ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภูผา วีนัส และดารินพาเสี่ยโชคชัยไปอาศัยโรงแรมเป็นที่พักชั่วคราว จับเขาใส่กุญแจมือติดไว้กับเตียงก่อนจะเริ่มสอบสวนว่าสารวัตรกอบคุณอุ้มเขากับสุพจน์ไปทำไม แต่เสี่ยตอบไม่ตรงคำถาม สารภาพว่าตนกับสุพจน์ร่วมมือกันปล่อยให้มีการปล้นเพื่อเอาเงินประกัน

“สุพจน์เป็นหุ้นส่วนบริษัทฉัน บริษัทของฉันกับบริษัทของสุพจน์กำลังย่ำแย่ เราต้องการเงิน พอดีมีคนติดต่อมา”

“สารวัตรกอบคุณใช่ไหม”

“ไม่ใช่...แต่ฉันไม่รู้ว่าใคร มันติดต่อผ่านสุพจน์”

“ฉันนึกแล้วว่าเรื่องนี้มันต้องสร้างฉากขึ้นมาปล้น ฉันก็จะขอรื้อฟื้นคดีที่จ่ายค่าสินไหมให้พวกแกไปเหมือนกัน”

“จะทำอะไรก็เชิญ” เสี่ยกระชากเสียงใส่ดาริน

“เสี่ยยังไม่ได้บอกเลยว่าสารวัตรกอบคุณตามอุ้มเสี่ยกับนายสุพจน์ทำไม” วีนัสต้องการคำตอบ เสี่ยจนมุมบอกว่าเราสองคนจ้างคนไปยิงมันก่อนแต่ไม่สำเร็จ

“ทำไม” ภูผาขอเหตุผล

“มันแบล็กเมล์ฉันแทบทุกเดือน จนกว่ามันจะได้ของที่มันต้องการ”

ทุกคนอยากรู้ว่าของนั้นคืออะไร เสี่ยโชคชัยตอบตรงๆว่าตนไม่รู้ แต่สุพจน์น่าจะรู้...

คืนเดียวกันนี้ จ่านนท์กับอีวาเตรียมติดตามพวกวีนัสเพราะต้องการเสี่ยโชคชัยคืนมา แต่ถ้าไม่ได้ตัวก็จำเป็นต้องฆ่าเสี่ยทิ้งก่อนที่พวกนั้นจะเอาเขาไปเป็นพยานคดีปล้น ซึ่งจ่านนท์เดาว่าพวกวีนัสต้องเอาเสี่ยโชคชัยให้ดีเอสไอหรือไม่ก็กองปราบ

ooooooo

พายุ หมู่รงค์ และมาศจันทร์ยังหาทางออกจากป่าไม่ได้ ทั้งที่หญิงสาวเป็นห่วงพ่อของเธอเหลือเกิน ขณะเดียวกันยุทธกับรัตนาก็เป็นห่วงทั้งวิวัฒน์และมาศจันทร์ แต่สองคนยังมืดมนไม่รู้ว่าเจ้านายหายไปอยู่ที่ไหน

ฝ่ายกอบคุณตัวการของเรื่องราวกำลังต้อนหน้าต้อนหลังไล่ล่าพายุกับมาศจันทร์อยู่ในป่า ถึงขนาดสั่งเครื่องพารามอเตอร์มาบินค้นหาแต่ไม่สำเร็จ แถมตัวเองยังเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ถึงกระนั้นพายุกับหมู่รงค์ก็เจอศึกหนัก เพราะลูกน้องของกอบคุณมากมาย พายุจึงให้มาศจันทร์แยกตัวหนีไปคนเดียวก่อนเพื่อความปลอดภัย

หลังจากจัดการกับลูกน้องกอบคุณไปหลายคน พายุกับหมู่รงค์ก็พยายามติดตามมาศจันทร์ แต่ช้ากว่ากอบคุณที่ตามไปเจอเธอก่อน เขานำตัวเธอขึ้นรถขับออกจากป่าโดยระหว่างทางสองหนุ่มมองเห็นชัดเจนแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

