นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 3
    • 1
    • 2
    • 3

    เช้าวันต่อมา ช่อเอื้องทำความสะอาดครัวบ้านทรงพลได้ไม่ถึงครึ่ง ตัดสินใจไปบอกแม่นมน้อยว่าขอลาออก อ้างเป็นห่วงพ่อกับน้อง หากเธอมาทำงานก็เท่ากับปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันเองตามลำพัง พ่อก็มองไม่เห็น น้องก็ยังเด็ก ที่สำคัญเธอเกรงใจเพื่อน บ้านของเพื่อนมีแค่ห้องเดียว เธออยากพาพ่อกลับบ้านที่แม่อาย

    “แล้วเรื่องพี่สาวเราล่ะ จะเลิกตามหาเขาแล้วเหรอ”

    “จ้ะ อยู่ไปก็ไม่รู้จะเจอพี่หรือเปล่า หรือบางที... พี่เขาอาจจะไม่อยากเจอพวกเราแล้วก็ได้”

    “พี่ที่ไหนจะไม่อยากเจอพ่อกับน้องตัวเอง...แล้วกลับไปอยู่โน่นมีงานให้ทำเหรอ”

    ช่อเอื้องจะรับจ้างทำงานทั่วไป ลำบากหน่อยแต่ก็อยู่กันได้ แม่นมน้อยสงสารเธอจับใจ จึงไม่อนุญาต ให้ลาออก สมัยนี้หาคนทำงานบ้านดีๆยาก หากช่อเอื้องเป็นห่วงพ่อกับน้องจะต้องอยู่กันตามลำพังก็ให้พามาอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ เธอเกรงใจ พ่อเองก็คงจะไม่สบายใจที่ต้องรบกวนทุกคน ไม่ว่าช่อเอื้องจะอ้างอย่างไร แม่นมน้อย ก็ไม่ยอมให้ออก ให้รอจนเจอพี่สาวก่อนตนถึงจะอนุญาตให้ไป...

    ในเวลาเดียวกัน ดาวนิลมาส่งทรงพลที่หน้าประตูห้องพัก ขอบคุณเขามากที่นั่งเฝ้าเธอทั้งคืน เขายินดี ต่อให้ต้องดูแลทั้งชีวิตก็ยอม แล้วบอกให้เธอพักผ่อนก่อน ตอนเย็นจะมารับไปกินข้าวที่บ้าน ระหว่างนั้น หลิวหลิวร้องวี้ดว้ายเดินเข้ามาหา มาสวีตหวานอะไรกันตรงนี้แต่เช้า ดาวนิลไม่พอใจหุบยิ้มทันทีแต่ต้องเก็บอาการไว้

    “พี่หลิวหลิว ดาวนิลเขาไม่ค่อยสบาย ฝากดูแลด้วยนะครับ” ทรงพลทิ้งท้ายแล้วผละจากไป หลิวหลิวหันมาพูดกับดาวนิลว่ากำลังใจดีแบบนี้หายป่วยแล้วใช่ไหมถ้าอย่างนั้นรีบไปแต่งตัวได้แล้ว ตนมารับไปถ่ายละคร ดาวนิลโวยลั่นนี่ยังกล้ามาให้เห็นหน้าอีกหรือ หลิวหลิวยักไหล่ไม่ยี่หระ

    “พี่บอกแล้วไงคะว่าจะหาเงินคืนให้ ก็ขอเวลาหน่อย ไม่เห็นต้องซีเรียสเลย”

    ดาวนิลไล่ตะเพิดหลิวหลิวไปให้พ้นหน้า อย่ามาให้เห็นอีก เขาทำเป็นไม่รู้เรื่องทำไมอยู่ๆมาไล่กัน เธอโทษว่าเป็นเพราะเธอเชื่อที่เขาพูด ถึงได้ทิ้งทุกคนจนพ่อต้องตาบอด แล้วหันไปคว้าหมอนปาใส่ ไล่ตะเพิดไปไกลๆ หลิวหลิวถอยกรูดแทบไม่ทัน เทวัญมาถึงพอดี เข้ามาห้ามดาวนิลไว้ เธอเห็นหน้าเขาก็เป็นน้ำหูน้ำตาขึ้นมาทันที ความกดดันประดังเข้าใส่อีกครั้งซวนเซจะเป็นลม เขาต้องเข้าไปพยุงเอาไว้ หลิวหลิวงงว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

    “กลับไปก่อนเถอะครับ” เทวัญขอร้อง หลิวหลิวจะไปได้อย่างไรวันนี้มีถ่ายละคร คุณหมอหนุ่มต้องขอร้องอีกครั้งให้เขากลับไปก่อน หลิวหลิวถึงได้ยอมกลับ

    “ดาวนิลทำให้พ่อต้องตาบอดเพราะดาวนิลคนเดียว” ดาวนิลร้องไห้ฟูมฟายอยู่ในอ้อมกอดเทวัญซึ่งลูบหัวเธอเบาๆด้วยความเป็นห่วง...

    ระหว่างที่ยกอาหารเช้ามาเสิร์ฟให้ทรงวุฒิที่ห้องอาหารบ้านทรงพล ช่อเอื้องขอบคุณเขาที่ให้เธอมาทำงานที่บ้านนี้แต่เธอจะลาออก เขาตกใจจะลาออกทำไม หรือว่าเงินเดือนที่ได้น้อยไปเขายินดีจะเพิ่มให้

    “เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างหรอกน่ะ” ช่อเอื้องบอกด้วยเสียงเศร้า ทรงวุฒิงงถ้าอย่างนั้นลาออกทำไม เธอมีเหตุผลของเธอก็แล้วกัน จังหวะนั้นเทวัญเข้ามาขอให้ช่อเอื้องไปทำธุระด้วยกันหน่อย

    ooooooo

    ธุระที่เทวัญว่าคือพาช่อเอื้องไปคุยปรับความเข้าใจกับดาวนิลที่ห้องพักหรูของฝ่ายหลัง ทีแรกเธออิดออดไม่มีอะไรจะคุยด้วย เทวัญต้องขอร้องให้เธอเห็นแก่เขา เธอจึงได้ยอม เขาปล่อยให้สองพี่น้องคุยกันเองแล้วออกไปรอนอกห้อง เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่เทวัญหวัง ทั้งคู่ไม่สามารถปรับความเข้าใจกันได้

    ดาวนิลคิดว่าที่น้องกับพ่อมาหาก็เพราะหลิวหลิวไม่ได้ส่งเงินไปให้จากนี้ไปเธอจะเป็นคนส่งเงินไปให้เองไม่ต้องกลัวจะไม่ได้ ช่อเอื้องไม่ได้ต้องการเงินของพี่ ที่พ่อมาตามหาพี่เพราะเป็นห่วงท่านคิดถึงพี่ทุกวัน กลัวพี่จะไปลำบากอยู่ไหนถึงขนาดเสี่ยงพากลองหนีมากรุงเทพฯทั้งที่ตาบอด ไม่รู้จักที่นี่จนหลงทางโดนขโมยเงินไปหมด พ่อต้องนั่งขอทานอยู่ริมถนน และที่พ่อต้องตาบอดก็เพราะพ่อรอให้พี่พาไปหาหมอตามที่สัญญาเอาไว้

    ดาราสาวถึงกับทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรงโทษตัวเองที่เป็นคนไม่ดีผิดสัญญากับพ่อ

    “ฉันถามอะไรพี่อย่างหนึ่งได้ไหมทำไมเมื่อวานถึงไม่ทักพ่อทั้งที่พ่อยืนอยู่ตรงหน้า พี่ไม่คิดถึงพ่อเลยหรือ”

    ดาวนิลคิดถึงอยากจะกอดพ่อใจแทบขาดแต่จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ ช่อเอื้องขอร้องให้พี่ไปหาพ่อตอนนี้หน่อยได้ไหม พ่อเป็นห่วงพี่มากแค่ขอให้ได้เจอพี่ ได้รู้ว่าพี่สบายดีก็พอ ดาวนิลทำอย่างนั้นไม่ได้ ทรงพลยังไม่รู้เรื่องนี้ เธอกลัวเขาจะรับไม่ได้ เธอรักเขามากขอเวลาเธอหาทางออกสักพัก อย่าให้เธอต้องเสียเขาไป

