ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้มหากาฬ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

นักสู้มหากาฬ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ฤทธิ์ ราวี...นายทหารผู้ชำนาญการต่อสู้ทุกรูปแบบได้วางมือจากการเข่นฆ่าและมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับใจทิพย์แฟนสาว ซึ่งทั้งคู่มีโครงการจะแต่งงานหลังจากคบหาดูใจกันไม่นาน...

ฤทธิ์ยุติบทบาททหารแล้วมาเปิดโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองถนัด ต่อมาฤทธิ์ได้รับการติดต่อจากกรณ์เพื่อนทหารที่ต้องการให้เขาร่วมปฏิบัติภารกิจลับในการบุกทลายโรงงานของขบวนการค้ายาเสพติดที่ตั้งอยู่นอกเขตชายแดนไทย ฤทธิ์ยอมรับงานนี้เพราะอยากรับใช้ชาติ และคิดว่าจะนำเงินค่าจ้างส่วนหนึ่งมาพัฒนาโรงเรียนสอนศิลปะของตน

แต่ภารกิจลับของกรณ์กลับมีเงื่อนงำซ่อนอยู่ เมื่อฤทธิ์พบว่าโรงงานที่เขากับพวกกรณ์บุกจู่โจมนั้นแท้จริงกลับเป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ที่ค้นคว้าเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพ หนำซ้ำผู้ว่าจ้างของกรณ์ก็ไม่ได้เป็นหน่วยงานของรัฐบาลไทยอย่างที่อ้างไว้ หากแต่เป็นผู้นำองค์กรโฉดที่มีสมญาว่า “พรายพิฆาต” ซึ่งมีเป้าหมายจะปล้น “น้ำตามัจจุราช” มหาอาวุธชีวภาพไปจากห้องทดลอง

ฤทธิ์พยายามขัดขวางกรณ์กับพวกนักรบรับจ้างจนถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บสาหัส และถูกกรณ์ใช้ดาบปลายปืนสองเล่มปักตรึงร่างไว้เพื่อให้ตายอย่างทรมาน แต่ขณะที่กรณ์มัวแต่หลงลำพองที่สามารถโค่นเพื่อนรักได้สำเร็จนั้น ฤทธิ์ที่อยู่ในสภาพปางตายก็ตัดสินใจกดสวิตช์ระเบิดที่ซ่อนอยู่เพื่อทำลายคลังเก็บสารเคมีทั้งหมดก่อนที่เขาจะสิ้นลม พวกของกรณ์จึงต้องหนีตายและได้น้ำตามัจจุราชไปแค่นิดเดียว

ไม่มีใครคาดคิดว่าน้ำตามัจจุราชที่ระเหยจากในคลังจะซึมเข้าสู่ร่างกายของฤทธิ์ผ่านทางบาดแผล มันทำให้ฤทธิ์คืนชีพขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับพลังอำนาจในการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วรุนแรงยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไป แต่ขณะนั้นฤทธิ์ไม่มีเวลาสนใจถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น เขารีบเดินทางกลับเพราะเป็นห่วงคนรัก แต่ทุกอย่างก็สายเกินไป เมื่อกรณ์ได้จ้างพวกมาเฟียคู่ปรับเก่าของฤทธิ์ให้ปล้นฆ่าใจทิพย์แฟนสาวของเขาเพื่ออำพรางคดี

ในยามคับขัน...มาดามหลิว มหาเศรษฐีพันล้านผู้ร่ำรวยจากการเป็นหุ้นส่วนในบริษัทขุดเจาะน้ำมันได้ส่งคนมาช่วยฤทธิ์เอาไว้ เนื่องจากเธอเองก็มีความแค้นต่อองค์กรพรายพิฆาตที่สังหารหมู่ครอบครัวของเธอ และทำให้เธอกลายเป็นคนพิการต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิตเพียงเพราะไม่ยอมร่วมมือกับพวกมัน

ฤทธิ์กลับมาช่วยใจทิพย์ไม่ทันแถมตัวเองยังถูกตามล่าและได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิดจนตกทะเลหายไป ผู้ล่าคิดว่าเขาตายแน่จึงไม่ใส่ใจ แต่หารู้ไม่ว่าคนของมาดามหลิวใช้เรือเร็วมาช่วยชีวิตเขาไว้แล้วพากลับไปรักษาตัวที่บริษัทมาดามหลิว

ชาญกับโซเฟียลูกน้องของมาดามหลิวพากันแปลกใจที่บาดแผลตามร่างกายฤทธิ์หายอย่างรวดเร็ว

“แค่สามชั่วโมงบาดแผลตามร่างกายของเขาก็หายจนเกือบหมด เหลือแค่อาการบอบช้ำอย่างเดียวเท่านั้น”

“เขาทำได้ยังไง”

“เปล่าหรอกชาญ เขาไม่ได้ทำ น้ำตามัจจุราชต่างหากที่ช่วยเขาเอาไว้”

ฟังคำพูดประโยคนั้นของมาดามหลิวแล้ว ทั้งชาญและโซเฟียต่างก็อึ้งไปอย่างเหลือเชื่อ!

ooooooo

หลายวันต่อมา ฤทธิ์ฟื้นขึ้นมาพบตัวเองอยู่ในห้องพักหรูหราแต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหน และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภายในห้องติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ ที่สำคัญเขากำลังถูกจับตามองจากมาดามหลิว ชาญ และโซเฟียที่อยู่อีกห้อง

ฤทธิ์นึกถึงใจทิพย์จึงรีบแต่งตัวออกจากห้องเดินดุ่มผ่านยามในบริษัทเพื่อจะออกจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด ยามหลายคนกรูมาสกัดพร้อมกันนั้นชาญกับโซเฟียก็พามาดามหลิวออกมาเผชิญหน้า ก่อนที่ฤทธิ์จะยอมกลับเข้าไปคุยกับพวกเขาในห้องสมุดของบริษัท

โซเฟียรินน้ำดื่มให้ฤทธิ์ที่นั่งสนทนากับมาดามหลิว เธอมองเขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก แต่ในเวลานั้นฤทธิ์ไม่มีอารมณ์จะสนใจ

โซเฟียเป็นผู้หญิงห้าวและชอบบู๊ เมื่อสักครู่เธอประมือกับฤทธิ์ไปสองสามยกก่อนที่มาดามหลิวจะห้ามปรามและชี้แจงกับฤทธิ์ว่า

“โซเฟียเกิดมาจากการโคลนนิ่งในห้องทดลอง ดีเอ็นเอของเธอถูกออกแบบให้มีแต่คำว่าเข้มแข็ง คุณอย่าถือเลยนะ”

“ผมอยากรู้เรื่องวันนั้น ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น”

“ทีมกู้ภัยของเราช่วยคุณขึ้นมาได้ แต่กระแสน้ำพัดแรงมากพวกเขาไม่เจอศพของใจทิพย์”

คำว่า “ศพ” ทำให้ฤทธิ์ชะงัก ชาญซึ่งนั่งอยู่ห่างๆ กำลังค้นหาข้อมูลบางอย่างจากแท็บเล็ต ที่สุดก็เจอสิ่งที่ต้องการและเอามาส่งให้ฤทธิ์ดู

“บางทีข่าวนี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น”

ฤทธิ์เห็นข่าวแก๊งเฮียปาร์กมาเฟียคู่ปรับเก่าถูกสังหารหมู่ก็อึ้งไปเหมือนกัน

“พวกมาเฟียที่ทำร้ายคุณโดนฆ่าตัดตอนยกแก๊ง”

“แต่คนที่บงการยังลอยนวลอยู่ พวกเพื่อนคุณกับพรายพิฆาต”

ได้ยินชื่อพรายพิฆาต ฤทธิ์บันดาลโทสะผุดลุกจะออกไปจากห้อง พร้อมเปล่งเสียงอย่างสุดแค้น

“ผมจะฆ่าพวกมัน!”

“ผู้หมวด...ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณ แต่คุณต้องวางแผน”

“ไม่! คุณไม่เข้าใจ คุณไม่มีทางรู้สึกแบบผม ในเมื่อคุณไม่เคยสูญเสีย”

โซเฟียกับชาญอึ้งไปเพราะคำพูดนั้นจี้ใจดำมาดามหลิวอย่างแรง...เธอเค้นเสียงออกมาอย่างสะเทือนใจ

“ขาฉัน ญาติพี่น้อง สามีและลูกสาวของฉัน แค่นั้นยังสูญเสียไม่พออีกเหรอ ผู้หมวด...พวกเราในที่นี้ทุกคนมีศัตรูร่วมกัน”

ฤทธิ์ชะงัก ชาญเสริมคำพูดมาดามหลิวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

“ถ้าจะล้างแค้นเราต้องเล่นเป็นทีมนะผู้หมวด เล่นแบบเดียวกับพวกมัน!”

ooooooo

ไอริณและณัฐชาเป็นเพื่อนกับใจทิพย์ตั้งแต่เด็ก เมื่อทั้งคู่ทราบข่าวของเพื่อนรักก็ใจเสีย รุดไปดูยังตึกทำงานของเธอก็ทราบข้อมูลคร่าวๆจากเพื่อนร่วมงานว่า

“มีคนบอกว่าเห็นใจทิพย์ถูกอุ้มตัวไปพร้อมกับเพื่อนชายจนป่านนี้ยังไม่ได้ข่าวเลยค่ะ”

“พวกเราเคยเตือนแล้วเตือนอีกว่าอย่าไปคบกับหมอนี่ แต่ใจทิพย์ก็ไม่ยอมเชื่อ”

ฟังข้อมูลนั้นแล้วสองสาวยิ่งร้อนใจ แม้ไม่แน่ใจว่าใจทิพย์เป็นตายร้ายดียังไง แต่ก็เชื่อกันว่าแฟนหนุ่มของใจทิพย์น่าจะไม่ใช่คนดี

“ณัฐชา...เธอเป็นตำรวจ เธอเดารูปคดีออกใช่ไหม เธอว่าใจทิพย์ยังจะปลอดภัยรึเปล่า”

“ถ้าไม่มีโทรศัพท์เรียกค่าไถ่ก็แปลว่า...”

ณัฐชานิ่งไปอย่างไม่อยากคาดเดาต่อ ไอริณหน้าเสียทำท่าจะร้องไห้เสียให้ได้ แต่ยังพยายามปลอบตัวเองว่าใจทิพย์เป็นคนดี เธอต้องไม่ตาย...

