เหี้ยมโหด​ต้อง​คำ​สาป​ให้​กลาย​เป็น​อสูร​ร้าย ต้อง​ถูก​ขัง​อยู่​ใน​ปราสาท​ตามลำพัง รอ​จน​มี​หญิง​งาม​มา​ปลดปล่อย​เขา​ด้วย​ความรัก”

“คุณ​พูด​ถึง​โฉมงาม​กับ​เจ้าชาย​อสูร​รึ​เปล่า นิทาน​ไร้​สาระ”

“แต่​ดูๆไป​ก็​เหมือน​ชีวิต​คุณ​นะ”

พูด​จบ​ณัฐ​ชา​ผละ​ไป ทิ้ง​ฤทธิ์​ให้​ถูก​สะกด​อยู่​กับ​ความรู้สึก​ที่​บาดใจ...

สมควร​แก่​เวลา​ฤทธิ์​ขอตัว​กลับ ขณะ​ขับ​รถ​ฝ่า​ความ​มืด​ของ​รัตติกาล​ไป​ตามลำพัง ภาพ​อดีต​ของ​ใจ​ทิพย์​ค่อยๆผุด​ขึ้น​มา​ใน​สมอง เขา​พยายาม​ตัดใจ​เพื่อ​ลืม​ความรู้สึก​เหล่า​นั้น...วินาที​นั้น​เอง​มี​หญิง​สาว​คน​หนึ่ง​วิ่ง​ตัดหน้า​รถ​ของ​เขา​อย่าง​รวดเร็ว ฤทธิ์​เบรก​กะทันหัน ขณะ​ที่​ผู้หญิง​คน​นั้น​เสียหลัก​ผงะ​ล้ม​ไป

ฤทธิ์​รีบ​ลง​จาก​รถ​มา​ดู​เธอ ถึง​รู้​ว่า​เธอ​วิ่ง​หนีผีดิบ​สาม​ตัว​มา ฤทธิ์​ต่อสู้​กับ​พวก​มัน​ด้วย​มีด​โดย​จงใจ​เล่น​งาน​ที่​ศีรษะ​ซึ่ง​เป็น​จุดอ่อน ไม่​นาน​ก็​ล้ม​มัน​ได้​ทั้งหมด และ​เห็น​หลอด​บรรจุ​อะไร​บาง​อย่าง​กลิ้ง​ออก​มา​จากตัว​มัน

“น้ำตา​สวรรค์” ฤทธิ์​พึมพำ​ขณะ​หยิบ​หลอด​นั้น​มา​ดู...รู้​ชัด​ว่า​เป็น​ฝีมือ​ของ​พราย​พิฆาต!

ooooooo

คืน​เดียวกัน​ที่​เมม​เบอร์​คลับ​ของ​พราย​พิฆาต มาวิน​กับ​แหลม​มา​ปรากฏ​ตัว​โดย​มี​เอ​มี่​คอย​ต้อนรับด้วย​ลีลา​ท่าทาง​ยวน​ยั่ว สอง​หนุ่ม​เห็น​สาว​เซ็กซี่​ก็​ตา​ลุกตาพอง แต่​พอ​เธอ​ยื่น​หน้ากาก​ให้​สวม แหลม​ก็​ทำท่า​จะ​ไม่เล่นด้วย

“ผม​ว่า​มัน​ชัก​จะ​น่า​กลัว​แล้ว​นะ​ครับ​คุณ​มา​วิน ท่าทาง​แปลกๆ”

“เป็น​นักเลงประสาอะไร​วะ แค่​นี้​ทำ​ปอด​แหก​ไป​ได้” มา​วิน​ตวัด​เสียง​ใส่​ไอ้​แหลม​ก่อน​จะ​สวม​หน้ากาก​อย่าง​แมนๆ แหลม​ลังเล​แต่​ที่สุด​ก็​สวม​ตามอย่าง​ลนๆ

จาก​นั้น​เอ​มี่​พา​ทั้ง​คู่​เข้า​มา​ใน​ห้อง​โถง​ซึ่ง​มี​สมาชิก​หลาย​คน​ที่​สวม​หน้ากาก​แบบ​เดียวกัน แต่ละ​คน​กำลัง​หาความ​สำราญ​จาก​อบายมุข​สารพัด​รูป​แบบ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​เหล้า ยา ผู้หญิง หรือ​แม้แต่​การ​พนัน

“ทำไม​ทุก​คน​ต้อง​สวม​หน้ากาก” มา​วิน​ซัก​เอ​มี่​ด้วย​ความ​สงสัย

“เพราะ​คน​พวก​นี้​เป็น​บุคคล​ที่​มีชื่อ​เสียง​ค่ะ​คุณ​มาวิน  พวก​เขา​ไม่​ต้องการ​ให้​ใคร​จำ​ได้​เพราะ​เกรง​ว่าจะเสียชื่อ”

“อ้อ ถ้า​งั้น​ก็​แปล​ว่า​คุณ​มา​วิน​มีชื่อ​เสียง​น่ะ​สิ​ครับ” แหลม​เสนอ​หน้า​สอพลอ

“ฮ่าๆ แน่นอน หน้าข่าวอาชญากรรม ใครๆก็รู้จัก ข้า...แต่ผมไม่กลัวเสียชื่อหรอกนะคุณ ผมไม่แคร์อยู่แล้ว”

“แต่เราแคร์ค่ะ” พูดแล้วเอมี่เดินนำไป ทิ้งให้มาวินกับแหลมยืนอึ้งไปพริบตา ก่อนที่แหลมจะโพล่งออกมาอย่างเข้าใจ

“สรุปคือ...เขากลัวว่าสถานที่ของเขาจะเสียชื่อเพราะคุณมาวินครับ”

“รู้โว้ย! ไม่ต้องแปล” มาวินตวาดลั่นจนแหลมหน้าจ๋อย ค่อยๆเดินตามหลังเจ้านายไปอย่างนอบน้อม

เอมี่พามาวินมาคุยกับบอสเรื่องยาเสพติดลอตใหม่ที่ต้องการวางจำหน่ายไปทั่วประเทศซึ่งบอสสั่งให้มาวินนัดพวกเจ้าถิ่นมาพบแล้วเขาจะต่อรองด้วยตัวเอง

งานนี้มาวินเอาด้วย แต่ในขณะเดียวกันนำชัยทำท่าจะถอดใจไปจากพรายพิฆาตหลังเกิดเหตุการณ์ผู้คนล้มตายที่พรรคเทิดธรรมของตนจำนวนมาก โดยให้กรณ์ช่วยเจรจากับบอสว่าเขาขอถอนตัว ถ้าสำเร็จจะจ่ายเงินไม่อั้น แต่กรณ์ไม่เล่นด้วยแถมยังขู่เอาชีวิตถ้าเขายังมีความคิดแบบนี้อีก และเร็วๆนี้พรายพิฆาตจะกระจายยาเสพติดลอตใหม่ หน้าที่ของเขาคืออำนวยความสะดวก อย่าให้ตำรวจเข้ามายุ่งเด็ดขาด นำชัยกลัวตาย จึงปฏิเสธไม่ได้

การสนทนาครั้งนี้อยู่ในสายตาของฤทธิ์โดยตลอดจากกล้องสอดแนมที่แอบติดไว้ในห้องทำงานนำชัย แล้วนำมาหารือพวกมาดามหลิวในวันรุ่งขึ้น ซึ่งทุกคนค่อนข้างแน่ใจว่านำชัยต้องรู้เห็นเรื่องยาเสพติดและอาจรู้ด้วยว่าโรงงานตั้งอยู่ที่ไหน แต่เขาไม่มีทางบอกเราแน่ถ้าไม่ถูกสอบปากคำ

“แต่ผมมีวิธีอื่น” ฤทธิ์กล่าวอย่างมั่นใจ เขาจะทำให้นำชัยยอมสารภาพเรื่องนี้แต่ถ้าไม่สำเร็จค่อยใช้แผนสอง คือชาญกับโซเฟียต้องหาทางเค้นข้อมูลจากลุงโจให้ได้

หลังจากนั้นฤทธิ์เริ่มปฏิบัติการล้วงความลับจากนำชัย โดยพึ่งพาณัฐชาให้ร่วมมือ ฤทธิ์มาพบเธอในคราบของมือสังหารชุดดำถึงคอนโดฯ เป็นเวลาที่หญิงสาวกำลังนอนฝันว่าโดนฤทธิ์กอดจูบตอนหลบฝนด้วยกัน เธอดิ้นรนขัดขืนอยู่ใต้ผ้าห่ม ก่อนที่ฤทธิ์จะเข้ามาสะกิดเรียกให้ตื่น  เลิกฝันหวานได้แล้ว

ณัฐชาลืมตาขึ้นด้วยความตกใจแต่สักครู่ก็กลายเป็นอายไม่กล้าเล่าความฝัน ไล่เขาออกจากห้องนอนแล้วค่อยตามออกมาในชุดที่เรียบร้อยมิดชิด พอรู้เห็นข้อมูลที่นำชัย คุยกับกรณ์เมื่อคืนซึ่งฤทธิ์ส่งเข้ามาในมือถือของเธอ หมวดสาวก็เชื่อสนิทว่านำชัยเป็นพวกเดียวกับพรายพิฆาต

“ผมอยากให้คุณเอาคลิปวิดีโอนี่ไปต่อรองกับท่านนำชัย ถ้าเขายอมช่วยเรา ก็ค่อยกันเขาเป็นพยานทีหลัง”

“ไอริณต้องรู้เรื่องนี้แน่ๆ มิน่าเธอถึงได้หนีหน้าฉัน”

