ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
ตอนที่ 17

นอกจากต้องการเหมืองแล้วกอบคุณยังต้องการตัวมาศจันทร์ด้วย เขาพาเธอมากักขังแล้วจะปล้ำข่มขืน แต่พอดีอีวาโทร.มาแจ้งข่าวดีว่าได้กุญแจมาแล้ว กอบคุณจึงผละจากมาศจันทร์ไปทันที

เวลาเดียวกันนั้น โตมรหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยากรู้ว่าอีวาทำงานให้ใครกันแน่ เช่นเดียวกับพวกวีนัสที่พากันกลับมายังบ้านพักของหมู่รงค์ในนครสวรรค์ ต่างสงสัยเหมือนกับโตมรว่าความจริงแล้วอีวาทำงานให้ใคร

ตอนที่ 16

มงคลกับโตมรมาพบกอบคุณตามนัดเพื่อเจรจาเรื่องการซื้อขายเหมือง กอบคุณรับรองแข็งขันว่าพรุ่งนี้คณะกรรมการเซ็นลงนามให้ตนอย่างแน่นอน พอมงคลถามว่าจะขายเหมืองทองเท่าไหร่ กอบคุณตอบทันทีว่าพันล้าน แล้วจะไม่มายุ่งอีกเลย

โตมรไม่พอใจพยายามต่อรองให้ลดราคาลงมาครึ่งหนึ่ง แต่กอบคุณไม่ยอม ถ้าสองพ่อลูกไม่ตกลงตนจะขายให้คนอื่น มงคลอยากได้เหมืองนี้มาแต่ไหน

ตอนที่ 15

พายุรู้ข่าวเอื้อมพรจากภูผาที่ออกไปซื้อเสบียงที่ตลาด เขาเสียใจมากอยากรู้ว่าใครฆ่าเธอ แม้เอื้อมพรไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ แต่สองคนผูกพันกันมาตั้งแต่เด็ก จึงยากที่จะทำใจรับได้

มาศจันทร์ปลอบโยนพายุให้คลายความเศร้า พร้อมกับเล่าสิ่งที่ตัวเองรู้สึกว่าฆาตกรน่าจะเป็นคนใกล้ชิด คนอื่นคงไม่มีทางทำได้

ตอนที่ 14

นอกจากอยากเจอพายุแล้วจ่านนท์ยังต้องการเจรจากับมงคลด้วย เขาโทร.มาขอพบโดยแจ้งว่ามีข่าวดีจะบอก มงคลกระซิบบอกลูกชายแล้วปลีกตัวออกไปคนเดียว

สุพจน์อยู่ด้วยตอนมงคลรับสายจ่านนท์ เขาสงสัยว่าสองพ่อลูกมีอะไรกับจ่านนท์ แต่ถามเอื้อมพรก็ไม่ได้คำตอบ จึงอ้างชื่อพายุขึ้นมาเพื่อให้หญิงสาวสนใจ

ตอนที่ 13

ภูผา วีนัส และดารินพาเสี่ยโชคชัยไปอาศัยโรงแรมเป็นที่พักชั่วคราว จับเขาใส่กุญแจมือติดไว้กับเตียงก่อนจะเริ่มสอบสวนว่าสารวัตรกอบคุณอุ้มเขากับสุพจน์ไปทำไม แต่เสี่ยตอบไม่ตรงคำถาม สารภาพว่าตนกับสุพจน์ร่วมมือกันปล่อยให้มีการปล้นเพื่อเอาเงินประกัน

“สุพจน์เป็นหุ้นส่วนบริษัทฉัน บริษัทของฉันกับบริษัทของสุพจน์กำลังย่ำแย่ เราต้องการเงิน พอดีมีคนติดต่อมา”

ตอนที่ 12

วีนัสกับภูผาได้ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีปล้นเมื่อห้าปีก่อนทั้งจากเพื่อนของวีนัสและเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยของเสี่ยโชคชัยที่ชื่อดาริน แล้วน่าจะได้จากผู้คุมเทพอีกคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของเปียวกับอ๊อดในเรือนจำ ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุรถชนเขาสิ้นใจไปเสียก่อน

เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาวีนัส ภูผา และดาริน ทั้งสามคนเชื่อว่าเป็นการจงใจมากกว่าอุบัติเหตุ ผู้เกี่ยวข้องคดีนี้ชิงฆ่าตัดตอนพยานอย่างแน่นอน แล้วพอพวกเขาเดินทางไปยังบริษัทของเสี่ยโชคชัยก็ปรากฏว่าปิดกิจการไปแล้ว

ตอนที่ 11

สุพจน์นัดพบเสี่ยโชคชัยซึ่งเป็นอีกคนที่รู้เห็นเรื่องการปล้นรถขนเงินเมื่อห้าปีก่อน ทั้งคู่ต้องการกำจัดสารวัตรกอบคุณที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการปล้นครั้งนั้น เพราะจนถึงทุกวันนี้กอบคุณยังคอยข่มขู่แบล็กเมล์โชคชัยอยู่ และในไม่ช้าความลับนี้อาจทำให้พวกเขาเดือดร้อน

การพบปะระหว่างสุพจน์กับโชคชัยอยู่ในสายตาของกำนันไผ่ที่เพิ่งได้รับข่าวสารจากลูกน้องคนหนึ่ง กำนันไผ่มาพร้อมภูผาซุ่มดูอยู่นอกร้านอาหารที่สองคนนั้นอยู่ด้านใน แต่อีกมุมก็มีมือปืนที่รับงานจากหมวดคนสนิทของกอบคุณรอจังหวะอยู่เหมือนกัน

ตอนที่ 10

กอบคุณเชื่อพายุว่าเงินของกลางอยู่กับจ่านนท์ เขาสั่งหมวดให้สืบหาจ่านนท์กับพวกของมัน ขณะเดียวกันจ่านนท์กับอีวาและเปียกำลังไปติดต่อบริษัทของสุพจน์เพื่อขนส่งเงินออกนอกประเทศ โดยผ่านมาทางเอื้อมพรซึ่งเป็นผู้บริหาร

“บริษัทของฉันจะไม่รับขนส่งของที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร โดยเฉพาะของผิดกฎหมาย”

ตอนที่ 9

อีวากับลูกน้องจับพายุกับมาศจันทร์ใส่กุญแจมือติดกันแล้วพาขึ้นรถมุ่งหน้าไปสมทบพวกจ่านนท์ที่โรงไม้ของมงคล

จ่านนท์กับอีวาอยากได้เงิน 15 ล้านดอลลาร์แล้วตั้งใจว่าจะเลิกอาชีพมือปืนรับจ้าง เมื่อมีการพูดถึงเงินของกลางนี้ขึ้นมา พายุรู้สึกได้ว่าคนที่วางแผนปล้นน่าจะเป็นจ่านนท์ แต่เจ้าตัวกลับพูดชวนให้คิดว่าตนทำงานรับจ้าง ไม่ได้ทำงานรับวางแผน

ตอนที่ 8

ตำรวจพบรถสารวัตรกอบคุณบนถนนเปลี่ยวแห่งหนึ่ง จากสภาพรถที่ถูกรื้อค้นทำให้ทุกคนมั่นใจว่ามีการค้นหาอะไรสักอย่าง กอบคุณไม่ยอมบอกความจริงและเก็บความแค้นเอาไว้เพื่อรอวันชำระพวกพายุ

วีนัสนำเอกสารหลักฐานที่ได้ไปให้เพื่อนที่เป็นอัยการหวังจะรื้อฟื้นคดีในอดีตขึ้นมาใหม่ แต่เพื่อนคนนี้กลับนำไปให้กอบคุณเพราะเขาเป็นผู้ช่วยอัยการในคดีนี้มาก่อน จึงไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายกับตัวเอง

ตอนที่ 7

เปียถูกภูผาจับมัดคาดคั้นให้บอกมาว่าใครจ้างเก็บกำนันไผ่พ่อของตน แต่เปียไม่ยอมบอกทำให้ภูผาโมโหจับมันทรมานด้วยวิธีพิสดารแทบเป็นหมัน ที่สุดเปียก็ทนไม่ไหว ปริปากบอกว่าคนจ้างคือนายสุพจน์

แทนที่เปียจะถูกปล่อยเป็นอิสระหลังจากภูผาได้คำตอบที่ต้องการแล้ว แต่ภูผากลับแจ้งตำรวจให้มาจับเปียข้อหาซื้อปืนเถื่อนโดยมีหลักฐานมากมาย
ด้านหมู่รงค์ที่ซิ่งรถไปช่วยพายุรอดพ้นเงื้อมมือจ่านนท์มาได้ เขาพาเพื่อนรักกลับมายังที่พักในตรอกศาลเจ้าแล้วช่วยทำแผลที่หัวไหล่ ทำไปบ่นไปไม่หยุดปาก

ตอนที่ 6

พายุกับหมู่รงค์พามาศจันทร์มาอยู่ด้วยกันในตรอกศาลเจ้าและเล่าเรื่องอาการของวิวัฒน์ให้เธอฟัง รวมทั้งเรื่องกอบคุณที่หมู่รงค์บอกว่าเขาปรักปรำพายุว่าจับเธอมา

ตอนที่ 5

มาศจันทร์กลับถึงกรุงเทพฯพร้อมรัตนาได้ไม่ทันข้ามวันก็มีหญิงสาวคนหนึ่งบุกเข้ามาจับตัวเธอไปจากบ้านตามคำสั่งของนายมงคล

หญิงสาวคนนี้คืออีวา...เธอไม่ธรรมดาด้านฝีมือการต่อสู้ จัดว่าเป็นนักฆ่ามือฉมังที่มงคลเรียกใช้บริการ...เมื่อกอบคุณทราบเรื่องก็ร้อนใจ สั่งตำรวจตั้งด่านสกัดให้ทั่ว แล้วสื่อสารไปยังวิวัฒน์เพื่อให้เขาคลายความกังวล

ฝ่ายพวกพายุที่รอดตายกันออกมาได้ไม่นาน ก็ต้องรีบกลับปากน้ำโพหลังจากภูผาติดต่อมายังวีนัส เมื่อรู้ข่าวมาศจันทร์ถูกจับตัวเรียกค่าไถ่และตำรวจพบผู้ต้องสงสัยมุ่งหน้าไปทางนครสวรรค์ พายุร้อนใจเป็นห่วงเธอเหลือเกิน

ในระหว่างที่กำนันไผ่ถูกจ่านนท์ควบคุมตัวรอคอยภูผาเอาเงินมาแลกตามเวลานัดหมายตอนเที่ยงวันพรุ่งนี้ จ่านนท์ได้เผยเรื่องราวในอดีตที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้ภูผาถูกตำรวจจับติดคุกเพราะเข้ามาช่วยพ่อ

กำนันไผ่คำรามอย่างโกรธแค้น แต่จ่านนท์หาได้สะทกสะท้าน เดินวนรอบตัวกำนันแถมพูดจายียวน

“ฉันเป็นคนทำที่ไหน ฉันก็แค่เป็นซุ้มมือปืนจัดหาคนมายิงแก ส่วนสาเหตุตัวจริงก็คือนายสุพจน์เศรษฐีเจ้าพ่อขนส่งโน่น ถ้าเขาไม่จ้างฉัน ฉันจะไปยิงแกทำไม”

“ไอ้สุพจน์...งั้นที่พวกแกมาบุกบ้านฉันก็ฝีมือมันน่ะสิ”

“เปล่า นั่นฝีมือตำรวจ ฉันไม่รู้ว่าเขาตามแกเจอได้ยังไง แต่ฉันตามไปเพราะตำรวจบางคนส่งข่าวให้ฉัน ฉันแค่ต้องการเงินที่ไอ้ภูผามันเอาไปจากใครบางคน”

“ใครบางคน? แกหมายถึงใคร”

จ่านนท์ไม่ตอบ เป็นจังหวะที่เปียเข้ามาบอกว่าเจ้านายให้ไปพบด่วน จ่านนท์เลยผละไปแต่ไม่วายกำชับลูกน้องให้เฝ้ากำนันไผ่ไว้ดีๆ

เมื่อพวกวีนัสไปถึงจุดนัดหมายกับภูผาจึงได้รู้ว่ากำนันไผ่ถูกจับตัว ภูผาต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา เพราะมีความเกี่ยวโยงกัน คนร้ายต้องการเงินของกลางที่พายุปล้นมา วีนัสอยากได้เงินนี้เหมือนกันเพื่อรื้อฟื้นคดี พายุจึงตกลงตามที่ภูผาขอ

“ดี...พรุ่งนี้เจอกัน จบงานนี้แกกับฉันมีเรื่องต้องสะสางกันไอ้พายุ” ภูผาทิ้งท้ายก่อนจากไป พายุสงสัยสะสางเรื่องอะไร วีนัสก้าวตามไปขอร้องภูผาเอาเงินมาให้ตน แล้วตนจะช่วยพ่อเขาออกมาให้ได้ แต่ภูผาปฏิเสธเสียงแข็ง “ไม่มีทางหรอก ฉันหลอกพวกมันมาครั้งนึงแล้ว คราวนี้มันไม่เห็นเงิน มันฆ่าพ่อฉันแน่”

“แต่เงินนั่นมันสำคัญนะ”

“ชีวิตพ่อฉันสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น โดยเฉพาะคนอย่างไอ้พายุ”

“นายมีอะไรกับพายุนักหนา”

“แล้วจะรู้เอง ขอตัวนะ” ภูผาตอบเสร็จก็เดินต่อไป วีนัสทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจอย่างสุดเซ็ง

ooooooo

อีวาพามาศจันทร์หลบหลีกหูตาตำรวจไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง มาศจันทร์มองสภาพห้องหรูหราแล้วสงสัยว่าพาตนมาที่นี่ทำไม

“ก็ขังไว้น่ะสิ...ทำไม นึกว่าฉันจะเอาเธอไปขังตามโกดังร้าง ตามโรงสี ยุ้งข้าวอะไรน่ะหรือ...นั่นมันคนอื่น แต่สำหรับไฮโซอย่างฉันมันต้องโรงแรมห้าดาว ของจะได้ไม่บุบสลาย อ้อ แล้วอย่าคิดหนีล่ะ เพราะจะเสียเวลาเปล่าๆ”

อีวาไม่ใช่แค่ขู่ แต่ทำให้ดูด้วยการเอาสิ่งของบนโต๊ะขว้างไปถูกขอบหน้าต่าง บังเกิดกระแสไฟฟ้าช็อตขึ้นมา มาศจันทร์สะดุ้งตกใจ

“ทางออกทุกทาง ฉันเดินไฟฟ้าแรงสูงไว้ รวมทั้งลูกบิดประตูด้วย ทันทีที่ฉันออกไปมันจะทำงาน ถ้าอยากมีชีวิตอยู่เจอหน้าพ่อเธอล่ะก็ อย่าคิดหนี...เชิญพักผ่อนตามสบาย ลาก่อน”

อีวาเดินออกไป มาศจันทร์สำรวจรอบห้อง แม้จะดูสะดวกสบายแต่มันก็แฝงไปด้วยอันตราย

ภายในห้องวีไอพีโรงแรมเดียวกัน มงคลดื่มเหล้าเคล้านารีอย่างสบายใจ โตมรนั่งอยู่ด้วยแต่ไม่สนสาวใดสักคน บอกพ่อว่าตอนนี้ในใจตนมีแต่เอื้อมพรเพียงคนเดียว มงคลยิ้มขำ ไม่คิดว่าลูกชายจะจริงจังขนาดนี้

อีกสักครู่มงคลก็ยิ่งอารมณ์ดี เมื่อรู้ว่ามาศจันทร์ถูกจับไว้แล้ว พอจ่านนท์กับเปียมาถึง มงคลจึงแนะนำให้รู้จักอีวา นักฆ่าสาวฝีมือเยี่ยม
ปรากฏว่าเพียงเห็นอีวา จ่านนท์ก็เรียกเธอว่า “นังตัวแสบ” พร้อมกับชักปืนออกมาเล็ง แต่อีวาไวพอกัน ตวัดปืนในมือพร้อมสู้ มงคลตกใจตวาดเสียงกร้าว

“พอได้แล้ว...คู่นี้นี่ จะทำงานร่วมกันได้สักครั้งไหม ...เสร็จงานนี้จะทำอะไรกันก็เชิญ แต่ตอนนี้ฉันขอ”

จ่านนท์กับอีวาสงบลงเพราะเกรงใจมงคล...หลังจากนั้นไม่นาน จ่านนท์กับเปียกลับออกไป จ่านนท์ไม่พอใจมงคล บ่นกับเปียว่า

“ท่านมงคลหักหน้ากันชัดๆ ทำไมต้องจ้างนังนี่มาด้วยนะ”

“อาจเป็นเพราะพักหลังนี่เราทำงานไม่ค่อยจะสำเร็จมั้งพี่”

“ถุย! นี่เอ็งพวกใครวะ...เฮ้อ...ไม่เข้าใจทำไมต้องเป็นนังนี่ด้วย”

“ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเอานังนี่มาช่วยงานไม่ได้ล่ะพี่”

“ก็นังนี่มันทั้งแสบ ทั้งเจ้าเล่ห์ ที่สำคัญมันเป็นเมียเก่าฉัน”

เปียไม่คาดคิด หัวเราะก๊ากออกมาก่อนถามจ่านนท์ว่ามีเมียด้วยหรือ...แทนคำตอบกลับเห็นแววตาแข็งกร้าวของอีกฝ่าย เปียเลยหุบปากเงียบในบัดดล

จ่านนท์เล่าความหลังให้เปียฟังว่าอีวาหักหลังตนขนเครื่องเพชรที่ปล้นมาได้หนีไปกับชายชู้ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ตนติดคุกปีเศษ กว่าจะวิ่งเต้นออกมาได้ แล้วได้ข่าวว่าเธอหักหลังชู้อีก

“โห...ขนาดนั้นเลยหรือ”

“ทำไมอยู่ดีๆท่านมงคลถึงตามมันมา”

“อาจจะเกี่ยวกับเรื่องเงินของกลางนั่นก็ได้”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นเราก็หมดห่วง เพราะพรุ่งนี้

เที่ยงเราก็จะเป็นเจ้าของมันแล้ว” จ่านนท์คาดหวังด้วยความมั่นใจ...

ค่ำคืนเดียวกัน หมู่รงค์สังเกตเห็นพายุหมกตัวอยู่ในความมืดนานแล้ว จึงเข้ามาถามเขาว่าคิดอะไรอยู่

“คิดอะไรไปเรื่อยๆ ฉันว่าฉันเป็นคนธรรมดา ไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องของใคร แต่ทำไมเรื่องมันวิ่งมาหาฉันมากมาย ถ้าฉันไม่ดิ้นรนที่จะรื้อฟื้นคดีคงไม่เป็นแบบนี้”

“ไม่จริงหรอก คนมันคิดจะปิดปากแกมากกว่า แต่ยังไงฉันก็เห็นใจแก มีพ่อ พ่อก็ไม่ยอมรับ แม่ก็มาตายไปอีก แถมคนรักก็ถูกจับไปไหนไม่รู้ เฮ้อ! ป่านนี้โดนปู้ยี่ปู้ยำไปถึงไหนแล้วนะ”

พายุฟังแล้วสะอึก ถามเพื่อนรักว่านี่คือการปลอบใจหรือทับถมกันแน่

“เอาน่า ฉันแค่พูดเล่น พรุ่งนี้เสร็จงานแล้วเราค่อยหาทางช่วยคุณมาศจันทร์กัน”

“ขอบใจมากเพื่อน”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น กอบคุณกับรัตนามาที่บ้านพักของวิวัฒน์ในเหมืองด้วยความร้อนใจ

“เฮ้อ...ไม่รู้เวรกรรมอะไร” วิวัฒน์บ่นอย่างหนักใจ รัตนาคาดเดาว่าอาจเกี่ยวกับสัมปทานเหมือง เพราะเราไม่เคยมีเรื่องกับใครที่ไหน นอกจากเรื่องนี้

“มันอาจจะเป็นอย่างที่ป้ารัตนาบอกก็ได้นะครับ ผมยังไม่ทิ้งประเด็นนี้ในการสอบสวนครับ”

“แล้วพอจะรู้ไหมว่ามันจับลูกจันทร์ไปทางไหน”

“จากรายงานจากกล้องวงจรปิดระหว่างทางพบว่ารถวิ่งมาสิ้นสุดในเขตนครสวรรค์นี่ครับ”

“งั้นก็แคบลงสินะ”

“ครับ” ตอบแล้วกอบคุณรับสายจากลูกน้องที่โทร.มารายงานความคืบหน้าว่าเจอรถคนร้ายจอดทิ้งในป่าละเมาะแถวบึงบอระเพ็ด
วิวัฒน์กับรัตนาใจชื้น ต่างภาวนาให้กอบคุณตามตัวมาศจันทร์กลับมาอย่างปลอดภัย

ooooooo

ใกล้เที่ยงเข้ามาทุกทีแต่ยังไร้วี่แววของภูผา...

เปียเริ่มไม่มั่นใจ แต่จ่านนท์เชื่อว่ามันมาแน่!

ปรากฏว่าเที่ยงตรง ภูผาเดินเข้ามาอย่างอาจหาญพร้อมกระเป๋าเงิน หยุดยืนในระยะห่างพอสมควร บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าตนมาคนเดียว

จ่านนท์ขอตรวจสอบเงิน แต่ภูผาบอกให้ส่งพ่อของตนมาก่อน หรือไม่ก็ต้องยื่นหมูยื่นแมว...สองฝ่ายดูเชิงกันไม่นานจ่านนท์ก็ตุกติกจนได้ พายุ หมู่รงค์ และวีนัสที่ซ่อนตัวเลยต้องแสดงฝีมือเข้าช่วยเหลือภูผา แต่พอชิงตัวกำนันไผ่มาได้อย่างปลอดภัย ภูผากลับเอาตัวรอดปล่อยให้พวกพายุต่อสู้กับพวกจ่านนท์

“แล้วพวกนี้ล่ะ” กำนันไผ่ทักท้วง

“มันเรื่องของเขา เขาอยากได้เงินก็ให้เขาแย่งกันไปสิ...ไปเถอะพ่อ มันได้ไม่คุ้มเสียหรอก”

กำนันไผ่เป็นห่วงพายุ บอกภูผาว่าอย่างน้อยเขาก็เป็นพี่

“ฉันไม่นับถือคนที่ทำให้แม่ฉันตายหรอก...ไปเถอะพ่อ”

กำนันไผ่ลังเล แต่ที่สุดก็ต้องผละไปพร้อมภูผาเพราะจ่านนท์กระหน่ำยิงมาไม่ขาดสาย พายุเห็นว่าภูผาไปแน่ก็สบถอย่างแค้นใจ

“ไอ้ภูผา ไอ้สารเลวเอ๊ย ทิ้งกันได้นะแก”

“ฉันจะไปเอากระเป๋าเอง” หมู่รงค์อาสา สายตาเล็งไปที่กระเป๋าเงินที่ภูผาทิ้งไว้ แต่พายุไม่ยินยอม เขาวิ่งฝ่ากระสุนของพวกจ่านนท์เข้าไปเอากระเป๋าด้วยตัวเอง โดยมีหมู่รงค์กับวีนัสช่วยยิงคุ้มกัน

แต่แล้วสองฝ่ายก็ต้องยุติการสู้รบ เมื่อได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจดังเข้ามา ทุกคนสงสัยว่าตำรวจรู้ได้ยังไง

กอบคุณนำกำลังตำรวจลงจากรถพร้อมตะโกนสั่งทุกคนวางอาวุธ จ่านนท์มองไปที่กระเป๋าเงินด้วยความเสียดาย ก่อนตัดใจเผ่นหนีพร้อมลูกน้อง ขณะที่พายุก็อยากได้เงินเช่นกัน แต่หมู่รงค์ไม่ยินยอม

“ไปก่อนเถอะน่า อยากมีอีกคดีหรือไง”

พายุจำยอม รีบหนีไปกับหมู่รงค์และวีนัส กอบคุณแค้นใจจับใครไม่ได้สักคน แต่อย่างน้อยก็ไม่คว้าน้ำเหลวซะทีเดียว เพราะได้เงินดอลลาร์มาอยู่ในมือ

ooooooo

หลังได้รับการติดต่อจากคนที่จับตัวลูกสาวไป วิวัฒน์รีบร้อนออกทางหลังบ้านแต่ไม่รอดพ้นสายตารัตนา เธอตรงดิ่งตามมาสอบถามก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นรถ

“เดี๋ยวค่ะท่าน จะไปไหนหรือคะ”

“ฉันไปธุระเดี๋ยวเดียว”

“ทำไมไม่ออกข้างหน้าบ้านล่ะคะ หรือไม่ก็เอาตำรวจไปด้วย”

“ยุ่งน่า ฉันไปแป๊บเดียว ไม่เป็นไรหรอก หลีกไป”

วิวัฒน์ร้อนใจเป็นห่วงมาศจันทร์ คนร้ายระบุให้เขามาพบที่สวนสาธารณะ ต้องมาคนเดียว ห้ามแจ้งตำรวจ และอย่าลืมเอาปากกามาด้วย

รัตนารู้สึกผิดสังเกตกับท่าทีร้อนรนของวิวัฒน์ คิดมาคิดไปแล้วตัดสินใจต้องบอกให้สารวัตรกอบคุณรู้

เวลาเดียวกันนั้น กอบคุณนำกระเป๋าเงินมามอบให้ผู้กำกับต่อหน้าตำรวจอีกสองสามนาย

“แน่ใจหรือสารวัตร ว่านี่เป็นเงินของกลางที่ถูกปล้นไปเมื่อห้าปีก่อน”

“ค่อนข้างแน่ใจครับ”

“มันใช้คำว่าค่อนข้างไม่ได้ ต้องพิสูจน์ เอาอย่างนี้ ผมว่าเราส่งไปพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงกับดีเอ็นเอที่กองพิสูจน์หลักฐานดีกว่า”

“ได้ครับ พรุ่งนี้ผมจะเอาเข้าไปส่งที่กรุงเทพฯ”

เสียงโทรศัพท์กอบคุณดังขึ้น เจ้าตัวเลี่ยงออกมารับสาย พอได้ยินรัตนาแจ้งข่าวก็มั่นใจว่าการกระทำของวิวัฒน์ต้องเกี่ยวกับเรื่องมาศจันทร์หายตัวไป

ooooooo

หมู่รงค์พาพายุกับวีนัสหลบไปพึ่งพิงลูกน้องแถวตรอกศาลเจ้า ลูกน้องรับรองว่าที่นี่ปลอดภัยเพราะเป็นถิ่นของตน หมู่รงค์ขอบใจลูกน้องแล้วหันมาทางพายุที่นั่งบ่นหน้าเครียด

“เจ็บใจไอ้บ้าภูผาจริงๆ หักหลังเราได้ ถ้ามันไม่หนีไปป่านนี้ได้ของกลางมาแล้ว”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันตามเจอนายนี่แน่ เพราะเขาต้องมารายงานตัวกับฉัน ขืนไม่มาก็คงได้เข้าคุกอีกแน่” วีนัสให้ความมั่นใจ ขณะที่หมู่รงค์สงสัยว่าตำรวจได้เงินไปจะเอาไปทำอะไร วีนัสตอบทันทีว่า

“เขาต้องเอาไปพิสูจน์แน่ เพราะสารวัตรกอบคุณเคยทำคดีนี้”

หมู่รงค์รับรู้แล้วหันมาซักถามลูกน้องว่าพอจะรู้ที่มาศจันทร์ถูกลักพาตัวบ้างไหม

“ไม่รู้เลยพี่ ได้ยินจากข่าวแค่นั้น...นอกนั้นเงียบ”

พายุคาดว่าคนที่จับไปไม่น่าจะเป็นพวกจ่านนท์ หมู่รงค์เองก็จนใจ สงสัยว่าพวกไหนกันทำงานได้เงียบขนาดนี้...

ตอนที่ 4

ที่โรงพยาบาล วิวัฒน์กับรัตนาเฝ้าดูอาการของยุทธด้วยความเป็นห่วง เมื่อได้รับการยืนยันจากหมอว่าเขาปลอดภัยก็โล่งอก

“ผมต้องขอโทษท่านด้วยครับ ที่ช่วยคุณมาศจันทร์ ไว้ไม่ได้”

“ไม่เป็นไร นายบาดเจ็บเจียนตายขนาดนี้ ฉันเชื่อว่าชีวิตนายก็สละให้ลูกจันทร์ได้ ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจนาย”

ถึงวิวัฒน์จะห่วงลูกสาวแค่ไหน แต่ก็ปลอบใจลูกน้องคนสนิท ขณะที่รัตนาเอาแต่บ่นเป็นห่วงคุณหนูของตน ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง

“ผมเชื่อว่าสารวัตรกอบคุณต้องตามกลับมาจนได้ครับ”

“ไอ้พายุนะไอ้พายุ ฉันไม่น่าเลี้ยงโจรไว้เลย งานนี้ฉันเอามันตายแน่” วิวัฒน์โกรธแค้นเพราะเข้าใจผิด

ในเวลาเดียวกันนั้น ภูผาขับเรือพามาศจันทร์ผ่านลำน้ำไปค่อนข้างไกล จนกระทั่งไปเจอกำนันไผ่กำลังทอดแหหาปลา หลังจากกำนันกับเมียพากันหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่แถวนี้

การเจอกันโดยบังเอิญระหว่างพ่อลูกทำให้ทั้งกำนันและนิ่มแม่ของภูผาดีใจมาก แต่น่าแปลกใจที่มีสาวสวยพ่วงมาด้วย

กำนันไผ่เมียงมองมาศจันทร์แล้วพูดติดตลกว่า “นึกว่าเอ็งพาลูกสาวใครหนีมาเสียอีก”

“พี่นี่ก็พูดไป” นิ่มปรามสามีก่อนหันมาถาม

หญิงสาว “หนูไม่รู้จริงๆหรือว่าใครตามจับตัวหนู”

มาศจันทร์ยังไม่ไว้ใจ ปฏิเสธว่าไม่รู้จริงๆ แต่ตอบคำถามต่อไปว่าบ้านตนอยู่ปากน้ำโพ

“เอาไงดีพ่อ ให้ฉันพากลับไปส่งไหม”

มาศจันทร์สวนขึ้นทันที “ไม่เป็นไร หนูขอยืมโทรศัพท์โทร.ไปบอกพ่อหนูให้มารับก็ได้ค่ะ ที่นี่ที่ไหนล่ะคะ”

“ไม่ได้ ฉันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายที่นี่” กำนันไผ่เสียงแข็ง

นิ่มตัดบทอย่างใจเย็น “ฉันว่าไอ้พวกที่ตามจับหนูน่ะ น่าจะวนเวียนตามหาหนูอยู่ เอาแบบนี้ไหม พักที่นี่สักสองสามวันให้เรื่องมันเงียบแล้วน้าจะให้เจ้าผา ไปส่ง”

“ก็ได้ค่ะ แต่ขอหนูโทรศัพท์ไปบอกทางบ้านก่อนได้ไหมคะ เขาจะได้ไม่เป็นห่วง”

ภูผาพยักหน้าอนุญาต มาศจันทร์ใจชื้นขึ้นเป็นกอง และคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะใช่คนร้าย

ooooooo

ลูกน้องนำเรื่องที่รู้เห็นกอบคุณบุกค้นห้องพักหมู่รงค์เพราะเข้าใจว่าพายุร่วมมือกับภูผาจับตัวมาศจันทร์ มาบอกหมู่รงค์กับพายุ

สองคนตกใจและเป็นห่วงมาศจันทร์ หมู่รงค์ให้เร่งติดตามเธอกลับมาให้ได้ เพื่อที่เขากับพายุจะได้พ้นมลทิน เวลาเดียวกันนั้น กอบคุณกำลังเคร่งเครียดอยู่บนโรงพัก สักครู่วิวัฒน์เดินเข้ามาหาท่าทางร้อนรน

“คุณอา...พวกมันติดต่อมาหรือยังว่าจะเรียกค่าไถ่หรือจะเรียกร้องอะไรครับ”

“ยังเลย”

เสียงโทรศัพท์มือถือวิวัฒน์ดังขึ้น เขาลังเลเพราะเบอร์ไม่คุ้น แต่ตัดสินใจรับสาย...ได้ยินเสียงลูกสาวก็ดีใจ เป็นที่สุด

“ลูกจันทร์...” อุทานแล้วฟังสิ่งที่ลูกบอกเล่าครู่หนึ่ง ก่อนพูดกลับไป “อ้อ...ปลอดภัยใช่ไหม...ทำไมไม่กลับบ้าน...ให้พ่อไปรับไหม...เอางั้น ได้ๆ”

วิวัฒน์วางสาย สีหน้าผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด

“ว่ายังไงครับ” กอบคุณถาม

“ลูกจันทร์ปลอดภัย มีคนช่วยเอาไว้”

“ใครหรือครับ”

“ไม่ได้บอก แต่บอกว่าให้เรื่องเงียบสักพักแล้วจะกลับมา”

“คุณมาศจันทร์ทำแบบนั้นทำไม”

“นั่นสิ...อาเป็นห่วงจะแย่อยู่แล้ว อยากให้พาตัวกลับมาโดยเร็ว”

กอบคุณนิ่งคิดด้วยความเป็นห่วงมาศจันทร์แล้วบอกวิวัฒน์ว่า

“ผมพอจะมีทางที่จะหาที่อยู่คุณมาศจันทร์เจอครับ”

“จริงหรือ ยังไง?”

“ตามสัญญาณโทรศัพท์ที่โทร.เข้ามาเมื่อสักครู่นี้ไงครับ”

วิวัฒน์ยิ้มบางๆ พอใจในความหลักแหลมของสารวัตรกอบคุณ

ooooooo

ตอนที่ 3

ภูผามาปากน้ำโพเรื่องฟอกเงินและตั้งใจจะไปหาพ่อแม่หลังตัวเองออกจากคุก เมื่อพลาดจากเรื่องฟอกเงิน เขาจึงบ่ายหน้าไปบ้านพ่อแม่

ปรากฏว่าเวลานี้กำนันไผ่พ่อของภูผายังคงถูกตำรวจคุกคามติดตามจับตัวข้อหาผู้มีอิทธิพล ไม่คิดว่าพอภูผาได้พบหน้าพ่อกับแม่และทักทายกันไม่กี่คำ ก็มีตำรวจบุกจู่โจมเข้ามาเพื่อจับกำนันไผ่

ภูผาตกใจแต่ก็ตั้งสติทำตามที่พ่อบอกให้ถ่วงเวลาตำรวจไว้เพื่อที่พ่อกับแม่จะได้หนีออกทางอุโมงค์ทางลับที่ขุดเตรียมไว้ หลังจากพ่อแม่ปลอดภัยแน่แล้ว ภูผาก็อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปอีกคน

ส่วนที่บ้านสุพจน์ยามนี้ เจ้าของบ้านบ้าตัณหาพาสาวใช้ขึ้นมานอนบนห้อง อิ่มจิตเข้ามาเจอถึงกับผงะเพราะทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่า

สุพจน์ไม่สะทกสะท้านและไม่สนใจว่าอิ่มจิตจะรู้สึกยังไง เขาให้เงินสาวใช้เป็นครั้งคราวในการหาความสุขใส่ตัว เมื่ออิ่มจิตตัดพ้อว่าไม่มากไปหน่อยหรือ ทำไมไม่ให้เกียรติกันบ้าง เด็กก็เด็กในบ้าน ห้องนอนก็เป็นห้องที่ตนนอนกับเขาทุกคืน สุพจน์สวนขึ้นอย่างเห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดาว่า

“จะเป็นอะไรไป ฉันก็แค่ปลดปล่อยชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้จริงจังอะไรกับเด็กพวกนี้หรอก ให้เงินไปนิดหน่อยขี้คร้านจะเงียบ”

“คุณจะไปนอนกับใครก็เชิญ แต่ต้องไม่ใช่บนเตียงของฉัน”

“ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน หรือว่าเธอไม่พอใจก็ไปหาผู้ชายมานอนด้วยบ้างก็ได้นี่ เปลี่ยนรสชาติซะบ้าง”

อิ่มจิตสุดทนตบหน้าสุพจน์อย่างแรง แต่คาดไม่ถึงว่าสุพจน์จะตบเธอกลับคืนทันควันเหมือนกัน อิ่มจิตถึงกับเซเกือบล้มถ้าเอื้อมพรไม่เข้ามาประคองแม่ไว้

แล้วคืนนั้นสุพจน์ก็ออกจากบ้านไปสมทบกับพวกโตมรที่ลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายมาทางเรือ สุพจน์เห็นห่อเฮโรอีนมูลค่าเกือบ 120 ล้าน เกิดความโลภรีบถามเรื่องส่วนแบ่ง โตมรบอกว่าหักต้นทุนทั้งหมดแล้วแบ่งกันคนละครึ่ง สุพจน์ยิ้มพอใจ...โดยทุกคนไม่รู้ว่ากำนันไผ่กับเมียที่หนีตำรวจมาแอบได้ยินเข้าให้แล้ว

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น วีนัส พายุ และหมู่รงค์นำเงินดอลลาร์มาให้กอบคุณที่โรงพัก หมู่รงค์เล่าว่าตนเจอเงินนี้โดยบังเอิญในโรงแรมม่านรูด วีนัสแจ้งความประสงค์ว่าไม่ได้เอาเงินมาส่งให้เฉยๆ แต่เราต้องการรื้อฟื้นคดีมาพิจารณาใหม่

กอบคุณแววตาไม่ไว้ใจ พายุรุกคืบว่าตนรบกวนขอเอกสารหรือสำนวนต่างๆที่สารวัตรมีอยู่ กอบคุณปฏิเสธว่าไม่มี ถึงมีก็อยู่ที่ทำงานเก่า อีกอย่างเรื่องก็จบไปแล้วจะรื้อฟื้นขึ้นมาอีกทำไม

“ก็ผมไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นคนคุกไง” พายุสวนและจ้องหน้ากอบคุณอย่างไม่เกรง

“ก็ได้ แล้วผมจะหาให้” กอบคุณรับปากแบบขอไปที

พอดีหมวดเข้ามาบอกสารวัตรกอบคุณว่ามีเรื่องด่วน พลางยื่นกระดาษข้อความให้ เท่านั้นเองกอบคุณก็รำพึงชื่อกำนันไผ่แล้วผลุนผลันออกไปโดยไม่สนใจพวกพายุ

พายุ หมู่รงค์ และวีนัสพากันออกมาหน้าโรงพักด้วยท่าทีเซ็งๆ หมู่รงค์ไม่ไว้ใจกอบคุณจึงไม่เห็นด้วยที่พายุเอาหลักฐานให้เขาไป แต่วีนัสเอ่ยอย่างเข้าใจพายุว่า

“นายยังคาใจที่สารวัตรกอบคุณให้การปรักปรำในศาลใช่ไหม”

“ถ้าเรื่องเงินแพร่ออกไป แสดงว่าสารวัตรกอบคุณอาจจะมีเอี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้”

“ตำรวจนี่คบไม่ได้จริงๆ จริงไหมคุณวีนัส”

อดีตตำรวจอย่างวีนัสยิ้มรับแต่ไม่แสดงความเห็น แล้วบอกพายุว่าไม่ต้องกังวลไป ถ้าสารวัตรกอบคุณไม่เอาเอกสารทางคดีมาให้ ตนจะหาทางเอามาให้เขาเอง...

สายวันเดียวกันที่เหมืองของวิวัฒน์ ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากกรมโรงงานมารายงานผลการตรวจสอบสารปนเปื้อนในน้ำแก่เจ้าของเหมือง

“เราพบว่ามีสารพิษปนเปื้อนในน้ำจริงๆครับ”

วิวัฒน์ มาศจันทร์ และยุทธสีหน้าไม่สู้ดี ช่วยกันทักท้วงและยืนยันว่าเราไม่ได้ปล่อยน้ำลงในลำรางสาธารณะอย่างแน่นอน และทางกรมฯก็เคยมาตรวจไปแล้วด้วย

เจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นพรรคพวกของนายมงคลแย้งว่า “แต่หลักฐานมันมีพร้อมนี่ครับ และชาวบ้านก็เป็นพยานด้วย ไม่เชื่อคุณก็ลองดูข้างนอกสิ”

สามคนมองไปที่หน้าต่างเห็นชาวบ้านถือป้ายขับไล่เต็มไปหมด มาศจันทร์ตระหนกตกใจโพล่งขึ้นว่า

“แย่แล้ว ทำยังไงดีคะคุณพ่อ”

“คงทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับ นอกจากไปให้ปากคำที่โรงพักก่อน”

ฟังคำตำรวจแล้วสองพ่อลูกถึงกับหน้าซีดเผือด ขณะที่ยุทธจับสังเกตและเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่โปร่งใสแน่นอน

ooooooo

ตอนที่ 2

นอกจากจะไปวางก้ามใส่สารวัตรกอบคุณแล้ว วันเดียวกันนี้มงคลยังทำทีนำกระเช้าไปเยี่ยมเยียนวิวัฒน์ถึงบ้านพัก แสดงความห่วงใยประสาเจ้าถิ่น

“ได้ข่าวว่าคุณวิวัฒน์กับลูกสาวถูกลอบยิง ผมเลยถือโอกาสมาเยี่ยมและให้กำลังใจในฐานะที่ผมเป็นนายก เทศมนตรีของที่นี่”

“ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่คุณมงคลคงจะเข้าใจผิดแล้วล่ะ ที่จริงผมไม่ได้ถูกลอบยิงนะ แต่ผมถูกลอบกัดต่างหาก”

“เหรอครับ แหม...ใครกันนะที่มันมาลอบกัดกันแบบนี้”

“ผมว่ามันไม่หนีจากเรื่องเหมืองทองหรอกครับ”

“มันก็น่าจะใช่...ก็มันมีเรื่องผลประโยชน์มหาศาลนี่นะ จะว่าไปผมก็สนใจเหมืองอยู่เหมือนกัน ถ้าผมอยากจะขอแบ่งสัมปทานสักหน่อย คุณวิวัฒน์จะมีปัญหาไหม”

มาศจันทร์เข้ามาได้ยินพอดี จึงตอบคำถามแทนบิดาว่าบริษัทเราไม่มีนโยบายแบบนั้น มงคลไม่พอใจแต่ซ่อนความรู้สึกเอาไว้ รับไหว้มาศจันทร์หลังจากวิวัฒน์แนะนำตัวว่าเธอคือลูกสาวของตน

“ไหว้พระเถอะหนู คุณวิวัฒน์นี่โชคดีจังที่มีลูกสาวเก่งๆ”

“ขอบคุณครับ ลูกจันทร์เขาจะมาบริหารที่นี่”

มงคลคิดว่าการเจรจาคงไม่ได้เรื่องจึงตัดบท

“ดีครับ ผมขอตัวนะครับ ยังไงถ้าบริษัทเปลี่ยนนโยบายเมื่อไหร่ล่ะก็ช่วยบอกผมหน่อยนะครับ ผมยังสนใจอยู่”

“ค่ะ เราจะแจ้งท่านนายกคนแรกเลย”

มงคลฝืนยิ้มให้สองพ่อลูกแล้วกลับมาเล่าให้โตมรฟังด้วยท่าทีฉุนเฉียวเจ็บใจ

“นังเด็กเมื่อวานซืน ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ทำมาโอหังกับฉัน”

“ของฉันก็เหมือนกัน ไอ้พายุมันเลือกข้างเหมือง...น่าเสียดาย แต่มาถึงขนาดนี้พูดกันดีๆคงไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ”

“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง”

“เอาน่า มันต้องมีวิธีสิ ฉันว่ามันไม่ยากหรอก แต่ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่า”

“เรื่องอะไร”

“ฉันอยากทำการค้า ตอนนี้พวกฉันทางเหนือมันมีของหนีภาษีมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ถ้าฉันไปขนมาขายส่งต่อล่ะก็รับรองรวยเละ”

“ของอะไร”

“เครื่องไฟฟ้า บุหรี่ เหล้า และก็ของใช้จิปาถะ ซื้อมา ขายไป จะเสี่ยงหน่อยก็ตอนขนส่งนี่แหละ”

“มันก็ไม่น่าจะเสี่ยงเท่าไหร่นะ”

มงคลนึกถึงตำแหน่งหน้าที่และเงินของตนคงไม่ยากที่จะซื้อตำรวจบางคนได้ พอดีกับสุพจน์มาขอพบมงคลกับโตมรยิ่งแฮปปี้หลังจากได้พูดคุยกัน เพราะสุพจน์คือเจ้าของบริษัทขนส่งทั้งทางน้ำและทางบก หากได้เขามาร่วมธุรกิจหนทางคงสะดวกสบายไร้อุปสรรค

ด้านภูผาตั้งใจนำเงินบางส่วนที่พบโดยบังเอิญมาฟอกที่ปากน้ำโพและเจอวีนัสอย่างไม่คาดคิด เขานำรถของเธอที่เสียส่งซ่อมและจ่ายเงินให้เสร็จสรรพก่อนโทร.ไปฝากข้อความแจ้งไว้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลที่เธอสัมมนาอยู่

หลังจากติดต่อเรื่องฟอกเงินเรียบร้อยแล้วภูผาก็หิ้วกระเป๋าออกจากโรงแรมม่านรูดที่อาศัยชั่วคราวมุ่งหน้าไปยังจุดนัดหมายคือร้านอาหาร โดยไม่รู้ว่าแก๊งฟอกเงินนั้นคือพวกจ่านนท์

บังเอิญจริงๆที่หมู่รงค์พาพายุมาเลี้ยงข้าวที่ร้านเดียวกันนี้ จึงรู้เห็นถึงความป่าเถื่อนของจ่านนท์ที่ต้องการฮุบเงินของภูผาและคาดคั้นถึงที่มาของเงิน แต่ภูผาก็ไหวพริบดีเยี่ยมนำกระดาษใส่กระเป๋ามา เมื่อจ่านนท์รู้ว่าตัวเองถูกหลอกก็ยิ่งโมโห เกิดการปะทะกันจนภูผาถูกยิงบาดเจ็บแต่หนีไปได้ ในขณะที่หมู่รงค์กับพายุเข้ามาร่วมวงอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้จ่านนท์เข้าใจว่าพายุรู้เห็นกับชายที่หิ้วเงินมา

กอบคุณนำกำลังตำรวจเข้ามาระงับเหตุและตามจับพายุไว้ได้ทั้งที่เขายืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด อีกทั้งจ่านนท์ก็มาแจ้งความเอาผิดพายุว่าเขากับคนของเขาเอาของมาหลอกขาย

“ลูกน้องนายอ้างว่ามีเงินดำจะเอามาขาย แต่พอเปิดดูมันกลายเป็นกระดาษ”

“ลูกน้องอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันแค่กินข้าวกับเพื่อนฉัน”

“แล้วนายหนีทำไม”

พายุเหลือบมองจ่านนท์ก่อนตอบกอบคุณว่ามีคนจะยิงตน จ่านนท์ได้ยินก็ร้อนตัวทันที

“ใครจะไปยิงนาย...คิดไปเองหรือเปล่า”

“เอาล่ะ เดี๋ยวจับลูกน้องนายได้ก็รู้ ตกลงนายไม่ให้การอะไรใช่ไหม”

“ไม่รู้จะให้การยังไงมากกว่า”

พายุตอบตรงๆ แต่กอบคุณคิดว่าเขายียวนจึงสั่งจ่าให้เอาผู้ต้องหาไปขังไว้ก่อน

ooooooo

ภูผาถูกยิงบาดเจ็บแต่ไม่กล้าไปโรงพยาบาล โชคดีเขาได้เจอวีนัสที่เพิ่งไปรับรถออกมาจากอู่ วีนัสตกใจมากและคิดตอบแทนความดีที่เขาเคยช่วยเหลือด้วยการรีบไปซื้ออุปกรณ์ทำแผลแล้วพาเขาหลบเข้าโรงแรมม่านรูดลงมือทำแผลให้เขาด้วยตัวเอง

พายุถูกควบคุมตัวอยู่โรงพักนานนับชั่วโมงก่อนที่สุพจน์จะมาทำเรื่องประกันตัวโดยมีอิ่มจิตกับเอื้อมพรเดินทางมาด้วย สุพจน์ดุด่าและตบหน้าพายุหาว่าก่อความเดือดร้อนไม่หยุดหย่อน กอบคุณเห็นว่ายังเอาผิดพายุไม่ได้จึงยินยอมให้ประกันตัว

“เอาเป็นว่าตอนนี้ผมยังดำเนินคดีกับพายุไม่ได้ เพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ผมจะปล่อยตัวชั่วคราวก็แล้วกัน”

สุพจน์ขอบคุณสารวัตรแล้วกำชับพายุให้หยุดทำเรื่องชั่ว แถมสั่งห้ามไม่ให้มาเหยียบบ้านตนอีก อิ่มจิตกับเอื้อมพรสงสารพายุแต่ทำอะไรไม่ได้ จำต้องกลับไปพร้อมสุพจน์ ส่วนพายุน้อยใจที่โดนตบหน้า ออกจากโรงพักด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่สุพจน์ไม่เคยรัก ไม่ยอมรับเขาเป็นลูกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หนำซ้ำยังกรอกหูเขาอยู่เรื่อยมาว่าแม่ของเขาหนีตามชายชู้ไป

พายุเคว้งคว้างเดินไปท่ามกลางความมืด คิดถึงแม่ที่ไม่รู้ว่าอยู่ไหน...ทันใดนั้นลูกปืนปลิวมาเฉียดเขาไปนิดเดียว พายุกลิ้งตัวหลบตามสัญชาตญาณและมองหาที่มาของกระสุน

เปียซ่อนตัวในความมืด ต้องการตัวพายุไปคุยธุรกิจแต่เขาไม่ยอมเลยเกิดการปะทะกัน พายุไม่มีอาวุธจึงเป็นรอง แต่แล้วหมู่รงค์เพื่อนเกลอของพายุก็ซิ่งมอเตอร์ไซค์เข้ามาช่วยเหลือ

จ่านนท์อยู่ในรถกระบะคอยบัญชาการลูกน้องเห็นดังนั้นก็สั่งให้ตามจับพายุมาให้ได้ ส่วนหมู่รงค์ยิงทิ้งได้เลย แต่ยังไม่ทันลงมือพวกจ่านนท์ก็ต้องถอย เพราะสารวัตรกอบคุณกับสายตรวจผ่านมา

กอบคุณอยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน หมู่รงค์จึงพาเขาไปที่บ้านพักในค่ายทหารเพื่อความปลอดภัย สามคนนั่งเผชิญหน้ากัน หมู่รงค์ซดเบียร์อย่างใจเย็น ขณะที่พายุสีหน้าเรียบนิ่งจับตามองกอบคุณอย่างไม่ไว้ใจ

“นี่ถ้าฉันมาไม่ทันคงได้จองศาลาแล้วมั้ง”

“ผมว่ายังไงสารวัตรก็ต้องมาทัน เพราะผมเชื่อว่าสารวัตรดูความเคลื่อนไหวผมอยู่”

“จริงเหรอสารวัตร ไอ้พายุมันมีอะไรน่าตามนักหรือ” หมู่รงค์ยียวน

“ไม่ต้องมาทำเป็นปากเก่ง ฉันขอเตือนก่อนนะ ไม่ว่านายจะไปมีเรื่องกับใครมา นายต้องบอกฉัน ฉันจะได้จัดการตามกฎหมาย จะไม่มีการมาไล่ยิงกันกลางถนนแบบนี้ เข้าใจไหม”

“ผมว่าสารวัตรน่าจะไปจับไอ้คนที่ไล่ยิงผมมาก่อนดีกว่า”

“ฉันจับแน่ นายสองคนอย่าไปก่อเรื่องอีกก็แล้วกัน”

“ผมไม่รู้นะเนี่ยว่าสารวัตรยกการป้องกันตัวว่าเป็นการก่อเรื่อง อย่าห่วงเลยครับ ในนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอก ทหารเป็นกองพัน” หมู่รงค์ยอกย้อนจนกอบคุณหน้าชา รีบตัดบทกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก

พายุนึกถึงกลุ่มคนที่ลอบกัดตนเมื่อสักครู่แล้วเปรยว่าน่าสงสัย หมู่รงค์แปลกใจถามว่าเรื่องอะไร

“ยุทธวิธีที่พวกมันใช้เหมือนตอนที่ฉันถูกปล้นรถขนเงินเลย”

“ทหาร?” หมู่รงค์โพล่งออกมา พายุพยักหน้ารับและนึกถึงจ่านนท์...

เวลาเดียวกันนั้น จ่านนท์กับไอ้เปียสมุนคู่ใจกลับบ้านพักด้วยความหงุดหงิดโมโห จ่านนท์ตบโต๊ะดังปังก่อนคว้าแก้วเหล้ามากระดกรวดเดียวหมด

“มันคิดว่ามันเล่นอยู่กับใครวะ ไอ้พายุ! เมื่อคุยกันดีๆไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”

“แล้วจะเอายังไงดีล่ะพี่”

“ตามล่าไอ้หนุ่มนั่นให้เจอ มันคงไปไหนไม่ไกลหรอก”

จ่านนท์หมายถึงภูผาที่โดนยิงบาดเจ็บ เปียเข้าใจรับคำสั่งทันที

ooooooo

ตอนที่ 1

หลังจากที่พายุหมดอิสรภาพอยู่ในเรือนจำนานถึง 5 ปี ข้อหาปล้นรถขนเงินของธนาคารที่เขาเป็นพนักงานคุมเงินสด เมื่อได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเขาจึงต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง เพราะเขาคาใจมาตลอดว่าไม่ได้เป็นคนร้ายปล้นเงินแต่ถูกจัดฉากให้เป็นแพะรับบาป

ก่อนพ้นจากเรือนจำมา พายุรับปากเทพผู้คุมที่กำชับว่าอย่าลืมไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติ แต่ไม่ทันไปถึงชายหนุ่มก็ประสบเหตุคนร้ายปล้นหญิงสาวคนหนึ่งที่เพิ่งเบิกเงินและทองออกมาจากธนาคาร

ผู้คนบริเวณนั้นตระหนกตกใจพากันวิ่งหนี แต่พายุไม่ทำเช่นนั้น เขาตั้งสติลุยเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวที่มากับบอดี้การ์ด เป็นเวลาที่ทางตำรวจ 191 ก็ได้รับแจ้งว่าเกิดการจี้ปล้น

กลุ่มคนร้ายนำโดยจ่านนท์อดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ตั้งตัวเป็นซุ้มมือปืน พวกมันต้องการเงินและทองของมาศจันทร์ลูกสาวนายวิวัฒน์เจ้าของสัมปทาน

เหมืองทองที่นครสวรรค์ แต่ความจริงยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่มากกว่านั้นจากผู้บงการ

คนร้ายเป็นกลุ่มเดิมเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่ปฏิบัติการแล้วโยนความผิดให้พายุ ในวันนี้หนึ่งในกลุ่มเห็นหน้า

พายุเลยชะงักอย่างรู้สึกคุ้น แต่เพราะเหตุการณ์หน้าสิ่ว หน้าขวานมันเลยไม่มีเวลาพิจารณา

มาศจันทร์ปลอดภัยได้รับความช่วยเหลือจากพลเมืองดี แต่แล้วเขาก็จากไปโดยไม่แนะนำตัวว่าเป็นใคร เมื่อตำรวจที่นำโดยสารวัตรกอบคุณมาถึง คนร้ายจึงสลายตัวไปไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง

กอบคุณรู้สึกถูกตาต้องใจมาศจันทร์ตั้งแต่แรกเห็น เขาเชิญเธอไปสอบสวนและลงบันทึกแจ้งความ

ที่สถานีตำรวจ ก่อนที่วิวัฒน์บิดาของเธอจะตามมาด้วยท่าทีร้อนรน ด้านจ่านนท์หัวหน้าโจรกำลังหัวเสียที่สมุนทำงานไม่สำเร็จทั้งที่เป้าหมายคือกระเป๋าแค่สองใบจากผู้หญิงร่างกายบอบบาง

“ผมเกือบจะเอามันมาได้แล้วครับจ่า แต่มีคนมาช่วยลูกสาวนายวิวัฒน์เสียก่อน”

“ใครวะ”

“ผมไม่แน่ใจนะว่าจะใช่หมู่พายุหรือเปล่า”

จ่านนท์ชะงักอย่างคาดไม่ถึง “หมู่พายุ? เห็นว่ามันติดคุกคดีปล้นรถขนเงินนี่ ไม่น่าจะพ้นโทษเร็วขนาดนี้นะ”

“นั่นสิครับ ผมเลยไม่แน่ใจ แต่ดูจากฝีมือมันไม่หนีจากหมู่พายุเลยนะจ่า”

“หรือว่ามันจะเป็นหมู่พายุจริงๆ”

จ่านนท์พึมพำแล้วนึกถึงความหลังเมื่อหลายปีก่อนที่ตนเคยเป็นครูฝึกประจำหน่วยรบพิเศษ แล้วหมู่พายุอยู่ในลูกทีมซึ่งเป็นระยะเวลาสองเดือนในการฝึก แต่ทั้งคู่ไม่ลงรอยกันเพราะความไร้น้ำใจของจ่านนท์ที่พายุไม่ชอบและกลายเป็นงัดข้อกันเรื่อยมา

เสียงโทรศัพท์มือถือทำลายภวังค์ของจ่านนท์ที่กำลังนึกถึงอดีต เขารับสายจากผู้บงการที่อยากรู้ว่างานเรียบร้อยไหมด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“ครับ ถ้าแค่ขู่...เพราะผมไม่ได้เงินมา พอดีตำรวจมาเสียก่อนครับ”

“ไม่ได้เงินหรือ...อืม...เอาเถอะ ยังไงมันก็น่าจะขวัญเสียอยู่ รีบขึ้นมาหาฉันที่ปากน้ำโพก็แล้วกัน”

“ครับท่าน” จ่านนท์วางสายแล้วสั่งลูกน้องพลางโยนซองเงินปึกใหญ่ให้ “เอาเงินนี่ไป แล้วจัดการทำลายหลักฐานให้หมด เผาเสื้อผ้าที่ใส่ซะด้วย”

ooooooo

เพราะมัวเสียเวลากับการเป็นพลเมืองดีทำให้พายุไปถึงสำนักงานคุมประพฤติเกินเวลาทำการ เจ้าหน้าที่หญิงร่างอ้วนกำลังจะกลับบ้าน มองชายหนุ่มที่เดินเข้ามาแววตาขุ่นขวาง

“ผมมารายงานตัว”

ได้ยินคำพูดนั้น หล่อนชักสีหน้าใส่เขาทันที บ่นว่านี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว

“ห้าโมงสองนาทีครับ”

“ก็รู้นี่...ว่ามันหมดเวลาราชการแล้ว”

“แต่ผม...”

“ไม่ต้องมาอ้างอะไรทั้งนั้น พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”

เจ้าหน้าที่จ้องชายหนุ่มตาแข็ง พายุพูดไม่ออก กำลังจะหันหลังกลับ...ได้ยินเสียงผู้หญิงลอดออกมาจากในห้อง

“ให้เขาเข้ามาก็ได้ พอดีฉันยังไม่กลับ”

พายุดีใจ การมาของเขาไม่เสียเที่ยว ได้เข้าไปพบหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีแถมมีน้ำใจ เธอรับฟังเหตุผลของเขาที่มาสายเพราะติดธุระ แล้วเตือนเสียงเรียบว่า

“คราวหน้าก็มาให้เร็วกว่านี้นะ ที่นี่เปิดแปดโมงครึ่ง ปิดสี่โมงครึ่ง ชื่ออะไรล่ะเราน่ะ”

“พายุครับ...พายุ สุพรรณภักดิ์”

หญิงสาวมองหน้าเขาแล้วตรวจสอบเอกสาร

“คดีปล้นรถขนเงินธนาคารที่ตัวเองเป็นพนักงานคุมเงินอยู่ พิพากษาจำคุก 10 ปี ติดอยู่ 5 ปี 4 วัน ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ เป็นนักโทษชั้นดี...ดูท่าทางคุณไม่เหมือนโจรเลยนะ”

“ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้ปล้นล่ะ คุณ...”

“วีนัส...ฉันชื่อวีนัส”

“ครับ คุณวีนัส ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้ปล้นในวันนั้นคุณจะเชื่อไหม”

“จะให้ฉันเชื่อคุณหรือเชื่อหลักฐานกับกระบวนการยุติธรรมล่ะ เอ้า เซ็นซะ”

วีนัสยื่นเอกสารรายงานตัวให้พายุเซ็นแล้วบอกว่าเจอกันเดือนหน้า...ทันใดนั้นในจอทีวีที่เปิดทิ้งไว้มีรายงานข่าวด่วนเรื่องการปล้น พายุหันมองด้วยความสนใจ

“เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมามีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 6-7 คน บุกเข้าปล้นชิงทรัพย์ผู้เสียหายที่เข้าไปเบิกเงินสดและทองคำมาจากธนาคาร ผู้เสียหายคือนางสาวมาศจันทร์ ลีลาวงศ์วัฒนสกุล ทายาทคนเดียวของนายวิวัฒน์ เจ้าของสัมปทานเหมืองทอง...”

พลันจอทีวีดับวูบโดยวีนัส “ขอโทษนะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว...ไปดูข่าวภาคค่ำต่อก็แล้วกัน”

เธอรวบรัดแล้วเก็บข้าวของ พายุพยักหน้ารับอย่างนอบน้อมก่อนลุกจากไป

ooooooo

วิวัฒน์กับมาศจันทร์กลับถึงบ้านก็ติดตามข่าวสารทางทีวีโดยมีรัตนาแม่บ้านสาวใหญ่ออกอาการตกอกตกใจเป็นห่วงคุณหนูของตน

“ตายแล้วคุณหนู เป็นยังไงบ้างคะ ไหนดูซิบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า โทรทัศน์ออกข่าวทุกช่องเลย”

“หนูไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อยป้ารัตนา”

“นั่นสิ ทำอย่างกะลูกจันทร์ถูกยิงพรุนมาทั้งตัว”

“ก็ฉันเป็นห่วงนี่คะ ฉันเลี้ยงของฉันมาตั้งแต่คุณนายเสีย คุณหนูยังแบเบาะ มดไม่ให้ไต่ไรไม่เคยตอม นี่อะไรกันเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสองสามวันก็ถูกปล้นเสียแล้ว”

“มันพวกไหนกันนะ”

“พวกมันท่าทางเหี้ยมกันทุกคนเลย ดีนะที่คนนั้นเขามาช่วยเอาไว้”

“จริงสิ...เขาชื่ออะไรล่ะ”

“ไม่ทราบค่ะ”

“เสียดายจัง พ่ออยากจะตอบแทนเขาบ้าง”

“นั่นเป็นเรื่องของวันข้างหน้า แต่ตอนนี้อิฉันขออนุญาตพาคุณหนูไปอาบน้ำอาบท่าก่อนนะคะ ดูสิเนื้อตัวมอมแมมไปหมดเลย ไปค่ะคุณหนู”

รัตนาดึงมาศจันทร์ออกไปราวกับเด็กน้อย วิวัฒน์มองตามแล้วนึกขัน แต่สีหน้ากลับมาหม่นอีกครั้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ลูกสาวถูกปล้น

ooooooo

พายุเดินออกมาจากสำนักงานคุมประพฤติไปหยุดที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เอาเหรียญหยอดตู้เพื่อโทร.หาใครบางคนแต่สัญญาณเงียบกริบ เขาบ่นอุบว่าห้าปียังไงก็อย่างนั้นไม่เคยพัฒนา

วีนัสเดินผ่านมาได้ยินเสียงบ่นเลยบอกว่าสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครใช้โทรศัพท์สาธารณะกันแล้ว...เมื่อรู้ว่าเขาจะกลับบ้านซึ่งเป็นทางผ่านบ้านตน หญิงสาวให้เขาติดรถมาด้วย ระหว่างทางเธอมองสำรวจเขาถี่ถ้วนก่อนพูดตามที่รู้สึกว่าท่าทางเขาไม่เหมือนคนร้าย

“เชื่อแล้วใช่ไหมว่าผมไม่ได้ปล้นธนาคาร”

“ยัง...จำไว้นะ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับหลักฐาน นายมีสิทธิ์รื้อฟื้นคดีได้ก็ต่อเมื่อนายมีหลักฐานใหม่มาอ้างต่อเจ้าพนักงาน”

พายุนิ่งอย่างจำนน เมื่อรถของเธอไปจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ซึ่งเป็นจุดหมายของเขา วีนัสแปลกใจถามว่านี่บ้านนายจริงหรือ

“คิดว่าใช่นะครับ ห้าปี ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไป แต่เลขที่บ้านยังเหมือนเดิม ขอบคุณที่มาส่ง”

พายุลงจากรถ วีนัสมองตามยิ้มๆก่อนเคลื่อนรถออกไป พายุเดินมาหยุดยืนที่หน้าบ้านหลังใหญ่ด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ เขากดกริ่งและยืนรออยู่สักครู่ก็มีคนรับใช้ผู้ชายออกมาเปิดประตู

ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร คนรับใช้ดีอกดีใจร้องลั่นว่า “คุณพายุออกจากคุกแล้ว” พายุได้ยินแล้วเซ็ง บ่นงึมงำว่านี่มันดีใจหรือประจานกันแน่

เมื่อเข้ามาในบ้าน พายุกราบเท้าสุพจน์เจ้าของบ้านที่นั่งอยู่กับอิ่มจิต สุพจน์สีหน้าเรียบนิ่ง ขณะที่อิ่มจิตท่าทางยินดีกับอิสรภาพของพายุ

“ฉันไม่คิดว่าเขาจะปล่อยแกออกมาเร็วขนาดนี้”

คำพูดประโยคนั้นของสุพจน์เล่นเอาอิ่มจิตชักสีหน้านิดๆ ท้วงขึ้นว่า “อ้าว...ได้ปล่อยตัวออกมาเร็วก็ดีแล้วนี่คะคุณสุพจน์”

สุพจน์ไม่ค่อยพอใจแต่แสร้งพูดส่งๆไป “ก็ดีแล้วนี่ แล้วนี่แกคิดจะทำยังไงต่อไป”

“ผมก็คงต้องหางานทำครับ พ่อใหญ่”

“อืม...ก็ดีที่ยังคิดถึงอนาคตบ้าง แล้วแกจะทำงานอะไร”

เจ้าพายุ เรื่องย่อละคร

หลังจากที่ พายุ (ลิขิต บุตรพรม) ติดคุกในเรือนจำนานถึง 5 ปี เพราะถูกข้อหาปล้นรถขนเงินของธนาคารที่เขาเป็นพนักงานคุมเงินสด เมื่อได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระเขาจึงต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เพราะเขาคาใจมาตลอดว่าไม่ได้เป็นคนปล้นเงินแต่ถูกจัดฉากให้เป็นแพะรับบาป

กอบคุณ (อติรุจ สิงหอำพล) เป็นนายตำรวจฝีมือดี เขาสามารถปิดคดีมาเฟียใหญ่ที่ชื่อ บัญชา (เล็ก ไอศูรย์) โดยทะลายรังแล้ววิสามัญนายบัญชาเสียชีวิต เขาจึงได้เลื่อนตำแหน่งและถูกส่งมาประจำที่ปากน้ำโพ

พายุไปรายงานตัวที่คุมประพฤติซึ่งมี วีนัส (จิลล์ โรเจอร์) เป็นคนดูแลเรื่องนี้ พายุบอกว่าเขาต้องการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ ทีแรก วีนัสก็เชื่อว่าพายุเป็นคนปล้น แต่พอได้ดูหลักฐานและเอกสารที่สั่งฟ้องแล้ว เธอจึงมั่นใจและว่าพายุเป็นแพะในคดีนี้ เธอจึงรับปากที่จะช่วยพายุ เพราะในใจลึกๆเธอแอบชอบพายุ

มาศจันทร์ (ฮาน่า ลีวิส) ลูกสาวคนเดียวของ วิวัฒน์ (สุรวุฑ ไหมกัน) เจ้าของสัมปทานเหมืองทองที่นครสวรรค์ มาเบิกเงินที่ธนาคารแล้วถูกดักปล้น พายุผ่านมาพบพอดีจึงได้ช่วยเหลือเอาไว้ และจากไปโดยไม่ได้แนะนำตัวว่าเป็นใคร สารวัตรกอบคุณเป็นคนทำคดีนี้ เขารู้สึกหลงรักมาศจันทร์ตั้งแต่แรกเห็นทันที ทางด้านวิวัฒน์กำลังมีเรื่องกับนายมงคล (ตฤน เศรษฐโชค) นายกเทศมนตรี กับ โตมร (สุทธิคุณ วันทานุ) ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เพราะมงคลต้องการจะฮุบสัมปทานเหมืองทองของวิวัฒน์ มงคลจึงทำได้ทุกอย่างเพื่อแย่งชิงมา ถึงแม้จะต้องฆ่าวิวัฒน์กับลูกสาวก็ตาม

ภูผา (จิณณะ นวรัตน์) ติดคุกในฐานะฆ่าคนตาย เพื่อปกป้อง กำนันไผ่ (เอกพัน บรรลือฤทธิ์) พ่อของตัวเอง ภูผาสู้คดีแต่แพ้จึงติดคุกเกือบ 5 ปี ในขณะที่อยู่ในคุกเขาพยายามทำดีและทำงานลดโทษ วันหนึ่งในขณะที่ภูผาออกไปทำงานลอกท่อ เขาพบเงินประมาณ 15 ล้านดอลล่าห์ที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้โดยบังเอิญ หลังจากนั้นอีก 7 วันเมื่อเขาพ้นโทษจึงได้กลับมาเอาเงินจำนวนนั้นไป

พายุกลับมาหา สุพจน์ (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) ที่บ้าน แต่สุพจน์ไม่ต้อนรับและไม่นับว่าเขาเป็นลูก เพราะเขามีปมในอดีตเกี่ยวกับ นิ่ม (สุธิตา เกตานนท์) แม่ของพายุที่ท้องก่อนที่จะมาอยู่กับเขา ซึ่งตอนนี้นิ่มก็ได้หนีกลับไปอยู่กับกำนันไผ่สามีเก่า ที่กลายเป็นผู้ต้องหาหนีคดีปล้นหลายคดี อิ่มจิต (ณหทัย พิจิตรา) ภรรยาใหม่ของสุพจน์เอ็นดูพายุเหมือนลูกคนหนึ่ง เพราะอิ่มจิต มี เอื้อมพร (ชัชฎาภรณ์ ธนันทา) ลูกสาววัยเดียวกับพายุด้วย แต่เป็นลูกติดก่อนที่จะมาอยู่กินกับสุพจน์

เอื้อมพรกับพายุโตมาด้วยกัน และเธอก็รักพายุมาตั้งแต่เริ่มเป็นสาว แต่พายุคิดกับเอื้อมพรเป็นเหมือนน้องสาวเท่านั้น นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่สุพจน์เกลียดพายุ เพราะเขาต้องการที่จะเคลมเอื้อมพรเช่นกัน พายุไม่มีที่ไปจึงกลับไปพักอยู่กับ หมู่รงค์ (วัชรบูล ลี้สุวรรณ) เพื่อนรักที่เคยเป็นทหารมาด้วยกันที่ปากน้ำโพ พอดีกับที่สุพจน์มาเปิดบริษัทขนส่งทางน้ำที่นี่ โดยให้เอื้อมพรมาดูแลกิจการ พายุกับเอื้อมพรจึงได้พบกัน แต่ความสัมพันธ์ยังเป็นแค่พี่น้องเช่นเดิม

วิวัฒน์ไม่กลัวอิทธิพลของมงคล จึงทำให้มงคลส่ง จ่านนท์ (ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง) อดีตทหารหน่วยรบพิเศษที่ตั้งตัวเป็นซุ้มมือปืน มาดักยิงวิวัฒน์กับมาศจันทร์ แต่พายุกับหมู่รงค์มาช่วยไว้ได้ทัน เพราะพายุช่วยมาศจันทร์ไว้ถึงสองครั้ง วิวัฒน์จึงรับเข้ามาทำงานที่เหมือง พายุรู้ตัวว่าแอบรักมาศจันทร์แต่ก็ต้องเจียมตัว กอบคุณย้ายมาประจำที่ปากน้ำโพ จึงเกิดความไม่พอใจที่เห็นพายุสนิทสนมกับมาศจันทร์ เขาจึงบอกความจริงกับวิวัฒน์ว่าพายุเคยเป็นคนที่ติดคุกมาก่อน พายุจึงตัดสินใจลาออกจากงานไป หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันเหมืองทองของวิวัฒน์ก็ถูกปิด เพราะถูกร้องเรียนว่าปล่อยมลพิษลงแม่น้ำ ซึ่งที่จริงเป็นแผนร้ายของมงคล

สุพจน์กับมงคลและโตมร ร่วมมือกันขนของผิดกฎหมายจากทางภาคเหนือ เรื่องนี้เอื้อมพรแอบได้ยิน ทางด้านโตมรรู้สึกชอบเอื้อมพร แต่เอื้อมพรไม่ชอบโตมรจึงให้พายุเข้ามาช่วยกัน แต่ก็ทำได้แค่เพียงบางเวลาเท่านั้น และเธอก็รู้สึกว่าพายุชอบมาศจันทร์ แต่เธอก็ยังรักพายุไม่เสื่อมคลาย ภูผาเอาเงินที่พบบางส่วนมาฟอกที่ปากน้ำโพ จ่านนท์รู้ทีมาของเงินดี จึงพยายามจับภูผาเพื่อคาดคั้นหาเงินที่เหลือ แต่ภูผาหนีรอดไปได้

วีนัสพบหลักฐานที่ส่งฟ้องพายุเป็นหลักฐานเท็จ อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดอีกหลายมุมที่ไม่ได้นำไปใส่ในสำนวนฟ้อง และคนที่ทำสำนวนฟ้องในขณะนั้นคือกอบคุณซึ่งมียศเป็นร้อยตำรวจเอก วีนัสนำเรื่องนี้ไปบอกกับพายุแล้วยังรู้ว่าจ่านนท์คือหนึ่งในคนที่ปล้นเงิน และยังสืบจนรู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดคือมงคลกับโตมร พายุจึงต้องตามล่าภูผาเพื่อติดตามหาเงินที่เหลือ ภูผาหนีไปหากำนันไผ่เพราะเขาเป็นลูกของกำนันไผ่กับนิ่ม ในขณะที่พายุก็ตามไปตำรวจได้ล้อมจับกำนันไผ่ จ่านนท์ตามไปสังเกตการณ์แล้วยิงนิ่มตาย เพราะนิ่มพุ่งตัวเข้ามาช่วยพายุลูกชาย ทำให้ภูผาแค้นพายุมาก

วิวัฒน์ตัดสินใจให้มาศจันทร์หมั้นกับกอบคุณ มาศจันทร์จำยอมเพราะในใจต้องการช่วยพายุ เนื่องจากวีนัสบอกกับเธอว่าสงสัยกอบคุณจะเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการปล้นเงินด้วย มาศจันทร์ยอมให้พายุเข้าใจผิด ก่อนที่เธอเกือบเสียท่าให้กอบคุณเพื่อหาหลักฐานช่วยพายุ แต่พายุก็มาช่วยเธอไว้ทัน

เอื้อมพรแต่งงานกับโตมรด้วยความเต็มใจ และด้วยความแค้นที่ถูกสุพจน์ข่มขืน เมื่อเธอแต่งงานกับโตมรแล้ว เธอก็ได้ไปหาหลักฐานที่โตมรกับมงคลบงการปล้นเงินเพื่อช่วยพายุ จนตัวเองถูกจับได้และถูกฆ่าปิดปาก สุพจน์มาพบเข้าจึงถูกโตมรฆ่าอีกคน โดยที่พายุมาช่วยไม่ทัน กำนันไผ่เปิดเผยความจริงให้พายุกับภูผารู้ว่าทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ทั้งสองคนจึงเลิกบาดหมางกัน และหันมาจับมือกันเพื่อจบเรื่องทั้งหมด

วิวัฒน์มารู้ภายหลังว่าที่กอบคุณต้องการแต่งงานกับมาศจันทร์ เพื่อหวังจะฮุบเหมืองทอง วิวัฒน์จึงโยกหุ้นส่วนทั้งหมดไปให้กับป้ารัตนาช่วยถือแทนไว้ เพราะรู้ว่าตัวเองจะต้องถูกกอบคุณฆ่าตาย เมื่อมีหลักฐานที่พายุถูกใส่ร้าย วีนัสจึงสามารถรื้อคดีใหม่ความจริงถูกเปิดเผยว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่มีแค่กอบคุณเท่านั้น แต่ยังมีนายใหญ่อีกคนที่เป็นผู้วางแผนเรื่องทั้งหมด


ใคร...คือนายใหญ่คนนั้น...???
ความรัก...ระหว่าง...พายุ กับ มาศจันทร์ จะลงเอยกันอย่างไร ???
วีนัส จะยอมตกลงปลงใจกับ ภูผา หรือไม่ ???

รอหาคำตอบกันได้ในละครเรื่อง “เจ้าพายุ” หลังข่าวภาคค่ำทางช่อง 7 สี เร็วๆนี้

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”
11 พ.ค. 2564

00:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 01:00 น.