ไอริณเป็นลูกสาวของนายนำชัยนักการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง นักข่าวกำลังให้ความสนใจเขาเป็นพิเศษเกี่ยวกับข่าวโรงงานผลิตอาวุธเคมีถูกทลายเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งองค์กรพรายพิฆาตน่าจะมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ แต่นำชัยตอบข้อซักถามของนักข่าวว่า

“เรื่องเหลวไหลทั้งเพ องค์กรลึกลับปัญญาอ่อนแบบนั้นไม่มีอยู่จริงหรอกครับ ผมยืนยันได้”

นักข่าวท่าทีไม่เชื่อแล้วก็ยังไม่หยุดซักถามจนนำชัยเริ่มหงุดหงิด สุชาติจึงตัดบทช่วยเจ้านายอย่างรู้ใจ

“ถ้ายังไงคงต้องยุติการสัมภาษณ์แค่นี้ก่อนนะครับ พอดีท่านนำชัยติดประชุม ถ้ามีความคืบหน้ายังไงแล้วเราจะแถลงข่าวภายหลัง”

เมื่อหลบหลีกขึ้นรถได้แล้ว นำชัยสบถกับสุชาติอย่างหัวเสีย

“ไอ้พวกบ้า ผมอยากรู้จริงว่าใครเป็นคนให้ข่าว วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง”

“แหล่งข่าวคงมาจากประเทศเพื่อนบ้านของเราครับท่าน บางทีโรงงานอาวุธเคมีนั่นกับเรื่องพรายพิฆาตอาจจะเกี่ยวพันกันจริงๆก็ได้”

“นายพอจะรู้รึเปล่าว่าใครรับผิดชอบคดีพรายพิฆาต”

“รู้สึกจะเป็นผู้กองราเมศ เจ้านายของหมวดณัฐชาครับท่าน”

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้กองราเมศก็ถูกเชิญตัวมาพบนำชัยที่บ้านเป็นการส่วนตัวด้วยเรื่องที่กำลังเป็นข่าวที่หลายคนคิดว่าเกี่ยวพันกับพวกพรายพิฆาต ซึ่งนำชัยต้องการร่วมมือกับผู้กอง ยินดีให้ความสนับสนุนทีมงานของเขาอย่างเต็มที่ในการติดตามคดี แต่มีเงื่อนไขว่าถ้าเขารู้เบาะแสอะไรต้องบอกตนทันที

“แต่ว่าทำแบบนั้นมันผิดระเบียบนะครับ”

“ผมรู้ แต่จะสู้กับองค์กรใต้ดินพวกนี้เราต้องหัดคิดนอกกรอบกันบ้าง”

ราเมศนิ่งไปอย่างลังเล แต่ในที่สุดก็ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะตัวเองแอบปลื้มไอริณลูกสาวของนำชัยอยู่ด้วย...ต่อมาเมื่อณัฐชาทราบเรื่องจากราเมศก็แปลกใจไม่น้อย ที่อยู่ดีๆนำชัยอยากหนุนหลังพวกเรา

อย่าว่าแต่คนอื่นแปลกใจ แม้แต่คนสนิทอย่างสุชาติก็ไม่เข้าใจนำชัยเหมือนกัน ค่ำนั้นขณะนำเอกสารมาให้ท่านเซ็น สุชาติจึงตัดสินใจถามด้วยความเป็นห่วง

“ท่านครับ ผมได้ยินว่าท่านจะหนุนหลังผู้กองราเมศให้ติดตามคดีพรายพิฆาต”

“ใช่ นายมีความเห็นว่ายังไงบ้าง”

“เรื่องนี้ความจริงไม่เกี่ยวกับเรา ผมว่าท่านไม่ควรเสี่ยงนะครับ”

“แต่โดยตำแหน่งหน้าที่แล้วฉันต้องรับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยของประชาชนในบ้านเมืองไม่ใช่เหรอ ซึ่งนั่นก็หมายถึงการกวาดล้างอาชญากรทุกประเภท”

“พรายพิฆาตไม่ได้เป็นแค่อาชญากรนะครับท่าน มันเป็นลัทธิเป็นความเชื่อที่เหนือธรรมชาติ เราไม่ควรเข้าไปยุ่งกับพวกมัน”

“เหลวไหลน่าสุชาติ นายเป็นเลขาฯของฉัน ถ้ามีใครรู้ว่านายเชื่อเรื่องพวกนี้แล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

“แต่ว่า...”

“หมดเรื่องแล้ว นายกลับไปพักเถอะ” นำชัยตัดบทด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง สุชาติจำต้องถอยกลับออกมาทั้งที่ยังไม่คลายความสงสัย...

แล้วดึกคืนนั้นเอง นำชัยก็ออกไปพบใครบางคนในอาคารร้าง ซึ่งนำชัยเรียกเขาว่า “บอส” เขาไม่เปิดเผย ใบหน้าแถมยังแต่งกายมิดชิดยืนในเงามืด

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหม ท่านนำชัย”

“ผมทำตามคำสั่งแล้ว ต่อไปนี้คดีพรายพิฆาตจะอยู่ในความดูแลของผม”

“ดีมาก”

“ผมรู้ว่าพวกคุณต้องการให้ผมช่วยปกปิดความผิดต่างๆที่เกิดขึ้น แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้ามันหนักหนาเกินไปผมก็ช่วยไม่ได้”

“ทำไม! พูดแบบนี้คิดจะแปรพักตร์เหรอ”

“เปล่า แต่อำนาจของผมมีจำกัด”

“ไม่ต้องห่วง ตราบใดที่คุณยังภักดีต่อพวกเรา อำนาจของคุณจะเพิ่มพูนจนล้นฟ้า แต่ถ้าเมื่อใดที่คุณหักหลัง คุณจะสูญเสียทุกอย่าง...แม้แต่คนที่คุณรัก”

ถ้อยคำเฉียบขาดของบอสทำให้นำชัยชะงักด้วยความไม่พอใจ...ถึงจะเกรงแต่ก็อย่ากดดันบีบคั้นกันเกินไป!

ooooooo

ตอนที่ 2

ที่ผ่านมามาดามหลิวได้ตระเตรียมแผนการที่จะล้างแค้นมาโดยตลอด เมื่อเห็นว่าฤทธิ์มีคุณสมบัติมากพอที่จะปฏิบัติการนี้จึงมอบหมายให้โซเฟีย ผู้ช่วยสาวคนสนิทปลอมแปลงประวัติเขาเสียใหม่ภายใต้ชื่อ “มิสเตอร์โทมัส” หลานบุญธรรมของมาดามหลิว

ในตอนกลางวันฤทธิ์สวมบทหนุ่มเพลย์บอยเพื่อสืบหา ข่าวขององค์กรพรายพิฆาต ซึ่งมีสมาชิกมากมายอยู่ในสังคมชั้นสูง แต่พอตกกลางคืนเขาก็สวมหน้ากากดำออกขัดขวางแผนการของพวกมันในทุกรูปแบบ รวมไปถึงไล่ล่าสังหารสมาชิกระดับแกนนำทุกคน โดยใช้สมญาในการปฏิบัติงานว่า “พยัคฆ์มหากาฬ” ตามชื่อหน่วยรบสมิงดำที่เขาเคยสังกัด และยังใช้ดาบปลายปืนสองเล่มที่กรณ์เคยทำร้ายเขาเป็นอาวุธคู่มืออีกด้วย

คืนหนึ่งที่โรงงานร้าง หมวดณัฐชานำกำลังตำรวจบุกจับคนร้ายอาละวาดยิงประชาชนผู้บริสุทธิ์จนเกิดการ ยิงปะทะกันหูดับตับไหม้ โดยเฉพาะคนร้ายสามคนที่อยู่ในสภาพบ้าคลั่ง ผู้กองราเมศตามมาสมทบทีหลังถามลูกน้องว่าสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง

“คนร้ายสามคนใช้อาวุธสงครามกราดยิงชาวบ้านโดยไม่ทราบสาเหตุค่ะ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าคงเป็นเพราะยาเสพติด”

“ใช่ครับ พวกมันไม่ยอมเจรจาอะไรเลย เอาแต่ยิงกับยิงลูกเดียว”

“ตอนนี้มีชาวบ้านเสียชีวิตไปสามคน บาดเจ็บอีกห้าคนครับ”

“หน่วยจู่โจมใกล้จะมาถึงรึยัง”

“อีกไม่เกินสิบนาทีค่ะ”

รา เมศนิ่วหน้าก่อนจะดึงกล้องส่องทางไกลจากหมู่ปรีดามาใช้สังเกตการณ์ แล้วเขาก็เห็นโลโก้ของพรายพิฆาตติดอยู่บริเวณเสาหน้าโรงงาน และคนร้ายยังกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่อย่างดุเดือด ฉับพลันเสียงปืนก็เงียบไป แล้วดังขึ้นมาใหม่แต่เหมือนยิงกันอยู่ภายในตึก ไม่ได้ยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่

นั่นก็เพราะฤทธิ์ในคราบของนักสู้มหากาฬปรากฏตัว เขาจัดการกับคนร้ายทั้งสามแล้วพยายามหลบหนีแต่ไม่รอดตาของหมวดณัฐชา

“หยุด นะ!” เธอตะโกนสั่ง แต่เขาไม่ยอมหยุด กระโจนข้ามจากหลังคาโรงงานไปยังอีกอาคารหนึ่ง ณัฐชาตัดสินใจกระโจนตามแต่พลาดไปไม่ถึงอีกฝั่ง โชคดีที่ฤทธิ์หันกลับมาคว้ามือเธอไว้ทันพร้อมกับเรียกชื่อของเธอถูกต้อง เพราะจำได้ว่าเป็นเพื่อนของใจทิพย์

ณัฐชาชะงักกึก เมื่อฤทธิ์กระชากตัวเธอขึ้นมา เธอชักปืนเล็งใส่เขาทันที “แกเป็นใครกันแน่ รู้ชื่อฉันได้ยังไง”

“ศัตรูของพรายพิฆาต ผมเป็นพวกเดียวกับคุณ”

“ผู้ หมวดคุณอยู่ไหน ณัฐชา” เสียงตะโกนของราเมศแว่วมา ณัฐชาหันไปยังต้นเสียงพร้อมกับขานรับว่าตนอยู่ทางนี้ แต่พอหันกลับมาก็ไม่พบชายหนุ่มตรงหน้าเสียแล้ว...

ooooooo

เช้าวัน รุ่งขึ้น ฤทธิ์มาทำงานในบริษัทมาดามหลิวตามปกติ โดยมีชาญหิ้วกระเป๋าเอกสารให้ในฐานะคนขับรถและผู้ติดตาม พนักงานสาวๆออก

อาการปลื้มเมื่อได้เห็นชายในฝัน บ้างขวยเขิน บ้างระริกระรี้ตื่นเต้น บ้างแอบซุบซิบกันด้วยความชื่นชม

ฤทธิ์ยิ้มโปรยเสน่ห์ให้ทุกคนจนกระทั่งเข้าลิฟต์ไปกับชาญ...โซเฟียยืนรออยู่อย่างสุขุม เธอรู้จากกล้องวงจรปิดว่าฤทธิ์กับชาญมาถึงแล้ว

ต้องขอโทษด้วยที่ให้เข้ามาทางด้านหน้าบริษัท แต่มาดามบอกว่าพนักงานไม่เห็นคุณมาหลายวันแล้ว ก็เลยกลัวว่าจะมีคนสงสัย”

ฤทธิ์รับรู้แล้วหยิบหลอดบรรจุเลือดสามหลอดในกระเป๋าส่งให้โซเฟีย “ตัวอย่างเลือดของคนร้าย”

“มาดามหลิวกำลังรอคุณอยู่”

มาดามหลิวรออยู่ในห้องสมุด เมื่อฤทธิ์เข้ามา เธอวางนิตยสารก๊อสซิปเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะ หน้าปกเป็นรูปมิสเตอร์โทมัสคู่สาวเซ็กซี่นางหนึ่ง

“ฉัน รู้ว่านายต้องสร้างภาพตามที่เราเคยตกลงกันไว้ แต่ว่าอีกไม่กี่วันจะมีงานเลี้ยงครบรอบสิบห้าปีของบริษัท ฉันตั้งใจว่าจะแนะนำนายอย่างเป็น
ทางการกับพวกนักข่าว แล้วก็ช่วยลดการสร้างภาพ เปลี่ยนเป็นมารักษาภาพแทนดีกว่านะ”

“ทุกวันนี้ผมยังไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมต้องให้ผมรับบทเป็นญาติของคุณ”

“มันจะช่วยให้เธอแทรกซึมและเข้าถึงศัตรูได้ง่ายขึ้น เชื่อฉันเถอะ”

ฤทธิ์พยักหน้ายิ้มๆ โซเฟียรู้สึกแปลกใจ ครั้นพามาดามหลิวแยกออกมาเพื่อไปส่งที่ห้องพัก โซเฟียก็อดซักนายสาวไม่ได้ว่า

“ผู้หมวดฤทธิ์ ราวี...เขาดูเปลี่ยนไปมาก มาดามคิดว่าเป็นผลข้างเคียงของน้ำตามัจจุราชรึเปล่าคะ”

“เธอรู้ได้ยังไงโซเฟีย ว่าเขาเปลี่ยน”

“เดี๋ยวนี้เขายิ้มเก่งขึ้น แล้วก็ไม่ปั้นหน้าเศร้าเหมือนเมื่อก่อน บางทีเขาอาจจะลืมใจทิพย์ไปแล้วก็ได้”

“เธอยังไม่รู้จักผู้ชายมากพอโซเฟีย เชื่อฉันเถอะ ยิ้มของฤทธิ์ ราวี มีความหมายมากกว่านั้น”

โซเฟียฟังแล้วไม่เข้าใจนัก แต่ก็ไม่ซักอะไรต่อ...

