สมาชิก

แม่อายสะอื้น

ตอนที่ 3

ครู่ต่อมารินคำนำเรื่องที่ดาวนิลจะกลับบ้าน

มาโวยวายใส่พ่อโดยไม่สนใจว่าพ่อกำลังคุยกับอ้ายศักดิ์เรื่องงานอยู่ อ้ายศักดิ์ถามอย่างสนใจว่าใช่ดาวนิลจากคณะคำปันหรือเปล่า รินคำย้อนถามว่าลุงรู้จักมันด้วยหรือ

อ้ายศักดิ์ไม่พอใจชักสีหน้าใส่ “ใครลุง หนานเมืองสั่งสอนลูกให้มันดีกว่านี้หน่อยนะ”

“รินคำ นี่อ้ายศักดิ์ เป็นนายหน้าหางานการแสดงที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ ไหว้ซะสิ”

รินคำยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้ อ้ายศักดิ์ได้ยินมาว่าดาวนิลไปกรุงเทพฯไม่ใช่หรือ กลับมาสักทีก็ดี

ตนจะได้สางบัญชีแค้นที่มันทำไว้ รินคำหูผึ่งปรี่เข้ามาถามว่ามันเคยทำอะไรเขาไว้ นังนี่ชอบมาอ่อยพี่ทอนของเธอทั้งที่รู้ว่าเราสองคนรักกัน หรือมันไปอ่อยอ้ายศักดิ์เพื่อให้หางานให้ เขาพยักหน้าเออออไปด้วย

หนานเมืองกลุ้มใจดาวนิลกลับมาแบบนี้คนมิแห่ไปจ้างคณะคำปันกันหมดหรือ อ้ายศักดิ์ว่าไม่ต้องห่วง ครั้งที่แล้วพวกมันไม่มีงานก็เพราะตน ถ้ามันกลับมาคราวนี้ตนจะเล่นงานให้หนักกว่าครั้งก่อน

ooooooo

วิไลหน้าด้านได้โล่ตามมาต่อว่าดาวนิลถึงที่พักซึ่งอยู่หลังผับของพิชิตว่าเป็นตัวซวยทำให้ตนเอง

ต้องตกระกำลำบาก ดาวนิลงงไปทำอะไรให้วิไลตั้งแต่ตอนไหน

“เฮียซ้งทำธุรกิจมาตั้งกี่ปีไม่มีปัญหา พอแกไปอยู่เท่านั้นแหละ ยิงกันตายพอเฮียไปก็โดนลูกหลงไปด้วยนอนพะงาบๆอยู่โรงพยาบาลจะตายไม่ตายแหล่ ร้านก็โดนตำรวจปิดไม่มีกำหนด ตกงานกันหมดเนี่ย”

ดาวนิลสมน้ำหน้าใครทำอะไรไว้ก็ได้แบบนั้น วิไลไม่ได้มาเพื่อให้ใครสมน้ำหน้า แต่มาเพื่อจะต่อรอง หากเธออยากได้ดาบของพ่อคืนต้องเอาเงินมาแลก เธอแปลกใจไปได้ดาบมาได้อย่างไร วิไลเข้าไปเก็บของให้เฮียซ้งแล้วเจอเข้า เธอจะคว้าดาบคืนแต่วิไลรีบเอาไปแอบไว้ด้านหลัง เงินมาของถึงไป ดาวนิลไม่มีเงินให้ เพิ่งใช้หนี้เจ้านายไปหมดเมื่อครู่นี้เอง วิไลไม่เชื่อเข้าไปค้นตัวเธอเจอแต่กระเป๋าสตางค์ว่างเปล่า

“นี่แกโง่เหรอเปล่า ทำไมไม่เก็บไว้บ้าง...เอามือถือมาฉันจะเอาไปขาย”