เมื่อมั่นใจเช่นนั้นแล้ว ณัฐชารีบไปพบไอริณถึงกองถ่ายหนังแล้วพยายามโน้มน้าวเพื่อนรักให้ช่วยกล่อมนำชัยก่อนที่จะสายเกินไป ไอริณคล้อยตาม กลับมาที่บ้านพูดคุยกับพ่ออย่างเปิดอก ตอนแรกนำชัยแข็งขืนกระชากกล้องสอดแนมในห้องทำงานทิ้งด้วยความโมโห แต่พอลูกสาวพูดทั้งน้ำตาว่าเราไม่ควรอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวไปตลอดชีวิต หรือว่าพ่อต้องรอให้ตนเป็นเหมือนแม่ซะก่อนถึงจะกล้าตัดสินใจ นำชัยก็อึ้งเงียบไป

ค่ำนั้น ณัฐชาตามไปพบผู้กองราเมศที่เมาแอ๋อยู่ในผับ เธอรู้ว่าเขาเสียใจเรื่องถูกปลดออกจากหัวหน้าทีมคดีพรายพิฆาต แต่ก็ยังต้องการให้เขาร่วมงานเพื่อแก้มือ แต่ราเมศบอกปัดด้วยความน้อยใจแล้วเดินหนีออกจากผับ และเกือบโดน วัยรุ่นสองคนชิงทรัพย์ถ้าณัฐชาไม่ตามมาช่วยไว้เสียก่อน

ณัฐชาเช็ดหน้าให้ราเมศด้วยผ้าเย็นจนเขาสร่างเมาแล้วปลอบโยนให้คลายความเสียใจ ก่อนจะบอกว่าเรายังมีโอกาสแก้ตัว ถ้าเรารู้ว่าแหล่งผลิตยาของพรายพิฆาตอยู่ที่ไหน...ขณะเดียวกันนั้น ชาญกับโซเฟียกำลังคาดคั้นข่มขู่ลุงโจด้วยเรื่องนี้อยู่แต่ไม่สำเร็จแถมลุงโจรยังหลบหนีโดยเอามาดามหลิวเป็นตัวประกัน แต่สุดท้ายก็ถูกชาญยิงจนเลือดสาดกระเด็นโดนหน้ามาดามหลิว

โซเฟียต่อว่าชาญบุ่มบ่ามเกินไป ถ้ายิงโดนมาดามหลิวขึ้นมาจะว่ายังไง ชาญนิ่งอึ้งอย่างรู้สึกผิด ส่วนลุงโจนอน ครวญครางด้วยความเจ็บปวด พร้อมกันนั้นโทรศัพท์มือถือที่แกแย่งจากยามมาโทร.หากรณ์ก่อนหน้านี้สัญญาณก็ยังค้างอยู่ กรณ์ได้ยินเสียงลุงโจแต่เรียกเท่าไหร่แกก็ไม่ขาน จึงลองเช็กดูจนรู้ว่าเบอร์นั้นโทร.มาจากอาคารของบลูฟินิกซ์ของมาดามหลิว นั่นก็แปลว่าเธอคือศัตรูของพรายพิฆาตอย่างแน่นอน!

ฤทธิ์ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นก็รีบมาพบมาดามหลิวก่อนจะรับปากไปตามชาญมาพบเธอ มาดามหลิวไม่ติดใจสิ่งที่ชาญทำเพราะเข้าใจดีว่าเขาหวังดีกับเธอ

“เธอเป็นคนเด็ดเดี่ยวเสมอ และฉันก็เชื่อใจเธอ ไม่ใช่ด้วยฐานะเจ้านาย แต่ในฐานะเพื่อน ฉันเชื่อเสมอว่าเธอจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องฉัน”

ชาญสบตามาดามหลิวและยิ้มจางๆอย่างโล่งใจ ไม่มีใครรู้เลยว่าในขณะนั้นโซเฟียแอบมองมายังคนทั้งคู่ด้วยใจที่โหวงเหวง พอเห็นเขาสองคนกุมมือกันก็ยิ่งหน้าจ๋อยราวกับผิดหวังอะไรสักอย่าง

ooooooo

ตอนที่ 6

วันรุ่งขึ้น หมวดณัฐชามอบหมายให้จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาคอยตามสืบพฤติกรรมของโทมัส  แต่ทั้งคู่ก็ถูกชาญคนขับรถของโทมัสหลอกล่อจนไม่สามารถติดตามได้

โทมัสหรือฤทธิ์มีภารกิจที่เพิ่งรับคำสั่งจากมาดามหลิวให้ไปสืบความเคลื่อนไหวของนำชัย เมื่อชาญช่วยสลัดจ่ากับหมู่พ้นทางให้แล้วเขาจึงเดินหน้าไปยังบ้านหลังใหญ่ของนำชัยเพียงคนเดียว

ขณะเดียวกัน หมวดณัฐชาก็ขับรถมาส่งราเมศที่หน้าบ้านนำชัยพร้อมกับเจ้ากี้เจ้าการยัดเยียดช่อดอกไม้ใส่มือเขา

“มันจะดีเหรอหมวด เวลาแบบนี้คุณจะให้ผมจีบคุณไอริณเนี่ยนะ”

“เขาเรียกว่าพบรักกันในยามยากไงคะผู้กอง ใช้โอกาสที่ทำคดีนี่แหละเผด็จศึกหัวใจซะเลย”

“ถามจริงๆเหอะ ทำไมคุณถึงรีบร้อนจะให้ผมจีบไอริณขึ้นมา”

“แหม...ก็ผู้กองกับไอริณเหมาะสมกันดีนี่คะ ให้ ไอริณเป็นแฟนกับผู้กองยังดีกว่าไปยุ่งกับคนไม่ดีอย่างเช่น...” ณัฐชาชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นรถของโทมัสแล่นเข้ามา

ชายหนุ่มมาพร้อมช่อดอกไม้ที่เหมือนกันเป๊ะกับในมือผู้กองราเมศ ทำเอาต่างฝ่ายต่างอึ้งไปชั่วขณะ...แล้ว โทมัสก็เป็นฝ่ายทักทายทั้งคู่ก่อน

สวัสดีครับผู้กองราเมศ ผู้หมวดณัฐชา มาเยี่ยมคุณไอริณเหมือนกันเหรอครับ”

“ใช่ครับ บังเอิญจริงๆ”

“ค่ะ คนโบราณเขาถึงว่าไงคะผู้กอง เกลียดอะไรก็เจอแบบนั้น”

“ณัฐชา...” ราเมศปรามลูกน้อง แต่เธอหาได้สงบเสงี่ยม กลับลอยหน้าท้าทายฤทธิ์อีกว่าคนอย่างเธอตีสองหน้าไม่เป็น

ฤทธิ์สะกดใจไม่ต่อล้อต่อเถียง เดินนำเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ของท่านนำชัย โดยไม่รู้ว่าไอริณยืนมองจากชั้นบนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ว้าวุ่นใจกับความลับของพ่อบุญธรรมที่เขาเพิ่งสารภาพกับเธอและขอร้องไม่ให้แพร่งพรายกับใคร

นำชัยต้อนรับผู้มาเยือนทั้งสามด้วยดี แต่ไม่ยอมให้พวกเขาพบไอริณ อ้างว่าเธอต้องการพักผ่อน ยังไม่พร้อมเจอใครในตอนนี้

“แต่เรามีคดีสำคัญที่ต้องการข้อมูลด่วนจากคุณไอริณ ถ้าท่านไม่ขัดข้อง”

นำชัยมองราเมศอย่างอึดอัดใจแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ จำต้องพาณัฐชาเป็นตัวแทนขึ้นไปหาไอริณ โดยแอบส่งสัญญาณกำชับลูกสาวเรื่องที่ขอไว้ก่อนกลับออกมายืนแอบฟังการสนทนาของทั้งคู่อยู่หน้าห้อง

ไอริณทำไขสือเมื่อณัฐชาซักถามเรื่องที่เธออยากพบจิตแพทย์ของแม่และในวันเดียวกันเขาก็ถูกฆ่า ซึ่งณัฐชาเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“แต่ไม่ฉันไม่รู้จริงๆนะ ฉันไม่รู้ว่าพรายพิฆาตมันโผล่มาตอนนั้นทำไม ที่ฉันไปหาจิตแพทย์คนนั้นก็เพราะฉันคิดถึงแม่ มันก็แค่นั้นเอง”

“เราเป็นเพื่อนกันนะไอริณ เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้ปิดบังอะไรฉัน”

ไอริณอึ้งไปด้วยความลังเล ณัฐชายิ่งรู้สึกผิดสังเกต ส่วนนำชัยที่หน้าห้องเริ่มร้อนๆหนาวๆ หวาดวิตกว่าลูกสาวจะแพร่งพรายความลับ...

ด้านจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาที่ถูกชาญขัดขวางการติดตามโทมัสจนรถเกิดอุบัติเหตุและกำลังจะเอากลับ

ไปยังกองปราบ แต่ทันใดทั้งคู่ก็เห็นชาญเดินเตร่อยู่ฝั่งตรงข้าม จำได้ว่าเป็นคนขับรถของมาดามหลิวที่ซิ่งหนี

พวกตนจนเกิดเรื่อง เลยตั้งใจจะไปคิดบัญชีแต่กลายเป็นว่าโดนชาญยอกย้อนอย่างหัวหมอแถมยังแสดงความเก๋าตะปบปืนจากจ่ามาถอดเป็นชิ้นส่วนอย่างรวดเร็ว

“ขอโทษนะคุณตำรวจ ถ้าคุณจะเชิญตัวผมไปสอบปากคำก็ควรพูดจาให้นุ่มนวลกว่านี้ แต่ถ้าจะใช้กำลัง แค่นี้คุณเอาผมไม่อยู่หรอก”

ทั้งจ่าและหมู่ถึงกับอึ้งกิมกี่เมื่อประจักษ์แก่สายตาว่าหมอนี่ไม่ใช่แค่คนขับรถธรรมดา!

