สมาชิก

ไข่มุกมังกรไฟ

ตอนที่ 2

เจนเนตรกลับถึงคฤหาสน์ เจออลันเดินออกมากับไป่หลิง อลันจึงแนะนำให้รู้จัก บอกว่าไป่หลิงมาสั่งชาของเราไปขาย

ไป่หลิงชมว่าครอบครัวอลันเป็นครอบครัวที่น่ารัก พูดถึงเรย์ว่าเป็นผู้ชายที่ไม่เหมือนคนไหนในโลก เรย์อบอุ่น ฉลาด มีแต่ความรักความอ่อนโยนให้ทุกคน เมื่อไป่หลิงกลับไปแล้ว เจนเนตรถามอลันว่า

“พ่อกับพี่เรย์มีความลับอะไรคะถึงบอกไม่ได้กระทั่งคนในครอบครัว...แม้กระทั่งลูกสาวพ่อก็ยังปิดบัง” เจนเนตรบอกว่าไร่ชาของเรากับของอาหลางขัดแย้งกันไม่ใช่ปัญหาเล็กๆอย่างที่พ่อกับพี่เรย์หลอกตน

อลันบอกว่าตนสร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาด้วยสมองหยาดเหงื่อและเลือดทุกหยดในตัว ต่อไปลูกจะต้องปกครองอาณาจักรนี้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอให้ถึงเวลาที่ลูกจะเป็นไข่มุกเหนือมังกรก่อน ย้ำว่า

“ไข่มุกเหนือหัวมังกร คือปัญญาที่จะควบคุมอำนาจ จำคำพ่อไว้ลี่จู ลูกต้องเข้มแข็ง แต่อย่าทิ้งความอ่อนโยน เพราะน้ำเซาะดินกัดหินผาจนกร่อนได้ น้ำจึงแข็งแกร่งกว่าศิลา”

ooooooo

 เกาซินพาเรย์ไปที่สุสานฝรั่ง ไปยืนที่หน้าป้ายสุสานอันหนึ่ง ชี้ให้เรย์ดู บอกเรย์ว่า

“นั่นชื่อฉัน จางเกาซิน ส่วนแกชื่อเจิ้นหลง ที่แปลว่ามังกรผงาด” เรย์ถามประชดว่าคนตายฟื้นเป็นผีมาหลอกคนเป็นหรือ “ผีถึงป่าช้า แต่ชะตายังไม่ถึงปรโลก เพราะมันมีความจริงที่ต้องสะสาง แกคือคนสกุลจาง ไม่ใช่สกุลเจิน แผลที่หน้าอกข้างซ้าย คงจางไปนานแล้วสินะ”

เรย์ผงะที่เกาซินรู้เรื่องตนลึกมาก ถามว่ารู้เรื่องตนได้ยังไง?

“เลิกฝันร้ายเรื่องไฟคลอกหรือยัง ไม่มีไฟอะไรที่จะหลอกหลอนคนเราได้เท่ากับไฟแค้น ไอ้ลูกชาย”

เรย์ตวาดว่าตนไม่ใช่ลูกชายเขา เกาซินจึงท้าให้เรย์พิสูจน์ว่าอลันหรือเจินยื่อเซิงเป็นพ่อของเขา เรย์นิ่งงันเพราะรู้ว่าอลันคือพ่อบุญธรรมของตน

เกาซินพยายามพูดให้เรย์รู้ว่าตัวเขาเป็นใคร บอกว่า

“แกเกิดมาเพื่อเป็นมังกรพาสกุลจางทะยานขึ้นฟ้า ไม่ใช่เป็นผ้าขี้ริ้วของพวกสกุลเจิน...ถ้าแกคิดว่าฉันโกหกก็รีบหาคำตอบเสียว่าแกเป็นใคร แกจะได้หันปืนกลับไปเอาชีวิตคนที่ฆ่าน้อง ฆ่าแม่บังเกิดเกล้าของแก”