ส่วน ที่ห้องพักส่วนตัวของฤทธิ์ ชาญกำลังใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาประวัติของณัฐชาให้ฤทธิ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพข่าวของเธอติดตามผู้กองราเมศทำคดีพรายพิฆาต

“ตำรวจที่ทำคดีพรายพิฆาตมีตั้งหลายคน ทำไมคุณถึงสนใจตำรวจหญิงคนนี้แค่คนเดียว”

“แล้วผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ผมอยากได้ข้อมูลของเธอแล้วก็เพื่อนที่ชื่อไอริณ”

“ไอริณ? ใช่ดาราที่เป็นลูกสาวนักการเมืองรึเปล่า”

ฤทธิ์ ยักไหล่ไม่แน่ใจ ชาญค้นหาต่อไปสักพักก่อนจะโยงมาที่ข่าวของไอริณซึ่งเป็นเพื่อนกับณัฐชา ฤทธิ์มองข่าวของทั้งคู่อย่างสนใจ ยิ่งเมื่อคลิกไปเจอภาพในอดีตที่ณัฐชา ไอริณ และใจทิพย์ถ่ายไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นรูปเดียวกับที่ใจทิพย์เคยให้ฤทธิ์ได้รู้จักหน้าค่าตาเพื่อนรักของ เธอ...ฤทธิ์ถึงกับจ้องเขม็ง

ooooooo

วันเดียวกัน ผู้กองราเมศกับหมวดณัฐชาย้อนกลับไปหาหลักฐานยังโรงงานร้างที่เกิดเหตุเมื่อ คืน ผู้กองใช้คีมของมีดพับอเนกประสงค์คีบเศษหัวกระสุนที่ถูกฝังอยู่บนผนังใส่ซอง พลาสติกพลางวิเคราะห์ให้ลูกน้องสาวฟังอย่างมั่นใจ

“ดูเหมือนว่าชายสวมหน้ากากที่คุณเจอเมื่อคืนจะใช้ของมีคมเป็นอาวุธแถมฝีมือขั้นเทพซะด้วย”

“จริงเหรอคะผู้กอง”

“ก็ เล่นผ่าหัวกระสุนขาดแบบนี้จะให้ผมว่ายังไงอีก อาวุธที่เขาใช้คงทำจากวัสดุพิเศษ อาจเป็นพวกทังสเตนคาร์ไบด์หรืออะไรก็ตามที่ตัดเหล็กได้”

“นี่ผู้กองเชื่อเหรอคะ ว่าผู้ชายคนนี้เขาตัดกระสุนได้จริงๆ”

“โดยทางวิทยาศาสตร์อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นผู้หมวด แต่ที่แน่ๆ เขามีพลาดถูกยิงเหมือนกัน แต่เสื้อเกราะช่วยเขาเอาไว้”

“แต่ที่ฉันเห็นเสื้อเขาเป็นหนังธรรมดานะคะผู้กอง”

“ด้าน นอกน่ะใช่ แต่ด้านในคงบุเคฟล่าชนิดพิเศษ คิดดูสิ จากตำแหน่งของรอยเท้านั่น เขาถูกยิงในระยะที่ประชิดมาก ถ้าเป็นเสื้อเกราะทั่วไปป่านนี้
คงซี่โครงหักไปแล้ว ไม่มีทางได้วิ่งหนีคุณแน่”

ณัฐชาท่าทีคล้อยตาม...แล้วเดินกลับมาที่รถพร้อมผู้กองราเมศ

“เดี๋ยวคุณเอาหลักฐานกลับไปที่กองปราบนะ แล้วลองเทียบข้อมูลกับแผนกอื่นดูว่ามีใครเคยเห็นหมอนี่มาก่อนบ้าง”

“แล้วผู้กองล่ะคะ”

“ผมจะไปรับผลชันสูตรศพคนร้ายที่นิติเวช”

ราเมศกำลังจะขึ้นรถ เสียงมือถือณัฐชามีข้อความส่งมา หญิงสาวกดอ่านแล้วหน้าเจื่อนจนผู้กองสงสัยถามว่ามีอะไร?

“จ่าไมตรีส่งข้อความมาบอกว่าไอ้มาวินพ้นโทษแล้ว”

เวลา นั้น มาวิน...มาเฟียหนุ่มเลือดร้อนกำลังวางมาดอยู่ที่ภัตตาคารดอกบัว มาวินหลงใหลได้ปลื้มไอริณลูกสาวนายนำชัย เขาหมายมั่นปั้นมืออยากได้เธอเป็นเมียโดยไม่แคร์ว่าพ่อของเธอจะยิ่งใหญ่มา จากไหน

ขณะที่มาวินเพิ่งพ้นโทษ ไอ้แหลมลูกน้องของมาเฟียปาร์กคู่ปรับของฤทธิ์ที่รอดตายจากการสังหารหมู่ เพียงคนเดียวก็ย้อนกลับมาขอทำงานด้วย มาวินตอบรับโดยไม่ลังเลและพร้อมจะมอบหมายงานให้มันทำในเร็ววัน

ด้าน โซเฟียกับชาญที่นำเลือดของคนร้ายซึ่งได้จากฤทธิ์มาตรวจ ผลออกมาพบสารคล้ายน้ำตามัจจุราชแถมยังมีสารอีกสองตัวที่ใช้ผลิตยาเสพติดออก ฤทธิ์กระตุ้นและหลอนประสาท คนเสพถึงขนาดคลุ้มคลั่งกัดกินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน บางคนถึงได้เรียกมันว่ายาซอมบี้

“ถ้าเดาไม่ผิดเหตุกราดยิงที่โรงงานร้างนั่นคงเป็นการทดลองอย่างนึงของพวกมันในการสร้างนักรบอมตะ”

“แปลว่าคนร้ายสามคนนั่นถูกส่งมาเพื่อทดลองต่อสู้ แล้วก็ทดลองตายเหรอครับมาดาม”

“แถมมีความหวังเล็กๆอีกด้วยว่าอาจจะเป็นการ ทดลองฟื้น”

“เดี๋ยว เธอเอารายงานนี่ไปให้ผู้หมวดฤทธิ์ด้วยนะ แล้วเตือนเขาเรื่องงานเลี้ยงครบรอบสิบห้าปีของบริษัทวันพรุ่งนี้ด้วย ฉันตั้งใจจะเปิดตัวเค้าต่อหน้าสื่อมวลชน”

แทนที่ชาญจะตอบรับแต่กลับอึกอักจนมาดามหลิวเอะใจ ถามว่าเขาอยู่หรือเปล่า...

ฤทธิ์ ออกจากบริษัทไปแล้วด้วยรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ขับตามรถยนต์ของณัฐชาที่กำลังมุ่งหน้าไปหาไอริณที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง ณัฐชาจับตามองด้วยความสงสัย ฤทธิ์เริ่มรู้ตัวจึงเร่งความเร็วแซงไปเพื่อไม่ให้มีพิรุธ

ถึงฟิตเนส ณัฐชาทำหน้าที่สอนไอริณชกต่อยกระสอบทราย ไอริณเป็นดารานักบู๊จึงต้องหมั่นฝึกฝนเพิ่มเติมโดยให้เพื่อนรักที่เป็นตำรวจช่วยสอน

“นี่...ออกแรงมากกว่านี้ไม่ได้หรือไง ราชินีหนังบู๊มีน้ำยาแค่นี้เองเหรอ”

“โอ๊ย...คุณตำรวจขา ชีวิตจริงกับในภาพยนตร์มันต่างกันนะคะ ถ้าจะให้เก่งเหมือนในจอ ฉันขอบายดีกว่า”

“เธอกำลังตกอยู่ในอันตรายนะไอริณ ดังนั้นเธอต้องรีบฝึกหลักสูตรเร่งรัด”

“ขอเปลี่ยนเป็นฝึกวิ่งแทนได้มั้ย ฉันหมดแรงแล้ว”

“โธ่เอ๊ย ไม่เอาไหนเลยเธอเนี่ย”

ห่าง ออกมาในมุมหนึ่ง ฤทธิ์จับตามองณัฐชากับไอริณด้วยความสนใจ ณัฐชารู้สึกผิดสังเกตจึงหันขวับไป พอเห็นชายหนุ่มสวมหมวกแก๊ปยืนจ้องอยู่ก็เริ่มไม่พอใจ

“นี่นายคนที่สวมหมวกน่ะ จ้องผู้หญิงอยู่ได้ จินตนาการอะไรอยู่หรือไง”

“ผมก็แค่อยากดูมวย” ตอบเสร็จฤทธิ์ทำท่าจะเดินหนี แต่ณัฐชาไม่ปล่อยผ่านเพราะคลับคล้ายคลับคลา เดินตามไปดักหน้าเขาไว้

“เดี๋ยวก่อน ใช่นายรึเปล่าที่ขับรถตามฉัน”

“ผมมาฟิตเนสเดียวกับคุณ ใช้เส้นทางเดียวกันมันแปลกตรงไหน”

“มีอะไรเหรอณัฐชา” ไอริณเข้ามาสมทบ

“มันยืนจ้องเธออยู่ตั้งนานแล้ว สงสัยเป็นพวกโรคจิต”

“ไม่เอาน่าณัฐชา เขาอาจจะเป็นแฟนคลับของฉันก็ได้ ขอโทษด้วยนะคะ เพื่อนฉันใจร้อนไปหน่อย”

“ผม ชื่อโทมัสครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” ฤทธิ์แนะนำตัวพร้อมกับยื่นมือออกมา ไอริณบอกชื่อตัวเองและทำท่าจะสัมผัสมือเขา แต่โดนณัฐชาขัดขวาง ฤทธิ์ยักไหล่ไม่แคร์แล้วบอกว่า “อันที่จริงผมไม่ได้ตั้งใจจะจ้องคุณแบบนั้นหรอกครับ แต่เห็นว่าคุณชกไม่ถูกจังหวะก็เลยอยากจะแนะนำ”