ส่วนกลุ่มของวีนัสบัดนี้เดินทางถึงตึกดีเอสไอแล้ว โดยไม่รู้ว่าจ่านนท์กับอีวาซุ่มจับตาเพื่อหาโอกาสฆ่าปิดปากเสี่ยโชคชัย แต่ภูผาตาไวเห็นสองคนนั้นก่อนจึงพาเสี่ยหนีทัน

จ่านนท์กับอีวาปะทะกับตำรวจที่หน้าตึก อีวาจวนตัวยิงตำรวจตายหนึ่งนายก่อนพากันหนีหายไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เสี่ยโชคชัยหวาดกลัวถึงขนาดคิดทบทวนคำขอของพวกภูผาที่ต้องการให้เขาเป็นพยาน อย่างน้อยก็ปลอดภัยจากพวกจ่านนท์

ครู่ต่อมา วีนัส ภูผา ดาริน และเสี่ยโชคชัยเข้าไปเจรจากับ ผอ.สันติ ภายในห้องประชุมดีเอสไอ

“บอกตรงๆว่าคดีนี้ยังไม่มีผู้ร้องมา ผมไม่สามารถรับเป็นคดีพิเศษได้ อีกอย่างหลักฐานการรับเข้าเป็นคดีพิเศษมันก็ยังไม่ชัด”

“ดิฉันทราบค่ะท่าน เรากำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อรื้อฟื้นคดีและขอเป็นคดีพิเศษ เพื่อให้ทางท่านสอบสวนใหม่”

“ผมคงต้องรอสิ่งที่คุณพูดมา”

“แต่ท่านก็เห็นนี่ครับว่าคดีมันมีมูล ไม่อย่างนั้นพวกนั้นคงไม่ส่งคนมาเก็บเสี่ยโชคชัยเมื่อสักครู่นี้หรอก”

“ผมเข้าใจ ผมเสียคนไปคนนึงอย่างที่ไม่น่าจะเสีย แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง”

“ขอให้เสี่ยโชคชัยเข้าโครงการคุ้มกันพยาน” ดารินเรียกร้อง

“ไม่ได้หรอก เรายังไม่รับเป็นคดีพิเศษ จะมาคุ้มครองพยานในคดีอะไร นอกจากจะมีผู้เสียหายมาร้อง”

“ฉันนี่แหละผู้เสียหาย”

“คุณเป็นใคร”

“เป็นผู้เสียหายจากการโกงเงินสินไหมกว่า 900 ล้าน...พอจะเป็นผู้ร้องขอได้ไหมคะ”

ผอ.สันติมองหน้าทุกคนแล้วพยักหน้ารับ “ได้ ถ้าพวกคุณจะช่วยผมคดีจ่านนท์กับอีวาที่ยิงลูกน้องผม”

“ยินดีครับ” ภูผาตอบรับทันที

ในเวลาเดียวกัน จ่านนท์กับอีวาที่หลบหนีไป จ่านนท์ไม่พอใจอีวายิงตำรวจตาย แต่พอพูดตำหนิ เธอก็อธิบายเหตุผลที่ทำให้จ่านนท์นิ่งอึ้ง

“ก็เจ้าหน้าที่คนนั้นจะยิงเธอนี่”

“เธอห่วงฉันเหรอ”

อีวากลบเกลื่อนความรู้สึก ปฏิเสธว่าตนแค่ยิงด้วยสัญชาตญาณ จ่านนท์ใช้ความคิดวิเคราะห์เรื่องราวต่อไป

“เสี่ยโชคชัยกับนายสุพจน์เกี่ยวพันกัน บริษัทขนส่ง...”

“เงินประกัน...ของบริษัทเสี่ยโชคชัย”

“ใช่ เงินที่บริษัทประกันจะต้องจ่ายเกือบพันล้าน เสี่ยโชคชัยกับนายสุพจน์ควรจะร่ำรวยมหาศาลไปแล้ว”

“หรือว่าเงินประกัน...”

“ยังไม่ได้เอาออกมาใช้”

สองคนถกกันไปมา สุดท้ายเปิดประเด็นใหม่ที่น่าสนใจ

ooooooo

กอบคุณจับมาศจันทร์มาขังรวมไว้กับวิวัฒน์ สองพ่อลูกต่างสอบถามกันและกันด้วยความเป็นห่วง

“เอาล่ะ ทักทายกันพอแล้ว ทีนี้เรามาเข้าเรื่องกัน”

“เรื่องอะไร...แต่งงานน่ะหรือ”

“นั่นแค่ส่วนเดียว ส่วนสำคัญมันคือสินสมรสมากกว่า”

วิวัฒน์กับมาศจันทร์รู้ทันทีว่าเป็นเรื่องกรรมสิทธิ์ในเหมืองทอง กอบคุณยอมรับหน้าชื่นตาบาน โดยไม่รู้ว่าสุพจน์ที่ถูกขังอยู่ห้องติดกันมองลอดช่องลมมารู้เห็นทุกอย่าง

ผ่านไปไม่นาน กอบคุณส่งตำรวจหลายนายมาเฝ้าที่บ้านวิวัฒน์ รัตนาใจคอไม่ดี แล้วจู่ๆเลขาของวิวัฒน์ก็นำเอกสารมาให้ บอกว่าท่านสั่งไว้เมื่อหลายวันก่อนให้เอามาให้ป้า

รัตนาไม่ทันจะซักถามอะไร ยุทธพรวดพราดเข้ามารายงานรัตนาว่ายังไม่เจอใครเลย แต่ตอนนี้ตนสงสัยว่าทำไมตำรวจเต็มบ้าน ขนาดตนจะเข้ามายังถูกตรวจถี่ยิบ

“ไม่รู้สิ...ถามดู เขาบอกว่าสารวัตรกอบคุณสั่งให้เพิ่มความปลอดภัย”

ยุทธรับฟังแล้วนิ่งคิด พลันโทรศัพท์เขาดังขึ้น เจ้าตัวกดรับแล้วรีบร้อนออกไปโดยไม่ยอมบอกอะไรรัตนาสักอย่าง ส่วนเลขาฯก็กำชับรัตนาว่า ท่านสั่งให้ป้าเซ็นตรงที่ทำเครื่องหมายไว้ เย็นๆตนจะมารับคืน

หมู่รงค์นั่นเองที่ติดต่อมาหายุทธ เขากับพายุออกจากป่ามาหลบอยู่ในเหมือง สองคนเจ็บใจที่สุดท้ายก็เสียท่ากอบคุณจนได้ เมื่อยุทธมาถึงก็เล่าว่าตอนนี้ตำรวจมาเฝ้าเต็มบ้าน พายุเชื่อว่ามันไม่ได้เอามาเฝ้าแต่เอามาคุม

“ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละ จริงสิ คุณหนูล่ะ”

“กอบคุณเอาตัวไป”

“นึกแล้ว...นี่คุณท่านก็หายตัวไปอีกคน มีคนของสารวัตรกอบคุณมารับไป”

พายุกับหมู่รงค์ชะงัก ต่างคิดในใจว่ากอบคุณเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเกินคนจริงๆ ทางฝ่ายวิวัฒน์กับมาศจันทร์ที่ถูกคุมขังกำลังปรับทุกข์กันด้วยความกลุ้มใจ

“พ่อมองคนผิดไปจริงๆ ไม่คิดว่าธาตุแท้ของกอบคุณจะแดงออกมาเร็วขนาดนี้”

“คุณพ่อพูดแบบนี้หมายความว่าไม่ใช่คุณพ่อเพิ่งรู้เรื่องนี้ใช่ไหม”

“ใช่ พ่อสงสัยกอบคุณเขาตั้งแต่ที่เขามาเร่งเร้าขอบริหารเหมืองทอง”

“ลูกไม่มีทางให้เขาเอาไปได้หรอก ลูกจะไม่มีวันแต่งงานกับเขา”

“ยังไงมันคงต้องหาทางจนได้” วิวัฒน์สีหน้าเคร่งเครียด มาศจันทร์หนักใจเหมือนกัน แต่ยังเชื่อมั่นว่าพายุต้องมาช่วยเราสองพ่อลูก

ooooooo

สุพจน์คิดหาทางรอดให้ตัวเองหลุดพ้นจากการคุมขังด้วยการยื่นข้อเสนอส่วนแบ่งเงินประกันก้อนโตซึ่งโชคชัยคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเงินอยู่ไหน ถึงเขาจะตายไปแล้วตนก็ยังพอมีหนทางตามหา กอบคุณไม่มีทางเลือกจึงรับข้อเสนอนั้น แต่ถ้าสุพจน์หักหลังตนไม่ปล่อยไว้แน่

เวลานั้นโชคชัยอยู่ในที่ที่ปลอดภัยคือเซฟเฮาส์ของดีเอสไอ ภูผาวางใจขอตัวกลับไปหาพ่อ ส่วนดาริน หมดหน้าที่จะไปตามทางของตัวเอง แต่วีนัสบอกว่ายังมีอีกประเด็นคือต้องตามหลักฐานเอาผิดสารวัตร

กอบคุณกับพวกจ่านนท์มาให้ได้ สองคนเลยเปลี่ยนใจอยู่ช่วยวีนัสกำจัดคนชั่วก่อน

หลังจากหายตัวไปสองสามวัน จู่ๆวันนี้สุพจน์ก็กลับมาที่บ้านโดยสวัสดิภาพ เป็นเวลาที่โตมรกับเอื้อมพรกำลังจะขนของผิดกฎหมายในคืนนี้ สุพจน์ไม่ค่อยพอใจที่โตมรดึงเอื้อมพรเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เอื้อมพรออกรับแทนว่าสามีภรรยาต้องลงเรือลำเดียวกันอยู่แล้ว

คำว่าสามีภรรยาทำให้สุพจน์หึงหวงแต่เก็บซ่อนไว้ในใจ เปลี่ยนเรื่องถามหาอิ่มจิต พอรู้ว่าเธอไปบวชชีพราหมณ์จึงตามไปถึงวัด ถามว่าจะกลับบ้านเมื่อไหร่

“ฉันยังไม่รู้”

“หมายความว่ายังไง เอื้อมพรบอกฉันว่าเธอจะมาบวชแค่สัปดาห์เดียว”

“ฉันรู้สึกว่าฉันอยู่แบบนี้ฉันสบายทั้งกายทั้งใจ ฉันไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว เอื้อมพรก็เป็นฝั่งเป็นฝา ทรัพย์สมบัติที่พ่อยกให้ฉัน ฉันก็มอบให้คุณไปทำธุรกิจจนหมด ส่วนคุณก็ประสบความสำเร็จแล้ว”

“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันประสบความสำเร็จ ไอ้ที่เห็นน่ะมันแค่ภาพลวงตา แต่สิ่งที่ซุกซ่อนไว้คือหนี้ก้อนโต ซึ่งฉันก็กำลังทำทุกวิถีทางที่จะปลดมัน”

อิ่มจิตแปลกใจแต่เลือกที่จะไม่ซักถาม พูดเพียงสั้นๆว่าตนเชื่อว่าเขามีหนทาง แล้วทำท่าจะเลี่ยงไป แต่เหมือนนึกอะไรได้บอกสามีว่าตนยังมีห่วงอีกเรื่องคือพายุ เขารู้ว่ามันคืออะไรและควรทำให้กระจ่างจะได้ไม่เป็นกรรมติดตัว

สุพจน์ฟังแล้วอึ้งไปชั่วขณะ มองตามอิ่มจิตที่เดินจากไปพลางคิดถึงอดีตที่ฝังใจว่านิ่มหนีตามชู้และพายุไม่ใช่ลูกของตน มันคือลูกกำนันไผ่ ซึ่งเขาไม่มีวันยกโทษให้นิ่ม และจะทำให้พายุเจ็บปวดทรมานที่สุด

ooooooo

กอบคุณเตรียมพาวิวัฒน์กับมาศจันทร์กลับไปส่งบ้านเพื่อจัดงานแต่งงานอย่างเรียบง่ายและรวบรัดฮุบเหมืองกับทรัพย์สมบัติของสองพ่อลูก ด้วยการข่มขู่เอาระเบิดขนาดเล็กติดตัววิวัฒน์ไว้ตลอดเวลา หากมาศ-จันทร์ขัดขืนไม่ทำตาม พ่อของเธอมีแต่ตายกับตาย

เมื่อพาสองพ่อลูกกลับไปอยู่บ้านตามปกติแล้วกอบคุณยังส่งตำรวจมาเฝ้าอย่างเข้มงวด รัตนากับยุทธสงสัยแต่หมดโอกาสถามเจ้านายเพราะคนของกอบคุณคอยกีดกัน

ทางด้านกำนันไผ่ที่กลับไปใช้ชีวิตปกติที่พิจิตรได้ไม่กี่วัน คาดไม่ถึงว่าวันนี้จะมีคนปองร้ายจนเขาเสียทีถูกตีสลบแล้วเอาตัวมาคาดคั้นว่าเงินของกลางอยู่ไหน

คนคนนั้นคือเปียลูกน้องจ่านนท์ ใครๆคิดว่าเขาโดนยิงตายแต่ความจริงวันนั้นเขาใส่เสื้อเกราะกันกระสุน เปียเพ่งเล็งมาที่กำนันไผ่เพราะมั่นใจว่าเขาต้องรู้ที่ซ่อนเงิน แต่กำนันปากแข็งอยู่นานกว่าจะยอมพูดออกมาในที่สุดเพราะทนวิธีทรมานของเปียไม่ได้

ขณะเดียวกันนั้น พวกวีนัสนัดพบพายุกับหมู่รงค์ แต่พายุติดธุระรอพบมาศจันทร์โดยให้ยุทธเป็นคนนำพาเธอมา หมู่รงค์จึงเดินทางเพียงคนเดียว หลังจากพูดคุยกันไม่นานทั้งหมดก็พากันมุ่งหน้าไปยังที่เก็บเงินของกลางที่หมู่รงค์กับกำนันไผ่รู้กันสองคน

แต่เปียกับกำนันไผ่มาถึงก่อน เปียได้เงินที่ต้องการแล้วขับรถหนีไปโดยทิ้งกำนันไผ่เอาไว้ ภูผาเห็นพ่อปลอดภัยก็หมดห่วง เขาตัดสินใจแย่งมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านแถวนั้นซิ่งตามรถเปียไปอย่างเอาเป็นเอาตาย พอจะจับมันได้ดันมีมารผจญจนเกมพลิก

ทั้งภูผาและเปียโดนจ่านนท์ใช้ปืนจี้บังคับ เปียตะลึงคาดไม่ถึง เรียกชื่อจ่านนท์ก่อนจะก้มหน้าสลดลงเพราะโดนอีกฝ่ายด่าดุดัน

“ยังจำฉันได้เหรอ ไอ้ทรยศ!”

“แต่ฉันจำจ่าได้นะ”

“ไม่ต้องมาเห่า ออกมาห่างๆเงิน”

ภูผาชะงัก จำใจเดินฉากออกมาช้าๆเพราะจ่านนท์ บังคับด้วยปืน ขณะที่เปียก็ไม่กล้าหือ หยิบถุงเงินมายื่นให้ตามคำสั่ง พอได้สิ่งที่ต้องการแล้วจ่านนท์ก็คำราม

ใส่เปียว่าเราคงต้องคุยกันหน่อย

ภูผาเสียดายเงิน ปากกล้าพูดกับจ่านนท์ว่า “แกจะใช้หมดหรือวะ เงินนั่นน่ะ แบ่งฉันสักหน่อยสิ”

“ได้...แต่แกต้องไปบอกพายุให้มาพบฉันพรุ่งนี้ที่คานเรือ”

“มีอะไร”

“แกไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาซักไซ้ฉัน ทำ

ตามที่ฉันบอก”

ภูผาสะอึก พยักหน้ารับแทนคำตอบและ

จำยอมให้จ่านนท์กับเปียจากไปอย่างหมดหนทางขัดขวาง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แบงค์-โอบ" เพื่อนซี้แท็กทีมกระแทกบู๊เดือด จับคู่รู้ใจกันแอ็กชันสนั่นจอเหนื่อยที่สุดในชีวิต

"แบงค์-โอบ" เพื่อนซี้แท็กทีมกระแทกบู๊เดือด จับคู่รู้ใจกันแอ็กชันสนั่นจอเหนื่อยที่สุดในชีวิต
13 มิ.ย 2564

23:35 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 02:40 น.