ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้มหากาฬ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ฤทธิ์หรือโทมัสถูกสมุนพรายพิฆาตควบคุมตัวไว้ที่โกดังร้าง แถมมันยังทำลายชิปติดตามตัวของเขาเพื่อป้องกันพวกณัฐชาตามมาช่วย และที่สำคัญเวลานี้บารอนหรืออัศวินก็กลายร่างเป็นฤทธิ์เข้าไปในบริษัทบลูฟินิกซ์ตบตาลิซ่าและใครๆเพื่อครอบครองน้ำตามัจจุราชที่เหลืออยู่

แต่เพราะความเจ้าชู้มักมากของอัศวินทำให้เขาขาดสติยั้งคิด ทำรุ่มร่ามกับลิซ่าที่เข้ามาปลุกในตอนเช้าแล้วณัฐชาโผล่มาเห็น สองสาวเลยยิ่งสงสัยในตัวเขา

แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรพิสูจน์ได้ เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้องสมุด ณัฐชาจ้องหน้าฤทธิ์อย่างไม่พอใจนัก

“ไม่เอาน่าคุณ ทำเป็นยัยเพิ้งขี้หึงไปได้ ผมก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง”

“มุกนี้ฉันขำไม่ออกจริงๆโทมัส ลิซ่าก็เหมือนกัน”

“ผมชักเซ็งแล้วสิ คุณว่าธุระของคุณมาดีกว่า”

ณัฐชาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาวางบนโต๊ะเพื่อเตรียมบันทึกเสียง “ฉันอยากให้คุณลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานว่ามันเกิดอะไรขึ้น เอาตั้งแต่คุณไปถึงที่เกิดเหตุ”

“ผมไม่อยากบันทึกเสียง”

“จะให้ฉันจดเล็คเชอร์หรือไง”

“ได้ก็ดี” คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวอึ้งไปนิดก่อนจะข่มใจต้อนเขาจนยอมบันทึกเสียง พอเสร็จปุ๊บเธอรีบกลับทันที โดยมีฤทธิ์เดินตามมาส่ง ณัฐชารู้สึกอึดอัดระแวงหลังชอบกลจนต้องหันไปมอง

“ผมทำอะไรผิดรึเปล่า”

“เปล่า แต่ปกติคุณไม่เดินจี้หลังฉันแบบนี้ คุณชอบเดินข้างๆฉัน”

“แหม...ก็เปลี่ยนวิวกันบ้าง เป็นช้างเท้าหลังก็เวิร์กดีนี่นา”

“แล้วเจอกัน” หญิงสาวตัดบทแล้วจะก้าวเข้าลิฟต์ แต่ชายหนุ่มไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ รีบดึงเธอมากอดออดอ้อนแล้วจู่โจมจูบ ณัฐชาอึ้ง รู้สึกได้ว่ารสจูบของคนรักไม่เหมือนเดิมแม้แต่นิดเดียว ทว่าเธอไม่กล้าพูดอะไรตอนนั้นพอเขาคลายมือออกเธอก็รีบหนีลงลิฟต์ไปทันที

ถึงลานจอดรถ ณัฐชาจัดการส่งไฟล์เสียงการสอบปากคำไปให้จ่าสมพรก่อนจะโทร.กำชับ “จ่า...ฉันเพิ่งส่งไฟล์เสียงของคุณโทมัสไปให้ จ่าช่วยพิมพ์รายงานให้ทีนะ แล้วฉันจะรีบกลับเข้าไป”

เวลาเดียวกันนั้น ลิซ่าเร่งรีบมาที่ห้องแล็บหลังทราบว่าฤทธิ์เรียกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาอธิบายการทำงานของระบบทดลองต่างๆ

“ทำไมต้องอธิบาย คุณอยู่ที่นี่มาก่อนเขาอีกนะคุณโทมัส”

“ผมก็แค่อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม เผื่อจะมีอะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้”

“เช่นอะไร”

“น้ำตามัจจุราชกับวัคซีนต้านไวรัสของพรายพิฆาต”

“แต่ว่าคุณ...”

