ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

นอกจากต้องการเหมืองแล้วกอบคุณยังต้องการตัวมาศจันทร์ด้วย เขาพาเธอมากักขังแล้วจะปล้ำข่มขืน แต่พอดีอีวาโทร.มาแจ้งข่าวดีว่าได้กุญแจมาแล้ว กอบคุณจึงผละจากมาศจันทร์ไปทันที

เวลาเดียวกันนั้น โตมรหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยากรู้ว่าอีวาทำงานให้ใครกันแน่ เช่นเดียวกับพวกวีนัสที่พากันกลับมายังบ้านพักของหมู่รงค์ในนครสวรรค์ ต่างสงสัยเหมือนกับโตมรว่าความจริงแล้วอีวาทำงานให้ใคร

พายุได้รับมรดกธุรกิจขนส่งของสุพจน์ที่เขียนพินัยกรรมไว้ให้ และหนี้สินอีกไม่น้อย รวมทั้งเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการปล้นที่มีเอี่ยวกับเสี่ยโชคชัย ซึ่งเรื่องหนี้สินพายุตั้งใจเคลียร์แทนพ่ออยู่แล้ว แต่ต้องจัดการกับปัญหาที่คาราคาซังให้เสร็จสิ้นก่อน

เปียเพิ่งรู้ว่าอีวาทำงานให้กอบคุณ เธอนัดเขามาพบแต่ยังไม่ยอมให้กุญแจที่เพิ่งได้มา พูดอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมว่า

“ถึงฉันจะทำงานให้คุณก็จริง แต่ฉันก็ต้องเซฟไว้ก่อน กุญแจจะถึงมือคุณก็ต่อเมื่อฉันได้ส่วนแบ่งอย่างปลอดภัย”

“นี่คิดจะต่อรองกับฉันหรือ”

“ไม่ได้ต่อรอง แต่เพื่อความปลอดภัย”

เปียยิ้มพอใจ บอกลากอบคุณไปพร้อมอีวา

โดยไม่รู้ว่ามีใครคนหนึ่งสะกดรอยตามทุกฝีก้าว จนกระทั่งสองคนเข้าไปหาความสุขกันในโรงแรมม่านรูด บุรุษผู้นี้ก็ปรากฏตัวใช้ปืนจ่อหัวคนทั้งคู่

เขาคือจ่านนท์นั่นเอง อีวากับเปียคาดไม่ถึงอึ้งกันไปชั่วขณะ เพราะเข้าใจว่าจ่านนท์โดนพวกตนวางยาตายแล้ว

“คิดว่าฉันจะตายง่ายๆอย่างนั้นหรือ...อีวา ลูกไม้แบบนี้มันใช้ได้แค่ครั้งเดียว ฉันรู้อยู่แล้วว่าสันดานอย่างเธอมันไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

“ไม่ต้องมาพล่าม จะเอายังไงก็ว่ามา”

“เธอก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าฉันต้องการอะไร”

อีวามองกุญแจในมือของตนแล้วถามจ่านนท์ว่าตนคงต่อรองอะไรไม่ได้แล้วใช่ไหม จ่านนท์ยิ้มแทนคำตอบ อีวาจำใจโยนกุญแจให้เขาไปทั้งที่เสียดาย

“ว่าง่ายๆแบบนี้ฉันคงยิงแกสองคนไม่ลง...ลาก่อน”

จ่านนท์ถอยฉากออกไป เปียแค้นใจแต่อีวากลับบอกเขาว่าอย่าห่วงเลย ตนรู้ว่าจ่านนท์ต้องไปที่ไหน

ooooooo

กอบคุณไม่ได้กุญแจจากอีวา เขาย้อนกลับมาหามาศจันทร์พร้อมเอกสารการโอนหุ้น บังคับให้เธอเซ็น แต่หญิงสาวไม่ยอมแถมยังปาเอกสารใส่หน้าเขาด้วยความโมโห

“ถึงฆ่าฉัน ฉันก็ไม่ยอมเซ็นให้คนอย่างแกหรอก”

“ไม่เป็นไร ฉันรอได้ ฉันจะทิ้งเอกสารไว้นี่ เผื่อเธอจะเปลี่ยนใจ”

กอบคุณกลับออกมาครู่เดียว อีวาก็ติดต่อเข้ามาบอกข่าวว่าจ่านนท์ยังไม่ตาย กอบคุณยิ่งเครียดไปกันใหญ่ บ่นอุบว่าทำไมมันตายยากตายเย็นนัก!

ด้านอิ่มจิตที่ต้องการทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามพินัยกรรมของสุพจน์ วันเดียวกันนี้เธอตามผู้จัดการธนาคารที่สุพจน์เป็นหนี้อยู่มาเจรจากันต่อหน้าพายุ

“เรื่องหนี้สินผมทราบครับ และยินดีที่จะรับสภาพหนี้นั้น”

“แต่หนี้มันเยอะนะครับ ตอนนี้อยู่ในช่วงเจรจาประนอมหนี้ด้วย”

“ฉันเอาตัวเลขให้พายุดูแล้วล่ะค่ะ”

“ผมว่าเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน ผมสัญญาว่าจะ

ใช้เงินคืนทุกบาททุกสตางค์ แต่คุณต้องช่วยผมด้วย”

“จะให้ผมช่วยอะไรครับ”

“คุณก็ทราบว่าพ่อผมมีหุ้นอยู่ในบริษัทขนส่งของเสี่ยโชคชัย”

“ครับ ผมทราบดี”

“นั่นแหละคือที่มาของเงินที่จะใช้หนี้คุณ”

“คุณพูดเรื่องอะไร”

“ผมหมายถึงเงินประกันที่บริษัทประกันจ่าย

เป็นสินไหมตอนที่รถขนส่งเงินถูกปล้น ที่ธนาคาร

คุณรักษารหัสโอนเงินของเสี่ยโชคชัยเอาไว้ คุณจะช่วยผมไหม”
“ผมรู้ว่าเงินมันมาก ถ้าคุณช่วยผม ผมก็จะช่วยคุณ”

“มันต้องแบบนี้สิ...ผมให้คุณ 10% จากจำนวนทั้งหมด”

“มันไม่น้อยไปหรือ”

“ผมให้คุณครึ่งหนึ่งก็ได้ แต่คุณคิดว่าจะไม่มีใครสงสัยหรือ เงินร้อยล้านกับห้าร้อยล้าน อันไหนจะโยกง่ายกว่ากัน ถ้าคุณไม่โลภ คุณกับครอบครัวก็สบายไปทั้งชาติ”

“ตกลง...ผมต้องทำยังไงบ้าง”

“แค่เอากุญแจอีกดอกมาให้ผม”

“กุญแจอยู่ที่ห้องทำงานผม”

พายุยิ้มพอใจ ส่วนจ่านนท์ที่สะกดรอยตามผู้จัดการธนาคารมาเพราะต้องการกุญแจอีกดอก เขาสงสัยว่าผู้จัดการมาที่บริษัทสุพจน์ทำไม แล้วพายุมาเกี่ยวอะไรด้วย

ooooooo

อีวากับเปียมาพบกอบคุณเล่าเรื่องจ่านนท์เอากุญแจไป กอบคุณจะให้สองคนแก้ตัวอีกครั้งด้วยการไปเอากุญแจอีกดอกมา การไขตู้เซฟต้องใช้กุญแจสองดอกไขพร้อมกัน ซึ่งมันอยู่ที่ผู้จัดการธนาคาร

อีวากับเปียรีบไปทันที แต่ยังช้ากว่าจ่านนท์ที่ไปดักรวบตัวผู้จัดการไว้ก่อน แล้วพามาสอบสวนสองต่อสอง แต่ผู้จัดการตอบเลี่ยงพยายามปิดบังความจริง

“คุณไปหาไอ้พายุมันทำไม”

“ก็แค่เรื่องบริษัทของคุณสุพจน์ พายุเป็นลูกที่ได้รับมรดก”

“งั้นหรือ ที่แท้พายุก็เป็นลูกของนายสุพจน์นี่เอง หรือว่ามันปล้นให้พ่อมัน...ไม่น่าใช่...หรือว่าเงินประกัน”

“เอ่อ...เปล่า...”

จ่านนท์ชักมีดออกมาให้อีกฝ่ายเสียวเล่น ผู้จัดการหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ขอร้องปากคอสั่น

“อย่าทำอะไรผมเลย ผมไม่รู้เรื่อง”

“ใครบอกว่าผมจะทำอะไรคุณล่ะ ผมเอาไว้ปาดคอลูกกับเมียคุณต่างหาก”

ผู้จัดการยิ่งตระหนกไปกันใหญ่ถึงกับร้องลั่น

“อย่านะ พวกเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”

“อย่างนั้นคนที่รู้เรื่องก็บอกมาได้แล้ว”

ผู้จัดการละล่ำละลักรับปาก จ่านนท์แสยะยิ้มพอใจ แววตาดุดันน่ากลัว!

ooooooo

ทางด้านพายุกับอิ่มจิต หลังจากผู้จัดการธนาคารกลับออกไปแล้ว อิ่มจิตก็ถามกึ่งท้วงพายุว่า

“แน่ใจนะว่าผู้จัดการจะช่วยเรา”

“ผมว่าข้อเสนอที่ผมเสนอไปเป็นใครใครก็อยากได้”

“แต่น้าว่าระวังไว้หน่อยก็ดีนะ คนแบบนี้ผลประโยชน์มาก่อน เขารับปากเราได้ แต่ถ้ามีคนให้มากกว่า เขาก็รับปากคนอื่นได้เหมือนกัน”

“ไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนั้นผมรู้อยู่แล้ว” พายุตอบอย่างมั่นใจในแผนการของตน...

ข้างฝ่ายจ่านนท์จอมเจ้าเล่ห์ เขาขู่บังคับผู้จัดการธนาคารให้เข้าไปเอากุญแจในห้องทำงาน แต่ครู่เดียวผู้จัดการก็กลับออกมาบอกว่าวันนี้ระบบปิดแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่

จ่านนท์ไม่เชื่อและสังหารผู้จัดการตายคาลานจอดรถก่อนหลบหนีไป อีกสักครู่พนักงานหญิงคนหนึ่งออกมาเห็นศพผู้จัดการ เธอกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด

อีวากับเปียมาถึงไล่เลี่ยกับที่จ่านนท์จากไป ทั้งคู่เห็นพนักงานคนหนึ่งกรีดร้องตัวเนื้อสั่น ก็รีบวิ่งเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ไม่ทราบค่ะ เมื่อกี้หนูยังเห็นผู้จัดการเข้าไปค้นกุญแจเซฟในห้องอยู่เลย ออกมาก็เป็นแบบนี้”

อีวากับเปียเดาได้ไม่ยากว่าฝีมือใคร ในขณะที่หมู่รงค์ซุ่มดูเหตุการณ์อยู่อีกด้านก็รำพึงออกมาอย่างจนใจ

“อโหสินะผู้จัดการ ฉันช่วยไม่ทันจริงๆ”

ooooooo

เวลานี้จ่านนท์ได้กุญแจทั้งสองดอกมาครอบครองเรียบร้อยแล้ว แต่เขายังไม่กล้าไปไขตู้เซฟเพื่อเอารหัสออกมาเพราะรู้แน่แก่ใจว่ามีคนคอยรุมทึ้งอยู่

จ่านนท์แอบส่งสารถึงพายุว่าอยากพบ แล้วพอแน่ใจว่าพายุมาแน่ จ่านนท์ก็แอบไปจับตัวดารินมาไว้ต่อรองเพื่อให้พายุทำอะไรบางอย่าง ส่วนมงคลกับโตมรที่จ้องเล่นงานพายุก็หาทางแจ้งข้อหาบุกรุกปล้นบ้านเพื่อให้ตำรวจตามจับ กอบคุณทราบเรื่องจากลูกน้องก็สะใจที่พายุมีคดีเพิ่มมากขึ้น

มงคลได้รับการติดต่อจากนายใหญ่ทั้งที่ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน เขาอยากเจอมงคลกับลูกชาย รวมทั้ง กอบคุณด้วย แต่สองฝ่ายไม่รู้มาก่อน พอมาเผชิญหน้ากันยังจุดนัดหมายต่างพากันสงสัย จนกระทั่งได้ยินเสียงชายคนหนึ่งดังออกมาจากมุมมืด
“ที่พวกคุณมาพบกัน มันเป็นคำสั่งของนายใหญ่ทั้งคู่นั่นแหละ”

ทุกคนเข้าใจว่าเขาคือนายใหญ่ แต่เขาบอกว่า

“ฉันไม่ใช่นายใหญ่ แต่เป็นคนนำสาร นายใหญ่บอกให้คุณทั้งสองร่วมมือกัน แล้วสุดท้ายนายใหญ่จะเป็นคนจัดสรรเงินทั้งหมดให้เอง”

“ฉันจะไว้ใจสารวัตรได้ยังไง” โตมรถาม

“ไม่มีคำตอบ แต่นายใหญ่สั่งว่า ถ้าไม่ตกลงก็...” แทนคำพูดต่อไป ทุกคนได้ยินเสียงขึ้นลำกล้องปืนเป็นการข่มขู่ กอบคุณรับปากทันใด

“ได้...แค่งานนี้เสร็จ ต่างคนก็ต่างไป”

“ได้เงินแล้วจัดการเก็บกวาดให้สิ้นซากด้วยนะสารวัตร”

กอบคุณพยักหน้ารับ เข้าใจดีว่าสิ่งที่ต้องทำคือจัดการพวกพายุ...ในเวลาเดียวกันนั้น พายุกำลังไปพบจ่านนท์ สองคนเถียงกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจ่านนท์ จะพูดธุระของตนที่ต้องการให้พายุไปไขตู้เซฟ

“อย่างที่คิดจริงๆ จ่ามักจะให้ผมบังกระสุนให้เสมอ ...แลกกับอะไร”

“อย่างที่เคยตกลง เงิน 15 ล้านดอลลาร์นั่น”

“แล้วจ่าแน่ใจได้ยังไงว่าผมไขเสร็จแล้ว ผมจะเอารหัสมาให้จ่า ผมอาจเชิดเงินหนีไปก็ได้”

“งั้นแกคงไม่อยากเห็นหัวนังนี่หลุดจากบ่ามั้ง”

จ่านนท์ลากดารินที่โดนพันธนาการแทบกระดิกตัว ไม่ได้ออกมา พายุตกใจมากและไม่มีทางเลือกเพราะชีวิตดารินสำคัญกว่า เขายอมรับกุญแจสองดอกจากจ่านนท์ แล้วกลับมาเล่าให้พวกหมู่รงค์ฟัง

“มันเสี่ยงนะ” กำนันไผ่เตือน ขณะที่หมู่รงค์บอกว่า ถึงจะเอามาให้มันได้ คิดหรือว่าจ่านนท์จะทำตามสัญญา แต่พายุก็ย้ำว่ายังไงต้องช่วยชีวิตดารินไว้ก่อน

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันจัดการเอง” ภูผาขันอาสา วีนัสเอาด้วยบอกว่าจะช่วยเขาเอง ส่วนกำนันไผ่กับ

หมู่รงค์วางแผนช่วยพายุในวันที่เขาต้องเข้าไปไขตู้เซฟเพื่อเอารหัส

ooooooo

มิสเตอร์จอห์นที่เงียบหายไปนาน วันนี้เขามาติดต่อที่บริษัทสุพจน์เพื่อให้ขนสิ่งของผิดกฎหมาย โดยขอร้องแกมบังคับอิ่มจิตกับพายุ อ้างความเป็นลูกหนี้ของสุพจน์ที่อิ่มจิตก็ทราบดี

อิ่มจิตไม่มีทางเลือกจึงต้องรับปากและขอเป็นการทำผิดกฎหมายเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นจอห์นที่พายุมองออกว่าเจ้าเล่ห์ก็ติดต่อมายังมงคล แจ้งว่าตนต้องการขนของจากชายแดนทางตะวันตกและตกลงกับทางบริษัทสุพจน์เรียบร้อยแล้ว

โตมรฟังพ่อเล่าแล้วสงสัยว่าจอห์นต้องการอะไรจากเรา มงคลบอกว่าจอห์นอยากได้คน ส่วนเราได้ส่วนแบ่ง

“ดี...จบงานนี้ฉันจะขอเคลียร์กับไอ้พายุเสียที”

“พ่อว่าแกอย่าเพิ่งไปเจอหน้ามันดีกว่า”

“ได้...รอให้เสร็จงานนายใหญ่ก่อน”

“พรุ่งนี้จ่านนท์มันต้องไปเอารหัสแน่”

“มันเป็นคนไปเอา แต่เราจะเป็นคนครอบครอง” โตมรกล่าวอย่างมั่นใจ...

ทางด้านมาศจันทร์ที่ถูกกอบคุณจับขังแล้วให้ลูกน้องเฝ้าไว้อย่างแน่นหนา เมื่อเช้าเธอไม่ยอมเซ็นเอกสารโอนหุ้นให้กอบคุณ แต่จู่ๆค่ำนี้เธอบอกผ่านลูกน้องให้แจ้งกอบคุณว่าเธอเปลี่ยนใจแล้ว เธออยากพบเขา

เมื่อกอบคุณมาถึงก็ถามเธอว่าคิดยังไงถึงได้เปลี่ยนใจ มาศจันทร์บอกว่าตนขอแลกเปลี่ยน

“แลกเปลี่ยนกับอะไร”

“การแต่งงานของเรา...คุณได้หุ้น ฉันไปตามทางของฉัน”

กอบคุณคิดนิดเดียวก็ตอบตกลง แต่มาศจันทร์ยังไม่ไว้ใจ ชี้แจงต่อไปว่า

“มีการตกลงไว้ว่า หากในกรณีที่มีการโอนหุ้นต่อไปจะต้องเซ็นต่อหน้าคณะกรรมการ การโอนหุ้นถึงจะมีผล ถ้าไม่เชื่อก็ลองเช็กกับทนายของบริษัทดูก็ได้”

“ได้ พรุ่งนี้เราจะเข้าไปเซ็น...เธอนัดกรรมการมาประชุมด่วนด้วย”

“ขอฉันโทร.หาเลขาก่อน”

กอบคุณยื่นโทรศัพท์ให้โดยดี มาศจันทร์รับมาโทร. หาเลขา พูดเสียงดังฟังชัด

“ฉันมาศจันทร์นะ พรุ่งนี้ช่วยนัดกรรมการมาประชุมด้วย วาระด่วนเกี่ยวกับหุ้น...ขอบใจมาก”

กอบคุณคลายความระแวง ถามหญิงสาวว่าไม่เสียดายหุ้นหรือ มาศจันทร์แววตาแข็งกร้าว ตอบเด็ดเดี่ยวว่า สิ่งเดียวในชีวิตที่ตนเสียดายก็คือพ่อกับป้ารัตนา...

ooooooo

พายุจำยอมทำตามความต้องการของจ่านนท์เพื่อช่วยชีวิตดารินที่ยังถูกควบคุมตัวเอาไว้ โดยมีกำนันไผ่กับหมู่รงค์คอยระวังภัยให้จนพายุสามารถเอากล่องใส่รหัสจากเซฟมาได้

แน่นอนว่าอีวากับเปียคอยจับตามอง รวมทั้งโตมรที่ต้องการเงินประกันก้อนใหญ่เหมือนกัน เมื่อเห็นว่าพายุทำงานสำเร็จแล้ว ทุกฝ่ายจึงจู่โจมเข้ามาช่วงชิง แต่คนที่ได้ไปคือจ่านนท์ ส่วนพายุพอรู้ที่กักขังควบคุมดารินก็รีบแจ้งวีนัสกับภูผาไปช่วยเธอออกมาอย่างปลอดภัย

อีวากับเปียกัดจ่านนท์ไม่ปล่อย สองคนตามไปแย่งกล่องใส่รหัสมาจนได้ โดยไม่รู้ว่าความจริงพายุตุกติกไม่ได้ไขเซฟ แถมยังต่อรองหลอกถามแหล่งซ่อนเงินดอลลาร์ของกลางในคดีปล้นเมื่อห้าปีก่อนแล้วให้ภูผากับวีนัสรีบไปเอามาก่อนที่จ่านนท์จะย้อนกลับไป

จ่านนท์เจ็บใจมาก ขณะที่อีวากับเปียลอยนวลไปพร้อมกล่องใส่รหัสแล้วเตรียมจะเอาไปให้กอบคุณเพราะเขาเป็นคนเดียวที่เข้าถึงตัวนายใหญ่ได้ เปียมีความระแวงว่าจะโดนกอบคุณหักหลัง แต่อีวามั่นใจว่าไม่มีทาง

กอบคุณพามาศจันทร์มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯไปที่บริษัทเพื่อดำเนินการเรื่องการโอนหุ้น แต่ระหว่างเดินทางหญิงสาวหลอกกอบคุณให้แวะปั๊มน้ำมันอ้างว่าปวดท้อง แล้วแอบมาขอยืมโทรศัพท์คนอื่นโทร.หายุทธ มิหนำซ้ำเธอยังเอาเอกสารสำคัญที่กอบคุณหวงนักหนามาได้ด้วย

หลังจากได้รับการติดต่อจากมาศจันทร์ ยุทธรีบส่งข่าวไปทางมือถือหมู่รงค์ ทำให้พายุตามมาเจอกอบคุณที่ไม่รักษาสัญญาหลังจากมาศจันทร์เซ็นโอนหุ้นต่อหน้ากรรมการบริษัทให้แล้วแต่เขาไม่ยอมปล่อยเธอไป

แม้จะมาเจอคนทั้งคู่แต่พายุก็ไม่สามารถช่วยมาศจันทร์ได้ เพราะกอบคุณเอาระเบิดชนิดเดียวกับที่เคยใช้กับวิวัฒน์มาผูกติดตัวมาศจันทร์ไว้ ซึ่งการจะช่วยเธอได้ต้องปลดชนวนด้วยลายมือกอบคุณเท่านั้น

พายุจนใจจะช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนมาศจันทร์กลับไม่สะทกสะท้าน เพราะเธอแอบเอาเอกสารสำคัญที่ฉกฉวยมาได้โดยที่กอบคุณไม่รู้ตัวให้พายุไปแล้ว

หลังจากตัวเองได้เป็นเจ้าของบริษัทของวิวัฒน์อย่างถูกต้อง กอบคุณพามาศจันทร์ไปกินอาหารอย่างสบายอารมณ์ ตรงข้ามกับหญิงสาวที่ขุ่นมัวไม่พอใจอยากรู้ว่าเขาจะเอายังไงอีก

“สิ่งที่ฉันจะต้องทำอย่างแรกน่ะหรือ ก็คือเก็บกวาดทำความสะอาดเหมือง จากนั้นก็ต้องแต่งงานกับเธอเพื่อไม่ให้ใครสงสัย”

“นี่แกวางแผนมาตลอดเลยหรือ”

“แน่นอน ฉันคงไม่เป็นตำรวจต๊อกต๋อยไปตลอดชีวิตหรอก”

มาศจันทร์รู้สึกขยะแขยงในสันดานของกอบคุณ ถามเสียงแข็งว่า “แล้วแกมาเป็นตำรวจทำไม”

“ก็เพื่อแบบนี้ไง พ่อฉันส่งฉันมาเป็นตำรวจเพื่อเป็นสายให้...เขาจะได้ประกอบธุรกิจได้คล่องมือ”

“คงเป็นธุรกิจผิดกฎหมายสินะ”

“ถูก...ไม่มีอะไรรวยเร็วเท่าทำธุรกิจกับของที่หายาก คุณกับพ่อคุณก็เป็นแบบนั้น ทองก็หายาก ของผิดกฎหมายก็หายาก เอาน่า ไม่ต้องกลัวหรอก ผมจะดูแลและยกย่องคุณเป็นเมียอย่างสมหน้าตา ผมสัญญา”

จบคำกอบคุณโปรยยิ้มยียวน มาศจันทร์แววตาวาวโรจน์ด้วยความแค้น

ooooooo

ยุทธถูกกอบคุณส่งคนไปเก็บกลางตลาด พอดีวีนัสและภูผามีนัดกับผู้การสมภพแล้วมาประสบเหตุ ภูผาจัดการมือปืนตายไปหนึ่งและจับอีกคนเอาไว้ได้

ผู้การสมภพอดีตนายเก่าของวีนัส ปัจจุบันเป็นผู้บังคับการกองปราบ วีนัสจึงฝากความหวังให้ท่านช่วยคลี่คลายคดีปล้นที่พายุถูกปรักปรำ ซึ่งเวลานี้มีหลักฐานหลายอย่างที่ระบุว่าสารวัตรกอบคุณอยู่เบื้องหลังทั้งหมด

เมื่อพายุได้หลักฐานสำคัญมาด้วย ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นที่จะเอาผิดกอบคุณ แต่เวลานี้พายุห่วงมาศจันทร์ที่อยู่ในมือกอบคุณ หมู่รงค์รู้เรื่องระเบิดก็หนักใจว่าคราวนี้จะไปเอาลายนิ้วมือกอบคุณมาจากไหน คราววิวัฒน์โชคดี เพราะได้จากสาวคู่ขาของกอบคุณ

ระหว่างนี้สายของหมู่รงค์เข้ามารายงานว่ากอบคุณพามาศจันทร์มาที่บ้านพักในเหมือง ทุกคนตื่นตัวพยายามหาทางช่วยเหลือหญิงสาว

อีวากับเปียก็ทราบข่าวกอบคุณเหมือนกัน สองคนมาพร้อมกล่องใส่รหัสแต่ไม่ยอมให้กอบคุณ อีวาต้องการให้กับนายใหญ่โดยตรงและหวังเงินส่วนแบ่ง กอบคุณไม่ค่อยพอใจ หยั่งเชิงว่าตนจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นรหัสของจริง อีวาตอบอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมว่าจนกว่าจะโอนเงินจริงๆ และต้องโอนต่อหน้าทุกคน

กอบคุณตัดสินใจพาสองคนไปพบนายใหญ่โดยเอามาศจันทร์ไปด้วย พายุล่วงรู้เพราะแอบเข้ามาในบ้านเพื่อหาทางช่วยเหลือมาศจันทร์ เขากลับออกมาบอกหมู่รงค์และช่วยกันคิดอ่านว่าต้องเดินทางยังไงถึงจะตามพวกกอบคุณทัน

วันเดียวกันนี้ กำนันไผ่ปรับทุกข์กับอิ่มจิตถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

“สุพจน์เดินทางผิดมาตลอด ไม่น่าเลย”

“จริงๆแล้วคุณสุพจน์เป็นคนที่น่าสงสาร เขาไม่เคยได้ในสิ่งที่เขาอยากได้เลย ทั้งๆที่เขาทำงานหนักมาตลอด”

“ที่จริงฉันยอมเสียสละนิ่มให้เขา แต่ฉันทนไม่ได้ที่สุพจน์มันย่ำยีนิ่ม”

“ฉันเป็นต้นเหตุเอง ที่จริงคุณสุพจน์เขาไม่ได้รักฉันหรอก ฉันต่างหากที่รักเขา สำหรับเขา เขาต้องการแค่สมบัติของฉัน”

“แล้วทำไมกิจการของสุพจน์ถึงทรุดลงล่ะ”

“คุณสุพจน์คบคนไม่ดี เขาคิดว่าคนพวกนี้จะช่วยให้เขามีทั้งเงินและอำนาจได้”

คนไม่ดีคนนั้นคือนายบัญชา...กำนันไผ่เคยได้ยินชื่อ ถามว่าบัญชานักธุรกิจใหญ่ใช่ไหม

“ใช่...ที่จริงเขาไม่ใช่นักธุรกิจหรอก เขามันก็แค่โจรใส่สูท”

“สุพจน์ไปยุ่งเกี่ยวกับเขาได้ยังไง”

“คุณสุพจน์ตกลงร่วมลงทุนกับนายบัญชา และก็รู้ว่าสิ่งที่ลงทุนไปนั้นเขาเอาไปลงทุนสิ่งผิดกฎหมาย โดยใช้ธุรกิจแชร์ลูกโซ่เน่าๆของเขาบังหน้า...จนกระทั่งกิจการทั้งหมดของนายบัญชาพังเพราะถูกตำรวจจับได้ เขาจึงหนีไป”

“เรื่องนายบัญชา ฉันพอรู้เรื่องบ้าง เป็นข่าวใหญ่ตอนที่เขาถูกจับและถูกวิสามัญ”

“แต่ก่อนที่นายบัญชาจะตาย เขาก็ยังติดต่อกับคุณสุพจน์อยู่นะ”

“ช่างเถอะ ยังไงสุพจน์ก็ไปสบายแล้ว เหลือแต่คุณ”

“ฉันปลงแล้วล่ะค่ะ จากนี้ฉันคงใช้ชีวิตเงียบๆอยู่กับพระธรรม” อิ่มจิตหน้าเศร้า เธอคือผู้สูญเสีย...สูญเสียทั้งสามีและลูกสาว

ooooooo

ภายในห้องสอบสวนกองปราบ ผู้การสมภพ วีนัส และภูผากำลังสนทนาและรวบรวมเอกสารเอาผิดกอบคุณ ตำรวจนอกเครื่องแบบนายหนึ่งเข้ามารายงาน

“ผมส่งมือปืนที่ลอบยิงนายยุทธไปสอบสวนแล้วครับ เบื้องต้นคนร้ายให้การรับสารภาพว่ารับจ้างคนของสารวัตรกอบคุณมายิงนายยุทธครับ”

“ดีมาก สอบสวนต่อไป แล้วกันนายภูผานี่ไว้เป็นพยานก่อน”

“สารวัตรกอบคุณนี่ร้ายจริงๆ อย่างนี้เราจับกุมเลยได้ไหมคะ”

“หลักฐานยังไม่เพียงพอ ผมต้องการหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องการปล้นรถขนเงิน เพราะเท่าที่รู้มาน่าจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเข้ามาอีกคนสองคน...นายบัญชากับจอห์น”

“นายบัญชา...นักธุรกิจใหญ่น่ะหรือ...ถูกวิสามัญตายไปแล้วนี่คะ”

“ใช่ครับ คดีนี้เป็นคดีใหญ่มาก ผมอยู่ในคุกยังรู้เรื่องเลย”

“กอบคุณเป็นคนวิสามัญปิดคดี”

วีนัสกับภูผาชะงักแทบไม่เชื่อหู...ผู้การสมภพเล่าย้อนไปเมื่อห้าปีที่แล้ว กอบคุณนำกำลังตำรวจเข้าจับกุมนายบัญชา สองฝ่ายสาดกระสุนใส่กันอยู่พักใหญ่ก่อนที่รถของบัญชาจะระเบิดไฟลุกท่วม

“กอบคุณเป็นคนทำงานที่มีผลงานดีเด่นมาก เขาสามารถปิดคดีมาเฟียได้แทบทุกคดี โดยเฉพาะคดีของนายบัญชา ทำให้เขาได้รับพิจารณาเลื่อนชั้นยศเป็นพันตำรวจตรี”

“ถ้าคิดอีกมุมหนึ่ง ผมว่าสารวัตรกอบคุณอาจจะวางแผนฆ่านายบัญชาเพื่อปิดปากคดีปล้นรถขนเงินก็ได้”

“ผมก็เคยคิดอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นการปิดปากจริงๆ สารวัตรกอบคุณก็ทำได้เนียนมาก”

“แล้วนายจอห์นล่ะคะ”

“นั่นแหละกุญแจสำคัญ เรากำลังตามเขาอยู่” สิ้นคำของผู้การสมภพ วีนัสกับภูผามองหน้ากันครุ่นคิด

ooooooo

จอห์น...บุคคลที่ผู้การสมภพกำลังตามหา เวลานี้เขานำพามงคลกับโตมรขนของผิดกฎหมายไปแถวชายแดน แต่ระหว่างทางจอห์นถ่วงเวลาเหมือนรอคอยใครบางคน

จนกระทั่งอีวากับเปียโผล่มาพร้อมกล่องใส่รหัส จอห์นถึงยอมบอกสองพ่อลูกว่าเรารอเงินประกันภัยและนายใหญ่จะมาเย็นนี้

หมูรงค์ตุกติกซิกแซ็กจนสามารถนำเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพมาใช้เดินทางพร้อมพายุเพื่อติดตามกอบคุณที่จับมาศจันทร์ไป เช่นเดียวกับผู้การสมภพพอรู้แหล่งที่อยู่ของจอห์นจากลูกน้องก็เตรียมเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์โดยมีวีนัสกับภูผาไปด้วย

จุดหมายของทุกคนคือสนามกีฬาขนาดใหญ่ กอบคุณพามาศจันทร์มาสมทบกับจอห์น มงคลกับโตมรเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าจอห์นรู้จักกอบคุณ ซึ่งจอห์นบอกว่าถ้าตนไม่รู้จักแล้วพวกเราจะขนของผิดกฎหมายผ่านด่านตำรวจมาตลอดได้ยังไง

จ่านนท์ซุ่มส่องกล้องทางไกลอยู่ห่างๆ ขณะที่พายุกับหมู่รงค์เข้าไปรวมกลุ่มของผู้การสมภพ ทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมลุย

ภายในห้องขนาดใหญ่ของสนามกีฬา พวกจอห์นกำลังรอคอยการมาของนายใหญ่...ที่แท้นายบัญชาที่ใครต่อใครคิดว่าตายแล้วเมื่อหลายปีก่อนคือนายใหญ่ และเขายังมีชีวิตอยู่!

“เหตุการณ์ในวันนั้น ฉันสร้างฉากขึ้นมาให้พ่อฉันตายเอง” กอบคุณสารภาพอย่างไม่สะทกสะท้าน

ทุกคนแปลกใจ โดยเฉพาะมาศจันทร์ที่เพิ่งรับรู้จากกอบคุณเมื่อวันก่อนนี้เองว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า แล้วจะเป็นลูกนายบัญชาได้ยังไง

“กอบคุณน่ะเขาเป็นเด็กกำพร้าจริงๆ แต่ฉันเห็นแววของเขา เลยขอเอามาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม จากนั้นฉันก็ส่งเสียให้กอบคุณเขาเรียนจนจบนายร้อยตำรวจและก็คอยช่วยงานฉันอย่างลับๆ เรื่องการปล้น ฉันกับกอบคุณเป็นคนวางแผนทั้งหมด พวกคุณทุกคนล้วนเป็นตัวเบี้ย ซึ่งถ้าไม่ใช่ผมกับกอบคุณ พวกคุณไม่มีทางทำงานนี้สำเร็จหรอก เพราะฉะนั้นส่งรหัสมาได้แล้ว”

อีวาจะส่งกล่องนั้นให้บัญชาที่ร้องขอ แต่เปียไม่ยอม จึงพบจุดจบอย่างรวดเร็ว เปียโดนบัญชายิงแสกหน้าตายคาที่ มงคลกับโตมรเห็นดังนั้นก็เตรียมชักปืนแต่ช้ากว่ากอบคุณและพวกจอห์น

“อย่าดีกว่า คุณมงคล คุณโตมร ได้ไม่เท่าเสียหรอก”

สิ้นเสียงข่มขู่ของกอบคุณ บัญชาให้จอห์นไปหยิบกล่องรหัสมาจัดการโอนเงินโดยใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก แต่ปรากฏว่ารหัสไม่ผ่านไม่สามารถโอนเงินได้ อีวาตกใจหน้าซีด รู้ทันทีว่าจ่านนท์ตุกติก แต่ความจริงคือพายุต่างหาก

ทันใดนั้นเอง ผู้การสมภพนำกำลังตำรวจและกลุ่มของพายุจู่โจมเข้ามา บัญชาไม่ยอมโดนจับแน่ เขาเปิด

ฉากยิงต่อสู้กับอีกฝ่ายอย่างบ้าดีเดือด กอบคุณควบคุมตัวมาศจันทร์ไว้ ส่วนมงคลกับโตมรและอีวาพยายามหาทางเอาตัวรอด พวกพายุจึงแยกย้ายกันจัดการ

พายุหาทางช่วยมาศจันทร์มาจากกอบคุณ แต่

เพราะเธอมีระเบิดติดตัวจึงยากลำบากอย่างยิ่ง กระนั้นก็ไม่ทำให้พายุถอดใจ เขาช่วยเธอได้สำเร็จด้วยการตัดนิ้วมือของกอบคุณมาปลดชนวนระเบิด แต่กอบคุณยังกระเสือกกระสนหนีไปได้ทั้งที่เจ็บปวดแสนสาหัส

จ่านนท์เพ่งเล็งแต่พายุคนเดียวเพราะต้องการรหัสโอนเงิน แต่พายุบอกว่าตนไม่ได้ไขรหัสออกมา รหัสยังอยู่ที่ธนาคาร จ่านนท์แค้นมากยิงกราดทั้งพายุและอีวา

อีวาโดนยิงในระยะเผาขนตายคาที่ พายุหลบหลีกได้แล้วเตะต่อยจ่านนท์จนปืนร่วง แต่จ่านนท์ก็ยังไม่สิ้น

ฤทธิ์ชักมีดจะจ้วงแทงพายุ แต่ช้ากว่ามาศจันทร์ที่คว้าปืนระเบิดหัวจ่านนท์กระจุย

วีนัสกับหมู่รงค์ช่วยตำรวจตามจับมงคล บัญชา

และจอห์นไว้ได้ ส่วนภูผาวิ่งไล่กวดโตมรไปบนดาดฟ้าตึกแล้วต่อสู้กันมือเปล่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่โตมรจะเสียหลักตกตึกดับดิ้นไปอีกคน

กอบคุณคนเดียวที่หลบหนีไปได้ ภูผาคาดว่าเขาน่าจะหนีไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แต่มาศจันทร์เชื่อว่าเขาไม่มีทางไปไหน ตราบใดที่เขาคิดว่าเขายังเป็นเจ้าของเหมืองอยู่

จริงแท้แน่นอน กอบคุณตกอยู่ในวังวนของความอยากได้อยากมีทั้งอำนาจและเงินทอง เขาย้อนกลับไปที่บริษัทวิวัฒน์ แต่ต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อรู้ว่าบริษัทปิดตัวไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยมาศจันทร์ตามมายืนยันและเล่าให้ฟังว่า

“คุณคิดว่าคุณพ่อฉันโง่นักหรือไง คุณพ่อรู้ว่าต้องเป็นแบบนี้แน่ ถึงได้มีการประชุมสั่งปิดบริษัท โดยให้ฉันเป็นคนลงนามในฐานะประธานบริษัทที่ได้รับโอนหุ้นมาจากป้ารัตนา และวันที่คุณไปประชุมให้กรรมการโอนหุ้นน่ะ มันเป็นแค่การจัดฉาก”

กอบคุณสีหน้าซีดเผือด สบถอย่างสุดแค้น “แสบนักนะพวกแก”

ผู้การสมภพกับลูกน้องขยับเข้ามา ส่วนพายุดูเชิงอยู่ถัดไป

“สารวัตรกอบคุณ ผมขอจับคุณในข้อหาประพฤติโดยมิชอบ ซ่อนเร้นอำพรางเอกสารแห่งคดี และยังมีคดีฆาตกรรมอีกหลายศพ”

“เอาหลักฐานมาสิ...ผมฆ่าใคร มีหลักฐานหรือเปล่า คนที่ผู้การควรจะจับน่าจะเป็นนายพายุมากกว่ามั้ง”

“สำหรับผม ผมไม่รู้ว่าสารวัตรมีคดีอะไร แต่คดีปล้นเงิน สารวัตรมีส่วนเต็มๆ มีทั้งเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรและเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด เงินของกลางก็อยู่กับผม กำลังส่งตรวจดีเอ็นเอ คำสารภาพของสารวัตรก็เป็นส่วนสำคัญที่ให้ศาลรื้อฟื้นการพิจารณาคดีขึ้นใหม่ แบบนี้ผู้การควรจับผมหรือคุณ”

กอบคุณเครียดจนพูดไม่ออก เขาตัดสินใจกระชากมาศจันทร์มาเป็นตัวประกันและต้องการให้เธอเซ็นโอนหุ้นบริษัท แต่สุดท้ายตัวเขาเองก็หนีไม่รอด หลบเข้าไปโวยวายอาละวาดในห้องราวกับคนเสียสติก่อนระเบิดสมองตัวเองหนีความผิดจบชีวิตตำรวจนอกรีตอย่างทุกข์ทรมาน

ooooooo

หลังจากทุกอย่างคลี่คลาย พายุกลายเป็นผู้บริสุทธิ์และปรับความเข้าใจกับภูผาได้ด้วยดีท่ามกลางความปลื้มปีติของกำนันไผ่ ฝ่ายดารินได้กลับมาทำงานบริษัทประกันภัยอย่างสมภาคภูมิ

ส่วนภูผากับวีนัสก็ทำท่าจะไปได้สวย เพราะฝ่ายหญิงตัดใจจากพายุแล้วเปิดใจพิจารณาภูผาที่อุตส่าห์เว้าวอนขอโอกาสอย่างหมดฟอร์ม แต่ทั้งหมดล้วนมาจากความจริงใจ เพราะภูผาปิ๊งวีนัสตั้งแต่วันแรกที่พบกัน

แต่ดูเหมือนคนที่เดือดร้อนอยู่คนเดียวคือหมู่รงค์ ความหวังดีต่อเพื่อนทำให้เขาโดนขังคุกทหารเพราะ ปลอมแปลงคำสั่งผู้บังคับบัญชาเอาเฮลิคอปเตอร์ออกไปใช้

“ก็มันจำเป็นนี่” หมู่รงค์โอดครวญกับนายเวร

“มันจำเป็น แต่มีความผิด เอาเถอะน่า อีกสองเดือนก็ออกแล้ว ได้ข่าวว่าเขาจะเลื่อนยศให้หมู่ขึ้นสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษด้วยนี่”

“หา!! สองเดือน ผมไม่เอายศได้ไหม”

นายเวรไม่สนใจเดินกลับออกไป หมู่รงค์หน้าละห้อยบ่นอย่างสุดเซ็ง

“พายุนะพายุ เพราะมึงคนเดียว ออกไปล่ะน่าดู”

เวลาเดียวกันนั้น เพื่อนเลิฟของหมู่รงค์กำลังมีความสุขอยู่กับหญิงคนรัก สองหนุ่มสาวเดินชมเหมืองด้วยกันอย่างเพลิดเพลิน

มาศจันทร์หยุดยืนมองเหมืองกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาแล้วเปรยว่า “บางครั้งฉันก็ไม่เข้าใจว่าคุณพ่อสร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร”

“ท่านคงอยากวางรากฐานเอาไว้ให้คุณ ไม่อยากให้คุณลำบาก”

“ถ้าต้องแลกด้วยชีวิตคนทุกคนที่ฉันรัก ฉันขออยู่แบบไม่มีอะไรดีกว่า อย่างน้อยก็ยังหลงเหลือความรักและความสุข”

“ถึงคุณจะสูญเสียคนที่คุณรักไป แต่คุณก็ยังมีคนที่รักคุณอยู่นะ”

“นายแน่ใจหรือ”

“ผมแน่ใจครับ แน่ใจตั้งแต่วันแรกที่ผมช่วยคุณตอนที่ถูกปล้น”

“นี่ฉันเสน่ห์แรงขนาดนั้นเลยหรือ”

“ไม่รู้สิ พอรู้ตัวอีกทีก็รักแล้ว...แล้วคุณล่ะ”

“ฉันหรือ...อืม...ไม่ตอบดีกว่า”

หญิงสาวกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยการเดินหนี พายุยิ้มกว้างก้าวตามมาสวมกอดเธอไว้อย่างมีความสุข ท่ามกลางทิวทัศน์สวยงามยามพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน

ooooooo

–อวสาน–

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"
14 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 03:32 น.