“ตัวเองชกเก่งตายละ” ณัฐชาพูดโพล่ง พอไอริณปรามก็สวนทันควันว่า “ก็จริงนี่ ท่าทางเจ้าสำอางอย่างหมอนี่ ถ้าชกมวยเป็นล่ะก็ฉันยอมไหว้เลยก็ได้ ใช้กีฬาบังหน้า หาเรื่องเหล่หญิงมากกว่ามั้ง”

“ผมว่าคุณต่างหากที่ชกมวยไม่เป็น ดีแต่ทำกร่างอวดเพื่อน”

ณัฐชาตาลุกวาวด้วยความโกรธ ไอริณใจหายวาบ... จากนั้นไม่นาน ฤทธิ์กับณัฐชาก็ประจันหน้ากันบนเวทีมวย ฝ่ายชายยิ้มใจเย็น ขณะที่ฝ่ายหญิงท่าทางจริงจังกะเล่นงานเขาให้ได้ บรรดาเพื่อนสมาชิกในฟิตเนสต่างมารุมดูด้วยความสนใจ

“แค่ซ้อมเล่นๆ ไม่ต้องจริงจังก็ได้คุณณัฐชา”

ณัฐชาไม่สนใจคำพูดของเขา ตั้งหน้าตั้งตาจะเอาชนะเขาให้ได้ แต่แล้วฤทธิ์ทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกในสายตาไทยมุง ชกเขากี่ทีก็ไม่โดนสักหมัด แถมยังพลาดท่าเพราะเขาฉากหลบทำให้เธอชกโดนเสาเวทีเข้าอย่างจัง

ฤทธิ์จากไปโดยเร็ว ทิ้งณัฐชาร้องครวญครางเจ็บมืออยู่กับไอริณ

“สมน้ำหน้า คนเขามาดีแท้ๆ ดันไปหาเรื่องเขา”

“ไม่มีทางหรอก หมอนั่นต้องไม่ใช่คนดีแน่ ฉันว่าหน้ามันคุ้นๆนะไอริณ บางทีเขาอาจจะเป็นคนร้ายที่ฉันเคยเห็นในแฟ้มคดีไหนสักคดีก็ได้”

“เอา เข้าไป เรื่องเว่อร์นี่ไม่แพ้ใครเลยเพื่อนฉัน” ไอริณส่ายหน้าเอือมๆ พลันโทรศัพท์มือถือเธอดังขึ้น กดรับแล้วนิ่วหน้ากับเสียงคุ้นหูของใครบางคน

“สวัสดีครับคุณไอริณ”

“นั่นใคร”

“แหม...แค่นี้ก็จำไม่ได้ ผมมาวินแฟนคลับของคุณไงครับ”

“ไอ้บ้า นี่แกอีกแล้วเหรอ แกรู้เบอร์ฉันได้ยังไง”

“โธ่ อย่าพูดจาตัดรอนแบบนั้นสิครับ ผมอุตส่าห์โทร.มาหาคุณก็เพราะอยากร่วมงานด้วย เผอิญผมตั้งใจว่าเดือนหน้าจะเปิดบริษัททำหนังอยู่พอดี ไม่ทราบว่าคุณไอริณสนใจจะเป็นนางเอกของผมรึเปล่า”

“บริษัททำหนังเหรอ บริษัทฟอกเงินค้ายาสิไม่ว่า แกฝันไปเถอะ ฉันไม่มีทางลดตัวไปคบกับมาเฟียอย่างแกหรอก ไอ้โรคจิต ไอ้บ้า”
ด่าเสร็จเธอวางสายทันที ทำให้มาวินหน้าตูมอย่างขุ่นเคือง

“โอกาส สุดท้ายที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ คุณปฏิเสธมันเองนะคนสวย” ว่าแล้วมาวินก็ยิงคำถามไปยังไอ้แหลมซึ่งนั่งอยู่กับสมุนกลุ่มหนึ่งภายในรถ ตู้คันเดียวกัน “พร้อมจะลงสนามสอบรึยังไอ้แหลม”

ครู่ต่อมา ณัฐชาลากไอริณมาซุ่มดูลาดเลาที่ประตูทางออกอย่างนึกระแวง ไอริณทักท้วงเพราะจำได้ว่ารถไม่ได้จอดชั้นนี้

“ฉันรู้น่า ว่าแต่เธอแน่ใจนะว่าคนที่โทร.มาคือมาวิน”

“ฉันไม่ได้ประสาทหลอนนะเธอ เสียงมันทำไมฉันจะจำไม่ได้ แต่ฉันว่าคงไม่มีอะไรหรอก เราไปกันซะทีเถอะ เมื่อยแล้ว”

“รถจอดอยู่ข้างบน ไปทางบันไดนะ”

ไอริณพยักหน้าเซ็งๆ มองเพื่อนสาวว่าหวาดระแวงเกินเหตุ แถมณัฐชายังหยิบปืนที่ซ่อนไว้ตรงข้อเท้าส่งให้ไอริณอีกด้วย บอกเพื่อนให้พกติดตัวไว้ จากนั้นเธอเดินนำลิ่วไปที่ลานจอดรถ

“เดินช้าๆก็ได้ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรหรอก”

“เธอยังไม่รู้จักไอ้มาวิน ต่อให้มันเป็นหมาก็ไม่ เหมือนหมาตัวอื่น ถ้าเห่าเสร็จเมื่อไหร่ มันกัดเมื่อนั้น”

“แต่ฉันว่า...” ไอริณชะงักเมื่อเหลือบเห็นอะไรบางอย่าง ณัฐชามองตามไปจึงเห็นชายฉกรรจ์สวมไอ้โม่งคลุมหน้าโผล่มาจากที่ซ่อนตามจุดต่างๆจนล้อมกรอบทั่วทิศทาง พวกมันถือมีดไม้ครบมือ

“ไปที่รถไอริณ...ไปเร็ว” ณัฐชาตะโกนลั่น...ไอริณเลิ่กลั่กอยู่ชั่วครู่ก่อนวิ่งไปตามคำสั่ง

ณัฐชาคุ้มกันให้ไอริณวิ่งหนีไปถึงรถที่จอดบนชั้น 3 แต่พวกไอ้แหลมก็ตามเธอไม่ลดละ ขนาดเธอหลบเข้ารถได้แล้วพวกมันก็ยังพยายามทุบกระจกจะเอาตัวเธอออกมาให้ได้

ไอริณกลัวมาก แม้กระจกรถเป็นชนิดกันกระสุนแต่ตอนนี้ก็ถูกมันทุบจนร้าวแล้ว ส่วนณัฐชาก็ยังต่อสู้อยู่กับสมุนของมาวินอีกทาง

ในขณะสองสาวตกอยู่ในภาวะคับขัน ฤทธิ์เข้ามาช่วยเหลืออย่างเก่งกล้าและสามารถทำให้สมุนของไอ้แหลมแตกกระเจิงกันไปในที่สุด ส่วนไอ้แหลมที่วิ่งหางจุกตูดไปทีหลังจำหน้าฤทธิ์ได้ถึงกับร้องลั่นว่าผีหลอก เพราะเข้าใจว่าฤทธิ์ตายแล้วด้วยฝีมือแก๊งเฮียปาร์ก

เสียงปืนสงบลง ณัฐชาวิ่งขึ้นมายังลานจอดรถชั้น 3 เห็นผู้ชายยืนหันอยู่กับไอริณก็รีบเอาปืนจ่อโดยไม่สนว่าเขาเป็นใคร “ยกมือขึ้น แกถูกจับแล้วไอ้พวกมาเฟีย”

ฤทธิ์ชูมือขึ้นอย่างใจเย็น ไอริณรีบอธิบายกับเพื่อนสาวว่า เขาช่วยตนเอาไว้ เขาคือคุณโทมัสที่เราเจอในฟิตเนส ณัฐชาชะงักเล็กน้อย มองหน้าเขาชัดๆก่อนอุทานออกมาอย่างมั่นใจ

“ฉันจำแกได้แล้ว แกคือแฟนของใจทิพย์”

ทั้งฤทธิ์และไอริณต่างนิ่งอึ้งตะลึงงัน!

ooooooo

ตอนที่ 3

วันเดียวกันที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาหารือกันอย่างเคร่งเครียด ขณะที่ผู้กองราเมศเพิ่งมาถึง พอรู้ว่าศพหายก็แปลกใจ สั่งลูกน้องไปค้นหา ส่วนตัวเองรีบเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดเผื่อจะเห็นว่าใครมาลักศพไปกลางวันแสกๆ

แต่หัวหน้า รปภ.ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ บริเวณนั้นมีคนของตนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ถ้ามีคนร้ายบุกเข้าไปขโมยศพจริงๆก็ต้องมีคนเห็น

ผู้กองราเมศไม่สนใจ กรอเทปดูต่อไปเรื่อยๆจน สะดุดตาเข้ากับสามคนร้ายที่ถูกฤทธิ์ฆ่าตาย มันทยอยกันเดินโงนเงนโซเซออกจากห้องดับจิต สภาพไม่ต่างจากผีดิบ!

แล้วครู่ต่อมา จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาที่ไปตามหาศพตามคำสั่งผู้กองราเมศก็เจอผีดิบทั้งสามนี้ เข้าจังๆ ทั้งคู่โกยแน่บกลับมาหาผู้กอง รายงานปากคอสั่นว่าคนร้ายฟื้นขึ้นมาและกลายเป็นผีดิบ

พูดไม่ทันขาดคำ ศพทั้งสามเดินตรงมา ผู้กอง ตัดสินใจยิงปืนใส่พวกมันหลายนัดแต่ก็ไม่ระคายผิว ศพทั้งสามยังเดินเข้าใส่จนตำรวจต้องหลบหลีกกันจ้าละหวั่น แล้วผู้กองราเมศก็ลองใหม่อีกครั้ง เปลี่ยนเป้าหมายมาเล็งที่หัวของพวกมัน ลั่นไกสามนัดซ้อน ผีดิบทั้งสามถึงกับร่วงผล็อย

เวลาเดียวกันที่ออฟฟิศกอง ปราบ ณัฐชาเพิ่งสั่งงานตำรวจในเครื่องแบบรายหนึ่งและกำลังจะกลับไปที่ห้องสอบสวน แต่แล้วไอริณที่นั่งรออยู่ก็รีบเข้ามาสอบถาม

“นี่เธอจะทำอะไรกันแน่ณัฐชา ผู้ชายคนนั้นเขาช่วยฉันเอาไว้นะ”

“ฉันรู้แต่ฉันจำไม่ผิดแน่ เขาคือคนรักของใจทิพย์ คนที่ทำให้ใจทิพย์หายสาบสูญไป”

“แล้วเธอจะทำอะไรเขา”

“ฉันจะเค้นความจริงจากเขา ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับใจทิพย์”

ฤทธิ์ นั่งรออยู่ภายในห้องสอบสวน ณัฐชาเข้ามาพร้อมแก้วน้ำ ส่งให้เขาพร้อมกับเรียกชื่อผู้หมวดฤทธิ์ ราวี แต่ฤทธิ์ไม่หลงกลตอบรับ ยืนยันว่าตนชื่อโทมัส เป็นหลานชายของมาดามหลิว

“ให้การเท็จมีโทษหนักนะผู้หมวด ไม่ว่าคุณจะโกหกยังไงแต่ลายนิ้วมือคุณมันไม่มีทางโกหกเหมือนคุณแน่”