“นี่ลิซ่า ผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่ต้องตอบคำถามของคุณนะ ขืนเซ้าซี้อีกล่ะก็ คุณถูกไล่ออกแน่”

ลิซ่าอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง แล้วอีกครู่ต่อมา ฤทธิ์ก็ย้ายตัวเองไปที่ห้องสมุด พอเห็นกระเป๋านิรภัยยังวางอยู่ที่เดิมก็โมโหฉุนเฉียว กลายร่างกลับมาเป็นอัศวิน คำรามจะเอาเรื่องลิซ่าที่ชอบขัดขวาง

ในที่สุดอัศวินในคราบของฤทธิ์ก็เรียกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาเปิดกระเป๋านิรภัยจนได้ แล้วเขาก็หายออกไปจากบริษัททันที ลิซ่ามารู้ทีหลังจากเจ้าหน้าที่คนนั้นยิ่งทำให้เธอเอะใจสงสัยว่าทำไมฤทธิ์ถึงจำรหัสปลดชนวนระเบิดไม่ได้ทั้งที่มันคือเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง

ขณะที่ลิซ่ามั่นใจว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน เป็นเวลาที่ณัฐชาได้รับรายงานจากจ่าสมพรแล้วว่าเสียงที่บันทึกการสอบสวนนั้นไม่ใช่เสียงของฤทธิ์ ซึ่งณัฐชาเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำอีกก็จำได้ว่าเหมือนเสียงของอัศวิน

ณัฐชาครุ่นคิดอย่างงุนงง ระหว่างนี้เองลูกน้องอีกคนเข้ามารายงานว่าทางนิติเวชแจ้งว่าศพของธิชาหายไป ผู้กองสาวถึงกับมึนตึ้บจับต้นชนปลายไม่ถูก รีบติดต่อซักถามลิซ่าสังเกตบ้างหรือเปล่าว่าโทมัสดูแปลกไป

“ใช่ค่ะ เขาเปลี่ยนไปมาก”

“มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา ฉันว่าทางที่ดีคุณควรจับตาดูเขาเอาไว้ทุกฝีก้าว”

“ฉันคงทำไม่ได้หรอกค่ะผู้กอง เพราะว่าตอนนี้เขาออกไปข้างนอก และที่สำคัญก็คืออุปกรณ์ติดตามตัวของเขาจู่ๆก็ใช้การไม่ได้ ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ที่ไหน”

สองสาวหนักใจเป็นห่วงฤทธิ์หรือโทมัส โดยไม่รู้เลยว่าความจริงอัศวินยังไม่ตาย และเขานี่เองที่สั่งให้สมุนไปเอาศพธิชามาที่โกดังร้างก่อนที่ตัวเองจะตามมาสมทบพร้อมกับน้ำตามัจจุราชที่เพิ่งเอาออกจากกระเป๋านิรภัยได้สำเร็จ

“คุณเสร็จผมแล้วคุณโทมัส เกมนี้ผมเป็นฝ่ายชนะ” อัศวินเยาะหยันโทมัสที่ถูกพันธนาการไว้อย่างแน่นหนา

“แกเอาศพธิชามาที่นี่ทำไม”

“กำลังจะบอกคุณอยู่นี่ไง เพื่อให้แน่ใจว่าน้ำตามัจจุราชที่อยู่ในมือผมเป็นของจริง ผมต้องทดสอบกับใครสักคน” ว่าแล้วอัศวินส่งน้ำตามัจจุราชให้สมุนรับไปจัดการ

“อย่าบ้านะอัศวิน ธิชาตายไปแล้ว ปล่อยเธอไปซะ”

“ปล่อยไปไหนล่ะเจ้านาย ตายแล้วไปไหน สวรรค์หรือว่านรก บอกตามตรงนะ ตราบใดที่ยังเป็นอมตะอยู่บนโลกใบนี้ผมไม่แคร์ทั้งสองอย่าง”

สมุนส่งเข็มบรรจุน้ำตามัจจุราชให้ อัศวินรับมาแทงที่คอธิชาพร้อมสั่งสมุนให้จับเวลาการคืนชีพ!