เมื่อกลับมาที่ห้อง เรย์เปิดดูแผลเป็นที่ใต้อกซ้าย เจนเนตรเข้ามาพอดีเขารีบปิด เธออยากรู้เปิดดูถามว่าแผลเป็นเกิดจากอะไร เรย์บอกแค่แผลเล่นซนของเด็กผู้ชาย แล้วกลบเกลื่อนขอตัวไปอาบน้ำ

เมื่อเข้าห้องน้ำ เขานึกถึงคำพูดของเกาซินที่ว่า “เลิกฝันร้ายเรื่องไฟคลอกหรือยัง...”

เหตุการณ์เกิดเมื่อเรย์อายุ 3 ขวบเกิดไฟไหม้บ้าน แม่อุ้มน้องที่เป็นทารกหนีไฟ เกาซินวิ่งฝ่าไฟเข้าไปอุ้มเรย์ออกมา แต่ถูกไม้ที่ถูกไฟเผาหล่นแทงถูกหน้าอกเรย์จนเลือดออก พ่อเอาเรย์ไปซ่อนไว้หลังพุ่มไม้แล้ววิ่งกลับไปช่วยแม่กับน้อง

แต่เกาซินยังไม่ทันไปช่วยแม่กับน้องก็เจออลันถือปืนเดินเข้ามา เกาซินรู้ทันทีว่าอลันร่วมมือกับไป๋หู่ก่อเรื่องขึ้น เพียงเพราะถ้าตนตายส่วนแบ่งเส้นทางขายยาของพวกเขาก็จะมากขึ้น

เกาซินด่าอลันกับไป๋หู่ว่างูพิษ แว้งกัดกันเอง ไป๋หู่ยิงเกาซินจนล้มลง ขณะนั้นเรย์คลานออกมาดูแต่ควันไฟทำให้เขามองไม่ชัด ได้ยินพ่อตะโกน “เจิ้น...หลง” หันไปมองบ้านที่ไฟกำลังลุกโชนร้องเรียกแม่แล้วหมดสติไป เล่าเรื่องในอดีตให้เรย์ฟังแล้ว เกาซินถามว่า

“อย่างนี้แล้ว แกยังจะเรียกไอ้ยื่อเซิงว่าพ่อได้อีกไหม มันเผาแม่กับน้องแกให้ตายคากองไฟ ฆ่าเพื่อนเพราะคำว่าผลประโยชน์ตัวเดียว”

“แล้วเขาจะเลี้ยงฉันมาทำไม ถ้าตั้งใจจะฆ่าอยู่แล้ว”

“เพราะแกคือมังกร เจิ้นหลง เราไม่ปล่อยมังกรลงทะเล ให้มีโอกาสย้อนมาทำลายเรา เก็บศัตรูไว้ใกล้ตัวย่อมดีกว่าให้มันอยู่ห่าง ฉันรู้ใจไอ้ยื่อเซิงดี พอมันรู้ว่าแกรอด แกก็คือมังกร แกคืออำนาจ มันถึงมารับแกออกไปจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทำตัวเป็นพ่อ เลี้ยงให้แกเป็นลูกชายรองมือรองตีนมัน”

เรย์จ้องหน้าเกาซินที่เล่าอย่างเจ็บแค้น

“ฟ้าลิขิตให้ฉันรอด แต่เหลือแค่วิญญาณ คอยดูยื่อเซิงมันเลี้ยงแกมาจนวันนี้ เพราะมือคู่เดียวที่จะฆ่าเพื่อนชั่วต้องเป็นมือของแก ไอ้ลูกชาย” เรย์โกรธยื่นมือไปกดคอเกาซินทันที แต่เกาซินไม่หวั่นไหว พูดต่อไปอย่างเจ็บแค้น “เลือดในตัวแกคือเลือดของฉัน ต่อให้แกกรีดมันออกมาหมดตัว ชีวิตแกก็ยังมาจากเลือดเนื้อ มาจากความรักของฉันกับแม่แก”

“แกมีหลักฐานอะไรนอกจากคำพูดลวงโลก” มือเรย์ที่กดคอเกาซินเริ่มสั่น

“มีสิ หลักฐานของฉันอยู่ที่ไอ้เพื่อนชั่ว ยื่อเซิงมันอยากได้ไข่มุกสีเลือดที่ฉันเป็นเจ้าของ ไข่มุกสีเลือดที่ฉันได้จากซินแส ไข่มุกสีเลือดที่นำโชคลาภมาให้ ฉันค้าขายได้กำไรกว่าพวกมัน มันถึงกำจัดส่วนแบ่งอย่างฉัน เจิ้นหลง ถ้าแกอยากพิสูจน์ว่าฉันพูดจริง หาไข่มุกสีเลือดให้เจอ แล้วกลับมาคุกเข่าต่อหน้าฉัน”

เกาซินบีบมือเรย์กระชากออกจากคอตัวเองแล้วเดินผ่านเรย์ที่กำลังรู้สึกกดดัน เรย์หันมองเกาซิน แต่เขาหายวับไปแล้ว

เรย์กลับไปที่ห้องทำงานของอลัน ไม่เห็นใครอยู่เขาเข้าไปที่เซฟทันที พลันอลันก็ถามว่าเข้ามาห้องนี้ทำไม เรย์เฉไฉบอกว่ามาถามเรื่องไร่ชาที่พ่อจะให้น้องช่วย

“ฉันให้ลี่จูติดต่อเรื่องขายชากับลูกค้าชื่อคุณไป่หลิง” เรย์ตกใจแต่รีบเก็บอาการ “คุณไป่หลิงเขามาหาแกเมื่อวาน ท่าทางอยากช่วยแกมาก ผู้หญิงของแกล่ะสิ... แกจะรักใครก็ได้ยกเว้นเจนเนตรลูกสาวฉัน”

เรย์รับคำ ตวัดสายตามองเซฟอีกครั้งก่อนเดินออกไป

ooooooo

เจนเนตรกับเข็มหอมฉวยโอกาสที่อลันกับเรย์ยุ่งๆ หนีไปที่ห้องเก็บภาพของแดนไท ประตูห้องปิดสนิท เข็มหอมเขย่าประตูเรียก เจนเนตรเกรงใจเพราะไม่ได้นัดไว้ ชวนกลับกันดีกว่า

เข็มหอมไม่ยอมกลับเพราะโอกาสที่จะมากันโดยไม่มีเรย์ตามเป็นเงาหายากมาก ว่าแล้วตะโกนเรียกแดนไทให้เปิดประตูหน่อย เลียนเสียงว่า “เจนเนตรเองค่ะ”

ประตูเปิดผลัวะ มะกล่ำโผล่หน้าอัปลักษณ์ออกมาทำเอาสองสาวผงะ แต่ทันใดก็ได้ยินเสียงแดนไทจากข้างหลัง “คิดถึงผมจนทนไม่ไหวเลยเหรอเจนเนตร”

เมื่อเข้าไปข้างใน แดนไทถามว่าจะให้ตนไปวาดรูปที่ไร่ชาได้หรือยัง วันนี้ตนว่าง ไปกันเลยไหม เข็มหอมกลัวเรย์รู้ เจนเนตรรับรองว่า “พี่เรย์ไม่ว่าหรอก ฉันอนุญาตแล้ว”

เรย์รู้เรื่องจากอลันก็ลิ่วไปหาไป่หลิง ตำหนิเธอว่าวันหลังจะทำอะไรบอกตนก่อน ไป่หลิงตัดพ้อว่าความผิดของตนคงมีอย่างเดียวคือรักเขา ทำให้เรย์เสียงอ่อนลง ถามว่ามีใครมาถามหาตนบ้างหรือเปล่า ไป่หลิงบอกไม่มี ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เห็นเขาเครียดตั้งแต่เจนเนตรกลับมา