ฤทธิ์พยักหน้ารับทราบ แต่แล้วชะงักเมื่อเธอจู่โจมจับข้อมือเขาพร้อมกับยิงคำถามอยากรู้ว่าใจทิพย์หายไปไหน ฤทธิ์ไม่ตอบแต่มองที่มือเธอ

“นี่อะไร เครื่องจับเท็จเหรอ”

“ชีพจรคนเราส่วนใหญ่เต้นถี่ขึ้นเสมอ เวลาพูดโกหก”

“คุณตำรวจ ผมไม่รู้ว่าคุณพูดถึงใคร แต่ที่แน่ๆ ผมไม่ใช่ฤทธิ์ ราวี”

“ฟังนะไอ้ตัวแสบ อีกเดี๋ยวคนของฉันจะโทร.เข้ามาในห้องนี้ทันทีที่เขารู้ผลการพิสูจน์ลายนิ้ว มือว่านายเป็นใครกันแน่ ถึงตอนนั้นแกเตรียมตัวเจอข้อหาฆาตกรรมได้เลย”

“ต่อให้ผมเป็นฤทธิ์ ราวี คุณก็ไม่มีสิทธิ์ดำเนินคดีกับผมในเมื่อคุณยังไม่มีหลักฐานด้วยซ้ำว่าใจทิพย์ตายจริงรึเปล่า”

ณัฐชาจ้องหน้าเขาอย่างไม่พอใจ ทันใดโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น เธอกดรับแล้วหน้าเจื่อน เพราะปลายสายคือลูกน้องผู้กองราเมศที่แจ้งเข้ามาว่าผู้ชายคนที่เธอจับมาคือ มิสเตอร์โทมัส หลานชายของมาดามหลิว เจ้าของบริษัทผลิตยาบลูฟินิกซ์ฟาร์ม่า

ที่แท้ โซเฟียมาพบผู้กองราเมศอยู่อีกห้อง ราเมศเพิ่งกลับจากโรงพยาบาลตำรวจพร้อมจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดา หลังเผชิญหน้ากับผีดิบมาด้วยกัน ซึ่งผู้กองกำชับลูกน้องห้ามพูดเรื่องนี้กับใคร เพราะกลัวคนจะหาว่าพวกตนเพี้ยน

หลังจากโซเฟียมาเจรจาผู้กองราเมศก็สั่ง ณัฐชาปล่อยโทมัสไป แล้วเอ็ดลูกน้องสาวว่าสติดีอยู่หรือเปล่า ผู้ชายคนนั้นช่วยไอริณไว้แต่เธอดันไปปรักปรำเขาเป็นคนร้าย

“ก็เขาหน้าเหมือนคนร้ายจริงๆนี่คะผู้กอง”

“ผู้หมวดฤทธิ์ ราวี ผมเคยเห็นรูปเขาแล้ว หมอนั่นมีแผลเป็นที่หน้า”

“นายโทมัสอาจจะทำศัลยกรรมมาก็ได้นี่คะ”

“แต่เราไม่มีข้อมูลเรื่องนั้น ที่สำคัญผลการพิสูจน์ลายนิ้วมือก็ออกมาแล้วว่าเขาเป็นใคร มาดามหลิวรวยมากนะ ทีมทนายของเขาน่ะใหญ่กว่าทีมฟุตบอลซะอีก”

“แล้วผู้กองจะให้ฉันทำยังไงคะ”

“ผมอยากให้คุณไปขอขมาเขา”

ณัฐชาหน้ามุ่ยไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที...ขณะ เดียวกัน โซเฟียกับชาญพาฤทธิ์กลับถึงบริษัทมาดามหลิวแล้ว ฤทธิ์ตั้งท่าจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น แต่มาดามหลิวชิงพูดเสียก่อนว่า

“ณัฐชากับไอริณเป็นเพื่อนรักของใจทิพย์ ชาญบอกฉันหมดแล้ว ความผูกพันจะทำให้เธอยุ่งยากนะโทมัส เชื่อฉันเถอะ”

“สองคนนั่นไม่เกี่ยวกับภารกิจของเรา ผมก็แค่ อยากรู้เรื่องของใจทิพย์จากพวกเขา”

“แล้วถ้าฉันบอกว่าเกี่ยวล่ะ”

“มาดามได้เบาะแสมาว่าบางทีท่านนำชัยอาจเป็นสมาชิกของพรายพิฆาต”

ข้อมูลของชาญทำให้ฤทธิ์ถึงกับอึ้งไป เพราะทราบดีว่าไอริณเป็นลูกสาวของนายนำชัยนักการเมืองใหญ่...

ค่ำนั้นเอง นำชัยมาพบบอสที่อาคารร้างแห่งเดิมตามลำพัง นำชัยท่าทีหงุดหงิดไม่พอใจเรื่องไอริณถูกมาเฟียคุกคาม

“ไหนคุณบอกว่าพรายพิฆาตจะปกป้องสมาชิกขององค์กรเหมือนพี่น้อง ไอ้มาเฟียนั่นมันรังแกลูกสาวผม ทำไมคุณไม่จัดการกับมัน”

“ใจเย็นๆคุณนำชัย ตำรวจกำลังจัดการเรื่องนี้ ถ้าเราเข้าไปยุ่งคนอื่นอาจสงสัยเบื้องหลังของคุณก็ได้ แล้วที่สำคัญเรากำลังเจอปัญหาใหญ่ ทั้งเรื่องการทดลองคืนชีพที่ล้มเหลว และเรื่องมือสังหารที่ใช้ดาบคู่เป็นอาวุธ”

“มือสังหาร ตกลงมันมีจริงเหรอ”

“มันอยู่ใกล้เรามากกว่าที่คิด แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะให้คนของผมติดตามคุณ เชื่อว่าเขาจะต้องรับมือ กับมันได้”

นำชัยท่าทีผ่อนคลายลง แต่แล้วต้องตกใจจู่ๆบอสก็หายตัวไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว...

คืนเดียวกัน ณัฐชานำกำลังตำรวจบุกจู่โจมภัตตาคารดอกบัวแล้วจับนักเที่ยวตรวจปัสสาวะหาสาร เสพติด แถมเธอยังระห่ำบุกเข้าถึงห้องทำงานของมาวิน ใช้ปืนฟาดหัวมันจนคว่ำ แล้วสำทับเสียงเขียว

“ถึงไม่มีหลักฐานแต่ฉันก็รู้ว่าเป็นแก ไอ้มาวิน ฟังให้ดีนะ ถ้าแกยุ่งกับไอริณอีกล่ะก็ ฉันเอาแกตายแน่”

“รักเพื่อนเหลือเกินคุณตำรวจ แต่ข่มขู่กันแบบนี้ มันผิดกฎหมายนะ”

“ฉันรู้ แต่เดนมนุษย์อย่างแก มันต้องพูดกันด้วยวิธีนี้” ณัฐชาเอาจริง มาวินมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความแค้น

ooooooo

องค์กรพรายพิฆาตส่งกรณ์มาเป็นบอดี้การ์ดให้นำชัยและไอริณก่อนจะพากันไปร่วมงานเลี้ยงครบรอบ 30 ปีของบริษัทบลูฟินิกซ์ฟาร์ม่าของมาดามหลิว สองพ่อลูกไม่รู้ข้อมูลอื่นใดของกรณ์นอกจากเป็นอดีตนายทหารจากหน่วยรบพิเศษ

กรณ์เป็นอดีตเพื่อนสนิทของฤทธิ์แต่ปัจจุบันกลายเป็นศัตรูกันเพียงเพราะฤทธิ์ไม่ยอมร่วมมือกับพวกพรายพิฆาต และกรณ์นี่เองที่อยู่เบื้องหลังการตายของใจทิพย์แฟนสาวของฤทธิ์

ค่ำคืนงานเลี้ยงที่บริษัทมาดามหลิว ณัฐชามาพร้อมกับคณะของท่านนำชัย เธอใส่ชุดราตรีสวยหวานสลัดคราบตำรวจหญิงแกร่งจนหมดสิ้น หลายคนเห็นแล้วตะลึง โดยเฉพาะจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาถึงกับแซวเธอไม่หยุด

ด้านมาวินรู้จากแหลมว่าฤทธิ์เป็นศัตรูของพรายพิฆาต ดังนั้นงานเลี้ยงคืนนี้เขาจึงวางแผนแยบยลส่งคนไปป่วนในงานแล้วตั้งใจโยนความผิดให้พรายพิฆาต มาดามหลิวเองก็มีแผนปิดบังตัวตนแท้จริงของฤทธิ์ ราวี โดยเธอแนะนำเขาในนามโทมัสหลานชายบุญธรรม
ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของบริษัท

นำชัยแปลกใจเพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ามาดามหลิวมีหลานชาย ขณะที่ไอริณออกอาการปลื้มโทมัสออกนอกหน้าหลังจากได้รับการช่วยเหลือจากเขามาแล้วครั้งหนึ่ง ส่วนกรณ์จับสังเกตโทมัสอย่างหนัก ไม่ค่อยเชื่อนักว่าเขาคือหลานชายของมาดามหลิวจริงๆ

ในงานเลี้ยง มาดามหลิวแอบกระซิบเตือนฤทธิ์ว่ามีแขกหลายคนสงสัยว่าเขาเป็นพรายพิฆาต ดังนั้นเขาอาจจะได้เจอกับศัตรูเก่าบางคน แต่งานนี้สิ่งที่เราต้องการคือสอดแนมไม่ใช่ล้างแค้น เธออยากให้เขาอดทนเข้าไว้ ฤทธิ์ทำตามคำเตือนของเธอด้วยการหลบออกมายืนสงบสติอารมณ์แค้นที่มีต่อกรณ์ ช่วงนี้เองไอริณตามมาชวนคุย ฤทธิ์ทำกรุ้มกริ่มใส่หญิงสาวพร้อมกับสานสัมพันธ์ระหว่างกัน แต่จู่ๆณัฐชาก็เข้ามาขัดจังหวะ บอกว่าผู้กองราเมศให้ตนมาคุยธุระกับโทมัส ไอริณเลยต้องเปิดทาง

เมื่ออยู่กันตามลำพัง ณัฐชาจำใจขอโทษชายหนุ่มตามคำสั่งของราเมศเรื่องที่เธอวู่วามปรักปรำเขาเป็นคนร้ายทั้งที่เขาช่วยไอริณเอาไว้

“คุณขอโทษ...แต่คุณไม่เชื่อว่าผมคือผู้บริสุทธิ์?”

“ใช่ ฉันไม่เชื่อคุณ ฉันมั่นใจว่าคุณต้องรู้จักกับใจทิพย์ และคุณก็ไม่ใช่คนดี”

“คุณมีหลักฐานอะไร นอกจากหน้าผมที่เหมือนกับคนชื่อฤทธิ์”

“ฉันเป็นตำรวจ สัญชาตญาณมันบอกฉัน ขอเตือนคุณไว้ก่อน อยู่ห่างๆไอริณเข้าไว้ ฉันเสียใจทิพย์ไปคนนึงแล้ว และฉันจะไม่ยอมเสียไอริณไปอีกคนแน่”

ท่าทางเอาจริงของณัฐชากลับทำให้ฤทธิ์รู้สึกประทับใจว่าหญิงสาวคนนี้แกร่งกล้ากว่าที่คิด เขายิ้มและชูแก้วเครื่องดื่มในมือก่อนดื่มให้กับความห้าวของเธอ มาดของเขายียวนกวนประสาทหญิงสาวอย่างที่สุด

เวลานั้นเอง แผนป่วนงานเลี้ยงโดยลูกน้องของมาวินเริ่มขึ้นแล้ว พวกมันยกโขยงมาด้วยมอเตอร์ไซค์ ทำให้ทีม รปภ.บริษัทมาดามหลิววุ่นวายสกัดไม่ไหวต้องเรียกกำลังเสริมมาจัดการกับเหตุฉุกเฉิน โดยโซเฟียให้ชาญลงไปควบคุมด้วยตัวเอง แต่แล้วคนของมาวินสองคนก็หลุดรอดขึ้นมาถึงในงานพร้อมกล่องของขวัญ พอเปิดกล่องออกต่อหน้าแขกเหรื่อ ทั้งสองคนก็หยิบปืนกลเล็กออกมากราดยิงพร้อมกับประกาศก้อง

“พรายพิฆาตจงเจริญ!”

เสียงปืนทำให้เกิดความโกลาหลทันที ผู้คนกรีดร้องวิ่งหนีตาย ผู้กองราเมศสั่งจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาคุ้มกันท่านนำชัยกับไอริณ ส่วนกรณ์ก็ปักหลักช่วยราเมศยิงคุ้มกันและยืนยันว่าการกระทำครั้งนี้ไม่ใช่พรายพิฆาต มันเป็นตัวปลอม

“คุณรู้ได้ยังไง” ราเมศซัก

“พวกมันกราดยิงเปะปะ แสดงว่าต้องการแค่ก่อกวน คุณคิดว่าพรายพิฆาตจะเสียเวลามาทำเรื่องแบบนี้เหรอ”

ราเมศชะงักอย่างเอะใจตามคำพูดกรณ์ เห็นคนร้ายมีเจตนากราดยิงแบบไม่หวังชีวิตใคร...ฝ่ายฤทธิ์กับณัฐชาเพิ่งกลับเข้ามาในงานและเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ฤทธิ์สั่งโซเฟียพามาดามหลิวหลบขึ้นข้างบน เขาจะจัดการกับพวกนี้เอง แต่โซเฟียท้วงว่ามันไม่ใช่พรายพิฆาต ควรปล่อยเป็นหน้าที่ของตำรวจ

ฤทธิ์สบตามาดามหลิวเหมือนจะเชื่อฟังแต่อึดใจต่อมาเขาก็ผละจากไปโดยที่ใครก็ห้ามไม่ทัน ฤทธิ์ในคราบของนักสู้มหากาฬใส่หน้ากากพรางใบหน้าตามมาช่วยณัฐชาที่บ้าระห่ำขับรถตามแก๊งมอเตอร์ไซค์ลูกน้องมาวินออกไป เธอเกือบเอาชีวิตมาทิ้งถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้อย่างทันท่วงที

ณัฐชาอยู่ในสภาพหมดสติ ส่วนแก๊งมอเตอร์ไซค์เผ่นหนีนักสู้มหากาฬอุตลุด บางคนได้รับบาดเจ็บและส่วนใหญ่ถึงตาย แต่มาวินก็สะใจเมื่อไอ้แหลมกลับมารายงานผลว่าป่วนในงานเลี้ยงสำเร็จ

“ฮ่าๆๆ สุดยอดโว้ยไอ้แหลม เอ็งนี่มันแน่จริงๆ สั่งอะไรได้ตามนั้นทุกอย่าง งานนี้พวกเราลอยชายส่วนพรายพิฆาตกลายเป็นแพะรับบาป”

“ระดับผมไม่เคยพลาดอยู่แล้วครับคุณมาวิน เอ่อ แต่ว่ามันจะดีเหรอครับ ที่พวกเราสวมรอยเป็นพรายพิฆาตแบบนี้ ถ้าเกิดพวกมันเอาเรื่องขึ้นมา”

“เฮ้ย...เหลวไหล พรายพิฆาตมีจริงที่ไหนกันวะ มันก็แค่นิทานหลอกเด็กเท่านั้นเอง เอ็งอย่าปอดแหกไปหน่อยเลย” เขาพูดไม่ทันขาดคำระบบไฟในภัตตาคารก็ดับวูบลง ก่อนที่ไฟฉุกเฉินจะทำงานพร้อมกับเสียงหัวเราะของบอส

“ฮ่าๆๆ นิทานหลอกเด็กส่วนใหญ่ก็มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ไม่เคยรู้หรือไงคุณมาวิน”

“ใครวะ นั่นใคร”

“พรายพิฆาต ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะของผู้มาเยือนสั่นสะเทือนราวกับภูติผี ไอ้แหลมถึงกับร้องลั่นว่าพวกเราซวยแล้ว แต่มาวินยังไม่เชื่อ ร้องท้าให้โผล่หัวออกมา

บอสไม่ปรากฏตัว มีแต่เสียงหัวเราะที่ดังกึกก้อง ทำเอามาวินชักหนาว สั่งไอ้แหลมกับสมุนคอยเฝ้าข้างล่าง ส่วนตนจะไปตั้งหลักที่ออฟฟิศเพราะไม่อยากเสี่ยง แต่แล้วมาวินก็หนีไม่พ้น บอสปรากฏตัวในสภาพพรางหน้าตาพร้อมวางอำนาจข่มขู่ด้วยดาบคมกริบจนมาวิน
กลัวหงอร้องขอชีวิตตัวเนื้อสั่น

“พรายพิฆาตไม่เคยไว้ชีวิตใครนอกจากสาวกกับสหาย”

“ได้ๆ ฉันเป็น...เป็นได้ทุกอย่าง เป็นเพื่อนเป็นสาวก เป็นทาสของพวกแกก็ได้ แต่อย่าฆ่าฉันเลย”

“ฉันมีข้อเสนอที่ดีกว่านั้น ถ้าแกยอมรับ แกจะได้ทุกอย่างแม้แต่ความเป็นนายใหญ่ในองค์กรของแก”

มาวินกลอกตามองผู้ทรงอำนาจภายใต้เสื้อแจ็กเกตที่มีฮู้ดคลุมศีรษะนั้น ดวงตาของเขาเรืองแสงวาววับอยู่ในความมืดราวกับปีศาจ!

ด้านคณะของผู้กองราเมศที่ออกมาเคลียร์พื้นที่หลังเกิดเหตุนักสู้มหากาฬปะทะกับแก๊งมอเตอร์ไซค์ ผู้กองกวาดตามองที่เกิดเหตุอย่างเคร่งเครียด ก่อนที่หมู่กับจ่าจะเข้ามารายงานว่าพวกคนร้ายตายเกลี้ยงแต่ไม่พบเบาะแสของหมวดณัฐชา โทรศัพท์มือถือก็เช็กตำแหน่งไม่ได้ ดูเหมือนว่าจะปิดเครื่อง

ราเมศเป็นห่วงลูกน้องสาว โดยไม่รู้ว่าเวลานี้เธอนอนอยู่ที่ห้องพักภายในคอนโดฯ โดยมีนักสู้มหากาฬนั่งเฝ้าข้างเตียง...ทันทีที่เธอปรือตาเห็นเขาก็ตกใจรีบพุ่งไปคว้าปืน แต่ทว่ากลับคว้าไม่ถึงเพราะข้อมืออีกข้างของเธอถูกกุญแจมือล่ามไว้กับเตียง แถมซิมการ์ดก็ถูกถอดออกจากเครื่องวางอยู่บนโต๊ะ

“นี่คุณ ฉันเป็นตำรวจ หน้าที่ของฉันคือการจับคนร้าย ปล่อยฉันนะ”

“ผมช่วยชีวิตคุณ พรายพิฆาตต่างหากที่เป็นคนร้าย”

“นายต้องการอะไรกันแน่”

“แนวร่วม ใครสักคนที่มีความสามารถ ใครสักคนที่ผมไว้ใจ คนที่ยอมช่วยผมกวาดล้างพวกมัน”

“แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าฉันไว้ใจได้”

“ผมรู้จักคุณ ผมเคยได้ยินเรื่องของคุณมาก่อน”

“จากไหน”

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้” พูดจบเขาเดินมาหยิบซิมการ์ดใส่โทรศัพท์ของเธอตามเดิมแล้วกดปุ่มเปิดเครื่องก่อนส่งคืนให้ “ผมเมมเบอร์ไว้ในเครื่องของคุณ ติดต่อผมทันทีที่พร้อม แต่จำไว้ ห้ามบอกตำรวจคนอื่นเด็ดขาด”

“ทำไม”

“พรายพิฆาตมีอยู่ทุกที่ ยิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งปลอดภัย”

ณัฐชากลอกตาครุ่นคิด วินาทีนั้นนักสู้มหากาฬก็ผละจากไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกของเธอ...ณัฐชายื้อยุดกับกุญแจมืออยู่อึดใจหนึ่งก็นึกอะไรได้ ควานมือเข้าไปใต้เตียงหยิบปืนสำรองที่ซ่อนไว้ออกมายิงใส่กุญแจมือจนขาด แล้วสวมวิญญาณเฉินหลงไล่กวดเขาไป แต่สุดท้ายก็ตามไม่ทันแถมตัวเองยังแข้งขาแทบหักนั่งร้องโอดโอยเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ...

ทางด้านนำชัยที่กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยพร้อมไอริณ...หลังจากเข้าใจว่าลูกสาวขึ้นห้องพักไปแล้ว นำชัยก็อดตำหนิกรณ์ไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่บอกตนก่อนว่าพรายพิฆาตจะลงมือ ทำแบบนี้ตนกับลูกอยู่ในภาวะเสี่ยงมาก

“ใจเย็นๆท่านนำชัย พวกมันไม่ใช่พรายพิฆาต”

“แล้วพวกมันเป็นใคร”

“ผมไม่สน เพราะบอสบอกว่าพวกมันตายหมดแล้ว แต่ปัญหาก็คือคนที่ฆ่ามันเป็นศัตรูของเรา”

“มือสังหาร?”

“ใช่...และอีกไม่นานมันต้องมาที่นี่ เราต้องเตรียมรับมือ”

นำชัยใจหายวาบเมื่อรู้ว่าตนอาจเป็นเหยื่อรายต่อไป...ไอริณซ่อนตัวอยู่มุมหนึ่ง แม้ไม่ได้ยินบทสนทนาแต่เธอก็รู้สึกว่านายบอดี้การ์ดคนนี้กับพ่อของเธอมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

ooooooo

ตอนที่ 4

ณัฐชาทำตามเงื่อนไขของมือสังหารชุดดำที่ช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อ คืนด้วยการไม่ปริปากบอกผู้บังคับบัญชากับเพื่อนร่วมงานว่าเขาต้องการแนวร่วม ที่ไว้ใจได้เพื่อช่วยกวาดล้างพวกพรายพิฆาต และที่สำคัญเธอสามารถติดต่อเขาได้ด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำให้เช้านี้ผู้กองราเมศต้องแบ่งการทำงานเป็นสองทีม โดยให้หมวดณัฐชากับจ่าไมตรีและหมู่ปรีดาไปสอบปากคำมาดามหลิวว่านอกจากพราย พิฆาตแล้วเธอยังมีศัตรูที่ไหนบ้าง ส่วนตัวเองกับลูกน้องอีกกลุ่มมุ่งไปยังรังของมาวินเพื่อคุยกับหัวหน้าทั้ง สี่คนเรื่องป่วนงานเลี้ยง อยากรู้ว่ามันอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า

มาดาม หลิวให้ความร่วมมือตอบข้อซักถามของณัฐชาโดยดี แต่พอณัฐชาซักถามถึงโทมัส เธอกับโซเฟียก็บอกปัดว่าเขาไม่มีเรื่องบาดหมางกับใครเพราะเพิ่งกลับจากเมือง นอกได้ไม่นาน

“ก็ไม่แน่หรอกค่ะ เห็นออกข่าวทีวีว่าควงสาวไม่ซ้ำหน้า ไม่แน่อาจจะเผลอไปควงแฟนใครก็ได้นะคะ”

มาดาม หลิวกับโซเฟียฟังแล้วชะงัก ดูออกว่าณัฐชาไม่ชอบโทมัสเท่าไหร่นัก หลังจากนั้นชาญพาณัฐชาไปที่ห้องควบคุมความปลอดภัย ยินดีให้เธอดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพในคืนวันเกิดเหตุจนถึงช่วงที่ ทีมคนร้ายขับมอเตอร์ไซค์หนีไป ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆแค่หกนาที

เมื่อณัฐชาถามชาญว่าสงสัยใครบ้างหรือเปล่า ชาญบอกว่าปกติพวกเราไม่เคยมีปัญหากับใคร ยกเว้นเมื่อเร็วๆนี้ที่โทมัสเข้าไปช่วยไอริณ

“คุณหมายถึงนายมาวินงั้นเหรอ”

“ก็มีแต่มาเฟียอย่างหมอนั่นที่กล้าคิดแผนการบ้าระห่ำแบบนี้”

“ก็อาจเป็นไปได้...เดี๋ยวฉันขอสำเนาภาพด้วยนะคะ แล้วก็...ถ้าไม่รังเกียจฉันอยากจะชมสถานที่ของคุณสักนิดนึง เผื่อจะมีเบาะแสเพิ่มเติม”

ชาญ ไม่เต็มใจนัก ขอเวลาไปเรียนเจ้านายของตนก่อน ระหว่างนี้เองณัฐชากลับออกมาสมทบจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดา แต่ผ่านไปสิบห้านาทีชาญยังไม่มา ณัฐชาเลยปลีกตัวไปสอดแนมโดยกำชับจ่ากับหมู่ให้บอกใครๆ ที่มาถามหาว่าเธอปวดท้องกะทันหัน

ณัฐชาหายไปครู่เดียวก็กลับออกมาในชุด ยามของบริษัท พร้อมกันนั้นก็ส่งซิกกับจ่าและหมู่ก่อนปลีกตัวไปทางชั้นบน คลาดกับชาญแค่นิดเดียว...ณัฐชาปลอมตัวเป็นยามขึ้นมาสอดแนมยังชั้นบนแต่ไม่พบ สิ่งผิดปกติหรือผิดกฎหมาย เธอเดินสำรวจไปเรื่อยและเหลือบเห็นโทมัสเดินหายเข้าไปในห้องหนึ่งจึงตัดสิน ใจก้าวตามอย่างเงียบกริบ แล้วใช้ช่วงเวลาที่เขาอาบน้ำใช้มือถือถ่ายสภาพความเป็นอยู่ภายในห้องของเขา เพื่อเอาไว้ให้ไอริณดู

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ณัฐชาตกใจรีบกระโดดไปซ่อนหลังโซฟา ขณะที่ฤทธิ์สวมเสื้อคลุมออกจากห้องน้ำมาเปิดประตูคุยกับชาญที่เหมือนมีธุระ ด่วน

“ตำรวจหญิงที่มาสอบปากคำมาดามหลิวหายตัวไปครับ เราสงสัยว่าเธออาจจะเดินหลงขึ้นมาบนนี้”

“ตำรวจหญิงคนไหน”

“ผมจำชื่อไม่ได้ครับ ที่ตัวเล็กๆขาวๆ”

“อ๋อ...ตัวเล็กที่ไหน เตี้ยต่างหาก ที่หน้าซีดๆจืดๆ เหมือนผีญี่ปุ่นใช่มั้ย”

ณัฐชาได้ยินชัด ขมุบขมิบปากด่านายโทมัสด้วยความหงุดหงิด แต่อีกอึดใจเดียวก็ตกใจหน้าตาตื่นเมื่อได้ยินว่าชาญขอค้นห้องนี้ตามคำสั่ง มาดามหลิว...ฤทธิ์เชิญตามสบาย ส่วนตัวเองกลับเข้าไปอาบน้ำต่อโดยไม่รู้ว่าณัฐชาหลบเข้ามาก่อนหน้านี้

สองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ฤทธิ์ตกใจแต่ไม่กระโตก กระตากให้ชาญรู้ กดเธอจมน้ำทั้งชุดยาม เมื่อชาญพรวด พราดเข้ามาเพราะได้ยินเสียงโครมคราม ฤทธิ์บอกว่าไม่มีอะไร ตนลื่นล้มแต่ตอนนี้โอเคแล้ว ชาญจึงกลับออกไปโดยไม่ติดใจอะไรเลย

ฤทธิ์คว้าตัวณัฐชาโผล่พ้นน้ำในอ่าง แล้วบอกให้รู้ว่า ถ้าชาญเจอเข้าเขาคงไม่ใจดีแบบตนแน่ เพราะมาดามหลิวเด็ดขาดกับผู้บุกรุกเสมอ ณัฐชาหน้ามุ่ยแต่ยังเถียงข้างๆ คูๆว่าไม่ได้บุกรุก หลงทางมาต่างหาก

“ใส่ชุดยามเนี่ยนะ จงใจหลงมากกว่ามั้ง”

“รู้แล้วถามทำไมล่ะ ก็ฉันเป็นตำรวจนี่ เจออะไรน่าสงสัยก็ต้องสืบ”

“แล้วในห้องผมมีอะไรน่าสงสัย”

“ฉันไม่จำเป็นต้องบอกนาย” ว่าแล้วเธอลุกพรวดแต่ถูกเขากระชากกลับมาในอ้อมกอด แววตาของเขาคมเข้มมีอำนาจจนเธอรู้สึกหนาวสะท้านแต่ทำเสียงดุ กลบเกลื่อนสั่งให้เขาปล่อย

แทนที่ชายหนุ่มจะทำตาม กลับยื่นหน้ามาใกล้ซอกหูซอกคอเธออย่างจงใจแกล้ง “กลัวเป็นด้วยเหรอคุณตำรวจ บอกหน่อยได้ไหมว่าคุณกลัวอะไรในตัวผม” หญิงสาวไม่ตอบแต่พยายามดิ้นหนีเมื่อโดนเขาจี้ใจดำว่าไม่เคยเจอแบบนี้ใช่ไหม?

เวลานั้นที่ห้องโถงชั้นล่าง จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดากำลังชะเง้อรอหมวดณัฐชาอย่างกระวนกระวาย เกรงจะเกิดเหตุร้ายถึงได้หายไปนาน ทันใดฤทธิ์หรือโทมัสก็หิ้วปีกเธอกลับมาในสภาพผมเปียกโชกแต่เปลี่ยนชุดแล้ว

“คราวหลังถ้าอยากค้นบ้านใครก็ไปเอาหมายค้นมาก่อน ขืนบุ่มบ่ามแบบนี้มีหวังคงได้ดวงกุดเข้าสักวัน”

ฤทธิ์ พูดให้จ่ากับหมู่ได้ยินแถมยังกำชับพวกเขาให้ดูแลเจ้านายด้วย ไม่งั้นคราวหน้าตำรวจคงได้ติดคุก ซะเอง ณัฐชาโกรธแต่ไม่กล้าออกอาการ ได้แต่พึมพำงึมงำฝากความแค้น...

ด้านผู้กองราเมศกับลูกน้อง พวกเขามาถึงรังของมาวินช้าไป หัวหน้าทั้งสี่คนถูก “บอส” สังหารตายเรียบโดยมีมาวินรู้เห็นเป็นใจเพราะสั่งสมความแค้นที่โดนกดขี่ ข่มเหงมานาน บอสต้องการแสดงความเจ๋งของตัวเองให้สมาชิกใหม่อย่างมาวินเห็น พอเสร็จเรื่องก็หลบฉากไปโดยไม่มีใครสงสัยสักนิด ส่วนมาวินถูกผู้กองราเมศสอบสวนในที่เกิดเหตุ ก็ปฏิเสธแล้วโยนความผิดให้นักฆ่า ชุดดำที่สวมหน้ากากและใช้ดาบคู่เป็นอาวุธเหมือนดาบปลายปืน

ตกกลางคืน กรณ์ซึ่งสังหรณ์ใจว่าโทมัสคือฤทธิ์ เขามุ่งหน้าไปหาเอมี่กับยักษ์ที่เคยร่วมสังหารฤทธิ์มาด้วยกัน พอสองคนนั้นรู้เรื่องก็กระเหี้ยนกระหือรืออยากพิสูจน์ความจริง และยินดีรับงานนี้ถ้าเป็นบัญชาของพรายพิฆาต

คืนเดียวกัน ไอริณจมอยู่กับอดีตที่เคยได้ยินพ่อกับแม่มีปากเสียงกัน แล้วจู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้น เธอวิ่งเข้ามาเห็นแม่ถือปืนนอนจมกองเลือด โดยที่พ่อยืนช็อกอยู่ใกล้ๆในสภาพมือเปื้อนเลือด เมื่อเธอถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมแม่ถึงทำแบบนี้ พ่อก็ไม่มีคำตอบใดๆให้เธอ

จากอดีตจนถึงปัจจุบันก็ ยังไม่มีความกระจ่างเกี่ยวกับการตายของแม่ ไอริณตกอยู่ภาวะเคร่งเครียดทุกทีที่นึกถึงมัน และช่วงเวลาเช่นนี้เธอมักต้องการใครสักคนอยู่เป็นเพื่อน เช้าขึ้นเธอเลือกโทร.หาโทมัส ซึ่งขณะนั้นเขากำลังคุยอยู่กับมาดามหลิว พอเห็นเบอร์ไอริณ ชายหนุ่มก็ปลีกตัวออกไปทันที

ระหว่างทาง ณัฐชาโทร.เข้ามาที่เครื่องพิเศษของฤทธิ์ซึ่งเขาเป็นคนให้เบอร์โทร.เธอไว้ใน นามนักสู้ ฤทธิ์รับสายด้วยเสียงที่แปลงจนจำเสียงเดิมไม่ได้ เขาบอกให้เธอรีบถามรีบคุยเพราะไม่อยากถูกเช็กตำแหน่ง

“ฉันไม่มีแผนแบบนั้นหรอกน่า แค่จะโทร.มาถามว่าตกลงใช่นายรึเปล่าที่ฆ่าพวกมาเฟียเมื่อวาน”

“เปล่า แต่พวกพรายพิฆาตมันต้องการกดดันผม”

“จริงเหรอ”

“ตอนนี้ตำรวจกับนักข่าวสนใจเรื่องของผมมากกว่าพวกมันซะอีก ไม่แน่มันอาจจะยืมมือตำรวจมาเล่นงานผมก็ได้ และถ้าเดาไม่ผิด อีกไม่นานมันจะต้องวางกับดักเพื่อล่อให้ผมออกไปเผชิญหน้ากับพวกมัน”

“นายรู้ได้ยังไง”

“มันเป็นเทคนิคในการรบ คุณไม่เข้าใจหรอก”

“แปลว่านายเคยรบ นายเคยเป็นทหาร เพราะแบบนี้ใช่มั้ยนายถึงได้เมมชื่อในมือถือฉันว่านักสู้”

“ผมตอบคำถามคุณได้แค่นี้ ขอตัวก่อน แล้วจะติดต่อไปทีหลัง”

ฤทธิ์ วางสาย ทิ้งให้ณัฐชาครุ่นคิดด้วยความสงสัยว่านักสู้ชุดดำเป็นใครกันแน่...ความสนใจ ใคร่รู้ของเธอทำให้จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่าเธอสนใจ มากกว่าคดีพรายพิฆาตเสียอีก ณัฐชาทำหูทวนลม ผละจากทั้งคู่ตั้งใจไปหาไอริณแต่ไม่เจอตัว รู้จากสุชาติว่าเธอออกไปข้างนอก

ไอริณอยู่กับฤทธิ์ที่ร้านอาหาร เธอพูดคุยกับเขาอย่างเป็นมิตร รู้สึกเชื่อใจและไว้ใจเขาอย่างบอกไม่ถูก... แต่ทั้งคู่ไม่รู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเพ่งเล็งมาด้วยกล้อง ส่องทางไกล

ยักษ์ กับเอมี่นั่นเอง ทั้งคู่เห็นโทมัสเต็มตาแล้วหันมาบอกกับกรณ์ที่นั่งห่างออกไปว่า มันเหมือนมาก ถ้าไม่มีใครบอกพวกตนต้องคิดว่าเป็นฤทธิ์ ราวี แน่ๆ

“ตำรวจเคยเช็กประวัติกับลายนิ้วมือของมันแล้วแต่ไม่ตรงกับไอ้ฤทธิ์”

“ฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์อาจถูกแฮ็กก็ได้”

“ถ้างั้นเราก็ต้องใช้วิธีอื่นเพื่อทดสอบว่ามันเป็นใครกันแน่” กรณ์สรุป...ยักษ์กับเอมี่พยักหน้าเห็นด้วยและจ้องมองไปยังโทมัสอย่างประสงค์ร้าย

ไอริณกับฤทธิ์ยังคงสนทนากันอย่างเพลิดเพลิน โดยเฉพาะเมื่อเธอพูดถึงณัฐชาและใจทิพย์ เขาดูสนอกสนใจเป็นพิเศษแต่พยายามวางฟอร์มนิ่ง

“สมัยอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า ฉันกับณัฐชาแล้วก็ใจทิพย์ จะสนิทกันมากค่ะ จนใครๆนึกว่าเราเป็นพี่น้องกัน ยิ่งณัฐชากับใจทิพย์ คู่นี้มีอะไรที่เหมือนกันหลายอย่าง”

“เหมือนกัน? ตำรวจจอมบู๊กับคุณครูใจดี มีอะไรเหมือนกันเหรอครับ”

“ถึงนิสัยจะต่างแต่คู่นี้เขาชอบคิดอะไรเหมือนกันค่ะ รักความยุติธรรมเหมือนกัน ชอบปกป้องคนอื่นเหมือนกัน แต่อีกคนชอบใช้สมอง ส่วนอีกคนชอบใช้กำลัง”

“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครที่ชอบใช้กำลัง”

“คุณต้องรู้จักณัฐชาให้มากกว่านี้ค่ะ คนที่เคยรู้จักใจทิพย์ส่วนใหญ่จะชอบพูดว่าณัฐชาคืออีกด้านของใจทิพย์”

ฤทธิ์ ฝืนยิ้มทำทีเป็นไม่สนใจ แต่คำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกคิดถึงใจทิพย์ขึ้นมา...หลังอาหารมื้อนั้น ชายหนุ่มเดินมาส่งเธอที่รถ แต่พอได้ยินเธอบ่นเสียดายอยากคุยกันมากกว่านี้ เขาก็เปลี่ยนใจพาเธอไปยังบึงกว้างแล้วเช่าเจ๊ตสกีมาขับโดยให้เธอซ้อนหลัง อย่างสนิทสนม

ไอริณสนุกเพลิดเพลินมากและรู้สึกดีกับเขายิ่งขึ้นแต่แล้ว ณัฐชาก็ส่งเสียงโหวกเหวกเข้ามาทำลายบรรยากาศ เธอขึงขังแยกชายหนุ่มออกมาเจรจากันสองต่อสอง

“ถ้าจำไม่ผิดฉันเคยเตือนคุณไปแล้วนะ ว่าห้ามยุ่งกับไอริณ”

“แต่ผมจำไม่ได้ว่าเคยรับปากคุณตอนไหน”

“คุณกำลังกดดันฉันอยู่นะคุณโทมัส อยากเจอมาตรการขั้นเด็ดขาดหรือไง”

“ก็ได้ ถ้าคุณอยากรวบรัดตัดความละก็ ผมมีวิธีอื่น”

แล้วครู่ต่อมา ไอริณก็ตกใจเมื่อณัฐชาเตรียมตัวแข่งเจ็ตสกีกับโทมัส เธอยอมรับคำท้าของเขาทั้งที่ไม่เคยเล่นมาก่อน โดยบอกไอริณว่ามันก็เหมือนมอเตอร์ไซค์ แค่ไม่มีล้อเท่านั้นเอง และที่สำคัญนายโทมัสต่อให้ตนก่อนครึ่งรอบ งานนี้ตนชนะขาด ฤทธิ์ได้ยินก็อดไม่ไหว พูดโพล่งว่าให้ชนะก่อนแล้วค่อยโม้ก็ได้ หมวดสาวเข่นเขี้ยวไม่พอใจ เดินมาสำทับเขาเบาๆไม่ให้ไอริณได้ยิน

“อย่าลืมนะ ถ้านายแพ้ นายต้องเลิกยุ่งกับเพื่อนฉัน”

“แล้วถ้าคุณแพ้ คุณก็ต้องเลิกวุ่นวายกับผมเหมือนกัน”

ณัฐชาไม่ตอบแต่เชิดหน้าผละไปที่เจ็ตสกี พยายามปีนขึ้นแต่ไม่สำเร็จเพราะมันลอยอยู่ในน้ำที่สูงกว่าเอวเธอ ฤทธิ์กับไอริณยิ้มขำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ฤทธิ์จะเข้าไปอาสาช่วยเหลือเพราะไม่อยากเสียเวลารอคอย

ไอริณยืน เชียร์ทั้งคู่อยู่บนฝั่ง โดยไม่รู้ว่ากรณ์ เอมี่ และยักษ์ตามมาถึงแล้ว พวกเขารอจังหวะเล่นงานโทมัสเพื่อพิสูจน์ว่าเขากับฤทธิ์ ราวี คือคนเดียวกันหรือไม่?

การแข่งขันเจ็ตสกีระหว่างฤทธิ์กับณัฐชาเป็นไป อย่างดุเดือด ฝ่ายหญิงตั้งใจเอาชนะให้ได้แต่เกิดพลาดจนตัวเองจมน้ำแทบเอาชีวิตไม่รอดถ้า ไม่ได้ฤทธิ์ช่วยขึ้นมาแล้วผายปอดให้ โดยมีไอริณมายืนดูด้วยความตกใจ ณัฐชาลืมตาเห็นชายหนุ่มประกบปากตนอยู่ก็ไม่พูดพล่าม ชกเขาจนหน้าหงาย

“ณัฐชา...เธอทำอะไรของเธอ คุณโทมัสช่วยเธอเอาไว้นะ”

ถ้อยคำ กึ่งต่อว่าของไอริณทำให้ณัฐชาชะงัก พอเห็นไทยมุงจ้องอยู่เต็มไปหมดก็นึกได้ว่าตัวเองจมน้ำ...ด้วยความเสียหน้า และทำอะไรไม่ถูก เธอเดินหนีไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อนสาวตามมาเตือนสติก็ไม่ฟัง หาว่าโทมัสเป็นคนร้าย ไอริณเหนื่อยใจกลับออกไปอย่างหงุดหงิด

กรณ์ซึ่งเพ่งเล็งพวกเธออยู่ตลอด ฉวยโอกาสนี้สั่งยักษ์จัดการเป้าหมาย โดยให้เอมี่ล่อตำรวจหญิงไปที่อื่น ส่วนเขาจะคอยกันไอริณออกมาเพื่อความปลอดภัยของเธอ

หลังจากไอริณถูกกรณ์พา ตัวออกไปโดยที่เธอไม่เต็มใจ ยักษ์กับเอมี่ก็แยกกันปฏิบัติการ ยักษ์เผชิญหน้ากับฤทธิ์ ส่วนเอมี่หลอกล่อณัฐชาไปคนละทาง
แรกๆฤทธิ์ทำ เหมือนไม่มีวิชาการต่อสู้เพื่อให้ยักษ์ตายใจว่าเขาไม่ใช่ฤทธิ์ ราวี แต่พอมันเผลอเขาก็เล่นงานถึงสลบแถมยังแอบติดเครื่องส่งสัญญาณ GPS ขนาดเล็กไว้ในกระเป๋าเสื้อของมันก่อนจะเร่งรีบไปช่วยณัฐชาที่กำลังถูกเอมี่ ไล่ล่าเอาเป็นเอาตาย

ฤทธิ์ช่วยณัฐชารอดพ้นคมกระสุนของเอมี่แต่ตัวเขาเอง โดนเข้าเต็มๆ ณัฐชาตกใจมากประคองเขาขึ้นรถขับหนีฝุ่นตลบ เอมี่ทำท่าจะตามแต่พอนึกถึงนายยักษ์ก็ผลุนผลันวิ่งไปอีกทาง แล้วก็เจอมันนอนหมดสติอยู่กับพื้นอย่างหมดท่า

ณัฐชาขับรถด้วยความเร็วสูง โดยมีฤทธิ์นอนบาดเจ็บอยู่เบาะหลัง ระหว่างนั้นก็นึกเป็นห่วงไอริณจึงต่อสายถึงเพื่อนแต่ไม่สามารถติดต่อได้ มีเพียงเสียงสัญญาณให้ฝากข้อความ

“ไอริณ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ถ้าได้ข้อความแล้วโทร.หาฉันด่วนจี๋เลยนะ นายโทมัสของเธอถูกยิง” ฝากข้อความเสร็จปุ๊บก็เหลียวมองชายหนุ่มที่เบาะหลัง  “นี่คุณ อย่าเพิ่งตายนะ จวนจะถึงโรงพยาบาลแล้ว อดทนอีกนิดเดียว”

พลัน! บาดแผลของฤทธิ์สมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยพลังของน้ำตามัจจุราช เขาลืมตาก่อนจะลุกขึ้นนั่งราวกับคนปกติ

“ไม่เป็นไร ผมหายแล้ว”

ณัฐชาประหลาดใจเหยียบเบรกดังเอี๊ยด แล้วหันมาดูเขาอย่างไม่เชื่อสายตา

“ก็คุณถูกยิงนี่ แล้วลุกขึ้นมาได้ยังไง แล้วนั่นแผลคุณ...ทำไมเลือดคุณถึงเป็นสีฟ้าล่ะ”

“เลือดที่ไหน กระสุนเพนต์บอลต่างหาก”

“อะไรนะ ไอ้ที่ยิงกันโป้งป้างเมื่อกี๊กระสุนปลอมเหรอ”

ฤทธิ์ยักไหล่แทนคำตอบ ณัฐชาได้แต่อึ้งไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 07:00 น.