    เทวัญที่ยืนอยู่หน้าห้องพักได้ยินหมดทุกอย่างทั้งที่ทำใจกับเรื่องนี้ได้แล้วแต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้ ช่อเอื้องตัดบท ถ้าดาวนิลจะเรียกตนมาพูดแค่นี้ ก็คงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว ขอตัวกลับก่อนขยับจะไปแล้วนึกขึ้นได้

    “พี่ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ทำพี่เดือดร้อนแน่ๆ” พูดจบช่อเอื้องเปิดประตูออกไป เจอเทวัญยืนรอท่าอยู่ ขอให้เขาช่วยพาเธอกลับด้วย เขามองดาวนิลพลางถอนใจหนักใจก่อนจะเดินตามช่อเอื้องไป...

    ระหว่างเดินมาขึ้นรถที่จอดอยู่ใต้ถุนคอนโดฯที่พักของดาวนิล เทวัญขอโทษช่อเอื้องด้วย นึกว่าถ้าสองพี่น้องได้คุยกันจะเข้าใจกันมากขึ้น เธอแดกดันว่าเข้าใจลึกซึ้งเลย เทวัญพยายามช่วยพูดแก้ตัวให้ดาวนิลว่าบางทีเธออาจจะมีเหตุผลบางอย่าง ช่อเอื้องขอร้องไม่ต้องมาแก้ตัวแทนพี่สาวของตน

    “ช่อเอื้องไม่โกรธหมอใช่ไหมที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น”

    หญิงสาวไม่โกรธแค่อยากรู้ว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เขาขอไม่ตอบได้ไหม เธอเข้าใจดีนี่พี่ดาวนิลคงขอไม่ให้เขาบอกใคร แล้วมีใครรู้เรื่องนี้อีกไหม เขาส่ายหน้า ช่อเอื้องถึงบางอ้อ มิน่าพี่ดาวนิลถึงได้ตกใจมากตอนเจอเธอกับพ่อที่บ้านทรงพล เทวัญอยากรู้ว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป ช่อเอื้องเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน

    ooooooo

    หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายตลบ จิดาภาตัดสินใจกลับไปทำงาน พ่อของเธอดีใจมากที่เธอกลับมาเป็นคนเดิม นอกจากจะได้รับคำชม ท่านยังยอมให้เธอกลับไปอยู่ที่คอนโดฯเดิมอีกด้วย หารู้ไม่ว่าเธอไม่ใช่แค่กลับมาเป็นจิดาภาคนเดิม แต่จะต้องดีกว่าเดิมจะต้องทำให้ทรงพลทิ้งดาราจอมปลอมนั่นกลับมาหาเธอให้ได้...

    ตกเย็น ทรงพลพาดาวนิลมากินข้าวที่บ้าน มื้อนี้ช่อเอื้องแสดงฝีมือเอง เมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารเหนือ ทรงวุฒิชมไม่หยุดปากไม่เคยกินน้ำพริกอ่องที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน พออยู่ลับหลังช่อเอื้อง แม่นมน้อยชมเธอให้ทุกคนบนโต๊ะอาหารฟังว่าทำงานบ้านเรียบร้อยดีมาก แต่เมื่อเช้ามาขอลาออกให้เหตุผลว่าพ่อกับน้องไม่มีใครดูแล ท่านเลยว่าจะขออนุญาตทั้งทรงพล ทรงวุฒิ และเทวัญให้เธอพาน้องกับพ่อมาอยู่ที่นี่

    ดาวนิลถึงกับมือไม้อ่อนทำช้อนหล่นทุกคนพากันหันมองเป็นตาเดียวกัน ทรงพลเป็นห่วงถามว่าโอเคไหม เธอพยักหน้าแทนคำตอบ ทรงวุฒิเห็นด้วยที่จะให้ช่อเอื้องมาอยู่ที่นี่ เทวัญเองก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ทรงพลจึงปล่อยให้แม่นมน้อยเป็นคนตัดสินใจ เป็นจังหวะที่ช่อเอื้อง ยกสำรับกับข้าวเข้ามาเพิ่มเติม