“มือถือแบบนี้พี่จะขายได้สักกี่บาท” ว่าแล้วดาวนิลยื่นมือถือให้ วิไลต้องการเงินขายได้แค่ร้อยสองร้อยบาทก็ยังดีแล้วส่งดาบคืนให้ ดาวนิลเอาดาบที่เพิ่งได้คืนจี้คอยัยตัวแสบไว้ สั่งให้คืนมือถือของตนมา วิไลเห็นสายตาเอาจริงของอีกฝ่ายไม่กล้าหือ ยอมทำตามที่เธอต้องการ

“ทุกอย่างมันกำลังจะจบ คนเลวทุกคนมันได้รับในสิ่งที่มันทำไปหมดแล้ว อะไรที่พี่เคยทำ ฉันจะอโหสิให้ แต่อย่าคิดกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก” ดาวนิลรอจนวิไลเดินจากไปจึงเอาดาบมากอดแนบอกดีใจที่ได้คืน...

ตั้งแต่กลับไปคืนดีกับจิดาภา ทรงพลคอยหลบหน้าแม่นมน้อยอยู่ตลอด แต่คืนนี้หนีไม่รอดท่านมาดักรอเจอเขาแม้จะแกล้งกลับดึกก็ตาม แม่นมน้อยแค่อยากจะถามว่าเมื่อไหร่เขาจะพาจิดาภามาบ้านอีก ท่านไม่ได้จะหาเรื่องเธอ แค่อยากจะปรับความเข้าใจด้วย ถึงอย่างไรทรงพลยืนยันจะแต่งงานกับเธอไม่ใช่หรือ ท่านไม่อยากให้เขาต้องย้ายไปจากบ้านหลังนี้จึงอยากจะลองสงบศึกกับจิดาภาดู ทรงพลตื่นเต้นดีใจ

“จริงเหรอครับ ผมรักนมที่สุดในโลกเลย งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมชวนจิมากินข้าวเย็นที่บ้านนะ”

“ค่ะ เดี๋ยวนมจะทำกับข้าวให้สุดฝีมือเลย” แม่นมน้อยยิ้มอย่างคนแก่ใจดี ทรงพลหลงเชื่อว่าศึกระหว่างหญิงสองคนที่ตัวเองรักจะสงบได้ จึงไม่รอช้าโทร.บอกข่าวดีนี้กับจิดาภา ทีแรกเธอไม่ยอมรับคำเชิญ แต่ทนเสียงอ้อนวอนของเขาไม่ได้สุดท้ายก็ยอมไปกินข้าวด้วยแม้จะไม่ไว้ใจในตัวแม่นมจอมแสบก็ตาม

ooooooo

ไม่ได้มีแต่จิดาภาเท่านั้นที่ไม่ไว้ใจแม่นมน้อย ทรงพลเองก็กลัวฤทธิ์เดชของท่านเช่นกัน ทันทีที่ถึงที่ทำงานเขาโทร.ชวนเทวัญให้กลับมากินข้าวเย็นวันนี้ด้วยกันเนื่องจากจะชวนจิดาภามากินด้วย เผื่อแม่นมน้อยคิดจะเล่นตุกติกอะไร จะได้เกรงใจเทวัญบ้าง แม้รู้ดีว่าท่านไม่เกรงใจใครแต่เทวัญรับปากจะมาตามนัด...

ขณะที่ทรงพลพยายามจะประสานรอยร้าวของผู้หญิงสองคนที่ตัวเองรัก หมอที่โรงพยาบาลในตัวเมืองเชียงใหม่แนะให้คำปันผ่าตัดดวงตา เขาต่อรองหากต้องผ่าตัดจริงๆ รอให้ลูกสาวคนโตกลับจากไปทำงานที่กรุงเทพฯก่อน หมอไม่ขัดข้องแต่ระหว่างนี้เขาจะต้องหยอดยาและมาหาหมอตามนัด คำปันรับคำหนักแน่น...

ระหว่างทางกลับบ้านแม่อาย ช่อเอื้องต่อว่าพ่อที่ไม่ยอมผ่าตัดทั้งที่ใช้สิทธิ 30 บาทได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง เขาอ้างที่ไม่อยากผ่าเพราะหากต้องพักฟื้นใครจะคุมคณะของเราไปแสดง จะให้ช่อเอื้องทำแทนก็ใช่ที่ จึงต้องรอให้ดาวนิลกลับมาก่อน เป็นจังหวะที่ทอนขับรถมาถึงหน้าบ้านพอดี คำปันขอบใจเขามากที่ช่วยเป็นธุระเรื่องพาไปหาหมอ ดาวนิลกลับมาเมื่อไหร่คงไม่ต้องรบกวนเขา แล้วเดินไปดูชาวคณะซ้อม ช่อเอื้องบ่นอุบ

“อะไรๆก็รอแต่พี่ดาวนิล ทำยังกับไม่ใช่ฉันที่ดูแลทุกอย่างอยู่ตอนนี้อย่างนั้นแหละ”

ทอนปลอบว่าอย่าคิดมาก คำปันไม่อยากผ่าตัดก็เลยหาข้ออ้างไปเรื่อย...

ฝ่ายดาวนิลคลื่นไส้วิงเวียนบ่อยครั้ง ค่ำนี้ก็เช่นกัน ต้องเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำจนหมดไส้หมดพุง เพื่อนร่วมงานเห็นเข้าก็บอกให้ไปพักผ่อนจะแจ้งเจ้านายให้เอง เธอส่ายหน้าขอทำงานดีกว่าจะได้มีเงินคืนเขาไวๆ...

มื้อค่ำที่บ้านทรงพลเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีการกระทบกระทั่งกัน แม่นมน้อยทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี ทำให้ทรงพลปลื้มมาก แอบบอกกับจิดาภาขณะจะขึ้นรถไปส่งที่บ้านว่า จากนี้ไปแม่นมน้อยคงเลิกกลั่นแกล้งเธอ ถึงอย่างนั้นจิดาภาก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดีทำตัวดีเว่อร์ขนาดนั้น คงต้องมีแผนอะไรบางอย่างอยู่ในใจแน่ๆ

“ไม่เอาน่าจิ เขาทำตัวดีด้วยแล้วจะไปมองในแง่ลบอีกทำไม”

จิดาภาไม่อยากขัดความสุขของทรงพล ก็เลยเออออยอมตาม เทวัญชมแม่นมน้อยที่ยืนส่งจิดาภานั่งรถออกไปกับทรงพลว่าทำตัวน่ารักแบบนี้เขาเองก็โล่งอก

“ของแบบนี้ต้องรอดูกันไปนานๆนะคะ” แม่นมน้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ ขณะที่เทวัญส่ายหน้าระอาใจ

ooooooo

อาการวิงเวียนคลื่นไส้ของดาวนิลที่เป็นมาหลายวันแล้วไม่มีทีท่าจะทุเลา เพื่อนพนักงานจึงแนะให้บอกเจ้านายจะได้ไปหาหมอ เธอส่ายหน้าไม่ยอมทำตาม

“นี่ถ้าแกมีแฟน ฉันคงนึกว่าแกท้อง” คำพูดของเพื่อนทำเอาดาวนิลใจคอไม่ดี...

แม้จะได้พักผ่อนเต็มที่ แต่อาการคลื่นไส้ของดาวนิลก็ยังไม่ดีขึ้น ระหว่างที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ชงเหล้า เด็กเสิร์ฟยกถาดใส่อาหารผ่านหน้าไป เธอเหม็นกลิ่นอาหารพาลจะอาเจียนขึ้นมาอีก เพื่อนพนักงานไล่ให้ไปนั่งพักหลังร้าน เดี๋ยวมาอาเจียนต่อหน้าแขกโดนเจ้านายเล่นงานแน่ ดาวนิลรีบวิ่งออกไปแทบไม่ทัน

ในขณะที่ดาวนิลกำลังโก่งคออาเจียน วิไลเดินเข้ามาทางด้านหลังถามว่าเป็นอะไร เธอหันขวับเสียงเขียวใส่มาทำอะไรที่นี่ บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก วิไลต้องมาเพราะเธอไม่ยอมให้เงิน ก็เลยต้องมาเอาเอง แล้วหยิบเงินขึ้นมาโชว์ ดาวนิลสงสัยไปเอามาจากไหน

วิไลเฉลยว่าเป็นเงินเดือนของดาวนิล พอตนไปบอกเจ้านายของเธอว่าเป็นญาติจะมาขอเบิกเงินล่วงหน้าเอาไปให้พ่อของเธอแล้วให้เธอทำงานต่อไป เขาก็ยอมให้เงินมาทันที ดาวนิลไม่เชื่อว่าเจ้านายจะหลงกลง่ายๆ วิไลมีหลักฐานเป็นบัตรประชาชนของดาวนิลที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่แรก อีกทั้งตนรับเงินแล้วก็ไม่ได้ไปเลย ยังมาขอพบเธออีกทำไมเขาจะไม่เชื่อ แถมยังท้าให้เขามาให้เงินต่อหน้าเธออีกด้วยเขาก็ยิ่งเชื่อมากขึ้นไปอีก

“ทำไม...ทำไมพี่ทำแบบนี้” ดาวนิลโงนเงนแทบยื่นไม่อยู่โลกเริ่มหมุนในที่สุดก็เป็นลมล้มพับ...

ผ่านไปพักใหญ่ ดาวนิลฟื้นคืนสติ มองไปรอบๆพบว่าตัวเองอยู่ในห้องพัก ได้ยินเสียงกุกกักหันไปมองเห็นวิไลกำลังค้นข้าวของของเธออยู่ ร้องถามว่าทำอะไร แทนที่จะหยุดวิไลยังรื้อข้าวของต่อไปแถมบ่นว่าไม่รู้จักซื้ออะไรเก็บไว้เป็นสมบัติบ้างเลย ดาวนิลพยายามยันตัวลุกขึ้นพลางทวงเงินคืน วิไลมองเธออย่างพิจารณา

“แกเป็นอะไร เขาบอกว่าแกไม่สบายคลื่นไส้มาหลายวันแล้ว นี่แกไม่ได้ท้องใช่ไหม”

ดาวนิลปฏิเสธทันทีว่าเปล่า แค่ไม่สบายเท่านั้น วิไลดูจะไม่ค่อยเชื่อนัก หยิบเงินออกมาแบ่งให้เธอส่วนหนึ่ง ดาวนิลเล่นทีเผลอดึงเงินคืนไปจากมือวิไล แล้วยื่นแบงก์หนึ่งพันบาทให้ ยืนยันจะแบ่งให้แค่นี้ ขอร้องให้ไปจากชีวิตของเธอสักที ก่อนจะล้มตัวลงนอน วิไลมองเธออยู่อึดใจ จากนั้นหยิบซองยาจากกระเป๋าถือ

“ยาแก้คลื่นไส้ กินซะจะได้หาย คนท้องที่แพ้มากๆเขากินกันทั้งนั้น” วิไลโยนซองยาไว้ข้างๆดาวนิล ก่อนจะออกจากห้อง เธอหยิบยาขึ้นมาดูโดยไม่รู้เลยว่านั่นไม่ใช่ยาแก้แพ้แต่เป็นยาขับเลือด...

ตั้งแต่รู้ว่าพี่สาวจะกลับบ้านในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ช่อเอื้องซ้อมการแสดงอย่างตั้งอกตั้งใจ อยากให้พี่แปลกใจว่าเธอเองก็ทำอะไรได้ คำปันแอบดีใจที่เธอยอมหัดศิลปะล้านนา

แม่อายสะอื้น

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด