นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 2
    • 1
    • 2
    • 3

    แม่นมน้อยลุกขึ้นใส่บาตรแต่เช้าตรู่ โดยมีกล้วยกับอ้อยถือถาดใส่ของตักบาตรตามมาด้านหลัง เมื่อเปิดประตูรั้วออกมาต้องแปลกใจที่เห็นช่อเอื้องนั่งรออยู่ ร้องทักว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่เข้าไปในบ้าน

    “มาถึงก่อนเวลานัดน่ะจ้ะเลยไม่กล้าเข้าไปกวน ใส่บาตรเหรอจ๊ะ มาพี่เดี๋ยวฉันช่วยถือ” ช่อเอื้องกุลีกุจอช่วยกล้วยกับอ้อย แม่นมน้อยมองช่อเอื้องอย่างรู้สึกดี...

    งานวันแรกของช่อเอื้องคือทำความสะอาดบ้านเทวัญ แม่นมน้อยกำชับให้ทำเบาๆอย่าเสียงดังเพราะเทวัญยังไม่ตื่น สั่งให้อ้อยคอยกำกับดูแล ส่วนกล้วยให้ไปช่วยตนเตรียมมื้อเช้าที่ครัวบ้านทรงพล...

    ทางด้านดาวนิลคิดถึงเรื่องที่มีปัญหากับหลิวหลิว ตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง...

    ทำกับข้าวเสร็จ แม่นมน้อยกลับมาที่บ้านเทวัญเพื่อดูว่าช่อเอื้องทำงานเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่าเธอทำความสะอาดบ้านได้อย่างหมดจดเรียบร้อย ขณะที่อ้อยซึ่งให้คอยกำกับดูแลกลับแอบหลับก็เลยถูกแม่นมน้อยเล่นงาน เป็นจังหวะเดียวกับเทวัญแต่งตัวจะไปทำงานลงมาพอดี เจอช่อเอื้องก็ร้องทัก

    “อ้าว เริ่มงานแล้วเหรอช่อเอื้อง”

    “เพิ่งให้ทำความสะอาดห้องนี้ไปค่ะ คุณเทวัญจะให้ขึ้นไปทำความสะอาดห้องชั้นบนเลยไหมคะ”

    เทวัญส่ายหน้า วันนี้ให้กล้วยกับอ้อยทำไปก่อนตนขอยืมตัวช่อเอื้องไปหน่อยมีธุระต้องให้เธอช่วย

    ไม่นานนัก คุณหมอหนุ่มให้ช่อเอื้องพามาที่บ้านวรรณา เพื่อรับคำปันไปให้หมอที่โรงพยาบาลตรวจสายตาอีกครั้ง โดยมีกลองตามไปเป็นเพื่อนเพราะช่อเอื้องต้องกลับไปทำงาน หลังหมอจักษุตรวจสายตาของคำปันอย่างละเอียดก็ออกมาแจ้งกับเทวัญว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว ประสาทตาเสื่อมไปหมดแล้ว

    “ทำไมลูกเขาไม่พาพ่อมาหาหมอให้ไวกว่านี้ เดี๋ยวนี้ค่ารักษาก็ใช้บัตรทองเบิกได้ ไม่น่าปล่อยจนพ่อตาบอดเลย” คำพูดของหมอจักษุทำเอาเทวัญพูดอะไรไม่ออก สงสารคำปันจับใจ

    นอกจากจะพาคำปันไปให้หมอตรวจสายตาแล้ว เทวัญยังพาสองตาหลานไปเดินห้างฯเพื่อซื้อเสื้อผ้าให้ เพราะช่อเอื้องเล่าให้ฟังว่ากระเป๋าเสื้อผ้าถูกโจรฉกไป จากนั้นก็พาทั้งคู่ไปกินข้าว...

    ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องแต่งตัวภายในสถานีโทรทัศน์ ดาวนิลเพิ่งแต่งตัวเสร็จเตรียมจะไปออกรายการทีวี หยิบสมุดบัญชีธนาคารยื่นให้หลิวหลิวดู ทำไมเงินเหลือแค่นี้ เขาตอบหน้าตาเฉยว่าก็มันมีอยู่แค่นี้

    “จะเป็นไปได้ยังไงคะค่าตัวออกมาทีไรพี่ก็หักไปทุกครั้ง พี่บอกว่าจะเป็นธุระจัดการโอนเงินเข้าบัญชีช่อเอื้องจะได้ไม่มีใครจับได้ เมื่อวานพี่บอกว่าไม่ได้โอนแต่พี่เก็บเงินไว้ให้ทุกบาทเงินตั้งกี่ปีจะมีอยู่แค่นี้ได้อย่างไร”

    หลิวหลิวอ้างต้องหักเงินไว้เป็นค่าแต่งหน้าทำผม ค่าเสื้อผ้าและอีกค่าสารพัด ดาวนิลทักท้วงแต่เขาหักเปอร์เซ็นต์ค่าตัวจากเธอไปแล้วและค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เขาบอกเองว่าเขาออกให้เพราะถือเป็นงานของผู้จัดการ หลิวหลิวขอให้เธอเบาเสียงลงหน่อย ดาวนิลโวยลั่นกลัวใครจะมาได้ยินว่าเขาโกงค่าตัวเธอหรือ

    “ก็บางทีเงินพี่ก็ไม่พอใช้” หลิวหลิวรีบเอามือปิดปากที่เผลอพูด ดาวนิลถึงกับอึ้งไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง...

    เสียงเถียงกันของดาวนิลกับผู้จัดการส่วนตัวได้ยินออกมาถึงหน้าห้องแต่งตัว ทีมงานสองคนที่มาตามดาวนิลไปเข้าฉากพยายามเงี่ยหูฟังว่าเถียงกันเรื่องอะไรก็ได้ยินไม่ถนัด ทันใดนั้นประตูเปิดผลัวะ ดาวนิลก้าวออกมา ทีมงานถึงกับผงะ รีบบอกว่ารายการพร้อมจะถ่ายทำแล้ว ดาวนิลยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “ค่ะ เรียบร้อยแล้วเหมือนกันค่ะ”

    “งั้นเชิญเลยค่ะ” หนึ่งในทีมงานเดินนำดาวนิลออกไป ทีมงานอีกคนหนึ่งหันไปถามหลิวหลิวว่าทะเลาะอะไรกัน ผู้จัดการข้ามเพศหัวเราะกลบเกลื่อน โกหกหน้าตายว่าไม่มีอะไรแค่เม้าท์กันดังไปหน่อย...

    ในเมื่อถูกจับได้ว่าเม้มเงินค่าตัว แถมดาวนิลยังขู่ถ้าไม่หาเงินมาใช้ให้ครบตามจำนวนที่เอาไป เราสองคนก็ไม่ต้องทำงานร่วมกันอีก หลิวหลิวจึงแก้เผ็ดด้วยการแจ้งกับผู้บริหารที่เอาแฟ้มงานละครเรื่องใหม่ที่จะให้ดาวนิลแสดงมาให้ว่าเธอเคยเล่นละครแบบนี้มาหลายเรื่องแล้ว ช่องน่าจะลองปั้นนางเอกใหม่ดูบ้างถ้าสนใจตนมีเด็กใหม่คนหนึ่งอยากนำเสนอ ผู้บริหารจะรับไว้พิจารณา หลิวหลิวออกจากห้องทำงานท่านอย่างอารมณ์ดี

    “เด็กใหม่หักค่าตัวครึ่งๆเลย อยากให้ใช้เงินคืนนักไม่ใช่เหรอคะน้องดาวนิล พูดมากดีนักอดเล่นไปเถอะ”

    ooooooo

    ระหว่างที่ช่อเอื้องช่วยกล้วยกับอ้อยโขลกกระเทียมอยู่ในครัว แม่นมน้อยได้ยินเสียงตำครกถึงกับชมเปาะว่าเก่งมากเสียงตำสม่ำเสมออีกทั้งยังโขลกได้ละเอียดอีกด้วย กล้วยกับอ้อยพากันงอน ตำกระเทียมให้ทุกวันไม่เห็นได้รับคำชมแบบนี้บ้าง แม่นมน้อยแว้ดใส่จะให้ชมเรื่องอะไร โขลกให้ทีไรครกแทบแตกทุกที

    “วันหลังให้หนูทำอาหารเหนือให้ลองกินกันบ้างไหมจ๊ะ”

    แม่นมน้อยแปลกใจทำกับข้าวเป็นกับเขาด้วยหรือ ช่อเอื้องทำเป็นเกือบทุกอย่างทั้งน้ำพริกอ่อง ขนมจีนน้ำเงี้ยว แกงขนุนและอีกหลายอย่างแถมยังตำพริกแกงเองอีกด้วย ระหว่างนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน

    “เอ๊ะ คุณคนไหนกลับมาตอนนี้” แม่นมน้อยว่าพลางชะเง้อคอยาวไปทางหน้าบ้าน ช่อเอื้องอาสาจะไปดูให้เอง รีบเช็ดมือแล้วลุกออกไป แม่นมน้อยมองตามอย่างชื่นชม...

    ช่อเอื้องวิ่งหน้าตั้งมาถึงหน้าบ้าน พอเห็นว่าเป็นดาวนิลที่ขับรถมาจอดหันหลังจะเดินหนี เธอร้องเรียกน้องไว้ แล้วมองไปรอบๆ เห็นปลอดคนรีบเดินเข้ามาหาขอคุยด้วย ช่อเอื้องประชดประชันจำตนได้แล้วหรือ

    “พี่จะลืมช่อเอื้องได้ยังไง เราไปหาที่คุยกันนะ”

    ทีแรกช่อเอื้องจะไม่ยอมคุยด้วย แต่ทนเสียงอ้อนวอนของพี่ไม่ไหว ปล่อยให้เธอจูงมือไปยังมุมลับตาคน ดาวนิลขอโทษน้องด้วยที่ผิดสัญญา หยิบสมุดบัญชีธนาคารยัดใส่มือตอนนี้เธอมีเงินอยู่เท่านี้ยกให้ช่อเอื้องทั้งหมดแล้วให้รีบกลับแม่อายทันที ก่อนหน้านี้เธอทำให้น้องต้องลำบาก เธอไม่รู้จริงๆว่าผู้จัดการของเธอไม่ได้ส่งเงินให้ ช่อเอื้องเสียใจมากที่ดาวนิลคิดว่าที่ตัวเองมากรุงเทพฯก็เพราะต้องการเงินจากพี่ เอาสมุดบัญชีคืนให้

    “พี่เก็บเงินของพี่ไปเถอะ ฉันทำงานหาเงินเองได้” พูดจบช่อเอื้องขยับจะไป ดาวนิลอยากรู้ถ้าไม่ต้องการเงินแล้วมาที่นี่ทำไม หรืออยากจะมาแก้แค้นตน ช่อเอื้องปฏิเสธว่าไม่เคยคิดอย่างนั้น ดาวนิลโวยเสียงเครียดถ้าไม่ได้คิดแก้แค้นก็กลับบ้านไปจะมาทำงานเป็นคนใช้อยู่บ้านนี้ทำไม ทำแบบนี้ต้องการอะไรกันแน่

    “ฉันต้องการให้พี่ถามว่าฉันเป็นอย่างไรบ้างพ่อเป็นอย่างไรบ้าง กลองเป็นอย่างไรบ้าง พี่เคยคิดจะถามถึงทุกคนบ้างไหม คนที่พี่ลืมทิ้งไว้ที่แม่อายน่ะพี่ดาวนิล” ช่อเอื้องตัดพ้อทั้งน้ำตา ดาวนิลรู้ตัวว่าทำพลาดจะเข้าไปกอดน้อง แต่แม่นมน้อยเดินเข้ามาเสียก่อน เธอรีบเช็ดน้ำตากลัวอีกฝ่ายจะจับพิรุธได้

    “มาคุยอะไรกันอยู่ตรงนี้คะ...เห็นหายไปนาน สองนานเลยตามมาดู อ้าวช่อเอื้องร้องไห้ทำไม อ้าวคุณก็ร้องนี่ อะไรกันมายืนร้องไห้กันสองคน มีเรื่องอะไรกันเหรอคะ”

    ดาวนิลอึกอักคิดหาคำแก้ตัวไม่ทัน ช่อเอื้องโกหกว่าไม่มีอะไร แค่คุณดาวนิลถามถึงเรื่องพี่สาวของตน แม่นมน้อยสงสารช่อเอื้องปลอบว่าไม่ต้องร้องไห้ เข้าบ้านไปล้างหน้าล้างตาได้แล้ว เธอรับคำเดินผ่านดาวนิลโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง แม่นมน้อยต่อว่าดาวนิลว่าทีหลังจะถามอะไรให้ระวังหน่อย เด็กคนนี้น่าสงสาร ชีวิตลำบากยังต้องมาเสียใจเพราะพี่สาวอีก แล้วบอกว่าทรงพลยังไม่กลับ ดาวนิลจะไปรอบนบ้านก่อนไหม

    “ค่ะ...คุณนมน้อยคะ ทำไมเด็กคนนี้ถึงมาทำงานที่นี่ได้ล่ะคะ”

    “คุณทรงวุฒิพามาค่ะ คุณเทวัญสงสารก็เลยให้ทำงานบ้านให้ คุณถามทำไมมีอะไรหรือเปล่าคะ”

    “ไม่มีค่ะ” ดาวนิลว่าแล้วเดินลิ่วเข้าบ้าน แม่นมน้อยมองตามสีหน้าครุ่นคิดสงสัย

    ooooooo

    ตั้งแต่มีปัญหากับทรงพลครั้งล่าสุด จิดาภาไม่เป็นอันทำงานทำการ เปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้าเที่ยวสนุกไปวันๆ วันนี้ก็เช่นกันเธอหายไปตั้งแต่เมื่อคืนกว่าจะกลับถึงบ้านอีกทีก็เย็นย่ำแล้ว พ่อของเธอซึ่งรอท่าอยู่ตำหนิที่เธอไม่รู้จักทำงานทำการ จะทำตัวประชดโลกให้มันได้อะไรขึ้นมา ยิ่งทำแบบนี้จะยิ่งไม่มีใครสนใจ

    “จิไม่ได้ต้องการให้ใครมาสนใจนี่คะ จิแค่ทำตัวเองให้มีความสุข”

    พ่อย้อนถามแล้วมีความสุขไหม โตๆกันแล้วควรจะคิดได้บ้างแล้วจะทำตัวแบบนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมา

    จิดาภาตัดพ้อพ่อต้องการจะให้ทำอะไรอีกในเมื่อพ่อบังคับให้เธอกลับมาอยู่บ้าน ให้เลิกยุ่งกับทรงพล เธอก็ทำให้หมดแล้ว พ่อตักเตือนถ้าเธอไม่เห็นค่าตัวเองอย่าหวังว่าทรงพลหรือมนุษย์คนไหนจะมาเห็น

    “จำไว้นะ มันมีคนอีกเยอะมากที่รอเห็นเราล้ม จะปล่อยให้คนพวกนั้นหัวเราะเยาะเราทำไม พ่อรู้ว่าแกฉลาด แกต้องคิดเองให้ได้” ว่าแล้วพ่อผละจากไป จิดาภาครุ่นคิดคล้อยตามคำพูดของท่าน...

    ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องรับแขกบ้านทรงพล ดาวนิลนั่งหน้าเครียดเพราะยังคุยกับช่อเอื้องไม่ทันรู้เรื่อง พอรู้จากกล้วยกับอ้อยว่าตอนนี้น้องไปดูแลบ้านให้เทวัญ รีบจ้ำพรวดๆออกไป

    อีกมุมหนึ่งหน้าบ้านเทวัญ คุณหมอหนุ่มพาคำปันกับกลองมานั่งที่เก้าอี้สนาม บอกให้รอตรงนี้ก่อน ตนจะไปดูช่อเอื้องที่บ้านใหญ่ว่าเสร็จงานหรือยัง ครั้นเขาเดินลับสายตา กลองซึ่งเป็นเจ้าหนูจอมซนจัดแจงย่องหนี คำปันไม่ได้ยินเสียงกลองอยู่แถวนั้นก็ร้องหา กลับพบแต่ความเงียบ เขาเดาออกทันทีว่าเด็กน้อยแอบหนีไปเที่ยวเล่น รีบลุกขึ้นไปตามหาโดยใช้ไม้เท้าคลำทางไปอย่างทุลักทุเล...

    ด้านดาวนิลเดินลิ่วมาตามทางจะไปบ้านเทวัญ ต้องชะงักเมื่อเห็นพ่อเดินตรงมาทางที่ตัวเองอยู่ เธอทำอะไรไม่ถูก คิดว่าพ่อมองเห็นตัวเองถึงได้เดินมาหา หันซ้ายหันขวาเห็นปลอดคน ยังไม่ทันจะอ้าปากเรียก พ่อร้องเรียกกลองขึ้นมาเสียก่อน เธอเพิ่งสังเกตเห็นพ่อใช้ไม้เท้าช่วยคลำทาง ตระหนักในทันใดว่าพ่อมองไม่เห็น รีบเอามือปิดปากตัวเองกลัวเสียงร้องไห้จะดังไปถึงหูท่าน

    คำปันเดินสะดุด ไม้เท้าตกพื้นกลิ้งมาทางที่ดาวนิลยืนอยู่ เขาก้มลงค่อยๆคลำหาไม้เท้าจนเกือบจะถึงเท้าดาวนิลที่ยืนช็อกทำอะไรไม่ถูก พลันมีเสียงกลองร้องเรียก “ตา” ดังมาจากด้านหลัง ก่อนจะวิ่งมาเก็บไม้เท้าให้ ดาวนิลได้สติเข้าไปช่วยพยุงพ่อลุกขึ้นเอาไม้เท้าใส่มือท่านไว้ คำปันงงๆว่าใครมาช่วย

    “ขอบคุณครับ...ไปไหนมาน่ะกลอง ตาใจหายหมดเลย”

    กลองมองดาวนิลอย่างสงสัย ส่วนเธอนั่งลงข้างๆ เอามือลูบเนื้อลูบตัวเด็กน้อย พูดอะไรไม่ออกมีแต่น้ำตาไหล อาบแก้ม กลองนิ่วหน้าด้วยความฉงนแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรช่อเอื้องเดินเข้ามากับเทวัญเสียก่อน ช่อเอื้องรีบดึงกลองออกห่างจากดาวนิล แล้วเอาตัวขวางระหว่างพ่อกับพี่สาวไว้ ถามพ่อว่ามาทำอะไรที่นี่

    “พ่อเดินตามกลอง พอดีไม้เท้าหลุดมือ คุณคนนี้เขาช่วยเก็บให้”