“แกทำอะไรลงไป” ฤทธิ์ตะโกนลั่นด้วยความเคียดแค้น

“ทีนี้จะได้รู้ซะที ว่าบลูฟินิกซ์พัฒนาน้ำตามัจจุราชไปถึงขั้นไหน”

ผ่านไปไม่นาน ธิชาสะดุ้งฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง เธอหายใจเฮือกเหมือนคนเพิ่งโผล่จากน้ำ

“สิบนาทีครับหัวหน้า”

“โอ้ววว...สุโค่ยว่ะเจ้านาย บอกฉันหน่อยได้ไหมทำไมแกถึงหยุดค้นคว้าเรื่องนี้” อัศวินท่าทียียวนใส่ฤทธิ์

“ยังไม่ถึงเวลาที่มนุษย์จะเป็นอมตะ โดยเฉพาะถ้ายังแก้ปัญหาเรื่องความกระหายเลือดไม่ได้ ที่สำคัญ...ฉันรู้ว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นอาวุธของพวกแก”

“ทายแม่นนี่หว่า เอาล่ะเด็กๆ ถึงเวลาเล่นเกมกันซะที พวกแกเอานังนี่ไปล่ามไว้ตรงข้ามกับพี่ชายบุญธรรมของมัน ส่วนนายโทมัสให้ปลดโซ่ออกหนึ่งเส้น”

ขาดคำของอัศวิน ร่างธิชาถูกหิ้วไปวางบนพื้นราวกับผักปลา ก่อนที่สมุนพรายพิฆาตจะล่ามข้อเท้าของเธอข้างหนึ่งไว้ด้วยโซ่ แล้วมาปลดโซ่ที่ล่ามข้อมือฤทธิ์ออกข้างหนึ่ง

“กติกาของเรามีดังนี้ ธิชาเพิ่งคืนชีพขึ้นมา สิ่งแรกที่เธอต้องทำก็คือหาเลือดดื่ม โดยมีเหยื่อที่อยู่ใกล้ที่สุดก็คือพี่ชายบุญธรรมของเธอเอง และที่น่าสนใจก็คือในเลือดของแกมีไวรัสพรายพิฆาตแพร่กระจายอยู่ทุกอณู ถ้าไม่ดื่มเลือดเธอตาย ถ้าดื่มเลือดเธอติดเชื้อ...ส่วนแกตาย!”

“แกมันสารเลว ไอ้โรคจิต” ฤทธิ์ด่าลั่น

“เออใช่ ส่วนแกก็หลงตัวเอง ชอบทำตัวเป็นเทวดา แกมีสิทธิ์อะไรมาขอให้พรายพิฆาตให้หยุดล้างโลกใบนี้ เฮอะ พ่อเศรษฐีไฮโซ จะเปลี่ยนแปลงโลกด้วยเงินบริจาคเพื่อการกุศลงั้นเหรอ จะบอกให้นะ เงินของแกมันเปลี่ยนสันดานดิบของคนไม่ได้หรอก แล้วนี่ก็คือบทพิสูจน์” อัศวินชักมีดพกของสมุนคนหนึ่งออกมาปาไปปักข้างตัวฤทธิ์ “ก่อนที่น้องสาวบุญธรรมของแกจะฟาดแกเป็นมื้อค่ำ ทางรอดทางเดียวของแกก็คือฆ่าเธอซะ”

“แก! แกทำแบบนี้ทำไม...ทำไม!!”

“ก็บอกแล้วไงว่านี่คือการพิสูจน์ แกเปลี่ยนโลกใบนี้ไม่ได้หรอกโทมัส เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์ และสัญชาตญาณของสัตว์ทุกประเภทก็คือการเอาชีวิตรอด”

ธิชาเริ่มมีอาการกระหายเลือด เธอทำท่าจะกัดสมุนของอัศวิน แต่ทุกคนก็ฉากหนีไปอย่างรวดเร็ว ข้อเท้าของเธอถูกล่ามโซ่อยู่จึงกัดใครอีกไม่ได้ นอกจากฤทธิ์ที่ข้อมือถูกล่ามโซ่อยู่ตรงหน้า