ส่วนที่ห้องรับแขกบ้านท่านนำชัย...ฤทธิ์กับราเมศนั่งมองกันไปมาอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ฤทธิ์จะตัดสินใจถามราเมศว่าสงสัยอะไรตนอยู่หรือเปล่า

“ก็ไม่เชิง ผมแค่กำลังนึกว่าทำไมณัฐชาถึงชอบมองคุณว่าเป็นคนร้าย”

“แล้วผมเหมือนคนร้ายรึเปล่า”

“ไม่เหมือน แต่ก็แปลกนะ พอคุณโผล่ไปที่ไหนเมื่อไหร่เรื่องร้ายๆต้องเกิดขึ้นทุกที นี่ถ้าผมหัวโบราณกว่านี้ซะหน่อยคงคิดว่าคุณเป็นตัวนำโชค”

ฤทธิ์กลัวเข้าเนื้อ หาทางเลี่ยงด้วยการขอตัวไป ห้องน้ำ สุชาติลูกน้องคนสนิทของนำชัยจึงนำทางให้ก่อนจะปลีกตัวไปอย่างไม่เอะใจใดๆเลย ฤทธิ์รีรอจนสุชาติลับกายแล้วไล่เปิดประตูห้องต่างๆเพื่อหาห้องทำงานของนำชัย พอเจอก็ผลุบเข้าไปแอบติดตั้งกล้องสอดแนมไว้ที่เฟอร์นิเจอร์และเริ่มค้นหาสิ่งผิดสังเกต จนกระทั่งเจอสมุดเล่มหนึ่งที่มีนามบัตรของ the devil เมมเบอร์คลับ จึงใช้มือถือถ่ายรูปเก็บไว้ แต่พลันต้องรีบซ่อนมือถือแทบไม่ทันเมื่อได้ยินราเมศส่งเสียงถามว่าหาอะไรอยู่เหรอ

“อ้าวผู้กอง ผมเดินหลงทางว่าจะกลับออกไปอยู่พอดี”

พูดจบฤทธิ์จะเดินหนีไปดื้อๆ ราเมศรีบดักหน้า ถามเขาว่าถ่ายรูปอะไรไว้ ขอตนดูหน่อยได้ไหม

“อย่าระแวงสิครับผู้กอง ผมเป็นพลเมืองดีนะครับ” ว่าแล้วเขาจะเดินหนีออกข้างนอก แต่ผู้กองไม่ปล่อยไปง่ายๆ กระชากตัวเขาไว้เพื่อแย่งมือถือ ฤทธิ์ปัดป้องแล้วล็อกตัวผู้กองด้วยวงแขนที่แข็งแรง

“คุณไม่มีสิทธิ์มาค้นตัวผม”

“ผมเป็นตำรวจ แล้วคุณไอริณก็เป็นเพื่อนของผม”

“แสดงว่าคุณหึงไอริณ ก็เลยใช้หน้าที่บังหน้า”

ราเมศบันดาลโทสะพยายามจะเล่นงานฤทธิ์แต่ไม่สำเร็จ จังหวะนี้เองณัฐชากลับลงมาพอดี ถามผู้กองว่ามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า ฤทธิ์สบตาราเมศพร้อมกับเลิกคิ้วให้อย่างกวนๆ ทำนองว่าจะลุยต่อหรือจะหยุดแค่นี้ ราเมศข่มความไม่พอใจสะบัดตัวหนี ฤทธิ์ได้ทีรีบตอบณัฐชาว่า

“ไม่มีอะไรครับหมวด พอดีผู้กองเกิดซุ่มซ่ามหกล้ม ผมก็เลยช่วยประคอง”

ณัฐชาท่าทีไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นัก แต่ก็เดินตามราเมศออกไปที่รถ ได้ยินเขาบ่นว่านายโทมัสคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ เธอเลยถามว่าจะทำยังไงดี ราเมศไม่ทันตอบเพราะเสียงมือถือดังขัดจังหวะ เขากดรับแล้วรีบร้อนไปที่กองปราบพร้อมกับลูกน้องสาว โดยมีฤทธิ์ขับตามหลังมาห่างๆ

ราเมศตำหนิณัฐชาที่ส่งจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาสะกดรอยตามโทมัสแถมทั้งคู่ยังจับคนขับรถชื่อชาญมาที่กองปราบ ด้วย มาดามหลิวเลยมาเอาเรื่องเขาในฐานะผู้บังคับบัญชา โดยให้โซเฟียนำหลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิดขณะจ่ากับหมู่ดักซุ่มอยู่หน้าบริษัทมายืนยัน

“คนของคุณมาดักเฝ้าคุณโทมัสโดยไม่มีสาเหตุ แบบนี้ถือเป็นการคุกคามนะคะผู้กอง”

“ผมเสียใจด้วยครับ”

“เป็นความผิดของฉันเองค่ะมาดามหลิว ฉันเป็นคนสั่งให้จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาสะกดรอยตามคุณโทมัส”

“ด้วยเหตุผลอะไรไม่ทราบคะหมวด”

“คือว่า...หมู่นี้เกิดเรื่องกับคุณโทมัสบ่อยครั้ง ฉันเกรงว่าเขาจะถูกปองร้ายค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงครับมาดาม ในเมื่อลูกน้องของผมเป็นฝ่ายผิด พวกเขาก็สมควรถูกลงโทษ”

“แต่ผมว่าอย่าให้ถึงขนาดนั้นเลยครับผู้กอง ในเมื่อหมวดณัฐชาทำไปเพราะเป็นห่วงผม ผมว่าเรามาตกลงกันดีกว่า” ฤทธิ์พูดอย่างใจเย็น พอราเมศถามว่าตกลงยังไง เขาก็แจ้งเงื่อนไขที่ทำให้หมวดสาวไม่พอใจอย่างมาก “ก็ในเมื่อหมวดณัฐชาต้องการดูแลผม ผมก็จะเปิดโอกาสให้เขาทำงานอย่างเต็มที่ด้วยการมาเป็นบอดี้การ์ดให้ผมสักหนึ่งสัปดาห์”

“ให้ฉันไปอยู่กับนายเหรอ ฝันไปเถอะ”

“ณัฐชา” ผู้กองราเมศปรามลูกน้องแล้วตอบตกลง ถ้าข้อเรียกร้องของโทมัสจะทำให้ปัญหานี้ยุติ...

หลังจากมาดามหลิวกลับไปพร้อมคนของตนทั้งหมดรวมทั้งชาญด้วย ณัฐชาก็ตามเซ้าซี้ราเมศเพราะไม่อยากไปเป็นขี้ข้าให้โทมัส

“ขี้ข้าที่ไหนกันล่ะหมวด บอดี้การ์ดต่างหาก”

“จะอะไรก็ช่างเถอะค่ะ แต่ฉันไม่ยอมอยู่ใกล้นายโทมัสเด็ดขาด คิดดูสิคะ เจอกันทีไรต้องมีเรื่องทุกที ถ้าให้อยู่ด้วยกันมีหวังต้องฆ่ากันตายแน่”

“ณัฐชา...เกมนี้คุณต้องเล่นตามน้ำ ไม่งั้นถ้าเขาเกิดเอาเรื่องขึ้นมา คุณอาจถูกพักงานก็ได้...พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสหน่อยสิ ไหนๆคุณก็อยากสืบเบื้องหลังของนายโทมัสอยู่แล้วนี่”

ณัฐชาชะงักอย่างนึกได้ อารมณ์ขุ่นมัวคลายลงอย่างฉับพลัน...ฝ่ายมาดามหลิวที่ไม่เข้าใจการกระทำของฤทธิ์ก็ต่อว่าเขาด้วยความไม่พอใจเมื่อกลับมาถึงบริษัท

“ฉันไม่เข้าใจเลยโทมัส รู้ทั้งรู้ว่าตำรวจหญิงคนนั้นกำลังจับผิดเธอ แล้วทำไมเธอถึงยอมให้เขามาอยู่ใกล้ๆ”

“เธอสงสัยเรื่องอดีตของผม แถมยังสงสัยว่าผมเป็นมือสังหาร ผมต้องหาทางเคลียร์เรื่องนี้”

“แน่ใจนะว่าไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น...ระวังนะโทมัส ฉันรู้ว่าเธอผูกพันกับณัฐชาเพราะเขาเป็นเพื่อนของใจทิพย์ แต่เขาไม่ใช่ใจทิพย์ และเธอก็มีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้น ไม่ใช่ผูกพันกับใครอีก”

มาดามหลิวดักคอฤทธิ์หรือโทมัสด้วยท่าทีไม่พอใจ แต่แล้วต้องยุติไปเมื่อชาญกับโซเฟียก้าวเข้ามา...ทางด้านไอริณที่จำใจทำตามคำขอร้องของพ่อ หลังจากณัฐชากลับไปเธอก็เอาแต่เหม่อลอย พอนำชัยซึ่งไม่ค่อยวางใจมาเอ่ยปากซักไซ้ เธอเลยย้อนถามอย่างอัดอั้นและเก็บกด

“เราต้องปิดบังไปถึงเมื่อไหร่ หรือว่าพ่อต้องหลบๆ ซ่อนๆเพื่อคอยรับใช้พวกคนร้ายไปตลอดชีวิต”

“ไอริณ ลูกฟังพ่ออธิบายก่อน...ความจริงพ่อคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวมันจะบานปลายขนาดนี้ สมัยนั้นพ่อยังเป็นแค่นักการเมืองหน้าใหม่ที่ถูกคู่แข่งเล่นงานจนหมดอำนาจ พ่อได้รับคำเชิญจากพรายพิฆาตที่สัญญาว่าจะสร้างความสำเร็จให้กับพ่อภายในไม่กี่สัปดาห์ และด้วยความคับแค้นใจ พ่อถึงได้รับปากที่จะเจอกับหัวหน้าสาขาของพวกมัน แล้วมันก็ให้พ่อสาบานว่าจะภักดีต่อพรายพิฆาตไปชั่วชีวิต...นับจากนั้นเป็นต้นมาคู่แข่งทางการเมืองของพ่อก็ถูกกำจัดไปทีละคน ในขณะที่พ่อก็ถูกผลักดันให้ขึ้นมามีอำนาจ พ่อรู้ว่าพ่อเลือกทางผิด สักวันหนึ่งพ่อจะถอนตัวจากพวกมัน”

“พ่อแน่ใจเหรอคะ ว่าพ่อจะทำได้”

“พ่อมีแผนอยู่แล้ว พ่อคิดว่า...”