    ช่อเอื้องมองดาวนิลที่จ้องพ่อเขม็งแต่ไม่ยอมพูดอะไร เช่นเดียวกับเทวัญที่ได้แต่ยืนนิ่ง ช่อเอื้องบอกคำปันว่าเลิกงานแล้วเรากลับบ้านกันดีกว่าแล้วพาพ่อกับกลองเดินออกไป ด้วยความกดดันสุดๆทำให้ดาวนิลเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น เทวัญตกใจร้องเรียกเธอเสียงลั่น ก่อนจะเข้ามาประคองพาไปนอนพักที่โซฟารับแขกในบ้านทรงพล แม่นมน้อยสั่งให้กล้วยไปชงยาหอม แล้วให้อ้อยเอายาดมมาให้เธอดม

    ทรงพลกลับมาพอดีเห็นหญิงคนรักนอนแน่นิ่งอยู่บนโซฟาปรี่เข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง แต่พอรู้จากเทวัญว่าเธอแค่เป็นลมก็โล่งอกที่ไม่เป็นอะไรมาก เขาจับมือเธอมาตบหลังมือเบาๆให้รู้สึกตัว ครั้นเธอฟื้นคืนสติขึ้นมาเห็นเขาโผกอดร้องไห้โฮ ทรงพลหันมองเทวัญไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น...

    ทางด้านคำปันซึ่งนั่งรออยู่ที่บ้านเทวัญกับช่อเอื้อง และกลอง อดสงสัยไม่ได้เมื่อครู่นี้ท่านได้ยินเทวัญเรียกชื่อดาวนิลใช่ไหม ช่อเอื้องยอมรับว่าใช่แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่พี่ดาวนิลของเรา คำปันก็คิดเช่นนั้น ถ้าใช่เธอจริงๆคงจะดีใจที่ได้เจอตน แล้วคุณดาวนิลคนนี้หน้าตาเป็นอย่างไร ช่อเอื้องต้องทำเสียงร่าเริงทั้งที่จะร้องไห้ว่า เธอสวยมาก เป็นดาราเป็นนางเอกละครอีกด้วย ใครๆก็รู้จัก

    “เขามองกลองแล้วร้องไห้ทำไมพี่ช่อเอื้อง”

    “เขาคงเห็นกลองแล้วสงสาร ท่าทางคุณดาวนิลคนนี้เขาจะเป็นคนดีเหมือนกันนะ” คำปันมีท่าทีชื่นชมดาวนิลอย่างเห็นได้ชัด ช่อเอื้องได้แต่นิ่งอึ้ง จังหวะนั้นเทวัญกลับเข้ามาบอกให้ไปกันได้แล้ว เขาจะพาไปส่ง คำปันถามเขาว่าคุณดาวนิลสบายดีแล้วหรือ เทวัญมองช่อเอื้องซึ่งหลบสายตาไม่พูดอะไรก็พอจะเดาออกว่าเธอยังไม่ได้บอกอะไรพ่อ ถึงได้หันไปบอกกับคำปันว่าคุณดาวนิลสบายดีแล้ว...

    ฝ่ายทรงพลพาดาวนิลไปส่งที่คอนโดฯที่พัก เธอเดินอย่างหมดอาลัยตายอยากมานั่งที่โซฟา เขาเห็นสีหน้าเธอยังไม่สู้ดีนัก เดินมานั่งข้างๆจับมือไว้บอกเขาได้หรือยังว่าร้องไห้ทำไม เธอตาแดงๆขึ้นมาอีกเขาก็เลยไม่เซ้าซี้ จับเธอนอนลงเพื่อให้พักผ่อน เธออยากจะสารภาพความจริงแต่ไม่กล้าได้แต่ปลอ่ยให้เรื่องผ่านเลยไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    ตบมาตบกลับไม่โกง "ปิ่น-ปอไหม" เข้มข้น ไม่มีใครยอมใคร ใน "ธิดาวานร"

    ตบมาตบกลับไม่โกง "ปิ่น-ปอไหม" เข้มข้น ไม่มีใครยอมใคร ใน "ธิดาวานร"
    30 พ.ย. 2564

    07:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 15:17 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์