“ธิชา...ฟังพี่ให้ดีนะ ตั้งสติเอาไว้ อย่ากลายเป็นพวกมันเด็ดขาด”

ธิชามองฤทธิ์ด้วยความเสียใจ แต่ร่างกายเธอก็เจ็บปวดเพราะอาการกระหายเลือดและการกลายพันธุ์ ที่สุดเธอกรีดร้องโหยหวนออกมาราวกับสัตว์ร้าย อัศวินสะใจ หัวเราะร่าเหมือนจะได้ดูตลกฉากใหญ่

“อดทนไว้นะธิชา ไม่ใช่ทุกคนที่กลายพันธุ์แล้วจะต้องกระหายเลือดเสมอไป อย่างน้อยก็มีฉันคนหนึ่งที่ไม่เป็นแบบนั้น” ฤทธิ์พยายามปลอบ

ธิชากัดฟันคำรามด้วยความเจ็บปวด ฤทธิ์มองเธออย่างเวทนา และอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังมีดที่ปักอยู่ข้างๆ

อัศวินไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เขาเดินกลับออกไปขึ้นรถที่หน้าโกดังและกำชับสมุนคนหนึ่ง

“อย่าลืมนะ ถ้าไอ้พี่น้องโลกสวยคู่นั้นมันฆ่ากันเมื่อไหร่  รีบส่งคลิปไปให้ฉันทันที บอกตามตรง...อยากดูมาก ฮ่าๆๆ”

“ได้ครับหัวหน้า ผมว่าเดี๋ยวมันต้องฆ่ากันแน่”

อัศวินขับรถจากไป ส่วนสมุนกลับเข้ามาข้างในรวมกลุ่มกับพรรคพวกเฝ้าดูธิชาทรมานต่อความเจ็บปวด เธอจิกกรงเล็บลงกับพื้น ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเขียว ฤทธิ์ได้แต่เฝ้ามองดูสภาพของเธออย่างสิ้นหวัง ขณะที่สมุนพรายพิฆาตพากันลุ้นอย่างเมามัน

“เฮ้ย เอ็งว่าน้องจะฆ่าพี่หรือพี่มันจะฆ่าน้องกันแน่วะ”

“แทงข้างน้องเว้ย รับรองมันต้องฟาดพี่มันเป็นมื้อค่ำแน่นอน ฮ่าๆๆ”

ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเหล่าสมุนพรายพิฆาต ฤทธิ์กำลังมองสภาพของธิชาด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

เวลาเดียวกันนั้น ณัฐชาอยู่ที่กองปราบ เธอโทร. คุยกับลิซ่าด้วยเรื่องความผิดปกติหลายอย่างของโทมัส และอยากรู้ว่าทางนั้นจะลงมือพิสูจน์เมื่อไหร่

“คืนนี้ แต่โปรแกรมของมาดามจะพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนว่าเขาไม่ใช่โทมัสตัวจริง”

“ถ้างั้นฉันขอร่วมวงด้วย ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าโทมัสตัวจริงอยู่ที่ไหนกันแน่”

ณัฐชาวางสายแล้วคว้าเสื้อเกราะมาสวมเตรียมออกเดินทางไปบลูฟินิกซ์พร้อมอาวุธครบมือ แต่พอพ้นห้องมาก็เห็นจ่าสมพรนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่

“อ้าวจ่า นี่ยังไม่กลับอีกเหรอ นึกว่าออกเวรไปแล้วซะอีก”

“สถานการณ์แบบนี้ผมทิ้งผู้กองไม่ลงหรอกครับ ลุยไหนลุยนั่น”

“งั้นมาด้วยกันเลยจ่า งานนี้มีลุยแน่”

จ่าสมพรยิ้มบางๆก่อนจะพับหนังสือพิมพ์แล้วเดินตามผู้กองณัฐชาไป ขณะนั่งรถคันเดียวกัน ณัฐชาเหลือบมองจ่าสมพรบ่อยครั้งก่อนตัดสินใจถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

“ขอถามเรื่องส่วนตัวได้ไหมจ่า”

“ครับผม”