    “ช่อเอื้อง ขอบคุณคุณๆเขาสิ เขาอนุญาตให้พาพ่อกับน้องมาอยู่บ้านนี้ได้แล้ว” แม่นมน้อยบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เด็กสาวยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนและ

    ขอขอบคุณแทนพ่อกับน้องด้วย แล้วมองดาวนิลซึ่งเอาแต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาด้วย เทวัญได้แต่มองสองสาวด้วยความเป็นห่วง

    ooooooo

    การที่ช่อเอื้องกับพ่อและกลองย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านทรงพลทำให้ดาวนิลว้าวุ่นใจมาก พาลอารมณ์เสียใส่นักข่าวที่จะมาขอสัมภาษณ์และถ่ายรูประหว่างที่เธอรอเข้าฉากต่อไป ดาวนิลไล่นักข่าวไปสัมภาษณ์นักแสดงคนอื่นก่อน เธอต้องท่องบท นักข่าวตื๊อไม่เลิกจะสัมภาษณ์ให้ได้

    “ก็บอกว่าไม่ไงคะ” ดาวนิลตวาดลั่น อึ้งกันทั้งกองถ่าย หลิวหลิวรีบเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ จนนักข่าวเข้าใจและไม่ถือสา ครั้นทุกคนไปหมดแล้ว แทนที่ดาวนิลจะขอบคุณที่หลิวหลิวมาช่วยไว้ทันกลับเล่นงานเขายกใหญ่ มาให้เห็นหน้าทำไมอีกตนไล่เขาออกแล้วจำไม่ได้หรือ หลิวหลิวโวยกลับจะเอาเรื่องที่ตัวเองทำมาโยนบาปให้เขาแบบนี้ไม่ได้ ถึงอย่างไรละครเรื่องนี้เขาก็เป็นคนติดต่อ ค่าตัวที่เธอได้ก็ต้องหักให้เขาตามสัญญา

    “ได้ แล้วเงินที่พี่โกงฉันไปตั้งกี่ปี พี่ก็หามาใช้คืนให้ครบทุกบาทก่อนละครจบด้วยแล้วกัน ไม่อย่างนั้น ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เงินซักบาทจากฉัน” พูดจบดาวนิลผละจากไปอย่างหัวเสีย หลิวหลิวมองตามแค้นใจ...

    เมื่อมาถึงบ้านทรงพล ช่อเอื้องพาคำปันกับกลองไปแนะนำให้รู้จักกับแม่นมน้อย ด้วยความที่ท่านเอ็นดูช่อเอื้องเป็นทุนเดิม คำปันและกลองพลอยได้อานิสงส์ไปด้วย โดยจัดให้อยู่ห้องชั้นล่างจะได้เดินเข้าออกได้สะดวก ถ้าไม่มีอะไรทำก็ออกไปนั่งรับลมที่สนามหญ้าข้างบ้านได้

    “ไม่เป็นไรหรอกครับ เกรงใจเจ้าของบ้านเขาอุตส่าห์ให้มาอาศัย”

    “คุณๆเขาไม่ค่อยอยู่บ้านกันหรอก ไปทำงานแต่เช้ากลับอีกทีก็ค่ำ บ้านนี้มันเงียบๆมีคนมาอยู่เพิ่มก็ดี ฉันจะได้มีคนคุยด้วย” แม้คำปันจะมาอยู่ในฐานะพ่อของเด็กรับใช้ แต่แม่นมน้อยก็คุยกับเขาด้วยอัธยาศัยที่ดี...

    เสร็จจากไปดูห้องพัก ช่อเอื้องพาพ่อกับกลอง มานั่งเล่นที่สนามหญ้า คำปันขอนั่งสักครู่ก็พอ เกรงใจเจ้าของบ้านมาขอเขาอยู่จะมาทำตัวเหมือนเป็นแขกมันไม่ดี ช่อเอื้องขอไปช่วยแม่นมน้อยเตรียมอาหารเย็น แป๊บหนึ่ง เดี๋ยวจะมาพาพ่อกลับ รับรองจะมารับก่อนคุณๆกลับมาแน่นอน

    “กลอง เฝ้าตาล่ะอย่าไปเล่นไหนไกล” สั่งเสร็จช่อเอื้องวิ่งปรู๊ดไปทางเรือนครัว...

    ทางฝ่ายดาวนิลเลิกกองละครเร็วจึงแวะไปที่บ้านทรงพลพร้อมกับซื้อเสื้อฝากพ่อและกลอง ตอนเธอขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถ กลองถือหุ่นยนต์วิ่งมาทางนี้พอดี หญิงสาวมองขาของเด็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ แกมองตามสายตาของเธอก่อนจะยิ้มร่าเริง

    “ขาผมไม่เหมือนคนอื่น พี่ช่อเอื้องบอกว่า เพราะผมเป็นเด็กพิเศษกว่าเด็กคนอื่น”

    “ใช่ หนูเป็นเด็กพิเศษกว่าเด็กคนอื่นๆ” ดาวนิลพยายามกลั้นน้ำตา ก่อนจะมองไปรอบๆไม่เห็นใคร จึงขอกอดกลองหน่อย เด็กน้อยนิ่งคิดอึดใจก่อนจะพยักหน้าอนุญาต ดาวนิลดึงแกมากอดร้องไห้ด้วยความคิดถึง กลองแปลกใจทำไมเจอตนทีไรต้องร้องไห้ทุกที ดาวนิลโกหกว่าไม่ได้ร้องไห้แค่ฝุ่นเข้าตา แล้วทำไมเขาถึงมาอยู่ตรงนี้คนเดียว กลองชี้ไปตรงที่คำปันนั่งอยู่ ดาวนิลเห็นอย่างนั้นก็ให้แกพาไปหา “ตา...พี่ดาวนิลมาหา”

    ดาวนิลเข้ามานั่งข้างๆพ่อ พอได้กลิ่นน้ำหอม เขารู้ทันทีว่าเป็นคุณดาวนิลไม่ใช่ลูกสาวของตัวเองก็ร้องทัก เธอได้แต่มองพ่อด้วยความคิดถึงโดยไม่พูดอะไรด้วยแม้แต่คำเดียวกลัวท่านจะจำได้ จากนั้นยื่นถุงใส่เสื้อที่ซื้อฝากให้ คำปันคลำได้แต่ถุงไม่รู้ว่าเป็นอะไร เธอจึงหยิบเสื้อที่อยู่ในนั้นออกมาให้ คำปันจับๆดูรู้ว่าเป็นเสื้อ

    “คุณดาวนิลให้ผมเหรอครับ”

    ดาราสาวได้แต่พยักหน้า กลองชมว่าเสื้อของตาสวยมากเลย เธอหยิบเสื้ออีกตัวให้เด็กน้อยซึ่งรับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม คุยอวดคำปันว่าคุณดาวนิลซื้อเสื้อให้ตนด้วย คำปันชมเธอว่าใจดีมากๆเจอกันแค่ครั้งเดียว อุตส่าห์มีน้ำใจซื้อของมาฝาก จังหวะนั้นช่อเอื้องมาตามพ่อกลับเข้าข้างใน

    “พ่อกำลังคุยกับคุณดาวนิลเขาอยู่ ดูสิคุณเขาใจดีซื้อเสื้อมาฝากพ่อด้วย”

    ช่อเอื้องมองดาวนิลอย่างไม่เข้าใจว่าต้องการอะไรกันแน่ บอกเธอว่าไม่น่าจะต้องซื้อมาให้เปลืองเงิน คำปันเอ็ดช่อเอื้องทำไมถึงไปพูดกับคุณแบบนั้น แล้วขอโทษคุณดาวนิลแทนเธอด้วย ช่อเอื้องไม่อยากเห็นหน้าพี่สาวชวนพ่อกลับเข้าบ้าน สั่งให้กลองช่วยพาตาเข้าข้างในด้วย จากนั้นพากันเดินจากไป ทิ้งให้ดาวนิลนั่งอยู่ตรงนั้น ไม่นานนัก เทวัญกลับถึงบ้านเจอดาวนิลนั่งเหม่ออยู่ที่สนามหญ้าเดินเข้ามาทัก

    “ดาวนิลควรจะทำยังไงดีคะคุณหมอ พ่อนั่งอยู่ตรงหน้าแต่ดาวนิลพูดอะไรกับพ่อไม่ได้เลย”

    เทวัญแนะให้พูดความจริง คนเราไม่มีทางหนี ความจริงพ้น ดาวนิลกลัวพูดความจริงไปแล้วทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง เขาเองก็เดาไม่ถูกว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างมากเราก็แค่รับผลกรรมของเรา ทำสิ่งที่ควรทำจะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจอยู่แบบนี้ ระหว่างที่ต่างคนต่างมองสบตากัน ทรงพลมาเห็นเข้าหยุดมองสีหน้าสงสัย แล้วร้องทักเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ดาวนิล ทำไมไม่โทร.บอกว่าคุณจะมา”

    ทั้งคู่ได้สติ ถอยห่างจากกัน ดาวนิลหันไปบอกทรงพลว่าวันนี้เลิกกองเร็ว ถ่ายใกล้ๆแถวนี้ก็เลยแวะมานั่งรอเขาที่นี่ เจอเทวัญพอดี ทรงพลชวนให้เธออยู่กินข้าวด้วยกันและไม่ลืมชวนพี่ชายด้วย

     “ฉันขอตัวดีกว่า วันนี้เหนื่อยมากเลย” เทวัญยิ้มให้น้องชายกับดาวนิลแล้วเดินไปทางบ้านตัวเอง

    ooooooo

    ช่อเอื้องพาพ่อกับกลองมาแนะนำกับทรงพลซึ่งนั่งอยู่ข้างๆดาวนิลที่ห้องรับแขก หลังจากซักประวัติคำปันคร่าวๆแล้ว ทรงพลหันไปทักทายกลองที่นั่งตักช่อเอื้องอยู่บนพื้นห้องว่าเล่นอะไรอยู่ขอดูได้ไหม เด็กน้อยมองช่อเอื้องเป็นทำนองขออนุญาต พอเห็นเธอพยักหน้าจึงถือหุ่นยนต์เข้าไปหา

    “คุณเทวัญซื้อให้น่ะค่ะ” ช่อเอื้องอธิบาย ทรงพลขอให้กลองสอนให้เล่นหุ่นยนต์ ดาวนิลมองภาพทั้งคู่แล้วอดคิดในใจไม่ได้ ทรงพลจะรับได้ไหมถ้ารู้ความจริงว่ากลองเป็นลูกตัวเอง...

    ในเวลาต่อมา ระหว่างที่ช่อเอื้องกำลังเก็บกวาดทำความสะอาดครัว ทรงวุฒิเข้ามาชวนเธอไปดูหนังหรือถ้าไม่อยากออกข้างนอกจะไปดูที่บ้านเขาก็ได้ มีดีวีดี สนุกๆหลายเรื่อง เธอไม่สนใจเขาก็ยังตื๊อไม่เลิก จังหวะนั้นแม่นมน้อยเดินเข้ามาดูความเรียบร้อยพอดี ช่อเอื้องสบช่องขอตัวไปดูพ่อกับน้องแล้วผละจากไป

    ทรงวุฒิจะอ้าปากเรียกเธอกลับมา แต่แม่นมน้อยรู้ทันบอกให้เขากลับบ้านตัวเองได้แล้ว ท่านจะปิดบ้านนี้แล้ว แม้จะถูกแม่นมน้อยขัดขวางแต่ทรงวุฒิไม่ยอมแพ้ คิดหาทางให้ได้อยู่กับช่อเอื้องสองต่อสอง...

    ทรงพลยังคาใจกับท่าทีของเทวัญและดาวนิล จึงแวะไปคุยเปิดอกกับพี่ชายถึงบ้าน ถามอย่างไม่อ้อมค้อมว่าคิดอย่างไรกับดาวนิล บางทีพี่ก็ดูสนิทสนม บางทีก็ทำตัวห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จัก ตกลงแล้วพี่ชอบหรือไม่ชอบเธอกันแน่ เทวัญไม่ได้ชอบและก็ไม่ได้เกลียด แล้วตนจะรู้สึกอย่างไรมันสำคัญตรงไหน

    “สำคัญสิพี่ เพราะผมกำลังจะขอเขาแต่งงาน”

    เทวัญอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบแสดงความยินดีกลบเกลื่อน ทรงพลจะถือว่าการแสดงออกแบบนี้แปลว่าพี่ไม่ขัดข้อง เทวัญตัดสินใจถามเขาว่ารู้จักดาวนิลดีพอแล้วใช่ไหม ตนไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรแค่อยากให้แน่ใจว่าเขารู้จักเธอดีแล้วจริงๆ และจะรับเธอได้ทุกเรื่องไม่มีวันทิ้งขว้างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

    “ผมรักผู้หญิงคนนี้พี่เทวัญ ผมสบายใจที่ได้อยู่กับเขา... แต่พี่ต้องช่วยผมกล่อมคุณนมน้อยนะ ผมยอมกรุยทางให้ก่อนพอถึงตอนพี่แต่งบ้างจะได้ง่ายๆไง”

    “คนอย่างฉันใครเขาจะมาแต่งด้วย”

    ทรงพลโทษว่าเป็นเพราะพี่ไม่ยอมหาเอง แนะให้ลืมผู้หญิงคนนั้นได้แล้ว ใครที่ไม่ใช่ก็ควรจะปล่อยๆไป

    ooooooo

    แผนการที่จะทำให้ได้อยู่ด้วยกันกับช่อเอื้องสองต่อสองของทรงวุฒิก็คือ จะจ้างวานเธอไปช่วยจัดงานเปิดตัวโรงแรมที่กระบี่ซึ่งกำลังจะสร้างเสร็จ แต่งเรื่องว่าเป็นงานเปิดตัวเล็กๆเฉพาะเพื่อนกับลูกค้าที่สนิทกัน พอดีลูกค้าส่วนใหญ่มาจากทางเหนือหลายคนก็เลยอยากให้ช่อเอื้องไปช่วยเป็นพิธีกรพูดภาษาเหนือในงาน

    “โรงแรมคุณอยู่กระบี่ แต่พิธีกรพูดภาษาเหนือ แล้วมันจะเข้ากันเหรอคะ” แม่นมน้อยติง

    “เอาน่าครับ มันเป็นคอนเซปต์งาน นมไม่เข้าใจ หรอก ว่าไงช่อเอื้องสนใจไหมไปสองสามวันเอง ไม่ไปก็ไม่เป็นไรนะ ฉันก็แค่มาถามเธอก่อน ค่าที่พักค่าเดินทางก็ออกให้หมด เงินค่าจ้างก็มีให้ ถ้าเธอไม่ไป ฉันก็แค่เอาเงินไปให้คนอื่นแค่นั้นเอง”...

    ช่อเอื้องนำเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อฟัง ท่านบอกให้ไปช่วยทรงวุฒิไม่ต้องเป็นห่วงท่านกับกลอง แม่นมน้อยเห็น ดีด้วยเพราะหากเธอไป ทรงวุฒิจะให้เงินพิเศษอีกด้วย

    “หนูรับเงินเดือนจากคุณเทวัญ หนูจะมาทิ้งงานทางนี้ไปรับเงินทางโน้นไม่ได้หรอกจ้ะ” การตัดสินใจปฏิเสธงานของช่อเอื้องได้ใจแม่นมน้อยไปเต็มๆ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    ตบมาตบกลับไม่โกง "ปิ่น-ปอไหม" เข้มข้น ไม่มีใครยอมใคร ใน "ธิดาวานร"

    ตบมาตบกลับไม่โกง "ปิ่น-ปอไหม" เข้มข้น ไม่มีใครยอมใคร ใน "ธิดาวานร"
    30 พ.ย. 2564

    07:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 15:38 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์