นำชัยชะงักเงียบไปเมื่อเหลือบเห็นกรณ์ยืนจับจ้องมาจากมุมหนึ่ง ท่าทางกระด้างกระเดื่องของกรณ์ที่มีต่อนำชัยทำให้ไอริณเดาออกว่ากรณ์ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกพรายพิฆาต!

ooooooo

ฤทธิ์ไม่พอใจกับข้อห้ามของมาดามหลิวที่ไม่ต้องการให้ยุ่งเกี่ยวหรือผูกพันกับณัฐชา เพราะเขาคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่โซเฟียกลับเห็นด้วยกับมาดามหลิวแถมยังย้ำเตือนเขาด้วยว่า มาดามเป็นเจ้าชีวิตของทุกคนที่นี่ เขาไม่มีสิทธิ์โต้เถียงกับเธอ ที่สำคัญถ้าเธอไม่ช่วยเขาเอาไว้ นึกเหรอว่าเขาจะมีวันนี้

“แต่ความอดทนของผมมีจำกัด”

“ถ้าไม่มีน้ำตามัจจุราช ป่านนี้คุณตายไปแล้ว ตายเหมือนกับใจทิพย์คนรักของคุณ”

“มาดามหลิวกับผมมีเป้าหมายเดียวกันคือล้างแค้น แต่เธอไม่ใช่เจ้านายของผม เพราะฉะนั้นเลิกวุ่นวายกับผมซะที” ฤทธิ์เดินหนี โซเฟียทำท่าจะไม่ยอมเลิกแต่ชาญปรี่เข้ามาห้าม

“พอได้แล้วโซเฟีย คุณโทมัสพูดถูกแล้ว เขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้น”

“ฉันไม่ยอม”

“ถ้างั้นเธอก็ต้องสู้กับฉัน เพราะฉันก็ไม่ยอมเหมือนกัน”

โซเฟียชะงัก มองชาญและฤทธิ์ด้วยความโกรธก่อนจะเดินหนีไป ชาญตามมาคว้าตัวเธอไว้ แต่เธอยังฉุนเฉียวใส่อีก หาว่าเขาปกป้องฤทธิ์

“ฉันปกป้องเธอต่างหาก...ไม่เอาน่าโซเฟีย มาดามหลิวต้องโกรธแน่ถ้าเธอมีเรื่องกับคุณโทมัส อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลยนะ” ชาญบีบไหล่เธอเบาๆ สัมผัสนั้นทำให้เธอรู้สึกคลายความโกรธลงอย่างรวดเร็ว พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง

คืนเดียวกันที่รังของมาวิน...แหลมเอาสมุนคนหนึ่งซึ่งเสพยาตัวใหม่จนเกินขนาดมาไว้ในห้องเก็บของก่อนจะไปตามมาวินมาดู เพราะท่าทางมันคงไม่รอด ปรากฏว่าพอมาถึง หมอนั่นกลายพันธุ์เป็นผีดิบจะกินมนุษย์เสียให้ได้ มาวินต้องใช้ปืนยิงมันอยู่หลายนัดกว่าจะล้มจมกองเลือด แต่ไม่กี่อึดใจบาดแผลของมันบางส่วนเริ่มสมาน
ตัวอย่างช้าๆ ขณะที่เจ้าของร่างยังอ้าปากค้างหันไปหันมาเหมือนจ้องหาอะไรกินไม่สิ้นสุด

“เนี่ยเหรอวะน้ำตาสวรรค์ ยานรกชัดๆ” มาวินแผดเสียงแล้วตัดสินใจยิงมันทิ้งเพื่อหยุดความทรมาน...

หลังจากนั้นไม่นาน กรณ์ซึ่งทราบเรื่องนี้ก็ออกไปพบบอส และเมื่อบอสบอกให้รู้ว่าน้ำตามัจจุราชสูตรใหม่ให้ผลลัพธ์ที่เชื่อถือได้ คนที่เสพยาของเราเข้าไปจะมีสภาพเป็นมนุษย์กลายพันธุ์ สามารถทนทานต่ออาการบาดเจ็บได้เหนือกว่าคนปกติ กรณ์จึงทักท้วงขึ้นว่า

“แต่มันยังมีปัญหาอยู่นะบอส เพราะคนที่เสพยาจนเกินขนาดจะกลายสภาพเป็นผีดิบ”

“เรื่องนั้นเรามีทางแก้ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะประกาศแสนยานุภาพตามแผนที่วางไว้”

“เร็วๆนี้ท่านนำชัยจะจัดงานแถลงข่าวเรื่องยาเสพติดของเรา ผมคิดว่าโอกาสนั้นเหมาะที่จะลงมือมากที่สุด”

ฟังกรณ์แล้วบอสยิ้มกระหยิ่มอยู่ภายใต้ฮู้ดสีดำคลุมศีรษะปรกมาถึงใบหน้าที่ใครๆไม่เคยเห็นโฉมหน้าชัดเจนแม้แต่ครั้งเดียว

ooooooo

วันรุ่งขึ้น สุชาติมาพบท่านนำชัยแต่เช้าเพื่อเตือนคิวงานให้ท่านรับทราบว่าวันนี้มีประชุมแกนนำพรรคตอนสิบโมงเช้า แล้วช่วงบ่ายมีนัดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนบริเวณหน้าที่ทำการพรรค

นำชัยรับทราบพร้อมกับรับเอกสารจากสุชาติมาพลิกดูข้อมูลคร่าวๆ ก่อนจะสะดุดตากับยาเสพติดตัวใหม่

“น้ำตาสวรรค์ครับท่าน ตอนนี้กำลังฮือฮามากเลยครับ ว่าคนที่เสพเข้าไปแล้วจะกลายเป็นผีดิบ แล้วที่สำคัญวันนี้มีแขกพิเศษจะมาร่วมรับฟังด้วยนะครับ”

“แขกพิเศษ ทำไมผมไม่ทราบมาก่อน”

“รายละเอียดอยู่ในเอกสารครับท่าน”

นำชัยพลิกดูเอกสารหน้าต่อไปและเห็นรูปชายชาวญี่ปุ่นท่าทางภูมิฐานคนหนึ่ง...ขณะเดียวกันนั้น ฤทธิ์ ชาญ และโซเฟียก็กำลังดูผลการทำงานของกล้องสอดแนมผ่านทางคอมพิวเตอร์ซึ่งฤทธิ์แอบเอาเข้าไปติดไว้ในห้องทำงานนำชัยเมื่อวันก่อน

“สัญญาณภาพชัดเจนมาก ไม่มีคลื่นรบกวน อีกไม่นานเราคงได้รู้ไต๋ของพวกมัน” โซเฟียเอ่ยอย่างมาดหมาย ขณะที่ฤทธิ์หันไปขอความเห็นจากชาญว่า

“งานแถลงข่าวของท่านนำชัย นายคิดว่าจะมีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“ในเมื่อท่านนำชัยเป็นพวกเดียวกับพรายพิฆาต ผมว่าคงไม่”

ฟังคำตอบของชาญแล้วฤทธิ์ไม่พูดอะไร นอกจากบอกเขาว่าวันนี้ตนจะออกไปข้างนอก ทางนี้ฝากเขากับโซเฟียดูแลด้วย ชาญท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนจะเดินตามฤทธิ์ออกมายืนคุยกันตรงหน้าลิฟต์

“ผมมีเรื่องสำคัญต้องพูดกับคุณ”

“ว่ามาสิ”

“ที่มาดามหลิวไม่สบายใจเรื่องคุณกับผู้หมวดณัฐชา เพราะเธอเกรงว่าคุณจะสนใจเรื่องส่วนตัวมากกว่าเรื่องงาน คุณก็รู้ว่าชีวิตของมาดามไม่เหลืออะไรอีกแล้ว นอกจากการแก้แค้น”

“ผมก็เหมือนกัน คุณวางใจเถอะชาญ ผมจะไม่ทำให้มาดามผิดหวัง...ว่าแต่ท่าทางคุณเป็นห่วงมาดามมากเลยนะ”

“ผมติดตามรับใช้ครอบครัวของมาดามหลิวมานาน จะว่าไปแล้วนอกจากผม เธอก็ไม่เหลือใครอีก”

“เอาล่ะ ถ้างั้นผมจะรีบจัดการตามแผน แต่ว่ามีเรื่องนึงที่คุณต้องช่วยผม”

ชาญสงสัยว่าฤทธิ์จะให้ตนทำอะไร...หลังจากคุยกันเรียบร้อยแล้วฤทธิ์ลงมาขึ้นรถ เป็นเวลาเดียวกันที่ณัฐชามาติดต่อยามว่าเธอนัดโทมัสไว้...พูดไม่ทันขาดคำ ฤทธิ์หรือโทมัสก็ขับรถพุ่งมาจอดเทียบและบอกให้เธอขึ้นรถโดยไม่ยอมตอบว่าจะไปไหน แต่ถึงกระนั้นณัฐชาก็เลี่ยงไม่ได้ เธอต้องไปกับเขาตามข้อตกลงที่ผู้กองราเมศรับปากให้เธอเป็นบอดี้การ์ดโทมัสหนึ่งสัปดาห์

ในวันเดียวกัน กรณ์ไปหาแนวร่วมเพิ่มเติมเพื่อทำงานสำคัญ หลังจากเขาดึงเอมี่กับยักษ์มาก่อนหน้านี้แล้วสองคน ซึ่งคนต่อไปก็คือลุงโจหนึ่งในสมาชิกที่เคยร่วมเป็นร่วมตายจัดการกับฤทธิ์ ราวี มาแล้ว

ลุงโจอาศัยอยู่ในแฟลตซอมซ่อและยังคงชอบดื่มเหล้าเหมือนเดิม ตอนกรณ์ไปถึงแกกำลังกรึ่มได้ที่โดยมีสาวๆคลอเคลียข้างกาย แต่พอเห็นหัวหน้ามาแกก็ไล่สาวออกจากห้องอย่างรวดเร็ว

กรณ์นำนิตยสารเล่มหนึ่งที่มีภาพข่าวของโทมัสส่งให้ลุงโจดู ซึ่งแกเพ่งพิศครู่หนึ่งก่อนบอกว่าเหมือนมากแต่ไม่น่าจะใช่ ท่าทางมันผิดกัน คนที่แฟนเพิ่งถูกฆ่าตายอย่างหมวดฤทธิ์ ราวี มีหรือจะมายืนยิ้มแฉ่งแบบนี้

“มันอาจเล่นละครตบตาเราอยู่ก็ได้”

“เคยตรวจสอบมันรึยัง”

“เอมี่กับไอ้ยักษ์ลองเช็กดูแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจ บอสก็เลยสั่งให้ตัดบทเก็บมันซะเลย”

“นั่นงานของผมสิท่า”

“ใช่ แต่มีอีกงานนึงที่ต้องมาก่อน”

ลุงโจเหลียวมองหน้ากรณ์อย่างแปลกใจ...แต่ในเวลานั้นเอง ฤทธิ์ขับรถอย่างอารมณ์ดีพาณัฐชาออกนอกเมืองมุ่งหน้าไปชลบุรี

“นี่คุณจะไปชลบุรีทำไม อย่าบอกนะว่าจะค้างคืน ฉันไม่เอาด้วยนะ”

“ใจเย็นๆก็ได้คุณตำรวจ ผมไม่ได้วางแผนจะปล้ำคุณซะหน่อย แค่อยากจะให้พบกับใครคนหนึ่ง”

ฤทธิ์พาเธอไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อพบเพื่อนร่วมงานของใจทิพย์ ซึ่งณัฐชาจำได้แม่นแต่แปลกใจว่าเธอรู้จักโทมัสได้ยังไง

“แหม...ก็ต้องรู้จักสิคะ ในเมื่อคุณโทมัสเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของมูลนิธิแสงอรุณ”

“ผู้บริจาค อย่างคุณเนี่ยนะทำบุญ” ณัฐชาเบ้หน้าไม่อยากเชื่อ

“พอดีเลยค่ะคุณโทมัส คุณมาก็ดีแล้ว ฉันว่าจะส่งใบประกาศเกียรติคุณไปให้ที่กรุงเทพฯอยู่เชียว ถ้าไงถือโอกาสนี้ส่งให้ถึงมือเลยนะคะ”

“ขอบคุณครับ แต่อันที่จริงไม่ต้องลำบากก็ได้เพราะที่ผมช่วยเหลือพวกเด็กๆผมทำโดยไม่หวังผลตอบแทน”

“สร้างภาพสุดๆ” ณัฐชาบ่นเบาๆ แต่ฤทธิ์ชำเลืองมองเหมือนจะบอกว่าตนได้ยิน

แล้วเพื่อนรุ่นพี่ของใจทิพย์ก็ส่งซองเอกสารให้ฤทธิ์อย่างประจบประแจง ณัฐชาเฝ้ามองอย่างค้างคาใจ และในที่สุดก็ตัดสินใจเดินตามเธอไปถึงหน้าร้าน ถามว่าไม่รู้สึกคุ้นหน้าหมอนั่นบ้างเลยเหรอ

“หมอนั่น? คุณโทมัสน่ะเหรอคะ”

“ค่ะ หน้าเขาเหมือนกับแฟนของใจทิพย์”

“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะคุณตำรวจ แฟนของน้องใจทิพย์น่ะหน้าดำคร่ำเคร่ง ไม่มีสง่าราศีเลยสักนิด แต่คุณโทมัสน่ะอารมณ์ดีแถมเป็นสุภาพบุรุษอีกต่างหาก ไม่ใช่คนเดียวกันหรอกค่ะ”

“แต่คล้ายกันมากนะคะ”

“ก็ไม่เห็นแปลกนี่คะ คนหน้าเหมือนดารายังออกทีวีกันโครมๆ ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นคนเดียวกันซะหน่อย...ฉันขอตัวก่อนนะคะ จะรีบเอาเช็กไปเข้าแบงก์”

พูดจบเธอผละไปทันที ทิ้งให้ณัฐชายืนอึ้งก่อนที่ฤทธิ์จะเดินตามออกมาทักด้วยน้ำเสียงกวนๆ

“ขอโทษด้วยนะที่ทำให้คุณต้องผิดหวัง ดูเหมือนตอนนี้เหลือคุณแค่คนเดียวที่คิดว่าผมคือนายฤทธิ์ ราวี”

“นายจงใจสร้างสถานการณ์ คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อ”

“ไม่เอาน่าคุณตำรวจ หัดยอมรับความจริงซะบ้างสิ ขี้แพ้ชวนตี ทำเป็นเด็กๆไปได้” ฤทธิ์ตบบ่าเธอเชิงปลอบใจก่อนเดินลิ่วไป ณัฐชาหน้าบึ้งไม่สบอารมณ์ พอเห็นเขาเดินไม่เหลียวหลัง ไม่ฟังเสียงเรียกของเธอก็ยิ่งหงุดหงิด

“นั่นนายจะเดินไปไหน รถจอดอยู่ทางโน้น ฮึ่ย! อะไรของเขาอีกวะ”

ณัฐชายังตามจับผิดโทมัสไม่เลิกเพราะเธอค่อนข้างมั่นใจว่าเขาคือฤทธิ์ ราวี แต่ในเมื่อเขาไม่ยอมรับก็เลยต่อ ปากต่อคำกันไปมาจนเขาต้องใช้แผนสองให้ชาญโทร.เข้ามือถือเธอในนามของนักสู้มหากาฬหรือมือสังหารชุดดำที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้หลายครั้ง

ชาญโทร.มาโดยใช้อุปกรณ์ปลอมแปลงเสียงให้เหมือนมือสังหารชุดดำบอกว่ามีธุระสำคัญต้องการพบเธอ ณัฐชาเหลือบมองฤทธิ์นิดหนึ่งก่อนจะปลีกตัวออกห่าง ฤทธิ์มองตามอยากรู้เหลือเกินว่าเธอจะหลงกลหรือไม่

ณัฐชาปฏิเสธมือสังหารชุดดำว่าตนไปพบไม่ได้เพราะอยู่ต่างจังหวัด ตอบเสร็จก็หันหน้าหันหลังเพราะได้ยินเขาบอกมาว่า “ผมรู้ แต่ผมอยู่ใกล้ๆคุณ” เธอมองไปที่ฤทธิ์อย่างงุนงงเพราะเคยสงสัยว่าเขาคือมือสังหารชุดดำ แล้วเธอก็เดินกลับมาหาเขา บอกให้รออยู่แถวนี้ก่อน เธอจะไปหาเพื่อน

“เพื่อนที่ไหนเหรอคุณ คุณนัดเขาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เอาเหอะน่า อย่าถามซอกถามแซกนักเลย เดี๋ยวฉันมา”

ฤทธิ์ทำเป็นแปลกใจ แต่พอเห็นณัฐชาเดินไปแล้วจึงแค่นยิ้มออกมา...ณัฐชาเดินเข้ามายังจุดนัดซึ่งค่อนข้างอับทึบและขาดแสงสว่าง เห็นมือสังหารชุดดำยืนอยู่มุมหนึ่ง

“คุณเรียกฉันออกมาทำไม”

“ผมมีข่าวจะบอกคุณเรื่องยาของพรายพิฆาต ตอนนี้ผมกำลังสืบหาแหล่งผลิตของมันอยู่”

“คุณแน่ใจเหรอว่าทำได้”

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา แต่ผมอยากขอความร่วมมือจากตำรวจในการบุกถล่มรังพวกมัน”

“ฉันตัดสินใจเองไม่ได้ เรื่องนี้ฉันต้องขออนุญาตจากผู้กองราเมศ”

“ก็ได้ ถ้างั้นคุณบอกเขา แต่ห้ามบอกคนอื่นอีกเด็ดขาด”

ขณะที่ณัฐชาสนทนากับชาญซึ่งคิดว่าเป็นมือสังหารชุดดำตัวจริง...ฤทธิ์เดินกลับไปรอเธอที่รถและเกือบโดนลุงโจลูกน้องของกรณ์ที่ซุ่มรออยู่พักหนึ่งแล้วทำร้ายพร้อมกับคาดคั้นว่าเขาคือฤทธิ์ ราวี...ฤทธิ์เกือบพลาดท่าเสียทีถ้าไม่ได้ชาญมาช่วยไว้ ฝ่ายณัฐชาก็วิ่งวุ่นตามหาโทมัสแต่ไม่เจอ

ลุงโจเป็นรองและตั้งใจพูดเรื่องแผนของพราย–พิฆาตที่ต้องการประกาศสถานะให้คนทั้งประเทศรับรู้ในวันนี้

“วันนี้ฤกษ์ดี พรายพิฆาตจะใช้เป็นวันดีเดย์ มันเตรียมแผนเอาไว้สองแผนด้วยกัน แผนแรกคือฆ่าแก ส่วนแผนสอง...ฉันไม่บอกจนกว่าแกจะยอมปล่อยฉัน”

ฤทธิ์กับชาญมองหน้ากัน ก่อนชาญจะตัดสินใจซัดลุงโจด้วยด้ามปืนจนสลบเหมือด ด้านณัฐชายังสาละวนตามหาโทมัส จู่ๆมือสังหารชุดดำก็โทร.เข้ามือถือเธอบอกให้รีบไปที่พรรคเทิดธรรมของท่านนำชัยเดี๋ยวนี้

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น”

“พรายพิฆาตมีแผนร้าย ไปถึงก็รู้เอง”

ณัฐชาวางสายแล้วมุ่งหน้าไปที่รถ ชาญยังอยู่กับฤทธิ์ที่เพิ่งวางสายจากหญิงสาว เขาถามด้วยความสงสัยว่าทำไมถึงให้หมวดณัฐชาไปที่พรรคเทิดธรรม

“ที่ลุงโจพูดว่าวันนี้เป็นวันประกาศสถานะของพรายพิฆาต แต่ดันบังเอิญตรงกับวันที่ท่านนำชัยแถลงข่าว ผมว่ามันต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกันแน่”

“แต่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีแผนอะไร”

“เดี๋ยวก็รู้” ฤทธิ์พูดจบก็กดโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง ส่งข้อความเข้ามือถือณัฐชาในนามของโทมัส ให้เธอกลับไปก่อนตนมีเรื่องต้องเคลียร์

“แล้วจะกลับยังไง กุญแจรถไม่ได้อยู่ที่ฉันซะหน่อย” หมวดสาวบ่นอุบหลังอ่านข้อความนั้น แต่ทันใดระบบกลไลของรถเริ่มสตาร์ตโดยโทรศัพท์มือถือของฤทธิ์ ประตูปลดล็อกอัตโนมัติ ณัฐชาถึงกับร้องเฮ้ย พอเปิดประตูก็พบว่าที่แผงควบคุมมีข้อความว่าระบบออนไลน์ทำงาน “ว้าว เจ๋งเป้ง!” หมวดสาวอุทานอย่างสุดทึ่ง

ooooooo

ผู้กองราเมศกับจ่าไมตรีและหมวดปรีดาอยู่ในงานแถลงข่าวของท่านนำชัยซึ่งงานจะเริ่มขึ้นในอีกครึ่งชั่วโมง แต่กรณ์เพิ่งเข้ามา นำชัยดูร้อนรนลากกรณ์หลบ มุมมาสอบถามอย่างไม่พอใจ

“คุณหายไปไหนมา รู้ไหมว่าอีกเดี๋ยวผมต้องแถลงข่าวเรื่องยาเสพติดบ้าๆของเจ้านายคุณ”

“อย่าลนลานสิครับท่าน วางตัวให้สมกับเป็นผู้นำซะหน่อย เดี๋ยวชาวบ้านเขาจะหมดศรัทธาเอาได้”

“ตอนนี้ก็ใกล้หมดเต็มทีแล้ว มีอย่างที่ไหน ยาเสพติดแพร่ระบาดไปทั่ว แต่หน่วยงานของผมกลับ ไม่มีผลงานอะไรสักอย่าง แบบนี้ผมมีหวังโดนนักข่าวจวกเละแน่”

“เรื่องนั้นเราจะจัดการให้ แต่ตอนนี้เชิญออกไปเล่นละครได้แล้ว” กรณ์พูดอย่างไม่ยี่หระ นำชัยถอนใจเฮือกใหญ่หนักใจกับสภาพเหยียบเรือสองแคมของตนเอง

ทางด้านณัฐชา ระหว่างเดินทางเข้ากรุงเทพฯเธอได้โทร.แจ้งผู้กองราเมศว่าพวกพรายพิฆาตจะส่งคนไปก่อกวนที่พรรคเทิดธรรม แต่พอถูกเขาซักถามถึงแหล่งข่าวเธอก็อึกอักไม่กล้าตอบทำให้เขาไม่เชื่อและไม่มีเวลาสนใจกับข่าวโคมลอยของเธอ

ส่วนฤทธิ์กับชาญที่พาตัวลุงโจสมาชิกของพราย–พิฆาตกลับมาที่บริษัทมาดาหลิว...เมื่อลุงโจไม่ยอมปริปากแผนการของพรายพิฆาต โซเฟียจึงบังคับด้วยการปักเข็มฉีดยาลงที่ต้นคอของเขา

“นี่เธอ...เธอฉีดอะไรให้ฉัน”

“อีกไม่เกินห้านาทีแกจะบอกทุกอย่างที่แกรู้จนหมด”

ลุงโจหน้าเสีย ขณะที่ฤทธิ์รออยู่อย่างอดทน เขา เหลือบดูนาฬิกาข้อมือแล้วผลุนผลันไปขึ้นรถ ออกตัวไปอย่างรวดเร็ว เป็นเวลาที่ณัฐชายังอยู่ระหว่างการเดินทางเช่นกัน เธอครุ่นคิดอย่างสับสนกับข้อมูลที่ได้จากมือสังหารชุดดำ

“มันจะเป็นไปได้ยังไง ถ้าท่านนำชัยเป็นพวกเดียวกับพรายพิฆาตแล้วมันจะส่งคนไปป่วนที่งานแถลงข่าวเพื่ออะไร หรือว่าเป้าหมายของมันเป็นคนอื่น”

เวลานั้นบริเวณหน้าที่ทำการพรรคเทิดธรรม การแถลงข่าวของท่านนำชัยเริ่มต้นขึ้นแล้ว

“ผมขอยืนยันว่าพรรคเทิดธรรมและตัวผมมีเจตนาอันมุ่งมั่นที่จะต่อต้านอาชญากรรมในทุกรูปแบบ ซึ่งพี่น้องประชาชนจะเห็นได้จากการปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติดต่างๆในช่วงที่ผ่านมา...”

จังหวะที่ท่านนำชัยยังคงร่ายยาว ผู้กองราเมศก็เชื้อเชิญมิสเตอร์โทคุดะเข้ามาในงานโดยมีบอดี้การ์ดติดตามมาแค่สองคน ราเมศทักทายเขาด้วยภาษาอังกฤษเพราะคิดว่าพูดไทยไม่ได้ ปรากฏว่าเขาตอบกลับมาทำเอาผู้กองอึ้ง

“ไม่ต้องมากพิธีนักหรอกผู้กอง ผมแค่มาสังเกต– การณ์เงียบๆ”

“เอ๊ะ นี่คุณ...”

“ผมเคยทำงานให้กับสถานทูตมาก่อน พอจะรู้อะไรๆอยู่บ้างคุณไม่ต้องเป็นห่วง”

“แต่นักข่าวอาจจะจำท่านได้นะครับ”

“ผู้ติดตามผมมีแค่นี้ อย่าว่าแต่นักข่าวเลย ต่อให้พรายพิฆาตก็คงคิดไม่ถึงว่าผมเป็นใคร”

ผู้กองราเมศมองมิสเตอร์โทคุดะและมองไปรอบๆอย่างนึกสังหรณ์ใจ

ooooooo

ตอนที่ 5

ภายในห้องรับแขกบ้านท่านนำชัย ไอริณนอนหมดสติอยู่ที่โซฟา นำชัยเห็นสภาพลูกสาวแล้วหันไปต่อว่ากรณ์ที่ยืนจิบเครื่องดื่มอยู่อย่างใจเย็น

“นายมีสิทธิ์อะไรถึงมาทำกับลูกสาวฉันแบบนี้ ตกลงนายจะเป็นเจ้านายหรือเป็นลูกน้องฉันกันแน่”

“อย่าเพิ่งโมโหสิครับ ที่ผมต้องทำแบบนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของคุณไอริณ”

“จากอะไร”

“มิสเตอร์โทมัส หลิว ผมสงสัยว่าเขาจะเป็นศัตรูของพรายพิฆาตและที่มาตีสนิทกับคุณไอริณก็เพื่อล้วงความลับจากท่าน”

“ไม่จริง นายอย่าลืมสิว่าหมอนั่นช่วยไอริณเอาไว้”

“แค่ นั้นยังไม่พอหรอกครับสำหรับความไว้ใจ ก็ขนาดภรรยาของท่านยังเคยหักหลังท่านมาแล้ว จนท่านต้อง...” กรณ์แสร้งชะงักเมื่อเห็นนำชัยถลึงตามองด้วยความโกรธ “ลืมไป...เรื่องนี้ต้องปิดเป็นความลับ”

ไอริณรู้สึกตัวนานแล้ว และได้ยินการสนทนาเกือบทั้งหมด เธอเริ่มสงสัยจุดเชื่อมโยงระหว่างพ่อของเธอ กรณ์ พรายพิฆาต และการตายของแม่...

หลังผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาด้วยกัน ณัฐชาขับรถไปส่งฤทธิ์ที่บริษัทมาดามหลิว เธอขอบใจที่เขาช่วยชีวิตแต่ไม่ยอมเลิกราที่จะขัดขวางเขาผูกสัมพันธ์กับไอริณ

แล้วณัฐชาก็เร่งรีบไปหาไอริณที่บ้านเพราะเธอติดต่อมาขอความช่วยเหลือ ส่วนฤทธิ์กลับเข้าบริษัทอย่างเซ็งๆ เจอมาดามหลิว ชาญ และโซเฟียอยู่กันครบ จึงเล่าเรื่องที่ปะทะกับอริเก่าและแอบติด GPS ไว้ที่ตัวของพวกมัน นี่เองทำให้รู้ความเคลื่อนไหวจนฤทธิ์สามารถติดตามไปเจอมันกำลังคุยกับบอสที่ตึกร้างด้วยเรื่องขนส่งยาเสพติด ซึ่งก่อนหน้านี้บอสไปเจอมาวินแล้วบอกให้รู้ว่าท่านนำชัยเป็นพวกเดียวกับเรา

การมาของฤทธิ์ในคราบมือสังหารชุดดำทำให้พวกกรณ์ตั้งรับแทบไม่ทัน ดังนั้นบอสจึงต้องลงมือเอง การต่อสู้ของฤทธิ์กับบอสเป็นไปอย่างดุเดือด ผลัดกันรุกรับจนต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บ แต่แผลของทั้งคู่ก็สมานตัวหายอย่างรวดเร็วด้วยอานุภาพของน้ำตามัจจุราช

ฤทธิ์ใช้ดาบเป็นอาวุธแต่ท้ายที่สุดก็พลาดท่าเกือบโดนสังหารถ้าไม่ได้โซเฟียห้อมอเตอร์โซค์เข้ามาพาหนีไป ทิ้งความเจ็บใจไว้ให้บอสและพวกกรณ์ ยิ่งเมื่อบอสรู้ว่ามี GPS อยู่ที่ตัวไอ้ยักษ์ก็โมโหฉุนเฉียว ด่ามันว่าไอ้โง่ และคาดโทษด้วยว่าถ้าคราวหน้าทำพลาดแบบนี้อีกเขาฆ่ามันแน่...

เพราะบาดเจ็บมาไม่น้อยทำให้ฤทธิ์ต้องรักษาตัวในห้องทดลอง โดยมีมาดามหลิวเฝ้าดูอาการ และมีเจ้าหน้าที่เทคนิคสองคนคอยดูแลอุปกรณ์อยู่ห่างๆ

“โซเฟียบอกฉันว่าเธอเกือบตาย”

“ผมเจอกับมัน หัวหน้าสาขาของพรายพิฆาต”

“บอสน่ะเหรอ ฉันเคยเจอกับมันมาแล้วครั้งนึง ก่อนที่ครอบครัวของฉันจะถูกสังหารหมู่”

“คุณทายถูกเรื่องยาเสพติดกับเรื่องท่านนำชัย เขาป็นสมาชิกของพรายพิฆาต”

มาดามหลิวพยักหน้า ท่าทีไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก เหมือนระแคะระคายเรื่องนี้มาก่อนแล้ว

ooooooo

ผู้กองราเมศนำกำลังตำรวจไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและเห็นสัญลักษณ์ของพรายพิฆาตบนกำแพง พร้อมหลักฐานเศษหัวกระสุนถูกตัดด้วยคมดาบ ผู้กองจึงมั่นใจว่าพรายพิฆาตปะทะกับมือสังหารชุดดำ

“ดูเหมือนว่าเขาจะสืบเจอพรายพิฆาตเร็วกว่าเราซะอีก”

ไม่ทันจะวิเคราะห์อะไรกันอีก หมู่ปรีดาเข้ามาเชิญทุกคนไปอีกทางซึ่งจ่าไมตรีรออยู่ พวกเขาเจอคราบของเหลวบางอย่างซึ่งเป็นสีฟ้า ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นสารเคมีแต่ทำไมถึงมีกลิ่วคาวเลือด

“พูดเป็นเล่น เลือดที่ไหนจะสีแบบนี้” ณัฐชาไม่เชื่อและทำท่าจะพิสูจน์ แต่ราเมศชิงตัดหน้าเธอเสียก่อน

เขาใช้นิ้วมือแตะคราบสีฟ้านั้นมาขยี้ก่อนดมแล้วบอกว่ามันคือเลือดคน ณัฐชานิ่งอึ้งนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เธอเห็นเลือดโทมัสเป็นสีฟ้า!

เธอไม่รอช้า มุ่งหน้าไปหาโทมัสที่บริษัทมาดาม หลิวแต่เวลานั้นฤทธิ์หรือโทมัสกำลังรักษาตัวอยู่ มาดามหลิวจึงออกไปรับหน้าเธอก่อน ส่วนฤทธิ์ขอเวลาสักครู่แล้วจะตามไป เพราะถ้าตำรวจหญิงจอมมุทะลุคนนี้ไม่ได้พบเขา เธอต้องบุกขึ้นมาแน่

ภายในห้องสมุดโอ่โถง ณัฐชากวาดตามองทุกซอกมุมอย่างพิจารณาก่อนเริ่มบทสนทนากับมาดามหลิว

“บลูฟินิกซ์ฟาร์ม่า บริษัทของมาดามชื่อเพราะดีนะคะ ไม่ทราบว่ามีความหมายอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า”

“สีน้ำเงินเป็นสีโปรดของสามีฉันเองค่ะ ส่วนนกฟินิกซ์ใครๆก็รู้ว่ามันคือสัญลักษณ์ของการเป็นอมตะ”

“นกฟินิกซ์คืนชีพจากความตาย...ให้ความรู้สึกดีเหมือนกันนะคะ สำหรับบริษัทยา”

มาดามหลิวยิ้มรับน้อยๆ พอดีโซเฟียพาโทมัสเข้ามา เธอจึงเปิดโอกาสให้ผู้หมวดกับโทมัสคุยกันตามลำพัง

“เรื่องคนร้ายเมื่อวาน ผมว่าเป้าหมายของมันคือคุณมากกว่านะ ไม่น่ามาสอบถามอะไรผมเลย” ฤทธิ์เปิด ฉากก่อนอย่างมีชั้นเชิง

“ตกลงเมื่อวานคุณบาดเจ็บรึเปล่า”

“ผมบอกคุณแล้วไง มันก็แค่กระสุนเพนต์บอล”

“ฉันขอดูแผลคุณหน่อยได้มั้ย”

“ผมไม่มีแผล กระสุนเพนต์บอลทำได้อย่างมากก็แค่รอยช้ำ”

“แต่ฉันสงสัยว่าคุณอาจจะบาดเจ็บมากกว่านั้น จากเหตุการณ์อื่น”

บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ฤทธิ์หรือโทมัสพยายามเลี่ยงการตรวจสอบ

“ตามกฎหมาย คุณไม่มีสิทธิ์บังคับผม”

“ฉันรู้ แต่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ คุณก็น่าจะพิสูจน์ตัวเองบ้าง”

ฤทธิ์ลุกยืน เชิญเธอพิสูจน์แต่มีข้อแม้เธอต้องเข้ามาถอดเสื้อเขาเอง แต่ถ้าไม่กล้า ธุระของเราก็จบแค่นี้... ณัฐชาลังเลครู่หนึ่งก่อนเข้ามาปลดกระดุมเสื้อเขาด้วยท่าทีเขินๆ ฤทธิ์รำคาญเลยถอดให้เสียเอง

“เอ้าดูซะ ว่าผมบาดเจ็บรึเปล่า”

หญิงสาวกวาดสายตาทั่วร่างเขา แถมเดินอ้อมดูด้านหลังก็ไม่เจอแผล มีแต่รอยช้ำจางๆหลายแห่ง ซึ่งเขาบอกว่าเกิดจากการเล่นกีฬา

“กีฬาในร่มผ้าน่ะสิ ใส่เสื้อได้แล้ว อุจาด”

“เดี๋ยวสิหมวด ถอดแล้วกรุณาใส่คืนให้ด้วย”

“เฮ้ย มันจะมากไปแล้วนะ เห็นฉันเป็นเมียคุณหรือไง เดี๋ยวให้ถอดเดี๋ยวให้ใส่”

“คุณเป็นคนขอร้องผมเองนะ อย่าลืมสิ”

“ไม่รู้ ไม่สน ฉันจะไปแล้ว ใส่เองก็แล้วกัน”

ณัฐชาเตรียมเผ่น พอเห็นฤทธิ์ขยับจะขวางอีก เธอก็ชักปืนออกจากซองทันที แต่เขารีบกดมันกลับเข้าที่เดิมก่อนจะล็อกตัวเธอเอาไว้ในอ้อมกอด

“อย่าทำอะไรบ้าๆนะคุณโทมัส ฉันเอาเรื่องคุณจริงๆด้วย”

“บอกผมมาก่อนผู้หมวด ว่าคุณตามหาอะไรอยู่กันแน่”

“มันเรื่องของฉัน งานของฉัน คุณไม่ต้องมายุ่ง”

“หรือว่า...ความจริงคุณชอบผม ก็เลยใช้ไอริณกับเรื่องงานมาบังหน้า”

“พูดดีๆนะคุณโทมัส กล่าวหากันแบบนี้ฉันถือว่าดูหมิ่นเจ้าพนักงานนะจะบอกให้”

“ก็ทีคุณยังดูหมิ่นผมได้เลยนี่ กล่าวหาผมสารพัด แถมยังบังคับให้ผมถอดเสื้อผ้าอีก แบบนี้คุณว่านักข่าวจะสงสัยใครมากกว่ากัน ระหว่างตำรวจหญิงใจร้ายกับเศรษฐีหนุ่มรูปงาม”

“แหวะ หลงตัวเอง”

ฤทธิ์ยิ้มขำ ณัฐชาฉวยโอกาสนั้นกระทืบเท้าเขาเต็มแรง

“โอ๊ย...เอาจริงเหรอคุณตำรวจ แบบนี้มันทำร้ายประชาชนนะคุณ”

“ฝากไว้ก่อนเถอะนายโทมัส งานนี้ฉันต้องเอาคืนแน่” ว่าแล้วเธอหมุนตัวออกไปอย่างหงุดหงิด เดินบ่นเรื่อยมาจนถึงจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาที่รออยู่หน้าบริษัท

“เป็นไปได้ยังไง ปกติเซ้นส์เราทำงานไม่เคยพลาดนี่หว่า”

จ่ากับหมู่นิ่วหน้างงๆ ก่อนซักถามหมวดสาวว่าได้เรื่องหรือเปล่า ตกลงหมวดสงสัยว่านายโทมัสเป็นนักฆ่าชุดดำเหรอ

“ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐาน แต่อีกหน่อยต้องมีแน่”

“ยังไงเหรอครับ”

“สองวันนี้ จ่ากับหมู่คอยจับตาดูหมอนี่เอาไว้ ถ้ามีความเคลื่อนไหวอะไรให้รายงานฉัน”

สั่งเสร็จ หมวดสาวก็เดินลิ่วไปอย่างหัวเสีย โดยไม่รู้ว่าฤทธิ์แอบจับตามองเธอจากบนตึก ส่วนโซเฟียเพิ่งพามาดามหลิวเข้ามาสมทบ

“ตำรวจหญิงคนนี้ สงสัยคงกัดเธอไม่ปล่อยแน่โทมัส” มาดามหลิวเอ่ยอย่างมั่นใจ ขณะที่โซเฟียเลือดร้อนอีกตามเคย เสนอให้จัดการกับหมวดสาวรายนี้เสียก่อนที่จะเกิดเรื่อง

“แต่ผมมีวิธีอื่น ผมจะทำให้ณัฐชากลายเป็นพวกเดียวกับเรา”

มาดามหลิวกับโซเฟียชะงักในคำพูดของฤทธิ์... สงสัยว่าเขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร

ooooooo

ไอริณค้างคาใจเรื่องการตายของแม่จึงขอความช่วยเหลือจากณัฐชาจนได้ที่อยู่จิตแพทย์ที่รักษาอาการป่วยของแม่...วันนี้เธอมุ่งหน้าไปยังคลินิกแห่งนั้นพร้อมกับผู้กองราเมศซึ่งณัฐชาส่งมาประกบแทนกรณ์บอดี้การ์ดคนใหม่ที่ไม่น่าไว้วางใจ

เมื่อไปถึงคลินิกแห่งนั้นซึ่งปัจจุบันกลายเป็นห้องร้างไปแล้ว แต่ภายในยังคงมีหมอหนึ่งคน ไอริณเข้าไปคุยกับเขาข้างในโดยให้ราเมศรออยู่ในรถ เธอแนะนำตัวกับหมอประชาว่าตัวเองเป็นลูกสาวบุญธรรมของสุดา มีเรื่องสงสัยบางอย่างอยากจะให้หมอช่วย

หมอประชายอมรับว่าสุดาเป็นคนไข้ของตน  แต่เธอไม่ได้มีอาการจิตหลอน เธอมาที่นี่เพราะเครียดจนนอนไม่หลับ แต่ท่านนำชัยขอร้องให้ตนบอกตำรวจไปว่าภรรยาของท่านมีอาการทางประสาท...พูดแค่นั้นหมอก็นิ่งไปเหมือนลังเล ก่อนจะสรุปเพื่อตัดบทว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างอันตราย แต่ไอริณไม่ปล่อยผ่าน เธอเซ้าซี้อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่และสัญญาจะปิดเป็นความลับ

“ผมมีบันทึกประวัติของเธอกับเทปตอนที่เธอให้ข้อมูล บางทีคุณน่าจะฟังด้วยตัวเอง ว่าแต่คุณรู้จักพ่อคุณดีแค่ไหน แล้วรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับพรายพิฆาต”

ไอริณตอบไม่ถูก หมอประชาเดาได้ด้วยตัวเองว่าเธอไม่รู้ “ถ้างั้นก็เตรียมช็อกได้เลย ช็อกเหมือนกับที่ผมเคยเจอมาก่อนหน้านี้”

หมอประชาหายเข้าไปในห้องทำงานซึ่งอยู่ด้านหลังคลินิก...นึกไม่ถึงว่าเขาจะเอาชีวิตไปทิ้งด้วยน้ำมือของบอสที่ดอดเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ไอริณเข้ามาเห็นถึงผงะแล้ววิ่งหนีสุดชีวิตแต่ก็ถูกเขาตะครุบตัวพร้อมกับชูดาบขู่

“นี่เป็นคำเตือนสุดท้าย เลิกยุ่งกับเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ปรานีเธอเด็ดขาด”

ไอริณกลัวตัวเนื้อสั่น  แล้วร้องไห้โฮเมื่อราเมศพรวด พราดเข้ามาหลังจากวายร้ายจากไปเพียงครู่เดียว อาการหวาดผวาและน้ำตาของหญิงสาว รวมทั้งศพของหมอและสัญลักษณ์พรายพิฆาตทำให้ผู้กองหนุ่มเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากนั้นไม่นาน นำชัยก็ได้รับการติดต่อจากผู้กองราเมศ...เขายอมรับว่าประชาเป็นหมอประจำตัวของภรรยาและสั่งให้ผู้กองพาไอริณกลับมาโดยเร็ว กรณ์นั่งอยู่ด้วยได้ยินทุกคำ พอนำชัยวางสายก็ถามหยั่งเชิงว่า ถ้าความแตกขึ้นมาจริงๆ ไอริณรู้เรื่องพรายพิฆาต ท่านจะทำยังไง

“ลูกสาวฉัน ฉันจัดการเองได้” นำชัยเสียงแข็งแต่กรณ์ไม่สลด ต่อปากต่อคำอย่างถือดี

“เชิญตามสบายครับท่าน ภาวนาอย่าให้ผมต้องลงมือก็แล้วกัน เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคงจบไม่สวยแน่”

ooooooo

ค่ำมืดแล้วแต่ณัฐชายังไม่กลับบ้าน นั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของมือสังหารชุดดำที่ปรากฏตัวบริเวณลานจอดรถภายในกองปราบเมื่อตอนบ่าย เขาบอกเธอว่านำชัย เป็นสมาชิกของพรายพิฆาต และอีกไม่นานพรายพิฆาตจะให้มาวินค้ายาเสพติดซึ่งเจือปนสารพิษที่ชื่อน้ำตามัจจุราช โดยมีนำชัยคอยอำนวยความสะดวกอยู่เบื้องหลัง

“อย่ารายงานความเคลื่อนไหวของพวกคุณกับท่านนำชัยเพราะทุกข่าวจะรั่วไหลไปถึงศัตรูในไม่ช้า”

เขาทิ้งประโยคสุดท้ายนั้นไว้ก่อนจากไปอย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันตั้งตัว...คำบอกเล่าของเขาทำให้หมวดณัฐชาอดหนักใจไม่ได้ว่า ถ้านำชัยเป็นสมาชิกพรายพิฆาตจริงแล้วไอริณจะรู้เห็นด้วยหรือเปล่า

ขณะเดียวกันนั้น ไอริณเก็บตัวอยู่ในห้องตั้งแต่ราเมศพาเธอกลับมาส่งที่บ้าน นำชัยขึ้นมาปลอบเพราะทราบดีว่าลูกสาวไปเจออะไรมา แต่เธอกลับคาดคั้นเอาความจริงจากพ่อว่าทำไมต้องทำร้ายแม่ แม่ทำอะไรผิด หมอบอกว่าแม่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคประสาทแต่พ่อเป็นคนสั่งให้หมอบอกตำรวจแบบนั้น

“ไอริณ...ลูกยังไม่เข้าใจ ที่พ่อทำลงไปพ่อจำเป็นต้องปกป้องตัวเอง เรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นมันเป็นเพราะแม่กำลังทรยศพ่อ”

นำชัยสีหน้าสำนึกผิด สารภาพความจริงว่าสุดาขัดขวางเรื่องที่ตนมีพรายพิฆาตหนุนหลังเพื่อความอยู่รอดในแวดวงการเมืองที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของเสือสิงห์กระทิงแรด ซึ่งเธอโกรธมากจะเปิดโปงความลับนี้แก่นักข่าว เขาจึงเอาปืนออกมาขู่แล้วเกิดการยื้อแย่งกันจนปืนลั่นใส่เธอ

“พ่อเสียใจที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น  แต่ถ้าพวกมันรู้ว่าเราหักหลังล่ะก็ เราจะต้องตายกันหมด เชื่อพ่อนะไอริณ ปิดทุกอย่างไว้เป็นความลับต่อไป อย่าให้ใครรู้เรื่องนี้”

ไอริณถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ตกอยู่ในอาการตกตะลึงและสับสน

ooooooo

ตอนที่ 4

ณัฐชาทำตามเงื่อนไขของมือสังหารชุดดำที่ช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อ คืนด้วยการไม่ปริปากบอกผู้บังคับบัญชากับเพื่อนร่วมงานว่าเขาต้องการแนวร่วม ที่ไว้ใจได้เพื่อช่วยกวาดล้างพวกพรายพิฆาต และที่สำคัญเธอสามารถติดต่อเขาได้ด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำให้เช้านี้ผู้กองราเมศต้องแบ่งการทำงานเป็นสองทีม โดยให้หมวดณัฐชากับจ่าไมตรีและหมู่ปรีดาไปสอบปากคำมาดามหลิวว่านอกจากพราย พิฆาตแล้วเธอยังมีศัตรูที่ไหนบ้าง ส่วนตัวเอง