“ไม่เกี่ยวกับเจนเนตร” เรย์เสียงเข้มทันทีจนไป่หลิงหน้าเสีย

ขณะแดนไท เจนเนตร เข็มหอมและมะกล่ำ ออกไปในเมือง เข็มหอมขอแวะซื้อของจะไปทำอาหาร ขณะข้ามถนนถูกมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งมาอย่างแรงจะชน แดนไทคว้าเจนเนตรหลบได้หวุดหวิด เจนเนตรถลำเข้าในอ้อมกอดของแดนไท เขามองคนขี่มอเตอร์ไซค์เห็นชุดที่มันใส่ จำได้ทันทีว่าเป็นเซียจื่อที่เคยสู้กันที่ท่าเรือ

แดนไทถามเจนเนตรว่าเป็นอะไรไหม เธอเจ็บข้อเท้านิดหน่อย เข็มหอมบอกว่าถ้าพี่เรย์รู้ตนตายแน่

“ถ้าเจนเนตรเป็นอะไรมากกว่านี้เธอจะทำยังไง บอกแล้วว่าไปไหนต้องมีพี่” เรย์ดุเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถามว่าจำหน้าคนขับมอเตอร์ไซค์ได้ไหม เข็มหอมจำไม่ได้ เจนเนตรบอกว่า

“พี่เรย์อย่าคิดมาก มันเป็นอุบัติเหตุ” เรย์ถามว่าแล้วถ้าไม่ใช่อุบัติเหตุล่ะ “เราแค่ขายใบชา ไม่มีใครคิดฆ่าน้องหรอกค่ะ”

เรย์ให้หม่ากับเฉินไปสืบมาให้เร็วที่สุดว่าใครเป็นคนขับรถจะชนเจนเนตร เจนเนตรพยายามฟังว่าเรย์พูดอะไรก็พอดีอลันเข้ามาถามเจนเนตรว่าขาเป็นอะไร เธอรีบบอกว่าลื่นตกบันได แล้วส่งสายตาบอกเรย์ให้พูดตามนั้น เรย์จึงเปลี่ยนเรื่องบอกอลันว่าบัญชีชาเดือนนี้มีปัญหานิดหน่อย อลันจึงเรียกไปคุยที่ห้อง

เมื่อเข้ามาในห้องทำงานของอลัน เสียงของเกาซินที่พูดเรื่องไข่มุกสีเลือดยังแว่วอยู่ในความรู้สึก พออลันเปิดเซฟเอาสมุดบัญชีของตนออกมาเทียบ เรย์จับตามองและพยายามจำรหัสทั้งตอนเปิดเอาสมุดบัญชีและตอนเก็บสมุดบัญชี

ooooooo

เรย์ไปที่ไร่ชาในตอนเย็น เขายังครุ่นคิดเรื่อง ไข่มุกสีเลือดอยู่ เมื่อเจนเนตรเดินเข้ามา เขาขอโทษบอกว่าเป็นห่วงน้องอย่าไปไหนอีกถ้าไม่มีตนไปด้วย เจนเนตรเอ่ยขึ้นว่า

“เรื่องไร่ชาทำให้เรามีชีวิตอยู่อย่างระแวง พี่เรย์ก็ควรบอกให้น้องรู้ตัวไม่ใช่กีดกันน้องออกจากปัญหา สัญญาได้ไหมคะ เราพี่น้องจะไม่มีความลับต่อกัน” เรย์สัญญาว่าจะไม่มีความลับกับน้อง “พ่อสอนว่า พี่น้องคือแขนขา แต่สำหรับพี่เรย์ พี่เรย์คือทั้งหมดของหัวใจ ของชีวิตน้อง”

“ถ้าวันนึง...พี่ไม่ใช่พี่เรย์คนเดิมที่อยู่ตรงนี้?”

“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พี่เรย์คือพี่ชายน้องตลอดไป”

เจนเนตรอ้อน เรย์ดึงน้องไปกอดไว้ เป็นกอดที่แน่นกว่าทุกครั้ง...

คืนนี้เรย์แอบเข้าไปในห้องทำงานของอลัน หมุนรหัสเปิดเซฟมองเข้าไป เป็นจังหวะที่อลันเดินลงมาพอดี เขากำลังจะเข้าไปในห้องทำงาน แต่เจนเนตรเรียกไว้ถามว่าทำไมพ่อยังไม่นอน

เรย์นอนแนบพื้นที่ใต้โต๊ะทำงานใจเต้นไม่เป็นส่ำ โชคดีที่เจนเนตรไม่ยอมให้พ่อทำงานบอกว่าตอนนี้ต้องพักผ่อนแล้วพากลับไป เรย์ถอนใจโล่งอก มองในตู้เซฟหาของที่ต้องการ เจอกล่องสีดำหยิบออกมาเปิดดู เขาตะลึงอึ้งเมื่อเห็นไข่มุกสีเลือดเม็ดใหญ่วางโดดเด่นอยู่เม็ดเดียว

เรย์เจ็บปวดเมื่อความจริงปรากฏอย่างที่เกาซินท้าให้พิสูจน์ เมื่อเรย์พบไข่มุกสีเลือดแล้ว เขาถามเกาซินว่า ทำไมเพิ่งมาตอนนี้ 20 ปีที่ผ่านมาหายไปไหน ซ่อนตัวกลัวตายหรือว่าการล้างแค้นมันสำคัญกว่าชีวิตลูกตัวเอง

“เจิ้นหลง แกคิดว่าฉันมีชีวิตสุขสบาย แล้วทิ้งแกเป็นหมารับใช้ แกรู้จักไอ้ยื่อเซิงกับไป๋หู่น้อยเกินไป ไอ้เพื่อนสารเลวสองคนนั้น มันทำลายชีวิตคนได้มากกว่าที่แกคิด”

เสียงเกาซินขมขื่นคับแค้น เขาเล่าสภาพที่แม่กับน้องของเรย์ต้องตายในกองเพลิง เมื่อเขาเข้าไปกอดศพแม่ลูกที่ถูกถ่านเถ้ากลบ กลับถูกตำรวจเข้ามาจับกุมสงสัยฆ่าคนตาย ขายของเถื่อนและซ่องสุมอิทธิพล

หัวใจเกาเซินแหลกสลายที่สูญเสียลูกเมียยังถูกกระหน่ำด้วยข้อหาที่ไม่ได้ทำถูกจับเข้าคุก ต้องไปเผชิญกับบรรดาคนคุกที่ต้องคดีอุกฉกรรจ์อีกด้วย เขาถามเรย์เสียงสะท้านว่า

“แกรู้ไหมว่าคนที่เหลือแค่ลมหายใจกับความแค้นจะมีชีวิตอยู่ยังไง”

จนเมื่อออกจากคุก เกาซินออกมาในสภาพมีแต่ตัว ถูกสังคมรังเกียจ ความหิวโหยทำให้เขาทรุดนั่งกับพื้น เห็นรองเท้ามันปลาบที่เดินผ่านไป เขาเงยดูเห็นเพียง เสี้ยวหน้าก็จำได้ว่ามันคืออลัน มีหญิงสาววัยวัย 19 เดินไปเกาะแขนพ่อ เธอหันมาเร่งชายหนุ่มที่ตามหลังมาว่า “พี่เรย์...เร็วๆหน่อย”

เกาซินที่นั่งทรุดกับพื้น มองเรย์นิ่ง เขาเล่าความรู้สึกขณะนั้นว่า

“ฉันรู้ว่าไอ้ยื่อเซิงมันมีลูกสาวคนเดียว แววตาเด็กผู้ชายคนนั้น ฉันไม่มีวันลืม ลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ของฉัน...เจิ้นหลง”

ooooooo

ไข่มุกมังกรไฟ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด