ตอนที่ 5
ทนายความอ่านพินัยกรรมท่ามกลางบรรยากาศนิ่งเงียบและเคร่งเครียด อลันยกเงินสดในธนาคารทั้งหมดให้นายเรวัตร มงคลรุ่งเรืองทรัพย์
เรย์หน้านิ่งเฉย เจนเนตรยิ้มน้อยๆ แต่หมิงเต๋อยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ทนายความอ่านต่อไปว่า
“โฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมด รวมถึงทรัพย์สินทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับไร่ชาอำพันสวรรค์ข้าขอยกให้เป็นสมบัติของนางสาวเจนเนตร มงคลรุ่งเรืองทรัพย์ แต่เพียงผู้เดียว”
เจนเนตรสีหน้าไม่สบายใจ ถามในที่ประชุมว่าทำไมพี่เรย์ถึงไม่ได้ไร่ชา หมิงเต๋ออ้างว่านายใหญ่ต้องการอย่างนั้น เรย์ลุกเดินออกไปทันที หมิงเต๋อบอกเจนเนตรว่า
“คุณหนูทำถูกแล้วที่เปิดพินัยกรรม หลังจากนี้เราก็มีเรื่องต้องคุยกันอีกนิดหน่อย” เจนเนตรถามว่าเจ็กหมิงเต๋อบอกว่าต้องมีคนเซ็นเบิกเงินเดือนให้คนงาน “การเงินทุกอย่างคุณหนูจะเป็นคนเซ็นในฐานะทายาทนายใหญ่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนเรื่องสำคัญที่สุด...”
“เอาไว้คุยกันทีหลังค่ะ” เจนเนตรตัดบทแล้วเดินออกไปเลย
ขณะที่เรย์ออกไปยืนเหม่อมองไร่ชาที่กว้างใหญ่นั้น เจนเนตรตามมาเอ่ยอย่างไม่สบายใจว่า
“ทำไมพ่อยกไร่ชาให้กับน้อง ทั้งๆที่พี่เรย์ทำงานมากกว่า” เรย์จะพูดอะไรแต่ถูกเธอขัดขึ้นก่อนว่า “เพราะพ่อไม่ยุติธรรม พี่เรย์คะ น้องไม่มีวันลืม พี่น้องคือแขนขา ถึงไม่ได้เขียนไว้ในพินัยกรรม พี่เรย์ต้องการอะไร พี่เรย์พูดคำเดียวน้องจะยกให้พี่หมดทุกอย่าง”
เรย์ถามว่ารู้หรือเปล่าว่าไร่ชาคืออาณาจักรไข่มุกมังกรซึ่งเจ็กหมิงเต๋อไม่มีวันยอม เธอถามว่าเพราะอะไร เรย์บอกว่าเพราะเจ็กคิดว่าตนไม่ซื่อตรง คิดว่าตนจะเอาทุกอย่างจากเธอ
“แค่สมบัตินอกกายมันทำลายความเป็นพี่น้องของเราไม่ได้”
เรย์ถามว่าเธอรักตนไหม พอเจนเนตรบอกว่ารักที่สุด เรย์จึงเสนอว่า
“ถ้าอีกสองปี พี่จัดการเรื่องไร่ชา อาณาจักรไข่มุกมังกรให้เรียบร้อย เราไปอยู่ที่อื่น ไปอยู่ไกลๆจากที่นี่กันนะ...พี่อยากพาลี่จูไปอยู่ไกลๆ ไกลจากทุกอย่าง ไกลจากอดีต มีอนาคตแค่เราสองคน”
แดนไทที่ตามเกาซินมาและเกาซินรู้ตัวว่าถูกตามจึงต่อสู้กัน และเกาซินสลัดจากแดนไทไปได้ แดนไทเดินมาในไร่ชาเขามองความใกล้ชิดกันของเรย์กับเจนเนตรอย่างแปลกใจ ยิ่งเมื่อเจนเนตรเห็นเรย์น้ำตาไหล เธอเช็ดน้ำตาให้และกอดเรย์ไว้แนบแน่น แดนไทก็ยิ่งไม่สบายใจ
ooooooo
เมื่อเจนเนตรกับเรย์กลับมา หมิงเต๋อที่รออยู่บอกว่าเราต้องคุยเรื่องสำคัญที่สุดของอาณาจักรไข่มุกมังกร เจนเนตรตัดบทว่าตนรู้แล้วว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับอาณาจักรไข่มุกมังกร ตนต้องดูแลให้ดีที่สุด
เจนเนตรตัดบทถามหาเอกสารการเงินที่จะให้ตนเซ็น หมิงเต๋อบอกว่าไม่ใช่แค่นั้น เรย์พูดแทรกขึ้นว่า
“มีการเปิดพินัยกรรมอย่างที่เจ็กต้องการแล้ว ลี่จูคือทายาทที่พ่อวางใจ เราก็ควรจะทำทุกอย่างที่ลี่จูต้องการใช่ไหมครับ”
เจนเนตรยืนนิ่งอยู่ระหว่างเรย์กับหมิงเต๋อที่เริ่มตึงเครียดกันขึ้น หมิงเต๋อให้เจนเนตรเซ็นเช็คให้ 5 ล้าน แล้วสั่งเฉินกับหม่าให้บอกคนของเราเตรียมพร้อมคุ้มกันของ ตนจะกระจายของลอตใหม่
เฉินกับหม่าออกไปแล้ว หมิงเต๋อชายตามองไปทางเรย์ด้วยสายตาเย็นเยียบฉายแววอำมหิต
เรย์ไปพบเกาซินที่ร้านน้ำชาหมู่บ้านจีนฮ่อ เล่าเรื่องพินัยกรรมที่อลันยกสมบัติทั้งหมดให้เจนเนตร เกาซินไม่พอใจ เรย์บอกว่า “ผมจะเอากลับมาเป็นของผมให้ได้”
เกาซินบอกว่ามันไม่ง่าย แม้เจนเนตรจะยกทุกอย่างให้เขาแต่ยังมีหมิงเต๋อที่ทำทุกอย่างเพื่อนาย แล้วเล่าเรื่องที่หมิงเต๋อทำให้ตนเกือบตายในคุกให้เรย์ฟังว่า
ระหว่างที่ตนติดคุก อลันได้ส่งหมิงเต๋อไปหาในคุก ถามหารายชื่อลูกค้ากับเงินสด ถ้าตนยอมบอก นายใหญ่ก็จะช่วยให้ได้ออกเร็วขึ้น
เมื่อตนไม่ยอมบอก จึงถูกหมิงเต๋อที่ได้รับความร่วมมือจากผู้คุมรุมกันเล่นงานเกือบตาย และถูกจับขังเดี่ยว เกาซินเล่าภาวะจิตใจในเวลานั้นว่า
“ก่อนจะถูกขังเดี่ยวจนเป็นบ้า คำเดียวที่ฉันท่องไว้ไม่ให้ตัวเองลืมคือชื่อไอ้เพื่อนชั่ว”
แต่ขณะที่ทั้งร่างกายและจิตใจกำลังย่ำแย่นั้น
ตนก็ได้รับความช่วยเหลือจากเซ้งลูกน้องเก่าที่จงรักภักดี วางระเบิดแหกคุก เซ้งได้รับบาดเจ็บบอกให้ตนรีบหนีไป และให้ช่วยเขาอีกครั้ง เป็นครั้งสุดท้าย คือ...ให้ตนใช้หินทุบหน้าเซ้งจนเละและเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน ศพก็กลายเป็นศพของเกาซินจนเป็นข่าวออกไป
“เงินทั้งหมดที่ซ่อนไว้ ถูกใช้เพื่อการหนี จำไว้ โลกนี้ไม่มีอำนาจอะไรชนะอำนาจเงิน”
เล่าเรื่องในอดีตให้เรย์ฟังแล้ว เกาซินบอกว่า “ทุกวันนี้พ่อเป็นแค่วิญญาณ วิญญาณที่จะตามหลอกหลอน จองเวรตระกูลเจินจนกว่ามันทุกคนจะชดใช้ชีวิตให้เรา”