“ปกติถ้าเป็นคดีอื่น จ่าจะคอยสแตนด์บาย 24 ชั่วโมงแบบนี้รึเปล่า”

“ผู้กองสงสัยอะไรเหรอครับ”

“ฉันว่าจ่าดูกระตือรือร้นกับงานเป็นพิเศษ ว่ามั้ย”

“ลูกเมียของผมต้องตายก็เพราะพวกมัน บอกตาม ตรงนะครับผู้กอง มันไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่หรอกครับ แต่มันคือการล้างแค้น”

ฟังเรื่องราวของจ่าสมพรแล้ว ณัฐชาสลดไปเล็กน้อยและไม่ถามอะไรอีก

ooooooo

อัศวินในคราบของฤทธิ์กลับมาถึงบลูฟินิกซ์และพบกับความเงียบเหงาวังเวง ไฟทุกดวงถูกปิดจนสลัว ยามไม่มีเลยสักคน

“ไปมุดหัวที่ไหนกันหมด ก็ดี...จะได้สนุกให้เต็มที่” เขาเดินไปที่ลิฟต์ โดยไม่รู้ว่าร่างเสมือนจริงของมาดามหลิวปรากฏขึ้นและมองตามเขาไปอย่างประสงค์ร้าย

อัศวินเข้ามาในห้องแล็บ ค้นข้อมูลสามมิติเกี่ยวกับการทดลองน้ำตามัจจุราชออกมาอ่าน

“เยี่ยมมาก น้ำตามัจจุราชถูกมาดามหลิวพัฒนาไปอีกขั้นการกลายพันธุ์อยู่ในสภาพเกือบสมบูรณ์แล้ว ต่อไปโลกนี้จะไม่มีใครหยุดยั้งพรายพิฆาตได้อีก นอกซะจาก...” พูดแล้วนึกได้ สั่งการทันที “ศูนย์ข้อมูล ฉันอยากรู้เรื่อง เกี่ยวกับวัคซีนปราบไวรัสพรายพิฆาต ส่งไฟล์มาให้ฉัน”

ผ่านไปครู่เดียว ภาพสามมิติปรากฏเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างวัคซีนปราบไวรัส

“การทดลองไปถึงขั้นไหนแล้ว”

ทันใดนั้นเองร่างเสมือนจริงของมาดามหลิวปรากฏขึ้น อัศวินในคราบฤทธิ์หันมาเผชิญหน้าอย่างประหลาดใจ ทั้งที่รู้ว่ามันคือโปรแกรมจำลองความคิดของมาดามหลิว

“มาดาม...ผมไม่ได้เรียกคุณซะหน่อย”

“ฉันเห็นเธอกำลังค้นหาข้อมูล ก็เลยอยากช่วย”

“ก็ดี ผมอยากรู้เรื่องวัคซีนต้านไวรัสของพรายพิฆาตมันพัฒนาถึงไหนแล้ว”

“ยังอยู่ในขั้นทดลองระดับสาม แต่มีปัญหาค่อนข้างรุนแรง”

“งั้นเหรอ”

มาดามหลิวกวาดมือไปเบื้องหน้า ภาพสามมิติปรากฏขึ้นเป็นภาพของหนูทดลองจำนวนมากดิ้นทุรนทุราย

“รายงานระบุว่าหลังจากได้รับวัคซีนเข้าไป  ไวรัสในตัวหนูทดลองจะลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากนั้นแค่สามนาทีก็จะเกิดโยโย่เอฟเฟกต์ตามมา ไวรัสพรายพิฆาตจะกลายพันธุ์และเพิ่มปริมาณขึ้นเป็นสามเท่า ทำให้สัตว์ทดลองจำนวนมากเสียชีวิต มีเพียงไม่กี่ตัวที่สร้างภูมิคุ้มกันได้สำเร็จและรอดตาย”

“สมแล้วที่เป็นไวรัสของพรายพิฆาต ร้ายกาจจริงๆ”

“แต่ก็ยังไม่ร้ายเท่านาย”

“อะไรนะ”

“ฉันสแกนร่างกายของนายแล้ว โครงสร้างของนายไม่ใช่โทมัสแต่นายคืออัศวิน”

ฤทธิ์ไม่สะทกสะท้าน ยิ้มเหี้ยมก่อนจะคืนร่างเป็นอัศวินทันที!!

เวลาเดียวกัน ณัฐชากับจ่าสมพรมาถึงชั้นล่างของบูลฟินิกซ์แล้ว

“ผู้กองครับ เราต้องติดต่อใครก่อนรึเปล่าครับ”

“ไม่ต้องแล้วจ่า ลิซ่ารอเราอยู่ที่ห้องแล็บ”

ทันใดเสียงโทรศัพท์มือถือณัฐชาดังขึ้น เธอชะงักมองเบอร์ไม่คุ้นนักแต่ก็กดรับอย่างเร่งรีบ

“ฮัลโหล ใครคะ”

“เซอร์ไพรส์จ้ะเพื่อนรัก”

“ไอริณ...”

ไอริณอยู่ในรถแท็กซี่ เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ “งงสิท่า พอดีฉันมีงานถ่ายโฆษณาก็เลยบินด่วนกลับกรุงเทพฯ คืนนี้เธอว่างรึเปล่าณัฐชา ช่วยมาเอาของฝากหน่อยสิ ฉันซื้อของมาฝากเธอเยอะแยะเลยนะ”

“เอ่อ...เดี๋ยวก่อนละกันนะไอริณ คือฉันทำงานอยู่ เดี๋ยวโทร.กลับนะ”

“อ้าว เดี๋ยวสิณัฐชา ตกลงกันก่อน คืนนี้ฉันจะไปค้างที่ห้องเธอนะณัฐชา”

ณัฐชาตอบรับแล้วตัดสายพร้อมเสียงบ่น “มาอะไรกันตอนนี้...ไปต่อจ่า”

ขณะนั้น โปรแกรมจำลองภาพเสมือนจริงมาดามหลิวกำลังเผชิญหน้ากับอัศวินอยู่ภายในห้องแล็บ มาดามหลิวใช้ความเร็วปิดประตูห้องก่อนที่อัศวินจะทำการใดๆ

“โปรแกรมของฉันเชื่อมต่อกับระบบทั้งหมดของอาคาร ฉันจะขังแกไว้ที่นี่”

“ถึงยังไงเธอก็ฆ่าฉันไม่ได้อยู่ดี”

“แน่นอน ฉันทำไม่ได้”

“แต่ฉันทำได้” เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น

อัศวินหันไปเห็นลิซ่าโผล่จากที่ซ่อนพร้อมปืนคลื่นไฟฟ้าในมือ เธอเหนี่ยวไกยิงร่างอัศวินจนเซไปชนแผงเครื่องมือบางอย่างทำให้กระแสไฟฟ้าในห้องช็อตติดๆดับๆ อัศวินกัดฟันคำรามด้วยความเจ็บปวด

“ลิซ่า!!”

ณัฐชากับจ่าสมพรออกจากลิฟต์และเห็นกระแสไฟติดๆดับๆตลอดทางเดิน ทั้งคู่สังหรณ์ใจว่าเกิดเหตุร้ายจึงรีบตรงไปที่ห้องแล็บ

อัศวินกำลังแผดร้องด้วยความเจ็บปวดด้วยพลังคลื่นไฟฟ้าที่ล้อมรอบตัว

“ลิซ่าเพิ่มกำลังไฟอีก เอามันให้อยู่”

“พลังงานใกล้หมดแล้วค่ะมาดาม”

“นังสารเลว พวกแกต้องตาย” อัศวินตะโกนด้วยความแค้นสุดๆ

ลิซ่าจัดการตามมาดามสั่ง อัศวินโดนช็อตจนตาเหลือก เลือดไหลออกจมูก ปาก หู พร้อมกันนั้นปืนของลิซ่าก็ดับวูบ กระแสไฟหมดลงพอดี

“ลิซ่า เข้าชาร์จมัน”

ลิซ่าคว้ากระบองไฟฟ้าออกมาแล้วเดินดุ่มจะเข้าไปฟาดอัศวิน แต่โดนมันตะปบข้อมือเอาไว้อย่างเร็ว

“นังตัวแสบ”

ลิซ่าหน้าเสีย รีบออกเพลงมวยเล่นงานอัศวินแต่มันไม่สะเทือนแม้แต่น้อย อัศวินคำรามออกมาก่อนจับร่างลิซ่าโยนไปชนข้าวของล้มโครม แล้วคว้าเศษกระจกติดมือเดินตรงไปกระชากวิกผมของเธอออก

“ก็บอกแล้วไงว่าอย่าใส่วิก เธออยากแตกต่างจากฝาแฝดของเธอใช่มั้ยลิซ่า ฉันจะจัดการให้”

อัศวินเอาเศษกระจกกรีดหน้าเธอจนเป็นแผล ลิซ่ากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“ไม่เอาน่าคนเก่ง ทีเธอเล่นงานฉัน ฉันยังไม่ว่าสักคำ”

“อัศวิน...ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้”

อัศวินไม่ปล่อยแถมยังต่อรองกับมาดามหลิวให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นตนจะกรีดคอลิซ่าให้ดู...มาดามหลิวจ้องมองมันด้วยความโกรธแค้น

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิเจ๊ เธอมันเป็นแค่โปรแกรมนะ ไม่ใช่มาดามหลิวตัวจริงซะหน่อย”

“แกมันโหดยิ่งกว่าไอ้กรณ์ซะอีก”

“เปิดประตู!”

มาดามหลิวไม่มีทางเลือก จำต้องยกมือขึ้นเปิดประตูให้มัน

“อย่าตุกติกเชียวนะมาดาม” อัศวินสีหน้าข่มขู่พลางลากลิซ่าออกไปหน้าห้อง “แผนล่มไม่เป็นท่า หน้าแหกขนานแท้ จริงมั้ยจ๊ะคนสวย”

ลิซ่าได้แต่ข่มกลั้นอารมณ์แค้น แต่ทันใดนั้นเอง อัศวินก็โดนณัฐชายิงเข้าที่ไหล่จนหงายหลัง ลิซ่าพลิกตัวหลบตามคำสั่งของณัฐชา พลันกระสุนปืนจากผู้กองและจ่าก็รัวใส่อัศวินไม่ยั้ง

ณัฐชากับจ่าสมพรกระหน่ำยิงใส่อัศวินหูดับตับไหม้ เลือดสีเขียวของมันสาดกระเซ็นไปทั่ว ต่อให้เป็นมนุษย์กลายพันธุ์แต่โดนไฟช็อตแถมโดนยิงซ้ำแบบนี้ก็ทรุดลงกระอักเลือดไปเช่นกัน ลิซ่ามัวยืนตะลึงด้วยความตกใจ จนภาพเสมือนจริงของมาดามหลิวปรากฏขึ้น

“ลิซ่า ฉีดยาให้มัน”

ลิซ่าได้สติรีบดึงเข็มฉีดยาที่พกติดตัวไว้ออกมาปักใส่คออัศวินทันที แต่เวลานั้นอัศวินเจ็บจนไม่รู้จะเจ็บยังไงแล้ว มันเลยร้องไม่ออก

“อะไรน่ะลิซ่า” ณัฐชาร้องถาม

“ไซยาไนต์ ถ้าเป็นคนธรรมดารับรองว่าตายแน่ แต่กับมนุษย์กลายพันธุ์คงหมดฤทธิ์ไปซัก 2 ชั่วโมง”

ณัฐชาพยักหน้าอย่างโล่งใจที่ลิซ่าไม่ได้ฆ่ามัน ขณะที่จ่าสมพรยังมองภาพจำลองเสมือนจริงของมาดาม– หลิวไม่วางตา มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากสำหรับอดีตตำรวจภูธรอย่างเขา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"บอย พิษณุ" สวมบทสามีตัวร้าย โชว์ลีลาแบดบอย จนคนดูเกลียดใน "ตะวันตกดิน"

"บอย พิษณุ" สวมบทสามีตัวร้าย โชว์ลีลาแบดบอย จนคนดูเกลียดใน "ตะวันตกดิน"
13 มิ.ย 2564

03:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 14:18 น.