“ผมจะเอาทุกอย่างคืนมาให้พ่อ”
“ศึกนอกของแกคืออาหลาง แต่ศึกในที่จะเอา
ลมหายใจแกได้ทุกเมื่อคือหมิงเต๋อ เส้นทางขึ้นคุมอำนาจของแก มันไม่ราบเรียบอีกแล้ว เจิ้นหลง”
วันนี้เจนเนตรนัดเข็มหอมกับยิ้มหวานสองเพื่อนรักมาทำแซนด์วิชกินกันอย่างสนุกสนานประสาเพื่อนสนิท หมิงเต๋อเข้ามาดู เจนเนตรถามว่ามีอะไรกับตนหรือเปล่า
หมิงเต๋อบอกไม่มีอะไร เชิญตามสบาย เข็มหอมกับยิ้มหวานเลยถามเจนเนตรว่าตกลงเธอเป็นเจ้าของทุกอย่างที่นี่แน่นะ เพราะตนเห็นเจ็กทำตัวเป็นเงาของพ่อตลอด ถามว่าเป็นแค่ลูกน้องใช่ไหม
“ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ เจ็กหมิงเต๋อเป็นคนดี สอนฉัน ดูแลฉันกับพี่เรย์” ส่วนเรื่องสมบัตินั้น เจนเนตรบอกว่า “ใครอยากได้สมบัติ อยากได้อาณาจักร ก็เอาไปสิ คนอย่างฉันถึงจนเงินแต่ไม่ขอจนความสุข”
สามสาวคุยกันสบายๆเพราะอยู่กันตามลำพัง แต่ข้างนอก หมิงเต๋อได้ยินทุกอย่างที่เจนเนตรพูด
ooooooo
วันนี้ริมปิงแต่งตัวเซ็กซี่ไปอ่อยอาหลางในผับที่เขาไปประจำ อาหลางมองริมปิงเห็นมาคนเดียวและนั่งดื่มเหงาๆก็เข้าไปสี แต่ความหยาบคายกักขฬะของอาหลางทำให้ริมปิงปรามว่า
“อย่าดูถูกกันให้มากนักคุณหลาง ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณคิดจะทำอะไรก็ได้ง่ายๆ”
“ก็คงไม่ยากเกินไป” อาหลางกำแหง เมื่อริมปิงออกไป อาหลางสั่งเซียจื่อ “ตามไปดู อยู่ที่ไหนมีผัวหรือยัง มีราคาค่าตัวไหม เด็กของใคร...ไป”
ฝ่ายไป๋หู่กำลังคิดการใหญ่ บอกอาหลางว่าเราน่าจะเตรียมงานต้อนรับหัวหน้าอาณาจักรไข่มุกมังกรคนใหม่หน่อยนะ อาหลางถามว่าใครไอ้เรย์กระจอกนั่นหรือ
“เจนเนตร หัวหน้าอาณาจักรเป็นผู้หญิง ก็เท่ากับเดินเข้ามาหาความฉิบหาย”
หลังจากเปิดพินัยกรรมแล้ว เจนเนตรบอกแดนไทว่าต่อไปอาจจะไม่ได้ไปที่สตูเขาบ่อยนัก เพราะต้องช่วยพี่เรย์ทำงาน แดนไทบอกว่าไม่เป็นไรเธอไม่มาตนก็ไปหาเอง
เรย์ออกมาถามเจนเนตรว่าวันนี้ไปทำอะไรมาบ้าง เหนื่อยไหม แล้วคล้องแขนกันเข้าข้างในให้เล่าให้ฟัง แดนไทมองความสัมพันธ์ของทั้งสองอย่างสังเกต สงสัยต่อมาเรย์เจอกับหมิงเต๋อข้างใน หมิงเต๋อส่งการ์ดให้เรย์บอกว่า
“ไป๋หู่เชิญหัวหน้าทุกคนกินข้าวบนเรือ งานเลี้ยงต้อนรับหัวหน้าอาณาจักรไข่มุกมังกรคนใหม่” เรย์บอกทันทีว่าตนไปเอง “ไม่สมควร มันผิดประเพณีของตระกูล หัวหน้าอาณาจักรไข่มุกมังกรคือคุณหนู”
“เจ็กอยากให้ลี่จูไปตายนักหรือไง ถึงจะส่งลี่จูไปเจอไป๋หู่”
หมิงเต๋อบอกว่าคุณหนูไม่ใช่กวางน้อยบาดเจ็บ ไม่จำเป็นต้องทำตัวปกป้องตลอดเวลา
“งั้นเจ็กก็คงอยากเพิ่มความสำคัญให้ตัวเอง ด้วยหน้าที่ปกป้องลี่จูซะเอง แต่สภาพเจ็กแบบนี้ จะออกไปสู้กับใครที่ไหนได้ ไป๋หู่มันไม่หวังดีแน่ ถ้าเจ็กเป็นห่วงลี่จูจริงก็อย่าพูดเรื่องนี้ ผมจะไปงานเลี้ยงของไป๋หู่เอง”
เรย์ถือการ์ดออกไป หมิงเต๋อมองตามยิ้มร้ายพึมพำ
“ถ้าจะมีคนตายเพราะไป๋หู่ก็ควรเป็นเรย์ ไม่ใช่คุณหนูเจนเนตร”
ooooooo
วันนี้ไป่หลิงมาพาเจนเนตรไปหาลูกค้าชาเป็นเจ้าของโรงแรมใหญ่ที่จะมาเปิดใหม่ในเมือง
เธอบอกเรย์ว่า ถ้าเขาเลือก ชาของเราจะได้ไปอยู่ในโรงแรมของเขาทั่วโลกเพราะวันนี้เรย์จะไปงานเลี้ยงของไป๋หู่ เขาจึงให้เจนเนตรไปกับไป่หลิงเสร็จแล้วยังให้พาไปช็อปปิ้งด้วย
พบลูกค้าแล้ว ไป่หลิงบ่นว่าเสียดายเรย์ไม่ได้มาด้วย เจนเนตรบอกว่าช่วงนี้เรย์งานยุ่งมาก
“เห็นว่าจะมีงานเลี้ยงของพวกไร่ชา นึกออกแล้ว ที่เรย์บอกว่ามีธุระสำคัญ ตอนแรกเขาจะมาปิดรีสอร์ต ไป่หลิงจัด แต่เห็นว่าเปลี่ยนใจจะไปล่องเรือกัน” เจนเนตรถามว่าไร่ชาอาหลางมาด้วยใช่ไหม “ก็คงต้องมาน่ะค่ะ อ๋อ ไป่หลิงเข้าใจละ เรย์ถึงให้คุณเจนเนตรมาหาลูกค้า เพราะไม่อยากให้เจออาหลางนี่เอง”
เจนเนตรฟังแล้วจู่ๆก็ขอไปเข้าห้องน้ำ แต่ไปนานจนไป่หลิงสงสัยชะเง้อหาก็ไม่เจอ ตกใจพึมพำ
“คุณเจนเนตรหายไปไหน”
ริมปิงถูกเซียจื่อกับลูกน้องเอาไปให้อาหลางบอกว่าจะไปงานเลี้ยงกัน แต่เอาไปในห้องพักเล็กๆ
ริมปิงถามว่าจะไปงานเลี้ยงไม่ใช่หรือ
“งานเลี้ยงน้องไม่เกี่ยว รอเฮียที่นี่เดี๋ยวเลิกงานเราค่อยมาสนุกกันต่อ”
ริมปิงแอบถ่ายรูปสถานที่ส่งไปให้แดนไท ย้ำ “มาให้ทันนะ แดนไท” พลางตัวเองก็เตรียมเต็มที่ ถลกกระโปรงขึ้นเอาปืนออกจากที่รัดขา
ที่ท่าเรือ นักรบในชุดช่างเครื่องเรือกำลังช่วยคนเรือปล่อยสมอเรือ แล้วเรือก็ออกจากท่าไปกลางแม่น้ำ
ในห้องจัดเลี้ยงบนเรือ ไป๋หู่ถามอาหลางว่าของมาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม อาหลางตอบอย่างมั่นใจว่าเรียบร้อยแล้ว
ที่ห้องครัวเรือ เซียจื่อกับอู๋กงเอาลังสารเคมีตั้งต้นผลิตยาวางไว้ที่มุมหนึ่งแล้วเอาผ้าคลุมไว้ก่อนเดินออกไปอย่างไร้พิรุธ
แดนไทมาถึงท่าเรือ เรือกำลังแล่นออกไป เขาดีดตัวกระโดดสุดแรงขึ้นเรือได้ทันหวุดหวิด
ooooooo










